39
ระหว่างผู้ปกครองและสมาชิกภายในชุมชนเหมือนเป็นพันธมิตร บอยด์ ช้ีให้เห็นว่าปัจจัยทาง
กายภาพและปัจจัยด้านมนุษย์มีอิทธิพลมากต่อคนอื่นๆ นอกจากน้ัน ฮอร์ท (Hord.1994 : 111)
ยงั กลา่ วถงึ การรวมตวั กนั ท่ีเน้นหน้าที่ที่ช่วยสร้างข้อความท่ีเป็นประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงและ
การพฒั นา เพือ่ ลดความแตกแยกของคณะครู เพ่ิมความสามารถของคณะครู เอาใจใส่ต่อส่ิงแวดล้อม
และการพัฒนาคุณภาพของการจัดการเรียนร้สู าหรบั นกั เรียน
เซอร์จิโอวานนี (Sergiovanni. 1994 : 120) กล่าวว่า PLC เป็นกลุ่ม ที่มีวิทยสัมพันธ์ต่อกัน
เป็นกลมุ่ ที่เหนยี วแน่นจากภายในใช้ความเปน็ กลั ยาณมิตรเชงิ วิชาการต่อกันทาให้ลดความโดดเด่ียว
ระหวา่ งปฏบิ ตั งิ านสอนของครเู ชอ่ื มโยงปฏสิ มั พันธก์ นั ท้ังในเชงิ วชิ าชพี และชีวติ มคี วามศรทั ธาร่วม
อยู่ร่วมกันแบบ “สังฆะ” ถือศีล หรือหลักปฏิบัติร่วมกัน โดยยึดหลักพรหมวิหาร 4 เมตตา กรุณา
มุฑิตา อุเบกขา เป็นชุมชนท่ียึดหลักวินัยเชิงบวก เชื่อมโยงการพัฒนา ไปกับวิถีชีวิตตนเองและวิถี
ชีวิตชุมชนอันเป็นพ้ืนฐานสาคัญของสังคมฐานการพึ่งพาตนเองมีบรรยากาศของ “วัฒนธรรมแบบ
เปิดเผย” ทุกคนมีเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นของตน เป็นวิถีแห่งอิสรภาพ ยึดความสามารถ
และสรา้ งพื้นทป่ี ลอดการใช้อานาจกดดันดังกล่าวนี้ สามารถขยายกรอบให้กว้างขวางออกไปจนถึง
เครือขา่ ยท่สี มั พันธ์กบั ชมุ ชนต่อไป
สานักพัฒนาครูและบุคลากรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.ป.ป. : 7) กล่าวว่า ชุมชน
กัลยาณมติ ร คอื การเปน็ เพื่อนรว่ มวิชาชพี เตมิ เตม็ ส่วนท่ีขาดของแต่ละคน
สรุปได้ว่า ชมุ ชนกัลยาณมิตร คอื การทีผ่ ู้บรหิ าร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นเพื่อน
ร่วมวิชาชีพ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดของแต่ละคนโดยมีวิถีและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันและมุ่งเน้น
ความเป็นชุมชนแหง่ ความสขุ สขุ ทัง้ การทางานและการอยรู่ ่วมกันอยา่ งมเี สรภี าพ
6. โครงสรา้ งสนบั สนุนชมุ ชน
สุรพล ธรรมร่มดี และคณะ (2553 : 51) ได้อธิบายถึง ลักษณะโครงสร้างสนับสนุน
ของ PLC กลา่ วโดยสรปุ วา่ การอยรู่ ว่ มกันเป็นชมุ ชนย่อมตอ้ งมหี ลักประกันบางอย่างท่ีเป็นรูปธรรม
ท่ีจะทาให้เกิดความมั่นคงแห่งชุมชน นั่นคือ “วินัย” พระธรรมปิฎกได้ให้ความหมายของวินัยว่า
วินัย คือ การจัดสรรสภาพแวดล้อม ระบบการเป็นอยู่ และระบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลท่ีจะ
เอ้ือต่อการพัฒนาชีวิต นอกจากนี้ ท่านยังช้ีว่าวินัยมีความหมายเชิงบวก ไม่ควรมองวินัยเป็น
เครอ่ื งมอื บงั คบั หากให้มองว่าเป็นเครื่องฝกึ ให้เป็นผมู้ ีศลี อยู่ในตน บุคคลที่เข้าถงึ ความมีวินัย จึงเป็น
ผู้ที่เห็นประโยชน์และความสุขในการเผชิญกับความยากลาบากในการเอาชนะใจตน การวางหลัก
ปฏิบัตินี้ หากนาประสบการณ์ของชุมชนหรือองค์กรในช่วงที่กาลังก่อตัวมาเทียบเคียงแล้ว ก็พบว่า
มีความสอดคล้องกัน เช่น อาศรมวงศ์สนิท ท่ีเป็นชุมชนทางเลือกท่ีมีผู้คนที่มีพ้ืนเพและความคิดท่ี
แตกต่างกันมาอยู่ร่วมกัน จึงต้องมีหลักปฏิบัติบางอย่างเพื่อทาให้อยู่ร่วมกันได้อย่างราบร่ืน แต่มิได้
40
วางกฎเกณฑ์ไว้ตั้งแต่ต้น หากแต่มีการพูดคุยกันเม่ือประสบปัญหาในแง่วิถีปฏิบัติ โดยนา
การบัญญัติพระวินัยในสมัยพุทธกาลมาเป็นตัวแบบเพ่ือการเรียนรู้ ในแง่นี้ แนวคิดเรื่อง
ความสัมพันธ์แนวระนาบจึงนามาประยุกต์ใช้ได้แม้แต่กับการระเบียบหรือวิจัยอันเป็นหลักปฏิบัติ
ตามกรอบท่ีวางไวด้ ว้ ยความสมคั รใจ
วิจารณ์ พานิช (2555 : 47) ได้อธิบายถึง ลักษณะโครงสร้างสนับสนุนของ PLC
โดยสรปุ ว่า ลกั ษณะของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเป็นการทางานครูจะร่วมกันดาเนินการของครู
ท่ีจะเรียนรู้และพัฒนา กล่าวคือ ครูเป็น ผู้ลงมือกระทา หรือ ครูทาหน้าที่เป็น “ประธาน” (Actor
เพ่ือสร้างการเปล่ียนแปลงการจัดการเรียนรู้) ไม่ใช่ “กรรม” หรือ ผู้ถูกกระทา และผู้ถูกให้กระทา
เป็นเครอื่ งมือ “ปลดปลอ่ ยครอู อกจากความสัมพันธ์เชงิ อานาจ สูค่ วามสัมพนั ธแ์ นวราบ”
สมาคมวิจัยและพัฒนาวิชาชีพบุคลากร (2560 : 223) กล่าวว่า โครงสร้างท่ีสนับสนุน
การก่อเกิดและคงอยู่ของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ มีลักษณะ ดังน้ี ลดความเป็นองค์การที่ยึด
วฒั นธรรมแบบราชการ หันมาใช้วัฒนธรรมแบบกัลยาณมิตร ทางวิชาการแทน และเป็นวัฒนธรรม
ที่ส่งเสริมวิสัยทัศน์ การดาเนินการท่ีต่อเน่ือง และมุ่งความยั่งยืน สนับสนุนตามบริบทชุมชน
มีโครงสร้างองค์การไม่รวมศูนย์ หรือ โครงสร้าง การปกครองตนเองของชุมชน เพื่อลดความขัดแย้ง
ระหว่างครู ผู้ปฏิบัติงานสอนกับฝ่ายบริหารให้น้อยลง มีการบริหารจัดการ และการปฏิบัติงาน
ในสถานศึกษาที่เน้นรูปแบบทีมงานเป็นหลักการจัดสรรปัจจัยสนับสนุนให้เอื้อต่อการดาเนินการ
เชน่ เวลา วาระ สถานท่ี ขนาดช้ันเรยี น ขวญั กาลังใจ ข้อมลู สารสนเทศ และอื่น ๆ ท่ีตามความจาเป็น
และบริบทของแตล่ ะชุมชน โดยเฉพาะการเอาใจใส่สิง่ แวดลอ้ มให้เกดิ บรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้
และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีรูปแบบการสื่อสารด้วยใจ เปิดกว้างให้พ้ืนท่ีอิสระใน
การสร้างสรรค์ของชุมชน เน้นความคล่องตัวในการดาเนินการจัดการกับเง่ือนไขความแตกแยก
และมรี ะบบสารสนเทศของชมุ ชนเพ่อื การพัฒนาวิชาชพี
ฮอร์ด (Hord. 1997 : 142) กล่าวว่าโครงสร้างสนับสนุนของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
จะมีลักษณะเงื่อนไขการสนับสนุน โครงสร้างที่สนับสนุนวิสัยทัศนของโรงเรียนและ PLC
เป็นสิ่งสาคัญนาไปสู่ความมีประสิทธิผลและนวัตกรรมการสอนในระดับห้องเรียน โครงสร้าง
การคิดที่สร้างสรรค์ รวมถึงส่ิงแวดล้อม ถูกอธิบายว่ามีปัจจัยเดียวเท่านั้นที่สาคัญท่ีสุด สาหรับ
การพัฒนาปรับปรุงโรงเรยี นให้ประสบผลสาเรจ็ และเป็นสิง่ แรกทต่ี ้องสัง่ สาหรับคนกาลังหาเพื่อจะ
ยกระดับความประสบผลสาเรจ็ ของโรงเรียน
ลักษณะโครงสร้างสนับสนุนของ PLC นั้น เซอร์จิโอวานนี (Sergiovanni.1998 : 157)
ได้สรุปไว้ว่า PLC มีโครงสร้างแบบ “ลดความเป็นองค์การท่ียึดวัฒนธรรมแบบราชการ หรือ
Bureaucratic culture” ท่ใี ชก้ ฎระเบียบคาสั่งต่างๆ แบบดึงตัวในการปฏิบัติงาน และการปฏิสัมพันธ์
41
ระหว่างสมาชิกผู้ปฏิบัติงานไปสู่การเน้นวัฒนธรรมแบบกัลยาณมิตรทางวิชาการ ซ่ึงเน้นวิธี
ปฏสิ ัมพนั ธ์ระหวา่ งสมาชกิ ตามลักษณะชมุ ชนกลั ยาณมิตร
เช่นเดียวกันกับ หลุยส์ (Louis. 1994 : 112) ท่ีได้สนับสนุนแนวคิดเก่ียวกับโครงสร้าง
ทยี่ ืดหย่นุ โดยกล่าวว่า เนื่องจากโรงเรียนส่วนใหญ่ถูกออกแบบโครงสร้างเป็นแบบราชการท่ีมีสาย
งานบงั คบั บญั ชาดว้ ยอานาจโดยตาแหน่งท่ีลดหล่ันตามลาดับลงมา กล่าวคือ มีกฎระเบียบ ข้อบังคับ
ต่าง ๆ มากมายที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเป็นโครงสร้างท่ีมีลักษณะตึงตัวและใช้ได้ดีในอดีตที่เป็น
โลกยุคอุตสาหกรรม แต่กลับเป็นอุปสรรคสาคัญในโลกแห่งยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ที่ต้องการ
มี โครงสร้างองค์การท่ียดื หยุ่นคลอ่ งตัวไดส้ ูง พรอ้ มที่จะรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่เกิดข้ึน
มากมายตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความเป็นไปได้ของ PLC ที่จะเกิดข้ึนในโรงเรียนได้นั้น
โครงสร้างองค์การของโรงเรียนแห่งการเรียนจึงจาเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข ได้แก่ ประเด็น
ต่อไปนี้
1. การกาหนดตารางเวลาว่างเพื่อการพบปะถกปัญหา (Time to Meet and Discuss)
มีผลการวิจัยเร่ืองความมีประสิทธิผลของโรงเรียนและครูผู้สอน ชี้ชัดว่า การจัดสรรเวลาพิเศษ
เพือ่ ใหค้ รไู ด้ปรึกษาหารอื ระหว่างกันเปน็ สิ่งทีจ่ าเป็นอย่างยิง่ ทง้ั น้ีเพราะปกตขิ องการจัดชั่วโมงสอน
เมื่อหมดการสอนแต่ละคาบเวลา ครูจะต้องเคล่ือนย้ายการสอนจากห้องหน่ึงไปอีกห้องหนึ่ง
ตลอดเวลา จึงไม่มีโอกาสที่ครูจะได้พบปะเพ่ือแสวงหาความร่วมมือทางวิชาชีพซึ่งกันและกันได้
ท้ังที่ครูเหล่าน้ีจาเป็นต้องร่วมกันพิจารณา หากกลยุทธ์ใหม่ๆ ด้านการสอนท่ีเหมาะสม ด้วยเหตุนี้
การจัดตารางเวลาท่ีว่างตรงกันเพ่ือให้ครูได้ปฏิสัมพันธ์ จึงเป็นเง่ือนไขท่ีจาเป็น ถ้าต้องการให้
ความร่วมมือร่วมใจของครูเกิดข้ึน สอดคล้องกับ วิจารณ์ พานิช (2555 : 48) ท่ีระบุว่าเปล่ียนแปลง
ทรัพยากร เพ่ือสนับสนุนเป็นส่ิงสาคัญ ทรัพยากรที่สาคัญที่สุดคือ “เวลา” ต้องเปลี่ยนแปลง
การจัดการเวลาหรือการใช้เวลาเรียนของนักเรียน และเวลาทางานของครู เสียใหม่ให้ทางาน
เพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนได้ดีกว่าแบบเดิมๆ จึงเป็นเงื่อนไขท่ีจาเป็นถ้าต้องการให้ความร่วมมือ
รว่ มใจของครูเกิดขึน้
2. การกาหนดขนาดของชนั้ เรียน (Class Size) โดยมผี ลงานวิจัยระบุว่า ถ้าจานวนนักเรียน
ในชั้นเรียนน้อยลงไปได้เท่าไรก็ย่ิงเพิ่มประสิทธิผลของการเรียนรู้ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในห้องเรียนท่ีมีครู
เพียงหน่ึงคนน้ัน ครูสามารถท่ีจะดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิผลได้ในจานวนท่ีจากัด แม้ว่าจะ
ไม่สามารถกาหนดจานวนนักเรียนท่ีเหมาะสมแน่นอน แต่การขยายจานวนนักเรียนต่อชั้นมากขึ้น
ย่อมเพิ่มภาระและความยากลาบากแกค่ รทู ี่จะดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี นไดอ้ ย่างท่วั ถงึ
42
สรุปได้ว่า โครงสร้างสนับสนุนชุมชน หมายถึง โครงสร้างท่ีสนับสนุนการก่อเกิด
และคงอยู่ของ ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยมีวัฒนธรรมแบบกัลยาณมิตร และเป็นวัฒนธรรม
ท่สี ่งเสรมิ วสิ ัยทศั น์ การดาเนนิ การที่ตอ่ เนอ่ื งและมงุ่ ความยั่งยนื
สรุปได้ว่า องค์ประกอบของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นเอกลักษณ์สาคัญของ
ความเป็นชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ซ่ึงจะทาให้ความเป็นองค์กร มีความหมายที่การพัฒนาการ
เรียนรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จริง ซ่ึงเป็นหัวใจสาคัญของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ด้วยกลยุทธ์
การสร้างความร่วมมือท่ียึดเหน่ียวกันด้วยวิสัยทัศน์ร่วม มุ่งการเรียนรู้ของผู้เรียน การเรียนรู้
และพัฒนาวิชาชพี และชุมชนกัลยาณมิตร แสดงถึงการรวมพลังของครูและนักการศึกษาที่เป็นผู้นา
ร่วมกัน ทางานร่วมกันแบบทีมร่วมแรงร่วมใจ มุ่งเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง พัฒนาวิชาชีพ ภายใต้
โครงสร้างอานาจทางวิชาชพี และอานาจเชิงคณุ ธรรมทมี่ าจากการรว่ มคิด ร่วมทา ร่วมนา ร่วมพัฒนา
ของครู ผู้บริหารสถานศึกษา ดังนั้น ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในงานวิจัยเล่มนี้จึงหมายถึง
การที่ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการรวมตัวร่วมมือกัน เรียนรู้
การปฏิบัตงิ านร่วมกัน สะทอ้ นผลกลบั และเป็นผู้นาร่วมกัน เพ่ือพัฒนาวิชาชีพสู่คุณภาพการจัดการ
เรยี นการสอนที่เน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญและสร้างนวัตกรรมใหม่ ประกอบด้วย 6 ด้าน 1) วิสัยทัศน์ร่วม
หมายถึง การท่ีผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีส่วนร่วมในการกาหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน
เกี่ยวกับด้านการสอนและการเรียนรู้ของนักเรียน เน้นที่การเรียนรู้ของนักเรียน เพื่อให้นักเรียน
มปี ระสิทธิภาพและโรงเรียนมีประสิทธิผล โดยมีเป้าหมายทิศทางเดียวกัน มุ่งสู่การพัฒนาการเรียน
การสอนสู่คุณภาพผู้เรียน 2) ทีมร่วมแรงร่วมใจ หมายถึง การที่ผู้บริหาร ครูและบุคลากร
ทางการศึกษา มวี ธิ กี ารท่หี ลากหลายในการสอน มหี ลกั สูตรท่ที ันสมยั มกี ารแก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ
ให้กับนักเรียนและรู้ความต้องการของนักเรียนมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างครูและ
บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน มีการวิเคราะห์ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเพ่ือมาปรับปรุง
การเรียนการสอน รวมท้ังมีการสร้างและแสวงหาความรู้การแลกเปล่ียนความรู้ การประมวลและ
จัดเกบ็ ความรู้และการนาความรู้ไปใช้ 3) ภาวะผนู้ าร่วม หมายถึง การเรียนรู้ร่วมกัน อย่างมีความสุข
ของผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นบรรยากาศที่มีการเรียนรู้แบบนาตนเองของครู
เพ่ือการเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเองและวิชาชีพอย่างต่อเน่ืองเป็นสาคัญ โดยต้องมีผู้บริหารครู และ
บุคลากรทางการศึกษา ในการแลกเปล่ียนเรียนรู้ 4) การเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ หมายถึง
การเรยี นรู้การปฏบิ ัติงานท่ตี รงกบั ภาระงานโดยมุ่งสู่คุณภาพของผู้เรียน โดยการเรียนรู้ร่วมกันอย่าง
มีความสุขของผู้บริหารครูและบุคลากรทางการศึกษา ซ่ึงเป็นบรรยากาศท่ีเป็นการเรียนรู้แบบ
นาตนเองของ ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อการเปล่ียนแปลงพัฒนาตนเองและวิชาชีพอย่าง
ต่อเนื่องเป็นสาคัญ 5) ชุมชนกัลยาณมิตร หมายถึง การท่ีผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา
43
เป็นเพ่ือนร่วมวิชาชีพ เพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดของแต่ละคน โดยมีวิถีและวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน
และมุ่งเน้นความเป็นชุมชนแห่งความสุข สุขทั้งการทางานและการอยู่ร่วมกันอย่างมีเสรีภาพ
6) โครงสร้างสนับสนุนชุมชน หมายถึง โครงสร้างท่ีสนับสนุนการก่อเกิดและคงอยู่ของชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยมีวัฒนธรรมแบบกัลยาณมิตร และเป็นวัฒนธรรมท่ีส่งเสริมวิสัยทัศน์
การดาเนินการทต่ี ่อเน่ืองและมงุ่ ความยั่งยืน
บริบทสานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาจันทบุรี
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี เขต 1
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 1 ตั้งอยู่เลขที่ 1 ถนนตากสิน
อาเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี รหัสไปรษณีย์ 22160 มีหน้าท่ีดูแลรับผิดชอบการจัดการศึกษาขั้น
พ้ืนฐานครอบคลุม 4 อาเภอ คือ อาเภอเมืองจันทบุรี อาเภอท่าใหม่ อาเภอนายายอาม และอาเภอ
แกง่ หางแมว มโี รงเรียนในสังกัด จานวน 83 แห่ง มีทิศทางการดาเนินงานดังนี้ (สานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษาจันทบุรี เขต 1. 2557 : 1-2)
วิสยั ทัศน์
ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างท่ัวถึง มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐานเป็นคนดี กล้า เก่งและทันสมัย บนพื้นฐานความเป็นไทย มีเครือข่ายความร่วมมือ
ทกุ ภาคสว่ น
พนั ธกิจ
ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานอย่างทั่วถึง พัฒนาผู้เรียนให้เต็มตาม
ศักยภาพ มคี ุณธรรมนาความรู้ ยกระดับคุณภาพสมู่ าตรฐาน
เปา้ ประสงค์
1. นักเรียนได้รับการศึกษาท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานของหลักสูตรและมีความสามารถ
ในการใชใ้ นการสื่อสารและการเรยี นรู้
2. ประชากรวยั เรียนได้รบั โอกาสทางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน 15 ปี อย่างทัว่ ถงึ และเสมอภาค
3. ครู และบุคลากรทางการศกึ ษาสามารถปฏบิ ัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเตม็ ตามศักยภาพ
4. โรงเรียนทุกแห่งมีระบบประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาท่เี ข้มแขง็ และผา่ นการประเมิน
คุณภาพภายนอกของสานักงานรบั รองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
5. ส่งเสริมความเข้มแข็งในการบริหารจัดการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมจาก
ทุกภาคส่วน
44
กลยุทธ์ กลยทุ ธใ์ นการพฒั นาการศกึ ษา 5 ดา้ น
กลยุทธ์ท่ี 1 พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับ และส่งเสริมความสามารถ
ทางเทคโนโลยเี พื่อเป็นเคร่ืองมือในการเรียนรู้
กลยทุ ธท์ ี่ 2 ส่งเสรมิ การจัดการเรียนรทู้ ปี่ ลกู ฝงั คุณธรรม ความสานกึ ในความเป็นชาติไทย
และวถิ ชี วี ติ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กลยุทธ์ท่ี 3 สร้างความเสมอภาคและเพ่ิมโอกาสทางการศึกษาเต็มศักยภาพให้ทั่วถึง
ครอบคลุม
กลยทุ ธท์ ี่ 4 พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษาทั้งระบบ
กลยุทธ์ท่ี 5 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน ภาคเอกชน และท้องถิ่น
ในการจัดการศึกษาและสร้างความเขม้ แข็งในสถานศึกษา
สภาพทว่ั ไปของสานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาจันทบุรี เขต 2
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรีเขต 2 เป็นหน่วยงานตาม
พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 ที่อยู่ภายใต้
การกากับดูแล ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
โดยการควบคุม กากับ ติดตามการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานของสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี เขต 2 (2557 : 3 - 22) มจี านวนสถานศึกษาในระบบทั้งสิ้น 106 แห่ง
แบ่งเป็นอาเภอขลุง อาเภอมะขาม อาเภอโป่งน้าร้อน อาเภอสอยดาว และอาเภอเขาคิชฌกูฏ
และอาเภอแหลมสิงห์ ประกอบด้วยครูและบุคลากรทางการศึกษา จานวน 1,464 คน และนักเรียน
ทั้งส้ิน 22,516 คน โดยจัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียนในระดับก่อนประถมศึกษา
ระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
วิสยั ทัศน์
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2 เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ท่ีมุ่ง
ผลสัมฤทธ์ิ ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้ประชากรในวัยเรียนมีคุณธรรม
นาความรู้ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี งอย่างทว่ั ถงึ และมคี ุณภาพ
พนั ธกิจ
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2 จัดส่งเสริมและสนับสนุน
การจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานแก่ประชากรวัยเรียนอย่างท่ัวถึง ให้เป็นบุคคลท่ีมีคุณธรรมนาความรู้
ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง ยกระดับคณุ ภาพและพัฒนาสู่มาตรฐาน
45
เป้าประสงค์
1. ประชากรในวัยเรียนทุกคนได้รับสิทธิและโอกาสทางการศึกษาข้ันพื้นฐานตา ม
ศักยภาพ อยา่ งท่วั ถึงและเท่าเทียม
2. ประชากรวัยเรียนทกุ คนไดร้ บั การศกึ ษาท่ีมคี ุณภาพตามหลกั สตู ร มคี ุณธรรมนาความรู้
ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง มีและใช้ทกั ษะชวี ติ อยู่ในสงั คมอยา่ งมีความสุข
3. ครูและบุคลกรทางการศึกษาใช้ ICT ในการแสวงหาความรูส้ ู่การเปน็ บุคคลแห่งเรียนรู้
4. สถานศึกษามีส่ิงอานวยความสะดวก และมีฐานข้อมูลพร้อมสาหรับการพัฒนาผู้เรียน
โดยการมสี ว่ นร่วมของผู้ปกครอง กรรมการสถานศกึ ษา ชุมชน และองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
5. สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรีเขต 2 และสถานศึกษาบริหาร องค์กร
และบคุ ลากรอย่างมีประสทิ ธภิ าพใชง้ บประมาณอยา่ งประหยดั คมุ้ ค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสดุ
กลยทุ ธ์ กลยทุ ธใ์ นการพฒั นาการศึกษา 5 ด้าน
1. สร้างความเสมอภาค เพิ่มโอกาสและการพัฒนาผู้เรยี น
2. พฒั นาหลักสูตรสถานศึกษาและกระบวนการเรยี นรู้
3. เพม่ิ ศกั ยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
4. ระดมและจดั การทรัพยากรเพอ่ื พัฒนาการศกึ ษา
5. เพ่มิ ประสทิ ธภิ าพการบริหารจัดการองคก์ ร
จากบริบทของสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงาน
ที่มุ่งเน้นที่จะพัฒนาบุคลากรในสังกัดให้มีความรู้ ความสามารถและทักษะที่สาคัญเพ่ือเข้าสู่
ศตวรรษที่ 21 โดยได้กาหนดวิสัยทัศน์คือ ให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ท่ีมุ่งผลสัมฤทธิ์ ส่งเสริม
สนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้ประชากรในวัยเรียนมีคุณธรรมนา ความรู้ตามหลัก
เศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งท่วั ถงึ และมีคณุ ภาพ และประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง
มีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพื้นฐาน เป็นคนดี กล้า เก่งและทันสมัย บนพื้นฐานความเป็นไทย
มีเครือข่ายความร่วมมือทุกภาคส่วน ซ่ึงงานวิจัยเร่ืองน้ีสามารถเป็นประโยชน์ต่อการวางแผน
การพัฒนาทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา ตลอดจนสามารถเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาของ
สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ที่จะตอบสนองในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีจุดหมายที่จะทาให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครู มีการรวมตัว
รว่ มมอื กัน เรยี นรกู้ ารปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน เพื่อพัฒนาวิชาชีพสู่คุณภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้น
ผูเ้ รียนเป็นสาคัญและสร้างนวตั กรรมใหม่ใหส้ อดคล้องกับศตวรรษที่ 21 เพ่ือสร้างคนสร้างงานและ
สร้างชาติในอนาคตต่อไป อีกท้ังยังเป็นแนวทางสาคัญต่อการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้
ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน วงการการศึกษาและการพฒั นาประเทศต่อไป
46
งานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้อง
งานวจิ ัยต่างประเทศ
อัลวา (Alva. 2009 : 47) ได้ศึกษาเร่ืองความเป็นผู้นาที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนวิชาชีพ
พบว่าโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพได้รับการพัฒนาผ่านการเรียนรู้ชุมชนมืออาชีพ ต้องพัฒนาความรู้
และความสามารถเพ่ือให้ประสบความสาเร็จครูเป็นส่วนสาคัญในการพัฒนาท่ีแข็งแกร่งระดับมือ
อาชีพชุมชนการเรียนรู้และวิสัยทัศน์ร่วมกัน และวางแผน การดาเนินงาน เพ่ือให้มีประสิทธิภาพ
การดาเนินการและดาเนินการต่อการส่งเสริมความเป็นผู้นาท่ีมีประสิทธิภาพโดยใช้การเรียนรู้
ชุมชนระดับมืออาชีพ ต้องเร่ิมต้นความร่วมมือและมีประสิทธิภาพของโรงเรียน การเป็นผู้นา
ในโรงเรียนต้องมีการส่ือสารระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง การสื่อสารนี้เป็นส่ิงสาคัญสาหรับ
การปิดช่องว่างภาษาและการมีส่วนร่วมท่ีมักจะกลายเป็นบรรทัดฐานสา หรับชุมชนภาษา
ชนกลุ่มน้อย และโรงเรียน
ออลสัน (Olson. 2008 : 62) ได้ศึกษาเร่ืองความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนท่ีประสบ
ความสาเร็จสูงกับลักษณะชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพกับการเป็นผู้นาทางการศึกษา พบว่า
โรงเรียนประถมศึกษาท่ีมีการนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพไปใช้ จะประสบความสาเร็จ
ทางวิชาการสูง นั้นโรงเรียนท่ีมีความสาเร็จทางวิชาการน้ันผู้นาทางการศึกษา ได้นาชุมชนการเรียนรู้
ทางวชิ าชีพไปพัฒนาเปน็ กลยทุ ธ์ของโรงเรยี น และพยายามพฒั นาชมุ ชนการเรียนร้ทู างวิชาชีพในโรงเรยี น
วัตสัน (Watson. 2000 : 124) ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองภาวะผู้นาในศตวรรษที่ 21 ตามการรับรู้
ของผู้นาในภาคเอกชน ประเทศแคนนาดา โดยใช้แบบสอบถามและการโทรศัพท์สัมภาษณ์
ผลการศึกษาพบว่าผู้นาในภาคเอกชน รับรู้ถึงความสาคัญอย่างมากเก่ียวกับกระแสโลกาภิวัตน์
การมีวิสัยทัศน์ การทางานเป็นทีม ความสามารถในการเรียนรู้ ทักษะการสอน การเจรจาต่อรอง
ทักษะระหว่างบุคคลจริยธรรม ทักษะของการเป็นผู้ประกอบการ การแก้ปัญหา ความคิดริเร่ิม
ความอดทน การใช้เทคโนโลยีและการตื่นตัวกับกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นความสามารถที่สาคัญของ
ผู้นาการปรับวิธีการลดขนาดกาลังคนในการทางานและยอมรับในความหลากหลายของสังคมท่ีมี
ความสาคัญด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ผู้นาให้ความสาคัญในการท่ีจะผลักดันให้วิสัยทัศน์มีการนาไป
ปฏิบัติขยายแนวคิดสู่บริบทโลกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาเห็นความสาคัญของโปรแกรม
การพัฒนาภาวะผู้นา ควรเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้นาที่มุ่งสอนอนาคตอย่างมีวิสัยทัศน์
ในโลกาภิวัตน์และความสามารถในด้านอื่น ๆ เช่น การติดต่อส่ือสาร การทางานเป็นทีม
เพื่อการก้าวเข้าสู่ภาวะผู้นาในศตวรรษท่ี 21
คินเดรด (Kindred. 1975 : 91 - 94) ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองทักษะของผู้บริหารโรงเรียน พบว่า
การไม่ประสบผลสาเร็จในการประสานงานระหว่างผู้ปกครองกับครู เกิดจากสาเหตุของผู้บริหาร
47
ไมม่ ที ักษะทางการบริหารท้ัง 3 ด้าน คือ ทักษะด้านเทคนิควิธี ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ และทักษะ
ด้านความคิดรวบยอด ทาให้เกิดปัญหาดังน้ี 1) ความมีอคติ 2) ขาดเป้าหมายท่ีแน่นอน
3) ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นาท่ีดี 4) ขาดการวางแผนท่ีดี 5) เกิดบรรยากาศของความขัดแย้ง พบว่า
ถ้าผู้บริหารโรงเรียนขาดทักษะทางการบริหารจะทาให้เกิดปัญหาท้ัง 5 ข้อดังกล่าว และถ้าผู้บริหาร
มีทักษะทางการบริหารทั้ง 3 ด้าน คือ ทักษะด้านเทคนิควิธี ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์และทักษะ
ดา้ นความคดิ รวบยอดก็จะไม่ทาใหเ้ กดิ ปญั หาต่าง ๆ ภายในโรงเรยี น
แมกนูสัน (Magnuson. 1971 : 78-91) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องคุณลักษณะของผู้บริหาร ผลการวิจัย
พบว่า คุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนที่ประสบความสาเร็จในการบริหารโรงเรียนนั้นต้อง
ประกอบด้วย คุณลักษณะทั้งในด้านส่วนตัวและด้านวิชาชีพ ดังน้ี ด้านคุณลักษณะส่วนตัว ได้แก่
มีความยุติธรรม มีความรู้ มีอารมณ์มั่นคง เปิดเผย เข้าใจง่าย มีความมั่นคง คือ คงเส้นคงวา
มคี วามเหน็ ใจผู้อ่นื และคณุ ลักษณะด้านวิชาชีพ ได้แก่ มีความรู้ด้านการบริหารดี รู้จักมอบหมายงาน
มีการวางแผนและการจัดหน่วยงานได้ดี สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้ดี รู้จักใช้อานาจอย่าง
เหมาะสม มคี วามสามารถตดั สินใจดี มคี วามสามารถตดิ ต่อกับผู้อ่นื ไดด้ ี
งานวจิ ัยในประเทศ
หนูฤทธิ์ ไกรพล (2558: 171-183) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของ
สถานศึกษา สังกดั องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ จงั หวดั ขอนแกน่ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการเป็น
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดขอนแก่น
โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมือ่ พิจารณาเป็นรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉล่ีย
สงู สดุ คือ ดา้ นโครงสร้างสนบั สนนุ ชมุ ชน รองลงมา คือ ด้านทมี รว่ มแรงร่วมใจและด้านที่มีค่าเฉลี่ย
ต่าสุด คือ ด้านวิสัยทัศน์ร่วม 2) ระดับการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดขอนแก่นเมื่อจาแนกตามตาแหน่ง โดยภาพรวมและรายด้าน
ไมแ่ ตกตา่ งกัน
อุทศิ บารุงชพี (2558: 197-198) ไดศ้ ึกษาวจิ ยั เรือ่ ง การพัฒนาสมรรถนะด้านไอซีทีของครู
ยุคศตวรรษท่ี 21 เพื่อก้าวสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้ พบว่า สมรรถนะด้านไอซีทีของครูในภาพรวม
และรายด้านมีความแตกต่างกัน แสดงให้เห็นว่าครูท่ีได้รับการพัฒนา มีสมรรถนะครบ
ตามองค์ประกอบจึงทาให้เกิดความพึงพอใจและเห็นคุณค่าต่อการพัฒนาครู ผู้เรียน ด้วยการสร้าง
เปน็ ชมุ ชนการเรยี นรวู้ ชิ าชีพขนึ้ มา
แพรดาว สนองผัน (2557 : 71) ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 สงั กัดสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 ผลการวิจัย พบว่า
ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ประกอบด้วย 11 ทักษะ คือ ทักษะด้านเทคนิค
48
ทักษะดา้ นมนุษย์ ทักษะดา้ นความคิดรวบยอด ทักษะด้านการศึกษาและการสอน ทักษะด้านความรู้
ความคิด ทักษะด้านการบริหาร ทักษะด้านการวางแผน ทักษะด้านการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ
ทักษะด้านการประเมิน ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการส่ือสารและการบริหาร
จัดการ และทักษะด้านการสร้างทีมงาน โดยทักษะที่มีแนวโน้มเป็นไปได้มากท่ีสุดและมีความเห็น
สอดคล้องกัน อันดับแรกคือ ทักษะด้านการสร้างทีมงาน ส่วนแนวโน้มเป็นไปได้มาก
และมีความเห็นสอดคล้องกันอันดับสุดท้าย คือ ทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
เพอ่ื การสือ่ สารและการบรหิ ารจดั การ
ชุลีพร เกล้ียงสง (2556 : 206) ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง กลยุทธ์การพัฒนาวัฒนธรรมองค์การ
เพอ่ื สง่ เสริมการเปน็ ชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ ในสถานศึกษาขนั้ พ้นื ฐานสังกัดกรมส่งเสริมการปกครอง
ท้องถิ่นพบว่า กลยุทธ์การพัฒนาวัฒนธรรมองค์การเพ่ือส่งเสริมการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้
ในสถานศกึ ษา จานวน 5 กลยุทธ์ คือ 1) กลยุทธ์การกาหนดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 2) กลยุทธ์
การให้การสนับสนุนการจัดการสถานศึกษา 3) กลยุทธ์การประสานความร่วมมือของสมาชิก
4) กลยุทธ์การติดต่อสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสื่อสาร 5) กลยุทธ์ความรับผิดชอบ
ของสมาชิกในสถานศึกษา เป็นกลยุทธ์ท่ีมีความเหมาะสมถูกต้องสามารถนาไปใช้ประโยชน์
การพัฒนาวัฒนธรรมองค์การเพ่ือส่งเสริมการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษา ข้ันพ้ืนฐาน
สงั กัดกรมส่งเสรมิ การปกครองท้องถิ่น โดยภาพรวมอย่ใู นระดับมาก
เสาวภา พรเสนาะ (2556 :73) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการศึกษาทักษะการบริหารของผู้บริหาร
สถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาตราด พบว่า 1) ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของ
ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาตราด โดยรวม
และรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของ
ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาตราด จาแนกตาม
ตาแหน่ง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสาคัญทางสถิติ และจาแนกตามขนาด
สถานศึกษา ทงั้ โดยรวมและรายด้านแตกตา่ งอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01
จันทร์เพ็ญ ธนะฤกษ์ (2555 : 78) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องทักษะของผู้บริหารสถานศึกษามือ
อาชีพ ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี สังกัดสานักงาน
เขตพน้ื ที่ การศึกษามธั ยมศกึ ษา เขต 8 ผลการวิจัยพบว่า 1) ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ
ตามความคิดเหน็ ของครผู ู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 อยู่ในระดับมาก ส่วนรายด้าน พบว่า ผู้บริหารมีทักษะทุกด้าน
อยู่ในระดับมาก เรียงตามลาดับคือ ทักษะทางความคิดรวบยอด ทักษะทางมนุษย์ และทักษะ
49
ทางเทคนิค 2) ผลการเปรียบเทียบทักษะของผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพตามความคิดเห็นของ
ครผู สู้ อนในโรงเรยี นมธั ยมศึกษา จังหวัดกาญจนบรุ ี สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
เขต 8 จาแนกตามเพศ ในภาพรวมและรายด้านไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ
ท่ีระดับ .05 3) ผลการเปรียบเทียบทักษะของผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพตามความคิดเห็นของ
ครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี จาแนกตามประสบการณ์ทางาน โดยภาพรวม
พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า
ทักษะทางความคิดรวบยอด มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ี ระดับ .05
ทกั ษะทางเทคนิค และทักษะทางมนษุ ย์มคี วามแตกต่างกนั อย่างมีนยั สาคญั ทางสถติ ิที่ระดับ 0.01
ชัยยันต์ ฉิมกล่อม (2555 : 81) ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองทักษะการบริหารงานของผู้บริหาร
สถานศึกษาตามทัศนะของครูผู้สอน ในอาเภอบางละมุง สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา
ความทัศนะของครูผู้สอนท่ีปฏิบัติการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ในเขตอาเภอ
บางละมุง สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับ
มาก เม่ือพิจารณารายข้อ ด้านทักษะเทคนิควิธีทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา
โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้เน่ืองจากผู้บริหารทาหน้าที่เป็นประธาน
ในการประชุมครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารสั่งการและมอบหมายงานให้ปฏิบัติตามเข้าใจ
ได้ถูกต้องและชัดเจน และผู้บริหารจัดทาแผนพัฒนาโรงเรียนได้สอดคล้องกับความต้องการของ
ทอ้ งถิน่ และโรงเรยี นดา้ นทักษะด้านมนุษย์ ทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวม
และรายด้าน อยู่ในระดับมาก เม่ือพิจารณารายด้านแล้วเรียงลาดับจากมากไปหาน้อย 3 อันดับแรก
ได้แก่ ผู้บริหารวางแผนการใช้อาคารสถานที่เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ผู้บริหารสามารถนานโยบายจุดมุ่งหมาย และขอบข่ายของงานที่ชัดเจนไปใช้ในการปฏิบัติงานได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ
กรรณิกา ประสมนาค (2554 : 60) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องทักษะการบริหารงานของผู้บริหาร
สถานศึกษา สหวิทยาเขตเสรีไทย สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2
ผลการศึกษาพบว่า ทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตเสรีไทย สานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า ด้านมโนทัศน์ในการทางาน มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมาก รองลงมา คือ ด้านมนุษยสัมพันธ์
อยู่ในระดับมาก อันดับสามคือ ด้านการศึกษาและการสอนอยู่ในระดับมาก อันดับส่ีคือด้านเทคนิค
การปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก และค่าเฉลี่ยต่าสุด คือ ด้านความคิดรวบยอด อยู่ในระดับมาก
เช่นกัน ส่วนการเปรียบเทียบ ทักษะการบริหารงานของผู้บริหาร สถานศึกษา สหวิทยาเขตเสรีไทย
50
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 จาแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา พบว่า
มีทักษะการบริหารงาน ต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐาน
ส่วนรายไดต้ อ่ เดือน ประสบการณใ์ นการทางานไม่เปน็ ไปตามสมมติฐาน
อารียา ศิริบุญยประสิทธิ์ (2554 : 92)ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองทักษะการบริหารของผู้บริหาร
สถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี พบว่า 1) ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาตาม
ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึ กษา
ประถมศึกษาจันทบุรีโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2) ทักษะการบริหารของผู้บริหาร
สถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรีจาแนกตามสถานภาพและวุฒิการศึกษา โดยรวมและรายด้าน
แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสาคัญทางสถิติและจาแนกตามขนาดสถานศึกษา ทั้งโดยรวมและรายด้าน
พบวา่ ทักษะการบรหิ ารของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่รี ะดับ .01
ธนั ยพร บุญรกั ษา (2553: 88) ไดศ้ กึ ษาเรือ่ ง ปจั จยั ทีส่ ง่ ผลต่อการเปน็ ชมุ ชนแห่งการเรียนรู้
ของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในจังหวัดเลย ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้บริหารและ
ครูผู้สอน ในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเลย มีความคิดเห็นต่อการเป็น
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2) ผู้บริหารและครูผู้สอน
ในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในจังหวัดเลย มีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อ
การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยท่ีศึกษาทุกด้าน
มีความสัมพนั ธ์กับการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01
4) ปัจจัยท่ีสามารถพยากรณ์การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน ได้แก่ ภาวะผู้นา
การเปล่ียนแปลง การรับรู้ความสามารถของครู และบรรยากาศแบบเปิดของโรงเรียน โดยสามารถ
พยากรณร์ อ้ ยละ 71.80 (R2= .718)
สุภานี กิมกัว (2553 : 50) ได้ศึกษาเรื่องการศึกษาทักษะการบริหารของผู้บริหาร
สถานศึกษาเอกชนตามความคิดเห็นของครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาระยอง เขต 1
โดยกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ี ได้แก่ ครูผู้สอนจากสถานศึกษาเอกชน ปีการศึกษา 2552
สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาระยอง เขต 1 จานวน 271 คน ผลการวิจัยพบว่า ทักษะ
การบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน ตามความคดิ เหน็ ของครผู ูส้ อนสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาระยอง เขต 1 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมากเรียงลาดับจากมากไปหาน้อย ดังน้ี
ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ ทักษะด้านความคิดรวบยอด และทักษะด้านเทคนิค ตามลาดับ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเปรียบเทียบทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนตามความคิดเห็น
51
ของครผู ูส้ อนสังกดั สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาระยอง เขต 1 จาแนกตามเพศ โดยรวมและรายด้าน
มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา
เอกชน สังกดั สานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาระยอง เขต 1 ตามความคิดเห็นของครูผู้สอน จาแนกตาม
ประสบการณ์ในการทางานและจาแนกตามวุฒิการศึกษา โดยรวมและรายด้านมีความแตกต่างกัน
อย่างไมม่ ีนัยสาคัญทางสถติ ิ
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยดังกล่าวข้างต้น ผู้บริหารสถานศึกษานับเป็นผู้ท่ีมี
ความสาคญั ต่อการพัฒนาคุณภาพการจดั การศกึ ษาเปน็ อย่างมาก เพราะการท่ีผูบ้ รหิ ารสถานศึกษาจะ
จัดการศึกษาได้ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถ
เข้าใจในหลักการบริหารหรือการจัดการ ตลอดจนมีประสบการณ์และมีคุณสมบัติเฉพาะ นาไปใช้
เพ่ือการวางแผนและพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาให้มีคุณลักษณะของผู้บริหารมืออาชีพด้วย
การปฏิบัติตนและปฏิบัติงานในหน้าท่ีได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามภารกิจและอานาจหน้าท่ี
ของผู้บริหารสถานศึกษาท่ีจะบริหารงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามกระบวนการที่เป็นระบบ
และต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการพัฒนาหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลบรรลุ
สาเร็จตามเป้าประสงค์ทุกประการ เม่ือสังคมโลกเปล่ียนไปผู้บริหารต้องปรับตัวเตรียมพร้อม
และมีทักษะของผู้บริหาร เพ่ือพัฒนาวิชาชีพสู่คุณภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น
สาคัญและสร้างนวัตกรรมใหม่ ดังนั้นสามารถนาข้อมูลท่ีได้ไปเป็นแนวทางการเป็นชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพไปยึดถือและปฏิบัติ อันจะเป็นข้อมูลพื้นฐานท่ีสาคัญในการพัฒนาศักยภาพ
ทักษะของผู้บริหารต่อประสิทธิผลการบริหารงาน และเพื่อเป็นแนวทางสาคัญต่อการปฏิรูป
การศึกษาและการเรียนรใู้ นโรงเรยี น ชุมชน วงการการศกึ ษาและการพฒั นาประเทศตอ่ ไป
จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า แ น ว คิ ด เ กี่ ย ว กั บ ทั กษะของผู้ บริ หารสถานศึ กษาและชุ มชนการเรี ยนรู้
ทางวิชาชีพแล้ว ทาให้เห็นว่าผู้บริหารควรมีทักษะในการบริหารสถานศึกษาตามภารกิจหลักซ่ึงเป็น
ส่ิงที่มีความสาคัญมาก โดยอาศัยการทางานร่วมกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งผู้บริหารต้อง
คานึงถึงความแตกต่างของครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อมีการทางานร่วมกัน โดยการมีทักษะ
ทางการบริหารต่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างย่ิงทักษะท่ีสามารถจะ
ครอบคลุมภารกิจและบทบาทได้ทง้ั หมด ซึง่ จะต้องมกี ารปรบั ปรุง เปลี่ยนแปลงทักษะตนเองให้เป็น
ผู้บริหารสถานศึกษาท่ีมีศักยภาพ โดยต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ใฝ่เรียนรู้อยู่เสมอ มีความสามารถ
มีความเขา้ ใจ มที กั ษะในเชงิ การบรหิ ารงานเป็นอย่างดี กลา้ คิด กล้าพดู กล้าตัดสินใจ เป็นนักประสานงาน
ท่ีดีมีคุณธรรมจริยธรรม มีบุคลิกภาพดี มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความเป็นผู้นา โดยเฉพาะความเป็น
ผนู้ าทางดา้ นวชิ าการ และดา้ นวิชาชีพ เป็นผูม้ ีความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์ มีวสิ ยั ทศั น์กว้างไกลรู้เท่าทัน
สถานการณ์การเปล่ียนแปลงต่าง ๆ อยู่เสมอ โดยสามารถเป็นผู้นาไปสู่การปฏิบัติ และรู้จักระดม
52
ทรัพยากร การบริหารท้ังมวลมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลในการบริหารงานสูงสุด
อั น จ ะ เ ป็ น แ บ บ อ ย่ า ง เ อื้ อ ใ ห้ บุ ค ล า ก ร ใ น ส ถ า น ศึ ก ษ า มี ทั ก ษ ะ ก า ร บ ริ ห า ร ส ถ า น ศึ ก ษ า ไ ป ด้ ว ย
จากความสาคัญและปัญหาดังกลา่ วข้างตน้ ผวู้ ิจัยจงึ สนใจที่จะศึกษาทักษะของผบู้ ริหารสถานศึกษาใน
ศตวรรษท่ี 21 ท่ีส่งผลตอ่ ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาจันทบุรี เพ่ือนาข้อมูลท่ีได้ไปเป็นแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้โรงเรียนเป็นชุมชน
แห่งการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ และนาข้อมูลที่ได้ไปเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สาคัญในการพัฒนา
ศักยภาพทักษะของผู้บริหาร อันจะเป็นแนวทางสาคัญต่อการปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้
ในสถานศกึ ษา ชุมชน วงการการศกึ ษาและการพฒั นาประเทศต่อไป
สรุปไดว้ า่ ในการศึกษาวจิ ยั เรื่องทกั ษะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ท่ีส่งผล
ต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
จันทบุรี ผู้วิจัยได้นาแนวคิดของแคทซ์ (Katz. 2005 : 54) มาเป็นแนวคิดหลักในการสร้างตัวแปร
พยากรณ์ เนื่องจากแนวคิดของแคทซ์ (Katz) ซึ่งเป็นแนวคิดท่ีได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง
ในวงการบริหาร และเป็นแนวคิดท่ีสอดคล้องกับบริบทของครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงต้อง
อาศัยแนวคิดของแคทซ์ (Katz) เพ่ือให้ผู้บริหารสถานศึกษาเกิดทักษะเทคนิควิธี ทักษะมนุษยสัมพันธ์
และทักษะความคิดรวบยอด อันจะนาไปสู่การบริหารงานที่บรรลุผลสาเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้
อีกท้ังผู้วิจัยได้นาแนวคิดของสมาคมวิจัยและพัฒนาวิชาชีพบุคลากร(2560 : 222) มาเป็นแนวคิด
หลักในการสร้างตัวแปรเกณฑ์ เน่ืองจากแนวคิดของสมาคมวิจัยและพัฒนาวิชาชีพบุคลากรเป็น
กลยุทธ์ในการปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ท่ีสาคัญในช่วงแห่งการปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21
และเป็นแนวคิดท่ีสอดคล้องกับบริบทของครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงต้องอาศัยแนวคิดของ
สมาคมวิจัยและพัฒนาวิชาชีพบุคลากร เพื่อให้ครูและบุคลากรมีวิสัยทัศน์ ร่วมทีมร่วมแรงร่วมใจ
ภาวะผู้นาร่วม การเรยี นรแู้ ละการพัฒนาวชิ าชพี ชุมชนกัลยาณมิตร และโครงสร้างสนับสนุนชุมชน
ร่วมกัน เพราะชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นเคร่ืองมือสาคัญในการปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ของ
กลุ่มครูและนักการศึกษา ทาให้เกิดผลดีกับผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา
และชมุ ชน ดงั น้ัน ทักษะของผู้บรหิ ารสถานศึกษานน้ั ถือวา่ มีความสาคัญอยา่ งย่ิงต่อชมุ ชนการเรียนรู้
ทางวิชาชีพของครู เพราะทักษะของผู้บริหารสถานศึกษามีผลกระทบต่อการทางานของครู
และบคุ ลากรในสถานศึกษา ทั้งในเชงิ บวกและเชิงลบ ดงั นนั้ การจะพัฒนาให้สถานศึกษาเป็นชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพ จึงต้องให้ความสาคัญกับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งจะส่งผลต่อ
ประสิทธภิ าพและความสาเร็จของการเรียนร้ตู อ่ ไป
บทที่ 3
วธิ ดี ำเนินกำรวิจัย
ในการวิจัยคร้งั น้ี มขี ั้นตอนในการดาเนินการดังต่อไปนี้
1. การกาหนดประชากรและการเลอื กกลุม่ ตัวอย่าง
2. เครื่องมือทใี่ ช้ในการวจิ ัย
3. การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
4. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู
5. สถิตทิ ่ีใช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมลู
กำรกำหนดประชำกรและกำรเลอื กกลมุ่ ตวั อยำ่ ง
กำรกำหนดประชำกร
ประชากรท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ปีการศึกษา 2560 ได้แก่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
จันทบุรี เขต 1 จานวน 1,249 คน และสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2
จานวน 1,464 คน รวมทั้งสิ้น จานวน 2,713 คน
กำรเลือกกลมุ่ ตวั อย่ำง
กลุ่มตวั อยา่ งทใี่ ช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาจันทบรุ ี ปีการศกึ ษา 2560 กาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเทียบหากลุ่ม
ตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan.1970 : 607 - 610) ได้ 339 ตัวอย่าง ในการศึกษา
คร้ังน้ีผู้วิจัยได้เผื่อความคลาดเคลื่อนไว้ ร้อยละ 10 จึงได้กลุ่มตัวอย่าง จานวน 373 ตัวอย่าง
และใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยใช้เขตพื้นที่การศึกษาเป็นช้ันของการแบ่ง
หลังจากน้ันคัดเลือกครูและบุคลากรทางการศึกษาของแต่ละเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย
(Simple Random Sampling) จากขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากตารางเทียบหากลุ่มตัวอย่าง รายละเอียด
ดังตาราง 1
54
ตำรำง 1 จานวนประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง จาแนกตามเขตพื้นท่ีการศึกษา
เขตพนื้ ทีก่ ำรศึกษำ ประชำกร กลมุ่ ตวั อย่ำง
สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจนั ทบุรี เขต 1 1,249 172
สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจันทบรุ ี เขต 2 1,464 201
รวม 2,713 373
ท่มี า : กลมุ่ สารสนเทศ สนผ. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน. 2560 : ออนไลน์.
กำรสร้ำงเครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นกำรวิจยั
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งน้ี คือ แบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า
(Rating Scale) 5 ระดับ ตามทฤษฎีการวัดเจตคติของไลเคิร์ท (Likert) จานวน 1 ฉบับ แบ่งออกเป็น
2 ตอน ประกอบดว้ ย (ธานินทร์ ศลิ ปจ์ าร.ุ 2560 : 77)
ตอนท่ี 1 ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ในสถานศึกษา สังกัด
สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาจนั ทบรุ ี จานวน 41 ขอ้ แบ่งเป็น 3 ด้าน ดงั นี้
1.1 ทักษะด้านเทคนิควิธี จานวน 14 ข้อ
1.2 ทกั ษะดา้ นมนษุ ยสัมพนั ธ์ จานวน 14 ข้อ
1.3 ทักษะด้านความคิดรวบยอด จานวน 13 ข้อ
ตอนที่ 2 ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาจันทบรุ ี จานวน 65 ขอ้ แบ่งเป็น 6 ดา้ น ประกอบด้วย
2.1 ดา้ นวสิ ยั ทัศน์รว่ ม จานวน 12 ข้อ
2.2 ดา้ นทีมรว่ มแรงรว่ มใจ จานวน 14 ข้อ
2.3 ด้านภาวะผูน้ ารว่ ม จานวน 9 ข้อ
2.4 ดา้ นการเรียนรู้และการพัฒนาวชิ าชพี จานวน 12 ข้อ
2.5 ด้านชมุ ชนกลั ยาณมติ ร จานวน 9 ข้อ
2.6 ดา้ นโครงสรา้ งสนบั สนุนชมุ ชน จานวน 9 ข้อ
ผู้วิจัยสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย โดยมีวิธีดาเนินการตามลาดับ
ข้นั ตอนดังตอ่ ไปน้ี
1. ทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องอย่างครอบคลุมตามตัวแปรท่ีใช้ในการวิจัย
วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปเป็นนิยามศัพท์ของทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21
และชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชพี ในสถานศึกษา
55
2. เลือกเทคนิคที่ใช้ในการวัด ในท่ีนี้ คือ เทคนิคการวัดเจตคติของไลเคิร์ท ท่ีเป็นมาตราส่วน
ประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับจากมากทส่ี ดุ จนถึงน้อยทส่ี ดุ ดังนี้
ระดบั 5 หมายถงึ ปฏิบัติมากท่ีสุด
ระดับ 4 หมายถึง ปฏิบัติมาก
ระดบั 3 หมายถึง ปฏบิ ตั ิตามปกติ
ระดับ 2 หมายถึง ปฏิบัติน้อย
ระดบั 1 หมายถงึ ไมป่ ฏิบตั ิ
3. สร้างข้อความท่ีเกี่ยวข้องกับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21
จานวน 41 ข้อ และข้อที่เก่ียวข้องกับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขต
พ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี จานวน 65 ข้อ
4. นาข้อความท่ีสร้างขึ้นทั้งหมดมาปรับปรุงภาษาให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อนแล้ว
จัดเรียงข้อความตามรูปแบบของการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา แล้วนาแบบสอบถามไปให้
ผู้ทรงคุณวุฒิ จานวน 5 คน เพ่ือขอความอนุเคราะห์ในการตรวจสอบความตรงเชิงเน้ือหาโดยหาค่า
ดัชนี IOC ( Index of Item-Objective Congruence ) แล้วคัดเลือกข้อความท่ีมีค่าดัชนี IOC ต้ังแต่
0.60 ขึ้นไป ไดจ้ านวน 106 ขอ้ ดงั น้ี
4.1 ข้อความเก่ียวกับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 จานวน 45 ข้อ
มีค่าดัชนี IOC ตั้งแต่ 0.60 ถึง 1.00 โดยทาการตัดข้อความที่มีค่าดัชนี IOC ไม่ถึง 0.60 ไปท้ังหมด
จานวน 4 ขอ้ จงึ เหลอื แบบสอบถามท้ังหมดจานวน 41 ข้อ
4.2 ข้อความเก่ียวกับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขต
พนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาจันทบุรี จานวน 69 ขอ้ มีคา่ ดัชนี IOC ตง้ั แต่ 0.60 ถึง 1.00 โดยทาการตัด
ขอ้ ความท่ีมคี ่าดชั นี IOC ไม่ถึง 0.60 ไปทั้งหมดจานวน 4 ข้อ จึงเหลือแบบสอบถามท้ังหมดจานวน
65 ขอ้
5. นาข้อความท่ีคัดเลือกไว้ตามข้อ 4 มาสร้างแบบสอบถาม แล้วนาแบบสอบถามไป
ทดลองใช้ (Try Out) กับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนวัดพลงช้างเผือก
จานวน 40 คน แล้วนาข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนกรายข้อ โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์
สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient) คัดเลือกข้อท่ีมีค่า
อานาจจาแนก (r) ตั้งแต่ .20 ข้นึ ไป ไดจ้ านวน 106 ขอ้ ประกอบด้วย
5.1 ด้านทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 มีค่าอานาจจาแนก ตั้งแต่
. 23 ถงึ .96
56
5.2 ด้านชุมชนการเรียนรทู้ างวิชาชพี ในสถานศกึ ษา สงั กัดสานกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษา
ประถมศกึ ษาจนั ทบุรี มีคา่ อานาจจาแนก ตงั้ แต่ .21 ถึง .94
6. นาข้อความท่ีคัดเลือกไว้ตามข้อ 5 มาคานวณหาค่าความเชื่อม่ันด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์
แอลฟา ( - Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach.1990 : 202-204) ได้ค่าความเช่ือม่ัน ประกอบด้วย
5.1 ด้านทักษะของผู้บริหารสถานศกึ ษาในศตวรรษท่ี 21 ค่าความเช่ือม่ันของแบบสอบถาม
เทา่ กับ .97
5.2 ด้านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษาจันทบรุ ี คา่ ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เทา่ กบั .98
5.3 คา่ ความเชอื่ ม่นั ของแบบสอบถามท้งั ฉบับ เทา่ กับ .98
กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล
ผู้วิจยั ดาเนินการเก็บรวบรวมขอ้ มูลจากกลุ่มตวั อยา่ ง โดยมีขั้นตอนดังตอ่ ไปนี้
1. ผู้วิจัยขอหนังสือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราไพพรรณี เพ่ือขอความอนุเคราะห์จาก
สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจันทบรุ ี เพ่ือขอความรว่ มมอื ในการทาวจิ ัย
2. ผู้วิจัยนาสาเนาหนังสือขอความร่วมมือในการทาวิจัยติดต่อสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบรุ ี เพื่อขอความร่วมมอื ในการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากกลมุ่ ตวั อยา่ ง
3. กาหนดวันในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยผู้วิจัยดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วย
ตนเอง
กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู
ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปในการวิเคราะห์
ข้อมูลดังต่อไปน้ี
1. วิเคราะห์ระดับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 และชุมชนการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพในสถานศกึ ษา สงั กดั สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจนั ทบรุ ี ด้วยวิธหี าค่าเฉลี่ย ( )
และค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (S.D.) โดย ใชเ้ กณฑ์การแปลความหมายของคะแนนดังน้ี (ธานินทร์ ศิลป์จารุ.
2560 : 77)
คะแนนเฉล่ีย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาและการเป็น
ชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชพี มากทส่ี ดุ
คะแนนเฉล่ีย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาและการเป็นชุมชน
การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี มาก
57
คะแนนเฉล่ีย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาและการเป็นชุมชน
การเรยี นรู้ทางวิชาชีพ ปานกลาง
คะแนนเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาและการเป็นชุมชน
การเรยี นรูท้ างวิชาชพี นอ้ ย
คะแนนเฉล่ีย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาและการเป็นชุมชน
การเรียนรทู้ างวิชาชีพ น้อยทส่ี ดุ
2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21
กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา
จันทบุรี ด้วยวิธีหาค่าสัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product - Moment Correlation
Coefficient) โดยมีเกณฑใ์ นการแปลความหมาย ดังนี้ (ชูศรี วงศร์ ัตนะ. 2552 : 314)
คา่ สมั ประสทิ ธ์ิสหสัมพนั ธ์ 0.91 - 1.00 หมายถงึ มคี วามสัมพนั ธ์ระดบั สูงมาก
คา่ สัมประสิทธ์ิสหสัมพนั ธ์ 0.71 - 0.90 หมายถงึ มีความสมั พันธ์ระดบั สงู
ค่าสมั ประสิทธ์ิสหสมั พนั ธ์ 0.31 - 0.70 หมายถึง มีความสัมพนั ธร์ ะดับปานกลาง
ค่าสมั ประสทิ ธิ์สหสมั พนั ธ์ 0.01 - 0.30 หมายถึง มีความสมั พนั ธร์ ะดบั ตา่
คา่ สมั ประสทิ ธิ์สหสมั พันธ์ 0.00 หมายถงึ ไม่มีความสมั พนั ธเ์ ชิงเส้นตรง
3. วเิ คราะห์ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้
ทางวิชาชีพ ในสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ด้วยวิธีการ
วิเคราะหถ์ ดถอยอย่างงา่ ย (Simple Regression Analysis)
Yˆ = a + bx เม่ือ และ b rxy Sy
Sx
a bX
สถติ ิทใ่ี ช้ในกำรวเิ ครำะห์ข้อมูล
สถติ พิ ้ืนฐำน
1. คา่ เฉลย่ี ( )
2. ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D.)
สถิตทิ ่ีใช้ในกำรตรวจสอบคุณภำพเครอ่ื งมอื
1. หาค่าความตรงเชิงเนื้อหารายข้อโดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อความ
และเนื้อหาท่ีวัด (Index of Item-Objective Congruence : IOC) ด้วยวิธีหาค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิ
2. หาคา่ อานาจจาแนกรายข้อด้วยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson
Product - Moment Correlation Coefficient)
58
3. หาค่าความเชอ่ื มน่ั (Reliability) ของแบบสอบถามโดยใช้การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธ์ิ
แอลฟา ( -Coefficient) ตามวิธขี องครอนบาค (Cronbach)
สถติ ิทีใ่ ช้ในกำรทดสอบสมมุติฐำน
1. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทดสอบความสัมพันธ์โดยใช้สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
แบบเพยี ร์สนั (Pearson Product-Moment Correlation Coefficient)
2. การวิเคราะห์ถดถอยอย่างง่าย (Simple Regression Analysis)
บทท่ี 4
ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ท่ีส่งผลต่อ
ชุมชนการเรยี นรู้ทางวชิ าชพี ในสถานศกึ ษา สังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี
ผวู้ จิ ัยเสนอผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ตามลาดับ ดังน้ี
สัญลกั ษณ์ทใี่ ช้ในการวเิ คราะหข์ ้อมูล
แทน ค่าคะแนนเฉลี่ย
S.D. แทน ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน
n แทน จานวนคนในกลมุ่ ตวั อย่างแตล่ ะตัวแปร
rxy แทน สัมประสิทธิ์สหสมั พันธ์แบบเพียร์สัน
Xtot แทน ทกั ษะของผบู้ ริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21
X1 แทน ทกั ษะดา้ นเทคนคิ วธิ ี
X2 แทน ทกั ษะดา้ นมนุษยสัมพนั ธ์
X3 แทน ทกั ษะด้านความคดิ รวบยอด
Ytot แทน ชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชีพในสถานศกึ ษา
Y1 แทน ดา้ นวิสยั ทศั น์ร่วม
Y2 แทน ด้านทมี ร่วมแรงรว่ มใจ
Y3 แทน ด้านภาวะผู้นาร่วม
Y4 แทน ด้านการเรียนรู้และการพัฒนาวชิ าชพี
Y5 แทน ด้านชมุ ชนกลั ยาณมิตร
Y6 แทน ดา้ นโครงสรา้ งสนบั สนนุ ชุมชน
Yˆ แทน คา่ การพยากรณ์ของ Ytot จาก Xtot ในรปู คะแนนดิบ
a แทน ค่าคงที่ของการพยากรณ์ในรูปคะแนนดบิ
b แทน สัมประสิทธข์ิ องการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ
แทน ค่าการพยากรณข์ อง Ytot จาก Xtot ในรูปคะแนนมาตรฐาน
Zy
Zx แทน คะแนนมาตรฐานของ Xtot
แทน สัมประสทิ ธ์ขิ องการพยากรณใ์ นรูปคะแนนมาตรฐาน
60
** แทน ความแตกตา่ งอย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั .01
การเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
การเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลของการวิจัยคร้ังน้ี ผู้วิจัยนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ดว้ ยตารางประกอบกับคาอธิบาย โดยแบ่งเปน็ 4 ตอน ดังนี้
ตอนท่ี 1 ผลการวิเคราะหท์ กั ษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษา
สังกดั สานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาจนั ทบรุ ี
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
เขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาจันทบรุ ี
ตอนท่ี 3 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา
ในศตวรรษท่ี 21 กบั ชมุ ชนการเรียนร้ทู างวชิ าชพี ในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษาจันทบรุ ี
ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่ายและสมการพยากรณ์ทักษะของผู้บริหาร
สถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
เขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาจันทบรุ ี
61
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 สังกัด
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาจนั ทบุรี ปรากฏผลดังตาราง 2
ตาราง 2 ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับ ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 สังกัดสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี โดรวมและรายดา้ น
ตัวแปรพยากรณ์ n = 373 ระดบั อันดบั
S.D.
1. ด้านเทคนิควิธี 4.06 .64 มาก 1
2. ด้านมนุษยสัมพนั ธ์ 4.02 .63 มาก 2
3. ด้านความคดิ รวบยอด 4.01 .54 มาก 3
4.03 .57 มาก
รวม
จากตาราง 2 แสดงว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสานักงาน
เขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.03) เม่ือพิจารณาเป็น
รายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปน้อย คือ 1) ด้านเทคนิควิธี
( = 4.06) 2) ดา้ นมนุษยส์ มั พนั ธ์ ( = 4.02) และ 3) ด้านความคดิ รวบยอด ( = 4.01) ตามลาดบั
62
ตอนท่ี 2 ผลการวิเคราะห์ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
เขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาจันทบรุ ี ปรากฏผลดังตาราง 3
ตาราง 3 ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับ ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ในสถานศกึ ษา สังกดั สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาจันทบรุ ี โดยรวมและรายดา้ น
ตัวแปรเกณฑ์ n = 373 ระดับ อนั ดบั
S.D.
1. ด้านวสิ ยั ทัศน์รว่ ม 3.92 .54 มาก 4
2. ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ 4.12 .68 มาก 2
3. ด้านภาวะผู้นารว่ ม 4.02 .63 มาก 3
4. ด้านการเรยี นรู้และการพัฒนาวชิ าชพี 3.90 .52 มาก 6
5. ด้านชุมชนกลั ยาณมิตร 3.91 .55 มาก 5
6. ด้านโครงสร้างสนับสนุนชมุ ชน 4.20 .64 มาก 1
4.01 .55 มาก
รวม
จากตาราง 3 แสดงว่า ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงาน
เขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.01) เม่ือพิจารณาเป็น
รายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปน้อย คือ 1) ด้านโครงสร้าง
สนับสนุนชุมชน ( = 4.20) 2) ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ ( = 4.12) 3) ด้านภาวะผู้นาร่วม
( = 4.02) 4) ด้านวิสัยทัศน์ร่วม ( = 3.92) 5) ด้านชุมชนกัลยาณมิตร ( = 3.91) และ6) ด้านการเรียนรู้
และการพัฒนาวิชาชพี ( = 3.90) ตามลาดับ
63
ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 กับชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาจนั ทบุรี ปรากฏผลดงั ตาราง 4 - 5
ตาราง 4 ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 กับชุมชนการเรียนรู้
ทางวิชาชีพในสถานศกึ ษา สงั กดั สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาจันทบรุ ี โดยรวม
ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งตัวแปร rp
.98** .00
ทกั ษะของผู้บริหารสถานศกึ ษาในศตวรรษที่ 21
สงั กดั สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาจันทบุรี
ชุมชนการเรยี นรูท้ างวชิ าชพี ในสถานศึกษา สงั กัดสานักงาน
เขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาจันทบรุ ี
** p < .01
จากตาราง 4 แสดงว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 กับชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี
โดยรวมมีความสัมพันธท์ างบวกในระดบั สูงมาก อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดับ .01
64
ตาราง 5 สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 กับชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี
โดยรวมและรายดา้ น
ทักษะของผบู้ ริหาร X1 X2 X3 รวม p
(r) (r) (r) (r)
ชมุ ชนการเรยี นรู้
Y1 .91** .84** .77** .89** .00
Y2 .91** .95** .83** .95** .00
Y3 .87** .92** .89** .95** .00
Y4 79** .80** .91** .88** .00
Y5 .87** .83** .73** .86** .00
Y6 .88** .85** .81** .90** .00
รวม .94** .94** .89** .98** .00
**p < .01
จากตาราง 5 แสดงว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 กับชุมชนการเรียนรู้
ทางวิชาชพี ในสถานศกึ ษา สังกดั สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาจันทบุรี มีความสัมพันธ์
ทางบวกในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า
มีความสัมพันธก์ ันดงั น้ี
1. ทักษะด้านเทคนิควิธีกับด้านวิสัยทัศน์ร่วม ทักษะด้านเทคนิควิธีกับด้านทีมร่วมแรง
ร่วมใจ ด้านมนุยสัมพันธ์กับด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับด้านภาวะผู้นา
ร่วม และทักษะด้านความคิดรวบยอดกับด้านการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ มีความสัมพันธ์กัน
ในระดับสูงมาก อย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติที่ระดบั .01
2. ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับวิสัยทัศน์ร่วม ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับวิสัยทัศน์
ร่วม ทกั ษะด้านความคิดรวบยอดกับทมี รว่ มแรงรว่ มใจ ทกั ษะด้านเทคนคิ วธิ กี ับดา้ นภาวะผนู้ าร่วม
ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับภาวะผู้นาร่วม ทักษะด้านเทคนิควิธีกับการเรียนรู้ และด้านการพัฒนา
วชิ าชีพ ทกั ษะดา้ นมนษุ ยสมั พันธ์กับด้านการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ ทักษะด้านเทคนิควิธีกับ
ดา้ นชมุ ชนกลั ยาณมติ ร ทกั ษะดา้ นมนษุ ยสมั พันธ์กบั ดา้ นชุมชนกลั ยาณมิตร ทักษะด้านเทคนิควิธีกับ
ด้านโครงสร้างสนับสนุนชุมชน ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับด้านโครงสร้างสนับสนุนชุมชน
65
ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับด้านโครงสร้างสนับสนุนชุมชน มีความสัมพันธ์กันในระดับสูง
อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01
ตอนที่ 4 ผลการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่ายและสร้างสมการพยากรณ์ทักษะของ
ผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ท่ีส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา
การถดถอยอย่างง่ายและสร้างสมการพยากรณ์ สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา
จันทบรุ ี ปรากฏผลดงั ตาราง 6
ตาราง 6 ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพใน
สถานศึกษา สังกดั สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจันทบุรี
ตัวแปร n = 373 df rxy a b
S.D.
Xtot 4.01 .55 372 .98** .20 .94** .98**
Ytot 4.03 .57
**p < .01
จากตาราง 6 แสดงว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 และชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี อยู่ใน
ระดับมากและมคี วามสัมพันธ์กนั ทางบวกระดบั สงู มากอย่างมีนยั สาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ค่าคงท่ี
ของการพยากรณ์เท่ากับ .20 ค่าสัมประสิทธ์ิของการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบเท่ากับ .94
และค่าสัมประสิทธ์ิของการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานเท่ากับ .98 สามารถสร้างสมการ
พยากรณ์ทักษะของผบู้ ริหารสถานศกึ ษาในศตวรรษท่ี 21 และชุมชนการเรยี นรูท้ างวชิ าชีพในสถานศึกษา
สังกดั สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาจนั ทบุรี ได้ดงั นี้
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดบิ คือ Yˆ = .20 + .94**X
สมการพยากรณใ์ นรูปคะแนนมาตรฐาน คือ = .98** Z x
Zy
จากสมการพยากรณ์แสดงให้เห็นว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21
เปล่ียนไป 1 หน่วย ทาให้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศกึ ษาจนั ทบุรี เปลย่ี นไป 0.94 หนว่ ย
บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยเก่ียวกับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21
ท่ีส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษาจนั ทบุรี ผู้วิจัยไดส้ รปุ ผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะดงั น้ี
วัตถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย
1. เพื่อศึกษาระดับทักษะของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบรุ ี
2. เพื่อศึกษาระดับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่
การศกึ ษาประถมศึกษาจันทบุรี
3. เพอื่ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 กับชุมชน
การเรยี นรทู้ างวิชาชีพในสถานศกึ ษา สังกดั สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี
4. เพื่อสร้างสมการพยากรณ์ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อ
ชุมชนการเรยี นรู้ทางวิชาชพี ในสถานศกึ ษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษาจันทบรุ ี
วธิ ดี าเนินการวจิ ัย
การกาหนดประชากร
ประชากรท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ปีการศึกษา 2560 ได้แก่ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
จันทบุรี เขต 1 จานวน 1,249 คน และสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2
จานวน 1,464 คน รวมทัง้ สิน้ จานวน 2,713 คน
การเลือกกลุ่มตัวอย่าง
กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสานักงานเขต
พ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ปีการศึกษา 2560 การกาหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตาราง
เทียบหากลุ่มตัวอย่างของเครจซ่ีและมอร์แกน (Krejcie and Morgan.1970 : 607 - 610) และใช้การสุ่ม
แบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยใช้เขตพื้นท่ีการศึกษาเป็นชั้นของการสุ่ม หลังจากนั้น
คัดเลือกครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ตามขนาด
กลุม่ ตวั อย่างทีไ่ ดจ้ ากตารางเทียบหากลุ่มตัวอย่าง
67
การสรา้ งเคร่ืองมอื ที่ใช้ในการวจิ ยั
1. เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังนี้ คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับทักษะของผู้บริหาร
สถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับตาม
การวัดเจตคติของไลเคิร์ท (Likert) จานวน 1 ฉบับ แบ่งออกเป็น 2 ตอน ประกอบด้วย (ธานินทร์
ศิลปจ์ าร.ุ 2560 : 77)
ตอนท่ี 1 ทกั ษะของผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษาในศตวรรษท่ี 21 สงั กดั สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษาจนั ทบุรี จานวน 41 ข้อ แบง่ เปน็ 3 ดา้ น ดงั นี้
1.1 ทกั ษะดา้ นเทคนิควธิ ี จานวน 14 ข้อ
1.2 ทักษะดา้ นมนษุ ยสมั พันธ์ จานวน 14 ข้อ
1.3 ทกั ษะด้านความคดิ รวบยอด จานวน 13 ข้อ
ตอนท่ี 2 ชุมชนการเรยี นรทู้ างวิชาชพี ในสถานศกึ ษา สังกดั สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา
ประถมศกึ ษาจันทบรุ ี จานวน 65 ขอ้ แบง่ เป็น 6 ด้าน ประกอบด้วย
1.1 ด้านวิสัยทัศนร์ ่วม จานวน 12 ข้อ
1.2 ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ จานวน 14 ข้อ
1.3 ด้านภาวะผนู้ าร่วม จานวน 9 ข้อ
1.4 ดา้ นการเรียนรูแ้ ละการพัฒนาวิชาชีพจานวน 12 ข้อ
1.5 ดา้ นชุมชนกัลยาณมติ ร จานวน 9 ข้อ
1.6 ด้านโครงสร้างสนับสนนุ ชมุ ชน จานวน 9 ข้อ
ผู้วิจั ยด าเ นิน กา รส ร้ าง เค รื่อ งมื อท่ีใ ช้ใ นก าร วิจั ย โด ย ส ร้า ง ต าม นิยา มป ฏิบั ติก าร ขอ ง
ตัวแปรทั้ง 2 ตัวแปรแล้วสร้างข้อความที่ใช้วัดตัวแปรท้ังสอง และนาไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิ
จานวน 5 คน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาแล้วนามาทดลองใช้เพื่อหาอานาจจาแนกของข้อความ
รายขอ้ รายด้านและความเชอ่ื ม่ันของแบบสอบถามทั้งฉบบั
การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ผู้วจิ ยั ดาเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมูลจากกลมุ่ ตวั อย่าง โดยมีข้นั ตอนดงั ต่อไปนี้
1. ผู้วิจัยขอหนังสือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราไพพรรณี เพื่อขอความอนุเคราะห์จาก
สงั กัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี เพ่อื ขอความรว่ มมือในการทาวิจยั
2. ผู้วิจัยนาสาเนาหนังสือขอความร่วมมือในการทาวิจัยติดต่อสังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาจนั ทบุรี เพื่อขอความร่วมมอื ในการเก็บรวบรวมข้อมลู จากกลมุ่ ตัวอยา่ ง
3. กาหนดวนั ในการเก็บรวบรวมข้อมลู โดยผวู้ จิ ัยดาเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมูลดว้ ยตนเอง
68
การวิเคราะหข์ อ้ มูล
ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเคร่ืองคอมพิวเตอร์โดยใช้โปรแกรมสาเร็จรูปในการวิเคราะห์
ขอ้ มลู ดังตอ่ ไปน้ี
1. วิเคราะห์ระดับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 กับชุมชนการเรียนรู้
ทางวชิ าชพี ในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ด้วยวิธีหาค่าเฉลี่ย
( ) และค่าเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.)
2. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21
กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในสถานศึกษาสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา
จนั ทบุรี ดว้ ยวิธีหาคา่ สัมประสทิ ธสิ์ หสมั พันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Product - Moment Correlation
Coefficient)
3. วิเคราะห์การถดถอยอย่างง่ายและสร้างสมการพยากรณ์แสดงทักษะของผู้บริหาร
สถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ในสถานศึกษาสังกัด
สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาจันทบรุ ี ในรปู Yˆ = a + bx
สรปุ ผลการวิจยั
จากการวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยเร่ืองทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21
ท่ีส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษาจนั ทบุรี สรุปผลการวิจยั ได้ดังน้ี
1. ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปน้อย คือ
1) ด้านเทคนิควิธี ( = 4.06) 2) ด้านมนุษย์สัมพันธ์ ( = 4.02) และ 3) ด้านความคิดรวบยอด
( = 4.01) ตามลาดับ
2. ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมากไปน้อย คือ
1) ด้านโครงสร้างสนับสนุนชุมชน ( = 4.20) 2) ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ ( = 4.12) 3) ด้านภาวะผู้นา
ร่วม ( = 4.02) 4) ด้านวิสัยทัศน์ร่วม ( = 3.92) 5) ด้านชุมชนกัลยาณมิตร ( = 3.91)
และ 6) ด้านการเรยี นรแู้ ละการพฒั นาวิชาชีพ ( = 3.90) ตามลาดับ
3. ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพใน
สถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมมีความสัมพันธ์
69
ทางบวกในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า
มคี วามสัมพันธ์กันดงั นี้
3.1 ทักษะด้านเทคนิควิธีกับทีมร่วมแรงร่วมใจ ทักษะด้านเทคนิควิธีกับโครงสร้าง
สนับสนุนชุมชน ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับทีมร่วมแรงร่วมใจ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับ
โครงสร้างสนับสนุนชุมชน และทักษะด้านความคิดรวบยอดกับการเรียนรู้กับการพัฒนาวิชาชีพ
มคี วามสมั พันธ์กนั ในระดับสูงมาก อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั .01
3.2 ทักษะด้านเทคนิควิธีกับวิสัยทัศน์ร่วม ทักษะด้านเทคนิควิธีกับภาวะผู้นาร่วม
ทักษะด้านเทคนิควิธีกับการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ ทักษะด้านเทคนิควิธีกับชุมชน
กัลยาณมติ ร ทกั ษะด้านมนษุ ยสัมพันธก์ ับวสิ ยั ทศั น์รว่ ม ทกั ษะดา้ นมนุษยสมั พนั ธก์ ับภาวะผู้นาร่วม
ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์กับชุมชน
กัลยาณมิตร ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับวิสัยทัศน์ร่วม ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับทีมร่วมแรง
ร่วมใจ ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับภาวะผู้นาร่วม ทักษะด้านความคิดรวบยอดกับชุมชน
กัลยาณมิตร และทักษะด้านความคิดรวบยอดกับโครงสร้างสนับสนุนชุมชน มีความสัมพันธ์กัน
ในระดับสูง อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01
4. ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ท่ีส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ในสถานศกึ ษา สงั กดั สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขยี นเปน็ สมการพยากรณ์ใน
รปู คะแนนดิบ คือ Yˆ = .20 + .94**X และสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน คือ Zˆ y = .98**Zx
อภปิ รายผล
ผลการวิจัยครั้งน้ี มีประเด็นสาคัญเกี่ยวกับทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่
21 ที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาจันทบุรี ที่ผู้วิจัยนามาอภิปรายผล ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษาจันทบรุ ี อยใู่ นระดบั มากทั้งในภาพรวมและรายดา้ นทุกดา้ น เรียงลาดบั ค่าเฉลี่ยจากมาก
ไปน้อย คือ ด้านเทคนิควิธี ด้านมนุษยสัมพันธ์ และด้านความคิดรวบยอด ท่ีเป็นเช่นน้ีอาจเป็น
เพราะว่าผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้ความสามารถ และความชานาญในการปฏิบัติงาน มีเทคนิค
ในการใช้สื่อ อุปกรณ์ เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่วมีการเปิดใจกว้าง มุมมอง โลกทัศน์ใหม่ ๆ
รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างและนามาบูรณาการอย่างสร้างสรรค์ มีการสนับสนุนการทางาน
ร่วมกันเป็นกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ความช่วยเหลือครูในการปฏิบัติงานอย่างจริงจัง
มีความเคารพในความคิดเห็น ความรู้ ความสามารถของผู้ร่วมงานมีการนานโยบายไปสู่การปฏิบัติโดย
70
แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซ่ึงกันและกัน จึงทาให้ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21
ในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี อยู่ในระดับมาก เป็นไป
ตามแนวคิดของสัมมา รธนิธย์ (2553 : 57) ที่ว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา คือ ความสามารถ
ในการดาเนินงานซ่ึงมีความสาคญั มาก หากผบู้ รหิ ารมีทกั ษะทางการบริหารไมเ่ พียงพออาจส่งผลต่อ
การดาเนินงานให้ประสบผลสาเร็จได้แตกต่างกันไป อีกทั้งแนวคิดของสุนทร โคตรบรรเทา
(2554 : 76) ยังเป็นไปทิศทางเดียวกันท่ีเห็นว่า ความสาคัญของทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาน้ัน
เป็นความรู้ความสามารถ ทั้งการใช้ศาสตร์และศิลป์ ผลักดันให้กิจกรรมต่าง ๆ ในองค์กรดาเนิน
ไปสู่เป้าหมายและส่งผลให้งานประสบความสาเร็จ และเป็นไปตามผลการวิจัยของสุภานี กิมกัว
(2553 : 50) ได้ศึกษาเร่ืองการศึกษาทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนตาม
ความคิดเห็นของครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาระยอง เขต 1 ผลการศึกษาพบว่า
โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก งานวิจัยของกรรณิกา ประสมนาค (2554 : 60) ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง
ทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตเสรีไทย สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
กรงุ เทพมหานคร เขต 2 ผลการศึกษาพบว่า ทักษะการบริหารงานของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา สหวิทยา
เขตเสรีไทย สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
และงานวิจัยของอารียา ศิริบุญยประสิทธิ์ (2554 : 92)ได้ศึกษาวิจัยเร่ืองทักษะการบริหารของ
ผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสานักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี พบว่า ทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาตาม
ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาจันทบุรีโดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก งานวิจัยของคินเดรด (Kindred. 1975 :
91 - 94) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องทักษะของผู้บริหารโรงเรียน พบว่า การไม่ประสบผลสาเร็จใน
การประสานงานระหว่างผู้ปกครองกับครู เกิดจากสาเหตุของผู้บริหารไม่มีทักษะทางการบริหาร
จงึ ทาใหเ้ กิดปญั หาดังนี้ 1) ความมีอคติ 2) ขาดเป้าหมายท่ีแน่นอน 3) ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้นาท่ีดี
4) ขาดการวางแผนที่ดี 5) เกิดบรรยากาศของความขัดแย้ง ซ่ึงงานวิจัยที่กล่าวมาข้างต้นเป็นไป
ในทิศทางเดียวกันกับผลการวิจัย ท่ีพบว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัด
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี อยู่ในระดับมากท้ังในภาพรวมและรายด้าน
ทุกด้าน ดังจะเห็นได้ว่า ทักษะท่ีผู้บริหารสถานศึกษาจาเป็นจะต้องมีการบริหารงานนั้นจะต้องใช้
ศาสตรแ์ ละศลิ ปะทุกประการ เพราะว่าการดาเนินงานต่าง ๆ มิใช่เพียงกิจกรรมท่ีผู้บริหารจะกระทา
เพียงลาพังคนเดียว แต่ยังมีผู้ร่วมงานอีกหลายคนท่ีมีส่วนทาให้งานนั้นประสบความสาเร็จ ผู้ช่วย
งานแต่ละคนมีความแตกต่างกันทั้งในด้านสติปัญญา ความสามารถ ความถนัด และความต้องการ
ท่ีไมเ่ หมือนกันจงึ เป็นหนา้ ทขี่ องผู้บรหิ ารท่ีจะนาเอาเทคนิควิธี และกระบวนการบริหารที่เหมาะสม
71
มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายของสถานศึกษา ผู้บริหารจึงจะต้องเป็นคนเก่งมีความรู้
ความสามารถ และมีทักษะสาหรับผู้บริหารเพื่อสร้างคุณค่าเพ่ิมให้แก่ตนเองสูงสุดจะได้มีศักยภาพ
พรอ้ มทจ่ี ะแข่งขนั ในโลกยคุ ไร้พรมแดน
2. ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศกึ ษาจนั ทบุรี อยใู่ นระดบั มากทงั้ ในภาพรวมและรายด้านทกุ ดา้ น เรียงลาดับค่าเฉล่ียจากมาก
ไปน้อย คือ ด้านโครงสร้างสนับสนุนชุมชน ด้านทีมร่วมแรงร่วมใจ ด้านภาวะผู้นาร่วม
ด้านวสิ ยั ทัศน์รว่ ม และด้านชุมชนกลั ยาณมติ ร ดา้ นการเรยี นร้แู ละการพัฒนาวิชาชพี ท่ีเป็นเช่นนี้อาจ
เปน็ เพราะว่าจากแนวทางการปฏริ ูปการศกึ ษา ในทศวรรษท่ี 2 (พ.ศ.2552-2561) สานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ได้กาหนดวิสัยทัศน์ในการดาเนินงานเพื่อบริหารและจัดการศึกษา
ขั้นพื้นฐานท่ีมีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากลบนพ้ืนฐานความเป็นไทยมีการปฏิรูปการเรียนรู้
ของผู้เรียนและครูผู้สอนเป็นสาคัญ และกลไกท่ีสาคัญมากประการหน่ึงซ่ึงช่วยให้การปฏิรูป
การเรียนรู้ดังกล่าวประสบความสาเร็จก็คือ ต้องมีการปรับเปล่ียนกระบวนทัศน์ในการบริหาร
จัดการสถานศึกษาจากแนวทางดาเนินการแบบเดิมดังที่เคยผ่านมาไปสู่การพัฒนาสถานศึกษาให้
มีความเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ขึ้นภายในสถานศึกษา จึงทาให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี
อยู่ในระดับมากท้ังในภาพรวมและรายด้านทุกด้าน ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับแนวคิดของ
วรลักษณ์ ชูกาเนิดและเอกรินทร์ สังข์ทอง (2557 : 93 - 102) ได้ให้ความเห็นว่า ชุมชนการเรียนรู้
ทางวิชาชีพถือเป็นกลยุทธ์ในการปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ที่สาคัญ มีหลายพื้นท่ีได้นาแนวทางของ
ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูไปพัฒนาการจัดการเรียนรู้และโรงเรียน โดยเฉพาะช่วงแห่ง
การปฏิรูปการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งส่งผลให้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นเคร่ืองมือสาคัญ
ในการปฏิรูปการจัดการเรียนรู้ของกลุ่มครูและนักการศึกษา และเป็นไปตามผลงานวิจัยของ
หนูฤทธิ์ ไกรพล (2558: 171-183) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษา
สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า ระดับการเป็นชุมชนแห่ง
การเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จังหวัดขอนแก่นโดยภาพรวมอยู่ใน
ระดับมาก จะเห็นได้ว่า ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเป็นแนวทางการดาเนินการที่ช่วยให้เกิดพลัง
ในการเปลี่ยนแปลงในโรงเรียนทุกระดับ ครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนจะต้องมุ่งเน้น
การเรียนรู้ที่จะเกิดข้ึนมากกว่าให้ความสาคัญกับการสอน นอกจากนั้นยังต้องให้ความสาคัญกับ
การร่วมมือรวมพลัง การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพ่ือมุ่งไปสู่ความสาเร็จภายใต้เป้าหมายเดียวกัน
โดยอาศัยการพ่งึ พาอาศยั ซึง่ กันและกัน
72
3. ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมมีความสัมพันธ์
ทางบวกในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ท่ีเป็นเช่นน้ีเพราะว่าสานักงาน
เขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี มีการพัฒนาคุณภาพท้ังผู้บริหารสถานศึกษา ครู
และบคุ ลากรทางการศึกษา รวมถึงประชาชน โดยจัดให้มีการประชุมเชิงวิชาการเชิงปฏิบัติการให้มี
ความรู้ความเข้าใจในหลักการบริหารการศึกษาและการจัดการศึกษา จึงทาให้ทุกฝ่ายร่วมกัน
ปฏบิ ัตงิ านดว้ ยความคดิ ท่ีหลากหลาย จนก่อใหเ้ กิดความเข้าใจถึงเทคนิควิธีกระบวนการบริหารงาน
และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกันอย่างคุณภาพ ดังน้ันจึงเกิดวัฒนธรรมการทางาน
เป็นทีม แลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพร่วมกัน และการร่วมมือร่วมใจกันของครู
และบุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและประชาชนในการสร้างวิสัยทัศน์ ภาวะผู้นา
ร่วมกัน ด้วยการดาเนินงานร่วมกันอย่างกัลยาณมิตร จึงทาให้ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 กับชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาจันทบุรี โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูงมาก เป็นไปตามแนวคิดของ
ดูโฟร์ (DuFour. 2007 : 150) ท่ีกล่าวถึงลักษณะสาคัญของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพว่า
เป็นแนวทางการดาเนินการที่ช่วยให้เกิดพลังในการเปล่ียนแปลงในโรงเรียนทุกระดับ ครูรวมทั้ง
บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนจะต้องมุ่งเน้นการเรียนรู้ที่จะเกิดข้ึนมากกว่าให้ความสาคัญกับ
การสอน นอกจากนั้นยังต้องให้ความสาคัญกับการร่วมมือรวมพลัง การปรับปรุงอย่างต่อเน่ือง
เพ่ือมุ่งไปสู่ความสาเร็จภายใต้เป้าหมายเดียวกัน โดยอาศัยการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันซึ่งเป็นไป
ตามงานวิจัยของ ธันยพร บุญรักษา (2553: 88) ได้ศึกษาเรื่อง ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเป็นชุมชน
แห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในจังหวัดเลย ผลการวิจัยพบว่า
ปจั จัยทีศ่ ึกษาทกุ ด้านมคี วามสัมพนั ธ์กับการเปน็ ชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน อย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถิตทิ ร่ี ะดับ .01 ในทานองเดยี วกัน อลั วา (Alva. 2009 : 47) ได้ศึกษาเรื่องความเป็นผู้นาที่ส่งผล
ต่อชมุ ชนการเรียนวิชาชีพ พบว่าโรงเรียนทม่ี ีประสิทธภิ าพได้รับการพัฒนาผ่านการเรียนรู้ชุมชนมือ
อาชีพ ต้องพัฒนาความรู้และความสามารถเพ่ือให้ประสบความสาเร็จครูเป็นส่วนสาคัญใน
การพัฒนาที่แข็งแกร่งระดับมืออาชีพชุมชนการเรียนรู้และวิสัยทัศน์ร่วมกัน และวางแผนการ
ดาเนินงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพการดาเนินการและดาเนินการต่อการส่งเสริมความเป็นผู้นาท่ีมี
ประสิทธิภาพ โดยใช้การเรียนรู้ชุมชนระดับมืออาชีพ ต้องเร่ิมต้นความร่วมมือและมีประสิทธิภาพ
ของโรงเรียนจะเห็นได้ว่าศตวรรษท่ี 21 เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังน้ันผู้บริหาร
สถานศกึ ษาจงึ ตอ้ งมที ักษะ ในการบริหารงานบริหารสถานศึกษาเพื่อผลักดันให้สถานศึกษาดาเนิน
ไปสู่เป้าหมายประกอบกับจาเป็นต้องร่วมมือร่วมใจกันของครูและบุคลากรทางการศึกษา
73
เพ่ือปรับตัวพัฒนาคุณภาพให้ทันและสอดคล้องกับความเป็นจริงที่มีผลต่อการดาเนินชีวิตและ
การเรียนรูข้ องนักเรยี น ดังน้นั วิถีการเรียนรู้บนฐานการปฏิบัติในงานจริงร่วมของวิชาชีพครูในแบบ
ชุมชนการเรียนรู้ จงึ เปน็ กลยทุ ธส์ าคญั ท่ีสถานศกึ ษาให้ความสาคญั ในการขับเคลอ่ื นพัฒนาในชุมชน
ตนเองไปพร้อม ๆ กับการเรียนรู้ การปฏิบัติงานร่วมกัน และเป็นผู้นาร่วมกัน เพื่อพัฒนาวิชาชีพ
สู่คณุ ภาพการจัดการเรยี นการสอนท่ีเน้นผเู้ รียนเป็นสาคัญ
4. ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี อยู่ในระดับมาก
และมีความสัมพันธ์กันทางบวกระดับสูงมากอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 ค่าคงที่ของ
การพยากรณ์เท่ากับ .20 ค่าสัมประสิทธ์ิของการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบเท่ากับ .94
และค่าสัมประสิทธ์ิของการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานเท่ากับ .98 สามารถสร้างสมการ
พยากรณ์ได้ดังนี้ Yˆ = .20 + .94**X ท่ีเป็นเช่นน้ีเพราะว่าผู้บริหารสถานศึกษามีเทคนิคในการคิด
เชิงกลยุทธ์ วางแผนกาหนดนโยบาย การส่ังการ การมอบหมายงานท่ีชัดเจน มีมนุษยสัมพันธ์
และอัธยาศัยท่ีดีกับผู้ร่วมงานทุกระดับ และสร้างความศรัทธาแก่บุคคลรอบข้าง มีการกาหนด
ทิศทางวสิ ยั ทศั น์ เป้าหมาย กลยทุ ธไ์ ดก้ ว้างไกล สามารถใชค้ วามรูค้ วามเข้าใจในการจัดทาหลักสูตร
ได้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของชุมชนและสังคม สอดคล้องกับแนวคิดของ โฮด (Hord. 2009 :
90) กล่าวว่า ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ คือ การท่ีผู้บริหารมีการกระจายอานาจ การควบคุม หรือ
การตัดสินใจต่าง ๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอน มีความเป็นประชาธิปไตยท่ีครู ทุกคนมีส่วนร่วม
ในความรับผิดชอบ สามารถท่ีจะให้การช่วยเหลือและสนับสนุนกันและกันในด้านของทรัพยากร
สถานท่ี เวลา ส่ือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในเชิงของการเคารพนับถือ ห่วงใย
และไว้ใจกัน อันเป็นลักษณะของการอยู่ร่วมกันในชุมชน ครูทุกคนในโรงเรียนมีการเรียนรู้แบบ
ร่วมมือ เพื่อที่จะจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการจัดการเรยี นการสอน และผลจากการสะท้อนคดิ ท่ไี ด้จากเพือ่ นร่วมงาน ก็จะช่วยให้
โรงเรียนเกิดการเปล่ียนแปลงและปรับปรุงไปในทางที่ดีย่ิงขึ้น ซ่ึงเป็นไปตามงานวิจัยของ ธันยพร
บุญรักษา (2553: 88) ได้ศึกษาเร่ือง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียนใน
สังกดั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในจงั หวัดเลย ผลการวจิ ยั พบว่า ปัจจัยที่สามารถพยากรณ์การเป็น
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน ได้แก่ ภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลง การรับรู้ความสามารถของครู
และบรรยากาศแบบเปิดของโรงเรียน โดยสามารถพยากรณ์ร้อยละ 71.80 (R2= .718) และงานวิจัย
ของออลสัน (Olson. 2008 : 62) ได้ศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนที่ประสบความสาเร็จ
สูงกับลักษณะชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพกับการเป็นผู้นาทางการศึกษา พบว่า โรงเรียน
ประถมศึกษาที่มีการนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพไปใช้ จะประสบความสาเร็จทางวิชาการสูง
74
นัน้ โรงเรยี นทม่ี ีความสาเรจ็ ทางวิชาการน้ันผู้นาทางการศึกษา ได้นาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพไป
พฒั นาเป็นกลยทุ ธ์ของโรงเรียน และพยายามพัฒนาชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในโรงเรียน จะเห็น
ไดว้ ่าการสร้างชุมชนการเรียนรู้ของครูในสถานศึกษา ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารสถานศึกษาในฐานะผู้นาองค์การจะต้องมีทักษะในการบริหารงานและ
ต้องทมุ่ เทความรคู้ วามสามารถอยา่ งเตม็ ท่ีในการขับเคล่ือนให้สถานศึกษาเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้
ภายใต้การมีส่วนร่วมของทกุ คน
ข้อเสนอแนะ
จากการวิจัยทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ที่ส่งผลต่อชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี
ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้
ข้อเสนอแนะท่ัวไป
1. ผลการวิจัยพบว่า ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษา สังกัด
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ด้านความคิดรวบยอด อยู่ในอันดับสุดท้าย
จึงเสนอแนะว่า ผู้บริหารสถานศึกษาควรนาวิสัยทัศน์ที่สร้างขึ้น มาเป็นเป้าหมายของ
การปรบั เปล่ยี นกลยทุ ธ์ ในการบรหิ ารงานเพือ่ ใหท้ ันต่อการเปลย่ี นแปลงในศตวรรษท่ี 21
2. ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี ด้านการเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ อยู่ในอันดับสุดท้าย
จึงเสนอแนะว่า ผู้บริหารสถานศึกษา ควรวางนโยบายและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน สร้างกลไก
ในการจัดระบบการเรยี นรู้และพัฒนาวชิ าชพี ทค่ี รบวงจร เพือ่ ให้ครูสามารถพัฒนาการเรียนการสอน
สามารถถ่ายทอดความรแู้ ก่ผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ
ขอ้ เสนอแนะเพื่อการวจิ ัยครัง้ ต่อไป
ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะของการวิจัยต่อไป เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ให้ลึกซ้ึงมากยิ่งขึ้นและ
เปน็ ประโยชนใ์ นการศึกษาคน้ คว้า จึงเสนอแนะการวจิ ยั ต่อไป ดงั นี้
1. ควรศึกษาทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 ที่ส่งผลต่อชุมชน
การเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา ในเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลเชิงลึก เช่น จากการสัมภาษณ์
การจดั กลุ่มสนทนา เพ่ือให้ได้ข้อมูลและขอ้ เท็จจรงิ เชิงประจกั ษ์
2. ควรศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความสาเร็จชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษา
สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี
75
บรรณานุกรม
76
บรรณานุกรม
กรรณกิ า ประสมนาค. (2554).“ทกั ษะการบรหิ ารงานของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา สหวทิ ยาเขตเสรไี ทย
สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษา กรงุ เทพมหานคร เขต 2,” วารสารวิชาการมหาวทิ ยาลยั
ปทุมธานี. 110(3) : 3-10.
กลมุ่ สารสนเทศ สนผ. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน (2560). ระบบสารสนเทศเพอ่ื
บริหารการศึกษา. (ออนไลน)์ . แหลง่ ทมี่ า
https://data.bopp-obec.info/emis/school.php?Area_CODE=2201. 25 เมษายน 2561
จรุณี เก้าเอ้ียน. (2557). เทคนิคการบริหารงานวชิ าการในสถานศกึ ษา กลยุทธแ์ ละแนวทาง
การปฏบิ ตั สิ าหรบั ผู้บริหารมอื อาชพี . สงขลา : ชานเมอื งการพิมพ์.
จอมพงศ์ มงคลวนชิ . (2555). การบริหารองค์การและบคุ ลากรทางการศึกษา. กรงุ เทพฯ :
สานกั พิมพ์แหง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั .
จนั ทร์เพ็ญ ธนะฤกษ์. (2555). ทกั ษะของผู้บริหารสถานศึกษามอื อาชีพ ตามความคิดเห็นของ
ครผู ู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี สังกดั สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษา เขต 8. วทิ ยานพิ นธ์ กศ.ม. (การบริหารการศกึ ษา). ชลบุรี : บณั ฑติ วิทยาลยั
มหาวิทยาลัยบรู พา.
จันทรานี สงวนนาม. (2553). ทฤษฎีและแนวปฏบิ ัติในการบริหารสถานศึกษา. นนทบรุ ี :
บคุ๊ พอยท์.
ชัยยันต์ ฉิมกล่อม. (2555). ทักษะการบรหิ ารงานของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา ตามทศั นะของครูผสู้ อน
ในอาเภอบางละมงุ สงั กดั สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3.
วทิ ยานิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศกึ ษา). ชลบรุ ี : บณั ฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยบรู พา.
ชุลพี ร เกลย้ี งสง. (2556). กลยุทธ์การพัฒนาวัฒนธรรมองคก์ ารเพอ่ื สง่ เสริมการเป็นชุมชนแหง่
การเรียนรู้ ในสถานศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน สงั กัดกรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถิ่น.
วิทยานิพนธศ์ กึ ษาศาสตรดษุ ฎีบณั ฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษาและผู้นาการ
เปลี่ยนแปลงบณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลยั อสี เทริ น์ เอเชีย.
ชศู รี วงศ์รตั นะ. (2552). เทคนคิ การใช้สถิติเพือ่ การวิจยั ฉบับปรบั ปรุง. พิมพ์ครง้ั ท่ี 11
กรงุ เทพฯ : ไทยเนรมิตกจิ อินเตอร์ โปรเกรสซฟิ .
77
ทัศนยี ์ บุญชูวทิ ย์. (2552). การพัฒนาระบบสนบั สนนุ การเรยี นร้ตู ลอดชีวติ ทส่ี อดคล้องกบั วถิ ี
ทอ้ งถิน่ ในเขตภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื . กรงุ เทพฯ : สานักงานคณะกรรมการวิจยั
แห่งชาติ.
ธันยพร บุญรักษา. (2553). ปจั จยั ทีส่ ง่ ผลต่อการเป็นชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ของโรงเรียนใน
สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในจงั หวดั เลย . วทิ ยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหารการศึกษา).
เลย:บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเลย.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2560). การวิจัยและวิเคราะหข์ อ้ มูลทางสถิตดิ ้วย SPSS และ AMOS. กรงุ เทพฯ
: บสิ ซเิ นสอารแ์ อนดด์ ี.
นพพงษ์ บุญจิตราดุลย์. (2557). หลกั การและทฤษฎกี ารบรหิ ารการศึกษา. นนทบรุ ี : ตีรณสาร.
ปรียาพร วงศ์อนตุ รโรจน์. (2553). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพฯ : ศนู ย์ส่ือเสรมิ กรงุ เทพ.
พมิ พันธ์ เดชะคุปต์. (2558). การจัดการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21. พิมพค์ รัง้ ที่ 2. กรุงเทพฯ:
มลู นิธิพทุ ธธรรม
พมิ พนั ธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดสี ุข. (2560). ทกั ษะ 7C ของครู 4.0. กรงุ เทพฯ : สานักพิมพแ์ หง่
จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
แพรดาว สนองผนั . (2557). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษท่ี 21 สงั กดั
สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาอุดรธานี เขต 3. วทิ ยานิพนธ์ กศ.ม.
(การบรหิ ารการศกึ ษา). ขอนแก่น : บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.
มินตรา ลายสนทิ เสรกี ลุ . (2557). “กลยทุ ธ์การบริหารโรงเรียนสกู่ ารเปน็ ชุมชนแห่งการเรยี นรู้
วิชาชพี ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวิทยาเขตเบญจบูรพา กรงุ เทพมหานคร,” OJED.
9 (3) : 392 - 406.
ราชบณั ฑติ ยสถาน. (2555). พจนานุกรมศัพท์ศกึ ษาศาสตร์ (ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน). กรงุ เทพฯ:
สานักราชบัณฑิตยสภา.
________. (2558). พจนานุกรมศพั ท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ฉบบั ราชบณั ฑิตยสภา. กรุงเทพฯ:
สานกั ราชบณั ฑิตยสภา.
วรลักษณ์ ชกู าเนิดและเอกรินทร์ สงั ขท์ อง. (2557). “โรงเรียนแห่งชมุ ชนการเรยี นรทู้ างวิชาชีพครู
เพอ่ื การพัฒนาวิชาชีพครูทเ่ี น้นผ้เู รยี นเป็นหวั ใจสาคัญ,” วารสารวิทยบริการ
มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์. 25(1) : 93-102.
78
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถสี ร้างการเรียนรู้เพอื่ ศษิ ย์ในศตวรรษท่ี 21. กรุงเทพฯ : ตถาตาพบั ลิเคช่นั
จากัด
________. (2556). การจดั การความร้กู ับการบรหิ ารราชการแนวใหม.่ กรุงเทพฯ : สถาบนั
ส่งเสริมการจัดการความรเู้ พื่อสงั คม.
วิเชยี ร ไชยบัง. (2556). วฒุ ภิ าวะของความเป็นครู. บุรีรมั ย์ : โรงเรียนลาปลายมาศพฒั นา.
วโิ รจน์ สารรตั นะ. (2553). ผู้บริหารโรงเรียนสามมิติ การพัฒนาวชิ าชีพสูค่ วามเป็นผ้บู รหิ ารทมี
ประสิทธิภาพ. ขอนแกน่ : โรงพมิ พ์คลงั นานาวทิ ยา.
สมาคมวิจยั และพัฒนาวชิ าชีพบคุ ลากร. (2560). ค่มู ือประกอบหลกั สูตรการเสรมิ สร้างศักยภาพ
การจดั การเรียนรูส้ าหรับครูผู้สอนในรปู แบบชมุ ชนแห่งการเรียนร้ทู างวิชาชีพ.
นครราชสีมา : สมาคมวิจยั และพัฒนาวิชาชพี บคุ ลากร.
สัมมา รธนิธย์. (2553). ทฤษฎีและปฏบิ ตั กิ ารบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ : ข้าวฟา่ ง.
สานักงานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษาจันทบุรี เขต 1. (2557). แผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. 2557. จนั ทบรุ ี: กลมุ่ นโยบายและแผน, สานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษา
ประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี เขต 1.
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาจันทบรุ ี เขต 2. (2557). แผนปฏบิ ัติราชการประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. 2557. จันทบุรี: สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาจันทบุรี เขต 2.
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน. (2553). การกาหนดมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศกึ ษา. (ออนไลน์). แหลง่ ที่มา http://www.sesa20.go.th 24 ตุลาคม 2560.
สานักพฒั นาครแู ละบคุ ลากรการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน. (ม.ป.ป.). คูม่ ือประกอบการอบรม การขับเคลอื่ น
กระบวนการ PLC. (Professional Learning Community) ชุมชนการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ
สู่สถานศึกษา. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร.
สนุ ทร โคตรบรรเทา. (2554). หลักการและทฤษฎีการบรหิ ารการศกึ ษา. กรงุ เทพฯ : ปญั ญาชน.
สุภาณี กมิ กัว. (2553). การศึกษาทักษะการบริหารของผูบ้ ริหารสถานศกึ ษาเอกชนตามความคดิ เห็น
ของครผู ้สู อน สังกัดสานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาระยอง เขต 1. วทิ ยานพิ นธ์ ค.ม.
(การบริหารการศกึ ษา).จันทบุรี :บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ราไพพรรณี.
สุรพล ธรรมร่มดี, ทศั นยี ์ จันอินทร์ และ คงกฤช ไตรยวงศ์. (2553). อาศรมศลิ ปว์ จิ ัย : การวิจัยและ
พฒั นาชุมชนแหง่ การเรียนรู้แนวจิตตปัญญา. โครงการเอกสารวชิ าการเรยี นรู้สู่
การเปลยี่ นแปลง ลาดบั ท่ี 8. นครปฐม : เอม่ี เอน็ เตอร์ไพรส์ จากดั .
79
เสาวภา พรเสนาะ. (2556). การศึกษาทักษะการบรหิ ารของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคดิ เหน็
ของผ้บู ริหารสถานศกึ ษาและครู สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาตราด.
วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหารการศึกษา).จันทบุรี :บัณฑติ วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยราชภฏั
ราไพพรรณี.
เสนาะ ติเยาว์. (2551). หลกั การบริหาร. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์.
หนฤู ทธ์ิ ไกรพล. (2558). การเปน็ ชุมชนแหง่ การเรยี นรูข้ องสถานศกึ ษา สงั กดั องค์กรปกครอง
สว่ นท้องถ่ิน จงั หวัดขอนแก่น. วทิ ยานิพนธ์ ค.ม. (การบริหารการศึกษา).เลย:บณั ฑติ วทิ ยาลยั
มหาวิทยาลยั ราชภัฏเลย.
อารยี า ศริ ิบญุ ยประสิทธิ์. (2554). ทักษะการบรหิ ารของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาตามความคิดเหน็ ของ
ผูบ้ ริหารสถานศึกษาและครูผ้สู อน สังกดั สานักงานเขตพืน้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษา
จันทบรุ ี. วิทยานิพนธ์ ค.ม. (การบรหิ ารการศกึ ษา). จันทบรุ ี : บัณฑิตวิทยาลยั
มหาวิทยาลยั ราชภัฏราไพพรรณี.
อุทิศ บารงุ ชพี . (2558). “การพฒั นาสมรรถนะดา้ นไอซที ีของครูยคุ ศตวรรษที่ 21 เพอ่ื กา้ วสชู่ ุมชน
แห่งการเรียนรู้,” วารสารการศกึ ษาและพฒั นาสังคม. 11 (2) : 189-200.
Alva, A. F. (2009). Promoting effective leadership through a professional learning
community (Doctoral dissertation). Retrieved from Pro Quest Dissertations and Theses
database. (UMI No. 3353880).
Boyd, V. (1992). School context. Bridge or barrier to change Austin, TX : Southwest
Educational Development Laboratory.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. 5th ed. New York : Harper Collins.
Drake, T.L, and Roe, W.H. (1996). The Principal Ship. 3rd ed. New York : Macmilan.
DuFour, R. (2007). “Professional Learning Communities: A Bandwagon, an Idea Worth
Worth Considering or Our Best Hope for High Levels of Learning,” Journal (J1)
Middle School. 39(1) : 4-8.
________. (2013). Cultures built to last systemic PLCs at work Bloomington, IN: Solution Tree
Press.
Dale E. (1969). Audio Visual Method in Teaching. 4th ed. New York : Holt Rinehart and
Winston Inc.
Edwin A. L. and others. (1991). The Essence of Leadership : the Four Keys to
80
Leading Successfully. New York : Lexcington Books.
Hord, S. M. (1997). Professional Learning Communities: Communities of Continuous
inquiry and improvement (Internet). Southwest Educational Development
Laboratory. http:/www.sedl.org/sidl.org/siss/plccredit.html
________. (2009). “Educators work together toward a shared purpose–improved student
Learning,” Journal of Staff Development. 30(1) : 40-43.
Leithwood, K.A. and Montgomery, D.J. (1986). Profiling the Principal’s Behaviours
and Attribute. Toronto, ONT:OISE Press..
Louis, K.S. (1994). “Beyond managed change Rethinking how schools improve,”
School Effectiveness and School improvement. 9(1) : 1-27.
Katz, R. L. (2005). “Skills of an effective administrators,” Harvard Business Review. 30(1) :
45 - 61.
Katz, R.L. (2005). “Skill of an effective Administrator,” Harvard BusinessReview. 2 (1) : 33.
Kindred, L.W. (1975). School Public Relations. Englewood Cliffs, New Jersey : Prentice-Hall.
Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities,”
Journal of Education and Psychological Measurement. 30 (3) : 607 - 610.
Magnuson, W. G. (1971). “The characteristics of successful business managers,” Dissertation
Abstracts International. 8(3) : 78–91.
McLaughlin, M.W; & Talbert, J.E. (2006). Building school-based teacher learning
communities: Professional strategies to improve student achievement (Vol.45).
Teachers College Press.
Murphy, C.U. & Dale, W.L. (2005). Whole - Faculty Study Groups: creating Professional
Learning Communities That Target Student Learning. 3rd edition. California: Corwin
Press.
Olson, C. D. (2008). The relationship between high-achieving schools and professional
learning community characteristics and the role of the educational leader.
(Doctoral dissertation). Retrieved from Pro Quest Dissertations and Theses database.
(UMI No. 3297664).
Padwad, A; & Dixit, K.K. (2008). “Impact of Professional Learning Community Participation on
Teachers’ Thinking about Classroom Problems,” Tesl – Ej. 12(3) : 3-4
81
Sergiovanni, T.J. (1994). Building community in schools. San Francisco. CA Jossey Bass.
________. (1998). International Journal of Leadership in Education. VOL1 No.1, P. 37.
Stoll, L; & Louis, K.S. (2007). “Professional learning communities: Elaborating new
approaches,” Professional learning communities: Divergence depth and dilemmas.
2(3): 1-13.
Wiles, K. l. (1967). Supervision for better schools. New Jersey: Prentice-Hall.
Watson, T. R. (2000). Ways of learning English: What Every Learner Needs To Know About
Strategies. Bangkok, Department of Applied Linguistics School of Liberal Arts, King
Monkut’s University of Technology, Thonburi.
ภาคผนวก
83
ภาคผนวก ก
รายนามผทู้ รงคณุ วุฒิ
84
รายนามผทู้ รงคณุ วุฒิ
1. ดร. อรรถสิทธิ์ สุทธิวารี ผู้อานวยการชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นบา้ นจดั สรร
2. นายสงเคราะห์ ปสั นานนท์ สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาตราด
3. นายจนิ ดา กงบุราณ
4. ว่าท่ี ร.ท.กมั พล ผลพฤกษา ผอู้ านวยการชานาญการพเิ ศษ โรงเรียนบา้ นโพรงตะเฆ่
5. นายพิทกั ษ์ แดงสกุล สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษาตราด
ผอู้ านวยการชานาญการพเิ ศษ โรงเรยี นวัดขุนซ่อง
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาจนั ทบรุ ี เขต1
ผ้อู านวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนสฤษดเิ ดช
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจนั ทบุรี เขต1
รองผู้อานวยการชานาญการพิเศษ โรงเรียนวดั ขุนซ่อง
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาจันทบรุ ี เขต1
85
ภาคผนวก ข
หนงั สอื ขอความรว่ มมือในการวจิ ยั
86
87
88