The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือยุทธวิธี
หลักสูตรนักเรียนนายสิบ
เล่ม 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by onnicha2739, 2022-09-20 07:36:28

คู่มือยุทธวิธี หลักสูตรนักเรียนนายสิบ เล่ม 2

คู่มือยุทธวิธี
หลักสูตรนักเรียนนายสิบ
เล่ม 2

Keywords: คู่มือยุทธวิธี หลักสูตรนักเรียนนายสิบ เล่ม 2

- 46 -

3) การปฏบิ ัติ
เจตนารมณ์ คือทรรศนะท่ีกาหนดถึงความมุ่งหมายที่แน่นอนของการปฏิบัติ ในหัวข้อนี้จะแสดง

รายละเอยี ดเกีย่ วกบั ว่า “ปฏบิ ัติอยา่ งไร” ซง่ึ ประกอบด้วย 3 สว่ น ดังน้ี
3.1) แนวความคิดในการปฏบิ ตั ิ
(1) กลยุทธ์
กล่าวถึงรายละเอียดกลไกของการปฏิบัติ กล่าวถึงหน่วยรองทั้งหมด และหน่วยขึ้นสมทบ

การมอบภารกิจใหแ้ ตล่ ะส่วนในรปู ของงาน กาหนดหนว่ ยหลกั ในการปฏบิ ัติเป็นภาพการปฏบิ ัตทิ ่ี ผบ.หน่วย คิดไว้ โดย
จะกล่าวตั้งแต่เร่ิมปฏิบัติจนบรรลุภารกิจ มีไว้เพ่ือให้กาลังพลของตนทราบว่าจะใช้ส่วนดาเนินกลยุทธ์อย่างไร (รูป
ขบวน, เส้นทาง, การปฏิบตั ิ ณ ท่หี มาย อ่ืน ๆ) โดยกลา่ วครอบคลุมทกุ ทีห่ มาย หรือท่ีมั่นรบ การกาหนดกองหนุน ก็จะ
กลา่ วไวใ้ นสว่ นน้ดี ้วย ในกรณีใช้กองหนนุ ในภารกจิ อืน่ ๆ

(2) การยิง
กล่าวถึงผู้นามีความต้ังใจใช้การยิงสนับสนุนอย่างไร ต่อหน่วยดาเนินกลยุทธ์ของตน ลาดับ

ความเร่งด่วนในการยิง ความเร่งด่วนของเปูาหมาย การยิงฉากปูองกันข้ันสุดท้าย การยิงเตรียม (รวมถึง เวลาเริ่มยิง
จานวนเวลาที่ยิง) รวมถึงการยิงสนบั สนนุ พิเศษอน่ื ๆ เช่น นิวเคลียร์, เคม,ี ควนั , หรอื การยิงด้วยอาวุธวิถโี ค้งต่าง ๆ

3.2) ภารกจิ ทม่ี อบใหห้ น่วยดาเนนิ กลยุทธ์
ในส่วนนี้ระบุถึงงาน และความมุ่งหมายท่ีไม่ได้กาหนดไว้ในข้อ ก. 1) เป็นการส่ังการหน่วยใน

ความควบคุมของตนทุกหน่วย งานหรือข่าวสารสาหรับหน่วยรองที่ต้องได้รับร่วมกันต้ังแต่ 2 หน่วย จะกล่าวไว้ใน
คาแนะนาในการประสาน

3.3) คาแนะนาในการประสาน
(เป็นข้อย่อยสุดท้ายของข้อ 3) : จะระบุรายละเอียดการปฏิบัติที่ต้องทาร่วมกันของหน่วยรอง

ตั้งแต่ 2 หน่วยขึ้นไป (เว้นการติดต่อส่ือสารจะอยู่ในข้อ 5 ข.) ถ้าไม่มีรายละเอียดจะระบุใช้คาว่า “ไม่มี” ในข้อน้ีจะ
กลา่ วถึงรายละเอยี ดเกี่ยวกับ

(1) การรายงานตา่ ง ๆ ทีไ่ ม่ไดก้ าหนดไวใ้ น รปจ.
(2) คาแนะนาในการปอู งกันนิวเคลยี ร์ ชวี ะ เคมี (นชค.) และการปฏบิ ตั เิ มอ่ื หน่วยถูกโจมตี
(3) ระดับในการปอู งกัน นชค. ภารกจิ
(4) การปูองกนั ภยั ทางอากาศ
(5) คาแนะนาในการจัดระเบยี บใหมแ่ ละการเสริมความม่นั คง
(6) หัวขอ้ ข่าวสารสาคัญ (หขส.) (ถา้ ไมไ่ ดก้ าหนดในผนวกข่าวกรอง)
(7) การประสานการผ่านแนว
(8) เวลาที่มีผลบังคับใช้ในการแยกหน่วย หรือการขึ้นสมทบ (ถ้าไม่ได้กาหนดไว้ในการจัด
เฉพาะกิจ หรือข้อยอ่ ย 1 ค.)
(9) เวลา หรือเงอ่ื นไขซึ่งแผนยุทธการจะเริม่ ปฏบิ ตั ิ ในกรณีทีค่ าส่ังหรือแผนน้ันไม่มีผลบังคับทันที
ท่ีไดร้ บั แผนหรือคาสั่งน้ัน ๆ
(10) การอ้างถึงผนวกที่เกยี่ วข้องกับแผน/คาส่ัง แต่มิได้กล่าวถึงในส่วนหน่ึงส่วนใดของคาสั่งนี้ให้
แสดงไว้ในข้อยอ่ ยข้อนี้ดว้ ย
(11) การปฏบิ ัติ ณ ทห่ี มาย

- 47 -

4) การช่วยรบ
เป็นคาช้ีแจงเกี่ยวกับการสนับสนุนการช่วยรบ ในการเขียนข้อน้ีไม่มีหลักการกาหนดไว้แต่อย่างใด

แต่อย่างไรก็ตามแตอ่ าจยดึ ถือเป็นแนวทางของคาสัง่ การช่วยรบได้ (หมายเหตุ : ใช้ รปจ. ได้ถา้ มแี ละเหมาะสม)
4.1) ยุทโธปกรณ์และการบริการ : กล่าวถึงสถานภาพ สป.ต่าง ๆ การขนส่ง การบริการ และการ

ซ่อมบารงุ
4.2) การรกั ษาพยาบาลและการส่งกลบั สายแพทย์
4.3) กาลังพลกล่าวถึงสถานภาพของหน่วย การทดแทน ขวัญ วินัย กฎและคาส่ัง และ การจัด ท่ีบังคับ

การ(ทก.)
4.4) กิจการพลเรือน กล่าวถึง ข้อจาจัด ข้อห่วงใยเก่ียวกับพื้นที่ และ การปฏิบัติการจิตวิทยา

(ปจว.)
4.5) เบ็ดเตล็ด เชน่ การปฏิบตั เิ กีย่ วกบั เชลยศึก
4.6) ส่ิงอานวยความสะดวกในการช่วยรบ กล่าวถึงท่ีตั้งและการบริการของตาบลท่ีตั้งน้ัน ๆ แต่ถ้า

แสดงไวใ้ นแผน่ บรวิ ารแล้ว ไม่จาเปน็ ต้องกลา่ วอีก
5) การบงั คับบัญชาและการส่ือสาร
กล่าวถึงสถานที่บังคับบัญชาและควบคุม (บก.) และ ผบ.หน่วย จะอยู่ท่ีไหนในระหว่างการ

ปฏิบัตกิ าร โดยแบ่งเปน็ 2 ขอ้
5.1) การบงั คบั บญั ชา อยา่ งนอ้ ยทส่ี ดุ กลา่ วถึง ที่อยขู่ นั้ ตน้ ของ ผบ.หมู่ หรือที่ต้ังของ ทก. (กรณีไม่ได้

แสดงไวใ้ นแผ่นบริวาร) และการย้าย ทก.และทบ่ี ังคบั บัญชาอื่น ๆ ถา้ เปล่ยี นแปลงหรอื ไม่ตรงกับ รปจ.
(1) ทอ่ี ยขู่ อง ผบ.หนว่ ยเหนอื และทต่ี ้ังที่บงั คบั การ
(2) ทอ่ี ยูข่ อง ผบ.มว., รอง ผบ.มว. และท่ีบงั คบั การ ในห้วงการปฏิบตั ิแตล่ ะภารกจิ
(3) การสบื ทอดสายการบังคับบญั ชา เมือ่ เกิดการสญู เสยี
(4) การจัดตาม รปจ.

5.2) การสื่อสาร จะกล่าวถึงคาแนะนาในการปฏิบัติการส่ือสาร(นปส.) ที่มีผลบังคับใช้ สัญญาณ
อ่นื ๆ ทีก่ าหนดขน้ึ มาใช้ข้อจากดั ทางการส่อื สาร (เชน่ ระงบั ใชว้ ทิ ย)ุ รายละเอยี ดเรือ่ งการสือ่ สาร

(1) มีผลบังคบั ใชต้ าม นปส.
(2) ลาดบั ความเรง่ ดว่ นในการติดตอ่ สือ่ สาร
(3) พลุสญั ญาณและสัญญาณอน่ื ๆ รวมท้ังทัศนสญั ญาณ (แขน/มือ)
(4) ประมวลลับ
(5) คาแนะนาพิเศษสาหรับพลวทิ ยุ
4. ข้อพจิ ารณาพ้ืนฐานการปฏิบตั กิ ารทางทหาร (METT - T)
4.1 ภารกิจ (Mission)
4.2 ขา้ ศกึ (Enemy)
4.3 ลักษณะภูมิประเทศ (Terrain)
4.4 กาลงั ท่มี อี ยู่ (Troop Available)
4.5 เวลาท่ีมอี ยู่ (Time Available)

- 48 -

5. ปัจจัยการพิจารณาลักษณะภมู ิประเทศทางทหาร (OCOKA)

5.1 การตรวจการณแ์ ละพืน้ ยงิ (Observation and field of fire)

5.2 การกาบงั และซ่อนพราง (Cover and Concealment)

5.3 เครื่องกีดขวาง (Obstacle)

5.4 ภูมปิ ระเทศสาคญั (Key terrain)

5.5 แนวทางการเคล่ือนท่ี (Avenue of approach)

6. คาอธิบาย (METT - T) สาหรบั นามาเปน็ ปัจจัยในการวิเคราะห์ภารกิจ

6.1 M = ภารกิจ (Mission) พิจารณาภารกิจท่ีได้รับมอบ วิเคราะห์ภารกิจตามเจตนารมณ์ของ

ผู้บังคบั บัญชาเหนือขึ้นไป 2 ระดบั และกาหนดกิจสาคญั ยิ่ง(Essential task) ที่หนว่ ยตอ้ งปฏิบตั ิเพ่อื การบรรลุภารกิจ

6.2 E = ข้าศึก (Enemy) พจิ ารณา ประเภท ขนาด การจัด ยทุ ธวิธี และยทุ โธปกรณ์ของข้าศึกที่คาดว่าจะ

เผชญิ หน้า รวมทั้งพสิ จู น์ทราบภยั คุกคามทรี่ นุ แรงที่สดุ ตอ่ ภารกิจของฝุายเรา และจุดออ่ นที่สาคัญทีส่ ดุ ของข้าศึก

6.3 T = ลักษณะภูมิประเทศ (Terrain) พิจารณาผลกระทบของลักษณะภูมิประเทศและลมฟูาอากาศต่อ

กาลงั ฝุายเราและฝุายขา้ ศึก ตามข้อพจิ ารณาลักษณะภมู ิประเทศทางทหาร (OCOKA)

1) การตรวจการณ์และพ้ืนยิง (Observation and field of fire) พิจารณาที่ต้ังบนพื้นดินซ่ึงสามารถ

ตรวจการณ์ฝุายข้าศึกได้ทั่วทั้งพื้นที่ปฏิบัติการ สาหรับพื้นยิงน้ัน พิจารณาตามคุณลักษณะของอาวุธแต่ละชนิดท่ีมีอยู่

ตัวอยา่ งเช่น ระยะยิงหวังผลสงู สดุ ระยะยงิ กวาดและระบบยิง/เวลาแลน่ ของอาวุธต่อสู้รถถังชนดิ ต่าง ๆ เปน็ ตน้

2) การกาบังและซ่อนพราง (Cover and Concealment) พิจารณาลักษณะภูมิประเทศ ที่ให้การ

ปูองกันการยิงจากอาวุธยิงเล็งตรงและเล็งจาลอง (การกาบัง) และให้การปูองกันการตรวจการณ์ของข้าศึกท้ังจาก

พ้ืนดินและทางอากาศ (การซ่อนพราง)

3) เคร่ืองกีดขวาง (Obstacle) ในการเข้าตีจะต้องพิจารณาผลกระทบของภูมิประเทศบังคับ ที่จะ

ขัดขวางการดาเนินกลยุทธ์ของฝุายเรา ในการต้ังรับพิจารณาผสมผสานเคร่ืองกีดขวางที่มีอยู่เข้ากับลักษณะ ภูมิ

ประเทศเพือ่ ขัดขวาง หันเห ตรงึ หรือสกัดกาลังฝาุ ยขา้ ศึก และปอู งกนั กาลังฝาุ ยเราจากการจโู่ จมของขา้ ศึก

4) ภมู ปิ ระเทศสาคัญ (Key terrain) หมายถงึ ตาบลหรอื พ้ืนที่ใดซ่ึงหากฝุายใดยึดหรือครอบครองเอาไว้

ได้จะเกดิ ความไดเ้ ปรียบอยา่ งเห็นไดช้ ัด ในการเลือกท่ีตั้งสาคัญ เช่น ที่หมาย ทีต้ังส่วนสนับสนุนการเข้าตี เส้นทางเข้า

ตี ทีม่ ่ันตั้งรับ ฯลฯ เหลา่ น้ีจะพิจารณาใชภ้ ูมปิ ระเทศสาคัญเป็นหลกั

5) แนวทางการเคลื่อนที่ (Avenue of approach) หมายถึงเส้นทางบนพื้นดินหรือในอากาศสาหรับ

หน่วยที่เข้าตีขนาดใดขนาดหนึ่งทิศทางมุ่งไปยังท่ีหมายหรือผ่านไปตามแนวภูมิประเทศสาคัญ ในการเข้าตี แนวทาง

เคล่ือนที่ที่ดีคือ แนวทางที่ให้การระวังปูองกันสูงสุดและมุ่งไปสู่บริเวณท่ีเป็นจุดอ่อนของข้าศึก ในการต้ังรับต้องวาง

อาวธุ ยิงไว้ตามแนวทางเคล่อื นทคี่ าดว่าข้าศกึ นา่ จะใช้มากท่สี ุด

6) ลมฟูาอากาศ พจิ ารณาผลกระทบท่มี ีต่อทศั นวิสัย ลดความสามารถในการจราจร

6.4 T = กาลังที่มีอยู่ (Troop Available) พิจารณาสถานภาพกาลังพลของหน่วยรอง คุณลักษณะ ขีด

ความสามารถของระบบอาวธุ และขีดความสามารถของหนว่ ยทมี่ าขนึ้ สมทบก่อนที่จะมอบกิจเฉพาะแก่หนว่ ยรอง

6.5 T = เวลาท่ีมีอยู่ (Time Available) วางแผนการใช้เวลาโดยยึดถือแผนขั้นต้นเป็นหลัก และปรับแก้

ตามสถานการณ์ท่ีเปลีย่ นแปลงไป

7. หัวขอ้ แบบการรายงาน (SALUTE)

Size = ขนาด

Activity = พฤตกิ รรม

Location = ทตี่ ้ัง

- 49 -

Unit/ Uniform = หน่วย/เครื่องแบบ

Time = เวลา

Equipment = ยทุ โธปกรณ์

7.1 ขนาด รายงานจานวนของทหารและยานยนตท์ ่ีเห็น เชน่ “ทหารสิบคน” (ไม่ใช่หนึ่งหมู่ ปล.)

หรอื “รถถงั ขา้ ศกึ 3 คนั ” (ไมใชร่ ถถงั ข้าศึก 1 มว.)

7.2 พฤติกรรม รายงานวา่ ข้าศกึ กาลงั ทาอะไร เช่น “วางทุ่นระเบดิ บนถนน”

7.3 ทต่ี ง้ั รายงานสถานทีท่ ี่เหน็ ข้าศึก ถ้ามแี ผนท่ีใหร้ ายงานเปน็ พกิ ัด 6 ตัวเช่น เอ็นพี 975809

7.4 หน่วย รายงานหนว่ ยของขา้ ศึก ถ้าไม่ทราบให้รายงานลักษณะเด่น เช่น เครื่องหมายบนกันของ รยบ.

หรือชนิดของหมวกบางกองทัพใช้หมวกและเครื่องแบบท่ีดูเด่นชัดหรือแถบสีบนเครื่องแบบเพื่อระบุช้ีบ่งประเภทของ

หนว่ ย ประเภทของยทุ โธปกรณท์ ่ีตรวจการณ์เห็นอาจเป็นแบบพิเศษเฉพาะหน่วยใช้ เช่น “รถจ๊ิบติดปืนกลบนแท่น อาจ

เปน็ การชีว้ า่ นน่ั คอื หน่วยลาดตระเวน”

7.5 เวลา รายงานเวลาที่เหน็ ขา้ ศึกกาลังทางานอยู่ ไม่ใช่เวลาท่ีเริ่มรายงานตามเวลาทอ้ งถ่นิ

7.6 ยุทโธปกรณ์ รายงานยุทโธปกรณ์ทุกอย่างท่ีข้าศึกสวมใส่หรือใช้อยู่ ถ้าทหารไม่สามารถจารูปแบบของ

ยทุ โธปกรณห์ รอื ชนิดของรถยนต์ได้ใหเ้ ขยี นภาพประกอบและแนบภาพสเกตมาพร้อมรายงาน

8. หม่ปู นื เลก็ และหมปู่ ืนกลเขา้ ตีเวลากลางวัน

8.1 กลา่ วโดยทว่ั ไป

1) การจัดกาลังของหมู่ปนื เลก็ และหมูป่ นื กลไดก้ ลา่ วมาแลว้ ในเร่อื งการจัดหน่วยทหารราบ

2)หมปู่ ืนเล็กเปน็ หนว่ ยทหารท่เี ล็กที่สุดท่ีเป็นกาลงั สว่ นหน่งึ ในการเข้าตีในกรอบของหมวดหมู่ปนื เลก็ ไม่สามารถ

ปฏบิ ตั กิ ารเขา้ ตเี ป็นอสิ ระได้

8.2 ภารกิจ

1) การประชดิ ตัวข้าศึก

2) ทาลายข้าศกึ

3) จับขา้ ศึกเปน็ เชลย

8.3 การใช้ทางยุทธวธิ ี

1) หมปู่ นื เลก็ โดยปกติหมู่ปืนเล็กจะทาการเข้าตี โดยเป็นกาลังส่วนหนึ่งของหมวด หมู่ปืนเล็กจะต้อง

เคล่ือนที่เป็นหน่วย ภายใต้การยิงคุ้มครองของอาวุธยิงของหน่วยอ่ืน ๆ ผบ.หมู่เลือกใช้รูปขบวนรบให้เหมาะสมกับ

สภาพการณ์ที่เป็นอยู่ และดารงการเป็นชุดยิงไว้ให้สมบูรณ์ ถ้าถูกยิงจากข้าศึกด้วยอาวุธเบาอย่างได้ผล หมู่จะต้องทา

การยิงโต้ตอบโดยทนั ที และปฏิบัตกิ ารโดยใช้การยิงและการเคลอ่ื นท่ีเพื่อเขา้ ประชดิ ขา้ ศกึ

2) หมู่ปืนกลในอัตรา จะใช้ตามที่ ผบ.หมวด สั่ง เพื่อทาการยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิดในขณะหมวด

เคล่ือนไปขา้ งหน้าในการเข้าตี

8.4 หน้าท่ีของเจา้ หน้าทใ่ี นหมูป่ นื เลก็ และหมูป่ ืนกล

1) ผบ.หมู่ปืนเล็กรับผิดชอบในเร่ือง วินัย, การฝึก, การสวัสดิการ, การควบคุมและการใช้หมู่ทาง

ยทุ ธวิธี

2) หัวหน้าชดุ ยิงเป็นผู้นาทางด้านการรบ และช่วย ผบ.หมู่ ในการควบคุมหมู่ โดยการริเริ่มการปฏิบัติ

และปฏิบตั ิตนเปน็ ตวั อย่างใหก้ บั ทหารภายในชดุ ยิงของตนตามคาสงั่ ของ ผบ.หมู่ และชว่ ยเหลอื ผบ.หม่ตู ามแต่ ผบ.หมู่

จะสั่ง หัวหนา้ ชดุ ยงิ อาวโุ ส ปฏบิ ัตหิ น้าท่ีแทน ผบ.หมู่ เมอ่ื ผบ.หมูไ่ ม่อยู่

- 50 -

3) พลปนื เลก็ และพลยิงลูกระเบิด ไดร้ บั การฝกึ การปฏิบตั กิ ารรบเป็นบุคคลและเป็นชุดยิง หัวหน้าชุด
ยิงหรือผู้บังคับหมู่ จะกาหนดมอบหมายงานโดยเฉพาะให้แต่ละบุคคล ผบ.หมู่อาจกาหนดเจ้าหน้าที่ภายในหมู่ ให้ถือ
อาวุธตอ่ ส้รู ถถงั เพิ่มเติมจากอาวธุ หลักของตนอกี กไ็ ด้

4) ผบ.หมูป่ ืนกล รับผดิ ชอบในเร่ืองวนิ ัย, การฝึก, การสวัสดิการ, การใช้หมู่ของตนในทางยุทธวิธี โดย
ธรรมดาจะเปน็ ผเู้ ลือกท่ตี ้ังยิงที่แน่นอนให้กับปืนกล ควบคุมการยิง และเป็นผู้กากับดูแลการเคล่ือนย้ายที่ต้ังยิงของหมู่
ของตนอีกด้วย

5) พลยงิ ปืนกลใชอ้ าวุธของตนตามคาส่งั ผบ.หมู่ เปน็ ผู้ควบคุมการยิงและย้ายที่ต้ังยิงตามคาสั่ง พลยิง
อาวุโสบังคับบัญชาหมู่ เมื่อ ผบ.หมู่ไม่อยู่ พลยิงผู้ช่วยช่วยเหลือพลยิงในการบรรจุกระสุน การเปลี่ยนลากล้อง พล
กระสนุ เตรียมลาเลยี งกระสนุ ให้กับปืนกล และเตรยี มเขา้ ทดแทนหน้าท่ีของกาลังพลหมปู่ ืนกลที่ขาดลง

8.5 การปฏิบตั กิ ารเขา้ ตี
คณุ ลกั ษณะของการรบด้วยวธิ รี กุ กค็ ือการยิงประกอบการเคลื่อนท่ี หรือการยงิ และการดาเนนิ กลยุทธ์
1) การยิงและการดาเนินกลยุทธ์ คาสั่งการเข้าตี ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ แผนการยิงสนับสนุน และ

แผนการดาเนินกลยุทธ์ การยิงและการดาเนินกลยุทธ์ เป็นวิธีการปฏิบัติของหน่วยหน่วยเดียว หรือหลาย ๆ หน่วย
จัดต้ังฐานยิงทาการยิงข้าศึกพร้อมกับใช้กาลังส่วนอื่น หรือหน่วยอ่ืนดาเนินกลยุทธ์ เคล่ือนท่ีเข้าประชิดข้าศึกและ
ทาลาย หรือจับข้าศึกเป็นเชลย ฐานยิงประกอบไปด้วยการยิงสนับสนุนด้วย วิธีเล็งตรงและวิธีเล็งจาลอง หรือใช้
ประกอบกันท้ังสองประเภท ส่วนดาเนินกลยุทธ์ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด จากสิ่งปกปิดกาบังและซ่อนพรางที่มีอยู่ตาม
เสน้ ทางเคลอ่ื นทเ่ี ขา้ หาทีต่ ัง้ ของขา้ ศึกทางปีก หรือทางหลัง

2) การยิงและการเคลื่อนที่ ส่วนดาเนินกลยุทธ์เม่ือประสบกับการต้านทานของข้าศึก และไม่สามารถ
เคล่ือนท่ีภายใต้การยิงคุ้มครองของหน่วยสนับสนุน จะต้องใช้การยิงประกอบการเคลื่อนที่ คือ ส่วนยิงสนับสนุนโดย
ใกล้ชิดอีกส่วนหน่ึงเคลื่อนท่ีไปข้างหน้าเข้าหาข้าศึก หรือตะลุมบอนต่อท่ีต้ังข้าศึก การยิงประกอบการเคล่ือนท่ี อาจ
กระทาเปน็ บุคคลหรอื เปน็ ชดุ เมอื่ ส่วนเคลื่อนท่ีบังทิศทางยิง ส่วนสนับสนุนย้ายที่ต้ังยิงไปข้างหน้า โดนส่วนเคลื่อนที่ท่ี
อยขู่ ้างหน้าทาการยิงค้มุ ครองให้

8.6 มาตรการในการควบคุม ใชเ้ พ่ือให้การเข้าตีดาเนนิ ไปตามความมุ่งหมาย มาตรการในการควบคมุ นั้น
ได้แก่

1) เวลาออกตี คือ เวลาที่หน่วยเข้าตีผ่านแนวออกตีออกไปตามกาหนดเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อ
ได้รับคาสงั่ หรือสัญญาณ

2) ฐานออกตี ตาบลน้ีเป็นตาบลสุดท้ายที่ให้การปกปิดกาบังและซ่อนพราง เป็นตาบลที่อยู่ใกล้ ๆ กับ
แนวออกตเี ป็นท่ีซึง่ หมใู่ ช้จัดรปู ขบวนในการเข้าตี ติดดาบปลายปืน และทาการติดต่อประสานงานเป็นคร้ังสุดท้าย หมู่
จะหยดุ ณ ฐานออกตี ก็เฉพาะเม่ือการเตรียมการขั้นสุดท้ายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในที่รวมพล หรือในขณะเคล่ือนท่ี หรือ
เมื่อไดร้ บั คาสั่งจาก ผบ.มว. เทา่ น้ัน

3) แนวออกตี แนวน้ีเป็นแนวซึ่ง ผบ.ร้อย เป็นผู้กาหนดข้ึนเพ่ือประสานการเร่ิมต้นการเข้าตี โดยปกติ
แนวนี้ จะต้องเป็นแนวซง่ึ สังเกตได้งา่ ยในภูมปิ ระเทศ และตัง้ ฉากกบั ทิศทางเข้าตี เชน่ ลาธาร ถนน ฯ

4) เขตปฏิบัติการ คือพ้ืนที่ที่ถูกกั้นไว้ด้วยแนวออกตี เส้นแบ่งเขตเป็นท่ีหมายแนวสุดท้าย ผบ.ร้อย.
เป็นผู้มอบเขตการปฏิบัติการของหมวด และกาหนดให้ตามลักษณะภูมิประเทศ เช่น ลาธาร สันเขา หมวดจะมีเสรีใน
การปฏิบัตใิ นขอบเขตของตนท่ไี ดร้ ับมอบ การดาเนินกลยุทธ์ นอกเขตปฏิบัติการของตนต้องได้รับอนุมัติจาก ผบ.ร้อย.
เสยี ก่อน

- 51 -

5) เสน้ หลกั การรกุ หมายถงึ เส้นทางกว้าง ๆ ที่หมวดจะต้องเคลื่อนท่ีเข้าตี หมวดจะเคล่ือนที่อ้อมผ่าน
ขา้ ศึกทีไ่ ม่ขัดขวางการเคล่ือนที่ของหมวดไปก็ได้ แต่ต้องรายงานให้ ผบ.ร้อย. ทราบ เส้นหลักการรุกน้ีมักจะใช้กับการ
ปฏิบัตกิ ารของหนว่ ยยานเกราะ

6) ทิศทางเข้าตี คือทิศทางหรือเส้นทางซึ่งศูนย์กลางของรูปขบวนของหมวดเข้าตีเคล่ือนที่ไปตามนั้น
การตา้ นทานของข้าศึกบนพน้ื ทีต่ ามทศิ ทางท่ีหมวดเข้าตีผา่ นไปนนั้ จะตอ้ งทาการกวาดล้างใหห้ มดส้นิ

7) จุดตรวจสอบ หมายถึงตาบลต่าง ๆ ในภูมิประเทศซ่ึงง่ายต่อการสังเกตเห็น เช่น ถนนตัดกัน เป็น
ตน้ ใชเ้ พื่อเปน็ ตาบลควบคมุ การเคลอื่ นทเี่ ปน็ จุดอา้ งในการรายงานของฝาุ ยเรา และปรับการยิง

8) จุดติดต่อ หมายถึงตาบลในภูมิประเทศที่ใช้สาหรับตั้งแต่สองหน่วยข้ึนไป พบปะติดต่อกันโดยตรง
ใช้ในโอกาสเสรมิ ความมัน่ คง ณ ท่ีหมาย

9) ขน้ั การเคล่อื นที่ เปน็ แนวในภูมิประเทศทต่ี ง้ั ฉากกับทศิ ทางเข้าตี สังเกตเห็นได้ง่าย เช่น สันเขา, ลา
ธาร หรือถนน เป็นต้น ขั้นการเคล่ือนท่ี ผบ.ร้อย.ใช้ในการควบคุมกาลังส่วนหน้าของตน และถือเป็นตาบลอ้างในการ
รายงานทีต่ ้งั และอาจใช้ในการประสานการเคล่ือนท่ีของหน่วยเข้าตี เพ่ือให้การปฏิบัติของหน่วยสนับสนุน และหน่วย
ดาเนินกลยุทธด์ าเนินไปอยา่ งไดผ้ ลสูงสุด หมวดจะหยดุ ณ ขั้นการเคลื่อนท่นี ี้ เม่ือ ผบ.ร้อย สัง่ เท่านั้น

10) แนวประสานงานขั้นสุดท้าย แนวนี้ห่างจากที่หมายประมาณ 100 - 150 เมตร เพ่ือประสานการ
เลื่อน และย้าย การยิงสนับสนุน และเพื่อปรับปรุงกาลังขั้นสุดท้ายของหน่วยเข้าตี เพื่อเข้าตะลุมบอนต่อที่ม่ันข้าศึก
ตามอุดมคติแลว้ แนวนคี้ วรเป็นลกั ษณะภมู ิประเทศที่มกี ารปกปิดกาบงั ดี ผบ.รอ้ ย.จะเปน็ ผกู้ าหนดแนวประสานงานข้ัน
สุดท้ายให้กับ หมวด ก็ต่อเม่ือจาเป็นจะต้องประสานการปฏิบัติระหว่างหมวด ถ้าไม่ประสงค์ดังกล่าวนี้ ผบ.หมวด
จะตอ้ งเปน็ ผเู้ ลอื กเอง

11) ท่ีหมาย คือตาบลหรอื ลกั ษณะภมู ิประเทศท่ีจะตอ้ งเคล่อื นที่ไปใหถ้ ึง หรือทาการเข้าตีให้ถึงหรือยึด
ผบ.ร้อย อาจมอบที่หมายเดียว หรือหลาย ๆ ท่ีหมายให้กับ หมวดก็ได้ เมื่อยึดที่หมายได้แล้ว ผบ.หมวด จะต้อง
รายงานให้ ผบ.ร้อย ทราบเสมอ ตามปกติแลว้ การเขา้ ตที ี่หมายขน้ั ต่อไป จะกระทาตามคาสง่ั ผบ.ร้อย.

9. หมู่ปนื เลก็ ในการเขา้ ตเี วลากลางวนั
9.1 การเตรยี มการเขา้ ตี
1) การนากาลังเข้าท่ีรวมพล ตามปกติแล้ว ผบ.มว. จะเป็นผู้กาหนดพ้ืนท่ีให้กับหมู่ต่าง ๆ ของตน

ตามปกติแล้ว ท่ีรวมพลของแต่ละหมู่มักจะอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกันมากเมื่อ ผบ.หมู่ ได้รับมอบที่รวมพลเรียบร้อย
แลว้ ผบ.หมู่ จะตอ้ งนาทหารเคล่ือนท่ีเขา้ ไปพักรอเพอื่ เตรยี มการเข้าตีต่อไป

2) การปฏิบัติในท่ีรวมพล เมื่อ ผบ.หมู่ นากาลังเข้าที่รวมพลแล้ว ผบ.หมู่จะต้องกาหนดท่ีอยู่ให้ทหาร
เป็นคน ๆ ไป ที่อยู่ของทหารแต่ละคนจะตอ้ งกระจายกาลงั ออกไปอยา่ งเต็มท่ี ทัง้ น้ี เพ่อื ปูองกันไม่ให้ได้รับอันตรายจาก
กระสุนปนื ใหญ่นัดเดียวกนั และ ผบ.หมู่จะต้องจัดให้มีการระวังปูองกันท่ีรวมพลของตนโดยรอบตัว เพราะฉะนั้น ผบ.
หมจู่ ะตอ้ ง

2.1) กาหนดเขตการยิงใหท้ หารแต่ละคนรับผิดชอบ
2.2) ดดั แปลงทวี่ างตัว
2.3) จัดยามเฝูาตรวจ (ยามคอยเหตุ)
2.4) ให้ทหารแตค่ น และอาวธุ อย่ใู นความปกปิดกาบงั
นอกจากนั้น ผบ.หมู่ จะต้องเตรียมการในเรื่องอื่น ๆ ได้แก่ จ่ายกระสุน เสบียง-น้า ตรวจความเรียบร้อยของอาวุธ
ยุทโธปกรณต์ า่ ง ๆ ปลดสมั ภาระประจากายที่ไมจ่ าเปน็ ในการเขา้ ตีรวบรวมไว้ ณ บก.มว. เพื่อส่งไปเก็บไว้ ณ บก.ร้อย.
ต่อไป ใหท้ หารทกุ คนจดั การพรางใหเ้ รียบรอ้ ย ในขณะที่หมู่อยู่ในท่ีรวมพล ผบ.หมู่ จะต้องขึ้นไปรับคาส่ังการเข้าตีจาก

- 52 -

ผบ.มว. ขา้ งหนา้ เม่อื พลนาสารมาตาม หรอื ตามที่ ผบ.มว.นัดหมายไว้ ฉะนัน้ กอ่ นที่ ผบ.หมู่ จะขึ้นไปรับคาสั่งการเข้าตี
จาก ผบ.มว. ผบ.หมจู่ ะตอ้ งมอบหมายเตรียมการทยี่ งั ไม่เรียบร้อยให้กับ หน.ชุดยิง อาวโุ ส ตามความจาเปน็

9.2 การปฏิบัติของ ผบ.หมู่ ขณะรับคาสง่ั เข้าตี
1) เลือกที่อยู่ ณ ท่ีเหมาะจะรับคาส่ัง และเตรยี มการบนั ทึกไวใ้ หพ้ รอ้ ม
2) บันทึกคาส่งั
3) ซักถามข้อสงสัยเกยี่ วกบั ลักษณะภมู ปิ ระเทศ
4) ต้องมัน่ ใจว่าตนเขา้ ใจภารกิจของหมวด และหนา้ ท่ีของตนในการทจ่ี ะปฏบิ ัตภิ ารกิจนัน้ เป็นผลสาเรจ็
5) ซักถามข้อสงสัย เพ่ือให้เข้าใจแจ่มแจ้งในคาสั่งการเข้าตีของ ผบ.มว. หลังจาก ผบ.หมู่ ได้รับคาสั่ง

การเข้าตจี าก ผบ.มว. และ ผบ.หมู่ จะต้องปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนของระเบยี บการนาหนว่ ย 8 ข้อ
9.3 ขั้นตอนของระเบยี บการนาหน่วย
1) ขัน้ ที่ 1 รบั ภารกจิ
ภารกิจอาจได้รับจากคาสั่งเตือน คาสั่งยุทธการหรือคาส่ังเป็นส่วน ๆ เมื่อรับคาสั่งแล้ว จะต้อง

วเิ คราะหภ์ ารกิจและวางแผนการใช้เวลาทม่ี อี ยู่อย่างเหมาะสม
คาแนะนาประการแรกได้แก่ การให้คาส่ังเตือน ในคาส่ังเตือนจะมีข่าวสารเพียงพอที่หน่วยจะ

เรม่ิ ต้นในการเตรยี มการปฏบิ ัติได้
ระเบียบปฏิบตั ิประจา (รปจ.) ของหน่วย ควรมีรายละเอียดว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรเม่ือได้รับคาส่ัง

เตอื น เชน่ การเบิกกระสุน เสบียง นา้ เครอื่ งมือสอื่ สาร เป็นต้น
ทนั ทีที่ได้รับคาสง่ั ผบ.หน่วย จะต้องตง้ั คาถามตนเองในส่ิงตอ่ ไปนี้
- ภารกิจใหเ้ ราทาอะไรบา้ ง
- ทาอย่างไรจึงจะทราบข่าวสารเก่ียวกบั ขา้ ศึก
- ภูมิประเทศและลมฟูาอากาศมผี ลกระทบต่อการปฏบิ ัติของเราอย่างไรบ้าง
- กาลังฝุายเรามหี นว่ ยอะไรบ้าง
- จะใชเ้ วลาทีม่ ีอยใู่ หเ้ กิดประโยชน์มากที่สดุ ได้อยา่ งไร
- สง่ิ อุปกรณแ์ ละยทุ โธปกรณท์ ่ีต้องการมอี ะไรบา้ ง
- มกี จิ พเิ ศษอะไรบ้างทต่ี ้องมอบหมายใหป้ ฏบิ ตั ิ
ผูบ้ งั คับหน่วยจะต้องแบ่งเวลาในการปฏิบัติ โดยหลักทั่วไป ผบ.หน่วย จะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งในสาม

ของเวลาที่มีอยู่ และใช้เวลาที่เหลือให้ ผบ.หน่วยรอง ในการเตรียมการ จะต้องส่ังหน่วยว่า ให้พร้อมหรือแล้วเสร็จ ผู้
บังคับหนว่ ยจะต้องระบุส่ิงท่ีจะต้องกระทาตามลาดับเวลาย้อนหลังจากเวลาที่ต้องการให้พร้อมเพื่อปฏิบัติภารกิจ โดย
ใหท้ หารมเี วลาเพยี งพอในการปฏิบัติกจิ ต่าง ๆ

ตวั อยา่ งการวางแผนการใช้เวลาย้อนหลังของ ผบ.หมู่
1420 เวลาพร้อมปฏบิ ัติ
1415 ตรวจทีร่ วมพล (เพื่อให้แน่ใจว่ามกี ารร้ือถอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล,ไมห่ ลงลมื กระสุนไว้ ฯลฯ )
1300 ตรวจวามเรียบร้อยของทหารแต่ละคน
1205 ออกคาสง่ั ยทุ ธการ
1200 ทาคาส่ังยุทธการของหมใู่ ห้สมบรู ณ์
1105 ลว.ภูมิประเทศของ ผบ.มว. รับคาสั่ง ผบ.มว.
1050 ออกคาส่งั เตือนให้หมด
ตัวอย่างคาสั่งเตือนของ ผบ.มว.

- 53 -

“หมวดของเราจะทาการเข้าตี เขานกกระจิบ เวลา 1430 ข้าศึกอยู่ในท่ีมั่นดัดแปลงแข็งแรง มีคู
ติดต่อและที่กาบังเหนือศรี ษะ มอี าวุธจรวดต่อส้รู ถถังด้วย ให้เบิกรับลูกระเบิดขว้างคนละ 6 ลูก เครื่องยิงจรวด อาร์ พี
จี 7 หมลู่ ะ 1 เคร่ือง เบิกจรวด เอ็ม 73 10 นัด ใหแ้ ตล่ ะหมู่ เตรียมดินระเบิด 10 แท่ง พร้อมเชื้อปะทุชนวน เครื่องจุด
10 ชุด ฝักแคเวลา 10 ฟตุ ฝักแคระเบิด 100 ฟตุ รอง ผบ.มว.จะเป็นผู้นาไปรับของ ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับวิทยุและอาวุธ
แจ้งให้หมวดทราบ เวลา 1105 เพื่อไปตรวจภูมิประเทศบนเขาฉลักฉลาม แล้วผู้หมวดจะออกคาสั่งยุทธการบนเขา
นน้ั ”

2) ขนั้ ที่ 2 ออกคาส่ังเตอื น
ผบ.มว. ออกคาส่ังเตือนให้ ผบ.หมู่, รอง ผบ.มว. และ ผตน. ของ หมู่ ค.60 (ถ้ามี) ผบ.หมู่ จะออก

คาสง่ั เตือนทั้งหมดให้แกท่ หารภายในหมู่
คาส่งั เตือนอย่างนอ้ ยที่สุดจะต้องกลา่ วถงึ เรื่องต่อไปน้ี
- ภารกิจ
- เวลาปฏบิ ตั ิ
- คาแนะนาเฉพาะเจาะจง (ถา้ มี)
- เวลาและสถานทอี่ อกคาสั่งยทุ ธการ
ภายหลงั จากได้รับคาส่งั เตอื นจาก ผบ.มว. แต่ละหมู่ ผบ.หมู่ กใ็ ห้คาสัง่ เตอื นทานองเดยี วกนั ดังน้ี คอื
“ภารกิจของเราคือ ทาการเข้าตีเขานกกระจิบเวลา 1430 โดยเป็นส่วนหนึ่ง (ในกรอบ) ของหมวด

ข้าศึกมีการดัดแปลงท่ีมั่นแข็งแรงตามลาดหน้าเนินเขานกกระจิบ มีอาวุธต่อสู้รถถังด้วย แต่ละคนเบิกรับลูกระเบิด
ขวา้ งคนละ 6 ลูก พลยิงเคร่ืองยงิ ลกู ระเบิด เบิกรบั อาร์ พี จี 7 1 เครื่อง ลกู จรวด 10 นัด หมหู่ วันและชุดยิงเบิกรับดิน
ระเบิด 10 แท่ง เช้ือประทุชวน 1 ดอก เครื่องจุดชนวนฝักแคระเบิด 100 ฟุต ฝักแคเวลา 10 ฟุต ให้ทดสอบการจุด
ถ่วงเวลาดูด้วย พล.ฯ.............................นาเชือกไต่หน้าผาและห่วงเกาะเชือก พล.ฯ.......................... นาโทรศัพท์
ที เอ 1 และล้อสาย ดีอาร์ 8 2 ล้อ รอง ผบ.มว.จะมาท่ีน่ีอีก 20 นาที เพ่ือมาบอกว่าจะรับของท่ีไหน เม่ือใด จ่าจะรับ
คาส่งั จาก ผบ.มว. หมู่สนั ติรบั ผดิ ชอบจนกว่าจา่ จะกลับ เราจะมาพบกนั ท่ีนี่เวลา 1205 เพือ่ รบั คาสง่ั ยทุ ธการ”

3) ขั้นที่ 3 ขนั้ การวางแผนขน้ั ต้น
ผู้บังคับหน่วยวางแผนข้ันต้นโดยอาศัยมูลฐานจากภารกิจ, ข้าศึก, ลักษณะภูมิประเทศ, ลมฟูา

อากาศ และกาลังทม่ี อี ยู่ (ปจั จัย METT-T), แผนขน้ั ตน้ จะชว่ ยใหผ้ นู้ าหน่วยได้ใช้เปน็ จุดเริม่ ตน้ ที่สามารถนาไปใช้ในการ
ประสานงาน,ลาดตระเวน,การจดั กาลงั และการเคลอ่ื นยา้ ยได้ต่อไป

อะไรคือภารกิจของหมวด ? (เราต้องทาการเข้าตีเพื่อยึดที่หมาย หรือ เราต้องเตรียมการตั้งรับในที่
ม่ันแห่งนใี้ นเวลา 1400)

หน่วยอะไรของข้าศึกที่เป็นฝุายตรงข้ามกับเรา ? มีขนาดเท่าใด ? วางกาลังท่ีไหน ? มีอาวุธอะไร
สนบั สนนุ มีทหารชา่ งสนบั สนนุ หรอื ไม่ เปน็ ทหารราบธรรมดาหรือทหารราบยานเกราะ หรอื ทั้งสองอย่าง

เราจะใช้ภมู ิประเทศและลมฟูาอากาศให้เกิดประโยชน์แก่เราอย่างไร เพื่อจะให้สามารถตอบคาถาม
เหล่านี้ได้ ผบ.หน่วยจะตรวจการณ์และพื้นยิง การกาบังและการซ่อนพราง เคร่ืองกีดขวาง ภูมิประเทศสาคัญ และ
เส้นทางในการเคลอื่ นท่ี

การตรวจการณ์และพ้ืนการยิง มีอิทธิพลต่อการวางกาลังของหมู่ อาวุธ ตถ. ปก. ต้องวางในท่ีที่
สามารถจะสังหารท่ีมีไว้ได้มากท่ีสุด ในการเข้าตีส่วนยิงจะต้องกาหนดท่ีต้ังยิงให้สามารถสนับสนุนส่วนดาเนินกลยุทธ์
ในการต้งั รับอาวธุ ยงิ จะตอ้ งมกี ารตรวจการณ์ และพน้ื การยิงคุม้ ครองแนวทางการเคลื่อนที่ ผบ.มว.จะตรวจการณ์ และ
พ้ืนการยิงจากหน้าแนว เช่นเดียวกับการตรวจการณ์ของข้าศึก ที่จะมองเห็นที่ม่ันต้ังรับหรือเส้นทางที่ใช้ในการเข้าตี
จะตอ้ งปกปดิ กาบังจากจุดทข่ี า้ ศกึ ต้งั รับหรอื ไม่

- 54 -

การกาบังและการซ่อนพราง มีอิทธิพลต่อการเลือกเส้นทาง ท่ีตั้งหรือท่ีวางกาลัง และกาหนด
เปาู หมายหรือไม่

เคร่ืองกีดขวาง ก็มีอิทธิพลต่อการเลือกเส้นทางในการเข้าตี และเลือกท่ีม่ันในการต้ังรับ ภูมิประเทศ
สาคัญมีผลตอ่ การตัดสนิ ใจ เก่ยี วกับการกาหนดเปูาหมาย และเส้นทางการเข้าตแี ละการเลือกท่มี นั่ ตง้ั รับ

เส้นทางการเคลื่อนที่ เป็นเรื่องที่ต้ังพิจารณาร่วมกับปัจจัยอ่ืน ๆ มีอิทธิพลต่อการเลือกเส้นทางและ
ทศิ ทางเขา้ ตี การกาหนดที่มั่นตง้ั รับ เขตการยิงทห่ี มายของการต้ังรบั แนวทางการเคลื่อนที่ของข้าศึกที่น่าจะใช้ หรือใช้
ในการถอนตวั จากการรบ ซึ่งจะมผี ลกระทบตอ่ การปฏบิ ตั ิการรบของหนว่ ยอะไรบ้าง

กาลงั ที่มอี ยู่ มอี ทิ ธพิ ลต่อการเลอื กท่วี าง เสน้ ทาง รูปแบบ และแผนการยิงสนับสนุนอย่างไรบ้าง ผบ.
หน่วยจะพิจารณาปัจจัยแต่ละอยา่ งและนามาเปรียบเทยี บกนั โดยการวิเคราะห์ลกั ษณะนีจ้ ะช่วยให้ ผบ.หน่วยตก
ลงใจเกย่ี วกับแผนทีว่ างไว้ได้ ซึง่ เมื่อไดต้ รวจสอบแผนแล้วก็จะเป็นคาสง่ั ต่อไป

4) ขน้ั ที่ 4 การเคลื่อนยา้ ยหน่วยเท่าทจ่ี าเปน็
เม่ือถึงเวลา ผบ.ร้อย. จะนา ผบ.มว.ไปยังที่ตรวจการณ์และให้คาส่ังสมบูรณ์ เพื่อประหยัดเวลา

ผบ.มว.จะให้ รอง ผบ.มว. เคลื่อนยา้ ยหมวดไปยังท่ีท่จี ะปฏิบตั ิการกไ็ ด้
5) ขั้นที่ 5 การลาดตระเวน
ผูบ้ ังคับหนว่ ยจะตอ้ งลาดตระเวนให้เป็นลักษณะภูมิประเทศ และประเมินค่าภูมิประเทศท่ีจะต้องใช้

ในการรบ เพื่อให้การใช้กาลังพลและยุทโธปกรณ์ได้ดีที่สุด ถ้ามีเวลาน้อยก็จะต้องลาดตระเวนบนแผนที่ให้ได้ในข้ันน้ี
สามารถยืนยนั หรอื ปรับแผนขั้นตน้ ได้

6) ขนั้ ที่ 6 ทาแผนสมบรู ณ์
อาศัยการลาดตระเวนภูมปิ ระเทศ ผู้บังคับหนว่ ยก็จะทาแผนสมบูรณ์ในการตั้งรับ ก็สามารถตกลงใจ

ไดว้ า่ จะใชก้ าลังและวางอาวุธท่ีไหนบ้าง จึงจะสัมพันธ์กันอย่างหนาแน่น ในการเข้าตีก็สามารถตกลงใจว่าจะเคล่ือนที่
และเข้ายดึ ทีห่ มายอย่างไร

7) ขนั้ ที่ 7 ออกคาส่ังยทุ ธการ (การส่ังการ)
คาสั่งยุทธการของหมวดและหมู่นั้นมักจะออกด้วยวาจา ในการเข้าตี ผบ.มว. ควรออกคาสั่งในท่ีที่

ผบ.หมู่ สามารถมองเห็นเปูาหมายได้ ในการตั้งรับก็พยายามออกคาสั่งในแนวตั้งรับ ถ้าทาได้ก็ควรใช้แบบจาลองภูมิ
ประเทศ หรือแผนท่ีสังเขปเพ่ือช่วยในการอธิบาย ผบ.หมู่จะได้มีโอกาสออกคาส่ังการเข้าตี จากจุดที่ทหารสามารถ
มองเห็นที่หมาย หรือใช้แบบจาลองภูมิประเทศ เพ่ือให้หมู่ของตนมองเห็นภูมิประเทศ ในการต้ังรับ ผบ.มว. และ ผบ.
หมู่ สามารถออกคาส่ังในแนวตั้งรับได้เลยทีเดียว ผู้บังคับหน่วยจะต้องให้ทหารของตนทราบแผนที่วางไว้ด้วยตนเอง
เสมอ ตอ่ ไปนี้เปน็ รปู แบบคาส่ังยุทธการที่ออกดว้ ยวาจา

7.1) สถานการณ์
(1) กาลังฝาุ ยข้าศึก ขา่ วเก่ยี วกับ กาลงั ที่ตงั้ จุดอ่อน และพฤตกิ รรม
(2) กาลังฝุายเรา ภารกิจของหน่วยเหนือ 1 ระดับ หน่วยทางซ้าย หน่วยทางขวา ข้างหลัง

(ขา้ งเคียง) ระดบั หมวด กค็ อื มว. ระดบั หมู่ คอื หมู่ข้างเคียง
(3) หน่วยสมทบและหนว่ ยแยก มีใครบา้ ง และเวลาที่มผี ลบงั คบั

7.2) ภารกิจ ชัดเจน กะทัดรัด ระบุภารกิจจะกระทาให้สาเร็จ โดย หมู่ และหมวด (ใคร, อะไร,
เมือ่ ใด, ที่ไหน, ทาไม)

7.3) การปฏิบัติ แนวความคิดในการปฏิบัติ แผนกลยุทธ์ และการยิงสนับสนุน ผบ.หน่วยต้องการ
ให้บรรลุภารกิจอย่างไร กิจที่มอบให้หน่วยรอง ผบ.มว., บก.มว., ผบ.หมู่ ว่าจะให้ทาอะไร ผบ.หมู่ก็บอกชุดยิงและ
ทหารวา่ ต้องการให้เขาทาอะไร

- 55 -

- คาแนะนาในการประสานการปฏิบัติ ผบ.หมู่.ให้รายละเอียดที่จะใช้ท้ังหมู่ เช่น แนวออกตี
แนวตะลุมบอน รปู ขบวน เส้นทาง เวลาออกตี การปฏิบตั ิในระหวา่ งการเสรมิ ความมน่ั คงและจัดระเบยี บใหม่

7.4) การช่วยรบ ข่าวสารเก่ียวกับเสบียง กระสุน เวชภัณฑ์ การปฏิบัติต่อเชลยศึกและอ่ืน ๆ ท่ี
เก่ยี วกบั การธุรการและการสง่ กาลงั

7.5) การบังคับบัญชาและการส่ือสาร การบังคับบัญชา ผู้บังคับหน่วยจะอยู่ท่ีไหนระหว่าง
ปฏิบตั กิ ารรบ และมีสายการบงั คับบญั ชาอย่างไร (คาสง่ั ทีใ่ ห้ ผบ.หน่วยรองทาการแทนเม่อื ไม่อยู่)

- การสอ่ื สาร ความถีแ่ ละการเรียกขาน สัญญาณ สัญญาณผา่ น ประมวลลบั
8) ขั้นที่ 8 การกากบั ดูแล

ภายหลังออกคาส่ัง ผู้บังคับหน่วยกากับดูแล เพ่ือให้แน่ใจว่า ทหารของหน่วยได้เตรียมการเพื่อให้
งานบรรลุผลสาเรจ็

- การยิง การดาเนินกลยุทธ์
- การปฏบิ ตั ิเมอ่ื ปะทะขา้ ศึกโดยไมค่ าดคิด
- การปฏิบัติ ตะลุมบอน การรื้อถอนสนามทุ่นระเบิด การตะลุมบอนบนหลุมสนามเพลาะ,การร้ือ
ลวดหนาม,การโจมตีบังเกอร์และตึก การใช้อาวุธพิเศษและการทาลายการตรวจ เสบียง น้า อาวุธ กระสุน การ
แตง่ กายยุทโธปกรณ์ (เปู/ย่าม) การพราง ภารกจิ พเิ ศษทม่ี อบให้ มีเครื่องมือหรอื ไม่ วัตถุระเบิด เครอื่ งจุดชนวน
9.4 รายละเอียดที่เป็นสาระสาคัญที่ ผบ.หมู่ จะต้องปฏิบัติประกอบด้วย การเริ่มต้นประมาณสถานการณ์
การลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ การวางแผนให้สมบูรณ์และการสง่ั การเข้าตี
1) การประมาณสถานการณ์ เป็นกรรมวิธีที่ทาอยู่ในใจ ซ่ึงจะต้องทาติดต่อกันไปอย่างต่อเน่ืองตลอดเวลา
โดยพจิ ารณา
1.1) ภารกิจที่ไดร้ บั มอบ
1.2) ขดี ความสามารถของขา้ ศึก
1.3) หนทางปฏิบัติท่ีน่าจะทาให้บรรลุภารกิจของตนได้ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ เหล่าน้ีอาจได้มาจาก การ
พิจารณาแผนท่ี การตรวจภมู ปิ ระเทศ การตดิ ต่อและการประสานงาน
1.4) เลือกหนทางปฏบิ ัติ
ข้อตกลงใจทีเ่ กดิ ขึ้นจากการประมาณสถานการณเ์ บื้องต้นน้ี อาจเปล่ยี นแปลง
แก้ไขได้เม่ือได้ทาการตรวจภูมิประเทศ และวางแผนสมบูรณ์แล้ว ฉะน้ัน จึงกล่าวได้ว่าจะต้องประมาณสถานการณ์
อย่างตอ่ เนื่อง
2) การลาดตระเวนตรวจภมู ิประเทศ โดยปกติ ผบ.หมู่ จะต้องออกไปตรวจภมู ิประเทศด้วยตนเอง และใช้
ขอ้ มูลจากการประมาณสถานการณ์เบื้องต้นเป็นมลู ฐาน แลว้ วิเคราะหภ์ มู ิประเทศตามหวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี
2.1) การตรวจการณ์และพนื้ การยิง
2.2) การซอ่ นพรางและการกาบงั
2.3) เคร่อื งกดี ขวาง
2.4) ภมู ิประเทศสาคญั
2.5) แนวทางการเคล่ือนท่ี
ผบ.หมู่ จะต้องตรวจภูมิประเทศโดยละเอียด และพิจารณาในเร่ืองที่หมายในภูมิประเทศเพ่ือใช้เป็น
ตาบลหลัก พื้นท่ีซึ่งน่าจะมีข้าศึกอยู่ พื้นท่ีท่ีอาจจะเป็นอันตราย และการปฏิบัติเพ่ือลดอันตราย เส้นทางการเคล่ือนท่ี
ไปยังแนวออกตี กาหนดเส้นทางท่ีจะไปยงั ที่หมาย เลอื กภมู ิประเทศทม่ี ีความปกปิดกาบังซ่อนพรางและรปู ขบวนทีใ่ ช้

- 56 -

3) ทาแผนสมบรู ณ์ หลังจากท่ี ผบ.หมู่ ได้ประมาณสถานการณ์ และทาการตรวจภูมิประเทศแล้ว ผบ.หมู่
พจิ ารณาแผนขน้ั ต้นใหถ้ กู ต้อง และเพิ่มเติมแผนให้สมบูรณ์ จากนั้นเป็นการบันทึกเพื่อส่ังการต่อไป แผนที่สมบูรณ์ของ
หม่นู ี้ จะต้องกาหนดการปฏิบัติเป็นข้ันไว้ นับตง้ั แตเ่ คลอื่ นทผ่ี า่ นแนวออกตไี ปจนถึง เสรมิ ความมั่นคง ณ ทห่ี มาย

4) การสั่งการเข้าตี
โดยปกติ ผบ.หมู่ จะออกคาสั่งการเขา้ ตดี ว้ ยวาจา ณ ทีร่ วมพล ถ้าเวลาจากัด ผบ.หมู่ จะไม่กลับไปสั่ง

การเข้าท่ี ณ ที่รวมพล ผบ.หมู่ จะส่ังการเข้าตี ณ ฐานออกตี โอกาสนี้ หน.ชุดยิง อาวุโส จะเป็นผู้นาหมู่จากที่รวมพล
มายัง ณ ฐานออกตี ภายใต้การควบคุมของรอง ผบ.มว. ในการสั่งการเข้าตี ณ ท่ีรวมพล ผบ.หมู่ จะต้องจาลองภูมิ
ประเทศ หรอื ภาพสงั เขป ประกอบคาสัง่ การเข้าตดี ้วย และ ผบ.หมู่ ช้ีภูมิประเทศจริง ให้ทหารภายในหมู่ทราบอีกคร้ัง
หน่งึ เมือ่ ถึงฐานออกตี

ถ้าหากมีเวลาจากัด ผบ.หมู่อาจส่ังการ ณ ฐานออกตี โดยให้ทหารแต่ละคนอยู่ในที่กาบังแต่ต้องให้
เห็นภูมปิ ระเทศจรงิ ดว้ ยคาสงั่ การเข้าตขี อง ผบ.หมู่ จะต้องอาศยั หัวขอ้ คาส่ังยุทธการ 5 ข้อเป็นหลกั คือ

4.1) สถานการณ์
(1) กาลังฝาุ ยข้าศกึ (กล่าวถงึ สถานการณ์ขีดความสามารถสง่ิ บอกเหตุ)
(2) กาลังฝุายเรา (กาลังหน่วยเหนือขึ้นไป 1 ระดับ) หน่วยข้างเคียง ทางซ้าย ทางขวา ข้างหน้า

และขา้ งหลงั
(3) หนว่ ยแยกและหน่วยสมทบ (กลา่ วถึงการแยกหน่วยไปปฏิบตั กิ ารทอี่ ่นื หน่วยท่ีขน้ึ มาสมทบกับ

หนว่ ยของเรา)
4.2) ภารกจิ กลา่ วถงึ ภารกจิ ของหนว่ ยของตน
4.3) การปฏบิ ตั ิ
(1) แนวความคิดในการปฏิบัติ กล่าวถึงแผนการปฏิบัติโดยย่อ ๆ รวมทั้งแผนการดาเนินกลยุทธ์

และแผนการยงิ สนบั สนุน
(2) ข้อตอ่ ไปมอบภารกจิ ให้กับหนว่ ยในอตั รา และหน่วยสมทบทุกหนว่ ย
(3) ข้อรองจากขอ้ สุดทา้ ย กาหนดและมอบภารกิจใหห้ นว่ ยหนุน
(4) ข้อสุดท้ายเป็นการกาหนดรายละเอียด คาแนะนาในการประสานงาน สาหรับใช้ร่วมกัน

สองหนว่ ยหรอื มากกวา่ สองหนว่ ย
4.4) การชว่ ยรบ
ในหวั ขอ้ น้ปี ระกอบดว้ ยข่าวสารเก่ยี วกบั การส่งกาลัง การส่งกลับ การขนส่ง การบริการ การกาลัง

พล การช่วยเหลือประชาชน และเบ็ดเตล็ด เช่น เสบียงจะรับท่ีไหน กระสุนจะรับอย่างไร ท่ีตั้งตาบลจ่ายต่าง ๆ อยู่ท่ี
ไหน ท่ีตง้ั ตาบลปฐมพยาบาลของกองพันอยู่ทีไ่ หน

4.5) การบงั คบั บัญชาและการสอื่ สาร
(1) การส่อื สาร (ชี้แจงการสื่อสารพิเศษ รวมท้ังสัญญาณนดั หมายล่วงหนา้ การใชว้ ทิ ยุ และ

เคร่ืองมือสอ่ื สารอื่น ๆ)
(2) การบังคับบัญชา (กล่าวถงึ ท่อี ยู่ของผ้บู งั คบั บัญชา ทต่ี ้ังท่ีบังคบั การระหว่างปฏิบัติการรบ)

9.5 การปฏิบัติการเข้าตี
1) การเคลอ่ื นที่จากท่รี วมพลไปยงั แนวออกตี
1.1) หมเู่ คล่ือนทอี่ อกจากท่ีรวมพล เคลือ่ นท่ไี ปขา้ งหนา้ ภายใตก้ ารควบคุมของหมวด
1.2) ถ้าในการเข้าตีครง้ั นั้น ใช้ฐานออกตหี ม่จู ะต้อง
1.3) เขา้ ไปหยุดลงในฐานออกตี

- 57 -

1.4) จัดรูปขบวนเขา้ ตีขนั้ ตน้
1.5) จัดวางอาวธุ ยงิ และยาม เพ่อื รักษาความปลอดภยั
1.6) อาจมีการประสานงานขนั้ สดุ ทา้ ยในฐานออกตี
1.7) ถ้าจาเป็นท่จี ะต้องหยุด ณ ฐานออกตี หมคู่ วรหยดุ โดยใชเ้ วลาส้ันที่สุด เพ่ือ

- เตรียมการข้นั สดุ ทา้ ยตอ่ จากการปฏบิ ัติไม่เสร็จในทร่ี วมพล
- จัดรูปขบวนรบ
- ออกตีตามเวลาในคาสั่ง
1.8) แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม ถ้าทาได้ ก็ไมค่ วรหยดุ ณ ฐานออกตนี ีเ้ ลย เพราะฉะนนั้ หมู่ จะตอ้ ง
- พยายามเตรยี มการตา่ ง ๆ ให้แล้วเสร็จในทีร่ วมพล
- จดั รูปขบวนให้แล้วเสร็จกอ่ นเคลอื่ นทถ่ี ึงฐานออกตี
- เคล่ือนทอี่ อกจากท่ีรวมพลตามเวลาที่กาหนด และกะให้ถงึ ฐานออกตี เมื่อใกล้เวลาออกตี แล้ว
เคล่อื นท่ีผา่ นแนวออกตไี ปได้เลย
1.9) เหตุผลทไี่ ม่ตอ้ งการให้หยุดท่ฐี านออกตีก็คือ
- ที่ฐานออกตเี ปน็ พื้นที่ใกลท้ ่ีหมายขา้ ศึก อาจตรวจการณ์เหน็
- อาจเปน็ อนั ตรายจากการยงิ ปนื ใหญข่ องขา้ ศึกได้งา่ ย เพราะฝาุ ยเราไม่ไดเ้ คลือ่ นที่
2) การปฏิบตั ิระหว่างการเคลอื่ นทจี่ ากแนวออกตถี งึ แนวประสานงานขั้นสุดท้าย
2.1) ถ้าจาเปน็ อาจสัง่ ใหต้ ดิ ดาบกอ่ นกไ็ ด้
2.2) ถ้าแนวออกตีถกู ขา้ ศกึ ระดมยงิ ด้วย ป.
- ทหารทุกคนในหมู่ จะต้องเคล่ือนท่ีด้วยการว่ิงผ่านแนวออกตีไปด้วยความรวดเร็ว จนกว่าจะ
ผา่ นตาบลกระสนุ ตกแล้วจงึ หยุด เพอื่ ปรบั รูปขบวนใหม่
2.3) ถา้ แนวออกตไี ปถกู ระดมยงิ ดว้ ย ป.
- การผา่ นแนวออกตีไม่จาเปน็ ต้องวิ่งก็ได้
- ผบ.หมู่ จะต้องอานวยการให้หมู่ เคล่ือนที่ไปตามทิศทางและใช้รูปขบวนที่ตนกาหนดไว้เปน็ ขน้ั ๆ
2.4) เมื่อประสบกับการต้านทานของข้าศึก หมู่เร่ิมเปิดฉากการยิงในทันทีโดยพยายามทาลาย
ที่หมายทุกแหง่ ที่ตรวจพบหรือสงสยั
- ถ้าการยิงของข้าศึกรุนแรงมาก ณ จุดใด ผบ.หมู่จะต้องรายงานสถานการณ์ให้ ผบ.มว.ทราบ
แลว้ ใช้วิธีการยงิ และการเคลื่อนที่ หรือ การดาเนินกลยุทธ์ เข้าไปยงั ท่หี มายนั้น
- รอ้ งขอการยงิ สนับสนุนตามความจาเป็น
2.5) ถา้ ประสบกบั เครื่องกดี ขวางจะตอ้ งจัดการรอื้ ถอนด้วยเครือ่ งมือท่มี ีอยู่ หรือ ออ้ มผา่ นไป
3) การเคลือ่ นท่จี ากแนวประสานงานข้นั สุดทา้ ยไปยงั ท่หี มาย
3.1) การเคลือ่ นทอ่ี อกจากแนวประสานงานข้นั สดุ ท้าย จะต้องอยู่ภายใตก้ ารกากบั การของ ผบ.มว.
3.2) ตามปกติ ผบ.มว.จะใหส้ ัญญาณเข้าตะลุมบอนตอ่ เมือ่ อาวธุ ยงิ สนับสนุนตา่ ง ๆ ได้ย้ายหรือเล่ือน
ฉากการยิงไปแลว้
3.3) หมู่ จะต้องปรับรูปขบวนตะลมุ บอน ให้แล้วเสรจ็ กอ่ นทเ่ี ข้าตะลุมบอน
3.4) ถา้ ยงั มิไดต้ ิดดาบจะตอ้ งสงั่ ให้ตดิ ดาบ
3.5) เมือ่ ไดร้ บั สัญญาณใหเ้ ริม่ เข้าตะลมุ บอน
- ทหารทุกคนในหมเู่ รม่ิ ทาการยงิ ตะลุมบอนไดท้ ันที
- ผบ.หมู่, หน.ชุด ไมต่ ้องทาการยงิ

- 58 -

3.6) การยิงตะลุมบอน ให้ทาการยิงประทับสะโพกอย่างรวดเร็ว ไปยังจุดท่ีสงสัยว่าเป็นที่ต้ังของ
ขา้ ศกึ ทุกแห่ง

- ถา้ เห็นขา้ ศกึ อย่างชัดเจน จะหยดุ ทาท่ายืนยิงตอ่ ขา้ ศกึ กไ็ ด้
3.7) การกวาดลา้ งทห่ี มาย ให้พยายามกระทาไปจนถงึ ชายหลังของทห่ี มาย
3.8) ไม่ไล่ตดิ ตามขา้ ศึกท่ีว่ิงหนไี ป
4) การเสริมความม่ันคง/จัดระเบยี บใหม่
4.1) การเสริมความมนั่ คง ณ ทห่ี มาย

- เมอ่ื ยดึ ทหี่ มายไดแ้ ลว้
- ใหห้ ยดุ การเคล่อื นทแ่ี ล้วหยดุ ยึดภูมปิ ระเทศน้ันทนั ที
- วางกาลังทหารเป็นรายบุคคลลงในภมู ปิ ระเทศ โดยใช้หลกั การวางกาลังในการต้ังรบั
- มอบหมายเขตการยงิ
- ดัดแปลงภมู ปิ ระเทศตามความจาเป็นเท่าท่ีพอจะทาได้
- การเสรมิ ความมนั่ คง ณ ท่ีหมาย กระทาเพือ่ ปูองกันการตีโต้ตอบจากขา้ ศกึ
4.2) การจดั ระเบียบใหม่
- เม่อื วางกาลงั เพือ่ เสรมิ ความม่ันคง ณ ท่หี มายเสร็จเรียบร้อยแลว้
- ขา้ ศกึ ไมไ่ ด้ทาการตโี ต้ตอบ
- สถานการณร์ บหยดุ ลงแล้ว
4.3) ผบ.หมจู่ ะตอ้ ง
- สารวจความเสียหายต่าง ๆ ทไ่ี ดร้ บั
- สารวจการสญู เสยี กาลงั พลอาวธุ ยทุ โธปกรณ์ตา่ ง ๆ
- จัดการกับทหารท่ีได้รับบาดเจบ็
- สารวจความส้นิ เปลืองกระสนุ
- รายงาน ผบ.มว. เพอื่ ทราบ
- ขอเบกิ กระสุนเพิ่มเติม และจดั การเพ่ิมเติมกระสุนทันที
- รอรบั คาสัง่ การปฏิบัตติ อ่ ไปจาก ผบ.มว.
10. หมู่ปนื กลเข้าตี
10.1 ภารกจิ ของหมู่ปนื กลในการเข้าตี
- ทาการยิงสนบั สนนุ หมวดอยา่ งใกล้ชดิ ด้วย ปก.เอ็ม 60 ในอตั รา
10.2 การใช้หมู่ปืนกลทางยทุ ธวิธี
- ปก.ของ หมู่ ปก. จะต้องเข้าที่ต้ังยิงสนับสนุนการปฏิบัติของหมู่ ปล.ต่าง ๆ ไปตามลาดับตาม
คาสั่งของ ผบ.มว.
10.3 การเตรยี มการเข้าตี
- เมื่อหมวดเข้าที่รวมพลตามปกติแล้ว หมู่ ปก. ยอ่ มไดร้ บั คาส่ังจาก ผบ.มว.ใหน้ า ปก.เขา้ ประจา ณ
ท่ตี ้งั ยงิ ท่กี าหนด เพื่อปอู งกันทีร่ วมพลของหมวด
- การเตรยี มการในเรือ่ งอ่ืน ๆ เชน่ เดียวกบั หมู่ ปล.
- ตามปกตแิ ลว้ เม่ือ ผบ.มว.ได้รับคาสัง่ การเขา้ ตีจาก ผบ.รอ้ ย. จะต้องนา ผบ.หมู่ ปก.ไปดว้ ย
- ผบ.หมู่ ปก.มีหน้าที่ประมาณสถานการณ์ และทาการตรวจภูมิประเทศ เพื่อตกลงใจเกี่ยวกับ การ
ใชอ้ าวุธของตน สนับสนุนหมู่ ปล.ในหมวด แลว้ เสนอแนะการใช้ หมู่ ปก.ต่อ ผบ.มว.

- 59 -

10.4 การปฏบิ ตั กิ ารเข้าตี
1) การเคลื่อนทีจ่ ากท่รี วมพลไปยังแนวออกตี
- ตามปกติจะเคล่อื นที่ไปในรปู ขบวนของหมวด ตามท่ี ผบ.มว.สั่ง
2) การปฏบิ ัติ ณ ฐานออกตี
- ถ้าจาเป็น ผบ.มว. อาจส่ังให้เข้าประจาท่ีตั้งยิงในบางโอกาส ปก. อาจเคลื่อนท่ีไปก่อนเพ่ือ

ดัดแปลงทต่ี ั้งยิง
- ถ้าไมเ่ ขา้ ประจาทตี่ ้ังยงิ หมู่ ปก.คงอย่ใู นรูปขบวนของหมวดตามคาสั่ง

10.5 การปฏิบตั ริ ะหว่างแนวออกตถี ึงแนวประสานงานขนั้ สดุ ท้าย
1) หมู่ ปก.สามารถสนับสนุนสว่ นดาเนนิ กลยทุ ธ์ของ มว. ปล.ได้ 3 ลักษณะ
- ปก.ทัง้ สองกระบอกอาจเขา้ ทีต่ ้ังยงิ ใกล้ ๆ แนวออกตี เพ่อื สนบั สนนุ การเข้าตีในข้ันแรก
- ปก.หนึ่งกระบอกต้ังยิงที่แนวออกตี และใช้ปืนกลอีกหน่ึงกระบอกเคลื่อนท่ีติดตามส่วนดาเนิน

กลยทุ ธข์ องหมวดไปกไ็ ด้
- ปก.ทั้งสองกระบอก เปลีย่ นท่ตี ัง้ ยิงขนึ้ ไป ตามคาสง่ั ผบ.มว.เป็นขนั้ ๆ

2) เปาู หมายทสี่ าคญั ของ ปก.ไดแ้ ก่
- อาวธุ ประจาหน่วยของขา้ ศึก
- ทหารขา้ ศึกเป็นกลุ่มกอ้ น
- หลมุ ปืน หรือช่องยงิ ของหลุมปนื
- ชอ่ งมองของรถถัง

3) การเลอื กและการเขา้ ท่ีต้ังยิง
ปก. เข้าที่ตั้งยิงตามคาสั่งของ ผบ.มว. โดยพยายามใช้การกาบังและการซ่อนพรางให้มากท่ีสุด

ทีต่ ั้งยิงควรมลี กั ษณะ ดังน้ี
3.1) ตรวจการณ์เหน็ เปาู หมายหรอื เขตการยิง
3.2) ตรวจการณ์เหน็ การเคลื่อนทขี่ องหน่วยดาเนินกลยทุ ธ์ของหมวด
3.3) มพี ืน้ การยิงดี
3.4) มกี ารกาบังและซอ่ นพราง
3.5) มเี ส้นทางเข้าที่ตั้งยิง เพ่ือใช้ส่งกาลังเพม่ิ เติม

4) การควบคมุ
- เมื่อ ปก.ท้ังสองกระบอกปฏบิ ตั ิภารกจิ การยิงเดยี วกัน ผบ.หมู่ ปก. เป็นผคู้ วบคุม
- เมื่อ ปก.ท้ังสองกระบอกแยกภารกิจกัน ผบ.หมู่ ปก.ควบคุมพวกหน่ึง พลยิงของปืนอีก

กระบอกหนง่ึ ควบคมุ อีกพวกหนงึ่
- การควบคุมการยิงกระทาโดยการตรวจการณ์ การปรับการยิง และเพิ่มเติมกระสุนโดยใช้พล

กระสุน
5) การดาเนินการยิง
ตามปกตแิ ล้ว ผบ.มว. ย่อมเป็นผู้กาหนด หรือมอบเปูาหมายเฉพาะหรือเขตการยิงให้รับผิดชอบ

ผบ.หมู่ ปก.มีหนา้ ที่
- มอบเปาู หมายแต่ละครง้ั
- กาหนดวิธียิง ได้แก่ ยิงเฉพาะตาบล ยิงกราดทางข้าง ยิงกราดทางลึก ยิงกราดผสม ยิงกราด

ตลอด หรอื ยิงกราดคลายปืน

- 60 -

- กาหนดจงั หวะการยิง ไดแ้ ก่ ยิงตอ่ เนอื่ ง ยงิ เรว็ และยงิ เร็วสงู สดุ
- ใหค้ าส่ังหรอื สัญญาณเร่ิมยิงในขณะที่ ปก. ยงิ ตามภารกิจยงิ ตา่ ง ๆ นั้น
- ผบ.หมู่ จะตอ้ งตรวจการณ์ การเคล่ือนทขี่ องส่วนดาเนินกลยุทธข์ องหมวดอยตู่ ลอดเวลา
ในขณะท่ีหมู่ ปล.ตา่ ง ๆ เข้าตะลุมบอน
- ปืนกลสามารถทาการยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิดได้โดย การยิงทางปีก การยิงข้ามศีรษะและการ
ยิงลดชอ่ งว่าง
6) การเปลีย่ นท่ีต้งั ยงิ
- ผบ.หมู่ (หรือพลยิงในกรณีที่ ปก. ท้ังสองกระบอกแยกภารกิจ) เป็นผู้วางแผนการเปล่ียนท่ีต้ัง
ยงิ ไปตามระยะเวลาอันสมควร เพ่อื ใหส้ ามารถทาการยงิ สนบั สนุนอยา่ งใกล้ชิดมากท่ีสุด
- เมือ่ เหน็ ว่าสว่ นดาเนินกลยุทธ์ของหมวด จะเคล่อื นท่ีบงั ทางยิง จะต้องเปล่ียนที่ต้งั ยงิ ใหม่ทันที
- ถ้าปืนกลทั้งสองกระบอกปฏิบัติภารกิจเด่ียวกัน ให้ ผบ.หมู่ สั่งเปลี่ยนที่ต้ังยิงทีละกระบอก
ทงั้ นี้ เพ่ือให้ปนื สามารถยิงสนบั สนนุ ไดอ้ ย่างต่อเนือ่ ง
7) การลาเลยี งและเพิ่มเตมิ กระสนุ
ในข้ันต้นการเข้าตี ถ้าทาได้ การลาเลียงกระสุนไปยังฐานออกตีให้ใช้ยานพาหนะในระหว่าง
ปฏบิ ตั ิการเขา้ ตี พลกระสุนมีหน้าท่ีลาเลียงกระสุนเพ่ิมเติมด้วยการขนด้วยมือ ถ้าพลกระสุนไม่สามารถลาเลียงกระสุน
ได้ด้วยประการใดก็ตาม ให้ร้องขอความช่วยเหลือจาก ผบ.มว. ซ่ึง ผบ.มว. อาจใช้พลปืนเล็กของหมู่หนุนลาเลียง
กระสุนให้กไ็ ด้
10.6 การยิงตะลมุ บอน
ถา้ สามารถทาได้ กค็ วรจะให้ ปก. ท้ังสองกระบอก ต้ังยิงสนับสนุนการยิงตะลุมบอนให้ส่วนดาเนิน
กลยุทธ์ต่าง ๆ ถ้าไม่สามารถตั้งยิงสนับสนุนได้ เช่น ไม่มีพ้ืนการยิง ยิงแล้วจะเป็นอันตรายต่อทหารฝุายเดียวกัน เป็น
ตน้ ให้ ปก.ทั้งสองกระบอกเคล่ือนท่ีตดิ ตามการเข้าตะลุมบอนไป ในระยะปลอดภัย หรือเข้าร่วมตะลุมบอนไปกับ
หมู่ ปล.ก็ได้ ท้ังนีเ้ พอื่ ให้สามารถใช้ได้ทันทีเม่อื ต้องการ ใหส้ ามารถเสริมความมั่นคง ณ ที่หมายได้อย่างรวดเร็ว
10.7 การเสรมิ ความมนั่ คง ณ ท่ีหมาย
เม่ือ มว.ปล.ยึดที่หมายได้แล้ว ปก. ท้ังสองกระบอกจะต้องเข้าร่วมกับหมู่ ปล. อย่างรวดเร็วที่สุด
เท่าทีจะสามารถทาได้ ปก. ทั้งสองกระบอก จะต้องนาเข้าประจาที่ตั้งยิง ตามท่ี ผบ.มว.กาหนดให้ เพื่อปูองกันการตี
โตต้ อบจากข้าศึก
10.8 การจัดระเบยี บใหม่
คงปฏิบัตเิ ชน่ เดียวกับ หมู่ ปล.
11. หม่ปู นื เล็กและหมปู่ ืนกลเขา้ ตีเวลากลางวนั (คฝ. 7 - 1)
11.1 กลา่ วโดยทวั่ ไป
1) การจัดกาลังของหมู่ปืนเล็กและหมู่ปืนกล ได้กล่าวมาและในเร่ืองการจัดกาลัง และรูปขบวนทา
การรบ
2) หมู่ปืนเล็ก เป็นหน่วยทหารขนาดเล็กที่สุดที่เป็นกาลังส่วนหนึ่งของการเข้าตีในกรอบของหมวด
หมปู่ นื เล็ก ไมส่ ามารถปฏิบตั ิการเป็นอสิ ระได้
3) หมทู่ หารราบปจั จุบนั

การรบเป็นการแข่งขัน โดยเอาความเป็นความตายเป็นประกัน
ระหว่างฝุายเขา้ ตีและฝุายตง้ั รบั

- 61 -

ฝุายเข้าตพี ยายามค้นหาจดุ อ่อนของฝาุ ยตงั้ รบั และตอ้ งรวมอานาจกาลงั รบทเี่ หนอื กวา่ เข้าทาการ
ต่อจุดน้ี ฝุายต้ังรับจะจัดการวางกาลังและการยิงของตนเพื่อทาลายฝุายเข้าตี ณ ตาบลที่รวมกาลังเข้ามากระทา น่ีคือ
ธรรมชาติของการรบ แต่สนามรบซึ่งเป็นสนามแห่งการแข่งขันจะเปล่ียนไปตลอดเวลา ผู้บังคับหมู่และทหารทุกคนใน
หมู่จะเขา้ เข้าใจการรบและสนามรบ เพื่อทจี่ ะสามารถดารงอยูร่ อดในสนามรบ และสาเร็จภารกิจของตน

4) อาวธุ สมัยใหม่จะมอี ิทธิพลในสนามรบ
หมู่ทหารราบพึงตระหนักว่าจะต้องเข้าประจัญกับข้าศึกท่ีมีอาวุธทันสมัย ข้าศึกจะมีอาวุธ

มากกว่า อาวุธเหล่าน้ีมีประสิทธิภาพสูงกว่าท่ีเคยใช้มาในยุคก่อน ๆ แม้แต่กองทัพเล็ก ๆ ยังสามารถมีอาวุธวิถีโค้งที่มี
ประสิทธภิ าพ อาวุธกลเล็ก ๆ และอาวธุ นาวิถีต่อสู้รถถงั หลายประเทศมียานเกราะสมัยใหม่จานวนมาก อาวุธของฝุาย
เราและฝาุ ยขา้ ศกึ มรี ะยะยิงไกลข้นึ ความแม่นยามากขนึ้ อานาจการทาลายสงู ขึน้ กวา่ แตก่ ่อน ระยะยิงไกลขึ้น จะขยาย
ขอบเขตของสนามรบ ความแม่นยาท่ีดีข้ึน จะช่วยให้พลประจาปืนสามารถมีโอกาสยิงถูกเปูาหมายในการยิงนัดแรก
มากขึ้น อานาจสังหารมากขึ้น จะทาให้โอกาสเปูาหมายท่ีถูกยิงพังพินาศมากข้ึน รถถังสมัยใหม่ สามารถยิงถูกรถถัง
ขา้ ศกึ ไดร้ ะยะไกลกวา่ ทเ่ี คย และมโี อกาสทจี่ ะยงิ ถูกและทาลายด้วยการยิงนดั แรก

อะไรทีถ่ ูกเห็น จะต้องถกู ยิง
อะไรทถี่ กู ยิง จะตอ้ งถกู ทาลายจนพังพินาศ

ปนื ใหญแ่ ละอาวุธเล็งจาลองก็ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก อาวุธเหล่านี้มีระยะยิงไกลขึ้น และ
รัศมที าลายมากข้ึน มาตรการควบคุมการยงิ ดีข้นึ ทาใหส้ ามารถรวมอานาจการยิงไดร้ ุนแรง

หลาย ๆ ชาติมยี านรบทหารราบที่เคลื่อนทไ่ี ดค้ ล่องแคล่ว ยานรบเหล่านม้ี อี าวุธนานาชนิด ทั้งปืน
ใหญ่ ปนื กล อาวธุ ยิงจากชอ่ งยงิ จรวดนาวิถี รถเหล่านไี้ ดร้ บั การออกแบบใหส้ นับสนนุ รถถังดว้ ยการยิงต่อทหารราบ

หมู่อาจจะพบกับเคร่ืองบินสนับสนุนทางยุทธวิธีเหนือสนามรบ เครื่องบินเหล่าน้ีจะเข้าโจมตี
เปูาหมายนอกระยะยิงของปืนใหญ่ เพื่อเสริมอานาจการยิงของปืนใหญ่และการโจมตีเปูาหมายตามเหตุการณ์ การยิง
เตรียมมักกระทารวมท้ังการเข้าโจมตีด้วยเคร่ืองบินประสานการยิงของปืนใหญ่ เมื่อกาลังภาคพื้นดินเข้าปะทะ
เครื่องบินสนับสนุนโดยใกล้ชิด หมู่ต้องมีการเตรียมการปูองกันการคุกคามของเครื่องบินประเภทน้ี ด้วยมาตรการเชิง
รุกและเชิงรบั

5) ตอ้ งลดจดุ ออ่ นของทหารราบ
5.1) ถ้าปฏิบัติอย่างไม่ถูกต้องเหมาะสม หมู่ทหารราบจะเป็นจุดอ่อนต่อการยิงของอาวุธ

ทุกชนิดในสนามรบ ตั้งแต่อาวุธเบาและทุ่นระเบิดสังหารบุคคล จนกระท่ังการยิงของปืนใหญ่รถถัง และการท้ิงระเบิด
แต่หมทู่ หารราบสามารถดารงอยรู่ อดในสนามรบและสาเร็จภารกิจได้ ถ้ารู้จักเคร่ืองมือที่มีอยู่ในการลดจุดอ่อนของตน
เคร่ืองมือเหล่านี้คือการใช้ท่ีกาบัง การใช้การซ่อนเร้น การซ่อนพราง และความชานาญในการใช้อานาจการยิงทาลาย
หรือข่มการยงิ ของอาวุธข้าศกึ ผู้บังคับหมจู่ ะใช้ประโยชนจ์ ากเครือ่ งมือเหลา่ นีด้ ว้ ยการฝกึ ทางานเปน็ ชุด การทางานเป็น
ชดุ เป็นส่งิ ท่ีชว่ ยหล่อหลอมหม่ปู นื เล็กให้เป็นหนว่ ยรบทแ่ี ขง็ แกร่ง

5.2) การกาบัง การซ่อนเร้น การพราง หมู่ต้องหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวต่อการตรวจการณ์และ
การยงิ ของขา้ ศกึ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเป็นเครื่องปอู งกันทีด่ ีท่สี ดุ ของทหารราบ ทหารราบจะต้องใช้กาบังและซ่อนพราง
ท่มี อี ยตู่ ามธรรมชาติตลอดเวลา เนินเขา ร่องหิน คันนา ปุา พุ่มไม้ และสภาพภูมิประเทศต่าง ๆ สามารถปูองกันทหาร
ราบท้ังทหารราบเดินเท้า และทหารราบยานยนต์ จะต้องทาการพรางโดยใช้เครื่องพรางธรรมชาติ ใช้ที่กาบัง

- 62 -

ทางธรรมชาติอย่างผสมผสานกัน ส่ิงเหล่านี้ต้องการความเข้าใจในสภาพภูมิประเทศเป็นอย่างดีของสมาชิกทุกคน
ภายในหมู่และการวางแผนการควบคุมอย่างดขี อง ผู้บังคับหมู่

5.3) การทาลายและการยิงกดอาวุธข้าศึก นอกจากการใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศที่เหมาะสม
ในการกาบังการยิงของข้าศึกแล้ว หมู่ปืนเล็กจะต้องต่อต้านการยิงของข้าศึก ด้วยการยิงทาลายอาวุธยิงเหล่าน้ัน หรือ
การยิงกดดว้ ยการวางการยิงหรือควันไปยังที่ต้ังอาวุธยิงของข้าศึกที่ทราบและสงสัย การยิงกดทาให้ข้าศึกต้องหลบหัว
ลงควนั จะลดการมองเห็น ซง่ึ จะลดประสทิ ธภิ าพการยิงของพลประจาปืน

5.4) สงคราม นชค. หลายประเทศในโลกมีความสามารถในสงคราม นชค.เฉพาะประเทศที่มี
กองทัพเผชิญหน้าเราอยู่ มีขีดความสามารถในการใช้อาวุธเคมีหรือสารพิษสูง ทหารราบจะต้องเข้าใจผลของอาวุธ
เหล่านี้ต้องเข้าใจการปูองกันตนเอง และสามารถรบได้ในสิ่งแวดล้อมเหล่าน้ี จะประสบชัยชนะในสนามรบปัจจุบัน
อยา่ งแนน่ อน

6) กาลงั เผชญิ หนา้ ในสนามรบปจั จบุ นั
6.1) กาลังเผชิญหน้าของเรา เป็นกาลังทหารที่มีความทรหด อดทน และได้รับการฝึกที่ทนทาน

ต่อความยากลาบาก ทกุ คนไดร้ ับการอบรมให้มีความสานึกว่าตนทาการรบเพ่ือปูองกันประเทศชาติต่อการุกรานข้าศึก
ของเราได้รับการฝกึ อย่างสมจริง จากการฝึกของข้าศึกได้รับความรู้ถึงวิธีท่ีจะดารงชีวิตและรอดชีวิตในสนามรบทุกภูมิ
ประเทศ ทกุ ภมู อิ ากาศ มีขีดความสามารถในการรบด้วยการเดนิ เท้า ดว้ ยยานเกราะ และการรบเปน็ ชุดผสมเหลา่

6.2) อาวุธ
- AK 47 เป็นอาวุธประจากายหลัก ใช้กระสุนขนาด 7.62 มม. ระยะยิงหวังผล 300 - 400

เมตร
- AKM เป็นอาวุธประจากายหลักที่กาลังไดร้ ับการทดแทน AK47
- RPG – 7 เป็นอาวุธประจาหน่วย พลประจาปืน 2 คน ใช้ยิงต่อยานเกราะและทหารราบ

ระยะยงิ 300 - 500 เมตร
6.3) ยานเกราะหลกั
- ถ. T 54 เป็น ถ. ขนาดกลาง หนักประมาณ 40 ตัน อาวุธปืนใหญ่ 100 มม. มีปืนกลร่วม

แกน 7.62 มม. ปืนกล .05 นิ้วบนปูอม ระยะยิงหวังผลของปืนใหญ่ ประมาณ 1,000 ม. เราสามารถทาลายรถถังด้วย
อว.ตถ.ขนาดกลาง หรือ คจตถ.เบา ทาการยงิ กดด้วยการยิงปืนเล็กหรือการยิงปืนใหญ่ เพื่อบังคับให้พลประจาปืนต้อง
ปิดปูอม การยิง คจตถ.เบา ต่อรถถังจะต้องทาการยิงต่อจุดอ่อนคือ ด้านข้าง ด้านบน หรือด้านหลัง การยิงด้วยวิธี
ระดมยงิ (ครั้งละ 2 – 3 กระบอก พรอ้ มกนั เพือ่ เพ่มิ โอกาสการยงิ ถกู และโอกาสทาลาย)

- ถ. T 55 คงเหมือนกบั ถ. T 55
- รสพ.113 มีความสามารถเช่นเดยี วกบั รสพ. M 113 ของ ทบ.ไทย
- BTR 60 PB เป็นยานเกราะใช้ล้อ ลาเลยี งทหารราบเขา้ ทาการรบ และทาการรบสะเทินน้า
สะเทินบกติด ปก.14.5 มม. และ 7.62 มม. ระยะยงิ หวงั ผล 2,000 เมตร สามารถทาลายด้วย คจตถ.เบา และสามารถ
ใช้ ปก.93 ยิงต่อด้านขา้ งในระยะ 200 ม. ลงมา
7) อาวุธวถิ โี ค้ง
ข้าศึกมีหลักนิยมในการระดมยิงอาวุธสนับสนุนวิถีโค้งจานวนมาก ตั้งแต่ ค.82 มม. จนถึงปืน
ใหญ่ 152 มม. ปืนใหญ่ข้าศึกได้รับการออกแบบให้สามารถยิงด้วยการเล็งตรงได้ด้วยสาหรับการยิงครอบคลุมพื้นท่ี
อาจจะมีการใช้จรวดหลายลากล้อง ขนาด 122 มม. สามารถยิงได้คร้ังละ 40 นัดต่อเน่ือง ซึ่งการยิงเพียงชุดเดียว
สามารถครอบคลุมพ้ืนท่ีต้ังรับของหมู่ปืนเล็กได้ การยิงเป็นพื้นที่เหล่าน้ีจะได้รับการเล่ือนออกไปก่อน

- 63 -

การเข้าตะลุมบอนท่ีม่ันตั้งรับ การสร้างท่ีม่ันอย่างเหมาะสมและการพรางอย่างดีจะเป็นเคร่ืองปูองกันจากการยิงด้วย
กระสุนวถิ ีโค้ง

8) การเข้าตีของฝุายขา้ ศึก
ทหารฝาุ ยเราจะต้องมีขดี ความสามารถในการปอู งกันการเข้าตีทุกรปู แบบ โดยเฉพาะการ

เข้าตดี ว้ ยการใชช้ ดุ รบผสมเหล่า สนับสนุนดว้ ยการยงิ ของปืนใหญ่และการรบกวนทางการสอื่ สาร การเอาชนะการเข้าตี
แบบนี้ ฝุายต้งั รบั จะต้องสามารถรบกบั การคุกคามสามรูปแบบคือ

- ตอ่ สู้กับรถถงั
- ตอ่ สู้กับทหารราบเดินเทา้
- ทหารราบเดนิ เทา้ สนบั สนุนการยงิ ด้วยรถถงั และ รสพ.
เราต้องเผชิญกับการคุกคามเหล่าน้ีท่ีละอย่างหรือหลายอย่างพร้อมกัน ถ้าฝุายเข้าตีสามารถกด
ฝุายตั้งรับได้อย่างได้ผลแล้วก็มักจะพยายามเข้าตะลุมบอนหรือเข้ายึดท่ีหมายด้วยการบรรทุกยานยนต์ ถ้าไม่สามารถ
กดฝุายต้ังรับได้ จะให้ทหารราบลงจากรถและรบเดินดิน สนับสนุนด้วยการยิงจากรถถัง รสพ.และปืนใหญ่ไม่ว่าจะ
เหตุการณใ์ ด ๆ ฝุายตั้งรับจะเปน็ ฝุายไดเ้ ปรยี บเสมอ ฝาุ ยต้ังรับเปน็ ผ้คู วบคุมภมู ปิ ระเทศ รู้จักภูมิประเทศ มีเวลาในการ
วางอาวุธอยา่ งเหมาะสม และเตรยี มทมี่ ่ันอยา่ งแขง็ แรง

ทหารทไ่ี ด้รบั การฝกึ อย่างดีและการนาทด่ี ีสามารถทาลายการเขา้ ตีของ
ข้าศึกให้ล้มเหลวได้

9) การต้งั รับของฝาุ ยขา้ ศึก
การต้ังรับของฝุายข้าศึกมักเป็นการต้ังรับแบบช่ัวคราวโดยการต้ังรับทางลึก จุดที่มั่นต้านทาน

แขง็ แรง การเขา้ ตโี ต้ตอบด้วยรถถัง การตง้ั รบั จะกระทาได้ 2 แบบคอื
9.1) การตั้งรับเร่งด่วน ซึ่งเป็นการเป็นการปฏิบัติของส่วนนาระลอกแรก เม่ือการรุกถูกยั้บย้ังไว้

ได้
9.2) การต้งั รับประณตี ซึ่งจะปฏบิ ตั ิเมื่อการรบมแี นวโน้มทจ่ี ะหยุดนานเกนิ 3 ชัว่ โมง
การตั้งรับเร่งด่วน ปกติจะเป็นการปฏิบัติเม่ือหน่วยกาลังเคลื่อนที่ถูกบังคับให้หยุด หรือถูก

ตรงึ กองร้อยตา่ ง ๆ จะเคล่อื นที่ออกนอกเส้นทาง หรือแยกขบวนไปยังพื้นท่ีท่ีเหมาะสมแก่การต้ังรับ จัดพ้ืนที่ตั้งรับถ้า
รูปขวนมรี ถถงั นา รถถังจะถกู ดงึ มาไว้กับส่วนตามระลอกที่ 2 อาวธุ ตอ่ ส้รู ถถังจะถูกนามาไว้ข้างหน้าเพ่ือปูองกันปีกและ
ชอ่ งว่าง

การตั้งรับเป็นเวลานาน ข้าศึกจะปฏิบัติการต้ังรับแบบประณีต โครงสร้างการตั้งรับจะ
แบ่งเปน็ ส่วนระวังปอู งกนั ส่วนหน้า และส่วนตงั้ รบั หลัก ขา้ ศกึ ตง้ั รบั จุดทอ่ี ยู่

หมวดในแนวหน้าของการตง้ั รบั ประณีต มักจะวางตัวหมู่ปืนเล็กท้ังสามข้างหน้า ในบางครั้ง
จะวาง รสพ.ของหมวดข้างหน้าไว้กับหมวดข้างหลัง ทาหน้าที่ยิงคุ้มกัน สังเกตระบบคูติดต่อท่ีใช้อย่างกว้างขวาง ซ่ึง
ฝุายเราจะเป็นเคร่ืองพิจารณาในการเข้ากวาดล้าง ทหารราบทุกคนจะขุดหลุมบุคคล ชนิด หลุม 2 หรือ 3 คน ความ
สมบรู ณ์ตามเวลาทีม่ อี ยู่ ขุดคตู ดิ ตอ่ ระหวา่ งหมวด และ บก.ร้อย

มกี ารเตรยี มทีม่ ั่นสารอง รสพ.และรถถงั ต้องขุดหลุมกาบังโดยใช้ทหารช่าง ปืนกลจะถูกยก
มาทาการต้ังยิงในรัศมี 100 ม. จากรถด้านหน้า ที่ต้ังปืนจะมีคูติดต่อรถถัง ข้าศึกมักใช้ทุ่นระเบิดจานวนมากในการ
ปอู งกนั ปีกของที่มั่นตั้งรับ

- 64 -

10) การข้ามลานา้
ข้าศึกมีความสาสารถในการข้ามลาน้าอย่างมาก ทหารท่ีได้รับการบฝึกข้ามลาน้าอย่างกว้าง

ยทุ โธปกรณ์ได้รับการออกแบบให้สามารถทาการข้ามลาน้าด้วยการลุย ความลกึ ไมเ่ กิน 6 เมตร
11) สงครามอเิ ล็กทรอนกิ ส์
ข้าศึกมีขีดความสามารถในการใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ แม้แต่ตามชายแดนด้านปราจีนบุรี

สามารถดักฟังการติดต่อทางวิทยุ สามารถถอดรหัสแบบธรรมดาด้วยความเร็ว นอกจากน้ีคล่ืนวิทยุเป็นเครื่องช้ี
เปูาหมายให้กับปืนใหญ่เป็นอย่างดี เคร่ืองมือใด ๆ ที่ใช้เคล่ือนวิทยุเป็นเปูาหมายของชุดปฏิบัติการสงคราม
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ นอกจากนี้ยังพยายามรบกวนการติดต่อส่ือสารเพ่ือลดขีดความสามารถของฝุายเราปูองกันการรบกวน
ทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงใช้วิทยุเม่ือจาเป็นเท่านั้น ใช้ระเบียบการพูดวิทยุท่ีถูกต้อง ระบบรหัสที่ถูกต้องจะลดขีด
ความสามารถการรบกวนทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์ของข้าศกึ

12) สงคราม นชค.
ข้าศึกมีการสะสมสารพิษและอาวุธเคมีไว้เป็นจานวนมาก มีการใช้สารพิษและอาวุธเคมีใน

ประเทศกมั พูชา หมู่ปืนเล็กจะต้องได้รับการฝกึ และพร้อมทจ่ี ะสรู้ บในส่งิ แวดลอ้ มทเ่ี ป็นพษิ เหล่านี้
13) การปฏิบตั ใิ นเวลากลางคนื
ข้าศึกจะไม่มีการหยุดการปฏิบัติเมื่อค่ามืด ข้าศึกมีความชานาญในการปฏิบัติเวลากลางคืนสูง

และได้รับการสนับสนุนเครื่องมือตรวจการณ์กลางคืนด้วย หมู่ทหารราบจะต้องต่ืนตัวและมีการเตรียมการที่จะรบได้
ทุกสถานการณ์และทุกทศั นวิสัย

14) การสนบั สนุนทางอากาศ
ข้าศึกมีเคร่ืองบนิ รบสนับสนุนอยา่ งใกลช้ ดิ จานวนมาก เพื่อเสริมสร้างอานาจการยิงของปืนใหญ่

และเพ่ิมระยะการยงิ สนับสนุน ซงึ่ หมายความวา่ จะไม่มที ใ่ี ดในสนามรบจะปลอดภยั จากการโจมตีทางอากาศ
15) การปฏบิ ตั ิการเวลากลางคืน
ข้าศึกมีขีดความสามารถสูงในการปฏิบัติการเวลากลางคืน โดยเฉพาะหน่วยลาดตระเวนพิเศษ

ด๊ักกง ฝุายเราต้องเพิ่มมาตรการในการระวังปูองกันเวลากลางคืนให้สูงข้ึน ใช้อุปกรณ์การตรวจการณ์ในเวลากลางคืน
ทีมอี ยใู่ ห้มปี ระสทิ ธิภาพและต้องต่นื ตัวและพร้อมท่จี ะต่อสกู้ บั ขา้ ศึกทกุ สภาพทศั นวสิ ัย

11.2 ภารกิจ
1) การประชดิ ตวั ข้าศกึ
2) การทาลายข้าศกึ
3) จบั ข้าศึกเป็นเชลย

11.3 การใชท้ างยุทธวิธี
1) การจดั
การจดั อตั ราเตม็ ของหมปู่ ืนเล็ก มีกาลังพล 11 นาย ผู้บังคับหมู่บังคับบัญชา มีชุดยิง 2 ชุดยิง แต่

ละชดุ มขี ีดความสามารถในการดาเนินกลยทุ ธ์ และการยิงคุ้มครอง หนา้ ท่อี าจสลับกนั ไดร้ ะหว่าง 2 ชดุ นี้
2) หมูป่ ืนเลก็ ท่มี ีกาลงั ไม่เต็มหมู่
หม่ปู นื เล็กอาจไดร้ ับการสูญเสียทางธรุ การหรือยุทธการ ซึ่งมักจะทาให้กาลังของหมู่ปืนเล็กไม่เต็ม

อัตราอยบู่ ่อย ๆ จะสามารถทาการรบได้อย่างต่อเน่ือง จะต้องคงรูปการจัดของชุดยิงไว้อยู่เสมอ หมู่ปืนเล็กท่ีมีกาลังไม่
เต็มจะสามารถปฏิบัติหน้าทีไ่ ดโ้ ดยการใช้อาวุธในอัตราอย่างเต็มขีดความสามารถ และด้วยการจัดกาลังใหม่โดยยึดกฎ
เหล่าน้ี

- 65 -

หนง่ึ ใหม้ คี นปฏิบตั หิ น้าที่ในตาแหน่งสาคญั
สอง ดารงสายการบังคับบัญชา
สาม ตอ้ งมพี ลประจาอาวธุ สาคญั (ปลก. และ ค.40 มม.)
สี่ ดารงใหม้ กี ารจัด 2 ชดุ ยงิ แต่ถ้ากาลงั ลดเหลอื ตา่ กว่า 5 นาย ให้จัดเพียงชุดยิงเดยี วนาโดย ผบ.หมู่

รปู ที่ 3 – 1 การจดั กาลงั เมอ่ื มกี าลงั พลขาดอตั ราจากการสญู เสีย
3) การจัดกาลังเพ่ือทาการรบ

ผู้บังคับหมู่ จะต้องจัดหมู่ของตนให้สามารถปฏิบัติตามแผนของผู้บังคับหมวดได้ดีที่สุด (การจัด
กาลังหมายถึงการจัดกาลังพลและยุทโธปกรณ์) นั่นคือการส่ังให้ทหารของตนว่าจะต้องทาอะไร และต้องใช้อาวุธอะไร
เม่อื ตกลงใจวา่ จะตอ้ งทางานอะไร และใช้อาวุธอะไร ผู้บังคบั หม่ตู อ้ งใหค้ าสง่ั ทชี่ ดั เจน

ผ้บู ังคบั หมู่ จะตอ้ งจดั ชดุ ยิงของตนให้ตอบสนองต่อคาส่ังของผู้บังคับหมวด โดยพิจารณา ภารกิจ
กาลังท่ีมีอยู่ และยุทโธปกรณ์ อาวุธท่ีมอบให้แต่ละชุดยิงมิใช่มอบให้ในลักษณะเหมือนกันทุกครั้งไป แต่มอบให้
เหมาะสมกบั ภารกจิ ท่ีไดม้ อบให้ไป การมี 2 ชุดยิง เป็นการจัดพื้นฐานของ หมู่ ปล. แต่ผู้บังคับหมวดอาจจะโอนทหาร
จากชดุ ยงิ หนึ่งไปยงั อีกชดุ ยงิ หน่ึง เพ่ือทางานเฉพาะก็ได้ งานเหล่านี้อาจเป็นการยิงอาวุธพิเศษ การวางระเบิดและการ
กวาดล้างที่มั่นแข็งแรงหรือบังเกอร์ หมู่อาจได้รับการเป็นส่วนนา เจาะแนว ส่วนโจมตี หรือส่วนสนับสนุนในการเข้าตี
หมอู่ าจจะได้รับภารกิจการลาดตระเวน ซุ่มโจมตีรถถัง หรือส่วนระวังปูองกัน ปกติแล้วภารกิจงานแบบน้ีต้องการให้ผู้
บังคับหม่ทู างานพเิ ศษใหก้ ับกาลังพลของตนเปน็ บุคคลหรือชดุ ยงิ

- 66 -

รูปที่ 3 - 2 การจัดกาลงั เมอ่ื มกี าลังพลขาดอตั ราจากการสูญเสีย
4) การเคลอ่ื นทแ่ี ละการต่อสู้

หมู่ปนื เล็กใชเ้ วลาในการเคลื่อนที่มากกวา่ การใชเ้ วลาในการเข้าปะทะต่อสู้จริง ๆ ด้วยข้อเท็จจริง
น้ีจึงเป็นเร่ืองสาคัญท่ีหมู่จะต้องเคลื่อนที่ด้วยเทคนิคท่ีดีที่สุด และเหตุผลที่สาคัญกว่าในการเคลื่อนท่ีที่เหมาะสม คือ
หน่วยมกั เคลอ่ื นท่โี ดยขาดความระมดั ระวัง และเขา้ ปะทะขา้ ศกึ ณ ตาบลและเวลาท่ขี ้าศกึ เลอื กไว้

เพ่ือลดข้อไดเ้ ปรียบขอ้ น้ขี องข้าศึก หม่จู ะต้องใชเ้ ทคนิคการเคล่ือนทที่ ไ่ี ม่ยอมให้เกิดการปะทะกับ
ข้าศึกในคร้ังแรกเกนิ 1 ชุดยงิ ในขณะทีส่ ว่ นทีเ่ หลอื ของหมู่ยงั อยู่ในพ้ืนทเ่ี หมาะสมทจ่ี ะเข้าต่อสู้

5) ชดุ ยิง
รูปขบวนการเคลอื่ นทขี่ องชดุ ยิงคือ สามเหลี่ยมแหลมหนา้
หัวหน้าชุดยิงอยู่ในตาแหน่งนาหรือหน้าสุด กาลังพลอ่ืน ๆ อยู่คล้อยมาทางขวาและทางซ้าย

ทหารแต่ละคนจะได้รับมอบเขตการตรวจการณ์เพื่อระวังปูองกันรอบตัว ปกติระยะห่างระหว่างบุคคลประมาณ 10
เมตร การวางตวั ของกาลังพลทุกนายในรูปขบวน เว้นหัวหน้าชุดยิงอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง รูปขบวนแบบนี้ทาให้หัวหน้า
ชดุ ยิงนาหน่วยโดยวธิ กี ารแสดงตัวอยา่ ง

หัวหน้าชุดยิง อาจส่ังการเฉพาะเรื่องแก่ทหารของตนถ้ามีเวลา อย่างไรก็ตามถ้าไม่มีคาส่ังใด ๆ
เมื่อหัวหน้าชุดยิงเคล่ือนที่ไปทางขวา ลูกชุดจะต้องเคล่ือนที่ไปทางขวาด้วย ถ้าหัวหน้าชุดยิงทาการยิง ลูกชุดต้องทา
การยิงในทิศทางเดียวกนั หวั หน้าชดุ ยิงอาจสั่งใหท้ หารเปลี่ยนท่ีวางตัวก็ได้ แต่ถ้าไม่มีเวลาสั่งการทหารทุกคนจะปฏิบัติ
เหมือนหัวหน้าชดุ ยงิ ทุกประการ ภูมปิ ระเทศอาจทาใหต้ อ้ งดัดแปลงรปู ขบวนไปชวั่ คราวก็ได้ เช่น เม่ือเคล่ือนท่ีผ่านช่อง
แคบ ชอ่ งทางบงั คับ หางของรปู สามเหลยี่ มก็จะหบุ เข้ามา รปู สามเหล่ียมก็จะหุบไปเป็นเส้นตรงหรือแถวตอนก็ได้ และ
กรณีอาจเกิดข้ึนได้เมื่อผ่านสนามทุ่นระเบิดหรือผ่านแนวปุาทึบ เช่นเดียวกัน แต่เมื่อหมวดเปล่ียนเส้นทางบังคับแล้ ว
จะตอ้ งเปล่ยี นกลบั มาอยใู่ นรปู ขบวนสามเหล่ยี มแหลมหนา้ เสมอ โดยไมต่ อ้ งส่งั การอีก

- 67 -
หมู่ปืนเล็กจะต้องปรับเทคนิคการเคลื่อนท่ีตามเหตุการณ์ท่ีคาดว่าจะพบกับข้าศึก เทคนิคการ
เคลื่อนทีข่ องหมูป่ ืนเล็กท่พี จิ ารณาให้เหมาะสมกับสถานการณค์ ือ
- การปะทะยังอยู่ห่างไกล ใช้เทคนคิ การเคล่ือนทแ่ี บบเดนิ ทาง
- การปะทะอาจจะเกิดขึน้ ใช้เทคนิคการเคลื่อนทแ่ี บบเดินทางเฝาู ตรวจ
- การปะทะนา่ จะเกิดขนึ้ ใชเ้ ทคนิคการเคล่อื นที่แบบ เฝูาตรวจเคล่อื นท่ีสลบั
6) หมูป่ นื เลก็
หมปู่ นื เล็ก ใหแ้ ต่ละชดุ ยิงเคลอื่ นทต่ี ามกนั แตล่ ะชดุ ยิงคงใชร้ ปู สามเหลี่ยมแหลมหนา้ เสมอ
ในทกุ รูปแบบของเทคนิคการเคลอื่ นที่

รปู ท่ี 3 – 3 รูปขบวนชดุ ยิง

รปู ท่ี 3 – 4 รูปขบวนหมู่ ปล. “หมู่แถวตอน” “เดนิ ทาง”

- 68 -

รปู ท่ี 3 – 5 หมู่ ปล. “เฝาู ตรวจสลับ”

รปู ท่ี 3 – 6 เทคนคิ การเคลื่อนทข่ี องหมู่ ปล. “เฝาู ตรวจสลับ”
ผู้บังคับหมู่อาจจะเปล่ียนความสัมพันธ์ระหว่างชุดยิงท้ังสอง โดยพิจาณาจากสถานการณ์หรือ
คาสง่ั ของผู้บงั คับหมวด เทคนคิ การเคล่ือนท่ีตา่ งกันเพียงระยะต่อระหว่างชุดยิง และความพร้อมที่แต่ละชุดยิงสามารถ
สนบั สนนุ ได้ ไมว่ ่าจะใช้เทคนิคการเคล่ือนท่ีอย่างไร ผู้บังคับหมู่จะอยู่ ณ ท่ีตนสามารถควบคุมหมู่ได้ดีท่ีสุด ผู้บังคับหมู่
จะควบคุมหมผู่ า่ นหัวหนา้ ชดุ ยงิ และเผอญิ เกดิ การสญู เสยี ผ้บู ังคับหมูอ่ าจเข้าปฏิบตั หิ วั หนา้ ชดุ ยิงได้
ใช้เทคนิคการเดินทางเม่ือ การปะทะยังอยู่ห่างไกล ชุดยิงจะเคลื่อนที่ตามกัน โดยชุดยิงตามหลัง
จะท้ิงระยะห่างประมาณ 20 เมตร ทั้งน้ีขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ ท่ีอยู่ที่เหมาะสมของผู้บังคับหมู่ คืออยู่ในพื้นที่ชุดยิงนา
เพื่อชว่ ยการนาทางการเคลื่อนท่แี ละการควบคุม
ใช้เทคนิคการเคลื่อนท่ีการเดินทางเฝูาตรวจ เม่ือการปะทะอาจะเกิดขึ้นได้บ้าง การเคลื่อนท่ีต้อง
ระมัดระวังมากขึ้น แต่ต้องพิจารณาความเร็วเป็นหลัก ชุดยิงตามหลังจะต้องท้ิงระยะห่างออกไปประมาณ 50 เมตร
และเตรียมทจี่ ะสนับสนนุ ชุดยิงนา ถ้าชุดยิงนาถูกยิง ชุดยิงตามจะยังคงห่างไกลพอที่จะไม่ถูกยิงจากการยิงชุดเดียวกัน
แต่ก็ใกลพ้ อเพียงที่จะทาการยิง หรือดาเนินกลยุทธเ์ ข้าสนบั สนนุ ชุดยิงนาได้ทันที

- 69 -

เมอ่ื ใชเ้ ทคนิคการเคลือ่ นท่เี ดนิ ทางเฝาู ตรวจ ผูบ้ งั คบั หมจู่ ะอยู่ ณ ตาบลท่สี ามารถควบคุมหน่วยได้
ดีท่ีสุดเมื่อเกิดการปะทะ ปกติผู้บังคับหมู่จะอยู่กับชุดยิงตาม เก็บอาวุธท่ีมาสมทบ เช่น ปืนกล หรือ อว.ตถ.ไว้ในการ
ควบคุมของตนเอง การปฏิบัติเช่นนี้เป็นไปตามกฎท่ีว่า ใช้กาลังให้น้อยที่สุดในการค้นหาข้าศึก และเพ่ิมขีด
ความสามารถในการสนบั สนุนใหก้ ับชุดยิงนาท่ีปะทะด้วยการยิงและครองความได้เปรียบเหนือข้าศึก ณ เหตุการณ์นั้น
แต่บางครงั้ ผ้บู ังคับหมจู่ ะอยกู่ ับชดุ ยิงนาได้ช่ัวคราว ถา้ สถานการณ์บังคับ เช่นทัศนวิสัยจากัดไม่สามารถควบคุมหมู่จาก
ชดุ ยิงตามได้

การใช้เทคนิคการเคลอ่ื นที่เฝูาตรวจสลับ เมื่อคิดว่าการปะทะน่าจะเกิดขึ้น หน่ึงชุดยิงจะเคล่ือนที่
ไปข้างหน้า ในขณะชุดยิงที่เหลือวางตัวอยู่ในท่ีกาบัง พร้อมท่ีจะสนับสนุนหรือยิงคุ้มครองได้ กุญแจสาคัญของการใช้
เทคนิคน้ีก็เพื่อใช้ภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์และเหมาะสม ทหารทุกคนจะต้องใช้ประโยชน์สูงสุดจากการการกาบัง
และการซ่อนพราง จะต้องหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวต่อการตรวจการณ์ ปกติจะเคลื่อนท่ีล้าไปข้างหน้าไม่เกิน 100 -
150 เมตร หา่ งจากแนวของชุดยิงเฝูาตรวจ จะต้องคานึงถึงภูมิประเทศ ระยะยิงของส่วนเฝูาตรวจ และความสามารถ
ของผู้บงั คับหมูใ่ นการควบคมุ ทุกส่วนของหมู่

ผูบ้ งั คบั หมู่จะต้องม่ันใจว่า หัวหน้าชุดยิงเคลื่อนที่จะต้องทราบว่าชุดยิงของตนจะต้องเคล่ือนที่ไป
ทางไหน เส้นทางใด จะทาอะไรเม่ือถึงที่หมายแล้ว ท่ีอยู่ของผู้บังคับหมู่และชุดยิงเฝูาตรวจ และจะรับคาสั่งต่อไป
อยา่ งไร หัวหน้าชดุ ยงิ เฝาู ตรวจจะต้องทราบเส้นทางและท่ีอยู่ของชุดยิงเคล่ือนที่ ทหารทุกคนในชุดยิงเฝูาตรวจจะต้อง
เลอื กทว่ี างตัวในท่ีที่ให้ความกาบัง ซอ่ นพราง มกี ารตรวจการณ์และพ้ืนการยงิ ดี

การตรวจการณ์ไปทางปีกของชุดยิงเฝูาตรวจจะต้องไม่ถูกละเลย จะต้องปรับท่ีวางตัวของทหาร
แต่ละคนใหเ้ ออ้ื อานวยต่อการตรวจการณค์ น้ หาที่ ที่อาจเป็นท่ตี ้งั ของขา้ ศกึ

ขณะการเคลื่อนที่ด้วยเทคนิคเฝูาตรวจสลับ ผู้บังคับหมู่จะต้องอยู่ ณ ท่ีที่สามารถควบคุมหมู่ของ
ตนได้ดีท่ีสุด ผู้บังคับหมู่อาจจะเปลี่ยนที่อยู่ของตนจากชุดยิงหนึ่งไปอีกชุดยิงหนึ่งก็ได้ ปกติผู้บังคับหมู่จะย้ายมาอยู่กับ
ชุดยิงเฝูาตรวจ ขณะที่ชุดยิงเคล่ือนที่กาลังเคล่ือนที่ผ่านชุดยิงเฝูาตรวจ ถ้าปฏิบัติเช่นน้ีผู้บังคับหมู่มักจะเก็บอาวุธที่
สมทบไว้กับตัว เมื่ออยู่กับชุดยิงเคล่ือนท่ี ผู้บังคับหมู่จะอยู่ ณ ท่ีไม่บังการยิง และไม่รบกวนการเคลื่อนที่ หรือไม่ทาให้
ทหารคนใดคนหนึ่งต้องเปล่ียนที่วางตัวในขณะท่ีผู้บังคับหมู่เปลี่ยนที่อยู่ ปกติผู้บังคับหมู่จะอยู่บริเวณปีกหรือด้านหลัง
ซ่ึงจะทาให้การเปล่ียนทอี่ ยูจ่ ากชุดยงิ หนงึ่ ไปยงั อีกชุดยิงหน่ึงสะดวก ขณะท่ีเคลื่อนทผี่ า่ นผู้บงั คบั หมู่จะต้องให้คาสั่งที่ชัด
แจง้ และกะทัดรัด

การเคลื่อนท่ีทุกครั้งควรใช้ประโยชน์สูงสุดจากการกาบังและการซ่อนพรางที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม
ถา้ จาเป็นต้องเคลื่อนทใ่ี นทีโ่ ล่ง จงระมัดระวังดังน้.ี

- ในทางปฏิบัติ ทุ่งโล่งควรมีต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อม ๆ คงเคล่ือนท่ีตามแนวไม้มากกว่าที่โล่ง ในพื้นที่
เปยี กหรือมนี า้ ขัง ทหารอาจทงิ้ ร่องรอยเทา้ ทเ่ี ห็นงา่ ยไว้ในขณะทีข่ ้ามทโี่ ล่ง

- ถ้าจาเป็นต้องขา้ มที่โลง่ จงเคลอ่ื นท่ใี นรูปแบบไมเ่ ป็นระเบียบ
- ในพน้ื ท่ีดนิ ออ่ น ทงุ่ ทราย หรือชายฝ่ัง จงเคลื่อนท่ีไปบนขอบท่ีแข็งกว่าหรือบนก้อนหิน หรือบน
ชายนา้ (ถ้าเปน็ ชายหาด)

- 70 -

รูปท่ี 3 – 7 การเคล่อื นทีข่ ้ามพ้นื ทีโ่ ล่ง
7) การเคลื่อนที่รว่ มกบั รถถงั

ทหารราบกบั รถถงั เคล่อื นท่ีไปด้วยกันบ่อย ๆ ทหารราบจะเกาะรถถงั จนกว่าจะใกล้การ
ปะทะหรือการปะทะเกิดข้ึนแล้ว การเกาะไปกับรถถังทาให้การเคล่ือนท่ีได้เร็วแต่ลดขีดความสามารถในการตอบโต้
ของรถถังตอ่ การยิงของขา้ ศึก มีกฎแหง่ ความปลอดภัยในการปฏบิ ตั ิรว่ มกับรถถังดังน้ี

- อย่าอยู่หน้าหรือด้านข้างของปากลากล้องของปืนใหญ่รถถัง เปลวไฟจากปากลากล้องจะ
กระจายไปทางขา้ งประมาณ 20 เมตร

- ขนึ้ รถถังเมื่อรถหยดุ น่ิงแลว้ เทา่ นัน้
- ถา้ ทาไดค้ วรขน้ึ หรือลงรถถงั ในสายตาของพลขบั และไมบ่ ังทางยิงปนื กลรว่ มแกน
- รถถังสามารถเล้ียวและกลบั ตวั ในวงแคบ จงอย่าอยใู่ กล้รถถงั ท่ีกาลังเลี้ยว
- ขณะทอ่ี ยู่บนรถถังควรเกาะใหแ้ น่น
- อย่านอนหลับใต้หรือขา้ งรถถงั
- จงใชค้ นนาทางให้รถถังในทัศนวสิ ัยจากัด หรือเขา้ ในหมู่ทหารราบ
8) หมูป่ ืนเลก็
โดยปกตจิ ะทาการเข้าตีเป็นส่วนหนึ่งของหมวด หมู่ปืนเล็กจะต้องเคลื่อนที่เป็นหน่วย ภายใต้การ
ยิงคุ้มครองของอาวุธยิงของหน่วยอื่น ๆ ผบ.หมู่ เลือกใช้รูปขบวนให้เหมาะสมกับสภาพท่ีเป็นอยู่ และดารงความเป็น
ชุดยงิ ไวอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ ถ้าถูกยิงจากอาวธุ เบาของขา้ ศึกอย่างไดผ้ ล หมู่จะต้องทาการยิงโต้ตอบทันที และปฏิบัติการโดย
ใช้การยิงและการเคลอ่ื นท่ีเพือ่ ประชดิ ขา้ ศึก
9) หมู่ ปก.ในอัตรา จะใช้ตาม ผบ.มว. ส่ัง เพื่อทาการยิงสนับสนุนโดยใกล้ชิดในขณะท่ีหมวด
เคล่ือนท่ีไปขา้ งหน้าในการเข้าตี

- 71 -

11.4 หนา้ ทข่ี องกาลงั พลในหมู่ปนื เล็กและหมู่ปนื กล
1) ผบ.หมู่ ปล. รบั ผดิ ชอบในเร่ือง วินัย, การฝึก, การสวัสดิการ, การควบคุม และการใช้หมู่ของตน

ทางยทุ ธวธิ ี
2) หัวหน้าชุดยิง เป็นผู้นาทางด้านการรบ และช่วย ผบ.หมู่ ในการควบคุมหมู่ โดยการริเริ่มการ

ปฏิบัติ และปฏิบตั ติ นเป็นตัวอย่างให้ทหารภายในชุดของตนตามคาสั่ง ผบ.หมู่ และช่วยเหลือ ผบ.หมู่ ตามแต่ ผบ.หมู่
จะสงั่ หัวหน้าชุดยงิ อาวโุ ส ปฏิบัตหิ น้าที่แทน ผบ.หมู เม่อื ผบู้ งั คบั หม่ไู มอ่ ยู่

3) พลปืนเล็ก, พลยิงเคร่ืองยิงลูกระเบิด และพลยิงปืนเล็กกล ได้รับการฝึกการปฏิบัติการรบเป็น
บคุ คลและเปน็ ชดุ หวั หน้าชุดยงิ หรือ ผบ.หมู่ จะเปน็ ผูก้ าหนดมอบหมายงานโดยเฉพาะให้แก่แต่ละบุคคล ผบ.หมู่ อาจ
กาหนดกาลังพลภายในหมู่ให้ถอื อาวุธตอ่ สรู ถถงั เพิ่มเติมจากอาวธุ หลกั ของตนอกี ก็ได้

4) ผู้บังคับหมู่ปืนกล รับผิดชอบในเร่ือง วินัย, การฝึก, การสวัสดิการ, การควบคุม และการใช้หมู่
ของตนทางยุทธวิธี โดยธรรมดาจะเป็นผู้เลือกที่ต้ังยิงที่แน่นอนให้กับปืนกล ควบคุมการยิง และเป็นผู้กากับดูแลการ
ย้ายทตี่ ง้ั ของหม่ขู องตนอกี ด้วย

5) พลยิงปืนกลใชอ้ าวุธของตนตามคาส่ัง ผบ.หมู่ เป็นผู้ควบคุมการยิงและย้ายที่ต้ังยิงตามคาสั่ง พล
ยงิ อาวโุ สบงั คับบัญชาหมู่ เมือ่ ผบ.หมไู่ ม่อยู่ พลยิงผู้ชว่ ย ช่วยเหลือพลยงิ ในการ

12. การรบด้วยวิธีรกุ (คฝ. 7 – 1)
12.1 กล่าวโดยท่วั ไป
ในระหว่างการรบดว้ ยวิธีรกุ หม่ปู นื เลก็ ปฏบิ ัตหิ น้าที่เป็นสว่ นหน่งึ ของหมวดปนื เลก็
- เคลอื่ นทคี่ น้ หาขา้ ศึก
- ตอบโต้ทันทเี มอ่ื ปะทะ เพ่ือลดจดุ อ่อนของตนและการวางการยิงต่อข้าศึก
- เคล่ือนทีเ่ ขา้ ประชิดและทาลายขา้ ศึก หน่วยสนบั สนนุ หนว่ ยเขา้ ประชิด
- เสรมิ ความม่ันคงและจัดระเบียบใหม่
- เข้าตีตอ่ ไป
12.2 การปฏิบัติการเข้าตี
คุณลักษณะของการรบด้วยวิธีรุก ก็คือ การยิงประกอบการเคล่ือนที่ หรือการยิงและการดาเนิน

กลยทุ ธ์
12.3 การดาเนนิ กลยุทธ์
1) การยิงและการดาเนินกลยุทธ์ คาสั่งการเข้าตี ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ แผนการยิงสนับสนุน/

และแผนการดาเนินกลยุทธ์ การยิงและการดาเนินกลยุทธ์ เป็นวิธีการปฏิบัติของหน่วยเดียว หรือหลาย ๆ หน่วย
จัดตั้งฐานยิงทาการยิงข้าศึกพร้อมกับใช้กาลังส่วนอื่น หรือหน่วยอ่ืนดาเนินกลยุทธ์ เคลื่อนท่ีเข้าประชิดข้าศึกและ
ทาลาย หรือจับข้าศึกเป็นเชลย ฐานยิงอาจประกอบไปด้วยการยิงสนับสนุนด้วย วิธีเล็งตรงและวิธีเล็งจาลอง หรือใช้
ประกอบกันทัง้ สองประเภท ส่วนดาเนินกลยุทธ์ใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด จากส่ิงที่ปกปิดกาบังและซ่อนพรางที่มีอยู่ตาม
เส้นทางเคล่อื นทเ่ี ขา้ ที่ตัง้ ขา้ ศกึ ทางปีก หรือทางดา้ นหลงั

2) การยิงและการเคลื่อนที่ ส่วนดาเนินกลยุทธ์เม่ือประสบกับการต้านทานจากข้าศึก และไม่
สามารถจะเคล่ือนที่ภายใต้การยิงคุ้มครองของหน่วยสนับสนุน จะต้องใช้การยิงประกอบการเคลื่อนที่ คือ การยิง
สนับสนุนโดยใกล้ชิดอีกส่วนหนึ่งเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเข้าหาข้าศึก หรือตะลุมบอนต่อที่ต้ังข้าศึก การยิงประกอบการ
เคลื่อนท่ี อาจกระทาเป็นบุคคลหรือเป็นชุดยิงเม่ือส่วนเคลื่อนท่ีบังทิศทางยิง ส่วนสนับสนุนย้ายท่ีต้ังยิงขึ้นไปข้างหน้า
โดยส่วนเคลอื่ นท่ที อ่ี ยขู่ ้างหน้าทาการยงิ คุ้มครองให้

12.4 มาตรการควบคุม เพือ่ ใหก้ ารเข้าตีดาเนนิ การไปตามความมุ่งหมาย มาตรการควบคุมนัน้ อาจไดแ้ ก่

- 72 -

1) เวลาออกตี คือ เวลาท่ีหน่วยเข้าตีผ่านแนวออกตีไปตามกาหนดเวลาโดยพร้อมเพรียงกัน
เม่ือได้รบั คาสั่ง หรือสัญญาณ

2) ฐานออกตี ตาบลน้ีเปน็ ทตี่ ้ังสุดท้ายที่ให้การปกปิดกาบังและซ่อนพราง เป็นตาบลที่อยู่ใกล้ ๆ กับ
แนวออกตีเป็นที่ซ่ึงหมู่ใช้จัดรูปขบวนในการเข้าตี ติดดาบปลายปืน และทาการติดต่อประสานงานกันเป็นครั้งสุดท้าย
หมู่จะหยุดลง ณ ฐานออกตี ก็เฉพาะเม่ือการเตรียมการขั้นสุดท้ายยังไม่เสร็จสมบูรณ์ในท่ีรวมพล หรือในขณะที่
เคลื่อนท่ี หรือเม่อื ไดร้ บั คาสง่ั จาก ผบ.มว. เทา่ นนั้

3) แนวออกตี แนวนี้เป็นแนวซ่ึง ผบ.ร้อย. เป็นผู้กาหนดข้ึนเพ่ือประสานการเร่ิมต้นการเข้าตี โดย
ปกตแิ นวน้ี จะต้องเปน็ แนวซึ่งสังเกตไดง้ า่ ยในภูมปิ ระเทศ และตง้ั ฉากกับทิศทางเขา้ ตี เชน่ ลาธาร ถนน ฯ ล ฯ

4) เขตปฏิบัติการ คือพ้ืนท่ีซึ่งถูกกั้นไว้ด้วยแนวออกตี เส้นแบ่งเขตและท่ีหมายขั้นสุดท้าย ผบ.ร้อย
เป็นผู้แบ่งเขตในการปฏิบัติการของหมวด และกาหนดตามลักษณะภูมิประเทศ เช่น ลาธาร สันเขา หมวดจะมีเสรีใน
การปฏิบัติในขอบเขตของตนที่ได้รับมอบ การดาเนินกลยุทธ์นอกเขตปฏิบัติการของตนต้องได้รับอนุมัติจาก ผบ.ร้อย.
ก่อน

5) เส้นหลกั การรุก หมายถงึ ทางกว้าง ๆ ท่ีหมวดจะต้องเคล่ือนที่เข้าตี หมวดอาจจะเคล่ือนย้ายอ้อม
ผา่ นขา้ ศกึ ที่ไม่ขัดขวางการเคล่ือนที่ของหมวดไปก็ได้ แต่ต้องรายงานให้ ผบ.ร้อย. ทราบ เส้นหลักการรุกนี้ส่วนมากใช้
กบั การปฏบิ ตั ิการของหน่วยยานเกราะ

6) ทิศทางเขา้ ตี คือทิศทางหรือเสน้ ทางซ่งึ ศนู ย์กลางของรปู ขบวนของหมวดเข้าตีเคล่ือนท่ีไปตามนั้น
การต้านทานของขา้ ศกึ บนพ้ืนท่ีตามทศิ ทางท่ี ผบ.มว.เขา้ ตีผ่านน้ัน จะทาการกวาดลา้ งให้หมดสิน้

7) จดุ ตรวจสอบ หมายถงึ ตาบลตา่ ง ๆ ในภมู ิประเทศซ่ึงง่ายต่อการสังเกตเห็น เช่น ถนนตัดกัน เป็น
ตน้ ใชเ้ พ่อื เป็นตาบลควบคมุ การเคลือ่ นทเ่ี ป็นจุดอ้างในการรายงานท่ีตั้งของฝาุ ยเรา และปรับการยงิ

8) จุดตดิ ต่อ หมายถึงตาบลในภมู ปิ ระเทศที่ใชส้ าหรับต้ังแตส่ องหนว่ ยขน้ึ ไป พบปะติดต่อกันโดยตรง
ใช้ในโอกาสเสริมความมน่ั คง

9) ข้นั การเคล่ือนท่ี เปน็ แนวในภมู ปิ ระเทศทต่ี ้งั ฉากกับกบั ทิศทางเข้าตี สงั เกตได้ง่ายเช่น สันเขา ลา
ธาร หรือถนน เป็นตน้ ข้ันการเคลอ่ื นท่ี ผบ.ร้อย. ใช้ในการควบคุมกาลังส่วนหน้าของตน และถือเป็นตาบลอ้างในการ
รายงานท่ตี ั้ง และอาจใช้ประสานการเคล่ือนท่ีของหน่วยเข้าตี เพื่อให้การปฏิบัติของหน่วยสนับสนุนและหน่วยดาเนิน
กลยุทธด์ าเนนิ ไปอยา่ งได้ผลสงู สุด หมวดจะหยุด ณ ข้นั การเคล่ือนทเ่ี มอ่ื ผบ.รอ้ ย. สั่งเทา่ นนั้

10) แนวประสานงานข้ันสุดท้าย (ท่ีเตรียมตะลุมบอน) แนวน้ีห่างจากที่หมายประมาณ 100 – 150
เมตร ใช้เพื่อประสานการเล่ือนและย้ายการยิงสนับสนุน และเพ่ือปรับกาลังขั้นสุดท้ายของหน่วยเข้ตี เพื่อเข้า
ตะลุมบอนต่อที่ม่ันข้าศึก ตามอุดมคติแล้ว แนวนี้ควรเป็นลักษณะภูมิประเทศท่ีมีการปกปิดกาบัง ผบ.ร้อย.จะกาหนด
แนวประสานงานข้ันสุดท้ายให้กับหมวด ก็ต่อเมื่อจาเป็นจะต้องมีการประสานงานระหว่างหมวด ถ้าไม่ประสงค์
ดังกลา่ วแลว้ ผบ.หมวด จะตอ้ งเลอื กเอง

11) ท่หี มาย คอื ตาบลหรือลักษณะภูมิประเทศท่ีจะต้องเคลื่อนท่ีไปให้ถึง หรือทาการเข้าตีให้ถึงหรือ
ยึด ผบ.ร้อย. อาจมอบท่ีหมายเดียว หรือหลาย ๆ ที่หมายให้กับหมวดก็ได้ เม่ือยึดท่ีหมายได้แล้ว ผบ.หมวด จะต้อง
รายงานให้ ผบ.รอ้ ย. ทราบเสมอ ตามปกติแลว้ การเขา้ ตที ี่หมายขัน้ ตอ่ ไป จะกระทามคาสง่ั ผบ.รอ้ ย.

12.5 การปฏิบตั เิ มื่อปะทะขา้ ศึก
1) หมนู่ า
การปฏิบัติฉับพลันของหมู่นาเม่ือถูกยิงจากข้าศึก คือปรับรูปขบวนเข้าดาเนินกลยุทธ์ และ

วางอานาจการยิงลงบนข้าศึก ถ้าใช้เทคนิคการเคลื่อนที่ให้ถูกต้องจะปะทะพียงชุดเดียว ชุดยิงน้ีจะเข้าท่ีกาบังและยิง

- 73 -

ตอบโต้ทันที ชดุ ยงิ ตามจะดาเนนิ กลยทุ ธ์ต่อไปข้างหน้าหรือทางปีกเข้าวางตัวในท่ีที่สามารถสนับสนุนชุดยิงนาได้ดีและ
ดาเนนิ การยิงต่อข้าศกึ การเคลือ่ นทไ่ี ปขา้ งหน้าจะตอ้ งไม่เขา้ ไปตดิ พนั ในพ้ืนท่ีสงั หารเช่นเดียวกบั ชดุ ยงิ นา

หนง่ึ - จานวนข้าศกึ และแบบของอาวธุ ของข้าศึกและชนดิ กาลงั ขา้ ศกึ
สอง - ข้าศึกกาลังทาอะไร
สาม - ท่ตี ั้งข้าศกึ
ส่ี - ความเสียหายของฝุายเรา (ถา้ ม)ี
“ตัวอย่าง” “หมู่หน่ึงถูกยิงจากปืนกลข้าศึก 1 กระบอก และทหารราบ 4 นาย เป็นอย่างน้อย
ท่ตี ัง้ บริเวณทางทิศเหนอื ของชายปุา ประมาณ 200 เมตร”
ถ้าหมปู่ ืนเลก็ สามารถพบข้าศึกโดยจู่โจม ข้าศึกยังไม่เห็น หมู่ ผู้บังคับหมู่จะปรับรูปขบวนเพ่ือเข้า
ดาเนินกลยุทธ์ และรายงานให้ผู้บังคับหมวดทราบ การปฏิบัติฉับพลันเป็นหัวใจของชัยชนะในการเข้าปะทะโดยจู่โจม
“ฝุายทส่ี ามารถยงิ ได้ก่อนมกั ชนะ”
2) หมู่ตามหรือหมคู่ ุ้มครอง
ถ้าไม่ได้รับคาส่ังจากผู้บังคับหมวดอย่างอ่ืน ผู้บังคับหมู่ตามจะสั่งการให้ปรับรูปขบวน(ถ้าจาเป็น)
โดยเข้าทม่ี ่ันและทาการยิงโตต้ อบขา้ ศึกเพื่อสนบั สนนุ หมนู่ า
การปฏิบตั ิต่อไป จะเป็นหนา้ ที่ของผู้บงั คับหมวดเปน็ ผสู้ ง่ั การ
12.6 การเข้าประชดิ และทาลายข้าศึก
1) กล่าวท่วั ไป
เม่ือเกิดการปะทะ การยิงและการดาเนินกลยุทธ์ เป็นยุทธวิธีพ้ืนฐานที่ใช้ในการค้นหาที่ต้ังข้าศึก
และดาเนินการเขา้ ประชดิ ทาลาย
ถ้าข้าศึกที่ถูกตรวจพบน้ีเป็นหน่วยกาลังเล็ก ๆ เช่นท่ีฟังการณ์ หรือปืนกลเพียงกระบอกเดียว
ฯลฯ ผูบ้ งั คับหมวดอาจส่งั การใหห้ มนู่ าดาเนินการทาลาย ในกรณีนี้ผู้บังคับหมู่จะสั่งให้ชุดยิงนาเป็นส่วนยิงคุ้มกัน และ
ชดุ ยิงตามดาเนนิ กลยทุ ธ์ต่อข้าศกึ
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมู่มักจะมีส่วนร่วมในการยิงและดาเนินกลยุทธ์ ในฐานะท่ีเป็นส่วนหนึ่งของ
หน่วยใหญ่กว่า เช่น หมู่นาหรือหมวดนาอาจต้องเข้าสนับสนุนการดาเนินกลยุทธ์ของกาลังส่วนที่เหลือของหมวดหรือ
กองร้อย หมูป่ นื เลก็ ท้ังหมูอ่ าจไดร้ บั ภารกิจเปน็ สว่ นดาเนินกลยทุ ธ์หรือส่วนยงิ คมุ้ ครอง

ต้องดารงอานาจการยงิ ที่เหนอื ขา้ ศกึ อยตู่ ลอดเวลา

หมู่นาปรับรูปขบวนเม่ือเกิดปะทะ และปฏิบัติหน้าท่ีเป็นส่วนยิงคุ้มครองสนับสนุนให้กับการ
ดาเนินกลยุทธข์ องสว่ นท่ีเหลือของหมวด

2) ส่วนเฝาู ตรวจ
สว่ นเฝูาตรวจจะคมุ้ ครองและยิงปูองกัน การเคลื่อนที่ของส่วนดาเนินกลยุทธ์ด้วยการยิงทุกครั้งที่

สามารถทาได้ ส่วนเฝูาตรวจจะต้องเคล่ือนท่ีด้วยความระมัดระวัง โดยไม่ให้ข้าศึกตรวจพบการเข้าสู่ที่วางตัว การยิง
ด้วยอานาจการยิงอย่างจู่โจมจากทิศทางทไ่ี มค่ าดคดิ จะเกิดผลมากกว่าการยิงจากที่ต้ังท่ีข้าศึกทราบแล้ว เม่ือหน่วยยิง
คุ้มครองเข้าประจาท่ีมัน่ ของตนแล้ว จะเกดิ เหตกุ ารณ์ข้างลา่ งน้ี

- 74 -

- การรวมอานาจการยิงตอ่ ขา้ ศึก เพือ่ ดารงอานาจการยงิ เหนือข้าศกึ
- เมื่อสามารถดารงอานาจการยิงเหนือข้าศึกได้แล้ว ข้าศึกจะถูกทาลายลงบ้างและตอบโต้น้อยลง
อาจลดความเร็วในการยิงได้บ้าง แต่ยังต้องคงอานาจการยิงไว้เพ่ือกดข้าศึกให้หมอบติดพ้ืน ซ่ึงจะทาให้ส่วนดาเนินกล
ยุทธ์ฉวยโอกาสรเิ ร่ิมเข้าตะลมุ บอน กอ่ นท่ขี า้ ศึกจะมีโอกาสโต้ตอบ
- เม่ือเริ่มตะลุมบอนหรือได้รับสัญญาณ ส่วนยิงคุ้มครองจะหยุดยิง หรือย้ายการยิงไปยังด้านอื่น
ของท่ีหมาย หรือนาส่วนดาเนินกลยุทธ์ข้ามทห่ี มายด้วยการยงิ
- ควรเลือกท่ีวางตวั ของสว่ นเฝาู ตรวจให้สามารถยงิ สนับสนุน โดยไมท่ าให้ส่วนดาเนินกลยทุ ธ์
เคล่ือนทบ่ี งั ทางยิง ด้วยเหตุผลดังกล่าวมกั จะเลือกทท่ี สี่ งู กวา่ เป็นท่ีกาบังและที่ต้งั ของสว่ นยิงคุม้ ครอง และมักจะอยู่ทาง
ข้างหรือทางปกี ของส่วนดาเนินกลยทุ ธ์
- ส่วนดาเนินกลยุทธ์จะต้องไม่เคล่ือนท่ีบังทิศทางยิงของส่วนสนับสนุน หรือเคล่ือนที่ออกไปนอก
อานาจความคุ้มครองของสว่ นยิงคุ้มกนั

รูปท่ี 3 - 8 รปู การยงิ และการดาเนนิ กลยทุ ธ์ของหมู่ ปล.

รปู ที่ 3 - 9 รูปการยิงและการดาเนนิ กลยุทธข์ อง หมู่ มว.ปล.

- 75 -

รูปที่ 3 – 10 สว่ นเฝาู ตรวจยิงเพือ่ นาส่วนดาเนินกลยทุ ธ์เข้าหาขา้ ศึก

- ส่ิงสาคัญของการดาเนินกลยุทธ์ไปข้างหน้า คือการยิงต่อข้าศึกอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือการ
ยิงของส่วนยิงค้มุ ครองทย่ี ิงทาลายหรอื กดข้าศกึ ไว้ การยิงกดจะปูองกนั มใิ ห้ข้าศึกโผลข่ ึ้นมาทาการยิงต่อกาลงั ฝาุ ยเรา

- หมู่ ปล.สามารถรวมอานาจการยิงได้ ผู้บังคับหมู่จะต้องเป็นผู้ควบคุมหมู่ของตน ในการยิงท้ัง
สองแบบนี้ ผบู้ ังคับหมู่จะต้องม่นั ใจว่า การยงิ ของหมู่จะต้องมุง่ ไปยงั ขา้ ศึก

การรวมอานาจการยิง
เปน็ การดาเนนิ การยิงทีท่ กุ คนในหมู่ปนื เล็กหรือชุดยิงทาการยิงไปยังเปูาหมายเดียวกัน เปูาหมาย
สาหรับการรวมอานาจการยิง ควรเปน็ เปาู หมายทเ่ี ห็นเดน่ ชดั เพยี งจุดเดยี ว เช่น ทีต่ ั้งยงิ ปนื กลข้าศึก ฯ ล ฯ เพ่ือช่วยใน
การยงิ ประเภทนีค้ วรวางตวั ในลักษณะทสี่ ามารถยิงจากหลายทิศทางได้
การกระจายการยิง
ผู้บังคับหมู่อาจดาเนินการยิงให้ครอบคลุมพ้ืนท่ี ท่ีมีความกว้างด้านหน้าไม่มากนัก โดยยิงแบบ
กระจายการยงิ ผูบ้ ังคบั หมมู่ ักจะแบ่งคร่งึ กว้างดา้ นหน้าของเปาู หมายให้แต่ละชุดยิง หัวหน้าชุดยิงจะกระจายการยิงได้
ครอบคลุมกว้างด้านหนา้ และทางลกึ ที่ได้รับมอบการยิงของทหารแต่ละคนต้องเล็งไปท่ีคาดว่าข้าศึกวางตัว มากกว่าที่
จะยงิ เดาส่มุ ใหท้ ว่ั กว้างดา้ นหนา้ ทหารแต่ละคนจะทาการยิงนัดแรก ๆ ครั้งละ 2 – 3 เมตร แล้วทาการยิงควบคุมเขต
รบั ผดิ ชอบของตนดว้ ยความแม่นยา โดยไม่ต้องเปลยี่ นทตี่ ัง้ ยิง
พลยิงลูกระเบิด ยิงกระสุนนัดแรกตรงกลางเปูาหมายรับผิดชอบของชุดยิง และย้ายการยิงนัดต่อ ๆ
ไปใหค้ รอบคลมุ ท้งั กว้างดา้ นหน้าของเปาู หมายของชดุ ยิงของตน
ส่วนของเปาู หมายท่พี ลยิง ปลก.จะต้องรบั ผดิ ชอบขน้ึ อยู่กบั ท่ีต้ังยิงและระยะ ถ้าทาได้ ปลก.จะยิง
ครอบคลมุ กวา้ งดา้ นหน้าเปาู หมายของชดุ ยงิ
ถ้ามีปืนกลข้ึนมาสมทบ ผู้บังคับหมู่จะมอบเขตการยิงให้ การยิงเป็นชุดมักจะยิงสูงข้ามหัว
เปาู หมายนัน้ ดังน้ันในการยิงชุดแรก ๆ ควรยงิ ให้ตกหนา้ เปาู หมายแลว้ เพ่มิ ระยะขน้ึ ไปหาเปูาหมาย
ถ้ามีอาวุธต่อสู้รถถังมาสมทบ จะอยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงของผู้บังคับหมู่อาวุธต่อสู้รถถังจะ
ยิงต่อเปูาหมายท่ีสาคัญ ๆ ที่คุ้มค่าเท่านั้น เช่น ท่ีต้ังอาวุธประจาหน่วยยานเกราะ ถ้าไม่มีเปูาหมายคุ้มค่าพอ สาหรับ
อว.ตถ. พลยงิ อว.ตถ. จะใชป้ นื เล็กของตน ปกติ ผบ.มว. จะตอ้ งใหข้ อ้ กาหนดชนิดเปูาหมายสาหรบั อว.ตถ. ให้ผู้บังคับ
หมู่

- 76 -

เทคนิคการกระจายการยิงนี้ ทาให้ ผบ.หมู่ ปล.สามารถทาการยิงครอบคลุมพ้ืนที่ใดพ้ืนที่หนึ่ง
อย่างได้ผล แม้วา่ อาจจะมองไมเ่ ห็นข้าศกึ ใช้เทคนิคโดยไม่ต้องมคี าสงั่ การกระจายการยิงน้ีเป็นเทคนิคท่ีสามารถทาให้
เปูาหมายท้ังหมดตกอย่ภู ายใตอ้ านาจการยงิ ได้เร็วทส่ี ุด

3) หน่วยดาเนินกลยุทธ์
ปกติหมู่ปืนเล็กจะเข้าประชิดข้าศึก เป็นส่วนหน่ึงของหมวดปืนเล็ก ในฐานะส่วนดาเนินกลยุทธ์

ของหมวดทีเ่ ขา้ ประชิดข้าศึก การยงิ สนับสนุนจะต้องเพิ่มอัตราเร็วสูงสุด ส่วนดาเนินกลยุทธ์จะเคลื่อนท่ีเข้าใกล้การยิง
สนับสนุนให้มากที่สุด และเม่ือผู้บังคับหมวดขอเล่ือนฉากการยิงไปจากที่ตั้งข้าศึก หมู่จะทาการยิงอย่างรุนแรงพร้อม
เข้าประชิดและทาลายข้าศึก

ผู้บังคับหมวดเป็นผู้ควบคุมให้การยิงสนับสนุนกระทาต่อที่ม่ันข้าศึกอย่างต่อเน่ือง และปิดล้อม
พ้ืนที่การรบ หมู่ปืนเล็กจะต้องดารงการติดต่อกับหมู่ข้างเคียงตลอดเวลา และรายงานให้ ผู้บังคับหมวดทราบ ถ้าเกิด
ชอ่ งวา่ ง ปกติผบู้ งั คับหมวดจะกาหนดภารกิจแบบกาหนดเปูาหมายเฉพาะให้กับหมู่ดาเนินกลยุทธ์ ภารกิจอาจกาหนด
เนน้ ทีต่ งั้ ข้าศึกก็ได้

ตัวอย่างคาสง่ั
กาหนดตัวขา้ ศึกเป็นเปาู หมาย “เข้าทาลายรงั ปนื กลข้าศึกข้างหน้า ด้านขวาของกาแพงข้างหน้า”
หรือกาหนดภูมิประเทศเปน็ เปาู หมาย “เขา้ ยึดแนวกาแพงหินนั้นไว้ และวางตวั ยงิ ค้มุ กันให้กับหมวดที่จะเคลื่อนที่ไปยัง
โรงนากันข้าศึกที่จะเข้ามาทางตะวันออก” ส่วนดาเนินกลยุทธ์เคล่ือนท่ีไปข้างหน้า โดยอาศัยเส้นทางที่มีอยู่ ปกติผู้
บังคับหมวดจะมอบเส้นทางการเคลื่อนท่ีให้แต่ละหมู่ เช่นเดียวกับการเคล่ือนที่แบบใด ๆ เป็นกฎที่ว่าทหารจะต้อง
เคลื่อนที่ในเส้นทางท่ีให้ความกาบังและปกปิดที่สุด ถ้าไม่ถูกยิงจากข้าศึก หมู่ปืนเล็กจะเคล่ือนที่ตามเทคนิคที่กล่าว
มาแล้ว ณ ตาบลทีผ่ บู้ งั คับหมวดกาหนดหรือเมื่อข้าศึกทาการยิงมายังหมู่อย่างได้ผล ผู้บังคับหมู่อาจได้รับคาส่ังให้ปรับ
รูปขบวน เพอ่ื รกุ ไปขา้ งหน้าข้ันสุดท้าย เข้ายึดท่หี มายขา้ ศกึ ปกติเหตุการณน์ ้มี กั จะเกดิ ขนึ้ ณ ที่กาบังสุดท้าย ก่อนที่จะ
เขา้ ถึงทมี่ ่นั ข้าศึก เมือ่ ไดร้ ับคาสัง่ ชุดยงิ ท้ังสองจะขนึ้ มาวางตัวเคียงกัน และระดมยิงไปยังข้าศึกท้ังหมู่ ผู้บังคับหมู่จะเข้า
วางตวั ณ ที่วางตวั ระหว่างชดุ ยิงทัง้ สองเพือ่ ควบคุมหม่ใู หด้ ีทส่ี ดุ
เมื่อได้รับคาส่ัง ทั้งหมู่จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างเร็วท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้ โดยการคลาน การโผ
หรือการยิงประทับสะโพก ภายในหมู่ควรใช้เทคนิคการดาเนินกลยุทธ์ โดยชุดยิงหรือระดับบัดดี้ หรือเป็นบุคคล
ระหว่างการเคลอ่ื นที่ ผบ.หมู่ และ ผบ.มว. อาจจะควบคุมหน่วยของตนได้อย่างยากลาบาก ถ้าไม่มีการควบคุมการเข้า
ตีจะถูกหยุดอยา่ งรวดเรว็ ผ้บู ังคบั หมู่ และหวั หน้าชดุ ยิงจะตอ้ งใช้ความห้าวหาญ เพ่ือดารงการเคล่ือนท่ีไปของหน้าของ
หมูต่ ลอดเวลา จะต้องคอยระวังไม่ใหท้ หารเขา้ มารวมตวั เปน็ กล่มุ ซ่ึงจะเกิดเปูาหมายท่ีดีแก่ข้าศึก หัวหน้าชุดยิงจะเป็น
บุคคลที่สาคัญที่สุด จะต้องเคลื่อนที่ใช้วิธีดีที่สุดท่ีเหมาะแก่สถานการณ์ทีเผชิญอยู่ในขณะน้ันทหารในชุดยิงจะปฏิบัติ
ตามตัวอยา่ งของหวั หน้าชดุ ยิง และชิงความไดเ้ ปรยี บทุกชนิดไดจ้ ากภมู ิประเทศ
การคลาน ชุดยิงอาจเคลื่อนที่ด้วยการคลาน ถ้าประสบการยิงของข้าศึกอย่างหนาแน่นและมีท่ี
กาบังเพียงเล็กน้อย ทหารจะทาการคลานสูงหรือคลานต่า ทั้งนี้ข้ึนอยู่กับสถานเข้าการณ์ของแต่ละคน และความ
รวดเร็วท่ีต้องการ และการทาตัวอย่างของหัวหน้าชุดยิง การคลานเป็นการเคลื่อนที่ช้ามาก แต่ลดการเปิดเผยตัวเป็น
เปูาของการยิงและการตรวจการณ์ของข้าศึก เมื่อหยุดเคลื่อนที่ทหารจะต้องทาการยิงกดต่อข้าศึกถ้าจาเป็นทหารท้ัง
หมู่อาจจะตอ้ งเคลอื่ นทเี่ ขา้ สู่ขา้ ศึก หรือผา่ นทะลลุ อดที่มั่นขา้ ศกึ ด้วยการคลาน
การโผ อาจต้องใช้การโผจากท่ีกาบังแห่งหน่ึงไปยังที่กาบังแห่งต่อไป ถ้าการยิงของข้าศึกไม่
หนาแน่นและเอือ้ อานวยการใหส้ ามารถเปิดเผยตวั ไดใ้ ช้ชว่ งเวลาส้นั ๆ ชดุ ยิงสว่ นดาเนินกลยุทธ์แบง่ ห้วงการโผเป็นการ
เคลื่อนท่ีทีละ 2 – 3 วินาที ทีละ 1 คน 2 คน หรือทั้งชุดยิง เพ่ือลดความแม่นยาในการยิงของข้าศึก ภายใต้เงื่อนไขท่ี

- 77 -

เป็นข้อยกเวน้ เท่านนั้ ท่ีท้งั หมู่อาจจะต้องโผไปข้างหน้ารวดเร็ว การเคล่ือนท่ีห้วงสุดท้าย หมู่จะปฏิบัติการเคลื่อนท่ีวิธีน้ี
ไดก้ ็ตอ่ เม่ือไมม่ หี นทางอื่นปฏบิ ตั เิ ท่านัน้ นั่นคือเมือ่

- หมู่กาลังถูกยิงด้วยการรวมอานาจการยิงของอาวุธวิถีโค้ง การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และ
เด็ดขาด เป็นเรือ่ งจาเป็นอยา่ งย่ิงทีจ่ ะไมท่ าให้หมลู่ ะลาย

- ภูมปิ ระเทศโล่งมาก ไมม่ กี ารปกปิดกาบงั เลย ไม่สามารถเคล่อื นทโี่ ดยวิธีอ่นื
การเคล่ือนทจ่ี ะตอ้ งเรว็ และประกอบการยิงอย่างหนาแน่น การเข้าตะลุมบอน (การเดินยิง) ควร
กระทาในระยะสั้น ๆ ทีส่ ามารถเข้าที่กาบงั ได้อยา่ งรวดเรว็ ที่มน่ั ขา้ ศึกอาจถูกทาลายไดอ้ ย่างรวดเร็วเพ่ือผลทางข่มขวัญ
ควรติดดาบและโหร่ อ้ งให้ดังทส่ี ุด
การเข้าตีจะต้องกระทาอย่างต่อเน่ือง จนกระทั่งท่ีหมายของหมู่ปราศจากการต้านทานใด ๆ ที่ม่ัน
ของขา้ ศกึ จะตอ้ งถกู กวาดล้างโดยชุดยงิ หรอื ระบบบัดดี้ การยิงประกอบการดาเนินกลยุทธ์ จะต้องมีผู้ยังคุ้มครองให้กับ
ผทู้ ี่จะเขา้ ประชิดที่มน่ั ขา้ ศึก แล้วทาลายดว้ ยลกู ระเบดิ ขว้างหรือการยงิ หรือระเบดิ ทาลาย
หม่อู าจจะช้ีเปูาหมายจาก ลย.ควัน ค.40 มม. หรือกระสุนส่องวิถี เพื่อให้ปืนใหญ่รถถัง หรืออาวุธ
ต่อสรู้ ถถังทาการยงิ ทาลายเสีย
12.7 การเตรียมการเขา้ ตรี ่วมกบั รถถัง
ทหารราบเดนิ เท้าอาจตอ้ งปฏิบัติร่วมกับรถถัง โดยรถถังเป็นผู้ให้อานาจการยิง อานาจทาลาย ขวัญ
กาลงั พล และการตอ่ สูร้ ถถงั อาจใช้รถถงั ในสว่ นยงิ คนุ้ กันหรือเขา้ ตรี ่วมกับทหารราบเดินเทา้
เมอ่ื ใช้รถถังเปน็ สว่ นยงิ ค้มุ กนั หมมู่ กั จะทาหน้าทช่ี เี้ ปูาหมายให้รถถัง การช้ีเปูาหมายให้กับรถถังอาจ
กระทาผ่าน ผบ.มว. บ่อยคร้ังมักกาหนดสัญญาณการชี้เปูาร่วมกันก่อนการเข้าตีก็ได้ การชี้เปูาหมายโดยปกติใช้ควัน
หรอื กระสนุ สอ่ งวถิ ี
เมื่อใช้รถถังร่วมกับส่วนดาเนินกลยุทธ์ ปกติทหารราบจะเคลื่อนท่ีหลังรถถัง ทาลายท่ีมั่นข้าศึกที่
รถถงั ผา่ นไป ปอู งกนั รถถังจากการยิงของข้าศกึ ทงั้ ดา้ นขา้ งและดา้ นหลัง
12.8 การเสริมความมัน่ คงและการจดั ระเบยี บใหม่
การเสริมความม่ันคงและจัดระเบียบใหม่ ความมุ่งหมายเพื่อให้หมู่พร้อมท่ีจะปฏิบัติต่อไปจะเริ่ม
จากสิ้นสดุ การเขา้ ตะลมุ บอนจนถึงเวลาทีไ่ ดร้ บั คาสั่งใหป้ ฏบิ ตั ิตอ่ ไป เพือ่ ขยายผลแหง่ ความสาเรจ็
1) การเสรมิ ความมัน่ คง
เป็นมาตรการทั้งปวงในการจัดระเบียบและการเสริมความแข็งแรงของท่ีมั่นท่ียึดได้ใหม่ ๆ เพื่อ
ปูองกันการตีโต้ตอบจากข้าศึก ทันทีที่ยึดท่ีหมายได้หมู่จะต้องจัดการระวังปูองกัน แบ่งมอบเขตการยิง ตรวจการณ์ไป
ข้างหน้า เพื่อสังเกตข้าศึก การตีโต้ตอบของข้าศึก ข้าศึกอาจจะทาการยิงปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิดและทาการยิง
โต้ตอบอย่างรุนแรงต่อท่ีหมายท่ีเรายึดได้ เพื่อขับไล่การตีโต้ตอบและปูองกันหมู่ของตน ผบ.หมู่ จะต้องเตรียมการตั้ง
รบั ทันที แผนการต้ังรบั ในข้ันต้นจะได้รบั การชีแ้ จงจาก ผบ.มว. ในคาสั่งเข้าตีแล้ว ผบ.หมู่ จะต้องพิจารณาท่ีต้ังของชุด
ยิงรวมทั้งท่ีต้ังยิงของ พลยิงลูกระเบิด และ ปืนเล็กกล ของชุดยิงด้วย ผบ.มว.จะกาหนดให้มีการระวังปูองกันเฉพาะ
บริเวณไปข้างหน้า หรือทางปีก จะระมัดระวังการเข้ามารวมตัวของทหาร เพ่ือหลีกเลียงอันตรายร่วมกันจากการยิง
ของข้าศึก ทหารต้องดัดแปลงภูมิประเทศเพิ่มเติมเท่าท่ีจาเป็น จะต้องปรับปรุงที่มั่นตลอดเวลาจนกว่าจะได้รับคาสั่ง
ใหม่
2) การจัดระเบียบใหม่
ระหว่างการจดั ระเบียบใหม่ ผบ.หมู่จะต้องปฏิบตั เิ รอ่ื งต่อไปน้ี
หนึ่ง – แตง่ ตงั้ หัวหน้าชุดยิงและพลยิงลูกระเบดิ ขนาด 40 มม. ทดแทนผู้ท่ีบาดเจ็บ
สอง – เฉลยี่ กระสุนของกาลงั พลภายในหมู่

- 78 -

สาม – นาผู้ทีบ่ าดเจ็บเขา้ ที่กาบงั
ส่ี – ส่งพลนาสารไปรายงาน ผบ.มว.ถึงสถานการณ์ ท่ีตั้งของหมู่ ผู้บาดเจ็บ ผู้สูญเสีย และ
สถานภาพกระสุน
ห้า – ปลดอาวุธและนาเชลยศึกส่งไปยัง บก.มว. ตรวจค้นเอกสารจากเชลยศึก และข้าศึกที่
เสยี ชวี ิต แล้วสง่ ไปยงั ผบ.มว. ทันที
หก – ติดตอ่ กับหนว่ ยทอ่ี ยทู่ างปกี ให้ได้
12.9 การต่อสู้ขา้ ศกึ ในพื้นทีม่ น่ั ดัดแปลงแข็งแรง
1) กล่าวทว่ั ไป
การเอาชนะข้าศกึ ในทีต่ งั้ อยูใ่ นท่มี ่นั ดัดแปลงแข็งแรงนั้น ใช้เทคนิคทั่ว ๆ ไป เช่นเดียวกับที่ใช้โดย
ทหารราบเดินเทา้ ตามปกติ
- ดารงการควบคมุ โดยเขา้ ยึดพ้นื ทีท่ ีละแหง่
- หลังจากท่ียึดพ้ืนท่ีได้ 1 แห่ง จะต้องจัดกาลังส่วนหน่ึงของหมู่รักษาไว้ ขณะที่ส่วนท่ีเหลือเข้า
โจมตตี อ่ ไป มีงานทเ่ี หมอื น ๆ กนั ที่ หมู่ ปล. ต้องเผชิญในการต่อสู้ในท่มี นั่ แข็งแรง 4 ประการ คอื

1. กวาดลา้ งเครอ่ื งกดี ขวาง
2. กวาดล้างแนวคูติดต่อ
3. ทาลายที่ต้ังยงิ (บังเกอร)์
4. กวาดลา้ งอาคาร

2) การเจาะเครือ่ งกดี ขวาง
ในการเข้าโจมตตี ่อพื้นทมี่ ั่นแข็งแรง หมู่ ปล. มักจะไดร้ บั งานในการเจาะเครอื่ งกดี ขวาง

เชน่ ลวดหนาม ทุ่นระเบิด ฯลฯ และมักกระทาโดยปราศจากการสนับสนนุ จากหน่วยทหารชา่ ง
3) การกวาดล้างคูสนามเพลาะ
ระบบสนามเพลาะได้รับการสร้างขั้นมาเพื่ออานวยความสะดวกต่อฝุายตั้งรับ ให้มีเสรีในการ

เคลื่อนท่ียา้ ยกาลงั เขา้ มาต่อตา้ นการถกู โจมตี ปกตแิ ล้วระบบคูตดิ ต่อจะประกอบด้วยแนวคูหลักแคบ ๆ มีคูเชื่อมต่อกับ
แนวคูรอง แนวคูแต่ละแนวมักทาเป็นแนวหักมุมและหักโค้งหลายแห่ง เพ่ือให้สามารถทาการยิงได้ตลอดแนวคู ใน
ระบบจะมีที่ม่นั ตอ่ สู้ เชน่ หลมุ ปดิ และท่ีมัน่ ปิด (บงั เกอร์) เป็นระยะ ๆ ตอ่

แนวคูแต่ละแนวจะสนับสนุนซึ่งกันและกันได้ ฝุายต้ังรับสามารถทาการยิงอย่างหนาแน่นต่อฝุาย
เขา้ ตีไดอ้ ยา่ งตอ่ เนื่อง แมว้ ่าแนวคแู รกจะถกู ยึดไปแล้ว

หมู่ ปล.มักจะเขา้ กวาดลา้ งแนวค่ตู ิดต่อเปน็ สว่ นหนึ่งของการเข้าตีของหมวดและกองร้อย ท่ีหมาย
จะเป็นเขตท่ีให้เฉพาะหรือจุดใดจุดหนึ่งในแนวคูติดต่อ และปกติแล้วจะต้องได้รับการสนับสนุนโดยส่วนเฝูาตรวจของ
หมวดหรือกองรอ้ ย

ในการเขา้ กวาดลา้ งคูติดตอ่ ปกติแลว้ ใน 1 ชุดยิงจะแบง่ กาลังออกเปน็ ชดุ คู่บัดด้ี 2–3 คน ตอ่ ชดุ
ในการเจาะแนวคูติดต่อ ชุดคู่บัดดี้ 1 ชุด จะยึดรักษาจุดท่ีเจาะได้นั้น ชุดคู่บัดด้ีคุ้มกันด้านหลัง
ขณะทชี่ ดุ ค่บู ดั ดที้ ่เี หลอื เขา้ กวาดลา้ งแนวคูตดิ ต่อ ต่อไป

- 79 -
รูปที่ 3 – 11 การกวาดล้างท่ีม่นั ดดั แปลงแขง็ แรง

รูปท่ี 3 – 12 การกวาดล้างคูตดิ ต่อ
รปู ที่ 3 – 13 การยงิ ของอาวุธวถิ โี คง้ และการยงิ จากส่วนเฝาู ตรวจของกองรอ้ ย

- 80 -

หลังจากท่ียึดรักษาจุดเจาะน้ีได้แล้ว หมู่ ปล. ควรเข้ากวาดล้างคูติดต่อในเขตรับผิดชอบที่ได้
รบั มอบ

- ใช้ทศิ ทางเดียวเทา่ น้นั
- ตลอดทางในคูหลักให้ท้ิงชุดคู่บัดด้ีไว้ยึดรักษาแต่ละทางแยกคูติดต่อ อย่าปล่อยแนวคูติดต่อที่
ปราศจากการคมุ้ ครองไวข้ า้ งหลงั
4) เทคนคิ
- ใชค้ ตู ิดต่อทม่ี ีอยู่เป็นเครือ่ งปอู งกันตัวจากการยิงอาวุธวิถีโค้งของข้าศึกและการยิงสนับสนุนของ
ฝุายเรา
- เคลือ่ นทโ่ี ดยชุดคบู่ ดั ด้ี คนหน่งึ คมุ้ กันให้คนหน่ึงสลบั กนั ไป
- กวาดล้างคูติดต่อข้างหน้าโดยการใช้การขว้าง ลข. ไปล่วงหน้าก่อนที่จะเล้ียวไปตามเส้นทาง
เลยี้ วหรือเขา้ สทู่ ่ีมัน่ ปิด (บังเกอร์)
- ดารงระยะต่อระหว่างชุดบดั ดีเ้ พอื่ ปอู งกันมใิ หช้ ดุ ค่บู ดั ดี้ถูกยงิ โดยการยงิ ของข้าศกึ ชุดเดียวกัน
ขณะท่ีชุดคู่บัดด้ีหน่ึงบาดเจ็บ กระสุนหมด หรือต้องทาการยึดรักษารอยเช่ือมต่อ(ทางแยก) ของคูติดต่อ ชุดคู่บัดดี้
ตอ่ ไปเคล่ือนท่ีผ่านและทาการกวาดล้างคตู ิดต่อ ต่อไป
5) อาวุธที่สาคัญในการโจมตคี ตู ดิ ตอ่ คือ
- ปนื กล ใช้ในการทาลายและยงิ กดตอ่ ทต่ี งั้ อาวุธของข้าศึก
- เครอื่ งยงิ ลกู ระเบิด (ค.40 มม.) ใชใ้ นการยิงเข้าไปในคูติดต่อหน้าชุดยิงนา เนื่องจากวิถีกระสุนท่ี
เหมาะสม
- ตจตถ. ใชย้ งิ ทาลายต่อทม่ี ั่นตอ่ สู้ ตอ้ งระวงั เปลวเพลงิ จากทา้ ยลากลอ้ งดว้ ย
- ลูกระเบิดขว้าง ใช้ก่อนเข้าสู่แนวคูติดต่อและหลังจากเข้าไปแล้ว เพื่อกวาดล้างท่ีม่ันข้าศึก และ
เขา้ ขว้างนาคบู่ ดั ดี้
- เครือ่ งฉดี ไฟ ใชท้ าลายอาวุธประจาหนว่ ย โดยเฉพาะที่อยใู่ นทีม่ ั่นปดิ (บังเกอร)์
- ปรส.84 มม. ใช้โดยส่วนเฝูาตรวจของหมวดหรือกองร้อย เพ่ือทาลายอาวุธประจาหน่วยของ
ข้าศึกในที่ม่ันแข็งแรง และยานเกราะข้าศึก( อย่าลืมระวังเปลวเพลิงท้ายลากล้อง) หมู่ที่เข้ากวาดล้างแนวคูติดต่ออาจ
ต้องชี้เปาู ให้กับ ปรส.84 มม.
หมายเหตุ ปรส.84 มม. เปน็ อาวุธต่อสู้รถถังที่ ทบ.ไทยนาเข้ามาใช้ระดับหมวดปืนเล็ก อาวุธชนิด
น้มี ีกระสนุ หลายแบบ เชน่ กระสุนเจาะเกราะ และกระสนุ ระเบดิ สงั หารบุคคล ฯลฯ
ส่วน คจตถ.เบา น้ัน เป็นอาวุธต่อสู่รถถังแบบครบนัด เช่น เอ็ม 72 หรือ เอที 4 ฯ ล ฯ ซึ่ง ทบ.
ไทยจะนามาใชใ้ นระดบั หมปู่ ืนเล็ก
ในปจั จบุ ันอาวุธตอ่ สูร้ ถถงั ในระดับหมวด คอื จรวด อาร์ พี จี 2 และ อาร์ พี จี 7
6) การทาลายท่มี นั่ ปิด (บังเกอร)์
หมู่ควรจะทาลายท่มี ั่นปดิ ทลี ะแห่ง
- จะต้องเข้าหาทางด้านจุดบอดของบังเกอร์เสมอ ,ระวังการยิงช่วยจากบังเกอร์หรือที่ต้ังยิงอ่ืน
ของข้าศึก
- กาหนดให้ส่วนหน่ึงของหมู่ ทาการยิงเข้าไปในช่องทางเข้าหรือช่องยิงของบังเกอร์ด้วย การยิง
เล็งประณตี หรอื ยงิ ต่อขา้ ศึกยิงสนับสนนุ
- กาลังส่วนทเ่ี หลือเคลือ่ นท่ีไปข้างหนา้ ทาลายขา้ ศึกในบงั เกอรด์ ว้ ย ลข, หรอื ดนิ ระเบิด

- 81 -

7) คาสัง่ การเขา้ ตขี องหมู่
ไม่ว่าท่านจะทราบวิธีการต่อสู้และเข้าใจว่าจะสู้อย่างไร หมู่ของท่านจะประสบผลสาเร็จต่อเมื่อ

ท่านให้คาส่ังที่กระจ่างชัดและสมบูรณ์ จงม่ันใจว่าคาสั่งของท่านมีความยาวพอเหมาะเท่าที่ต้องการเพราะคาสั่งท่ียาว
และละเอียดเกินไปทาใหส้ ับสน ในอีกด้านหนงึ่ ถ้าคาส่ังสั้นเกินไปทหารอาจจะไม่เข้าใจว่าตัวเองจะต้องทาอะไร ในการ
ใหค้ าส่งั เขา้ ตีของ ผบ.มว. น้นั ผบ.มว. พยายามนา ผบ.หมู่ ไปข้างหนา้ และใหค้ าส่งั ขณะท่ีมองเห็นพ้ืนที่ท่ีจะเข้าปฏิบัติ
แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นพ้ืนที่ได้ตลอดทาง จากแนวออกตีไปยังท่ีหมายปกติแล้วท่านจะสามารถเห็นเพียงพอท่ีจะ
เข้าใจว่าหมู่ของท่านจะเคลือ่ นท่ีไปอย่างไร และจะต้องทาอะไรบ้างโดยยึดถือคาสั่ง ผบ.มว. และสิ่งท่ีท่านสามารถเห็น
ได้ ทา่ นจะสามารถเตรยี มและออกคาส่ังยทุ ธการให้แก่หมู่ได้

ต่อไปจะเป็นคาส่ังเข้าตีของ หมู่ ปล. ซ่ึงแสดงให้เห็นคาสั่งท่ีอาจเหมาะสมกับสถานการณ์ใด
สถานการณ์หน่ึง มิได้หมายความว่าคาส่ังนี้เป็นมาตรฐานสาหรับภารกิจ จงใช้คาพูดและสานวนที่สามารถอธิบายให้
ทหารทุกคนเข้าใจวา่ ทา่ นต้องการให้ทาอะไร

“ตามท่จี า่ แจง้ ให้ทราบตัง้ แต่แรกแลว้ วา่ เราจะเขา้ ตีวันนี้ เวลา 1500 แบบจาลองภูมิประเทศท่ีจ่า
ทาข้ึนน้จี ะแสดงถึงพ้ืนท่ีเราจะเข้าปฏิบตั กิ าร เนินเลก็ ๆ อันน้ีเป็นท่ีหมายของหมวดเรา.......... หมู่เราอยู่ตรงน้ีจากการ
ลาดตระเวนร่วมกับ ผบ.มว. คาดว่าข้าศึกมีการดัดแปลงที่มั่นแข็งแรงตรงนี้ แม้ว่าจ่าจะมองไม่เห็นรถถัง แต่ทราบว่า
ขา้ ศกึ มรี ถถงั สมทบอยู่ ปกติแล้วถ้าข้าศึกมีเวลาดัดแปลงที่มั่นตั้งรับแข็งแรง น่าจะมีสนามทุ่นระเบิดปูองกันตนอยู่ด้วย
บริเวณหน้าแนวคูติดต่อ และคงมีรถถังอยู่ด้วย 2 – 3 คัน เนื่องจากข้าศึกมีเวลาดัดแปลงที่ม่ัน มีแนวโน้มว่าสนามทุ่น
ระเบิดวางอยู่หน้าแนวคดู ว้ ย

เราจะเคล่ือนที่ออกจากตรงน้ี (ชี้) เมื่อถึงแนวสันเนิน เราจะเข้าตีต่อท่ีหมาย โดย หมู่ 2 จะเข้าตี
ทางดา้ ยซา้ ยของเรา หมู่ 3 จะเข้าตีท่ีหมายตรงสันเนินทางด้านขวา หมู่ 1 ของเราจะวางตัวในข้ันต้นตรงสันเนินนี้ (ชี้)
และสนับสนุนด้วยการยิง

หน่วย ป. และ ค. จะทาการยิงต่อท่ีหมายก่อนเราจะเข้าโจมตี อว.ตถ.หนัก (โทว์) และรถถังท่ีมา
สมทบกับกองร้อย จะสนับสนุนจากตรงน้ี (ช้ี) และเข้ากวาดล้างคูติดต่อและท่ีหมายปิดระหว่างแนวรั้วหิน (ชี้) และ
ตน้ ไม้ตายตน้ น้ี (ชี้) เราจะออกเคลอื่ นท่ี เวลา 1500

ในการเคลื่อนท่ีออกจากแนวออกตี หมวดจะเคล่ือนที่ด้วยเทคนิค “เฝูาตรวจสลับ” และเราเป็น
หมู่เคล่ือนที่ กาลังของหมวดที่เหลือจะวางตัวเฝูาตรวจจากเนินน้ี (ชี้) หมู่เราจะเคลื่อนที่ขึ้นไปทางนี้ (ชี้) จนกระทั่งถึง
แนวปุาน้ี (ชี)้ จา่ ตรวจการณม์ องไม่เหน็ รายละเอยี ดแนวปาุ มากนัก ดงั นั้นจ่าจงึ ตกลงใจว่าจะเข้ายดึ แนวปุาน้ี เม่ือเข้าไป
ถึงทันทที ีส่วนทเี่ หลือของหมวดเคลื่อนที่มาถึงเรา เราจะเคลื่อนที่อ้อมไปทางสันเนินน้ี(ชี้) จ่าเห็นแล้วและคิดว่าจะไม่มี
อะไรข้างบนนั้น ตรงนี้เราจะวางตัวยึดพื้นที่ (ชี้) เม่ือส่วนที่เหลือของหมวดเคลื่อนที่เข้ามาถึง และ หมู่ 1 สามารถ
วางตวั ทาการยงิ ไปยังท่ีหมายได้ ชุดยงิ ดาเนนิ กลยทุ ธ์จะเคลอ่ื นทไ่ี ปตามเส้นทางนี้ (ชี)้ และพยายามเข้าตีต่อที่หมายทาง
ปีก หมู่ 3 จะส่งชุดยิงดาเนินกลยุทธ์ตามหมู่ของเรามา และจะเข้าดาเนินกลยุทธ์ทางด้านซ้ายทันทีที่เราปะทะ ถ้าเรา
เข้าไปในพ้นื ทสี่ นามทุ่นระเบดิ เราจะพยายามหาทางอ้อมผ่าน ถ้าอ้อมผ่านไม่ได้ หมู่ของเราจะต้องเจาะช่องผ่านสนาม
ทุนระเบิด

สาหรับ หมู่ สมพงษ์ หน.ชุดยิง ก. และ ปรส.84 มม. จะอยู่กับชุดยิง ก รอง ผบ.มว.จะควบคุม
การยิงของส่วนเฝูาตรวจให้ไปรับคาสั่งจาก รอง ผบ.มว.ทันทีท่ีจ่าเคลื่อนที่ออกไปกับ ชุดยิง ข. ซึ่งเป็นส่วนดาเนินกล
ยทุ ธ์ วางแผนกาหนดทต่ี ั้งยงิ ปรส.84 มม. ให้สามารถยิงตอ่ ที่หมายได้

หมู่สมพงษ์ ถ้า รอง ผบ.มว. ไม่ส่ังการแตกต่างจากนี้ ความเร่งด่วนการยิงคือยานเกราะใด ๆ ท่ีอยู่
ใกล้ ๆ กับทหี่ มาย ถา้ ตรวจการณไ์ ม่เหน็ ยานเกราะเลย ถงึ จะยิงตอ่ ทีม่ น่ั ปดิ ถ้าเรามเี ปาู หมายให้จะหมายเปูาหมายด้วย
ลข. เหลือง

- 82 -

เราจะเคล่ือนทเี่ ปน็ รปู ขบวนหม่ชู ุดยิงตามกนั หมูว่ ิเชยี ร นาชุดยิง ข. เป็นหน่วยเคล่ือนท่ีนา
ถ้าเราต้องเจาะช่องในสนามทุ่นระเบิด คาตันกับบุญมาเป็นชุดเจาะนา อย่าลืมนาเทปขาว ดิน
ระเบดิ 4 ก้อน เชอ้ื ปะทไุ ฟฟาู ไปด้วย
เม่ือเราไปถึงแนวคูติดต่อของข้าศึก เราจะเข้ากวาดล้างโดยจัดเป็นชุดบัดดี้ หมู่วิเชียรและสมคิด
เป็นคู่ คาตันกับบุญมา สมบัติกับสง่า เราแต่ละคนจะนา ลข,ไปคนละ 4 ลูก จึงมีลูกระเบิดอย่าเพียงพอใช้ขว้าง
ด้านหน้าทุกทางเล้ียวหกั ฉากกอ่ นทีจ่ ะเคล่อื นที่ผ่านเข้าไป อย่าอยู่ชิดกันมากนักเมื่อเราอยู่ในคู แต่คู่บัดดี้จะต้องวางตัว
ห่างกันมาข้างหลังพอที่จะเห็นคู่บัดด้ขี า้ งหน้า
แต่ละคนในชุดยิงดาเนินกลยุทธ์ ยกเว้นพลยิงปืนกล 2 คน แบก อว.ตถ.เบาไปด้วย เราจะต้องใช้
มันเพอ่ื ทาลายบังเกอร์ก่อนที่จะเข้ายึด เม่ือเรามาถึงหินก้อนน้ีเราจะหยุด แต่เราจะต้องยึดพ้ืนท่ีแนวคูไว้ก่อนในกรณีที่
ข้าศึกตโี ตต้ อบ
หมู่วิเชียร เมื่อเรามาถึงกาแพงนี้ ชุดยิงของหมู่จะยึดพ้ืนที่ลงมาคร่ึงทางจนถึงแนวคู จ่าเอง คาใส
และบญุ มี จะยดึ สว่ นท่ีเหลือ
บญุ มาและคาตัน, อย่าลืมเบิกลูกระเบิดควันสีเหลืองสาหรับ เอ็ม 203 เราจะไปใช้ในการชี้เปูาให้
สว่ นเฝูาตรวจ
เราจะบรรทุกกระสนุ ไปตามอตั ราไปให้พอ
ถ้าเราได้รับการบาดเจ็บ ทันทีท่ีข้ามห้วยเล็กนี้ไปจะทาการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน แล้ว
เคล่อื นที่ต่อไป นายสบิ พยาบาลจะไปรักษาต่อทันทีที่ทาได้ ทันทีท่ียึดท่ีหมายได้ จะกลับไปดูแลคนเจ็บ รถพยาบาลจะ
เขา้ มาขา้ งหนา้ ทันทีที่เราไดย้ ึดท่ีหมายไดแ้ ล้ว
ถา้ จา่ ถกู ยิง ใหห้ มวู่ เิ ชยี รนาหมู่แทน
นามเรยี กขามเราคือ แทงโก้ 31
ขณะนเ้ี วลา 1215 จา่ จะตรวจความพรอ้ มใน 1415 เรามีเวลา 3 ช่ัวโมงก่อนออกตี มีคาถามอะไร
ไหม ถา้ ไม่มใี หไ้ ปเตรียมการได้”

- 83 -

คาถามท้ายบท

1. ภารกจิ ของ มว.ปล.ในการเข้าตเี วลากลางวนั คอื
2. การรบตามแบบ คอื
3. แบบของการดาเนนิ กลยทุ ธใ์ นการเข้าตเี วลากลางวนั มีก่แี บบ อะไรบ้าง
4. แบบของการดาเนินกลยทุ ธ์ทมี่ ีความพงึ ประสงค์น้อยที่สดุ คือแบบใด
5. แผนในการเขา้ เขา้ ตปี ระกอบไปดว้ ยกแ่ี ผน อะไรบ้าง
6. ผบ.ร้อย. ควบคุมส่วนดาเนินกลยุทธ์ในการเข้าตีเวลากลางวันโดยใช้มาตรการควบคุม เพื่อให้ ผบ.หน่วย
รอง มีเสรีในการปฏิบัติอย่างสูงสุด ผบ.ร้อย.จะใช้มาตรการควบคุมให้น้อยที่สุด เพ่ือให้การเข้าตีดาเนินการไปตาม
ความมุ่งหมายเท่าน้ัน แนวประสานงานขั้นสุดท้ายเป็นมาตรการควบคุมข้อหน่ึง ที่ ผบ.ร้อยใช้ แนวนี้เป็นแนวท่ีใช้
ประสานเลื่อน และย้ายการยิงของอาวุธยิงสนับสนุน และปรับกาลังขั้นสุดท้ายของหน่วยเข้าตี โดยปกติจะห่างจากที่
หมายประมาณกีเ่ มตร
7. การเสรมิ ความม่นั คง ณ ที่หมาย ผบ.มว. จะกาหนดพื้นท่ีรับผิดชอบให้แก่หมู่ต่าง ๆ และที่ตั้งคร่าวๆ ให้กับ
อาวุธประจาหน่วย และอาวุธยิงสนับสนุนเพ่ือทาการผลักดันการตีโต้ตอบของข้าศึก ผบ.มว.สามารถแบ่งมอบพื้นที่
ตา่ ง ๆ ได้ก่ีวิธี อะไรบา้ ง
8. ขั้นการเข้าตีของ หมู่ ,มว.ปล. ในการเข้าตเี วลากลางวันแบง่ ออกเปน็ กข่ี ้นั อะไรบา้ ง
9. สว่ นยงิ สนบั สนุนของ มว.ปล. ประกอบด้วยอะไรบ้าง
10. ผบ.มว., ผบ.หมู่ มกั จะออกคาสั่งด้วยวาจา ถ้าไม่สามารถตรวจการณ์เห็นที่หมายในการให้คาส่ัง ผบ.มว.,
ผบ.หมู่ จะใชส้ งิ่ ใดในการประกอบการให้คาส่ังเพ่ือใหก้ าลงั พลเขา้ ใจย่ิงข้นึ

- 84 -

บทท่ี 4
การเข้าตเี วลากลางคืน

1. กลา่ วนา
1.1 การเข้าตีระหว่างทศั นวิสัยจากัดทาใหไ้ ดม้ าซง่ึ การจ่โู จม หลีกเล่ียงการสูญเสียอย่างหนัก สร้างความต่ืน

ตระหนักแก่ข้าศึกส่วนท่ีอ่อนแอ ขยายผลแห่งความสาเร็จ รักษาความหนุนเน่ืองในการเข้าตี และดารงการกดดันต่อ
ฝุายข้าศึก การปฏิบัติการภายในสภาพทัศนวิสัยจากัด เป็นภารกิจท่ีสาคัญอย่างหน่ึงของทหารราบ ทุกคร้ังท่ีสามารถ
ทาได้

1.2 การเข้าตีระหว่างทัศนวิสยั จากดั (เขา้ ตีเวลากลางคืน) มลี กั ษณะท่วั ไปดังนี้
- ประสิทธิภาพในการเล็งยงิ ลดลง
- ความสาคญั ในการรบประชดิ เพ่มิ มากข้ึน
- การกาหนดการยิงให้กับอาวุธต่าง ๆ ไม่ว่าจะยิงเปูาหมายเฉพาะหรือเปูาหมายพื้นท่ีก็ตาม จะต้อง

กระทาในเวลากลางวนั
- มีความยากลาบากในการเคล่ือนที่ การนาหน่วย การรักษาการติดต่อทางสาย และการนาสาร

โดยเฉพาะในเร่ืองการควบคุม
1.3 เนอ่ื งจากความยุ่งยากดงั กลา่ ว ความมืดจึงอานวยประโยชน์ในด้านจิตวิทยาแก่ฝุายเข้าตี โดยให้ฝุายต้ัง

รับบงั เกดิ ความกลวั จากความไมท่ ราบต้นสายปลายเหตุ
2. ความมงุ่ หมาย
2.1 เพอ่ื หลีกเลี่ยงความเสียหายอยา่ งหนัก ซึง่ อาจเกดิ ข้นึ เมือ่ หนว่ ยเข้าตีในเวลากลางวนั
2.2 เพื่อดารงความกดดันเอาไว้ โดยมุ่งหมายมิให้ข้าศึกได้มีโอกาสปรับปรุงที่มั่นตั้งรับเพื่อลบล้างการ

เตรียมการปฏิบัติการรบอย่างอ่ืนของข้าศึก, เพ่ือตรึงกาลังบางส่วนของข้าศึกให้อยู่กับท่ี, บีบบังคับข้าศึกใช้กองหนุน
ก่อนเวลาอนั สมควร ในทศิ ทางท่เี กื้อกูลตอ่ การปฏบิ ัติต่อฝุายเรา

2.3 เพื่อให้ไดช้ ยั ชนะ หรือขยายผลแห่งความสาเรจ็
2.4 เพื่อเขา้ ยดึ ภมู ปิ ระเทศท่ีสาคัญ ทีเ่ ก้ือกูลตอ่ การเข้าตีในเวลากลางวนั
2.5 เพื่อผลในการจโู่ จม
3. ปัจจยั พ่งึ ประสงค์
ปัจจยั ต่าง ๆ ตอ่ ไปน้ีจะช่วยใหก้ ารเขา้ ตีเวลากลางคืนประสบความสาเร็จ
3.1 การฝึกอยา่ งดีท้งั บคุ คลและหนว่ ย
3.2 มีเวลาเพียงพอในการวางแผนและเตรยี มการ และการประสานงาน ลว่ งหน้าในเวลากลางวัน
3.3 ผบ.หน่วยและพวกลาดตระเวน ตอ้ งทาการลาดตระเวนอย่างละเอียดท้ังในเวลากลางวัน, เวลาพลบค่า
และภายหลังคา่ มืดแลว้ เพ่ือใหไ้ ดม้ าซ่งึ ข่าวสารขา้ ศกึ และภมู ิประเทศอยา่ งละเอยี ดและทันสมัย
3.4 การจู่โจม อาจท้ังในเรื่องเวลา, ขนาดและทิศทางในทางเข้าตี โดยรักษามาตรฐานการรักษาความ
ปลอดภัย ทั้งเป็นบคุ คลและเป็นหนว่ ยเอาไว้
3.5 แผน ตอ้ งง่ายและเขา้ ตเี พยี งท่ีหมายเดยี ว
4. มาตรการควบคุม
ทัศนวสิ ยั จะเปน็ ผบู้ ่งถงึ มาตรการท่จี าเปน็ ในการควบคมุ มาตรการควบตามหัวข้อต่อไปนี้ โดยปกติ ผบ.ร้อย
จะใช้ในการควบคุมหนว่ ยของตนในการเข้าตีกลางคนื แบบลักลอบ คือ

- 85 -

4.1 มาตรการควบคุมทางยุทธวิธี ลักษณะภูมิประเทศที่ใช้เป็นมาตรการควบคุมทางยุทธวิธี ถ้าสังเกตเห็น
ได้ยากในเวลากลางคนื อาจทาเคร่ืองหมายไวโ้ ดยใช้เครื่องอินฟราเรด

1) ท่ีรวมพล ท่รี วมพลอาจใกล้กับแนวออกตี ยิง่ กวา่ การเขา้ ตีเวลากลางวัน
2) ฐานออกตี ควรอยู่หลังที่กาบัง แต่ไม่จาเป็นต้องให้การซ่อนพรางดีเท่ากับฐานออกตีในเวลากลางวัน
พืน้ ทซ่ี ่ึงเลือกเป็นฐานออกตีควรจะเป็นพนื้ ทีซ่ ง่ึ เข้าไดส้ ะดวกในเวลากลางคืน
3) แนวออกตี ปกติ ผบ.ร้อย จะเปน็ ผเู้ ลอื กเช่นเดียวกับการเขา้ ตีในเวลากลางวนั
4) เส้นทาง ผบ.ร้อย เลือกเส้นทางจากที่รวมพลไปถึงตาบลแยกหมวด ผบ.หมวดเลือกเส้นทางจากตา
บาลแยกหมวดไปถงึ ตาบลแยกหมู่ โดยปกติแล้วการเลือกนี้ถือการตรวจการณ์พื้นที่จากตาบลซ่ึงอยู่ข้างหลังแนวออกตี
เป็นหลัก เน่ืองจากทัศนวิสัยมักจะถูกจากัดลง ดังน้ันการควบคุมการดาเนินกลยุทธจึงต้องให้หมวดเคลื่อนที่เป็น
เส้นตรง เข้าหาที่หมายในพื้นท่ีโล่งแจ้ง ดังน้ันเส้นทางจากตาบลแยกหมวดถึงตาบลแยกหมู่ จึงมักจะกาหนดเป็น
ทิศทางโดยบอกเป็นมุมภาคทิศเหนือและระยะตามปกติจะต้องใช้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยเป็นผู้
ช่วยเหลือนาไปยงั แนวปรบั รปู ขบวน
5) จุดแยกหมวด คือจุดซ่ึงกาหนดขึ้นไว้ล่วงหน้าบนพื้นดิน อาจจะอยู่หน้าหรือหลังแนวออกตีก็ได้
ขึ้นอยู่กับการใช้รูปขบวนของกองร้อย เป็นจุดท่ี ผบ.ร้อย จะมอบการควบคุมหมวดให้กับผบ.หมวด เพื่อนาหมวด
เคลื่อนท่ีต่อไปยังพื้นที่ที่ปรับขบวน จุดแยกหมวดนี้ผบ.ร้อยเป็นผู้เลือกและจะต้องเป็นจุดที่สังเกตจดจาได้ง่ายในภูมิ
ประเทศ
6) จุดแยกหมู่ คือจุดซ่ึงกาหนดไว้ล่วงหน้าบนพ้ืนดิน เป็นจุดที่ ผบ.หมวด จะมอบการควบคุมหมู่ให้กับ
ผบ.หมู่ จะได้นาหมู่เคลื่อนที่ต่อไปยังแนวปรับขบวน จุดแยกหมู่น้ี ผบ.หมวดเป็นผู้เลือก และจะต้องมีลักษณะ
เชน่ เดยี วกบั จุดแยกหมวด
7) แนวปรับขบวน คือแนวที่กาหนดขึ้นบนพ้ืนดิน ซึ่ง ผบ.ร้อย ได้วางแผนไว้เพ่ือปรับรูปขบวนคร้ัง
สุดท้ายก่อนที่กองร้อยจะเคลื่อนที่ต่อไปในรูปขบวนหน้ากระดาน เพื่อเตรียมการตะลุมบอน แนวน้ีจะต้องสังเกตเห็น
ง่ายในเวลากลางคนื โดยปกตแิ ล้ว จะอยู่ขา้ งหนา้ เครอื่ งกีดขวาง และหา่ งจากท่หี มายในระยะ 100-200 หลา แนวปรับ
ขบวนนี้ ผบ.พันเปน็ ผกู้ าหนดข้ึน หรอื อาจมอบหมายให้ ผบ.หน่วยรองจนถงึ ระดบั ผบ.มว. เป็นผกู้ าหนดเองกไ็ ด้
8) ท่ีหมาย ที่หมายของหมวดต้องกาหนดให้ชัดเจนไม่ให้เข้าใจผิดในลักษณะภูมิประเทศได้เนื่องจาก
ทัศนวิสัยจากัด และปัญหาในการควบคุมมีมาก ดังนั้นท่ีหมายที่กาหนดให้จึงมักต้องเล็กกว่าท่ีหมายในการเข้าตีเวลา
กลางวนั และมักจะไมก่ าหนดท่หี มายตามลาดบั ข้นั ขน้ึ
9) เขตจากัดการรุก เป็นแนวทางพ้ืนท่ีดินทางข้างหลังและทางข้างของท่ีหมาย ซ่ึงหน่วยเข้าตีจะไม่
ผ่านแนว ควรเลือกลักษณะภูทิประเทศที่สังเกตได้ง่าย แต่ถ้าไม่สามารถจะเลือกลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวได้ ก็อาจ
กาหนดเป็นระยะทางเป็นหลา โดยนับต้ังแต่ผ่านที่หมายไปแล้ว เขตจากัดการรุกน้ี ผบ.พัน เป็นผู้กาหนดให้หรืออาจ
มอบให้ ผบ.หน่วย จนถงึ ระดับ ผบ.หมวด เป็นผู้กาหนดเองก็ได้
4.2 เทคนิคตา่ งๆเพ่ิมเตมิ มาตรการเพ่ิมเตมิ ที่ใช้เพือ่ ให้การควบคมุ สะดวกขนึ้ อาจไดแ้ ก่
1) การใช้มุมภาคทิศเหนือ, เคร่ืองยิงหรือปืนใหญ่ยิงหมาย, หรือใช้กระสุนส่องวิถีช่วยในการรักษา
ทศิ ทาง
2) การใชผ้ ูน้ าทางและทหารตอ่
3) กาหนดระยะเคียงระยะต่อท่ีจะต้องรกั ษาไวร้ ะหวา่ งบุคคล และหม่ตู ่าง ๆ
4) กาหนดหมู่หลักขน้ึ แลว้ ใหห้ มู่อนื่ ๆ ถอื การเคล่อื นที่ตามหม่หู ลัก
5) ใช้เครือ่ งมืออนิ ฟราเรด หรอื เครอ่ื งชว่ ยในการมองเห็นในเวลากลางคนื อ่นื ๆ

- 86 -

6) ใช้กระดุมหรือหรือแถบเรืองแสง, ปลอกแขนสีขาว เพ่ือแสดงตัวผู้บังคับบัญชาและกาลังฝุาย
เดียวกนั

7) เคร่ืองเรดารใ์ นอัตราของกองรอ้ ย อาจใชก้ ารนาทศิ หน่วยเขา้ ตเี ขา้ สู่ทห่ี มาย
5. ปจั จยั ในการวางแผนเข้าตี

การวางแผนเข้าตีในเวลากลางคืนน้ัน ไม่มีวิธีการเข้าตีที่จัดไว้เป็นแบบอย่างโดยแน่นอนข้ันการวางแผน
ย่อมแตกต่างกันไปตามทัศนวิสัย, ภูมิประเทศและการปฏิบัติของข้าศึก ส่ิงที่ ผบ.หมวด จะต้องเพ่งเล็งมากกว่าการ
ปฏบิ ัติในเวลากลางวัน คอื

5.1 เวลาออกตี ควรใช้อาวุธยิงช่วย และการใช้แสงสว่างท้ัง 2 ประการ ปกติ ผบ.ร้อย หรือ ผบ.ชั้นเหนือ
เปน็ ผู้พิจารณา

1) เวลาออกตี
- ถ้าเป็นการเข้าตี ก่อนเที่ยงคืน ก็มุ่งหมายเพื่อการขยายผลแห่งความสาเร็จจากเวลากลางวัน

หรอื เพือ่ เข้าตีข้าศกึ กอ่ นท่ีข้าศกึ จะดัดแปลงทีม่ น่ั ให้แข็งแรงขึ้น และกอ่ นท่จี ะพัฒนาแผนการยิงให้ได้ผล
- ถา้ เปน็ การเขา้ ตี หลงั เที่ยงคืน ก็มุ่งเพ่ือท่ีจะเข้ายึดภูมิประเทศสาคัญไว้เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ใน

การเขา้ ตีตอ่ ไปในเวลากลางวนั หรอื เพื่อขัดขวางมิให้ข้าศึกใช้เวลากลางคืนจัดระเบียบที่มั่นจนแข็งแรงเกินไป เป็นการ
ยากในเมือ่ จะเขา้ ตตี ่อไปในเวลากลางวนั ในวนั รงุ่ ขน้ึ

2) การใชอ้ าวธุ ยิงชว่ ย
2.1) ถ้าการเข้าตี มีการยิงช่วย การยิงช่วยนั้นจะต้องวางแผนและในการยิงอย่างเช่นการเข้าตีใน

เวลากลางวัน ต้องพยายามมใิ หก้ ารยงิ ช่วยนั้นเปน็ การเปดิ เผยตอ่ ข้าศกึ ในเร่ืองเวลาออกต,ี ที่ตัง้ หน่วย และทิศทางเข้าตี
2.2) ถ้าการเข้าตี ไม่มีการยิงช่วย การยิงช่วยคงวางแผนการยิงไว้ แต่จะทาการยิงต่อเมื่อได้รับคา

ขอจากหน่วยท่ีเข้าตี การยิงช่วยจะต้องสงบอยู่จนกว่าข้าศึกจะทราบการเข้าตีและในเวลานี้เองจะทาการยิงไปยัง
เปาู หมายทีก่ าหนดไว้ แลว้ ยงิ ไปยงั พน้ื ทข่ี ้างหลงั และทางขา้ งของท่หี มาย

3) การใช้แสงสวา่ ง
3.1) เม่อื การเขา้ ตี มีการใช้แสงสวา่ ง การสอ่ งสว่างสนามรบกจ็ ะต้องเตรียมวางแผนและใชต้ าม

กาหนดเวลาเมือ่ ขอ การสอ่ งสวา่ งสนามรบอาจใช้ระหวา่ งเข้าตะลุมบอน เพื่อทาใหข้ า้ ศึกตาพร่าและเกดิ ความสบั สน
ว่นุ วาย อาจใชใ้ นขณะจดั ระเบียบใหมแ่ ละการเสรมิ ความม่ันคง ณ ท่หี มาย หรืออาจใช้ตลอดเวลาการเข้าตีก็ได้ ถ้าการ
สอ่ งสว่างตลอดเวลาการเขา้ ตีและความเข้มของแสงประมาณเท่ากับเวลากลางวนั กลยุทธแ์ ละเทคนิคในการเข้าตีก็
ปฏบิ ัติเชน่ การเข้าตีเวลากลางวนั

3.2) เม่ือการเข้าตี ไม่มีการใช้การส่องสว่าง การส่องสว่างสนามรบจาเป็นจะต้องวางแผน
รายละเอียดไวด้ ว้ ย แตจ่ ะใชก้ ็ตอ่ เมื่อหนว่ ยเข้าตีร้องขอมา การวางแผนอย่างละเอียดเพื่อส่องสว่างสนามรบน้ันมีความ
จาเปน็ อยา่ งยง่ิ เพือ่ สนองความต้องการของหน่วย เพ่ือตอ่ ตา้ นการใชแ้ สงสว่างของขา้ ศกึ ดว้ ย

3.3) ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม การแนะนาในเรื่องการใช้การส่องสว่าง จะต้องกระทาการอย่าง
ระมัดระวงั โดยการพจิ ารณาถงึ การลดค่าของการจู่โจม, จานวนกระสุนส่องสวา่ งท่มี ีอยู่และจานวนอาวธุ ท่ใี ช้ยงิ

5.2 การลาดตระเวนตรวจภมู ิประเทศ
1) ผบ.หน่วย จะต้องให้ ผบ.หน่วยรอง ถึง ผบ.หมู่ และ ผบ.หมู่ลาดตระเวน มีเวลาอย่างเพียงพอใน

การลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศตั้งแต่ในเวลากลางวัน ผบ.หน่วยรองและพวกลาดตระเวน จะต้องทาการตรวจภูมิ
ประเทศท้ังก่อนและหลังค่ามืด โดยกระทาอย่างต่อเนื่องเส้นทางเคล่ือนท่ีต่าง ๆ จะต้องตรวจโดยละเอียด โดยมุ่ง
เพ่ือให้เกิดความสะดวกและไม่เกิดเสียงในขณะเคล่ือนท่ีเวลากลางคืน ลักษณะภูมิประเทศท่ีเด่นท่ีสุดในพื้นท่ี

- 87 -

ปฏิบัติการ จะต้องใช้ความสังเกตและจดจา ตาบลหรือบริเวณที่ใช้ควบคุมหน่วยรอง จะต้องชี้ให้ดูและทาความเข้าใจ
แกห่ น่วยรองอยา่ งทัว่ ถึง

การจดั หนว่ ยลาดตระเวน 1 หมวด ปล. จัดชุด ลว. มีกาลงั 4 – 6 นาย
- จดั จากหมู่ ปล. หมูล่ ะ 1 นาย จานวน 3 คน
- จดั จาก บก.หมวด 1 – 3 นาย
หนา้ ทขี่ องชุดลาดตระเวน
- ไปรักษาแนวปรับรูปขบวน ณ ตาบลหน่งึ ของเขตปฏบิ ัติการ
- เจ้าหน้าท่ีของชุดลาดตระเวนบางคนจะต้องกลับไปยังฐานออกตี เพื่อทาหน้าที่เป็นคนนาทางให้กับ
หมวดของตน
- นาข่าวสารของข้าศึกและภูมิประเทศล่าสุด ไปแจ้งให้ ผบ.หมวด และ ผบ.ร้อย ทราบเพ่ือจัดทาแผน
สมบูรณ์
5.3 วธิ กี ารดารงการควบคุม
ผบ.หมวด จะต้องเห็นรายละเอียดเก่ียวกับมาตรการต่าง ๆ ท่ีจะควบคุมหน่วยของตน โดยจะระบุใน
คาสั่งเข้าตี ส่วนมากจะประกอบด้วย
1) การเลือกและกาหนดตาบลหรือพื้นท่ีสาหรับควบคุม จะต้องง่ายแก่การจดจาและสะดวกต่อการ
เคลื่อนท่ี
2) การกาหนดเขตปฏิบตั ิการ ตอ้ งอาศยั ลกั ษณะภมู ิประเทศเด่น
3) การกาหนดทิศทางเข้าตี ควรใช้ลักษณะภูมิประเทศเด่น ๆ หรือตาบลสาคัญ ๆ เป็นตาบลอ้าง หาก
ไม่สามารถกาหนดได้ อาจใช้การกาหนดทิศทางด้วยมุมทิศหรือมุมภาคของทิศการยิงของ ป/ค กระสุนส่องวิถี
4) การใช้คนนาทางเขา้ ส่ฐู านออกตี และไปสู่แนวปรบั รูปขบวน
5) การกาหนดระยะตอ่ และระยะเคียง ระหวา่ งบคุ คลและหน่วย
6) กาหนดอตั ราความเร็วในการเคลอ่ื นท่ี
7) ผบ.หน่วยตา่ ง ๆ จะตอ้ งเดนิ ใกลห้ รืออยทู่ หี่ ัวขบวน เพอ่ื รักษาความเร็วในการเคลือ่ นทแี่ ละทศิ ทาง
8) กาหนดหน่วยหลักในการเคล่ือนที่ เพ่ือใหห้ น่วยอน่ื ๆ รักษาการติดต่อโดยยดึ ถือหน่วยหลกั
9) ใชท้ หารติดต่อระหวา่ งหน่วยท้งั ในทางขา้ งและทางลึก
10) ทาเครอ่ื งหมายบอกฝาุ ย, ผบ.หน่วย
11) ใชเ้ คร่อื งมอื อนิ ฟราเรดในการรกั ษาทศิ ทางเขา้ ตี
12) การติดต่อสือ่ สารขณะเคล่ือนทไี่ ปสูแ่ นวปรบั รูปขบวน ใชก้ ารติดต่อทางสายและพลนาสาร สาหรับ
วทิ ยุใช้วิธเี งยี บฟังจนกว่าขา้ ศึกจะทราบการเขา้ ตี
5.4 รูปขบวน
ข้อพิจารณาหลัก ๆ ในการเลือกใช้รูปขบวน จะต้องพิจารณาถึงความยุ่งยากในการควบคุม ระยะห่าง
จากทหี่ มาย และการปฏบิ ตั ิของข้าศกึ ที่นา่ จะเกิดข้นึ
1) รปู ขบวนของหมวด ถา้ ไม่ถูกบีบบงั คบั จากขา้ ศกึ ใหป้ รบั รปู ขบวนแตเ่ นิน่ แล้ว การเคลื่อนที่ของหมวด
จากท่ีรวมพลไปยังจุดแยกหมู่ จะใช้รูปขบวนแถวตอน จากแนวปรับรูปขบวนไปยังที่หมาย ใช้รูปขบวนแถวหน้า
กระดาน
2) รูปขบวนของหมู่ โดยปกติจะใช้รูปขบวนหมู่แถวตอนไปจนหมวดจัดรูปขบวนแถวหน้ากระดาน
ภายในหมู่ใช้รูปขบวนแถวตอนเรียงสอง เว้นไว้แตเ่ มอ่ื ทศั นวิสยั จากัดควบคุมลาบากหรือลักษณะภูมิประเทศจากดั

- 88 -

5.5 การใช้อาวุธในอัตราและอาวธุ สมทบ
1) โดยปกติในระหวา่ งการเคล่อื นที่ไปยังแนวปรับขบวน หมู่ ปก.จะเคล่อื นทใี่ นรปู ขบวนของหมวด โดย

จะอยู่ตอนท้ายสุด ทัศนวิสัยและลักษณะภูมิประเทศ จะเป็นปัจจัยการพิจารณาใช้ หมู่ ปก. ในการเข้าตะลุมบอน ถ้า
ทัศนวสิ ัยเลว พวกปืนกล คจตถ.จะเคล่ือนที่ตามหมู่เข้าตะลุมบอน ในระยะห่างพอสมควรที่ ผบ.หมวด จะเรียกใช้เพื่อ
แก้ปัญหาได้ตามต้องการ ถ้าทัศนวิสัยอานวยและมีที่ตั้งยิงเพื่อสนับสนุนการยิงได้เหมาะสมและเพียงพอ อาจใช้อาวุธ
ทัง้ สองสนับสนนุ ส่วนเขา้ ตะลุมบอนหรือปูองกันทางปีกหรอื ทางหลังก็ได้ โดยปกติ หมู่ ปก.จะไม่ร่วมไปในแนวเดียวกับ
กาลงั ที่เขา้ ตะลมุ บอน

2) เครอ่ื งฉีดไฟ ชนดิ ทีน่ าติดตัวไปได้อาจสมทบใหก้ ับหมวดไฟ มีผลทางจิตวิทยาและการทาลายมากใน
เวลากลางคืน เพราะจะช่วยส่องสว่างให้กับส่วนเข้าตีในขณะตะลุมบอน เครื่องฉีดไฟนี้จะใช้เฉพาะเมื่อเร่ิมการ
ตะลุมบอนแลว้ เท่านน้ั

5.6 การใชห้ มวด ค.60
1) ค.60 ปกตอิ ยู่ในความควบคุมของกองรอ้ ยไมว่ ่าจะยิงหรือเคลื่อนท่ีตามกองร้อยเป็นห้วง ๆ หรืออาจ

อยู่บนรถบรรทุก เพือ่ ใหพ้ ร้อมที่จะเคลือ่ นที่ไปสู่ทห่ี มายทันที หลงั จากเขา้ ยึดได้แลว้ กต็ าม การใช้เพ่ือให้บังเกิดผลเต็มที่
ดว้ ยการสมทบน้ัน ปกตแิ ลว้ พึงหลกี เลี่ยงเพราะยงุ่ ยากแกก่ ารควบคุมและการปรบั การยงิ

2) เม่ือมิได้ใช้ ค.60 ในทางยุทธวิธี แต่ก็ต้องเคลื่อนท่ีเข้าต้ังยิง ณ ที่หมาย หรือบริเวณใกล้ ๆ กับท่ี
หมายทนั ทเี มอ่ื ยึดท่หี มายได้แล้ว ทงั้ นเ้ี พื่อจะใหก้ ารยงิ ช่วยในแนวจัดระเบยี บใหม่และเสริมความมน่ั คง ณ ทีห่ มายได้

6. คาสงั่ เข้าตี
ผบ.หมวด สั่งการตามหัวข้อตามแบบฟอร์มของคาสั่งยุทธการ แม้ว่าแผนของการเข้าตีต้องการให้มีความ

ง่ายก็ตาม แต่คาส่ังเข้าตีเวลากลางคืน ต้องมีรายละเอียดมากกว่าการเข้าตีเวลากลางวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
รายละเอียดเก่ียวกับมาตรการในการควบคุม การประสานงานและการรักษาความลับ นอกจากนั้นควรจะต้องมีการ
ชี้แจงรายละเอยี ดเกี่ยวกับภูมิประเทศประกอบดว้ ย

7. การเตรียมตวั การเข้าตี
การเตรียมตัวการเข้าตีเวลากลาคืน ส่วนใหญ่คงเช่นเดียวกับการเตรียมการเข้าตีเวลากลางวัน แต่ต้องเน้น

เป็นพิเศษในเรือ่ ง
7.1 การซักซ้อมการปฏิบัติทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน ในเรื่องการใช้รูปขบวนเสียงและทัศน

สญั ญาณ การปฏบิ ัติจากที่รวมพลถงึ ท่หี มาย
7.2 ใหท้ หารภายในหมวดไดพ้ ักผ่อนกอ่ นการเข้าตี
7.3 ให้นายุทโธปกรณ์ไปเฉพาะเท่าท่จี าเปน็ จริง ๆ ในการท่ีจะใช้เข้าตีให้สาเร็จได้ยุทโธปกรณ์อ่ืน ๆ ควรทิ้ง

ไวข้ ้างหลัง และกาหนดนัดหมายใหน้ าไปสง่ ณ ทห่ี มายตอ่ ไป
7.4 การพรางบคุ คลและยุทโธปกรณม์ ีการผกู รดั ใหแ้ น่น
7.5 หลีกเล่ียงการยิงทดสอบ และการเคล่ือนย้ายที่ไม่จาเป็น หรือการกระทาใด ๆ ในลักษณะที่จะเป็นการ

เปดิ เผยใหท้ ราบถึงการเขา้ ตี
8. การดาเนนิ การเข้าตี
8.1 การเคลื่อนที่จากท่ีรวมพลไปยังแนวออกตี ส่วนลาดตระเวนมีเวลาพอท่ีจะบรรลุภารกิจของตนได้

กอ่ นท่ีหมวดจะเคล่ือนท่ีไป ถ้าพบท่ีต้ังคอยเหตุข้าศึกระหว่างทางจะต้องดูจนถึงเวลาที่ ผบ.ร้อย กาหนดให้ แล้วกาจัด
ยามคอยเหตนุ น้ั เสีย โดยวิธีเงียบที่สุดเท่าท่ีจะทาได้ แลว้ จงึ เคลือ่ นทต่ี ่อไปเพือ่ ปอู งกนั แนวปรับขบวน

- 89 -

หมวดจะเคล่ือนท่ใี นรปู ขบวนแถวตอนกองร้อย จากท่ีรวมพลไปยังจุดแยกหมวด ณ จุด แยกหมวด จะ
พบผู้นาทาง แล้วเคล่ือนที่ต่อไปตามเส้นทางท่ีกาหนดไปยังจุดแยกหมู่ ก่อนท่ีจะเคลื่อนที่ผ่านแนวออกตี จากจุดแยก
หมวดไปยงั จดุ แยกหมู่ จะตอ้ งจดั การระวงั ปอู งกนั ทางหนา้ และข้างให้เพยี งพอดว้ ย

8.2 การเคลื่อนท่ีจากแนวออกตีไปยังแนวปรับขบวน คงเคล่ือนท่ีต่อไปอย่างต่อเนื่องอัตราความเร็วในการ
เคลื่อนท่ตี ้องช้าพอเพ่ือให้เคลื่อนท่ีได้อย่างเงียบ ข้าศึกที่พบตลอดเส้นทางเคล่ือนที่ จะต้องกาหนดโดยวิธีซึ่งเงียบที่สุด
เท่าท่ีจะทาได้ ถ้ามีการยิงพลุส่องสว่างขึ้นแต่ละคนจะต้องหมอบลงทันทีและรอจนกว่าพลุจะไหม้หมด ณ จุดแยกหมู่
ผบ.หมวด จะมอบการควบคุมให้ ผบ.หมู่ ก่อนถึงแนวปรับขบวน แต่ละหมู่จัดรูปขบวนคร้ังสุดท้ายเป็นรูปขบวนหน้า
กระดาน ณ แนวปรับขบวน เจา้ หน้าที่ในส่วนลาดตระเวนช่วยเหลือ ผบ.หมู่ ในการวางกาลังของหมู่แล้วกลับไปยังหมู่
เดิมของตน หมู่ ปก. คงอยูใ่ นรูปขบวนแถวตอน และอยใู่ กล้ ๆ กับจดุ แยกหมู่

เมื่อหมวดจัดรูปขบวนเสร็จแล้ว ผบ.หมวด จะรายงานให้ ผบ.ร้อย ทราบทางโทรศัพท์, วิทยุ (ด้วยวิธี
ประมวลรหัสลับ) หรอื พลนาสาร

8.3 การเคลื่อนท่ีจากแนวปรับขบวนไปยังท่ีหมาย เม่ือได้รับคาส่ังจาก ผบ.ร้อย หมวดเคล่ือนที่ไปข้างหน้า
อย่างเงียบๆ รักษารูปขบวนแถวหน้ากระดานไว้ อาศัยหมวดหลักเป็นหมวดนา หมู่ ปก. คงอยู่ในรูปขบวนแถวตอน
และเคล่อื นที่ตามหมู่ ปล. ตามระยะท่ีกาหนดให้ การเคลือ่ นท่ีคงจะกระทาต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าข้าศึกจะทราบการเข้า
ตี การยงิ เพียงประปรายจากขา้ ศกึ ส่วนย่อย ๆ ไม่ควรจะโตต้ อบซึ่งทาใหเ้ สยี ผลการจู่โจม

ถ้าข้าศึกทราบการเข้าตี ให้เร่ิมตะลุมบอน อานาจในการเริ่มเข้าตะลุมบอนตามปกติจะมอบให้ถึง ผบ.
หมวด และในบางกรณีอาจมอบให้ถึง ผบ.หมู่ เมื่อถึงเวลาน้ีจะทาการยิงอย่างรุนแรงสิ่งที่สาคัญ คือ ต้องให้มีอานาจ
การยิงเหนือข้าศึก และดารงจากการยิงน้ีไว้ ผบ.หน่วย จะต้องปฏิบัติการอย่างห้าวหาญ เพ่ือเป็นการรักษารูปขบวน
และปูองกันการสูญเสยี อานาจการยิงและกาลังพลไม่ควรแบ่งรูปขบวนออกเป็นพวกย่อยๆ การใช้กระสุนส่องวิถีจะทา
ให้เปน็ การทาลายขวญั ขา้ ศกึ และเพ่มิ ความแมน่ ยา ทาการรอ้ งขอการยงิ ชว่ ยใหย้ ิงไปยังเปาู หมายท่ีกาหนดไว้ และยิงไป
ยังพื้นท่ีเพื่อสกัดให้ที่หมายอยู่โดดเดี่ยวเพื่อสนับสนุนการตะลุมบอน การส่องสว่างอาจขอได้เพ่ือให้ข้าศึกตาพร่า และ
ก่อใหเ้ กิดความสบั สนวุ่นวาย และช่วยให้ทาการเล็งยงิ ไดด้ ว้ ย

8.4 การจัดระเบียบใหม่และการเสริมความม่ันคง ณ ท่ีหมาย ทันทีเม่ือยึดท่ีหมายได้ ผบ.หมวด และ ผบ.
หมู่ต่าง ๆ กาหนดปีกของหน่วยตนตามที่สั่งไว้แล้ว วางการเชื่อมต่อกับหน่วยข้างเคียง อาวุธในอัตราและท่ีมาสมทบ
เคลื่อนทเี่ ข้าทต่ี ้ัง ตามทก่ี าหนดไวล้ ว่ งหน้าอยา่ งรวดเรว็ จัดวางยามส่วนระวงั ปูองกันเฉพาะบริเวณข้ึน จัดให้มีการรักษา
ความปลอดภัย ให้สามารถแจ้งเตือนการเข้าตีโต้ตอบของข้าศึกได้ จ่ายกระสุนด้วยการเฉล่ียตามความเหมาะสม
เจ้าหน้าท่ีหลักของหมวดซึ่งบาดเจ็บ จะต้องจัดทดแทนผู้บาดเจ็บส่งกลับไปข้างหลั ง ผบ.หน่วย ทุกคนรายงาน
สถานภาพ ผตน.ของ ค.และป.ร้องขอและปรบั การยิงต่อเปาู หมายข้าศึก และซอ่ นทางเคลอ่ื นที่ซึง่ ข้าศกึ นา่ จะใช้

- 90 -
รูปที่ 4 – 1 กองร้อยเข้าตดี ้วยรปู ขบวนแถวตอน หรือหมวดตามกนั

- 91 -
รูปที่ 4 – 2 กองร้อยเข้าตดี ้วยรปู ขบวนหน้ากระดาน หรอื หมวดตามกนั

- 92 -

คาถามทา้ ยบท

1. ความมงุ่ หมายของหมวดปนื เลก็ ในการเขา้ ตีกลางคืน มีอะไรบ้าง
2. การเข้าตเี วลากลางคนื กอ่ ให้ผู้เขา้ ตไี ดเ้ ปรียบในเร่อื งใดต่อขา้ ศึก
3. มว.ปล. ใช้เทคนิคในการเข้าตีเวลากลางคืน โดยฝุายเข้าตีพยายามรักษาความลับ และการใช้การจู่โจมเข้า
ประชิดขา้ ศกึ กอ่ นทีข่ า้ ศกึ จะทราบถือวา่ การปฏิบตั ิ แบบนเี้ ป็นการใชเ้ ทคนคิ ในการเขา้ ตแี บบใด
4. อะไรเป็นหัวใจของความสาเรจ็ ในการเขา้ ตีเวลากลางคนื
5. จุดออกตี คือ จดุ ซึ่งกาหนดขึ้นล่วงหน้าบนแนวออกตี เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและประสานงานในการ
เคลอ่ื นที่ อยากทราบว่า จุดออกตีน้ี ใครเป็นผเู้ ลอื ก
6. จดุ ซึง่ กาหนดไวล้ ว่ งหน้าบนพ้ืนดิน เปน็ จุดที่ ผบ.มว. จะมอบการควบคุมหมู่ให้กับ ผบ.หมู่ เพื่อ ผบ.หมู่ จะ
ได้นาหมู่เคลื่อนท่ตี อ่ ไปยงั แนวปรับรูปขบวน จุดนีม้ ชี อ่ื เรยี กว่าจดุ อะไร
7. แนวปรับรปู ขบวน เป็นแนว เป็นแนวที่ ผบ.รอ้ ย กาหนดขึน้ เพื่อใชป้ รับขบวนครัง้ สดุ ทา้ ยก่อนท่ีกองร้อยจะ
เคลอ่ื นท่ีต่อไปในรปู ขบวนหนา้ กระดาน เพ่อื เตรยี มการตระลุมบอน แนวน้จี ะอยู่หา่ งจากท่ีหมาย ในระยะเท่าไร
8. ทีร่ วมพล ท่ีเลอื กไวส้ าหรบั การเข้าตเี วลากลางคนื ควรมีลกั ษณะอยา่ งไร
9. เส้นทางในการเคล่ือนในการเข้าตีเวลากลางคืน จากที่รวมพลไปถึงจุดแยกหมวด อยากทราบว่าใครเป็นผู้
เลือกเส้นทางน้ี
10. การใช้รูปขบวนในการเคลื่อนที่ของหมวดจากท่ีรวมพลไปยังจุดแยกหมู่จะใช้รูปขบวนหมวดแถวตอน
อยากทราบว่า จากแนวปรับรปู ขบวนขน้ึ ไปยงั ท่ีหมายของหมวด จะใชร้ ปู ขบวนใด

- 93 -

บทท่ี 5
การตัง้ รบั

1. กล่าวนา
การตง้ั รบั คอื การใช้เคร่อื งมอื และวิธกี ารท้ังมวลทม่ี อี ยู่ เพอ่ื ปอู งกนั ตา้ นทานหรือทาลายการเข้าตีของข้าศึก

ด้วยการยึดภมู ิประเทศไว้ การปฏิบตั ิการในลักษณะนี้ เรียกว่าการต้ังรบั
2. ความมุง่ หมาย
2.1 เพอ่ื รอโอกาสท่ีจะกลบั มาเป็นฝาุ ยรกุ
2.2 เพอ่ื ออมกาลงั ในพื้นทีแ่ หง่ หน่งึ และนากาลังส่วนใหญไ่ ปปฏิบตั กิ ารรบในพ้ืนทแ่ี ตกหัก
2.3 เพ่อื ทาลายหรือใหข้ า้ ศึกเขา้ มาในพนื้ ท่ีที่เราตอ้ งการ
2.4 เพอื่ ลดขดี ความสามารถในการรบดว้ ยวธิ ีรุกของขา้ ศึก
2.5 เพ่ือขดั ขวางขา้ ศกึ ท่จี ะเขา้ มาสู่พื้นทสี่ าคัญ
3. ลาดับขัน้ ตอนของงานในการตง้ั รบั ตามทก่ี าหนดไว้ใน รปจ. ของหมวด
การปฏิบัติการรบด้วยวธิ ีรับ
ลาดบั ขนั้ ตอนมาตรฐานของหมวดปนื เล็กในการปฏบิ ตั ิการรบดว้ ยวธิ ีรบั ประกอบดว้ ย การวางแผน การ

ตกลงใจ และการปฏบิ ตั ิ โดยยดึ ถอื เอาตามการตกลงใจในขั้นการปฏิบัติที่สาคญั ๆ ของผู้บงั คับหมวดเป็นหลกั ลาดับ
ขนั้ ตอนที่เป็นมาตรฐานดังกล่าว ได้แก่

3.1 การเตรยี มกาลังเข้าทาการรบ ผบู้ ังคบั หมวดได้รบั คาสงั่ เตอื น หรอื คาสง่ั ยุทธการจากผ้บู งั คกั องร้อย
แลว้ ปฏิบัติดังนี้

1) รีบออกคาส่ังเตือน
2) ผบู้ ังคับหมวดเรมิ่ วางแผนขน้ั ตน้ โดยการประมาณสถานการณ์และการวิเคราะห์ปัจจยั METT – T
3) หากสามารถทาได้ ผู้บังคบั หมวด (และผ้บู งั คับหมู่ ) ทาการลาดตระเวนตรวจภมู ิประเทศพืน้ ทีต่ ้ังรับ
และเส้นทางไปยงั พ้นื ทต่ี ัง้ รับ การลาดตระเวนดงั กล่าวต้องมชี ดุ ระวงั ปูองกนั อย่างน้อยที่สุดสองคน

- การลาดตระเวนตรวจภมู ปิ ระเทศของผูบ้ ังคับหมวด จะต้อง
3.1) ดารงการระวังปูองกันตลอดเวลา
3.2) ตรวจสอบวา่ มีที่ตั้งข้าศึก หรอื ร่องรอยการปฏิบัตขิ องข้าศกึ ท่ผี า่ นมา เครื่องกีดขวาง กบั ระเบิด
แสวงเครื่อง หรือมพี นื้ ทเ่ี ปื้อนพิษ นชค. หรือไม่
3.3) ตกลงใจหรอื ปรบั แก้ที่ตั้งและเขตการยิงของหมู่ ตามที่กาหนดไว้แลว้ ในแผนข้ันต้น (โดยปกติ
ผู้บังคับหมวดจะกาหนดและปรับแกท้ ี่ตง้ั ยิงปืนกล และอาวุธต่อสู้รถถงั ด้วย) ผูบ้ งั คับหมวดอาจปรับแก้แผนของตนตาม
ความจาเป็น ข้ึนอยู่กบั การวิเคราะหแ์ ละประเมินค่าปจั จยั METT – T เพ่มิ เติม
3.4) หลงั จากชุดลาดตระเวนของหมวดกลับมาแลว้ ผู้บงั คับหมวดจะจัดตง้ั ชดุ เฝูาตรวจและนาทางไว้
ตามแนวเสน้ ทางเคลอ่ื นท่ี เพื่อให้การระวังปอู งกันและนาทางในการเคล่ือนที่เข้าสู่พ้นื ทต่ี ั้งรับของหมวด
4) จากผลการลาดตระเวน และข่าวสารอ่ืน ๆ ท่ีไดร้ บั เพิ่มเตมิ ผู้บังคับหมวดจะทาแผนสมบูรณ์ และออก
คาสั่งแก่หนว่ ยรองต่อไป
5) ผู้บังคับหมูท่ กุ คนตรวจ (รองผบู้ งั คับหมวดสุ่มตรวจ) อาวุธ เครอ่ื งมือส่ือสาร และชิน้ ส่วนประกอบ
ตา่ ง ๆ เพื่อใหม้ ่นั ใจว่า มีครบและใชก้ ารไดท้ ้งั เป็นบุคคลและเป็นหนว่ ย
6) รองผู้บงั คับหมวดตรวจสอบ สป.5 สป.1 น้า และ สป.สายแพทย์ท่ีมีอยู่ และทผ่ี ู้บังคับหมวดกาหนดให้
มี (หมวด และหมู่ปืนเล็กควรวางแผน เบกิ – รับ สป.5 อกี 1 อัตรามูลฐาน สาหรับวางไว้บนแนวต้งั รับดว้ ย)

- 94 -

7) ทหารทกุ คนทาการพรางตนเอง และอาวุธยทุ โธปกรณใ์ หก้ ลมกลนื กบั ภูมปิ ระเทศ
8) หมวดทาการซักซ้อมการปฏิบตั ิ โดยซกั ซ้อมกิจสาคัญ (critical tasks) ก่อนเปน็ ลาดับแรก

8.1) ผู้บงั คับหมวดทาการตรวจข้นั สดุ ทา้ ยต่ออาวุธ (ทดสอบการยิงหากทาได)้ ยทุ โธปกรณแ์ ละ
เครอื่ งมือเครอื่ งใช้ (รวมท้ังตรวจสอบระบบการติดต่อส่ือสาร) และตรวจเปน็ บุคคล (รวมท้ังตรวจการพราง) รองผู้
บงั คบั หมวดกากับดแู ลอยา่ งใกล้ชิดในเร่ือง แผนการบรรทุกเปน็ บุคคลของทหาร เพื่อให้มัน่ ใจว่าทหารแต่ละคนมี
สง่ิ ของทจี่ าเป็นตามทีก่ าหนดไว้ใน รปจ. และไมม่ ากจนเกนิ ความจาเปน็

8.2) หากมกี ารจดั สว่ นล่วงหน้า ผู้บังคับหมวด รองผบู้ ังคบั หมวด และ ผบ.สว่ นล่วงหน้า (ตามปกติจะ
เป็นผบู้ งั คบั หม่ปู ืนเล็กคนใดคนหน่งึ ) ทาการตรวจการปฏิบัติของสว่ นลว่ งหนา้ และแจกจ่ายสิ่งอปุ กรณ์ เครอ่ื งมือ
เครื่องใช้ท่ีจาเป็น (เชน่ ขาทราย และหลักเขตการยิง เป็นต้น) (ดูบทท่ี 5)

9) หากไม่อยูร่ ะหวา่ งเคล่ือนท่ี ผู้บังคบั หมวดจะเป็นผรู้ เิ ร่ิมการเคลื่อนยา้ ยท่จี าเปน็ ของหมวด
3.2 การเคล่อื นท่ีไปยังที่มัน่ ต้งั รบั ใชห้ ลักพนื้ ฐานของการเคลื่อนย้ายดงั น้ี

1) ใชเ้ สน้ ทางทม่ี ีการกาบงั และซอ่ นพราง
2) หลกี เล่ยี งพน้ื ที่ท่ีอาจถูกซุม่ โจมตี
3) เน้นวินัยการพราง การใช้เสียง และแสง
4) ดารงการระวงั ปูองกันรอบตัว รวมทัง้ ยามเฝูาตรวจทางอากาศ
5) ใชร้ ปู ขบวนและเทคนิคการเคลอ่ื นที่ตามปัจจยั METT – T
3.3 สถาปนาท่ีม่ันต้ังรับ หมวดปืนเลก็ หยดุ การเคลอ่ื นท่ีกอ่ นถงึ ทีม่ น่ั ต้ังรับเล็กน้อย โดยใช้ภูมปิ ระเทศท่ีให้การ
กาบงั และซ่อนพราง หลงั จากน้นั จัดต้ังชดุ ระวงั ปอู งกนั เฉพาะบริเวณบนแนวที่มั่น
1) ผู้บงั คบั หมวดและผบู้ งั คับหมู่ พร้อมด้วยชดุ ระวังปูองกัน (อย่างน้อย 2 คน) เคล่ือนที่ไปยงั ชุดระวัง
ปูองกันเฉพาะบริเวณบนแนวที่ม่นั

- ผบู้ งั คับหม่กู ลับมายงั ทีต่ ้ังหมวด แลว้ นากาลังแต่ละหมปู่ นื เล็กขน้ึ ไปยังแนวท่มี ัน่ ตง้ั รับกาหนด
2) เมือ่ วางกาลังในทม่ี ัน่ ตัง้ รับแลว้ ผบู้ ังคบั หมวดปืนเลก็ กากบั ดแู ลให้หน่วยปฏิบัติตามลาดับความเร่งด่วน
ของงานที่กาหนด

2.1) ลาดับความเรง่ ด่วนของงานในกาตัง้ รบั ของหมวดปนื เล็ก
(1) จดั ส่วนระวังปอู งกนั เฉพาะบรเิ วณ
(2) กาหนดท่ีตัง้ ยงิ ใหอ้ าวุธตอ่ สู้รถถัง ปืนกล และหมู่ปนื เล็ก พร้อมกบั มอบเขตการยิงใหด้ ้วย
(3) กาหนดทต่ี งั้ ยงิ ให้กับหน่วยหรืออาวธุ อน่ื ๆ ท่มี าสมทบกบั หมวด
(4) จัดต้งั ท่ีบังคับการหมวด และวางการตดิ ตอ่ สื่อสาร
(5) กาหนดแนวยงิ ฉากปอู งกนั ข้นั สดุ ทา้ ย และการยงิ ฉากปอู งกันขั้นสุดท้ายให้กบั อาวธุ ต่างๆ
(6) ประสานงานกบั หน่วยข้างเคียง ซ้าย ขวา หนา้ และหลัง
(7) ดดั แปลงทีม่ ่นั หลัก
(8) วางเครอ่ื งกีดขวาง และสนามทุ่นระเบดิ
(9) กาหนดหรอื ปรับปรงุ จุดอา้ งเปาู หมาย และมาตรการควบคุมการยิงอื่นๆ
(10) ปรบั ปรุงท่ีม่นั ต้ังรับหลัก เชน่ ทก่ี าบงั เหนอื ศรษี ะ
(11) ดัดแปลงท่มี ัน่ สารอง และท่ีมัน่ เพมิ่ เติมตามลาดบั
(12) จดั ทาแผนการพกั ผอ่ น
(13) ลาดตระเวนเสน้ ทาง
(14) ซักซ้อมการต้งั รับ การผละจากการรบ และการตีโต้ตอบ

- 95 -

(15) ปรบั เปลี่ยนที่มน่ั ตัง้ รับ หรอื มาตรการควบคมุ ตามความจาเป็น
(16) รวบรวมกระสนุ อาหาร และน้าที่มอี ยู่
(17) ขุดคตู ิดต่อใหเ้ ชอื่ มตอ่ ทุกหลมุ บคุ คล
(18) ปรับปรุงทีม่ น่ั ตั้งรับตอ่ ไป
2.2) ลาดบั ความเร่งดว่ นของงานในกาตงั้ รับของหมปู่ นื เล็ก
(1) จัดกาลงั ระวังปูองกัน หนา้ ที่มนั่ ของหมู่ทนั ที
(2) นาทหารและอาวธุ เข้าที่วางตวั มอบเขตการยงิ
(3) ถากถางพน้ื ยิง
(4) ทาแผ่นจดระยะ
(5) เตรยี มทม่ี ัน่ ตอ่ สู้ (ท่วี างตวั )
(6) วางสายโทรศพั ท์
(7) วางเครื่องกีดขวาง
(8) ปรบั ปรุงที่มัน่ ตอ่
(9) เตรียมท่ีม่นั เพิ่มเตมิ
(10) สะสมกระสุน นา้ อาหาร
2.3) นอกจากนนั้ แล้วผู้บงั คบั หมวดควรปฏบิ ตั เิ พิ่มเติมดงั นี้
(1) เดินออกไปหน้าแนวถา้ ทาได้ แลว้ มองย้อนกลบั มายงั แนวทม่ี ่ันเพื่อตรวจสอบการพราง และ
พน้ื ที่อบั กระสนุ สง่ิ สาคญั ทส่ี ุดของทมี่ ั่นรบทหารราบคือ จะตอ้ งไม่ถูกตรวจพบก่อนเวลาอันควร
(2) ตรวจการสรา้ งลวดหนามและสนามทนุ่ ระเบิด ให้แน่ใจไดว้ า่ แนวลวดหนามปอู งกนั ตนอยหู่ ่าง
จากแนวทม่ี ่ันพน้ ระยะขวา้ งลูกระเบดิ และแนวลวดหนามยุทธวิธีวางถัดจากแนวยิงฉากปูองกันข้นั สดุ ท้ายเขา้ มาทาง
แนวท่ีมัน่ ฝาุ ยเรา
(3) ชแ้ี จงเพม่ิ เติมแกร่ องผู้บังคบั หมวดเรือ่ งแผนการสง่ กาลังบารงุ (รวมทง้ั การส่งกาลงั สป.
เพิ่มเติม และเส้นทางการส่งกลบั ผูป้ วุ ยเจ็บ)
(4) ออกคาสั่งสุดท้ายของหมวด (กรณีท่ีมีการแก้ไข) และตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของทหาร
(ทหารทกุ คนต้องทราบหน่วยทหารฝุายเดียวกนั ท่ีอยดู่ า้ นหนา้ ที่มัน่ ต้ังรบั เช่น หนว่ ยลาดตระเวน เฝูาตรวจต่าง ๆ) และ
เส้นทางทห่ี นว่ ยเหลา่ นน้ั จะเคลื่อนท่กี ลับมา รวมทง้ั ต้องทราบสัญญาณและเงือ่ นไขต่าง ๆ ในการเรมิ่ ยิง ยา้ ยการยิง ยงิ
ฉากปูองกนั ขน้ั สุดทา้ ย และหยดุ ยิง การเขา้ ประจาที่มน่ั สารอง และท่ีม่ันเพิ่มเติม เป็นต้น
(5) หมวดปืนเลก็ ปรับปรุงที่มั่นตงั้ รบั อยา่ งต่อเน่ือง

3.4 การคน้ หาที่ต้งั ขา้ ศึก หมวดปืนเลก็ จัดตัง้ และดารงจดุ ตรวจการณแ์ ละทาการลาดตระเวนระวงั ปอู งกัน
ตามที่ผู้บังคบั กองร้อยกาหนด การคน้ หาที่ตง้ั ขา้ ศึกทาไดโ้ ดยการลาดตระเวน การตรวจการณ์ การเหน็ และการได้ยิน
ของทหารเป็นบุคคล ด้วยการใชเ้ ครอื่ งมือเฝูาตรวจเวลากลางคนื กล้องส่องสองตาและเชลยศกึ เพ่ือตรวจจบั การเข้ามา
ของข้าศึก

3.5 การปฏิบตั เิ มือ่ ปะทะข้าศึก ทนั ทีท่คี ้นพบข้าศึก ผูบ้ งั คับหมวดควรปฏบิ ัตดิ ังน้ี
- แจง้ เตอื นผู้บังคับหมู่ รองผ้บู ังคบั หมวด และผ้ตู รวจการณห์ นา้ ท่ีมาประจาอยู่ด้วย ให้พร้อมปฏิบัติ
- รายงานสถานการณใ์ ห้ผบู้ ังคบั กองรอ้ ยทราบ
- เรียกกาลังพลทป่ี ระจาท่ตี รวจการณก์ ลบั เข้าที่มนั่ แต่ผบู้ ังคับหมหู่ รอื ผูบ้ ังคบั หมวดอาจตดั สินใจให้

กาลงั พลประจาอยู่ ณ ทตี่ รวจการณ์ต่อไป หากยังคงสามารถยิงทางปีกอย่างมีประสิทธิภาพ และท่ีตงั้ ทีต่ รวจการณ์
สามารถให้การกาบงั /ซอ่ นพรางได้ และท่ีสาคญั คอื หากเรียกกาลงั พลกลบั เขา้ ท่ีม่นั จะเป็นการเปิดเผยใหข้ ้าศกึ รู้แนวท่ี


Click to View FlipBook Version