The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by petcharat, 2022-02-03 04:28:24

NL608

NL608

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทท่ี 4 วัตถุประสงค์ การวางแผนและการเลือกสรรการประกันภยั ต่อ

ในแงท่ ีไ่ ม่ไดใ้ ช้เงนิ กองทุนให้เกิดประสทิ ธผิ ลเทา่ ท่ีควร ดังน้ัน ฝ่ายบริหารจึงต้องคานึงถึงผลดีและผลเสีย
ทกุ ๆ ด้านดว้ ยความรอบคอบกอ่ นตดั สินใจ

(6) ความกระจายตัวของภัยในเชิงภูมิศาสตร์ บริษัทที่รับประกันภัยในประเทศที่มีภัยธรรมชาติ
เกิดข้ึนเป็นประจา เช่น ลมพายุ น้าท่วม แผ่นดินไหว และโอกาสที่จะเกิดวินาศภัยปีละหลายๆ คร้ังน้ัน
จาเป็นจะต้องกาหนดส่วนเก็บไว้ต่อภัย และต่อเหตุการณ์แต่ละครั้งด้วยความระมัดระวังอย่างย่ิง เพื่อมิ
ให้ผลการดาเนินงานต้องได้รับผลกระทบกระเทือนมากเกินไป และจะต้องหม่ันตรวจสอบยอดรวมของ
จานวนเงนิ ประกนั ภยั ทส่ี ะสมในเขตรบั ประกนั ภัยแตล่ ะเขตดว้ ย

3. การกาหนดวิสัยสามารถในการรับประกันภัย วิสัยสามารถหรือถ้าจะกล่าวให้เข้าใจ
ง่ายๆ ก็คือ กาลังในการรับประกันภัย หมายถึงจานวนเงินเอาประกันภัยสูงสุดท่ีบริษัทสามารถรับ
ประกันภัยได้ ซ่ึงมาจากผลรวมของส่วนเก็บไว้และจานวนเงินคุ้มครองสูงสุดที่ระบุไว้ในสัญญา
ประกันภัยต่อแบบอัตโนมัติ การมีวิสัยสามารถท่ีสูงนอกจากจะช่วยให้ความสามารถในการแข่งขันกับ
บริษัทอ่ืนๆ ในด้านการรับประกันสูงแล้ว ยังช่วยให้การทางานสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ต้อง
แสวงหาผู้รบั ประกันภยั ต่อเฉพาะรายมารองรบั สว่ นทเ่ี กนิ วิสยั สามารถเม่อื เปน็ เช่นน้ี บริษัทเอาประกันภัย
ต่อย่อมต้องการจานวนเงินคุ้มครองในสัญญาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทาได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการ
กาหนดวิสัยสามารถไม่สามารถทาได้ตามใจชอบ เนื่องจากสัญญาที่จะมีจานวนเงินคุ้มครองสูงนั้น
จะต้องมีปริมาณเบี้ยประกันภัยต่อท่ีมากพอด้วย ทั้งน้ีเป็นเพราะว่า ผู้รับประกันภัยต่อจะพิจารณา
อัตราส่วนระหว่างเบี้ยประกันภัยที่คาดว่าจะได้รับจากสัญญานั้นเทียบกับจานวนเงินสูงสุดที่สัญญา
ให้ผลคุ้มครอง ยิ่งเบี้ยประกันภัยน้อยแต่วงเงินคุ้มครองสูงเท่าไหร่ก็จะย่ิงทาให้สัญญาขาดความสมดุล
มากขนึ้ เทา่ น้ัน

ตัวอย่างเช่น สัญญาที่มีรายได้จากเบ้ียประกันภัยต่อ 10,000,000 บาท และจานวนเงินสูงสุดที่
สัญญาคุม้ ครองเทา่ กบั 10,000,000 บาท เช่นกัน อัตราส่วนจะเท่ากับ 1 ต่อ 1 จะมีความสมดุลมากกว่า
สัญญาท่มี เี บยี้ ประกนั ภยั ตอ่ 10,000,000 บาท แต่จานวนเงินสูงสุดท่ีสัญญาคุ้มครองสูงถึง 50,000,000
บาท (1 ต่อ 5) เพราะแม้มีความเสียหายเพียงร้อยละ 20 ของจานวนเงินสูงสุดท่ีสัญญาคุ้มครอง ผู้รับ
ประกันภัยต่อก็จะขาดทุนแล้วโดยมิได้คานึงถึงค่าบาเหน็จท่ีจะต้องจ่ายให้บริษัทเอาประกันภัยต่ออีก
ต่างหาก ดังนั้น สัญญาท่ีอัตราส่วนยังไม่สมดุลมากเท่าไหร่ก็จะย่ิงหาผู้รับประกันภัยต่อยากข้ึนมาก
เท่านั้น กล่าวโดยทั่วไปสัญญาแบบส่วนเกินช่วงชั้นท่ีหน่ึง ถ้าอัตราส่วนเท่ากับ 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 2 ถือ
ว่ามีความสมดุล อย่างไรก็ดี เร่ืองอัตราส่วนจะมีความสมดุลเป็นที่ยอมรับของผู้ประกันภัยต่อหรือไม่นั้น
จะเกิดอยู่กับชนิดของสัญญาและสภาวการณ์แข่งขันของตลาดรับประกันภัยต่อด้วย เช่น สัญญา
ส่วนเกินช่วงช้ันที่สองท่ีมีอัตราส่วน 1 ต่อ 5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ท่ียอมรับได้และถ้าสภาวการณ์แข่งขันสูง

สถาบันประกันภัยไทย บทที่ 4/6
ชอื่ ผแู้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทที่ 4 วัตถุประสงค์ การวางแผนและการเลือกสรรการประกันภยั ต่อ

อัตราส่วนน้ีอาจถูกดันให้สูง เป็น 1 ต่อ 10 ก็เคยปรากฏมาแล้วเช่นกัน ท้ังน้ีก็ขึ้นอยู่สถิติผลการรับ
ประกนั ภยั ทผี่ ่านมาของสัญญานนั้ ด้วยว่ามีผลกาไรหรือขาดทนุ

4. เลอื กรปู แบบการประกนั ภัยต่อที่เหมาะสม การประกันภัยตอ่ แตล่ ะแบบจะมีทั้งข้อดีและ
ขอ้ เสียอยู่ในตัว เปน็ เรอื่ งทีจ่ ะตอ้ งศกึ ษาดูใหร้ อบคอบก่อนตัดสินใจเลอื กไปใช้ ตวั อย่างเช่น

(1) สัญญาประกันภยั ต่อแบบตามสว่ น มขี อ้ ดี ขอ้ เสีย และความเหมาะสมดงั น้ี
ขอ้ ดี
- ทางานง่าย เสยี ค่าใชจ้ ่ายในการจดั การตา่
- สัญญาชนิดน้ีจะมีความสมดุลกว่าสัญญาแบบอ่ืนๆ ดังน้ันจึงหาผู้รับประกันภัยต่อ
ได้งา่ ยและจะได้รบั อตั ราค่าบาเหนจ็ สูงกว่าสัญญาแบบอ่นื ๆ
ขอ้ เสยี
- ต้องสญู เสยี เบ้ียประกันภยั ตอ่ รายเล็กๆ ทีไ่ มจ่ าเปน็ จะตอ้ งเอาประกนั ภัยตอ่
- ไมส่ ามารถกาหนดจานวนเงนิ รบั ประกนั ภัยสูงๆ ได้
เหมาะสาหรับ
- การรับประกนั ภยั ในแขนงทีย่ งั ไม่มีสถิติผลการรับประกันภัยในอดตี มาเปน็ แนวทาง
- ภัยที่มีลักษณะกระจุกตัวและมีโอกาสเกิดมหันตภัยทาให้ความเสียหายต่อ
เหตกุ ารณ์แตล่ ะคร้งั คอ่ นข้างสูง
- ในกรณที ่ีเบย้ี ประกันภยั มไี มม่ ากพอที่จะทาสัญญาแบบสว่ นเกินได้
- ในกรณที ีส่ ว่ นของกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อยมีผลกาไรดี แต่สัญญาแบบส่วนเกิน
มีผลขาดทนุ
- ในกรณที ี่สัญญาแบบส่วนเกนิ มีผลกาไรดีแตก่ รมธรรม์ประกนั ภยั รายย่อยไม่สดู้ ีนัก

(2) สัญญาประกนั ภยั ต่อแบบส่วนเกนิ มีขอ้ ดี ขอ้ เสีย และความเหมาะสมดงั น้ี
ข้อดี
- จะไดเ้ บยี้ ประกันภยั สว่ นทเ่ี กบ็ ไวเ้ อง (Retained premium)
- จะได้เงื่อนไขตอบแทนที่ดีหากมีการแบ่งช่วงช้ันสัญญาท่ีเหมาะสม (Secure best
possible terms by layering the surpluses)
ขอ้ เสีย
- ต้องเสยี เวลาและแรงงานในการจัดการมากกว่าสญั ญาแบบอน่ื ๆ
- ต้องคอยตรวจสอบจานวนเงินเอาประกันภัยต่อของแต่ละภัยมิให้เกินวงเงินท่ี
กาหนด

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 4/7
ชอื่ ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทที่ 4 วัตถุประสงค์ การวางแผนและการเลือกสรรการประกันภยั ต่อ

- ใหผ้ ลคมุ้ ครองไม่ดเี ท่าทีค่ วรในกรณที ี่มภี ัยจานวนมากกระจกุ ตัว
เหมาะสาหรบั
- ในกรณีท่ีต้องการใช้ขีดความสามารถในการรับเส่ียงภัยเอง (Retention) ให้เต็มที่

กอ่ นท่ีจะเอาประกันภยั ตอ่ ตามสัญญา
- ตอ้ งการเพิม่ ขีดความสามารถในการรบั ประกันภัยให้สูง
(3) สัญญาประกันภัยต่อแบบเสียหายส่วนเกินในช่วงช้ันปกติ มีข้อดี ข้อเสีย และความ
เหมาะสมดังนี้
ขอ้ ดี
- ทางานง่าย
- เพิม่ เบย้ี ประกนั ภัยส่วนเก็บไวแ้ ละอาจเพม่ิ ผลกาไร
ขอ้ เสยี
- ไม่ให้ผลค้มุ ครองในกรณเี สยี หายรายเล็กๆ
- ผู้รับประกันภัยจะมีการปรับปรุงค่าเบี้ยประกันภัยต่อค่อนข้างเร็วตามผลการรับ

ประกันภัย
เหมาะสาหรับ
- เพ่ิมเบ้ียส่วนเก็บไว้ ในกรณีท่ีความเสียหายรายย่อยมีไม่มากและยอดรวมธุรกิจมี
ผลกาไรสงู
- การประกันภัยที่คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลท่ีสามแทรกอยู่เช่น ประกันภัย
รถยนต์
(4) สญั ญาประกันภยั ตอ่ เสียหายส่วนเกินในช่วงช้ันมหันตภัย เหมาะสาหรับคุ้มครองมหันตภัย
สาหรบั เหตกุ ารณ์ในแต่ละคร้ัง
(5) การประกันภัยตอ่ แบบเฉพาะราย มี ขอ้ ดี ข้อเสยี และความเหมาะสมดงั น้ี
ข้อดี
- ชว่ ยเพิม่ วสิ ยั สามารถในการรบั ประกนั ใหส้ งู ยิ่งขึ้น
- ชว่ ยคุม้ ครองภยั บางชนิดท่ีมีความเส่ียงภัยสูง และบริษัทจาเป็นจะต้องจากัดความ
รบั ผิดชอบในสว่ นท่เี สีย่ งภัยเองไมใ่ หส้ ูงเกนิ ไปนกั
ข้อเสีย
- ใช้เวลามากในการจัดการไมใ่ ชผ้ ลคุม้ ครองอยา่ งอตั โนมัตเิ หมอื นสัญญา
- เสยี ค่าจดั การสูง

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทที่ 4/8
ชอื่ ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณ์จารุ

NL608 : การจดั การการประกันภยั ต่อ
บทท่ี 4 วัตถุประสงค์ การวางแผนและการเลือกสรรการประกันภยั ต่อ

- อัตราค่าบาเหนจ็ ตา่
- ไมม่ ีค่าบาเหน็จผลกาไร
เหมาะสาหรับ
- ภยั ทีม่ ีจานวนเงนิ เอาประกันภยั สูง แต่ฐานเบยี้ ประกันภยั แคบ
- ผลเสียหายจากภัยรายหนึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อภัยรายอื่นๆ เงื่อนไขอาจไม่

เปลยี่ นแปลงมากนักภายหลังเกิดวินาศภัยรายใหญ่
- ในกรณีท่ีต้องการให้ผู้รับประกันภัยต่อช่วยกาหนดอัตราเบี้ยประกันภัย และ

แนวทางในการจดั การสนิ ไหมทดแทน เช่น การประกนั ภยั โรงงานปิโตรเคมี
5. พิจารณาค่าบาเหน็จประกันภัยต่อ ค่าบาเหน็จประกันภัยต่อหรือส่วนลดประกันภัยต่อ
คือค่าตอบแทนท่ีผู้รับประกันภัยต่อจ่ายให้แก่บริษัทเอาประกันภัยต่อ สาหรับช่วยค่าใช้จ่ายในการขาย
และค่าใช้จ่ายในการจัดการ ดังนั้น อัตราค่าบาเหน็จประกันภัยต่อจะมากหรือน้อยย่อมข้ึนอยู่กับปัจจัย
สองประการน้ีเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ในกรณีประกันต่ออัคคีภัย อัตราค่าบาเหน็จที่บริษัทประกันภัยจ่าย
ใหก้ บั ตวั แทนหรอื นายหนา้ สาหรบั การประกันภัยโดยตรง คือร้อยละ 25 เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายการจัดการ
อีกประมาณร้อยละ 15 ค่าบาเหน็จประกันภัยต่อก็จะเป็นร้อยละ 40 แต่ในทางปฏิบัติอัตราค่าบาเหน็จ
อาจจะสงู กวา่ นี้ ขึ้นอย่กู บั ผลกาไรของสัญญาท่ีผ่านมาในอดีตและภาวะตลาดประกันภัยต่อ ถ้าหากเป็น
สัญญาท่ีมีผลกาไรติดต่อกันมาตลอดอัตราค่าบาเหน็จอาจสูงถึงร้อยละ 47.5 หรือมากกว่าน้ันก็ได้
ข้ึนอยู่กบั ภาวการณ์แขง่ ขันของตลาด
สัญญาที่มีผลการรับประกันภัยผันผวน อาจจะใช้ค่าบาเหน็จแบบอัตราเลื่อนได้ (Sliding scale
commission) ซึง่ อัตราค่าบาเหนจ็ ประกันภยั ต่อจะจา่ ยเพมิ่ ขนึ้ ถ้าสัญญามผี ลกาไรมาก
สัญญาประกันภัยต่อแบบเป็นสัดส่วนโดยมากจะมีค่าบาเหน็จกาไร ซึ่งเป็นค่าบาเหน็จท่ีผู้รับ
ประกันภัยต่อจ่ายเพิ่มจากค่าบาเหน็จประกันภัยต่อ เพ่ือเป็นการตอบแทนแก่บริษัทเอาประกันภัยต่อท่ี
คดั เลอื กภยั ดีๆ เข้าสญั ญาทาใหม้ ีผลกาไร
กล่าวโดยสรุป อัตราค่าบาเหน็จประกันภัยต่อจะขึ้นอยู่กับอัตราค่าใช้จ่ายในการขายประกันภัย
ค่าใช้จา่ ยในการจัดการ ผลกาไรของสัญญาและภาวการณ์แข่งขนั ของตลาดประกนั ภัยต่อ

สถาบันประกันภยั ไทย บทที่ 4/9
ชื่อผแู้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภยั ต่อ
บทท่ี 4 วตั ถุประสงค์ การวางแผนและการเลือกสรรการประกันภยั ต่อ

แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
1. วัตถุประสงคใ์ นการเอาประกันภัยต่อ คืออะไร
2. ข้ันตอนในการพจิ ารณาเลือกแบบของการประกนั ภยั ตอ่ มีอะไรบา้ ง
3. ปจั จยั ท่ใี ชป้ ระกอบการพจิ ารณาการกาหนดจานวนเงนิ ที่จะรบั เสย่ี งภัยเอง มีอะไรบ้าง
4. Risk Profile คืออะไร
5. สัญญาประกันภยั ต่อแบบตามส่วน มีขอ้ ดี และข้อเสียอย่างไร
6. คา่ บาเหน็จแบบอัตราเลื่อนได้ คืออะไร

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 4/10
ชือ่ ผแู้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณ์จารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทที่ 5 กลยุทธ์และการเจรจาในการผู้รับประกนั ภัยต่อ

บทที่ 5
กลยทุ ธ์และการเจรจาในการหาผู้รบั ประกันภัยต่อ

เม่ือได้ตกลงใจเลือกแบบการประกันภัยต่อและกาหนดอัตราค่าบาเหน็จที่เหมาะสมแล้ว ส่ิงท่ี
จะต้องพิจารณาต่อไปก็คือ จะหาบริษัทใดมาเป็นผู้รับประกันภัยต่อในสัญญา จะหาผู้รับประกันภัยต่อ
ด้วยวิธีใด และในกรณที ส่ี ัญญามีผลขาดทนุ จะต้องดาเนนิ การอยา่ งไร

ก่อนอื่นจะต้องตัดสินใจว่า จะติดต่อกับผู้รับประกันภัยต่อโดยตรงหรือจะติดต่อผ่านนายหน้า
ประกนั ภยั ตอ่ บรษิ ัทรับประกันภัยต่อท่ีใหญ่และมีช่ือเสียงบางแห่ง เช่น Munich Reinsurance Co. หรือ
Swiss Reinsurance Co. ไม่มีนโยบายติดต่อผ่านคนกลาง แต่บริษัทรับประกันภัยต่อโดยทั่วไปจะมี
นโยบายเปิดกว้างในเร่อื งนี้

การติดต่อผ่านนายหน้าประกันภัยต่อจะเป็นวิธีท่ีสะดวกกว่า เน่ืองจากนายหน้าจะทาหน้าที่ให้
คาปรึกษาเป็นผู้จัดทาเอกสารและติดต่อกับผู้รับประกันภัยต่อ และเป็นผู้ให้บริการในการทวงถามและ
ติดตามค่าสนิ ไหมทดแทน ในกรณีท่ีมีวินาศภัยเกิดขึ้นและคุ้มครองตามสัญญา ถ้าเลือกท่ีจะใช้วิธีติดต่อ
ผ่านนายหนา้ ควรเลือกนายหน้าท่สี ามารถเดนิ ทางเยย่ี มเยยี นเปน็ ประจาระหว่างบริษัทเอาประกันภัยต่อ
และผรู้ ับประกันภยั ตอ่ และจะตอ้ งตรวจดวู า่ นายหน้านาสัญญาไปประกันต่อกับบริษัทใด มีความม่ันคง
มชี อื่ เสียงน่าเชื่อถือเพยี งใด

ข้อที่จะต้องพิจารณาอีกประการหน่ึงก็คือ จะหาผู้รับประกันภัยต่อจานวนก่ีราย ข้อนี้ขึ้นอยู่กับ
ปรมิ าณเบ้ยี ประกันภัยตอ่ ของแต่ละสัญญา ในแง่ของผู้รับประกันภัยต่อ ถ้ารายได้จากเบ้ียประกันภัยต่อ
น้อยกว่าจานวนเงิน 100,000 บาท ต่อสัญญาที่ตนเข้ารับเสี่ยงภัยแล้ว ก็จะไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายของตน
ดังน้ัน ถ้ารายได้เบี้ยประกันภัยต่อสัญญาฉบับใดมีจานวนเงินเพียง 500,000.- บาท จานวนผู้รับ
ประกนั ภยั ต่อไม่ควรเกนิ 5 ราย

การมีผู้รับประกันภัยต่อหลายๆ ราย มาร่วมเสี่ยงภัยในแต่ละสัญญาน้ัน มีข้อเสียคือทาให้ต้อง
ทางานด้านเอกสารมาก ส่วนข้อดีคือถ้าสัญญาประสบผลขาดทุน และมีผู้รับประกันภัยต่อบางรายถอน
ตวั ไม่ร่วมรับประกันภยั ตอ่ การหาผู้รับประกนั ภยั ตอ่ รายใหม่มาทดแทนสามารถทาได้ง่ายกว่าในกรณีท่ีมี
ผรู้ บั ประกนั ภยั ตอ่ น้อยราย โดยแต่ละรายถือส่วนรับประกันภัยต่อไว้สูง กล่าวโดยสรุป ถ้าเป็นสัญญาที่มี
เบี้ยประกันภัยต่อจานวนมากจานวนผู้รับประกันภัยต่อไม่ควรจะเกิน 15 – 20 บริษัท ซ่ึงเท่ากับว่าผู้รับ
ประกันภัยตอ่ แต่ละรายเสย่ี งภยั ประมาณรอ้ ยละ 5 ถงึ 10 ของจานวนเงินเสยี่ งภยั สงู สดุ ของสญั ญา

เลือกผู้รับประกันภัยต่อที่มีความม่ันคงและบริการไม่ล่าช้า สัญญาประกันภัยต่อท่ีมีผู้นา
ประกันภัยต่อ (Leader Reinsurer) ท่ีมีชื่อเสียง จะสามารถเอาประกันภัยต่อได้ง่ายกว่าสัญญาท่ีผู้นา

สถาบันประกันภัยไทย บทท่ี 5/1
ช่อื ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทที่ 5 กลยทุ ธ์และการเจรจาในการผ้รู ับประกันภัยต่อ

ประกันภัยต่อไม่ค่อยมีคนรู้จัก ดังนั้น การเลือกผู้นาประกันภัยต่อ จึงเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งของ
กระบวนการจัดหาผู้รบั ประกันภัยต่อ

ถ้าสัญญาประสบผลขาดทุน จะต้องศึกษาว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และควรแจ้งให้ผู้รับ
ประกนั ภยั ตอ่ ทราบและถา้ ไม่ใช่เกิดจากเหตุสดุ วิสัยแล้ว ควรบอกให้ผู้รับประกันภัยต่อทราบถึงมาตรการ
ต่างๆ ที่ได้ลงมือแก้ไขไปแล้วว่ามีอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น จากัดจานวนหรือลดปริมาณภัยที่ส่งผลใ ห้
สัญญาขาดทุนด้วยการนาภัยเหล่าน้ันประกันภัยต่อแบบเฉพาะราย จากัดปริมาณงานประกันภัยต่อ
เฉพาะรายทเี่ ขา้ สญั ญาใหน้ อ้ ยลงและจัดใหม้ กี ารสารวจภัยก่อนรับประกนั ภัยรายใหญ่ทกุ ๆ ครง้ั เปน็ ต้น

ในกรณีสัญญาแบบส่วนเกินประสบผลขาดทุน แต่สัญญาแบบตามส่วนมีผลกาไรดีกว่า ก็อาจ
พจิ ารณาแบ่งบางส่วนของสัญญาท่ีมีกาไรไปให้ผู้รับประกันภัยท่ีรับประกันภัยต่อในสัญญาท่ีประสบผล
ขาดทุน เพื่อเป็นการชดเชย ในทานองเดียวกัน ถ้าสัญญาการประกันภัยต่อบางประเภท เช่น การ
ประกันภัยวิศวกรรม หาผู้รับประกันภัยต่อยาก แต่สัญญาอื่นๆ มีกาไรก็อาจใช้วิธีประกันภัยต่อคละกัน
(Bouquet treaties) หมายถึงว่า ผู้รับประกันภัยต่อจะต้องรับประกันภัยต่อทุกสัญญาที่เสนอให้ จะ
ละเว้นบางสัญญาไม่ได้ วิธีนี้ก็มีผู้ทามามากแล้ว แต่วิธีที่มีผู้ใช้มากท่ีสุดอย่างหนึ่งก็คือเปลี่ยนอัตรา
ค่าบาเหน็จนายหน้าเป็นแบบอัตราเล่ือน ซ่ึงอัตราค่าบาเหน็จตามระบบนี้จะสูงหรือต่าขึ้นอยู่กับอัตรา
ค่าสินไหมทดแทนทเี่ กดิ ขน้ึ กล่าวคือ ถ้าอัตราเสียหายต่าผู้เอาประกันภัยต่อจะได้ค่าบาเหน็จสูงเป็นช้ันๆ
ตามท่ตี กลงกนั

ขั้นตอนในการเตรียมการเพื่อการประกนั ภยั ตอ่ ประจาปอี าจสรปุ ไดด้ ังนี้
1. ถ้าตัดสินใจวา่ ตอ้ งการจะแกไ้ ขข้อสญั ญาไม่ว่าในเร่ืองใด จะต้องส่งใบแจ้งขอยกเลิกสัญญา
ชัว่ คราวลว่ งหน้าอย่างน้อย 3 เดือน ก่อนสัญญาสิ้นผลบังคับซ่ึงส่วนใหญ่มักจะเป็นวันท่ี 31 ธันวาคม ใน
แต่ละปี ท้ังนี้เพื่อเปิดโอกาสให้คู่สัญญาได้มีโอกาส ศึกษาผลการรับประกันภัยและปรับปรุงเง่ือนไขข้อ
สัญญา หรือขอ บอกเลิกสัญญา หากคู่สัญญาท้ังสองฝ่ายไม่มีการส่งใบแจ้งดังกล่าวจะถือว่า คู่สัญญา
เต็มใจจะใหส้ ญั ญามผี ลบงั คับเหมือนดงั เดิมตอ่ ไปอกี
2. เม่ือได้ส่งใบแจ้งขอยกเลิกสัญญาช่ัวคราวดังกล่าวแล้ว บริษัทเอาประกันภัยต่อก็จะต้อง
เตรยี มสถิติข้อมูลเกยี่ วกับการประกันภยั ต่อไวส้ าหรบั เจรจาตอ่ รองกับผ้รู ับประกันภัยตอ่ ดังนี้

2.1 สถิติผลการรับประกันภัยต่อในช่วงเวลาที่ผ่านมาในแต่ละปี โดยแสดงจานวนเบี้ย
ประกันภัยต่อ ค่าบาเหน็จ ค่าสินไหมทดแทนท้ังท่ีจ่ายแล้วและค้างจ่าย โดยสถิติน้ีควรเก็บสถิติให้ถึงสิ้น
งวดไตรมาสสองเป็นอยา่ งนอ้ ย ถา้ เป็นไปไดใ้ ห้ถึงส้ินงวดไตรมาสสามกจ็ ะเป็นการดี

2.2 บญั ชีแสดงรายการค่าสนิ ไหมทดแทนรายใหญๆ่ ท่ีเกดิ ขน้ึ
2.3 ตาราง Risk Profile (ตัวอย่าง 1)

สถาบันประกนั ภยั ไทย บทท่ี 5/2
ชื่อผ้แู ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทท่ี 5 กลยทุ ธแ์ ละการเจรจาในการผ้รู ับประกันภัยต่อ

จากนนั้ จะตอ้ งทบทวนดวู า่ สมควรจะแก้ไขขอ้ สญั ญาในประเดน็ ใดบ้าง เช่น

(1) ส่วนเก็บไว้

(2) จานวนเงนิ รับผดิ สงู สดุ ของสัญญา

(3) อตั ราค่าบาเหน็จประกนั ภัยตอ่

(4) รายไดเ้ บย้ี ประกนั ภยั โดยประมาณ

(5) จะจัดซ้ือสัญญาประกันภัยต่อเสียหายส่วนเกินในช่วงช้ันใดบ้าง และต้องการ

จานวนเงนิ คุ้มครองเทา่ ใด

เมื่อได้ตัดสินใจเร่ืองข้อสัญญาที่จะแก้ไขแล้ว รายละเอียดเหล่านั้นจะนาไปพิมพ์ลงใน “สลิป

ประกันภัยตอ่ ”

ตัวอย่าง 1

ตาราง Risk Profile

จานวนเงนิ เอาประกันภยั จานวน จานวนเงนิ เอา ยอดรวมของเบีย้
ตอ่ กรมธรรม์ ประกนั ภยั ประกันภัยแต่ละช่วง

กรมธรรม์ (บาท) (ฉบับ) โดยเฉล่ยี ต่อกรมธรรม์ (บาท)

(บาท)

1 – 2,000,000 4,000 1,000,000 14,400,000

2,000,001 – 4,000,000 2,000 3,000,000 18,000,000

4,000,001 – 10,000,000 550 7,000,000 7,700,000

10,000,001 – 20,000,000 300 15,000,000 6,750,000

20,000,000 – 50,000,000 60 35,000,000 2,730,000

เกิน 50,000,000 3 100,000,000 360,000

49,940,000

ดังได้กล่าวมาแล้ว ตารางสถิติ Risk Profile จะมีประโยชน์มากในการวิเคราะห์ยอดรวมธุรกิจ
เพ่อื ประกอบการพจิ ารณาจัดซื้อความคุ้มครองประกันภัยต่อท่ีเหมาะสม ประโยชน์ที่จะได้รับ ได้แก่ เพ่ือ
ประมาณการเบี้ยประกันภัยในส่วนเก็บไว้ (Retained premium) และเบี้ยประกันภัยต่อท่ีจะต้องจ่าย
ออกไป เมื่อทราบปริมาณเบ้ียประกันภัยแล้ว ก็สามารถนาไปเปรียบเทียบกับขีดความรับผิด (Limit of
liability) สัญญาประกันภัยต่อว่าเป็นอัตราส่วนกันเท่าใด เนื่องจากอัตราส่วนระหว่างเบี้ยประกันภัยกับ
ขีดความรับผิด (Premium & Liability ratio) เป็นส่ิงหนึ่งที่ผู้รับประกันภัยต่อจะนาไปประกอบการ
พจิ ารณาว่าจะเขา้ รว่ มรบั เสย่ี งภยั ในสญั ญาประกนั ภยั ต่อท่บี รษิ ทั เอาประกนั ภยั ต่อเสนอใหน้ ัน้ หรอื ไม่

สถาบันประกนั ภัยไทย บทท่ี 5/3
ช่อื ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 5 กลยุทธแ์ ละการเจรจาในการผู้รับประกันภยั ต่อ

จากตาราง Risk Profile ข้างบนน้ีจะเห็นว่าจานวนกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อยที่มีจานวนเงิน
เอาประกันภัยต่ากว่า 2,000,000 บาท มากถึง 4,000 ฉบับ และมีฐานเบ้ียประกันค่อนข้างกว้าง ดังนั้น
ถ้าบริษัทเอาประกันภัยประกันภัยต่อตัดสินใจรับเส่ียงภัยเองในวงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท แล้ว
เอาประกันภัยต่อในรูปสัญญาแบบส่วนเกิน โดยให้ความคุ้มครองของผู้รับประกันภัยต่อไม่เกิน 10 เท่า
(10 – line surplus) ของส่วนเก็บไว้ ก็จะได้วิสัยสามารถในการรับประกันภัยโดยอัตโนมัติ เป็นจานวน
เงิน 20,000,000 บาท รวมกับส่วนเก็บไว้ 2,000,000 บาท เป็น 22,000,000 บาท สิ่งท่ีจะต้องพิจารณา
คืออัตราส่วนเบย้ี ประกนั ภัยต่อขีดความรบั ผดิ จะเป็นเทา่ ใด

จากข้อมูลในตาราง Risk Profile ขา้ งบนนี้ เราสามารถคานวณปริมาณเบ้ียประกันภัยท้ังในส่วน
เกบ็ ไว้ และในสว่ นท่จี ะจา่ ยเปน็ เบ้ยี ประกันภัยตอ่ ดงั วธิ คี านวณข้างล่างน้ี
ข้อกาหนด = ส่วนเก็บไว้ 2,000,000 บาท ต่อกรมธรรม์สัญญาประกันภัยต่อแบบส่วนเกิน 10 – line
Surplus limit 20,000,000 บาท

จานวนเงนิ เอาประกนั ภยั ต่อ เบี้ยประกันภัยสว่ นเกบ็ ไว้ เบี้ยประกนั ภัยตอ่ สาหรบั เบ้ียประกนั ภยั ตอ่ เฉพาะราย
กรมธรรม์ (บาท) (บาท)
1 – 2,000,000 (บาท) ส่วนเกนิ (บาท) -
2,000,001 – 4,000,000 -
14.4 ล. -

 2 18 ล. = 12.0 ล 1  1 8 ล. = 6.0 ล.
3 3

4,000,001 – 10,000,000 2  7.7 ล. = 2.2 ล. 5  7.7 ล. = 5.5 ล. -
7 7

10,000,001 – 20,000,000 2  6.75 ล. = 0.9 ล 13  6.75 ล. = 5.85 ล. -
15 15

20,000,001 – 50,000,000 2  2.73ล. = 0.156 ล 20  2.73 ล. = 1.56 ล. 13  2.73ล. = 1.014 ล.
35 35 35

เกิน 50,000,000 2  0.36 ล. = 0.0072 ล 20  0.36 ล. = 0.072 ล. 78  0.36 ล. = 0.2808
100 100 100
รวม
อตั ราสว่ นระหวา่ งเบย้ี ฯ กับขดี ล.
ความรบั ผดิ (P/L Ratio)
29.6632 ล. 18.982 ล. 1 : 2948 ล.
14.8 : 1 0.95 : 1
1:1
หรือ 15 : 1

หมายเหตุ * กรมธรรม์ในช่วง 2,000,001 บาท – 4,000,000 บาท จะมีจานวนเงินเอาประกันภัยโดย
เฉลย่ี ประมาณ 3,000,000 บาทต่อ กรมธรรม์ ดังนั้น ในการคานวณเบี้ยประกันภัยส่วนเก็บไว้

สถาบันประกันภยั ไทย บทท่ี 5/4
ชอื่ ผูแ้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทที่ 5 กลยทุ ธ์และการเจรจาในการผู้รับประกนั ภยั ต่อ

จะเทา่ กับ 2  18 ล. = 12 ล. ซง่ึ จะเป็นเบีย้ ประกันภัยส่วนที่เกบ็ ไว้ ส่วนท่ีเกิน 2 ล้านบาทจะ
3

เอาเช้าสัญญาแบบส่วนเกิน ดังน้ันเบ้ียประกันภัยต่อที่จะเข้าสัญญาแบบส่วนเกินจะเท่ากับ

จานวนเงินเอาประกันภัยเฉลี่ย 3 ล้านหักด้วย 2 ล้านเหลือ 1 ล้าน ซ่ึงจะเป็นจานวนเงินเอา

ประกันภัยโดยเฉล่ียต่อกรมธรรม์สาหรับเข้าสัญญาแบบส่วนเกิน เพราะฉะนั้นเบี้ยประกันภัย

ต่อสาหรับสญั ญาแบบส่วนเกินในช่วงนจี้ ะเท่ากับ 1  18 ล. = 6 ล.
3

จะเห็นว่าอัตราส่วนของส่วนเก็บไว้สูงถึง 15 ต่อ 1 ซ่ึงแสดงว่ามีความสมดุลมากทีเดียว และ
สาหรบั สัญญาประกนั ภยั ตอ่ แบบสว่ นเกนิ กม็ อี ัตราส่วน 1 ต่อ 1 ซึ่งจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีผู้รับประกันภัยต่อ
น่าพอใจ แต่ปัญหามีอยู่ว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่จะต้องเข้าสัญญา Surplus มีถึง 2,913 ฉบับ เฉล่ียวัน
ละ 13.2 ฉบับ (2,913 หารด้วยวันทางาน 220) ที่จะต้องคอยตรวจสอบมิให้จานวนเงินเอาประกันภัยต่อ
เกนิ ขดี จากัดความรับผดิ สงู สดุ ของสญั ญา และทกุ คร้ังทีม่ กี ารเพ่ิมหรือลดจานวนเงินเอาประกันภัยในแต่
ละกรมธรรม์ประกันภัยที่จะส่งผลให้มีการเก็บเบี้ยประกันภัยเพ่ิมหรือถอนคืนประกันภัยก็จะต้องแบ่ง
เฉลี่ยเข้าหรือถอนจากสัญญาตามสัดส่วน ซ่ึงถ้าหากปราศจากเคร่ืองคอมพิวเตอร์มาช่วยทางานส่วนนี้
แลว้ กจ็ ะเป็นภาระกบั บริษัทเอาประกนั ภยั ตอ่ มากพอสมควร

ดังน้ัน ถ้าสมมติว่า ส่วนเก็บไว้เพ่ิมจาก 2 ล้านเป็น 4 ล้าน อัตราส่วนเบี้ยประกันต่อขีดความรับ
ผิดของสว่ นเก็บไว้ กับส่วนท่เี ปน็ สัญญาประกันภัยตอ่ ส่วนเกนิ จะเปลย่ี นไปอยา่ งไร

ข้อกาหนด = สว่ นเกบ็ ไว้ 4,000,000 ต่อกรมธรรม์
สัญญาประกันภยั ต่อแบบสว่ นเกิน = 5 – line Surplus limit 20,000,000

จานวนเงนิ เอาประกันภยั ตอ่ เบีย้ ประกนั ภัยสว่ นเกบ็ ไว้ เบีย้ ประกนั ภัยตอ่ ตาม เบยี้ ประกันภัยตอ่ แบบ
สัญญาแบบส่วนเกนิ เฉพาะราย
กรมธรรม์ (Retained Premium)
-
1 – 4,000,000 (14.4 + 18.0) = 32.4 ล.

4,000,001 – 10,000,000 4  7.7 ล. = 4.4 ล. 3  7.7 ล. = 3.30 ล.
7 7

10,000,001 – 20,000,000 4  6.75 ล. = 1.8 ล. 11  6.75 ล. = 4.95 ล.
15 15

20,000,001 – 50,000,000 4  2.73ล. = 0.31 ล. 20  2.73 ล. = 1.56 ล. 11  2.7 3 ล. = 0.86 ล.
35 35 35

เกิน 50,000,000 4  0.36 ล. = 0.0144 ล 20  0.36 ล. = 0.072 ล. 76  0.36 ล. = 0.2736 ล.
รวม 100 100 100
อัตราสว่ น P/L
38.92 : 44 9.88 : 20 1.1336

9.73 : 1 0.49 : 1

สถาบันประกันภัยไทย บทที่ 5/5
ช่อื ผ้แู ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทท่ี 5 กลยทุ ธแ์ ละการเจรจาในการผรู้ ับประกนั ภยั ต่อ

จะเห็นว่า เบีย้ ประกันภยั สว่ นเก็บไว้สูงกว่าตัวอย่างอันแรกถึง 9 ล้านกว่าบาท แต่เมื่อเทียบกับ
ขดี ความเสีย่ งภัยเอง 4 ล้านต่อกรมธรรม์ อัตราส่วน P/L ลดจาก 15 ต่อ 1 เหลือ 10 ต่อ 1 ซ่ึงจัดว่าอยู่ใน
เกณฑ์ที่ยังใช้ได้ ส่วนสัญญาประกันภัยต่อแบบส่วนเกินเบ้ียประกันภัยลดลงไป 9 ล้าน อัตราส่วน P/L
ลดเหลือ 1 : 2 ซึ่งก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ท่ีผู้รับประกันภัยต่อพอจะยอมรับได้ แต่ข้อดีสาหรับบริษัทเอา
ประกันภยั ตอ่ ตามตัวอย่างอนั หลงั กค็ ือ จานวนกรมธรรม์ประกันภัยท่ีจะต้องเข้าสัญญาลดลงจาก 2,913
ฉบบั เหลือเพยี ง 913 ฉบบั ชว่ ยใหล้ ดภาระในการจดั การลงไปไดม้ ากทเี ดยี ว

อย่างไรก็ดี ข้อพิจารณาในการจัดซ้ือความคุ้มครองประกันภัยต่อมิได้พิจารณาจากเฉพาะใน
เรื่องอัตราส่วน P/L แต่เพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาปัจจัยข้ออ่ืนๆ ประกอบด้วยเป็นต้นว่า อัตรา
เสยี หาย (Loss Ratio) ถ้าสมมตวิ า่ จากการวิเคราะหส์ ถิตใิ นปที ผี า่ นๆ มา พบว่า ความเสียหายส่วนใหญ่
เกิดจากกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อยๆ แต่กรมธรรม์ประกันภัยรายใหญ่ๆ กลับมีอัตราความเสียหายต่า
ซ่ึงอาจจะเป็นเพราะมีอุปกรณ์ป้องกันภัยดีกว่ากรมธรรม์ประกันภัยรายย่อย หรือในกลุ่มภัยรายย่อยๆ มี
ลักษณะที่อยู่รวมกันเป็นกระจุก (Congestion) อีกท้ังมีการคุ้มครองมหันตภัย เช่น วาตภัย หรืออุทกภัย
ด้วยแล้วการเก็บภัยรายย่อยไว้เส่ียงภัยเอง (Retention) มากๆ น่าจะเป็นเร่ืองอันตราย ดังนั้นก็จะต้อง
พิจารณา จัดการประกันภัยต่อเป็นลักษณะสัญญาประกันภัยตามแบบตามสัดส่วน (Quota Share) ไว้
ระดบั หนึ่งกอ่ นท่จี ดั เขา้ สญั ญาแบบส่วนเกิน ควรจัดซื้อสัญญาแบบเสียหายส่วนเกินสาหรับคุ้มครองช่วง
ช้ันมหันตภัย (Catastrophe Excess of loss) เพ่ือเป็นการป้องกันเสียอีกช้ันหน่ึงด้วย ตัวอย่างเช่น จาก
ตาราง Risk Profile ข้างบนน้ี อาจทาสัญญาแบบตามสัดส่วนเป็น 50% Quota Share Limit 4 ล้าน
จากนั้นคุ้มครองภัยส่วนเกินด้วยสัญญาประกันภัยต่อ 5 – Line Surplus Gross Retention 4,000,000
Limit of liability 20 ล้าน และพิจารณาซื้อความคุ้มครองมหันตภัยตามสัญญาเสียหายส่วนเกิน
(Excess of loss) ตามวงเงินคุ้มครองท่ีเหมาะสมอีกส่วนหน่ึง

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 5/6
ชือ่ ผแู้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทที่ 5 กลยุทธแ์ ละการเจรจาในการผู้รับประกนั ภยั ต่อ

ตวั อยา่ ง 2

MARINE CARGO

ILLUSTRATIVE SIMPLIFIED TABLE OF RETENTIONS

CATEGORY RETENION PER VESSEL

1. CLASSED 100A 1 OR EQUIVALENT

A – OVER 5,000 GRT

( I ) UPTO 15 YEARS OLD 1,000,000

( ii ) OVER 15 YEARS UPTO 25 YEARS 750,000

( iii) OVER 25 YEARS 500,000

B – LESS THAN 5,000 GRT OVER 1,000 GRT

( i ) UPTO 15 YEARS OLD 750,000

( ii ) OVER 15 YEARS 350,000

2. NOT CLASSED BUT OVER 1,000 GRT 50% OF LIMITS IN 1 ABOVE

3. VESSELS BELOW 1,000 GRT 250,000

4. AIR CARGO 250,000 PER CONSIGNMENT

5. POSTAL SENDINGS 250,000 PER SENDING

6. ROAD TRANSIT / RAIL TRANSIT 500,000

NOTES

(a) BULK CARGO SHIPMENTS SUCH AS CEMENT, FERTILIZERS, PHOSPHATES: 50% OF
LIMITS IN 1 AND 2 ABOVE.

(b) WHERE COMMITMENT IS PREDOMINANTLY ON COTTON OR JUTE, OBSERVE 50% OF
LIMITS.

(c) FOR CARGO ON DECK OBSERVE 30% OF LIMITS.
(d) FOR HIGHLY PILFERAVLE CARGO ON ALL RISKS OR TPND TERMS OBSERVE A LIMIT

PER CONSIGNMENT OF 100,000.
(e) FOR CASH OR JEWELLERY OR PRECIOUS STONES BY POST OBSERVE A LIMIT OR

100,000 PER PARCEL.
(f) FOR VESSELS OF VICTORY, EMPIRE OR LIBERTY CLASSES AND VESSELS OF FLAGS OF

CONVENIENCE OBSERVE A MAXIMUM LIMIT OF 250,000.
(g) FOR CARGO DESTINED TO PORT ‘X’ OBSERVE 50% OF LIMIT.
(h) CARGO IN BARGES IN TOW – LIMIT 200,000 PER BARGE BUT IF IN MULTIPLE TOW –

LIMIT 150,000 OVERALL.

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทท่ี 5/7
ชอื่ ผูแ้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทที่ 5 กลยุทธแ์ ละการเจรจาในการผู้รับประกันภยั ต่อ

MARINE HULL

ILLUSTRATIVE SIMPLIFIED TABLE OF RETENTIONS

I - CLASSED 100A 1 OR EQUIVALENT (STEEL)

A – OVER 5,000 GRT

( I ) LESS THAN 15 YEARS OLD 1,000,000

( ii ) BETWEEN 15 AND 25 YEARS 750,000

( iii) OVER 25 YEARS 500,000

B – OVER 10,000 GRT UPTO 20,000 DWT

( i ) TO ( iii ) 120% OF‘ A’

C – OVER 5,000 GRT UPTO 10,000 GRT – ( i ) TO ( iii ) 100% OF’ A’

D – OVER 1,000 GRT UPTO 5,000 GRT – ( i ) TO ( iii ) 80% OF’ A’

II - VESSELS NOT CLASSED (STEEL)

( I ) LESS THAN 15 YEARS OLD 80% OF’ I’

( ii ) BETWEEN 15 AND 25 YEARS 60% OF’ I’

( iii) OVER 25 YEARS 40% OF’ I’

III - TUGS,LAUNCHES,BARGES, TRAWLERS, CRANES (STEEL)

( I ) VALUE EXCEEDING 10,000,000 500,000

( ii ) VALUE BETWEEN 2,000,000 AND 10 MILLION 250,000

( iii) VALUE BELOW 2,000,000 150,000 (MAX)

IV - WOODEN VESSELS AND FISHING VESSELS

AND MISCELLANEOUS CRAFTS 100,000 (MAX)

V - LAID – UP RISKS WITH ADEQUATE CREW AND IN

APPROVED AREAS 150% OF NAVIGATION LIMIT

VI - BUILDER’S RISKS 120% OF NAVIGATION LIMIT

VII - VESSELS UNDER

(a) SINGLE TOW :

( I ) BY TUG OF ADEQUATE POWER 50% OF NAVIGATION LIMIT

( ii ) OTHERWISE 25% OF NAVIGATION LIMIT

(b) MULTIPLE TOW 20% OF NAVIGATON LIMIT (MAX)

VII - LIABILITIES, LOSS OF HIRE,

MISCELLANEOUS RISKS 200,000 (MAX)

LIMITS APPLY TO COMBINED SUM INSURED ON HULL AND MACHINERY, FREIGHT,
DISBURSEMENTS, PREMIUM REDUCING, INCREASED VALUES.

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทที่ 5/8
ชอ่ื ผ้แู ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 5 กลยุทธแ์ ละการเจรจาในการผรู้ ับประกนั ภยั ต่อ

FIRE

ILLUSTRATIVE SIMPLIFIED TABLE OF RETENTIONS

BASED ON PML RETENTION OF $ 10,000

CONSTRUCTION

CLASS I CLASS II CLASS III

1. DWELLING & OFFICES 50,000 40,000 25,000

2. SHOPS AND WAREHOUSES

- HAZARDOUS GOODS 20,000 14,000 7,500

- NON – HAZARDOUS GOODS 25,000 18,000 10,000

3. COTTON STOCKS – IN WAREHOUSES 20,000 10,000 5,000

- IN OPEN 5,000

4. ENGINEERING WORKS – HEAVY 40,000 30,000 20,000

- LIGHT 25,000 20,000 15,000

5. TEXTILE MILLS - SPRINKLERED 40,000 30,000 20,000

- HYDRANT PROTECTED 25,000 18,000 10,000

- OTHERS 20,000 14,000 7,500

THESE LIMITS SHOULD BE MODIFIED AS FOLLOWS:

LOCATION RISKS WITH HYDRANT PROTECTION SITUATED ANYWHERE 100%

RISKS IN CITIES WITH ADEQUATE FIRE BRIGADES 100%

OTHERS 75%

-RIOT AND STRIKE WHEN A RISK CARRIES THIS COVER AND IS IN A SENSITIVE AREA 50%
50%
-CYCLONE WHEN COVERED IN CYCLONE BELT 50%
75%
-EARTHQUAKE RISKS IN AREA I 100%

AREA II

AREA III

-PORT WAREHOUSES,CONFLAGRATION AREAS AND EARTHQUAKE ZONES:

CONTROL SHOULD ALSO BE MAINTAINED ON OVERALL COMMITMENTS.

สถาบันประกนั ภัยไทย บทท่ี 5/9
ชอ่ื ผแู้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 5 กลยทุ ธ์และการเจรจาในการผู้รับประกนั ภัยต่อ

Ceding Company ตวั อย่าง 3
Nature of Treaty REINSURANCE SLIP
Class of business Written First Surplus Fire Treaty

Exclusions : …………………………………………………………………
: First Surplus
Territorial Scope : Fire and Allied Perils including Fire and Allied Perils of combined

Maximum Retention policies written by the Company
Number of Lines : Any loss or liability arising out of
Maximum Treaty Limit for 100% 1) War of Civil War
2) Nuclear Energy Risks in accordance with Nuclear Risks exclusion
Reinsurance Commission
clause (1984)
: ………………………………………………………………..
(Excluding USA & Canada except where incidental)
: US$1,000,000.00 any one risk, subject to excess of loss protection
: 20 (also for fac inward business)
: US$ 20,000,000.00 any one risk Cession to this treaty will be after
Statutory Cessions wherever applicable
: Sliding scale as follows :-
47.5% if loss ratio equals or under 41.0%
47.0% if loss ratio 41.01% - 42.00%
46.5% if loss ratio 42.01% - 43.00%
46.0% if loss ratio 43.01% - 44.00%
45.5% if loss ratio 44.01% - 45.00%
45.0% if loss ratio 45.01% - 46.00%
44.5% if loss ratio 46.01% - 47.00%
44.0% if loss ratio 47.01% - 48.00%
43.5% if loss ratio 48.01% - 49.00%
43.0% if loss ratio 49.01% - 50.00%
42.5% if loss ratio 50.01% - 51.00%
42.0% if loss ratio 51.01% - 52.00%
41.5% if loss ratio 52.01% - 53.00%
41.0% if loss ratio 53.01% - 54.00%
40.0% if loss ratio over 54%
Provisionally 44%

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทท่ี 5/10
ชื่อผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทท่ี 5 กลยทุ ธแ์ ละการเจรจาในการผรู้ ับประกนั ภัยต่อ

Profit Commission : 25%, Management Expenses 5% (loss carried forward not
more than three years)
Premium Reserve
Interest on Premium Reserve : 24th system, but provisionally at 50%
Premium Portfolio : 4%
Loss Portfolio : 30%
Cash Losses : 100%
Accounts : US$ 350,000.00 for 100%
Commencement : Quarterly
Cancellation : Continuous at January 1, 1989
E. P. I. : 3 months prior to December 31, any year
Hereto : US$ 20,000,000.00
:

สถาบันประกันภัยไทย บทที่ 5/11
ชือ่ ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

Ceding Company : NL608 : การจัดการการประกันภยั ต่อ
Treaty : บทท่ี 5 กลยทุ ธ์และการเจรจาในการผรู้ ับประกนั ภยั ต่อ
Commencement :
Period : REINSURANCE SLIP
Notice of Cancellation :
Class : ……………………………………………………………………
Marine Hull Quota Share – cum - Surplus
Territorial Scope : 1 January ……….
Continuous unless cancelled
Retention : 3 months to expire 31 December any year
Treaty Limit : Hull, Machinery, Disbursements and all other Interests
underwritten in the marine Hull Department including War and
Estimated Premium Income : SRCC risks.
Accounts : South East Asia F. O. M. including Hong Kong, China, Japan.
Commission : Any extension of territorial scope subject to Leader’s agreement
Tax : only.
Profit Commission : ……… % Quota Share Maximum ………………………
Section I (Quota Share)
Premium reserve : ………. % Quota Share not exceeding …………………
Cash Loss (100%) Section II (Surplus)
Bordereaux : ………… Gross Lines not exceeding…………………..
Brokerage : ………………………………………………………………
Leader : Quarterly
Statistics : ONR less …….. %
………… %
………… % (……….% Reinsurers’ Expenses, Losses carried
forward to 3 years)
………… % (Interest ………. % less tax)
…………
Nil
………… %
……………………………………………………………….
As attached

สถาบันประกันภัยไทย บทที่ 5/12
ช่ือผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทที่ 5 กลยทุ ธแ์ ละการเจรจาในการผรู้ ับประกนั ภยั ต่อ

AAA INSURANCE CO.

REINSURANCE SLIP

MARINE CARGO SURPLUS TREATY

SCOPE : Business written in Marine Cargo Department Cessions will also

be made from business received from Associate Companies

under proportional treaty arrangements.

PERIOD : Continuous Contract, from 1st April subject to three months

notice of cancellation as at 31st March, any year.

NUMBER OF LINES ANS LIMIT : Four lines but not exceeding

ESTIMATED – PREMIUM INCOME :

COMMISSION : …………. %

PROFIT COMMISSION : …………. % (Management expenses - …………%

Loss carried forward ………. Year)

NOTE : Profit Commission statement will be furnished along

with 10th half – year account of each underwriting year

which will be closed thereat by 100% portfolio loss

withdrawal.

PREMIUM RESERVE : NIL

LOSS RESERVE : NIL

PORTFOLIO : PREMIUM : NIL

LOSS : 100% at the 10th half – yearly statement

ACCOUNTS : Half - yearly

CASH LOSS : ……………………………………………………………….

INFORMATION : Cessions to this Treaty will be after Statutory Cessions, Retention

and local reinsurance, if any.

STATISTICS ATTACHED :

สถาบันประกันภยั ไทย บทที่ 5/13
ชือ่ ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 5 กลยทุ ธ์และการเจรจาในการผรู้ ับประกนั ภยั ต่อ

แบบฝึกหัดท้ายบท
1. นายหนา้ ประกนั ภนั ต่อ คอื ใคร มีความสาคญั อยา่ งไร
2. ขั้นตอนในการเตรยี มการเพ่ือการประกนั ภัยตอ่ ประจาปี มีอะไรบ้าง
3. ถ้าอัตราส่วนระหว่างเบี้ยประกันภัยกับขีดความรับผดิ (Premium & Liability ratio) คือ 10:1

หมายความว่าอยา่ งไร จงอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
4. วิสยั สามารถ คอื อะไร จงอธบิ าย
5. คา่ บาเหนจ็ แบบเลอื่ นได้ กับ ค่าบาเหนจ็ กาไร แตกตา่ งกันอย่างไร

สถาบันประกนั ภัยไทย บทท่ี 5/14
ชอ่ื ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณ์จารุ

NL608 : การจดั การการประกันภยั ต่อ
บทท่ี 6 เงื่อนไขทวั่ ไปของสัญญาประกนั ภยั ต่อ

บทท่ี 6
เง่อื นไขทวั่ ไปของสญั ญาประกนั ภัยต่อ

การประกันภัยต่อตามสัญญาทุกประเภทไม่ว่าประเภทใดก็ตามจะต้องมีการเซ็นสัญญาต่อกัน
ระหว่างผู้เอาประกันภัยต่อและผู้รับประกันภัยต่อ ซึ่งเราเรียกว่า “สัญญาประกันภัยต่อ” (Treaty
Wording) สัญญาประกันภัยต่อแต่ละสัญญาจะระบุเง่ือนไข ข้อตกลง หรือข้อปฏิบัติต่างๆ ท่ีคู่สัญญา
จะตอ้ งปฏบิ ัติตาม ในทนี่ ี้จะกล่าวถงึ ความหมายและความจาเป็นของเง่ือนไขต่างๆ ในสัญญาประกันภัย
ทใ่ี ช้กันอยทู่ ั่วๆ ไปโดยแบง่ เปน็ 2 ประเภทคอื

1. เง่อื นไขทว่ั ไปของสัญญาประกนั ภัยต่อ (General Conditions)
2. เง่อื นไขพเิ ศษของสัญญาประกันภัยตอ่ (Special Conditions)

1. เงื่อนไขท่ัวไปของสัญญาประกันภัยต่อ เป็นเง่ือนไขต่างๆ ที่มักระบุอยู่ในสัญญาประกันภัยต่อ
ทั่วๆไปซ่ึงเมื่อคู่สัญญาตกลงรับรองแล้วท้ังสองฝ่ายก็จะมีผลผูกพันและใช้ยึดเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
ตอ่ กนั เงอ่ื นไขตา่ งๆ มีดงั นี้

1) เงื่อนไขรับประกันภัย (Insuring Clause) เง่ือนไขต่างๆ ท่ีมักระบุไว้ว่าผู้เอาประกันภัยต่อตกลงที่จะ
ประกันภัยต่อและผู้รับประกันภยั ต่อตกลงทจี่ ะรับประกันภัยต่อเป็นจานวนอัตราร้อยละตามที่ระบุไว้
ในตารางรายการ (Schedule) ของส่วนเกนิ จากภัยทีผ่ ู้เอาประกันภัยต่อรับไว้เอง โดยภัยที่จะช่วงเข้า
สัญญานั้นก็จะระบุไว้ในเง่ือนไขข้อนี้ หากเป็นสัญญาประกันภัยต่อของอัคคีภัยก็จะระบุไว้เป็นการ
ประกันภัยต่อของอัคคีภัยและภัยพิเศษอ่ืนๆ ท่ีอยู่ในขอบข่ายของการประกันภัยทรัพย์สิน หากเป็น
สญั ญาประกันภัยสินค้าทางทะเลก็จะระบุไว้ในสัญญาว่าเป็นประเภทขนส่งสินค้าทางทะเลทุกชนิด
โดยในสัญญาข้อนี้จะระบุไว้ว่าในแต่ละภัยจะมีการเส่ียงภัยเอง (Retention) เท่าใดและความรับผิด
สงู สุดของผูร้ ับประกันภยั ตอ่ เป็นเท่าใดตามที่ระบไุ ว้ในตารางรายการ (Schedule) แนบทา้ ยสญั ญา

2) ขอบเขตภัยและส่วนเก็บไว้ (Risk Constitution and Retention) เง่ือนไขข้อน้ีจะระบุว่าผู้เอา
ประกันภัยต่อจะเป็นผู้พิจารณาเพียงผู้เดียวถึงขอบเขตของภัยที่รับเสี่ยงภัยใดภัยหนึ่งว่าจะรับเสี่ยง
เองเป็นจานวนเท่าใดและประกันภัยต่อเข้าสัญญาเป็นจานวนเท่าใด ภัยชนิดใดจะจัดเข้าข่ายภัย
อันตรายหรือภัยที่ดี ทั้งน้ี เพื่ออานวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัยต่อในการพิจารณา จัดสรรภัย
แตล่ ะประเภทและแต่ละจานวนเขา้ มาในสญั ญาประกันภยั ตอ่

สถาบันประกันภัยไทย บทท่ี 6/1
ชอื่ ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทท่ี 6 เงอ่ื นไขทวั่ ไปของสัญญาประกนั ภยั ตอ่

3) การประกันภัยต่อเฉพาะราย (Facultative Reinsurance) เง่ือนไขข้อน้ีระบุว่าผู้เอาประกันภัยต่อ
อาจจะทาการประกนั ภยั ตอ่ แบบเฉพาะรายบางส่วนของภัยที่รับเขา้ มากอ่ นทจี่ ะเอาประกันภัยต่อเข้า
มาในสัญญาน้ีก็ได้เพียงแต่ว่าการกระทาเช่นน้ีจะต้องกระทาเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของท้ังสองฝ่าย
คือ ทงั้ ผ้เู อาประกันภยั ต่อและผ้รู ับประกนั ภยั ตอ่

4) การประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกิน (Excess of Loss Reinsurance) เงื่อนไขข้อนี้ระบุไว้ว่า
ผู้เอาประกันภัยต่ออาจจะจัดประกันต่อแบบความเสียหายส่วนเกิน (Excess of loss) เพ่ือคุ้มครอง
หรือปกป้องความเสี่ยงภัยในส่วนท่ีรับผิดไว้เอง (Retention) ก็ได้ ซึ่งการกระทาของผู้เอา-
ประกันภัยต่อในข้อนี้จะไม่ถือเป็นการละเมิดสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้ ท้ังที่ผู้เอาประกันภัยต่อมี
เจตนาเพียงเพ่ือจะลดความเส่ียงหรือจากัดความเสียหายในส่วนท่ีตนเองต้องรับผิดอยู่ อน่ึงใน
สัญญาประกันภัยต่อบางสัญญา ผู้เอาประกันภัยต่ออาจจะจัดประกันภัยต่อแบบความเสียหาย
ส่วนเกินนี้ เพื่อปกป้องหรือลดความเส่ียงของผู้รับประกันภัยต่อด้วยก็ได้ โดยอาจจะจัดเป็นภาค
บังคับคือผู้รับประกันภัยต่อทุกรายต้องเฉลี่ยเงินค่าเบี้ยประกันภัยตามสัดส่วนของตนหรือจัดแบบ
สมัครใจก็เป็นไปได้ โดยจะระบุถึงความคุ้มครองท่ีจะได้รับและเบ้ียประกันภัยที่จะต้องชาระเพ่ือซื้อ
ความคมุ้ ครองนี้

5) การประกนั ภยั ตนเอง (Self Insurance) เงื่อนไข ข้อน้ีจะกล่าวถึงเรื่องการประกันภัยตนเองของผู้เอา
ประกันภัยต่อ หมายถึงว่าหากมีการประกันภัยใดที่มีชื่อของผู้เอาประกันภัยต่อเป็นผู้เอาประกันภัย
หรอื ผเู้ อาประกันภัยร่วมกับบุคคลอ่ืน ผู้เอาประกันภัยต่อก็สามารถจะประกันภัยช่วงในภัยชนิดนั้นๆ
เข้ามาในสัญญาประกันภัยต่อฉบับน้ีได้ ถึงแม้ว่าในทางปฏิบัติแล้วผู้เอาประกันภัยต่อจะไม่มีความ
รับผดิ ตามกฎหมายก็ตาม เนื่องจากผู้เอาประกันภัยต่อออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยมีชื่อตนเองเป็น
ท้ังผเู้ อาประกนั ภัยและผูร้ ับประกนั ภยั

6) ความรับผิดของผู้รับประกันภัยต่อ (Liability of the Reinsurer) เงื่อนไขข้อน้ีจะระบุว่าความรับผิด
ของผูร้ ับประกนั ภยั ตอ่ ทม่ี ตี ่อผเู้ อาประกันภัยแต่ละรายน้ันจะมีเหมือนกัน เท่ากับ และพร้อมกับผู้เอา
ประกันภัยต่อในทุกๆทางและทุกๆแบบ กล่าวคือผู้รับประกันต่อจะมีความรับผิดต่อผู้เอาประกันใน
แตล่ ะรายเสมือนหนึง่ ผู้เอาประกันภยั ต่อทุกประการ

7) การปฏิบัติตาม (Follow the Fortunes) เงื่อนไขข้อน้ีระบุว่าผู้รับประกันภัยต่อจะรับผิดชอบการรับ
งานของผ้เู อาประกนั ภัยตอ่ ทุกอยา่ ง หากการรับงานนั้นเป็นไปตามเงื่อนไขของสัญญาประกันภัยต่อ
ฉบับนี้ทุกประการ กล่าวคือเง่ือนไขน้ีจะพูดในทานองว่าผู้รับประกันภัยต่อจะฝากความหวังไว้กับ
ผู้เอาประกันภัยต่อทุกอย่าง หากการรับงานนั้นเป็นไปตามเง่ือนไขของสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 6/2
ชอ่ื ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภัยต่อ
บทท่ี 6 เงอ่ื นไขทัว่ ไปของสญั ญาประกนั ภยั ตอ่

ทุกประการโดย ไมม่ ขี ้อโต้แยง้ หรือขดั แย้งแตป่ ระการใด หากว่าผู้เอาประกันภัยต่อกระทาการรับงาน
ทกุ อยา่ งถกู ต้องและเป็นไปตามเงอื่ นไขของสัญญาประกันภัยต่อฉบบั นี้
8) การบันทึกส่วนที่เอาประกันภัยต่อ (Register of Cession) เงื่อนไขนี้ระบุว่าผู้เอาประกันภัยต่อ
จะต้องทาการลงบันทึกงานทุกงานท่ีประกันภัยช่วงเข้าไปในสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้ภายใน
ระยะเวลาท่เี หมาะสมซึ่งเป็นระยะเวลาที่ปฏบิ ัติกนั โดยทั่วๆไป ในกรณีท่ีผู้เอาประกันภัยได้รับแจ้งถึง
อุบัติเหตุหรือความเสียหายท่ี เกิดขึ้นกับภัยท่ีรับประกันภัยไว้ก่อนท่ีจะทาการลงบันทึกงาน
ประกันภัยต่อน้ันเข้าไปในสัญญาประกันภัยต่อผู้รับประกันภัยต่อก็จะต้องร่วมรับผิดต่อภัยที่เกิดข้ึน
นั้นดว้ ยในจานวนที่เป็นสดั ส่วนกับส่วนท่ีผู้เอาประกันภัยต่อรับเส่ียงภัยเอง ซ่ึงจะเห็นได้ว่าเง่ือนไขน้ี
จะเอื้อประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยต่อไว้ โดยที่จะผูกมัดผู้รับประกันภัยต่อว่าจะร่วมรับผิดต่อภัย
ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าผู้เอาประกันภัยต่อยังมิได้กระทาการลงบันทึกบัญชีก็ตาม แต่ผู้เอา
ประกันภัยต่อก็จะต้องมีความซ่ือสัตย์สุจริตในการที่จะไม่ผลักภาระค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้รับ
ประกนั ภัยตอ่ ในจานวนทมี่ ากเกินกว่าปกติวิสัยของการประกันภยั ต่อในความเสย่ี งภยั ชนิดนนั้ ๆ
9) เบ้ียประกันภัยต่อ (Reinsurance Premium) เง่ือนไขน้ีมีข้อความที่สาคัญว่าผู้เอาประกันภัยต่อ
จะต้องมหี น้าท่ใี นการชาระค่าเบยี้ ประกันภัยต่อสุทธิตามสัดส่วนของภัยท่ีประกันภัยต่อไว้ในสัญญา
โดยท่ีเบี้ยประกันภัยต่อสุทธิในที่นี้หมายถึงเบี้ยประกันภัยรับหักด้วยเบ้ียประกันภัยจ่ายคืน กรณี
ยกเลิกกรมธรรม์ประกนั ภยั
10) ภาษีและค่าธรรมเนียม (Taxes and Charge) เง่ือนไขข้อนี้จะกล่าวถึงการร่วมรับผิดชอบใน
ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการรับประกันภัย เช่น ค่าภาษีและอากรจากเบี้ยประกันภัย ค่า
ใบอนุญาตประกอบการ รวมถึงค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวเน่ืองอื่นๆ ท่ีผู้เอาประกันภัยต่อจ่ายไป โดยไม่
สามารถเรียกเก็บจากผู้เอาประกันภัยทั่วไปได้ ค่าใช้จ่ายเหล่าน้ีผู้รับประกันภัยต่อจะต้องร่วมกัน
ชาระตามสดั สว่ นกบั ผู้เอาประกันภัยต่อ
11) การเปลี่ยนแปลงและแก้ไข (Alterations) เงื่อนไขน้ีจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงหรือ
เง่ือนไขต่างๆ ในสัญญาประกันภัยตอ่ โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเงื่อนไขต่างๆ จะต้องกระทา
ด้วยความสมัครใจท้ัง 2 ฝ่าย ซ่ึงอาจจะกระทาในรูปแบบจดหมาย ในใบสลักหลังแนบท้ายสัญญา
หรือรูปแบบอ่ืนใดท่ีเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อตกลงกันทั้งสองฝ่ายแล้ว การเปล่ียนแปลงแก้ไขนั้นก็
จะถอื เป็นส่วนหนึ่งของสญั ญาประกนั ภยั ตอ่ ฉบับน้ี และจะมผี ลผูกพนั ค่สู ัญญาตลอดไป
12) ความผิดตกละเว้น (Errors and Omissions) เงื่อนไขข้อน้ีจะกล่าวถึงข้อผิดพลาด ตกหล่น หรือ
ความล่าช้าในการบันทึกการประกันภัยต่อ โดยระบุว่ากรณีที่ผู้เอาประกันภัยต่อเกิดข้อผิดพลาดใน
การลงบันทึกบัญชี หรือลงบัญชีไม่ครบหรือล่าช้าอย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดต่างๆ เหล่านี้จะไม่

สถาบันประกันภัยไทย บทท่ี 6/3
ช่ือผแู้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภัยต่อ
บทท่ี 6 เงอื่ นไขทว่ั ไปของสัญญาประกันภัยต่อ

เปน็ ผลทาให้ทั้งสองฝ่ายหลุดพ้นจากความรับผิดต่อสัญญาประกันภัยต่อฉบับน้ี อย่างไรก็ตาม หาก
มีการคน้ พบข้อผิดพลาดดังกลา่ วก็จะตอ้ งมีการให้สตั ยาบันทกึ ทีค่ ้นพบ
13) ค่าบาเหน็จประกันภัยต่อ (Reinsurance Commission) เงื่อนไขน้ีระบุว่าผู้รับประกันภัยต่อมีหน้าที่
จะตอ้ งชาระค่าบาเหน็จในการประกันภัยต่อให้แก่ผู้เอาประกันภัยต่อตามอัตราส่วนที่ตกลงกันไว้ใน
สญั ญาประกนั ภัยตอ่ ฉบับน้ี ซง่ึ อตั ราสว่ นคา่ บาเหน็จนน้ั จะระบอุ ยู่ในหน้าตารางประกันภยั ต่อ
14) ค่าบาเหน็จกาไร (Profit Commission) เง่ือนไขข้อนี้สรุปว่าผู้รับประกันภัยต่อจะต้องชาระ
ค่าบาเหน็จจากกาไรในการประกันภัยต่อให้กับผู้เอาประกันภัยต่อตามอัตราส่วนที่ตกลงกันไว้ ซึ่ง
ระบุอยู่ในหน้าตารางการประกันภัยต่อ ในกรณีท่ีสัญญาประกันภัยต่อน้ีมีผลกาไร บัญชีผลกาไร/
ขาดทนุ จากการรบั ประกนั ภัยต่อจะกระทาตามวิธกี ารดังน้ี รายรบั
1.เบ้ียประกันภัยรบั ท้ังหมดของปนี ี้
2.เบ้ียประกนั ภยั สารองหรอื เบยี้ ประกนั ภัยท่ีไม่ถอื เปน็ รายได้ของปบี ญั ชที ่ีแล้วโอนเขา้ มาในปีนี้
3.เงนิ สารองค่าสนิ ไหมทดแทนหรอื คา่ สนิ ไหมทดแทนค้างจา่ ยในปที แ่ี ล้วทโี่ อนเข้ามาในปีนี้
รายจ่าย
1.คา่ บาเหนจ็ ในการประกันภัยตอ่ ตามอตั ราสว่ นทีช่ าระในปีนี้
2.เบย้ี ประกนั ภยั สารองหรอื เบ้ียประกนั ภัยท่ไี มถ่ อื เป็นรายไดข้ องบญั ชีปีนีท้ จ่ี ะโอนออกไปในปหี นา้
3.ค่าสินไหมทดแทนท่จี ่ายในปีนท้ี ้งั หมด
4.เงินสารองคา่ สนิ ไหมทดแทนหรือค่าสนิ ไหมทดแทนคา้ งจ่าย ณ ส้ินปนี ้ที ี่จะโอนออกไปในปีหนา้
5.คา่ ภาษี อากร แสตมป์ และคา่ ใชจ้ ่ายอนื่ ๆ ท่ีชาระในระหว่างปี
6.ค่าใช้จ่ายในการบริหารของผู้รับประกันภัยต่อซึ่งจะกาหนดไว้เป็นอัตราส่วนร้อยละของเบ้ีย
ประกนั ภัยรบั ทง้ั หมด และจะระบุอัตราสว่ นไวใ้ นหน้าตารางประกันภัยต่อ
7.ผลขาดทุนสะสมจากการรับประกันภัยต่อตามสัญญานี้ในปีท่ีแล้ว ๆ มาท่ีสามารถจะนามาหักได้
ในปนี ้ี
ส่วนตา่ งของรายรับทม่ี มี ากกวา่ รายจ่ายจะถอื เปน็ กาไรสุทธิจากการประกนั ภัยต่อในปนี ี้
งบกาไรขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อนี้จะกระทาโดยผู้เอาประกันภัยต่อและส่งมอบให้กับผู้รับ
ประกันภัยตอ่ ภายในเวลาอันเหมาะสม ภายหลังจากปิดบัญชีงวดสุดท้ายของปีแล้ว และผู้รับประกันภัย
ต่อจะต้องทาการตรวจสอบงบกาไรขาดทุนน้ีภายใน 1 เดือน หลักจากได้รับแล้ว เมื่อผู้รับประกันภัยต่อ
ตรวจสอบความถูกต้องของงบเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องทาการชาระค่าบาเหน็จจากกาไรในการรับ
ประกันภยั ตอ่ ภายใน 15 วัน หลักจากเวลา 1 เดือน ในการตรวจสอบหมดไป

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทท่ี 6/4
ช่อื ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทท่ี 6 เงอื่ นไขทว่ั ไปของสญั ญาประกันภัยต่อ

ในกรณีที่มีการบอกเลิกสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม งบกาไรขาดทุนจาก
การประกันภัยต่อน้ีจะถูกเล่ือนออกไปจนกว่าภาระหรือความรับผิดของผู้รับประกันภัยต่อตามสัญญา
ฉบับน้ีจะหมดไป กล่าวง่ายๆ ก็คือจะเลื่อนไปจนกว่าจะไม่มีเบี้ยประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนค้าง
ชาระเหลืออยู่
15) การบัญชี (Accounts) เง่ือนไขน้ีระบุไว้ว่าบัญชีประกันภัยต่อระหว่างคู่สัญญาจะกระทาโดยผู้เอา

ประกันภัยต่อโดยบัญชีจะเป็นแบบไตรมาส หรือครึ่งปีก็แล้วแต่จะตกลงกันในสัญญา และผู้เอา
ประกันภัยต่อจะต้องทาการปิดบัญชีและส่งข้อมูลให้ผู้รับประกันภัยต่อโดยเร็วภายหลังจากสิ้นงวด
บัญชใี นแต่ละงวดแล้ว
ผู้รับประกันภัยต่อมีหน้าที่จะต้องตอบรับความถูกต้องหรือโต้แย้งบัญชีที่ผู้เอาประกันภัยต่อส่งมา
ภายในเวลา 30 วัน หากผู้รับประกันภัยต่อมิได้ทาการตอบรับหรือทักท้วงภายในระยะเวลาดังกล่าว
ก็ถือว่าบัญชีท่ีเสนอมาถูกต้องและยอดคงค้างบัญชีจะต้องชาระต่อกันทันทีหลังจากส้ินสุดเวลา 30
วันแลว้
16) สกุลเงนิ (Currencies) เงอ่ื นไขข้อนี้จะระบุว่าบัญชีประกันภัยจะกระทาในสกุลเงินของประเทศผู้เอา
ประกันภัยต่อ หากมีการรับประกันภัยท่ีไม่ใช่เงินสกุลนั้นแล้ว ผู้เอาประกันภัยต่อก็จะแปลงเงินสกุล
อ่ืนๆ มาเป็นเงินสกุลของประเทศตนเองทั้งหมด โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามที่ระบุใน
กรมธรรม์ประกันภยั หรืออตั ราท่ใี ช้ในบรษิ ทั อย่างไรก็ตามหากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผู้เอาประกันภัยต่อ
ใช้มีความแตกต่างกันหรือผันแปรจากอัตราเฉล่ียหรืออัตราแลกเปล่ียนกลางค่อนข้างมาก ผู้เอา
ประกนั ภัยต่อก็จะตอ้ งมกี ารปรับปรุงแก้ไขอตั ราแลกเปลยี่ นเสียใหม่ โดยจะทาการปรับปรุงให้ในงวด
บญั ชถี ัดไป
17) การยืดหน่วงยอดคงค้าง (Retention of Balances) เงื่อนไขข้อนี้ระบุไว้ว่าผู้เอาประกันภัยต่อมีสิทธิท่ี
จะเก็บหรือหน่วงเหนี่ยวยอดเงินคงเหลือของผู้รับประกันภัยต่อไว้ช่ัวคราว หากมีการยกเลิกสัญญา
ประกันภัยต่อฉบับน้ี และไม่มีการโอนเบี้ยประกันภัยต่อที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ รวมท้ังค่าสินไหม
ทดแทนค้างจ่ายออกจากบัญชีท้ังน้ีเนื่องจากผู้เอาประกันภัยต่อจะต้องเก็บหรือหน่วงเหน่ียวเงิน
คงเหลือกอ้ นนีไ้ ว้เป็นหลักประกันในการชาระค่าสินไหมทดแทนท่ีค้างชาระอยู่ ตลอดจนความรับผิด
ต่างๆ ท่ียังไม่ส้ินสุดของผู้รับประกันภัยต่อ และยอดเงินคงค้างนี้ผู้เอาประกันภัยต่อมีสิทธิจะเก็บไว้
จนกว่าภาระและความรบั ผดิ ตอ่ สัญญาประกันภัยตอ่ ของผรู้ ับประกันภยั ตอ่ จะส้ินสดุ ลง
เงินคงเหลือที่เก็บไว้น้ีจะมีการปรับปรุงยอดทุกๆ ปีหลังจากน้ัน และผู้เอาประกันภัยต่อจะเก็บไว้
เฉพาะส่วนท่ีเป็นสัดส่วนกับความรับผิดหรือภาระของผู้รับประกันภัยต่อเท่าน้ัน หากเงินคงเหลือท่ี
เก็บไว้มากกว่าภาระหน้ีสินของผู้รับประกันภัยต่อ ผู้เอาประกันภัยต่อก็ต้องคื นให้แก่ผู้รับ-

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทท่ี 6/5
ชอื่ ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทที่ 6 เงอื่ นไขทว่ั ไปของสญั ญาประกนั ภยั ต่อ

ประกันภัยต่อ ในทางกลับกันหากเงินคงเหลือที่เก็บไว้ยังน้อยกว่าภาระผูกพันของผู้รับประกันภัยต่อ
ผูเ้ อาประกนั ภยั ตอ่ กช็ อบที่จะเรียกเงินท่ีเกนิ น้ันจากผรู้ บั ประกนั ภยั ตอ่ ได้
18) เบี้ยประกันภัยสารอง (Premium Reserve) เงื่อนไขน้ีระบุว่าผู้เอาประกันภัยต่อมีสิทธิท่ีจะเรียกเก็บ
เงินเบี้ยประกันภัยสารองจากผู้รับประกันภัยต่อตามอัตราส่วนที่ระบุไว้ในตารางการประกันภัยต่อ
ทัง้ นเ้ี พอื่ ใชเ้ ปน็ หลักประกันในการชาระค่าสินไหมทดแทนของผู้รับประกันภัยต่อ และเป็นการช่วยให้
ผู้เอาประกันภัยต่อมี สภาพคล่องมากขึ้นในการชาระค่าสินไหมทดแทน เบี้ยประกันภัยสารองนี้จะ
ถูกเรียกเก็บและคืนให้กับผู้รับประกันภัยต่อตามระยะเวลาท่ีตกลงกันที่ระบุไว้ในหน้าตารางการ
ประกันภยั ตอ่
19) ดอกเบี้ยจากเบ้ียประกันภัยสารอง (Interest on Reserve) เง่ือนไขนี้จะเก่ียวเน่ืองกับเง่ือนไขข้างต้น
คือ เบี้ยประกันภัยสารอง ในกรณีท่ีผู้เอาประกันภัยต่อเรียกเก็บเบ้ียประกันภัยสารองจากผู้รับ
ประกันภัยต่อนั้น ผู้เอาประกันภัยต่อจะต้องชาระดอกเบ้ียให้กับผู้รับประกันภัยต่อตามอัตราส่วนที่
ตกลงกนั ซงึ่ จะระบุอย่ใู นหน้าตารางการประกันภัยตอ่
20) การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (Claims) เง่ือนไขนี้พอจะสรุปได้ว่าผู้เอาประกันภัยต่อจะมีสิทธิเพียง
ผู้เดียวโดยปราศจากการทักท้วงหรือข้อขัดแย้งจากผู้รับประกันภัยต่อ ในการท่ีจะพิจารณาชดใช้
ค่าสินไหมทดแทนประเมินค่าความเสียหายหรือประนีประนอมกับผู้เสียหายในทุกกรณี หากการ
กระทาดงั กลา่ วอยภู่ ายใต้เงอ่ื นไขของสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้ และการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทน ประเมินค่าความเสียหาย ประนีประนอมกับผู้เสียหายรวมท้ังการชาระค่าสินไหมทดแทน
แบบการชดใช้ด้วยการุณย์ (Ex gratia) ของผู้เอาประกันภัยต่อในทุกกรณี จะมีผลผูกพันผู้รับ
ประกันภัยต่อตามสัญญาน้ี และในทานองเดียวกันน้ีผู้เอาประกันภัยต่อก็จะมีสิทธิ เด็ดขาด
เช่นเดียวกัน ในการฟ้องร้อง ดาเนินคดี สู้คดี ประนีประนอมความ หรือถอนฟ้องในกรณีต่างๆ โดย
การกระทานี้ผู้เอาประกันภัยต่อเห็นว่าเป็นประโยชน์หรือมีผลดี และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการ
กระทาดังกล่าวจะถูกแบ่งสรรไปยังผู้รับประกันภัยต่อทุกรายตามอัตราส่วนความรับผิดของแต่ละ
ราย อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน การดาเนินงานและค่าจ้างพนักงานของผู้เอา
ประกนั ภยั ตอ่ ไม่สามารถจะนามาเฉลี่ยให้กับผู้รับประกันภัยต่อภายใต้เง่ือนไขนี้ อน่ึงผู้รับประกันภัย
ต่อก็จะมีสิทธิในการเฉลี่ยรายได้ท่ีได้มากจาการขายซากทรัพย์ (Salvage) หรือส่วนท่ีเรียกร้องได้
จากคูก่ รณี (Recovery) ตามอัตราส่วนของผูร้ ับประกันภัยต่อแต่ละรายตามสัญญา
21) ค่าสินไหมทดแทนเรียกคืนทันที (Cash Claims) เง่ือนไขข้อน้ีจะระบุไว้ว่าในกรณีท่ีมีความเสียหาย
หรอื ความสญู เสียท่เี กิดข้นึ จากภัยใดภัยหนึง่ หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หน่ึง และค่าสินไหมทดแทน
ทจ่ี ะต้องชาระในความเสียหายหรือสูญเสียท่ีเกิดขึ้นน้ัน เมื่อรวมส่วนความรับผิดของผู้รับประกันภัย

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 6/6
ชือ่ ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 6 เงือ่ นไขท่ัวไปของสัญญาประกันภัยตอ่

ต่อท้ังหมดแล้วเกินกว่าจานวนท่ีระบุไว้ในตารางประกันภัยต่อภายใต้หัวข้อนี้ ผู้เอาประกันภัยต่อมี
สิทธิจะเรียกชาระค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายที่เกิดข้ึนน้ีจากผู้รับประกันภัยต่อทันที ซ่ึงผู้รับ
ประกันภัยต่อก็จะต้องชาระค่าสินไหมทดแทนในส่วนของตนภายในระยะเวลา 15 วัน หรือเร็วท่ีสุด
เท่าทจ่ี ะกระทาได้ภายหลักจากได้รบั การเรยี กรอ้ งนี้
22) การโอนยอดรวมเมื่อเร่ิมสัญญา (Portfolio at Inception) เง่ือนไขข้อน้ีจะสรุปเกี่ยวกับการรับโอน
ความเส่ียงภยั ของผู้รับประกันภัยต่อท่ีเข้ามารับงานประกันภัยต่อใหม่หรือเป็นปีแรก โดยที่สัญญานี้
จะเป็นสัญญาแบบ Short-tail treaty เงื่อนไขนี้พอจะสรุปได้ว่าผู้รับประกันภัยต่อตามสัญญาฉบับนี้
จะยอมรับความเส่ียงภัยและความรับผิดต่างๆ ตามสัดส่วนที่ได้ตกลงรับงานไว้ ตั้งแต่วันแรกของ
สัญญานี้ โดยท่ีความรับผิดน้ีจะรวมไปถึงกรมธรรม์ประกันภัยต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนก่อนวันรับงานตาม
สัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้ และยังคงมีผลต่อเน่ืองมาจนปัจจุบัน ในขณะเดียวกันผู้เอาประกันภัย
ต่อก็จะ เครดิตเบี้ยประกันภัยต่อตามอัตราส่วนท่ีระบุไว้ในหน้าตารางประกันภัยต่อให้กับผู้
รับประกันต่อต้ังแต่เริ่มแรกของสัญญา โดยผู้รับประกันภัยต่อจะยอมรับผิดในค่าสินไหมทดแทน
คา้ งชาระ ณ วันเร่มิ ต้นของสญั ญาประกันภัยตอ่ น้ี และผู้เอาประกันภัยต่อจะต้องเครดิตเงินจานวนที่
คาดว่าผู้รับประกันภัยต่อจะต้องรับผิดในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หากผู้รับประกันภัยต่อรับ
ประกันภัยต่อต้ังแต่ปที ี่แล้ว อตั ราสว่ นของเงินท่ีจะเครดิตใหน้ จ้ี ะระบอุ ยูใ่ นหนา้ ตารางประกันภัยตอ่
ผู้รับประกันภัยต่อยังตกลงที่จะรับผิดในสัดส่วนของความเสียหายที่เกิดข้ึนก่อนสัญญาฉบับนี้ แต่
ผูเ้ อาประกนั ภยั ต่อต้องไดร้ ับแจ้งถึงความเสียหายน้ันภายหลังจากเร่ิมต้นสัญญาฉบับน้ีแล้วไม่ว่าจะ
โดยเหตุผลใดก็ตามอย่างไรก็ตาม ผู้เอาประกันภัยต่อก็สงวนสิทธิท่ีจะกระทาการปรับปรุงบัญชีใน
ภายหลัง หากผู้เอาประกันภัยต่อเห็นว่าสมควรจะกระทาการปรับปรุงเพ่ือความเป็นธรรมแก่ผู้รับ
ประกันภยั ตอ่ ทกุ ราย
23) การโอนยอดรวมเมื่อส้ินสุดสัญญา (Portfolio at termination) เงื่อนไขน้ีข้อน้ีจะสรุปเก่ียวกับการโอน
ความรบั ผิดหรือความเส่ียงภัยของผู้รับประกันภัยต่อในกรณีที่มีการเลิกสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้
เงือ่ นไขนีจ้ ะแบบ Short-tail treaty เช่นเดียวกนั
เงื่อนไขขอ้ นี้ระบไุ ว้ว่าในกรณที ่สี ญั ญาประกันภยั ต่อฉบับนี้ถูกยกเลิกไม่ว่าโดยสาเหตุใดก็ตาม ความ
รบั ผิดของผู้รับประกนั ภยั ต่อกจ็ ะยังคงมีอยจู่ นกว่ากรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับจะหมดอายุ และไม่มี
คา่ สนิ ไหมทดแทนคา้ งจ่ายเหลืออกี แมจ้ ะยกเลกิ สัญญาไปแลว้ กต็ าม อยา่ งไรก็ดีผู้รับประกันภัยต่อก็
มีสิทธิที่จะเลือกถอนความรับผิดของตนหรือส้ินสุดภาระผูกพันตามสัญญาอย่างเด็ดขาดได้ โดยผู้
เอาประกันภัยต่อจะทาการหักเบ้ียประกันภัยท่ียังไม่ถือเป็นรายได้เป็นอัตราส่วนตามที่ระบุไว้ใน
ตารางประกันภัยตอ่ จากผู้รับประกนั ภยั ต่อ ณ วนั สิ้นสดุ ของสญั ญา

สถาบันประกันภยั ไทย บทที่ 6/7
ช่ือผแู้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 6 เงอื่ นไขท่ัวไปของสญั ญาประกนั ภยั ต่อ

หากผู้รับประกันภัยต่อเลือกที่จะสิ้นสุดความรับผิดหรือภาระผูกพันตามวิธีดังกล่าวแล้ว ผู้รับ
ประกันภัยต่อยังต้องชาระค่าสินไหมทดแทนค้างชาระที่เกิดขึ้นตามอัตราส่วนท่ีระบุในหน้าตาราง
ประกันภยั ต่อใหก้ ับผเู้ อาประกนั ภัยตอ่ ณ วันสน้ิ สุดของสัญญา อยา่ งไรกต็ าม ผเู้ อาประกันภัยต่อยัง
สงวนสิทธิท่ีจะกระทาการปรับปรุงบัญชีในภายหลัง หากผู้เอาประกันภัยต่อเห็นสมควรจะกระทา
การปรับปรงุ เพื่อความเป็นธรรมแกผ่ ู้รบั ประกันภยั ตอ่ ทุกราย
24) การตรวจสอบ (Inspection) เงื่อนไขนีจ้ ะระบุวา่ ผ้รู ับประกนั ภยั ต่อมสี ิทธิท่ีจะขอเข้าทาการตรวจสอบ
เอกสารต่างๆ ที่เก่ียวข้องกับการชาระค่าสินไหมทดแทน ณ สานักงานใหญ่ของผู้เอาประกันภัยต่อ
แตก่ ารตรวจสอบนี้จะตอ้ งไมม่ ีผลกระทบใหผ้ ้รู บั ประกันภัยตอ่ ในการตรวจสอบความถูกต้องเก่ียวกับ
การชาระค่าสนิ ไหมทดแทนของผู้เอาประกันภยั ตอ่ ซึ่งเทา่ กับเป็นการป้องกนั การถูกเอารัดเอาเปรียบ
หรือฉอ้ โกงจากผเู้ อาประกันภยั ต่อ
25) อนุญาโตตุลาการ (Arbitration) เง่ือนไขน้ีระบุว่าในกรณีที่มีข้อขัดแย้งกันระหว่างคู่สัญญาเก่ียวกับ
เงื่อนไขต่างๆ ของสัญญาฉบับนี้ โดยที่ท้ังคู่ไม่สามารถจะประนีประนอมกันได้ คู่สัญญาก็จะทาการ
ย่ืนเร่ืองความขัดแย้งน้ีไปให้อนุญาโตตุลาการพิจารณาโดยไม่ต้องมีการระบุถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับ
อนญุ าโตตลุ าการในสัญญา

คณะอนญุ าโตตุลาการจะประกอบไปด้วย อนุญาโตตุลาการที่แต่งต้ังโดยคู่สัญญาฝ่ายละ 1 คน
รวมกบั ประธานอนุญาโตตุลาการอกี 1 คน ซ่งึ จะตอ้ งเปน็ ผู้บริหารระดบั สูงหรืออดีตผู้บริหารระดับสูง
ของบริษัทประกันภัยหรือบริษัทประกันภัยต่อ ทุกคนจะต้องมาตัดสินความร่วมกัน ท่ีตั้งขอ
อนญุ าโตตุลาการจะอยูใ่ นประเทศของผู้เอาประกนั ภยั ตอ่

ทันที ท่ีฝ่ ายโจ ทก์ไ ด้ยื่นฟ้อง ปัญหาข้อขัดแย้ง ไปท่ีอนุญาโตตุลาการและ ไ ด้ ทาการแต่ง ต้ัง
อนุญาโตตุลาการแล้ว ฝ่ายจาเลยจะต้องแต่งต้ังอนุญาโตตุลาการฝ่ายของตนภายในเวลาสาม
สัปดาห์ ถ้าฝ่ายจาเลยไม่สามารถแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการที่มีคุณสมบัติเพียงพอหรือเทียบเท่ากับที่
ได้อธิบายไว้ในข้างต้นแล้ว หากโจทย์ร้องขอไปยังอนุญาโตตุลาการ อนุญาโตตุลาการก็จะขอให้
นายกสมาคมประกันวินาศภัย และ/หรือประธานสภาหอการค้าเป็นผู้แต่งตั้งอนุญาโตตุลาการฝ่าย
จาเลยแทน

ก่อนท่ีจะเข้าสู่การพิจารณาข้อขัดแย้งของคู่กรณี อนุญาโตตุลาการท้ัง 2 คน ก็จะทาการเลือก
ประธานอนุญาโตตุลาการ ในกรณีท่ีท้ังสองไม่สามารถจะบรรลุข้อตกลงในการเลือกประธาน
อนุญาโตตุลาการจากรายชื่อผู้ท่ีมีคุณสมบัติเหมาะสมสามคนซึ่งเสนอมาโดยคู่กรณี ทั้งสองฝ่าย
หลังจากฝ่ายโจทก์ยื่นข้อขัดแย้งไปอนุญาโตตุลาการแล้วสามสิบวัน ฝ่ายโจทก์ก็ต้องย่ืนเร่ืองข้อ
ขัดแย้งท้ังหมดเป็นลายลักษณ์อักษรรวม 5 ฉบับไปให้ประธานอนุญาโตตุลาการภายใน 30 วัน

สถาบันประกันภยั ไทย บทท่ี 6/8
ชอ่ื ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทที่ 6 เง่ือนไขท่ัวไปของสญั ญาประกนั ภยั ตอ่

หลังจากนั้นจะมีการกาหนดระยะเวลาอีกช่วงละสามสัปดาห์ในการไต่สวนหรือสอบสวน แต่
ช่วงเวลาน้ีอาจจะขยายได้ถ้ามีการร้องขอไปยังประธานอนุญาโตตุลาการ ซ่ึงจะเป็นผู้กาหนดวัน
พิจารณาของท้งั สองฝ่าย

ประธานอนุญาโตตุลาการจะทาหน้าท่ีส่งผ่านข้อมูลไปยังทั้งสองฝ่าย อนุญาโตตุลาการจะไม่
ยึดระเบียบ เคร่งครัด ตามกฎหมายของศาลท่ัวไป แต่จะตีความข้อขัดแย้งต่างๆ ในสัญญาน้ีจาก
หลักปฏิบัติท่ัวไปตามสากลนิยมมากกว่าตามตัวบทกฎหมาย อนุญาโตตุลาการจะให้คาตัดสิน
รวมท้งั แจง้ ค่าใช้จา่ ยตา่ งๆ ภายใน 6 เดอื น หลังจากฝ่ายโจทก์ได้ยื่นเร่ืองไปยังจาเลย การตัดสินนี้จะ
ไม่มีการยื่นอทุ ธรณต์ ่อศาลแพง่ การสื่อสารและติดตอ่ ระหวา่ งกันทุกชนิดจะต้องกระทาโดยจดหมาย
ลงทะเบยี น ฝ่ายใดปฏิเสธท่ีจะรบั ขอ้ มูลของอกี ฝ่ายหน่ึงก็จะถอื เสมอื นหนงึ่ ว่าไดร้ ับข้อมูลนั้นแลว้
26) วันเร่ิมสัญญา อายุสัญญา การบอกเลิกสัญญา (Inception Date, Duration&Cancellation)
เงอื่ นไขขอ้ นีส้ าระสาคญั ดงั นี้
1. สัญญาฉบับนี้จะมีผลบังคับต้ังแต่วันแรกที่ได้ระบุไว้ในตารางประกันภัยต่อและจะมีผลต่อเนื่อง
ตลอดไปจนกว่าจะมีการบอกเลิกจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นลายลักษณ์อักษรภายในระยะเวลาที่ระบุ
ไว้ในหน้าตารางประกนั ภัยต่อ
2. ในช่วงระยะเวลาระหว่างที่มีการแจ้งบอกเลิกสัญญาไปจนกระทั่งวันท่ีสัญญาหมดอายุลง ผู้รับ
ประกนั ภัยต่อกย็ ังคงต้องรับผิดชอบในภยั ต่างๆ เสมอื นหนึ่งยงั ไมไ่ ดแ้ จ้งยกเลกิ สัญญาฉบับน้ี
3. ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประสบกับภาวะดังข้างล่างน้ี อีกฝ่ายหน่ึงมีสิทธิที่จะยกเลิกสัญญา
ฉบับน้ี โดยบอกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังฝ่ายตรงข้ามและสัญญาฉบับนี้ก็จะถือว่ายกเลิก
ตง้ั แตว่ นั ที่ทล่ี งในหนังสือบอกเลิกสญั ญา เวน้ แต่สัญญาจะถูกยกเลิกตามกฎหมาย

3.1 สญู เสยี ส่วนหนึง่ หรือทัง้ หมดของเงนิ ทุนทชี่ าระแล้ว
3.2 ลม้ ละลายหรือถกู ชาระบญั ชีไมว่ ่าจะโดยความยินยอมหรอื ถูกบังคับกต็ าม
3.3 ถูกควบกจิ การหรือถูกควบคุมโดยบริษทั อ่ืนใด
3.4 ฉ้อฉลในการชาระบัญชหี รือหยดุ ชาระบัญชี
3.5 สญู เสยี ใบอนญุ าตประกอบการประกันภยั จากรัฐบาล

27) ความรับผิดในกรณีเลิกสัญญา (Liability on Termination) เง่ือนไขข้อน้ีจะระบุว่าในกรณีท่ีมีการ
ยกเลิกสัญญาประกันภัยต่อฉบับน้ี ณ วันส้ินปีของสัญญาตามปกติ เว้นเสียแต่การยกเลิกแบบ
กระทนั หนั ตามทไ่ี ด้ระบุไวใ้ นเง่ือนไขก่อนหน้าน้ี ผู้รับประกันภยั ต่อก็ยังคงมคี วามรับผิดต่อความเส่ียง
หรือกรมธรรมป์ ระกนั ภัยต่างๆ จนกว่ากรมธรรม์ประกันภยั เหล่าน้ันจะหมดอายุลง เว้นเสียแต่ว่าผู้รับ

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทที่ 6/9
ชอ่ื ผูแ้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภัยต่อ
บทที่ 6 เง่ือนไขท่ัวไปของสัญญาประกนั ภัยต่อ

ประกันภัยต่อจะขอสิ้นสุดความรับผิดอย่างเด็ดขาดซ่ึงก็อาจจะกระทาได้ โดยผู้เอาประกันภัยต่อจะ
โอนความรับผิดไปยังผู้รับประกันภัยต่อรายใหม่ตามวิธีการท่ีได้ระบุไว้ในเงื่อนไขข้อ Portfolio at
Termination
28) ข้อยกเว้นการประกันภัยต่อโดยผูกพัน (obligation Treaty Exclusions) เงื่อนไขข้อน้ีระบุว่า สัญญา
ประกันภัยต่อฉบับน้ีจะไม่คุ้มครองถึงการรับประกันภัยต่อตามสัญญาของผู้เอาประกันภัยต่อใน
สัญญาอืน่ ๆไม่วา่ จะเปน็ สัญญาแบบสัดส่วนหรอื สญั ญาแบบไมเ่ ป็นสัดสว่ นกต็ าม
29) เง่ือนไขคนกลาง (Intermediary) เงื่อนไขน้ีจะเกี่ยวกับนายหน้าประกันภัยต่อ ในกรณีท่ีมีการ
ประกันภัยต่อผ่านนายหน้าที่มีชื่อระบุในหน้าตารางประกันภัยต่อน้ี คู่สัญญาจะต้องส่งเอกสารหรือ
สื่อสารผ่านนายหนา้
ในกรณีที่การประกันภัยต่อฉบับนี้กระทาโดยไม่ผ่านนายหน้า เอกสารและการส่ือสารทุกอย่างจะ
กระทาโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่ายตามทีอ่ ยทู่ ไ่ี ดแ้ จ้งไว้คร้ังสุดทา้ ย
สั ญ ญ า ป ร ะ กั น ภั ย ต่ อ โ ด ย ม า ก จ ะ ก ร ะ ท า เ ป็ น ส อ ง ฉ บั บ แ ล ะ คู่ สั ญ ญ า ต้ อ ง ล ง ล า ย มื อ ชื่ อ พ ร้ อ ม
ประทับตราบรษิ ทั ไวเ้ ป็นหลกั ฐานท้ังสองฝ่าย

2. เงอื่ นไขพิเศษของสญั ญาประกนั ภยั ตอ่ นอกจากเงื่อนไขทัว่ ไปท่ีมักจะพบในสัญญาประกันภัยต่อ
ต่างๆ ดังได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ในบางครั้งผู้เอาประกันภัยต่อ และผู้รับประกันภัยต่ออาจจะขอให้เพ่ิม
เงื่อนไขชนิดอื่นๆ เข้าไปในสัญญาเพื่อเหตุผลบางประการของคู่สัญญา โดยจะต้องเป็นท่ีตกลงหรือ
ยอมรบั ของทง้ั สองฝา่ ย เงอ่ื นไขต่างๆ ท่ีมกั จะพบมีดังน้ี
1) ขอ้ กาหนดการรับผิดโดยตรง (Cut Through Clause) เงื่อนไขข้อน้ีจะระบุไว้ว่า ผู้รับประกันภัยต่อจะ

จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนหรือค่างวดบัญชีที่ค้างชาระต่อผู้เอาประกันภัยต่อ ให้แก่ผู้เอาประกันภัย
ต่อโดยตรงหรือผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยโดยตรงในบางกรณี การที่ต้องมีเงื่อนไขข้อนี้ก็เพื่อปกป้อง
ผลประโยชน์ของผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยหรือผู้เอาประกันภัยรายย่อยๆ ท้ังนี้เพราะผู้รับประกันภัย
ต่อมีความรับผิดหรือภาระผูกพันเฉพาะกับผู้เอาประกันภัยต่อเท่าน้ัน หากผู้เอาประกันภัยต่อ
ล้มละลายไป ผู้ที่เดือดร้อนก็คือผู้เอาประกันภัยโดยตรงรายย่อยทั้งหลาย ถ้ามีเงื่อนไขข้อนี้แนบท้าย
สัญญาประกันภัยต่อแล้ว ในกรณีท่ีผู้เอาประกันภัยต่อไม่สามารถชาระหนี้หรือค่าสินไหมทดแทน
หรือล้มละลายไป ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อยก็ยังสามารถเรียกร้องค่า
สนิ ไหมทดแทนโดยตรงไปยังผ้รู บั ประกันภยั ตอ่ ตา่ งๆ ซึ่งเทา่ กับเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ
ผู้เอาประกันภัยรายย่อย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ กฎหมายของประเทศอังกฤษซ่ึงระบุไว้อย่าง
ชัดเจนว่าผู้รับประกันภัยต่อจะมีภาระผูกพันหรือความรับผิดเฉพาะกับผู้เอาประกันภัยต่อเท่านั้น
หากผู้เอาประกันภัยต่อเกิดล้มละลายข้ึนมา ผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรายย่อยก็ไม่สามารถจะไป

สถาบันประกนั ภยั ไทย บทท่ี 6/10
ชือ่ ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภยั ต่อ
บทท่ี 6 เง่อื นไขทั่วไปของสัญญาประกนั ภยั ตอ่

เรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยต่อได้ท้ังๆ ท่ีผู้รับประกันภัยต่อก็ได้รับความเสี่ยง
ภยั ไวส้ ว่ นหน่ึงจากผเู้ อาประกันภยั ตอ่ นนั้ เอง
2) ข้อกาหนดความร่วมมือเรื่องค่าสินไหมทดแทน (Claim Co-operation Clause) เง่ือนไขข้อนี้จะระบุ
ไว้ว่าในกรณีท่ีมีความเสียหายใหญ่ๆ เกิดขึ้นซ่ึงจะส่งผลกระทบต่อผู้รับประกันภัยต่อตามสัญญา
ประกันภัยต่อผู้เอาประกันภัยต่อจะต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยต่อทราบโดยทันที เพื่อขอคาปรึกษา
หรือขอความร่วมมือในการพจิ ารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงหากผู้เอาประกันภัย
ต่อมีความรู้ความชานาญค่อนข้างจากัด ในภัยบางประการ ก็จะสามารถปรึกษาหารือกับผู้รับ
ประกันภัยต่อเพื่อร่วมกันพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตัวอย่างเช่น การประกันภัยทางด้าน
วิศวกรรมหรือภัยพิเศษต่างๆ ซึ่งผู้เอาประกันภัยต่อไม่มีความชานาญเพียงพออีกประการหนึ่งก็คือ
การชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทนประเภททกี่ รมธรรม์ประกันภัยไม่คุ้มครองหรือการชดใช้ด้วยการุณย์ (Ex
gratia payment)
3) ข้อกาหนดการควบคุมเร่ืองค่าสินไหมทดแทน (Claim Control Clause) เงื่อนไขข้อนี้จะคล้าย
เง่ือนไขข้อ 2 ตรงท่ีว่าผู้เอาประกันภัยต่อจะต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยต่อทราบโดยทันทีหากมีความ
เสียหายเกิดขึ้น ซ่ึงจะส่งผลกระทบมายังสัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้ และจะต้องขอความร่วมมือ
ผู้รบั ประกันภัยต่อในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เง่ือนไขน้ีจะเข้มงวดกว่าเง่ือนไขข้อ 2 เน่ืองจากว่า
ตามเง่ือนไขนี้ผู้เอาประกันภัยต่อจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เอาประกันภัยไม่ได้จนกว่าจะได้
รบั คายินยอมเปน็ ลายลักษณ์อักษรจากผู้รบั ประกันภัยตอ่ เสยี กอ่ น
จะเห็นได้ว่าเงื่อนไขข้อนี้จะเอื้ออานวยประโยชน์ต่อผู้รับประกันภัยต่อ ทาให้สามารถจะควบคุมการ
ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของผู้เอาประกันภัยต่อขาดสิทธิในการพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อ
ผู้ทรงกรมธรรม์ประกนั ภัยไป
4) กรณีสงคราม (Event of War) เง่ือนไขข้อนี้จะระบุถึงในกรณีที่เกิดภัยสงครามขึ้นไม่ว่าจะมีการ
ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการหรือไม่ สัญญาประกันภัยต่อฉบับนี้ก็จะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
และความรบั ผดิ ของผรู้ ับประกนั ภยั ตอ่ จะสิ้นสดุ ลงตง้ั แต่วันท่ีเกดิ สงครามขึ้น ภาระผูกพันของทั้งสอง
ฝา่ ยกจ็ ะหมดไปและการปรับปรงุ บญั ชจี ะถกู ชะลอไปจนกว่าสงครามจะสนิ้ สุดลง
5) ข้อกาหนดยกเว้นภัยสงคราม (War Exclusions) เง่ือนไขข้อน้ีจะระบุว่าสัญญาประกันภัยต่อน้ีจะ
ยกเว้นภยั ตา่ งๆ ดงั น้ี

ก. สงคราม การรุกราน การกระทาของศัตรูต่างชาติ หรือการกระทาท่ีเกี่ยวเน่ืองกับสงครามไม่
วาสงครามนัน้ จะมีการประกาศอย่างเปน็ ทางการหรอื ไม่

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทที่ 6/11
ช่อื ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 6 เง่อื นไขทวั่ ไปของสัญญาประกนั ภัยต่อ

ข. สงครามกลางเมือง การกบฏ การยึดอานาจ การปฏิวัติ การยึดอานาจทางทหาร การจลาจล
หรอื การลกุ ฮือของประชาชนทางการเมือง การประกาศกฎอัยการศึก
ค. การยึดทรัพย์ การได้มา การทาลายหรือความเสียหายซึ่งเกิดกับทรัพย์สินภายใต้คาสั่งทาง
รฐั บาลหรอื เจา้ หน้าทีท่ อ้ งถิ่น
เงื่อนไขนี้จะเป็นข้อยกเว้นท่ัวๆ ไปในกรมธรรม์ประกันภัยทุกชนิดซึ่งจะไม่คุ้มครองภัยท่ี
เกี่ยวเนอ่ื งกับภยั สงครามหรือภัยทางการเมอื ง
6) ข้อยกเว้นภัยพลังนิวเคลียร์ (Nuclear Energy Risks Exclusion) เง่ือนไขข้อนี้ระบุไว้ว่าสัญญา
ประกันภัยต่อจะไม่คุ้มครองภัยที่เกี่ยวกับนิวเคลียร์ไม่วาจะเป็นการรับประกันภัยโดยตรงหรือรับ
ประกันภัยต่อของผู้เอาประกันภยั ต่อกต็ าม
ภัยนิวเคลียร์ตามสัญญาประกันภัยต่อจะหมายถึง การประกันภัยของผู้เอาประกันภัยโดยตรงหรือ
การประกันภัยของบุคคลที่สามทุกประเภทเกี่ยวกับภัยต่างๆ ดังนี้ (ยกเว้น การประกันภัยทดแทน
แรงงาน หรอื ความรบั ผิดของนายจา้ งตอ่ ลูกจา้ ง)
6.1 ปฏิกรปรมาณูและโรงงานหรือโรงงานหรอื โรงไฟฟา้ ท่ีใช้เตาปฏิกรปรมาณู
6.2 สถานทต่ี ่างๆ หรือสาธารณูปโภคตา่ งๆ ทเี่ ก่ยี วเนอ่ื งกับ
- การผลติ พลงั งานปรมาณู หรือ
- การผลิต การเกบ็ รักษาหรือการดาเนินกจิ กรรมทเี่ กี่ยวเนอื่ งกับเช้อื เพลงิ ปรมาณู
6.3 สถานท่ีต่างๆ หรือสาธารณูปโภคต่างๆ ท่ีจะต้องมีการประกันภัยตามแบบกลุ่มรับเสี่ยงภัย
นวิ เคลยี ร์ (Nuclear Pool) ของแต่ละประเทศเทา่ กับท่ีกฎหมายระบุไว้ ผู้รับประกันภัยต่อจะรับความ
เสี่ยงภัยตามผู้เอาประกันภัยต่อในขณะท่ีผู้เอาประกันภัยต่อปฏิบัติตามกฎหมายของสมาคมหรือ
ประเทศ
อยา่ งไรกต็ ามเงือ่ นไขนีจ้ ะค้มุ ครองการประกนั ภยั บางประเภท ดังน้ี
ก. การประกันภัยโดยตรงหรือประกันภัยที่เก่ียวเนื่องกับการก่อสร้าง การติดตั้งเคร่ืองจักร การ
ก่อสร้างโรงงานหรือทรัพย์สินอ่ืนใด รวมทั้งอุปกรณ์ก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างซ่ึงใช้ในการ
ก่อสร้างงานนั้นๆ โดยที่
- ทรพั ย์สินทค่ี ุ้มครองนั้นใช้เปน็ ที่เก็บรกั ษาเช้อื เพลิงปรมาณู แต่ความคุ้มครองมีเฉพาะก่อนที่จะ
มกี ารเก็บเชื้อเพลิงนนั้
- หากเก่ียวกับการติดตั้งเตาปรมาณูแล้ว ความคุ้มครองจะมีเฉพาะก่อนการบรรจุเชื้อเพลิง
ประมาณเข้าเตาปฏิกรเท่าน้ัน หรือก่อนที่จะมีการเดินเคร่ือง ซ่ึงจะขึ้นอยู่กับการเริ่มความคุ้มครอง
ของ Nuclear Pool ในแต่ละประเทศ

สถาบันประกนั ภัยไทย บทที่ 6/12
ชื่อผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภยั ต่อ
บทที่ 6 เง่ือนไขทัว่ ไปของสญั ญาประกันภยั ต่อ

ข. การประกนั ภยั เครอ่ื งจักรและการประกันภัยทางวิศวกรรมไม่ว่าจะเป็นการประกันภัยโดยตรง
หรือการประกันภัยต่อ โดยท่ีการประกันภัยน้ีไม่เก่ียวเนื่องกับข้อ ก. ข้างต้น และไม่อยู่ในเขตท่ีรังสี
ปรมาณูสงู

แบบฝึกหดั ท้ายบท
1. เงือ่ นไขทวั่ ไปของสัญญาประกนั ภยั ต่อ มีอะไรบ้าง
2. การปฏบิ ัติตาม (Follow the Fortunes) หมายถึง อะไร
3. การประกันภยั ตนเอง (Self Insurance) หมายถงึ อะไร
4. หากต้องการจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขสญั ญาประกันภยั ต่อ สามารถกระทาไดอ้ ย่างไร เม่อื ใด
5. ในกรณยี กเลิกสญั ญาประกันภยั ตอ่ ความรับผิดในกรณีเลกิ สัญญา (Liability on Termination) มกี ่ี

วธิ ี วิธอี ะไรบ้าง จะอธิบาย

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทท่ี 6/13
ชอ่ื ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทที่ 7 หลักกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องกบั การประกนั ภัยต่อ

บทที่ 7
หลักกฎหมายท่ีเกย่ี วข้องกับการประกันภัยตอ่

สัญญาประกันภัยต่อเป็นสัญญาท่ีผู้รับประกันภัยต่อออกให้แก่ผู้เอาประกันภัยต่อ โดยผู้เอา
ประกันภยั ต่อตกลงจะจา่ ยค่าเบีย้ ประกนั ภยั ต่อใหแ้ ก่ผู้รับประกนั ภัยต่อ และผู้รับประกันภัยต่อตกลงที่จะ
ชดใช้ค่าเสียหายที่อาจเกิดข้ึนในอนาคตตามสัดส่วนท่ีได้รับประกันภัยต่อไว้ สาหรับวินาศภัยหรือความ
รับผิดท่ีเกิดขึ้นภายใต้สัญญาประกันภัยต่อ ภายในระยะเวลาของสัญญาประกันภัยต่อ ดังนั้นสัญญา
ประกนั ภยั ตอ่ จึงเปน็ รปู แบบหนงึ่ ของสัญญาประกนั ภยั

เน่ืองจากสัญญาประกันภัยต่อเป็นสัญญาประกันภัยเช่นเดียวกัน ดังน้ันหลักการส่วนใหญ่ของ
สัญญาประกันภัย จึงถูกนามาปรับใช้ในสัญญาประกันภัยต่อ นอกจากน้ีจะมีหลักกฎหมายท่ีใช้กับการ
ประกันภยั ตอ่ โดยเฉพาะซ่ึงเกดิ ขึน้ และพัฒนามาจากคาพพิ ากษาของศาลต่างๆ ทว่ั โลก

ข้อพิจารณาสาคัญทางกฎหมายสาหรบั การประกันภยั ตอ่
ข้อพจิ ารณาสาคัญทางกฎหมายสาหรับการประกันภยั ต่อ ประกอบด้วยปจั จัยดังต่อไปน้ี
1. สัญญาประกนั ภยั ต่อเปน็ รูปแบบของสัญญาประกนั ภยั ประเภทหนง่ึ
2. การประกันภยั ต่อจะต้องมกี รมธรรม์ประกันภยั เดิม (original policy) อยู่ก่อนแล้ว
เพราะถา้ ไม่มกี รมธรรมป์ ระกันภัยเดิมอยู่ก่อน กไ็ ม่สามารถมีการประกนั ภัยต่อได้
3. การประกันภัยต่ออาจจะให้ความคุม้ ครองความรับผดิ ของผ้เู อาประกนั ภยั ต่อบางส่วนหรือ
ทัง้ หมดของเง่ือนไขภายใต้กรมธรรมป์ ระกนั ภัยเดิมก็ได้
4. การประกนั ภยั ต่อเป็นสัญญาประกันภยั ท่ีแยกต่างหาก ระหว่างผเู้ อาประกันภัยตอ่ และผรู้ ับ
ประกันภัยตอ่ ซง่ึ เอาประกันภยั ตามกรมธรรม์ประกันภยั เดมิ ไมไ่ ด้เป็นคสู่ ัญญาในการประกันภัยตอ่ นี้
อยา่ งไรก็ตามจะมเี งอ่ื นไขหนึ่ง คอื เงื่อนไขขอ้ กาหนดการรับผดิ โดยตรง (Cut -Through
Clause) ซึง่ เป็นขอ้ กาหนดในสัญญาประกันภัยต่อท่ีกาหนดวา่ ในกรณีทีผ่ ูเ้ อาประกนั ภยั ต่อลม้ ละลาย
ผู้รับประกันภยั ต่อจะต้องรบั ผิดชดใช้ค่าเสียหายโดยตรงตอ่ ผูเ้ อาประกนั ภยั เดมิ (original insured) โดย
มติ อ้ งรับผิดตอ่ ผ้ชู าระบญั ชขี องผ้เู อาประกันภัยตอ่ ซ่ึงผ้เู อาประกันภยั เดิมที่เป็นผเู้ อาประกนั ภัยรายใหญ่
อาจร้องขอต่อผู้รับประกันภัย (the Insurer) ซง่ึ กค็ อื ผู้เอาประกนั ภัยตอ่ (the Reinsured) และผู้รบั
ประกันภยั ต่อ (the Reinsurer) ใหต้ กลงยนิ ยอมและออกเงือ่ นไขนแ้ี นบในกรมธรรม์ประกันภยั เดิมกไ็ ด้

องคป์ ระกอบทีส่ าคญั ของสัญญาประกนั ภยั ต่อ
สัญญาประกันภยั ต่อเป็นรูปแบบของสญั ญาประกนั ภัยประเภทหนึง่ จึงต้องมีองคป์ ระกอบ

ดงั ตอ่ ไปนี้

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 7/1
ช่อื ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทที่ 7 หลักกฎหมายท่เี กี่ยวข้องกับการประกันภัยตอ่

1. คาเสนอ (Offer)
2. คาสนอง (Acceptance)
3. คาสญั ญาต่างตอบแทน (Consideration)
4. มีเจตนาที่จะก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ (Intention to create legal relations)
5. มีวัตถุประสงคท์ ไ่ี ม่ผิดหรือไม่ขดั ต่อกฎหมาย (Lack of illegality)

1. คาเสนอ (Offer)
1.1 กรณีการประกันภัยต่อแบบเฉพาะราย – ผู้เอาประกันภัยต่อจะส่ง ใบเสนอการขอ

เอาประกันภัยต่อเฉพาะราย (Facultative Reinsurance Offer Slip) ไปให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยต่อ
ซ่ึงประกอบด้วยข้อมูลต่าง ๆ เก่ียวกับภัยที่ประสงค์จะเสนอ รวมถึงประวัติความเสียหายท่ีผ่านมา กรณี
ประกนั ภยั ทรัพยส์ นิ อาจมรี ายงานการสารวจภัยดว้ ย ให้บรษิ ทั ผูร้ บั ประกันภัยต่อเพือ่ พจิ ารณา

1.2 กรณีการประกันภัยต่อตามสัญญา ผู้เอาประกันภัยต่อจะส่ง ใบเสนอการขอเอา
ประกันภัยต่อตามสัญญา (Treaty Reinsurance Placing Slip) ไปให้แก่บริษัทผู้รับประกันภัยต่อ ซ่ึง
ประกอบดว้ ยขอ้ มลู เก่ยี วกับภยั ที่ประสงคจ์ ะเสนอรวมถึงสถิติต่าง ๆ เช่น Risk profile ไปให้แก่บริษัทผู้รับ
ประกนั ภยั ต่อเพ่ือพจิ ารณา

หากผู้รับประกันภัยต่อพิจารณาแล้ว ขอเปลี่ยนแปลงเง่ือนไขบางอย่างที่เสนอไป เช่น
ขอเพม่ิ อัตราค่าบาเหน็จประกันภัยต่อ หรือ อัตราส่วนลด (reinsurance commission หรือ reinsurance
discount) จะถือว่าเป็นการผู้รับประกันภัยต่อได้ส่งคาเสนอใหม่ (Counter Offer) กลับมายังผู้ขอเอา
ประกนั ภัยตอ่

2. คาสนอง (Acceptance)
หลังจากผู้รับประกันภัยต่อได้พิจารณารายละเอียดต่าง ๆ ตามคาเสนอจนเป็นท่ีพอใจ

และตกลงยืนยันการรับประกันภัยต่อ โดยลงนามบน Slip ตามข้อ 1 แล้ว จะถือว่าสัญญาประกันภัยต่อ
เกดิ ขนึ้ เพราะมีคาเสนอและคาสนองตรงกัน

หลังจากนัน้ จะมขี ้นั ตอนดา้ นการออกสัญญาประกนั ภัยตอ่ เพอ่ื ใหไ้ วเ้ ปน็ หลักฐาน ดังน้ี
2.1 กรณกี ารประกันภัยตอ่ แบบเฉพาะราย
– ผู้เอาประกันภัยต่อจะส่งใบคาขอเอาประกันภัยอย่างเป็นทางการไปให้ผู้รับ
ประกันภัยต่ออีกคร้ัง และผู้รับประกันภัยต่อจะออกกรมธรรม์ประกันภัยต่อ (reinsurance policy)ให้แก่
ผู้เอาประกันภยั ตอ่ เพอื่ เป็นหลักฐานในการรบั ประกันภยั ต่อดงั กลา่ ว

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทที่ 7/2
ช่ือผแู้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทที่ 7 หลกั กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งกบั การประกนั ภยั ต่อ

2.2 กรณีการประกันภยั ตอ่ ตามสญั ญา
- ผู้รับประกันภัยต่อจะออกสัญญาประกันภัยต่อ (Reinsurance) พร้อมทั้งตาราง
สัญญา (Treaty slip) เป็น 2 ชดุ ท่ีลงนามแลว้ โดยผ้รู ับประกันภัยต่อ และส่งไปให้ผู้เอาประกันภัยต่อเพื่อ
ลงนามรว่ มกันในสัญญา หลงั จากนน้ั ต่างเกบ็ สญั ญาไวฝ้ า่ ยละหน่งึ ชุด
ในกรณที เ่ี อาประกันภัยต่อ โดยผ่านนายหนา้ ประกันภัยต่อ นายหน้าประกันภัยต่อจะส่ง
หนังสือคุ้มครองช่ัวคราว (Cover Note) มาให้เบ้ืองต้นก่อน แล้วจึงจะส่งสัญญาประกันภัยต่อที่ผู้รับ
ประกนั ภยั ต่อออกและลงนามแล้ว มาให้ 2 ชุด เพ่ือใหผ้ ู้เอาประกันภัยต่อร่วมลงนามและต่างเก็บสัญญา
ไวฝ้ า่ ยละหน่ึงชุด

3. คาสญั ญาตา่ งตอบแทน (Consideration)
หลังจากทส่ี ญั ญาเกดิ ขึน้ แล้ว คสู่ ัญญาตา่ งมีคาสัญญาต่อกัน กล่าวคือ ผู้เอาประกันภัย

ต่อตกลงจะจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยต่อให้แก่ผู้รับประกันภัยต่อ และเพื่อเป็นการตอบแทนผู้รับประกันภัย
ต่อสัญญาจะชดใช้ค่าเสียหายท่ีอาจเกิดข้ึนในอนาคตตามท่ีได้รับประกันภัยต่อไว้ สาหรับวินาศภัยหรือ
ความรับผิดที่เกดิ ขน้ึ ภายใต้สญั ญาประกนั ภัยตอ่ ภายในระยะเวลาของสัญญาประกันภยั ตอ่

4. มเี จตนาทจ่ี ะก่อให้เกดิ นิติสมั พันธ์ (Intention to create legal relations)
การท่ีผู้เอาประกันภัยต่อได้ส่งคาเสนอ และผู้รับประกันภัยต่อได้ตกลงยืนยันการรับ

ประกนั ภัยตอ่ เปน็ การสนองตอ่ คาเสนอดงั กลา่ ว ถอื วา่ คสู่ ญั ญา 2 ฝา่ ยมเี จตนาที่จะก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์
โดยทาสญั ญาประกันภัยตอ่ รว่ มกนั ตามอธิบายในขอ้ 2

5. มีวตั ถุประสงคท์ ไ่ี มผ่ ิดหรอื ไมข่ ดั ต่อกฎหมาย (Lack of illegality)
การทาสญั ญาประกันภัยต่อใด ๆ ก็ตาม จะต้องไม่มวี ัตถุประสงค์ทไี่ ม่ผิดหรือไม่ขัดต่อ

กฎหมาย ซง่ึ หากขัดตอ่ กฎหมายจะมีผลใหไ้ ม่สามารถใช้บังคับไดต้ ามกฎหมาย

หลักกฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ งกับสัญญาประกันภยั ตอ่
สัญญาประกันภัยต่อเป็นสัญญาซึ่งผู้รับประกันภัยต่อตกลงจะชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
ตามสัดส่วนท่ีได้รับประกันภัยต่อจากผู้เอาประกันภัยต่อ ดังนั้นสัญญาประกันภัยต่อจึงถือเป็นสัญญา
ประเภทหน่ึง จึงข้ึนอยู่กับกฎหมายทั่วไปของสัญญาและลักษณะพิเศษของกฎหมายสัญญาประกันภัย
ซึ่งนามาปรับใช้ กับการประกนั ภัยโดยเฉพาะในหลกั การตอ่ ไปน้ี

สถาบนั ประกันภัยไทย บทท่ี 7/3
ชือ่ ผ้แู ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภยั ต่อ
บทท่ี 7 หลักกฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกับการประกนั ภยั ต่อ

1. หลักสทิ ธิสว่ นได้เสีย (Principle of Insurable Interest)
2. หลักสจุ รติ ใจอยา่ งยิ่ง ((Principle of Utmost Good Faith)
3. หลักการชดใชต้ ามความเสยี หายที่แทจ้ รงิ ((Principle of Indemnity)
4. หลักการเฉล่ีย (Principle of Contribution)
5. หลักสาเหตุใกลช้ ิด (Principle of Proximate Cause)
6. หลักความลบั ของสัญญา (Principle of Privity of Contract)

1. หลักสทิ ธิส่วนได้เสีย (Principle of Insurable Interest)
หลักสทิ ธิสว่ นได้เสีย มหี ลกั การดังนี้
- ผเู้ อาประกนั ภัยต้องมีสทิ ธิ กรรมสทิ ธ์ิ ประโยชน์ หรือความรับผิดตามกฎหมายในวัตถุท่ี
เอาประกนั ภยั ขณะทท่ี าสัญญา ถา้ ไม่มีสว่ นได้เสีย มีผลให้สญั ญาเปน็ โฆฆะ
- สทิ ธิประโยชน์ ต้องตรี าคาเป็นเงินได้
- ผูเ้ อาประกนั ต้องผูกพนั กับวัตถุท่เี อาประกนั ภยั โดยถูกต้องตามกฎหมาย
- หลักนช้ี ว่ ยไม่ใหก้ ารประกันภยั เปน็ การพนนั เพราะถ้าปราศจากสทิ ธสิ ว่ นไดเ้ สยี จะถือ
วา่ สัญญาเป็นการพนัน ไม่สามารถใชบ้ งั คบั ตามกฎหมายได้
- ป้องกนั ไม่ใหเ้ กิดภัยทางศีลธรรม Moral Hazard
สาหรบั หลกั สทิ ธสิ ่วนได้เสีย ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับการประกันภัยต่อ ซ่ึงผู้เอาประกันภัยต่อสามารถ

จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยต่อได้ จะต้องมีการจ่ายค่าสินไหมหรือมีการต้ังค่า
สินไหมค้างจ่ายภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยเดิม (original policy) ซ่ึงเป็นส่ิงที่ได้เอาประกันภัยต่อไว้ ซึ่ง
หมายถงึ ผเู้ อาประกันภัยตอ่ จะต้องมีสทิ ธสิ ว่ นไดเ้ สียในสิ่งทเ่ี อาประกนั ภยั ตอ่ นัน้ ด้วย

ผู้เอาประกันภัยต่อจะต้องมีส่วนได้เสียในสิ่งที่นามาประกันภัยต่อ แต่ในบางกรณีส่วนได้
เสียนี้อาจไม่สามารถประกันภัยต่อได้ทั้งหมด เนื่องจากสัญญาประกันภัยต่ออาจมีข้อจากัดบางอย่าง
เช่น ข้อจากัดเก่ียวกับจานวนจากัดความรับผิดโดยรวม หรือขอบเขตความคุ้มครอง ดังนั้นผู้เอา
ประกันภัยต่ออาจเรยี กร้องคา่ ชดใชไ้ ดไ้ ม่เกินขอ้ จากดั ดังกลา่ ว

เมื่อส่วนได้เสียของผู้เอาประกันภัยต่อที่มีต่อผู้เอาประกันภัยเดิมหมดลงก็จะมีผลให้ภาระ
ความคมุ้ ครองของผรู้ บั ประกันภยั ต่อส้นิ สดุ ไปดว้ ย

2. หลกั สจุ ริตใจอย่างยงิ่ ((Principle of Utmost Good Faith)
ในสัญญาประกนั ภยั จะขน้ึ อย่กู ับหลักสุจริตใจอย่างย่ิง กล่าวคือ คู่สัญญาท้ังสองฝ่ายต่างมี

หน้าที่จะตอ้ งเปดิ เผยขอ้ ความจรงิ ท้งั หมดท่ีเปน็ สาระสาคัญ

สถาบันประกันภยั ไทย บทท่ี 7/4
ชอ่ื ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภยั ต่อ
บทท่ี 7 หลักกฎหมายทเี่ กีย่ วข้องกบั การประกนั ภัยตอ่

เน่ืองจากผู้รับประกันภัยต่อ จะต้องใช้ข้อมูลจากผู้เอาประกันภัยต่อ เพ่ือพิจารณาตัดสินใจ
รับประกันต่อ จากผู้เอาประกันภัยต่อหรือไม่ ดังนั้นผู้เอาประกันภัยต่อจึงต้องเปิดเผยความจริง
(Disclosure) และ ไม่แถลงความเทจ็ (Non–Misrepresentation)

ส่ิงท่ีแตกตา่ งกนั ระหวา่ งการประกนั ภัยกับการประกันภัยต่อ คือ คู่สัญญาในการประกันภัย
ต่อ ต่างก็ถือได้ว่าเป็นผู้เช่ียวชาญ มีความรู้ความเข้าใจเท่าเทียมกันในธุรกิจประกันภัยที่ทาอยู่ ผู้เอา
ประกันภยั ต่อจะมีความรเู้ กี่ยวกบั ขอ้ ความจริงในการดาเนินธุรกิจที่โดยปกติวิสัยพึงทราบ ขณะเดียวกัน
ผู้รับประกันภัยต่อก็เช่ือว่า กรมธรรม์ประกันภัยเดิมท่ีเอาประกันภัยต่อจะมีเงื่อนไขต่าง ๆ ซ่ึงเป็นปกติ
สาหรับประเภทของธุรกิจนั้น ๆ ผู้เอาประกันภัยต่อจึงมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลท่ีไม่เป็นปกติวิสัย หรือ
ขอ้ ความจริงท่เี ปน็ สาระสาคญั ซง่ึ เกย่ี วข้องกับการประกนั ภยั ตอ่ ใหผ้ รู้ ับประกันภัยตอ่ ทราบ

นอกจากน้ี หากผู้เอาประกันภัยต่อมีการแปลงแปลงที่เป็นสาระสาคัญ ซึ่งอาจมีผลกระทบ
ต่อแบบแผนการดาเนินงานตามปกติวิสัย เช่น แผนธุรกิจ นโยบายการรับประกันภัย วิธีการปฏิบัติใน
การพิจารณาค่าสินไหมทดแทน การเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ ผู้เอาประกันภัยต่อมีหน้าที่เปิดเผยให้
ผู้รับประกนั ภยั ตอ่ ทราบในเวลาอันเหมาะสม

ในการรับประกันภัยต่อ ผู้รับประกันภัยต่อจะคาดหวังว่า ผู้เอาประกันภัยต่อต้องมีความ
เชี่ยวชาญในการพิจาณารับประกันภัยและความรู้ความเข้าใจในภัยท่ีตนรับประกันภัยไว้ ผู้เอา
ประกันภัยต่อมีหน้าท่ีต้องแจ้งข้อมูลที่เป็นสาระสาคัญในการเอาประกันภัยต่อให้แก่ผู้รับประกันภัยต่อ
ทราบ โดยไม่ต้องมีการทวงถาม เพราะข้อมูลสาระสาคัญน้ีจะมีผลต่อการตัดสินใจพิจารณาว่าจะตกลง
รับประกันภัยตอ่ หรือไมอ่ ยา่ งไร

3. หลักการชดใชต้ ามความเสียหายทแ่ี ท้จริง ((Principle of Indemnity)
สัญญาประกันภัยต่อท้ังหมดเป็นสัญญาท่ีชดใช้ตามความเสียหายที่แท้จริง ซ่ึงยึดถือตาม

หลักการดงั นี้ คอื ผู้รับประกันภยั ตอ่ จะรบั ผิดตามความเสียหายท่ีเกิดข้ึนจริง ซ่ึงผู้เอาประกันภัยต่อได้รับ
ประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยเดิมที่มีกับผู้เอาประกันภัย แต่ทั้งนี้ไม่เกินจานวนเงินจากัดความ
รับผดิ ตามสัญญาประกันภัยตอ่

ผู้เอาประกันภัยต่อ จะสามารถเรียกร้องให้ผูร้ บั ประกันภัยตอ่ ชดใช้คา่ เสยี หายได้ กต็ ่อเมื่อ
- ผู้เอาประกันภัยต่อไดม้ กี ารชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว หรือ
- ผูเ้ อาประกนั ภัยต่อจะต้องรบั ผิดชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนใหแ้ กผ่ ู้เอาประกันภยั จึงตง้ั

ประมาณการคา่ เสียหาย (claim reserve) และแจง้ ผรู้ ับประกันภัยต่อให้ทราบเบื้องตน้
และมกี ารแจง้ เรียกร้องใหช้ ดใช้ภายหลงั จากทราบมูลค่าเสยี หายที่แทจ้ ริง และมีการ
ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนใหแ้ กผ่ ู้เอาประกันภัย

สถาบันประกนั ภัยไทย บทที่ 7/5
ชอื่ ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณ์จารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทท่ี 7 หลักกฎหมายที่เก่ียวขอ้ งกับการประกนั ภัยต่อ

4. หลักการเฉลี่ย (Principle of Contribution)
หลักการเฉลย่ี เปน็ หลกั ทส่ี นับสนนุ หลกั การชดใช้ตามความเสยี หายที่แท้จรงิ
หลกั การเฉลย่ี จะเกดิ ขึ้นได้เมอ่ื มีองค์ประกอบดงั นี้
- มผี ้รู บั ประกันภยั ต่อ ร่วมรับประกันในสญั ญาประกันภยั ตอ่ มากกว่า 1 รายข้ึนไป
- สัญญาประกันภยั ต่อ คมุ้ ครองภยั เดียวกัน (Same Peril)
- สัญญาประกันภัยต่อ คมุ้ ครองส่วนได้เสียเดยี วกนั (Same Interest)
- สัญญาประกันภยั ต่อ มีวัตถุท่เี อาประกันภยั เดียวกัน (Same Subject Matter)
- สญั ญาประกันภยั ต่อ มีผลคุ้มครอง ณ เวลาเสียหาย (Same Period)

กรณีที่ผู้เอาประกันภัยต่อได้จัดประกันภัยต่อสาหรับภัยรายหน่ึงท่ีรับประกันภัยไว้ โดยมี
ผู้รับประกันภัยต่อที่เก่ียวข้องมากกว่า 1 ราย เช่น เอาประกันภัยต่อตามสัญญาประกันภัยต่อ Fire First
Surplus Treaty ท่ีมีบรษิ ทั ผู้รบั ประกนั ภัยตอ่ ในสญั ญา 3 ราย และเอาประกันภัยต่อแบบเฉพาะรายอีก 2
ราย ดังน้ัน ผู้รับประกันภัยต่อทุกราย จะต้องชดใช้ค่าเสียหายเฉลี่ยไปตามสัดส่วนที่ตนเองต้องรับผิด
ตามสัญญาประกันภัยต่อ ถึงแม้ว่าผู้เอาประกันภัยต่อจะประกันภัยต่อไว้หลายรายแต่ผู้เอาประกันภัย
ต่อจะไดร้ บั การชดใชค้ า่ สนิ ไหมจากผู้รับประกนั ภยั ตอ่ ทกุ รายรวมกนั เทา่ กับความเสยี หายแทจ้ รงิ เทา่ น้ัน

ตวั อยา่ ง เช่น โรงงานเหล็ก มจี านวนเงนิ เอาประกนั ภัย 1,000 ล้านบาท

สัดสว่ น

- ผเู้ อาประกันภัยเก็บเสีย่ งภยั ไว้เอง = 100,000,000 (10%)

- เข้าสัญญา Fire First Surplus Treaty

= 600,000,000 (60%)

โดยมีผ้รู บั ประกนั ภัยตอ่ สญั ญาน้ี 3 ราย

บริษัทผู้รับประกนั ภัยตอ่ ก 50% = 300,000,000 (30%)

บริษทั ผู้รับประกันภัยต่อ ข 30% = 180,000,000 (18%)

บริษัทผู้รับประกนั ภัยตอ่ ค 20% = 120,000,000 (12%)

- ประกนั ภยั ตอ่ เฉพาะราย 2 ราย

บรษิ ัทผู้รับประกนั ภยั ต่อ ง = 200,000,000 (20%)

บรษิ ัทผรู้ ับประกนั ภยั ต่อ จ = 100,000,000 (10%)

1,000,000,000 (100%)

สถาบันประกนั ภัยไทย บทท่ี 7/6
ชื่อผแู้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทท่ี 7 หลักกฎหมายทเี่ กยี่ วข้องกบั การประกันภยั ตอ่

หากเกิดความเสยี หายสนิ้ เชิง ผรู้ บั ประกนั ภยั ต่อแต่ละรายจะต้องชดใชค้ ่าสนิ ไหมทดแทน
ตามสดั ส่วนทีท่ ่ีละรายรับอยู่ ทั้งน้เี ม่อื รวมกันท้ังฉบับแล้ว ทง้ั สว่ นที่ผ้เู อาประกนั ภยั ต่อรับเกบ็ เสี่ยงภัยไว้
เอง และส่วนท่เี อาประกันภัยต่อทง้ั หมดจะเท่ากับ 100%

5. หลักสาเหตุใกล้ชดิ (Principle of Proximate Cause)
หลักสาเหตุใกลช้ ิดเป็นหลักใชใ้ นการพจิ ารณาความเสียหายว่าจะคุม้ ครองหรอื ไม่
เปน็ หลักกาหนดให้ผรู้ ับประกนั ภยั ชดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทน หากความเสียหายเกิดจาก

สาเหตใุ กลช้ ิดกับภัยทร่ี ับประกนั ภยั ตามสญั ญาประกันภัยเดมิ (original policy) และไมไ่ ด้อยใู่ นข้อ
ยกเวน้ ของสญั ญาประกนั ภยั ตอ่ และอยู่ในขอบเขตความคมุ้ ครองของสัญญาประกนั ภัยตอ่ น้ัน

6. หลักความลับของสัญญา (Principle of Privity of Contract)
หลักความลับของสญั ญาเปน็ หลักกฎหมายหนึง่ ทีม่ ีความสาคญั ทท่ี าให้การประกันภยั ต่อ

แตกต่างจากสัญญาประกันภัยเดิม คือ จะกาหนดว่า เป็นสญั ญาซงึ่ ไม่สามารถมอบสทิ ธิหรอื ความรับผิด
ให้แกบ่ ุคคลอนื่ ซงึ่ ไมใ่ ชค่ สู่ ญั ญาได้

กรณีหากบริษัทรับประกันภยั ลม้ ละลาย ผ้เู อาประกนั ภยั เดมิ ก็ไม่มสี ิทธิท่ีจะไปเรยี กรอ้ งการ
ชดใชค้ ่าเสียหายโดยตรงกับผู้รบั ประกันต่อได้ เพราะไมใ่ ชค่ ่สู ัญญา ซ่ึงกรณีเช่นนก้ี ม็ ีคาพิพากษาใน
หลายๆ คดชี ขี้ าดเปน็ เช่นนี้ คือ หากบริษัทประกนั ภัย ซ่งึ เปน็ ผเู้ อาประกนั ภยั ต่อล้มละลาย บริษทั ผรู้ ับ
ประกันภัยตอ่ จะชาระหนสี้ นิ ใหแ้ กผ่ ูช้ าระบัญชีของบริษัทผู้เอาประกันภัยต่อนนั้ ผู้เอาประกันภยั ต่อ
จะตอ้ งขอเข้ารว่ มรับชาระหนี้โดยการเฉลย่ี กบั เจ้าหนีร้ ายอื่นๆ ของบริษทั ผเู้ อาประกนั ภัยตอ่ น้นั

ในกรณีกลับกัน หากบริษัทผูร้ บั ประกันภยั ต่อล้มละลาย ผู้เอาประกันภัยตอ่ ยงั มีภาระต้องรบั
ผดิ ชดใช้คา่ เสียหายให้แก่ผเู้ อาประกันภยั ตามสัญญาประกนั ภัยเดมิ ท่ีตนเป็นคู่สัญญาอยเู่ ต็มจานวน
แลว้ จึงค่อยไปขอรว่ มรับชาระหน้สี าหรบั คา่ สนิ ไหมทดแทนนนั้ ในลักษณะเฉล่ยี หนี้ร่วมกับเจา้ หน้รี ายอ่ืนๆ
ของบรษิ ัทผรู้ ับประกนั ภัยตอ่ กับผชู้ าระบัญชี

แบบฝึกหดั ท้ายบท
1. หลักการเฉลี่ยจากตัวอยา่ ง หากกรณีที่เกิดค่าเสียหายบางส่วน เป็นเงิน 10,000,000 บาทซึ่งไดร้ ับ

ความคุ้มครอง จงคานวณว่าผูร้ บั ประกันภยั ต่อ ก ข ค ง และ จ จะต้องรบั ชดใช้ค่าสนิ ไหม
ทดแทนจานวนเท่าไร

สถาบนั ประกันภัยไทย บทท่ี 7/7
ช่อื ผแู้ ตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทที่ 7 หลกั กฎหมายทีเ่ กยี่ วข้องกับการประกันภัยตอ่

2. หากบริษัทผู้เอาประกนั ภัยต่อลม้ ละลาย ผูเ้ อาประกันภัยสามารถไปเรียกร้องใหผ้ รู้ ับประกนั ภยั ตอ่
โดยตรงใหช้ ดใชไ้ ด้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด

3. เพราะเหตใุ ดสญั ญาประกันภยั ต่อทุกสญั ญาจงึ เปน็ สัญญาท่ีใชห้ ลกั การชดใช้ตามความเสยี หายท่ี
แท้จริง

4. จงบอกเหตผุ ลวา่ ทาไมในสัญญาประกันภยั ต่อ จงึ จาเป็นต้องมีหลกั สจุ รติ ใจอยา่ งยง่ิ ตอ่ กัน
5. หลักการเฉลี่ย จะเกิดขึ้นได้ต้องมอี งค์ประกอบอะไรบา้ ง

สถาบันประกนั ภัยไทย บทที่ 7/8
ช่อื ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจดั การการประกันภัยต่อ
บทท่ี 8 การจดั การด้านคา่ สินไหมทดแทน

บทท่ี 8
การจัดการด้านคา่ สนิ ไหมทดแทน

เม่อื มกี ารเรยี กรอ้ งค่าสนิ ไหมตามกรมธรรม์ประกันภยั เดมิ (original policy) หนา้ ที่เจา้ หน้าที่
ของฝ่ายสนิ ไหมทดแทน มีดงั น้ี

การจัดการสินไหมทดแทน

1. รับเรอื่ งสนิ ไหมทดแทนจากผู้เอาประกนั ภยั โดยใหก้ รอกเคลมฟอร์ม

2. ตรวจสอบว่าได้ข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ เช่น รายการความเสียหาย และจานวนประมาณการ
ค่าเสยี หายที่เรยี กรอ้ ง และเอกสารตา่ งๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

3. การตรวจสอบและสอบสวนว่าความเสียหายดังกล่าว เกิดจากสาเหตุอะไร ได้รับความคุ้มครองตาม
กรมธรรม์ประกันภัยหรือไม่ และเป็นทรัพย์สินท่ีได้เอาประกันภัยไว้หรือไม่ และตรวจสอบว่ามีการ
ประกันภยั ต่ากว่ามลู คา่ ท่แี ท้จรงิ หรอื ไม่

4. ตรวจสอบว่ามีการประกันภัยต่อตามสัญญาประกันภัยต่อหรือไม่ ถ้ามีให้ตรวจสอบว่าได้รับความ
คมุ้ ครองตามสัญญาประกันภัยต่อหรือไม่ และไมอ่ ยูใ่ นขอ้ ยกเว้นของสญั ญาประกนั ภัยต่อใชห้ รือไม่

5. ตรวจสอบว่ามีการประกันภัยต่อแบบเฉพาะรายหรือไม่ ถ้ามีให้ตรวจสอบว่าได้รับความคุ้มครองตาม
กรมธรรม์ประกันภยั ต่อเฉพาะรายหรือไม่

6. หากความเสียหายดังกล่าวได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย และมีการประกันภัยต่อ
ตามข้อ 4 และ/หรือข้อ 5 ให้บันทึกค่าสารองค่าสินไหมทดแทน (Loss Reserve) พร้อมท้ัง ดาเนินการ
เกี่ยวกับการประกนั ภัยตอ่ ดงั น้ี

ขัน้ ตอนการแจง้ สนิ ไหมทดแทน มี 2 ขนั้ ตอน ดงั น้ี

1. การแจง้ สนิ ไหมทดแทนเบือ้ งตน้ (Provisional Notice of Claim)

แจ้งเป็นหนังสือ หรือ แจ้งทางอีเมล์ พร้อมท้ังรายละเอียดต่าง ๆ ของค่าสินไหมทดแทน
รวมถึงจานวนเงนิ ประมาณการคา่ สินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยต่อ และ/หรือ การประกันภัยต่อ
แบบเฉพาะรายไปยังผู้รับประกันภัยต่อ หรือกรณีผ่านนายหน้าประกันภัยต่อก็จะแจ้งผ่านทางนายหน้า

สถาบนั ประกันภัยไทย บทท่ี 8/1
ชอ่ื ผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกันภยั ต่อ
บทที่ 8 การจดั การดา้ นค่าสินไหมทดแทน

ประกันภยั ตอ่ โดยไมช่ ักช้า เพอ่ื ใหผ้ ู้รับประกนั ภัยต่อรบั ทราบและบันทึกต้ังสารองค่าสินไหมทดแทนตาม
สัญญาประกนั ภยั ตอ่ ดงั กล่าวเอาไว้

2. การแจง้ สนิ ไหมทดแทน (Definite Notice of Claim)

แจ้งเป็นหนังสือ หรือ แจ้งทางอีเมล์ พร้อมทั้งรายละเอียดต่าง ๆ ของค่าสินไหมทดแทน
เมื่อสามารถสรุปรวบรวมรายละเอียดของค่าสินไหมทดแทนท่ีแท้จริงที่ตกลงกันได้แล้วระหว่างระหว่าง
ผู้เอาประกันภัยกับผู้รับประกันภัย เพื่อให้ผู้รับประกันภัยต่อรับทราบและบันทึกปรับปรุง ตลอดจน
ดาเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัยต่อ และ/หรือ การประกันภัยต่อแบบเฉพาะราย
ดังกล่าว

6.1 กรณีมีการประกันภยั ตอ่ ตามสญั ญาแบบกาหนดสัดส่วน

6.1.1 ใหบ้ นั ทึกค่าสารองค่าสินไหมทดแทน ในสว่ นทจ่ี ะเรียกร้องตามสญั ญาประกนั ภัยตอ่

6.1.2 ตรวจสอบว่า ค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่จะเรียกร้องตามสัญญาประกันภัยต่อแบบ
กาหนดสัดส่วน มีจานวนเงินเท่ากับหรือมากกว่า ค่าสินไหมทดแทนเงินสด (Cash
Call) หรอื ไม่ หากใช่ ใหผ้ เู้ อาประกนั ภัยต่อดาเนนิ การ คอื

6.1.2.1 ทาหนังสือแจ้งค่าสินไหมทดแทนเบ้ืองต้น สาหรับค่าสินไหมทดแทนเงินสด
(Cash Call - Provisional Notice of Loss) ดังกล่าว

6.1.2.2 เมื่อทราบข้อสรุปตกลงจานวนเงินท่ีต้องชาระค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริงแล้ว
ให้ทาหนังสือแจ้งการแจ้งค่าสินไหมทดแทนสาหรับค่าสินไหมทดแทนเงินสด
(Cash Call - Notice of Loss ) ให้ผู้รับประกันภัยต่อทราบอีกคร้ัง เพ่ือให้
ผู้รับประกันภัยต่อ จ่ายเงินชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเงินสดให้ผู้เอาประกันภัย
ตอ่

6.2 กรณีมกี ารประกันภัยตอ่ ตามสัญญาแบบไมก่ าหนดสัดสว่ น

6.2.1 หากมีการซ้ือความคุ้มครองสัญญาประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกิน (Excess of
Loss) เพ่ือปกป้องในส่วนที่บริษัทรับเสี่ยงภัยไว้เอง (Retention) เอาไว้ ให้ตรวจสอบว่าจานวนเงิน
ค่าสินไหมทดแทนในส่วนที่บริษัทรับเส่ียงภัยไว้เอง เกินกว่า Deductible ของสัญญาประกันต่อ
ประกันภัยต่อความเสยี หายสว่ นเกนิ หรือไม่ หากเกิน ก็สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ จากส่วนที่

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทที่ 8/2
ชอ่ื ผแู้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทท่ี 8 การจดั การด้านค่าสินไหมทดแทน

เกิน Deductible แต่สูงสุดไม่เกินจานวนเงินจากัดความรับผิดสูงสุดของสัญญาประกันภัยต่อ (Limit of
Indemnity หรือ Treaty Limit) น้ี โดยใหผ้ ู้เอาประกนั ภัยต่อดาเนินการ คอื

6.2.1.1 บันทึกประมาณการค่าสินไหมทดแทน ท่ีจะเรียกร้องจากผู้รับประกันภัยต่อ
ตามสญั ญาประกันภัยตอ่ ความเสยี หายส่วนเกนิ

6.2.1.2 ทาหนังสือแจ้งค่าสินไหมทดแทนเบ้ืองต้น สาหรับค่าสินไหมทดแทนเงินสด
(Cash Call - Provisional Notice of Loss) ดังกล่าว เพ่ือให้ผู้รับประกันภัย
ต่อตงั้ สารองค่าสินไหมทดแทน

6.2.2.3 เม่ือทราบข้อสรุปตกลงจานวนเงินที่ต้องชาระค่าสินไหมทดแทนท่ีแท้จริงแล้ว
ตามสัญญาประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกิน ให้บันทึกปรับปรุงรายการ
ขอ้ 6.2.1.1

6.2.2.4 ทาหนังสือแจง้ คา่ สนิ ไหมทดแทนสาหรับค่าสินไหมทดแทนเงินสด (Cash Call
- Notice of Loss ) ให้ผู้รับประกันภัยต่อทราบอีกครั้ง เพ่ือให้ผู้รับ-
ประกันภยั ต่อจ่ายเงนิ ชดใชค้ ่าสินไหมทดแทนเงินสดใหผ้ ู้เอาประกันภัยตอ่

6.3 กรณมี กี ารประกนั ภัยตอ่ แบบเฉพาะราย

6.3.1 ทาหนังสือแจ้งค่าสินไหมทดแทนเบ้ืองต้น (Provisional Notice of Loss) ถึงผู้รับ
ประกนั ภยั ตอ่ เพื่อใหผ้ ้รู ับประกนั ภยั ตอ่ ต้งั สารองคา่ สินไหมทดแทน

6.3.2 เม่ือทราบข้อสรุปตกลงจานวนเงินท่ีต้องชาระค่าสินไหมทดแทนท่ีแท้จริงแล้ว ให้ทา
หนงั สอื แจ้งสินไหมทดแทนสาหรับค่าสินไหมทดแทน (Definite Notice of Loss ) ให้
ผู้รับประกันภัยต่อทราบอีกครั้ง เพื่อให้ผู้รับประกันภัยต่อ จ่ายเงินชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทนใหผ้ เู้ อาประกันภัยตอ่

กรณีมกี ารจา่ ยค่าสนิ ไหมทดแทนบางสว่ น (Notice of Loss – Partial Loss)
ในกรณที ่ีค่าเสียหายบางอย่างอาจมีจานวนค่าเสียหายสูง จึงอาจมีการเรียกร้องให้ชาระค่าเสียหาย
บางสว่ นกอ่ น ผเู้ อาประกันภยั ต่อจะตอ้ งแจง้ เปน็ หนังสือแจ้งคา่ สินไหมทดแทนบางส่วน โดยไม่ชักช้า
ไปถึงผู้รับประกันภัยต่อ ทั้งผู้ประกันภัยต่อตามสัญญาประกันภัยต่อ และ/หรือ ผู้เอาประกันภัยต่อ
แบบเฉพาะราย (ถ้ามี) ทุกครั้งท่ีมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนบางส่วนเกิดข้ึน เช่น การแจ้งคร้ังที่ 1

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทท่ี 8/3
ชือ่ ผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกันภยั ต่อ
บทที่ 8 การจัดการดา้ นค่าสินไหมทดแทน

(1st Advice) การแจ้งครงั้ ท่ี 2 (2nd Advice) เพื่อให้ผูร้ ับประกนั ภยั ต่อจ่ายเงินชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
บางสว่ นในสว่ นทตี่ นรับผดิ ชอบ และเพือ่ บันทึกรายการคา่ สินไหมทดแทนบางส่วนของตนเอง

ในการรบั ประกนั ภัยต่อ ผ้รู ับประกันภัยตอ่ อาจกาหนดเงือ่ นไขน้ี
1. ขอ้ กาหนดความรว่ มมอื เรอื่ งคา่ สินไหมทดแทน (CLAIM CO-OPERATION CLAUSE)

หรอื
2. ข้อกาหนดความควบคุมเรื่องค่าสินไหมทดแทน (CLAIM CONTROL CLAUSE)
โดยเงื่อนไขทั้งสองเสมือนเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน (condition precedent) ในเรื่องเกี่ยวกับการ
จัดการสินไหมทดแทนประกันภัยต่อ ตามข้อกาหนดความร่วมมือเร่ืองค่าสินไหมทดแทน (CLAIM CO-
OPERATION CLAUSE) จะเป็นการให้ความร่วมมือซ่ึงกันระหว่างผู้เอาประกันภัยต่อและผู้รับ
ประกันภัยต่อในการดาเนินการจัดการเร่ืองค่าสินไหมทดแทน และผู้เอาประกันภัยต่อต้องแจ้งให้ผู้รับ
ประกันภัยต่อทราบโดยไม่ชักช้า พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในเร่ืองต่าง ๆ ที่ผู้รับประกันภัยต่ออาจจะร้อง
ขอ เชน่ ขอเอกสารท่ีเกี่ยวขอ้ งเพ่ิมเตมิ
ในขณะท่ีเง่ือนไขความควบคุมเร่ืองค่าสินไหมทดแทน (CLAIM CONTROL CLAUSE) จะมี
ความเข้มงวดกว่า กล่าวคือ จะเป็นการให้ความร่วมมือซ่ึงกันผู้เอาประกันภัยต่อและผู้รับประกันภัยต่อ
ในการดาเนนิ การจัดการเร่อื งค่าสินไหมทดแทนแต่ว่าผู้รับประกันภัยต่อจะตกลงชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
กับผู้เอาประกันภัย (original insured) จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับประกันภัยต่อก่อน มิฉะน้ัน
ผู้รับประกันภัยต่ออาจปฏิเสธไม่รับผิดก็ได้ รวมทั้งให้อานาจในการควบคุมบางส่วนหรือท้ังหมดในเรื่อง
การจัดการค่าสินไหมทดแทน รวมถึง หน้าท่ีในการตรวจสอบ ปรับปรุง และแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ
สินไหมทดแทนน้ัน ซ่ึงโดยปกติผู้รับประกันภัยต่อจะติดเง่ือนไขความควบคุมเร่ืองค่าสินไหมทดแทน ใน
กรณีที่ผเู้ อาประกนั ภัยตอ่ มกี ารรบั เส่ียงภัยไวเ้ องนอ้ ยหรือไมไ่ ดเ้ กบ็ เส่ยี งภัยไว้เองเลย
ดังน้ัน เจ้าหน้าท่ีฝ่ายสินไหมทดแทนจะต้องตรวจสอบว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง และ
ดาเนินการด้วยความรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในเร่ืองขั้นตอนการปฏิบัติเร่ื องค่าสินไหม
ทดแทนดงั กล่าว
เง่ือนไขข้อกาหนดความร่วมมือเร่ืองค่าสินไหมทดแทน และข้อกาหนดความควบคุมเร่ือง
ค่าสินไหมทดแทนน้ี มีหลากหลายข้อความ ดังนั้นจึงต้องศึกษาและอ่านว่ามีรายละเอียดแตกต่างกัน
อยา่ งไร

สถาบันประกันภยั ไทย บทท่ี 8/4
ชื่อผูแ้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภัยต่อ
บทที่ 8 การจดั การด้านค่าสินไหมทดแทน

ตวั อยา่ ง Claim Co-operation Clause เช่น :
CLAIMS CO-OPERATION CLAUSE
Notwithstanding anything herein contained to the contrary, it is a condition precedent to any
liability under this Policy that

(a) the Reinsured shall upon knowledge of any loss or losses which may give rise to
a claim under this Policy advise the Reinsurers thereof within seven days;

(b) the Reinsured shall furnish the Reinsurers with all information available respecting
such loss or losses and shall co-operate with the Reinsurers in the adjustment and settlement
thereof.
ตวั อย่าง Claim Control Clause เช่น :
CLAIMS CONTROL CLAUSE

It is agreed that in respect of all amendments to the original insurance, be it regarding
amendments in terms, conditions and/or extensions and in respect of all claimsmatters/
settlements, the Leading Reinsurers are empowered to make all necessary decisions, which
decisions shall be binding on the Insurer. Furthermore the Leading Reinsurers are
empowered where necessary to negotiate all such amendments and/or claims directly with
the Original Insured. In the event of the Insurer receiving notice of any pending amendments
and/or claims, the Insurer undertakes to immediately notify the Leading Reinsurers and to
refrain from admitting liability, agreeing any undertaking etc. without the express consent of
the Leading Reinsurers. In the matter of all claim settlement and/or loss prevention costs
incurred by the Leading Reinsurers the Insurer bind themselves to sharing such costs to the
extent of their net share (percentage) in the original insurance.

CLAIMS CONTROL CLAUSE
Notwithstanding anything contained in the Reinsurance Agreement and/or Policy

wording to the contrary, it is a condition under this Policy that:-
The Reinsured shall, upon knowledge of any circumstances which may give rise to a

claim against this Policy advise the Reinsurer immediately;

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทท่ี 8/5
ชอื่ ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ

NL608 : การจดั การการประกนั ภยั ต่อ
บทที่ 8 การจัดการดา้ นค่าสินไหมทดแทน

The Reinsured shall furnish Reinsurers with all information respect any claim or
claims;

Reinsurers shall have the right to take absolute control of any claim arising hereunder
and no settlement shall be made without approval of Reinsurers.

ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งระหว่างผู้เอาประกันภัยต่อและผู้รับประกันภัยต่อ ก็จะฟ้องร้องกันทาง
ศาล ยกเว้นว่าการประกันภัยต่อน้ันมีเงื่อนไขเร่ืองการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ (Arbitration
Clause) ก็อาจจะดาเนินการเจรจาตกลงกันโดยใช้วิธีการอนุญาโตตุลาการตามเงื่อนไขน้ีก่อนได้ ซึ่ง
ตามปกตใิ นสญั ญาประกนั ภยั ต่อ จะมเี งื่อนไขนี้อย่ใู นเงือ่ นไขทั่วไปของสัญญาประกนั ภัยต่อ

แบบฝกึ หดั ทา้ ยบท
1. จงอธิบายความแตกต่างระหว่าง ข้อกาหนดความร่วมมือเรื่องค่าสินไหมทดแทน และ ข้อกาหนด

ความควบคมุ เรื่องคา่ สินไหมทดแทน
2. การทาหนังสือแจ้งค่าสนิ ไหมทดแทนเบอื้ งตน้ แกผ่ รู้ ับประกนั ภัยตอ่ เพ่อื วตั ถุประสงคอ์ ะไรบา้ ง
3. ในกรณที ่ีมกี ารจ่ายค่าสินไหมทดแทนบางสว่ น ผเู้ อาประกนั ภัยควรต้องให้ผู้รบั ประกันภัยตอ่ ทราบ

เพ่อื วัตถปุ ระสงค์อะไรบา้ ง
4. ค่าสนิ ไหมทดแทนเงินสด (cash loss) หมายถงึ อะไร มปี ระโยชนอ์ ย่างไรแกผ่ เู้ อาประกนั ภัยตอ่
5. ในกรณีท่ีเกิดค่าสินไหมทดแทน หากบริษัทมีการทาสัญญาประกันภัยต่อแบบไม่กาหนดสัดส่วน

เจา้ หนา้ ทฝ่ี ่ายสนิ ไหม ควรจะตอ้ งดาเนินการอย่างไรบา้ ง
6. ข้อกาหนดความควบคมุ เรื่องค่าสนิ ไหมทดแทน สว่ นใหญผ่ รู้ ับประภัยตอ่ จะตดิ เง่อื นไขน้ี กรณใี ดบา้ ง

สถาบนั ประกันภยั ไทย บทที่ 8/6
ช่ือผ้แู ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ ักขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกันภัยต่อ
บทที่ 9 บญั ชกี ารประกันภยั ตอ่

บทที่ 9
บัญชีการประกันภัยต่อ

1. หลักปฏิบตั ิบัญชีเกย่ี วกบั การประกันภัยตอ่

หลักปฏบิ ตั ิบัญชีเก่ยี วกับการประกนั ภยั ตอ่ มีเรอื่ งท่คี วรตอ้ งทราบ ดงั น้ี
1. ระยะเวลาในการจัดทาและส่งงบบญั ชีประกนั ภยั ต่อ
2. รายการท่ีตอ้ งแสดงในงบบญั ชีประกันภัยตอ่
3. สกลุ เงนิ ท่ใี ช้
4. ระยะเวลาทต่ี อ้ งตรวจสอบและยนื ยนั ความถกู ตอ้ งของงบบญั ชีประกนั ภยั ตอ่ ทไ่ี ด้รบั
5. การชาระยอดสุทธิ ของงบบญั ชีประกันภยั ตอ่ จะระบุใช้สกุลเงินอะไรในการชาระ ชาระภายใน

กรอบเวลาเท่าใด มีการอนุญาตให้หักลบหน้ี (offset settlement)กันได้หรือไม่ มีกาหนด
บทลงโทษเป็นคา่ ปรับกรณชี าระลา่ ช้าอย่างไร

2. บัญชี (Accounts)
เป็นรายงานทางธุรกิจที่เกิดข้ึนระหว่างบริษัทเอาประกันภัยต่อ (Ceding Company) และ

(Reinsurer) จาเป็นอย่างยิ่งท่ีผู้ปฏิบัติงานด้านบัญชีจะต้องศึกษารายละเอียดของข้อกาหนดภายใต้
เงื่อนไขเร่ืองบัญชีน้ีในสัญญาประกันภัยต่อให้มีความเข้าใจ เพ่ือจะได้วางแผนงานด้านการจัดทางบ
บัญชีประกันภัยต่อได้อย่างถูกต้องครบถ้วน ภายในกรอบระยะเวลาต่าง ๆ ท่ีกาหนดไว้ในสัญญา
ประกันภัยต่อ การจัดทางบบัญชีอาจกาหนดให้จัดทาเป็นรายเดือน หรือ รายไตรมาส หรือรายครึ่งปี
โดยปกติสัญญาประกนั ภยั ตอ่ ส่วนใหญ่นยิ มตกลงใหจ้ ดั ทางบบญั ชปี ระกันภยั ตอ่ กนั เป็นรายไตรมาส

ปีบัญชีตามปีปฏิทิน (Calendar year) ปกติสากล คือ มี 12 เดือน โดยเริ่มต้นวันที่ 1
มกราคม และส้นิ สุดวันท่ี 31 ธนั วาคม ของปี

ปีบญั ชรี ายได้ (Revenue account year) จะมแี ตกต่างกันไป ตามธรรมเนียมนิยมของแต่ละ
ประเทศ ไดแ้ ก่

1. มี 12 เดือน โดยเรม่ิ ต้นวันที่ 1 มกราคม และส้ินสดุ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม ของปีน้นั
ประเทศท่นี ยิ มใช้ ได้แก่ ประเทศสว่ นใหญ่ ยกเว้น ญ่ปี นุ่ ออสเตรเลยี

2. มี 12 เดอื น โดยเริม่ ตน้ วนั ท่ี 1 เมษายน ของปนี ัน้ และสิน้ สดุ วันที่ 31 มนี าคม ของปีถดั ไป
ประเทศท่นี ยิ มใช้ ได้แก่ ญป่ี ุ่น

สถาบันประกันภัยไทย บทที่ 9/1
ชือ่ ผู้แตง่ : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 9 บัญชีการประกนั ภยั ตอ่

3. มี 12 เดือน โดยเร่ิมต้นวันท่ี 1 กรกฎาคม ของปีนั้น และส้ินสุดวันที่ 30 มิถุนายน ของปี
ถดั ไป ประเทศที่นิยมใช้ ไดแ้ ก่ ออสเตรเลยี

ปีสัญญาประกันภัยต่อ (Treaty Year) ปกติคือ 1 ปี แต่อาจจะ เริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา
ประกนั ภยั ตอ่ ในเดอื นท่ีแตกต่างกนั กไ็ ด้ ท้ังนม้ี กั นยิ มกาหนดให้ตรงกันกับปีบญั ชรี ายไดข้ องตน

หลักปฏิบัตบิ ญั ชเี กี่ยวกับการประกนั ภัยต่อ กรณสี ญั ญาประกนั ตอ่ แบบเป็นสดั ส่วน
ระบบบญั ชขี องสญั ญาประกนั ตอ่ แบบเปน็ สัดสว่ น 2 แบบ คือ

1. บญั ชแี บบยดึ ปรี ับประกนั ภัย (Underwriting Year Accounting หรอื Run Off Basis)
2. บัญชแี บบตัดภาระผูกพัน (Accounting Year Basis หรอื Clean-Cut Basis)

1. บัญชแี บบยึดปีรับประกนั ภัย (Underwriting Year Accounting หรือ Run Off Basis)
การบัญชีแบบยึดปีรับประกันภัยน้ี มักนิยมใช้กับการประกันภัยท่ีมีอายุสัญญาประกันภัยของ

กรมธรรม์ประกันภยั แบบระยะยาว (Long term insurance) ซึง่ เปน็ ประเภทการประกันภัยบางประเภทท่ี
มีการรายงานค่าสินไหมทดแทนแต่ต้น หากอาจใช้ระยะเวลานานหลายปีที่จะตกลงกันให้ยุติได้ในจ่าย
ชดเชยค่าสินไหมทดแทน เช่น การประกันภัยต่อของงานประเภทความรับผิดตามกฎหมาย หรืองาน
ความรบั ผิดสาหรบั นายจา้ ง เปน็ ต้น

ดังน้ัน เมื่อครบหนึ่งปี จึงเป็นไปไม่ได้ท่ีผู้รับประกันภัยต่อจะสามารถประมาณการได้ว่าผลของ
การรับประกันภัยของสัญญาประกันภัยต่อนี้จะเป็นอย่างไร ต้องรอดูข้อมูลไปในปีถัด ๆ ไปว่าจึงจะได้
ขอ้ มูลสะสมท่ถี กู ต้องและเพียงพอที่จะสามารถสรุปผลการรับประกนั ภัยของสัญญาดังกลา่ วได้

ในกรณีท่ีสัญญาประกันภัยต่อ ใช้ระบบแบบยึดปีรับประกันภัย การบันทึกเบ้ียประกันภัยต่อ
ค่าสินไหมทดแทน และค่าส่วนลดการประกันภัยต่อ (reinsurance commission) และรายการอื่น ๆ ที่
เกี่ยวข้อง ที่เกิดข้ึนในระหว่างปีรับประกันภัยน้ัน ไม่ว่าจะเป็นรายการที่บันทึกในปีรับประกันภัยน้ัน หรือ
รายการเพ่ิมหรือลดของเบ้ียประกันภัยต่อหรือค่าสินไหมทดแทนของกรมธรรม์ประกันภัยปีรับประกันภัย
นนั้ หากแตม่ กี ารบนั ทึกรายการเกิดข้ึนในปบี ญั ชีอ่ืน ๆ ถดั มาก็ตาม

สถาบนั ประกนั ภัยไทย บทท่ี 9/2
ชื่อผู้แต่ง : อาจารย์ดวงดาว วจิ กั ขณจ์ ารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 9 บัญชกี ารประกันภัยตอ่

2. บัญชแี บบตัดภาระผกู พัน (Accounting Year Basis หรือ Clean-Cut Basis)
ในกรณีที่การรายงานและการจ่ายชดเชยค่าสินไหมทดแทน สามารถกระทาได้ในระยะเวลา

อันสั้น เช่น การประกันอัคคีภัย และการประกันภับอุบัติเหตุ มักจะนิยมทาสัญญาประกันภัยต่อแบบ
บัญชีแบบตัดภาระผกู พัน

ในกรณีท่ีสัญญาประกันภัยต่อ ใช้ระบบแบบบัญชีแบบตัดภาระผูกพัน การบันทึกเบ้ีย
ประกันภัยต่อ ค่าสินไหมทดแทน และค่าส่วนลดการประกันภัยต่อ (reinsurance commission) และ
รายการอ่นื ๆ ที่เก่ียวขอ้ ง ทเี่ กดิ ขึ้นในระหว่างปนี ั้น ไม่ว่าจะเป็นรายการของกรมธรรม์ประกันภัยที่บันทึก
ในปกี อ่ นหนา้ นีห้ รอื ไมก่ ็ตาม

ในสัญญาประกันภัยต่อใช้ระบบแบบบัญชีแบบตัดภาระผูกพัน จะมีข้อกาหนดที่เก่ียวข้อง คือ
เร่ืองการโอนความรับผิด จากผู้รับประกันภัยต่อของสัญญาปีนี้ไปยังผู้รับประกันภัยต่อของสัญญาปี
ต่อไป ส่วนใหญ่มักกระทา ณ วันสิ้นสุดสัญญาประกันภัยต่อ โดยจะมีการโอนรายการความรับผิด
สาหรับ

1. เบยี้ ประกันภัยทยี่ งั ไมถ่ ือเป็นรายได้ (Premium portfolio transfer) ณ วันส้นิ สดุ สญั ญา และ
2. สารองคา่ สนิ ไหมทดแทน (Loss portfolio transfer) ณ วันสิ้นสดุ สญั ญา

การโอนความรับผดิ (Portfolio Transfer) มกั จะระบใุ นหนา้ ตารางของสญั ญาประกันภัยต่อ เชน่

ก. ในกรณีสัญญาประกันภัยต่อ แบบ Accounting Year basis (clean-cut basis) จะกาหนด
ดงั ตวั อย่างน้ี
Portfolio Transfer : Premium - 1/24th system
Loss - 100%
(Subject to Adjustment)
หรอื
Premium - 35%
Loss - 90% of outstanding loss

สถาบนั ประกนั ภยั ไทย บทท่ี 9/3
ชอื่ ผูแ้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจกั ขณ์จารุ

NL608 : การจัดการการประกนั ภยั ต่อ
บทท่ี 9 บัญชีการประกันภัยตอ่

ข. กรณีสญั ญาประกันภยั ตอ่ แบบ Underwriting Year basis จะกาหนดดงั ตวั อย่างน้ี
Portfolio : Premium - nil
Loss - nil
หรอื
อาจไม่มีการระบเุ งอ่ื นไข Portfolio Transfer ในสัญญาประกันภยั ต่อกไ็ ด้

ในบางสัญญาประกันภัยต่ออาจจะมีเงื่อนไขการโอนความรับผิด (Portfolio Transfer) ให้สิทธิ
แก่ผู้เอาประกนั ภัยต่อในการเลอื กว่าจะประสงคใ์ ห้สัญญาประกนั ภัยตอ่ ส้ินสุดลงโดยวิธีใดกไ็ ด้ เชน่

ก. กรณีสัญญาประกันภัยต่อ แบบยึดปีรับประกันภัย (Accounting Year basis หรือ clean-
cut basis) ก็อาจมีเง่ือนไขให้สิทธิแก่ผู้เอาประกันภัยต่อในการเลือกว่าจะสิ้นสุดสัญญา
ประกันภยั ต่อแบบ run-off ก็ได้ ตัวอยา่ งเง่อื นไขท่ีใหส้ ิทธดิ งั กลา่ ว เชน่

PORTFOLIO TRANSFER : To operate on a clean cut basis as follows:-
INCOMING
Premiums - 100% of unexpired risk premium
calculated using the 1/24ths system).
Losses - 100% of outstanding losses.
OUTGOING
Premiums - 100% of unexpired risk premium
(calculated using the 1/24ths system).
Losses - 100% of outstanding losses.
However, if required, the Reinsured has the option to run-off
any underwriting year to its natural expiry.

ข. กรณีสัญญาประกันภยั ตอ่ แบบยึดปีรับประกันภัย (Underwriting Year basis หรือ run-off
basis) ก็อาจมีเงื่อนไขให้สิทธิแก่ผู้เอาประกันภัยต่อในการเลือกว่าจะสิ้นสุดสัญญา
ประกันภัยตอ่ แบบ clean-cut basis ก็ได้ ตวั อยา่ งเงอ่ื นไขทใ่ี หส้ ทิ ธดิ งั กล่าว เชน่
PORTFOLIO TRANSFER : NIL, each underwriting year to be run-off to
natural expiry. However, if required, the Reinsured has the

สถาบันประกนั ภัยไทย บทที่ 9/4
ชือ่ ผูแ้ ต่ง : อาจารย์ดวงดาว วิจักขณจ์ ารุ


Click to View FlipBook Version