2. ครนู าอภิปรายวา่ หากนักเรียนสนใจศกึ ษาสง่ิ มีชีวิตชนดิ หนึง่ และอยากตรวจสอบว่าสงิ่ มีชวี ติ ชนดิ น้ันๆ
มกี ารตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ หรือไม่ นกั เรียนจะออกแบบและดาเนินการทดลองอย่างไร
3. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 5-6 คน ทากิจกรรมในใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง การตอบสนองต่อ
สง่ิ เรา้ ของสง่ิ มีชีวติ โดยศกึ ษาข้อมลู จากแหล่งเรียนรู้ตา่ งๆ หรอื จากใบความรทู้ ่ี 1.1 เรื่อง การ
ตอบสนองต่อสง่ิ เร้าของสง่ิ มีชีวิต
4. ครูมอบหมายการบ้านใหน้ กั เรียนทาแบบฝึกหดั ในแบบฝกึ หัดชีววทิ ยา ม.4 เล่ม 1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียน
2. ครปู ระเมินผล โดยการสังเกตการตอบคาถาม การรว่ มกนั ทาผลงาน และการนาเสนอผลงาน
3. ครูวดั และประเมินการปฏิบัติการ จากการทาใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง การตอบสนองต่อส่ิงเร้าของส่งิ มชี ีวติ
4. ครูวดั และประเมินผลจากการทากจิ กรรม เร่อื ง อณุ หภมู กิ บั การรกั ษาดุลยภาพของปลา
5. ครตู รวจสอบผลการทาแบบฝกึ หัด
7. การวดั และประเมินผล
รายการวดั วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น
- แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจริง
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ก่อนเรยี น - ใบงานท่ี 1.1 และแบบ - ระดับคุณภาพ 2
ประเมนิ การออกแบบ ผา่ นเกณฑ์
7.2 ประเมินระหวา่ งการจัด ปฏบิ ตั ิการ
กิจกรรมการเรยี นรู้ - ประเมนิ การออกแบบ
1) ธรรมชาติของ การปฏิบัติการจาก
สง่ิ มชี ีวิต ใบงานท่ี 1.1
- ตรวจแบบฝกึ หัด - แบบฝึกหดั - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
2) การปฏิบัตกิ าร - ประเมินการปฏบิ ัติการ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2
3) การนาเสนอผลงาน ปฏิบัตกิ าร ผา่ นเกณฑ์
4) พฤติกรรมการ
- ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ผลงาน นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
- สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
5) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์
6) คุณลกั ษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ 2
อนั พึงประสงค์ ใฝ่เรยี นรู้ และมุ่งมน่ั คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์
1
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สอื เรียนชีววทิ ยา ม.4 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 ธรรมชาตขิ องสง่ิ มีชีวติ
2) ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง การตอบสนองต่อส่ิงเร้าของสงิ่ มีชวี ิต
3) ใบความรู้ที่ 1.1 เรอ่ื ง การตอบสนองตอ่ ส่ิงเรา้ ของส่งิ มีชวี ิต
4) รายงานการทดลอง เร่อื ง อณุ หภูมิกับการรักษาดุลยภาพของปลา
5) PowerPoint เรือ่ ง ธรรมชาติของสง่ิ มีชวี ิต
6) PowerPoint เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพของปลา
7) แบบฝกึ หดั ชีววทิ ยา ม.4 เล่ม 1 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ธรรมชาติของสงิ่ มชี ีวิต
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งเรียน
2) บริเวณโรงเรียน
1
ใบความรทู้ ่ี 1.1
เรอ่ื ง การตอบสนองตอ่ ส่งิ เรา้ ของส่ิงมีชีวิต
สง่ิ มชี วี ิตจะมีการแสดงพฤตกิ รรมเพอ่ื ตอบสนองต่อสง่ิ ทมี่ ากระตุน้ ทัง้ ส่ิงเร้าภายในและสิ่งเรา้ ภายนอก
1) ส่ิงเร้าภายใน (internal stimulus) คือ สิ่งเร้าท่ีเกิดจากการกระตุ้นของระบบร่างกาย ซ่ึงส่งผลให้
เกดิ ความตอ้ งการทางกายภาพ เช่น ความหิวกระหาย ความรสู้ ึกร้อน-เยน็ เป็นตน้ ส่ิงเรา้ ภายใน เช่น ฮอรโ์ มน
การเปล่ียนแปลงระดับสารในร่างกาย เป็นต้น
2) สิ่งเร้าภายนอก (external stimulus) คือ ส่ิงเร้าท่ีได้รับจากภายนอกหรือจากส่ิงแวดล้อมที่กระตุ้น
ผ่านระบบสัมผัสของระบบประสาทท้ัง 5 คือ หู ตา คอ จมูก และการสัมผัส สิ่งเร้าภายนอก เช่น แสง
อุณหภูมิ นา้ การสมั ผัส เป็นต้น
การตอบสนองเมื่อมีแสงเปน็ สงิ่ เรา้ ตัวอยา่ งเช่น
- มนุษยห์ รีต่ าเมื่อไดร้ ับแสงสว่างมากเกนิ ไป
- นกบินกลับรังเม่อื พระอาทติ ย์ตกดนิ
- ยอดพืชเจรญิ เตบิ โตเขา้ หาแสง
การตอบสนองเม่อื มอี ุณหภมู เิ ปน็ ส่งิ เรา้ ตัวอย่างเช่น
- มนษุ ย์ขับเหงื่อปรมิ าณมากเมือ่ อากาศร้อน
- สนุ ัขแลบลิน้ เพื่อระบายความร้อนออกจากรา่ งกาย
- แมวเลยี อุ้งเท้าเพอ่ื ระบายความรอ้ นออกจากรา่ งกาย
การตอบสนองเมื่อมนี ้าหรอื ความชน้ื เปน็ สิง่ เร้า ตัวอย่างเชน่
- ไส้เดือนดนิ เคล่ือนทเ่ี ข้าหาความชน้ื
- รากพชื เจริญเข้าหาความชนื้
การตอบสนองเมอ่ื มีการสมั ผัสเป็นสง่ิ เรา้ ตวั อยา่ งเชน่
- กงิ้ กอื ม้วนตัวเมื่อถูกสมั ผัส
- ปลาปกั เปา้ พองตวั เมื่อถูกสมั ผสั
- ไมยราบหบุ ใบเม่ือถูกสมั ผสั
การตอบสนองเมือ่ มีเสียงเปน็ สิง่ เร้า ตัวอยา่ งเชน่
- ลกู ไก่จะเขา้ ไปหลบใตป้ กี ของแม่ไก่เม่ือไดย้ นิ เสียงแม่ไกร่ ้องเรยี ก
- ต้นช้อยนางราขยับโคนของยอดใบออ่ นเมื่อไดร้ ับเสยี ง
การตอบสนองเมอ่ื มีกลิ่นเป็นสิง่ เร้า ตัวอยา่ งเช่น
- มดเดนิ ตามกลิ่นของอาหาร
- สุนัขปัสสาวะเพอื่ เป็นการบ่งบอกถงึ อาณาเขต
1
ใบงานท่ี 1.1
เรอ่ื ง การตอบสนองต่อสิง่ เร้าของส่งิ มชี วี ิต
คาชีแ้ จง : ใหน้ ักเรียนออกแบบและดาเนินการทดลองเพื่อศึกษาการตอบสนองตอ่ ส่งิ เรา้ ของสิง่ มชี วี ิต
วิธดี าเนินการ
1. ใหน้ กั เรยี นแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 5-6 คน ออกแบบและดาเนนิ การทดลองเพ่ือศึกษาการตอบสนองตอ่
สิง่ เร้าของสงิ่ มชี วี ิต
2. กาหนดชนดิ ของส่ิงเร้า และเลือกชนิดของพืชหรอื สตั ว์ทีจ่ ะศึกษา โดยไม่ซา้ กับกล่มุ อืน่ ๆ
3. กาหนดปัญหา สมมติฐาน ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ตวั แปรควบคมุ และออกแบบการทดลอง
โดยบนั ทกึ ลงในกรอบด้านลา่ ง
4. ปฏิบัติการทดลองตามท่อี อกแบบไว้ บันทึกผล และนาเสนอผลงาน
1
ใบงานท่ี 1.1 เฉลย
เร่อื ง การตอบสนองต่อสงิ่ เร้าของส่งิ มชี ีวิต
คาชแี้ จง : ให้นักเรียนออกแบบและดาเนินการทดลองเพ่ือศกึ ษาการตอบสนองตอ่ ส่งิ เรา้ ของสิ่งมีชีวิต
วธิ ดี าเนนิ การ
1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 5-6 คน ออกแบบและดาเนินการทดลองเพื่อศึกษาการตอบสนองตอ่
สง่ิ เร้าของส่งิ มีชวี ิต
2. กาหนดชนิดของส่ิงเรา้ และเลือกชนดิ ของพืชหรอื สัตวท์ ่ีจะศึกษา โดยไม่ซ้ากับกลมุ่ อน่ื ๆ
3. กาหนดปญั หา สมมติฐาน ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม ตัวแปรควบคมุ และออกแบบการทดลอง
โดยบันทึกลงในกรอบด้านล่าง
4. ปฏิบัติการทดลองตามทอ่ี อกแบบไว้ บันทกึ ผล และนาเสนอผลงาน
พจิ ารณาจากผลงานของนักเรียน โดยอยู่ในดลุ ยพินจิ ของครูผู้สอน ตวั อย่างเช่น
การตอบสนองตอ่ สงิ่ เรา้ ของสตั ว์
ปญั หา : ชนิดของอาหารมีผลตอ่ การเคล่ือนทีข่ องมดเพ่ือเขา้ หาอาหารหรือไม่
สมมตฐิ าน : ถ้าชนิดของอาหารมผี ลต่อการเคลอื่ นที่ของมดเพือ่ เขา้ หาอาหาร ดงั นนั้
ถ้าใช้น้าตาลเปน็ อาหาร มดจะเคลอ่ื นท่เี ข้าไปหาเร็วกวา่ อาหารชนดิ อื่น
ตวั แปรต้น : อาหารชนิดตา่ งๆ เชน่ นา้ ตาล ข้าว เนือ้ สตั ว์ ผลไม้
ตวั แปรตาม : ระยะเวลาทมี่ ดใช้ในการเคลือ่ นท่ีเขา้ หาอาหาร
ตวั แปรควบคมุ : ปรมิ าณอาหาร ชนิดและขนาดของมด ระยะทาง ภาชนะท่ใี ส่ อณุ หภูมิ
การออกแบบการทดลอง :
1. นากลอ่ งพลาสติกใสทรงกลมขนาดใหญ่ 1 กลอ่ ง มาแบง่ ช่องตามรศั มีของกล่อง โดย
จานวนชอ่ งเทา่ กบั ชนิดของอาหารทจ่ี ะศึกษา
2. นาอาหารแต่ละชนดิ วางลงในกลอ่ งพลาสตกิ ตามชอ่ งต่างๆ
3. นามด 1 ตัว ไปปล่อยบริเวณตรงกลางของกล่องพลาสตกิ สงั เกตการเคล่อื นท่ีของมด
และจบั เวลาทใี่ ช้ในการเคล่อื นท่ี
1
ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………..
(นายพิคเนตร อุทัยไชย)
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ านวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………..
(นายอุดม นามสวสั ด์ิ)
ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ……………………………….
(นายมานสั เวียงวเิ ศษ)
1
บนั ทกึ หลงั สอน
ด้านความรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………...……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………...…………………………………………………………………………………………………...............
ลงชอ่ื .............................................
(นางสาวสมุ าลี คงสอดทรัพย)์
ครู
1
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 ธรรมชาตขิ องสงิ่ มชี ีวิต จานวน 8 ชัว่ โมง
เรื่อง ชวี วทิ ยาคอื อะไร ชีววิทยากบั การดารงชีวิต และชีวจรยิ ธรรม จานวน 2 ชั่วโมง
1. ผลการเรียนรู้
4. อภิปราย และบอกความสาคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธีการ
ตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมท้ังออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมติฐาน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายเก่ียวกบั สมบัติของนา้ ได้ (K)
2. อธบิ ายเก่ียวกับแขนงวชิ าตา่ งๆ ของชีววทิ ยาและสาขาอนื่ ๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งได้ (K)
3. อธิบายเก่ยี วกบั ชวี จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณการใชส้ ัตว์ทดลองได้ (K)
4. ออกแบบการทดลองเพือ่ ตรวจสอบสมมติฐานได้ (P)
5. สนใจใฝร่ ใู้ นการศึกษา และมคี วามรับผดิ ชอบ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนรู้เพม่ิ เติม สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
- วิธีการทางวิทยาศาสตรใ์ นการค้นหาคาตอบเกี่ยวกบั สงิ่ มีชวี ิต -
เริ่มจากการตงั้ ปญั หาหรือคาถาม ตัง้ สมมตฐิ าน ตรวจสอบ
สมมตฐิ าน เกบ็ รวบรวมข้อมูล วเิ คราะหข์ ้อมูล และสรปุ ผล
- การศึกษาส่ิงมีชีวิตต้องอาศัยความรู้จากแขนงวิชา ต่าง ๆ ของ
ชีววิทยาและสาขาวิชาอ่ืนที่เกี่ยวข้องและควรคานึงถึงชีวจริย
ธรรมและจรรยาบรรณการใชส้ ตั ว์ทดลอง
4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การศึกษาเก่ียวกับส่ิงมีชีวิตก่อให้เกิดวิชาเฉพาะด้านทางชีววิทยา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา
คุณภาพชีวิตมนุษย์และเป็นประโยชน์ต่อส่ิงแวดล้อม ซึ่งการศึกษาการใช้ประโยชน์เก่ียวกับส่ิงมีชีวิตต้อง
คานงึ ถึงชวี จริยธรรม
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มวี นิ ัย
2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการสงั เกต 3. มุง่ ม่ันในการทางาน
2) ทักษะการสารวจคน้ หา
3) ทักษะการสรุปลงความเหน็
3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
1
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนคิ : สบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ช่วั โมงท่ี 1
ขัน้ นาเข้าสู่บทเรียน
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูต้ังคาถามเพ่ือทบทวนความรู้เดิมของนักเรียน โดยให้นักเรียนช่วยกันระดมความคิดในการตอบ
คาถาม ซง่ึ อาจใชค้ าถามจากหนังสอื เรียนชีววทิ ยา ม.4 เลม่ 1 หรือคาถามอนื่ ๆ ตัวอยา่ งเช่น
ความรูท้ างวทิ ยาศาสตรแ์ บง่ ออกได้กส่ี าขา อะไรบ้าง
(แนวคาตอบ : ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์แบ่งออกเป็นแขนงใหญๆ่ ได้ 5 สาขา ดงั น้ี
-วทิ ยาศาสตรธ์ รรมชาติ ได้แก่ ฟสิ กิ ส์ เคมี ชีววิทยา และวิทยาศาสตร์โลก
- วิทยาศาสตรป์ ระยุกต์ เช่น วิศวกรรม วิทยาการคอมพวิ เตอร์
- วทิ ยาศาสตรส์ งั คม เช่น มานษุ ยวทิ ยา ภมู ศิ าสตร์ จิตวทิ ยา
- วทิ ยาศาสตร์การทหาร
- วิทยาศาสตร์สงิ่ แวดล้อม)
ชวี วทิ ยาศึกษาเกย่ี วกับสงิ่ ใด
(แนวคาตอบ : ชวี วิทยาเปน็ วิชาที่ศกึ ษาเกี่ยวกับส่ิงมีชวี ิตทั้งในด้านการดารงชีวิต ความสัมพันธ์
ระหวา่ งสงิ่ มีชวี ิต และสงิ่ แวดล้อม
2. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นจากคาถามข้างต้น จากน้ันครูอาจนาอภิปรายว่า ชีววิทยา
สามารถจาแนกออกเป็นแขนงย่อยๆ ได้หลายแขนง จากน้ันให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่างแขนงวิชา
ย่อยๆ ของชวี วิทยา โดยอาจศึกษาไดจ้ ากหนงั สือเรียนชีววิทยา ม.4 เลม่ 1 หรือจากแหล่งเรยี นร้อู ่ืนๆ
ขัน้ สอน
สารวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรียนศึกษาเกย่ี วกับชวี วิทยาวา่ มีความเก่ียวข้องกับการดารงชีวิตของมนุษย์และสัตว์อย่างไร และ
ชีวจริยธรรม โดยศึกษาจากหนงั สอื เรียนชวี วทิ ยา ม.4 เลม่ 1 หรือจากแหล่งเรยี นร้อู นื่ ๆ
2. ครูตั้งคาถามเพื่อเช่ือมโยงความรู้จากการศึกษาเกี่ยวกับแขนงต่างๆ ทางชีววิทยา ให้นักเรียนช่วยกัน
ระดมความคดิ ในการตอบคาถาม
ความรู้จากแขนงต่างๆ ทางชวี วิทยาเก่ยี วขอ้ งกบั การดารงชวี ิตของมนษุ ย์อย่างไรบา้ ง
(แนวคาตอบ : ความรจู้ ากแขนงตา่ งๆ ทางชีววิทยา เก่ียวข้องกับการดารงชีวิตของมนษุ ย์ เช่น
- ความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา ทาให้เข้าใจการทางานของระบบต่างๆ ใน
ร่างกาย และทราบวิธกี ารดแู ลรกั ษาระบบตา่ งๆ ในรา่ งกายให้ทางานไดอ้ ย่างปกติ
- ความรดู้ ้านจลุ ชวี วิทยา นาไปสู่การคน้ คว้าวิจัยหาตวั ยาในการรกั ษาโรคตา่ งๆ)
1
ชัว่ โมงท่ี 2
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ใหน้ กั เรียนรวมกลมุ่ กัน กลุ่มละ 5-6 คน เพือ่ เล่นเกมตอบคาถาม
2. ครูอาจเตรียมของรางวัลเล็กน้อย เช่น ขนม ลูกอม เคร่ืองเขียนต่างๆ เพื่อให้แก่นักเรียนกลุ่มท่ีตอบ
คาถามไดค้ ะแนนมากทสี่ ุด
3. ครตู ้งั คาถามให้นักเรียนแต่ละกล่มุ รว่ มเลน่ เกม ตัวอยา่ งเชน่
จงยกตงั อยา่ งการใชป้ ระโยชนจ์ ากความรู้ทางชีววทิ ยาในดา้ นการเกษตร
(แนวตอบ : ใช้การเพาะเล้ียงเนื้อเยื่อเพ่ือขยายพันธุ์พืชเศรษฐกิจ ใช้เทคนิคการดัดแปร
พันธุกรรมสรา้ งพชื ที่มีความแขง็ แรง ต้านทานโรค และทนต่อศตั รพู ืช การผสมเทียมสัตว์ตา่ งๆ การ
ผลติ ป๋ยุ ชวี ภาพ)
จงยกตังอย่างการใช้ประโยชน์จากความร้ทู างชวี วิทยาในด้านการการแพทย์และสาธารณสขุ
(แนวตอบ : ใช้เทคนิคการดัดแปรพันธุกรรมสร้างสิ่งมชี ีวิตที่สร้างสารบางชนิดที่มีประโยชน์ต่อ
การแพทย์ เช่น ฮอรโ์ มนอนิ ซูลนิ สารปฏชิ ีวนะ)
จงยกตังอยา่ งการใชป้ ระโยชนจ์ ากความรู้ทางชีววิทยาในด้านอตุ สาหกรรม
(แนวตอบ : ใชเ้ ทคโนโลยกี ารหมกั ในการผลิตขนมปงั เคร่ืองดืม่ แอลกอฮอล์ นมเปรีย้ ว
โยเกิร์ต)
ขั้นสรุป
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูนาอภิปรายโดยกล่าวถึงกิจกรรม เรื่อง อุณหภูมิกับการรักษาดุลยภาพของปลา ว่าในขณะทา
กจิ กรรมนักเรยี นกระทาอยา่ งไรกบั ปลาบ้าง และการกระทานนั้ คานึงถึงชีวจริยธรรมหรอื ไม่ อยา่ งไร
2. ครูตั้งคาถามให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า การนาความรู้ทางชีววิทยาไปใช้ต้องคานึงถึงชีวจริยธรรม
อยา่ งไรบ้าง โดยใหน้ ักเรียนชว่ ยกันยกตวั อยา่ งกิจกรรมที่คานึงถึงชวี จริยธรรม
3. ครูมอบหมายให้นักเรียนจับคู่กัน ทากิจกรรมในใบงานที่ 1.2 เร่ือง ชีวจริยธรรม โดยศึกษาข้อมูลจาก
แหลง่ เรยี นรตู้ า่ งๆ
4. ครูมอบหมายการบ้านให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั ในแบบฝึกหัดชีววิทยา ม.4 เล่ม 1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคาถาม และการร่วมกันทาผลงาน
2. ครวู ดั และประเมนิ ผลจากการทาใบงานที่ 1.2 เรือ่ ง ชวี จรยิ ธรรม
3. ครตู รวจสอบผลการทาแบบฝกึ หัด
1
7. การวดั และประเมินผล วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
- - -
รายการวัด
7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน
-
7.2 ประเมนิ ระหวา่ งการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรู้
1) ชวี วิทยาคืออะไร - ตรวจใบงานที่ 1.2 - ใบงานท่ี 1.2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝึกหัด - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ชีววทิ ยากบั การ - ตรวจแบบฝกึ หดั
- แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ดารงชวี ติ และ การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
ชวี จริยธรรม การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
- แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2
2) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
อนั พงึ ประสงค์
ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล
3) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม
การทางานกลุม่ การทางานกลุ่ม
4) คุณลกั ษณะ - สงั เกตความมวี ินัย
อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ มัน่
ในการทางาน
8. ส่ือ/แหลง่ การเรยี นรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นชีววิทยา ม.4 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ธรรมชาตขิ องสง่ิ มชี วี ิต
2) ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง ชีวจรยิ ธรรม
3) PowerPoint เรื่อง จรรยาบรรณการใช้สัตวเ์ พือ่ งานทางวทิ ยาศาสตร์
4) แบบฝกึ หดั ชวี วทิ ยา ม.4 เล่ม 1 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ธรรมชาตขิ องสิง่ มชี ีวติ
8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องเรยี น
2) บริเวณโรงเรียน
1
ใบงานท่ี 1.2
เรอ่ื ง ชวี จรยิ ธรรม
คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นสบื ค้นข้อมลู เกีย่ วกับการใชค้ วามรูท้ างชีววทิ ยาโดยคานึงถงึ ชวี จริยธรรม
วธิ ีดาเนินการ
ใหน้ กั เรยี นจบั คู่กนั สบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใชค้ วามรทู้ างชีววทิ ยาโดยคานึงถึงชวี จรยิ ธรรม แล้ว
สรุปความรลู้ งในกรอบด้านล่าง
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
...............................................................................................................................
1
ใบงานที่ 1.2 เฉลย
เร่อื ง ชวี จรยิ ธรรม
คาชี้แจง : ให้นักเรียนสืบค้นขอ้ มูลเกย่ี วกับการใช้ความรู้ทางชวี วทิ ยาโดยคานึงถึงชีวจรยิ ธรรม
วิธีดาเนนิ การ
ให้นกั เรียนจบั คู่กันสบื ค้นข้อมูลเกี่ยวกบั การใชค้ วามรทู้ างชีววทิ ยาโดยคานึงถึงชวี จรยิ ธรรม แลว้
สรุปความรู้ลงในกรอบดา้ นล่าง
ชวี จริยธรรม (bioethics) หมายถึง การปฏบิ ตั ติ ่อสง่ิ มชี วี ิตอยา่ งมีคณุ ธรรม
ไมท่ ารา้ ย หรือทาอนั ตรายต่อสตั ว์หรอื มนุษย์เพอื่ การศึกษาหรอื การวิจัยเช่น
จรรยาบรรณในการใช้สตั วท์ ดลอง
สานักงานคณะกรรมการการวิจัยแห่งชาติ ได้กาหนดจรรยาบรรณการใช้สัตวเ์ พ่ือ
งานวจิ ยั งานสอน งานทดสอบ และงานผลิตชวี วัตถุไว้ ดังนี้
1. ผูใ้ ชส้ ัตว์ตอ้ งตระหนกั ถึงคุณค่าของชีวิตสตั ว์
2. ผใู้ ช้สัตวต์ อ้ งตระหนักถึงความแม่นยาของผลงานโดยใชส้ ัตวจ์ านวนน้อยทีส่ ุด
3. การใช้สัตวป์ า่ ตอ้ งไมข่ ดั ต่อกฎหมายและนโยบายการอนุรักษ์ปา่
4. ผู้ใชส้ ัตวต์ ้องตระหนักว่าสตั วเ์ ปน็ สงิ่ มีชวี ติ เชน่ เดยี วกบั มนุษย์
5. ผู้ใช้สัตว์ตอ้ งบันทึกการปฏิบัตติ อ่ สตั ว์ไวเ้ ป็นหลักฐานอย่างครบถว้ น
การใชเ้ ทคโนโลยีชวี ภาพ
เทคโนโลยชี วี ภาพ หมายถึง การนาสงิ่ มชี ีวิตหรอื ชนิ้ ส่วนของสิง่ มชี วี ิตมาทาใหเ้ กิดการ
เปลย่ี นแปลงทีเ่ ป็นประโยชน์มากขน้ึ โดยใช้เทคโนโลยี แต่หากนาไปใชใ้ นทางลบ เช่น
นาเอาสิ่งมีชวี ติ ทเ่ี ป็นอันตรายตอ่ พชื สตั ว์ โดยเฉพาะมนุษย์มาใชเ้ ปน็ อาวุธทาลายลา้ งกนั
ที่เรยี กวา่ อาวธุ ชีวภาพ ก็จะขัดตอ่ หลกั ชวี จรยิ ธรรม
การใชค้ วามรูด้ า้ นการเกษตร
การใชส้ ารเร่งการเจริญเติบโตในพืชหรอื ในสัตว์อาจก่อใหเ้ กิดสารตกค้างซึ่งมผี ลเสยี
ต่อผบู้ ริโภค การใช้สารฟอรม์ าลนิ แช่ผกั ปลา หรอื เนอื้ การใชส้ ารบอแรกซ์
ใส่ในลูกชนิ้ ลว้ นเป็นการกระทาท่ขี ัดต่อหลักชวี จรยิ ธรรม
1
ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………..
(นายพิคเนตร อุทัยไชย)
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ านวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………..
(นายอุดม นามสวสั ด์ิ)
ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ……………………………….
(นายมานสั เวียงวเิ ศษ)
1
บนั ทกึ หลงั สอน
ด้านความรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………...……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………...…………………………………………………………………………………………………...............
ลงชอ่ื .............................................
(นางสาวสมุ าลี คงสอดทรัพย)์
ครู
1
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ธรรมชาติของสิง่ มชี ีวติ จานวน 8 ชั่วโมง
เร่อื ง การศึกษาชวี วิทยา จานวน 4 ชว่ั โมง
1. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั
5. อภิปราย และบอกความสาคัญของการระบุปัญหา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธีการ
ตรวจสอบสมมติฐาน รวมท้ังออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความสาคัญของการระบุปญั หา ความสัมพันธ์ระหว่างปัญหา สมมติฐาน และวิธีกรตรวจสอบ
สมมตฐิ านได้ (K)
2. ออกแบบและดาเนนิ การทดลองตามวธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ได้ (P)
3. ตระหนักถึงความสาคัญของพนื้ ฐานการศึกษาในงานวิทยาศาสตร์ (A)
3. สาระการเรียนรู้
สาระการเรยี นรู้เพ่ิมเติม สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิ่น
- วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการค้นหาคาตอบเกี่ยวกับส่ิงมีชีวิต -
เริ่มจากการตั้งปัญหาหรือคาถาม ต้ังสมมติฐาน ตรวจสอบ
สมมติฐาน เก็บรวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์ข้อมูล และสรปุ ผล
4. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
นักชีววทิ ยาใช้วิธีการทางวิทยาศาสตรใ์ นการศึกษา ซึง่ ประกอบดว้ ยการกาหนดปญั หา การตั้งสมมติฐาน
การตรวจสอบสมมติฐาน การเกบ็ รวบรวมข้อมลู และวเิ คราะห์ขอ้ มลู และการสรปุ ผล ความรู้ทางชีววิทยาอาจ
ได้จากการสารวจและศึกษาท้ังในและนอกห้องปฏิบัติการ ดังนั้น ชีววิทยาประกอบด้วยส่วนท่ีสาคัญ 2 ส่วน
คือ ส่วนทีเ่ ปน็ ความรู้และส่วนทเ่ี ป็นกระบวนการคน้ หาความรู้
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินัย
2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทักษะการสงั เกต 3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน
2) ทกั ษะการตัง้ คาถาม
3) ทกั ษะการต้งั สมมติฐาน
4) ทกั ษะการตรวจสอบสมมตฐิ าน
5) ทกั ษะการสารวจค้นหา
6) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
1
6. กิจกรรมการเรียนรู้
แนวคิด/รปู แบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)
ช่ัวโมงท่ี 1
ขน้ั นาเขา้ สบู่ ทเรียน
กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
3. ครูนาเข้าสู่กิจกรรม โดยให้นักเรียนนับเลข 1-5 วนกันไปเร่ือยๆ จนครบทั้งห้อง จากนั้นให้นักเรียนที่
นับเลขเดยี วกัน อย่กู ลมุ่ เดียวกนั
4. ครูเตรียมรูปสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหน่ึงให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกตลักษณะต่างๆ ของส่งิ มีชีวิตชนิดน้ัน
โดยใหเ้ วลาสงั เกตประมาณ 5 นาที
5. ให้แตล่ ะกลุ่มจดบันทกึ ลักษณะของสิ่งมีชวี ติ ท่สี ังเกต และต้ังคาถามเกีย่ วกบั สง่ิ มชี วี ิตน้นั 2-3 คาถาม
6. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมาเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นครตู ้ังคาถามเพื่อให้นักเรียน
ร่วมกันอภิปราย ดังนี้
ขอ้ มลู ท่ีกลมุ่ นักเรียนบันทกึ ได้จากการสังเกตส่งิ มีชวี ติ เมอื่ เปรยี บเทยี บกบั กลมุ่ อ่ืนๆ แลว้ มีขอ้ มลู
ละเอยี ดครบถว้ นหรือไม่ อย่างไร
(แนวคาตอบ : นักเรียนบางกลุ่มอาจบันทกึ ขอ้ มูลได้ละเอียดครบถ้วน แตบ่ างกลุ่มอาจบันทึกได้
ไมล่ ะเอียดครบถว้ น)
คาถามทีก่ ลุ่มนักเรยี นตั้งข้ึน เม่ือเปรียบเทยี บกบั กลุม่ อืน่ ๆ แล้วมลี กั ษณะอย่างไร
(แนวคาตอบ : บางคาถามอาจนาไปสู่การคน้ หาคาตอบที่น่าสนใจ แตบ่ างคาถามไมน่ ่าสนใจ)
7. ครูเนน้ ย้าใหน้ ักเรียนตระหนกั ว่า การสังเกตเป็นทักษะสาคัญทน่ี าไปสู่การคน้ พบปัญหา
สารวจคน้ หา (Explore)
1. ครูต้งั คาถามเพอื่ นาเขา้ สูก่ ารสืบค้นข้อมูล ดงั น้ี
วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตรป์ ระกอบด้วยอะไรบา้ ง
(แนวคาตอบ : วิธีการทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยการกาหนดปัญหา การตั้งสมมติฐาน การ
ตรวจสอบสมมตฐิ าน การเก็บรวบรวมขอ้ มลู และวเิ คราะห์ขอ้ มลู และการสรปุ ผล)
นักเรยี นคดิ ว่านกั วิทยาศาสตรค์ วรมีลักษณะอยา่ งไร
(แนวคาตอบ : นักวทิ ยาศาสตร์มกั เปน็ คนชา่ งสงั เกต ซงึ่ การสังเกตจะนาไปสูก่ ารตัง้ คาถาม)
เพราะเหตุใดจึงควรต้งั สมมตฐิ านไว้หลายๆ สมมตฐิ าน
(แนวคาตอบ : เพ่ือให้มีแนวทางในการสืบค้นหาคาตอบได้หลายวิธี โดยไม่ยึดสมมติฐานใด
สมมตฐิ านหนึง่ เปน็ คาตอบกอ่ นทีจ่ ะได้พิสูจนต์ รวจสอบแลว้ )
2. ให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สบื คน้ ข้อมลู เกีย่ วกบั การกาหนดปัญหา และการตัง้ สมมตฐิ านจากหนงั สอื เรียน
3. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทากจิ กรรม เร่อื ง การกาหนดปัญหาและต้ังสมมตฐิ าน จากหนงั สอื เรียน
1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันกาหนดปัญหาเกี่ยวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และต้ังสมติฐานท่ี
สอดคลอ้ งกบั ปัญหาทีก่ าหนดขึ้น อยา่ งนอ้ ยกลมุ่ ละ 3 ปญั หา ตวั อย่างเช่น
ปญั หา : ความเขม้ ของแสงมผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพชื หรอื ไม่
สมมติฐาน : ถ้าความเข้มของแสงมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้น พืชที่อยู่กลางแจ้งจะ
เจริญเติบโตมากกว่าพืชที่อยู่ในทร่ี ม่
: ถ้าความเข้มของแสงมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้น พืชท่ีอยู่กลางแจ้งจะมี
ความสงู มากกว่าพชื ที่อยใู่ นท่ีรม่
ปญั หา : ความเข้มขน้ ของนา้ ตาลในนา้ สับปะรดมผี ลตอ่ การสลายน้าตาลของยสี ตห์ รือไม่
สมมติฐาน : ถา้ ความเข้มข้นของน้าตาลในน้าสบั ปะรดมผี ลตอ่ การสลายน้าตาลของยสี ต์ ดงั นนั้ ใน
นา้ สับปะรดที่มคี วามเข้มข้นของนา้ ตาลสูงจะเกิดแก๊ส CO2 มากกว่าในน้าสับปะรดที่
มคี วามเขม้ ขน้ ของน้าตาลต่า
2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายความเหมือนและความแตกตา่ งของสมมตฐิ านทีย่ กตวั อย่างไปในขอ้
ปัญหา : ความเขม้ ของแสงมผี ลต่อการเจรญิ เติบโตของพืชหรือไม่
สมมติฐาน : ถ้าความเข้มของแสงมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้น พืชที่อยู่กลางแจ้งจะ
เจริญเตบิ โตมากกว่าพืชที่อยใู่ นท่ีรม่
: ถ้าความเข้มของแสงมีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ดังน้ัน พืชที่อยู่กลางแจ้งจะมี
ความสูงมากกว่าพชื ท่ีอยู่ในที่ร่ม
โดยแนวการอภิปรายควรเป็น ดังน้ี สมมติฐานท้ังสองน้ัน ในส่วนท่ีเป็น ดังนั้น จะแนะแนวทางใน
การออกแบบการทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มท่ีอยู่ในที่แจ้งกับกลุ่มท่ีอยู่ในที่ร่ม แต่ส่วนท่ีต่างกัน
คือ สมมติฐานแรกไม่ได้ระบุนิยามปฏิบัติการของการเจริญเติบโตของพืชว่าจะวัดจากส่ิงใด ส่วน
สมมติฐานที่สอง ระบุนิยามปฏิบัติการของการเจริญเติบโตว่าวัดจากความสูง ซ่ึงเป็นการชี้แนะวิธีการ
วัดผลการทดลองนนั่ เอง
ชัว่ โมงท่ี 2
สารวจค้นหา (Explore)
1. ครูตั้งคาถามเพอื่ นาเขา้ สู่การสบื คน้ ข้อมลู ดงั น้ี
การตรวจสอบสมมติฐานสามารถทาได้อยา่ งไร
(แนวคาตอบ : นักเรียนอาจตอบวา่ ทาได้โดยการทดลอง)
2. จากคาถามในข้อ 1. หากนักเรียนตอบเพียงว่าทาได้จากการทดลอง ครูควรชี้แจงว่า การตรวจสอบ
สมมติฐานสามารถทาได้หลายวิธี เช่น การสังเกต การตอบแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสารวจ
และการทดลอง
3. ครูนาอภิปรายเก่ียวกับปัจจัยท่ีมีผลต่อการทดลองว่า ปัจจัยดังกล่าวน้ัน เรียกว่า ตัวแปร จากน้ันให้
นกั เรียนแต่ละคนศึกษาเรอื่ ง การตรวจสอบสมมติฐาน จากหนังสือเรียนชวี วิทยา ม.4 เล่ม 1
1
อธิบายความรู้ (Explain)
1. ใหน้ กั เรียนร่วมกันตอบคาถาม ดงั นี้
เหตใุ ดจึงต้องมกี ารตรวจสอบสมมติฐาน และการตรวจสอบสมมตฐิ านมีจดุ ประสงคเ์ พือ่ ส่งิ ใด
(แนวคาตอบ : การตรวจสอบสมมติฐานเพ่ือทาให้ทราบแน่ชัดว่าสมติฐานใดถูกต้อง ซึ่งการ
ตรวจสอบสมมตฐิ านมีจุดประสงค์เพื่อค้นคว้าหาข้อมูล รวบรวมข้อมูล และตรวจสอบว่าสมมติฐาน
ขอ้ ใดเป็นคาตอบทีถ่ กู ต้องทีสุด)
2. ใหน้ ักเรียนร่วมกันอภปิ รายความหมายของคาตา่ งๆ ดังน้ี
ตัวแปรตน้ หรอื ตัวแปรอิสระ (independent variable) : ตัวแปรที่ผู้ทดลองกาหนดขน้ึ เพอื่ ทดสอบ
ผลทเ่ี กิดขน้ึ จากตัวแปรนี้
ตัวแปรตาม (dependent variable) : ตัวแปรทเ่ี ปน็ ผลมาจากตัวแปรตน้ หรือตัวแปรอิสระ
ตัวแปรควบคุม (controlled variable) : ส่ิงต่างๆ นอกเหนือจากตัวแปรต้นท่ีอาจทาให้ผลการ
ทดลองเกิดความคลาดเคล่ือนได้ ซึ่งผู้ทดลองจะต้องควบคุมให้สิ่งต่างๆ เหล่าน้ันคงที่ตลอดการ
ทดลอง
ช่ัวโมงที่ 3
สารวจคน้ หา (Explore)
1. ให้นักเรยี นสบื ค้นข้อมลู เรื่องการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะหข์ ้อมูล และการสรปุ ผลจากหนังสือ
เรียน ชีววทิ ยา ม.4 เลม่ 1 หรือจากแหล่งเรยี นรู้อืน่ ๆ
2. ใหน้ กั เรียนกลุ่มเดิมศึกษากจิ กรรมเร่ือง การกาหนดตัวแปร วเิ คราะหข์ ้อมูล และสรปุ ผลการทดลอง
จากหนงั สือเรยี น ชีววทิ ยา ม.4 เล่ม 1 แลว้ รว่ มกันตอบคาถามท้ายกจิ กรรม
3. ครคู วรเนน้ ย้าว่า จากกิจกรรมนกั เรียนจะไดใ้ ช้ทกั ษะต่างๆ เชน่ ทักษะการสังเกต ทักษะการลงความ
คิดเหน็ จากข้อมลู ทักษะการจัดทาและสื่อความหมายของข้อมูล ทักษะการกาหนดและควบคุมตวั แปร
ทักษะการตีความหมายและสรปุ ข้อมูล ซ่งึ เป็นทกั ษะพ้ืนฐานท่ีสาคญั ในการศึกษาวทิ ยาศาสตร์
อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายคาถามทา้ ยกจิ กรรมในหนังสอื เรียน ชีววิทยา ม.4 เล่ม 1 ดังน้ี
ในการทดลองน้ี สิง่ ใดเป็นตัวแปรควบคุม สิง่ ใดเปน็ ตวั แปรต้น และสิ่งใดเปน็ ตัวแปรตาม
(แนวคาตอบ : ตัวแปรควบคุม คือ พืชชนิดเดียวกันที่มีขนาดใกล้เคียงกัน และมีอายุเท่ากัน ใช้
ดินชนดิ เดียวกนั ปรมิ าณดินเท่ากนั กระถามขนาดเดียวกัน ปรมิ าณน้าเท่ากัน
ตัวแปรต้น คือ แสงสว่างทีม่ ีสีต่างกัน
ตวั แปรตาม คอื ขนาดและความสงู ของลาตน้ )
แสงสีใดมีผลทาให้พืชเจรญิ เติบโตไดด้ ีที่สุด และไดน้ อ้ ยทสี่ ุดตามลาดับ
(แนวคาตอบ : แสงสีแดงมีผลทาให้พืชเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ส่วนแสงสีเหลืองมีผลทาให้พืช
เจรญิ เติบโตไดน้ อ้ ยทส่ี ดุ )
ใหน้ ักเรียนแสดงผลการทดลองเป็นแผนภมู ิหรือกราฟการเจรญิ เตบิ โตของพืชเมื่อได้รับแสงสีตา่ งๆ
(แนวคาตอบ : พิจารณาจากผลงานของนกั เรยี น โดยอยูใ่ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผ้สู อน)
1
ชว่ั โมงที่ 4
ข้นั สรปุ
ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครนู าอภปิ รายว่า หากผลการทดลองไม่สอดคลอ้ งกับสมมตฐิ านทต่ี ้งั ไว้ นกั เรียนควรดาเนินการอย่างไร
แนวการอภิปรายควรเป็น ดังน้ี หากผลการทดลองไม่สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ นักเรียนควร
พิจารณาหาข้อผิดพลาดแล้วดาเนินการทดลองซ้า แต่หากทดลองซ้าหลายคร้ังแล้วผลการทดลองไม่
สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตัง้ ไว้ ควรตง้ั สมมติฐานใหม่ และดาเนินการตรวจสอบสมมตฐิ านอกี ครั้ง
2. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายเก่ียวกบั การศึกษาชีววทิ ยา โดยควรได้ขอ้ สรปุ ดงั น้ี
การศึกษาชีววิทยาประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนท่ีเป็นความรู้ และส่วนที่เป็นกระบวนการค้นหา
ความรู้ ซึง่ ได้แก่ การกาหนดปัญหา การตั้งสมมตฐิ าน การตรวจสอบสมมติฐาน การเกบ็ รวบรวมข้อมูล
และวิเคราะหข์ ้อมลู และการสรุปผล
ความรู้ที่ได้จากกระบวนการตรวจสอบสมมติฐาน ต้องผ่านการตรวจสอบจากนักวิทยาศาสตร์
หลายๆ ท่าน จนกระทั่งได้ข้อสรุปท่ีเปน็ หลกั การเดียวกัน ความรู้น้ันๆ จึงสามารถนาไปตั้งเป็นกฎและ
ทฤษฎี เช่น กฎของเมนเดล ทฤษฎีเซลล์ เป็นต้น
3. ครูจูงใจให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดาเนินการตามข้ันตอนที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการศึกษาสิ่งต่างๆ
นับต้ังแต่การกาหนดปัญหา การต้ังสมมติฐาน การตรวจสอบสมมติฐาน การเก็บรวบรวมข้อมูลและ
วิเคราะหข์ อ้ มูล และการสรุปผล โดยปฏิบตั กิ ิจกรรมในใบงานท่ี 1.3 เร่ือง วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
4. ครูมอบหมายการบ้านให้นักเรียนทา Unit Exercise 1 ในหนังสือเรียนชีววิทยา ม.4 เล่ม 1 หรือทา
แบบฝกึ หัดในหนังสือแบบฝึกหัดชีววิทยา ชวี วทิ ยา ม.4 เลม่ 1
ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผล โดยการสงั เกตการตอบคาถาม การรว่ มกันทาผลงาน และจากการนาเสนอผลงาน
2. ครูวดั และประเมินการปฏิบตั กิ าร จากการทาใบงานท่ี 1.3 เร่ือง วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
3. ครตู รวจสอบผลการทาแบบฝึกหัด
4. ครตู รวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรียน
1
7. การวดั และประเมนิ ผล
รายการวัด วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
7.1 การประเมนิ ก่อนเรียน
-- --
7.2 ประเมินระหว่างการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ - ประเมนิ การออกแบบ - ใบงานที่ 1.3 และแบบ - ระดับคุณภาพ 2
1) การศึกษาชีววิทยา ปฏบิ ตั กิ ารจาก
ประเมนิ การออกแบบ ผา่ นเกณฑ์
ใบงานที่ 1.3
ปฏิบัตกิ าร - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- ตรวจแบบฝึกหดั - แบบฝกึ หัด
2) การปฏบิ ตั ิการ - ประเมนิ การ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2
ปฏบิ ัตกิ าร ผ่านเกณฑ์
ปฏบิ ัตกิ าร
3) การนาเสนอผลงาน - ประเมนิ การนาเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2
ผลงาน นาเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
ทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
5) พฤตกิ รรม - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทางานกลมุ่ การทางานกลุ่ม การทางานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
6) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี นิ ัย - แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ 2
คุณลกั ษณะ ผ่านเกณฑ์
อนั พึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และม่งุ ม่ัน
ในการทางาน อนั พึงประสงค์
7.3 การประเมนิ หลงั เรยี น
- แบบทดสอบหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรยี น - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 หลังเรยี น
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
8.1 สอื่ การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นชีววทิ ยา ม.4 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ธรรมชาติของสง่ิ มชี วี ิต
2) ใบงานที่ 1.3 เรื่อง วิธีการทางวทิ ยาศาสตร์
3) PowerPoint เร่อื ง วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
4) แบบฝึกหัดชีววิทยา ม.4 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ธรรมชาตขิ องส่ิงมีชีวิต
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งเรียน
2) บรเิ วณโรงเรยี น
1
ใบงานท่ี 1.3
เรื่อง วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นใชว้ ิธกี ารทางวทิ ยาศาสตรเ์ พื่อศึกษาส่ิงทีส่ นใจ
วิธีดาเนนิ การ
ให้นักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ 5-6 คน ออกแบบและดาเนนิ การทดลองโดยใชว้ ิธกี ารทางวิทยาศาสตรเ์ พอื่
ศกึ ษาสิ่งท่นี กั เรียนสนใจ บันทึกลงในใบงาน และนาเสนอผลการทดลองหน้าช้นั เรียน
ปัญหา :
สมมติฐาน :
ตวั แปรในการทดลอง :
ตวั แปรตน้ :
ตวั แปรตาม :
ตัวแปรควบคุม :
วิธีการทดลอง :
ตารางบนั ทึกผลการทดลอง :
1
ใบงานที่ 1.3 เฉลย
เรือ่ ง วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
คาชแ้ี จง : ให้นักเรียนใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์เพื่อศกึ ษาส่งิ ท่ีสนใจ
วธิ ดี าเนนิ การ
ให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 5-6 คน ออกแบบและดาเนนิ การทดลองโดยใชว้ ิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อ
ศึกษาสิ่งท่ีนกั เรยี นสนใจ บันทึกลงในใบงาน และนาเสนอผลการทดลองหน้าชัน้ เรียน
ปญั หา : อณุ หภูมิมีผลต่อการสลายน้าตาลของยีสต์ในน้าสบั ปะรดหรือไม่
สมมติฐาน : ถา้ อณุ หภูมมิ ผี ลตอ่ การสลายนา้ ตาลของยีสต์ในน้าสับปะรด ดงั น้นั อุณหภมู ิทแี่ ตกต่างกนั
ยอ่ มมีผลต่ออตั ราการเกิดแก๊ส CO2 ทไี่ ดจ้ ากการสลายน้าตาลของยสี ต์
ตัวแปรในการทดลอง :
ตัวแปรตน้ : อุณหภมู ิทแ่ี ตกต่างกัน
ตวั แปรตาม : อัตราการเกดิ แกส๊ CO2
ตวั แปรควบคุม : ขนาดขวดรูปชมพู่ ปริมาณน้าสับปะรด ปริมาณยสี ต์
วธิ ีการทดลอง :
1. คัน้ นา้ สบั ปะรดประมาณ 100 cm3
2. ตวงน้าสับปะรดใสขวดรูปชมพู่ 3 ใบ ใบละ 10 cm3
3. ชงั่ ยีสต์ใส่ลงในขวดรูปชมพูใ่ นข้อ 2. ขวดละ 2.5 g
4. นาจกุ ยางที่มีหลอดนาแก๊สเสียบอยูไ่ ปปดิ ขวดรปู ชมพู่ทั้ง 3 ใบ แล้วนาไปไว้ในสภาวะตา่ งกนั ดงั นี้
ชุดที่ 1 แชใ่ นบกี เกอรท์ ป่ี รับอุณหภูมเิ ป็น 0 oC
ชุดท่ี 2 แช่ในบกี เกอร์ทป่ี รบั อุณหภมู ิเปน็ 25 oC
ชดุ ที่ 3 แช่ในบกี เกอรท์ ป่ี รบั อุณหภูมิเปน็ 40 oC
5. ตง้ั ชุดการทดลองไว้ประมาณ 10 นาที สังเกตปริมาณแกส๊ ท่ีเกดิ ข้นึ
6. ทาการทดลองซา้ อีก 2 ครั้ง แล้วนาผลการทดลองมาหาค่าเฉลยี่
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง :
อุณหภมู ิ (oC) ปรมิ าณแก๊ส CO2 ท่ีเกดิ ข้ึน (cm3)
ครง้ั ท่ี 1 ครง้ั ที่ 2 ครง้ั ที่ 3 คา่ เฉลยี่
0 0.3 0.4 0.3 0.33
25 1.5 1.5 1 1.33
40 2.2 2.3 2.1 2.20
1
ความคิดเหน็ ของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………………..
(นายพิคเนตร อุทัยไชย)
ความคดิ เหน็ ของรองผูอ้ านวยการฝา่ ยบริหารวิชาการ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ…………………………………..
(นายอุดม นามสวสั ด์ิ)
ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรยี น
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ……………………………….
(นายมานสั เวียงวเิ ศษ)
1
บนั ทกึ หลงั สอน
ด้านความรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปัญหา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………...……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
แนวทางการแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………...…………………………………………………………………………………………………...............
ลงชอ่ื .............................................
(นางสาวสมุ าลี คงสอดทรัพย)์
ครู
1
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เคมที เี่ ป็นพน้ื ฐานของส่ิงมชี วี ติ
เวลา 12 ช่วั โมง
แผนฯ ท่ี 1 : สารอนินทรยี ์ เวลา 1 ชว่ั โมง
วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 5 ชั่วโมง
แผนฯ ท่ี 2 : สารอนิ ทรีย์ เวลา 6 ชว่ั โมง
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนฯ ท่ี 3 : ปฏกิ ริ ิยาเคมีในเซลลข์ องส่ิงมีชีวิต
วิธีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 เซลล์ของสิง่ มีชวี ิต
เวลา 20 ชัว่ โมง
แผนฯ ท่ี 1 : เซลล์และทฤษฎเี ซลล์ เวลา 2 ชั่วโมง
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 4 ชว่ั โมง
แผนฯ ท่ี 2 : โครงสรา้ งของเซลล์ที่ศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศนอ์ เิ ล็กตรอน เวลา 3 ช่ัวโมง
วธิ ีสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 1 ชวั่ โมง
แผนฯ ท่ี 3 : การลาเลยี งสารผา่ นเซลล์ เวลา 4 ชวั่ โมง
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนฯ ที่ 4 : การสอื่ สารระหวา่ งเซลล์ เวลา 5 ชั่วโมง
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนฯ ที่ 5 : การแบง่ เซลล์
วธิ สี อนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนฯ ที่ 6 : การเปล่ยี นสภาพของเซลล์และการชราภาพของเซลล์
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
แผนฯ ท่ี 7 : การหายใจระดบั เซลล์
วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model)
1