- 96 -
ม่ันตั้งรับของฝุายเรา
- รอ้ งขอและปรบั การยิงอาวธุ ยงิ เลง็ จาลอง เมื่อข้าศึกเขา้ มาอยู่ในระยะท่สี ามารถทาการยงิ ทาลายได้
สูงสุด
- เร่มิ ทาการยงิ อาวุธยงิ เล็งตรง ตัง้ แตร่ ะยะไกล ในเขตของหมวดตามคาส่ังของผูบ้ ังคับกองร้อย
- กาลงั พลทกุ สว่ นกลบั เขา้ ประจาทม่ี น่ั ตงั้ รับของตน และพร้อมรับคาส่งั จากผ้บู ังคับหมวดตอ่ ไป
3.6 การดาเนินการตงั้ รบั ผู้บงั คับหมวดพจิ ารณาว่าจะสามารถทาลายกาลังขา้ ศึกจากท่ีมน่ั ตั้งรบั ปจั จบุ ันได้
หรือไม่
1) หากคาตอบคือ “ได้” หมวดปืนเล็กจะทาการสู้รบต่อไป
1.1) ผบู้ ังคับหมวดหรือผตู้ รวจการณ์หน้า ยงั คงรอ้ งขอและปรับการยิงอาวธุ ยงิ เลง็ จาลองตอ่ ไปใน
ขณะท่ขี า้ ศึกเคล่อื นท่ีใกล้เข้ามา หมวดปนื เล็กจะเปิดฉากการยงิ เลง็ ตรงตอ่ เมอื่ ข้าศึกเข้ามาอยู่ในระยะยิงหวังผลสูงสดุ
โดยเปิดฉากการยิงและรวมอานาจการยิงในเวลาเดียวกนั เพ่ือจูโ่ จมต่อขา้ ศึก อาวุธท่ีมรี ะยะยิงไกลจะวางแผนการยงิ
รว่ มกบั เครอื่ งกีดขวาง เพ่ือทาลายรูปขบวนการเคลื่อนท่ี หน่วงเหน่ยี วการเคลอื่ นท่ี (channelize) ของข้าศกึ เข้าส่พู ื้นที่
เตรียมทาลาย (engagement area) ปูองกันหรอื จากัดขีดความสามารถของข้าศึกในการตรวจการณต์ ่อท่ตี ัง้ หน่วย
ทหารฝาุ ยเราใหเ้ หลอื น้อยทส่ี ุด และยิงทาลายเมอื่ ขา้ ศึกพยายามจะทาการเจาะผา่ นเคร่ืองกีดขวางทางยทุ ธวิธี ของฝุาย
เรา
1.2) ผบู้ งั คบั หนว่ ยตา่ ง ๆ ควบคุมการยิงของหนว่ ยดว้ ยคาสัง่ ยงิ มาตรฐาน พลุสญั ญาณและสญั ญาณ
ตา่ ง ๆ ทก่ี าหนดไวแ้ ลว้ ล่วงหน้า หมวดปนื เลก็ เพม่ิ ความรุนแรงของอานาจการยงิ โดยการเพม่ิ อาวธุ อืน่ ร่วมทาการยงิ
เมอ่ื ข้าศึกเข้ามาอยู่ในระยะยิงของอาวธุ เหลา่ นัน่ ผูบ้ ังคับหมู่จะสามารถรักษาอัตราการยงิ ภายในหมใู่ ห้ต่อเน่ืองได้โดย
การจัดทหารเป็นทีมคู่ (buddy team) เพ่ือผลดั เปลยี่ นกันยิงในขณะท่ีคนใดคนหน่ึงจาเป็นตอ้ งหยดุ ยงิ เชน่ ขณะ
เปล่ียนซองกระสุน เป็นต้น
1.3) ในการวางอานาจการยิงและควบคุมการยงิ ผูบ้ ังคับหมวดและผ้บู งั คับหมคู่ วรพจิ ารณาสิง่ ตา่ ง ๆ
ดังน้ี
- ระยะจากอาวุธถงึ ข้าศกึ
- ลาดบั ความสาคญั ของเปาู หมาย (จะยิงอะไร ยงิ เมอ่ื ไหร่ และยงิ ทาไม)
- เปาู หมายท่ีอยู่ใกล้ท่ีสุดหรอื ท่ีอนั ตรายท่ีสุด
- การย้ายการยิง (shift fire) เพอ่ื รวมอานาจการยงิ บรเิ วณใดบรเิ วณหนึ่ง ตามความริเริม่ ของ
หน่วยเอง หรอื ตามคาสงั่ ของหน่วยเหนอื
- ขดี ความสามารถของหมวดในการยงิ ต่อทหารราบยานเกราะทล่ี งรบเดนิ ดินดว้ ยการยงิ กวาด
- ขดี ความสามารถของหมวดในการใชอ้ าวุธต่อสู้รถถังทางปีก เพ่อื ทาลายยานรบข้าศกึ
1.4) เมือ่ ขา้ ศึกเขา้ มาใกล้แนวลวดหนามปอู งกันตน ผู้บังคับหมวดจะเริ่มการยงิ ฉากปอู งกันขนั้
สุดทา้ ย (final protective fire – FPF) การปฏบิ ตั ติ ่าง ๆ จะเกดิ ข้ึนพร้อมกันดงั น้ี
- ปนื กล และอาวุธอัตโนมัติทาการยิงในแนวทิศทางยิงหลัก (principle direction of fire – PDF )
หรือยิงในแนวปูองกันขน้ั สดุ ท้าย (final protective line – FPL) ตามที่กาหนดแนวไว้และวางแผนการยิงไว้แลว้
อาวุธอนื่ ๆ ทาการยงิ ในแนวทิศทางยงิ หลักที่กาหนดไว้ เครื่องยงิ ลกู ระเบิด M.203 ยงิ ข้าศกึ บรเิ วณพ้นื ท่ีอับกระสนุ
และข้าศึกที่กาลังพยายามเจาะผา่ นแนวลวดหนามปูองกนั ตน
- ใชท้ ่นุ ระเบิดสังหารบคุ คลเคลย์โม และลูกระเบิดขว้าง
- รอ้ งขอการยิงฉากปูองกันขัน้ สุดทา้ ยดว้ ยอาวธุ ยิงเล็งจาลอง หากหนว่ ยเหนอื วางแผนไว้ให้
1.5) หมวดปนื เลก็ ดาเนินการตงั้ รับตอ่ ไปจนกวา่ จะผลักดันขา้ ศกึ ได้ หรือจนกวา่ จะได้รบั คาสง่ั ใหผ้ ละ
- 97 -
จากการรบ
2) หากคาตอบคือ “ไม่ได้” ผบู้ ังคับหมวดปฏิบตั ิดงั น้ี
2.1) รายงานสถานการณ์ใหผ้ ู้บังคบั กองร้อยทราบ
2.2) ทาการยิงต่อไป หรือเปลยี่ นยา้ ยที่มั่นของหมวด (หรือหมูใ่ ดหม่หู นงึ่ /หลายหมภู่ ายในหมวด
ทงั้ นตี้ ามคาส่งั ของผู้บังคับกองรอ้ ยเทา่ นั้น เพ่ือ
2.3) ทาการยิงภายในทมี่ ั่นของหมวด (พน้ื ทเ่ี ตรยี มทาลาย : engagement area)
2.4) เข้าประจาทม่ี น่ั เพม่ิ เติม
2.5) เพิ่มเติมกาลงั ให้กบั สว่ นอ่ืนของกองร้อย
2.6) ตีโตต้ อบเฉพาะจุดใดจดุ หนงึ่ เพ่ือแย่งยดึ ท่ีมั่นคนื
2.7) ผละออกจากท่ีมนั่ ซึ่งไม่สามารถตัง้ รับต่อไปได้ ด้วยการยิงประกอบการเคลอ่ื นท่ีผละออกจาก
ขา้ ศึก (ผู้บังคบั หมวดจะไมผ่ ละออกจากท่ีมั่น หากพจิ ารณาเหน็ ว่าจะทาใหส้ ูญเสยี ความเปน็ ปกึ แผ่นของกองร้อย การ
เปลี่ยนยา้ ยที่ม่นั ของหมวดหรือหมู่ จะต้องมีการซักซ้อมการปฏบิ ตั อิ ยา่ งละเอยี ด)
หมายเหตุ : ในการเคลือ่ นท่ผี ละออกจากทมี่ นั่ ตั้งรับ หมวดปนื เลก็ ตอ้ งใช้อานาจการยงิ ท้ังสิ้นทีม่ ีอยู่ ทั้งเลง็ ตรงและเล็ง
จาลองทาการยิงกดข้าศึกไว้ใหไ้ ด้นานพอท่จี ะให้หมวดปืนเล็กเคล่อื นที่ออกจากทม่ี ัน่ ได้ทั้งหมด
2.8) การเสรมิ ความมัน่ คงและจัดระเบียบใหม่
(1) หมวดปืนเลก็
- จดั ส่วนระวังปูองกันขนึ้ ใหม่
- จดั พลประจาอาวุธที่สาคัญ
- ปฐมพยาบาลผบู้ าดเจ็บ และเตรียมส่งกลบั สายแพทย์
- ซ่อมเคร่ืองกีดขวางทช่ี ารดุ และวางทุน่ ระเบดิ เคลยโ์ ม รวมทง้ั ลวดสะดดุ ตา่ ง ๆ ทดแทน
- เฉลยี่ และแจกจ่ายกระสนุ และสิง่ อปุ กรณต์ า่ ง ๆ
- เปลยี่ นที่ตงั้ ยิงอาวธุ สาคัญที่คาดวา่ ข้าศึกทราบท่ีตัง้ แล้ว ระหว่างเข้าตี และปรบั เปล่ียนท่ี
มนั่ ตัง้ รับ เพื่อใหส้ ามารถช่วยเหลือซ่งึ กันและกันได้
- จัดตง้ั ข่ายการติดต่อสอ่ื สารขึ้นใหม่
- เข้าประจาที่มนั่ ต้ังรับ ปรบั ปรงุ หลุมบคุ คล และเตรียมการตง้ั รับตอ่ ไป
(2) ผบู้ งั คบั หมแู่ ละหวั หน้าชดุ ยิง รายงานสถานภาพกระสนุ ผูบ้ าดเจบ็ และเคร่ืองมือเครื่องใช้
ให้ผบู้ งั คบั หมวดทราบ
(3) ผูบ้ ังคบั หมวด
- สถาปนาสายการบงั คับบญั ชาขึ้นใหม่
- ดาเนนิ การเร่ืองกระสุน ผบู้ าดเจบ็ และเคร่ืองมือเคร่ืองใช้แกห่ มูป่ ืนเล็ก และรายงาน
สถานภาพให้ผ้บู งั คับกองร้อยทราบ
(4) รองผบู้ ังคับหมวด ประสานงานการส่งกาลังเพ่ิมเติม และกากับดูแลการปฏิบัตติ ่อผ้บู าดเจ็บ
และเชลยศึกใหเ้ ปน็ ไปตามแผน
(5) หมวดปนื เล็กปรับปรงุ ท่ีมน่ั ตง้ั รับต่อไป รบี จัดตั้งที่ตรวจการณ์ ทีฟ่ ังการณ์ และลาดตระเวน
ตามแผนภารกจิ ของ มว.ปล. ในการตง้ั รบั
- ยับย้งั ขา้ ศกึ .....ด้วยการยิงหนา้ ท่มี ่นั
- ผลักดันข้าศกึ .....ด้วยการรบประชิด
- 98 -
รปู ท่ี 5 – 1 ภาพรา่ งสนามรบ
4. มาตรการควบคมุ
ผู้บังคับหมวดใช้มาตรการควบคุม เพ่ือกาหนดความรับผิดชอบ ประสานการยิงและการดาเนินกลยุทธ์
ควบคุมการปฏิบัติการรบและเพื่อให้หน่วยรองมีความเข้าใจแนวความคิดในการปฏิบัติของหมวดอย่างชัดเจน
นอกจากนี้มาตรการควบคุมยังมีไว้เพ่ือให้ม่ันใจว่า ได้มีการวางอานาจการยิงอย่างท่ัวถึงทั่วท้ังพื้นที่รับผิดชอบของ
หมวด มกี ารวางท่มี ั่นรบขัน้ ตน้ และกาหนดขนั้ ตอนการดาเนินกลยทุ ธข์ องหมู่ปืนเลก็ อยา่ งเหมาะสม
- มาตรการควบคุมที่เป็นสัญลักษณ์ ใช้ในการตั้งรับประกอบด้วย เขตปฏิบัติการ (sectors) ท่ีม่ันรบ
(battle positions) เส้นแบ่งเขต จดุ ตดิ ตอ่ จดุ ประสานการปฏบิ ัติ ขอบหน้าพ้ืนที่การรบ จุดต้านทานแข็งแรง (strong
points) จุดอ้างอิงเปูาหมาย (target reference point : TRP) ที่รวมพล แนวขั้น จุดส่งผ่าน หรือช่องทางส่งผ่าน
จดุ แยก และพน้ื ที่โจมตี
4.1 หลกั ปฏิบตั ทิ ัว่ ไป
- หมู่ ปล./หมู่ ปก. ปฏบิ ตั กิ ารต้งั รับโดยเปน็ สว่ นหนง่ึ ของ มวปล.
- ไดร้ บั มอบพืน้ ท่ี กวา้ งดา้ นหนา้ ไม่เกิน 100 ม.
- ถ้ามี อว. ยงิ สนับสนนุ มาตั้งยิงในพ้ืนที่ จะได้รบั มอบพ้ืนท่ีเพิ่ม 25 ม.
- หลุมบุคคลทไ่ี ดร้ บั มอบจาก มว.ปล. โดยปกตจิ ะเป็นหลมุ บคุ คลคู่
- ระยะหา่ งของหลมุ บุคคล ประมาณ 5 - 20 ม.
- ภมู ิประเทศปกปดิ หลุมเดีย่ ว ห่างกนั ประมาณ 5 ม. หลมุ คู่ ห่างกนั ประมาณ 10 ม.
- ภมู ปิ ระเทศโล่งแจง้ หลุมเดี่ยว หา่ งกันประมาณ 10 ม. หลมุ คู่ หา่ งกันประมาณ 20 ม.
4.2 เมอื่ ผบ.หมู่ ไดร้ ับคาสง่ั จาก ผบ.มว. แล้ว
- ทาการตรวจภูมิประเทศ บรเิ วณพื้นที่ทไ่ี ดร้ ับมอบ
- ประสานงานกับหนว่ ยขา้ งเคยี ง
- 99 -
- ทาคาส่ังยุทธการ และออกคาสงั่ แก่หมู่
4.3 เมอ่ื ผบ.หมู่ ไดอ้ อกคาส่งั ให้กบั หมูข่ องตนแลว้ ตอ้ งปฏิบัตดิ ังน้ี
- นากาลังเขา้ พ้นื ท่ีวางตวั
- จัดยามคอยเหตุ (สว่ นระวังปอู งกนั ) อย่างน้อย 1 นาย
- ให้ทหารขดุ หลมุ บุคคล
- มอบเขตการยงิ ใหท้ หารแต่ละคน ใหค้ าบทับกัน
- ให้ทหารทาการพรางหลุมบคุ คล/ยุทโธปกรณ์ และถากถางพนื้ ทยี่ ิง
- ให้ทหารทาแผ่นจดระยะ/ผบ.หมู่ ทาแผนการยงิ ของหมู่ (ภาพรา่ ง)
- จัดเตรียมหลกั ฐานการยงิ ในเวลากลางคืน ดังน้ี
1) เตรียมไม้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า .50 นิ้ว คนละ 4 ท่อน ๆ ละประมาณ 1 ม. (ใช้ปัก
เพ่ือหมายทศิ ทางยงิ และเขตการยงิ )
2) เตรียมไม้ที่มีความแข็งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1 นิ้ว เพ่ือใช้เป็นคานพาดปืน ความยาว
ขนาดหลมุ บคุ คล หลุมละ 1 ทอ่ น
3) เตรียมไม้ง่ามที่มีความแข็งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 1 น้ิว เพื่อใช้รองรับพานท้ายปืนและ
คานพาดปนื หลมุ ละ 4 อนั
4.4 ทีอ่ ยขู่ อง ผบ.หมู่ ในระหวา่ งการตง้ั รับ
- อยูใ่ นท่ีสามารถตรวจการณเ์ หน็ ได้ทั่วทัง้ หมู่
- สามารถติดต่อกบั ผบ.มว. ได้ตลอดเวลา
- สามารถควบคุมการยิงได้ทัว่ ทง้ั หมู่
- ปกติ จะไม่ทาการยิง เว้นแต่...ข้าศึกเข้ามาในระยะประชิด/เพื่อช้ีเปูาหมาย และใช้เป็นสัญญาณ
ภายในหมู่
4.5 หน้าทขี่ อง ผบ.หมู่ ในระหวา่ งจดั เตรียมท่มี น่ั ของหมู่
- กากบั ดแู ล การจดั เตรยี มท่มี ัน่
- กากบั ดูแล การจดั ทาแผ่นจดระยะ
- กากับ ดแู ล การจัดทาเขตการยิง
- กากับ ดูแล การจดั ทาหลกั เล็งหมายเขตและเตรยี มการยิงในเวลากลางคืน
- กากบั ดูแลการถางถางพื้นยงิ
4.6 การปฏบิ ัติการตง้ั รบั ของหมู่
- ทาการยิงข้าศกึ ทเ่ี ขา้ มาในระยะยงิ หวงั ผลของอาวุธแต่ละชนดิ
- ตรวจการณ/์ ค้นหาขา้ ศึก ขา้ งหนา้ พ้ืนทท่ี ่ีรบั ผดิ ชอบ
- ถ้าข้าศึกยังไม่หยุดการเคล่ือนที่เข้าหาฝุายเรา และเข้ามาในระยะท่ีจะเป็นอันตรายต่อที่ม่ันให้ขอ
อนมุ ัติถอนยามคอยเหตุ และทาการยิงหนาแนน่ ขน้ึ
- ถา้ ข้าศกึ เข้ามาใกลแ้ นวทีม่ นั่ ในระยะประมาณ 200 ม. ใหร้ อ้ งขอการยงิ ปอู งกนั ขัน้ สดุ ท้าย
- ปล./ปลก. ทาการยิงในเขตการยงิ ของตนเอง
- เอม็ 203 ทาการยิงเปน็ พนื้ ทีภ่ ายในหมู่
- ปก. ทาการยิงตามแนวยิงปูองกนั ขนั้ สดุ ทา้ ยท่ี ผบ.มว.กาหนดให้
- เมื่อข้าศึกถอนตัว ให้ทาการตรวจการณ์/ค้นหา/ทาการยิงข้าศึกท่ียังอยู่ในพื้นที่ จนกว่าจะได้รับ
สัญญาณให้หยดุ ยิง
- 100 -
- การเสรมิ ความม่ันคง/การจัดระเบียบใหม่
- ส่งยามคอยเหตุ ไปปฏิบัตหิ นา้ ท่ี เชน่ เดิม
- ปรบั ปรุง/ซ่อมแซม พน้ื ทวี่ างตวั ใหม่ ให้มั่นคงและแข็งแรงข้นึ
- จัดวางเครื่องกดี ขวางเพ่ิมเตมิ ในสว่ นที่เป็นพื้นท่ีจากดั ของฝาุ ยเรา
- รายงานสถานการณ์ของขา้ ศกึ
- รายงานสถานภาพ การใช้กระสนุ /ยุทโธปกรณ์ท่ชี ารุด ระหว่างตงั้ รบั
- รายงานสภาพขวัญ และจิตใจของกาลังพล
- ขอเบกิ กระสนุ และยทุ โธปกรณ์เพ่ิมเตมิ เท่ากบั ท่ีจาหนา่ ยไป
4.7 ความรบั ผดิ ชอบของ ผบ.หมู่ ระหว่างดดั แปลงท่มี ั่น
- ประสานงานกับ ผบ.หนว่ ยอาวุธ ทีเ่ ขา้ มาตงั้ ยงิ ในพน้ื ท่ขี องหมู่
- กากับดแู ลการดัดแปลงหลุมบุคคล
- ดูแลการจัดทาแผ่นจดระยะ
- ตรวจสอบการพราง การกาบงั ทต่ี งั้ ตา่ ง ๆ
- ตรวจสอบการปรบั ศนู ย์รบ ของอาวธุ ภายในหมู่
- จดั ทาแผนที่สงั เขปแสดงเขตการยงิ ของหมู(่ แผนการยิง)
- (จดั ทาขนึ้ 2 ฉบับ ส่งให้ ผบ.มว. 1 ฉบบั /เก็บไว้ 1 ฉบบั )
5. คาสง่ั และการรายงานท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการควบคุมและการบงั คับบัญชา
5.1 บคุ คลท่จี ะไปรบั คาสั่ง
1) กองร้อย : อย่างน้อยท่ีสุด ผบ.มว., ผตน.ของ มว. และ ผบ.หน่วยสมทบจะต้องไปรับคาสั่งของ
กองร้อย
2) มว. : อย่างน้อยทสี่ ดุ ผ้ทู ต่ี ้องไปรับคาสั่งของ มว. ประกอบด้วย
2.1) ผบ.มว.
2.2) รอง ผบ.มว.
2.3) ผบ.หมู่
2.4) ผตน.
2.5) ส.พยาบาล
2.6) ผบ.หนว่ ยสมทบ
5.2 แบบฟอร์มของคาส่งั
1) คาสัง่ เตือน : คาส่ังเตือนไม่มีรูปแบบที่เฉพาะเจาะจง วิธีในการให้คาส่ังเตือน คือการใช้รูปแบบของ
คาสั่งยทุ ธการห้าข้อ ผบ.หนว่ ย ให้คาสั่งเตือนดว้ ยข้อมลู งานท่ีมีอยใู่ นปจั จบุ ัน
2) คาส่ังยทุ ธการ : ปกติแล้วในระดบั มว.ใหค้ าสง่ั ยุทธการด้วยวาจา ผบ.หน่วยใช้บันทึกที่อยู่ในรูปแบบ
คาสั่งยทุ ธการห้าข้อ
3) คาส่ังเป็นส่วน ๆ : แบบฟอร์มของ “คาสั่งเป็นส่วน ๆ” คือ ส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปของ “คาส่ัง
ยุทธการ” ทก่ี าลงั ใช้ปฏบิ ตั ิอยูใ่ นขณะนั้น ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากในคาสั่งยุทธการคาสั่งสุกท้ายเป็นอย่างมาก ควรใช้
คาสงั่ ยุทธการใหม่
5.3 รายงาน ใชก้ ารรายงานตามรูปแบบขา้ งล่างนี้
1) ขนาด พฤตกิ รรม ท่ตี ่งั หนว่ ย/เคร่อื งแบบ เวลาทพี่ บ ยทุ โธปกรณ์
- 101 -
2) รายงานสถานการณ์ รายงานตามสงั่ การไวใ้ นคาสงั่ ยุทธการ
3) รายงานการสูญเสีย : กระสุน ผู้บาดเจ็บ ยุทโปกรณ์ โดยปกติแล้ว ผบ.หมู่ รายงานการสูญเสียแก่
รอง ผบ.มว. หลงั จากการปะทะกบั ข้าศึกแล้ว
4) รายงานการสง่ กาลงั บารงุ : หน.ชุด และผบ.หมู่ รายงานตามสายการบงั คับบัญชา วนั ละสองคร้ัง
5) รายงานอุปกรณ์ท่ีละเอียดอ่อน : หน.ชุด และ ผบ.หมู่ รายงานตามสายการบังคับบัญชา วันละสอง
ครั้ง
6) รายงานสถานภาพกาลงั พล : หน.ชดุ และ ผบ.หมู่ รายงานวันละสองครั้ง โดยปกติแล้วรายงานตอน
เตรยี มพร้อมตอนเชา้ มืดและก่อนมดื คา่
7) รายงาน นชค.1 และ นชค.4 : ผู้ใดก็ตามท่ีทราบการโจมตีด้วย นชค. จะรายงานด้วยข่ายของมว.
และส่งขา่ วดว้ ยขอ้ ความ “ฉุกเฉนิ ” ส่งรายงาน นชค. 1 และ นชค.4 ไปยงั ทก.รอ้ ย และต่อไปยงั ทก.พนั .
6. การควบคุมการยงิ และการกระจายการยิง
6.1 การควบคมุ การยงิ
1) มาตรการควบคุมการยงิ
1.1) มาตรการทางกราฟกิ
(1) เสน้ แบ่งเขตหรอื แบง่ พืน้ ทรี่ ับผดิ ชอบทางยุทธวิธรี ะหว่างหน่วย
(2) ท่มี ัน่ รบ ท่ีมัน่ ตงั้ รบั ท่หี ันทศิ ทางไปทางแนวทางเคล่ือนที่เขา้ มาของข้าศกึ
(3) พนื้ ทรี่ ะดมยงิ พน้ื ท่ีที่ ผบ.มว. ตั้งใจที่จะทาลายขา้ ศึก
(4) จดุ อา้ งเปูาหมาย (จปม.) ใชเ้ ปน็ อ้างที่ตั้งข้าศกึ อาจเปน็ ส่ิงที่มนุษย์สร้างขึ้นหรือเป็นวัตถุตาม
ธรรมชาติ จปม.ต้องเป็นจุดท่ีสามารถเห็นไดเ้ ด่นในภมู ปิ ระเทศ
(5) แนวยิงไกลสุด เป็นแนวที่กาหนดข้ึนระบุถึงจุดท่ีระบบอาวุธแต่ละชนิดทาการยิง ด้วยระยะ
ยงิ หวังผลสูงสุด
(6) จุดเริ่มยิง เป็นแนวที่กาหนดขึ้นเม่ือข้าศึกข้ามแนวน้ี หน่วยฝุายเราจึงจะเร่ิมทาการยิง แนว
เรม่ิ ยิงสามารถมที ิศทางไปตามลกั ษณะภูมิประเทศ เครือ่ งกีดขวาง จปม. หรือแนวยิงไกลสุด
(7) แนวข้ันเป็นแนวท่ีกาหนดกาหนดข้ึนตามแนวภูมิประเทศเด่นใช้ในการควบคุมการเคล่ือนท่ี
หรอื การประสานการยิง
(8) การยิงฉากปูองกันข้ันสุดท้ายเป็นฉากขัดขวางที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าทั้งอาวุธเล็งจาลอง
และอาวุธเล็งตรง มีจดุ ม่งุ หมายเพอื่ ปอู งหรอื รบกวนเขา้ ตะลุมบอนของข้าศึก
1.2) กฎการปะทะ เป็นข้อกาหนดที่ฝุายการเมืองหรือฝุายการเมืองหรือฝุายทหารกาหนดข้ึน เพื่อ
ระบุสภาพแวดล้อมท่ี มว. จะเริ่มหรือปฏบิ ตั กิ ารรบตอ่ ไป โดยทว่ั ไปแลว้ กฎการปะทะจะได้รับการระบุในคาสั่งยุทธการ
ของกองร้อย ตอ้ งมัน่ ใจวา่ ทุกคนใน มว. ต้องเขา้ ใจ “กฏการปะทะ”
1.3) ความเร่งด่วนในการยิง ในสนามรบเปูาหมายมักปรากฏขึ้นโดยไม่เป็นระเบียบแน่นอนท้ังเวลา
จานวน และตาบลที่ปรากฏตัว การกาหนดความเร่งด่วนในการยิงช่วยให้ ผบ.หน่วยสามารถกาหนดเปูาหมายท่ีตน
ต้องการทาลายก่อน กาหนดความเร่งด่วนในการยงิ โดยมากกระทาโดยระบุอาวธุ
(1) ระบบอาวุธต่อสูร้ ถถัง อาวุธตอ่ สูร้ ถถังของ มว.ทาการยงิ ตอ่ เปาู หมาย ตามลาดบั ดงั น้ี
- ยานเกราะทค่ี กุ คามมากทสี่ ดุ
- ยานเกราะในเขตหลกั
- ยานเกราะในเขตรอง
- ยานยนต์บงั คบั การทีไ่ มห่ มุ้ เกราะ
- 102 -
(2) ปืนกลของ มว. ปืนกลควรพยายามยิงต่อเปูาหมายในระยะหวังผลสูงสุดเสมอและควรทา
การยงิ ด้วยวิธกี วาด ปนื กลมีความเร่งด่วนในการยิงดังนี้
- การยงิ ฉากปูองกันขนั้ สุดท้าย – เม่ือสั่ง
- เปาู หมายท่อี ันตรายท่ีสุดหรือทค่ี ุกคาม
- กลมุ่ ทหารราบเดนิ เทา้ ในเขตรอง
- ยานยนตบ์ ังคบั การทีไ่ ม่หุ้มเกราะ
(3) เคร่ืองยงิ ลูกระเบดิ ขนาด 40 มม./เอ็ม.203
(3.1) ใช้ ค.40 มม. ควบคุมพ้ืนทีอ่ ับกระสนุ ของ มว.เปูาหมายความเร่งดว่ นดงั นี้
- เปาู หมายท่ีคกุ คามหรอื อนั ตรายที่สดุ
- ยานเกราะเบา
- กลุม่ ทหารสองหรือสามคนในเขตหลกั
- กลุ่มทหารสองหรือสามคนในเขตรอง
2) คาสัง่ การยงิ ผบ.มว. และผบ.หมู่ ใหค้ าส่ังเพื่อควบคุมการยิงของหน่วย คาสั่งยิงต่อมาปรับหรือเปล่ียน
ข่าวสารท่ใี ห้ในคาส่ังยิงเรม่ิ แรก ใหค้ าสงั่ เฉพาะสว่ นที่เปลี่ยนแปลง หยดุ ยงิ ด้วยคาส่ังหรือด้วยสัญญาณ “หยุดยิง” “จบ
ภารกจิ ” คาส่งั ยงิ มี 6 สว่ นดงั น้ี
2.1) คาสั่งเตือน ผบ.หน่วยสามารถแจ้งเตือนหน่วย โดยนามหน่วยหรือหมายเลขหน่วยโดยทัศนะ
สัญญาณ โดยการตดิ ตอ่ โดยตรง หรือหนทางใดทสี่ ามารถทาได้
2.2) ทิศทาง ผบ.หน่วย บอกทศิ ทางโดยประมาณการหรอื กาหนด ทตี่ ้งั ท่ีแนน่ อนของเปูาหมาย
2.3) ลักษณะเปูาหมาย ผบ.หน่วยอธิบายลักษณะเปูาหมายอย่างย่อแต่ชัดเจน ต้องให้ข่าวสาร ท่ี
สามารถทาได้
2.4) ระยะ ผบ.หนว่ ย กะระยะไปยงั เปาู หมายเปน็ เมตร
2.5) วิธี ผบ.หน่วย แจ้งให้ทหารทราบว่า จะใช้อาวุธใดทาการยิง สามารถกาหนดแบบและจานวน
กระสุนและอัตราความเร็วในการยิง
2.6) คาส่งั ยิง ผบ.หน่วยแจ้งเวลาที่จะทาการยงิ ให้ทหารราบ สามารถใช้คาสั่งด้วยวาจาสัญญาณสียง
หรือแสง ถ้าต้องการกาหนดเวลาทาการที่แน่นอน ผบ.หน่วย กาหนดเวลาว่า “ตามคาส่ังข้าพเจ้า” เสร็จแล้วหยุดรอ
จนกระท่ังถงึ เวลาทีต่ ้องการให้ยงิ เมื่อต้องการใหเ้ ร่ิมยงิ ใหส้ งั่ วา่ “ยิง”
3) การควบคุมการยิงเม่ือทัศนวิสัยจากัด ในระหว่างทัศนวิสัยจากัด ผบ.มว. ต้องมั่นใจว่าสามารถ
ควบคุมการยิงอาวุธของตนได้ โดยอาจใช้หลักเล็ง ควงสูงควงส่ายของปืนกล การส่องสว่าง จปม. และอุปกรณ์ตรวจ
การณก์ ลางคืน
6.2 การกระจายการยงิ มสี องวิธีในการกระจายการยิงคอื การยิงเป็นจดุ และการยงิ เปน็ พื้นท่ี
1) การยิงเป็นจุด การยิงของ มว.กระทาต่อเปูาหมาย ผบ.มว. กระทาตามท่ีตนต้องการได้โดยหมายท่ี
ต้ังเปาู หมายดว้ ยกระสุนส่องวถิ หี รือการยิง ปล./เอม็ .203
2) การยิงเป็นพ้ืนท่ี มว.ทาการยิงเพื่อควบคุมพื้นที่จากซ้ายไปขวาและในทางลึก ผบ.มว. กระทาได้
4 วิธี
2.1) การยิงตรงหน้าใช้การยิงตรงหน้าเม่ือข้าศึกเคลื่อนท่ีตั้งฉากกับทิศทางการยิงของ มว.แต่ละหมู่
ทาการยงิ ต่อเปาู หมายตรงหน้าหมู่ของตน เม่ือเปาู หมายถูกทาลาย ควรย้ายการยิงเขา้ สูส่ ่วนกลางของข้าศึก
- 103 -
2.2) การยิงเฉียง กระทาเม่ือข้าศึกเคลื่อนที่ ท่ีต้ังฉากกับ ทิศทางการยิงของ มว. แต่ลักษณะภูมิ
ประเทศไม่เอื้ออานวยให้ทาการยิงตรงหน้า และใช้เมื่อข้าศึกเคลื่อนท่ีเฉียงกับทิศทางการยิงของหมวด เม่ือทาการยิง
เฉียง หม่ทู าการยงิ ตอ่ เปูาหมายจากทางด้านซา้ ยไปทางขวา หรือจากทางขวาไปทางซา้ ย ทงั้ นแี้ ล้วแตท่ ีต่ ้ังข้าศึก
2.3) การยิงทางลึกใช้การยิงทางลึกเมื่อข้าศึกเคลื่อนที่ขนานกับทิศทางของข้าศึก หมู่ทาการยิงต่อ
เปูาหมายจากหน้าไปหลงั หรอื จากหลงั มาหนา้ เมอื่ ขา้ ศกึ ถูกทาลายแล้วย้ายการยงิ ไปยงั ส่วนกลางของข้าศึก
2.4) วธิ ีผสม ข้ึนอยูก่ บั ปัจจัยทางยุทธวธิ ี มว.อาจใช้การผสมของเทคนคิ ขา้ งบนทั้งสาม
7. การระวังปูองกัน
7.1 การพรางและการซ่อนพราง
1) การพราง ทหารทุกคนพรางหน้าและผิวหนังนอกเส้ือผ้าด้วยสีพรางกลบเกลื่อนรูปโครงร่างของ
ทหารด้วยใบไม้ ผ้ากระสอบ หรือวัสดุต่างๆ ที่หาได้ พรางท่ีมั่นต่อสู้โดยการพรางกลบเกล่ือนรูปร่างมูลดินและที่มั่น
ตรวจสอบการพรางจากทางดา้ นหน้าของแนว พรางยุทโธปกรณโ์ ดยใช้ใบไม้ เพอื่ กลบเกล่ือนโครงร่างยุทโธปกรณ์ และ
คลมุ ผวิ ทีส่ ะท้อนแสง
2) การปูองกัน ทาที่กาบังด้านหน้าให้หนาอย่างน้อย 18 น้ิว (45 ซม.) สวมหมวกเหล็กตลอดเวลาใน
ระหว่างการปฏิบตั ิทางยทุ ธวิธี
3) การซอ่ นพราง กาลังพลใช้ลกั ษณะภูมิประเทศและตน้ ไม้ใบหญ้า เพอ่ื กาบงั การตรวจการณ์
7.2 ท่ตี รวจการณ์
1) การวางท่ีต้ังยามตรวจการณ์ ยามตรวจการณ์ต้องมีกาลังพลประจาอย่างน้อยสองนาย และมีการ
ตดิ ต่อสื่อสารกับ บก.มว. ตลอดเวลาอยูเ่ สมอ (ทางสาย วิทยุ หรอื อปุ กรณใ์ ห้สญั ญาณ) วาง ตก.โดยพิจารณาปัจจัยทาง
ยุทธวิธี บันทึกเส้นทางเข้า/ออกและมีการซักซ้อมการใช้เส้นทาง กาลังพลประจา ตก. แต่ละนายต้องได้รับการช้ีแจง
กฎการปะทะให้เข้าใจแจ่มแจ้งก่อนเข้าประจา ตก. กาหนดสัญญาณการกลับเข้าแนว (สัญญาณผ่าน สัญญาณแสง)
และตอ้ งมีการช้แี จงให้กาลังพลทกุ นายใน มว.ทราบ
2) การผลัดเปลี่ยนกาลัง ตก. ในการผลัดเปลี่ยนกาลังพลประจา ตก. กาลังพลท่ีไปประจาใหม่ไปที่
ตก. และรบั คาชีแ้ จงขา่ วสารขา่ วสารจากที่ประจา ตก.ที่ถูกผลัดเปล่ียน ซง่ึ ข่าวสารนี้อย่างน้อยจะต้องประกอบดว้ ยท่ี
- นามเรียกขานและความถ่ี
- เส้นทางเขา้ ออกจากแนว
- สัญญาณและสญั ญาณผ่าน
- พน้ื ทรี่ บั ผิดชอบการตรวจการณ์
7.3 การเตรยี มพรอ้ ม ปฏิบัติการเตรียมพรอ้ ม 30 นาที ก่อนอาทิตย์ขน้ึ และ 30 นาทีหลังอาทิตยต์ ก
1) หน.ชุดยงิ และ ผบ.หมู่ ตรวจสอบให้ม่ันใจว่าทหารทุกคนตื่นตัว ยุทโธปกรณ์ได้รับการบรรจุยึดตรึง
ในเปูหลงั และทาการตรวจการณ์ในเขตรับผิดชอบภายในจากที่มนั่ ของตน
2) หน.ชุดยิง และและผบ.หมู่ รวบรวมรายงานและสถานภาพยุทโธปกรณ์ที่ละเอียดอ่อน และอาวุธที่
ใช้งานได้ส่งให้ รอง ผบ.มว.ทราบ
3) รอง ผบ.มว.รวบรวมรายงาน การสมุ่ ตรวจท่มี ่ันต่อสขู้ องหมู่ และรายงานให้ ผบ.มว. ทราบ
4) ผบ.มว. รายงานการสุ่มตรวจหมู่ต่าง ๆ และท่ีต้งั อาวธุ ประจาหนว่ ยใหก้ องร้อยทราบ
7.4 วินัยการใช้แสงเสยี งและการทง้ิ ขยะ
1) ระหว่างการเตรียมการเพื่อทาการรบ แต่ละ มว.ทาการตรวจความพร้อม ตรวจตราการปฏิบัติตาม
วินัยการใช้แสงเสียง ยึดตรึงสิ่งอุปกรณ์ที่อาจกระทบกัน ทาให้เกิดเสียงโดยการใช้เทป หรือผ้าหรือเชือกพันยึดตรึงให้
กระชบั
- 104 -
2) ถ้าจาเปน็ ต้องใช้แสงในการอา่ นแผนท่ี หรอื การวางแผน ใหใ้ ช้เสือ้ กันฝนคลมุ เพอ่ื พรางแสง
3) ห้ามจดุ ไฟหุงต้มหรอื สูบบุหรี่ ในระหว่างเวลากลางวันหรือเวลามืดมิด โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผบ.
ร้อย หรือ ผบ.หน่วยทแ่ี ยกออกไปปฏิบัติเปน็ อสิ ระ
4) งดการใช้การตดิ ตอ่ ส่ือสารท่ีใช้คาพูด หรือเสียงใหน้ านท่สี ุดเท่าทีจ่ ะทาได้
5) ระหว่างการปฏิบัติการอยู่กับที่ เก็บขยะและส่งกลับไปข้างหลังพร้อมกับรถส่งกาลัง ถ้าทาไม่ได้ให้
ทหารเกบ็ ขยะไว้กับตัวจนกวา่ จะมีโอกาสท้ิงได้อย่างปลอดภัย (ไม่ฝงั หรอื ซ่อนถ้าไมไ่ ดร้ ับอนุญาต)
- 105 -
คาถามท้ายบท
1. ความหมายของการตง้ั รับคืออะไร
2. การตั้งรับเป็นการดาเนินกลยุทธ์ของการปฏิบัติการรบตามแบบ วิธีหนึ่ง เพื่อขับไล่การรุกเข้ามาของฝุาย
ขา้ ศกึ อยากทราบว่าการตั้งรบั แบ่งออกเปน็ ก่ีแบบ อะไรบา้ ง
3. การปฏบิ ัตกิ ารตัง้ รบั เพอ่ื ยดึ และรกั ษาภมู ิประเทศที่กาหนด เป็นการตั้งรับแบบใด
4. การต้งั รบั แบบเคล่อื นที่ จะปฏิบตั ิในหนว่ ยระดบั ใดขึ้นไป
5. ตามหลักการรบด้วยวธิ รี บั สามารถแบ่งพ้นื ทีใ่ นการต้ังรับออกเปน็ พ้นื ทสี่ าคัญ ก่สี ว่ น อะไรบา้ ง
6. พื้นทท่ี ี่อยู่ข้างหนา้ ในทศิ ทางที่ข้าศึกจะเคลื่อนทีเ่ ข้ามา คือพ้ืนทส่ี ว่ นใดในการต้งั รบั
7. การวางกาลังที่มี พื้นท่ีกว้างด้านหน้า 30 – 100 เมตร เป็นกว้างด้านหน้าในการวางกาลังของหน่วย
ระดบั ใด
8. พ้ืนท่กี ารตั้งรบั ในแนวหนา้ และพน้ื ท่ีกองหนุน เป็นสว่ นของพ้นื ทีใ่ ดในการต้ังรบั แบบพืน้ ท่ี
9. ลักษณะของการยิงในการต้งั รบั มีกีล่ ักษณะ อะไรบา้ ง
10. การยิงเพ่ือทาลายข้าศึกแต่เนิน ๆ ด้วยการร้องขอการยิงจาก ค. และ ป. เป็นการยิงลักษณะใด ของการ
รบด้วยวิธีรบั
- 106 -
บทท่ี 6
การรบดว้ ยวธิ กี ารรน่ ถอย
1. กลา่ วนา
การปฏิบัติการรบดว้ ยวธิ รี น่ ถอย คือ การเคล่ือนย้ายหน่วยด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งลงไปข้างหลัง, ไปทางข้าง หรือ
ออกห่างจากข้าศึก การรบด้วยวิธีร่นถอยน้ีอาจถูกบังคับจากข้าศึก หรืออาจปฏิบัติด้วยความสมัครใจ เม่ือหน่วยเป็น
ส่วนหนง่ึ ของแผนดาเนินกลยุทธ์ และไม่ว่าจะปฏิบัติจากสาเหตุใดก็ตาม การปฏิบัตินั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับ
หน่วยเหนือก่อนเสมอ หน่วยจะปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยด้วยความสมัครใจก็เฉพาะเม่ือจะได้เปรียบอย่างมาก
เท่าน้ัน การปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยจะต้องวางแผนและปฏิบัติการอย่างประณีต เพ่ือปูองกันความหายนะซึ่งจะ
เกิดขึ้นแก่หนว่ ย
การปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอย เป็นการปฏิบัติซึ่งจะต้องมีการวางแผนแบบรวมการและปฏิบัติแบบแยก
การ และเป็นการปฏิบัติแบบยอมเสียพื้นที่เพื่อให้ข้าศึกเข้าครอบครอง เป็นการปฏิบัติท่ีตรงกันข้ามกับการรบด้วย
วิธกี ารต้ังรบั โดยทผี่ บู้ งั คบั หนว่ ยที่ปฏบิ ัติการรบด้วยวิธรี ่นถอยจะหลีกเลยี่ งการรบในขัน้ แตกหัก
1.1 การปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอย กระทาเพื่อก่อให้เกิดการสูญเสียแก่กาลังข้าศึกให้มากที่สุดเท่าที่
สถานการณ์จะอานวยให้ และปฏิบัติตามลาดับคือ การรบด้วยวิธีรับ, การรบด้วยวิธีรุก, การถอนตัวและการรบหน่วง
เวลา ในทุกโอกาสทีจ่ ะกอ่ ให้เกดิ การสูญเสียต่อข้าศึก โดยใช้การยิง และการดาเนินกลยุทธ์ให้ได้ผลสูงสุด เมื่อกาลังรบ
ของฝาุ ยเข้าตมี ีขีดความสามารถเทา่ เทียมกับฝาุ ยต้ังรบั จะต้องเรมิ่ ปฏบิ ัติการรบด้วยวิธีรุกโดยใช้หน่วยกองหนนุ ของตน
1.2 การปฏิบัตกิ ารรบด้วยวิธีรน่ ถอย เมื่อมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ จาเป็นต้องวางแผนในรายละเอียดในการ
ใชอ้ าวธุ นิวเคลยี ร์ในทางยุทธวิธรี วมทง้ั การเลอื กใช้ลกู กระสนุ ระเบิดปรมาณูไว้ด้วย
1.3 การปฏิบัตกิ ารรบด้วยวิธีร่นถอย ควรพิจารณาปฏิบัติภายใต้ทัศนะวิสัยจากัดไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติใน
เวลากลางคืนหรือโดยการใช้ควัน เม่ือปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยในเวลากลางคืน เคร่ืองมือเฝูาตรวจค้นหาที่หมาย
และตรวจการณ์เวลากลางคืน (STANO) จะต้องพิจารณาใช้ทุกโอกาสเท่าที่จะทาได้ และถ้าข้าศึกมีความสามารถใน
การใช้เครื่องมอื เหลา่ นีก้ ็อาจจะตอ้ งใช้ควนั ในการปฏิบตั ิในเวลากลางคืนให้เกิดประโยชนอ์ ีกด้วย
1.4 โดยปกตแิ ล้ว กองรอ้ ยอาวธุ เบาจะร่วมปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยเป็นส่วนหน่ึงของกาลังส่วนใหญ่ (ดู
รายละเอยี ดจาก รส. 7-20, 7-30 และ 61-100)
2. ความมุ่งหมายและประเภทของการรบด้วยวธิ รี ่นถอย
2.1 ความมุ่งหมาย ของการปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยก็เพื่อจะรักษาความเป็นกลุ่มก้อนของกาลังรบ
เอาไว้ จนกว่าจะมโี อกาสทีจ่ ะทาการรบด้วยวธิ ีรุก การปฏบิ ัตกิ ารรบดว้ ยวธิ กี ารร่นถอยจะกระทาเพ่ือเหตุผลประการใด
ประการหนงึ่ หรือหลายประการดงั ตอ่ ไปน้ี
1) เพ่ือรบกวน ทาใหห้ มดกาลงั ใจและเพือ่ ทาลายข้าศึก
2) เพือ่ ดึงข้าศึกไปสสู่ ถานการณ์ท่ไี ม่เกื้อกลู
3) เพือ่ นากาลงั ทัง้ หมดหรือบางสว่ นไปใช้ในพน้ื ท่ีแห่งอื่น
4) เพื่อหลกี เลี่ยงการรบภายใตส้ ภาพทเ่ี สยี เปรยี บ
5) เพอื่ ให้ไดเ้ วลาโดยไม่ทาการรบในชน้ั แตกหกั
6) เพอ่ื ผละออกจากการรบ
7) เพ่อื วางกาลังในท่ีตงั้ แห่งใหม่ ให้สอดคลอ้ งกับการวางกาลงั ของฝาุ ยเดยี วกัน
8) เพอื่ ลดระยะทางสง่ กาลงั บารงุ และการคมนาคมให้สั้นเข้า
- 107 -
2.2 ประเภทการรบด้วยวิธีร่นถอย การปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ การถอน
ตวั การรบหนว่ งเวลาและการถอย
1) การถอนตวั เปน็ การปฏิบตั ิซึง่ กาลงั รบทีก่ ระจายกนั อยู่ผละออกจากขา้ ศึก
2) การรบหนว่ งเวลา เป็นการปฏบิ ตั ิซงึ่ กาลงั รบถูกกดดันจากข้าศึก ยอมเสียพืน้ ที่เพ่อื แลกกับเวลา และ
ในเวลาเดยี วกันจะปฏิบัติการรบหน่วงเวลา และทาลายกาลังข้าศึกให้มากท่ีสุด โดยไม่ทาการรบในข้ันแตกหัก (หน่วย
จะทาการรบในขน้ั แตกหกั เม่อื หน่วยไม่มีเสรใี นการดาเนนิ กลยุทธ และไมส่ ามารถปฏบิ ัตติ ามแผนข้นั ต้นไดต้ อ่ ไป)
3) การถอย เป็นการปฏิบัติซึ่งกาลังรบไม่มีการปะทะเคลื่อนที่ออกจากข้าศึกตามแผนของตน และโดย
ไม่มีการกดดันโดยตรงจากข้าศึกเม่ือการถอนตัวจากการรบปฏิบัติก่อนการถอย การถอยจะเร่ิมภายหลัง กาลังส่วน
ใหญผ่ ละออกจากการปะทะแลว้ และเร่ิมต้นจัดรูปขบวนเดินทาง กองร้อยอาวุธเบาโดยปกติจะร่วมปฏิบัติการถอยเป็น
ส่วนหนึ่งของกาลังส่วนใหญ่
3. ข้อพจิ ารณาพืน้ ฐาน
3.1 ความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ กาลังรบปฏิบัติการร่นถอยจะต้องมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนท่ี
เท่าเทียม หรือเหนือกว่าฝุายข้าศึก ถ้าหากทรัพยากรที่จะใช้ในการเคล่ือนที่มีไม่เพียงพอจะให้กาลังรบท้ังหมดมีความ
คล่องแคลว่ ในการเคลื่อนทแ่ี ล้ว จะต้องให้กาลงั รบเพยี งส่วนใดสว่ นหนง่ึ มีความคล่องแคล่วเหนือกว่าข้าศึก หรือเท่ากับ
ข้าศึกสว่ นทเี่ ผชญิ หน้าและรบกวนฝาุ ยเราอยู่
3.2 การใช้ภูมิประเทศอย่างเหมาะสม ภูมิประเทศนับว่าเป็นสิ่งท่ีมีอิทธิพลสูงต่อการปฏิบัติการร่นถอยทุก
ประเภท ลักษณะภูมิประเทศจะเกื้อกูลให้มีการตรวจการณ์และมีพื้นการยิงดีสิ่งกีดขวางตามธรรมชาติและท่ีสร้างขึ้น
จะต้องนามาใช้ในระบบแผนฉากขัดขวางสนามทุ่นระเบิดและการระเบิดทาลาย การกาบังและการซ่อนพราง จะต้อง
นาใช้ใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุด
3.3 ดารงเสรีในการปฏิบัติ เสรีในการดาเนินกลยุทธ์เป็นส่ิงสาคัญยิ่งในการท่ีจะใช้กาลังอย่างรวดเร็วในทุก
สถานการณ์ที่ไมเ่ กื้อกูลตอ่ ขา้ ศึก ในการโยกยา้ ยกาลงั ให้สามารถเผชิญแสวงหาประโยชน์สูงสุดจากภูมิประเทศ การรบ
ประชดิ หรือการรบในขนั้ แตกหกั จะตอ้ งหลกี เล่ียงเว้นเสียแตว่ า่ หน่วยมีความตอ้ งการท่จี ะใหบ้ รรลุภารกจิ ของตน
3.4 การควบคมุ หนว่ ย การกระจายหน่วยและการเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในระหว่างปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่น
ถอย จะเพ่ิมปัญหาเกี่ยวกับการควบคุม เมื่อไม่สามารถติดต่อกับหน่วยเหนือได้ ผู้บังคับหน่วยรองจะต้องปฏิบัติโดย
อิสระ จนกระทั่งการควบคมุ แบบรวมการจะสามารถทาได้อีก
3.5 อาวธุ นวิ เคลียร์ ถา้ หากหน่วยปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอยมีและใช้อาวุธนิวเคลียร์แล้วจะทาให้ข้าศึกไม่
กล้าที่จะรวมกาลังเป็นกลุ่มก้อน และถ้าหากข้าศึกรวมกาลังเป็นกลุ่มก้อนมากพอจะถูกบังคับให้ต้องผ่านสิ่งกีดขวาง
หลัก (ท้ังธรรมชาติและที่สร้างข้ึน) ซ่ึงจะทาให้เป็นจุดล่อแหลมต่อการเข้าโจมตีด้วยนิวเคลียร์ เม่ือจุดล่อแหลมนี้ถูก
นาไปใช้ โดยกาลงั ฝุายเราด้วยการปฏิบัติการรบดว้ ยวธิ รี ุกอยา่ งจากัดแล้ว จะเกิดการสญู เสียอยา่ งมากมายตอ่ ข้าศึก
3.6 การปูองกันเชงิ รบั การปฏิบัตกิ ารรบดว้ ยวธิ รี ่นถอยเป็นการปฏิบัติท่ีมีกว้างด้านหน้ามาก ใช้ยุทธวิธีการ
แทรกซึมเคลื่อนท่ีภายใต้ทัศนะวิสัยจากัด ในรูปขบวนหน้ากระดาน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุน้ี
จึงต้องดาเนนิ การปูองกนั เชงิ รับจากอาวธุ นิวเคลียรใ์ นระหวา่ งการรบด้วยวิธีร่นถอย
3.7 เส้นทางการถอนตัว การควบคุมเส้นทางถอนตัวเป็นสิ่งสาคัญในการรบด้วยวิธีร่นถอย การปฏิบัติการ
รบด้วยวิธีร่นถอยที่จะไม่ให้มีบุคคลพลเรือนเข้ามาเก่ียวข้องด้วยย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังน้ัน การควบคุมและการส่งกลับ
บคุ คลพลเรือน จะต้องนามาพิจารณาเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจากัดเสรีการเคล่ือนย้ายของกาลังรบที่ถอนตัว และอาจเป็นไป
ได้ท่ีข้าศึกจะขัดขวางข่ายถนนตามแนวทางเคลื่อนท่ีของฝุายเรา จึงจาเป็นจะต้องวางแผนการใช้เส้นทางสารองเอาไว้
และเพ่ือท่ีจะให้สามารถเคล่ือนย้ายกาลังได้อย่างเป็นระเบียบ จะต้องวางแผนในการกาหนดความเร่งด่วน การใช้
เสน้ ทางสาหรบั ทกุ หน่วยเอาไวด้ ้วย ทง้ั นี้ โดยพิจารณาถงึ ภารกิจและขีดความสามารถของหน่วยน้นั ๆ
- 108 -
3.8 การจัดลาดับความเร่งด่วนความต้องการ เป็นท่ีคาดหมายว่าฝุายข้าศึกจะสามารถติดตามกาลังที่
ปฏิบัติการร่นถอยได้อย่างแน่นอน และสามารถโจมตีขบวนถอนตัวได้จากทุกทิศทางการปฏิบัติเช่นนี้ของข้าศึก จึงมี
ความตอ้ งการในเร่อื งส่วนระวังปอู งกันท่มี คี วามคลอ่ งแคล่วในการเคลื่อนท่ี การลาดตระเวนทางพ้ืนดินและทางอากาศ
อย่างตอ่ เนือ่ ง การเคล่อื นยา้ ยอย่างรวดเร็วและการปูองกนั ภัยทางอากาศ และการปอู งกนั ตอ่ สู้รถถัง
3.9 เคร่ืองบิน เครื่องบินอาจนามาใช้อย่างได้ผล ในการเคล่ือนย้ายหน่วยที่รบติดพันในการปฏิบัติการร่น
ถอย นอกจากนั้นผู้บังคับหน่วยยังสามารถท่ีจะควบคุมหน่วยได้ดีย่ิงขึ้น และสามารถได้รับข่าวสารได้ทันตลอดเวลา
โดยการควบคมุ การปฏิบัตจิ ากเคร่อื งบิน ทบ. เมื่อกาลังท่ีถอนตัวรบติดพันอย่างหนักกับข้าศึก เฮลิคอปเตอร์โจมตีอาจ
ใชเ้ พอ่ื สนับสนนุ การผละออกจากข้าศกึ และการถอนตัวของหน่วยได้ ผตู้ รวจการณ์ทางอากาศทาการลาดตระเวน เพ่ือ
พิจารณาสภาพเสน้ ทางและสะพานไปยังพื้นที่ด้านหลัง และกาหนดจุดผ่านและเส้นทางสารอง นอกจากนั้น เครื่องบิน
อาจจะใชเ้ พื่อการส่งกาลังบารงุ และยุทโธปกรณ์ และเพื่อส่งกลบั ผบู้ าดเจ็บได้
3.10 ขวัญ ผูบ้ ังคับหน่วยจะต้องเน้นให้ทหารได้ทราบว่า การปฏิบัติการร่นถอยเป็นการปฏิบัติตามแผนท่ีมี
ความมุ่งหมายอยา่ งแน่ชัด จะต้องขจัดข่าวลือ ดารงขวญั ของทหาร และปูองกันการเสียระเบียบของหน่วยโดยทาความ
เขา้ ใจแผนและสิง่ สาคญั อ่นื ๆ ใช้ความเป็นผู้นาอย่างเข้มแข็งและควบคุมวินัยอย่างเข้มงวด การปรากฏตัวของผู้บังคับ
หน่วยในจดุ คบั ขนั เปน็ ส่ิงทม่ี ีความสาคญั ย่งิ
3.11 นชค. ในการปฏิบตั กิ ารร่นถอยอาวุธเพลงิ สามารถใช้อยา่ งไดผ้ ลตอ่ กาลังเข้าตีซ่ึงรวมกันเป็นกลุ่มก้อน
ที่จะบุกรุกเข้ามายังท่ีมั่น สารเคมีและกระสุนระเบิดปรมาณูท่ีว่างไว้ล่วงหน้าจะใช้เพื่อทาให้พื้นที่ฝุายเราได้ถอนตัวไป
แล้วเป็นพิษ และถ้าหากใช้อย่างเหมาะสมแล้วจะสามารถบังคับข้าศึกให้เข้าภูมิประเทศ ซึ่งไม่เก้ือกูลแก่คน เน่ืองจาก
พยายามหลกี เลีย่ งพนื้ ท่ีเป็นพิษ หรอื ยอมรบั การบาดเจ็บหรือภายใตพ้ ้นื ท่ซี ง่ึ เปน็ พิษน้นั
3.12 การเคล่ือนทีผ่ ่านหน่วยฝุายเดยี วกนั ในระหวา่ งปฏิบตั ิการร่นถอย หนว่ ยท่ีร่นถอยอาจมีความต้องการ
ทีจ่ ะผา่ นเข้าไป หรืออ้อมผ่านหน่วยฝาุ ยเดยี วกัน ดังนั้น จะตอ้ งมีการประสานการเคลื่อนย้าย รวมทั้งสัญญาณบอกฝุาย
ระหว่างหนว่ ย การกาหนดเส้นทางออ้ มผา่ นหรือจดุ ผา่ นการพจิ ารณาสิง่ กดี ขวางในพ้ืนท่ีซ่ึงจะขัดขวางการเคล่ือนท่ีของ
หนว่ ย รวมตลอดท้ังการแจ้งว่าการเคล่ือนท่ีได้เสร็จส้ินโดยสมบูรณ์แล้ว เพ่ือหน่วยฝุายเดียวกันจะได้มีเสรีในการยิงไป
ยังพ้ืนทีข่ า้ งหนา้
4. มาตรการควบคุม
มาตรการควบคมุ ทใ่ี ชเ้ ปน็ หลกั ในการรบด้วยวิธรี น่ ถอยประกอบดว้ ย
4.1 เขตการถอนตวั
4.2 เส้นแบ่งเขต
4.3 เสน้ ทางเคลื่อนยา้ ย
4.4 ขั้นปฏิบตั กิ าร
4.5 จดุ ตรวจสอบ
4.6 จดุ เรมิ่ ตน้
4.7 จุดแยก
4.8 เสน้ ทางหลกั และเสน้ ทางสารอง
4.9 จุดควบคุมการจราจร (จคจ.)
4.10 ลาดบั ทีม่ ่ันรบหนว่ งเวลา
- 109 -
5. หนว่ ยปฏบิ ตั ิการหลังแนวขา้ ศกึ
5.1 ในการปฏิบัติการรบด้วยวิธีร่นถอย หน่วยปฏิบัติการหลังแนวข้าศึก อาจจะจัดต้ังขึ้นตามคาแนะนา
ของหน่วยเหนือ เพื่อท่ีจะให้บรรลุภารกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเน่ืองจากผลท่ีกาลังฝุายเราทั้งมวล หรือส่วนใดส่วน
หนึง่ ถูกตัดขาดออกจากกนั โดยการกระทาของข้าศึก
5.2 เมอ่ื หน่วยเหนือได้รบั คาสัง่ ให้เป็นหน่วยปฏิบัติการหลังแนวข้าศึก แผนการปฏิบัติจะต้องจัดเตรียมขึ้น
ให้มีรายละเอียดก่อนปฏิบัติการ เช่น แผนการส่งกาลังบารุงและแผนการถอนตัวภารกิจท่ีเหมาะสมสาหรับหน่วย
ปฏิบัติการหลังแนวข้าศึก การซุ่มโจมตี การร้องขอและการปรับการยิง การระเบิดทาลาย การค้นหาเปูาหมายของ
อาวุธนวิ เคลยี ร์ การรายงานขา่ วสารเก่ียวกับขา้ ศกึ และการทาลายที่สาคัญ ๆ เช่น ท่ีบังคับการ หรือศูนย์การติดต่อส่ือ
การของข้าศึก ท่ีต้ังทางการส่งกาลังบารุง และฐานยิงนิวเคลียร์ กาลังหน่วยน้ีจะต้องเข้ายึดพื้นท่ีซ่อนพรางจนกระทั่ง
กาลังส่วนเข้าตีของข้าศกึ ผา่ นไป หน่วยจะต้องหลีกเลี่ยงการค้นหาของข้าศึกโดยการปฏิบัติภารกิจให้สาเร็จ ท้ังจะต้อง
ปฏิบัติการรบด้วยวิธีรกุ เช่น เข้าตโี ฉบฉวย เฮลิคอปเตอร์จะใชเ้ พื่อถอนหน่วยปฏบิ ตั กิ ารหลงั แนวข้าศกึ
5.3 หน่วยที่ปฏิบัติการหลังแนวข้าศึก ซึ่งถูกตัดขาดออกจากกันด้วยการปฏิบัติการของข้าศึก สามารถ
ปฏิบัติภารกจิ หลายอย่างได้สาเร็จตามท่กี ล่าวไวใ้ น ข้อ 5.2 ข้างบน
1) เมื่อหน่วยถูกตัดขาดออก ผู้บังคับหน่วยจะใช้เครื่องมือทั้งมวลที่มีอยู่เพ่ือแจ้งให้ผู้บังคับหน่วยเหนือ
ทราบสถานการณ์ และขอรับคาแนะนาการปฏิบัติการ หากผู้บังคับหน่วยเหนือส่ังให้หน่วยทาลายท่ีตั้งข้าศึกในพ้ืนที่
ด้านหลัง หน่วยจะทาการเข้าตีข้าศึกจากทางด้านหลังหรือทาการรบกวนการเข้าตีของข้าศึก กาลังส่วนท่ีถูกตัดขาด
ออกจะปฏิบัติการต่าง ๆ ตามที่กล่าวไว้ในข้อ 5.2 ข้างบน ผู้บังคับหน่วยอาจจะส่ังให้หน่วยทาการสู้รบผ่านแนวข้าศึก
เพ่อื ไปประสานกับกาลังฝาุ ยเดยี วกันกไ็ ด้
2) ถ้าหากหน่วยที่ถูกตัดขาดออก ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับหน่วยเหนือของตนได้ การที่ผู้บังคับ
หนว่ ยจะต้องตกลงใจว่าจะปฏิบตั ิอยา่ งไนนัน้ ข้ึนอยู่กบั ความรอบรู้สถานการณ์และแนวความคิดในการปฏิบัติ ผู้บังคับ
หน่วยจะต้องพิจารณาสถานการณ์ของตน (สภาพของตน, กาลังพล และความคล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ของหน่วย,
อาหาร, กระสุน และ น้ามันเชื้อเพลิง) กาลังพลมีความคล่องแคล่วในการเคลื่อนท่ีของข้าศึก, ที่ตั้งของฝุายเดียวกัน
ลักษณะภูมิประเทศและภารกิจของหน่วยเหนือ ถ้าสามารถทาได้ ผู้บังคับหน่วยจะทาการสู้รบเพ่ือหาทางไปยังพ้ืนท่ี
ฝุายเดียวกัน และจะต้องใช้ยุทโธปกรณ์เป็นจานวนมาก ผู้บังคับหน่วยอาจตกลงใจท่ีจะทาทุกอย่างเพ่ือท่ีจะก่อให้เกิด
การสญู เสยี แก่ขา้ ศกึ ในพนื้ ทีส่ ว่ นหลังน้นั ก่อนทจ่ี ะพยายามตีผา่ นขา้ ศึกและจะต้องรวมกาลังของหน่วยให้เป็นกลุ่มก้อน
และพยายามหลีกเล่ียงการปะทะกับข้าศึก ยกเว้นการเข้าโจมตีท่ีตั้งหรือกาลังฝุายข้าศึก นอกจากน้ัน จะต้องส่ง
ลาดตระเวนออกไปเพื่อการรักษาความปลอดภัย และเพ่ือรวบรวมข่าวเกี่ยวกับข้าศึกและภูมิประเทศ ถ้าหากหน่วย
ของตนถูกยิงปิดล้อม และหน่วยยังคงมีกาลังมากพอ ก็จะตีฝุาการปิดล้อมน้ัน กาลังส่วนท่ีถูกตัดขาดน้ีจะต้องทาการสู้
รบเป็นหน่วย หน่วยเดียวจนกระท้ังไม่มีความสามารถที่จะทาการรบได้อีกต่อไป จึงจะแบ่งแยกหน่วยออกเป็น กลุ่มเล็ก ๆ
แล้วใหแ้ ทรกซึมผา่ นพื้นท่ยี ดึ ครองของข้าศกึ รายละเอียดในการหลบหนอี อกจากข้าศึกเพื่อกลบั มายังแนวฝุายเดยี วกนั
6. การถอนตวั
การถอนตัวเป็นการปฏิบัติอย่างหนึ่ง ซ่ึงกาลังท้ังหมดหรือบางส่วนผละออกจากข้าศึกแต่จะมีกาลังส่วน
หนง่ึ ยงั คงเกาะข้าศกึ เอาไว้ เพ่ือปอู งกันขา้ ศกึ ตดิ ตามกาลังส่วนใหญ่และก่อนให้เกิดการสูญเสียอย่างมากโดยการใช้การ
ยงิ และการดาเนินกลยทุ ธ์
ในการถอนตวั ของกาลงั ส่วนใหญ่ กองรอ้ ยอาจปฏิบัตกิ ารเป็นสว่ นหนง่ึ ในการถอนตัวหรือเป็นส่วนหน่ึงของ
ส่วนกาบังก็ได้ แบบของการถอนตัวจากการรบที่สามารถปฏิบัติได้อย่างใดอย่างหนึ่ง คือการถอนตัวภายใต้การกดดัน
ของข้าศกึ หรือการถอนตวั นอกความกดดนั ของขา้ ศกึ ซงึ่ จะได้พิจารณาถึงเทคนิคท่ีใชแ้ ละการปฏิบตั ติ ่อไป
- 110 -
7. การวางแผนการถอนตัวจากการรบ
7.1 แผนการถอนตัวจะต้องมีรายละเอียดมาก กะทัดรัด และมีการลาดตระเวนโดยหน่วยรองทุกหน่วย
แผนจะต้องมีการระวังปูองกันความปลอดภัย ผู้บังคับหน่วยจะต้องให้ ผบ.หน่วยรอง ได้มีโอกาสทาการลาดตระเวน
พ้ืนที่ ซึ่งตนคาดว่าจะปฏิบัติการในพื้นท่ีนั้น และในทุกกรณี หน่วยที่คาดว่าจะปฏิบัติการภารกิจอิสระ จะต้องทาการ
ลาดตระเวน
7.2 แผนและคาแนะนาสาหรบั การปฏิบตั กิ าร ควรมสี ่ิงสาคัญดงั ตอ่ ไปน้ี
1) เวลาและความเรง่ ดว่ นของการถอนตัวของหนว่ ยรอง
2) เขต, ขั้นการปฏิบัติ, เส้นทางถอนตวั , การควบคุมการจราจรและมาตรการควบคมุ อื่น ๆ ท่จี ะตอ้ งใช้
3) การรักษาความปลอดภัย ส่วนกาบงั และทตี่ ั้งของหน่วยเหลา่ น้ี
4) การปูองกนั มิให้แผนการถอนตวั รวั่ ไหล
5) การจัดหนว่ ยเพอ่ื ทาการรบ, และท่ีจะสมทบหนว่ ยและการสนับสนนุ
6) การท้ิงหรือทาการทาลายสิ่งอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์ (ยกเว้นเวชภัณฑ์) โดยที่ไม่ได้ให้เป็นการ
เปดิ เผยแผนการถอนตวั
7) การจัดการสนบั สนุนทางการรบและการชว่ ยรบในระหว่างการปฏิบตั ิการ
8) การกาหนดทีต่ ้งั ที่ปฐมพยาบาลและตาบลส่งกลับผ้บู าดเจบ็
9) การกาหนดทม่ี ่นั ที่จะต้องเขา้ ยึดต่อไปเมอื่ ถอนตวั
10) การผละออกจากการรบภายใตก้ ารกดดันของข้าศึก และการปฏิบัติซ่ึงจะต้องเร่ิมข้ึน ถ้าหากข้าศึก
เขา้ ตภี ายหลังการถอนตัวเมื่อขา้ ศึกไม่กดดัน
11) ภารกิจซ่งึ จะตอ้ งปฏบิ ตั ิต่อไป
12) แผนการส่ือสาร ประกอบด้วยการกาหนดวิทยุการทาลายระบบทางสายที่มีอยู่และการดารงการ
ส่อื สารตามปกตใิ นระหว่างการถอนตัว
7.3 เมื่อผู้บังคับกองร้อยได้รับคาสั่งเตือนให้ถอนตัว ผู้บังคับกองร้อยจะให้คาสั่งเตือนแก่หน่วยรองทันที
และหน่วยรองก็จะจ่ายคาสั่งให้หน่วยตนเช่นเดียวกัน ถ้าทาได้คาส่ังควรส่งไปยังบุคคลท่ีเป็นผู้บังคับหน่วยทุกคนหรือ
ส่งไปยังผู้ทาการแทน ท้ังน้ีเพ่ือหลีกเล่ียงการนาผู้บังคับหน่วยมารวมกัน และการติดต่อกับหน่วยเป็นบุคคลและคาสั่ง
การถอนตัว จะตอ้ งไมส่ งั่ ดว้ ยเคร่ืองมืออิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่กรณีฉกุ เฉนิ อย่างมากเทา่ นัน้
7.4 จะต้องทาการลาดตระเวนในเวลากลางวนั ใหม้ ากที่สดุ ผู้บงั คบั กองร้อยจะต้อง
1) ทาการลาดตระเวนที่รวมพลของกองรอ้ ย
2) เลือกทร่ี วมพลของหมวด
3) เลอื กเสน้ ทางเคลือ่ นที่จากทร่ี วมพลของหมวดไปยังทีร่ วมพลของกองรอ้ ย
7.5 ผบู้ งั คับหมวดทกุ คนทาการลาดตระเวน
1) ที่รวมพลของหมวด
2) เสน้ ทางจากท่ีรวมพลของหมวดไปยงั ทร่ี วมพลของกองรอ้ ย
3) เลือกทร่ี วมพลของหมู่
4) เส้นทางจากที่รวมพลของหม่ไู ปยังทีร่ วมพลของหมวด
7.6 ผบ.หมู่ จะทาการลาดตระเวนเส้นทางจากท่ีวางตัวของตนไปยังที่รวมพลของหมู่และถ้าหากมีเวลา
จะทาการลาดตระเวนเสน้ ทางไปยังที่รวมพลหมวด
- 111 -
7.7 ทหารภายในหมู่จะทาการลาดตระเวน เส้นทางจากท่ีวางตัวของตนไปยังท่ีรวมพลของหมู่ การปฏิบัติ
ของข้าศึกจะทาให้ผู้บังคับหน่วยที่ปะทะกับข้าศึกจะต้องอยู่กับหน่วย และกาหนดให้ผู้แทนเป็นผู้ทาการลาดตระเวนก็
ได้
8. การถอนตัวนอกความกดดันของขา้ ศกึ
. 8.1 ความสาเรจ็ ของการถอนตัวดว้ ยวธิ ีนี้ จะขึ้นอยู่กับการรักษาความลับและการลวงทหารจะถอนตัวและ
รวมกนั ให้เงียบทส่ี ุดเท่าทจ่ี ะทาได้ โดยได้รบั การปอู งกันจากส่วนทีเ่ หลือไว้ปะทะ (สลปท.) ส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะจะแสร้ง
ปฏิบตั ิการตามปกติเช่นเดียวกับหน่วยเดิม โดยใช้การยิงการลาดตระเวน และวิธีการลวงอื่น ๆ ในการเตรียมการถอน
ตัวเมื่อข้าศึกไม่กดดัน ผู้บังคับกองพันจะต้องกาหนดมาตรการยุทธวิธีพิเศษข้ึน เพ่ือให้ข้าศึกเกิดความสับสนและ
รบกวนขา้ ศึกด้วย เช่น การเข้าตีท่หี มายจากัดและการตโี ฉบฉวย เปน็ ตน้
8.2 คาสัง่ ของกองพันจะกาหนดรายละเอยี ดต่าง ๆ ในการถอนตัว คอื
1) เวลาถอนตัว
2) กาลังและการประกอบกาลงั ของส่วนทีเ่ หลอื ไวป้ ะทะ
3) ท่รี วมพลของกองร้อย
4) เสน้ ทางถอนตัว
5) ความเร่งดว่ นของการใช้เสน้ ทาง
6) มาตรการควบคุมเพิม่ เตมิ อน่ื ๆ
7) การปฏิบตั ิเม่ือขา้ ศึกเข้าตี
8) การสมทบสว่ นสนับสนุนให้กบั กองรอ้ ยเมือ่ ทาการถอนตวั
9) คาแนะนาในการถอนตัวของสว่ นทเ่ี หลอื ไว้ปะทะ
10) การจัดหน่วยในการตง้ั รับตามแนวที่มั่นแห่งใหม่
รปู ที่ 6 – 1 การถอนตัวนอกความกดดนั
- 112 -
รปู ท่ี 6 – 2 การปรับการวางกาลงั ของหม่ตู า่ งๆ
8.3 โดยปกติผู้บังคับกองร้อยและผู้บังคับหมวดไม่สามารถไปลาดตระเวนท่ีม่ันแห่งใหม่ได้ด้วยตนเอง โดย
ปกติผู้บังคับกองร้อยจะมอบให้ ผบ.มว. ค.60 (ผบ.มว.อาวุธ) เป็นผู้ควบคุมส่วนลาดตระเวนที่ม่ันแห่งใหม่ ส่วน
ลาดตระเวนน้ี อย่างน้อยที่สุดต้องประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยปืนเล็กทุกหมวด (โดยปกติ รอง ผบ.มว.) และอาจจะ
ประกอบด้วยบุคคลอ่ืนอีก เช่น เจ้าหน้าท่ีสื่อสาร โดยอาศัยคาแนะนาจากผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับหมวดเคร่ืองยิงลูก
ระเบดิ จะเลอื กพืน้ ทตี่ ัง้ รับของหมวด, ท่ีต้ังอาวุธ, และวางแผนให้กับผู้บังคับกองร้อย เกี่ยวกับการจัดกาลังเข้าประจาท่ี
มั่นแห่งใหม่ ผู้แทนของหมวดปืนเล็กจะเลือกท่ีมั่นแห่งใหม่ให้กับหมู่ และที่ตั้งอาวุธประจาหน่วยท่ีต้ัง, ที่บังคับการ, ท่ี
ตรวจการณ์ของหมวด, ทตี่ ั้งส่วนหลังปูองกันเฉพาะบริเวณ หลังจากน้ีเมื่อถึงเวลากาหนดผู้แทนของหมวดจะไปพบกับ
หมวดและส่วนที่เหลอื ไวป้ ะทะ เมอื่ สว่ นท่เี หลือนนั้ เดนิ ทางมายงั จดุ แยก
8.4 ผู้บังคับกองร้อย อาจกาหนดท่รี วมพลให้กบั หมวดในการถอนตวั (ซ่ึงโดยปกติที่รวมพลน้ีจะอยู่ด้านหลัง
ทีม่ น่ั ของหมวดแต่ละหมวด) และเสน้ ทางถอนตัวของหมวดไปยังท่ีรวมพลของกองร้อย นอกจากน้ีแล้วผู้บังคับกองร้อย
จะกาหนดพ้ืนท่ีภายในท่ีรวมพลของกองร้อยน้ันให้แต่ละหมวด และกาหนดมาตรการควบรักษาความปลอดภัยโดย
เฉพาะเจาะจงใหแ้ ตล่ ะหมวดอีกดว้ ย
8.5 ผู้บังคับหมวดจะกาหนดท่ีรวมพลให้แก่หมู่ (โดยธรรมดาจะอยู่ข้างหลังใกล้ท่ีมั่นของหมู่) และกาหนด
เส้นทางไปยงั ที่รวมพลของหมวดด้วย
8.6 เส้นทางและท่ีรวมพลจะต้องทาเคร่ืองหมายเอาไว้ โดยเฉพาะในเวลากลางคืนเพื่อให้ง่ายแก่การจดจา
และถา้ หากการทาเครอื่ งหมายไวน้ น้ั จะเป็นการเปิดเผยการปฏิบตั ิการ ให้วางแผนการใช้คนนาทางเอาไว้ด้วย
8.7 เพ่ือความสะดวกในการควบคุมอาวุธสนับสนุนทั้งมวล จะสมทบเข้ากับหมวดปืนเล็กท่ีอาวุธเหล่าน้ัน
ต้ังอยู่ ผู้บังคบั หมวดอาจจะสมทบอาวุธเหล่านัน้ ใหก้ บั หม่ปู นื เลก็ ไดอ้ ีกด้วย โดยธรรมดา การสมทบนี้จะมีผลเฉพาะการ
ถอนตวั เทา่ น้ัน
8.8 เมือ่ กองร้อยอาวุธเบายานเกราะ ทาการถอนตัวโดยข้าศึกไม่กดดัน รถสายพานลาเลียงพลอาจจะถอน
ตวั โดยใชเ้ ทคนคิ อย่างใดอย่างหน่ึงในส่อี ยา่ งดังนี้
1) ในทันทีทันใดหลังจากมืดค่า รถสายพานลาเลียงพลเว้นส่วนที่จัดไว้ให้เป็นส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะ
อาจจะถอนตัวคราวละสองสามขั้นไปยังที่รวมพลกองร้อย โดยการใช้ปืนใหญ่ หรือเครื่องยิงลูกระเบิดทาการยิง
- 113 -
เพ่ือกลบเกล่ือนการเคล่ือนที่ เทคนิคน้ีอาจจะใช้เมื่อเส้นทางเคลื่อนท่ีไปยังด้านหลังมีจากัด และเมื่อการเคล่ือนที่แต่
เนินของรถสายพานลาเลียงพลสามารถทาได้ไม่เปิดเผยความลบั การปฏบิ ัติ
2) รถสายพานลาเลยี งพลทกุ คนั โดยแต่ละคันมีทหารประจาอยูส่ องหรอื สามคนอาจจะยงั คงประจาอยู่
ในพื้นที่ม่ันข้ันต้นในแนวหน้า กาลังส่วนใหญ่เคลื่อนที่โดยเข้าไปยังท่ีรวมพลที่ได้กาหนดไว้ทางด้านหลัง หรืออาจจะ
เคลื่อนที่ตามเส้นทาง ซึ่งรถสายพานลาเลียงพลสามารถไปรับได้ในภายหลังในทันทีก่อนการถอนตัว ส่วนท่ีเหลือไว้
ปะทะรถสายพานลาเลียงพลของกาลังส่วนใหญ่ จะเริ่มเคลื่อนท่ีลงไปข้างหลัง และอาจรับเอากาลังส่วนใหญ่ตามที่ได้
กาหนดไว้ (ส่ิงสาคัญก็คือ การจัดทาแผนการรบทุกส่วนท่ีลงจากรถ ในรถที่กาหนดเฉพาะท่ีไว้ ซึ่งการบรรทุกเช่นนี้จะ
ทาให้มั่นใจว่าสามารถดารงความเป็นกลุ่มก้อนของหน่วยในระหว่างการเคลื่อนที่ และในท่ีม่ันแห่งใหม่เอาไว้) เมื่อรถ
รสพ. ซ่ึงอยู่ภายในที่มั่นแห่งแรกน้ีเร่ิมถอนตัว ก็จะเพิ่มอานาจการยิงของตนให้กับส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะ เทคนิคน้ี
เหมาะสาหรับการถอนตัวเม่ือมีเส้นทางถอนตัวหลายเส้นทาง ซ่ึงจะทาให้สามารถถอน รสพ. ได้อย่างรวดเร็วและไป
ตามลาดบั และเมื่อการถอนตวั แตเ่ น้นจะทาใหค้ วามลับร่วั ไหล และเป็นอันตรายแก่การถอนตวั ได้
3) กาลังท้ังมวลทีม่ อี ย่ใู นท่ีมัน่ อาจจะถอนตัวพร้อมกนั โดยไม่ต้องมสี ่วนที่เหลือไว้ปะทะก็ได้
4) ถ้าหากการเคล่ือนย้ายถูกจากัดโดยหน่วยเหนือ อาจให้รถสายพานลาเลียงพลใช้เทคนิคการเล็ด
ลอดไปยังท่ีรวมพลของกองร้อยในเวลากลางวันก็ได้ เทคนิคน้ีอาจใช้แตกต่างกันไปแล้วแต่แบบการถอนตัว เช่น เมื่อ
หน่วยปฏิบัติการรบหน่วงเวลาในท่ีม่ันสลับ เมื่อการเข้าตีของข้าศึกคาดว่าจะเกิดข้ึน และเมื่อการรักษาความลับไม่ใช่
เปน็ ปัจจัยทม่ี คี วามสาคัญ หรือเม่ือการเขา้ ตีเวลากลางคืนใกลจ้ ะเกดิ ขึน้
8.9 เน่ืองจากระยะทางซ่ึงต้องได้รับการคุ้มครอง และความยุ่งยากในการรักษาทิศทางเม่ือเคลื่อนท่ี โดย
ทหารบรรทุกอยู่บนรถ เป็นสิ่งสาคัญท่ีพลขับทุกคนและผู้บังคับรถจะต้องได้สารวจเส้นทาง และใช้มาตรการควบคุม
การเคลอื่ นที่อย่างละเอียด พลขับทุกคนจะต้องได้รับการฝึกเทคนิคการขับรถในเวลากลางคืนเป็นอย่างดีและสามารถ
ใช้ระบบการขับในระบบอินฟราเรดได้ มาตรการควบคุมซ่ึงสามารถจะใช้ประกอบด้วยการใช้พลนาทางถือไฟฉาย มี
แผ่นกรองแสงสีแดงปิดดวงไฟวางไวท้ ี่จดุ คบั ขนั ข้ึนตามเส้นทาง การกาหนดความเร็วสูงสุดไว้ตลอดจนระยะต่อระหว่าง
รถไวด้ ้วย
8.10 การให้กองร้อยเคลื่อนท่ีไปข้างหน้า โดยเหลือส่วนที่เหลือไว้ปะทะจะเร่ิมพร้อมกันตามเวลาท่ีกาหนด
โดยทหารแต่ละคนจะเคลื่อนที่ไปยังที่รวมพลของหมู่ หลังจากน้ันหมู่จะเคล่ือนที่ไปยังที่รวมพลของหมวด แล้วหมวด
เคล่ือนที่ไปยังที่รวมพลของกองร้อย ส่วนที่เหลือไว้ปะทะจะจัดการระวังปูองกันข้ันต้น เม่ือกองร้อยถอนตัว ผู้บังคับ
กองรอ้ ยจะจัดสว่ นระวงั ปอู งกนั เพิม่ เติมขน้ึ โดยจัดเปน็ ส่วนแยกขนาดเล็ก ๆ ให้อยู่ข้างหน้าและด้านหลังของกาลังส่วน
ใหญ่และให้มีส่วนที่ใช้สาหรับสกัดดั้นตามเส้นทางที่จะเข้ามาทางด้านปีกอีกด้วย หมวดจะต้องจัดการระวังปูองกัน
รอบตัวในทุกข้ันของการถอนตัว รูปขบวนท่ีใช้ในการถอนตัว โดยปกติมักจะใช้รูปขบวนแถวตอน เพื่อสะดวกในการ
ควบคมุ การเคลอื่ นท่ีทจ่ี ะทาให้เงียบและรวดเร็ว กาลังส่วนใหญ่ โดยปกติจะระงับการส่งวิทยุเอาไว้ อาจใช้ส่วนที่มีอยู่
ตามเส้นทางติดต่อกับผู้บังคับกองพัน โดยอาศัยแผนการควบคุมการจราจรของกองพันเป็นหลัก และการลาดตระเวน
ของผบู้ ังคบั หมวดแต่ละหมวดจะต้องลาดตระเวนออกไปข้างหลังโดยทันที เม่ือตนมาถึงท่ีรวมพลของกองร้อย และถ้า
หากหมวดเข้ามาถึงท่ีรวมพลของกองร้อยแล้ว หมวดทุกหมวดจะตั้งรับวงรอบและเข้าประจาพื้นท่ีของตน ในทิศทาง
เช่นเดียวกับที่ตนอยู่ในที่ม่ันตั้งรับหน้า ถ้าหากมีการขนส่งผู้บังคับกองพันจะต้องกาหนดข้อจากัดในการเคลื่อนท่ีไปยัง
พืน้ ทข่ี ้างหนา้ ผบู้ ังคับกองร้อยและผู้บังคับหมวดจะจัดเตรียมแผนการบรรทุกไว้ล่วงหน้า และจ่ายแผนที่ให้กับผู้บังคับ
หน่วยรอง ถ้าหากทาได้ทหารทุกคนภายในหมวดจะต้องทราบว่า ยานพาหนะของหมวดของตนจะจอดอยู่ที่ใดเพื่อจะ
ได้นาหมวดตรงไปยงั ท่จี อดรถนั้น โดยไม่เสียเวลาจะต้องใช้ความระมัดระวังในการที่จะลดหรือขจัดเสียงที่ไม่จาเป็นลง
ลดการใช้แสงสวา่ ง ลดความชักชา้ ในการบรรทุก แล้วรีบเคล่ือนที่ไปจะต้องวางแผนปูองกันเอาไว้ทุกทิศทาง ในขณะที่
- 114 -
ทหารบรรทุกอยู่บนรถ และวางแผนการปฏิบัติเมื่อถูกบังคับจากข้าศึกให้ลงจากรถ เมื่อรถในขบวนจาเป็นต้องหยุดลง
ผูบ้ ังคับหนว่ ยจะต้องเคลือ่ นทไ่ี ปข้างหนา้ เพอ่ื พจิ ารณาสาเหตขุ องความชกั ช้า และเพ่อื สงั่ การในการขจดั ความล่าช้านน้ั
8.11 กาลงั สว่ นใหญแ่ ละส่วนท่เี หลอื ไว้ปะทะ จะถูกนาจากท่รี วมพลของกองรอ้ ยไปยังจุดแยกหมวดในพื้นที่
ข้างหลงั ผู้แทนของสว่ นลาดตระเวนจะมาพบกาลังส่วนใหญ่ และส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะท่ีจุดแยกหมวดที่กาหนดไว้ แล้ว
นากาลังส่วนนี้ไปยังที่มั่นใหม่ ในการเคลื่อนที่ไปยังจุดแยกหมวดนั้นจะต้องไม่ทาให้เกิดการชักช้าเสียเวลา ผู้บังคับ
หน่วยทุกคนจะต้องแจ้งแผนการยิงขั้นต้น คาส่ังสมบูรณ์และจัดทาแผนการยิงสมบูรณ์ เมื่อหน่วยเข้าท่ีมั่นเรียบร้อย
แล้ว
8.12 สว่ นที่เหลือไวป้ ะทะ
1) โดยปกติ รองผู้บังคับกองร้อยจะถูกกาหนดให้เป็นผู้บังคับส่วนที่เหลือไว้ปะทะ และรับผิดรอบใน
พื้นท่ตี ลอดจนการรเิ ริ่มการถอนตวั ผู้บงั คับหมทู่ เ่ี หลือไว้ปะทะจะเป็นผ้บู ังคับสว่ นที่เหลือไว้ปะทะของหมวด และจะรับ
คาสงั่ การปฏิบตั จิ ากรองผู้บงั คับกองร้อย
2) ส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะจะปูองกันจากถอนตัวให้กับกาลังส่วนใหญ่ โดยการลวงและการต้านทาน
กาลังส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะจะต้องไม่เกินหน่ึงในสามของกาลังทหารปืนเล็กของกองร้อย และอาวุธสนับสนุนตามอัตรา
ของของกองร้อยอาวุธเบาประมาณหนึ่งในสอง โดยปกติจะเหลือกาลังหนึ่งหมู่ปืนเล็กไว้ ในพ้ืนที่ของแต่ละหมวดใน
กองรอ้ ยอาวธุ เบาในแนวหน้า หมู่ปืนเลก็ ทีเ่ หลอื ไว้ โดยปกติจะเปน็ หมซู่ ึ่งอยูก่ ง่ึ กลาง ทง้ั น้ีเพ่ือให้ลดการเคลื่อนท่ีมาทาง
ข้างลง อาวุธประจาหน่วยท่ีมีพื้นการยิงดีจะถูกเลือกให้เหลือไว้ ในขณะท่ีหมวดถอนตัว ทหารที่ยังอยู่ภายในที่ม่ันจะ
เคลอ่ื นที่เท่าทจี่ าเป็น เพือ่ ไปคมุ้ ครองแนวทางการเคลื่อนที่ ๆ เป็นอันตรายมากท่ีสุด ที่เข้ามายังพื้นที่หมวดเอาไว้ และ
ในขณะเดียวกนั ให้การปอู งกันอาวุธสนบั สนุนอย่างใกล้ชดิ อีกดว้ ย
3) อาวุธประจาหน่วยที่เหลือในพ้ืนที่กองร้อยอาวุธเบา ในแนวหน้าจะสมทบให้กับส่วนที่เหลือไว้
ปะทะสาหรับการปอู งกันตนเอง และคุ้มครองการถอนตัวของกาลังส่วนใหญ่และจัดให้มีการยิงตามปกติเพ่ือลวงข้าศึก
เคร่ืองยิงลูกระเบิดของกองร้อยจะต้องเหลือไว้ไม่เกิน 2 กระบอก เพ่ือสนับสนุนส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะในกองร้อยอาวุธ
เบายานเกราะผู้บังคบั สว่ นทีเ่ หลือไวป้ ะทะ อาจพจิ ารณาใชป้ ืนกลในอัตราของหมปู่ ืนเลก็ เพิม่ พนู การยิงสนับสนนุ ได้
4) ในระหว่างท่ีทัศนวิสัยลดลง อาวุธต่อสู้รถถังและรถถังที่มาพบจะไม่สามารถใช้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพสูงสุดได้ เพราะฉะน้ัน อาวุธเหล่าน้ีอาจถอนตัว โดนการเล็ดลอดไปก่อนการถอนตัวของกาลังส่วนใหญ่
อาวุธทั้งสองอาจจะยังคงอยู่กบั ส่วนทเ่ี หลือไวป้ ะทะถา้ หากถกู คกุ คามจากยานเกราะขา้ ศกึ ถา้ การลวงถูกเปิดเผยขึ้น ถ้า
หากมกี ารเคลื่อนที่ใด ๆ ข้ึนและควรจัดกล้องเล็งในเวลากลางคืนให้กับอาวุธต่อสู้รถถัง อย่างน้อยท่ีสุดอาวุธต่อสู้รถถัง
หนึ่งกระบอกต่อหมวดปืนเลก็ จะต้องเหลือไว้กบั สว่ นท่เี หลือไว้ปะทะ เพ่ือให้การปูองกันต่อสรู้ ถถังอยา่ งใกล้ชิด
5) ผู้บังคับส่วนทเี่ หลือไวป้ ะทะของกองรอ้ ยจะใช้การติดต่อทางวิทยุ กับกองพันและใช้การติดต่อทาง
สาย วทิ ยแุ ละพลนาสารกบั ผู้บงั คบั สว่ นทเี่ หลือไว้ปะทะของหมวด เครื่องมือส่ือสารท่ีมีอยู่เดิมจะต้องดารงเอาไว้ในที่ตั้ง
เดมิ และจะเหลอื เจา้ หนา้ ทสี่ อ่ื สารเอาไวเ้ พอื่ ปฏิบัตงิ านสือ่ สารของสว่ นที่เหลอื ไว้ปะทะในท่ีม่ันเก่าแต่เพียงน้อยท่ีสุด ถ้า
สามารถทาได้โทรศัพท์ที่ไม่ได้ใช้งานจะต้องเก็บ หรือตัดแล้วดึงออกไปเป็นตอน ๆ เพ่ือปูองกันมิให้ข้าศึกนาไปใช้ได้อีก
นอกจากน้ี อาจใชม้ าตรการลวงโดยการใช้สถานวี ิทยุลง และดารงการตดิ ตอ่ ทางวทิ ยตุ ามปกติในที่มนั่ เก่า
6) เคร่ืองมืออินฟราเรด เรดาร์ กล้องส่องสองตา และเคร่ืองมือตรวจการณ์เวลากลางคืนอ่ืน ๆ จะ
ช่วยให้สว่ นทีเ่ หลอื ไว้ปะทะในการค้นหาการเคลื่อนไหวของข้าศกึ และช่วยในการปรับการยิงของอาวุธเล็งตรง และเล็ง
จาลองไปยงั ข้าศกึ ได้
7) ถา้ หากสว่ นทีเ่ หลอื ไว้ปะทะถูกโจมตี กาลังส่วนน้ีจะทาการปูองกันให้เต็มขีดความสามารถของตน
จะถอนตัว โดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะของกองพันไม่ได้ ถ้าหากการสื่อสารไม่สามารถติดต่อได้
ผู้บังคับสว่ นทเี่ หลอื ไวป้ ะทะจะต้องปฏิบตั ิตามแผนที่ไดร้ บั คาแนะนาโดยปกติให้มากทสี่ ุดทจ่ี ะทาได้
- 115 -
รปู ที่ 6 – 3 หมู่ทเ่ี หลืออยู่ในท่มี ่นั
- 116 -
รูปท่ี 6 – 4 การถอนตวั ภายใตก้ ารกดดนั ของขา้ ศกึ
- 117 -
รูปท่ี 6 – 5 การถอนตวั ภายใตก้ ารกดดนั ของขา้ ศกึ
- 118 -
8) ในเวลาที่กาหนดหรือตามคาสั่ง ส่วนที่เหลือไว้ปะทะทั้งหมดจะถอนตัวพร้อมกัน โดยปกติแล้วหมู่
ทีเ่ หลอื ไว้ปะทะจะเคลอื่ นท่ีตรงไปยังท่ีรวมพลของกองร้อยให้เร็วที่สุดเท่าท่ีจะทาได้ การใช้อาวุธเล็งจาลองจะช่วยการ
ถอนตัวของส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะได้อย่างมากในการถอนตัวโดยความสมัครใจในเวลากลางคืน ส่วนท่ีเหลือไว้ปะทะจะ
เคล่อื นทเี่ ขา้ มาขา้ งหลังในเวลาท่ีเหมาะ เพ่ือเขา้ ปะทะท่มี น่ั แหง่ ใหม่ให้เสรจ็ ก่อนเวลาเชา้ ในวันรุ่งขึ้น
9) กองรอ้ ยอาวุธเบาทีเ่ ป็นกองหนุน โดยปกติแล้วจะไม่เหลือส่วนที่เหลือไว้ปะทะเอาไว้ ตามธรรมดา
หมวดลาดตระเวนจะจัดการระวังปูองกันให้กับพื้นที่ด้านหลังของกองพันแต่อย่างไรก็ตาม หมวดใดหมวดหนึ่งของ
กองร้อยหนุนอาจได้รับมอบให้ปฏิบัติหน้าท่ีน้ีได้ กองร้อยหนุนโดยปกติจะจัดกองรักษาด่านรบให้กับพ้ืนท่ีตั้งรับใหม่
ของกองพัน ส่วนท่ีเหลือไวป้ ะทะจากหมวดหนุนของกองร้อยในแนวหน้า อาจใช้ในการลาดตระเวนพื้นที่ด้านหลังหรือ
ด้านหนา้ รวมทงั้ สกัดกั้นแนวทางเคล่ือนทท่ี างปีกทเ่ี ป็นอันตราย หรือเพ่ิมความลึกให้กับที่ม่ันโดยการดารงอยู่ภายในที่
มน่ั ของตนก็ได้
9. การถอนตวั ภายใต้การกดดันของขา้ ศึก
9.1 การถอนตัวภายใต้การกดดันของข้าศึก โดยธรรมดาแล้วเป็นลักษณะท่ีกาบังส่วนหน้าทาการสู้รบใน
ขณะที่ทาการถอนตัว (ส้พู รางถอยพราง) โดยมหี นว่ ยซ่ึงอยู่ด้านหลังให้การคุ้มครองการถอนตัว และในความช่วยเหลือ
กาลงั ในแนวหนา้ ให้ผละออกจากการปะทะกบั ข้าศกึ
9.2 ความสาเรจ็ ของการถอนตวั ชนดิ นี้ ขน้ึ อยูก่ บั แผนที่มปี ระสิทธิภาพ การควบคมุ ความเร็วในการเคลื่อนท่ี
การใช้อานาจการยิงท่ีมอี ยู่อย่างเหมาะสม และความเป็นผู้นาที่เขม้ แขง็ ของผู้บงั คบั หนว่ ย
9.3 คาสั่งการถอนตัวของกองพันภายใต้การกดดันของข้าศึก ส่วนมากจะเป็นคาสั่งเป็นส่วน ๆ โดยปกติ
คาส่ังจะบ่งที่ต้ังส่วนกาบังของกองพัน เขตปฏิบัติการของกองร้อยและเส้นทางการถอนตัวที่รวมพล (ถ้าหากใช้ท่ีรวม
พล) และมาตรการควบคมุ การเคลอื่ นท่ีอื่น ๆ การสมทบส่วนสนับสนุนให้กับกองร้อย ลาดับข้ันการถอนตัว คาแนะนา
ในการเข้าประจาที่มนั่ ร้งั หนว่ งหรอื ทมี่ ่ันตงั้ รบั ข้างหลงั ส่วนเวลาถอนตวั แนน่ อนอาจจะแจ้งในข้ันต้น หรอื ไม่แจง้ ก็ได้
9.4 ผู้บังคับกองร้อยจะส่งคาสั่งเตือนเป็นส่วน ๆ ให้หน่วยเร็วท่ีสุดเท่าท่ีจะทาได้ และจ่ายคาสั่งเป็นส่วน ๆ
เพ่ิมเตมิ เม่อื แผนไดก้ าหนดแลว้ ผบู้ ังคบั กองรอ้ ยจะตอ้ ง
1) โดยธรรมดาแล้วจะกาหนดให้หมวดหนุนเป็นส่วนกาบังของกองร้อย เพื่อคุมครองการถอนตัวให้กับ
หมวดในแนวหน้ากาลังส่วนน้ีอาจจะแยกกันออกเพ่ือให้สามารถคุ้มครองการถอนตัวของหมวดทุกหมวด ได้ท่ีรวมพล
สาหรับส่วนกาบังของกองร้อย กค็ อื พนื้ ท่รี วมพลของกองรอ้ ยนัน้ เอง เมื่อส่วนกาบังของกองพันอยู่ห่างจากทางด้านหลัง
หรือทางปีกท่ีจะให้ความคุ้มครองการถอนตัวให้กับส่วนกาบังของกองร้อย ผู้บังคับกองร้อยอาจจะให้หมวดปืนเล็ก
หมวดหนึ่งหรอื หลายหมวดเขา้ ประจาทมี่ นั่ สลบั ขน้ั ก็ได้
รูปท่ี 6 - 6 การถอนตวั ให้แนวบางลง
2) กาหนดเขตหรือเส้นทางทั่ว ๆ ไป ในการถอนตัว และพื้นท่ีรวมพลให้กับแต่ละหมวดในแนวหน้า
นอกจากนน้ั อาจจะกาหนดจุดตรวจสอบและขัน้ การปฏิบัติอีกด้วย เขตปฏิบัติการ โดยปกติจะยึดไปข้างหลังจนถึงส่วน
- 119 -
กาบังของกองร้อย แต่ก็อาจจะไกลออกไปอีกสาหรับหมวดซึ่งทาการถอนตัว แต่ก็ไม่สามารถจะคุ้มครองได้ด้วยกาลัง
ส่วนกาบังนั้น เส้นทางควรจะผ่านไปทางปีกของส่วนกาบังของกองร้อย และควรจะเป็นเส้นทางที่มีการปกปิดกาบัง
และซอ่ นพรางให้มากทีส่ ดุ ทงั้ จะตอ้ งพจิ ารณาในเรื่องความเร็วในการเคลอ่ื นที่ และแผนการควบคุมการจราจรของกอง
พันด้วย ที่รวมพลของหมวดโดยปกติต้องอยู่ในท่ีกาบังทางด้านหลังส่วนกาบังของกองร้อย (หมวดหนุน) เม่ือการถอน
ตัวของหมวดแนวหน้าไม่สามารถจะคุ้มครองได้ ด้วยส่วนกาบังของกองร้อย ก็อาจมีความจาเป็นต้องกาหนดที่รวมพล
ใหก้ บั หมวดนั้น ๆ ใหอ้ ยู่ดา้ นหลังของส่วนกาบังของกองพันกไ็ ด้
3) โดยปกติ อาวธุ สนบั สนนุ ในอัตราจะสมทบเข้ากับหมวดในพ้ืนที่น้ันตั้งยิงอยู่ตามธรรมดารถถังจะเข้า
รว่ มกบั สว่ นกาบังของกองร้อย ในขณะท่ีหมวดในแนวหน้าผ่านเข้ามาในที่ต้ัง และเม่ือผ่านเข้ามาถึงส่วนกาบังของกอง
พัน รถถังอาจจะแยกออกจากกองรอ้ ย และเข้าสมทบกบั ส่วนกาบงั ของกองพัน
4) ตามแผนของกองร้อย ผู้บังคับหมวดจะเลือกเส้นทางหลักในการถอนตัวเลือกจุดนัดพบข้ันต้น และ
ตกลงใจที่จะให้คาส่ังถอนตัวแก่หมวดและผู้บังคับหมวดอาจกาหนดท่ีตั้งอาวุธประจาหน่วยให้อยู่ใกล้เส้นสันเนินทาง
ภูมิศาสตร์ เพ่ือให้มีพ้ืนที่การยิงดี ถ้าหากหมวดจะต้องให้ความคุ้มครองการถอนตัวของตนในขั้นต้น ผู้บังคับหมวด
จะตอ้ งเลือกทม่ี ัน่ ด้านหลังหนง่ึ แห่งหรือมากกว่าเพื่อใหก้ าลังสว่ นแรกทถี่ อนตวั เข้ายึดทมี่ ่นั น้นั ๆ
5) ในกองร้อยทหารยานเกราะ รสพ. จะเข้าประจาท่ีม่ันกาบังทางด้านหลังของท่ีมั่นหมวด ซึ่งจะ
สามารถสนับสนุนด้วยการยิง ทั้งสามารถบรรทุกและปฏิบัติการถอนตัวได้ ถ้าหาก รสพ. ไม่สามารถเข้าท่ีมั่นกาบังได้
รสพ. จะเคล่ือนที่ไปให้ไกลเท่าที่จะสามารถให้ทหารขึ้นบรรทุกได้อย่างรวดเร็ว และจะต้องระมัดระวังอย่างมาก
ตลอดเวลา เพอ่ื หลกี เลย่ี งมิให้ รสพ. ต้องเปิดเผยต่อการยิงของอาวุธต่อสู้รถถัง ถ้าหาก รสพ. ไม่สามารถใช้ได้ ผู้บังคับ
หมวดจะตอ้ งวางแผนการขนสง่ อยา่ งอน่ื แทนการขนส่ง ซึ่งจะกระทาโดย รสพ.
6) ในบางสถานการณ์ ผู้บังคับกองพันจะส่งให้กองร้อยในแนวหน้าทุกกองร้อยให้ถอนตัวในเวลา
เดยี วกนั หรืออาจจะส่ังให้แนวหน้าท่ปี ะทะกับขา้ ศึกนอ้ ยท่ีสุดถอนตัวก่อนก็ได้
7) กองร้อยถอนตัวเมื่อได้รับคาส่ังเท่านั้น ถ้าหากกองร้อยถูกกดดันจากข้าศึกอย่างหนัก ผู้บังคับ
กองรอ้ ยจะสัง่ ใหท้ ุกหมวดในแนวหน้าที่ถูกข้าศึกกดดันน้อยที่สุดถอนตัว แต่ถ้าหากการถอนตัวของข้าศึกมีลักษณะเท่า
เทียมกัน ตลอดกว้างด้านหน้าผู้บังคับกองร้อยอาจจะสั่งให้หมวดในแนวหน้าทั้งหมดถอนตัวในเวลาเดียวกัน ข้อตกลง
ใจของผู้บงั คับกองร้อยทจ่ี ะใหส้ ่วนท่ีถกู กดดันมากที่สดุ หรือส่วนท่ีถูกกดดันน้อยท่ีสุดถอนตัวก่อนน้ัน เป็นส่ิงท่ียากมาก
อนั หนึง่ เพราะว่าถา้ หากจะถอนสว่ นทีถ่ กู ข้าศึกกดดันมากกว่าไปก่อน ก็จะทาให้หน่วยท้ังหน่วยจะถูกโอบล้อม และถูก
ทาลายลงได้ และถ้าหากจะถอนส่วนท่ีถูกข้าศึกกดดันน้อยกว่าไปก่อน ก็อาจจะทาให้กาลังท้ังมวล หรือกาลังส่วนใหญ่
ของส่วนท่ีถกู กดดันนนั้ ตอ้ งถูกทาลายไป ข้อตกลงในเร่อื งน้ีจึงข้ึนอยู่กับแผนในการท่ีรักษาความเป็นกลุ่มก้อนของกาลัง
รบเอาไว้ และแผนท่ีจะกอ่ ใหเ้ กดิ การเกอื้ กลู ต่อความสาเรจ็ ของภารกิจท้งั มวล
8) ระดับของการกดดันของข้าศึก จะเป็นส่ิงแสดงได้ก็ด้วยการถอนตัวของหมวดปืนเล็กมายังด้านหลัง
ของส่วนกาบัง โดยหมวดซงึ่ มไิ ดถ้ ูกกดดนั อาจถอนตวั พรอ้ มกันเป็นหน่วยแต่ถ้าหากถูกข้าศึกกดดันก็จะต้องถอนตัวโดย
การใช้การยิง และการดาเนินกลยุทธ์ การควบคุมในข้อน้ีเป็นสิ่งสาคัญย่ิง หน่วยหมวดอาจจะถอนตัวจากที่มั่นหรือ
เคลือ่ นท่มี าขา้ งหลังจะใช้การเคลือ่ นท่ี 3 วธิ ี วิธีเหลา่ นใ้ี ช้เพื่อแนวทางเท่านั้น และอาจเปล่ียนแปลงไปตามสถานการณ์
และภูมิประเทศ และไมว่ า่ จะเลอื กใชว้ ิธีใดก็ตาม รองผ้บู งั คบั หมวดจะถอนตัวก่อน เพื่อจะได้ไปประสานการปฏิบัติเป็น
รายบุคคล และหน่วยในขณะที่ถอนตัว ในขณะนี้ผู้บังคับหมวดจะอยู่ในที่มั่นและถอนตัวพร้อมกับส่วนสุดท้ายของ
หมวด ส่วนทถี่ อนตวั หยุดลงชวั่ คราวท่จี ุดนดั พบเฉพาะเม่อื ตอ้ งการทจี่ ะจัดการควบคุมหน่วยขึน้ ใหมเ่ ทา่ นน้ั
8.1) การถอนตัวในแนวบางลง อาวุธอัตโนมัติถอนตัวเป็นหน่วยสุดท้ายวิธีการน้ีพลปืนเล็กจะถอน
ตวั ก่อน และผู้บังคับหมจู่ ะถอนตวั ก่อนและพร้อมกบั สว่ นสดุ ท้าย สาหรบั อาวุธต่อสูร้ ถถงั นัน้ ขน้ึ อยู่กับขีดความสามารถ
ของยานเกราะข้าศึกอาจถอนตัวได้ทุกเวลา ในขณะที่กาลังส่วนหน่ึงถอนตัว กาลังส่วนที่เหลืออยู่ภายในท่ีมั่นจะเพ่ิม
- 120 -
อตั ราการยิงให้สงู ขึ้น เพื่อปูองกันมิให้ข้าศึกเข้ามาโจมตีที่มั่นได้ หมู่จะถอนตัวไปยังจุดนัดพบของหมู่ หรือถอนตัวไปยัง
ท่ีมัน่ ถัดไปทางดา้ นหลงั วธิ ีการถอนตัวแบบนี้ จะทาใหอ้ านาจการยงิ สูงสุดตลอดท่ีมน่ั ของหมวดในระหว่างการถอนตวั
8.2) การถอนตัวเป็นหมู่ การถอนตัวแบบน้ีหมู่พร้อมด้วยอาวุธประจาหน่วยที่มาสมทบจะยังคงอยู่
ในทม่ี น่ั เพอ่ื ทาหน้าทเี่ ป็นส่วนระวังหลงั ส่วนทีเ่ หลือของหมวดจะถอนตวั ไปด้านหลัง ส่วนระวังหลังจะถอนตัวเม่ือกาลัง
ส่วนใหญ่ของหมวดเข้าไปอยู่ในท่ีมั่นเพ่ือคุ้มครองการถอนตัวให้กับตนแล้ว ถ้าหากข้าศึกติดตามการถอนตัวมาอย่าง
ใกล้ชิด หมวดจะต้องสู้รบในขณะเคลื่อนที่มายังด้านหลัง (สู้พรางถอยพราง) โดยการถอนหมู่และอาวุธประจาหน่วย
สลับกันเปน็ หมู่ (หมหู่ นง่ึ ถอนตวั อีกหมหู่ น่งึ ให้ความคุ้มครอง) ถ้าหากมีรถถังจะเหลือรถถังเอาไว้กับส่วนระวังหลัง หรือ
คงอยู่ภายในท่ีมั่นของตน เพ่ือให้การปูองกันการถอนตัวของส่วนระวังหลัง หรือคงอยู่ภายในที่มั่นของตน เพ่ือให้การ
ปูองกันการถอนตัวของส่วนระวังหลัง หมู่ที่เหลือไว้เป็นส่วนระวังหลังจะต้องสามารถคุ้มครองเส้นทางท่ีเข้ามายังท่ีมั่น
ของหมวดได้ด้วยการยงิ เพื่อปอู งกนั ข้าศกึ เข้าบดขย้ีหรือโอบปีกกาลงั ฝุายเรา
8.3) การถอนตัวเป็นชดุ ยงิ การถอนตัวแบบน้ีจะให้ชดุ ยิงหน่งึ ชุดในแต่ละหมู่เคล่ือนที่ไปยังท่ีมั่นข้าง
หลงั จากทมี่ นั่ น้นั หมสู่ ามารถสนับสนุนการถอนตัวของชุดยิงที่เหลืออยู่ในที่มั่นเดิมได้ ปืนกลจะถอนตัวโดยวิธีสลับมา
ขา้ งหลังเช่นเดียวกบั ชุดยิงอาวุธต่อสู้รถถังจะถอนตัวตามสถานการณ์ โดยปกติถ้าหากมีรถถัง รถถังเหล่านี้จะคงอยู่กับ
ชุดยิงหรืออยู่ภายในที่มั่น เพ่ือสนับสนุนส่วนใดส่วนหนึ่งของหมวดเม่ือปะทะกับข้าศึก วิธีนี้เป็นวิธีที่พึงประสงค์ เมื่อ
การปะทะกับข้าศึกใกลจ้ ะเกิดข้ึน
รปู ท่ี 6 – 7 การถอนตวั เปน็ หมู่
- 121 -
รปู ท่ี 6 - 8 การถอนตัวเปน็ ชุดยิง
รูปที่ 6 – 9 การถอนตัวเปน็ ชุดยิง
8.4) ในการถอนหน่วยมายังข้างหลังจะต้องระมัดระวงั อย่างมาก ทจี่ ะไมใ่ ห้หน่วยท่ีถอนตัวเคล่ือนที่
มายังทิศทางยิงของส่วนกาบัง รถถังจะยิงไปยังข้าศึกในขณะท่ีกาลังถอนตัวและโดนปกติจะเข้าร่วมกับส่วนกาบัง เมื่อ
เข้ามายังที่มั่นของส่วนกาบังน้ัน เมื่อกองร้อยจะต้องช่วยเหลือการถอนตัวของตนเอง เคร่ืองยิงลูกระเบิดของกองร้อย
จะถอนตัวเป็นขั้น ๆ เพื่อให้สามารถสนับสนุนด้วยการยิงได้อย่างต่อเนื่อง หมวดจะรวมกันในท่ีรวมพลของหมวด (ถ้า
หากใช้ที่รวมพล) แล้วเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปยังท่ีรวมพลของกองร้อย ซึ่งโดยปกติจะอยู่ด้านหลังของส่วนกาบังของ
กองพัน
- 122 -
9) ให้หลีกเล่ียงความชักช้าที่เกิดในที่รวมพลของกองร้อย เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการควบคุม
จราจรของกองพนั อาจจะส่งหมวดไปข้างหลงั เป็นหมวด ๆ เมอ่ื แตล่ ะหมวดเดนิ ทางมาถึงท่ีรวมพลของกองร้อยแล้ว
10. กองรอ้ ยและหมวดเมือ่ ทาหนา้ ทสี่ ่วนกาบงั
10.1 กองร้อยอาวุธเบาที่กาหนดให้เป็นกองหนุนของกองพัน โดยปกติส่วนกาบังของกองพันในการถอน
ตัวเมื่อข้าศึกกดดัน กาลังส่วนน้ีเพ่ิมเติมด้วยส่วนสนับสนุนและอาวุธสนับสนุนอื่น ๆ ภารกิจหลัดของส่วนกาบัง คือ
คมุ้ ครองของการถอนตวั ของหนว่ ยในแนวหน้าดว้ ยการยิงในบางโอกาสอาจจะมคี วามจาเป็นทีจ่ ะตอ้ งปฏิบัติการรบด้วย
วิธีรุกอยา่ งจากัด เพ่ือชว่ ยเหลือการถอนตัวของหนว่ ยในแนวหน้ากไ็ ด้
10.2 ผบู้ งั คบั กองพันกาหนดทต่ี ง้ั ข้ันต้นของสว่ นกาบงั ซง่ึ ตามปกตจิ ะอยูด่ ้านหลงั ของหน่วยในแนวหน้าใน
กองพันทหารราบยานเกราะ กองหนุนจะเข้าประจาท่ีรวมพล ซึ่งอยู่ประมาณกึ่งกลางของเขตปฏิบัติการ และ
เตรียมการท่จี ะเคลื่อนทีไ่ ปยงั ทีม่ น่ั ทก่ี าหนด และเตรยี มทมี่ ั่นกาบงั หรอื ทาการตีโตต้ อบ
10.3 ในระหว่างการถอนตวั ผู้บังคบั กองร้อยจะต้องทราบสถานการณ์อยา่ งต่อเนือ่ ง และ ร่วมในการเข้าตี
ท่ีอาจจะเกิดข้ึน เพ่ือช่วยเหลือการถอนตัวของหน่วยในแนวหน้า ที่ถูกกดดันอย่างหนัก และจะต้องแจ้งให้หน่วยรอง
ทราบสถานการณ์อยเู่ สมอ
10.4 หมวดหนุนจะทาหน้าที่เป็นส่วนกาบังของกองร้อย และอยู่ประจาท่ีม่ันจนกระทั้งหมวดในแนวหน้า
ได้ถอนตัวมายังด้านหลังแล้ว หมวดนั้นอาจจะประจาอยู่ในที่มั่นที่ได้เตรียมการไว้แล้ว หรืออาจจะเคลื่อนท่ีไปยังที่มั่น
อ่นื ๆ เพือ่ ปอู งกันการถอนตวั ของหมวดในแนวหนา้ ก็ได้และเม่ือหมวดในแนวหน้าได้เคล่ือนที่ไปข้างหลังไกลมากพอ ผู้
บังคบั กองรอ้ ยจะส่ังใหส้ ่วนกาบงั ถอนตวั ไปยังทร่ี วมพลของกองร้อยซ่ึงอยดู่ ้านหลังส่วนกาบงั ของกองพนั
10.5 โดยปกติการถอนตัวของส่วนกาบังของกองพัน จะได้รับการคุ้มครองจากส่วนกาบังของกรม แต่ถ้า
หากไม่มีส่วนกาบังของกรมหรือกาบังของกรมอยู่ห่างมาก จนไม่สามารถที่จะคุ้มครองการถอนตัวของกองพันได้ ผู้บังคับกอง
พนั กจ็ ะใหก้ องร้อยในแนวหนา้ และสว่ นกาบังของกองพนั เคลอื่ นทจ่ี ากที่มัน่ กาบงั ระหวา่ งทางแห่งหนึ่งไปยังท่ีมั่นกาบัง
อกี แหง่ หนึ่ง จนกระทั่งกองพนั ไปถึงที่มน่ั ท่ปี ลอดภยั ไกลออกไปจากพนื้ ทที่ ขี่ ้าศกึ มอี ิทธิพลอยู่
11. การถอนตัวทางอากาศ (ส่วนแยก)
11.1 กล่าวทว่ั ไป
1) การถอนตัวโดยทางอากาศ (ส่วนแยก) เป็นการปฏิบัติโดยการถอนกาลังท้ังหมดของกองร้อย
หรอื ส่วนหน่งึ ของกองรอ้ ยออกจากขา้ ศึก แลว้ เคล่อื นทีโ่ ดยทางอากาศไปยังท่ีต้ังแห่งอื่น การถอนตัวน้ีอาจกระทาโดยที่
ข้าศกึ กดดัน หรอื โดยที่ขา้ ศึกไม่ไดก้ ดดนั กไ็ ด้ กาลงั สว่ นแยกนโ้ี ดยปกติจะไม่ถกู ข้าศึกกดดันในตอนต้น
2) กองร้อยทกุ เหล่าไมว่ า่ จะเป็นเหลา่ ใดสามารถถอนตวั ได้ แต่อย่างไรก็ตามการถอนตัวของกองร้อย
ยานเกราะจะถอนได้เฉพาะกาลงั พลและยทุ โธปกรณ์ทมี่ ีนา้ หนกั เบาเท่าน้ัน
3) การมีกาลังทางอากาศเหนือกว่าข้าศึกเฉพาะบริเวณเป็นสิ่งที่พึงประสงค์ เพ่ือความสาเร็จในการ
ถอนตัวแบบน้ี กาลังส่วนน้อยที่มีอยู่ใกล้กับแนวปะทะอาจถอนตัวโดยไม่ต้องมีกาลังทางอากาศเหนือกว่าข้าศึก ทั้งน้ี
โดยการใชข้ อ้ ไดเ้ ปรยี บจากความมืดหรือสภาพทศั นวิสยั จากัดอน่ื ๆ
4) กองร้อยท่ีถอนตัวทางอากาศเคล่ือนที่ไปยังท่ีรวมพล ซึ่งอยู่ข้างหลังแนวฝุายเดียวกันหรือตรงไป
ยงั พน้ื ทีก่ ารรบแหง่ ใหม่เลยกไ็ ด้
11.2 แผนการถอนตัว
1) ผู้บังคับกองร้อยวางแผนการถอนตัวทางอากาศ โดยมีรายละเอียดมากท่ีสุดเท่าที่เวลาอานวยให้
แผนสว่ นใหญ่จะขึน้ อยกู่ ับระเบียบปฏบิ ัติประจาของหนว่ ย ทง้ั เพือ่ ลดรายละเอียดในคาสัง่ ลง
2) ไมว่ ่าจะถอนตวั ทใ่ี ดส่งิ ที่ต้องเกยี่ วข้องคือ ระดับของการเส่ียงและการถอนตัวทางอากาศเป็นส่ิงท่ี
มคี วามจาเปน็ แผนการถอนตัวทางอากาศเป็นส่ิงทจี่ ะตอ้ งทาให้สอดคล้องกับแผนการยุทธ์
- 123 -
11.3 การปฏบิ ตั ิการถอนตัว
1) สว่ นระวงั ปอู งกันจะจดั การค้มุ ครองให้กับสว่ นใหญ่ ในขณะท่ีกาลังส่วนนี้รวมกันอยู่ เพื่อเคล่ือนท่ี
ไปยังพื้นท่ีรับกลับ และในขณะท่ีแยกหน่วยกับออกมา ส่วนระวังปูองกัน นี้อาจจะประกอบด้วยกาลังหน่ึงหมู่ จากแต่
ละหมวดปนื เล็กหรอื กาลงั ทัง้ หมดของหมวด สงิ่ ท่ตี ้องการมากก็คือความเป็นปึกแผ่นของหน่วย ซ่ึงจะทาให้การควบคุม
และโตต้ อบตอ่ การเขา้ ตีมปี ระสทิ ธภิ าพ ทัง้ ในระหวา่ งการถอนตวั หรือการปฏบิ ัตกิ ารจู่โจมในพ้ืนท่ีอ่ืน ส่วนระวังปูองกัน
นจ้ี ะปฏบิ ัตหิ นา้ ท่รี ะวังปอู งกนั ในท่มี นั่ ตงั้ รับ และพ้นื ท่ีรบั กลบั ตามที่ผูบ้ ังคับกองร้อยกาหนด
2) การยิงสนับสนุน การสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด การใช้ทุ่นระเบิดและส่ิงกีดขวางจะต้อง
นามาใช้เพื่อปอู งกันข้าศกึ ไม่ใหไ้ ลต่ ิดตามส่วนที่ถอนตวั
3) ในระหว่างการถอนตัวเม่ือข้าศึกกดดัน จะต้องเน้นในเรื่องการรักษาความลับและการปฏิบัติที่
แสร้งทาให้เหมือนการปฏิบัตจิ รงิ ให้มากทส่ี ุดเท่าท่จี ะทาได้
4) เม่ือไปถึงพื้นท่ี หน่วยจะต้องเตรียมการให้เสร็จสมบูรณ์สาหรับการบรรทุกและแบ่งพวกการ
บรรทุกไว้ การบรรทุกทางยุทธวิธีน้ันความเร็วและขีดความสามารถในการใช้เคร่ืองบินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเป็นส่ิง
สาคญั ยงิ่
5) เม่ือสว่ นใดของกองรอ้ ยถอนตวั เสร็จแล้ว ส่วนกาบังจะเริ่มการถอนตวั
6) สาหรบั รายละเอยี ดในการถอนตัวทางอากาศ ให้ดูได้จาก เอฟเอ็ม 57 - 35 และเอฟเอม็ 61 - 100
รูปท่ี 6 – 10 การปฏบิ ตั ิการถอนตัว
- 124 -
12. การรบหนว่ งเวลา
12.1 การรบหนว่ ยเวลาเป็นการปฏิบัติเม่ือหน่วยตกอยู่ภายใต้การกดดันของข้าศึก โดยยอมเสียพ้ืนท่ีเพ่ือ
แลกกับเวลา ในขณะเดียวกันกระทาการรบหน่วยเวลาให้นานท่ีสุด และก่อให้เกิดการสูญเสียแก่ข้าศึกให้มากที่สุดอีก
ด้วย โดยไม่ทาการรบในข้ันแตกหัก การปฏิบัติอาจมุ่งหมายที่จะบังคับให้รวมกาลังเป็นเปูาหมายของอาวุธนิวเคลียร์
ถงึ แมว้ า่ หลกั การของการปฏิบัตกิ ารรบหน่วยเวลาไดเ้ นน้ เพอื่ ให้ได้เวลา โดยไม่ทาการรบในขั้นแตกหัก แต่กองร้อยอาจ
ถูกบงั คับให้ยอมรบั การรบประชดิ เน่อื งจากสถานการณ์ทางยุทธวิธีเฉพาะแห่งก็ได้ เช่น เม่ือมีความต้องการพ้ืนที่ และ
เวลาที่มอี ย่จู ากดั และ/หรอื เพ่ือท่จี ะคล่คี ลายสถานการณใ์ หด้ ขี ึน้
12.2 กาลังที่ปฏิบัติการรบหน่วยเวลาประกอบด้วยส่วนระวังปูองกัน ส่วนรบหน่วงเวลาหน้า และ
กองหนุนของกองร้อยอาวุธเบาทาหน้าท่ีเป็นกาลังทุกส่วน หรือทาแต่เพียงบางส่วนก็ได้เม่ือหน่วยได้รับมองกว้าง
ด้านหนา้ มาก กองหนนุ ของกองพนั อาจปฏบิ ัตหิ น้าทเี่ ปน็ ส่วนระวงั ปูองกันดว้ ยกไ็ ด้
12.3 ภารกจิ ทมี่ อบให้กับกาลังรบหน่วงเวลาก็คือ การตรึงข้าศึกไว้ข้างหน้าแนวท่ีกาหนดไว้ จนกระทั้งถึง
เวลาท่ีกาหนด ซึ่งหน่วยเหนือจะได้แจ้งการปฏิบัติให้ทราบ กาลังรบหน่วงเวลาจะปฏิบัติการจากที่มั่นรบเวลา
ตามลาดับข้ัน หรือสลับขั้นข้ึนก็ได้ และโดยธรรมดากาลังรบหน่วงเวลาจะเข้าท่ีม่ันใกล้กับสันเนินภูมิศาสตร์ของภูเขา
หรือสันเขา (รส. 7 - 20)
12.4 ในระหว่างปฏิบัติการรบหน่วงเวลา กาลังรบหน่วงเวลาจะดารงการเกาะข้าศึกเอาไว้แสวงหา
ประโยชน์จากส่ิงกีดขวางและใช้การยิงระยะไกลให้มากท่ีสุด ทหารราบยานเกราะสามารถปฏิบัติการรบหน่วงเวลาได้
อยา่ งต่อเนือ่ ง อย่างไดผ้ ลดกี ว่าทหารราบเดนิ เท้า ท้ังนี้ ข้ึนอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ รวมทั้งชนิดและขนาดของหน่วย
ขา้ ศกึ ด้วย
13. การวางแผนการรบหน่วงเวลา
13.1 แผนการรบหนว่ งเวลาจะต้องเป็นแผนแบบรวมการอย่างมากท่ีสุด แต่ในการปฏิบัติจะต้องแยกการ
ปฏิบัติลงไปจนถึงหน่วยต่าสุด โดยการกาหนดภารกิจเฉพาะให้ การเคลื่อนย้ายกาลังรบหน่วงเวลาจะต้องมีการ
ประสานการปฏบิ ตั ิ เพื่อการรกั ษาความปลอดภัย และความเป็นกลุ่มก้อนของหน่วยไว้ มีอยู่เสมอท่ีผู้บังคับกองร้อยจะ
อนุมัติให้หน่วยปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุกต่อกาลังข้าศึก ซึ่งการปฏิบัตินั้นจะไม่กระทบกระเทือนความสาเร็จภารกิจท้ัง
มวลของหนว่ ย
13.2 โดยปกติคาสั่งของกองพันจะกาหนดท่ีม่ันรบหน่วงเวลาข้ันต้นให้แก่หน่วย (ถ้าหากกองร้อยมิได้
ปะทะกบั ข้าศกึ ) พน้ื ท่ซี ึ่งหน่วยจะทาการรบหนว่ ยจะทาการรบหน่วงเวลา ระยะเวลาท่ีกองร้อยจะทาการรบหน่วงเวลา
ในทม่ี ัน่ ขา้ งหนา้ หรือทมี่ นั่ ที่กาหนด เวลาถอนตัว ข้ันการปฏบิ ตั ิ และทม่ี ั่นรบหนว่ งเวลาตามลาดับขน้ั หรือสลบั
13.3 หลังจากทไ่ี ดร้ ับคาสงั่ ของกองพนั และถา้ มีเวลาผู้บงั คับกองร้อยจะศึกษาภมู ิประเทศพ้ืนที่ปฏิบัติการ
อยา่ งละเอียด ทม่ี ่นั รบหน่วงเวลาแต่ละแหง่ จะต้องมีลกั ษณะดงั นี้
1) มีการตรวจการณแ์ ละพนื้ การยิงดี
2) มีเสน้ ทางถอนตัวทมี่ กี ารซอ่ นพราง
3) มสี งิ่ กดี ขวางทางด้านหนา้ และทางปีก
4) มกี ารซ่อนพรางในท่ีมั่นรบหน่วงเวลามากท่ีสดุ
5) มีห้วงภูมปิ ระเทศทางกว้างอยู่ขา้ งหน้าทมี่ ั่น
13.4 ผู้บังคับกองร้อยจัดกาลังดาเนินกลยุทธ์ การยิงสนับสนุน และแผนฉากขัดขวางเช่นเดียวกับการต้ังรับ
นอกจากนีแ้ ลว้ ผู้บังคับกองรอ้ ยจะต้องวางแผนการถอนตวั เมอื่ ข้าศึกกดดนั ดว้ ย
- 125 -
13.5 ผู้บงั คับกองร้อยจะกาหนดท่มี ่นั และพืน้ ทร่ี ับผิดชอบให้กบั หมวด อีกส่วนระวังปูองกันเฉพาะบริเวณ
เขตปฏิบัติการของหมวด แบบของการรบหน่วงเวลาท่ีจะใช้ ท่ีรวมพลของกองร้อย และที่รวมพลของหมวด เส้นทาง
และลาดับความเรง่ ด่วนในการถอนตัว ขน้ั การถอนตวั และการสมทบอาวธุ สนับสนุน
13.6 โดยยืดถือคาส่ังของกองร้อย และการรักษาภูมิประเทศของตน ผู้บังคับหมวดจะกาหนดท่ีมั่น และ
พ้ืนท่ีรับผิดชอบให้กับหมู่และกาหนดเส้นทางถอนตัว จุดนัดพบจะเวลาสมทบอาวุธสนับสนุน ผู้บังคับหน่วยทุกคน
จะต้องเตรียมแผนการยิงอย่างประณีต รวมทั้งการยิงของอาวุธเล็งจาลอง ท้ังจะต้องม่ันใจว่ามีอานาจการยิงอย่าง
เพียงพอไปยงั แนวทางเคลื่อนที่ของข้าศึกทุกแนวทางที่จะเข้ามายังที่มั่น จะต้องเลือกท่ีม่ันเพ่ิมเติมให้กับหมู่ และอาวุธ
ประจาหน่วย และอาวุธสนับสนุนเพื่อให้มั่นใจว่ามีความอ่อนตัว และสามารถท่ีจะรวมอานาจการยิงไปยังข้าศึกได้ใน
ระยะไกล จะต้องวางแผนการถอนตัวโดยใช้พลสุ ัญญาณเอาไว้ เมอ่ื การติดต่อทางสายหรือวิทยไุ ม่สามารถติดตอ่ กันได้
14. การจดั ทต่ี ัง้ รบหน่วงเวลา
14.1 โดยธรรมดา กองพันจะกาหนดกว้างด้านหน้าให้กับกองร้อยมากกว่า ในสถานการณ์ต้ังรับผู้บังคับ
กองร้อยอาจจะใช้กาลังทุกหมวดในแนวหน้า เพื่อคุ้มครองกว้างด้านหน้าได้รับมอบก็ได้ ถ้าทาได้จะต้องจัดให้มี
กองหนุนขนาดเลก็ เอาไว้เพ่ือให้มีความออ่ นตวั และเพิ่มความลึกในการตัง้ รับ กองร้อยจะรับผิดชอบกว้างด้านหน้ามาก
ได้ โดยการยอมรับใหม้ ีชอ่ งว่างระหวา่ งท่มี ั่นหมวด ซ่ึงหนว่ ยไมไ่ ดว้ างกาลังคุ้มครองไว้ แต่ทง้ั น้ี มไิ ด้หมายความว่าหมวด
จะเพิม่ พ้ืนท่ีวางกาลังให้เกินกว่าเขตสูงสุดท่ีหมวดจะยึดครองได้ในการต้ังรับ ผู้บังคับกองร้อยจะคุ้มครองพื้นที่ระหว่าง
หมวด ซึ่งมิได้วางกาลังไว้ด้วยการลาดตระเวน การยิง การใช้เครื่องมือตรวจการณ์และสิ่งกีดขวาง โดยปกติผู้บังคับ
หมวดควรจะเลอื กที่มัน่ ใกล้กับสันเนนิ ทางภูมิศาสตรข์ องภูเขาหรอื สนั เขา
14.2 อาวุธต่อสู้รถถังตามธรรมดา จะสมทบให้กับหมวดปืนเล็กซึ่งอยู่ในพ้ืนที่ซ่ึงอาวุธน้ันตั้งยิงอยู่ เครื่อง
ยิงลกู ระเบิดของกองรอ้ ยจะใชเ้ พื่อคุ้มครองหน่วยในแนวหน้า และตั้งยิงอยู่ในข้างหน้าให้มาก เพ่ือสามารถทาการยิงใน
ระยะไกลสุดได้ และถ้าหากเครื่องยิงระเบิดไม่สามารถจะคุ้มครองหน่วยในแนวหน้าได้จากท่ีต้ังยิงในย่านกลางได้
เครื่องยงิ ลูกระเบดิ อาจสมทบใหก้ บั หมวดปนื เล็ก ผบู้ ังคบั หมวดปนื เลก็ จะสัง่ อาวุธในอัตรา และสมทบตั้งยิงในพื้นที่ ท่ีมี
พน้ื การยงิ ไกลได้ดที ีส่ ดุ
14.3 ในกองร้อยอาวุธเบายานเกราะ รถสายพานลาเรียงพลจะใช้ได้ในการร่อนถอยเมื่อข้าศึกกดดัน (ข้อ
2 และข้อ 4, ดอนที่ 3) รถสายพานลาเลียงพลท่ีติดตั้งอาวุธ อาจจะใช้เพื่อปูองกันปีกและเพิ่มความลึกให้กับที่มั่นรบ
หน่วงเวลา เช่นเดียวกับการสนับสนุนการถอนตัวจากที่ม่ันแต่ละแห่ง กองร้อยอาวุธเบายานเกราะจะใช้ในการ
ปฏิบัติการรบด้วยวิธีรุกอยู่เสมอ โดยร่วมปฏิบัติการกับรถถังในการปฏิบัติการรบหน่วงเวลา จะต้องระมัดระวังเพ่ือ
มั่นใจวา่ รสพ. จะเคล่อื นทไี่ ปในเสน้ ทางซ่อนพราง และจะไม่ให้หน่วยท่ปี ีกเปดิ ทางด้านข้าศึก
14.4 เส้นทางถอนตัวและท่ีม่ันถัดไปของหมวด จะต้องทาการลาดตระเวนเท่าท่ีเวลาจะอานวยให้ถ้า
สามารถทาได้ การจัดเตรียมท่ีม่ันท่ีถัดไปข้างหลังจะกระทาก่อนการถอนตัว จะเร็วขึ้นถ้าหากมีเวลาจากัด พวก
ลาดตระเวนจะตอ้ งเตรยี มแผนสาหรบั การเข้าประจาทม่ี ั่นแห่งนดี้ ว้ ย
14.5 ยานพาหนะท่ีไม่ต้องการใช้ในท่ีม่ันรบหน่วงเวลา เช่น ยานพาหนะในขบวนสัมภาระของกองร้อย
โดยธรรมดาจะเคลอื่ นทไ่ี ปเข้าประจาที่มน่ั หนว่ งเวลาถัดไป เพ่ือให้สามารถสนับสนุนการถอนตัวในห้วงระยะเวลาที่คับ
ขนั ไดอ้ ย่างต่อเนื่อง ผบู้ ังคบั หนว่ ยจะต้องอยูก่ บั หน่วยในแนวหน้าสุด เพอ่ื การประสานและควบคมุ การปฏิบัติของหน่วย
ตน
- 126 -
15. การปฏิบตั ิการรบหน่วงเวลาในทีม่ ่ันตามลาดบั ขน้ั
15.1 การรบหน่วงเวลาในที่ม่ันตามลาดับ (ดูรูปท่ี 10) คือการปรับปรุงและการเข้ายึดท่ีมั่นรบหน่วงเวลา
ตามธรรมชาตแิ ตล่ ะแหง่ กองรอ้ ยจะทาการรบหน่วงเวลาในที่มั่น หรือระหว่างทม่ี น่ั อยู่หนึ่ง และจะไม่ยอมเคล่ือนที่โดย
ไมจ่ าเปน็
15.2 จะต้องทาลายข้าศึกด้วยการยิงตั้งแต่ในระยะไกล และใช้ความหมายทุกอย่างที่จะยับย้ังกาลังส่วน
นาของข้าศึก เพื่อท่ีบังคับกาลังส่วนที่ตามมาต้องรวมกาลังกันอยู่บนถนนหรือเส้นทาง ถ้าหากความพยายามประสบ
ผลสาเร็จจะต้องนาเคร่ืองมือท่ีมีอยู่ทั้งหมดเอามาใช้เพื่อทาลายข้าศึก ถ้าหากความพยายามไม่สาเร็จ ข้าศึกส่วนน้ีจะ
เป็นกาลังส่วนน้อยทีส่ ดุ ท่ีจะเข้าตที ี่มน่ั รบหนว่ งเวลา
15.3 ผบู้ ังคับกองร้อยจะต้องเล่ยี งการรบในข้ันแตกหกั ยกเว้นแต่เมื่อมีความจาเปน็ ทจ่ี ะต้องปฏิบัติภารกิจ
ให้สาเร็จเท่าน้ัน หมวดในแนวหน้าจะเข้ายึดท่ีม่ันแต่ละแห่งจนกระท้ังข้าศึกเคล่ือนท่ีเข้ามาประชิดหรือโอบล้อมท่ีมั่น
เม่ือการรบหน่วงเวลาประสบผลสาเร็จสูงสุด และเม่ือปรากฏว่าถ้าหากจะยังยึดที่ม่ันอยู่อีกต่อไป จะเป็นผลให้หน่วย
ต้องเข้ารบติดพันกับข้าศึก หน่วยจะเริ่มถอนตัวเข้าไปที่ตั้งรบหน่วงเวลาแห่งใหม่ การถอนตัวนี้จะเร่ิมตามแผนที่ได้
จดั เตรยี มเอาไวแ้ ลว้ หรือตามคาส่ังของหน่วยเหนอื หรอื เพ่อื ปูองกนั การรบตดิ พันอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ก็ได้
15.4 ตามธรรมดาผู้บังคับกองร้อยจะอนุมัติให้กาลังในแนวหน้าถอนตัว ในขณะเดียวกันผู้บังคับกองร้อย
จะต้องแจ้งให้ผู้บังคับกองพันทราบสถานการณ์ตลอดเวลา เพ่ือปูองกันมิให้หมวดในแนวหน้าต้องตกอยู่ภายใต้การ
กดดันอย่างหนัก ซึ่งทาให้สามารถถอนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากว่าการติดต่อสื่อสารกับผู้บังคับกองพันขาด
หายไป ผู้บังคบั กองรอ้ ยจะต้องตกลงใจท่จี ะถอนตวั โดยการพจิ ารณาถึง
1) ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
2) แนวคดิ ในการปฏิบตั ิ
3) สถานการณ์ของขา้ ศกึ
15.5 ภายหลังท่ีได้รับคาสั่งให้การรบหน่วงเวลาจากกองพัน ผู้บังคับกองร้อยจะต้องกาหนดเส้นทางถอน
ตัวให้กับหมวด (ข้อ 4 ตอนที่ 3) นอกจากนี้ จะกาหนดท่ีม่ันรบหน่วงเวลาของหมวดข้ึนหลาย ๆ แห่งเท่าท่ีต้องการ
เพื่อการควบคุมการปฏิบัติของหมวด จะต้องกาหนดท่ีรวมพลของหมวด และเส้นทางถอนตัวตามความเหมาะสม ถ้า
หากได้รับมอบกว้างด้านหน้าท่ีทาให้ผู้บังคับกองร้อยสามารถจะเก็บกองหนุนเอาไว้ได้ ผู้บังคับกองร้อยก็จะต้องใช้
กองหนนุ ใหเ้ ป็นส่วนกาบงั ของกองรอ้ ย และวางกาลังกองหนุนนี้ไว้ในที่ซ้ึงจะสามารถคุ้มครองการถอนตัวของหมวดใน
แนวหนา้ ท่ีทั้งหมดไดด้ ที ่ีสุด ทงั้ นข้ี ้นึ อยูก่ บั ทีต่ ัง้ กองหนุนกองร้อยก็ได้
15.6 ผู้บังคับหมวดเลือกท่ีม่ันรบหน่วงเวลาเพิ่มขึ้นภายในเขตที่รับมอบ ที่มั่นน้ีโดยท่ัวไปจะอยู่ในท่ีซ่ึง
กาลงั สว่ นแรกของหมวดจะถอนตวั จากทม่ี น่ั เดมิ สามารถที่จะเข้าไปยึดที่ม่ันแห่งใหม่ทางด้านหลังได้ และสามารถท่ีจะ
คุ้มครองการถอนตัวของส่วนท่ีเหลือของหมวดได้อีกด้วย ทั้งจะต้องพิจารณาด้วยว่า จากท่ีตั้งเหล่าน้ีจะสามารถ
คมุ้ ครองสง่ิ กีดขวางต่าง ๆ ไดด้ ้วยการยงิ
15.7 ผู้บังคับหมวดจะควบคุมการปฏิบัติของหมวด ให้เป็นไปตามคาส่ังของผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับ
หมวดปืนเล็กอาจจะมีความประสงค์จะทาการรบขั้นแตกหักกับข้าศึก เพื่อให้สาเร็จภารกิจของกองร้อย หรืออาจมี
ความประสงค์จะทาการตีโต้ตอบเพื่อปลดปล่อยหมวดอ่ืน ๆ ให้รอดพ้นจากการกดดันของข้าศึก ในระหว่างการรบ
หน่วงเวลาหมวดจะต้องแสวงหาผลประโยชนส์ ูงสดุ จากแผนท่ไี ดว้ างไว้แล้ว จากลักษณะภูมิประเทศ จากอานาจการยิง
ท่มี ีอยู่ จากเคร่ืองมือสื่อสาร (เครื่องมือหลักคือ วิทยุ) เพื่อดารงการต่อต้านและความสาเร็จของภารกิจ ในขณะที่ถอน
ตวั ภายใต้ความกดดนั จากทม่ี นั่ ร้ังหนว่ งเวลาแหง่ หนง่ึ การรบหน่วงเวลาจะต้องดาเนินอยู่ต่อไปจนกระท่ังหมวดถอนตัว
ผ่านเข้าไปยังพื้นที่ด้านหลังของส่วนกาบังของกองร้อย หรือส่วนกาบังของกองพัน กาลังส่วนแรกของหมวดจะถอน
ตวั อย่างรวดเร็ว เพ่ือยึดที่ม่ันแห่งใหม่ถัดไปทางด้านหลัง ซ่ึงโดยธรรมดาจะปฏิบัติภายใต้ความควบคุมของรองผู้บังคับ
- 127 -
หมวด ในขณะที่สว่ นเหลอื ของหมวดถอนตวั หมวดจะจดุ ระเบดิ ทาลาย หรอื จัดเตรียมสิ่งกีดขวางอ่ืน ๆ กาลังของหมวด
ทงั้ หมดอาจถอนตวั ผา่ นกาลังสว่ นแรกไปยังทีม่ นั่ ถดั ไปทางด้านหลงั เลยก็ได้ ในกรณีผ้บู งั คบั หมวดจะยังอยู่กับกาลังท่ีอยู่
ส่วนหน้าของหมวด หมวดจะทาการรบหน่วงเวลากับข้าศึกในท่ีม่ันตามลาดับขั้นแต่ละแห่ง จะถอนตัวเฉพาะเพ่ือ
หลีกเล่ียงการรบประชิด หมวดจะถอนตัวในลักษณะเช่นนี้จนกระทั้งผ่านที่มั่นส่วนกาบังของหน่วยเหนือ ซ่ึงในท่ีนี้
หนว่ ยจะรวมกนั เพือ่ เคลอื่ นตัวย้ายต่อไปยังทร่ี วมพลของกองร้อย หรอื ไปยังทีม่ ่ันถัดไปตามความเหมาะสม
15.8 ผบู้ ังคับกองรอ้ ยจะประสานการปฏิบัตกิ ารถอนตวั ของหมวด โดยยดึ ถอื คาส่ังของผู้บังคับกองพัน จะ
สั่งให้หมวดในแนวหน้าถอนตัวตามเวลาเพื่อปูองกันมิให้หมวดถูกตัดขาดออกโดยข้าศึก ซึ่งรุกคืบหน้าเข้ามาอย่าง
รวดเร็วจากทางปีก ถ้าหากมอื กองหนุนจะใหก้ องหนนุ เข้าประจาทม่ี ัน่ ใหม่ เพื่อสกัดก้ันการเจาะของข้าศึก และปูองกัน
ปีกและทางด้านหลัง ถ้าหน่วยไม่มีกองหนุนจัดเอาไว้ จะใช้กาลังของหมวดใดหมวดหน่ึงในการปฏิบัติการ ท้ังนี้
เนื่องจากมีความจาเป็นที่กองพันจะต้องให้มีการระวังปูองกันอย่างเต็มที่ กองหนุนของกองพันจึงต้องจัดขึ้นและ
นามาใช้
16. การปฏิบัติการรบหนว่ งเวลาในท่ีมั่นสลับ
16.1 การรบหน่วงเวลาในที่ม่ันสลับจะต้องมีกาลังสองส่วน กาลังส่วนแรกจะเข้ายึดที่มั่นรบหน่วงเวลา
ข้ันต้น และทาการรบกับข้าศึกในขณะที่กาลังส่วนที่สองจะเข้ายึด และปรับปรุงที่มั่นรบหน่วงเวลาขั้นท่ีสองเอาไว้
เทคนิคน้จี ะนามาใช้เม่ือกองพันปฏิบัติการ เม่ือได้รับมอบกว้างด้านหน้าแคบและกองร้อยอาวุธเบา โดยปกติจะทาการ
รบหน่วงเวลาทมี่ นั่ สลบั เฉพาะเม่ือปฏิบัติการเปน็ สว่ นของกาลงั สว่ นใหญ่เทา่ นน้ั
16.2 เมื่อกองร้อยวางกาลังในท่ีมั่นรบหน่วงเวลาข้ันต้น จะใช้เทคนิคตามที่กล่าวไว้ในการรบหน่วงเวลา
อย่างต่อเนื่อง (ขอ้ 4 ตอนที่ 4) เมอื่ กองร้อยถอนตัวมาถงึ ที่มน่ั ท่ีสอง จะถอนตัวผ่านหน่วย ซงึ่ ยดึ ท่ีมั่นที่อยู่เพ่ือเข้าไปยัง
ที่ม่ันท่สี ามเลย แลว้ เร่ิมการจัดเตรียมทมี่ นั่ และเข้ายึดที่มั่นน้นั
16.3 ถา้ หากกองร้อยวางกาลังในทม่ี นั่ ข้ันท่สี อง กองร้อยจะคุ้มครองการถอนตัวให้กับกาลังส่วนแรก และ
เขา้ รับผิดชอบการรบหน่วงเวลากับขา้ ศึกภายหลังทก่ี าลังส่วนแรกได้ถอนตัวผ่านท่ีม่ันของตนไปแล้ว การดาเนินการรบ
จะปฏิบัติซ้ากันเช่นน้ี โดยแต่ละหน่วยจะสลับกันเข้าปะทะข้าศึก และรับผิดชอบการรบหน่วงเวลาให้สาเร็จตามท่ี
หนว่ ยพงึ ประสงค์ เมอ่ื ไม่มกี ารปะทะเกิดขน้ึ และหนว่ ยจะรับผิดชอบการปรับปรุงและยึดที่ม่ันเอาไว้และสนับสนุนด้วย
การยิงใหก้ บั หน่วยที่ปะทะกับขา้ ศึกในขณะทถี่ อนตวั
16.4 ผู้บังคับกองร้อยอาจจะใช้หรือไม่ใช้กาลังหนึ่งหมวดปืนเล็ก ให้ทาหน้าที่เป็นกองหนุนก็ได้ เพราะ
ตามธรรมดากองหนนุ จะไม่เหลือไว้ในการปฏิบัติการรบหน่วงเวลาแบบน้ีจะมักจะใช้กาลังส่วนท่ีมิได้รบติดพันของกอง
พนั ทั้งหมดเขา้ ยดึ ทม่ี นั่ สลับ แต่อาจจะนากาลงั นม้ี าใช้เปน็ กองหนนุ ได้เม่ือมีความต้องการ
16.5 การรบหน่วงเวลาในที่ม่ันสลับ มีข้อดีที่ทาให้เวลามากในการปรับปรุงที่มั่นรบหน่วงเวลา การ
ปรนนบิ ัตยิ ุทโธปกรณ์ การพกั ผ่อนและการผลัดเปล่ียนกาลังรบ แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติแบบนี้ทาให้หน่วยมีความ
หลอ่ แหลมต่อการโจมตีของอาวุธนิวเคลียร์ เน่ืองจากหนว่ ยจะต้องรวมกาลังเป็นกลุ่มก้อน และในขณะเคล่ือนท่ีผ่านมา
อีกหนว่ ยหนง่ึ ซ่ึงกาลงั ยึดทีม่ ั่นอยู่
- 128 -
รปู ท่ี 6 – 12 การรบหน่วงเวลาในท่มี ั่นตามลาดับข้นั
- 129 -
รูปที่ 6 – 12 การรบหน่วงเวลาในท่มี ั่นสลบั
- 130 -
17. การถอย
17.1 การถ่อยเป็นการปฏิบัติการร่นถอยชนิดหน่ึง ซ่ึงกาลังรบมิได้ถูกกดดันจากข้าศึกปฏิบัติการร่นถอย
ตัวตามแผนอยา่ งมีระเบียบ การถอยตัวจากการบจะกลายเป็นการถอยภายหลังที่กาลังส่วนใหญ่ได้ผละออกจากข้าศึก
และหนว่ ยได้จดั รปู ขบวนเดนิ ทางเสร็จสิ้นแลว้
17.2 ตามธรรมดากองร้อยอาวุธเบา จะปฏิบัติการถอยเป็นส่วนหนึ่งของกาลังส่วนใหญ่ โดยหน่วยจะ
ได้รบั คาสัง่ เฉพาะเกี่ยวกบั ภารกจิ เวลา แบบการเคลือ่ นยา้ ย เสน้ ทาง และทห่ี มายการเดิน กองร้อยอาวุธอาจจะจัดเป็น
สว่ นหนงึ่ ของส่วนระวงั ปอู งกัน หรอื เปน็ กองร้อยระวังหลังกองกระหนาบ หรอื ส่วนลว่ งหน้า หรอื อาจจะเคล่ือนย้ายเป็น
ส่วนหนึ่งของกาลงั ส่วนใหญ่เลยก็ได้
18. การปฏบิ ตั ิ
18.1 รูปขบวนของกองรอ้ ยอาวุธเบาในการถอย จดั รูปขบวนใหส้ อดคลอ้ งกับภารกิจซ่ึงจะมีลักษณะคล้าย
กับการเคล่ือนท่ีเข้าปะทะ จะต้องมีกองระวังหลังท่ีมีความเข้มแข็ง เพื่อให้สามารถใช้ได้เมื่อการปะทะเกิดข้ึน เช่น ใน
กรณีทีม่ ีการถอนตวั จากการรบจะตอ้ งกระทาก่อนการถอยเป็นต้น
18.2 เฮลิคอปเตอร์หรือเครื่องบิน อาจจะนามาใช้เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติการถอย โดยเฉพาะเม่ือการ
ปฏบิ ัติในพน้ื ท่ที รุ กันดาร
- 131 -
คาถามท้ายบท
1. หลกั นิยมในการรบด้วยวธิ ีรน่ ถอย คอื อะไร
2. การรบดว้ ยวิธีร่นถอย แบ่งออกเป็น กี่ประเภท อะไรบา้ ง
3. การถอนตวั จากการรบมีวิธปี ฏิบตั ิ กวี่ ธิ ี อะไรบ้าง
4. การเลอื กการถอนตัวทง้ั นอกความกดดันข้าศึกและ ภายใตก้ ารกดดนั ข้าศึกข้ึนอยู่กับเหตผุ ลใด
5. การถอนตัวนอกความกดดนั จากข้าศกึ ดีกว่า การถอนตัวภายใต้ความกดดันจากขา้ ศกึ เพราะอะไร
6. การจัดกาลังในการถอนตัวนอกความกดดนั ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
7. ความสาเรจ็ ของการถอนตัวนอกความกดดนั ขน้ึ อย่กู ับปัจจยั อะไร
8. ตัวแทนของ ผบ.ร้อย ทไี่ ปลาดตระเวนตรวจเลือกทมี่ ัน่ ใหม่ คือใคร
9. การจดั กาลงั ในการรบหนว่ งเวลา ประกอบด้วยอะไรบ้าง
10. การจัดกาลังในการถอย ประกอบด้วยอะไรบ้าง
- 132 -
เอกสารอ้างองิ
1. คู่มือราชการสนาม วา่ ด้วย หมู่ หมวด ปนื เลก็ ทหารราบ รส.7 – 8 พ.ศ. 2548
2. คู่มือราชการสนาม ว่าด้วย หมวดทหารราบ ทหารราบส่งทางอากาศและทหารราบยานเกราะ รส.7 – 15
พ.ศ.2541
3. คมู่ อื การฝึก วา่ ดว้ ย การฝึกและการประเมินผลการฝึก หมู่ปืนเล็กและหมวดปืนเล็กเหล่า ทหารราบ คฝ.7
– 8 พ.ศ.2541
4. ค่มู อื การฝึก ว่าด้วย การฝึกความชานาญการทหารราบหมายเลข ชกท. 111 ,112,113 สาหรับทหารราบ
( พวก ปล., ค., ตถ., และ ร.ยานเกราะ ) คฝ.7 – 11 พ.ศ.2547
5. คู่มือการฝึก วา่ ดว้ ย การปฏิบตั ทิ างยทุ ธวิธหี มปู่ ืนเลก็ คฝ.7 – 1 พ.ศ.2542