ก
กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด
จัดทำโดย
นภิ าศิริ ศลิ าแกว้ รหัสนักศึกษา 6232010022
วารรี ตั น์ เพ็งเพ็ชร รหสั นักศึกษา 6232010023
เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จทุ ยั รตั น์
รายงานน้ีเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชา โครงการ
สาขาวิชา การบัญชี ประเภทวิชา บรหิ ารธรุ กิจ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563
ค
วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี
กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด
โดย
นภิ าศิริ ศลิ าแก้ว รหัสนักเรียน 6232010022
วารีรตั น์ เพ็งเพ็ชร รหัสนกั เรียน 6232010023
เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จุทัยรัตน์
รายงานนี้เปน็ ส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชา โครงการ
สาขาวิชา การบญั ชี ประเภทวิชา บรหิ ารธุรกิจ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี
ก
ใบรบั รองโครงการ
ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสูง ชน้ั ปีท่ี 2 (ปวส.2)
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี
โครงการ
กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด
โดย
1. นางสาว นภิ าศริ ิ ศลิ าแก้ว รหสั นักเรียน 6232010022
2. นางสาว วารรี ัตน์ เพง็ เพ็ชร รหสั นกั เรียน 6232010023
ช้นั ปวส.2/1 สาขาวิชาการบญั ชี
พิจารณาเหน็ ชอบโดย
(นางนิพร จทุ ัยรตั น)์
อาจารย์ทป่ี รกึ ษาโครงการ
แผนกวชิ าบญั ชี คณะบรหิ ารธุรกจิ
ค
ช่อื โครงการ : กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด
ผู้จัดทำ : นภิ าศริ ิ ศลิ าแก้ว
วารรี ัตน์ เพ็งเพ็ชร
สาขาวิชา : การบญั ชี
ประเภทวิชา : บรหิ ารธุรกจิ
ปกี ารศกึ ษา : 2563
ชอ่ื สถานศึกษา : วิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี
บทคัดยอ่
วัตถปุ ระสงค์การศกึ ษา 1. เพื่อนำเปลอื กขา้ วโพดเหลอื ใชม้ าประดิษฐเ์ ป็นกระดาษสาใช้
ประโยชนต์ อ่ ได้ 2. เพอื่ ศึกษาความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายทีม่ ตี อ่ ผลติ ภัณฑ์กระดาษสาทท่ี ำจาก
เปลอื กข้าวโพด 3. เพอื่ ลดปรมิ าณขยะทีเ่ กิดจากเปลอื กขา้ วโพด และสร้างมลู คา่ จากเปลือกขา้ วโพดท่ี
เหลือใช้ กลุ่มเปา้ หมายที่ใช้ในการศึกษาครงั้ นี้ไดแ้ ก่ บุคคลทวั่ ไปในวิทยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบรุ ี อำเภอ
เมือง จงั หวดั ชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซง่ึ ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ใน
การศกึ ษา คือ ข้อมลู ทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ระดบั ความพึงพอใจของผบู้ รโิ ภคทม่ี ีตอ่ กระดาษ
สาจากเปลือกข้าวโพด แบ่งเปน็ แบบสอบถามแบบมาตราสว่ นประเมินคา่ (Rating Scale) 5 ระดบั
แบง่ เปน็ 3 ด้าน แบง่ เป็น ด้านคุณภาพผลิตภณั ฑ์ ด้านความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์ ด้านการสง่ เสรมิ
การจดั จำหนา่ ย สถติ ิทใี่ ชใ้ นการศึกษาคือ 1. ค่ารอ้ ยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลี่ย (Mean)
3. สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการศกึ ษาพบวา่
กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญเ่ ปน็ เพศหญงิ จำนวน 27 คน อยูใ่ นช่วงอายตุ ำ่ กวา่ 20 ปี เป็น
นักเรียน/นกั ศึกษา จำนวน 30 คน กำลงั ศึกษาในระดบั ช้นั ปวส.2 สาขาการบัญชี มคี วามพงึ พอใจตอ่
ผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ด้านคุณภาพผลิตภณั ฑ์ คอื ผลติ ภณั ฑ์สามารถนำมาทำเปน็
บรรจภุ ัณฑ์ต่าง ๆ ได้ รองลงมาคือ เปลอื กขา้ วโพดสามารถใช้งานไดจ้ ริง สามารถใช้แทนบรรจุภัณฑ์
ท่ที ำจากพลาสติก ความเรียบของเนื้อกระดาษสาเปลอื กขา้ วโพด และผลิตภณั ฑ์ทนทานแข็งแรงต่อ
การใช้งาน ดา้ นความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์ คือ ผลติ ภัณฑม์ ีความทันสมยั สวยงาม มเี อกลกั ษณ์ทผี่ ู้
ซ้อื สามารถจดจำไดง้ า่ ย รองลงมาคือ กระดาษมสี สี นั ทน่ี ่าใจ ผลติ ภัณฑ์ทำจากวัสดุธรรมชาติย่อยสลาย
ค
ไดง้ า่ ยและเปน็ การอนุรักษธ์ รรมชาติ ผลติ ภัณฑ์สามารถช่วยลดปรมิ าณขยะท่เี กดิ จากเปลือกข้าวโพด
ได้ และผลติ ภัณฑม์ คี วามแปลกใหม่ไมซ่ ้ำกับทอ้ งตลาด ดา้ นการสง่ เสรมิ การจัดจำหนา่ ย คือ ผลติ ภณั ฑ์
มสี สี ันสวยงามสามารถดึงดูดความนา่ สนใจผซู้ ื้อได้ รองลงมาคือ กระดาษสาคุณภาพดไี มก่ รอบเป่ือย
ยยุ่ ง่ายและเก็บได้นาน ราคาสินค้าทเี่ หมาะสมกบั ผลติ ภณั ฑ์ กระดาษสาสามารถนำมาทำเป็น
สิ่งประดษิ ฐห์ รอื ของใช้ได้ และผลติ ภณั ฑ์มีขนาดหลากหลายทเ่ี หมาะสมกบั ผบู้ ริโภค
คำสำคัญ : กระดาษสา เปลือกข้าวโพด ผลติ ภณั ฑ์
ค
กติ ตกิ รรมประกาศ
โครงการกระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ในครงั้ นี้ สามารถสำเร็จลลุ ่วงไปดว้ ยดีโดยได้รบั
ความกรุณา จากอาจารยน์ พิ ร จทุ ยั รัตน์ ที่ปรกึ ษาโครงการ ท่ีใหค้ ำเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนแกไ้ ข
ขอ้ บกพรอ่ งตา่ ง ๆ และเอาใจใสด่ ว้ ยดีตลอดระยะเวลาในการทำโครงการ ผู้ศึกษาจึงขอกราบ
ขอบพระคุณเปน็ อย่างอยา่ งสูง ณ โอกาสนี้
ขอขอบพระคุณบิดา มารดา และผูป้ กครอง ทุกคนท่ไี ด้ให้คำแนะนำช่วยเหลือสนับสนนุ
ผู้ศึกษาโครงการมาตลอด โครงการจะสำเร็จลุล่วงไปไม่ได้ หากไม่มีบุคคลดงั กลา่ วในการจดั ทำ
โครงการ
สดุ ทา้ ยน้ี คุณค่าและประโยชนข์ องโครงการนี้ ทางผู้จดั ทำขอมอบเป็นกตญั ญกู ตเวทิตาแด่
บพุ การี บรู พาจารย์ และผู้มพี ระคุณทกุ ท่านทงั้ ในอดีตและปจั จบุ นั ท่ไี ดอ้ บรม สั่งสอน ช้ีแนะแนวทาง
ในการศกึ ษา จนทำใหผ้ วู้ จิ ยั ประสบความสำเร็จมาจนตราบทกุ วันน้ี
นิภาศริ ิ ศิลาแก้ว
วารรี ตั น์ เพ็งเพช็ ร
ค
สารบัญ
หนา้
ใบรับรองโครงการ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ก
บทคดั ยอ่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….ข
กิตตกิ รรมประกาศ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..ง
สารบัญ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………จ
สารบญั ตาราง…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ฉ
สารบญั ภาพ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….ช
บทที่ 1 บทนำ………………………………………………………………………………………………………………………………………..1
ความเปน็ มาและความสำคัญ……………………………………………………………………………………………………1
วตั ถปุ ระสงค์…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..2
ขอบเขตการศกึ ษา.........................................................................................................................................................2
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั จากการศกึ ษา……………………………………………………………………………………………..2
นิยามศพั ท์เฉพาะ………………………………………………………………………………………………………………………………………….2
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง………………………………………………………………………………………………………………..3
จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคำอธบิ ายรายวชิ า………………………………………………………3
ทฤษฎีการวิเคราะห์สถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)……………………………………………….4
ทฤษฎวี ิเคราะห์ผบู้ รโิ ภค (STP Strategy)…………………………………………………………………………………………….6
ทฤษฎีกลยทุ ธท์ างการตลาด (4P’s) (8P’s)………………………………………………………………………………………….7
ทฤษฎพี ฤติกรรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)………………………………………………………………10
แนวความคดิ ทางการพัฒนาบรรจุภณั ฑ์………………………………………………………………………………………………13
แนวความคิดของหลักการบญั ชีต้นทุน………………………………………………………………………………………...………17
แนวคดิ ในการวัดผลกำไร………………………………………………………………………………………………………………...………18
งานวิจยั ทีเ่ กยี่ วข้อง…………………………………………………………………………………………………………………………...………20
ค
สารบญั (ตอ่ )
หนา้
บทท่ี 3 วิธีดำเนินการศกึ ษา…………………………………………………………………………………………………………………..……………...25
ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง……………………………………………………………………………………………………..……………..25
เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษา……………………………………………………………………………………………………………………….25
ขน้ั ตอนในการสรา้ งเครอ่ื งมือ…………………………………………………………………………………………………………..….….26
การเกบ็ รวบรวมข้อมลู ……………………………………………………………………………………………………………………….……..27
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการศกึ ษา…………………………………………………………………………....……..27
บทท่ี 4 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ……………………………………………………………………………………………………………………………………29
สัญลกั ษณใ์ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู ………………………………………………………………………………………………………29
การนำเสนอผลการวิเคราะห์………………………………………………………………………………….……………….………………29
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………….………………………….38
สรปุ ผลการศึกษา……………………………………………………………………………………………………………..…………………………38
การอภปิ รายผล……………………………………………………………………………………………………………..……………………………40
ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………..…..………………………….44
บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….45
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบขออนุมัติโครงการและแบบเสนอโครงการ
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม
ภาคผนวก ค งบประมาณคา่ ใชจ้ า่ ย
ภาคผนวก ง เอกสารประกอบ (ภาพถ่าย)
ประวัตผิ ู้ศกึ ษา
ค
สารบัญตาราง
หน้า
ตารางท่ี 1 แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามเพศ………………………………………………..29
ตารางท่ี 2 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาย…ุ …………………………….……………….30
ตารางที่ 3 แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาชีพ…………………………………..………..30
ตารางที่ 4 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามระดบั ชั้น (กำลังศกึ ษา)………….…31
ตารางท่ี 5 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามแผนกวชิ า……………………….……………32
ตารางท่ี 6 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามระดบั การศึกษา………….………..…….33
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลีย่ และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภค…………34
ทีม่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด สรปุ เปน็ รายด้าน
ตารางท่ี 8 แสดงค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภค……..….35
ทม่ี ีตอ่ ผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด ด้านคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์
ตารางท่ี 9 แสดงคา่ เฉลี่ย และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผบู้ ริโภค…..…..36
ทม่ี ีต่อผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ด้านความน่าสนใจของผลติ ภัณฑ์
ตารางที่ 10 แสดงค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภค………..37
ท่มี ตี ่อผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ดา้ นการสง่ เสริมการจดั จำหน่าย
ค
สารบญั ตาราง
หน้า
ตารางท่ี 1 แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามเพศ………………………………………………..29
ตารางท่ี 2 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามอาย…ุ …………………………….……………….30
ตารางที่ 3 แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาชีพ…………………………………..………..30
ตารางที่ 4 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามระดบั ชั้น (กำลังศกึ ษา)………….…31
ตารางท่ี 5 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามแผนกวชิ า……………………….……………32
ตารางท่ี 6 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามระดบั การศึกษา………….………..…….33
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภค…………34
ทีม่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด สรปุ เปน็ รายด้าน
ตารางท่ี 8 แสดงค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภค……..….35
ทม่ี ีตอ่ ผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ด้านคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์
ตารางท่ี 9 แสดงคา่ เฉลี่ย และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผบู้ ริโภค…..…..36
ทม่ี ีต่อผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ด้านความน่าสนใจของผลติ ภัณฑ์
ตารางที่ 10 แสดงค่าเฉล่ีย และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภค………..37
ท่มี ตี ่อผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ดา้ นการสง่ เสริมการจดั จำหน่าย
ก
บทท่ี 1
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา
กระดาษสา มมี านาน 20 กวา่ ปแี ลว้ โดยสมยั กอ่ นนน้ั ไม่ไดท้ ำกนั อย่างแพรห่ ลายเหมอื นสมัย
นี้ จะทำกนั เฉพาะเมือ่ ตอ้ งการเขียนยันต์ ทำไสเ้ ทยี นและทำตงุ ของเชียงใหมเ่ ท่าน้นั ตั้งแต่นนั้ มาก็ได้
มีการพฒั นาการทำกระดาษสาจากทเี่ คยทำสขี าวก็คิดหาวิธที ำเปน็ หลาย ๆ สี และมลี วดลายมาก
ยิ่งขึ้น ซง่ึ ปรากฏวา่ ได้รบั ความสนใจจากคนไทยและตา่ งประเทศเป็นอยา่ งมาก ทำให้ทา่ นมกี ำลงั ใจท่ี
จะผลติ งานศลิ ปะ กระดาษสามากยิ่งขึ้น แปรรปู เป็นผลิตภณั ฑต์ า่ ง ๆ เช่น สมดุ โนต้ ถงุ กระดาษ
ดอกไม้ ฯลฯ และยงั ไดเ้ ผยแพร่การทำกระดาษสาไปยังหมบู่ า้ นอน่ื ๆ และสอนวธิ กี ารทำกระดาษสาให้
เพ่ือเปน็ การอนุรกั ษศ์ ิลปะของไทยอกี ดว้ ย ที่ยึดหลกั การประกอบอาชพี ในการทำกระดาษสา สบื ทอด
จากบรรพบรุ ษุ ของบ้านตน้ เปา ซ่ึงเปน็ แหลง่ ผลติ กระดาษสาด้ังเดิมของเชยี งใหม่ โดยในอดีตการทำ
กระดาษสานัน้ เพอ่ื นำไปใช้ในการผลิตรม่ และพดั โดยแหล่งผลิตร่มและพัดอยู่ทบ่ี ้านบ่อสร้าง อำเภอ
สันกำแพง จงั หวดั เชียงใหม่ นอกจากนย้ี งั ใช้ในการทำไสเ้ ทียน ทำตงุ และทำโคมลอย ซง่ึ กระดาษสายัง
ไมเ่ ปน็ ทตี่ อ้ งการของทอ้ งตลาดมากนกั
แต่ในปัจจบุ ันมสี ง่ิ ประดิษฐม์ ากมายเกิดขึน้ โดยเฉพาะเทคโนโลยตี ่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
คอมพวิ เตอร์ จกั รยานยนต์ โทรศัพทม์ ือถือ โทรทศั น์ เป็นตน้ ทำใหส้ ังคมของคนไทยน้ันเปล่ียนไป
กลายเป็นยุคไอที ยุคทนั สมยั ข้ึนมาอยา่ งรวดเร็ว แน่นอนว่ายง่ิ มีสง่ิ ประดิษฐม์ ากข้นึ ย่อมต้องมคี น
ตอ้ งการมากขนึ้ และผลทีต่ ามมาก็คือใช้ทรพั ยากรมากข้นึ ทำใหส้ ภาพแวดล้อมแยล่ ง ทงั้ หมดนเี้ ป็น
เพราะเรานั้นลมื วฒั นธรรมเกา่ ๆสมยั ก่อน คำนงึ ถงึ แตต่ ัวเองโดยทีไ่ ม่ได้รกั ษาเกบ็ เอาไว้ ดังน้นั ผจู้ ดั ทำ
จงึ ได้ทำโครงการเรือ่ ง กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ซง่ึ เปลือกขา้ วโพดเปน็ มติ รต่อธรรมชาติ
สามารถยอ่ ยสลายและช่วยลดการใชพ้ ลาสตกิ ทกี่ อ่ ใหเ้ กิดภาวะโลกรอ้ น แลว้ ยงั สามารถลดปรมิ าณ
ขยะทีเ่ กิดจากเปลอื กขา้ วโพด สรา้ งมลู ค่าจากเปลือกขา้ วโพดทเ่ี หลอื ใชแ้ ละชว่ ยลดคา่ ใช้จา่ ย
ดงั นัน้ ผูจ้ ัดทำโครงการจึงเลง็ เหน็ ประโยชน์ของเปลอื กขา้ วโพดจึงนำมาแปรรปู เปน็ กระดาษสา
และได้ความร้เู พม่ิ เตมิ ในเร่ืองเศรษฐกจิ พอเพยี งตามหลกั ความมเี หตผุ ลคอื พอประมาณ ใชเ้ ปลือก
ข้าวโพดท่เี หลอื ใช้เปน็ การประหยัดค่าใชจ้ ่าย ไมฟ่ ่มุ เฟอื ย สรา้ งมลู ค่าเพมิ่ ของเปลอื กข้าวโพด และ
อนุรกั ษว์ ัฒนธรรมสมัยกอ่ นอกี ดว้ ย
2
วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา
1. เพ่อื นำเปลอื กข้าวโพดเหลอื ใช้มาประดิษฐเ์ ป็นกระดาษสาใชป้ ระโยชน์ต่อได้
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายทม่ี ีต่อผลิตภัณฑ์กระดาษสาท่ที ำจากเปลอื ก
ข้าวโพด
3. เพอื่ ลดปรมิ าณขยะทเ่ี กิดจากเปลอื กข้าวโพด และสร้างมลู คา่ จากเปลือกข้าวโพดทเ่ี หลือ
ใช้
ขอบเขตของการศึกษา
1. ดา้ นกล่มุ เป้าหมายทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาครง้ั น้ี ได้แก่ บคุ คลทวั่ ไปในวิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี
อำเภอเมอื ง จงั หวัดชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซึ่งไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจง
2. ด้านเนอื้ หา ไดแ้ ก่ พัฒนากระดาษสาโดยนำเปลือกขา้ วโพดท่ีเหลอื ใช้มาประดิษฐเ์ ปน็
กระดาษสาท่ีใหป้ ระโยชนแ์ ละให้นา่ สนใจ อีกทงั้ เปน็ การประเมินความคดิ เหน็ ของผบู้ รโิ ภคทมี่ ีต่อ
ผลติ ภณั ฑ์ โดยใช้แบบสอบถามความพงึ พอใจ
3. ด้านระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการศึกษา ตง้ั แต่ 1 กรกฎาคม 2563 ถงึ 30 ตลุ าคม 2563
ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
1. ไดผ้ ลิตภณั ฑก์ ระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพดท่ีเหลอื ใช้
2. สามารถลดปริมาณขยะจากเปลอื กข้าวโพดลดลง และเพมิ่ มูลค่าของเปลอื กขา้ วโพดที่
เหลอื ใช้
3. ได้ทราบความพงึ พอใจของกลุม่ เปา้ หมายทีม่ ีตอ่ ผลิตภณั ฑท์ แี่ ปรรูปมาจากกระดาษสา
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. กระดาษสา หมายถงึ กระดาษท่ที ำจากเยอื่ ของเปลอื กต้นสา เนอ้ื เหนยี ว นำ้ หนักเบา
ใชท้ ำงานประดิษฐท์ ำกระดาษหอ่ ของ ทำร่ม เปน็ ต้น
2. เปลอื กขา้ วโพด หมายถงึ เปลือกทเ่ี ป็นแผ่นโคง้ ซ้อนกนั เปน็ ชน้ั มีลวดลายของเสน้ ใย
เป็นรวิ้ ๆ ในตัวเอง และมแี นวขนาน ตามความยาวของเปลอื ก ทำให้เปลอื กข้าวโพดมีความสวยงาม
เฉพาะตวั ไมเ่ หมอื นวสั ดอุ ่นื ใด
3. ผลิตภัณฑ์ หมายถึง ทกุ สงิ่ ทนี่ ักการตลาดนำมาเสนอกบั ตลาด เพ่อื เรยี กร้องความสนใจ
เพอื่ การได้กรรมสทิ ธ์ิ หรอื เพ่อื การอปุ โภคบรโิ ภค ซ่งึ สามารถตอบสนองความตอ้ งการของตลาดได้
3
บทท่ี 2
เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
การดำเนินการโครงการ กระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด ณ แหล่งชุมชนการเคหะ 2
ตำบลเสม็ด อำเภอเมอื ง จังหวดั ชลบรุ ี 20000 ระหวา่ งวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 สิ้นสดุ 30 ตลุ าคม 2563
ผู้ดำเนนิ โครงการไดร้ วบรวม เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ งมหี วั ข้อตอ่ ไปน้ี
1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชาและคำอธิบายรายวิชา (SWOT Analysis)
2. ทฤษฎีการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ทางการตลาด (SWOT Analysis)
3. ทฤษฎีการวเิ คราะหผ์ บู้ รโิ ภค (STP strategy)
4. ทฤษฎีกลยทุ ธท์ างการตลาด (4Ps) และ (8Ps)
5. ทฤษฎีพฤตกิ รรมผู้บริโภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวความคดิ ทางการพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์
7. แนวความคิดของหลกั การบัญชตี ้นทุน
8. แนวความคดิ ในการวดั ผลกำไร
9. งานวจิ ยั ทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
1. จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชาและคำอธบิ ายรายวิชา (SWOT Analysis)
1.1 เข้าใจขน้ั ตอนและกระบวนการสรา้ งหรอื พฒั นางานอาชพี อย่างเปน็ ระบบ
1.2 สามารถบูรณาการความร้แู ละทกั ษะในการสรา้ งและหรือพฒั นางานในสาขาวิชาชีพตาม
กระบวนการวางแผน ดำเนินงาน แก้ไขปัญหา ประเมินผล ทำรายงานและนำเสนอผลงาน
1.3 มเี จตคติและกจิ นิสัยในการศกึ ษาค้นคว้าเพื่อสรา้ งและหรือพฒั นางานอาชพี ด้วยความ
รบั ผิดชอบ มีวินัยคุณธรรม จรยิ ธรรม ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์
1.4 แสดงความรเู้ กีย่ วกบั หลักการและกระบวนการสร้างและหรือพัฒนางานอาชพี อย่างเปน็
ระบบ
1.5 เขียนโครงการสร้างและหรอื พฒั นางานตามหลกั การ
1.6 ดำเนนิ งานตามแผนงานโครงการตามหลักการและกระบวนการ
1.7 เกบ็ ขอ้ มูลวเิ คราะหส์ รุปและประเมนิ ผลการดำเนินงานโครงการตามหลกั การ
1.8 รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานโครงการตามรปู แบบวิธีการตา่ ง ๆ
1.9 นำเสนอผลการดำเนนิ งานดว้ ยรปู แบบวธิ ีการตา่ ง ๆ
4
1.10 ศึกษาและปฏบิ ัตเิ กย่ี วกบั การบรู ณาการความรู้และทักษะในระดับเทคนิคทส่ี อดคลอ้ งกบั
สาขาวชิ าชพี ทศ่ี กึ ษาเพือ่ สร้างและหรอื พฒั นางานด้วยกระบวนการทดลอง สำรวจ หรอื การปฏบิ ตั ิงานเชิง
ระบบ การเลอื กหวั ขอ้ โครงการการศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูลและเอกสารอ้างองิ การเขยี นโครงการการ
ดำเนนิ งานโครงการ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะห์และแปลผล การสรปุ จัดทำรายงาน การนำเสนอ
ผลงานโครงการดำเนนิ การเป็นรายบุคคลหรือกลุม่ ตามลักษณะของงานให้แล้วเสร็จในระยะเวลาที่
กำหนด
2. ทฤษฎีการวิเคราะหส์ ถานการณท์ างการตลาด (SWOT Analysis)
2.1 SWOT คือ เคร่ืองมอื การบรหิ ารทน่ี ำมาใช้วิเคราะห์สภาพแวดลอ้ ม วเิ คราะหศ์ ักยภาพของ
องคก์ ร เพอื่ ประเมินสถานการณ์ จากน้ันนำข้อมลู ท่ไี ดม้ ากำหนดเปา้ หมายหรอื กำหนดทิศทางการ
ทำงาน ซ่งึ นิยมเรยี กกนั ว่า “กลยทุ ธ์การบรหิ าร” SWOT เปน็ อักษรย่อมาจากคำว่า Strengths
Weaknesses Opportunities และ Threats ซง่ึ แต่ละคำมคี วามหมาย ดังน้ี
2.1.1 Strengths (จุดแขง็ ) เปน็ การพจิ ารณาข้อดหี รอื จุดเด่นทีเ่ ก่ียวกบั บริษทั ผลติ ภัณฑ์
สว่ นประสมทางการตลาด (4 P’s) และปจั จัยภายในทบ่ี รษิ ัทสามารถควบคมุ ได้ และนำมาใช้ในการ
วางแผนกลยทุ ธ์การตลาด
2.1.2 Weaknesses (จุดออ่ น) เปน็ การพจิ ารณาขอ้ เสยี หรอื จุดดอ้ ยหรอื ข้อบกพรอ่ งทอ่ี ยู่
ภายในบรษิ ทั และผลติ ภัณฑ์ ซง่ึ เปน็ ปจั จัยทบ่ี ริษทั สามารถควบคุมได้และบรษิ ัทจำเป็นต้อง
ปรบั ปรงุ แก้ไข
2.1.3 Opportunities (โอกาส) เป็นการพจิ ารณาถึงข้อไดเ้ ปรยี บของกจิ การหรอื ของ
ผลิตภัณฑท์ มี่ เี หนือกว่าค่แู ข่งขนั ซงึ่ เป็นปจั จัยท่อี ยูภ่ ายนอกทเี่ อ้ืออำนวยประโยชน์ตอ่ บริษทั ให้
นำไปใชใ้ นการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด
2.1.4 Threats (อุปสรรค) เป็นการพิจารณาข้อเสยี เปรียบ ขอ้ จำกดั หรอื ปญั หาทอ่ี ยู่
ภายนอกกิจการ และเปน็ อปุ สรรคทมี่ ผี ลกระทบต่อบรษิ ทั เป็นปจั จัยภายนอกทีไ่ ม่สามารถควบคุมได้
2.2 กรอบและขนั้ ตอนในการวเิ คราะห์ SWOT
สง่ิ สำคัญท่ีจะตอ้ งคำนงึ ถงึ สำหรบั การวเิ คราะห์ SWOT ก็คอื การกำหนดกรอบหรือกำหนด
ประเด็น เพือ่ ให้การวิเคราะห์ จุดแขง็ จดุ อ่อน โอกาส และอปุ สรรคไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง หลักในการ
กำหนดกรอบหรือกำหนดประเด็นวิเคราะห์ SWOT ตอ้ งขึ้นอยู่กับลกั ษณะธุรกจิ หรือธรรมชาตขิ อง
5
องคก์ รน้ัน ๆ ซง่ึ มคี วามแตกต่างกันหลายรปู แบบ เชน่ กรอบหรอื ประเดน็ การวิเคราะหห์ น่วยงานหรอื
องคก์ รภาครัฐ และองค์กรภาคธรุ กิจ
ประเดน็ สำหรบั การวเิ คราะห์
1. เอกลักษณข์ ององคก์ ร
2. ขอบเขตของธุรกจิ
3. แนวโน้มและสภาพแวดลอ้ มทจ่ี ะกลายเป็นโอกาสและอปุ สรรค
4. โครงสรา้ งของธุรกจิ
5. รูปแบบการเติบโตตามทค่ี าดหวงั
2.3 การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ ร
เป็นการวิเคราะห์และพจิ ารณาทรพั ยากรและความสามารถภายในองค์กรทกุ ๆ ด้าน ท้งั ใน
ด้านโครงสรา้ ง ระบบ ระเบยี บ วิธีปฏิบัติงาน บรรยากาศในการทำงานและทรพั ยากรในการบรหิ าร
เช่น คน เงนิ วัสดอุ ุปกรณ์ และการจัดการ รวมถึงการพจิ ารณาผลการดำเนินงานทีผ่ ่านมา เพอ่ื ระบจุ ดุ
แขง็ และจุดออ่ นขององคก์ ร
2.4 การประเมินสภาพแวดลอ้ มภายนอก
การประเมินสภาพแวดลอ้ มภายนอกองค์กรนัน้ สามารถค้นหาโอกาสและอปุ สรรคในการ
ดำเนนิ งานขององค์กรท่ไี ดร้ บั ผลกระทบ เป็นการวเิ คราะห์วา่ ปจั จัยใดท่ีสามารถสง่ ผลกระทบ
ประโยชนท์ งั้ ทางตรงและทางออ้ มตอ่ การดำเนนิ การขององค์กร และสามารถฉกฉวยข้อดีมาเสรมิ สร้าง
ให้หน่วยงานเขม็ แข็ง ขึน้ ได้ สำหรับอปุ สรรคทางสภาพแวดลอ้ ม เป็นการวเิ คราะหว์ า่ ปจั จยั ภายนอก
องคก์ รใดทสี่ ามารถสง่ ผลกระทบ ที่จะกอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายท้ังทางตรง และทางออ้ ม ซ่ึงองคก์ ร
จำตอ้ งหลกี เล่ยี งหรอื ปรบั สภาพองค์กรให้มีความแขง็ แกร่งพรอ้ มทจี่ ะเผชิญ แรงกระทบดงั กล่าวได้
2.5 วเิ คราะห์สถานการณ์จากการประเมินสภาพแวดลอ้ ม
เมอ่ื ไดข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั จดุ แขง็ - จดุ ออ่ น โอกาส - อปุ สรรค จากการวเิ คราะหป์ ัจจยั ภายใน
และปจั จยั ภายนอกนอกแลว้ ใหน้ ำ จดุ แข็ง - จุดอ่อนภายในมาเปรียบเทียบกับ โอกาส - อปุ สรรค
จากปจั จยั ภายนอกเพ่อื ดูว่าองคก์ รกำลงั เผชิญสถานการณ์ เช่น สถานการณท์ ่เี ลวรา้ ย สถานการณ์ที่
องคก์ รมโี อกาสเป็นข้อไดเ้ ปรียบ เป็นสถานการณท์ ีพ่ งึ่ ปรารถนา หรอื สถานการณน์ เ้ี กิดขึน้ จากการที่
สภาพแวดลอ้ มไมเ่ ออ้ื อำนวยตอ่ การ ดำเนินงาน แต่ตวั องค์กรมขี อ้ ไดเ้ ปรียบทเี่ ป็นจดุ แขง็ หลาย
ประการ ความสำคญั กระบวนการและผลจากการวิเคราะห์ SWOT น้ีจะใช้เป็นแนวทางในการ
6
กำหนดวิสัยทัศนก์ ารกำหนดกลยทุ ธ์ เพ่ือใหอ้ งค์กรเกิดการพฒั นาไปในทางท่ีเหมาะสมสามารถบรรลุ
ความสำเรจ็ ตามเป้าหมายทีว่ างไว้ หรือทำใหม้ ขี ้อไดเ้ ปรยี บในเชิงธรุ กจิ สามารถเปน็ ผู้นำทางดา้ น
การตลาดได้ นนั้ เอง
3. ทฤษฎีการวเิ คราะหผ์ บู้ ริโภค (STP strategy)
3.1 WHO ใครคือกลุม่ เปา้ หมาย
เป็นการศึกษาถงึ ลักษณะของกลมุ่ เปา้ หมายในเร่ืองต่าง ๆไมว่ า่ จะเป็นประชากรศาสตร์
ภมู ศิ าสตร์ จติ วิทยาและพฤติกรรม เชน่ เพศ อายุ อาชีพ สถานที่ เป็นต้น ข้อมูลเหลา่ นีจ้ ะช่วยระบุ
ขอ้ มลู ของคณุ ได้ชดั เจน เพือ่ ทีค่ ุณจะสามารถวางแผนกลยทุ ธก์ ารตลาดดา้ นตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสมและ
สามารถตอบสนองต่อความพึงพอใจของกลุม่ เป็นหมายได้นนั่ เอง
3.2 WHAT ผบู้ รโิ ภค ซอื้ อะไร
ก่อนอื่นคณุ ตอ้ งทราบถงึ สงิ่ ทผี่ ูบ้ ริโภคตอ้ งการซ้อื เชน่ องคป์ ระกอบผลติ ภัณฑ์หบี หอ่
คุณสมบตั ติ วั สนิ ค้า ที่ตรงตามความต้องการ ตราสินคา้ ต้องตราน้เี ทา่ นัน้ เปน็ ต้น เพือ่ ทีค่ ณุ จะนำไป
ปรับปรงุ หรือส่งเสรมิ สินค้าและบรกิ ารของคุณ ไม่วา่ จะเป็นตวั สนิ ค้าและบรกิ าร รูปลักษณข์ องสนิ ค้า
คณุ ภาพสนิ คา้ เพอ่ื สร้างแบรนด์ให้แขง็ แกร่งรวมถงึ สรา้ งความแตกต่างจากแบรนดอ์ ่นื ๆ
3.3 WHERE ช่องทางในการซื้อ
ช่องทางทล่ี กู คา้ ใช้ในการหาข้อมลู กอ่ นการตัดสินใจซอื้ เช่น ซือ้ ผ่านเวบ็ ไซต์ ซอ้ื ทีต่ ลาดขาย
สนิ ค้าเฉพาะ หรอื ห้างสรรพสินค้า หรอื พดู ง่ายๆก็คือการสถานที่ ที่กลุ่มเป้าหมายมกั ชอบไปซ้ือสินคา้
ซงึ่ สงิ่ นเี้ ปน็ สง่ิ สำคญั หากวา่ คุณทราบว่ากลมุ่ เป้าหมายของคณุ ซ้อื สินค้าจากทีไ่ หน กจ็ ะทำใหค้ ุณ
สามารถกำหนดกลยทุ ธ์ดา้ นการจดั จำหน่ายและนำผลิตภัณฑห์ รอื สนิ ค้าไปส่แู หลง่ ตลาดได้อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ
3.4 WHY ทำไมผบู้ รโิ ภคตอ้ งการซื้อ
เราควรศกึ ษาถงึ ผู้บริโภค หาเหตผุ ลว่าทำไมผบู้ รโิ ภคจึงตัดสนิ ใจซ้อื เช่น ซอื้ เพ่อื ตอบสนองตาม
ความต้องการ ซอ้ื เพอ่ื ตอบสนองตามปัจจยั พน้ื ฐาน หรอื การซอ้ื กระเป๋าแบรนด์เนมเพอ่ื เขา้ สงั คม และ
การซ้อื ถงุ มอื เพราะอยู่ในช่วงหน้าหนาว คณุ ต้องตอบคำถามกับตัวเองใหไ้ ดก้ อ่ นว่า เขาจะซ้ือของเราเพื่อ
อะไร
7
3.5 WHEN โอกาสในการซือ้ หรอื จะซอื้ เมอื่ ไหร่
เราตอ้ งคำนงึ ถงึ สินค้าของคณุ วา่ สนิ คา้ คณุ เป็นสินคา้ ที่อยู่ในช่วงเวลาหรือไม่ หรอื เปน็ สินค้า
ทข่ี ายไดต้ ลอดทวั่ ไป เพราะคณุ ตอ้ งแยกแยะสินค้าเหล่านี้ออกจากกันกอ่ น บางคร้งั สนิ ค้าคณุ อาจเป็น
ชว่ งเทศกาล อาทิ คุณเปิดธรุ กิจโรงแรมคุณกต็ อ้ งดเู หมอื นกนั ว่าชว่ งไหนคนไม่ค่อยไปโรงแรม คุณก็
ตอ้ งจัดการลดโปรโมชั่นราคาหอ้ งพกั ใหต้ ่ำลงเพือ่ การอยูร่ อดของธรุ กิจ ซงึ่ สง่ิ นีส้ ามารถช่วยเพิม่
ยอดขายใหธ้ ุรกจิ ยงั คงดำรงอยใู่ นโลกของการตลาดออนไลน์
3.6 WHOM ใครมสี ่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจของลกู คา้ ตอ่ การซอ้ื สนิ คา้
บางครง้ั ลกู คา้ ก็ไม่ได้ซอ้ื เพราะความตอ้ งการของตนเองเพยี งอยา่ งเดียว อาจมบี ุคคลอ่นื ท่ีมี
ผลครอบคลมุ ในการซือ้
4. ทฤษฎกี ลยทุ ธท์ างการตลาด (4Ps) และ (8Ps)
4.1 ผลิตภณั ฑ์ (Product) ธรุ กจิ มอี งค์ประกอบหลกั ซึง่ เป็นปจั จยั สำคญั อยา่ งแรก คอื ผลติ ภัณฑ์
สินค้า (Goods) หรอื บริการ (Service) สำหรบั ในส่วนสินคา้ นั้นแบ่งออกเป็น สินคา้ ประเภทจบั ต้องได้
และสินค้าประเภทจบั ตอ้ งไมไ่ ด้ สำหรบั การบรกิ ารนั้นแบง่ ออกเป็น บริการแบบมสี ว่ นรว่ ม และการ
บริการแบบไมม่ สี ว่ นรว่ ม ดังนั้นสนิ ค้า และบรกิ ารจงึ นบั ไดว้ า่ เปน็ หัวใจสำคญั ของการดำเนินธรุ กจิ
อยา่ งแท้จริง โดยตอ้ งมคี ุณลักษณะสำคัญ คือ คณุ ภาพ (Quality)
4.2 ราคา (Price) การกำหนดราคาขายของสนิ ค้าเปน็ สิง่ จำเปน็ อย่างยิ่ง เนอ่ื งจากราคานนั้ เป็น
สงิ่ ทใี่ ช้วัดค่า และประโยชน์ของตัวสินค้า และยงั เป็นตัวกำหนดวา่ เราจะสามารถใช้ทรพั ยากรท่มี อี ยู่
อยา่ งจำกัดไปในทศิ ทางใด จะสามารถขายสินคา้ อย่างไร จำนวนเท่าไหรร่ าคาขายจะเปน็ เคร่อื งบง่ ช้ี
สำคญั ของความสามารถในการทำกำไรของธรุ กจิ น้ัน ทง้ั นี้เน่อื งจากกำไรน้ันคำนวณจากรายรบั หกั ลบ
ดว้ ยต้นทนุ และรายรบั ได้จากปริมานจำนวนที่ขายคุณด้วยราคาตอ่ หนว่ ย
4.3 ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) การนำสินคา้ ไปให้ถงึ มือของลกู ค้า โดยยดึ หลกั ความมี
ประสทิ ธิภาพ ความถูกต้อง ความปลอดภยั และความรวดเรว็ วิธีขายหรอื กระจายสินค้าทส่ี ามารถทำ
ใหเ้ กิดผลกำไรมากท่ีสดุ ต้องกระจายสินค้าใหต้ รงกลมุ่ เปา้ หมายมากทสี่ ดุ หากเปน็ สนิ คา้ ท่ีขายไป
หลายๆ แห่งวธิ กี ารขาย หรอื การกระจายสินคา้ นนั้ จะมีความสำคญั มาก โดยหลกั การของการเลือกวิธี
กระจายสินค้านัน้ ไมใ่ ชข่ ายใหม้ ากสถานที่ ทส่ี ุดจะดเี สมอ เพราะมนั ข้ึนอยกู่ บั วา่ สินค้าของทา่ นคอื อะไร
และกลุม่ เป้าหมายท่านคือใคร
8
4.4 การสง่ เสรมิ การขาย (Promotion)
4.4.1 การโฆษณา (Advertising) อาจจะใช้คำพดู หรอื ขอ้ ความ โดยมีความหมายที่จะให้
ลูกคา้ มคี วามรสู้ กึ ดีต่อตอ่ สนิ คา้ หรอื บรกิ ารน้ัน รวมท้ังจงู ใจให้เกดิ ความตอ้ งการอยากทดลองสนิ คา้
หรือบรกิ ารของเรา
4.4.2 การขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเข้าไปติดตอ่ ถึงตัวลกู คา้ โดยตรง
โดยการอธิบายรายละเอียดต่าง ๆ ของสนิ คา้ ใหล้ กู คา้ ไดท้ ราบ หรือทเี่ รยี กวา่ การเสนอขาย โดยต้อง
อาศยั เทคนิค และวธิ กี ารทนี่ ่าสนใจ
4.4.3 การส่งเสรมิ การขายทางดา้ นลกู ค้า (Consumer Promotion) เป็นรูปแบบในการ
สรา้ งส่ิงดงึ ดดู ใจให้กับตัวลกู คา้ โดยตรง เชน่ การลด แลก แจก แถม หรือการเลน่ เกมเพอื่ ชงิ รางวลั
เป็นการกระตุ้นใหล้ ูกค้าเกิดความสนใจ และมีความหวังในประโยชนท์ ่ไี ด้รบั จากตัวสนิ คา้ หรอื บรกิ าร
ของเรา วตั ถปุ ระสงค์ของการสง่ เสรมิ การขาย มดี ังน้ี
4.4.3.1 ดงึ ดูดลกู คา้ ใหม่ (attract new users )
4.4.3.2 การรกั ษาลกู คา้ เกา่ ไว้ (hold current customer)
4.4.3.3 การสง่ เสรมิ ลกู ค้าให้ซือ้ สนิ ค้าในปริมาณมาก (load present user)
4.4.3.4 การเพมิ่ อตั ราการใช้ผลิตภณั ฑ์ (increase product usage)
4.4.3.5 การสง่ เสรมิ การขายทำใหผ้ บู้ รโิ ภคเกดิ การยกระดบั (trade up)
4.4.3.6 การเสรมิ แรงการโฆษณาในตราสนิ ค้า (reinforce brand advertising)
4.4.4 การบรกิ าร (Service) เปน็ รูปแบบการใหบ้ ริการทงั้ กอ่ น และหลงั การขาย (การ
อธบิ ายคณุ ลกั ษณะท่ดี ี และการใชส้ นิ คา้ ก่อนลูกคา้ จะทำการซ้อื เพอ่ื เป็นการเชือ้ เชญิ ใหเ้ กดิ สนใจ)
การบรกิ ารขณะขาย (การสาธติ ใหล้ กู คา้ ได้ชมก่อนทจ่ี ะตดั สนิ ใจซื้อสินคา้ หรอื อาจจะเปน็ การให้ลกู ค้า
ทดลองดว้ ยตัวเองกอ่ น) และบรกิ ารหลงั การขายสนิ ค้าใหก้ บั ลูกคา้ (เช่นการซ่อมบำรงุ หรอื ตรวจสอบ
สินค้าเมอื่ ลกู ค้าได้ซ้ือไปแลว้ โดยทำอยา่ งต่อเน่อื ง เพอ่ื สรา้ งความประทบั ใจระยะยาว)
เมื่อธุรกจิ ทราบวา่ ลูกคา้ ต้องการอะไร มรี สนยิ มแบบไหน เพอื่ ทีจ่ ะสามารถสรา้ งโปรโมช่ันทตี่ อบสนอง
ความตอ้ งการของลกู ค้าได้โดยตรง แตก่ ารสง่ เสริมการขายนน้ั มีความสมั พนั ธ์ใกล้ชิดกบั งบประมาณ
ดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ยอยา่ งมาก และควรจะตอ้ งพยายามให้ไดผ้ ลลัพธก์ ลับคนื อย่างคมุ้ คา่ ท่ีสุด ซงึ่ มีอยหู่ ลายวธิ ี
ที่สามารถชว่ ยไดท้ ั้งทางตรง และทางออ้ ม การโฆษณา (Advertising) อาจจะใช้คำพูดหรือข้อความ
โดยมีความหมายทจ่ี ะให้ลูกคา้ มีความรสู้ กึ ดตี ่อต่อสินคา้ หรอื บรกิ ารนน้ั รวมทง้ั จงู ใจให้เกิดความ
9
ตอ้ งการอยากทดลองสินคา้ หรอื บริการของเราการขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเขา้ ไป
ตดิ ต่อถึงตวั ลูกค้าโดยตรง โดยการอธิบายรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ของสนิ ค้าใหล้ กู คา้ ได้ทราบ หรือที่
เรียกวา่ การเสนอขาย โดยต้องอาศัยเทคนคิ และวิธีการท่นี า่ สนใจ การสง่ เสรมิ การขายทางด้านลูกค้า
(Consumer Promotion) เป็นรูปแบบในการสร้างสิ่งดงึ ดดู ใจใหก้ บั ตวั ลูกค้าโดยตรง เช่น การลด
แลก แจก แถม หรอื การเล่นเกมเพอ่ื ชิงรางวลั เปน็ การกระตนุ้ ให้ลูกคา้ เกดิ ความสนใจและมีความหวงั
ในประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากตัวสินคา้ หรอื บริการของเรา การบรกิ าร (Service) เปน็ รปู แบบการใหบ้ รกิ าร
ทั้งก่อน และหลงั การขาย (การอธบิ ายคุณลกั ษณะทด่ี ี และการใชส้ ินคา้ กอ่ นลกู คา้ จะทำการซอื้ เพือ่
เปน็ การเชื้อเชญิ ให้เกดิ สนใจ) การบรกิ ารขณะขาย (การสาธติ ให้ลกู คา้ ได้ชมก่อนทจี่ ะตัดสินใจซอื้
สนิ คา้ หรืออาจจะเป็นการให้ลกู คา้ ทดลองดว้ ยตัวเองกอ่ น) และบริการหลังการขายสินค้าใหก้ บั ลกู คา้
(เช่นการซ่อมบำรงุ หรอื ตรวจสอบสนิ ค้าเมื่อลกู ค้าไดซ้ ื้อไปแล้วโดยทำอยา่ งต่อเนอื่ ง เพ่อื สรา้ งความ
ประทับใจระยะยาว) การตลาดท่แี ทจ้ รงิ นั้นไม่ใชศ่ าสตร์แหง่ การขายสินค้าหรือบรกิ าร แต่คอื การได้รู้
ว่าควรจะสรา้ งสนิ คา้ หรอื บรกิ ารอะไรสำหรบั ตลาดท่มี ุ่งหวัง การตลาด คือศาสตรแ์ ห่งการศกึ ษาและ
เข้าใจความต้องการของลูกค้า แลว้ จึงค่อยสรา้ งวธิ ีการทจี่ ะทำใหล้ กู คา้ เกิดความพงึ พอใจ ซึง่ ในทสี่ ดุ ก็
จะทำใหเ้ จา้ ของธุรกจิ น้ัน ๆ สร้างผลกำไรท่ียัง่ ยนื ใหก้ ับองค์กรและผถู้ อื หุน้ (Kotler,1999) คำอธบิ าย
เชน่ นีข้ อง ฟลิ ลิป คอตเลอร์ (Philip Kotler) นา่ จะเป็นคำตอบไดใ้ นระดบั หนึง่ ให้กบั องคก์ รตา่ ง ๆที่
กำลงั ค้นหาคำตอบว่า จะพฒั นาและสรา้ งองค์กรใหเ้ ตบิ โตอย่างยัง่ ยนื ได้อย่างไร และสะท้อนใหเ้ ห็นวา่
วถิ ที างการตลาดไมม่ ี “สูตรสำเรจ็ ตายตัว” ว่าจะตอ้ งทำอย่างไรและทางออกของบริษทั แหง่ หนงึ่ กอ็ าจ
ไมใ่ ชค่ ำตอบของบรษิ ทั อกี แหง่ หนง่ึ เชน่ กัน
4.5 กลยทุ ธ์ 4P น้ีเปน็ มาตรฐานของการกำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาด ปจั จบุ ันน้ยี งั มีการเพม่ิ กลยทุ ธ์
เขา้ มาอีก เพื่อเพิ่มศกั ยภาพของแบรนด์ หรอื สนิ คา้ ความละเอยี ดอาจมมี ากกว่าอาจทำใหเ้ จา้ ของ
กิจการมอื ใหม่สบั สน วันนจี้ งึ ขออธบิ ายแค่ 4 กลยุทธห์ ลักกอ่ น ถ้าทง้ั หมดมารวมกนั เราจะเรยี กวา่
กลยุทธ์การตลาด 8P น่นั เอง 4 กลยุทธท์ เี่ หลอื ประกอบดว้ ย
4.5.1 กลยุทธด์ ้านบรรจุภณั ฑ์ (Packaging Strategy)
4.5.2 กลยทุ ธก์ ารใช้พนกั งานขาย (Personal Strategy)
4.5.3 กลยทุ ธก์ ารใหข้ ่าวสาร (Public Relation Strategy)
4.5.4 กลยุทธก์ ารใชพ้ ลงั (Power Strategy)
10
5. ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)
5.1 พฤตกิ รรมของผ้บู รโิ ภค (Customer Behavior) หมายถงึ เป็นการกระทำโดยมนุษยแ์ สดงออก
โดยไม่รตู้ ัว การแสดงออกหรือการกระทำโดยธรรมชาติของมนุษย์สามารถสง่ อิทธิพลทางการตลาดได้
(Foxall & Sigurdsson, 2013) กลมุ่ บคุ คลหรอื ครัวเรือน ซงึ่ ซ้อื หรอื ตอ้ งการสนิ ค้าหรอื บรกิ ารเพ่อื การ
บริโภคสว่ นตวั พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค ตัดสนิ ใจเลอื กซอ้ื สินค้าและบรกิ ารต่าง ๆ เพื่อใหไ้ ดร้ ับความพอใจ
สูงสดุ จากงบประมาณท่มี ีอยอู่ ยา่ งจำกัด หรือ การกระทำหรอื การแสดงออกของมนุษย์ซง่ึ เกดิ จากสงิ่
กระตุ้นภายใน เช่น ความคดิ ทศั นคติ และค่านยิ ม นอกจากนก้ี ารแสดงออกนน้ั ๆ อาจมาจากการ
กระทบของปจั จยั ภายนอก เชน่ วฒั นธรรม และ สังคม (นนั ทา ศรีจรสั , 2551) หรือ พฤติกรรมการ
ผู้บรโิ ภค หมายถึง พฤติกรรมการซอ้ื การใช้ การประเมนิ และการกำจดั สินคา้ และบรกิ าร ของผู้บรโิ ภค
ขั้นสุดท้าย ท่ีซื้อสนิ ค้าและบริการไปเพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของตนเอง หรอื เพือ่ กินหรือใช้ภายใน
ครัวเรือน ผบู้ รโิ ภคทุกคนท่ีซือ้ สนิ คา้ และบรกิ ารไป เพอื่ วตั ถปุ ระสงคเ์ ช่นว่านี้รวมกัน เรียกว่า ตลาด
ผบู้ ริโภค ผู้บรโิ ภคทว่ั โลกน้ันมีความแตกต่างกนั ในลกั ษณะดา้ นประชากรศาสตรอ์ ย่หู ลายประเด็น เชน่
ในเรื่องของอายุ รายได้ ระดบั การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีค่านยิ ม และรสนยิ ม เปน็ ต้น
พฤตกิ รรมการกินการใช้การซือ้ และความรู้สกึ นกึ คดิ ของผ้บู ริโภคตอ่ ผลิตภัณฑ์จงึ แตกต่างกันออกไป ทำ
ใหม้ ีการซอื้ การบรโิ ภคสนิ คา้ และบริการหลายๆ ชนิดท่ีแตกตา่ งกัน นอกจากลักษณะประชากรดงั กล่าว
แลว้ ยงั มปี จั จัยอืน่ ๆ อีกทท่ี ำใหม้ ีการบรโิ ภคแตกต่างกนั
5.2 ประเภทของการบริโภค สามารถแบง่ ได้ตามลกั ษณะของสินคา้ เป็น 2 ประเภท คอื
5.2.1 การบริโภคสนิ ค้าไมค่ งทน (nondurable goods consumption) คอื การบริโภคสงิ่ ของ
ชนิดทสี่ นิ้ เปลอื งหรอื ใชห้ มดไป เรียกว่า destruction เช่น การบรโิ ภคน้ำ อาหาร ยารกั ษาโรค น้ำมนั
เชอื้ เพลิง ฯลฯ
5.2.2 การบริโภคสินค้าคงทน (durable goods consumption) คือการบริโภคส่งิ ของที่
ยังคงใช้ไดอ้ กี ลกั ษณะนเี้ รยี กวา่ diminution เชน่ การอาศยั บา้ นเรอื น การใช้รถยนต์ เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า
เคร่อื งนงุ่ หม่ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม สินคา้ ประเภทนก้ี จ็ ะค่อย ๆ สกึ หรอไป จนในท่ีสดุ จะไมส่ ามารถ
นำมาใชไ้ ด้อกี
5.3 องคป์ ระกอบ สามารถอธิบายไดด้ ้วย โมเดลพฤตกิ รรมผบู้ ริโภค เปน็ ระบบทเ่ี กดิ ขึ้นจากสง่ิ เร้า
หรือสิง่ กระตนุ้ (Stimulus) ใหเ้ กดิ ความต้องการ (Need) ในความรูส้ กึ นกึ คิดของผซู้ ้ือ มีอทิ ธิพลทำให้
11
เกดิ การตอบสนอง (Buyer’s response) หรือ การตดั สนิ ใจของผู้ซื้อ โดยสามารถเรียกวา่ โมเดลที่ใช้
อธิบายระบบน้ีได้อีกลักษณะวา่ S-R Theory ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคญั ไดแ้ ก่
5.3.1 สงิ่ กระตุ้น (Stimulus) ทงั้ ภายในและภายนอก นกั การตลาดจะสนใจ เน้นการสรา้ ง
สิ่งกระตนุ้ ทางการตลาดซงึ่ ควบคุมได้ และ สิง่ กระตุ้นอ่นื ทีค่ วบคมุ ไม่ได้
5.3.2 ความร้สู กึ นึกคดิ ของผซู้ ือ้ (Buyer’s black box) เปรยี บเสมอื นกล่องดำ (Black
box) ซง่ึ ผผู้ ลติ หรือผขู้ ายไมส่ ามารถทราบได้ ตอ้ งพยายามคน้ หาความรู้สกึ นกึ คดิ ของผู้ซือ้ ทไี่ ด้รบั
อิทธพิ ลจากลกั ษณะของผซู้ ้ือ และกระบวนการตดั สินใจของผูซ้ อ้ื
5.3.3 การตอบสนอง (Buyer’s Response) การตอบสนองหรอื การตัดสนิ ใจซอ้ื ของผ้ซู ้อื
หรอื ผบู้ รโิ ภคจะมกี ารตัดสินใจในประเด็นต่าง ๆ
5.4 ปัจจัยที่มผี ลต่อพฤตกิ รรมผู้บริโภค
5.4.1. ปัจจัยทางวฒั นธรรมเปน็ ปจั จยั ขน้ั พื้นฐานทส่ี ดุ ในการกำหนดความตอ้ งการและ
พฤติกรรมของ มนุษย์ เชน่ การศกึ ษา ความเชอ่ื ยังรวมถงึ พฤติกรรมส่วนใหญท่ ่ีไดร้ ับการยอมรบั
ภายในสังคมใดสงั คมหนง่ึ โดยเฉพาะลักษณะชนั้ ทางสังคม ประกอบด้วย 6 ระดบั
ชั้นที่ 1 Upper - Upper Class ประกอบด้วยผู้ทม่ี ชี อื่ เสียงเกา่ แกเ่ กิดมาบนกองเงินกองทอง
ชัน้ ที่ 2 Lower - Upper Class เป็นช้นั ของคนรวยหนา้ ใหม่ บคุ คลเหล่านเ้ี ปน็ ผูย้ ิ่งใหญใ่ น
วงการบริหารเป็นผทู้ ม่ี รี ายไดส้ ูงสุดในจำนวนชั้นท้ังหมดจดั อย่ใู นระดับมหาเศรษฐี
ช้ันที่ 3 Upper - Middle Class ประกอบดว้ ยชายหญิงทป่ี ระสบความสำเรจ็ ในวิชาอืน่ ๆ
สมาชิกช้ันนส้ี ่วนมากจบปรญิ ญาจากมหาวทิ ยาลยั กลุม่ นเ้ี รียกกนั วา่ เป็นตาเป็นสมองของสงั คม
ช้ันที่ 4 Lower - Middle Class เปน็ พวกทีเ่ รียกวา่ คนโดยเฉลยี่ ประกอบด้วยพวกทไ่ี มใ่ ช่
ฝ่ายบรหิ าร เจา้ ของธรุ กจิ ขนาดเลก็ พวกทำงานน่งั โต๊ะระดบั ตำ่
ชั้นที่ 5 Upper - Lower Class เป็นพวก จนแต่ซ่ือสัตย์ ไดแ้ ก่ชนช้ันทำงานเป็นชน้ั ท่ใี หญท่ ส่ี ุด
ในชน้ั ทางสังคม
ช้นั ที่ 6 Lower - Lower Class ประกอบด้วยคนงานที่ไม่มีความชำนาญกลมุ่ ชาวนาทไี่ ม่มี
ท่ดี ินเปน็ ของตนเองชนกลมุ่ น้อย
5.4.2 ปัจจัยทางสงั คม เปน็ ปัจจัยทเ่ี กยี่ วข้องในชวี ิตประจำวันและมอี ทิ ธพิ ลต่อพฤติกรรมการ
ซื้อซึ่งประกอบดว้ ยกลุ่มอ้างองิ ครอบครัวบทบาทและสถานะของผซู้ อื้
5.4.2.1 กลมุ่ อ้างองิ กลมุ่ ใด ๆ ท่ีมกี ารเกี่ยวขอ้ งกันระหว่างคนในกลมุ่ แบง่ เปน็ 2 ระดบั
12
- กลุ่มปฐมภมู ิ ไดแ้ กค่ รอบครวั เพอ่ื นสนิท มกั มีขอ้ จำกดั ในเรอ่ื งอาชพี ระดับชน้ั ทางสังคม และช่วงอายุ
- กลุ่มทตุ ิยภมู ิ เปน็ กลมุ่ ทางสงั คมทมี่ ีความสมั พนั ธ์แบบตัวตอ่ ตัว แต่ไมบ่ ่อย มีความเหนียวแนน่ น้อยกว่า
กลมุ่ ปฐมภมู ิ
5.4.2.2 ครอบครัว เปน็ สถาบันท่ที ำการซอื้ เพ่อื การบริโภคที่สำคญั ทสี่ ุด นกั การตลาดจะ
พิจารณา ครอบครัวมากกวา่ พจิ ารณาเป็นรายบุคคล
5.4.2.3 บทบาททางสถานะ บคุ คลทจี่ ะเกย่ี วขอ้ งกับหลายกล่มุ เชน่ ครอบครวั
กลุ่มอา้ งอิง ทำให้ บุคคลมบี ทบาทและสถานภาพที่แตกตา่ งกันในแต่ละกลมุ่
5.4.3 ปจั จยั ส่วนบคุ คล การตัดสินใจของผซู้ อื้ มกั ได้รบั อทิ ธพิ ลจากคุณสมบัตสิ ว่ นบุคคลตา่ ง
ๆ เช่น อายุ อาชีพ สภาวการณ์ทางเศรษฐกจิ การศึกษา รปู แบการดำเนินชวี ิต วฏั จักรชวี ติ ครอบครัว
5.4.4 ปจั จัยทางจติ วทิ ยา การเลอื กซื้อของบุคคลไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากปจั จัยทางจิตวทิ ยา
ซ่ึงจัดปัจจัยในตัวผบู้ รโิ ภคที่มีอทิ ธพิ ลต่อพฤตกิ รรมการซือ้ และใชส้ ินคา้ ปัจจัยทางจิตวิทยา
ประกอบด้วยการจงู ใจ การรับรู้ ความเชือ่ และเจตคติ บุคลกิ ภาพและแนวความคดิ ของตนเอง
5.5 มวี ตั ถปุ ระสงคใ์ นการแสวงหาประโยชน์
5.5.1 ความพึงพอใจท่ไี ดร้ บั สูงสุดจากการตัดสินใจซอื้ สินค้าหรือบริการ
5.5.2 ความคุ้มค่า คุ้มราคาจากการตัดสนิ ใจซื้อ
5.5.3 ความสะดวกสบายหลงั จากใช้สินค้า หรือพงึ พอใจมากกว่าท่คี าดหวงั
5.5.4 ได้รบั การยกยอ่ งนบั ถอื จากสงั คม จากการเลือกซื้อสินคา้ ใหห้ ้างทม่ี ีความหรูหราและมี
ระดบั การลงทุนในภาคธรุ กจิ อาจมกี ารขาดทุนได้ คือลงทนุ ไปแล้ว แต่ไดผ้ ลตอบแทน จากการลงทนุ
ไมค่ ุ้มค่า การบรโิ ภคของผูบ้ ริโภคก็เหมอื นกนั อาจได้รบั การขาดทุนในลกั ษณะต่าง ๆ ดงั นี้
5.5.4.1 ซ้ือสนิ คา้ หรือบริการมาแล้วไดป้ ระโยชน์น้อย หรือไม่ได้ประโยชน์เลย ทำให้
เสยี เงินโดยเปล่าประโยชน์
5.5.4.2 ไดร้ บั อนั ตรายจากการใช้สินคา้ หรอื บริการ เช่น มีสารพิษตกคา้ งในร่างกาย
จากการบริโภคสนิ ค้าทไี่ ม่มีคณุ ภาพ หรอื ไดร้ ับบรรจุภัณฑ์ทย่ี ากตอ่ การทำลาย หรือเป็นพิษตอ่
สงิ่ แวดลอ้ ม
5.5.4.3 ได้รับการประณามจากสังคม หรอื ถกู สังคมเหยียดหยามจากการใชส้ นิ ค้า
หรอื บรกิ าร เช่น การซ้อื ยาเสพตดิ หรือซื้อบรกิ ารทางเพศกบั เดก็ ๆ
13
5.5.4.4 เกิดความวิตกกงั วลในการใชส้ นิ ค้าทไี่ มม่ ีคุณภาพ เช่นซือ้ บ้านมาหลงั หนง่ึ มา
รู้ภายหลงั วา่ โครงสร้างฐานทเี่ ปน็ เสาเขม็ ไม่มีคณุ ภาพ ต้องวิตกกังวลกลวั ว่าหลงั คาจะหล่นมาทบั เมอ่ื ไร
ก็ตายเมอื่ นนั้
5.6 พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคมีส่วนสำคัญอยา่ งมาก เพราะเปน็ ขอ้ มูลเบอ้ื งตน้ ในการนำมาวเิ คราะห์
ตลาดเปา้ หมายและการวางแผนเพื่อดำเนนิ กิจกรรมตลาด ตลอดจนการตดิ ต่อส่อื สารและการวาง
กลยุทธ์ ยทุ ธวธิ ที เี่ หมาะสมทสี่ ดุ เป็นรูปแบบการจัดกจิ กรรมการตลาดและการสอ่ื สารการตลาดโดย
องค์รวมทมี่ เี อกภาพและเขา้ ถงึ กลมุ่ เปา้ หมายไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
6. แนวความคิดทางการพฒั นาบรรจุภัณฑ์
6.1 แนวทางการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นกั ออกแบบตอ้ งคำนงึ ถึง
ศาสตรแ์ ละศลิ ปส์ ำหรับใชแ้ กป้ ัญหาการออกแบบบรรจภุ ณั ฑแ์ ต่ละดา้ นให้เกดิ ผลลพั ธ์การออกแบบ
บรรจุภัณฑท์ ม่ี ีประสทิ ธิภาพ ในการบรรลุวัตถุประสงคห์ ลกั ของบรรจภุ ณั ฑ์สองขอ้ คอื การออกแบบ
โครงสรา้ งบรรจภุ ัณฑ์ และการออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ ท่ีลว้ นมีรายละเอียดท่ีตอ้ งคำนงึ ทฤษฎีและ
หลกั การทเ่ี กยี่ วข้อง
6.1.1 ข้อกำหนดในการออกแบบโครงการบรรจภุ ณั ฑ์
6.1.1.1 ชนิดของวสั ดุมคี วามเหมาะสม ป้องกนั สินค้าได้ตลอดอายกุ ารวางขาย
6.1.1.2 รปู แบบกลมกลนื สอดคล้องกับสนิ ค้า
6.1.1.3 ขนาดพอดีและสามารถรบั น้ำหนักสินคา้ ได้
6.1.1.4 การขึ้นรปู การบรรจุ เปิด-ปิดสะดวก ไม่ยุ่งยาก
6.2 การออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบและการจดั วางรปู ประกอบตัวอกั ษร
ลวดลาย ถอ้ ยคำ เครือ่ งหมายหรือตราสญั ลกั ษณท์ างการคา้ โดยใช้หลกั วิชาการทางศลิ ปะ การจดั
ภาพองคป์ ระกอบศลิ ปเ์ พ่ือใหผ้ ลงานมคี วามประสานกลมกลนื กันอย่างสวยงามและสามารถบรรลุ
วตั ถปุ ระสงค์ทวี่ างไว้
6.2.1 ขอ้ มูลประกอบการออกแบบบรรจุภัณฑ์
6.2.1.1 ข้อมลู ดา้ นการตลาด ได้แก่ สถานทจี่ ดั จำหน่าย ฤดกู าล
6.2.1.2 รูปแบบการกระจายสนิ คา้ (ปลกี /สง่ ) พฤตกิ รรมผบู้ ริโภค
6.2.1.3 ปรมิ าณและมลู คา่ ของสนิ คา้ ในตลาด (สว่ นแบง่ ทางการตลาด )
6.2.1.4 ข้อมูลเกย่ี วกับผลิตภณั ฑ์ ได้แก่ ประวัตคิ วามเป็นมา
14
6.2.1.5 คำอธบิ าย จดุ เดน่ ประโยชน์ ขนาดปริมาณบรรจุ ความถ่/ี ปรมิ าณการใชท้ ่ีใช้
ตอ่ ครั้ง ราคาและต้นทนุ ขอ้ ควรระวงั
6.3 ข้นั ตอนการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์
6.3.1 กำหนดกลุ่มเปา้ หมาย ถือเปน็ เรอ่ื งสำคญั ของการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์เพราะ
กล่มุ เป้าหมายสามารถส่งผลกระทบตอ่ ผลติ ภัณฑ์ได้โดยตรง ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งศกึ ษาและเรยี นรู้
ความตอ้ งการของตลาดและความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค โดยกำหนดกลมุ่ เป้าหมายใหช้ ดั เจน เพ่ือทจ่ี ะ
ไดส้ ามารถออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ให้ตรงตอ่ ความต้องการของกลุม่ เป้าหมายใหม้ ากทส่ี ุด ตัวอย่าง
กลุม่ เปา้ หมาย เชน่ วยั ร่นุ วัยทำงาน แม่บา้ น เดก็ ฯลฯ เป็นตน้
6.3.2 กำหนดช่ือตราสนิ ค้า (Brand) ตราสินคา้ ใช้เป็นช่ือหรือเครอ่ื งหมายสำหรบั การเรียก
ขานผลิตภัณฑ์ ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งทำการกำหนดชื่อตราสนิ ค้าใหเ้ รยี บร้อยกอ่ นการออกแบบบรรจุ
ภณั ฑ์ โดยกำหนดใหช้ ือ่ ตราสินคา้ มคี วามเป็นเอกลักษณ์ ชัดเจน นา่ สนใจ ทสี่ ำคญั จะตอ้ งเปน็ ทจ่ี ดจำ
ไดง้ ่ายแก่ผู้บริโภคตราสนิ คา้ ที่ดีนน้ั สามารถยกตวั อย่างไดด้ ังนี้ คือตั้งตามชอื่ เจา้ ของกจิ การ ตัง้ ตาม
ความเชื่ออนั เปน็ มงคล ต้งั ตามแหล่งทม่ี าของผลติ ภัณฑ์ หรอื ตั้งโดยการผสมคำท่ีมคี วามหมายใหเ้ กิด
เป็นคำใหมท่ ม่ี เี อกลักษณ์ ฯลฯ เป็นต้น
6.3.3 วสั ดทุ ีใ่ ช้ทำบรรจุภัณฑ์ วัสดมุ คี วามจำเป็นอยา่ งย่ิงตอ่ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การที่
ผ้ปู ระกอบการตดั สินใจวา่ จะใชว้ ัสดุอะไรมาผลิตเป็นบรรจภุ ณั ฑ์นนั้ ท่านควรคำนึงถงึ ความปลอดภัย
ของผบู้ ริโภค ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดลอ้ ม และคุณสมบัตขิ องวสั ดุแตล่ ะประเภท ทจี่ ะนำมาผลิต
บรรจุภณั ฑเ์ ป็นสำคญั เน่ืองจากวสั ดุแตล่ ะชนิดแต่ละชนิดจะมีคุณสมบตั ิท่เี ป็นข้อดีและขอ้ เสยี ใน
การคุ้มครองผลิตภัณฑใ์ หค้ งคณุ ภาพ การยืดอายผุ ลติ ภัณฑ์ และการนำกลบั มาใชใ้ หม่ (Recycle) ท่ี
แตกตา่ งกนั ไป หากทา่ นเลือกใชว้ สั ดุไมถ่ ูกต้องนอกจากจะทำให้เกิดผลกระทบต่อตวั ผลติ ภัณฑ์
ผบู้ ริโภคและสิง่ แวดลอ้ มแลว้ ยงั เป็นสาเหตุให้เกิดต้นทนุ ในการผลติ บรรจุภณั ฑ์ที่เพมิ่ ขึ้นอกี ดว้ ย
6.3.4 รูปทรง บรรจภุ ัณฑ์ ที่มรี ูปร่างสวยงาม สามารถสรา้ งความประทบั ใจใหก้ บั ผู้บรโิ ภค
ถงึ แม้ผบู้ ริโภคจะยงั มไิ ดส้ มั ผสั กบั ตัวผลิตภัณฑ์ทอี่ ยภู่ ายใน รปู ทรงของบรรจภุ ณั ฑส์ ามารถสรา้ งความ
เปน็ เอกลกั ษณไ์ ด้ กล่าวคือเมอ่ื ผบู้ รโิ ภคเหน็ รูปทรงสามารถรบั รู้ไดท้ ันทวี ่าเปน็ ผลิตภณั ฑ์อะไรและมชี ื่อ
ตราสนิ คา้ อะไร หรือจะเปน็ ผลิตภัณฑเ์ ดียวแตกตา่ งกนั ท่ชี ่ือตราสนิ ค้า
15
6.3.5 สสี ันและกราฟฟิก สสี นั และกราฟฟิกน้คี ือการรวมของการใชส้ ญั ลกั ษณ์ ตวั อกั ษร
ภาพประกอบ ลวดลายและพืน้ ผวิ ซ่งึ สว่ นประกอบทง้ั หมดสามารถบง่ บอกถงึ ชื่อตราสินค้า ลกั ษณะ
ผลติ ภัณฑ์ ทีบ่ รรจอุ ยู่ภายในได้และสามารถแสดงถงึ แหลง่ ทม่ี าของผลติ ภัณฑไ์ ด้ดว้ ย
6.4 การออกแบบบรรจุภัณฑท์ ่ีดี การออกแบบบรรจภุ ัณฑใ์ ห้มคี วามสวยงามและความแปลกตา
เทา่ นีค้ งไมเ่ พียงพอสำหรบั บรรจุภัณฑ์ผลติ ภณั ฑ์อาหารเพราะหัวใจของบรรจุภัณฑ์ คือ การเกบ็ รกั ษา
คุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้คงอยยู่ นื ยาว ดงั น้ัน การออกแบบท่ีดผี ปู้ ระกอบการควรคำนงึ ถงึ หนา้ ทขี่ อง
บรรจุภัณฑเ์ ปน็ สำคญั ดงั น้ี
6.4.1 ปอ้ งกันผลติ ภัณฑ์ บรรจภุ ัณฑท์ เ่ี หมาะสมในการบรรจุอาหารจะตอ้ งสามารถปอ้ งกนั
ไมใ่ หอ้ าหารสมั ผสั กบั บรรยากาศภายนอก ซง่ึ อาจจะเกดิ การร่ัว การซมึ แสง ความร้อนเยน็
6.4.2 เก็บรักษาคุณภาพของผลิตภณั ฑ์ บรรจุภัณฑท์ ีต่ อ้ งสามารถรกั ษาคุณภาพของ
ผลติ ภณั ฑม์ ใิ หเ้ ปล่ียนแปลงไป ไมว่ า่ จะเป็นกล่ินหรือรสชาติ
6.4.3 ยดื อายผุ ลติ ภัณฑ์ จะต้องสามารถนำเทคโนโลยที สี่ ลบั ซบั ซอ้ นมาชว่ ยในการออกแบบ
เพอื่ ใหบ้ รรจุภัณฑ์ สามารถยดื อายุการเกบ็ รกั ษาผลติ ภัณฑใ์ ห้มีอายุยนื ยาว
6.4.4 ความสะดวกในการใช้งาน
6.4.5 ความประหยัดในการขนสง่
6.5 งานพมิ พ์บรรจภุ ณั ฑ์ ในการพิมพส์ ิ่งพมิ พป์ ระเภทบรรจภุ ัณฑ์ ควรให้ความสำคัญในการ
เลอื กใชห้ มึกพมิ พท์ ป่ี ลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ถ้าเป็นบรรจภุ ณั ฑ์ประเภทอาหาร ควรเลอื กสชี นดิ
Food grad และควรเปน็ สที ีค่ งทนต่อการใช้งานท่ีต้องการพิมพ์บนวสั ดุใชพ้ มิ พ์ทีต่ ้องการได้ เช่น
กระดาษแข็ง แผน่ กระดาษลูกฟูก โดยไม่ทำใหว้ สั ดใุ ช้พมิ พ์เสยี หาย ในการออกแบบบรรจุภณั ฑค์ วร
ออกแบบใหข้ นาดของชิ้นงานกบั ขนาดกระดาษมาตรฐานทขี่ นึ้ ขน้ึ แทน่ พมิ พ์พอดี ไมเ่ หลอื เศษ
ขอบกระดาษมาก เพื่อความประหยัดต้นทุน
6.6 สบี นบรรจภุ ณั ฑ์ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ สีนบั วา่ เปน็ องคป์ ระกอบทสี่ ำคัญอย่างหนงึ่ เพราะ
สเี ป็นสง่ิ ทม่ี ผี ลตอ่ ประสาทสมั ผสั เปน็ เคร่ืองดดู ความสนใจทำใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ อยากจบั ตอ้ งอยาก
สัมผัส โดดเด่น
6.7 การพฒั นาทส่ี ง่ ผลตอ่ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
6.7.1 วถิ ีการดำเนนิ ชีวิตผู้บรโิ ภคสมยั ใหมท่ สี่ ่งผลตอ่ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
6.7.1.1 ประชากรผบู้ รโิ ภคทีม่ อี ายุสงู เพม่ิ ข้ึน
16
6.7.1.2 การแตง่ งานชา้ ลง ขนาดของครอบครัวเลก็ ลง
6.7.1.3 การอพยพเขา้ มาอยู่อาศยั และทำงานในเขตเมืองมากข้นึ
6.7.1.4 เวลาในการปรุงอาหารเองจำกัด
6.7.1.5 คำนงึ ถงึ เรอื่ งสุขภาพมากขน้ึ
6.8 อปุ สรรคทางการคา้ ระหวา่ งประเทศ
6.8.1 ผลของความตกลงพหุภาคขี ององคก์ รการคา้ โลก ทำใหเ้ กิดมาตรการบังคบั ใชท้ ี่
เกยี่ วขอ้ งกบั ขอ้ กำหนดกฎระเบียบ ในการนำเข้าและสง่ ออกสินคา้ อาหาร
6.8.2 EU framework Directive 89/109/EEC Article 2 วสั ดทุ ่ใี ช้สมั ผสั อาหารโดยตรง
ต้องผลิตจากหลกั เกณฑก์ ารผลติ ทด่ี ี ( GMF )
6.8.3 วสั ดดุ งั กลา่ วต้องไมแ่ พรอ่ งค์ประกอบในตัววัตถุไปยังอาหารในประมาณท่ีอาจเกดิ
อนั ตรายต่อสขุ ภาพ
6.8.4 EU Framework Directive 89/109/EEC Article 3 รายชอ่ื ของวสั ดทุ ่ียอมให้ใช้
สมั ผัสกบั อาหาร ( positive list )
6.9 กฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดอืน่ ๆ
6.9.1 การปิดฉลากและขอ้ ความท่ีต้องแสดงบนฉลาก
6.9.2 การใหค้ วามคุ้มครองสทิ ธิบัตร และสทิ ธติ ่าง ๆ ของผู้ทเี่ กย่ี วขอ้ ง
6.9.3 การจัดการปัญหาสงิ่ แวดล้อม ขยะชมุ ชน
6.9.4 ข้อกำหนดวสั ดบุ รรจภุ ัณฑ์ เช่น Monomer Directive 89/109/EEC
6.9.5 รายชื่อโมโนเบอรท์ ีย่ อมใหใ้ ชผ้ ลิตเป็นพลาสติกท่ใี ชส้ มั ผัสกบั อาหารได้
6.10 ฉลากโภชนาการ คอื ฉลากอาหารทมี่ กี ารแสดงข้อมลู ,โภชนาการ ของอาหารน้นั ไว้บนฉลาก
โดยแสดงเป็นกรอบขอ้ มลู โภชนาการ
6.11 BAR CODE หรือรหัสแทง่ คอื สญั ลกั ษณ์ (Symbol) ทอี่ ยใู่ นรปู แท่งบาร์ สามารถอา่ นได้
ด้วยเครือ่ ง Scanner
6.11.1 บารเ์ หล่านีเ้ ปน็ ตัวแทนของตัวเลขและตัวอกั ษร
6.11.2 รหสั แทง่ ประกอบด้วย บารท์ ่มี สี ีเขม้ และชอ่ งวา่ งสอี อ่ น
6.11.3 สีแทง่ บารค์ วรเปน็ สีเขม้ เช่น ดำ,น้ำเงิน, มว่ ง และเขียว ฯลฯเลยี่ งการใชก้ ำ้ ก่ึงเชน่ สเี ทา
แตท่ ีด่ ที ส่ี ดุ คอื แท่งบารส์ ดี ำรองพนื้ สขี าว
17
7. แนวความคิดของหลักการบัญชตี น้ ทนุ
7.1 ระบบบญั ชีตน้ ทุนงานส่งั ทำ เปน็ ระบบการสะสมตน้ ทุนทีใ่ ชส้ ำหรับการคำนวณต้นทนุ ใน
ลกั ษณะทีก่ จิ การมกี ารผลติ สินคา้ เพยี งชนดิ เดยี ว หรอื การผลติ เป็นชดุ ๆ ตามคำส่ังซอ้ื ของลูกค้า ซงึ่ จะ
มคี วามแตกต่างกนั ออกไปตามลกั ษณะของการผลติ ตามคำสงั่ ทลี่ กู ค้าตอ้ งการ การผลิตในลักษณะน้ี
เราเรียกว่า “งานสงั่ ทำ” นอกจากนีใ้ นการผลิตสนิ ค้าใหแ้ กล่ กู ค้าแตล่ ะราย กจ็ ะมรี ปู แบบของสนิ คา้
ตน้ ทนุ ท่ีใช้ในการผลิต ตลอดจนราคาขายทีแ่ ตกต่างกันออกไป ในกรณีทีก่ จิ การมีจำนวนงานส่งั ทำ
จำนวนมาก กจิ การอาจจะไมจ่ ำเป็นต้องเปิดบญั ชีงานระหวา่ งทำมากขึ้นตามจำนวนงานสงั่ ทำกไ็ ด้ แต่
จะใชบ้ ญั ชคี ุมยอดงานระหวา่ งทำ (Work-in-process control) เพียงบญั ชีเดียว และใช้ “บัตรงานสงั่
ทำ” (Job order cost sheet) ซึง่ เปรยี บเสมือนกบั เป็นบญั ชีย่อย ท่ีจะแสดงรายละเอียดเก่ยี วกบั
ต้นทุนทใี่ ช้ในการผลติ งานสั่งทำแตล่ ะงาน หากกระบวนการผลิตเกดิ สินค้าเสียข้ึน จะพิจารณาต้นทุนท่ี
เกิดว่าควรถอื เปน็ ต้นทุนของสนิ ค้าหน่วยดีหรือไม่ อกี ทงั้ เมอ่ื มสี ินคา้ มตี ำหนจิ ะทำการปรบั ปรุงแกไ้ ขให้
เป็นสินคา้ หน่วยดโี ดยมกี ารเพม่ิ ตน้ ทุนสว่ นใด
ระบบบญั ชีต้นทุนช่วงการผลติ เปน็ ระบบการสะสมต้นทนุ หรือการคดิ ตน้ ทนุ สินค้าในกรณี
ที่กิจการมลี ักษณะการผลติ แบบการผลติ จำนวนมาก (Mass production) หรือการผลติ แบบตอ่ เนื่อง
(Continuous processing) ซง่ึ ลกั ษณะการผลิตเหล่านจี้ ะทำการผลิตสนิ คา้ ท่ีมีลกั ษณะเดียวกนั หรือ
เหมอื นกนั จำนวนมากเพื่อรอจำหน่าย รวมทงั้ ระบบการผลิตและอุปกรณเ์ คร่อื งมอื เครอ่ื งใชท้ ่ใี ชใ้ นการ
ผลติ ก็ยากต่อการเปล่ียนแปลง หรอื โยกยา้ ย ในแต่ละแผนกจึงมบี ญั ชงี านระหวา่ งทำของแตล่ ะแผนก
และเมอื่ แผนกใดได้ทำการผลติ เสรจ็ ตามหนา้ ท่ีของตนแล้วกจ็ ะทำการโอนตน้ ทนุ พรอ้ มงานระหว่างทำ
น้นั ไปให้แก่แผนกผลิตถดั ไป หรอื ในกรณีทเ่ี ปน็ แผนกผลิตสุดท้ายการโอนตน้ ทุนและงานที่ทำเสร็จแล้ว
ก็จะกลายเป็นสินคา้ สำเร็จรปู (Finished goods) การคำนวณต้นทนุ ในแตล่ ะแผนกต้องแสดงไว้อย่าง
ชดั เจน ในกระบวนการผลิตดังกลา่ ว จงึ มกี ารจัดทำ “รายงานตน้ ทุนการผลิต” เพอ่ื แสดงข้อมลู ที่
เกิดขึน้ ในแต่ละแผนก นอกจากนยี้ ังรวมถงึ การตรวจสอบการผลติ สินค้าทงั้ ในระหว่างผลติ และเมอ่ื
ผลิตเสรจ็ ซงึ่ อาจส่งผลใหเ้ กดิ ของเสีย หรอื ของระเหยจากกระบวนการผลติ ได้
ระบบบัญชีตน้ ทุนมาตรฐาน เป็นระบบการรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั ตน้ ทุนการผลิตของสนิ ค้า
ตามมาตรฐานทก่ี ำหนดไว้ลว่ งหนา้ การกำหนดตน้ ทุนมาตรฐาน เปน็ เรอ่ื งทเี่ ก่ียวกบั การกำหนด
ประสิทธิภาพ และต้นทุนมาตรฐานของวตั ถดุ ิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใชจ้ า่ ยการผลิต
กอ่ นทีจ่ ะเร่มิ ทำการผลติ จรงิ เม่ือเรม่ิ ทำการผลติ กจิ การก็จะโอนต้นทุนวตั ถุดบิ ทางตรง ค่าแรงงาน
18
ทางตรง และคา่ ใช้จ่ายการผลติ เขา้ ในบัญชงี านระหว่างทำโดยใช้ตน้ ทุนมาตรฐานทก่ี ำหนดไว้
นอกเหนอื จากการบนั ทกึ ต้นทุนที่เกิดขึ้นจรงิ ซ่งึ ความแตกตา่ งระหว่างต้นทนุ มาตรฐาน และต้นทนุ จรงิ
จะถูกบันทึกไวเ้ ปน็ ผลตา่ งระหว่างต้นทนุ ที่เกิดขน้ึ จรงิ กบั ต้นทุนมาตรฐานในลกั ษณะตา่ ง ๆ อยา่ ง
ชัดเจน ซึ่งฝ่ายบรหิ ารสามารถนำไปใช้เพือ่ การวางแผน และควบคมุ การดำเนนิ งานของกจิ การใน
อนาคตไดเ้ ป็นอยา่ งดี ซง่ึ ผลตา่ งจากการผลติ เกิดจากวัตถุดิบ คา่ แรงงานทางตรง และคา่ ใชจ้ ่ายในการ
ผลิต นอกจากนี้การวิเคราะห์ผลตา่ งยงั สามารถประยกุ ต์ใชก้ บั การขาย ทัง้ ในสว่ นของกจิ การและ
อตุ สาหกรรมโดยรวมได้
7.2 วัตถุประสงคท์ สี่ ำคญั ของขอ้ มลู ทางบญั ชตี ้นทนุ พอสรุปได้ ดังน้ี
7.2.1 เพ่อื ใหท้ ราบถงึ ต้นทนุ การผลิต ตลอดจนตน้ ทุนขาย (Cost of goods sold) ประจำ
งวด ซึ่งจะนำไปหักออกจากรายไดใ้ นงบกำไรขาดทนุ เพ่อื ชว่ ยใหผ้ ูบ้ รหิ ารได้ทราบผลการดำเนินงาน
ของกจิ การว่ามผี ลกำไรหรอื ขาดทุนอยา่ งไร
7.1.2 เพอ่ื ใช้ในการตรี าคาสนิ ค้าคงเหลอื (Inventory Evaluation) ในธุรกจิ อุตสาหกรรม
สินค้าคงเหลอื ท่จี ะปรากฏในงบดลุ จะประกอบด้วย วัตถดุ ิบ งานระหว่างผลิต และสนิ ค้าสำเรจ็ รปู ซง่ึ
การแสดงมลู ค่าของสินค้าคงเหลอื เหลา่ นไี้ ดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง หรอื ใกล้เคียงความเปน็ จรงิ มากท่ีสุด
จำเป็นตอ้ งอาศยั วิธีการทางบญั ชตี น้ ทนุ ทีม่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
7.1.3 เพื่อใหข้ อ้ มลู เกีย่ วกับการตัดสนิ ใจวางแผนและควบคุม (Planning and Control)
ซง่ึ จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถดำเนนิ ธรุ กจิ ไปอยา่ งมีแบบแผน และบรรลเุ ปา้ หมายตามความต้องการ
ของธรุ กจิ ในทสี่ ุด นอกจากนี้ขอ้ มลู ทางบญั ชตี ้นทุนยังช่วยใหผ้ บู้ รหิ ารไดท้ ราบถึงความผิดพลาดหรอื
จดุ บกพรอ่ งในการดำเนินธุรกจิ เพ่อื หาทางกำหนดวิธีการปฏิบตั ิเพื่อแก้ไขเหตกุ ารณท์ ไ่ี มพ่ ึงประสงคไ์ ด้
อยา่ งทนั ท่วงที
7.1.4 เพอ่ื ใช้เปน็ เครอ่ื งมอื ในการวิเคราะหป์ ญั หาเพอ่ื ตดั สนิ ใจ(Decision Making) ทง้ั นีใ้ น
การดำเนนิ ธุรกจิ ผบู้ รหิ ารมกั จะต้องประสบปัญหาทจ่ี ะต้องทำการแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ไม่วา่ จะเปน็
ปัญหาในระยะสน้ั หรอื ปญั หาทจ่ี ะสง่ ผลกระทบในระยะยาวกต็ าม
8. แนวคดิ ในการวดั ผลกำไร
การวดั มลู คา่ คือการกำหนดจำนวนทเี่ ป็นตัวเงนิ เพอ่ื รบั รอู้ งคป์ ระกอบของงบการเงินในงบดลุ และ
งบกำไรขาดทนุ การวัดมลู คา่ จะเกย่ี วขอ้ งกบั การเลอื กใชเ้ กณฑใ์ นการวดั ค่าต่าง ๆ ในสัดส่วนท่ีแตกตา่ ง
กันในลักษณะทไี่ มเ่ หมอื นกันซงึ่ เกณฑ์ในการวัดค่าต่าง ๆ มดี งั ต่อไปน้ี
19
8.1 ราคาทุนเดิม (Historical Cost) หมายถงึ
8.1.1 การบนั ทกึ สนิ ทรพั ย์ดว้ ยจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงนิ สดทจ่ี ่ายไปหรือ
8.1.2 บันทึกดว้ ยมูลคา่ ยุตธิ รรมของสงิ่ ท่นี ำไปแลกสนิ ทรพั ยม์ า ณ เวลาที่ได้มาซง่ึ สนิ ทรัพย์นั้น
8.1.3 การบนั ทกึ หนส้ี ินดว้ ยจำนวนเงนิ ทไี่ ดร้ บั จากการก่อภาระผกู พันหรอื
8.1.4 บนั ทึกด้วยจำนวนเงินสดหรอื รายการเทยี บเท่าเงนิ สดที่คาดวา่ จะต้องจ่ายเพอ่ื ชำระ
หน้สี ินทเี่ กดิ การดำเนินงานตามปกตขิ องกจิ การ
8.2 ราคาทุนปจั จบุ ันหมายถึง
8.2.1 การแสดงสนิ ทรพั ยด์ ้วยจำนวนเงนิ สดหรอื รายการเทยี บเทา่ เงนิ สดทต่ี อ้ งจา่ ยใน
ขณะนั้นเพื่อใหไ้ ด้มาซง่ึ สินทรพั ย์ชนดิ เดยี วกันหรือสินทรพั ยท์ ี่เท่าเทยี มกนั
8.2.2 การแสดงหนส้ี ินดว้ ยจำนวนเงินสดหรือรายการเทยี บเทา่ เงินสดทีต่ ้องใช้ชำระผกู พัน
ในขณะนั้น
8.3 มูลค่าทจ่ี ะไดร้ บั หมายถงึ
8.3.1 การแสดงสินทรพั ยด์ ้วยจำนวนเงินสดหรอื รายการเทยี บเทา่ เงินสดทอ่ี าจไดม้ าใน
ขณะนน้ั หากกจิ การขายสนิ ทรพั ย์โดยใช่การบงั คับขาย
8.3.2 การแสดงหนสี้ นิ ดว้ ยมูลค่าที่ตอ้ งจ่ายคืนหรอื ดว้ ยจำนวนเงินสดหรอื รายการเทียบเทา่
เงนิ สดที่คาดวา่ จะตอ้ งจ่ายเพอ่ื ชำระหน้ีกินทเี่ กิดจากการดำเนินงานตามปกติ
8.4 มลู ค่าปจั จบุ ันหมายถงึ
8.4.1 การแสดงสนิ ทรพั ย์ด้วยมลู ค่าปจั จุบนั ของกระแสเงนิ สดรบั สทุ ธใิ นอนาคตซง่ึ คาดว่าจะ
ไดร้ บั ในการดำเนินงานตามปกติของกิจการและ
8.4.2 การแสดงหนส้ี ินด้วยมูลค่าปจั จบุ นั ของกระแสเงนิ สดจ่ายสุทธซิ ง่ึ คาดว่าจะต้องจ่ายใน
การชำระเงนิ สินภายใต้การดำเนินงานตามปกติของกจิ การ
8.5 แนวคิดเกย่ี วกบั ทนุ และการรกั ษาระดบั ทุน ทฤษฎแี นวคิดเกี่ยวกับทนุ และการรกั ษาระดบั
ทุนเปน็ แนวคิดทางเศรษฐศาสตรซ์ งึ่ แม่บทการบญั ชนี ำมาใช้เป็นแนวทางในการวดั ผลกำไรโดย
พิจารณาสว่ นของทุนของกิจการ
20
9. งานวจิ ัยท่เี ก่ียวขอ้ ง
สมศกั ด์ิ วชิรพนั ธุ์ (2557) ได้ศกึ ษาเรอื่ ง การถ่ายทอดความรหู้ ัตถกรรมทอ้ งถน่ิ : การศึกษา
การทำกระดาษสา บ้านท่าลอ้ อำเภอเมอื ง จังหวัดลำปาง เป็นการวจิ ยั ที่วเิ คราะห์แบบองคร์ วม
ผลการวจิ ัยพบวา่ การถ่ายทอดการทำกระดาษสา เปน็ การถา่ ยทอดความรูท้ เี่ ปน็ ทกั ษะความคดิ
ทัศนคตคิ วามร้ใู นการจัดการ ในอดตี เป็นการถา่ ยทอดภายในครอบครวั โดยพอ่ แมถ่ า่ ยทอด ให้
ลูกหลาน โดยวธิ กี ารใช้ให้คำบอกเลา่ สาธติ และปฏิบัตจิ รงิ โดยผถู้ า่ ยทอดเป็นผู้ประเมนิ ต่อมา มีการ
ทำกระดาษสามากขึ้น สว่ นราชการ กลุ่มองคก์ รชาวบ้าน และลกู ค้าเข้ามาทำหน้าท่ชี ว่ ย ในการ
ถ่ายทอดเนอ้ื หาและกลวิธกี ารแบบใหม่ ๆ โดยใชว้ ิธที ีห่ ลากหลายมากขึ้น เช่น ฝึกอบรม ประชมุ
สัมมนา และการสาธติ ในปัจจบุ นั กระบวนการผลติ กระดาษปรับตัวเปน็ ธรุ กิจเต็มตัว มกี ารจา้ งแรงงาน
เขา้ มาทำเฉพาะอยา่ ง การถา่ ยทอดนั้นมที ง้ั สว่ นทเ่ี ป็นสถาบนั ครอบครวั เจ้าของธรุ กจิ ลูกค้าและสว่ น
ราชการโดยการถ่ายทอดเฉพาะเร่อื ง การถา่ ยทอดความรมู้ กี ารปรบั เปลยี่ นพัฒนาตลอดเวลา เพ่ือต่อสู้
และปรับตวั ใหส้ อดคลอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกจิ และสงั คมทเี่ ปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การปรับเปล่ยี นทีพ่ ฒั นา ดงั กล่าวมีทั้งในส่วนผใู้ หก้ ารถ่ายทอด ผู้รบั การถ่ายทอด เนื้อหาและวิธีการ
องคก์ รและบคุ คลมีบทบาทในการถา่ ยทอดความรู้คือ สถาบันครอบครัวองค์กรชาวบ้าน เจ้าของธุรกจิ
ลูกคา้ และส่วนราชการ ซง่ึ แตล่ ะองค์กรทำหน้าที่มากนอ้ ยแตกตา่ งกนั ตามยคุ ระยะเวลา และความ
เหมาะสมตามบรบิ ทท่เี ปล่ียนแปลงไป ปจั จัยทม่ี ีผลใหก้ ารถา่ ยทอดความรเู้ กดิ การเปลี่ยนแปลง คือ
ดา้ นเศรษฐกิจ ไดแ้ ก่ ความตอ้ งการของตลาด การพัฒนาทดี่ งึ แรงงานสเู่ มือง ระบบการค้าสมัยใหม่
และระบบการผลติ ส่วนแบบอตุ สาหกรรมทางดา้ นสังคม ไดแ้ ก่ การพ่ึงตนเอง ภูมิปญั ญาชาวบ้าน
จำนวนแรงงาน ในครอบครัว ในทางด้านเทคนคิ วิทยา ไดแ้ ก่ เทคโนโลยีในการผลิตทพ่ี ัฒนาข้ึนมา
ทางด้าน สภาพกายภาพ ได้แก่การลดลงของป่าไม้และความแห้งของนำ้ ในแมน่ ้า ในบางชว่ งเวลา
มาลหี มวกกลุ วริ ัตนจ์ นั เลน จริ าพร มะโนวัง และคณะ (2558) ไดว้ ิจยั เร่อื ง โครงการ การศึกษา
กระบวนการผลิตกระดาษจากใบสบั ปะรดในระบบธรุ กจิ ชุมชน บา้ นปา่ ซางววิ ัฒน์ ตำบล นางแล
อำเภอเมือง จงั หวดั เชียงราย เพอื่ ศึกษาทดลองกระบวนการการผลติ กระดาษจาก ใบสบั ปะรดในเชิง
ธุรกิจชมุ ชนทค่ี ุ้มทนุ และไมท่ ำลายส่งิ แวดล้อม การทดลองและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ จากกระดาษใบ
สบั ปะรดตามทต่ี ลาดตอ้ งการ และการทดลองแนวทางในการบริหารจัดการกลุ่ม ผผู้ ลิตกระดาษจาก
ใบสบั ปะรดทสี่ ามารถดำรงอยู่ได้ การศกึ ษาวจิ ยั ทบี่ ้านปา่ ซางวิวฒั น์ ตำบลนางแล อำเภอเมือง จงั หวัด
เชยี งราย มีทมี นกั วิจัย ชมุ ชนในหมบู่ ้านจำนวน 12 คน ทำการศึกษาวิจัยโดยใชแ้ บบสำรวจข้อมูล
21
ทั่วไปของหมูบ่ ้านและข้อมลู ดา้ นการผลิตสับปะรด ซ่ึงเป็นขอ้ มูลพื้นฐานดา้ นวัตถุดิบ เพอ่ื นำขอ้ มลู ที่ได้
ไปทดลองผลติ กระดาษจากใบสับปะรด โดยใช้ความร้อนในการย่อยสลาย 2 ชนดิ คอื การใชค้ วาม
ร้อนจากฟืนและการใชค้ วามรอ้ นจากแกส๊ หงุ ต้ม จากน้ันจดั เกบ็ ขอ้ มลู ทางดา้ นการตลาด โดยใชก้ าร
สัมภาษณ์ แบบเจาะลกึ เจา้ ของร้านค้า 40 กวา่ ร้าน เพ่อื ใหไ้ ด้ขอ้ มูลด้านการตลาด ดา้ นความต้องการ
ของผ้บู รโิ ภค เชน่ รูปแบบ ลกั ษณะสีสนั ขนาด โดยนำข้อมลู ทไ่ี ด้มาประกอบในการวางแผน การ
ออกแบบผลติ ภัณฑแ์ ละการศึกษาดงู านในแหล่งผลติ ท่ปี ระสบผลสำเรจ็ ทางด้านการบรหิ าร จดั การ
กล่มุ และการทำธุรกจิ ชุมชน เพื่อการศึกษาเรยี นรเู้ กย่ี วกับการจัดการกลมุ่ ในด้านต่าง ๆ และ ร่วม
เรียนรู้ปัญหาการแก้ไขปัญหาเพอ่ื นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่ม จากนน้ั ทำการทดลอง
ขยายอตั ราสว่ นการผลติ กระดาษจากใบสับปะรด ในเชงิ ธุรกจิ ชุมชน โดยใชใ้ บสบั ปะรดทผ่ี ่านการทบุ
ปริมาณ 10 กโิ ลกรัม ตม้ ในน้ำเปลา่ ผสมกบั โซดาไฟ 1/2 กโิ ลกรมั ตอ่ น้ำ 50ลติ ร เพือ่ เปรียบเทียบ
เวลาย่อยสลายทเี่ หมาะสม และลักษณะของกระดาษ ท่ไี ดร้ ะหว่างการใช้ความร้อนจากฟืน และแกส๊
หงุ ตม้ ผลการทดลองพบว่า การใช้ความร้อนจากฟืน ทำใหล้ กั ษณะของกระดาษท่ีไดม้ ีผิวสมั ผสั หยาบ
กรอบ มเี สน้ ใยท่ียาวและเหนยี ว สเี หลืองออก นำ้ ตาลเล็กนอ้ ย ผลิตกระดาษได้ 11 แผน่ สว่ นการใช้
ความร้อนจากแกส๊ หุงต้ม ทำใหล้ กั ษณะของ กระดาษทไ่ี ด้มผี วิ สัมผัส หยาบ กรอบ มเี ส้นใยทยี่ าวและ
เหนียว สีเหลอื งออ่ น จำนวนกระดาษทีไ่ ด้ เท่ากับการใช้ความรอ้ นจากฟืนคอื 11 แผ่น แตค่ ุณภาพ
ของกระดาษจะดีกว่า การใช้ความร้อนจากฟืน ส่วนต้นทุนทใี่ ช้การตม้ ด้วยฟนื จะต่ำ กว่า การตม้ ด้วย
แกส๊ คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 สำหรบั กรณนี ้ำเสียที่ได้ จากการตม้ ย่อยสลายใบสบั ปะรด มสี ภาพเป็นดา่ งสงู
จึงทดลองปรบั ความเป็นด่าง โดยใชเ้ ปลอื ก สบั ปะรด หรือ ผลสบั ปะรดทเ่ี สยี แล้วมาหมักกับน้ำ เสียใน
ถังหมัก เพ่อื ลดสภาพความเป็นด่างลง และเติมเช้ือ EM ลงไป เพ่อื ใหเ้ กิดการย่อยสลายแล้วนำมาทำ
เป็นปุ๋ยน้ำ ซง่ึ สามารถทจี่ ะกำจัดน้ำเสียได้และได้ปยุ๋ นำ้ เพอื่ นำไปใช้กับการผลิตสบั ปะรด เปน็ การลด
ต้นทุนการผลติ หรอื เป็นการเพมิ่ มลู คา่ จากน้ำเสียในกระบวนการผลติ กระดาษจากใบสบั ปะรด จาก
ผลการทดลองนำน้ำเสยี ท่ีไดไ้ ปใช้กับพืชผกั เชน่ นำไปรดผกั สวนครวั ผลการทดลอง พบวา่ ผักมีความ
เจรญิ งอกงามมากกวา่ เดมิ (จากชาวบ้านทีน่ ำไปทดลอง) และนำไปรดต้นลิน้ จี่ ปรากฏว่าต้นลนิ้ จีอ่ อก
ผลมากและมีรสชาตทิ ่ีหวานกวา่ ปกติถึงแม้ว่าเปลือกยังเขยี ว (บรเิ วณพื้นที่ ในการทดลอง) ผลการ
ทดลองทางด้านการตลาดพบวา่ ความต้องการของผบู้ ริโภคจากรา้ นค้า มีความตอ้ งการทจ่ี ะใช้
ผลิตภัณฑ์จากกระดาษใบสบั ปะรดสีธรรมชาติไมม่ ากนกั แต่ต้องการเน้น สสี ัน ดังนน้ั จึงเปลี่ยน
กลุม่ เป้าหมายผู้บรโิ ภคมาเปน็ สถานศึกษาในระดบั อุดมศกึ ษา ชาวตา่ งชาติ ผลการทดลองพบว่า
22
ผูบ้ ริโภคต้องการทใ่ี ชผ้ ลิตภณั ฑก์ ระดาษจากใบสับปะรดสธี รรมชาติ หลากหลายรูปแบบทนี่ ิยมมากคือ
แฟม้ เอกสาร ซองใส่เอกสาร ถุงกระดาษ บตั รอวยพร และ ที่คนั่ หนังสือ สีของผลติ ภัณฑใ์ ชส้ ีธรรมชาติ
และตกแต่งดว้ ยดอกไมร้ ิบบ้นิ ที่มสี สี นั เขา้ กันได้ ผลติ ภณั ฑ์ทกี่ ลุ่มผู้บรโิ ภคต้องการ สว่ นมากนำไปเปน็
ของท่ีระลกึ สำหรับผู้ทม่ี าเยอื นและของทรี่ ะลกึ สำหรับผู้ทเ่ี ข้ารว่ มประชมุ สมั มนาทางวชิ าการของ
โครงการต่าง ๆ การทดลองการบริหารจดัการกล่มุ พบว่า มีกลมุ่ ผู้ผลติ กระดาษจากใบสบั ปะรดทั้งหมด
12คน มหี ัวหน้าโครงการเป็นหลักในการดำเนนิ การ ส่วนสมาชิกอืน่ ๆ จะเข้ามาดำเนินการร่วมผลิต
กระดาษ เมือ่ ว่างจากอาชีพหลัก รวมทั้งคดิ ค่าแรงเป็นรายวนั ๆ ละ 100 - 120 บาท นอกจากน้ียงั มี
กล่มุ ผู้สงู อายุและเยาวชนเข้ามารว่ มดำเนินการในกระบวนการผลติ และการแปรรปู ผลติ ภัณฑ์ด้วย
คมศกั ด์ิ หารไชย (2558) ได้ศกึ ษาเรื่อง การพฒั นามาตรฐานการผลิตกระดาษสาทีเ่ ป็นมติ รกับ
สิ่งแวดล้อม ซ่ึงการผลติ กระดาษสากอ่ ใหเ้ กิดมลพษิ ต่อสงิ่ แวดล้อมเป็นจำนวนมาก เพอ่ื เปน็ แนว
ทางการผลติ กระดาษสาทเี่ ป็นมติ รกบั สงิ่ แวดล้อม ใหเ้ กดิ การใชท้ รัพยากรในการผลติ อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ ลดหรือกำจดั มลพิษจากกระบวนการผลิตกระดาษสา โดยมขี อบเขต การรวบรวมข้อมลู
ในจังหวดั เชยี งราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ และน่านโดยศกึ ษาผลกระทบ สง่ิ แวดล้อมจากกระบวนการ
ผลิตกระดาษสา จากการศกึ ษาแนวคดิ ความเปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดล้อมสามารถกำหนดกรอบนยิ าม
ความเปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดลอ้ มสำหรับกระบวนการผลติ กระดาษสา ได้ 5 ประเดน็ คอื การใช้ทรพั ยากร
และวตั ถุดิบในกระบวนการผลติ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ (Effective Use of Materials) การลดหรอื
หลกี เลี่ยงการใช้สารเคมแี ละวตั ถดุ ิบที่เป็นอันตราย (Ecosystem-Friendly) การประหยัดพลงั งาน
หรือใช้พลงั งานทส่ี ะอาดขึ้น (Save/ Cleaner Energy) การนำกลับมาใชใ้ หม่ (Reuse) หรือใช้
เทคโนโลยีหมุนเวียน (Recycle) และการจัดการมลพษิ ทเี่ กดิ ข้นึ จากกระบวนการผลิต (Waste
Management) จากนนั้ ทำการแจกแจงลักษณะปัญหาส่งิ แวดล้อม (Environment Aspect) เพอ่ื
กำหนดลกั ษณะปญั หาด้านสง่ิ แวดลอ้ มทม่ี ีนัยสำคัญ (Significant Environment Aspect) เปน็ ค่า
อ้างอิง ในการกำหนดคุณลกั ษณะทตี่ อ้ งการของมาตรฐาน โดยอาศยั แนวทางการรา่ ง มาตรฐานของ
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรมเปน็ รปู แบบในการกำหนดโครงสร้างของ มาตรฐานพร้อม
ทั้งการพจิ ารณาข้อมลู กฎหมายทเ่ี กีย่ วข้องกับสิ่งแวดล้อมและการควบคมุ ด้านมลพิษ จากนนั้ จงึ แตง่ ตงั้
คณะกรรมการพจิ ารณามาตรฐาน ซึ่งประกอบด้วยนักวชิ าการ ผเู้ ชี่ยวชาญ ผ้ทู รงคุณวุฒิและตัวแทน
ผู้ประกอบการผลติ กระดาษสา โดยจดั การประชมุ คณะกรรมการพจิ ารณา มาตรฐานจำนวน 3 ครั้ง
เพือ่ พจิ ารณาร่างมาตรฐาน และให้คำแนะนำในการปรบั ปรงุ ทบทวน ความเหมาะสมของมาตรฐาน
23
แล้วนำมาตรฐานท่ไี ด้มารับฟงั ความคิดเห็นจากผ้ปู ระกอบการผลติ กระดาษสา หนว่ ยงานราชการและ
ประชาชนทีเ่ กยี่ วข้องในจังหวัดเชยี งราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ และน่าน เพื่อรับฟงั ความคิดเหน็ ต่อ
มาตรฐานการผลิตกระดาษสาทเี่ ปน็ มิตรกบั สงิ่ แวดล้อม ประเมิน ความเปน็ ไปได้ในทางปฏบิ ัตซิ ่ึง
สามารถนำมาตรฐานการผลิตกระดาษสาทเี่ ปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม ไปประยุกต์ใชเ้ ป็นแนวทาง
ปรบั ปรงุ กระบวนการผลติ ได้เป็นอย่างดกี บั โรงงานตวั อยา่ ง 4 โรงงาน ทำใหส้ ามารถลดมลพษิ จากการ
ผลิตกระดาษสา ตอ่ ปริมาณปอสาที่นำเขา้ ได้ มาตรฐานการผลติ กระดาษสาที่เปน็ มติ รกับส่ิงแวดลอ้ ม
จงึ เปน็ แนวทางเพ่อื การผลติ กระดาษสาใหเ้ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม และอาจมกี ารปรบั ปรงุ แก้ไข เพือ่
ความเหมาะสมไดใ้ น อนาคต เน่อื งจากความกา้ วหน้าดา้ นเทคโนโลยี และงานวิจัยและพฒั นาการผลิต
กระดาษสา อยา่ งตอ่ เน่อื งกระทั่งสามารถพัฒนาเทคโนโลยที ดแทนที่สะอาด ประหยัด เป็นมิตรกบั
ส่ิงแวดล้อม มากกว่า เทคโนโลยีทใ่ี ชใ้ นการผลติ กระดาษสาในปัจจบุ นั
อภิชยั พันธเสนและคณะ (2558) ได้ทำ วจิ ยั เรื่อง การประยุกตพ์ ระราชดำรเิ ศรษฐกจิ พอเพียงกับ
อตุ สาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม งานวจิ ัยนี้มจี ดุ เรมิ่ ตน้ มาจากความเข้าใจของ คณะผวู้ จิ ยั ว่า
ภายหลังจากท่พี ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ วั ได้ทรงเสนอแนวคดิ เกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมทัง้ รูปธรรม
ในการทำการเกษตรสำหรบั เกษตรกรรายยอ่ ย เพอ่ื เพมิ่ ขดี ความสามารถ ในการพึ่งตนเองมาตง้ั แต่
พ.ศ. 2537 โดยทไี่ ดท้ รงมีแนวคดิ ในเรือ่ งนม้ี าตัง้ แตป่ พี .ศ. 2517 เกษตรทฤษฎใี หม่ดังกลา่ ว
ประกอบดว้ ยข้ันตอนตา่ ง ๆ สามข้ันตอน คอื ขั้นตอนทห่ี นง่ึ เกษตรกร จะต้องสามารถพงึ่ ตนเองจาก
การเน้นการผลิตเพือ่ การบริโภคเปน็ หลกั ได้ ข้ันตอนท่สี อง เมอื่ มีผลผลิตมากเกินความจำเปน็ เพอ่ื การ
บริโภคในครวั เรือน ควรมกี จิ กรรมกลุม่ ในลักษณะเปน็ สหกรณเ์ พ่ือการแปรรูปหรอื การจำหนา่ ย
สว่ นขั้นที่สาม สามารถร่วมมอื กบั กล่มุ ทุนและพลังงาน เพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิต ภายหลังจากเกิดวิกฤติ
เศรษฐกจิ ในปี 2540 เมอื่ วันที่ 4 ธนั วาคม พระองค์ได้มีพระราชดำรัส ฯ ในเรือ่ งของ “เศรษฐกจิ
พอเพียง” ซงึ่ หมายถึง “พอกินพอใช้” ทเี่ คยมี พระราชดำรสั มาตั้งแต่ พ.ศ. 2517 โดยอธิบายในปี
ตอ่ มาไว้อยา่ งชัดเจนไว้ว่า “ความพอเพยี ง” น้ัน หมายถึง ความพอประมาณ และความมีเหตผุ ลโดยได้
เสนอเศรษฐกจิ พอเพียงน้ีในฐานะที่เปน็ ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศ แตค่ นไทยทัว่ ไปก็ยังนกึ ภาพ
ไม่ออกว่า เศรษฐกจิ พอเพียงจะมี รปู ธรรมที่นำมาใช้ปฏบิ ัติจริงได้อยา่ งไร เนอ่ื งจากคุ้น กับเกษตร
ทฤษฎใี หมซ่ ่ึงมีรปู ธรรมการผลติ การเกษตรสำหรบั เกษตรกรรายยอ่ ยเปน็ หลกั มแี นวโน้มจะอธบิ าย
เศรษฐกจิ พอเพียงใหม้ ี ความหมายเชน่ เดยี วกับทฤษฎีใหม่ และเมื่อเปน็ เชน่ นั้นกย็ ากท่ีจะปรบั มาเป็น
24
ยุทธศาสตร์ การพฒั นาประเทศในลกั ษณะท่ีสามารถปฏบิ ตั ไิ ดจ้ ริง เนอ่ื งจากประเทศไทยมไิ ด้มเี ฉพาะ
ภาคเกษตรแต่ได้มีอตุ สาหกรรมและบรกิ ารท่ีก้าวหนา้ ไปไกลแล้ว
25
บทท่ี 3
วิธกี ารดำเนินการศึกษา
โครงการกระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด เปน็ การออกแบบและพฒั นาบรรจุภณั ฑ์ เพ่ือเพม่ิ
มูลค่าให้กบั ผลิตภัณฑ์รวมถงึ ใหเ้ ปน็ ท่นี า่ สนใจแกผ่ ้บู รโิ ภค โดยผูว้ ิจัยไดด้ ำเนินงานตามลำดับข้นั ตอน
ตอ่ ไปน้ี
1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
2. เครอ่ื งมือที่ใชใ้ นการศึกษา
3. ขน้ั ตอนในการสร้างเครอื่ งมือ
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวเิ คราะหข์ อ้ มูลและสถิตทิ ่ีใชใ้ นการศึกษา
1. ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง
กลมุ่ เปา้ หมายทีใ่ ช้ในการศึกษาคร้ังนี้ ไดแ้ ก่ บคุ คลท่วั ไปในวิทยาลยั อาชวี ศึกษาชลบุรี
อำเภอเมอื ง จงั หวดั ชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซึ่งไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจง
2. เครอ่ื งมอื ท่ใี ช้ในการศกึ ษา
เคร่อื งมือทใี่ ช้ในการศกึ ษาครั้งนเี้ ปน็ แบบสอบถาม (Questionnaire) ซึ่งประกอบด้วยแบบ
ตรวจรายการ แบบมาตราส่วนประมาณ และแบบคำถามปลายเปดิ และปลายปิด จำนวน 3 ตอน
มีรายละเอยี ด ดังน้ี
ตอนท่ี 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 สอบถามความพึงพอในของผบู้ รโิ ภคทมี่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑแ์ ละบรรจภุ ัณฑ์ ลักษณะ
แบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณ 5 ระดบั
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ
26
3. ขั้นตอนในการสร้างเครอ่ื งมอื
การสรา้ งเครือ่ งมือจากแบบสอบถาม (Questionnaire) ซง่ึ มีรายละเอียดแบง่ เป็น 3 ขนั้ ตอน
ดงั น้ี
ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ขอ้ 1 เพศ
ข้อ 2 ช่วงอายุ
ข้อ 3 อาชพี
ขอ้ 4 กำลงั ศึกษา
ขอ้ 5 แผนกวชิ า
ข้อ 6 ระดบั การศกึ ษา
ตอนที่ 2 ความพึงพอในของผู้บริโภคทมี่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑ์และบรรจุภณั ฑ์แบ่งเป็น 5 ระดับ ดังน้ี
การประเมินค่า (Rating scale) 5 ระดบั คือ
ระดับ 5 หมายถึง ระดบั มคี วามพงึ พอใจมากทีส่ ดุ
ระดบั 4 หมายถงึ ระดับมีความพงึ พอใจมาก
ระดับ 3 หมายถึง ระดับมีความพงึ พอใจปานกลาง
ระดับ 2 หมายถงึ ระดบั มีความพงึ พอใจนอ้ ย
ระดบั 1 หมายถงึ ระดับมีความพงึ พอใจน้อยทสี่ ดุ
โดยกำหนดเกณฑ์การแปลความหมายข้อมลู ทเี่ ป็นคา่ เฉล่ยี ตา่ ง ๆ คือ
คะแนนค่าเฉลย่ี ความหมาย
4.51 – 5.00 ความพึงพอใจระดบั มากทส่ี ุด
3.51 – 4.50 ความพึงพอใจระดับมาก
2.51 – 3.50 ความพึงพอใจระดับปานกลาง
1.51 – 2.50 ความพงึ พอใจระดับนอ้ ย
1.00 – 1.49 ความพึงพอใจระดับนอ้ ยที่สุด
ตอนท่ี 3 คำถามปลายเปดิ สำหรบั ผ้ตู อบแบบสอบถามแสดงความคดิ เห็นเพ่มิ เตมิ และให้
ขอ้ เสนอแนะตา่ ง ๆ
27
4. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
คณะผู้จัดทำไดด้ ำเนนิ การเก็บรวบรวมขอ้ มลู ตามลำดับขน้ั ตอน ดงั น้ี
4.1 แหล่งทม่ี าของขอ้ มลู
ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการออกแบบสอบถาม เพอ่ื การเก็บรวบรวมขอ้ มลู จาก
บุคคลทว่ั ไป ดำเนินการแจกแบบสอบถาม กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด โดยแจกแบบสอบถาม
ใหก้ ับกลุ่มตัวอยา่ งด้วยตนเอง และขอรับแบบสอบถามคนื ด้วยตนเอง
ขอ้ มลู ทุติยภมู ิ (Secondary Data) โดยไดจ้ ากการศกึ ษาคน้ คว้า รวบรวมข้อมลู จากเอกสารท่ี
เกย่ี วขอ้ ง เช่น เอกสารจากผู้วิจยั ทา่ นอื่นทไ่ี ด้ทำการศกึ ษาไวก้ ่อนหนา้ นี้แลว้ รวมท้ังแนวทฤษฎตี า่ ง ๆ
ที่เกี่ยวข้องเพือ่ ใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการศกึ ษา
4.2 กระบวนในการรวบรวมขอ้ มูล
ผ้ศู ึกษาเป็นผู้เก็บรวบรวมขอ้ มลู ดว้ ยตนเอง เพอ่ื ทำการรวบรวมข้อมลู จากบคุ คลทว่ั ไปใน
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี อำเภอเมอื ง จังหวดั ชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน โดยใช้แบบสอบถามท่ี
ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถตอบไดด้ ้วยตนเอง (Self-Administered)
5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถติ ิท่ีใชใ้ นการศึกษา
เม่อื รวบรวมข้อมูลครบถว้ นแล้ว ไดท้ ำการตรวจสอบความถกู ตอ้ งของแบบสอบถาม จากน้ัน
จงึ นำแบบสอบถามซง่ึ มคี วามถูกต้องสมบรู ณม์ าหาคา่ รอ้ ยละ คา่ เฉลย่ี และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
โดยใช้สตู รดงั นี้
5.1 ค่าร้อยละ (Percentage)
P = ×100
เมอื่ P แทน รอ้ ยละ
F แทน ความถที่ ่ีตอ้ งการแปลค่าใหเ้ ปน็ รอ้ ยละ
แทน จำนวนความถ่ที ั้งหมด
28
5.2 คา่ เฉล่ีย (Arithmetic Mean)
̅ = ∑
เมอ่ื ̅ แทน คา่ เฉลย่ี
∑ แทน ผลรวมทงั้ หมดของความถ่ี คูณ คะแนน
N แทน ผลรวมท้ังหมดของความถี่ซ่ึงมีคา่ เทา่ กบั จำนวน
ขอ้ มูลทง้ั หมด
5.3 สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
S.D. =
เม่อื S.D. แทน ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
แทน จำนวนคู่ทั้งหมด
แทน คะแนนแตล่ ะตวั ในกลุ่มขอ้ มูล
∑ แทน ผลรวมของความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่
29
บทที่ 4
การวิเคราะห์ขอ้ มลู
จากการวเิ คราะห์ข้อมลู ในแบบสอบถามความพึงพอใจของผบู้ รโิ ภคทีม่ ีตอ่ ผลิตภัณฑ์
กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ในคร้ังนี้ ผศู้ ึกษาไดเ้ สนอตามลำดับ ดังนี้
4.1 สัญลักษณ์ท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู
N แทน จำนวนกลุม่ เปา้ หมาย
แทน คะแนนเฉล่ยี
S.D. แทน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
4.2 การนำเสนอผลการวิเคราะห์
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการศกึ ษาครั้งน้ี ผศู้ กึ ษาไดด้ ำเนนิ การวเิ คราะห์ออกเป็น 3 ตอนดังนี้
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเพอ่ื ศึกษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภคทมี่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑ์กระดาษสา
จากเปลือกข้าวโพด แบง่ เป็น 3 ดา้ น 1. ดา้ นคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ 2. ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์
3. ดา้ นการส่งเสรมิ การจัดจำหน่าย
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
ตอนที่ 1 ข้อมลู ท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตามเพศ
สถานภาพ N = 30
จำนวน ร้อยละ
เพศ 3 10
ชาย 27 90
หญงิ
รวม 30 100
30
จากตารางที่ 1 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายเปน็ เพศหญงิ จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 90
เพศชาย จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 10
ตารางที่ 2 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามอายุ
สถานภาพ N = 30
จำนวน รอ้ ยละ
อายุ 24 80
ต่ำกว่า 20 ปี 6 20
21 - 25 ปี --
26 - 30 ปี --
31 - 35 ปี --
36 - 40 ปี --
40 ปขี น้ึ ไป 30 100
รวม
จากตารางที่ 2 พบว่า กลุม่ เปา้ หมายส่วนใหญ่ อายุตำ่ กวา่ 20 ปี จำนวน 24 คน คิดเปน็
รอ้ ยละ 80 อายุ 21 – 25 ปี จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 20
ตารางท่ี 3 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามอาชีพ
สถานภาพ N = 30
จำนวน ร้อยละ
อาชพี 30 100
นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา --
ข้าราชการครู --
บคุ คลกรทางการศกึ ษา --
อื่น ๆ
รวม 30 100
31
จากตารางที่ 3 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายส่วนใหญ่ เปน็ นกั เรียน/นกั ศึกษา จำนวน 30 คน คิด
เป็นรอ้ ยละ 100
ตารางที่ 4 แสดงความถ่แี ละรอ้ ยละของกลุ่มเป้าหมาย จำแนกตามระดบั ชน้ั (กำลังศกึ ษา)
N = 30
สถานภาพ จำนวน ร้อยละ
กำลงั ศกึ ษาระดบั ปวช. --
ปวช.1 --
ปวช.2 --
ปวช.3
4 13.33
กำลงั ศกึ ษาระดบั ปวส. 26 86.67
ปวส.1 30 100
ปวส.2
รวม
จากตารางท่ี 4 พบวา่ กล่มุ เป้าหมายส่วนใหญ่ กำลงั ศึกษาในระดบั ชัน้ ปวส.2 จำนวน 26 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 86.67 กำลงั ศกึ ษาในระดบั ช้นั ปวส.1 จำนวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 13.33
32
ตารางที่ 5 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตามแผนกวชิ า
N = 30
สถานภาพ จำนวน ร้อยละ
แผนกวิชา ปวช. --
สาขาการบญั ชี --
สาขาการตลาด --
สาขาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ --
สาขาธรุ กิจค้าปลกี --
สาขาการจัดการสำนักงาน --
สาขาวจิ ิตรศิลป์ --
สาขาการออกแบบ --
สาขาคอมพวิ เตอร์กราฟิก --
สาขาคหกรรมศาสตร์ --
สาขาแฟชั่นและสง่ิ ทอ --
สาขาอาหารและโภชนาการ --
สาขาการทอ่ งเท่ยี ว --
สาขาการโรงแรม
27 90
แผนกวชิ า ปวส. 3 10
สาขาการบัญชี --
สาขาการตลาด --
สาขาเทคโนโลยีธุรกจิ ดจิ ทิ ัล --
สาขาธรุ กิจคา้ ปลีก --
สาขาการจัดการท่วั ไป --
สาขาการจัดการโลจิสติกส์ --
สาขาวิจิตรศิลป์ --
สาขาการออกแบบตกแต่งภายใน
สาขาคอมพิวเตอร์กราฟกิ อารต์
33
ตารางท่ี 5 (ต่อ) แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามแผนกวิชา
N = 30
สถานภาพ จำนวน ร้อยละ
สาขาการบรหิ ารงานคหกรรมศาสตร์ --
สาขาเทคโนโลยีแฟชนั่ และสิง่ ทอ --
สาขาอาหารและโภชนาการ --
สาขาการทอ่ งเทย่ี ว --
สาขาการโรงแรมและบรกิ าร --
สาขาการจดั ประชมุ และนทิ รรศการ --
รวม 30 100
จากตารางท่ี 5 พบวา่ กลุ่มเปา้ หมายสว่ นใหญ่ เปน็ สาขาการบญั ชี จำนวน 27 คน คดิ เปน็ ร้อย
ละ 90 และ สาขาการตลาด จำนวน 3 คน คิดเปน็ ร้อยละ 10
ตารางที่ 6 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามระดบั การศึกษา
N = 30
สถานภาพ จำนวน รอ้ ยละ
ระดับการศึกษา 30 100
ตำ่ กวา่ ปริญญาตรี --
ปริญญาตรี --
ปริญญาโท --
สงู กว่าปริญญาโท
30 100
รวม
จากตารางท่ี 6 พบว่า กลมุ่ เป้าหมายสว่ นใหญ่ ระดบั การศึกษาตำ่ กว่าปริญญาตรี จำนวน 30
คน คดิ เป็นร้อยละ 100
34
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคทม่ี ตี ่อผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กขา้ วโพด แบง่ เป็น 3 ด้าน 1. ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ 2. ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์
3. ด้านการส่งเสรมิ การจดั จำหน่าย
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลีย่ และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผู้บริโภคทมี่ ตี อ่
ผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด สรปุ เปน็ รายดา้ น
รายการประเมิน ระดบั ความพงึ พอใจ
S.D. ระดบั แปลผล
1. ดา้ นคณุ ภาพผลิตภัณฑ์ 4.42 0.41 มาก
2. ด้านความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์ 4.53 0.36 มากทสี่ ุด
3. ดา้ นการสง่ เสริมการจดั จำหนา่ ย 4.51 0.36 มากท่สี ดุ
รวม 4.47 0.38 มาก
จากตารางที่ 7 พบว่าการศึกษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคทม่ี ตี ่อผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กข้าวโพด โดยรวมในแต่ละด้าน มคี วามพงึ พอใจในระดับมาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.38 )
และเมอื่ พิจารณาเป็นรายขอ้ แล้ว ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภณั ฑ์ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด
( = 4.53 และ S.D. = 0.36 ) ด้านการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ย มคี วามพึงพอใจในระดับมากทสี่ ดุ
( = 4.51 และ S.D. = 0.36 ) ดา้ นคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ มีความพึงพอใจในระดบั มาก ( = 4.42
และ S.D. = 0.41 ) ตามลำดบั
35
ตารางท่ี 8 แสดงค่าเฉลยี่ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภคท่ีมตี อ่
ผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด
ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์
ระดบั ความพึงพอใจ
รายการประเมิน S.D. ระดบั แปลผล
1. ผลิตภัณฑส์ ามารถนำมาทำเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ต่าง ๆ ได้ 4.63 0.61 มากทสี่ ุด
2. สามารถใช้แทนบรรจุภณั ฑท์ ที่ ำจากพลาสตกิ 4.47 0.57 มาก
3. ผลิตภณั ฑท์ นทานแขง็ แรงต่อการใช้งาน 4.13 0.68 มาก
4. ความเรยี บของเนอื้ กระดาษสาเปลอื กข้าวโพด 4.33 0.66 มาก
5. กระดาษสาเปลอื กขา้ วโพดสามารถใชง้ านไดจ้ ริง 4.53 0.57 มากทีส่ ดุ
รวม 4.42 0.41 มาก
จากตารางที่ 8 พบว่าการศึกษาความพึงพอใจของผู้บริโภคทม่ี ตี ่อผลติ ภณั ฑก์ ระดาษสาจาก
เปลอื กขา้ วโพด ดา้ นคุณภาพผลติ ภัณฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.42 และ
S.D. = 0.41 ) และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายขอ้ แล้ว ผลิตภัณฑส์ ามารถนำมาทำเป็นบรรจภุ ัณฑ์ต่าง ๆ ได้
มคี วามพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด ( = 4.63 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมาคอื กระดาษสาเปลอื ก
ขา้ วโพดสามารถใช้งานได้จรงิ มคี วามพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ุด ( = 4.53 และ S.D. = 0.57 )
สามารถใชแ้ ทนบรรจุภณั ฑ์ที่ทำจากพลาสตกิ มีความพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.47 และ
S.D. = 0.57 ) ความเรียบของเน้อื กระดาษสาเปลอื กข้าวโพด มรี ะดบั ความพึงพอใจในระดับมาก
( = 4.33และ S.D. = 0.66 ) และผลิตภัณฑ์ทนทานแข็งแรงต่อการใชง้ าน มรี ะดบั ความพงึ พอใจใน
ระดบั มาก ( = 4.13 และ S.D. = 0.68 ) ตามลำดบั
36
ตารางที่ 9 แสดงคา่ เฉลี่ย และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพึงพอใจของผบู้ ริโภคทีม่ ตี อ่
ผลติ ภณั ฑก์ ระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด
ดา้ นความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์
ระดบั ความพึงพอใจ
รายการประเมิน S.D. ระดับแปลผล
1. กระดาษมสี สี นั ที่นา่ สนใจ 4.60 0.50 มากทสี่ ดุ
2. ผลติ ภัณฑม์ ีความแปลกใหมไ่ มซ่ ้ำกบั ท้องตลาด
3. ผลติ ภัณฑม์ ีความทนั สมัย สวยงาม มเี อกลักษณ์ 4.40 0.56 มาก
ท่ีผซู้ อื้ สามารถจดจำได้งา่ ย 4.67 0.48 มากทสี่ ดุ
4. ผลติ ภณั ฑท์ ำจากวัสดุธรรมชาติยอ่ ยสลายไดง้ า่ ย
4.53 0.63 มากทสี่ ุด
และเปน็ การอนุรกั ษธ์ รรมชาติ
5. ผลติ ภัณฑส์ ามารถชว่ ยลดปรมิ าณขยะท่เี กิดจาก 4.43 0.63 มาก
เปลอื กข้าวโพดได้ 4.53 0.36 มากทสี่ ุด
รวม
จากตารางที่ 9 พบว่าการศกึ ษาความพงึ พอใจของผ้บู รโิ ภคทม่ี ีตอ่ ผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจาก
เปลือกขา้ วโพด ด้านความน่าสนใจของผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ุด
( = 4.53 และ S.D. = 0.36 ) และเมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายข้อ ผลติ ภัณฑ์มีความทันสมยั สวยงาม
มเี อกลกั ษณท์ ผ่ี ซู้ อื้ สามารถจดจำไดง้ า่ ย มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ ( = 4.67 และ
S.D. = 0.48 ) รองลงมาคือ กระดาษมสี สี ันท่ีน่าสนใจ มีความพงึ พอใจในระดบั มากที่สุด ( = 4.60
และ S.D. = 0.50 ) ผลิตภณั ฑท์ ำจากวัสดธุ รรมชาติยอ่ ยสลายได้งา่ ยและเปน็ การอนรุ กั ษ์ธรรมชาติ มี
ความพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.63 ) ผลิตภณั ฑ์สามารถช่วยลดปรมิ าณ
ขยะท่เี กิดจากเปลอื กข้าวโพดได้ มีความพงึ พอใจในระดับมาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.63 ) และ
ผลติ ภัณฑ์มีความแปลกใหมไ่ ม่ซำ้ กับทอ้ งตลาด มีความพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.40 และ S.D. =
0.56 ) ตามลำดบั
37
ตารางที่ 10 แสดงค่าเฉลย่ี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจของผบู้ รโิ ภคท่ีมตี ่อ
ผลิตภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด
ด้านการส่งเสรมิ การจดั จำหนา่ ย
ระดบั ความพึงพอใจ
รายการประเมิน S.D. ระดบั แปลผล
1. ผลิตภัณฑม์ สี สี นั สวยงามสามารถดึงดดู 4.67 0.61 มากที่สดุ
ความน่าสนใจผ้ซู ือ้ ได้
2. ผลติ ภณั ฑม์ ขี นาดหลากหลายท่ีเหมาะสมกับผู้บรโิ ภค 4.43 0.50 มาก
3. ราคาสินค้าทเ่ี หมาะสมกับผลติ ภัณฑ์ 4.47 0.51 มาก
4. กระดาษสา สามารถนำมาทำเป็นสง่ิ ประดิษฐห์ รือ 4.47 0.57 มาก
ของใชไ้ ด้
5. กระดาษสาคณุ ภาพดีไม่กรอบเปอ่ื ยยยุ่ งา่ ยและเกบ็ 4.50 0.66 มาก
ได้นาน
รวม 4.51 0.36 มากทส่ี ดุ
จากตารางท่ี 10 พบวา่ การศกึ ษาความพงึ พอใจของผูบ้ รโิ ภคท่ีมตี อ่ ผลิตภณั ฑ์กระดาษสาจาก
เปลือกข้าวโพด ดา้ นการส่งเสรมิ การจดั จำหน่าย โดยรวมมีความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ
( = 4.51 และ S.D. = 0.36 ) และเม่ือพจิ ารณาเปน็ รายข้อ ผลติ ภณั ฑ์มสี ีสนั สวยงามสามารถดงึ ดูด
ความนา่ สนใจผซู้ ื้อได้ มีความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด ( = 4.67 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมา
คอื กระดาษสาคณุ ภาพดีไม่กรอบเปอ่ื ยยุย่ ง่ายและเกบ็ ได้นาน ระดับความพงึ พอใจในระดับมาก
( = 4.50 และ S.D. = 0.66 ) ราคาสินค้าทเี่ หมาะสมกบั ผลติ ภัณฑ์ มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก
( = 4.47 และ S.D. = 0.57 ) กระดาษสา สามารถนำมาทำเป็นส่ิงประดษิ ฐห์ รอื ของใชไ้ ด้ มคี วาม
พึงพอใจในระดับมาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.51 ) และผลติ ภัณฑ์มขี นาดหลากหลายทเ่ี หมาะสม
กบั ผบู้ รโิ ภค มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.50 ) ตามลำดบั
38
บทที่ 5
สรปุ ผล อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ
กระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด วัตถปุ ระสงคก์ ารศกึ ษา 1. เพื่อนำเปลอื กขา้ วโพดเหลือใชม้ า
ประดิษฐเ์ ปน็ กระดาษสาใช้ประโยชนต์ อ่ ได้ 2. เพื่อศกึ ษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายทมี่ ีต่อ
ผลิตภัณฑ์กระดาษสาทที่ ำจากเปลือกขา้ วโพด 3. เพอื่ ลดปรมิ าณขยะทีเ่ กิดจากเปลอื กขา้ วโพด และ
สร้างมลู ค่าจากเปลอื กขา้ วโพดทีเ่ หลอื ใช้ กลมุ่ เปา้ หมายทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษาครั้งนไี้ ด้แก่ บคุ คลท่วั ไปใน
วิทยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี อำเภอเมือง จงั หวดั ชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซง่ึ ได้มาจากการเลอื ก
แบบเจาะจง เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษา คือ ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ระดบั ความพงึ พอใจ
ของผู้บริโภคท่มี ีตอ่ กระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด แบ่งเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประเมนิ ค่า
(Rating Scale) 5 ระดับ แบง่ เปน็ 3 ดา้ น ด้านคณุ ภาพผลิตภัณฑ์ ดา้ นความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์
ด้านการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ย สถติ ทิ ่ีใชใ้ นการศกึ ษาคือ 1. ค่าร้อยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลี่ย
(Mean) 3. ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
สรุปผลการศึกษา
ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ในการศกึ ษาครงั้ นี้ สรปุ ได้ดังนี้
ตอนที่ 1 ขอ้ มูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ดา้ นสถานภาพท่ัวไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
พบว่า กล่มุ เปา้ หมายสว่ นใหญเ่ ป็นเพศหญงิ จำนวน 27 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 90 ส่วนใหญอ่ ย่ใู นช่วง
อายตุ ำ่ กวา่ 20 ปี จำนวน 24 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 80 และอายุ 21 – 25 ปี จำนวน 6 คน คิดเปน็ รอ้ ย
ละ 20 อาชพี สว่ นใหญ่เปน็ นกั เรียน/นกั ศกึ ษา จำนวน 30 คน คดิ เป็นร้อยละ 100 ระดบั ชั้นท่กี ำลงั
ศกึ ษาส่วนใหญ่ ศึกษาในระดับช้ัน ปวส.2 จำนวน 26 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 86.67 กำลงั ศกึ ษาใน
ระดับชน้ั ปวส.1 จำนวน 4 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 13.33 สาขาวิชาส่วนใหญ่ เปน็ สาขาการบญั ชี จำนวน
27 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 90 และ สาขาการตลาด จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 10 ระดบั การศึกษาที่
จบสว่ นใหญ่ ระดบั การศึกษาตำ่ กว่าปรญิ ญาตรี จำนวน 30 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100
39
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเพอ่ื ศกึ ษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภคทีม่ ีต่อผลิตภัณฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กขา้ วโพด แบง่ เปน็ 3 ด้าน ด้านคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ ดา้ นความน่าสนใจของผลติ ภณั ฑ์ ด้านการ
ส่งเสริมการจดั จำหน่าย
ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.42 และ S.D. = 0.41
) และเมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ แล้ว ผลิตภณั ฑส์ ามารถนำมาทำเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ต่าง ๆ ได้ มีความพงึ
พอใจในระดบั มากทสี่ ุด ( = 4.63 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมาคือกระดาษสาเปลอื กข้าวโพด
สามารถใช้งานไดจ้ รงิ มคี วามพงึ พอใจในระดับมากทส่ี ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.57 ) สามารถใช้
แทนบรรจุภณั ฑ์ทที่ ำจากพลาสตกิ มีความพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.57 )
ความเรยี บของเน้ือกระดาษสาเปลอื กข้าวโพด มรี ะดับความพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.33และ
S.D. = 0.66 ) และผลติ ภณั ฑ์ทนทานแข็งแรงตอ่ การใชง้ าน มีระดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก ( =
4.13 และ S.D. = 0.68 ) ตามลำดบั
ดา้ นความน่าสนใจของผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.53
และ S.D. = 0.36 ) และเม่ือพิจารณาเปน็ รายขอ้ ผลติ ภัณฑ์มีความทันสมยั สวยงาม มเี อกลกั ษณท์ ผ่ี ู้
ซ้อื สามารถจดจำไดง้ า่ ย มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทีส่ ุด ( = 4.67 และ S.D. = 0.48 ) รองลงมา
คอื กระดาษมสี สี นั ทน่ี ่าสนใจ มีความพึงพอใจในระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.60 และ S.D. = 0.50 )
ผลติ ภณั ฑท์ ำจากวัสดธุ รรมชาติยอ่ ยสลายได้งา่ ยและเป็นการอนุรกั ษ์ธรรมชาติ มคี วามพงึ พอใจใน
ระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.63 ) ผลิตภณั ฑ์สามารถชว่ ยลดปรมิ าณขยะทเ่ี กดิ จาก
เปลอื กขา้ วโพดได้ มีความพึงพอใจในระดบั มาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.63 ) และ ผลิตภัณฑ์
มคี วามแปลกใหม่ไมซ่ ้ำกบั ท้องตลาด มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.40 และ S.D. = 0.56 )
ตามลำดบั
ดา้ นการส่งเสรมิ การจัดจำหนา่ ย โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ ( = 4.51
และ S.D. = 0.36 ) และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายขอ้ ผลติ ภณั ฑ์มสี สี ันสวยงามสามารถดึงดูดความ
น่าสนใจผู้ซื้อได้ มีความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ ( = 4.67 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมา
กระดาษสาคณุ ภาพดไี มก่ รอบเปอื่ ยยุย่ งา่ ยและเกบ็ ได้นาน ระดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก ( =
4.50 และ S.D. = 0.66 ) ราคาสินคา้ ท่ีเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ มีความพงึ พอใจในระดบั มาก ( =
40
4.47 และ S.D. = 0.57 ) กระดาษสา สามารถนำมาทำเปน็ สง่ิ ประดิษฐห์ รอื ของใช้ได้ มีความพึงพอใจ
ในระดบั มาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.51 ) และผลติ ภัณฑ์มขี นาดหลากหลายทเ่ี หมาะสมกบั
ผูบ้ รโิ ภค มคี วามพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.50 ) ตามลำดบั
การอภิปรายผล
การอภปิ รายผล ซง่ึ มวี ตั ถุประสงค์ของการศึกษา 1. เพ่อื นำเปลอื กขา้ วโพดเหลอื ใชม้ า
ประดิษฐเ์ ปน็ กระดาษสาใช้ประโยชน์ต่อได้ 2. เพอ่ื ศกึ ษาความพึงพอใจของกล่มุ เป้าหมายทมี่ ีต่อ
ผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาทท่ี ำจากเปลือกขา้ วโพด 3. เพ่อื ลดปรมิ าณขยะทเี่ กดิ จากเปลอื กขา้ วโพด และ
สร้างมูลคา่ จากเปลอื กข้าวโพดทเ่ี หลอื ใช้ โดยแบง่ เปน็ 3 ด้าน ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์ ดา้ นความ
นา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์ ดา้ นการสง่ เสริมการจัดจำหนา่ ย
ดา้ นคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ พบวา่ ผตู้ อบแบบสอบถามความพงึ พอใจเก่ียวกับผลติ ภณั ฑ์ในดา้ น
คณุ ภาพผลิตภัณฑ์ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดับมาก และเมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายข้อแล้ว ผลิตภณั ฑ์
สามารถนำมาทำเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ต่าง ๆ ได้ มีความพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ดุ รองลงมาคอื กระดาษสา
เปลอื กข้าวโพดสามารถใชง้ านได้จรงิ มคี วามพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ สามารถใชแ้ ทนบรรจภุ ณั ฑท์ ่ี
ทำจากพลาสตกิ มีความพึงพอใจในระดบั มาก ความเรียบของเนื้อกระดาษสาเปลือกข้าวโพด มีระดบั
ความพงึ พอใจในระดบั มาก และผลิตภณั ฑท์ นทานแขง็ แรงตอ่ การใช้งาน มรี ะดบั ความพึงพอใจใน
ระดับมาก
ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภณั ฑ์ พบว่าผตู้ อบแบบสอบถามความพึงพอใจเก่ียวกบั
ผลติ ภัณฑ์ในดา้ นความนา่ สนใจของผลิตภณั ฑ์ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด และเมอื่
พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ ผลติ ภัณฑ์มีความทันสมยั สวยงาม มีเอกลักษณท์ ผี่ ซู้ ือ้ สามารถจดจำไดง้ า่ ย มี
ความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ดุ รองลงมาคือ กระดาษมสี สี นั ท่นี า่ สนใจ มคี วามพงึ พอใจในระดับมาก
ทส่ี ดุ ผลติ ภัณฑ์ทำจากวสั ดุธรรมชาติย่อยสลายได้ง่ายและเปน็ การอนรุ กั ษ์ธรรมชาติ มคี วามพึงพอใจ
ในระดับมาก ผลิตภณั ฑส์ ามารถชว่ ยลดปริมาณขยะท่ีเกิดจากเปลือกขา้ วโพดได้ มคี วามพึงพอใจใน
ระดบั มาก และ ผลิตภัณฑ์มคี วามแปลกใหมไ่ มซ่ ้ำกบั ท้องตลาด มีความพงึ พอใจในระดบั มาก
ดา้ นการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ย พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจเก่ียวกบั ผลติ ภัณฑ์
ในด้านการสง่ เสรมิ การจดั จำหน่าย โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ และเมือ่ พจิ ารณาเป็น
รายข้อ ผลิตภณั ฑม์ สี สี นั สวยงามสามารถดงึ ดูดความนา่ สนใจผซู้ ้อื ได้ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ุด