The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดการพื้นที่ 5 ไร่ ให้อยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ยู พีดีที่หนึ่ง, 2023-08-21 00:06:09

คู่มือการจัดการพื้นที่ 5 ไร่ ให้อยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร

คู่มือการจัดการพื้นที่ 5 ไร่ ให้อยู่อย่างยั่งยืนได้อย่างไร

คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120 โทรศัพท 032 593252-3 โทรสาร 032 593252


เกษตรกรรมเปนอาชีพหลักของคนไทยมาตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน แมในบางชวงอายุหลายคน เดินออกจากภาคเกษตรกรรมไปประกอบอาชีพอื่นๆ ทั้งในภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรม แตในยามที่เกิด ประสบกับปญหาวิกฤตทางดานเศรษฐกิจ หลายภาคธุรกิจจำเปนตองลดจำนวนพนักงานลง สงผลใหเกิด ปญหาการวางงาน หลายคนจึงกลับมาสูภาคเกษตรกรรมอีกครั้ง โดยเฉพาะคนรุนใหมหันมาใหความสนใจ ดานการเกษตรมากขึ้น มีความสนใจที่จะศึกษาเรียนรูและนำความรูที่ไดรับไปพัฒนาตอยอดที่พอแมทำอยู ไวกอนแลว อาชีพเกษตรกรรมจึงเปนอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่วางงาน และคนรุนใหมไดกลับสูบานเกิด อีกครั้ง ในชวงที่ผานมาประเทศไทยไดมีการพัฒนาประเทศในหลายๆ ดาน โดยเฉพาะการพัฒนาในภาค อุตสาหกรรม พื้นที่ที่เคยเปนแหลงเพาะปลูกทางการเกษตร ถูกเปลี่ยนเปนโรงงานอุตสาหกรรม สงผลให พื้นที่ทำการเกษตรลดนอยลง ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริไดตระหนักถึง ปญหาการมีอยูอยางจำกัดของทรัพยากรโดยเฉพาะทรัพยากรที่ดินการเกษตร จึงไดจัดทำแปลงสาธิตการ ทำเกษตรทฤษฎีใหมขึ้นบนพื้นฐานแนวคิดการมีอยูอยางจำกัดของที่ดิน และมุงเนนการบริหารจัดการพื้นที่ ใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยใชพื้นที่จำนวน 5 ไร สำหรับเกษตรกร 1 ครัวเรือน (จำนวนสมาชิกในครัวเรือน 4 คน) ใหสามารถประกอบกิจกรรมตางๆ ไดอยางหลากหลายทั้งการปลูกพืชผัก พืชไร ไมผล และการ เลี้ยงสัตวเพื่อการบริโภคในครัวเรือน และจำหนายสรางรายไดแบบยั่งยืนใหกับเกษตรกร คือมีรายได ตอเนื่องทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห รายเดือน รายป และไดทำการรวบรวมจัดทำขึ้นเปนเอกสาร องคความรูสำหรับเปนคูมือในการทำเกษตรกรรมใหแกเกษตรกร บุคคลทั่วไป และคนรุนใหมที่มีใจรักดาน การเกษตรตองการศึกษาหาความรูเพื่อนำไปปรับใชในการดำเนินชีวิตตอไป ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? เกษตรทฤษฎีใหม‹ เกษตรทฤษฎีใหม เปนหนึ่งในแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไดทรงทำการศึกษาและวิจัยเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับทฤษฎีใหมในพื้นที่สวนพระองค จนประสบผลสำเร็จแลว จึงไดพระราชทานใหไวเพื่อเปนการชวยเหลือเกษตรกร โดยมีหลักสำคัญคือ การบริหารจัดการ ที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยแบงออกเปน 3 ขั้นตอนดังนี้ ทฤษฎีใหมขั้นที่ 1 มีการผลิตแบบพอเพียงสามารถเลี้ยงตัวเองได โดยอยูบนพื้นฐานของการประหยัด และลดคาใชจายดานตางๆ ลง มีการจัดสรรพื้นที่เปนที่อยูอาศัยและพื้นที่ทำกิน แบงออกเปน 4 สวน ในอัตราสวน 30 : 30 : 30 : 10 (อัตราสวนของพื้นที่สามารถ ปรับลดไดตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ และความตองการดานการผลิต) ทฤษฎีใหมขั้นที่ 2 การรวมพลังกันของเกษตรกรในรูปแบบกลุมหรือสหกรณ เพื่อทำการผลิต ทำการตลาด การจัดการดานความเปนอยู สวัสดิการ การศึกษา สังคมและ ศาสนา ทฤษฎีใหมขั้นที่ 3 การสรางเครือขายกลุมอาชีพ การติดตอประสานงานเพื่อหาทุนหรือแหลงเงินทุน เชน ธนาคาร บริษัทหางรานเอกชน มาชวยในการลงทุนและกระจายสินคา ตลอดจน การพัฒนาคุณภาพชีวิต คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 1


เกษตรทฤษฎีใหม เปนหนึ่งในแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไดทรงทำการศึกษาและวิจัยเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับทฤษฎีใหมในพื้นที่สวนพระองค จนประสบผลสำเร็จแลว จึงไดพระราชทานใหไวเพื่อเปนการชวยเหลือเกษตรกร โดยมีหลักสำคัญคือ การบริหารจัดการ ที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กใหเกิดประโยชนสูงสุด โดยแบงออกเปน 3 ขั้นตอนดังนี้ ทฤษฎีใหมขั้นที่ 1 มีการผลิตแบบพอเพียงสามารถเลี้ยงตัวเองได โดยอยูบนพื้นฐานของการประหยัด และลดคาใชจายดานตางๆ ลง มีการจัดสรรพื้นที่เปนที่อยูอาศัยและพื้นที่ทำกิน แบงออกเปน 4 สวน ในอัตราสวน 30 : 30 : 30 : 10 (อัตราสวนของพื้นที่สามารถ ปรับลดไดตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ และความตองการดานการผลิต) ทฤษฎีใหมขั้นที่ 2 การรวมพลังกันของเกษตรกรในรูปแบบกลุมหรือสหกรณ เพื่อทำการผลิต ทำการตลาด การจัดการดานความเปนอยู สวัสดิการ การศึกษา สังคมและ ศาสนา ทฤษฎีใหมขั้นที่ 3 การสรางเครือขายกลุมอาชีพ การติดตอประสานงานเพื่อหาทุนหรือแหลงเงินทุน เชน ธนาคาร บริษัทหางรานเอกชน มาชวยในการลงทุนและกระจายสินคา ตลอดจน การพัฒนาคุณภาพชีวิต คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 1


2 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? แปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหมศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีขนาดพื้นที่ ดำเนินการ 5 ไร มีลักษณะเปนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา จัดแบงพื้นที่ดำเนินการออกเปนสัดสวนมุงเนนใหใชพื้นที่ไดอยาง เหมาะสม มีการลดตนทุน ลดรายจาย และจัดทำบัญชีครัวเรือน มีกิจกรรมที่หลากหลาย พื้นที่ทุกตารางนิ้วตองกอใหเกิด รายไดอยางตอเนื่อง โดยปรับขนาดพื้นที่ในแตละกิจกรรมตามความตองการของการผลิต ดังนี้ 1. ที่อยูอาศัย/บานพัก โรงเก็บวัสดุ โรงคัดแยกพืชผัก มีขนาดพื้นที่ 155.82 ตารางวา 2. สระน้ำ/บอพักน้ำ มีความจุขนาด 1,000 ลูกบาศกเมตร สามารถนำน้ำมาเติมได 3. พืชไร/พืชสวน เนนดานการผลิตใหมีความหลากหลาย มีรายไดตอเนื่องทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห รายเดือน และรายป โดยใชรูปแบบการทำเกษตรแบบผสมผสานที่มีทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว ดานการปลูกพืชแบงออกเปน 6 สวน ดังนี้ 1. การปลูกพืชผักบนดิน ปลูกหมุนเวียนกันไปตามฤดูกาลโดยเลือกชนิดผักที่มีความทนตอโรค และศัตรูพืชสูง เชน พริก มะเขือ ผักบุงจีน มะกรูด มะนาว โหระพา 2. การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง(บนโตะ) จำนวน 11 กระบะ ปลูกหมุนเวียนกันตลอดป โดยเลือกชนิดพืชที่จะปลูกเปนพืชที่ตองการการดูแลสูง เกิดปญหาดานโรค และศัตรูพืชไดงาย เชน คะนา กวางตุง ผักกาดขาว ผักชี ขึ้นฉาย 3. การปลูกพืชผักในมุง เชน มะเขือเทศ 4. การปลูกพืชไรหมุนเวียน มีขนาดพื้นที่ 129.59 ตารางวา โดยปลูกหมุนเวียนกันเพื่อลดโรคพืช แมลงศัตรูพืช และปรับปรุงบำรุงดินไปดวย เชน ออยคั้นน้ำ ขาวโพดฝกสด ถั่วลิสง 5. การปลูกไมผลผสมผสาน มีขนาดพื้นที่ 508.38 ตารางวา โดยปลูกผสมผสานสลับแถวกันใน แปลงปลูกทั้งพืชที่มีอายุมากกวา 3-5 ป เชน มะมวง สมโอ ชมพู มะพราวน้ำหอม และพืช ที่มีอายุไมเกิน 1 ป เชน ฝรั่ง มะละกอ กลวยน้ำวา เปนตน 6. การปลูกไมดอกไมประดับ เชน ดาวเรือง ดานการเลี้ยงสัตวแบงออกเปน 2 สวน ดังนี้ 1. การเลี้ยงไกไขแบบปลอยพื้น จำนวน 6 เลาๆ ละ 100 ตัว รวมจำนวนไก 600 ตัว หมุนเวียน การปลอยทุก 66 วัน 2. การเลี้ยงปลาดุกในบอซีเมนต จำนวน 12 บอๆ ละ 600 ตัว หมุนเวียนการปลอยทุก 12 วัน ตัวอยางแปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ


2 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? แปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหมศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีขนาดพื้นที่ ดำเนินการ 5 ไร มีลักษณะเปนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผา จัดแบงพื้นที่ดำเนินการออกเปนสัดสวนมุงเนนใหใชพื้นที่ไดอยาง เหมาะสม มีการลดตนทุน ลดรายจาย และจัดทำบัญชีครัวเรือน มีกิจกรรมที่หลากหลาย พื้นที่ทุกตารางนิ้วตองกอใหเกิด รายไดอยางตอเนื่อง โดยปรับขนาดพื้นที่ในแตละกิจกรรมตามความตองการของการผลิต ดังนี้ 1. ที่อยูอาศัย/บานพัก โรงเก็บวัสดุ โรงคัดแยกพืชผัก มีขนาดพื้นที่ 155.82 ตารางวา 2. สระน้ำ/บอพักน้ำ มีความจุขนาด 1,000 ลูกบาศกเมตร สามารถนำน้ำมาเติมได 3. พืชไร/พืชสวน เนนดานการผลิตใหมีความหลากหลาย มีรายไดตอเนื่องทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห รายเดือน และรายป โดยใชรูปแบบการทำเกษตรแบบผสมผสานที่มีทั้งการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว ดานการปลูกพืชแบงออกเปน 6 สวน ดังนี้ 1. การปลูกพืชผักบนดิน ปลูกหมุนเวียนกันไปตามฤดูกาลโดยเลือกชนิดผักที่มีความทนตอโรค และศัตรูพืชสูง เชน พริก มะเขือ ผักบุงจีน มะกรูด มะนาว โหระพา 2. การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง(บนโตะ) จำนวน 11 กระบะ ปลูกหมุนเวียนกันตลอดป โดยเลือกชนิดพืชที่จะปลูกเปนพืชที่ตองการการดูแลสูง เกิดปญหาดานโรค และศัตรูพืชไดงาย เชน คะนา กวางตุง ผักกาดขาว ผักชี ขึ้นฉาย 3. การปลูกพืชผักในมุง เชน มะเขือเทศ 4. การปลูกพืชไรหมุนเวียน มีขนาดพื้นที่ 129.59 ตารางวา โดยปลูกหมุนเวียนกันเพื่อลดโรคพืช แมลงศัตรูพืช และปรับปรุงบำรุงดินไปดวย เชน ออยคั้นน้ำ ขาวโพดฝกสด ถั่วลิสง 5. การปลูกไมผลผสมผสาน มีขนาดพื้นที่ 508.38 ตารางวา โดยปลูกผสมผสานสลับแถวกันใน แปลงปลูกทั้งพืชที่มีอายุมากกวา 3-5 ป เชน มะมวง สมโอ ชมพู มะพราวน้ำหอม และพืช ที่มีอายุไมเกิน 1 ป เชน ฝรั่ง มะละกอ กลวยน้ำวา เปนตน 6. การปลูกไมดอกไมประดับ เชน ดาวเรือง ดานการเลี้ยงสัตวแบงออกเปน 2 สวน ดังนี้ 1. การเลี้ยงไกไขแบบปลอยพื้น จำนวน 6 เลาๆ ละ 100 ตัว รวมจำนวนไก 600 ตัว หมุนเวียน การปลอยทุก 66 วัน 2. การเลี้ยงปลาดุกในบอซีเมนต จำนวน 12 บอๆ ละ 600 ตัว หมุนเวียนการปลอยทุก 12 วัน ตัวอยางแปลงสาธิตการทำเกษตรทฤษฎีใหม ศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 3 4. นาขาว มีขนาดพื้นที่ 43.54 ตารางวา โดยใชผาพลาสติกความหนา 2 มิลลิเมตร ปูรองพื้นเพื่อเก็บกักน้ำ ยกคันนาสูงขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตร แลวนำดินใสลงในแปลงนาใหมีความสูง 25 เซนติเมตร สามารถหมุนเวียนปลูก ไดตามอายุการปลูกขาว หลังจากการเก็บเกี่ยวใหทำการปรับปรุงดินเพื่อการปลูกขาวครั้งตอไป ขอมูลเพิ่มเติม ในพื้นที่แปลงสาธิตการเรียนรูการทำเกษตรทฤษฎีใหมศูนยศึกษาการพัฒนาหวยทราย อันเนื่อง มาจากพระราชดำริ มีการจัดทำระบบใหน้ำพืชเพื่อประหยัดการใชน้ำ 2 แบบคือ การใหน้ำแบบฉีดฝอย (สปริงเกอร) และการใหน้ำแบบหยดและฉีดฝอยใตตน (มินิสปริงเกอร) นอกจากนี้ยังนำนวัตกรรมดานการเกษตรมาใชเพื่อชวยลด การใชแรงงานลง เชน ระบบเปดประตูเลาไกแบบอัตโนมัติ การใหน้ำพืชดวยเครื่องตั้งเวลา เปด-ปด อัตโนมัติ (Digital Timer DC) เปนตน


4 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร?


4 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 5 กิจกรรมดานพืชผัก


6 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง(บนโตะ) การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) เปนอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผูที่มีความสนใจที่จะทำการเกษตร แตมีขอจำกัดดานสถานที่และการจัดการดูแล โดยการปลูกพืชในรูปแบบนี้มีขอดีคือ เกษตรกรสามารถดูแลจัดการไดงาย ทั้งการเตรียมดิน การรดน้ำ ใสปุย การกำจัดวัชพืช และการเก็บเกี่ยว ตัดปญหาการเกิดศัตรูพืชตางๆ เชน หมัดกระโดด หอยทาก โรครากเนาโคนเนา เปนตน กระบวนการผลิตพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง(บนโตะ) 1. กระบะสำหรับเพาะปลูก มีลักษณะและขนาดที่แตกตางกัน โดยดูตามความเหมาะสมของพื้นที่เปนหลัก และควรยกสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร การบริหารจัดการพื้นที่จะสะดวกขึ้น 2. การเตรียมดินปลูก การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) มีความแตกตางจากการปลูกพืชแบบ ทั่วไป คือ ตองทำการผสมดินปลูกกอน แลวจึงนำดินที่ผสมแลวใสในกระบะใหมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร สวน ผสมของดินที่มีคุณภาพตองมีอินทรียวัตถุไมต่ำกวา 30% ของสวนผสมทั้งหมด สวนผสมของดินสำหรับปลูก - เศษใบไมแหง/หญาแหง 50% - มูลสัตว(มูลสุกร/มูลวัว) 30% - รำหยาบ/รำละเอียด 10% - แกลบดำ/ขุยมะพราว 10% - หัวเชื้อ พด.1 (สำหรับชวยยอยสลาย) จำนวน 1 ซอง - หัวเชื้อ พด.3 (มีเชื้อไตรโคเดอรมาปองกันโรครากเนาโคนเนา) จำนวน 1 ซอง วิธีทำ - นำสวนผสมทั้งหมดคลุกเคลาใหเขากัน แลวใสกระสอบปุย (กระสอบปุยแบบไมเคลือบ) มัดปาก กระสอบหมักทิ้งไวประมาณ 1 เดือน โดยตั้งกระสอบปุยไวในที่รม ไมควรวางซอนกัน หมั่นตรวจสอบ


6 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง(บนโตะ) การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) เปนอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผูที่มีความสนใจที่จะทำการเกษตร แตมีขอจำกัดดานสถานที่และการจัดการดูแล โดยการปลูกพืชในรูปแบบนี้มีขอดีคือ เกษตรกรสามารถดูแลจัดการไดงาย ทั้งการเตรียมดิน การรดน้ำ ใสปุย การกำจัดวัชพืช และการเก็บเกี่ยว ตัดปญหาการเกิดศัตรูพืชตางๆ เชน หมัดกระโดด หอยทาก โรครากเนาโคนเนา เปนตน กระบวนการผลิตพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง(บนโตะ) 1. กระบะสำหรับเพาะปลูก มีลักษณะและขนาดที่แตกตางกัน โดยดูตามความเหมาะสมของพื้นที่เปนหลัก และควรยกสูงจากพื้นดินประมาณ 1 เมตร การบริหารจัดการพื้นที่จะสะดวกขึ้น 2. การเตรียมดินปลูก การปลูกพืชในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) มีความแตกตางจากการปลูกพืชแบบ ทั่วไป คือ ตองทำการผสมดินปลูกกอน แลวจึงนำดินที่ผสมแลวใสในกระบะใหมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร สวน ผสมของดินที่มีคุณภาพตองมีอินทรียวัตถุไมต่ำกวา 30% ของสวนผสมทั้งหมด สวนผสมของดินสำหรับปลูก - เศษใบไมแหง/หญาแหง 50% - มูลสัตว(มูลสุกร/มูลวัว) 30% - รำหยาบ/รำละเอียด 10% - แกลบดำ/ขุยมะพราว 10% - หัวเชื้อ พด.1 (สำหรับชวยยอยสลาย) จำนวน 1 ซอง - หัวเชื้อ พด.3 (มีเชื้อไตรโคเดอรมาปองกันโรครากเนาโคนเนา) จำนวน 1 ซอง วิธีทำ - นำสวนผสมทั้งหมดคลุกเคลาใหเขากัน แลวใสกระสอบปุย (กระสอบปุยแบบไมเคลือบ) มัดปาก กระสอบหมักทิ้งไวประมาณ 1 เดือน โดยตั้งกระสอบปุยไวในที่รม ไมควรวางซอนกัน หมั่นตรวจสอบ คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 7 ใหมีความชื้นในกระสอบ 60% เมื่อครบกำหนดนำออกมาผสมกับดิน 20% คลุกเคลาใหทั่ว แลวนำ ไปใสกระบะ - ระหวางการคลุกเคลาใหเขากันสามารถใชน้ำหมักชีวภาพฉีดพนได เพื่อชวยใหจุลินทรียยอยสลาย เศษวัสดุตางๆ ไดเร็วขึ้น 3. การปลูกมี 2 วิธี คือ 1. การหวานดวยเมล็ด เชน ผักชี ผักขึ้นฉาย ผักบุงจีน ฯลฯ 2. การปกดำกลา เชน คะนา กวางตุง ผักกาดขาว ฯลฯ 4. การเพาะเมล็ดกลา ควรใชดินใหม หรือดินเกาที่ผานการตากแดดเพื่อฆาเชื้อโรค และแมลงศัตรูพืชในดินแลว สวนผสมของดินสำหรับเพาะกลา - ดิน 1 สวน หรือมูลไสเดือน 2 สวน - แกลบดำ 1 สวน - ขุยมะพราว 1 สวน วัสดุเพาะ พีทมอส (Peat Moss) วัสดุสำหรับเพาะเมล็ดและตนกลา ซื้อไดที่รานจำหนายเมล็ดพันธุผัก ทั่วไป วิธีทำ - กระตุนเมล็ดใหงอกเร็วดวยการแชน้ำอุนนาน 30 นาที พอน้ำเย็นแชทิ้งไวอีก 10-12 ชั่วโมง จึงนำเมล็ดมาหอผาเปยกพักไว 2-3 วัน โดยรดน้ำทุกวัน พอเริ่มจะงอก นำไปเพาะลงใน ถาดเพาะ - นำดินสำหรับเพาะกลาใสในภาชนะประมาณ 2 ใน 3 ของความสูงของภาชนะ - เกลี่ยผิวหนาดินเพาะใหเรียบ ทำหลุม หรือรองเล็กๆ ระยะหางระหวางแถวประมาณ 3 เซนติเมตร ลึก 0.5-1 เซนติเมตร กลบดินบางๆ วางภาชนะเพาะกลาในที่รมรำไร รดน้ำ ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เชาและเย็น (แนะนำใหใชกระบอกฉีดน้ำ (Foggy จะดีกวา) - เมื่อเริ่มมีใบจริง ควรนำภาชนะออกรับแสงสวางในครึ่งวันเชา เพื่อใหกลาผักเริ่มปรับตัวให แข็งแรงขึ้น ไมกระทบตอการยายปลูก - เมื่อกลาที่เพาะโตและแข็งแรงจึงทำการยายกลาลงแปลงปลูก (อายุกลาประมาณ 20 วัน) 5. การดูแลรักษา การใหน้ำ ควรใหน้ำทุกวันในชวงเชาและเย็น ครั้งละประมาณ 10-15 นาที (ใชระบบพนฝอย)


8 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การใสปุย เนื่องจากดินที่ใชปลูกพืชในกระบะไดผสมปุยไวแลวตามขอ 2.(หนา 6) ถาจะใสปุยอีก ควรใชปุยน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำรดทุก 3 วัน ในชวงการเจริญเติบโต (น้ำหมักที่ทำจากปลาจะดีที่สุด) การปองกันศัตรูพืช ถามีศัตรูพืชรบกวน ใหใชสารชีวภาพ/น้ำสมุนไพรหมักฉีดพน 6. การเก็บเกี่ยว พืชแตละชนิดอายุการเก็บเกี่ยวไมเทากัน ใหดูความเหมาะสมของการเจริญเติบโต อาจจะ เก็บเกี่ยวกอน หรือหลังอายุการเก็บเกี่ยวตามปกติก็ได ขอมูลเพิ่มเติม การปลูกผักในกระบะ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตจำเปนตองมีการตากดินอยางนอย 3-5 วัน และ เติมธาตุอาหาร เชน ปุยคอก ปุยหมัก ทุกครั้งกอนจะเริ่มปลูกใหม อัตราการใชประมาณ 3-5 กิโลกรัม ตอตารางเมตร แตถาเสริมดวยปุยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราการใช 120 กรัม ตอตารางเมตร, ปุยเคมีสูตร 46-0-0 อัตราการใช 15-30 กรัม ตอตารางเมตร, ปุยเคมีสูตร 21-0-0 อัตราการใช 15-30 กรัม ตอตารางเมตร ตัวอยางการปลูกผักในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ)


8 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การใสปุย เนื่องจากดินที่ใชปลูกพืชในกระบะไดผสมปุยไวแลวตามขอ 2.(หนา 6) ถาจะใสปุยอีก ควรใชปุยน้ำหมักชีวภาพผสมน้ำรดทุก 3 วัน ในชวงการเจริญเติบโต (น้ำหมักที่ทำจากปลาจะดีที่สุด) การปองกันศัตรูพืช ถามีศัตรูพืชรบกวน ใหใชสารชีวภาพ/น้ำสมุนไพรหมักฉีดพน 6. การเก็บเกี่ยว พืชแตละชนิดอายุการเก็บเกี่ยวไมเทากัน ใหดูความเหมาะสมของการเจริญเติบโต อาจจะ เก็บเกี่ยวกอน หรือหลังอายุการเก็บเกี่ยวตามปกติก็ได ขอมูลเพิ่มเติม การปลูกผักในกระบะ หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตจำเปนตองมีการตากดินอยางนอย 3-5 วัน และ เติมธาตุอาหาร เชน ปุยคอก ปุยหมัก ทุกครั้งกอนจะเริ่มปลูกใหม อัตราการใชประมาณ 3-5 กิโลกรัม ตอตารางเมตร แตถาเสริมดวยปุยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราการใช 120 กรัม ตอตารางเมตร, ปุยเคมีสูตร 46-0-0 อัตราการใช 15-30 กรัม ตอตารางเมตร, ปุยเคมีสูตร 21-0-0 อัตราการใช 15-30 กรัม ตอตารางเมตร ตัวอยางการปลูกผักในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 9 การปลูกผักกาดเขียวกวางตุง/ผักกวางตุงฮองเต เปนผักที่บริโภคสวนของใบและกาน ใชปรุง อาหารไดหลายชนิด เปนพืชอายุสั้น ปลูกงาย ปลูกไดทั้งปและทุกภาค การปลูก ใชวิธีการปกดำกลา หรือหวานเมล็ดก็ได ระยะหางระหวางตน 15-20 เซนติเมตร การเตรียมดิน ไถดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร ตากดินไว 5-7 วัน แลวยอยดิน ใหละเอียด ปรับดินใหเรียบ ยกรองสูงประมาณ 20 เซนติเมตร กวาง 1 เมตร คลุกเคลาปุยคอก หรือปุยหมักลงไป วิธีการปลูก 1. ใชตนกลาที่มีอายุประมาณ 20 วัน หรือมีใบจริง 4-5 ใบ ลงปลูก ในแปลง 2. ใชแบบหวานเมล็ดโดยตรง อยาหวานใหแนนจะเสียเวลาในการ ถอนแยก คลุมดวยฟางทั่วทั้งแปลง รดน้ำใหชุม การดูแลรักษา การใหน้ำ ผักกาดเขียวกวางตุง และผักกวางตุงฮองเตเปนผักที่ตองการ น้ำมาก มีการเจริญเติบโตเร็วตองใหน้ำอยางเพียงพอ และสม่ำเสมออยางนอยวันละ 1 ครั้ง การใสปุย ผักกาดเขียวกวางตุง และผักกวางตุงฮองเต เปนผักกินใบและกาน ดังนั้นควรใสปุยเคมีสูตร 46-0-0 หรือสูตร 25-7-7 เพื่อเรงการเจริญเติบโตของใบและกานใบใหเร็วขึ้น หลังจากใสปุยควร รดน้ำทันทีอยาใหปุยตกคางบนใบ การเก็บเกี่ยว หลังจากหวานเมล็ดลงในแปลงประมาณ 30-35 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได โดยเลือกตัดตนที่ใหญและสมบูรณ กอนดวยมีดคมๆ ผักกาดเขียวกวางตุง ผักกวางตุงฮองเต การเตรียมแปลงสำหรับปลูก ผักกาดเขียวกวางตุงพรอมเก็บเกี่ยว


10 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? ผักกาดขาวปลี แปลงหวานเมล็ดผักกาดขาวปลี แปลงปลูกผักกาดขาวปลี การใหปุยน้ำชีวภาพ ผักกาดขาวปลีในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) การปลูกผักกาดขาวปลี เปนผักตระกูลเดียวกับกะหล่ำ มีหลายสายพันธุทั้งที่ปลูกไดเฉพาะในพื้นที่ อากาศเย็น และในพื้นที่อากาศทั่วไป ขึ้นไดในดินเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะดินรวน ปลูกไดตลอดทั้งป เปนที่นิยมของ ผูบริโภค มีคุณคาทางอาหารหลากหลายชนิด สามารถรับประทานไดทั้งสดและนำไปประกอบอาหาร การปลูก นิยมปลูกโดยการหวาน แลวจัดระยะปลูกระหวางตน 50 เซนติเมตร ระหวางแถว 50 เซนติเมตร หวานหางๆ การเตรียมดิน ไถดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว 7 วัน แลวยอยดินใหละเอียด ยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร ใสปุยหมัก หรือปุยคอกคลุกเคลาใหทั่ว รดน้ำใหชุม วิธีการปลูก หวานเมล็ดในรอง แลวใชฟางคลุม รดน้ำใหชุม เมื่อ ตนกลาอายุ 15-20 วัน ตรงไหนแนนใหถอนออก การดูแลรักษา การใหน้ำ ผักกาดขาวปลีเปนผักที่ตองการน้ำมาก และ สม่ำเสมอ จะขาดน้ำไมได โดยเฉพาะชวงที่ ผักกาดขาวกำลังหอปลี การใสปุย ควรใสปุยสูตร 20-10-10 โดยแบงใส 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ 7-10 วัน ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 20 วัน ใสปุยน้ำหมักชีวภาพที่ทำจาก ปลาจะเหมาะสมที่สุด การเก็บเกี่ยว ผักกาดขาวปลีมีอายุการเก็บเกี่ยว 45-55 วัน หลังทำการ หวานเมล็ดโดยใชมีดตัดใหเหลือใบนอกไว 2-3 ใบ เพื่อปองกันการ กระแทกระหวางขนสง


10 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? ผักกาดขาวปลี แปลงหวานเมล็ดผักกาดขาวปลี แปลงปลูกผักกาดขาวปลี การใหปุยน้ำชีวภาพ ผักกาดขาวปลีในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) การปลูกผักกาดขาวปลี เปนผักตระกูลเดียวกับกะหล่ำ มีหลายสายพันธุทั้งที่ปลูกไดเฉพาะในพื้นที่ อากาศเย็น และในพื้นที่อากาศทั่วไป ขึ้นไดในดินเกือบทุกชนิดโดยเฉพาะดินรวน ปลูกไดตลอดทั้งป เปนที่นิยมของ ผูบริโภค มีคุณคาทางอาหารหลากหลายชนิด สามารถรับประทานไดทั้งสดและนำไปประกอบอาหาร การปลูก นิยมปลูกโดยการหวาน แลวจัดระยะปลูกระหวางตน 50 เซนติเมตร ระหวางแถว 50 เซนติเมตร หวานหางๆ การเตรียมดิน ไถดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว 7 วัน แลวยอยดินใหละเอียด ยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร ใสปุยหมัก หรือปุยคอกคลุกเคลาใหทั่ว รดน้ำใหชุม วิธีการปลูก หวานเมล็ดในรอง แลวใชฟางคลุม รดน้ำใหชุม เมื่อ ตนกลาอายุ 15-20 วัน ตรงไหนแนนใหถอนออก การดูแลรักษา การใหน้ำ ผักกาดขาวปลีเปนผักที่ตองการน้ำมาก และ สม่ำเสมอ จะขาดน้ำไมได โดยเฉพาะชวงที่ ผักกาดขาวกำลังหอปลี การใสปุย ควรใสปุยสูตร 20-10-10 โดยแบงใส 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่ออายุ 7-10 วัน ครั้งที่ 2 เมื่ออายุ 20 วัน ใสปุยน้ำหมักชีวภาพที่ทำจาก ปลาจะเหมาะสมที่สุด การเก็บเกี่ยว ผักกาดขาวปลีมีอายุการเก็บเกี่ยว 45-55 วัน หลังทำการ หวานเมล็ดโดยใชมีดตัดใหเหลือใบนอกไว 2-3 ใบ เพื่อปองกันการ กระแทกระหวางขนสง คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 11 การปลูกผักชี เปนผักที่ใชประโยชนไดทุกสวน ใบและกานใชรับประทานเปนผักสด ตนและรากใชเสมือน เปนเครื่องเทศทำใหมีกลิ่นหอม และรสชาติอาหารดีขึ้น การปลูก สวนใหญจะหวานเมล็ดลงในแปลงปลูกที่มีการยอยดิน ใหละเอียด ใสปุยคอก หรือปุยหมักคลุกเคลาดินใหทั่ว การเตรียมเมล็ดพันธุ นำเมล็ดพันธุมาบดใหแตกกอน แลวจึงนำไปแชน้ำไว 1 คืน วิธีการปลูก กอนปลูกรดน้ำในแปลงใหชุม นำเมล็ดพันธุที่แชน้ำไว 1 คืน มาหวานลงบนแปลง คลุมดวยฟางแหงทับอีกชั้นเพื่อรักษา ความชื้นในดิน รดน้ำอีกครั้ง และควรรดน้ำทุกวัน เชาและเย็น การดูแลรักษา การใหน้ำ เปนผักที่ไมชอบน้ำมาก ถาใหน้ำมากเกินไป เมล็ดจะเนาเสียหาย การใสปุย ใสปุยน้ำหมักชีวภาพที่ทำจากปลาจะ เหมาะสมที่สุด การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 40-45 วัน นับจากวันปลูก ควรเก็บในขณะที่ยังไมออกดอกโดยการถอน ผักชี เมล็ดผักชี เมล็ดผักชีแชน้ำพรอมปลูก แปลงหวานเมล็ดผักชีในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ) การปลูกผักชีในกระบะแบบยกพื้นสูง (บนโตะ)


12 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกมะเขือเทศ มะเขือเทศจัดเปนผักอันดับตนๆ ที่คนไทยนิยมรับประทานผลสดและสามารถนำมา ประกอบอาหารไดหลากหลายอาทิ สมตำ น้ำพริกอองมะเขือเทศรับประทานผลสด มีหลายสายพันธุทั้งขนาดผลเล็กและ ผลใหญ ดังนั้นการเลือกปลูกมะเขือเทศจึงขึ้นอยูกับความชอบ และความถนัดของแตละบุคคล แตถาปลูกเพื่อการจำหนาย ควรเลือกพันธุที่ตลาดตองการ เชน มะเขือเทศสีดา มะเขือเทศราชินี เปนตน การปลูก ระยะปลูกระหวางตน 50 เซนติเมตร ระหวางแถว 70 เซนติเมตร การเตรียมดิน มะเขือเทศชอบดินที่มีการระบายน้ำไดดี อินทรียวัตถุสูง ในการไถดินควรใหลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ยกแปลงสูง 30 เซนติเมตร กวาง 100 เซนติเมตร ใสปุยหมัก หรือปุยคอก และปุยเคมีสูตร 15-15-15 คลุกเคลาให ทั่วแปลง รดน้ำ คลุมดวยพลาสติกเพื่อรักษาความชุมชื้น และเพื่อปองกันวัชพืช วิธีการปลูก นำกลามะเขือเทศที่มีอายุ 30 วัน หรือมีใบจริง 2-3 ใบ ลงปลูกตามหลุมที่เตรียมไว กลบดิน รดน้ำทันที การดูแลรักษา การใหน้ำ การดูแลตนมะเขือเทศใหเจริญเติบโตดีแข็งแรงและออกดอกออกผลสม่ำเสมอ ตองใหน้ำอยาง สม่ำเสมอตั้งแตเริ่มปลูกจนถึงผลแก และเมื่อผลมะเขือเทศเริ่มเปลี่ยนสีจึงลดการใหน้ำเพื่อปองกัน ไมใหผลแตก การใสปุย ปุยหมัก หรือปุยมูลไสเดือนทุก 20 วัน หรืออาจใสปุยเคมีสูตร 13-13-21 โดยใสปุยตามอายุการปลูก ไดดังนี้ ครั้งที่ 1 หลังจากยายกลาปลูก 7 วัน ครั้งที่ 2 หลังจากใสปุยครั้งที่ 1 แลว 15 วัน ครั้งที่ 3 หลังจากใสปุยครั้งที่ 2 แลว 20 วัน มะเขือเทศสีดา


คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 13 การเก็บเกี่ยว สามารถเก็บผลผลิตไดเมื่ออายุประมาณ 70-90 วัน นับตั้งแตเพาะกลา และสามารถเก็บผลผลิตไดนานประมาณ 4-5 เดือน เชน มะเขือเทศพันธุสีดา การทำคาง การทำคาง ควรปกไมคางทุกหลุม และทำกอนออกดอกโดยใชเชือกผูกกับลำตนใหไขวกันเปนเลข 8 และผูกกับ คาง เพื่อใหตนเจริญเติบโตดี สะดวกตอการดูแลรักษา งายตอการเก็บเกี่ยว และชวยเพิ่มอายุการเก็บผลผลิตใหนานขึ้น การปลูกมะเขือเทศ การทำคางมะเขือเทศ การเก็บมะเขือเทศ


14 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกผักบุงจีน ผักบุงจีนเปนพืชผักที่นิยมบริโภคภายในครัวเรือน ปลูกไดงาย และสามารถปลูกได ตลอดทั้งป การปลูก นิยมใชวิธีการหวานเมล็ดลงบนแปลงปลูก โดยใชเมล็ดพันธุ 13-15 กิโลกรัม ตอ 1 ไร การเตรียมดิน ไถดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว 1-2 สัปดาห แลวยอยดินใหละเอียด ยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร ใสปุยคอก หรือปุยหมัก คลุกเคลาใหทั่ว การเตรียมเมล็ดพันธุ ถาตองการใหเมล็ดพันธุผักบุงจีนงอกเร็วขึ้น ควรนำไปแชน้ำนาน 4-6 ชั่วโมง กอนนำเมล็ดพันธุหวานลงแปลงปลูก วิธีการปลูก รดน้ำแปลงปลูกใหชุม แลวนำเมล็ดพันธุผักบุงจีนหวานใหกระจายทั่วทั้งแปลง การดูแลรักษา การใหน้ำ ผักบุงจีนเปนพืชชอบความชุมชื้น แตไมแฉะขัง รดน้ำใหสม่ำเสมอวันละ 1-2 ครั้ง เวนชวงฝนตก โดยอยาใหแปลงผักบุงขาดน้ำ เพราะจะทำใหผักบุงหยุดการเจริญเติบโต ตนแข็งกระดาง เหนียว ไมนารับประทาน การใสปุย ถาทำใหแปลงปลูกมีดินที่อุดมสมบูรณตั้งแตเริ่มการปลูก ก็ไมจำเปนตองใสปุยเคมีเพิ่ม แตใหใส ปุยคอก หรือปุยหมักแทนจะดีที่สุด การเก็บเกี่ยว หลังจากหวานเมล็ดผักบุงจีนลงแปลงแลว 20-25 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได ดวยวิธีการถอน แปลงปลูกผักบุงจีน


14 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกผักบุงจีน ผักบุงจีนเปนพืชผักที่นิยมบริโภคภายในครัวเรือน ปลูกไดงาย และสามารถปลูกได ตลอดทั้งป การปลูก นิยมใชวิธีการหวานเมล็ดลงบนแปลงปลูก โดยใชเมล็ดพันธุ 13-15 กิโลกรัม ตอ 1 ไร การเตรียมดิน ไถดินลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว 1-2 สัปดาห แลวยอยดินใหละเอียด ยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร ใสปุยคอก หรือปุยหมัก คลุกเคลาใหทั่ว การเตรียมเมล็ดพันธุ ถาตองการใหเมล็ดพันธุผักบุงจีนงอกเร็วขึ้น ควรนำไปแชน้ำนาน 4-6 ชั่วโมง กอนนำเมล็ดพันธุหวานลงแปลงปลูก วิธีการปลูก รดน้ำแปลงปลูกใหชุม แลวนำเมล็ดพันธุผักบุงจีนหวานใหกระจายทั่วทั้งแปลง การดูแลรักษา การใหน้ำ ผักบุงจีนเปนพืชชอบความชุมชื้น แตไมแฉะขัง รดน้ำใหสม่ำเสมอวันละ 1-2 ครั้ง เวนชวงฝนตก โดยอยาใหแปลงผักบุงขาดน้ำ เพราะจะทำใหผักบุงหยุดการเจริญเติบโต ตนแข็งกระดาง เหนียว ไมนารับประทาน การใสปุย ถาทำใหแปลงปลูกมีดินที่อุดมสมบูรณตั้งแตเริ่มการปลูก ก็ไมจำเปนตองใสปุยเคมีเพิ่ม แตใหใส ปุยคอก หรือปุยหมักแทนจะดีที่สุด การเก็บเกี่ยว หลังจากหวานเมล็ดผักบุงจีนลงแปลงแลว 20-25 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได ดวยวิธีการถอน แปลงปลูกผักบุงจีน คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 15 การปลูกพริก พริกเปนพืชสมุนไพรรสเผ็ดรอน ที่คนไทยนิยมนำมาประกอบอาหาร และมีความสำคัญดาน อุตสาหกรรมผลิตภัณฑแปรรูป เครื่องปรุงแตงรส นอกจากนี้ยังเปนพืชสำคัญในการสงออก นำเงินเขาประเทศปละ หลายลานบาท พริกที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบงเปน 2 ประเภท ไดแก 1. ประเภทผลเล็ก มีขนาดเรียวยาวถึงปานกลาง เชน พริกขี้หนู พริกชี้ฟา พริกเหลือง 2. ประเภทผลรูประฆัง รสชาติเผ็ดนอยหรือไมเผ็ดเลย เชน พริกยักษ หรือพริกหวาน การปลูก พริกสามารถเจริญเติบโตไดในดินทุกชนิด โดยเฉพาะดินรวนปนทรายที่มีอินทรียวัตถุสูง มีการระบายน้ำดี เก็บความชื้นไดพอเหมาะ มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูระหวาง 6-6.8 ชอบอากาศรอนพื้นที่โลงแจง ไดรับ แสงแดดตลอดทั้งวัน การเตรียมกลา การปลูกพริกสวนมากจะมีการเพาะกลากอนนำไปปลูกลงในแปลง โดยเริ่มจากการเพาะเมล็ดแลวยายลงในถุงชำ เมื่อมีใบจริง 2-3 ใบ หรือเมื่อกลาอายุประมาณ 30-40 วัน จากเริ่มเพาะเมล็ดจึงนำไปปลูกลงแปลง การเตรียมแปลงปลูก ไถดินครั้งแรก และตากดินไว 1-2 สัปดาห แลวทำการไถพรวน เก็บซากวัชพืชออก วิธีการปลูก - การยายกลาจากแปลงเพาะไปปลูกควรทำเมื่ออายุกลาได 30-40 วัน - ใชจอบขุดหนาดินลึก 15-20 เซนติเมตร ผสมปุยคอก หรือปุยหมัก คลุกเคลากับดิน - ปลูกโดยเวนระยะหางระหวางตน 30 เซนติเมตร ระยะหางระหวางแถว 70-80 เซนติเมตร - รองกนหลุมดวยปุยสูตร 15-15-15 หลุมละครึ่งชอนชา ทับหนาปุยเคมีดวยปุยคอกหลุมละ 1 กะลามะพราว ถอนแยกตนกลาลงปลูก หลุมละ 1 ตน หลังปลูกควรมีวัสดุพรางแสง เพื่อใหตนกลาตั้งตัวเร็วขึ้น แลวรดน้ำ ใหชุม พริกขี้หนู พริกหวาน


16 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การดูแลรักษา การใหน้ำ หลังจากการปลูกควรใหน้ำทุกวันในระยะ 1 เดือนแรก เมื่อลำตนเริ่มแตกกิ่งกานจึงลดการใหน้ำลง โดยสังเกตจากความชื้นของดิน การใสปุย หลังจากนำตนพริกปลูกลงแปลง 15-20 วัน หรือเมื่อพริกตั้งตนไดแลว ควรใชปุยคอก หรือปุยอินทรีย ตามความเหมาะสม โดยโรยรอบตนหลังพรวนดินกลบพรอมฝงกำจัดวัชพืชทุกๆ 20 วัน การกำจัดศัตรูพืช หลังจากการปลูกใหดูแลกำจัดแมลงศัตรูพืชประเภท เพลี้ยไฟ ไรขาว เชื้อรา อยางนอย สัปดาหละ 1 ครั้ง การเก็บเกี่ยว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไดทุกๆ 5-7 วัน โดยปกติจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตไดหลังจากยายกลาลงปลูก 60-90 วัน โดยใชวิธีการเก็บทีละเม็ด อยาเก็บทั้งชอเพราะแตละชอผลผลิตจะสุกไมพรอมกัน สำหรับพริกขี้หนูสามารถเก็บได 6-8 เดือน ขอมูลเพิ่มเติม ถาพริกสดออกมาเกิดการลนตลาด ราคาต่ำ สามารถนำมาแปรรูปเปนพริกแหงได ซึ่งราคา จะเพิ่มขึ้นเทาตัว (พริกสด 3 กิโลกรัม สามารถทำเปนพริกแหงได 1 กิโลกรัม) ตนกลาพริกพรอมปลูก การปลูกพริก เพลี้ยไฟในพริก คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 17 การปลูกมะเขือเปราะ มะเขือเปราะเปนพืชที่ปลูกงายเจริญเติบโตเร็ว ใหผลตอบแทนเร็ว สามารถเก็บ ผลผลิตไดนานและตอเนื่อง ถามีการดูแลรักษาที่ดี การปลูก ระยะปลูกระหวางตน 80 เซนติเมตร ระยะปลูกระหวางแถว 100 เซนติเมตร การเตรียมดิน ไถดินใหลึก 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว 7-10 วัน ยอยดิน ใหละเอียด ยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร ใสปุยคอก หรือปุยหมัก และใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 คลุกเคลาใหทั่วทั้งแปลง วิธีการปลูก นำกลามะเขือเปราะที่มีอายุประมาณ 15-20 วัน หรือมี ใบจริง 3-4 ใบ มาปลูกลงในหลุมที่เตรียมไว กลบดิน รดน้ำใหชุม การดูแลรักษา การใหน้ำ ในระยะแรกตองใหน้ำสม่ำเสมอเชา-เย็น เมื่อกลามะเขือตั้งตนไดแลวจึงลดการใหน้ำลงเหลือเพียง วันละครั้ง การใสปุย หลังจากการปลูก 7-10 วัน ใหใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 ตนละ 1 ชอนชา โดยโรยใหหางจาก โคนตนประมาณ 2-3 เซนติเมตร และรดน้ำทันที การดูแลรักษาตนพันธุ หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแลวประมาณ 2 เดือน ใหทำการตัดแตงกิ่งออกบาง เพื่อใหตนมะเขือเจริญเติบโต และใหผลผลิตรุนตอไป การเก็บเกี่ยว มะเขือเปราะมีอายุการเก็บเกี่ยวอยูที่ 65-70 วัน หรือหลังดอกบานประมาณ 7-10 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยว ผลผลิตได และเก็บตอเนื่องไดนาน 4-5 เดือน การเก็บผลควรใชกรรไกรตัดที่ขั้วผล มะเขือเปราะ ตนกลามะเขือเปราะพรอมปลูก ตนมะเขือเปราะ ฉีดพนสารไลแมลงชีวภาพในแปลงมะเขือเปราะ เก็บเกี่ยวมะเขือเปราะ


16 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การดูแลรักษา การใหน้ำ หลังจากการปลูกควรใหน้ำทุกวันในระยะ 1 เดือนแรก เมื่อลำตนเริ่มแตกกิ่งกานจึงลดการใหน้ำลง โดยสังเกตจากความชื้นของดิน การใสปุย หลังจากนำตนพริกปลูกลงแปลง 15-20 วัน หรือเมื่อพริกตั้งตนไดแลว ควรใชปุยคอก หรือปุยอินทรีย ตามความเหมาะสม โดยโรยรอบตนหลังพรวนดินกลบพรอมฝงกำจัดวัชพืชทุกๆ 20 วัน การกำจัดศัตรูพืช หลังจากการปลูกใหดูแลกำจัดแมลงศัตรูพืชประเภท เพลี้ยไฟ ไรขาว เชื้อรา อยางนอย สัปดาหละ 1 ครั้ง การเก็บเกี่ยว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไดทุกๆ 5-7 วัน โดยปกติจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตไดหลังจากยายกลาลงปลูก 60-90 วัน โดยใชวิธีการเก็บทีละเม็ด อยาเก็บทั้งชอเพราะแตละชอผลผลิตจะสุกไมพรอมกัน สำหรับพริกขี้หนูสามารถเก็บได 6-8 เดือน ขอมูลเพิ่มเติม ถาพริกสดออกมาเกิดการลนตลาด ราคาต่ำ สามารถนำมาแปรรูปเปนพริกแหงได ซึ่งราคา จะเพิ่มขึ้นเทาตัว (พริกสด 3 กิโลกรัม สามารถทำเปนพริกแหงได 1 กิโลกรัม) ตนกลาพริกพรอมปลูก การปลูกพริก เพลี้ยไฟในพริก คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 17 การปลูกมะเขือเปราะ มะเขือเปราะเปนพืชที่ปลูกงายเจริญเติบโตเร็ว ใหผลตอบแทนเร็ว สามารถเก็บ ผลผลิตไดนานและตอเนื่อง ถามีการดูแลรักษาที่ดี การปลูก ระยะปลูกระหวางตน 80 เซนติเมตร ระยะปลูกระหวางแถว 100 เซนติเมตร การเตรียมดิน ไถดินใหลึก 30-40 เซนติเมตร ตากดินไว 7-10 วัน ยอยดิน ใหละเอียด ยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร ใสปุยคอก หรือปุยหมัก และใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 คลุกเคลาใหทั่วทั้งแปลง วิธีการปลูก นำกลามะเขือเปราะที่มีอายุประมาณ 15-20 วัน หรือมี ใบจริง 3-4 ใบ มาปลูกลงในหลุมที่เตรียมไว กลบดิน รดน้ำใหชุม การดูแลรักษา การใหน้ำ ในระยะแรกตองใหน้ำสม่ำเสมอเชา-เย็น เมื่อกลามะเขือตั้งตนไดแลวจึงลดการใหน้ำลงเหลือเพียง วันละครั้ง การใสปุย หลังจากการปลูก 7-10 วัน ใหใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 ตนละ 1 ชอนชา โดยโรยใหหางจาก โคนตนประมาณ 2-3 เซนติเมตร และรดน้ำทันที การดูแลรักษาตนพันธุ หลังจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตแลวประมาณ 2 เดือน ใหทำการตัดแตงกิ่งออกบาง เพื่อใหตนมะเขือเจริญเติบโต และใหผลผลิตรุนตอไป การเก็บเกี่ยว มะเขือเปราะมีอายุการเก็บเกี่ยวอยูที่ 65-70 วัน หรือหลังดอกบานประมาณ 7-10 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยว ผลผลิตได และเก็บตอเนื่องไดนาน 4-5 เดือน การเก็บผลควรใชกรรไกรตัดที่ขั้วผล มะเขือเปราะ ตนกลามะเขือเปราะพรอมปลูก ตนมะเขือเปราะ ฉีดพนสารไลแมลงชีวภาพในแปลงมะเขือเปราะ เก็บเกี่ยวมะเขือเปราะ


18 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกถั่วฝกยาว ถั่วฝกยาว เปนพืชเศรษฐกิจเพราะคนนิยมรับประทานกันมากทั่วทุกภูมิภาคของ ประเทศไทย ปลูกไดตลอดทั้งป ขายงาย ตลาดตองการสูง การปลูก ระยะปลูกระหวางแถว 70-100 เซนติเมตร ระยะปลูกระหวางตน 40-50 เซนติเมตร การเตรียมดิน - ถั่วฝกยาวชอบดินรวนปนทราย ระบายน้ำไดดี มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูระหวาง 5.5-6 - ถั่วฝกยาวเปนผักสวนครัวที่มีระบบรากละเอียดออน ตองมีการเตรียมดินที่ดีโดยการไถพรวนหนาดินใหมี ความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว แลวตากดินไว 1 สัปดาห เพื่อทำลายเชื้อโรคและไขของแมลงตางๆ ที่เปนศัตรูพืช - ปรับปรุงโครงสรางดินดวยการใสปุยคอก หรือปุยหมัก แลวทำการไถคราดยกรองใหสูงพอประมาณ ใหมี ความกวาง 1-1.2 เมตร สำหรับความยาวแลวแตความตองการ หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่ วิธีการปลูก ปลูกโดยการหยอดเมล็ด 3 เมล็ดตอหลุม หลังปลูกแลวกลบเมล็ดดวยแกลบ และปุยคอก 2-3 กำมือตอหลุม หลังปลูก 7-15 วัน หรือเมื่อเริ่มมีใบจริง 2-3 ใบ เลือกตนที่สมบูรณไว 2 ตนตอหลุม การดูแลรักษา การใหน้ำ ควรใหน้ำอยางสม่ำเสมอวันละ 1 ครั้ง แตไมควรใหน้ำจนแฉะเพราะจะทำใหรากเนา และในชวง ออกดอกจนติดฝก หามใหตนถั่วฝกยาวขาดน้ำเปนอันขาด การทำคาง ใหใชไมสำหรับทำคางปกหลุมละ 1 อัน สูง 2.50 เมตร ปกเอียงเขาหากึ่งกลางแบบเปนคูๆ แลว มัดเขาดวยกัน จากนั้นใชไมพาดกลางมัดยึดไวใหแนน แลวคลุมดวยตาขาย การใสปุย ในชวงของการเจริญเติบโต ควรใสปุยอินทรียควบคูกับปุยเคมีสูตร 15-15-15 และในชวงติดดอก ออกผล ใหใชปุยเคมีสูตร 13-13-21 ทุก 15 วัน โดยพรวนดินแลวโรยปุยรอบตน ใหหางจาก โคนตนประมาณ 10 เซนติเมตร แปลงปลูกถั่วฝกยาว ถั่วฝกยาว


18 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกถั่วฝกยาว ถั่วฝกยาว เปนพืชเศรษฐกิจเพราะคนนิยมรับประทานกันมากทั่วทุกภูมิภาคของ ประเทศไทย ปลูกไดตลอดทั้งป ขายงาย ตลาดตองการสูง การปลูก ระยะปลูกระหวางแถว 70-100 เซนติเมตร ระยะปลูกระหวางตน 40-50 เซนติเมตร การเตรียมดิน - ถั่วฝกยาวชอบดินรวนปนทราย ระบายน้ำไดดี มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูระหวาง 5.5-6 - ถั่วฝกยาวเปนผักสวนครัวที่มีระบบรากละเอียดออน ตองมีการเตรียมดินที่ดีโดยการไถพรวนหนาดินใหมี ความลึกประมาณ 6-8 นิ้ว แลวตากดินไว 1 สัปดาห เพื่อทำลายเชื้อโรคและไขของแมลงตางๆ ที่เปนศัตรูพืช - ปรับปรุงโครงสรางดินดวยการใสปุยคอก หรือปุยหมัก แลวทำการไถคราดยกรองใหสูงพอประมาณ ใหมี ความกวาง 1-1.2 เมตร สำหรับความยาวแลวแตความตองการ หรือตามความเหมาะสมของพื้นที่ วิธีการปลูก ปลูกโดยการหยอดเมล็ด 3 เมล็ดตอหลุม หลังปลูกแลวกลบเมล็ดดวยแกลบ และปุยคอก 2-3 กำมือตอหลุม หลังปลูก 7-15 วัน หรือเมื่อเริ่มมีใบจริง 2-3 ใบ เลือกตนที่สมบูรณไว 2 ตนตอหลุม การดูแลรักษา การใหน้ำ ควรใหน้ำอยางสม่ำเสมอวันละ 1 ครั้ง แตไมควรใหน้ำจนแฉะเพราะจะทำใหรากเนา และในชวง ออกดอกจนติดฝก หามใหตนถั่วฝกยาวขาดน้ำเปนอันขาด การทำคาง ใหใชไมสำหรับทำคางปกหลุมละ 1 อัน สูง 2.50 เมตร ปกเอียงเขาหากึ่งกลางแบบเปนคูๆ แลว มัดเขาดวยกัน จากนั้นใชไมพาดกลางมัดยึดไวใหแนน แลวคลุมดวยตาขาย การใสปุย ในชวงของการเจริญเติบโต ควรใสปุยอินทรียควบคูกับปุยเคมีสูตร 15-15-15 และในชวงติดดอก ออกผล ใหใชปุยเคมีสูตร 13-13-21 ทุก 15 วัน โดยพรวนดินแลวโรยปุยรอบตน ใหหางจาก โคนตนประมาณ 10 เซนติเมตร แปลงปลูกถั่วฝกยาว ถั่วฝกยาว คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 19 การเก็บเกี่ยว ถั่วฝกยาวมีอายุการเก็บเกี่ยว 55-60 วัน หลังจากหยอดเมล็ด การเก็บฝกควรพิจารณาใหตรงกับความตองการ ของตลาด โดยเก็บเกี่ยวผลผลิตในชวงเวลาที่มีแดดออนๆ และนำเขาที่รมทันที ขอมูลเพิ่มเติม ถั่วฝกยาวเปนพืชที่ใชน้ำนอยเพียง 400 ลูกบาศกมิลลิลิตรตอพื้นที่ 1 ไร และเปนพืชอายุสั้น ปลูกเพียง 2 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตไดทุกวัน เหมาะสมมากกับการปลูกแบบเชิงเศรษฐกิจ สงผลใหมีรายได ทุกวัน ตนกลาถั่วฝกยาว การทำคางถั่วฝกยาว การดูแลกำจัดวัชพืช การเก็บถั่วฝกยาว


20 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกขึ้นฉาย ขึ้นฉายเปนพืชผักที่ใชสวนใบและกานใบรับประทานเปนผักสด และเปนเครื่องเทศในการ ปรุงอาหาร จะชวยใหอาหารมีกลิ่นหอมนารับประทาน นอกจากนี้ยังชวยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาไดเปนอยางดี การปลูก นิยมใชวิธีการหวานเมล็ดลงบนแปลงปลูก การเตรียมดิน ไถดินใหลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ตากดินไวประมาณ 1 สัปดาห แลวทำการยอยดินใหละเอียด คลุกเคลา ดวยปุยคอก หรือปุยหมักใหทั่วถึง แลวยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร คลุมดวยฟางบางๆ รดน้ำใหทั่วแปลง วิธีการปลูก รดน้ำในแปลงปลูกใหชุม นำเมล็ดพันธุหวานใหทั่วแปลง อายุขึ้นฉาย 20-30 วัน ถอนแยกตนใหมีระยะหาง ของตนประมาณ 5-10 เซนติเมตร การดูแลรักษา การใหน้ำ ควรใหน้ำอยางสม่ำเสมอและเพียงพอวันละ 1-2 ครั้ง อยาใหน้ำขังแฉะเพราะจะทำใหเกิดโรคเนาได หากขาดน้ำขึ้นฉายจะหยุดการเจริญเติบโตสงผลใหตนและใบมีสีเขียวเขม แข็งกระดาง การใสปุย ระยะแรก ใหแบงการใสปุยบออกเปน 2 ครั้ง คือ หลังจากหวานเมล็ดพันธุ 7 วัน และหลังจาก หวานเมล็ดพันธุ 15 วัน โดยใชปุยเคมีสูตร 46-0-0 ละลายน้ำรด นอกจากนี้สามารถใชปุยเคมีสูตร 25-7-7 เปนตัวชวยเสริมในการบำรุงตนและใบใหมีสีเขียวในระยะนี้ได ระยะที่สอง หลังจากถอนตนพันธุแยกออกจากกันเพื่อไมใหแนนจนเกินไปแลว ใหใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 ระยะที่สาม หลังจากหวานเมล็ดพันธุ 30-35 วัน ใหใสปุยเคมีสูตรเดิมตามระยะแรกอีกครั้ง จนสามารถเก็บผลผลิตได การเก็บเกี่ยว หลังจากการหวานเมล็ดพันธุลงแปลงปลูกจนอายุ 40-45 วัน สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได โดยเก็บในชวงเชา ดวยวิธีการถอนทั้งตนและราก ขึ้นฉาย เมล็ดพันธุขึ้นฉาย


20 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกขึ้นฉาย ขึ้นฉายเปนพืชผักที่ใชสวนใบและกานใบรับประทานเปนผักสด และเปนเครื่องเทศในการ ปรุงอาหาร จะชวยใหอาหารมีกลิ่นหอมนารับประทาน นอกจากนี้ยังชวยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาไดเปนอยางดี การปลูก นิยมใชวิธีการหวานเมล็ดลงบนแปลงปลูก การเตรียมดิน ไถดินใหลึกประมาณ 20-25 เซนติเมตร ตากดินไวประมาณ 1 สัปดาห แลวทำการยอยดินใหละเอียด คลุกเคลา ดวยปุยคอก หรือปุยหมักใหทั่วถึง แลวยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร คลุมดวยฟางบางๆ รดน้ำใหทั่วแปลง วิธีการปลูก รดน้ำในแปลงปลูกใหชุม นำเมล็ดพันธุหวานใหทั่วแปลง อายุขึ้นฉาย 20-30 วัน ถอนแยกตนใหมีระยะหาง ของตนประมาณ 5-10 เซนติเมตร การดูแลรักษา การใหน้ำ ควรใหน้ำอยางสม่ำเสมอและเพียงพอวันละ 1-2 ครั้ง อยาใหน้ำขังแฉะเพราะจะทำใหเกิดโรคเนาได หากขาดน้ำขึ้นฉายจะหยุดการเจริญเติบโตสงผลใหตนและใบมีสีเขียวเขม แข็งกระดาง การใสปุย ระยะแรก ใหแบงการใสปุยบออกเปน 2 ครั้ง คือ หลังจากหวานเมล็ดพันธุ 7 วัน และหลังจาก หวานเมล็ดพันธุ 15 วัน โดยใชปุยเคมีสูตร 46-0-0 ละลายน้ำรด นอกจากนี้สามารถใชปุยเคมีสูตร 25-7-7 เปนตัวชวยเสริมในการบำรุงตนและใบใหมีสีเขียวในระยะนี้ได ระยะที่สอง หลังจากถอนตนพันธุแยกออกจากกันเพื่อไมใหแนนจนเกินไปแลว ใหใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 ระยะที่สาม หลังจากหวานเมล็ดพันธุ 30-35 วัน ใหใสปุยเคมีสูตรเดิมตามระยะแรกอีกครั้ง จนสามารถเก็บผลผลิตได การเก็บเกี่ยว หลังจากการหวานเมล็ดพันธุลงแปลงปลูกจนอายุ 40-45 วัน สามารถเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได โดยเก็บในชวงเชา ดวยวิธีการถอนทั้งตนและราก ขึ้นฉาย เมล็ดพันธุขึ้นฉาย คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 21 การปลูกหอมแบง หอมแบงเปนผักที่เรานิยมบริโภคสดทั้งสวนของตนและใบ หอมแบงจะมีการแตกกอ คลายหอมแดงจะตางกันตรงสวนของหัวไมขยายใหญ มีขนาดเล็กนารับประทาน ประดับตกแตง โรยหนาอาหารใหมีสีสัน และกลิ่นหอมนารับประทาน การปลูก ใชหัวพันธุในการปลูก ใหมีระยะหางระหวางตน 10 เซนติเมตร ระยะหางระหวางแถว 30 เซนติเมตร ควรดำหัว ใหลึกลงในดินเพียงครึ่งหัว คอยๆ กดอยางระมัดระวัง แลวคลุมดวยฟางแหง หรือหญาแหงเพื่อเก็บรักษาความชื้น และ รดน้ำใหสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง การดูแลรักษา การใหน้ำ เนื่องจากหอมแบงมีระบบรากตื้น ตองใหน้ำอยางเพียงพอ และสม่ำเสมอวันละ 2 ครั้ง การใสปุย หลังจากปลูกจนถึงอายุ 20 วัน ใหใสปุยเคมีสูตร 25-7-7 หรือปุยเคมีสูตรใกลเคียง และเมื่อตนพันธุ มีอายุ 30 วัน ใหใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 หรือจะใชปุยน้ำหมักชีวภาพจากปลาผสมน้ำรดแทนก็ได การเก็บเกี่ยว อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิตอยูที่ 40-45 วัน โดยการถอนทั้งตน พันธุหอมแบงสำหรับปลูก ตนหอมแบง แปลงปลูกหอมแบง


22 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? กิจกรรมดานพืชไรหมุนเวียน


22 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? กิจกรรมดานพืชไรหมุนเวียน คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 23 การปลูกออยคั้นน้ำ ออยคั้นน้ำ เปนพืชที่ไดรับความสนใจจากเกษตรกรเปนอยางมาก เปนอีกทางเลือกหนึ่ง ของการปลูกพืช โดยใชพื้นที่ไมมาก แตสามารถสรางรายไดใหเกษตรกรไดอยางมาก ปจจัยสำคัญ 1. สภาพพื้นที่ - พื้นที่ดอน หรือพื้นที่ลุมไมมีน้ำทวมขัง - ความสูงจากระดับน้ำทะเลไมเกิน 1,500 เมตร - ความลาดเอียงของพื้นที่ไมเกิน 3% - หางไกลแหลงมลพิษ - การคมนาคมสะดวก สามารถนำผลผลิตออกสูตลาดไดเร็ว 2. ลักษณะดิน - ดินรวน ดินรวนเหนียว ดินรวนปนทรายดินเหนียว - ความอุดมสมบูรณปานกลาง มีอินทรียวัตถุไมต่ำกวา 1.5% ฟอสฟอรัสที่เปนประโยชนมากกวา 10 สวน โพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนไดมากกวา 80% - การระบายน้ำดี อาการถายเทไดดี - ระดับหนาดินลึกไมนอยกวา 50 เซนติเมตร - คาความเปน กรด-ดาง (pH) อยูระหวาง 5.5-7 3. สภาพภูมิอากาศ - อุณหภูมิที่เหมาะสมตอการเจริญเติบโต 30-35 องศาเซลเซียส - ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,000-1,200 มิลลิลิตรตอป - มีแสงแดดจัด ทอนพันธุออยคั้นน้ำ แปลงปลูกออยคั้นน้ำ


24 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 4. แหลงน้ำ - มีแหลงน้ำธรรมชาติ หรือน้ำชลประทานใหพอใช ตลอดฤดูปลูก - เปนน้ำสะอาดปราศจากการปนเปอนสารเคมี 5. วางแผนการผลิต - ออยคั้นน้ำ เปนพืชบริโภคสด สามารถปลูกได ตลอดป จำเปนตองวางแผนการผลิต เพื่อรักษา คุณภาพของน้ำออย - ควรติดตอตลาดรับซื้อไวลวงหนา - ผลิตใหมีปริมาณ และคุณภาพสอดคลองกับความ ตองการของตลาด 6. สายพันธุที่นิยมปลูกคือ สุพรรณบุรี 50 เพราะมีคุณภาพตามที่ ตลาดตองการ น้ำออยมีสีเหลืองอมเขียว มีความหวาน 15-17 องศาบริกซ ทนทานตอโรค ลำตนเทาแดง ปลองยาวเปนรูปทรงกระบอกแตกกอ 5-6 ตนตอกอ อายุเก็บเกี่ยว 8 เดือน ผลผลิตน้ำออย 4,600-5,200 ลิตรตอไร วิธีการปลูก 1. การเตรียมดิน - ในสภาพที่ลุม ควรยกรองโดยมีสันรองกวาง 5-6 เมตร - ในสภาพที่ดอน ปรับระดับพื้นที่ใหมีความลาดเอียง ประมาณ 1% - ถาดินมีอินทรียวัตถุต่ำกวา 1.5% ควรหวานปุย หมัก/ปุยคอก 1,000-2,000 กิโลกรัมตอไร แลวพรวนกลบ - ระยะหางระหวางรอง 1.2-1.5 เมตร 2. การเตรียมทอนพันธุ - ใชทอนพันธุอายุ 6-8 เดือน จากแหลงที่ไมมีโรค ลำตนเนาแดง - ตัดออยเปนทอน จำนวน 3 ตาตอทอน แลวนำไปปลูกทันที ไมควรเก็บทิ้งไวเกิน 7 วัน 3. วิธีการปลูก - ปลูกเปนแถวเดี่ยว การเตรียมแปลงปลูกออยคั้นน้ำ การปลูกออยคั้นน้ำ ตนออยคั้นน้ำ การดูแลใสปุยออยคั้นน้ำ


24 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 4. แหลงน้ำ - มีแหลงน้ำธรรมชาติ หรือน้ำชลประทานใหพอใช ตลอดฤดูปลูก - เปนน้ำสะอาดปราศจากการปนเปอนสารเคมี 5. วางแผนการผลิต - ออยคั้นน้ำ เปนพืชบริโภคสด สามารถปลูกได ตลอดป จำเปนตองวางแผนการผลิต เพื่อรักษา คุณภาพของน้ำออย - ควรติดตอตลาดรับซื้อไวลวงหนา - ผลิตใหมีปริมาณ และคุณภาพสอดคลองกับความ ตองการของตลาด 6. สายพันธุที่นิยมปลูกคือ สุพรรณบุรี 50 เพราะมีคุณภาพตามที่ ตลาดตองการ น้ำออยมีสีเหลืองอมเขียว มีความหวาน 15-17 องศาบริกซ ทนทานตอโรค ลำตนเทาแดง ปลองยาวเปนรูปทรงกระบอกแตกกอ 5-6 ตนตอกอ อายุเก็บเกี่ยว 8 เดือน ผลผลิตน้ำออย 4,600-5,200 ลิตรตอไร วิธีการปลูก 1. การเตรียมดิน - ในสภาพที่ลุม ควรยกรองโดยมีสันรองกวาง 5-6 เมตร - ในสภาพที่ดอน ปรับระดับพื้นที่ใหมีความลาดเอียง ประมาณ 1% - ถาดินมีอินทรียวัตถุต่ำกวา 1.5% ควรหวานปุย หมัก/ปุยคอก 1,000-2,000 กิโลกรัมตอไร แลวพรวนกลบ - ระยะหางระหวางรอง 1.2-1.5 เมตร 2. การเตรียมทอนพันธุ - ใชทอนพันธุอายุ 6-8 เดือน จากแหลงที่ไมมีโรค ลำตนเนาแดง - ตัดออยเปนทอน จำนวน 3 ตาตอทอน แลวนำไปปลูกทันที ไมควรเก็บทิ้งไวเกิน 7 วัน 3. วิธีการปลูก - ปลูกเปนแถวเดี่ยว การเตรียมแปลงปลูกออยคั้นน้ำ การปลูกออยคั้นน้ำ ตนออยคั้นน้ำ การดูแลใสปุยออยคั้นน้ำ คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 25 - วางทอนพันธุในรองใหมีระยะหางระหวางทอน 50 เซนติเมตร - กลบดินใหสม่ำเสมอ หนา 3-5 เซนติเมตร การดูแลรักษา การใหน้ำ ใหทำการใหน้ำทันทีหลังจากการปลูก และใหน้ำทุก 2-3 สัปดาห งดการใหน้ำกอนการเก็บเกี่ยว 2 สัปดาห การใสปุย ใหใสปุยเคมีสูตร 16-8-8 ที่อายุ 1 เดือนหลังการปลูก ในอัตราสวน 35 กิโลกรัมตอไร และใหปุย อีกครั้งเมื่ออายุ 3 เดือน ในอัตราสวน 40 กิโลกรัมตอไร สำหรับการปลูกในพื้นที่ดินรวนปนทราย ใหใสปุยเคมีสูตร 15-15-15 หรือปุยเคมีสูตร 13-13-21 ตอนปลูกครั้งแรกในอัตราสวน 30 กิโลกรัมตอไร และใหปุยอีกครั้งเมื่ออายุ 3 เดือน ในอัตราสวน 50 กิโลกรัมตอไร วิธีการใหปุย ใหโรยปุยเปนแถวขางกอออย แลวทำการพรวนกลบ การใหผลผลิต ผลผลิตตอไรประมาณ 12 ตัน คาตอบแทน 1. กรณีขายลำ ผลผลิต 12 ตันตอไร - ราคาขายกิโลกรัมละ 4 บาท - ผลตอบแทน 1 ไร เปนเงิน 48,000 บาท - ตนทุนการผลิต 1 ไร เปนเงิน 9,600 บาท - กำไรสุทธิ 1 ไร เปนเงิน 38,400 บาท 2. กรณีขายน้ำออย ผลผลิตน้ำออย 4,900 ลิตรตอไร - ราคาขายลิตรละ 20 บาท - ผลตอบแทน 1 ไร เปนเงิน 98,000 บาท - ตนทุนการผลิต 1 ไร เปนเงิน 9,600 บาท - กำไรสุทธิ 1 ไร เปนเงิน 88,400 บาท หมายเหตุ การปลูกออยคั้นน้ำในชวงเก็บเกี่ยว ไมควรเลาะกาบออยทิ้ง เพราะกาบออยจะชวยในการ เก็บความชื้น ทำใหผิวออยสดอยูเสมอปอกเปลือกงาย การเก็บเกี่ยวออยคั้นน้ำ น้ำออยสด


26 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกขาวโพดฝกสด ขาวโพดฝกสดคือ ขาวโพดทุกชนิดที่ใชรับประทานเปนอาหารกอนที่เมล็ดจะแก เปนพืชที่มีความสำคัญตอเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับขาวโพดฝกสดในประเทศไทยมีการปลูกหลากหลายสายพันธุ เชน ขาวโพดหวาน ขาวโพดขาวเหนียว ขาวโพดเทียน และขาวโพดฝกออน ที่นิยมมากที่สุดคือพันธุขาวโพดหวาน เพราะ มีอายุสั้นใหผลตอบแทนดี สามารถจำหนายไดทั้งบริโภคแบบสด และสงโรงงานอุตสาหกรรมกระปอง ปจจัยสำคัญ 1. สายพันธุ แบงเปน 2 ประเภทคือ - พันธุผสมเปด(ปลอย) เชน พันธุซุปเปอรสวีท พันธุซุปเปอรฮาโก เปนตน เกษตรกรสามารถเก็บไวทำ พันธุได 2-3 รุน เหมาะสำหรับจำหนายในตลาดบริโภคสด - พันธุลูกผสม เชน พันธุอินทรีย 2 พันธุซูการ 73 พันธุซูการ 74 พันธุไฮ-บริทซ เปนตน ผลผลิตเปนที่ตองการของตลาดและโรงงานอุตสาหกรรม แตเกษตรกรไมสามารถเก็บไวทำพันธุ ตอไปได 2. ลักษณะดิน ขาวโพดฝกสดชอบดินรวน ดินรวนเหนียว หรือดินรวนปนทราย ระบายน้ำไดดี เนื้อดินไมแนน มีคาความเปน กรด-ดาง(pH) ของดินอยูที่ 5.5-6.5 ควรเปนดินที่มีความอุดมสมบูรณ มีอินทรียวัตถุอยูในดิน 3. สภาพภูมิอากาศ ขาวโพดหวานปลูกไดทุกฤดูกาลในพื้นที่ที่มีน้ำเพียงพอ ดูแลรักษางายใหผลผลิตสูง การเตรียมดิน ไถดะ 1 ครั้ง ตากดินไว 7-15 วัน หวานปุยคอก หรือปุยหมักเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ในอัตราสวน 1-2 ตันตอไร ไถแปร 1-2 ครั้ง เพื่อยอยดินใหเหมาะสมกับการยกแปลงปลูก วิธีการปลูก ขาวโพดหวานปลูกดวยการใชเมล็ดพันธุ 1-1.5 กิโลกรัมตอไร โดยมีระยะการปลูกแบงออกเปน 2 แบบ คือ - แบบแถวเดี่ยว ระยะหางระหวางแถว 75 เซนติเมตร ระยะหางระหวางตน 25 เซนติเมตร ขาวโพดหวาน ขาวโพดตักหงาย


26 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกขาวโพดฝกสด ขาวโพดฝกสดคือ ขาวโพดทุกชนิดที่ใชรับประทานเปนอาหารกอนที่เมล็ดจะแก เปนพืชที่มีความสำคัญตอเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับขาวโพดฝกสดในประเทศไทยมีการปลูกหลากหลายสายพันธุ เชน ขาวโพดหวาน ขาวโพดขาวเหนียว ขาวโพดเทียน และขาวโพดฝกออน ที่นิยมมากที่สุดคือพันธุขาวโพดหวาน เพราะ มีอายุสั้นใหผลตอบแทนดี สามารถจำหนายไดทั้งบริโภคแบบสด และสงโรงงานอุตสาหกรรมกระปอง ปจจัยสำคัญ 1. สายพันธุ แบงเปน 2 ประเภทคือ - พันธุผสมเปด(ปลอย) เชน พันธุซุปเปอรสวีท พันธุซุปเปอรฮาโก เปนตน เกษตรกรสามารถเก็บไวทำ พันธุได 2-3 รุน เหมาะสำหรับจำหนายในตลาดบริโภคสด - พันธุลูกผสม เชน พันธุอินทรีย 2 พันธุซูการ 73 พันธุซูการ 74 พันธุไฮ-บริทซ เปนตน ผลผลิตเปนที่ตองการของตลาดและโรงงานอุตสาหกรรม แตเกษตรกรไมสามารถเก็บไวทำพันธุ ตอไปได 2. ลักษณะดิน ขาวโพดฝกสดชอบดินรวน ดินรวนเหนียว หรือดินรวนปนทราย ระบายน้ำไดดี เนื้อดินไมแนน มีคาความเปน กรด-ดาง(pH) ของดินอยูที่ 5.5-6.5 ควรเปนดินที่มีความอุดมสมบูรณ มีอินทรียวัตถุอยูในดิน 3. สภาพภูมิอากาศ ขาวโพดหวานปลูกไดทุกฤดูกาลในพื้นที่ที่มีน้ำเพียงพอ ดูแลรักษางายใหผลผลิตสูง การเตรียมดิน ไถดะ 1 ครั้ง ตากดินไว 7-15 วัน หวานปุยคอก หรือปุยหมักเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณของดิน ในอัตราสวน 1-2 ตันตอไร ไถแปร 1-2 ครั้ง เพื่อยอยดินใหเหมาะสมกับการยกแปลงปลูก วิธีการปลูก ขาวโพดหวานปลูกดวยการใชเมล็ดพันธุ 1-1.5 กิโลกรัมตอไร โดยมีระยะการปลูกแบงออกเปน 2 แบบ คือ - แบบแถวเดี่ยว ระยะหางระหวางแถว 75 เซนติเมตร ระยะหางระหวางตน 25 เซนติเมตร ขาวโพดหวาน ขาวโพดตักหงาย คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 27 - แบบแถวคู ชักรองกวาง 120 เซนติเมตร ปลูกดานขางสันรองทั้ง 2 ดาน ระยะหางระหวางตน 30 เซนติเมตร การดูแลรักษา การใสปุยขาวโพดหวานเริ่มใสปุยคอก หรือปุยหมักรองพื้นหลุมปลูกไดตามความเหมาะสม ใสปุยอีกครั้งเมื่อ อายุ 25-30 วัน และเมื่ออายุ 40-45 วัน การเก็บเกี่ยว ขาวโพดหวานมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 70-75 วัน โดยการตัดฝก ขอมูลเพิ่มเติม ขอควรระวัง ขาวโพดหวานจะขาดน้ำไมไดในระยะ 7 วันแรก เพราะเปนระยะที่ขาวโพด กำลังงอก และระยะที่ขาดน้ำไมไดอีกชวงหนึ่งคือ ระยะออกดอก ถาขาดน้ำการผสมเกสรจะไมสมบูรณ การติดเมล็ด จะไมดี ตนขาวโพด การดูแลกำจัดวัชพืช แปลงขาวโพด การดูแลฉีดพนสารไลแมลง


28 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? กิจกรรมดานไมผลผสมผสาน


28 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? กิจกรรมดานไมผลผสมผสาน คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 29 การปลูกไมผลผสมผสาน เปนอีกทางเลือกในการประกอบอาชีพทางดานเกษตรกรรม และสรางรายไดใหกับเกษตรกรไดเปนอยางดี สามารถ เลือกใชพื้นที่ไดทุกสวนของบริเวณรอบบาน โดยการปลูกแบบผสมผสานหลายๆ ชนิด ผลผลิตที่ไดเก็บบริโภคหรือจำหนาย ไดตลอดทั้งป สำหรับการปลูกไมผลผสมผสานในแปลงเรียนรูเกษตรทฤษฎีใหม (โครงการพื้นที่พิเศษ 5 ไร) ของศูนยศึกษา การพัฒนาหวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปนการปลูกเพื่อการเรียนรูฝกปฏิบัติการดูแล และการขยายพันธุ ตลอดจนเปนแหลงศึกษาเรียนรูใหกับผูที่สนใจเขามาศึกษาดูงาน การที่จะเลือกปลูกไมผลชนิดใด ควรพิจารณาถึงความตองการของตลาด สภาพดิน ฟา อากาศ ของไมผลแตละชนิด ใหดีกอน ตัวอยางเชน 1. ไมผลที่ตองการอากาศรอนและชื้น ตองการความชื้นในดินและในอากาศคอนขางสูง เชน เงาะ ทุเรียน มังคุด ลางสาด มะไฟ ไมผลชนิดนี้จะเจริญเติบโตไดดีในที่ที่มีอากาศเย็น ฝนตกชุก 2. ไมผลที่ตองการอากาศกึ่งรอน เชน ลิ้นจี่ ลำไย ไมผลชนิดนี้จะเจริญเติบโตไดดีทางภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียง บางจังหวัด เชน จังหวัดเลย จังหวัดนครราชสีมา(อำเภอปากชอง) เปนตน 3. ไมผลที่ปลูกไดทั่วๆ ไป ทั้งพื้นที่ที่มีอากาศรอนจัด และคอนขางแหงแลงก็สามารถเจริญเติบโตได เชน มะนาว ขนุน ละมุด ฝรั่ง นอยหนา สมโอ เปนตน


30 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกมะละกอ มะละกอเปนพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง คนไทยนิยมบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก นอกจากนี้ยังใชในอุตสาหกรรมอาหาร เชน การแปรรูปเปนน้ำผลไม ซอสปรุงรส ผลไมกระปอง แยม สีผสมอาหาร สำหรับ ยางมะละกอยังเปนสวนหนึ่งที่ใชในอุตสาหกรรมผลิตเบียร อุตสาหกรรมเคมี และเครื่องสำอาง สำหรับเอกสารองคความรูฉบับนี้ แนะนำการปลูกมะละกอรับประทานผลดิบใชในการทำสมตำ ซึ่งสายพันธุที่ นิยมที่สุด คือ พันธุแขกนวลดำเนิน เนื่องจากมีความกรอบ หวาน ลักษณะเดนของมะละกอพันธุแขกนวลดำเนิน เปนพันธุที่นิยมนำมาทำสมตำมากที่สุด ใหผลผลิตรุนแรกอยูที่อายุ 5 เดือนขึ้นไป ผลผลิตที่ไดประมาณตนละ 20-30 กิโลกรัมตอตนตอเดือน โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนละ 2-3 ครั้ง และสามารถใหผลผลิตตอเนื่องไดนาน 2 ป ถามีการดูแลเรื่องธาตุอาหารที่ดี การเตรียมดิน ครั้งที่ 1 ทำการไถดะ ตากหนาดินไวประมาณ 5-7 วัน เพื่อกำจัดวัชพืชและฆาเชื้อโรคในดิน ครั้งที่ 2 ไถพรวนใหดินรวนซุย เติมปุยคอก หรืออินทรียวัตถุเพื่อปรับโครงสรางของดิน เพิ่มธาตุอาหารใหกับดิน เพราะมะละกอพันธุแขกนวลดำเนินชอบดินรวนปนทราย ดินเหนียวปนดินรวน มีธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ ระบายน้ำดี ไมชอบน้ำขัง และควรมีหนาดินลึกไมนอยกวา 1 เมตร มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูที่ 5.5-7 ไมชอบดินเค็ม และถาไดรับแสงแดดเต็มที่จะเจริญเติบโตไดดี วิธีการปลูก 1. ระยะหางระหวางการปลูกที่เหมาะสมคือ 2.5 x 2.5 เมตร หรือ 3 x 3 เมตร 2. ปลูกหลุมละ 3 ตน เพื่อทำการคัดเพศ และเอาตนที่เปนกะเทยไว 1 ตนเทานั้น (ดูตอนเริ่มออกดอก) มะละกอสำหรับทำสมตำ


30 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การปลูกมะละกอ มะละกอเปนพืชที่สำคัญทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง คนไทยนิยมบริโภคทั้งผลดิบและผลสุก นอกจากนี้ยังใชในอุตสาหกรรมอาหาร เชน การแปรรูปเปนน้ำผลไม ซอสปรุงรส ผลไมกระปอง แยม สีผสมอาหาร สำหรับ ยางมะละกอยังเปนสวนหนึ่งที่ใชในอุตสาหกรรมผลิตเบียร อุตสาหกรรมเคมี และเครื่องสำอาง สำหรับเอกสารองคความรูฉบับนี้ แนะนำการปลูกมะละกอรับประทานผลดิบใชในการทำสมตำ ซึ่งสายพันธุที่ นิยมที่สุด คือ พันธุแขกนวลดำเนิน เนื่องจากมีความกรอบ หวาน ลักษณะเดนของมะละกอพันธุแขกนวลดำเนิน เปนพันธุที่นิยมนำมาทำสมตำมากที่สุด ใหผลผลิตรุนแรกอยูที่อายุ 5 เดือนขึ้นไป ผลผลิตที่ไดประมาณตนละ 20-30 กิโลกรัมตอตนตอเดือน โดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนละ 2-3 ครั้ง และสามารถใหผลผลิตตอเนื่องไดนาน 2 ป ถามีการดูแลเรื่องธาตุอาหารที่ดี การเตรียมดิน ครั้งที่ 1 ทำการไถดะ ตากหนาดินไวประมาณ 5-7 วัน เพื่อกำจัดวัชพืชและฆาเชื้อโรคในดิน ครั้งที่ 2 ไถพรวนใหดินรวนซุย เติมปุยคอก หรืออินทรียวัตถุเพื่อปรับโครงสรางของดิน เพิ่มธาตุอาหารใหกับดิน เพราะมะละกอพันธุแขกนวลดำเนินชอบดินรวนปนทราย ดินเหนียวปนดินรวน มีธาตุอาหารที่อุดมสมบูรณ ระบายน้ำดี ไมชอบน้ำขัง และควรมีหนาดินลึกไมนอยกวา 1 เมตร มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูที่ 5.5-7 ไมชอบดินเค็ม และถาไดรับแสงแดดเต็มที่จะเจริญเติบโตไดดี วิธีการปลูก 1. ระยะหางระหวางการปลูกที่เหมาะสมคือ 2.5 x 2.5 เมตร หรือ 3 x 3 เมตร 2. ปลูกหลุมละ 3 ตน เพื่อทำการคัดเพศ และเอาตนที่เปนกะเทยไว 1 ตนเทานั้น (ดูตอนเริ่มออกดอก) มะละกอสำหรับทำสมตำ คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 31 3. ขุดหลุมขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร ดินที่ขุดผสมปุยคอก และปุยเคมีสูตร 15-15-15 อัตราสวน 2 ชอนแกงตอหลุม คลุกเคลาดินกับปุยใหเขากัน 4. นำตนกลามะละกอลงปลูก กลบดินรอบโคนตนใหแนน รดน้ำใหชุมจนมะละกอตั้งตัวไดจึงลดปริมาณ การใหน้ำลงเหลือ 2-3 วันตอครั้ง ที่สำคัญชวงมะละกอติดดอกติดผลตองใหน้ำอยางสม่ำเสมอ หามขาดน้ำ โดยเด็ดขาดเพื่อใหไดผลผลิตที่มีปริมาณสูง การดูแลรักษา การใหน้ำ มะละกอตองการน้ำอยางสม่ำเสมอ โดยเฉพาะชวงออกดอก ติดผล เปนชวงที่ตองการน้ำมาก ถาขาดน้ำจะทำใหดอกรวง ผลรวง ผลไมสมบูรณ การใสปุย เมื่อตนมะละกออายุ 1 เดือน ใหใสปุยอินทรียและปุยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตราสวน 50 กรัม/ตน และใสทุกเดือนโดยเพิ่มอัตราสวนปุยเคมีเปน 100 กรัม/ตน จนมะละกอติดผล ใหปุยโดยการ หวานบนดิน พรวนกลบ แลวรดน้ำ การกำจัดศัตรู/โรคพืช เพลี้ยไฟ จะพบในชวงฤดูฝนถึงตนฤดูแลง อาการที่พบคือ ใตผิวใบจะแหงเหี่ยว เสนกลางใบ หรือเสนขอบใบจะแหงเปนสีน้ำตาล ปองกันและกำจัดโดย ใชน้ำฉีดพนแรงๆ ใหตัวหลน หรือใชยาฆาแมลงฉีดพน 2-3 ครั้ง ทุก 7 วัน ไรแดง จะพบไดหลายชวงอายุ อาการที่พบคือ ผิวใบจะเปนฝาดาง ถาตรวจดูใกลๆ จะพบตัวไรสีคล้ำๆ หรือคราบไรสีขาว เปนจำนวนมากกระจายอยูทั่วไป ปองกันและกำจัดโดย ใชสารเคมีฉีดพน เพลี้ยออน เปนแมลงดูดที่สำคัญ และเปนตัวถายทอดโรค อาการที่พบคือ ใบจะดางเหลืองซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส ปองกันและกำจัดโดย ใชสารเคมีฉีดพน โรคใบดางการเกิดโรคในตนกลา อาการที่พบคือ ใบดางผิดปกติ ขนาดใบเล็ก สีซีด และใบรวงสงผลใหตนตาย การเกิดโรคในตนที่โตแลวอาการที่พบคือ ใบยอดเหลืองซีด ใบมีขนาดเล็กลง กานใบสั้น ใบดาง เปนสีเหลืองสลับเขียว ตนและกานใบมีจุดหรือขีดสีเขม ปองกันและกำจัดโดยโคนตนทิ้งทั้งพื้นที่ โรคราแปง มักเกิดกับใบและผล อาการที่พบคือ เกิดคราบฝุนของเชื้อราเปนขุยสีขาวๆ คลายแปง ที่บนใบ กานใบ และผล เกิดจากเชื้อรา ปองกันและกำจัดโดย ใชสารเคมีปองกันและกำจัดเชื้อราฉีดพน


32 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การเก็บเกี่ยว มะละกอจะมีผลเก็บเกี่ยวไดเมื่ออายุ 7-8 เดือน และจะใหผลแกสามารถเก็บไดเรื่อยๆ จนถึงอายุ 1.5 - 2 ป จึงปลูกใหม ตนกลามะละกอพรอมปลูก การเก็บเกี่ยวมะละกอสำหรับทำสมตำ แปลงปลูกมะละกอ


32 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การเก็บเกี่ยว มะละกอจะมีผลเก็บเกี่ยวไดเมื่ออายุ 7-8 เดือน และจะใหผลแกสามารถเก็บไดเรื่อยๆ จนถึงอายุ 1.5 - 2 ป จึงปลูกใหม ตนกลามะละกอพรอมปลูก การเก็บเกี่ยวมะละกอสำหรับทำสมตำ แปลงปลูกมะละกอ คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 33 การปลูกมะพราวน้ำหอม มะพราว เปนพืชเศรษฐกิจเมืองรอน สามารถใชประโยชนไดทั้งตน และนิยม ปลูกกันอยางกวางขวาง เพราะมีคุณลักษณะพิเศษคือ มะพราวน้ำหอมมีน้ำที่หอม รสชาติกลมกลอม เปนที่นิยมของ คนทั่วไปในการรับประทานมะพราวออน ปจจัยสำคัญ 1. มีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ 1,500-2,000 มิลลิลิตรตอป และไมควรมีฝนตกนอยกวา 50 มิลลิลิตร นานเกิน 3 เดือน 2. สภาพภูมิอากาศควรมีอุณหภูมิเฉลี่ย 27 องศาเซลเซียส 3. แสงแดดสาดสองสม่ำเสมอตลอดป จึงจะเจริญเติบโตดี 4. ปลูกไดในดินทุกประเภทที่มีปุยเพียงพอและมีความชื้นพอเหมาะ ไมเปนดินเปรี้ยวหรือเค็มจัด 5. น้ำเปนสิ่งจำเปนอยางยิ่ง เพราะจะชวยใหผลผลิตมะพราวออกตลอดทั้งป ถาขาดน้ำจะทำใหมะพราวทิ้งชวง การออกผล ลักษณะเดนของพันธุมะพราวน้ำหอม พันธุมะพราวน้ำหอมที่ดี ถาลูกมะพราวมีกนกลมปาน ที่ขั้วจุกผลสดมีสีชมพูจะใหน้ำหอม ถาลูกมะพราวมี กนแหลมจีบจะใหน้ำหวาน หรือสังเกตจากราก รากสีแดงมากน้ำมะพราวจะหอมมาก รากสีแดงปนสีขาวน้ำมะพราวจะ มีความหอมนิดหนอย รากมีสีขาวน้ำมะพราวจะไมมีความหอม การเตรียมดิน พื้นที่ลุม ตองยกรองใหสูงกวาระดับน้ำไมนอยกวา 50 เซนติเมตร คันรองกวาง 5-8 เมตร พื้นที่ดอน ใหปลูกในพื้นที่ที่มีหนาดินลึกไมนอยกวา 1 เมตร หามปลูกในพื้นที่ดินดาน วิธีการปลูก 1. เตรียมหลุมปลูกขนาด 1x1x1 เมตร รองกนหลุมดวยปุยหมักคลุกเคลากับดิน


34 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 2. วางหนอมะพราวเอียง 45 องศา โดยหันตนมะพราวไปทางทิศตะวันออก ตนจะชอนขึ้น ใหผลดก ตนใหญ โรยปุยหมักผสมดินรอบๆ หนอมะพราว แตอยาใหดินกลบลูกมะพราวใหใสดินเพียงครึ่งเดียว กดดินดานขาง ใหแนน 3. ควรทำรมเพื่อกันแสงแดดในระยะแรกๆ และหาวัสดุคลุมโคนใหชุมชื้น 4. เมื่อตนมะพราวที่ปลูกตั้งโคน หรืออายุได 2 ป ไมควรตัดใบทิ้ง ปลอยใบไวใหคลุมความชื้นและตนจะสมบูรณ 5. เมื่อมะพราวแทงจั่นแรกจะมีลูกนอย สามารถปาดทำน้ำตาลไดประมาณ 2 จั่น (การปาดจั่นใหสังเกตโดยการ ใชมือลูบจั่นดู ถาเรียบปาดได แตถาเปนตุมนูนๆ ไมควรปาดมาทำน้ำตาล) หลังจากนั้นปลอยใหจั่นที่ 3-4 ออกลูกจะไดลูกดก การดูแลรักษา การใหน้ำ ในชวงฤดูแลง หากฝนทิ้งชวงติดตอกันเกิน1-2 เดือน ตองมีการใหน้ำ การใสปุย เมื่อตนมะพราวอายุ 1 ป ใหใสปุยเคมีสูตร 13-13-13 ในอัตราสวน 1 กิโลกรัม/ตน/ป เมื่อตนมะพราวอายุ 2, 3, 4, … ป ใหใสปุยเคมีเพิ่มขึ้นปละ 1 กิโลกรัม/ตน/ป ใสปุยโดยการหวานรอบๆ บริเวณทรงพุม พรวนดินตื้นๆ กลบปุย รดน้ำใหชุม การเก็บเกี่ยว วิธีการสังเกตมะพราวออนที่พรอมเก็บเกี่ยว โดยดูจากสีผลรอบกลีบสีเขียวมีวงสีขาวลอมรอบเพียงเล็กนอย หรือดูทะลายออนที่อยูเหนือเยื้องทะลายที่จะตัดมีขนาดใหญกวากำปนเล็กนอย หรือใชวิธีการนับวันหลังจากตัดทะลายแรก ผานไป 20 วัน จึงเริ่มตัดทะลายถัดไปได ขอมูลเพิ่มเติม ควรปลูกชวงฤดูฝนจะดีที่สุด วิธีการสังเกตมะพราวน้ำหอมพรอมเก็บเกี่ยว แปลงปลูกมะพราวน้ำหอม ตนพันธุมะพราวน้ำหอมพรอมปลูก


34 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 2. วางหนอมะพราวเอียง 45 องศา โดยหันตนมะพราวไปทางทิศตะวันออก ตนจะชอนขึ้น ใหผลดก ตนใหญ โรยปุยหมักผสมดินรอบๆ หนอมะพราว แตอยาใหดินกลบลูกมะพราวใหใสดินเพียงครึ่งเดียว กดดินดานขาง ใหแนน 3. ควรทำรมเพื่อกันแสงแดดในระยะแรกๆ และหาวัสดุคลุมโคนใหชุมชื้น 4. เมื่อตนมะพราวที่ปลูกตั้งโคน หรืออายุได 2 ป ไมควรตัดใบทิ้ง ปลอยใบไวใหคลุมความชื้นและตนจะสมบูรณ 5. เมื่อมะพราวแทงจั่นแรกจะมีลูกนอย สามารถปาดทำน้ำตาลไดประมาณ 2 จั่น (การปาดจั่นใหสังเกตโดยการ ใชมือลูบจั่นดู ถาเรียบปาดได แตถาเปนตุมนูนๆ ไมควรปาดมาทำน้ำตาล) หลังจากนั้นปลอยใหจั่นที่ 3-4 ออกลูกจะไดลูกดก การดูแลรักษา การใหน้ำ ในชวงฤดูแลง หากฝนทิ้งชวงติดตอกันเกิน1-2 เดือน ตองมีการใหน้ำ การใสปุย เมื่อตนมะพราวอายุ 1 ป ใหใสปุยเคมีสูตร 13-13-13 ในอัตราสวน 1 กิโลกรัม/ตน/ป เมื่อตนมะพราวอายุ 2, 3, 4, … ป ใหใสปุยเคมีเพิ่มขึ้นปละ 1 กิโลกรัม/ตน/ป ใสปุยโดยการหวานรอบๆ บริเวณทรงพุม พรวนดินตื้นๆ กลบปุย รดน้ำใหชุม การเก็บเกี่ยว วิธีการสังเกตมะพราวออนที่พรอมเก็บเกี่ยว โดยดูจากสีผลรอบกลีบสีเขียวมีวงสีขาวลอมรอบเพียงเล็กนอย หรือดูทะลายออนที่อยูเหนือเยื้องทะลายที่จะตัดมีขนาดใหญกวากำปนเล็กนอย หรือใชวิธีการนับวันหลังจากตัดทะลายแรก ผานไป 20 วัน จึงเริ่มตัดทะลายถัดไปได ขอมูลเพิ่มเติม ควรปลูกชวงฤดูฝนจะดีที่สุด วิธีการสังเกตมะพราวน้ำหอมพรอมเก็บเกี่ยว แปลงปลูกมะพราวน้ำหอม ตนพันธุมะพราวน้ำหอมพรอมปลูก คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 35 การปลูกมะมวง มะมวงจัดเปนผลไมเศรษฐกิจที่นิยมปลูกกันมากในปจจุบัน เพราะสามารถปลูกไดดีใน ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดของประเทศ สามารถปลูกไดทั้งแบบเพื่อการบริโภคในครัวเรือน และเพื่อการคา ปจจัยสำคัญ 1. สภาพดิน มะมวงชอบดินรวน ดินรวนปนทราย หรือดินรวนปนดินเหนียว ที่มีความอุดมสมบูรณ ระบายน้ำ ไดดี มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูที่ 5.5-7.5 2. ระดับน้ำในดิน ควรมีความลึกของหนาดินไมนอยกวา 1 เมตร ถาระดับน้ำในดินตื้น หรือระดับหนาดินตื้น รากมะพราวจะไมสามารถเจริญเติบโตไดดีเทาที่ควร ลำตนแคระแกร็น โคนลมงาย เพราะไมมีดินยึดเหนี่ยว ราก 3. ปุย และธาตุอาหารจากอินทรียวัตถุ (ปุยคอก/ปุยหมัก) เพื่อชวยในการเจริญเติบโต สมบูรณแข็งแรง การเตรียมพันธุ มะมวงมีสายพันธุมากกวา 150 สายพันธุ แบงตามลักษณะการใชประโยชน คือ - รับประทานผลดิบ เชน เขียวเสวย ฟาลั่น หนองแซง พิมเสนมัน แรด เปนตน - รับประทานผลสุก เชน อกรอง น้ำดอกไม หนังกลางวัน เปนตน - เพื่อการอุตสาหกรรมแปรรูป เชน มะมวงแกว โชคอนันต เปนตน การเตรียมดิน กอนทำการปลูกตองปรับปรุงดิน และวิเคราะหคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดิน หากดินมีความอุดมสมบูรณ อยูแลวสามารถกำจัดวัชพืช และทำการปลูกไดเลย แตถาดินมีความเปนทรายจัดอยางเชน ดินในพื้นที่ศูนยศึกษาการพัฒนา หวยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีอินทรียวัตถุนอยมาก ตองทำการปรับปรุงดินโดยใชปุยคอกหรือปุยหมัก เศษใบไม และหญาแหงเพิ่ม มะมวงน้ำดอกไมสีทอง ตนพันธุมะมวง


36 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? วิธีการปลูก 1. เตรียมหลุมปลูกใหมีความ กวาง ยาว ลึก ประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถปลูกไดทั้งแบบถี่และหาง ถาถี่ตองหมั่นตัดแตงกิ่ง ถาหางจะมีระยะหางระหวางตนประมาณ 6 x 6 เมตร 2. การปลูกตนพันธุที่มาจากการทาบกิ่ง ติดตา ใหปลูกลึกระดับเดียวกันในภาชนะปลูกเดิม หรือสูงกวา แตตอง ไมปดรอยติดตา หรือรอยทาบกิ่ง เพื่อสะดวกในการลอกพลาสติกพันแผลออก 3. เมื่อปลูกเสร็จแลวใหปกไมเปนหลักใชเชือกผูกตนกันลมโยก แลวรดน้ำใหชุม ควรปลูกชวงตนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม) เพื่อใหมะมวงตั้งตัวไดเร็วขึ้น การดูแลรักษา การใสปุย สามารถใหปุยน้ำชีวภาพไดตามปกติในชวงการเจริญเติบโต การกำจัดศัตรูพืช ในชวงระยะออกชอดอกตองทำการกำจัดเพลี้ยจักจั่นที่มาดูดน้ำเลี้ยงชอดอก โดยใชสารเคมี หรือน้ำสมุนไพรหมัก ในการฉีดพน ขอมูลเพิ่มเติม สาเหตุของการที่ชอดอกมะมวงไมติดผลมาจาก เพลี้ยจักจั่นดูดน้ำเลี้ยงชอดอก ชอดอกไมสามารถ เจริญเติบโตเปนผลได ดอกรวง นอกจากนี้เพลี้ยจักจั่นจะถายมูลเปนของเหลวหวาน เปนอาหารของราดำ ซึ่งมีกระจาย ทั่วไปในอากาศ ทำใหราดำเจริญเติบโตปกคลุมใบมะมวงจนเปนสีดำ ปองกันและกำจัดโดย ใชยาเซฟวัน 85% จำนวน 2 ชอนแกง ตอน้ำ 20 ลิตร ฉีดพนชอดอกทุก 7 วัน ถาเปนสมุนไพรไดแก หางไหล(Rotenone) และยาสูบทุบแชน้ำ 1 คืน กรองเอาน้ำที่ไดจาการหมักมาฉีดพน (หางไหล(Rotenone) 1 กิโลกรัม ใชน้ำ 1 ปบ) แปลงปลูกมะมวง


36 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? วิธีการปลูก 1. เตรียมหลุมปลูกใหมีความ กวาง ยาว ลึก ประมาณ 50 เซนติเมตร สามารถปลูกไดทั้งแบบถี่และหาง ถาถี่ตองหมั่นตัดแตงกิ่ง ถาหางจะมีระยะหางระหวางตนประมาณ 6 x 6 เมตร 2. การปลูกตนพันธุที่มาจากการทาบกิ่ง ติดตา ใหปลูกลึกระดับเดียวกันในภาชนะปลูกเดิม หรือสูงกวา แตตอง ไมปดรอยติดตา หรือรอยทาบกิ่ง เพื่อสะดวกในการลอกพลาสติกพันแผลออก 3. เมื่อปลูกเสร็จแลวใหปกไมเปนหลักใชเชือกผูกตนกันลมโยก แลวรดน้ำใหชุม ควรปลูกชวงตนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม) เพื่อใหมะมวงตั้งตัวไดเร็วขึ้น การดูแลรักษา การใสปุย สามารถใหปุยน้ำชีวภาพไดตามปกติในชวงการเจริญเติบโต การกำจัดศัตรูพืช ในชวงระยะออกชอดอกตองทำการกำจัดเพลี้ยจักจั่นที่มาดูดน้ำเลี้ยงชอดอก โดยใชสารเคมี หรือน้ำสมุนไพรหมัก ในการฉีดพน ขอมูลเพิ่มเติม สาเหตุของการที่ชอดอกมะมวงไมติดผลมาจาก เพลี้ยจักจั่นดูดน้ำเลี้ยงชอดอก ชอดอกไมสามารถ เจริญเติบโตเปนผลได ดอกรวง นอกจากนี้เพลี้ยจักจั่นจะถายมูลเปนของเหลวหวาน เปนอาหารของราดำ ซึ่งมีกระจาย ทั่วไปในอากาศ ทำใหราดำเจริญเติบโตปกคลุมใบมะมวงจนเปนสีดำ ปองกันและกำจัดโดย ใชยาเซฟวัน 85% จำนวน 2 ชอนแกง ตอน้ำ 20 ลิตร ฉีดพนชอดอกทุก 7 วัน ถาเปนสมุนไพรไดแก หางไหล(Rotenone) และยาสูบทุบแชน้ำ 1 คืน กรองเอาน้ำที่ไดจาการหมักมาฉีดพน (หางไหล(Rotenone) 1 กิโลกรัม ใชน้ำ 1 ปบ) แปลงปลูกมะมวง คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 37 การปลูกชมพูเพชรสายรุง ชมพูเปนไมผลเขตรอน มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดียจัดอยูในตระกูลเดียวกับ ฝรั่ง หวา ยูคาลิปตัส เปนพืชชอบน้ำ มีรสหวานกรอบ และอุดมไปดวยวิตามินเอ ปจจัยสำคัญ ชมพูเปนไมผลที่สามารถเจริญเติบโตไดทุกสภาพพื้นที่ แตเจริญเติบโตไดดีที่มีน้ำอุดมสมบูรณ ดินรวนปนทราย หรือดินรวนเหนียว มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดินอยูที่ 6.5-7 วิธีการปลูก 1. เตรียมหลุมปลูกใหมีความ กวาง ยาว ลึก ประมาณ 50 เซนติเมตร มีระยะหางระหวางตนประมาณ 4 x 4 เมตร หรือ 6 x 6 เมตร 2. ผสมดินกับปุยคอก และปุยหินฟอสเฟต (Rock Phosphate) อัตราสวน 500 กรัมตอหลุม 3. นำตนชมพูลงหลุมที่เตรียมไวแลวกลบดวยดินปลูก กลบโคนใหแนนแลวปกไมผูกเชือกยึดลำตน 4. นำทางมะพราวมาพรางแสงทางดานทิศตะวันออก–ทิศตะวันตก และนำทางมะพราวออกเมื่อตนชมพูตั้งตัวได 5. หลังปลูกใหรดน้ำทันที การดูแลรักษา การใหน้ำ ควรใหน้ำอยางสม่ำเสมอ และงดการใหน้ำกอนทำการเก็บเกี่ยว 7 วัน จะทำใหชมพูมีสีสันและ หวานกรอบ การใสปุย ควรใหปุยหมัก หรือปุยคอกผสมปุยเคมีสูตร 13-13-21 หรือ สูตร 8-24-24 ในอัตราสวน 250-300 กรัม/ตน/ครั้ง โดยใหปุยประมาณ 2 ครั้ง หลังทำการเก็บเกี่ยวแลว การหอผล จะเริ่มหอผลเมื่อกลีบเลี้ยงอยูบริเวณปลายผล หุบเขาหากันเปนผล หรืออาจจะนับอายุจากการบาน ของดอกจนถึงการหอผลใชเวลาประมาณ 60 วัน ชมพูเพชรสายรุง


38 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การกำจัดศัตรูพืช แมลงวันทอง จะระบาดมากในชวงกอนหอผลควรหมั่นสังเกตบอยๆ แมลงคอมทอง จะระบาดมากในชวงแตกใบออนโดยการกัดกินยอดออน พืชจะหยุดการ เจริญเติบโต ขอมูลเพิ่มเติม หินฟอสเฟต (Rock Phosphate) คือ สารประกอบแคลเซียมฟอสเฟตใชเปนวัตถุดิบบำรุงดิน เสริมแคลเซียม ชวยเรงการงอกของราก ใชผสมกับปุยอินทรียรองกนหลุม ชวยใหพืชออกรากมากขึ้น โตเร็ว ลดความเปน กรดในดิน ชวยเพิ่มแรธาตุในดินที่สามารถละลายไดใหละลายไดมากขึ้น แปลงปลูกชมพูเพชรสายรุง การทำคาง/นั่งรานในการปลูกชมพูเพชรสายรุง


38 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การกำจัดศัตรูพืช แมลงวันทอง จะระบาดมากในชวงกอนหอผลควรหมั่นสังเกตบอยๆ แมลงคอมทอง จะระบาดมากในชวงแตกใบออนโดยการกัดกินยอดออน พืชจะหยุดการ เจริญเติบโต ขอมูลเพิ่มเติม หินฟอสเฟต (Rock Phosphate) คือ สารประกอบแคลเซียมฟอสเฟตใชเปนวัตถุดิบบำรุงดิน เสริมแคลเซียม ชวยเรงการงอกของราก ใชผสมกับปุยอินทรียรองกนหลุม ชวยใหพืชออกรากมากขึ้น โตเร็ว ลดความเปน กรดในดิน ชวยเพิ่มแรธาตุในดินที่สามารถละลายไดใหละลายไดมากขึ้น แปลงปลูกชมพูเพชรสายรุง การทำคาง/นั่งรานในการปลูกชมพูเพชรสายรุง คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 39 การปลูกฝรั่ง ฝรั่งเปนไมผลขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สามารถบริโภคไดทั้งผลสดที่อุดมไปดวยคุณคาทาง อาหาร หรือนำไปแปรรูป เชน น้ำฝรั่ง ฝรั่งดอง ฝรั่งแชบวย นอกจากนี้ใบของฝรั่งยังใชเปนยาสมุนไพรรักษาโรคภายใน ชองปากได และเปนพืชเศรษฐกิจที่คนสวนใหญนิยมรับประทาน การเตรียมพันธุ สายพันธุฝรั่งที่ไดรับความนิยมปลูกในปจจุบันคือ - ฝรั่งพันธุแปนสีทอง - ฝรั่งพันธุกลมสาลี่ - ฝรั่งพันธุกิมจู การเตรียมดิน 1. พื้นที่ลุมดินเหนี่ยว น้ำทวมขังงาย การระบายน้ำไมดี ใหทำการยกรองกวาง 1-2 เมตร ลึก 1 เมตร 2. พื้นที่ทั่วไป สามารถปลูกในแปลงไดเลย วิธีการปลูก 1. ใชกิ่งพันธุจากการตอนกิ่ง/ปกชำกิ่ง 2. เตรียมหลุมปลูกใหมีความกวาง-ลึกประมาณ 50x50 เซนติเมตร แตละหลุมมีระยะหางระหวางกันประมาณ 3 เมตร มีระยะหางระหวางแถวประมาณ 3-4 เมตร 3. รองกนหลุมดวยปุยคอกประมาณ 0.5 กิโลกรัมตอหลุม คลุกเคลนดินผสมกนหลุมสูงประมาณ 1 ฝามือ หรือจะผสมปุยเคมีสูตร 16-16-8 อัตราสวน 1 กำมือตอหลุมเพิ่มได 4. นำกิ่งพันธุลงปลูก กลบดินเหนือเขตรากประมาณ 10-15 เซนติเมตร 5. ใชไมปกและผูกเชือกยึดลำตนกันลมโยก 6. รดน้ำใหชุมพื้นที่ การดูแลรักษา การใหน้ำ ใหน้ำ 2 ครั้งตอวัน (เชา-เย็น) จนตนฝรั่งสามารถตั้งตัวได หลังจากนั้นสามารถใหน้ำนอยลงไดตาม สภาพความชื้นของดินและอากาศ ดินตองชุมชื้นหามใหตนฝรั่งขาดน้ำโดยเฉพาะในชวงติดผล แต ในชวงติดดอกใหลดการใหน้ำลง ฝรั่งจิมจู กิ่งพันธุฝรั่งสำหรับปลูก ตนพันธุฝรั่งในแปลงปลูก


40 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การใสปุย แบงออกเปน 3 ชวง ชวงที่ 1 ชวงตั้งแตปลูกจนถึงออกดอก ใหใสปุยเปนระยะเพื่อใหตนฝรั่งเจริญเติบโตดี สามารถใช ปุยคอกผสมกับปุยเคมีสูตร 12-12-0 (ปุยคอก 10 สวน : ปุยเคมี 1 สวน) ในอัตราสวน 0.5 กิโลกรัมตอตน โดยใหประมาณ 1-2 ครั้ง กอนติดดอก ชวงที่ 2 ชวงใหผลผลิต ระยะออกดอกใหใชปุยหมักรวมกับปุยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตราสวน 0.5 กิโลกรัมตอตน ชวงที่ 3 กอนเก็บผลผลิต 1 เดือน ใหใชปุยเคมีสูตร 12-12-24 ในอัตราสวน 0.5 กิโลกรัมตอตน การปลิดผล ใหทำการปลิดผลเมื่อมีขนาดเทาลูกมะนาว โดยเลือกลูกที่สมบูรณไวเพียง 2-3 ผลตอกิ่งเทานั้น การกำจัดศัตรูพืช วัชพืช กำจัดออกเดือนละ 1 ครั้ง โรคพืช ไดแกโรคราสมัท หรือโรคราสนิม ใบจะมีสีเหลืองแดงคลายสนิมขึ้นเปนจุดๆ กำจัด ไดโดยการฉีดพนสารจำกัดเชื้อรา เชน มาแนบ ซีแนบ แมลงศัตรูพืช แมลงที่พบบอยไดแก แมลงวันทอง จะเจาะผลกินเนื้อ ปองกันโดยการ หอผล การหอผล กอนทำการหอผลใหฉีดพนดวยน้ำหมักสมุนไพร เชน บอระเพ็ด สะเดา แลวใชกระดาษ/ถุงโฟม ตาขายหอผลจากนั้นหุมดวยพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง การเก็บเกี่ยว เก็บผลที่แกซึ่งจะมีอายุประมาณ 4-5 เดือน สังเกตไดจากสีและผิวของผล วิธีการหอฝรั่ง


40 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การใสปุย แบงออกเปน 3 ชวง ชวงที่ 1 ชวงตั้งแตปลูกจนถึงออกดอก ใหใสปุยเปนระยะเพื่อใหตนฝรั่งเจริญเติบโตดี สามารถใช ปุยคอกผสมกับปุยเคมีสูตร 12-12-0 (ปุยคอก 10 สวน : ปุยเคมี 1 สวน) ในอัตราสวน 0.5 กิโลกรัมตอตน โดยใหประมาณ 1-2 ครั้ง กอนติดดอก ชวงที่ 2 ชวงใหผลผลิต ระยะออกดอกใหใชปุยหมักรวมกับปุยเคมีสูตร 15-15-15 ในอัตราสวน 0.5 กิโลกรัมตอตน ชวงที่ 3 กอนเก็บผลผลิต 1 เดือน ใหใชปุยเคมีสูตร 12-12-24 ในอัตราสวน 0.5 กิโลกรัมตอตน การปลิดผล ใหทำการปลิดผลเมื่อมีขนาดเทาลูกมะนาว โดยเลือกลูกที่สมบูรณไวเพียง 2-3 ผลตอกิ่งเทานั้น การกำจัดศัตรูพืช วัชพืช กำจัดออกเดือนละ 1 ครั้ง โรคพืช ไดแกโรคราสมัท หรือโรคราสนิม ใบจะมีสีเหลืองแดงคลายสนิมขึ้นเปนจุดๆ กำจัด ไดโดยการฉีดพนสารจำกัดเชื้อรา เชน มาแนบ ซีแนบ แมลงศัตรูพืช แมลงที่พบบอยไดแก แมลงวันทอง จะเจาะผลกินเนื้อ ปองกันโดยการ หอผล การหอผล กอนทำการหอผลใหฉีดพนดวยน้ำหมักสมุนไพร เชน บอระเพ็ด สะเดา แลวใชกระดาษ/ถุงโฟม ตาขายหอผลจากนั้นหุมดวยพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง การเก็บเกี่ยว เก็บผลที่แกซึ่งจะมีอายุประมาณ 4-5 เดือน สังเกตไดจากสีและผิวของผล วิธีการหอฝรั่ง คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 41 การปลูกสมโอ สมโอเปนไมกึ่งรอนที่สามารถเจริญเติบโตไดดีในประเทศไทย และเปนไมผลที่มีความสำคัญ ทางเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่ง เพราะเปนที่นิยมบริโภคทั้งในประเทศและตางประเทศ เนื่องจากมีคุณคาทางโภชนาการสูง และมีระยะในการวางตลาดไดนาน สงผลใหเปนพืชที่มีศักยภาพในการสงออกสูง ปจจัยสำคัญ 1. พันธุ ในทองตลาดสมโอมีจำหนายมากกวา 30 สายพันธุ พันธุที่นิยมปลูกกันมากไดแก ขาวน้ำผึ้ง ขาวทองดี ขาวใหญ ขาวแตงกวา ทับทิมสยาม เปนตน 2. ดิน สมโอเจริญเติบโตไดดีในดินทุกชนิด (ดินทราย ดินรวน ดินรวนปนทราย ดินรวนเหนียว) แตมีขอสำคัญ คือ ตองระบายน้ำไดดีไมทวมขัง หรือแฉะ มีคาความเปน กรด-ดาง (pH) ของดิน 5.5-6.5 ทั้งนี้ผลผลิตที่ได จะแตกตางกันออกไปตามสภาพของดินในแตละพื้นที่ 3. ปุย สมโอเปนพืชที่มีความจำเปนตองใชปุยเพื่อปรับปรุงคุณภาพ ปุยที่ดีที่สุดคือ ปุยอินทรีย เชน ปุยคอก ปุยหมัก ใสทุกเดือนๆ ละ 1-2 ครั้ง ตามดวยน้ำหมักชีวภาพ วิธีการปลูก 1. พื้นที่ดอน น้ำไมทวมขัง การปลูกเปนแถวควรขุดหลุมปลูกขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ใหมีระยะหาง ระหวางการปลูก 4x5 เมตร พื้นที่ลุม ทำการยกรองใหสันรองกวางประมาณ 6 เมตร รองน้ำกวางประมาณ 1.5 เมตร ลึก 1 เมตร ควรยกรองขวางทางแสงอาทิตยจะไดรับแสงแดดสม่ำเสมอ แลวนำปุยหมักผสมดิน รองกนหลุม 2. นำตนฝรั่งลงปลูกในหลุมที่เตรียมไวแลวกลบดวยดินปลูก กดดินบริเวณโคนใหแนน แลวปกไมผูกเชือก ยึดลำตนกันลมโยก 3. รดน้ำใหชุม หาเศษใบไมแหงคลุมโคน เพื่อลดการระเหยของน้ำจะชวยใหสมโอตั้งตัวไดเร็วขึ้น ถาปลูกแซม ดวยกลวยจะยิ่งไดผลดี สมโอพันธุทับทิมสยาม


42 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การดูแลรักษา การใหน้ำ ใหน้ำทุกครั้งที่ใสปุยหมัก การใสปุย เริ่มใสปุยหมักผสมปุยเคมีเล็กนอยเมื่อกิ่งสมโอเริ่มแตกใบออน และใสปุยหมักชีวภาพทุกเดือน เดือนละ 1-2 ครั้ง ในอัตราสวน 2 กิโลกรัมตอตน ในการใสปุยทุกครั้งใหผสมน้ำหมักชีวภาพและ กากน้ำตาลทุกครั้งจะทำใหดินดีขึ้น การกำจัดศัตรูพืช หนอนชอนใบ กัดกินผิวออน หลังจากแตกยอด 1-3 สัปดาห กำจัดโดยใชสารสกัดสะเดาฉีดพน ยอดออน หากการระบาดรุนแรงใหใชสารเคมีอะบาเมกตินฉีดพน หนอนฝดาษ กัดกินผิวออนใหเปนปม ตั้งแตเริ่มติดผลไปจนผลอายุ 2 เดือน กำจัดโดยใชสารเคมี คารโบซัลแฟน (Carbosulfan) ฉีดพน หนอนเจาะผล กัดกินผลออนและผลแกตั้งแตผลไดอายุประมาณ 2-5 เดือนขึ้นไปจนรวง การปองกัน ใชวิธีการหอผล หากระบาดรุนแรงใหใชสารเคมีฉีดพน เชน มาลาไทออน (Malathion) โรคแคงเกอร บนใบจะเริ่มมีจุดน้ำใสๆ ขนาดเล็กและขยายใหญขึ้น ตรงกลางแผลจะปรากฏรอยนูน ดานบนใบเปนขุยแข็งๆ สีน้ำตาลอมเหลือง มีลักษณะขรุขระ ปองกันและกำจัดดวย วิธีการตัดแตงกิ่งใบและผลออนที่โดนโรคทำลายทิ้ง ใชสารประกอบทองแดงฉีดพน เชน คอปเปอรออกไซดคลอไรด (CuO) การเก็บเกี่ยว สมโอจะออกดอกปละ 2 ครั้ง ครั้งแรกประมาณเดือน มกราคม-กุมภาพันธุ ครั้งที่ 2 ประมาณเดือน สิงหาคม-ตุลาคม และเริ่มนับตั้งแตออกดอกจนถึงเก็บเกี่ยวจะใชเวลาประมาณ 7-8 เดือน การเก็บสมโอใหดูที่ตอมน้ำมันจะขยายใหญใส สีผิวมีสีเขียวออนอมเหลืองนิดๆ สีออกดานๆ ผิวเรียบไมขรุขระ หลังเก็บทิ้งไว 1 อาทิตยใหลืมตน จะไดสมโอที่มีรสชาติหวานอรอย ตนพันธุสมโอในแปลงปลูก คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 43 การปลูกมะกรูด มะกรูดเปนพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชนหลากหลาย ทางดานอาหาร ยารักษาโรค และการแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรม เชน แชมพูสระผม น้ำยาลางจาน รับประทานไดทั้งใบและผล คนไทยนิยมนำมา ใชเปนเครื่องปรุงในอาหาร การเตรียมพันธุ มะกรูดที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบงออกไดเปน 2 สายพันธุ คือ 1. สายพันธุที่ใหผลดกตลอดทั้งป ผิวคอนขางเรียบ และผลมีขนาดเล็ก 2. สายพันธุที่มีผลใหญ ติดผลเปนพวง ผลมีลักษณะเปนตะปุมตะป� มีใบขนาดใหญ เหมาะสำหรับ ผลิตใบขายผลสงโรงงานแปรรูป ทำน้ำมันหอมระเหย วิธีการปลูก 1. มะกรูดปลูกไดดีในดินทุกชนิด ไมชอบน้ำขังแฉะ โดยขุดหลุมลึกขนาด 50x50 เซนติเมตร ใหมีระยะหาง ระหวางตนแตละดาน 2x2 เมตร (400 ตนตอไร) แตถาตองการปลูกเพื่อจำหนายใบ ควรปลูกใหมีระยะหาง ระหวางตนแตละดาน 1.5x1.5 เมตร (1,067 ตนตอไร) 2. กอนปลูกใหใสปุยคอก หรือปุยหมัก หรือปุยเคมีสูตรเสมอ คลุกเคลาใหเขากันแลวรองที่กนหลุม 3. นำกิ่งตอนลงปลูก กลบดินโคนตนใหแนน รดน้ำใหชุม ปกไมกันตนลม การดูแลรักษา การใหน้ำ รดน้ำเชา-เย็น ในชวง 1-2 เดือนแรก แลวเปลี่ยนมาใหน้ำวันละ 1 ครั้ง เมื่อตนโตเต็มที่ใหลดการ ใหน้ำลงเปนนานๆ ครั้งก็ได การใสปุย ใสปุยคอก และปุยเคมีสูตรเสมอ โดยใสรอบๆ ทรงพุม การกำจัดศัตรูพืช หนอนชอนใบ กำจัดโดยใชยาฉุนในอัตราสวน 1 กิโลกรัม แชน้ำ 15 ลิตร เปนเวลา 1 คืน คั้นเอาน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำเปลา 20 ลิตร ผสมสารจับใบ (น้ำยาลางจาน/น้ำกะทิ) ครึ่งแกว ฉีดพนใหทั่ว มะกรูดพันธุผลเล็ก มะกรูดพันธุผลใหญ


คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? 43 การปลูกมะกรูด มะกรูดเปนพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชนหลากหลาย ทางดานอาหาร ยารักษาโรค และการแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรม เชน แชมพูสระผม น้ำยาลางจาน รับประทานไดทั้งใบและผล คนไทยนิยมนำมา ใชเปนเครื่องปรุงในอาหาร การเตรียมพันธุ มะกรูดที่นิยมปลูกในประเทศไทยสามารถแบงออกไดเปน 2 สายพันธุ คือ 1. สายพันธุที่ใหผลดกตลอดทั้งป ผิวคอนขางเรียบ และผลมีขนาดเล็ก 2. สายพันธุที่มีผลใหญ ติดผลเปนพวง ผลมีลักษณะเปนตะปุมตะป� มีใบขนาดใหญ เหมาะสำหรับ ผลิตใบขายผลสงโรงงานแปรรูป ทำน้ำมันหอมระเหย วิธีการปลูก 1. มะกรูดปลูกไดดีในดินทุกชนิด ไมชอบน้ำขังแฉะ โดยขุดหลุมลึกขนาด 50x50 เซนติเมตร ใหมีระยะหาง ระหวางตนแตละดาน 2x2 เมตร (400 ตนตอไร) แตถาตองการปลูกเพื่อจำหนายใบ ควรปลูกใหมีระยะหาง ระหวางตนแตละดาน 1.5x1.5 เมตร (1,067 ตนตอไร) 2. กอนปลูกใหใสปุยคอก หรือปุยหมัก หรือปุยเคมีสูตรเสมอ คลุกเคลาใหเขากันแลวรองที่กนหลุม 3. นำกิ่งตอนลงปลูก กลบดินโคนตนใหแนน รดน้ำใหชุม ปกไมกันตนลม การดูแลรักษา การใหน้ำ รดน้ำเชา-เย็น ในชวง 1-2 เดือนแรก แลวเปลี่ยนมาใหน้ำวันละ 1 ครั้ง เมื่อตนโตเต็มที่ใหลดการ ใหน้ำลงเปนนานๆ ครั้งก็ได การใสปุย ใสปุยคอก และปุยเคมีสูตรเสมอ โดยใสรอบๆ ทรงพุม การกำจัดศัตรูพืช หนอนชอนใบ กำจัดโดยใชยาฉุนในอัตราสวน 1 กิโลกรัม แชน้ำ 15 ลิตร เปนเวลา 1 คืน คั้นเอาน้ำ 1 ลิตร ผสมน้ำเปลา 20 ลิตร ผสมสารจับใบ (น้ำยาลางจาน/น้ำกะทิ) ครึ่งแกว ฉีดพนใหทั่ว มะกรูดพันธุผลเล็ก มะกรูดพันธุผลใหญ


44 คู‹มือ การจัดการพ�้นที่ 5 ไร‹ ใหŒอยู‹อย‹างยั่งยืนไดŒอย‹างไร? การเก็บเกี่ยว เมื่อปลูกตนมะกรูดไดอายุ 6-8 เดือน สามารถตัดกิ่งใบขายได และทิ้งไวประมาณ 45-50 วัน ก็สามารถตัดกิ่งใบ ขายไดอีกครั้ง ในรอบ 1 ป สามารถตัดกิ่งใบขายได 7-8 ครั้ง ขอมูลเพิ่มเติม ควรเลือกกิ่งพันธุที่ปลอดจากโรคแคงเกอร เพราะถาแพรระบาดเขาไปในแปลงจะยาก ตอการกำจัด มะกรูดในแปลงปลูก/เก็บผล/ตัดใบ


Click to View FlipBook Version