1-17 อัตราคา่ ตอบแทน หมายเหตุ
500 บาท / รายการ
รายการ กรณีเกนิ 1 คน จ่ายใน
- คา่ ผดู้ ้าเนนิ รายการ 300 บาท / คน วงเงนิ ไมเ่ กิน 600 บาท
- ค่าผูร้ ว่ มรายการ ผู้ร่วมใหเ้ สยี ง
400 บาท / รายการ
- ค่าเอกสารประกอบ
2. ค่าตอบแทนผู้ประกาศ 450 บาท / คน ผลัดละ 7 ชวั่ โมง
วันละไม่เกิน 4 คน
3. รายการบทเรยี น 350 บาท / รายการ
3.1 ความยาวรายการละ 15 นาที ภายใน 400 บาท / คน กรณีเกิน 1 คนจา่ ยใน
วงเงินไมเ่ กิน 800 บาท
วงเงิน 2,000 บาท 300 บาท / รายการ กรณีเกนิ 1 คน จา่ ยใน
รายละเอยี ดดงั นี้ 200 บาท / คน วงเงินไม่เกนิ 400 บาท
- ค่าผ้เู ขียนบท
- คา่ วทิ ยากร 150 บาท / รายการ กรณเี กนิ 1 คนจา่ ยใน
วงเงินไม่เกนิ 1,200 บาท
- คา่ ผู้ดา้ เนนิ รายการ 400 บาท / รายการ
- ค่าผู้ร่วมรายการ ผ้รู ว่ มให้เสียง 600 บาท / คน กรณีเกิน 1 คน จ่ายใน
วงเงนิ ไมเ่ กนิ 500 บาท
- คา่ เอกสารประกอบ 350 บาท / รายการ
3.2 ความยาวรายการละ 20 นาที ภายใน 250 บาท / คน กรณเี กิน 1 คนจ่ายใน
วงเงิน 2,650 บาท วงเงินไมเ่ กนิ 1,600 บาท
200 บาท / รายการ กรณเี กนิ 1 คน จ่ายใน
รายละเอยี ดดังน้ี วงเงนิ ไมเ่ กนิ 600 บาท
- ค่าผู้เขียนบท 500 บาท / รายการ
- ค่าวิทยากร 800 บาท / คน
- คา่ ผู้ดา้ เนนิ รายการ 500 บาท / รายการ
- คา่ ผรู้ ว่ มรายการ ผรู้ ว่ มให้เสียง 300 บาท / คน
- คา่ เอกสารประกอบ 300 บาท / รายการ
3.3 ความยาวรายการละ 30 นาที ภายใน
วงเงิน 3,500 บาท
รายละเอียดดงั นี้
- คา่ ผ้เู ขียนบท
- คา่ วทิ ยากร
- คา่ ผดู้ ้าเนนิ รายการ
- ค่าผรู้ ว่ มรายการ ผรู้ ่วมใหเ้ สยี ง
- ค่าเอกสารประกอบ
1-18 อตั ราคา่ ตอบแทน หมายเหตุ
รายการ 500 บาท / รายการ กรณเี กนิ 1 คนจ่ายใน
3.4 ความยาวรายการละ 20 นาที ภายใน 400 บาท / รายการ วงเงนิ ไมเ่ กนิ 1,200 บาท
วงเงนิ 3,100 บาท สา้ หรบั ภาษาตา่ งประเทศ
600 บาท / คน กรณีเกิน 1 คน จ่ายใน
รายละเอียดดงั นี้ วงเงนิ ไมเ่ กนิ 400 บาท
- ค่าผูเ้ ขียนบท 300 บาท / รายการ
- บรรณาธิการดา้ นภาษา 200 บาท / คน
- ค่าวทิ ยากร
300 บาท / รายการ
- ค่าผดู้ า้ เนนิ รายการ
- คา่ ผูร้ ่วมรายการ ผ้รู ว่ มให้เสยี ง 600 บาท / รายการ กรณีเกิน 1 คน จา่ ย
500 บาท / รายการ ในวงเงนิ ไม่เกิน 1,600 บาท
- คา่ เอกสารประกอบ
3.5 ความยาวรายการละ 30 นาที ภายใน 800 บาท / คน กรณีเกนิ 1 คน จา่ ย
วงเงนิ 4,200 บาท สา้ หรับภาษาต่างประเทศ ในวงเงินไมเ่ กิน 600 บาท
500 บาท / รายการ
รายละเอยี ดดังนี้ 300 บาท / คน
- ค่าผูเ้ ขียนบท
- ค่าบรรณาธิการด้านภาษา
- ค่าวิทยากร
- คา่ ผดู้ ้าเนนิ รายการ
- คา่ ผรู้ ว่ มรายการ ผู้ร่วมให้เสียง
- ค่าเอกสารประกอบ 400 บาท / รายการ
3.6 คา่ จดั ทา้ เพลงประกอบรายการ
บทเรียน ประกอบด้วยค่าแตง่ ค้ารอ้ ง ทา้ นอง
เรียบเรียงเสียงประสาน นักร้อง นักดนตรี 3,000 บาท / เพลง เฉพาะเพลงทจ่ี ัดท้าขนึ้ ใหม่
- ภาษาไทย 6,000 บาท / เพลง เฉพาะเพลงทจ่ี ัดทา้ ขึ้นใหม่
- ภาษาต่างประเทศ
หมายเหตุ
(ก) ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานท่ีก้าหนดไว้ในข้อ 1 ไม่สามารถเบิกจ่ายให้แก่ข้าร าชการ
หรือลูกจ้าง ของทางราชการซึง่ มีหนา้ ทรี่ ับผิดชอบในการจัดและผลติ รายการน้นั โดยตรง
(ข) การเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนการปฏิบัติงานเก่ียวกับการจัดและการผลิตรายการ
วิทยุกระจายเสียง วิทยุทางเครือข่ายอนิ เตอร์เน็ท และการผลิตส่ือเสียงเผยแพร่ในรูปแบบอ่นื เช่น หนังสือ
เสียงเพอ่ื การศึกษา CD เป็นตน้ ให้ใชใ้ บส้าคัญรบั เงินตามแบบท่กี ระทรวงการคลังก้าหนดเป็นหลกั ฐานการ
จ่ายเงิน
1-19
ค่าตอบแทนอ่ืน ๆ ให้ต้ังงบประมาณ ดังน้ี
1. ค่าของขวัญ ของที่ระลึกให้กับบุคคล หรอื หน่วยงานท่ีชว่ ยในการจัดและผลิตรายการ
วิทยุกระจายเสียง วิทยุทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ท และการผลติ ส่อื เสียงเผยแพรใ่ นรปู แบบอื่น ๆ เช่น หนงั สอื
เสียงเพ่ือการศึกษา CD ฯลฯ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใด ๆ ในการด้าเนินการดังกล่าวจากทางราชการให้
เบกิ จา่ ยได้ไม่เกนิ ชน้ิ ละ 1,500 บาท
2. คา่ อาหารวา่ งและเครอื่ งดม่ื ของผู้ด้าเนินรายการ วิทยากร ผู้ร่วมรายการเบิกไดต้ ามความ
จ้าเป็นไม่เกินมื้อละ 50 บาท/คน ทั้งน้ีหลักฐานการเบิกจ่ายให้ใช้หลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบของทาง
ราชการ โดยให้เจา้ หน้าที่ทร่ี บั ผิดชอบในการผลิตรายการเป็นผูร้ ับรองการผลิตรายการ รวมท้ังจ้านวนและ
รายชื่อผทู้ ี่จ้าเปน็ ต้องจัดคา่ อาหารวา่ ง และเครอื่ งดื่มให้ โดยไมต่ ้องแนบบัญชีรายมอื ช่ือ
3. คา่ บรกิ ารของสถานีวิทยุ เช่น คา่ เช่าเวลาสถานวี ิทยุฯ เทา่ ที่จ่ายจรงิ
4. ค่าใชจ้ ่ายในการจดั และผลิตรายการวทิ ยุกระจายเสียง วทิ ยทุ างเครือข่ายอินเตอร์เน็ท
และการผลิตส่อื เสยี งเผยแพร่ในรปู แบบอ่ืน ๆ เชน่ หนังสอื เสยี งเพอื่ การศึกษา CD ฯลฯ นอกจากที่ก้าหนดไว้
ในขอ้ ตกลงนีใ้ ห้เปน็ ไปตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บ ข้อบงั คับ และมติคณะรัฐมนตรี ทกี่ า้ หนดไว้
1-20
อัตราคา่ ใช้จา่ ยการจา้ งที่ปรกึ ษา
ในการพจิ ารณางบประมาณรายจา่ ยประจาปี
การจา้ งท่ปี รึกษาไทย
ขน้ั ตอนการคานวณค่าจา้ งที่ปรึกษาท้งั โครงการ
คา่ จา้ งทปี่ รึกษาทง้ั โครงการจะเปน็ ผลรวมของคา่ ตอบแทนบุคลากร (Remuneration) และค่าใชจ้ า่ ยตรง
(Direct Cost) โดยมีขนั้ ตอนในการค้านวณราคากลางค่าจา้ งทป่ี รกึ ษาทงั้ โครงการดงั น้ี
(1) ข้นั ตอนท่ี 1 เจา้ ของโครงการจะต้องแจกแจงหรอื ก้าหนดวัตถปุ ระสงค์ และขอบเขตการดา้ เนินงาน
(2) ขั้นตอนที่ 2 ก้าหนดประเภทบคุ ลากรหรือผเู้ ชยี่ วชาญดา้ นตา่ ง ๆ ท่ีจะเขา้ ด้าเนินการโครงการ
(3) ขั้นตอนที่ 3 ก้าหนดวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ พร้อมกับประเมินระยะเวลาการท้างาน
ของแต่ละคนที่จะใชใ้ นการด้าเนินโครงการ
(4) ขนั้ ตอนท่ี 4 ให้น้าอัตราเงินเดือนพื้นฐานของท่ีปรกึ ษาแตล่ ะคน (Basic Salary) คณู กับตัวคูณ
อตั ราคา่ ตอบแทน (Mark-Up Factor) และคณู กบั ระยะเวลาการท้างาน จะไดค้ ่าจ้างที่ปรกึ ษาของแตล่ ะคน
ผลรวมคา่ จ้างทป่ี รึกษาของทุกคนจะเปน็ ค่าตอบแทนบุคลากร (Remuneration) ทีใ่ ชใ้ นการด้าเนนิ โครงการ
* ค่าตอบแทนบุคลากร (ตอ่ คน) = อัตราเงนิ เดือนพนื้ ฐาน (Basic Salary) x อัตราคา่ ตอบแทน (Mark-Up
Factor) x ระยะเวลาในการทา้ งาน
* คณะรัฐมนตรมี มี ติก้าหนดใหต้ วั คูณอตั ราคา่ ตอบแทน (Mark-Up Factor) กา้ หนดไวอ้ ยรู่ ะหวา่ ง 1.430 - 2.640
ข้ึนอยกู่ บั ประเภทของทป่ี รึกษาและหลักฐานประกอบตามมตคิ ณะรัฐมนตรี
(5) ขน้ั ตอนที่ 5 ผลรวมคา่ ตอบแทนบคุ ลากรทง้ั โครงการ กบั คา่ ใชจ้ า่ ยตรง (Direct Cost) หรอื ค่าใช้จ่าย
ด้าเนินการ จะได้คา่ ทจ่ี า้ งทปี่ รกึ ษาทั้งโครงการ
1-21
อตั ราคา่ ใช้จา่ ยการจา้ งทปี่ รึกษา
ในการพจิ ารณางบประมาณรายจา่ ยประจาปี (เกณฑ์ สบน.)
อตั ราน้เี ปน็ อตั ราตามมติคณะรฐั มนตรี วันที่ 6 สิงหาคม 2556 ซงึ่ คานวณรวม Mark-Up Factor ไว้แล้ว หน่วย : บาท/เดอื น
อัตราเงนิ เดือน* (คานวณรวม Mark-Up Factor แล้ว) กรณมี ีหลักฐาน
ครบท้ัง 3 ขอ้ **
รายการ สถาบันของรัฐที่ให้บริการ ท่ีปรึกษาไม่ไดท้ างานประจา ทปี่ รกึ ษาทางานประจาเต็มเวลาในบรษิ ัททีป่ รกึ ษา* (Mark-Up Factor 2.640)
งานที่ปรึกษา ในบริษทั ที่ปรึกษา กรณไี ม่มีหลักฐาน** กรณมี ีหลักฐานเพียง 1 ขอ้ ** กรณมี ีหลักฐานเพียง 2 ขอ้ ** 61,800 - 83,200
(Mark-Up Factor 2.475) (Mark-Up Factor 2.530) (Mark-Up Factor 2.585) 88,400 - 112,200
(Mark-Up Factor 1.760) (Mark-Up Factor 1.430) 119,100 - 151,000
1. การจา้ งทป่ี รึกษาไทย 41,200 - 55,400 33,500 - 45,000 57,900 - 78,000 59,200 - 79,700 60,500 - 81,400 160,200
คา่ ใช้จา่ ยดา้ นบคุ ลากร 59,000 - 74,800 47,900 - 60,800 82,900 - 105,200 84,800 - 107,500 86,600 - 109,900
1.1 บคุ ลากรหลกั 79,400 - 100,700 64,500 - 81,800 111,600 - 141,600 114,100 - 144,700 116,600 - 147,900 82,100 - 108,800
115,100 - 143,900
(1) กลมุ่ วิชาชีพวิศวกรรม 106,800 86,800 150,200 153,600 156,900 152,300 - 190,600
ปริญญาตรี
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 54,700 - 72,500 44,500 - 58,900 77,000 - 102,000 78,700 - 104,200 80,400 - 106,500 201,400
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 76,700 - 95,900 62,300 - 77,900 107,900 - 134,900 110,300 - 137,900 112,700 - 140,900
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 101,600 - 127,100 82,500 - 103,200 142,800 - 178,700 146,000 - 182,700 149,200 - 186,600 127,500 - 162,100
- ประสบการณเ์ กิน 20 ปี 170,000 - 206,200
ปริญญาโท 134,300 109,100 188,800 193,000 197,200 216,200 - 261,900
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 85,000 - 108,100 69,100 - 87,800 119,500 - 152,000 122,200 - 155,300 124,900 - 158,700 274,800
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 113,300 - 137,500 92,100 - 111,700 159,400 - 193,300 162,900 - 197,600 166,500 - 201,900
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี 144,100 - 174,600 117,100 - 141,900 202,700 - 245,500 207,200 - 251,000 211,700 - 256,400
ปริญญาเอก
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 183,200 148,900 257,600 263,400 269,100
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี
(2) กลมุ่ วิชาชีพสถาปตั ยกรรม 43,100 - 57,700 35,000 - 46,900 60,600 - 81,200 62,000 - 83,000 63,300 - 84,800 64,700 - 86,600
ปริญญาตรี 61,200 - 77,400 49,800 - 62,900 86,100 - 108,900 88,000 - 111,300 90,000 - 113,700 91,900 - 116,200
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 82,000 - 103,700 66,600 - 84,200 115,300 - 145,800 117,900 - 149,000 120,500 - 152,300 123,000 - 155,500
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 109,800 89,200 154,400 157,900 161,300 164,700
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี
(3) กลมุ่ วิชาชีพเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอ่ื สาร (ICT)
ปริญญาตรี 63,500 - 97,200 51,600 - 78,900 89,300 - 136,600 91,300 - 139,700 93,300 - 142,700 95,300 - 145,700
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 107,200 - 143,300 87,100 - 116,400 150,700 - 201,500 154,100 - 205,900 157,400 - 210,400 160,800 - 214,900
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 148,400 - 186,400 120,500 - 151,400 208,600 - 262,100 213,300 - 267,900 217,900 - 273,800 222,600 - 279,600
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี 195,000 158,400 274,200 280,300 286,400 292,500
ปริญญาโท
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 72,200 - 107,700 58,600 - 87,500 101,500 - 151,500 103,700 - 154,800 106,000 - 158,200 108,200 - 161,600
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 118,400 - 155,400 96,200 - 126,300 166,600 - 218,500 170,300 - 223,400 174,000 - 228,300 177,700 - 233,100
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 160,300 - 197,600 130,300 - 160,600 225,500 - 277,900 230,500 - 284,100 235,500 - 290,300 240,500 - 296,500
- ประสบการณเ์ กิน 20 ปี
ปริญญาเอก 205,700 167,200 289,300 295,800 302,200 308,600
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 81,800 - 119,700 66,500 - 97,200 115,100 - 168,300 117,600 - 172,000 120,200 - 175,800 122,800 - 179,500
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 130,900 - 168,600 106,400 - 137,000 184,100 - 237,100 188,200 - 242,400 192,300 - 247,600 196,400 - 252,900
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี 173,200 - 209,400 140,700 - 170,200 243,500 - 294,500 249,000 - 301,100 254,400 - 307,600 259,800 - 314,200
217,200 176,500 305,400 312,200 319,000 325,800
1-22
สถาบนั ของรัฐที่ให้บริการ ท่ีปรึกษาไม่ไดท้ างานประจา อัตราเงนิ เดือน* (คานวณรวม Mark-Up Factor แล้ว) หน่วย : บาท/เดอื น
ทป่ี รกึ ษาทางานประจาเต็มเวลาในบรษิ ัททปี่ รกึ ษา*
กรณมี ีหลักฐาน
รายการ งานที่ปรึกษา ในบริษทั ท่ีปรึกษา กรณไี ม่มีหลกั ฐาน** กรณมี ีหลกั ฐานเพียง 1 ขอ้ ** กรณมี ีหลกั ฐานเพียง 2 ขอ้ ** ครบทั้ง 3 ขอ้ **
(Mark-Up Factor 2.640)
(4) กลมุ่ วิชาชีพการเงิน (Mark-Up Factor 1.760) (Mark-Up Factor 1.430) (Mark-Up Factor 2.475) (Mark-Up Factor 2.530) (Mark-Up Factor 2.585)
ปริญญาตรี 68,400 - 92,400
45,600 - 61,600 37,000 - 50,100 64,100 - 86,600 65,500 - 88,600 67,000 - 90,500 97,900 - 123,800
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 65,300 - 82,500 53,100 - 67,100 91,800 - 116,100 93,900 - 118,700 95,900 - 121,200 131,200 - 165,500
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 87,500 - 110,400 71,100 - 89,700 123,000 - 155,200 125,700 - 158,600 128,500 - 162,100
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 175,600
- ประสบการณเ์ กิน 20 ปี 117,000 95,100 164,600 168,200 171,900
ปริญญาโท 113,000 - 215,400
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 75,300 - 143,600 61,200 - 116,700 105,900 - 202,000 108,300 - 206,400 110,600 - 210,900 245,300 - 422,400
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 163,500 - 281,600 132,800 - 228,800 229,900 - 396,000 235,000 - 404,800 240,100 - 413,600 448,800 - 588,700
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 299,200 - 392,500 243,100 - 318,900 420,800 - 551,900 430,100 - 564,200 439,500 - 576,500
- ประสบการณเ์ กิน 20 ปี 623,300
ปริญญาเอก 415,500 337,600 584,300 597,300 610,300
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 164,700 - 329,200
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 109,800 - 219,500 89,200 - 178,300 154,400 - 308,600 157,900 - 315,500 161,300 - 322,300 364,300 - 542,000
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 242,900 - 361,300 197,300 - 293,600 341,600 - 508,100 349,100 - 519,400 356,700 - 530,700 571,300 - 689,000
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี 380,900 - 459,400 309,500 - 373,200 535,600 - 646,000 547,500 - 660,300 559,400 - 674,700
722,300
481,500 391,200 677,200 692,200 707,300
(5) กลมุ่ วิจยั (ภาคเอกชน) 42,200 - 59,500 34,300 - 48,300 59,400 - 83,700 60,700 - 85,500 62,000 - 87,400 63,400 - 89,200
ปริญญาตรี 67,400 - 85,900 54,800 - 69,800 94,800 - 120,800 96,900 - 123,500 99,000 - 126,100 101,100 - 128,800
91,200 - 115,300 74,100 - 93,700 128,200 - 162,100 131,100 - 165,700 133,900 - 169,300 136,800 - 172,900
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 121,300 98,500 170,500 174,300 178,100 181,900
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี
- ประสบการณเ์ กิน 20 ปี 55,100 - 71,600 44,800 - 58,200 77,500 - 100,700 79,200 - 103,000 80,900 - 105,200 82,600 - 107,400
ปริญญาโท 79,900 - 100,300 64,900 - 81,500 112,400 - 141,100 114,900 - 144,200 117,400 - 147,300 119,900 - 150,500
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 107,700 - 131,800 87,500 - 107,100 151,500 - 185,400 154,800 - 189,500 158,200 - 193,600 161,600 - 197,700
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี 139,700 113,500 196,500 200,900 205,200 209,600
- ประสบการณเ์ กนิ 20 ปี
ปริญญาเอก 82,200 - 109,100 66,800 - 88,700 115,600 - 153,500 118,200 - 156,900 120,700 - 160,300 123,300 - 163,700
- ประสบการณ์ 5 – 10 ปี 116,500 - 142,000 94,700 - 115,400 163,800 - 199,700 167,500 - 204,200 171,100 - 208,600 174,800 - 213,000
- ประสบการณ์ 11 – 15 ปี 150,800 - 180,000 122,600 - 146,300 212,100 - 253,200 216,800 - 258,800 221,500 - 264,400 226,200 - 270,100
- ประสบการณ์ 16 – 20 ปี
- ประสบการณเ์ กิน 20 ปี 187,400 152,300 263,600 269,400 275,300 281,200
หมายเหตุ :
* อัตราน้ีเป็นอัตราตามมตคิ ณะรัฐมนตรี วันที่ 6 สงิ หาคม 2556 ซง่ึ คานวณรวม Mark-Up Factor ไว้แล้ว
** หลักฐานประกอบการพจิ ารณาคานวณอัตราเงนิ เดอื นตามตวั คณู คา่ ตอบแทน ประกอบดว้ ย
1) ใบรับรองระบบคณุ ภาพทย่ี อมรับตามมาตรฐานสากล เพอื่ เป็นการแสดงวา่ บริษัทมกี ารพฒั นาระบบคณุ ภาพอย่างตอ่ เน่ือง เช่น ระบบ ISO เป็นตน้
2) มหี ลกั ฐานการมซี อฟแวร์ทถี่ ูกกฎหมายสาหรับพนักงานไวใ้ ช้งานอย่างน้อยร้อยละ 30 ของพนักงานท้งั บริษทั
3) มใี บรับรองการประกันวชิ าชพี (Professional Indemnity Insurance) ของบริษัทในมลู คา่ ไมต่ ่ากว่า 30 ลา้ นบาท ในปีท่ยี ่ืนข้อเสนอ
- รายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ ดไู ดจ้ าก หนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค 0907/12725 เรื่อง หลกั เกณฑ์ราคากลางการจ้างทปี่ รึกษา ลงวนั ท่ี 2 สงิ หาคม 2556 ในภาคผนวก
รายการ 1-23 หน่วย : บาท/เดอื น
1.2 บคุ ลากรสนบั สนนุ หมายเหตุ
อตั ราเงินเดอื น - บุคลากรสนับสนุน เชน่ ผู้ช่วยนักวิจัย เจ้าหน้าทภ่ี าคสนาม เป็นตน้
(1) บุคลากรสนับสนุน
(2) เลขานุการโครงการ ไมเ่ กิน 30,000
(3) พนักงานพมิ พด์ ดี / เจ้าหน้าท่ีบันทึกข้อมลู ไมเ่ กิน 15,000
ไมเ่ กนิ 12,000
2. การจา้ งทปี่ รึกษาตา่ งประเทศ
คา่ ใชจ้ ่ายดา้ นบุคลากร - ให้หน่วยงานพจิ ารณาเลอื กจ้างทปี่ รึกษาไทยที่มคี วามรู้ความสามารถในดา้ นที่เก่ยี วข้อง
2.1 ท่ปี รึกษาตา่ งประเทศ มวี ุฒิปริญญาโทข้ึนไป ก่อนเป็นอันดบั แรก แตห่ ากมคี วามจาเป็นและไมอ่ าจจัดจ้างที่ปรึกษาไทยทเี่ หมาะสมได้
ให้จ้างท่ปี รึกษาตา่ งประเทศได้ โดยใช้แนวทางตามมตคิ ณะรัฐมนตรีเมอื่ วนั ท่ี
สาหรับ กลมุ่ การบริหารจัดการ เช่น ผจู้ ัดการโครงการ เป็นตน้ 10 เมษายน 2550 (หนังสอื สานักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0505/ ว 55
ลงวนั ท่ี 12 เมษายน 2550)
- ประสบการณ์ 11 - 20 ปี
- ประสบการณ์ 21 - 30 ปี 300,000 - 450,000
- ประสบการณ์ 30 ปีขึ้นไป 450,000 - 600,000
2.2 ท่ีปรึกษาตา่ งประเทศ มวี ฒุ ิปริญญาโทข้ึนไป 550,000 - 600,000
สาหรับดา้ นวศิ วกรรม สิ่งแวดลอ้ ม เศรษฐศาสตร์ การเงนิ
และสถาปนิก 300,000 - 400,000
350,000 - 600,000
- ประสบการณ์ 11 - 20 ปี 450,000 - 600,000
- ประสบการณ์ 21 - 30 ปี
- ประสบการณ์ 30 ปีข้ึนไป
1-24
อตั ราค่าใชจ้ ่ายการเดนิ ทางไปราชการต่างประเทศ
ในการพจิ ารณางบประมาณรายจา่ ยประจาปี
หน่วย : บาท
รายการ ประเภท ก. อตั ราคา่ ใชจ้ า่ ย ประเภท จ.
ประเภท ข. ประเภท ค. ประเภท ง.
1. ผู้ด้ารงต้าแหน่งประเภทท่ัวไประดับอาวุโส ลงมา 2,100 2,100
2,100 2,100 2,100
ต้าแหน่งประเภทวิชาการระดับช้านาญการพิเศษ ลงมา 4,500 4,500
500 4,500 4,500 4,500 500
ตา้ แหน่งประเภทอ้านวยการระดบั ต้น หรือต้าแหน่งระดับ 500 500
500 500 500
8 ลงมา หรือต้าแหน่งท่ีเทียบเท่า หรือข้าราชการตุลาการ ไม่เกนิ เพ่มิ ข้นึ จาก
7,500 500 500 500 ประเภท ก.
ซึ่งรับเงินเดือนช้ัน 2 ลงมา หรือผู้ช่วยผู้พิพากษา หรือ อีกไม่เกนิ
ไมเ่ กนิ ไมเ่ กิน เพิม่ ขึน้ จาก รอ้ ยละ 25
ดะโต๊ะยุตธิ รรม หรอื ข้าราชการอัยการซ่ึงรับเงินเดือนชั้น 3
5,000 3,100 ประเภท ก.
ลงมา หรือข้าราชการทหารซึ่งมียศพันเอก นาวาเอก นาวา
อกี ไมเ่ กนิ
อากาศเอก ลงมา หรือข้าราชการต้ารวจซึ่งมยี ศพันต้ารวจเอก
ร้อยละ 40
ลงมา
1.1 ค่าเบ้ยี เลีย้ งเดนิ ทาง
ให้ตั้งงบประมาณในลักษณะเหมาจ่าย
ไมเ่ กินวันละ
(ตามระเบียบกระทรวงการคลงั ว่าด้วยการเบิก
คา่ ใช้จา่ ย ในการเดนิ ทางไปราชการ (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2554)
- กรณีมิได้ต้ังงบประมาณเบย้ี เล้ยี ง
ค่าเดินทางเหมาจา่ ยใหต้ ้ังงบประมาณ
ได้ดงั นี้
(1) คา่ อาหาร - คา่ เคร่ืองดืม่ คา่ ภาษี
คา่ บรกิ ารทีโ่ รงแรม ภตั ตาคาร หรอื
ร้านคา้ เรียกเก็บเท่าท่ีจ่ายจรงิ ไมเ่ กิน
วนั ละ
(2) ค่าทา้ ความสะอาดเสื้อผ้าส้าหรับ
ระยะเวลาท่ีเกิน 7 วนั ได้เท่าทีจ่ ่ายจริง
ไมเ่ กนิ วันละ
(3) คา่ ใชส้ อยเบ็ดเตลด็ ในลักษณะ
เหมาจ่ายไมเ่ กินวันละ
1.2 คา่ เช่าทพ่ี กั
(ตามระเบยี บกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิก
ค่าใช้จา่ ยในการเดนิ ทางไปราชการ (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2554)
1-25
หนว่ ย : บาท
รายการ ประเภท ก. อตั ราคา่ ใชจ้ า่ ย ประเภท จ.
ประเภท ข. ประเภท ค. ประเภท ง.
1.3 คา่ พาหนะและค่าใชจ้ า่ ยอ่ืน 1,000 1,000
- ค่าโดยสารเครอ่ื งบนิ 400 1,000 1,000 1,000 400
(อัตราทตี่ ั้งใหเ้ ป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา 400 400 400
คา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการ
(ฉบบั ท่ี 9) พ.ศ. 2560
โดยหนว่ ยงานจะตอ้ งระบปุ ระเทศหรอื
สถานที่ท่ีจะเดินทางไปราชการ
พร้อมอตั ราค่าโดยสารเคร่ืองบนิ ท่ีจะตอ้ ง
จา่ ยจรงิ เพือ่ ประกอบการพิจารณาด้วย)
- คา่ ธรรมเนยี มการใชส้ นามบนิ (ตอ่ คร้งั )
- คา่ แท็กซีไ่ ปสนามบนิ (ตอ่ เที่ยว)
2. ผู้ด้ารงต้าแหน่งประเภทท่ัวไประดับทักษะพิเศษ
ต้าแหน่งประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญข้ึนไป ต้าแหน่ง
ประเภทอ้านวยการระดบั สงู ต้าแหน่งประเภทบริหาร หรือ
ต้าแหน่งระดับ 9 ขึ้นไป หรือต้าแหน่งท่ีเทียบเท่า หรือ
ข้าราชการตุลาการซ่ึงรับเงินเดือนช้ัน 3 ขั้นต่้าข้ึนไป หรือ
ข้าราชการอยั การซึ่งรบั เงินเดอื นชั้น 4 ขึ้นไป หรอื ข้าราชการทหาร
ซ่ึงมียศพันเอก นาวาเอก นาวาอากาศเอก อัตราเงินเดือน
พันเอกพิเศษ นาวาเอกพิเศษ นาวาอากาศเอกพิเศษขึ้นไป
หรอื ข้าราชการต้ารวจซึ่งมียศพนั ตา้ รวจเอก อัตราเงนิ เดือน
พนั ตา้ รวจเอกพเิ ศษขนึ้ ไป
2.1 คา่ เบยี้ เล้ียงเดนิ ทาง
ให้ตง้ั งบประมาณในลักษณะเหมาจ่าย
ไม่เกินวันละ 3,100 3,100 3,100 3,100 3,100
(ตามระเบยี บกระทรวงการคลงั ว่าด้วยการเบิก
ค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปราชการ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ. 2554)
- กรณมี ิได้ตัง้ งบประมาณเบ้ยี เลยี้ งค่า
เดนิ ทางเหมาจ่ายใหต้ ้ังงบประมาณไดด้ งั น้ี
(1) ค่าอาหาร - ค่าเครอ่ื งด่ืม คา่ ภาษี
ค่าบรกิ ารทโ่ี รงแรม ภตั ตาคารหรือรา้ นคา้
เรยี กเกบ็ เท่าทจ่ี ่ายจรงิ ไมเ่ กินวันละ 4,500 4,500 4,500 4,500 4,500
(2) ค่าท้าความสะอาดเสื้อผา้ ส้าหรับ
ระยะเวลาทเ่ี กิน 7 วนั ไดเ้ ทา่ ท่ี
จา่ ยจริงไม่เกินวันละ 500 500 500 500 500
(3) คา่ ใชส้ อยเบ็ดเตลด็ ในลักษณะ
เหมาจ่ายไมเ่ กินวนั ละ 500 500 500 500 500
2.2.2 ค่าเช่าท่พี กั ไมเ่ กนิ ไม่เกนิ ไมเ่ กนิ เพ่มิ ข้ึนจาก เพ่ิมข้ึนจาก
(ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิก 10,000 7,000 4,500 ประเภท ก ประเภท ก.
ค่าใชจ้ ่าย ในการเดินทางไปราชการ (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2554) อกี ไมเ่ กิน อีกไม่เกิน
รอ้ ยละ 40 ร้อยละ 25
1-26
หนว่ ย : บาท
รายการ อตั ราค่าใชจ้ ่าย
ประเภท ก. ประเภท ข. ประเภท ค. ประเภท ง. ประเภท จ.
2.3 คา่ พาหนะและคา่ ใช้จ่ายอนื่
- คา่ โดยสารเคร่ืองบนิ
(อตั ราท่ตี งั้ ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชกฤษฎีกา
คา่ ใชจ้ า่ ยในการเดินทางไปราชการ
(ฉบบั ท่ี 9) พ.ศ. 2560
โดยหน่วยงานจะตอ้ งระบุประเทศหรือ
สถานทท่ี ีจ่ ะเดนิ ทางไปราชการ
พรอ้ มอตั ราค่าโดยสารเคร่ืองบินท่ีจะตอ้ ง
จา่ ยจรงิ เพ่อื ประกอบการพิจารณาด้วย)
- คา่ ธรรมเนียมการใช้สนามบิน (ตอ่ ครัง้ ) 1,000 1,000 1,000 1,000 1,000
- ค่าแทก็ ซไ่ี ปสนามบนิ (ต่อเทย่ี ว) 400 400 400 400 400
- คา่ รับรองในการเดินทางไปราชการ
ตา่ งประเทศช่ัวคราว ตามระเบียบ
กระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกคา่ ใช้จา่ ย
ในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2550 ดงั น้ี
(1) ผู้เดนิ ทางในตาแหนง่ ต่อไปนี้
ให้เบิกได้เทา่ ทีจ่ ่ายจริง
- ประธานองคมนตรี หรอื องคมนตรี
- นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี
หรือรฐั มนตรี
- ประธาน หรอื รองประธานของสภา
ซึ่งเปน็ องค์กรนติ ิบัญญัติ
- ประธานศาลฎีกา รองประธานศาล
ฎีกา หรอื ประธานศาลอทุ ธรณ์
(2) ผู้เดนิ ทางนอกจากตาแหน่งทก่ี ล่าว
ใน (1) จะตั้งงบประมาณค่ารบั รองได้
ตอ้ งเปน็ กรณใี ด กรณหี นง่ึ ดังนี้
ก เข้าร่วมประชมุ ระหว่างประเทศ
ในฐานะผูแ้ ทนรัฐบาล ผู้แทน-
รฐั สภา หรือผู้แทนส่วนราชการ
ข เดินทางไปเจรจาธรุ กจิ เจรจา
กู้เงิน หรือขอความชว่ ยเหลือจาก
ต่างประเทศในฐานะผู้แทน
รฐั บาลไทย
ค เดินทางไปปรกึ ษาหารอื หรอื เขา้
รว่ มประชุมเกยี่ วกบั ความร่วมมือ
ระหวา่ งหน่วยงานของรัฐบาลไทย
กับหน่วยงานต่างประเทศ
1-27
รายการ ประเภท ก. หนว่ ย : บาท
อตั ราค่าใช้จา่ ย
ง เดนิ ทางในฐานะทตู สันถวไมตรี ไม่เกนิ ประเภท ข. ประเภท ค. ประเภท ง. ประเภท จ.
หรือในฐานะแขกของรัฐบาล 67,000
ตา่ งประเทศ ไมเ่ กิน ไมเ่ กนิ ไมเ่ กิน ไม่เกิน ไม่เกิน
100,000 67,000 67,000 67,000 67,000
จ เดนิ ทางไปรว่ มในงานรฐั พิธตี าม ไม่เกิน ไมเ่ กิน ไม่เกิน ไมเ่ กนิ
คา้ เชญิ ของรฐั บาลต่างประเทศ 7,500 100,000 100,000 100,000 100,000
ฉ เดนิ ทางไปจดั งานแสดงสนิ ค้าไทย 9,000 7,500 7,500 7,500 7,500
หรอื ส่งเสรมิ สินค้าไทยใน
ต่างประเทศ หรือส่งเสรมิ การลงทุน 9,000 9,000 9,000 9,000
ของต่างประเทศในประเทศไทย
หรือส่งเสรมิ การลงทนุ ของไทยใน
ตา่ งประเทศ
ช เดนิ ทางไปเผยแพรศ่ ิลปะหรอื
วัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ
โดยให้ต้ังงบประมาณค่ารับรองไดเ้ ท่าท่ี
จ่ายจรงิ (เป็นคณะหรือคนเดียว)
- กรณีเดินทางไมเ่ กิน 15 วัน
- กรณเี ดินทางเกิน 15 วัน
3. ค่าเคร่ืองแต่งตวั
ต้ังงบประมาณค่าเครอ่ื งแตง่ ตัวตามสิทธิ มี
ระยะเวลาเกนิ 2 ปี ต่อคร้งั โดยให้ตงั้ งบประมาณ
ในลักษณะเหมาจา่ ย (ต่อครง้ั ) ดงั นี้
3.1 ผดู้ า้ รงต้าแหน่งประเภททั่วไประดับปฏบิ ตั ิงาน
ตา้ แหน่งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ หรือ
ตา้ แหน่งระดับ 5 ลงมา หรือต้าแหน่งทีเ่ ทียบเท่า
หรอื ผู้ช่วยผูพ้ ิพากษา หรือดะโต๊ะยตุ ิธรรม หรือ
ข้าราชการอัยการซึง่ รับเงินเดือนชั้น 1 หรอื
ข้าราชการทหารซึ่งมยี ศพันตรี นาวาตรี
นาวาอากาศตรีลงมา หรือข้าราชการต้ารวจ
ซึ่งมียศพันต้ารวจตรีลงมา
3.2 ผู้ดา้ รงตา้ แหน่งประเภททวั่ ไประดบั ชา้ นาญ
งาน ข้นึ ไป ต้าแหน่งประเภทวชิ าการระดับ
ช้านาญการ ขนึ้ ไป ตา้ แหน่งประเภทอา้ นวยการ
ตา้ แหนง่ ประเภทบรหิ าร หรือต้าแหน่งระดบั 6
ขึ้นไป หรอื ต้าแหนง่ ที่เทียบเท่า หรอื ข้าราชการ
ตลุ าการซึง่ รับเงนิ เดือนช้ัน 1 ข้ึนไป หรอื
ข้าราชการอยั การ ซงึ่ รบั เงินเดือนช้ัน 2 ขนึ้ ไป
หรอื ขา้ ราชการทหารซง่ึ มยี ศพนั โท นาวาโท
นาวาอากาศโทขน้ึ ไป หรือขา้ ราชการตา้ รวจ
ซึ่งมยี ศพันตา้ รวจโท ขึน้ ไป
หมายเหตุ
* ประเภท ก. ข. ค. ง. และ จ. หมายถงึ ประเทศ เมือง รฐั ดูในภาคผนวก
หลกั เกณฑ์ แนวทาง และลักษณะพ้ืนฐาน
ในการพิจารณางบประมาณรายจา่ ยประจาปี
หลกั เกณฑ์ แนวทาง และลักษณะพ้นื ฐานของการฝกึ อบรม สัมมนา
ในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจาปี
1. หลักเกณฑก์ ารกาหนดอตั ราคา่ ใช้จ่ายการฝึกอบรม สัมมนา
กำหนดเกณฑแ์ ละอตั รำคำ่ ใชจ้ ่ำยในกำรฝกึ อบรม สมั มนำ ตำมกฎหมำย ระเบียบ มตคิ ณะรัฐมนตรี
ขอ้ สงั เกตของคณะกรรมำธกิ ำรฯ และคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำฯ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง ดงั นี้
1.1 ระเบียบกระทรวงกำรคลงั ว่ำด้วยคำ่ ใชจ้ ่ำยในกำรฝึกอบรม กำรจัดงำน และกำรประชุม
ระหวำ่ งประเทศ (ฉบบั ที่ 3) พ.ศ. 2555
1.2 หนังสือกระทรวงกำรคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0406.4/840 ลงวันที่ 16 มกรำคม 2556
เร่ือง มำตรกำรบรรเทำผลกระทบจำกกำรปรับอัตรำค่ำจ้ำงขั้นต่ำ และเพิ่มขีดควำมสำมำรถของ
ผู้ประกอบกำรธุรกจิ ขนำดกลำงและขนำดยอ่ ม (SMEs)
1.3 มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอ่ื วนั ท่ี 5 กุมภำพนั ธ์ 2556 ตำมหนังสือสำนักเลขำธิกำรคณะรฐั มนตรี
ดว่ นทส่ี ุด ที่ นร 0506/ว 24 ลงวันที่ 6 กุมภำพนั ธ์ 2556 เรื่อง มำตรกำรบรรเทำผลกระทบจำกกำรปรับ
อัตรำค่ำจำ้ งขน้ั ต่ำ และเพม่ิ ขดี ควำมสำมำรถของผปู้ ระกอบกำรธรุ กจิ ขนำดกลำงและขนำดย่อม (SMEs)
1.4 มติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 9 มถิ นุ ำยน 2558 ตำมหนังสือสำนักเลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี
ด่วนท่ีสุด ที่ นร 0506/ว 146 ลงวันที่ 10 มิถุนำยน 2558 เรื่อง ทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี
3 มีนำคม 2558 เรอ่ื งกำรเดินทำงไปศกึ ษำดูงำน ประชุม สมั มนำ อบรม ณ ต่ำงประเทศ
1.5 มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวนั ท่ี 10 พฤษภำคม 2559 ตำมหนังสือสำนักเลขำธกิ ำรคณะรัฐมนตรี
ดว่ นทส่ี ุด ท่ี นร 0506/ว 160 ลงวันท่ี 13 พฤษภำคม 2559 เรอื่ ง กำรพฒั นำบุคลำกรภำครัฐโดยกำรจัด
หลกั สูตรฝึกอบรมของหนว่ ยงำนตำ่ ง ๆ
1.6 หนังสือกระทรวงกำรคลัง ดว่ นทีส่ ดุ ท่ี กค 0408.4/ว 26 ลงวันท่ี 1 มนี ำคม 2560 เร่ือง
พระรำชกฤษฎกี ำคำ่ ใช้จำ่ ยในกำรเดนิ ทำงไปรำชกำร (ฉบบั ที่ 9) พ.ศ. 2560
1.7 พระรำชกฤษฎกี ำค่ำใช้จำ่ ยในกำรเดนิ ทำงไปรำชกำร (ฉบบั ที่ 9) พ.ศ. 2560
1.8 ข้อสังเกตของคณะกรรมำธกิ ำรวิสำมัญพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญตั ิงบประมำณรำยจำ่ ย
ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2560 - 2562 สภำนิติบัญญตั ิแหง่ ชำติ
1.9 ขอ้ สังเกตของคณะอนกุ รรมำธิกำรฝกึ อบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ คำ่ จำ้ งเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงท่ีปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปต่ำงประเทศ
งบดำเนินงำน งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอ่ืน เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ
รฐั วิสำหกิจ กองทุนและเงินทนุ หมนุ เวยี น ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2560
1.10 ข้อสงั เกตของคณะอนุกรรมำธกิ ำรฝกึ อบรม สัมมนำ ประชำสัมพนั ธ์ ค่ำจำ้ งเหมำบรกิ ำร
ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปต่ำงประเทศ
งบดำเนินงำน งบเงนิ อุดหนุน งบรำยจ่ำยอ่ืน เงนิ นอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ
รัฐวิสำหกิจ กองทุนและเงินทนุ หมุนเวียน ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2561
1.11 ขอ้ สงั เกตของคณะอนุกรรมำธกิ ำรฝกึ อบรม สัมมนำ ประชำสมั พนั ธ์ คำ่ จ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปต่ำงประเทศ
งบดำเนินงำน งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอ่ืน เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ
รัฐวิสำหกจิ กองทุนและเงินทนุ หมุนเวยี น ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2562
2-2
2. ความหมาย
คา่ ใชจ้ ่ายในการฝึกอบรม หมำยควำมว่ำ ค่ำใชจ้ ่ำยสำหรบั กำรอบรม กำรประชุมทำงวชิ ำกำร
หรอื เชงิ ปฏิบัตกิ ำร กำรสัมมนำทำงวิชำกำรหรือเชิงปฏบิ ัติกำร กำรบรรยำยพิเศษ กำรฝึกศึกษำ กำรดงู ำน
กำรฝกึ งำน หรอื ท่ีเรียกช่อื อย่ำงอ่ืนท้ังในประเทศและต่ำงประเทศ โดยมีวตั ถุประสงค์เพื่อพัฒนำบุคลำกร
หรือเพิม่ ประสทิ ธิภำพในกำรปฏิบตั งิ ำน
บุคลากรของรฐั หมำยควำมว่ำ ข้ำรำชกำรทุกประเภทรวมทง้ั พนักงำน ลูกจ้ำงของส่วนรำชกำร
รัฐวิสำหกจิ หรอื หนว่ ยงำนอน่ื ของรัฐ
การฝกึ อบรม หมำยควำมว่ำ กำรอบรม กำรประชุมทำงวิชำกำรหรือเชงิ ปฏิบตั กิ ำร กำรสมั มนำ
ทำงวิชำกำรหรือเชงิ ปฏิบตั กิ ำร กำรบรรยำยพิเศษ กำรฝกึ ศกึ ษำ กำรดูงำน กำรฝึกงำน หรือที่เรียกชื่อ
อย่ำงอื่นท้ังในประเทศและต่ำงประเทศ โดยมีโครงกำรหรือหลักสูตรและช่วงเวลำจัดท่ีแน่นอนท่ีมี
วัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนำบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติงำน โดยไม่มีกำรรับปริญญำหรือ
ประกำศนยี บตั รวิชำชีพ
การฝึกอบรมประเภท ก หมำยควำมว่ำ กำรฝึกอบรมท่ีผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมเกินก่ึงหนึ่งเป็น
บุคลำกรของรัฐ ซงึ่ เป็นขำ้ รำชกำรตำแหน่งประเภทท่ัวไประดับทักษะพิเศษ ขำ้ รำชกำรตำแหนง่ ประเภท
วิชำกำรระดบั เชย่ี วชำญและระดับทรงคณุ วฒุ ิ ข้ำรำชกำรตำแหนง่ ประเภทอำนวยกำรระดบั สงู ขำ้ รำชกำร
ตำแหนง่ ประเภทบรหิ ำรระดับต้นและระดับสงู หรือ ตำแหนง่ ทเี่ ทียบเท่ำ
การฝึกอบรมประเภท ข หมำยควำมว่ำ กำรฝึกอบรมที่ผู้เข้ำรับกำรฝึกอบรมเกินก่ึงหน่ึงเป็น
บุคลำกรของรัฐ ซึ่งเป็นข้ำรำชกำรตำแหน่งประเภททั่วไประดับปฏิบัติงำน ระดับชำนำญงำน และระดับ
อำวุโส ข้ำรำชกำรตำแหนง่ ประเภทวิชำกำรระดับปฏิบตั ิกำร ระดับชำนำญกำร และระดับชำนำญกำรพิเศษ
ข้ำรำชกำรตำแหน่งประเภทอำนวยกำรระดับตน้ หรอื ตำแหน่งทีเ่ ทยี บเท่ำ
การฝึกอบรมบุคคลภายนอก หมำยควำมว่ำ กำรฝึกอบรมทผ่ี ูเ้ ขำ้ รบั กำรฝกึ อบรมเกินกง่ึ หน่งึ มิใช่
บุคลำกรของรัฐ
ผู้เข้ารับการฝึกอบรม หมำยควำมรวมถึง บุคลำกรของรฐั หรือบุคคลซ่ึงมิใช่บุคลำกรของรัฐที่
เข้ำรบั กำรฝึกอบรมตำมโครงกำรหรือหลกั สตู รกำรฝกึ อบรม
การประชมุ ระหว่างประเทศ หมำยควำมวำ่ กำรประชุมหรอื สัมมนำระหว่ำงประเทศทส่ี ว่ นรำชกำร
หรอื หนว่ ยงำนของรัฐ รัฐบำลตำ่ งประเทศหรือองคก์ ำรระหวำ่ งประเทศจดั หรอื จัดรว่ มกนั ในประเทศไทย
โดยมผี แู้ ทนจำกสองประเทศขนึ้ ไปเขำ้ ร่วมประชุมหรือสัมมนำ
การดงู าน หมำยควำมวำ่ กำรเพม่ิ พนู ควำมรู้หรือประสบกำรณ์ด้วยกำรสังเกตกำรณ์ ซึ่งกำหนด
ไวใ้ นโครงกำรหรอื หลกั สตู รกำรฝกึ อบรม หรือกำหนดไว้ในแผนกำรจดั กำรประชุมระหวำ่ งประเทศ ให้มีกำร
ดูงำน ก่อน ระหว่ำงหรือหลังกำรฝึกอบรมหรือกำรประชุมระหว่ำงประเทศ และหมำยควำมรวมถึง
โครงกำรหรอื หลักสูตรกำรฝกึ อบรมเฉพำะกำรดูงำนภำยในประเทศทีห่ น่วยงำนของรัฐจัดข้นึ
คา่ อาหาร หมำยควำมว่ำ ค่ำอำหำรเชำ้ อำหำรกลำงวนั และอำหำรเย็น
กำหนดคำ่ ใช้จ่ำยในกำรฝกึ อบรมของส่วนรำชกำร กรณเี ปน็ กำรฝึกอบรมในประเทศ ให้ตง้ั งบประมำณ
ในงบดำเนินงำน สำหรับกรณเี ป็นกำรฝกึ อบรมในต่ำงประเทศ ใหต้ ั้งงบประมำณในงบรำยจำ่ ยอื่น และ
ค่ำใช้จ่ำยในกำรฝึกอบรมของรัฐวิสำหกิจ องค์กำรมหำชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
และหน่วยงำนอ่ืนใดท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้ได้รบั งบประมำณเป็นเงินอุดหนนุ ให้ต้งั งบประมำณในงบเงิน
อดุ หนนุ ตำมหลกั กำรจำแนกประเภทรำยจ่ำยของสำนกั งบประมำณ
2-3
3. ลกั ษณะพ้นื ฐานของหลกั สตู ร / โครงการฝกึ อบรม สมั มนา
หลักสูตร / โครงกำรฝึกอบรมทส่ี ่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ องค์กำรมหำชน องค์กรอิสระ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงำนอ่ืนใดท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้ไดร้ ับงบประมำณ เป็นผจู้ ัดฝึกอบรมตำม
ภำรกิจหน้ำที่ของส่วนรำชกำร และ / หรือเป็นผู้จัดส่งบุคลำกรของหน่วยงำนเข้ำรับกำรฝึกอบรม
ที่สว่ นรำชกำรอ่ืน ดงั น้ี
3.1 ส่วนรำชกำร ฯลฯ เป็นผู้จัดฝึกอบรมให้กับหน่วยงำนภำยนอกองค์กร (ส่วนรำชกำรอ่ืน)
ตำมภำรกิจหน้ำท่ีของสว่ นรำชกำร ฯลฯ นั้น ดังน้ี
3.1.1 ประชุมช้ีแจงให้ควำมรู้ ควำมเข้ำใจเพ่ือให้สำมำรถปฏิบัติงำนได้ เช่น กำรประชุม
ชแ้ี จงเร่ืองกำรจัดทำงบประมำณของสำนกั งบประมำณ กำรประชุมช้แี จงเรื่องกำรปรับปรุงระบบรำชกำร
ของสำนกั งำนคณะกรรมกำรพฒั นำระบบรำชกำร (ก.พ.ร.) เป็นตน้
3.1.2 ฝึกอบรมพัฒนำบคุ ลำกร เชน่ ฝึกอบรมผบู้ ริหำรระดบั สงู ของสำนกั งำนคณะกรรมกำร
ขำ้ รำชกำรพลเรอื น (ก.พ.) สถำบันพระปกเกล้ำ กระทรวงกลำโหม เป็นต้น
3.2 ส่วนรำชกำร ฯลฯ เป็นผู้จัดฝกึ อบรมให้กับประชำชน เกษตรกร สหกรณ์ วสิ ำหกจิ ขนำดยอ่ ม
สถำบันและอ่ืนๆ เพื่อประกอบเป็นวิชำชีพ พัฒนำศักยภำพ และเพิ่มประสิทธิภำพในกำรปฏิบัติงำน
ตำมภำรกิจหน้ำท่ีของส่วนรำชกำร ฯลฯ นั้น ซ่ึงจำแนกเป็นด้ำนกำรเกษตร ด้ำนกำรอุตสำหกรรม
ดำ้ นกำรพำณชิ ย์ และดำ้ นอ่ืน ๆ
3.3 ส่วนรำชกำร ฯลฯ เปน็ ผู้จัดฝึกอบรมให้กับหนว่ ยงำนภำยในองคก์ ร ดงั นี้
3.3.1 ประชมุ ช้ีแจงแนวทำง หลกั เกณฑ์ และ / หรือค่มู อื ในกำรปฏิบตั งิ ำน
3.3.2 ใหค้ วำมรขู้ นั้ พ้ืนฐำน
3.3.3 ให้ควำมร้เู กีย่ วกับกำรปฏิบัติงำน
3.3.4 พฒั นำศักยภำพของบุคลำกร
3.3.5 เพม่ิ ประสทิ ธิภำพในกำรปฏบิ ัตงิ ำน
3.4 สว่ นรำชกำร ฯลฯ เป็นผู้จดั ส่งบุคลำกรของส่วนรำชกำร ฯลฯ ไปฝึกอบรมทีส่ ่วนรำชกำรอื่น
หรือสถำบนั ตำ่ ง ๆ ดังน้ี
3.4.1 เพ่ือพัฒนำบคุ ลำกรของส่วนรำชกำร ฯลฯ ให้เป็นผู้บรหิ ำรระดบั สูงตำมหลักเกณฑ์
ที่ ก.พ. กำหนด
3.4.2 เพ่ือเพิ่มศกั ยภำพของบุคลำกร เช่น หลักสูตร / โครงกำรฝกึ อบรม สมั มนำของสถำบัน
กำรศกึ ษำ หรือสถำบันต่ำง ๆ
3.4.3 เพอื่ เพ่มิ ประสิทธภิ ำพในกำรปฏิบัติงำน เชน่ หลกั สตู ร / โครงกำรฝกึ อบรมสัมมนำของ
สถำบนั กำรศกึ ษำ หรอื สถำบันตำ่ งๆ
4. แนวทางและขอบเขตการพจิ ารณางบประมาณรายการฝึกอบรม สมั มนา
4.1 กำรจัดกำรฝึกอบรม สัมมนำ ของทุกหน่วยงำนควรกำหนดเป้ำหมำยให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อน
ทัง้ ด้ำนจำนวนคน หลักสูตร และระยะเวลำ รวมทั้งในแต่ละหลักสูตรควรตอ้ งตอบสนองต่อภำรกิจหลกั ของ
หน่วยงำน โดยจะต้องคำนึงถึงประโยชน์ท่ีคำดว่ำจะได้รับและควำมคุ้มค่ำของกำรใช้จ่ำยงบประมำณ
(ประหยัด ประสิทธิภำพ และประสิทธิผล) ท้ังน้ี ควรพิจำรณำกำหนดสัดส่วนจำนวนคนที่จะเข้ำรับกำร
ฝึกอบรมให้มีควำมเหมำะสมกับอัตรำกำลังในภำพรวมเพ่ือไม่ให้กระทบต่อกำรปฏิบัติภำรกิจหลักของ
หนว่ ยงำนนัน้ ๆ
2-4
4.2 กำรฝึกอบรม สมั มนำใหแ้ ก่หน่วยงำนภำยในและประชำชนท่ัวไป ควรมุ่งเน้นให้เกดิ ผลลัพธ์
เชงิ คณุ ภำพมำกกว่ำเชิงปรมิ ำณ และให้ควำมรมู้ ำกกวำ่ กำรประชำสมั พนั ธห์ น่วยงำน ควรสอดแทรกแนวคิด
หลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี งของพระบำทสมเดจ็ พระเจ้ำอยหู่ ัวในทุกหลกั สูตร รวมทั้งกำรเผยแพรโ่ ครงกำร
ตำมพระรำชดำริ เพือ่ เป็นกำรปลกู จิตสำนกึ ในพระมหำกรุณำธคิ ณุ และกำรเทดิ ทูนสถำบันพระมหำกษัตรยิ ์
4.3 พิจำรณำใช้สถำนท่ีรำชกำร และวิทยำกรควรเป็นบุคลำกรของรัฐเป็นลำดับแรก ท้ังนี้
หน่วยงำนที่มีสถำนที่จัดฝึกอบรมของตนเอง ควรใช้สถำนท่ีของหน่วยงำนเป็นหลัก หำกไมม่ ีสถำนท่ีของ
ตนเองอำจขอควำมรว่ มมือใชส้ ถำนท่ีจำกภำครำชกำรดว้ ยกัน เพ่ือเปน็ กำรใช้สถำนท่รี ำชกำรอยำ่ งคุ้มค่ำ
4.4 ควรมีกำรบูรณำกำรแผนหรือหลักสูตรกำรฝึกอบรมภำยในหน่วยงำนเดียวกันหรือระหว่ำง
หน่วยงำนภำยในกระทรวง กรณีมีหลักสูตรที่มีวัตถุประสงค์คล้ำยคลึงกัน หรือสอดคล้องกันและมี
กลมุ่ เปำ้ หมำยเดียวกัน เพือ่ เป็นกำรประหยัดงบประมำณและลดควำมซ้ำซอ้ น
4.5 กำรจัดฝึกอบรม สัมมนำ ให้แก่บุคคลภำยนอก ทั้งบคุ ลำกรในภำคเอกชนและผู้ประกอบกำร
ควรให้มีกำรสมบทค่ำใชจ้ ำ่ ยตำมควำมเหมำะสม เช่น คำ่ ท่พี ัก ค่ำพำหนะ
4.6 ควรปรับเปล่ียนวิธกี ำรและรูปแบบกำรฝึกอบรม มีกำรใช้เทคโนโลยีท่ีทันสมัย และส่งเสริม
กำรเรยี นรดู้ ้วยตนเอง โดยทำเป็นชดุ ควำมร้ไู วใ้ นรปู แบบของสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ โดยคำนงึ ถงึ ควำมเหมำะสม
กับกลุ่มเปำ้ หมำยควบค่กู ับกำรอบรมเชงิ ปฏิบตั ิกำรท่ีใช้เทคนิคและกำรลงมือปฏิบัติ เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมคุม้ ค่ำ
ในกำรใช้จ่ำยงบประมำณ
4.7 หลักสูตรกำรฝึกอบรมที่จัดให้มีกำรศึกษำดูงำนในต่ำงประเทศ ควรพิจำรณำให้เป็นไป
อย่ำงเหมำะสมและประหยัด โดยคำนึงถึงปัจจัยท่ีมีผลต่อค่ำใช้จ่ำย เช่น ระยะเวลำกำรศึกษำดูงำน
กลุ่มประเทศ อัตรำชั้นค่ำโดยสำรเครื่องบิน เป็นต้น และให้ดำเนินกำรตำมมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่
10 พฤษภำคม 2559 เรื่อง กำรพัฒนำบุคลำกรภำครัฐโดยจัดหลักสูตรฝึกอบรมของหน่วยงำนต่ำง ๆ
(ตำมหนงั สอื สำนกั เลขำธกิ ำรคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สดุ ท่ี นร 0506/ว 160 ลงวนั ท่ี 13 พฤษภำคม 2559) ดังน้ี
4.7.1 ควรเน้นกำรดูงำนในประเทศ ตำมสถำนท่ีและกิจกรรมเป้ำหมำยที่เหมำะสม เช่น
โครงกำรอนั เนื่องมำจำกพระรำชดำริ
4.7.2 หำกเปน็ กำรดงู ำนในประเทศเพื่อนบำ้ นบริเวณพ้ืนท่ชี ำยแดน ควรพิจำรณำกำรพักคำ้ ง
ในประเทศไทย เพอ่ื สนบั สนุนใหผ้ มู้ ีรำยไดน้ อ้ ยและผู้ประกอบธรุ กิจตำมแนวชำยแดนได้ดำเนนิ ธรุ กิจชมุ ชน
และได้ประโยชน์จำกกำรดงู ำน
4.7.3 ในกรณีจำเปน็ ตอ้ งดงู ำน ณ ตำ่ งประเทศ เพื่อประโยชนใ์ นเชิงเปรยี บเทยี บหรอื ศึกษำ
จำกตน้ แบบ ใหพ้ จิ ำรณำกำรเรยี นรจู้ ำกประสบกำรณ์ของประเทศสมำชกิ ประชำคมอำเซียน หรอื บวกสำม
ได้แก่ สำธำรณรฐั ประชำชนจนี ญ่ีปุน่ เกำหลีใต้ เปน็ ลำดับแรก
4.8 กำรจัดฝกึ อบรม สัมมนำ ไม่ให้จดั ทำของแจก/ของที่ระลึก เช่น กระเป๋ำ เสอ้ื เป็นต้น ให้แก่
ผู้เขำ้ รบั กำรฝกึ อบรม/ผู้จัดฝกึ อบรม
4.9 ควรมีกำรติดตำมและประเมินผลโครงกำรฝึกอบรม สัมมนำที่ผำ่ นมำ เพ่ือนำมำใช้พิจำรณำ
ปรับปรุงหลักสูตรให้ทันต่อสภำวกำรณ์ปัจจุบัน และกำหนดกลุ่มเป้ำหมำยให้มีควำมเหมำะสม ชัดเจน
เพื่อให้ผเู้ ขำ้ รับกำรฝกึ อบรมไดร้ ับประโยชน์สูงสุด
2-5
หลกั เกณฑ์ แนวทางและลักษณะพ้นื ฐานของการโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์
ในการพจิ ารณางบประมาณรายจ่ายประจาปี
1. หลกั เกณฑ์การกาหนดอัตราคา่ ใชจ้ า่ ยการโฆษณา ประชาสัมพนั ธ์
กำหนดเกณฑ์และอัตรำค่ำใช้จ่ำยในกำรโฆษณำ ประชำสัมพันธ์ ตำมระเบียบ คำสั่ง ข้อสังเกต
ของคณะกรรมำธกิ ำรฯ และคณะอนุกรรมำธกิ ำรฝกึ อบรม สัมมนำฯ ทเ่ี ก่ียวข้อง ดังน้ี
1.1 ระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรเบิกจ่ำยค่ำใช้จ่ำยในกำรบริหำรงำนของส่วนรำชกำร
พ.ศ. 2553 แจ้งตำมหนงั สือกรมบญั ชีกลำง ด่วนท่สี ุด ท่ี กค 0406.4/ว 322 ลงวันท่ี 8 กันยำยน 2553
1.2 หนังสือกรมบัญชีกลำงท่ี กค 0406.6/13666 ลงวันที่ 29 พฤษภำคม 2551 เรื่อง กำรเบิก
คำ่ ใช้จ่ำยในกำรผลติ ส่ือโสตทัศน์
1.3 ประกำศกรมประชำสัมพันธ์ ลงวันท่ี 18 ธันวำคม 2560 เรอื่ ง กำหนดอัตรำกำรให้บริกำร
ประชำสมั พันธท์ ำงสถำนีวิทยุกระจำยเสยี งและสถำนีวทิ ยุโทรทศั น์
1.4 ข้อสังเกตของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำย
ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2560 - 2562 สภำนติ ิบญั ญตั แิ ห่งชำติ
1.5 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ ค่ำจ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปต่ำงประเทศ
ดำเนินงำน งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอื่น เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ
รัฐวิสำหกิจ กองทนุ และเงนิ ทนุ หมนุ เวียน ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2560
1.6 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ ค่ำจ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปต่ำงประเทศ
งบดำเนินงำน งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอื่น เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ
รฐั วิสำหกจิ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2561
1.7 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ ค่ำจ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปต่ำงประเทศ
ดำเนินงำน งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอื่น เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ
รัฐวสิ ำหกจิ กองทนุ และเงินทนุ หมุนเวียน ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2562
2. ความหมาย
ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์ หมำยถึง ค่ำใช้จ่ำยท่ีหน่วยงำนใช้ในกำรเผยแพร่ข้อมูล
ข่ำวสำร เรื่องรำว องค์ควำมรู้ โดยกำรถ่ำยทอดผ่ำนส่ือประเภทต่ำงๆ ไปสู่ประชำกรกลุ่มเป้ำหมำย
เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจ และสรำ้ งควำมตระหนักในเรอ่ื งต่ำงๆ ท้งั นี้ใหห้ มำยรวมถึงวัสดุโฆษณำและ
เผยแพร่
สารคดี หมำยถึง เรื่องเก่ียวกับข้อเท็จจริง เรื่องรำวเกี่ยวกับบุคคลท่ีมีตัวตนจริง เหตุกำรณ์
ที่เกดิ ขน้ึ จริง มีเจตนำเบื้องตน้ ในกำรให้สำระ ควำมรู้ ควำมคดิ อกี ทง้ั ใหเ้ กิดควำมเพลดิ เพลิน
สปอต หมำยถงึ ส่ือซึ่งผลิตขึน้ เพ่ือวตั ถปุ ระสงคท์ ำงด้ำนทำงกำรโฆษณำ และได้ผ่ำนกำรบันทึก
เรียบร้อยแลว้ เพอื่ นำไปออกอำกำศตำมสถำนวี ิทยุ โทรทศั น์ต่ำงๆ ตำมที่กำหนดไว้ในแผนงำน ส่ือโฆษณำ
ในลักษณะสปอตจะอยู่ในรูปของแผ่นเสียง เทป CD หรือ DVD แล้วแต่ชนิดของกำรใช้งำนและควำม
ต้องกำรของแต่ละสถำนี โดยสปอตมำตรฐำนสำหรับสถำนีวิทยุจะมีควำมยำว 30 วินำที สำหรับ
สถำนีโทรทศั นจ์ ะมีควำมยำว 1 นำที
**ข้อควำมที่ผู้จัดรำยกำรอ่ำนสดๆ โฆษณำสินคำ้ ไมน่ ับว่ำเป็นสปอต
2-6
โปสเตอร์ หมำยถึง ภำพหรือข้อควำมโฆษณำ ท่ีทำข้ึนโดยใช้วัสดุชนิดใดก็ได้ท่ีสำมำรถเขียน
พิมพ์ ติด ฉลุ ภำพหรือข้อควำมน้ัน ๆ ลงไปได้ อำจจะเป็นผ้ำ กระดำษ ไม้อัด สังกะสี กระจก
พลำสติก หรือโลหะ เพอ่ื เรง่ เรำ้ ให้ผ้พู บเห็นเกดิ ควำมสนใจ เรำ้ ใจใหม้ ีควำมเหน็ คลอ้ ยตำม ข้อควำมนั้นต้อง
ส้ันกะทัดรดั อำจเป็นคำคม คำพังเพย หรือข้อควำมคลอ้ งจองกนั ซ่ึงทำให้ผู้ดเู ขำ้ ใจ จดจำได้ง่ำยและ
รวดเรว็ ตลอดจนระลึกถงึ และนำไปปฏบิ ตั ติ ำม
แผ่นพับ หมำยถึง สิ่งพิมพ์ใด ๆ ที่มีกำรพับเข้ำหรือกำงออกขณะท่ีใช้งำน โดยมีวัตถุประสงค์
เพื่อกำรโฆษณำ ประชำสัมพันธ์ หรือเป็นคู่มือสินค้ำ เช่น แผ่นพับแนะนำสินค้ำ แผ่นพับแนะนำบริกำร
แผ่นพับส่งเสริมกำรขำย แผ่นพับแนะนำองค์กร แผ่นพับแนะนำสถำนท่ีสำคัญ แผน่ พับแนะนำสถำนศึกษำ
แผน่ พบั แนะนำสถำนท่เี ที่ยว แผน่ พับแจง้ ขำ่ วสำร แผน่ พับแนะนำรำ้ นค้ำ แผน่ พับรับสมคั รสมำชิก แผ่นพับ
คูม่ ือสินคำ้ แผ่นพบั คู่มอื กำรใชบ้ รกิ ำร แผน่ พบั แผนท่ี ฯลฯ
CD-ROM หมำยถึง แผ่น Compact Disc ท่ีเก็บข้อมูลชนิดตัวอักษร ภำพ ภำพเคลื่อนไหว
แสง สี เสยี ง ไว้ในแผ่นเดียวกนั ใชก้ บั เคร่อื งอ่ำนซีดรี อมของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
DVD5 หรือ Single-Side, Single Layer เป็น DVD (Digital Video Disc) ประเภทหนึ่ง
ซ่ึงจัดเก็บภำพได้เพียงชั้นเดียวและหน้ำเดียว โดยสำมำรถบันทึกข้อมูลได้ 4.7 กิกะไบต์ (Gigabyte)
ข้อมูลท่ีเก็บจะเป็นได้ทั้งภำพ เสียง และข้อควำม โดยมีขนำดเท่ำกับแผ่นซีดี ซึ่งดีวีดีท่ีใช้สำหรับเก็บ
ข้อมูลบนเคร่อื งคอมพิวเตอรจ์ ะเรยี กว่ำ DVD - ROM ส่วนทใี่ ชใ้ นกำรดูหนังฟงั เพลงก็จะเรยี กวำ่ DVD หรอื
DVD-Video ซงึ่ DVD จะให้คุณภำพท้งั ภำพและเสียงทด่ี ีกว่ำ CD
แปลเอกสาร หมำยถึง กำรให้ควำมหมำยจำกภำษำหน่ึงมำเป็นอีกภำษำหน่ึง เพื่อให้เกิด
ควำมเข้ำใจในควำมหมำยน้ัน
หนังสือ หมำยถึง เอกสำรที่เขียนหรือพิมพ์ขึ้น เช่น รำยงำนผลกำรดำเนินงำนประจำปี
คมู่ อื กำรปฏิบตั ิงำน เปน็ ต้น ซ่ึงนำข้อควำมทพี่ ิมพ์ หรอื เขยี นแล้วรวมเปน็ เล่ม
อารต์ เวิร์ค หมำยถงึ กำรออกแบบ และจดั ทำต้นแบบงำนพิมพ์ เพ่ือส่งให้โรงพิมพ์ดำเนินกำร
ถำ่ ยภำพ สำหรบั จดั ทำเปน็ ฟิล์มหรือแมพ่ มิ พ์ตอ่ ไป
3. ลักษณะพื้นฐานของงบประมาณโฆษณา ประชาสมั พนั ธ์
3.1 งบประมำณเพอื่ กำรประชำสัมพันธ์ จะต้องตอบสนองต่อผลผลิต วตั ถปุ ระสงค์ ภำรกิจของ
หน่วยงำน และควรเป็นภำพรวมของหน่วยงำนท่ีมีทิศทำงท่ีสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ และนโยบำย
รัฐบำล
3.2 สว่ นรำชกำรจะตอ้ งจำแนกวงเงนิ ที่จดั สรรเพื่อ “กำรประชำสมั พนั ธ์” ออกเปน็ “รำยกำรคำ่ ใชจ้ ่ำย
ประชำสัมพันธ์” อยู่ในหมวดรำยจ่ำยของงบดำเนินงำน ทั้งน้ีเพ่ือประโยชน์ในกำรประมวลข้อมลู รำยกำร
ประชำสัมพนั ธใ์ นภำพรวมของประเทศ
3.3 ส่วนรำชกำรควรเลือกใช้ส่ือเทคโนโลยีที่ทนั สมัย มีต้นทุนต่ำ หรือใช้สื่อประชำสัมพันธ์ผ่ำน
อินเตอรเ์ นต็
2-7
4. แนวทางในการพจิ ารณางบประมาณรายการประชาสมั พันธ์
4.1 กำรตง้ั งบประมำณเพือ่ กำรประชำสัมพันธ์ หน่วยงำนตอ้ งกำหนดวตั ถุประสงค์ กลุ่มเป้ำหมำย
และประโยชนท์ ีจ่ ะไดร้ บั ให้ชดั เจน เช่น ตอ้ งกำรสรำ้ งควำมเขำ้ ใจเรอ่ื งใด หรอื ตอ้ งกำรเผยแพร่งำน/กิจกรรม
ท่ไี ดจ้ ัดทำข้นึ แก่ประชำชนกลมุ่ ใด และประโยชน์ท่ีได้รบั โดยมกี ำรจัดทำแผนกำรดำเนินงำนไว้ล่วงหนำ้ และ
อย่ำงต่อเน่ือง ทั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับภำรกิจหลัก พันธกิจของหน่วยงำน และเหมำะสมกับเร่ืองท่ีจะ
ดำเนินกำรประชำสมั พันธ์ พรอ้ มท้ังต้องสำมำรถแสดงถึงตัวชี้วดั ทแ่ี สดงถงึ กำรบรรลุเป้ำหมำยผลสัมฤทธิ์ที่
ต้องกำรอยำ่ งเปน็ รปู ธรรม
4.2 กำรพิจำรณำประเภทของส่ือในกำรประชำสัมพันธ์จะตอ้ งเหมำะสมกบั ประชำกรกลุ่มเป้ำหมำย
โดยต้องกำหนดค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินงำน กำรเลือกช่วงระยะเวลำและควำมถี่ในกำรประชำสัมพันธ์ให้
เหมำะสม โดยเฉพำะกำรใชส้ อื่ ทำงวิทยุ โทรทัศน์ ควรพิจำรณำใช้สื่อท่ีเป็นของรัฐเปน็ อันดบั แรก
4.3 กำรเผยแพรป่ ระชำสัมพันธ์ หน่วยงำนควรเลือกรูปแบบกำรประชำสัมพันธท์ ี่สำมำรถเขำ้ ถึง
กลมุ่ เป้ำหมำยและสภำพพืน้ ที่ โดยต้องคำนงึ ถึงควำมทันสมัยเป็นสำกล ควำมหลำกหลำย ควำมสะดวกใน
กำรเข้ำถงึ ได้ง่ำยและความคมุ้ ค่าในการใช้จา่ ย โดยใหค้ วำมสำคัญกับกำรประชำสมั พนั ธ์และเผยแพรผ่ ลงำน
ผ่ำนทำงเว็บไซต์ของหน่วยงำนหรือสื่อออนไลน์ ซึ่งจะสำมำรถช่วยลดค่ำใช้จ่ำยด้ำนกำรประชำสัมพันธ์
โดยรวมได้ ส้าหรับการประชาสัมพันธ์ที่มีวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกันหรือซ้าซ้อนกับหน่วยงานอื่น ควรมี
การบรู ณาการการทา้ งานรว่ มกนั เพอื่ ลดความซ้าซอ้ นและประหยัดงบประมาณ
4.4 หน่วยงำนควรพิจำรณำใชช้ ่องทำงกำรประชำสัมพันธ์ผ่ำนหน่วยงำนด้ำนกำรประชำสัมพันธ์
ของรัฐ เนอื่ งจำกมอี ัตรำค่ำบรกิ ำรทต่ี ่ำกว่ำภำคเอกชน ทำให้ประหยัดงบประมำณดำ้ นกำรประชำสัมพนั ธไ์ ด้
4.5 กำรจัดนิทรรศกำรประชำสัมพันธ์ กำรเสริมสร้ำงควำมรู้ตำมแผนงำน โครงกำรต่ำง ๆ ควร
พิจำรณำตำมควำมเหมำะสม โดยให้หน่วยงำนดำเนินกำรเองแทนกำรจ้ำงเอกชน
4.6 ควรมีกำรตดิ ตำมประเมินผลสมั ฤทธิ์ทเ่ี กดิ ขึน้ จำกกำรดำเนนิ งำนด้ำนกำรประชำสัมพนั ธท์ ผ่ี ำ่ นมำ
เพ่ือนำมำใช้พิจำรณำปรบั ปรงุ /พฒั นำเนื้อหำสำระของกำรประชำสัมพนั ธ์เพอ่ื ใหก้ ำรใชส้ อ่ื ประชำสัมพนั ธเ์ กิด
ประโยชน์สงู สุด
2-8
หลกั เกณฑ์ แนวทาง และลักษณะพ้ืนฐานของการจา้ งทป่ี รกึ ษา
ในการพจิ ารณางบประมาณรายจา่ ยประจาปี
1. หลักเกณฑ์การกาหนดอัตราคา่ ใช้จา่ ยการจ้างทป่ี รึกษา
กำหนดเกณฑแ์ ละอัตรำคำ่ ใชจ้ ำ่ ยในกำรจำ้ งทป่ี รกึ ษำ ตำมมติคณะรัฐมนตรี หนงั สอื กระทรวงกำรคลงั
ข้อสงั เกตของคณะกรรมำธิกำรฯ และคณะอนุกรรมำธิกำรฝกึ อบรม สมั มนำฯ ที่เก่ียวขอ้ ง ดงั นี้
1.1 หนังสอื สำนกั เลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี ท่ี นร 0505/ว 55 ลงวันท่ี 12 เมษำยน 2550 เรื่อง
กำรปรับปรงุ มติคณะรัฐมนตรี เรือ่ ง หลกั เกณฑก์ ำรจำ้ งที่ปรึกษำต่ำงประเทศของหน่วยงำนของรัฐ
1.2 หนังสอื สำนักเลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี ด่วนทสี่ ุด ท่ี นร 0506/ว 128 ลงวนั ท่ี 8 สิงหำคม 2556
เร่อื ง หลักเกณฑร์ ำคำกลำงกำรจำ้ งทป่ี รึกษำ
1.3 หนงั สือกระทรวงกำรคลงั ท่ี กค 0903/ว 99 ลงวันที่ 20 พฤศจิกำยน 2546 เรื่อง แนวทำง
กำรใช้อัตรำค่ำตอบแทนทปี่ รึกษำไทยอตั รำใหม่
1.4 ข้อสังเกตของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำย
ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2560 – 2562 สภำนิติบัญญัตแิ หง่ ชำติ
1.5 ขอ้ สังเกตของคณะอนกุ รรมำธิกำรฝึกอบรม สมั มนำฯ ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2560 - 2562
2. ความหมาย
“ค่าจา้ งท่ปี รกึ ษา” หมำยถึง ค่ำใช้จ่ำยในกำรจำ้ งบคุ คล คณะบคุ คล นติ บิ ุคคล ทมี่ ีประสบกำรณ์
ควำมรู้ ควำมชำนำญ เพ่ือทำหน้ำที่ให้คำปรึกษำแนะนำด้ำนเทคนิค วิชำกำร ในสำขำวิชำชีพต่ำง ๆ
แก่หน่วยงำน ยกเว้นค่ำจำ้ งออกแบบและควบคุมงำนกอ่ สรำ้ ง
3. ประเภทของท่ปี รกึ ษา
ประเภทของทีป่ รกึ ษำ แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ดังนี้
3.1 สถาบันของรัฐ ได้แก่ สถำบันกำรศึกษำของรัฐ สถำบันทำงวิชำกำรของรัฐ หรือองค์กร
ทใี่ ห้บริกำรงำนท่ปี รกึ ษำ
3.2 บริษัททปี่ รึกษา (เอกชน) ได้แก่ กำรจำ้ งทปี่ รกึ ษำนิติบคุ คล ซึง่ ทำงำนเตม็ เวลำ (Full Time)
3.3 ที่ปรึกษาอิสระ (บุคคล) ได้แก่ กำรจ้ำงที่ปรึกษำซ่ึงเป็นบุคคลที่ไม่ได้ทำงำนประจำใน
บรษิ ัทหรือสถำบนั ของรฐั โดยมขี อ้ ไดเ้ ปรียบในกำรจำ้ งทส่ี ำมำรถดำเนินกำรได้เร็วกว่ำกำรวำ่ จำ้ งที่ปรกึ ษำ
นติ บิ คุ คลและมอี ตั รำคำ่ ตอบแทนต่ำกวำ่
ทั้งน้ี ที่ปรกึ ษำทุกประเภทจะตอ้ งจดทะเบยี นไว้กับศูนยข์ ้อมูลทป่ี รึกษำไทย กระทรวงกำรคลงั
4. ลักษณะพ้ืนฐานของโครงการจา้ งท่ีปรกึ ษา
4.1 เป็นโครงกำรตำมอำนำจหน้ำท่ีโดยตรง หรือเป็นโครงกำรท่ีได้รับมอบหมำยเชิงนโยบำย
ที่ตอบสนองวตั ถปุ ระสงค์ ภำรกิจ วิสัยทัศน์ของหนว่ ยงำนและมีทศิ ทำงที่สอดคล้องเชือ่ มโยงกับยทุ ธศำสตร์
ของกระทรวงและนโยบำยรัฐบำล
4.2 เป็นโครงกำรท่ีมีควำมจำเป็น สำมำรถนำมำใช้ประโยชน์ในกำรปฏิบัติงำนได้จริง เพื่อให้
ผลกำรจำ้ งทป่ี รกึ ษำมีควำมคุม้ ค่ำ
4.3 เปน็ โครงกำรท่ีเขำ้ ลกั ษณะ ดังน้ี
(1) เป็นโครงกำรสำคัญเพอื่ แกไ้ ขปญั หำของประเทศ
(2) เป็นโครงกำรตำมนโยบำยสำคญั ของรัฐบำล หรอื อยู่ในควำมสนใจของสำธำรณชน
2-9
(3) เป็นโครงกำรที่ต้องใช้องค์ควำมรู้เฉพำะทำงหรือมีเทคนิคซับซ้อน ต้องใช้ควำมชำนำญ
พเิ ศษท่ีบุคลำกรของหน่วยงำนไมส่ ำมำรถดำเนนิ กำรไดเ้ อง โดยควรพิจำรณำสถำบนั กำรศึกษำระดับสงู ท้ัง
ภำครัฐและภำคเอกชนกอ่ นกำรพิจำรณำบริษัทเอกชน
ยกเว้น กำรจ้ำงที่ปรึกษำด้ำนกฎหมำยเพ่อื กำรรำ่ งหรอื พัฒนำกฎหมำย หนว่ ยงำนควรใช้บริกำร
จำกหน่วยงำนของรัฐทใ่ี ห้บริกำรโดยไมค่ ิดคา่ ใชจ้ า่ ย เช่น สำนักงำนคณะกรรมกำรกฤษฎีกำ ท่ีปรกึ ษำด้ำน
กฎหมำยของรฐั สภำ กรมพระธรรมนูญ เป็นตน้
ทงั้ นี้ ให้หน่วยงานพจิ ารณาเลือกจ้างที่ปรึกษาไทยทีม่ ีความรคู้ วามสามารถในด้านที่เกยี่ วขอ้ ง
ก่อนเป็นลาดับแรก แต่หำกมีควำมจำเป็นและไม่อำจจัดจ้ำงท่ีปรกึ ษำไทยทเี่ หมำะสมได้ ให้จ้ำงที่ปรึกษำ
ตำ่ งประเทศได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (ตำมหนงั สือสำนักเลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี ที่ นร 0505/ว 55 ลงวันท่ี
12 เมษำยน 2550)
(1) กรณีเป็นกำรจ้ำงท่ีปรึกษำ โดยใช้งบประมำณจำกแหล่งเงินช่วยเหลือหรือเงินกู้ ซึ่งมีกำร
กำหนดเงื่อนไขใหพ้ ิจำรณำจำ้ งท่ปี รกึ ษำต่ำงประเทศ
(2) กรณีไดร้ ับกำรยนื ยนั เป็นหนังสือจำกศูนย์ข้อมูลท่ีปรึกษำไทย กระทรวงกำรคลงั วำ่ ไม่มีท่ปี รึกษำไทย
ในสำขำบริกำรหรืองำนนน้ั และไม่มีท่ีปรึกษำของสถำบนั กำรศึกษำของรัฐสำมำรถให้บริกำรได้
(3) กรณีเป็นกำรจ้ำงที่ปรึกษำของส่วนรำชกำรในต่ำงประเทศ หรือมีกิจกรรมท่ีต้องปฏิบัติใน
ตำ่ งประเทศ
โดยหากไม่เป็นไปตามกรณีข้างต้น และมีความจาเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศ
ให้เสนอรฐั มนตรพี จิ ารณา
5. แนวทางการพจิ ารณางบประมาณการจ้างท่ปี รกึ ษา
5.1 การจา้ งท่ปี รกึ ษาไทย ประกอบด้วย
5.1.1 คา่ ใชจ้ ่ายดา้ นบุคลากร
1) บุคลากรหลัก ต้องมีประสบกำรณ์ไม่น้อยกว่ำ 5 ปี ประกอบด้วย 5 กลุ่มวิชำชีพ
ได้แก่ กลุ่มวิชำชีพวศิ วกรรม กล่มุ วิชำชพี สถำปตั ยกรรม กลมุ่ วชิ ำชพี เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร (ICT)
กลมุ่ วชิ ำชพี กำรเงนิ กล่มุ วจิ ยั (ภำคเอกชน) และกล่มุ วชิ ำชีพอืน่ นอกเหนือจำกขำ้ งต้น
2) บคุ ลากรสนับสนนุ ได้แก่
(1) บคุ ลำกรสนบั สนนุ เช่น ผู้ช่วยนักวจิ ยั เจ้ำหน้ำท่ภี ำคสนำม เป็นต้น
(2) เลขำนุกำรโครงกำร
(3) พนักงำนพิมพด์ ีด / เจ้ำหนำ้ ที่บันทึกข้อมูล
5.1.2 ค่าใชจ้ ่ายทางตรง (Direct Cost) หรือค่าใช้จ่ายดาเนนิ การ เช่น คำ่ เชำ่ สำนกั งำน
คำ่ ติดต่อสื่อสำร คำ่ เดินทำง ค่ำสำรวจสภำพภูมิประเทศ ค่ำจดั ทำรำยงำน คำ่ จัดทำเอกสำรประกวดรำคำ
คำ่ นำ้ คำ่ ไฟ คำ่ วัสดสุ ้นิ เปลอื ง คำ่ ที่พกั และเบ้ียเลยี้ ง คำ่ เจำะสำรวจดนิ ค่ำจดั แบบ คำ่ จัดประชมุ สัมมนำ ฯลฯ
สำหรับ ค่ำใช้จ่ำยท่ีนอกเหนือจำกเกณฑ์ข้ำงต้นให้ใช้อัตรำค่ำใช้จ่ำยท่ีกำหนดโด ย
กระทรวงกำรคลัง (ถ้ำม)ี
5.2 การจ้างท่ีปรกึ ษาต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นกำรจ้ำงจำกเงินนอกงบประมำณ เช่น เงนิ กู้
เงินช่วยเหลือจำกต่ำงประเทศ และหำกหน่วยงำนภำครัฐมี ควำมจำเป็นต้องตั้งงบประมำณ
ในกำรจ้ำงท่ีปรึกษำต่ำงประเทศ ขอให้พิจำรณำโดยใช้แนวทำงตำมมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่
10 เมษำยน 2550 (หนังสอื สำนักเลขำธกิ ำรคณะรฐั มนตรี ที่ นร 0505/ว 55 ลงวันท่ี 12 เมษำยน 2550)
ทั้งน้ี ไดจ้ ำแนกท่ปี รึกษำต่ำงประเทศเปน็ 2 กลมุ่ งำน ดังน้ี
2-10
5.2.1 ที่ปรึกษำตำ่ งประเทศมีวฒุ กิ ำรศึกษำปริญญำโทขึ้นไป สำหรบั กลุ่มกำรบริหำรจัดกำร
เช่น ผู้จัดกำรโครงกำร เปน็ ตน้
5.2.2 ท่ปี รึกษำต่ำงประเทศมวี ฒุ ิกำรศึกษำปริญญำโทขนึ้ ไป สำหรับด้ำนวิศวกรรม สิ่งแวดลอ้ ม
เศรษฐศำสตร์ กำรเงิน และสถำปนกิ
5.3 การต้งั งบประมาณการจ้างทป่ี รกึ ษา
5.3.1 ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำของส่วนรำชกำร กรณีเป็นกำรจ้ำงเพ่ือให้ได้มำซ่ึงองค์ควำมรู้หรือ
วิชำกำร ให้ต้งั งบประมำณในงบรำยจำ่ ยอน่ื สำหรบั กรณีเป็นกำรจ้ำงทป่ี รกึ ษำเพ่อื ใหไ้ ดม้ ำซง่ึ ครภุ ณั ฑ์ หรือ
สิ่งกอ่ สร้ำง ใหต้ ั้งงบประมำณในงบลงทนุ
5.3.2 ค่ำจ้ำงที่ปรึกษำของรัฐวิสำหกิจ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนตำมรัฐธรรมนูญ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหนว่ ยงำนอืน่ ใดทม่ี ีกฎหมำยกำหนดให้ไดร้ ับงบประมำณเป็นเงนิ อุดหนุน
ให้ตั้งงบประมำณในงบเงินอุดหนุน สำหรับหน่วยงำนอ่ืนนอกเหนือจำกข้ำงต้นให้เป็นไปตำมหลักกำร
จำแนกประเภทงบรำยจำ่ ย
2-11
หลกั เกณฑ์ ลกั ษณะค่าใชจ้ า่ ย และแนวทางการพิจารณางบประมาณ
ค่าใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางไปราชการต่างประเทศ
1. หลักเกณฑ์การกาหนดอตั ราค่าใช้จ่ายในการเดนิ ทางไปราชการต่างประเทศ
กำหนดเกณฑ์และอัตรำค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำรต่ำงประเทศ ตำมกฎหมำย ระเบียบ
ทเ่ี กย่ี วข้อง รวมทงั้ ขอ้ สังเกตของคณะกรรมำธิกำรฯ และคณะอนกุ รรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำฯ ดังน้ี
1.1 พระรำชกฤษฎีกำคำ่ ใช้จ่ำยในกำรเดนิ ทำงไปรำชกำร (ฉบับท่ี 1 - 8) พ.ศ. 2526 - 2553
1.2 พระรำชกฤษฎีกำคำ่ ใชจ้ ำ่ ยในกำรเดนิ ทำงไปรำชกำร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2560
1.3 ระเบียบกระทรวงกำรคลังว่ำด้วยกำรเบิกค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำร พ.ศ. 2550
และ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2554
1.4 มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันท่ี 9 มิถุนำยน 2558 ตำมหนังสือสำนักเลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี
ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 146 ลงวันที่ 10 มิถุนำยน 2558 เร่ือง ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี
3 มนี ำคม 2558 เรอ่ื ง กำรเดินทำงไปศกึ ษำดงู ำน ประชมุ สัมมนำ อบรม ณ ต่ำงประเทศ
1.5 มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 พฤษภำคม 2559 ตำมหนังสือสำนักเลขำธิกำรคณะรัฐมนตรี
ด่วนที่สุด ท่ี นร 0506/ว 160 ลงวันท่ี 13 พฤษภำคม 2559 เรอื่ ง กำรพฒั นำบุคลำกรภำครฐั โดยกำรจัด
หลกั สูตรฝกึ อบรมของหน่วยงำนต่ำง ๆ
1.6 ข้อสังเกตของคณะกรรมำธิกำรวิสำมัญพิจำรณำร่ำงพระรำชบัญญัติงบประมำณรำยจ่ำย
ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2560 - 2562 สภำนติ บิ ญั ญตั ิแห่งชำติ
1.7 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ ค่ำจ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงที่ปรกึ ษำ กำรวิจยั และถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเช่ำ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดนิ ทำงไปตำ่ งประเทศ งบดำเนนิ งำน
งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอื่น เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ รัฐวิสำหกิจ
กองทุนและเงินทุนหมนุ เวยี น ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2560
1.8 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ ค่ำจ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจำ้ งที่ปรึกษำ กำรวิจัยและถ่ำยทอดเทคโนโลยี ค่ำเชำ่ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดนิ ทำงไปต่ำงประเทศ งบดำเนินงำน
งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอื่น เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ รัฐวิสำหกิจ
กองทุนและเงนิ ทุนหมุนเวียน ประจำปงี บประมำณ พ.ศ. 2561
1.9 ข้อสังเกตของคณะอนุกรรมำธิกำรฝึกอบรม สัมมนำ ประชำสัมพันธ์ ค่ำจ้ำงเหมำบริกำร
ค่ำจ้ำงท่ีปรกึ ษำ กำรวจิ ัยและถำ่ ยทอดเทคโนโลยี ค่ำเชำ่ ค่ำใช้จำ่ ยในกำรเดนิ ทำงไปต่ำงประเทศ งบดำเนินงำน
งบเงินอุดหนุน งบรำยจ่ำยอ่ืน เงินนอกงบประมำณ องค์กำรมหำชน หน่วยงำนในกำกับ รัฐวิสำหกิจ
กองทุนและเงนิ ทุนหมุนเวียน ประจำปีงบประมำณ พ.ศ. 2562
2. ความหมาย
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ หมำยถึง ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงของผู้รับ
รำชกำรประจำในประเทศไทย ซ่ึงเดินทำงไปรำชกำรนอกอำณำจักรไทย เพ่ือประชุม เจรจำธุรกิจ ดูงำน
ตรวจบัญชี หรอื ปฏบิ ัติหน้ำทีอ่ ยำ่ งอ่ืนเป็นคร้ังครำวตำมควำมจำเปน็
กำหนดค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำรต่ำงประเทศของส่วนรำชกำร ให้ตั้งงบประมำณใน
งบรำยจ่ำยอ่ืน สำหรับค่ำใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปรำชกำรต่ำงประเทศของรฐั วิสำหกิจ องคก์ ำรมหำชน
องค์กรอสิ ระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงำนอื่นใดท่ีมกี ฎหมำยกำหนดให้ไดร้ ับงบประมำณ
เปน็ เงินอดุ หนนุ ให้ต้ังงบประมำณในงบเงนิ อดุ หนนุ ตำมหลกั กำรจำแนกประเภทรำยจ่ำยของสำนักงบประมำณ
2-12
3. ลกั ษณะคา่ ใชจ้ ่าย
3.1 จดั ส่งผูแ้ ทนรฐั บำล คณะผู้แทนรัฐบำล หรือคณะผู้แทนเขำ้ รว่ มประชุม ปรึกษำหำรอื เจรจำธรุ กจิ
และดูงำน ซึ่งส่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ องค์กำรมหำชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และหนว่ ยงำนอื่นใดที่มีกฎหมำยกำหนดใหไ้ ดร้ บั งบประมำณ ดำเนนิ กำรตำมภำรกิจและหรอื ตำมนโยบำย
รฐั บำล โดยมวี ัตถุประสงค์ ดังนี้
3.1.1 เพ่ือประสำนควำมร่วมมือและส่งเสริมนโยบำยต่ำงประเทศเชิงรุกในด้ำนเศรษฐกิจ
กำรค้ำกำรลงทุน กำรเมือง สังคมและวัฒนธรรม และด้ำนอนื่ ๆ ทั้งในกรอบทวภิ ำคีและพหุภำคีกับนำนำ
ประเทศ
3.1.2 เพ่ือส่งเสริมและขยำยลู่ทำงกำรค้ำ กำรลงทุน เศรษฐกิจ และกำรบริกำรกับนำนำ
ประเทศ
3.1.3 เพอื่ พัฒนำขีดควำมสำมำรถของนักธุรกิจไทยและสนับสนนุ แนวทำงแก้ไขปญั หำและ
อปุ สรรคทำงกำรค้ำระหว่ำงกัน
3.2 จดั ส่งผู้แทนหรือคณะผู้แทนเขำ้ ร่วมประชมุ / สัมมนำ ตำมภำรกิจของส่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ
องค์กำรมหำชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงำนอ่ืนใดท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้
ไดร้ ับงบประมำณในฐำนะคณะกรรมกำร กรรมกำร คณะทำงำน สมำชิก ข้อตกลงควำมร่วมมอื ระหว่ำง
ประเทศ และได้รับเชญิ จำกนำนำประเทศ เพื่อพฒั นำ เพมิ่ พนู แลกเปลี่ยนองค์ควำมรแู้ ละประสบกำรณ์
ระหว่ำงประเทศ
3.3 จัดกำรประชุมหรือกำรร่วมเป็นเจ้ำภำพจัดกำรประชุมระหว่ำงประเทศ ซ่ึงส่วนรำชกำร
รัฐวิสำหกิจ องค์กำรมหำชน องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงำนอ่ืนใดที่มี
กฎหมำยกำหนดให้ได้รับงบประมำณ ดำเนนิ กำรตำมภำรกิจ และ/หรอื ตำมนโยบำยรัฐบำล
4. แนวทางและขอบเขตการพจิ ารณางบประมาณรายการค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ
4.1 กำรเดนิ ทำงไปรำชกำรตำ่ งประเทศจะตอ้ งตอบสนองตอ่ ภำรกจิ หลกั ของสว่ นรำชกำร รัฐวสิ ำหกจิ
องค์กำรมหำชน องค์กรอสิ ระ องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ และหน่วยงำนอ่ืนใดท่ีมีกฎหมำยกำหนดให้
ไดร้ บั งบประมำณรวมทง้ั ต้องเป็นไปตำมลกั ษณะค่ำใช้จำ่ ยตำมข้อ 3. และแผนปฏบิ ตั ริ ำชกำรของหน่วยงำน
4.2 พจิ ำรณำตั้งงบประมำณค่ำใชจ้ ่ำยเฉพาะรายการที่มีความจ้าเป็น และเป็นภารกิจหลัก หรือ
เป็นไปตามพันธกรณี ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือนโยบายรัฐบาล การด้าเนินงานต้อง
เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีและระเบยี บท่ีเก่ียวข้องอย่างเคร่งครดั โดยพิจำรณำอตั รำคำ่ ใช้จ่ำยใหเ้ ป็นไป
โดยประหยัด เหมำะสม และสอดคล้องกับกำรใชจ้ ่ำยจริง ทง้ั เรอ่ื งของระยะเวลำกำรเดนิ ทำงและจำนวน
บคุ ลำกรที่เดินทำง ควรพิจำรณำผู้ท่ีเดนิ ทำงให้เหมำะสมกับวตั ถุประสงค์ในกำรเดินทำงและเป็นไปตำม
ควำมจำเป็นเฉพำะผู้ท่ีเกี่ยวขอ้ งโดยตรงเท่ำนั้น ควรระบุประเทศอย่างชัดเจน ไม่ควรระบุเป็นกลมุ่ ประเทศ
และคำนงึ ถงึ ผลประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั ความคมุ้ คา่ ในการใชจ้ ่ายงบประมาณและประโยชนส์ งู สดุ ต่อทาง
ราชการ
4.3 ไม่ต้ังงบประมำณสำหรับกำรเดินทำงไปรำชกำรต่ำงประเทศ เพ่ือประชุมสังเกตกำรณ์ เนอ่ื งจำก
สำมำรถตดิ ตำมขำ่ วสำรผำ่ นสอื่ ตำ่ งๆ ได้
4.4 กรณีการเดินทางไปราชการต่างประเทศในภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและขยายโอกาสทาง
การค้า การลงทุน เศรษฐกิจและบริการ ควรมีการบูรณาการการท้างานร่วมกันระหว่างหน่วยงานท่ี
เกี่ยวข้อง เพอื่ เพ่ิมประสิทธิภาพการปฏิบตั ิงาน
ภาคผนวก