คำนำ
การจัดทาแผนการเรยี นรู้น้ีนับเปน็ วิธีหน่ึงทีท่ าใหค้ รูผู้สอนได้มกี ารเตรยี มการสอนล่วงหน้า ก่อนที่จะ
ทาการสอนจริง โดยมีการเตรยี มเน้อื หาเตรยี มกจิ กรรม เตรยี มส่อื การเรยี นการสอน รวมท้งั วิธีการวัดผล
ประเมนิ ผล ซง่ึ การเตรยี มการสอนจะชว่ ยใหค้ รูผสู้ อนมคี วามพรอ้ มทจ่ี ะสอนใหผ้ ูเ้ รยี นบรรลุตามจุดมุ่งหมาย
ของหลักสูตร การทาแผนการจัดการเรยี นรูฉ้ บบั น้ี ผจู้ ัดทาได้ศึกษาค้นคว้าหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา ข้นั
พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช 2560) เอกสารอ่ืนๆ ท่เี กี่ยวข้อง วิเคราะห์ หลักสตู ร
จดั ทากาหนดการสอน และหารูปแบบการทา แผนการจัดการเรยี นรู้ โดยเนน้ ใหผ้ ้เู รยี นได้เรยี นผ่าน
กระบวนการคิดดว้ ยตนเอง โดยคานงึ ถึงสภาพแวดล้อมของผู้เรยี น โรงเรยี นและชุมชนเปน็ หลัก
แผนการจัดการเรยี นรูน้ ้ี เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม ช้นั มัธยมศกึ ษา ปที ่ี 4 รายวิชาสงั คมศึกษา 1 จดั ทาขนึ้ เพ่อื ให้สถานศกึ ษานาไปใชเ้ ปน็ กรอบ
ทิศทางในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา วางแผนจดั การเรยี นการสอนและจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ เพ่อื
พัฒนาผู้เรยี นให้มีความรูค้ วามสามารถ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ัด
ทกี่ าหนด พรอ้ มท้ังดาเนนิ การวัดประเมินผลการเรยี นรู้ของผู้เรยี น ให้มคี ณุ ภาพตามหลักการของหลักสูตร
เพ่อื ใหเ้ กิดผลสาเร็จตามเจตนารมณข์ องการปฏิรูปการศึกษาไทย ดงั น้นั ข้ันตอนการนาหลักสูตรสถานศกึ ษา
ไปปฏิบตั ิจรงิ ในช้ันเรยี นของครูผ้สู อน จงึ จัดเปน็ หวั ใจสาคัญของการพฒั นาคุณภาพผ้เู รยี น ใหบ้ รรลุตาม
เป้าหมายของหลักสูตร
ข้าพเจา้ หวังเปน็ อยา่ งย่งิ ว่า แผนการจดั การเรยี นรูฉ้ บับนี้ จะช่วยให้การเรยี นการสอนกล่มุ สาระการ
เรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา 1 ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 ดาเนนิ ไปไดด้ ้วยดี
และทาใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ ความสามารถ มีทกั ษะกระบวนการและมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตรงตาม
จดุ มุ่งหมายของหลักสตู รตอ่ ไป
ลงช่ือ............................................................
(นายพิชญพัชร โชตศิ ิริคุณวัฒน์)
ตำแหนง่ ครู
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนสาธติ เทศบาลเมืองราชบุรี
คำอธิบายรายวิชา
ส 31101 ภาคเรียนท่ี 1 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1
รายวิชาพ้ืนฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 4
เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา วิเคราะห์ ประวตั ิความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทตี่ นนบั ถอื การ
ก่อตั้งพระพุทธศาสนา วิธีการสอน และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามแนวพุทธจริยา พุทธศาสนสุภาษิต
ลักษณะประชาธิปไตยในพระพุทธ- ศาสนา หลักการของพระพุทธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร์ เหตุปัจจัยและ
วิธีการแก้ปัญหา พระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาแบบยั่งยืน ศาสนากับ
สันติภาพ วิธีการศกึ ษาและค้นควา้ พระคัมภีร์ของศาสนา การสังคายนาและการเผยแผพ่ ระไตรปิฎก วิธีปฏิบตั ิ
และประโยชน์ของการบรหิ ารจิตและเจรญิ ปัญญา เขา้ ใจในการเป็นศาสนกิ ชนทดี่ ี ปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิกที่ดีของ
ครอบครัวและสงั คม ศาสนพิธใี นพระพทุ ธศาสนา
โดยใช้กระบวนการคิด วเิ คราะห์ เลอื กตัดสนิ ใจจากสถานการณ์ตวั อยา่ ง มสี ว่ นรว่ มในการแกไ้ ข ส่งเสริม
สนับสนุน และเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาชีวิต ปฏิบัติตนตามหลักธรรม บริหารจิต เจริญปัญญา สวดมนต์
ฝึกปฏิบัติตนที่ถูกต้องในศาสนพิธี และฝึกหัดการชักชวนผู้อื่นให้เจริญตามแนวทางที่ดีตามแนวทางคุณธรรม
ของศาสนาและคุณธรรมสากล
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีศรัทธาทีถ่ ูกต้องเกี่ยวกบั ศาสนา ยึดมั่นในหลักธรรม เป็นศาสนิกชนท่ดี ี
มุ่งม่ันพัฒนาชวี ิต เพื่อการดำรงชวี ิตอยรู่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและสังคมโลกอย่างสันตสิ ุข
รหัสตัวชี้วัด
ส 1.1 ม.4-6/1 - ม.4-6/22
ส 1.2 ม.4-6/1 - ม.4-6/5
รวมท้งั หมด 27 ตัวชีว้ ัด
กำหนดกำรสอน
รำยวิชำ สงั คมศกึ ษำ 1 รหัสวิชำ ส31101
ระดับช้นั มธั ยมศึกษำปีที่ 4 ภำคเรยี นท่ี 1
เวลำ 60 คำบ จำนวน 1.5 หน่วยกิต
ลำดับท่ี ช่ือหน่วยกำร ตัวชวี้ ัด เร่อื ง เวลำ นำ้ หนัก
เรยี นรู้ (คำบ) คะแนน
1 ประวตั ิและ ส 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, 1. สงั คมชมพทู วปี 6 5
ควำมสำคญั ของ ม.4-6/3 2. คตคิ วำมเช่อื ทำงศำสนำสมยั ก่อน 6 5
5
พระพทุ ธศำสนำ พระพทุ ธเจำ้ 2 5
3
3. พระพทุ ธเจ้ำในฐำนะเปน็ มนุษยผ์ ้ฝู กึ 10
10
ตนไดอ้ ย่ำงสงู สุด
4. กำรก่อต้งั พระพุทธศำสนำ วธิ กี ำร
สอน และกำรเผยแผ่
พระพุทธศำสนำตำมแนวพทุ ธจริยำ
5. พทุ ธประวัติด้ำนกำรบรหิ ำรและกำร
ธำรงพระพทุ ธศำสนำ
2 หลกั กำรของ ส 1.1 ม.4-6/4, ม.4-6/5, 1. ขอ้ ปฏบิ ัตทิ ำงสำยกลำงใน
พระพทุ ธศำสนำ ม.4-6/6, ม.4-6/7 พระพุทธศำสนำ
2. กำรพัฒนำศรทั ธำและปัญญำทำง
พระพทุ ธศำสนำ
3. ลกั ษณะประชำธปิ ไตยใน
พระพุทธศำสนำ
4. หลกั กำรของพระพทุ ธศำสนำกบั
หลักวทิ ยำศำสตร์
3 ควำมสำคญั ของ ส 1.1 ม.4-6/8, ม.4-6/9, 1. กำรฝึกฝนและพัฒนำตนเอง กำร
พระพทุ ธศำสนำ ม.4-6/10 พ่งึ พำตนเอง และกำรมงุ่ ส่อู ิสรภำพ
ตอ่ สงั คมไทย 2. พระพุทธศำสนำเป็นศำสตรแ์ ห่ง
กำรศกึ ษำ ซง่ึ เนน้ ควำมสมั พนั ธข์ อง
เหตุปัจจยั กบั วิธีกำรแก้ปัญหำ
3. พระพทุ ธศำสนำฝกึ ตนไมใ่ ห้
ประมำท มงุ่ ประโยชนแ์ ละสนั ติภำพ
แก่บุคคล สงั คมและโลก
4 พระพทุ ธศำสนำ ส 1.1 ม.4-6/11 1. พระพทุ ธศำสนำกับปรัชญำของ
กบั ปรชั ญำของ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง 2. พระพุทธศำสนำกบั กำรพฒั นำ
และกำรพัฒนำ ประเทศแบบย่งั ยืน
ประเทศแบบย่งั ยืน
5 พระพทุ ธศำสนำ ส 1.1 ม.4-6/12 1. ควำมสำคญั ของพระพทุ ธศำสนำกบั
กบั กำรศกึ ษำท่ี กำรศกึ ษำทสี่ มบูรณ์
สมบูรณ์ กำรเมอื ง 2. ควำมสำคัญของพระพุทธศำสนำกับ
และสนั ตภิ ำพ กำรเมือง
3. ควำมสำคญั ของพระพุทธศำสนำกบั
สนั ติภำพ
ลำดับท่ี ช่ือหน่วยกำร ตัวชวี้ ัด เร่อื ง เวลำ นำ้ หนกั
เรยี นรู้ (คำบ) คะแนน
1. พระรตั นตรัย
6 หลกั ธรรมทำง ส 1.1 ม.4-6/13, 2. หลกั ธรรมทำงพระพุทธศำสนำ 6 5
พระพุทธศำสนำ ม.4-6/16 3. พุทธศำสนสุภำษิต 4 10
4. ตัวอย่ำงผลท่เี กิดจำกกำรทำควำมดี
7 พุทธสำวก พทุ ธ ส 1.1 ม.4-6/14 3 10
สำวิกำ ควำมช่ัว
1. พทุ ธสำวก พทุ ธสำวกิ ำ 7 5
พุทธศำสนกิ ชน
ตัวอยำ่ ง และชำดก - พระอัสสชิ 4 10
- พระอนุรุทธะ
ใน - พระอำนนท์
พระพุทธศำสนำ - ฯลฯ
2. พุทธศำสนิกชนตัวอยำ่ ง
8 พระไตรปฎิ ก ส 1.1 ม.4-6/15 - สมเด็จพระนำรำยณ์มหำรำช
- พระบำทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้ำ
9 ศำสนำต่ำง ๆ และ ส 1.1 ม.4-6/17, เจ้ำอยหู่ วั (รัชกำลที่ 5)
กำรอยู่ร่วมกัน ม.4-6/18, ม.4-6/21, - ฯลฯ
อยำ่ งสันติสุข ม.4-6/22 3. ชำดก
- เวสสนั ดรชำดก
10 กำรบรหิ ำรจิตและ ส 1.1 ม.4-6/19, - มโหสถชำดก
เจริญปญั ญำ ม.4-6/20 - มหำชนกชำดก
1. ควำมหมำยและองคป์ ระกอบของ
พระไตรปฎิ ก
2. ควำมสำคญั และคุณคำ่ ของ
พระไตรปฎิ ก
3. วิธีกำรศกึ ษำและคน้ คว้ำ
พระไตรปฎิ ก
4. กำรสงั คำยนำพระไตรปฎิ ก
5. กำรเผยแผพ่ ระพุทธศำสนำและกำร
เผยแพรพ่ ระไตรปิฎกเขำ้ สปู่ ระเทศ
ไทยในยคุ แรก
6. กำรเผยแผ่พระพทุ ธศำสนำและกำร
เผยแพร่พระไตรปิฎกต้งั แตส่ มัย
สโุ ขทัยถงึ ปจั จุบัน
1. ประวัติศำสดำของศำสนำตำ่ ง ๆ
2. หลักคำสอนของศำสนำต่ำง ๆ เพ่ือ
กำรอยรู่ ่วมกันอยำ่ งสนั ตสิ ุข
3. ค่ำนยิ ม จรยิ ธรรมทก่ี ำหนดควำม
เช่อื และพฤติกรรมทแ่ี ตกตำ่ งกนั
ของศำสนกิ ชน
4. เพ่ือขจัดควำมขัดแยง้ และกำรอยู่
รว่ มกนั อย่ำงสนั ติสุข
5. ควำมร่วมมือของทกุ ศำสนำในกำร
แกป้ ัญหำและพฒั นำสงั คม
1. บทสวดมนตแ์ ปลและแผ่เมตตำ
2. กำรบรหิ ำรจิตและเจรญิ ปญั ญำตำม
หลักสตปิ ฏั ฐำน
3. กำรพัฒนำจิตและพฒั นำกำรเรยี นรู้
ด้วยวธิ คี ดิ แบบโยนโิ สมนสกิ ำร 10
วธิ ี
ลำดับท่ี ช่ือหนว่ ยกำร ตัวชวี้ ัด เร่อื ง เวลำ นำ้ หนัก
เรยี นรู้ (คำบ) คะแนน
11 ศำสนพิธแี ละ ส 1.2 ม.4-6/2, ม.4-6/3 1. ศำสนพิธี 4 10
4
พิธกี รรมทำง 2. บุญพธิ ี ทำนพธิ ี กศุ ลพธิ ี ปกณิ กพธิ ี 5
ศำสนำ 3. คณุ คำ่ และประโยชนข์ องศำสนพธิ ี 5
4. พิธบี รรพชำอุปสมบท 5
5. กำรแสดงตนเป็นพทุ ธมำมกะ
12 กำรปฏิบตั ิตน ส 1.2 ม.4-6/1 1. กำรปฏบิ ัติตนเป็นชำวพทุ ธทีด่ ตี ่อ
เป็นศำสนกิ ชนทีด่ ี พระภกิ ษุ
2. กำรปฏบิ ตั ติ นเป็นสมำชกิ ทีด่ ขี อง
ครอบครัวและสงั คม
13 หลกั ธรรม คติ ส 1.2 ม.4-6/4 หลกั ธรรม คติธรรมที่เก่ยี วเน่อื งกบั วัน 3
ธรรมทเี่ กยี่ วเน่ือง สำคัญทำงพระพทุ ธศำสนำ
กับวนั สำคญั ทำง
ศำสนำ
14 สมั มนำ ส 1.2 ม.4-6/5 1. กำรสมั มนำ 3
2. กำรปกป้อง คมุ้ ครอง ธำรงรกั ษำ
พระพทุ ธศำสนำ
พระพทุ ธศำสนำของพทุ ธบริษัทใน
กับกำรแกป้ ญั หำ สังคมไทย
3. กำรปลกู จิตสำนกึ และกำรมสี ว่ นรว่ ม
และกำรพัฒนำ ในสงั คมพุทธ
ลงช่อื ___________________________ครูผู้สอน ลงชือ่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผอู้ นมุ ตั ิ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศกั ด์)ิ
(นายพชิ ญพัชร โชตศิ ิรคิ ุณวัฒน)์ (นายรชั ภูมิ อย่กู ำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1
หน่วยท่ี 1 ประวัติและความสาคัญของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง ลักษณะของสงั คมชมพทู วปี
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูต้ังคาถามให้นกั เรยี นชว่ ยกนั วิเคราะห์และแสดงความคิดเหน็ วา่
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถี่ ูกตอ้ ง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพ่อื อยู่ เม่อื เอย่ ถงึ ชมพูทวีป นักเรยี นนึกถึงอะไรบ้าง
รว่ มกันอยา่ งสนั ตสิ ุข 2. ครูสังเกตการแสดงความคดิ เหน็ ของนกั เรยี น แล้วครูอธิบายเสรมิ ให้
♛♛ นกั เรยี นเข้าใจถึงความหมายและความสาคัญของชมพทู วปี โดย
ส 1.1 ม.4-6/1 เช่อื มโยงให้นกั เรยี นตระหนักถึงความสาคัญในฐานะทเี่ ปน็ ดินแดน
วิเคราะหส์ งั คมชมพูทวปี และคติความเช่อื
ทางศาสนาสมยั กอ่ นพระพทุ ธเจ้า หรอื สงั คม อันก่อเกดิ ศาสนาทสี่ าคัญของโลก
สมัยของศาสดาทต่ี นนบั ถือ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
✎✎ 1. ครูให้ความรู้นักเรยี นเร่ือง ลักษณะของสังคมชมพูทวีปสมัยกอ่ น
K บอกลักษณะของสงั คมชมพูทวปี สมยั กอ่ น
พระพทุ ธเจา้ ท้งั ในเชิงศาสนา และเชงิ ประวตั ิศาสตร์ จากน้ันให้
พระพทุ ธเจา้ และอธิบายคตคิ วามเช่อื ทาง
ศาสนาสมัยก่อนพระพทุ ธเจา้ ได้ นักเรยี นศึกษาคน้ คว้าเพ่มิ เติม จากหนังสือเรยี น หรือหนังสือค้นคว้า
P จาแนกลักษณะของสงั คมชมพูทวปี ใน เพิม่ เตมิ ตามความเหมาะสม
สมยั กอ่ นพทุ ธกาล 2. นกั เรยี นทาใบงานที่ 1.1 เร่อื ง สังคมชมพูทวปี และคตคิ วามเช่อื ทาง
A เหน็ ความสาคัญในการศึกษาเรยี นรู้ ศาสนาสมยั ก่อนพระพทุ ธเจา้ แล้วครูและนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยคาตอบ
ลักษณะทางสังคมของผ้คู นสมยั ก่อน ทถ่ี กู ตอ้ ง
พุทธกาล เพ่อื ศึกษาทาความเข้าใจสังคมท่ี
เปน็ แดนเกดิ ของพระพุทธศาสนา ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
☯☯ 1. ครูสรุปให้นักเรยี นเข้าใจถึงลักษณะของสังคมชมพทู วปี สมยั ก่อน
สังคมก่อนพทุ ธกาลในชมพทู วีป เป็นสงั คมที่ พระพุทธเจ้า และความสาคัญของระบบชนช้ันวรรณะ
อยูใ่ นลัทธคิ วามเช่อื ตามหลักของศาสนา
พราหมณ์ - ฮินดู เปน็ สังคมแบง่ แยกชนช้นั 2. ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังนี้
วรรณะ
• นกั เรยี นคิดวา่ การแบ่งชนช้นั วรรณะของสังคมอินเดยี เป็นการละเมิด
หลักสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะเหตผุ ลใด
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 1.1 เร่ือง สังคมชมพทู วีปและคตคิ วามเช่อื ทางศาสนา
สมยั ก่อนพระพุทธเจา้
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล
ลงชื่อ___________________________ครูผูส้ อน ลงชื่อ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผู้อนุมัติ
(นายอศั วิน คงเพช็ รศักด)ิ์
(นายพชิ ญพัชร โชตศิ ิริคุณวัฒน์) (นายรชั ภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 2
หนว่ ยท่ี 1 ประวัตแิ ละความสาคัญของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง คติความเช่อื ทางศาสนาสมยั ก่อนพระพทุ ธเจา้
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูนาภาพลัทธิทางความเช่ือตา่ ง ๆ ของสังคมอินเดียมาให้นักเรยี น
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาท่ีถกู ต้อง
ยึดม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ รว่ มกันศกึ ษา จากน้นั
ร่วมกันอยา่ งสันติสุข ครูถามคาถามให้นักเรยี นตอบคาถามทีละคนจนครบทุกคน ดัง
♛♛ ตวั อย่าง
ส 1.1 ม.4-6/1 • นกั เรยี นมหี ลักความเช่อื ท่ีเปน็ ของตนเองอย่างไร
วิเคราะห์สังคมชมพูทวีป และคตคิ วามเช่อื
ทางศาสนาสมยั กอ่ นพระพทุ ธเจา้ หรือสังคม ข้นั สอน ◕ 40 นาที
สมัยของศาสดาท่ตี นนับถือ 1. ครูให้นักเรยี นร่วมกันวเิ คราะห์คตคิ วามเช่อื ทางศาสนาสมัยก่อน
✎✎ พระพทุ ธเจา้ โดยครูต้ังคาถามให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ เพ่ือหาคาตอบ
K อธบิ ายคตคิ วามเช่อื ทางศาสนาสมยั กอ่ น
ดังนี้
พระพุทธเจา้
• ศาสนาพราหมณม์ ีหลักความเช่อื อย่างไร และมอี ทิ ธพิ ลต่อผูค้ นใน
P จาแนกลักษณะความเช่อื ทางศาสนา
สังคมอินเดยี อยา่ งไร
สมัยก่อนพระพุทธเจ้า
• ความเช่อื ในเร่ืองจติ วิญญาณของสังคมอินเดียเป็นอย่างไร
A มคี วามสนใจศกึ ษาเรยี นรู้ลักษณะทาง
• เหตใุ ดในสงั คมอินเดียจึงเกิดลัทธิความเช่อื ตา่ ง ๆ ขึ้นมามากมาย
ความเช่อื สมยั ก่อนพุทธกาล เพ่อื วิเคราะห์
ความเหมอื นความต่างสมัยก่อนพุทธกาลกบั เพราะอะไร
สมัยพทุ ธกาลได้
ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุม่ แลว้ สรุปคาตอบออกมา
☯☯
นาเสนออภปิ รายหนา้ ชัน้ โดยการสง่ ผ้แู ทนกลุ่มในการนาเสนอ
ความเช่อื ของมนุษยใ์ นสมัยกอ่ นพทุ ธกาลมี
พ้นื ฐานมาจากปรากฏการณท์ างธรรมชาติ 2. ครูสรุปคาตอบของแตล่ ะกลุ่มเป็นแผนภาพเพ่อื อธิบายสรุปทบทวน
ลัทธพิ ราหมณ์ และการอนุมานของนกั บวช
ความรู้
ตามลัทธิตา่ ง ๆ ในชมพทู วปี
ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้
2. ใหน้ กั เรยี นทาชิ้นงานท่ี 1.2 เร่ือง สงั คมชมพทู วปี และคตคิ วามเช่ือ
ทางศาสนาสมยั ก่อนพระพุทธเจา้
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง สังคมชมพทู วีปและคตคิ วามเช่อื ทางศาสนา
สมัยก่อนพระพทุ ธเจ้า
♦ การวัดและประเมินผล ♦ เกณฑ์
วธิ กี าร เคร่ืองมือ
ตรวจใบงานที่ 1.2 ใบงานท่ี 1.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการทางานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบุคคล
ลงช่ือ___________________________ครูผสู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผ้อู นมุ ตั ิ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
(นายพชิ ญพชั ร โชติศริ ิคณุ วฒั น)์ (นายรัชภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 3
หนว่ ยท่ี 1 ประวัตแิ ละความสาคัญของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง พระพทุ ธเจา้ ในฐานะเปน็ มนษุ ยผ์ ฝู้ กึ ตนได้อย่างสูงสดุ
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 15 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูให้นกั เรยี นดู VCD หรือ DVD กาเนิดพระพุทธเจา้ จบแลว้ ครูให้
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถี่ ูกต้อง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหแ์ ละตอบคาถาม ดังนี้
รว่ มกันอย่างสันตสิ ุข • การตรสั รูข้ องพระพทุ ธเจา้ ทรงปฏิบัติพระองคโ์ ดยวิธีการใด และมี
♛♛ ลาดับการตรสั รู้อย่างไร
ส 1.1 ม.4-6/3 • ผลจากการตรัสรู้ทาให้พระพุทธองค์คน้ พบสงิ่ ใด
วิเคราะห์พุทธประวัตดิ ้านการบริหารและ
2. ครูสรุปคาตอบของนักเรยี น เขยี นอธบิ ายเป็นแผนภาพบนกระดาน
การธารงรกั ษาศาสนา หรือวิเคราะห์
ประวัตศิ าสดาทต่ี นนับถือตามท่ี ข้นั สอน ◕ 15 นาที
กาหนด
1. ครูให้นกั เรยี นร่วมกันศึกษาและสรุปหลกั พระคุณธรรมของการตรัส
✎✎
K อธิบายถึงการตรสั รู้คณุ ธรรมความเปน็ รูเ้ ปน็ พระพทุ ธเจา้ ท่ีควรนามาปฏิบัตติ าม แล้วร่วมกันสรุปเป็น
พระพทุ ธเจา้ แผนภาพบนกระดาน
P จาแนกหลักการตรัสรู้และพระคุณธรรม ข้ันสรุป ◕ 10 นาที
ของความเปน็ พระพุทธเจา้ 1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
A เหน็ ความสาคัญการศกึ ษาวิเคราะห์ • พระพทุ ธศาสนาก่อต้ังขึน้ หลงั จากการตรสั รู้ของพระพุทธเจา้ และ
พระพุทธเจ้าในฐานะเปน็ มนุษย์ผสู้ ามารถฝกึ ทรงต้งั พระทัย
ตนได้อยา่ งสูงสุด เพ่อื นาไปเป็นแนวทาง
ปฏิบัตติ น 2. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดงั นี้
☯☯ •“พระพทุ ธเจา้ ทรงเป็นครูแห่งครู” นักเรยี นเข้าใจวา่ อย่างไร
พระพุทธศาสนากอ่ ต้งั ข้ึนหลังจากการตรสั รู้ ♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
ของพระพทุ ธเจ้า และทรงต้งั พระทัยเผยแผ่
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
คาสอนแก่สตั ว์โลกโดยวิธีการสอน 2. VCD, DVD กาเนิดพระพุทธเจ้า
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วิธกี าร เครื่องมือ เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤติกรรมการ ระดบั คุณภาพ 2
ทางานรายบคุ คล ทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผู้สอน ลงชือ่ ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนุมัติ
(นายอัศวนิ คงเพช็ รศักด)์ิ
(นายพิชญพชั ร โชติศิริคุณวฒั น)์ (นายรัชภูมิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 4
หน่วยท่ี 1 ประวัตแิ ละความสาคัญของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง การก่อต้ังพระพุทธศาสนา วิธกี ารสอน และการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาตามแนวพทุ ธจริยา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทีต่ น 1. ครูนาดอกบัวหรอื ภาพดอกบัว 4 เหล่ามาให้นักเรยี นร่วมกันตอบ
นับถอื และศาสนาอ่นื มีศรทั ธาที่ถูกตอ้ ง ยดึ ม่นั
และปฏิบตั ติ ามหลักธรรม เพ่ืออย่รู ่วมกนั อย่าง คาถามก่อนนาเข้าสูบ่ ทเรยี น โดยครูใช้คาถาม ดงั นี้
สนั ตสิ ุข • พระพทุ ธเจา้ ทรงเปรยี บเทียบบุคคลเหมือนดอกบัว 4 เหล่าว่า
♛♛ อยา่ งไร
ส 1.1 ม.4-6/2 ข้นั สอน ◕ 40 นาที
วเิ คราะห์พระพุทธเจา้ ในฐานะเปน็ มนษุ ยผ์ ูฝ้ กึ ตน
ไดอ้ ย่างสงู สดุ ในการตรสั รู้ การก่อต้ัง วธิ กี ารสอน 1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันศึกษาการก่อต้ังพระพุทธศาสนา โดยครูให้
และการเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือวิเคราะห์
นกั เรยี นตอบคาถาม ดังนี้
ประวัตศิ าสดาที่ตนนับถอื ตามทก่ี าหนด
• การกอ่ ต้ังพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการเกดิ ขนึ้ ในช่วงใด
✎✎
K อธบิ ายการกอ่ ต้ังพระพุทธศาสนา วิธีการ 2. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มเปน็ 2 กลุ่ม ร่วมกันสรุปความรู้อภิปรายหนา้
สอน การเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา ชั้นเรยี นตามหัวขอ้
P จาแนกแนวพทุ ธจริยาในการสอนและการ ที่ครูกาหนดให้ ดังน้ี
เผยแผพ่ ระพุทธศาสนา 1) การก่อต้ังพระพุทธศาสนา
A เห็นความสาคัญ และคณุ ค่าในการนาแนว 2) วิธีการสอน และการเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามแนวพทุ ธจริยา
ปฏบิ ัติในทางพระพุทธศาสนามาใช้ 3. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสรุปแนวพุทธจรยิ าในการเผยแผ่
ในการดาเนินชวี ิตประจาวัน
พระพุทธศาสนาทคี่ วรนาไปประยกุ ต์ใช้ในการดาเนินชีวติ
☯☯
ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
การก่อต้ังพระพทุ ธศาสนาเกิดจากการนา
หลักธรรมการตรัสรูไ้ ปเผยแผต่ ามแนวพุทธ 1. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คาถามท้าทาย ดังน้ี
จริยาทรงสอนโดยการปรับใหส้ อดคล้องกับ
• คาสอนพระพทุ ธศาสนาสืบทอดมาถึง 2,500 กวา่ ปี เพราะเหตุ
บุคคลและสถานการณ์จนมผี มู้ ศี รัทธา
เล่ือมใสมานับถือปฏบิ ตั ิตามหลักคาส่งั สอน ปจั จัยใด
เป็นจานวนมาก 2. ให้นักเรยี นทาช้ินงานที่ 1.3 เร่ือง การกอ่ ต้ังพระพุทธศาสนา วิธีการ
สอน และการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ภาพดอกบัว 4 เหล่า
3. ใบงานที่ 1.3 เร่อื ง การก่อต้ังพระพทุ ธศาสนา วธิ ีการสอน และการ
เผยแผ่พระพุทธศาสนา
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 1.3 ใบงานที่ 1.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรมการ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชื่อ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอัศวิน คงเพช็ รศกั ด)์ิ
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ิริคุณวัฒน์) (นายรัชภูมิ อย่กู ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5
หน่วยที่ 1 ประวัติและความสาคญั ของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง พุทธประวัติด้านการบรหิ าร
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูเขียนขอ้ ความในรูปบัตรคาบนกระดาน ดังน้ี
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรทั ธาท่ีถูกตอ้ ง
ยดึ ม่นั และปฏิบัติตามหลักธรรม เพ่อื อยู่ พระศาสดา พระโลกนาถ พระโลกเชษฐ์
รว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ขุ พระโลกนายก พระทฆี ทัสสี
♛♛ จากน้นั ให้นกั เรยี นรว่ มกันใหค้ วามหมายแตล่ ะคาและครูอธิบาย
ส 1.1 ม.4-6/2 เพิม่ เตมิ
วิเคราะห์พระพุทธเจา้ ในฐานะเปน็ มนษุ ย์ผู้
ข้นั สอน ◕ 35 นาที
ฝกึ ตนได้อยา่ งสูงสดุ ในการตรัสรู้
การก่อต้ัง วิธกี ารสอนและการเผยแผ่ 1. ครูให้นักเรยี นร่วมกันศึกษาและวเิ คราะห์ พุทธประวัตดิ ้านการ
พระพุทธศาสนา หรือวิเคราะหป์ ระวัติ บรหิ าร โดยครูต้ังคาถามให้นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปคาตอบ
ศาสดาที่ตนนับถือตามท่กี าหนด
2. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 3 กลุม่ รับผดิ ชอบกลุ่มละ 1 คาถาม สรุป
✎✎
K อธิบายพทุ ธประวัตดิ ้านการบรหิ าร วิเคราะห์ แลว้ ออกนาเสนอความรูอ้ ภิปรายหน้าช้นั เรยี นกลุ่มละ 5
P จาแนกหลักธรรมของนกั บริหาร
A เห็นคณุ คา่ และความสาคัญในการนา นาที
หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาไปปฏิบัติตน ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
ในชวี ิตประจาวัน
1. จบการนาเสนองานกลมุ่ ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้อธบิ าย
☯☯
เป็นแผนภาพบนกระดาน
พระพทุ ธเจา้ ทรงถึงพรอ้ มดว้ ยหลักธรรมของ 2. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
นักบริหาร ทรงยกธรรมเป็นใหญใ่ นการ
ปกครองพุทธบรษิ ัท 4 มหี ลักธรรมเป็น • พระพทุ ธเจา้ ทรงถึงพร้อมด้วยหลักธรรมของนักบริหาร ทรงยก
บรรทดั ฐานในการดูแลพระพุทธศาสนา ธรรมเปน็ ใหญใ่ นการปกครองพุทธบรษิ ัท 4 มีหลกั ธรรมเป็นบรรทดั
ฐานในการดแู ลพระพุทธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. บตั รคา
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
ทางานรายกลมุ่ การทางานรายกลุม่ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการ แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
ทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครูผู้สอน ลงชอื่ ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอัศวิน คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
(นายพชิ ญพัชร โชติศริ ิคุณวฒั น)์ (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลุ่มสาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 6
หนว่ ยที่ 1 ประวัติและความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง พทุ ธประวัตดิ า้ นการธารงรักษาพระพุทธศาสนา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูใหน้ ักเรยี นบอกกจิ กรรมท่ีตนเองเคยมีสว่ นร่วมในกิจกรรมทาง
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรทั ธาทถี่ กู ตอ้ ง
ยึดม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ พระพุทธศาสนา โดยให้นกั เรยี นบอกกิจกรรมของตนเองคนละ 1
รว่ มกันอย่างสนั ติสุข จากน้ัน ครูอธบิ ายเพ่ิมเติมเพ่ือนาเขา้ สู่บทเรยี น
♛♛ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
ส 1.1 ม.4-6/3 1. นกั เรยี นร่วมกันศึกษาพุทธประวัตดิ า้ นการธารงรกั ษา
วิเคราะหพ์ ุทธประวัติด้านการบริหารและ
พระพทุ ธศาสนา โดยครูต้ังคาถามให้นักเรยี นร่วมกันคดิ วเิ คราะห์ และ
การธารงรักษาศาสนา หรอื วิเคราะห์
ประวัติศาสดาที่ตนนับถือตามท่ี สรุปเปน็ คาถาม ดงั น้ี
กาหนด
• พระพุทธเจา้ ทรงได้วางแนวทางการสบื ทอดธารงพระพุทธศาสนา
✎✎
K อธบิ ายแนวทางคาสอนของพระพทุ ธเจ้า เอาไว้อย่างไรบา้ ง
ทใี่ ชช้ าวพทุ ธธารงรักษาพระพทุ ธศาสนา ทรงมอบหลักการบรหิ ารพระสงฆใ์ นการรักษาพระพุทธศาสนาโดย
P จาแนกแนวทางการปฏิบตั ิเพ่อื ธารงรกั ษา หลกั ธรรมอปรหิ านยิ ธรรมเอาไว้อย่างไร
พระพทุ ธศาสนา • พระพุทธศาสนาจะยั่งยนื ได้ พุทธบรษิ ัทท้ัง 4 จะต้องปฏิบัตติ น
A เห็นคณุ คา่ และความสาคัญในการปฏบิ ตั ิ อยา่ งไร
ตนเพ่อื ธารงรักษาพระพทุ ธศาสนาเอาไว้ 2. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปวิเคราะห์คาตอบบันทึกเป็นแผนภาพ
☯☯ อธิบายบนกระดาน
การศกึ ษาเล่าเรยี นหลักธรรมจนเขา้ ใจและ ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
ปฏบิ ตั ธิ รรมได้ตามหลักคาสอน เป็นแนวทาง
ในการธารงรักษาพระพุทธศาสนาให้ม่ันคง 1. ให้นกั เรยี นทาชิ้นงานที่ 1.4 เร่อื ง พุทธประวตั ิดา้ นการบรหิ ารและ
และย่งั ยนื การธารงรักษาพระพุทธศาสนา
2. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น (Post-Test) เพ่ือประเมินผล
การเรยี นในหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานท่ี 1.4 เร่อื ง พุทธประวัติด้านการบรหิ ารและการธารงรกั ษา
พระพทุ ธศาสนา
3. แบบทดสอบหลังเรยี น
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน แบบทดสอบหลงั เรียน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 1.4 ใบงานท่ี 1.4 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรมการทางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางาน ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล
ลงช่อื ___________________________ครผู ู้สอน ลงช่อื ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชอ่ื ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักด)ิ์
(นายพิชญพัชร โชติศริ ิคุณวฒั น)์ (นายรชั ภมู ิ อย่กู ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลุ่มสาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 7
หนว่ ยท่ี 2 หลักการของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง ขอ้ ปฏบิ ตั ทิ างสายกลางในพระพุทธศาสนา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูชบู ตั รคา คาว่า ธรรมะ ใหน้ ักเรยี นคิดหาความหมายตามท่ี
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง
ยดึ ม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ นักเรยี นเข้าใจ โดยการให้นักเรียนให้ความหมายทีละคน จากน้นั ให้
ร่วมกนั อยา่ งสนั ติสขุ ครูอธิบายกอ่ นนาเขา้ ส่บู ทเรยี น
♛♛ ข้นั สอน ◕ 30 นาที
ส 1.1 ม.4-6/4 1. ครูตดิ บัตรคา อรยิ สัจ 4 บนกระดาน ครูซกั ถามนักเรยี นโดยใช้
วิเคราะหข์ ้อปฏิบตั ทิ างสายกลางใน
พระพทุ ธศาสนา หรือแนวคดิ ของศาสนาท่ี คาถาม ดังนี้
ตนนบั ถือตามท่ีกาหนด ● อริยสจั 4 คืออะไร ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
● อริยสัจ 4 เป็นหลักธรรมทเ่ี ป็นหลักทฤษฎีและวิธีการที่เปน็
✎✎
K อธบิ ายทฤษฎวี ิธกี ารที่เป็นสากล และข้อ สากลอย่างไร
ปฏบิ ัติทเ่ี ปน็ ทางสายกลางใน จากน้ันใหค้ รูสรุปคาตอบของนักเรยี น เขยี นอธบิ ายเป็นแผนภาพบน
พระพทุ ธศาสนา
กระดานเพ่ิมเติม
P จาแนกทฤษฎวี ิธกี ารท่ีเปน็ สากล และข้อ
2. ครูจัดกิจกรรมในชน้ั เรยี นโดยแบ่งนักเรยี นออกเปน็ 8 กลุ่มให้แตล่ ะ
ปฏิบตั ิทีเ่ ปน็ ทางสายกลางใน
พระพุทธศาสนา กลุ่มสรุปความหมายของ อริยมรรคมีองค์ 8 (มชั ฌมิ าปฏปิ ทา) มากลุ่ม
A เหน็ คุณคา่ และความสาคญั ในการปฏิบตั ิ ละ 1 ข้อ ตามลาดับ โดยให้แต่ละกลุ่มสรุปความรู้ความหมายของข้อ
ตนตามหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา ธรรม แลว้ สง่ ผู้แทนกล่มุ กลุ่มละ 1 คน ออกมายืนเรยี งแถวบอก
☯☯ ความหมายสรุปนาเสนอหน้าช้ันเรยี น
พระพุทธศาสนามหี ลักทฤษฎีและวิธกี ารที่ ข้นั สรุป ◕ 15 นาที
เป็นสากล ไดแ้ ก่ อรยิ สจั 4 และขอ้ ปฏิบัตทิ ่ี
เปน็ ทางสายกลาง ไดแ้ ก่ อริยมรรคมอี งค์ 8 1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
● พระพทุ ธศาสนามีหลกั ทฤษฎีและวธิ ีการที่เปน็ สากล ไดแ้ ก่
อรยิ สจั 4 และข้อปฏิบตั ิท่ีเปน็ ทางสายกลาง ไดแ้ ก่ อรยิ มรรคมีองค์ 8
2. ใหน้ ักเรยี นทาชิ้นงานท่ี 4 เร่ือง ข้อปฏิบัติทางสายกลางใน
พระพทุ ธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานท่ี 2.1 เร่อื ง ขอ้ ปฏบิ ัติทางสายกลางในพระพุทธศาสนา
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานท่ี 2.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงช่อื ___________________________ครผู ูส้ อน ลงช่ือ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักด)์ิ
(นายพชิ ญพัชร โชตศิ ริ ิคณุ วัฒน์) (นายรัชภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 8
หน่วยที่ 2 หลักการของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง การพฒั นาศรทั ธาและปญั ญาทางพระพุทธศาสนา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูสนทนากับนักเรยี นโดยใชค้ าถามเพ่ือนาเขา้ สู่บทเรยี น ดังน้ี
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาที่ถกู ต้อง ● นักเรยี นนับถอื ศาสนาใด
ยดึ ม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพ่ืออยู่
● การนับถอื ศาสนาจะตอ้ งมีธรรมใดเปน็ พ้นื ฐานในการนบั
ร่วมกนั อย่างสันตสิ ุข
ถอื ศาสนา (ความศรัทธาเล่ือมใสในศาสนาทีต่ นเองนบั ถอื )
♛♛
ข้นั สอน ◕ 30 นาที
ส 1.1 ม.4-6/5
วิเคราะหก์ ารพฒั นาศรทั ธาและปัญญาที่ 1. ครูเขียนคาวา่ ศรทั ธา บนกระดานแล้วให้นกั เรยี นศึกษา
ถูกต้องในพระพุทธศาสนา หรือ แนวคิดของ
ความหมายศรทั ธาในทางพระพุทธศาสนา
ศาสนาทต่ี นนบั ถือตามทกี่ าหนด
2. ครูสมุ่ ตวั อยา่ งนักเรยี นในชน้ั เรยี น 3-4 คน ออกมาอธิบายการ
✎✎
K อธิบายการพฒั นาศรทั ธาและปญั ญาที่ พัฒนาศรทั ธาของตนเองหน้าชั้นเรยี น และครูอธบิ ายสรุปความรู้
ถกู ตอ้ งในพระพุทธศาสนา เพิ่มเติม
P จาแนกการพัฒนาศรัทธาและปัญญาที่ 3. ครูให้นกั เรยี นร่วมกันศึกษาวิเคราะห์ความหมายของคาวา่ ปัญญา
ถูกต้องในพระพทุ ธศาสนา โดยครูถามคาถาม ดังนี้
● ปญั ญาในทางพระพุทธศาสนาหมายถึงปัญญาในลกั ษณะ
A เหน็ คุณคา่ และความสาคัญในการปฏบิ ตั ิ
ใด พระพทุ ธศาสนาแบ่งปัญญาเป็นก่รี ะดบั และมีวธิ ีการพัฒนาปญั ญา
ตามหลักธรรมและพัฒนาปญั ญาในทาง
พระพทุ ธศาสนา อยา่ งไร
☯☯ ข้นั สรุป ◕ 15 นาที
พระพุทธศาสนามหี ลักคาสอนทใี่ ห้มนุษยม์ ี 1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
ศรัทธาทป่ี ระกอบดว้ ยปญั ญา เช่อื อยา่ งมี
เหตผุ ล เพ่อื ใหก้ ารดาเนินชีวิตไปสเู่ สน้ ทาง ● พระพุทธศาสนามีหลักคาสอนทใี่ ห้มนุษย์มีศรัทธาที่
แห่งความดงี ามและถกู ต้อง ประกอบด้วยปัญญา เช่อื อย่างมีเหตุผล เพ่อื ให้การดาเนนิ ชีวิตไปสู่
เสน้ ทางแห่งความดงี ามและถกู ต้อง
2. ใหน้ ักเรยี นทาช้ินงานท่ี 2.2 เร่อื ง การพัฒนาศรัทธาและปัญญาใน
พระพทุ ธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 2.2 เร่อื ง การพฒั นาศรัทธาและปัญญาในพระพุทธศาสนา
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.2 ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครูผ้สู อน ลงชอื่ ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผูอ้ นุมัติ
(นายอัศวนิ คงเพช็ รศักด)ิ์
(นายพชิ ญพัชร โชติศิรคิ ณุ วัฒน)์ (นายรชั ภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 9
หน่วยที่ 2 หลักการของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง ลักษณะประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสนทนาและแสดงความคิดเห็น และรว่ ม
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาท่ีถูกต้อง
ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ อภปิ รายเก่ยี วกบั การปกครองของสังคมไทย โดยครูใชค้ าถาม ดังน้ี
● การปกครองของไทยในปจั จุบันมีลักษณะอยา่ งไร
รว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ุข ● นักเรยี นคิดว่าหลักการปกครองของไทยมีลกั ษณะอธิปไตย
♛♛ ตามหลักพระพุทธศาสนาหรือไม่
ส 1.1 ม.4-6/6 ข้นั สอน ◕ 40 นาที
วิเคราะห์ลักษณะประชาธปิ ไตยใน
พระพทุ ธศาสนา หรือแนวคดิ ของศาสนาที่ 1. ให้นกั เรยี นศกึ ษาหลักประชาธปิ ไตยท่ัวไปในพระพทุ ธศาสนา แล้ว
ตนนับถือตามท่ีกาหนด ต้ังคาถามให้นกั เรยี นวเิ คราะห์ เพ่ือสรุปเป็นคาตอบ ดงั นี้
● หลักประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนามลี กั ษณะทเ่ี ป็น
✎✎
K อธิบายวิเคราะห์ลักษณะประชาธปิ ไตย ธรรมาธปิ ไตยและประชาธปิ ไตยอย่างไร
● หลกั ประชาธปิ ไตยทพี่ ระพุทธเจ้าทรงมอบความเป็นใหญ่
ท่วั ไปในพระพุทธศาสนา
แกส่ งฆ์มีลักษณะอย่างไร
P จาแนกหลักประชาธิปไตยท่ัวไปใน
2. ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหแ์ ล้วสรุปคาตอบ เขยี นเป็นแผนภาพ
พระพทุ ธศาสนา
อธิบายบนกระดาน
A เห็นความสาคัญในการศกึ ษาเรยี นรู้ และ
ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
ทาความเขา้ ใจหลักประชาธิปไตยท่ีเปน็
ธรรมาธปิ ไตยในพระพุทธศาสนา 1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
● พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสนาแหง่ ประชาธิปไตย โดยมีพระ
☯☯
ธรรมวินยั เป็นธรรมนญู สูงสดุ ให้ความเสมอภาคแก่พระสงฆ์ ไมม่ ีการ
พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแหง่
ประชาธิปไตย โดยมีพระธรรมวินัยเปน็ แบ่งชนช้นั ทางสังคม ยดึ ถือและเคารพพระธรรมวินัยตามที่มีพุทธ
ธรรมนญู สูงสดุ ใหค้ วามเสมอภาคแก่พระสงฆ์
ไมม่ ีการแบง่ ชนช้นั ทางสงั คม ยึดถือและ บญั ญตั ิไว้
เคารพพระธรรมวินัยตามทม่ี ีพทุ ธบญั ญัตไิ ว้
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
ลงช่ือ___________________________ครูผ้สู อน ลงชอ่ื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอศั วิน คงเพช็ รศกั ด)์ิ
(นายพิชญพัชร โชตศิ ิริคุณวัฒน)์ (นายรชั ภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหน้าวชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 10
หนว่ ยที่ 2 หลักการของพระพทุ ธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง ลักษณะอ่ืน ๆ ที่แสดงถึงความเปน็ ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูสนทนากบั นักเรยี นโดยการทบทวนความรู้หลักประชาธิปไตยใน
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาท่ถี กู ต้อง
ยึดม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลักธรรม เพ่ืออยู่ พระพุทธศาสนา ช่วั โมงท่แี ล้ว
ร่วมกันอย่างสนั ตสิ ุข ข้นั สอน ◕ 40 นาที
♛♛ 1. ครูให้นักเรยี นรว่ มกันศึกษาและวเิ คราะห์ลกั ษณะอ่ืน ๆ ท่ีแสดงถงึ
ส 1.1 ม.4-6/6 ความเป็นประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา โดยครูใชค้ าถาม ดงั นี้
วิเคราะห์ลักษณะประชาธปิ ไตยใน
พระพุทธศาสนา หรอื แนวคิดของศาสนาท่ี ● ลกั ษณะอ่ืน ๆ ของประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนาท่ี
ตนนับถือตามท่ีกาหนด พระพุทธเจ้าทรงให้พระสงฆ์เป็นผู้พิจารณาในการตัดสนิ ใจมีอะไรบ้าง
✎✎ 2. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรูเ้ กยี่ วกบั ลักษณะประชาธปิ ไตยใน
K วิเคราะหล์ ักษณะอ่ืน ๆ ท่แี สดงถึง
พระพทุ ธศาสนา โดยครูใช้คาถามดงั นี้
ประชาธปิ ไตยในพระพุทธศาสนา
● ประชาธปิ ไตยในพระพทุ ธศาสนา สามารถนาไปใชใ้ น
P จาแนกลักษณะอ่ืน ๆ ที่แสดงถึง
สังคมได้อย่างไร และมผี ลเกิดข้ึน
ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนา
ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
A เห็นความสาคัญในการนาความรู้หลัก
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
ประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนาไปใช้
ในการดาเนนิ ชีวิตประจาวัน ● พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสนาท่มี หี ลักธรรมาธิปไตยและ
☯☯ ประชาธิปไตย โดยมีพระสงฆ์ ทีเ่ ปรยี บเหมือนกบั ประชาชนในระบอบ
พระพทุ ธศาสนาเปน็ ศาสนาท่มี หี ลัก ประชาธปิ ไตยเปน็ ผใู้ ช้อานาจอธปิ ไตย โดยยึดหลักธรรมาธิปไตย คอื
ธรรมาธิปไตยและประชาธิปไตย โดยมี
พระสงฆ์ที่เปรยี บเหมอื นกบั ประชาชนใน พระธรรมวินัยเปน็ กฎหมายสูงสดุ เปน็ ขอ้ ยุติในการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยเป็นผ้ใู ช้อานาจ
อธิปไตยโดยยึดหลักธรรมาธปิ ไตย คือ พระ 2. ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย ดงั น้ี
ธรรมวินัยเป็นกฎหมายสงู สดุ เป็นขอ้ ยตุ ใิ น
● หลักประชาธิปไตยในพระพุทธศาสนากับประชาธปิ ไตย
การปกครอง
ในสงั คมไทยเหมือนกันและต่างกันอยา่ งไร
3. ให้นักเรยี นทาชิ้นงานที่ 2.3 เร่อื ง ลักษณะประชาธปิ ไตยใน
พระพทุ ธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานท่ี 2.3 เร่อื ง ลักษณะประชาธปิ ไตยในพระพุทธศาสนา
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 2.3 ใบงานท่ี 2.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครผู ้สู อน ลงชือ่ ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผู้อนุมตั ิ
(นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ด์)ิ
(นายพิชญพัชร โชตศิ ริ ิคณุ วฒั น)์ (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 11
หน่วยที่ 2 หลักการของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง หลักการของพระพทุ ธศาสนากบั หลักวิทยาศาสตร์
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูต้ังคาถามให้นักเรยี นช่วยกันวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นว่า
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถ่ี ูกต้อง
ยดึ ม่นั และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ ความเช่อื ทางศาสนา และวิทยาศาสตรส์ ามารถไปในทิศทางเดียวกนั
ร่วมกนั อยา่ งสนั ตสิ ขุ ไดห้ รือไม่
♛♛ ข้ันสอน ◕ 40 นาที
ส 1.1 ม.4-6/7 1. ครูเขียนขอ้ ความบนกระดาน คอื
วิเคราะห์หลักการของพระพุทธศาสนากบั
หลักวิทยาศาสตร์ หรอื แนวคดิ ของศาสนาที่ วทิ ยาศาสตร์ พระพทุ ธศาสนา
ตนนับถือตามที่กาหนด และให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น
✎✎ 2 กลุ่ม ศึกษา สรุปวิเคราะห์ หลักการของวิทยาศาสตร์ และหลักการ
K อธิบายวิเคราะหห์ ลักของวิทยาศาสตร์กับ
ของพระพุทธศาสนาอภปิ รายนาเสนอหน้าชั้นเรยี น
พระพทุ ธศาสนา
2. เม่ือจบการนาเสนอของกลุ่มนักเรยี น ใหค้ รูและนกั เรยี นร่วมกัน
P จาแนกหลักของวิทยาศาสตรก์ บั
เปรยี บเทยี บความเหมือนและความตา่ งระหวา่ งหลักการของ
พระพุทธศาสนา
พระพุทธศาสนากับหลักการของวิทยาศาสตร์ สรุปเปน็ แผนภาพ
A เหน็ ความสาคัญในการศกึ ษาทาความ
บนกระดาน
เขา้ ใจหลักการของพทุ ธศาสตรก์ บั
วิทยาศาสตร์เพ่อื ประโยชน์ในการดาเนิน ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
ชีวิตประจาวัน
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้
☯☯ ● วิทยาศาสตรแ์ ละพระพทุ ธศาสนาต่างมุ่งแสวงหาความ
วิทยาศาสตร์และพระพุทธศาสนาตา่ งมุง่ จริง แต่พระพุทธศาสนาศึกษาความจรงิ ในขอบเขตที่กวา้ งกว่า
แสวงหาความจรงิ แต่พระพทุ ธศาสนาศกึ ษา
ความจรงิ ในขอบเขตทก่ี ว้างกว่าวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตรเ์ นน้ วัตถุนยิ ม ในขณะท่ีพระพุทธศาสนาให้
วิทยาศาสตร์เนน้ วัตถนุ ิยม ในขณะที่ คุณค่าความสาคัญท่เี ป็นนามธรรมทางดา้ นจติ ใจ
พระพทุ ธศาสนาใหค้ ุณคา่ ความสาคัญทเี่ ป็น
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
นามธรรมทางดา้ นจิตใจ
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครูผสู้ อน ลงช่อื ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนุมตั ิ
(นายอัศวิน คงเพช็ รศักด)์ิ
(นายพิชญพัชร โชติศิรคิ ณุ วัฒน์) (นายรชั ภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 12
หนว่ ยที่ 2 หลักการของพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง การคดิ ตามนัยแห่งพระพุทธศาสนาและการคดิ แบบวิทยาศาสตร์
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูนาเสนอภาพสถานการณ์ 2 ตัวอยา่ งท่ีเป็นการคดิ ตามนยั แหง่
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทีถ่ ูกตอ้ ง
ยึดม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ พระพุทธศาสนา และการคิดแบบวิทยาศาสตร์ให้นกั เรยี นรว่ มกนั
รว่ มกนั อยา่ งสันติสขุ วเิ คราะห์ โดยการต้งั คาถาม
♛♛ ตวั อยา่ งสถานการณท์ ี่ 1 (การคดิ ตามนัยแห่งพระพทุ ธศาสนา)
ส 1.1 ม.4-6/7 ตวั อยา่ งสถานการณ์ที่ 2 (การคิดตามนยั แหง่ วิทยาศาสตร)์
วิเคราะหห์ ลักการของพระพทุ ธศาสนากับ
หลักวิทยาศาสตร์ หรือแนวคิดของศาสนาที่ ข้ันสอน ◕ 30 นาที
ตนนบั ถือตามที่กาหนด 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็น 2 กลุม่ เพ่ือสรุปวเิ คราะห์คาตอบ แล้วสง่
✎✎ ผ้แู ทนกลุ่มออกนาเสนอหนา้ ช้ันเรยี น ดงั นี้
K อธิบายวเิ คราะหก์ ารคิดตามนยั แหง่
ตวั อย่างคาถามสถานการณท์ ี่ 1 และ 2
พระพทุ ธศาสนาและวิทยาศาสตร์ ● เกดิ ทุกขห์ รือปัญหาใดในสถานการณ์ท่ี 1 และ 2
● สาเหตุของปญั หามาจากอะไร
P จาแนกการคดิ ตามนัยแหง่ ● มีวิธีการแกป้ ัญหาอยา่ งไร
● เม่ือแกป้ ัญหาแลว้ เกิดผลอย่างไร
พระพทุ ธศาสนาและวิทยาศาสตร์
2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้การคดิ ตามนัยแห่ง
A เห็นความสาคญั ในการทาหลักการคดิ
พระพทุ ธศาสนาและวทิ ยาศาสตร์ตามตัวอย่างสถานการณ์ที่ 1 และ 2
แบบพุทธศาสตรก์ บั วิทยาศาสตรม์ า
ประยุกต์ใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในการดาเนนิ 3. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปความรูเ้ ก่ียวกับหลกั การและวิธีคดิ ตาม
ชวี ิตประจาวัน
นัยแห่งพระพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ลงในแผนภาพ
☯☯
ข้นั สรุป ◕ 15 นาที
พระพุทธศาสนามหี ลักการคน้ หาความเป็น
จริงทเ่ี ปน็ นามธรรมเหมือนการสัมผัสของ 1. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
วัตถุ วิทยาศาสตร์มหี ลักการคดิ ในรูปของ ● พระพทุ ธศาสนามหี ลกั การค้นหาความเปน็ จรงิ ที่เป็น
วัตถนุ ิยม นามธรรมเหมอื นการสัมผัสของวตั ถุ วิทยาศาสตรม์ ีหลักการคดิ ในรูป
ของวัตถนุ ิยม
2. ให้นักเรยี นทาชิ้นงานท่ี 2.4 เร่อื ง หลกั การของพระพทุ ธศาสนากับ
หลกั วทิ ยาศาสตร์
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 2.4 เร่อื ง หลักการของพระพุทธศาสนากบั หลัก
วทิ ยาศาสตร์
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 2.4 ใบงานที่ 2.4 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผูส้ อน ลงช่อื ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงชอื่ ___________________________ผู้อนมุ ตั ิ
(นายอศั วิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
(นายพิชญพชั ร โชติศิริคุณวฒั น)์ (นายรัชภูมิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 13
หน่วยที่ 3 ความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสงั คมไทย จานวน 5 คาบ
เร่อื ง การฝกึ ฝนและพฒั นาตนเอง การพึ่งตนเอง และการม่งุ สอู่ ิสรภาพ
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทตี่ น 1. ครูต้งั คาถามให้นกั เรยี นช่วยกันวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นว่า
นบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี ูกต้อง ยดึ ม่นั
และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยูร่ ่วมกนั อย่าง ระบบวรรณะ 4 ของศาสนาพราหมณ์ สง่ ผลต่อชวี ิตของคนในแตล่ ะ
สนั ตสิ ขุ วรรณะยงั ไง
♛♛ ข้ันสอน ◕ 30 นาที
ส 1.1 ม.4-6/8 1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันศึกษาเกี่ยวกับการประกาศอิสระของมนุษย์ของ
วิเคราะหก์ ารฝกึ ฝนและพฒั นาตนเอง การ
พระพุทธเจา้ โดยครูนาบทพระพทุ ธคุณมาเขียนในรูปบัตรคา แล้วให้
พ่ึงตนเอง และการมุ่งอสิ รภาพ ใน
พระพุทธศาสนา หรือแนวคดิ ของศาสนาทตี่ นนบั นักเรยี นรว่ มกันแปลความหมาย
ถือตามที่กาหนด 2. จากน้ันครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูถามคาถาม
✎✎ ดงั นี้
K วิเคราะหก์ ารฝกึ ฝนและพฒั นาตนเอง การ
● การตรัสรู้ของพระพุทธเจา้ เป็นการประกาศอิสรภาพของ
พึ่งตนเอง และการมงุ่ อสิ รภาพใน
พระพุทธศาสนา มนุษยอ์ ยา่ งไร
P จาแนกการฝกึ ฝนและพฒั นาตนเอง การ ● นกั เรยี นจะฝึกพัฒนา และพึ่งพาตนเองอยา่ งไรจงึ จะเป็นผู้
พง่ึ ตนเอง และการมุ่งอสิ รภาพใน มอี สิ รภาพดังท่พี ระพุทธเจ้าได้ทรงปฏบิ ตั ิให้ดเู ป็นแบบอย่างมาแลว้
พระพทุ ธศาสนา
3. ครูใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปแนวทางและผลของการฝึกฝนพัฒนา
A ตระหนกั และเหน็ คณุ ค่าการฝึกฝนและพฒั นา
ตนเอง การพงึ่ ตนเอง และการมุ่งอสิ รภาพลงในแผนภาพ
ตนเอง การพง่ึ ตนเอง ตามหลกั คาสอน
พระพุทธศาสนา ข้นั สรุป ◕ 15 นาที
☯☯ 1. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
พระพทุ ธเจา้ ทรงเป็นแบบอย่างในการฝกึ ฝน ● พระพทุ ธเจา้ ทรงเป็นแบบอยา่ งในการฝึกฝนพัฒนาและ
พฒั นาและพง่ึ ตนเอง ทรงแสดงใหเ้ ห็นว่ามนษุ ยม์ ี
พึ่งตนเอง ทรงแสดงให้เห็นว่ามนษุ ย์มศี กั ยภาพในการพฒั นาตนได้
ศกั ยภาพในการพฒั นาตนได้สูงสดุ โดยไมต่ ้อง
พ่ึงพาสง่ิ ศกั ด์สิ ทิ ธิใ์ ดมาดลบนั ดาล สงู สดุ โดยไม่ตอ้ งพึ่งพาสิ่งศกั ดิ์สิทธใ์ิ ดมาดลบันดาล
2. ให้นกั เรยี นทาชิ้นงานที่ 2.5 เร่อื ง พระพุทธศาสนากบั การฝึกหัด
อบรมตน การพ่ึงพาตนเอง และการมุ่งอิสรภาพ
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 3.1 เร่อื ง พระพุทธศาสนากบั การฝกึ หดั อบรมตน การ
พ่งึ พาตนเอง และการมุง่ อิสรภาพ
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 3.1 ใบงานท่ี 3.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชอื่ ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผู้อนุมตั ิ
(นายอัศวิน คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
(นายพิชญพชั ร โชติศิรคิ ุณวฒั น์) (นายรชั ภูมิ อยู่กำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครกู ล่มุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 14
หน่วยท่ี 3 ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาตอ่ สังคมไทย จานวน 5 คาบ
เร่อื ง พระพุทธศาสนาเปน็ ศาสตรแ์ ห่งการศกึ ษา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูนาภาพเกี่ยวกบั การจัดกจิ กรรมทางด้านพระพุทธศาสนา เชน่
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทีถ่ ูกตอ้ ง
ยึดม่ัน และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ การแสดงพระธรรมเทศนา การน่ังสมาธิ มาให้นักเรยี นร่วมกันแสดง
รว่ มกันอยา่ งสันติสุข ความคดิ เห็น โดยครูถามคาถาม ดังนี้
● การแสดงพระธรรมเทศนาของพระภกิ ษุเกี่ยวขอ้ งกบั
♛♛
การศึกษาของพระพทุ ธศาสนาอย่างไร
ส 1.1 ม.4-6/8
วิเคราะหก์ ารฝึกฝนและพัฒนาตนเอง การ ข้ันสอน ◕ 40 นาที
พ่งึ ตนเอง และการมุ่งอิสรภาพใน 1. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกันศึกษาพระพทุ ธศาสนาเป็นศาสตรแ์ ห่ง
พระพุทธศาสนา หรอื แนวคดิ ของศาสนาท่ี
การศึกษา ตามหวั ข้อทีค่ รูกาหนดให้ ดังนี้
ตนนบั ถือตามที่กาหนด ● ความหมายของการศกึ ษา
● จดุ เริม่ ตน้ ของการศกึ ษา
✎✎ ● ศกั ยภาพของมนษุ ย์ทเี่ อ้ือตอ่ การศกึ ษา
K วิเคราะหพ์ ระพทุ ธศาสนาว่าเปน็ ศาสตร์ ● หลกั การศกึ ษาในพระพุทธศาสนา
● คุณลกั ษณะของผ้ทู สี่ าเรจ็ การศึกษาตามแนวพทุ ธ
แห่งการศกึ ษา
โดยแบง่ นกั เรยี นออกเป็น 5 กลุ่ม รว่ มกันวิเคราะห์แลว้ สรุปความรู้
P จาแนกพระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสตร์แหง่
นาเสนอหน้าช้นั เรยี น
การศกึ ษา
2. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้พระพุทธศาสนาเป็นศาสตรแ์ หง่
A เหน็ ความสาคัญและทาความเข้าใจหลัก
การศกึ ษาลงบนกระดาน
การศกึ ษาทางพระพทุ ธศาสนา เพ่อื นาไป
พัฒนาการเรยี นการศกึ ษาของตนเอง ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
☯☯ 1. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
● หลักการศกึ ษาพระพุทธศาสนาประกอบด้วยศลี สมาธิ
หลักการศกึ ษาพระพุทธศาสนาประกอบดว้ ย
ศลี สมาธิ ปญั ญา คอื การพฒั นากาย ปัญญา คือ การพัฒนากาย การพัฒนาศีล การพัฒนาจิต และการ
การพัฒนาศลี การพฒั นาจติ และการพฒั นา พฒั นาปญั ญา
ปัญญา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ภาพเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมทางดา้ นพระพทุ ธศาสนา
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม สงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผู้อนมุ ตั ิ
(นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ด)์ิ
(นายพชิ ญพชั ร โชตศิ ริ คิ ณุ วฒั น์) (นายรชั ภมู ิ อย่กู ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลุม่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 15
หน่วยท่ี 3 ความสาคัญของพระพุทธศาสนาต่อสงั คมไทย จานวน 5 คาบ
เร่อื ง พระพทุ ธศาสนาเน้นความสัมพันธ์ของเหตปุ ัจจยั กบั วิธกี ารแก้ปัญหา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกันอา่ นข้อความของประโยคบนกระดาน ดังนี้
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี กู ตอ้ ง
ยึดม่ัน และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ เม่ือส่ิงน้ีมี สงิ่ นจ้ี งึ มี
ร่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข เพราะสิ่งนี้เกดิ ขนึ้ สงิ่ น้ีจึงเกดิ ข้ึน
♛♛ เม่อื ส่ิงนี้ไม่มี สิง่ น้ีก็ไม่มี
ส 1.1 ม.4-6/9 เพราะสิ่งนี้ดับไป ส่งิ นี้กด็ ับดว้ ย
วิเคราะหพ์ ระพุทธศาสนาว่าเป็นศาสตรแ์ ห่ง
การศกึ ษาซ่ึงเนน้ ความสัมพนั ธ์ของเหตุปจั จยั จากน้นั ครูยกตัวอย่างให้นกั เรยี นศกึ ษาเปรยี บเทยี บเพ่อื วิเคราะห์
กบั วิธีการแก้ปญั หา หรอื แนวคิดของศาสนา
ความหมาย โดยครูถามคาถาม ดังนี้
ท่ีตนนับถือตามทก่ี าหนด
● น้าแขง็ มีเหตทุ เ่ี กิด ที่มาอย่างไร และเกดิ จากปัจจัยใด
✎✎
K วิเคราะหพ์ ระพทุ ธศาสนาเน้น ข้ันสอน ◕ 35 นาที
ความสมั พันธข์ องเหตุปจั จัยกบั วิธีการ 1. ครูให้นกั เรยี นศึกษาความหมายของ ปฏิจจสมุปบาทหรอื อิทปั ปัจจย
แกป้ ัญหา
ตา โดยครูถามคาถาม ดังน้ี
P จาแนก เหตุปจั จัย การประยกุ ต์ใชห้ ลัก
● ปฏจิ จสมุปบาท หรอื อิทปั ปจั จยตา หมายถึงอะไร
เหตุปจั จัยสมั พนั ธใ์ นการแก้ปญั หา
2. ครูให้นกั เรยี นศกึ ษาการประยกุ ต์ใช้หลักเหตปุ ัจจยั สัมพันธใ์ นการ
A เห็นคุณค่าและความสาคัญในการใช้หลัก
แก้ปัญหา โดยครูนาตัวอยา่ งสถานการณ์ 2 ตวั อย่างมาให้นักเรยี น
การศึกษาในพระพุทธศาสนาเพ่อื แกป้ ญั หา
ในการดาเนินชีวิตประจาวัน ร่วมกันวิเคราะห์ โดยการใช้หลักอริยสจั 4
☯☯ ข้ันสรุป ◕ 10 นาที
การศกึ ษาในพระพทุ ธศาสนาสอนใหร้ ู้หลัก 1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
ของเหตุปจั จยั การเกดิ ของสรรพสง่ิ ทุกสง่ิ
อย่างมเี หตทุ เี่ กิดและดบั ตามหลักของอิ ● การศกึ ษาในพระพทุ ธศาสนาสอนให้รู้หลกั ของเหตปุ ัจจัย
ทปั ปจั จยตา การเกดิ ของสรรพส่ิงทุกส่ิงอยา่ งมเี หตทุ เ่ี กดิ และดับตามหลกั ของอิ
ทปั ปจั จยตา
2. ใหน้ ักเรยี นทาช้ินงานท่ี 3.2 เร่อื ง พระพุทธศาสนาเปน็ ศาสตรแ์ หง่
การศึกษา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 3.2 เร่อื ง พระพุทธศาสนาเป็นศาสตร์แห่งการศึกษา
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 3.2 ใบงานที่ 3.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงช่ือ___________________________ครูผสู้ อน ลงช่ือ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผ้อู นมุ ัติ
(นายอศั วิน คงเพช็ รศักดิ์)
(นายพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วฒั น์) (นายรัชภูมิ อยู่กำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหน้าวชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 16
หน่วยที่ 3 ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนาตอ่ สงั คมไทย จานวน 5 คาบ
เร่อื ง พระพุทธศาสนาฝึกตนไม่ใหป้ ระมาท
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทต่ี น 1. ครูนาพระพทุ ธดารสั เกีย่ วกับความไมป่ ระมาทของพระพุทธเจ้าท่ี
นบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถี่ กู ตอ้ ง ยึดม่ัน
และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่รว่ มกนั อย่าง ทรงแสดงตรสั สอนพุทธบริษัท 4 ไว้ โดยให้ผแู้ ทนนักเรยี นเปน็ ผูอ้ า่ นให้
สันติสุข เพ่ือนในชั้นเรยี นฟัง จากน้ันให้ครูต้งั คาถามให้นักเรยี นร่วมกัน
♛♛ วเิ คราะห์เพ่ือสรุปคาตอบดังนี้
ส 1.1 ม.4-ม.6/10 ● เพราะเหตผุ ลใดพระพุทธเจ้าจงึ ตรัสวา่ ความไมป่ ระมาท
วเิ คราะห์พระพทุ ธศาสนาในการฝกึ ตนไม่ให้
ประมาท มุง่ ประโยชน์และ สันตภิ าพบคุ คล เปน็ ยอดธรรม
สงั คมและโลก หรือแนวคิดของศาสนาท่ีตนนบั
ข้ันสอน ◕ 40 นาที
ถอื ตามที่กาหนด
1. ครูให้นักเรยี นนาเสนอวิธฝี ึกตนไม่ให้ประมาทมาคนละ 1 ตัวอยา่ ง
✎✎
K วิเคราะห์หลักคาสอนของ โดยครูชีใ้ ห้นกั เรยี นบอกทลี ะคน และให้เพ่ือนในช้ันเรยี นเป็นผูบ้ ันทึก
พระพุทธศาสนาในการฝกึ ตนไมใ่ ห้ประมาท ให้คะแนนเพ่อื นว่าชอบแนวทางของใคร โดยการลงคะแนนลับ เขยี น
P จาแนกหลักคาสอนของพระพทุ ธศาสนา ช่ือเพ่ือนลงในแผ่นกระดาษส่งครู จากน้นั เรยี งลาดับคะแนนจาก 1-5
แลว้ ใหผ้ ู้ที่
ในการฝกึ ตนไมใ่ หป้ ระมาท มคี ะแนนลาดับ 1-5 ออกมานาเสนอวธิ ีฝึกตนไม่ใหป้ ระมาทให้เพ่อื น
ฟงั หน้าช้ันเรยี นเพิ่มเติม
A เหน็ ความสาคัญในการนาหลักวิธีปฏบิ ตั ิ 2. ครูให้นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปวิธีการฝึกตนไม่ใหป้ ระมาทลงในกระดาน
ตนในการฝึกฝนตนเองไม่ใหเ้ ปน็ ผู้ประมาท ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
ตามหลักคาสอนของพระพุทธศาสนา
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
☯☯
● ความไมป่ ระมาท เป็นการใช้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างไม่ขาด
ความไมป่ ระมาท เป็นการใช้ชวี ิตความ
เป็นอยอู่ ยา่ งไม่ขาดสติ โดยมีสตเิ ปน็ เคร่ือง สติ โดยมสี ติเป็นเคร่อื งกากบั ความประพฤติและการกระทาทุกอย่าง
กากับความประพฤติและการกระทาทกุ อยา่ ง ระมดั ระวังตัวไม่ถลาลงไปสู่ทางแห่งความเส่ือม และไม่พลาดโอกาส
ระมัดระวังตวั ไม่ถลาลงไปสูท่ างแห่งความ สาหรบั การสรา้ งความดงี ามและความเจรญิ กา้ วหนา้
เส่อื ม และไม่พลาดโอกาสสาหรับ ♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
การสร้างความดีงามและความเจริญกา้ วหน้า
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. พระพทุ ธดารัสเก่ียวกบั ความไมป่ ระมาทของพระพุทธเจ้าท่ที รง
แสดงตรสั สอนพุทธบริษัท 4
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผ้สู อน ลงช่อื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนุมัติ
(นายอัศวิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
(นายพชิ ญพชั ร โชตศิ ิริคณุ วฒั น)์ (นายรัชภมู ิ อยูก่ ำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 17
หนว่ ยที่ 3 ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนาตอ่ สังคมไทย จานวน 5 คาบ
เร่อื ง พระพุทธศาสนาม่งุ ประโยชนแ์ ละสนั ติภาพแกบ่ คุ คล สงั คมและโลก
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูนาพระพทุ ธดารัสทแี่ สดงถึงพระพุทธศาสนามุ่งประโยชนแ์ ละ
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรทั ธาทถ่ี ูกต้อง
ยึดม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ สันติภาพแกบ่ ุคคล สังคม และโลก 3 เป้าหมายหลักให้นักเรยี นร่วมกัน
ร่วมกันอย่างสันติสขุ วเิ คราะห์ โดยครูต้งั คาถาม
♛♛ ข้นั สอน ◕ 35 นาที
ส 1.1 ม.4-6/10 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 3 กลุ่มวเิ คราะห์ 3 เป้าหมายตวั อย่างข้อที่
วิเคราะห์พระพทุ ธศาสนาในการฝึกตนไม่ให้
ประมาท มุ่งประโยชน์และสันติภาพบุคคล 1 ออกนาเสนอสรุปความรู้หน้าชั้นเรยี น โดยการตอบคาถามท่ี
สังคมและโลก หรือแนวคดิ ของศาสนาทีต่ นนบั
กาหนดให้ในขา้ งตน้
ถือตามท่ีกาหนด
2. จบการนาเสนอวิเคราะห์สรุปของท้งั 3 กลุ่ม ครูและนักเรยี นรว่ มกัน
✎✎
K วเิ คราะห์ เป้าหมายการเสดจ็ อบุ ตั ขิ อง สรุปความรูเ้ ป็นแผนภาพ
พระพุทธเจ้า การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนา และ ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
การสังคายนา
1. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
P จาแนกหลกั คาสอนท่มี งุ่ ประโยชนแ์ ละ ● พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสนาทม่ี ุ่งความสุขและสนั ตภิ าพแก่
สันติภาพแกบ่ ุคคล สงั คมและโลกของ บุคคล สงั คมและโลกอย่างแท้จรงิ
พระพุทธศาสนา
2. ใหน้ ักเรยี นทาช้ินงานที่ 3.3 เร่อื ง ความไม่ประมาท ม่งุ ประโยชน์
A เห็นคณุ คา่ ของการนาหลกั คาสอนของ
และสันตภิ าพความหลักพระพุทธศาสนา
พระพทุ ธศาสนามาใชป้ ฏบิ ตั ิในการดาเนนิ
ชีวติ ประจาวนั เพ่ือให้เกิดประโยชนแ์ ละสันติภาพ ♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
แก่บคุ คล สงั คมและโลก
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
☯☯ 2. ใบงานท่ี 3.3 เร่อื ง ความไม่ประมาท มุ่งประโยชนแ์ ละสันตภิ าพตาม
หลักพระพุทธศาสนา
พระพทุ ธศาสนาเป็นศาสนาทม่ี งุ่ ความสุข 3. พระพทุ ธดารัสท่ีแสดงถึงพระพุทธศาสนามุ่งประโยชนแ์ ละ
และสันตภิ าพแก่บุคคล สงั คมและโลกอย่าง สนั ติภาพแกบ่ คุ คล สงั คม และโลก 3
แท้จรงิ ♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 3.3 ใบงานที่ 3.3 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ลงชอื่ ___________________________ครผู ูส้ อน ลงชื่อ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชอ่ื ___________________________ผ้อู นมุ ัติ
(นายอศั วิน คงเพ็ชรศกั ดิ์)
(นายพชิ ญพชั ร โชตศิ ริ คิ ุณวฒั น์) (นายรชั ภูมิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลุม่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 18
หน่วยที่ 4 พระพทุ ธศาสนากบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง จานวน 2 คาบ
เร่อื ง พระพทุ ธศาสนากบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาทต่ี น 1. ครูนาภาพโครงสรา้ งแผนภาพเศรษฐกิจพอเพียงมาติดท่ีบน
นบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รัทธาที่ถกู ต้อง ยดึ ม่นั
และปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยูร่ ว่ มกนั อย่าง กระดานใหน้ ักเรยี นรว่ มกันศกึ ษา โดยครูต้งั คาถามใหน้ ักเรยี นร่วมกัน
สนั ติสขุ วเิ คราะห์ สรุปความหมายหลักการของเศรษฐกจิ พอเพียง
♛♛ ข้ันสอน ◕ 40 นาที
ส 1.1 ม.4-6/11 1. ครูให้นกั เรยี น แบง่ กลมุ่ เป็น 5 กลุม่ เพ่อื วิเคราะหน์ าเสนอหลกั ธรรม
วิเคราะหพ์ ระพทุ ธศาสนากบั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งและการพัฒนาประเทศแบบ ทางพระพทุ ธศาสนากบั แนวเศรษฐกจิ พอเพียง สรุปนาเสนอหน้าชน้ั
ย่งั ยืน หรือแนวคิดของศาสนาท่ีตนนบั ถอื ตามที่ เรยี น ดังน้ี
กาหนด กลุ่มท่ี 1 มัตตัญญตุ า
กลมุ่ ท่ี 2 สนั ตุฏฐี ปะระมงั ธะนัง
✎✎ กลุ่มที่ 3 อัตตาหิ อัตตะโน นาโถ
K วิเคราะหพ์ ระพุทธศาสนากับปรชั ญาของ
กลุ่มท่ี 4 มชั ฌิมาปฏิปทา
เศรษฐกิจพอเพยี ง
กลมุ่ ท่ี 5 ธมั มญั ญุตา, อัตถัญญตุ า
P จาแนก ความหมาย หลักธรรมของ จบการนาเสนอ ครูอธบิ ายสรุปเพมิ่ เตมิ
2. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ แนวทางปฏิบตั ิตามหลักปรัชญา
พระพุทธศาสนา และแนวทางปฏบิ ัตติ าม เศรษฐกิจพอเพียงตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
หลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
A เหน็ ความสาคญั และคณุ ค่าในการนาหลัก
1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ปฏิบตั ิในการ
ดาเนนิ ชีวิตประจาวัน ● เศรษฐกจิ พอเพียง เป็นหลักการดาเนินชวี ิต โดยการรูจ้ ัก
☯☯ นาทรัพยากรท่ีมีอยจู่ ากดั มาบูรณาการใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ โดยการ
พ่ึงพาตนเอง ลดการพ่ึงพาปัจจัยภายนอกให้น้อยลง
เศรษฐกจิ พอเพยี ง เปน็ หลักการดาเนินชีวิต
โดยการรู้จักนาทรพั ยากรที่มีอยูจ่ ากัดมา ♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
บรู ณาการ ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ โดยการ 1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
พ่งึ พาตนเอง ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้ 2. ภาพโครงสร้างแผนภาพเศรษฐกิจพอเพยี ง
น้อยลง ♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม
ลงช่อื ___________________________ครูผู้สอน ลงชอื่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชอื่ ___________________________ผอู้ นุมตั ิ
(นายอัศวิน คงเพช็ รศักด์ิ)
(นายพิชญพชั ร โชติศริ ิคณุ วัฒน์) (นายรัชภูมิ อยูก่ ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 19
หน่วยที่ 4 พระพุทธศาสนากับปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง จานวน 2 คาบ
เร่อื ง พระพุทธศาสนากบั การพัฒนาประเทศแบบย่งั ยนื
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 10 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั บทบาทสาคัญของ
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาที่ถกู ต้อง
ยดึ ม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ พระพทุ ธศาสนาในการพฒั นาสงั คม โดยครูใชค้ าถาม ดังนี้
● ปัจจบุ ันพระพุทธศาสนามีบทบาทสาคัญในการพัฒนาสังคม
รว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ุข
อย่างไร
♛♛ ● สงั คมปจั จุบนั มคี วามเจริญเติบโตทางเศรษฐกจิ และเทคโนโลยี แต่
ส 1.1 ม.4-6/11 ผูค้ นย่ิงเหน็ แกต่ ัวมากขึ้นเพราะสาเหตุใด
วิเคราะหพ์ ระพุทธศาสนากบั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งและการพฒั นาประเทศ 2. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกันบอกข้อปัญหาท่ีสังคมกาลังประสบเก่ียวกบั
แบบย่ังยนื หรอื แนวคิดของศาสนาท่ีตนนับ
การพัฒนาเศรษฐกิจของสงั คมยุคปจั จุบันวา่ มีอะไรบา้ ง โดยครูเขียน
ถือตามท่ีกาหนด
คาบอกเลา่ ของนักเรยี นเป็นแผนภาพบนกระดาน
✎✎
K วิเคราะห์ พระพุทธศาสนากับการพฒั นา ข้นั สอน ◕ 25 นาที
ประเทศแบบย่งั ยืน 1. ให้นกั เรยี นศึกษาความหมายของการพฒั นาแบบย่งั ยืนและลักษณะ
P จาแนกความหมาย ท่ีมา และลักษณะ ท่ัวไปของการพัฒนาแบบยัง่ ยืน โดยครูต้งั คาถามให้นักเรยี นวิเคราะห์
ท่วั ไปของการพัฒนาแบบย่ังยนื เพ่อื สรุปคาตอบ โดยแบง่ กลมุ่ นาเสนอกลมุ่ ละ 1 คาถาม
A เหน็ คณุ ค่าในการนาหลักธรรมมาใชเ้ พ่อื โดยการจับสลาก ดังนี้
● การพัฒนาแบบยง่ั ยืนหมายถึงอย่างไร
นามาพฒั นาตน บคุ คล และสงั คมให้เกดิ ● การพัฒนาอย่างไรจงึ จะเปน็ การพัฒนาท่ยี ่ังยนื
ความย่งั ยนื ● หลกั เศรษฐกจิ พอเพียงช่วยใหส้ ังคมมีการพฒั นาใหเ้ กดิ ความยงั่ ยืน
☯☯ อย่างไร
การพฒั นาแบบย่ังยนื เป็นการพฒั นาทไ่ี ม่ เม่อื จบการวิเคราะห์และสรุปคาตอบของนักเรยี น ครูและนักเรยี น
กอ่ ให้เกิดปัญหาตามมาอีกในอนาคต
ร่วมกันสรุปความรู้บนั ทึกเป็นแผนภาพบนกระดาน
ข้นั สรุป ◕ 15 นาที
1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังน้ี
● การพัฒนาแบบยั่งยืนเป็นการพฒั นาทไ่ี ม่ก่อให้เกดิ ปัญหาตามมาอกี
ในอนาคต
2. ให้นกั เรยี นทาช้ินงานท่ี 4.1 เร่อื ง นาหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
มาใช้ปฏิบตั ติ นตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี งและการพัฒนาแบบย่งั ยนื
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. ใบงานที่ 4.1 เร่อื ง นาหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ปฏิบัติตน
ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง และการพัฒนาแบบยั่งยืน
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ 4.1 ใบงานท่ี 4.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชือ่ ___________________________ครูผ้สู อน ลงชอ่ื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผอู้ นุมัติ
(นายอศั วิน คงเพ็ชรศักดิ)์
(นายพชิ ญพัชร โชตศิ ิริคุณวฒั น)์ (นายรชั ภูมิ อยู่กำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 20
หนว่ ยที่ 5 พระพุทธศาสนากับการศึกษาทีส่ มบูรณ์ การเมอื งและสันติภาพ จานวน 3 คาบ
เร่อื ง ความสาคญั ของพระพุทธศาสนากบั การศึกษาที่สมบูรณ์
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 10 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูเปิด VCD หรอื DVD เกีย่ วกับการแสดงพระธรรมเทศนาของ
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี กู ต้อง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่ พระภกิ ษุที่มีเน้อื หาเกย่ี วกับอริยสัจ 4 ให้นกั เรยี นร่วมกันแสดงความ
ร่วมกนั อยา่ งสนั ติสขุ คดิ เห็น โดยครูถามคาถาม ดงั น้ี
● การแสดงพระธรรมเทศนาเปน็ กระบวนการศึกษาอยา่ งหนึ่งของ
♛♛
พระพุทธศาสนาใชห่ รือไม่ เพราะอะไร
ส 1.1 ม.4-6/12
วิเคราะหค์ วามสาคัญของพระพทุ ธศาสนา ข้นั สอน ◕ 35 นาที
เกยี่ วกบั การศึกษาทสี่ มบูรณ์ การเมืองและ
สันติภาพ หรอื แนวคิดของศาสนาทีต่ นนบั ถือ 1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันศึกษา ความสาคัญของพระพุทธศาสนากับ
ตามท่ีกาหนด การศกึ ษาทส่ี มบรู ณ์ โดยครูต้ังคาถามให้นักเรยี นร่วมกันวิเคราะห์ ดังน้ี
● การศึกษาตามหลกั พระพุทธศาสนา หมายถงึ อะไร
✎✎ ● การศึกษาตามหลักพระพทุ ธศาสนา มีองค์ประกอบใดบ้าง
K วิเคราะหค์ วามสาคัญของ
จากน้นั ให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปคาตอบลงในแผนภาพบนกระดาน
พระพุทธศาสนากบั การศึกษาทสี่ มบรู ณ์
2. ครูต้ังหวั ขอ้ ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนากับการศกึ ษาให้
P จาแนกความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา
นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะห์ ดังนี้
กับการศกึ ษา ● มนุษย์เป็นสตั ว์ทป่ี ระเสริฐด้วยการศกึ ษา
● หลกั ธรรมพ้นื ฐานของพระพุทธศาสนากับการศึกษาทีส่ มบูรณ์
A เหน็ คณุ ค่าและความสาคญั ของการศกึ ษา ● คณุ ธรรมในการเรยี นการสอน
● การนาสมั มาทิฏฐิเป็นแนวทางการจดั กระบวนการศกึ ษา
ตามหลักคาสอนทางพระพุทธศาสนา
โดยแบ่งกลุ่มให้นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความหมายความรูอ้ ภิปราย
☯☯
นาเสนอหน้าชั้นเรยี น
กระบวนการศกึ ษาในทางพระพทุ ธศาสนา
เป็นการศึกษาท่ีดาเนินไปตามหลักอริยสจั 4 3. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ลงในแผนภาพ
และปฏจิ จสมปุ บาท และมีการพฒั นาหลัก
ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
คณุ ธรรมควบคูก่ ับการศึกษา
1. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้
● กระบวนการศึกษาในทางพระพุทธศาสนาเปน็ การศึกษาทีด่ าเนนิ
ไปตามหลักอรยิ สจั 4 และปฏจิ จสมุปบาท และมีการพัฒนาหลัก
คุณธรรมควบคู่กบั การศึกษา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. VCD หรอื DVD เกีย่ วกับการแสดงพระธรรมเทศนาของพระภกิ ษุท่ีมี
เน้อื หาเก่ียวกับอริยสจั 4
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงช่อื ___________________________ครูผสู้ อน ลงช่ือ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผูอ้ นมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักด์ิ)
(นายพิชญพชั ร โชติศริ ิคุณวัฒน์) (นายรชั ภูมิ อยูก่ ำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุ่มสาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 21
หน่วยที่ 5 พระพุทธศาสนากับการศึกษาที่สมบูรณ์ การเมืองและสนั ตภิ าพ จานวน 3 คาบ
เร่อื ง ความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนากับการเมอื ง
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูถามนักเรยี นว่า ประเทศไทยปกครองดว้ ยระบอบไหน และ
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี กู ต้อง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ นกั เรยี นรูจ้ ักการปกครองแบบไหนอีกบา้ ง
รว่ มกันอยา่ งสนั ติสขุ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
♛♛ 1. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูต้ังคาถามให้นกั เรยี น
ส 1.1 ม.4-6/12 แบ่งกลุ่มวิเคราะหส์ รุปความรูน้ าเสนอหน้าชน้ั เรยี น ดังนี้
วิเคราะห์ความสาคญั ของพระพุทธศาสนา ● การเมืองการปกครองแบบอตั ตาธิปไตยมีผลดี - ผลเสยี อยา่ งไร
เกีย่ วกับการศกึ ษาที่สมบรู ณ์ การเมืองและ ● การเมืองการปกครองแบบโลกาธิปไตยมีผลดี - ผลเสยี อย่างไร
สันติภาพ หรือแนวคดิ ของศาสนาท่ตี นนับถือ ● การเมอื งการปกครองแบบธรรมาธิปไตยมีผลดี - ผลเสยี อย่างไร
ตามทีก่ าหนด 2. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปผลดี-ผลเสีย การปกครองท้ัง 3 แบบลง
✎✎ ในตาราง
K วิเคราะห์ความสาคญั ของ
3. ครูให้นกั เรยี นร่วมกนั ศึกษาหลกั อปรหิ านิยธรรม 7 ซ่ึงเป็นหลักการ
พระพทุ ธศาสนากบั การเมอื ง
ปกครองคนหมู่มากตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา แลว้ ร่วมกัน
P จาแนกความสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา
สรุปเปน็ แผนภาพ
กบั การเมอื ง
ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
A สนใจนาหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
1. ให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
เพ่อื นาไปปรับใช้กบั การเมืองตามระบอบ ● หลักธรรมทางดา้ นการเมืองการปกครองของพระพุทธศาสนา
ประชาธปิ ไตย
เปน็ หลกั ของธรรมาธปิ ไตย มงุ่ ความจรงิ ความถูกต้องเปน็ ใหญ่
☯☯
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
หลักธรรมทางดา้ นการเมืองการปกครองของ
พระพทุ ธศาสนา เป็นหลักของธรรมาธิปไตย 1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
มุง่ ความจริงความถกู ต้องเปน็ ใหญ่ ♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครูผูส้ อน ลงชอ่ื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชอ่ื ___________________________ผ้อู นมุ ตั ิ
(นายอัศวิน คงเพช็ รศกั ดิ์)
(นายพิชญพัชร โชตศิ ิรคิ ณุ วฒั น์) (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหน้าวชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 22
หน่วยที่ 5 พระพุทธศาสนากบั การศึกษาทีส่ มบรู ณก์ ารเมอื งและสันติภาพ จานวน 3 คาบ
เร่อื ง ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนากบั สนั ติภาพ
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ที่เรยี นจากคาบท่ีแล้ว
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาที่ถกู ตอ้ ง
ยดึ ม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ ข้ันสอน ◕ 35 นาที
รว่ มกนั อยา่ งสนั ติสุข 1. ให้ครูเขียนหัวขอ้ ของหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนาเป็นแถบ
♛♛ ประโยคบนกระดาน ดังนี้
ส 1.1 ม.4-6/12 - หลกั สาราณียธรรม : ธรรมท่เี ป็นที่ต้ังแห่งความปรารถนาดตี ่อกนั
วิเคราะห์ความสาคัญของพระพุทธศาสนา
เก่ยี วกบั การศกึ ษาท่สี มบูรณ์ การเมืองและ - หลักสังคหวัตถุ 4 : ธรรมท่เี ป็นท่ียึดเหนี่ยว สร้างความสามัคคี
สันติภาพ หรือแนวคิดของศาสนาท่ีตนนบั ถือ
- หลักพรหมวิหาร 4 : ธรรมท่ีประเสรฐิ บริสทุ ธิ์แห่งใจ
ตามทีก่ าหนด
- หลกั ทศพิธราชธรรม : ธรรมของผปู้ กครอง
✎✎
K อธบิ ายหลักธรรมทสี่ ร้างสันติภาพในทาง - หลกั จักรวรรดวิ ัตร : ธรรมที่เป็นหน้าท่ขี องนกั ปกครองผู้ย่ิงใหญ่
พระพุทธศาสนา 2. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 5 กลมุ่ ให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์และสรุป
P จาแนกความรู้ของหลักธรรมต่าง ๆ ท่ีมี ความรู้ว่าหลักธรรมท่ีได้รบั มอบหมายให้ศกึ ษาสรา้ งสันตภิ าพแก่สงั คม
ความสาคัญในการสรา้ งสันตภิ าพ ประเทศ และโลกอย่างไร ออกนาเสนอหนา้ ชั้นเรยี นกลุ่มละ 5 นาที
A เหน็ คณุ ค่าและความสาคญั ในการปฏิบัติ 3. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเน้อื หาจากการนาเสนอแต่ละกลุ่ม
ตนตามหลักธรรมเพ่อื สร้างสนั ตภิ าพในสังคม ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
☯☯ 1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสอนให้ทุกชน ● หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาสอนให้ทุกชนช้ันเช้ือชาติ
ช้นั ทกุ เช้อื ชาตริ ักในสันติภาพ
รกั ในสันติภาพ
2. ให้นักเรยี นทาช้ินงานที่ 5.1 เร่อื ง การศกึ ษา การเมือง และ
สันตภิ าพตามหลกั ธรรมทางพระพุทธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานท่ี 5.1 เร่อื ง การศกึ ษา การเมืองและสันตภิ าพตามหลักธรรม
ทางพระพทุ ธศาสนา
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 5.1 ใบงานที่ 5.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชอื่ ___________________________ครูผสู้ อน ลงชื่อ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชอ่ื ___________________________ผอู้ นุมัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศกั ดิ์)
(นายพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ุณวัฒน)์ (นายรชั ภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 23
หน่วยที่ 6 หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง พระรัตนตรัย, อริยสจั 4 : ทุกข์
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูต้งั คาถามให้นกั เรยี นทบทวนความรู้เดิมจากสง่ิ ที่ใดในคาบท่ีแล้ว
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทีถ่ กู ตอ้ ง
ยึดม่ัน และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ ข้ันสอน ◕ 35 นาที
ร่วมกนั อย่างสันติสุข 1. ครูนาภาพท่แี ทนความหมาย พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
♛♛ แล้วต้งั คาถามให้นักเรยี นแบง่ กลุ่ม สรุปความหมาย คุณค่า ดังน้ี
ส 1.1 ม.4-6/13 ● พระพุทธมีความหมายและคณุ คา่ อย่างไรต่อพระพุทธศาสนา
วิเคราะห์หลักธรรมในกรอบอรยิ สจั 4 หรือ
● พระธรรมมคี วามหมายและคุณค่าอย่างไรต่อพระพุทธศาสนา
หลักคาสอนของศาสนาท่ีตนนบั ถือ
● พระสงฆ์มีความหมายและคุณคา่ อยา่ งไรต่อพระพทุ ธศาสนา
✎✎
K อธบิ ายความหมาย คณุ ค่าของพระ โดยใหน้ ักเรยี นส่งผู้แทนกลุ่มออกมาสรุปความรูห้ นา้ ชน้ั เรยี นกลมุ่ ละ 5
รตั นตรัย และวิเคราะหอ์ รยิ สัจ 4 : ทกุ ข์ นาที จากน้ันครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ลงในแผนภาพ
P จาแนกความหมาย คณุ คา่ ของพระ 2. ให้นกั เรยี นร่วมกันศึกษาอริยสจั 4 ในหวั ข้อหมวดธรรมเร่ืองทุกข์
รตั นตรยั และวิเคราะหอ์ ริยสัจ 4 : ทกุ ข์ โดยครูเขียนหัวข้อธรรมทเ่ี ปน็ เร่อื งทุกขบ์ นกระดานให้นักเรยี นสืบค้น
A เห็นคุณค่าและเคารพในพระรตั นตรยั ความรู้ บันทึกนาเสนอครู
และนาหลักธรรมอริยสัจ 4 ไปใชใ้ นการ 3. ใหค้ รูสมุ่ ตวั อย่างนักเรยี นจานวน 3 คน ออกมานาเสนอความรูค้ น
ดาเนนิ ชีวิต
ละ 1 หวั ข้อตามพ้นื ฐานความรู้ ประสบการณ์ของตนเอง โดยไม่มีการ
☯☯
ตัดสนิ วา่ ผดิ หรอื ถูก
พระรัตนตรยั เปน็ ทพี่ ง่ึ สูงสดุ ของ
พทุ ธศาสนกิ ชน อรยิ สัจ 4 เป็นหลักธรรมท่ี ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
สอนใหม้ นุษย์เขา้ ใจทกุ ข์ และปฏิบตั ติ นเพ่อื
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เร่อื ง ทกุ ขใ์ นอรยิ สัจ 4 ขันธ์ 5
ดบั ทุกข์
โลกธรรม 8 และจติ เจตสิก เป็นแผนภาพบนกระดาน
2. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
● พระรัตนตรยั เป็นท่พี ึงสงู สดุ ของพทุ ธศาสนกิ ชน อริยสจั 4 เป็น
หลักธรรมทีส่ อนให้มนุษยเ์ ขา้ ใจทุกข์ และปฏิบตั ิตนเพ่อื ดบั ทุกข์
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงช่อื ___________________________ครผู สู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผู้อนมุ ตั ิ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักดิ์)
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ริ คิ ณุ วฒั น)์ (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุ่มสาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 24
หนว่ ยที่ 6 หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง สมทุ ยั และนิโรธ
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูนาภาพจากหนังสือพิมพ์รายวันมาให้นักเรยี นดูเก่ียวกบั คดอี าชญากรรม
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรทั ธาทถ่ี ูกต้อง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่ แล้วถามวา่ คนทีถ่ กู ตารวจจับกมุ เขากาลงั รูส้ กึ อยา่ งไร เป็นเพราะสาเหตุใด
รว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข เพ่อื นาเข้าส่บู ทเรียนเร่อื ง สมุทยั ในอรยิ สัจ 4
♛♛ ข้ันสอน ◕ 40 นาที
ส 1.1 ม.4-6/13 1. ครูเขยี นหัวข้อธรรม เหตุแห่งทุกข์ (สมุทยั ) บนกระดานเพ่อื ให้นักเรยี น
วิเคราะห์หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4 หรือ
ร่วมกนั ศึกษา ดังนี้
หลักคาสอนของศาสนาท่ีตนนบั ถือ
หลักกรรม วติ ก 3 มจิ ฉาวณิชชา 5 นวิ รณ์ 5 อปุ าทาน 4
✎✎
K อธิบายและวิเคราะห์ อรยิ สัจ 4 : สมุทัย แลว้ แบง่ กลุม่ ให้นกั เรยี นร่วมกนั สืบคน้ ความรู้ วิเคราะห์ สรุปความรู้ นาเสนอ
และนโิ รธ หน้าช้ันเรียน โดยสรุปข้อมลู ลงในแผนภาพ ตามหัวข้อต่อไปนี้
● ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั หลกั ธรรม
P จาแนกและวิเคราะหห์ ลักธรรมอรยิ สจั 4 : ● แนวทางการนาหลกั ธรรมไปปฏบิ ัติ
● ผลที่เกิดจากการปฏบิ ตั ิ
สมุทยั และนโิ รธ
โดยใหค้ รูอธิบายหลกั กรรมธรรมนยิ ามใหเ้ ปน็ แบบอยา่ งเกี่ยวกับเร่อื ง
A เหน็ คุณคา่ และความสาคญั ในการนา
ปฏจิ จสมุปบาท ในรูปของแผนภาพ แล้วคอ่ ยใหน้ ักเรียนนาเสนอหลักธรรมท่ี
หลักธรรมอรยิ สัจ 4 มาปฏบิ ัติใชใ้ นการ
ดาเนนิ ชวี ิต เหลือ
☯☯ 2. ใหน้ ักเรยี นศึกษา อรยิ สจั 4 หัวขอ้ ธรรมนโิ รธ (ธรรมทคี่ วรบรรล)ุ โดยครูให้
หลักธรรมอรยิ สจั 4 เป็นหลักธรรมท่สี อนให้ นักเรียนรว่ มกันวเิ คราะห์และตอบคาถาม ดังน้ี
มนุษยร์ ู้ทกุ ข์ ท่ีเกิดแหง่ ทุกข์ ความดบั แห่ง ● การเจริญภาวนา เพ่ือดับทุกขต์ ามหลกั พระพุทธศาสนา มกี าร
ทุกข์ และขอ้ ปฏิบัตเิ พ่อื ใหถ้ ึงซึ่งความดับแห่ง
สอนวธิ ปี ฏบิ ัตเิ อาไวอ้ ย่างไร
ทุกข์ ● คาว่า วมิ ุตติ ความหลดุ พน้ ตามความหมายทางพระพุทธศาสนา
หมายถึง การหลุดพน้ ในลกั ษณะใด
● นพิ พาน เปน็ สภาวธรรมในลกั ษณะใด ผู้ทจี่ ะบรรลนุ ิพพาน
จะตอ้ งมคี ุณสมบตั ิอย่างไร
จากน้ันครูและนักเรียนชว่ ยกันวิเคราะห์ และสรุปคาตอบเป็น
แผนภาพ เขยี นอธิบายบนกระดาน
ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
1. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้ ดงั น้ี
● หลกั ธรรมอรยิ สจั 4 เปน็ หลกั ธรรมที่สอนใหม้ นุษยร์ ูท้ ุกข์ ท่ีเกิด
แห่งทกุ ข์ ความดับแหง่ ทกุ ข์ และขอ้ ปฏิบตั ิเพ่อื ใหถ้ งึ ซ่ึงความดบั แห่งทุกข์
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. ภาพจากหนงั สือพิมพ์รายวัน
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผ้อู นุมัติ
(นายอัศวิน คงเพ็ชรศกั ด์)ิ
(นายพชิ ญพัชร โชติศิรคิ ณุ วัฒน)์ (นายรชั ภูมิ อย่กู ำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 25
หน่วยท่ี 6 หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง อรยิ สัจ 4 : มรรค
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูเขยี นคาวา่ มรรค ใหน้ ักเรยี นบอกความหมายและทบทวน
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี ูกต้อง
ยดึ ม่นั และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่ มรรคมีองค์ 8 องค์ธรรมแห่งการดาเนินไปสู่การตรัสรู้ วา่ มีอะไรบ้าง
รว่ มกันอย่างสันตสิ ุข ข้นั สอน ◕ 40 นาที
♛♛ 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 9 กล่มุ ตามหัวข้อของหลกั ธรรม แลว้
ส 1.1 ม.4-6/13 รว่ มกันวเิ คราะห์และสรุปความรู้
วิเคราะห์หลักธรรมในกรอบอรยิ สัจ 4 หรือ
เพ่ือนาเสนอเพ่ือน ๆ หนา้ ช้ันเรยี น ครูใหน้ กั เรยี นจบั สลากหัวข้อธรรม
หลักคาสอนของศาสนาที่ตนนับถือ
โดยครูให้นกั เรยี นสรุปความรู้ตามหัวข้อธรรมกลุ่มละไม่เกิน 3 นาที
✎✎
K วิเคราะห์หลักธรรมอรยิ สจั 4 หัวขอ้ มรรค ดงั นี้
หนทางดบั ทกุ ข์ กลมุ่ ท่ี 1 พระสัทธรรม 3
P จาแนกหลักธรรมอรยิ สจั 4 หวั ขอ้ มรรค กลมุ่ ท่ี 2 วฒุ ธิ รรม 4
หนทางดบั ทุกข์ กลุ่มที่ 3 พละ 5
A เหน็ คณุ ค่าและความสาคัญในการนา กล่มุ ที่ 4 อุบาสกธรรม 5
หลักธรรมอรยิ สจั 4 เพ่อื ใช้ในการดาเนินชวี ิต กลุ่มท่ี 5 ปาปณิกธรรม 3
☯☯ กลุม่ ท่ี 6 ทิฏฐธัมมิกตั ถสังวัตตนิกธรรม 4
มรรค ในอริยสจั 4 เป็นหนทาง หรือปฏปิ ทา กลุ่มที่ 7 โภคอาทิยะ 5
เพ่อื ดาเนนิ ไปสู่ทางการดบั ทุกข์
กลมุ่ ที่ 8 อริยวัฑฒิ 5
กล่มุ ท่ี 9 วิปัสสนาญาณ 9
ส่วนหัวขอ้ ธรรม อปริหานิยธรรม 7 สาราณยี ธรรม 6
อธิปไตย 3 และทศพธิ ราชธรรม 10 ใหค้ รูอธิบายสรุปเพ่ิมเติมเพราะ
ไดศ้ กึ ษามาแล้วในหน่วยการเรยี นรู้ที่ผ่านมา
2. เม่ือจบการนาเสนอทุกกลมุ่ ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้
หลกั ธรรม เขยี นเปน็ โครงสรา้ งแผนภาพบนกระดาน
ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
1. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
● มรรคในอรยิ สัจ 4 เปน็ หนทาง หรือปฏิปทา เพ่ือดาเนิน
ไปสทู่ างการดบั ทุกข์
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
ลงช่ือ___________________________ครผู ้สู อน ลงชือ่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผู้อนุมตั ิ
(นายอศั วิน คงเพช็ รศักด์ิ)
(นายพชิ ญพชั ร โชติศิรคิ ุณวฒั น์) (นายรัชภูมิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 1
หนว่ ยที่ 6 หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง อรยิ สัจ 4 : มรรค มงคล 38
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทตี่ น 1. ครูนาประวตั คิ วามเปน็ มาของมงคลสูตร มาเลา่ ใหน้ ักเรยี นฟังหนา้
นับถอื และศาสนาอ่นื มศี รทั ธาทถ่ี กู ตอ้ ง ยึดม่นั
และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่ร่วมกนั อยา่ ง ชั้นเรยี น ก่อนนาเขา้ สู่หวั ข้อธรรม มงคล 38
สันตสิ ขุ ข้ันสอน ◕ 30 นาที
♛♛ 1. ผู้เขยี นหัวข้อธรรมมงคล 38 บนกระดาน เพ่อื ให้นกั เรยี นรว่ มกัน
ส 1.1 ม.4-6/16 ศกึ ษา จากน้ันให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ เป็น 11 กลุ่ม จบั สลากหัวข้อมงคล
เช่ือม่ันต่อผลของการทาความดี ความช่วั
สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ทตี่ ้องเผชญิ และ 38 ศึกษาสรุปความรู้นาเสนอนกั เรยี น โดยครูตรวจความถูกตอ้ งและ
ตดั สินใจเลอื กดาเนินการหรอื ปฏบิ ัติตนไดอ้ ยา่ งมี
เหตุผลถกู ตอ้ งตามหลักธรรม จรยิ ธรรม และ อธบิ ายเสรมิ เพิ่มเติม
กาหนดเป้าหมายบทบาทการดาเนินชวี ติ เพ่ือการ
อยูร่ ่วมกนั อยา่ งสันติสขุ และอยรู่ ่วมกันเป็นชาติ 2. เม่ือจบการนาเสนอของนักเรยี นใหค้ รูสรุปมงคล 38 ท้ัง 38 ข้อ บน
อย่างสมานฉนั ท์ กระดาน ใหน้ ักเรยี นอ่านและบันทึกหรอื เขยี นจดั เป็นปา้ ยนิเทศติด
✎✎ แสดงไวใ้ นชั้นเรยี น
K อธบิ ายและวิเคราะห์ความรู้ หลักธรรม
ข้นั สรุป ◕ 15 นาที
มงคล 38
1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้
P จาแนกการปฏบิ ตั ิตนตามหลักธรรม
● มงคล 38 เปน็ หลกั ธรรมเพ่ือใช้ปฏิบัตติ นในการดาเนิน
มงคล 38
ชีวิตตามมรรคแห่งอรยิ สจั 4 เพ่ือความสุขในการดาเนินชีวติ ประจาวัน
A เห็นคณุ ค่าและความสาคญั ในการปฏิบตั ิ
2. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถามทา้ ทาย
ตนตามหลักธรรม มงคล 38 เพ่อื ใช้ดาเนิน
ชีวิตประจาวัน ดงั น้ี
☯☯ ● นักเรยี นจะนาหลักธรรม มงคล 38 ไปพฒั นาการดาเนิน
มงคล 38 เป็นหลักธรรมเพ่อื ใชป้ ฏิบตั ติ นใน ชวี ิตของตนเองอยา่ งไร
การดาเนนิ ชวี ิตตามมรรคแห่งอรยิ สัจ 4 เพ่อื
3. ให้นักเรยี นทาชิ้นงานท่ี 6.1 เร่อื ง หลักธรรมในกรอบอริยสัจ 4
ความสุขในการดาเนนิ ชีวิตประจาวัน
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6 เกณฑ์
2. ใบงานที่ 6.1 เร่อื ง หลักธรรมในกรอบอรยิ สัจ 4
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ
ตรวจใบงานที่ 6.1 ใบงานที่ 6.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครผู ู้สอน ลงชื่อ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผูอ้ นมุ ตั ิ
(นายอศั วิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
(นายพิชญพัชร โชติศิริคุณวฒั น)์ (นายรชั ภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 27
หนว่ ยที่ 6 หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง พุทธศาสนสุภาษิต
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ตี น 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั พุทธศาสนสภุ าษิตทีน่ ักเรยี น
นับถือและศาสนาอ่นื มีศรัทธาทีถ่ ูกตอ้ ง ยดึ ม่นั
และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยรู่ ่วมกนั อย่าง เคยไดย้ ิน แลว้ ให้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คาถาม
สันติสุข กระต้นุ ความคดิ ของนักเรยี น ดังน้ี
♛♛ ● นกั เรยี นเคยได้ยินพุทธศาสนสุภาษิตหรอื ไม่
ส 1.1 ม.4-6/16 ● นักเรยี นเคยไดย้ ินไดฟ้ ังจากทใี่ ด
เช่ือม่นั ตอ่ ผลของการทาความดี ความช่วั
สามารถวเิ คราะหส์ ถานการณท์ ่ีตอ้ งเผชญิ และ ● พุทธศาสนสภุ าษิตทีน่ ักเรยี นคุ้นเคยและจาได้มอี ะไรบ้าง
ตัดสนิ ใจเลอื กดาเนนิ การหรอื ปฏบิ ตั ิตนได้อย่างมี
เหตุผลถูกตอ้ งตามหลักธรรม จรยิ ธรรม และ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
กาหนดเป้าหมายบทบาทการดาเนนิ ชีวติ เพ่ือ
การอยู่รว่ มกนั อยา่ งสนั ติสุข และอยู่ร่วมกันเปน็ 1. ใหน้ ักเรยี นอ่านเน้ือหาเร่ือง พทุ ธศาสนสภุ าษิตและศัพทท์ าง
ชาตอิ ยา่ งสมานฉันท์ พระพุทธศาสนาทีค่ วรทราบ โดยครูเขยี นหรือตดิ แถบประโยคพทุ ธ
✎✎ ศาสนสภุ าษิตบนกระดาน
K อธบิ ายความรู้จากพุทธศาสนสภุ าษิต
P จาแนกการนาพทุ ธศาสนสภุ าษิตไปใช้ใน 2. ครูใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม ออกเปน็ 12 กลมุ่ จับสลากพทุ ธศาสน
ชวี ิตประจาวัน สภุ าษิต ศึกษา สรุปความรู้และการนาพุทธศาสนสุภาษิตไปใช้ในการ
ดาเนนิ ชีวิตประจาวัน เพ่ือนาเสนอหน้าชั้นเรยี น กลุ่มละ 3 นาที
A เห็นคุณค่าและความสาคัญในการปฏบิ ัติ จบแล้วให้ครูอธบิ ายสรุปเพ่ิมเติม
3. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ประโยชนข์ องการศึกษาพุทธศาสน
ตนตามหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา สภุ าษิตลงในแผนภาพ ตามความรู้พ้นื ฐานและประสบการณ์ของ
☯☯ นกั เรยี น
พทุ ธศาสนสภุ าษิต เป็นคาสภุ าษิตทาง ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
พระพุทธศาสนา เป็นข้อความทม่ี ลี ักษณะ
ส้นั ๆ แตม่ คี วามหมายลึกซงึ้ แฝงข้อคิด คติ 1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
● พทุ ธศาสนสภุ าษิต เป็นคาสุภาษิตทางพระพุทธศาสนา
สอนใจใหป้ ระพฤติปฏบิ ตั ิตาม
เปน็ ข้อความทม่ี ลี ักษณะสน้ั ๆ แต่มีความหมายลึกซ้ึง แฝงขอ้ คิด คติ
สอนใจให้ประพฤติปฏบิ ตั ิตาม
♠ ส่ือการเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอื่ ___________________________ครผู ้สู อน ลงช่อื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักดิ์)
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ริ ิคุณวัฒน)์ (นายรชั ภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลุม่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 28
หนว่ ยท่ี 6 หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา จานวน 6 คาบ
เร่อื ง ตัวอยา่ งผลที่เกิดจากการทาความดี ความช่วั
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวตั ิ ความสาคัญ ศาสดา
หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาทต่ี น 1. ครูนาภาพข่าวอาชญากรรมจากหนังสือพิมพ์รายวันท่ีผรู้ ้ายถกู
นบั ถอื และศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี ูกตอ้ ง ยึดม่ัน
และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่รว่ มกนั อยา่ ง ตารวจจับดาเนินคดมี าให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั
สันติสขุ ผลจากการทาดี ทาชัว่ โดยครูใหน้ ักเรยี นวเิ คราะห์ขา่ ว ปัญหา และ
♛♛ ผลกระทบที่เกิดจากการกระทาดังกล่าว สรุปความคดิ เห็นร่วมกนั
ส 1.1 ม.4-6/1 ข้นั สอน ◕ 35 นาที
เช่ือม่นั ต่อผลของการทาความดี ความช่วั
สามารถวิเคราะหส์ ถานการณ์ทตี่ อ้ งเผชญิ และ 1. ครูแบ่งนักเรยี นออกเป็น 2 กล่มุ เพ่ือศึกษาวิเคราะห์ผลจากการทา
ตัดสินใจเลอื กดาเนนิ การหรอื ปฏบิ ตั ติ นได้อย่างมี
เหตุผลถกู ต้องตามหลกั ธรรม จริยธรรม และ ความดี และความช่ัว โดยให้นักเรยี นนาตัวอยา่ งเร่อื งจากหนังสือเรยี น
กาหนดเป้าหมายบทบาทการดาเนินชวี ิต เพ่ือ
การอยรู่ ่วมกันอย่างสนั ติสขุ และอยรู่ ่วมกันเปน็ โดยสรุปเหตกุ ารณแ์ ละผลจากการทาชวั่ และผลจากการทาความดี
ชาติอยา่ งสมานฉนั ท์ ออกนาเสนออภิปรายหนา้ ช้ันเรยี น
✎✎ 2. ครูให้นกั เรยี นสรุปผลของการทาความชัว่ และผลของการทาความ
K อธิบาย/ยกตัวอย่าง/วิเคราะห์ผลของการ
ดลี งในแผนภาพตามพ้นื ฐาน ความรู้ประสบการณ์ของตนเอง
ทาความดแี ละความช่ัว
ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
P จาแนกผลจากการทาความดีและความช่ัว
1. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
พร้อมแนวทางการปฏบิ ัติตน
● พระพทุ ธศาสนาสอนให้บุคคลสงั่ สมบาเพญ็ ความดแี ละละ
A เห็นความสาคัญ และตระหนกั ในการทา
เว้นจากความชว่ั ผลของการทาดีทาใหช้ ีวติ มีความสุขสงบ ผลจาก
ความดแี ละละเว้นจากความช่วั ตามแนวทาง
คาสอนของพระพทุ ธศาสนา การทาความชว่ั ทาใหช้ วี ิตประสบแต่ความทุกข์
☯☯ 2. ให้นกั เรยี นทาชิ้นงานที่ 6.2 เร่อื ง การเช่อื มน่ั ต่อผลการทาความดี
พระพุทธศาสนาสอนใหบ้ ุคคลส่ังสมบาเพ็ญ และความช่วั
ความดแี ละละเวน้ จากความช่วั ผลของการทาดี
ทาให้ชีวิตมคี วามสขุ สงบ ผลจากการทาความช่ัว ♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
ทาให้ชีวิตประสบแตค่ วามทกุ ข์ 1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 6.2 เร่อื ง เร่อื ง การเช่ือมั่นต่อผลการทาความดี และความ
ชว่ั
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 6.2 ใบงานท่ี 6.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชื่อ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอัศวิน คงเพช็ รศักดิ์)
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ริ ิคุณวฒั น)์ (นายรชั ภมู ิ อย่กู ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 29
หน่วยที่ 7 พทุ ธสาวก พุทธศาสนกิ ชนตัวอย่าง และชาดก จานวน 4 คาบ
เร่อื ง ประวัติพทุ ธสาวกและพุทธสาวิกา (สมัยพทุ ธกาล)
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั ประวัติพุทธสาวก พุทธ
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาท่ีถกู ตอ้ ง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ สาวกิ า โดยครูถามคาถาม ดังนี้
รว่ มกันอย่างสันตสิ ุข - นักเรยี นเคยศึกษาประวตั ิพุทธสาวกและพทุ ธสาวกิ าทา่ นใดบา้ ง
♛♛ - นกั เรยี นศกึ ษาประวตั ิพทุ ธสาวก พุทธสาวิกาเพ่อื จุดประสงค์ใด
ส 1.1 ม.4-6/14 ข้ันสอน ◕ 40 นาที
วิเคราะห์ขอ้ คดิ และแบบอย่างการดาเนิน
1. ครูเขยี นช่อื พทุ ธสาวกและพุทธสาวิกาบนกระดาน ใหน้ ักเรียน
ชวี ิตจากประวัติสาวก ชาดก เร่ืองเล่า
และศาสนิกชนตวั อย่างตามทีก่ าหนด รว่ มกันศึกษา ดงั น้ี พทุ ธสาวิกา
พทุ ธสาวก 1. พระกีสาโคตมเี ถรี
✎✎ 2. พระปฏาจาราเถรี
K อธบิ ายและวิเคราะห์ขอ้ คดิ และแบบอย่าง 1. พระอสั สชิ 3. พระธมั มทนิ นาเถรี
2. พระอนุรุทธะ
การดาเนินชีวิตจากประวัติพทุ ธสาวกและ 3. พระอานนท์
พุทธสาวิกา 4. พระองคลุ มิ าล
5. พระนาคเสน-พระยามลิ นิ ท์
P จาแนกข้อคดิ และแบบอยา่ งการดาเนิน
โดยครูแบง่ นักเรยี นออกเป็น 7 กล่มุ จบั สลากช่อื พุทธสาวกและพทุ ธ
ชวี ิตจากประวัตพิ ทุ ธสาวกและพุทธสาวิกา
สาวิกา กติกา
A เห็นความสาคัญในการนาแบบอย่าง
1) ใหท้ ุกกลุ่มสรุปประวตั ิโดยย่อไม่เกนิ 3 บรรทดั
คณุ ธรรมของพุทธสาวกและพทุ ธสาวิกาไป
ปฏิบตั ใิ นการดาเนินชีวิตประจาวัน 2) สรุปคุณธรรมแบบอยา่ งทีด่ ีของแตล่ ะท่านหลกั ๆ ไมเ่ กนิ 3 ขอ้
☯☯ 3) สรุปลงในกระดาษสี A4 ชนิดแข็งตกแตง่ ใหส้ วยงาม
ประวัตขิ องพุทธสาวกและพุทธสาวิกา สมยั 4) นาเสนอหน้าช้ันเรยี น เสร็จแลว้ ตดิ แสดงผลงาน
พุทธกาลเปน็ แบบอยา่ งท่ดี งี ามในดา้ นของผู้
มีคณุ ธรรมท่ีควรนามาใช้ปฏบิ ัตใิ นการดาเนนิ ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
ชวี ิตประจาวัน 1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
● ประวตั ิของพทุ ธสาวกและพุทธสาวิกา สมยั พทุ ธกาล เป็น
แบบอยา่ งที่ดงี ามในด้านของผู้มีคณุ ธรรมที่ควรนามาใช้ปฏิบัตใิ นการ
ดาเนินชวี ติ ประจาวัน
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครผู ู้สอน ลงชือ่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผอู้ นมุ ตั ิ
(นายอศั วิน คงเพช็ รศกั ด์ิ)
(นายพิชญพชั ร โชติศิริคณุ วัฒน)์ (นายรชั ภูมิ อยูก่ ำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
ครกู ลุม่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 30
หนว่ ยที่ 7 พุทธสาวก พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง และชาดก จานวน 4 คาบ
เร่อื ง ประวัตพิ ทุ ธสาวก (สมัยปจั จบุ ัน)
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูให้นกั เรยี นช่วยกันบอกวา่ พระสงฆ์ผู้ปฏบิ ตั ิดปี ฏิบัตชิ อบในทาง
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถี่ ูกตอ้ ง
ยดึ ม่นั และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ พระพุทธศาสนาในปัจจุบนั ทนี่ ักเรยี นรู้จักมีรูปใดบ้าง จากน้นั ใหค้ รู
รว่ มกนั อย่างสนั ตสิ ขุ อธบิ ายหรือแสดงความคิดเหน็ ตามสมควร
♛♛ ข้ันสอน ◕ 40 นาที
ส 1.1 ม.4-6/14 1. ครูเขยี นแถบประโยคช่อื พระสงฆ์เพ่อื ใหน้ ักเรยี นร่วมกันศึกษา
ครูใหน้ ักเรยี นชว่ ยกนั บอกว่าพระสงฆ์ผู้
ปฏิบัตดิ ปี ฏิบัตชิ อบในทางพระพทุ ธศาสนา ประวัตแิ ละแบบอยา่ งคุณธรรม ดังน้ี
ในปจั จบุ ันท่นี กั เรยี นรูจ้ ักมรี ูปใดบ้าง จากน้ัน
ให้ครูอธิบายหรอื แสดงความคิดเห็นตาม พระอาจารย์ม่ัน ภรู ทิ ตฺโต
สมควร สมเด็จพระวนั รตั (เฮง เขมจาร)ี
✎✎ พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภกิ ข)ุ
K อธบิ ายประวัติคณุ ธรรมแบบอย่างประวัติ
พระพรหมมงั คลาจารย์ (ปัญญานนั ทภิกขุ)
พุทธสาวกสมยั ปัจจุบัน
พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)
P จาแนกประวัตคิ ณุ ธรรมแบบอย่างประวัติ
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)
พุทธสาวกสมัยปัจจบุ ัน
2. ครูแบ่งนักเรยี นออกเปน็ 6 กลุม่ จบั สลากช่อื พระสาวกเพ่อื ตอบ
A เหน็ คณุ คา่ และความสาคัญของการนา
คาถามท่ีครูกาหนดให้ ดงั นี้
แบบอยา่ งคุณธรรมทีด่ ีงามของประวัตพิ ทุ ธ
สาวกมาใช้ปฏิบัตติ นในการดาเนิน ● ภูมลิ าเนา การบรรพชา อปุ สมบทของทา่ น
ชวี ิตประจาวัน
● ประวตั ิผลงานแบบอยา่ งทีด่ ีงามของทา่ น
☯☯
จากน้ันให้สรุปความรู้สง่ ผแู้ ทนกลุ่มออกนาเสนอผลการศึกษาหน้าช้ัน
ประวัตขิ องพุทธสาวกเปน็ แบบอยา่ งทด่ี งี าม
ในดา้ นของผู้มีคุณธรรมที่ควรนามาใช้ปฏบิ ตั ิ ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
ในการดาเนินชีวิตประจาวัน 1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรุปประวัตพิ ทุ ธสาวกโดยเขยี นบันทกึ บน
กระดาน
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6 เกณฑ์
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครผู สู้ อน ลงชอื่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชอื่ ___________________________ผู้อนมุ ตั ิ
(นายอศั วิน คงเพช็ รศักดิ์)
(นายพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ุณวัฒน์) (นายรชั ภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุม่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หน้าวชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 31
หนว่ ยท่ี 7 พทุ ธสาวก พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง และชาดก จานวน 4 คาบ
เร่อื ง พทุ ธศาสนกิ ชนตวั อย่าง
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเก่ียวกบั บคุ คลสาคัญทาง
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาที่ถกู ตอ้ ง
ยดึ ม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ พระพุทธศาสนาท่นี ักเรยี นรู้จัก และให้นักเรยี นรว่ มกันแสดงความ
ร่วมกันอยา่ งสนั ติสขุ คดิ เห็น โดยครูใช้คาถาม ดงั น้ี
● นกั เรยี นรู้จกั บุคคลสาคญั ทางพระพุทธศาสนาคนใดบ้าง
♛♛ ● บคุ คลทน่ี กั เรยี นรู้จกั มคี วามสาคญั อย่างไร
ส 1.1 ม.4-6/14 ข้นั สอน ◕ 40 นาที
วิเคราะห์ข้อคดิ และแบบอย่างการดาเนนิ
1. ครูเขยี นช่อื ของพุทธศาสนิกชนตวั อย่าง ใหน้ ักเรยี นจบั สลาก
ชวี ิตจากประวัติสาวก ชาดก เร่อื งเล่า
และศาสนกิ ชนตวั อย่างตามทกี่ าหนด แบง่ กลุ่มจานวน 10 กลมุ่ สบื ค้นประวัติ คุณธรรมที่ควรถือเป็น
✎✎ แบบอยา่ ง สรุปความรูบ้ นั ทึกลงในกระดาษแขง็ สีขนาด A4 ตกแต่งให้
K อธิบายและนาเสนอประวัตแิ ละคุณธรรม
สวยงาม แล้วออกนาเสนอหน้าช้ันเรยี นเสร็จแล้วติดแสดงเป็นผลงานที่
แบบอย่างของพทุ ธศาสนกิ ชนตวั อย่าง ป้ายนิเทศในชั้นเรยี น พุทธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง
P จาแนกคณุ ธรรมแบบอยา่ ง สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จฬู สุภัททา
พทุ ธศาสนกิ ชนตัวอย่างเพ่อื นามาปฏบิ ตั ติ น พระบาทสมเดจ็ พระ สุมนมาลาการ
A เห็นคุณคา่ และความสาคญั ในการนา จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว อนาคาริก ธรรมปาละ
แบบอยา่ งที่ดขี องพทุ ธศาสนิกชนมาใช้ พระนางมัลลกิ า ดร.เอม็ เบดการ์
ปฏบิ ตั ติ นในการดาเนนิ ชีวิตประจาวัน
หมอชวี กโกมารภจั จ์ (Dr.Ambedkar)
☯☯
จิตตคหบดี สุชีพ ปุญญานภุ าพ
พุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง เปน็ บุคคลที่ปฏบิ ตั ิ
ตนตามหลักคาสอนทางพระพุทธศาสนาและ ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
เปน็ แบบอย่างที่ดที ี่ควรปฏิบัตติ าม 1. ให้นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
● พุทธศาสนกิ ชนตวั อย่าง เป็นบคุ คลท่ีปฏบิ ัตติ นตามหลักคา
สอนทางพระพุทธศาสนาและเปน็ แบบอย่างท่ีดที ค่ี วรปฏบิ ัติตาม
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลุ่ม การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชอื่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผ้อู นุมตั ิ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักดิ์)
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ิรคิ ณุ วฒั น)์ (นายรชั ภูมิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผูอ้ ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 32
หน่วยท่ี 7 พทุ ธสาวิก พุทธศาสนกิ ชนตัวอยา่ ง และชาดก จานวน 4 คาบ
เร่อื ง ชาดก
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั ชาดก โดยครูใชค้ าถาม
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี ูกตอ้ ง
ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ิตามหลักธรรม เพ่ืออยู่ กระต้นุ ความคิดของนักเรยี น ดังน้ี
● นักเรยี นเคยศึกษาชาดกเร่ืองใดบา้ ง
รว่ มกนั อยา่ งสนั ติสขุ ● การศกึ ษาชาดก เพ่อื จุดประสงค์ใด
♛♛ ข้นั สอน ◕ 35 นาที
ส 1.1 ม.4-6/14 1. ให้นกั เรยี นร่วมกันศกึ ษาชาดก เร่อื ง พระเวสสันดร และร่วมกนั
วิเคราะห์ขอ้ คดิ และแบบอย่างการดาเนิน
แสดงความคดิ เหน็ โดยครู
ชีวิตจากประวัตสิ าวก ชาดก เร่อื งเล่า
และศาสนกิ ชนตัวอย่างตามทก่ี าหนด ใช้คาถาม ดงั น้ี
● พระเวสสันดรเกยี่ วกบั พระพุทธเจา้ อยา่ งไร
✎✎ ● ข้อคดิ ท่ีได้จากพระเวสสนั ดรมีอะไรบ้าง
K อธบิ ายและวิเคราะหค์ วามรูจ้ ากชาดก ● การศกึ ษาชาดกเร่อื งพระเวสสันดรมีประโยชน์ตอ่ ตนเอง
P จาแนกขอ้ คดิ และแนวทางการปฏิบัตทิ ไี่ ด้
และสังคมอย่างไร
จากชาดก
ใหน้ กั เรยี นสรุปความรูท้ ่ีได้จากการศึกษาสรุปคาถามที่เหลือ
A เหน็ ความสาคัญในการนาข้อคิดท่ไี ดจ้ าก
เปน็ แผนภาพ
ชาดกมาใชป้ ฏบิ ัติตนในการดาเนิน
ชีวิตประจาวัน 2. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม ศึกษาชาดก เร่อื ง มโหสถและ
☯☯ พระมหาชนกชาดก สรุปข้อคิดท่ไี ดจ้ ากการศึกษาแนวทางการนา
ชาดก เปน็ เร่อื งราวในอดีตชาตขิ อง ข้อคดิ ไปปฏบิ ตั ิตนออกนาเสนอหนา้ ช้นั เรยี น
พระพุทธเจา้ ทท่ี รงนามาแสดงประกอบกบั
ข้ันสรุป ◕ 10 นาที
พระธรรมเทศนา เพ่อื อบรมส่ังสอน
ประชาชน 1. นกั เรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
● ชาดก เป็นเร่อื งราวในอดีตชาตขิ องพระพุทธเจา้ ทที่ รง
นามาแสดงประกอบกบั พระธรรมเทศนา เพ่อื อบรมส่ังสอนประชาชน
2. ให้นักเรยี นทาชิ้นงานท่ี 7 เร่ือง ขอ้ คิดแบบอยา่ งการดาเนินชีวิตจาก
ประวตั พิ ทุ ธสาวก พุทธสาวิกา พทุ ธศาสนิกชนตัวอยา่ ง และชาดก
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ช้นิ งานท่ี 7 เร่ือง ขอ้ คดิ แบบอยา่ งการดาเนินชวี ติ จากประวัตพิ ทุ ธ
สาวก พุทธสาวิกา พทุ ธศาสนิกชนตวั อย่าง และชาดก
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจชิน้ งานท่ี 7 ชิน้ งานที่ 7 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชือ่ ___________________________ครผู สู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผู้อนุมัติ
(นายอศั วนิ คงเพช็ รศักดิ์)
(นายพชิ ญพชั ร โชติศริ ิคณุ วัฒน)์ (นายรัชภูมิ อย่กู ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุ่มสาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 33
หนว่ ยท่ี 8 พระไตรปฎิ ก จานวน 3 คาบ
เร่อื ง ความหมาย องค์ประกอบ ความสาคัญ คุณคา่ วิธกี ารศึกษาและค้นคว้าพระไตรปิฎก
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูเขียนหรอื นาบัตรคาต่อไปน้ลี งบนกระดานเพ่อื สรา้ งความเข้าใจ
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี กู ตอ้ ง
ยึดม่นั และปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ ก่อนนาเข้าสู่หน่วยการเรยี นรู้ ดังน้ี
ร่วมกันอยา่ งสันตสิ ุข พระไตรปฎิ ก การสงั คายนา พระธรรมวินยั
♛♛ พระพุทธเจ้า มุขปาฐะ
ส 1.1 ม.4-6/15 แลว้ ใช้คาถามเพ่ือสนทนากบั นักเรยี นเกีย่ วกบั คาดงั กลา่ ว ดังน้ี
วิเคราะห์คณุ คา่ และความสาคญั ของการ ● นกั เรยี นคิดวา่ จะเรยี งลาดบั เหตุการณค์ วามเปน็ มาของ
สงั คายนาพระไตรปิฎก หรือคัมภีร์ ของ
พระไตรปิฎกจากบัตรคานอ้ี ย่างไร
ศาสนาท่ีตนนบั ถือ และการเผยแผ่
ข้นั สอน ◕ 40 นาที
✎✎
K อธบิ าย/วิเคราะห์ ความหมาย 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 3 กล่มุ เพ่ือศกึ ษาวเิ คราะห์สรุปความรู้
องคป์ ระกอบ ความสาคญั คุณค่า วิธี พระไตรปฎิ ก คอื พระวินยั ปิฎก พระสตุ ตนั ตปิฎก และพระอภิธรรม
การศกึ ษาและคน้ คว้าพระไตรปิฎก
ปฎิ ก แลว้ ส่งผู้แทนกลุ่มออกมานาเสนอหน้าชนั้ เรยี น เม่ือจบการ
P จาแนกความรูพ้ ระไตรปฎิ ก 3 หมวด พระ
อภิปรายหนา้ ชน้ั ให้สรุปข้อมลู ลงในตาราง
วินยั พระสุตตนั ตะ และพระอภิธรรม
2. ครูให้นกั เรยี นร่วมกนั วเิ คราะหค์ วามสาคัญ คุณคา่ วิธกี ารศึกษาและ
A เห็นความสาคญั ในการศกึ ษาเรยี นรู้ ทา
การคน้ คว้าพระไตรปฎิ ก โดยครูถามคาถาม ดงั นี้
ความเข้าใจพระไตรปิฎกในฐานะเปน็ คมั ภรี ์ ● พระไตรปิฎกมีความหมายอยา่ งไร
หลักทบี่ รรจุรวบรวมคาสอนท้งั หมดของ ● พระไตรปิฎกมคี วามสาคัญและคณุ ค่าอยา่ งไร
พระพทุ ธศาสนา ● นกั เรยี นมีวธิ ีการศึกษาและคน้ คว้าพระไตรปฎิ กอยา่ งไร
☯☯ จากน้นั ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปความรูเ้ ป็นแผนภาพบนกระดาน
พระไตรปฎิ กเปน็ คมั ภีร์ที่รวบรวมบรรจหุ ลัก ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
คาสอนของพระพุทธเจา้ ท้งั หมดเอาไว้เปน็ 3
หมวด คอื พระวินัยปิฎก พระสุตตนั ตปิฎก 1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
● พระไตรปิฎกเปน็ คัมภีร์ทร่ี วบรวมบรรจุหลักคาสอนของ
และพระอภิธรรมปฎิ ก
พระพุทธเจา้ ท้งั หมดเอาไว้เป็น 3 หมวด คือ พระวนิ ัยปิฎก พระ
สุตตันตปฎิ ก และพระอภธิ รรมปฎิ ก
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. บัตรคา
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกลมุ่ การทางานรายกลมุ่ เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครผู ูส้ อน ลงชอื่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผูอ้ นุมตั ิ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักด์)ิ
(นายพชิ ญพชั ร โชตศิ ิริคณุ วฒั น)์ (นายรชั ภูมิ อยู่กำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลุม่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 34
หน่วยที่ 8 พระไตรปฎิ ก จานวน 3 คาบ
เร่อื ง การสงั คายนาพระไตรปฎิ ก
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูเขยี นคา สังคายนา ลงบนกระดานให้นักเรยี นรว่ มกันแสดง
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทีถ่ กู ต้อง
ยดึ ม่ัน และปฏิบตั ิตามหลักธรรม เพ่อื อยู่ ความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถาม ดงั นี้
● เม่ือพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินพิ พานแล้ว มีการ
ร่วมกันอยา่ งสนั ติสขุ
ประชุมเพ่อื ตรวจชาระ สอบทานจัดหมวดหม่คู าสอนของพระพทุ ธเจ้า
♛♛
หรือไม่ อย่างไร
ส 1.1 ม.4-6/15 ● การตรวจชาระ สอบทาน และจัดหมวดหมูค่ าสัง่ สอนของ
วิเคราะหค์ ุณค่าและความสาคญั ของการ
สังคายนาพระไตรปิฎก หรอื คัมภีร์ของ พระพทุ ธเจ้ามชี ่อื เรยี กวา่ อะไร
ศาสนาทต่ี นนับถือ และการเผยแผ่ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
✎✎ 1. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม รวมกนั ศกึ ษาคน้ คว้าและ
K อธบิ าย/วิเคราะห์เก่ยี วกบั การสงั คายนา
อภปิ รายเกย่ี วกับความหมายและลาดบั ขน้ั ตอนของการทาสังคายนา
และพระไตรปฎิ ก
ต้ังแต่การสงั คายนาคร้ังท่ี 1-5 จากน้นั ให้แต่ละกลุ่มนาเสนอ
P มีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั ประวัติความ
ผลการศกึ ษาคน้ คว้าหน้าชัน้ เรยี นโดยครูใช้คาถาม ดงั นี้
เปน็ มาพระไตรปฎิ ก ● การสังคายนาหมายถึงอะไร
● การสงั คายนามีลาดับข้นั ตอนอยา่ งไร
A เหน็ ความสาคัญในการศึกษาเรยี นรู้ ทา ● การสังคายนามจี ดุ ประสงคเ์ พ่อื อะไร
● ถา้ ทุกคนนาแนวทางการสงั คายนาไปประยุกต์ใช้ในการ
ความเข้าใจเก่ยี วกับพระไตรปฎิ ก ในฐานะท่ี
เปน็ ผ้นู บั ถือพระพุทธศาสนา ดาเนนิ ชีวิตจะเกดิ ผลต่อตนเอง ครอบครวั และสังคมอย่างไร
☯☯ 2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปการสังคายนาคร้ังที่ 1-5 เปน็ แผนภาพ
การสงั คายนาเป็นการชาระและรวบรวม บนกระดาน และบนั ทึกลงสมดุ
หลักธรรมคาสอนทางพระพทุ ธศาสนา ทาให้
ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
พระพทุ ธศาสนาม่ันคง และเผยแผเ่ ข้าสู่
ประเทศไทยจนเป็นศาสนาทีค่ นไทยส่วน 1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
● การสังคายนาเป็นการตรวจชาระ จัดหลกั ธรรมทาง
ใหญ่นบั ถือ
พระพุทธศาสนาเปน็ หมวดหมู่ ทาใหพ้ ระพุทธศาสนามนั่ คง
เจริญรุง่ เรืองสบื มาจนถึงปจั จุบัน
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
ลงช่ือ___________________________ครูผูส้ อน ลงช่ือ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงชอื่ ___________________________ผอู้ นุมตั ิ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศกั ด์)ิ
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ิริคณุ วัฒน)์ (นายรชั ภูมิ อยูก่ ำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หวั หน้าวชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 35
หน่วยที่ 8 พระไตรปฎิ ก จานวน 3 คาบ
เร่อื ง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการเผยแผ่พระไตรปฎิ กเข้าสปู่ ระเทศไทย ในยคุ แรก - ปัจจบุ นั
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาท่ี 1. ครูนาภาพพระสงฆ์กาลังปฏิบตั ศิ าสนกจิ และพุทธศาสนิกชนกาลัง
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาท่ีถูกต้อง
ยึดม่ัน และปฏิบัตติ ามหลักธรรม เพ่ืออยู่ ประกอบพธิ ีทางพระพทุ ธศาสนา แล้วให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความ
รว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ุข คดิ เห็น โดยครูใชค้ าถามกระตุ้นความคิด ดังน้ี
♛♛ ● ภาพนเี้ ก่ียวกับอะไร
ส 1.1 ม.4-6/15 ● เกยี่ วข้องกบั พระพุทธศาสนาอย่างไร
วิเคราะห์คณุ ค่าและความสาคญั ของการ ● พระพทุ ธศาสนาเจรญิ รุ่งเรอื งในประเทศไทยไดอ้ ย่างไร
สงั คายนาพระไตรปฎิ ก หรือคมั ภีร์ของ
ข้นั สอน ◕ 40 นาที
ศาสนาทีต่ นนบั ถือ และการเผยแผ่
1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็น 4 กล่มุ ศกึ ษาค้นคว้าเกี่ยวกับการเผยแผ่
✎✎
K อธิบายการเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาและ พระพทุ ธศาสนาเข้าสปู่ ระเทศไทยในยคุ ตา่ ง ๆ 4 ยุค จากน้ันใหแ้ ต่ละ
พระไตรปิฎกเข้าสปู่ ระเทศไทยยุคต่าง ๆ กลุ่มนาเสนอผลการศกึ ษาอภิปรายหนา้ ช้นั เรยี น
P มคี วามรูค้ วามเข้าใจพระพทุ ธศาสนาใน 2. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรุปการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและ
ประเทศไทย พระไตรปฎิ กเข้าส่ปู ระเทศไทยในยุคต่าง ๆ เป็นแผนภาพบนกระดาน
A เหน็ ความสาคัญและคณุ ค่าของ และบันทกึ ลงในสมดุ
พระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจาชาติ ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
ไทย
1. นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
☯☯ ● พระพทุ ธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย ต้งั แตม่ ีการสังคายนา
พระพทุ ธศาสนาเข้าสปู่ ระเทศไทย ต้ังแต่มี ครั้งท่ี 3 โดยแบ่งออกเป็น 4 ยคุ ต้ังแต่ยุคเถรวาทสมยั พระเจา้ อโศก
การสงั คายนาครงั้ ที่ 3 โดยแบง่ ออกเปน็ 4 ยคุ
ต้งั แต่ ยคุ เถรวาทสมยั พระเจา้ อโศกมหาราช มหาราชจนถงึ ยุคเวรวาทแบบลังกาวงศ์
จนถึงยุคเถรวาทแบบลังกาวงศ์ 2. นักเรยี นทาชน้ิ งานท่ี 8 เร่อื ง พระไตรปิฎก
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ชิ้นงานท่ี 8 เร่ือง พระไตรปิฎก
3. ภาพพระสงฆ์กาลังปฏิบัตศิ าสนกจิ และพุทธศาสนิกชนกาลงั
ประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 8 ใบงานท่ี 8 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชือ่ ___________________________ครผู ูส้ อน ลงชื่อ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงช่อื ___________________________ผอู้ นมุ ตั ิ
(นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ดิ์)
(นายพิชญพชั ร โชติศิรคิ ุณวฒั น์) (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ล่มุ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 36
หน่วยท่ี 9 ศาสนาตา่ ง ๆ และการอย่รู ว่ มกันอยา่ งสันติสขุ จานวน 7 คาบ
เร่อื ง ประวัตศิ าสดาของศาสนาครสิ ต์ และศาสนาอิสลาม
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูสารวจนักเรยี นในชน้ั เรยี นว่านบั ถือศาสนาใดบา้ ง จากน้ันรว่ มกัน
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาท่ีถกู ต้อง
ยึดม่ัน และปฏิบัติตามหลักธรรม เพ่อื อยู่ บอกว่าในประเทศไทย มศี าสนาใดบ้างทค่ี นไทยนับถือ
รว่ มกนั อย่างสันติสุข ข้นั สอน ◕ 40 นาที
♛♛ 1. ครูให้นักเรยี นร่วมกนั ศึกษาประวตั ิของศาสนาคริสต์ และศาสนา
อสิ ลาม โดยให้นักเรยี นสืบคน้ ประวัติและสรุปโดยยอ่ จากน้นั ครู
ส 1.1 ม.4-6/17 คัดเลือกผู้แทนนกั เรยี นจานวน 2 คนออกมาเลา่ ประวัติศาสตร์ของ
อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอ่ืน ๆ
ศาสนาครสิ ตแ์ ละศาสนาอิสลามตามลาดับ
โดยสังเขป 2. ครูให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปองค์ประกอบของศาสนาครสิ ต์และ
ศาสนาอิสลามลงในแผนภาพตามหวั ขอ้ ดังน้ี
✎✎
K อธิบายประวัตศิ าสดาของศาสนาคริสต์ 3.1 ประวตั ิความเป็นมาโดยสรุป
และศาสนาอิสลาม 3.2 คัมภีร์ และหลักคาสอนที่สาคญั
P จาแนกประวัตขิ องศาสดาและ 3.3 ข้อปฏบิ ตั ิและพิธกี รรมทสี่ าคญั
องค์ประกอบของศาสนา ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
A มีความสนใจศกึ ษาประวัตขิ องศาสดาของ 1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
ศาสนาอ่ืน ๆ เพ่อื ประโยชน์ทางด้าน ● ศาสนาครสิ ตม์ พี ระเยซูเป็นศาสดา มีตน้ กาเนิดท่ีประเทศ
การศึกษา
อิสราเอล ศาสนาอิสลามมีท่านมุฮัมมดั เปน็ ศาสดา มีต้นกาเนิดท่ีเมือง
☯☯
มักกะห์ ประเทศซาอดุ อี าระเบีย
ศาสนาคริสตม์ พี ระเยซเู ปน็ ศาสดา มีต้น
กาเนดิ ทปี่ ระเทศอิสราเอล ศาสนาอิสลามมี ♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
ทา่ นมุฮมั มัดเป็นศาสดา มีตน้ กาเนดิ ทเี่ มอื ง
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
มักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผูส้ อน ลงช่อื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผู้อนมุ ัติ
(นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
(นายพิชญพัชร โชตศิ ิริคุณวฒั น)์ (นายรัชภมู ิ อย่กู ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 37
หน่วยที่ 9 ศาสนาต่าง ๆ และการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งสนั ตสิ ุข จานวน 7 คาบ
เร่อื ง ประวัติศาสดาของศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู และศาสนาสกิ ข์
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกบั ศาสนาในประเทศไทยโดย
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาที่ถกู ตอ้ ง
ยึดม่นั และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ ครูนาภาพของ ทา้ วมหาพรหมหรอื ตรมี รู ติมาให้นกั เรยี นร่วมกัน
รว่ มกันอย่างสันตสิ ขุ แสดงความคิดเหน็
● คนไทยมีส่วนเก่ียวข้องกบั ศาสนาพราหมณ์มาแต่คร้ังใด
♛♛
เพราะอะไร
ส 1.1 ม.4-6/17
อธิบายประวัติศาสดาของศาสนาอ่ืน ๆ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
โดยสงั เขป 1. ครูใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั ศึกษาประวตั ิของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และ
✎✎ ศาสนาอสิ ลาม โดยให้นักเรยี นสืบค้นประวัตแิ ละสรุปโดยยอ่ จากน้ันให้
K อธิบายประวัตศิ าสดาของศาสนา
อาสาสมัครของนักเรยี นจานวน 2 คน ออกมานาเสนอผลการศึกษาให้
พราหมณ์-ฮนิ ดู และศาสนาสกิ ข์
เพ่ือนฟังหนา้ ชั้นเรยี นแบบสรุป
P จาแนกความเป็นมาของศาสนาพราหมณ์-
2. ครูให้นักเรยี นร่วมกนั สรุปองค์ประกอบของศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู
ฮินดู และศาสนาสกิ ข์
และศาสนาสกิ ข์ ลงในแผนภาพตามหัวข้อท่คี รูกาหนดให้ ดังตวั อยา่ ง
A มีความสนใจและเหน็ ความสาคัญใน
2.1 ประวตั ิความเป็นมาโดยสรุป
การศกึ ษาประวัตขิ องศาสนาอ่ืน ๆ เพ่อื
ประโยชน์ทางด้านการศึกษา 2.2 องคป์ ระกอบอ่นื ๆ ของศาสนา
☯☯ ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
ศาสนาพราหมณ์-ฮนิ ดู เปน็ ศาสนาท่ไี ม่มี 1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
ศาสดา แตเ่ กิดจากกล่มุ พราหมณ์หรอื ฤๅษี ● ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู เปน็ ศาสนาท่ไี ม่มศี าสดา แต่เกิด
เปน็ ผู้ถ่ายทอดทางด้านศาสนา ศาสนาสิกข์มี
ศาสดาผู้ประกาศศาสนาถึง 10 องค์ ซ่งึ คุรุโค จากกลุ่มพราหมณ์หรอื ฤๅษี เป็นผถู้ ่ายทอดทางดา้ นศาสนา ศาสนา
วินทสงิ ห์เป็นองคส์ ุดท้าย และเป็นผสู้ ถาปนา
พระมหาคมั ภีร์คุรุครนั ถ์ชาชิปเป็นศาสดา สกิ ข์มศี าสดาผู้ประกาศศาสนาถึง 10 องค์ ซึง่ คุรุโควินทสิงห์
แทนมนุษยน์ ิรนั ดร์กาล เปน็ องค์สุดท้าย และเป็นผ้สู ถาปนาพระมหาคัมภีรค์ ุรุครันถช์ าชิปเป็น
ศาสดาแทนมนษุ ย์นิรนั ดร์กาล
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
ลงช่ือ___________________________ครูผสู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผอู้ นมุ ัติ
(นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ด์ิ)
(นายพชิ ญพชั ร โชติศิริคุณวัฒน์) (นายรชั ภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครูกลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 38
หนว่ ยท่ี 9 ศาสนาต่าง ๆ และการอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสนั ติสุข จานวน 7 คาบ
เร่อื ง หลักคาสอนของศาสนาคริสต์และศาสนาอิสลาม
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั ศาสนาในประเทศไทย แล้ว
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถี่ กู ตอ้ ง
ยึดม่ัน และปฏิบัตติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ ให้นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยถามคาถาม ดังน้ี
● ประเทศไทยมศี าสนาใดบ้าง
ร่วมกันอยา่ งสนั ติสขุ ● คนไทยส่วนใหญน่ ับถือศาสนาใด
♛♛ ข้นั สอน ◕ 40 นาที
ส 1.1 ม.4-6/21 1. ครูและนักเรยี นร่วมกนั ยกตวั อย่างหลักคาสอนในศาสนาคริสต์และ
วิเคราะหห์ ลักธรรมสาคญั ในการอยรู่ ว่ มกนั
อยา่ งสันตสิ ขุ ของศาสนาอ่ืน ๆ และชกั ชวน หลักคาสอนในศาสนาอิสลามและจาแนกลงในแผนภาพความคิด
สง่ เสรมิ สนับสนนุ ใหบ้ ุคคลอ่ืนเห็น 2. ครูแบง่ นักเรยี นออกเป็น 7 กลมุ่ ศึกษาและสรุปความรู้เร่อื งหลกั คา
ความสาคญั ของการทาความดีตอ่ กนั
สอนของศาสนาครสิ ต์และศาสนาอสิ ลามในประเทศไทย เพ่อื นาเสนอ
✎✎
K อธบิ ายหลักธรรมในการอยู่ร่วมกันอย่าง อภปิ รายหนา้ ชัน้ เรยี น ดังน้ี
สนั ติสุขของแต่ละศาสนา กลุ่มท่ี 1 หลกั บัญญัติ 10 ประการ กลุ่มท่ี 2 หลักตรเี อกานภุ าพ
P จาแนกหลักธรรมในการอย่รู ว่ มกันอยา่ ง กลมุ่ ท่ี 3 หลักความรัก กลุ่มท่ี 4 หลักอาณาจักรของพระเจา้
สันตสิ ุขของแต่ละศาสนา กล่มุ ท่ี 5 หลักศรัทธา กลุ่มที่ 6 หลักจรยิ ธรรม
A เหน็ ความสาคัญในการปฏิบตั ิตนในการอยู่ กลมุ่ ท่ี 7 หลักปฏบิ ัติ
ร่วมกนั อย่างสันติสขุ กบั ศาสนาอ่ืน ๆ 3. ครูให้นักเรยี นร่วมกันจาแนกหลกั คาสอนพ้นื ฐานของศาสนาคริสต์
☯☯ และอสิ ลามที่มีความสอดคลอ้ งกัน 2 ตัวอย่าง ทเี่ ป็นหลักคาสอนสาคัญ
ศาสนาทกุ ศาสนามีเป้าหมายท่ีสาคัญ คอื ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันตสิ ุข โดยใหน้ ักเรยี นเปรยี บเทียบสรุปลงใน
ให้ศาสนกิ ชนไดอ้ ยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ขุ ใน
แผนภาพ
สังคม โดยปราศจากการเบียดเบยี นกนั
ระหว่างบุคคลผู้นบั ถือศาสนาต่างกัน ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังนี้
● ศาสนาทุกศาสนามีเปา้ หมายทส่ี าคญั คือ ให้ศาสนิกชนได้
อยูร่ ่วมกนั อย่างสันตสิ ุขในสังคม
โดยปราศจากการเบยี ดเบยี นกันระหว่างบคุ คลผู้นบั ถอื ศาสนาตา่ งกัน
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกลุ่ม เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครผู ูส้ อน ลงช่อื ___________________________ผ้ตู รวจสอบ ลงช่ือ___________________________ผอู้ นุมตั ิ
(นายอัศวิน คงเพ็ชรศกั ด)์ิ
(นายพิชญพัชร โชติศริ ิคณุ วฒั น์) (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลุม่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 39
หนว่ ยท่ี 9 ศาสนาตา่ ง ๆ และการอยูร่ ่วมกันอย่างสันติสุข จานวน 7 คาบ
เร่อื ง หลักคาสอนของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาสกิ ข์
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ศาสนาต่าง ๆ ใน
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาทถ่ี ูกต้อง
ยึดม่นั และปฏบิ ัตติ ามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ สงั คม โดยครูใช้คาถาม ดังนี้
ร่วมกนั อย่างสันติสุข • ศาสนาทนี่ ักเรยี นรูจ้ กั มศี าสนาใดบา้ ง
♛♛ • นกั เรยี นจะมีวธิ ีการปฏิบตั ิตนในการอยรู่ ว่ มกบั ผ้ทู ่ีนับถอื
ส 1.1 ม.4-6/21 ศาสนาแตกต่างจากตนเองอย่างไร
วิเคราะห์หลักธรรมสาคัญในการอยูร่ ว่ มกัน
อย่างสันตสิ ขุ ของศาสนาอ่ืน ๆ และชกั ชวน ข้นั สอน ◕ 35 นาที
สง่ เสริมสนับสนนุ ให้บคุ คลอ่ืนเห็น 1. 2. ให้นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 2 กล่มุ ศึกษาและสรุปความรู้
ความสาคญั ของการทาความดีตอ่ กนั
เร่อื งหลักคาสอนของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาสิกขใ์ น
✎✎
K อธบิ ายหลักธรรมในการอยู่ร่วมกนั อยา่ ง ประเทศไทย แล้วนาเสนออภปิ รายหน้าช้นั เรยี น ดังนี้
สนั ตสิ ขุ ของแตล่ ะศาสนา • กลุ่มท่ี 1 หลกั คาสอนของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
P จาแนกหลักธรรมในการอย่รู ว่ มกันอย่าง • กลุ่มท่ี 2 หลกั คาสอนของศาสนาสกิ ข์
สันตสิ ุขของแตล่ ะศาสนา จากน้นั ในแตล่ ะกลุ่มออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
A เห็นความสาคัญในการปฏบิ ตั ิตนในการอยู่ 2. ให้นักเรยี นรว่ มกันจาแนกหลักคาสอนพ้นื ฐานของศาสนาพราหมณ์-
รว่ มกนั อยา่ งสันตสิ ขุ กบั ศาสนาอ่ืน ฮนิ ดู และศาสนาสิกข์ทีม่ ีความสอดคล้องกัน 2 ตัวอย่าง ทเ่ี ป็นหลกั คา
☯☯ สอนสาคัญในการอยูร่ ว่ มกนั อย่างสนั ติสุข โดยให้นกั เรยี นเปรยี บเทยี บ
ศาสนาทุกศาสนามเี ป้าหมายท่ีสาคัญ คือให้ สรุปลงในแผนภาพ
ทาแตค่ วามดี มีความรักความเมตตา เอ้ือ
อาทรต่อกัน ดังน้นั หากทุกคนปฏิบัติตาม ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
หลักธรรมคาสอนของศาสนาตนแล้ว 1. ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
ก็จะช่วยใหอ้ ยรู่ ่วมกันในสังคมไทยไดอ้ ย่าง
• ศาสนาทกุ ศาสนามีเป้าหมายสาคญั คือ ใหศ้ าสนิกชนไดอ้ ยู่
สนั ตสิ ุข
ร่วมกันอยา่ งสันตสิ ุขในสังคม โดยปราศจากการเบยี ดเบยี นกนั ระหว่าง
บคุ คลผู้นับถือศาสนาต่างกัน
2. ใหน้ ักเรยี นทาชิ้นงานที่ 9.1 เร่อื ง หลักธรรมเพ่อื การอยู่ร่วมกนั อย่าง
สนั ติสุข
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ชน้ิ งานท่ี 9.1 เร่อื ง หลกั ธรรมเพ่ือการอย่รู ่วมกันอยา่ งสันติสขุ
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจชิน้ งานท่ี 9.1 ชิน้ งานท่ี 9.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงช่อื ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผ้อู นมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักดิ์)
(นายพิชญพัชร โชตศิ ิริคุณวัฒน์) (นายรัชภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ครูกลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหนา้ วชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 40
หนว่ ยท่ี 9 ศาสนาตา่ ง ๆ และการอยู่ร่วมกนั อยา่ งสันตสิ ขุ จานวน 7 คาบ
เร่อื ง ค่านยิ ม จริยธรรมทก่ี าหนดความเช่อื และพฤตกิ รรมทแ่ี ตกต่างกันเพ่ือการอยรู่ ่วมกันอยา่ งสนั ตสิ ุข
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพิชญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลกั ธรรม 1. ครูเขยี นคาวา่ ค่านิยม กับ จรยิ ธรรม บนกระดาน ให้นกั เรยี น
ของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ตนนับถือและ
ร่วมกันใหค้ วามหมายโดยให้นกั เรยี นตอบตามความรู้พ้นื ฐาน
ศาสนาอ่นื มีศรทั ธาท่ถี ูกต้อง ยึดม่ัน และปฏิบตั ิตาม
หลกั ธรรม เพ่อื อยรู่ ว่ มกันอย่างสนั ตสิ ขุ ประสบการณข์ องตนเอง และครูอธิบายสรุปเปน็ ความรูเ้ พิ่มเติม
♛♛ ข้ันสอน ◕ 35 นาที
ส 1.1 ม.4-6/18 1. ให้นกั เรยี นรว่ มกันศกึ ษาค่านยิ ม และจริยธรรมในทาง
ตระหนักในคุณค่าและความสาคญั ของคา่ นิยม พระพุทธศาสนาตามหัวข้อท่ีครูกาหนดให้ ดังนี้
จรยิ ธรรมที่เปน็ ตัวกาหนดความเช่อื และพฤติกรรมท่ี
1.1 คา่ นิยมหลักการพ้ืนฐานท่ัวไปทางจริยธรรม
แตกตา่ งกันของศาสนิกชนศาสนาตา่ ง ๆ เพ่อื ขจดั
ความขดั แย้งและอยู่รว่ มกันในสงั คมอยา่ งสนั ติสุข 1.2 คา่ นิยมทเี่ ป็นเป้าหมายสงู สุด
✎✎ 1.3 ค่านยิ มต่อคุณคา่ ทางจริยธรรมของปัจเจกบุคคล
K อธิบายคณุ ค่าและความสาคัญของค่านิยม
1.4 ค่านยิ มตอ่ คุณคา่ ของจริยธรรมทางสังคม
และจริยธรรม และการขจัดความขัดแยง้
เพ่ืออย่รู ว่ มกนั อยา่ งสันติสขุ จากน้นั ครูถามใหน้ ักเรยี นตอบทีละขอ้ แล้วสรุปคาตอบของ
P จาแนกแนวทางการปฏบิ ตั ิตนเพ่ือขจัดความ นกั เรยี นเขยี นเป็นแผนภาพอธิบายบนกระดาน
ขดั แย้งเพ่ือการอยูร่ ่วมกนั อยา่ งสันติสขุ 2. ใหน้ ักเรยี นช่วยกนั ระบุแนวทางการขจดั ความขัดแย้งเพ่อื อยู่รว่ มกัน
A เหน็ คุณคา่ และความสาคญั ในการปฏบิ ตั ติ น อย่างสันตสิ ุขมาคนละ 1 หัวข้อหรือ 1 ความคิดตามพ้นื ฐาน
ตามค่านิยมและจรยิ ธรรม และการขจัด ประสบการณ์ความรูข้ องตนเอง หรือตามหลักธรรมของศาสนา โดย
ความขัดแย้งเพ่ืออยรู่ ว่ มกันในสังคมอยา่ งสนั ติสขุ
การแลกเปล่ยี นประสบการณข์ องนักเรยี นภายในชนั้ เรยี น
☯☯
ข้นั สรุป ◕ 10 นาที
ค่านยิ มและจรยิ ธรรมหลักในทางพระพุทธศาสนา คือ
การไม่ทาความช่ัวท้งั ปวง การทาความดีให้สมบรู ณ์ 1. ให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
และการพัฒนาจติ ของตนให้สะอาดผอ่ งใส ซง่ึ นาไปสู่ ● ค่านยิ มและจรยิ ธรรมหลกั ในทางพระพทุ ธศาสนา คือ การ
การเรยี นรู้ท่ีจะเคารพกฎระเบยี บหรือกฎหมาย ไมท่ าความช่วั ท้ังปวง การทาความดใี ห้สมบรู ณ์ และการพฒั นาจิตของ
การมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมในการชว่ ยเหลือเก้ือกลู
ตนให้สะอาดผ่องใส ซง่ึ นาไปสู่การเรยี นรู้ท่ีจะเคารพกฎระเบยี บหรอื
กัน สง่ ผลใหเ้ กิดการอยูร่ ่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ
กฎหมาย การมีคุณธรรมจรยิ ธรรมในการชว่ ยเหลือเก้อื กลู กนั สง่ ผลให้
เกิดการอยูร่ ่วมกันอย่างสันติสุข
2. ใหน้ ักเรยี นทาชิ้นงานที่ 9.2 เร่อื ง คุณคา่ และความสาคัญของ
ค่านยิ ม และจรยิ ธรรมทางด้านศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
2. ชนิ้ งานที่ 9.2 เร่อื ง คุณค่าและความสาคญั ของคา่ นยิ ม และ
จริยธรรมทางดา้ นศาสนา
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจชิน้ งานที่ 9.2 ชิน้ งานท่ี 9.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผสู้ อน ลงชือ่ ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผูอ้ นุมตั ิ
(นายอศั วนิ คงเพช็ รศกั ดิ์)
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ิรคิ ุณวัฒน์) (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 41
หนว่ ยท่ี 9 ศาสนาต่าง ๆ และการอย่รู ว่ มกนั อย่างสันตสิ ุข จานวน 7 คาบ
เร่อื ง สภาพปญั หาในชุมชนและสังคม
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพชั ร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาที่ 1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั สภาพปญั หาในชุมชนและ
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถ่ี ูกตอ้ ง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัติตามหลกั ธรรม เพ่อื อยู่ สังคม โดยครูถามคาถาม ดังน้ี
● สภาพปญั หาของสังคมในยคุ โลกาภิวัตน์มปี ัญหาอะไรบา้ ง ท่ีมี
ร่วมกนั อย่างสันตสิ ุข
ผลกระทบต่อชุมชนและสังคม
♛♛ ● ศาสนามีบทบาทในการช่วยแก้ปัญหาให้กับสงั คมอย่างไรบ้าง
ส 1.1 ม.4-6/22 ครูให้นักเรยี นตอบคาถามตามพ้นื ฐานความรูป้ ระสบการณ์
เสนอแนวทางการจัดกจิ กรรมความร่วมมอื
ของทกุ ศาสนาในการแก้ปัญหาและพฒั นา ของตนเอง และครูอธิบายเพิ่มเตมิ
สงั คม ข้ันสอน ◕ 40 นาที
✎✎ 1. ครูแบง่ นักเรยี นออกเปน็ 3 กล่มุ เพ่ือศึกษานาเสนอแนวคดิ เกี่ยวกบั
K อธบิ ายสภาพปญั หาในชุมชนและสังคม
P จาแนกแนวคิดประชาสงั คม ทุนทาง แนวทางการสรา้ งความร่วมมอื ในการแกป้ ญั หาและพัฒนาสังคม ดงั นี้
สังคม และแนวคิดบวร กลุ่มที่ 1 แนวคิดประชาสังคม
A เห็นความสาคัญในการจัดกจิ กรรมความ กลมุ่ ท่ี 2 แนวคดิ ทุนทางสังคม
รว่ มมือของทุกศาสนาในการแก้ปญั หาและ กลมุ่ ท่ี 3 แนวคดิ “บวร”
พัฒนาสงั คม
โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มสรุปความรูแ้ ล้วนามาต่อเป็นรูปแผนภาพลง
☯☯
ในกระดาษโปสเตอรท์ ่คี รูจัดไว้ให้ เสร็จแล้วใหส้ ่งผู้แทนกลุ่มออก
การสร้างความสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างศาสนา
และการมคี วามร่วมมอื ในการจดั กิจกรรม นาเสนอแผนภาพตามลาดบั จนครบทุกกลุ่ม
ในการแก้ปัญหา และพฒั นาสงั คม ทาให้
ข้ันสรุป ◕ 5 นาที
สังคมโดยรวมมีสนั ติสขุ
1. ให้นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั นี้
● การสร้างความสัมพันธ์ทดี่ รี ะหวา่ งศาสนา และการมีความ
ร่วมมือในการจัดกจิ กรรม
ในการแก้ปัญหา และพัฒนาสังคม ทาใหส้ ังคมโดยรวมมสี นั ติสุข
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมนิ ผล ♦
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบคุ คล การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายกล่มุ การทางานรายกล่มุ เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครผู ูส้ อน ลงชอ่ื ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงชอ่ื ___________________________ผูอ้ นมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพช็ รศักด์ิ)
(นายพชิ ญพชั ร โชติศริ ิคณุ วัฒน)์ (นายรัชภมู ิ อยู่กำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
ครูกล่มุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หัวหน้าวิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 42
หนว่ ยที่ 9 ศาสนาตา่ ง ๆ และการอยูร่ ่วมกนั อย่างสันติสขุ จานวน 7 คาบ
เร่อื ง แนวทางการจัดกิจกรรมความร่วมมือของศาสนาตา่ ง ๆ
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหสั วิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหนง่ ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสนทนาเกย่ี วกับแนวทางการจัดกจิ กรรม
ตนนบั ถือและศาสนาอ่ืน มศี รทั ธาทถ่ี ูกตอ้ ง
ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัตติ ามหลักธรรม เพ่อื อยู่ ความร่วมมอื ของศาสนาต่าง ๆ โดยครูถามคาถาม ดังน้ี
● ประชากรของประเทศไทยมีการนบั ถือศาสนาใดบ้าง
ร่วมกันอย่างสันติสุข ● พระมหากษัตรยิ ์ทรงมีบทบาทสาคญั ในดา้ นศาสนาอยา่ งไร
● นกั เรยี นปฏิบตั ิตนต่อเพ่อื นต่างศาสนาอยา่ งไร
♛♛
ข้ันสอน ◕ 35 นาที
ส 1.1 ม.4-6/22
เสนอแนวทางการจัดกจิ กรรมความร่วมมือ 1. ครูให้นกั เรยี นรว่ มกันนาเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมความร่วมมือ
ของทุกศาสนาในการแกป้ ัญหาและพัฒนา
ของศาสนาต่าง ๆ โดยให้นักเรยี นนาเสนอมาคนละ 1 ขอ้ ตามความ
สงั คม
คิดเห็นของตนเอง
✎✎
K เสนอแนวทางการจดั กิจกรรมความ 2. ครูให้นกั เรยี นแสดงบทบาทสมมตุ ิ โดยการแบ่งกลุ่มใหน้ ักเรยี นเปน็
รว่ มมอื ของทุกศาสนาในการแกป้ ญั หาและ ตัวแทนของศาสนาต่าง ๆ มาร่วมประชมุ เพ่อื ปรกึ ษาหารือและเสนอ
พฒั นาสงั คม
แนวทางในการแกป้ ญั หาและการพัฒนาสังคมในรูปแบบการประชมุ
P จาแนกแนวทางปฏบิ ัติในการจดั กจิ กรรม
เสวนาโต๊ะกลม โดยครูทาหนา้ ทเี่ ป็นประธานในท่ีประชมุ หรือคดั เลือก
ความรว่ มมือของศาสนาต่าง ๆ
ตัวแทนนักเรยี นเป็นผดู้ าเนนิ การประชมุ
A เหน็ ความสาคญั ในการจดั กจิ กรรมความ
จากน้นั ครูอธิบายสรุปเป็นความรูเ้ พ่ิมเติมปิดทา้ ย
ร่วมมอื ของศาสนาต่าง ๆ ในการแกป้ ญั หา
และพัฒนาสงั คม ข้ันสรุป ◕ 10 นาที
☯☯ 1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
● การจดั กจิ กรรมความร่วมมือระหวา่ งศาสนาต่าง ๆ เป็นการสร้าง
การจดั กจิ กรรมความรว่ มมอื ระหว่างศาสนา
ต่าง ๆ เป็นการสรา้ งความสมั พันธท์ ี่ดตี ่อกัน ความสัมพันธท์ ่ดี ตี อ่ กันเพ่อื เป็นพ้นื ฐานในการร่วมกันแกป้ ัญหาและ
เพ่อื เป็นพ้นื ฐานในการรว่ มกนั แก้ปญั หาและ
พัฒนาสังคม
พัฒนาสงั คม
2. ใหน้ กั เรยี นทาชิ้นงานที่ 9.4 เร่อื ง ศาสนากับการแกป้ ัญหาและ
พัฒนาสังคม
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสือเรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานท่ี 9.4 เร่อื ง สังคมชมพทู วีปและคตคิ วามเช่อื ทางศาสนา
สมัยก่อนพระพุทธเจ้า
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 9.4 ใบงานที่ 9.4 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครผู สู้ อน ลงช่ือ___________________________ผูต้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนมุ ตั ิ
(นายอศั วิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
(นายพชิ ญพชั ร โชติศริ ิคุณวัฒน์) (นายรชั ภูมิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผอู้ ำนวยการสถานศึกษา
ครูกล่มุ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหน้าวชิ าการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 43
หนว่ ยที่ 10 การบรหิ ารจติ และเจริญปญั ญา จานวน 4 คาบ
เร่อื ง บทสวดมนต์แปล และแผ่เมตตา
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สังคมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้นั นา ◕ 5 นาที
รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา
หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาท่ี 1. ครูนานักเรยี นเขา้ ห้องจรยิ ธรรมหรอื หอ้ งสวดมนต์ของโรงเรยี น
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มีศรัทธาท่ถี ูกต้อง
ยึดม่ัน และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ เพ่อื ให้นักเรยี นปฏิบตั ิกจิ กรรม ดังต่อไปน้ี
ร่วมกนั อย่างสันติสุข 1.1 ใหน้ ักเรยี นบชู าพระรัตนตรัย
♛♛ 1.2 ใหน้ ักเรยี นสวดมนต์แปลสรรเสริญพระพุทธคุณ พระ
ส 1.1 ม.4-6/19 ธรรมคุณ และพระสังฆคุณพร้อมกนั
เห็นคุณค่า เช่อื ม่นั และมงุ่ ม่นั พฒั นาชีวิตดว้ ย
การพัฒนาจิตและพฒั นาการเรยี นรู้ดว้ ยวิธี 1.3 ให้นักเรยี นแผเ่ มตตา
คดิ แบบโยนโิ สมนสกิ าร หรือการพฒั นาจติ ข้ันสอน ◕ 40 นาที
ตามแนวทางของศาสนาท่ตี นนับถือ
1. เม่ือจบการปฏิบตั ิกจิ กรรมสวดมนต์แผ่เมตตาของนักเรยี นใหค้ รู
✎✎
K อธิบายและนาเสนอการสวดมนต์แปล สนทนาและสอบถาม
และแผ่เมตตา ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น ดังน้ี
● กอ่ นการสวดมนต์ ขณะสวดมนต์ และหลงั จากสวดมนต์
P แสดงวิธปี ฏบิ ัติตนในการสวดมนตแ์ ละแผ่
จบนักเรยี นปฏิบัตติ นอย่างไร
เมตตา ● การสวดมนต์มีอานิสงส์หรือผลดเี กิดขึน้ กบั นักเรยี น
A เห็นคุณคา่ และความสาคญั ในการสวด อยา่ งไรบา้ ง
● เพราะเหตผุ ลใดหลังสวดมนต์จบจึงต้องแผเ่ มตตา
มนตแ์ ละแผเ่ มตตาในการปฏิบัตติ นใน ● นกั เรยี นทราบหรอื ไม่การแผ่เมตตามอี านิสงส์กี่ข้อ
ชีวิตประจาวัน
2. ให้ครูอธบิ ายสรุปเป็นความรู้เพ่มิ เตมิ
☯☯
ข้นั สรุป ◕ 5 นาที
การสวดมนต์และแผ่เมตตาเป็นการบรหิ าร
จิตและเจรญิ ปัญญาตามหลักคาสอนในทาง 1. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ ดังน้ี
● การสวดมนต์และแผ่เมตตาเป็นการบรหิ ารจติ
พระพทุ ธศาสนา
และเจรญิ ปัญญาตามหลักคาสอนในทางพระพทุ ธศาสนา
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพทุ ธศาสนา ม.4-ม.6
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชอ่ื ___________________________ครูผู้สอน ลงชอ่ื ___________________________ผู้ตรวจสอบ ลงชือ่ ___________________________ผอู้ นมุ ัติ
(นายอัศวนิ คงเพ็ชรศักด)ิ์
(นายพิชญพชั ร โชตศิ ิรคิ ุณวัฒน์) (นายรชั ภมู ิ อย่กู ำเหนดิ ) ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
ครกู ลุม่ สาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หวั หนา้ วิชาการ
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 44
หนว่ ยท่ี 10 การบริหารจติ และเจริญปัญญา จานวน 4 คาบ
เร่อื ง การบริหารจิตและเจรญิ ปัญญาตามหลักสตปิ ัฏฐาน
จานวน 1 คาบ
รายวิชา สงั คมศึกษา 1 รหัสวิชา ส31101
ครูผสู้ อน ครูพชิ ญพัชร โชติศริ คิ ณุ วัฒน์ ตาแหน่ง ครู ค.ศ. 1
♚♚ ♥ กิจกรรมการเรยี นรู้ ♥
ส 1.1 ข้ันนา ◕ 5 นาที
รู้ และเขา้ ใจประวัติ ความสาคญั ศาสดา
หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาที่ 1. ครูให้นักเรยี นน่ังสมาธิ จะเป็นการน่ังบนเกา้ อ้ีหรอื ท่ีพ้ืนห้องกไ็ ด้ตาม
ตนนับถือและศาสนาอ่ืน มศี รัทธาทถ่ี ูกต้อง
ยดึ ม่นั และปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรม เพ่ืออยู่ ความเหมาะสม โดยใหค้ รูแนะนาขั้นตอนการปฏิบัติกอ่ นจะให้นกั เรยี น
ร่วมกนั อย่างสันตสิ ขุ น่งั สมาธิ ตามขั้นตอน ดงั นี้
● น่ังสมาธิ เทา้ ขวาทบั เท้าซ้าย มอื ขวาทบั มือซ้าย
♛♛ ● หลับตากาหนดดูลมหายใจเขา้ - ออก หายใจเข้ารู้ - ออกรู้
● ปฏบิ ัติเป็นเวลา 5 นาที
ส 1.1 ม.4-6/20 ● แผ่เมตตาให้ตนเอง และสรรพสัตวท์ ้ังหลาย
สวดมนต์ แผเ่ มตตา และบรหิ ารจิตและเจรญิ
ปญั ญาตามหลักสติปฏั ฐานหรือตามแนวทาง จากน้นั ใหค้ รูสอบถามความรูส้ ึกของนักเรยี นแต่ละคน
ของศาสนาทตี่ นนบั ถือ ข้นั สอน ◕ 35 นาที
✎✎ 1. ครูอธิบายสรุปเพ่อื ปรับทศั นคตคิ วามรูส้ ึกให้นกั เรยี นเขา้ ใจการน่งั
K อธบิ ายวธิ กี ารปฏบิ ัติตนในการบริหารจติ
สมาธิ
และเจรญิ ปญั ญาตามสติปฏั ฐาน 4
2. ให้นักเรยี นร่วมกันศกึ ษาวธิ ีการบริหารจติ และเจริญปัญญาตามหลัก
P ปฏบิ ตั ิตนโดยการฝกึ บริหารจิตและเจรญิ
สติปฏั ฐาน 4 โดยครูให้นักเรยี นแบง่ กลุ่มสบื คน้ เพ่อื สรุปความรู้
ปัญญาตามสติปฏั ฐาน 4
นาเสนอหนา้ ช้นั เรยี น ดังน้ี
A เห็นคุณค่าและประโยชน์ทเี่ กิดจากการ
กายานุปสั สนาสตปิ ัฏฐาน เวทนานปุ ัสสนาสตปิ ัฏฐาน
บรหิ ารจติ และเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏ
ฐาน 4 ในการดาเนนิ ชีวิตประจาวัน จิตตานุปสั สนาสติปัฏฐาน ธัมมานปุ ัสสนาสตปิ ฏั ฐาน
☯☯ 3. เม่ือจบการนาเสนอใหค้ รูและนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรูข้ องแต่ละ
การบริหารจติ และการเจรญิ ปญั ญาตามหลัก กลมุ่ แล้วมาต่อเปน็ รูปแผนภาพ
สติปัฏฐาน 4 เปน็ การปฏบิ ตั ิตน เพ่อื พฒั นา
จติ ใหเ้ กิดสตปิ ัญญาตามแนวทางหลักคาสอน ข้ันสรุป ◕ 10 นาที
ในทางพระพุทธศาสนา 1. ใหน้ ักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้ ดงั น้ี
● การบรหิ ารจิตและการเจรญิ ปญั ญาตามหลักสตปิ ัฏฐาน 4
เปน็ การปฏิบัติตน เพ่อื พฒั นาจิตใหเ้ กดิ สติปัญญาตามแนวทางหลกั คา
สอนในทางพระพุทธศาสนา
2. ใหน้ กั เรยี นทาชิ้นงานที่ 10.1 เร่อื ง สวดมนต์แปล แผ่เมตตา
บริหารจิตและเจริญปญั ญา ตามหลกั สติปฏั ฐาน
♠ ส่อื การเรยี นรู้ ♠
1. หนังสอื เรยี น พระพุทธศาสนา ม.4-ม.6
2. ใบงานที่ 10.1 เร่อื ง สวดมนต์แปล แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญ
ปัญญาตามหลักสติปัฏฐาน
♦ การวัดและประเมินผล ♦
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 10.1 ใบงานท่ี 10.1 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤติกรรม แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การทางานรายบุคคล การทางานรายบุคคล เกณฑ์
ลงชื่อ___________________________ครผู ู้สอน ลงชอื่ ___________________________ผตู้ รวจสอบ ลงชื่อ___________________________ผู้อนุมัติ
(นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ด์)ิ
(นายพชิ ญพชั ร โชติศริ ิคุณวฒั น์) (นายรัชภมู ิ อยกู่ ำเหนดิ ) ผ้อู ำนวยการสถานศึกษา
ครูกลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม หัวหน้าวชิ าการ