The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
โดยการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Active Learning
เรื่องสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by น้ำ ตาล, 2023-02-17 04:29:42

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Active Learning เรื่องสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
โดยการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Active Learning
เรื่องสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่4

43 7. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7.1 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับชุดกิจกรรม เบญจวรรณ ใจหาญ. (2550). ได้ศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะ การจัดการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการนำเสนอความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึกทักษะการจัดการความรู้ทาง วิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และทักษะการนำเสนอ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึก ทักษะการจัดการความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไม่ต่ำกว่าระดับดีระดับ 3 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 รุ่งนภา เบญมาศ. (2551). ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถ ในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ บูรณาการผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์บูรณาการหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนโดยใช้ชุด กิจกรรมวิทยาศาสตร์บูรณาการหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 นาเดีย คาเร็ง. (2556). ใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษา 1) ผลของการใช้ชุด กิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสงที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์2) เพื่อ ประเมินผลของชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุด กิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่องการสังเคราะห์ด้วยเสง ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ 82.29/82.00 ซึ่งสูงกว่า เกณฑ์มาตรฐาน 80 /80 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์มาก ที่สุด ภานุวัตน์ เปรมปรี. (2556). ได้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องระบบนิเวศน้ำจืด สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้มีประสิทธิภาพ 80/80 และศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกกรรม ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ น้ำจืด มีประสิทธิภาพ 82.98/80.53 และผลการประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก นฤมล วัฒนวิกกิจ. (2559). ใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องสารและสมบัติของสารและทักษะกระบวนการทาง


44 วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ 2) เปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุด กิจกรรม และ 3) เปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์สูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการสอนปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 2) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการสอนปกติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 01 3) ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน จากการศึกษางานวิจัย สรุปได้ว่า ชุดกิจกรรมเป็นสื่อการสอนหรือนวัตกรรมชนิดหนึ่งที่ ครูผู้สอนได้จัดทำขึ้นมาเป็นลักษณะของสื่อประสม เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเรียน โดยมี ลักษณะที่มีการจัดระบบมีขั้นตอน ให้ผู้เรียนได้ศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองตามความสามารถ ความสนใจ สามารถช่วยแก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคลและส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้เต็ม ความสามารถ การสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมสามารถพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้ดีขึ้น เป็นการเปิด โอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ รู้จักการทำงานเป็นหมู่คณะ มีความรับผิดชอบ มี ความคิดสร้างสรรค์ เกิดความรู้ และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 7.2 งานวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ลำดวน โสดา. (2545). ได้ศึกษาการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการใช้แผนผังมโนมติ ผลการวิจัยพบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับการใช้แผนผังโนมติ ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนเฉลี่ย 27.8 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 65.50 และมีนักเรียนทำคะแนนได้สูงกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนเต็ม จำนวน 15 คน สุธาทิพย์ คนโทพรมราช. (2553). ได้ทำการวิจัยเรื่อง “ผลการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้ผังกราฟิกประกอบที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความคงทนในการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1”มีจุดประสงค์เพื่อ 1)เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 2)ศึกษาจำนวน นักเรียนร้อยละ 75 ของนักเรียนทั้งหมดที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้ผังกราฟิก ประกอบ ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่ร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม 3) ศึกษาความคงทนในการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้ผังกราฟิกประกอบกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้เป็น นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านศรีไพศาลตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรีจังหวัด


45 กำแพงเพชร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้ผังกราฟิกประกอบ 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอน แบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้ผังกราฟิกประกอบมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อน เรียนและมีความคงทนในการเรียนรู้ เอเดียน คุณาสิทธิ์. (2555). ได้ทำการวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พลังงาน สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นแผนผังมโนทัศน์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ การวิจัยครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 18 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนบ้านกาเกาะระโยง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัยคือ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง พลังงาน จำนวน 5 ชุด 2) แผนการ จัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง พลังงาน จำนวน 8 แผน 3) แบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พลังงาน จำนวน 30 ข้อ 4) แบบวัดความสารถในการคิดวิเคราะห์ จำนวน 6 ข้อ พบว่า 1) ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่เน้นแผนผังมโนทัศน์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่องพลังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด คือ 82.93/81.78 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ เรียนโดยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นแผนผังมโนทัศน์ เรื่องพลังงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ก่อนเรียนและหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1ที่เรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง พลังงาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ธัญรชนก บุญส่ง. (2561). ใช้ชุดการสอนตามกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง งานและพลังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อศึกษา 1) หาประสิทธิภาพของชุดการสอน ตามกระบวนสืบเสาะหาความรู้ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอนตาม กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการสอนตามกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะหา ความรู้เรื่อง งานและพลังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์เท่ากับ 81.46/80.24 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดย มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 15.98 และค่าคะแนนเฉยหลังเรียนเท่ากับ 24.07 อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติที่ระดับ 05 และ 3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอนตามกระบวนการเรียนแบบสืบ เสาะหาความรู้ เรื่อง งานและพลังงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมาก ทรงพร วัฒนโฉมยง และคณะ. (2564). ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ 5 ขั้น เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อศึกษา 1)


46 ประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ชั้น เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งประกอบ ไปด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ ใบงาน ข้อสอบก่อน-หลังเรียน ให้เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ระหว่างก่อนและหลังเรียนด้วยโดยชุดการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ 5 ขั้น เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง และ 3) เพื่อศึกษาความคงทนของความรู้ระยะหลังทดลอง และระยะติดตามผลของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้ 5 ชั้น เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการ จัดการเรียนรู้ ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ชั้น เรื่อง โลกและการเปลี่ยนแปลง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด มีค่า ประสิทธิภาพเท่ากับ 85.43/ 80.47 2) นักเรียนที่เรียนด้วยการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ชั้น มี ความรู้หลังการทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 05 3) นักเรียนที่เข้าร่วม ทดลองใช้ชุดการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ชั้น เรื่อง โสกและการเปลี่ยนแปลง มีความรู้ระยะทดลอง และระยะติดตามผลไม่แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) นักเรียนมีความคิดเห็นต่อ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด จากการศึกษางานวิจัย สรุปได้ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ เป็นวิธีการส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักคิดด้วยตนเอง รู้จักค้นคว้าหาเหตุผล และสามารถแก้ปัญหาได้ โดยการ นำเอาวิธีการต่าง ๆ ของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้นอกจากนี้ยังเป็นการเรียนเพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ดังนั้น ผู้ศึกษาค้นคว้าจึงเลือกใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา ความรู้(5 Es) มาช่วยในการจัดกิจกรรมที่ให้กับผู้เรียนเพื่อพัฒนาความสามารถ และผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพต่อไป 7.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เอกวิทย์ โทปุรินทร์. (2546). ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านห้องเรียนเสมือนของ นักเรียนช่วงชั้นที่ 4 โดยพัฒนาห้องเรียนเสมือนขึ้นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต และกลุ่มที่เรียนตาม แผนการจัดการเรียนรู้ของครู พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างนักเรียนที่เรียนผ่านห้องเรียน เสมือนสูงกว่านักเรียนที่เรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 จันทร์จิรา รัตนไพบูลย์. (2549). ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรม เรื่อง การจัดค่ายอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมสำหรับนักเรียนระดับช่วงชั้นที่ 4 พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน ปิยะพงษ์ สุริยะพรหม. (2549). ได้ศึกษาการพัฒนาชุดการเรียนรู้แบบ 4 MAT เรื่อง ป่า ชุมชน เพื่อส่งเสริมเจตคติต่อการอนุรักษ์ป่าชุมชน และการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน


47 นพคุณ แดงบุญ. (2552). ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อ วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการสอนด้วยชุดกิจกรรม เรื่อง ร่างกายมนุษย์ ผลการศึกษาพบว่า หลังจากนำชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เรื่อง ร่างกายมนุษย์ ไปทดลองใช้กับกลุ่ม ตัวอย่าง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อวิทยาศาสตร์สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ปราณี หีบแก้ว. (2554). ได้พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอิงประสบการณ์สาระการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการศึกษาพบว่านักเรียนที่ เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอิงประสบการณ์ มีคะแนนผลสัมฤทธิ์สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 คิด เป็นร้อยละ 86.36 ของนักเรียนทั้งหมด จากงานวิจัย สรุปได้ว่า การจัดรูปแบบการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น ควรเน้นให้มีรูปแบบการสอนที่หลากหลาย จัดกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนฝึกคิด ฝึกปฏิบัติด้วยตนเองจะทำ ให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง และส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นด้วย ครูผู้สอน ควรออกแบบการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการสืบเสาะหาความรู้ทั้งด้วยตนเองและการ เรียนรู้แบบเป็นกลุ่ม มีการเรียนรู้ในสถานที่จริงเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ และส่งเสริมให้ ผู้เรียนได้นำแนวความคิดที่ได้จากการเรียนรู้ไปใช้ในสถานการณ์ใหม่ 7.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวัดความพึงพอใจ บุษบง ชัยเทพ. (2555). ศึกษาการใช้ชุดกิจกรรม เรื่องธรณีวิทยาน่ารู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนห้องสอนศึกษา มีประสิทธิภาพโดยรวม เท่ากับ 80.43/82.10 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยมีคะแนนเฉลี่ยหลัง เรียน เท่ากับ 25 คิดเป็นร้อยละ 82.10 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 13 คิดเป็นร้อยละ 40.70 และมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.69 จึงมีความก้าวหน้าร้อยละ 69 และแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรม ระดับมาก ระวีพันธ์ เปรมวิชิต. (2555). ได้ศึกษาการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง พันธุกรรม วิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนพิชัย มีประสิทธิภาพ 82.30/81.80 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังจากที่ได้รับ การสอนด้วยชุด กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียน มี ความพึงพอใจต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ อยู่ในระดับมากที่สุด ลินดา เขจรแข. (2557). ได้ศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การถ่ายทอด ลักษณะทางพันธุกรรมประกอบการสอนโดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สำหรับนักเรียนชั้น


48 มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์ ผลการศึกษาพบว่า ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ มีค่าเท่ากับ 89.68/84.90 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดัชนีประสิทธิผลของชุดกิจกรรมการเรียนรู้มี ค่าเท่ากับ 0.7233 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังจากที่ได้รับการสอนด้วยชุดกิจกรรมการ เรียนรู้สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียน ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก อำนวย เหมไพศาลพิพัฒน์. (2558). ได้ศึกษา เรื่อง ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็น ฐาน (Problem- Based Learning) หน่วยระบบนิเวศ ที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทาง วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรม การเรียนรู้โดยใช้ปัญหา เป็นฐาน มีประสิทธิภาพ 83.1/86.65 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ มีค่าเท่ากับ 0.6049 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่า ก่อนการเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากทุกด้าน รัตนา ประสงค์ทรัพย์. (2559). ได้ศึกษา เรื่อง การสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแบบวัฏจักรสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ผลการวิจัย พบว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ 85.46/87.17 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ กาหนดไว้คือ 80/80 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความพึงพอใจของนักเรียนหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจ ในระดับมากที่สุด จากการศึกษางานวิจัย สรุปได้ว่า ความพึงพอใจในการปฏิบัติกิจกรรมของนักเรียนส่วนใหญ่มี ความรู้สึกชอบ พึงพอใจต่อชุดกิจกรรมอยู่ในระดับมากขึ้นไป ทั้งนี้เพราะชุดกิจกรรมนั้นได้ผ่านการ พัฒนาให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ มีองค์ประกอบของเนื้อหาละกิจกรรมที่เหมาะสมก่อน นำไปใช้ทุกครั้ง จนผู้เรียนเกิดความพึงพอใจแล้วจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ให้เพิ่มขึ้น


49 กรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัย ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการศึกษาวิจัย หนังสือเรียนรายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ม.4-6 ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม 2. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 ขั้น ได้แก่ 1) ขั้นสร้างความสนใจ 2) ขันสำรวจและค้นหา 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 4) ขั้นขยายความรู้ 5) ขั้นประเมิน 3. แบบประเมินความพึงพอใจ ดัชนีประสิทธิผล ความพึงพอใจ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน


บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) ผู้วิจัยดำเนินการเป็นขั้นตอนตามลำดับ ดังนี้ 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย 4. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย 5. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 6. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 7. การดำเนินการวิจัย 8. การวิเคราะห์ข้อมูล 9. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 3 ห้องเรียน มีจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 120 คน 1.1 กลุ่มทดลอง เพื่อการทดลองใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสร์ชีวภาพ ว31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้าน โคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 120 คน 1.2 กลุ่มตัวอย่าง เพื่อการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิต ในสิ่งแวดล้อม คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 ของโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 40 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เนื้อหาที่ใช้ในการวิจัยคือ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โดยนำมาวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อนำไปสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ดังนี้


51 1. ความหลากหลายของระบบนิเวศ 2. การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ 3. องค์ประกอบของระบบนิเวศ 4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมม 2.1 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีจำนวน 4 เล่ม ดังนี้ เล่มที่ 1 เรื่อง ความหลากหลายของระบบนิเวศ จำนวน 2 ชั่วโมง เล่มที่ 2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ จำนวน 2 ชั่วโมง เล่มที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบนิเวศ จำนวน 2 ชั่วโมง เล่มที่ 4 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 ชั่วโมง 2.2 แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 แผน 2.3 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ฉบับ เป็นแบบทดสอบชนิด ปรนัยแบบเลือกตอบ จำนวน 20 ข้อ 2.4 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ฉบับ มีลักษณะเป็นแบบวัดมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 3. ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัยนี้คือ 3.1 ตัวแปรต้น คือ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้าน โคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 3.2 ตัวแปรตาม มีดังต่อไปนี้ 3.2.1 ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3.2.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3.2.3 ดัชนีประสิทธิผลของนักเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4


52 3.2.4 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 4. ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัย ( 15 ธันวาคม 2565 - 10 กุมภาพันธ์ 2566 ) 5. การสร้างและหาคุณภาพของเครื่องมือ 5.1 การสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้รายงานได้ดำเนินการสร้างตามขั้นตอน ดังนี้ 5.1.1 ศึกษาตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551และคู่มือครู 5.1.2 ศึกษาข้อมูลรายละเอียดจากเอกสาร หนังสือ แหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ และงานวิจัยที่ เกี่ยวข้องกับการสร้างชุดกิจกรรม สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างชุด กิจกรรมการเรียนรู้ 5.1.3 ศึกษาสาระที่ผู้วิจัยได้ใช้ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนำมาสร้างเป็นชุดกิจกรรม 4 ชุดกิจกรรมดังนี้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เล่มที่ 1 เรื่อง ความหลากหลายของระบบนิเวศ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เล่มที่ 2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เล่มที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบนิเวศ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เล่มที่ 4 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของชุดกิจกรรม ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ ส่วนที่ 1 ชุดกิจกรรมสำหรับนักเรียน ประกอบด้วย คำนำ คำชี้แจงสำหรับครูคำชี้แจงสำหรับนักเรียน แผนผังขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรม แบบทดสอบก่อนเรียน บัตรเนื้อหา บัตรกิจกรรมและแบบทดสอบ หลังเรียน ส่วนที่ 2 คู่มือครูประกอบด้วย คำนำ คำชี้แจงสำหรับครูคำชี้แจงสำหรับนักเรียน แผนการจัดการ เรียนรู้ ชุดกิจกรรมบัตรเฉลยกิจกรรม เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนและแบบประเมิน 5.1.4 นำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ที่สร้างขึ้น ให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ประเมินความ เหมาะสม และพิจารณาตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา ภาษาที่ใช้ โดยใช้แบบประเมินชนิดมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคอร์ท (Likert) ซึ่งมี 5 ระดับ โดยกำหนดเกณฑ์ การตัดสิน ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2545: 67)


53 เหมาะสมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 – 5.00 คะแนน เหมาะสมมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51 – 4.50 คะแนน เหมาะสมปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.51 – 3.50 คะแนน เหมาะสมน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.51 – 2.50 คะแนน เหมาะสมน้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.00 – 1.50 คะแนน 5.1.5 นำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ไปทดลองใช้ดังนี้ 1. ทดลองแบบกลุ่มเล็ก นำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ปีการศึกษา 2565 ซึ่งมาจากการคัดเลือกผู้เรียนที่เรียนเก่ง 3 คน เรียนปานกลาง 3 คน และเรียนอ่อน 3 คน รวม 9 คน เพื่อหาข้อบกพร่องเพิ่มเติมของชุดกิจกรรม การเรียนรู้ เพิ่มเติมจากครั้งที่ 1 และหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยดำเนินการ ดังนี้ 1.1 ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ 1.2 จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้ง 4 เล่ม ตามกิจกรรม การเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ใช้เวลา 8 ชั่วโมง เพื่อนำผลมาหาประสิทธิภาพ 1.3 ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อนำคะแนนไปหาประสิทธิภาพ 1.4 นำคะแนนที่ได้จากการทดลองไปวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) และแก้ไขชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่วนที่บกพร่องที่ได้จากการสังเกต เช่น เพิ่มรูปภาพ ปรับขนาดตัวอักษร ให้มีความน่าสนใจ และอ่านง่ายยิ่งขึ้น จนได้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความสมบูรณ์ขึ้น 2. ทดลองแบบกลุ่มใหญ่ นำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ปีการศึกษา 2565 จำนวน 30 คน เพื่อหาข้อบกพร่อง เพิ่มเติมของชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพิ่มเติม จากครั้งที่ 1 และหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยดำเนินการ ดังนี้ 2.1 ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ 2.2 จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ทั้ง 4 เล่ม ตามกิจกรรม การเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ใช้เวลา 4 ชั่วโมง เพื่อนำผลมาหาประสิทธิภาพ 2.3 ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อนำคะแนนไปหาประสิทธิภาพ


54 2.4 นำคะแนนที่ได้จากการทดลองไปวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) และได้แก้ไขชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่วนที่บกพร่อง จนได้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความสมบูรณ์ขึ้น 5.1.6 นำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว จัดพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์เพื่อนำไป ทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนบ้าน โคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 40 คน ซึ่งมีการ ดำเนินการ ดังนี้ 1. ทดสอบก่อนเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ 2. จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทั้ง 4 เล่ม ตามกิจกรรม การเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ ใช้เวลา 8 ชั่วโมง เพื่อนำผลมาหาประสิทธิภาพ 3. ทดสอบหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 20 ข้อ ซึ่งเป็นชุดเดียวกับแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อนำคะแนนไปหาประสิทธิภาพ 4. นำคะแนนที่ได้จากการทดลองไปวิเคราะห์ข้อมูลหาค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ต่อไป 5.2 การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม จำนวน 20 ข้อ ผู้รายงานได้ดำเนินการสร้างแบบทดสอบ ตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ 5.2.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (กระทรวง ศึกษาธิการ, 2552) (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) 5.2.2 ศึกษาทฤษฎี หลักการ และแนวคิดในการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน และศึกษาการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 5.2.3 ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 5.2.4 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นข้อทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 20 ข้อ ให้ ครอบคลุมเนื้อหา และเหมาะสมกับวัยนักเรียน 5.2.5 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อ ประเมินความสอดคล้องระหว่าง แบบทดสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ เป็นชุดเดิม โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อทดสอบนั้นวัดตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อทดสอบนั้นวัดตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าข้อทดสอบนั้นไม่วัดตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


55 5.2.6 วิเคราะห์ข้อมูลการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามของแบบทดสอบ กับจุดประสงค์การเรียนรู้โดยใช้สูตร IOC โดยเลือกข้อสอบที่มีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5 ถึง 1.00 เป็นข้อสอบ ที่อยู่ในเกณฑ์ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาที่ใช้ได้ ปรากฏว่าแบบทดสอบมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.60 ถึง 1.00 5.2.7 นำแบบทดสอบที่ผ่านการหาค่า IOC แล้วไปทดสอบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ที่เคยเรียนเนื้อหานี้มาแล้ว จำนวน 40 คน เพื่อศึกษาปฏิกิริยาในการทำข้อสอบในแบบทดสอบ เวลาที่ใช้ในการสอบ และความเข้าใจในข้อ คำถามจนสามารถตอบข้อคำถามได้อย่างเข้าใจตรงกัน 5.2.8 นำคะแนนที่ได้จากข้อ 5.2.7 มาวิเคราะห์ข้อสอบเพื่อหาค่าความยากง่าย (P) และ ค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบแต่ละข้อ และนำมาหาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับโดยใช้สูตรคูเดอร์ - ริ ชาร์ดสัน (KR 20) 5.2.9 จัดพิมพ์ข้อสอบที่ผ่านการตรวจสอบหาคุณภาพแล้วเป็นฉบับสมบูรณ์ เพื่อใช้ใน การศึกษาค้นคว้าต่อไป 5.3 การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ 5.3.1 ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับความพึงพอใจ 5.3.2 ศึกษาเทคนิคการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ 5.3.3 ศึกษาวิธีการสร้าง แบบสอบถามความพึงพอใจ มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ ตามหลักของลิเคอร์ท (Likert) เพื่อให้ทราบแนวทางและหลักการสร้างแบบสอบถาม ความพึงพอใจมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ ซึ่งมีเกณฑ์การตัดสิน ดังนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2545: 51) พึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 – 5.00 คะแนน พึงพอใจมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51 – 4.50 คะแนน พึงพอใจปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.51 – 3.50 คะแนน พึงพอใจน้อย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.51 – 2.50 คะแนน พึงพอใจน้อยที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 1.00 – 1.50 คะแนน 5.3.4 สร้างแบบสอบถามตามจุดมุ่งหมาย ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ 5.3.5 นำแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เสนอ ผู้เชี่ยวชาญชุดเดิม จำนวน 5 คน ประเมินความสอดคล้อง ข้อคำถามกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดย มีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าข้อคำถามนั้นวัดได้ตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าข้อคำถามนั้นวัดได้ตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม


56 ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าข้อคำถามนั้นวัดไม่ได้ตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 5.3.6 วิเคราะห์ข้อมูลการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามของแบบสอบถาม กับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยใช้สูตร IOC 5.3.7 นำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคก วิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ จำนวน 40 คน หลังจากทดลองเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ แล้วนำผลการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ มาหาค่าอำนาจจำแนกรายข้อ และนำ แบบสอบถามมาหาค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) ตามวิธีการ ของครอนบาค 5.3.8 จัดพิมพ์แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 สำหรับใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อการศึกษาค้นคว้าต่อไป 6. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 6.1 ทดสอบด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียน (Pre-test) เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 20 ข้อ กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ใช้เวลาในการ ทดสอบ 1 ชั่วโมง 6.2 ดำเนินการสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 เล่ม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 โดยก่อนเรียนผู้รายงานให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบย่อยของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม แต่ละเล่มของบทเรียน จากนั้นเรียนด้วยชุดกิจกรรม การเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ขณะเรียนด้วยชุดกิจกรรมการ เรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างตอบคำถามของ บทเรียนลงในกระดาษคำตอบ เมื่อเรียนนวัตกรรมเสร็จ ผู้รายงานให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบย่อย หลังเรียน 6.3 เมื่อสิ้นสุดการเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม 4 เล่มแล้ว ผู้วิจัยให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อดูผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ใช้เวลาในการ ทดสอบ 1 ชั่วโมง


57 7. การดำเนินการวิจัย โดยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอนดังนี้ 7.1 ทำการทดสอบก่อนการทดลอง (Pre-test) โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นก่อนการทดลอง 1 วัน โดยใช้เวลาในการสอบ 1 ชั่วโมง 7.2 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 4 เล่ม ใช้เวลาวัน ละ 1 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1 วัน ซึ่งการทดลองใน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ในเดือนธันวาคม 2565 ถึงเดือนกุมภาพันธ์2566 โดยใช้เวลาในการทดลอง 8 ชั่วโมง ทั้งนี้รวมเวลาทดสอบก่อนเรียนและ หลังเรียน โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการสอนเอง ดังรายละเอียดในตารางที่ 3 ตารางที่ 3 ระยะเวลาที่ทำการทดลอง ชุดที่ วัน เดือน ปี เวลา เรื่อง จำนวนชั่วโมง - ธันวาคม 2565 วัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน 1 1 ธันวาคม 2565 ความหลากหลายของระบบนิเวศ 2 2 มกราคม 2566 การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ 2 3 มกราคม 2566 องค์ประกอบของระบบนิเวศ 2 4 กุมภาพันธ์ 2566 ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2 - กุมภาพันธ์ 2566 วัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน 1 7.3 ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) และสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนหลังจาก การทดลองสอนสิ้นสุดลง โดยใช้แบบทดสอบฉบับเดียวกับที่ใช้สอบก่อนการทดลองและแบบสอบถาม ความพึงพอใจ 7.4 วิเคราะห์ข้อมูล นำข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดมาวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติ ดังที่ได้ กล่าวในหัวข้อสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 7.5 สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล 8. การวิเคราะห์ข้อมูล 8.1 ค่าประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ โดยใช้ร้อยละ (Percentage)


58 8.2 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช้ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติทดสอบค่าที (t-test) 8.3 ผลการหาดัชนีประสิทธิผลการเรียนรู้ของนักเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31101 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนทั้ง 4 ชุดกิจกรรม แทนค่าสูตร E.I = ค่าดัชนีประสิทธิผลของ การจัดการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ 8.4 สอบถามความพึงพอใจ ของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ เรื่องสิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ร้อยละ(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) จากการพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. การหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีรายละเอียดดังนี้โดยใช้สูตร E1/E2 1.1 นำแบบทดสอบประจำหน่วยมาตรวจและให้คะแนน 1.2 นำคะแนนแบบทดสอบของนักเรียนแต่ละคนมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยและเทียบส่วนโดย เป็นร้อยละคือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1 ) 1.3 นำคะแนนจากแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียนทุกคนเมื่อสิ้นสุดการสอนทั้งหมดมา รวมกัน หาค่าเฉลี่ยแล้วเทียบส่วนร้อยเพื่อหาค่าร้อยละ คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์(E2 ) 1.4 เปรียบเทียบประสิทธิภาพของชุดการสอน (E1/E2 ) กับเกณฑ์80/80 2. การคำนวณค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอน ผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้ 2.1 นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนของนักเรียนทุกคนมารวมกัน 2.2 นำคะแนนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียนของนักเรียนทุกคนมารวมกัน 2.3 นำคะแนนรวม ก่อนเรียนและหลังเรียนมาหาค่าดัชนีประสิทธิผล 3. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม ก่อนเรียนและหลังเรียน สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการสอนโดยใช้ชุดการสอนมา ดำเนินการดังนี้ 3.1 นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม มาตรวจให้คะแนนบันทึกเป็นรายบุคคล


59 3.2 นำคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม มาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม โดยใช้ สถิติค่า t-test (t – dependent) 4. นำแบบสอบถามความพึงพอใจที่ปรับปรุงแล้ว ไปสอบถามนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 40 คน 5. นำผลที่ได้มาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยหาค่า สัมประสิทธิ์แอลฟา ( - Coefficient) ของ Cronbach 9. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ ผู้รายงานใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. สถิติพื้นฐาน ได้แก่ 1.1 ร้อยละ (Percentage) ใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 101) = 100 N f P เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนความถี่ทั้งหมด 1.2 ค่าเฉลี่ย (Mean) ของคะแนนใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 101) X = N X เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ย X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม N แทน จำนวนคนในกลุ่ม 1.3 การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 103) N(N 1) N X ( X) S.D. 2 2 − − = เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแต่ละตัว N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม แทน ผลรวม


60 2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์หาคุณภาพของเครื่องมือ ประกอบด้วย 2.1 การหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบแต่ละข้อโดยใช้สูตร IOC (Index of Item Objective Congruence) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) N R IOC = เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ R แทน คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 2.2 การหาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ข้อสอบรายข้อใช้ วิธีวิเคราะห์แบบอิงเกณฑ์ของเบรนแนน (Bernnan) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดังนี้ 1 2 N L N U B = − เมื่อ B แทน ค่าอำนาจจำแนก U แทน จำนวนผู้รอบรู้หรือผู้สอบผ่านเกณฑ์ที่ตอบถูก L แทน จำนวนผู้ไม่รอบรู้หรือผู้สอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตอบถูก N1 แทน จำนวนผู้รอบรู้ที่สอบผ่านเกณฑ์ N2 แทน จำนวนผู้ไม่รอบรู้หรือผู้สอบไม่ผ่านเกณฑ์ 2.3 การหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้วิธีการของ โลเวท (Lovett) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดังนี้ ( )( ) − − − = − 2 i 2 i i cc k 1 x C K x x r 1 เมื่อ cc r แทน ความเชื่อมั่นของแบบทดสอบ K แทน จำนวนข้อสอบ Xi แทน คะแนนของแต่ละข้อ C แทน คะแนนเกณฑ์หรือจุดตัดของแบบทดสอบ


61 − − = 2 i 2 i S S 1 K 1 K α 2.4 หาค่าอำนาจจำแนกของแบบประเมินความพึงพอใจเป็นรายข้อ โดยใช้วิธี Item – total Correlation ใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) ดังนี้ ( )( ) ( ) ( ) − − − = 2 2 2 2 xy N X X N Y Y N XY X Y r เมื่อ xy r แทน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร X กับ Y X แทน ผลรวมของค่าตัวแปร X Y แทน ผลรวมของค่าตัวแปร Y XY แทน ผลรวมของผลคูณระหว่างค่าตัวแปร X และ Y 2 X แทน ผลรวมของกำลังสองของค่าตัวแปร X 2 Y แทน ผลรวมของกำลังสองของค่าตัวแปร Y N แทน จำนวนคู่ของค่าตัวแปรหรือจำนวนสมาชิกในกลุ่ม 2.5 หาค่าความเชื่อมั่นของแบบประเมินความพึงพอใจทั้งฉบับ โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) (บุญชม ศรีสะอาด, 2545) เมื่อ แทน สัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น K แทน จำนวนข้อของเครื่องมือวัด 2 Si แทน ผลรวมของความแปรปรวนของแต่ละข้อ 2 Si แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม 3. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทดสอบสมมติฐาน 3.1 การหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์, 2545,น 492) มีสูตรดังนี้ สูตรที่ 1 E1 = 100 A N X เมื่อ E1 คือ ประสิทธิภาพของกระบวนการ


62 X คือ คะแนนรวมของของแบบฝึกปฏิบัติกิจกรรมหรืองานที่ทำระหว่างเรียน ทั้งที่เป็นกิจกรรมในห้องเรียน นอกห้องเรียนหรืออนไลน์ A คือ คะแนนเต็มของแบบฝึกปฏิบัติ ทุกชิ้นรวมกัน N คือ จำนวนผู้เรียน สูตรที่ 2 E2 = 100 B N F เมื่อ E2 คือ ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ F คือ คะแนนรวมของผลลัพธ์ของการประเมินหลังเรียน B คือ คะแนนเต็มของประเมินครั้งสุดท้ายของแต่ละหน่วย ประกอบด้วย ผล การสอบหลังเรียนและคะแนนจากการประเมินงานสุดท้าย N คือ จำนวนผู้เรียน 3.2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังเรียน โดยใช้สูตรคำนวณ หาค่า t-test แบบ Dependent (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 109) ( 1) ( ) D 2 2 − − = n n D D t เมื่อ t แทน ค่าสถิติที่จะใช้เปรียบเทียบกับค่าวิกฤตเพื่อทราบนัยสำคัญ D แทน ค่าผลต่างระหว่างคู่คะแนน n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่างหรือจำนวนคู่คะแนน แทน ผลรวม 3.3 การหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ วิธีการของ กูดแมน เฟลทเชอร์และชไนเดอร์ ใช้สูตรดังนี้ (ไชยยศ เรืองสุวรรณ, 2546) ผลรวมคะแนนทดสอบหลังเรียน – ผลรวมคะแนนทดสอบก่อนเรียน (จำนวนนักเรียนคะแนนเต็ม) – ผลรวมคะแนนทดสอบก่อนเรียน E.I = E.I = ค่าดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้


บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบ เสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Active Learning เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัย เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัด อุตรดิตถ์ 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 การหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิต ในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ 1.1 ผลการประเมินประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ผู้วิจัยได้สร้างแบบประเมินประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคก วิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ผลคะแนนค่าเฉลี่ยจากการประเมิน ดังนี้ ตารางที่ 1 แสดงผลการประเมินชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคก วิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ในภาพรวม โดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน


64 หัวข้อ IOC แปลผล 1. ด้านคำชี้แจง 1.00 สอดคล้อง 2. ด้านคู่มือครู 1.00 สอดคล้อง 3. ด้านคู่มือนักเรียน 1.00 สอดคล้อง 4. ด้านแผนจัดการเรียนรู้ 0.67 สอดคล้อง 5. ด้านสื่อการเรียนรู้ 1.00 สอดคล้อง 6. ด้านการวัด/ประเมินผล 1.00 สอดคล้อง รวม 5.67 สอดคล้อง จากตาราง 1 พบว่าค่าเฉลี่ยในการประเมินชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านโคก วิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์แปลผลออกมาสอดคล้อง ทุกหัวข้อการประเมิน 1.2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ เรื่อง วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ครั้งนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ ตารางที่2 แสดงผลคะแนนจากการทำแบบทดสอบระหว่างเรียน และแบบทดสอบหลัง เรียน เพื่อทดสอบหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมที่สร้างขึ้นของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์จำนวน 40 คน ก่อนเรียน คะแนนระหว่างเรียน หลังเรียน ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 ชุดที่ 3 ชุดที่ 4 รวม 49.1 11.80 12.50 12.20 12.80 49.3 68.0 S.D. 0.43 0.68 0.65 0.68 0.69 2.70 0.38 ร้อยละ 80.00 85.00 จากตาราง 2 พบว่าผลการทดลองได้ค่าประสิทธิภาพของแบบทดสอบระหว่างเรียน ( X ) เท่ากับ 80.00 และค่าประสิทธิภาพของแบบทดสอบหลังเรียน ( X ) เท่ากับ 85.00 ซึ่งได้ประสิทธิภาพ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดคือ 75 / 75


65 ตาราง 3 การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน หลังจากการ ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 1 ความ หลากหลายของระบบนิเวศ ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน 11.80 16.20 17.10 S.D. 0.68 0.66 0.64 ร้อยละ 81.00 85.5 จากตาราง 3 พบว่า การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน (ใบกิจกรรม) หลังเรียน หลังจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ชุดที่ 1 มีประสิทธิภาพ 81.00/ 85.50 ตามเกณฑ์ 80/ 80 ที่กำหนดไว้ ตาราง 4 การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน หลังจากการใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 2 การเปลี่ยนแปลงแทนที่ ของระบบนิเวศ ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน 12.50 16.12 17.50 S.D. 0.65 0.63 0.67 ร้อยละ 80.60 87.50 จากตาราง 4 พบว่า การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน (ใบกิจกรรม) หลังเรียน หลังจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ชุดที่ 2 การ เปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ มีประสิทธิภาพ 80.60/87.50 ตามเกณฑ์ 80 / 80 ที่กำหนดไว้


66 ตาราง 5 การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน หลังจากการใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 3 องค์ประกอบของระบบนิเวศ ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน 12.20 15.94 16.70 S.D. 0.68 0.60 0.64 ร้อยละ 80.00 83.50 จากตาราง 5 พบว่า การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน (ใบกิจกรรม) หลังเรียน หลังจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 3 องค์ประกอบของระบบนิเวศ เกี่ยวกับเสียง 80.00/83.50 ตามเกณฑ์ 80 / 80 ที่กำหนดไว้ ตาราง 6 การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน และหลังเรียน หลังจากการ ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 4 ทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนเรียน ระหว่างเรียน หลังเรียน 12.80 16.45 16.70 S.D. 0.69 0.66 0.64 ร้อยละ 82.25 83.50 จากตาราง 6 พบว่า การหาประสิทธิภาพคะแนนก่อนเรียน ระหว่างเรียน (ใบกิจกรรม) หลังเรียน หลังจากการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ชุดที่ 1 ความ หลากหลายของระบบนิเวศ มีประสิทธิภาพ 82.25 / 83.50 ตามเกณฑ์ 80 / 80 ที่กำหนดไว้


67 ตอนที่ 2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัด อุตรดิตถ์ ตารางที่7 แสดงผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 1 ความหลากหลายของระบบนิเวศ ผลการทดสอบ N X S.D. ก่อนเรียน 40 11.80 0.68 หลังเรียน 40 17.10 0.64 จากตารางที่ 7 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 1 ความหลากหลายของระบบนิเวศ การทดสอบคะแนนของผู้เรียน มีคะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 11.80 คะแนน และมีคะแนนหลังเรียน เฉลี่ยเท่ากับ 17.10 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบทั้งสองครั้งพบว่า คะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน ตารางที่8 แสดงผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ชุดที่ 2 การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ผลการทดสอบ N X S.D. ก่อนเรียน 40 12.50 0.65 หลังเรียน 40 17.50 0.67 จากตารางที่ 8 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนเรียน โดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 2 การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ การทดสอบคะแนนของผู้เรียน มีคะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ


68 12.50 คะแนน และมีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 17.50 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบทั้งสอง ครั้งพบว่า คะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตารางที่9 แสดงผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 3 องค์ประกอบของระบบนิเวศ ผลการทดสอบ N X S.D. ก่อนเรียน 40 12.20 0.68 หลังเรียน 40 16.70 0.64 จากตารางที่ 9 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรียน โดย ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 3 องค์ประกอบของระบบนิเวศ การทดสอบคะแนนของผู้เรียน มีคะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 12.20 คะแนน และมีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.70 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบทั้งสอง ครั้งพบว่า คะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตารางที่10 แสดงผลการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 4 ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ผลการทดสอบ N X S.D. ก่อนเรียน 40 12.80 0.69 หลังเรียน 40 16.70 0.64 จากตารางที่ 10 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ชุดที่ 4 ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม การทดสอบคะแนนของผู้เรียน มีคะแนนก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 12.80 คะแนน และมี


69 คะแนนหลังเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 16.70 คะแนน เมื่อเปรียบเทียบคะแนนสอบทั้งสองครั้งพบว่า คะแนน สอบหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตอนที่ 3 เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 1.1 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ได้รับการสอนด้วยชุด กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการ จัดการเรียนรู้เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลค่าเฉลี่ยจากการประเมินดังนี้ ตารางที่ 11 แสดงผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการ เรียนรู้ ในภาพรวม รายการ ระดับความพึงพอใจ X̅ S.D. แปลความหมาย 1. ด้านปัจจัยนำเข้า 4.33 0.67 มาก 2. ด้านกระบวนการ 4.40 0.65 มาก 3. ด้านผลผลิต 4.48 0.57 มาก รวม 4.46 0.71 มาก จากตารางที่ 11 พบว่าค่าเฉลี่ยในแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.46) ซึ่งอยู่ในระดับมาก ตาม รายละเอียดดังนี้ ด้านด้านปัจจัยนำเข้า อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) ด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.40) ด้านผลผลิต อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.48) ตามลำดับ


70 ตารางที่ 12 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของแบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการ เรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านปัจจัยนำเข้า รายการ ระดับความพึงพอใจ X̅ S.D. แปลความหมาย 1. ด้านปัจจัยนำเข้า 1.1 คำชี้แจงของกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้ฉันเข้าใจได้ 4.67 0.57 มากที่สุด 1.2 รูปแบบการเรียนการสอน น่าสนใจสำหรับฉัน 4.00 1.00 มาก 1.3 การได้รับคำชมเชยและรางวัล ทำให้ฉันมีกำลังใจทำกิจกรรมจน สำเร็จ 4.33 0.57 มาก 1.4 สื่อในชุดกิจกรรมมีความ หลากหลาย น่าสนใจ ทำให้ฉันอยาก เรียน 4.33 0.57 มากที่สุด 1.5 ฉันมีเวลาเพียงพอสำหรับการทำ กิจกรรม 4.33 1.00 มาก 1.6 เนื้อหาที่เรียนมีความเหมาะสม 4.00 0.57 มากที่สุด รวม 4.33 0.67 มากที่สุด ///////จากตารางที่ 12 พบว่าค่าเฉลี่ยในแบบสอบถามความพึงพอใจ ต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านปัจจัยนำเข้า ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) ซึ่งอยู่ ในระดับมากที่สุด ตามรายละเอียดดังนี้ คำชี้แจงของกิจกรรมการเรียนรู้ทำให้ฉันเข้าใจได้อยู่ในระดับ มาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.67 ) รูปแบบการเรียนการสอน น่าสนใจสำหรับฉัน อยู่ในระดับมาก ได้ ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.00 ) การได้รับคำชมเชยและรางวัล ทำให้ฉันมีกำลังใจทำกิจกรรมจนสำเร็จ อยู่ใน ระดับมากที่สุด ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) สื่อในชุดกิจกรรมมีความหลากหลาย น่าสนใจ ทำให้ฉันอยาก เรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) ฉันมีเวลาเพียงพอสำหรับการทำกิจกรรม อยู่ใน ระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) และให้ความสนใจ และเนื้อหาที่เรียนมีความเหมาะสม อยู่ใน ระดับมากที่สุด ได้ค่าเฉลี่ย ((X̅ = 4.00) ตามลำดับ


71 ตารางที่ 13 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของแบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการ เรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านกระบวนการ รายการ ระดับความพึงพอใจ X̅ S.D. แปลความหมาย 2. ด้านกระบวนการ 2.1 ชุดกิจกรรมส่งเสริมให้ฉันได้ เรียนรู้ด้วยตนเอง 4.67 0.57 มากที่สุด 2.2 ชุดกิจกรรมทำให้ฉันเข้าใจเรื่องที่ เรียนมากขึ้น 4.00 1.00 มาก 2.3 กิจกรรมการเรียนส่งเสริมให้ฉัน คิดอย่างมีวิจารณญาณ 4.33 0.57 มาก 2.4 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับ ความสามารถของฉัน 4.33 0.57 มาก 2.5 ฉันฝึกปฏิบัติกิจกรรมจากง่ายไป หายาก 4.67 0.57 มากที่สุด 2.6 ขั้นตอนการคิด ส่งเสริมให้ฉันมี ความรู้ ความเข้าใจบทเรียนมากขึ้น 4.67 1.00 มาก รวม 4.40 0.65 มาก ///////จากตารางที่ 13 พบว่าระดับความความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านกระบวนการ นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ที่ ระดับมาก (ค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.40) ตามรายละเอียดดังนี้ ชุดกิจกรรมส่งเสริมให้ฉันได้เรียนรู้ด้วยตนเอง อยู่ใน ระดับมากที่สุด ได้ค่าเฉลี่ย ((X̅ = 4.67 ) ชุดกิจกรรมทำให้ฉันเข้าใจเรื่องที่เรียนมากขึ้น อยู่ในระดับ มาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.00 ) กิจกรรมการเรียนส่งเสริมให้ฉันคิดอย่างมีวิจารณญาณ อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย ((X̅ = 4.33 ) กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับความสามารถของฉัน อยู่ในระดับมาก ได้ ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.67 ) ฉันฝึกปฏิบัติกิจกรรมจากง่ายไปหายาก อยู่ในระดับมากที่สุด ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33 ) และ ขั้นตอนการคิด ส่งเสริมให้ฉันมีความรู้ ความเข้าใจบทเรียนมากขึ้น อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.67 ) ตามลำดับ


72 ตารางที่ 14 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของแบบประเมินความพึงพอใจต่อการจัดการ เรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านผลผลิต รายการ ระดับความพึงพอใจ X̅ S.D. แปลความหมาย 3. ด้านผลผลิต 3.1 ฉันได้เรียนรู้ตามขั้นตอนการคิด 4.67 0.57 มากที่สุด 3.2 ฉันสามารถหาแนวทางการ แก้ปัญหา จากการเรียนรู้ด้วยชุด กิจกรรม 4.00 1.00 มาก 3.3 ฉันได้ทราบความก้าวหนาของ ตนเองจากการทำชุดกิจกรรม 4.33 0.57 มาก 3.4 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้ฉัน ประสบผลสำเร็จในการเรียน 4.00 1.00 มาก 3.5 การเรียนด้วยชุดกิจกรรม ฉัน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ 4.33 0.57 มาก รวม 4.33 0.71 มาก //////จากตารางที่ 14 พบว่าระดับความความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้านผลผลิต นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ที่ระดับมาก (ค่าเฉลี่ย รวมเท่ากับ 4.33) ตามรายละเอียดดังนี้ ฉันได้เรียนรู้ตามขั้นตอนการคิด อยู่ในระดับมากที่สุด ได้ ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.67) ฉันสามารถหาแนวทางการแก้ปัญหา จากการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรม อยู่ใน ระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.00) ฉันได้ทราบความก้าวหนาของตนเองจากการทำชุดกิจกรรม อยู่ ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ช่วยให้ฉันประสบผลสำเร็จในการเรียน อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.00) และการเรียนด้วยชุดกิจกรรม ฉันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวันได้ อยู่ในระดับมาก ได้ค่าเฉลี่ย (X̅ = 4.33) ตามลำดับ


บทที่ 5 สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ ///////การศึกษาผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิชารายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม รหัสวิชา ว 31103 ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 ผู้วิจัยสรุป การศึกษา อภิปรายผลและข้อเสนอแนะดังนี้ วัตถุประสงค์ของการทำวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้ศึกษาได้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้ 1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ก่อนเรียนและหลังเรียนของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอ บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 3. เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีต่อการเรียนโดยใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ว 31103 เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มที่ใช้ศึกษาในการวิจัย ///////กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แผนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เรียนรายวิชาชีววิทยา โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 1 ห้อง เรียน รวม 40 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ///////เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้มีดังนี้ /1. ชุดกิจกรรม เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปี การศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์จำนวน 4 ชุด โดยใช้เวลาทั้งหมด 8 ชั่วโมง


74 ชุดที่ 1 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชุดที่ 2 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ ชุดที่ 3 เรื่อง องค์ประกอบของระบบนิเวศ ชุดที่ 4 เรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม โดยในแต่ละชุดการมี ข้อสอบ เป็นแบบเลือกตอบจำนวน 10 ข้อ รวมทั้งหมด 40 ข้อ โดยมีเนื้อหาครอบคลุมเรื่อง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบ นิเวศและทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ ชุดกิจกรรม เรื่อง สิ่งมีชีวิต ในสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นแบบประเมินค่า 5 ระดับ (Likert Scale) คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด การเก็บรวบรวมข้อมูล การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยผู้วิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลตามลำดับขั้นดังนี้ ทดสอบก่อนเรียน ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนในชั่วโมงโดยใช้แบบทดสอบวัดผล สัมฤทธิ์ทางการเรียน ฉบับก่อนเรียน จำนวน 10 ข้อ ที่ผ่านการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง ระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์และอยู่ในเกณฑ์ที่นำมาใช้ได้ ชี้แจงจุดประสงค์ ครูผู้สอนชี้แจงจุดประสงค์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 4 เล่ม ใช้เวลาวัน ละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1 วัน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดกิจกรรม เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 8 ชั่วโมง ทดสอบหลังการเรียน โดยให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนฉบับหลังเรียน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากนั้นผู้วิจัยรวบรวมข้อมูลที่ได้ทั้งหมด มาตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องจากนั้นนำไปวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้การวิเคราะห์ทางสถิติ


75 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการดำเนินการสอดคล้องกับ ลักษณะของเครื่องมือและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลดังนี้ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดสอบเพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4( E1 / E2 ) 1.1 การหาประสิทธิภาพของกระบวนการ( E1 )ทำได้โดยการเอาคะแนนจากการทำ กิจกรรมของหน่วยย่อยของผู้เรียนแต่ละคนมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยและเทียบส่วนเป็นร้อยละ 1.2 การหาประสิทธิภาพของผลลัพธ์ ( E2 ) ทำได้โดยการเอาคะแนนจากการท แบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนแต่ละคนมารวมกันแล้วหาค่าเฉลี่ยและเทียบส่วนเป็นร้อยละ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ชุดแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3) วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เคราะห์โดยหาค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการวิจัย ผลการชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ สามารถสรุปผลการศึกษาได้ดังนี้ 1. ประสิทธิภาพชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัด อุตรดิตถ์มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.50/87.50 ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 75/75 2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชา วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ สูงกว่าก่อนเรียน 3. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตในสิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปี การศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ในระดับมาก


76 ข้อเสนอแนะ จากผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรื่อง สิ่งมีชีวิตใน สิ่งแวดล้อม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม จังหวัด อุตรดิตถ์ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในครั้งนี้ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการศึกษาไปใช้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้มีผลต่อระยะเวลาในการทำกิจกรรม การเรียนรู้เพื่อสืบเสาะหาความรู้ ครูผู้สอนควรวางแผนในการจัดการเรียนรู้ให้ดี เพื่อส่งเสริมการทำ กิจกรรมการเรียนรู้ให้มากขึ้น โดยอาจจัดกิจกรรมให้นักเรียนสืบเสาะหาความรู้นอกห้องเรียนแล้วนำ ความรู้มาใช้ในการทำกิจกรรมในห้องเรียนแทน จะสามารถช่วยแก้ปัญหาระยะเวลาการสอนไม่ เพียงพอได้ 2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาครั้งต่อไป ควรจัดทำชุดกิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้นักเรียนได้ประสบการณ์ที่ หลากหลาย


77 บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. 2542. [ออนไลน์]. การวิจัยการพัฒนาการจัดกิจกรรมสืบเสาะหาความรู้ 5E. เข้าถึงจาก http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2558/114941/chapter2.pdf, สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2565. จิราพร กำจัดทุกข์. 2552. ความพึงพอใจ. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ชวลิต ชูกำแพง. 2553. แผนการจัดการเรียนรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://fulltext.rmu.ac.th/fullt.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ชัยยงค์ พรหมวงศ์. 2539. [ออนไลน์]. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/55920.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. ดำรงศักดิ์ มีวรรณ์. 2552. [ออนไลน์]. การพัฒนาชุดกิจกรรมแบบ Active Learning. เข้าถึงจาก http://www.ska2.go.th/reis/data/research/25611231_123056_8129.pdf, สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2565. ทรงพร วัฒนโฉมยง และคณะ. 2564. ผลการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://research.kpru.ac.th/research2/pages/filere/.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ทิวัตถ์ มณีโชติ. 2549. ประเภทของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/download, สืบค้น เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ทิศนา แขมมณี. 2534. [ออนไลน์]. องค์ประกอบของชุดกิจกรรม.เข้าถึงจาก https://clmramis.files.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565.


78 ธัญรชนก บุญส่ง. 2561. การใช้ชุดการสอนตามกระบวนการเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่อง งาน และพลังงาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.repository.rmutt.ac.th/dspace/bitstream.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 นพคุณ แดงบุญ. 2552. [ออนไลน์]. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้กระบวนการแปรรูป ผลผลิต.เข้าถึงจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. นพคุณ แดงบุญ. 2552. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์. [อ อ น ไ ล น ์ ] . เ ข ้ า ถ ึ ง จ า ก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-EJournal/article, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 นฤมล วัฒนวิกกิจ. 2559. ผลการชุดกิจกรรมเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีต่อ ผ ล ส ั ม ฤ ท ธ ิ ์ ท า ง ก า ร เ ร ี ย น ว ิ ช า ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร์. [อ อ น ไ ล น ์ ] . เ ข ้ า ถ ึ ง จ า ก https://dric.nrct.go.th/index.php?/Search, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 นาเดีย คาเร็ง. 2556. การใช้ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่องการสังเคราะห์ด้วยแสง. [ออนไลน์]. เข้าถึง จากhttps://doi.nrct.go.th/?page=resolve_doi&resolve_doi=10.14457, สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2565 บุญชม ศรีสะอาด และบุญเกื้อ วรหาเวช. 2545. [ออนไลน์]. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้. เข้าถึงจาก https://gsmis.snru.ac.th/e-thesis/file_att1/2020080758421228116.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. บุษบง ชัยเทพ. 2555. การใช้ชุดกิจกรรม เรื่องธรณีวิทยาน่ารู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://www.hongson.ac.th/docu/kru_nee.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 เบญจวรรณ ใจหาญ. 2550. การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดกิจกรรมฝึก. [ออนไลน์]. เข้าถึง จากhttp://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Benjawan_J.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565


79 ปราณี หีบแก้ว. 2554. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอิงประสบการณ์สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ เรื่อง แรงและการเคลื่อนที่. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://libdoc.dpu.ac.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ปริญญา จเรรัชต์และคณะ. 2556. การวัดความพึงพอใจในรูปแบบการสอน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://www.thoengwit.ac.th/projectkru/projdoc/58.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 เผชิญ กิจระการ. 2554. ดัชนีประสิทธิผล. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://so02.tcithaijo.org/index. php/jemmsu/article/download/154725/112520, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน. 2542. [ออนไลน์]. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์. เข้าถึงจาก http://www.kksci.com/elreaning/sci/page/sci_1, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. 2542. [ออนไลน์]. การพัฒนากระบนการทางวิทยาศาสตร์. เข้าถึงจาก http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/2735/1/59253405.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. เพชรรัตดา เทพพิทักษ์. 2545. [ออนไลน์]. ความหมายชุดกิจกรรม. เข้าถึงจาก http://www.ska2.go.th/reis/data/research/25620911_130202_2493.pdf, สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2565. ไ พ ศ า ล ห ว ั ง พ า ณ ิ ช. 2 556. ผ ล ส ั ม ฤ ท ธ ิ ์ ท า ง ก า ร เ ร ี ย น . [อ อ น ไ ล น ์ ] . เ ข ้ า ถ ึ ง จ า ก http://www3.ru.ac.th/kmtechnical/kmdata/2555_1395474069_2555_1379912253_ECO3000.pdf, สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2565 ภพ เลาหไพบูลย์. 2540. [ออนไลน์]. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์. เข้าถึงจาก http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2561/124424/Sithisarn%20Wanrisa.pdf, ส ื บ ค้ น เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565.


80 ภพ เลาหไพบูลย์. 2542. [ออนไลน์]. แนวการสอนวิทยาศาตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ:ไทยวัฒนา พานิชย์.เข้าถึงจาก http://opac.mbu.ac.th/Record/2173, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. ภานุวัตน์ เปรมปรี. 2556. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องระบบนิเวศน้ำจืด. [ออนไลน์]. เข้าถึง จากhttps://ir.swu.ac.th/xmlui/handle/123456789/4309, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2537. [ออนไลน์]. เจตคติทางวิทยาศาสตร์. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/54910227.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. รัตนา ประสงค์ทรัพย์. 2559. การสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ตามแบบวัฏจักรสืบเสาะหา ความรู้ 7 ขั้น (7E). ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 รุ่งนภา เบญมาศ. 2551. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Wannapa_K.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ลำดวน โสดา. 2545. การพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://dric.nrct.go.th/index.php?/Search/SearchDetail/120027, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ลินดา เขจรแข. (2557). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทาง พันธุกรรม.[ออนไลน์]. เข้าถึงจากhttps://www.kroobannok.com/board_view.php, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. 2556. การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Nudjaree_P.pdf, สืบค้นเมื่อ ว ัน ที ่ 10 มิถุนายน 2565


81 วรเชษฐ์ ชาเมืองกูล และคณะ. 2551. [ออนไลน์]. การพัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เรื่อง ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม. เข้าถึงจาก http://www.edu.nu.ac.th/researches/admin/upload, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 วรรณทิพา รอดแรงค้า. 2544. [ออนไลน์]. การจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญ. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/50926980/bibliography.pdf, สืบค้ น เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. วิชัย วงศ์ใหญ่. 2545. [ออนไลน์]. ขั้นตอนในการสร้างชุดกิจกรรม . เข้าถึงจาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Aree_Sr.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. ว ิมลรัตน์ สุนทรว ิโรจน์. 2553. แผนการจัดการเรียนรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://aritbooks.nrru.ac.th/uploadfiles/books/2-2018-08-30-08-45-01.pdf, ส ื บ ค้ น เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 สถาพร พฤฑฒิกุล. 2558. การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://58.82.156.60/quality/research/r/.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. สมบัตร บารมี. 2551. ความพึงพอใจ. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://libdcms.nida.ac.th/thesis6.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 สมบัติ กาจนารักพงค์, กัญญา สุภศิริรักษ์ และกมลรัตน์ อนันปัญญสุทธิ์. 2549. [ออนไลน์]. ขั้นตอน การสืบเสาะหาความรู้. เข้าถึงจาก http://sciso.sakaeo.buu.ac.th/scisobuusk/wpcontent 1.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. 2545. [ออนไลน์]. บทบาทของวิทยาศาสตร์. เข้าถึงจาก http://www.thaischool.in.th/_files_school/90104341/data/90104341_1_2013050 2-114209.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565.


82 สุธาทิพย์ คนโทพรมราช. 2553. ผลการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้โดยใช้ผังกราฟิกประกอบที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก https://so05.tcithaijo.org/index.php/JSSRA/article/download/242251/168120/859156, สืบค้นเมื่อ วันที่ 10 มิถุนายน 2565 ส ุ น ั น ท ์ บ ุ ร า ณ ร ม ย ์ แ ล ะ ค ณ ะ 2 5 4 2. [อ อ น ไ ล น ์ ] . ว ิ ท ย า ศ า ต ร์. เ ข ้ า ถ ึ ง จ า ก https://www.gotoknow.org/pots. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. สุวิทย์ มูลคำ และอรทัยมูลคำ. 2545. ชุดการสอน. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์. สุวิมล เขี้ยวแก้ว. 2540. ผลการจัดการเรียนรู้สอนแบบสืบเสาะหาความรู้. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/57920939.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565. เอเดียน คุณาสิทธิ์. (2555). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์. [ออนไลน์]. เข้าถึงจาก http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/56910132.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 ฮุสตันและคนอื่น ๆ. 1972. [ออนไลน์]. องค์ประกอบของชุดกิจกรรม . เข้าถึงจาก http://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Sec_Ed/Tippawan_S.pdf, สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565.


ภาคผนวก


84 ผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญ รายนามผู้เชี่ยวชาญ รายนามผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษา พิจารณาความเหมาะสมขององค์ประกอบของชุดกิจกรรม การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุด กิจกรรมแบบ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรม มีรายนามต่อไปนี้ 1. นายนพรัตน์ คุณศรี ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 2. นางขนิษฐา บุตรที ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ 3. นางดวงใจ ดวงสุภา ครูชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโรงเรียนบ้านโคกวิทยาคม อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์


85 ภาคผนวก ข แบบประเมินความเหมาะสมในองค์ประกอบต่าง ๆ ของชุดกิจกรรมเรียนรู้ ส่งเสริมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ) แบบประเมินความเหมาะสมในองค์ประกอบต่าง ๆ ของชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุดกิจกรรม แบบ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (สำหรับผู้เชี่ยวชาญ) คำชี้แจง โปรดพิจารณาว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริมความสามารถใน การคิดอ่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีความ เหมาะสมตามองค์ประกอบด้านต่าง ๆ ที่กำหนดหรือไม่ โดยเขียน เครื่องหมาย ✓ ลงในช่อง “ระดับ ความเหมาะสม” ตามความคิดเห็นของท่าน ดังนี้ 5 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด 4 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับมาก 3 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อย 1 หมายถึง มีความเหมาะสมในระดับน้อยที่สุด รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 1. ด้านคำชี้แจง 1.1 องค์ประกอบมีความชัดเจน ครบถ้วนเพียงพอ 1.2 จำนวนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ครอบคุลมสาระ การเรียนรู้ 1.3 สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับจุดประสงค์การ เรียนรู้ 1.4 ข้อปฏิบัติในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เข้าใจ ง่าย ชัดเจน


86 2. ด้านคู่มือครู 2.1 บทบาทของครูผู้สอนสามารถกระตุ้นให้นักเรียน เกิดความสนใจ อยากเรียนรู้ รายการประเมิน ระดับความเหมาะสม 5 4 3 2 1 2.2 ระบุหน้าที่ของครูผู้สอนได้ละเอียดครบถ้วน เพียงพอสำหรับการจัดกิจกกรมการคิดอย่างมี วิจารณญาณ 2.3 สามารถชี้แนะแนวทางให้นักเรียนแต่ละกลุ่ม อภิปรายและสรุปผล ได้บรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 2.4 ระบุสิ่งที่ครูผู้สอนต้องเตรียมในการใช้ชุด กิจกรรมการเรียนรู้ได้ละเอียดครบถ้วน 3. ด้านคู่มือนักเรียน 3.1 คำแนะนำในการปฏิบัติชัดเจน 3.2 ระบุกิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติได้ชัดเจนและ สอดคล้องกับจุดประสงค์ 3.3 การวัดและประเมินผลวัดได้ครอบคลุมและ สอดคล้องกับจุดประสงค์ 4. ด้านแผนการจัดการเรียนรู้ 4.1 มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการ เรียนรู้ ตรงตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4.2 สาระการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับตัวชี้วัด 4.3 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับจุดประสงค์และ สาระการเรียนรู้ 4.4 เนื้อหาเหมาะสมกับวัยและความสนใจของผู้เรียน 4.5 กิจกรรมการเรียนรู้มีความสอดคล้องตาม ขั้นตอนของกระบวนการการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4.6 กิจกรรมมีความหลากหลาย 4.7 กิจกรรมครอบคลุมสาระการเรียนรู้


87 4.8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะสมต่อการ เรียนในเนื้อหาแต่ละชุดกิจกรรม 5. ด้านสื่อการเรียนรู้ 5.1 คำแนะนำในการใช้สื่อมีความชัดเจน เข้าใจง่าย 5.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ 5.3 เหมาะสมกับการเรียน 5.4 กิจกรรมช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกาคิดอย่างมี วิจารญาณ 5.5 ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ เกิดความคิดรวบยอด รวดเร็วและสรุปองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง 5.6 ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ 5.7 ช่วยให้ผู้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อและแหล่งข้อมูลต่าง เพื่อการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม 6.ด้านการประเมิน 6.1 วัดได้ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ 6.2 การวัดและประเมินผลตรงกับลักษณะของ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 6.3 เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผลครอบคลุม จุดประสงค์การเรียนรู้ 6.4 เกณฑ์ที่ใช้วัดและประเมินผลครอบคลุม จุดประสงค์การเรียนรู้ 6.5 วัดและประเมินผลเน้นการประเมินตามสภาพจริง


88 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….ผู้ประเมิน (………………………………………………………) ตำแหน่ง……………………………………………… วัน/เดือน/ปี……………………………………………


89 ภาคผนวก ค แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุดกิจกรรม แบบ Active Learning สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน โดยรวม ตาราง 1 แสดงผลการพิจารณาความเหมาะสมของชุดกิจกรรมการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยการใช้ชุดกิจกรรมแบบ Active Learning สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน โดยรวม รายการประเมิน คะแนนความเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ คนที่ ระดับความ เหมาะสม 1 2 3 x̅ S.D. 1. ด้านคำชี้แจง 1.1 องค์ประกอบมีความชัดเจน ครบถ้วน เพียงพอ 4 5 5 0.67 0.58 มากที่สด 1.2 จำนวนชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ 5 5 4 0.67 0.58 มากที่สุด 1.3 สาระการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ 5 4 4 4.33 0.58 มาก 1.4 ข้อปฏิบัติในการใช้ชุดกิจกรรมการ เรียนรู้เข้าใจง่าย ชัดเจน 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านคำชี้แจง 4.23 0.41 มากที่สุด 2. ด้านคู่มือครู 2.1 บทบาทของครูผู้สอนสามารถ กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความสนใจ อยาก เรียนรู้ 4 4 5 4.00 0.58 มาก 2.2 ระบุหน้าที่ของครูผู้สอนได้ละเอียด ครบถ้วนเพียงพอสำหรับการจัดกิจกกรม การคิดอย่างมีวิจารณญาณ 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด


90 รายการประเมิน คะแนนความเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ คนที่ ระดับความ เหมาะสม 1 2 3 x̅ S.D. 2.3 สามารถชี้แนะแนวทางให้นักเรียน แต่ละกลุ่มอภิปรายและสรุปผล ได้บรรลุ ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 2.4 ระบุสิ่งที่ครูผู้สอนต้องเตรียมในการ ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ละเอียดครบถ้วน 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านคู่มือครู 4.22 0.41 มาก 3. ด้านคู่มือนักเรียน 3.1 คำแนะนำในการปฏิบัติชัดเจน 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด 3.2 ระบุกิจกรรมที่นักเรียนปฏิบัติได้ ชัดเจนและสอดคล้องกับจุดประสงค์ 5 4 4 4.33 0.58 มาก 3.3 การวัดและประเมินผลวัดได้ ครอบคลุมและสอดคล้องกับจุดประสงค์ 4 4 5 4.33 0.58 มาก เฉลี่ยด้านคู่มือนักเรียน 4.22 0.41 มาก 4. ด้านแผนการจัดการเรียนรู้ 4.1 มาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดชั้นปี และสาระการเรียนรู้ ตรงตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4 4 5 4.33 0.58 มาก 4.2 สาระการเรียนรู้ และจุดประสงค์ การเรียนรู้สอดคล้องกับตัวชี้วัด 5 4 4 4.33 0.58 มาก 4.3 กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับ จุดประสงค์และสาระการเรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 4.4 เนื้อหาเหมาะสมกับวัยและความ สนใจของผู้เรียน 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด 4.5 กิจกรรมการเรียนรู้มีความ สอดคล้องตามขั้นตอนของกระบวนการการ คิดอย่างมีวิจารณญาณ 4 4 4 4.00 0.00 มาก


91 รายการประเมิน คะแนนความเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ คนที่ ระดับความ เหมาะสม 1 2 3 x̅ S.D. 4.6 กิจกรรมมีความหลากหลาย 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด 4.7 กิจกรรมครอบคลุมสาระการเรียนรู้ 4 4 4 4.00 0.00 มาก 4.8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเหมาะ สม ต่อการเรียนในเนื้อหาแต่ละชุดกิจกรรม 4 5 5 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านแผนการจัดการเรียนรู้ 4.23 0.41 มาก 5. ด้านสื่อการเรียนรู้ 5.1 คำแนะนำในการใช้สื่อมีความชัดเจน เข้าใจง่าย 5 5 5 5.00 0.00 มากที่สุด 5.2 สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ 4 4 4 4.00 0.00 มาก 5.3 เหมาะสมกับการเรียน 4 4 5 4.33 0.58 มาก 5.4 กิจกรรมช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดกา คิดอย่างมีวิจารญาณ 4 3 4 3.67 0.58 มาก 5.5 ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ เกิดความคิด รวบยอดรวดเร็วและสรุปองค์ความรู้ได้ด้วย ตนเอง 4 4 4 4.00 0.00 มาก 5.6 ช่วยให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาด้าน ความรู้ ทักษะ กระบวนการคิดอย่างมี วิจารณญาณคุณธรรม จริยธรรม และ ค่านิยมอันพึงประสงค์ 5 4 4 4.33 0.58 มาก 5.7 ช่วยให้ผู้เรียนรู้วิธีการใช้สื่อและ แหล่งข้อมูลต่าง เพื่อการศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติม 4 5 4 4.33 0.58 มาก เฉลี่ยด้านสื่อการเรียนรู้ 4.22 4.21 มาก 6.ด้านการวัด/ประเมินผล 6.1 วัดได้ครอบคลุมจุดประสงค์การ เรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก


92 รายการประเมิน คะแนนความเห็น ของผู้เชี่ยวชาญ คนที่ ระดับความ เหมาะสม 1 2 3 x̅ S.D. 6.2 การวัดและประเมินผลตรงกับ ลักษณะของกระบวนการคิดอย่างมี วิจารณญาณ 4 4 3 3.67 0.58 มาก 6.3 เครื่องมือที่ใช้วัดและประเมินผล ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ 4 4 5 4.33 0.58 มาก 6.4 เกณฑ์ที่ใช้วัดและประเมินผล ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ 4 3 4 3.67 0.58 มาก 6.5 วัดและประเมินผลเน้นการประเมิน ตามสภาพจริง 5 5 4 4.67 0.58 มากที่สุด เฉลี่ยด้านการวัด/ประเมินผล 4.21 0.41 มาก รวมเฉลี่ย 3.95 0.35 มาก


Click to View FlipBook Version