[เส-วก]
ข้าราชการในราชสานัก
[วดิ -สะ-วะ]
ทงั้ หมด, ทงั้ ปวง
[กมั -มา]
ช่าง
ท่มี าของเร่ือง
➢ ผู้แต่ง พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลท่ี ๖)
➢แต่งเมื่อ
พ.ศ.๒๔๕๗
➢ลกั ษณะประพนั ธ์ กลอนสุภาพ หรือ กลอนแปด
➢แนวคดิ สาคญั ความสามคั ค,ี ความจงรักภกั ดี
ท่ีมาของเรื่อง สาเหตุในการแต่ง
เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดีได้ทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวช่วยคิดการแสดงสักอย่าง พระองค์ทรงเห็นว่าพิณพาทย์น้ันบรรเลง
ตลอดการแสดงระบาก็เหน็ดเหน่ือยพอแล้วอยากให้พักบ้าง จึงทรงคิดการ
แสดงทไ่ี ม่ต้องใช้การบรรเลงพณิ พาทย์ขนึ้ มาซึ่งกค็ ือบทเสภานี้
บทเสภา
บทเสภาโดยท่ัวไปมักจะแต่งเป็ นเรื่องราว โดยพัฒนา
มาจากการเล่านิทาน แต่บทเสภาสามัคคีเสวก มุ่งเสนอ
แนวคดิ มากกว่าเล่าเรื่องราว โดยมีกรับประกอบจงั หวะ
กรับคู่ กรับเสภา กรับพวง ฉิ่ง
บทเสภาสามคั คเี สวก มี ๔ ตอน
เนื้อเรื่องย่อ
มเี นื้อความกล่าวสรรเสริญพระวศิ วกรรม ผู้เป็ นเทพเจ้า
แห่งการก่อสร้างและการช่างนานาชนิด
➢กล่าวถงึ ความสาคญั ของศิลปะ
➢กล่าวถงึ ประโยชน์ของศิลปะ
➢กล่าวถงึ การอนุรักษ์ศิลปะ
พระวศิ วกรรม, พระวษิ ณุกรรม
หรือ พระวศิ วกรรมา
ทรงชฎา มือถือจอบหรือผงึ่ (เคร่ืองมือ
สาหรับถากไม้ชนิดหนึ่ง รูปร่างคล้ายจอบ
แต่มดี ้ามส้ันกว่า) และลูกดงิ่
ซึ่งเป็ นสัญลกั ษณ์ทางช่างอย่างชัดเจน
หม่ชู ่างห่นุ
หม่ชู ่างรกั
หม่ชู ่างบุ
หม่ชู ่างกลึง
หม่ชู ่างหล่อ
การบ้าน ตัวอยา่ ง
ให้ นักเรียนเขียนบรรยายในหัวข้อเร่ือง
“รู้ รักษ์ ศิลปะไทย” โดยให้
นั ก เ รี ย น เ ขี ย น บ ร ร ย า ย เ ก่ี ย ว กั บ วิ ธี ก า ร
ห รื อ แ น ว ท า ง ใ น ก า ร อ นุ รั ก ษ์ ศิ ล ป ะ ไ ท ย
(อย่างน้อย ๕-๗ บรรทัด)พร้ อมวาด
ภาพประกอบ
**เลือกศิลปวัฒนธรรมใดก็ได้ มาเขียนบรรยาย เช่ น ด.ญ.ไหวง้ าม ตามใจ เลขท่ี๘๙
การแกะสลักผลไม้ , การราไทย, การละเล่ นไทย, ม.๒/๘
ดนตรี ไทย, โขน, มวยไทย เป็ นต้ น
ด.ญ.ราสวย รวยใหญ่ เลขท่ี ๖๗
ด.ญ.ไหวง้ าม ตามใจ เลขท่ี๘๙
ม.๒/๘
บทเสภาสามคั คเี สวก
ตอน วศิ วกรรมา
บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วิศวกรรมา
ตัวละคร
พระวิศวกรรม
❖ เปน็ เทวดานายช่างใหญข่ องพระอนิ ทร์
❖ ตามตานาน เปน็ เทวดาผู้รบั เทวโองการตา่ ง ๆ
จากพระอินทร์ เพ่ือสรา้ งอุปกรณ์ ส่งิ ของ อาคารตา่ ง ๆ
และเป็นผู้นาวิชาชา่ งมาสอนแกม่ นษุ ย์
❖ ชา่ งไทยแขนงต่าง ๆ ให้ความเคารพบูชาพระวิศวกรรม
ในฐานะครชู ่างหรอื เทพแหง่ วิศวกรรมของไทย
บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วิศวกรรมา
เรื่องย่อ
หากประเทศชาติไมม่ ีความสงบสุข ประชาชน
ย่อมไม่สนใจสรา้ งสรรค์งานศลิ ป์ ซึง่ ศลิ ปะแสดงถงึ
อารยธรรมของชาติ โดยจะเห็นได้วา่ ประเทศไทย
เป็นชาตทิ ี่มีความเจรญิ รงุ่ เรอื ง เพราะมีช่างท่มี คี วาม
ชานาญในการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะทุกแขนง เช่น
ชา่ งปั้น ชา่ งเขียน ช่างก่อสรา้ ง ช่างทอง ช่างเงนิ
ช่างถม ชา่ งทาอญั มณี และควรส่งเสริมใหศ้ ลิ ปะ
ของชาติคงอยสู่ ืบไป
เพราะเหตใุ ด ประเทศชาตทิ ่ีไมม่ ีความสงบสขุ ประชาชนจงึ ไม่สนใจสรา้ งสรรค์งานศิลป์
อนั ชาตใิ ดไร้ศานตสิ ุขสงบ ต้องมวั รบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาติน้ันนรชนไม่สนใจ ในกจิ ศิลปะวไิ ลละวาดงาม
แต่ชาตใิ ดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอนั ล้นหลาม
ย่อมจานงศิลปาสงก่าางราแมตกศัพท์ เพื่ออร่ามเรืองระยบั ประดบั ประดา
อนั ชาตใิ ดไร้ช่างชานาญกศาริลใปช์ ภ้ าพพจเนหอ์ ุปมมือา นนารินไร้โกฉารมแบตรกศรัพโลทม์ สง่า
ใครใครเห็นไม่เป็ นท่ีจาเริญตา เขาจะพากนั เย้ยให้อบั อาย
ศิลปกรรมนาใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย
จาเริญตาพาใจให้สบาย อกี ร่างกายกจ็ ะพลอยสุขสราญ
แม้ผู้ใดไม่นิยมชมส่ิงงาม เม่ือถงึ ยามเศร้าอุราน่าสงสาร
เพราะขาดเคร่ืองระงับดบั ราคาญ โอสถใดจะสมานซ่ึงดวงใจ
เพราะการช่างนีส้ าคญั อนั วเิ ศษ ทุกประเทศนานาท้งั น้อยใหญ่
จงึ ยกย่องศิลปกรรม์น้ันทวั่ ไป ศรีวไิ ลวงลิ าามสดีเป็ นศรีเมือง
การแตกศัพท์
ร.๖ทรงเปรียบเทยี บศิลปะ เหมือนเป็ น “ยา”
ทส่ี ามารถบรรเทาความทุกข์และความเศร้าให้เบาลงได้
ใครดูถูกผู้ชานาญในการช่าง ความคดิ ขวางเฉไฉไม่เข้าเร่ือง
เหมือนกาครนใชปภ้่ าาคพพนจไนพอ์ รปุ ไมมา่รุ่งเรือง จะพดู ด้วยน้ันกเ็ ปลืองซ่ึงวาจา
จง่ึ มชี ่างชานาญวงเิาลมขย่ิงา
แต่กรุงไทยศรีวไิ ลทนั เพ่ือนบ้าน
ท้งั ช่างป้ันช่าจงติ เขรกยี รนเพยี รวชิ า ช่างก่ออสกี รชา้ ง่า(งสสถาถปานปิกน) าถูกทานอง
เปรยี บเทยี บผดู้ ูถกู วิชาช่าง เหมือนคนดอ้ ยความรู้
ขาดความชานาญไม่น่าคบหา
ท้งั ช่างรูปพชร่ารงณทอสงุวรรณกจิ ช่ างชป่างรเะงินดิษฐ์ รัชดาสง่าผ่อง
อกี ช่างถมลายลกั ษณะจาลอง อกี ช่าชองเชิงรัตนชะ่าปงเรจยีะรกะรไนเพชร
ควรไทยเราช่วยบารุงวชิ าช่าง
ช่วยบารุงช่างไทยให้ถาวร เครื่องสาอางแบบไทยสโมสร
อย่าให้หย่อนกว่าเขาเราจะอาย
อนั ผองชาติไพตรา่ัชงชชา่าตงิ จัดสรร เป็ นหลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย
เราต้องซื้อหลากหลากและมากมาย ต้องใช้ทรัพย์สุรุ่ยสุร่ายเป็ นก่ายกอง
แม้พวกเราชาวไทยต้งั ใจช่วย เอออานวยช่างไทยให้ทาของ
ช่างคงใฝ่ ใจผูกถูกทานอง และทาของงามงามขนึ้ ตามกาล
เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง ให้ประเทืองเทศไทยอนั ไพศาล
สมเป็ นเมืองใหญ่โตมโหฬาร พอไม่อายเพื่อนบ้านจ่ึงจะดี
คุณค่าด้านเนื้อหา คือ มีเนื้อหาท่ีให้ความรู้
ในด้านต่าง ๆ ให้คุณค่าทางปั ญญา
และความคิดแก่ผู้อ่าน
คุณค่าดา้ นเนอ้ื หา
บทเสภาสามคั คีเสวก ตอน วศิ วกรรมา
แสดงเนื้อหาเรื่อง คุณค่าของศิลปกรรมที่ทาให้จิตใจมีความสุขอันจะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง
สมบูรณ์ โดยศิลปินมีความสาคัญในฐานะเป็นผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ควรช่วยกันสนับสนุนผลงาน
ของศลิ ปิน เพื่อใหศ้ ิลปินมรี ายได้พอเลีย้ งชพี และเกดิ กาลังใจในการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปะ
คุณค่าดา้ นวรรณศิลป์ คือ การเลือกใช้ถอ้ ยคาใหผ้ ู้อา่ น
เกดิ จนิ ตนาการ เนือ้ ความกระชับ
ใช้คาน้อยแตก่ ่อใหเ้ กดิ อารมณ์
คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์
บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วิศวกรรมา
“กล่าวถึงเทพศิลปศี รีเรอื งราม” มีการแตกศัพท์ คาว่า ศิลป์ ให้เป็น
“ในกจิ ศลิ ปะวไิ งละวาดงาม” คาศัพท์หลากหลายคา เช่น ศิลปี ศิลปะ ศิลปา
“ยอ่ มจานงศิลปาสง่างาม” ศิลป์ ศิลปะกรรม์ ซึ่งมีความหมายว่า “ศิลปะ”
“อนั ชาติใดไรช้ ่างชานาญศลิ ป”์ เหมอื นกนั ทกุ คา
“ศิลปกรรมนาใจใหส้ รา่ งโศก”
“จงึ ยกย่องศลิ ปกรรมน์ ัน้ ท่วั ไป”
คณุ ค่าด้านวรรณศลิ ป์
บทเสภาสามคั คเี สวก ตอน วศิ วกรรมา
“วา่ ทรงธรรมเ์ หมือนบิดาบงั เกดิ หัว” มีการหลากคาที่มีความหมายว่า
“ลว้ นเป็นราชบรพิ ารพระทรงศร”ี “พระมหากษัตริย์” เช่น ทรงธรรม์
“ในพระราชสานักพระภธู ร” พระทรงศรี พระภูธร พระจกั รี
“สมานใจจงรักพระจกั ร”ี
ยกตวั อยา่ งคาทมี่ ีความหมายว่า “พระมหากษตั รยิ ”์ นอกเหนอื จากคาทกี่ ลา่ วมาข้างตน้ อย่างน้อย ๓ คา
สงั คม
คุณค่าด้านสังคม คือเนื้อหาสาระของวรรณคดี
และวรรณกรรมจะสะท้อนภาพสังคมในแต่ละยุค
สมัย แสดงถึงวัฒนธรรม ประเพณี ความเช่ือ
และค่านิยมในสังคม
คุณคา่ ดา้ นสงั คม
บทเสภาสามัคคเี สวก ตอน วศิ วกรรมา
◎ บารงุ แดนดนิ ดว้ ยศิลปกรรม ให้แลล้าลว้ นอร่ามและงามงอน
....................................... ............................................
อกี สถาปนะการชา่ งฉลาด ปลกู ปราสาทเคหฐานทัง้ น้อยใหญ่
กอ่ กาแพงกาแหงรอบกรุงไกร ทา้ ประยทุ ธช์ ิงชยั แหง่ ไพรี
สร้างศาสตราอาวุธรทุ ธ์กาแหง เพ่อื ใชแ้ ยง้ ยทุ ธากรสมรศรี
ทวยทหารไดถ้ อื เครือ่ งมอื ดี ก็สามารถราวีอรลี าน
สะทอ้ นความเจรญิ ร่งุ เรอื งของบา้ นเมอื ง คือ ผลงานท่ีศลิ ปนิ และช่างท้งั หลายได้ประดิษฐ์คิดคน้ ขึ้นเป็นเคร่ืองมือ
ที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรอื งของบา้ นเมือง และแสดงให้เห็นถงึ ภมู ิปัญญาและเกียรตภิ ูมขิ องชาติ
ในฐานะทเี่ ป็ นคนไทยควรศึกษางานช่างของไทย
ตามความรู้ความสามารถของตน และควรฝึ กหัด
การช่างทสี่ นใจเม่ือมโี อกาส
บทเสภาสามคั คเี สวก
ตอน สามคั คเี สวก
บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน สามคั คีเสวก
เรื่องยอ่
หน้าทขี่ องข้าราชบรพิ ารที่ดี คือ
ต้องจงรกั ภักดีตอ่ พระมหากษตั ริย์
มคี วามสามคั คี มวี ินัย เปรยี บเสมือน
ลูกเรอื ที่จะตอ้ งเชือ่ ฟังกปั ตนั มิฉะนั้น
เรือที่บังคบั ก็จะลม่ ลงในที่สุด
ขา้ ราชการที่ดีควรมลี ักษณะอย่างไร
พระมหากษตั รยิ ์
ประการหนึ่งพงึ คดิ ในจิตมน่ั ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบงั เกดิ หัว
ควรเคารพยาเยงและเกรงกลวั ประโยชน์ตวั นึกน้อยหน่อยจะดี
ส่ิงหน่ึงท่ีเราควรมีไวใ้ นจติ ใจ คือ พระเจา้ แผน่ ดินเปรยี บเสมือน
พ่อบงั เกิดเกลา้ ท่ีเราควรเกรงใจและเคารพนบั ถือ
เราตอ้ งไม่เห็นแก่ประโยชนส์ ่วนตวั มากเกินไป
ผรู้ บั ใช้ พระมหากษตั รยิ ์
ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็ นราชบริพารพระทรงศรี
เหมือนลูกเรืออยู่ในกลางหว่างวารี จาต้องมมี ติ รจติ รสนิทกนั
นา้ ,มหาสมุทร
การใชภ้ าพพจนอ์ ุปมา
ควรนึกว่าพวกเราก็เป็ นขา้ รบั ใชข้ องพระเจา้ แผน่ ดินคนหน่ึง
เหมือนลูกเรอื ท่ีอยู่ในเรือกลางทะเลจาเป็ นท่ีจะตอ้ ง
มีความสามคั คตี อ่ กนั และกนั
แม้ลูกเรือเชื่อถือผู้เป็ นนาย ต้องมุ่งหมายช่วยแรงโดยแขง็ ขนั
คอยต้งั ใจฟังบังคบั กปั ปิ ตัน นาวาน้ันจึงจะรอดตลอดทะเล
Captain เรือ
นายเรอื
ถา้ ลูกเรอื เช่ือฟังกปั ตนั ก็จะตอ้ งช่วยกปั ตนั อย่างแข็งขนั
ตอ้ งตงั้ ใจฟังคาส่งั ของกปั ตนั เรอื ก็จะรอดไปถึงจุดหมาย
แม้ลูกเรืออวดดมี ที ฐิ ิ ฉลาดแกมโกง
เมื่อคล่ืนลมแรงจัดซัดโซเซ
และเร่ิมริเฉโกยุ่งโยเส
เรือจะเหล่มระยาควา่ ไป
แตถ่ า้ ลูกเรอื ไม่เช่ือฟังกปั ตนั และเร่มิ แตกคอกนั
เวลาคล่ืนลมแรงเรอื ก็จะโคลงเคลง ตอ่ มาเรอื ก็จะจม
แม้ต่างคนต่างเถยี งเกย่ี งแก่งแย่ง นายเรือจะเอาแรงมาแต่ไหน
แม้ไม่ถือเคร่งคงตรงวนิ ัย เม่ือถงึ คราวพายุใหญ่จะครวญคราง
ปัญหา,อุปสรรค
ถา้ ลูกเรอื มวั แตท่ ะเลาะกนั กปั ตนั ก็จะไม่มีกาลังมาตอ่ สู้
ถา้ ไม่เครง่ ครดั ตอ่ กฎระเบียบเวลาท่ีเกิดภยั อะไรข้ึนจะเดือดรอ้ น
นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต จะต้องตดิ ตนั ใจให้ขดั ขวาง
จะยุ่งแล้วยุ่งเล่าไม่เข้าทาง เรือกค็ งอบั ปางกลางสาคร
ล่ม,จม,แตก
กปั ตนั ส่งั อะไรก็ไม่ฟังพอถึงเวลาก็มีขอ้ ขดั แยง้ ตอ่ มาก็จะเกิด
เหตกุ ารณว์ ุ่นวายข้ึน ในท่ีสุดเรอื ก็จะล่มกลางทะเล
ผรู้ บั ใช้
ถงึ เสวที เ่ี ป็ นข้าฝ่ าพระบาท ไม่ควรขาดความสมคั รสโมสร
ในพระราชสานักพระภูธร เหมือนเรือแล่นสาครสมุทรไทย
พระมหากษตั รยิ ์ การใชภ้ าพพจนอ์ ุปมา
เปรยี บเทียบประเทศชาติกบั เรอื ใหญท่ ่ีแล่นไปในทะเล
ถึงจะเป็ นขา้ รบั ใชข้ องพระเจา้ แผน่ ดินก็ไม่ควรขาดความสามคั คี
ปรองดองกนั เหตุการณใ์ นพระราชสานกั ก็เปรยี บเสมือนเรอื ท่ีแล่นอยู่
ตามทะเลมหาสมุทร
ผรู้ บั ใช้ ลูกเรอื
เหล่าเสวกตกทก่ี ะลาสี ควรคดิ ถงึ หน้าที่น้ันเป็ นใหญ่
รักษาตนเคร่งคงตรงวนิ ัย สมานใจจงรักพระจักรี
เปรยี บขา้ ราชบรพิ ารเหมือนกะลาสีเรือ พระมหากษตั รยิ ์
เหล่าขา้ ราชการในราชสานกั ก็เหมือนเป็ นกะลาสี
ควรใหค้ วามสาคญั กบั หนา้ ท่ีท่ีตอ้ งทาเป็ นหลักปฏิบตั ิ
ตามกฎระเบียบอย่างเครง่ ครดั และสามคั คี
จงรกั ภกั ดีตอ่ พระเจา้ แผน่ ดนิ
ไม่ควรเลือกท่รี ักมกั ทีช่ ัง ผรู้ บั ใช้ สามัคคเี ป็ นกาลงั พลงั ศรี
ควรปรองดองในหมู่ราชเสวี ให้สมทรี่ ่วมพระเจ้าเราองค์เดยี ว
ไม่ควรแยกฝ่ ายเลือกท่ีจะเคารพเช่ือฟังใครควรท่ีจะสามัคคี
ปรองดองกนั ในหมู่ขา้ ราชการเพ่ือเป็ นพลังในการทาความดีให้
สมกบั ท่ีมีพระเจา้ แผน่ ดินพระองคเ์ ดียวกนั