แบบฝึกพฒั นาทักษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๔๗
๑๖. รากดาใบยาวเปน็ พรรณไม้ตระกลู เดียวกับพชื ชนิดใด
ก. ผกั บุ้ง
ข. เฟริ ์น
ค. ใบเตย
ง. พลูด่าง
๑๗. รากดาใบยาวเจรญิ เตบิ โตไดด้ ีในบริเวณใด
ก. ใตน้ า้ หรอื สถานท่ีทมี่ นี ้าทว่ มขงั
ข. ใตก้ รวดหรอื ทรายบริเวณชายทะเล
ค. บนก้อนหนิ แถบภาคเหนือของประเทศ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
๑๘. ข้อใดคือใจความสาคญั ของสารคดเี รือ่ งน้ี
ก. รากดาใบยาวเปน็ พรรณไมพ้ ืน้ เมอื งของไทย
ข. รากดาใบยาวมลี าต้นและใบเจรญิ อยเู่ หนอื น้า
ค. รากดาใบยาวมีลาต้นเล้ือยทอดไปตามก้อนหนิ
ง. รากดาใบยาวเปน็ พรรณไม้นา้ ที่เหมาะสาหรบั ปลูกไวป้ ระดบั ตปู้ ลา
๑๙. สารคดเี รอ่ื งน้ีมคี วามสาคัญตอ่ ผอู้ า่ นอยา่ งไร
ก. ทาใหผ้ ู้อ่านเหน็ คณุ คา่ ของพชื
ข. ใหค้ วามรแู้ กผ่ ูอ้ า่ นเก่ียวกบั รากดาใบยาว
ค. แนะนาใหผ้ ู้อ่านรจู้ ักไมน้ า้ ทเ่ี หมาะสาหรับปลกู ไว้ประดับตปู้ ลา
ง. ถูกทกุ ขอ้
๒๐. ขอ้ ใดเป็นขอ้ คิดเหน็ ทป่ี รากฏในสารคดเี ร่ืองนี้
ก. รากดาใบยาวเป็นพรรณไม้พืน้ เมืองของประเทศไทย
ข. รากดาใบยาวพบในบรเิ วณที่สูงเหนอื ระดับนา้ ทะเล ๓๐๐-๘๐๐ เมตร
ค. รากดาใบยาวเจริญเติบโตตามซอกหินหรือกอ้ นหนิ บริเวณริมราธาร
ง. รากดาใบยาวเป็นพรรณไม้นา้ ทเี่ หมาะสาหรับปลกู ไว้บรเิ วณหน้าตปู้ ลา
ทาเสร็จแลว้
อยา่ ลมื ไปตรวจคาตอบกนั นะคะ
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดี ๔๘
ส้นั
บรรณานุกรม
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน, สานักงาน. (๒๕๕๓). คู่มือการสอนภาษาไทยสร้าง
เด็กไทยให้อ่านเก่ง อา่ นเรว็ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ – ๖. พิมพ์ครง้ั ท่ี ๒. กรงุ เทพฯ :
โรงพิมพ์ สกสค. ลาดพร้าว.
คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน, สานักงาน. (๒๕๕๓). คมู่ อื การเรยี นการสอนภาษาไทย
คิดและเขียนสรา้ งสรรค์ : เรียงความ ย่อความ และสรุปความ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่
๔-ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ สกสค. ลาดพรา้ ว.
ราชบณั ฑิตยสถาน. (๒๕๕๔). พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔. กรุงเทพฯ :
ศริ ิวฒั นาอนิ เตอร์พร้นิ ท์ จากัด (มหาชน).
รีดเดอร์ ไดเจสท์. (๒๕๔๐) รู้รอบตอบได.้ พิมพ์คร้ังท่ี ๒. กรุงเทพฯ : รีดเดอร์ ไดเจสท์
จากดั
แววมยุรา เหมือนนิล. (๒๕๔๑). การอ่านจับใจความ. พิมพ์คร้ังที่ ๒. กรงุ เทพฯ :
สุวีริยาสาส์น.
สุนันทา มน่ั เศรษฐวิทย.์ (๒๕๔๘). การอ่านภาษาไทย : หนว่ ยที่ ๔ การอ่านจบั ใจความ.
นนทบุรี : สุโขทยั ธรรมาธริ าช.
อัจฉรา ชวี พันธ์ และคณะ. (๒๕๕๐). การใชภ้ าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕. กรุงเทพฯ :
บรรณกจิ .
อา้ งอิงขอ้ มลู ทางอินเทอร์เน็ต
http://www.bejame.com/article/2607 ออนไลน์ วนั ท่ี ๓ ตลุ าคม ๒๕๕๖
http://www.greenpeace.org/ seasia/th/campaigns/climate-and-energy.ออนไลน์
วนั ท่ี๖ ก.พ. ๒๕๕๖
http://www.kwamru.com/category/great-article ออนไลน์ วันที่ ๑ ตลุ าคม ๒๕๕๖
ภาคผนวก
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสัน้ ๕๐
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกตอ้ งทส่ี ุดเพียงคาตอบเดียว โดยกาเครอื่ งหมาย ()
ลงในกระดาษคาตอบ (ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๒๐ คะแนน)
ตอนท่ี ๑ เร่ืองการอา่ นจับใจความบทความ (ข้อ ๑ – ๑๐)
๑. บทความ หมายถึงอะไร
ก. งานเขียนประเภทหนง่ึ ทมี่ งุ่ ใหผ้ ู้อ่านไดร้ ับทราบขอ้ มูล
ข. งานเขยี นประเภทหน่ึงทมี่ งุ่ ใหผ้ ้อู ่านไดร้ บั ความบันเทิง
ค. งานเขยี นประเภทหน่งึ ท่มี ุ่งให้ผู้อ่านไดร้ ับทราบข้อมูลทเ่ี ปน็ สาระความรู้ รายงาน
สถานการณ์หรอื เหตกุ ารณ์สาคัญ
ง. งานเขียนประเภทหนึ่งทมี่ ุ่งให้ผ้อู ่านไดร้ ับทราบข้อมูลทเ่ี ปน็ สาระความรู้และความคดิ
ของผเู้ ขียนท่มี ีต่อเร่อื งใดเรื่องหน่ึง
ใหน้ ักเรยี นอ่านบทความตอ่ ไปนี้แลว้ ตอบคาถามข้อ ๒ – ๓
ปอ้ งกันโรคอว้ น ช่วงเทศกาลปีใหม่
เทศกาลปีใหม่ เปน็ อีกหนง่ึ ชว่ งเวลาแหง่ ความสุขท่ีแวดล้อมไปด้วยญาติสนิท มิตรสหาย
และครอบครัวที่มีโอกาสมาพบปะสังสรรค์ แน่นอนว่างานปาร์ตี้ย่อมเต็มไปด้วยอาหารและ
เครือ่ งด่ืมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเมื่อเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไปแล้ว หลาย ๆ คนอาจต้องมานั่งกลุ้ม
กบั ตัวเลขหนา้ ปัดเครื่องช่งั น้าหนักท่ีดดี ขึน้ อย่างไม่มที ที า่ วา่ จะลงมางา่ ย ๆ เพราะฉะน้ันเพื่อเป็น
การปอ้ งกันโรคอว้ นที่จะตามมาหลังปารต์ ี้ ผมกม็ ีวิธีการดี ๆ งา่ ย ๆ มาฝากกนั ครบั
๑. หลกี เลี่ยงของมนั หวาน เคม็ และบฟุ เฟต์ ปฏเิ สธไมไ่ ดว้ ่าความอ้วนมีสาเหตุสาคัญมา
จากการรับประทานเกินพอดี และรับประทานสงิ่ ที่ไมเ่ ป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงอาหารท่ี
มันจัด มีรสชาติหวาน หรือเค็มจัด เช่น ขนมเค้ก มันฝรั่งทอดกรอบ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเพ่ือ
ป้องกันปัญหาโรคอ้วนก็คือ จะต้องหลีกเล่ียงหรือลดปริมาณการบริโภคอาหารเหล่าน้ีลง
ตลอดจนนา้ อัดลม เลยี่ งได้ก็จะดมี ากครับ โดยหนั ไปดื่มนา้ ผลไมท้ ดแทน
๒. ไม่นอนดึก และดื่มเคร่ืองดื่มมึนเมาในปริมาณมาก เทศกาลปีใหม่หลายคนถือเป็น
ช่วงเวลาแห่งการเดินสายปาร์ต้ีสังสรรค์ เรียกได้ว่าชนแก้วกันตั้งแต่เช้าจนเช้าของอีกวัน
แม้เทศกาลปีใหม่จะจัดกันเพียงไม่ก่ีวัน แต่หากดื่มหนัก นอนดึกทุกวันแบบนี้เห็นทีคงไม่ดีแน่
เพราะร่างกายที่ไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทาให้ระบบการทางานภายในร่างกายมี
ปัญหา ตลอดจนการเผาผลาญไขมันกย็ ังไมม่ ปี ระสทิ ธิภาพอกี ด้วย
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๕๑
๓. หากิจกรรมทารว่ มกนั เทศกาลปีใหม่ไม่ไดห้ าความสุขกันได้เฉพาะโต๊ะอาหารเท่านั้น
หากแตย่ ังมกี ิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย ท่ีสามารถสร้างความสุขร่วมกันได้ง่าย ๆ เช่น การร้อง
เพลงคาราโอเกะ และเต้นประกอบจังหวะ การไปเดินชมธรรมชาติร่วมกับครอบครัวตาม
สวนสาธารณะหรือสวนสัตว์ เป็นต้น เพ่ือให้ร่างกายได้เกิดการเคล่ือนไหว และสร้างความ
เพลดิ เพลินได้ภายในตวั
โดยเทศกาลปีใหม่ที่กาลังจะมาถึงน้ี หากใครกังวลเรื่องโรคอ้วนอยู่ละก็ ลองเอาหลัก
ปฏบิ ตั งิ า่ ย ๆ ๓ ข้อไปลองใชก้ นั ดู ก็ไมส่ งวนลิขสทิ ธแิ์ ต่อย่างใดนะครับ
ที่มา : http://www.bejame.com/article/2607
๒. จากบทความน้ี ข้อใดไม่ใช่วธิ กี ารปอ้ งกนั โรคอ้วน
ก. หลีกเลย่ี งการนอนดกึ
ข. หลกี เล่ยี งของมัน หวาน เคม็
ค. รับประทานอาหารแบบบฟุ เฟต์
ง. หากิจกรรมทาร่วมกันและเคลอื่ นไหวร่างกาย
๓. ผู้เขยี นมีจดุ ประสงค์อย่างไรในการเขยี นบทความเรื่องน้ี
ก. ตกั เตอื นเร่อื งโรคอว้ นจากการรับประทานอาหารงานเลย้ี งปใี หม่
ข. แนะนาการปอ้ งกนั โรคอว้ นท่ีจะตามมาหลังงานเลี้ยงปใี หม่
ค. ชแ้ี จงสาเหตุโรคอว้ นทีจ่ ะตามมาหลังงานเล้ยี งปใี หม่
ง. บอกปัญหาโรคอว้ นทจ่ี ะตามมาหลังงานเล้ียงปีใหม่
ใหน้ กั เรียนอ่านบทความตอ่ ไปนแ้ี ลว้ ตอบคาถามข้อ ๔ – ๖
การทาให้ร่างกายอบอุ่นเม่ือสภาพอากาศหนาวเย็น จาเป็นต้องอาศัยฉนวนท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพเพอื่ ปอ้ งกนั ความร้อนหนีออกจากร่างกาย สัตวเ์ ลือดอุ่นจงึ ต้องมีขนหรือไขมันหนา
เพอื่ สรา้ งความร้อนใหแ้ กร่ ่างกาย แต่มนุษย์ไม่มีไขมันหนาและมีขนค่อนข้างน้อย มนุษย์จึงต้อง
พง่ึ พาเสอ้ื ผา้
สัตว์เลือดอุ่นตามธรรมชาติมีขน ๒ ชนิดตามร่างกาย ขนชนิดยาวเป็นขนป้องกันผิว
ลักษณะเปน็ เส้นแข็งและสามารถลุกชันได้ในเวลาท่ีตกใจหรือโมโห ใต้ขนชนิดยาวมีขนช้ันในที่
นุ่มมากซ่ึงช่วยกักอากาศไว้บริเวณใกล้ผิวหนัง อากาศเป็นตัวนาความรอ้ นไดไ้ มด่ ีดังนั้น อากาศท่ี
กักไว้ตามขนช้ันในจึงช่วยรักษาความร้อนของร่างกายและช่วยให้สัตว์อบอุ่นในสภาพอากาศที่
เยน็
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๕๒
เมือ่ ฝนตกหรือเมอื่ สตั ว์ลงไปแชน่ ้า ขนที่ช่วยกักอากาศจะรวมกันเป็นก้อนก่อรูปเป็นชั้น
กั้นน้า ซึ่งช่วยป้องกันมิให้ขนด้านในและผิวหนังเปียกน้าหรือสูญเสียคุณสมบัติท่ีเป็นฉนวนไป
เมือ่ ฝนหยดุ หรอื เม่อื ข้ึนจากนา้ เพียงสลัดตวั ครง้ั เดียวสัตว์ก็สามารถกาจัดน้าไปจากขนด้านนอก
ไดห้ มด
เมื่อมนุษย์นาคุณสมบัติตามธรรมชาติของสัตว์มาใช้ประโยชน์มนุษย์ก็สามารถจาลอง
พฤตกิ รรมของสัตว์ในเรื่องการป้องกันความหนาวเย็นได้ เสื้อผ้าขนสัตว์เมื่อสวมใส่แล้วก็จะกัก
อากาศไว้ให้อยู่ในหนังกับผ้า ก้ันมิให้ความร้อนหนีออกจากร่างกาย ส่วนเสื้อโค้ตกันฝนจะ
ป้องกันมใิ หผ้ ้าเปยี กทัง้ น้ีเพ่อื จะไดไ้ ม่สูญเสยี คุณสมบตั ิทีเ่ ปน็ ฉนวนไป
ทมี่ า : รีดเดอร์ ไดเจสท์. รรู้ อบตอบได้ (๒๕๔๐) หนา้ ๑๑๑
๔. ผเู้ ขยี นมีจดุ ประสงคอ์ ย่างไรในการเขียนบทความเรื่องน้ี
ก. ใหค้ วามรู้
ข. ใหค้ าแนะนา
ค. ใหข้ ้อเสนอแนะ
ง. จูงใจผู้อา่ นให้ปฏิบัติตาม
๕. ขอ้ ใดคอื ใจความสาคญั ของบทความเรอ่ื งน้ี
ก. ขนชน้ั ในของสัตวเ์ ลอื ดอนุ่ มีลักษณะนมุ่ ช่วยใหร้ สู้ ึกอบอุ่น
ข. มนษุ ย์ไมม่ ไี ขมันหนา และมีขนค่อนข้างนอ้ ยจงึ ตอ้ งพงึ่ พาเส้ือผ้า
ค. มนุษย์จาลองพฤตกิ รรมของสตั ว์ในเรอื่ งการป้องกันความหนาวเย็น
ง. สัตวเ์ ลอื ดอุน่ ตามธรรมชาตมิ ีขน ๒ ชนดิ คอื ขนชน้ั ในและขนชั้นนอก
๖. จากบทความมนุษย์นาคุณสมบตั ติ ามธรรมชาตขิ องสัตวม์ าใชป้ ระโยชน์ในเร่ืองใด
ก. รม่ ใช้กางกันฝน ข. ผ้าพันคอ
ค. เสื้อโคต้ กันฝน ง. เส้อื ผ้าฝ้าย
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๕๓
ให้นักเรยี นอ่านตอนหนึง่ ของบทความต่อไปน้แี ลว้ ตอบคาถาม ขอ้ ๗ –๑๐
โปรตีนเป็นสารอาหารท่ีมีความสาคัญต่อการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระยะต้ังครรภ์
ความต้องการของโปรตีนจะเพ่มิ ข้นึ นอกจากนร้ี ะยะการให้นมบตุ รก็มีความต้องการโปรตีนด้วย
ขณะเดียวกนั เดก็ ทอี่ ยใู่ นวยั ทก่ี าลงั เจริญเติบโตจะมีความต้องการโปรตีนมากกว่าผู้ใหญ่ ดังน้ัน
อาหารที่มีโปรตีนสูง ได้แก่ เน้ือสัตว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถ่ัวเหลือง เช่น เนื้อไก่ เน้ือเป็ด ปลาทู
เนื้อวัวไม่ติดมัน จะมีโปรตีนประมาณ ๒๐ ต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร ส่วนไข่จะมีโปรตีน
ประมาณ ๑๓ กรัม ต่อ ๑๐๐ กรัมของอาหาร และถ่ัวเหลืองเป็นพืชท่ีมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ
ประมาณ ๓๔ การกินอาหารท่ีมีโปรตีนสูง โดยเฉพาะคนท่ีอยู่ในประเทศท่ีพัฒนาแล้ว พบว่า
ได้รับโปรตีน ปริมาณสูงกว่าคนในประเทศท่ีกาลังพัฒนา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะขาดอาหาร การ
ได้รับโปรตีนสูงเกินไปจะไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้ามจะเพิ่มความเส่ียง เช่น อาจเป็นโรคอ้วน
เนอ่ื งจากอาหารท่มี ีโปรตีนสูงมักจะเป็นเน้ือสัตว์ติดมัน ถ้าเป็นเด็กหรือทารกร่างกายไม่สามารถที่
จะปรบั ตัวกับปรมิ าณโปรตนี สูง ๆ ทกี่ นิ เข้าไปการกินอาหารทีม่ โี ปรตีนสงู จะทาใหก้ นิ อาหารอ่ืนได้
น้อยลง โอกาสท่ีจะทาให้เกิดการขาดสารอาหารชนิดอ่ืนเป็นไปได้สูง และการกินอาหารที่มี
โปรตีนสูงทาให้ร่างกายต้องกินแคลเซียมสูงด้วย เพราะทาให้ร่างกายเพ่ิมการกาจัดแคลเซียม
ออกจากร่างกายดงั น้นั การกนิ อาหารจึงควรมีโปรตีนในปรมิ าณทีพ่ อเหมาะ
(ขวัญเรือน ปักษ์แรก เดือนสงิ หาคม ๒๕๔๖)
๗. ประโยคใจความสาคัญของเร่อื งน้ีคอื ข้อใด
ก. การกนิ อาหารทม่ี โี ปรตนี สูงทาใหอ้ ิม่ เรว็ ข้ึน
ข. ควรกนิ อาหารทม่ี โี ปรตีนในปรมิ าณพอเหมาะ
ค. โปรตีนเป็นสารอาหารทีม่ ีความสาคญั ต่อการเจริญเตบิ โต
ง. อาหารทีม่ ีโปรตีนสูง ได้แก่ เน้ือสตั ว์ต่าง ๆ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง
๘. จากเน้อื ความข้างต้นผเู้ ขยี นมีจุดประสงคอ์ ยา่ งไร
ก. แนะนา
ข. ชีแ้ จง
ค. ส่งั สอน
ง. ใหข้ อ้ คดิ
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้นั ๕๔
๙. ความคดิ สาคัญของเรอ่ื งนค้ี ืออะไร
ก. สตรีมคี รรภค์ วรทานอาหารประเภทโปรตีนมาก ๆ
ข. ผทู้ อี่ ยู่ในวยั เด็กควรทานอาหารประเภทโปรตีน
ค. ผู้ทกี่ ินอาหารประเภทโปรตีนมากมโี อกาสเปน็ โรคอว้ น
ง. โปรตีนเป็นสารอาหารท่ีมคี วามสาคญั ต่อการเจรญิ เติบโต
๑๐. ขอ้ ใดเรียงลาดับจากเร่อื งท่ีอ่านได้ถูกต้อง
๑. การกนิ อาหารจึงควรมีโปรตนี ในปรมิ าณท่ีพอเหมาะ
๒. การกนิ อาหารทีม่ โี ปรตีนสูง จะทาใหก้ นิ อาหารอืน่ ไดน้ อ้ ยลง
๓. การกินอาหารท่ีมีโปรตนี สงู ทาให้รา่ งกายตอ้ งกินแคลเซียมสูงดว้ ย
๔. การท่ไี ด้รบั โปรตนี สงู เกนิ ไปจะไม่มีประโยชน์ จะเพ่ิมความเส่ยี งอาจเป็นโรคอว้ นได้
ก. ๒ ๑ ๔ ๓
ข. ๔ ๒ ๓ ๑
ค. ๑ ๒ ๔ ๓
ง. ๔ ๓ ๒ ๑
ตอนที่ ๒ เร่อื งการอา่ นจบั ใจความสารคดีสัน้ (ข้อ ๑๑ – ๒๐)
๑๑. สารคดี เป็นงานเขียนทมี่ ีลักษณะอย่างไร
ก. งานเขยี นทม่ี ุ่งสาระวิชาการผู้อา่ นได้รบั ความรู้เพียงอยา่ งเดียว
ข. งานเขียนท่แี ตง่ โดยใชจ้ ินตนาการ ผอู้ ่านได้รบั ความรูแ้ ละความบันเทิง
ค. งานเขียนที่มเี จตนาเสนอสาระทเี่ ปน็ จริง ผอู้ า่ นไดร้ บั ความรมู้ ากกวา่ ความบนั เทงิ
ง. งานเขียนท่ีใหค้ ติธรรม ข้อคดิ เตือนใจ ผู้อ่านได้รบั ความรู้และความบนั เทงิ
ใหน้ ักเรยี นอา่ นตอนหนึ่งของสารคดสี ัน้ ต่อไปน้ี แล้วตอบคาถามขอ้ ๑๒
............ไดโนเสาร์ส่วนมากจะได้ชื่อมาจากลักษณะพิเศษของมัน เช่นลักษณะทางร่างกาย
นิสยั ประจาตัว หรอื ต้ังชือ่ ตามสถานที่ท่พี บซากดกึ ดาบรรพ์ ปัจจบุ นั ไดโนเสาร์ได้สูญพันธ์ุไปแล้ว
อะไรเป็นสาเหตุที่ทาให้ไดโนเสาร์สูญพันธุ์ ไม่มีใครทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานว่า
ไดโนเสาร์อาจกินพืชที่มีพิษเป็นอาหาร ทาให้พากันล้มตาย หรือโลกมีอุณหภูมิร้อนมาก
ไดโนเสาร์ไม่สามารถหลบร้อนได้ เน่ืองจากขนาดท่ีใหญ่โตมันจึงตาย หรือไดโนเสาร์ทนความ
หนาวเยน็ ไม่ไหว หรือมสี ัตวบ์ างชนดิ มากนิ ไขข่ องไดโนเสาร์ จึงทาให้ไดโนเสารส์ ญู พันธุ์
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสั้น ๕๕
๑๒. จากสารคดีตอนนี้ ข้อใดคอื สาเหตุหนึง่ ในการสญู พนั ธุข์ องไดโนเสาร์
ก. มนษุ ยอ์ อกลา่ สัตวม์ าก
ข. สนั นษิ ฐานวา่ เกิดอทุ กภยั
ค. สนั นิษฐานวา่ เกิดโรคระบาด
ง. สนั นษิ ฐานวา่ มสี ัตวบ์ างชนดิ มากินไขข่ องไดโนเสาร์
ใหน้ กั เรียนอา่ นสารคดสี ั้นตอ่ ไปนีแ้ ล้วตอบคาถามขอ้ ๑๓ – ๑๕
โยนบวั
งานประเพณีโยนบัวหรืองานรับบัว เป็นงานประเพณีประจาท้องถิ่นของชาวบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการเกือบร้อยปีแล้ว เหตุที่เกิดมีประเพณีน้ีขึ้นที่บางพลีก็เพราะมีตานานว่า
เมื่อประมาณสองร้อยปีเศษล่วงมาน้ี มีพระพุทธรูปแบบเชียงแสน ๓ องค์พ่ีน้องปาฏิหาริย์
ลอยน้าจากทางเหนือตามลาน้าเจ้าพระยาลงมาทางใต้ องค์หนึ่งได้ประดิษฐานอยู่ ณ
วดั บา้ นแหลม จงั หวัดสมทุ รสงคราม องค์หน่งึ ไดล้ อยเข้าไปตามลาน้าบางปะกง ประชาชนใน
ถ่ินน้ันจึงได้อัญเชิญข้ึนประดิษฐานไว้ที่วัดพระพุทธโสธร และได้ชื่อว่า “หลวงพ่อพุทธโสธร”
องค์หน่ึงได้ลอยทวนน้าเข้าคลองสาโรงไปจนถึงอาเภอบางพลี ชาวบางพลี จึงอาราธนาข้ึน
ประดิษฐานไว้ ณ วัดบางพลีใหญ่ใน คนท่ัวไปเรียกพระพุทธรูปองค์น้ีว่า “หลวงพ่อโต”
หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพบูชาของประชาชนท่ัวไปทั้งใกล้และไกล ชาวบางพลีได้จัดให้มีงาน
ฉลองประจาปีเพ่ือให้ประชาชนได้มานมัสการหลวงพ่อโต ในวันข้ึน ๑๔ ค่า เดือน ๑๑ ถึงวัน
แรม ๑ คา่ เดือน ๑๑ ซ่ึงเป็นวนั ออกพรรษาพอดี รวมงาน ๓ วัน ๓ คืน
ตอนเชา้ วนั ขึ้น ๑๔ ค่า ชาวบางพลีจะอัญเชิญหลวงพ่อโตลงไปประดิษฐานในเรือขนาด
ใหญ่ แล้วแห่ไปตามลาคลองมีดนตรีและเรือลาเล็กลาใหญ่ร่วมขบวนนับจานวนร้อย ๆ ลา
เรอื เหล่าน้ีตกแต่งอย่างสวยงาม บ้างก็จับคู่พายแข่งกัน บ้างร้องเพลงเกี้ยวกันอย่างสนุกสนาน
ผู้ทค่ี อยชมขบวนเรอื แห่อยู่สองฝั่งคลองพากันเก็บดอกบัวมาเตรียมไว้ พอขบวนเรือแห่ผ่านมาก็
โยนดอกบัวลงไปให้ผู้ท่ีอยู่ในเรือรอรับไปบูชาพระ ตอนโยนบัวและรับบัวน้ีสนุกสนานมาก
บางทแี ยง่ กันรับจนตกน้าก็มี ตอนกลางคืนจะมีมหรสพสมโภชฉลองตลอดคืน ชาวบ้านจะนา
บวั ที่รับได้ไปบชู าหลวงพ่อโตทพี่ ระอุโบสถ เช่อื กนั ว่าเป็นสริ ิมงคลและจะทาใหโ้ ชคดีตลอดปี
หนงั สอื เรียนสาระการเรยี นร้พู นื้ ฐาน วิวธิ ภาษา ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๓
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๕๖
๑๓. ประเพณโี ยนบัวสะทอ้ นให้เหน็ ความเช่อื ของชาวบางพลใี นเร่ืองใดเดน่ ชดั ทสี่ ดุ
ก. ความศักด์สิ ทิ ธ์ขิ องหลวงพอ่ โต
ข. การทาบญุ ร่วมกนั ในชว่ งวนั ออกพรรษา
ค. การสร้างความสามคั คีของคนในทอ้ งถ่ิน
ง. ความผูกพันกบั วถิ ชี ีวิตรมิ คลอง
๑๔. สาเหตทุ ่เี กดิ ประเพณีโยนบวั คือ ขอ้ ใด
ก. สภาพความเปน็ อย่ขู องประชาชนท่อี าศัยอย่รู มิ คลอง
ข. ดอกบวั เป็นดอกไมท้ ่นี ิยมใชบ้ ชู าและหาไดง้ ่าย
ค. การจดั ประเพณที ี่เกย่ี วขอ้ งกับวนั ออกพรรษา
ง. ความศรทั ธาในตานานเกยี่ วกบั เรือ่ งพระลอยนา้
๑๕. ขอ้ ใดคือใจความสาคัญของสารคดีส้ันเรือ่ งน้ี
ก. ประเพณีโยนบัวเป็นประเพณที ีม่ ชี ว่ งวนั ออกพรรษา
ข. ประเพณีโยนบวั เปน็ ประเพณปี ระจาทอ้ งถน่ิ ของชาวบางพลีมานานแล้ว
ค. ประเพณโี ยนบัวเกิดจากการฉลองประจาปขี องจงั หวดั เพ่อื ใหค้ นมาทาบญุ
ง. ประเพณีโยนบวั เปน็ ประเพณีทสี่ นกุ สนานมาก มกี ารโยนและรบั บวั แลกเปลย่ี นกนั
ให้นกั เรียนอา่ นสารคดีสัน้ ต่อไปนีแ้ ลว้ ตอบคาถามข้อ ๑๖ – ๑๘
พระบรมรูปทรงมา้
พระบรมรูปทรงม้า คือพระบรมรูปท่ีรัชกาลที่ ๕ ประทับบนหลังม้า หล่อจากกรุง
ปารีส ประเทศฝร่ังเศส เป็นสิ่งที่ชาวไทยพร้อมใจกันสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หัว เพื่อเป็นอนสุ รณ์ในพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกสมโภชราชสมบัติ ๔๑ ปี
สมเด็จ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ ทรงกล่าวในพระราชนิพนธ์เร่ือง “สร้างพระบรมรูป
ทรงม้า” ตอนหน่ึงว่า “เนื่องจากคณะกรรมการได้ทราบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจา้ อยหู่ ัว ทรงโปรดพระบรมรปู ทรงมา้ ของพระเจา้ หลุยสท์ ี่ ๑๔ ซ่ึงทรงได้ทอดพระเนตรเห็นที่
ลานใหญห่ น้าพระราชวังแวร์ซายส์ ทรงปรารภว่า ถ้ามีพระบรมรูปทรงม้าของพระองค์ต้ังไว้ใน
สนามหนา้ พระที่นั่งอนันตสมาคมก็จะเป็นสง่างามดี จึงได้สร้างพระบรมรูปทรงม้าถวาย โดยมี
คาว่า “ปิยมหาราช” ปรากฏอยู่ในคาจารึกบนฐานพระบรมรูป และพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงกระทาพิธีเปิดในวันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๕๑ ใน
ระหว่างพธิ รี ัชมังคลาภเิ ษก สมด่ังความตั้งใจของเหลา่ พสกนิกร”
(เรยี บเรียงโดย นฤภร รุจิเรข)
ทีม่ า : http://www.moohin.com/006/006k027.shtml
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๕๗
๑๖. เร่อื ง พระบรมรปู ทรงมา้ เปน็ พระราชนิพนธ์ของท่านใด
ก. พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั
ข. พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว
ค. สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดารงราชานุภาพ
ง. เจ้าพระยาธรรมศักดมิ์ นตรี
๑๗. สถานทสี่ าคัญทีอ่ ยู่บรเิ วณเดียวกับพระบรมรูปทรงม้า คอื ขอ้ ใด
ก. พระบรมมหาราชวงั
ข. วัดพระศรรี ตั นศาสดาราม
ค. พระทีน่ ัง่ อนันตสมาคม
ง. พพิ ิธภณั ฑ์สถานแห่งชาติ
๑๘. พระบรมรูปทรงม้า สรา้ งมาไดป้ ระมาณก่ีปี
ก. ๖๐ - ๘๐ ปี
ข. ๘๐ - ๑๐๐ ปี
ค. ๑๐๐ - ๑๓๐ ปี
ง. ๑๓๐ - ๑๕๐ ปี
ใหน้ กั เรียนอา่ นสารคดสี ้นั ต่อไปน้ีแลว้ ตอบคาถามข้อ ๑๙ – ๒๐
เรอื่ ง กนิ อาหารตามวยั หา่ งไกลโรค
เนอื่ งจากคนเราแต่ละวัย ย่อมมีความต้องการอาหารแตกต่างกันตามกลุ่มอายุ และความ
ต้องการอาหารยังเปล่ียนแปลงตามสภาพของร่างกายด้วย ในการบริโภคจึงสามารถแบ่งประเภทของ
ชว่ งอายุ เพ่ือให้ถูกต้องตามวยั และสภาพของร่างกาย เช่นกลุ่มของเด็กวัยเรียน (อายุ ๖ - ๙
ป)ี และวยั รนุ่ (อายุ ๑๐ - ๒๔ ป)ี ในวยั น้ีเป็นวัยท่ีกาลังเจริญเติบโต ต้องรับประทานอาหารให้
ครบท้ัง ๕ หมู่ และหลากหลายชนิด รับประทานให้ครบ ท้ัง ๓ มื้อ ในเด็กควรด่ืมนมรสจืด
ทุกวันอย่างน้อยวันละ ๑ แก้ว และควรใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร รวมทั้ง การ
บริโภคอาหารท่ีอุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น ตับ เลือด เน้ือสัตว์ ผัก ผลไม้ นอกจากนี้ต้องมี
การออกกาลงั กายอย่างสม่าเสมอและพกั ผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารขบเคี้ยว อาหารรส
จัด เช่น เคม็ จดั หวานจดั และเผด็ จัด รวมไปถงึ อาหารจานด่วนตามแบบตะวนั ตก
สาธารณสขุ . กระทรวง กนิ ตามแม่ กรุงเทพฯ เปรยี ว. ๒๕๔๖
ทีม่ า : http://www.ocpb.go.th/show_news.asp?id=297
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้นั ๕๘
๑๙. สาระสาคญั ของเรอ่ื งน้ีกลา่ วถึงส่ิงใด
ก. วธิ ีป้องกนั โรคอ้วนในวยั รุ่น
ข. วิธีปฏิบัตติ นเม่อื ย่างเข้าสวู่ ัยร่นุ
ค. การเลอื กรบั ประทานอาหารให้เหมาะสมกบั วยั
ง. คุณคา่ ของอาหารแต่ละประเภทท่ีมตี อ่ ร่างกาย
๒๐. ใครปฏิบตั ไิ ดถ้ กู ต้องตามข้อความที่ว่า “กนิ อาหารตามวยั หา่ งไกลโรค”
ก. ตมิ๋ กินมนั ฝร่งั ทอดเปน็ ประจาทกุ วนั
ข. ตุ้มลดอาหารเม้ือเย็นเพ่ือทาใหร้ ่างกายสมสว่ น
ค. ต้อมดมื่ นมชอ็ กโกแลตหลังอาหารทุกมือ้
ง. ต้อยรบั ประทานอาหารหลากหลายชนิดไม่เลือกเฉพาะทช่ี อบ
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้ัน ๕๙
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งทีส่ ดุ เพียงคาตอบเดยี ว โดยกาเคร่ืองหมาย ()
ลงในกระดาษคาตอบ (ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๑๐ คะแนน)
ตอนที่ ๑ เรือ่ งการอ่านจบั ใจความบทความ (ข้อ ๑ – ๑๐)
๑. บทความ หมายถึงอะไร
ก. งานเขยี นประเภทหน่งึ ทีม่ ่งุ ให้ผอู้ า่ นไดร้ ับทราบข้อมลู
ข. งานเขียนประเภทหนึ่งท่ีมุ่งใหผ้ ้อู ่านไดร้ ับความบนั เทิง
ค. งานเขียนประเภทหนึ่งทม่ี ่งุ ให้ผู้อา่ นได้รับทราบข้อมูลทีเ่ ปน็ สาระความรู้และ
ความคิดของผู้เขยี นทม่ี ตี อ่ เรือ่ งใดเรอื่ งหนึง่
ง. งานเขียนประเภทหน่งึ ที่ม่งุ ให้ผู้อ่านได้รับทราบขอ้ มลู ทเี่ ปน็ สาระความรู้ รายงาน
สถานการณ์หรือเหตุการณ์สาคัญ
๒.
ตะเฆ่ เป็นเคร่ืองทุ่นแรงชนดิ หน่ึงใช้ลากเข็นหนัก ๆ ทาดว้ ยไมไ้ ผ่ ๒ ลา ขนาบ
สัดส่วน ปลายด้านหน่ึงจะผูกพาดไวบ้ นคอสัตวเ์ ช่น ววั ควาย ทล่ี ากจงู ของนนั้ เคล่ือน
ไปบนพืน้ ดนิ โดยมไี ม้ไผ่อกี ลาหนึง่ เชือ่ มไว้ ไมไ้ ผ่ที่มาผกู เชอ่ื มไวน้ ี้เป็นท่ีสาหรับผกู ลาก
ส่งิ ของได้ตามต้องการ
ตะเฆ่ บางชนดิ สว่ นท้ายจะทาเปน็ ล้อตั้งแต่ ๒ – ๔ ลอ้
มที ีว่ างของคล้ายรูปกระบะเตย้ี ใชว้ างสิ่งของบนกระบะนนั้ ได้
ทีม่ า : http://www.bejame.com/article/2607
จากตอนหน่งึ ของบทความข้างตน้ ขอ้ ใดคือประโยชน์ของตะเฆ่
ก. ใชเ้ ปน็ ยานพาหนะ ข. ใช้เปน็ เคร่ืองประดบั สาหรบั วัว ควาย
ค. ใชเ้ ป็นเครื่องดนตรี ง. ใช้เปน็ เคร่อื งทุ่นแรงชนดิ หน่ึงใช้ลากเขน็
๓. อทุ ยานแห่งชาตเิ ขาใหญ่ ต้ังอยู่บนเทือกเขาสงู ตระหง่าน ปกคลุมพื้นที่ ๔ จังหวดั
ไดแ้ ก่ นครราชสีมา นครนายก ปราจีนบรุ ี และสระบุรี ป่าส่วนมากยงั เป็นปา่ ดงดบิ มีไม้
มคี า่ ขึน้ อยมู่ าก ได้แก่ ยาง ตะเคยี น มะคา่ ตะแบก และไม้ ๆ อกี หลายชนดิ นอกจากน้ัน
ยงั เปน็ ที่อาศัยของสตั ว์ป่า ไดแ้ ก่ ชา้ ง เสอื เก้ง กวาง กระทงิ หมี เลยี งผา และนกอีก
๒๐๐ กว่าชนิด ทง้ั ยงั เป็นแหลง่ ตน้ นา้ ทสี่ าคัญ ได้แก่ แม่น้าป่าสกั แม่น้าบางปะกง และ
แมน่ ้ามูล
ทีม่ า : หนงั สอื คมู่ ือการเรยี นการสอนภาษาไทย
สร้างเดก็ ไทยให้อา่ นเกง่ อ่านเรว็ ชัน้ ป.๔-๖
ของสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอา่ นจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ัน้ ๖๐
จากตอนหนง่ึ ของบทความข้างต้น ขอ้ ใดคอื ประเด็นสาคญั
ก. อทุ ยานแหง่ ชาติเขาใหญ่เป็นปา่ ดงดบิ มีไม้มคี า่ ข้นึ อยู่มาก
ข. อทุ ยานแหง่ ชาตเิ ขาใหญ่เป็นทีอ่ าศยั ของสตั ว์ป่า ได้แก่ ช้าง เสอื เก้ง กวาง กระทงิ
หมี เลยี งผา
ค. อุทยานแห่งชาตเิ ขาใหญม่ พี ืน้ ทค่ี รอบคลมุ ๔ จังหวัด คือ นครราชสมี า
นครนายก ปราจีนบุรี และสระบุรี
ง. อุทยานแหง่ ชาติเขาใหญ่เปน็ แหล่งต้นนา้ ที่สาคญั ไดแ้ ก่ แม่นา้ ป่าสัก แม่นา้
บางปะกง และแม่นา้ มูล
๔. ............การออกกาลังกายทาให้ข้อต่อและกล้ามเน้ือเคล่ือนไหวได้อิสระ และได้รับการ
หล่อล่ืนตลอดเวลา เพราะเลือดจะไหลเวียนไปหล่อเล้ียงบริเวณดังกล่าวมากข้ึน
ขณะเดยี วกันยงั ชว่ ยให้ร่างกายสามารถกาจัดสารพษิ ทเี่ กิดจากการสะสมสิง่ ปฏิกูลที่ไม่พึง
ประสงค์ออกไปได้ดขี นึ้ ดว้ ย อนั เปน็ ปัญหาสาคญั ของผูป้ ว่ ยโรคไขข้ออกั เสบทั่วไป
ท่มี า : http://www.bejame.com/article/2607
จากตอนหนึ่งของบทความข้างตน้ ข้อใดคอื ใจความสาคญั
ก. การปอ้ งกนั โรคไขข้ออกั เสบ
ข. การออกกาลงั กายช่วยเพ่ิมพลังงาน
ค. การวง่ิ คือการออกกาลงั กายทีด่ ที ่สี ุด
ง. การออกกาลงั กายช่วยลดการเกดิ โรคไขข้ออักเสบ
๕.
“ภาวะโลกร้อนเป็นภัยพิบัติท่ีเกิดข้ึนแล้ว โดยท่ีเราทุกคนต่างทราบถึงสาเหตุของการ
เกิดเป็นอย่างดี นั่นคือ การที่มนุษย์เผาผลาญเช้ือเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน น้ามัน และ ก๊าซ
ธรรมชาติ เพ่ือผลติ พลังงาน เราตา่ งทราบดีถึงผลกระทบบางอยา่ งของภาวะโลกร้อน เช่น การ
ละลายของน้าแข็งขั้วโลก ระดับน้าทะเลที่สูงข้ึน ความแห้งแล้งอย่างรุนแรง การแพร่ระบาด
ของโรคร้ายต่าง ๆ อุทกภัย ปะการังเปล่ียนสีและการเกิดพายุรุนแรงฉับพลัน โดยผู้ท่ีได้รับ
ผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ประเทศตามแนวชายฝ่ัง ประเทศที่เป็นเกาะ และภูมิภาคท่ีกาลัง
พฒั นาอย่างเอเชียอาคเนย์”
ที่มา : กรีนพซี http://www.greenpeace.org/
seasia/th/campaigns/climate-and-energy
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๖๑
จากตอนหนึ่งของบทความข้างต้น ขอ้ ใดคือ ใจความสาคญั
ก. สาเหตุของการเกดิ ภาวะโลกรอ้ น
ข. ภาวะโลกร้อนเป็นภยั พบิ ตั ทิ ี่เกิดขน้ึ แลว้
ค. ผลกระทบบางอย่างท่เี กดิ จากภาวะโลกร้อน
ง. การแพรร่ ะบาดของโรคร้ายต่าง ๆ อุทกภัย ปะการงั เปลยี่ นสี และ การเกิดพายุ
ให้นักเรยี นอ่านตอนหนึ่งของบทความต่อไปนี้แล้วตอบคาถาม ขอ้ ๖ -๗
เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาะเกร็ดกันมาก จึงมีปัญหาต่างๆตามมาอีก
มากมาย เช่น การก่อสร้างอาคารร้านค้าแบบใหมเ่ พ่ือขายสินค้าแก่นักท่องเท่ียว การนาสินค้า
จากท้องถ่ินอ่ืนมาจาหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทาให้สินค้าพื้นบ้านค่อยๆเลือนหายไป อิทธิพลจาก
วัฒนธรรมใหม่กาลังเข้ามีบทบาทขัดแย้งกับวัฒนธรรมดั้งเดิม เป็นต้น ดังน้ันทางการหลาย
หนว่ ยงานจึงให้ความสนใจท่จี ะแกป้ ญั หาเหลา่ นี้ โดยคิดทาโครงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของ
เกาะเกร็ดและการอบรมชาวบ้านให้มีความรคู้ วามเข้าใจในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของเกาะ
เกรด็ ดว้ ย
(ศิลปะโบราณคดขี องเกาะเกร็ดและนนทบุรี : หวน พินธุพันธ)์
๖. ใจความสาคัญของเรือ่ งคอื ข้อใด
ก. การอนรุ กั ษ์วฒั นธรรมดั้งเดิมของเกาะเกรด็
ข. การพัฒนาการทอ่ งเท่ียว
ค. การท่องเทย่ี วเกาะเกรด็ เชิงอนุรักษ์
ง. คนต่างถิ่นมาค้าขายในเกาะเกร็ด
๗. ข้อใดตอ่ ไปน้ที ี่มสี ่วนสาคญั ทาใหผ้ อู้ ่านจับใจความสาคญั ได้งา่ ยขนึ้
ก. เปน็ ชาวเกาะเกร็ด
ข. ทางานด้านการทอ่ งเท่ียว
ค. เปน็ นักทอ่ งเทย่ี ว
ง. พอ่ ค้า
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๖๒
ให้นักเรยี นอา่ นตอนหน่ึงของบทความต่อไปน้ีแล้วตอบคาถาม ข้อ ๘ - ๑๐
ต้นอากาเวมีขนึ้ อยทู่ ั่วไปในบรเิ วณท่มี ีภมู อิ ากาศแห้งแล้งทางซีกโลกด้านตะวันตก แต่มี
มากเปน็ อนั ดับหน่งึ ในประเทศเมก็ ซโิ ก ไปท่ไี หนท่ีไหนก็ไดพ้ บ และมีอยู่ถงึ ๒๐๐ กว่าพันธุ์ เป็น
พืชท่ีทนแดดทนลมได้ดีแล้วยังมีหน้าตาน่ากลัวไม่น้อย ส่วนใหญ่แล้วตรงปลายใบจะมีหนาม
ยาวแหลมเปี๊ยบ ไม่เท่านั้นตามขอบใบซ่ึงมีลักษณะเหมือนกาบยังมีหนามแข็งเป็นรูปจะงอย
แหลมเรียงรายอย่โู ดยรอบ ใบของอากาเวจะเป็นกอติดพื้นดิน (ลักษณะโดยทั่วไปของต้นคล้าย
กับต้นหางจระเข้และต้นศรนารายณ์มาก) เวลามีดอก ช่อดอกก็จะแทงขึ้นมาตรงกลางกอเลย
ทีเดียว แทงขึน้ ไปสงู ราว ๓-๖ เมตร มดี อกเปน็ กระจกุ เริ่มบาน
๘. ควรตัง้ ช่อื บทความข้างบนนว้ี ่าอย่างไร
ก. อากาเว
ข. พชื เมก็ ซโิ ก
ค. ประโยชนข์ องพืช
ง. คุณค่าพฤกษาชาติ
๙. ข้อความใดกลา่ วถูกต้องตามความเป็นจริง
ก. อากาเวเปน็ พชื ให้น้าหวาน
ข. อากาเวชอบอากาศหนาวจัด
ค. อากาเวออกดอกครัง้ ละดอก
ง. ขอบใบอากาเวเหมือนกาบ
๑๐. พืชชนดิ ใดในประเทศไทยท่ีคล้ายกับต้นอากาเว
ก. ต้นหางจระเข้
ข. ตน้ ศรนารายณ์
ค. ตน้ หนามรอบข้อ
ง. ถูกทง้ั ข้อ ก และ ข
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๖๓
ตอนที่ ๒ เรื่องการอ่านจับใจความสารคดสี ้นั (ขอ้ ๑๑ – ๒๐)
๑๑. สารคดีส้นั เป็นงานเขียนท่มี ลี กั ษณะอยา่ งไร
ก. งานเขยี นทีม่ งุ่ สาระวิชาการผู้อ่านไดร้ บั ความรู้เพียงอยา่ งเดียว
ข. งานเขียนที่แต่งโดยใช้จนิ ตนาการ ผู้อ่านไดร้ ับความรู้และความบนั เทิง
ค. งานเขยี นท่ีใหค้ ติธรรม ข้อคดิ เตือนใจ ผู้อ่านได้รบั ความรแู้ ละความบันเทิง
ง. งานเขียนท่มี ีเจตนาเสนอสาระทเี่ ป็นจรงิ ผ้อู า่ นได้รับความรู้มากกว่าความบนั เทิง
ให้นักเรยี นอา่ นสารคดีสน้ั ต่อไปนี้ แลว้ ตอบคาถามข้อ ๑๒ – ๑๕
การออกกาลังกายและการลา้ งพษิ
การออกกาลังกาย เป็นปัจจัยสาคัญท่ีช่วยรักษาสภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง
ปราศจากสารพิษส่วนเกินตกค้างสะสมในร่างกาย การออกกาลังกายจะช่วยกระตุ้นการทางาน
ของร่างกายทุกระบบ ทาให้การขับถ่ายของเสียออกจากผิวหนัง ไต และระบบขับถ่ายเป็นปกติ
ผิวหนังเปน็ อวยั วะในกระบวนการกาจัดของเสียที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากผิวหนังปกคลุมทุกส่วนของ
ร่างกาย และประกอบไปด้วยรูขุมขนเล็ก ๆ ที่คอยทาหน้าท่ีขับเหงื่อและเกลือออกจากกระแส
เลือด การออกกาลังกายจึงมผี ลช่วยกระตุน้ การกาจดั ของเสยี อกี ด้วย
การเข้าไปเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทาให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ผลก็คือ ทาให้
การลาเลยี งทงั้ สารอาหารและสารพษิ ผา่ นตับ ไต ลาไส้ และผวิ หนงั ดขี ึ้นตามไปดว้ ย
นอกจากน้ีการออกกาลังกายยังช่วยกระตุ้นให้ต่อมไร้ท่อผลิตฮอร์โมน “สบายเน้ือสบาย
ตัว” หรือที่เรียกว่า เอนดอร์ฟินส์ออกมา สุดท้ายการออกกาลังกายยังช่วยรักษาอุณหภูมิใน
รา่ งกายใหส้ มดลุ ผา่ นระบบการขบั เหงื่อและปรบั ความเย็นในร่างกาย
การออกกาลังกายทาให้ข้อต่อและกล้ามเน้ือเคล่ือนไหวได้อิสระ และได้รับการหล่อลื่น
ตลอดเวลา เพราะเลือดจะไหลเวียนไปหล่อเล้ียงบริเวณดังกล่าวมากข้ึน ขณะเดียวกันยังช่วยให้
ร่างกายสามารถกาจัดสารพิษที่เกิดจากการสะสมสิ่งปฏิกูลท่ีไม่พึงประสงค์ออกไปได้ดีขึ้นด้วย
อันเป็นปัญหาสาคัญของผปู้ ่วยโรคไขขอ้ อกั เสบท่วั ไป
นอกจากนี้การออกกาลังกายยังช่วยเสริมสร้างแคลเซียมในกระดูก ซ่ึงสาคัญมาก
โดยเฉพาะสาหรับเด็กในวัยเจริญเติบโตและผู้สูงอายุ (โดยเฉพาะสตรีวัยหลังหมดประจาเดือน)
ทต่ี ้องรักษาสขุ ภาพกระดกู ให้แขง็ แรงอยเู่ สมอ
กานต์รวี ทองพลู
๑๒. อวัยวะส่วนใดไมม่ ีหนา้ ที่เกย่ี วข้องกับการขับถา่ ยของเสยี ออกจากรา่ งกาย
ก. ไต ข. ลาไส้
ค. ผิวหนัง ง. กระเพาะอาหาร
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๖๔
๑๓. ขอ้ ใดไม่ไดก้ ล่าวถงึ ในสารคดีเรอื่ งนี้
ก. วิธอี อกกาลังกาย
ข. แรธ่ าตทุ สี่ าคญั ต่อกระดกู
ค. กระบวนการขับถ่ายของเสยี ออกจากร่างกาย
ง. ฮอร์โมนทเี่ กิดจากการออกกาลงั กาย
๑๔. ขอ้ ใดกล่าวถูกต้องตามสารคดเี ร่ืองน้ี
ก. การออกกาลงั กายช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้
ข. โรคไขขอ้ อักเสบจะพบมากในวยั เดก็
ค. เอนดอรฟ์ ินส์ คือฮอรโ์ มนที่เกดิ จากการออกกาลงั กาย
ง. ผูส้ ูงอายคุ วรออกกาลงั กายมากกวา่ วัยอ่นื ๆ
๑๕. สาระสาคัญของสารคดีเรอ่ื งน้ีคือขอ้ ใด
ก. วิธีการออกกาลงั กาย
ข. ประโยชนข์ องการออกกาลังกาย
ค. ข้อควรคิดในการออกกาลังกาย
ง. สิ่งทค่ี วรปฏบิ ัตกิ ่อนการออกกาลังกาย
ให้นกั เรยี นอา่ นสารคดีส้นั ต่อไปน้ี แล้วตอบคาถามข้อ ๑๖ – ๒๐
รากดาใบยาว
รากดาใบยาวเป็นพรรณไมน้ ้าพวกเฟริ ์นทเ่ี ป็นพรรณไม้น้าพ้ืนเมืองของไทยและประเทศ
อื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบแพร่กระจายในบริเวณสูงเหนือระดับน้าทะเล
ประมาณ ๓๐๐-๘๐๐ เมตร เจริญเติบโตตามซอกหินหรือก้อนหินบริเวณริมลาธารหรือน้าตก
ปกติลาต้นและใบจะเจริญอยู่เหนือน้า แต่สามารถเจริญได้ดีเมื่อน้าท่วมขังหรือนาไปปลูกไว้ใต้
น้า
ลาตน้ อาจเลื้อยทอดไปยังบนก้อนหนิ หรือเจรญิ อยูภ่ ายใต้กรวดทรายในระดบั ตืน้ ๆ ใบรูป
หอก บางครั้งอาจมีลักษณะเป็นสามแฉก ใบยาวประมาณ ๑๐-๒๐ เซนติเมตร กว้าง ๑-๓
เซนตเิ มตร กลมุ่ อับสเปอร์เรยี งตัวตามแนวเสน้ กลางใบบริเวณดา้ นล่างของแผ่นใบ
รากดาใบยาวเป็นพรรณไมน้ า้ ทไ่ี ด้รบั ความนิยมสูงเนื่องจากเจริญเติบโตใต้น้าที่ได้ดีมาก
เหมาะสาหรบั นามาปลกู ไวบ้ รเิ วณหน้าตู้ปลา เน่อื งจากลาต้นและใบเจรญิ ออกทางด้านข้างไม่บัง
ตน้ ไม้ทอี่ ยบู่ รเิ วณดา้ นหลงั และเม่ือนามามัดติดกับขอนไม้หรือก้อนหินที่ใช้ประดับตู้ปลาลาต้น
จะเลอื้ ยทอดและเกาะติดแน่นกบั ขอนไม้หรอื ก้อนหิน ทาให้ดเู ปน็ ธรรมชาติมากข้ึน
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๖๕
๑๖. รากดาใบยาวเป็นพรรณไม้ตระกูลเดยี วกบั พืชชนดิ ใด
ก. ผกั บุง้
ข. เฟิรน์
ค. ใบเตย
ง. พลูด่าง
๑๗. รากดาใบยาวเจริญเตบิ โตไดด้ ใี นบริเวณใด
ก. ใต้นา้ หรือสถานที่ที่มนี ้าทว่ มขัง
ข. ใต้กรวดหรอื ทรายบริเวณชายทะเล
ค. บนก้อนหินแถบภาคเหนอื ของประเทศ
ง. ถกู ทุกขอ้
๑๘. ขอ้ ใดคอื ใจความสาคัญของสารคดเี ร่ืองนี้
ก. รากดาใบยาวเป็นพรรณไม้พืน้ เมอื งของไทย
ข. รากดาใบยาวมีลาตน้ และใบเจรญิ อยเู่ หนือน้า
ค. รากดาใบยาวมลี าตน้ เลอื้ ยทอดไปตามก้อนหนิ
ง. รากดาใบยาวเปน็ พรรณไม้น้าท่เี หมาะสาหรบั ปลูกไวป้ ระดับตู้ปลา
๑๙. สารคดเี ร่ืองนมี้ ีความสาคัญต่อผ้อู า่ นอย่างไร
ก. ทาให้ผอู้ ่านเหน็ คุณค่าของพชื
ข. ใหค้ วามรแู้ ก่ผู้อา่ นเกีย่ วกบั รากดาใบยาว
ค. แนะนาใหผ้ ู้อา่ นรู้จกั ไม้นา้ ทเ่ี หมาะสาหรบั ปลกู ไวป้ ระดบั ตูป้ ลา
ง. ถกู ทุกข้อ
๒๐. ข้อใดเป็นข้อคดิ เห็นทป่ี รากฏในสารคดีเร่อื งน้ี
ก. รากดาใบยาวเปน็ พรรณไมพ้ ้ืนเมืองของประเทศไทย
ข. รากดาใบยาวพบในบรเิ วณทสี่ ูงเหนือระดับน้าทะเล ๓๐๐-๘๐๐ เมตร
ค. รากดาใบยาวเจรญิ เติบโตตามซอกหนิ หรือก้อนหนิ บริเวณรมิ ราธาร
ง. รากดาใบยาวเป็นพรรณไม้น้าที่เหมาะสาหรับปลูกไวบ้ ริเวณหนา้ ตูป้ ลา
ตรวจคาตอบแลว้
ได้ก่ีคะแนนเอย่
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสั้น ๖๖
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ ๑
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นบทความ แลว้ ตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
บทความ เรื่องของยา
ทุกคนคงเคยเจ็บป่วยไม่มากก็น้อยเวลาป่วยต้องกินยา สมัยคุณย่าคุณยายยังเล็ก
มยี าไทยหรือยาโบราณ ซ่ึงสว่ นมากทาเปน็ รปู ยาผงชงกินหรือกวาดคอ เดี๋ยวนี้เรายังมีทั้งยาแผน
โบราณและยาแผนปจั จุบนั
ยาได้จากพืชและสัตว์หลายชนิด พืชท่ีนามาใช้เป็นยา เช่น กระเทียม ข่า ขม้ิน ผักบุ้ง
ไพล กระเจี๊ยบ ฯลฯ ส่วนสัตว์น้ัน เราใช้อวัยวะบางอย่างเป็นยา เช่น เขากวาง นอแรด งาช้าง
ฯลฯ นอกจากนี้ยาอาจสกัดได้จากจุลชีพ เช่น เพนิซิลลิน ได้จากเช้ือรา แร่ธาตุท่ีมีอยู่ตาม
ธรรมชาตกิ ใ็ ชเ้ ปน็ ยาได้ เช่น เกลอื กามะถนั ดีเกลอื สารส้ม เปน็ ตน้ ปัจจุบันมีวิธีการสังเคราะห์
ให้ได้ยาหลายชนดิ
ยามิได้มีรสขมทุกชนิดอย่างที่กล่าวกัน ยาบางชนิดมีรสหวาน เช่น ยาเข้าชะเอมเทศ
น้าอ้อย ยาบางชนิดมีรสเปรี้ยว เช่น ยาท่ีเข้ามะนาว นอกจากน้ียายังมีรสฝาด รสเผ็ด รสเค็ม
และรสจืด ทัง้ นข้ี ้ึนอยู่กบั ตวั ยาท่ใี ช้
ยาแผนปัจจุบันหรือยาฝรั่งมีการเพ่ิมรสและกลิ่นให้น่ากินยิ่งขึ้น มีท้ังชนิดท่ีใช้ภายใน
เช่น ยาน้า ยาเม็ด ยาใสแ่ คปซลู สาหรบั กนิ และยาฉดี ชนดิ ทใ่ี ช้ภายนอก เช่น ยาทาแผล ยาทา
ผิวหนังเวลาคนั ยาหยอดตา และยาหยอดหู
การใช้ยาต้องระวัง เพราะยาแต่ละชนิดออกฤทธ์ิแตกต่างกันไป การใช้ยาผิดเป็น
อนั ตรายอย่างยง่ิ เด็ก ๆ จึงไม่ควรกินยาดว้ ยตนเอง
ที่มา : สารานกุ รมไทยสาหรับเยาวชนไทย เลม่ ที่ ๙
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีสนั้ ๖๗
ใหอ้ า่ นบทความแต่ละข้อแลว้ พจิ ารณาว่าขอ้ ความนน้ั ถูกหรือผดิ
ถ้าถูกให้ทาเครื่องหมาย X ทับตวั ถ
ถ้าผิดให้ทาเครื่องหมาย X ทับตวั ผ
( ถ ผ ) ๑. ยาได้จากพืชและสัตว์หลายชนิดและมีรสขมทกุ ชนิด
( ถ ผ ) ๒. พชื ท่นี ามาใช้เปน็ ยา เชน่ กระเทียม ขา่ ขม้ิน ผกั บุ้ง ไพล กระเจ๊ยี บ ฯลฯ
( ถ ผ ) ๓. บทความน้ีมีความสาคญั คอื ทาใหเ้ รารักษาโรคต่าง ๆ ใหห้ ายไดร้ วดเรว็
( ถ ผ ) ๔. “เดก็ ๆ จึงไมค่ วรกนิ ยาด้วยตนเอง” คือ ขอ้ คิดเห็น
( ถ ผ ) ๕. สว่ นท่ีเปน็ ใจความสาคัญของบทความคือยาไดจ้ ากพืช สตั ว์
และแร่ธาตบุ างชนดิ
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอ่านจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๖๘
เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะท่ี ๒
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นอา่ นบทความ แลว้ เขยี นตอบคาถามให้
ถกู ต้อง (ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
บทความ เรื่อง ลม
อากาศในบริเวณที่ได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์จะลอยสูงขึ้น และอากาศท่ีเย็นกว่า
ในบริเวณอื่นก็จะไหลเข้ามาแทนท่ี การเคล่ือนไหวของอากาศเช่นนี้ เรียกว่า ลม ลมเป็น
ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราพบเห็นอยู่เสมอ ๆ
ถึงแม้ว่าเราจะมองไม่เห็นลม เราก็รู้สึกได้เมื่อลมมาปะทะตัวเรา ถ้าเราชักว่าว ลมจะ
ผลกั ให้วา่ วลอยสูงข้นึ แรงลมนี่เองทาใหว้ ่าวลอยตวั อยใู่ นอากาศได้
ลมมีประโยชน์มาก การแล่นเรือใบต้องอาศัยลมช่วยพัดใบเรือให้แล่นไปบนน้า ใน
สมัยก่อนโรงสีลมก็ใช้แรงลมหมุนกังหัน เมื่อกังหันหมุนก็จะทาให้โม่หินหมุนตามไปด้วย จึง
สามารถบดเมล็ดข้าวโพดจนเป็นแป้งได้ ปัจจุบันนี้หลายแห่งยังคงใช้แรงลมหมุนระหัดวิดน้า
เข้านาและสูบน้าบาดาลขนึ้ มาใช้เป็นประโยชน์ นอกจากน้ีก็ยังมีการค้นคว้าวิจัยเพ่ือนาพลังงาน
ลมมาใชผ้ ลติ กระแสไฟฟ้าอกี ด้วย
เราสามารถวัดความเรว็ และทิศทางของลมในระดับใกลพ้ ืน้ ดินได้ โดยใชแ้ อนนิโมมิเตอร์
และศรลม ส่วนในระดับสูงขึ้นไป เราวัดความเร็วและทิศทางของลมได้โดยใช้บอลลูนตรวจ
อากาศ
ที่มา : สารานกุ รมเยาวชน นานาความรู้ ชุดที่ ๑๑
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสนั้ ๖๙
คาชี้แจง ให้นกั เรียนอา่ นบทความ แลว้ เขียนตอบคาถามให้ถกู ตอ้ ง
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
๑. ให้นักเรียนเขียนขอ้ ความที่ ถงึ แมว้ ่าเราจะมองไมเ่ ห็นลม
เป็นข้อเท็จจรงิ ตามทีป่ รากฏ เราก็รสู้ ึกไดเ้ มอ่ื ลมมาปะทะตวั เรา
ในบทความ ๑ ข้อความ
อากาศในบริเวณท่ีได้รับ ๒. ลม เกิดขึน้ ได้
ความร้อนจากดวงอาทติ ยจ์ ะ อยา่ งไร
ลอยสงู ขึ้น และอากาศทเ่ี ย็นกว่า
๓. ผเู้ ขยี นมจี ดุ ประสงค์ ในบริเวณอนื่ ก็จะไหลเขา้ มา
อยา่ งไรจงึ เขยี นบทความ แทนท่ี การเคล่อื นไหวของ
เรือ่ งน้ี อากาศเช่นนี้ เรียกวา่ ลม
.............................................................
.....................................
ใหค้ วามรู้ เรอื่ งลม
(อยใู่ นดุลพนิ จิ ของครผู ู้ตรวจ ๔. นกั เรียนไดร้ บั
คาตอบ) ประโยชนอ์ ย่างไรจาก
การอา่ นบทความ
เร่ืองนี้
๕. ใหน้ ักเรียนเขยี น
สาระสาคญั สั้น ๆ
ของบทความเรอ่ื งนี้
การเกดิ ลมประโยชน์ของลม และวิธีการวัดความเร็วและ
ทศิ ทางของลม
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้นั ๗๐
เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ ๓
คาชี้แจง ให้นักเรียนอา่ นบทความ แลว้ ตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
บทความ เรอ่ื ง นา้ ปลา
เครื่องปรุงชนิดหน่ึงท่ีเป็นท่ีนิยมกันมากสาหรับคนไทย ให้คุณค่าแก่ร่างกายหลายอย่าง
เนือ่ งจากมโี ปรตีน ไนโตรเจน กรดอะมโิ นท่ีจาเป็นต่อร่างกายและยังมีเกลือแร่อีกมากมายหลายชนิด
นอกจากนี้ยังช่วยให้รสชาตอิ าหารอร่อย ไดส้ ารอาหารทเี่ ป็นประโยชน์แก่ร่างกาย การรับประทานได้
อยา่ งปลอดภยั เคร่ืองปรงุ รสท่กี ลา่ วถึงนคี้ อื นา้ ปลา
น้าปลาได้มาจากการหมกั ของปลา ซง่ึ นยิ มใช้ปลาตวั เล็ก มีไขมนั น้อยและราคาถูกปลาท่ีนิยม
ใชจ้ ะเปน็ พวกปลาไส้ตนั ปลากะตัก ปลาหลงั เขียว ปลาทองแดง ปลาทรายขาว ปลาข้างเหลือง ปลา
แป้น และปลาสร้อย โดยหมักกับเกลอื ทะเล
นา้ ปลาจดั เป็นอาหารท่ีได้รบั การควบคุมเฉพาะ ตามกฎหมายจึงได้มีการกาหนดแบ่งน้าปลา
ออกเปน็ 3 ชนิด คือ นา้ ปลาแท้ นา้ ปลาท่ีทาจากสัตว์อื่นๆ และน้าปลาผสม น้าปลาแท้เป็นน้าปลาท่ี
ได้จากการหมกั หรือย่อยปลา หรือส่วนของปลา หรือกากของปลาที่เหลือจากการหมัก ตามกรรมวิธี
การผลิตน้าปลา น้าปลาที่ได้จากสัตว์อื่นๆเป็นน้าปลาที่ได้จากการหมักย่อยจากสัตว์อ่ืนซึ่งมิใช่ปลา
หรือส่วนของสัตว์อ่ืนหรือกากของสัตว์อื่นที่เหลือจากการหมัก ตามกรรมวิธีการผลิตน้าปลา และ
รวมถึงน้าปลาท่ีทาจากสัตว์อ่ืนที่เป็นน้าปลาแท้ผสมอยู่ด้วย ส่วนน้าปลาผสม เป็นน้าปลาแท้หรือ
นา้ ปลาท่ีทาจากสตั ว์อน่ื ทม่ี สี ่งิ อ่นื ทไี่ มเ่ ป็นอันตรายแก่ผ้บู ริโภค เจอื ปน เจอื จาง หรือปรงุ แต่งกล่นิ รส
ฉะน้นั ก่อนจะซอ้ื น้าปลาควรอ่านฉลากซงึ่ ต้องกากบั ไว้บนขวดเสียก่อนว่าเป็นน้าปลาประเภท
ใด
“น้าปลาแท้” “น้าปลาจาก....” “น้าปลาจาก.......% ผสมกับน้าปลาแท้....%” “น้าปลา
จาก.......% ผสมกับน้าปลาจาก....%” “น้าปลาผสม” หากเป็นน้าปลาผสมที่ทาจากสัตว์อ่ืนต้อง
ระบชุ นดิ ของสัตว์อ่นื ที่นามาทาน้าปลา
เนื่องจากน้าปลาเป็นเคร่ืองปรุงรสที่มีราคาแพง เพราะต้องใช้วัตถุท่ีมาจากเนื้อสัตว์ ซึ่ง
นอกจากจะให้รสชาติท่ีดีแล้วยังให้คุณค่าทางอาหารด้วย ทาให้ผู้ผลิตมากมายคิดทาน้าเกลือปรุงรส
เพ่ือใช้แทนน้าปลาเพราะมีราคาถูกกว่ามาก แต่ไม่มีคุณค่าทางอาหารเลย ได้แต่เพียงรสชาติเท่านั้น
ฉะนน้ั การเลือกใช้น้าปลาหรอื นา้ เกลอื ปรุงรสอาหารควรจะต้องอา่ นฉลากให้ดเี สียก่อน
ทม่ี า : กองบรรณาธิการ สานกั พิมพแ์ สงแดด
อาหารไทยรสดี (๒๕๔๐) หน้า ๗-๙
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๗๑
มาตรวจคาตอบกันครับ...
๑. คนไทยมกั ใชน้ ้าปลาเพือ่ ประโยชน์อะไร
ตอบ เพอ่ื ปรงุ รสชาตอิ าหาร
๒. น้าปลาที่ดตี ้องมีลกั ษณะอย่างไร
ตอบ ต้องให้รสชาตอิ าหารทีอ่ ร่อย ไดส้ ารอาหารท่ีเปน็ ประโยชน์ แกร่ ่างกาย และรับประทานได้อยา่ งปลอดภัย
๓. การทาน้าปลามวี ิธกี ารอยา่ งไร
ตอบ หมกั ปลากบั เกลอื
๔. นักเรยี นคดิ วา่ บทความเรือ่ งนีม้ ีความสาคัญต่อตวั นกั เรยี นหรอื ไมเ่ พราะเหตุใด
ตอบ นักเรียนตอบอยา่ งอสิ ระโดยครจู ะเป็นผู้พจิ ารณา
๔. เขยี นสรปุ ใจความสาคญั ของบทความเรือ่ งนา้ ปลา
ตอบ นา้ ปลาเปน็ เครอ่ื งปรุงรสชนิดหนึ่งซึ่งได้มาจากการหมักปลากับเกลือ
น้าปลาที่ดีตอ้ งใหร้ สชาติอาหารท่ีอร่อย ไดส้ ารอาหารทีเ่ ป็นประโยชนต์ อ่ รา่ งกาย และรับประทานได้อยา่ ง
ปลอดภัย กฎหมายได้แบง่ นา้ ปลาออกเปน็ ๓ ชนดิ คอื น้าปลาแท้ นา้ ปลาทท่ี าจากสัตวอ์ น่ื ๆ และนา้ ปลา
ผสม
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๗๒
เฉลยแบบฝึกทกั ษะที่ ๔
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นบทความ แล้วตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
อา่ นบทความนี้แล้วตอบคาถามขอ้ ๑ – ๔
มะเรง็ กลอ่ งเสียง
พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ๖ – ๑๐ เท่า และมักเกิดกับคนท่ีอายุเกิน ๔๐ ปี
ขน้ึ ไป
สาเหตุ
๑. ดื่มสรุ าโดยไม่ผสมน้าหรอื โซดาและชอบร้อง “ฮ่า” เมอื่ กลนื สุราประจา
๒. สูบบหุ รี่จัด
อาการ
๑. เสยี งแหบ
๒. เจบ็ คอเหมือนกา้ งติดคอ
๓. อาจมีเสมหะปนเลอื ด
การป้องกันและการรักษา
๑. ผา่ ตัดและฉายรังสแี ล้วแตแ่ พทยพ์ จิ ารณา
๒. งดดื่มสรุ าและงดสบู บหุ รี่
๓. ถา้ มอี าการเสียงแหบหรือเจบ็ คอโดยไมม่ ีสาเหตุให้รบี ปรกึ ษาแพทย์
๑. มะเร็งกลอ่ งเสียงจะพบมากทีส่ ุดในบคุ คลเพศใด
ตอบ เพศชาย
๒. บคุ คลในวยั ใดท่มี โี อกาสเป็นมะเร็งกลอ่ งเสยี งมากทีส่ ุด
ตอบ วยั ผใู้ หญ่เกิน ๔๐ ปี ขนึ้ ไป
๓. โรคมะเรง็ กลอ่ งเสยี งเกิดจากสาเหตุใด
ตอบ ดมื่ สุราไม่ผสมนา้ หรือโซดาและชอบรอ้ งฮา่ เมื่อกลนื สรุ าเป็นประจาหรือสูบบหุ รี่
๔. สรุปใจความสาคญั ของบทความ
ตอบ สาเหตุ อาการและการปอ้ งกัน รกั ษาโรคมะเร็งกลอ่ งเสยี ง
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๗๓
อา่ นบทความน้แี ลว้ ตอบคาถามข้อ ๕
ทาไมงจู ึงกัด
งูมีพิษจะกัดเพื่อป้องกันตัวเอง หรือเมื่อเวลาถูกเหยียบเท่านั้นโดยมากคนจะ
กลัวงู แต่ก็มีงูจานวนมากเช่นกันท่ีไม่มีอันตราย งูพิษจะเก็บพิษไว้ด้านหลังของ
ขากรรไกร แล้วจะปล่อยผ่านเขี้ยวออกมาเม่ือขากรรไกรอ้าเต็มที่ พิษก็จะถูกปล่อย
ออกมาเวลาท่ีงูกัดกเ็ หมอื นกบั การฉดี ยาพิษนน่ั เอง
ข้อ ๕ สรุปใจความสาคัญ
งูมพี ษิ จะกัดเพ่อื ป้องกันตัวเอง
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๗๔
เฉลยแบบฝกึ ทักษะที่ ๕
คาช้ีแจง ใหน้ กั เรยี นอ่านบทความ แลว้ ตอบคาถาม ข้อ ๑ – ๕
(ขอ้ ละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
อา่ นบทความนแ้ี ลว้ ตอบคาถามข้อ ๑ – ๒
เมอื่ ประมาณปี พ.ศ. ๑๓๔๓ ผทู้ ีเ่ ข้าไปตัง้ ถิน่ ฐานในที่ราบตอนกลางของ
อเมรกิ าไดส้ รา้ งที่พักอาศัยโดยใช้วัสดุธรรมชาติ วิธีการสร้าง คือ ขั้นแรกยกพื้น
ให้สูงเพอ่ื ปอ้ งกันน้าทว่ ม ต่อจากนั้นจึงใช้อิฐที่มีส่วนผสมของดินเหนียวกับหญ้า
ก่อเป็นผนังสูง ๓ – ๔ ฟุต ทากรอบประตูและหน้าต่างด้วยไม้ ส่วนหลังคามุง
ดว้ ยใบไม้และกระเบ้อื ง
ท่ีมา : คมู่ ือการเรียนการสอนภาษาไทยสรา้ งเด็กไทยให้อา่ นเกง่
อ่านเร็ว ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖ สานกั งานคณะกรรมการกาศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน
๑. อะไรท่ีนกั เรียนสามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
ตอบ การใช้วสั ดธุ รรมชาตทิ าท่ีอย่อู าศัย
๒. เหตุใดจึงใช้ไม้ทาเป็นกรอบประตูและหน้าต่าง
ตอบ จะช่วยยึดผนังท่ีทาจากดินเหนยี วผสมหญา้ ใหต้ ิดแน่น
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้ัน ๗๕
อา่ นบทความนแ้ี ลว้ ตอบคาถามข้อ ๓ – ๔
โดยทว่ั ไปสตั ว์ที่มีกระเปา๋ หน้าทอ้ งจะแบง่ ออกเปน็ ๒ พวก คอื พวกทกี่ นิ เนือ้ กบั
พวกที่กนิ พชื จะเปน็ พวกไหนให้พจิ ารณาจากฟันและเทา้ พวกที่กินเน้ือ จะมฟี ันซเ่ี ลก็ และ
แหลมคม ฟันจะขึน้ เรยี งเป็นจานวนมากสว่ นพวกทกี่ นิ พชื จะมฟี ันซใ่ี หญส่ าหรบั ตัดและห่ัน
เทา้ ของสัตวก์ นิ เน้ือจะมลี ักษณะคล้ายเทา้ สุนัข และแมว ส่วนเท้าของสัตวก์ ินพืชจะมีนิว้ หวั
แมเ่ ทา้ ส้ันและใหญย่ ่ืนออกมามากกว่านิ้วอ่ืน ส่วนนิ้วท่สี อง และสามของเทา้ หลงั จะมีหนัง
เชอื่ มติดกนั
ทีม่ า : คู่มอื การเรียนการสอนภาษาไทยสรา้ งเดก็ ไทยใหอ้ า่ นเก่ง
อ่านเรว็ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔-๖ สานกั งานคณะกรรมการกาศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน
๓. สัตวท์ ่ีมกี ระเป๋าหน้าท้องแบง่ เปน็ ก่ีพวก อะไรบ้าง
ตอบ ๒ พวก คอื พวกทก่ี ินเนอื้ กับพวกทกี่ นิ พืช
๔. จงเขยี นสรปุ ใจความสาคัญ
ตอบ สัตวท์ ม่ี ีกระเป๋าหนา้ ท้องมี ๒ พวก พวกท่ีกนิ เนอ้ื กบั พวกท่กี นิ พชื
อา่ นบทความนแี้ ลว้ สรุปใจความสาคญั (ขอ้ ๕)
อาหารหลายชนิดจะขาดผักชีเสียมิได้ต้องใช้การตกแต่งหน้าด้วยสีสันของผักชี เพ่ือให้ดูน่า
รับประทานมากย่ิงข้ึน แม้ว่าจะมีคาพังเพยในเรื่องของ “ผักชีโรยหน้า” ซึ่งความหมายไม่ดีนัก
หมายถงึ การกระทาอะไรแบบผา่ น ๆ ไป ใหเ้ หน็ ว่าภายนอกสวยงามแตภ่ ายในใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม
สาหรับอาหารนานาชนิดที่ใชผ้ ักชเี ปน็ ส่วนประกอบกลบั ได้รบั การยอมรับ เพราะนอกจากจะสวยงาม
แล้ว ยังมีคุณค่าในรูปของผักสดอีกด้วย เรียกว่ามีการใช้ผักชีในการประกอบอาหารมากจนอาหาร
บางอย่างขาดผักชีแล้วรสชาติไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็นเอาเลยทีเดียว ประโยชน์ของผักชีน้ัน
นอกจากใช้ส่วนใบแล้วยังใช้รากผักชีเป็นส่วนประกอบในเครื่องปรุงของอาหารหลายประเภทและ
เมล็ดหรือลูกผักชียังเป็นเครื่องเทศอย่างหนึ่งด้วย สรรพคุณของผักชี คือ ช่วยย่อยอาหาร ทาให้ไม่
เป็นโรคทอ้ งอืดทอ้ งเฟ้อ
ทีม่ า :ธนาคารกสิกรไทย สวนผักรักษไ์ ทย ๒๕๔๑
๕. จงเขยี นสรุปใจความสาคญั
ตอบ ผักชใี ช้ประกอบอาหารการทาอาหารและแตง่ หน้าอาหาร ลูกผักชใี ชเ้ ป็นเครือ่ งเทศ ผักชีมีสรรพคณุ
ชว่ ยยอ่ ยอาหารไม่เปน็ โรคทอ้ งอดื ทอ้ งเฟ้อ
แบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความ เล่ม ๒ สขุ สันตอ์ ่านบทความ ๗๖
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี ๖
คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนอ่านสารคดีสั้น แลว้ เขียนตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดีสน้ั เรอื่ งวิถีชาวน้า
ในอดีต แผ่นดนิ ไทยเต็มไปดว้ ยหลักฐานเกี่ยวกับความผูกพันระหว่างคนไทยกับเรือและ
นา้ ดังที่สมเด็จพระยาดารงราชานภุ าพทรงมลี ายพระหัตถ์ถึงความสาคัญของลาน้าว่า “อันท่ีตั้ง
บา้ นเมืองแตโ่ บราณต้องอาศัยหลกั สองอย่างคอื มีทท่ี านาอยา่ งหนง่ึ ........และตอ้ งมีลาน้าเป็นทาง
โคจรและอาศยั ใช้นา้ บริโภคดว้ ย”
ศรีสัชนาลยั -สุโขทัย เมืองคู่แฝดแหง่ ลุม่ แม่นา้ ยม มีแม่น้ายมอย่ตู รงกลางแม่น้าปิงอยู่ทาง
ทิศตะวันตก แมน่ ้านา่ นอยทู่ างทิศตะวันออก กรุงเก่าอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้า เน่ืองด้วยอยู่
ตรงแม่นา้ สามสายคอื เจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี จึงเป็นเมืองท่าท้องถ่ิน การคมนาคมขนส่งทาง
เรอื สะดวก
สมยั รัตนโกสินทรม์ ีคูคลองป้องกันเมืองถึงสามช้ันเป็นแนวป้องกันข้าศึกใช้เป็นแหล่งน้า
บริโภคของชุมชนในคเู มอื ง นอกจากน้ียังใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งเพ่ือเชื่อมสู่โลกภายนอก
แมน่ ้าคคู ลองในยคุ กอ่ นยังถือเป็นแหลง่ อาหารตามธรรมชาติ ปปู ลามใี ห้จับกนิ ไมอ่ ด
เรือจึงเป็นพาหนะท่ีนิยมแพร่หลาย ลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาในอดีตมีเรือหลากหลายชนิด
ตามจุดประสงค์ของการใช้งาน ส่วนเรือที่จัดว่าเร็ว ลายาวใช้ฝีพายหลายสิบได้แก่เรือแข่ง
เรือแขง่ ท่ีดีตอ้ งมาจากไมต้ ะเคียน เพราะเป็นไมเ้ นือ้ แข็งไมแ่ ตกหรือผกุ รอ่ นงา่ ย
สาหรับชาวที่ราบภาคกลางอย่างชาวกรุงเก่า หน้าน้าหลากไม่ใช่เวลาท่ีต้องกังวลว่าปีน้ี
น้าจะท่วมหรือไม่ท่วม หากเป็นฤดูกาลแห่งความเบิกบานใจ ปราโมทย์ ทัศ นาสุวรรณ
นักเดินทางผู้ล่วงลับเขียนย้อนราพึงถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแผ่นดินเกิดในสมัยเด็กว่า
“เม่อื ออกไปถงึ กลางท่งุ ทนี่ า้ เจ่งิ เป็นทะเล ต้นข้าวสีเขียวสดทะลึ่งโผล่พ้นน้าตามธรรมชาติ ออก
รวงสะพร่ังไปทุกด้าน เราจะจอดเรือตกปลามีท้ังปลาหมอนา ปลาตะเพียนสารพัด บ้างก็ถอน
สายบัวที่ขึ้นอยู่เต็มท้องนาบ้างก็หาผักสันตะวาท่ีอยู่ใต้น้าเช่นกัน....สายบัวใช้น้าร้อนลวกราด
กะทิ ผกั สนั ตะวากินสด ๆ ดอกโสนนอกจากจะจิ้มน้าพรกิ เรายงั ทาแกงสม้ ปลาชอ่ นอกี ด้วย”
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอ่านจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๗๗
“พอเทศกาลกฐินหมดไปถึงคืนเดือนเพ็ญสิบสอง น้าใสกระจ่างไปท่ัวท่ามกลางแสง
จนั ทร์คนื เพญ็ กระทงนอ้ ยใหญล่ ่องลอยไปตามนา้ พวกท่เี ปน็ หนุ่มเป็นสาวกพ็ ายเรือเล่นกันกลาง
แสงจันทร์ ไดย้ นิ แตเ่ สียงเพลงที่ร้องกันด้วยความสุข”
เท่ียงคนื ......ยา่ จะบอกให้ทุกคนวักน้าทีเ่ ปยี่ มอยูก่ บั ชานเรือนมาปะพรมศีรษะ ท่านว่าน้า
น้ีใสสะอาดสุดในรอบปี เราช่วยกันตกั น้าใสต่ ุ่มไว้หลายตุ่มไม่จาเป็นต้องกวนสารส้มเลย ก็ใช้ด่ืม
กนิ ได้
.....ทว่าวนั น้คี ลองเมืองยามฤดูน้าหลากแท้ ๆ แตน่ า้ แห้งตดิ ก้นคลองเสียแลว้
ท่ีมา : ชดุ การสอนการอา่ นจบั ใจความ
ของ เสาวลกั ษณ์ ไพศาลวรพงศ์
รูปภาพจาก www.bloggang.com/data/
c /coffeespoon/picture /1276095089.jpg
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้นั ๗๘
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนอ่านสารคดีสั้น เรือ่ งวิถีชาวน้าแล้วตอบคาถามโดยเลือก
คาตอบทถ่ี ูกต้องทสี่ ดุ เพยี งคาตอบเดียว
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
๑. การต้ังบ้านเมอื งในสมยั โบราณต้องคานงึ ถึงส่งิ ใดเปน็ สาคัญ
ก. การคา้ ขาย ข. ถนนหนทาง
ค. แม่นา้ ลาคลอง ง. มีแนวป้องกนั ขา้ ศกึ
๒. สายนา้ มคี ณุ ประโยชน์ต่อการดาเนินชวี ิตของคนไทยในอดีตอยา่ งไร
ก. ใชเ้ ปน็ ศูนยก์ ลางการค้า
ข. ใชอ้ ปุ โภคบรโิ ภคและเปน็ เสน้ ทางคมนาคม
ค. ใชเ้ ปน็ เครือ่ งมือในการป้องกนั ขา้ ศกึ รกุ ราน
ง. ใช้เป็นสถานท่สี าหรบั การเดนิ ทางหรือระหวา่ งเมอื งสาคญั
๓. ข้อใดคอื ขอ้ เท็จจรงิ ที่ปรากฏในสารคดีเร่ืองนี้
ก. สาหรบั ชาวกรุงเกา่ หนา้ นา้ หลากไมใ่ ชเ่ วลาท่ีต้องกังวล
ข. วันน้คี ลองเมอื งยามนา้ หลากแต่นา้ แห้งขอดตดิ ก้นคลองเสยี แล้ว
ค. กรงุ เกา่ อยุธยาเปน็ ศนู ยก์ ลางการค้าเน่ืองดว้ ยอยูต่ รงแม่น้าสามสาย
ง. ถกู ทุกข้อ
๔. สารคดีเรือ่ งน้มี ีความสาคญั อยา่ งไร
ก. ให้ความรู้และเห็นคุณค่าของสายน้าที่ผูกพนั กบั การดาเนินชีวติ
ข. ให้ความรู้และจงู ใจให้คนไทยในปัจจบุ ันชว่ ยกนั ใช้น้าอยา่ งประหยัด
ค. ใหค้ วามรู้เกย่ี วกบั ประเพณีและการสรา้ งบ้านเมอื งของคนไทยในอดตี
ง. ใหค้ วามรูเ้ กี่ยวกับการดาเนนิ ชีวติ ของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๕. ข้อใดคอื สาระสาคญั ของสารคดีเรื่องนี้
ก. คนไทยในอดตี ใช้สายน้าเพื่อการบริโภค
ข. บา้ นเมืองท่อี ยู่ใกล้แหลง่ น้าย่อมเจรญิ รุ่งเรือง
ค. ชาวกรงุ เกา่ อยธุ ยาเปน็ ตวั อยา่ งหน่งึ ของวถิ ชี าวน้า
ง. คนไทยในอดีตมีวถิ กี ารดาเนินชวี ิตท่ผี ูกพันกบั สายน้า
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้ัน ๗๙
เฉลยแบบฝึกทักษะที่ ๗
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นสารคดสี ัน้ แล้วเขยี นตอบคาถามให้ถกู ต้อง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดสี นั้ เร่อื ง ปทู ูลกระหม่อม
ปูทูลกระหม่อมอยู่ในวงศ์ปูป่า ซึ่งพบอย่างน้อย ๔๘ ชนิดในประเทศไทยมีช่ือพื้นเมือง
เรียกโดยทวั่ ไปวา่ ปแู ป้ง เนือ่ งจากมีไขมันในตวั ซ่งึ เมือ่ ตม้ สกุ แล้วจะมีลักษณะคล้ายแป้ง ปูชนิดนี้
ไดร้ ับการคน้ พบและตั้งช่ือโดยศาสตราจารย์ไพบูลย์ นัยเนตร เมอื่ ปี พ.ศ.๒๕๓๖ โดยชาวบ้านใน
เขตอาเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม เป็นผู้นามาให้ตรวจสอบ จัดเป็นปูสกุลใหม่ที่แตกต่าง
ไปจากปูปา่ ชนดิ อ่นื ๆ ท่ีพบในประเทศไทย
ปทู ลู กระหมอ่ มมีลกั ษณะคล้ายปูป่าทั่วไป คือ มีกระดองรูปสี่เหล่ียมคางหมู มีก้ามใหญ่
และขาค่อนข้างยาว ผิวกระดองด้านหลังเรียบ มีดวงตาลึกด้านหลังซองตามีสีม่วงเข้มคล้ายสี
เปลือกมังคุด และขอบดวงตาเป็นสีส้มสดก้ามด้านหน้าและขาเป็นสีส้มสด มีสีม่วงอยู่ด้านบน
ตรงปลายกา้ มมีสีจาง ด้านข้างและใตท้ ้องมีสมี ว่ งสดอมแดง ปตู ัวผู้จะมีก้ามข้างซ้ายหรือข้างขวา
ใหญก่ วา่ อกี ข้างมาก
ปูชนิดนี้กนิ ใส้เดือน แมลง ใบไมท้ ร่ี ว่ งทบั ถม ซากพืชและอนิ ทรียสารโดยออกหากินเวลา
กลางคืน คอื ในชว่ งทีฝ่ นตกหนกั จาศลี ในช่วงฤดแู ล้งหรือในรูท่ีขุดลึกลงไปใต้ดินประมาณ ๖๐ -
๘๐ เซนติเมตร ปแู ปง้ ผสมพันธุ์ภายในตัวและวางไข่ในฤดูฝน ไข่มีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ขนาด
เท่าเม็ดพริกไทย และมีจานวนประมาณ ๔๐๐ – ๕๐๐ ฟอง ตัวเมียจะฟักไข่ที่ตะปิ้งหน้าท้อง
โดยใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง จากนั้นลกู ปูจะออกหากินเองโดยอสิ ระ
รูปภาพจาก http://www.taksilanakhon.com
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสั้น ๘๐
ปูทูลกระหม่อมพบเฉพาะในพ้ืนที่ป่าดูนลาพันซึ่งเป็นป่าดิบราบต่าซ่ึงมีชั้นดินอินทรีย์
หนาจากการทบั ถมของซากพืชจัดเป็นช้ันดินทางปฐพีวิทยาแบบใหม่ท่ีเรียกว่า “ชั้นดูนลาพัน”
ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในอาเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคามปัจจุบันเหลือพื้นที่อยู่ไม่ถึง ๕๐๐ ไร่
ซ่ึงจัดตั้งเปน็ เขตหา้ มลา่ สตั วป์ า่ โดยมีชมุ ชนในอาเภอนาเชอื กรว่ มกนั ดูแลรกั ษามิให้ถูกบุกรุกและ
เปล่ียนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม เนื่องจากการบุกรุกพื้นที่ป่าในลักษณะดังกล่าวได้ลดขนาดของ
พื้นที่ป่าดั้งเดิมที่เคยมีอยู่ถึงกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ลงกว่าครึ่งนับต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นต้นมา
แม้ปูชนิดนี้จะได้รับการอนุรักษ์อย่างดีแล้วก็ตาม แต่สถานภาพก็ยังน่าวิตก เนื่องจาก
ถ่ินอาศัยในพื้นที่ดังกล่าวมีเพียงพรุหญ้าที่เป็นแหล่งน้าขนาดเล็ก ซ่ึงล่อแหลมต่อการแห้งหรือ
ต้นื เขนิ ในบางปที ี่มีภาวะแลง้ จัด อันอาจส่งผลกระทบตอ่ ความเป็นอยู่ของปูชนิดน้ีในอนาคต
ท่มี า : หนงั สอื นติ ยสารสารคดี
ชวลติ วทิ ยานนท์ (ผู้เขยี น)
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสาคญั เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ัน้ ๘๑
คาชแี้ จง ให้นักเรยี นอ่านสารคดสี ้ันเรอื่ ง ปูทลู กระหม่อม
แล้วเขยี นตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
๑. ปทู ูลกระหม่อมพบคร้ังแรกทีใ่ ด อาเภอนาเชือก
จงั หวดั มหาสารคาม.
๒. ปูทลู กระหมอ่ มมลี ักษณะคล้ายปู
ชนิดใด
ปทู ูลกระหม่อมมลี ักษณะคล้ายปูป่าทัว่ ไป
๓. ให้นกั เรียนเขยี นขอ้ คดิ เห็นตามที่ แม้ปูชนดิ นีจ้ ะไดร้ ับการอนรุ ักษอ์ ยา่ งดีแลว้ ก็ตาม
ปรากฏในสารคดี ๑ ข้อความ แตส่ ถานภาพกย็ ังน่าวติ ก เน่ืองจากถน่ิ อาศัยในพื้นท่ี
ดังกลา่ วมีเพียงพรุหญา้ ทเี่ ป็นแหล่งนา้ ขนาดเลก็
๔. สารคดีเรื่องนมี้ ีความน่าเชอ่ื ถอื
หรือไม่ เพราะอะไร
๕. ใหน้ ักเรียนเขียนใจความสาคัญของสารคดีเรอ่ื งน้ี (อยูใ่ นดลุ พินจิ
ของครูผู้ตรวจ)
คาตอบ)
ปทู ลู กระหมอ่ มไดร้ ับการคน้ พบและตงั้ ช่อื โดยศาสตราจารยไ์ พบลู ย์ นัยเนตร
เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ปชู นิดนี้มลี กั ษณะคลา้ ยปปู า่ กนิ ไสเ้ ดือนแมลงซากพืชซาก
สตั ว์และอินทรสี าร สามารถพบปูชนดิ นไี้ ด้ในพน้ื ที่ป่าดูนลาพนั อ.นาเชือก
จ.มหาสารคามแตใ่ นปัจจบุ นั สถานภาพนา่ วติ กเนอื่ งจากถิน่ ทอี่ ยอู่ าศยั ของปู
เหลอื น้อยมากมีเพียงแหล่งนา้ ขนาดเลก็ ในการดารงชวี ติ เท่านนั้
.
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีสน้ั ๘๒
เฉลยแบบฝึกทักษะท่ี ๘
คาชี้แจง ให้นักเรยี นอ่านสารคดีส้นั แลว้ เขยี นตอบคาถามใหถ้ ูกต้อง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดสี นั้ เร่ือง การละเล่นของไทย
ซอ่ นซอ่ นหาหา ปิดตาไมม่ ิด
เปิดเปดิ ปิดปิด ตอ้ งผดิ สัญญา
ปดิ ตาไม่มดิ สารพิษเขา้ ตา
พอ่ แม่ทานา ไดข้ ้าวเม็ดเดียว
คนที่ปดิ ตารอ้ งถาม “เอาหรอื ยงั ”เสยี งคนทีว่ ิ่งไปซ่อนเสร็จแล้วร้องตอบ”เอาหละ” ใครถูกหา
พบก็ต้องเป็นคนปดิ ตาต่อไป เดก็ ๆทุกคนคงเคยเล่นซ่อนหา ซ่อนหาเป็นการเล่นท่ีแสนสนุก ตื่นเต้น
ระทกึ ใจ คนท่ีปดิ ตาตอ้ งซอื่ สตั ว์ คนซ่อนตอ้ งว่องไว คนดชู ่วยกนั ร้องสอดคล้องกันไป ร่าเริงแจ่มใสท้ัง
ผใู้ หญแ่ ละเดก็ นอ้ ย
การละเล่นของไทย มักจะเล่นกันเป็นกลุ่ม มีกติกา วิธีการเล่น บทร้อง ทานอง จังหวะ
ประกอบกนั บางคร้ังการเลน่ เลยี บแบบชีวิตจรงิ พ่ีสาวเล้ยี งนอ้ ง คนอ่ืนๆชว่ ยกันร้องเพลง
“จนั ทรเ์ จา้ ขา ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง ผูกมอื นอ้ งขา้ .....”
บางคร้ังเด็กๆเลน่ กนั อยู่ใต้ถนุ บ้าน ชักชวนกันเล่นลงิ ชิงหลัก เลน่ ขายของ เลน่ อ้ายเข้อา้ ยโขง
“อา้ ยเข้อ้ายโขง อยู่ในโพรงไมส้ กั
อ้ายเข้ฟันหกั กัดคนไมเ่ ขา้ ”
ชีวติ ชาวบ้าน เบิกบานมีความสุขอยู่ท่ามกลางธรรมชาตเิ ดก็ หญงิ เกบ็ กอ้ นกรวดกอ้ นเล็ก ๆ มา
เลน่ หมากเกบ็ เดก็ ชายข่ีม้ากา้ นกล้วย วง่ิ แข่งกัน หนุ่มสาวเกี่ยวขา้ วเหนือ่ ยแลว้ หยุดพักมาเล่นร้องรา
เล่นเพลงเต้นการาเดียว หรือเพลงเก่ยี วข้าว ผู้ใหญ่เลน่ เพลงพวงมาลัยบ้างกพ็ ายเรอื ร้องเพลงเรอื
การละเลน่ ของไทยใหค้ วามสนุก แจ่มใส มคี ุณค่าทางศิลปะ ภาษา และประเพณี การละเล่น
ของไทยจงึ เปน็ วัฒนธรรมไทยทส่ี ืบทอดมาถึงเด็กไทยทกุ วนั นี้
ทีม่ า: สารานุกรมไทยสาหรบั เยาวชนโดยพระราชประสงค์
ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว.เลม่ ที่13หนา้ 161-202
แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสั้น ๘๓
๘๒
มาตอบคาถามกนั ค่ะ ๑. สารคดเี รื่องนเี้ กยี่ วข้องกับเรอ่ื งอะไร
ตอบ การละเล่นของไทย
....
๒. การละเลน่ ของไทยมลี กั ษณะอยา่ งไร
ตอบ มกั จะเล่นกนั เป็นกลุ่ม มีกติกา
วิธเี ลน่ บทร้อง ทานองจังหวะประกอบกัน
บางคร้งั มีลกั ษณะเลียนแบบชีวิตจริง
๕. สรุปใจความสาคัญของสารคดสี ั้น ๓. ก ารละเล่นของไท ยมีก่ีชนิ ด
ตอบ การละเล่นของไทยมักจะเล่นกันเป็นกลุ่ม อะไรบ้าง
มีกติกา วิธีเล่น บทร้อง ทานอง และจังหวะ ตอบ ๑๑ ชนิดคือ ซ่อนหา เพลง
ประกอบกัน บางครั้งก็มีลักษณะเลียนแบบชีวิต กล่อมเด็ก ลิงชิงหลัก เล่นขายของ
จริง ก ารละเล่น ขอ งไท ย จะใ ห้ท้ังความ อ้ายเข้อ้ายโขง หมากเก็บ ขี่ม้าก้าน
สนุกสนาน แจ่มใส มีคุณค่าทางศิลปะ ภาษา กล้วย ว่ิงแข่ง เพลงเก่ียวข้าว เพลง
ประเพณี ตลอดจนเป็นวัฒนธรรมไทยที่สืบทอด พวงมาลัย และเพลงเรือ
มาจนถงึ ทกุ วันนี้
๔. การละเลน่ ของไทยมีประโยชน์อยา่ งไร
ตอบ ให้ความสนกุ สนาน แจม่ ใส มีคณุ คา่
ทางศลิ ปะ ภาษา ประเพณี และ
วฒั นธรรม
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการอา่ นจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดสี น้ั ๘๔
๘๒
เฉลยแบบฝึกทกั ษะท่ี ๙
คาช้แี จง ให้นักเรยี นอ่านสารคดสี ัน้ แลว้ เขยี นตอบคาถามใหถ้ กู ต้อง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
สารคดีสน้ั เร่อื ง ทบั หลังนารายณ์บรรทมสินธุ์
ทบั หลงั หมายถึง บานคาดประดับประตูปราสาท ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ เดิมประดับอยู่
เหนือประตทู างเข้าด้านตะวันออกของปรางค์ประธาน ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ สลักบนหินเป็น
ภาพพระนารายณบ์ รรทมอย่บู นหลงั อนันตนาคราชในเกษียรสมทุ รมพี ระลักษมีอยงู่ านแทบพระบาท
ทับหลงั นารายณบ์ รรทมสินธ์ุ เป็นศิลปะแบบเขมรสรา้ งประมาณพทุ ธศตวรรษ ๑๖๕๖ – ๑๗๒๐
ได้สูญหายไปจากปราสาทพนมรุ้งเป็นระยะเวลา ๒๐ กว่าปี ได้มีผู้พบต้ังแสดงอยู่ที่สถาบันชิคาโก
ประเทศสหรฐั อเมรกิ า ต่อมาคนไทยได้ร่วมใจกนั เรียกร้องขอทับหลังคืนจากสถาบันชิคาโก มีการเจรจา
กนั หลายครั้ง จนกระท่งั สถาบนั ชิคาโกไดค้ นื ให้เมอ่ื ต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๑
ทม่ี า : คู่มือการเรียนการสอนภาษาไทยสร้างเดก็ ไทยใหอ้ ่านเกง่
อ่านเรว็ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖ สานักงานคณะกรรมการกาศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
แบบฝึกพัฒนาทักษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้นั ๘๕
ใหน้ ักเรยี นเลือกคาตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุดเพียงคาตอบเดยี ว โดยกาเคร่อื งหมาย ()
๑. คาว่า ทับหลัง หมายถงึ อะไร
ก. บานคาดประดับปราสาท
ข. บานคาดประดับประตูปราสาท
ค. บานคาดประดบั หน้าต่างปราสาท
ง. บานคาดประดับทางเดนิ ปราสาท
๒. เดมิ ทับหลังนารายณบ์ รรทมสินธ์ุ คาดประดบั อยู่ทปี่ รางค์องคใ์ ด
ก. ปรางคอ์ งคใ์ หญท่ ่สี ุด
ข. ปรางค์องคเ์ ล็กทส่ี ดุ
ค. ปรางคอ์ งค์กลาง
ง. ปรางค์องค์เลก็
๓. ภาพนารายณบ์ รรทมสนิ ธุ์ เป็นภาพทที่ าข้ึนอยา่ งไร
ก. แกะสลกั บนเหล็ก
ข. แกะสลักบนไม้
ค. แกะสลักบนหนิ
ง. แกะสลกั บนแผ่นเงิน
๔. ทบั หลงั นารายณ์บรรทมสินธุ์ ไดห้ ายไปจากประเทศไทยเปน็ เวลานาน
เท่าไร
ก. ๑๐ กว่าปี
ข. ๒๐ กว่าปี
ค. ๓๐ กวา่ ปี
ง. ๔๐ กว่าปี
๕. ปจั จบุ นั ทบั หลังนารายณบ์ รรทมสินธ์ุ ประดับอยู่ที่ใด
ก. สถาบันชคิ าโก
ข. กรมศิลปากร
ค. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ง. ปราสาทพนมรงุ้
แบบฝกึ พัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เล่ม ๓ บทความและสารคดีส้ัน ๘๖
เฉลยแบบฝกึ ทกั ษะที่ ๑๐
คาชี้แจง ให้นักเรียนอ่านสารคดี สั้นแล้วเขียนตอบคาถามให้ถกู ตอ้ ง
(ข้อละ ๑ คะแนน รวม ๕ คะแนน)
เสน่หท์ ห่ี ายไปในเพลงลกู ทงุ่
เสียงเพลงลอยลอ่ งจากสดุ ปลายนา ทรานซิสเตอร์คล่ืนเอเอ็มเคร่ืองเก่า ๆ กาลังขับขาน
สาเนียงทานองเพลงที่คนไทยเคยคุ้นหู ก่อนกาลเวลาจะทาให้เสียงนั้นกลายเป็นเพียงอดีตท่ี
ประทับอย่ใู นใจใหไ้ ด้เพยี งหวนระลกึ ถึงเทา่ น้นั
“เพลงลูกทุ่ง” สิ่งที่เปรียบเหมือนบันทึกประวัติศาสตร์ของสังคมไทย บอกเล่าผ่านวิถี
ชีวิต ตลอดจนเรอื่ งราวปรากฏการณ์ในสังคมไทย ความแปรเปลี่ยนของวันเวลา โลกยุคกระแส
เทคโนโลยีทีไ่ หลบ่ามากบั การแขง่ ขันทางวัฒนธรรม ทาให้เพลงลูกทุ่งในวันนี้กับวันนั้นในอดีตมี
ความตา่ งกนั อย่างสนิ้ เชิง
บทเพลง คือ เคร่ืองมือหรือช่องทางในการบอกเล่า สะท้อนภาษา ค่านิยม และ
วฒั นธรรมในสังคมนัน้ ๆ ครูเจนภพ จบกระบวนวรรณ ได้กล่าวไว้ว่า เพลงลูกทุ่งหนึ่งเพลงเป็น
คลังความรู้ในเรอื่ งของความเป็นไปในอดีตได้ดีมากกว่าตาราหลายเท่า เพราะมันเกิดจากความ
เป็นจริงธรรมดาที่ถกู หยบิ ยกมาถา่ ยทอดในรูปแบบที่มีศิลปะ ถ้าเทียบกับในปัจจุบันการทางาน
ของมันก็คงเหมือนกับ video tape recorder หรือท่ีเรียกกันติดปากว่า VTR ที่ทาหน้าที่
นาเสนอเร่ืองราวตา่ ง ๆ ให้อยใู่ นระยะเวลาส้ัน ๆ แต่สร้างความเข้าใจต่อผู้ชม เพียงแต่บทเพลง
นัน้ เป็นการนาเสนอดว้ ยเสียงท่ีส่ือความหมายอย่างเดียว ซึ่งคุณสมบัติของมันคือการทาให้ผู้ฟัง
สามารถมองเห็นภาพจากภาษาถ้อยคาท่ีสื่อสารออกมา ให้รู้สึกเข้าถึงและเป็นส่วนหน่ึงใน
เร่ืองราวนั้น ๆ ได้จริง แม้ว่าผู้ฟังจะไม่เคยพบเจอ หรือสัมผัสมันมาก่อนเลยก็ตาม ดังการ
พรรณนาถงึ ความงามของสถานทีใ่ นบทเพลงนิราศเวยี งพงิ ค์ ของ ทูล ทองใจ
“ คู่เวียงพิงค์คือปิงสุดงาม สวยอยู่บ่เคยเส่ือมทรามช่างงามซ้ึงใจบ่วาย น้าใส
เย็น มองเห็นจนพ้ืนหาดทราย ปลาน้อยแตกฝูงกระจายอยู่ในธาราน่าชม ช่างพาฝันงามนั้น
ชวนฉนั ช่ืนชม ฉนั พลอยคลายความโศกตรมน่งั ชมนา้ ปงิ สขุ ใจ ”
แบบฝึกพฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ั้น ๘๗
เสน่ห์ของเพลงลูกทุ่งในสมัยก่อน คือ การบอกเล่าเร่ืองทุกเรื่องของคนไทยโดยการใช้
ภาษาที่สวยงามสละสลวย เป็นการเล่าเรื่องท่ีไม่จาเป็นต้องอยู่ในกระแสนิยมหรือความสนใจ
ของสังคม แต่เป็นการนาส่ิงเล็ก ๆ ท่ีใครอาจไม่เคยรู้จักหรือสัมผัสมาก่อนได้รับรู้และเห็นภาพ
หลาย ๆ เรื่องราวของคนไทยมีนาเสนอแต่เพียงในเพลงลูกทุ่งเท่าน้ัน เช่น การพรรณนาถึง
สถานท่ีในเน้อื เพลงท่ีกล่าวมาข้างต้น การใช้การละเล่นเด็กไทยมาเล่าเร่ืองอย่างเพลง งูกินหาง
ของ รุ่งเพชร แหลมสงิ ห์
“ เอ่ยถามแมง่ โู ฉมตรูกินน้าบ่อไหน น้องตอบบ่อทรายแลว้ ย้ายไปมาสองขา้ ง
ตอบกนิ บอ่ โศกแม่งยู ้ายโยกอีกทาง พอ่ งูรู้ทางขดั ขวาง พอ่ งรู ู้ทางขัดขวาง
ดักหน้านอ้ งนาง ฉกลงตรงหางจบั ลูกนางกิน ”
“ เสนห่ ข์ องเพลงลูกทงุ่ มันคอื ลมหายใจของคนไทย คอื ความคิดทุกสิ่งทุกอย่างท่ีเป็นเรา
วิถีชีวิตของคนไทยต้ังแต่เกิด แต่งงาน บวชเรียน กระท่ังการตาย เรื่องราวของคนไทยทุกคน
ทุกอาชพี หมอ ตารวจ ทหาร ครู ฯลฯ ลว้ นแต่มปี รากฏในบทเพลงลกู ท่งุ ”
เจนภพ จบกระบวนวรรณ
แบบฝึกพฒั นาทักษะการอา่ นจับใจความสาคญั เล่ม ๓ บทความและสารคดีสั้น ๘๘
ให้นกั เรียนเลือกคาตอบทีถ่ ูกต้องที่สุดเพยี งคาตอบเดียว โดยกาเครอื่ งหมาย ()
๑. จากบทสารคดีขอ้ ใดคือลักษณะของเพลงลกู ทงุ่
ก. บันทกึ ประวัตศิ าสตรข์ องสงั คมไทย ข. สะทอ้ นความรกั ของหนมุ่ สาว
ค. สะทอ้ นชีวติ ของสังคมชนบท ง. บนั ทึกเหตุการณ์ประทับใจของผู้แต่ง
๒. จากบทสารคดี การแต่งเพลงบอกเล่า สะทอ้ นภาษาของบทเพลงลูกทงุ่ มีลกั ษณะการแตง่
โดยใชโ้ วหารแบบใด
ก. บรรยาย ข. พรรณนา
ค. อปุ มา ง. อธบิ าย
๓. จากบทสารคดี บทเพลงลกู ทุง่ ในอดีตสะท้อนความคิดเรอ่ื งใด
ก. ความรสู้ ึก ความคิดเห็นของผแู้ ต่ง
ข. ประชดสังคม ความเสือ่ มโทรมของสงั คมไทย
ค. บอกเลา่ เรอ่ื งทุกเรื่องของคนไทย
ง. ความคดิ แปลกใหม่ ทาให้นา่ สนใจมากย่งิ ขึ้น
๔. ในความคดิ ของ “ครูเจนภพ จบกระบวนวรรณ” เปรียบเพลงลูกทงุ่ เปน็ อะไร
ก. ละครสะท้อนสังคม ข. คลังความรู้
ค. ตาราเรียน ง. ภาพวาด
๕. จากบทสารคดี เพลงลูกท่งุ ใด สะทอ้ นวิถีชวี ติ การเลน่ ของเด็กในสมยั อดตี
ก. นริ าศเวยี งพิงค์ ข. เชียงรายราลึก
ค. รกั ขา้ มคลอง ง. งูกนิ หาง
แบบฝึกพัฒนาทกั ษะการอ่านจบั ใจความสาคัญ เลม่ ๓ บทความและสารคดสี ้นั ๘๙
แบบสรปุ คะแนน
ช่อื .....................................................................ช้นั .....................เลขท.่ี ................
ตาราง สรปุ คะแนนจากการทาแบบทดสอบ ก่อน – หลงั การใชแ้ บบฝึกพัฒนา
ทกั ษะการอา่ นจบั ใจความสาคญั เล่มท่ี ๓ บทความ และสารคดสี ั้น
รายการ ตอนท่ี ๑ ตอนที่ ๒ รวม
คะแนนการทดสอบกอ่ นใช้แบบฝึก ๑๐ คะแนน ๑๐ คะแนน ๒๐ คะแนน
คะแนนการทดสอบหลังใช้แบบฝกึ
ตาราง สรปุ คะแนนการใชแ้ บบฝกึ พฒั นาทกั ษะการอา่ นจับใจความสาคัญ เลม่ ที่ ๓
บทความ และสารคดสี น้ั
แบบฝึกทกั ษะ คะแนน (๕ คะแนน)
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
รวมคะแนน (๕๐ คะแนน)
สารคดี บทความ นาความรู้ เปดิ ประตู โลกกวา้ ง ทางศกึ ษา
อา่ นเนื้อเร่ือง คดิ วิเคราะห์ ความเป็นมา ชว่ ยนาพา ความคดิ สะกิดใจ
รปู้ ราดเปรอื่ ง ใจความ ไม่สงสยั
อ่านสารวจ แต่ต้น จนจบเรอ่ื ง สรปุ ได้ ไมเ่ บื่อ เชือ่ เถิดเอย
ถามคาถาม ใครทาไม และอยา่ งไร
ว่าท่ีร้อยตรสี ายชล อณุ หบุตร
ผปู้ ระพนั ธ์