The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BEST ภาษาไทย บทเรียนการ์ตูน+STAD

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ฟ้า จุฑา, 2022-07-11 11:37:22

BEST ภาษาไทย บทเรียนการ์ตูน+STAD

BEST ภาษาไทย บทเรียนการ์ตูน+STAD



คำนำ

เอกสารฉบับน้ี จัดทาขึ้นเพื่อนาเสนอผลงานวิธปี ฏิบัตทิ ่ีเป็นเลิศ Best Practice การพัฒนาทักษะการอ่าน
และการเขียนคาพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้บทเรียนการ์ตูนร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สาหรับ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนบ้านเปา อาเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ซึ่งทางโรงเรียนได้เสนอข้อมูลผลงาน
จากการปฏิบัติหน้าที่สาหรับใช้ประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ มีการนาข้อมูลครอบคลุมตามหลักเกณฑ์
และวิธีการ ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ ให้คาปรึกษา แนะนา ในการปฏิบั ติงาน
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุน ให้กาลังใจและให้ความร่วมมือใน การปฏิบัติงานด้วยดีตลอดมาจึง
ขอขอบพระคณุ มา ณ โอกาสน้ี

โรงเรียนบ้านเปา



สำรบญั

หน้ำ

คำนำ ก
สำรบญั ข
แนวคดิ และความเปน็ มา 1
วัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมาย 3
กระบวนการและขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน 3
ผลการดาเนนิ งาน 6
บทเรยี นท่ีได้รับ ปรบั คณุ ภาพ ม่งุ พัฒนาต่อไป 7
ปจั จยั แห่งความสาเร็จ 8
การเผยแพร/่ การไดร้ บั การยอมรบั /รางวัลที่ไดร้ ับ 9
ภำคผนวก
ภาคผนวก ก แผนยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน 13
ภาคผนวก ข ผลทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขัน้ พืน้ ฐานวิชาภาษาไทย ปกี ารศึกษา 2562 16
ภาคผนวก ค. ตารางเปรียบเทียบผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) 17
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศกึ ษา 2562 – 2563
ภาคผนวก ง แผนผังการดาเนินงาน 18
ภาคผนวก จ บทเรยี นการต์ ูน เพอ่ื พฒั นาทักษะการอ่านการเขียนคาพน้ื ฐานภาษาไทย 19
ภาคผนวก ฉ แผนการจดั การเรยี นรู้โดยใชบ้ ทเรียนการต์ นู ร่วมกบั การเรยี นรู้แบบร่วมมือ
เทคนิค STAD เพอ่ื พฒั นาทักษะการอา่ นการเขียนคาพืน้ ฐานภาษาไทย 44
ภาคผนวก ช ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พ้ืนฐานวิชาภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ปีการศึกษา 2563 82
ภาคผนวก ซ ภาพกจิ กรรมการดาเนนิ งาน 83

การพฒั นาทกั ษะการอา่ นและการเขยี นคาพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้บทเรยี นการ์ตูน
ร่วมกับการเรยี นรแู้ บบร่วมมือเทคนคิ STAD สาหรบั นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6

1. แนวคิดและความเป็นมา
การอ่านการเขียนมีความสาคัญต่อมนุษย์ โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันท่ีมีหนังสือให้เลือกอ่านได้

มากมาย การอ่านและการเขียนช่วยให้เราสามารถหาความรู้ ความบันเทิง สร้างเสริมประสบการณ์
ที่เป็นประโยชน์แก่ชีวิต ท้ังการศึกษา อาชีพการงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม
นอกจากน้ันการอ่านการเขียนยังมีความสาคัญในหลักสูตรต้ังแต่ ระดับประถมศึกษาจนถึง
ระดับอุดมศึกษา เพราะกิจกรรมที่จัดข้ึน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ต้อง
อาศยั ทกั ษะการอ่านและการเขยี นเปน็ ส่วนใหญ่ จงึ จาเปน็ ที่ครู ผปู้ กครอง ตลอดจนผู้เก่ียวข้องควรเห็น
ความสาคัญของการอ่านและการเขียน และเอาใจใส่ในเรื่องการอ่าน การเขียนของบุตรหลานตนเอง
อย่างแท้จริง โดยเฉพาะการอ่านการเขียนของนักเรียนในระดับประถมศึกษา ซ่ึงเป็นรากฐานสาหรับ
การอ่านการเขียนในระดับสูงต่อไป และการอ่านการเขียนก็ยังเป็นเคร่ืองมือที่สาคัญท่ีใช้ในการเสาะ
แสวงหาความรู้ด้านอื่น ๆ ในการฝึกทักษะการอ่านการเขียนนั้น มีหลายวิธีขึ้นอยู่กับว่าคุณครูจะ
จัดลาดับขั้นตอนแต่ละขั้นตอนอย่างไร ทั้งนี้เพราะนักเรียน มีความแตกต่างกันท้ังในด้านความถนัด
สติปัญญา ความชอบ ความถนัดที่แตกต่างกันออกไป การอ่านการเขียนมักพบปัญหาอยู่เสมอ
คือนักเรียนขาดความม่ันใจในเร่ืองที่อ่าน จับใจความของเร่ืองไม่ได้ ตีความไม่เป็น เขียนคาไม่ถูกต้อง
ตามหลักภาษาไทย เขียนคาที่มีตัวสะกดไม่ถูกต้อง เขียนคาประสมสระ ไม่ถูกต้อง และครูระดับ
ประถมศึกษาใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสอนอ่านและสอนเขียน มากกว่าการเรียนการสอนด้านอื่น ๆ
แต่ก็ยังไม่ได้ผลที่น่าพอใจ ปัญหาเกิดจากวิธีการสอน กิจกรรมการสอน แบบเรียน วัสดุเก่ียวกับการ
อ่าน การเขียนยังไม่เหมาะสม ปัญหาและอุปสรรคหลาย ๆ ด้าน นามาพิจารณาแก้ไข เพื่อให้เด็ก
สามารถเรียนภาษาได้ดีข้ึน เด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้ ส่วนหน่ึงจะมีปัญหาในด้านการอ่านการเขียน
ทาให้มีความลาบากในการรับรู้ การแยกแยะ การจาตัวอักษร มีความสับสนระหว่างตัวอักษร ทาให้
ยากต่อการเรียนรู้ (จรีลักษณ์ จิรวิบูลย์, 2554, หน้า 42) ซ่ึงปัญหาในการเรียนรู้ด้านการอ่านการเขยี น
น้ีพบมากที่สุดและเป็นปัญหาที่สาคัญท่ีสุด มีผลกระทบต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในวัยประถมศึกษา
(ศันสนีย์ ฉตั รคุปต์, 2553, หนา้ 26)

สภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยท่ีผ่านมายังไม่ประสบผลสาเร็จเท่าที่ควร ดังจะเห็น
ได้จากผลการประเมินตามนโยบายการอ่านออกเขียนได้ 100 % ปีการศึกษา 2561-2562
ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนบ้านเปา สังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาน่านเขต 1 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนเฉล่ียร้อยละ 42.45, 43.63 ในนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ของโรงเรียนบ้านเปา ปีการศึกษา 2561-2562 พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย
ด้านการอ่าน การเขียนไม่ผ่าน ตามนโยบายการอ่านออกเขียนได้ จากข้อมูลนี้ทาให้ต้องหาแนวทางใน
การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนให้มีระดับสูงข้ึน ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านเปา จึงสมควรได้รับ
การแก้ไขอย่างจริงจัง และต่อเนื่องเพราะเป็นระดับการวางรากฐานการศึกษา ถ้านักเรียนมีความรู้
พ้ืนฐานดี ก็จะสามารถใช้ภาษาไทยเป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ในวิชาอื่น ๆ ได้ดีและ

2

มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงไปด้วยและจากผลการสัมภาษณ์การสอนของครูในโรงเรียน พบว่าปัญหา
การอ่านการเขียนของนักเรียนโรงเรียนบ้านเปายังไม่ได้ตรงตามมาตรฐานที่ต้ังเป้าหมายไว้ เน่ืองจาก
สภาพบริบทและการสอนภาษาไทย ยังไม่ประสบความสาเร็จเท่าที่ควร ครูผู้สอนเน้นการสอนแบบ
บรรยายในหนังสือ และทาแบบฝึกหัดท้ายบท ไม่มีกิจกรรมที่น่าสนใจหรือเร้าความสนใจเด็กนักเรียน
เทา่ ที่ควร ขาดสอื่ การสอนที่เหมาะสมและทันสมัยในการเรยี น

จากสภาพปัญหาดังกล่าว ครูผู้สอนควรปรับการเรียนเปล่ียนการสอนเพ่ือพัฒนาทักษะด้าน
การอา่ นการเขียนใหส้ ูงขึ้น เลอื กวธิ ีการสอนทจ่ี ะสามารถทาให้นักเรียนที่มีความสามารถทางการรับรู้ท่ี
แตกต่างกัน ให้มีความเข้าใจเน้ือหาท่ีศึกษาได้ถูกต้องตรงกัน จึงเล็งเห็นว่าบทเรียนการ์ตูนเป็นส่ือ
การสอนรูปแบบหน่งึ ที่มีการจัดระบบการนาเน้ือหาและกิจกรรมเสรมิ การเรียนรู้เป็นอยา่ งดี ที่สามารถ
ให้นักเรียนสามารถอ่านและเขียนได้ พร้อมกับเรียนรู้เนื้อหาสาระในเล่มได้ตามความสนใจ และความ
แตกต่างของแต่ละบุคคล เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกทักษะความรู้ความสามารถควบคู่ไปกับการ
จัดการเรียนการสอน ซงึ่ บทเรยี นการต์ ูนท่สี รา้ งข้ึนได้นาการต์ ูนมาสร้างเป็นเรื่องราวเพื่อใหเ้ ด็กนักเรียน
ได้อ่านออกเสียง และเขียนคาพื้นฐานภาษาไทย มีกิจกรรมและสื่อมาสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ
โดยเน้นใหน้ กั เรียนได้ปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ทาให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น สนุกสนาน และทาให้นักเรียน
เกิดการเรียนรู้และบรรลตุ ามจดุ ประสงค์การเรียนรูอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ อีกทั้งยังนาเทคนิคการเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค STAD (Student Teams – Achievement Division) เข้ามาส่งเสริมความ
ร่วมมือในการทางานกลุ่ม นักเรียนที่เรียนเก่งจะพยายามช่วยเหลือเพ่ือนในกลุ่ม โดยการอธิบายให้
เพ่อื นเขา้ ใจ การนาเทคนิค STAD มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยนัน้ เป็นกจิ กรรมท่ีสาคัญ
อีกข้ันตอนหน่ึงที่เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในลักษณะให้เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นแนวทาง
การจัดการเรียนรู้แนวทางหน่ึงที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ปัญหา ปรึกษาหารือ
อภิปราย และแสดงความคิดเห็นด้วยเหตุผลซ่ึงกันและกัน ช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาความรู้
ทกั ษะกระบวนการคิด และมปี ระสบการณม์ ากขนึ้ (กรมวชิ าการ, 2555, หน้า 192)

จากแนวคิดและความเป็นมาดังกล่าว โรงเรียนบ้านเปาจึงมีความสนใจการใชบ้ ทเรียนการ์ตนู
ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพ่ือพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนคาพื้นฐาน
ภาษาไทย สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน การยกระดับ
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นใหส้ ูงขน้ึ และเปน็ แนวทางในการพฒั นาการเรยี นรู้ภาษาไทยให้มีคุณภาพต่อไป

3

2. วตั ถปุ ระสงค์และเปา้ หมาย

วตั ถุประสงค์
1. เพอื่ พฒั นาทักษะการอ่านการเขียนของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 ใหม้ ีทักษะการอ่านการเขียน
ทม่ี คี ณุ ภาพสงู ขน้ึ จากการเรยี นรู้โดยใช้บทเรียนการ์ตนู รว่ มกบั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื เทคนคิ STAD
2. เพื่อพัฒนาระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นรู้รายวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากการเรียนรู้
โดยใช้บทเรยี นการ์ตนู รว่ มกบั การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนคิ STAD
3. เพอื่ ให้นกั เรียนเกดิ ทักษะกระบวนการจากการเรยี นร้โู ดยการเรียนร้แู บบร่วมมือเทคนคิ STAD

เปา้ หมาย
เป้าหมายเชิงปริมาณ
1. นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2563 จานวน 18 คน ได้รับการพัฒนาทักษะ

การอา่ นการเขียนและยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ ส่ี งู ขึน้

เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1. นักเรียนโรงเรียนบ้านเปา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2563 มีทักษะการอ่าน
การเขียนและผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนภาษาไทยท่ีสงู ขน้ึ
2. นักเรียนโรงเรียนบ้านเปา ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2563 ร้อยละ 80 มีทักษะ
กระบวนการเรียนร้แู บบกลุ่ม

3. กระบวนการและขนั้ ตอนการดาเนินงาน

1. กจิ กรรม/วธิ ีการ/ขน้ั ตอนทส่ี าคัญ

1. คัดกรอง / 2. วางแผน/ 3. ดาเนินการแกป้ ัญหา
แบง่ กลมุ่ นักเรียน กาหนดกจิ กรรม และพฒั นาการอ่าน
รายกลมุ่ ท่ีคดั กรอง
การเขียนภาษาไทย

6. พฒั นา 5.รวบรวมสรุปผล 4.ประเมินผลการอ่าน
แก้ไข / ปรับปรุง การเขียนของนักเรยี น

แผนผงั แสดงข้นั ตอนการดาเนินงาน

4

1. คดั กรองนักเรียนและแบ่งกลุ่มนกั เรยี น

1.1 ประเมนิ ทักษะการอ่าน การเขียน ของนกั เรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปีท4ี่ เป็นรายบุคคล

อา่ นคาพ้นื ฐาน อ่านเร่ืองท่ีครกู าหนด

เขียนตามคาบอก เขยี นเร่อื ง

คัดกรองนกั เรยี น อ่านนทิ าน / ขอ้ ความสน้ั ๆ /ตอบคาถาม
บันทึกผลการอ่าน / เขยี นของนักเรยี นเปน็

รายบุคคล

ประเมนิ ผล

1.2 แบง่ กลุ่มนกั เรียน (STAD) ตามผลการประเมนิ จากแบบคดั กรอง เพื่อเป็นแนวทางแก้ไข
และพฒั นาการอ่านและการเขยี นดว้ ย วธิ กี ารและนวตั กรรมทเี่ หมาะสมกับนักเรียนในแต่ละกล่มุ

แบง่ กล่มุ นกั เรยี น กลุ่มเก่ง นักเรียนอา่ นคล่อง / เขยี นคลอ่ ง
( ตามผลการคดั กรอง ) กลมุ่ ปานกลาง นักเรยี นอา่ นไมค่ ล่อง /
เขียนไม่คลอ่ ง
กลุ่มอ่อน นักเรยี นอ่านไม่ออก / เขียนไม่ได้

นานกั เรียนเก่ง ปานกลาง อ่อน มาคละกลุ่ม
โดยจัดนักเรียน เก่ง 2 คน ปานกลาง 1 คน
ออ่ น 1 คน ใชเ้ ทคนิค (STAD)

2. กาหนดกิจกรรมการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนโดยใช้โดยใช้บทเรยี นการต์ ูน
รว่ มกบั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมือเทคนคิ STAD เปน็ การกาหนดวธิ กี าร จดั ทาแผนการจัดการเรยี นรู้
สร้างส่ือและนวัตกรรม เพ่ือพัฒนาทักษะการอ่านและการเขยี นของนักเรยี นให้เกิดประสิทธิภาพ
และเหมาะสมกบั บริบทของโรงเรยี นมากทส่ี ดุ

กาหนดกจิ กรรม จดั ทาแผนการจดั การเรยี นรู้ สร้างส่ือและนวัตกรรม
เพอื่ พฒั นาทกั ษะการอ่านและการเขียนของนกั เรียน

1. นาคาศพั ทพ์ ืน้ ฐานภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 จัดหมวดหมเู่ นื้อหาดงั นี้

5

เน้ือหาท่ีใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6

เป็นเน้ือหากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศกั ราช 2551 หลักสตู รกลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เร่ือง คาพื้นฐานภาษาไทย จานวน 210 คา

จัดหมวดหมูข่ องคาพนื้ ฐานภาษาไทย ดังนี้

1. การอ่านคาสมาส จานวน 30 คา

2. การอา่ นคาควบกลา้ จานวน 30 คา

3. การอา่ นอกั ษรนา จานวน 30 คา

4. การอา่ นคาท่มี ีตัว ฤ จานวน 30 คา

5. การอา่ นคาแผลง จานวน 30 คา

6. การอา่ นคาพ้อง จานวน 30 คา

7. การอา่ นออกเสียงตวั สะกดคามากพยางค์ จานวน 30 คา

2. นาคาศัพท์ที่ได้จัดหมวดหมู่ จานวน 210 คา นาคาศัพท์มาแต่งเป็นเรื่องราวในบทเรียนการ์ตูน เพื่อ

ใชค้ วบคูก่ ับแผนการจัดการเรยี นรู้

3. จัดทาแผนการจัดการเรียนรู้ กิจกรรมที่ใช้ในการพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนของนักเรียน

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6

ลาดับ แผนการจดั การเรียนรู้ ช่วั โมง

1 รูไ้ วไ้ ด้ประโยชน์ (โรงเรยี นใหมข่ องเติล้ ) 1

2 เรียนรไู้ ว้การใช้บทเรียนการ์ตูน (โรงเรยี นใหม่ของเติ้ล) 1

3 อ่านออกเสยี งบทเรยี นการ์ตูน(โรงเรยี นใหม่ของเติล้ ) 1

4 การอ่านคาพ้ืนฐานเรียนร้กู ล่มุ ยอ่ ย(โรงเรยี นใหมข่ องเต้ลิ ) 2

5 แขง่ ขันเลม่ เกมพร้อมยอมรับยกย่อง(โรงเรียนใหมข่ องเติ้ล) 2

6 เรียนรไู้ ว้การใช้บทเรยี นการต์ นู (โรงเรียนหรรษา) 1

7 อ่านออกเสียงบทเรยี นการต์ นู (โรงเรยี นหรรษา) 1

8 การอ่านคาพ้นื ฐานเรยี นรูก้ ล่มุ ยอ่ ย(โรงเรียนหรรษา) 2

9 แขง่ ขนั เล่มเกม(โรงเรียนหรรษา) 2

10 ยอมรับยกย่อง(โรงเรียนหรรษา) 1

3. ดาเนินการพฒั นาการอ่าน การเขยี น ตามกิจกรรมตามท่ีกาหนดตลอดปีการศึกษา
ดาเนนิ การเรียนรู้โดยการใช้บทเรียนการ์ตูน ร่วมกับการเรยี นรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD

เพ่ือพฒั นาทักษะการอา่ นการเขยี นคาพื้นฐานภาษาไทยสาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6

6

4. ประเมินผลการอ่านการเขียนของนักเรียน เพ่ือดูพัฒนาการ การอ่านและการเขียนของนักเรียน

ประเมนิ ผลการอา่ น พฒั นาการของนักเรยี น ( ดจู ากแบบบันทึก
การเขยี นของนักเรียน ความกา้ วหนา้ )
แบบสรุปพฒั นาการของนักเรียน
แบบทดสอบการอา่ นการเขยี น
คะแนนการอ่านการเขียนของนักเรยี น
ผลสมั ฤทธิ์ การเรยี นภาษาไทยของนักเรียน
ผลการทดสอบระดับชาติ ( O-NET)

5. รวบรวมสรุปผลข้อมูล เพื่อสรุปผลการดาเนินกิจกรรม ความสาเร็จของการจัดกิจกรรม

พฒั นาการทางดา้ นการอา่ นการเขยี น ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นภาษาไทย ของนกั เรยี นชั้นประถมศึกษา

ปีท่ี 6

นกั เรยี นมพี ัฒนาการด้านการอา่ นการเขียนทส่ี ูงขึ้น

รวบรวมสรปุ ผล ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรยี นพฒั นาข้นึ
ผลการทดสอบระดบั ชาติ (O-NET) ผ่านเกณฑ์

6. การพัฒนาและปรับปรงุ
นาผลการประเมนิ มาปรบั ปรุงแก้ไข โดยตรวจสอบกจิ กรรมทคี่ วรปรบั ปรงุ และพฒั นาให้ดียิง่ ข้นึ

ไดแ้ ก่ ปรับเปลีย่ นรปู แบบของการจดั กลมุ่ ใหห้ ลากหลายมากขึ้น จดั กจิ กรรมให้มีการเลน่ เกม เพื่อความ
สนกุ สนานมากขึ้น

4. ผลการดาเนินงาน
4.1 ผลท่เี กดิ ตามจดุ ประสงค์
1. ทักษะการอ่านการเขียนภาษาไทยของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการพัฒนา

จากการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนการ์ตูนร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ทุกคนและ
ครอบคลุมทุกกจิ กรรมการเรยี นรู้

2. ผลการทดสอบจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในกลุ่มสาระการ
เรียนรู้วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงข้ึนกว่าปีที่ผ่านมา เป็นไปตามเป้าหมายที่
กาหนด

7

3. นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการกลุ่ม คอยช่วยเหลือเพ่ือนในกลุ่ม ช่วยเหลือกันในการเรียน
การทางานทกุ คน
4.2 ผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน

1. การจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนการ์ตูนร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ส่งผลให้
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศึกษา 2563 มีผลการทดสอบจากสถาบันทดสอบทางการศึกษา
แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย เพิ่มสูงข้ึนจากปีการศึกษา 2562
มผี ลต่างระหวา่ งปกี ารศึกษาเท่ากับ 11.26 มคี ่าเฉล่ยี ระดับโรงเรียนเทา่ กับ 73.31 โดยมคี า่ เฉลี่ยสงู กว่า
โรงเรียนในระดบั สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน และระดบั ประเทศ

2. นักเรียนมีทักษะกระบวนการการเรียนรู้แบบกลุ่ม การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เป็น
การเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้เรยี นรดู้ ้วยตนเองจากบทเรยี น และเป็นการจัดสมาชกิ กลมุ่ ละ
4-5 คน แบบคละความสามารถโดยมีนักเรียน เกง่ กลาง ออ่ น คละกันในกลุ่มคอยชว่ ยเหลือสมาชิกใน
กลมุ่ ใหน้ กั เรียนมพี ัฒนาการเรยี นรเู้ ข้าใจในเนื้อเร่ืองวิชาน้ัน ๆ มากขน้ึ สามารถพฒั นาทักษะดา้ นตา่ ง ๆ
ของนักเรียนได้ดี โดยเฉพาะทักษะด้านการอ่านและการเขียน ทุกคนจึงมีหน้าท่ีร่วมกัน ทางานร่วมกัน
เพื่อให้บรรลวุ ัตถุประสงค์หรือเป้าหมายในการเรียน และเปา้ หมายของกลมุ่ ให้ดขี ้ึน โดยครมู รี างวัลเป็น
การเสริมแรงด้วยการกล่าวคาชมเชยและมอบโล่รางวัลแก่นักเรียนทั้งทีมและรายบุคคล เม่ือสามารถ
ทาคะแนนได้ดี ดังนั้นสมาชิกทุกคนจึงคอยช่วยเหลือกันเพ่ือความสาเร็จของกลุ่ม และส่งผลให้
ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นสงู ขนึ้

4.3 ประโยชน์ทไี่ ดร้ บั
1. คณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาด้านผู้เรียนมีคณุ ภาพสูงขน้ึ
2. นกั เรียนมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียนทเี่ พิม่ สูงข้นึ
3. ทักษะด้านการอา่ น การเขียนภาษาไทย ของนักเรียนมีทกั ษะทด่ี ีขึน้ สูงขึ้น
4. ได้ส่อื และนวตั กรรมเก่ยี วกบั ภาษาไทย ที่สามารถนามาใชจ้ ัดการเรียนการสอนได้
5. เสริมสรา้ งความสามัคคี ความรว่ มมือในหมคู่ ณะครู ผู้บริหาร และผปู้ กครองนักเรียน
6. โรงเรียนเปน็ องคก์ รแหง่ การเรียนรู้
7. นกั เรียนมีคณุ ธรรม จริยธรรมท่เี กดิ จากการจดั การเรยี นรู้แบบกลุ่ม

5. บทเรยี นท่ไี ดร้ ับ ปรบั คุณภาพ มงุ่ พฒั นาตอ่ ไป
5.1 บทเรยี นที่ได้รับ
การนาสื่อ นวัตกรรม มาใช้ร่วมกับเทคนิคการสอน กระบวนการจัดการเรียนการสอนวิชา

ภาษาไทย ส่งผลให้นกั เรยี นมีความสนใจ กระตือรอื รน้ ใส่ใจการเรยี นในเน้ือหามากข้ึน อกี ท้งั ยังชว่ ยให้

8

เกิดการเรียนรู้ท่ีคงทนมากกว่าการจา สามารถทบทวนความรู้ผ่านบทเรียนการ์ตูนได้เสมอ และ
สามารถนาไปทาแบบฝึกหัด หรืออา่ นนอกเวลาเรยี นไดต้ ลอดเวลา คุณครผู ้สู อนสามารถนาสอื่ แบบฝึก
ในบทเรียนการ์ตูนมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนกับนักเรียนได้อย่างหลากหลายและเกิด
ประสิทธภิ าพมากข้ึน

5.2 ปรับคุณภาพมุง่ พฒั นา
ครูผู้สอนต้องหม่ันค้นคว้าหาส่ือการสอนออนไลน์ หรือนาบทเรียนการ์ตูนเป็นเล่ม ๆ ให้สามารถ

ออนไลนใ์ นมือถือได้ เพ่อื ใหน้ กั เรยี นสามารถอ่านนอกเวลา หรือเล่นผา่ นอินเทอรเ์ นต็ ได้

5.3 ขอ้ ควรพงึ ระวัง
1. การใช้บทเรียนการ์ตูน ครูผู้สอนควรมีความเข้าใจในหลกั การและเข้าใจการใช้บทเรียนการ์ตนู

ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD โดยมีข้ันตอนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน
คือ ข้ันท่ี 1 การนาเสนอบทเรียน ข้ันที่ 2 การเรียนกลุ่มย่อย ข้ันที่ 3 การเล่นเกมแข่งขันตอบปัญหา
ขน้ั ที่ 4 การยกย่องและยอมรับ ครูผูส้ อนควรใหค้ าแนะนาและคอยช่วยเหลือในกรณีทนี่ ักเรียนมีปัญหา
ดา้ นการอ่านการเขียนทนั ที

2. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการศึกษาค้นคว้าจากการใช้เทคนิคการสอนรูปแบบที่แปลกใหม่ไปจาก
การสอนปกติ ครูควรอธิบายและทาความเข้าใจเก่ียวกับเน้ือหา จุดประสงค์ของการจัดกิจกรรม
การเรยี นร้กู ่อนการเรียนการสอน และคาแนะนาของการใชบ้ ทเรยี นการ์ตนู

3. ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่ม ครูต้องคอยกากับดูแล ให้คาแนะนา ข้อเสนอแนะ ใช้
วิธีการเสริมแรง และกล่าวให้กาลังใจนักเรียนกลุ่มท่ีได้คะแนนน้อยเพ่ือเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนเกิด
การพฒั นาตนเอง

4. การจัดกิจกรรมทกุ ครั้ง ควรยืดหยุ่นเวลาตามความเหมาะสม เพ่ือให้นักเรียนได้ฝกึ ทกั ษะจรงิ ๆ

6. ปจั จยั แห่งความสาเรจ็
1.คุณภาพของครู ครูมีความรู้ความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานในกลุ่มสาระ

การเรียนรู้ภาษาไทย มีความรู้ความเข้าใจในเน้ือหาภาษาไทยเป็นอย่างดี ใช้ภาษาไทยในการสือ่ สารได้
ดีเป็นแบบอย่างแก่ผู้อ่ืน มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็นผู้ใฝ่รู้
ใฝ่เรียน ศึกษาหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้ทันสมัยทันเหตุการณ์อยู่เสมอ มีความสามารถในการวัด
และประเมินผลการเรียนภาษาไทยหลายรูปแบบตามหลักการวัดผลและประเมินผล มีความรู้
ความเข้าใจด้านจิตวิทยา เข้าใจลักษณะธรรมชาติและความต้องการของผู้เรียนเป็นอย่างดี
มีคุณลักษณะของครูท่ีดีท่ีผู้เรียนพึงประสงค์ ได้แก่ ใจดี ย้ิมแย้มแจ่มใส มีอารมณ์ขัน พูดจาไพเราะมี
เมตตา ขยัน เอาใจใส่ผู้เรียนอย่างทวั่ ถงึ มีความเปน็ มติ ร มคี วามยตุ ิธรรม ใจกว้าง ยอมรับความคิดเห็น

9

ของผู้เรียนและไวต่อความคิดความรู้สึกของผู้เรียนและมีคุณธรรม ยอมรับในศักยภาพของผู้เรียนว่า
สามารถเรียนรู้ได้เท่าเทียมกันส่งเสริมให้ผู้เรียนยอมรับนับถือ ภาคภูมิใจในความสามารถของตน และ
รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเลือกเรียนรายวิชาต่าง ๆ ตามความถนัด
ความสามารถ ความต้องการ และความสนใจของตนเอง ส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นพบความสามารถของ
ตนเองและมีโอกาสได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ตลอดจนรู้จักวางแผนการเรียนรู้ได้เอง มี
ความสามารถในการจัดบทเรยี นที่มีความหมาย มีประโยชน์ เหมาะสมกับวุฒิภาวะ และความสามารถ
ทาให้ผู้เรียนมีโอกาสประสบความสาเร็จ ใช้ภาษาที่ถูกต้องตามวัฒนธรรมการใช้ภาษา
จัดกระบวนการเรียนรู้และปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนทุกโอกาส และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ประเมินตนเอง
เพือ่ ปรบั ปรงุ และพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง

2.สิ่งที่เกิดข้ึนในห้องเรียน เป็นบรรยากาศท่ีครูกระตุ้นให้กาลังใจนักเรียนเพ่ือให้ประสบ
ผลสาเร็จในการทางาน นักเรียนเกิดความเชื่อม่ัน ในตนเองและพยายามทางานให้สาเร็จ นักเรียนมี
โอกาสได้คิด ได้ตัดสินใจเลือก สิ่งท่ีมีความหมายและมีคุณค่า จัดกิจกรรมท่ีให้นักเรียนเป็นบุคคล
สาคัญ มีคุณค่าและสามารถเรียนได้ ส่งผลให้นักเรียนเกิดความเช่ือมั่นในตนเองและเกิดความยอมรับ
นับถอื ตนเอง ครมู คี วามเข้าใจนกั เรียน เปน็ มิตร ยอมรับให้ความช่วยเหลอื นักเรียนมีระเบยี บวนิ ัย

3.กระบวนการจัดการเรียนการสอนของครู มีการจัดการเรียนรู้โดยบทเรียนการ์ตูนร่วมกับ
การเรยี นรู้แบบรว่ มมอื เทคนคิ STAD ทม่ี คี รูเปน็ ผูก้ ระตุน้ ความสนใจ ให้เกดิ กบั ตวั นักเรียนมาใช้ ในการ
ทากิจกรรม มีสื่อ มีส่ือนวัตกรรมที่นามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน นาไปสู่การเพ่ิมความรู้ท่ีได้จาก
การลงมอื ปฏิบัตผิ ่านกระบวนการทางานเป็นกลุม่ เพ่อื นคอยช่วยเหลอื เพื่อน เพื่อพฒั นาทกั ษะการอ่าน
การเขียน และเพ่ือผลสมั ฤทธ์ิของกลมุ่ ทสี่ งู ข้ึน

4.แลกเปล่ียนเรียนรู้ทางวิชาชีพ จากการท่ีครูมีการแลกเปล่ียนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อน
กลับเพ่ือพัฒนาและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการ
เรียนรู้ในช้ันเรียน ส่งผลสู่การปรับปรงุ และพัฒนาเพ่ือเปน็ ข้อมูลในการทาวิจัยในช้นั เรียนของครูผ้สู อน
และในการประเมินหลังจากจบหน่วยการเรียนรู้ ครูมีการวัดและประเมินผลด้วยความยุติธรรมและ
หลากหลายตามสภาพจริงของนักเรียน อีกท้ังทาให้เกิดสื่อและนวัตกรรมท่ีสร้างสรรค์ใหม่ๆ ท่ี
หลากหลาย

7. การเผยแพร/่ การไดร้ บั การยอมรับ/รางวัลทีไ่ ด้รับ
1. การพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนคาพื้นฐานภาษาไทย โดยใช้บทเรียนการ์ตูนร่วมกับ

การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ที่เข้ามาสอดแทรกในกิจกรรมการจัดการเรียนการสอน รายวิชา
ภาษาไทยระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยในแต่ละช่ัวโมง จะมีการกาหนดเน้ือหาสาระ กิจกรรม
การเรียนรู้ เพ่ือมุ่งเน้นการยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนให้สูงขึ้น โดยในปีการศึกษา 2563

10

ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) มีผลการทดสอบเฉลี่ย 73.31 ซึ่งเป็นไป
ตามแผนการดาเนินงานที่โรงเรียนได้ตั้งเป้าหมายไว้ โดยมีคะแนนเฉล่ียเพิ่มสูงข้ึนจากปีการศึกษา
2562 ซง่ึ โรงเรยี นได้เผยแพร่การดาเนินงานและการยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ดิ ังต่อไปนี้

1. โรงเรียนสามารถยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาภาษาไทยให้เพ่ิมสูงข้ึน ซึ่งดูได้
จากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563 ซึ่งมีผลคะแนน
เฉลีย่ 73.31

2. เป็นโรงเรียนแรกในกลุ่มนาน้อย 3 ท่ีได้จัดการเรียนการสอนภาษาไทย จัดทาแผน
การจัดการเรียนรู้ จดั ทาส่ือ นวตั กรรมท่เี กย่ี วกบั บทเรยี นการต์ ูน ในการพฒั นาทักษะการอา่ นการเขียน
โดยใชบ้ ทเรียนการ์ตูนรว่ มกับการเรยี นรู้แบบรว่ มมือเทคนิค STAD เพอ่ื พฒั นาทกั ษะการอ่านการเขียน
ใหส้ งู ขน้ึ รวมไปถึงการขยายผลการจดั การเรียนรู้ นาเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนร้ใู หก้ บั กลุ่มนาน้อย 3 และ
ไ ด้ มี โ อ ก า ส น า เ ส น อ ก า ร ย ก ร ะ ดั บ ผ ล สั ม ฤ ท ธิ์ ท า งก า ร เ รี ย น รู้ ใ ห้ กั บ ส า นั ก ง า น เ ข ต พ้ื น ท่ี ก า ร ศึ กษา
ประถมศกึ ษานา่ นเขต 1

3. ครูนาเสนอผลงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปรับประยุกต์การจัดการเรียนการสอน และสร้าง
ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกัน เพ่ือพัฒนาการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยมุ่งผลสัมฤทธ์ิไปท่ี
ผู้เรียน และพัฒนานักเรียนและคุณครูอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพเกิด
ประสิทธิผลมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนกั เรยี นสงู

11

บรรณานกุ รม

กรมวิชาการ. (2546). การจดั สาระการเรยี นรู้กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย. กรงุ เทพฯ : ครุ ุสภา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่.

เฉลิมลาภ ทองอาจ (2561). การจัดการเรียนรูภ้ าษาไทยโดยใชส้ มรรถนะในศตวรรษท่ี 21 เปน็ ฐาน:
ทฤษฎีสู่การปฏิบตั .ิ วารสาร ครศุ าสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย.

ชัยวัฒน์ สทุ ธริ ัตน์ อ้างถงึ ใน Slavin (1995). 80 นวตั กรรมการจดั การเรยี นรู้ทเี่ น้นผ้เู รียนเปน็ สาคัญ.
(พมิ พ์ครัง้ ท่ี 6) นนทบรุ ี :พี บาลานซ์ดไี ซด์แอน ปริ้นติง้ .

ชยั วัฒน์ สทุ ธริ ตั น์ อา้ งถงึ ใน เจยี มใจ บญุ แสน (2536). 80 นวตั กรรมการจัดการเรยี นรทู้ เ่ี นน้ ผ้เู รียน
เปน็ สาคญั . (พิมพ์คร้ังท่ี 6) นนทบุรี:พี บาลานซ์ดไี ซดแ์ อน ปร้ินต้ิง.

ชยั วัฒน์ สุทธริ ัตน์ (2557).80 นวัตกรรมการจัดการเรยี นรทู้ ีเ่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั .(พิมพค์ ร้ังที่ 6)
นนทบรุ ี: พี บาลานซ์ดไี ซดแ์ อน ปร้นิ ตง้ิ .

ดุษฎี โยเหลาและคณะ (2557).การศึกษาการจดั การเรียนรแู้ บบ PBL ทไี่ ดจ้ ากโครงสร้างชุดความรู้
เพอื่ เสรมิ สร้างแห่งศตวรรษท่ี 21 ของเดก็ และเยาวชน:จากประสบการณ์ความสาเร็จของ
โรงเรยี น. กรงุ เทพฯ.ทิพยวิสุทธิ.์

ทิศนา แขมมณ.ี (2547).ศาสตร์การสอน องค์ความรูเ้ พอ่ื การจดั กระบวนการเรยี นรู้ที่มี
ประสทิ ธิภาพ. (พิมพ์ครั้งท3่ี ). กรงุ เทพฯ : สานักพมิ พ์จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

นภเนตร ธรรมบวร (2544). การประเมนิ ผลพฒั นาการเดก็ ปฐมวัย. (พมิ พ์ครัง้ ที2่ ).กรุงเทพฯ:
สานกั พมิ พแ์ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.

รัชนกี ร ทองสขุ ด.ี (2550). เอกสารประกอบการสอนกระบวนการวิชาการศกึ ษาพเิ ศษ. เชียงใหม่ :
อรรถพงษ์ ผวิ เหลอื ง และคณะ (2563).สภาพการจัดการเรียนรูข้ องครูภาษาไทย : แนวทางใน

การแก้ปัญหา. วารสาร ศกึ ษาศาสตร์ มมร.

ภาคผนวก

13

ภาคผนวก ก แผนยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน

โครงการ ยกระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น

หนว่ ยงานรบั ผิดชอบโครงการ โรงเรียนบา้ นเปา

สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษานา่ นเขต 1

ผูร้ ับผดิ ชอบโครงการ นายชนสิษฎ์ จอมเดชา นางสาวจฑุ ามาศ ศรใี จ

ลักษณะโครงการ โครงการวิชาการ

ระยะเวลาดาเนินการ ปีการศึกษา 2564

สนองยุทธศาสตรส์ ถานศึกษา ข้อที่ 1

สนองกลยุทธ์สถานศึกษา ข้อที่ 6

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

1. หลักการและเหตุผล
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 หมวดท่ี 4

แนวทางจัดการศกึ ษามาตราที่ 22 การจัดการศกึ ษาตอ้ งยึดหลักวา่ นกั เรียนทุกคนมีความสามารถเรยี นรู้ และพฒั นา
ตนเองได้ และถือว่านักเรียนสาคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพพัฒนาในด้านความรู้ และทักษะที่จาเป็นตามหลักสูตรโดยเฉพาะสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศรวมท้ังพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์คิด
สังเคราะห์มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรองและมีวิสัยทัศน์โดยจัดการเรียนการสอนตามหลักสตู ร
ด้วยกิจกรรมท่ีหลากหลาย มีกิจกรรมเสริมและการสอนซ่อมเสริมรวมท้ังการนาผลการประเมินการเรียนไปใช้ใน
การพัฒนานกั เรียนในแต่ละคน

2. วัตถุประสงค์
2.2. เพ่อื ยกระดับของการทดสอบระดับชาติ RT,NT,O-NET และ LAS ของโรงเรยี นใหส้ ูงข้นึ
2.3. นกั เรยี นมีความรู้ ทกั ษะทจ่ี าเป็นตามหลกั สตู ร และตามมาตรฐานการศึกษา

3. เป้าหมายของโครงการ
3.1 ด้านคุณภาพ
3.2.1 นกั เรียนผ่านเกณฑ์การทดสอบระดบั ชาติ

3.2 ด้านปรมิ าณ
3.2.1 นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 มผี ลการทดสอบ RT ไม่ต่ากวา่ ค่าเฉลยี่ ระดบั ประเทศ
3.2.2 นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 3 มผี ลการทดสอบ NT ไมต่ า่ กวา่ ค่าเฉลี่ยระดับประเทศ
3.2.3 นกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 และช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 มผี ลการทดสอบ ONETไม่ตา่ กว่า

คา่ เฉล่ยี ระดบั ประเทศ

14

3.2.4 นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 2,4 นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1,2 มผี ลการทดสอบ LAS
มคี า่ เฉลย่ี ระดบั โรงเรยี นสูงกว่าปีการศึกษาท่ีผา่ นมา

4. วธิ ีการดาเนนิ งาน ระยะเวลา ผรู้ ับผดิ ชอบ
ขั้นตอนการดาเนนิ การ ต.ค. 2563 -นายภานุมาศ ปาฟอง
ต.ค. 2563 -นายภานุมาศ ปาฟอง
1. จัดทาคาสง่ั แตง่ ต้งั คณะกรรมการดาเนินงาน ต.ค. 2563 – -นายชนสษิ ฎ์ จอมเดชา
2. ประชมุ คณะกรรมการเพือ่ วางแผนการดาเนนิ งาน ก.ย. 2564 -นางสาวจฑุ ามาศ ศรีใจ
3. ดาเนนิ กจิ กรรมตามแผน ก.ย. 2564
ก.ย. 2564 -นายชนสษิ ฎ์ จอมเดชา
4. ประเมินผลการดาเนนิ งานตามโครงการ ก.ย. 2564 -นายชนสิษฎ์ จอมเดชา
5. จดั ทาแบบรายงานผลการดาเนนิ งานตามโครงการ ก.ย. 2564 -นายชนสิษฎ์ จอมเดชา
6. ประเมนิ ความพงึ พอใจต่อการดาเนนิ งานตามโครงการ -นายชนสษิ ฎ์ จอมเดชา
7. จัดทาแบบรายงานผลการประเมนิ ความพึงพอใจ

5. สถานทีด่ าเนินโครงการ โรงเรียนบ้านเปา ตาบลน้าตก อาเภอนาน้อย จังหวดั นา่ น
6. งบประมาณ

6.1 งบประมาณ ๒๕,000 บาท
6.2 รายละเอียดการใชง้ บประมาณ

ประเภทคา่ ใช้จา่ ยเงนิ งบประมาณ

กจิ กรรม ตอบแทน ใชส้ อย วัสดุ รวม หมายเหตุ

1. วเิ คราะห์ผเู้ รียนรายบุคคล - - 5,000 5,000

2. วเิ คราะหม์ าตรฐานและตัวช้วี ัดเพื่อพฒั นา - 5,000 - 5,000

ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน

3. ทบทวนความรู้เพ่ือพฒั นาผลการสอบวดั - 2,500 - 2,500
ความสามารถการอ่าน (RT) ของนักเรียนชัน้
ประถมศึกษาปีที่ 1

15

4. ทบทวนความรู้เพื่อพัฒนาผลการสอบวดั - 2,500 - 2,500
ความสามารถพ้นื ฐานผเู้ รียนระดับชาติ (NT)

ของชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

5. ทบทวนความรู้เพื่อพัฒนาผลการทดสอบทาง - 5,000 - 5,000
การศกึ ษาระดบั ชาติขนั้ พื้นฐาน (ONET) ของชั้น
ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 และช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

6. กิจกรรมทบทวนความรู้เพ่ือพฒั นาผลการ - 5,000 - 5,000

ประเมนิ คุณภาพการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานระดบั เขต

พน้ื ท่กี ารศกึ ษา (LAS) ของช้ันประถมศกึ ษาปีที่

2/4/5 ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่1/2

รวม - 20,000 5,000 25,000

7.การประเมนิ ผลโครงการ วิธกี ารวัด และประเมนิ ผล เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้
ตัวบง่ ชค้ี วามสาเรจ็
- ประเมนิ ผลการดาเนินงานตาม - แบบรายงานผลการ
นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติสงู ขนึ้ โครงการ ดาเนนิ งานตามโครงการ

- ประเมนิ ความพึงพอใจต่อการ - แบบรายงานผลการ
ประเมนิ ความพงึ พอใจ
ดาเนินงานตามโครงการ

8. ผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั
8.1 นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ RT,NT,O-NET และLAS ของโรงเรียนสงู ขึ้น
8.2 นกั เรยี นมีความรู้ทักษะท่ีจาเปน็ ตามหลกั สตู รและตามมาตรฐานการศึกษา

ลงช่อื ........................... (ผูเ้ สนอโครงการ) ลงช่ือ ....................... (ผอู้ นุมตั ิโครงการ)
นางสาวจฑุ ามาศ ศรีใจ นายภานุมาศ ปาฟอง
ตาแหนง่ ครู
ตาแหนง่ ผู้อานวยการโรงเรยี นบ้านเปา

16

ภาคผนวก ข ผลทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาตขิ นั้ พ้นื ฐานวิชาภาษาไทย ปกี ารศึกษา 2562

17

ภาคผนวก ค ตารางเปรยี บเทยี บผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขั้นพืน้ ฐาน (O-NET) ชน้ั ประถมศกึ ษา
ปที ่ี 6 ปกี ารศกึ ษา 2562 – 2563

การเปรยี บเทียบผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขนั้ พื้นฐาน (O-NET)
วิชาภาษาไทย ปีการศึกษา 2562 – 2563

75 73.31

70

65

62.05

60

55 ปกี ารศกึ ษา 2563
ปกี ารศกึ ษา 2562

ภาคผนวก ง แผนผงั การดาเนนิ งาน 18
ประชุม
P
ร้จู กั นกั เรยี นรายบคุ คล/คดั กรองนกั เรยี น D

วิเคราะห์หลกั สตู ร/แนวคิดทฤษฎีทีเ่ กี่ยวข้อง
ออกแบบเคร่ืองมือหรือนวตั กรรม
สร้างเคร่อื งมือในการพัฒนา

ดาเนินการจดั กจิ กรรม/Active learning

บทเรยี นการต์ นู กจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบร่วมมอื STAD

ขั้นตอนท่ี 1 การนาเสนอบทเรียน
ขน้ั ตอนท่ี 2 การเรียนกลุม่ ยอ่ ย
ขน้ั ตอนท่ี 3 การเลน่ เกมแขง่ ขนั การตอบปัญหา
ขั้นตอนที่ 4 การยกย่องยอมรับ

การจัดการเรยี นรูโ้ ดยใช้บทเรยี นการต์ นู ร่วมกับการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื เทคนคิ STAD 4 ขัน้ ตอน

นเิ ทศ กากับ ตดิ ตาม C

A

19

ภาคผนวก จ บทเรียนการ์ตูน เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านการเขียนคาพื้นฐานภาษาไทย สาหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีท่ี 6

20

21

22

23

24

25

26

เนื้อหาที่นามาจดั ในการแต่งเนื้อเรือ่ งบทเรยี นการ์ตูน เป็นเน้อื หากลุ่มสาระ

การเรยี นรภู้ าษาไทยช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 ตามหลกั สตู รการศึกษาขน้ั พนื้ ฐานพุทธศักราช 2551

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านเปา อาเภอนาน้อย จังหวัดนา่ น เรือ่ ง คาพ้นื ฐานภาษาไทย

จานวน 210 คาจดั หมวดหมูข่ องคาพ้ืนฐานภาษาไทย ดังน้ี

1. การอ่านคาสมาส จานวน 30 คา

2. การอา่ นคาควบกลา้ จานวน 30 คา

3. การอา่ นอกั ษรนา จานวน 30 คา

4. การอ่านคาทีม่ ตี วั ฤ จานวน 30 คา

5. การอ่านคาแผลง จานวน 30 คา

6. การอา่ นคาพ้อง จานวน 30 คา

7. การอา่ นออกเสียงตัวสะกดคามากพยางค์ จานวน 30 คา

ข้อ คาสมาส คาควบกลา้ อกั ษรนา ตัว ฤ คาแผลง คาพ้อง คายืม
ผนวช เพลาเยน็ กราฟ
1 ประวัตศิ าสตร์ ขรุขระ บุหงา วกิ ฤต เฉลยี ง ปรกั หักพัง การ์ตูน

2 อปุ โลกนกร โพลเ้ พล้ หงงุ หงิง ทฤษฎี
รม

3 ธนบัตร แกว่งไกว ตระหนี่ พฤกษา ชารว่ ย กรขี องช้าง ก๊บิ

4 หตั ถศึกษา เปรต อร่าม นฤมล การาบ กรีของกุง้ กลูโคส

5 อุทกภยั นกอนิ ทรี เตลิด สัมฤทธิ์ สวุ คนธ์ คนแขม กปั ตนั

6 รัตติกาล สรา่ ง อน่ึง กฤษณา จาแนก ปลูกต้น แก๊ส
แขม

7 พฤติกรรม พทุ รา ไสว ฤกษ์ คารบ ปรักฝงั ก๊กุ

ใตด้ นิ

8 ทัศนคติ มัทรี ขมขี มนั คฤหสั ถ์ ตารับ ขา้ ทาส เกียร์
บริวาร

27

ขอ้ คาสมาส คาควบกลา้ อกั ษรนา ตวั ฤ คาแผลง คาพอ้ ง คายืม
9 ธนบรุ ี ใบพลู ปรอท คฤหาสน์ กาไร คุณคา่ แก๊ง
10 มนุษยธรรม ประเพณี อร่าม นฤมติ กาหนด พนั ธ์ไุ ม้ แกลลอน
11 ยุทธวธิ ี เศรา้ สร้อย สวัสด์ิ พฤษภาคม กาเนดิ ผวั พรรณ ครสิ ต์มาส
12 วฒั นธรรม ศรัทธา สมัคร กฤษฎีกา สกาว ผูกพนั แท็กซ่ี
13 พาณิชยการ เสริมสรา้ ง สละสลวย พฤติกรรม ระเบยี บ ซ่อื สัตย์ แทรกเตอร์

14 รัตนตรยั ทรุดโทรม สงบ ทฤษฎี บาเพญ็ สตั วป์ า่ ฟาร์ม
เสงยี่ ม

15 พนั ธุกรรม กลับกลาย สนนั่ ปฤจฉา กาแหง สดั สว่ น วิตามนิ
คานวณ ช้อนส้อม เชยี ร์
16 สัตวแพทย์ ปลดปล่อย ผลิตผล ศฤงคาร กาลงั ซอ่ มแซม ฟุตบอล
จานา ปลาปักเปา้ กีตาร์
17 อกั ขรวิธี ตรติ รอง ผนวช อมฤต

18 รตั นโกสนิ ทร์ แปลงผกั ตานก๋วย องั กฤษ
สลาก

19 คหกรรม มะพรา้ ว ผนกึ พฤกษชาติ ตาแหนง่ วา่ วปักเปา้ แคต็ ตาล็อก

20 ทพุ ภิกขภยั มะกรูด จรสั หฤทยั จานอง ผลจนั เซนตเิ มตร

21 วิสาขบชู า แตงกวา วาสนา กฤติ จาหนา่ ย ดวงจนั ทร์ ฮวงซุย้

22 เวทมนตร์ ศรทั ธา ปรศิ นา นฤนาท ชานาญ สขุ สนั ต์ พะโล้

23 สนั ตภิ าพ หอยแครง ดเิ รก พฤศจกิ ายน ชารุด สรรหา องั้ โล่

24 กรรมกร เม็ดพลอย ผลหมาก ฤดี ดารสั สรรคส์ รา้ ง เตา้ เจีย้ ว
รากไม้

28

ข้อ คาสมาส คาควบกล้า อักษรนา ตวั ฤ คาแผลง คาพอ้ ง คายืม
25 มหานคร กอ่ สรา้ ง หอ่ หมก มฤคทายวนั สารวจ ไพรสณั ฑ์ ปงุ้ ก๋ี

26 เกษตรกรรม แทรกแซง นกหวีด ฤดู สาเรจ็ น่งั ขดั สมาธิ แต๊ะเอีย

27 อิสรภาพ สรรเสรญิ หงอนไก่ กฤช ทาลาย ทาจิต บะหม่ี
สมาธิ

28 วาตภยั แสรง้ สวงิ พฤตกิ รรม จาเพาะ สระนา้ อยธุ ยา

29 บปุ ผชาติ ทรพั ยส์ นิ สมงิ พฤหสั บดี ประเด๋ยี ว สระบรุ ี สามเณร

30 สนุ ทรพจน์ ทรุดโทรม เหนือเมฆ นกั ขตั ฤกษ์ คานงึ สระอา ฉงน

29

30

31

32

33

34

35

36

37

38

39

40

41

42

คาในขอ้ ใด อา่ นไมถ่ กู ตอ้ ง

43

44

ภาคผนวก ฉ แผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียนการ์ตูนร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
เพอื่ พฒั นาทักษะการอา่ นการเขียนคาพ้นื ฐานภาษาไทย สาหรับนกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษา

ปีที่ 6

แผนการจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื โดยใช้เทคนคิ STAD

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 ภาษาพาทแี ละวรรณคดีลานา

เร่ือง การอา่ นการเขียนคาพื้นฐานภาษาไทย เวลา 1 ชว่ั โมง

มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพ่ือนาไปใช้ตัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนินชีวติ
และมนี ิสยั รักการอ่าน
ตวั ชีว้ ัด
ท 1.1 ป. 6/1 อ่านออกเสยี งบทรอ้ ยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
สาระสาคัญ

การอา่ นออกเสยี ง การสะกดคา และบอกความหมายของคาพืน้ ฐานภาษาไทย ได้ถูกต้อง จะทาใหส้ ามารถ

อ่านบทร้อยแกว้ บทร้อยกรอง และสามารถส่ือสารกับบุคคลอน่ื ในชวี ติ ประจาวนั ได้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกหลักเกณฑ์การอ่านการเขียนคาพน้ื ฐานภาษาไทยได้ถูกต้อง
2. อา่ นออกเสยี งคาพน้ื ฐานได้ถูกต้อง ชดั เจน
3. เขยี นคาพืน้ ฐานได้ถูกตอ้ ง
3. การทางานร่วมกับผู้อ่ืนและมุ่งม่ันในการทางาน
สาระการเรียนรู้
1. คาพืน้ ฐานภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6

45

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
1. นกั เรยี นดคู ลิปวิดโี อเกยี่ วกับการอ่านการเขยี นคาพ้ืนฐานภาษาไทย จากนั้นให้นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายคลิป
วิดีโอ
2. ครูพดู สอื่ นาเพ่ือสรา้ งสถานการณ์ให้นักเรยี นเห็นความสาคัญของการอ่านการเขยี นคาพื้นฐานภาษาไทย
นักเรยี นร่วมกนั อภิปราย
ข้ันการจัดการเรยี นการสอน
3. นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับประโยชนข์ องการอ่านการเขียนคาพ้นื ฐาน และการเรียนรคู้ าศัพท์พืน้ ฐานของ
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6
4. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายเก่ียวกับการทางานเดีย่ ว กบั การทางานกลมุ่ ว่ามีข้อแตกตา่ งกันอย่างไร นกั เรียนชอบ
เรียน/ทางานแบบกลมุ่ หรอื แบบเด่ียวฃ
5. ครูอธบิ ายเก่ียวกับการอ่านคาพ้ืนฐานภาษาไทย และการเรยี น/ทางานเป็นทีม
6. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรยี นรใู้ หน้ กั เรียนทราบวา่ เมื่อเรียนจบแผนการเรียนรนู้ ้ีแล้ว นักเรียน
- สามารถอ่านเขียนคาพน้ื ฐาน ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ และเปน็ พื้นฐานในการเรียนวิชาภาษาไทยและวชิ าอื่น ๆ
- อ่านออกเสยี งคาพื้นฐานภาษาไทยไดถ้ ูกต้อง ชดั เจน
- เขียนคาพน้ื ฐานภาษาไทยได้ถกู ต้อง
7. ครูช้ีแจงวัตถุประสงค์ของการทางานกลุ่ม การทางานร่วมกัน การมอบหมายหน้าท่ี การช่วยเหลือกันในการ
ทางานกลุ่ม กตกิ าของกลุม่ เช่น ไมพ่ ดู เสียงดังจนเกินไป การรับฟัง ความคิดเหน็ ของเพอ่ื นในกลมุ่
ขน้ั สรุป
8.นักเรยี นและครูสรปุ บทเรยี นที่เรยี นไป
8.นกั เรยี นเขยี นแผนผังความคดิ เกย่ี วกับประโยชน์ของการอ่านคาพน้ื ฐานและประโยชน์ของการเรยี น/ทางานเปน็
ทมี ลงในกระดาษ
สอื่ การเรยี นรู้ / แหลง่ การเรยี นรู้
1. คลปิ วดิ โี อเก่ียวกับการอา่ นออกเสยี งคา

46

2. สถานการณก์ ารอ่านคาทผ่ี ิดในปจั จุบนั

บันทึกผลหลงั การเรยี นรู้

1. ผลทเี่ กิดกับผเู้ รียน

............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
........................................................................................................................................................................ .............

2. ปญั หา/ อุปสรรค

................................................................................................. ....................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................

3. ขอ้ เสนอแนะ/วธิ แี ก้ไข

............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................
.....................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ........................................................
............................................................................................................................. ........................................................

47

แผนการจัดการเรียนรู้แบบรว่ มมือโดยใช้เทคนคิ STAD

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาษาพาทีและวรรณคดีลานา

เร่ือง การอ่านการเขียนคาพ้ืนฐานภาษาไทย เวลา 1 ชว่ั โมง

มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิด เพื่อนาไปใชต้ ัดสนิ ใจ แกป้ ญั หาในการดาเนนิ ชวี ติ
และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
ตัวช้ีวดั
ท 1.1 ป. 6/1 อา่ นออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง
สาระสาคัญ

การอ่านออกเสียง การสะกดคา และบอกความหมายของคาพน้ื ฐานภาษาไทย ได้ถกู ต้อง จะทาใหส้ ามารถ

อา่ นบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง และสามารถส่ือสารกบั บุคคลอ่ืน ในชีวิตประจาวันได้
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกหลกั เกณฑ์การอ่านการเขยี นคาพน้ื ฐานภาษาไทยได้ถูกต้อง
2. อ่านออกเสยี งคาพ้ืนฐานได้ถูกต้อง ชัดเจน
3. เขยี นคาพ้นื ฐานได้ถูกตอ้ ง
3. การทางานรว่ มกับผูอ้ นื่ และม่งุ มั่นในการทางาน
สาระการเรียนรู้
1. คาพนื้ ฐานภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนา
1. ครูนาคาพนื้ ฐานจานวน 20 คา ให้นักเรยี นอ่านออกเสยี งพร้อมกนั จากน้นั ครอู ่านออกเสยี งใหน้ กั เรยี นฟังในแต่
ละคา และนักเรยี นเขียนคาลงไปในสมุดของตนเอง
2. นักเรยี นเล่นเกมใบ้คา จานวน 5 ปริศนาคาทาย ใหน้ ักเรียนใบ้เป็นคา ๆ


Click to View FlipBook Version