แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคญั
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เลม่ ที่ ๓
บทความ และสารคดสี ้นั
วา่ ท่ีร้อยตรสี ายชล อณุ หบตุ ร
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
โรงเรียนวดั รวก
สานักงานเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕
เล่มที่ ๓
บทความ และสารคดีส้ัน
ว่าทีร่ ้อยตรีสายชล อณุ หบุตร
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครชู านาญการพิเศษ
โรงเรียนวดั รวก
สานกั งานเขตบางพลดั กรงุ เทพมหานคร
คานา
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕ เป็นสือ่ การเรยี นการสอน เพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้โดยนักเรียนศึกษา
และลงมือทาแบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เพ่อื พฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย และพัฒนานักเรียนให้เกิดทักษะการอ่านจับใจความสาคัญซ่ึงจะ
เป็นพนื้ ฐานทีด่ ีในการเรยี นรตู้ อ่ ไป
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ มีทั้งหมด ๓ เลม่ ดงั น้ี
เลม่ ท่ี ๑ ขอ้ ความ และนิทาน
เลม่ ท่ี ๒ ประกาศ และขอ้ ความโฆษณา
เล่มท่ี ๓ บทความ และสารคดีส้นั
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านเพ่ือจับใจความสาคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เล่มท่ี ๓ บทความ และสารคดีสั้น มเี น้ือหาเก่ียวกับการอ่านจับใจความ
สาคัญจากบทความ และสารคดีสั้น ตอบคาถามง่าย ๆ จากเรื่องที่อ่าน ซ่ึงเป็นการปูพ้ืนฐาน
การอ่านจับใจความสาคัญ แต่ละแบบฝึกจะมีบทความ และสารคดีสั้นที่หลากหลายเพ่ือให้
นักเรียนได้ฝึกอ่านและตอบคาถาม นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบก่อนและหลังฝึก สาหรับ
นักเรยี นใช้ประเมนิ ตนเอง
ผู้จัดทาขอขอบคุณ ผู้อานวยการสถานศึกษา โรงเรียนวัดรวก ผู้เชี่ยวชาญ และ
ผเู้ กี่ยวข้องทกุ ท่านทใ่ี หก้ ารสนบั สนนุ โดยใหค้ าแนะนาทางด้านวิชาการ และตรวจสอบแบบฝึกฯ
ผูจ้ ัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญจะเป็นประโยชน์ต่อ
การจัดการเรียนรู้ให้บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ อกี ทงั้ ยงั สง่ เสริมใหน้ ักเรยี นมีทักษะการอ่านมากย่งิ ขนึ้
สายชล อณุ หบุตร
สารบญั หนา้
คานา ๑
คาแนะนาสาหรบั ครู............................................................................................... ๒
คาแนะนาสาหรับนักเรียน..................................................................................... ๓
มาตรฐานการเรยี นรู้/สาระการเรยี นรู.้ ................................................................... ๓
จดุ ประสงค์การเรียนรู้........................................................................................... ๔
แบบทดสอบกอ่ นเรียน.......................................................................................... ๑๓
ใบความรู้ท่ี ๑ บทความคืออะไร............................................................................. ๑๖
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑................................................................................................ ๑๘
แบบฝกึ ทักษะที่ ๒................................................................................................ ๒๐
แบบฝกึ ทักษะที่ ๓................................................................................................ ๒๒
แบบฝึกทักษะที่ ๔................................................................................................ ๒๔
แบบฝึกทกั ษะที่ ๕................................................................................................ ๒๖
ใบความรู้ท่ี ๒ สารคดีส้ันคืออะไร........................................................................ ๒๘
แบบฝึกทกั ษะท่ี ๖................................................................................................. ๓๑
แบบฝกึ ทักษะที่ ๗................................................................................................ ๓๔
แบบฝึกทักษะท่ี ๘................................................................................................ ๓๖
แบบฝกึ ทักษะที่ ๙................................................................................................ ๓๘
แบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑๐............................................................................................... ๔๑
แบบทดสอบหลังเรยี น.......................................................................................... ๔๘
บรรณานกุ รม......................................................................................................... ๔๙
ภาคผนวก............................................................................................................. ๕๐
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น.................................................................................. ๕๙
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน.................................................................................. ๖๖
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๑........................................................................................ ๖๘
เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ ๒........................................................................................ ๗๐
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ ๓........................................................................................ ๗๒
เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ ๔........................................................................................ ๗๔
เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ ๕........................................................................................ ๗๖
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี ๖........................................................................................ ๗๙
เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๗........................................................................................ ๘๒
เฉลยแบบฝกึ ทักษะท่ี ๘........................................................................................ ๘๔
เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ ๙........................................................................................ ๘๖
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี ๑๐...................................................................................... ๘๙
แบบสรุปคะแนน...............................................................................................
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๑
คาแนะนาสาหรับครู
การใชแ้ บบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕
เลม่ ท่ี ๓ บทความ และสารคดสี น้ั
ครูควรศกึ ษาการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญประกอบกับคู่มือการ
ใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ ๕ ตามขนั้ ตอน ดงั นี้
๑. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน เพ่ือประเมนิ ความรู้พืน้ ฐานของนักเรยี น
๒. ศึกษามาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้และจุดประสงค์การเรียนรู้ที่
เก่ียวขอ้ ง เพื่อให้ทราบว่าเมอ่ื นกั เรยี นศกึ ษาและทาแบบฝกึ ทักษะแลว้ จะได้รบั ความร้อู ะไรบ้าง
๓. ให้นกั เรียนศกึ ษาความรูท้ ีละหวั ขอ้ ให้เข้าใจจนจบ
๔. ให้นักเรียนทาแบบฝึกทักษะทุกแบบฝึก ครูควรเน้นย้านักเรียนไม่ให้ดูเฉลยก่อนทา
แบบฝึกเพอื่ วัดความรแู้ ละความซอื่ สตั ย์ของนักเรียน
๕. ครูแนะนาให้นกั เรียนตรวจคาตอบของแตล่ ะแบบฝึกจากเฉลยท่ีอยูใ่ นสว่ นภาคผนวก
๖. ให้นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อประเมินความรู้หลังจากท่ีได้ศึกษาด้วย
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕
๗. ครูนาผลสรุปผลคะแนนจากการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพ่ือ
เปรยี บเทยี บคะแนนกอ่ นเรียน และหลังเรยี นของนกั เรียนแตล่ ะคน
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีสนั้ ๒
คาแนะนาสาหรับนกั เรียน
การใชแ้ บบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕
เลม่ ท่ี ๓ บทความ และสารคดสี น้ั
นักเรียนใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๕ ตามขั้นตอน ดังนี้
๑. ทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เพื่อประเมนิ ความรู้พน้ื ฐานของนกั เรยี น
๒. ศึกษาจุดประสงค์การเรียนรู้ เม่ือนักเรียนทาแบบฝึกฯ ครบจะได้ทราบว่าตนเองทา
ได้ตามจดุ ประสงคห์ รือไม่
๓. ศึกษาความรูท้ ลี ะหัวข้อให้เข้าใจจนจบ
๔. ทาแบบฝึกทักษะทุกแบบฝึก และนักเรียนไม่ควรดูเฉลยก่อนทาแบบฝึกเพ่ือวัด
ความซื่อสตั ยต์ ่อตนเอง
๕. ตรวจคาตอบของแตล่ ะแบบฝกึ จากเฉลยทอ่ี ยู่ในสว่ นภาคผนวก
๖. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน เพือ่ ประเมินความรูห้ ลังจากทไ่ี ด้ศึกษาดว้ ยแบบฝกึ ทกั ษะ
๗. สรุปผลคะแนนจากการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเพ่ือเปรียบเทียบ
คะแนนกอ่ นเรียน และหลังเรยี น
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๓
มาตรฐานการเรียนรู้/สาระการเรียนรู้
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เล่มที่ ๓ บทความ และสารคดีส้ัน
สาระท่ี ๑ การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ
แก้ปัญหาในการดาเนินชีวิต และมีนสิ ัยรกั การอ่าน
ตวั ชี้วดั
ป. ๕/๔ แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเหน็ จากเร่อื งทีอ่ ่าน
ป. ๕/๕ วิเคราะหแ์ ละแสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเรือ่ งที่อา่ นเพอื่ นาไปใชใ้ นการดาเนนิ
ชวี ิต
สาระการเรียนรู้
๑. การอ่านจบั ใจความจากบทความ และสารคดีส้นั
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๑. นักเรยี นสามารถตอบคาถามจากบทความ และสารคดสี ้ันที่อา่ นไดอ้ ย่างถูกต้อง
๒. นักเรียนอ่านบทความ และสารคดีส้ันแล้วสามารถบอกใจความสาคัญได้
๓. นักเรียนสามารถนาความร้จู ากการอ่านบทความ และสารคดีสั้นไปใช้ใน
ชีวติ ประจาวันได้
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๔
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบทถ่ี กู ต้องทส่ี ุดเพยี งคาตอบเดยี ว โดยกาเคร่ืองหมาย ()
ลงในกระดาษคาตอบ (ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๒๐ คะแนน)
ตอนที่ ๑ เรอ่ื งการอ่านจบั ใจความบทความ (ขอ้ ๑ – ๑๐)
๑. บทความ หมายถงึ อะไร
ก. งานเขียนประเภทหนึง่ ทมี่ ่งุ ให้ผอู้ า่ นได้รับทราบขอ้ มลู
ข. งานเขียนประเภทหนึ่งที่มงุ่ ให้ผอู้ า่ นได้รบั ความบันเทิง
ค. งานเขียนประเภทหนง่ึ ท่มี งุ่ ให้ผอู้ า่ นได้รับทราบข้อมลู ท่เี ป็นสาระความรู้ รายงาน
สถานการณ์หรือเหตุการณ์สาคัญ
ง. งานเขียนประเภทหนึง่ ทีม่ ุ่งให้ผู้อ่านได้รับทราบข้อมลู ที่เปน็ สาระความรแู้ ละความคดิ
ของผเู้ ขียนทมี่ ีต่อเรื่องใดเร่ืองหนึ่ง
ให้นกั เรียนอ่านบทความตอ่ ไปนีแ้ ลว้ ตอบคาถามขอ้ ๒ – ๓
ป้องกันโรคอว้ น ชว่ งเทศกาลปใี หม่
เทศกาลปีใหม่ เปน็ อกี หนึ่งชว่ งเวลาแห่งความสุขที่แวดล้อมไปด้วยญาติสนิท มิตรสหาย
และครอบครัวที่มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์ แน่นอนว่างานปาร์ต้ีย่อมเต็มไปด้วยอาหารและ
เครื่องดมื่ ต่าง ๆ มากมาย ซ่ึงเม่ือเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว หลาย ๆ คนอาจต้องมานั่งกลุ้ม
กบั ตวั เลขหน้าปัดเคร่อื งชงั่ น้าหนักทีด่ ีดขึน้ อยา่ งไม่มีทที า่ วา่ จะลงมางา่ ย ๆ เพราะฉะนั้นเพื่อเป็น
การป้องกันโรคอว้ นทจ่ี ะตามมาหลงั ปาร์ต้ี ผมก็มวี ธิ ีการดี ๆ ง่าย ๆ มาฝากกันครบั
๑. หลีกเลยี่ งของมนั หวาน เค็ม และบุฟเฟต์ ปฏิเสธไมไ่ ดว้ า่ ความอ้วนมีสาเหตุสาคัญมา
จากการรบั ประทานเกนิ พอดี และรับประทานสิ่งทไ่ี ม่เปน็ ประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารท่ี
มันจัด มีรสชาติหวาน หรือเค็มจัด เช่น ขนมเค้ก มันฝร่ังทอดกรอบ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเพ่ื อ
ป้องกันปัญหาโรคอ้วนก็คือ จะต้องหลีกเล่ียงหรือลดปริมาณการบริโภคอาหารเหล่านี้ลง
ตลอดจนนา้ อดั ลม เลยี่ งไดก้ จ็ ะดมี ากครบั โดยหนั ไปดื่มน้าผลไม้ทดแทน
๒. ไม่นอนดึก และด่ืมเครื่องด่ืมมึนเมาในปริมาณมาก เทศกาลปีใหม่หลายคนถือเป็น
ช่วงเวลาแห่งการเดินสายปาร์ต้ีสังสรรค์ เรียกได้ว่าชนแก้วกันต้ังแต่เช้าจนเช้าของอีกวัน
แม้เทศกาลปีใหม่จะจัดกันเพียงไม่ก่ีวัน แต่หากดื่มหนัก นอนดึกทุกวันแบบน้ีเห็นทีคงไม่ดีแน่
เพราะร่างกายที่ไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทาให้ระบบการทางานภายในร่างกายมี
ปัญหา ตลอดจนการเผาผลาญไขมันกย็ งั ไมม่ ปี ระสทิ ธิภาพอกี ดว้ ย
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๕
๓. หากิจกรรมทารว่ มกนั เทศกาลปีใหมไ่ มไ่ ด้หาความสุขกันได้เฉพาะโต๊ะอาหารเท่านั้น
หากแต่ยังมกี จิ กรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ท่ีสามารถสร้างความสุขร่วมกันได้ง่าย ๆ เช่น การร้อง
เพลงคาราโอเกะ และเต้นประกอบจังหวะ การไปเดินชมธรรมชาติร่วมกับครอบครัวตาม
สวนสาธารณะหรือสวนสัตว์ เป็นต้น เพ่ือให้ร่างกายได้เกิดการเคล่ือนไหว และสร้างความ
เพลิดเพลนิ ไดภ้ ายในตวั
โดยเทศกาลปีใหม่ท่ีกาลังจะมาถึงนี้ หากใครกังวลเร่ืองโรคอ้วนอยู่ละก็ ลองเอาหลัก
ปฏบิ ัตงิ ่าย ๆ ๓ ขอ้ ไปลองใชก้ ันดู ก็ไมส่ งวนลิขสทิ ธแ์ิ ต่อย่างใดนะครบั
ทม่ี า : http://www.bejame.com/article/2607
๒. จากบทความนี้ ข้อใดไม่ใช่วิธีการปอ้ งกนั โรคอว้ น
ก. หลีกเล่ียงการนอนดึก
ข. หลีกเล่ยี งของมนั หวาน เคม็
ค. รับประทานอาหารแบบบุฟเฟต์
ง. หากจิ กรรมทาร่วมกันและเคลอ่ื นไหวร่างกาย
๓. ผเู้ ขยี นมจี ุดประสงคอ์ ย่างไรในการเขียนบทความเรื่องน้ี
ก. ตักเตือนเรอ่ื งโรคอว้ นจากการรับประทานอาหารงานเลีย้ งปีใหม่
ข. แนะนาการปอ้ งกันโรคอว้ นที่จะตามมาหลังงานเลีย้ งปใี หม่
ค. ชแี้ จงสาเหตุโรคอว้ นท่จี ะตามมาหลังงานเล้ยี งปีใหม่
ง. บอกปัญหาโรคอว้ นทจ่ี ะตามมาหลังงานเลย้ี งปีใหม่
ใหน้ ักเรยี นอา่ นบทความต่อไปน้แี ลว้ ตอบคาถามขอ้ ๔ – ๖
การทาให้ร่างกายอบอุ่นเมื่อสภาพอากาศหนาวเย็น จาเป็นต้องอาศัยฉนวนที่มี
ประสทิ ธิภาพเพื่อป้องกันความรอ้ นหนอี อกจากร่างกาย สัตวเ์ ลือดอนุ่ จึงต้องมีขนหรือไขมันหนา
เพื่อสร้างความร้อนใหแ้ กร่ า่ งกาย แต่มนุษย์ไม่มีไขมันหนาและมีขนค่อนข้างน้อย มนุษย์จึงต้อง
พงึ่ พาเสอื้ ผา้
สัตว์เลือดอุ่นตามธรรมชาติมีขน ๒ ชนิดตามร่างกาย ขนชนิดยาวเป็นขนป้องกันผิว
ลักษณะเป็นเส้นแข็งและสามารถลุกชันได้ในเวลาที่ตกใจหรือโมโห ใต้ขนชนิดยาวมีขนช้ันใน
ที่นมุ่ มากซ่งึ ช่วยกักอากาศไวบ้ ริเวณใกล้ผิวหนงั อากาศเป็นตัวนาความร้อนไดไ้ ม่ดีดังน้ัน อากาศ
ทก่ี ักไว้ตามขนชั้นในจงึ ช่วยรักษาความรอ้ นของร่างกายและช่วยให้สัตว์อบอุ่นในสภาพอากาศท่ี
เย็น
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๖
เมอื่ ฝนตกหรือเมอ่ื สตั วล์ งไปแช่น้า ขนที่ช่วยกักอากาศจะรวมกันเป็นก้อนก่อรูปเป็นช้ัน
กั้นน้า ซึ่งช่วยป้องกันมิให้ขนด้านในและผิวหนังเปียกน้าหรือสูญเสียคุณสมบัติท่ีเป็นฉนวนไป
เมื่อฝนหยดุ หรอื เมอื่ ข้นึ จากน้า เพียงสลดั ตวั คร้งั เดียวสัตว์ก็สามารถกาจัดน้าไปจากขนด้านนอก
ไดห้ มด
เมื่อมนุษย์นาคุณสมบัติตามธรรมชาติของสัตว์มาใช้ประโยชน์ มนุษย์ก็สามารถจาลอง
พฤตกิ รรมของสัตว์ในเร่ืองการป้องกันความหนาวเย็นได้ เสื้อผ้าขนสัตว์เมื่อสวมใส่แล้วก็จะกัก
อากาศไว้ให้อยู่ในหนังกับผ้า กั้นมิให้ความร้อนหนีออกจากร่างกาย ส่วนเสื้อโค้ตกันฝนจะ
ป้องกนั มใิ ห้ผา้ เปยี กท้ังน้ีเพือ่ จะได้ไมส่ ญู เสียคณุ สมบตั ิทีเ่ ปน็ ฉนวนไป
ท่ีมา : รีดเดอร์ ไดเจสท.์ ร้รู อบตอบได.้ พิมพ์ครง้ั ที่ ๒ .
(กรงุ เทพฯ:รดี เดอร์ ไดเจสท,์ ๒๕๔๐) หน้า ๑๑๑.
๔. ผู้เขยี นมีจุดประสงค์อย่างไรในการเขยี นบทความเรื่องน้ี
ก. ให้ความรู้
ข. ใหค้ าแนะนา
ค. ใหข้ ้อเสนอแนะ
ง. จูงใจผอู้ า่ นให้ปฏบิ ตั ิตาม
๕. ขอ้ ใดคอื ใจความสาคญั ของบทความเรอื่ งน้ี
ก. ขนชั้นในของสัตวเ์ ลอื ดอนุ่ มลี กั ษณะนุ่มช่วยให้ร้สู กึ อบอนุ่
ข. มนุษยไ์ มม่ ไี ขมนั หนา และมีขนคอ่ นข้างน้อยจงึ ต้องพึ่งพาเสื้อผ้า
ค. มนษุ ย์จาลองพฤตกิ รรมของสัตวใ์ นเรอื่ งการป้องกันความหนาวเยน็
ง. สัตวเ์ ลือดอุ่นตามธรรมชาตมิ ขี น ๒ ชนดิ คือขนช้ันในและขนชั้นนอก
๖. จากบทความมนุษยน์ าคุณสมบัตติ ามธรรมชาตขิ องสัตว์มาใชป้ ระโยชน์ในเรอ่ื งใด
ก. รม่ ใช้กางกันฝน ข. ผ้าพันคอ
ค. เส้อื โคต้ กนั ฝน ง. เส้อื ผ้าฝ้าย
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสั้น ๗
ให้นักเรียนอา่ นตอนหนึง่ ของบทความต่อไปนแี้ ลว้ ตอบคาถาม ขอ้ ๗ –๑๐
โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีความสาคัญต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระยะต้ังครรภ์
ความต้องการของโปรตีนจะเพม่ิ ข้ึน นอกจากนร้ี ะยะการใหน้ มบตุ รก็มีความต้องการโปรตีนด้วย
ขณะเดียวกนั เดก็ ทีอ่ ยู่ในวัยทก่ี าลงั เจริญเติบโตจะมีความต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่ ดังนั้น
อาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ เน้ือสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถ่ัวเหลือง เช่น เนื้อไก่ เน้ือเป็ด ปลาทู
เน้ือวัวไม่ติดมัน จะมีโปรตีนประมาณ ๒๐ ต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร ส่วนไข่จะมีโปรตีน
ประมาณ ๑๓ กรัม ต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร และถั่วเหลืองเป็นพืชท่ีมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ
ประมาณ ๓๔ การกินอาหารที่มีโปรตีนสูง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในประเทศท่ีพัฒนาแล้ว พบว่า
ได้รับโปรตีน ปริมาณสูงกว่าคนในประเทศที่กาลังพัฒนา ซ่ึงคนส่วนใหญ่จะขาดอาหาร การ
ได้รับโปรตีนสูงเกินไปจะไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้ามจะเพิ่มความเสี่ยง เช่น อาจเป็นโรคอ้วน
เนื่องจากอาหารท่มี ีโปรตีนสูงมักจะเป็นเน้ือสัตว์ติดมัน ถ้าเป็นเด็กหรือทารกร่างกายไม่สามารถท่ี
จะปรับตวั กบั ปรมิ าณโปรตีนสูง ๆ ทก่ี ินเขา้ ไปการกินอาหารท่ีมโี ปรตนี สูง จะทาใหก้ ินอาหารอ่ืนได้
น้อยลง โอกาสท่ีจะทาให้เกิดการขาดสารอาหารชนิดอื่นเป็นไปได้สูง และการกินอาหารท่ีมี
โปรตีนสูงทาให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย เพราะทาให้ร่างกายเพิ่มการกาจัดแคลเซียม
ออกจากร่างกายดงั นนั้ การกินอาหารจงึ ควรมโี ปรตีนในปริมาณทพ่ี อเหมาะ
(ขวญั เรือน ปักษ์แรก เดอื นสงิ หาคม ๒๕๔๖)
๗. ประโยคใจความสาคัญของเรือ่ งนี้คือข้อใด
ก. การกินอาหารทม่ี ีโปรตนี สูงทาให้อิม่ เร็วขึ้น
ข. ควรกินอาหารทม่ี ีโปรตีนในปริมาณพอเหมาะ
ค. โปรตีนเปน็ สารอาหารที่มคี วามสาคัญต่อการเจริญเตบิ โต
ง. อาหารทมี่ ีโปรตีนสูง ไดแ้ ก่ เนื้อสัตวต์ ่าง ๆ ไข่ นม ถ่วั เมลด็ แห้ง
๘. จากเนื้อความข้างตน้ ผเู้ ขยี นมจี ุดประสงค์อย่างไร
ก. แนะนา
ข. ชแ้ี จง
ค. ส่งั สอน
ง. ให้ข้อคิด
๙. ความคดิ สาคญั ของเรือ่ งนี้คืออะไร
ก. สตรมี ีครรภค์ วรทานอาหารประเภทโปรตนี มาก ๆ
ข. ผู้ทอ่ี ยู่ในวยั เดก็ ควรทานอาหารประเภทโปรตนี
ค. ผู้ที่กินอาหารประเภทโปรตนี มากมีโอกาสเปน็ โรคอว้ น
ง. โปรตนี เป็นสารอาหารท่ีมคี วามสาคัญต่อการเจรญิ เติบโต
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๘
๑๐. ขอ้ ใดเรยี งลาดับจากเรื่องท่ีอา่ นได้ถกู ต้อง
๑. การกนิ อาหารจึงควรมโี ปรตนี ในปริมาณท่ีพอเหมาะ
๒. การกนิ อาหารทีม่ ีโปรตนี สูง จะทาใหก้ ินอาหารอน่ื ได้นอ้ ยลง
๓. การกนิ อาหารทม่ี โี ปรตนี สงู ทาใหร้ ่างกายต้องกนิ แคลเซยี มสูงดว้ ย
๔. การทีไ่ ดร้ บั โปรตีนสงู เกนิ ไปจะไม่มปี ระโยชน์ จะเพมิ่ ความเสี่ยงอาจเป็นโรคอ้วนได้
ก. ๒ ๑ ๔ ๓
ข. ๔ ๒ ๓ ๑
ค. ๑ ๒ ๔ ๓
ง. ๔ ๓ ๒ ๑
ตอนท่ี ๒ เรอ่ื งการอา่ นจับใจความสารคดีสัน้ (ขอ้ ๑๑ – ๒๐)
๑๑. สารคดี เปน็ งานเขียนที่มลี ักษณะอย่างไร
ก. งานเขยี นที่มุง่ สาระวิชาการผูอ้ า่ นไดร้ ับความรู้เพียงอยา่ งเดียว
ข. งานเขยี นท่แี ตง่ โดยใช้จนิ ตนาการ ผู้อ่านได้รับความรูแ้ ละความบันเทิง
ค. งานเขยี นทม่ี ีเจตนาเสนอสาระทเ่ี ปน็ จรงิ ผอู้ า่ นไดร้ ับความรู้มากกวา่ ความบันเทิง
ง. งานเขียนที่ให้คติธรรม ข้อคดิ เตือนใจ ผอู้ ่านไดร้ ับความรู้และความบนั เทิง
ใหน้ ักเรียนอา่ นตอนหน่งึ ของสารคดีสั้นต่อไปนี้ แล้วตอบคาถามข้อ ๑๒
............ไดโนเสาร์ส่วนมากจะได้ชื่อมาจากลักษณะพิเศษของมัน เช่นลักษณะทางร่างกาย
นสิ ยั ประจาตัว หรือต้งั ชื่อตามสถานทที่ ีพ่ บซากดกึ ดาบรรพ์ ปัจจุบนั ไดโนเสาร์ได้สูญพันธ์ุไปแล้ว
อะไรเป็นสาเหตุท่ีทาให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ ไม่มีใครทราบสาเหตุท่ีแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่า
ไดโนเสาร์อาจกินพืชท่ีมีพิษเป็นอาหาร ทาให้พากันล้มตาย หรือโลกมีอุณหภูมิร้อนมาก
ไดโนเสาร์ไม่สามารถหลบร้อนได้ เนื่องจากขนาดท่ีใหญ่โตมันจึงตาย หรือไดโนเสาร์ทนความ
หนาวเย็นไมไ่ หว หรอื มีสัตว์บางชนดิ มากินไข่ของไดโนเสาร์ จงึ ทาให้ไดโนเสารส์ ูญพันธ์ุ
๑๒. จากสารคดีตอนนี้ ข้อใดคอื สาเหตหุ น่ึงในการสญู พันธ์ุของไดโนเสาร์
ก. มนุษย์ออกลา่ สัตว์มาก
ข. สันนิษฐานว่าเกิดอทุ กภยั
ค. สนั นษิ ฐานวา่ เกดิ โรคระบาด
ง. สันนษิ ฐานว่ามสี ตั ว์บางชนิดมากนิ ไขข่ องไดโนเสาร์
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๙
ให้นกั เรยี นอา่ นสารคดสี ัน้ ตอ่ ไปนีแ้ ล้วตอบคาถามขอ้ ๑๓ – ๑๕
โยนบัว
งานประเพณีโยนบัวหรืองานรับบัว เป็นงานประเพณีประจาท้องถิ่นของชาวบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการเกือบร้อยปีแล้ว เหตุท่ีเกิดมีประเพณีนี้ข้ึนที่บางพลีก็เพราะมีตานานว่า
เมื่อประมาณสองร้อยปีเศษล่วงมาน้ี มีพระพุทธรูปแบบเชียงแสน ๓ องค์พี่น้องปาฏิหาริย์
ลอยน้าจากทางเหนือตามลาน้าเจ้าพระยาลงมาทางใต้ องค์หนึ่งได้ประดิษฐานอยู่ ณ
วดั บา้ นแหลม จงั หวัดสมทุ รสงคราม องคห์ นึง่ ได้ลอยเข้าไปตามลาน้าบางปะกง ประชาชนใน
ถ่ินนั้นจึงได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ท่ีวัดพระพุทธโสธร และได้ช่ือว่า “หลวงพ่อพุทธโสธร”
องค์หนึ่งได้ลอยทวนน้าเข้าคลองสาโรงไปจนถึงอาเภอบางพลี ชาวบางพลี จึงอาราธนาข้ึน
ประดิษฐานไว้ ณ วัดบางพลีใหญ่ใน คนท่ัวไปเรียกพระพุทธรูปองค์น้ีว่า “หลวงพ่อโต”
หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนทั่วไปท้ังใกล้และไกล ชาวบางพลีได้จัดให้มีงาน
ฉลองประจาปีเพื่อให้ประชาชนได้มานมัสการหลวงพ่อโต ในวันขึ้น ๑๔ ค่า เดือน ๑๑ ถึงวัน
แรม ๑ ค่า เดือน ๑๑ ซึง่ เป็นวนั ออกพรรษาพอดี รวมงาน ๓ วนั ๓ คืน
ตอนเชา้ วนั ขึ้น ๑๔ ค่า ชาวบางพลีจะอัญเชิญหลวงพ่อโตลงไปประดิษฐานในเรือขนาด
ใหญ่ แล้วแห่ไปตามลาคลองมีดนตรีและเรือลาเล็กลาใหญ่ร่วมขบวนนับจานวนร้อย ๆ ลา
เรือเหล่าน้ีตกแต่งอย่างสวยงาม บ้างก็จับคู่พายแข่งกัน บ้างร้องเพลงเกี้ยวกันอย่างสนุกสนาน
ผู้ท่คี อยชมขบวนเรอื แห่อยสู่ องฝั่งคลองพากันเกบ็ ดอกบัวมาเตรยี มไว้ พอขบวนเรือแห่ผ่านมาก็
โยนดอกบัวลงไปให้ผู้ที่อยู่ในเรือรอรับไปบูชาพระ ตอนโยนบัวและรับบัวน้ีสนุกสนานมาก
บางทีแย่งกนั รับจนตกน้าก็มี ตอนกลางคืนจะมีมหรสพสมโภชฉลองตลอดคืน ชาวบ้านจะนา
บวั ที่รบั ได้ไปบูชาหลวงพ่อโตทพ่ี ระอุโบสถ เช่ือกนั ว่าเปน็ สิริมงคลและจะทาใหโ้ ชคดตี ลอดปี
หนงั สอื เรียนสาระการเรยี นรพู้ ้ืนฐาน ววิ ธิ ภาษา ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๑๐
๑๓. ประเพณโี ยนบัวสะทอ้ นใหเ้ ห็นความเช่อื ของชาวบางพลใี นเร่อื งใดเดน่ ชัดทสี่ ุด
ก. ความศกั ด์สิ ทิ ธิข์ องหลวงพอ่ โต
ข. การทาบญุ ร่วมกันในชว่ งวนั ออกพรรษา
ค. การสร้างความสามคั คีของคนในท้องถน่ิ
ง. ความผกู พนั กบั วถิ ีชวี ิตริมคลอง
๑๔. สาเหตทุ ่เี กดิ ประเพณีโยนบวั คอื ข้อใด
ก. สภาพความเปน็ อยู่ของประชาชนท่ีอาศัยอยรู่ มิ คลอง
ข. ดอกบวั เป็นดอกไม้ทนี่ ยิ มใชบ้ ชู าและหาไดง้ า่ ย
ค. การจัดประเพณที เี่ กีย่ วขอ้ งกับวนั ออกพรรษา
ง. ความศรัทธาในตานานเกย่ี วกบั เรื่องพระลอยนา้
๑๕. ขอ้ ใดคอื ใจความสาคญั ของสารคดีส้นั เรือ่ งนี้
ก. ประเพณโี ยนบวั เป็นประเพณีทมี่ ีชว่ งวนั ออกพรรษา
ข. ประเพณโี ยนบัวเปน็ ประเพณปี ระจาทอ้ งถน่ิ ของชาวบางพลีมานานแลว้
ค. ประเพณโี ยนบวั เกิดจากการฉลองประจาปขี องจังหวัดเพื่อใหค้ นมาทาบญุ
ง. ประเพณีโยนบัวเปน็ ประเพณีทส่ี นุกสนานมาก มกี ารโยนและรบั บัวแลกเปลยี่ นกัน
ให้นักเรยี นอา่ นสารคดีส้ันต่อไปนี้แล้วตอบคาถามขอ้ ๑๖ – ๑๘
พระบรมรูปทรงม้า
พระบรมรูปทรงม้า คือพระบรมรูปที่รัชกาลท่ี ๕ ประทับบนหลังม้า หล่อจากกรุง
ปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นสิ่งที่ชาวไทยพร้อมใจกันสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หวั เพอื่ เปน็ อนุสรณใ์ นพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกสมโภชราชสมบัติ ๔๑ ปี
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพทรงกล่าวในพระราชนิพนธ์เรื่อง “สร้างพระบรมรูป
ทรงม้า” ตอนหน่ึงว่า “เนื่องจากคณะกรรมการได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อย่หู ัว ทรงโปรดพระบรมรปู ทรงม้าของพระเจ้าหลยุ ส์ท่ี ๑๔ ซึ่งทรงได้ทอดพระเนตรเห็นท่ี
ลานใหญ่หน้าพระราชวังแวร์ซายส์ ทรงปรารภว่า ถ้ามีพระบรมรูปทรงม้าของพระองค์ต้ังไว้ใน
สนามหนา้ พระท่นี ่ังอนนั ตสมาคมก็จะเป็นสง่างามดี จึงได้สร้างพระบรมรูปทรงม้าถวาย โดยมี
คาว่า “ปิยมหาราช” ปรากฏอยู่ในคาจารึกบนฐานพระบรมรูป และพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงกระทาพิธีเปิดในวันพุธท่ี ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๑ ใน
ระหวา่ งพิธรี ัชมงั คลาภิเษก สมดงั่ ความตั้งใจของเหลา่ พสกนกิ ร”
(เรยี บเรียงโดย นฤภร รจุ ิเรข)
ท่ีมา : http://www.moohin.com/006/006k027.shtml
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๑๑
๑๖. เรือ่ ง สร้างพระบรมรูปทรงม้า เปน็ พระราชนพิ นธ์ของท่านใด
ก. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจา้ อยู่หัว
ข. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หู ัว
ค. สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ง. เจ้าพระยาธรรมศักดม์ิ นตรี
๑๗. สถานท่ีสาคัญทอ่ี ยบู่ รเิ วณเดียวกบั พระบรมรูปทรงมา้ คือข้อใด
ก. พระบรมมหาราชวัง
ข. วดั พระศรีรัตนศาสดาราม
ค. พระทน่ี งั่ อนนั ตสมาคม
ง. พิพิธภณั ฑส์ ถานแห่งชาติ
๑๘. พระบรมรปู ทรงมา้ สร้างมาไดป้ ระมาณก่ปี ี
ก. ๖๐ - ๘๐ ปี
ข. ๘๐ - ๑๐๐ ปี
ค. ๑๐๐ - ๑๓๐ ปี
ง. ๑๓๐ - ๑๕๐ ปี
ให้นกั เรยี นอ่านสารคดสี ้นั ต่อไปนแี้ ลว้ ตอบคาถามขอ้ ๑๙ – ๒๐
เรื่อง กนิ อาหารตามวยั หา่ งไกลโรค
เนอื่ งจากคนเราแต่ละวัย ย่อมมีความต้องการอาหารแตกต่างกันตามกลุ่มอายุ และความ
ต้องการอาหารยังเปล่ียนแปลงตามสภาพของร่างกายด้วย ในการบริโภคจึงสามารถแบ่งประเภทของ
ชว่ งอายุ เพอื่ ให้ถูกตอ้ งตามวยั และสภาพของร่างกาย เช่นกลุ่มของเด็กวัยเรียน (อายุ ๖ - ๙
ปี)และวัยรุ่น (อายุ ๑๐ - ๒๔ ป)ี ในวัยน้เี ป็นวัยท่ีกาลังเจริญเติบโต ต้องรับประทานอาหารให้
ครบท้ัง ๕ หมู่ และหลากหลายชนิด รับประทานให้ครบ ท้ัง ๓ ม้ือ ในเด็กควรดื่มนมรสจืด
ทุกวันอย่างน้อยวันละ ๑ แก้ว และควรใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร รวมทั้ง การ
บริโภคอาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น ตับ เลือด เน้ือสัตว์ ผัก ผลไม้ นอกจากนี้ต้องมี
การออกกาลงั กายอย่างสมา่ เสมอและพักผอ่ นใหเ้ พียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารขบเค้ียว อาหารรส
จัด เช่น เค็มจดั หวานจัดและเผ็ดจัด รวมไปถงึ อาหารจานดว่ นตามแบบตะวันตก
สาธารณสุข. กระทรวง กินตามแม่ กรงุ เทพฯ เปรยี ว. ๒๕๔๖
ที่มา : http://www.ocpb.go.th/show_news.asp?id=297
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๑๒
๑๙. สาระสาคัญของเรอ่ื งนีก้ ล่าวถึงสิ่งใด
ก. วิธีป้องกันโรคอ้วนในวัยรนุ่
ข. วิธีปฏิบตั ิตนเมื่อย่างเข้าสู่วยั รุ่น
ค. การเลอื กรับประทานอาหารให้เหมาะสมกบั วยั
ง. คณุ คา่ ของอาหารแตล่ ะประเภททม่ี ีตอ่ รา่ งกาย
๒๐. ใครปฏบิ ตั ิไดถ้ กู ต้องตามขอ้ ความทีว่ ่า “กนิ อาหารตามวัยห่างไกลโรค”
ก. ติ๋มกนิ มนั ฝร่ังทอดเป็นประจาทกุ วัน
ข. ต้มุ ลดอาหารเม้อื เย็นเพ่ือทาใหร้ า่ งกายสมสว่ น
ค. ตอ้ มดื่มนมช็อกโกแลตหลงั อาหารทกุ ม้ือ
ง. ต้อยรับประทานอาหารหลากหลายชนดิ ไมเ่ ลือกเฉพาะทช่ี อบ
แบบฝกึ ทักษะการอ่านจับใจความ เล่ม ๒ สขุ สนั ตอ์ ่านบทความ ๑๓
ใบความรู้ที่ ๑
บทความคืออะไร คาว่า บทความ ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๕๔ (หน้า ๖๔๘) อธิบายความหมายไว้ว่า ข้อเขียน
ซึ่งเป็นรายงานหรือการแสดงความคิดเห็นมักตีพิมพ์ใน
หนงั สือพมิ พ์ วารสาร สารานกุ รม เป็นต้น
บทความเป็นงานเขียนประเภทหนึ่งท่ีมุ่งให้ผู้อ่านได้รับ
ทราบข้อมูลท่ีเป็นสาระความรู้ ประสบการณ์ ข้อเท็จจริง
ทีเ่ กิดขนึ้ และความคิดของผู้เขียนที่มีต่อเร่ืองใดเรื่องหนึ่ง ทาให้
ผู้อ่านขยายแนวความคิดอันจะเป็นทางเสริมสร้างให้มีทัศนะ
ต่าง ๆ ท่ีกวา้ งไกล และมีความคิดเห็นที่ทันสมัยด้วย โครงสร้าง
ของบทความประกอบด้วย ๓ ส่วน คือ ความนา เน้ือหา และ
สรปุ
หลักการอ่านจบั ใจความสาคัญจากบทความ
๑. อา่ นผ่าน ๆ ให้ร้วู ่าเรือ่ งนัน้ ว่าด้วยเร่ืองอะไร จุดใดเปน็ จุดสาคัญของเรือ่ ง
๒. อ่านเพื่อพิจารณาข้อความสาคัญเป็นรายย่อหน้า โดยอาจสังเกตได้จากคาหรือ
ประโยคท่ีกลา่ วซ้ากันหรอื สอดคลอ้ งกนั ซึ่งปรากฏอย่ใู นแต่ละยอ่ หน้า
๓. ตอบคาถามสั้น ๆ เกีย่ วกับใจความสาคญั ของเรอื่ งในแต่ละยอ่ หนา้
๔. เช่อื มโยงประเด็นสาคญั ของแต่ละย่อหน้าเข้าด้วยกันก็จะจับใจความสาคัญของเรื่อง
ไดท้ งั้ หมด
๕. วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูลว่าถูกต้องเพียงใด รวมทั้งวิเคราะห์เจตนาและ
จดุ ประสงค์ในการเขียนบทความของผู้เขยี นดว้ ย
ที่มา : คูม่ ือการเรยี นการสอนภาษาไทย คิดและเขียนสรา้ งสรรค์ : เรียงความ ย่อความ
และสรุปความ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔-ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ สานักงานคณะกรรมการกาศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ เล่ม ๒ สุขสันตอ์ า่ นบทความ ๑๔
ตวั อย่างบทความ
เรามาอา่ นบทความ แลว้ ลองตอบคาถามกนั ครบั
บทความ เร่อื งเม่ือเป็นตาแดง
ชว่ งที่รา่ งกายอ่อนแอจากการทางาน อีกท้งั ตอ้ งเผชิญอากาศทีเ่ ปลย่ี นแปลงเด๋ียวร้อนเด๋ียวฝน
เด๋ียวหนาว ซึ่งอิทธิพลของอากาศท่ีแปรปรวนเป็นโอกาสของเช้ือไวรัสที่จะเข้ามาทาให้เกิดการ
ผดิ ปกติในคนเราได้ ไวรัสทีพ่ วกเราชาวบ้านค้นุ เคยกนั ดีคือ ไวรัสท่ีทาใหเ้ กดิ โรคตาแดง หรือที่เรียกกัน
ในทางแพทย์วา่ โรคเย่อื ตาขาวอักเสบจากไวรสั
โรคตาแดงเมอ่ื เปน็ แลว้ ก็มักจะมกี ารแพรร่ ะบาด โดยเฉพาะในเขตหมู่คนหรือชุมชน อันได้แก่
โรงเรียน หมู่บ้าน สระว่ายน้าซ่ึงถ้าเป็นชุมชนท่ีค่อนข้างแออัดและการรักษาสภาพแวดล้อม
สุขอนามยั ทไ่ี มด่ ี จะทาให้มกี ารแพรร่ ะบาดกระจายในวงกวา้ งมากข้ึน การเกิดโรคนี้สามารถเกิดได้ทุก
เพศทุกวัย แต่สว่ นใหญม่ ักจะพบในเดก็ มากกว่า
อาการท่ีทาให้ตนเองสังเกตว่า เป็นโรคตาแดงหรือไม่ คือมักจะพบว่าเวลาตื่นนอนเช้า ๆ
จะมขี ต้ี าคอ่ นข้างมาก เคืองตาตลอดเวลา น้าตามักไหลออกง่าย หนังตาอาจมีการบวม ส่วนใหญ่จะ
เป็นเพียงข้างใดข้างหนึ่งก่อน ถ้ามีอาการรุนแรงขึ้นหรือขย้ีตาบ่อย โรคจะลามเป็นทั้งสองข้างใน
บางครั้งจะพบว่าทต่ี าขาวจะเปน็ ป้นื แดงคล้ายเลือดออกด้วย ในคนท่ีมีสุขภาพไม่ดีหรือมีการพักผ่อน
ไมเ่ พียงพอ ก็จะมอี าการเปน็ ไขเ้ จ็บคอและอ่อนเพลียร่วมดว้ ย แตเ่ มื่อเกิดอาการเหลา่ น้ไี ม่ต้องตกใจว่า
อาการจะรุนแรง เน่ืองจากอาการของโรคจะหายไปเอง ใน๑ – ๒ สัปดาห์ ย่ิงถ้าเราพยายามรักษา
สุขภาพ รับประทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพออาการก็จะหายเร็วขึ้น ยาท่ีใช้บรรเทาอาการ
สามารถใชย้ าสามัญประจาบ้านไดแ้ กย่ าแก้ปวดลดไข้
ข้อท่ีควรระวังมากท่ีสุดเมื่อเป็นโรคนี้คือ ไม่ควรใช้อุปกรณ์หรือเคร่ืองใช้ร่วมกัน เช่น
ผา้ เช็ดหนา้ หมอน หรอื การสัมผัสใกล้ชิดกันจะทาให้เกิดการติดต่อกันได้ อีกประการหน่ึงสาหรับผู้ที่
มกั เอ้อื อาทรให้ผูอ้ น่ื ใชย้ าร่วมกับตนจะต้องระวงั มากขึ้นเมือ่ เป็นโรคนี้ เนื่องจากถ้าใช้ยาหยอดตาขวด
เดียวกัน กส็ ามารถทาให้มีการติดต่อของโรคตาแดงนี้ได้ อีกทั้งอาจได้รับเชื้อที่มีความรุนแรงมากกว่า
เดมิ ได้ ทางที่ดีผู้ท่ีป่วยเป็นโรคนี้ควรหยุดงานหรือหยุดเรียนเพ่ือรักษาตัวให้หายก่อนจึงจะไปทางาน
หรือเรียนตามปกติได้
อย่างไรก็ดี ถ้าพบว่า อาการท่ีรุนแรงมากข้ึนหรือรักษาไม่หายหรือมีอาการเกิน ๑ สัปดาห์
หรือมีอาการตาพร่ามัวผิดปกติ ก็อย่าน่ิงนอนใจให้รีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจเช็คอาการให้ละเอียด
และรบั การรักษาตวั แลว้ ทา่ นจะสามารถถนอมดวงตาทีม่ ีค่าของทา่ นไดอ้ กี นานแสนนาน
ที่มา : นติ ยาสารหมอชาวบ้าน
ปีที่ ๒๑ ฉบับท่ี ๒๔๓ เดือน กรกฎาคม ๒๕๔๒ หน้า ๔๓
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๑๕
ฝึกต้ังคาถามและตอบคาถามจากบทความทีอ่ ่าน
คาถาม คาตอบ
- บทความนี้เกยี่ วข้องกับเรื่องอะไร - โรคตาแดง
- โรคตาแดงเกดิ ข้นึ จากเช้ือโรคชนิดใด - ไวรัส
- เมอ่ื ไรท่รี ่างกายของเรามกั จะได้รบั เชื้อโรค - เมอื่ ร่างกายออ่ นแอและต้องเผชิญอากาศที่
ตาแดง เปลีย่ นแปลง
- โรคตาแดงมกั จะมกี ารระบาดในสถานทท่ี ่ีมี - สถานท่ที ีม่ คี นจานวนมากหรอื เป็นชุมชน
ลกั ษณะอย่างไร แออัด
- โรคตาแดงมักเกิดขน้ึ กับบคุ ลวัยใด - วัยเดก็
- เมื่อเปน็ โรคตาแดงแล้วจะมีอาการอย่างไร - ขี้ตาค่อนข้างมาก เคืองตาตลอดเวลา นา้ ตา
ไหลง่าย ท่ีตาขาวจะเห็นเปน็ ป้นื แดง และมี
อาการไขเ้ จบ็ คอ และออ่ นเพลีย
- การรักษาโรคตาแดงมวี ิธปี ฏิบัตอิ ยา่ งไร - รกั ษาสขุ ภาพ ทานอาหารและพกั ผอ่ นให้
เพียงพอ กจ็ ะหายเองใน ๑ - ๒ สัปดาห์ ถ้ามี
ไขใ้ หใ้ ช้ยาสามญั ประจาบา้ นประเภทลดไข้
- สิ่งท่ีไม่ควรปฏบิ ตั ิเม่อื เกิดโรคตาแดง คอื - ไมค่ วรใชอ้ ุปกรณ์เคร่อื งใช้ และยารว่ มกับ
อะไร ผ้อู ื่น
- ถา้ มีอาการของโรครุนแรงขนึ้ หรือเปน็ - รีบไปพบแพทย์
นานๆควรปฏิบัติอย่างไร
- ขอ้ เท็จจริงและขอ้ คดิ เหน็ ท่ีพบจาก - ข้อความสว่ นใหญเ่ ป็นขอ้ เท็จจรงิ มขี ้อความ
บทความ เพยี งบางส่วนท่เี ปน็ ข้อคิดเห็น ได้แก่ ผู้ป่วย
สมควรหยดุ งานหรอื หยุดเรยี นเพื่อรักษาให้
หายก่อนจึงจะไปทางานหรอื เรียนตามปกติ
- สรุปใจความสาคัญ - ตาแดงเกดิ จากเชือ้ ไวรสั ชนิดหนึง่ สว่ นใหญ่
จะมกี ารแพร่ระบาดในสถานทีท่ ่มี ีคนจานวน
มากหรอื เปน็ ชมุ ชนแออัด โดยเฉพาะอยา่ งยิง่
กบั วยั เดก็ วิธกี ารรักษาทาได้โดยรกั ษาสุขภาพ
ทานอาหารและพักผอ่ นให้เพยี งพอ ผู้ป่วยไม่
ควรใช้อุปกรณเ์ คร่ืองใช้หรือยาร่วมกับผอู้ ืน่
และถ้ามอี าการรุนแรง ควรไปพบแพทย์เพ่อื
ทาการรักษา
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสั้น ๑๖
แบบฝกึ ทักษะที่ ๑
คาชีแ้ จง ให้นักเรียนอา่ นบทความ แลว้ ตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
บทความ เรอื่ งของยา
ทุกคนคงเคยเจ็บป่วยไม่มากก็น้อยเวลาป่วยต้องกินยา สมัยคุณย่าคุณยายยังเล็ก
มียาไทยหรือยาโบราณ ซง่ึ ส่วนมากทาเป็นรูปยาผงชงกินหรือกวาดคอ เด๋ียวน้ีเรายังมีทั้งยาแผน
โบราณและยาแผนปจั จุบัน
ยาได้จากพืชและสัตว์หลายชนิด พืชท่ีนามาใช้เป็นยา เช่น กระเทียม ข่า ขม้ิน ผักบุ้ง
ไพล กระเจย๊ี บ ฯลฯ ส่วนสัตว์นั้น เราใช้อวัยวะบางอย่างเป็นยา เช่น เขากวาง นอแรด งาช้าง
ฯลฯ นอกจากน้ียาอาจสกัดได้จากจุลชีพ เช่น เพนิซิลลิน ได้จากเชื้อรา แร่ธาตุท่ีมีอยู่ตาม
ธรรมชาติกใ็ ช้เป็นยาได้ เชน่ เกลอื กามะถนั ดีเกลอื สารสม้ เป็นต้น ปัจจุบันมีวิธีการสังเคราะห์
ให้ไดย้ าหลายชนิด
ยามิได้มีรสขมทุกชนิดอย่างที่กล่าวกัน ยาบางชนิดมีรสหวาน เช่น ยาเข้าชะเอมเทศ
น้าอ้อย ยาบางชนิดมีรสเปร้ียว เช่น ยาท่ีเข้ามะนาว นอกจากนี้ยายังมีรสฝาด รสเผ็ด รสเค็ม
และรสจดื ทงั้ นีข้ ้ึนอยกู่ บั ตัวยาทใ่ี ช้
ยาแผนปัจจุบันหรือยาฝรั่งมีการเพ่ิมรสและกล่ินให้น่ากินย่ิงข้ึน มีทั้งชนิดท่ีใช้ภายใน
เชน่ ยาน้า ยาเมด็ ยาใสแ่ คปซูลสาหรบั กนิ และยาฉีด ชนดิ ทใ่ี ช้ภายนอก เช่น ยาทาแผล ยาทา
ผวิ หนังเวลาคนั ยาหยอดตา และยาหยอดหู
การใช้ยาต้องระวัง เพราะยาแต่ละชนิดออกฤทธิ์แตกต่างกันไป การใช้ยาผิดเป็น
อนั ตรายอย่างย่ิง เด็ก ๆ จึงไม่ควรกินยาดว้ ยตนเอง
ทม่ี า : สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชนไทย เล่มท่ี ๙
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีสนั้ ๑๗
ใหอ้ ่านบทความแตล่ ะขอ้ แลว้ พจิ ารณาว่าขอ้ ความนนั้ ถูกหรือผิด
ถา้ ถูกให้ทาเครอ่ื งหมาย X ทบั ตวั ถ
ถ้าผิดให้ทาเครื่องหมาย X ทับตัว ผ
( ถ ผ ) ๑. ยาไดจ้ ากพชื และสัตวห์ ลายชนิดและมีรสขมทกุ ชนิด
( ถ ผ ) ๒. พชื ท่ีนามาใช้เปน็ ยา เชน่ กระเทยี ม ข่า ขมิน้ ผกั บงุ้ ไพล กระเจีย๊ บ ฯลฯ
( ถ ผ ) ๓. บทความนีม้ คี วามสาคัญคือทาใหเ้ รารักษาโรคต่าง ๆ ใหห้ ายไดร้ วดเรว็
( ถ ผ ) ๔. “เดก็ ๆ จงึ ไมค่ วรกนิ ยาดว้ ยตนเอง” คอื ขอ้ คิดเห็น
( ถ ผ ) ๕. ส่วนทเี่ ปน็ ใจความสาคญั ของบทความคือยาไดจ้ ากพืช สัตว์ และ
แร่ธาตบุ างชนดิ
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๑๘
แบบฝกึ ทักษะที่ ๒
คาชี้แจง ให้นกั เรียนอ่านบทความ แล้วเขยี นตอบคาถามให้
ถกู ตอ้ ง (ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
บทความ เร่อื ง ลม
อากาศในบริเวณที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์จะลอยสูงขึ้น และอากาศที่เย็นกว่า
ในบริเวณอ่ืนก็จะไหลเข้ามาแทนที่ การเคล่ือนไหวของอากาศเช่นน้ี เรียกว่า ลม ลมเป็น
ปรากฏการณ์ธรรมชาตทิ ีเ่ ราพบเหน็ อยูเ่ สมอ ๆ
ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นลม เราก็รู้สึกได้เมื่อลมมาปะทะตัวเรา ถ้าเราชักว่าว ลมจะ
ผลกั ใหว้ ่าวลอยสงู ขึ้น แรงลมนีเ่ องทาใหว้ า่ วลอยตัวอยู่ในอากาศได้
ลมมีประโยชน์มาก การแล่นเรือใบต้องอาศัยลมช่วยพัดใบเรือให้แล่นไปบนน้า ใน
สมัยก่อนโรงสีลมก็ใช้แรงลมหมุนกังหัน เมื่อกังหันหมุนก็จะทาให้โม่หินหมุนตามไปด้วย จึง
สามารถบดเมล็ดข้าวโพดจนเป็นแป้งได้ ปัจจุบันน้ีหลายแห่งยังคงใช้แรงลมหมุนระหัดวิดน้า
เข้านาและสูบน้าบาดาลข้นึ มาใชเ้ ป็นประโยชน์ นอกจากนี้ก็ยังมีการค้นคว้าวิจัยเพื่อนาพลังงาน
ลมมาใชผ้ ลิตกระแสไฟฟา้ อีกด้วย
เราสามารถวัดความเร็ว และทศิ ทางของลมในระดับใกล้พื้นดินได้ โดยใชแ้ อนนิโมมิเตอร์
และศรลม ส่วนในระดับสูงข้ึนไป เราวัดความเร็วและทิศทางของลมได้โดยใช้บอลลูนตรวจ
อากาศ
ทีม่ า : สารานกุ รมเยาวชน นานาความรู้ ชุดท่ี ๑๑
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๑๙
คาชี้แจง ให้นักเรยี นอา่ นบทความ แล้วเขยี นตอบคาถามให้ถกู ต้อง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
๑. ให้นกั เรียนเขียนขอ้ ความที่ ..............................................................................................................
เป็นข้อเท็จจรงิ ตามทีป่ รากฏ ..............................................................................................................
..............................................................................................................
ในบทความ ๑ ขอ้ ความ
๓. ผเู้ ขียนมีจดุ ประสงค์ ๒. ลม เกดิ ขึน้ ได้
อยา่ งไรจงึ เขยี นบทความ อยา่ งไร
เร่อื งน้ี ..........................................................
..........................................................
..........................................................
..........................................................
..........................................................
........................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
.......................................................... ๔. นักเรียนได้รับ
.......................................................... ประโยชน์อยา่ งไรจาก
.......................................................... การอ่านบทความ
.......................................................... เร่อื งน้ี
..........................................................
๕. ให้นักเรียนเขยี น ........................................
สาระสาคัญสน้ั ๆ
......................................................................................................................
ของบทความเร่อื งน้ี ......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๒๐
แบบฝึกทักษะที่ ๓
คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนอ่านบทความ แล้วตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
บทความ เรอ่ื ง นา้ ปลา
เครื่องปรุงชนิดหนึ่งท่ีเป็นที่นิยมกันมากสาหรับคนไทย ให้คุณค่าแก่ร่างกายหลายอย่าง
เนอ่ื งจากมีโปรตนี ไนโตรเจน กรดอะมโิ นทจ่ี าเป็นต่อร่างกายและยังมีเกลือแร่อีกมากมายหลายชนิด
นอกจากนยี้ งั ชว่ ยใหร้ สชาติอาหารอรอ่ ย ได้สารอาหารท่ีเป็นประโยชน์แก่ร่างกาย การรับประทานได้
อยา่ งปลอดภยั เครือ่ งปรงุ รสทกี่ ลา่ วถึงนี้คอื น้าปลา
น้าปลาไดม้ าจากการหมกั ของปลา ซง่ึ นยิ มใชป้ ลาตัวเล็ก มีไขมนั น้อยและราคาถูกปลาที่นิยม
ใชจ้ ะเป็นพวกปลาไสต้ ัน ปลากะตกั ปลาหลังเขียว ปลาทองแดง ปลาทรายขาว ปลาข้างเหลือง ปลา
แปน้ และปลาสร้อย โดยหมักกับเกลือทะเล
นา้ ปลาจดั เปน็ อาหารท่ีได้รับการควบคุมเฉพาะ ตามกฎหมายจึงได้มีการกาหนดแบ่งน้าปลา
ออกเป็น 3 ชนิด คอื นา้ ปลาแท้ น้าปลาท่ีทาจากสัตว์อ่ืนๆ และน้าปลาผสม น้าปลาแท้เป็นน้าปลาท่ี
ไดจ้ ากการหมกั หรอื ย่อยปลา หรือส่วนของปลา หรือกากของปลาท่ีเหลือจากการหมัก ตามกรรมวิธี
การผลิตน้าปลา น้าปลาที่ได้จากสัตว์อื่นๆเป็นน้าปลาท่ีได้จากการหมักย่อยจากสัตว์อื่นซ่ึงมิใช่ปลา
หรือส่วนของสัตว์อ่ืนหรือกากของสัตว์อื่นท่ีเหลือจากการหมัก ตามกรรมวิธีการผลิตน้าปลา และ
รวมถึงน้าปลาท่ีทาจากสัตว์อื่นท่ีเป็นน้าปลาแท้ผสมอยู่ด้วย ส่วนน้าปลาผสม เป็นน้าปลาแท้หรือ
นา้ ปลาท่ีทาจากสัตวอ์ ื่นที่มสี ง่ิ อ่นื ที่ไมเ่ ป็นอันตรายแก่ผบู้ ริโภค เจือปน เจอื จาง หรือปรงุ แตง่ กลิน่ รส
ฉะนั้นก่อนจะซ้อื น้าปลาควรอ่านฉลากซึ่งตอ้ งกากับไวบ้ นขวดเสียก่อนว่าเป็นน้าปลาประเภท
ใด
“น้าปลาแท้” “น้าปลาจาก....” “น้าปลาจาก.......% ผสมกับน้าปลาแท้....%” “น้าปลา
จาก.......% ผสมกับน้าปลาจาก....%” “น้าปลาผสม” หากเป็นน้าปลาผสมท่ีทาจากสัตว์อื่นต้อง
ระบุชนิดของสัตวอ์ ่ืนทีน่ ามาทานา้ ปลา
เน่ืองจากน้าปลาเป็นเคร่ืองปรุงรสที่มีราคาแพง เพราะต้องใช้วัตถุท่ีมาจากเน้ือสัตว์ ซ่ึง
นอกจากจะให้รสชาติที่ดีแล้วยังให้คุณค่าทางอาหารด้วย ทาให้ผู้ผลิตมากมายคิดทาน้าเกลือปรุงรส
เพือ่ ใช้แทนน้าปลาเพราะมีราคาถูกกว่ามาก แต่ไม่มีคุณค่าทางอาหารเลย ได้แต่เพียงรสชาติเท่านั้น
ฉะน้ันการเลือกใช้น้าปลาหรือน้าเกลือปรุงรสอาหารควรจะตอ้ งอา่ นฉลากให้ดเี สียกอ่ น
ที่มา : กองบรรณาธกิ าร สานักพมิ พ์แสงแดด
อาหารไทยรสดี หน้า ๗-๙
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๒๑
อ่านบทความแล้วตอบคาถามต่อไปนี้
๑. คนไทยมกั ใช้น้าปลาเพื่อประโยชน์อะไร
ตอบ......................................................................................
๒. นา้ ปลาท่ดี ตี ้องมีลกั ษณะอยา่ งไร
ตอบ..........................................................................................................
๓. การทาน้าปลามวี ิธีการอยา่ งไร
ตอบ..........................................................................................................
๔. นักเรียนคิดว่าบทความเรือ่ งนีม้ ีความสาคัญตอ่ ตัวนกั เรียนหรอื ไมเ่ พราะเหตใุ ด
ตอบ.............................................................................................................................
๔. เขยี นสรุปใจความสาคญั ของบทความเรือ่ งนา้ ปลา
ตอบ.............................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
.........................
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีสนั้ ๒๒
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๔
คาช้แี จง ให้นักเรียนอ่านบทความ แล้วตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
อ่านบทความนแี้ ล้วตอบคาถามขอ้ ๑ – ๔
มะเรง็ กลอ่ งเสยี ง
พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ๖ – ๑๐ เท่า และมักเกิดกับคนที่อายุเกิน ๔๐ ปี
ขน้ึ ไป
สาเหตุ
๑. ด่มื สุราโดยไมผ่ สมน้าหรอื โซดาและชอบรอ้ ง “ฮา่ ” เมื่อกลนื สุราประจา
๒. สบู บหุ รจ่ี ดั
อาการ
๑. เสียงแหบ
๒. เจบ็ คอเหมอื นก้างติดคอ
๓. อาจมเี สมหะปนเลือด
การป้องกนั และการรกั ษา
๑. ผ่าตัดและฉายรังสแี ล้วแตแ่ พทยพ์ จิ ารณา
๒. งดดืม่ สรุ าและงดสบู บหุ รี่
๓. ถ้ามีอาการเสยี งแหบหรือเจ็บคอโดยไมม่ ีสาเหตใุ หร้ ีบปรึกษาแพทย์
๑. มะเร็งกล่องเสียงจะพบมากที่สดุ ในบุคคลเพศใด
ตอบ..........................................................................................................................................
๒. บุคคลในวยั ใดทม่ี โี อกาสเปน็ มะเรง็ กลอ่ งเสยี งมากทส่ี ุด
ตอบ.........................................................................................................................................
๓. โรคมะเร็งกลอ่ งเสยี งเกิดจากสาเหตใุ ด
ตอบ..........................................................................................................................................
๔. สรุปใจความสาคัญของบทความ
ตอบ............................................................................................................................................
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ้ัน ๒๓
อา่ นบทความนแี้ ล้วตอบคาถามขอ้ ๕
ทาไมงูจงึ กดั
งูมีพิษจะกัดเพื่อป้องกันตัวเอง หรือเม่ือเวลาถูกเหยียบเท่าน้ันโดยมากคนจะ
กลัวงู แต่ก็มีงูจานวนมากเช่นกันที่ไม่มีอันตราย งูพิษจะเก็บพิษไว้ด้านหลังของ
ขากรรไกร แล้วจะปล่อยผ่านเขี้ยวออกมาเม่ือขากรรไกรอ้าเต็มท่ี พิษก็จะถูกปล่อย
ออกมาเวลาท่งี ูกัดกเ็ หมอื นกบั การฉดี ยาพษิ นั่นเอง
ข้อ ๕ สรุปใจความสาคญั
............................................................................
............................................................................
............................................................................
............
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๒๔
แบบฝกึ ทักษะท่ี ๕
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนอ่านบทความ แลว้ ตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
อ่านบทความนี้แลว้ ตอบคาถามข้อ ๑ – ๒
เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๑๓๔๓ ผู้ท่ีเข้าไปตงั้ ถิ่นฐานในท่ีราบตอนกลางของ
อเมริกาได้สร้างท่ีพักอาศัยโดยใช้วัสดุธรรมชาติ วิธีการสร้าง คือ ขั้นแรกยกพ้ืน
ให้สูงเพอื่ ปอ้ งกนั นา้ ท่วม ต่อจากน้ันจึงใช้อิฐที่มีส่วนผสมของดินเหนียวกับหญ้า
ก่อเป็นผนังสูง ๓ – ๔ ฟุต ทากรอบประตูและหน้าต่างด้วยไม้ ส่วนหลังคามุง
ดว้ ยใบไม้และกระเบื้อง
ทมี่ า : คู่มอื การเรยี นการสอนภาษาไทยสรา้ งเด็กไทยให้อ่านเกง่
อ่านเร็ว ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔-๖ สานักงานคณะกรรมการกาศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
๑. อะไรท่นี กั เรยี นสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ได้
ตอบ ..................................................................................................
๒. เหตใุ ดจึงใช้ไมท้ าเป็นกรอบประตแู ละหน้าต่าง
ตอบ .........................................................................................................
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี นั้ ๒๕
อา่ นบทความนแี้ ลว้ ตอบคาถามขอ้ ๓ – ๔
โดยทว่ั ไปสัตวท์ ่ีมกี ระเปา๋ หนา้ ทอ้ งจะแบง่ ออกเปน็ ๒ พวก คอื พวกทก่ี ินเนือ้ กบั
พวกทกี่ นิ พชื จะเปน็ พวกไหนให้พจิ ารณาจากฟนั และเท้า พวกที่กินเนือ้ จะมีฟนั ซเ่ี ลก็ และ
แหลมคม ฟันจะขึน้ เรียงเปน็ จานวนมากสว่ นพวกทีก่ นิ พืชจะมฟี ันซีใ่ หญ่สาหรบั ตัดและห่ัน
เท้าของสตั วก์ ินเน้ือจะมีลักษณะคลา้ ยเทา้ สุนัข และแมว ส่วนเท้าของสัตว์กินพชื จะมนี ิ้วหัว
แม่เทา้ ส้ันและใหญย่ ่ืนออกมามากกว่านิ้วอืน่ ส่วนนิ้วท่ีสอง และสามของเท้าหลังจะมีหนัง
เชอื่ มตดิ กัน
ที่มา : คู่มอื การเรยี นการสอนภาษาไทยสรา้ งเดก็ ไทยใหอ้ า่ นเก่ง
อ่านเร็ว ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖ สานักงานคณะกรรมการกาศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
๓. สัตวท์ ่มี กี ระเป๋าหน้าทอ้ งแบง่ เป็นกพ่ี วก อะไรบา้ ง
ตอบ ....................................................................................................
๔. จงเขียนสรุปใจความสาคญั
ตอบ .........................................................................................................
อา่ นบทความนแ้ี ล้วสรปุ ใจความสาคญั (ขอ้ ๕)
อาหารหลายชนิดจะขาดผักชีเสียมิได้ต้องใช้การตกแต่งหน้าด้วยสีสันของผักชี เพื่อให้ดูน่า
รับประทานมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะมีคาพังเพยในเรื่องของ “ผักชีโรยหน้า” ซึ่งความหมายไม่ดีนัก
หมายถงึ การกระทาอะไรแบบผา่ น ๆ ไป ให้เหน็ ว่าภายนอกสวยงามแตภ่ ายในใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม
สาหรับอาหารนานาชนิดท่ีใช้ผักชีเป็นส่วนประกอบกลับได้รับการยอมรับ เพราะนอก จากจะ
สวยงามแล้ว ยังมีคณุ คา่ ในรูปของผกั สดอีกด้วย เรียกว่ามีการใช้ผักชีในการประกอบอาหารมากจน
อาหารบางอยา่ งขาดผกั ชีแลว้ รสชาติไม่เป็นอย่างท่ีควรจะเป็นเอาเลยทีเดียว ประโยชน์ของผักชีน้ัน
นอกจากใช้ส่วนใบแล้วยังใช้รากผักชีเป็นส่วนประกอบในเครื่องปรุงของอาหารหลายประเภ ทและ
เมล็ดหรือลูกผักชียังเป็นเครื่องเทศอย่างหน่ึงด้วย สรรพคุณของผักชี คือ ช่วยย่อยอาหาร ทาให้ไม่
เป็นโรคทอ้ งอดื ท้องเฟอ้
ที่มา :ธนาคารกสกิ รไทย สวนผกั รกั ษ์ไทย ๒๕๔๑
๕. จงเขยี นสรปุ ใจความสาคัญ
ตอบ ...........................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้นั ๒๖
ใบความรู้ที่ ๒
สารคดีสัน้ คืออะไร คาว่า สารคดี ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. ๒๕๕๔ (หน้า ๑๒๒๑) ได้ให้ความหมายไว้ว่า เรื่องที่
เรยี บเรยี งข้ึนจากความจรงิ ไม่ใชจ่ ากจินตนาการ
สารคดีน้ันเป็นงานเขียนหรือวรรณกรรมท่ีผู้เขียนมี
เจตนา เสนอสาระท่ีเป็นจริงตามข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่
ปรากฏขึ้นจริงเพ่อื ให้ผู้อ่านได้รับความรู้ความคิดมากกว่าความ
บันเทิง โดยผู้เขียนจะต้องสร้างสรรค์ผลงานอย่างมีศิลปะ
มีวธิ ีการเสนอเร่ืองให้เกิดอรรถรสเสมือนหน่ึงว่าผู้อ่านได้มีส่วน
ร่วมอยู่ในเรื่องหรือเหตุการณ์น้ัน สารคดีส้ันมักจะมีความยาว
ของเร่อื งน้อยกวา่ สารคดโี ดยท่ัวไป ประกอบด้วยข้อความต่างๆ
หลายย่อหน้า แต่สามารถแบ่งได้เป็น ๓ ส่วนคือ ส่วนความนา
เนอ้ื หาสาระ และสรปุ
หลกั การอา่ นจับใจความสาคญั จากสารคดีสั้น
๑. อา่ นผ่าน ๆ ใหร้ ู้ว่าเร่ืองน้ันว่าด้วยเร่อื งอะไร จุดใดเปน็ จดุ สาคญั ของเรื่อง
๒. อ่านเพอ่ื พจิ ารณาขอ้ ความสาคญั เป็นรายยอ่ หน้าโดยอาจสังเกตได้จากคาหรอื ประโยค
ที่กล่าวซา้ กนั หรอื สอดคลอ้ งกนั ซงึ่ ปรากฏอยแู่ ตล่ ะยอ่ หน้า
๓. ถาม – ตอบคาถามสัน้ ๆ เกย่ี วกบั ใจความสาคญั ของเรือ่ งในแต่ละยอ่ หน้า
๔. เช่อื มโยงความคิดสาคญั ของแต่ละยอ่ หนา้ เข้าด้วยกันกส็ ามารถจบั ใจความสาคญั ของ
เรื่องไดท้ ั้งหมด
๕. วเิ คราะห์ความน่าเช่อื ถอื ของข้อมูลว่าถกู ต้องเพยี งใด รวมทง้ั วเิ คราะหเ์ จตนา และ
จุดประสงค์ในการเขยี นสารคดีส้ันของผู้เขยี นด้วย
ทม่ี า : คู่มือการเรยี นการสอนภาษาไทย คิดและเขียนสร้างสรรค์ : เรยี งความ ย่อความ
และสรปุ ความ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔-ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ สานกั งานคณะกรรมการกาศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ัน้ ๒๗
ตวั อย่าง สารคดีส้ัน เรอ่ื งเปล่ยี นทรายให้เปน็ แกว้
เม่ือ ๕,๐๐๐ ปีที่แล้ว ณ หาดทรายแห่งหน่ึงในตะวันออกกลาง ใครคนหน่ึงคงจะก่อ
กองไฟขึ้นและต่อมาก็เห็นลกู กลมใสมนั วาวอยูบ่ นทรายนนั่ คือ ส่ิงทเ่ี รยี กว่าแกว้
วตั ถุดิบท่ีใชผ้ ลติ แก้วคือ ซลิ ิกา ซึ่งเป็นแร่ทม่ี มี ากทส่ี ุดในโลก ซิลิกามสี ีขาวเหมือนน้านม
และมอี ยใู่ นหินชนิดต่างๆ รวมท้ังหินแกรนิต และเน่ืองจากหาดทรายทุกแห่งในโลกเกิดจากน้า
ซดั สาดหินใหแ้ ตกเปน็ เม็ดเลก็ ๆเมด็ ทรายนีจ้ งึ เป็นแหลง่ สาคัญของซิลิกา
เม็ดทรายบางเม็ดมีสีขาวนวล มลี ักษณะกง่ึ โปรง่ ใสนนั่ คือ ซลิ ิกา แม้จะมแี รอ่ ่นื ๆปนอยู่ใน
ทรายดว้ ยแต่องคป์ ระกอบหลักของทรายคือแร่ซิลิกาซึ่งเป็นแร่ที่แข็ง ไม่ละลายน้าและไม่ย่อย
สลายตวั จงึ ทนทานอยูไ่ ดน้ านกว่าสารอื่นๆ
ซิลกิ าบริสทุ ธม์ิ จี ุดหลอมเหลวสูงมากจนกระท่ังไฟธรรมดาไมอ่ าจจะเปล่ียนให้เป็นแก้วได้
ดังน้ันช่างทาแก้วชาวตะวันออกกลางในสมัยก่อนคงจะต้องก่อไฟบนทรายซ่ึงมีโซดา
(สารประกอบของโซเดียม) ปนอยู่ น้าจากทะเลสาบหรือจากทะเลเมื่อระเหยไปจะเหลือโซดา
ท้งิ ไวบ้ นพ้นื ทราย โซดาช่วยใหซ้ ลิ ิกามจี ุดหลอมเหลวตา่ ลง
ทุกวันน้เี ขาใช้ปูนและโซดาผสมกับซิลิกาเพ่ือผลิตแก้วชนิดท่ีใช้ทากระจกหน้าต่าง และ
แก้วน้าราคาถูก เม่ือปล่อยให้แก้วท่ีหลอมละลายเย็นตัวลงโครงสร้างของแก้วจะไม่คืนสู่
โครงสร้างแบบผลึกของซิลิกาซึ่งทึบแสงแต่จะเป็นโครงสร้างท่ีไม่เป็นระเบียบคล้ายของเหลว
แชแ่ ขง็ ซ่ึงมีลักษณะโปร่งใส
ท่ีมา : กองบรรณาธิการรดี เดอร์ ไดเจสท์. ร้รู อบตอบได้.
กรุงเทพฯ : รดี เดอรไ์ ดเจสท์ หนา้ ๑๐๔
.
ฝึกตัง้ คาถามและตอบคาถามจากสารคดีส้นั ทีอ่ ่าน
๑. สารคดีเร่อื งน้ีเกยี่ วขอ้ งกบั เรอ่ื งอะไร (การผลติ แก้ว)
๒. อะไรคอื วตั ถุดิบสาคัญในการผลติ แก้ว (ซิลิกา)
๓. แร่ซิลิกาพบมากทสี่ ดุ ในวัตถชุ นิดใด (ทราย)
๔. แรซ่ ลิ ิกามีคุณสมบัตอิ ยา่ งไร (โปร่งใส แข็ง ไม่ละลายน้า ไม่ย่อยสลายตัวและมจี ดุ หลอมเหลวสูง)
๕. ในปัจจบุ ันมีวิธกี ารทาแกว้ อยา่ งไร (ใชป้ ูน และ โซดาผสมกับซิลิกาและหลอมเหลวดว้ ยความรอ้ น)
๖. ใจความสาคญั ของสารคดีส้ัน (แก้วทามาจากแรซ่ ิลกิ าซึ่งมีคณุ สมบตั ิโปรง่ ใส แขง็ แรง ไม่ละลาย
น้า ไมย่ อ่ ยสลายมีจุดหลอมเหลวสงู ดงั น้นั การทาแกว้ ในสมยั กอ่ นจึงใชว้ ิธกี ่อไฟบนกองทรายซงึ่ มี
โซดา แตใ่ นปัจจบุ ันการหลอมแกว้ จะใช้ปูน และโซดาผสมกับแร่ซลิ กิ า)
๗. ข้อเทจ็ จริงและข้อคดิ เหน็ ท่ีจากกับสารคดี (ข้อความส่วนใหญ่เปน็ ข้อเทจ็ จรงิ มีข้อคิดเห็นเพียง
บางส่วนไดแ้ ก่ “ใครคนหน่ึงคงจะก่อกองไฟขนึ้ แลว้ ต่อมากเ็ ห็นลูกกลมใสเปน็ มนั วาวอยูบ่ นทราย”
และ “ชา่ งทาแก้วตะวนั ออกกลางสมัยก่อนคงจะต้องกอ่ ไฟบนทรายซึง่ มีโซดาปนอยู่”)
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๒๘
แบบฝึกทกั ษะท่ี ๖
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรียนอา่ นสารคดีสั้น แลว้ เขยี นตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดสี ้นั เรือ่ งวถิ ีชาวนา้
ในอดตี แผ่นดินไทยเตม็ ไปดว้ ยหลักฐานเกี่ยวกบั ความผูกพันระหว่างคนไทยกับเรือและ
นา้ ดังท่สี มเด็จพระยาดารงราชานุภาพทรงมลี ายพระหัตถ์ถึงความสาคัญของลาน้าว่า “อันท่ีตั้ง
บา้ นเมืองแตโ่ บราณต้องอาศัยหลกั สองอยา่ งคือมีท่ที านาอยา่ งหน่ึง........และต้องมีลาน้าเป็นทาง
โคจรและอาศัยใช้นา้ บรโิ ภคดว้ ย”
ศรสี ชั นาลัย-สุโขทัย เมอื งคู่แฝดแหง่ ล่มุ แมน่ า้ ยม มแี มน่ ้ายมอยตู่ รงกลางแม่น้าปิงอยู่ทาง
ทศิ ตะวนั ตก แม่น้าน่านอยู่ทางทิศตะวันออก กรุงเก่าอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้าเนื่องด้วยอยู่
ตรงแม่นา้ สามสายคือ เจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี จึงเป็นเมืองท่าท้องถิ่น การคมนาคมขนส่งทาง
เรือสะดวก
สมยั รตั นโกสินทรม์ คี ูคลองปอ้ งกันเมืองถึงสามช้ันเป็นแนวป้องกันข้าศึกใช้เป็นแหล่งน้า
บริโภคของชุมชนในคูเมือง นอกจากนย้ี งั ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเพ่ือเช่ือมสู่โลกภายนอก
แม่นา้ คูคลองในยคุ กอ่ นยังถอื เปน็ แหล่งอาหารตามธรรมชาติ ปปู ลามีให้จบั กินไม่อด
เรือจึงเป็นพาหนะที่นิยมแพร่หลาย ลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาในอดีตมีเรือหลากหลายชนิด
ตามจุดประสงค์ของการใช้งาน ส่วนเรือท่ีจัดว่าเร็ว ลายาว ใช้ฝีพายหลายสิบได้แก่เรือแข่ง
เรอื แขง่ ทีด่ ตี ้องมาจากไมต้ ะเคยี น เพราะเปน็ ไม้เนอ้ื แข็งไมแ่ ตกหรือผกุ รอ่ นงา่ ย
สาหรับชาวท่ีราบภาคกลางอย่างชาวกรุงเก่า หน้าน้าหลากไม่ใช่เวลาท่ีต้องกังวลว่าปีน้ี
น้าจะท่วมหรือไม่ท่วม หากเป็นฤดูกาลแห่งความเบิกบานใจ ปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ
นักเดินทางผู้ล่วงลับเขียนย้อนราพึงถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแผ่นดินเกิดในสมัยเด็กว่า
“เมอ่ื ออกไปถึงกลางทุ่งท่ีน้าเจ่ิงเป็นทะเลต้นข้าวสีเขียวสดทะล่ึงโผล่พ้นน้าตามธรรมชาติ ออก
รวงสะพรั่งไปทุกด้าน เราจะจอดเรือตกปลามีท้ังปลาหมอนา ปลาตะเพียนสารพัด บ้างก็ถอน
สายบัวที่ขึ้นอยู่เต็มท้องนาบ้างก็หาผักสันตะวาที่อยู่ใต้น้าเช่นกัน....สายบัวใช้น้าร้อนลวกราด
กะทิ ผักสันตะวากินสด ๆ ดอกโสนนอกจากจะจ้มิ น้าพริกเรายงั ทาแกงส้มปลาช่อนอีกด้วย”
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๒๙
“พอเทศกาลกฐนิ หมดไปถึงคืนเดอื นเพ็ญสิบสอง น้าใสกระจ่างไปทว่ั ท่ามกลางแสง
จนั ทร์คนื เพญ็ กระทงน้อยใหญล่ อ่ งลอยไปตามนา้ พวกท่ีเปน็ หนุ่มเปน็ สาวก็พายเรือเล่นกนั กลาง
แสงจันทร์ ไดย้ นิ แต่เสยี งเพลงที่รอ้ งกนั ด้วยความสขุ ”
เที่ยงคืน......ย่าจะบอกให้ทกุ คนวกั น้าทเ่ี ปย่ี มอย่กู บั ชานเรอื นมาประพรมศีรษะ ท่านวา่
นา้ น้ีใสสะอาดสดุ ในรอบปี เราชว่ ยกันตักนา้ ใสต่ มุ่ ไว้หลายตุ่มไม่จาเปน็ ตอ้ งกวนสารสม้ เลย ก็ใช้
ดม่ื กนิ ได้
.....ทวา่ วันนีค้ ลองเมอื งยามฤดูน้าหลากแท้ๆ แตน่ ้าแห้งติดกน้ คลองเสยี แลว้
ทีม่ า : ชดุ การสอนการอา่ นจับใจความ
ของ เสาวลักษณ์ ไพศาลวรพงศ์
รปู ภาพจาก www.bloggang.com/data/
c /coffeespoon/picture /1276095089.jpg
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้นั ๓๐
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนอ่านสารคดีสั้น เรื่องวิถีชาวนา้ แล้วตอบคาถามโดยเลือก
คาตอบทถ่ี ูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
๑. การต้ังบ้านเมอื งในสมยั โบราณต้องคานงึ ถึงส่งิ ใดเปน็ สาคญั
ก. การคา้ ขาย ข. ถนนหนทาง
ค. แม่นา้ ลาคลอง ง. มแี นวป้องกนั ขา้ ศกึ
๒. สายนา้ มคี ณุ ประโยชน์ต่อการดาเนินชวี ิตของคนไทยในอดีตอย่างไร
ก. ใชเ้ ปน็ ศูนยก์ ลางการค้า
ข. ใชอ้ ปุ โภคบรโิ ภคและเปน็ เสน้ ทางคมนาคม
ค. ใชเ้ ปน็ เครอื่ งมือในการป้องกนั ขา้ ศกึ รกุ ราน
ง. ใช้เป็นสถานท่สี าหรบั การเดนิ ทางหรือระหวา่ งเมืองสาคัญ
๓. ข้อใดคอื ขอ้ เท็จจรงิ ที่ปรากฏในสารคดีเร่ืองนี้
ก. สาหรบั ชาวกรุงเกา่ หน้านา้ หลากไมใ่ ชเ่ วลาท่ีต้องกงั วล
ข. วันน้คี ลองเมอื งยามนา้ หลากแต่นา้ แห้งขอดตดิ ก้นคลองเสยี แล้ว
ค. กรงุ เกา่ อยุธยาเปน็ ศนู ยก์ ลางการค้าเน่ืองดว้ ยอยู่ตรงแมน่ ้าสามสาย
ง. ถกู ทุกข้อ
๔. สารคดีเรือ่ งน้มี ีความสาคญั อยา่ งไร
ก. ให้ความรแู้ ละเห็นคุณค่าของสายน้าที่ผูกพนั กบั การดาเนินชีวติ
ข. ให้ความรู้และจงู ใจให้คนไทยในปัจจบุ ันชว่ ยกนั ใช้น้าอยา่ งประหยัด
ค. ใหค้ วามรู้เกย่ี วกบั ประเพณีและการสรา้ งบ้านเมอื งของคนไทยในอดตี
ง. ใหค้ วามรเู้ กี่ยวกับการดาเนนิ ชีวติ ของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๕. ข้อใดคือสาระสาคญั ของสารคดีเรื่องนี้
ก. คนไทยในอดตี ใช้สายน้าเพื่อการบริโภค
ข. บา้ นเมืองท่อี ยู่ใกล้แหลง่ น้าย่อมเจรญิ รุ่งเรือง
ค. ชาวกรงุ เก่าอยธุ ยาเปน็ ตวั อยา่ งหน่งึ ของวถิ ชี าวน้า
ง. คนไทยในอดีตมีวถิ กี ารดาเนินชวี ิตท่ผี ูกพันกบั สายนา้
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๓๑
แบบฝึกทักษะท่ี ๗
คาชี้แจง ให้นกั เรยี นอา่ นสารคดสี น้ั แล้วเขียนตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดีส้นั เรือ่ ง ปูทูลกระหมอ่ ม
ปูทูลกระหม่อมอยู่ในวงศ์ปูป่า ซึ่งพบอย่างน้อย ๔๘ ชนิดในประเทศไทยมีชื่อพ้ืนเมือง
เรยี กโดยท่ัวไปวา่ ปแู ป้ง เนื่องจากมีไขมนั ในตัวซงึ่ เม่อื ตม้ สกุ แล้วจะมีลักษณะคล้ายแป้ง ปูชนิดนี้
ไดร้ ับการคน้ พบและตง้ั ช่อื โดยศาสตราจารย์ไพบลู ย์ นัยเนตร เมอื่ ปี พ.ศ.๒๕๓๖ โดยชาวบ้านใน
เขตอาเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้นามาให้ตรวจสอบ จัดเป็นปูสกุลใหม่ท่ีแตกต่าง
ไปจากปูปา่ ชนิดอน่ื ๆ ทีพ่ บในประเทศไทย
ปทู ูลกระหมอ่ มมลี ักษณะคล้ายปูป่าท่ัวไป คือ มีกระดองรูปสี่เหล่ียมคางหมู มีก้ามใหญ่
และขาค่อนข้างยาว ผิวกระดองด้านหลังเรียบ มีดวงตาลึกด้านหลังซองตามีสีม่วงเข้มคล้ายสี
เปลือกมังคุด และขอบดวงตาเป็นสีส้มสดก้ามด้านหน้าและขาเป็นสีส้มสด มีสีม่วงอยู่ด้านบน
ตรงปลายก้ามมีสจี าง ดา้ นขา้ งและใต้ท้องมสี มี ว่ งสดอมแดง ปตู ัวผู้จะมีก้ามข้างซ้ายหรือข้างขวา
ใหญก่ วา่ อีกข้างมาก
ปูชนิดนก้ี ินใส้เดอื น แมลง ใบไม้ทรี่ ว่ งทับถม ซากพืชและอินทรียสารโดยออกหากินเวลา
กลางคืนคือในช่วงทฝ่ี นตกหนัก จาศีลในช่วงฤดูแล้งหรือในรูท่ีขุดลึกลงไปใต้ดินประมาณ ๖๐ -
๘๐ เซนติเมตร ปแู ป้งผสมพันธ์ุภายในตัวและวางไข่ในฤดูฝน ไข่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ขนาด
เท่าเม็ดพริกไทย และมีจานวนประมาณ ๔๐๐ – ๕๐๐ ฟอง ตัวเมียจะฟักไข่ท่ีตะปิ้งหน้าท้อง
โดยใชเ้ วลาประมาณเดือนคร่ึง จากน้ันลกู ปูจะออกหากินเองโดยอิสระ
รูปภาพจาก http://www.taksilanakhon.com
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสั้น ๓๒
ปูทูลกระหม่อมพบเฉพาะในพ้ืนที่ป่าดูนลาพันซึ่งเป็นป่าดิบราบต่าซ่ึงมีชั้นดินอินทรีย์
หนาจากการทบั ถมของซากพืชจัดเป็นช้ันดินทางปฐพีวิทยาแบบใหม่ท่ีเรียกว่า “ชั้นดูนลาพัน”
ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคามปัจจุบันเหลือพื้นที่อยู่ไม่ถึง ๕๐๐ ไร่
ซ่ึงจัดตั้งเปน็ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ โดยมีชมุ ชนในอาเภอนาเชอื กรว่ มกนั ดูแลรกั ษามิให้ถูกบุกรุกและ
เปล่ียนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าในลักษณะดังกล่าวได้ลดขนาดของ
พื้นที่ป่าดั้งเดิมที่เคยมีอยู่ถึงกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ลงกว่าครึ่งนับต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา
แม้ปูชนิดนี้จะได้รับการอนุรักษ์อย่างดีแล้วก็ตาม แต่สถานภาพก็ยังน่าวิตก เนื่องจาก
ถ่ินอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมีเพียงพรุหญ้าที่เป็นแหล่งน้าขนาดเล็ก ซ่ึงล่อแหลมต่อการแห้งหรือ
ต้นื เขนิ ในบางปที ี่มีภาวะแลง้ จัด อันอาจส่งผลกระทบตอ่ ความเป็นอยู่ของปูชนิดน้ีในอนาคต
ท่มี า : หนงั สอื นติ ยสารสารคดี
ชวลติ วทิ ยานนท์ (ผู้เขยี น)
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ้ัน ๓๓
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนอา่ น สารคดีสนั้ เรื่อง ปูทูลกระหมอ่ ม
แลว้ เขียนตอบคาถามให้ถกู ต้อง
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
๑. ปทู ลู กระหมอ่ มพบครงั้ แรกที่ใด .......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.......................................................................
.............๒........ป...ูท...ลู...ก...ร...ะ...ห...ม...่อ..มมลี ักษณะอย่างไร
.............................................................................................
.............................................................................................
.............................................................................................
.............................................................................................
............
๓. ให้นักเรยี นเขยี นข้อคิดเห็นตามที่
ปรากฏในสารคดี ๑ ขอ้ ความ ............................................................................................................
............................................................................................................
............................................................................................................
......
........................................................................................................ ๔. สารคดีเร่ืองนม้ี ีความน่าเชอ่ื ถือ
........................................................................................................ หรือไม่ เพราะอะไร
........................................................................................................
........................................................................................................
................................................................................................ ........
........................................................................................................
....
๕. ใหน้ กั เรียนเขยี นใจความสาคัญของสารคดีเร่ืองน้ี
............................................................................................................................. .................
.................................................................................................................. ............................
............................................................................................................................. .................
..............................................................................................................................................
.
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๓๔
แบบฝึกทกั ษะที่ ๘
คาชี้แจง ให้นักเรยี นอา่ นสารคดีสนั้ แล้วเขียนตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดสี น้ั เร่อื ง การละเลน่ ของไทย
ซอ่ นซ่อนหาหา ปิดตาไมม่ ิด
เปดิ เปิดปดิ ปิด ต้องผิดสญั ญา
ปิดตาไม่มิด สารพิษเขา้ ตา
พอ่ แมท่ านา ได้ข้าวเม็ดเดียว
คนทีป่ ดิ ตารอ้ งถาม “เอาหรอื ยงั ”เสียงคนทีว่ ่งิ ไปซอ่ นเสร็จแลว้ รอ้ งตอบ”เอาหละ” ใครถูกหา
พบก็ตอ้ งเปน็ คนปิดตาต่อไป เดก็ ๆ ทุกคนคงเคยเลน่ ซอ่ นหา ซอ่ นหาเป็นการเล่นทีแ่ สนสนุก ตื่นเต้น
ระทกึ ใจ คนท่ปี ดิ ตาตอ้ งซอ่ื สตั ย์ คนซ่อนตอ้ งวอ่ งไว คนดูช่วยกันร้องสอดคล้องกันไป ร่าเริงแจ่มใสทั้ง
ผู้ใหญ่และเด็กนอ้ ย
การละเล่นของไทย มักจะเล่นกันเป็นกลุ่ม มีกติกา วิธีการเล่น บทร้อง ทานอง จังหวะ
ประกอบกนั บางครงั้ การเลน่ เลยี บแบบชวี ิตจริง พีส่ าวเล้ยี งนอ้ ง คนอนื่ ๆช่วยกันร้องเพลง
“จนั ทรเ์ จา้ ขา ขอขา้ วขอแกง
ขอแหวนทองแดง ผกู มอื นอ้ งขา้ .....”
บางครง้ั เดก็ ๆเลน่ กนั อยู่ใตถ้ ุนบ้าน ชกั ชวนกันเล่นลิงชิงหลัก เล่นขายของ เลน่ อ้ายเข้อ้ายโขง
“อา้ ยเขอ้ า้ ยโขง อยใู่ นโพรงไม้สัก
อา้ ยเข้ฟันหกั กดั คนไม่เขา้ ”
ชวี ิตชาวบ้าน เบิกบานมคี วามสขุ อยู่ท่ามกลางธรรมชาตเิ ดก็ หญิงเก็บก้อนกรวดกอ้ นเล็ก ๆ มา
เลน่ หมากเก็บ เดก็ ชายขี่มา้ ก้านกลว้ ย ว่งิ แขง่ กัน หนมุ่ สาวเกยี่ วข้าวเหนอื่ ยแลว้ หยุดพักมาเล่นร้องรา
เล่นเพลงเตน้ การาเดียว หรือเพลงเก่ยี วขา้ ว ผใู้ หญ่เลน่ เพลงพวงมาลัยบ้างกพ็ ายเรอื รอ้ งเพลงเรอื
การละเลน่ ของไทยให้ความสนกุ แจ่มใส มคี ุณค่าทางศิลปะ ภาษา และประเพณี การละเล่น
ของไทยจงึ เปน็ วัฒนธรรมไทยท่สี บื ทอดมาถงึ เด็กไทยทุกวันน้ี
ที่มา: สารานุกรมไทยสาหรบั เยาวชนโดยพระราชประสงค์
ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั .เล่มท่ี ๑๓ หน้า ๑๖๑ – ๒๐๒
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๓๕
มาตอบคาถามกนั คะ่ ๑. สารคดีเรอื่ งน้เี กย่ี วขอ้ งกบั เรือ่ งอะไร
.............................................................
.............................................................
..
๒. การละเล่นของไทยมลี กั ษณะ
อยา่ งไร...............................................
............................................................
...........................................................
๓. การละเล่นของไทยมีกี่ชนิด
อะไรบา้ ง.....................................
....................................................
....................................................
....................................................
๕. สรุปใจความสาคัญของสารคดีสน้ั ๔. การละเล่นของไทยมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
......................................................................... ................................................................
......................................................................... ...................................................................
......................................................................... ...................................................................
......................................................................... ...................................................................
.........................................................................
..
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีสั้น ๓๖
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๙
คาชี้แจง ให้นกั เรียนอ่านสารคดสี นั้ แล้วเขยี นตอบคาถามให้ถกู ต้อง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดสี ั้นเร่ือง ทบั หลังนารายณบ์ รรทมสินธุ์
ทบั หลัง หมายถึง บานคาดประดับประตูปราสาท ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เดิมประดับอยู่
เหนอื ประตูทางเข้าดา้ นตะวนั ออกของปรางค์ประธาน ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ สลักบนหินเป็น
ภาพพระนารายณ์บรรทมอยู่บนหลังอนันตนาคราชในเกษยี รสมทุ รมพี ระลกั ษมีอยูง่ านแทบพระบาท
ทบั หลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เปน็ ศิลปะแบบเขมรสร้างประมาณพุทธศตวรรษ ๑๖๕๖ – ๑๗๒๐
ได้สูญหายไปจากปราสาทพนมรุ้งเป็นระยะเวลา ๒๐ กว่าปี ได้มีผู้พบตั้งแสดงอยู่ท่ีสถาบันชิคาโก
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ต่อมาคนไทยไดร้ ่วมใจกนั เรียกร้องขอทับหลังคืนจากสถาบันชิคาโก มีการเจรจา
กันหลายครง้ั จนกระทงั่ สถาบนั ชคิ าโกไดค้ ืนใหเ้ ม่อื ต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑
ทีม่ า : คมู่ ือการเรียนการสอนภาษาไทยสร้างเด็กไทยให้อา่ นเก่ง
อ่านเร็ว ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖ สานกั งานคณะกรรมการกาศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๓๗
ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่สี ุดเพยี งคาตอบเดียว โดยกาเคร่อื งหมาย ()
๑. คาวา่ ทับหลงั หมายถึงอะไร
ก. บานคาดประดบั ปราสาท
ข. บานคาดประดบั ประตูปราสาท
ค. บานคาดประดับหน้าต่างปราสาท
ง. บานคาดประดบั ทางเดินปราสาท
๒. เดมิ ทบั หลังนารายณ์บรรทมสนิ ธุ์ คาดประดับอยู่ที่ปรางค์องค์ใด
ก. ปรางคอ์ งค์ใหญท่ สี่ ดุ
ข. ปรางค์องคเ์ ล็กที่สุด
ค. ปรางคอ์ งคก์ ลาง
ง. ปรางค์องค์เลก็
๓. ภาพนารายณบ์ รรทมสนิ ธุ์ เป็นภาพทท่ี าขึน้ อยา่ งไร
ก. แกะสลกั บนเหลก็
ข. แกะสลกั บนไม้
ค. แกะสลักบนหนิ
ง. แกะสลกั บนแผน่ เงนิ
๔. ทับหลังนารายณบ์ รรทมสนิ ธุ์ ได้หายไปจากประเทศไทยเปน็ เวลานาน
เทา่ ไร
ก. ๑๐ กว่าปี
ข. ๒๐ กว่าปี
ค. ๓๐ กว่าปี
ง. ๔๐ กว่าปี
๕. ปจั จุบันทบั หลังนารายณ์บรรทมสนิ ธุ์ ประดบั อยู่ทใี่ ด
ก. สถาบนั ชิคาโก
ข. กรมศิลปากร
ค. พพิ ิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ
ง. ปราสาทพนมรุ้ง
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีสัน้ ๓๘
แบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๑๐
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอ่านสารคสี น้ั แลว้ เขยี นตอบคาถามใหถ้ กู ต้อง
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
เสน่หท์ ี่หายไปในเพลงลูกทุ่ง
เสียงเพลงลอยลอ่ งจากสดุ ปลายนา ทรานซิสเตอร์คลื่นเอเอ็มเคร่ืองเก่า ๆ กาลังขับขาน
สาเนียงทานองเพลงท่ีคนไทยเคยคุ้นหู ก่อนกาลเวลาจะทาให้เสียงนั้นกลายเป็นเพียงอดีตท่ี
ประทับอยู่ในใจใหไ้ ด้เพียงหวนระลกึ ถงึ เท่าน้ัน
“เพลงลูกทุ่ง” สิ่งที่เปรียบเหมือนบันทึกประวัติศาสตร์ของสังคมไทย บอกเล่าผ่านวิถี
ชีวิต ตลอดจนเรือ่ งราวปรากฏการณ์ในสังคมไทย ความแปรเปลี่ยนของวันเวลา โลกยุคกระแส
เทคโนโลยีที่ไหลบา่ มากบั การแขง่ ขันทางวัฒนธรรม ทาให้เพลงลูกทุ่งในวันน้ีกับวันน้ันในอดีตมี
ความต่างกันอย่างส้ินเชิง
บทเพลง คือ เคร่ืองมือหรือช่องทางในการบอกเล่า สะท้อนภาษา ค่านิยม และ
วัฒนธรรมในสังคมน้นั ๆ ครูเจนภพ จบกระบวนวรรณ ได้กล่าวไว้ว่า เพลงลูกทุ่งหน่ึงเพลงเป็น
คลงั ความรู้ในเรื่องของความเป็นไปในอดีตได้ดีมากกว่าตาราหลายเท่า เพราะมันเกิดจากความ
เป็นจริงธรรมดาทถ่ี กู หยิบยกมาถา่ ยทอดในรปู แบบท่ีมีศิลปะ ถ้าเทียบกับในปัจจุบันการทางาน
ของมันก็คงเหมือนกับ video tape recorder หรือที่เรียกกันติดปากว่า VTR ท่ีทาหน้าที่
นาเสนอเรื่องราวตา่ ง ๆ ให้อยใู่ นระยะเวลาส้ัน ๆ แต่สร้างความเข้าใจต่อผู้ชม เพียงแต่บทเพลง
นั้นเปน็ การนาเสนอดว้ ยเสียงท่ีสื่อความหมายอย่างเดียว ซึ่งคุณสมบัติของมันคือการทาให้ผู้ฟัง
สามารถมองเห็นภาพจากภาษาถ้อยคาที่สื่อสารออกมา ให้รู้สึกเข้าถึงและเป็นส่วนหน่ึงใน
เร่ืองราวนั้น ๆ ได้จริง แม้ว่าผู้ฟังจะไม่เคยพบเจอ หรือสัมผัสมันมาก่อนเลยก็ตาม ดังการ
พรรณนาถึงความงามของสถานที่ในบทเพลงนริ าศเวียงพิงค์ ของ ทูล ทองใจ
“ คู่เวียงพิงค์คือปิงสุดงาม สวยอยู่บ่เคยเสื่อมทรามช่างงามซึ้งใจบ่วาย น้าใส
เย็น มองเห็นจนพื้นหาดทราย ปลาน้อยแตกฝูงกระจายอยู่ในธาราน่าชม ช่างพาฝันงามนั้น
ชวนฉันชื่นชม ฉนั พลอยคลายความโศกตรมนง่ั ชมน้าปิงสขุ ใจ ”
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๓๙
เสน่ห์ของเพลงลูกทุ่งในสมัยก่อน คือ การบอกเล่าเร่ืองทุกเรื่องของคนไทยโดยการใช้
ภาษาที่สวยงามสละสลวย เป็นการเล่าเรื่องท่ีไม่จาเป็นต้องอยู่ในกระแสนิยมหรือความสนใจ
ของสังคม แต่เป็นการนาส่ิงเล็ก ๆ ท่ีใครอาจไม่เคยรู้จักหรือสัมผัสมาก่อนได้รับรู้และเห็นภาพ
หลาย ๆ เรื่องราวของคนไทยมีนาเสนอแต่เพียงในเพลงลูกทุ่งเท่าน้ัน เช่น การพรรณนาถึง
สถานท่ีในเน้อื เพลงท่ีกล่าวมาข้างต้น การใช้การละเล่นเด็กไทยมาเล่าเร่ืองอย่างเพลง งูกินหาง
ของ รุ่งเพชร แหลมสงิ ห์
“ เอ่ยถามแมง่ โู ฉมตรูกินน้าบ่อไหน น้องตอบบ่อทรายแลว้ ย้ายไปมาสองขา้ ง
ตอบกนิ บอ่ โศกแม่งยู ้ายโยกอีกทาง พอ่ งูรู้ทางขดั ขวาง พอ่ งรู ู้ทางขัดขวาง
ดักหน้านอ้ งนาง ฉกลงตรงหางจบั ลูกนางกิน ”
“ เสนห่ ข์ องเพลงลูกทงุ่ มันคอื ลมหายใจของคนไทย คอื ความคิดทุกสิ่งทุกอย่างท่ีเป็นเรา
วิถีชีวิตของคนไทยต้ังแต่เกิด แต่งงาน บวชเรียน กระท่ังการตาย เรื่องราวของคนไทยทุกคน
ทุกอาชพี หมอ ตารวจ ทหาร ครู ฯลฯ ลว้ นแต่มปี รากฏในบทเพลงลกู ท่งุ ”
เจนภพ จบกระบวนวรรณ
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสัน้ ๔๐
ให้นกั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี กู ตอ้ งที่สุดเพียงคาตอบเดยี ว โดยกาเคร่ืองหมาย
()
๑. จากบทสารคดขี อ้ ใดคอื ลกั ษณะของเพลงลูกทงุ่
ก. บนั ทกึ ประวตั ิศาสตร์ของสงั คมไทย ข. สะท้อนความรกั ของหนมุ่ สาว
ค. สะทอ้ นชวี ิตของสงั คมชนบท ง. บนั ทึกเหตุการณป์ ระทับใจของผู้แตง่
๒. จากบทสารคดี การแต่งเพลงบอกเล่า สะทอ้ นภาษาของบทเพลงลูกทงุ่ มีลักษณะการแต่ง
โดยใช้โวหารแบบใด
ก. บรรยาย ข. พรรณนา
ค. อุปมา ง. อธิบาย
๓. จากบทสารคดี บทเพลงลูกทุง่ ในอดตี สะทอ้ นความคิดเรอ่ื งใด
ก. ความรสู้ กึ ความคดิ เหน็ ของผู้แต่ง
ข. ประชดสังคม ความเส่อื มโทรมของสงั คมไทย
ค. บอกเลา่ เรือ่ งทุกเร่ืองของคนไทย
ง. ความคิดแปลกใหม่ ทาให้นา่ สนใจมากย่งิ ข้ึน
๔. ในความคิดของ “ครูเจนภพ จบกระบวนวรรณ” เปรียบเพลงลูกทงุ่ เปน็ อะไร
ก. ละครสะทอ้ นสังคม ข. คลังความรู้
ค. ตาราเรียน ง. ภาพวาด
๕. จากบทสารคดี เพลงลกู ทงุ่ ใด สะท้อนวถิ ีชีวิตการเลน่ ของเด็กในสมยั อดีต
ก. นริ าศเวยี งพงิ ค์ ข. เชียงรายราลึก
ค. รกั ขา้ มคลอง ง. งูกินหาง
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๔๑
แบบทดสอบหลังเรียน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบทถี่ ูกตอ้ งที่สุดเพียงคาตอบเดยี ว โดยกาเครอ่ื งหมาย ()
ลงในกระดาษคาตอบ (ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๒๐ คะแนน)
ตอนที่ ๑ เรอ่ื งการอ่านจับใจความบทความ (ขอ้ ๑ – ๑๐)
๑. บทความ หมายถงึ อะไร
ก. งานเขยี นประเภทหนง่ึ ที่ม่งุ ใหผ้ อู้ า่ นได้รับทราบขอ้ มลู
ข. งานเขยี นประเภทหนึ่งทม่ี ุ่งให้ผอู้ ่านได้รบั ความบนั เทงิ
ค. งานเขียนประเภทหนึ่งที่ม่งุ ให้ผู้อ่านไดร้ ับทราบขอ้ มูลทีเ่ ปน็ สาระความรู้และ
ความคิดของผู้เขียนทีม่ ีต่อเรื่องใดเรื่องหน่ึง
ง. งานเขียนประเภทหนงึ่ ทมี่ งุ่ ให้ผ้อู ่านได้รบั ทราบขอ้ มูลทีเ่ ป็นสาระความรู้ รายงาน
สถานการณห์ รอื เหตุการณส์ าคัญ
๒. ตะเฆ่ เปน็ เคร่ืองทุน่ แรงชนิดหนง่ึ ใช้ลากเข็นหนัก ๆ ทาด้วยไม้ไผ่ ๒ ลา ขนาบ
สดั ส่วน ปลายด้านหนงึ่ จะผกู พาดไว้บนคอสัตว์เช่น ววั ควาย ทีล่ ากจูงของนั้นเคล่อื น
ไปบนพน้ื ดิน โดยมไี ม้ไผ่อีกลาหน่งึ เช่อื มไว้ ไมไ้ ผ่ที่มาผูกเช่ือมไวน้ เ้ี ปน็ ทีส่ าหรบั ผูกลาก
ส่ิงของได้ตามต้องการ
ตะเฆ่ บางชนดิ สว่ นท้ายจะทาเปน็ ล้อต้ังแต่ ๒ – ๔ ลอ้ มีที่วางของคล้ายรูป
กระบะเต้ยี ใช้วางสิง่ ของบนกระบะนนั้ ได้
ทีม่ า : http://www.bejame.com/article/2607
จากตอนหน่ึงของบทความข้างต้น ข้อใดคือประโยชนข์ องตะเฆ่
ก. ใช้เป็นยานพาหนะ ข. ใช้เปน็ เครอื่ งประดับสาหรับ ววั ควาย
ค. ใช้เป็นเคร่ืองดนตรี ง. ใชเ้ ป็นเคร่อื งทนุ่ แรงชนิดหนึ่งใชล้ ากเข็น
๓. อุทยานแห่งชาตเิ ขาใหญ่ ตั้งอยบู่ นเทือกเขาสูงตระหงา่ น ปกคลุมพน้ื ท่ี ๔ จงั หวัด
ไดแ้ ก่ นครราชสีมา นครนายก ปราจีนบุรี และสระบุรี ป่าสว่ นมากยงั เปน็ ปา่ ดงดบิ มไี ม้
มคี ่าขนึ้ อยู่มาก ได้แก่ ยาง ตะเคยี น มะค่า ตะแบก และไม้อนื่ ๆ อีกหลายชนิด
นอกจากนนั้ ยงั เปน็ ทอ่ี าศัยของสตั วป์ า่ ได้แก่ ชา้ ง เสือ เก้ง กวาง กระทิง หมี เลียงผา
และนกอีก ๒๐๐ กวา่ ชนิด ทง้ั ยงั เปน็ แหลง่ ต้นนา้ ท่สี าคัญ ไดแ้ ก่ แมน่ า้ ป่าสัก แมน่ ้าบาง
ปะกง และแมน่ ้ามลู
ทีม่ า : หนงั สอื คมู่ อื การเรยี นการสอนภาษาไทย
สร้างเดก็ ไทยใหอ้ ่านเก่ง อา่ นเรว็ ช้ัน ป.๔-๖
ของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ัน้ ๔๒
จากตอนหน่งึ ของบทความข้างตน้ ข้อใดคอื ประเด็นสาคญั
ก. อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่เป็นปา่ ดงดบิ มไี มม้ ีคา่ ขนึ้ อย่มู าก
ข. อทุ ยานแห่งชาติเขาใหญ่เปน็ ท่ีอาศัยของสัตวป์ า่ ได้แก่ ช้าง เสอื เก้ง
กวาง กระทิง หมี เลยี งผา
ค. อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่มพี ้นื ทค่ี รอบคลมุ ๔ จังหวัด คือ นครราชสมี า
นครนายก ปราจีนบรุ ี และสระบรุ ี
ง. อทุ ยานแห่งชาตเิ ขาใหญ่เป็นแหลง่ ตน้ นา้ ที่สาคญั ไดแ้ ก่ แม่น้าปา่ สัก
แม่นา้ บางปะกง และแม่น้ามลู
๔. ............การออกกาลังกายทาให้ข้อต่อและกล้ามเนื้อเคล่ือนไหวได้อิสระ และได้รับการ
หล่อลื่นตลอดเวลา เพราะเลือดจะไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณดังกล่าวมากข้ึน
ขณะเดียวกันยงั ช่วยใหร้ ่างกายสามารถกาจดั สารพษิ ทเี่ กดิ จากการสะสมสิ่งปฏิกูลท่ีไม่พึง
ประสงค์ออกไปไดด้ ขี น้ึ ด้วย อนั เปน็ ปญั หาสาคัญของผู้ป่วยโรคไขขอ้ อักเสบท่วั ไป
ท่ีมา : http://www.bejame.com/article/2607
จากตอนหน่งึ ของบทความขา้ งต้น ข้อใดคือ ใจความสาคัญ
ก. การปอ้ งกนั โรคไขขอ้ อักเสบ
ข. การออกกาลงั กายช่วยเพ่มิ พลังงาน
ค. การว่งิ คือการออกกาลังกายทดี่ ที ีส่ ุด
ง. การออกกาลงั กายชว่ ยลดการเกิดโรคไขข้ออักเสบ
๕.
“ภาวะโลกร้อนเป็นภัยพิบัติท่ีเกิดขึ้นแล้ว โดยท่ีเราทุกคนต่างทราบถึงสาเหตุของการ
เกิดเป็นอย่างดี นั่นคือ การท่ีมนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ามัน และ ก๊าซ
ธรรมชาติ เพอื่ ผลติ พลงั งาน เราต่างทราบดีถงึ ผลกระทบบางอย่างของภาวะโลกร้อน เช่น การ
ละลายของน้าแข็งข้ัวโลก ระดับน้าทะเลท่ีสูงขึ้น ความแห้งแล้งอย่างรุนแรง การแพร่ระบาด
ของโรคร้ายต่าง ๆ อุทกภัย ปะการังเปล่ียนสีและการเกิดพายุรุนแรงฉับพลัน โดยผู้ที่ได้รับ
ผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ประเทศตามแนวชายฝ่ัง ประเทศที่เป็นเกาะ และภูมิภาคท่ีกาลัง
พัฒนาอยา่ งเอเชยี อาคเนย์”
ทมี่ า : กรนี พซี http://www.greenpeace.org/
seasia/th/campaigns/climate-and-energy, ๖ ก.พ. ๒๕๕๖
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๔๓
จากตอนหนึ่งของบทความข้างตน้ ข้อใดคอื ใจความสาคัญ
ก. สาเหตุของการเกดิ ภาวะโลกร้อน
ข. ภาวะโลกร้อนเป็นภยั พบิ ัติทีเ่ กิดข้ึนแลว้
ค. ผลกระทบบางอยา่ งทีเ่ กิดจากภาวะโลกร้อน
ง. การแพร่ระบาดของโรคร้ายต่าง ๆ อทุ กภยั ปะการังเปลี่ยนสี และ การเกิดพายุ
ให้นักเรยี นอ่านตอนหนง่ึ ของบทความต่อไปน้ีแล้วตอบคาถาม ข้อ ๖ -๗
เนื่องจากขณะน้ีมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาะเกร็ดกันมาก จึงมีปัญหาต่างๆตามมาอีก
มากมาย เชน่ การกอ่ สร้างอาคารร้านคา้ แบบใหม่เพื่อขายสินค้าแก่นักท่องเที่ยว การนาสินค้า
จากท้องถิ่นอื่นมาจาหน่ายแก่นักท่องเท่ียวทาให้สินค้าพ้ืนบ้านค่อยๆเลือนหายไป อิทธิพลจาก
วัฒนธรรมใหม่กาลังเข้ามีบทบาทขัดแย้งกับวัฒนธรรมด้ังเดิม เป็นต้น ดังน้ันทางการหลาย
หน่วยงานจงึ ใหค้ วามสนใจท่จี ะแก้ปญั หาเหล่าน้ี โดยคิดทาโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของ
เกาะเกรด็ และการอบรมชาวบา้ นใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของเกาะ
เกรด็ ด้วย
(ศิลปะโบราณคดีของเกาะเกรด็ และนนทบรุ ี : หวน พินธุพันธ์)
๖. ใจความสาคัญของเร่อื งคือข้อใด
ก. การอนุรักษว์ ัฒนธรรมดัง้ เดิมของเกาะเกรด็
ข. การพัฒนาการทอ่ งเที่ยว
ค. การท่องเทย่ี วเกาะเกร็ดเชิงอนรุ กั ษ์
ง. คนต่างถิน่ มาคา้ ขายในเกาะเกรด็
๗. ขอ้ ใดต่อไปนท้ี ่ีมสี ่วนสาคัญทาใหผ้ อู้ ่านจับใจความสาคัญได้งา่ ยขึ้น
ก. เป็นชาวเกาะเกร็ด
ข. ทางานด้านการท่องเทีย่ ว
ค. เป็นนกั ท่องเทยี่ ว
ง. พ่อค้า
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๔๔
ให้นักเรยี นอา่ นตอนหนงึ่ ของบทความตอ่ ไปนแี้ ล้วตอบคาถาม ขอ้ ๘ – ๑๐
ตน้ อากาเวมีข้ึนอย่ทู ัว่ ไปในบริเวณที่มีภมู ิอากาศแห้งแล้งทางซีกโลกด้านตะวันตก แต่มี
มากเป็นอันดับหนึ่งในประเทศเม็กซโิ ก ไปท่ไี หนที่ไหนก็ไดพ้ บ และมีอย่ถู ึง ๒๐๐ กว่าพันธุ์ เป็น
พืชท่ีทนแดดทนลมได้ดีแล้วยังมีหน้าตาน่ากลัวไม่น้อย ส่วนใหญ่แล้วตรงปลายใบจะมีหนาม
ยาวแหลมเปี๊ยบ ไม่เท่านั้นตามขอบใบซ่ึงมีลักษณะเหมือนกาบยังมีหนามแข็งเป็นรูปจะงอย
แหลมเรยี งรายอยู่โดยรอบ ใบของอากาเวจะเป็นกอติดพื้นดิน (ลักษณะโดยทั่วไปของต้นคล้าย
กับต้นหางจระเข้และต้นศรนารายณ์มาก) เวลามีดอก ช่อดอกก็จะแทงขึ้นมาตรงกลางกอเลย
ทเี ดยี ว แทงขึน้ ไปสูงราว ๓-๖ เมตร มีดอกเป็นกระจุก เริ่มบาน
๘. ควรต้ังชอื่ บทความข้างบนนีว้ า่ อย่างไร
ก. อากาเว
ข. พชื เม็กซิโก
ค. ประโยชน์ของพชื
ง. คุณคา่ พฤกษาชาติ
๙. ข้อความใดกล่าวถกู ตอ้ งตามความเปน็ จริง
ก. อากาเวเป็นพืชให้น้าหวาน
ข. อากาเวชอบอากาศหนาวจัด
ค. อากาเวออกดอกครง้ั ละดอก
ง. ขอบใบอากาเวเหมอื นกาบ
๑๐. พืชชนิดใดในประเทศไทยท่คี ลา้ ยกบั ต้นอากาเว
ก. ตน้ หางจระเข้
ข. ตน้ ศรนารายณ์
ค. ต้นหนามรอบข้อ
ง. ถกู ทงั้ ข้อ ก และ ข
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๔๕
ตอนท่ี ๒ เรอื่ งการอา่ นจับใจความสารคดสี ัน้ (ขอ้ ๑๑ – ๒๐)
๑๑. สารคดีสนั้ เปน็ งานเขียนท่มี ลี ักษณะอย่างไร
ก. งานเขียนที่มงุ่ สาระวิชาการผอู้ า่ นได้รบั ความรู้เพยี งอยา่ งเดียว
ข. งานเขยี นท่แี ตง่ โดยใช้จินตนาการ ผอู้ ่านไดร้ ับความร้แู ละความบันเทงิ
ค. งานเขยี นท่ีให้คติธรรม ขอ้ คดิ เตือนใจ ผู้อ่านไดร้ บั ความรู้และความบนั เทิง
ง. งานเขยี นทมี่ เี จตนาเสนอสาระท่ีเป็นจริง ผ้อู า่ นได้รบั ความรู้มากกวา่ ความบนั เทิง
ใหน้ ักเรยี นอา่ นสารคดีสนั้ ต่อไปนี้ แล้วตอบคาถามขอ้ ๑๒ – ๑๕
การออกกาลงั กายและการลา้ งพษิ
การออกกาลังกาย เป็นปัจจัยสาคัญท่ีช่วยรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง
ปราศจากสารพิษส่วนเกินตกค้างสะสมในร่างกาย การออกกาลังกายจะช่วยกระตุ้นการทางาน
ของร่างกายทุกระบบ ทาให้การขับถ่ายของเสียออกจากผิวหนัง ไต และระบบขับถ่ายเป็นปกติ
ผิวหนังเป็นอวัยวะในกระบวนการกาจัดของเสียท่ีใหญ่ท่ีสุด เนื่องจากผิวหนังปกคลุมทุกส่วนของ
ร่างกาย และประกอบไปด้วยรูขุมขนเล็ก ๆ ที่คอยทาหน้าที่ขับเหง่ือและเกลือออกจากกระแส
เลอื ด การออกกาลังกายจึงมีผลช่วยกระตนุ้ การกาจัดของเสยี อกี ด้วย
การเข้าไปเพ่ิมอัตราการเต้นของหัวใจ ทาให้การไหลเวียนของเลือดดีข้ึน ผลก็คือ ทาให้
การลาเลยี งท้งั สารอาหารและสารพษิ ผ่านตบั ไต ลาไส้ และผิวหนงั ดีขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้การออกกาลังกายยังช่วยกระตุ้นให้ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมน “สบายเน้ือสบาย
ตัว” หรือที่เรียกว่า เอนดอร์ฟินส์ออกมา สุดท้ายการออกกาลังกายยังช่วยรักษาอุณหภูมิใน
ร่างกายใหส้ มดลุ ผา่ นระบบการขับเหงอ่ื และปรับความเย็นในร่างกาย
การออกกาลังกายทาให้ข้อต่อและกล้ามเน้ือเคล่ือนไหวได้อิสระ และได้รับการหล่อลื่น
ตลอดเวลา เพราะเลือดจะไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงบริเวณดังกล่าวมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้
ร่างกายสามารถกาจัดสารพิษท่ีเกิดจากการสะสมสิ่งปฏิกูลท่ีไม่พึงประสงค์ออกไปได้ดีข้ึนด้วย
อันเปน็ ปญั หาสาคญั ของผูป้ ว่ ยโรคไขข้ออักเสบทั่วไป
นอกจากนี้การออกกาลังกายยังช่วยเสริมสร้างแคลเซียมในกระดูก ซึ่งสาคัญมาก
โดยเฉพาะสาหรับเด็กในวัยเจริญเติบโตและผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะสตรีวัยหลังหมดประจาเดือน)
ท่ีต้องรักษาสุขภาพกระดกู ใหแ้ ขง็ แรงอย่เู สมอ
กานต์รวี ทองพลู
๑๒. อวยั วะส่วนใดไมม่ ีหน้าทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการขบั ถ่ายของเสียออกจากรา่ งกาย
ก. ไต ข. ลาไส้
ค. ผวิ หนัง ง. กระเพาะอาหาร
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๔๖
๑๓. ขอ้ ใดไม่ไดก้ ล่าวถึงในสารคดีเรอื่ งนี้
ก. วิธอี อกกาลงั กาย
ข. แรธ่ าตุท่สี าคญั ต่อกระดกู
ค. กระบวนการขบั ถ่ายของเสียออกจากรา่ งกาย
ง. ฮอรโ์ มนท่ีเกิดจากการออกกาลงั กาย
๑๔. ข้อใดกล่าวถกู ตอ้ งตามสารคดีเรื่องน้ี
ก. การออกกาลังกายช่วยปอ้ งกนั โรคโลหิตจางได้
ข. โรคไขขอ้ อกั เสบจะพบมากในวยั เดก็
ค. เอนดอรฟ์ ินส์ คอื ฮอรโ์ มนที่เกดิ จากการออกกาลังกาย
ง. ผสู้ ูงอายุควรออกกาลงั กายมากกว่าวยั อนื่ ๆ
๑๕. สาระสาคญั ของสารคดีเรื่องนี้คอื ข้อใด
ก. วธิ กี ารออกกาลังกาย ข. ประโยชน์ของการออกกาลงั กาย
ค. ขอ้ ควรคิดในการออกกาลงั กาย ค. สง่ิ ท่คี วรปฏิบัตกิ อ่ นการออกกาลงั กาย
ให้นกั เรียนอ่านสารคดีสัน้ ต่อไปน้ี แลว้ ตอบคาถามขอ้ ๑๖ – ๒๐
รากดาใบยาว
รากดาใบยาวเป็นพรรณไมน้ ้าพวกเฟิร์นท่เี ปน็ พรรณไม้น้าพื้นเมืองของไทยและประเทศ
อ่ืนๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบแพร่กระจายในบริเวณสูงเหนือระดับน้าทะเล
ประมาณ ๓๐๐-๘๐๐ เมตร เจริญเติบโตตามซอกหินหรือก้อนหินบริเวณริมลาธารหรือน้าตก
ปกติลาต้นและใบจะเจริญอยู่เหนือน้า แต่สามารถเจริญได้ดีเมื่อน้าท่วมขังหรือนาไปปลูกไว้ใต้
น้า
ลาตน้ อาจเลือ้ ยทอดไปยังบนกอ้ นหนิ หรอื เจริญอยูภ่ ายใต้กรวดทรายในระดับตื้นๆ ใบรูป
หอก บางคร้ังอาจมีลักษณะเป็นสามแฉก ใบยาวประมาณ ๑๐-๒๐ เซนติเมตร กว้าง ๑-๓
เซนติเมตร กล่มุ อบั สเปอร์เรียงตัวตามแนวเส้นกลางใบบริเวณดา้ นลา่ งของแผ่นใบ
รากดาใบยาวเป็นพรรณไมน้ า้ ที่ไดร้ ับความนิยมสูงเนื่องจากเจริญเติบโตใต้น้าท่ีได้ดีมาก
เหมาะสาหรับนามาปลูกไว้บริเวณหนา้ ตปู้ ลา เน่ืองจากลาต้นและใบเจริญออกทางด้านข้างไม่บัง
ตน้ ไมท้ ่อี ยู่บริเวณด้านหลงั และเมื่อนามามัดติดกับขอนไม้หรือก้อนหินที่ใช้ประดับตู้ปลาลาต้น
จะเลื้อยทอดและเกาะติดแน่นกบั ขอนไมห้ รอื ก้อนหนิ ทาให้ดูเปน็ ธรรมชาติมากขนึ้