The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยา 1 ปี 64 ครูสุมาลี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 4410210155, 2021-05-16 09:44:22

แผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยา 1 ปี 64 ครูสุมาลี

แผนการจัดการเรียนรู้ชีววิทยา 1 ปี 64 ครูสุมาลี

1

บันทึกขอ้ ความ

สว่ นราชการโรงเรยี นนางรอง อาเภอนางรอง จงั หวดั บรุ ีรมั ย์

ที่ .................. วันท่ี ๒๓ เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๖๔

เรื่อง สง่ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาชวี วทิ ยา ว๓๐๒๔๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๔

เรยี น ผ้อู านวยการโรงเรยี นนางรอง

ตามทขี่ ้าพเจา้ นางสาวสุมาลี คงสอดทรัพย์ ตาแหน่งครู ไดร้ บั มอบหมายจากโรงเรยี นนางรองใหด้ าเนนิ การปฏิบตั ิ
หน้าทส่ี อนในรายวชิ าชวี วิทยา ว๓๐๒๔๑ ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จานวน ๑ หน่วยกิต ข้าพเจา้ จงึ ไดว้ ิเคราะหห์ ลกั สตู ร
ศึกษามาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ และผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) เพื่อจดั ทา
คาอธบิ ายรายวชิ า หน่วยการเรยี นรู้ และจดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ รายวชิ าชวี วทิ ยา ว๓๐๒๔๑ ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔

บัดนี้ ขา้ พเจ้าไดด้ าเนินการจัดทาคาอธบิ ายรายวชิ า หน่วยการเรียนรู้ โครงการสอน และแผนการจัดการเรยี นรู้
รายวชิ าชวี วิทยา ว๓๐๒๔๑ ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ เรยี บร้อยแลว้ จงึ ขออนุมัตใิ ช้
แผนการจดั การเรียนรู้ ดังเอกสารที่แนบมาพร้อมน้ี

จงึ เรียนมาเพือ่ โปรดพจิ ารณา

 เห็นควรอนมุ ตั ิ  ไมเ่ หน็ ควรอนมุ ตั ิ ลงชื่อ
(นางสาวสุมาลี คงสอดทรัพย์)

ตาแหน่ง ครูวทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ
 อ่ืนๆ .......................................

ลงชอื่
(นายพิคเนตร อทุ ัยไชย)

หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

 เหน็ ควรอนมุ ัติ  ไม่เหน็ ควรอนมุ ตั ิ  อื่นๆ .......................................
ลงชื่อ
(นายอุดม นามสวสั ดิ์)
รองผอู้ านวยการโรงเรียน

 อนมุ ัติ  ไม่อนมุ ตั ิ  อน่ื ๆ .......................................
ลงช่อื
(นายมานัส เวียงวิเศษ)
ผู้อานวยการโรงเรียนนางรอง

1

ผลการเรียนรู้และสาระการเรยี นรู้แกนกลางวิทยาศาสตร์

สาระชีววทิ ยา

1. เข้าใจธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาและวิธีการทางวิทยาศาสตร์ สารท่ีเป็นองค์ประกอบของส่ิงมีชีวิต
ปฏิกริ ยิ าเคมีในเซลล์ของสิ่งมชี ีวิต กล้องจุลทรรศน์ โครงสรา้ งและหน้าที่ของเซลล์ การลาเลยี งสารเข้าและออกจากเซลล์
การแบง่ เซลล์ และการหายใจระดับเซลล์

ชั้น ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ม.4 1. อธบิ ายและสรุปสมบัติทสี่ าคญั  สิง่ มชี วี ติ ทุกชนดิ ต้องการสารอาหารและพลงั งาน มกี าร

ของส่ิงมีชวี ติ และความสัมพันธ์ เจริญเตบิ โต มกี ารตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้า มีการรักษาดุลยภาพ

ของการจดั ระบบในสิ่งมชี วี ติ ที่ ของร่างกาย มีการสบื พนั ธุ์ มกี ารปรับตัวทางวิวฒั นาการ มกี าร

ทาใหส้ งิ่ มชี วี ติ ดารงชวี ิตอยูไ่ ด้ ทางานร่วมกนั ขององคป์ ระกอบตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ สิ่ง

เหล่านจ้ี ัดเป็นสมบัตทิ ส่ี าคัญของส่ิงมีชวี ติ

 การจัดระบบในสิ่งมีชีวิตเร่ิมจากหน่วยเล็กไปยังหน่วยใหญ่

ได้แก่ เซลล์ เนื้อเย่ือ อวัยวะ ระบบอวัยวะ และสิ่งมีชีวิต

ตามลาดบั

2. อภปิ รายและบอกความสาคญั  วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตรใ์ นการคน้ หาคาตอบเกยี่ วกับสงิ่ มีชีวติ

ของการระบปุ ญั หา เรม่ิ จากการตง้ั ปญั หาหรือคาถาม ตัง้ สมมตฐิ าน ตรวจสอบ

ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปญั หา สมมตฐิ าน เก็บรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะห์ข้อมลู และสรปุ ผล

สมมติฐาน และวธิ ีการตรวจสอบ  การศึกษาสิ่งมีชีวิตต้องอาศัยความรู้จากแขนงวิชาต่าง ๆ ของ

สมมติฐาน รวมทัง้ ออกแบบการ ชวี วทิ ยาและสาขาวิชาอื่นที่เกยี่ วขอ้ ง และคานึงถึงชีวจริยธรรม

ทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน และจรรยาบรรณการใชส้ ตั วท์ ดลอง

3. สืบคน้ ข้อมลู อธิบายเก่ียวกบั  ส่งิ มชี วี ิตประกอบดว้ ยธาตแุ ละสารประกอบ ในร่างกายของ

สมบัตขิ องนา้ และบอก สง่ิ มชี วี ติ มนี ้าเปน็ องคป์ ระกอบมากท่สี ุด นา้ ประกอบด้วยธาตุ

ความสาคญั ของนา้ ท่ีมตี อ่ ไฮโดรเจนและออกซเิ จน มสี มบตั เิ ปน็ ตัวทาละลายที่ดี เกบ็

สิ่งมีชีวติ และยกตัวอย่างธาตุ ความร้อนไดด้ ี และมีความจคุ วามร้อนสงู ซึง่ ชว่ ยรกั ษาดลุ ยภาพ

ต่างๆ ท่ีมคี วามสาคญั ตอ่ รา่ งกาย ของเซลลไ์ ด้

สิ่งมีชีวิต  ธาตุท่สี ง่ิ มีชวี ติ ตอ้ งการจะอยู่ในรูปของไอออน ในมนษุ ย์และ

สัตวธ์ าตจุ ะชว่ ยให้การทางานของระบบตา่ งๆ ในร่างกายดาเนนิ

ไปตามปกติ นอกจากน้ีในกระดกู ฟนั และกลา้ มเนื้อจะมธี าตุ

เป็นองค์ประกอบดว้ ย

4. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ ง  คาร์โบไฮเดรตประกอบด้วยธาตคุ ารบ์ อน ไฮโดรเจน และ

ของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลมุ่ ของ ออกซเิ จน แบง่ ตามขนาดโมเลกลุ ได้ 3 กลุม่ คอื มอโนแซก็ คา

คาร์โบไฮเดรต รวมทง้ั ไรด์ ไดแซ็กคาไรด์ และพอลิแซก็ คาไรด์

ความสาคัญของคาร์โบไฮเดรตที่

มีต่อสิ่งมีชวี ติ

1

ชั้น ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

5. สบื ค้นข้อมลู อธิบายโครงสรา้ ง  โปรตีนมีกรดอะมโิ นเป็นหนว่ ยยอ่ ยประกอบด้วยธาตคุ าร์บอน

ของโปรตนี และความสาคญั ของ ไฮโดรเจน ออกซเิ จน และไนโตรเจน บางชนดิ อาจมธี าตุ

โปรตีนทีม่ ตี อ่ ส่ิงมชี ีวติ ฟอสฟอรสั เหลก็ และกามะถันเป็นองค์ประกอบ

6. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสรา้ ง  ลิพดิ ประกอบด้วยธาตคุ าร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจนเป็น

ของลพิ ิด และความสาคัญของ สารประกอบทล่ี ะลายไดด้ ีในตัวทาละลายทเ่ี ป็นสารอินทรยี ์

ลิพดิ ที่มีต่อสิ่งมชี ีวิต ลิพดิ กลุ่มสาคญั ที่พบในสงิ่ มชี ีวิต เชน่ กรดไขมนั ไตรกลเี ซอไรด์

ฟอสโฟลิพิด สเตอรอยด์

7. อธิบายโครงสรา้ งของกรด  กรดนิวคลีอกิ ประกอบด้วยหนว่ ยย่อย เรยี กวา่ นิวคลโี อไทด์

นวิ คลีอิก และระบชุ นดิ ของกรด แตล่ ะโมเลกุลของนิวคลโี อไทดป์ ระกอบดว้ ยหมฟู่ อสเฟต

นวิ คลีอิกและความสาคัญของ นา้ ตาลท่มี คี ารบ์ อน 5 อะตอม และเบสทมี่ ไี นโตรเจนเปน็

กรดนิวคลีอิกทีม่ ตี ่อสงิ่ มชี วี ิต องค์ประกอบ

 กรดนิวคลีอกิ เป็นองค์ประกอบของสารพันธกุ รรมทาหนา้ ทเ่ี ก็บ

และถ่ายทอดข้อมลู ทางพันธกุ รรม มี 2 ชนดิ คือ DNA และ

RNA

8. สืบค้นข้อมูลและอธบิ าย  เมแทบอลิซึมเปน็ ปฏิกริ ิยาเคมที เี่ กิดขึ้นในเซลลข์ องส่ิงมีชวี ิต

ปฏิกริ ิยาเคมที เี่ กดิ ขน้ึ ใน ปฏิกิรยิ าเคมีประกอบดว้ ยปฏิกริ ิยาคายพลงั งานและปฏกิ ิริยา

สงิ่ มีชวี ิต ดดู พลงั งาน ปฏกิ ริ ยิ าเคมี เหลา่ นจี้ ะดาเนินไปไดอ้ ย่างรวดเรว็

จาเป็นตอ้ งอาศัยเอนไซม์ช่วยเรง่ ปฏิกิริยา

9. อธบิ ายการทางานของเอนไซม์  เอนไซมส์ ่วนใหญเ่ ป็นสารอนิ ทรยี ์ประเภทโปรตนี ทาหน้าทเ่ี ร่ง

ในการเรง่ ปฏิกิรยิ าเคมีใน ปฏิกริ ยิ าเคมี ขณะท่ีเกิดปฏิกริ ยิ าเคมใี นเซลล์ สารตงั้ ต้นจะเข้า

ส่งิ มีชีวติ และระบปุ จั จัยทม่ี ีผล ไปจบั กับเอนไซมท์ บ่ี รเิ วณจาเพาะของเอนไซม์ท่เี รยี กวา่ บรเิ วณ

ตอ่ การทางานของเอนไซม์ เร่ง ซึง่ ถ้าสารตัง้ ตน้ มโี ครงสรา้ งเข้ากับบริเวณเรง่ ไดส้ ารตัง้ ต้น

นัน้ จะถูกเปลย่ี นเปน็ สารผลติ ภณั ฑ์

 อุณหภมู ิ สภาพความเปน็ กรด-เบส และตัวยับยงั้ เอนไซม์ เปน็

ปจั จยั ท่ีมีผลตอ่ การทางานของเอนไซม์

10.บอกวิธกี าร และเตรียมตัวอยา่ ง  กล้องจลุ ทรรศนเ์ ปน็ เครื่องมอื ท่ใี ช้ศึกษาสง่ิ มชี วี ิตขนาดเลก็ ที่

สิง่ มชี ีวิตเพ่ือศกึ ษาภายใต้กลอ้ ง ไม่สามารถเหน็ ไดด้ ว้ ยตาเปลา่ และรายละเอียดโครงสรา้ งของ

จลุ ทรรศน์ใช้แสง วดั ขนาดโดย เซลล์

ประมาณ และวาดภาพทป่ี รากฏ  กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใชแ้ สงแบบเชงิ ประกอบ และกลอ้ งจลุ ทรรศน์

ภายใต้กล้อง บอกวธิ ีการใช้ และ ใชแ้ สงแบบสเตอรโิ ออาศยั เลนสใ์ นการทาใหเ้ กดิ ภาพขยาย

การดูแลรกั ษากลอ้ งจลุ ทรรศน์  กลอ้ งจลุ ทรรศน์อเิ ลก็ ตรอนทาใหเ้ กดิ ภาพขยายโดยอาศยั เลนส์

ใช้แสงท่ถี ูกตอ้ ง แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ รวมลาอิเล็กตรอน ซ่งึ มีอยู่ดว้ ยกัน 2 ชนดิ คือ

ชนิดส่องผา่ น และชนิดส่องกราด

1

ชั้น ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

 ตัวอยา่ งสิ่งมชี ีวติ ทนี่ ามาศึกษาภายใต้กล้องจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สง

ตอ้ งมวี ิธกี ารเตรียมทถ่ี ูกต้องและเหมาะสม เพอื่ ใหเ้ กดิ

ประสิทธภิ าพในการศกึ ษา

 กลอ้ งจลุ ทรรศน์ใช้แสงเปน็ เคร่ืองมือท่ีมีความละเอยี ด ซบั ซ้อน

ราคาค่อนขา้ งสงู จงึ ควรใชอ้ ย่างถกู วธิ ี มกี ารเก็บและดแู ลรักษา

ท่ถี กู ต้องเพอื่ ใหส้ ามารถใชง้ านไดน้ าน

11.อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของ  เซลล์เป็นหนว่ ยพน้ื ฐานทีเ่ ลก็ ทสี่ ดุ ของสิ่งมชี ีวติ โครงสร้าง

สว่ นท่ีหอ่ หุ้มเซลลข์ องเซลล์พชื พน้ื ฐานของเซลล์ประกอบดว้ ยสว่ นท่หี ่อหมุ้ เซลล์ไซโทพลาซมึ

และเซลลส์ ตั ว์ และนิวเคลียส

12.สบื ค้นข้อมลู อธิบาย และระบุ  สว่ นท่หี อ่ หมุ้ เซลลท์ ี่พบในเซลลท์ กุ ชนิด คือ เยอื่ หุ้มเซลล์ แต่ใน

ชนดิ และหน้าทีข่ องออร์แกเนลล์ แบคทีเรีย สาหรา่ ย ฟังไจและพชื จะมีผนังเซลลเ์ ป็นสว่ นห่อหุ้ม

13.อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ อง เซลลเ์ พ่มิ ข้นึ มาอกี

นวิ เคลยี ส  โครงสร้างของเยือ่ หุ้มเซลลป์ ระกอบดว้ ยโมเลกุลของฟอสโฟ

ลิพดิ เรียงเป็นสองช้นั และมีโปรตนี แทรกหรืออย่ทู ี่ผวิ ทงั้ สอง

ด้านของฟอสโฟลพิ ดิ

 ไซโทพลาซึมอยภู่ ายในเยอ่ื หุม้ เซลล์ประกอบดว้ ยไซโทซอล และ

ออร์แกเนลล์

 นวิ เคลียสเปน็ ศนู ยก์ ลางควบคุมการทางานของเซลลย์ คู ารโิ อต

ประกอบด้วยเยือ่ หุ้ม ซึง่ ภายในมี DNA RNA และโปรตนี บาง

ชนดิ

14.อธบิ ายและเปรยี บเทยี บการ  สารตา่ งๆ มีการเคลือ่ นท่ีเข้าและออกจากเซลล์อยู่ตลอดเวลา

แพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบ โดยกระบวนการตา่ งๆ ได้แก่ การแพร่ ออสโมซิส การแพร่-

ฟาซลิ เิ ทต และแอกทฟี ทราน- แบบฟาซลิ ิเทต แอกทฟี ทรานสปอร์ต กระบวนการเอกโซไซโท

สปอร์ต ซิส และเอนโดไซโทซสิ

15.สืบค้นข้อมูล อธิบาย และเขยี น  แกส๊ ต่างๆ เข้าหรือออกจากเซลล์โดยการแพร่ ส่วนนา้ เข้าหรือ

แผนภาพการลาเลียงสาร ออกจากเซลลผ์ า่ นเยอื่ หุม้ เซลล์โดยออสโมซสิ

โมเลกุลใหญ่ออกจากเซลล์ด้วย  ไอออนและสารบางอยา่ งทไ่ี ม่สามารถลาเลียงผ่านเยื่อหุ้มเซลล์

กระบวน การเอกโซไซโทซสิ โดยตรงได้ จาเปน็ ต้องอาศยั โปรตนี ทอี่ ยบู่ นเยอ่ื หุ้มเซลลเ์ ปน็ ตวั

และการลาเลยี งสารโมเลกลุ ใหญ่ พาสารนนั้ เข้าและออกจากเซลล์ เรียกว่า การแพรแ่ บบฟาซิลิ

เขา้ สเู่ ซลล์ด้วยกระบวนการเอน เทต

โดไซโทซสิ  แอกทีฟทรานสปอรต์ เปน็ การลาเลียงสารจากบริเวณทม่ี ีความ

เข้มข้นต่าไปยงั บรเิ วณท่ีมีความเข้มข้นสูง

 สารบางอย่างที่ไม่สามารถแพรผ่ า่ นเยอ่ื หมุ้ เซลล์หรือลาเลยี ง

ผ่านโปรตนี ท่ีเป็นตวั พาได้จะถกู ลาเลียงออกจากเซลล์ด้วย

กระบวนการ เอกโซไซโทซสิ

1

ชั้น ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

16.สงั เกตการแบง่ นวิ เคลียสแบบ  สารขนาดใหญล่ าเลยี งเข้าสู่เซลล์ด้วยกระบวนการเอนโด
ไมโทซิส และแบบไมโอซสิ จาก ไซโทซสิ ซง่ึ แบง่ เปน็ 3 แบบ ไดแ้ ก่ พโิ นไซโทซสิ ฟาโกไซโทซสิ
ตัวอยา่ งภายใตก้ ลอ้ งจลุ ทรรศน์ และการอาศัยตัวรบั
พร้อมทงั้ อธบิ ายและ
เปรยี บเทยี บ การแบง่ นวิ เคลียส  การแบง่ เซลล์ของส่งิ มชี วี ิตเปน็ การเพมิ่ จานวนเซลล์ ซึ่งเปน็
แบบไมโทซิส และแบบไมโอซสิ กระบวนการที่เกดิ ขนึ้ ตอ่ เนอ่ื งกนั เป็นวฏั จักร โดยวฏั จักรของ
เซลล์ประกอบดว้ ยอนิ เตอร์เฟส การแบง่ นวิ เคลยี ส การแบ่ง
17.อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และสรุป ไซโทพลาซมึ
ข้นั ตอน การหายใจระดับเซลล์
ในภาวะท่ีมีออกซิเจนเพยี งพอ  การแบ่งนวิ เคลยี สมี 2 แบบ คือ การแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซิส
และภาวะที่มอี อกซิเจนไม่ และการแบ่งนวิ เคลยี สแบบไมโอซิส
เพียงพอ
 การแบง่ นวิ เคลยี สแบบไมโทซสิ ประกอบด้วยระยะโพรเฟส
เมทาเฟส แอนาเฟส และเทโลเฟส

 การแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโอซิสประกอบไปด้วยระยะโพรเฟส I
เมทาเฟส I แอนาเฟส I เทโลเฟส I โพรเฟส II เมทาเฟส II
แอนาเฟส II เทโลเฟส II

 การแบง่ นิวเคลียสแบบไมโทซสิ ทาใหเ้ ซลล์รา่ งกายเพ่มิ จานวน
เพ่ือการเจรญิ เติบโตและซ่อมแซมสว่ นทส่ี ึกหรอ สว่ นการแบ่ง
นิวเคลียสแบบไมโอซสิ มคี วามสาคัญต่อสง่ิ มีชีวติ ในกระบวนการ
สรา้ งเซลลส์ บื พนั ธ์ุ

 การแบง่ ไซโทพลาซมึ ในเซลลพ์ ชื จะมกี ารสรา้ งแผน่ กน้ั เซลล์
และเซลลส์ ัตวจ์ ะมกี ารคอดเวา้ เข้าหากันของเยอ่ื ห้มุ เซลล์

 การหายใจระดบั เซลล์เปน็ การสลายสารอาหารท่ีมีพลงั งานสงู
โดยมอี อกซิเจนเป็นตวั รบั อเิ ล็กตรอนตวั สดุ ทา้ ย ประกอบด้วย 3
ขั้นตอน คือ ไกลโคลซิ สิ วฏั จักรเครบส์ และกระบวนการ
ถา่ ยทอดอิเล็กตรอน

 การหายใจระดบั เซลล์ พลงั งานส่วนใหญ่ไดจ้ ากขนั้ ตอนการ
ถ่ายทอดอเิ ลก็ ตรอน พลังงานนจ้ี ะถูกเกบ็ ไวใ้ นพนั ธะเคมีใน
โมเลกุลของ ATP

 ในภาวะท่มี อี อกซิเจนไมเ่ พยี งพอ ทาให้การหายใจของเซลล์
ไมส่ มบูรณจ์ งึ เกดิ ไดเ้ ฉพาะไกลโคลซิ ิส ผลทไ่ี ด้จากการหายใจใน
สภาวะนใ้ี นสัตวจ์ ะไดก้ รดแลกติก ในจุลนิ ทรยี ์และพชื อาจได้
กรดแลกตกิ หรือเอทิลแอลกอฮอล์

1

คาอธิบายรายวิชา

รายวิชาเพิ่มเติม ชีววิทยา 1 กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 เวลา 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น

ศึกษาเกี่ยวกับลักษณะสาคัญของส่ิงมีชีวิต การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
การนาความรู้เกี่ยวกับชีววิทยามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน โครงสร้างและหน้าที่ของสารเคมีที่เป็น
องค์ประกอบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของส่ิงมีชีวิต โครงสร้างและหน้าท่ีของส่วนประกอบ
ของเซลล์ การแพร่ การออสโมซิส การแพร่แบบฟาซิลิเทต แอกทีฟทรานสปอร์ต การลาเลียงสารโมเลกุลใหญ่
การแบง่ เซลล์ และการหายใจระดับเซลล์

โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต
การวิเคราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบายและสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ
มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวั น มีจิต
วิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ได้อย่าง
เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้ ม.4/1-17
รวม 17 ผลการเรียนรู้

1

ผลการเรียนรู้

รายวชิ าเพมิ่ เติม ชีววิทยา 1 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 40 ช่ัวโมง/ภาคเรียน

1. อธิบายและสรุปสมบัติที่สาคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิตที่ทาให้
สิ่งมชี ีวติ ดารงชวี ิตอย่ไู ด้

2. อภิปรายและบอกความสาคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธีการ
ตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทงั้ ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน

3. สืบค้นข้อมูล อธิบายเก่ียวกับสมบัติของน้าและบอกความสาคัญของน้าที่มีต่อส่ิงมีชีวิต และยกตัวอย่าง
ธาตุตา่ ง ๆ ท่ีมคี วามสาคญั ตอ่ รา่ งกายสงิ่ มชี ีวิต

4. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลุ่มคาร์โบไฮเดรต รวมทั้งความสาคัญของ
คารโ์ บไฮเดรตที่มีต่อสิง่ มีชวี ิต

5. สืบคน้ ข้อมลู อธิบายโครงสร้างของโปรตีน และความสาคัญของโปรตนี ทม่ี ีต่อสง่ิ มีชวี ติ
6. สืบคน้ ข้อมูล อธิบายโครงสร้างของลิพดิ และความสาคญั ของลพิ ิดทม่ี ตี อ่ ส่งิ มีชวี ิต
7. อธบิ ายโครงสร้างของกรดนวิ คลีอิก และระบุชนิดของกรดนวิ คลีอกิ และความสาคัญของกรดนวิ คลอี ิกที่มี

ตอ่ สิ่งมีชวี ติ
8. สืบคน้ ข้อมูลและอธิบายปฏิกิรยิ าเคมีทเี่ กดิ ข้นึ ในสงิ่ มชี วี ิต
9. อธิบายการทางานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกิริยาเคมีในส่ิงมีชีวิต และระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อการทางาน

ของเอนไซม์
10. บอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตเพ่ือศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์ใช้แสง วัดขนาดโดยประมาณ

และวาดภาพทปี่ รากฏภายใต้กลอ้ ง บอกวิธีการใช้ และการดแู ลรักษากล้องจุลทรรศน์ใช้แสงทถี่ กู ต้อง
11. อธิบายโครงสร้างและหน้าทขี่ องส่วนทหี่ ่อห้มุ เซลล์ของเซลลพ์ ชื และเซลล์สัตว์
12. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และระบชุ นิดและหน้าท่ีของออร์แกเนลล์
13. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของนิวเคลียส
14. อธิบายและเปรียบเทียบการแพร่ ออสโมซิส การแพรแ่ บบฟาซิลิเทต และ แอกทฟี ทรานสปอร์ต
15. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายและเขียนแผนภาพการลาเลียงสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลล์ด้วยกระบวนการเอก

โซไซโทซิส และการลาเลยี งสารโมเลกลุ ใหญเ่ ข้าสู่เซลลด์ ้วยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ
16. สังเกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิสจากตัวอย่างภายใต้กล้องจุลทรรศน์ พร้อมทั้ง

อธบิ ายและเปรยี บเทียบการแบ่งนวิ เคลียสแบบไมโทซิสและแบบไมโอซิส
17. อธิบาย เปรียบเทียบ และสรุปขัน้ ตอน การหายใจระดับเซลล์ในภาวะที่มีออกซิเจนเพียงพอและภาวะท่ี

มีออกซเิ จนไมเ่ พียงพอ

รวมทงั้ หมด 17 ผลการเรยี นรู้

1

โครงสร้างรายวิชา รายวิชาเพ่ิมเติม ชวี วิทยา เล่ม 1
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วย ชือ่ หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะแนน น้าหนัก
การเรียนรู้ (60 ระหว่าง กลาง ปลาย คะแนน
ชม.) เรียน ภาค ภาค (100)

1 การศกึ ษา 1. อธบิ ายและสรุปสมบัติทสี่ าคัญของ 8 15 5 20
ชีววทิ ยา ส่ิงมชี ีวติ และความสมั พนั ธ์ของการ

จดั ระบบในสงิ่ มชี ีวติ ที่ทาใหส้ ่ิงมชี วี ิต

ดารงชีวิตอยไู่ ด้

2. อภปิ รายและบอกความสาคญั ของการ

ระบุปญั หา ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปัญหา

กบั สมมตฐิ าน และวธิ กี ารตรวจสอบ

สมมตฐิ าน รวมทั้งออกแบบการทดลอง

เพ่อื ตรวจสอบสมมตฐิ าน

2 เคมีทีเ่ ป็น 3. สบื ค้นข้อมูล อธิบายเกยี่ วกับสมบัติของ 12 20 10 30

พ้นื ฐานของ นา้ และบอกความสาคญั ของนา้ ท่มี ตี ่อ

สิ่งมชี วี ติ สิ่งมีชีวติ ยกตัวอยา่ งธาตตุ ่างๆ ทีม่ ี

ความสาคญั ต่อร่างกายสง่ิ มีชวี ติ

4. สบื ค้นข้อมลู อธิบายโครงสรา้ งของ
คารโ์ บไฮเดรต ระบกุ ลมุ่ คารโ์ บไฮเดรต
รวมท้งั ความสาคญั ของคาร์โบไฮเดรตทีม่ ี
ต่อส่ิงมชี ีวิต

5. สบื คน้ ข้อมลู อธิบายโครงสรา้ งของ

โปรตีน และความสาคญั ของโปรตนี ทม่ี ี

ต่อส่ิงมชี วี ติ

6. สบื ค้นข้อมลู อธิบายโครงสรา้ งของลพิ ดิ

และความสาคัญของลพิ ดิ ตอ่ สง่ิ มีชวี ติ
7. อธิบายโครงสรา้ งของกรดนวิ คลอี ิก และ

ระบุชนิดของกรดนิวคลอี ิกและ

ความสาคัญของกรดนวิ คลอี กิ ทมี่ ตี อ่

สง่ิ มีชวี ิต

8. สืบคน้ ข้อมลู และอธิบายปฏกิ ิรยิ าเคมีท่ี

เกิดขน้ึ ในสง่ิ มชี ีวติ

9. อธบิ ายการทางานของเอนไซม์ในการเรง่
ปฏกิ ิรยิ าเคมีในสิ่งมชี ีวติ และระบุปจั จัยท่ี

มผี ลตอ่ การทางานของเอนไซม์

1

หนว่ ย ช่ือหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ เวลา คะแนน นา้ หนัก
การเรยี นรู้ (60 ระหวา่ ง กลาง ปลาย คะแนน
ชม.) เรยี น ภาค ภาค (100)

3 เซลล์และ 10. บอกวิธีการและเตรียมตวั อยา่ ง 20 20 30 50

การทางาน สิ่งมีชีวิตเพ่อื ศกึ ษาภายใตก้ ล้อง
ของเซลล์
จลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สง วดั ขนาด

โดยประมาณและวาดภาพที่ปรากฏ
ภายใต้กลอ้ ง บอกวธิ ีการใชแ้ ละการ

ดแู ลรักษากล้องจุลทรรศนใ์ ชแ้ สงท่ี

ถกู ตอ้ ง

11. อธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี องสว่ นที่

ห่อหุ้มเซลลข์ องเซลล์พชื และเซลล์สัตว์

12. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และระบชุ นิด
และหนา้ ทข่ี องออร์แกเนลล์

13. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ท่ีของ

นิวเคลยี ส

14. อธบิ ายและเปรียบเทยี บการแพร่

ออสโมซิส การแพรแ่ บบฟาซิลเิ ทต
และแอกทีฟทรานสปอร์ต

15. สบื ค้นขอ้ มูล อธบิ าย และเขยี น

แผนภาพการลาเลียงสารโมเลกลุ ใหญ่

ออกจากเซลล์ดว้ ยกระบวนการเอกโซ

ไซโทซสิ และการลาเลียงสารโมเลกลุ
ใหญ่เขา้ สู่เซลลด์ ้วยกระบวนการ
เอนโดไซโทซสิ

16. สังเกตการแบ่งนิวเคลยี สแบบไมโทซิส

และแบบไมโอซสิ จากตวั อยา่ งภายใต้

กล้องจุลทรรศนพ์ รอ้ มทง้ั อธิบายและ

เปรยี บเทยี บ การแบง่ นวิ เคลียสแบบ

ไมโทซิส และแบบไมโอซิส
17. อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และสรปุ ขน้ั ตอน

การหายใจระดับเซลลใ์ นภาวะทม่ี ี

ออกซเิ จนเพียงพอและภาวะทม่ี ี

ออกซเิ จนไม่เพยี งพอ

รวม 40 55 15 30 100

1

กาหนดการสอนรายวชิ าชวี วทิ ยา รหัส ว 30241
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 จานวน 40 ชวั่ โมง

ช่ือหนว่ ย คะแนน
การเรียนรู้
หนว่ ย เนอื้ หาสาระ ผลการเรียนรู้ เวลา ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
(ชวั่ โมง) เรยี น ภาค ภาค

1. การศึกษา -ธรรมชาติของ 1. อธิบายและสรุปสมบัติที่ 2 52 7
13
ชีววิทยา สิ่งมีชวี ติ สาคญั ของสิง่ มชี ีวิต และ
5
-ชวี วทิ ยาคืออะไร ความสมั พันธข์ องการ 13
-ชวี วทิ ยากบั การ
ดารงชีวิต จดั ระบบในส่ิงมชี วี ิตท่ีทาให้
-ชวี จรยิ ธรรม สง่ิ มชี ีวิตดารงชวี ติ อยไู่ ด้

-การศึกษาชวี วทิ ยา 2. อภิปรายและบอก 6 10 3

และวิธกี ารทาง ความสาคัญของการระบุ
วิทยาศาสตร์ ปัญหา ความสมั พันธ์
-กิจกรรมสะเตม็ ระหวา่ งปญั หากบั
ศึกษา สมมตฐิ าน และวธิ กี าร

ตรวจสอบสมมตฐิ าน

รวมทัง้ ออกแบบการ

ทดลองเพอื่ ตรวจสอบ

สมมติฐาน

2. เคมีทเี่ ปน็ สารอนินทรีย์ 3. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ าย 1 32
พืน้ ฐาน เก่ียวกับสมบตั ิของน้า และ

ของ บอกความสาคญั ของนา้ ทม่ี ี
สง่ิ มีชวี ติ
ตอ่ สงิ่ มีชีวิต ยกตวั อยา่ งธาตุ

ต่างๆ ที่มีความสาคญั ตอ่

รา่ งกายสงิ่ มชี ีวิต

สารอนิ ทรยี ์ 4. สบื คน้ ข้อมูล อธบิ าย 5 94

โครงสร้างของ

คาร์โบไฮเดรต ระบกุ ลุ่ม

คารโ์ บไฮเดรต รวมท้งั

ความสาคญั ของ

คารโ์ บไฮเดรตท่มี ีต่อ

สิ่งมีชีวิต

5. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย

โครงสร้างของโปรตนี และ

ความสาคญั ของโปรตีนทีม่ ี

ต่อสงิ่ มชี ีวติ

1

ชอ่ื หนว่ ย คะแนน
การเรียนรู้
หน่วย เน้อื หา ผลการเรยี นรู้ เวลา ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
สาระ (ชั่วโมง) เรียน ภาค ภาค

2. เคมีท่เี ป็น สารอินทรีย์ 6. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายโครงสรา้ ง
พนื้ ฐาน (ต่อ)
ของลิพดิ และความสาคัญของ
ของ ลิพิดตอ่ สง่ิ มชี วี ติ
ส่ิงมีชวี ติ
7. อธิบายโครงสรา้ งของกรด

นิวคลีอิก และระบชุ นดิ ของกรด

นวิ คลอี กิ และความสาคัญของ

กรดนวิ คลีอิกท่มี ีต่อส่งิ มชี วี ิต

ปฏิกิรยิ า 8. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ าย 6 84 12
2
เคมีในเซลล์ ปฏิกิริยาเคมที ี่เกดิ ข้ึนใน 4
ของ ส่ิงมีชีวิต
ส่งิ มีชวี ิต 9. อธบิ ายการทางานของเอนไซม์

ในการเร่งปฏกิ ิริยาเคมีใน

สิง่ มชี ีวติ และระบปุ ัจจยั ที่มผี ล

ตอ่ การทางานของเอนไซม์

3. เซลล์และ -กล้อง 10. บอกวิธกี ารและเตรียม 3 47

การ จุลทรรศน์ ตัวอย่างสงิ่ มชี ีวิตเพ่ือศกึ ษา
ทางาน -เซลล์และ ภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ใช้
ของเซลล์ ทฤษฎเี ซลล์ แสง วัดขนาดโดยประมาณ

และวาดภาพทปี่ รากฏ

ภายใตก้ ลอ้ ง บอกวธิ กี ารใช้

และการดแู ลรักษากลอ้ ง

จุลทรรศน์ใช้แสงทถ่ี ูกต้อง

-โครงสรา้ ง 11. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ี 5 6 11
ของเซลล์ ของสว่ นทีห่ ่อหุ้มเซลลข์ อง
ทศี่ กึ ษาดว้ ย เซลลพ์ ชื และเซลล์สตั ว์
กล้อง
จลุ ทรรศน์ 12. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ าย และ
อิเล็กตรอน
ระบชุ นดิ และหนา้ ท่ีของออร์
แกเนลล์

13. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ี

ของนวิ เคลยี ส

1

ชือ่ หนว่ ย คะแนน
การเรียนรู้
หน่วย เนื้อหา ผลการเรยี นรู้ เวลา ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
สาระ (ช่ัวโมง) เรยี น ภาค ภาค

3. เซลล์และ -การ 14. อธิบายและเปรยี บเทียบการ 3 3 58
ลาเลียงสาร 1
การ ผา่ นเซลล์ แพร่ ออสโมซสิ การแพร่ 5 7 12
ทางาน -การสื่อสาร แบบฟาซลิ ิเทต และแอก 5 4 8 12
ของเซลล์ ระหวา่ ง ทีฟทรานสปอรต์ 55 15 30 100
เซลล์ 15. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และ 5
เขยี นแผนภาพการลาเลียง 40

สารโมเลกลุ ใหญ่ออกจาก

เซลล์ด้วยกระบวนการเอกโซ

ไซโทซิส และการลาเลยี ง

สารโมเลกลุ ใหญเ่ ข้าสู่เซลล์

ดว้ ยกระบวนการ

เอนโดไซโทซสิ

-การแบ่ง 16. สังเกตการแบ่งนวิ เคลียส
เซลล์ แบบไมโทซิส และแบบไมโอ
-การเปลยี่ น ซสิ จากตัวอยา่ งภายใต้กล้อง
สภาพของ จลุ ทรรศนพ์ รอ้ มทง้ั อธิบาย
เซลล์ และ
การชรา และเปรียบเทยี บ การแบ่ง
ภาพของ นวิ เคลียสแบบไมโทซสิ และ
เซลล์ แบบไมโอซสิ

การหายใจ 17. อธิบาย เปรยี บเทยี บ และ
ระดับเซลล์ สรปุ ข้นั ตอน การหายใจ

ระดบั เซลล์ในภาวะที่มี

ออกซเิ จนเพียงพอและภาวะ

ทม่ี ีออกซิเจนไม่เพียงพอ

รวม 17 ผลการเรียนรู้

1

โครงสรา้ งรายวิชา ชีววทิ ยา ว30241

ลาดบั ชอื่ หน่วย เวลา น้าหนัก
ท่ี การเรยี นรู้ คะแนน
1. การศึกษา มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชวี้ ัด สาระสาคัญ (40 (100)
ชวี วทิ ยา
ชม.) 20
2. เคมที ่เี ปน็
พ้ืนฐานของ 1. อธบิ ายและสรปุ สมบัติทสี่ าคญั ของ สิ่งมชี ีวติ ทกุ ชนิดต้องการสารอาหาร 8 30
สิง่ มีชวี ิต
สงิ่ มีชีวติ และความสมั พันธ์ของการ และพลังงานมีการเจรญิ เติบโต มกี าร

จดั ระบบในสง่ิ มชี ีวิตทที่ าให้สงิ่ มชี วี ติ ตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ มีการรกั ษาดลุ ย

ดารงชวี ติ อยไู่ ด้ ภาพของรา่ งกาย มีการสบื พันธ์ุ มกี าร

2. อภิปรายและบอกความสาคญั ของการ ปรบั ตัวทางวิวฒั นาการ และมกี าร

ระบุปญั หา ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปญั หา ทางานรว่ มกนั ขององคป์ ระกอบตา่ งๆ

กับ สมมตฐิ าน และวิธีการตรวจสอบ อย่างเป็นระบบ

สมมติฐาน รวมทัง้ ออกแบบการทดลอง วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ เริม่ จาก

เพอ่ื ตรวจสอบสมมติฐาน การตัง้ ปญั หา ตั้งสมมตฐิ าน ตรวจสอบ

สมมตฐิ าน เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู

วเิ คราะห์ข้อมลู และสรปุ ผล ซงึ่

การศกึ ษาสิง่ มชี ีวติ ตอ้ งคานงึ ถึง

ชวี จริยธรรม จรรยาบรรณในการใช้

สัตวท์ ดลอง

3. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ ายเกย่ี วกับสมบตั ขิ องนา้ ร่างกายส่ิงมีชวี ิตมีน้าเป็น 12

และบอกความสาคญั ของน้าท่ีมตี ่อ องค์ประกอบมากท่สี ดุ ซ่งึ น้ามีสมบตั ิ

ส่ิงมชี ีวติ ยกตวั อยา่ งธาตตุ ่างๆ ทม่ี ี ช่วยรักษาดลุ ยภาพของเซลล์

ความสาคญั ต่อรา่ งกายสิง่ มีชีวิต ร่างกายของส่งิ มีชวี ติ ประกอบไปดว้ ย

4. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งของ สารอนิ ทรยี ์ ทั้งคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน

คาร์โบไฮเดรต ระบุกลมุ่ คารโ์ บไฮเดรต ลิพดิ และกรดนิวคลีอิก

รวมทั้งความสาคญั ของคารโ์ บไฮเดรตท่ีมี ปฏิกริ ิยาเคมีในเซลล์ส่งิ มชี ีวิตจะ

ตอ่ ส่ิงมชี วี ติ ดาเนนิ ไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็วจาเป็นตอ้ ง

5. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายโครงสร้างของโปรตีน อาศัยเอนไซม์ช่วยเร่ง ซ่งึ อณุ หภมู ิ

และความสาคญั ของโปรตนี ทม่ี ตี อ่ สภาพความเปน็ กรด-เบส และตวั

สง่ิ มีชีวติ ยับย้ังเอนไซมเ์ ป็นปจั จยั ทม่ี ีผลต่อการ

6. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งของลพิ ิด ทางานของเอนไซม์

และความสาคญั ของลิพิดตอ่ ส่งิ มีชวี ติ

7. อธบิ ายโครงสรา้ งของกรดนวิ คลอี กิ และ

ระบชุ นิดของกรดนิวคลีอกิ และ

ความสาคญั ของกรดนิวคลอี ิกทีม่ ีตอ่

ส่งิ มีชวี ติ

8. สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายปฏิกริ ยิ าเคมที ี่

เกิดข้ึนในสิ่งมีชวี ิต

9. อธบิ ายการทางานของเอนไซม์ในการเรง่

ปฏกิ ริ ยิ าเคมใี นส่ิงมชี วี ติ และระบปุ จั จัยท่ี

มผี ลตอ่ การทางานของเอนไซม์

1

ลาดับ ช่ือหน่วย มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก
ท่ี การเรยี นรู้ (40 คะแนน
ชม.) (100)

3. เซลล์และ 10. บอกวิธีการและเตรยี มตวั อยา่ งสงิ่ มชี วี ติ กล้องจุลทรรศนเ์ ปน็ เครอื่ งมือทใี่ ช้ 20 50
การทางาน เพ่อื ศกึ ษาภายใต้กลอ้ งจุลทรรศนใ์ ช้แสง ศึกษาส่ิงมีชีวิตขนาดเลก็ ที่ไม่สามารถ
วดั ขนาดโดยประมาณและวาดภาพท่ี เหน็ ไดด้ ้วยตาเปลา่
ของเซลล์ ปรากฏภายใตก้ ล้อง บอกวธิ กี ารใชแ้ ละ เซลลเ์ ปน็ หน่วยพน้ื ฐานทเี่ ล็กทส่ี ดุ

การดูแลรกั ษากลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงท่ี ของส่ิงมชี วี ิต โครงสรา้ งพื้นฐานของ

ถกู ตอ้ ง เซลลป์ ระกอบด้วยสว่ นทีห่ ่อหมุ้ เซลล์

11. อธิบายโครงสรา้ งและหนา้ ทข่ี องสว่ นท่ี ไซโทพลาซึม และนิวเคลียส

ห่อหุ้มเซลลข์ องเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์ สารตา่ งๆ มีการเคลอ่ื นทีเ่ ขา้ และออก

12. สืบค้นข้อมลู อธิบาย และระบชุ นดิ และ จากเซลล์ โดยกระบวนการแพร่

หนา้ ท่ีของออรแ์ กเนลล์ การออสโมซิส การแพร่แบบฟาซลิ เทต

13. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าทข่ี อง แอกทีฟทรานสปอร์ต เอกโซไซโทซิส

นวิ เคลยี ส เอนไซโทซสิ

14. อธิบายและเปรยี บเทียบการแพร่ การแบง่ เซลล์ของสง่ิ มชี วี ติ เปน็

ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซลิ ิเทต และ กระบวนการท่เี กดิ ขนึ้ ตอ่ เนื่องกนั เป็น

แอกทีฟทรานสปอรต์ วฏั จักร ประกอบดว้ ยอนิ เตอรเ์ ฟส

15. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ าย และเขยี น การแบง่ นิวเคลียส และการแบง่ ไซ

แผนภาพการลาเลยี งสารโมเลกุลใหญ่ โทพลาซึม

ออกจากเซลลด์ ้วยกระบวนการ การหายใจระดบั เซลล์ พลงั งานส่วน

เอกโซไซโทซสิ และการลาเลยี งสาร ใหญไ่ ด้จากข้นั ตอนการถา่ ยทอด

โมเลกุลใหญเ่ ขา้ สเู่ ซลล์ดว้ ย อิเล็กตรอน พลงั งานน้ีจะถกู เก็บไวใ้ น

กระบวนการเอนโดไซโทซสิ พนั ธะเคมีในโมเลกลุ ของ ATP

16. สังเกตการแบง่ นิวเคลยี สแบบไมโทซิส ในภาวะทม่ี อี อกซิเจนไมเ่ พยี งพอ

และแบบไมโอซสิ จากตัวอยา่ งภายใต้ ทาใหก้ ารหายใจของเซลลไ์ ม่สมบรู ณ์

กลอ้ งจุลทรรศนพ์ รอ้ มทัง้ อธิบายและ จึงเกดิ ไดเ้ ฉพาะไกลโคลิซสิ ผลที่ได้

เปรียบเทยี บ การแบ่งนิวเคลียส จากการหายใจในภาวะน้ใี นสตั ว์จะได้

แบบไมโทซสิ และแบบไมโอซสิ กรดแลกตกิ สว่ นในจลุ นิ ทรยี แ์ ละพืช

17. อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และสรุปขั้นตอน อาจได้กรดแลกติกหรือ

การหายใจระดบั เซลลใ์ นภาวะทม่ี ี เอทิลแอลกอฮอล์

ออกซเิ จนเพียงพอและภาวะทม่ี ี

ออกซิเจนไมเ่ พยี งพอ

รวมตลอดภาคเรยี น 40 100

1

กาหนดการสอนรายวิชา
ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1

หนว่ ยการ แผนการ วธิ ีสอน/วธิ กี ารจดั
เรียนรู้
จดั การเรยี นรู้ / กิจกรรมการ ทักษะทีไ่ ด้ การ
1. การศึกษา
ชีววิทยา เนอ้ื หาสาระ เรยี นรู้

แผนที่ 1 แบบสบื เสาะหา - ทักษะการสังเกต - ตรวจแบบ
ธรรมชาตขิ อง ความรู้
ส่งิ มชี วี ิต (5Es - ทกั ษะการ - ตรวจแบบ
Instructional
Model) สารวจค้นหา - ประเมินกา

- ทกั ษะการ ปฏบิ ตั กิ าร

วิเคราะห์ จากใบงาน

ตอบสนอง

สง่ิ มชี ีวติ

- ประเมินกา

- สังเกตพฤต

รายบคุ คล

- สงั เกตพฤต

- สังเกตควา

และมงุ่ มนั่

แผนท่ี 2 แบบสืบเสาะหา - ทกั ษะการสังเกต - ตรวจแบบ
ชีววิทยาคือ ความรู้
อะไร (5Es - ทักษะการ - ตรวจใบงา
ชีววิทยากบั การ Instructional
ดารงชีวติ และ Model) สารวจคน้ หา เรื่องชีวจริยธ
ชีวจรยิ ธรรม
- ทกั ษะการ - สังเกตพฤต

วเิ คราะห์ รายบคุ คล

- ทักษะการลง - สังเกตพฤต

ความเห็นจาก - สังเกตควา

ขอ้ มูล และมุ่งมน่ั

1

ชวี วทิ ยา รหสั ว 30241
ปีการศกึ ษา 2563 จานวน 40 ชั่วโมง

รประเมิน ภาระงาน เวลา คะแนน ปลาย รวม
(ชั่วโมง) ระหว่าง กลาง ภาค 7
บทดสอบก่อนเรยี น -ใบงานท่ี 1.1 เรียน ภาค
บฝึกหดั เรื่อง การ 2 3
ารออกแบบ ตอบสนองตอ่ ส่งิ 52
เรา้ ของส่งิ มีชวี ติ 2
นที่ 1.1 เรื่อง การ (2 คะแนน) 21
งต่อส่ิงเร้าของ -mind mapping
สรุปเรื่อง
ารนาเสนอผลงาน ธรรมชาตขิ อง
ตกิ รรมการทางาน สิ่งมชี วี ิต
ล (3 คะแนน)
ตกิ รรมทางานกลมุ่
ามมวี นิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ -ใบงานที่ 1.2
นในการทางาน เรื่องชีวจรยิ ธรรม
บฝึกหดั โดยใหน้ ักเรยี น
านท่ี 1.2 วเิ คราะห์ข่าว
ธรรม วา่ เกีย่ วกับชีวจรยิ
ติกรรมการทางาน ธรรมและชีววิทยา
ล อย่างไร
ติกรรมทางานกลุม่ (2 คะแนน)
ามมีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้
นในการทางาน

1

แผนการ วิธีสอน/วิธกี าร ทกั ษะท่ีได้ การป
หน่วยการเรยี นรู้ จดั การเรียนรู้ / จดั กจิ กรรม

เน้ือหาสาระ การเรยี นรู้

1. การศึกษา แผนที่ 3 แบบสืบเสาะหา - ทักษะการสังเกต - ตรวจแบบทด
ชีววทิ ยา (ต่อ) การศกึ ษา ความรู้ - ทกั ษะการ - ตรวจแบบฝกึ
ชีววทิ ยา (5Es ต้งั สมมติฐาน - ประเมนิ การ
2. เคมที เ่ี ป็น (บรู ณาการ Instructional - ทกั ษะการทดลอง ปฏิบตั กิ ารจาก
พนื้ ฐานของ NRS Model Model) - ทักษะการวเิ คราะห์ เรื่อง วธิ กี ารท
ส่งิ มีชีวติ และหลัก - ทักษะการกาหนด - ประเมินการ
ปรัชญาของ และควบคุม - สังเกตพฤติก
เศรษฐกิจ ตวั แปร รายบุคคล
พอเพยี ง) - สงั เกตพฤติก
- สังเกตความ
แผนท่ี 1
สารอนินทรีย์ แบบสืบเสาะหา - ทกั ษะการสังเกต - ตรวจแบบทด
ความรู้ - ทักษะการสารวจ - ตรวจแบบฝกึ
(5Es คน้ หา - ตรวจผงั มโน
Instructional - ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2.1 เร่ือง ควา
Model) อนินทรยี ต์ อ่ สง่ิ
- ประเมนิ การ
- สังเกตพฤติ
กลมุ่
- สงั เกตความ

1

ประเมิน ภาระงาน เวลา คะแนน ปลาย รวม
(ชั่วโมง) ภาค
ระหว่าง กลาง
เรียน ภาค

ดสอบหลังเรยี น -ใบงานที่ 1.3 4 82 10
กหดั เรอื่ ง วธิ กี ารทาง 1 32 5
รออกแบบ วทิ ยาศาสตร์
กใบงานท่ี 1.3 โดยใหน้ ักเรียนทา
ทางวทิ ยาศาสตร์ โครงงานทาง
รนาเสนอผลงาน วิทยาศาสตร์
กรรมการทางาน กลมุ่ ละ 1 เรื่อง
(8 คะแนน)
กรรมทางานกลุ่ม
มมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้

ดสอบกอ่ นเรยี น -ใบงานที่ 2.1
กหดั เรือ่ ง ความสาคญั
นทัศนจ์ ากใบงานท่ี ของสาร อนิน
ามสาคัญของสาร ทรยี ต์ อ่ สิ่งมีชวี ิต
งมชี ีวติ (3 คะแนน)
รนาเสนอผลงาน
กรรมการทางาน

มมีวินยั ใฝ่เรยี นรู้

1

หน่วยการ แผนการ วธิ สี อน/วิธีการ ทกั ษะทไ่ี ด้ การป
เรยี นรู้ จดั การเรียนรู้ จัดกจิ กรรม
/เน้ือหาสาระ การเรียนรู้
2. เคมีท่ีเป็น
พ้นื ฐานของ แผนที่ 2 แบบสืบเสาะหา - ทกั ษะการสังเกต - ตรวจแบบ
สิ่งมีชวี ิต (ตอ่ ) สารอินทรยี ์ ความรู้ - ทักษะการสารวจ - ตรวจผงั มโ
(5Es ค้นหา งานท่ี 2.2 เ
แผนท่ี 3 Instructional - ทกั ษะการ คารโ์ บไฮเดร
ปฏกิ ิริยาเคมี Model) ตัง้ สมมตฐิ าน - ประเมนิ ก
ในเซลลข์ อง - ทักษะการทดลอง - ประเมิน
สิ่งมชี ีวิต แบบสบื เสาะหา - ทกั ษะการกาหนด ผลงาน
ความรู้ และควบคมุ ตวั แปร - สังเกตพ
(5Es - ทกั ษะการ ทางานกลุ่ม
Instructional วเิ คราะห์ - สงั เกตควา
Model) เรียนรู้ และ
- ทักษะการสังเกต ทางาน
- ทกั ษะการสารวจ
ค้นหา - ตรวจขอ้ ส
- ทกั ษะการ - ตรวจแบบ
ตั้งสมมตฐิ าน - ประเมินก
- ทักษะการทดลอง ปฏบิ ัติการ จ
- ทักษะการ 2.3 เรือ่ ง ป
วิเคราะห์ การทางานข
- สังเกตพ
ทางานกลุม่
- สงั เกตควา
ใฝ่เรียนรู้ แล
การทางาน

1

คะแนน

ประเมนิ ภาระงาน เวลา ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
(ช่วั โมง) เรยี น ภาค ภาค 13

บฝึกหดั -ผงั มโนทศั นจ์ าก 5 94

โนทศั นจ์ ากใบ ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง

เรอื่ ง คารโ์ บไฮเดรต

รต -แบ่งกลมุ่ ค้นคว้า

การปฏิบัตกิ าร แลว้ นาเสนอหนา้

นการนาเสนอ ชน้ั เรียน พร้อม

สร้างข้อสอบให้

ฤติกรรมการ เพื่อนสะสมคะแนน

ม (9 คะแนน)

ามมีวนิ ยั ใฝ่

ะมุง่ มัน่ ในการ

สอบหลงั เรียน -ใบงานท่ี 2.3 6 84 12

บฝกึ หดั เร่อื ง ปจั จยั ท่มี ผี ล

การออกแบบ ตอ่ การทางานของ

จากใบงานที่ เอนไซม์

ปัจจยั ทม่ี ผี ลต่อ -สร้างเกมเกย่ี วกบั

ของเอนไซม์ เร่ืองปฏิกิริยาเคมี

ฤติกรรมการ ในเซลลข์ อง

ม สง่ิ มีชวี ิต แล้วให้

ามมีวินยั นกั เรยี นสะสม

ละมุ่งม่นั ใน คะแนน

(8 คะแนน)

1

หน่วยการ แผนการ วธิ สี อน/วธิ กี าร ทกั ษะทีไ่ ด้ การป
เรียนรู้ จัดการเรยี นรู้ จดั กิจกรรม
/เน้อื หาสาระ การเรียนรู้
3. เซลล์และ
การทางาน แผนที่ 1กลอ้ ง แบบสืบเสาะหา - ทกั ษะการสังเกต - ตรวจข้อส
ของเซลล์ จลุ ทรรศน์ ความรู้ - ทักษะการสารวจ - ตรวจแบบ
เซลลแ์ ละ (5Es ค้นหา - ประเมนิ ป
ทฤษฎีเซลล์ Instructional - ทกั ษะการ ใบงานที่ 3.1
Model) วิเคราะห์ ไหลของไซโ
แผนที่ 2 เซลลข์ องสิง่
โครงสรา้ งของ แบบสืบเสาะหา - ทักษะการสังเกต - สงั เกตพฤต
เซลล์ทศ่ี ึกษา ความรู้ - ทักษะการสารวจ ทางานรายบ
ดว้ ยกล้อง (5Es คน้ หา - สงั เกตพฤต
จลุ ทรรศน์ Instructional - ทกั ษะการ ทางานกลุ่ม
อเิ ลก็ ตรอน Model) ตงั้ สมมติฐาน - สงั เกตควา
(บรู ณาการ - ทกั ษะการทดลอง ใฝเ่ รยี นรู้ แล
หลักปรชั ญา - ทักษะการ การทางาน
ของเศรษฐกจิ วิเคราะห์
พอเพียง) - ทกั ษะการ - ตรวจแบบ
ตคี วามหมายและ - ตรวจผงั มโ
ลงขอ้ สรุป ใบงานที่ 2.2
โครงสร้างข
ศกึ ษาด้วยก
จลุ ทรรศนอ์
- ประเมนิ ก
- สังเกตพฤต
- สงั เกตควา
เรียนรู้ และ
ทางาน

1

คะแนน

ประเมนิ ภาระงาน เวลา ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
(ชว่ั โมง) เรียน ภาค ภาค 7

สอบกอ่ นเรยี น -ปฏบิ ตั ิการ จาก 2 3 4
บฝึกหดั ใบงานท่ี 3.1
ปฏบิ ัติการ จาก เร่อื ง การไหลของ
1 เรอ่ื ง การ ไซโทพลาซมึ
โทพลาซมึ และ และเซลลข์ อง
งมีชีวิต ส่งิ มชี วี ิต
ตกิ รรมการ (3 คะแนน)
บุคคล
ติกรรมการ

ามมีวนิ ยั
ละมงุ่ มั่นใน

บฝึกหดั -ผงั มโนทศั นจ์ าก 4 5 6 11
โนทัศนจ์ าก ใบงานที่ 2.2
2 เรอ่ื ง เร่ือง โครงสร้าง
ของเซลล์ท่ี ของเซลล์ทศ่ี ึกษา
กล้อง ดว้ ยกลอ้ ง
อิเล็กตรอน จุลทรรศน์
การนาเสนอ อิเล็กตรอน
ติกรรมกลมุ่ และสร้างโมเดล
ามมีวนิ ยั ใฝ่ เซลล์ จากวัสดุ
ะมุง่ มัน่ ในการ ในทอ้ งถ่ิน
(5 คะแนน)

1

แผนการ วิธสี อน/วธิ ีการ ทักษะท่ไี ด้ การ
หน่วยการเรยี นรู้ จัดการเรียนรู้ จัดกจิ กรรม

/เน้อื หาสาระ การเรยี นรู้

3. เซลล์และการ แผนท่ี 3 การ แบบสบื เสาะหา - ทกั ษะการสงั เกต - ตรวจแบบ
ทางานของเซลล์ ลาเลยี งสาร ความรู้ - ทกั ษะการสารวจ - ประเมนิ ก
(ต่อ) ผา่ นเซลล์ (5Es ค้นหา จากใบงานท
Instructional - ทกั ษะการ ลาเลยี งสาร
Model) ต้งั สมมตฐิ าน - ตรวจใบง
- ทกั ษะการทดลอง การประยกุ
- ทกั ษะการ การลาเลยี ง
วิเคราะห์ ในชีวติ ประ
- สงั เกตพฤ
ทางานราย
- สังเกตพฤ
ทางานกลมุ่
- สงั เกตคว
เรียนรู้และม
ทางาน

1

รประเมิน ภาระงาน เวลา คะแนน ปลาย รวม
(ชวั่ โมง) ภาค 6
ระหว่าง กลาง
เรียน ภาค

บฝกึ หดั -ใบงานที่ 3.3 3 2 4
การปฏบิ ตั กิ าร - ใบงานท่ี 3.4
ที่ 3.3 เร่ือง การ -สรา้ งเกมต่อ
รผ่านเซลล์ คาการลาเลยี ง
งานท่ี 3.4 เรื่อง สารผา่ นเซลล์
กตใ์ ช้ความรเู้ ร่อื ง (2 คะแนน)
ง สารผา่ นเซลล์
ะจาวัน
ฤติกรรมการ
ยบคุ คล
ฤติกรรมการ

วามมวี ินยั ใฝ่
มุง่ มน่ั ในการ

1

หนว่ ยการ แผนการ วิธีสอน/ ทักษะทไ่ี ด้ กา
เรยี นรู้ จัดการเรียนรู้ วธิ ีการจัด
/เนื้อหาสาระ กิจกรรมการ - ตรวจแบ
3. เซลล์และ แผนท่ี 4 การ เรยี นรู้ - ตรวจผัง
การทางาน สือ่ สาร งานท่ี 3.5
ของเซลล์ (ต่อ) ระหวา่ งเซลล์ แบบสบื เสาะ - ทักษะการสังเกต สือ่ สารระ
หาความรู้ - ทกั ษะการสารวจ - สงั เกตพ
แผนที่ 5 (5Es คน้ หา ทางานรา
การแบ่งเซลล์ Instructional - ทักษะการวิเคราะห์ - สังเกตพ
Model) - ทักษะการ ทางานกล
- สังเกตค
ตคี วามหมายและ เรียนรู้ แล
ลงข้อสรุป ทางาน
- ตรวจแบ
แบบสืบ - ทักษะการสงั เกต - ประเมนิ
- ตรวจชน้ิ
เสาะหาความรู้ - ทักษะการสารวจ 3.6 เร่ือง
เซลล์
(5Es ค้นหา - ประเมิน
ผลงาน
Instructional - ทักษะการ - สังเกตพ
ทางานรา
Model) ตั้งสมมติฐาน - สงั เกตพ
ทางานกล
- ทกั ษะการทดลอง - สังเกตค
ทางาน
- ทกั ษะการวเิ คราะห์

- ทกั ษะการ

ตคี วามหมายและ

ลงขอ้ สรปุ

1

คะแนน

ารประเมิน ภาระงาน เวลา ระหว่าง กลาง ปลาย รวม
(ชัว่ โมง) เรยี น ภาค ภาค 2

บบฝึกหดั -ใบงานที่ 1 1 1
งมโนทศั นจ์ ากใบ 3.5 การ
5 เร่ือง การ สื่อสาร
ะหวา่ งเซลล์ ระหว่าง
พฤติกรรมการ เซลล์
ายบคุ คล (1 คะแนน)
พฤติกรรมการ
ล่มุ
ความมีวินยั ใฝ่
ละม่งุ มน่ั ในการ

บบฝกึ หดั ใบงานที่ 4 5 5 10

นการปฏิบตั กิ าร 3.6 เรอื่ ง

นงานจากใบงานท่ี โมเดลการ

ง โมเดลการแบ่ง แบง่ เซลล์

(5 คะแนน)

นการนาเสนอ

พฤติกรรมการ
ายบคุ คล
พฤติกรรมการ
ลุ่ม
ความมุ่งมน่ั ในการ

1

แผนการ วธิ สี อน/วิธีการ ทกั ษะทีไ่ ด้ การ
หนว่ ยการเรียนรู้ จัดการเรยี นรู้ / จดั กิจกรรม

เนอื้ หาสาระ การเรยี นรู้

3. เซลล์และการ แผนที่ 6 การ แบบสบื เสาะหา - ทักษะการสังเกต - ตรวจแบบ
ทางานของเซลล์ เปลีย่ นสภาพ ความรู้ - ทักษะการสารวจ - ตรวจผังมโ
(ตอ่ ) ของเซลล์ และ (5Es ค้นหา ที่ 3.7 เร่อื ง
การชราภาพ Instructional - ทักษะการ ของเซลล์ แล
ของเซลล์ Model) วเิ คราะห์ ของเซลล์
- ทกั ษะการ - สงั เกตพฤต
แผนท่ี 7 การ ตีความหมายและ รายบุคคล
หายใจระดับ ลงข้อสรปุ - สงั เกตพฤต
เซลล์ - สงั เกตควา
แบบสบื เสาะหา - ทกั ษะการสงั เกต และมุง่ มั่นใ

ความรู้ - ทกั ษะการสารวจ - ตรวจแบบ
- ประเมินกา
(5Es ค้นหา - ตรวจผงั มโ
ใบงานท่ี 3.8
Instructional - ทักษะการ ระดับเซลล์
- สงั เกตพฤต
Model) วิเคราะห์ รายบุคคล
- สังเกตพฤต
- ทักษะการลง - สงั เกตควา
และมุง่ ม่ันใ
ความเห็นจากขอ้ มลู

- ทักษะการ

ตีความหมายและ

ลงข้อสรุป

รวม

1

รประเมนิ ภาระงาน เวลา คะแนน ปลาย รวม
(ชัว่ โมง) ภาค 2
ระหวา่ ง กลาง
เรียน ภาค 12

บฝึกหดั ใบงานที่ 3.7 1 2 100

โนทัศนจ์ ากใบงาน เรื่อง การ

การเปลยี่ นสภาพ เปลีย่ นสภาพ

ละการชราภาพ ของเซลล์

และการชรา

ติกรรมการทางาน ภาพของ

เซลล์

ติกรรมทางานกลมุ่

ามมีวินยั ใฝเ่ รยี นรู้

ในการทางาน

บฝกึ หดั -ใบงานท่ี 3.8 5 4 8

ารปฏบิ ตั ิการ เรอื่ ง การ

โนทัศนจ์ าก หายใจระดับ

8 เรือ่ ง การหายใจ เซลล์

-concept

ติกรรมการทางาน mapping

-รอ้ งเพลง

ตกิ รรมทางานกลมุ่ การหายใจ

ามมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ระดับเซลล์

ในการทางาน (4 คะแนน)

55 คะแนน 40 ช่วั โมง 55 15 30

1

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ธรรมชาติของสิง่ มชี ีวติ
จานวน 8 ชว่ั โมง

แผนฯ ที่ 1 : ธรรมชาติของสิ่งมชี ีวิต เวลา 2 ชัว่ โมง
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 2 ชั่วโมง
แผนฯ ที่ 2 : ชวี วิทยาคืออะไร ชีววิทยากับการดารงชวี ติ ชีวจริยธรรม เวลา 4 ช่วั โมง
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนฯ ท่ี 3 : การศกึ ษาชีววิทยา
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

1

หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1

ธรรมชาตขิ องสิ่งมีชีวิต

เวลา 8 ชว่ั โมง

1. ผลการเรียนรู้

เข้าใจธรรมชาตขิ องสิง่ มีชีวติ การศึกษาชวี วทิ ยาและวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ สารท่เี ปน็ องคป์ ระกอบของ
สิง่ มีชีวิต ปฏิกิริยาเคมีในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต กล้องจุลทรรศน์ โครงสร้างและหน้าท่ีของเซลล์ การลาเลียงสาร
เข้าและออกจากเซลล์ การแบง่ เซลล์ และการหายใจระดบั เซลล์

1. อธิบายและสรุปสมบัติท่ีสาคัญของสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวิตที่ทาให้
สิง่ มีชีวิตดารงชวี ิตอยู่ได้

2. อภิปราย และบอกความสาคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และ
วิธีการตรวจสอบสมมติฐาน รวมทั้งออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน

2. สาระการเรยี นรู้

2.1 สาระการเรยี นร้เู พิ่มเตมิ
1) ส่ิงมีชีวิตทุกชนิดต้องการสารอาหารและพลังงาน มีการเจริญเติบโต มีการตอบสนองต่อส่ิงเร้า
มีการรักษาดุลยภาพของร่างกาย มีการสืบพันธุ์ มีการปรับตัวทางวิวัฒนาการ และมีการทางาน
รว่ มกันขององคป์ ระกอบตา่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ สิ่งเหล่านีจ้ ัดเปน็ สมบัติทส่ี าคัญของส่งิ มชี ีวิต
2) การจัดระบบในส่ิงมีชีวิตเร่ิมจากหน่วยเล็กไปหน่วยใหญ่ ได้แก่ เซลล์ เน้ือเย่ือ อวัยวะ ระบบอวัยวะ
และส่ิงมชี วี ติ ตามลาดบั
3) วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการค้นหาคาตอบเกี่ยวกับส่ิงมีชีวิตเร่ิมจากการตั้งปัญหาหรือคาถาม
ตัง้ สมมตฐิ าน ตรวจสอบสมมตฐิ าน เก็บรวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะหข์ ้อมูล และสรุปผล
4) การศึกษาส่ิงมีชีวิตต้องอาศัยความรู้จากแขนงวิชาต่างๆ ของชีววิทยาและสาขาวิชาอ่ืนที่เกี่ยวข้อง
และควรคานงึ ถึงชวี จริยธรรมและจรรยาบรรณการใช้สตั วท์ ดลอง

2.2 สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
(พิจารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

ส่ิงต่างๆ ที่พบเห็นอยู่ท่ัวไป มีท้ังสิ่งมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต โดยส่ิงมีชีวิตบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายกับ
สิ่งไม่มชี ีวิต ปัจจุบันจึงมเี กณฑท์ ี่ใช้จาแนกสิ่งต่างๆ ว่าเป็นสิง่ มีชีวิตหรือไม่ โดยพิจารณาจากลักษณะต่างๆ ซึ่ง
ส่ิงมีชีวิตมีการสืบพันธุ์ ต้องการสารอาหารและพลังงาน มีการเจริญเติบโต มีอายุขัยและขนาดจากัด มี
การตอบสนองตอ่ สิง่ เร้า มกี ารรักษาดลุ ยภาพของร่างกาย มีลักษณะจาเพาะ และมกี ารจัดระบบ

ชวี วิทยาเป็นวิชาที่ศึกษาเกย่ี วกับส่ิงมชี ีวิตทงั้ ในด้านการดารงชีวติ ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสิ่งมชี ีวติ ด้วยกัน
และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม โดยชีววิทยาสามารถจาแนกออกเป็นแขนงวิชาย่อยๆ ได้
หลายแขนง เช่น กายวภิ าคศาสตร์ สรรี วิทยา เซลลว์ ทิ ยา อนุกรมวิธาน จลุ ชีววิทยา

การศึกษาชีววิทยาอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ (scientific method) ได้แก่ การกาหนดปัญหา การ
ตัง้ สมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และวเิ คราะห์ข้อมลู และการสรุปผล

1

4. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มีวินยั

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รยี นรู้

1) ทกั ษะการสังเกต 3. ม่งุ ม่ันในการทางาน

2) ทกั ษะการสารวจคน้ หา

3) ทกั ษะการตั้งคาถาม

4) ทักษะการตั้งสมมตฐิ าน

5) ทกั ษะการตรวจสอบสมมติฐาน

6) ทักษะการสรุปลงความเห็น

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ใบงานที่ 1.1 เรื่อง การตอบสนองตอ่ สงิ่ เร้าของสง่ิ มชี ีวติ
- Mind mapping สรุปเรื่องธรรมชาตขิ องส่ิงมชี ีวิต
- ใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง ชวี จรยิ ธรรม
- วเิ คราะห์ข่าวว่าเกีย่ วกับชีวจรยิ ธรรมและชีววทิ ยากบั การดารงชีวิต
- ใบงานที่ 1.3 เรื่อง วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
- โครงงานวทิ ยาศาสตร์ กลุ่มละ 1 เรอื่ ง
- รายงานการทดลอง เรือ่ ง อณุ หภูมิกับการรกั ษาดลุ ยภาพของปลา

6. การวัดและการประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีวัด เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
- แบบประเมนิ การ - ระดบั คณุ ภาพ 2
6.1 การประเมนิ ช้นิ งาน/ - ประเมินการออกแบบ ออกแบบปฏิบัตกิ าร ผ่านเกณฑ์
จากใบงานท่ี 1.1
ภาระงาน (รวบยอด) ปฏบิ ัตกิ ารจาก - ประเมินตามสภาพจรงิ
- แบบทดสอบกอ่ นเรียน
ใบงานท่ี 1.1 - ระดับคณุ ภาพ 2
- ใบงานท่ี 1.1 และ ผ่านเกณฑ์
6.2 การประเมินกอ่ นเรียน แบบประเมนิ การ - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ออกแบบปฏบิ ตั ิการ
- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจแบบทดสอบ - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ใบงานที่ 1.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ก่อนเรียน - แบบฝึกหัด

6.3 การประเมนิ ระหวา่ ง

การจดั กิจกรรม

1) ธรรมชาติของ - ประเมินการออกแบบ

สิง่ มชี วี ติ ปฏิบัติการจาก

ใบงานที่ 1.1

- ตรวจแบบฝึกหัด

2) ชวี วิทยาคืออะไร - ตรวจใบงานท่ี 1.2

ชีววิทยากบั การดารงชวี ิต - ตรวจแบบฝึกหดั

1

รายการวัด วิธีวดั เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ชวี จรยิ ธรรม
3) การศกึ ษาชีววทิ ยา - ประเมินการออกแบบ - ใบงานที่ 1.3 และแบบ - ระดบั คุณภาพ 2

4) การปฏบิ ตั กิ าร ปฏิบัตกิ ารจาก ประเมนิ การออกแบบ ผา่ นเกณฑ์

5) การออกแบบ ใบงานที่ 1.3 ปฏิบตั ิการ - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ปฏบิ ตั กิ าร
- ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝกึ หดั
6) การนาเสนอผลงาน
- ประเมินการปฏบิ ตั ิการ - แบบประเมนิ การ - ระดบั คุณภาพ 2
7) พฤติกรรมการ
ทางานรายบุคคล ปฏิบตั กิ าร ผา่ นเกณฑ์

8) พฤตกิ รรม - ประเมินการออกแบบ - แบบประเมนิ การ - ระดับคุณภาพ 2
การทางานกลุ่ม
ปฏบิ ัตกิ าร ออกแบบปฏบิ ัตกิ าร ผ่านเกณฑ์
9) คณุ ลกั ษณะ
อนั พงึ ประสงค์ - ประเมินการนาเสนอ - ผลงานทนี่ าเสนอ - ระดบั คุณภาพ 2

6.4 การประเมนิ หลงั เรยี น ผลงาน ผ่านเกณฑ์
- แบบทดสอบ
หลังเรียน - สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดบั คุณภาพ 2
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1
ก า ร ท า ง า น ก า ร ท า ง า น ผ่านเกณฑ์

รายบุคคล รายบคุ คล

- สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2

การทางานกลมุ่ การทางานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์

- สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2

ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ ม่ัน คณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์

ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์

- ตรว จแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
หลังเรยี น

7. กิจกรรมการเรยี นรู้ เวลา 2 ช่ัวโมง
เวลา 2 ชวั่ โมง
 แผนฯ ท่ี 1 : ธรรมชาติของส่งิ มชี ีวิต เวลา 4 ชั่วโมง
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

 แผนฯ ท่ี 2 : ชีววทิ ยาคืออะไร ชีววทิ ยากับการดารงชีวติ ชวี จรยิ ธรรม
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

 แผนฯ ที่ 3 : การศกึ ษาชวี วิทยา
วิธสี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)

1

8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรียนชวี วทิ ยา ม.4 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นท่ี 1 ธรรมชาติของส่ิงมชี วี ติ
2) ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง การตอบสนองตอ่ สิง่ เร้าของส่ิงมีชวี ิต
3) ใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง ชีวจรยิ ธรรม
4) ใบงานท่ี 1.3 เร่ือง วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
5) ใบความรู้ท่ี 1.1 เร่ือง การตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ ของส่งิ มีชวี ติ
6) PowerPoint เรือ่ ง ธรรมชาติของส่ิงมีชวี ติ
7) PowerPoint เรือ่ ง จรรยาบรรณการใช้สตั ว์เพ่ืองานทางวิทยาศาสตร์
8) PowerPoint เรอื่ ง วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์
9) แบบฝกึ หดั ชวี วิทยา ม.4 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ธรรมชาติของสิ่งมชี วี ิต

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมุด
2) หอ้ งเรียน
3) บรเิ วณโรงเรียน

1

แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ธรรมชาติของสงิ่ มชี วี ติ
วชิ าชีววทิ ยา 1 รหสั วชิ า ว30241 กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คาช้แี จง : ให้นักเรียนเลือกคาตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดไม่ใช่เกณฑ์ท่ีใช้พิจารณาว่าสิ่งต่างๆ เป็น 5. โครงสร้างใดมีบทบาทในการรักษาสมดุลน้าใน

สิง่ มชี วี ิตหรอื ไม่ พืช

1. มีหลายเซลล์ 1. กง่ิ 2. ราก

2. มกี ารสืบพนั ธุ์ 3. ลาต้น 4. ปากใบ

3. มีการเจรญิ เตบิ โต 5. เนอื้ เยอ่ื ปลายยอด

4. มีการตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้า 6. หากนักเรียนต้องการศึกษาเก่ียวกับจุลินทรีย์

5. มกี ารปรับตัวทางวิวฒั นาการ นกั เรยี นจะเลือกศึกษาแขนงวชิ าใด

2. สิ่งมีชวี ิตกบั สิง่ ไมม่ ีชีวติ มคี วามเหมือนกันอยา่ งไร 1. cytology

1. มกี ารสบื พนั ธ์ุ 2. ecology

2. มกี ารใชพ้ ลังงานจากแสง 3. evolution

3. มีกระบวนการเมแทบอลิซึม 4. anatomy

4. มกี ารถ่ายทอดพลังงานระหวา่ งกนั 5. microbiology

5. ประกอบด้วยไปอะตอมและโมเลกลุ 7. ปัจจุบันมีการเพ่ิมผลผลิตทางการเกษตรและ

3. พิจารณาตวั เลอื กวา่ ขอ้ ใดตา่ งจากขอ้ อ่นื ปรับปรุงพันธ์ุพืชเป็นจานวนมาก นักเรียนคิดว่า

1. การแตกหน่อของไฮดรา เป็นการใชป้ ระโยชน์ทางชวี วทิ ยาสาขาใด

2. การสรา้ งสปอร์ของเชื้อรา 1. genetic

3. มกี ระบวนการเมแทบอลิซมึ 2. cytology

4. การงอกขาทีข่ าดไปของซาลามานเดอร์ 3. bioevolution

5. การแบ่งออกเป็นสองสว่ นของพารามีเซยี ม 4. biochemistry

4. หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต มีโครงสร้างหลักท่ี 5. biotechnology

เหมอื นกัน ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง 8. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ตอ้ งใชค้ วามรทู้ างด้าน

1. ออร์แกเนลล์ เยือ่ หุ้มเซลล์ นิวเคลยี ส พนั ธุวศิ วกรรม

2. ออรแ์ กเนลล์ ไซโทพลาซึม เย่ือหมุ้ เซลล์ 1. แบคทีเรียทีส่ รา้ งอนิ ซูลินได้

3. ส่วนท่หี ่อหุ้มเซลล์ นิวเคลียส ไซโทพลาซมึ 2. มะละกอต้านโรคจุดวงแหวน

4. ส่วนที่หอ่ หุ้มเซลล์ โครโมโซม ไซโทพลาซึม 3. การผลติ ยาปฏิชวี นะจากจุลินทรีย์

5. สว่ นทห่ี อ่ หมุ้ เซลล์ เยือ่ หุ้มเซลล์ ไซโทพลาซึม 4. จอกแหนทต่ี รึงไนโตรเจนในอากาศ

5. จลุ นิ ทรีย์ทสี่ ามารถกาจดั คราบน้ามนั ได้

1

9. ข้อใดเรยี งลาดับขัน้ ตอนของกระบวนการทาง 10. การทดสอบสมมตฐิ านที่ว่า หนูสามารถต้านทาน
วิทยาศาสตร์ได้ถูกต้อง ไวรสั ชนิดหนง่ึ ไดจ้ ริงหรือไม่ ผู้ทาการทดลองควร
1. การกาหนดปัญหา การตั้งสมมตฐิ าน การ แบ่งสตั ว์ในการทดลองอย่างไร
ทดลอง การสรปุ ผล 1. แบง่ ออกเป็น 1 กลุ่ม และฉีดสารละลายที่มี
2. การสงั เกต การกาหนดปัญหา การ ไวรัส
ตง้ั สมมติฐาน การทดลอง การสรุปผล 2. แบง่ ออกเป็น 1 กล่มุ และฉีดสารละลายท่ีไม่
3. การตง้ั สมมตฐิ าน การตรวจสอบสมมติฐาน มีไวรัส
การเก็บรวมรวมข้อมูลและวเิ คราะห์ข้อมูล 3. แบ่งออกเปน็ 2 กลมุ่ โดยกลมุ่ ท่ี 1 ฉดี
การสรุปผล สารละลายทมี่ ไี วรัสท่ีต้องการศกึ ษา ส่วน
4. การกาหนดปญั หา การตงั้ สมมติฐาน การ กลุ่มท่ี 2 ไม่ฉีดสารละลาย
ตรวจสอบสมมติฐาน การเก็บรวมรวมข้อมูล 4. แบ่งออกเปน็ 2 กลุม่ โดยกลุ่มท่ี 1 ฉีด
การสรุปผล สารละลายทมี่ ีไวรัสที่ต้องการศึกษา ส่วน
5. การกาหนดปัญหา การตั้งสมมตฐิ าน การ กลุ่มท่ี 2 ฉีดสารละลายที่ไม่มีไวรสั
ตรวจสอบสมมตฐิ าน การเก็บรวมรวมข้อมูล 5. แบ่งออกเปน็ 2 กลุ่ม โดยกล่มุ ที่ 1 ฉดี
และวิเคราะห์ข้อมลู การสรุปผล สารละลายที่มไี วรสั ทต่ี ้องการศึกษา สว่ น
กล่มุ ท่ี 2 ฉดี สารละลายที่มีไวรสั อีกชนิดหนึ่ง

เฉลย
1. 1 2. 5 3. 3 4. 3 5. 4 6. 5 7. 5 8. 4 9. 5 10. 4

1

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 ธรรมชาติของสง่ิ มีชีวติ
วชิ าชวี วิทยา 1 รหัสวชิ า ว30241 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว1

1. หากจาแนกส่งิ มีชวี ิตโดยใช้การสร้างอาหาร 5. ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไมถ่ ูกต้องเกี่ยวกับ

เปน็ เกณฑ์ ส่งิ มีชวี ิตในขอ้ ใดต่อไปน้ตี ่างจาก การตอบสนองต่อส่ิงเรา้

พวก 1. การหาอาหารถือเปน็ การตอบสนองอยา่ งหนง่ึ

1. รา ยสี ต์ 2. การตอบสนองเกิดขนึ้ เพยี งครั้งละหนึ่งรูปแบบ

2. เห็ด จลุ นิ ทรยี ์ 3. การตอบสนองอาจเกิดข้ึนหลายรปู แบบใน

3. ไฮดรา ฟองน้า เวลาเดียวกัน

4. อะมีบา พารามเี ซยี ม 4. การตอบสนองเกิดขึน้ เพ่อื การปรบั ตวั ให้

5. สาหร่ายสีแดง สาหร่ายสเี ขียว เหมาะสมต่อผลู้ า่

2. ลกั ษณะใดไม่นา่ จะมสี ว่ นช่วยให้ส่งิ มีชวี ติ 5. การตอบสนองเกิดขนึ้ เพื่อการปรับตวั ให้

สามารถดารงชวี ติ และแพร่พนั ธ์ุได้ เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อม

1. ประสทิ ธภิ าพในการสืบพันธ์ุ 6. ขอ้ ใดตอ่ ไปนีก้ ลา่ วไม่ถูกตอ้ งเกยี่ วกบั การรักษา

2. ความสามารถในการหาอาหาร ดลุ ยภาพในร่างกายของสิ่งมีชีวิต

3. ความสามารถในการป้องกันแหล่งท่อี ยู่ 1. พชื รกั ษาดลุ ยภาพน้าโดยคายนา้ ทางปากใบ

4. ความสามารถในการคงลักษณะของสปีชีส์ 2. พลานาเรยี มเี ฟรมเซลล์ทาหน้าที่กาจดั ของเสีย

5. ความสามารถในการปรบั ตัวให้เขา้ กับ 3. ปลาน้าจดื ปสั สาวะข้นเพ่ือรกั ษาดุลยภาพน้า

สภาพแวดลอ้ ม 4. พารามเี ซยี มใชค้ อนแทร็กไทลแ์ วคิวโอล

3. ข้อใดตอ่ ไปนีไ้ ม่ใชป่ ระโยชนข์ องการสืบพันธุ์ ในการรักษาดุลยภาพน้าภายในเซลล์

แบบอาศยั เพศ 5. ไฮดรากาจัดของเสียโดยที่ของเสียสามารถ

1. ทาให้เกดิ วิวฒั นาการ แพรผ่ า่ นเยื่อหุ้มเซลลส์ ู่ส่งิ แวดลอ้ มไดโ้ ดยตรง

2. ทาใหส้ ิง่ มชี วี ิตมรการพัฒนาสายพนั ธ์ุ 7. สมมติฐานท่ีดีควรมลี ักษณะอยา่ งไร

3. ทาให้เกิดความหลายหลายทางชวี ภาพ 1. สามารถตรวจสอบได้ดว้ ยการทดลอง

4. ทาใหส้ ่ิงมีชีวติ ไม่แปรผนั ทางพันธุกรรม 2. เข้าใจได้ง่าย ไม่มีความชัดเจนมาก และมี

5. ทาใหส้ ่งิ มชี ีวิตปรบั ตวั เขา้ กับสิ่งแวดลอ้ มได้ เพยี งข้อเดียว

ดกี วา่ รุน่ พ่อแม่ 3. เขา้ ใจได้ง่าย ไม่มคี วามชดั เจนมาก และมี

4. การท่สี ง่ิ มชี วี ติ มีความหลากหลายทางชีวภาพมี หลายๆ ข้อเปรยี บเทยี บกนั

ประโยชน์ตอ่ ส่ิงมีชวี ติ ในดา้ นใด 4. อธบิ ายปัญหาได้ชัดเจน และนาไปสู่การ

1. ลดการแกง่ แย่งที่อยู่อาศยั ตรวจสอบไดห้ ลายวิธี โดยไมจ่ าเปน็ ตอ้ ง

2. ช่วยให้สิ่งมีชวี ิตมีอายุยนื ข้นึ ตรวจสอบดว้ ยการทดลอง

3. ช่วยใหส้ ง่ิ มชี ีวิตมขี นาดใหญข่ ้ึน 5. ไม่จาเปน็ ต้องมีขอบเขตทช่ี ดั เจน ซ่งึ สามารถ

4. ช่วยใหส้ ่งิ มชี วี ติ มลี ักษณะเด่นขึ้น ต้ังสมมตฐิ านได้อยา่ งกว้างๆ โดยไมต่ ้อง

5. ช่วยให้ส่งิ มีชีวติ มคี วามแข็งแรงขึ้น ครอบคลุมข้อมูลตา่ งๆ

1

8. ขอ้ เทจ็ จริงทีน่ ามากาหนดปญั หาในกระบวนการ 10. ขอ้ ใดต่อไปน้ผี ิดหลกั ชีวจริยธรรมในการใช้
ทางวทิ ยาศาสตร์น้ัน ได้มาโดยอาศัยทักษะใด สตั วท์ ดลอง
1. การสังเกต 1. กอ้ ยฉดี ฮอร์โมนกระตุน้ การตกไข่ให้ปลาท่ี
2. การวิเคราะห์ เล้ียงไว้เพ่ือขาย
3. การลงข้อสรปุ 2. กาญปลูกภูมิคมุ้ กนั ในหนเู พื่อสกัดแอนตบิ อดี
4. การต้ังสมมตฐิ าน ไปช่วยเหลอื มนษุ ย์
5. การแสดงความคิดเหน็ 3. เมย์ทดลองเกี่ยวกับสารปฏิชีวนะ โดยใช้หนู
ในการทดลองในจานวนทน่ี ้อยทสี่ ดุ
9. กลุม่ ควบคมุ ในการทดลองวิทยาศาสตร์ จะเปน็ 4. เหมยี วตัดเส้นประสาทเพ่อื ระงบั ความรสู้ กึ
ประโยชน์ต่อผทู้ ดลองในด้านใด ของกบก่อนการผ่ากบเพื่อศึกษาระบบตา่ งๆ
1. ชว่ ยในการต้ังสมมติฐาน 5. ใหมท่ ดลองใชผ้ ลติ ภณั ฑ์ลดรอยคลา้ รอบ
2. ชว่ ยยนื ยนั ผลการทดลอง ดวงตาท่คี ิดคน้ ขนึ้ เองกับกระตา่ ย จนกระตา่ ย
3. ช่วยควบคมุ ตัวแปรตา่ งๆ ตาบอด
4. ปอ้ งกนั ความผิดพลาดในการทดลอง
5. ช่วยอ้างอิงในการสรปุ ผลการทดลอง

เฉลย
1. 5 2. 4 3. 4 4. 1 5. 2 6. 2 7. 1 8. 1 9. 5 10. 5

1

แบบประเมนิ การปฏิบตั ิการ

คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนประเมินการปฏิบัตกิ ารของนกั เรยี นตามรายการที่กาหนด แลว้ ขดี  ลงในช่องทีต่ รงกบั
ระดับคะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
4321
1 การปฏบิ ัติการทดลอง
2 ความคล่องแคลว่ ในขณะปฏบิ ัติการ รวม
3 การนาเสนอ

ลงช่อื ................................................... ผ้ปู ระเมิน
................/................/................

1

เกณฑ์การประเมนิ การปฏิบัติการ

ประเดน็ ที่ประเมิน 4 ระดับคะแนน 1
1. การปฏบิ ตั ิการ ทาการทดลองตาม ตอ้ งให้ความช่วยเหลือ
ขั้นตอน และใชอ้ ุปกรณ์ 32 อย่างมากในการทาการ
ทดลอง ได้อยา่ งถูกต้อง ทดลอง และการใช้
ทาการทดลองตาม ตอ้ งใหค้ วามช่วยเหลือ อุปกรณ์
2. ความ มคี วามคล่องแคลว่ ขั้นตอน และใช้อปุ กรณ์ บา้ งในการทาการ
คลอ่ งแคล่ว ในขณะทาการทดลอง ได้อยา่ งถูกตอ้ ง แต่อาจ ทดลอง และการใช้ ทาการทดลองเสร็จไม่
ในขณะ โดยไม่ตอ้ งไดร้ บั คา ตอ้ งไดร้ ับคาแนะนาบ้าง อปุ กรณ์ ทันเวลา และทา
ปฏิบัตกิ าร ช้ีแนะ และทาการ อปุ กรณเ์ สยี หาย
ทดลองเสรจ็ ทนั เวลา มคี วามคล่องแคล่ว ขาดความคลอ่ งแคลว่
3. การบันทกึ สรุป บนั ทึกและสรุปผลการ ในขณะทาการทดลอง ในขณะทาการทดลอง ต้องให้ความช่วยเหลอื
และนาเสนอผล ทดลองได้ถูกต้อง รดั กุม แต่ตอ้ งไดร้ บั คาแนะนา จึงทาการทดลองเสรจ็ อย่างมากในการบนั ทกึ
การทดลอง นาเสนอผลการทดลอง บา้ ง และทาการทดลอง ไมท่ นั เวลา สรปุ และนาเสนอผล
เปน็ ขั้นตอนชัดเจน เสรจ็ ทันเวลา การทดลอง

บนั ทึกและสรปุ ผลการ ตอ้ งใหค้ าแนะนาในการ
ทดลองไดถ้ กู ต้อง แต่ บันทึก สรปุ และ
การนาเสนอผลการ นาเสนอผลการทดลอง
ทดลองยังไม่เปน็
ข้ันตอน

เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ต่ากว่า 6 ปรบั ปรงุ

1

แบบประเมนิ การออกแบบปฏิบตั กิ าร แผนฯ ที่ 1,3

คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนประเมินการออกแบบปฏิบัติการของนักเรียนตามรายการทก่ี าหนด แล้วขดี  ลงในช่องที่
ตรงกับระดบั คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 2 1
43
1 การออกแบบการทดลอง
2 การดาเนินการทดลอง
3 การนาเสนอ

รวม

ลงช่อื ................................................... ผู้ประเมิน
.................../................../..................

1

เกณฑ์การประเมินการออกแบบปฏิบัติการ

ประเดน็ ท่ปี ระเมนิ ระดับคะแนน 3 2 1
4

1. การออกแบบ เข้าใจปญั หา เขา้ ใจปญั หา เขา้ ใจปัญหา เขา้ ใจปัญหา
การทดลอง ตง้ั สมมตฐิ านได้ ตงั้ สมมติฐานได้ถูกตอ้ ง ตั้งสมมติฐานได้ถกู ต้อง ต้ังสมมตฐิ านได้ถกู ต้อง
สอดคล้องกับปญั หา ออกแบบการทดลอง ออกแบบการทดลอง ต้องอาศยั การแนะนาใน
ออกแบบการทดลอง และใช้เทคนคิ วิธีถูกตอ้ ง และใช้เทคนิควิธี การออกแบบการ
และใช้เทคนิควธิ ถี ูกต้อง ยงั ไม่ถูกตอ้ ง ทดลอง

แสดงถงึ ความคดิ รเิ รม่ิ

2. การดาเนนิ การ การดาเนินการทดลองมี การดาเนนิ การทดลองมี การดาเนนิ การทดลองมี การดาเนนิ การทดลอง
ทดลอง ขน้ั ตอนครบถ้วนถกู ต้อง ขนั้ ตอนครบถ้วนถกู ตอ้ ง ข้นั ตอนถกู ต้องเปน็ สว่ น ไมถ่ กู ตอ้ งเป็นสว่ นใหญ่
มีการทาซ้า และการ แต่ไมม่ ีการทาซา้ และ ใหญ่ และการเก็บขอ้ มลู และการเกบ็ ข้อมูล
เก็บขอ้ มลู ไดล้ ะเอยี ด การเก็บขอ้ มลู ได้ ไดค้ รบถ้วนตามท่ี ไมค่ รบถ้วน
รอบคอบ ครบถ้วน ครบถว้ นตามทต่ี ้องการ ต้องการ

ตามท่ีต้องการ

3. การนาเสนอ เหมาะสมกับลักษณะ นาเสนอข้อมูลถกู ต้อง นาเสนอข้อมลู ถูกต้อง นาเสนอข้อมลู ถูกต้อง
ของข้อมลู แสดงถงึ ครบถ้วน วเิ คราะห์ วเิ คราะห์ข้อมูลได้ วิเคราะหข์ อ้ มลู ไม่
ความคิดสรา้ งสรรคใ์ น ขอ้ มูลได้ครบถ้วน ครบถ้วน นาเสนอผล ครบถว้ น สรุปผลการ
การนาเสนอ วิเคราะห์ สรปุ ผลการทดลอง การทดลองถกู ต้อง ทดลอง
ขอ้ มลู ไดค้ รบถว้ น ถูกต้อง มีการนาเหตผุ ล ไมถ่ ูกต้อง
เหมาะสม สรปุ ผลการ และความรมู้ าอา้ งองิ
ทดลองถูกต้อง มีการนา ประกอบการสรปุ ผล
เหตุผลและความรมู้ า การทดลอง
อา้ งอิงประกอบการ

สรปุ ผลการทดลอง

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

11-12 ดีมาก

9-10 ดี

6-8 พอใช้

ตา่ กวา่ 6 ปรบั ปรงุ

1

แบบประเมินการนาเสนอผลงาน

คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องท่ี

ตรงกบั ระดับคะแนน

ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน
321

1 เน้ือหาละเอียดชดั เจน 

2 ความถูกต้องของเนอ้ื หา 

3 ภาษาท่ีใชเ้ ขา้ ใจงา่ ย 

4 ประโยชนท์ ่ีไดจ้ ากการนาเสนอ 

5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน 

รวม

ลงช่อื ................................................... ผปู้ ระเมนิ
................../................./..................

เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินเปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกับรายการประเมินบางส่วน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ

1

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล

คาชี้แจง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งที่

ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
321

1 การแสดงความคดิ เห็น 

2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่ืน 

3 การทางานตามหนา้ ที่ที่ได้รบั มอบหมาย 

4 ความมีน้าใจ 

5 การตรงต่อเวลา 

รวม

ลงช่ือ ................................................... ผู้ประเมนิ
................../................/...............

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ

1

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม

คาชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่

ตรงกับระดับคะแนน

การมี

ลาดับท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมี สว่ นร่วมใน
ของนักเรยี น ความ ฟังคนอน่ื ตามท่ไี ด้รับ น้าใจ การ รวม
คิดเหน็ มอบหมาย
ปรบั ปรุง 15
ผลงานกลมุ่ คะแนน

321321321321321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงช่ือ ................................................... ผูป้ ระเมนิ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ................../.................../.................
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14-15 ดีมาก

11-13 ดี

8-10 พอใช้

ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

1

แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

คาช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องที่

ตรงกับระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 321

1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาตไิ ด้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมทส่ี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์

ตอ่ โรงเรียน

1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมทเี่ กย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษัตริย์ตามทีโ่ รงเรยี นจดั ข้ึน

2. ซ่ือสัตย์ สุจรติ 2.1 ให้ขอ้ มูลทีถ่ ูกตอ้ งและเป็นจรงิ

2.2 ปฏิบัตใิ นส่งิ ทถ่ี ูกตอ้ ง

3. มวี นิ ยั รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคบั ของครอบครัว

มีความตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวัน

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รู้จกั ใช้เวลาวา่ งให้เป็นประโยชนแ์ ละนาไปปฏิบัตไิ ด้

4.2 รจู้ ักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม

4.3 เช่ือฟังคาสง่ั สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ยง้

4.4 ต้งั ใจเรียน

5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 5.1 ใชท้ รพั ย์สินและส่งิ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยดั

5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรูค้ ุณคา่

5.3 ใช้จา่ ยอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงนิ

6. มุ่งมั่นในการทางาน 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย

6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพ่ือใหง้ านสาเรจ็

7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ติ สานกึ ในการอนุรักษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และครทู างาน

8.2 รจู้ กั การดแู ลรกั ษาทรพั ย์สมบัติและส่งิ แวดล้อมของหอ้ งเรยี นและโรงเรียน

ลงชอ่ื ................................................... ผ้ปู ระเมิน

................./................../..............

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

พฤตกิ รรมทีป่ ฏิบตั ิชดั เจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน 14-15 ดมี าก

พฤติกรรมท่ปี ฏิบตั ชิ ดั เจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน 11-13 ดี

พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ัติบางครง้ั ให้ 1 คะแนน 8-10 พอใช้

ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง

1

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ธรรมชาติของส่ิงมชี ีวิต จานวน 8 ชว่ั โมง

เร่อื ง ธรรมชาติของส่งิ มชี ีวติ จานวน 2 ชั่วโมง

1. ผลการเรียนรู้

3. อธิบายและสรุปสมบัติที่สาคัญของส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ของการจัดระบบในส่ิงมีชีวิตที่ทาให้
ส่ิงมชี ีวติ ดารงชีวติ อยูไ่ ด้

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธิบายสมบัตทิ ี่สาคัญของสงิ่ มชี วี ิตได้ (K)
2. อธิบายความสมั พนั ธ์ของการจัดระบบในสิ่งมีชีวติ ท่ีทาใหส้ ่ิงมชี ีวิตดารงชีวติ อยู่ได้ (K)
3. ทดลองเก่ียวกบั การรักษาดุลยภาพของรา่ งกายสงิ่ มชี ีวติ ได้ (P)
4. สนใจใฝ่รใู้ นการศกึ ษา และมีความรับผดิ ชอบ (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่

สาระการเรียนรู้เพ่มิ เตมิ

- สิ่งมีชีวิตทุกชนิดต้องการสารอาหารและพลังงาน -
มีการเจริญเติบโต มีการตอบสนองต่อส่ิงเร้า มี
การรักษาดุลยภาพของร่างกาย มีการสืบพันธ์ุ มี
การปรับตัวทางวิวัฒนาการ และมีการทางาน
ร่วมกันขององค์ประกอบต่างๆ อย่างเป็นระบบ
ส่งิ เหล่านจี้ ัดเปน็ สมบตั ิที่สาคญั ของสิ่งมชี วี ิต

- การจัดระบบในสิ่งมีชีวิตเร่ิมจากหน่วยเล็กไป

หน่วยใหญ่ ได้แก่ เซลล์ เนื้อเยื่อ อวัยวะ ระบบ

อวยั วะ และส่ิงมีชีวิตตามลาดับ

4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

ส่ิงต่างๆ ท่ีพบเห็นอยู่ท่ัวไป มีทั้งส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายกับ
สิง่ ไม่มชี ีวติ ปัจจุบนั จงึ มเี กณฑ์ที่ใช้จาแนกสิ่งต่างๆ วา่ เป็นส่ิงมีชีวติ หรือไม่ โดยพิจารณาจากลกั ษณะต่างๆ ซึ่ง
สิ่งมีชีวิตมีการสืบพันธุ์ ต้องการสารอาหารและพลังงาน มีการเจริญเติบโต มีอายุขัยและขนาดจากัดมีการ
ตอบสนองตอ่ สง่ิ เร้า มกี ารรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกาย มลี ักษณะจาเพาะ และมีการจดั ระบบ

1

5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี นิ ัย

2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ่ รียนรู้

1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

2) ทักษะการสารวจคน้ หา

3) ทกั ษะการตัง้ คาถาม

4) ทกั ษะการตัง้ สมมติฐาน

5) ทักษะการตรวจสอบสมมติฐาน

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธกี ารสอน/เทคนิค : สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ขัน้ นา ชวั่ โมงท่ี 1

กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูแจ้งผลการเรยี นรู้ ให้นกั เรียนทราบ
2. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อวดั ความรู้เดิมของนกั เรยี นกอ่ นเขา้ สู่กจิ กรรม
3. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนเก่ียวกับเร่ืองที่จะเรียน โดยให้นักเรียนดูสื่อดิจิทัลเก่ียวกับสิ่งมีชีวิต
จากอินเทอรเ์ น็ต หรือ PowerPoint
4. ครูตั้งคาถามกระตุ้นความสนใจ โดยให้นักเรียนช่วยกันระดมความคิดในการตอบคาถาม ซึ่งอาจใช้
คาถามจากหนังสอื เรียนชีววทิ ยา ม.4 เลม่ 1 หรอื คาถามอื่นๆ ตัวอย่างเช่น
 เราจะทราบไดอ้ ยา่ งไรว่าสิ่งใดเป็นส่ิงมชี วี ิต
(แนวตอบ : นกั เรียนอาจตอบว่าพิจารณาจากเกณฑ์ท่ใี ช้จาแนกส่ิงต่างๆ ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่
โดยสิ่งมชี ีวติ มลี กั ษณะต่างๆ ดังนี้
- มกี ารสบื พันธ์ุ
- ต้องการสารอาหารและพลงั งาน
- มีการเจรญิ เตบิ โต มีอายุขัย และมขี นาดจากัด
- มกี ารตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้า
- มกี ารรกั ษาดุลยภาพของร่างกาย
- มกี ารจดั ระบบ)
5. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นจากคาถามข้างต้น จากนั้นครูนาอภิปรายว่า สิ่งมีชีวิตบางชนิดมี
ลักษณะคล้ายกับส่ิงไม่มีชีวิต แล้วให้นักเรียนยกตัวอย่างส่ิงมีชีวิตที่มีลักษณะดังกล่าว โดยครูอาจ
ยกตัวอย่างพืชชนิดหนึ่งในกลุ่มของพืชอวบน้า ที่ช่ือว่า ไลทอป (lithops) ซึ่งมีลักษณะคล้ายก้อนหิน
และครอู าจหารปู จากอนิ เทอร์เน็ตมาประกอบการอธิบาย

1

ขัน้ 6ส.อน

สารวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 7 กลุ่ม เพื่อศึกษาข้อมูลเก่ียวกับลักษณะของส่ิงมีชีวิตในหนังสือเรียน
ชวี วิทยา ม.4 เล่ม 1 หรอื จากอนิ เทอรเ์ นต็ โดยแบง่ หนา้ ที่ความรับผดิ ชอบแตล่ ะกลุ่ม ดังน้ี
กลมุ่ ท่ี 1 ศกึ ษาหวั ข้อ สง่ิ มชี วี ติ มกี ารสบื พนั ธ์ุ
กลมุ่ ที่ 2 ศึกษาหวั ขอ้ สง่ิ มีชีวิตต้องการสารอาหารและพลงั งาน
กลุ่มท่ี 3 ศึกษาหัวข้อ สงิ่ มีชีวิตมีการเจริญเตบิ โต มอี ายุขยั และมขี นาดจากัด
กลมุ่ ท่ี 4 ศกึ ษาหวั ข้อ สิ่งมชี ีวติ มกี ารตอบสนองต่อสิง่ เร้า
กลุ่มท่ี 5 ศึกษาหวั ขอ้ สง่ิ มชี ีวติ มีการรักษาดลุ ยภาพของร่างกาย
กลมุ่ ท่ี 6 ศึกษาหัวขอ้ สิ่งมชี วี ติ มลี กั ษณะจาเพาะ
กลุ่มที่ 7 ศกึ ษาหวั ข้อ สง่ิ มีชวี ติ มกี ารจัดระบบ
2. ให้แต่ละกลุ่มสรุปความรู้ท่ีศึกษาในรูปแบบของแผนผังความคิด แล้วร่วมกันต้ังคาถามกลุ่มละ 1
คาถามเก่ยี วกบั เรอื่ งทก่ี ลุม่ ตนเองศึกษา
3. ให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานาเสนอแผนผังความคิดของกลุ่มตนเองและถามคาถามเพ่ือนคนอื่นๆ
ในชั้นเรยี น
4. ให้นักเรียนแต่ละคนสรุปความรู้ท่ีได้จากการศึกษาและจากการนาเสนอของเพ่ือนลงในสมุดบันทึก
โดยใช้ความคดิ สรา้ งสรรค์ออกแบบให้มีความน่าสนใจ
5. ครูแจ้งจุดประสงค์ของการทากิจกรรม เร่ือง อุณหภูมิกับการรักษาดุลยภาพของปลา ในหนังสือเรียน
ชีววิทยา ม.4 เลม่ 1
6. ครูใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT มาจัดการเรียนรู้ โดยกาหนดให้สมาชิกแต่ละคน
ภายในกลุม่ (กลุ่มเดิมการการศึกษาขอ้ มลู ข้างต้น) มบี ทบาทหนา้ ทข่ี องตนเอง ดงั น้ี
สมาชิกกล่มุ ย่อยที่ 1 : ทาหน้าทเี่ ตรยี มวัสดอุ ุปกรณ์
สมาชิกกลุม่ ยอ่ ยที่ 2 : ทาหนา้ ทอ่ี า่ นวธิ ีการทากจิ กรรม และอธบิ ายใหส้ มาชกิ ภายในกลุ่มฟงั
สมาชกิ กลุม่ ยอ่ ยที่ 3 : ทาหน้าที่บนั ทึกผลการทดลอง
สมาชิกกลุ่มยอ่ ยท่ี 4 : ทาหนา้ ท่ีนาเสนอผลการทดลอง
7. ครูนาอภิปรายก่อนการทากิจกรรมว่า นักเรียนได้ทราบแล้วว่าปัจจัยทางกายภาพ เช่น อุณหภูมิมีผล
ต่อการดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต ถ้าอุณหภูมิของน้าเปล่ียนไปจะมีผลต่อส่ิงมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในน้า เช่น
ปลา อย่างไร
8. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทากิจกรรมเรื่อง อุณหภูมิกับการรักษาดุลยภาพของปลา ในหนังสือเรียน
ชีววิทยา ม.4 เลม่ 1 ตามข้ันตอนท่กี าหนดไว้

1

อธิบายความรู้ (Explain) ช่ัวโมงที่ 2

1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทากิจกรรม โดยครูตั้งคาถามเพื่อให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน

แสดงความคิดเหน็ ว่า

 อัตราการขยับแผ่นปิดเหงือกของปลาก่อนและหลังการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิของน้าแตกต่างกัน

หรอื ไม่ อยา่ งไร

(แนวตอบ : แตกต่างกัน โดยหากนา้ มอี ุณหภูมติ า่ อตั ราการขยับแผ่นปิดเหงือกจะลดลง แตห่ าก

นา้ มีอณุ หภูมิสูง อตั ราการขยับแผน่ ปิดเหงือกจะเพ่มิ ขน้ึ )

 หากเปลยี่ นขนาดหรือชนิดของปลาในการทดลอง อตั ราการขยบั แผ่นปดิ เหงอื กของปลาจะแตกต่าง

กนั หรือไม่ อยา่ งไร

(แนวตอบ : แตกต่างกันท่ีจานวนคร้ัง แต่ลักษณะจะไม่ต่างกัน โดยเมื่อน้ามีอุณหภูมิต่า อัตรา

การขยบั แผ่นปดิ เหงือกจะลดลง แต่หากน้ามีอณุ หภมู ิสูง อัตราการขยบั แผน่ ปิดเหงอื กจะเพม่ิ ข้นึ )

2. หลังจากอภิปรายผลการทากิจกรรม ครูทบทวนเกี่ยวกับการรักษาดุลยภาพของส่ิงมีชีวิต เช่น การ

รักษาดุลยภาพน้าในเซลล์พารามีเซียม โดยใช้คอนแทรกไทลแ์ วคิวโอว การรักษาสมดุลของอณุ หภูมใิ น

ร่างกายสัตว์และมนุษย์ การรักษาสมดุลของกรด-เบสในเลือดของมนุษย์ เป็นต้น โดยอาจตั้งคาถาม

เชอื่ มโยงเข้าส่เู รื่องดังกลา่ ว ดังนี้

 เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิต่า เหตุใดร่างกายของจึงขับปัสสาวะมากกว่าเมื่ออยู่ใน

สภาพแวดลอ้ มท่มี อี ณุ หภูมิสงู

(แนวตอบ : เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมท่ีมีอุณหภูมิต่า ร่างกายจะขับเหงื่อได้น้อย และมีน้าใน

เลอื ดมาก เพ่อื รักษาสมดุลของน้าในร่างกายจึงมีการกาจัดน้าออกในรูปของปัสสาวะปริมาณมาก)

 ขณะท่อี อกกาลงั กาย เหตุใดอัตราการหายใจจึงสูงข้ึนกว่าปกติ

(แนวตอบ : ขณะออกกาลังกายร่างกายต้องใช้พลังงานมาก จึงต้องนาออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย

และนาคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วเพ่ือรักษาสมดุลของกรด -เบสในเลือด

ดงั นนั้ จงึ ต้องมีอตั ราการหายใจที่สงู ข้ึนกว่าปกต)ิ

ขั้นสรปุ

ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูนาอภิปรายเกี่ยวกับลักษณะของส่ิงมีชีวิตที่มีการตอบสนองต่อสิ่งเร้า เช่น แมลงเม่าบินเข้าหากอง

ไฟ มดเดินตามกันไปยงั แหล่งอาหาร เป็นตน้ จากนั้นตั้งคาถามใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
 จงยกตวั อย่างพฤติกรรมของสิ่งมชี ีวิตทีม่ ีการตอบสนองตอ่ ส่ิงเร้า

(แนวตอบ : พจิ ารณาจากคาตอบของนักเรียน ตวั อยา่ งเช่น
- ไสเ้ ดือนดินเคลื่อนทเ่ี ข้าหาความชน้ื
- แมวเลียอุ้งเท้าเพ่ือระบายความรอ้ นออกจากร่างกาย
- อง่ึ อา่ งพองตัวเมื่อถูกสมั ผสั
- ต้นตาลึงมมี ือเกาะใช้พันหลัก
- ตน้ กาบหอยแครงหุบใบเมอื่ มแี มลงมาสมั ผัส)

1


Click to View FlipBook Version