The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการกระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jee270644, 2020-10-22 02:13:24

โครงการกระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด_clone

โครงการกระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด



กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด

จัดทำโดย
นภิ าศิริ ศลิ าแกว้ รหัสนักศึกษา 6232010022
วารรี ตั น์ เพ็งเพ็ชร รหสั นักศึกษา 6232010023

เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จทุ ยั รตั น์

รายงานน้ีเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชา โครงการ
สาขาวิชา การบัญชี ประเภทวิชา บรหิ ารธรุ กิจ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563



วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี
กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด

โดย
นภิ าศิริ ศลิ าแก้ว รหัสนักเรียน 6232010022
วารีรตั น์ เพ็งเพ็ชร รหัสนกั เรียน 6232010023

เสนอ
อาจารยน์ พิ ร จุทัยรัตน์

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา รายวิชา โครงการ
สาขาวิชา การบญั ชี ประเภทวิชา บรหิ ารธุรกิจ
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี



ใบรบั รองโครงการ
ระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพชั้นสูง ช้ันปีท่ี 2 (ปวส.2)

วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี

โครงการ
กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด

โดย
1. นางสาว นภิ าศริ ิ ศลิ าแก้ว รหสั นักเรียน 6232010022
2. นางสาว วารรี ัตน์ เพง็ เพ็ชร รหสั นกั เรียน 6232010023

ช้นั ปวส.2/1 สาขาวิชาการบญั ชี

พิจารณาเหน็ ชอบโดย

(นางนิพร จทุ ัยรตั น)์
อาจารย์ทป่ี รกึ ษาโครงการ
แผนกวชิ าบญั ชี คณะบรหิ ารธุรกจิ



ชื่อโครงการ : กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด

ผูจ้ ดั ทำ : นิภาศริ ิ ศิลาแกว้

วารีรตั น์ เพ็งเพช็ ร

สาขาวิชา : การบญั ชี

ประเภทวิชา : บรหิ ารธุรกิจ

ปีการศึกษา : 2563

ช่ือสถานศึกษา : วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี

บทคดั ย่อ

วัตถุประสงค์การศึกษา 1. เพ่อื นำเปลอื กข้าวโพดเหลือใชม้ าประดิษฐเ์ ปน็ กระดาษสาใช้
ประโยชน์ต่อได้ 2. เพอ่ื ศึกษาความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายทมี่ ีตอ่ ผลติ ภัณฑ์กระดาษสาทที่ ำจาก
เปลอื กข้าวโพด 3. เพอ่ื ลดปรมิ าณขยะทเ่ี กิดจากเปลอื กขา้ วโพด และสร้างมลู ค่าจากเปลือกขา้ วโพดท่ี
เหลอื ใช้ กลมุ่ เป้าหมายทีใ่ ช้ในการศึกษาครง้ั น้ไี ดแ้ ก่ บุคคลทวั่ ไปในวทิ ยาลัยอาชีวศึกษาชลบรุ ี อำเภอ
เมือง จังหวัดชลบุรี 20000 จำนวน 30 คน ซง่ึ ไดม้ าจากการเลือกแบบเจาะจง เคร่ืองมือทใ่ี ช้ใน
การศกึ ษา คือ ขอ้ มูลทวั่ ไปของผูต้ อบแบบสอบถาม ระดบั ความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภคทีม่ ตี อ่ กระดาษ
สาจากเปลอื กข้าวโพด แบง่ เป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประเมินค่า (Rating Scale) 5 ระดบั
แบง่ เป็น 3 ด้าน แบง่ เปน็ ดา้ นคุณภาพผลิตภณั ฑ์ ดา้ นความน่าสนใจของผลติ ภณั ฑ์ ด้านการสง่ เสรมิ
การจัดจำหนา่ ย สถิติท่ใี ชใ้ นการศึกษาคอื 1. คา่ ร้อยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลยี่ (Mean)
3. สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการศึกษาพบว่า
กลุ่มเปา้ หมายส่วนใหญ่เปน็ เพศหญงิ จำนวน 27 คน อยู่ในช่วงอายุตำ่ กว่า 20 ปี เปน็
นักเรียน/นกั ศึกษา จำนวน 30 คน กำลงั ศึกษาในระดบั ช้นั ปวส.2 สาขาการบญั ชี มคี วามคดิ เห็นตอ่
โครงการกระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด เกย่ี วกบั ผลิตภัณฑ์ ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ คอื ผลติ ภณั ฑ์
สามารถนำมาทำเปน็ บรรจภุ ณั ฑ์ตา่ ง ๆ ได้ รองลงมาคือ เปลอื กข้าวโพดสามารถใชง้ านได้จรงิ
สามารถใช้แทนบรรจุภัณฑท์ ีท่ ำจากพลาสตกิ ความเรยี บของเนอ้ื กระดาษสาเปลอื กขา้ วโพด และ
ผลิตภัณฑ์ทนทานแขง็ แรงตอ่ การใชง้ าน ด้านความนา่ สนใจของผลิตภณั ฑ์ คอื ผลติ ภัณฑ์มคี วาม
ทันสมัย สวยงาม มีเอกลกั ษณ์ที่ผซู้ ้อื สามารถจดจำได้งา่ ย รองลงมาคอื กระดาษมสี สี ันทีน่ ่าใจ



ผลติ ภัณฑท์ ำจากวัสดุธรรมชาติยอ่ ยสลายได้ง่ายและเป็นการอนุรกั ษ์ธรรมชาติ ผลิตภณั ฑส์ ามารถช่วย
ลดปริมาณขยะท่ีเกดิ จากเปลือกข้าวโพดได้ และผลติ ภัณฑม์ คี วามแปลกใหมไ่ ม่ซ้ำกบั ทอ้ งตลาด ด้าน
การสง่ เสรมิ การจดั จำหน่าย คือ ผลติ ภณั ฑ์มสี สี นั สวยงามสามารถดึงดดู ความน่าสนใจผซู้ อ้ื ได้
รองลงมาคอื กระดาษสาคุณภาพดีไมก่ รอบเป่ือยย่ยุ งา่ ยและเก็บไดน้ าน ราคาสนิ ค้าทเ่ี หมาะสมกบั
ผลติ ภณั ฑ์ กระดาษสาสามารถนำมาทำเปน็ ส่ิงประดษิ ฐห์ รอื ของใช้ได้ และผลิตภณั ฑม์ ีขนาด
หลากหลายที่เหมาะสมกบั ผู้บริโภค
คำสำคัญ : กระดาษสา เปลือกข้าวโพด ผลิตภณั ฑ์



กติ ตกิ รรมประกาศ

โครงการกระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ในครงั้ นี้ สามารถสำเรจ็ ลลุ ่วงไปด้วยดีโดยไดร้ บั
ความกรุณา จากอาจารยน์ พิ ร จทุ ัยรัตน์ ที่ปรกึ ษาโครงการ ท่ใี หค้ ำเสนอแนะ แนวคดิ ตลอดจนแก้ไข
ขอ้ บกพรอ่ งตา่ ง ๆ และเอาใจใสด่ ว้ ยดีตลอดระยะเวลาในการทำโครงการ ผู้ศึกษาจงึ ขอกราบ
ขอบพระคุณเปน็ อย่างอยา่ งสงู ณ โอกาสนี้

ขอขอบพระคุณบิดา มารดา และผูป้ กครอง ทุกคนท่ไี ดใ้ ห้คำแนะนำช่วยเหลอื สนับสนุน
ผู้ศึกษาโครงการมาตลอด โครงการจะสำเร็จลุล่วงไปไม่ได้ หากไม่มีบุคคลดงั กล่าวในการจัดทำ
โครงการ

สดุ ทา้ ยน้ี คุณค่าและประโยชนข์ องโครงการนี้ ทางผู้จดั ทำขอมอบเป็นกตญั ญูกตเวทติ าแด่
บพุ การี บรู พาจารย์ และผู้มพี ระคณุ ทกุ ท่านทงั้ ในอดีตและปัจจบุ นั ทีไ่ ดอ้ บรม สง่ั สอน ช้แี นะแนวทาง
ในการศกึ ษา จนทำใหผ้ วู้ จิ ยั ประสบความสำเร็จมาจนตราบทกุ วนั น้ี

นิภาศริ ิ ศลิ าแก้ว
วารรี ัตน์ เพง็ เพ็ชร



สารบัญ

หนา้

ใบรับรองโครงการ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ก
บทคดั ยอ่ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….ข
กิตตกิ รรมประกาศ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..ง
สารบัญ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…………………จ
สารบญั ตาราง…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………ฉ
สารบญั ภาพ…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….ช
บทที่ 1 บทนำ………………………………………………………………………………………………………………………………………..1

ความเปน็ มาและความสำคัญ……………………………………………………………………………………………………1
วตั ถปุ ระสงค์…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..2
ขอบเขตการศกึ ษา.........................................................................................................................................................2
ประโยชนท์ ่ีคาดว่าจะไดร้ บั จากการศกึ ษา……………………………………………………………………………………………..2
นิยามศพั ท์เฉพาะ………………………………………………………………………………………………………………………………………….2
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยทเ่ี กี่ยวข้อง………………………………………………………………………………………………………………..3
จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคำอธบิ ายรายวชิ า………………………………………………………3
ทฤษฎีการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการตลาด (SWOT Analysis)……………………………………………….4
ทฤษฎวี ิเคราะห์ผบู้ รโิ ภค (STP Strategy)…………………………………………………………………………………………….6
ทฤษฎีกลยทุ ธท์ างการตลาด (4P’s) (8P’s)………………………………………………………………………………………….7
ทฤษฎพี ฤติกรรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)………………………………………………………………10
แนวความคดิ ทางการพัฒนาบรรจุภณั ฑ์………………………………………………………………………………………………13
แนวความคิดของหลักการบญั ชีต้นทุน………………………………………………………………………………………...………17
แนวคดิ ในการวัดผลกำไร………………………………………………………………………………………………………………...………18
งานวิจยั ทีเ่ กยี่ วข้อง…………………………………………………………………………………………………………………………...………20



สารบญั (ตอ่ )

หนา้
บทท่ี 3 วิธีดำเนินการศกึ ษา…………………………………………………………………………………………………………………..……………...25

ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง……………………………………………………………………………………………………..……………..25
เครอ่ื งมือทีใ่ ช้ในการศกึ ษา……………………………………………………………………………………………………………………….25
ขน้ั ตอนในการสร้างเครอ่ื งมือ…………………………………………………………………………………………………………..….….26
การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ……………………………………………………………………………………………………………………….……..27
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการศกึ ษา…………………………………………………………………………....……..27
บทท่ี 4 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ……………………………………………………………………………………………………………………………………29
สัญลกั ษณใ์ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู ………………………………………………………………………………………………………29
การนำเสนอผลการวิเคราะห์………………………………………………………………………………….……………….………………29
บทท่ี 5 สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………….………………………….38
สรปุ ผลการศึกษา……………………………………………………………………………………………………………..…………………………38
การอภปิ รายผล……………………………………………………………………………………………………………..……………………………40
ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………………..…..………………………….44
บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….45
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก แบบขออนุมัติโครงการและแบบเสนอโครงการ
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม
ภาคผนวก ค งบประมาณคา่ ใชจ้ า่ ย
ภาคผนวก ง เอกสารประกอบ (ภาพถ่าย)
ประวัตผิ ู้ศกึ ษา



สารบัญตาราง

หน้า

ตารางที่ 1 แสดงความถีแ่ ละรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามเพศ………………………………………………..29
ตารางที่ 2 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาย…ุ …………………………….……………….30
ตารางที่ 3 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาชีพ…………………………………..………..30
ตารางท่ี 4 แสดงความถ่ีและร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามระดบั ชั้น (กำลังศกึ ษา)………….…31
ตารางที่ 5 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามแผนกวชิ า……………………….……………32
ตารางที่ 6 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามระดบั การศึกษา………….………..…….33
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลี่ย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภค…………34

ที่มตี ่อผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด สรปุ เปน็ รายด้าน
ตารางท่ี 8 แสดงคา่ เฉล่ีย และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภค……..….35

ทีม่ ตี ่อผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ด้านคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์
ตารางท่ี 9 แสดงค่าเฉลี่ย และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผบู้ ริโภค…..…..36

ที่มีตอ่ ผลิตภณั ฑก์ ระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด ด้านความน่าสนใจของผลติ ภัณฑ์
ตารางที่ 10 แสดงค่าเฉลีย่ และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภค………..37

ทีม่ ีตอ่ ผลิตภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด ดา้ นการสง่ เสริมการจดั จำหน่าย



สารบญั ตาราง

หน้า

ตารางท่ี 1 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามเพศ………………………………………………..29
ตารางท่ี 2 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาย…ุ …………………………….……………….30
ตารางที่ 3 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามอาชีพ…………………………………..………..30
ตารางท่ี 4 แสดงความถแ่ี ละรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามระดับชั้น (กำลังศึกษา)………….…31
ตารางท่ี 5 แสดงความถี่และร้อยละของกลมุ่ เปา้ หมาย จำแนกตามแผนกวชิ า……………………….……………32
ตารางที่ 6 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามระดบั การศกึ ษา………….………..…….33
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉลยี่ และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภค…………34

ที่มีต่อผลิตภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด สรปุ เป็นรายด้าน
ตารางท่ี 8 แสดงคา่ เฉลย่ี และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพึงพอใจของผบู้ ริโภค……..….35

ท่มี ีต่อผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์
ตารางท่ี 9 แสดงคา่ เฉลย่ี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภค…..…..36

ท่มี ีตอ่ ผลิตภัณฑก์ ระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์
ตารางท่ี 10 แสดงคา่ เฉลี่ย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผูบ้ รโิ ภค………..37

ท่ีมีตอ่ ผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ดา้ นการสง่ เสริมการจดั จำหน่าย



บทท่ี 1

บทนำ

ความเป็นมาและความสำคญั ของปัญหา
กระดาษสา มมี านาน 20 กว่าปีแลว้ โดยสมยั กอ่ นน้ันไม่ได้ทำกันอย่างแพรห่ ลายเหมอื นสมัย

นี้ จะทำกนั เฉพาะเม่ือตอ้ งการเขียนยนั ต์ ทำไสเ้ ทียนและทำตุงของเชียงใหมเ่ ท่านัน้ ตงั้ แตน่ ้นั มาก็ได้
มีการพฒั นาการทำกระดาษสาจากทเี่ คยทำสีขาวก็คิดหาวธิ ที ำเป็นหลาย ๆ สี และมลี วดลายมาก
ยงิ่ ขึ้น ซง่ึ ปรากฏว่าได้รบั ความสนใจจากคนไทยและตา่ งประเทศเปน็ อย่างมาก ทำใหท้ า่ นมีกำลงั ใจท่ี
จะผลติ งานศลิ ปะ กระดาษสามากยง่ิ ขึน้ แปรรูปเป็นผลติ ภณั ฑ์ต่าง ๆ เชน่ สมุดโนต้ ถุงกระดาษ
ดอกไม้ ฯลฯ และยงั ได้เผยแพร่การทำกระดาษสาไปยังหมบู่ า้ นอน่ื ๆ และสอนวิธีการทำกระดาษสาให้
เพ่ือเปน็ การอนุรกั ษศ์ ิลปะของไทยอกี ด้วย ทีย่ ดึ หลักการประกอบอาชพี ในการทำกระดาษสา สบื ทอด
จากบรรพบรุ ษุ ของบ้านตน้ เปา ซึ่งเป็นแหลง่ ผลิตกระดาษสาด้ังเดมิ ของเชียงใหม่ โดยในอดตี การทำ
กระดาษสานัน้ เพ่ือนำไปใชใ้ นการผลิตรม่ และพัด โดยแหล่งผลิตรม่ และพัดอย่ทู บ่ี ้านบ่อสรา้ ง อำเภอ
สันกำแพง จงั หวัดเชยี งใหม่ นอกจากน้ียงั ใช้ในการทำไสเ้ ทยี น ทำตุงและทำโคมลอย ซง่ึ กระดาษสายงั
ไมเ่ ปน็ ทตี่ อ้ งการของทอ้ งตลาดมากนัก

แต่ในปัจจบุ ันมสี ง่ิ ประดษิ ฐม์ ากมายเกดิ ขน้ึ โดยเฉพาะเทคโนโลยตี า่ ง ๆ ไมว่ า่ จะเปน็
คอมพวิ เตอร์ จกั รยานยนต์ โทรศัพทม์ อื ถอื โทรทัศน์ เป็นตน้ ทำใหส้ งั คมของคนไทยนัน้ เปลย่ี นไป
กลายเป็นยุคไอที ยุคทนั สมยั ข้นึ มาอยา่ งรวดเรว็ แน่นอนวา่ ยิ่งมสี ง่ิ ประดิษฐ์มากข้นึ ย่อมต้องมีคน
ตอ้ งการมากขนึ้ และผลที่ตามมาก็คือใชท้ รัพยากรมากข้นึ ทำใหส้ ภาพแวดล้อมแยล่ ง ทง้ั หมดนเ้ี ป็น
เพราะเราน้ันลมื วฒั นธรรมเกา่ ๆสมัยก่อน คำนึงถงึ แตต่ วั เองโดยทไ่ี มไ่ ดร้ กั ษาเกบ็ เอาไว้ ดงั นัน้ ผจู้ ัดทำ
จึงได้ทำโครงการเร่ือง กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด ซง่ึ เปลอื กขา้ วโพดเปน็ มิตรต่อธรรมชาติ
สามารถยอ่ ยสลายและช่วยลดการใช้พลาสตกิ ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ภาวะโลกรอ้ น แลว้ ยังสามารถลดปรมิ าณ
ขยะทีเ่ กิดจากเปลอื กข้าวโพด สรา้ งมลู ค่าจากเปลอื กขา้ วโพดทเ่ี หลือใช้และช่วยลดคา่ ใช้จา่ ย

ดงั นัน้ ผูจ้ ดั ทำโครงการจึงเลง็ เห็นประโยชน์ของเปลือกข้าวโพดจึงนำมาแปรรปู เปน็ กระดาษสา
และได้ความร้เู พม่ิ เติมในเรือ่ งเศรษฐกิจพอเพียงตามหลกั ความมเี หตผุ ลคอื พอประมาณ ใชเ้ ปลือก
ข้าวโพดท่เี หลอื ใช้เปน็ การประหยดั คา่ ใช้จา่ ย ไม่ฟมุ่ เฟอื ย สรา้ งมลู คา่ เพมิ่ ของเปลอื กขา้ วโพด และ
อนุรกั ษว์ ัฒนธรรมสมยั กอ่ นอกี ดว้ ย

2

วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษา
1. เพอื่ นำเปลอื กขา้ วโพดเหลอื ใชม้ าประดิษฐเ์ ปน็ กระดาษสาใช้ประโยชน์ต่อได้
2. เพือ่ ศึกษาความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายท่ีมีต่อผลิตภณั ฑ์กระดาษสาท่ที ำจากเปลอื ก

ขา้ วโพด
3. เพอ่ื ลดปริมาณขยะทเี่ กดิ จากเปลือกข้าวโพด และสรา้ งมลู คา่ จากเปลือกข้าวโพดทเ่ี หลือ
ใช้

ขอบเขตของการศกึ ษา
1. ด้านกลุ่มเปา้ หมายทใี่ ชใ้ นการศึกษาครงั้ นี้ ได้แก่ บุคคลทวั่ ไปในวทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี

อำเภอเมอื ง จงั หวดั ชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซึง่ ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง
2. ด้านเนอื้ หา ไดแ้ ก่ พฒั นากระดาษสาโดยนำเปลือกขา้ วโพดท่เี หลือใชม้ าประดษิ ฐเ์ ป็น

กระดาษสาทีใ่ หป้ ระโยชน์และให้น่าสนใจ อกี ทงั้ เป็นการประเมนิ ความคิดเห็นของผบู้ รโิ ภคท่มี ีต่อ
ผลิตภัณฑ์ โดยใชแ้ บบสอบถามความพงึ พอใจ

3. ดา้ นระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา ตัง้ แต่ 1 กรกฎาคม 2563 ถึง 30 ตุลาคม 2563
ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รบั

1. ไดผ้ ลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพดทเ่ี หลอื ใช้
2. สามารถลดปรมิ าณขยะจากเปลอื กข้าวโพดลดลง และเพมิ่ มูลค่าของเปลอื กขา้ วโพดที่
เหลือใช้
3. ได้ทราบความพงึ พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายท่มี ตี อ่ ผลติ ภัณฑ์ทแ่ี ปรรปู มาจากกระดาษสา
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. กระดาษสา หมายถงึ กระดาษทท่ี ำจากเยอ่ื ของเปลอื กตน้ สา เนื้อเหนยี ว น้ำหนักเบา
ใชท้ ำงานประดษิ ฐท์ ำกระดาษหอ่ ของ ทำร่ม เปน็ ต้น
2. เปลือกขา้ วโพด หมายถึง เปลือกทเี่ ปน็ แผ่นโค้ง ซอ้ นกนั เปน็ ชน้ั มีลวดลายของเสน้ ใย
เป็นร้วิ ๆ ในตวั เอง และมีแนวขนาน ตามความยาวของเปลอื ก ทำให้เปลอื กขา้ วโพดมีความสวยงาม
เฉพาะตวั ไม่เหมือนวัสดอุ ่นื ใด
3. ผลติ ภณั ฑ์ หมายถึง ทุกสง่ิ ทน่ี กั การตลาดนำมาเสนอกบั ตลาด เพือ่ เรยี กร้องความสนใจ
เพื่อการไดก้ รรมสทิ ธิ์ หรอื เพื่อการอปุ โภคบรโิ ภค ซึ่งสามารถตอบสนองความตอ้ งการของตลาดได้

3

บทที่ 2

เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

การดำเนินการโครงการ กระดาษสาจากเปลอื กข้าวโพด ณ แหล่งชุมชนการเคหะ 2
ตำบลเสม็ด อำเภอเมอื ง จังหวัดชลบรุ ี 20000 ระหวา่ งวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ส้ินสุด 30 ตลุ าคม 2563
ผู้ดำเนนิ โครงการไดร้ วบรวม เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ งมหี วั ข้อต่อไปน้ี

1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวชิ าและคำอธิบายรายวิชา (SWOT Analysis)
2. ทฤษฎีการวิเคราะหส์ ถานการณ์ทางการตลาด (SWOT Analysis)
3. ทฤษฎีการวเิ คราะหผ์ ู้บรโิ ภค (STP strategy)
4. ทฤษฎีกลยทุ ธ์ทางการตลาด (4Ps) และ (8Ps)
5. ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผู้บริโภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวความคิดทางการพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์
7. แนวความคิดของหลกั การบญั ชีตน้ ทนุ
8. แนวความคิดในการวัดผลกำไร
9. งานวิจยั ทเ่ี ก่ียวข้อง
1. จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชาและคำอธิบายรายวิชา (SWOT Analysis)
1.1 เข้าใจขน้ั ตอนและกระบวนการสร้างหรือพฒั นางานอาชพี อยา่ งเปน็ ระบบ
1.2 สามารถบูรณาการความรแู้ ละทักษะในการสรา้ งและหรือพฒั นางานในสาขาวิชาชีพตาม
กระบวนการวางแผน ดำเนินงาน แก้ไขปัญหา ประเมินผล ทำรายงานและนำเสนอผลงาน
1.3 มเี จตคติและกจิ นสิ ยั ในการศึกษาค้นคว้าเพื่อสรา้ งและหรือพฒั นางานอาชพี ด้วยความ
รบั ผิดชอบ มีวินัยคุณธรรม จริยธรรม ความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์
1.4 แสดงความรเู้ ก่ียวกบั หลักการและกระบวนการสร้างและหรือพัฒนางานอาชพี อย่างเปน็
ระบบ
1.5 เขียนโครงการสร้างและหรอื พัฒนางานตามหลักการ
1.6 ดำเนนิ งานตามแผนงานโครงการตามหลกั การและกระบวนการ
1.7 เกบ็ ขอ้ มูลวเิ คราะหส์ รุปและประเมินผลการดำเนินงานโครงการตามหลกั การ
1.8 รายงานผลการปฏบิ ัติงานโครงการตามรปู แบบวิธีการตา่ ง ๆ
1.9 นำเสนอผลการดำเนินงานด้วยรปู แบบวธิ กี ารตา่ ง ๆ

4

1.10 ศกึ ษาและปฏบิ ัตเิ กย่ี วกับการบรู ณาการความรู้และทกั ษะในระดับเทคนคิ ทสี่ อดคลอ้ งกบั
สาขาวชิ าชีพ ทศ่ี กึ ษาเพือ่ สร้างและหรอื พฒั นางานด้วยกระบวนการทดลอง สำรวจ หรอื การปฏิบตั งิ านเชิง
ระบบ การเลอื กหวั ขอ้ โครงการการศกึ ษาคน้ คว้าข้อมูลและเอกสารอ้างองิ การเขียนโครงการการ
ดำเนนิ งานโครงการ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์และแปลผล การสรุปจัดทำรายงาน การนำเสนอ
ผลงานโครงการดำเนนิ การเป็นรายบุคคลหรอื กลมุ่ ตามลักษณะของงานใหแ้ ลว้ เสรจ็ ในระยะเวลาที่
กำหนด
2. ทฤษฎกี ารวเิ คราะหส์ ถานการณ์ทางการตลาด (SWOT Analysis)

2.1 SWOT คือ เคร่ืองมอื การบรหิ ารทน่ี ำมาใช้วเิ คราะห์สภาพแวดล้อม วเิ คราะหศ์ กั ยภาพของ
องคก์ ร เพอื่ ประเมินสถานการณ์ จากนนั้ นำข้อมลู ท่ไี ด้มากำหนดเป้าหมายหรือกำหนดทศิ ทางการ
ทำงาน ซ่งึ นยิ มเรยี กกนั ว่า “กลยทุ ธ์การบรหิ าร” SWOT เปน็ อักษรย่อมาจากคำวา่ Strengths
Weaknesses Opportunities และ Threats ซ่ึงแต่ละคำมคี วามหมาย ดงั นี้

2.1.1 Strengths (จุดแข็ง) เป็นการพจิ ารณาขอ้ ดหี รือจุดเดน่ ท่เี ก่ียวกบั บริษทั ผลิตภัณฑ์
สว่ นประสมทางการตลาด (4 P’s) และปจั จยั ภายในทบี่ ริษทั สามารถควบคมุ ได้ และนำมาใช้ในการ
วางแผนกลยทุ ธก์ ารตลาด

2.1.2 Weaknesses (จดุ ออ่ น) เปน็ การพจิ ารณาขอ้ เสียหรอื จุดดอ้ ยหรอื ขอ้ บกพรอ่ งทอ่ี ยู่
ภายในบรษิ ัทและผลติ ภัณฑ์ ซง่ึ เป็นปจั จัยทบี่ รษิ ทั สามารถควบคุมได้และบริษทั จำเปน็ ตอ้ ง
ปรบั ปรงุ แก้ไข

2.1.3 Opportunities (โอกาส) เป็นการพจิ ารณาถึงขอ้ ได้เปรยี บของกจิ การหรือของ
ผลิตภัณฑท์ มี่ ีเหนือกว่าค่แู ข่งขนั ซ่งึ เป็นปจั จยั ที่อย่ภู ายนอกท่ีเอือ้ อำนวยประโยชนต์ อ่ บรษิ ัท ให้
นำไปใชใ้ นการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด

2.1.4 Threats (อุปสรรค) เปน็ การพจิ ารณาขอ้ เสยี เปรียบ ขอ้ จำกดั หรือปญั หาที่อยู่
ภายนอกกจิ การ และเปน็ อปุ สรรคทมี่ ผี ลกระทบต่อบรษิ ทั เปน็ ปัจจยั ภายนอกทไ่ี ม่สามารถควบคมุ ได้

2.2 กรอบและขนั้ ตอนในการวเิ คราะห์ SWOT
สงิ่ สำคญั ท่ีจะตอ้ งคำนงึ ถงึ สำหรับการวิเคราะห์ SWOT กค็ อื การกำหนดกรอบหรอื กำหนด

ประเด็น เพื่อใหก้ ารวิเคราะห์ จดุ แขง็ จดุ ออ่ น โอกาส และอปุ สรรคได้อย่างถกู ต้อง หลักในการ
กำหนดกรอบหรือกำหนดประเดน็ วิเคราะห์ SWOT ตอ้ งขึ้นอยกู่ ับลกั ษณะธรุ กจิ หรือธรรมชาตขิ อง

5

องคก์ รนน้ั ๆ ซงึ่ มีความแตกต่างกนั หลายรปู แบบ เชน่ กรอบหรือประเด็นการวเิ คราะหห์ น่วยงานหรอื
องคก์ รภาครัฐ และองค์กรภาคธรุ กจิ
ประเดน็ สำหรบั การวเิ คราะห์

1. เอกลกั ษณข์ ององคก์ ร
2. ขอบเขตของธรุ กจิ
3. แนวโน้มและสภาพแวดล้อมท่จี ะกลายเป็นโอกาสและอปุ สรรค
4. โครงสรา้ งของธรุ กจิ
5. รปู แบบการเติบโตตามทีค่ าดหวงั
2.3 การประเมินสภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ ร
เปน็ การวเิ คราะหแ์ ละพิจารณาทรพั ยากรและความสามารถภายในองค์กรทกุ ๆ ด้าน ท้งั ใน
ด้านโครงสร้าง ระบบ ระเบยี บ วิธปี ฏิบัติงาน บรรยากาศในการทำงานและทรพั ยากรในการบรหิ าร
เช่น คน เงนิ วสั ดุอุปกรณ์ และการจดั การ รวมถึงการพิจารณาผลการดำเนินงานท่ผี า่ นมา เพอ่ื ระบจุ ดุ
แข็งและจดุ ออ่ นขององคก์ ร
2.4 การประเมนิ สภาพแวดล้อมภายนอก
การประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายนอกองค์กรนนั้ สามารถคน้ หาโอกาสและอุปสรรคในการ
ดำเนินงานขององคก์ รที่ไดร้ บั ผลกระทบ เป็นการวเิ คราะห์วา่ ปจั จยั ใดทสี่ ามารถสง่ ผลกระทบ
ประโยชนท์ งั้ ทางตรงและทางออ้ มตอ่ การดำเนินการขององค์กร และสามารถฉกฉวยขอ้ ดมี าเสรมิ สร้าง
ให้หน่วยงานเขม็ แขง็ ข้นึ ได้ สำหรับอปุ สรรคทางสภาพแวดลอ้ ม เป็นการวิเคราะห์ว่าปจั จยั ภายนอก
องคก์ รใดทสี่ ามารถสง่ ผลกระทบ ที่จะก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายทั้งทางตรง และทางออ้ ม ซึ่งองคก์ ร
จำต้องหลกี เลย่ี งหรอื ปรบั สภาพองค์กรให้มีความแข็งแกรง่ พร้อมทจ่ี ะเผชิญ แรงกระทบดงั กลา่ วได้
2.5 วเิ คราะห์สถานการณจ์ ากการประเมินสภาพแวดลอ้ ม
เมอื่ ไดข้ ้อมลู เกี่ยวกับ จุดแข็ง - จุดอ่อน โอกาส - อุปสรรค จากการวิเคราะหป์ ัจจยั ภายใน
และปจั จยั ภายนอกนอกแลว้ ใหน้ ำ จุดแข็ง - จดุ อ่อนภายในมาเปรียบเทยี บกับ โอกาส - อปุ สรรค
จากปจั จัยภายนอกเพื่อดวู ่าองคก์ รกำลังเผชญิ สถานการณ์ เชน่ สถานการณท์ ี่เลวร้าย สถานการณ์ที่
องคก์ รมโี อกาสเป็นข้อได้เปรียบ เป็นสถานการณ์ทีพ่ งึ่ ปรารถนา หรอื สถานการณน์ ้ีเกดิ ข้นึ จากการที่
สภาพแวดลอ้ มไมเ่ อ้ืออำนวยต่อการ ดำเนนิ งาน แต่ตัวองค์กรมีข้อได้เปรียบท่เี ปน็ จุดแข็งหลาย
ประการ ความสำคัญ กระบวนการและผลจากการวิเคราะห์ SWOT น้ีจะใช้เปน็ แนวทางในการ

6

กำหนดวิสยั ทัศนก์ ารกำหนดกลยทุ ธ์ เพอื่ ใหอ้ งคก์ รเกิดการพฒั นาไปในทางทีเ่ หมาะสมสามารถบรรลุ
ความสำเรจ็ ตามเป้าหมายทีว่ างไว้ หรอื ทำให้มขี ้อไดเ้ ปรยี บในเชิงธุรกจิ สามารถเปน็ ผู้นำทางดา้ น
การตลาดได้ นนั้ เอง
3. ทฤษฎีการวเิ คราะหผ์ บู้ ริโภค (STP strategy)

3.1 WHO ใครคือกลุ่มเปา้ หมาย
เป็นการศึกษาถงึ ลักษณะของกลมุ่ เปา้ หมายในเร่ืองตา่ ง ๆไมว่ า่ จะเป็นประชากรศาสตร์

ภูมศิ าสตร์ จติ วิทยาและพฤติกรรม เช่น เพศ อายุ อาชีพ สถานที่ เป็นต้น ข้อมลู เหลา่ น้จี ะช่วยระบุ
ข้อมลู ของคณุ ได้ชดั เจน เพือ่ ทีค่ ุณจะสามารถวางแผนกลยทุ ธ์การตลาดดา้ นตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสมและ
สามารถตอบสนองต่อความพึงพอใจของกลุม่ เป็นหมายได้น่นั เอง

3.2 WHAT ผบู้ รโิ ภค ซอื้ อะไร
ก่อนอื่นคุณตอ้ งทราบถงึ สง่ิ ทผี่ ู้บริโภคตอ้ งการซ้อื เชน่ องคป์ ระกอบผลติ ภณั ฑ์หบี หอ่

คุณสมบตั ติ วั สนิ ค้า ทตี่ รงตามความต้องการ ตราสนิ คา้ ต้องตราน้ีเท่านัน้ เปน็ ตน้ เพอื่ ทีค่ ณุ จะนำไป
ปรับปรงุ หรือส่งเสรมิ สินค้าและบรกิ ารของคุณ ไมว่ ่าจะเป็นตวั สินคา้ และบริการ รูปลกั ษณข์ องสินคา้
คุณภาพสนิ คา้ เพอ่ื สร้างแบรนด์ให้แขง็ แกร่งรวมถึงสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อ่ืน ๆ

3.3 WHERE ช่องทางในการซื้อ
ช่องทางทล่ี กู คา้ ใช้ในการหาขอ้ มลู กอ่ นการตัดสินใจซอื้ เชน่ ซอ้ื ผา่ นเวบ็ ไซต์ ซอ้ื ท่ีตลาดขาย

สินค้าเฉพาะ หรอื ห้างสรรพสินค้า หรอื พูดงา่ ยๆกค็ อื การสถานท่ี ทกี่ ลุ่มเป้าหมายมกั ชอบไปซ้ือสนิ คา้
ซงึ่ สงิ่ นเี้ ปน็ สง่ิ สำคญั หากวา่ คุณทราบวา่ กลุ่มเป้าหมายของคณุ ซอื้ สนิ ค้าจากทไ่ี หน กจ็ ะทำใหค้ ณุ
สามารถกำหนดกลยทุ ธ์ดา้ นการจดั จำหน่ายและนำผลิตภัณฑ์หรอื สินค้าไปสูแ่ หลง่ ตลาดได้อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ

3.4 WHY ทำไมผบู้ รโิ ภคตอ้ งการซ้อื
เราควรศกึ ษาถงึ ผู้บริโภค หาเหตผุ ลวา่ ทำไมผบู้ รโิ ภคจึงตดั สนิ ใจซ้ือ เช่น ซือ้ เพ่อื ตอบสนองตาม

ความต้องการ ซอ้ื เพอ่ื ตอบสนองตามปัจจยั พน้ื ฐาน หรอื การซอ้ื กระเป๋าแบรนด์เนมเพอ่ื เขา้ สงั คม และ
การซ้อื ถงุ มอื เพราะอยู่ในช่วงหน้าหนาว คณุ ตอ้ งตอบคำถามกบั ตัวเองใหไ้ ดก้ อ่ นว่า เขาจะซ้ือของเราเพื่อ
อะไร

7

3.5 WHEN โอกาสในการซือ้ หรอื จะซื้อเมอื่ ไหร่
เราตอ้ งคำนงึ ถึงสนิ ค้าของคณุ ว่า สนิ คา้ คณุ เป็นสนิ ค้าทีอ่ ยู่ในช่วงเวลาหรอื ไม่ หรอื เปน็ สนิ ค้า

ทข่ี ายไดต้ ลอดทวั่ ไป เพราะคณุ ตอ้ งแยกแยะสินค้าเหล่านี้ออกจากกนั กอ่ น บางครัง้ สินค้าคุณอาจเป็น
ชว่ งเทศกาล อาทิ คณุ เปิดธรุ กิจโรงแรมคณุ ก็ตอ้ งดูเหมอื นกนั วา่ ชว่ งไหนคนไม่คอ่ ยไปโรงแรม คณุ ก็
ตอ้ งจดั การลดโปรโมชั่นราคาหอ้ งพกั ใหต้ ่ำลงเพื่อการอยูร่ อดของธรุ กิจ ซงึ่ สงิ่ นส้ี ามารถชว่ ยเพ่มิ
ยอดขายใหธ้ ุรกจิ ยงั คงดำรงอยใู่ นโลกของการตลาดออนไลน์

3.6 WHOM ใครมสี ่วนรว่ มในการตดั สินใจของลูกค้าตอ่ การซอ้ื สนิ คา้
บางครง้ั ลกู คา้ ก็ไมไ่ ด้ซอ้ื เพราะความต้องการของตนเองเพยี งอยา่ งเดียว อาจมบี ุคคลอ่ืนที่มี

ผลครอบคลมุ ในการซือ้
4. ทฤษฎกี ลยทุ ธท์ างการตลาด (4Ps) และ (8Ps)

4.1 ผลิตภณั ฑ์ (Product) ธรุ กจิ มอี งคป์ ระกอบหลกั ซง่ึ เปน็ ปจั จัยสำคัญอย่างแรก คอื ผลิตภัณฑ์
สินค้า (Goods) หรือบรกิ าร (Service) สำหรบั ในส่วนสินค้าน้นั แบ่งออกเป็น สินคา้ ประเภทจับตอ้ งได้
และสินค้าประเภทจบั ตอ้ งไมไ่ ด้ สำหรบั การบรกิ ารนั้นแบง่ ออกเป็น บริการแบบมสี ่วนรว่ ม และการ
บริการแบบไมม่ สี ว่ นรว่ ม ดังนั้นสนิ ค้า และบรกิ ารจึงนบั ได้วา่ เปน็ หัวใจสำคญั ของการดำเนินธุรกจิ
อยา่ งแท้จริง โดยต้องมคี ณุ ลักษณะสำคัญ คอื คณุ ภาพ (Quality)

4.2 ราคา (Price) การกำหนดราคาขายของสนิ ค้าเปน็ สิง่ จำเปน็ อยา่ งยงิ่ เนอ่ื งจากราคานัน้ เป็น
สงิ่ ทใี่ ช้วัดค่า และประโยชน์ของตัวสินค้า และยงั เป็นตัวกำหนดว่าเราจะสามารถใชท้ รัพยากรท่มี อี ยู่
อยา่ งจำกัดไปในทศิ ทางใด จะสามารถขายสินคา้ อย่างไร จำนวนเทา่ ไหรร่ าคาขายจะเป็นเคร่ืองบ่งช้ี
สำคญั ของความสามารถในการทำกำไรของธรุ กจิ น้ัน ทง้ั นี้เนอื่ งจากกำไรน้ันคำนวณจากรายรับหักลบ
ดว้ ยต้นทนุ และรายรบั ได้จากปริมานจำนวนท่ีขายคุณดว้ ยราคาตอ่ หน่วย

4.3 ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) การนำสนิ คา้ ไปให้ถึงมือของลกู ค้า โดยยดึ หลักความมี
ประสทิ ธิภาพ ความถูกตอ้ ง ความปลอดภยั และความรวดเรว็ วธิ ีขายหรือกระจายสนิ ค้าที่สามารถทำ
ใหเ้ กิดผลกำไรมากท่ีสดุ ต้องกระจายสินคา้ ใหต้ รงกลมุ่ เปา้ หมายมากทสี่ ุด หากเปน็ สนิ คา้ ทข่ี ายไป
หลายๆ แห่งวธิ กี ารขาย หรอื การกระจายสินค้าน้ันจะมีความสำคญั มาก โดยหลักการของการเลอื กวิธี
กระจายสินค้านัน้ ไมใ่ ชข่ ายใหม้ ากสถานท่ี ทส่ี ดุ จะดเี สมอ เพราะมนั ข้ึนอยู่กบั ว่าสินคา้ ของทา่ นคืออะไร
และกลุม่ เป้าหมายท่านคอื ใคร

8

4.4 การสง่ เสรมิ การขาย (Promotion)
4.4.1 การโฆษณา (Advertising) อาจจะใช้คำพดู หรอื ขอ้ ความ โดยมีความหมายทจ่ี ะให้

ลกู คา้ มคี วามรสู้ ึกดตี อ่ ตอ่ สนิ คา้ หรอื บรกิ ารนัน้ รวมทั้งจงู ใจใหเ้ กิดความต้องการอยากทดลองสินค้า
หรือบรกิ ารของเรา

4.4.2 การขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเขา้ ไปติดตอ่ ถงึ ตัวลกู คา้ โดยตรง
โดยการอธบิ ายรายละเอียดต่าง ๆ ของสนิ คา้ ใหล้ ูกคา้ ได้ทราบ หรือที่เรียกว่าการเสนอขาย โดยตอ้ ง
อาศัยเทคนคิ และวิธกี ารที่น่าสนใจ

4.4.3 การส่งเสรมิ การขายทางด้านลกู ค้า (Consumer Promotion) เปน็ รูปแบบในการ
สร้างสิ่งดงึ ดดู ใจให้กับตวั ลกู คา้ โดยตรง เชน่ การลด แลก แจก แถม หรือการเล่นเกมเพื่อชงิ รางวัล
เป็นการกระตุน้ ใหล้ ูกคา้ เกิดความสนใจ และมคี วามหวงั ในประโยชนท์ ่ีได้รบั จากตวั สินค้า หรอื บรกิ าร
ของเรา วตั ถปุ ระสงคข์ องการสง่ เสรมิ การขาย มดี งั นี้

4.4.3.1 ดึงดูดลกู ค้าใหม่ (attract new users )
4.4.3.2 การรักษาลกู ค้าเก่าไว้ (hold current customer)
4.4.3.3 การสง่ เสรมิ ลกู ค้าใหซ้ อ้ื สนิ ค้าในปรมิ าณมาก (load present user)
4.4.3.4 การเพม่ิ อตั ราการใช้ผลิตภณั ฑ์ (increase product usage)
4.4.3.5 การสง่ เสรมิ การขายทำให้ผบู้ รโิ ภคเกดิ การยกระดบั (trade up)
4.4.3.6 การเสรมิ แรงการโฆษณาในตราสนิ ค้า (reinforce brand advertising)
4.4.4 การบรกิ าร (Service) เป็นรูปแบบการใหบ้ ริการทง้ั กอ่ น และหลงั การขาย (การ
อธบิ ายคณุ ลกั ษณะทีด่ ี และการใช้สนิ คา้ กอ่ นลกู คา้ จะทำการซอ้ื เพ่อื เป็นการเช้อื เชญิ ใหเ้ กดิ สนใจ)
การบริการขณะขาย (การสาธติ ใหล้ กู ค้าได้ชมก่อนทจ่ี ะตัดสนิ ใจซอ้ื สนิ คา้ หรอื อาจจะเป็นการให้ลกู ค้า
ทดลองดว้ ยตวั เองก่อน) และบริการหลังการขายสินคา้ ใหก้ บั ลูกค้า (เช่นการซ่อมบำรงุ หรอื ตรวจสอบ
สินคา้ เม่อื ลูกค้าไดซ้ อื้ ไปแล้วโดยทำอยา่ งต่อเนื่อง เพ่อื สรา้ งความประทบั ใจระยะยาว)
เม่ือธรุ กจิ ทราบว่าลกู คา้ ต้องการอะไร มรี สนยิ มแบบไหน เพอ่ื ท่ีจะสามารถสร้างโปรโมช่ันทตี่ อบสนอง
ความตอ้ งการของลูกค้าได้โดยตรง แต่การสง่ เสริมการขายนน้ั มีความสัมพนั ธใ์ กล้ชดิ กับงบประมาณ
ด้านค่าใชจ้ า่ ยอยา่ งมาก และควรจะตอ้ งพยายามให้ได้ผลลัพธ์กลบั คืนอยา่ งคมุ้ คา่ ที่สุด ซง่ึ มอี ยหู่ ลายวธิ ี
ทีส่ ามารถชว่ ยไดท้ ง้ั ทางตรง และทางอ้อม การโฆษณา (Advertising) อาจจะใชค้ ำพูดหรือขอ้ ความ
โดยมคี วามหมายทจี่ ะใหล้ กู คา้ มีความรู้สกึ ดีต่อต่อสินค้า หรอื บริการนัน้ รวมทงั้ จงู ใจใหเ้ กดิ ความ

9

ตอ้ งการอยากทดลองสินค้าหรอื บรกิ ารของเราการขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเขา้ ไป
ตดิ ตอ่ ถงึ ตวั ลูกค้าโดยตรง โดยการอธิบายรายละเอยี ดตา่ ง ๆ ของสินคา้ ใหล้ กู คา้ ไดท้ ราบ หรอื ท่ี
เรยี กวา่ การเสนอขาย โดยต้องอาศยั เทคนิค และวิธกี ารที่น่าสนใจ การสง่ เสรมิ การขายทางดา้ นลูกค้า
(Consumer Promotion) เป็นรูปแบบในการสรา้ งส่งิ ดงึ ดดู ใจใหก้ บั ตัวลกู คา้ โดยตรง เชน่ การลด
แลก แจก แถม หรอื การเล่นเกมเพือ่ ชิงรางวลั เป็นการกระตนุ้ ให้ลูกค้าเกดิ ความสนใจและมคี วามหวงั
ในประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากตัวสินค้า หรอื บรกิ ารของเรา การบรกิ าร (Service) เป็นรูปแบบการใหบ้ รกิ าร
ทั้งกอ่ น และหลงั การขาย (การอธบิ ายคณุ ลกั ษณะทีด่ ี และการใชส้ นิ ค้ากอ่ นลกู คา้ จะทำการซ้ือ เพือ่
เป็นการเชื้อเชญิ ใหเ้ กดิ สนใจ) การบรกิ ารขณะขาย (การสาธติ ใหล้ ูกคา้ ได้ชมก่อนทจี่ ะตัดสนิ ใจซ้ือ
สินคา้ หรืออาจจะเป็นการใหล้ กู ค้าทดลองดว้ ยตัวเองกอ่ น) และบริการหลงั การขายสนิ ค้าใหก้ ับลกู คา้
(เชน่ การซ่อมบำรงุ หรอื ตรวจสอบสินค้าเมื่อลกู ค้าได้ซื้อไปแล้วโดยทำอย่างตอ่ เนอ่ื ง เพ่ือสรา้ งความ
ประทบั ใจระยะยาว) การตลาดที่แทจ้ ริงนั้นไมใ่ ชศ่ าสตรแ์ ห่งการขายสนิ ค้าหรอื บริการ แตค่ ือการไดร้ ู้
ว่าควรจะสรา้ งสนิ คา้ หรอื บรกิ ารอะไรสำหรับตลาดท่มี ุง่ หวัง การตลาด คือศาสตรแ์ หง่ การศกึ ษาและ
เขา้ ใจความต้องการของลกู ค้า แลว้ จึงค่อยสร้างวิธีการทจี่ ะทำใหล้ ูกคา้ เกดิ ความพงึ พอใจ ซึง่ ในทสี่ ดุ ก็
จะทำใหเ้ จา้ ของธุรกจิ นน้ั ๆ สร้างผลกำไรท่ยี ัง่ ยนื ให้กับองค์กรและผ้ถู ือหนุ้ (Kotler,1999) คำอธบิ าย
เชน่ นีข้ อง ฟลิ ลิป คอตเลอร์ (Philip Kotler) นา่ จะเปน็ คำตอบไดใ้ นระดบั หน่ึงให้กับองคก์ รต่าง ๆที่
กำลังค้นหาคำตอบว่า จะพฒั นาและสร้างองคก์ รใหเ้ ตบิ โตอยา่ งย่ังยืนไดอ้ ย่างไร และสะท้อนใหเ้ ห็นวา่
วถิ ีทางการตลาดไมม่ ี “สูตรสำเรจ็ ตายตวั ” ว่าจะตอ้ งทำอยา่ งไรและทางออกของบรษิ ทั แหง่ หนงึ่ กอ็ าจ
ไมใ่ ช่คำตอบของบรษิ ทั อกี แหง่ หนงึ่ เช่นกัน

4.5 กลยทุ ธ์ 4P น้ีเปน็ มาตรฐานของการกำหนดกลยทุ ธ์การตลาด ปจั จบุ นั นย้ี งั มีการเพิม่ กลยทุ ธ์
เข้ามาอกี เพื่อเพ่ิมศกั ยภาพของแบรนด์ หรอื สินค้า ความละเอยี ดอาจมีมากกว่าอาจทำใหเ้ จ้าของ
กิจการมือใหม่สบั สน วนั นจี้ งึ ขออธิบายแค่ 4 กลยทุ ธ์หลักกอ่ น ถ้าท้งั หมดมารวมกันเราจะเรยี กวา่
กลยุทธ์การตลาด 8P นน่ั เอง 4 กลยทุ ธ์ทเี่ หลือประกอบด้วย

4.5.1 กลยทุ ธด์ า้ นบรรจภุ ัณฑ์ (Packaging Strategy)
4.5.2 กลยทุ ธก์ ารใช้พนักงานขาย (Personal Strategy)
4.5.3 กลยทุ ธก์ ารใหข้ ่าวสาร (Public Relation Strategy)
4.5.4 กลยุทธก์ ารใชพ้ ลงั (Power Strategy)

10

5. ทฤษฎีพฤตกิ รรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)
5.1 พฤตกิ รรมของผู้บริโภค (Customer Behavior) หมายถึงเป็นการกระทำโดยมนษุ ยแ์ สดงออก

โดยไม่รู้ตวั การแสดงออกหรือการกระทำโดยธรรมชาติของมนษุ ยส์ ามารถสง่ อทิ ธิพลทางการตลาดได้
(Foxall & Sigurdsson, 2013) กลุ่มบุคคลหรอื ครวั เรอื น ซงึ่ ซอื้ หรอื ตอ้ งการสนิ ค้าหรอื บรกิ ารเพอื่ การ
บรโิ ภคส่วนตัว พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค ตดั สนิ ใจเลอื กซื้อสนิ คา้ และบริการต่าง ๆ เพ่ือให้ได้รบั ความพอใจ
สงู สุดจากงบประมาณที่มอี ยอู่ ย่างจำกดั หรอื การกระทำหรอื การแสดงออกของมนษุ ย์ซงึ่ เกิดจากสิง่
กระตุ้นภายใน เช่น ความคิด ทศั นคติ และค่านยิ ม นอกจากน้ีการแสดงออกนนั้ ๆ อาจมาจากการ
กระทบของปจั จยั ภายนอก เชน่ วัฒนธรรม และ สังคม (นันทา ศรจี รสั , 2551) หรอื พฤตกิ รรมการ
ผู้บรโิ ภค หมายถึง พฤติกรรมการซอื้ การใช้ การประเมิน และการกำจดั สนิ ค้าและบรกิ าร ของผ้บู รโิ ภค
ขนั้ สุดทา้ ย ทซ่ี ื้อสินค้าและบรกิ ารไปเพอ่ื ตอบสนองความต้องการของตนเอง หรือเพ่ือกินหรือใช้ภายใน
ครัวเรือน ผบู้ รโิ ภคทุกคนทซ่ี อื้ สินคา้ และบริการไป เพอ่ื วัตถุประสงค์เช่นวา่ นร้ี วมกนั เรียกวา่ ตลาด
ผ้บู ริโภค ผูบ้ ริโภคท่วั โลกนั้นมีความแตกต่างกนั ในลกั ษณะดา้ นประชากรศาสตรอ์ ยู่หลายประเด็น เช่น
ในเร่อื งของอายุ รายได้ ระดบั การศึกษา ศาสนา วฒั นธรรม ประเพณคี า่ นยิ ม และรสนิยม เป็นต้น
พฤติกรรมการกนิ การใชก้ ารซอ้ื และความรู้สกึ นึกคดิ ของผู้บริโภคต่อผลติ ภัณฑจ์ ึงแตกต่างกันออกไป ทำ
ให้มีการซอื้ การบริโภคสินค้าและบรกิ ารหลายๆ ชนิดท่ีแตกต่างกนั นอกจากลักษณะประชากรดงั กลา่ ว
แล้ว ยงั มปี จั จยั อน่ื ๆ อกี ที่ทำใหม้ ีการบรโิ ภคแตกตา่ งกัน

5.2 ประเภทของการบริโภค สามารถแบง่ ไดต้ ามลกั ษณะของสนิ คา้ เปน็ 2 ประเภท คือ
5.2.1 การบริโภคสนิ คา้ ไมค่ งทน (nondurable goods consumption) คือการบริโภคส่ิงของ

ชนิดทส่ี ้ินเปลอื งหรอื ใชห้ มดไป เรียกวา่ destruction เช่น การบรโิ ภคน้ำ อาหาร ยารักษาโรค นำ้ มนั
เช้ือเพลิง ฯลฯ

5.2.2 การบรโิ ภคสนิ ค้าคงทน (durable goods consumption) คอื การบรโิ ภคสงิ่ ของท่ี
ยงั คงใช้ไดอ้ ีก ลักษณะน้ีเรียกว่า diminution เช่น การอาศยั บ้านเรอื น การใช้รถยนต์ เครื่องใชไ้ ฟฟ้า
เครื่องนงุ่ หม่ ฯลฯ อย่างไรกต็ าม สนิ ค้าประเภทนกี้ จ็ ะค่อย ๆ สึกหรอไป จนในทีส่ ุดจะไมส่ ามารถ
นำมาใช้ได้อีก

5.3 องค์ประกอบ สามารถอธิบายไดด้ ว้ ย โมเดลพฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค เป็นระบบทเี่ กดิ ข้ึนจากสง่ิ เร้า
หรอื สงิ่ กระตุน้ (Stimulus) ใหเ้ กดิ ความต้องการ (Need) ในความร้สู ึกนกึ คดิ ของผซู้ อื้ มีอิทธพิ ลทำให้

11

เกดิ การตอบสนอง (Buyer’s response) หรอื การตดั สินใจของผู้ซื้อ โดยสามารถเรียกวา่ โมเดลท่ีใช้
อธิบายระบบน้ีไดอ้ กี ลกั ษณะว่า S-R Theory ประกอบดว้ ย 3 ส่วนสำคญั ไดแ้ ก่

5.3.1 สงิ่ กระต้นุ (Stimulus) ทัง้ ภายในและภายนอก นกั การตลาดจะสนใจ เนน้ การสรา้ ง
สิ่งกระตนุ้ ทางการตลาดซงึ่ ควบคุมได้ และ สิ่งกระตนุ้ อ่นื ทีค่ วบคมุ ไม่ได้

5.3.2 ความรูส้ กึ นึกคดิ ของผซู้ ื้อ (Buyer’s black box) เปรยี บเสมอื นกล่องดำ (Black
box) ซง่ึ ผผู้ ลติ หรอื ผขู้ ายไมส่ ามารถทราบได้ ตอ้ งพยายามคน้ หาความรสู้ กึ นกึ คิดของผู้ซื้อ ท่ไี ดร้ บั
อิทธพิ ลจากลกั ษณะของผซู้ อื้ และกระบวนการตัดสนิ ใจของผู้ซ้อื

5.3.3 การตอบสนอง (Buyer’s Response) การตอบสนองหรอื การตัดสินใจซอื้ ของผูซ้ ื้อ
หรอื ผบู้ รโิ ภคจะมกี ารตดั สนิ ใจในประเดน็ ต่าง ๆ

5.4 ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ พฤติกรรมผู้บริโภค
5.4.1. ปัจจัยทางวฒั นธรรมเปน็ ปจั จยั ขั้นพื้นฐานทีส่ ดุ ในการกำหนดความตอ้ งการและ

พฤติกรรมของ มนษุ ย์ เช่น การศึกษา ความเชื่อ ยงั รวมถงึ พฤติกรรมส่วนใหญท่ ี่ได้รบั การยอมรบั
ภายในสังคมใดสงั คมหนงึ่ โดยเฉพาะลกั ษณะชนั้ ทางสังคม ประกอบด้วย 6 ระดบั

ชั้นท่ี 1 Upper - Upper Class ประกอบดว้ ยผทู้ ม่ี ชี อ่ื เสียงเกา่ แกเ่ กิดมาบนกองเงินกองทอง
ชัน้ ที่ 2 Lower - Upper Class เปน็ ชั้นของคนรวยหนา้ ใหม่ บุคคลเหล่านเ้ี ป็นผู้ยิ่งใหญใ่ น
วงการบริหารเปน็ ผทู้ ม่ี รี ายได้สูงสดุ ในจำนวนชนั้ ทง้ั หมดจดั อย่ใู นระดบั มหาเศรษฐี
ช้ันที่ 3 Upper - Middle Class ประกอบดว้ ยชายหญิงทป่ี ระสบความสำเรจ็ ในวิชาอ่ืน ๆ
สมาชิกช้ันน้สี ว่ นมากจบปรญิ ญาจากมหาวิทยาลยั กลุม่ นเี้ รียกกนั ว่าเปน็ ตาเป็นสมองของสงั คม
ช้ันที่ 4 Lower - Middle Class เป็นพวกทีเ่ รียกวา่ คนโดยเฉล่ีย ประกอบดว้ ยพวกทไี่ ม่ใช่
ฝ่ายบรหิ าร เจ้าของธุรกจิ ขนาดเลก็ พวกทำงานนั่งโตะ๊ ระดบั ตำ่
ชั้นที่ 5 Upper - Lower Class เปน็ พวก จนแต่ซ่ือสัตย์ ไดแ้ ก่ชนช้ันทำงานเป็นชั้นท่ีใหญท่ สี่ ุด
ในชน้ั ทางสงั คม
ช้นั ที่ 6 Lower - Lower Class ประกอบด้วยคนงานที่ไม่มีความชำนาญกลมุ่ ชาวนาทีไ่ ม่มี
ท่ดี ินเปน็ ของตนเองชนกลมุ่ น้อย
5.4.2 ปจั จัยทางสงั คม เปน็ ปจั จยั ทเ่ี กยี่ วข้องในชวี ิตประจำวันและมอี ทิ ธพิ ลตอ่ พฤติกรรมการ
ซื้อซึ่งประกอบดว้ ยกลุ่มอา้ งองิ ครอบครัวบทบาทและสถานะของผซู้ อื้

5.4.2.1 กลมุ่ อา้ งองิ กลมุ่ ใด ๆ ท่มี กี ารเกี่ยวขอ้ งกนั ระหว่างคนในกลมุ่ แบง่ เปน็ 2 ระดบั

12

- กลุ่มปฐมภมู ิ ได้แก่ครอบครัว เพ่ือนสนทิ มักมขี ้อจำกดั ในเรื่องอาชพี ระดับชัน้ ทางสังคม และชว่ งอายุ
- กลมุ่ ทุตยิ ภมู ิ เป็นกลมุ่ ทางสังคมทมี่ คี วามสมั พันธ์แบบตัวตอ่ ตัว แต่ไมบ่ อ่ ย มีความเหนยี วแน่นนอ้ ยกว่า
กลมุ่ ปฐมภูมิ

5.4.2.2 ครอบครวั เป็นสถาบันทท่ี ำการซอ้ื เพื่อการบริโภคทีส่ ำคญั ทส่ี ุด นกั การตลาดจะ
พิจารณา ครอบครัวมากกวา่ พจิ ารณาเปน็ รายบคุ คล

5.4.2.3 บทบาททางสถานะ บุคคลทจี่ ะเกย่ี วข้องกบั หลายกลุ่ม เชน่ ครอบครัว
กลุ่มอ้างอิง ทำให้ บุคคลมบี ทบาทและสถานภาพทแ่ี ตกตา่ งกนั ในแตล่ ะกลุ่ม

5.4.3 ปจั จยั สว่ นบุคคล การตัดสนิ ใจของผ้ซู อื้ มกั ได้รบั อทิ ธพิ ลจากคุณสมบัตสิ ว่ นบคุ คลตา่ ง
ๆ เชน่ อายุ อาชีพ สภาวการณท์ างเศรษฐกจิ การศกึ ษา รปู แบการดำเนนิ ชวี ิต วัฏจักรชีวติ ครอบครัว

5.4.4 ปจั จัยทางจติ วทิ ยา การเลอื กซือ้ ของบุคคลได้รบั อทิ ธิพลจากปจั จยั ทางจิตวิทยา
ซึ่งจัดปจั จยั ในตวั ผบู้ รโิ ภคท่ีมีอทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมการซ้ือและใชส้ นิ คา้ ปจั จยั ทางจิตวิทยา
ประกอบด้วยการจูงใจ การรบั รู้ ความเช่อื และเจตคติ บุคลกิ ภาพและแนวความคิดของตนเอง

5.5 มีวัตถปุ ระสงคใ์ นการแสวงหาประโยชน์
5.5.1 ความพงึ พอใจทีไ่ ดร้ บั สูงสดุ จากการตัดสินใจซือ้ สนิ คา้ หรอื บริการ
5.5.2 ความคุ้มคา่ คมุ้ ราคาจากการตดั สนิ ใจซือ้
5.5.3 ความสะดวกสบายหลงั จากใชส้ นิ คา้ หรอื พงึ พอใจมากกว่าท่ีคาดหวัง
5.5.4 ได้รบั การยกย่องนบั ถือจากสังคม จากการเลือกซอ้ื สนิ คา้ ใหห้ ้างที่มคี วามหรหู ราและมี

ระดบั การลงทุนในภาคธรุ กจิ อาจมีการขาดทนุ ได้ คือลงทนุ ไปแล้ว แต่ไดผ้ ลตอบแทน จากการลงทุน
ไม่คุม้ ค่า การบรโิ ภคของผู้บรโิ ภคกเ็ หมอื นกนั อาจไดร้ บั การขาดทุนในลกั ษณะต่าง ๆ ดงั นี้

5.5.4.1 ซ้อื สนิ ค้าหรือบรกิ ารมาแลว้ ได้ประโยชนน์ ้อย หรือไม่ได้ประโยชน์เลย ทำให้
เสยี เงนิ โดยเปล่าประโยชน์

5.5.4.2 ไดร้ ับอันตรายจากการใช้สนิ ค้าหรอื บริการ เช่น มีสารพิษตกคา้ งในร่างกาย
จากการบริโภคสนิ ค้าท่ไี ม่มีคณุ ภาพ หรอื ไดร้ ับบรรจุภัณฑท์ ยี่ ากต่อการทำลาย หรอื เป็นพิษตอ่
ส่งิ แวดล้อม

5.5.4.3 ได้รบั การประณามจากสงั คม หรอื ถูกสังคมเหยียดหยามจากการใชส้ นิ ค้า
หรือบรกิ าร เชน่ การซอ้ื ยาเสพตดิ หรือซอ้ื บรกิ ารทางเพศกบั เดก็ ๆ

13

5.5.4.4 เกิดความวิตกกงั วลในการใชส้ นิ ค้าทีไ่ มม่ ีคุณภาพ เชน่ ซ้ือบ้านมาหลงั หนงึ่ มา
รู้ภายหลงั วา่ โครงสร้างฐานทเี่ ปน็ เสาเขม็ ไม่มีคุณภาพ ต้องวิตกกังวลกลวั ว่าหลงั คาจะหลน่ มาทบั เมอ่ื ไร
ก็ตายเม่ือน้นั

5.6 พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภคมีส่วนสำคัญอยา่ งมาก เพราะเปน็ ข้อมูลเบอ้ื งตน้ ในการนำมาวเิ คราะห์
ตลาดเปา้ หมายและการวางแผนเพื่อดำเนนิ กิจกรรมตลาด ตลอดจนการตดิ ต่อสือ่ สารและการวาง
กลยุทธ์ ยทุ ธวธิ ที เี่ หมาะสมทสี่ ดุ เป็นรูปแบบการจัดกจิ กรรมการตลาดและการสื่อสารการตลาดโดย
องค์รวมทมี่ เี อกภาพและเขา้ ถงึ กลมุ่ เปา้ หมายไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
6. แนวความคิดทางการพฒั นาบรรจุภัณฑ์

6.1 แนวทางการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ นกั ออกแบบตอ้ งคำนงึ ถึง
ศาสตรแ์ ละศลิ ปส์ ำหรับใชแ้ กป้ ัญหาการออกแบบบรรจภุ ณั ฑแ์ ต่ละด้านให้เกิดผลลัพธก์ ารออกแบบ
บรรจุภัณฑ์ทม่ี ีประสทิ ธิภาพ ในการบรรลุวัตถปุ ระสงคห์ ลกั ของบรรจภุ ณั ฑ์สองขอ้ คือ การออกแบบ
โครงสรา้ งบรรจภุ ัณฑ์ และการออกแบบกราฟิกบรรจุภัณฑ์ ท่ีล้วนมีรายละเอียดท่ตี ้องคำนึงทฤษฎแี ละ
หลกั การทเ่ี กยี่ วข้อง

6.1.1 ข้อกำหนดในการออกแบบโครงการบรรจุภัณฑ์
6.1.1.1 ชนิดของวสั ดุมคี วามเหมาะสม ป้องกันสินค้าได้ตลอดอายุการวางขาย
6.1.1.2 รปู แบบกลมกลนื สอดคลอ้ งกับสนิ คา้
6.1.1.3 ขนาดพอดีและสามารถรบั น้ำหนักสินค้าได้
6.1.1.4 การขึ้นรปู การบรรจุ เปดิ -ปดิ สะดวก ไม่ยุ่งยาก

6.2 การออกแบบกราฟฟิกบนบรรจุภณั ฑ์ การออกแบบและการจดั วางรปู ประกอบตัวอักษร
ลวดลาย ถ้อยคำ เครือ่ งหมายหรือตราสญั ลกั ษณท์ างการคา้ โดยใช้หลกั วิชาการทางศลิ ปะ การจดั
ภาพองคป์ ระกอบศลิ ปเ์ พ่ือใหผ้ ลงานมคี วามประสานกลมกลนื กันอย่างสวยงามและสามารถบรรลุ
วตั ถปุ ระสงค์ทวี่ างไว้

6.2.1 ขอ้ มลู ประกอบการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์
6.2.1.1 ข้อมลู ดา้ นการตลาด ได้แก่ สถานทจี่ ัดจำหนา่ ย ฤดกู าล
6.2.1.2 รูปแบบการกระจายสนิ คา้ (ปลกี /สง่ ) พฤตกิ รรมผบู้ ริโภค
6.2.1.3 ปรมิ าณและมลู คา่ ของสนิ คา้ ในตลาด (สว่ นแบง่ ทางการตลาด )
6.2.1.4 ข้อมูลเกย่ี วกับผลิตภณั ฑ์ ได้แก่ ประวตั คิ วามเป็นมา

14

6.2.1.5 คำอธิบาย จุดเด่น ประโยชน์ ขนาดปรมิ าณบรรจุ ความถี/่ ปรมิ าณการใชท้ ่ีใช้
ตอ่ ครั้ง ราคาและต้นทนุ ขอ้ ควรระวงั

6.3 ข้นั ตอนการออกแบบบรรจุภัณฑ์
6.3.1 กำหนดกลมุ่ เป้าหมาย ถือเปน็ เรอ่ื งสำคัญของการออกแบบบรรจภุ ณั ฑเ์ พราะ

กล่มุ เป้าหมายสามารถส่งผลกระทบตอ่ ผลติ ภณั ฑ์ได้โดยตรง ผู้ประกอบการจะต้องศกึ ษาและเรยี นรู้
ความตอ้ งการของตลาดและความต้องการของผู้บรโิ ภค โดยกำหนดกล่มุ เป้าหมายใหช้ ัดเจน เพ่ือทจ่ี ะ
ไดส้ ามารถออกแบบบรรจุภณั ฑใ์ หต้ รงตอ่ ความตอ้ งการของกลมุ่ เปา้ หมายใหม้ ากทส่ี ุด ตวั อย่าง
กลุม่ เปา้ หมาย เชน่ วัยรนุ่ วัยทำงาน แมบ่ ้าน เด็ก ฯลฯ เปน็ ต้น

6.3.2 กำหนดช่อื ตราสนิ คา้ (Brand) ตราสินค้าใช้เปน็ ชือ่ หรอื เครอ่ื งหมายสำหรบั การเรียก
ขานผลิตภัณฑ์ ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งทำการกำหนดชือ่ ตราสินค้าให้เรยี บร้อยกอ่ นการออกแบบบรรจุ
ภณั ฑ์ โดยกำหนดใหช้ อื่ ตราสนิ คา้ มคี วามเปน็ เอกลกั ษณ์ ชดั เจน นา่ สนใจ ท่ีสำคญั จะตอ้ งเปน็ ทจ่ี ดจำ
ไดง้ ่ายแก่ผู้บริโภคตราสินคา้ ท่ดี ีน้นั สามารถยกตวั อย่างได้ดงั น้ี คอื ต้งั ตามชื่อเจา้ ของกจิ การ ต้ังตาม
ความเชื่ออนั เปน็ มงคล ตง้ั ตามแหลง่ ทม่ี าของผลติ ภณั ฑ์ หรอื ตงั้ โดยการผสมคำท่มี คี วามหมายใหเ้ กิด
เป็นคำใหมท่ ม่ี เี อกลักษณ์ ฯลฯ เปน็ ต้น

6.3.3 วสั ดทุ ใี่ ชท้ ำบรรจภุ ัณฑ์ วสั ดมุ ีความจำเป็นอยา่ งย่งิ ตอ่ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ การที่
ผ้ปู ระกอบการตดั สินใจว่าจะใช้วสั ดุอะไรมาผลิตเปน็ บรรจุภัณฑ์นั้น ทา่ นควรคำนงึ ถงึ ความปลอดภัย
ของผบู้ ริโภค ความรับผดิ ชอบต่อสิง่ แวดลอ้ ม และคุณสมบัตขิ องวสั ดแุ ต่ละประเภท ทจี่ ะนำมาผลิต
บรรจุภณั ฑเ์ ป็นสำคญั เน่ืองจากวัสดุแตล่ ะชนดิ แต่ละชนิดจะมคี ณุ สมบัติท่เี ปน็ ขอ้ ดีและข้อเสยี ใน
การคุ้มครองผลิตภัณฑใ์ หค้ งคณุ ภาพ การยดื อายผุ ลิตภัณฑ์ และการนำกลบั มาใช้ใหม่ (Recycle) ท่ี
แตกตา่ งกนั ไป หากท่านเลอื กใชว้ สั ดไุ ม่ถกู ต้องนอกจากจะทำให้เกดิ ผลกระทบต่อตวั ผลิตภัณฑ์
ผบู้ ริโภคและสิง่ แวดล้อมแล้ว ยงั เป็นสาเหตใุ หเ้ กดิ ต้นทนุ ในการผลติ บรรจุภณั ฑ์ทีเ่ พมิ่ ข้ึนอกี ดว้ ย

6.3.4 รูปทรง บรรจุภณั ฑ์ ทีม่ รี ูปร่างสวยงาม สามารถสร้างความประทบั ใจใหก้ บั ผ้บู รโิ ภค
ถงึ แม้ผบู้ ริโภคจะยงั มิไดส้ มั ผสั กบั ตวั ผลติ ภณั ฑ์ที่อยภู่ ายใน รูปทรงของบรรจุภณั ฑส์ ามารถสร้างความ
เปน็ เอกลกั ษณไ์ ด้ กล่าวคือเม่ือผ้บู ริโภคเหน็ รูปทรงสามารถรบั รู้ได้ทนั ทีว่าเปน็ ผลิตภณั ฑอ์ ะไรและมชี ื่อ
ตราสนิ คา้ อะไร หรอื จะเป็นผลิตภัณฑ์เดยี วแตกตา่ งกันที่ช่ือตราสินคา้

15

6.3.5 สสี นั และกราฟฟิก สสี ันและกราฟฟิกนี้คอื การรวมของการใช้สญั ลกั ษณ์ ตวั อักษร
ภาพประกอบ ลวดลายและพน้ื ผิว ซึง่ ส่วนประกอบทั้งหมดสามารถบง่ บอกถงึ ชื่อตราสินคา้ ลกั ษณะ
ผลติ ภณั ฑ์ ท่บี รรจุอย่ภู ายในได้และสามารถแสดงถึงแหลง่ ทม่ี าของผลติ ภัณฑไ์ ด้ดว้ ย

6.4 การออกแบบบรรจภุ ัณฑท์ ่ีดี การออกแบบบรรจุภณั ฑ์ให้มีความสวยงามและความแปลกตา
เทา่ นี้คงไมเ่ พยี งพอสำหรบั บรรจภุ ณั ฑ์ผลิตภัณฑอ์ าหารเพราะหวั ใจของบรรจุภัณฑ์ คือ การเก็บรกั ษา
คุณภาพของผลติ ภัณฑ์ให้คงอยูย่ นื ยาว ดงั น้ัน การออกแบบท่ดี ผี ปู้ ระกอบการควรคำนึงถงึ หน้าทข่ี อง
บรรจุภัณฑ์เปน็ สำคญั ดงั น้ี

6.4.1 ปอ้ งกนั ผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ทเ่ี หมาะสมในการบรรจอุ าหารจะต้องสามารถปอ้ งกนั
ไมใ่ ห้อาหารสมั ผสั กบั บรรยากาศภายนอก ซงึ่ อาจจะเกดิ การร่ัว การซึม แสง ความรอ้ นเย็น

6.4.2 เกบ็ รักษาคณุ ภาพของผลิตภณั ฑ์ บรรจุภัณฑท์ ตี่ ้องสามารถรักษาคุณภาพของ
ผลิตภณั ฑม์ ิให้เปล่ียนแปลงไป ไม่วา่ จะเปน็ กลนิ่ หรือรสชาติ

6.4.3 ยืดอายผุ ลติ ภณั ฑ์ จะต้องสามารถนำเทคโนโลยีทส่ี ลบั ซบั ซอ้ นมาช่วยในการออกแบบ
เพื่อใหบ้ รรจุภัณฑ์ สามารถยืดอายุการเกบ็ รกั ษาผลติ ภัณฑใ์ ห้มอี ายุยนื ยาว

6.4.4 ความสะดวกในการใชง้ าน
6.4.5 ความประหยัดในการขนส่ง
6.5 งานพิมพ์บรรจภุ ัณฑ์ ในการพิมพส์ ่ิงพมิ พป์ ระเภทบรรจภุ ัณฑ์ ควรให้ความสำคัญในการ
เลอื กใชห้ มกึ พมิ พ์ทป่ี ลอดภัย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ถา้ เป็นบรรจุภณั ฑ์ประเภทอาหาร ควรเลอื กสชี นิด
Food grad และควรเปน็ สีทคี่ งทนต่อการใช้งานที่ตอ้ งการพิมพบ์ นวัสดใุ ชพ้ มิ พท์ ี่ต้องการได้ เช่น
กระดาษแขง็ แผน่ กระดาษลกู ฟูก โดยไม่ทำใหว้ สั ดใุ ชพ้ ิมพ์เสยี หาย ในการออกแบบบรรจภุ ณั ฑค์ วร
ออกแบบให้ขนาดของชน้ิ งานกบั ขนาดกระดาษมาตรฐานทข่ี น้ึ ขึน้ แท่นพมิ พ์พอดี ไมเ่ หลอื เศษ
ขอบกระดาษมาก เพอ่ื ความประหยดั ต้นทุน
6.6 สบี นบรรจุภัณฑ์ การออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ สนี บั ว่าเป็นองค์ประกอบทสี่ ำคัญอย่างหนง่ึ เพราะ
สีเป็นสงิ่ ที่มผี ลตอ่ ประสาทสมั ผสั เป็นเคร่อื งดูดความสนใจทำใหเ้ กิดความรสู้ กึ อยากจบั ตอ้ งอยาก
สัมผัส โดดเด่น
6.7 การพฒั นาทสี่ ่งผลตอ่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์
6.7.1 วิถกี ารดำเนนิ ชวี ิตผบู้ ริโภคสมยั ใหมท่ ส่ี ง่ ผลตอ่ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์

6.7.1.1 ประชากรผบู้ ริโภคทมี่ อี ายสุ งู เพม่ิ ข้นึ

16

6.7.1.2 การแตง่ งานชา้ ลง ขนาดของครอบครวั เลก็ ลง
6.7.1.3 การอพยพเข้ามาอยู่อาศยั และทำงานในเขตเมืองมากข้นึ
6.7.1.4 เวลาในการปรงุ อาหารเองจำกัด
6.7.1.5 คำนงึ ถึงเร่อื งสุขภาพมากขน้ึ
6.8 อปุ สรรคทางการคา้ ระหว่างประเทศ
6.8.1 ผลของความตกลงพหภุ าคีขององคก์ รการค้าโลก ทำใหเ้ กิดมาตรการบงั คบั ใชท้ ี่
เกยี่ วขอ้ งกบั ขอ้ กำหนดกฎระเบียบ ในการนำเข้าและสง่ ออกสินค้าอาหาร
6.8.2 EU framework Directive 89/109/EEC Article 2 วสั ดทุ ่ใี ช้สมั ผสั อาหารโดยตรง
ต้องผลติ จากหลักเกณฑก์ ารผลติ ท่ดี ี ( GMF )
6.8.3 วัสดดุ งั กลา่ วต้องไม่แพรอ่ งคป์ ระกอบในตวั วัตถุไปยังอาหารในประมาณท่อี าจเกดิ
อนั ตรายตอ่ สุขภาพ
6.8.4 EU Framework Directive 89/109/EEC Article 3 รายชอ่ื ของวสั ดุทย่ี อมให้ใช้
สมั ผัสกบั อาหาร ( positive list )
6.9 กฎหมาย ระเบยี บ และข้อกำหนดอนื่ ๆ
6.9.1 การปิดฉลากและขอ้ ความทต่ี ้องแสดงบนฉลาก
6.9.2 การให้ความคุ้มครองสทิ ธิบตั ร และสิทธิต่าง ๆ ของผ้ทู เ่ี กี่ยวขอ้ ง
6.9.3 การจัดการปัญหาสงิ่ แวดล้อม ขยะชมุ ชน
6.9.4 ข้อกำหนดวสั ดบุ รรจภุ ัณฑ์ เชน่ Monomer Directive 89/109/EEC
6.9.5 รายชอ่ื โมโนเบอรท์ ีย่ อมใหใ้ ชผ้ ลิตเปน็ พลาสตกิ ท่ใี ช้สัมผัสกบั อาหารได้
6.10 ฉลากโภชนาการ คอื ฉลากอาหารท่มี ีการแสดงขอ้ มูล,โภชนาการ ของอาหารน้นั ไว้บนฉลาก
โดยแสดงเปน็ กรอบข้อมลู โภชนาการ
6.11 BAR CODE หรือรหสั แทง่ คือ สญั ลักษณ์ (Symbol) ทอ่ี ยใู่ นรปู แท่งบาร์ สามารถอา่ นได้
ด้วยเครือ่ ง Scanner
6.11.1 บารเ์ หล่านีเ้ ปน็ ตัวแทนของตวั เลขและตัวอกั ษร
6.11.2 รหสั แทง่ ประกอบด้วย บาร์ทีม่ สี ีเขม้ และชอ่ งวา่ งสีออ่ น
6.11.3 สแี ท่งบารค์ วรเปน็ สีเขม้ เช่น ดำ,น้ำเงนิ , มว่ ง และเขยี ว ฯลฯเล่ยี งการใชก้ ำ้ ก่ึงเชน่ สเี ทา
แตท่ ่ดี ที ส่ี ดุ คือ แท่งบารส์ ดี ำรองพืน้ สขี าว

17

7. แนวความคิดของหลักการบัญชตี น้ ทนุ
7.1 ระบบบญั ชีตน้ ทุนงานสัง่ ทำ เป็นระบบการสะสมตน้ ทนุ ท่ใี ช้สำหรับการคำนวณต้นทนุ ใน

ลกั ษณะทีก่ จิ การมกี ารผลติ สนิ คา้ เพยี งชนดิ เดียว หรือการผลติ เป็นชดุ ๆ ตามคำสงั่ ซอื้ ของลูกคา้ ซง่ึ จะ
มคี วามแตกต่างกนั ออกไปตามลกั ษณะของการผลิตตามคำสง่ั ท่ลี กู คา้ ตอ้ งการ การผลติ ในลกั ษณะนี้
เราเรียกว่า “งานสั่งทำ” นอกจากน้ีในการผลติ สนิ คา้ ให้แกล่ กู คา้ แต่ละราย กจ็ ะมรี ูปแบบของสนิ คา้
ตน้ ทนุ ท่ีใช้ในการผลิต ตลอดจนราคาขายท่ีแตกตา่ งกันออกไป ในกรณที ่กี จิ การมีจำนวนงานส่งั ทำ
จำนวนมาก กิจการอาจจะไมจ่ ำเป็นต้องเปิดบญั ชีงานระหวา่ งทำมากขึ้นตามจำนวนงานสง่ั ทำกไ็ ด้ แต่
จะใชบ้ ญั ชคี ุมยอดงานระหวา่ งทำ (Work-in-process control) เพียงบญั ชีเดียว และใช้ “บัตรงานสงั่
ทำ” (Job order cost sheet) ซง่ึ เปรียบเสมือนกบั เปน็ บญั ชยี ่อย ทีจ่ ะแสดงรายละเอยี ดเก่ยี วกับ
ต้นทุนทใี่ ช้ในการผลติ งานส่ังทำแตล่ ะงาน หากกระบวนการผลิตเกิดสนิ ค้าเสยี ขึ้น จะพิจารณาต้นทุนท่ี
เกิดว่าควรถอื เป็นต้นทุนของสินคา้ หน่วยดีหรอื ไม่ อกี ทง้ั เมอื่ มสี นิ ค้ามตี ำหนจิ ะทำการปรบั ปรุงแก้ไขให้
เป็นสินคา้ หน่วยดีโดยมกี ารเพมิ่ ตน้ ทุนสว่ นใด

ระบบบัญชีตน้ ทุนช่วงการผลิต เปน็ ระบบการสะสมต้นทนุ หรือการคิดต้นทุนสินคา้ ในกรณี
ที่กิจการมลี ักษณะการผลิตแบบการผลติ จำนวนมาก (Mass production) หรือการผลติ แบบตอ่ เนือ่ ง
(Continuous processing) ซง่ึ ลกั ษณะการผลิตเหล่านจี้ ะทำการผลติ สินคา้ ที่มลี กั ษณะเดยี วกันหรือ
เหมอื นกนั จำนวนมากเพอื่ รอจำหน่าย รวมทงั้ ระบบการผลิตและอุปกรณเ์ ครอื่ งมอื เครื่องใชท้ ใี่ ช้ในการ
ผลติ ก็ยากต่อการเปลีย่ นแปลง หรอื โยกย้าย ในแต่ละแผนกจึงมบี ญั ชงี านระหวา่ งทำของแตล่ ะแผนก
และเมอื่ แผนกใดไดท้ ำการผลติ เสรจ็ ตามหนา้ ที่ของตนแล้วกจ็ ะทำการโอนต้นทุนพร้อมงานระหว่างทำ
น้นั ไปให้แก่แผนกผลิตถดั ไป หรอื ในกรณที เ่ี ป็นแผนกผลิตสุดท้ายการโอนตน้ ทุนและงานทีท่ ำเสร็จแล้ว
ก็จะกลายเป็นสนิ ค้าสำเร็จรปู (Finished goods) การคำนวณตน้ ทุนในแตล่ ะแผนกตอ้ งแสดงไวอ้ ย่าง
ชดั เจน ในกระบวนการผลิตดังกล่าว จงึ มกี ารจดั ทำ “รายงานต้นทุนการผลิต” เพอื่ แสดงข้อมลู ท่ี
เกิดขึน้ ในแต่ละแผนก นอกจากนยี้ ังรวมถงึ การตรวจสอบการผลติ สินค้าทง้ั ในระหวา่ งผลิตและเม่อื
ผลิตเสรจ็ ซงึ่ อาจสง่ ผลให้เกดิ ของเสยี หรอื ของระเหยจากกระบวนการผลิตได้

ระบบบญั ชีตน้ ทุนมาตรฐาน เป็นระบบการรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับต้นทุนการผลติ ของสินค้า
ตามมาตรฐานทกี่ ำหนดไว้ลว่ งหนา้ การกำหนดตน้ ทุนมาตรฐาน เป็นเรอ่ื งทเ่ี กย่ี วกบั การกำหนด
ประสิทธิภาพ และต้นทนุ มาตรฐานของวตั ถดุ ิบทางตรง คา่ แรงงานทางตรง และค่าใชจ้ ่ายการผลิต
กอ่ นทีจ่ ะเร่มิ ทำการผลติ จรงิ เม่ือเรมิ่ ทำการผลติ กิจการกจ็ ะโอนตน้ ทนุ วัตถดุ บิ ทางตรง คา่ แรงงาน

18

ทางตรง และค่าใชจ้ ่ายการผลติ เข้าในบญั ชงี านระหวา่ งทำโดยใชต้ น้ ทุนมาตรฐานที่กำหนดไว้
นอกเหนอื จากการบันทกึ ตน้ ทนุ ท่ีเกิดขึ้นจรงิ ซึ่งความแตกตา่ งระหว่างตน้ ทนุ มาตรฐาน และตน้ ทุนจรงิ
จะถูกบันทกึ ไวเ้ ปน็ ผลตา่ งระหวา่ งต้นทุนที่เกดิ ขึน้ จรงิ กับตน้ ทนุ มาตรฐานในลักษณะตา่ ง ๆ อย่าง
ชดั เจน ซึ่งฝา่ ยบรหิ ารสามารถนำไปใชเ้ พ่ือการวางแผน และควบคมุ การดำเนินงานของกจิ การใน
อนาคตไดเ้ ป็นอยา่ งดี ซงึ่ ผลตา่ งจากการผลติ เกดิ จากวัตถุดบิ ค่าแรงงานทางตรง และค่าใชจ้ ่ายในการ
ผลิต นอกจากน้กี ารวิเคราะห์ผลตา่ งยงั สามารถประยุกตใ์ ช้กบั การขาย ท้งั ในส่วนของกจิ การและ
อตุ สาหกรรมโดยรวมได้

7.2 วตั ถุประสงค์ทส่ี ำคญั ของข้อมลู ทางบญั ชีตน้ ทุนพอสรปุ ได้ ดังน้ี
7.2.1 เพื่อใหท้ ราบถงึ ต้นทนุ การผลติ ตลอดจนตน้ ทุนขาย (Cost of goods sold) ประจำ

งวด ซ่งึ จะนำไปหักออกจากรายได้ในงบกำไรขาดทุน เพือ่ ชว่ ยให้ผูบ้ รหิ ารได้ทราบผลการดำเนนิ งาน
ของกจิ การวา่ มผี ลกำไรหรือขาดทุนอยา่ งไร

7.1.2 เพอื่ ใช้ในการตรี าคาสนิ คา้ คงเหลอื (Inventory Evaluation) ในธุรกจิ อตุ สาหกรรม
สินคา้ คงเหลือท่ีจะปรากฏในงบดลุ จะประกอบด้วย วัตถดุ บิ งานระหว่างผลติ และสนิ คา้ สำเรจ็ รปู ซง่ึ
การแสดงมลู คา่ ของสินค้าคงเหลอื เหล่านไ้ี ด้อยา่ งถูกตอ้ ง หรอื ใกล้เคยี งความเป็นจรงิ มากท่ีสุด
จำเปน็ ตอ้ งอาศัยวิธีการทางบญั ชีตน้ ทนุ ที่มปี ระสิทธภิ าพ

7.1.3 เพื่อใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับการตัดสนิ ใจวางแผนและควบคมุ (Planning and Control)
ซง่ึ จะชว่ ยให้ผู้บรหิ ารสามารถดำเนนิ ธรุ กิจไปอยา่ งมแี บบแผน และบรรลเุ ป้าหมายตามความต้องการ
ของธรุ กิจในท่ีสดุ นอกจากนีข้ อ้ มลู ทางบญั ชีต้นทนุ ยงั ช่วยใหผ้ ู้บริหารได้ทราบถงึ ความผิดพลาดหรือ
จดุ บกพร่องในการดำเนนิ ธรุ กจิ เพอื่ หาทางกำหนดวิธกี ารปฏบิ ตั ิเพ่อื แกไ้ ขเหตุการณท์ ่ไี มพ่ ึงประสงคไ์ ด้
อยา่ งทนั ทว่ งที

7.1.4 เพอ่ื ใช้เปน็ เครือ่ งมือในการวิเคราะหป์ ญั หาเพอ่ื ตัดสินใจ(Decision Making) ทั้งน้ีใน
การดำเนนิ ธุรกิจ ผบู้ รหิ ารมกั จะต้องประสบปัญหาทจ่ี ะตอ้ งทำการแก้ไขอยตู่ ลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น
ปญั หาในระยะสน้ั หรอื ปญั หาทจี่ ะสง่ ผลกระทบในระยะยาวก็ตาม
8. แนวคดิ ในการวัดผลกำไร

การวัดมลู ค่าคือการกำหนดจำนวนทเ่ี ป็นตัวเงนิ เพอ่ื รบั รอู้ งคป์ ระกอบของงบการเงินในงบดลุ และ
งบกำไรขาดทุนการวัดมลู ค่าจะเกยี่ วข้องกบั การเลอื กใช้เกณฑ์ในการวดั คา่ ต่าง ๆ ในสัดส่วนท่แี ตกต่าง
กนั ในลักษณะทไ่ี มเ่ หมอื นกนั ซงึ่ เกณฑ์ในการวัดคา่ ต่าง ๆ มีดงั ตอ่ ไปนี้

19

8.1 ราคาทนุ เดมิ (Historical Cost) หมายถึง
8.1.1 การบนั ทกึ สินทรพั ยด์ ้วยจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดทจี่ า่ ยไปหรือ
8.1.2 บนั ทึกด้วยมูลคา่ ยตุ ธิ รรมของสง่ิ ที่นำไปแลกสินทรพั ยม์ า ณ เวลาทไ่ี ดม้ าซง่ึ สินทรัพย์น้ัน
8.1.3 การบันทกึ หนสี้ ินดว้ ยจำนวนเงนิ ทไ่ี ด้รบั จากการกอ่ ภาระผกู พนั หรือ
8.1.4 บนั ทกึ ดว้ ยจำนวนเงนิ สดหรอื รายการเทียบเทา่ เงนิ สดทค่ี าดว่าจะต้องจา่ ยเพ่อื ชำระ

หนี้สินทเี่ กดิ การดำเนนิ งานตามปกตขิ องกจิ การ
8.2 ราคาทุนปจั จบุ นั หมายถึง
8.2.1 การแสดงสินทรัพยด์ ้วยจำนวนเงินสดหรอื รายการเทยี บเท่าเงนิ สดทีต่ อ้ งจ่ายใน

ขณะน้ันเพื่อให้ได้มาซงึ่ สินทรพั ยช์ นิดเดียวกนั หรือสนิ ทรพั ยท์ ่เี ทา่ เทยี มกัน
8.2.2 การแสดงหนสี้ นิ ดว้ ยจำนวนเงนิ สดหรอื รายการเทยี บเท่าเงนิ สดที่ต้องใช้ชำระผกู พัน

ในขณะนน้ั
8.3 มลู คา่ ทจ่ี ะไดร้ บั หมายถงึ
8.3.1 การแสดงสินทรพั ยด์ ้วยจำนวนเงินสดหรอื รายการเทียบเท่าเงินสดทอี่ าจไดม้ าใน

ขณะน้ันหากกิจการขายสินทรพั ยโ์ ดยใชก่ ารบงั คบั ขาย
8.3.2 การแสดงหนส้ี ินดว้ ยมลู ค่าทต่ี ้องจา่ ยคืนหรอื ด้วยจำนวนเงนิ สดหรอื รายการเทียบเทา่

เงินสดทคี่ าดวา่ จะตอ้ งจ่ายเพอ่ื ชำระหน้ีกนิ ทเี่ กิดจากการดำเนนิ งานตามปกติ
8.4 มลู คา่ ปจั จบุ ันหมายถงึ
8.4.1 การแสดงสินทรัพย์ดว้ ยมลู คา่ ปัจจบุ นั ของกระแสเงินสดรบั สทุ ธิในอนาคตซึง่ คาดว่าจะ

ไดร้ บั ในการดำเนินงานตามปกติของกิจการและ
8.4.2 การแสดงหนส้ี นิ ดว้ ยมูลค่าปจั จบุ ันของกระแสเงนิ สดจ่ายสทุ ธิซง่ึ คาดวา่ จะตอ้ งจา่ ยใน

การชำระเงนิ สินภายใตก้ ารดำเนนิ งานตามปกตขิ องกจิ การ
8.5 แนวคดิ เกีย่ วกบั ทนุ และการรกั ษาระดบั ทุน ทฤษฎแี นวคดิ เกย่ี วกบั ทนุ และการรักษาระดับ

ทนุ เปน็ แนวคิดทางเศรษฐศาสตรซ์ ง่ึ แมบ่ ทการบัญชนี ำมาใช้เป็นแนวทางในการวัดผลกำไรโดย
พิจารณาส่วนของทุนของกจิ การ

20

9. งานวิจยั ที่เกีย่ วขอ้ ง
สมศักดิ์ วชิรพนั ธ์ุ (2557) ได้ศึกษาเรื่อง การถ่ายทอดความรู้หัตถกรรมทอ้ งถน่ิ : การศึกษา

การทำกระดาษสา บ้านท่าลอ้ อำเภอเมอื ง จงั หวัดลำปาง เปน็ การวิจัยที่วเิ คราะห์แบบองคร์ วม
ผลการวิจัยพบวา่ การถา่ ยทอดการทำกระดาษสา เปน็ การถ่ายทอดความรทู้ เี่ ปน็ ทกั ษะความคดิ
ทัศนคตคิ วามรู้ในการจัดการ ในอดตี เป็นการถ่ายทอดภายในครอบครัวโดยพอ่ แมถ่ า่ ยทอด ให้
ลกู หลาน โดยวิธกี ารใช้ให้คำบอกเลา่ สาธิต และปฏิบัตจิ รงิ โดยผถู้ ่ายทอดเป็นผู้ประเมนิ ต่อมา มีการ
ทำกระดาษสามากข้ึน สว่ นราชการ กลมุ่ องค์กรชาวบา้ น และลูกค้าเข้ามาทำหน้าท่ชี ว่ ย ในการ
ถา่ ยทอดเนอ้ื หาและกลวิธกี ารแบบใหม่ ๆ โดยใช้วธิ ีท่หี ลากหลายมากข้ึน เช่น ฝึกอบรม ประชมุ
สมั มนา และการสาธติ ในปัจจบุ นั กระบวนการผลิตกระดาษปรับตวั เป็นธุรกิจเต็มตัว มกี ารจา้ งแรงงาน
เข้ามาทำเฉพาะอย่าง การถา่ ยทอดน้ันมีทงั้ สว่ นทเี่ ปน็ สถาบนั ครอบครัว เจ้าของธรุ กจิ ลูกค้าและสว่ น
ราชการโดยการถ่ายทอดเฉพาะเรือ่ ง การถา่ ยทอดความรมู้ กี ารปรบั เปลยี่ นพัฒนาตลอดเวลา เพ่ือต่อสู้
และปรบั ตวั ใหส้ อดคลอ้ งกบั การเปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกจิ และสงั คมทเี่ ปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การปรบั เปล่ียนท่ีพฒั นา ดงั กลา่ วมที ั้งในส่วนผใู้ หก้ ารถ่ายทอด ผู้รบั การถ่ายทอด เนื้อหาและวิธีการ
องคก์ รและบุคคลมีบทบาทในการถา่ ยทอดความรู้คือ สถาบนั ครอบครัวองค์กรชาวบ้าน เจ้าของธุรกจิ
ลูกค้าและสว่ นราชการ ซง่ึ แต่ละองคก์ รทำหน้าทีม่ ากนอ้ ยแตกตา่ งกนั ตามยุค ระยะเวลา และความ
เหมาะสมตามบรบิ ทที่เปล่ียนแปลงไป ปจั จัยทมี่ ีผลใหก้ ารถา่ ยทอดความรเู้ กดิ การเปลี่ยนแปลง คือ
ด้านเศรษฐกจิ ได้แก่ ความต้องการของตลาด การพัฒนาที่ดงึ แรงงานสเู่ มือง ระบบการค้าสมัยใหม่
และระบบการผลิต ส่วนแบบอุตสาหกรรมทางด้านสงั คม ไดแ้ ก่ การพึ่งตนเอง ภูมิปญั ญาชาวบ้าน
จำนวนแรงงาน ในครอบครัว ในทางด้านเทคนคิ วิทยา ได้แก่ เทคโนโลยีในการผลิตทพ่ี ัฒนาข้ึนมา
ทางดา้ น สภาพกายภาพ ได้แก่การลดลงของปา่ ไม้และความแหง้ ของนำ้ ในแมน่ ้า ในบางชว่ งเวลา

มาลหี มวกกลุ วริ ัตน์จนั เลน จริ าพร มะโนวัง และคณะ (2558) ได้วิจยั เร่อื ง โครงการ การศึกษา
กระบวนการผลิตกระดาษจากใบสบั ปะรดในระบบธุรกจิ ชมุ ชน บ้านปา่ ซางววิ ัฒน์ ตำบล นางแล
อำเภอเมอื ง จังหวัดเชียงราย เพอื่ ศึกษาทดลองกระบวนการการผลิตกระดาษจาก ใบสบั ปะรดในเชิง
ธรุ กจิ ชมุ ชนทค่ี ุ้มทุนและไมท่ ำลายส่งิ แวดล้อม การทดลองและพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ จากกระดาษใบ
สับปะรดตามทต่ี ลาดต้องการ และการทดลองแนวทางในการบรหิ ารจัดการกลุ่ม ผผู้ ลิตกระดาษจาก
ใบสบั ปะรดทส่ี ามารถดำรงอยู่ได้ การศกึ ษาวิจัยทบ่ี ้านป่าซางวิวฒั น์ ตำบลนางแล อำเภอเมือง จงั หวัด
เชยี งราย มีทมี นกั วิจยั ชุมชนในหมบู่ า้ นจำนวน 12 คน ทำการศกึ ษาวิจัยโดยใชแ้ บบสำรวจข้อมูล

21

ทั่วไปของหมูบ่ ้านและข้อมลู ดา้ นการผลิตสับปะรด ซึ่งเปน็ ขอ้ มูลพื้นฐานดา้ นวัตถุดิบ เพอ่ื นำขอ้ มลู ท่ีได้
ไปทดลองผลติ กระดาษจากใบสบั ปะรด โดยใช้ความร้อนในการย่อยสลาย 2 ชนดิ คอื การใชค้ วาม
ร้อนจากฟืนและการใชค้ วามรอ้ นจากแกส๊ หงุ ต้ม จากน้ันจดั เกบ็ ขอ้ มลู ทางดา้ นการตลาด โดยใชก้ าร
สัมภาษณ์ แบบเจาะลกึ เจา้ ของร้านค้า 40 กวา่ ร้าน เพ่อื ให้ได้ขอ้ มูลด้านการตลาด ดา้ นความตอ้ งการ
ของผู้บริโภค เชน่ รูปแบบ ลกั ษณะสีสนั ขนาด โดยนำขอ้ มลู ทไ่ี ด้มาประกอบในการวางแผน การ
ออกแบบผลติ ภัณฑแ์ ละการศึกษาดงู านในแหล่งผลติ ท่ปี ระสบผลสำเรจ็ ทางด้านการบรหิ าร จดั การ
กล่มุ และการทำธุรกจิ ชุมชน เพ่ือการศึกษาเรยี นรเู้ กย่ี วกับการจัดการกลมุ่ ในด้านต่าง ๆ และ ร่วม
เรียนรู้ปัญหาการแก้ไขปัญหาเพอ่ื นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานของกลุ่ม จากนน้ั ทำการทดลอง
ขยายอตั ราสว่ นการผลติ กระดาษจากใบสับปะรด ในเชงิ ธุรกจิ ชุมชน โดยใชใ้ บสบั ปะรดทผ่ี ่านการทบุ
ปริมาณ 10 กโิ ลกรัม ตม้ ในน้ำเปลา่ ผสมกบั โซดาไฟ 1/2 กโิ ลกรมั ตอ่ น้ำ 50ลติ ร เพือ่ เปรียบเทียบ
เวลาย่อยสลายทเี่ หมาะสม และลักษณะของกระดาษ ท่ไี ดร้ ะหว่างการใช้ความร้อนจากฟืน และแกส๊
หงุ ตม้ ผลการทดลองพบว่า การใช้ความร้อนจากฟืน ทำใหล้ กั ษณะของกระดาษท่ีไดม้ ีผิวสมั ผสั หยาบ
กรอบ มเี สน้ ใยท่ียาวและเหนยี ว สเี หลอื งออก นำ้ ตาลเลก็ นอ้ ย ผลิตกระดาษได้ 11 แผน่ สว่ นการใช้
ความร้อนจากแกส๊ หุงต้ม ทำใหล้ กั ษณะของ กระดาษที่ได้มผี วิ สัมผัส หยาบ กรอบ มเี ส้นใยทยี่ าวและ
เหนียว สีเหลอื งออ่ น จำนวนกระดาษทีไ่ ด้ เท่ากับการใช้ความรอ้ นจากฟืนคอื 11 แผ่น แตค่ ุณภาพ
ของกระดาษจะดีกว่า การใช้ความร้อนจากฟืน ส่วนต้นทุนทใี่ ช้การตม้ ด้วยฟนื จะต่ำ กว่า การตม้ ด้วย
แกส๊ คิดเปน็ รอ้ ยละ 20 สำหรบั กรณนี ้ำเสียที่ได้ จากการตม้ ย่อยสลายใบสบั ปะรด มสี ภาพเป็นดา่ งสงู
จึงทดลองปรบั ความเป็นด่าง โดยใชเ้ ปลอื ก สบั ปะรด หรอื ผลสบั ปะรดทเ่ี สยี แล้วมาหมักกับน้ำ เสียใน
ถังหมัก เพ่อื ลดสภาพความเป็นด่างลง และเติมเช้ือ EM ลงไป เพ่อื ใหเ้ กิดการย่อยสลายแล้วนำมาทำ
เป็นปุ๋ยน้ำ ซง่ึ สามารถทจี่ ะกำจัดนำ้ เสียได้และได้ปยุ๋ นำ้ เพอื่ นำไปใช้กับการผลิตสบั ปะรด เป็นการลด
ต้นทุนการผลติ หรอื เป็นการเพมิ่ มลู คา่ จากน้ำเสียในกระบวนการผลติ กระดาษจากใบสบั ปะรด จาก
ผลการทดลองนำน้ำเสยี ท่ีไดไ้ ปใชก้ ับพืชผกั เชน่ นำไปรดผกั สวนครวั ผลการทดลอง พบวา่ ผักมีความ
เจรญิ งอกงามมากกวา่ เดมิ (จากชาวบ้านทีน่ ำไปทดลอง) และนำไปรดต้นลิน้ จี่ ปรากฏว่าต้นลนิ้ จีอ่ อก
ผลมากและมีรสชาตทิ ่ีหวานกวา่ ปกติถึงแม้ว่าเปลือกยังเขยี ว (บรเิ วณพื้นที่ ในการทดลอง) ผลการ
ทดลองทางด้านการตลาดพบวา่ ความต้องการของผบู้ ริโภคจากร้านค้า มีความตอ้ งการทจ่ี ะใช้
ผลิตภัณฑ์จากกระดาษใบสบั ปะรดสีธรรมชาติไมม่ ากนัก แต่ต้องการเน้น สสี ัน ดังนน้ั จึงเปลี่ยน
กลุม่ เป้าหมายผู้บรโิ ภคมาเปน็ สถานศึกษาในระดบั อุดมศึกษา ชาวตา่ งชาติ ผลการทดลองพบว่า

22

ผบู้ ริโภคตอ้ งการทใ่ี ชผ้ ลิตภัณฑ์กระดาษจากใบสับปะรดสีธรรมชาติ หลากหลายรปู แบบทนี่ ยิ มมากคือ
แฟม้ เอกสาร ซองใส่เอกสาร ถงุ กระดาษ บตั รอวยพร และ ทค่ี นั่ หนงั สอื สีของผลิตภัณฑใ์ ช้สีธรรมชาติ
และตกแต่งดว้ ยดอกไมร้ บิ บ้นิ ที่มสี สี ันเขา้ กันได้ ผลติ ภัณฑท์ ก่ี ลุ่มผบู้ ริโภคต้องการ สว่ นมากนำไปเป็น
ของท่ีระลกึ สำหรับผ้ทู มี่ าเยอื นและของท่ีระลึกสำหรบั ผู้ทเี่ ข้ารว่ มประชุมสมั มนาทางวชิ าการของ
โครงการตา่ ง ๆ การทดลองการบรหิ ารจดกั ารกลุม่ พบวา่ มกี ลุ่มผู้ผลติ กระดาษจากใบสบั ปะรดท้ังหมด
12คน มีหัวหนา้ โครงการเป็นหลักในการดำเนนิ การ สว่ นสมาชิกอนื่ ๆ จะเข้ามาดำเนินการร่วมผลิต
กระดาษ เมื่อวา่ งจากอาชพี หลัก รวมทั้งคิดคา่ แรงเปน็ รายวนั ๆ ละ 100 - 120 บาท นอกจากนี้ยงั มี
กลุ่มผู้สงู อายุและเยาวชนเข้ามาร่วมดำเนินการในกระบวนการผลติ และการแปรรปู ผลติ ภัณฑ์ด้วย

คมศักด์ิ หารไชย (2558) ได้ศกึ ษาเร่อื ง การพฒั นามาตรฐานการผลิตกระดาษสาท่ีเป็นมติ รกับ
สิง่ แวดล้อม ซ่ึงการผลติ กระดาษสากอ่ ใหเ้ กิดมลพิษต่อสงิ่ แวดล้อมเปน็ จำนวนมาก เพอื่ เปน็ แนว
ทางการผลติ กระดาษสาทเ่ี ป็นมิตรกบั สงิ่ แวดล้อม ใหเ้ กิดการใช้ทรพั ยากรในการผลิต อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ ลดหรอื กำจัดมลพิษจากกระบวนการผลติ กระดาษสา โดยมขี อบเขต การรวบรวมข้อมลู
ในจังหวัดเชยี งราย เชยี งใหม่ ลำปาง แพร่ และน่านโดยศกึ ษาผลกระทบ สง่ิ แวดล้อมจากกระบวนการ
ผลติ กระดาษสา จากการศกึ ษาแนวคดิ ความเปน็ มิตรกบั สง่ิ แวดลอ้ มสามารถกำหนดกรอบนยิ าม
ความเป็นมิตรกับสิง่ แวดลอ้ มสำหรับกระบวนการผลิตกระดาษสา ได้ 5 ประเดน็ คอื การใชท้ รัพยากร
และวัตถดุ ิบในกระบวนการผลติ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ (Effective Use of Materials) การลดหรอื
หลกี เล่ยี งการใช้สารเคมีและวตั ถดุ บิ ที่เปน็ อนั ตราย (Ecosystem-Friendly) การประหยัดพลงั งาน
หรือใช้พลงั งานทีส่ ะอาดข้ึน (Save/ Cleaner Energy) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) หรอื ใช้
เทคโนโลยีหมุนเวียน (Recycle) และการจัดการมลพิษทเี่ กดิ ขึน้ จากกระบวนการผลิต (Waste
Management) จากนน้ั ทำการแจกแจงลักษณะปัญหาส่งิ แวดล้อม (Environment Aspect) เพอ่ื
กำหนดลกั ษณะปัญหาดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มทม่ี ีนัยสำคญั (Significant Environment Aspect) เป็นค่า
อา้ งองิ ในการกำหนดคุณลกั ษณะทต่ี อ้ งการของมาตรฐาน โดยอาศัยแนวทางการร่าง มาตรฐานของ
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอ์ ุตสาหกรรมเป็นรปู แบบในการกำหนดโครงสร้างของ มาตรฐานพร้อม
ทั้งการพิจารณาขอ้ มลู กฎหมายทเ่ี ก่ยี วข้องกับส่งิ แวดล้อมและการควบคุมด้านมลพิษ จากนน้ั จงึ แตง่ ตงั้
คณะกรรมการพจิ ารณามาตรฐาน ซึ่งประกอบด้วยนกั วิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทน
ผู้ประกอบการผลติ กระดาษสา โดยจัดการประชุมคณะกรรมการพจิ ารณา มาตรฐานจำนวน 3 ครั้ง
เพ่อื พจิ ารณาร่างมาตรฐาน และให้คำแนะนำในการปรับปรงุ ทบทวน ความเหมาะสมของมาตรฐาน

23

แล้วนำมาตรฐานท่ไี ด้มารับฟงั ความคิดเห็นจากผ้ปู ระกอบการผลติ กระดาษสา หน่วยงานราชการและ
ประชาชนทีเ่ กยี่ วข้องในจังหวัดเชยี งราย เชยี งใหม่ ลำปาง แพร่ และน่าน เพื่อรบั ฟงั ความคดิ เห็นต่อ
มาตรฐานการผลิตกระดาษสาทเ่ี ปน็ มิตรกบั สงิ่ แวดล้อม ประเมิน ความเป็นไปได้ในทางปฏิบัตซิ ง่ึ
สามารถนำมาตรฐานการผลิตกระดาษสาทเี่ ปน็ มิตรกบั สิ่งแวดล้อม ไปประยุกต์ใชเ้ ปน็ แนวทาง
ปรบั ปรงุ กระบวนการผลติ ได้เป็นอย่างดกี บั โรงงานตวั อยา่ ง 4 โรงงาน ทำใหส้ ามารถลดมลพิษจากการ
ผลิตกระดาษสา ตอ่ ปรมิ าณปอสาที่นำเขา้ ได้ มาตรฐานการผลติ กระดาษสาที่เปน็ มิตรกับส่งิ แวดลอ้ ม
จงึ เปน็ แนวทางเพ่อื การผลติ กระดาษสาใหเ้ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม และอาจมกี ารปรบั ปรุงแกไ้ ข เพือ่
ความเหมาะสมไดใ้ น อนาคต เน่อื งจากความกา้ วหน้าดา้ นเทคโนโลยี และงานวิจัยและพัฒนาการผลิต
กระดาษสา อยา่ งตอ่ เน่อื งกระทั่งสามารถพัฒนาเทคโนโลยที ดแทนที่สะอาด ประหยัด เป็นมิตรกบั
ส่ิงแวดล้อม มากกว่า เทคโนโลยีที่ใชใ้ นการผลติ กระดาษสาในปัจจบุ นั

อภิชยั พันธเสนและคณะ (2558) ได้ทำ วจิ ยั เรื่อง การประยุกตพ์ ระราชดำรเิ ศรษฐกจิ พอเพียงกับ
อตุ สาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม งานวจิ ัยนี้มจี ดุ เรมิ่ ตน้ มาจากความเข้าใจของ คณะผวู้ จิ ยั ว่า
ภายหลังจากท่พี ระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ได้ทรงเสนอแนวคดิ เกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมท้ังรูปธรรม
ในการทำการเกษตรสำหรบั เกษตรกรรายยอ่ ย เพอ่ื เพมิ่ ขดี ความสามารถ ในการพึ่งตนเองมาตง้ั แต่
พ.ศ. 2537 โดยทไี่ ดท้ รงมีแนวคดิ ในเรือ่ งนมี้ าตัง้ แตป่ พี .ศ. 2517 เกษตรทฤษฎใี หม่ดังกล่าว
ประกอบดว้ ยข้ันตอนตา่ ง ๆ สามขน้ั ตอน คือ ขั้นตอนทหี่ นง่ึ เกษตรกร จะต้องสามารถพึ่งตนเองจาก
การเน้นการผลิตเพื่อการบรโิ ภคเป็นหลกั ได้ ข้ันตอนท่สี อง เมอื่ มีผลผลิตมากเกินความจำเปน็ เพอื่ การ
บริโภคในครวั เรอื น ควรมกี จิ กรรมกลุม่ ในลักษณะเปน็ สหกรณเ์ พือ่ การแปรรูปหรอื การจำหนา่ ย
สว่ นขั้นที่สาม สามารถร่วมมอื กบั กล่มุ ทุนและพลังงาน เพ่อื พฒั นาคุณภาพชีวิต ภายหลังจากเกิดวิกฤติ
เศรษฐกจิ ในปี 2540 เมอื่ วันที่ 4 ธันวาคม พระองค์ได้มีพระราชดำรัส ฯ ในเรือ่ งของ “เศรษฐกจิ
พอเพียง” ซงึ่ หมายถงึ “พอกินพอใช้” ทเี่ คยมี พระราชดำรสั มาต้ังแต่ พ.ศ. 2517 โดยอธิบายในปี
ตอ่ มาไว้อยา่ งชัดเจนไวว้ ่า “ความพอเพยี ง” น้ัน หมายถึง ความพอประมาณ และความมเี หตผุ ลโดยได้
เสนอเศรษฐกจิ พอเพยี งน้ีในฐานะที่เปน็ ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาประเทศ แตค่ นไทยทัว่ ไปก็ยังนกึ ภาพ
ไม่ออกว่า เศรษฐกจิ พอเพียงจะมี รปู ธรรมที่นำมาใช้ปฏบิ ัติจริงไดอ้ ยา่ งไร เนอ่ื งจากคุ้น กับเกษตร
ทฤษฎใี หมซ่ ่ึงมีรปู ธรรมการผลติ การเกษตรสำหรบั เกษตรกรรายย่อยเปน็ หลกั มแี นวโนม้ จะอธบิ าย
เศรษฐกจิ พอเพียงใหม้ ี ความหมายเชน่ เดียวกับทฤษฎีใหม่ และเม่ือเปน็ เชน่ นั้นก็ยากท่ีจะปรบั มาเป็น

24

ยุทธศาสตร์ การพฒั นาประเทศในลกั ษณะท่ีสามารถปฏบิ ตั ไิ ดจ้ ริง เนอ่ื งจากประเทศไทยมไิ ด้มีเฉพาะ
ภาคเกษตรแต่ได้มีอตุ สาหกรรมและบรกิ ารท่ีก้าวหนา้ ไปไกลแล้ว

25

บทท่ี 3

วิธีการดำเนินการศึกษา

โครงการกระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด เป็นการออกแบบและพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์ เพ่ือเพม่ิ
มูลค่าให้กบั ผลิตภัณฑ์รวมถึงใหเ้ ป็นทน่ี า่ สนใจแกผ่ ้บู ริโภค โดยผู้วิจยั ไดด้ ำเนินงานตามลำดับขน้ั ตอน
ต่อไปน้ี

1. ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
2. เครอื่ งมือที่ใช้ในการศกึ ษา
3. ขนั้ ตอนในการสรา้ งเคร่อื งมือ
4. การเก็บรวบรวมข้อมลู
5. การวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสถิตทิ ี่ใช้ในการศึกษา

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
กลมุ่ เป้าหมายท่ีใช้ในการศึกษาคร้งั น้ี ไดแ้ ก่ บคุ คลทัว่ ไปในวทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบุรี

อำเภอเมอื ง จังหวดั ชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซ่งึ ไดม้ าจากการเลอื กแบบเจาะจง

2. เครือ่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษา
เครอื่ งมือท่ีใช้ในการศกึ ษาครง้ั นเี้ ปน็ แบบสอบถาม (Questionnaire) ซง่ึ ประกอบด้วยแบบ

ตรวจรายการ แบบมาตราสว่ นประมาณ และแบบคำถามปลายเปิดและปลายปิด จำนวน 3 ตอน
มีรายละเอยี ด ดงั น้ี

ตอนท่ี 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 สอบถามความพึงพอในของผบู้ ริโภคทมี่ ตี ่อผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจภุ ัณฑ์ ลักษณะ
แบบสอบถามเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณ 5 ระดับ
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ

26

3. ขัน้ ตอนในการสร้างเครอ่ื งมือ

การสรา้ งเครอ่ื งมือจากแบบสอบถาม (Questionnaire) ซงึ่ มีรายละเอยี ดแบง่ เป็น 3 ขนั้ ตอน

ดงั น้ี

ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลทั่วไปของผูต้ อบแบบสอบถาม

ข้อ 1 เพศ

ข้อ 2 ช่วงอายุ

ข้อ 3 อาชพี

ขอ้ 4 กำลงั ศึกษา

ขอ้ 5 แผนกวชิ า

ข้อ 6 ระดบั การศกึ ษา

ตอนที่ 2 ความพึงพอในของผู้บริโภคทมี่ ตี อ่ ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์แบ่งเป็น 5 ระดับ ดังน้ี

การประเมนิ ค่า (Rating scale) 5 ระดบั คอื

ระดับ 5 หมายถึง ระดบั มีความพงึ พอใจมากทีส่ ดุ

ระดบั 4 หมายถงึ ระดับมีความพงึ พอใจมาก

ระดับ 3 หมายถึง ระดับมคี วามพงึ พอใจปานกลาง

ระดับ 2 หมายถงึ ระดบั มีความพงึ พอใจน้อย

ระดับ 1 หมายถงึ ระดับมคี วามพงึ พอใจนอ้ ยทสี่ ดุ

โดยกำหนดเกณฑ์การแปลความหมายข้อมลู ทเี่ ป็นคา่ เฉลีย่ ตา่ ง ๆ คอื

คะแนนค่าเฉล่ยี ความหมาย

4.51 – 5.00 ความพึงพอใจระดับมากทส่ี ุด

3.51 – 4.50 ความพงึ พอใจระดับมาก

2.51 – 3.50 ความพึงพอใจระดับปานกลาง

1.51 – 2.50 ความพงึ พอใจระดับนอ้ ย

1.00 – 1.49 ความพงึ พอใจระดับนอ้ ยที่สุด

ตอนที่ 3 คำถามปลายเปดิ สำหรบั ผ้ตู อบแบบสอบถามแสดงความคดิ เห็นเพ่มิ เตมิ และให้

ขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ

27

4. การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
คณะผู้จัดทำไดด้ ำเนนิ การเก็บรวบรวมข้อมูลตามลำดับข้นั ตอน ดังนี้
4.1 แหล่งทม่ี าของข้อมลู
ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) โดยการออกแบบสอบถาม เพอ่ื การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู จาก

บคุ คลทว่ั ไป ดำเนินการแจกแบบสอบถาม กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด โดยแจกแบบสอบถาม
ใหก้ ับกลุ่มตัวอยา่ งด้วยตนเอง และขอรับแบบสอบถามคนื ดว้ ยตนเอง

ขอ้ มลู ทุติยภมู ิ (Secondary Data) โดยไดจ้ ากการศกึ ษาค้นคว้า รวบรวมขอ้ มูลจากเอกสารท่ี
เกย่ี วขอ้ ง เช่น เอกสารจากผวู้ จิ ัยทา่ นอื่นทไ่ี ดท้ ำการศึกษาไวก้ ่อนหนา้ นี้แล้ว รวมท้ังแนวทฤษฎตี า่ ง ๆ
ที่เกี่ยวข้องเพือ่ ใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการศกึ ษา

4.2 กระบวนในการรวบรวมขอ้ มูล
ผ้ศู ึกษาเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมลู ดว้ ยตนเอง เพ่อื ทำการรวบรวมข้อมลู จากบุคคลทั่วไปใน
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาชลบรุ ี อำเภอเมือง จังหวัดชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน โดยใชแ้ บบสอบถามท่ี
ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถตอบไดด้ ว้ ยตนเอง (Self-Administered)

5. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถิติทใี่ ชใ้ นการศกึ ษา
เม่อื รวบรวมข้อมูลครบถว้ นแล้ว ได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องของแบบสอบถาม จากน้ัน

จงึ นำแบบสอบถามซง่ึ มคี วามถูกต้องสมบรู ณม์ าหาค่ารอ้ ยละ ค่าเฉลี่ย และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
โดยใช้สตู รดงั นี้

5.1 ค่าร้อยละ (Percentage)

P = ×100



เมอื่ P แทน รอ้ ยละ
F แทน ความถี่ทตี่ ้องการแปลค่าใหเ้ ปน็ ร้อยละ
แทน จำนวนความถีท่ ง้ั หมด

28

5.2 คา่ เฉล่ีย (Arithmetic Mean)
̅ = ∑



เมอ่ื ̅ แทน คา่ เฉลย่ี
∑ แทน ผลรวมทงั้ หมดของความถ่ี คูณ คะแนน
N แทน ผลรวมท้ังหมดของความถี่ซ่ึงมีคา่ เทา่ กบั จำนวน

ขอ้ มูลทงั้ หมด
5.3 สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

S.D. =

เม่อื S.D. แทน ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
แทน จำนวนคู่ทั้งหมด
แทน คะแนนแตล่ ะตวั ในกลุ่มขอ้ มูล
∑ แทน ผลรวมของความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่

29

บทที่ 4
การวิเคราะห์ขอ้ มลู

จากการวเิ คราะห์ข้อมลู ในแบบสอบถามความพึงพอใจของผบู้ รโิ ภคทีม่ ีตอ่ ผลิตภัณฑ์
กระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด ในคร้ังนี้ ผศู้ ึกษาไดเ้ สนอตามลำดับ ดังนี้

4.1 สัญลักษณ์ท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู

N แทน จำนวนกลุม่ เปา้ หมาย
แทน คะแนนเฉล่ยี
S.D. แทน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

4.2 การนำเสนอผลการวิเคราะห์
การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการศกึ ษาครั้งน้ี ผศู้ กึ ษาไดด้ ำเนนิ การวเิ คราะห์ออกเป็น 3 ตอนดังนี้
ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 แบบสอบถามเพอ่ื ศึกษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภคทมี่ ตี อ่ ผลิตภณั ฑ์กระดาษสา
จากเปลือกข้าวโพด แบง่ เป็น 3 ดา้ น 1. ดา้ นคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ 2. ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์
3. ดา้ นการส่งเสรมิ การจัดจำหน่าย
ตอนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ

ตอนที่ 1 ข้อมลู ท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงความถแี่ ละรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตามเพศ

สถานภาพ N = 30
จำนวน ร้อยละ

เพศ 3 10
ชาย 27 90
หญงิ

รวม 30 100

30

จากตารางที่ 1 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายเปน็ เพศหญงิ จำนวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 90
เพศชาย จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 10

ตารางที่ 2 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามอายุ

สถานภาพ N = 30
จำนวน รอ้ ยละ

อายุ 24 80
ต่ำกว่า 20 ปี 6 20
21 - 25 ปี --
26 - 30 ปี --
31 - 35 ปี --
36 - 40 ปี --
40 ปขี น้ึ ไป 30 100
รวม

จากตารางที่ 2 พบว่า กลุม่ เปา้ หมายส่วนใหญ่ อายุตำ่ กวา่ 20 ปี จำนวน 24 คน คิดเปน็
รอ้ ยละ 80 อายุ 21 – 25 ปี จำนวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 20

ตารางท่ี 3 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามอาชีพ

สถานภาพ N = 30
จำนวน ร้อยละ

อาชพี 30 100
นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา --
ข้าราชการครู --
บคุ คลกรทางการศกึ ษา --
อื่น ๆ

รวม 30 100

31

จากตารางที่ 3 พบวา่ กลมุ่ เป้าหมายส่วนใหญ่ เปน็ นกั เรียน/นกั ศึกษา จำนวน 30 คน คิด
เป็นรอ้ ยละ 100

ตารางที่ 4 แสดงความถ่แี ละรอ้ ยละของกลุ่มเป้าหมาย จำแนกตามระดบั ชน้ั (กำลังศกึ ษา)

N = 30

สถานภาพ จำนวน ร้อยละ

กำลงั ศกึ ษาระดบั ปวช. --
ปวช.1 --
ปวช.2 --
ปวช.3
4 13.33
กำลงั ศกึ ษาระดบั ปวส. 26 86.67
ปวส.1 30 100
ปวส.2

รวม

จากตารางท่ี 4 พบวา่ กล่มุ เป้าหมายส่วนใหญ่ กำลงั ศึกษาในระดบั ชัน้ ปวส.2 จำนวน 26 คน
คดิ เปน็ ร้อยละ 86.67 กำลงั ศกึ ษาในระดบั ช้นั ปวส.1 จำนวน 4 คน คดิ เป็นร้อยละ 13.33

32

ตารางท่ี 5 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลุ่มเปา้ หมาย จำแนกตามแผนกวชิ า

N = 30

สถานภาพ จำนวน ร้อยละ

แผนกวชิ า ปวช. --
สาขาการบญั ชี --
สาขาการตลาด --
สาขาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ --
สาขาธุรกิจค้าปลกี --
สาขาการจัดการสำนักงาน --
สาขาวิจิตรศิลป์ --
สาขาการออกแบบ --
สาขาคอมพวิ เตอร์กราฟิก --
สาขาคหกรรมศาสตร์ --
สาขาแฟชั่นและสง่ิ ทอ --
สาขาอาหารและโภชนาการ --
สาขาการทอ่ งเทยี่ ว --
สาขาการโรงแรม
27 90
แผนกวชิ า ปวส. 3 10
สาขาการบัญชี --
สาขาการตลาด --
สาขาเทคโนโลยีธุรกจิ ดจิ ทิ ัล --
สาขาธุรกจิ คา้ ปลีก --
สาขาการจัดการท่วั ไป --
สาขาการจดั การโลจิสติกส์ --
สาขาวิจติ รศิลป์ --
สาขาการออกแบบตกแต่งภายใน
สาขาคอมพิวเตอร์กราฟกิ อารต์

33

ตารางท่ี 5 (ตอ่ ) แสดงความถ่ีและร้อยละของกลุม่ เป้าหมาย จำแนกตามแผนกวิชา

N = 30

สถานภาพ จำนวน ร้อยละ

สาขาการบรหิ ารงานคหกรรมศาสตร์ --
สาขาเทคโนโลยีแฟช่ันและส่ิงทอ --
สาขาอาหารและโภชนาการ --
สาขาการทอ่ งเทยี่ ว --
สาขาการโรงแรมและบรกิ าร --
สาขาการจดั ประชมุ และนทิ รรศการ --

รวม 30 100

จากตารางท่ี 5 พบวา่ กลมุ่ เปา้ หมายส่วนใหญ่ เป็นสาขาการบัญชี จำนวน 27 คน คดิ เปน็ ร้อย
ละ 90 และ สาขาการตลาด จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 10

ตารางท่ี 6 แสดงความถี่และรอ้ ยละของกล่มุ เป้าหมาย จำแนกตามระดบั การศึกษา

N = 30

สถานภาพ จำนวน ร้อยละ

ระดับการศึกษา 30 100
ต่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี --
ปริญญาตรี --
ปริญญาโท --
สงู กวา่ ปรญิ ญาโท
30 100
รวม

จากตารางท่ี 6 พบวา่ กลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่ ระดบั การศึกษาต่ำกว่าปรญิ ญาตรี จำนวน 30
คน คิดเปน็ ร้อยละ 100

34

ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคทม่ี ตี ่อผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กขา้ วโพด แบง่ เปน็ 3 ด้าน 1. ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ 2. ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์
3. ด้านการส่งเสรมิ การจัดจำหน่าย
ตารางท่ี 7 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคท่มี ีตอ่

ผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด สรปุ เป็นรายดา้ น

รายการประเมิน ระดบั ความพึงพอใจ
S.D. ระดบั แปลผล

1. ดา้ นคณุ ภาพผลิตภัณฑ์ 4.42 0.41 มาก
2. ด้านความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์ 4.53 0.36 มากทสี่ ดุ
3. ดา้ นการสง่ เสริมการจดั จำหนา่ ย 4.51 0.36 มากท่สี ุด

รวม 4.47 0.38 มาก

จากตารางที่ 7 พบว่าการศึกษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคทม่ี ตี ่อผลิตภัณฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กข้าวโพด โดยรวมในแต่ละด้าน มคี วามพงึ พอใจในระดับมาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.38 )
และเมอื่ พิจารณาเป็นรายขอ้ แล้ว ด้านความนา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด
( = 4.53 และ S.D. = 0.36 ) ด้านการสง่ เสรมิ การจดั จำหนา่ ย มคี วามพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ
( = 4.51 และ S.D. = 0.36 ) ดา้ นคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ มีความพึงพอใจในระดบั มาก ( = 4.42
และ S.D. = 0.41 ) ตามลำดบั

35

ตารางท่ี 8 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจของผบู้ ริโภคท่ีมตี อ่

ผลติ ภัณฑ์กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด

ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์

ระดบั ความพึงพอใจ

รายการประเมิน S.D. ระดบั แปลผล

1. ผลิตภัณฑส์ ามารถนำมาทำเปน็ บรรจภุ ัณฑต์ า่ ง ๆ ได้ 4.63 0.61 มากทสี่ ดุ

2. สามารถใช้แทนบรรจุภณั ฑ์ทที่ ำจากพลาสติก 4.47 0.57 มาก

3. ผลิตภณั ฑท์ นทานแข็งแรงต่อการใช้งาน 4.13 0.68 มาก

4. ความเรยี บของเนอื้ กระดาษสาเปลอื กขา้ วโพด 4.33 0.66 มาก

5. กระดาษสาเปลอื กขา้ วโพดสามารถใชง้ านไดจ้ ริง 4.53 0.57 มากที่สดุ

รวม 4.42 0.41 มาก

จากตารางที่ 8 พบว่าการศึกษาความพงึ พอใจของผูบ้ ริโภคทมี่ ตี อ่ ผลิตภัณฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กขา้ วโพด ดา้ นคุณภาพผลติ ภัณฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.42 และ
S.D. = 0.41 ) และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายขอ้ แลว้ ผลิตภัณฑส์ ามารถนำมาทำเปน็ บรรจภุ ัณฑ์ตา่ ง ๆ ได้
มคี วามพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด ( = 4.63 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมาคอื กระดาษสาเปลอื ก
ขา้ วโพดสามารถใช้งานได้จรงิ มคี วามพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.57 )
สามารถใชแ้ ทนบรรจุภณั ฑ์ที่ทำจากพลาสตกิ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.47 และ
S.D. = 0.57 ) ความเรียบของเน้อื กระดาษสาเปลอื กข้าวโพด มรี ะดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก
( = 4.33และ S.D. = 0.66 ) และผลิตภัณฑ์ทนทานแข็งแรงตอ่ การใชง้ าน มีระดบั ความพึงพอใจใน
ระดบั มาก ( = 4.13 และ S.D. = 0.68 ) ตามลำดบั

36

ตารางที่ 9 แสดงค่าเฉลี่ย และสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน การศึกษาความพึงพอใจของผูบ้ ริโภคทม่ี ตี อ่

ผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด

ดา้ นความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์

ระดบั ความพงึ พอใจ

รายการประเมิน S.D. ระดับแปลผล

1. กระดาษมสี สี ันที่นา่ สนใจ 4.60 0.50 มากทส่ี ุด
2. ผลติ ภัณฑม์ ีความแปลกใหมไ่ มซ่ ้ำกบั ท้องตลาด
3. ผลติ ภัณฑม์ ีความทนั สมัย สวยงาม มเี อกลกั ษณ์ 4.40 0.56 มาก

ท่ีผซู้ อื้ สามารถจดจำได้ง่าย 4.67 0.48 มากทส่ี ุด
4. ผลติ ภณั ฑท์ ำจากวัสดุธรรมชาติยอ่ ยสลายไดง้ า่ ย
4.53 0.63 มากทสี่ ุด
และเปน็ การอนุรกั ษธ์ รรมชาติ
5. ผลติ ภัณฑส์ ามารถชว่ ยลดปรมิ าณขยะท่เี กิดจาก 4.43 0.63 มาก

เปลอื กข้าวโพดได้ 4.53 0.36 มากทสี่ ุด

รวม

จากตารางที่ 9 พบวา่ การศกึ ษาความพงึ พอใจของผบู้ รโิ ภคทม่ี ีต่อผลิตภณั ฑ์กระดาษสาจาก
เปลือกขา้ วโพด ด้านความน่าสนใจของผลติ ภัณฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทสี่ ุด
( = 4.53 และ S.D. = 0.36 ) และเมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายข้อ ผลติ ภณั ฑม์ คี วามทนั สมัย สวยงาม
มเี อกลกั ษณท์ ผี่ ้ซู ื้อสามารถจดจำไดง้ า่ ย มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ดุ ( = 4.67 และ
S.D. = 0.48 ) รองลงมาคือ กระดาษมสี สี ันทน่ี า่ สนใจ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทีส่ ุด ( = 4.60
และ S.D. = 0.50 ) ผลิตภณั ฑท์ ำจากวสั ดธุ รรมชาตยิ ่อยสลายได้ง่ายและเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ มี
ความพึงพอใจในระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.63 ) ผลิตภณั ฑส์ ามารถช่วยลดปรมิ าณ
ขยะท่เี กิดจากเปลอื กข้าวโพดได้ มีความพงึ พอใจในระดับมาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.63 ) และ
ผลติ ภัณฑ์มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับทอ้ งตลาด มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก ( = 4.40 และ S.D. =
0.56 ) ตามลำดบั

37

ตารางที่ 10 แสดงค่าเฉลย่ี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน การศกึ ษาความพงึ พอใจของผู้บรโิ ภคที่มีตอ่

ผลติ ภณั ฑ์กระดาษสาจากเปลือกข้าวโพด

ด้านการส่งเสรมิ การจดั จำหนา่ ย

ระดบั ความพึงพอใจ

รายการประเมิน S.D. ระดบั แปลผล

1. ผลิตภัณฑม์ สี สี นั สวยงามสามารถดึงดดู 4.67 0.61 มากทสี่ ุด

ความน่าสนใจผ้ซู ือ้ ได้

2. ผลติ ภัณฑม์ ขี นาดหลากหลายท่ีเหมาะสมกับผู้บรโิ ภค 4.43 0.50 มาก

3. ราคาสินค้าทเ่ี หมาะสมกับผลติ ภัณฑ์ 4.47 0.51 มาก

4. กระดาษสา สามารถนำมาทำเป็นสง่ิ ประดษิ ฐ์หรือ 4.47 0.57 มาก

ของใช้ได้

5. กระดาษสาคณุ ภาพดีไมก่ รอบเปอ่ื ยยยุ่ งา่ ยและเกบ็ 4.50 0.66 มาก

ได้นาน

รวม 4.51 0.36 มากทส่ี ุด

จากตารางท่ี 10 พบวา่ การศึกษาความพึงพอใจของผูบ้ รโิ ภคท่ีมตี อ่ ผลิตภณั ฑ์กระดาษสาจาก
เปลือกข้าวโพด ดา้ นการส่งเสรมิ การจดั จำหน่าย โดยรวมมีความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ
( = 4.51 และ S.D. = 0.36 ) และเม่ือพจิ ารณาเปน็ รายข้อ ผลติ ภณั ฑ์มสี ีสนั สวยงามสามารถดงึ ดูด
ความนา่ สนใจผซู้ ื้อได้ มีความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ุด ( = 4.67 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมา
คอื กระดาษสาคณุ ภาพดีไม่กรอบเปอ่ื ยยุ่ยง่ายและเกบ็ ได้นาน ระดับความพงึ พอใจในระดับมาก
( = 4.50 และ S.D. = 0.66 ) ราคาสินค้าทเี่ หมาะสมกบั ผลติ ภัณฑ์ มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก
( = 4.47 และ S.D. = 0.57 ) กระดาษสา สามารถนำมาทำเป็นส่ิงประดษิ ฐห์ รอื ของใช้ได้ มีความ
พึงพอใจในระดับมาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.51 ) และผลติ ภัณฑ์มขี นาดหลากหลายทเี่ หมาะสม
กบั ผบู้ รโิ ภค มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.50 ) ตามลำดบั

38

บทท่ี 5
สรุปผล อภปิ ราย และข้อเสนอแนะ

กระดาษสาจากเปลอื กขา้ วโพด วัตถุประสงค์การศกึ ษา 1. เพ่อื นำเปลอื กข้าวโพดเหลอื ใชม้ า
ประดิษฐเ์ ปน็ กระดาษสาใช้ประโยชน์ตอ่ ได้ 2. เพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายทม่ี ีต่อ
ผลติ ภัณฑ์กระดาษสาทที่ ำจากเปลือกขา้ วโพด 3. เพื่อลดปรมิ าณขยะท่เี กดิ จากเปลอื กขา้ วโพด และ
สรา้ งมลู ค่าจากเปลอื กขา้ วโพดทีเ่ หลือใช้ กลุ่มเป้าหมายท่ใี ช้ในการศึกษาครงั้ น้ีได้แก่ บุคคลทว่ั ไปใน
วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี อำเภอเมือง จงั หวัดชลบรุ ี 20000 จำนวน 30 คน ซง่ึ ไดม้ าจากการเลอื ก
แบบเจาะจง เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ในการศึกษา คอื ขอ้ มลู ทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ระดบั ความพงึ พอใจ
ของผบู้ รโิ ภคท่ีมตี อ่ กระดาษสาจากเปลือกขา้ วโพด แบ่งเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประเมนิ ค่า
(Rating Scale) 5 ระดับ แบง่ เป็น 3 ดา้ น ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ ด้านความนา่ สนใจของผลิตภัณฑ์
ด้านการสง่ เสรมิ การจัดจำหนา่ ย สถิตทิ ่ีใช้ในการศึกษาคือ 1. คา่ ร้อยละ (Percentage) 2. คา่ เฉลย่ี
(Mean) 3. สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

สรปุ ผลการศึกษา
ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ในการศึกษาครั้งน้ี สรปุ ได้ดังน้ี
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ดา้ นสถานภาพทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

พบว่า กลมุ่ เปา้ หมายสว่ นใหญ่เป็นเพศหญงิ จำนวน 27 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 90 สว่ นใหญ่อยใู่ นชว่ ง
อายุต่ำกวา่ 20 ปี จำนวน 24 คน คดิ เป็นร้อยละ 80 และอายุ 21 – 25 ปี จำนวน 6 คน คดิ เปน็ ร้อย
ละ 20 อาชพี สว่ นใหญเ่ ปน็ นกั เรยี น/นักศึกษา จำนวน 30 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100 ระดบั ชั้นทีก่ ำลงั
ศกึ ษาสว่ นใหญ่ ศึกษาในระดบั ช้นั ปวส.2 จำนวน 26 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 86.67 กำลงั ศึกษาใน
ระดบั ชนั้ ปวส.1 จำนวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 13.33 สาขาวิชาส่วนใหญ่ เป็นสาขาการบญั ชี จำนวน
27 คน คิดเปน็ ร้อยละ 90 และ สาขาการตลาด จำนวน 3 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 10 ระดับการศึกษาที่
จบส่วนใหญ่ ระดบั การศกึ ษาต่ำกวา่ ปรญิ ญาตรี จำนวน 30 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100

39

ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเพอื่ ศกึ ษาความพึงพอใจของผู้บรโิ ภคทีม่ ีต่อผลิตภัณฑ์กระดาษสาจาก
เปลอื กขา้ วโพด แบง่ เปน็ 3 ด้าน ด้านคณุ ภาพผลิตภัณฑ์ ดา้ นความน่าสนใจของผลิตภณั ฑ์ ด้านการ
ส่งเสริมการจดั จำหน่าย

ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.42 และ S.D. = 0.41
) และเมอ่ื พจิ ารณาเปน็ รายขอ้ แล้ว ผลิตภณั ฑ์สามารถนำมาทำเปน็ บรรจุภัณฑ์ตา่ ง ๆ ได้ มีความพงึ
พอใจในระดบั มากทสี่ ุด ( = 4.63 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมาคือกระดาษสาเปลอื กข้าวโพด
สามารถใช้งานไดจ้ รงิ มคี วามพงึ พอใจในระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.57 ) สามารถใช้
แทนบรรจุภณั ฑ์ทที่ ำจากพลาสตกิ มีความพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.57 )
ความเรยี บของเน้ือกระดาษสาเปลอื กข้าวโพด มีระดบั ความพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.33และ
S.D. = 0.66 ) และผลติ ภณั ฑ์ทนทานแข็งแรงตอ่ การใชง้ าน มีระดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก ( =
4.13 และ S.D. = 0.68 ) ตามลำดบั

ดา้ นความน่าสนใจของผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดับมากทส่ี ดุ ( = 4.53
และ S.D. = 0.36 ) และเม่ือพิจารณาเปน็ รายข้อ ผลติ ภัณฑ์มีความทันสมยั สวยงาม มเี อกลกั ษณท์ ผ่ี ู้
ซ้อื สามารถจดจำไดง้ า่ ย มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทีส่ ุด ( = 4.67 และ S.D. = 0.48 ) รองลงมา
คอื กระดาษมสี สี นั ทน่ี ่าสนใจ มีความพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ ( = 4.60 และ S.D. = 0.50 )
ผลติ ภณั ฑท์ ำจากวัสดธุ รรมชาติยอ่ ยสลายได้งา่ ยและเป็นการอนุรกั ษ์ธรรมชาติ มคี วามพึงพอใจใน
ระดับมากทสี่ ดุ ( = 4.53 และ S.D. = 0.63 ) ผลิตภณั ฑ์สามารถชว่ ยลดปรมิ าณขยะทเ่ี กดิ จาก
เปลอื กขา้ วโพดได้ มีความพึงพอใจในระดบั มาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.63 ) และ ผลิตภัณฑ์
มคี วามแปลกใหม่ไมซ่ ้ำกบั ท้องตลาด มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ( = 4.40 และ S.D. = 0.56 )
ตามลำดบั

ดา้ นการส่งเสรมิ การจัดจำหนา่ ย โดยรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด ( = 4.51
และ S.D. = 0.36 ) และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายข้อ ผลติ ภณั ฑ์มสี สี ันสวยงามสามารถดึงดูดความ
น่าสนใจผู้ซื้อได้ มีความพึงพอใจในระดบั มากทส่ี ดุ ( = 4.67 และ S.D. = 0.61 ) รองลงมา
กระดาษสาคณุ ภาพดไี มก่ รอบเปอื่ ยยุย่ งา่ ยและเกบ็ ได้นาน ระดบั ความพงึ พอใจในระดบั มาก ( =
4.50 และ S.D. = 0.66 ) ราคาสินคา้ ท่ีเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ มีความพงึ พอใจในระดบั มาก ( =

40

4.47 และ S.D. = 0.57 ) กระดาษสา สามารถนำมาทำเปน็ สิง่ ประดิษฐห์ รือของใชไ้ ด้ มคี วามพึงพอใจ
ในระดบั มาก ( = 4.47 และ S.D. = 0.51 ) และผลิตภัณฑ์มขี นาดหลากหลายทเี่ หมาะสมกบั
ผู้บรโิ ภค มีความพึงพอใจในระดับมาก ( = 4.43 และ S.D. = 0.50 ) ตามลำดบั

การอภิปรายผล
การอภิปรายผล ซงึ่ มวี ัตถุประสงคข์ องการศกึ ษา 1. เพ่ือนำเปลอื กขา้ วโพดเหลอื ใชม้ า

ประดิษฐเ์ ป็นกระดาษสาใช้ประโยชน์ต่อได้ 2. เพอื่ ศกึ ษาความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายทมี่ ตี ่อ
ผลิตภณั ฑ์กระดาษสาทท่ี ำจากเปลือกข้าวโพด 3. เพอ่ื ลดปรมิ าณขยะท่ีเกิดจากเปลอื กข้าวโพด และ
สร้างมูลค่าจากเปลอื กขา้ วโพดทเ่ี หลือใช้ โดยแบ่งเปน็ 3 ดา้ น ด้านคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ ดา้ นความ
นา่ สนใจของผลติ ภัณฑ์ ด้านการสง่ เสริมการจัดจำหนา่ ย

ดา้ นคุณภาพผลติ ภณั ฑ์ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามความคดิ เห็นเกย่ี วกับผลิตภณั ฑ์ในด้าน
คุณภาพผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดับมาก และเม่ือพจิ ารณาเป็นรายขอ้ แลว้ ผลิตภณั ฑ์
สามารถนำมาทำเปน็ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ มีความพึงพอใจในระดับมากทสี่ ุด รองลงมาคือกระดาษสา
เปลือกข้าวโพดสามารถใช้งานไดจ้ รงิ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด สามารถใชแ้ ทนบรรจุภณั ฑท์ ่ี
ทำจากพลาสตกิ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก ความเรยี บของเนือ้ กระดาษสาเปลอื กข้าวโพด มีระดับ
ความพึงพอใจในระดับมาก และผลติ ภัณฑ์ทนทานแข็งแรงตอ่ การใช้งาน มรี ะดับความพึงพอใจใน
ระดบั มาก

ด้านความน่าสนใจของผลติ ภณั ฑ์ พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามความคิดเห็นเกีย่ วกับผลติ ภณั ฑ์
ในด้านความนา่ สนใจของผลติ ภณั ฑ์ โดยรวมมคี วามพึงพอใจในระดับมากทส่ี ดุ และเมอ่ื พจิ ารณาเปน็
รายขอ้ ผลิตภณั ฑ์มคี วามทนั สมยั สวยงาม มเี อกลกั ษณ์ทีผ่ ซู้ อื้ สามารถจดจำได้ง่าย มคี วามพงึ พอใจใน
ระดบั มากทสี่ ดุ รองลงมาคอื กระดาษมสี ีสนั ที่นา่ สนใจ มคี วามพึงพอใจในระดบั มากทีส่ ดุ ผลิตภัณฑ์
ทำจากวสั ดุธรรมชาติย่อยสลายได้ง่ายและเปน็ การอนุรกั ษธ์ รรมชาติ มคี วามพงึ พอใจในระดบั มาก
ผลติ ภณั ฑส์ ามารถชว่ ยลดปริมาณขยะทเี่ กดิ จากเปลอื กข้าวโพดได้ มีความพึงพอใจในระดบั มาก และ
ผลิตภณั ฑ์มคี วามแปลกใหม่ไมซ่ ้ำกับทอ้ งตลาด มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก

ดา้ นการสง่ เสริมการจัดจำหน่าย พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ผลติ ภัณฑ์
ในด้านการสง่ เสริมการจดั จำหนา่ ย โดยรวมมคี วามพงึ พอใจในระดับมากทส่ี ดุ และเม่ือพจิ ารณาเป็น
รายขอ้ ผลิตภณั ฑม์ สี สี นั สวยงามสามารถดงึ ดดู ความนา่ สนใจผซู้ ื้อได้ มีความพึงพอใจในระดบั มากทสี่ ดุ


Click to View FlipBook Version