สื่อประกอบการเรียนการสอน
การบัญชีภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดา
By ครูหนึ่ง
หนวยท่ี
ความรูทวั่ ไปเกี่ยวกับภาษอี ากร
สมรรถนะรายวชิ า
ความหมายของภาษีอากร
วตั ถปุ ระสงคใ นการเกบ็ ภาษอี ากร
ลักษณะของภาษีอากรทด่ี ี
ประเภทของภาษอี ากร
ฐานภาษีและอตั ราภาษีอากร
การประเมินจดั เก็บภาษีอากร
หนวยงานท่ีจดั เก็บภาษีอากร
เลขประจําตัวผูเ สียภาษีอากร
ความหมายของภาษีอากร
ภาษอี ากร คอื สงิ่ ทรี่ ฐั บาลบงั คับเก็บจากราษฎรและนาํ ไปใชเ พือ่ ประโยชนสว น
รวม โดยมิไดม ีสิง่ ตอบแทนโดยตรงแกผ ูเ สยี ภาษีอากร แลันอกจากนยี้ ังหมาย
ถงึ เงนิ ไดห รือทรพั ยากรท่ีเคลื่อนยา ยจากภาคเอกชนไปสูภ าครัฐบาล แตไม
รวมถงึ การกยู มื หรอื ขายสนิ คา หรอื ใหบริการในราคาทุนโดยรฐั บาล
วตั ถปุ ระสงคใ นการเก็บภาษอี ากร
1.เปน การหารายได เพ่ือนาํ ไปเปน คาใชจายของรัฐบาล
2.เปน เครือ่ งมือท่ีสําคญั ของรัฐบาลในการสงเสรมิ ความเจรญิ เติบโตของ
ธรุ กิจ การกระจายรายได รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกจิ ชว ยควบคมุ
การบริโภคของประชาชน และสนองนโยบายบางประการของรฐั บาล
ลักษณะของภาษีอากรท่ีดี
1.มคี วามเปน ธรรม
2.มีความแนน อนและชดั เจน
3. มีความสะดวก
4.มคี วามเปน กลางทางเศรษฐกิจ
5. อํานวยรายได
6.มีประสทิ ธิภาพ
7. มีความยืดหยนุ
1
ประเภทภาษอี ากร
จาํ แนกตามลักษณะการรับภาระภาษีอากร สามารถจาํ แนกได 2 ประเภท คือ
ภาษที างตรง ภาษที างออม
ภาษที างตรง หมายถึง ภาษอี ากรทไ่ี ม ภาษที างออม หมายถึง ภาษีอากรท่ี
สามารถผลกั ภาระภาษใี หแกผ ูอ่ืน เปน ภาษี สามารถผลักภาระภาษีใหแ กผูอ น่ื ไดงา ย ผู
ทภี่ าระภาษีตกแกบคุ คลที่กฎหมายกําหนด ท่ไี ดรับการผลกั ภาระใหเ สยี ภาษีอากรนนั้
ใหเ ปน ผเู สยี ภาษี ไดแ ก ตองเปนผทู ่ีกฎหทายกําหนดเทานั้น ไดแ ก
1.ภาษีเงินไดบคุ คลธรรมดา 1.ภาษมี ูลคาเพิ่ม
2.ภาษีเงินไดนติ ิบุคคล 2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ
3.ภาษศี ุลกากร
4.ภาษสี รรพสามติ
5. อากรแสตมป
ฐานภาษีและอัตราภาษอี ากร
ฐานภาษีอากร คอื สิง่ ท่ใี ชเปนเกณฑืในการจดั เกบ็ ภาษี โดยนําอัตรภาษไี ปคณู
กบั ฐานภาษี จะไดจ ํานวนภาษีท่ีตองชาํ ระ ซง่ึ ฐานภาษีท่ีจะนํามาจดั เก็บภาษี
มีดังน้ี
1. ฐานรายได คอื บุคคลหรือนติ บิ ุคคลทม่ี รี ายไดถงึ เกณฑทกี่ ฎหมาย
กาํ หนดจะตอ งเสยี ภาษี
2. ฐานภาษีเกีย่ วกบั การบรโิ ภค คือ การเกบ็ ภาษีจากการบรโิ ภคสินคา
และบรกิ ารของประชาชน
2
3. ฐานภาษที รพั ยส นิ คือ ภาษีที่เกบ็ จากบคุ คลที่มีทรพั ยสินอนั อยูใน
เกณฑท ีก่ ฎหมายกําหนดใหเ สียภาษี
4. ฐานสทิ ธพิ เิ ศษในการประกอบการ คอื ภาษที เี่ กบ็ จากบคุ คลท่ีมี
ทรพั ยสินอนั อยูในเกณฑท ี่กฎหมายกาํ หนดใหเ สียภาษี
อตั ราภาษีอากร คือ อตั ราทเี่ รยี กเก็บจากฐานภาษตี าง ๆ เพื่อนาํ ไปคํานวณ
จํานวนภาษที ต่ี องจายใหก บั รัฐ แบงเปน 3 ประเภท ไดแ ก
1.อัตราภาษีแบบคงที่ เปนอตั ราภาษีอากรไมเ ปล่ียนแปลง แมว า จาํ นวน
ของฐานภาษอี ากรจะเปลย่ี นไป
2. อตั ราภาษแี บบกาวหนา เปนอัตราภาษอี ากรท่เี ปลี่ยนแปลงไปตาม
ขนาดของฐานภาษี
3. อตั ราภาษีแบบถดถอย เปน อัตรภาษีอากรทเ่ี ปล่ียนแปลงตรงขา มกับ
ฐานภาษีอตั ราภาษอี ากรลดลง แมวา จํานวนของฐานภาษีอากรจะเพ่ิมขน้ึ
3
การประเมินการจัดเกบ็ ภาษีอากร
การประเมนิ การจัดเก็บภาษีอากร มี 4 วิธี ดงั นี้
1. การประเมนิ ภาษโี ดยการประเมินตนเอง
ภาษีอากรสวนใหญ ผมู ีหนาทเี่ สียภาษอี ากรเปน ผูดําเนนิ
การประมเินตนเองแลว ยน่ื แบบแสดงรายการชําระภาษีอากรตาม
จาํ นวนที่พงึ ตองชําระภายในเวลากําหนดและสถานที่ทก่ี ฎหมาย
กาํ หนดไว หากประเมินแลวไมถกู ตอ ง ครบถวน เจา พนักงาน
อาจประเมนิ ภาษีเพ่ิมเติมใหถ ูกตอ งได
2. การประเมินภาษโี ดยเจา พนกั งาน
เปนวิธที ีก่ าํ หนดใหผเู สียภาษีมหี นาท่ีย่นื แบบแสดงรายการเพือ่ แสดง
รายละเอียดตา ง ๆ ทจี่ ําเปน สําหรบั การคาํ นวณภาษีอากรตอ เจาพนักงาน
แตย งั ไมต อ งชาํ ระภาษี ณ เวลานนั้ เมอ่ื เจา พนักงานตรวจสอบรายละเอียด
เสร็จแลวจะทาํ การประเมนิ ภาษีและแจง ใหผเู สยี ภาษีทราบเพื่อมาชําระภาษี
ภายในวันและสถานทีท่ กี่ ําหนดไว
นอกจากน้ีหากวาผมู หี นา ที่เสยี ภาษีประเมินตนเองไมถ กู ตอ งหรอื ไม
สมบูรณ เจา พนกั งานมอี าํ นาจประเมนิ ใหผ มู ีหนา ทเ่ี สยี ภาษอี ากรตอ งรับผดิ
ชําระเงนิ เพ่ิมและหรือเบยี้ ปรับเพิ่มขึน้ นอกเหนอื จากภาษีทต่ี อ งเสีย
4
3. การประเมินภาษโี ดยการหักภาษี ณ ทีจ่ าย
หลายกรณีกฎหมายกําหนดใหผ จู ายเงินไดเปนผดู าํ เนนิ การ
หกั ภาษจี ากจํานวนเงินทจี่ าย แลว นําสงตอ เจา พนักงานภายในเวลา
กาํ หนด ภาษที ่ถี ูกหกั ไวนี้ มักถแื เปนเครดิตของผูมีหนา ท่ีเสยี ภาษี
เมื่อถึงกาํ หนดเวลา ผูม ีหนา ทเี่ สียภาษอี าจไดรับเงนิ คืนถา ภาษที ี่ถกู
หกั ไวเกินกวาจาํ นวนภาษที พ่ี งึ ตอ งเสยี
4. การชาํ ระภาษีลว งหนา
การชาํ ระภาษีกอ นถึงกาํ หนดยนื่ รายการ โดยภาษีที่ชําระถือเปน
เครดิตภาษีในการชาํ ระภาษี เม่ือถึงกําหนดยน่ื รายการ เชน กรณีผูทีม่ เี งนิ
ไดจ ะเดนิ ทางออกนอกประเทศ ตอ งเสยี ภาษีไดกอ นถึงหาํ หนดยืน่ รายการ
หรือกรณไี ดร ับคาตอบแทนสญั ญาระยะยาว เชน เชาทม่ี กี าํ หนดเวลาเชา
เปน ระยะเวลานาน ผเู สยี ภาษสี ามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 ชําระภาษีลวง
หนา เปนรายปเ ฉล่ียตามอายแุ หงสัญญาเชา
5
หนวยงานทีจ่ ัดเก็บภาษอี ากร
แบงเปน 2 สว นใหญ ๆ คือการจัดเก็บโดยรัฐบาลกลางและการจดั เกบ็ โดย
ราชการสว นทองถ่ิน ตวั อยา งเชน
1. กรมสรรพากร
ทาํ หนาทจ่ี ดั เกบ็ ภาษตี ามประมวลรัษฎากร ไดแก ภาษเี งินไดบ คุ คลธรรมดา
ภาษเี งินไดนิตบิ ุคคล ภาษีมลู คาเพม่ิ ภาษีธรุ กจิ เฉพาะ และอากรแสตมป
2. กรมสรรพสามติ
มหี นา ทรี่ บั ผดิ ชอบในการจดั เกบ็ ภาษจี ากสนิ คา บางประเภทท่ผี ลิตขึ้น
ในราชอาณาจักรและสนิ คา บางชนดิ ทีน่ าํ เขา จากตางประเทศ
3. กรมศุลกากร
มหี นาทร่ี บั ผดิ ชอบในการจดั เกบ็ ภาษศี ลุ กากรขาเขา-ขาออก
4. สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ
มหี นา ทจี่ ดั เกบ็ ภาษีอากรคา ธรรมเนียมการจราจร
5. องคก ารบรหิ ารราชการสวนทองถิน่
ไดแก กรุงเทพมหานคร เทศบาล จดั เก็บภาษี โรงเรียน ที่ดิน ภาษีปา ย ภาษี
บาํ รงุ ทอ งท่ี และอากรฆา สัตว
6
6. กรมทรัพยากรธรณี
ทําหนาที่จัดเกบ็ ภาษีอากรทําเหมอื งแร
7. กรมประมง
ทําหนา ที่จัดเก็บภาษกี ารทาํ ประมง
8. กรมปาไม
ทาํ หนาทจ่ี ัดเก็บภาษผี ูทาํ สมั ปทานปา ไม
9. กรมการขนสงทางบก
ทําหนา ท่จี ัดเกบ็ ภาษเี ก่ยี วกบั รถยนต การออกใบอนญุ าตขบั รถ
คา ธรรมเนียมการโอนรถ และภาษีทะเบยี นรถทุกชนดิ
10. กองหนังสอื เดนิ ทาง
ทําหนา ที่จดั เก็บภาษอี ากร ไดแ ก คาธรรมเนียมในการขออนญุ าตทําหนังสอื เดนิ ทาง
11. กรมทด่ี ิน
ทาํ หนา ทจ่ี ดั เกบ็ ภาษีอากร การเรยี กเก็บคาธรรมเนยี มการจดทะเบียนสทิ ธแิ ละ
นติ กิ รรมเกยี่ วกบั อสังหาริมทรัพยต ามประมวลกฎหมายทด่ี นิ
7
เลขประจําตัวผเู สยี ภาษีอากร
กรมสรรพากรมหี นา ทจ่ี ัดเกบ็ ภาษอี ากรจากผูเสียภาษอี ากรท้งั ทีเ่ ปน
บุคคลธรรมดาและนิตบิ ุคคลและเพอ่ื ประสทิ ธิภาพในการบริหารการจัดเกบ็
จงึ ไดใชร ะบบคอมพวิ เตอรใ นการจัดเกบ็ ฐานขอมูลของผูเ สยี ภาษีอากร โดย
กาํ หนดใหผ ูมีหนาทเ่ี สยี ภาษีอากรแตล ะรายมแี ละใชเ ลขประจําตัวของผูเสยี
ภาษอี ากรเพียง 1 หมายเลข ประกอบดว ยตัวเลข 10 หลัก ทัง้ นี้ ตามท่ี
กาํ หนดไวในประมวลรษั ฎากร คือ จะตองขอมีเลขและบตั รประจาํ ตัวผเู สยี
ภาษี ภายใน 60 วัน นบั ตั้งแตว นั ทมี่ ีเงนิ ไดเกดิ ขนึ้
1. กรณีเปนผูมเี งินได ท่ีไมม ีเลขประจาํ ตวั ประชาชน
ไดแ ก เปนคนตางดา ว กองมรดกทย่ี ังไมไ ดแบง คณะบุคคล นิตบิ ุคคล
รวมถงึ ผูจา ยเงนิ ได
2. กรณีผมู เี งินได ท่มี ีเลขประจาํ ตวั ประชาชน
สามารถใชเ ลขประจาํ ตวั ประชาชนแทนเลขประจําตวั ผูเสียภาษอี ากรไดโดยไมต อง
ขอมีเลขประจาํ ตัวผูเ สียภาษอี ากรอกี โดยผมู ีเงนิ ไดที่มภี มู ิลาํ เนาอยูในกรุงเทพมหานคร
อาจยน่ื คํารอ ง ณ สํานักงานสรรพากรพ้นื ทีก่ รงุ เทพมหานคร ทั้ง 30 แหง หรอื สํานัก
สรรพากรพน้ื ทสี่ าขา (อําเภอ) ทุกแหง สําหรบั ในตางจังหวัด ย่ืนคาํ ขอไดท ่สี าํ นัก
สรรพากรพน้ื ที่ (จงั หวัด) และสาํ นักงานสรรพากรพื้นท่สี าขา (อําเภอ) ทกุ แหง แลวแต
กรณี
การยนื่ แบบแสดงรายการ ปกตปิ ละ 1 ครง้ั ตามปป ฏทิ ิน เงินไดข องปใ ดกย็ ื่นแบบฯ
ภายในวันที่ 31 มีนาคมของงปถ ดั ไป เวน แตเงนิ ไดบ างลกั ษณะ เชน การใหเชาทรัพยส นิ
เงินไดจ ากวชิ าชีพอสิ ระ เปนตน จะตอ งยน่ื แบบฯ ตอนกลางป สําหรบั เงินไดท่ีเกดิ ขึ้นใน
6 เดือนแรก ภายในเดือนกนั ยายนของทุกป 8
หนว ยท่ี
ผูมหี นา ท่ีเสยี ภาษเี งินไดบุคคลธรรมดา
สมรรถนะรายวชิ า
ผมู ีหนา ที่เสยี ภาษี
เงินไดบคุ คลธรรมดาและหนาท่ี
แหลง ทีม่ าของเงินไดบุคคลธรรมดา
บคุ คลที่ไดรับการยกเวนภาษเี งินไดบ คคลธรรมดา
ผู มี ห น า ท่ี เ สี ย ภ า ษี เ งิ น ไ ด บุ ค ค ล ธ ร ร ม ด า
ผทู ี่มีหนาทเี่ สียภาษเี งนิ ไดบ ุคคลธรรมดา คือ ผทู มี่ ีเงินไดพงึ ประเมนิ เกดิ ขนึ้
ระหวางปท ่ีผานมามากกวา 60,000 บาท โดยมสี ถานะอยา งใดอยา งหนึ่ง ดงั นี้
1. บุคคลธรรมดา
(1) หากผมู เี งินไดเ ปนโสด จากเดิมตอ งมเี งนิ ไดเกนิ 30,000 บาท เปน ตองมี
เงินไดเกนิ 60,000 บาท
(2) หากผูม ีเงินไดมีคสู มรส จากเดมิ ตอ งยืน่ แบบฯ เม่อื มีเงนิ ไดรวมกนั เกิน
60,000 บาท เปน ตองมีเงนิ ไดรวมกนั เกนิ 120,000 บาท
บคุ คลตามประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ย โดยแบงเปนบคุ คลธรรมดา
เปน 4 ประเภท ดังน้ี
ผเู ยาว
ผูทยี่ งั ไมบรรลนุ ิติภาวะ เปนผทู ยี่ งั ออ นในดา นสตปิ ญ ญา ความคดิ
และรางกาย ผูเยาวไ มส ามรถทํานติ กิ รรมไดต ามลาํ พัง เพราะขาด
ความรู ความชํานาญ ถา ปลอยใหผ เู ยาวท าํ นิติกรรมไดตามลําพัง
ตนเองแลว อาจจะทําใหผ ูอ่นื ซ่งึ มคี วามรู ความสามารถดีกวา ทําการ
เอาเปรยี บได ทําใหเกดิ ความสเยี หายแกผ ูเยาว ดังน้นั ผเู ยาวจ ะทํา
นิตกิ รรมใด ๆ ตอ งไดรบั ความยินยอมของผแู ทนโดยชอบธรรมกอ น
1
ผบู รรลุนติ ิภาวะ
ผทู ่ีมอี ายถุ งึ กาํ หนดตามกฎหมาย เชน บรรลนุ ติ ิภาวะเมอ่ื มอี ายคุ รบ 20 ป
บรบิ รู ณ หรือโดยการสมรส เม่อื ชายและหญิงมีอายุครบ 17 ปบริบรู ณ
คนไรความสามารถ
บคุ คลวิกลจริตชนดิ ท่ีพูดไมรูเรื่อง ไมมีความรสู ึกผิดชอบใด ๆ ทั้งส้ิน
โดยผปู กครองหรอื ผูอนบุ าลจะตองรองขอตอ ศาลใหสัง่ ใหบุคคลวิกลจริต
ผูน ั้นเปน คนไรค วามสามารถ ดังนน้ั คนไรค วามสามารถจะทาํ นิติกรรม
ใด ๆ จะตองไดร ับความยินยอมจากผูป กครองหรือผอู นบุ าลกอน
คนเสมือนไรค วามสามารถ
บุคคลทม่ี ีกายพิการ หรือมีจติ ฟนเฟอน ไมส มประกอบ หรอื พฤตกิ รรม
สรุ ุย สุรายเสเพลเปนอาจณิ หรอื ติดสรุ ายาเมา หรอื มเี หตอุ ่ืนใดทาํ นอง
เดยี วกันนั้น จนไมสามารถจะจัดทําการงานโดยตนเองได หรือจดั กิจการ
ไปในทางท่ีอาจจะเส่ือมเสียทรพั ยสินของตนเองหรือครอบครวั ผปู กครอง
หรือผูพ ทิ ักษรอ งขอตอ ศาล ศาลจะสัง่ ใหบคุ คลน้ันเปนคนเสมอื นไรความ
สามารถกไ็ ด ดังนนั้ คนเสมอื นไรความสามารถจะทํานติ กิ รรมใด ๆ จะ
ตอ งไดร ับความยนิ ยอมจากผูปกครองหรือผูพทิ ักษกอ น
2
2. หา งหนุ สว นสามัญหรอื คณะบคุ คลที่มิใชน ิตบิ ุคคล
จะตองมีเงนิ ไดพ งึ ประเมนิ ในปภ าษที ีล่ ว งมาแลวเกิน 60,000 บาท ใหผ อู าํ นวย
การหรอื ผจู ดั การยน่ื แบบแสดงรายการเก่ียวกบั เงนิ ไดในชือ่ หา งหนุ สว นสามัญหรอื
คณะบคุ คลทีม่ ใิ ชน ิตบิ ุคคล เสมือนเปนบคุ คลเดยี วไมม กี ารแบง แยก ทัง้ น้ี ผูเปน
หุนสวนหรือบุคคลในคณะบุคคลแตล ะคน ไมต องยน่ื รายการเงินไดส ําหรบั จาํ นวน
เงนิ ไดพงึ ประเมนิ ดงั กลาวเพอื่ มาเสยี ภาษีอกี (มาตรา 56 วรรคสอง)
หางหุนสว นสามัญ
หมายความวา บุคคลตั้งแตสองคนข้นึ ไปตกลงเขากันเพือ่ กระทํากิจการ
รว มกันดว ยประสงคจะแบง กาํ ไรอันจะพึงไดจากกจิ การที่ทาํ น้นั
คณะบคุ คลท่ีมิใชนิติบุคคล
หมายความวา บุคคลต้งั แตส องคนขึ้นไปตกลงเขา กนั เพ่ือกระทาํ กิจการ
รว มกนั แตไ มมวี ัตถุงประสงคจ ะแบงกําไรอนั จะพงึ ไดจากกจิ การท่ีทาํ นั้น
ตัวอยางเชน
คณะกรรมการนกั ศกึ ษาจัดหาทนุ เพือ่ กระทาํ กิจกรรมในกลมุ ของ
ตนเอง
คณะกรรมการจัดหาทุนเพือ่ สรา งและปรบั ปรงุ โบราณสถาน
3
3. ผถู ึงแกค วามตายระหวางปภ าษี
กรณีผมู ีเงนิ ไดเ ปนผูถ งึ แกค วามตายระหวางปภาษี ใหจ ัดผูจ ดั การมรดก หรอื
ทายาท หรือผคู รอครอบครองทรพั ยมรดก แลวแตกรณีเปน ผมู หี นา ทยี่ นื่ รายการ
และเสยี ภาษีเงินไดแ ทน และโดยเฉพาะในการยื่นรายการเงินไดพ ึงประเมินของผู
ตายนนั้ ใหรวมเงินไดพ ึงประเมินของผตู ายและของกองมรดกที่ไดร ับตลอดปภ าษี
ท่ีผนู ้ันถึงแกความตาย เปนยอดเงินไดพึงประเมนิ ที่จะตองยื่นทง้ั สิ้น (มาตรา 57
ทวิ)
4. กองมรดกทีย่ ังไมไ ดแ บง
กรณผี ูมเี งนิ ไดเปนกองมรดกทีย่ งั มไิ ดแบง ซึ่งกําหนดใหเริ่มเสยี ภาษเี งิน
ไดต ง้ั แตปถ ัดจากปทเ่ี จา มรดกถึงแกความตายเปนตน ไป ใหผ ูจัดการกอง
มรดก หรือทายาทหรือผูครอบครองทรัพยม รดก แลวแตก รณีเปนผูมีหนา
ท่ีย่ืนรายการและเสยี เงินไดในนามของกองมรดกน้ัน (มาตรา 57 ทว)ิ
5. วสิ าหกจิ ชุมชน
ตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมวิสาหกจิ ชมุ ชน เฉพาะที่เปนหางหนุ สวนสามญั หรอื คณะ
บุคคลท่ีมใิ ชนติ ิบคุ คล จะตองมีเงนิ ไดพ งึ ประเมินในปภ าษที ีล่ วงมาแลว เกนิ 60,000 บาท
ตอป จะตอ งยนื่ แบบเสียภาษีเงินไดบ คุ คลธรรมดาภายในเวลาที่กฎหมายกาํ หนด ยกเวน
วสิ าหกจิ ชมุ ชนตามกฎหมายวาดวยการสงเสริมวิสาหกิจชมุ ชน เฉพาะทปี่ ระกอบการในรูป
ของหา งหุน สวนสามัญหรอื คณะบคุ คลท่ีมิใชนติ ิบคุ คลทม่ี เี งนิ ไดไมเ กนิ 1,800,000 บาท
สําหรบั ปภาษนี ้นั และจดั ทาํ จัดบญั ชสี ําหรบั เงนิ ไดเงนิ พึงประเมินตามมาตรา 40(5)-(8)
แหงประมวลรัษฎากรจะไดร ับการยกเวน ภาษีเงินไดบุคคลธรรมดาและไมต อ งยื่นแบบแสดง
รายการภาษีเงินไดบ คุ คลธรรมดา แตห ากวสิ าหกิจชมุ ชนมีเงินไดเ กิน 1,800,000 บาทตอป
จะตอ งย่นื แบบและชาํ ระภาษเี งินไดบุคคลธรรมดา 4
หนา ท่ีของผมู ีหนาท่เี สียภาษีเงินไดบุคคลธรรมดา
1.ขอมเี ลขประจําตวั ผเู สียภาษี 2. ยืน่ แบบฯ และเสียภาษอี ากร
อากร ภายใน 60 วันนบั ต้ังแตว นั ทไี่ มเ ก่ยี วขอ งใหถ ูกตองและครบ
ท่มี เี งินได ถว น
3.ใหค วามรว มมอื กบั เจาพนักงาน 4. การไมป ฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย
เม่อื ไดร ับหนังสือเชิญพบ หรือ ภาษอี ากร นอกจากตอ งรับผิด
หนังสือขอใหย ืน่ เอกสารหรอื หลัก ทางแพง แลว ยังตองรบั ผิดทาง
ฐานใด ๆ เพ่อื ประกอบในการเสีย อาญาอกี ดว้ ย
ภาษีเงินได ตลอดจนปฏิบตั ิตาม
หมายเรยี กของเจาพนักงาน
5
แ ห ล ง ท่ี ม า ข อ ง เ งิ น ไ ด บุ ค ค ล ธ ร ร ม ด า
แหลงท่ีมาของเงนิ ไดบ ุคคลธรรมดา ซ่งึ แบงเปนเงินไดจากแหลงในประเทศ
และนอกประเทศ ดังน้ี
1.เงนิ ไดเ กิดจากแหลงในประเทศ
หมายถึง เงินไดท่ีเกิดจากแหลงเงนิ ไดในประเทศไทย ไมวาเงนิ ไดน น้ั จะจา ยใน
หรือนอกประเทศก็ตาม ผมู ีเงินไดมหี นา ท่ีตองเสยี ภาษีเงนิ ไดใ นประเทศไทย
ไมว าผมู เี งนิ ไดน นั้ จะเปนอยใู นประเทศหรอื ไมกต็ าม
หนาทีง่ านทที่ าํ ในประเทศไทย
คอื ผูมเี งินไดปฏิบตั ิหนา ทีง่ านท่ีทาํ อันกอ ใหเ กิดเงนิ ไดนั้นในประเทศไทย
กิจการท่ที ําในประเทศไทย
คือ ผมู ีเงนิ ไดป ระกอบกิจการหรอื มกี จิ กรรมทก่ี อใหเกดิ เงินไดในประเทศไทย
6
กิจการของนายจางในประเทศไทย
คือ ผมู ีเงินซึง่ เปน ลกู จางของนายจา งที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ทง้ั น้ี
ไมวาลูกจา งนนั้ จะทํางานในประเทศหรอื นอกประเทศ
ทรัพยสินทอี่ ยูในประเทศไทย
คือ ผมู ีเงินได (ไมวา จะเปนผอู ยใู นประเทศไทยหรือไมก ็ตาม) มีทรัพยสนิ
อยูใ นประเทศไทย และทรพั ยสนิ นั้นกอ ใหเ กดิ เงนิ ได
2. เงินไดเกดิ จากแหลงนอกประเทศ
หมายถงึ เงนิ ไดทเ่ี กิดข้ึนหรือเปน ผลสืบเนือ่ งจากมี
1.หนา ท่งี านทีท่ าํ ในตางประเทศ หรอื
2.กิจการท่ที าํ ในตางประเทศ หรือ
3.ทรพั ยสนิ ที่อยใู นตา งประเทศ
7
เงอ่ื นไข ผมู เี งนิ ไดเ กดิ จากแหลง 1.ผมู เี งินไดเปน ผอู ยใู นประเทศไทยในปภ าษี
นอกประเทศในปภ าษีท่ลี วงมา น้ันช่ัวระยะเวลาหน่งึ หรือหลายระยะเวลา รวม
แลว จะตอ งเสยี ภาษีเงินไดใน ทั้งหมดถงึ 180 วนั
ประเทศไทยกต็ อเมอ่ื เขา องค
ประกอบทงั้ 2 ประการ ดังน้ี 2.ผมู เี งินไดนาํ เงินไดนน้ั เขา มาในประเทศไทย
ในปภ าษนี น้ั ดว ยคาํ วา "ปภ าษ"ี ตามความ
หมายของประมวลรัษฎากร คือ ปป ระดทิ นิ *1
(ปป ฏทิ ิน) เปน รอบระยะเวลาทีใ่ ชสาํ หรับ
คาํ นวณภาษีเงนิ ไดบคุ คลธรรมดา โดยปภาษี
จะเรม่ิ นับตั้งแตว นั ท่ี 1 มกราคม ถึง 31
ธนั วาคมของปนัน้ ๆ
8
บุ ค ค ล ที่ ไ ด รั บ ก า ร ย ก เ ว น ภ า ษี เ งิ น ไ ด บุ ค ค ล
บุคคลธรรมดาที่ไดรบั สทิ ธิยกเวนภาษเี งินไดบคุ คลธรรมดามดี ว ยเหตผุ ล
หลายประการ เชน ทางสังคม ทางเศรษฐกจิ การเมอื ง และการบริหาร
จัดเก็บ ถูกกาํ หนดไวในประมวลรษั ฎากร กฎกระทรวงและพระราช
กฤษฎกี า และกฎหมายอืน่ บางฉบบั ทีม่ ีบทบญั ญัติไว
บุคคลที่ไดรับการยกเวนภาษเี งนิ ไดบ คุ คลธรรมดาตามกฎหมาย
บุคคลตามขอผูกพันท่ปี ระเทศมีอยูตามสญั ญาวาดว ยความรวมมือทางเศรษฐกจิ
หรอื ทางเทคนิคระหวา งรฐั บาลไทยกับรัฐบาลตางประเทศ (พระราชกฤษฎีกาฯ
(ฉบับท่ี 9) พ.ศ.2499)
เจาหนาที่หรอื ผเู ช่ียวชาญขององคการประชาชาตหิ รอื ทบวงการชํานัญพเิ ศษของ
สหประชาชาติ ซ่งึ ปฏิบัตหิ นาทีอ่ ยใู นประเทศไทยในเม่อื ประเทศไทยมีขอผูกพัน
ใหย กเวนตามอนสุ ัญญาหรอื ความตกลง (มาตรา 4(1) แหง พระราชกฤษฎีกา
(ฉบบั ที่ 10) พ.ศ.2500)
บุคคลในคณะทูต บคุ คลในคณะกงศลุ และบคุ คลทีถ่ อื วาอยูในคณะทูตตาม
ความตกลง ท้ังนี้ ใหเ ปน ไปตามหลกั ถอยทีถอ ยปฏบิ ัติตอกนั (มาตรา 4(2) แหง
พระราชกฤษฎีกา (ฉบบั ที่ 10) พ.ศ.2500)
9
บคุ คลตามสัญญาวา ดว ยการยกเวน การเกบ็ ภาษซี อนทีร่ ฐั บาลไดท ําไวหรือไดทาํ
กับรฐั บาลตา งประเทศ (พระราชกฤษฎกี าฯ (ฉบบั ท่ี 18) พ.ศ.2505) ปจ จบุ นั มี
61 ประเทศ (พ.ศ.2557)
บคุ คลที่มีสญั ชาตอิ เมรกิ นั ซึ่งเปน ลูกจาง หรือพนักงานของบริษัทหรือหา งหุน สวนนติ บิ ุคคล
ท่ีตัง้ ขนึ้ ตามกฎหมายของสหรฐั อเมริกา ซึ่งเปน คูสญั ญากับรัฐบาลสหรฐั อเมริกาในการเขา
มาประกอบกิจการเกยี่ วกบั การบาํ รงุ รักษายทุ ธปจจัยและงานทเ่ี กย่ี วของในราชอาณาจักร
โดยเขามาในราชอาณาจกั รเพอ่ื ปฏิบัตงิ านบาํ รงุ รักษายทุ ธปจจัยและงานท่เี กีย่ วขอ งในราช
อาณาจกั รของบริษทั หรอื หา งหุนสว นนิตบิ ุคคลที่ตัง้ ขึ้นจากกฎหมายของสหรฐั อเมริกานัน้
(คาํ ส่งั หวั หนาคณะปฏวิตทิ ่ี 79/2515 ลงวนั ท่ี 8 ธันวาคม 2515)
บคุ คลตามท่ีกาํ หนดไว ในความตกลงระหวางรัฐบาลกบั องคการรฐั มนตรศี ึกษา
แหงเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต (องคการซีเมส) เกี่ยวกับสาํ นักงานใหญขององคก าร
รฐั มนตรศี กึ ษาแหงเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใตใ นประเทศไทย ไดแก
ผอู าํ นวยการซเี มสหรือพนกั งานใด ๆ ซ่งึ ไดร บั แตง ต้งั ใหทาํ การแทนผอู าํ นวยการซเี มส
พนักงานระหวางประเทศซึง่ มีชอื่ สง ไปและไดรับความเห็นชอบจากเจา หนาท่ขี องไทยที่
เหมาะสมแลวโดยไดรบั ยกเวนภาษีจากทางตรงทั้งปวงสําหรับเงินเดอื นและรายได ซ่ึง
องคก รซเี มสไดจายให
ผเู ชี่ยวชาญและทป่ี รึกษา นอกจากพนกั งานของซีเมสผปู ฏิบัติหนา ทีเ่ พื่อซเี มส
(ประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบับท่ี 17 ลงวนั ท่ี 12 มกราคม 2515)
10
หนว ยท่ี
เงินไดพงึ ประเมิน
สมรรถนะการเรียนรู
ความหมายของ
เงนิ ไดพ ึงประเมนิ
ประเภทของเงินไดพงึ ประเมิน
เงินไดพ งึ ประเมนิ ที่ไดร บั การยกเวนภาษีเงนิ ได
ความหมายของเงินไดพงึ ประเมิน
มาตรา 39 "เงินไดพ งึ ประเมนิ " หมายถงึ เงินไดอ นั เขา ลกั ษณะพงึ เสยี ภาษใี น
หมวดน้ี เงินไดทีก่ ลาวนใ้ี หหมายความรวมตลอดถึงทรพั ยส นิ หรอื ประโยชน
อยางอน่ื ทไ่ี ดรบั ซึ่งอาจคิดคาํ นวณไดเปน เงิน เงินคาภาษีอากรทีผ่ จู ายเงนิ หรือ
ผูอื่นออกแทนใหสาํ หรบั เงนิ ไดป ระเภทตาง ๆ ตามมาตร 40 และเครดิตภาษี
ตามมาตรา 47 ทวิ ดวย ซง่ึ เกดิ ขนึ้ ระหวางวันท่ี 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม
ของปใด ๆ หรือเงินไดท ่เี กดิ ขึน้ ในปภ าษี ไดแ ก
1.เงินสดหรือตราสารท่มี คี า เสมอื นเงนิ สด คือ คา จางคาตอบแทน เงินท่ี
ไดจากการเชาหรอื ขายสนิ คา หรืออาจรบั มาเปน เงินสด
2.ทรัพยส นิ ซง่ึ อาจคดิ คํานวณไดเ ปน เงนิ คอื ทรพั ยส นิ ท่มี รี ปู รางและไมม ี
รูปราง ทีไ่ ดร ับมาแลวในปภาษีนน้ั และสมารถคิดคาํ นวณไดเปน เงิน
3.สทิ ธปิ ระโยชนท ่ีตีราคาได คือ ประโยชนทีไ่ ดรบั มาท่ไี มใชตวั เงนิ ไมใช
ทรัพยส ิน ในปภาษนี ้ัน แตส ามารถคิดคาํ นวณเปน เงนิ ได
4.เงนิ คาภาษอี ากรทีผ่ จู ายเงนิ หรอื ผูอน่ื ออกแทนใหสําหรบั เงนิ ไดประเภท
ตา ง ๆ คือ เงนิ คาภาษีที่ออกใหเงินไดป ระเภทใดถอื เปน เงินไดป ระเภท
นั้น เงนิ คา ภาษีทอ่ี อกใหส ําหรับเงินไดข องปใ ดถือเปน เงนิ ไดข องปภ าษีนั้น
5.เครดิตภาษีเงินปน ผลตามท่ีกฎหมายกําหนด คอื สิทธปิ ระโยชนข องผู
ถือหนุ ที่สามารถขอคนื ภาษีจากกรมสรรพากรตามมาตรา 47 ทวิ แหง
ประมวลรษั ฎากร ทัง้ นเ้ี พ่อื ขจัดความซ้ําซอนในการจัดเกบ็ ภาษเี งนิ ไดแ ละ
ใหเ กิดความเปน ธรรม การใชเครดิตภาษเี งนิ ปน ผลไดจะตอ งเขาเงือ่ นไข
ครบทุกขอตอ ไปนี้ 1
ผมู ภี มู ลิ าํ เนาในไทย (มชี อื่ ในทะเบยี นราษฎร) หรอื อยูในไทยปน ัน้ ครบ
180 วนั
บรษิ ทั ทจ่ี า ยเงินปน ผลตอ งเปน บริษทั ไทย (ในกรณีหา งหนุ สวนท่จี ายเงนิ
สว นแบง กําไรกต็ อ งเปน หา งหนุ สว นไทย)
ถาเลอื กใชเ ครดติ ภาษเี งนิ ปน ผล จะตอ งคํานวณกับเงนิ ปนผลทุกกอ น จะ
เลอื กใชเครดติ ภาษเี งนิ ปนผลเฉพาะเงินปน ผลเพียงบางกอ นไมได
2
ประเภทของเงินไดพงึ ประเมนิ
เงินไดพึงประเมินประเภทที่ 1 เงนิ ไดเนื่องจากการจางแรงงาน
เงินไดตามมาตรา 40(1) เปน เงินไดเ นื่องจากการจางแรงงาน ไดแ ก
เงนิ เดือน คาจา ง เงินคาเชาบา นทีไ่ ดรบั จากนายจา ง
โบนสั บําเหน็จบํานาญ
เงินท่ีนายจา งชําระหนใ้ี ห เงนิ ทรพั ยส นิ หรอื ประโยชนใด ๆ ท่ี
ไดเนือ่ งจากการจา งแรงงาน เชน คา
อาหารกลางวัน
3
ขอสงั เกตเงนิ ไดพงึ ประเมนิ ประเภทที่ 1
เงนิ ไดจ ากการจางแรงงาน ท้งั พนกั งานในธุรกจิ เอกชนและภาครฐั บาล
เงนิ ไดจ ากการจางแรงงานที่มีคูสัญญาระหวางนายจางและลกู จา ง โดยมีกาํ หนดระยะ
เวลาจาง โดยลูกจางตกลงทํางานใหแ กน ายจา งตลอดระยะเวลาที่จาง และปฏิบัตติ าม
ระเบียบบังคบั ของนายจาง
เงนิ ไดจ ากการไดอ ยูบ านท่นี ายจางจัดใหโดยไมคิดคาเชา จะตอ งคิดเงินไดพึงประเมิน
ในอตั รารอ ยละ 20 ของเงินเดือน หรือเงนิ เพมิ่ อื่นโดยไมรวมโบนัส โดยอตั ราน้ถี ึง
แมวา ลกู จา งจะอยหู ลายคนในบา นนายจา งทจ่ี ดั ไวใหท่เี ดียวกัน กต็ อ งคดิ เงนิ ไดพ ึง
ประเมนิ ในอตั รารอยละ 20 ของลกู จางแตล ะคน ในกรณีมีขอ โตแยงจากลูกจาง
สําหรับเงินไดพ ึงประเมินจากการอยูบานทน่ี ายจางจดั ใหโ ดยไมค ดิ คาเชา ใหเจา
พนกั งานประเมนิ อตั ราคาเชาของบา นนั้น ๆ วาสมควรใหเ ชาตามปกติปล ะเทา ไรและ
ทําการบนั ทึกการะประเมินไวเ ปนหลักฐานและใหน ําคาเชา ที่ไดป ระเมินรวมเปน เงิน
ไดของลูกจาง
เงนิ ไดเ กิดจากคา นายหนา ทีน่ ายจา งจา ยใหลกู คา นอกเหนอื จากเงนิ เดอื นท่ีไดรับอยู
แลว
รายไดทไี่ ดจากเงนิ คา ลวงเวลาจากการเขาเวรหรอื คา ตอบแทนพเิ ศษในการรกั ษา
คนไขใ นโรงพยาบาลท่ีลกู จา งสงั กัดอยู
4
เงินไดพ ึงประเมินประเภทที่ 2 เงนิ ไดเนื่องจากหนา ท่ีหรือตําแหนงงาน
เงนิ ไดตามมาตรา 40(2) เปนเงนิ ไดเนื่องจากหนาที่ หรือตําแหนง
งานที่ทํา หรือจากการรบั ทํางานใหไ มว า จะงานทท่ี าํ หรอื จากการรับทํา
งานใหนนั้ จะเปน ประจาํ หรือชั่วคราว ไดแ ก
คาธรรมเนียม คานายหนา เบ้ยี ประชมุ บาํ เหน็จ โบนัส
คาเชาบานทไ่ี ดร บั เน่ืองจากหนา ท่ี เงินทผ่ี ูจ ายเงินไดจ ายชาํ ระหนี้ใด ๆ
เงิน ทรัพยสิน หรือประโยชนใ ด ๆ ท่ี
ไดเ นือ่ งจากหนา ทีห่ รือตาํ แหนงงานที่
ทาํ ไมวา ช่วั คราวหรือเปนการประจํา
5
ขอสังเกตเงินไดพ งึ ประเมนิ ประเภทที่ 2
เงินไดจากการจา งทาํ งานใหแ ลวเสร็จตามสัญญา
ผูรับทํางานใหโดยอาศยั แรงงานเปนสําคญั มิไดม กี ารจดั หาสัมภาระ และมนการรบั
ทาํ งานดงั กลา วมีคา ใชจายในการรับทํางานดังกลาวนอ ยหรือแทบไมมเี ลย เชน เงนิ คา
ตอบแทนใหกับวทิ ยากรบริษทั ในการฝกอบรมพนกั งาน
ผูร บั จางไมไ ดเ กย่ี วขอ งกับบริษัทหรอื หนว ยงานท่ีจา ง
เงนิ ไดค านายหนา คา คอมมชิ ชนั่ หรือคา ตอบแทนของเซลลแ มน ตวั แทนประกนั ชวี ติ
นกั ธรุ กจิ ขายตรง นักธรุ กจิ เครอื ขา ย และอาชพี อ่ืนทีค่ ุณไมไ ดเ ปนลกู จางหรือลูกนอง
ขอ แตกตางของเงนิ ไดพงึ ประเมินประเภทที่ 1 และเงนิ ไดพ ึงประเมินประเภทที่ 2
เงนิ ไดพึงประเมนิ ประเภทที่ 1 เงนิ ไดพ งึ ประเมินประเภทที่ 2
ตองเปน การจา งแรงงาน เงนิ เดือน รายวนั เปนการรับทาํ งานให เชน วทิ ยากร
ตอ งมสี ัญญาวาจา งเปนลกู จา ง นายจา งกนั ไมใชล กู จา งกบั นายจาง
ตองปฏิบตั ิตามระเบยี บขอ บงั คับของนายจา ง ไมต อ งปฏิบัติตามระเบียบของนายจา ง
ไมคาํ นึงถึงผลสําเรจ็ ของงาน คาํ นึงถงึ ผลสําเร็จของงาน
ไมม อี สิ ระในการทาํ งาน มอี ิสระในการทํางาน
6
เงนิ ไดพ งึ ประเมนิ ประเภทที่ 3 เงินไดสินทรัพยไมมีตัวตน
เงนิ ไดตามมาตรา 40(3) ไดแก
คา แหงลขิ สทิ ธ์ิ เปนทรัพยสินทางปญญาอยางหน่ึงท่กี ฎหมายใหความ
คมุ ครอง โดยใหเ จา ของลิขสิทธถิ์ ือสิทธแิ ตเ พยี งผเู ดียวทีจ่ ะกระทําการ
ใด ๆ เกย่ี วกบั งานสรางสรรคท ตี่ นไดกระทาํ ข้ึน
คา แหงกูดวลิ ล คือ ความนยิ มของประชาชนท่มี ีตอ
สนิ คา เครื่องหมายการคา แบรนดสินคา
เงินทีม่ ีลักษณะเปน รายปอ นั มาจากพนิ ัยกรรม นติ กิ รรมอ่ืน หรือคาํ
พิพากษาของศาล
เงินไดพ งึ ประเมินประเภทที่ 4 เงินไดจากดอกผลแหง เงินลงทนุ
เงินไดตามมาตรา 40(4) เปน เงนิ ไดจากดอกผลแหงเงนิ ลงทนุ ไดแก
ดอกเบ้ยี พนั ธบตั ร ดอกเบย้ี เงนิ ฝาก ดอกเบี้ยหนุ กู ดอกเบีย้ ต๋วั เงนิ ดอกเบ้ีย
เงินกูยืมไมว า จะมีหลักประกนั หรือไม ดอกเบี้ยเงินกูย ืมทอ่ี ยใู นบังคบั ตอ งถูก
หักภาษีไว ณ ท่จี า ยตามกฎหมายวาดว ยภาษีเงนิ ไดป โตรเลยี มเฉพาะสว นท่ี
เหลือจากถูกหกั ภาษีไว ณ ทจี่ ายตามกฎหมายดงั กลาว หรือผลตางราคา
ไถถ อนกับราคาจาํ หนายต๋วั เงินหรอื ตราสารแสดงสิทธใิ นหนที้ บ่ี รษิ ทั หรือหา ง
หนุ สว นนติ ิบคุ คลหรือนิตบิ คุ คลเปน ผอู อกและจําหนายคร้ังแรกในราคาตํา่
กวาราคาไถถ อน รวมทัง้ เงินไดที่มลี กั ษณะทํานองเดยี วกันกับดอกเบย้ี ผล
ประโยชนหรือคาตอบแทนอื่น ๆ ท่ีไดจ ากการกยู มื หรอื จากสิทธเิ รียกรอ งใน
หนท้ี กุ ชนิด ไมว าจะมีหลกั ประกนั หรือไมก ็ตาม
7
เงินปน ผล เงินสว นแบง ของกาํ ไร หรือประโยชนอ นื่ ใดทีไ่ ดจากบรษิ ัทหรอื หาง
หุนสว นสวนนิตบิ คุ คล กองทุนรวม หรอื สถาบันการเงินทมี่ กี ฎหมายโดย
เฉพาะของประเทศไทย จดั ต้ังขึ้นสําหรับใหก ูยมื เงนิ ฯลฯ ตามมาตรา 47 ทวิ
แหงประมวลกฎหมายรัษฎากร กําหนดใหผ ูถ อื หนุ (ผมู เี งินได) ทไ่ี ดร บั
เงนิ ปน ผลจากบริษัทหรือหางหุนสวนนิติบคุ คลท่ีตง้ั ขึ้นตามกฎหมายไทยไดรับ
เครดติ ในการคํานวณภาษีโดยกําหนดมูลคา เครดิตภาษเี งินปนผล ไวดังน้ี
เครดิตภาษเี งนิ ปน ผล = มูลคา ปน ผล x อตั รภาษเี งินไดน ติ บิ ุคคลของบริษัทจดทะเบยี นท่ีจา ยปน ผล
(100-อัตราภาษเี งนิ ไดนติ ิบคุ คล)
เงินโบนัสท่ีจา ยแกผูถอื หุนหรือผูเ ปนหนุ สว นในบรษิ ัทหรือหางหุนสวนนิตบิ คุ คล
เงินลดทุนของบริษทั หรือหา งหุนสวนนิตบิ ุคคลเฉพาะสว นที่จายไมเ กนิ กวา
กําไรและเงินทกี่ นั ไวร วมกนั
เงินเพ่มิ ทุนของบริษทั หรือหางหุน สวนนิตบิ ุคคลซึ่งต้งั จากกาํ ไรที่ไดม าหรอื เงินที่
กันไวรวมกัน
ผลประโยชนท ่ีไดจ ากการทบี่ ริษัทหรือหา งหุนสว นนติ บิ คุ คลควบเขากัน หรอื รบั
ชว งกันหรือเลิกกัน ซงึ่ ตีราคาเปนเงินไดเกนิ กวา เงินทุน
ผลประโยชนท ไ่ี ดจากการโอนการเปน หุน สว น หรือโอนหนุ หนุ กู พนั ธบัตร
หรอื ต๋วั เงิน หรือตราสารแสดงสทิ ธใิ นหน้ีทบี่ รษิ ทั หรือหางหุนสว นนิตบิ ุคคลหรอื
นติ ิบุคคลอืน่ เปน ผูออก ท้ังน้เี ฉพาะซงึ่ ตีราคาเปน เงนิ ไดเกนิ กวาท่ลี งทุน
8
เงินไดพึงประเมนิ ประเภทท่ี 6 เงนิ ไดจ ากวิชาชีพอิสระ
เงินไดต ามมาตรา 40(6) เปนเงนิ ไดจากวชิ าชพี อสิ ระ คือ
วชิ ากฎหมาย การประกอบโรคศลิ ปะ
วิศวกรรม สถาปต ยกรรม
การบัญชี ประณีตศิลปกรรม
9
เงินไดพ ึงประเมินประเภทที่ 5 เงนิ หรือประโยชนอยา งอน่ื ทีไ่ ดเนือ่ งจาก
เงนิ ไดตามมาตรา 40(5) เปน เงินหรือประโยชนอยางอืน่ ที่ไดเ นื่องจาก
เงินไดจ ากคาเชาทรัพยส นิ
บาน โรงเรอื น สง่ิ ปลูกสรางอนื่ แพ และยานพาหนะ
ท่ดี นิ ท่ใี ชใ นการเกษตรกรรและไมไ ดใชใ นการเกษตรกรรม
อนื่ ๆ
การผิดสัญญาเชาซอ้ื ทรัพยส ิน
การผดิ สัญญาซื้อขายเงนิ ผอนซึง่ ผขู ายไดร ับคืนทรพั ยสนิ ท่ีซ้ือขายนน้ั
โดยไมต อ งคนื เงนิ หรอื ประโยชนท ี่ไดรบั ไวแลว
เพิม่ เติม !!!
กรณเี งินไดต ามมาตรา 40(5) ขอ 2 และ 3 ใหถ ือวา เงินหรือประโยชน
อยา งอ่นื ท่ไี ดเ นอื่ งจากการผดิ สญั ญาเชา ซ้ือทรพั ยส ิน การผดิ สญั ญาซือ้ ขาย
เงินผอน โดยใหถ อื วา เงินหรอื ประโยชนทไ่ี ดร ับไวแลวแตว ันทําสัญญาจนถงึ
วนั ผดิ สัญญาท้ังส้นิ เปนไดพ ึงประเมินของปท่มี กี ารผิดสญั ญาน้ัน หากใน
ระหวางปไ มม กี ารผดิ สัญญาฯ เงนิ หรอื ประโยชนท ไ่ี ดร บั ไวจ ะถอื วาเปนเงิน
ไดพงึ ประเมินประเภทที่ 8 คอื เงินไดจ ากการพาณิชย
10
เงนิ ไดพ งึ ประเมินประเภทที่ 7 เงินไดจากการรับเหมา
เงินไดต ามมาตรา 40(7) เปน เงินไดจากการรับเหมาทผ่ี รู บั เหมาตอง
ลงทนุ ดว ยการจัดหาสมั ภาระในสว นสําคญั นอกจากเคร่ืองมือ
เงินไดพ ึงประเมินประเภทท่ี 8 เงนิ ไดจ ากการธรุ กจิ การพาณชิ ย
การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนสง หรอื การอ่ืนนอกจากทร่ี ะบุไว
เงินไดตามมาตรา 40(8) เปนเงินไดจ ากการประกอบกิจการ ดังตอ ไปน้ี
เงนิ ไดจ ากการธรุ กจิ หมายถงึ เงนิ ไดจ ากการใหบ รกิ ารในทางธุรกิจ
เงินไดจากการพาณชิ ย หมายถึง เงินไดจ ากการประกอบกจิ การจําหนา ย
สินคา
เงนิ ไดจ ากการเกษตร หมายถึง เงินไดจากการจําหนา ยพชื ผลทางการ
เกษตรท่ตี นและครอบครัวไดท ําขนึ้
เงนิ ไดจ ากการอตุ สาหกรรม หมายถงึ เงนิ ไดจ ากการจาํ หนายสินคาท่ไี ด
ประกอบกจิ การอุตสาหกรรม
เงนิ ไดจ ากการขนสง หมายถึง เงินไดจากการประกอบกจิ การขนสง
เงินไดจ ากการอนื่ นอกจากท่รี ะบไุ วในประเภทท่ี 1-7 แลว ไดแ ก เงินได
จากการประกอบอาชีพหรอื เน่อื งจากการประกอบอาชีพใด ๆ
11
เงินไดพ ึงประเมนิ ทไี่ ดร ับยกเวนภาษเี งินไดบ ุคคลธรรมดา
เงนิ ไดท ีส่ าํ คญั ๆ ท่ไี ดร บั การยกเวนเงนิ ไดพึงประเมนิ ตามทีก่ ําหนดตาม
มาตรา 42 และกฎกระทรวงทอี่ อกมา มดี ังนี้
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28