The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย 2564 (Final)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chaiphum11, 2021-07-22 03:40:27

คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย 2564 (Final)

คู่มือการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย 2564 (Final)

47

เกมท่ี 9 ตวั สะกดแสนกล แบบที่ 2
ใหน้ ักเรยี นเติมตัวสะกดจากคาทก่ี าหนดให้ เพอ่ื ให้ได้คาเติมลงในประโยคใหส้ มบรู ณ์

1. เรีย_
ขยนั ...............เพียรรูต้ ามครสู อน (น – เรียน)
เขยี นอักษรร้อย...............เสียงประสาน (ง – เรยี ง)
วางตาแหนง่ ...............เรยี งวธิ กี าร (บ – เรียบ)
ทา่ น...............ขานว่ากลอนอักษรไทย (ก – เรยี ก)

2. เสีย_
ผาสูงชนั ช้ันฟ้าน่าหวาด............... (ว – เสียว)
ลมกราดเกรียว...............ซา่ ป่าไสว (ง – เสียง)
ได้...............สีกอ่ เกิดลกุ เปน็ ไฟ (ด – เสยี ด)
ตน้ ไม้ใหญ่ขาด...............ดนิ สิ้นปา่ เอย (บ – เสียบ)

3. สา_
สบิ ...............เมษาพาสุขสนั ต์ (ม – สาม)
...............นา้ กันแสนสนกุ ทุกแห่งหน (ด – สาด)
ทั้งหนุ่ม...............สวยใสกไ็ ดย้ ล (ว – สาว)
ทอ้ งถนนตลอด...............ได้เปียกปอน (ย – สาย)

4. สว_
ดอกไม.้ ..............แสนงามในยามเช้า (ย – สวย)
ผีเส้อื เฝ้าพร่ังพรูอยู่ใน............... (น – สวน)
หญงิ โฉมงาม...............ชุดสีสดนวล (ม - -สวม)
เดด็ ลาดวนถวายพระยาม...............มนต์ (ด – สวด)

5. หมอ_
เหมือนเมฆ...............ลอยอยู่บนท้องฟา้ (ก – หมอก)
สกุณาบินหายไปใจหมน่ ............... (ง – หมอง)
นอน...............อยูเ่ ฝ้าระวังใจปอง (บ – หมอบ)
ตาจับจ้องไร้...............หนุนนอนเอย (น – หมอน)

48

6. เขีย_
หดั อา่ น...............เรยี นรู้สโู่ ลกกวา้ ง (น – เขยี น)
กบอง่ึ อา่ ง...............ร้องก้องบึงหนอง (ด – เขียด)
ดกู อขา้ ว...............ขจีท่ชี วนมอง (ว – เขยี ว)
หัน่ เน้อื ต้องรองดว้ ย...............ชั้นดี (ง – เขยี ง)

7. สอ_
หดั นับหนึ่ง...............สามมขิ า้ มช้นั (ง – สาม)
กาลกอ่ นน้ันเดก็ น้อยใหค้ ่อย............... (น – สอน)
เรียนร้ไู ดใ้ ช.้ ..............ไมข่ าดตอน (ย – สอย)
เจนจัดกอ่ นค่อย...............ตอบไดเ้ อย (บ – สอบ)

8. หลา_
เมืองไทยนขี้ องดีมมี าก............... (ย – หลาย)
ปัญญาไทยปัญญาชนมีล้น............... (ม – หลาม)
ลูก...............ไทยไดร้ ู้ทุกเขตคาม (น – หลาน)
หากใครหยามต้องการาบให้...............จา (บ – หลาบ)

9. วา_
เมือ่ วัน...............ผ่านมาถึงวนั น้ี (น – วาน)
ลมื วันท่ีวนุ่ ...............คลายสับสน (ย – วาย)
แต่งเติมต่อ...............ฝันใหก้ บั ตน (ด – วาด)
ปล่อย...............พ้นสิ่งเลวรา้ ยสุขกายเอย (ง – วาง)

10. ครา_
มองทะเลสี...............ในยามเช้า (ม – คราม)
เม่อื ถึง...............ต้องจากไปใจหม่นหมอง (ว – คราว)
เหลือเพยี ง...............นา้ ตาที่ไหลนอง (บ – คราบ)
คงต้องร้องครวญ...............กลางสายลม (ง - คราง)

49

เกมท่ี 10 เกมอักษรซอ่ นคำ (ดอกไม้)
สือ่ /อุปกรณ์กำรเรยี นรู้

1. แผ่นกระดาษปริศนาอกั ษรซ่อนคาช่ือดอกไม้
2. ใบงาน
3. บัตรภาพดอกไม้

ขนั้ ตอน
1. แจกเกมกระดาษแผ่นที่ 1 มีลักษณะเป็นอักษรซ่อนคาโดยมีชื่อดอกไม้ซ่อนอยู่ในตารางแต่จะไม่บอก

จานวนว่ามีทั้งหมดก่ีชนิด? ให้เวลานักเรียนประมาณ 10 นาทีในการหาชื่อดอกไม้ท่ีซ่อนอยู่ในกระดาษ ซึ่งเม่ือ
หมดเวลานกั เรียนจะตอ้ งเขยี นคาตอบลงในกระดาษวา่ มดี อกไมซ้ ่อนอยู่กชี่ นดิ ?

2. เมื่อหมดเวลา 10 นาทีครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามข้อสงสัยเก่ียวกับช่ือดอกไม้ที่อยู่ในตาราง โดย
ใช้คาถามแบบ“ใช่หรือไม่” เช่น “สายหยุด” เป็นช่ือดอกไม้ใช่หรือไม่? “ภีดวง” เป็นชื่อดอกไม้ใช่หรือไม่?
หลงั จากซักถามเสร็จให้นักเรยี นเขียนคาตอบลงในกระดาษให้เรียบร้อย

3. ครูเฉลยคาตอบทเ่ี ปน็ จานวนและเขียนช่ือดอกไม้ท้ังหมดที่ซอ่ นอยู่ลงบนกระดานดา
4. ครูแจกใบงานให้นักเรียนคนละ 1 แผ่นซ่ึงจะมีภาพดอกไม้ซ่ึงปรากฏอยู่ในตารางต่อเน่ืองมาจาก
กิจกรรมที่แลว้ จานวน 10 ชนิด ครูให้นักเรียนเขียนช่อื ดอกไม้ลงข้างใต้ภาพให้ถูกตอ้ งโดยครจู ะเป็นผู้บอกลักษณะ
ของดอกไม่ชนิดต่างๆ ท้ัง 10 ชนิด เช่น ดอกชงโค มีลักษณะดังน้ี “ดอกสีชมพูถึงม่วงเข้ม ออกเป็นช่อตามซอกใบ
และปลายก่ิง มีกลีบ..” นักเรียนคิดว่าดอกใดใน 10 ดอกน้ีที่น่าจะเป็นดอกชงโคให้เขียนลงไปใต้ภาพนั้น ครูให้
ข้อมูลกับนักเรยี นทลี ะดอกจนครบ 10 ดอก
5. ครนู าบตั รภาพดอกไม้ท้ัง 10 ชนิดออกมา แล้วเฉลยใหน้ กั เรยี นฟงั ทลี ะดอก (ข้ันนีไ้ ม่มกี ไ็ ด้)

50

เกมที่ 11 เกมเติมวรรณยกุ ต์
สอ่ื /อปุ กรณ์กำรเรียนรู้

1. กระดานแม่เหล็ก
2. บตั รคาทไ่ี ม่มีวรรณยกุ ต์

ขัน้ ตอน
1. นาบัตรคาออกมาเรียงบนกระดานหรือกระเป๋าผนัง ตัวอย่าง เช่น ปา ลา คาง ลวง เตีย เกง เกียว

ยา ซี เลอื ย ขาว ชาง ฯลฯ
2.ให้นักเรียนสังเกตว่า คาเหล่าน้ีขาดอะไรไป? (วรรณยุกต์) ถามต่อว่า วรรณยุกต์มีก่ีรูป? กี่เสียง?

อะไรบา้ ง (4 รปู 5 เสียง คอื (คอื สามญั ) เอก โท ตรี จตั วา)
3. แบ่งเปน็ 2 ฝ่ายชาย – หญิง โดยฝา่ ยชายเป็นไมเ้ อก ฝา่ ยหญงิ เป็นไมโ้ ท
4. ผลัดกนั ออกมาทลี ะ 1 คน ถา้ ฝ่ายชายออกมาให้เติมไมเ้ อกแล้วออกเสียงให้ถกู เชน่ เลือกคาว่า ชาง ก็

ต้องอ่าน ช – า – ง ชาง ไม้เอก ชา่ ง ถ้าออกเสียงถูกได้ 1 คะแนน ถา้ ออกเสียงผดิ ไมไ่ ดค้ ะแนน
5. ถา้ ฝ่ายหญิงออกมาให้เติมไมโ้ ทแล้วออกเสียงให้ถูก เช่น เลือกคาว่า ซอน ก็ต้องอ่าน ซ – อ – น ซอน

ไม้โท ซอ้ น ถ้าออกเสยี งถูกได้ 1 คะแนน ถา้ ออกเสยี งผดิ ไมไ่ ดค้ ะแนน
6. ผลัดกนั ออกจนครบคนแลว้ สรุปคะแนน ฝ่ายใดไดม้ ากกว่าชนะ

หมำยเหตุ : คาที่ใช้เลน่ ควรเปน็ คาทมี่ คี วามหมายเมือ่ ผันทงั้ วรรณยกุ ตเ์ อกและโท

51

บทท่ี 4

กำรจัดกำรเรยี นกำรสอนภำษำไทย

(กำรสอนเขียน)

52

กำรสอนเขยี น

การเขียนถูกต้องตามหลักเกณฑ์ สามารถทาให้ผู้อ่านเข้าใจเร่ืองราวต่างๆ ของผู้เขียนได้อย่างดี หลักการ
สอนเขยี นมี ดังนี้

1. ตัวเด็ก
ครูต้องรู้จักภูมิหลังของเด็กเพ่ือช่วยวางแผนการสอน โดยต้ังจุดมุ่งหมายและทาการเลือกวิธีการพัฒนา
ทักษะการเขียนให้เหมาะสมกับศักยภาพของแต่ละบุคคล โดยคานงึ ถึง

1.1 ความพร้อมของเด็ก
1.2 ความสามารถในการถา่ ยทอดและการรับรู้ของเด็กในแตล่ ะคน
1.4 ความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ของเด็ก
1.4 ความสนใจและศรัทธาในตวั เดก็
2. ตัวครู
ครูเป็นบุคคลสาคัญที่จะพัฒนาทักษะการเขียนให้กับนักเรียน ครูควรเตรียมทักษะการเขียนให้นักเรียน
ระดับประถมศึกษา ดงั นี้
2.1 ครตู ้องมีความรู้ในหลักการเขยี นตัวอักษร การเขยี นประโยค เครอ่ื งหมายวรรคตอน
2.2 ครูควรมจี ดุ มุง่ หมายในการสอนเขยี นเพราะการเขยี นมีหลายแบบต่างกัน
2.3 ร่างเจตคตทิ ี่ดีเกี่ยวกับการเขียนให้กับเด็กนักเรียน ให้เขารักการเขียน โดยมีการจัดกิจกรรม
การเขยี นทห่ี ลายหลาย มีการเตรียมความพร้อมเพื่อนาไปส่บู ทเรยี นใหม่
2.4 การสอนคาและประโยคจากส่ิงของหรือสถานการณ์จริง
2.5 มีการสร้างบรรยากาศในการเขียนให้กับนกั เรียน
2.6 ในการสอยทกุ ครง้ั ครูตอ้ งทาการกาหนดจุดมุง่ หมายในการสอนใหช้ ัดเจน
2.7 จดั กิจกรรมการเขยี นเกีย่ วกับประสบการณ์ของเด็ก
2.8 ทาการฝกึ ฝนการเขียนอย่างสมา่ เสมอ
2.9 มีส่ือการสอนประกอบการเขยี นท่ีนา่ สนใจ
2.10 ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นภูมิใจในผลงานของตนเองและชื่นชมผู้อืน่
2.11 จดั กิจกรรมการเขยี นประโยค การเขยี นเรือ่ งราวสัน้ ๆ เกี่ยวกบั ภาพ
2.12 จดั กิจกรรมการเขยี นให้มากๆ
2.13 ประเมินผลและติดตามการเขียนของนักเรียนเพื่อดูความก้าวหน้าและปรับปรุงแก้ไข
ช่วยเหลอื ผทู้ ี่ประสบปัญหาการเรยี น

53

ประเภทของกำรสอนเขยี น

ประเภทการสอนเขียนสาหรับช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 เน้นการเขียนสวยงามและถูกต้อง จึงมีวิธี
ฝึกเขยี น 3 ประเภท ดังน้ี

1. การสอนคัดลายมือ การคัดลายมือมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กเกิดทักษะการเขียน เขียนได้สวยงาม
ถกู ต้อง รวดเรว็ ความประณตี มรี ะเบียบ และสะอาด

2. การเขียนไทย การสอนเขียนไทยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กเขียนคาต่างๆ ได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์
ทางภาษาและความนิยม

3. การสอนแต่งความ การสอนแต่งความมีจุดประสงค์ในการสอนคือ เพื่อให้เด็กรู้จักลาดับความคิดให้
ต่อเนื่องกัน พร้อมท้ังส่งเสริมให้มีความคิดริเร่ิม มีจินตนาการ และสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาเขียนได้
อยา่ งมศี ิลปะ

วรรณี โสมประยูร (2553 : 178) ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการสอนทักษะการเขียนว่าการเขียนเป็นทักษะท่ี
นักเรียนจะฝึกช้ากว่าทักษะอื่นๆ และทักษะการเขียนเป็นทักษะที่สลับซับซ้อนกว่าทักษะอย่างอื่น เด็กจึงต้องมี
ความพร้อม โดยฝึกทักษะการฟัง การพูด และการอ่านได้ก่อนแล้วจึงเร่ิมฝึกทักษะการเขียน ในระดับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 มุ่งเน้นทักษะพ้ืนฐานในการเขียนและการยั่วยุให้เขียนด้วยความสนุกสนาน ไม่เบื่อ
โดยการจัดกจิ กรรมตา่ งๆ ให้ฝกึ จากง่ายไปหายากใหส้ มั พนั ธก์ นั กบั การฟัง การพูด การอา่ น

ปจั จัยท่ีเก่ยี วขอ้ งกับกำรเขยี น

การเขียนเปน็ ทักษะทต่ี อ้ งใช้อวยั วะของร่างกายหลายอยา่ งประกอบกัน ดังน้ี
1. มือ การพัฒนากล้ามเน้ือมือก็เป็นส่วนสาคัญในการเขียน เด็กบางคนไม่สามารถบังคับกล้ามเนื้อให้
เขียนตัวอักษรได้ บางคนมือพิการทาให้เขียนไม่ถนัด หรือไม่สามารถเขียนได้เลย การเขียนต้องใช้มือเป็นประการ
สาคญั ดงั น้นั จงึ จาเป็นต้องมกี ารฝึกกล้ามเน้ือมือโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงสาหรับนักเรียนทว่ั ไป
2. ตา การเขียนต้องใช้สายตาดูแบบตัวอักษรว่าเหมือนแบบหรือไม่ สาหรับเด็กท่มี ีพัฒนาการทางอวัยวะ
ตาไม่เจริญตามปกติ จะมองภาพกลับกันกับของจริง คือ มองตัวอักษรกลับหัวบ้าง กลับตัวบ้าง ดังน้ัน สายตาจึง
เป็นปัจจัยสาคัญตอ่ การเขยี นมาก
3. ความสัมพันธ์ระหว่างตากบั กล้ามเน้ือมือ การเขียนต้องอาศัยสายตามอง เพื่อรับเข้าและใช้มือเขียนสิ่ง
ท่ีมองเห็น นอกจากน้ีตาย่ิงต้องมองสิ่งท่ีมือเขียนว่ามีขนาดถูกต้องเหมือนแบบหรือเหมือนท่ีคิดไว้หรือไม่
นอกจากนใ้ี นบางคร้ังเมอื่ เดก็ เขียนตามคาบอก การฟังจะมสี ่วนเกี่ยวข้องอีกด้วยเพราะถา้ ฟังไมช่ ดั กจ็ ะเขียนไมถ่ กู
4. สมองหรือสติปัญญา การเขียนเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ความเข้าใจ และเป็นเคร่ืองมือ
สาหรับการพัฒนาความคดิ และสติปัญญาดังกลา่ วข้างต้นแล้ว กไ็ ม่มีความต้องการท่ีจะเขียนแสดงถึงส่ิงนั้นออกมา
ใหผ้ ู้อื่นเขา้ ใจ

54

ปัญหำในกำรสอนเขียน

1. เขียนพยัญชนะ สระ เขียนคาไม่ได้ การเขียนพยัญชนะ สระไม่ได้มักจะเป็นนักเรียนที่เร่ิมต้นเรียน ได้แก่
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 เมื่อนักเรียนเขียนพยัญชนะ สระไม่ได้ นักเรียนเหล่าน้ีจะเขียนคาไม่ได้ การเขียน
คาไมไ่ ด้ น้นั มใี นนักเรียนช้นั สงู ๆ เปน็ จานวนมากทง้ั ๆ ทเี่ ขยี นพยัญชนะ และสระ ได้คล่องแล้ว แต่ยงั เขียนคาไม่ถูก
ทกี่ ลา่ วว่า เขียนพยัญชนะ สระไม่ได้น้นั มหี ลายแบบคือ

1.1 เขียนไมเ่ ปน็ รปู รา่ ง คอื อา่ นไม่ออกว่าเขยี นพยญั ชนะอะไร และสระอะไร
1.2 เขียนพยัญชนะ และสระไม่มีหัว เช่น คาว่า ปวดศีรษะ นักเรียนเขียนเป็นปากศีรษะ คาว่ากุ้ง

นกั เรียนเขยี นเป็น กง้
1.3 เขยี นตัวพยัญชนะไมอ่ ยบู่ นเสน้ บรรทัด คอื เขยี นลอยบนเส้นบรรทดั บา้ งลงมาบรรทดั บ้าง
2. สะกดคาผดิ การเขียนสะกดคาผดิ นั้นมหี ลายรปู แบบ คือ
2.1 การวางสระและวรรณยุกต์ไม่ถูกท่ี เช่น คาว่า แกล้ง เขียนเป็น แก้ลง คาว่าศีรษะ เขียนเป็น ศรีษะ

คาวา่ สงา่ เขยี นเป็น สงา เปน็ ต้น
2.2 คาพ้องเสียง นักเรียนเขียนคาพ้องเสียงผิด ไม่นึกถึงความหมายของคาและเขียนสะกดคาตามเสียงที่

ได้ยิน เช่น เด็กคนนี้เป็นเด็กน่ารัก นักเรียนจะเขียนคาว่า น่าเป็นหน้า เขานับถือศาสนาพุทธ
นักเรียนจะเขียนคาว่าพุทธ เป็นพุธ เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ นักเรียนจะเขียน ศรี เป็น สี ช้อนส้อม
นกั เรียนจะเขียนเปน็ ช้อนซอ้ ม
2.3 เขยี นคาไม่ตรงตามมาตราสะกดผิด เช่น วันน้ี เปน็ โอกาสดีนกั เรียนจะเขียนคาว่า โอกาส เปน็ โอกาศ
นิทานเร่ืองนี้พิสดาร นักเรียนจะเขยี นคาวา่ พิสดาน
2.4 เขียนคาท่ีมีตวั การนั ตผ์ ิด เชน่ คาว่า อารมณ์ นักเรยี นจะเขยี นเป็น อารมญ์ พืชพันธุ์ นกั เรยี นจะเขียน
พืชพันธ์ ตน้ โพธ์ิ นักเรยี นจะเขยี น ต้นโพธ์
2.5 คาท่ีมีสระเสียงสั้นและเสียงยาวสลับกัน บางคาใช้สระเสียงสั้น นักเรียนเขียนเป็นสระเสียงยาว เช่น
ประณีต นักเรียนเขียนเป็น ปราณีต คาท่ีมีสระเสียงยาว นักเรียนเขียนเป็นเสียงส้ัน เช่น หยากไหย่
นกั เรยี นเขยี นเป็นยกั ไหย่
2.6 เขยี นคาควบกล้าผิด เชน่ คาว่า ประปราย นักเรียนเขียนเป็น ปะปาย คาวา่ กลอกกล้ิง นกั เรียนเขยี น
เปน็ กอกก้งิ คาวา่ สระพร่งั นักเรยี นเขียนเป็น สะพ่งั
3. เขียนคาท่ีใช้อักษรย่อไม่ถูกต้อง เช่น เดือนเมษายน จะต้องเขียน เม.ย. นักเรียนจะเขียนเป็น เมย.
พุทธศักราช ต้องเขยี น พ.ศ. นกั เรยี นจะเขียนเปน็ พศ. เดก็ ชายต้องเขียน ด.ช.นกั เรยี นจะเขียนเปน็ ดช.
4. ลายมืออ่านยาก การเขียนเป็นการแสดงความคิด ความรู้ ความเข้าใจให้ผู้อ่ืนได้ทราบ ถ้าลายมืออ่านยาก
ผูอ้ ื่นไมส่ ามารถจะนาความคิดความเข้าใจนน้ั ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชนไ์ ด้
5. ไม่มีความคิดในการเขียนจะเขียนด้วยความคิดของตนเองไม่ค่อยได้จะต้องลอกแบบเลียนแบบ ไม่สามารถ
จะใชค้ าสานวนภาษาใหส้ มั พนั ธ์ เป็นเร่อื งราวได้

55

สรุปได้ว่า การเขียนจะเกิดผลดีได้จึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของเนื้อหา รวมท้ังวิธีการเขียนและลายมือของ
ผู้เขียน การเขียนจึงเป็นงานที่ต้องความพยายามมาก และต้องมีความรู้หลายด้าน เช่น ด้านเนื้อหาต้องมีความรู้
กว้างขวางและถกู ต้อง นอกจากนตี้ ้องศึกษารูปแบบการเขียนและวิธกี ารใช้สานวนภาษาได้เหมาะสมกับกาลเทศะ

แนวทำงกำรสอนรปู และเสยี งพยญั ชนะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษำ

รปู พยัญชนะ
พยญั ชนะไทยมีทง้ั หมด 44 ตัว ปจั จบุ ันใช้เพยี ง 42 ตัว พยญั ชนะตวั ทีไ่ ม่ใช้ คือ ฃ และ ฅ
ตัวอกั ษรแบบกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
พยญั ชนะไทย

ขอ้ สังเกต
1. พยญั ชนะ ฬ ในรูปแบบของกระทรวงศึกษาธิการใชห้ างสูงกว่าบรรทัดท่ี ๑ ขน้ึ ไป ๒ สว่ น
2. พยัญชนะ อ ฐานของ อ จะโค้งหรือตรงก็ได้

56

ช่อื พยัญชนะ
ช่อื พยัญชนะไทยท่ีใช้กากับพยัญชนะแตล่ ะตัว ที่ใชอ้ ย่างแพร่หลายในปจั จบุ ัน เปน็ ช่อื ที่สมเดจ็ พระเจ้า

บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ได้สรรหาคามากากับ ซ่งึ ต่อมามผี ู้แต่งร้อยกรองประกอบชือ่ พยญั ชนะ
ขึ้นหลายสานวน เพอ่ื ใหน้ ักเรียนทอ่ งจาไดง้ ่ายขึ้น สานวนทีใ่ ช้กนั มานานอยา่ งแพร่หลาย คอื สานวนที่ปรากกฎ
ในแบบเรยี น ก ไก่ ของบรษิ ัทประชาช่าง ดงั น้ี

57

ขอ้ สงั เกตเก่ียวกับร้อยกรองทป่ี ระกอบพยญั ชนะ
1. พยญั ชนะ ซ บางตาราใช้ ลำ่ มตี หมายถงึ ล่ำมและตีตรวน แตใ่ นทน่ี ้ีใช้ ล่ำมที
2. พยัญชนะ ฌ ทีถ่ กู ใช้ เฌอ หมายถึง ตน้ ไม้ ซึ่งตรงตามรูปประกอบ กระเชอ นน้ั หมายถึง ภาชนะสาน

ชนดิ หน่ึงมีรปู ร่างคลา้ ยกระจาดแต่สูงกวา่ ก้นสอบ ปากกวา้ งกวา่ ใช้สาหรบั กระเดียด
3. พยัญชนะ ศ ใช้ ศ ศำลำ เท่าน้นั ท้ังนี้ไม่ใช้ ศ คอ ศาลา
4. พยัญชนะ ษ ใช้ ษ ฤๅษี เท่านนั้ ท้งั นี้ไม่ใช้ ษ บอ ฤๅษี
อย่างไรก็ตาม สิ่งสาคญั คือ ครตู อ้ งสอนให้นกั เรียนรจู้ ักรปู และเสยี งของพยัญชนะให้ถูกต้องตรงกนั ส่วน

ช่อื เรยี กพยัญชนะและคาสรอ้ ยนัน้ สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัยและสานกั พิมพซ์ ่งึ อาจมีความแตกตา่ งกนั ได้

กำรฝกึ เขียนพยญั ชนะ

กรณที ่นี ักเรียนยงั ไม่เคยเรียนเรื่องการอา่ นและการเขียนพยัญชนะมาก่อนเลย ครูควรสอน
พ้ืนฐานสาคญั สาหรบั การเริม่ ตน้ เขยี นพยญั ชนะให้ถูกต้องก่อน ดงั น้ี

1. วธิ กี ารจบั ดินสอทถี่ ูกต้อง
2. ลกั ษณะการนั่งท่ีถกู วิธี
3. การเขยี นเส้นพ้นื ฐานในการเขียนพยัญชนะ

1. วิธจี บั ดนิ สอทถี่ ูกตอ้ ง

การจบั ดนิ สอทจี่ ะทาใหไ้ มเ่ กดิ การเกรง็ ของนิ้วและข้อมือมากเกินไป และยังเปน็ การจบั แบบ
ธรรมชาตติ ามสรรี ะของนว้ิ และมือ คือ

 นวิ้ หวั แม่มือและนิว้ ชจี้ ับตัวดนิ สอ
 นวิ้ กลางใชเ้ ป็นฐานรองดนิ สอ

ภำพกำรจับดนิ สอท่ีถูกวิธี

58

2. ลกั ษณะกำรนัง่ ทถ่ี กู วิธี
2.1 นกั เรียนนัง่ ตวั ตรง หันหน้าเข้าหาโตะ๊ เรยี น ทั้งนไ้ี ม่ควรนงั่ เอยี งเพราะอาจทาใหห้ ลงั คด
2.2 แขนท้ัง 2 ข้าง วางอยู่บนโต๊ะ ประมาณ 3 ใน 4 ของความยาวระหว่างศอกกับข้อมือโดยวางพาดไว้

กบั ขอบโตะ๊
2.3 วางกระดาษสาหรบั เขยี นไว้ตรงหน้า ทั้งนีค้ วรวางกระดาษใหต้ รง หรือเอียงเพียงเล็กนอ้ ย หากวาง

เอยี งมากไปอาจทาใหผ้ เู้ ขียนต้องเอียงคอ ส่งผลให้สายตาทางานมาก อาจทาให้สายตานกั เรียนผดิ ปกตไิ ด้
2.4 มอื ทใ่ี ชเ้ ขยี นตอ้ งทามุมให้เหมาะสมกบั ตัวอักษร ข้อศอกต้องไม่กางออกหรือแนบลาตวั

มากเกนิ ไป
2.5 การวางมอื ใช้ฝา่ มือควา่ ลง มืองอ ทามุม 45 องศากบั ข้อมือ น้วิ กลางรองรับดนิ สอหรือปากกา สว่ น

นวิ้ หวั แมม่ ือกบั นิ้วช้ีจะประคองดินสอรว่ มกับน้ิวกลาง
2.6 จับดินสอให้พอเหมาะ ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป ส่วนนวิ้ ทีจ่ บั ดินสอควรโค้งงอเล็กน้อย
2.7 ขณะทค่ี ดั ลายมอื แขน มือ และนว้ิ ต้องเคลื่อนไหวให้สัมพันธ์กนั
2.8 การเคล่ือนไหวของดนิ สอขณะท่คี ัดตวั พยัญชนะ จะตอ้ งเรมิ่ ต้นจากการเขยี นส่วนหวั ของพยัญชนะ

ทุกตวั เสมอ ทงั้ นี้ต้องเขียนพยัญชนะแต่ละตวั ใหเ้ สร็จเรียบร้อยก่อนทีจ่ ะยกดินสอ

3. กำรเขียนเส้นพน้ื ฐำนในกำรเขียนพยญั ชนะ

กอ่ นสอนเขยี นพยญั ชนะไทย ครคู วรฝึกการเขยี นเสน้ พื้นฐานจากงา่ ยไปหายาก จานวน 13 เส้น ใหก้ ับ
นกั เรียน โดยใชบ้ รรทดั 5 เส้น (4 ส่วน) จนนักเรียนเกดิ ความชานาญ

ตัวอยำ่ งเส้นพ้ืนฐำนในกำรเขียนพยัญชนะ

1. เส้นตรงจากบนลงล่าง

2. เส้นเฉยี งจากบนขวาลงมาลา่ งซ้าย

59

3. เสน้ เฉียงจากบนซา้ ยมาล่างขวา
4. เส้นเฉียงจากลา่ งซ้ายไปบนขวา
5. เสน้ ตรงจากลา่ งไปบน
6. เส้นเฉยี งจากลา่ งขวาไปบนซา้ ย
7. เสน้ ตรงล่างจากซา้ ยไปขวา
8. เส้นตรงล่างจากขวาไปซ้าย
9. เส้นโค้งบนจากซ้ายไปขวา

60

10. เส้นโค้งล่างจากซา้ ยไปขวา

11. เส้นโคง้ บนจากขวาไปซา้ ย

12. เสน้ วงกลมจากซ้ายไปขวา

13. เส้นวงกลมจากขวาไปซา้ ย

การสอนให้นักเรียนเกดิ ทักษะการเขยี นเส้นพื้นฐาน ครคู วรให้นักเรยี นเขยี นเสน้ พืน้ ฐาน ทงั้ 13 เสน้ ตาม
รปู แบบทกี่ าหนดใหต้ อ่ เน่ืองจนเกิดความชานาญ และเม่ือนักเรยี นคุน้ เคยกับการเขยี นเส้นขน้ั พนื้ ฐานทง้ั 13 เส้น
แล้ว ครสู ามารถเรม่ิ สอนเขยี นพยญั ชนะไทยตามรปู แบบพยัญชนะไทยที่ถูกตอ้ ง ท้ัง 44 ตัว อย่างตอ่ เนื่องจนเกิด
ความชานาญ โดยยึดหลกั เกณฑ์ทีส่ าคญั ดังนี้

1. การเขยี นพยัญชนะไทยต้องเนน้ ให้นักเรยี นเขียนตัวพยัญชนะกอ่ นแล้วจึงเขียนเชงิ หาง หรือไส้ และให้
เร่มิ เขียนทตี่ ้นตวั พยญั ชนะแล้วลากเส้นตดิ ตอ่ กนั ไปจนจบท่ีปลายพยัญชนะ

61

2. การเขียนหัวพยัญชนะ ต้องเขียนให้กลม มีเส้นเรียบคมและสม่าเสมอ ในท่ีนี้ขอเสนอวิธี
การเขยี นพยญั ชนะไทยตามลา่ ดับความยากง่าย ดังนี้

2.1 หัวอย่สู ่วนท่ี 1 กลมเต็ม 1 สว่ น
2.1.1 หวั หลังบน ได้แก่ ผ ฝ ย

2.1.2 หวั หน้าบน ไดแ้ ก่ ง บ ป น ม ท ห พ ฟ ษ ฬ

2.2 หวั อยใู่ นสว่ นที่ 2 กลมเตม็ ส่วน 1 สว่ น
2.2.1 หวั หลังกลาง ได้แก่ ค ศ อ ฮ

2.2.2 หวั หน้ากลาง ได้แก่ จ ฉ ด ต ฒ ฐ

2.3 หัวอยู่ในสว่ นท่ี 4 กลมเตม็ 1 ส่วน
2.3.1 หวั หลังล่าง ได้แก่ ถ ล ส ฌ ณ ญ

62

2.3.2 หัวหน้าลา่ ง ได้แก่ ฎ ฏ ภ
2.4 หัวขมวดหกั หนำ้ บน ได้แก่ ข ช

2.5 หัวหยักหกั เหล่ยี มหน้ำบน ไดแ้ ก่ ซ ฑ ฆ

วิธีคดั พยัญชนะไทย
พยัญชนะกลุ่มท่ี 1 พยัญชนะไมม่ ีหวั
พยัญชนะกล่มุ ท่ี 2 พยัญชนะท่มี ีหวั เริ่มที่บรรทดั ส่วนที่ 1

พยญั ชนะกลุ่มที่ 3 พยัญชนะทมี่ หี ัวระหวา่ งบรรทดั ส่วนท่ี 1 และสว่ นที่ 2

63

พยัญชนะกล่มุ ท่ี 4 พยญั ชนะทม่ี หี วั เริม่ ทบ่ี รรทัดส่วนท่ี 2

พยญั ชนะกลมุ่ ท่ี 5 พยัญชนะทมี่ หี วั ระหว่างบรรทดั ส่วนที่ 3 และสว่ นท่ี 4

64

แนวทำงกำรคดั ลำยมอื ตำมแบบตวั อักษรของกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร

กำรคดั ลำยมอื เปน็ การฝกึ ตวั อักษรไทยใหถ้ ูกต้องตามหลักการเขยี นคาไทย ซ่ึงต้องคานึงถึงความถกู ต้อง
ของอกั ษรไทย เขียนให้อ่านงา่ ย มชี อ่ งไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษรเสมอกนั วางพยญั ชนะ สระ และวรรณยุกตใ์ ห้
ถกู ที่ ตัวสะกด การันต์ถกู ต้อง และลายมือสวยงาม การคดั ลายมือมแี บบการคดั หลายแบบซ่งึ แบ่งได้ 2 ประเภท
คอื ตัวเหลย่ี ม และตัวกลมหรือหวั มน

จุดมุ่งหมำยของกำรคดั ลำยมือ
1. เพ่อื พัฒนากลา้ มเน้ือมือ ตา ให้คล่องแคลว่ ในการเขียน
2. เพ่ือเขียนตัวอักษรไทยถกู ต้องตามหลักเกณฑ์ อย่างประณตี สะอาดเปน็ ระเบยี บ ชัดเจน
รวดเร็ว และอ่านเข้าใจงา่ ย
3. เพื่อให้เกดิ ความชานาญจากการคัดไปส่กู ารเขยี นทุกกลมุ่ สาระการเรยี นรู้
4. เพ่อื ให้เกิดสมาธิการทางาน มีวินยั ในตนเอง รับผิดชอบในการปฏบิ ตั ิงานให้สาเรจ็

ลักษณะของกำรคัดลำยมอื
1. การคดั ลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทดั เหมาะสาหรับนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปี 1 และ 2 เนอื่ งจากเปน็
ชว่ งทีก่ ลา้ มเนอื้ และการประสานระหว่างตากบั มอื ยังพัฒนาไม่เต็มที่
2. การคัดลายมือตวั บรรจงครึ่งบรรทัด เหมาะสาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี 3 และ 4 เนอื่ งจากจะมี
การประสานระหวา่ งกล้ามเน้ือและตาเพิ่มมากขน้ึ
3. การคดั ลายมือหวดั แกมบรรจง เปน็ การคัดลายมือหวัดแตใ่ หอ้ า่ นออก การเขยี นลายมือหวัดแกม
บรรจงเปน็ การเขยี นที่ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ซึ่งผเู้ ขยี นจะต้องเขียนใหอ้ ่านงา่ ย มชี อ่ งไฟ เว้นวรรคตอนถูกต้อง และ
เขยี นดว้ ยลายมือทสี่ วยงาม โดยคัดให้รวดเรว็ สวยงาม ถกู ต้อง และน่าอา่ น

หลักกำรคัดลำยมือ
1. นงั่ ตวั ตรง เขียนด้วยมือขวา ส่วนมอื ซ้ายวางบนกระดาษท่ีจะเขียนเพ่ือมใิ ห้กระดาษเลื่อนไปมา ขอ้ ศอก
ขวาวางบนโตะ๊ ขณะเขียน สายตาหา่ งจากกระดาษทเ่ี ขียนประมาณ 1 ฟตุ
2. จบั ดินสอหรอื ปลายปากกาให้ถกู โดยดนิ สอหรือปากกาจะอยู่ท่หี วั แมม่ ือกบั น้ิวชี้ และน้ิวกลาง สว่ น
น้วิ นางกบั นิ้วกอ้ ยงอไว้ทใ่ี นฝา่ มอื
3. เขียนตวั อักษรให้ถกู ส่วน ตัวอักษรต้งั ตรง การเขยี นพยัญชนะไทยทุกตัวต้องเริม่ เขียนหัวก่อนยกเวน้ ก
และ ธ ซึง่ ไม่มหี วั เว้นชอ่ งไฟและวรรคตอนให้พองาม วางเครอื่ งหมายตา่ งๆ ใหถ้ ูกต้องตามตาแหน่ง

65

4. วางพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ให้ถกู ต้องตามตาแหน่ง ซึ่งสระทุกตวั มตี าแหนง่ ท่สี มั พันธก์ บั
พยญั ชนะ เชน่

1.1 สระที่อย่หู น้าพยญั ชนะ ไดแ้ ก่ เ- แ- โ- ใ- ไ-
1.2 สระที่อยหู่ ลังพยัญชนะ ได้แก่ –ะ –า
1.3 สระที่อยูเ่ หนือพยญั ชนะ ได้แก่ -◌ิ -◌ี –◌ี -◌ื
1.4 สระที่อยู่ใตพ้ ยัญชนะ ได้แก่ -◌ุ -◌ู

66

ภำคผนวก

67

ภำคผนวก ก

 ใบควำมรู้พยญั ชนะไทย
- กิจกรรมที่ 1 (กา้ วท่ี 1)
- กิจกรรมที่ 2 (กา้ วที่ 2)
- กจิ กรรมท่ี 3 (ก้าวท่ี 3)
- กจิ กรรมท่ี 4 (ก้าวที่ 4)
- กิจกรรมท่ี 5 (ก้าวที่ 5)
 ใบควำมรสู้ ระ
- กจิ กรรมท่ี 6 (กา้ วท่ี 6)
- กจิ กรรมที่ 7 (กา้ วท่ี 7)
- กจิ กรรมที่ 8 (ก้าวที่ 8)
 ใบควำมรู้กำรแจกลูก
- กจิ กรรมที่ 9 (ก้าวท่ี 9)
- กจิ กรรมที่ 10 (ก้าวที่ 10)

68

ใบความรู้

พยัญชนะไทย 44 ตวั

กขฃคฅฆง จฉชซ
ฌญฎ ฏ ฐ ฑฒณด ต ถ
ทธ นบปผฝพฟภม
ยร ลวศษสหฬอฮ

.......................
หน้าที่ของพยัญชนะไทย

1. ทำหนำ้ ท่เี ป็นพยัญชนะต้น ได้แก่ พยญั ชนะไทยทุกตวั
2. เป็นได้ท้ังพยัญชนะตน้ และตัวสะกด ไดแ้ ก่

ก ข ค ฆงจชซญฎฏฐฑ
ฒณ ด ต ถ ทธนบปผฝพ
ฟ ภ ม ยร ล ว ศ ษ ส ห ฬ อ ฮ
3. เปน็ ได้ท้งั พยัญชนะต้น และสระ ได้แก่ ว อ
4. เป็นได้ทั้งพยัญชนะตน้ ตัวสะกด และสว่ นประกอบ
ของสระ ได้แก่ ย ว

69

กิจกรรมท่ี 1 (กำ้ วที่ 1)
คาชแี้ จง เขียนพยญั ชนะไทยให้ตรงกบั ภำพ
1. 2.
3. 4.

5. 6.

7. 8.

70

9. 10.

11. 12.
13. 14.
15. 16.

17. 18.

71

19. 20.
21. 22.

23. 24.
25. 26.

27. 28.

72

29. 30.
31. 32
33. 34.

35 36.

37. 38.

73

39. 40.

41. 42.

43. 44.

74

กจิ กรรมที่ 2 (กำ้ วที่ 2)
คาช้แี จง กำเครอื่ งหมำยกำกบำท × ทบั พยญั ชนะที่

ตรงกบั ภำพ

1. 5.

กถภ ผพฟ
2. 6.

พ ฝฬ ผฝพ
3. 7.

ศ ษส ฟฝผ
4. 8.

ทฑฐ ฎฏฐ

75

9. 11.

ณญฌ ฏ ฐฑ
10. 12.

ถทฑ ฉ ชซ

76

กจิ กรรมท่ี 3 (ก้ำวที่ 3)
คาช้แี จง เขยี นคำอ่ำนพยัญนะไทยทกี่ ำหนดใหถ้ ูกตอ้ ง
ตัวอยำ่ ง

ตวั พยญั ชนะ คำอ่ำน ฝึกเขียนตำม เขยี นตวั
รอยเส้นประ พยญั ชนะ

ก กอ ก ก
1. ก ก
2. ข ข
3. ฃ ฃ
4. ค ค
5. ฅ ฅ
6. ฆ ฆ

77

ตัวพยัญชนะ คำอำ่ น ฝกึ เขยี นตำม เขยี นตัว
รอยเสน้ ประ พยัญชนะ

7. ง ง
8. จ จ
9. ฉ ฉ
10. ช ช
11. ซ ซ
12. ฌ ฌ
13. ญ ญ
14. ฎ ฎ
15. ฏ ฏ
16. ฐ ฐ
17. ฑ ฑ
18. ฒ ฒ
19. ณ ณ

78

ตวั พยัญชนะ คำอำ่ น ฝกึ เขยี นตำม เขยี นตวั
รอยเส้นประ พยัญชนะ

20. ด ด
21. ต ต
22. ถ ถ
23. ท ท
24. ธ ธ
25. น น
26. บ บ
27. ป ป
28. ผ ผ
29. ฝ ฝ
30. พ พ
31. ฟ ฟ
32. ภ ภ

79

ตวั พยัญชนะ คำอ่ำน ฝกึ เขยี นตำม เขียนตัว
รอยเสน้ ประ พยัญชนะ

33. ม ม
34. ย ย
35. ร ร
36. ล ล
37. ว ว
38. ศ ศ
39. ษ ษ
40. ส ส
41. ห ห
42. ฬ ฬ
43. อ อ
44. ฮ ฮ

80

กจิ กรรมท่ี 4
(กำ้ วท่ี 4)

คำชแ้ี จง เขียนเตมิ พยัญชนะตัวท่ขี าดหายไปให้สมบรู ณ์
และถูกต้อง

กข คตฆ จฉ
ซ ญฏฏ ฑฒ ด
ต ทธ บปผ พ
ฟภม ร ลว ษส
ห อฮ

81

กิจกรรมท่ี 5 (กำ้ วท่ี 5)

คำชีแ้ จง เขียนพยญั ชนะไทยเรียงตามลาดับ 44 ตัว

82

ใบควำมรู้

-สระ-

สระ สระในภาษาไทยใมใีบ21 รปู 32 เสียกงาร

สระเสียงส้ัน เผยแพร่จุดพฒั นา

-ะ อ่านวา่ สระอะ

- อ่านวา่ สระอิ

- อา่ นวา่ สระอึ

- ุ อ่านวา่ สระอุ

เ-ะ อ่านว่า สระเอะ

แ-ะ อ่านวา่ สระแอะ

โ-ะ อา่ นว่า สระโอะ

เ-าะ อ่านว่า สระเอาะ

เ-อะ อา่ นวา่ สระเออะ

เ - ยี ะ อ่านว่า สระเอียะ

เ - อะ อา่ นวา่ สระเอือะ

- วะ อา่ นว่า สระอวั ะ

-ำ อ่านวา่ สระอา

ใ- อา่ นว่า สระใอ

ไ - อา่ นวา่ สระไอ

เ - า อ่านว่า สระเอา

ฤ อ่านว่า รึ

ฦ อ่านวา่ ลึ

83

สระเสียงยำว

- า อา่ นว่า สระอา
-ี อา่ นวา่ สระอี
- อา่ นว่า สระออื
-ู อ่านว่า สระอู
เ - อ่านว่า สระเอ
แ - อา่ นวา่ สระแอ
โ - อา่ นวา่ สระโอ
- อ อ่านว่า สระออ
เ - อ อ่านว่า สระเออ
เ -ี ย อ่านว่า สระเอีย
เ - อ อา่ นวา่ สระเอือ
- ว อา่ นวา่ สระอวั
ฤๅ อ่านวา่ ลือ
ฦๅ อา่ นว่า ลอื

กจิ กรรมท่ี 6 (กำ้ วที่ 6) 84

คาช้ีแจง ให้ลำกเสน้ โยงจับค่สู ระกบั ชอ่ื สระใหถ้ ูกตอ้ ง สระอัวะ
สระโอ
ตวั อย่ำง โ -
-ัวะ สระอะ
สระแอ
1. ะ สระอู
2. ึ สระอึ
3. ุ สระโอ
4. ู สระเอียะ
5. เ - สระเอ
6. แ - สระเออื
7. โ - สระเอาะ
8. เ ี ยะ สระอุ
9. เ – าะ
10. เ ื อ

85

กิจกรรมท่ี 7
(กำ้ วท่ี 7)

คำชแ้ี จง จงนาคาทกี่ าหนดให้เขยี นลงในชอ่ งที่กาหนดให้ตรงกับเสียงสระ

กำ ปู ยุง ใจ โตะ ดงึ
หิน เปยี ก มะลิ แป้ง โอง่
แกะ เสือ
เตะ มือ เกเร

มะลิ

สระเสียงสนั้ สระเสียงยำว

………….…………………………………………………… …….…………………………………………………
……………………………………………………………… …………………………………………………………
………………………………………………..……………… …………………………………………………………
………………………………………………………………. ………………………………………………..………
……………………………………………………………….. …………………………………………………………
…………………………………………………………
…………………………………………………………


86

ใบความรู้

วรรณยกุ ต์

วรรณยกุ ต์ คอื เคร่ืองหมายบอกระดบั เสยี งสงู ตา่ ของคาในภาษาไทย

รูปวรรณยุกตม์ ี 4 รปู คือ

่ เรียก วรรณยุกต์เอก (ไมเ้ อก)

้ เรยี ก วรรณยุกต์โท (ไม้โท)

เรียก วรรณยุกต์ตรี (ไมต้ รี)

๋ เรยี ก วรรณยกุ ต์จตั วา (ไมจ้ ตั วา)

วรรณยกุ ตจ์ ะวางไว้บนพยญั ชนะตน้ ถ้าคาใดมีพยัญชนะต้น 2 ตวั รปู

วรรณยุกตจ์ ะอยู่บนพยญั ชนะตน้ ตวั ที่ 2 เชน่ ใกล้ ไขว่ กลน่ิ บะหมี่ ฯลฯ

เมอ่ื เราใส่รูปวรรณยุกต์ลงไปบนคาใด จะทาให้เกดิ เสยี งสงู ตา่ 5 เสียง

ด้วยกนั คือ

เสยี งสามัญ ไดแ้ ก่ นา มี ปู กิน

เสียงเอก ได้แก่ อยา่ บ่น สกุ กระต่าย

เสยี งโท ไดแ้ ก่ ป้า ข้าว ไหม้ ได้

เสยี งตรี ได้แก่ โต๊ะ จะ๊ โป๊ะ

เสียงจตั วา ได้แก่ จ๋า ตี๋ กว๋ ยเต๋ียว ขาว

87

กำรผนั วรรณยกุ ต์ จะผนั ตำมหมอู่ ักษร ดังน้ี

1. อกั ษรกลำง

อกั ษรกลางมี 9 ตัว ไดแ้ ก่ ก จ ฎ ฏ ด ต ป อ

พน้ื เสยี งเป็นเสยี งสามัญ อกั ษรกลางผันได้ครบ 5 เสียง คอื เสยี งสามญั เอก โท

ตรี จัตวา

เสียงสำมัญ เสยี งเอก เสียงโท เสียงตรี เสยี งจตั วำ

จา จ่า จ้า จ๊า จ๋า

กาง กา่ ง กา้ ง ก๊าง กา๋ ง

ดาว ดา่ ว ดา้ ว ด๊าว ดา๋ ว

แจน แจ่น แจ้น แจ๊น แจ๋น

2. อกั ษรสูง

อกั ษรสงู มี 11 ตัว ได้แก่ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห

พืน้ เสยี งเป็นเสยี งจัตวา อกั ษรสูงผนั ได้ 3 เสยี ง คือ เสยี งเอก โท จตั วา

เสียงสำมญั เสยี งเอก เสียงโท เสยี งตรี เสียงจัตวำ

- ข่าว ขา้ ว - ขาว

- เสอ่ื เสอ้ื - เสือ

- เผา่ เผา้ - เผา

3. อกั ษรต่ำ

อกั ษรตา่ มี 24 ตวั ได้แก่ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ

มยรลวฬฮ

พน้ื เสยี งเปน็ เสยี งสามญั อกั ษรตา่ ผนั ได้ 3 เสียง คอื เสยี งสามญั โท ตรี

เสียงสำมัญ เสียงเอก เสียงโท เสยี งตรี เสียงจตั วำ

คา - คา่ คา้ -

เลา - เลา่ เล้า -

แม - แม่ แม้ -

 อกั ษรตา่ ถา้ ใส่รปู วรรณยุกต์เอกออกเสยี งโท ใส่รปู วรรณยุกต์โทออกเสยี งตรี

กจิ กรรมที่ 8 (ก้ำวท่ี 8) 88

คำช้ีแจง ผันเสียงวรรณยกุ ตต์ อ่ ไปนใี้ ห้ถกู ต้อง เสียงจัตวา
กา๋
อกั ษรกลำง เสียงสามญั เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี
คา กา ก่า กา้ ก๊า เสยี งจตั วา
กา สำ
เสียงตรี
1. จา เสียงจัตวา
2. โต เสยี งตรี -
3. ดู ล้า
4. อา
5. เปยี

อกั ษรสูง เสียงสามญั เสียงเอก เสยี งโท
คา - ส่ำ ส้ำ
สา

1. ฉัน
2. ขาว
3. ฝาก
4. ถัง
5. หำม

อกั ษรตา่ เสยี งสามญั เสยี งเอก เสียงโท
คา ลา - ลา่
ลา

1. มา
2. งา่ ย
3. ช่วย
4. แพง
5. ทาน

89

ใบควำมรู้

กำรอ่ำนแจกลกู
การอ่านแจกลูก หมายถงึ การเทียบเสยี งเรมิ่ ตน้ จากการสอนให้จา และออกเสยี งคา

แล้วนารูปคาทีเ่ ปรยี บเสมือนแมม่ ากระจายหรอื แจกลกู โดยการเปลย่ี นสระ เปลีย่ น
พยัญชนะตน้ หรอื เปลยี่ นพยญั ชนะทา้ ย (ตวั สะกด) โดยมวี ิธีการ ดงั น้ี

1. ยดึ พยัญชนะต้นเปน็ หลัก แจกลูกโดยเปลย่ี นรปู สระ

สระ

พยญั ชนะ -ะ -ำ

ก กะ กำ กิ กี กึ กอื กุ กุ
จ จะ จำ จิ จี จึ จอื จุ จ

2. ยดึ สระเปน็ หลัก แจกลกู โดยเปลย่ี นพยญั ชนะต้น กาง
คาง
ก บาง
ค ปาง
บ อาง

ป -าง



3. ยึดสระและตัวสะกดเปน็ หลัก แจกลูกโดยเปลย่ี นพยญั ชนะต้น

คา พยัญชนะต้นอกั ษร สระเสยี งยาว ตัวสะกด แม่ อ่านว่า
กลาง กง
กาง
กาง ก -า ง จาง
ดาง
จาง จ -า ง
ดาง ด -า ง

90

4. ยดึ พยัญชนะต้นและสระเปน็ หลัก แจกลูกโดยเปลี่ยนตัวสะกด

คำ พยัญชนะต้นอักษร สระเสียงยำว ตวั สะกดแม่กง กม อำ่ นว่ำ
กลำง ,กน,เกย
กำง
กำง ก -ำ ง กำม
กำน
กำม ก -ำ ม กำย

กำน ก -ำ น

กำย ก -ำ ย

กจิ กรรมท่ี 9 (ก้ำวท่ี 9) 91

คาชแ้ี จง เขียนคำใหมล่ งใน ให้ถกู ตอ้ งแลว้ หัดอำ่ น อาง
ตวั อย่ำง (ตรึงสระและตวั สะกด)

อ -า ง

1. ก -ำ ง

2. จ -ำ ง

3. ต -ำ ง

4. ด -ำ ง

5. ซ -ำ ง

กจิ กรรมท่ี 10 (กำ้ วที่ 10) 92

คำชแ้ี จง แจกลูกคาทกี่ าหนดลงในตารางใหถ้ ูกตอ้ ง อำ่ นวำ่
ตวั อยำ่ ง (ตรึงพยญั ชนะต้นกับสระ) กุ้ง

คำ พยัญชนะตน้ สระ ตัวสะกด
ก้งุ ก -ุ ง

1. พยญั ชนะต้น สระ ตวั สะกด อำ่ นว่ำ
คำ
กมุ

2. พยญั ชนะตน้ สระ ตัวสะกด วรรณยกุ ต์ อำ่ นว่ำ
คำ
กกุ

3. พยัญชนะตน้ สระ ตัวสะกด อ่ำนวำ่
คำ
เขยี น

4. สระ ตวั สะกด วรรณยกุ ต์ อำ่ นวำ่
คำ พยญั ชนะตน้
คยุ

5. พยัญชนะตน้ สระ ตัวสะกด อำ่ นวำ่
คำ
เยือน

93

ภำคผนวก ข
แบบฝึกอา่ นออก เขยี นได้ ลายมือสวย

แบบฝกึ อ่านออก เขยี นได้ ลายม9ือ4สวย หนา้ ๑

แบบฝึกอา่ นออก เขยี นได้ ลายมอื สวย หนา้ ๒ 95
แบบฝึกอ่านออก เขยี นได้ ลายมอื สวย หน้า ๒

แบบฝึกอา่ นออก เขยี นได้ ลาย9ม6อื สวย หนา้ ๓
แบบฝกึ อ่านออก เขยี นได้ ลายมือสวย หน้า ๓


Click to View FlipBook Version