โรงเรียรีนเทศบาล 2 (วัดวักะพังพั สุรินริทร์)ร์ HTTP://WWW.TRANGCITY.GO.TH/WKP โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) หลัลัก ลั ก ลั สูสูสู ต สู ตร สถานศึศึก ศึ ก ศึ ษา โรงเรีรี รี ย รี ยนเทศบาล ๒ (วัวั วั ด วั ดกะพัพั พั ง พั งสุสุสุ ริ สุ ริ ริ น ริ นทร์ร์ ร์)ร์ ระดัดั ดั บ ดั บปฐมวัวั วั ย วั ย ((ฉฉบับั บั บ บั บปปรัรั รั บ รั บปปรุรุ รุ งรุ ง พุพุ พุ ทพุ ทธธศัศั ศั ก ศั กรราาชช ๒๒๕๕๖๖๖๖)) สำสำสำสำนันันักนัการศึศึศึกศึษา เทศบาลนครตรัรัรังรั กรมส่ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถิ่ ส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นถิ่กระทรวงมหาดไทย ตามหลัลัลักลัสูสูสูตสูรการศึศึศึกศึษาปฐมวัวัวัยวัพุพุพุทพุธศัศัศักศัราช ๒๕๖๐
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรการจัดการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
คำนำ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 จัดทำขึ้นเพื่อให้โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ซึ่งจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรการ จัดการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพท้องถิ่น เพื่อกำหนด เป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นคนดี มี วินัย สำนึกความเป็นไทย และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศไทยในอนาคต อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ขอขอบคุณผู้ที่มีสวนเกี่ยวของทุกท่านทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้าน การศึกษาปฐมวัย ศึกษานิเทศก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูปฐมวัย ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ตลอดจนบุคลกรทุกคนที่มีสวนร่วมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ให้มีความเหมาะสมตอการนําไปใชจัดการศึกษาปฐมวัย คณะผู้จัดทำ
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ สารบัญ ความนำ ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย 1 วิสัยทัศน์ 1 หลักการ 1 แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย 2 ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) 4 พัฒนาการเด็กปฐมวัย 5 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ 6 การจัดเวลาเรียน โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) 16 22 สาระการเรียนรู้รายปี 23 การจัดประสบการณ์ การจัดสภาพแวดล้อม สื่อ และแหล่งเรียนรู้ 89 100 การประเมินพัฒนาการ 110 การบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา 126 การจัดการศึกษาปฐมวัย (เด็กอายุ ๓ – 6 ปี) สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ 129 การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัย กับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ 129 การกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงาน 133
ความนำ สภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศประกอบกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี(พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการศึกษา แห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) นำไปสู่การกำหนด ทักษะสำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ ที่มีความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มี ความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายให้มีการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยอย่าง จริงจังและต่อเนื่องโดยได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับ สภาพการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นหลักสูตรสถานศึกษา สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติในอนาคต
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑ ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปี บริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการ อบรมเลี้ยงดู และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้ เต็มตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความ เข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ วิสัยทัศน์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและเหมาะสม ตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็น ไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก หลักการ เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ เด็ก ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อ แม่ เด็กกับผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดูการพัฒนา และให้การศึกษาแก่เด็ก ปฐมวัย เพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพโดยมีหลักการดังนี้ ๑. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน ๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคลและวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย ๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมีกิจกรรมที่ หลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อนที่เพียงพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข ๕. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อ แม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒ แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใต้ การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของสมอง ผ่านสื่อที่ต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นประสาท สัมผัสทั้งห้า โดยครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการ เรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ทั้งนี้ หลักสูตรฉบับนี้มีแนวคิดในการจัด การศึกษาปฐมวัย ดังนี้ ๑. แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต่อเนื่องในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชีวิต พัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะมีลำดับขั้นตอนลักษณะ เดียวกัน แต่อัตราและระยะเวลาในการผ่านขั้นตอนต่างๆอาจแตกต่างกันได้ขั้นตอนแรกๆจะเป็นพื้นฐานสำหรับ พัฒนาการขั้นต่อไป พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ละส่วนส่งผลกระทบซึ่งกัน และกัน เมื่อด้านหนึ่งก้าวหน้าอีกด้านหนึ่งจะก้าวหน้าตามด้วยในทำนองเดียวกันถ้าด้านหนึ่งด้านใดผิดปกติจะ ทำให้ด้านอื่นๆผิดปกติตามด้วย แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีพัฒนาการด้านร่างกายอธิบายว่าการเจริญเติบโตและ พัฒนาการของเด็กมีลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใดจะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถ ด้านนั้นก่อน สำหรับทฤษฎีด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กส่งผลต่อ บุคลิกภาพของเด็ก เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรักและความอบอุ่นเป็นพื้นฐานของความเชื่อมั่นในตนเอง เด็กที่ ได้รับความรักและความอบอุ่นจะมีความไว้วางใจในผู้อื่น เห็นคุณค่าของตนเอง จะมีความเชื่อมั่นใน ความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเป็นประชาธิปไตยและความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์และทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาอธิบายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒิภาวะ ซึ่งจะพัฒนาขึ้นตาม อายุ ประสบการณ์ รวมทั้งค่านิยมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับ ๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการ เรียนรู้ของเด็ก ขณะที่เด็กเล่นจะเกิดการเรียนรู้ไปพร้อมๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วน ต่างๆของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของตนเอง เรียนรู้ ความรู้สึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิดสร้างสรรค์ คิด แก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังนั้นเด็กควรมีโอกาสเล่น ปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สิ่งแวดล้อม รอบตัว และเลือกกิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง ๓. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดในร่างกายของคนเรา เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้นั้นต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานการรับรู้ รับ ความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่อนอายุ ๕ ปี และ ปฏิสัมพันธ์แรกเริ่มระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อ โดยในช่วง ๓ ปี แรกของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก มีการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อขึ้นมามากมาย มีการ สร้างไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐ % ของ สมองผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้านเซลล์ เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ยิ่งได้รับการกระตุ้นมากเท่าใด การเชื่อมต่อกันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมีมากขึ้นและความสามารถทางการคิดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเด็กขาด
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓ การกระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นมาก็จะหายไป เด็กที่ ได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างๆของสมอง เจริญเติบโตและเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าที่ในช่วงเวลาต่างกัน จึงอธิบายได้ว่าการเรียนรู้ทักษะ บางอย่างจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกว่า”หน้าต่างของโอกาสการเรียนรู้” ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อ แม่ ผู้เลี้ยงดูและครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่งนั้นๆได้ดีที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึก ยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเชื่อมโยงวงจรประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการ กระตุ้นทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิตจึงจะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรียนภาษาคือ อายุ ๓ – ๕ ปีแรกของชีวิต เด็กจะพูดได้ชัด คล่องและถูกต้อง โดยการพัฒนาจากการพูดเป็นคำ ๆ มาเป็น ประโยคและเล่าเรื่องได้ เป็นต้น ๔. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ ทำ ให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการ เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความ แตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อ พัฒนาเด็กปฐมวัยควรมีสื่อทั้งที่เป็นประเภท ๒ มิติและ/หรือ ๓ มิติ ที่เป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อที่อยู่ใกล้ ตัวเด็ก สื่อสะท้องวัฒนธรรม สื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น สื่อเพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่างๆให้ครบทุกด้าน ทั้งนี้ สื่อต้อง เอื้อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยการจัดการใช้สื่อสำหรับเด็กปฐมวัยต้องเริ่มต้นจากสื่อของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงร่างและสัญลักษณ์ตามลำดับ ๕. แนวคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของบรรพบุรุษ แต่ยัง ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชนของแต่ละที่ ด้วย บริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป ครู จำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนา ศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตน รับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่าง จากตนได้อย่างราบรานมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู้สังคมในอนาคตกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงาน ร่วมกับผู้อื่นที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อและวัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่าง ระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องศาสนา ประเทศ พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึงกับคนไทย ในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ความเคารพพระสงฆ์ การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียน เนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วน ใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากคริสต์ ศาสนา ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามนับถือหลายศาสนา โดยนับถือลัทธิธรรมเนียมแบบจีนเป็นหลัก เป็นต้น
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔ ปรัชญาการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) โรงเรียนจัดการพัฒนาเด็กอายุ 3-6 ปีบนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่ สอดคล้องกับการพัฒนาการทางสมองของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติ การ ช่วยเหลือตนเอง มีทักษะในการดำรงชีวิตประจำวันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยความรัก ความ เข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิต และพัฒนาเด็กมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา วิสัยทัศน์ วิสัยทัศน์การศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ภายในปีพุทธศักราช ๒๕๖7 โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) มุ่งเน้นพัฒนาเด็กอายุ 3-6 ปี ให้ มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาเหมาะสมกับวัย เน้นให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น ลงมือปฏิบัติกิจกรรม ช่วยเหลือตนเอง ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีทักษะทาง วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย และปลูกฝังให้เด็กยิ้มง่าย ไหว้สวย ช่วยสังคม รู้จักประหยัด อดออม มีนิสัยรักการ อ่าน สืบสานความเป็นไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ภารกิจหรือพันธกิจ 1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั้ง ๔ ด้าน อย่างสมดุลและเต็ม ศักยภาพ 2. พัฒนาครูและบุคลากรด้านการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่มีจุดหมายอย่าง ต่อเนื่อง 3. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 4. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็ก โดยนำหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และเรียนรู้ผ่านกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย มาใช้เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก 5. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เป้าหมาย 1. เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาเป็นองค์รวม อย่างสมดุลและมีความสุข 2. ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยใช้ กระบวนการวางแผน การปฏิบัติและการทบทวน 3. มีสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยอย่าง พอเพียง 4. ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๕ จุดหมาย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และเมื่อมีความพร้อมใน การเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้ 1. มีร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี 2. มีสุขภาพจิตดี มีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงาม 3. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข 4. มีทักษะการคิด วางแผนตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหา ความรู้ได้เหมาะสมกับวัย พัฒนาการเด็กปฐมวัย พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นตามวุฒิภาวะและสภาพแวดล้อมที่เด็กได้รับ พัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัยอาจเร็วหรือช้าแตกต่างกันไป ในเด็กแต่ละคน มีรายละเอียด ดังนี้ ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย เป็นพัฒนาการที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของร่างกาย ในด้านโครงสร้างของร่างกาย ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหว และด้านการมีสุขภาพอนามัยที่ดี รวมถึงการ ใช้สัมผัสรับรู้ การใช้ตาและมือประสานกันในการทำกิจกรรมต่างๆ เด็กอายุ 3-6 ปีมีการเจริญเติบโตรวดเร็ว โดยเฉพาะในเรื่องน้ำหนักและส่วนสูง กล้ามเนื้อใหญ่จะมีความก้าวหน้ามากกว่ากล้ามเนื้อเล็ก สามารถบังคับ การเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดี มีความคล่องแคล่วว่องไวในการเดิน สามารถวิ่ง กระโดด ควบคุมและบังคับการ ทรงตัวได้ดีจึงชอบเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะออกกำลังและเคลื่อนไหวในลักษณะต่างๆ ส่วนกล้ามเนื้อ เล็กและความสัมพันธ์ระหว่างตาและมือยังไม่สมบูรณ์ การสัมผัสหรือการใช้มือมีความละเอียดขึ้น ใช้มือหยิบจับ สิ่งของต่างๆได้มากขึ้น ถ้าเด็กไม่เครียดหรือกังวลจะสามารถทำกิจกรรมที่พัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้ดีและนานขึ้น ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นความสามารถในการรู้สึกและแสดงความรู้สึกของเด็ก เช่น พอใจ ไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกียด โดยที่เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและสถานการณ์ เผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดจนการสร้างความรู้สึกที่ดีและการนับถือตนเอง เด็กอายุ ๓-๕ ปีจะแสดง ความรู้สึกอย่างเต็มที่ไม่ปิดบัง ช่อนเร้น เช่น ดีใจ เสียใจ โกรธแต่จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไปการที่เด็ก เปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่ายเพราะมีช่วงความสนใจระยะสั้น เมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจก็จะเปลี่ยนความสนใจไปตามสิ่ง นั้น เด็กวันนี้มักหวาดกลัวสิ่งต่างๆ เช่น ความมืด หรือสัตว์ต่างๆ ความกลัวของเด็กเกิดจากจินตนาการ ซึ่งเด็ก ว่าเป็นเรื่องจริงสำหรับตน เพราะยังสับสนระหว่างเรื่องปรุงแต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้ สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสมกับวัย รวมถึงชื่นชมความสามารถและผลงานของตนเองและผู้อื่น เพราะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางน้อยลงและต้องการความสนใจจากผู้อื่นมากขึ้น ๓. พัฒนาการด้านสังคม เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรกในครอบครัว โดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่และพี่น้อง เมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อและการมีสัมพันธ์ กับบุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวให้เข้าสังคมกับเด็กอื่น
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๖ พร้อมๆกับรู้จักร่วมมือในการเล่นกับกลุ่มเพื่อน เจตคติและพฤติกรรมทางสังคมของเด็กจะก่อขึ้นในวัยนี้และจะ แฝงแน่นยากที่จะเปลี่ยนแปลงในวัยต่อมา ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรมทางสังคมของเด็กวัยนี้ มี ๒ ลักษณะ คือลักษณะแรกนั้น เป็นความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่และลักษณะที่สองเป็นความสัมพันธ์กับเด็กในวัย ใกล้เคียงกัน ๔. ด้านสติปัญญา ความคิดของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเข้าใจ ความรู้สึกของคนอื่น เด็กมีความคิดเพียงแต่ว่าทุกคนมองสิ่งต่างๆรอบตัว และรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ เหมือนตนเอง ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ที่สุด เมื่ออายุ ๔-๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของที่อยู่ รอบตัวได้ สามารถจำสิ่งต่างๆ ที่ได้กระทำซ้ำกันบ่อยๆ ได้ดี เรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น แต่ยังอาศัยการรับรู้เป็น ส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ อยู่รอบตัวพัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษา เด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของ การพัฒนาภาษาอย่างรวดเร็ว โดยมีการฝึกฝนการใช้ภาษาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปของการพูดคุย การ ตอบคำถาม การเล่าเรื่อง การเล่านิทานและการทำกิจกรรมต่าง ๆ ท เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาในสถานศึกษา เด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษาแทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่นได้คำพูดของเด็ก วัยนี้ อาจจะทำให้ผู้ใหญ่บางคนเข้าใจว่าเด็กรู้มากแล้วแต่ที่จริงเด็กยังไม่เข้าใจความหมายของคำและเรื่องราว ลึกซึ้งนัก มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน ๑๒ มาตรฐาน ประกอบด้วย ๑.พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน สัมพันธ์กัน ๒.พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ๓.พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๔.พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกับวัย
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๗ ตัวบ่งชี้ ตัวบ่งชี้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐานพัฒนาการ ตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระเรียนรู้ใน การจัด ประสบการณ์ กิจกรรมและประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ ดังนี้ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้อง กับมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวัง ให้เด็กเกิด บนพื้นฐานพัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนําไปใช้ในการ กำหนดสาระเรียนรู้ในการจัดประสบการณ์กิจกรรม และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของ มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ ดังนี้ 1. พัฒนาการด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยเด็กมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๑ มีน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ของกรมอนามัย -น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ของกรมอนามัย -น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ของกรมอนามัย ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ยอมรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์และดื่มน้ำที่สะอาด เมื่อมีผู้ชี้แนะ -รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาด ด้วยตนเอง -รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้หลาย ชนิดและดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยตนเองและ ปฏิเสธเครื่องดื่มน้ำอัดลมทุกชนิด -ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมเมื่อมีผู้ชี้แนะ -ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมด้วยตนเอง -ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง -นอนพักผ่อนเป็นเวลา -นอนพักผ่อนเป็นเวลา -นอนพักผ่อนเป็นเวลา -ออกกำลังกายเป็นเวลา -ออกกำลังกายเป็นเวลา -ออกกำลังกายเป็นเวลา
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๘ ตัวบ่งชี้ที่ ๑.๓ รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -เล่นและทำกิจกรรมอย่าง ปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ -เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัย ด้วยตนเอง -เล่นและทำกิจกรรมและปฏิบัติ ต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่วประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -เดินตามแนวที่กำหนดได้ -เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง ได้โดยไม่ต้องกางแขน -เดินต่อเท้าถอยหลังเป็นเส้นตรงได้โดย ไม่ต้องกางแขน -กระโดดสองขา ขึ้นลงอยู่ กับที่ได้ -กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้โดยไม่ เสียการทรงตัว -กระโดดขาเดียว ไปข้างหน้าได้อย่าง ต่อเนื่องโดยไม่เสียการทรงตัว -วิ่งแล้วหยุดได้ -วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ -วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่าง คล่องแคล่ว -รับลูกบอลโดยใช้มือและ ลำตัวช่วย -รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสองข้าง -รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ ตัวบ่งชี้ที่ ๒.2 ใช้มือ-ตาประสานสัมพันธ์กัน สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ใช้กรรไกรตัดกระดาขาดจากกัน ได้โดยใช้มือเดียว -ใช้กรรไกรตัดกระดาษ ตามแนวเส้นตรงได้ -ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้ง ได้ -เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ -เขียนรูปสี่เหลี่ยมตาม แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน -เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้อย่างมี มุมชัดเจน -ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง ๑ ซม.ได้ -ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้น ผ่านศูนย์ ๐.๕ ซม.ได้ -ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๒๕ ซม.ได้
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๙ ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อย่างเหมาะสม สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ เหมาะสมกับบางสถานการณ์ -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ ตามสถานการณ์ -แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้อง กับสถานการณ์อย่างเหมาะสม ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -กล้าพูดกล้าแสดงออก -กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่าง เหมาะสมบางสถานการณ์ -กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่าง เหมาะสมตามสถานการณ์ -แสดงความพอใจในผลงาน ตนเอง -แสดงความพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเอง -แสดงความพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเองและผู้อื่น มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ที่ ๔.๑ สนใจและมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -สนใจและมีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ -สนใจและมีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ -สนใจและมีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ -สนใจ มีความสุขและแสดงออก ผ่านเสียงเพลง ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดงออก ผ่านเสียงเพลง ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดงออก ผ่านเสียงเพลง ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดง ท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดง ท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี -สนใจ มีความสุขและแสดง ท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรมและมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็นของ ตนเองและสิ่งใดเป็นของผู้อื่น - ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อ ต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ ชี้แนะ - ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อ ต้องการสิ่งของของผู้อื่นด้วยตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๐ ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒ มีความเมตตา กรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -แสดงความรักเพื่อนและมี เมตตาสัตว์เลี้ยง -แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตา สัตว์เลี้ยง -แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตา สัตว์เลี้ยง -แบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ ชี้แนะ -ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมี ผู้ชี้แนะ -ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้ด้วย ตนเอง ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ ความรู้สึกผู้อื่น -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ ความรู้สึกผู้อื่น -แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้ความรู้สึก ผู้อื่นอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ เมื่อมีผู้ช่วยเหลือ -ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ เมื่อมีผู้ชี้แนะ -ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ ด้วยตนเอง ๓. พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -แต่งตัวโดยมีผู้ช่วยเหลือ -แต่งตัวด้วยตนเอง -แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่างคล่องแคล่ว -รับประทานอาหารด้วยตนเอง -รับประทานอาหารด้วยตนเอง -รับประทานอาหารด้วยตนเองอย่าง ถูกวิธี -ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ช่วยเหลือ -ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง -ใช้และทำความสะอาดหลังใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมด้วยตนเอง
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๑ ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๒ มีวินัยในตนอง สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -เก็บของเล่นของใช้เข้าที่เมื่อมี ผู้ชี้แนะ -เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วย ตนเอง -เก็บของเล่นของใช้เข้าที่อย่างเรียบร้อย ด้วยตนเอง -เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้เมื่อมี ผู้ชี้แนะ -เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ ด้วยตนเอง -เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ด้วย ตนเอง ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัด และพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัด และพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ -ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและ พอเพียงด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ -มีส่วนร่วมในการดูแลรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมี ผู้ชี้แนะ -มีส่วนร่วมในการดูแลรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง -ทิ้งขยะได้ถูกที่ -ทิ้งขยะได้ถูกที่ -ทิ้งขยะได้ถูกที่ ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทยและรักความเป็นไทย สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้เมื่อ มีผู้ชี้แนะ -ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วย ตนเอง -ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ตาม กาลเทศะ -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษเมื่อ มีผู้ชี้แนะ -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วย ตนเอง -กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วย ตนเอง -หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทยและ เพลงสรรเสริญพระบารมี -หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทยและ เพลงสรรเสริญพระบารมี -ยืนตรงและร่วมร้องเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระมารมี
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๒ มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ที่แตกต่างไปจากตน -เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเด็ก ที่แตกต่างไปจากตน -เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่ แตกต่างไปจากตน ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -เล่นร่วมกับเพื่อน -เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อนเป็น กลุ่ม -เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อนอย่างมี เป้าหมาย -ยิ้มหรือทักทายผู้ใหญ่และบุคคลที่ คุ้นเคยเมื่อมีผู้ชี้แนะ -ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่ และบุคคลที่คุ้นเคยได้ด้วยตนเอง -ยิ้มหรือทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่ และบุคคลที่คุ้นเคยได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ -มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติ ตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ -มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติ ตามข้อตกลงด้วยตนเอง -ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามเมื่อมี ผู้ชี้แนะ -ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีได้ ด้วยตนเอง -ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้ เหมาะสมกับสถานการณ์ -ยอมรับการประนีประนอมแก้ไข ปัญหาเมื่อมีผู้ชี้แนะ -ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดย ปราศจากการใช้ความรุนแรงเมื่อมีผู้ ชี้แนะ -ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดย ปราศจากการใช้ความรุนแรงด้วย ตนเอง 4. พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและโต้ตอบ เกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง -ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบ อย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง -เล่า เรื่องด้วยประโยคสั้นๆ -เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง -เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๓ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -อ่านภาพ และพูดข้อความด้วย ภาษาของตน -อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้ง ชี้หรือกวาดตามองข้อความตาม บรรทัด -อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการ ชี้หรือกวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุดจบ ของข้อความ -เขียนขีด เขี่ย อย่างมีทิศทาง -เขียนคล้ายตัวอักษร -เขียนชื่อของตนเอง ตามแบบ เขียนข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถในการคิดรวบยอด สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -บอกลักษณะของสิ่งของต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส -บอกลักษณะและส่วนประกอบของ สิ่งของต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส -บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของ สิ่งของต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส -จับคู่หรือเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะหรือหน้าที่การงาน เพียงลักษณะเดียว -จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่าง หรือความเหมือนของ สิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพียง ลักษณะเดียว -จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่าง หรือความเหมือนของสิ่งต่างๆโดยใช้ ลักษณะที่สังเกตพบสองลักษณะขึ้นไป -คัดแยกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะ หรือหน้าที่การใช้งาน -จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ โดย ใช้ อย่างน้อยหนึ่งลักษณะเป็นเกณฑ์ -จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้ ตั้งแต่สองลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ -เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๓ ลำดับ -เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๔ ลำดับ -เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๕ ลำดับ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ระบุผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ หรือการกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ -ระบุสาเหตุหรือผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือ การกระทำเมื่อมีผู้ ชี้แนะ -อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง -มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ -คาดเดาหรือคาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น -คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้นหรือมีส่วนร่วมในการ ลงความเห็นจากข้อมูล -คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นและมี ส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล อย่างมีเหตุผล
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๔ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๓ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ -ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และเริ่ม เรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น -ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และยอมรับผลที่ เกิดขึ้น -แก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก -ระบุปัญหา และแก้ปัญหาโดยลอง ผิดลองถูก -ระบุปัญหาสร้างทางเลือกและเลือกวิธี แก้ปัญหา มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๑ เล่น/ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของตนเอง -สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของตนเองโดย มีการดัดแปลงและแปลกใหม่จาก เดิมหรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น -สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองโดยมีการดัดแปลง และแปลกใหม่จากเดิมและมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของตนเอง -เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของตนเอง อย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่ -เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลาย และแปลกใหม่ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -สนใจฟังหรืออ่านหนังสือด้วย ตนเอง -สนใจซักถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์ หรือตัวหนังสือที่พบเห็น -หยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อ ความคิดด้วยตนเองเป็นประจำอย่าง ต่อเนื่อง -กระตือรือร้นในการเข้าร่วม กิจกรรม -กระตือรือร้นในการเข้าร่วม กิจกรรม -กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ ต้นจนจบ
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๕ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓ ปี อายุ ๔ ปี อายุ ๕ ปี -ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการที่มีผู้ชี้แนะ -ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตามวิธีการของตนเอง -ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ ตาม วิธีการที่หลากหลายด้วยตนเอง -เชื่อมโยงคำถา “อะไร” ในการ ค้นหาคำตอบ -ใช้ประโยคคำถามว่า “ที่ไหน” “ทำไม” ในการค้นหาคำตอบ -ใช้ประโยคคำถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ในการค้นหาคำตอบ คุณภาพผู้เรียนต้านทุจริตระดับชั้นปฐมวัย จบระดับชั้นปฐมวัย - รู้และเข้าใจ ความหมายของของเล่นที่เป็นของใช้ส่วนตนและส่วนรวมความโปร่งใสความตื่นรู้มุ่งไป ข้างหน้า ความเอื้ออาทร ความพอเพียง การแบ่งปัน ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ระบบคิดฐาน สองและระบบคิดฐานสิบ - รู้และเข้าใจการแบ่งปัน การจัดเก็บของเล่นที่เป็นของใช้ส่วนตนเองและส่วนรวมให้เป็นระเบียบ การ เข้าแถว การแต่งกายด้วยตนเอง การรับประทาน การใช้น้ำย่างประหยัดขณะแปรงฟัน การใช้ห้องน้ำอย่างถูก วิธี การใช้กระดาษอย่างประหยัด รู้จักการทิ้งขยะให้ถูกประเภทและถูกที่ - แยกแยะวิธีการใช้ และการเก็บของเล่น ระหว่างของใช้ส่วนตนและส่วนรวมให้เป็นระเบียบ - ปฏิบัติตนเกี่ยวกับการแบ่งปัน การเก็บของเล่นที่เป็นของใช้ส่วนตนและส่วนรวมให้เป็นระเบียบ เข้า แถวโดยไม่แซงคิวผู้อื่น แต่งกายถูกต้องเหมาะสมตามกาลเทศะและสถานการณ์ - ปฏิบัติตนในการใช้น้ำอย่างประหยัดขณะแปรงฟัน ใช้ห้องน้ำอย่างถูกวิธี ใช้กระดาษ ๒ หน้า รับประทานอาหารให้หมดจาน ทิ้งขยะ - ปฏิบัติตนตามระบบคิดฐานสอง โดยบอกได้ว่าถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่ ได้หรือไม่ได้ และนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน - ความละอายและความไม่ทนในการนำของเล่นของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่เก็บ ของเล่นของใช้ส่วนตนและส่วนรวม การรับประทานอาหารไม่หมดจาน เข้าแถวโดยแซงคิวผู้อื่น การแต่งกายไม่ ถูกต้องตามกาลเทศะ ไม่ประหยัดน้ำขณะแปรงฟัน ใช้ห้องน้ำไม่ถูกวิธีใช้กระดาษอย่างไม่ประหยัด รวมทั้งไม่ รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายทั้งต่อตนเองและผู้อื่น - ตระหนักและเห็นความสำคัญของความมีวินัยในการเล่นของเล่น การใช้ของใช้ส่วนตนและส่วนรวม การรักษาความสะอาดของห้องเรียนและมีมีความรับผิดชอบในการทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ ไม่ลอก หรือนำผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเอง - เห็นความสำคัญของการปฏิบัติตนเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมเกี่ยวกับความพอเพียงมีวินัย ซื่อสัตย์ สุจริต และมีจิตสาธารณะในการป้องกันการทุจริต
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๖ การจัดเวลาเรียน สถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการศึกษาให้กับเด็กปฐมวัย โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ ๑. การศึกษาปฐมวัย อายุ ๓ - ๔ ปี ๒. การศึกษาปฐมวัย อายุ ๔ - ๕ ปี ๓. การศึกษาปฐมวัย อายุ ๕ – ๖ ปี เวลาเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยจะขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง ส่วนใหญ่จะจัด ๒ ภาคเรียน : ๑ ปีการศึกษา หรือ ๒๐๐ วัน : ๑ ปีการศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลา ๕-๖ ชั่วโมง โดยประมาณ สาระการเรียนรู้รายปี สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และ สติปัญญา ซึ่งได้บูรณาการทักษะที่สำคัญและแนวคิดที่จำเป็นสำหรับเด็ก เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว ทักษะทางสังคม ทักษะชีวิต ทักษะการคิด ทักษะการใช้ภาษา ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และความคิด รวบยอดทางคณิตศาสตร์ขณะเดียวกันได้ปลูกฝังให้เด็กเกิดเจตคติที่ดีมีค่านิยมที่พึงประสงค์เช่น ความรู้สึกที่ ดีต่อตนเองและผู้อื่น รักการเรียนรู้รักธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และมีคุณธรรม จริยธรรมที่เหมาะสมกับวัย โดย ผู้สอนจัดในลักษณะหน่วยเรียนรู้แบบบูรณาการที่สอดคล้องกับปรัชญาและหลักการจัดการศึกษาปฐมวัย สาระการเรียนรู้รายปี สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็กเพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ทุกด้าน ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่กำหนด ประกอบด้วย ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ ดังนี้ 1. ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ให้เด็ก ปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการครอบคลุมทุกด้าน ดังนี้ 1.1 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาทใน การทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆและสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย และการ รักษาความปลอดภัย ดังนี้ ด้านร่างกาย ประสบการณ์สำคัญ 1.1.1 การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (1) การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ (2) การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ (3) การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์ (4) การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพันธ์ของการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๗ ด้านร่างกาย ประสบการณ์สำคัญ (5) การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ 1.1.2 การใช้กล้ามเนื้อเล็ก (1) การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างจากแท่งไม้ บล็อก (2) การเขียนภาพและการเล่นกับสี (3) การปั้น (4) การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วย เศษวัสดุ (5) การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ 1.1.3 การรักษาสุขภาพอนามัย ส่วนตัว (1) การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน 1.1.4 การรักษาความปลอดภัย (1) การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจำวัน (2) การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการป้องกันและรักษา ความปลอดภัย (3) การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย (4) การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่างๆ 1.1.5 การตระหนักรู้เกี่ยวกับ ร่างกายตนเอง (1) การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ (2) การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง 1.2 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้ แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะที่เป็น อัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ ด้านอารมณ์ จิตใจ ประสบการณ์สำคัญ 1.2.1 สุนทรียภาพ ดนตรี (1) การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี (2) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (3) การเล่นบทบาทสมมติ (4) การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ (5) การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม 1.2.2 การเล่น (1) การเล่นอิสระ (2) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลุ่มใหญ่ (3) การเล่นตามมุมประสบการณ์ (4) การเล่นนอกห้องเรียน 1.2.3 คุณธรรม จริยธรรม (1) การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ (2) การฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม (3) การร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจริยธรรม
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๘ ด้านอารมณ์ จิตใจ ประสบการณ์สำคัญ 1.2.4 การแสดงออกทางอารมณ์ (1) การสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น (2) การเล่นบทบาทสมมติ (3) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (4) การร้องเพลง (5) การทำงานศิลปะ 1.2.5 การมีอัตลักษณ์เฉพาะตน และเชื่อว่าตนเองมีความสามารถ (1) การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของตนเอง 1.2.6 การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (1) การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นอกเห็นใจเมื่อผู้อื่น เศร้าหรือเสียใจ และการช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 1.3 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส ปฏิสัมพันธ์กับบุคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงานกับผู้อื่น การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ด้านสังคม ประสบการณ์สำคัญ 1.3.1 การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน (1) การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน (2) การปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 1.3.2 การดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (1) การมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน (2) การทำงานศิลปะที่ใช้วัสดุหรือสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปร รูปแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ (3) การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ (4) การเลี้ยงสัตว์ (5) การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน 1.3.3 การปฏิบัติตามวัฒนธรรม ท้องถิ่นที่อาศัยและความเป็นไทย (1) การเล่นบทบาทสมมุติการปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย (2) การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย (3) การประกอบอาหารไทย (4) การศึกษานอกสถานที่ (5) การละเล่นพื้นบ้านของไทย
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๑๙ ด้านสังคม ประสบการณ์สำคัญ 1.3.4 การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มี สวนร่วม และบทบาทสมาชิกของ สังคม (1) การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน (2) การปฏิบัติตนเป็นสมาชิที่ดีของห้องเรียน (3) การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ (4) การดูแลห้องเรียนร่วมกัน (5) การร่วมกิจกรรมวันสำคัญ 1.3.5 การเล่นแบบร่วมมือร่วมใจ (1) การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (2) การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น (3) การทำศิลปะแบบร่วมมือ 1.3.6 การแก้ปัญหาความขัดแย้ง (1) การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา (2) การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง 1.3.7 การยอมรับในความเหมือน และความแตกต่างระหว่างบุคคล (1) การเล่นหรือ ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน 1.4 ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้ เรียนรู้ สิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และ การคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ใน ระดับที่สูงขึ้นต่อไป ด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ 1.4.1 การใช้ภาษา (1) การฟังเสียงต่างๆ ในสิ่งแวดล้อม (2) การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ (3) การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บทร้อยกรงหรือเรื่องราวต่างๆ (4) การแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ (5) การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง (6) การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆ (7) การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่น และการกระทำต่างๆ (8) การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพูด (9) การพูดเรียงลำดับเพื่อใช้ในการสื่อสาร (10) การอ่านหนังสือภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ (11) การอ่านอิสระตามลำพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดยมีผู้ชี้แนะ (12) การเห็นแบบอย่างของการอ่านที่ถูกต้อง (13) การสังเกตทิศทางการอ่านตัวอักษร คำ และข้อความ
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒๐ ด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ (14) การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้ายไป ขวา จากบนลงล่าง (15) การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือคำคุ้นเคย (16) การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำผ่านการอ่านหรือเขียนของ ผู้ใหญ่ (17) การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มีโครงสร้างซ้ำๆกัน จากนิทาน เพลง คำคล้องจอง (18) การเล่นเกมทางภาษา (19) การเห็นแบบอย่างของการเขียนที่ถูกต้อง (20) การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขียนอิสระ (21) การเขียนคำที่มีความหมายกับตัวเด็ก/คำคุ้นเคย (22) การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อสื่อความหมายด้วยตนเองอย่าง อิสระ 1.4.2 การคิดรวบยอด การคิดเชิง เหตุผล การตัดสินใจและแก้ปัญหา (1) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม (2) การสังเกตสิ่งต่างๆ และสถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน (3) การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่างๆด้วย การกระทำ ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ (4) การเล่นกับสื่อต่างๆที่เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก กรวย (5) การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและ รูปร่าง รูปทรง (6) การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยกชิ้นส่วน (7) การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป (8) การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน (9) การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ (10) การรวมและการแยกสิ่งต่างๆ (11) การบอกและแสดงอันดับที่ของสิ่งต่างๆ (12) การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่างๆโดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่หน่วย มาตรฐาน (13) การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตาม ลักษณะความยาว/ความสูงน้ำหนัก ปริมาตร (14) การบอกและเรียงลำดับกิจกรรมหรือเหตูการณ์ตามช่วงเวลา (15) การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน (16) การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการ กระทำ (17) การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒๑ ด้านสติปัญญา ประสบการณ์สำคัญ (18) การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล (19) การตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา 1.4.3 จินตนาการและความคิด สร้างสรรค์ (1) การรับรู้ และแสดงความคิดความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และ ชิ้นงาน (2) การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ (3) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่หลากหลาย 1.4.4 เจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้ (1) การสำรวจสิ่งต่างๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว (2) การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ (3) การสืบเสาะหาความรู้เพื่อค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ (4) การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบ เสาะหาความรู้ในรูปแบบต่างๆและแผนภูมิอย่างง่าย ๒. สาระที่ควรเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิด หลังจากนำสาระการเรียนรู้นั้น ๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจัดหมายที่กำหนดไว้ทั้งนี้ ไม่เน้นการ ท่องจำเนื้อหา ครูสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้โดยคำนึงถึงประสบการณ์และ สิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ดังนี้ ๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา รู้จักอวัยวะต่างๆ วิธีระวังรักษา ร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวังความ ปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่นและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักความเป็นมา ของตนเองและครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเอง และผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและ ทำสิ่งต่างๆด้วยตนเองตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การ สะท้อนการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่าง เหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรมจริยธรรม ๒.๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วัน สำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนาธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทยและการปฏิบัติ ตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่นๆ ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและ ความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง และพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติ
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒๒ ๒.๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆรอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสาร ต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายที่กำหนดไว้ให้โรงเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ในการจัดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยจึงกำหนด โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย ดังนี้ ช่วงอายุ อายุ 3 - ๖ ปี สาระการเรียนรู้ ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ - ด้านร่างกาย - ด้านอารมณ์ จิตใจ - ด้านสังคม - ด้านสติปัญญา - เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก - เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่ แวดล้อมเด็ก - ธรรมชาติรอบตัว - สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก - คุณธรรม จริยธรรมเกี่ยวกับความ พอเพียงมีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต และมีจิต สาธารณะในการป้องกันการทุจริต ระยะเวลาเรียน จัดการศึกษา ๒ ภาคเรียน : ๑ ปีการศึกษา ชั้นปฐมวัยปีที่ ๑ อายุระหว่าง ๓ - ๔ ปี ชั้นปฐมวัยปีที่ ๒ อายุระหว่าง ๔-๕ ปี ชั้นปฐมวัยปีที่ ๓ อายุระหว่าง ๕-๖ ปี ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ วัน : ๑ ปี ใช้เวลา ๕-๖ ชั่วโมง : ๑ วัน ๒๕-๓๐ ชั่วโมง/สัปดาห์ หมายเหตุ ๓-๔ ปี มีความสนใจ ๘ - ๑๒ นาที ๔-๕ ปี มีความสนใจ ๑๒ - ๑๕ นาที ๕-๖ ปี มีความสนใจ ๑๕ - ๒๐ นาที * กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิดในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่า ๒๐ นาที * กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี เช่น การเล่นตามมุม การเล่นกลางแจ้ง ใช้เวลา ๔๐ – ๖๐ นาที
หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒๓ ตารางกำหนดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย อายุ 3 –6 ปี ลำดับที่ กิจกรรมประจำวัน อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี ๑ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 66 ชั่วโมง/ปี 83 ชั่วโมง/ปี 100 ชั่วโมง/ปี ๒ กิจกรรมเสริมประสบการณ์(ในวงกลม) 100 ชั่วโมง/ปี 117 ชั่วโมง/ปี 134 ชั่วโมง/ปี ๓ กิจกรรมสร้างสรรค์ 66 ชั่วโมง/ปี 83 ชั่วโมง/ปี 100 ชั่วโมง/ปี ๔ กิจกรรมเสรี 100 ชั่วโมง/ปี 117 ชั่วโมง/ปี 134 ชั่วโมง/ปี ๕ กิจกรรมกลางแจ้ง 66 ชั่วโมง/ปี 83 ชั่วโมง/ปี 100 ชั่วโมง/ปี ๖ เกมการศึกษา 66 ชั่วโมง/ปี 83 ชั่วโมง/ปี 100 ชั่วโมง/ปี หมายเหตุ ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมประจำวันแต่ละกิจกรรม กำหนดให้เหมาะสมกับวัยของเด็ก สามารถยืดหยุ่นได้ตามความต้องการและความสนใจของเด็ก วิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) กำหนดสาระการเรียนรู้รายปี โดยยึดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้ ให้ครบทั้ง 12 มาตรฐาน ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และครอบคลุมทุกช่วงอายุหรือช่วงชั้นปีที่จัด การศึกษา ทั้งนี้ สถานศึกษาสามารถออกแบบวิธีการนําเสนอ การวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปีในรูปแบบ ตารางที่หลากหลาย โดยนําชื่อหน่วยการเรียนรู้มาระบุเชื่อมต่อให้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ โดยคำนึงถึง ความสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และสอดคล้องของทุกองค์ประกอบ วิธีการวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี มี แนวทางดังนี้
พัฒนาการด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยเด็กมีสุขนิสัยที่ดี ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ 1.1. น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย ๑.๑.๑ น้ำหนักและ ส่วนสูงตามเกณฑ์ของ กรมอนามัย 1.1.1 น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย 1.1.1 น้ำหนักและส่วนสูง ตามเกณฑ์ของกรมอนามัย 1. การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดี ในกิจวัตรประจำวัน 1.อาหารดีมีประโยชน์ 2.การรักษาสุขภาพ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี ๑.2.1 ยอมรับประทาน อาหารที่มีประโยชน์และ ดื่มน้ำที่สะอาดเมื่อมีผู้ ชี้แนะ 1.2.1 รับประทานอาหารที่ มีประโยชน์และดื่มน้ำ สะอาดได้ตนเอง 1.2.1 รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ได้หลายชนิด และดื่มน้ำสะอาดได้ด้วย ตนเอง 1. การรักษาสุขภาพและการ รักษาความปลอดภัย 2. การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีใน 3. การประกอบอาหารไทย 4. การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน 1.การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน 2.อาหารที่มีประโยชน์และ ไม่มีประโยชน์ 3.อาหารหลัก 5 หมู่ 4.การมีเจตคติที่ดีต่อการ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ 5.มารยาทในการรับประทาน อาหาร ๑.๒.๒ ล้างมือก่อน รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำ ห้อง ส้วมเมื่อมีผู้ชี้แนะ 1.2.2 ล้างมือก่อน รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง 1.2.2 ล้างมือก่อน รับประทานอาหารและ หลังจากใช้ห้องน้ำห้อง ส้วมด้วยตนเอง 1.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน 2. การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำวัน 3. การขับถ่าย 1. การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน 2. การมีสุขนิสัยที่ดีในการ รับประทานอาหาร 3. การทำความสะอาดอวัยวะ ต่างๆของร่างกายและการรักษา ความปลอดภัย ตารางวิเคราะห์สาระการเรียนรู้รายปี หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒ ๔
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๒ มีสุขภาพอนามัย สุขนิสัยที่ดี(ต่อ) 4. การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยของ ตนเองและผู้อื่นในกิจวัตร ประจำวัน 5. การฟังนิทานเรื่องราวเกี่ยวกับ สุขนิสัยที่ดี 4. วิธีระวังรักษาร่างกายให้ สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็น เวลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็น เวลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเป็น เวลา 1.การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน 1.ประโยชน์ของการนอนหลับ พักผ่อน ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็น เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็น เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็น เวลา 1. การเล่นอิสระ 2. การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง 3. การเล่นเครื่องเล่นอย่าง ปลอดภัย 4. การละเล่นพื้นบ้านไทย 5. การเล่นนอกห้องเรียน 6. การเล่นเครื่องเล่นสนาม 1.ประโยชน์ของการ ออกกำลังกาย 2.การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่าง ถูกวิธี ๑.๓ รักษาความ ปลอดภัย ของตนเอง และผู้อื่น ๑.๓.๑ เล่นและทำ กิจกรรมอย่างปลอดภัย เมื่อมีผู้ชี้แนะ 1.3.1 เล่นและทำกิจกรรม อย่างปลอดภัยด้วยตนเอง 1.3.1 เล่นและทำ กิจกรรมและปฏิบัติต่อ ผู้อื่นอย่างปลอดภัย 1. การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยใน กิจวัตรประจำวัน 2. การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์เกี่ยวกับการป้องกัน และรักษาความปลอดภัย 3. การเล่นบทบาทสมมติ เหตุการณ์ต่างๆ 1.การรักษาความปลอดภัยของ ตนเองและการปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน 2.การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม เมื่อเจ็บป่วย 3.การระวังภัยจากคนแปลก หน้าและอุบัติภัยต่างๆ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒ ๕
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑.๓ รักษาความ ปลอดภัย ของตนเอง และผู้อื่น (ต่อ) 4. การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเองหรือพูด เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง 5. การเล่นเครื่องเล่นอย่าง ปลอดภัย 6. การเล่นและทำงานร่วมกับ ผู้อื่น หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒๖
พัฒนาการด้านร่างกาย มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรง ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และประสานสัมพันธ์กัน ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกาย อย่างคล่องแคล่ว ประสานสัมพันธ์และทรง ตัวได้ ๒.๑.๑ เดินตามแนวที่กำหนด ได้ 2.1.1 เดินต่อเท้าไปข้างหน้า เป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกาง แขน 2.1.1 เดินต่อเท้าถอยหลัง เป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกาง แขน 1.การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับและพื้นที่ 1.การเดินทรงตัว 2.การเดินขึ้น/ลงบันได 3.เดินต่อเท้าและเดินถอยหลัง ตามเส้นได้ 4.การเคลื่อนไหวร่างกายใน ลักษณะต่างๆ ๒.๑.๒ กระโดดสองขาขึ้นลง อยู่กับที่ได้ 2.1.2 กระโดดขาเดียวอยู่กับ ที่ได้โดยไม่เสียการทรงตัว 2.1.2 กระโดดขาเดียวไป ข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดย ไม่เสียการทรงตัว 1.การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับและพื้นที่ 1.การกระโดด 2.การเล่นเกมการละเล่น 3.การเคลื่อนไหวร่างกาย ต่างๆ ๒.๑.๓ วิ่งแล้วหยุดได้ 2.1.3 วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้ 2.1.3 วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้อย่างคล่องแคล่ว 1.การเคลื่อนไหวโดย ควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับและพื้นที่ 2. การเคลื่อนไหวข้าม สิ่งกีดขวาง 1.การเริ่มต้นและหยุดการ กระทำด้วยสัญญาณ 2.การวิ่งอ้อมกรวย 3.การเล่นกลางแจ้ง ๒.๑.๔ รับลูกบอลโดยใช้มือ และลำตัวช่วย 2.1.4 รับลูกบอลโดยใช้มือทั้ง 2 ข้าง 2.1.4 รับลูกบอลที่กระดอน ขึ้นจากพื้นได้ 1.การเคลื่อนไหวที่ใช้การ ประสานสัมพันธ์ของการ ใช้กล้ามเนื้อใหญ่ในการ ขว้างการจับ การโยน การ เตะ 1.การเล่นขว้างบอล 2.การโยนบอลหรือวัสดุอื่น ลงตะกร้า หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒ ๗
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๒.๒ ใช้มือ-ตาประสาน สัมพันธ์กัน ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตัด กระดาษขาดจากกันได้โดย ใช้มือเดียว 2.2.1 ใช้กรรไกรตัด กระดาษตามแนวเส้นตรง ได้ 2.2.1 ใช้กรรไกรตัด กระดาษตามแนวเส้นโค้ง ได้ 1.การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการ ร้อยวัสดุ 1.การทำงานศิลปะ 2.การเขียนภาพด้วยสีเทียน สีไม้ 3.การใช้กรรไกร ๒.๒.๒ เขียนรูปวงกลม ตามแบบได้ 2.2.2 เขียนรูปสีเหลี่ยม ตามแบบได้อย่างมีมุม ชัดเจน 2.2.2 เขียนรูป สามเหลี่ยมตามแบบได้ อย่างมีมุมชัดเจน 1. การเขียนภาพและการเล่นกับ สี 1.การเขียนรูปสี่เหลี่ยม/ สามเหลี่ยม 2.การทำงานศิลปะ 3.การวาดภาพอิสระ ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑ ซม. ได้ 2.2.3 ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ได้ 2.2.3 ร้อยวัสดุที่มีรูขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 เซนติเมตร ได้ 1.การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการ ร้อยวัสดุ 1.การร้อยลูกปัด 2.การใช้มือทำสิ่งต่างๆ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒ ๘
พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๓.๑ แสดงออกทาง อารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมกับ บางสถานการณ์ 3.1.1 แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ตาม สถานการณ์ 3.1.1 แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้สอดคล้องกับ สถานการณ์อย่าง เหมาะสม 1. การพูดสะท้อนความรู้สึกของ ตนเองและผู้อื่น 2. การแสดงความยินดีการเห็น ใจผู้อื่น 1.เล่นสมมุติเป็นตัวละครตาม นิทาน 2.การเล่าเรื่องราว/ข่าวเหตุการณ์ ในชีวิตประจำวัน ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อ ตนเองและผู้อื่น ๓.๒.๑ กล้าพูด กล้าแสดงออก 3.2.1 กล้าพูด กล้าแสดงออกอย่าง เหมาะสมบางสถานการณ์ 3.2.1 กล้าพูด กล้าแสดงออกอย่าง เหมาะสมตามสถานการณ์ 1. การเล่นรายบุคคล 2. การเล่นอิสระ 3. การร่วมสนและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเชิงจริยธรรม 1.การแสดงออกทางอารมณ์และ ความรู้สึกอย่างเหมาะสม 2.การพูดคุย สนทนาแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น ๓.๒.๒ แสดงความพอใจ ในผลงานตนเอง 3.2.2 แสดงความพอใจ ในผลงานและ ความสามารถของตนเอง 3.2.2 แสดงความพอใจ ในผลงานและ ความสามารถของตนเอง ตนเองและผู้อื่น 1. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตาม ความสามารถของตนเอง 2. การทำงานศิลปะ 3. การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม 4. การพูดสะท้อนความรู้สึกของ ตนเองและผู้อื่น 1.การเล่นและทำงานอย่างอิสระ ตามความถนัด 2.การทำกิจกรรมศิลปะ 3.การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ภาคภูมิใจในตนเอง 4.การแสดงออกทางอารมณ์และ ความรู้สึกอย่างเหมาะสม หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๒ ๙
พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๔.๑ สนใจ มีความสุขและ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ๔.๑.๑ สนใจและมี ความสุขและแสดงออก ผ่านงานศิลปะ 4.1.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงาน ศิลปะ 4.1.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงาน ศิลปะ 1. การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ 2. การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม 1.การทำงานศิลปะ 2.ความภูมิใจในตนเอง 3.การรับรู้อารมณ์และความรู้สึก ของตนเองและผู้อื่น ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่าน เสียงเพลง ดนตรี 4.1.2 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่าน เสียงเพลงดนตรี 4.1.2 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่าน เสียงเพลงดนตรี 1.การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ ดนตรี 2. การฟังเพลง การร้องเพลงและ การแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบ เสียงดนตรี 1.การเคลื่อนไหวร่างกายตาม จังหวะและเสียงเพลง 2.การรู้จักเพลง ดนตรีประเภท ต่างๆ หรือวัสดุๆ อื่น ประกอบ จังหวะ เช่น เคาะ เขย่า ตี 3.การร้องเพลงและแสดงท่าทาง การเคลื่อนไหว ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี 4.1.3 สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและดนตรี 4.1.3 สนใจมีความสุข และแสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและดนตรี 1. การเล่นเครื่องดนตรีประกอบ จังหวะ 2.การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ ดนตรี 1.การแสดงท่าทาง เคลื่อนไหว ประกอบเสียงเพลง เสียงดนตรี หรือจังหวะช้า และเร็ว 2.การเล่นเครื่องดนตรีประเภท ต่างๆ 3.เพลงและดนตรี 4.เพลงและท่าทางประกอบ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๐
พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๕.๑ ซื่อสัตย์ สุจริต ๕.๑.๑ บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่ง ใดเป็นของตนเองและสิ่ง ใดเป็นของผู้อื่น ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือ รอคอยเมื่อต้องการสิ่งของ ของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือ รอคอยเมื่อต้องการสิ่งของ ของผู้อื่นด้วยตนเอง 1. การฟังนิทาน เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม 2. การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเชิงจริยธรรม 3. การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น 4. การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่ ตนเองนับถือ 1.คุณธรรมจริยธรรม - ความซื่อสัตย์สุจริต - ความเกรงใจ 2.การเคารพสิทธิของตนเอง และผู้อื่น 3.การฟังและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับนิทานคุณธรรม ๕.๒ มีความเมตตา กรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือ แบ่งปัน ๕.๒.๑ แสดงความรัก เพื่อนและมีเมตตาสัตว์ เลี้ยง 5.2.1 แสดงความรัก เพื่อนและมีเมตตาสัตว์ เลี้ยง 5.2.1 แสดงความรัก เพื่อนและมีเมตตาสัตว์ เลี้ยง 1. การฟังนิทาน เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม 2. การเล่นบทบาทสมมติ 3. การเลี้ยงสัตว์ 4. การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมี ความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้าหรือ เสียใจและการช่วยเหลือปลอบโยน เมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 1.เลี้ยงและดูแลสัตว์ 2.การฟังและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับความมีน้ำใจ ช่วยเหลือ แบ่งปัน ความเมตตา ๕.๒.๒ แบ่งปันสิ่งของให้ ผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ 5.2.2 ช่วยเหลือและ แบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ ชี้แนะ 5.2.2ช่วยเหลือและ แบ่งปันผู้อื่นได้ด้วยตนเอง 1. การฟังนิทาน เกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม 2. การทำศิลปะแบบร่วมมือ 3. การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นเชิงจริยธรรม 1. การฟังและแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับความมีน้ำใจ ช่วยเหลือ แบ่งปัน ความเมตตา 2. การปฏิบัติตนของคนดี หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๑
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ 4. การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมี ความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้าหรือ เสียใจและการช่วยเหลือปลอบโยน เมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจ ผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าหรือ ท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น 5.3.1 แสดงสีหน้าและ ท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น 5.3.1 แสดงสีหน้าและ ท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น อย่างสอดคล้องกับ สถานการณ์ 1. การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น 2. การเล่นบทบาทสมมติ 3. การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมี ความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้าหรือ เสียใจและการช่วยเหลือปลอบโยน เมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ 1.คุณธรรมจริยธรรม - ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น - ความมีน้ำใจ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ ๕.๔.๑ มีความรับผิดชอบ ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จเมื่อมีผู้ช่วยเหลือ 5.4.1 ทำงานที่ได้ รับมอบหมายจนสำเร็จ เมื่อมีผู้ชี้แนะ 5.4.1 ทำงานที่ได้ รับมอบหมายจนสำเร็จ ด้วยตนเอง 1. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ตาม ความสามารถของตนเอง 2. การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำวัน 3.การร่วมกันกำหนดข้อตกลงของ ห้องเรียน 4. การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของ ห้องเรียน 5. การดูแลห้องเรียนรวมกัน 1.การมุ่งมั่นในการทำงานที่ ได้รับมอบหมาย 2.การปฏิบัติตามข้อตกลง 3.การเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง รายบุคคลกลุ่มย่อยและกลุ่ม ใหญ่ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๒
พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้ ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองใน การปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน ๖.๑.๑ แต่งตัวโดยมี ผู้ช่วยเหลือ 6.1.1 แต่งตัวด้วยตนเอง 6.1.1 แต่งตัวด้วยตนเอง ได้อย่างคล่องแคล่ว 1. การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำวัน 2. การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตาม ความสามารถของตนเอง 1.การแต่งกาย 2.การเข้าห้องน้ำ 3.การดูแลความสะอาดของ ร่างกายตนเองและสิ่งของ เครื่องใช้ ๖.๑.๒ รับประทานอาหาร ด้วยตนเอง 6.1.2 รับประทานอาหาร ด้วยตนเอง 6.1.2 รับประทานอาหาร ด้วยตนเองอย่างถูกวิธี 1. การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำวัน 1.วิธีการรับประทานอาหารที่ ถูกต้อง ๖.๑.๓ ใช้ห้องน้ำห้องส้วม โดยมีผู้ช่วยเหลือ 6.1.3 ใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง 6.1.3 ใช้และทำความ สะอาดหลังใช้ห้องน้ำห้อง ส้วมด้วยตนเอง 1. การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตร ประจำวัน 2. การร่วมกำหนดข้อตกลงของ ห้อง 1.การใช้ห้องน้ำห้องส้วมอย่าง ถูกต้อง 2.การรักษาความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม ๖.๒ มีวินัยในตนเอง ๖.๒.๑ เก็บของเล่นของใช้ เข้าที่เมื่อผู้ชี้แนะ 6.2.1 เก็บของเล่นของใช้ เข้าด้วยตนเอง 6.2.1 เก็บของเล่นของใช้ เข้าที่อย่างเรียบร้อยด้วย ตนเอง 1. การดูแลห้องเรียนร่วมกัน 2. การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของห้องเรียน 1.การเก็บของเล่นเข้าที่ให้ เรียบร้อย ๖.๒.๒ เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ เมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง 1. การให้ความร่วมมือในการ ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ 2. การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของห้องเรียน 1.การเข้าแถวให้เป็นระเบียบ 2.การรอคอย หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓ ๓
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้ ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง ๖.๓.๑ ใช้สิ่งของเครื่องใช้ ประหยัดและพอเพียงเมื่อ มีผู้ชี้แนะ 6.3.1 ใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างประหยัดและ พอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.3.1 ใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างประหยัดและพอเพียง ด้วยตนเอง 1.การปฏิบัติตนตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียง 2. การใช้วัสดุและสิ่งของ เครื่องใช้อย่างคุ้มค่า 1.การประหยัดพลังงานไฟฟ้า น้ำ 2.การประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้ 3.ประโยชน์และวิธีการใช้งาน ของสิ่งของเครื่องใช้ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๔
พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ๗.๑.๑ มีส่วนร่วมในการ ดูแลรักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.1.1 มีส่วนร่วมดูแล รักษาธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.1.1 มีส่วนร่วมดูแลรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยตนเอง 1. การมีส่วนร่วมในการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและ ภายนอกห้องเรียน 2. การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่ เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในชีวิตประจำวัน 3. การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ 4. การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุ และผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระทำ 5. การตัดสินใจและมีส่วนร่วมใน กระบวนการแก้ปัญหา 1.สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน และ การดูแลรักษา 2.สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติและ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 3.การรักษาสาธารณะสมบัติใน ห้องเรียน 4.การลดภาวะโลกร้อน ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ 7.1.2 ทิ้งขยะได้ถูกที่ 7.1.2 ทิ้งขยะได้ถูกที่ 1. การคัดแยก การจัดกลุ่มและ จำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะและ รูปร่าง รูปทรง 2. การใช้วัสดุและสิ่งของ เครื่องใช้อย่างคุ้มค่า 1.การคัดแยกขยะ 2.การประดิษฐ์สิ่งต่างๆด้วยวัสดุ เหลือใช้ 3.การรีไซเคิล การนำมาใช้ซ้ำ การลดปริมาณขยะ 4.การกำจัดขยะที่ถูกวิธี หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๕
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ 3. การทำงานศิลปะที่นำวัสดุหรือ สิ่งของ เครื่องใช้ที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำ หรือแปรรูปแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ 4. การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้ รูปร่าง รูปทรงจากวัสดุที หลากหลาย ๗.๒ มีมารยาทตาม วัฒนธรรมไทยและรักความ เป็นไทย ๗.๒.๑ ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยได้ เมื่อมี ผู้ชี้แนะ 7.2.1 ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยได้ด้วย ตนเอง 7.2.1 ปฏิบัติตนตาม มารยาทไทยได้ตาม กาลเทศะ 1. การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรม ท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย 2. การเล่นบทบาทสมมติการ ปฏิบัติตนในความเป็นไทย 1.การปฏิบัติตนตามมารยาทและ วัฒนธรรมไทย - การแสดงความเคารพ - การพูดสุภาพ - การกล่าวคำขอบคุณและขอ โทษ 2.การมีระเบียบวินัย ๗.๒.๒ กล่าวคำขอบคุณ และขอโทษเมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.2.2 กล่าวคำขอบคุณ และขอโทษด้วยตนเอง 7.2.2 กล่าวคำขอบคุณและ ขอโทษด้วยตนเอง 1. การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรม ท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย 2. การเล่นบทบาทสมมติการ ปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย 3. การพูดสะท้อนความรู้สึกของ ตนเองและผู้อื่น 1.การปฏิบัติตนตามมารยาทและ วัฒนธรรมไทย - การพูดสุภาพ - การกล่าวคำขอบคุณและขอ โทษ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๖
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๗.๒.๓ หยุดเมื่อได้ยิน เพลงชาติไทยและเพลง สรรเสริญพระบารมี 7.2.3 ยืนตรงเมื่อได้ยิน เพลงชาติไทยและเพลง สรรเสริญพระบารมี 7.2.3 ยืนตรงและร่วมร้อง เพลงชาติไทยและเพลง สรรเสริญพระบารมี 1. การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรม ท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย 2. การเล่นบทบาทสมมติการ ปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย 3. การร่วมกิจกรรมวันสำคัญ 1.วันสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.สัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของ ไทย 3.การแสดงความจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๗
พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาขิกที่ดีของสังคมในระบบประชาธิปไตย อันมีพระมาหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๘.๑ ยอมรับความเหมือน และความแตกต่างระหว่าง บุคคล ๘.๑.๑ เล่นและทำ กิจกรรมร่วมกับเด็กที่ แตกต่างไปจากตน 8.1.1 เล่นและทำ กิจกรรมร่วมกับเด็กที่ แตกต่างไปจากตน 8.1.1 เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจาก ตน 1. การเล่นและการทำงาน ร่วมกับกลุ่มเพื่อน 2. การสนทนาและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น 3.การทำศิลปะแบบร่วมมือ 1.การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของครอบครัวและโรงเรียน 2.บุคคล และอาชีพต่างๆ ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น ๘.๒.๑ เล่นร่วมกับเพื่อน 8.2.1 เล่นหรือทำงาน ร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม 8.2.1 เล่นหรือทำงาน ร่วมมือกับเพื่อนอย่างมี เป้าหมาย 1. การเล่นและทำงานร่วมกับ ผู้อื่น 2. การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น 3. การมีส่วนร่วมในการเลือก วิธีการแก้ปัญหา 1.การเล่นและทำงานเป็นกลุ่ม 2.การรับฟังความคิดเห็นของ ผู้อื่น 3.รู้จักแบ่งปัน 4.การเหลือผู้อื่น 5.การมีน้ำใจ 6.รู้จักการรอคอย ๘.๒.๒ ยิ้ม หรือทักทาย ผู้ใหญ่บุคคลที่คุ้นเคยเมื่อ มีผู้ชี้แนะ 8.2.2 ยิ้ม ทักทาย หรือ พูดคุยกับผู้ใหญ่และ บุคคลที่คุ้นเคยได้ด้วย ตนเอง 8.2.2 ยิ้ม ทักทาย และ พูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่ คุ้นเคยได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ 1. การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้อง ถิ่นที่อาศัยอยู่และความเป็นไทย 2. การมีประสบการณ์วัฒนธรรม ท้องถิ่นและความเป็นไทย 3. การให้ความร่วมมือในการ ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ 1.การไหว้ 2.การกล่าวทักทาย 3.การความเคารพ การกล่าว คำขอบคุณและขอโทษ 4.การมีมารยาทตามวัฒนธรรม ไทย 5.การมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๘
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นใน การเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ๘.๓.๑ ปฏิบัติตาม ข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.1 มีส่วนร่วมสร้าง ข้อตกลงและปฏิบัติตาม ข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.1 มีส่วนร่วมสร้าง ข้อตกลงและปฏิบัติตาม ข้อตกลงด้วยตนเอง 1. การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและ เคารพความคิดเห็นของผู้อื่น 2. การเล่นและการทำงานร่วมกับ ผู้อื่น 3. การร่วมกำหนดของตกลงของ ห้องเรียน 1.การปฏิบัติตามข้อตกลง ร่วมกัน 2.การเคารพสิทธิของตนเอง และผู้อื่น 3.การรู้จักอารมณ์ตนเอง 4.การเล่นและการทำงาน เป็นคู่/กลุ่ม ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็น ผู้นำและผู้ตามเมื่อมีผู้ ชี้แนะ 8.3.2 ปฏิบัติตนเป็น ผู้นำและผู้ตามได้ดัวย ตนเอง 8.3.2 ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ 1. การวางแผน ตัดสินใจเลือกและ ลงมือปฏิบัติ 2. การเล่นและการทำงานร่วมกับ ผู้อื่น 3. เด็กมีโอกาสได้รับรู้ความรู้สึก ความสนใจ และความต้องการของ ตนเองและผู้อื่น 1.รู้จักการเป็นผู้นำ-ผู้ตามที่ดี 2.การรอคอย 3.การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ๘.๓.๓ ยอมรับการ ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.3 ประนีประนอม แก้ไขปัญหาโดย ปราศจากการใช้ความ รุนแรงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.3 ประนีประนอมแก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ความรุนแรงด้วยตนเอง 1. การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการ แก้ปัญหา 2. การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ความขัดแย้ง 1.การทำกิจกรรมกลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ 2.การพูด เสนอความคิดเห็น และการตัดสินใจ 3.การเล่นเสรีตามมุม หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๓๙
พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและ เล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ๙.๑.๑ ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่อง ที่ฟัง 9.1.1 ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบ สอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง 9.1.1 ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบอย่าง ต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับเรื่องที่ ฟัง 1. การฟังเสียงต่างๆ 2. การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ 3. การรอจังหวะที่เหมาะสมในการ พูด 4. การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับ ประสบการณ์ของตนเองหรือพูด เรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง 1.การเล่าข่าว 2.การฟังเสียงต่างๆ 3.การฟังนิทาน คำกลอน 4.การฟังและปฏิบัติตามคำสั่ง คำบรรยาย 5.การมีมารยาทในการฟัง พูด ๙.๑.๒ เล่าเรื่องด้วย ประโยคสั้นๆ 9.1.2 เล่าเรื่องเป็น ประโยคอย่างต่อเนื่อง 9.1.2 เล่าเป็นเรื่องราว ต่อเนื่องได้ 1. การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆ 2. การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการ เล่นและการกระทำต่างๆ 1.การแสดงบทบาทสมมติ 2.การเล่าข่าว เล่าเรื่อง 3.การแสดงความคิดเห็น 4.เล่าประสบการณ์ของ ตนเอง 5.การสนทนากับผู้อื่น ๙.๒ อ่านเขียนภาพและ สัญลักษณ์ได้ ๙.๒.๑ อ่านภาพและพูด ข้อความด้วยภาษาของ ตน 9.2.1 อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้ง ชี้หรือกวาดตามอง ข้อความตามบรรทัด 9.2.1 อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการชี้หรือกวาดตา มองจุดเริ่มต้นและจดจบ ข้อความ 1. การอ่านหนังสือภาพนิทาน หลากหลายประเภท/รูปแบบ 2.การอ่านและชี้ข้อความโดยกวาด ตาตามบรรทัดจากซ้ายไปขวาจากบน ลงล่าง 1.การอ่านนิทานภาพ 2.การอ่านชื่อตนเอง หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔๐
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๙.๒.๒ เขียน ขีด เขี่ย อย่างมีทิศทาง 9.2.2 เขียนคล้าย ตัวอักษร 9.2.2 เขียนชื่อของตนเอง ตามแบบ เขียนข้อความด้วย วิธีที่คิดขึ้นเอง 1.การเขียนร่วมกันตามโอกาสและ การเขียนอิสระ 2. การเขียนคำที่มีความหมายกับ ตัวเด็กคำคุ้นเคย 1.การเขียนชื่อตนเอง 2.การเขียนเลียนแบบคำที่ คุ้นเคย 3.การเขียนอิสระ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔๑
พัฒนาการด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๐.๑ มีความสามารถใน การคิดรวบยอด ๑๐.๑.๑ บอกลักษณะ ของสิ่งของต่าง ๆ จาก การสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส 10.1.1 บอกลักษณะ และส่วนประกอบของสิ่ง ต่างๆจากการสังเกตโดย ใช้ประสาทสัมผัส 10.1.1 บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปลี่ยนแปลงหรือ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส 1. การสังเกตสิ่งต่างๆและสถานที่ จากมุมมองที่ต่างกัน 2. การสังเกตลักษณะส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัส ทั้งห้า 1.การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้ 2.การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ฤดูกาล 3.การทดลองสิ่งต่างๆ 4.การเล่นสำรวจ จำแนกและ บอกลักษณะสิ่งของรอบตัว 5.การพูดแสดงความคิดเห็น ๑๐.๑.๒ จับคู่หรือ เปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะหรือ หน้าที่การงานเพียง ลักษณะเดียว 10.1.2 จับคู่และ เปรียบเทียบความ แตกต่างหรือความ เหมือนของ สิ่งต่างๆ โดยใช้ลักษณะ ที่สังเกตพบเพียงลักษณะ เดียว 10.1.2 จับคู่และ เปรียบเทียบความแตกต่าง และความเหมือนของสิ่ง ต่างๆโดยใช้ลักษณะที่ สังเกตพบ 2 ลักษณะเดียว 1. การคัดแยกการจัดกลุ่ม และการ จำแนกสิ่งต่างๆตามลักษณะรูปร่าง รูปทรง 2.การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ ให้สมบูรณ์และการแยกชิ้นส่วน 1.การทดลองสิ่งต่างๆ 2.การเรียนรู้ค่าของเงิน 3.การสังเกตความเหมือน-ต่าง ของสิ่งต่างๆ ขนาด รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก 4.จำนวนของสิ่งต่างๆ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔๒
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๐.๑ มีความสามารถในการ คิดรวบยอด (ต่อ) ๑๐.๑.๓ คัดแยกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะหรือหน้าที่ การใช้งาน 10.1.3 จำแนกและจัด กลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้ อย่างน้อย 1 ลักษณะ เป็นเกณฑ์ 10.1.3 จำแนกและจัด กลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่ 2 ลักษณะขึ้นไปเป็น เกณฑ์ 1.การสังเกตลักษณะส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ ของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ประสาทสัมผัส 2.การคัดแยกการจัดกลุ่ม และการ จำแนกสิ่งต่างๆ ตามลักษณะรูปร่าง รูปทรง 3.การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้ สมบูรณ์และการแยกชิ้นส่วน 1.การแยกประเภท จัดกลุ่ม ของสัตว์ หรือสิ่งของต่างๆ 2.การรู้จักสิ่งมีชีวิตและไม่มี ชีวิต 3.โลกมีสีสัน 4.การเล่นสำรวจ จำแนกและ บอกลักษณะสิ่งของรอบตัว 5.เล่นเกมจำแนกหมวดหมู่ จัดกลุ่มตามลักษณะ รูปร่าง รูปทรง ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับ สิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย ๓ ลำดับ 10.1.4 เรียงลำดับ สิ่งของหรือเหตุการณ์ อย่างน้อย 4 ลำดับ 10.1.4 เรียงลำดับสิ่งของ หรือเหตุการณ์อย่างน้อย 5 ลำดับ 1. การเปรียบเทียบและเรียงลำดับ จำนวนของสิ่งต่างๆ 2. การบอกและแสดงอันดับที่ของ สิ่งต่างๆ 3.การบอกแล้วเรียงลำดับกิจกรรม หรือเหตุการณ์ตามช่วงเวลา 1.การรู้จักและบอกเวลา 2.การเรียนรู้วงจรชีวิตสัตว์ ต่างๆ 3.การใช้เครื่องมือชั่ง ตวง วัด อย่างง่าย 4.เหตุการณ์ต่าง ๆ ในกิจวัตร ประจำวัน 5.ปรากกฎการณ์ตาม ธรรมชาติ 6.การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔๓
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๐.๒ มีความสามารถในการ คิดเชิงเหตุผล (ต่อ) ๑๐.๒.๑ ระบุผลที่ เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ 10.2.1 ระบุสาเหตุ หรือผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์ หรือการ กระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ 10.2.1 อธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ ด้วยตนเอง 1.การบอกแล้วเรียงลำดับกิจกรรม หรือเหตุการณ์ตามช่วงเวลา 2.การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับ เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน 3.การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์และความสัมพันธ์ของสิ่ง ต่างๆ 4.การพูดเรียงลำดับคำเพื่อใช้ในการ สื่อสาร 1.สังเกต ทดลองอย่างง่าย เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัว 2.รู้ค่าจำนวน 3.คำศัพท์ทางคณิตศาสตร์ 4.ธรรมชาติรอบตัว เช่น ฤดูกาล 5.การลงความเห็น และสรุป ข้อมูลต่าง ๆ ๑๐.๒.๒ คาดเดา หรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจ เกิดขึ้น 10.2.2 คาดเดา หรือ คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้นหรือมีส่วนร่วมใน การลงความเห็นจาก ข้อมูล 10.2.2 คาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น และมีส่วน ร่วมในการลงความเห็นจาก ข้อมูลอย่างมีเหตุผล 1.การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล 2. การมีส่วนร่วมในการลงความเห็น จากข้อมูลอย่างมีเหตุผล 1.การเอาตัวรอดจากภัย ธรรมชาติ 2.การทดลองสิ่งต่างๆ 3.การสำรวจแบบรูปของ สิ่งต่างๆ รอบตัว 4.การคาดคะเน ตั้งสมมุติฐาน ลงความเห็น และสรุปข้อมูล ต่าง ๆ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔๔
ตัวบ่งชี้ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้รายปี ชั้นอนุบาล ๑ (๓-๔ปี) ชั้นอนุบาล ๒ (๔-๕ปี) ชั้นอนุบาล ๓ (๕-๖ปี) ประสบการณ์สำคัญ สาระที่ควรเรียนรู้ ๑๐.๓ มีความสามารถในการ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ ๑๐.๓.๑ ตัดสินใจในเรื่อง ง่าย ๆ 10.3.1 ตัดสินใจในเรื่อง ง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่ เกิดขึ้น 10.3.1 ตัดสินใจในเรื่อง ง่ายๆและยอมรับผลที่ เกิดขึ้น 1.การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผล ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำ ๒. การตัดสินใจและมีส่วนร่วมใน กระบวนการแก้ปัญหา ๓. การเล่นอิสระ การเล่นกลุ่มย่อย การเล่นกลุ่มใหญ่ 1.การสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว 2.การสนทนาเหตุการณ์ใน ชีวิตประจำวัน 3.การเล่นเสรีตามมุม ประสบการณ์ 4.การเล่นเกมการศึกษา 5.การแก้ปัญหาในการเล่น ๑๐.๓.๒ แก้ปัญหาโดย ลองผิดลองถูก 10.3.2 ระบุปัญหาและ แก้ปัญหาโดยลองผิดลอง ถูก 10.3.2 ระบุปัญหาสร้าง ทางเลือกและเลือกวิธี แก้ปัญหา 1.การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล 2.การมีส่วนร่วมในการลงความ คิดเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล 3.การตัดสินใจและมีส่วนร่วมใน กระบวนการแก้ปัญหา 1. แรงและพลังงานใน ชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก 2.ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก 3.การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจำวัน เช่น การ แก้ปัญหาในการเล่น ปัญหา ขยะในโรงเรียน หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนเทศบาล ๒ (วัดกะพังสุรินทร์) ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2566 หน้า ๔๕