สญั ลักษณ์ประจ�ำ จังหวดั เพชรบูรณ์
ตราประจำ�จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ประกอบด้วย รปู เพชร อยบู่ นยอดภูเขา มไี ร่ใบยาสูบอยู่หน้าภูเขา
มีแถบเขยี นชอื่ จงั หวัดเพชรบรู ณ์ และมลี ายกนกล้อมรอบ ซง่ึ มคี วามหมายดังน้ี
ความหมายเกีย่ วกบั เพชร
จงั หวดั เพชรบูรณ์ มีทรพั ยากรธรรมชาตอิ ุดมสมบรู ณ์ ดินด�ำ น้ำ�ชุม่ เป็นดนิ แดนแหง่ พืชพนั ธุ์
ธัญญาหารทอ่ี ุดมสมบรู ณ์ มที รัพยใ์ นดินสินในน�ำ้ อันประมาณค่ามไิ ด้ ซึง่ นบั วา่ มคี ุณค่าสงู ย่งิ ประดจุ
ดั่งค่าของเพชร
ความหมายเกย่ี วกบั ภูเขา
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ เป็นดนิ แดนแห่งขนุ เขา พน้ื ทีต่ ้งั จงั หวดั เป็นหบุ เขา มี “เทือกเขาเพชรบูรณ์”
อนั สลบั ซบั ซอ้ นมากมายโอบลอ้ มรอบพื้นทเ่ี กอื บทง้ั หมดของจังหวดั เอาไว้
ความหมายเกี่ยวกับไร่ยาสูบ
จงั หวดั เพชรบูรณม์ ยี าสูบพ้ืนเมอื งพันธด์ุ เี ป็นสนิ ค้าสำ�คญั มชี อื่ เสียงมาแต่โบราณกาล
เปน็ ที่ยอมรบั กนั วา่ ใบยาเพชรบูรณม์ รี สเปน็ เลศิ กวา่ ยาสูบท่อี น่ื ๆ ทัง้ หมดของเมืองไทย ยาสูบพน้ื เมือง
พันธด์ุ ี ไดแ้ กพ่ นั ธ์อุ ีเหลอื งและอดี �ำ นอกจากนั้น ชาวบ้านยงั นยิ มปลกู ยาสบู พันธเ์ุ บอร์เลย่ ์ ในหลายพืน้ ที่
เพื่อบ่มและสง่ ขายใหแ้ กส่ ำ�นกั งานไรย่ าสูบ
ทม่ี า : ส�ำ นักงานวัฒนธรรมจงั หวัดเพชรบรู ณ์
https://www.m-culture.go.th/phetchabun/ewt_news.php?nid=59
สืบค้นวันที่ 25 มีนาคม 2565
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
กติ ตกิ รรมประกาศ
การบริหารจัดการหลักสูตรท้องถ่ิน ประกอบด้วย 1) รายวิชาเพชรบูรณ์ถิ่นเกิดเมืองนอน กิจกรรม
ลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 และ 2) รายวิชามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของ
เพชรบูรณ์ กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ครงั้ นสี้ �ำ เรจ็ อยา่ งสมบรู ณไ์ ดด้ ว้ ยความชว่ ยเหลอื อยา่ งดยี งิ่ จากคณะกรรมการ
ท่ีปรึกษา ประกอบด้วย 1) สำ�นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบูรณ์ 2) คณะกรรมการสถานศึกษา
ขน้ั พน้ื ฐาน โรงเรยี นหนองไผ่ 3) สภาวฒั นธรรมจงั หวดั เพชรบรู ณ์ 4) ส�ำ นกั ศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
เพชรบรู ณ์ 5) หอโบราณคดเี พช็ รบรู ณอ์ นิ ทราชยั 6)อทุ ยานวทิ ยาศาสตรห์ นองนารที สี่ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ การด�ำ เนนิ การ
สนับสนนุ ขอ้ มูลสารสนเทศการให้ค�ำ แนะน�ำ การดำ�เนนิ งานเพือ่ ใหบ้ รรลวุ ตั ถปุ ระสงค์
ขอขอบพระคณุ ผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นศลิ ปะ วฒั นธรรม ประวตั ศิ าสตร์ และภมู ศิ าสตรข์ องจงั หวดั เพชรบรู ณ์
ประกอบดว้ ย 1) นายวศิ ลั ย์ โฆษติ านนท์ ประธานสภาวฒั นธรรมจงั หวดั เพชรบรู ณ์ 2) นางเยาวภา โตสงวน วฒั นธรรม
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ 3) นางสาวจนั ทรพ์ มิ พ์ มเี ปย่ี ม ผอู้ �ำ นวยการส�ำ นกั ศลิ ปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เพชรบรู ณ์
และผู้เช่ยี วชาญในด้านหลักสตู รทอ้ งถิน่ ประกอบดว้ ย 1) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประยูร ลม้ิ สุข 2) นายวาทกานต์
ศรธี รราษฎร์ รองผอู้ �ำ นวยการส�ำ นกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ ขอขอบคณุ ทกุ ทา่ นทใ่ี หค้ �ำ แนะน�ำ
และข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตรท้องถ่ิน กิจกรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2 ตาม
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 พรอ้ มทง้ั ใหค้ วามกรณุ าตรวจสอบคณุ ภาพของเครอ่ื งมอื
สอ่ื การเรยี นรู้
ขอขอบคณุ คณะท�ำ งานทใี่ หค้ วามรว่ มมอื เปน็ อยา่ งดยี งิ่ ในการเกบ็ ขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งพรอ้ มทง้ั ทดลองใช้
และประเมินผลหลักสูตรท้องถิ่น รายวิชาเพชรบูรณ์ถ่ินเกิดเมืองนอน กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ประกอบด้วย 1) กลุม่ บรหิ ารงาน
วชิ าการ 2) กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม 3) กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ 4) งานคอมพวิ เตอร์
5) งานพฒั นาหลกั สตู ร 6) งานวดั และประเมนิ ผล ทรี่ ว่ มคดิ รว่ มท�ำ รว่ มตดั สนิ ใจ รว่ มรบั ผดิ ชอบตอ่ ผลทเี่ กดิ ขนึ้ รว่ มกนั
โรงเรียนหนองไผ่ขอนำ�คุณค่าและประโยชน์อันพึงมีจากผลงานทางวิชาการหลักสูตรท้องถิ่น รายวิชา
เพชรบูรณ์ถ่ินเกิดเมืองนอน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ครั้งนี้ ไปใช้ในการจัด
การเรียนการสอนเพ่ือพัฒนาคุณภาพนักเรียนในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
อย่างต่อเน่ือง เพ่ือสร้างจิตสำ�นึกรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างจิตสำ�นึกรัก
บา้ นเกดิ เมอื งนอน ทอ้ งถน่ิ ของตนเอง พรอ้ มทง้ั สถานศกึ ษาในจงั หวดั เพชรบรู ณท์ ส่ี นใจสามารถน�ำ หลกั สตู รดงั กลา่ วฯ
ไปใช้ในการจดั การเรยี นการสอนได้เพอื่ พัฒนาคณุ ภาพนกั เรียนรว่ มกนั ทง้ั ระบบ
นางสาวอารรี ัตน์ ชูรวง
ผอู้ ำ�นวยการโรงเรยี นหนองไผ่
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์
ประกาศโรงเรียนหนองไผ่
เร่อื ง ให้ใชห้ ลักสตู รสถานศกึ ษา (หลกั สูตรทอ้ งถิน่ ) พุทธศักราช 2565
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560)
---------------------------------------------------------
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 25 60)
จุดหมายหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพ
ในการศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี จึงกำหนดเปน็ จดุ หมายเพ่อื ใหเ้ กิดกบั ผ้เู รยี น ข้อ 5. มีจิตสำนกึ ในการอนุรักษ์
วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และ
สรา้ งสิง่ ท่ดี งี ามในสงั คม และอยูร่ ่วมกันในสังคมอยา่ งมีความสุข และนโยบายและจดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เรื่อง การยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยพัฒนารูปแบบการจัดการเรียน
การสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรมให้มีความทันสมัย น่าสนใจ เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
ควบคไู่ ปกบั การเรียนร้ปู ระวตั ศิ าสตร์ของทอ้ งถน่ิ และการเสรมิ สร้างวถิ ีชวี ิตของความเป็นพลเมอื งที่เข้มแข็ง
โรงเรียนหนองไผ่จึงได้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ นักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เรื่อง เพชรบูรณ์ถิน่ เกิดเมืองนอน ภาคเรียนที่ 2 เรื่อง มรดกทางวฒั นธรรม
ของเพชรบรู ณ์ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการประชุมคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 แล้ว จึงประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษา
(หลักสูตรท้องถิ่น) พุทธศักราช 2565 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตัง้ แตบ่ ดั นเ้ี ปน็ ต้นไป
ประกาศ ณ วันท่ี 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
(นายสิริชัย จันทรพ์ ัชรินทร์) (นางสาวอารรี ตั น์ ชูรวง)
ประธานกรรมการสถานศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนหนองไผ่
โรงเรียนหนองไผ่
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
การวิเคราะห์หลกั สตู รทอ้ งถิ่น รายวชิ าเพชรบรู ณ์ถิ่นเกดิ เมืองนอน ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สาระ สาระการเรยี นรู/้ สาระส�ำ คัญ กระบวนการเรยี นรู้ คณุ ลักษณะ
มาตรฐาน ความรู้ (K) ของนกั เรียน (P) อันพงึ ประสงค์ (A) ผลการเรยี นรู้
ที่ การเรียนรู้
1 ความเปน็ มา สาระที่ 4 ประวัตศิ าสตร์ ประวัติศาสตรเ์ มอื งเพชรบรู ณ์ รู้และเขา้ ใจ กระบวนการสืบคน้ - รักชาติ ศาสน์ ร้แู ละเขา้ ใจประวตั ิ
ในอดีตของ มาตรฐาน ส 4.1 เขา้ ใจ ในสมัยสุโขทัย อยธุ ยา รตั นโกสนิ ทร์ ประวตั ิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ กษตั ริย์ ความเปน็ มา
เพชรบูรณ์ ความหมาย ความส�ำ คัญ แหล่งชมุ ชนโบราณ เช่น เมอื งหล่ม ความเปน็ มา และอภิปราย ประวัติ - รักความเปน็ ไทย ของจงั หวัดเพชรบูรณ์
ของเวลาและยุคสมยั ทาง สะเดียง นายม ฯลฯ แหลง่ ชุมชน ของจังหวดั ความเปน็ มา - รักชาติ ศาสน์ รู้ เข้าใจ และอธบิ าย
2 ประวัติพ่อขนุ ประวตั ศิ าสตร์ สามารถใชว้ ิธกี าร โบราณศรีเทพ แหลง่ ชมุ ชนโบราณ เพชรบูรณ์ ของจงั หวดั เพชรบรู ณ์ กษตั รยิ ์ ประวัติพอ่ ขนุ ผาเมอื ง
ผาเมือง และ ทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ ท่าโรง วิเชียรบรุ ี แหล่งชุมชนโบราณ กระบวนการสืบคน้ - รักความเปน็ ไทย และพระพุทธมหา
พระพุทธมหา เหตุการณ์ต่าง ๆ อยา่ งเป็นระบบ เมอื งหลม่ เพชรบรู ณ์ในสมัยเก่า วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ธรรมราชา
ธรรมราชา เขาคอ้ และอภิปราย ประวัติ
พอ่ ขุนผาเมอื ง และ
สาระที่ 1 ศาสนา ศีลธรรม - ประวตั พิ อ่ ขนุ ผาเมอื ง รู้ เข้าใจ พระพทุ ธมหาธรรม
จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 รู้ - พระพทุ ธมหาธรรมราชา ประวัตพิ อ่ ขนุ ราชา
และเข้าใจประวตั ิ ความสำ�คัญ และพุทธลักษณะ ผาเมือง และ
ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธ พระพุทธมหา
ศาสนาหรือศาสนาทตี่ นนับถอื ธรรมราชา
และศาสนาอนื่ มศี รทั ธาท่ีถูกต้อง
ยดึ มนั่ และปฏบิ ตั ิตามหลกั ธรรม
เพอื่ อยู่ร่วมกนั อยา่ งสันติสขุ
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
การวิเคราะหห์ ลกั สตู รท้องถน่ิ รายวิชาเพชรบูรณถ์ น่ิ เกิดเมอื งนอน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สาระ สาระการเรยี นร/ู้ สาระส�ำ คญั กระบวนการเรยี นรู้ คณุ ลกั ษณะ
มาตรฐาน ความรู้ (K) ของนกั เรยี น (P) อันพึงประสงค์ (A) ผลการเรยี นรู้
ที่ การเรียนรู้
3 สภาพ สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์ - ทตี่ งั้ และขนาด ลักษณะ รู้ เขา้ ใจ สภาพ - กระบวนการสบื ค้น - ใฝเ่ รยี นรู้ รู้ เข้าใจ และ
ภูมศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะของ ภูมปิ ระเทศ ทรพั ยากรทาง ทางภมู ิศาสตร์ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ - รักความเป็นไทย อธบิ ายสภาพทาง
ของ โลกทางกายภาพ และความสัมพันธ์ ธรรมชาติ ส่งิ แวดลอ้ ม เช้อื ชาตแิ ละ และอภปิ รายสภาพ - มงุ่ มน่ั ใน ภมู ศิ าสตร์ เช้ือ
เพชรบูรณ์ ของสรรพส่ิงซึง่ มีผล ตอ่ กันและกนั ของเพชรบรู ณ์ การนบั ถอื ทางภมู ิศาสตร์ เช้อื การทำ�งาน ชาตแิ ละการนับถือ
ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ี - เชอ้ื ชาติ และการนบั ถอื ศาสนา ศาสนาของ ชาติและการนับถอื ศาสนาของท้องถ่ิน
4 สภาพ และเคร่ืองมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ในการ ท้องถน่ิ ศาสนาของท้องถนิ่
เศรษฐกิจ คน้ หา วิเคราะห์ สรปุ และใชข้ อ้ มูล
และสงั คม ภูมิสารสนเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ - ใช้กระบวนการทาง
ภมู ศิ าสตร์
สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ ระบบเศรษฐกิจและสงั คม รู้ เข้าใจ ระบบ กระบวนการสืบค้น - ใฝเ่ รยี นรู้ รู้ เข้าใจและ
มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบ การค้า การส่งออก สถานการณ์ทาง เศรษฐกจิ และ วิเคราะห์ สังเคราะห์ - อยอู่ ย่างพอเพยี ง วิเคราะหร์ ะบบ
และสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ เศรษฐกิจและสังคมการจัดระเบียบ สงั คม การคา้ และอภิปราย ระบบ เศรษฐกจิ และสงั คม
ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ ทางสงั คมของจงั หวัดเพชรบูรณ์ การส่งออก เศรษฐกิจและสังคม การค้า
และความจ�ำ เป็นของการรว่ มมือกนั สถานการณ์ การค้าการสง่ ออก การสง่ ออก
ทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก ทางเศรษฐกิจ สถานการณ์ สถานการณ์
และสงั คม ทางเศรษฐกิจ ทางเศรษฐกิจ และ
ของจังหวดั และสงั คม สงั คมของ
เพชรบูรณ์ ของจังหวดั เพชรบรู ณ์ จงั หวัดเพชรบรู ณ์
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
การวเิ คราะห์หลักสูตรท้องถ่นิ รายวชิ าเพชรบรู ณถ์ น่ิ เกิดเมืองนอน ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สาระ สาระการเรียนรู้/ สาระส�ำ คัญ กระบวนการเรยี นรู้ คุณลกั ษณะ
มาตรฐาน ความรู้ (K) ของนกั เรียน (P) อนั พงึ ประสงค์ (A) ผลการเรยี นรู้
ท่ี การเรยี นรู้
5 อุทยานธรณี สาระที่ 5 ภูมศิ าสตร์ เรยี นรู้อทุ ยานธรณีเพชรบูรณ์ รู้ เขา้ ใจ - กระบวนการสืบค้น - ใฝเ่ รียนรู้ รู้ เข้าใจ และ
เพชรบรู ณ์ มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะของ “ทะเลสแู่ ผ่นดนิ ดกึ ดำ�บรรพแ์ ละ อุทยานธรณี วิเคราะห์ สังเคราะห์ - รกั ความเป็นไทย อธิบายอุทยาน
“ทะเลสู่ โลกทางกายภาพ และความสัมพนั ธ์ มหัศจรรย์ขอบเปลือกโลก” ดังน้ี เพชรบูรณ์ และอภิปราย อุทยาน - ม่งุ มั่นใน ธรณีเพชรบูรณ์
แผ่นดิน ของสรรพส่ิงซึง่ มีผล ตอ่ กัน และกัน 1. ตราสัญลักษณอ์ ทุ ยานธรณเี พชรบรู ณ์ ธรณีเพชรบูรณ์ การทำ�งาน
ดกึ ด�ำ บรรพ์ ในระบบของธรรมชาติ ใชแ้ ผนที่ 2. มหาทวีปแพนเจีย - ใชก้ ระบวนการ
และ และเครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตร์ ในการ 3. ธรณีกาล การนับระยะเวลาและแบง่ ทางภูมิศาสตร์
มหศั จรรย์ คน้ หา วิเคราะห์ สรปุ และใช้ขอ้ มูล ยุคตา่ ง ๆ ทางธรณวี ิทยาของโลก ทรพั ยากรธรรมชาติ
ขอบเปลือก ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ 4. แผนทีแ่ สดงต�ำ แหน่งแหลง่ เรียนรู้ อุทยานธรณีเพชรบูรณ์
โลก” สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก อุทยานธรณเี พชรบูรณ์
และอวกาศ มาตรฐาน ว.3.2 5. ทะเลส่แู ผน่ ดินดกึ ด�ำ บรรพ์
เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความ และมหศั จรรยข์ อบเปลือกโลก
สมั พนั ธข์ องระบบโลกกระบวนการ 6. แหลง่ ธรณวี ิทยา 22 แหล่ง
เปลี่ยนแปลงภายในโลก และ 7. แหลง่ ทางธรรมชาติ 9 แหล่ง
8. แหล่งทางวฒั นธรรม 12 แหลง่
บนผิวโลกธรณีพิบัตภิ ัย กระบวน 9. แหล่งธรณเี พชรบรู ณ์ 7 แหลง่
การเปลีย่ นแปลงลมฟ้า อากาศและ 10. แผนที่ท่องเทย่ี วอุทยานธรณี
ภมู อิ ากาศโลก รวมท้งั ผลต่อสิ่งมี เพชรบูรณ์
ชีวิตและสิ่งแวดล้อม
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
การวเิ คราะห์หลกั สตู รท้องถ่นิ รายวชิ าเพชรบรู ณ์ถิ่นเกิดเมอื งนอน ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
สาระ สาระการเรียนรู/้ สาระสำ�คัญ กระบวนการเรยี นรู้ คณุ ลักษณะ
มาตรฐาน ความรู้ (K) ของนกั เรยี น (P) อันพึงประสงค์ (A) ผลการเรียนรู้
ท่ี การเรียนรู้
6 หนองไผ่ สาระที่ 4 ประวตั ิศาสตร์ - ประวตั ิความเปน็ มา รู้ เข้าใจประวตั ิ - กระบวนการสืบค้น - รักชาติ ศาสน์ รู้ เขา้ ใจ และ
บา้ นเรา มาตรฐาน ส 4.1 เข้าใจความหมาย ความสำ�คญั (ต�ำ นานหนองไผ่) ความเปน็ มา วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ กษตั ริย์ อธบิ ายประวตั ิ
ของเวลาและยุคสมัยทางประวัตศิ าสตร์ สามารถ - สภาพภมู ิศาสตร์ สภาพภูมศิ าสตร์ และอภิปราย ประวัติ - ใฝ่เรียนรู้ ความเป็นมา
ใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตรม์ าวเิ คราะหเ์ หตกุ ารณ์ ของอ�ำ เภอหนองไผ่ สภาพสงั คม ความเปน็ มา - รกั ความเป็นไทย สภาพ
ต่าง ๆ อยา่ งเป็นระบบ - สภาพสังคม วฒั นธรรม สภาพภูมศิ าสตร์สภาพ ภมู ิศาสตร์
สาระที่ 5 ภูมศิ าสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี สงั คม วัฒนธรรม - ม่งุ มนั่ ใน สภาพสงั คม
มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะของโลกทางกายภาพ และประเพณี อุทยานธรณี และประเพณี การท�ำ งาน วัฒนธรรม
และความสมั พนั ธข์ องสรรพสงิ่ ซึง่ มีผล ต่อกัน และกนั ของอ�ำ เภอหนองไผ่ และประเพณี
ในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนทแี่ ละเครื่องมอื ทาง - อุทยานธรณี : ท้องทะเล อุทยานธรณี อทุ ยานธรณี
ภมู ศิ าสตร์ ในการคน้ หา วิเคราะห์ สรปุ และใช้ขอ้ มลู ของอ�ำ เภอหนองไผ่ ดึกดำ�บรรพ์ : ทอ้ งทะเลดึกดำ�บรรพ์ วทิ ยาของ
ภมู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสิทธภิ าพ : ทอ้ งทะเลดกึ ดำ�บรรพ์ บ้านโภชน์ บ้านโภชน์ อ�ำ เภอ
สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตร์โลก และอวกาศ บา้ นโภชน์ ของอ�ำ เภอหนองไผ่ ของอ�ำ เภอหนองไผ่ หนองไผ่
มาตรฐาน ว.3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบและความ - หลวงปู่ข้ยุ ฐิตธัมโม หลวงปู่ขยุ้ ฐิตธัมโม หลวงปู่ขยุ้ ฐติ ธมั โม และอ�ำ เภอ
สัมพนั ธข์ องระบบโลกกระบวนการเปล่ียนแปลง - ประวัตคิ วามเปน็ มา ประวัติความเปน็ มา ประวตั ิความเปน็ มา หนองไผ่
ภายในโลก และบนผิวโลกธรณพี ิบัตภิ ัย กระบวนการ ของโรงเรยี นหนองไผ่ ของโรงเรียน ของโรงเรยี นหนองไผ่
เปลย่ี นแปลงลมฟ้า อากาศและภมู อิ ากาศโลก รวมทั้ง หนองไผ่ - ใช้กระบวนการทาง
ผลต่อสิ่งมชี ีวติ และส่ิงแวดลอ้ ม
ภูมศิ าสตร์
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์
ค�ำ อธบิ ายรายวิชา
เพชรบรู ณถ์ ่ินเกิดเมอื งนอน 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์
กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1
ศกึ ษา ประวตั คิ วามเปน็ มาของจังหวดั เพชรบรู ณ์ ประวัตศิ าสตร์เมอื งเพชรบรู ณ์ในสมัยสโุ ขทัย อยุธยา
รตั นโกสนิ ทร์ แหล่งชมุ ชนโบราณ ประวตั ิพอ่ ขุนผาเมอื ง และพระพทุ ธมหาธรรมราชา สภาพภูมิศาสตร์
ท้องถนิ่ สภาพเศรษฐกจิ และสังคม ทรัพยากรธรรมชาตอิ ุทยานธรณีเพชรบูรณ์ และประวตั ิความเป็นมา
ของอ�ำ เภอหนองไผ่ สภาพภมู ิศาสตร์สภาพสังคม วฒั นธรรม และประเพณี อุทยานธรณวี ทิ ยา และประวัติ
ความเปน็ มาของโรงเรยี นหนองไผ่
โดยมุ่งหวังให้ผเู้ รียนใชก้ ระบวนการสบื คน้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ และอภปิ รายประวัติความเป็นมาของ
จงั หวดั เพชรบูรณ์ ประวัตพิ อ่ ขุนผาเมอื ง และพระพุทธมหาธรรมราชา สภาพเศรษฐกจิ และสงั คม และใช้
กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาตอิ ุทยานธรณีเพชรบูรณ์ และอ�ำ เภอหนองไผ่
เพือ่ ให้ผู้เรียนมีความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ รักความเปน็ ไทย อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มีจิตสาธารณะ
คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ ความซ่ือสัตย์สุจรติ สามารถนำ�ความรไู้ ปใช้แก้ปญั หาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจำ�วนั
และมีจิตส�ำ นึกในการอนุรกั ษ์ท้องถิน่ สืบตอ่ ไป
ผลการเรยี นรู้
1. รแู้ ละเข้าใจประวตั ิความเป็นมาของจังหวัดเพชรบูรณ์
2. รู้ เข้าใจ และอธิบายประวัติพ่อขนุ ผาเมือง และพระพุทธมหาธรรมราชา
3. รู้ เข้าใจ และอธบิ ายสภาพทางภูมิศาสตร์ เชือ้ ชาติและการนบั ถอื ศาสนาของท้องถ่นิ
4. เขา้ ใจ และวเิ คราะห์ระบบเศรษฐกิจและสังคม การค้า การสง่ ออกสถานการณท์ างเศรษฐกิจและสังคม
ของจงั หวัดเพชรบรู ณ์
5. รู้ เข้าใจ และอธบิ ายอุทยานธรณีเพชรบรู ณ์
6. รู้ เข้าใจและอธิบายรู้ ประวัติความเปน็ มา สภาพภมู ิศาสตรส์ ภาพสงั คม วัฒนธรรม และประเพณี
อุทยานธรณวี ิทยาของอำ�เภอหนองไผ่ และประวัติความเปน็ มาของโรงเรยี นหนองไผ่
รวม 6 ผลการเรยี นรู้
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
โครงสรา้ งรายวิชา 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์
เพชรบรู ณ์ถ่ินเกิดเมืองนอน
กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพ่ิมเวลารู้ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ย ชื่อหนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระสำ�คญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น�้ำ หนัก
ที่ การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
1 ความเป็นมา รู้และเขา้ ใจประวตั ิ ประวตั ิศาสตรเ์ มอื งเพชรบรู ณ์ 4 12
ในอดีตของ ความเป็นมาของจังหวดั ในสมยั สโุ ขทัย อยธุ ยา รตั นโกสนิ ทร์
เพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ แหล่งชุมชนโบราณ เช่น เมืองหล่ม 6 12
สะเดียง นายม ฯลฯ แหลง่ ชุมชน 4 10
2 ประวัตพิ ่อขนุ โบราณศรีเทพ แหลง่ ชมุ ชนโบราณ 4 16
ผาเมอื ง และ ทา่ โรง วิเชียรบุรี แหลง่ ชมุ ชนโบราณ
พระพทุ ธมหา เมอื งหลม่ เพชรบรู ณ์ในสมัยเก่า
ธรรมราชา เขาคอ้
รู้ เขา้ ใจ และอธิบาย - ประวัตพิ อ่ ขนุ ผาเมอื ง
ประวัตพิ ่อขนุ ผาเมือง และ - พระพุทธมหาธรรมราชา
พระพทุ ธ พุทธลกั ษณะ
มหาธรรมราชา
3 สภาพภมู ิศาสตร์ รู้ เข้าใจ และอธิบายสภาพ - ที่ต้ังและขนาด ลักษณะภมู ปิ ระเทศ
ของเพชรบรู ณ์ ทางภูมศิ าสตร์ เชื้อชาติ ทรัพยากรทางธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม
และการนับถอื ศาสนาของ ของเพชรบรู ณ์
ท้องถ่นิ - เชื้อชาติ และการนบั ถอื ศาสนา
4 สภาพเศรษฐกจิ เข้าใจ และวิเคราะห์ ระบบเศรษฐกิจและสังคม การคา้ การ
และสังคม ระบบเศรษฐกจิ และสังคม สง่ ออก สถานการณท์ างเศรษฐกจิ และ
การคา้ สังคมการจดั ระเบยี บทางสังคมของ
การสง่ ออกสถานการณ์ จังหวดั เพชรบรู ณ์
ทางเศรษฐกิจ
และสงั คม
ของจังหวดั เพชรบรู ณ์
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
หน่วย ชื่อหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระส�ำ คญั /ความคดิ รวบยอด เวลา น�้ำ หนกั
ที่ การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
5 อทุ ยานธรณี รู้ เขา้ ใจ และอธิบาย เรียนรอู้ ทุ ยานธรณเี พชรบูรณ์ 4 12
เพชรบรู ณ์ อทุ ยานธรณเี พชรบูรณ์ “ทะเลสู่แผ่นดนิ ดึกด�ำ บรรพแ์ ละ
“ทะเลส่แู ผ่นดนิ มหศั จรรยข์ อบเปลือกโลก” ดงั น้ี 10 20
ดึกด�ำ บรรพ์ 1. ตราสัญลักษณ์อทุ ยานธรณี
และมหัศจรรย์ เพชรบูรณ์ 38 0
ขอบเปลอื กโลก” 2. มหาทวปี แพนเจีย 2 0
3. ธรณกี าล การนับระยะเวลาและ 40 100
แบง่ ยุคต่าง ๆ ทางธรณวี ิทยาของโลก
4. แผนทแ่ี สดงตำ�แหน่งแหล่งเรียนรู้
อทุ ยานธรณีเพชรบูรณ์
5. ทะเลสู่แผน่ ดนิ ดึกดำ�บรรพแ์ ละ
มหศั จรรยข์ อบเปลือกโลก
6. แหลง่ ธรณีวทิ ยา 22 แหลง่
7. แหล่งทางธรรมชาติ 9 แหล่ง
8. แหล่งทางวัฒนธรรม 12 แหล่ง
9. แหลง่ ธรณีเพชรบูรณ์ 7 แหล่ง
10. แผนทท่ี ่องเทยี่ วอุทยานธรณี
เพชรบูรณ์
6 หนองไผบ่ ้านเรา รู้ เขา้ ใจ และอธบิ าย - ประวัตคิ วามเป็นมา
ประวัตคิ วามเปน็ มา (ต�ำ นานหนองไผ)่
สภาพภูมศิ าสตร์ - สภาพภมู ศิ าสตร์ของอำ�เภอหนองไผ่
สภาพสังคม - สภาพสังคม วัฒนธรรม
วฒั นธรรม และประเพณขี องอ�ำ เภอหนองไผ่
และประเพณี - อุทยานธรณีของอ�ำ เภอหนองไผ่
อทุ ยานธรณีวทิ ยา : ท้องทะเลดกึ ดำ�บรรพ์บา้ นโภชน์
ของอ�ำ เภอหนองไผ่ - หลวงปขู่ ุย้ ฐิตธัมโม
และประวัติ - ประวัตคิ วามเปน็ มา
ความเปน็ มาของโรงเรยี น ของโรงเรยี นหนองไผ่
หนองไผ่
รวมระหวา่ งภาค
สอบปลายภาค
รวม
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
โครงการสอน รายวิชา “เพชรบรู ณถ์ นิ่ เกิดเมอื งนอน” หลักสูตรทอ้ งถน่ิ
กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ จำ�นวน มก. (ไม่นับหน่วยกิต) หนว่ ยกิต ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1
หน่วยที/่ ชอื่ หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนร(ู้ สาระส�ำ คัญ) จ�ำ นวนชัว่ โมง ภาระงาน นำ้�หนกั คะแนน การวดั และประเมินผล
7 -แบบประเมินการคิด
หน่วยท่ี 1 รู้และเข้าใจประวัติ ประวัตศิ าสตรเ์ มืองเพชรบูรณ์ 4 - Mind map 5 -แบบทดสอบ
ความเปน็ มาในอดตี ความเปน็ มา ในสมยั สุโขทยั อยธุ ยา รัตนโกสนิ ทร์ สรุปสาระส�ำ คัญ
ของเพชรบูรณ์ ของจงั หวัดเพชรบูรณ์ แหล่งชุมชนโบราณ เชน่ เมืองหล่ม สะ - ทดสอบหลงั เรียน 7 -แบบประเมนิ การคิด
เดียง นายม ฯลฯ แหล่งชุมชนโบราณ - Mind map 5 -แบบทดสอบ
ศรเี ทพ แหล่งชุมชนโบราณ ท่าโรง สรุปสาระส�ำ คญั
วิเชียรบุรี แหลง่ ชมุ ชนโบราณเมอื งหล่ม - ทดสอบหลังเรียน 7 -แบบประเมนิ การคดิ
เพชรบูรณ์ในสมัยเกา่ เขาคอ้ - Mind map 3 -แบบทดสอบ
สรปุ สาระสำ�คัญ
หน่วยที่ 2 - รู้ เข้าใจ และอธิบาย - ประวัตพิ ่อขนุ ผาเมือง 6 - ทดสอบหลงั เรียน
ประวตั ิพ่อขุนผาเมอื ง ประวัตพิ ่อขุนผาเมอื ง - พระพทุ ธมหาธรรมราชา
และพระพทุ ธ และพระพทุ ธมหาธรรม พุทธลกั ษณะ
มหาธรรมราชา ราชา
- เกิดความเข้าใจ
ถึงความเป็นชาติ
และการสรา้ งเมอื ง
ของบรรพบรุ ุษ
หน่วยที่ 3 รู้ เข้าใจ และอธบิ าย - ท่ตี งั้ และขนาด ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ 4
สภาพภูมศิ าสตร์ สภาพทางภูมศิ าสตร์ ทรัพยากรทางธรรมชาติ สง่ิ แวดล้อมของ
ของเพชรบรู ณ์ เชอ้ื ชาตแิ ละการนับถือ เพชรบรู ณ์
ศาสนา - เชอ้ื ชาติ และการนับถอื ศาสนา
ของท้องถิ่น
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์
โครงการสอน รายวิชา “เพชรบูรณ์ถ่ินเกิดเมืองนอน” หลกั สตู รทอ้ งถ่นิ
กิจกรรมลดเวลาเรียนเพมิ่ เวลารู้ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห์ จ�ำ นวน มก. (ไมน่ ับหน่วยกติ ) หนว่ ยกติ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1
หนว่ ยที/่ ชอ่ื หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู(้ สาระส�ำ คญั ) จ�ำ นวนชว่ั โมง ภาระงาน น้ำ�หนักคะแนน การวดั และประเมินผล
หนว่ ยท่ี 4 เขา้ ใจ และวิเคราะห์ ระบบเศรษฐกิจและสงั คม การคา้ 4 - Mind map สรุปสาระ 7 -แบบประเมนิ การคดิ
สภาพเศรษฐกิจ ระบบเศรษฐกจิ และ การสง่ ออก สถานการณท์ างเศรษฐกิจ สำ�คญั การค้า การส่งออก 5 -แบบประเมินการคดิ
และสังคม สังคม การค้า และสังคม การจัดระเบยี บทางสังคม - นกั เรียนแบง่ กล่มุ ศึกษา
หนว่ ยที่ 5 การสง่ ออก ของจงั หวดั เพชรบูรณ์ สถานท่ีสำ�คัญจำ�แนก 3 -แบบทดสอบ
อทุ ยานธรณี สถานการณ์ทาง ตามอำ�เภอ น�ำ เสนอ 15 - แบบประเมินการอา่ น
เพชรบูรณ์ เศรษฐกจิ และสังคม ดว้ ยแผ่นพับ หรือ
“ทะเลส่แู ผ่นดนิ ของจงั หวัดเพชรบรู ณ์ โปสเตอร์ขนาด A4 คดิ วิเคราะห์ และเขียน
ดึกด�ำ บรรพ์ - ทดสอบหลังเรียน 10 - แบบประเมินสมรรถนะ
และมหศั จรรย์ รู้ เขา้ ใจ และอธบิ าย เรยี นรอู้ ุทยานธรณเี พชรบูรณ์ 10 - Mind Map ธรณีวทิ ยา 5 - แบบทดสอบ
ขอบเปลือกโลก” อทุ ยานธรณเี พชรบูรณ์ “ทะเลสแู่ ผน่ ดนิ ดกึ ด�ำ บรรพแ์ ละ ในสถานการณ์
ท่ีกำ�หนด
มหัศจรรย์ขอบเปลือกโลก” ดังน้ี
1. ตราสญั ลักษณ์อุทยานธรณเี พชรบรู ณ์ - ภาพจติ รกรรม
2. มหาทวปี แพนเจีย ทเี่ กีย่ วกบั อทุ ยานธรณี
3. ธรณกี าล การนับระยะเวลาและเเบ่งยคุ เพชรบูรณ์
ต่าง ๆ ทางธรณวี ทิ ยาของโลก - ทดสอบหลงั เรยี น
4. แผนท่แี สดงต�ำ แหน่งแหลง่ เรยี นรู้
อุทยานธรณีเพชรบรู ณ์
5. ทะเลสู่แผน่ ดนิ ดกึ ดำ�บรรพ์
และมหศั จรรย์ขอบเปลือกโลก
6. แหลง่ ธรณีวทิ ยา 22 แหล่ง
7. แหลง่ ทางธรรมชาติ 9 แหลง่
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
โครงการสอน รายวชิ า “เพชรบูรณถ์ ิน่ เกดิ เมืองนอน” หลกั สตู รทอ้ งถ่ิน
กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพิ่มเวลารู้ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห์ จำ�นวน มก. (ไมน่ ับหนว่ ยกติ ) หนว่ ยกิต ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยท่ี/ชอ่ื หน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนร(ู้ สาระสำ�คญั ) จำ�นวนช่วั โมง ภาระงาน น้ำ�หนักคะแนน การวดั และประเมนิ ผล
8. แหล่งทางวฒั นธรรม 12 แหลง่ 15 - แบบประเมินการอา่ น
9. แหล่งธรณเี พชรบรู ณ์ 7 แหล่ง คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
- แบบประเมนิ สมรรถนะ
หน่วยที่ 6 รู้ เขา้ ใจ และอธิบาย - ประวัตคิ วามเปน็ มา 10 - Mind map
หนองไผบ่ า้ นเรา ประวัติความเปน็ มา (ต�ำ นานหนองไผ่) สรปุ สาระส�ำ คญั 5 - แบบทดสอบ
สภาพภูมศิ าสตร์ - สภาพภมู ศิ าสตรข์ องอ�ำ เภอหนองไผ่
สภาพสงั คม - สภาพสังคม วฒั นธรรม และประเพณี
วฒั นธรรม และ ของอำ�เภอหนองไผ่
ประเพณี อทุ ยาน - อทุ ยานธรณขี องอ�ำ เภอหนองไผ่ : - ทดสอบหลังเรยี น
วทิ ยาของอ�ำ เภอ ท้องทะเลดกึ ดำ�บรรพ์บ้านโภชน์
หนองไผ่ - หลวงปู่ข้ยุ ฐิตธัมโม
- ประวตั คิ วามเป็นมาของ
โรงเรยี นหนองไผ่
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
สารบัญ
เร่อื ง หน้า
หนว่ ยที่ 1 ความเป็นมาในอดีตของเพชรบูรณ…์ …………………….…………………………………………......... 1
ประวัตเิ มอื งเพชรบูรณ.์ ................................................................................................... 1
แหล่งชุมชนโบราณของจงั หวดั เพชรบรู ณ…์ …………………………………………………………... 8
หน่วยที่ 2 ประวัตพิ ่อขนุ ผาเมอื งและพระพุทธมหาธรรมราชา........................................................... 16
ประวตั พิ ่อขุนผาเมือง...................................................................................................... 16
พระพทุ ธมหาธรรมราชา……………………………………………………………………………………... 19
หน่วยที่ 3 สภาพภมู ศิ าสตรข์ องเพชรบรู ณ.์ ........................................................................................ 21
ท่ตี งั้ และอาณาเขตจงั หวัดเพชรบรู ณ.์ .............................................................................. 21
ทรัพยากรธรรมชาติ………………………………………………………………………………................ 23
หน่วยท่ี 4 สภาพเศรษฐกิจและสงั คม.................................................................................................. 26
สัญลกั ษณ์ประจำ�จงั หวดั ……………………………………………………………………………………... 26
เขตการปกครอง............................................................................................................... 29
การศึกษา........................................................................................................................ 30
พืชเศรษฐกิจ.................................................................................................................... 31
สภาพสงั คม วัฒนธรรมและประเพณ.ี .................................................................. ........... 31
หนว่ ยท่ี 5 อุทยานธรณีเพชรบูรณ์ “ทะเลสู่แผ่นดนิ ดึกด�ำ บรรพแ์ ละมหัศจรรย์ขอบเปลือกโลก”.......... 36
ตราสญั ลกั ษณ์ อทุ ยานธรณีเพชรบรู ณ์ (Phetchabun Geopark)……………………………. 36
มหาทวปี แพนเจยี ……………………………………………………………………………………………….. 36
แผนทแี่ สดงตำ�แหนง่ แหลง่ เรียนรอู้ ุทยานธรณีเพชรบูรณ.์ ................................................ 38
แหล่งธรณวี ทิ ยา 22 แหล่ง…………………………………………………………………………………... 39
แหลง่ ทางธรรมชาติ 9 แหลง่ ........................................................................................... 62
แหล่งทางวฒั นธรรม 12 แหล่ง........................................................................................ 68
แหล่งธรณีเพชรบรู ณ์ (Phetchabun Geosites) 7 แหลง่ ……………………………………….. 83
หน่วยที่ 6 หนองไผบ่ า้ นเรา………........…………………………………………………………………………………….. 90
ประวตั คิ วามเปน็ มา (ต�ำ นานหนองไผ)่ …………………………………………………………………... 90
สภาพภูมศิ าสตร์ของอ�ำ เภอหนองไผ่................................................................................ 94
สภาพสงั คม วัฒนธรรม และประเพณขี องอำ�เภอหนองไผ่............................................... 105
อทุ ยานธรณีของอำ�เภอหนองไผ่ : ท้องทะเลดกึ ด�ำ บรรพ์บา้ นโภชน์…………………………... 123
ประวตั คิ วามเปน็ มาของโรงเรียนหนองไผ…่ …………......…................................................ 125
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
ประวตั เิ มืองเพชรบรู ณ์ หนว่ ยท่ี 1
ความเปน็ มาในอดีตของเพชรบูรณ์
จงั หวดั เพชรบรู ณม์ ตี �ำ แหนง่ ทางภมู ศิ าสตร์ ในเขต
ภาคเหนอื ตอนลา่ งของประเทศไทยลกั ษณะทางกายภาพ
นน้ั เปน็ พน้ื ทร่ี าบลมุ่ แบบทอ้ งกระทะ ประกอบดว้ ยเนนิ เขา
ปา่ และทร่ี าบเปน็ ตอน ๆ สลบั กนั ไป พน้ื ทม่ี ลี กั ษณะลาดชนั
จากเหนอื ลงไปใต้ ตอนเหนอื มที วิ เขาสงู ตอนกลางเปน็ พน้ื ท่ี
ราบและมเี ทอื กเขาขนาบกนั ไปทง้ั สองขา้ ง มลี กั ษณะเปน็
รปู เกอื กมา้ มแี มน่ �ำ้ ปา่ สกั เปน็ แมน่ �ำ้ สายส�ำ คญั โดยไหลจาก
จงั หวดั เลย เพชรบรู ณ์ ผา่ นไปสจู่ งั หวดั ลพบรุ ี สระบรุ ี และ
พระนครศรอี ยธุ ยา ลงสแู่ มน่ �ำ้ เจา้ พระยา ตามล�ำ ดบั จงึ สง่
ผลใหพ้ น้ื ทม่ี ที รพั ยากรธรรมชาตมิ ากมาย ดนิ มสี ภาพอดุ ม
สมบรู ณเ์ หมาะแกก่ ารเพาะปลกู พชื ท�ำ การเกษตร รวมทง้ั สง่
เสรมิ ปจั จยั การตง้ั ถน่ิ ฐานของมนษุ ยม์ าตง้ั แตอ่ ดตี ถงึ ปจั จบุ นั
ภาพ แผนทจ่ี ังหวัดเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2505 ภาพ เจดยี ว์ ัดมหาธาตุ
ทีม่ า : https://www.facebook.com/wisonk
กลา่ วถงึ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งเพชรบรู ณน์ น้ั
เร่ิมจากช่ือของจังหวัดเพชรบูรณ์เม่ือคร้ังโบราณน่าจะเช่ือ
ว่าเมือง “เพชบุระ” ตามท่ีปรากฏในจารึกลานทองคำ�ท่ีพบ
จากเจดีย์ทรงพ่มุ ข้าวบิณฑ์ วัดมหาธาตุ ซ่งึ หมายถึงเมืองแห่ง
พืชพันธ์ุธัญญาหาร แต่ในระยะหลังต่อมาแปรเปล่ียนเป็น
“เพชรบูรณ์” กลายความหมายเป็นเมืองท่ีอุดมด้วยเพชร
และได้นำ�ไปใช้เป็นส่วนหน่งึ ของตราสัญลักษณ์ประจำ�จังหวัด
ทม่ี า : https://www.matichon.co.th/entertainment/arts-culture/news_317102
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
2
จากการศกึ ษาทางดา้ นประวตั ศิ าสตรแ์ ละโบราณคดที ผ่ี า่ นมาพบวา่ มรี อ่ งรอยหลกั ฐานการตง้ั ถน่ิ ฐานของมนษุ ยใ์ นพน้ื ทจ่ี งั หวดั
เพชรบรู ณ์ปรากฏอยตู่ ง้ั แตส่ มยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรเ์รอ่ื ยมาจนกระทง่ั ถงึ ในสมยั ประวตั ศิ าสตรอ์ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งโดยในสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์
ทม่ี นษุ ยย์ งั ไมร่ จู้ กั การใชต้ วั อกั ษรในการบนั ทกึ สอ่ื สารและถา่ ยทอดนน้ั พบวา่ มนษุ ยใ์ นสมยั นน้ั มกี ารด�ำ รงชวี ติ อยดู่ ว้ ยการหาเลย้ี งชพี ตาม
ธรรมชาตอิ าศยั อยใู่ นถ�ำ้ เพงิ ผา รจู้ กั เพาะปลกู พชื บางชนดิ เลย้ี งสตั ว์ มเี ทคโนโลยใี นการผลติ เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชแ้ บบงา่ ย ๆ เชอ่ื ในเรอ่ื ง
ธรรมชาติและมปี ระเพณกี ารฝงั ศพจนกระทง่ั พฒั นาขน้ึ เปน็ สงั คมเมอื งขนาดใหญ่และมเี ทคโนโลยใี นการผลติ ทซ่ี บั ซอ้ นมากขน้ึ เปน็ ล�ำ ดบั
บรเิ วณทป่ี รากฏรอ่ งรอยในสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรน์ น้ั พบ
หลายพน้ื ทข่ี องจงั หวดั ไดแ้ ก่ ดา้ นทศิ ตะวนั ตกทอ่ี �ำ เภอวงั
โปง่ อ�ำ เภอชนแดน พบเครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชป้ ระเภทหนิ ขดั
เชน่ ก�ำ ไลหนิ และขวานหนิ ก�ำ หนดอายอุ ยใู่ นราว 3,000
- 4,000 ปีมาแล้ว ด้านทิศใต้ท่อี ำ�เภอบึงสามพัน อำ�เภอ
วเิ ชยี รบรุ ี และอ�ำ เภอศรเี ทพ ซง่ึ มเี มอื งโบราณศรเี ทพ เปน็
เมอื งทม่ี พี ฒั นาการมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื งยาวนาน รวมทง้ั เปน็ เมอื ง
โบราณในยคุ ตน้ ประวตั ศิ าสตรท์ ม่ี ขี นาดใหญแ่ ละเกา่ แกท่ ส่ี ดุ
ในจงั หวดั เพชรบรู ณ์ มอี ายเุ กา่ แกไ่ ปกวา่ 2,000 ปี และยงั ถอื
ไดว้ า่ แหลง่ โบราณคดที พ่ี บบรเิ วณน้ี มวี ฒั นธรรมทเ่ี กย่ี วเนอ่ื ง
กบั ชนุ ชนโบราณในจงั หวดั ลพบรุ แี ละบรเิ วณลมุ่ แมน่ �ำ้ ปา่ สกั
ภาพ โบราณวตั ถจุ ากแหลง่ โบราณคดบี า้ นโนนตมู และสวนปา่ เขา
จดั แสดงทห่ี อโบราณคดเี พช็ รบรู ณอ์ นิ ทราชยั จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ทีม่ า : www.finearts.go.th/sitheppark
บรเิ วณดา้ นทศิ เหนอื ทอ่ี �ำ เภอหลม่ สกั อ�ำ เภอหลม่ เกา่ และ ที่มา : https://hilight.kapook.com/view/71838
อ�ำ เภอเมอื งเพชรบรู ณ ์ในปจั จบุ นั ไดพ้ บหลกั ฐานทเ่ี กย่ี วเนอ่ื งกบั ชมุ ชน
สมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตรเ์ ชน่ เดยี วกนั ทง้ั ชน้ิ สว่ นโครงกระดกู มนษุ ยท์ ่ี
ฝงั รว่ มกบั สง่ิ ของเครอ่ื งใช้ เครอ่ื งประดบั ท�ำ จากโลหะ แกว้ หนิ และ
พบตะกรนั โลหะ ซง่ึ เปน็ หลกั ฐานทางดา้ น โลหกรรมในพน้ื ทแ่ี ถบน้ี
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
3
ตอ่ มาเมอ่ื มนษุ ยร์ จู้ กั การใชต้ วั อกั ษรแลว้ ไดถ้ อื วา่ ภาพ เขาคลงั ใน
เขา้ สชู่ ว่ งสมยั ประวตั ศิ าสตร์ โดยอาจเรม่ิ นบั ตง้ั แตส่ มยั
ทร่ี บั วฒั นธรรมทวารวดี หลกั ฐานทป่ี รากฏชดั เจนใน ท่มี า : https://thailandtourismdirectory.go.th/th/attraction/3654
ชว่ งน้ี ไดแ้ ก่ เมอื งศรเี ทพ ซง่ึ เปน็ เมอื งโบราณทม่ี คี นู �ำ้
คนั ดนิ ลอ้ มรอบ และมรี อ่ งรอยการตดิ ตอ่ สมั พนั ธก์ บั
แหลง่ ชมุ ชน ซง่ึ มวี ฒั นธรรมแบบทวารวดใี นทร่ี าบลมุ่
แมน่ �ำ้ ปา่ สกั และแมน่ �ำ้ เจา้ พระยา มศี าสนสถานทเ่ี ปน็
สถปู เจดยี เ์ นอ่ื งในศาสนาพทุ ธ เชน่ เขาคลงั ใน และเขา
คลงั นอก โบราณวตั ถทุ เ่ี กย่ี วเนอ่ื งกบั ศาสนาทง้ั ธรรมจกั ร
พระพทุ ธรปู และพระโพธสิ ตั วจ์ �ำ นวนมาก มจี ารกึ อกั ษร
ปลั ลวะและหลงั ปลั ลวะ จารกึ เนอ้ื หาเกย่ี วกบั ศาสนา
เปน็ สว่ นใหญ่ มอี ายอุ ยใู่ นชว่ ง 1,200 - 1,400 ปมี าแลว้
ภาพ เขาคลังนอก
ท่ีมา : https://www.silpa-mag.com/news/article_28681
ในชว่ งประมาณ 800 - 900 ปมี าแลว้ อทิ ธพิ ลของเขมรไดแ้ ผม่ าถงึ เมอื งศรเี ทพเชน่ เดยี วกนั กบั เมอื งโบราณ ในเขตภาคตะวนั ออก
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคกลางของประเทศไทย มรี ปู เคารพ และปราสาทอทิ ธพิ ลเขมรสรา้ งขน้ึ เนอ่ื งในศาสนาฮนิ ดู
เชน่ ปรางคศ์ รเี ทพ ปรางคส์ องพน่ี อ้ ง และปรางคฤ์ าษี จนกระทง่ั ถงึ รชั สมยั ของพระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7 กษตั รยิ แ์ หง่ เขมรทแ่ี ผ่
ขยายอ�ำ นาจมาถงึ ยงั ดนิ แดนแถบน้ี เมอื งศรเี ทพกเ็ จรญิ อยเู่ ปน็ ชว่ งสดุ ทา้ ย และหลงั จากนน้ั รอ่ งรอยของเมอื งนก้ี ไ็ ดข้ าดหายไป
ภาพ ปรางคศ์ รีเทพ ภาพ ปรางคส์ องพน่ี ้อง
ที่มา : https://www.virtualhistoricalpark.finearts.go.th ที่มา : https://www.sites.google.com
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
4
ในชว่ งสมยั สโุ ขทยั เมอื งเพชรบรู ณม์ ฐี านะเปน็ เมอื ง
แว่นแคว้นด้านตะวันออกเฉียงใต้ พ่อขุนรามคำ�แหงได้
แผ่ขยายอาณาเขตอย่างกว้างขวาง ซ่ึงมีข้อความตอนหน่ึง
กล่าวถึง การแผข่ ยายมาถงึ พ้นื ท่ี ด้านตะวันออกของสุโขทัย
ตามศิลาจารึกพ่อขุนรามคำ�แหงหลักท่ี 1 ด้านท่ี 4 และ
ศิลาจารึกหลักท่ี 93 วัดอโศการาม ด้านท่ี 2 พ.ศ. 1949
จากศิลาจารึกหลักท่ี 1 คำ�ว่า “ลุมบาจาย” น้ัน
เช่ือว่าได้แก่เมืองหล่มเก่า และศิลาจารึกหลักท่ี 93 คำ�ว่า
“วชั ชปรุ ะ” เชอ่ื วา่ เปน็ เมอื งเพชรบรู ณ์ แสดงใหเ้ หน็ วา่ อาณาเขต
ของกรงุ สโุ ขทยั ในสมยั พอ่ ขนุ รามค�ำ แหงมหาราชและสมยั พระ
มหาธรรมราชาลไิ ทย (พ.ศ. 1991) มเี มอื งเพชรบรู ณเ์ ปน็ รฐั สมี า
ภาพ ศลิ าจารกึ หลักท่ี 1 (ศลิ าจารกึ พ่อขุนรามค�ำ แหง)
ท่ีมา : https://www.baanjomyut.com/library_2/king_
ramkhamhaeng_inscription/
ภาพ วดั ศรชี มุ กอ่ นทกี่ รงุ สโุ ขทยั จะรงุ่ เรอื งขน้ึ มานนั้ จารกึ สโุ ขทยั หลกั ที่ 2
ท่มี า : http://www.prapayneethai.com (จารกึ วดั ศรชี มุ ) ไดป้ รากฏชอื่ พอ่ ขนุ ผาเมอื ง (โอรสพอ่ ขนุ
หลักฐานทางโบราณคดีซึ่งเป็นส่ิงช้ีชัดว่า “เมืองเพชรบูรณ์” นาวนำ�ถมุ ผคู้ รองเมืองราด) ร่วมกบั พอ่ ขนุ บางกลางหาว
เป็นรัฐสีมาของสุโขทัย ได้แก่ พระเจดีย์ทรงดอกตูมหรือ ท�ำ การยดึ เมอื งสโุ ขทยั คนื จากขอมสมาสโขลญล�ำ พง และได้
ทรงพุ่มข้าวบณิ ฑข์ องวัดมหาธาตุเมืองเพชรบูรณ์ เช่นเดียวกับ ใหพ้ อ่ ขนุ บางกลางหาวเปน็ กษตั รยิ ค์ รองเมอื งสโุ ขทยั ตอ่ ไป
วดั มหาธาตขุ องสโุ ขทยั เมอื งอนื่ ๆ ซงึ่ จดั วา่ เปน็ สถาปตั ยกรรมแบบ ชาวเพชรบรู ณจ์ งึ เคารพนบั ถอื และไดส้ รา้ งอนสุ าวรยี ข์ อง
สโุ ขทยั แท้และในการขดุ คน้ ทางโบราณคดที พี่ ระเจดยี ์ทรงดอกบวั ตมู ทา่ นไวท้ อี่ �ำ เภอหลม่ สกั และเขาคอ้ เพอ่ื ร�ำ ลกึ ถงึ คณุ ความดี
วดั มหาธาตุ เมอื งเพชรบรู ณ์ ของกรมศลิ ปากร เมอื่ พ.ศ. 2510 ของพระองคส์ บื ไป
ไดพ้ บศลิ ปวตั ถมุ ากมาย เชน่ เครอื่ งสงั คโลกของไทย และเครอ่ื งถว้ ย
กับตกุ๊ ตาจนี
ภาพ พระเจดีย์ทรงดอกบวั ตูมหรอื ทรงพุม่ ขา้ วบิณฑ์
ท่ีมา : https://www.gplace.com/2307
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
5
ในสมยั อยธุ ยา เมืองเพชรบรู ณ์ขึน้ กบั กรงุ ศรอี ยุธยา ในชว่ งพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991 - 2031)
ได้กล่าวถึงศักดินาข้าราชการที่มียศสูงสุด มีศักดินาหน่ึงหม่ืน หน่ึงในนั้น ได้แก่ พระยาเพชรรัตน์สงคราม (ประจำ�
เพชรบรู ณ์) และในช่วงเวลาเดยี วกัน เมอื งศรีถมอรตั น์ (ศรเี ทพ) ขน้ึ ทำ�เนียบเป็นหัวเมืองรวมอยดู่ ว้ ยผูด้ �ำ รงต�ำ แหน่ง
ผู้ว่าราชการเมืองเป็นที่พระศรีถมอรัตน์ตามชื่อเขาแก้วหรือเขาถมอรัตน์ ซ่ึงเป็นเขาสำ�คัญของเมืองเพชรบูรณ์
ยังถูกกล่าวถึงอีกหลายครั้งในฐานะหัวเมืองสำ�คัญ ดังปรากฏในพงศาวดารไทยรบพม่า สรุปความได้ว่าใน
สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ถูกพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง แห่งพม่ายกทัพมาตี ได้มีกองทัพจากพระไชย
เชษฐาธิราชแห่งนครเวียงจันทน์ในฐานะพันธมิตรยกทัพมาช่วยทางด่านนครไทยเข้ามาทางเมืองเพชรบูรณ์
ในสมัยพระมหาธรรมราชา เกิดเหตุการณ์พระยาละแวกเจ้าแผ่นดินเขมร ยกทัพมารุกรานหลายคร้ัง
ใน พ.ศ. 2125 พระยาละแวกส่งทัพโดยมีพระทศราชาและพระสุรินทรราชาเข้าตีเมืองนครราชสีมา เมื่อได้แล้ว
จงึ เตรยี มเคล่ือนทพั ไปตเี มืองสระบรุ ี ในคราวนนั้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ให้พระศรีถมอรตั น์ (เจา้ เมืองศรเี ทพ
สมัยนั้นเรียกว่าเมืองท่าโรง) และพระชัยบุรี (เจ้าเมืองชัยบาดาล) เป็นผู้นำ�กองทัพหัวเมืองเข้าร่วมขับไล่ข้าศึก
จนแตกพ่ายไป
สมเด็จกรมพระยาดำ�รงราชานุภาพ
ทรงวเิ คราะหว์ า่ เมอื งเพชรบรู ณส์ รา้ งขนึ้ มา 2 ยคุ บน
บริเวณเดียวกัน ยุคแรกคงอยู่ในเวลาที่เมืองสุโขทัย
หรือพิษณุโลกเป็นศูนย์กลางการปกครอง เพราะ
สร้างเมืองมีลำ�น้ำ�ป่าสักไว้กลางเมืองลักษณะเดียว
กับเมืองพิษณุโลก แนวกำ�แพงเมืองกว้างยาวด้าน
ละ 800 เมตร ยคุ ที่ 2 น่าจะสร้างขึน้ ในสมัยสมเดจ็
พระนารายณม์ หาราชแหง่ กรงุ ศรอี ยธุ ยา ดว้ ยมปี อ้ ม
และก�ำ แพงลกั ษณะเดยี วกบั ปอ้ มก�ำ แพงเมอื งทส่ี รา้ ง
ที่ลพบุรี เป็นแต่ร่นแนวกำ�แพงเมืองเล็กลงกว่าเดิม
ภาพ สมเดจ็ กรมพระยาด�ำ รงราชานภุ าพ
ท่มี า : https://www.cuartculture.chula.ac.th/
สมัยกรุงธนบุรี พ.ศ. 2318 กองทัพพม่าโดยอะแซหวุ่นก้ียกทัพมาตีกรุงธนบุรี ได้ล้อมเมืองพิษณุโลก
ไว้ เจ้าพระยาจักรี (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และเจ้าพระยาสุรสีห์ได้ตีฝ่านำ�ทัพออกมาได้
และมาชุมนุมพกั ทพั สะสมเสบียงทเ่ี มอื งเพชรบรู ณ์
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
6
ในช่วงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ช่ือเมืองเพชรบูรณ์และศรีเทพ (สีเทพ) ยังปรากฏในเอกสารสมุดไทยดำ�
ใบบอกข่าวการสวรรคตของรัชกาลท่ี 2 ในฐานะหัวเมืองข้ึนกรมมหาดไทย ในสมัยรัชกาลท่ี 3 มีการยกฐานะของ
เมืองและเปล่ียนชื่อเมืองจากศรีเทพเป็นวิเชียรบุรี และสร้างเมืองหล่มสักข้ึน โดยสมเด็จกรมพระยาดำ�รงราชา-
นุภาพ สนั นิษฐานวา่ เดิมบริเวณหลม่ เก่ามี “เมืองลม” หรือ “เมอื งหลม่ ” ในสมัยสุโขทัยซ่ึงเป็นเมอื งท่ชี าวเวยี งจนั ทน์
และหลวงพระบางมาอาศัยอยู่จำ�นวนมาก ต่อมาในสมัยรัชกาลท่ี 4 มีการเปลี่ยนแปลงนามเจ้าเมืองเพชรบูรณ์และ
เมอื งวเิ ชียรบุรี ซึ่งใชช้ ่อื เดมิ มาแตส่ มัยอยธุ ยา
ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการรวบรวมหัวเมืองตามชายแดน
ท่ีสำ�คัญต้ังเป็นเขตการปกครองใหม่ขึ้นเป็นมณฑล ในปี พ.ศ.
2442 มณฑลเพชรบูรณ์ ได้ตั้งข้ึนเป็นอิสระเน่ืองจากท้องที่มี
ภูเขาล้อมรอบการคมนาคมกับมณฑลอ่ืนไม่สะดวก ลำ�บาก
แก่การติดต่อราชการ โดยโอนเมืองหล่มสัก อำ�เภอหล่มเก่า
อำ�เภอวังสะพุง มาข้ึนกับมณฑลเพชรบูรณ์ ยุบเมืองวิเชียรบุรี
เป็นอำ�เภอโอนอำ�เภอบัวชุม อำ�เภอชัยบาดาลขึ้นกับเมือง
เพชรบูรณ์ มณฑลเพชรบูรณ์จึงมีสองเมือง คือ หล่มสักกับ
เพชรบูรณ์ ผู้บริหารราชการเป็นตำ�แหน่งข้าหลวงเทศาภิบาล
ผดู้ �ำ รงต�ำ แหนง่ คนแรก คอื พระยาเพช็ รรตั นสงคราม (เฟอ่ื ง เฟอื่ ง
เพ็ชร) ภาพ พระยาเพ็ชรรัตนสงคราม
ทม่ี า : https://www.facebook.com/wisonk
พ.ศ. 2447 เมือ่ พระยาเพ็ชรรตั นสงคราม (เฟ่ือง เฟือ่ งเพ็ชร) ถึงแก่กรรมไดย้ ุบมณฑลเพชรบรู ณล์ งไปใหข้ ้ึน
กับมณฑลพิษณุโลก เพราะเป็นมลฑลเล็กรายได้จากพ้ืนที่น้อย หาคนมารับราชการยากและได้ต้ังเป็นมณฑลอีกใน
ปี พ.ศ. 2450 และไดย้ ุบอกี คร้ังในปี พ.ศ. 2459 จังหวัดเพชรบูรณใ์ นขณะนนั้ มี 4 อำ�เภอ ไดแ้ ก่ อ�ำ เภอเมอื ง อ�ำ เภอ
วัดป่า (หลม่ สกั ) อำ�เภอวิเชียรบุรี และกิ่งอ�ำ เภอชนแดน จนกระท่งั พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกมณฑลต่าง ๆ ท่ัวประเทศ
ชว่ งปลายสงครามโลกครง้ั ที่ 2 ในสมยั รฐั บาลจอมพล ป.
พบิ ลู สงคราม ปี พ.ศ. 2486 ไดว้ างแผนการจดั สรา้ งนครบาลเพชรบรู ณ์
เพอื่ เปน็ เมอื งหลวงแหง่ ใหม่ แทนกรงุ เทพฯ โดยใหก้ รงุ เทพฯ เปน็
เมืองท่า ในขณะเดียวกันก็ใช้เพชรบูรณ์เป็นฐานทัพในการขับไล่
ญ่ีปุ่นด้วย และต้ังอยู่ในทำ�เลที่เหมาะสม ห่างจากกรุงเทพ 346
กิโลเมตร สามารถติดต่อกับประเทศจีนโดยผ่านพม่าและลาวได้
สะดวกเชน่ กนั นอกจากนแ้ี ลว้ หากเกดิ เหตกุ ารณใ์ นภาวะสงคราม
การขดั แยง้ ระหวา่ งประเทศญปี่ นุ่ สหรฐั อเมรกิ า และองั กฤษในขณะ
นนั้ เพชรบรู ณจ์ ะเปน็ สถานทที่ ป่ี ลอดภยั แตเ่ นอ่ื งจากระเบยี บการ
บรหิ ารนครบาลเพชรบรู ณไ์ มผ่ า่ นความเหน็ ชอบจากสภาผแู้ ทนราษฎร
ท�ำ ใหต้ อ้ งยกเลกิ ไป แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามไดม้ กี ารพฒั นาปรบั ปรงุ และ
สรา้ งสง่ิ อ�ำ นวยความสะดวกทง้ั อาคารสถานทขี่ น้ึ มากมายในจงั หวดั
เพชรบูรณ์ ณ ชว่ งเวลาน้ีและทำ�ใหเ้ ป็นที่รจู้ กั อยา่ งกว้างขวางข้นึ จอมพล ป.พบิ ูลสงคราม
นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศไทย
ที่มา : https://www.google.com
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
7
ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2510 - 2525 บริเวณพื้นท่ีรอยต่อ 3 จังหวัด (เพชรบูรณ์ พิษณุโลก และเลย)
พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยท่ีต้องการยึดอำ�นาจและเปลี่ยนแปลงการปกครองได้แทรกซึมและครอบครอง
มีผู้ก่อการร้ายเข้าต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาล หลังจากท่ีสู้รบเป็นเวลา 14 ปีเศษ รัฐบาลจึงได้รับชัยชนะ ปัจจุบันจึง
ยังมีสถานที่หลงเหลืออยู่เป็นอนุสรณ์บนเทือกเขาค้อท่ีเคยเป็นสมรภูมิการสู้รบทางอุดมการณ์ และกลายเป็น
สถานท่ีท่องเท่ียวอีกแห่งหนึ่งในปัจจุบัน หลังจากนั้นเมืองเพชรบูรณ์ก็มีรูปแบบการปกครองดังเช่นในปัจจุบัน
กล่าวโดยสรุปได้ว่า พื้นท่ีของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีหลักฐานการปรากฏอยู่ของชุมชนในแถบลุ่มแม่น้ำ�ป่า
สักมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย จากนั้นได้รับอารยธรรมจากภายนอก ได้แก่ วัฒนธรรมทวารวดี
และวัฒนธรรมเขมรโบราณ ทำ�ให้ชุมชนเหล่าน้ันมีพัฒนาการด้านต่าง ๆ จนกลายเป็นสังคมเมืองขนาดใหญ่สืบมา
เมื่อเข้าสู่ช่วงสมัยสุโขทัย เมืองเพชรบูรณ์มีฐานะเป็นเมืองแว่นแคว้นของกรุงสุโขทัย และในสมัยกรุงศรีอยุธยา
มีเมืองเพชรบูรณ์และเมืองศรีเทพเป็นเมืองสำ�คัญและต่อเน่ืองจนถึงช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ ต่อมาได้มี
การเปลี่ยนแปลงและแบ่งเขตการปกครองอีกหลายครั้ง จนครั้งหนึ่ง เมืองเพชรบูรณ์เกือบมีฐานะเป็นเมืองหลวง
ของประเทศไทยแทนกรุงเทพฯ ในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม และหลังจากนั้นได้มีการปรับปรุงพัฒนาด้าน
ต่าง ๆ มากมายจนกระทั่งเป็นเมืองเพชรบูรณ์ในปัจจุบัน (นายธวัชชัย ช้ันไพศาลศิลป์ นักโบราณคดี ปฏิบัติการ
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ท่ีมา : http://www.phetchabun.go.th/data_detail.php?content_id=1)
วดี ีทศั น์ มลฑลเพชรบูรณ์
ทมี่ า : https://www.facebook.com/wisonk
วีดที ัศน์ เสาหลกั เมืองเพชรบรู ณ์
ทีม่ า : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์
8
แหล่งชมุ ชนโบราณของจังหวดั เพชรบูรณ์ ภาพ บา้ นเมอื งหล่มสัก ถา่ ยสมยั สมเด็จกรมพระยา
ด�ำ รงราชานภุ าพ เสดจ็ ตรวจราชการ พ.ศ.2447
1. เมอื งหลม่ ประวตั คิ วามเปน็ มาอ�ำ เภอหลม่ สกั ท่มี า : https://www.facebook.com/wisonk
ตง้ั อยทู่ างทศิ เหนอื ของจงั หวดั เพชรบรู ณต์ ามเสน้ ทางหลวง
แผ่นดินหมายเลขที่ 21 สายหล่มสัก - สระบุรี ห่างจาก
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ 44 กโิ ลเมตร สมเดจ็ กรมพระยาด�ำ รงราชา
นภุ าพ ไดส้ นั นษิ ฐานวา่ เมอื งหลม่ สกั ตง้ั ขน้ึ ในสมยั รชั กาลท่ี 3
แหง่ กรงุ รตั นโกสนิ ทร์โดยเจา้ เมอื งหลม่ สกั หรอื เมอื งลมคนที่6คอื
พระยาสรุ ยิ วงษาเดชชนะสงคราม(คง)ซงึ่ มเีชอ้ื สายชาวเวยี งจนั ทน์
ได้ย้ายเมืองจากบ้านหนองขี้ควาย (บ้านหินกลิ้ง ตำ�บล
หลม่ เก่าในปัจจุบนั ) ไปตั้งเมืองขึน้ ใกล้ล�ำ น้�ำ ป่าสกั บริเวณ
บา้ นโพธิ์ (บา้ นทา่ กกโพธ)์ิ ตำ�บลตาลเด่ียว ปี พ.ศ. 2436
ในสมัยรัชกาลท่ี 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองหล่มสักเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลลาวพวน (ภายหลังเปล่ียน
ช่ือเป็นมนฑลอุดร) เพราะมีขนบธรรมเนียมประเพณีคล้ายคลึงกัน ขณะท่ีเมืองเพชรบูรณ์ข้ึนอยู่กับมณฑลลาวกลาง
ต่อมา ปี พ.ศ. 2442 ได้รวมเมอื งหลม่ ศกั ดิ์กับเมืองเพชรบรู ณต์ งั้ เปน็ มณฑลเพชรบูรณ์ขึ้น โดยเมืองหลม่ ศักดปิ์ ระกอบ
ด้วยอำ�เภอวัดป่ากับอำ�เภอหล่มเก่า ปี พ.ศ.2459 ได้มีประกาศยุบมณฑลเพชรบูรณ์ เมืองหล่มศักดิ์ จึงมีฐานะเป็น
จังหวัดหล่มศักดิ์ โดยพระแก้วอาษา (ทองดี) นายอำ�เภอด่านซ้าย เป็นผู้ว่าราชการเมืองหล่มศักดิ์ ต่อมาเม่ือประมาณ
ปี พ.ศ.2464 จังหวัดหล่มศักด์ิได้ถูกลดฐานะลงเป็นส่วนหน่ึงของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีชื่อว่าอำ�เภอวัดป่า และได้มี
พระราชกฤษฎีกาลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2481 เปล่ียนช่ือจากอำ�เภอวัดป่าเป็นอำ�เภอหล่มสักจนถึงปัจจุบัน
สภาพทางภมู ศิ าสตร์ ทตี่ ง้ั และอาณาเขตอ�ำ เภอหลม่ สกั มเี นอ้ื ทป่ี ระมาณ 1,535 ตารางกโิ ลเมตรสว่ นกวา้ งทส่ี ดุ
จากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกประมาณ 44 กิโลเมตร และส่วนยาวท่ีสุดจากทิศเหนือถึงทิศใต้ประมาณ
52 กโิ ลเมตร มอี าณาเขตตดิ ตอ่ ดงั นี้ ทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ กบั อ�ำ เภอหลม่ เกา่ และอ�ำ เภอน�ำ้ หนาว จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ทศิ ใตต้ ดิ ตอ่ กบั
อำ�เภอเมืองเพชรบูรณ์ ทิศตะวันออกติดต่อกับอำ�เภอนำ้�หนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำ�เภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ
ทศิ ตะวนั ตกตดิ ตอ่ กับอ�ำ เภอเขาค้อ จงั หวัดเพชรบูรณ์
ภาพ เรือนไม้ชุมชนรางวลั อนุรกั ษศ์ ิลปะสถาปัตยกรรมดเี ด่นประจ�ำ ปี 2560 ประเภทชุมชน
ทม่ี า : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
9
2. ชุมชนบ้านสะเดียง
บ้านสะเดียง เป็นชุมชนเก่าแก่ควบคู่กับเมืองเพชรบูรณ์มาแต่โบราณกาล ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตก
ของตัวเมืองเพชรบูรณ์ มีถนนบุรกรรมโกวิทผ่านกลางชุมชนวิ่งเป็นแนวตะวันออก - ตะวันตก จากภูเขาป่าแดง
ทางทิศตะวันตก มีลำ�น้ำ� 2 สายไหลรวมกันมาลงแม่น้ำ�ป่าสักทางทิศตะวันออก นั่นก็คือคลองสาน ทางด้านเหนือ
และคลองบ้านสะเดยี ง ทางด้านใต้ นอกจากนนั้ ไดม้ ีบนั ทึกพงศาวดารในสมัยรชั กาลที่ 3 เรือ่ งการยกทัพมาปราบศึก
เจ้าอนวุ งศ์ เมืองลาว ว่ามีการต้ังค่ายทหารท่ีบา้ นสะเดียงดว้ ย นอกจากนน้ั โรงเรียนบา้ นสะเดยี งเป็นโรงเรียนเกา่ แก่
ทีก่ อ่ ต้งั มายาวนานโดยพระยาเทพาธิบดี (อ่มิ เทพานนท)์ ขา้ หลวงเทศาภบิ าลมณฑลเพ็ชรบูรณ์ ในสมัยรชั กาลท่ี 5
บา้ นสะเดียงเดมิ เคยเขียนวา่ เสดยี ง แตต่ อนหลังทางราชการไดป้ ระกาศเปลี่ยนเป็น สะเดยี ง เพื่อปอ้ งกนั
การสบั สนในการอ่าน ซึ่งอาจจะกลายเป็น เส–ดี–ยง .. มีคนเลา่ ว่า สมยั กอ่ นมรี ถเร่ฉายหนังขายยาใหด้ ูฟรี ไดใ้ ชร้ ถ
ขยายเสียงประกาศวา่ คนื นี้มหี นังให้ดทู โ่ี รงเรียน เส-ด-ี ยง คนสะเดยี งกพ็ ากันสงสัยวา่ มนั อย่ตู รงไหน พอไปดจู ริงกถ็ ึง
รู้ว่าเปน็ โรงเรยี นบา้ นสะเดียงนัน่ เอง การเปลีย่ นจาก “เสดียง” มาเปน็ “สะเดียง” น้นั ทางโรงเรียนเป็นผ้เู รมิ่ เปลยี่ น
ปา้ ยชอ่ื ของโรงเรยี นกอ่ นจากนน้ั กไ็ ดใ้ ชก้ นั แพรห่ ลายและประกาศใชอ้ ยา่ งเปน็ ทางการค�ำ วา่ สะเดยี งนน้ั ตงั้ ชอื่ ตามชอ่ื
“สายสะเดียง” นั่นคอื หวายป่าเสน้ ยาว ๆ ทีช่ าวบ้านนำ�มาเป็นราวตากผ้าซงึ่ นอกจากจะเป็นราวตากผา้ แลว้ ยงั นยิ ม
ท�ำ ไวต้ รงเขตแดนของทดี่ นิ ตวั เอง จงึ เขา้ ใจวา่ ชาวบา้ นสะเดยี งสมยั กอ่ นนยิ มใชส้ ายสะเดยี งกนั มากเพอ่ื ใชป้ ระโยชนใ์ น
การตากผา้ และบ่งบอกเขตแดนเปรียบเสมอื นรั้วในปจั จุบนั
คนสะเดยี งมภี าษาทเ่ี ปน็ ส�ำ เนยี งของตนเองและภาษาสะเดยี งกย็ งั เปน็ ภาษารากของส�ำ เนยี งภาษาทอ้ งถนิ่
ของเพชรบูรณท์ ้งั หมด ไม่ว่าจะเป็นส�ำ เนยี ง นายม ตะเบาะ บา้ นโตก ชอนไพร สักแห้ง ปากนำ้�บา้ นโคก ดงมลู เหลก็
ปา่ เล่า บา้ นพล�ำ ป่าแดง ฯลฯ แมก้ ระทง่ั สำ�เนียงบา้ นในเมืองเพชรบูรณ์ และบา้ นคลองศาลา กล็ ว้ นมาจากรากภาษา
สะเดยี งเชน่ เดยี วกนั ทั้งหมด คำ�ว่า บ่ เด๋ เดอ๋ เดง้ิ สะ แนว๊ บึย้ จั๊ก เหยา ๆ เหยียะ ๆ กอ้ เอ๊ง แก่ เอง เณร ฯลฯ แม้
กระทงั้ “ซอ่ ล่อ” กเ็ ปน็ ศพั ทค์ ำ�พูดในภาษาสะเดียงท่ีมีเสนห่ แ์ ละมอี ตั ลักษณส์ ูง เมื่อใครได้ยนิ คนสะเดยี งพูดกันกจ็ ะ
อดยม้ิ ไมไ่ ด้ นอกจากนนั้ ในการแสดงต�ำ นานประเพณอี มุ้ พระด�ำ น�ำ้ ของเมอื งเพชรบรู ณซ์ ง่ึ เปน็ งานประเพณอี นั ยง่ิ ใหญ่
ของจงั หวดั เพชรบูรณก์ ็ยังไดน้ ำ�ภาษาสะเดียงเขา้ ไปใชใ้ นบทสนทนาในส่วนที่เปน็ ค�ำ พดู ของชาวบา้ นอีกดว้ ย
คนสะเดยี งเปน็ คนไมย่ อมคนเปน็ คนสคู้ นแตใ่ นระหวา่ ง
หมพู่ วกหรอื หากใครไดค้ บแลว้ จะเหน็ ไดว้ า่ คนสะเดยี งจะเปน็
คนนา่ รกั จิตใจดี จริงใจ รักใครรกั จรงิ แตง่ กายเรียบงา่ ย เป็น
คนท�ำ งานหนกั หนกั เอาเบาสไู้ มเ่ กยี่ งงาน มนี �ำ้ ใจ รกั สามคั คกี นั
เปน็ ห่วงเป็นใย
ภาพ การแต่งกายไปท�ำ บุญตักบาตรของสภุ าพสตรีในสมยั ก่อน
ท่มี า : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
10
คนบ้านเดียวกัน ไม่ว่าใครจะมีงานอะไรก็จะไปช่วยงานกันทั้งชุมชนคนละไม้คนละมือ คนสะเดียงเวลาเจอกัน
จะทักทายและคุยกันเสียงดัง คำ�ด่าและคำ�หยอกของภาษาสะเดียงจะเป็นคำ�เดียวกัน เช่น ถ้าออกเสียงส้ัน ๆ ก็จะเป็น
คำ�หยอก แต่ถ้าคำ�เดิมนั้นลากเสียงยาว ๆ ก็จะกลายเป็นคำ�ด่าไป นอกจากน้ัน คนสะเดียงยังเป็นคนชอบสนุกสนาน
มีการละเล่นและประเพณีต่าง ๆ เป็นของตนเอง เช่น เพลงฉ่อยบ้านสะเดียง ประเพณีก่อเจดีย์ทรายกลบธาตุ
ประเพณีก่อเจดีย์ข้าวเปลือก ประเพณีทอดผ้าป่าประจำ�ปีของวัดทุ่งสะเดียงและวัดช้างเผือก ถนนเล่นนำ้�สงกรานต์
“ถนนข้าวโพด” และ “ไอ้แสบ” แสนศักด์ิ เมืองสุรินทร์ นักมวยแชมป์โลกคนสะเดียง เจ้าของสถิติชกมวยสากล
3 คร้งั ไดเ้ ป็นแชมป์โลกเลย สว่ นอาหารข้ึนชื่อของคนสะเดียงนั้น นอกจากขนมจีนนำ้�ยาแล้วก็ตอ้ ง แกงบอน แกงขเี้ หลก็
หมี่แดง ทอดมนั หวั ปลี ย�ำ แตง นำ�้ พรกิ ปลารา้ ผักนงึ่ กะทิ ฯลฯ
คำ�ว่าบ้านสะเดียง และตำ�บลสะเดียงนั้นมี
นัยต่างกันกล่าวคือบ้านสะเดียงน้ันเป็นชุมชนใหญ่
มากกินอาณาเขตท้ังในเขตเทศบาลฯและเลยไปถึง
นอกเขตเทศบาลฯผู้คนจะเรียกตัวเองว่าเป็นคนสะ
เดียงโดยเริ่มตั้งแต่บริเวณโรงสีไฟไหม้วัดช้างเผือกและ
ซอยตากลอยไล่ไปเร่ือยคือแยกโพธิ์ล้มโคกนารายณ์
บ้านเด่น คลองสาน สี่แยกบ้านสะเดียง แยกหมอกาว
เตลดิ ไปจนออกนอกเขตเทศบาลฯ เปน็ บา้ นสะเดยี งหมู่ 6
หมู่ 7 บา้ นตระกุดบง หมู่ 8 บา้ นไร่ ของตำ�บลสะเดยี ง
ภาพ ปจั จุบันบา้ นสะเดียง
ท่มี า : https://www.facebook.com/
ส่วนคำ�ว่าตำ�บลสะเดียง น้ัน เป็นการก่อตั้งตำ�บลโดยการรวบรวมหมู่บ้านชุมชนต่าง ๆ ท่ีอยู่รอบ ๆ ตัวเมือง
เพชรบูรณ์ขึ้นมาตั้งเป็นตำ�บลฉะน้ันจะเห็นได้ว่าอาณาเขตของตำ�บลสะเดียงนั้นจะมีลักษณะเป็นวงกลมเปรียบเสมือน
ไข่ขาวล้อมรอบตัวเมืองเพชรบูรณ์หรือที่เรียกว่าตำ�บลในเมืองซึ่งเปรียบเสมือนไข่แดงอีกทีหนึ่ง ในบรรดาหมู่บ้าน
ตา่ ง ๆ ท่ีไดถ้ กู รวบรวมเป็นต�ำ บลสะเดยี งนี้ เนื่องจากวา่ บา้ นสะเดียงเป็นชมุ ชนใหญก่ วา่ ใครและมปี ระวัติความเปน็ ชมุ ชน
มาชา้ นาน จงึ ไดต้ ั้งช่อื ตำ�บลแห่งนวี้ ่า ต�ำ บลสะเดยี ง แต่หมูบ่ า้ นอื่น ๆ ท่เี ข้ามาร่วม ไดแ้ ก่ บ้านไร่ หนองนารี โคกหนองหอย
ปากปู่ ไรเ่ หนอื ทะเลทอง ป่าม่วง ไทรงาม คลองศาลา และบา้ นหนองย้งั หม่บู า้ นต่าง ๆ เหลา่ นีก้ ย็ ังคงเรยี กชือ่ ดั้งเดิม
หม่บู า้ นของตวั เอง แตก่ ็เป็นสว่ นหนึ่งของต�ำ บลสะเดยี ง
บ้านสะเดียงเป็นชุมชนพื้นเมืองโบราณด้ังเดิม
ของเพชรบูรณ์ มภี าษา วัฒนธรรม ประเพณี ที่โดดเด่น
เปน็ อตั ลกั ษณข์ องตวั เอง คนสะเดยี งเปน็ คนจรงิ จงั จรงิ ใจ
ขยนั ขนั แขง็ มอี ธั ยาศยั น�้ำ ใจอนั ดยี ง่ิ และใชช้ วี ติ ทเ่ี รยี บงา่ ย
ภาพ ขบวนแหน่ าคถนนไปสะเดยี งในอดีต
ทม่ี า : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
11
พอเพยี งทส่ี �ำ คญั คอื คนสะเดยี งทกุ คนภาคภมู ใิ จและไมเ่ คยหลงลมื รากเหงา้ หรอื ตวั ตนทแ่ี ทจ้ รงิ ของตนเองเลย คนสะเดยี ง
จะไมอ่ ายทจี่ ะพดู ภาษาสะเดยี งและใชช้ วี ติ อยา่ งคนสะเดยี ง (ทม่ี า : ดร.วศิ ลั ย์ โฆษติ านนท์ [email protected])
ภาพ ขบวนแห่รอบโบสถว์ ดั ชา้ งเผือกในอดตี
ท่มี า : https://www.facebook.com/wisonk
ภาพ พระอุโบสถเก่าวัดช้างเผอื กร้ือเมอื่ พ.ศ.2526
ที่มา : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
3. ชมุ ชนท่าโรง อ�ำ เภอวเิ ชียรบุรี 12
วิเชยี รบรุ นี นั้ แตด่ ง้ั เดมิ มชี ่อื ว่า เมอื งศรีเทพ
ภาพ พระราชกรสิ ตกี า เปล่ยี นชื่ออำ�เภอทา่ โรง หรอื ชาวบา้ นเรยี กกนั วา่ เมอื งทา่ โรง (มาจาก
จงั หวัดเพชรบรู ณ์ พุทธศกั ราช 2487 ค�ำ วา่ ทา่ ลงเรอื ล�ำ น�ำ้ สกั ) มพี ระศรถี มอรตั น์
ที่มา : https://www.facebook.com/wisonk (มาจากชื่อเขาถมอรัตน์) เป็นชื่อตำ�แหน่ง
พระยาประเสริฐสงคราม (ใจ) จึงเป็น เจา้ เมอื ง
เจ้าเมืองวิเชียรคนสุดท้าย และเปลี่ยนตำ�แหน่ง
ไปเปน็ จางวางก�ำ กบั อ�ำ เภอวเิ ชยี รแทน และพระยา ตอ่ มาสมยั รชั กาลท่ี3หลงั เสรจ็ ศกึ เจา้ อนวุ งศ์
ประเสรฐิ สงคราม ใหข้ อ้ มูลแกส่ มเดจ็ กรมพระยา ไดม้ ปี ระกาศเปลย่ี นชอ่ื เปน็ “เมอื งวเิ ชยี ร” ตาม
ดำ�รงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ชอ่ื เขาแกว้ หรอื เขาถมอรตั น์ และตง้ั ชอ่ื ต�ำ แหนง่
ที่มาตรวจราชการท่ีมณฑลเพชรบูรณ์ เม่ือ พ.ศ. เจ้าเมืองใหม่เป็น พระยาประเสริฐสงคราม
2447 วา่ เมอื งวเิ ชยี ร เดมิ นนั้ เคยชอื่ วา่ เมอื งศรเี ทพ เมอื่ พ.ศ. 2482 ไดเ้ ปลยี่ นชอ่ื กลบั ไปเปน็ อ�ำ เภอ
อำ�มาตย์โท พระยาประเสริฐสงคราม ท่าโรง ซ่ึงเป็นชื่อด้ังเดิมที่มีมาแต่โบราณ
(ใจ) จางวางก�ำ กบั อ�ำ เภอวเิ ชยี ร ไดร้ บั พระราชทาน แตต่ อ่ มา เม่ือ พ.ศ. 2487 ได้กลับมาใชช้ ือ่
นามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า อำ�เภอวเิ ชียรบรุ ี อีกครงั้
เจ้าอยู่หวั ว่า “ณวเิ ชยี ร” เม่ือ 19 ธันวาคม 2458
ซงึ่ ตอ่ มากไ็ ดพ้ ระราชทานนามใหใ้ หมอ่ กี เปน็ พระยา
นรเสรษฐ์สวามิภักด์ิ
ภาพ พระยาประเสรฐิ สงคราม (ใจ)
ทีม่ า : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
13
เมื่อ พ.ศ. 2482 อำ�เภอวิเชียร ไดเ้ ปลีย่ นชอ่ื กลบั ไปเป็น อ�ำ เภอทา่ โรง ซึ่งเปน็ ชอ่ื ดั้งเดิมทมี่ ีมาแตโ่ บราณ
แตต่ ่อมาเมอื่ พ.ศ. 2487 ก็ได้ประกาศใหก้ ลบั มาใชช้ ื่อ อำ�เภอวเิ ชียรบุรี จึงเป็นเมอื งโบราณ ตง้ั อย่รู ิมล�ำ น�ำ้ สัก
ตอนใต้สดุ ของจงั หวดั เพชรบรู ณ์
ภาพ เรอื แจว เรือประทนุ ภาพ ขบวนแห่ผ้าปา่ ทางเรอื ในวนั สารทไทย
ท่ีมา : https://www.facebook.com/wisonk ทอด ณ วัดห้วยชนั
ท่ีมา : https://www.facebook.com/wisonk
วัฒนธรรม ประเพณที ี่ส�ำ คญั ของคนวิเชียรบรุ ีในปจั จุบนั ไดแ้ ก่
1. ร�ำ โจ๋ง เป็นการละเล่นพ้นื บ้านท่ีมมี าตัง้ แต่
สมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา โดยมลี กั ษณะทา่ ทางการร�ำ เลยี นแบบ
วิถชี วี ติ จริงในการตอ้ นววั แบ่งผู้เล่นออกเปน็ 2 ฝา่ ย คือ
ฝา่ ยหญงิ กบั ฝา่ ยชายสมมตใิ หฝ้ า่ ยชายเปน็ ววั สว่ นฝา่ ยหญงิ
เปน็ คนต้อนและไลจ่ บั วัวโดยจะร�ำ ประกอบเสยี งการตี
กลองโทน
2. ตำ�นานขอนไม้มาด ที่เล่าเร่ืองการตัดไม้
มาดที่บ้านวังบาลหล่มเก่า 2 ต้น แล้วเกิดเหตุการณ์
ข้ึนหลายอย่างที่มีความสัมพันธ์กับสถานท่ีต่าง ๆ
มากมายทง้ั ที่หล่มเก่า หล่มสกั ท่อี �ำ เภอเสาไห้ สระบุรี
และขอนไม้มาดทวี่ ัดวเิ ชียรบำ�รุง เมอื งวิเชียรบุรี
3. ตำ�นานเมืองเล็ง เป็นเร่ืองราวเกี่ยวกับ
การสรา้ งถนนแขง่ กนั ระหวา่ งเจา้ เมอื งเลง็ (อยใู่ กล้ ๆ เมอื ง
วเิ ชยี รบรุ )ี และเจา้ เมอื งศรเี ทพ จนเกดิ การลม่ สลายของ
เมอื งศรีเทพในท่ีสุด
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์
14
4. เขาคอ้
ประวัติความเปน็ มาความขัดแยง้ ทาง
อุดมการณ์ทำ�ให้เกิดสงครามก่อการร้ายข้ึนตั้งแต่
ปี พ.ศ. 2508 โดยเฉพาะในพ้นื ทร่ี อยตอ่ 3 จงั หวัด
คอื เพชรบรู ณ์ พษิ ณโุ ลก เลย ฝา่ ยตอ่ ตา้ นรฐั บาลได้
ยดึ เอาพนื้ ทท่ี ม่ี สี ภาพเปน็ ปา่ เขา ยากทฝ่ี า่ ยรฐั บาลจะ
ปราบปรามได้ โดยใช้เขาคอ้ เปน็ ศูนยก์ ลางกองทัพ
บกไดม้ อบหมายให้กองทัพภาคท่ี 3 รับผิดชอบใน
การต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยจัดตั้ง
กองบัญชาการผสม 394 ข้ึนที่สนามบิน อำ�เภอ
หล่มสกั จงั หวัดเพชรบรู ณ์ เมอ่ื วนั ที่ 25 ธันวาคม
2511 ปจั จบุ นั เปน็ ทตี่ งั้ กองบญั ชาการผสมพลเรอื น
ต�ำ รวจ ทหาร ที่ 33 (พตท.33) ไดด้ �ำ เนนิ การต่อสู้
อย่างต่อเนื่องโดยผ่านยุทธการท่ีสำ�คัญรวม 12
คร้ัง เชน่ ยทุ ธการภขู ้ีเถา้ ยทุ ธการรามสูร ยทุ ธการ
ผาเมอื งเผด็จศกึ 1 - 3 ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร
ฯลฯ เปน็ ต้น เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 - 2515
ไดเ้ ริม่ สรา้ งถนนแยกจากถนนพษิ ณุโลก - หล่มสกั
ตรงบริเวณกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สนไปยัง ภาพ สถานการณก์ อ่ การร้าย พ.ศ.2508
บ้านเล่าลอื ที่มา : https://www.facebook.com/wisonk
ในปพี .ศ. 2517 ไดม้ แี นวความคดิ ทจี่ ะลดความกดดนั การขดั ขวางงานของพรรคคอมมวิ นสิ ตแ์ หง่ ประเทศไทย
โดยการสร้างถนนอีกสายหนึ่งจากบา้ นนางัว่ ถงึ บ้านสะเดาะพงเพ่ือเชื่อมกบั ถนนสายแรกทีบ่ ้านสะเดาะพง ซ่งึ ไดร้ ับ
การขัดขวางต่อต้านอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนักทั้งสองฝ่าย ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เย่ียมกองรบพิเศษค่ายสฤษด์ิเสนา จังหวัดพิษณุโลกทรงมีพระราชดำ�ริท่ีจะให้พ้ืนที่
สองข้างทางเป็นประโยชน์กับราษฎรทั่ว ๆ ไปมิใช่เฉพาะทหารกองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัดตั้งหมู่บ้านยุทธศาสตร์
พัฒนาขึ้น โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำ�นวนหนึ่งเป็นทุนใน
การด�ำ เนนิ งานครงั้ แรก โดยต้งั เปน็ “กองอ�ำ นวยการโครงการพัฒนาลุม่ น�ำ้ เข็ก” โดยมีงานหลกั ในการสรา้ งเสน้ ทาง
ทุ่งสมอ - เขาค้อ ลาดยางตลอดสายฝึกอบรมและติดอาวุธราษฎรอาสาสมัครจัดที่ดินทำ�กินให้ราษฎรจัดหาแหล่ง
น้ำ� เพือ่ การเกษตร และเรยี กโครงการน้ีว่า “โครงการพัฒนาลุ่มน�้ำ เข็ก” และเริ่มดำ�เนนิ การเมอ่ื วนั ท่ี 11 มนี าคม
2520 กระทรวงมหาดไทยได้เล็งเหน็ ความส�ำ คัญของพื้นท่ีดังกลา่ ว จงึ ไดอ้ อกประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวนั ที่
20 สิงหาคม 2527 จัดต้งั กงิ่ อ�ำ เภอเขาคอ้ โดยใหม้ ีผลบงั คับใชต้ ง้ั แต่วนั ที่ 21 สิงหาคม 2527 เป็นตน้ ไป
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
15
วนั ท่ี 20 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2527 พระบาทสมเดจ็
พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชสมเดจ็ พระนางเจา้ พระบรม
ราชนิ ีนาถฯ เสด็จฯมาทรงเปดิ อนสุ รณ์ผเู้ สียสละเขาคอ้
จากนน้ั จงึ ใหถ้ อื วนั ที่ 20 กพ. ของทกุ ปี เปน็ วนั ร�ำ ลกึ วรี กรรม
ผเู้ สยี สละเขาคอ้ และมกี ารจดั การวางพวงมาลาทกุ ๆ ปี
เพ่ือเป็นการเทิดเกียรติและรำ�ลึกถึงความเสียสละ
ของเหลา่ วรี ชนผู้เสียสละเหล่าน้ี
ท่ีมา : https://www.facebook.com/wisonk
อนสุ รณ์ผู้เสยี สละเขาค้อสรา้ งเปน็ รูปสามเหล่ียมเป็นหนิ อ่อนทั้งหมด ขนาดและรูปทรงของอนุสรณส์ ถานน้ี
มคี วามหมายทีส่ ำ�คัญคือ รปู สามเหลีย่ มหมายถึง การปฏบิ ัตกิ ารรว่ มกันระหว่าง พลเรอื น ตำ�รวจ ทหาร ฐานอนสุ รณ์ฯ
กวา้ ง 11 เมตร หมายถงึ พ.ศ. 2511 อนั เปน็ ปที เี่ รม่ิ การ
ปฏบิ ตั กิ ารรนุ แรงของผกู้ อ่ การรา้ ยคอมมวิ นสิ ตค์ วาม
สงู จากแทน่ บชู าถงึ ยอดอนสุ รณ์ สงู 24 เมตร หมายถงึ
ปี พ.ศ. 2524 อนั เปน็ ปที เ่ี ปดิ ยทุ ธการครง้ั ใหญค่ วามสงู
จากฐานถงึ ยอดอนสุ รณ์ 25 เมตรหมายถงึ ปี พ.ศ. 2525
อนั เปน็ ปที สี่ น้ิ สดุ การรบความกวา้ งฐานสามเหลย่ี มดา้ น
ละ 2.6 เมตร หมายถงึ ปี พ.ศ 2526 ซึง่ เปน็ ปที ี่สรา้ ง
อนสุ รณฯ์ แหง่ นอี้ อกแบบโดยดร.กฤษดาอรณุ วงษ์ณอยธุ ยา
ภาพ อนสุ รณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ (สพุ ฒั น์ ดาหวนั อุน่ ปฏชิ ยั )
ทม่ี า : https://www.facebook.com/wisonk
วีดีทัศนส์ มรภมู ิเขาคอ้
ที่มา : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์
16
หน่วยท่ี 2
ประวัตพิ ่อขุนผาเมืองและพระพทุ ธมหาธรรมราชา
ประวตั พิ ่อขุนผาเมอื ง
ศิลาจารึกสุโขทัยหลักท่ี 2 ท่ีมาของประวัติศาสตร์สุโขทัยก่อนอาณาจักรสุโขทัยกล่าวว่าดินแดนสุโขทัยและ
ศรสี ชั นาลยั กอ่ นสมยั พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ยน์ น้ั มชี มุ ชนอยเู่ ปน็ หลกั แหลง่ เปน็ แควน้ นครรฐั มที ต่ี ง้ั ศนู ยอ์ �ำ นาจการปกครอง
ทถี่ าวร เชอื่ กนั วา่ ศนู ยอ์ �ำ นาจการปกครองทสี่ โุ ขทยั ตงั้ อยบู่ รเิ วณใกลว้ ดั พระพายหลวง เมอื งเกา่ สโุ ขทยั สว่ นทศ่ี รสี ชั นาลยั
นา่ จะอยูบ่ รเิ วณวดั พระศรรี ัตนมหาธาตุ (วัดพระปรางค)์ ต�ำ บลศรสี ชั นาลยั อำ�เภอศรีสชั นาลัย แคว้นหรือนครรฐั ทั้ง 2
แห่งนี้ ปกครองโดยพ่อขุนศรีนาวนัมถม พ่อขุนศรีนาวนัมถมจะเป็นคนสุโขทัยหรือมีที่มาจากแห่งอ่ืนใดไม่มีหลักฐาน
กลา่ วถงึ แตน่ กั ประวตั ศิ าสตรห์ ลายทา่ นเชอ่ื วา่ ทา่ นเปน็ ผนู้ �ำ กลมุ่ ชนทส่ี โุ ขทยั ราว ๆ กลางพทุ ธศตวรรษที่ 18 และคงเปน็
กษัตริย์ท่ีมีอำ�นาจแพร่หลายออกไปกว้างไกลจน
เป็นท่ียอมรับของแคว้นใกล้เคียง จนกษัตริย์ขอม
ยกธดิ าใหอ้ ภเิ ษกกบั โอรสองคห์ นงึ่ พอ่ ขนุ ศรนี าวนมั
ถมมีโอรส 2 องค์ คอื พ่อขุนผาเมอื ง และพระยา
คำ�แหงพระราม เมื่อสิ้นรัชสมัยของพ่อขุนศรีนา
วนมั ถมแลว้ สโุ ขทยั เกดิ ความไมส่ งบในการสบื ราช
บญั ลงั กจ์ นพอ่ ขนุ ผาเมอื งและพอ่ ขนุ บางกลางหาว
ตอ้ งใชก้ �ำ ลงั ทหารเขา้ จดั การและเมอ่ื เหตกุ ารณส์ งบ
ลงแลว้ พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ยก์ ข็ น้ึ ครองราชยส์ มบตั ิ
เปลี่ยนเปน็ ราชวงศพ์ ระรว่ ง
ภาพ ศิลาจารกึ สุโขทัย หลกั ที่ 2 (วัดศรชี ุม)
ท่ีมา : ศนู ยม์ านุษยวิทยาสริ ินธรธรรมราชา
https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/image_detail/25595
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์
17
พอ่ ขุนผาเมือง หรอื พญาผาเมอื ง
เป็นโอรสของพ่อขนุ ศรีนาวนำ�ถมทรงร่วมมอื กบั พอ่ ขุน
บางกลางหาวขบั ไลข่ อมสบาดโขลญล�ำ พงไปพอ่ ขนุ บางกลางหาวทรงยดึ
เมอื งศรสี ชั นาลยั ไดแ้ ละทรงเวนเมอื งใหพ้ อ่ ขนุ ผาเมอื งและพอ่ ขนุ ผาเมอื ง
จงึ อภเิ ษกพอ่ ขนุ บางกลางหาวเปน็ กษตั รยิ ส์ โุ ขทยั พอ่ ขนุ ผาเมอื ง
ซง่ึ เปน็ พระชามาดา (ลกู เขย) ของกษัตริยข์ อมทรงยกพระนาม
ศรอี นิ บดนิ ทราทติ ยซ์ ง่ึ พระองคไ์ ดร้ บั มาจากกษตั รยิ ข์ อมมอบให้
แก่พ่อขุนบางกลางหาว แตพ่ อ่ ขนุ บางกลางหาวทรงใชพ้ ระนาม
ว่า พอ่ ขนุ ศรีอินทราทติ ย์ บางทีอาจจะทรงเหน็ วา่ พระนามเดมิ
มาจากค�ำ อินทรปดั + อาทติ ย์ แสดงวา่ อย่ใู ตอ้ ินทรปัดซงึ่ เปน็
เมืองหลวงของขอม (ดังปรากฏในจารกึ หลกั ท่ี 2) ก็เป็นได้
พอ่ ขุนผาเมือง เปน็ เจา้ เมอื งราด มีพระอนุชาคือพระยา
ค�ำ แหงพระรามครองเมอื งสระหลวง สองแคว (พษิ ณโุ ลก) โอรส
ของพระยาค�ำ แหงพระราม คอื มหาเถรศรศี รทั ธาราชจฬุ ามณี เมอ่ื
เปน็ ฆราวาสมฝี มี อื ในการสรู้ บ ไดช้ นชา้ งหลายครง้ั รศู้ ลิ ปศาสตร์
หลายประการ ขณะอายุ 30 ปี มีบตุ รแตเ่ สยี ชีวิต มหาเถรศรี
ศรัทธาราชจุฬามณีจึงออกบวช ได้ไปปลูกต้นโพธิ์ สร้างพิหาร
อาวาสและซอ่ มแซมพระศรรี ตั นมหาธาตทุ ง้ั ในและนอกประเทศ ภาพ พ่อขนุ ผาเมือง
เชน่ พมา่ อินเดยี และลังกา ท่มี า : https://www.facebook.com/wisonk
อนึ่ง เมอื งราด ต้งั อย่ทู ่ีใด มีผสู้ นั นษิ ฐานไวต้ า่ ง ๆ กัน สมเดจ็ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ำ รงราชานุภาพ
ทรงสนั นษิ ฐานวา่ เมอื งราดนา่ จะอยทู่ เี่ พชรบรู ณแ์ ละเมอื งลมุ คอื เมอื งกลม่ เกา่ แตผ่ เู้ ขยี น (ประเสรฐิ ณ นคร) วางต�ำ แหนง่
เมืองราด เมืองสะค้าและเมืองลมุ บาจายไวท้ ่ลี ่มุ แมน่ ำ�้ น่านด้วยเหตผุ ลดังตอ่ ไปน้ี
จากจารึกหลักที่ 2 ทำ�ให้ทราบว่า เมืองราด เมืองสะค้าและเมืองลุมบาจาย เป็นกลุ่มเมืองที่อยู่ใกล้กัน
พ่อขุนผาเมืองอยู่เมืองราด และกษัตริย์น่านมีพระนามผานอง ผากอง และผาสุม แต่กษัตริย์เมืองอ่ืนไม่ใช้ “ผา”
น�ำ หน้าพระนามเลย พอ่ ขนุ ผาเมืองจึงนา่ จะเปน็ กษัตรยิ ์น่าน (คือ เมืองราดนน่ั เอง) นอกจากนน้ั ยงั มีพระราชโอรสของ
กษัตริย์น่านมีพระนามว่าบาจาย อาจจะแสดงว่าน่านมีอำ�นาจเหนือบาจาย แบบพระนามกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์
แสดงวา่ กรงุ เทพฯ มีอ�ำ นาจเหนือราชบุรีน่ันเอง
ท่ีมา : นามานกุ รมพระมหากษตั รยิ ์ไทย (มลู นิธิสมเดพ็ ระเทพรัตนราชสุดา 5 ธันวาคม 2554)
ดังความในศิลาจารึกหลักท่ี 2 ตอนหน่ึงกล่าวว่า “...พ่อขุนผาเมือง...ขอมสลาดโขลญลำ�พง...พายพง
พ่อขุนผาเมืองจึงยังเมืองสุโขทัยเข้าได้ เวินเมืองแก่พ่อขุนบางกลางหาว พ่อขุนบางกลางหาวมิสู่เข้าเพ่ือเกรงแก่
มิตรสหาย พ่อขุนผาเมืองจึงเอาพลออก พ่อขุนบางกลางหาวจึงเข้าเมืองพ่อขุนผาเมืองอภิเษกพ่อขุนบางกลางหาว
เจ้าเมืองสุโขทัยให้ท้ังชื่อตนแก่พระสหาย เรียกช่ือศรีอินทราทิตย์ นามเดิมกมรเต็งอัญผาเมือง เม่ือก่อนผีเจ้าเมือง
ศรีโสธรปุระให้ลูกสาวช่ือนางสิขรมหาเทวี กับขันไชยศรี ให้นามเกียรติแก่พ่อขุนผาเมือง เทียมพ่อขุนบางกลางหาว
ได้ชอื่ ศรีอนิ ทราบดที ราทติ ยเ์ พอื่ พอ่ ขนุ ผาเมอื งเอาชือ่ ตนให้แกพ่ ระสหาย...”
(ท่ีมา : http://www.sukhothai.go.th/history/hist_06.htm สบื ค้นเมอ่ื วันท่ี 25 มีนาคม 2565)
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์
18
นอกจากนั้นยังปรากฏหลักฐานในนิทานโบราณคดีของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำ�รง
ราชานุภาพ ที่ทรงสันนิษฐานว่าเหตุจะเกิดเมืองหล่มเก่า เห็นจะเป็นด้วยพวกราษฎรที่หลบหนีภัยอันตราย
ในประเทศล้านช้าง มาตั้งซ่องมั่วสุมกันอยู่ก่อน แต่เป็นที่ดินดีมีนำ�้บริบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำ�สวน
ไร่นาและเลี้ยงโคกระบือ จึงมีพวกตามมาอยู่มากข้ึนโดยลำ�ดับจนเป็นเมือง แต่เป็นเมืองมาคร้ังสุโขทัย
มีปรากฏในจารึกพ่อขุนรามคำ�แหง ว่าเมืองลุ่ม ต่อมาภายหลังมาเรียกว่าเมืองหล่ม และยังเป็นอีกท่าน
ท่ีกอบก้แู ผน่ ดนิ เอาไว้
(ทมี่ า : https://th.wikipedia.org/wiki/พ่อขนุ ผาเมอื ง#cite_note-4 สืบค้นเม่อื วันที่ 25 มนี าคม2565)
ชาวเพชรบูรณ์จงึ พรอ้ มใจกันสรา้ งอนุสาวรีย์พอ่ ขุนผาเมือง
เพื่อลำ�ลึกถึงคุณงาม ความดีของพระองค์ คณะรัฐมนตรีได้มี
มติเม่ือวันท่ี 10 มิถุนายน พ.ศ. 2518 มอบให้กองหัตถศิลป
กรมศิลปากร เป็นผู้สรา้ งตอ่ มาเมอื่ วนั ที่ 9 มนี าคม พ.ศ. 2520
สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร ไดเ้ สดจ็ ทรง
ไปประกอบพิธวี างศิลาฤกษอ์ นสุ าวรยี ์พอ่ ขนุ ผาเมอื ง ณ สีแ่ ยก
พอ่ ขนุ ต�ำ บลน�ำ ช้ นุ อ�ำ เภอหลม่ สกั เมอ่ื สรา้ งพระรปู พอ่ ขนุ ผาเมอื ง
เสรจ็ เรยี บรอ้ ยแลว้ ชาวจงั หวดั เพชรบรู ณไ์ ดอ้ ญั เชญิ มาประดษิ ฐาน
บนพระแท่น เมื่อวันท่ี 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2527 สมเด็จ
พระบรมโอรสาธริ าชฯ ได้เสด็จพระราชดำ�เนนิ มาทรงประกอบ
พธิ เี ปดิ อนสุ าวรยี พ์ อ่ ขนุ ผาเมอื ง เพอื่ เปน็ ศนู ยร์ วมพลงั จติ ใจของ
ชาวเพชรบูรณ์ เม่ือวนั ท่ี 30 สิงหาคม พ.ศ. 2527
(จากหนงั สอื วฒั นธรรมพฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ เอกลกั ษณ์
และภูมิปัญญา จังหวัดเพชรบูรณ์ อ้างอิง https://joom25.
wordpress.com/ประวัติพ่อขนุ ผาเมอื ง/)
ภาพ อนสุ าวรยี พ์ ่อขุนผาเมอื ง
ท่ีมา : https://joom25.wordpress.com/
วีดีโอต�ำ นานพอ่ ขุนผาเมือง
ทม่ี า : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
19
พระพุทธมหาธรรมราชา
“พระพทุ ธมหาธรรมราชา” เปน็ พระพทุ ธรปู คบู่ า้ น
คู่เมืองของชาวเพชรบูรณ์เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะ
สมยั ลพบุรี หล่อด้วยเนอ้ื ทองส�ำ รดิ หน้าตกั กว้าง 13 น้วิ สูง
18 นว้ิ ไมม่ ฐี าน มพี ทุ ธลกั ษณะพระพกั ตรก์ วา้ งพระโอษฐแ์ บะ
พระกรรณยาวยอ้ ย ท่พี ระเศยี รทรงเทริด หรือมกี ระบงั หน้า
ทรงสร้อยพระศอพาหุรัดและรัดประคต เป็นลวดลายสร้าง
ข้ึนเมื่อไรไม่ปรากฏชัดเจน แต่จากพุทธลักษณะท่ีปรากฏ
มีความสอดคล้องพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะขอมที่พบ
ในประเทศระยะแรก(ราวคร่ึงหลังพุทธศตวรรษท่ี 17 ซ่ึงมี
รูปแบบทางศิลปกรรมโดยรวมคือ ประทับน่ังขัดสมาธิราบ
พระพกั ตรเ์ ปน็ รปู สเ่ี หลยี่ ม พระเนตรมกั จะเบกิ อยเู่ สมอทอ่ น
บนของพระวรกายอาจจะเปลอื ยเปลา่ หรอื บางครงั้ ครองจวี ร
ห่มคลุม แต่ท่อนล่างจะใส่สบง สำ�หรับสบงน้ันทำ�เป็นขอบ
นูนขึ้นมาท่ีบ้ันพระองค์ ซึ่งบางครั้งก็ทำ�เป็นรัดประคตคาด
อยู่ เครอื่ งทรงประกอบดว้ ยกระบงั หนา้ เปน็ ลายสเ่ี หลยี่ มขนม
เปียกปูน รัดเกล้าเปน็ รปู กรวยอย่เู หนอื พระเศียร ทรงกรอง
ศอแผงมีอุบะห้อย ทรงกุณฑลเป็นตุ้ม ส่วนพาหุรัดทรงกร
และทองพระบาท อาจมหี รอื ไมม่ กี ไ็ ด้ สนั นษิ ฐานวา่ สรา้ งขนึ้
ในรชั สมยั “พระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7” กษตั รยิ แ์ หง่ อาณาจกั รขอม เมอื่ พระเจา้ ชยั วรมนั ท่ี 7 ขน้ึ ครองราชยส์ มบตั ไิ ดพ้ ระราชทาน
พระนางสงิ ขรมหาเทวีพระธดิ าใหเ้ ปน็ พระชายาและพระพุทธมหาธรรมราชาใหแ้ ก่ “พอ่ ขุนผาเมอื ง” เจ้าเมืองราด เพ่ือ
เป็นการเจริญสัมพันธไมตรี ซึ่งพ่อขุนผาเมืองเป็นพระราชโอรสของพ่อขุนศรีนาวนัมถมแห่งเมืองสุโขทัยในขณะน้ันได้
ยกกองทัพเพื่อขับไล่ขอมออกจากนครเดิด ต้ังอยู่บริเวณลุ่มน้ำ�ป่าสักทางทิศตะวันออกของกรุงสุโขทัยซ่ึงเป็นหัวเมือง
ดา้ นเหนอื ของขอมจนสามารถยดึ นครเดดิ ไดแ้ ลว้ จดั การท�ำ นบุ �ำ รงุ และสรา้ งเปน็ เมอื งทปี่ ระสงคจ์ ะอยพู่ �ำ นกั อาศยั แตด่ ว้ ย
ชัยภมู ิท่ีไม่เหมาะสม จงึ ย้ายเมืองขึน้ มาอยบู่ รเิ วณทลี่ าดสงู น้�ำ ไม่ทว่ มและสถาปนาเมอื งขนึ้ ใหม่ว่าเมืองลาดหรอื เมืองราด
ในปัจจุบันนี้ (สันนิษฐานว่าตั้งอยู่บริเวณบ้านห้วยโป่ง ต�ำ บลบ้านหวาย อำ�เภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ความปรีชา
สามารถและความแข็งแกร่งของพ่อขุนผาเมือง เลื่องลือถึงพระเจ้าชัยวรมันท่ี 7 กษัตริย์ขอม กระองค์จึงต้องสร้างสาย
สัมพันธ์ โดยยกพระธดิ าช่อื พระนางสิงขรมหาเทวใี หอ้ ภิเษกสมรส และพระราชทานพระขรรค์ไชยศรรี วมถงึ พระพุทธรูป
ศิลปะลพบรุ ี ตอ่ มาในภายหลังให้ชอื่ ว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา” ให้แก่พอ่ ขุนผาเมอื งแต่หลงั จากท่พี ่อขนุ ผาเมอื งและ
พอ่ ขนุ บางกลางหาวเจา้ เมอื งบางยาง (อ�ำ เภอนครไทย) พระสหาย (ภายหลงั ไดร้ บั การสถาปนาเปน็ พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย)์
กอบกอู้ สิ รภาพในดนิ แดนสโุ ขทยั ใหก้ บั คนไทยจากขอมไดส้ �ำ เรจ็ ท�ำ ใหพ้ ระนางสงิ ขรมหาเทวี แคน้ เคอื งถงึ กบั เผาเมอื งราด
จนย่อยยบั จากนั้นตัดสนิ ใจกระโดด แม่นำ้�ป่าสกั เพ่ือปลดิ ชพี ตน ทำ�ให้ไพร่พลเสนาอำ�มาตยต์ อ้ งอัญเชิญพระพทุ ธมหา
ธรรมราชาลงแพล่องไปตามลำ�น้ำ�ป่าสัก เพ่ือหลบหนีไฟ แต่โดยสภาพแม่นำ�้ป่าสัก มีความคดเคี้ยว และกระแสนำ�้ไหล
เชย่ี วกราก ทำ�ให้แพท่ีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาแตกจนองคพ์ ระพทุ ธรปู จมดง่ิ ลงสกู่ ้นแม่น�ำ ห้ ายไป กระทั่งตอ่ มา
ชาวบ้านไดไ้ ปพบหลงั จากเหตุการณน์ ้นั หลายร้อยปีต่อมา
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
20
ทม่ี า : http://www.phetchabunpao.go.th/indexphp?option=com_
content&view=article&id=251:-qq-q&catid=72:2011-11-11-03-55-45
วีดโี อเพลงองค์พระใหญ่
ท่ีมา : https://www.facebook.com/wisonk
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์
21
หนว่ ยท่ี 3
สภาพภูมิศาสตร์ของเพชรบูรณ์
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ มตี �ำ แหนง่ ทางภมู ศิ าสตรใ์ นเขตภาคเหนอื ตอนลา่ งของประเทศไทย ลกั ษณะทางกายภาพ
น้นั เปน็ พืน้ ท่รี าบลุ่มแบบทอ้ งกระทะ ประกอบดว้ ยเนนิ เขา ปา่ และทีร่ าบเปน็ ตอนๆสลบั กันไป พ้นื ทม่ี ีลกั ษณะ
ลาดชันจากเหนือลงไปใต้ ตอนเหนือมีทิวเขาสูง ตอนกลางเป็นพ้ืนที่ราบและมีเทือกเขาขนาบกันไปท้ังสองข้าง
ไดแ้ ก่ เทอื กเขาเพชรบูรณ์ 1 ทางทศิ ตะวันออก เทอื กเขาเพชรบรู ณ์ 2 ทางทศิ ตะวนั ตก มลี กั ษณะเปน็ รปู เกอื กม้า
มแี ม่นำ้�ป่าสักเปน็ แม่นำ�้ สายส�ำ คัญโดยไหลจากจังหวัดเลย จงั หวัดเพชรบรู ณ์ ผา่ นไปสจู่ ังหวดั ลพบุรี สระบุรี และ
พระนครศรอี ยธุ ยา ลงสแู่ มน่ �ำ้ เจา้ พระยา ตามล�ำ ดบั จงึ สง่ ผลใหพ้ นื้ ทมี่ ที รพั ยากรธรรมชาตมิ ากมาย ดนิ มสี ภาพอดุ ม
สมบรู ณเ์ หมาะแกก่ ารเพาะปลกู พชื ท�ำ การเกษตร รวมทงั้ สง่ เสรมิ ปจั จยั การตง้ั ถนิ่ ฐานของมนษุ ยม์ าตง้ั แตอ่ ดตี ถงึ ปจั จบุ นั
ทตี่ ้งั และอาณาเขตจงั หวัดเพชรบูรณ์
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ มตี �ำ แหนง่ ทางภมู ศิ าสตรใ์ นเขตภาคเหนอื ตอนลา่ งของประเทศไทย มแี นวเขตตดิ ตอ่ ระหวา่ ง
ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาคกลาง ประมาณเสน้ รงุ้ ที่ 16 องศาเหนอื กบั เสน้ แวงท่ี 101 องศาตะวนั ออก
มพี น้ื ทปี่ ระมาณ 7,747,383 ไร่ สว่ นทก่ี วา้ งทส่ี ดุ ของจงั หวดั
จากด้านตะวันออกถึงตะวนั ตก กวา้ ง 55 กิโลเมตร ส่วนท่ี
ยาวทส่ี ุดวัดจากเหนือสุดถงึ ใต้สดุ ยาว 296 กิโลเมตร สูง
จากระดับนำ้�ทะเลประมาณ 114 เมตร อยู่ห่างกรุงเทพ
346 กโิ ลเมตร มอี าณาเขตตดิ ตอ่ กับจังหวดั ใกลเ้ คียง ดงั นี้
อาณาเขตจังหวัดเพชรบรู ณ์
ทศิ เหนือ ตดิ ต่อกับ อ�ำ เภอด่านซ้าย อำ�เภอภหู ลวง
อำ�เภอภกู ระดงึ จงั หวดั เลย
ทศิ ใต้ ติดต่อกบั อ�ำ เภอโคกเจรญิ อ�ำ เภอชยั บาดาล
อ�ำ เภอลำ�สนธิ จงั หวดั ลพบรุ ี
ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กบั อ�ำ เภอนครไทย อ�ำ เภอวงั ทอง
อำ�เภอวงั ทรายพนู อ�ำ เภอทับคล้อ อำ�เภอดงเจริญ
จังหวดั พจิ ิตร และอำ�เภอไพศาลี อ�ำ เภอหนองบัว
จงั หวดั นครสวรรค์
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ต่อกบั อ�ำ เภอภูผาม่าน
จงั หวัดขอนแก่น อำ�เภอคอนสาร อ�ำ เภอหนองบวั แดง
อำ�เภอภักดีชุมพล จังหวดั ชยั ภูมิ
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
22
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ
จังหวัดเพชรบูรณ์ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือก
เขารูปเกือกม้า รอบพื้นท่ีด้านเหนือของจังหวัด และ
มีแนวขนานกันไปท้ังสองข้างทั้งทิศตะวันออกและ
ทศิ ตะวนั ตก พน้ื ทร่ี าบสว่ นใหญเ่ ปน็ พนื้ ทที่ อี่ ยตู่ รงกลาง
ลงมาจนถึงอำ�เภอด้านใต้ของจังหวัด และอำ�เภอทาง
ด้านเหนือของจังหวัดเป็นพ้ืนที่ลาดชัน มีพื้นที่ป่าไม้
รวม 2,660,176 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 34.34 ของ
พ้ืนท่ที ง้ั หมด มีแม่นำ้�ป่าสัก เป็นแมน่ �้ำ สายสำ�คัญทีส่ ดุ
ของจงั หวดั ไหลผา่ นตอนกลางของจงั หวดั จากทศิ เหนอื
ไปทศิ ใต้ ยาวประมาณ 350 กิโลเมตร ต้นน�้ำ เกดิ จาก
ภูเขาผาลาในจังหวัดเลย มีห้วยลำ�ธารหลายสายเกิด
จากภเู ขาเพชรบรู ณ์ แมน่ �ำ้ ปา่ สกั ไหลผา่ นอ�ำ เภอหลม่ เกา่
หล่มสัก เมืองเพชรบรู ณ์ หนองไผ่ บึงสามพัน วเิ ชียรบรุ ี
และอ�ำ เภอศรเี ทพ
ทีม่ า : http://www.phetchabun.doae.go.th/?p=195
ลักษณะภมู ิอากาศ
เนือ่ งจากจังหวัดเพชรบรู ณ์มีภูเขาลอ้ มรอบจงึ ทำ�ใหอ้ ากาศรอ้ นจัดในฤดรู ้อน หนาวจัดในฤดูหนาวโดยเฉพาะ
พ้ืนทอี่ ำ�เภอน�้ำ หนาว เขาคอ้ และหลม่ เกา่ จะมอี ากาศหนาวทีส่ ุด และบนภูเขาจะมีอากาศเย็นตลอดท้ังปี ในฤดูร้อน
และฤดฝู นจะมอี ณุ หภูมิ 20 - 24 องศา ฤดรู อ้ นเรม่ิ ในเดอื นมนี าคมถงึ เมษายน ฤดฝู นเร่มิ เดือนพฤษภาคมถึงตลุ าคม
และฤดหู นาวเริม่ ในเดือนพฤศจกิ ายนถงึ กุมภาพันธข์ องทุกปี
ทมี่ า : วกิ พี เี ดยี .จังหวดั เพชรบรู ณ.์ ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/จงั หวดั เพชรบูรณ์.
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
23
ทรพั ยากรธรรมชาติ
จงั หวัดเพชรบรู ณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ มหลายชนิด ดังน้ี
1. แหล่งนำ้�ธรรมชาติ ประกอบด้วยแม่นำ้�ป่าสัก ลุ่มน้ำ�เชิญ ลุ่มนำ้�เข็ก ซ่ึงเป็นแหล่งต้นนำ้�
ของแมน่ ำ�้ สายต่าง ๆ
2. ป่าไม้ในจังหวัดเพชรบูรณ์มีเนื้อที่ 2,006.51 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่จังหวัด
เปน็ ปา่ สงวนแหง่ ชาติ จ�ำ นวน 13 แหง่ อุทยานแห่งชาติ 3 แหง่ เขตรกั ษาพนั ธส์ุ ตั ว์ปา่ 2 แห่ง เขตห้ามลา่ สัตว์
ปา่ 2 แห่ง สวนรกุ ขชาติ 3 แห่ง วนอุทยาน 1 แหง่ สามารถจำ�แนกตามเขตการ ใช้ประโยชน์ทรพั ยากรที่ดินและ
ป่าไม้ ไดแ้ ก่ เขตเพื่อการอนรุ กั ษ์ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 58.59 ของพืน้ ทป่ี ่าไม้ทง้ั หมด เขตเพอ่ื ประโยชน์ทางเศรษฐกจิ
ร้อยละ 28.67 และเขตพื้นท่ีเหมาะสมแก่การเกษตร รอ้ ยละ 6.67
3. แหล่งน้ำ�มนั ดบิ อ�ำ เภอวเิ ชยี รบุรี อำ�เภอศรีเทพ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ลักษณะของแหล่งน�้ำ
จังหวัดเพชรบูรณ์ มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ มีห้วย คลอง บึง กระจัดกระจายอยู่ท่ัวไปในพื้นที่
มแี มน่ �ำ้ สายส�ำ คญั เพยี งสายเดยี ว คอื แมน่ �้ำ ปา่ สกั เดมิ แมน่ �้ำ ปา่ สกั มคี วามอดุ มสมบรู ณม์ าก เพราะมนี �้ำ ใชใ้ นการเกษตรได้
ตลอดปี แตใ่ นปจั จบุ นั มสี ภาพตนื้ เขนิ มนี �ำ้ เฉพาะในฤดฝู น สว่ นในฤดแู ลง้ น�ำ้ จะแหง้ ไมเ่ พยี งพอแกก่ ารเพาะปลกู และมหี ว้ ย
ล�ำ ธาร คลอง 1,186 สาย มสี ระหนองบงึ ประมาณ 262 แหง่ แหลง่ น�้ำ ชลประทาน โดยมอี าคารชลประทานทส่ี �ำ คญั ดงั นี้
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์
24
ทมี่ า : http://ridceo.rid.go.th/petboon/0107.php สืบค้นเมอ่ื วันที่ 13 พฤศจกิ ายน 2562
แหล่งนำ�้ ใตด้ ิน มีสภาพน้ำ�ในดนิ ดงั น้ี
1. สภาพนำ้�ใต้ดินให้ปริมาณนำ้�ปานกลาง (100 - 200 แกลลอน/นาที) โดยท่ัวไปนำ้�มีคุณภาพดี
แต่บางพ้ืนที่มีหินปูน เจือปนอยู่ด้วย ครอบคลุมพื้นท่ีบางส่วนของ อำ�เภอบึงสามพัน อำ�เภอชนแดน และ
อ�ำ เภอวเิ ชียรบรุ ี
2. สภาพน�้ำ ใตด้ นิ ใหป้ รมิ าณน�้ำ ปานกลาง (100 - 200 แกลลอน/นาท)ี แตน่ �ำ้ มคี ณุ ภาพต�ำ่ ครอบคลมุ
พ้ืนที่บางสว่ นของอำ�เภอหลม่ เกา่ อ�ำ เภอน้�ำ หนาว อำ�เภอหล่มสัก และอำ�เภอเมอื งเพชรบูรณ์
3. สภาพน�้ำ ใตด้ นิ ทใ่ี หป้ รมิ าณน�ำ้ นอ้ ย (10 - 100 แกลลอน/นาท)ี โดยทว่ั ไปน�้ำ มคี ณุ ภาพดี ใชด้ มื่ ได้ ครอบคลมุ
พนื้ ทบ่ี างสว่ นของอ�ำ เภอชนแดน อ�ำ เภอศรเี ทพ อำ�เภอหนองไผ่ อำ�เภอหลม่ สัก และอำ�เภอเมอื งเพชรบูรณ ์
ลักษณะดนิ และการใช้ประโยชน์
จงั หวดั เพชรบรู ณม์ พี น้ื ทท่ี ง้ั สนิ้ 7,747,383 ไร่ จากขอ้ มลู การใชท้ ดี่ นิ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ แบง่ พนื้ ทถี่ อื ครอง
ทางการเกษตร 4,481,747 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ 57.8 พ้นื ที่ป่าไม้ 2,660,176 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 34.33 และจาก
ขอ้ มลู การใช้ดินทางการเกษตรของจงั หวดั เพชรบูรณ์ สว่ นใหญ่เปน็ พ้นื ท่ีพืชไร่ 2,322,739 ไร่ คิดเป็นรอ้ ยละ
51.82 รองลงมาเป็นพ้ืนทนี่ า 1,271,188 ไร่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 28.36
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์
25
การพฒั นาที่ดนิ ได้จ�ำ แนกลกั ษณะดนิ ของจังหวัดเพชรบูรณ์มลี ักษณะดิน แบ่งออกเป็นกล่มุ ดิน
ตามลกั ษณะพื้นที่ 4 ประเภท ดังตอ่ ไปน้ี
1. กลุ่มดินนา เป็นดินนาหรือดินลุ่ม
ใช้ประโยชน์ในการทำ�นา โดยเรียงลำ�ดับต้ังแต่
ดินเหนียวจัด ดินเหนียว ดินร่วนเหนียวปนทราย
ดินร่วนปนทราย ดินทราย ดินทรายปนกรวด
ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ร้อยละ 20 ของจังหวัด
2. กลุ่มดินไร่ เป็นกลุ่มดินดอนใช้ประโยชน์
ในการทำ�พืชไร่และไม้ผล ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ
ร้อยละ 30 ของจังหวัด
3. กลุ่มดินตื้น ใช้ประโยชน์ในการทำ�พืช
ไร่และผลไม้ ครอบคลุมพ้ืนที่ประมาณร้อยละ 10
ของจังหวดั
4. กลุ่มดินภูเขา (Sc) ใช้ประโยชน์ใน
การปลกู ไม้ผล ครอบคลมุ พน้ื ทป่ี ระมาณร้อยละ 40
ของจังหวัด
(ข้อมูลอ้างอิง สำ�นักงานเกษตรจังหวัดเพชรบูรณ.์ ข้อมูลจังหวัดเพชรบรู ณ.์
ที่มา : http://www.phetchabun.doae.go.th/?p=195 และวิกีพีเดีย.จงั หวัดเพชรบรู ณ.์
ทม่ี า : https://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดเพชรบรู ณ์. สบื คน้ เมื่อวันที่ 25 มนี าคม 2565)
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์
26
หนว่ ยที่ 4
สภาพทางสังคมและเศรษฐกิจ
เพชรบรู ณ์ เปน็ จงั หวดั หนงึ่ ในภาคกลางตอนบนของประเทศไทย มพี น้ื ทป่ี ระมาณ 12,668 ตารางกโิ ลเมตร
ซ่งึ มพี ้นื ทใ่ี หญ่เป็นอันดบั 9 ของประเทศ มปี ระชากร 978,372 คน แบง่ การปกครองออกเปน็ 11 อำ�เภอ และมี
เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณเ์ ป็นศนู ยก์ ลางของจงั หวดั เป็นจังหวัดทม่ี ที รพั ยากรธรรมชาติ มีความอดุ มสมบูรณแ์ ละ
มีแหล่งท่องเทยี่ วจ�ำ นวนมาก
สัญลักษณ์ประจำ�จังหวดั
1. ค�ำ ขวญั ประจ�ำ จังหวัด
เพลงประจำ�จงั หวัดเพชรบรู ณ์ : เพลงเพชรในไพร
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=dPYLSHyTxR0
เพลงมารช์ เพชรบรู ณ์
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=dPYLSHyTxR0
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
27
2. ตราประจ�ำ จงั หวดั เพชรบูรณ์
ตราประจำ�จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบดว้ ย รูปเพชร อยูบ่ นยอดภเู ขา มีไรใ่ บยาสูบอยหู่ นา้ ภเู ขามีแถบ
เขียนช่อื “จังหวัดเพชรบูรณ์” และมีลายกนกลอ้ มรอบ ซึ่งมีความหมาย ดงั น้ี
ความหมายเก่ยี วกับเพชร
จังหวัดเพชรบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
ดนิ ด�ำ น้�ำ ชุม่ เป็น ดินแดนแหง่ พชื พนั ธุธ์ ญั ญาหารท่อี ดุ มสมบรู ณ์
มที รพั ยใ์ นดนิ สนิ ในน�้ำ อนั ประมาณคา่ มไิ ดซ้ งึ่ นบั วา่ มคี ณุ คา่ สงู ยงิ่
ประดจุ ด่ังคา่ ของเพชร
ความหมายเก่ยี วกับภูเขา
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ เปน็ ดนิ แดนแหง่ ขนุ เขา พน้ื ทต่ี งั้ จงั หวดั
เป็นหุบเขา มี “เทือกเขาเพชรบูรณ์” อันสลับซับซ้อนมากมาย
โอบลอ้ มรอบพนื้ ทเ่ี กือบทัง้ หมดของจงั หวัดเอาไว้
ความหมายเกยี่ วกับไร่ยาสบู
จงั หวัดเพชรบรู ณม์ ียาสูบพ้นื เมอื งพนั ธด์ุ เี ปน็ สนิ ค้าส�ำ คัญ มชี ื่อเสยี งมาแต่โบราณกาล เปน็ ทย่ี อมรับ
กนั ว่าใบยาเพชรบรู ณม์ รี สเปน็ เลิศกว่ายาสูบทอ่ี น่ื ๆ ทัง้ หมดของเมืองไทย ยาสบู พน้ื เมอื งพันธด์ุ ี ไดแ้ ก่พันธ์ุอีเหลือง
ปลูกมากทหี่ นองสว่าง หนองยาว อ�ำ เภอหลม่ สัก และอีด�ำ ปลูกมากท่ี น้ำ�ก้อ น้ำ�ชุน อ�ำ เภอหล่มสกั นอกจากนัน้
ชาวบา้ นยงั นยิ มปลูกยาสูบพนั ธเุ์ บอร์เล่ย์ ในหลายพื้นที่เพอ่ื บม่ และส่งขายให้แก่สำ�นกั งานไรย่ าสูบอกี ดว้ ย
3. ธงประจ�ำ จังหวดั พ้ืนธงเป็น 3 ริ้ว มี 2 สี รว้ิ สีขาวอยูก่ ลาง ใหญก่ วา่ รวิ้ สีเขยี วใบไม้ ซึ่ง
เป็นริ้วที่อยู่ริม 2 ข้าง ประมาณ 1/3 ตรงกลางผืนธงประกอบด้วย
เครอื่ งหมายตราประจ�ำ จงั หวดั เพชรสขี าวน�้ำ มนั กา๊ สมรี ศั มโี ดยรอบภเู ขามี
สนี �ำ้ เงนิ และสอี นื่ เหลอื บเหมอื นของจรงิ เชงิ ภเู ขาแลเหน็ เปน็ ทวิ ไมข้ นึ้ เปน็ สี
ใบไมแ้ ก่ตน้ ยาสบู สเี ขยี วใบไมเ้ หมอื นของจรงิ ตวั อกั ษร“จงั หวดั เพชรบรู ณ”์
สีแดงลายกนกไทย ล้อมรอบวงกลม เคร่ืองหมายตราประจำ�จังหวัด
สที องตดั เสน้ สแี ดงผนื ธงยาว250เซนตเิ มตรกวา้ ง150เซนตเิ มตรตามเครอ่ื งหมายประจ�ำ จงั หวดั ทปี่ ระดษิ ฐอ์ ยตู่ รงกลางผนื ธง
มคี วามกวา้ งเสน้ ผา่ ศนู ยก์ ลางยาว66เซนตเิ มตรเทอื กเขาเพชรบรู ณน์ ้ีสมเดจ็ พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอกรมพระยาด�ำ รงราชานภุ าพ
ทรงขนานนามวา่ ภเู ขาบนั ทดั และเขาปนั น�ำ้ ยาสบู พน้ื เมอื ง เพชรบรู ณ์ พระองคก์ ไ็ ดท้ รงรบั รองวา่ มคี ณุ ภาพยอดเยยี่ มกวา่
ยาสบู ทอี่ นื่ ทงั้ หมดทว่ั เมอื งไทย ซงึ่ ไดท้ รงนพิ นธไ์ วใ้ นหนงั สอื ชอ่ื “นทิ านโบราณคด”ี นทิ านที่ 10 เรอื่ ง ความไขเ้ มอื งเพชรบรู ณ์
(ข้อมูลอา้ งองิ สำ�นักงานวัฒนธรรมจังหวดั เพชรบูรณ์
ทม่ี า https://www.m-culture.go.th/phetchabun/ ewt_news.php?nid=59 สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 25 มนี าคม 2565)
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์
4. ต้นไมป้ ระจำ�จังหวดั 28
ชอ่ื พนั ธุไ์ ม้ มะขาม
ชือ่ สามัญ Tamarind, Indian date
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindus indica Linn.
ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE
ชื่ออนื่ มะขามไทย ตะลบู (นครราชสมี า)
มอ่ งโคลง้ (กะเหร่ยี ง - กาญจนบรุ ี)
มอดเล ส่ามอเกล (กะเหรย่ี ง - แมฮ่ ่องสอน)
มะขาม (ทัว่ ไป) หมากแกง (ละว้า - แมฮ่ ่องสอน)
อ�ำ เปียล (เขมร - สรุ นิ ทร)์
ลกั ษณะทวั่ ไป เปน็ ไมย้ นื ตน้ ขนาดกลางจนถงึ ขนาดใหญ่ ใบเปน็ ใบประกอบ
ออกเป็นคู่ เรียงกันตามก้านใบ ปลายใบและโคนใบมน ออกดอกเป็นช่อเล็กๆ
อยู่ตามบริเวณปลายกิ่ง ขนาดเล็ก มีกลีบสีเหลือง ผลมีชนิด คือ ชนิดฝักกลม
เล็กยาวเรียกว่า “มะขามข้ีแมว” ชนิดฝักใหญ่แบนเรียกว่า “มะขามกระดาน”
เมลด็ เปน็ รปู คอ่ นขา้ งกลม ผิวเปลอื กเกลย้ี งสนี �ำ้ ตาลเขม้
ขยายพันธ์ุ โดยการเพาะเมล็ด หรอื ตอนกิง่ สภาพท่ีเหมาะสมสภาพดนิ
ทกุ ชนิด ชอบแสงแดด ถ่นิ ก�ำ เนิด ทวีปเอเชีย และแอฟริกาเขตร้อน
มะขามหวานต้นแรกเมืองเพชรบรู ณ์
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=MoeeZonZCal
5. ดอกไมป้ ระจ�ำ จงั หวดั
ดอกมะขาม
ดอก ดอกเดยี่ วหรอื ดอกช่อ ออกตามซอกใบ
และปลายกิ่ง ดอกย่อยขนาดเล็ก ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบ
ดอกสีเหลอื งและมีจดุ ประสแี ดงอย่กู ลางดอก กลีบเล้ยี ง 5
กลีบ กลีบดอก 5 กลีบขนาดไม่เท่ากัน เม่ือบานเส้นผ่าน
ศูนย์กลาง 1.0-1.5 ซม. เกสรตวั ผู้ 10 อัน ท่ีสมบรู ณ์มี 3
อัน เกสรตวั เมีย 1 อัน
ทมี่ า : https://il.mahidol.ac.th/e- media/plants/webcontent3/interactive_key /key/describ /
makam.htm สืบค้นเมอื่ วันที่ 25 มนี าคม 2565
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์
29
6. สัตว์นำ�้ ประจ�ำ จังหวัด
แมงกะพรุนน้ำ�จืด หรือแมงยุ้มวะ หนองแม่นา สัตว์น้ำ�ประจำ�จังหวัด
กะพรนุ น้�ำ จดื หรอื แมงกะพรนุ น�ำ้ จืด เป็นสตั ว์ไม่มกี ระดูกสนั หลังสกุลหนึ่ง
จัดอยู่ในพวกแมงกะพรุนที่อยู่ในชั้นไฮโดรซัว ต่างจากแมงกะพรุนท่ีพบ
ในทะเลที่ส่วนมากจะอยู่ในช้ันไซโฟซัว ใช้ชื่อสกุลว่า Craspedacusta
(/คราส-พ-ี ดา-คัส-ต้า/)
ทม่ี า: https://th.wikipedia.org/wiki/กะพรุนน�้ำ จืด
เขตการปกครอง
จงั หวดั เพชรบรู ณแ์ บง่ การปกครองตามพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. 2543 ไดก้ �ำ หนดให้
มีการจดั ระเบียบบริหารราชการออกเปน็ 3 ระดับ คอื
1. ราชการสว่ นภมู ิภาค มีส่วนราชการประจำ�จงั หวัด 29 หนว่ ยงาน มสี ำ�นักงานจังหวัดเป็นหนว่ ยงานกลาง
ในการบริหารราชการ และเป็นศูนย์ประสานงานกับราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน แบ่งการปกครองออกเป็น
11 อ�ำ เภอ 117 ต�ำ บล 1,439 หมู่บ้าน
2. ราชการสว่ นกลาง ประกอบด้วย สว่ นราชการสังกดั สว่ นกลาง ซงึ่ มาจดั ตง้ั หนว่ ยปฏบิ ตั งิ านในพ้นื ท่ีจังหวัด
เพชรบูรณ์ จำ�นวน 51 หนว่ ยงาน
3. ราชการส่วนท้องถน่ิ ประกอบด้วยบรหิ ารส่วนจงั หวัด 1 แห่ง เทศบาลเมอื ง 3 แห่ง เทศบาลตำ�บล 22 แห่ง
องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บล 102 แห่ง รวม 128 แห่ง
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์
30
การศึกษา
การศกึ ษาแบ่งเปน็ ระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษาสังกดั สำ�นกั งานการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐานจ�ำ นวน 546
แหง่ สถาบันอดุ มศกึ ษา 5 แหง่ และสถาบันอาชีวศึกษา 5 แหง่
1. สถาบันอุดมศึกษา 2. สถาบนั อาชวี ศกึ ษา
สถาบันอุดมศกึ ษาท่สี �ำ คญั ในจังหวดั เพชรบรู ณ์ มดี งั ต่อไปนี้ • วิทยาลยั เทคนคิ เพชรบูรณ์
• มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบรู ณ์ • วิทยาลยั สารพัดชา่ งจงั หวดั เพชรบูรณ์
• มหาวิทยาลยั การกีฬาแห่งชาติ วทิ ยาเขตเพชรบูรณ์ • วิทยาลัยการอาชพี วเิ ชียรบรุ วี ทิ ยาลยั
• มหาวิทยาลัยรามค�ำ แหง สาขาวทิ ยบริการ การอาชพี ชนแดน
เฉลิมพระเกียรติ จงั หวัดเพชรบรู ณ์
• วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี
• มหาวทิ ยาลยั จุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาลัยสงฆ์ จงั หวัดเพชรบูรณ์
พอ่ ขนุ ผาเมือง • วิทยาลยั เทคโนโลยีไฮเทคเพชรบูรณ์
• มหาวทิ ยาลยั เฉลิมกาญจนา วทิ ยาเขตเพชรบรู ณ์ 3. โรงเรยี น
พชื เศรษฐกิจ
จงั หวดั เพชรบรู ณ์ มลี กั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ ทม่ี ลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน็ เทอื กเขารปู เกอื กมา้ รอบพนื้ ทดี่ า้ นเหนอื
ของจงั หวดั มพี น้ื ที่ราบสว่ นใหญ่เป็นพ้นื ทีท่ ีอ่ ยู่ตรงกลาง ลงมาจนถึงอำ�เภอด้านใต้ของจังหวัด ประกอบกับลักษณะ
ภมู อิ ากาศทม่ี ภี ูเขาลอ้ มรอบจงึ ทำ�ให้อากาศร้อนจัดในฤดูรอ้ น หนาวจัดในฤดูหนาว โดยเฉพาะพืน้ ทอี่ ำ�เภอน้ำ�หนาว
เขาคอ้ และหลม่ เกา่ จะมอี ากาศหนาวทส่ี ดุ และบนภเู ขาจะมอี ากาศเยน็ ตลอดทง้ั ปี ในฤดรู อ้ นและฤดฝู นจะมอี ณุ หภมู ิ
20 - 24 องศา ท�ำ ใหจ้ งั หวดั เพชรบรู ณส์ ามารถปลกู พชื ไดท้ ง้ั พชื เขตรอ้ น และพชื เมอื งหนาว โดยมพี ชื เศรษฐกจิ ทส่ี �ำ คญั
ไดแ้ ก่ ข้าว ขา้ วโพดเล้ียงสตั ว์ อ้อยโรงงาน มนั ส�ำ ปะหลงั โรงงาน ถัว่ เขยี ว ยาสบู ยางพารา มะขามหวาน กะหล�่ำ ปลี
ในปี 2562 จงั หวดั เพชรบรู ณ์มเี กษตรกรขึ้นทะเบียนและแจ้งปรับปรงุ ทะเบียนเกษตรกรจำ�นวน 100,460
ครัวเรือน 284,986 แปลง เน้ือที่รวม 2,752,880 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 61.42 ของพ้ืนที่การเกษตรท้ังหมด
(ข้อมลู ณ วันท่ี 14 พฤศจิกายน 2562) โดยมีรายละเอียดดงั น้ี
แบ่งตามกลุ่มการทำ�การเกษตร ได้แก่
1. กลมุ่ ขา้ ว เกษตรกร 79,388 ครวั เรอื น พนื้ ทเ่ี พาะปลูก 1,166,673 ไร่
2. กลมุ่ พืชไร่ เกษตรกร 47,211 ครวั เรอื น พืน้ ท่ีเพาะปลกู 1,160,525 ไร่
3. กล่มุ ไมผ้ ล เกษตรกร 6,099 ครัวเรือน พืน้ ทีเ่ พาะปลกู 75,555 ไร่
4. กลมุ่ ไม้ยนื ต้น เกษตรกร 2,887 พ้นื ทเ่ี พาะปลูก 53,292 ไร่
5. กลมุ่ พชื ผัก เกษตรกร 3,740 ครวั เรือน พ้นื ทีเ่ พาะปลกู 17,110 ไร่
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
31
ชนิดพชื เศรษฐกจิ ที่ส�ำ คญั ของจังหวัด 10 ชนดิ แรก ได้แก่
• ข้าวนาปี เกษตรกร 79,355 ครัวเรือน 142,759 แปลง เนื้อที่ 1,199,626 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 43.58
ของเน้อื ที่ท่แี จง้ ขนึ้ ทะเบยี นทง้ั หมด
• ขา้ วโพดเลยี้ งสัตว์ ฤดฝู น เกษตรกร 30,165 ครัวเรอื น 42,873 แปลง เน้ือที่ 666,115 ไร่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ
24.20 ของเน้ือท่ที ่ีแจ้งขน้ึ ทะเบยี นทัง้ หมด
• ออ้ ยโรงงาน เกษตรกร 10,206 ครวั เรอื น 18,599 แปลง เนอื้ ท่ี 27,177 ของเนอ้ื ทที่ แ่ี จง้ ขนึ้ ทะเบยี นทงั้ หมด
• มันสำ�ปะหลังโรงงาน เกษตรกร 8,519 ครัวเรือน 10,273 แปลง เน้ือท่ี 125,990 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
4.58 ของเนอื้ ทีท่ แ่ี จง้ ข้นึ ทะเบียนทง้ั หมด
• ขา้ วโพดเลี้ยงสตั ว์ ฤดูแลง้ เกษตรกร 12,246 ครวั เรอื น 19,015 แปลง เนอื้ ท่ี 120,052 ไร่ คดิ เป็นรอ้ ยละ
4.36 ของเน้อื ที่ทแี่ จ้งขึน้ ทะเบียนทั้งหมด
• มะขามหวาน เกษตรกร 3,455 ครวั เรอื น เนอื้ ท่ี 47,587 ไร่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 1.73 ของเนอ้ื ทที่ แ่ี จง้ ขน้ึ ทะเบยี น
ท้งั หมด
• ยางพาราเกษตรกร1,745ครวั เรอื น2,106แปลง38,548ไร่คดิ เปน็ รอ้ ยละ1.40ของเนอื้ ทท่ี แี่ จง้ ขน้ึ ทะเบยี นทง้ั หมด
• ขา้ วนาปรัง เกษตรกร 2,370 ครัวเรอื น 3,680 แปลง พื้นที่ 22,607 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.82 ของเนือ้ ที่
ที่แจ้งขน้ึ ทะเบยี นทั้งหมด
• ยาสบู เกษตรกร 995 ครวั เรอื น พน้ื ทเี่ พาะปลกู 5,895 ไร่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.22 ของเนอื้ ทท่ี แ่ี จง้ ขน้ึ ทะเบยี น
ทั้งหมด
สภาพสงั คม วฒั นธรรมและประเพณี
1. ภาษาถิน่
จงั หวดั เพชรบูรณ์ มีประชากรทีเ่ ปน็ คนพน้ื ถ่ินพดู ภาษาถ่นิ ทแ่ี ตกตา่ งกนั แตล่ ะท้องที่ นอกจากนี้ยังมปี ระชากร
ที่อพยพจากส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทยใช้ภาษาถิ่นเดิมของตน และชาวไทยภูเขาท่ีพูดภาษาของเผ่าม้ง จึงทำ�ให้
วฒั นธรรมทางภาษาถน่ิ ของเพชรบรู ณม์ คี วามหลากหลาย ภาษาถิ่นทีใ่ ช้กนั ในจังหวัดเพชรบูรณ์ สรุปได้ ดงั น้ี
1. กลมุ่ ภาษาหลม่ (ลาวหลวงพระบาง) เปน็ ภาษาถนิ่ ทใี่ ชก้ นั ในเขตอ�ำ เภอตอนบน ไดแ้ ก่ อ�ำ เภอหลม่ เกา่
อ�ำ เภอหลม่ สกั อ�ำ เภอน�ำ้ หนาว ประชากรในเขตพนื้ ทนี่ สี้ ว่ นใหญเ่ ปน็ คนทอ้ งถน่ิ เดมิ ภาษาพดู เปน็ ภาษาถน่ิ ดงั้ เดมิ ครง้ั อพยพ
มาจากเมอื งหลวงพระบาง ประเทศลาว ภาษาหลม่ มกี ารใชศ้ พั ทค์ ลา้ ยกบั ภาษาไทยอสี าน แตแ่ ตกตา่ งกนั ท่ี ส�ำ เนยี ง ภาษา
หลม่ จะมสี �ำ เนยี งคลา้ ยกบั ภาษาลาวทใี่ ชพ้ ดู ในเมอื งหลวงพระบาง ในต�ำ บลตา่ ง ๆ ในแตล่ ะอ�ำ เภอ ส�ำ เนยี งพดู จะแตกตา่ ง
กนั เลก็ นอ้ ย แตภ่ าษาสอื่ สารกนั ไดเ้ พราะใชศ้ พั ทใ์ กลเ้ คยี งกนั ปจั จบุ นั ความสะดวกทางการคมนาคมและการใชภ้ าษาไทย
ถนิ่ กลาง จงึ ท�ำ ใหภ้ าษาไทยถนิ่ กลางปะปนกบั ภาษาหลม่ เชน่ พดู ส�ำ เนยี งภาษาหลม่ โดยใชศ้ พั ทภ์ าษาไทยถนิ่ ภาคกลาง
2. กลมุ่ ภาษาเพชรบูรณ์ กลุม่ ภาษาน้จี ะพูดกันในเขตอำ�เภอเมืองเป็นภาษาท่ีมสี ำ�เนียงเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะตัว ค�ำ ศพั ทท์ ใี่ ชม้ ีทั้งภาษาถิ่นไทยกลาง และภาษาลาวหล่ม
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์
32
3. กลุ่มภาษาเพชรบรู ณ์ตอนใต้ คอื ภาษาทีใ่ ช้กันในเขตอ�ำ เภอตอนใต้ซ่งึ ได้แก่ อ�ำ เภอบึงสามพนั
อ�ำ เภอวเิ ชยี รบรุ ี อ�ำ เภอศรเี ทพ ภาษาทใี่ ชพ้ ดู จะแบง่ เปน็ 2 กลมุ่ คอื ภาษาถน่ิ ไทยภาคกลาง ซงึ่ สว่ นใหญจ่ ะเปน็ คนทอ้ งถนิ่
เดมิ และภาษาพดู อกี กลมุ่ หนง่ึ คอื ภาษาอสี าน ผพู้ ดู ภาษานส้ี ว่ นใหญเ่ ปน็ ประชากรทอ่ี พยพมาจากจงั หวดั ตา่ ง ๆ ของภาค
อสี าน แตป่ ระชากรสว่ นใหญส่ ามารถพดู ภาษาเพชรบรู ณต์ อนใตไ้ ดท้ ง้ั สองกลมุ่ ภาษาคอื ภาษาไทยกลางและภาษาอสี าน
4. กล่มุ ภาษาถน่ิ ไทยกลาง เป็นภาษาที่ใชพ้ ดู ท่ัวไปในเขตจงั หวดั เพชรบรู ณ์ เพราะเพชรบูรณ์เป็น
เมอื งทม่ี ปี ระชากรมาจากหลายทอ้ งทอ่ี พยพเขา้ มา จงึ ใชภ้ าษาถน่ิ ไทยกลางในการสอื่ สาร แตก่ ารใชภ้ าษาจะมศี พั ทภ์ าษา
เดมิ ผสมผสานกนั บา้ ง
5. ภาษากลมุ่ ชาวบน ชาวบนเปน็ กลมุ่ ชนดงั้ เดมิ ของเพชรบรู ณ์ สบื เชอื้ สายมาจากละวา้ มภี าษาพดู
เปน็ ภาษาชาวบน ซงึ่ ค�ำ ศพั ทแ์ ตกตา่ งไปจากภาษากลมุ่ อนื่ ๆ ปจั จบุ นั ประชากรเชอ้ื สายชาวบนเปน็ ชนกลมุ่ นอ้ ย มชี มุ ชน
อยทู่ บี่ ้านน�้ำ เลา บา้ นหว้ ยไคร้ อำ�เภอเมือง และบา้ นทา่ ดว้ ง อ�ำ เภอหนองไผ่
6. ภาษากลมุ่ ชาวเขา ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของจงั หวดั เพชรบรู ณม์ รี ปู รา่ งคลา้ ยกระทะ มภี เู ขาลอ้ มรอบ
ทกุ ดา้ น จงึ มปี ระชากรสว่ นหนงึ่ อาศยั อยบู่ นเขา ชาวเขาในจงั หวดั เพชรบรู ณป์ ระกอบดว้ ยชาวเขาเผา่ มง้ เปน็ สว่ นใหญ่ และ
เผา่ อ่นื ๆ เช่น ลีซอ เยา้ เปน็ ต้น ซึ่งอาศยั บรเิ วณภทู ับเบกิ และเขาค้อเป็นส่วนใหญ่ หมบู่ า้ นชาวเขาไดแ้ ก่ บ้านเข็กนอ้ ย
หมู่บา้ นม้งท่ใี หญท่ ีส่ ดุ ในประเทศไทย บา้ นเลา่ ลอื บา้ นเล่าเน้ง บ้านเพชรด�ำ อำ�เภอเขาคอ้ และบ้านทับเบกิ บา้ นนาสะองุ้
บา้ นดอยน�ำ้ เพียงดิน บ้านภโู ปด อ�ำ เภอหล่มเกา่
2. สถานทีส่ �ำ คญั ในจงั หวัดเพชรบูรณ์
1. อ�ำ เภอเมอื งเพชรบูรณ์
ศาลเจา้ พ่อหลกั เมืองเพชรบรู ณ ์ วัดมหาธาตุ
วดั ไตรภมู ิ วัดชา้ งเผอื ก
วดั เพชรวรารามพระอารามหลวง วดั ถ้ำ�น้�ำ บัง
พระพุทธมหาธรรมราชาเฉลมิ พระเกียรต ิ อา่ งเกบ็ น้ำ�ห้วยท่าพล
อ่างเก็บนำ�้ ห้วยใหญ ่ อ่างเก็บน้�ำ หว้ ยปา่ เลา
อ่างเกบ็ น�้ำ คลองหว้ ยนา อา่ งเกบ็ นำ�้ คลองเฉลียงลบั
อ่างเก็บน้�ำ หว้ ยปา่ แดง อุทยานแหง่ ชาตติ าดหมอก
น�ำ้ ตกธาราเอราวณั ถนนคนเดนิ คนเพ็ดชะบูน
หอวฒั นธรรมนครบาลเพชรบูรณ ์ หอโบราณคดีเพ็ชรบรู ณ์อินทราชัย
หอเกยี รติยศเพชบุระ สวนสาธารณะหนองนารี
ตลาดโต้รงุ่ เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ ไรก่ ำ�นนั จลุ
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์
33
2. อ�ำ เภอหลม่ สกั
อนสุ าวรยี พ์ อ่ ขนุ ผาเมือง วดั ถ้�ำ สมบัติ
ศาลเจ้าพ่อผาแดง อ่างเก็บน้�ำ ห้วยขอนแกน่
อ่างเก็บนำ�้ หว้ ยน้ำ�กอ้ อ่างเกบ็ น้�ำ หว้ ยนำ�้ ชนุ ใหญ่
อ่างเกบ็ น�้ำ โคกเดน่ิ ฤๅษ ี ผาแดง (แหลง่ รอยเล่ือนเพชรบรู ณ์)
สะพานหว้ ยตอง (เช่อื มแผน่ โลก) จดุ ชมววิ ผาหงษ์
โนนหวั โล้น (แพะเมืองผีหล่มสัก) น้�ำ ตกธารทพิ ย์
น�ำ้ ตกตาดฟา้ วังหินลาด
ตมี ดี โบราณบ้านใหม่ ถนนคนเดนิ ไทหล่ม
พพิ ิธภัณฑห์ ลม่ ศักดิ์ สวนสาธารณะหนองแค
ตลาดสดเทศบาลเมอื งหล่มสกั
3. อำ�เภอศรีเทพ
อทุ ยานประวตั ศิ าสตรศ์ รเี ทพ เขาถมอรัตน์ เขาคลงั นอก
4. อำ�เภอเขาค้อ
พระต�ำ หนักเขาค้อ ไรบ่ เี อ็น
วดั พระธาตผุ าซ่อนแกว้ วัดกองเนียม
จดุ ชมทะเลหมอกไปรษณยี เ์ ขาคอ้ เขาตะเคียนโงะ๊
ไรส่ ตรอเบอรเ่ี ขาค้อ พิพธิ ภัณฑอ์ าวุธ (ฐานอิทธ)ิ
อนุสรณ์สถานผูเ้ สียสละเขาคอ้ พระบรมธาตุเจดียก์ าญจนาภเิ ษก
ดอยตั๋วเพง่ น้ำ�ตกศรดี ษิ ฐ์
น้ำ�ตกวงั ตมุ้ น�้ำ ตกสันตสิ ขุ
อุทยานแหง่ ชาตเิ ขาคอ้ แก่งบางระจัน
อุทยานแหง่ ชาติทุ่งแสลงหลวง (หน่วยสนสวย)
กงั หนั ลมเขาค้อ เขก็ นอ้ ย (หมู่บา้ นมง้ ทใี่ หญ่ท่สี ดุ ในประเทศไทย)
5. อำ�เภอน้�ำ หนาว
อทุ ยานแหง่ ชาตนิ �ำ้ หนาว นำ�้ ตกตาดพรานบ่า
น�ำ้ ตกทรายทอง ภูผาจิต
น�ำ้ ตกตาดฟ้า น้�ำ ตกตาดทดิ มี (เชือ่ มต่อกบั จังหวัดขอนแก่น)
น้ำ�ตกเหวทราย ผาลอ้ มผากอง
จดุ ชมววิ ภคู อ้ สวนสนบา้ นแปก
สวนสนภูก่มุ ขา้ ว แคนยอนน้ำ�หนาว
เลยดนั้ (สามพันโบกเพชรบูรณ)์ ถ้�ำ ใหญ่น�้ำ หนาว
ผารอยตนี อาร์คอโซร ์ แปลงสปั ปะรดบ้านซ�ำ ม่วง
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
34
6. อ�ำ เภอหล่มเก่า
ภูทับเบิก วัดตาล
วดั ทุ่งธงไชย น้ำ�ตกตาดโดด
น้ำ�ตกวังฮาง นำ้�ตกวงั ใหญ ่
น�้ำ ตกซำ�บนุ่ ตน้ แม่น�ำ้ ป่าสกั บ้านสกั งา่
ตลาดหลม่ เกา่ ถนนลอยฟา้ (ชว่ งตาดกลอย - วงั สะพุง)
วัดศรีมงคล (วดั นาทราย) แปลงตน้ พญาเสือโคร่งบ้านทบั เบิก (ซากรุ ะเมืองไทย)
7. อำ�เภอวเิ ชยี รบรุ ี
วดั วิเชียรบำ�รงุ วัดถ้ำ�เทพบนั ดาล
ศาลสมเดจ็ พระนเรศวร โบสถ์เก่าวดั ปา่ เรไรทอง
น�ำ้ พุร้อนพเุ ตย น้ำ�ผดุ บา้ นน�้ำ เดือด
นำ้�ตกซบั พลู เสาอัคน ี สุสานหอย 15 ล้านปี
ท้องทะเลดึกดำ�บรรพภ์ นู �้ำ หยด ถนนสายไก่ย่างวเิ ชียรบรุ ี
8. อ�ำ เภอชนแดน
วดั พระพทุ ธบาทเขาน้อย (หลวงพอ่ ทบองค์ใหญ่)
อ่างเก็บน�ำ้ กุฏพิ ระ อา่ งเกบ็ น้�ำ หนองตาด
น้ำ�ตกแสนสมบรู ณ์ถำ้�ผาทอง เขาหนิ ปะการงั
9. อำ�เภอวังโป่ง
น้ำ�ตกบ่อหญ้า น�ำ้ ตกสาระนนิ
น้ำ�ตกลาดคา่ ผานกนางแอน่
อ่างเกบ็ นำ�้ หว้ ยน�้ำ ขึ้นนำ้�ลง ถำ�้ ผาโคง้
ผาเจ็ดสี ถ้ำ�ปากเสอื
เขตห้ามล่าสัตวป์ ่าวงั โป่ง - ชนแดน
10. อ�ำ เภอหนองไผ่
วัดธรรมยาน วัดโพธิเ์ จดยี ์ลอย
น�ำ้ ตกซบั ชมพ ู น้�ำ ตกวงั เหวน้�ำ ตกพล้ิวไสว
ทอ้ งทะเลดกึ ดำ�บรรพบ์ า้ นโภชน์ อ่างเกบ็ น�ำ้ คลองลำ�กง
อา่ งเกบ็ น�้ำ คลองอ่เู รือ อ่างเกบ็ น�ำ้ คลองยาง
11. อ�ำ เภอบึงสามพนั
วดั ซับไพเราะ ท้องทงุ่ ทานตะวนั ทบี่ งึ สามพนั
โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์
35
3. บคุ คลที่มีชื่อเสียง
แสนศักดิ์ เมอื งสรุ นิ ทร์ - นกั มวยแชมป์โลก
เขาทราย แกแล็คซี่ - นกั มวยแชมป์โลก
เขาค้อ แกแล็คซ่ี - นักมวยแชมปโ์ ลก
ชนะ ป.เปาอนิ ทร์ - นักมวยแชมป์โลก
สจุ ินต์ นาคนายม - นักฟุตบอลอาชีพ
ชาครติ บวั ทอง - นกั ฟุตบอลอาชพี
สทิ ธศิ กั ด์ิ ตาระพัน - นกั ฟุตบอลอาชีพ
พชั รพร ศรเี มือง (หยก) - ฟุตซอลหญงิ ทมี ชาตไิ ทย
ศิริธร พินจิ - ฟุตบอลหญงิ ทมี ทหารอากาศ
วรนิ ทร ปญั หกาญจน์ (เกรท) - นกั แสดง ช่อง 3
ชยพล ปัญหกาญจน์ (กูด๊ ) - นกั ร้อง นักแสดง
ศริ ริ ตั น์ จนั ทร์เทศ (กลว้ ย อารส์ ยาม) - นกั ร้อง
กานดา บญุ ญาวงศ์ (กานดา อารส์ ยาม) - นักรอ้ ง
(ข้อมลู อา้ งองิ วกิ พิ ีเดยี .จังหวัดเพชรบูรณ์. ท่มี า : https://th.wikipedia.org/wiki/จงั หวัดเพชรบรู ณ.์
ส�ำ นักงานพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์จงั หวดั เพชรบูรณ.์ ข้อมูลประวัติเมอื งเพชรบูรณ.์
ทม่ี า : http://phetchabun.m-society.go.th/ขอ้ มูลทวั่ ไปจงั หวดั เพชรบูรณ/์ และส�ำ นกั งานเกษตร
จงั หวัดเพชรบูรณ์
ที่มา : http://www.phetchabun.doae.go.th/?p=195 สืบค้นเม่ือวนั ท่ี 25 มนี าคม 2565)
โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์