51 local Church = พระศาสนจักรท้องถิ่น สังฆมณฑล local hierarch = พระสังฆราชและพระสงฆ์ ผู้มีอ านาจหน้าที่ปกครองสังฆมณฑลตาม ต าแหน่งของตน local ordinary = 1) สมณะประมุขสังฆมณฑล (diocesan bishop) หรือประมุข บาทหลวง หรือ มุขนายกมิสซัง (ศัพท์ตามที่ใช้ทางราชการ) 2) พระสังฆราชและพระสงฆ์ ผู้มีอ านาจหน้าที่ของต าแหน่งดังต่อไปนี้ 2.1 พระสังฆราชของเขตมิสซัง (vicar apostolic) 2.2 สังฆรักษ์ พระสงฆ์ผู้รับผิดชอบมิสซัง (the perfect apostolic) 2.3 ประธานเขตปกครองพระศาสนจักร (territorial prelate) 2.4 อธิการเขตปกครองอาราม (territorial abbot) 2.5 พระสังฆราชผู้ปฏิบัติการแทน (apostolic administrator) 2.6 อุปสังฆราช (vicar general) 2.7 ผู้ช่วยพระสังฆราช (episcopal vicar) locution = 1) ค าปราศรัย วาทกรรม 2) สาสน์ที่สื่อผ่านทางหู หรือทางสติปัญญาอย่างเหนือธรรมชาติ Logos (กรีก) = พระวจนะ พระวจนาตถ์ (ภาษาอังกฤษ the Word ภาษาละติน Verbum) Lord = พระเจ้า หรือองค์พระผู้ทรงเป็นเจ้า Lord’s Day = วันพระเจ้า วันอาทิตย์ Lord God = องค์พระผู้เป็นเจ้า Lord of Sabaoth (the Lord of hosts) = พระเจ้าจอมจักรวาล Lord’s Prayer = บทข้าแต่พระบิดา Lord’s Supper = พิธีเลี้ยงอาหารค ่า (ของพระเยซูเจ้า) love feast (agape - กรีก) = การเลี้ยงสมานมิตร love of God = 1) ความรักต่อพระเจ้า ( our love for God) 2) ความรักจากพระเจ้าต่อเรามนุษย์ (love from God) low church = คริสตจักรอังกลิกัน (ถูกถือว่าไม่เป็นคริสตจักรอังกลิกันแท้ ปัจจุบัน หมายถึง คริสตจักรเอวังเยลิกัล (Evangelical Church) ด้วย อนึ่งค า low church เป็นค าคู่ขนานกับค า high church ซึ่งหมายถึงคริสตจักร อังกลิกัน ที่ถือธรรมเนียมประเพณีตลอดมาตั้งแต่เริ่มต้น และค า
52 high church นี้ปัจจุบันยังหมายถึงคริสตจักรโปรแตสแตนท์นิกาย อื่น ๆ ด้วย ซึ่งได้แก่ นิกายแพรสไบทิเรียน นิกายเมธอดิสต์ และนิกาย ลูเธอรัน ด้วยเช่นกัน) Low Mass = มิสซาน้อย (ค าคู่เคียงกับ high Mass มิสซาใหญ่) Low Sunday (Dominical in albis) = วันอาทิตย์อาภรณ์ขาว (ชื่อเรียกวันอาทิตย์แรกต่อจากปัสกา) lucenarium (ละติน) = พิธีเสกเทียนปัสกา (เดิมเป็นพิธีทุกค ่าวันเสาร์) lunette = ตลับแก้ว (บรรจุศีลมหาสนิท) lust = ราคะ ตัณหา lustral water = น ้าเสก น ้ามนต์ lying (a lie) = การพูดโกหา profitable lie (mendacium officiosum ละติน) = การไม่พูดความจริงเพื่อบรรเทาทุกข์ (บาปเบา) Jocose lie (mendacium jocosum ละติน) = การพูดโกหกเชิงตลกขบขัน หรือโกหกแบบพูดเล่น (เป็นบาปเมื่อแฝงการดูหมิ่นดูแคลน) Injurious lie (mendacium perniciosum ละติน) = การโกหกแบบให้โทษ การใส่ความ (เป็นบาป แต่ หนักหรือเบา สุดแล้วแต่กรณี) M Madonna = 1) แม่พระ 2) รูปแม่พระ Magi, the = โหราจารย์ Magisterium (ลาติน) = 1) อ านาจการสอนในพระศาสนจักร, คุรยานุภาพ 2) ผู้มีอ านาจสั่งสอน (ในพระศาสนจักร), อาจารยานุภาพ
53 extraordinary magisterium = อ านาจสั่งสอนพิเศษ (ของพระสันตะปาปา) ordinary magisterium = อ านาจสั่งสอนปกติ (ของพระสังฆราช) magnanimity = ความหาญกล้าทางใจ (ความพร้อมทางใจที่จะท ากิจการดีที่ยากล าบาก) Magnificat, the = บทมักนีฟี กัต บทสดุดีของแม่พระ major penitentiary = ส านักวินิจฉัยพันธะทางมโนธรรม major prophet = อัครประกาศก major (religious) superior = อัคราธิการ major seminary = สามเณราลัยใหญ่ malice = 1) ความอิจฉา ความประสงค์ร้าย 2) ความจงใจท าผิดกฎโดยหวังว่าจะไม่ถูกโทษ mammon = โลกียสมบัติ ทรัพย์สมบัติ man = คน มนุษย์ (ศัพท์อื่น human being = สัตว์ที่เป็นมนุษย์) male person = บุรุษ female person = สตรี mankind = มนุษยชาติ mandate = 1) อ านาจที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการ 2) อาณัติ mandated penalty = Manichaeism = ลัทธิมานีเคียน Manifestation = การเผยแสดง maniple = แถบผ้าห้อยแขน (ของพระสงฆ์ขณะท ามิสซา-ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว) manna = มานนา (อาหารที่ชาวยิวในอดีตได้รับประทานระหว่างอพยพ ดู ยน 6:31) manuscript = เอกสารลายมือ manuterge = ผ้าเช็ดมือ (ในมิสซา) maranatha = ข้าแต่พระเจ้า โปรดเสด็จมา marginalization = การท าให้อยู่ชายขอบ (ของสังคม) Marian Year, the = ปีแม่พระ Mariolatry = การนมัสการพระแม่มารีย์ (เทียบเท่าพระเจ้า) Mariology = พระแม่มารีย์วิทยา Marks of the Church = เอกลักษณ์ของพระศาสนจักร คุณสมบัติเฉพาะของคริสตศาสนจักร
54 (4 ประการคือเอกะ ศกัดิ์สิทธ์สากล และสืบต่อจากอคัรสาวก) Maronites = ชาวคริสต์มาโรไนต์ Maronite Church = คริสตศาสนจักรมาโรไนต์ Maronite rite = จารีตมาโรไนต์ marriage = การแต่งงาน การสมรส attempted marriage = การแต่งงานที่ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าเป็นโมฆะ civil marriage = การแต่งงานตามกฎหมายบ้านเมือง consummated marriage = การแต่งงานที่มีเพศสัมพันธ์กันแล้ว legitimate marriage = การแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย marriage with the disparity of cult = การแต่งงานต่างคนต่างถือ (ศาสนาของตน) mixed marriage = การแต่งงานระหว่างคาทอลิกกับคริสตชนนิกายอื่น putative marriage = การแต่งงานที่ส าคัญผิดว่าถูกต้อง ratified marriage = การแต่งงานที่ถูกต้องตามกฎของพระศาสนจักร ratified and consummated marriage = การแต่งงานที่ถูกต้องครบถ้วน ratified and non-consummated marriage = การแต่งงานที่ถูกต้องแต่ขาดเพศสัมพันธ์ trial marriage = การทดลองอยู่ด้วยกัน marriage covenant = พันธสัญญาทางการแต่งงาน marriage encounter = การอบรมก่อนรับศีลสมรส Marriage Encounter Movement = ขบวนการส่งเสริมชีวิตแต่งงาน (เป็นชื่อขององค์กรหนึ่ง) martyr = มรณสักขี martyrdom = การเป็นมรณสักขี Martyrology = หนังสือรายนามมรณสักขีประจ าวัน Mass = มิสซา Mass book = หนังสือมิสซา Mass of the catechumens, the = มิสซาภาควจนพิธีกรรม Mass of the dead = มิสซาเพื่อผู้ตายเพื่อผู้วายชนม์ Mass of the Lord’s Supper = มิสซาวนัพฤหสัฯศกัดิ์สิทธิ์ Mass of the memorial = มิสซาวันระลึกถึง(นักบุญ) มิสซาอนุสรณ์ Mass stipends = เงินบริจาคเพื่อถวายมิสซา Mass with people = มิสซามีสัตบุรุษร่วม (ละติน Missa cum populo) Mass without people = มิสซาไม่มีสัตบุรุษร่วม (ละติน Missa sine populo)
55 Canon of the Mass = บทมิสซาภาคขอบพระคุณ (ปัจจุบันเรียกว่า Eucharistic Prayer) concelebrated Mass = สหบูชามิสซา conventual (or community) Mass = มิสซาหมู่คณะ (ในอารามนักพรต) Chrism Mass = มิสซาวนัเสกนา ้มนัศกัดิ์สิทธิ์ dialogue Mass = มิสซาตอบรับ (ไม่มีขับร้อง) มิสซาวิสัจชนา festive Mass = มิสซาวันฉลอง funeral Mass = มิสซาวันปลงศพ high Mass = มิสซาใหญ่ low Mass = มิสซาน้อย midnight Mass = มิสซาเที่ยงคืน nuptial Mass = มิสซาแต่งงาน order of the Mass (Ordo Missae ละติน) = ล าดับพิธีมิสซา (เป็นชื่อหนังสือ) ordinary of the Mass = บทประจ ามิสซา parish Mass = มิสซาชุมชนวัด principal Mass = มิสซาหลัก private Mass = มิสซาส่วนตัว Pontifical High Mass = มิสซาสง่า ถวายโดยพระสังฆราช Proper of the Mass = บทเฉพาะมิสซา ritual Mass = มิสซาที่มีจารีตพิธีอื่นประกอบ (เช่น มิสซาบวชพระสงฆ์) Sacrifice of the Mass = การถวายบูชามิสซา solemn Mass = มิสซาสมโภช มิสซาสง่า sung Mass = มิสซาขับร้อง votive Mass = มิสซาขอพร มิสซาบนบาน mass media = สื่อสารมวลชน master of ceremonies = พิธีกร (ผู้ควบคุมพิธีการ) master (หรือ mistress) of novices = นวกาจารย์ materialism = สสารนิยม วัตถุนิยม Matins = บทท าวัตรรุ่งอรุณ (ตั้งแต่หลังเที่ยงคืน ปัจจุบันเรียกว่า Office of Readings ท าวัตรบทอ่าน) Matrimony, the sacrament of = ศีลแต่งงาน ศีลสมรส
56 matrimonial consent = การสมัครใจแต่งงาน matrimonial contract = การสัญญาแต่งงาน matrimonial covenant = พันธะสัญญาแต่งงาน Maundy Thursday = วนัพฤหสับดีศกัดิ์สิทธิ์(ท่วัไปใช้Holy Thursday) medal = 1) เหรียญรูปพระ 2) เหรียญเกียรติยศ Miraculous Medal = เหรียญแม่พระอัศจรรย์ mediation = การเป็นคนกลาง mediator = คนกลาง (หากเป็นสตรีใช้ค าว่า mediatrix) medieval = เกี่ยวกับสมัยกลาง ในสมัยกลาง ของสมัยกลาง meditation = การร าพึง Memento = บทระลึกถึง (ระหว่างมิสซา) Memorare = บทโปรดระลึกเถิด memorial = การระลึกถึง obligatory memorial = การระลึกถึงตามข้อบังคับ optional memorial = การระลึกถึงตามสมัครใจ mendicant = นักพรตภิกขาจาร mendicant order = คณะนักพรตภิกขาจาร mentality = ความรู้สึกนึกคิด เจตนารมณ์ mental prayer = การภาวนาในใจ จิตภาวนา mental reservation = การพูดความจริงบางส่วน mercy = เมตตา message = สาร สาสน์ divine message = สาสน์พระเจ้า เทวสาสน์ merit = บุญกุศล Messiah (ฮีบรู) = พระเมสสิยาห์ ผู้รับเจิม Messianism = เมสสิยาห์นิยม (การรอคอยความรอดในยุคสุดท้ายตาม แผนการของพระเป็นเจ้า) Messianic age (era) = ยุคพระเมสสิยาห์ messianic banquet = การเลี้ยงฉลองในยุคพระเมสสิยาห์ (เป็นค าเปรียบหมายถึงศีลมหาสนิท) messianic hope = ค าเปรียบเทียบ หมายถึง ความหวังในยุคพระเมสสิยาห์
57 metanoia (กรีก) = การกลับใจ metaphor (กรีก) = อุปลักษณ์ metempsychosis (กรีก) = การเวียนว่ายตายเกิด Methodists, the = ชาวเมธอดิสต์ (คริสตชนนิกายหนึ่ง) methodology = วิธีการวิทยา metropolitan, the = ประมุขภาค สังฆราชภาค (มีต าแหน่งเป็นอัครสังฆราชปกครองอัครสังฆมณฑล) metropolitan see,the = พระศาสนจักรภาค (ecclesiastical province) middle = กลาง ท่ามกลาง ระหว่างกลาง Middle Hours = บทท าวัตรภาคกลางวัน middle way = ทางสายกลาง / มัชฌิมาปฏิปทา millenium = สหัสวรรษ minister, sacred = ศาสนบริกร (ผู้มีอ านาจหน้าที่โดยทางศีลบวช) Catholic minister = ศาสนบริกรคาทอลิก Eucharistic minister = ศาสนบริกรพิธีมิสซา (ผู้ถวายมิสซา) Extraordinary minister = ศาสนบริกรพิเศษ Ordained minister = ศาสนบริกรผู้ได้รับศีลบวช Ordinary minister = ศาสนบริกรปกติ Sacramental minister = ศาสนบริกรศีลศกัดิ์สิทธิ์ Ministry, sacred = ศาสนบริการ (ที่ดา เนินงานดว้ยอา นาจศกัดิ์สิทธิ์ทางศีลบวช) Ministerial priesthood = สังฆภาพโดยศีลบวช (ส่วนค า common priesthood หมายถึงสังฆภาพของคริสตชนโดยทางศีลล้างบาป) Ministerial tasks = งานศาสนบริกร Ministry of the word of God = ศาสนบริการพระวาจาของพระเจ้า Deacon ministry = ศาสนบริการของสังฆานุกร Ecclesiastical ministry = ศาสนบริการของพระศาสนจักร Episcopal ministry = ศาสนบริการของพระสังฆราช Kingly ministry = ศาสนบริการในการปกครอง Priestly ministry (presbyteral ministry) = ศาสนบริการของสงฆ์ Prophetic ministry = ศาสนบริการเชิงประกาศก
58 Pastoral ministry = ศาสนบริการด้านอภิบาล Sacramental ministry = ศาสนบริการดา้นศีลศกัดิ์สิทธิ์ Lay ministry = หน้าที่ของพระศาสนจักรที่ฆราวาสมีส่วนปฏิบัติ minor orders = ศีลบวชระดับต้น (เดิมเรียกว่า ศีลน้อย มี 4 ขั้น ปัจจุบันยกเลิกแล้ว) miracle = อัศจรรย์ ปาฏิหาริย์ miracle play = ละครปาฏิหาริย์ (เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ในพระคัมภีร์) Missa sicca = การฝึกถวายมิสซา (ความหมายตามศัพท์คือมิสซาแห้ง) Missal = หนังสือมิสซา missal stand = ที่วางหนังสือมิสซา missiology = ธรรมทูตวิทยา mission = 1) มิสซัง หรือเทียบสังฆมณฑล 2) งานธรรมทูต หรือการเผยแพร่ธรรมะ 3) พันธกิจ (เผยแผ่ข่าวดี) 4) การเทศน์-ฟื้นฟูจิตใจ mission field = สนามงานธรรมทูต foreign mission = การธรรมทูตต่างประเทศ missionary = มิชชันนารี ธรรมทูต mitre = หมวกมิตรา (หมวกทรงสูงของพระสังฆราช ในพิธีกรรม) modalism = ไตรปรากฏนิยม (ค าสอนเรื่องพระตรีเอกภาพว่ามีพระเจ้าหนึ่งเดียว แต่ปรากฏแก่มนุษย์ 3 แบบ ไม่ใช่เป็น 3 พระบุคคล) Moderator (ตามกฎหมายพระศาสนจักรคาทอลิก) = ต าแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ กรณี ดังต่อไปนี้ ผู้น าการปฏิบัติงาน (กรณีเกี่ยวกับหน้าที่ของพระสังฆราชในการประกาศพระวรสาร – moderator of the entire – มาตรา 756 s 2) ผดู้แูลการดา เนินงาน (กรณีเก่ียวกบัพิธีกรรมศกัดิ์สิทธิ์(liturgy) เฉพาะอย่างยิ่งพิธีบูชาขอบพระคุณ พระสังฆราชเป็นทั้ง moderator, promoter and custodian of the whole liturgical life of the church…– ดูมาตรา 835 s 1) ผู้ประสานงานสังฆมณฑล (กรณีเกี่ยวกับการด าเนินงานของ diocesan curia ซึ่งประกอบด้วยภาคส่วน งานต่าง ๆ โดยปกติอุปสังฆราชจะได้รับแต่งตั้งให้ท าหน้าที่ moderator ด้วย – ดูมาตรา 473 s 2) หัวหน้าคณะผู้อภิบาลวัด (กรณีเกี่ยวกับชุมชนวัด – parish church หรือกลุ่มชุมชนวัด มีผู้อภิบาลหลายคน รวมกันเป็นทีมปกครองวัด ซึ่งต้องแต่งตั้งผู้อภิบาลคนหนึ่งเป็น moderator เพื่อด าเนินงาน ตามการตกลง ใจของทีม – ดูมาตรา 517 s 1)
59 กรณีเกี่ยวกับบ้านนักพรตประเภท canon regular and monk หรือประเภท autonomous house มีอธิการ บ้านเรียกว่า moderator ดูมาตรา 613 s 1 ) ผู้ใหญ่สูงสุดของสถาบันนักพรตที่มีหลายแขวง ประกอบเรียกว่า supreme moderator – ดูมาตรา 622) modernism = นวยุคนิยม (ค าสอนที่ว่า ความเชื่อใด ๆ ก็ตามที่อธิบายได้ ตามหลัก วิชาการยุคใหม่ จึงจะถือว่าความเชื่อนั้นเป็นความจริง) modernity = นวยุคภาพ monarch = พระราชา กษัตริย์ monarchical episcopate = การปกครองพระศาสนจักรตามรูปแบบของพระราชา (มีประมุขเรียกว่า พระสังฆราช) monarchy = ราชาธิปไตย monarchism = ระบอบการปกครองแบบมีกษัตริย์ monarchianism = เอกสารัตถนิยม monastery = อาราม ส านักพรต monastic = อารามิกของอาราม เกี่ยวกับอาราม monastic life = ชีวิตนักพรตอารามิก monastic order = คณะนักพรตอารามิก monasticism = ชีวิตอารามวาสี อารามมิกนิยม monial = นักพรตหญิง (ในอาราม) monism = เอกัตนิยม monk = นักพรตชาย (ในอาราม) monophysitE = นักเอกธรรมชาตินิยม (เชื่อว่าในองค์พระคริสต์มีธรรมชาติพระเจ้าเท่านั้น) monophysitism = เอกธรรมชาตินิยม monotheism = เอกเทวนิยม monotheletism (monothelitist) = เอกเจตจ านงนิยม (เชื่อว่าในพระคริสตมีเจตจ านงเดียวเท่านั้น) Monsignor (อิตาเลียน – Mons.) = มอนสิญอร์ พระคุณเจ้า (Monseigneur – ฝรั่งเศส – Msgr.) monstrance = รัศมี (ตั้งศีลมหาสนิท) Montanism = ลัทธิมอนตานุส morality = 1) สภาวะศีลธรรม 2) ระดับศีลธรรม morality play = ละครจากพระคัมภีร์
60 moral theology = เทววิทยาศีลธรรม mortal = มรรตัย ที่ต้องตาย mortality = 1) มรรตัยภาพ (ภาวะที่ตายได้) 2) อัตราการตาย mortal sin = อาสัญบาป (บาปที่น าไปสู่ความตายฝ่ายจิตวิญญาณ) mortification = การตัดกิเลส พลีกรรม Mosaic Law = กฎหมายโมเสส ธรรมบัญญัติของโมเสส Most Blessed Sacrament, the = ศีลมหาสนิท (ในรูปแผ่นปังที่เสกแล้ว และเก็บอยู่ในตู้ศีล) Most High, the = พระผู้สูงสุด Mother Church = 1) พระศาสนจักรผู้เป็นมารดา 2) สังฆมณฑลหลัก 3) อาสนวิหาร Mother General = มหาธิการิณี อัคราธิการิณี mother house = บ้านก าเนิดคณะนักพรต ส านักศูนย์กลางคณะนักพรต Mother of God = พระมารดาของพระเจ้า แม่พระ Motu Proprio = อัตตาณัติ (ค าสั่งพระสันตะปาปา) พระด ารัสส่วนพระองค์ สมณลิขิตส่วนพระองค์ movable feasts = วันฉลองที่เคลื่อนย้ายได้ (ย้ายตามวันสมโภชปัสกา) movement = ขบวนการ (กลุ่มบุคคลที่ร่วมด าเนินการตามอุดมการณ์อย่างใดอย่าง หนึ่ง) Charismatic movement = ขบวนการคาริสมาติก (ชื่อองค์กรหนึ่ง) mystagogy = ค าสอนก่อนและหลังรับศีลล้างบาป mystagogue = ผู้อบรมค าสอนเพิ่มเติมหลังรับศีลล้างบาป mystery = ธรรมล ้าลึก รหัสธรรม mystery of the Church = ธรรมล ้าลึกว่าด้วยพระศาสนจักร ธรรมล ้าลึกของพระศาสนจักร mystery of faith = ธรรมล ้าลึกที่เป็นความเชื่อ mystery play = ละครประวัติพระเยซูเจ้า (ในโอกาสฉลองคริสตมาส และวนัศกุรศ์กัดิ์สิทธิ์ฯลฯ ) mysteries of the Rosary = ข้อร าพึงสายประค า sacred mysteries (holy mysteries) = ศีลศกัดิ์สิทธิ์ mystic = ผู้มีประสบการณ์กับพระเจ้าโดยตรง ผู้เข้าฌาณ mystic contemplation = จิตภาวนามุ่งสู่ประสบการณ์กับพระเจ้าโดยตรง Mystical Body of Christ, the = พระกายล ้าลึกของพระคริสตเจ้า พระกายทิพย์ของพระคริสตเจ้า
61 (หมายถึงพระศาสนจักร) Mystical prayer = บทภาวนาในฌาณ mystical sense of Scripture = ความหมายเชิงฌาณของพระคัมภีร์ mystical theology = เทววิทยาเชิงฌาณ Mystical Union = ความสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าทางฌาณ mysticism = ฌาณนิยม (การเข้าถึงพระเจ้าโดยอาศัยฌาณ) myth = ต านานเทพ ต านานธรรม mythology = ประมวลต านานธรรม ประมวลต านานธรรม ประมวลปรัมปรา N name = นาม หรือชื่อ baptismal name = ศาสนนาม (นามตามที่ได้รับทางศีลล้างบาป) Christian name = นามตามศาสนาคริสต์ Nativity, the feast of the = วันสมโภชพระคริสตสมภพ, วันคริสต์มาส nature = 1) ธรรมชาติ 2) ลักษณะ fallen nature = ธรรมชาติมนุษย์ที่ตกในบาป naturalism = ธรรมชาตินิยม natural law = กฎธรรมชาติ
62 natural right = สิทธิโดยธรรมชาติ natural theology = เทววิทยาธรรมชาติ nave = ช่วงกลางโบสถ์ตามแนวยาว Nazarene (adj) . = เกี่ยวกับเมืองนาซาเร็ธ ของเมืองนาซาเร็ธ a Nazarene = ชาวเมืองนาซาเร็ธ (มธ 2:23 อ้างถึงอิสยาห์ 11:1) Jesus the Nazareth = 1) เยซู คนนาซาเร็ธ (นามเรียกพระเยซูเจ้าอย่างไม่ให้ความนับถือ) 2) เยซู ชาวเมืองนาซาเร็ธ (นามเรียกแบบธรรมดา) Jesus of Nazareth = พระเยซูชาวเมืองนาซาเร็ธ (ดู กจ 10:37) Naziritism = ลัทธิการปฏิญาณตนถือพรต (พรตที่ผู้ปฏิญาณมี 3 ประการหลัก คือ 1) ละเว้นดื่มของมึนเมา 2) ห้ามตัดผม 3) ไม่แตะต้องศพ ) necrology = ข่าวมรณกรรม necormancy = การเข้าทรง necropolis = สุสาน neighbour = 1) เพื่อนบ้าน 2) เพื่อนในยามทุกข์ยาก 3) เพื่อนมนุษย์ เพื่อนพี่น้อง neopaganism = ลัทธิคนต่างศาสนาแนวใหม่ neophytes = 1) สมาชิกใหม่ (ของพระศาสนจักร) 2) ช่างฝีมือใหม่ Neoplatonism = ลัทธิเพลโตใหม่ nepotism = ญาตินิยม (คติเห็นแก่ญาติ ลัทธิเห็นแก่หน้า การอุปถัมภ์เกื้อกูลญาติมิตร การสนับสนุนพวกพ้อง การเล่นพวก) Nestorianism = ลัทธิเนสโตริอุส Nestorian Schism = ศาสนเภทของเนสโตริอุส New Testament, New Covenant = (พระคัมภีร์) พันธสัญญาใหม่ พระธรรมใหม่ Nicene Creed, the = บทข้าพเจ้าเชื่อ (ของสังคายนานีเชอา) Nihil Obstat (ละติน) = ไม่ขัดข้อง nihilism = อุจเฉทนิยม (ลัทธิที่เชื่อว่าไม่มีอะไร) nihility = ความเปล่า Noah’s Ark = 1) เรือโนอาห์ 2) สมัญญาที่ปิตาจารย์บางองค์ตั้งให้แก่พระศาสนจักร
63 Noël (ฝรั่งเศส) = คริสต์มาส nominalism = นามนิยม nominion = การน าเสนอชื่อ (เพื่อแต่งตั้ง) non–being = อภวันต์ อภาวะ (ภาวะที่ไม่มีอยู่จริง) noumenon, noumena (pl.) = ความเป็นจริงที่ไม่อาจรู้ได้ (unknowable reality) nous (กรีก อ่านว่า “นูส” บางคนอ่านว่า “เน้าส์”) = มนัส Nous = องค์มนัส (พระเจ้าในลัทธิสรรพเทวนิยม pantheism) novena (ละติน) = นพวาร novice = นวกชน, นวกะ novitiate = นวกสถาน nullification = การท าให้โมฆะ nullity = โมฆกรรม Numbers = กันดารวิถี (ชื่อพระคัมภีร์) nun = นักพรตหญิง (ที่เป็นสมาชิกของอารามนักพรตบางคณะ) nunnery = อารามนักพรตหญิง nunciature = สถานเอกอัครสมณทูต Nunc Dimitts = บทเพลงสิเมโอน Nuncio (Pro-Nuncio) = เอกอัครสมณทูต (อดีตใช้ค า Pro-Nuncio ปัจจุบันใช้ Nuncio) nuptial = เกี่ยวกับการสมรส nuptial blessing = การอวยพรคู่บ่าวสาว (ในพิธีสมรส) nuptial Mass = มิสซาสมรส
64 O oath = 1) ค าสาบาน 2) การสาบาน assertory oath = การสาบานจะพูดความจริง promissory oath = การสาบานสัญญาจะท ากิจ (บางอย่าง) obedience = ความเชื่อฟัง canonical obedience = ความเชื่อฟังตามที่กฎหมายพระศาสนจักรก าหนด obituary = ข่าวมรณกรรม (ดู necrology) objective (adj.) = วัตถุวิสัย หรือปรนัย
65 (หมายถึงลักษณะที่มีอยู่โดยไม่ขึ้นกับการรับรู้หรือพิจารณาของผู้ใด ตรงข้ามกับ subjective จิตวิสัย หรืออัตนัย) objective guilt = ตัวความผิด objective morality = จริยธรรมเชิงวัตถุวิสัย Oblates (The Oblates of Mary Immaculate – O.M.I) = 1) คณะธรรมทูตแห่งมารีนิรมล 2) สมาชิกคณะโอเบลต Oblations = 1) ของถวาย 2) เครื่องบูชา Obligation = ข้อผูกพัน พันธะ สิ่งที่ต้องปฏิบัติ obligatory memorial = วันระลึกถึงบังคับ obligatory penalities = การลงโทษที่ไม่ต้องรอ oblivion = การไม่จดจ าความผิด obscenity = อนาจาร ลามก obsession = 1) จิตใจหมกมุ่น 2) การครอบง าจิตใจ diabolical obsession = การถูกผีสิง occasion of sin = โอกาสบาป occult = เกี่ยวกับความเร้นลับ the occult = เวทมนตร์ คาถาอาคม อ านาจเร้นลับ octave = 1) อัฐมวาร (ช่วงการฉลองตั้งแต่วันแรกถึงวันที่แปด) 2) คู่แปด offence = การท าผิดกฎหมาย attempted offence = การฝ่าฝืนกฎหมาย (ของนักบวชเกี่ยวกับการแต่งงาน) offerings = 1) เครื่องบูชาของถวาย 2) ปัจจัยถวายท าบุญ Offering = การถวายบูชา (ภาคหนึ่งของพิธีบูชาขอบพระคุณที่เริ่มต้นจากการเตรียมเครื่องบูชา) Offertory Prayers = บทถวายเตรียมถวายเครื่องบูชา Offertory Procession = พิธีแห่เครื่องบูชา Offertory Songs = เพลงแห่เครื่องบูชา Office = 1) ภาระหน้าที่รับผิดชอบ 2) งานในความรับผิดชอบ (ค าพ้อง – function) 3) งานบริการ (ค าพ้อง – service)
66 4) ต าแหน่งหน้าที่ (position of authority) 5) ส านักงาน Ecclesiastical offices = ต าแหน่งหน้าที่ในพระศาสนจักร (ดู Canon 146-149) Office of the successor of St.Peter = ต าแหน่งหน้าที่ผู้สืบต่อนักบุญเปโตร Office of the bishop = ต าแหน่งหน้าที่พระสังฆราช Office of vicar general = ต าแหน่งหน้าที่อุปสังฆราช pastoral office = ภาระหน้าที่อภิบาล มี 3 ประการหลัก คือ : The governing office หรือ the kingly office = ภาระหน้าที่ปกครอง The sanctifying office หรือ the priestly office = ภาระหนา้ที่เสริมสรา้งความศกัดิ์สิทธิ์ The teaching office หรือ the prophetic office = ภาระหน้าที่สอนหรือประกาศพระวาจา Office, the Divine = หนังสือท าวัตร (เรียกอย่างอื่นด้วย Breviary, Ecclesiastical Office, Canonical Hours และ Nocturnal Office) Church’s Office, The = พิธีกรรมท าวัตรของพระศาสนจักร Common Offices = บทพิธีกรรมร่วม (ใช้ในวันฉลองนักบุญ จ าแนกเป็นส่วนต่าง ๆ เช่น The Common of Apostles, The Common of Virgins etc.ซึ่งใช้คู่ กับ The Proper of Saints – บทพิธีกรรมเฉพาะนักบุญ ฯลฯ) Holy Office = สมณกระทรวงพระสัจธรรม (ศัพท์เป็นชื่อเดิม ปัจจุบันเรียกว่า The Congregation for the Doctrine of the faith) Office of Readings = การท าวัตรบทอ่าน (เดิมเรียก Martins – บทท าวัตรรุ่งอรุณ) Officefor the Dead,the = การท าวัตรส าหรับผู้วายชนม์ Official, the = เจ้าหน้าที่ oikonomia (กรีก) = แผนการกอบกู้ให้รอดพ้น (ดูeconomy of salvation) Oil, Holy = นา ้มนัศกัดิ์สิทธิ์ Oil of the Catechumens = น ้ามันเจิมผู้เตรียมตัวเป็นคริสตชน (O.C.-Oleum Catechumenorum – ละติน) Oil of the the Sick = น ้ามันเจิมคนป่วย (O.I.- Oleum Infirmorum – ละติน) (Oil of) Holy Chrism = น ้ามันคริสมา (S.C.- Oleum ad Sanctum Chrisma – ละติน) oil stocks, a set of = กระปกุนา ้มนัศกัดิ์สิทธิ์(มี3 ส่วนประกอบกนัคือ 1) O.C. หรือ O.S. 2) O.I. 3) S.C. the Old Catholic Church = ศาสนจักรโอลด์คาทอลิก (แยกตัวจากพระศาสนจักรคาทอลิกที่พระสันตะปาปา
67 เป็นประมุข ตั้งแต่ปี 1853 โดยมีศูนย์รวมอยู่ที่เมือง Utrecht) Old Testament = (พระคัมภีร์) พันธสัญญาเดิม omission, sin of = บาปละเลย Omnipotence of God = พระสรรพานุภาพ พระสรรพเดชะ Omnipotent God = พระผู้ทรงสรรพานุภาพ Omnipresence of God = การสถิตทั่วไปของพระเจ้า Omnipresent God = พระผู้สถิตทั่วไป Omniscience of God = พระสรรพญาณ Omniscient God = องค์สรรพัญญู / พระผู้ทรงสรรพญาณ one true faith = ความเชื่อหนึ่งเดียวแท้จริง (วลีนี้เป็นหลักคิดของเทวนิยม รวมถึง พระศาสน จักรคาทอลิกด้วย โดยทางปรัชญามีความหมายเชิงขจัด ความเชื่ออื่น – exclusively) Only-Begotten Son,the = 1) พระบุตรแต่องค์เดียว (ของพระบิดา) 2) พระบุตรแต่องค์เดียวเท่านั้น (ผู้บังเกิดจากพระบิดา) ontology = ภวันตวิทยา ontological argument = ข้อพิสูจน์ทางภวันตวิทยา Open Evangelical, the = กลุ่มโอเพ่นเอวังเจลิเคิล (ชื่อเรียกโปสเตสแตนท์กลุ่มหนึ่ง) optimism = สุทรรศนนิยม opus = 1) งาน 2) งานเพลงชิ้นเอกของผู้ประพันธ์เพลง ex opere operantis = สัมฤทธิ์ผลจากผทู้า งาน ex opere operato = สมัฤทธิ์ผลจากงานที่ทา ศีลมหาสนิท Opus Dei = คณะโอปสุเดอี(ชื่อทางการคือ คณะสงฆแ์ห่งไมก้างเขนศกัดิ์สิทธิ์– The Priestly Society of the Holy Cross – Societas Sacerdotails Sanctae Crucis – ละติน) oracle = ค าเตือน ค าพยากรณ์ของพระเจ้า (พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสเฉพาะแต่ละเรื่อง) oration = บทภาวนา ค ากล่าวปราศรัยต่อชุมชน oratory = โบสถ์ประจ า...
68 หมายเหตุ : กฎหมายพระศาสนจักรจ าแนกสถานส าหรับศาสนพิธีที่ ปฏิบัติเป็นประจ า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิสซาและศีลมหาสนิท ทั้งนี้โดย ขึ้นกับการตัดสินใจของพระสังฆราช ดังนี้ The parish church - มีเจ้าวัดและศีลมหาสนิท(canon 515 ดู 533.1) The church - เป็นสถานศกัดิ์สิทธิ์ของคณะสงฆน์กัพรต The oratory - เป็นสถานศกัดิ์สิทธิ์ของคณะนกัพรต ชายและหญิง มีศีลมหาสนิท สัตบุรุษประสงค์จะรับบริการจากสถานที่นี้ได้ต่อเมื่ออธิการอนุญาต ขึ้นกับเจ้าวัด (canon 608 ดู 1223) The private chapel - เป็นสถานศกัดิ์สิทธิ์ส่วนตวัมีศีลมหาสนิท ordain = 1) บวชหรือแต่งตั้ง หรือสถาปนา (พระสังฆราช หรือพระสงฆ์ หรือสังฆานุกร) 2) สั่งให้ท า (บางสิ่งบางอย่าง) สั่งให้มี (บางสิ่งบางอย่าง) ordination = พิธีบวช หรือการบวช การแต่งตงั้การสถาปนา (ฐานนัดรศกัดิ์สิทธิ์) episcopal ordination = พิธีบวช หรือการบวชพระสังฆราช priestly ordination = พิธีบวช หรือการบวชพระสงฆ์ deaconal ordianation = พิธีบวช หรือการบวชสังฆานุกร Order (หรือ Holy Orders,the Sacrament of Orders) = ศีลบวช ศีลแต่งตงั้ฐานนัดรศกัดิ์สิทธิ์ Order (Ordo – ละติน) = ปฏิทินศาสนพิธี (เป็นหนังสือที่ให้รายละเอียดส าหรับปฏิบัติศาสนกิจ ของแต่ละวัน) order (v.) = 1) สั่งการ 2) จัดระเบียบ order (n.) = 1) ล าดับขั้น 2) คณะ religious order = คณะนักพรต third order = นักพรตชั้นสาม spiritual order = ภาคชีวิตจิต temporal order = ภาคชีวิตโลก Order of Christian Funerals = ล าดับพิธีการฝังศพคริสตชน Order of the Mass (Ordo Missae – ละติน) = ล าดับพิธีกรรมมิสซา order of precedence = ล าดับต าแหน่ง Ordinance = ข้อบังคับ ordinary = เป็นประจ า ปกติ ธรรมดา ทั่วไป ordinary forum = ศาลปกติ
69 ordinary mandate = ค าสั่งปกติ ordinary synods = สมัชชาปกติ Ordinary (ดู canon 134) = ผู้ใหญ่ (ที่มีอ านาจปกครอง) ของพระศาสนจักร ซึ่งได้แก่ 1) พระสันตะปาปา 2) สมณประมุข หรือพระสังฆราชผู้ปกครองสังฆมณฑล 3) ผู้ใหญ่อื่น ๆ (ที่สังฆมณฑลแต่งตั้งให้มีอ านาจปกครอง) Ordinary of the Mass = บทประจ ามิสซา Oriental = ที่อยู่ทางทิศบูรพา The Oriental Churches = พระศาสนจักรบูรพา Oriental Code = ประมวลกฎหมายพระศาสนจักร (คาทอลิก) ตะวันออก original sin = บาปก าเนิด ornaments = เครื่องตกแต่งในศาสนพิธี ( เช่น ผ้าคลุมแท่น ฯลฯ ) orthodox = ที่มีความเชื่อถูกต้อง orthodoxy = สัมมาทิฐิ orthopraxy = สัมมาปฏิบัติ การปฏิบัติความเชื่อที่ถูกต้อง Orthodox Church = พระศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ Eastern Orthodox Churches = พระศาสนจักรนิกายออร์โธด็อกซ์ตะวันออก Eastern Orthodoxy = พระศาสนจักรออร์โธด็อกซ์ตะวันออก Oriental Orthodox Churches = พระศาสนจักรนิกายออร์โธด็อกซ์บูรพา Eastern Orthodox Churches (not in communion with the Bishop of Rome) = พระศาสนจักร ออร์โธด็อกซ์ตะวันออก (ที่ไม่อยู่ในสหพันธ์พระศาสนจักรคาทอลิก) Eastern Orthodox Churches (in full communion with the Bishop of Rome) = พระศาสนจักร ออร์โธด็อกซ์ตะวันออก (ที่อยู่ในสหพันธ์พระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งกรณีนี้เรียกเพียงว่า the Eastern Church) Orthodoxy, the Oriental = พระศาสนจักรออร์โธด็อกซ์บูรพา Oriental Orthodoxy Churches (not in communion with the Bishop of Rome) = พระศาสนจักรออร์โธด็อกซ์บูรพา (ที่ไม่อยู่ในสหพันธ์พระศาสนจักรคาทอลิก) Oriental Orthodoxy Churches,the (in full communion with the Bishop of Rome) = พระศาสนจักรออร์โธด็อกซ์บูรพา (ที่อยู่ในสหพันธ์พระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งกรณีเรียกเพียงว่า the Oriental Church) Ostensorium (ละติน) = รัศมี (ตั้งศีลมหาสนิท)
70 ostentation = การโอ้อวด Our Father, the = บทข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย Our Lady = แม่พระ, พระแม่เจ้า Our Lord = 1) พระเยซูคริสต์ 2) พระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพ Ousia (กรีก) = สารัตถะ Homoousios = สารัตถะหนึ่งเดียวกัน Homoiousios = สารัตถะคล้ายกัน Oxford Movement, the = ขบวนการออกซ์ฟอร์ด (ตั้งโดยพระคาร์ดินัล Henry Newman) P Pacem in Terris (ละติน – Peace on Earth อังกฤษ) = สมณสาสน์ “สันติภาพบนแผ่นดิน” pacifism = สันตินิยม (ในความหมายที่ปฏิเสธการสงคราม การสู้รบ และความ รุนแรง ทางกายภาพทุกรูปแบบอย่างสิ้นเชิง) Christian pacifism = สันตินิยมแบบคริสต์ (เป็นทรรศนะของคริสตชนในการปกป้อง สันติภาพที่ถือว่า การสงคราม การสู้รบ และความรุนแรง ไม่ว่า อย่างไรก็ตาม ขัดต่อความเชื่อของคริสตชนทั้งสิ้น) pacifist = 1) เกี่ยวกับสันตินิยม 2) นักสันตินิยม ผู้สนับสนุนสันติภาพ ผู้เรียกร้องสันติภาพ ผู้ต่อต้านสงครามแบบสุดขั้ว
71 padroado (โปรตุเกส – patronage –อังกฤษ) = หน้าที่อุปถัมภ์ในการเผยแผ่ความเชื่อ (ทีพระสันตะปาปา อเล็กซานเดอร์ที่ 6 มอบให้แก่พระศาสนจักรประเทศโปรตุเกสและ สเปน เป็นผู้ด าเนินการในดินแดนอาณานิคมของประเทศทั้งสอง ในช่วง ศตวรรษที่ 15-16) pagan = คนต่างศาสนา paganism = ลัทธิต่างศาสนา pall = 1) ผ้าปิดถ้วยกาลิกส์ 2) ผ้าคลุมโลงศพ pallium = ผ้าคล้องคอ (ของพระอัครสังฆราชภาค – the metropolitan) Palm Sunday, the = วันอาทิตย์ใบลาน Pantheism = สรรพเทวนิยม Panentheism = สรรพันตรเทวนิยม papacy = 1) สันตะปาปาภาพ 2) ความสูงสุดและยิ่งใหญ่ (supremacy และ primacy)ของพระ สนัตะปาปา ในดา้นสถานภาพ ตา แหน่งหนา้ที่ศกัดิ์ศรีอา นาจ ปกครองอา นาจสอน อา นาจศกัดิ์สิทธิ์) 3) รายนามพระสันตะปาปา (ตั้งแต่นักบุญเปโตร เป็นต้นมา) 4) สมณสมัยของพระสันตะปาปา papal (adj.) = ของพระสันตะปาปา เกี่ยวกับพระสันตะปาปา papal Court = วังพระสันตะปาปา (Pontificalis Aura) papal household = วังพระสันตะปาปา (ชื่อเรียกปัจจุบัน) (Pontificalis Domus) papal chapel = ส านักงานศาสนพิธีของพระสันตะปาปา (Cappella Pontificia) papal family, the = ส านักงานรัฐพิธี papal primacy = ความเป็นประมุขของพระสันตะปาปา Papal supremacy = อธิปไตยของพระสันตะปาปา Papal states = รัฐพระสันตะปาปา (ในระหว่าง ค.ศ. 754-1870 อันเป็นดินแดนอยู่ใน ภาคกลางของอิตาลี ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงรัฐวาติกัน โดย สนธิสัญญาลาเตรันในปี ค.ศ.1929) parable = เรื่องเปรียบเทียบ, อุปมา Paraclete = พระผู้บรรเทา (หมายถึงพระจิตเจ้า – The Holy Spirit) paradigm = 1) กระบวนทรรศน์ 2) แบบแผน
72 paradise = สวนสวรรค์ paradox = ปฏิทรรศน์ ข้อความที่ดูเหมือนขัดแย้งกันในตัว เช่น ชีวิตกับความตาย parish = คริสตคาม parish church = โบสถ์คริสตคาม ชุมชนโบสถ์ parish priest = ผู้อภิบาลชุมชมคริสต์ พระสงฆ์เจ้าอาวาส parochial = เกี่ยวกับชุมชนคริสต์ parochial Mass = มิสซาส าหรับสัตบุรุษ parochial vicar = พระสงฆ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาส parousia = การเสด็จกลับมาของพระคริสตเจ้า parson = ศิษยาภิบาล particular (adj) = ส่วนเฉพาะ ส่วนย่อย particular Church = การปกครองพระศาสนจักรเฉพาะถิ่น particular law = กฎหมายเฉพาะถิ่น Pascha = ปัสกา paschal (adj.) = เกี่ยวกับปัสกา แห่งปัสกา paschal candle = เทียนปัสกา paschal event = เหตุการณ์ปัสกา paschal Lamb = ลูกแกะปัสกา (หมายถึง พระคริสตเจ้าผู้ทรงเป็นเครื่องบูชา) paschal meal = งานเลี้ยงปัสกา paschal mystery = ธรรมล ้าลึกปัสกา paschaltide = เทศกาลปัสกา paschal Vigil = คืนตื่นเฝ้าก่อนสมโภชปัสกา passion = 1) กิเลส 2) ความรู้สึกรุนแรง 3) การรับทรมาน Passion (of Jesus Christ) = การรับทรมาน (ของพระเยซูเจ้า) Passion play = การแสดงละครเรื่องพระทรมานของพระเยซูเจ้า Passion Sunday, the = วันอาทิตย์พระทรมาน Passiontide = เทศกาลพระทรมาน Passionists, the = คณะแพชชันนิสต์ (เป็นชื่อเรียกคณะนักพรต the Congregation of Disclaced Clerics of the Most Holy Cross and Passion of Our
73 Lord Jesus Christ ที่ตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1737 โดย St Paul of the Cross) Passover = วันฉลองปัสกา (ของชาวยิว) pastor = ผู้อภิบาล pastoral = เกี่ยวกับการอภิบาล pastoral letter = สาส์นอภิบาล pastoral staff = ไม้เท้า (ประจ าต าแหน่ง) พระสังฆราชในพิธีกรรมสง่า pastoral Theology = เทววิทยาอภิบาล paten = จานรองแผ่นศีล (ในมิสซา) Pater Noster (ละติน) = บทข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย patriarch = 1) อัยกา (ในพันธสัญญาเดิม) 2) อัครสังฆบิดร บรรพบุรุษ Patriarch titular = อคัรสงัฆบิดรกิตติมศกัดิ์ patriarchate = เขตปกครองของอัครสังฆบิดร partimony = มรดก partrimonial goods = ทรัพย์สินจากมรดก patrimony of St.Peter (Patrimonium Sactri – ละติน) = ส านักงานมรดกนักบุญเปโตร (อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของสันตะส านัก – The Administration of the Patrimony of the Apostolic See) Patristic (adj.) = เกี่ยวกับปิตาจารย์ ของปิตาจารย์ Patristic age = สมัยปิตาจารย์ Patristic theology = เทววิทยาปิตาจารย์ Patristics = วิชาปิตาจารย์ศาสตร์ Patrology = วิชาปิตาจารย์วิทยา patron saint = นักบุญองค์อุปถัมภ์ Pax romana = ปักซ์ โรมานา (ชื่อองค์กรนักศึกษาคาทอลิกสากล) pectoral cross = กางเขนห้อยคอ (ส าหรับพระสังฆราช) Pelagianism = ลัทธิเปลาเจียน (เชื่อว่าไม่มีบาปก าเนิด มนษย์มีเสรีภาพเต็มที่ ที่จะ ท าดีหรือชั่ว และกฎหมายหรือพระวรสารหรือพระหรรษทานของ พระเจ้าไม่ใช่สิ่งที่จ าเป็นส าหรับความรอด เป็นเพียงสิ่งที่ช่วยเท่านั้น พระคริสตเจ้าช่วยเราด้วยการเป็นตัวอย่างเท่านั้น ความเชื่อเรื่องนี้ ถูกตัดสินว่าเป็นมิจฉาทิฐิโดยสังคายนาเอเฟซัสปี ค.ศ.431)
74 Penalty = โทษทางพระศาสนจักร penance = 1) ความส านึกบาป 2) การใช้โทษบาป sacrament of Penance = ศีลอภัยบาป penitent = 1) ผู้ส านึกบาป 2) ผู้รับศีลอภัยบาป 3) ผู้ใช้โทษบาป penitential Rite = พิธีส านึกบาป (เมื่อเริ่มต้นถวายมิสซา) penitential psalms = เพลงสดุดีส านึกบาป (มี 7 บท คือเพลงสดุดี 6, 32, 38, 51, 120, 130, 143) penitentiary = 1) ศาลของพระศาสนจักรเพื่อชีวิตจิตภายใน 2) ผู้มีอ านาจวินิจฉัยตัดสินคดีชีวิตจิตภายใน The Sacred Penitentiary = ศาลศกัดิ์สิทธิ์ที่พระศาสนจกัรตงั้ขึน้เพื่อให้ความเมตตาต่อการ ด ารงชีวิตจิตภายใน The Apostolic Penitentiary = ศาลพระศาสนจักรเพื่อชีวิตจิตภายใน (เป็นอีกชื่อหนึ่งของ The Sacred Penitentiary) The Major Penitentiary = ประธานศาลเพื่อชีวิตจิตภายใน (มีต าแหน่งเป็นพระคาร์ดินัล) The Cardinal Penitentiary = พระคาร์ดินัลประธานศาลเพื่อชีวิตจิต (เป็นชื่อเรียกตามต าแหน่ง ของประธาน หรือเรียกว่า The Cardinal Major Penitentiary ก็ได้) The Canon Penitentiary = พระสงฆ์ผู้มีอ านาจวินิจฉัยตัดสิน (ของศาลเพื่อชีวิตจิตภายใน) ระดับสังฆมณฑล (แต่งตั้งจากพระสงฆ์สมาชิกของคณะสงฆ์ ประจ าอาสนวิหาร ดู Canon 508) หมายเหตุ : ศาลสูงสุดของพระศาสนจักรมี 3 ประเภท คือ 1) The Sacred Penitentiary หรือ The Supreme Tribunal of The Apostolic Penitentiary 2) The Signatura หรือ The Supreme Tribunal of The Apostolic Signature 3) The Rota หรือ The Supreme Tribunal of The Roman Rota Pentecost = วันฉลองเพนเทคอสท์ (ของชาวยิว) Pentecost Sunday = วันอาทิตย์สมโภชพระจิตเจ้าเสด็จลงมา Pentecostal Movement = ขบวนการเพนเทคอสท์ (เริ่มต้นจากโปรเตสแตนท์ – ส่วนคาทอลิกมี ขบวนการที่มีจิตตารมณ์เดียวกัน แต่เรียกว่า Charismatioc Movement –ขบวนการการิสมาติก) Pentateuch = ปัญจบรรพ พระคัมภีร์ส่วนหนึ่งในพันธสัญญาเดิม มี 5 ฉบับ คือ 1) ปฐมกาล 2) อพยพ 3) เลวีนิติ 4) กันดารวิถี 5) เฉลยธรรมบัญญัติ
75 pentarchy = ระบบการปกครองที่คณะ patriarch ประกอบด้วย major patriarch องค์เป็นผู้ปกครองสูงสุด (ซึ่งพระศาสนจักรคาทอลิกไม่รับระบบนี้) petition = 1) ค าร้อง (ที่ท าตามแบบฟอร์มอย่างเป็นทางการ) 2) ค าวอนขอ (เป็นเป้าหมายหนึ่งของมิสซา) เป้าประสงค์ของมิสซามี 4 ประการ คือ ก) ส านึกผิด - penance ข) สรรเสริญ - praise ค) ขอบพระคุณพระเจ้า - thanks giving ง) วอนขอ - petition people of God = ประชากรของพระเจ้า (หมายถึงพระศาสนจักร ซึ่งเป็นประชากรใหม่ ของพระเจ้า ส่วนประชากรเดิมของพระเจ้าคือประชากรอิสราเอล) people of God = ประชากรของพระเจ้า (หมายถึงมนุษย์ทุกชาติทุกภาษา ซึ่งพระเยซู คริสตเจ้าไถ่กู้ให้รอด – ดู LG 16) Perfectae Caritatis = แปร์แฟกเต การีตาตีส (เป็นชื่อสมณกฤษฎีกาว่าด้วยการปฏิรูปและ การฟื้นฟูชีวิตนักพรต – Decree on the Up-to-Date Renewal of Religious Life –จากสภาสังคายนาวาติกันครั้งที่ 2) perfection = ความดีบริบูรณ์ perfect contrition = ความทุกข์ถึงบาปครบบริบูรณ์, ความส านึกผิดอย่างสุดจิตสุดใจ perfectionism = สมบูรณนิยม (เป็นความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า คริสตชนสามารถมีชีวิตที่ ครบถ้วนได้ คือ ไม่มีบาปตั้งแต่ในโลก) perjury = สาบานเท็จ permanent deacon = สังฆานุกรตลอดชีพ perpetual (adj) = ตลอดชีพ ถาวรตลอดกาล perpetual adoration of the Blessed Sacrament = การภาวนาเฝ้าศีลมหาสนิทตลอด 24 ชั่วโมง perpetual vows = การปฏิญาณตนตลอดชีพ persecution = การเบียดเบียน perseverance = 1) ความพากเพียร ความอดทน ความอุตสาหะ 2) สภาพอันมั่นคงในพระหรรษทาน (ซึ่งเป็นพระคุณพิเศษที่พระประทานให้ และด้วยการภาวนาของเรา) Person (in the Trinity) = พระบุคคล (ในพระตรีเอกภาพ) person = บุคคล In persona Christi = ในฐานะพระคริสตเจ้า
76 Juridic person = นิติบุคคล (แตกต่างจากphysical person) Personal ordinariate = การปกครองพระศาสนจักร โดยใช้สภาพชุมชนเป็นเกณฑ์ก าหนด ไม่ใช่อาณาเขตพื้นที่เป็นเกณฑ์ก าหนด) Physical person = ตัวบุคคล คนแต่ละคน Private juridic person = 1) นิติบุคคลเอกชน 2) นิติบุคคลคริตชน (ตั้งขึ้นโดยอิสระตามกฎหมายพระศาสนจักร) Public juridic person = 1) นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายก าหนดให้ตั้ง 2) นิติบุคคลของรัฐหรือที่ปฏิบัติงานในนามของรัฐ 3) นิติบุคคลของพระศาสนจักร หรือปฏิบัติงานในนามของพระ ศาสนจักร personality = บุคลิกภาพ personalization = การท าให้เป็นส่วนบุคคล personification = บุคลาธิษฐาน การอุปมาเป็นตัวบุคคล perspective = มุมมอง ทัศนภาพ ลู่ทางในอนาคต perversion = วิปลาส pessimism = ทุทรรศนนิยม pew = ที่นั่ง (ของสัตบุรุษในโบสถ์) Pharisee = ชาวฟาริสี Pharisism = ลัทธิฟาริสี (ชาวฟาริสีเป้นพวกชาตินิยม เคร่งครัดทางกฎหมาย รวมตัวกันอย่างเป็นระบบ อย่างไรก็ตาม มีชื่อเสียงในทางลบ ฝ่ายตรง ข้ามคือ ซัดดูสี (Sadducess) Pharisaic party = พรรคฟาริสี pietism = ภักดีนิยม piety = ความภักดี ความเลื่อมใสศรัทธา ความศรัทธาภักดี pilgrim = ผู้จาริก (แสวงบุญ) pilgrimage = การจาริก(แสวงบุญ) บุญยาตรา pious (adj) = ศรัทธา pious association = ชมรมกิจศรัทธา pious practice = ารปฏิบัติกิจศรัทธา piscine (หรือ sacrarium – ละติน) = ภาชนะใส่นา ้ที่ใชใ้นกิจศกัดส์ิทธิ์ plainchant (Gregorian chant) = เพลงเกรโกเรียน เพลงละติน (ในมิสซาและพิธีศกัดิ์สิทธิ์อื่น ๆ)
77 planeta (casual – ละติน) = เสื้อกาซูลา (เสื้อคลุมส าหรับพระสงฆ์ใส่ท ามิสซา) plenary indulgence = พระคุณการุณย์บริบูรณ์ plenitude = ความบริบูรณ์ pleroma (กรีก) = สภาวะอันสมบูรณ์ของพระเจ้า (หมายถึง God’s being) pleroma Christi = ภาวะบริบูรณ์ของพระคริสตเจ้า (ดู ยน 1:16 อฟ 1:23 คส 1:19 และ 2:9) pneuma (กรีก) = 1) ลมหายใจ (breath) 2) ลมปราณ (breath of life) 3) จิต (spirit) 4) วิญญาณ (soul) Pneumatology = พระจิตวิทยา polemics = การโต้ปัญหา (ธรรมะ) polygenism = พหุปฐมก าเนิดมนุษยชาตินิยม polytheism = พหุเทวนิยม Pontiff, Roman = พระสันตะปาปา Pontifical Academy = สถาบันการศึกษาในความอุปถัมภ์ของพระสันตะปาปา Pontifical Biblical Commission = คณะกรรมาธิการพระคัมภีร์ในอุปถัมภ์ของพระสันตะปาปา Pontifical Blessing = 1) การอวยพรของพระสันตะปาปา 2) พร พระสันตะปาปา Pontifical Commission = คณะกรรมาธิการในความอุปถัมภ์ของพระสันตะปาปา Pontifical Committee = คณะกรรมการในความอุปถัมภ์ของพระสันตะปาปา Pontifical Council = สมณสภา Pontifical Insigna = เครื่องยศพระสันตะปาปา (เช่น ลัญจกรประจ าพระสันตะปาปา ตราสัญลักษณ์ประจ าองค์ ฯลฯ) Pontifical March = เพลงสรรเสริญพระสันตะปาปา Pontifical Mass = มิสซาพระสังฆราช (มิสซาสง่าที่พระสังฆราชเป็นประธาน) Pontificate = 1) ต าแหน่งพระสันตะปาปา 2) สมณสมัยพระสันตะปาปา poor souls = วิญญาณในแดนช าระ Poor Clares, the = คณะพัวร์แคลร์ (เป็นค าเรียกคณะนักพรตของอารามที่นักบุญคลารา ตั้งขึ้น โดยการจูงใจของนักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี ค.ศ. 1215) pope = 1) พระสันตะปาปา มีค าใช้เรียกอย่างทางการคือ
78 - Supreme Pontiff (Pontifex Maximus หรือ Summus Pontifex – ละติน) - Vicar of Jesus Christ (Vicarius Jesu Christi – ละติน) - Savant of the servants of Christ (Servus servorum Dei Christi – ละติน) pope = สังฆบิดรของพระศาสนจักรคอปติก แห่งอเล็กซานเดรีย antipope (antipapa – ละติน) = พระสันตะปาปาซ้อน possession = การครอบครอง การเป็นเจ้าของ possessions = ทรัพย์สมบัติ possessed person = คนถูกผีสิง demonic possession = การถูกผีสิง phenomenon of possession = ปรากฎการณ์ผีสิง post - synodal council = การประชุมหลังสมัชชา Postcommunion = บทภาวนาหลังรับศีลมหาสนิท postulant = ผู้เตรียมบวช, โปสตุลันต์ postulator = 1) ผู้ขอ 2) ผู้เสนอแต่งตั้งนักบุญ potentiality = ศักยภาพ poverty, vow of = ค าปฏิญาณถือความยากจน power, the (potestas-ละติน) = เทพนิกรฤทธิ์(ใน อฟ 1:21 ใช้virtus -ละติน) powers, the (potestates -ละติน) = เทพนิกรอ านาจ (คร 1:16 อฟ 3:10) collegiate power = อ านาจคณะพระสังฆราช (ที่มีร่วมกัน) sacred powers = อา นาจศกัดิ์สิทธิ์(หมายถึงอา นาจ 3 ประการคืออา นาจโปรด ศกัดิ์สิทธิ์อา นาจสอน อา นาจปกครอง) the power of God = พระเดชานุภาพของพระเจ้า พระอานุภาพของพระเจ้า the powers of heaven = เทพนิกรอ านาจในสวรรค์ the power of the keys = อาชญาสิทธิ์(ของอคัรสาวกเปโตร) the power of darkness = จอมอ านาจความมืด (คส 1:13) the powers of darkness = เทพนิกรอ านาจแห่งความมืด (อฟ 6:12) practice = การปฏิบัติ practical theology = วิชาเทววิทยาเชิงปฏิบัติ (ซึ่งเสนอความเข้าใจบนพื้นฐานของ ความเชื่อเกี่ยวกับงานที่พระศาสนจักรปฏิบัติ) praise = การสรรเสริญ การยกย่อง การเทิดทูน
79 Divine Praises = บทจงสรรเสริญพระเป็นเจ้า (บทภาวนาที่มักใช้หลังอวยพรศีลมหา สนิท เขียนโดยสงฆ์คณะเยสุอิต ค.ศ. 1797 เพื่อชดเชยบาปการ กล่าวลบหลู่ (blasphemy) พระเป็นเจ้า พระเยซูเจ้า แม่พระ นักบุญยอแซฟ และนักบุญอื่น ๆ รวมทั้งทูตสวรรค์) pragmatism = ปฏิบัตินิยม praxis (กรีก) = 1) ภาคปฏิบัติ 2) การถ่ายทอดความคิดไปสู่การท าให้เป็นจริง 3) หลักการด ารงชีวิต (ที่มีการไตร่ตรองและการปฏิบัติตาม) Christian praxis = หลักการด ารงชีวิตคริสตชน (นั่นคือปฏิบัติตามความเชื่อ) Christian theological praxis = หลักการด ารงชีวิตคริสตชน (หลักการที่เน้นใน liberation theology) prayer = การภาวนา ผู้ภาวนา prayer book = หนังสือภาวนา prayers for the dying = บทภาวนาส่งวิญญาณ common prayer = บทภาวนาสามัญ common catholic prayers = บทภาวนา (ชื่อหนังสือที่รวบรวมบทภาวนาปกติของคาทอลิก) book of common prayer = บทภาวนา (ชื่อหนังสือที่นิกายอังกลีกันใช้เป็นคู่มือปฏิบัติ เกี่ยวกับศาสนกิจ) preaching = การเทศน์ การแสดงธรรม precept = ค าสั่ง ข้อห้าม ข้อบังคับ Precious Blood, the = พระโลหิตศกัดิ์สิทธิ์(ของพระเยซูเจา้) Precursor = ผู้ประกาศพระคริสตเจ้า (หมายถึงนักบุญยอห์น บัปติสต์) predestination = 1) ลิขิต การก าหนดล่วงหน้า ข้อก าหนดล่วงหน้า 2) พระลิขิต, เทวลิขิต (เกี่ยวกับการก าหนดของพระเจ้าตั้งแต่ก่อน สร้างโลก -อฟ 1:4-12) 3) พระลิขิตของพระเจ้า (เกี่ยวกับการก าหนดวิถีด ารงชีวิตไปสู่ จุดหมายปลายทางถึงความรอด – รม 8:28-30) Predestinarianism = ลิขิตนิยม (ทฤษฎีเกี่ยวกับพระลิขิตของพระเจ้า ตามความเชื่อของ จอห์น แคล์วิน ซึ่งสอนว่าพระเจ้าทรงก าหนดให้บางคนที่พระองค์ เลือกสรรเท่านั้นรอด พระองค์ไม่ได้มีพระประสงค์ให้ทุกคนรอด) Predetermination = พระลิขิตของพระเจ้า (ที่ก าหนดให้ทุกคนรอดตั้งแต่นิรันดรภาพ โดย ท าให้บางคนรอดด้วยการประทานพระหรรษทานสัมฤทธิผลที่ไม่
80 ท าลายเจตจ านงเสรีของผู้รับ ส่วนอีกบางคนพระองค์ประทานพระ หรรษทานพอเพียง ซึ่งถ้าเขายอมรับด้วยเจตจ านง เขาก็จะรอด) predisposition = ความพร้อมที่จะรับ Preface of the Mass = บทเริ่มขอบพระคุณ (ในมิสซา) Prefect = สมณมณตรี (ต าแหน่งบริหารจัดการสมณกระทรวง หรือเทียบเท่า) apostolic prefect = สังฆรักษ์ (เป็นพระสงฆ์หรือบางครั้งเป็น titular bishop ที่ด ารง ต าแหน่ง) apostolic prefecture = เขตปกครองของสังฆรักษ์ prejudice = พูดใส่ความ ใส่ร้าย prelate = มุขนายก ผมู้ีสมณศกัดิ์ domestic prelate = สมณศกัดิ์ระดบัหนึ่ง preternatural = เลยธรรมชาติ (แต่ยังไม่ถึงระดับเหนือธรรมชาติ) presbyter = 1) ผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง 2) พระสงฆ์ presbyteral = เกี่ยวกับพระสงฆ์ แห่งพระสงฆ์ presbyteral council (priests’ senate) = สภาสงฆ์ presbyterate = 1) หมู่สงฆ์ (Canon 495) 2) สภาวะสงฆ์ Presbyterian Church = คริสตจักรเพรสไบทีเรียน Presbyterians = ชาวเพรสไบทีเรียน (สมาชิกคริสตจักรเพรสไบทีเรียน) Presbyterianism = คริสต์ศาสนานิกายเพรสไปทีเรียนนิสม์ presbyterium (ละติน) = 1) คณะสงฆ์ (พร้อมกับพระสังฆราชสังฆมณฑล – LG.28) 2) ที่พ านักสงฆ์ 3) เขตสงฆ์ (ที่พระสงฆ์ประกอบพิธีในโบสถ์ – ดู Sanctuarium – ละติน) Presbyterorum Ordinis (ละติน) = เพรสบีเตโรรุม ออร์ดินิส (ชื่อสมณกฤษฎีกาว่าด้วยศาสน บริการและชีวิตของพระสงฆ์ โดยสังคายนาวาติกันที่ 2) presbytery = บ้านพักพระสงฆ์ prefiguration = บูรพรูป (หมายถึงสิ่งที่จะเกิดตามมา) Prelate = สมณบดี prelature = ส่วนงานของสมณบดี personal prelature = ส่วนงานของสมณบดีเฉพาะด้านบุคคล
81 territorial prelature = เขตงานของสมณบดี titular prelate = สมณบดีเกียรตินาม President = ประธาน presumption = ความวางใจเกินควร pride = 1) ความหยิ่งจองหอง 2) ความภูมิใจ prie-dieu (ฝรั่งเศส) = ที่คุกเข่าภาวนา (เฉพาะบุคคล) priest = พระสงฆ์ บาทหลวง (ดู presbyter, sacerdos) parish priest = พระสงฆ์เจ้าอาวาส คุณพ่อเจ้าอาวาส คุณพ่อเจ้าวัด parochial vicar = พระสงฆ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาส (ดู Canon 545) มีศัพท์อื่น ๆ ที่หมายถึงพระสงฆ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 1) assistant pastor 2) associate pastor 3) curate diocesan priest = พระสงฆ์สังฆมณฑล สมณะสังฆมณฑล religious priest = พระสงฆ์นักพรต สมณะนักพรต secular priest = 1) พระสงฆ์สังฆมณฑล 2) พระสงฆ์ที่เป็นสมาชิก secular institute priesthood = 1) สังฆภาพ สมณภาพ 2) สมณตระกูล primary = ปฐมภูมิ ความเป็นเอก ดีเลิศ ดีเยี่ยม primate = ต าแหน่งสมณะประมุข เอกอัครสมณะ (ของประเทศ – ปกติเป็น archbishop ที่ได้รับแต่งตั้ง) primatial power = อ านาจของเอกอัครสมณะ primatial see = เขตปกครองเอกอัครสมณะ abbot primate = อัคราธิการ (ของสหพันธ์อารามเบเนเดกติน) primatus = ความเป็นประมุขเอก Prime = บทท าวัตรรุ่งอรุณ prince (princeps) = 1) เจ้าชาย 2) พระองค์เจ้า (ต าแหน่งทางราชวงศ์) 3) เจ้าพระคุณ (ศัพท์เสนอส าหรับเรียก the dignitary titles ของพระศาสนจักร) Prince Cardinal = เจ้าพระคุณท่านพระคาร์ดินัล Prince Primate = เจ้าพระคุณเอกอัครสมณะ (ของประเทศ)
82 Prince Bishop = เจ้าพระคุณพระสังฆราช Prince Archbishop = เจ้าพระคุณพระอัครสังฆราช Prince Abbott = เจ้าพระคุณอธิการ Prince Provost = เจ้าพระคุณอธิการ Prince of the Apostles = เจ้าพระคุณองค์ประมุขอัครสาวก (หมายถึงนักบุญเปโตร) Prince of the Church = เจ้าพระคุณท่านแห่งพระศาสนจักร (หมายถึงพระคาร์ดินัล) Prince of the Peace = เจ้าแห่งสันติ (หมายถึงพระเยซูเจ้า) Prince of life = เจ้าชีวิต (หมายถึงพระเยซูเจ้า) Prince of devils = 1) เจ้าแห่งปีศาจ 2) จอมปีศาจ (หมายถึงเบเอลเซบูล) Prince of the world = เจ้าแห่งโลก the principality = เทพเจ้า the principalities = เทพนิกรเจ้า (principatus-ละติน อฟ 1:21) เทพนิกรนายผู้ทรงเดชานุภาพ (คส 2:15) principle = หลักการ prior = อธิการบ้านคณะนักบวช (religious order) หรืออธิการอารามนักพรต prioress = อธิการิณีอารามนักพรต priviledge = สิทธิพิเศษ เอกสิทธิ์อภิสิทธิ์ Pauline privilege = สิทธิพิเศษนักบุญเปาโล Petrine privilege = สิทธิพิเศษนักบุญเปโตร procession = ขบวนแห่ religious procession = ขบวนแห่ทางศาสนา Procession in God = กระบวนการในพระเจ้า (การเกิดสภาวะพระตรีเอกภาพของพระเจ้า หนึ่งเดียว) procreation = การมีบุตร การสืบลูกหลาน procurator = 1) ผู้จัดการ 2) ผู้ว่าราชการของจังหวัดโรมัน fiscal proculator = เหรัญญิก profane = 1. เรื่องทางโลก 2. ไม่เกี่ยวกับศาสนา profession of faith = การประกาศยืนยันความเชื่อ religious profession\, = การปฏิญาณของนักพรต
83 progress = ความก้าวหน้า Promise Land, the = ดินแดนพระสัญญา (แผ่นดินคานาอัน) promoter of the faith = ทนายปกป้องความเชื่อ promulgate = ประกาศ Pro-Nuncio, Apostolic = เอกอัครสมณทูต (เลิกใช้แล้ว) Propaganda Fide = สมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อ (ชื่อเดิม) ชื่อใหม่คือ Congregation for the Evangelization of the Peoples สมณะกระทรวงประกาศพระวรสารแก่ปวงชน Proper of the Mass = บทเฉพาะมิสซา Proper of the Saints = บทเฉพาะฉลองนักบุญ Proper of the Season = บทเฉพาะเทศกาล prophecy = การประกาศพระวาจา prophet = ประกาศก false prophet = ประกาศกเทียม prophetism = ประกาศกนิยม ขบวนการประกาศก propitiation = การชดเชยบาป proposition = ข้อเสนอ ญัตติ proselyte = ผู้เปลี่ยนศาสนา proselytisation = การชักชวนให้เปลี่ยนศาสนา proselytism = 1) การโฆษณาหาสมาชิกใหม่ ชวนคนให้กลับใจ 2) การเปลี่ยนศาสนา เปลี่ยนความเลื่อมใส 3) ขบวนการชักชวนเปลี่ยนศาสนา prostitution = การขายตัว Protestant = โปรเตสแตนท์ Protestantism = คริสตศาสนานิกายโปรเตสแตนท์ Proverbs = สุภาษิต (ชื่อพระคัมภีร์) Providence = สอดส่อง divine providence = พระญาณสอดส่อง พระญาณเอื้ออาทร province = 1) ภาคปกครองของพระศาสนจักร 2) ภาคปกครองของเจ้าคณะ (นักพรต) provincial, the = เจ้าคณะภาค
84 provincial superior = อธิการเจ้าคณะ provost = อธิการ (อารามคณะนักพรตเบเนดิกติน) ค าอื่น ๆ ในความหมายเดียวกัน คือ Propst และ Probst Psalm หรือ The book of Psalm = เพลงสดุดี (ชื่อพระคัมภีร์) alphabetical Psalms = เพลงสดุดีกลบทเรียงอักษร Psalmony = การขับร้องเพลงสดุดี Psalter = หนังสือเพลงสดุดี (ในพระคัมภีร์) pulpit = ธรรมาสน์ punishment = 1) การลงโทษ 2) โทษ pure act = 1) การกระทา บริสทุธิ์ 2) องค์ความดีบริบูรณ์ (หมายถึงพระเจ้า – God) purgatory = แดนช าระ purification = การช าระมลทิน purification of Mary = การฉลองแม่พระช าระมลทิน (พิธีกรรมตามกฎของโมเสส) purity = ความบริสทุธิ์ pyx = ตลับศีล Q qahal = ชุมนุมชน ชุมชน ประชาชน qahal Yahweh = ชุมชนของพระยาห์เว ประชากรของพระเจ้า qoheleth (ฮีบรู) = 1) ชื่อหนังสือปัญญาจารย์ 2) ต าแหน่งผู้รวบรวมชุมชน quietism = วิเวกนิยม Quakers = เควเก้อร์ส (ใช้ในความหมายว่า “เพื่อน” เป็นชื่อเรียกขบวนการหนึ่งที่ รวมตัวกันจากบางคนของโปรเตสแตน์บางนิกาย เริ่มขึ้นที่ประเทศ
85 อังกฤษในศตวรรษที่ 17 โดยเรียกกันเองว่า Friends Church แต่ตั้ง ชื่ออย่างเป็นทางการว่า The Religious Quadragesimo Anno = กวาดราเยสิโม อันโน (ชื่อสมณสาสน์เวียนของสมเด็จพระ สันตะปาปาปีโอที่ 11 ใน ค.ศ. 1931) Quas Primas = กวาส ปรีมัส (ชื่อสมณสาสน์เวียนของสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 11 ประกาศตั้งวันสมโภชพระคริสตกษัตริย์, 11-12-1925 ในโอกาส ครบรอบ 40 ปีแห่งสมณสาส์น Ryrum Novaram) Quasimodo Sunday = วันอาทิตย์ที่ 2 เทศกาลปัสกา Quasi – domicile = เทียบภูมิล าเนา Quasi-parish = เทียบคริสตคาม (“คริสตคาม” เป็นศัพท์บัญญัติใหม่ที่มาแทน “ชุมชน คริสต์” หรือ “ชุมชนวัด” ที่เคยใช้มาก่อน) Queen = ราชินี Hail Holy Queen = บทวันทาพระราชินี Queenship of Mary = วันระลึกถึงพระนางมารีย์ราชินีสวรรค์ (ฉลองวันที่ 22 สิงหาคม ก าหนดขึ้น โดยสมณสาสน์เวียน Ad Caeli Reginam ของสมเด็จพระ สันตะปาปา ปีโอที่ 12 (ค.ศ.1954) quiver = 1) (V.) สั่น 2) (n.) แล่งลูกศร กระบอกบรรจุลูกธนู Quinquennial report = การท ารายงานทุก 5 ปี Quo Primum (ละติน) = โคว ปรีมุม (ชื่อตราสารของสมเด็จพระสันตะปาปาปีโอที่ 5 ที่มีสมณ โองการใน วันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ.1570 ให้ท ามิสซาด้วยจารีตละติน (Latin Rite) ในพระศาสนจักรคาทอลิกทั่วไปทุกแห่ง) Qumran (ฮีบรู) = คุมรัน (ชื่อสถานที่โบราณคดีทางดินแดนส่วนหนึ่ง)
86 R rabbi = รับบี ครู อาจารย์ (ค าเรียกอาจารย์สอนกฎหมายของชาวยิว) rabbinical = ของรับบี เกี่ยวกับรับบี rabboni = รับโบนี Ransom = สินไถ่ ค่าไถ่ rationalism = เหตุผลนิยม rationale (หรือ superhumerale) = แถบผ้าคล้องไหล่ real = เป็นจริง realism = สัจนิยม realise V = เข้าใจ ตระหนัก ได้ความจริง เห็นจริง
87 realist = นักสัจนิยม ผู้ยึดหลักความเป็นจริง realistic = เกี่ยวกับความเป็นจริง realization = การท าให้เป็นจริง สัจการ, การเห็นจริง, การตระหนัก reality = ความเป็นจริง สภาพที่เป็นจริง สิ่งเป็นจริง realm = ราชอาณาจักร reign v n = ครองราชย์ การครองราชย์ รัชสมัย reason, age of = อายุรู้ความ reason, Age of = ยุคแห่งเหตุผล recapitulation = การรวบรวมทุกสิ่งขึ้นใหม่ (ในพระคริสตเจ้า) ศิรบริบูรณ์ recipient = ผู้รับ reconciliation = 1) การคืนดี (กับพระเจ้า) 2) การอภัยบาป individual reconciliation = การอภัยบาปรายบุคคล general reconciliation = การอภัยบาปรวม redeem (v) = ไถ่ ถอน ไถ่คืน ใช้คืน ชดใช้ (สิ่งที่เคยท าไม่ดีไว้) ไถ่บาป ช่วยให้รอดพ้น Redeemer = พระผู้ไถ่ พระผู้กอบกู้ พระผู้ช่วยให้รอด Redemption = การไถ่ การกอบกู้ การช่วยให้รอด red hat = หมวกพระคาร์ดินัล reevangelisation = การฟื้นฟูการประกาศข่าวดีขึ้นใหม่ reformed = ที่ได้รับปฏิรูป reformed church = คริสตจักรปฏิรูป world reformed church = องค์การโลกสหพันธ์คริสตจักรปฏิรูป reformation = การปฏิรูป counter reformation = การปฏิรูปคู่ขนาน (การปฏิรูปพระศาสนจักรคาทอลิก โดยสังคายนา ณ เมืองเตรนท์) protestant reformation = การปฏิรูปฝ่ายโปรแตสแตนท์ (การปฏิรูปพระศาสนจักรตะวันตกในช่วงศตวรรษที่ 16) catholic reformation = การปฏิรูปฝ่ายคาทอลิก reflection = การไตร่ตรอง การใช้ความคิดทบทวน regeneration = christians regeneration = การเกิดใหม่ (ที่คริสตขนได้รับผ่านทางศีลล้างบบาป) การฟื้นฟูด้าน
88 จิตวิญญาณ คริสตนวชาติ Regina Caeli = บทราชินีสวรรค์ Register parochial = สมุดทะเบียนวัด regular = 1) เป็นไปตามกฎ, เป็นประจ า, เป็นปกติ 2) เป็นผู้ถือพรตหรือกฎ (ตามการใช้ของพระศาสนจักร) Regular clergy (หรือ regulars) = สมณนักพรต regular clergy = สมณะนักพรต canon regular = คณะนักพรตออกัสติน หมายเหตุ1) พรตหรือกฎที่สมณะถือปฏิบัติคือกฎของนักบุญเบเนดิกติน 2) ศัพท์ “regular” เป็นศัพท์กฎหมายที่พระศาสนจักรใช้ในอดีตโดยให้หมายถึงสมาชิกของคณะ นักพรตที่มีการปฏิบัติตนอย่างสง่า (solemn vows) แต่ปัจจุบันใน C.I.C. 1983 ไม่ใช้ศัพท์ “regular” แล้ว โดยน าศัพท์ “religious” มาใช้แทน Reconciliation = การคืนดี การอภัยบาป Individual reconciliation = การอภัยบาปทีละคน (ดู Canon 960) General reconciliation = การอภัยบาปรวม (communal reconciliation หรือ general absolution หรือ general sacramental absolution – ดู Canon 961) Rector = 1) อธิการโบสถ์ 2) อธิการสามเณราลัย 3) อธิการบ้าน (นักบวชชาย) Rectory = บ้านพักอธิการโบสถ์ Redemptor Hominis (ละติน) = เรเด็มตอร์ โฮมินิส (ชื่อสมณสาสน์เวียนของสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 (ค.ศ. 1979) เกี่ยวกับเรื่องการไถ่กู้มนุษยชาติ) Redemptoris Mater = เรเด็มตอริส มาแตร์ (ชื่อสมณสาสน์เวียนของสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 (ค.ศ. 1987) ว่าด้วยเรื่องแม่พระ) Redemptoris Missio = เรเด็มตอริส มิสซิโอ (ชื่อสมณสาสน์เวียนของสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 (ค.ศ. 1990) เรื่องการธรรมทูต relic = พระธาตุ religiosities = การมีศรัทธา ความเคร่งศาสนา religion = ศาสนา religious = 1) เกี่ยวกับศาสนา ฝ่ายศาสนา ทางศาสนา ของนักพรต 2) นักพรต
89 religious articles = ศาสนภัณฑ์ religious assent = การยอมรับค าสอนศาสนา religious submission = การยอม religious clergy = คณะสมณะนักพรต religious community = หมู่คณะนักพรต religious congregation = คณะนักพรต religious experience = ประสบการณ์ชีวิตด้านศาสนา ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ กับพระเจ้า หรือสิ่งเหนือธรรมชาติ ประสบการณ์ชีวิตความเชื่อ religious institute = สถาบันนักพรต ซึ่งจ าแนกออกเป็น lay institute หรือ non-clerical institute (ดู Canon 588) clerical institute (ดู Canon 588) active religious life = ชีวิตนักพรตปฏิบัติ religious order = คณะนักพรต contemplative religious life = ชีวิตนักพรตปัสนา บ าเพ็ญภาวนา cenobitical life = religious of apostolic life = นักพรตชีวิตธรรมทูต นักพรตชีวิตปฏิบัติ religious of contemplative life = นักพรตชีวิตบ าเพ็ญฌาณ religious respect = 1) การให้เกียรติทางศาสนา การไม่ลบหลู่ศาสนาที่ต่างกัน 2) การเคารพเชื่อฟังค าสอนของผู้มีอ านาจสอนของพระศาสนจักร religious rule = พรตปฏิบัติ วินัยนักพรต Rule of St Basil = พรตปฏิบัติของนักบุญบาซิล Rule of St Benedict = พรตปฏิบัติของนักบุญเบเนดิกต์ Rule of St Augustine = พรตปฏิบัติของนักบุญออกัสติน Rule of St Francis = พรตปฏิบัติของนักบุญเบเนดิกต์ religious state = ลักษณะชีวิตนักพรต สถานะชีวิตนักพรต renouncement = การตัด การสละ การละ (ทิ้ง) renunciation = การสละ, การปฏิเสธตนเอง, การละ remedy = การบ าบัดรักษา penal remedy = การลงโทษบ าบัด remission = การยกโทษ การยกหนี้ การอภัย remission of sins = การอภัยบาป การยกบาป (เดิมใช้ การโปรดบาป)
90 remission of penalties = การยกโทษบาป remnant = เสสชน (เส-สะ-ชน), ชนจิตมั่น (ชาวอิสราเอลกลุ่มเล็ก ๆ ที่ยังคงซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าจนวาระสุดท้าย) remorse = ส านึกผิด ความรู้สึกเศร้าเสียใจที่ได้ท าผิด remuneration = ค่าตอบแทน renewal = การรื้อฟื้น renewal of vows = การรื้อฟื้นค าปฏิญาณ renovation = การฟื้นฟู การปฏิสังขรณ์ reparation = การชดใช้ การชดเชย Act of Reparation = บทชดเชยบาป (ที่ผิดต่อพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า) repent = การส านึกผิด repentance = การส านึกผิด การเป็นทุกข์ถึงบาป reposition = ที่ตั้ง ต าแหน่ง การจัดวาง reposition of the Blessed Sacrement = พิธีตั้งนมัสการศีลมหาสนิท Requiem Mass, the = มิสซาผู้ล่วงลับ resignation = การยอมรับสภาพ, การลาออก rescript = สารตอบ (จากผู้มีอ านาจหน้าที่) respondent = ผู้โต้ตอบ จ าเลย response = บทรับ responsory = บทเพลงท่อนรับ restoration = การปฏิสังขรณ์ การฟื้นฟู บูรณะ การท าให้คืนสู่สภาพเดิม restoration of all things = สรรพบูรณะ การท าให้ทุกสิ่งคืนสู่สภาพเดิม resurrection = การฟื้นคืนชีพ retreat = การถอยกลับ การปลีกวิเวก religious retreat = การเข้าเงียบ (เพื่อฟื้นฟูศาสนธรรม) spiritual retreat = การฟื้นฟูชีวิตจิต Revelation = การเผยแสดง, วิวรณ์ reverend = สาธุคุณ, ที่เคารพ, ที่นับถือ, คุณพ่อ(ใช้ในพระศาสนจักรคาทอลิก) reviviscence = การกลับคืนชีวิต การกลับคืนสภาพเดิม reviviscence of righteous = ธรรมิกชน, ผู้ชอบธรรม
91 rise from the tomb = กลับคืนชีพ rite = 1. จารีต 2. ศาสนพิธี ritualism = จารีตนิยม ritutualistic = เกี่ยวกับจารีตพิธี เกี่ยวกับพิธีทางศาสนา ritualization = การท าให้เป็นพิธีการ Rogation day, the = วันภาวนาวอนขอ Roman = โรมัน Roman Breviary = หนังสือภาวนาจารีตโรมัน Roman liturgy = พิธีกรรมจารีดโรมัน Roman Catholic = โรมันคาทอลิก Roman Pontifical = หนังสือจารีตพิธีกรรมพระสังฆราช Roman Pontiff (Supreme Pontiff), the = สมเด็จพระสันตะปาปา Roman Question = ข้อพิพาทเรื่องรัฐพระสันตะปาปา Roman Rite = จารีตโรมัน rosary = สายประค า (สมัยก่อนเรียก ลูกประค า) rochet = เสื้อโรเซ็ต (คล้ายเสื้อ surplice) rubrics = กฎพิธีกรรม rule = กฎ วินัย rule of faith = กฎแห่งความเชื่อ (พระคัมภีร์และขนบประเพณี) rule, religious = วินัยนักพรต Rules = ระเบียบวินัย
92 S Sabaoth (ฮีบรู) = กองทัพ The Lord of Sabaoth = พระเป็นเจ้าจอมโยธา Sabbath = 1) วันสับบาโต 2) วันพระเจ้า Sabbath walk = ระยะทางที่อนุญาตให้เดินในวันสับบาโต sabbatical = 1) เกี่ยวกับวันสับบาโต 2) เกี่ยวกับการพักภารกิจ sabbatical leave = การพักงานตามสิทธิ sabbatical period = ช่วงพักงานตามสิทธิ sabbatical year = ปีพักการเพาะปลูก sacerdotalism = สังฆนิยม
93 sacrament = 1) ศีลศกัดิ์สิทธิ์2) ธรรมลา ้ลึก 3) เครื่องหมายและเครื่องมือ sacrements of Christ = ศีลศกัดิ์สิทธิ์ของพระคริสต์ sacrament of Christ’s action = เครื่องหมายแห่งการท างานของพระคริสตเจ้า (พระศาสนจักร) sacraments of Christian initiation = ศีลศกัดิ์สิทธิ์เพื่อเริ่มตน้ชีวิตคริสตชน (ศีลล้างบาป ศีลมหาสนิท ศีลก าลัง) Sacrement of healing = ศีลศกัดิ์สิทธิ์เพื่อเยียวยา (ศีลอภัยบาป ศีลเจิมผู้ป่วย) sacrement of penance = ศีลอภัยบาป sacrament of the altar = ศีลมหาสนิท ศีลแห่งพระแท่นบูชา (ชื่อเรียกของ Lutheran) sacraments of faith = ศีลศกัดิ์สิทธิ์แห่งความเชื่อ the most blessed Sacrament = ศีลมหาสนิท (ในรูปแผ่นปังที่เสกแล้ว และเก็บอยู่ในตู้ศีล) the Sacrament of sacraments = ยอดศีลศกัดิ์สิทธิ์(ศีลมหาสนิท) sacraments of the Church = ศีลศกัดิ์สิทธิ์ของพระศาสนจกัร sacrament of reconciliation = ศีลอภัยบาป Sacramental = สิ่งคลา้ยศีล (ศีลศกัดิ์สิทธิ์) เก่ียวกบัศีลศกัดิ์สิทธิ์ sacred = ศกัดิ์สิทธิ์ Sacred College of Cardinals = คณะพระคาร์ดินัล Sacred Heart = พระหฤทัย sacred mystery = ข้อธรรมล ้าลึก sacred vessel = ภาชนะพิธีกรรม celebration of the Sacred Mysteries = พิธีเฉลิมฉลองธรรมลา ้ลึกศกัดิ์สิทธิ์ sacrifice = การถวายบูชา sacrifice of praise = พิธีถวายบูชาสดุดี sacrifice of the Mass = การถวายบูชามิสซา spiritual sacrifice = พิธีถวายบูชาฝ่ายจิต sacrilege = การทุราจาร sacristan = ผู้ดูแลห้องสักการภัณฑ์ ผู้จัดวัด sacristy = ห้องเตรียมสักการพิธี ห้องสักการภัณฑ์ saint = 1) นกับญุ2) ผศู้กัดิ์สิทธิ์
94 salvation = การช่วยให้รอดพ้น, ความรอดพ้น Salve Regina = วันทาพระราชินี sanctification = การทา ใหศ้กัดิ์สิทธิ์ sanctifying grace = พระหรรษทานศกัดิ์สิทธิกร sanctity = ความศกัดิ์สิทธิ์, ศกัดิ์สิทธิภาพ, การทา ใหศ้กัดิ์สิทธิ์ sanctuary = 1) บริเวณพระแท่น 2) สักการสถาน sanctuary lamp = ตะเกียงตู้ศีล sapience = ปรีชาญาณ (ศัพท์ล้าสมัย เลิกใช้แล้ว ดู “Wisdom”) Satan = ซาตาน ปีศาจ satisfaction for sin = การชดเชยบาป การชดใช้บาป Saviour = พระผู้ช่วยให้รอด scandal = เรื่องน่าอาย เรื่องอื้อฉาว เรื่องน่าอัปยศ scapular = เสื้อพระพร (เสื้อจ าพวก) สายพระพร (สายจ าพวก) สายสกาปุลาร์ scapular medal = เหรียญสกาปุลาร์ เหรียญจ าพวก scepticism = วิมัตินิยม (วิ + มติ = ไม่มีความเห็น) schism = สังฆเภท ความแตกแยก Scriptures = พระคัมภีร์ scruple = ภาวะระแวงบาป seal of Confession = ความลับศีลอภัยบาป (ห้ามเปิดเผย) secular = ที่สังกัดชุมชน secular clergy = สมณสังกัดชุมชน secular institute = สถาบันแบบนักพรต (มีสมาชิกฆราวาสหรือพระสงฆ์สังฆมณฑล ที่ ถวายตัวแด่พระเป็นเจ้า โดยปฏิญาณถือปฏิบัติตามค าแนะน าพระวรสาร 3 ประการคือ ความเป็นโสด ความยากจน และความนอบน้อมเชื่อฟัง แบบนักพรต ดังนั้น จึงเรียกฆราวาสดังกล่าวที่เป็นสมาชิกว่า “ฆราวาส นักพรต” และเรียกพระสงฆ์ (ที่เป็นสมาชิกว่า “สงฆ์แบบนักพรต”) secularism = โลกานุวัตรนิยม seer = หมอดู ผู้ท านาย self-contradiction = ความขัดแย้งในตัว self-consciousness = อัตพิชาน ความส านึกตน
95 seminarian = สามเณร นิสิตสมณะ seminary = สามเณราลัย ส านักนิสิตสมณะ sensation = ผัสสะ (ความรู้สึกทางประสาทสัมผัส) sense = ประสาทสัมผัส sentiment = เพทนาการ sequence = บทเสริม sermon = 1) บทเทศน์ 2) โอวาท Seven Dolors (Sorrows) = มหาทุกข์ 7 ประการ Sext = บทท าวัตรเที่ยง Sheol = แดนผู้ตาย แดนมรณา shrine = สักการสถาน ปูชนียสถาน Shroud of Christ, the = ผ้าห่อพระศพพระคริสตเจ้า holy Shroud = ผ้าตราสัง Sign of the Cross = เครื่องหมายมหากางเขน simony = การซอื้ขายความศกัดิ์สิทธิ์ sin = บาป actual sin = บาปท าเอง (ตรงข้ามกับบาปก าเนิด) grave sin = บาปหนัก mortal sin = บาปหนัก original sin = บาปก าเนิด venial sin = บาปเบา sinner = คนบาป sister = ซิสเตอร์ ภคินี skull cap = หมวกทรงกะลา (Pileolus, Calotte, Zucchetto) slander (calumny) = การใส่ความ, การใส่ร้าย sloth = ความเกียจคร้าน sodality = คณะศรัทธา solemn Mass = มิสซาสมโภช Son, the = พระบุตร Songs of Solomon = เพลงซาโลมอน (Song of Songs) (ชื่อพระคัมภีร์) sorrow for sin = ความทุกข์ถึงบาป
96 Sorrowful Mysteries = ธรรมล ้าลึกภาคโทมนัส soteriology = เทววิทยาการไถ่กู้ soul = จิตวิญญาณ Spirit = พระจิตเจ้า spirit = จิต spiritual director = วิญญาณารักษ์ spiritual exercises = การฝึกจิต การฝึกปฏิบัติทางจิต spiritual life = วิถีชีวิตจิต spiritual well being = สุขภาวะทางจิต spiritualism = ชีวิตจิตนิยม 1) จิตนิยม 2) ภูตนิยม Spirituality = ชีวิตจิต spirituality = สภาพชีวิตจิต วิชาชีวิตจิต ภาวะชีวิตจิต sponsor = พ่อแม่ทูนหัว state of grace = ฐานะพระหรรษทาน Statio = จุดแวะประกอบศาสนพิธี Stations of the Cross = สถานแห่งมหากางเขน สถานมรรคาศกัดิ์สิทธิ์(รูป 14 ภาค) stigmata = รอยแผลศกัดิ์สิทธิ์ stipend = เงินท าบุญมิสซา เงินบริจาคขอมิสซา stole = สโตลา (ผ้าคล้องคอพระสงฆ์ในพิธีกรรม) stoup (for holy water) = อ่างน ้าเสก sublimity = ความสูงสุด subdeacon = อุปสังฆานุกร substance = สาร สาระ (substantia) substitute = ผู้แทน ตัวแทน succession = การสืบต าแหน่ง sufferings of Christ = พระทรมานของพระคริสต์ Sung Mass = มิสซาขับร้อง superior = อธิการ ผู้ใหญ่ superior general = มหาอธิการ อัคราธิการ supernatural = เหนือธรรมชาติ superstition = การถือนอกรีต ไสยศาสตร์
97 surplice = เสื้อซูร์ปลี symbol = สัญลักษณ์ symbolism = สัญลักษณ์นิยม sympathy = ความเห็นอกเห็นใจ การร่วมอาลัย อารมณ์ร่วม synagogue = ศาลาธรรม ธรรมสถาน synergism = การรวมพลัง synergy = พลังร่วม synopsis = 1) สหทรรศน์ 2) บทย่อ บทสรุป synoptic Gospels = พระวรสารสหทัศน์ synthesis = การสังเคราะห์ T tabernacle = ตู้ศีล tabernacle veil = ผ้าคลุมตู้ศีล talent = พรสวรรค์ (รากศัพท์ภาษาฮีบรู “ตาลันต์” คือหน่วยวัดโลหะมีค่า น ้าหนักประมาณ 30 ก.ก.) temple = วิหาร temporal punishment = โทษชั่วคราว temporary vow = การปฏิญาณตนชั่วคราว temptation = การทดลองใจ, การลองดี Ten Commandments = บทบัญญัติ 10 ประการ ทศบัญญัติ Terce = บทท าวัตรสาย tertiary (third Order) = นักพรตชั้นสาม testament = พันธสัญญา theft = ลักขโมย theme = แนวคิดหลัก
98 theological virtues = คุณธรรมทางพระเป็นเจ้า theology = เทววิทยา feminism theology = เทววิทยาสตรีนิยม moral theology = เทววิทยาเรื่องศีลธรรม mystical theology = เทววิทยาเรื่องฌาน natural theology = เทววิทยาธรรมชาติวิสัย pastoral theology = เทววิทยาเรื่องการอภิบาล positive theology = เทววิทยาเชิงบวก Theology of negation = เทววิทยาเชิงนิเสธ ภาคเสธ theosophy = เทวปรีชาญาณ third order = กลุ่มฆราวาสของคณะนักพรต throne = อาสนะ thurible = เต้าไฟ (เผาก ายาน) thurifer = ผู้ถือเต้าไฟ tiara = มงกุฎ 3 ชั้น Titular = กิตติมศกัดิ์ Titular church = วัดประจ าต าแหน่งพระคาร์ดินัล Toleration, religious = ขันติธรรม Torah = ธรรมบัญญัติ (ส่วนหนึ่งของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม) tongues of fire = ลิ้นไฟ tonsure = พิธีโกน tract = บทแทรก tradition = ขนบประเพณี ธรรมประเพณี Traditionalism = ลัทธิธรรมประเพณีนิยม Transcendence = อุตรภาพ transept = ปีกหรือมุขที่ยื่นอยู่ตามขวางของโบสถ์ Transfiguration = การส าแดงองค์ Transfiguration = การแสดงองค์อย่างรุ่งเรือง transgression = การล่วงละเมิด transmigration of soul = การเวียนว่ายตายเกิด transubstantiation = การแปลสาร
99 treasury of merit = คลังบุญ treatise = ต ารา สนธิสัญญา Tridium = ตรีวาร Trinity, the Blessed = พระตรีเอกภาพ Tritheism = ลัทธิตรีมูรติ truth = ความจริง สัจธรรม U Ultimate Reality = ความเป็นจริง อันติมะ unction = การเจิม union, hypostatic = สหภาพพระกับมนุษย์ unique = เฉพาะตัว unity = เอกภาพ universal = สากล universality = สากลภาพ universe = เอกภพ unleavened bread = ขนมปังไร้เชื้อ Urbi et Orbi = (อ่านว่า อูร์บี เอต ออร์บี) ชื่อพรที่พระสันตะปาปา ประทานอย่างสง่าแก่ชาวโรมและชาวโลก utilitarianism = ประโยชน์นิยม utility = ประโยชน์ utopia = อุตมรัฐ
100 V vacancy = 1. วันธรรมดา (ไม่มีฉลอง) 2. ต าแหน่งพระสังฆราช หรือพระสันตะปาปาที่ว่างลง vacant see = สังฆมณฑลที่ต าแหน่งพระสังฆราชว่างลง Vacant See = ต าแหน่งพระสังฆราชว่างลง validity = ความสมเหตุสมผล ความถูกต้องตามกฎหมาย ใช้ได้ ไม่เป็นโมฆะ Vatican = วาติกัน Vatican City = นครรัฐวาติกัน veil = ผ้าคลุม Veronica’s veil = ผ้าซับพระพักตร์พระเยซูเจ้า veneration = การเคารพ vengeance = การแก้แค้น, ความพยาบาท venial sin = บาปเบา verification = การพิสูจน์ว่าเป็นจริง Vespers = บทท าวัตรเย็น Vessels, sacred = ภาชนะศกัดิ์สิทธิ์ vestment = อาภรณ์พระสงฆ์ vestments = อาภรณศ์กัดิ์สิทธิ์