The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-Book หลักสูตรเพชรบูรณ์ถิ่นเกิดเมืองนอน โดย โรงเรียนหนองไผ่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตร เพชรบูรณ์ถิ่นเกิดเมืองนอน

E-Book หลักสูตรเพชรบูรณ์ถิ่นเกิดเมืองนอน โดย โรงเรียนหนองไผ่

86

G4 บ่อน�้ำ เดอื ดบ่อน้ำ�ผดุ (Amazing Hot Spring) บ้านนำ�้ เดอื ด ต�ำ บลโคกปรง อำ�เภอวเิ ชียรบุรี

Lat,Long 15.82338,101.22196
บ่อน�้ำ เดอื ดบอ่ น้ำ�ผดุ เปน็ บ่อน้�ำ รอ้ นทเ่ี กิดอยใู่ นหินปูน จงึ มปี รมิ าณสารประกอบคาร์บอเนตสูง

มกี ลนิ่ ก�ำ มะถนั ออ่ น ๆ โปง่ เดอื ดทบ่ี า้ นน�้ำ เดอื ดแหง่ นี้ มคี วามพเิ ศษแปลกประหลาด คอื เมอื่ มเี สยี งดงั เกดิ ขน้ึ จะมฟี องน�ำ้
ผุดขน้ึ มาตามเสียงน้ัน คลา้ ยกบั ฟองน้�ำ ทเ่ี ดือดผุดขึน้ มา ทั้งน้ี เพราะโปง่ นำ�้ ดงั กล่าวอยู่ในสภาพตงึ ผิวพรอ้ มที่จะผดุ ข้นึ
มาอยู่แล้ว แต่ยังมแี รงดันไม่พอท่จี ะผดุ ขนึ้ จนกระทง่ั มเี สียงดังท�ำ ใหเ้ กิดแรงสั่นสะเทือนสภาพตึงผวิ จงึ หมดไป จึงท�ำ ให้
โป่งเดือดผุดขึ้น ได้มีการนำ�ฆ้องขนาดใหญ่มาตั้งไว้ที่บริเวณริมบ่อน้ำ�เดือดเพ่ือให้ตีทดสอบการผุดของโป่งเดือดน้ี ท่ีมี
การตอบสนองตอ่ เสียงดังทีเ่ กิดขึน้ ด้วย นอกจากนนั้ ปรากฏการณ์ธรรมชาตใิ นลกั ษณะทเ่ี ป็นบอ่ นำ�้ รอ้ นน้ี ยงั มีที่ ต�ำ บล
พขุ าม ต�ำ บลพเุ ตย อ�ำ เภอวเิ ชยี รบรุ ี และบา้ นน�้ำ รอ้ นต�ำ บลน�้ำ รอ้ น อ�ำ เภอเมอื งเพชรบรู ณด์ ว้ ย แตเ่ ปน็ เพยี งน�้ำ รอ้ นทอ่ี อก
มาจากพนื้ ดินทม่ี ีอณุ หภูมสิ ูงกว่าปกติเท่านน้ั

การเดินทาง : คอ่ นข้างสะดวก มีถนนคอนกรีตไปจนเกือบจะถงึ แหล่งเลย และตอ้ งเดินบนถนนดิน
อกี เลก็ นอ้ ย และจะมศี าลาจดั แสดงข้อมลู ทางวิชาการไว้ให้ศึกษา

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์

87

G5 น�้ำ ตกเสาหินอคั นี (Sup Plu Basaltic Columnar Joint Waterfall) บ้านซับเจริญ ต�ำ บลยางสาว

อ�ำ เภอวเิ ชียรบุรี Lat,Long 15.80958,101.26230
นำ้�ตกเสาหนิ อคั นี หรอื นำ�้ ตกซับพลู เปน็ น�ำ้ ตกทมี่ ีความโดดเดน่ สวยงาม แปลกตามาก คือทัง้ ผนัง

โขดหนิ และแกง่ หนิ ของน�ำ้ ตก ลว้ นเปน็ แทง่ เสาหนิ อคั นที เ่ี กดิ จากการเยน็ ตวั ของลาวาหรอื หนิ ไหล ทป่ี ระทขุ น้ึ มาตามรอย
ปริแตกของเปลอื กโลก เมื่อประมาณ 10 ล้านปีกอ่ น เมอื่ ลาวาเยน็ ตวั ลงเกดิ เป็นหินอัคนี ชนิดหนิ บะซอลต์ จากอตั ราการ
หดตวั ของลาวา ทแี่ ตกตา่ งกนั จงึ เกดิ แรงดงึ ตวั ท�ำ ใหเ้ กดิ การแตกตวั รา้ วแยกจากกนั มลี กั ษณะเปน็ แทง่ คอลมั นห์ กเหลยี่ ม
ยาว ๆ คล้ายเสาหนิ เรียงรายกนั อยู่ ขนาดใหญป่ ระมาณ 30 เซนตเิ มตร

เมอื่ แรกเกดิ นนั้ เสาหนิ อคั นเี หลา่ นจ้ี ะมลี กั ษณะตง้ั ฉากกบั ทศิ ทางการไหลของลาวาหรอื ตง้ั ในแนวดงิ่
ส่วนใหญ่ลาวาจะไหลตามแนวเกือบระนาบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกิดการขยับตัวและมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก จึง
ท�ำ ใหช้ น้ั แทง่ หนิ หกเหลย่ี มเกดิ การเอยี งตวั เปน็ ระดบั องศาตา่ ง ๆ กนั และยกตวั ขนึ้ มาปรากฏใหเ้ หน็ ไดด้ งั เชน่ ทเ่ี ปน็ อยใู่ น
ปจั จบุ นั ตอ่ มามลี �ำ ธารน�้ำ จากน�ำ้ ซบั บนปา่ เขาดา้ นบนไหลผา่ นลงมาจงึ กลายเปน็ น�ำ้ ตก ซงึ่ น�ำ้ ตกทไ่ี หลผา่ นเสาหนิ อคั นเี ชน่
น้ี มเี พยี งแหง่ เดยี วทพี่ บในประเทศไทย แตร่ อ่ งรอยของแทง่ เสาหนิ อคั นเี ชน่ นี้ สามารถพบไดอ้ กี ในหลายพน้ื ทขี่ อง อ�ำ เภอ
วิเชยี รบุรี เชน่ เขานอ้ ย ต�ำ บลท่าโรง อทุ ยานเสาหนิ อคั นี ตำ�บลโคกปรง เขาปราสาท ต�ำ บลยางสาว

การเดนิ ทาง : มปี า้ ยบอกทางตลอด แตต่ อ้ งเดนิ ทางด้วยรถยนตย์ กสูงหรือรถกระบะ ไปจนถงึ บา้ น-
ซบั เจรญิ จากนนั้ ตอ้ งเดินตอ่ ไปตามทางเดินขึน้ ลงตามไหล่เขาที่สะดวกพอสมควรไปอกี ประมาณ 300 เมตร แต่การเดิน
บนทางเดนิ และบนหนิ อัคนี ควรระวังการล่ืนโดยเฉพาะตอนฝนตก

โรงเรยี นหนองไผ่ ใoสงั ฆราชูปถมั ภ์

88

G6 ภเู ขาหินปูนปะการัง (Coral Karst Topography) บ้านเขาเพมิ่ พัฒนา ตำ�บลซับพุทรา อ�ำ เภอชนแดน

Lat,Long 16.06644,100.87340
ภูเขาหินปะการัง หรอื ที่ชาวบา้ นเรียกว่า เขาหนอ่ มีลักษณะเดน่ เปน็ ภเู ขาหนิ ปูนทีม่ ียอดแหลม

คล้ายปะการังเต็มไปหมด ตัวพ้ืนราบมีความสูงจากระดับนำ้�ทะเลประมาณ 250 เมตร ตัวภูเขามียอดแหลมสูงต้ังแต่
50 - 250 เมตร มีชือ่ เรยี กตามศพั ท์ภูมศิ าสตรว์ า่ เปน็ ภูมิประเทศแบบ “คาร์ส (Karst Topography)”เกดิ จากหินปนู
ถกู กดั กร่อนโดยน้ำ�ฝนทมี่ ฤี ทธิ์เป็นกรด ท�ำ ให้เกิดเปน็ เขายอดแหลมตะปมุ่ ตะป�่ำ บางก้อนมเี สยี งดังกังวานเมอ่ื เคาะด้วย
เหล็กหรือก้อนหิน ตัวหินปูนมีซากดึกดำ�บรรพ์น้อย แต่ยังพอบอกอายุการสะสมตัวของหินปูนได้ว่า มีการสะสมตัวอยู่
ในยุคเพอร์เมียน (280 - 240 ลา้ นป)ี

ภายในบริเวณดงั กล่าวมีลกั ษณะภมู ปิ ระเทศทแี่ ปลกตา คล้ายกบั เมืองกุ้ยหลิน ประเทศจีน จงึ ได้ทำ�
ทางเดนิ เปน็ บันไดให้เปน็ เส้นทางเพ่ือการทอ่ งเที่ยวทางธรรมชาติ นอกจากนัน้ ยงั มี ต้นจนั ทน์ผาและตน้ หนุมานนงั่ แท่น
ท่ีสามารถขึ้นไดบ้ นหินให้ศกึ ษาได้

การเดนิ ทาง : มปี า้ ยบอกทางเขา้ หมบู่ า้ น และมถี นนสะดวก สามารถไปจอดรถทลี่ านจอดตรงทางขนึ้ ไป
ชมได้ มศี าลาบอกข้อมลู หอ้ งสขุ า แตก่ ารเดินไปชมตามบนั ไดและสะพานเหล็ก จะตอ้ งมีการเดนิ ข้ึนเดนิ ลงและมรี ะยะ
ไกลพอสมควร

โรงเรยี นหนองไผ่ ใoสงั ฆราชปู ถัมภ์

89

G7 ถ้ำ�ผาโคง้ ผาเจ็ดสี (Rainbow Cliff) บา้ นโนนตมู ตำ�บลวงั โปง่ อำ�เภอวังโป่ง Lat,Long 15.38211,

100.8277
ผาเจด็ สเี ปน็ หนา้ ผาทเ่ี กดิ อยใู่ นภเู ขาหนิ ปนู ขนาดเลก็ เปน็ ปรากฏการณธ์ รรมชาตทิ เ่ี กดิ จากการกดั เซาะ

ของลมและน้�ำ ท�ำ ใหเ้ กดิ เป็นหนา้ ผาท่ีกว้าง ยาว และมีลกั ษณะโค้งคลา้ ยผา้ มา่ นสูงใหญ่ สงู ประมาณ 20 เมตรความยาว
ตามพื้นราบประมาณ 80 เมตร มีลกั ษณะที่พเิ ศษคอื โคง้ เริ่มตน้ จากพืน้ ขึน้ ไปสู่อากาศ มีน�ำ้ ไหลจากดา้ นบนลงมาตาม
แนวหน้าผา ทำ�ให้เกิดสีเคลือบที่หน้าผาเป็นสีสันสลับกันเป็นร้ิวยาวลงมาเป็นแนวดิ่งทั้งสีเขียวซ่ึงเกิดจากตะไคร่น้ำ�และ
สขี าว สเี ทาและสดี �ำ ซึ่งเปน็ สีลวดลายของหิน ประหนง่ึ วา่ เป็นสายสรี งุ้ จงึ มีช่ือเรียกว่า ผาเจด็ สี มีความสวยงามแปลกตา
ย่ิงนกั ใกล้ ๆ กันนน้ั มีถำ�้ ท่ผี นงั ถ�้ำ ด้านบนมหี ินย้อยลงมาคลา้ ยเขย้ี วของสตั ว์จึงเรียกช่ือบริเวณนัน้ ว่าถำ้�ปากเสอื และถ�ำ้
ตดิ เคร่ืองปรบั อากาศ

การเดินทาง : ค่อนข้างสะดวก มีป้ายบอกทางตลอด รถยนต์ไปตามถนนคอนกรีตหมู่บ้านสามารถ
ไปจอดถึงแหล่งได้ และสามารถเดนิ ไปชมผาเจ็ดสไี ดส้ ะดวก แต่ถ้ำ�ปากเสือน้ัน ตอ้ งปนี ขน้ึ ไปเลก็ นอ้ ย

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์

90

หน่วยท่ี 6
หนองไผบ่ ้านเรา

ประวัติความเปน็ มา (ตำ�นานหนองไผ)่

ภาพ อ�ำ เภอหนองไผ่
ที่มา : เทศบาลต�ำ บลหนองไผ่. (ม.ป.พ.) จาก http://www.nongphaicity.go.th/index.php?op
=staticcontent&id=47637) สืบค้นเม่อื วนั ที่ 25 มีนาคม 2565.

สมยั ก่อน บริเวณหนองไผ่เดิมเรียกวา่ โคกหมาหวิ หรอื ทงุ่ หมาหวิ ต�ำ บลกองทลู อำ�เภอวิเชียรบรุ ี มลี ักษณะ
เป็นเนินหรือโคกเป็นป่าดงดิบ มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าหนาทึบมาก มีป่าเต็ง ป่ารัง ป่าเพ็ก ป่าไผ่ และพันธ์ุไม้
นานาชนิดมสี ตั ว์ป่าอาศยั อยเู่ ปน็ จำ�นวนมาก มีท้งั สัตว์ใหญ่สัตวน์ อ้ ย มชี ้าง เสือ หมปู า่ หมเี กง้ กวาง เลยี งผา ลงิ ชะนี
หมาจิ้งจอก และสัตวอ์ ่ืน ๆ แทบทกุ ชนิดเป็นแหล่งล่าสัตว์และหาสตั วป์ า่ ไมม่ ีบ้านผคู้ นอาศัยอยู่ คาดวา่ บ้านหนองไผ่
มีท่ีมาจากภายในบริเวณหมู่บ้านมีหนองนำ้�เดิมเป็นหนองช้างนอน ในสมัยโบราณจึงเกิดเป็นแอ่งนำ้�หรือหนองนำ้�
เลก็ ๆ มตี น้ ไผข่ นึ้ ลอ้ มรอบมชี า้ ง เสอื และสตั วป์ า่ นานาชนดิ เขา้ ไปกนิ น�ำ้ ชว่ งแรกมบี า้ นเรอื นอยู่ 7 หลงั เมอื่ มผี คู้ นอพยพ
เขา้ มาอยมู่ ากขน้ึ จงึ เรยี กกนั ตอ่ ๆ มาวา่ บา้ นหนองไผ่ ตอ่ มามกี ารขดุ ขยายใหใ้ หญแ่ ละกวา้ งขนึ้ เรอื่ ย ๆ เพอื่ ใชอ้ ปุ โภคและ
บรโิ ภคชาวบา้ นมกั เรยี กวา่ สระกลาง โดยบรเิ วณทเี่ ปน็ หนองน�้ำ นน้ั เดมิ เปน็ ทข่ี องตาทอง สที าสงั ข์ ปจั จบุ นั มชี อื่ เรยี กวา่
สระหลวง เทศบาลต�ำ บลหนองไผ่ ปรับปรงุ เป็นสถานท่พี กั ผ่อนของประชาชน อยู่ตดิ กบั ธนาคารกรงุ ไทยด้านทศิ เหนือ

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

91

ประมาณ ปี พ.ศ. 2481 หนองไผ่เรม่ิ มีผ้คู นอพยพเข้ามาจับจองที่ดนิ เป็นที่ท�ำ กิน ทำ�ไร่ ท�ำ นา โดยใช้วิธี
ตดั ไม้ ถางปา่ เพราะเหน็ วา่ เปน็ พนื้ ทอี่ ดุ มสมบรู ณแ์ รก ๆ มาจากต�ำ บลกองทลู และต�ำ บลทา่ แดงหลายครอบครวั ตอ่
มามีผคู้ นอพยพเข้ามาอยู่เพิ่มขน้ึ เรอ่ื ย ๆ เชน่ มาจากอำ�เภอดา่ นซา้ ย จังหวดั เลย จงั หวัดพจิ ติ ร จังหวดั นครสวรรค์
จังหวัดสระบุรี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอ่างทอง เพ่ือบุกเบิก ถางป่า จับจองที่ดินทำ�กินยังไม่มีเอกสารสิทธ์ิ
ใครถางป่าได้มากก็ได้ครอบครองท่ีดินมาก ใครอยากทำ�นาก็ไปถางป่าไผ่สำ�หรับทำ�นา บางรายมีเงินมากก็จ้าง
ถางป่าราคาไร่ละ 30 บาท บางรายก็แบ่งขายต่อราคาไร่ละ 100 บาท เพราะจะได้มีเพื่อนบ้าน มาอยู่ใกล้กัน
บางรายกเ็ ข้ามารับจา้ งเล่ือยไม้ รบั จ้างถางป่า บางรายมาขายสนิ ค้า เหตผุ ลส�ำ คญั ท่ีมี ผอู้ พยพเขา้ มาอยูท่ ่หี นองไผ่
ก็เพื่อจับจองที่ดินทำ�กินบริเวณหนองไผ่ (สระหลวง) มีคนปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่เป็นจำ�นวนมาก ที่ต้ังอำ�เภอ
เป็นป่า บริเวณตลาดนายมานิตยก็เป็นป่า เป็นบ่อลูกรัง มีถนนดินลูกรังเล็ก ๆ มีป่าไผ่ปกคลุมทั้งสองข้างทาง

อาชีพของคนส่วนใหญ่จะทำ�ไร่ ทำ�นา อาหารการกินจะปลูกผักไว้กินเอง ข้าวโพดราคาถังละ 7 บาท
ข้าวเปลือกราคาถังละ 5 บาท เส้ือผ้าทอใส่เอง ปลูกฝ้ายเอง มีอุปกรณ์ทอผ้าเอง ผ้าท่ีทอได้ใช้ต้นหม้อฮ่อม
ตน้ ครามมาตำ�แล้วเอาน้ำ�มาย้อมผ้าส�ำ หรับทอ
บรเิ วณตลาดแสงอาทิตย์ เดิมเป็นวดั ปา่ มีหลวงพอ่ ดำ�มาสร้างวัดและชาวบ้านได้บรจิ าคทด่ี นิ ให้เพื่อสรา้ ง
วดั อย่มู าไมน่ านไดม้ ีการฟอ้ งร้องสู้คดีเก่ยี วกับที่ดนิ ต้ังแตต่ ลาดแสงอาทติ ยถ์ ึงทางแยกตน้ ประดู่ เชื่อกนั ว่าบริเวณ
ศาลเจ้าพ่อดำ�เป็นจุดท่ีฝังบาตรของท่านและท่านได้สาปแช่งจึงทำ�ให้บริเวณตลาดแสงอาทิตย์ไม่มีใครกล้าสร้าง
เพราะใครมาสร้างจะเสียชีวติ หลายคน ต่อมาชาวบ้านไดร้ ว่ มแรงร่วมใจสรา้ งศาลเจา้ พอ่ ด�ำ จนแล้วเสร็จ
สิ่งศักดิ์สิทธ์ิที่ชาวหนองไผ่เคารพกราบไหว้ต้ังแต่เริ่มแรก คือเจ้าบ้านหรือเจ้าที่ เดิมเจ้าแม่นางเวินและ
เจ้าพ่อรากหวายอยู่ท่ีบ้านกองทูล ชาวบ้านไปเชิญเจ้าพ่อรากหวายมาช่วยปกปักรักษาชาวหนองไผ่ เช่ือกันว่า
เจ้าพ่อรากหวายเป็นพ่ีน้องกับเจ้าแม่นางเวินและได้เปลี่ยนชื่อเป็นเจ้าพ่อศรีเทพ บ้านหนองไผ่ เป็นหมู่บ้านหน่ึง
ในสห่ี มู่บา้ น (1.บ้านวงั ชงโค 2.บ้านกองทลู 3.บ้านนำ้�เขยี ว 4.บา้ นหนองไผ่) ต่อมาผู้ใหญ่จำ�ปา เปน็ ผ้ใู หญค่ นแรก
ได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดหนองไผ่ ซึ่งบริเวณภายในวัดสมัยนั้นยังเป็นป่าคนท่ีบริจาคที่ดินสร้างวัด คือ
นายเซยี่ ะ แกน่ จนั ทรห์ อม เมอื่ มบี า้ นเพม่ิ ขนึ้ หลายหลงั หลายหมบู่ า้ น มจี �ำ นวนครอบครวั และจ�ำ นวนคนมากแลว้
มกี ารสร้างถนนเลก็ ๆ มกี ารสร้างหอ้ งแถว มรี ้านคา้ คอื ร้านเจ๊กฮง (ธนาคารกรงุ ไทย) ร้านเจ๊กซาน (ร้านสุนันทา)
และรา้ นเจก๊ เตา ตอ่ มามกี ารสรา้ งตลาดแหง่ แรก คือ ตลาดรตั นชยั เดมิ เป็นบ่อลกู รัง ปลดั รตั น์ พรหมประเสริฐ
เปน็ ผู้สร้างสมยั นน้ั ปลาทู 4 เข่ง 10 บาท มะเขือราคา 3 กโิ ลกรมั 1 บาท มโี รงไฟฟ้า (บริเวณ สนง.ทีด่ ิน) ส�ำ หรับ
ปัน่ ไฟจ่ายไปตามบา้ นเรอื นและปิดเวลาเทีย่ งคืนของทกุ วัน

เมอ่ื ถงึ ประเพณตี รษุ สงกรานต์ หนมุ่ สาวจะมารวมกลมุ่ กนั หลงั จากท�ำ บญุ ตกั บาตรแลว้ จะเลน่ สงกรานต์
ในวัด มกี ารละเล่นมอญซอ่ นผ้า เล่นลกู ช่วง เล่นเสือตวี ัว เล่นกะทกรก กระโดดเชือก ชว่ งบา่ ย 4 - 5 โมง จะมพี ธิ ี
สรงน�ำ้ พระและเลน่ สาดน�ำ้ กนั ในบรเิ วณวดั เวลากลางคนื จะจดุ ตะเกยี งเจา้ พายใุ หแ้ สงสวา่ งโดยจะรวมกนั ออกเงนิ
จนครบ 4 บาท เพ่อื ไปซือ้ น�้ำ มนั กา๊ ด บางวันจะไปเล่นสาดนำ้�โดยเดนิ ไปกนั เป็นกลุ่ม แลว้ กช็ วนกันไปรดน�้ำ ดำ�หัว
ปู่ ยา่ ตา ยาย สมยั กอ่ นยังไม่มโี รงพยาบาล มีแตส่ ขุ ศาลา (ตงั้ อยู่บริเวณ กศน. ในปัจจบุ นั ) มีหัวหน้าอนามัยอยู่
ประจ�ำ 1 คน ผดงุ ครรภ์ 1 คน คือ หมอเพยี งใจ สวุ รรณภา เวลาเจบ็ ปว่ ยตอ้ งไปรักษาทโ่ี รงพยาบาลเพชรบูรณ์
นงั่ รถโดยสารรับจ้างไปโดยมรี ถรับจา้ งวันละเทยี่ ว เดินทางกนั 10 ช่ัวโมง บางคนก็ใช้ลอ้ เกวยี นเดินทางเปน็ วนั

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์

92

ปี พ.ศ. 2479 มีการสร้างโรงเรียนแหง่ แรก ช่ือโรงเรยี นบ้านหนองไผ่ (ปจั จบุ ันชอ่ื โรงเรยี นอนุบาลหนองไผ)่
เปดิ ทำ�การสอนคร้งั แรกเม่ือวันท่ี 24 พฤษภาคม 2497 เปน็ โรงเรียนสาขาของโรงเรยี นบา้ นกองทลู โดยการนำ�
ของนายเที่ยง สุขาวดี ศึกษาธกิ ารอำ�เภอวเิ ชียร กบั นายยศ สาระถ้อย กำ�นนั ตำ�บลกองทลู ได้สงวนท่ีดนิ ไว้
ปลกู สรา้ งโรงเรยี น มีเนอ้ื ท่ี 27 ไร่ 2 งาน อาคารเรียนหลงั แรกเป็นอาคารเรยี นชัว่ คราว หลังคามุงแฝก ฝาฟากมี 2
ห้องเรยี น มนี กั เรยี น 30 คน มี ป.1 และ ป.2 มนี ายยทุ ธ ทองเพง็ เปน็ ผู้บรหิ ารคนแรก

ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2504 หนองไผ่ได้รับการยกฐานะข้ึนเป็นก่ิงอำ�เภอหนองไผ่ โดยมี
นายสมบรู ณ์ อมรบุตร เปน็ หัวหน้ากิ่งอ�ำ เภอหนองไผ่ คนแรก มีเขตการปกครอง 3 ต�ำ บล ได้แก่ ตำ�บลกองทลู ตำ�บล
กนั จุ และตำ�บลบ้านโภชน์ และในวนั ท่ี 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 ได้รับโอนต�ำ บลนาเฉลยี ง ตำ�บลทา่ แดง ของอ�ำ เภอ
เมืองเพชรบูรณ์มาข้ึนกับกิ่งอำ�เภอหนองไผ่ด้วย และเม่ือวันที่ 17 กรกฎาคม 2506 ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะ
ก่งิ อ�ำ เภอหนองไผ่ เปน็ อำ�เภอหนองไผ่ โดยมี ร.ต.ต.ประทวน สิทธธิ รู ณ์ (หรือสทิ ธิกลุ ) เป็นนายอำ�เภอคนแรกและมีการ
จดั ตงั้ เปน็ สขุ าภบิ าลตามประกาศกระทรวงมหาดไทยในราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ ที่ 81 ตอนที่ 107 ลงวนั ที่ 3 พฤศจกิ ายน
พ.ศ. 2507 การคมนาคม ไปมาหาสกู่ นั โดยการเดนิ หรอื ใชร้ ถจกั รยาน ใชล้ อ้ เกวยี น ลกั ษณะถนนเปน็ ดนิ ลกู รงั ตอ่ มาในปี
พ.ศ. 2513 รัฐบาลไดต้ ัดถนนเปน็ เสน้ ทางจากต�ำ บลวงั ชมภู อ�ำ เภอเมือง จงั หวัดเพชรบรู ณ์ ไปอ�ำ เภอชัยบาดาล จงั หวดั
ลพบรุ ี ซง่ึ ตอ่ มาเรยี กวา่ ถนนสายสระบรุ ี - หลม่ สกั การเดนิ ทางไปจงั หวดั เพชรบรู ณใ์ ชเ้ วลาเดนิ ทางนานมาก มรี ถรบั จา้ ง
โดยวิ่งมาจากวิเชยี รบุรี มาหนองไผ่ ไปเพชรบูรณ์ หากจะไปอ�ำ เภอวเิ ชยี รบุรี ถ้าไมไ่ ปทางรถยนต์ก็ต้องนง่ั เรือไปโดยไป
ขึ้นเรือที่กองทูล สมัยก่อนมีการปล้นกันมาก มีท้ังการปล้นวัว ปล้นควาย ปล้นร้านค้า ลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ มีคดีปล้น
คดฆี า่ เกดิ ขน้ึ แทบทกุ วนั สถานตี �ำ รวจภธู รหนองไผ่ เปน็ อาคารไมเ้ ลก็ ๆ ชน้ั เดยี ว มี ร.ต.ท.จรสั สขุ วฒั น เปน็ หวั หนา้ สถานี
ตำ�รวจภธู รหนองไผ่ คนแรก ปฏบิ ัตหิ น้าทไ่ี ดไ้ มถ่ ึง 1 เดือน ก็ถกู โจรปล้นรถเมลย์ ิงเสยี ชีวิต

ปี 2506 สรา้ งการไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค
ปี 2507 กอ่ สร้างโรงเรยี นหนองไผ่ เปน็ โรงเรยี นมัธยมศึกษาระดบั อ�ำ เภอเป็นโรงเรียนสหศึกษา
ปี 2511 นายเปล่ง จลุ เนตร นายอ�ำ เภอหนองไผส่ มยั น้นั ไดเ้ ขา้ มาดพู ้ืนท่ี และท�ำ การขดุ สระเพอ่ื กักเก็บนำ้�
สำ�หรับท�ำ น้�ำ ประปา
ปี 2511 สร้างสถานีอนามัยหนองไผ่ในเน้อื ที่ 8 ไร่ เมือ่ สร้างเสรจ็ นายเปลง่ จลุ เนตร ได้เชิญชวน
นายแพทยภ์ ุชงค์ วีรเพลิน ซง่ึ ปฏิบตั งิ านอยทู่ ส่ี ถานีอนามัยหลม่ สัก มาประจ�ำ ที่สถานอี นามัยหนองไผ่
ปี 2519 ไดเ้ ปลี่ยนช่อื จากสถานอี นามยั หนองไผ่ เป็นโรงพยาบาลหนองไผ่ ขนาด 10 เตยี ง
มีนายแพทยภ์ ุชงค์ วรี เพลิน เปน็ ผอู้ �ำ นวยการโรงพยาบาลหนองไผค่ นแรก พ.ศ. 2519 อ�ำ เภอหนองไผ่ยกทดี่ นิ ให้อีก
17 ไร่ รวมเปน็ 25 ไร่ เพ่อื ขยายเปน็ โรงพยาบาลขนาด 30 เตียง
ปี 2532 ผใู้ หญ่บา้ นและชาวบา้ นได้รวมตัวกนั ขอแยกหมูบ่ า้ นออกจากต�ำ บลกองทูล กรมการปกครอง กระทรวง
มหาดไทย ได้อนุมัติและตั้งตำ�บลใหม่ เป็นตำ�บลหนองไผ่ ประกอบด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองไผ่ใต้
หมู่ 2 บ้านพงษเ์ พชร หมู่ 3 บ้านสะพานกลางดง หมู่ 4 บ้านหนองไผ่ หมู่ 5 บา้ นประดู่ หมู่ 6 บ้านเนนิ มะกอก หมู่ 7
บา้ นหนองไผเ่ หนอื หมู่ 8 บา้ นคลองศรเี ทพ หมู่ 9 บ้านคลองยาง หมู่ 10 บา้ นล�ำ พาด มีนายสมพร ไมส้ งู เปน็ กำ�นันคน
แรกหนองไผ่ ต่อมากระทรวงมหาดไทยไดป้ ระกาศยกฐานะสุขาภิบาลหนองไผเ่ ปน็ เทศบาลตำ�บลหนองไผ่เมอ่ื วนั ที่ 25
พฤษภาคม พ.ศ.2542 ตามประกาศราชกิจจานเุ บกษา เล่ม116 ตอนท1่ี 5ก. ลงวนั ท่ี 10 มิถุนายน พ.ศ. 2542 (อ้างองิ
ขอ้ มลู จากเทศบาลต�ำ บลหนองไผ่ ทีม่ า : http://nongphaicity.go.th/index.php?op=staticcontent&id=47637
สืบคน้ เมอื่ วนั ท่ี 25 มนี าคม 2565 เรียบเรยี งจากค�ำ บอกเลา่ ของผู้สูงอายุในชมุ ชนหนองไผ่ตามโครงการสร้างสขุ ภาวะ
ใหผ้ สู้ ูงอายุโดยผเู้ ฒ่าเลา่ ตำ�นานลูกหลานจดบนั ทกึ )

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

93



โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์

94

สภาพภูมิศาสตร์ของอำ�เภอหนองไผ่

อำ�เภอหนองไผ่ (Amphoe Nong Phai)
ตงั้ อยู่ทางตอนใตข้ องจังหวัดเพชรบรู ณ์ โดยมี
พกิ ัด
มีพืน้ ทท่ี ั้งหมด 1,360.2 ตร.กม. (525.2 ตร.ไมล)์
มีอาณาเขตตดิ ตอ่ กับอำ�เภอขา้ งเคยี ง ดงั นี้
ทศิ เหนือ ติดต่อกับ อ�ำ เภอเมอื งเพชรบูรณ์
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับ อำ�เภอบึงสามพัน

ทิศตะวันตก ตดิ ต่อกบั
อำ�เภอชนแดน
ทิศตะวนั ออก ติดตอ่ กบั
อ�ำ เภอหนองบัวแดงและ
อำ�เภอภักดีชุมพล จงั หวดั ชยั ภมู ิ

ท่ีมา : https://th.wikipedia.org/wiki/ อำ�เภอหนองไผ#่ ที่ต้งั และอาณาเขต

ภาพ แผนท่อี �ำ เภอหนองไผ่
ทม่ี า : http://www.phetchabunspecial.com/data_9324

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์

95

การแบง่ เขตการปกครอง

การปกครองส่วนภูมิภาค อ�ำ เภอหนองไผ่ แบ่งเขตการปกครองยอ่ ยออกเป็น 13 ตำ�บล 142 หมู่บา้ น ได้แก่
1. ตำ�บลกองทูล

“ประวัติตำ�บลกองทูล ไม่ปรากฏเป็นหลักฐานที่ชัดเจน แต่จากการสอบถามคนเฒ่า คนแก่ ได้ให้
ความเห็นว่าบ้านกองทูลเป็นบ้านเก่าแก่ มีอายุประมาณ 200 ปีเศษ ต้ังแต่เมืองศรีเทพเจริญรุ่งเรือง และมีขอม
ปกครองสร้างศิลปวัฒนธรรมมากมาย สมัยน้ันหมู่บ้านกองทูลได้รับแต่งตั้งให้เป็นตำ�บลแรกของตำ�บลหนองไผ่ซ่ึงเป็น
ท่ีต้อนรับและพักระหว่างการเดินทางไปยังตัวเมืองเพชรบูรณ์ มีเส้นทางจากอำ�เภอวิเชียรบุรีผ่านมาตำ�บลกองทูล
จะข้ึนอยู่กับอำ�เภอวิเชียรบุรี และก็ได้มีเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นก็คือ เจ้าเมืองเล็งที่ครองเมืองวิเชียรบุรี มีลูกชายจะมาสู่ขอ
และแต่งงานกับลูกสาวของเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ ดังน้ันทั้งสองฝ่ายจึงเดินทางมาสู่ขอและทาบทามกันแต่ยังเดินทางไป
ไม่ถึงตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ได้พักค้างคืนท่ีตำ�บลกองทูลก่อน จึงปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับการแต่งงานของฝ่ายเจ้าบ่าว
และฝ่ายเจ้าสาวไม่เรียกค่าสินสอด แต่ทั้งสองฝ่ายได้นำ�เงินมากองรวมกันเรียกว่า “กองทุน” ซ่ึงต่อมาได้เปลี่ยนเสียง
เรียกกันเป็น “กองทูล” และก็ได้ใช้ช่ือว่า กองทูล มาจนถึงปัจจุบัน องค์การบริหารส่วนตำ�บลกองทูล ต้ังอยู่หมู่ท่ี 2
ตำ�บลกองทูล อำ�เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากอำ�เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 6 กิโลเมตร
ได้รับการยกฐานะจากสภาตำ�บลกองทูลเป็นองค์การบริหารส่วนตำ�บลกองทูลตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย
ลงวันท่ี 19 มกราคม 2539 ตำ�บลกองทูลมีเนื้อท่ีประมาณ 64.40 ตารางกิโลเมตร หรือ 40,247 ไร่พ้ืนที่ทำ�การ
เกษตร 30,114 ไร่ มีพ้ืนที่ทางกายภาพเป็นพื้นท่ีราบลุ่มน้ำ�ท่วมขัง แทบทุกปี มีแม่น้ำ�ป่าสักและคลองกองทูล
ไหลผ่านส่วนใหญ่เป็นดินเหนียวปนทราย มีประชากรท้ังส้ินจำ�นวน 4,322 คน ชาย 2,149 คน หญิง 2,173 คน
อาณาเขตตดิ ต่อ
ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ กบั ต�ำ บลนาเฉลียง อ�ำ เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ติดตอ่ กับตำ�บลเพชรละคร อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวันออก ตดิ ตอ่ กับท่าแดง อำ�เภอหนองไผ่
ทิศตะวันตก ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลหนองไผ่ อ�ำ เภอหนองไผ่
เขตการปกครอง ประกอบไปด้วย 8 หมู่บ้าน ไดแ้ ก่ หมทู่ ี่ 1 บา้ นวงั ชงโค หม่ทู ่ี 2 บ้านกองทลู หมู่ที่ 3 บา้ นกองทูล
หม่ทู ่ี 4 บา้ นน�ำ้ เขียว หมทู่ ี่ 5 บ้านเนนิ มะเกลอื หมูท่ ่ี 6 บ้านท่าทอง หมู่ท่ี 7 บา้ นเนนิ พัฒนา หมูท่ ี่ 8 บ้านหนองบัวทอง
ท่มี า : https://www.kongtool.go.th/tambon/general

2. ต�ำ บลนาเฉลียง
ตำ�บลนาเฉลียงเดิมมีฐานะเป็นสุขาภิบาลและได้ยกฐานะสุขาภิบาลข้ึนเป็นเทศบาล ตำ�บลนาเฉลียง
เม่ือวันท่ี 25 พฤษภาคม 2542 ตามพระราชบัญญัติเปล่ียนแปลงฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาลตำ�บล พ.ศ.2542
มีพื้นที่ประมาณ 2.8 ตารางกิโลเมตร โดยครอบคลุมพื้นท่ีบางส่วนของหมู่ท่ี 1,2,9 ตำ�บลยางงาม และพ้ืนท่ีบาง
ส่วนของหมู่ที่ 5,6,9 ระยะทางจากเทศบาลตำ�บลนาเฉลียงถึงกรุงเทพมหานคร ประมาณ 342 กิโลเมตร ห่างจาก
อำ�เภอหนองไผ่ ประมาณ 11 กิโลเมตร ห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 46 กิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศ
และลักษณะภูมิอากาศ ส่วนใหญ่เป็นพื้นท่ีราบ มีลำ�คลองไหลผ่านเป็นแนวเขต ใจกลางเป็นแหล่งชุมชนประกอบ
การค้า บริเวณรอบนอกทำ�การเกษตร ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเมืองร้อน อากาศร้อนจัดในฤดูร้อน
และหนาวจดั ในฤดูหนาว สภาพเศรษฐกิจ และสงั คม

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

96

โดยภาพรวม ลักษณะเศรษฐกิจในเขตเทศบาลตำ�บลนาเฉลียง สามารถแบ่งการประกอบอาชีพหลักออกเป็น
หลายประเภท ได้แก่ การพาณิชยกรรม การอุตสาหกรรม การเกษตรกรรม และรับจ้างทั่วไป บริเวณใจกลาง
ท่เี ป็นพืน้ ที่การพาณชิ ยกรรมเป็นชุมชนหนาแนน่
อาณาเขตตดิ ต่อ

ทศิ เหนอื ตดิ ตอ่ กบั เทศบาลตำ�บลเฉลยี งทอง อ�ำ เภอหนองไผ่
ทิศใต้ ติดตอ่ กับเทศบาลต�ำ บลเฉลยี งทองและหม่ทู ี่ 2 ต�ำ บลยางงาม อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวันออก ตดิ ตอ่ กบั เทศบาลตำ�บลเฉลยี งทอง อำ�เภอหนองไผ่
ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับองคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลยางงาม อำ�เภอหนองไผ่
เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 10 หม่บู า้ น ไดแ้ ก่ หม่ทู ี่ 1 บ้านวังรี หมทู่ ี่ 2 บ้านปากคลองกรวด หมูท่ ่ี 3
บา้ นโรงบม่ หมู่ที่ 4 บ้านหัวโตก หมูท่ ่ี 5 บ้านตน้ ยาง หม่ทู ี่ 6 บา้ นนาเฉลียงใต้ หม่ทู ่ี 7 บา้ นหนองไลย์ หมู่ท่ี 8
บา้ นห้วยน้ำ�บ่อ หมู่ท่ี 9 บา้ นโคกสว่าง หมู่ที่ 10 บา้ นน�ำ้ พุ
ทมี่ า : http://www.nachaliang.go.th/index.php?op=

3. ตำ�บลบ้านโภชน์
ตำ�บลบ้านโภชน์ เดมิ มีฐานะเปน็ สุขาภบิ าลและไดย้ กฐานะสขุ าภิบาลข้นึ เป็นเทศบาล ต�ำ บล

บา้ นโภชน์ เม่ือวนั ที่ 25 พฤษภาคม 2542 ตามพระราชบัญญตั เิ ปลี่ยนแปลงฐานะสุขาภิบาลเปน็ เทศบาลต�ำ บล
พ.ศ.2542 ตัง้ อยู่ทางทิศใต้ของจงั หวดั เพชรบรู ณ์ หา่ งจากอำ�เภอหนองไผ่ ประมาณ 10 กิโลเมตร หา่ งจากจังหวัด
เพชรบรู ณ์ ประมาณ 70 กิโลเมตร มีพ้นื ที่ 89.98 ตารางกโิ ลเมตร คิดเปน็ 58,124 ไร่ ภูมปิ ระเทศพ้นื ที่ราบนำ้�
ทว่ ม อยทู่ างทศิ ตะวนั ตกเปน็ ทรี่ าบรมิ แมน่ �้ำ ปา่ สกั ฤดฝู นน�ำ้ ทว่ มถงึ บรเิ วณทร่ี ะดบั สงู เหมาะสมส�ำ หรบั ท�ำ นาหวา่ น
บรเิ วณทรี่ ะดบั น�้ำ ไมส่ งู เหมาะสมส�ำ หรบั ท�ำ นาด�ำ ไมส่ ามารถท�ำ นาไดต้ ลอดปี เพราะปรมิ าณน�ำ้ ไมส่ ม�ำ่ เสมอ ไดแ้ ก่
หมทู่ ่ี 4, 5, 13 พื้นท่ีดอนหรอื ทีไ่ ร่ อยตู่ อนกลางเหมาะส�ำ หรับการปลกู พืชไร่ พชื สวน ไดแ้ กห่ มทู่ ี่ 1, 2, 3, 4, 5, 11,
12 พ้ืนท่ภี ูเขา แหล่งตน้ น้ำ� อย่ทู างทศิ ตะวันตกเหมาะสำ�หรับการปลกู พชื ไร่ สว่ นใหญห่ มทู่ ่ี 6, 7, 8
อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนอื ติดตอ่ กับตำ�บลบวั วฒั นา อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ติดต่อกับต�ำ บลหนองแจง อ�ำ เภอบึงสามพนั
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ต่อกับต�ำ บลเพชรละคร อำ�เภอหนองไผ่
ทิศตะวันตก ตดิ ตอ่ กบั ตำ�บลซับพุทรา อ�ำ เภอชนแดน
เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 13 หมบู่ า้ น ไดแ้ ก่ หมทู่ ี่ 1 บา้ นโภชน์ หมทู่ ่ี 2 บา้ นน�้ำ วงิ่ หมทู่ ่ี 3 บา้ นโภชน์ หมทู่ ่ี
4 บา้ นคลองกะโบน หมทู่ ี่ 5 บา้ นคลองไพร หมทู่ ่ี 6 บา้ นซบั เดอื่ หมทู่ ่ี 7 บา้ นเนนิ สวรรค์ หมทู่ ี่ 8 บา้ ซบั ชมภู หมทู่ ่ี 9
บา้ นโภชน์หมทู่ ่ี10บา้ นซบั สมบรู ณ์หมทู่ ่ี11บา้ นสามแยกตะวนั ออกหมทู่ ่ี12บา้ นโพธเ์ิ จดยี ล์ อยหมทู่ ่ี13บา้ นกะโบนพฒั นา
ท่ีมา : http://www.banphot.go.th/index.php?op=staticcontent&id=39384

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์

97

4. ตำ�บลทา่ แดง
ต�ำ บลท่าแดง องค์การบริหารสว่ นต�ำ บลท่าแดง ตั้งอยหู่ มูท่ ่ี 7 ต�ำ บลท่าแดง อำ�เภอหนองไผ จ่ งั หวัด

เพชรบรู ณ์อยทู่ างทศิ ตะวนั ออกของอ�ำ เภอหนองไผ่หา่ งจากอ�ำ เภอหนองไผ่ประมาณ16กโิ ลเมตรและหา่ งจากจงั หวดั เพชรบรู ณ์
ประมาณ 59 กโิ ลเมตร มเี นอ้ื ทปี่ ระมาณ 104 ตารางกโิ ลเมตรหรอื เนอื้ ทปี่ ระมาณ56,603 ไร่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศโดยทว่ั ไปเปน็
ทร่ี าบลมุ่ บางสว่ นเปน็ เนนิ สงู อยทู่ างทศิ ตะวนั ออกเฉยี งใตเ้ ปน็ ภเู ขาครอบคลมุ พนื้ ทป่ี ระมาณรอ้ ยละ 30 ของพนื้ ทตี่ �ำ บล บรเิ วณ
ทางทศิ ตะวนั ออกเปน็ แมน่ �ำ้ มแี มน่ �้ำ ปา่ สกั ซง่ึ เปน็ แมน่ �ำ้ สายส�ำ คญั ไหลผา่ นทางดา้ นทศิ ตะวนั ตกเปน็ ล�ำ คลอง และล�ำ หว้ ยรวมกนั
จ�ำ นวน 10 สาย ไหลลงสแู่ มน่ �ำ้ ปา่ สกั อาชพี ของประชากรสว่ นใหญท่ �ำ การเกษตรกรรม ซง่ึ ไดแ้ ก่ การท�ำ นาขา้ ว ปลกู ถวั่ เหลอื ง
ถั่วเขยี ว ถว่ั มนั ขา้ วโพดและอาชพี รับจา้ งทรพั ยากรปา่ ไม้ ตำ�บลทา่ แดงมพี น้ื ที่ป่าไม้ที่สำ�คญั คอื ปา่ ไมโ้ ครงการปลกู ป่า
เฉลิมพระเกียรติพ้ืนที่ ประมาณ 15,000 ไร่ และพน้ื ทป่ี า่ ชุมชน(ป่าไม้ใช้สอย) เน้ือทป่ี ระมาณ 8,000 ไร่
อาณาเขตติดต่อ

ทศิ เหนือ ติดต่อกับต�ำ บลบอ่ ไทยและต�ำ บลวังโบสถ์ อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ติดตอ่ กบั ต�ำ บลตำ�บลเพชรละคร อ�ำ เภอหนองไผ่
ทิศตะวันออก ตดิ ตอ่ กบั ตำ�บลวงั ทา่ ดีและตำ�บลทา่ ด้วง อ�ำ เภอหนองไผ่
ทิศตะวันตก ติดตอ่ กับต�ำ บลกองทูล อำ�เภอหนองไผ่
เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 15 หมูบ่ า้ น ไดแ้ ก่ หมทู่ ี่ 1 บ้านทา่ แดง หม่ทู ่ี 2 บ้านทา่ สวาย หมูท่ ี่ 3 บา้ นล�ำ กง
หมู่ที่ 4 บ้านทา่ เย่ียม หมู่ท่ี 5 บ้านไร่ขอนยางขวาง หมทู่ ่ี 6 บา้ นนาท่งุ หมูท่ ่ี 7 บ้านโคกสูง หมู่ที่ 8 บ้านเนินคนธา
หมู่ที่ 9 บ้านเนินสะเดา หมู่ที่ 10 บ้านโคกสระแก้ว หมู่ท่ี 11 บ้านหนองม่วง หมู่ที่ 12 บ้านปากโบสถ์ หมู่ท่ี 13
บ้านโคกพฒั นา หมทู่ ่ี 14 บ้านหนองระหาร หมทู่ ี่ 15 บ้านโพธเิ์ งนิ
ทม่ี า : https://www.thadaeng.go.th/index

5. ตำ�บลเพชรละคร
ในสมัยเมืองศรีเทพรุ่งเรือง มีคณะละครเดินทางผ่านมาเพื่อไปเมืองศรีเทพ และได้ลืมพัดทิ้งไว้ท่ี
โคกเพ็ก เมื่อมีคนไปพบเรียกโคกนี้ว่า “โคกพัดละคร” ต่อมามีคนอีสานอพยพมาอาศัยอยู่และท่ีแห่งน้ีมีพืชตระกูล
ไผ่ชนิดหนึ่ง ซ่ึงคนอีสานเรียกว่า “ต้นเพ็ก” ขึ้นอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ จึงเรียกโคกแห่งนี้จากพัดละคร เป็น “โคก
เพ็กละคร” และเปลี่ยนจากเพ็กเป็นเพชร เพราะเห็นว่าโคกเพ็กละครอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ จึงเรียกว่า“โคก
เพชรละคร” ต่อมาเห็นว่าโคกเพชรละครยาวเกินไปจึงเรียกสั้นๆ ว่า “บ้านเพชรละคร” และได้ต้ังเป็นตำ�บลเพชร
ละครในปัจจุบัน คำ�ขวัญตำ�บลเพชรละคร "งามตระการผ้าไหม วัฒนธรรมไทยอีสาน กันเจมบึงงาม ลุ่มน้ำ�ป่าสัก"

ที่ท�ำ การองค์การบริการส่วนตำ�บลเพชรละคร ตง้ั อยู่เลขที่ 100 หมทู่ ี่ 13 ต�ำ บลเพชรละคร อ�ำ เภอ
หนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ อย่หู า่ งจากทว่ี ่าการอำ�เภอหนองไผ่ ไปทางทิศตะวนั ออกเฉียงใต้ ประมาณ 17 กโิ ลเมตร
และห่างจากจงั หวดั เพชรบูรณ์ ประมาณ 69.5 กโิ ลเมตร ลกั ษณะภมู ิประเทศเปน็ ทร่ี าบลุ่มแมน่ ้ำ�ปา่ สกั และห่างออก
ไปทางด้านทิศตะวันออกของตำ�บลเป็นท่ีราบเชิงเขา ท่ีราบลุ่มในฤดูฝนนำ้�ท่วม ในฤดูแล้งทุกพื้นท่ีขาดแคลนนำ้�เพื่อ
การเกษตร มี 3 ลกั ษณะดงั ตอ่ ไปนี้ 1. พน้ื ทรี่ าบนำ้�ท่วมถงึ อยู่ทางทิศตะวันตก เป็นท่รี าบล่มุ แมน่ ้ำ�ป่าสกั ฤดฝู นน�ำ้
ท่วมถึง บริเวณท่ีระดับน้ำ�สูงเหมาะสำ�หรับทำ�นาหว่าน บริเวณท่ีระดับไม่สูงเหมาะสำ�หรับทำ�นาดำ� ไม่สามารถทำ�นา
ไดต้ ลอดปี เพราะปรมิ าณน�้ำ ไม่สม่ำ�เสมอ 2. พนื้ ที่ดอนหรอื ทไี่ ร่ อยู่ทางตอนกลางเหมาะส�ำ หรับปลกู พชื ไร่ พืชสวน 3.
พื้นทีภ่ ูเขา อย่ทู างทศิ ตะวันออก เหมาะสำ�หรบั ปลูกพืชไร่ ส่วนใหญ่เป็นปา่ สงวนมกี ารจบั จองพ้ืนท่ีบางสว่ นเพอ่ื ท�ำ มา
หากนิ สภาพภมู ิประเทศสว่ นใหญเ่ ปน็ ที่ราบลุ่มแมน่ �ำ้ ป่าสัก มที รพั ยากรพ้นื ทป่ี ่าไม้และมแี หล่งน�ำ้ ธรรมชาตขิ นาดใหญ่
ท่เี หมาะแกก่ ารอนรุ ักษ์ และพัฒนาเปน็ แหลง่ ท่องเทย่ี วทางธรรมชาติ และเปน็ ทพ่ี กั ผอ่ นหย่อนใจ

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์

98

อาณาเขตตดิ ต่อ
ทศิ เหนือ ติดตอ่ กับตำ�บลกองทูล ต�ำ บลท่าแดง อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับตำ�บลกันจุ ตำ�บลสระแกว้ อำ�เภอบึงสามพัน
ทศิ ตะวนั ออก ติดต่อกบั ต�ำ บลสระแก้ว อำ�เภอบงึ สามพนั
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ต่อกับต�ำ บลบา้ นโภชน์ อำ�เภอหนองไผ่

เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 14 หมบู่ า้ น ไดแ้ ก่ หมทู่ ่ี 1 บา้ นเพชรละคร หมทู่ ี่ 2 บา้ นเนนิ มะคา่ หมทู่ ่ี 3 บา้ นสามสวน
หมทู่ ่ี4บา้ นล�ำ ลวงใต้หมทู่ ี่5บา้ นทา่ เสาตะวนั ตกหมทู่ ่ี6บา้ นสระเกษหมทู่ ี่7บา้ นทา่ เสาตะวนั ออกหมทู่ ี่8บา้ นเกษมสขุ หมทู่ ี่9
บ้านซบั ตะเคียนทอง หมทู่ ี่ 10 บ้านสระแก้ว หมู่ที่ 11 บา้ นเนินสวรรค์ หมู่ที่ 12 บ้านเรอื งสำ�ราญ หมูท่ ี่ 13 บา้ นไผ่-
ทอง หมทู่ ่ี 14 บา้ นเจริญทรัพย์
ทีม่ า : https://www.phetlakronabt.go.th/tambon/society

6. ตำ�บลหว้ ยโปง่
ตำ�บลห้วยโป่ง องค์การบริหารส่วนตำ�บลหว้ ยโปง่ ตั้งอยเู่ ลขท่ี 29 หมูท่ ี่ 1 ตำ�บลหว้ ยโปง่ อำ�เภอ
หนองไผ่ จงั หวัดเพชรบรู ณ์ ต้งั อย่ทู างทิศเหนือสุดของอ�ำ เภอหนองไผ่ หา่ งจากอำ�เภอหนองไผ่ ประมาณ 18 กโิ ลเมตร
ห่างจากจังหวดั เพชรบูรณ์ ประมาณ 40 กิโลเมตร มเี น้ือที่ประมาณ 54.60 ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ 32,625 ไร่
ลักษณะภูมิประเทศพนื้ ทฝ่ี ่งั ตะวันออกฝงั่ ทิศตะวนั ออกเปน็ ที่ราบลมุ่ แมน่ ้าปา่ สักคลอบคลุมหมทู่ ่ี 1, 3, 4, 5 พื้นที่ฝั่ง
ตะวนั ตก หมู่ 3, 6, 7 เป็นทีร่ าบเชิงเขา มที รัพยากรธรรมชาติ เช่น ภเู ขา ป่าไม้ สัตว์ปา่
อาณาเขตติดต่อ

ทศิ เหนือ ตดิ ต่อกับตำ�บลห้วยสะแก อ�ำ เภอเมืองเพชรบูรณ์
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กบั ต�ำ บลนาเฉลียง อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กบั ต�ำ บลระวงิ อ�ำ เภอเมืองเพชรบรู ณ์
ทศิ ตะวันตก ตดิ ต่อกับตำ�บลยางงาม อำ�เภอหนองไผ่ และต�ำ บลพทุ ธบาท อ�ำ เภอชนแดน
เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 7 หมู่บา้ น ไดแ้ ก่ หมู่ที่ 1 บา้ นกกกะแบก หมทู่ ี่ 2 บา้ นห้วยโปง่ หมทู่ ี่ 3 บา้ นไผข่ วาง
หมู่ที่ 4 บ้านใหมส่ ามัคคี หมทู่ ี่ 5 บ้านปู่จ้าว หมทู่ ี่ 6 บา้ นเขาถ้าพระ หมู่ท่ี 7 บ้านเขาถำ้�โถ
ทม่ี า : https://www.huaypongsao.go.th/tambon/general

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

99

7. ต�ำ บลบ่อไทย
ต�ำ บลบอ่ ไทยเดิมมีเขตการปกครองอยกู่ บั ต�ำ บลท่าแดง อำ�เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เมอื่ วันท่ี

11 เมษายน พ.ศ.2511 ได้แยกออกมาตัง้ เป็นต�ำ บลบ่อไทย ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สงิ หาคม พ.ศ.2532 มหี มู่บา้ นจ�ำ นวน
มากขนึ้ ไดแ้ ยกพนื้ ท่ีสว่ นหน่ึงออกตั้งเปน็ ต�ำ บลวังโบสถ์ จนถงึ วันที่ 19 มกราคม 2539 ได้จัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วน
ต�ำ บลบอ่ ไทย และยกฐานะจากองคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลบอ่ ไทยเปน็ เทศบาลต�ำ บลบอ่ ไทย เมอ่ื วนั ที่ 18 กรกฎาคม 2551

สำ�นักงานเทศบาลตำ�บลบ่อไทยต้ังอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำ�เภอหนองไผ่ ระยะทาง
ห่างจากอำ�เภอหนองไผ่ ประมาณ 25 กิโลเมตร และอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ระยะทางห่างจากจังหวัด
เพชรบรู ณ์ ประมาณ 50 กโิ ลเมตร พนื้ ทท่ี งั้ หมดมจี �ำ นวนประมาณ 204 ตารางกโิ ลเมตรหรือ 127,500 ไร่ เปน็ พนื้ ท่ี
ทำ�การเกษตร 29,076 ไร่ เปน็ พ้นื ท่นี า 11,027 ไร่ เปน็ พ้นื ที่ไร่ 15,973 ไร่ และเปน็ พื้นทสี่ วน 2,076 ไร่ ภูมิประเทศเปน็
ภเู ขาสลับกบั ท่รี าบลุ่ม
อาณาเขตตดิ ตอ่

ทศิ เหนือ ติดตอ่ กบั ตำ�บลนายม ต�ำ บลตะเบาะ อ�ำ เภอเมอื งเพชรบรู ณ์
ทศิ ใต้ ติดตอ่ กบั ตำ�บลวังทา่ ดี ตำ�บลท่าด้วง อ�ำ เภอหนองไผ่
ทิศตะวันออก ติดต่อกบั จังหวัดชยั ภูมิ
ทศิ ตะวันตก ติดต่อกับตำ�บลวงั โบสถ์ อำ�เภอหนองไผ่
เขตการปกครอง ประกอบไปด้วย 14 หมบู่ ้าน ไดแ้ ก่ หมทู่ ี่ 1 บ้านโคกเจรญิ หมู่ที่ 2 บ้านตีบใต้ หมทู่ ่ี 3 บ้านโนนสีทอง
หมูท่ ่ี 4 บ้านวังสงวน หมทู่ ี่ 5 บา้ นบอ่ ไทย หม่ทู ่ี 6 บ้านโนนดู่ หมู่ท่ี 7 บา้ นนาวงั แหน หม่ทู ี่ 8 บ้านวงั เจรญิ รัตน์ หมทู่ ี่ 9
บา้ นซบั ปา่ คายหมทู่ ี่10บา้ นโนนตมู หมทู่ ่ี11บา้ นเนนิ สวา่ งหมทู่ ี่12บา้ นโนนสมบรู ณ์หมทู่ ี่13บา้ นไทรงามหมทู่ ่ี14บา้ นเจญิ พฒั นา
ทีม่ า : http://www.borthai.go.th/index.php?op=dynamiccontent_detail&dynamiccontent_id=160639

8. ต�ำ บลวงั ทา่ ดี
ตำ�บลวังทา่ ดี พ.ศ.2527 แยกออกจากตำ�บลทา่ แดง มาต้งั เปน็ ต�ำ บลวังทา่ ดี แบ่งการปกครองเปน็ 16
หมบู่ ้าน พ.ศ.2536 ไดแ้ ยกออกไปเป็นตำ�บลท่าดว้ งแบง่ การปกครองเปน็ 8 หมบู่ ้าน พ.ศ.2548 แบ่งการปกครองเป็น 9
หมู่บ้านจนถงึ ปจั จุบนั วนั ท่ี 2 มนี าคม 2538 มฐี านะเปน็ สภาต�ำ บลวังทา่ ดตี ัง้ อยูใ่ นโรงเรียนบ้านกลาง (ศูนย์การเรียนรู้
ชุมชนต�ำ บลวังท่าดปี จั จุบนั ) วันที่ 29 มนี าคม 2539 มีฐานะเป็นองค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บลวังทา่ ดี

องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลวังท่าดี ตง้ั อยู่ท่ี หม่ทู ่ี 1 ต�ำ บลวงั ท่าดี อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวัดเพชรบูรณ์ อยู่
ทางทศิ ตะวนั ออกของจงั หวดั เพชรบรู ณ์ และอยทู่ างฝง่ั ตะวนั ออกของแมน่ �ำ้ ปา่ สกั ระยะหา่ งจากอ�ำ เภอหนองไผ่ ประมาณ
16 กิโลเมตร ระยะห่างจากจังหวดั เพชรบรู ณ์ ประมาณ 57 กโิ ลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 68 ตารางกิโลเมตร หรือเนือ้ ที่
ประมาณ 42,500 ไร่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศตงั้ อยบู่ นพน้ื ทรี่ าบลมุ่ แมน่ �้ำ ปา่ สกั และทร่ี าบลมุ่ เทอื กเขาเพชรบรู ณ์ พน้ื ทเ่ี หมาะ
สมแก่การท�ำ การเกษตร ท�ำ ไร่ มีคลองล�ำ กง เหมอื งบา้ นไรไ่ หลผ่านหมบู่ ้าน

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์

100

อาณาเขตตดิ ตอ่
ทศิ เหนือ ตดิ ต่อกบั ตำ�บลบ่อไทย อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกับต�ำ บลท่าแดง อำ�เภอหนองไผ่
ทิศตะวนั ออก ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลท่าดว้ ง อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวันตก ติดต่อกับตำ�บลทา่ แดง อ�ำ เภอหนองไผ่

เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 9 หมบู่ า้ น ได้แก่ หม่ทู ี่ 1 บา้ นขอนยางขวาง หมทู่ ่ี 2 บ้านคลองยาง หมทู่ ่ี 3
บา้ นกลาง หมทู่ ี่ 4 บา้ นล�ำ พาด หมทู่ ี่ 5 บา้ นวงั ทา่ ดี หมทู่ ่ี 6 บา้ นเนนิ สะแก หมทู่ ี่ 7 บา้ นโคกกลาง หมทู่ ่ี 8 บา้ นดงกระถนิ
หม่ทู ี่ 9 บา้ นนาประดู่
ที่มา : http://www.wangthadee.go.th/index.php?op=

9. ตำ�บลบัววฒั นา
เทศบาลต�ำ บลบวั วัฒนา ต้งั อยูท่ เี่ ลขท่ี 24 หมทู่ ี่ 1 ตำ�บลบัววัฒนา อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบูรณ์
อยูท่ างทิศใต้ของอ�ำ เภอหนองไผ่ ระยะหา่ งจากอ�ำ เภอหนองไผ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร ระยะหา่ งจากจงั หวดั เพชรบรู ณ์
ประมาณ 63 กโิ ลเมตร มพี ้ืนท่ีประมาณ 86.529 ตารางกิโลเมตร หรอื เนอื้ ทีป่ ระมาณ 54,081 ไร่ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ
ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนพ้ืนท่ีราบลุ่มและมีพื้นท่ีราบสูงเป็นภูเขาบางส่วนพ้ืนที่ลุ่มทั้งหมดและพื้นที่ราบสูงอีกบางส่วนเป็น
พืน้ ที่ปา่ ไมแ้ ละปา่ สงวนเพ่อื การอนรุ กั ษ์
อาณาเขตตดิ ตอ่

ทิศเหนือ ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลหนองไผ่ อ�ำ เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลบ้านโภชน์ อ�ำ เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวันออก ติดตอ่ กับต�ำ บลกองทูล อ�ำ เภอหนองไผ่
ทิศตะวันตก ตดิ ตอ่ กบั ต�ำ บลซับพุทรา อ�ำ เภอชนแดน
เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 8 หมบู่ า้ น ไดแ้ ก่ หมทู่ ่ี 1 บา้ นบวั วฒั นา หมทู่ ่ี 2 บา้ นไรเ่ หนอื หมทู่ ่ี 3 บา้ นเนนิ มะคา่
หมทู่ ่ี 4 บ้านวังอา่ ง หม่ทู ี่ 5 บ้านโคกพฒั นา หมู่ที่ 6 บ้านล�ำ ตาเณร หมู่ท่ี 7 บ้านซับวารนิ ทร์ หมทู่ ่ี 8 บ้านลำ�ประสาน
ทม่ี า : https://www.buawattana.go.th/condition.php

10. ตำ�บลหนองไผ่
บรเิ วณบ้านหนองไผ่ เดมิ เคยเป็นป่ามีสตั วป์ า่ เช่น เสือ เกง้ กวาง สตั ว์ป่าอน่ื ๆ แทบทกุ ชนดิ
เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ต่อมารัฐบาลตัดถนนเป็นเส้นทางจาก ตำ�บลวังชมภู จังหวัดเพชรบูรณ์ ไปอำ�เภอเชียงดาล
จงั หวดั ลพบรุ ี ซง่ึ ต่อมาเรียกถนนสายสระบรุ ี - หล่มสกั บ้านหนองไผ่ อยตู่ ดิ ถนนสายนี้ ซ่งึ ในหมูบ่ ้านมหี นองน้ำ�เล็ก
ๆ เดิมมีต้นไผ่ข้ึนปกคลุมหนาแน่นจึงเรียกบริเวณน้ีว่า "บ้านหนองไผ่" ปัจจุบันหนองนำ้�อยู่กลางตลาด และปรับปรุง
เป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชน พื้นท่ีเป็นท่ีราบลุ่ม และภูเขา มีพ้ืนท่ีอยู่ในเขตเทศบาลบางส่วน แต่พ้ืนท่ีส่วน
ใหญ่อยู่ในเขตขององค์การบริหารส่วนตำ�บลหนองไผ่ ระยะห่างจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 57 กิโลเมตร
มีพ้นื ทป่ี ระมาณ 3.12 ตารางกิโลเมตร หรือเนอื้ ทป่ี ระมาณ 20,075 ไร่ อาชพี หลกั ทำ�นา อาชพี เสริม ค้าขาย รับจา้ ง

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์

101

อาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลนาเฉลยี ง อ�ำ เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ตดิ ตอ่ กับต�ำ บลบวั วัฒนา อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กับต�ำ บลกองทูล อำ�เภอหนองไผ่
ทิศตะวนั ตก ติดต่อกบั ตำ�บลซบั พุทรา อำ�เภอชนแดน
เขตการปกครอง ประกอบไปด้วย 16 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ท่ี 1 บ้านหนองไผ่ใต้ หมู่ท่ี 2 บ้านพงษ์เพชรอนุสรณ์
หมทู่ ี่ 3 บา้ นสะพานกลางดง หมทู่ ่ี 4 บ้านหนองไผ่ หมูท่ ่ี 5 บ้านนาประดู่ หมทู่ ี่ 6 บ้านเนนิ มะกอก หมู่ท่ี 7 บา้ นหนองไผ่
หมทู่ ี่ 8 บา้ นคลองศรเี ทพ หมทู่ ี่ 9 บา้ นคลองยาง หมทู่ ี่ 10 บา้ นลำ�พาด หม่ทู ี่ 11 บา้ นไผแ่ กว้ หม่ทู ่ี 12 บา้ นพรประเสริฐ
พฒั นา หม่ทู ่ี 13 บ้านโคกประดู่ หม่ทู ่ี 14 บ้านเขาดนิ ทอง หมทู่ ี่ 15 บ้านหนองขาม หมู่ท่ี 16 บา้ นหนองไผท่ อง
ทม่ี า : http://www.nongphaiphetchabun.go.th/index.php?op=staticcontent&id=22690
11. ต�ำ บลวงั โบสถ์
บ้านวังโบสถ์เริ่มก่อตั้งเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2500 มีครัวเรือนอพยพมาอยู่คร้ังแรกประมาณ
7-10 ครัวเรือน โดยมีนายกิ่ง คำ�จันทร์ เป็นผู้อพยพมาอยู่เป็นครัวเรือนแรก บ้านวังโบสถ์เดิมตั้งอยู่ในเขตปกครอง
ของบ้านสระหมื่นเชียง หมู่ท่ี 8 ตำ�บลท่าแดง อำ�เภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ในปี พ.ศ. 2511 ย้ายไปอยู่ในเขต
ปกครองของหมู่ที่ 6 ตำ�บลบ่อไทย อำ�เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มีนายกิ่ง คำ�จันทร์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก
วนั ที่ 10 สิงหาคม 2532 ไดข้ อแยกการปกครองออกมาจากตำ�บลบอ่ ไทย เป็นตำ�บลวังโบสถ์ อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั
เพชรบรู ณ์ โดยมีนายวิทยา ช�ำ นาญ เป็นก�ำ นันคนแรกของตำ�บลวังโบสถ์
องค์การบริหารส่วนตำ�บลวังโบสถ์ ต้ังอยู่ท่ีเลขที่ 333 หมู่ที่ 5 บ้านนาข้าวดอ ตำ�บลวังโบสถ์
อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ระยะหา่ งจากอ�ำ เภอหนองไผ่ ประมาณ 20 กโิ ลเมตร ระยะหา่ งจากจงั หวดั เพชรบรู ณ์
ประมาณ 43.7 กิโลเมตร มเี น้ือทีป่ ระมาณ 108 ตารางกโิ ลเมตร 67,500 ไร่ พนื้ ท่ีส่วนใหญเ่ ปน็ ทีร่ าบลุ่ม และบางส่วน
มลี ักษณะเปน็ เนนิ เขามีแม่นำ�้ ป่าสักไหลผ่านในพนื้ ท่ีหมูท่ ่ี 1, 4, 6
อาณาเขตติดตอ่
ทิศเหนอื ตดิ ตอ่ กับตำ�บลระวงิ อ�ำ เภอเมืองเพชรบูรณ์
ทศิ ใต้ ตดิ ต่อกบั ตำ�บลท่าแดง อำ�เภอหนองไผ่
ทิศตะวันออก ติดต่อกบั ต�ำ บลบ่อไทย อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กบั ตำ�บลนาเฉลยี ง อ�ำ เภอหนองไผ่
เขตการปกครอง ประกอบไปด้วย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ท่ี 1 บา้ นวังสะตอื หมู่ที่ 2 บา้ นไทรทอง หมูท่ ่ี 3 บ้านสระ-
หมื่นเชียง หม่ทู ี่ 4 บ้านตะกดุ งาม หมทู่ ่ี 5 บา้ นนาขา้ วดอ หมู่ท่ี 6 บา้ นวงั โบสถ์ หม่ทู ี่ 7 บา้ นคลองตะพานหนิ หมู่ท่ี 8
บ้านอสิ านสามัคคี หมทู่ ี่ 9 บา้ นวงั ประสาน หมทู่ ่ี 10 บ้านโคกสง่า
ทม่ี า : http://wangboth.go.th/index.php?op=dynamiccontent_detail&dynamiccontent_
id=199303&id=40386

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

102

12. ตำ�บลยางงาม
ตำ�บลยางงามเปน็ เขตการปกครองของอำ�เภอหนองไผ่ จงั หวัดเพชรบรู ณต์ งั้ อยทู่ ิศเหนือของ

อำ�เภอหนองไผ่ ระยะห่างจากอำ�เภอหนองไผ่ ประมาณ 11 กโิ ลเมตร ระยะห่างจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ
45 กโิ ลเมตร มีเนื้อทีป่ ระมาณ 141 ตารางกโิ ลเมตร 88,125 ไร่ ภูมปิ ระเทศโดยแบง่ ออกเป็นหมูท่ ี่ 1, 2, 3, 4, 6, 9
เป็นท่ีราบลมุ่ นำ้�ท่วมถงึ ส่วน ใหญ่เปน็ พนื้ ทก่ี ารเกษตร หมทู่ ่ี 5, 7, 8, 10 เป็นทีร่ าบ และบางสว่ นมีภูมปิ ระเทศ
พืน้ ทเี่ ปน็ ภูเขา ประมาณ 30 - 40 ตารางกิโลเมตร นอกนน้ั จะเปน็ ที่ลมุ่ นาดอน
อาณาเขตติดต่อ

ทศิ เหนอื ตดิ ต่อกบั ตำ�บลห้วยโปง่ อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ใต้ ติดต่อกบั ต�ำ บลหนองไผ่ อำ�เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวันออก ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลนาเฉลียง อ�ำ เภอหนองไผ่
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ต่อกบั ต�ำ บลซับพทุ รา อำ�เภอชนแดน
เขตการปกครอง ประกอบไปดว้ ย 10 หมู่บ้าน ได้แก่ หมูท่ ่ี 1 บา้ นยางงาม หมูท่ ี่ 2 บ้านนาเฉลียง หมู่ท่ี 3 บ้านรอ่ งคลา้
หม่ทู ่ี 4 บ้านวงั เหว หมู่ที่ 5 บา้ นทรัพยศ์ รีทอง หมทู่ ี่ 6 บา้ นซบั มะขาม หมูท่ ี่ 7 บา้ นดา่ นบุญธรรม หม่ทู ี่ 8 บา้ นปากตก
หม่ทู ่ี 9 บา้ นยางงาม หม่ทู ี่ 10 บา้ นคลองสาม
ที่มา : http://www.yangngam.go.th/index.php?mod=blog&path=blog&id_sub=152&id_type=1

13. ตำ�บลท่าดว้ ง
ตำ�บลท่าด้วง แต่เดิมสันนิษฐานว่าเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบน (ชาวบน เรียกตนเองว่า "เนียะกุล"

หรอื "ญฮั กลุ " มคี วามหมายวา่ คนภเู ขา เปน็ ชนกลมุ่ นอ้ ยทอ่ี าศยั อยตู่ ามไหลเ่ ขาหรอื เนนิ เตยี้ ๆ แถบบรเิ วณชาวบน มผี วิ คอ่ น
ขา้ งด�ำ ตาโตกวา่ คนไทย แตไ่ มต่ า่ งจากคนไทยมากนกั รปู รา่ งสงู ปานกลาง ผหู้ ญงิ จะหนา้ ตาดกี ารแตง่ กายแบบดงั้ เดมิ ของชาว
บน คอื ผหู้ ญงิ จะสวมเสอื้ เกา๊ ะ และนงุ่ ผา้ นงุ่ มชี ายผา้ ใหญ่ สวมสรอ้ ยเงนิ และเจาะใบหกู วา้ งเพอ่ื สวมตมุ้ หใู หญ่ ชาวบนเรยี ก
กะจอน ท�ำ ด้วยไมม้ กี ระจกติดขา้ งหน้า ไว้ผมยาวเกลา้ มวย ส่วนผู้ชายนุ่งผ้าโสรง่ ตาหมากรกุ วิธีการน่งุ แบบเหน็บธรรมดา
ภาษาของชาวบนจดั อย่ใู นตระกลู ภาษาตระกลู มอญ - เขมร สาขามอญ เพราะมคี วามใกล้เคียงกับภาษามอญโบราณ และ
ภาษามอญปัจจุบันมากกว่าเขมร อีกประการหนึ่งภาษาของชาวบนไม่มีระบบการเขียน อาศัยแหล่งน้ำ�ตามธรรมชาติอยู่
ในบริเวณหมู่บา้ น ฤดูแล้งจะใชน้ ้�ำ ซบั ซ่งึ มีตลอดปี ชาวบนมอี าชีพท�ำ ไร่ปลูกขา้ วตามไหล่เขา ใช้วิธปี ลูกแบบขุดหลมุ หยอด
ท่ีเรียกขา้ วไรต่ อนเก็บเก่ียวก็ใชม้ อื รูดเมล็ดข้าวออกจากรวง ใส่กระบงุ แทนการเกีย่ วข้าว นอกจากขา้ วแล้วยงั ปลกู ข้าวโพด
กลว้ ย ละหงุ่ มนั ส�ำ ปะหลงั มะเขอื พริก เป็นต้น มีการเลี้ยงสตั ว์ เช่น วัว ควาย หมู เป็ด ไก่ และหาของปา่ เช่น หน่อไม้ เหด็
ผกั หวาน ผง้ึ กบ เขียด และมีความสามารถ ในการจักสานโดยเฉพาะสานเสือ่ ปัจจบุ ันชาวบนนบั ถอื ศาสนาพทุ ธ เชื่อในเรื่อง
ภตู ผีวิญญาณ ชาวบนนิยมแตง่ งานในหมพู่ วกเดยี วกัน การละเลน่ มีการเปา่ ใบไม้ซึง่ บางครั้งจะเป่าเป็นสัญญาณเรียกหากนั
มีการเล่นเพลงพ้ืนบ้านเรียกว่า กระแจ๊ะ หรือ ปะเรเร เป็นการร้องโต้ตอบกันระหว่างชาย-หญิง ฝ่ายหญิงเป็นผู้ตีโทนให้
จงั หวะ เนอ้ื หาเปน็ การเกยี้ วพาราสกี นั ระหวา่ งหนมุ่ สาว) ตอ่ มานายดว้ ง...เปน็ ชอื่ ของคนคนหนงึ่ ทมี่ คี ณุ ประโยชนไ์ ดม้ องเหน็
ความอดุ มสมบูรณ์และมองเห็นท�ำ เลทเ่ี หมาะจะสรา้ งบา้ นเมอื งทนี่ ี่ คิดแลว้ นายด้วง จึงปักหลกั ลงมือพาเพือ่ นสหาย สร้าง
บา้ นเมอื งขน้ึ ในกลางใจปา่ ลกึ ทางทศิ ตะวนั ออกของ “บา้ นหนองไผ”่ ปจั จบุ นั นค้ี อื อ�ำ เภอหนองไผ่ เสน้ ทางทนี่ ายดว้ งใชเ้ ดนิ
ทางเข้ามาในจุดกลางใจป่าดงดิบ เดนิ ทางเข้ามาทางทศิ เหนอื ปจั จุบนั คอื ทางจังหวดั เพชรบูรณ์ ผ่านบา้ นทุ่งสามนาง ทงุ่ งวิ้
ผ่านเข้ามาเขตหว้ ยตลาด ครั้งแรกคิดว่าจะสร้างหม่บู า้ นเตรงจุดบา้ นห้วยส�ำ ราญปัจจุบันนี้ แตม่ องเห็นวา่ ท�ำ เลไม่เหมาะสม
จึงสำ�รวจหาพ้ืนท่เี หมาะสมจะตง้ั หรอื สร้างหมู่บ้าน

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

103

จงึ ไดพ้ น้ื ทล่ี าบกวา้ งใหญห่ รอื มองเหน็ เปน็ ลกั ษณะเปน็ ทงุ่ ใหญเ่ หมาะทจ่ี ะประกอบอาชพี ในการเปน็ อยขู่ องคนสว่ นมาก
ตอ่ มาพอนายดว้ ง อายมุ ากสมควรแกก่ ารแลว้ จงึ สน้ิ ชวี ติ ในหมบู่ า้ นทตี่ นไดพ้ าชาวบา้ นและเพอ่ื นสหายไดส้ รา้ งขนึ้ หมบู่ า้ น
ท่าด้วงน้ีจะต้ังช่ือหมู่บ้านว่า “บ้านทุ่งใหญ่” มียายแก่คนหน่ึงมีความคิดริเร่ิมเกี่ยวกับช่ือของหัวหน้าหมู่บ้าน ยายแก่
คนนนั้ บอกวา่ เรยี กบา้ นทงุ่ ใหญน่ น้ั ไมด่ ี เรยี กวา่ บา้ น “ตาดว้ ง” ดกี วา่ เรยี กงา่ ยดตี อ่ มายายแกน่ นั้ ไดเ้ สยี ชวี ติ ลง ชอื่ บา้ น
ตาด้วงกเ็ พ้ยี นมาเปน็ “บา้ นไอด้ ้วง” ตอ่ มาจึงไดเ้ ปลี่ยนตามค�ำ พดู ทไ่ี ดพ้ จิ ารณาจากทางราชการวา่ “บ้านไอด้ ว้ ง” นน้ั
ฟงั ไมไ่ พเราะใหเ้ ปลยี่ นเสยี ใหมว่ า่ “บา้ นทา่ ดว้ ง” เมอ่ื เวลาผา่ นไปประชาชนในพนื้ ทจ่ี งึ ขยายหมบู่ า้ นไปอกี หลายหมบู่ า้ น
และเปน็ ตำ�บลทา่ ดว้ ง เมอ่ื ประมาณเดือน มีนาคม พ.ศ. 2536

องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลท่าด้วง อำ�เภอหนองไผ่ จงั หวัดเพชรบูรณ์ ไดร้ บั การยกฐานะจากสภาต�ำ บล
เปน็ องค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บล เมอื่ วนั ท่ี 20 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2540 ตงั้ อยูเ่ ลขที่ 333 หมทู่ ี่ 6 บ้านสนั เจรญิ ต�ำ บล
ทา่ ด้วง อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบูรณ์ ระยะหา่ งจากอำ�เภอหนองไผ่ ประมาณ 36 กโิ ลเมตร ระยะหา่ งจากจงั หวดั
เพชรบูรณ์ ประมาณ 85.7 กโิ ลเมตร มเี นือ้ ที่ประมาณ 164.26 ตารางกโิ ลเมตร 164,000 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดย
ทว่ั ไปเปน็ ป่าสงวนเส่ือมโทรม ซงึ่ ราษฎรไดบ้ กุ รุกท่ีท�ำ กนิ มานานกว่า 50 ปี และเป็นพ้ืนท่ีภูเขาลอ้ มรอบตรงกลางเปน็
แอ่งกระทะสลบั เนนิ เขาเต้ยี เหมาะสำ�หรับการท�ำ พืชไร่ พืชสวน และเพาะปลกู พืชล้มลกุ อยา่ งอื่น
อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ ตดิ ตอ่ กับตำ�บลต�ำ บลบ่อไทย อำ�เภอหนองไผ่
ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กับอำ�เภอบึงสามพนั
ทศิ ตะวันออก ติดตอ่ กบั อำ�เภอภักดีชมุ พล จงั หวัดชัยภูมิ
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอ่ กบั ต�ำ บลวังทา่ ดี อำ�เภอหนองไผ่
เขตการปกครอง ประกอบไปด้วย 8 หมู่บา้ น ไดแ้ ก่ หมูท่ ี่ 1 บ้านปางยาง หมทู่ ่ี 2 บ้านซบั ชมพู่ หมทู่ ่ี 3 บา้ นไทรงาม
หมู่ที่ 4 บ้านเฉลียงทอง หมทู่ ี่ 5 บา้ นโปง่ สะทอน หม่ทู ่ี 6 บ้านสนั เจรญิ หมู่ที่ 7 บ้านหว้ ยตลาด หมูท่ ่ี 8 บ้านทา่ ด้วง
ทม่ี า : https://www.thaduang.go.th/data.php?content_id=4



โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์

104

การปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ

ท้องท่อี �ำ เภอหนองไผป่ ระกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 15 แห่ง ไดแ้ ก ่
• เทศบาลตำ�บลนาเฉลยี ง ครอบคลมุ พ้นื ทีบ่ างสว่ นของตำ�บลนาเฉลียงและต�ำ บลยางงาม
• เทศบาลต�ำ บลหนองไผ่ ครอบคลมุ พ้ืนท่ีบางส่วนของตำ�บลหนองไผ่
• เทศบาลตำ�บลเฉลียงทอง ครอบคลุมพน้ื ท่ตี �ำ บลนาเฉลยี ง (นอกเขตเทศบาลต�ำ บลนาเฉลยี ง)
• เทศบาลตำ�บลบอ่ ไทย ครอบคลุมพืน้ ท่ีต�ำ บลบอ่ ไทยทัง้ ตำ�บล
• เทศบาลตำ�บลบวั วัฒนา ครอบคลมุ พื้นที่ต�ำ บลบวั วฒั นาทั้งตำ�บล
• เทศบาลตำ�บลบา้ นโภชน์ ครอบคลมุ พื้นท่ีต�ำ บลบา้ นโภชนท์ ้ังตำ�บล
• องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลกองทลู ครอบคลมุ พ้นื ทต่ี ำ�บลกองทลู ท้งั ตำ�บล
• องค์การบริหารส่วนต�ำ บลท่าแดง ครอบคลมุ พน้ื ทต่ี �ำ บลท่าแดงทัง้ ต�ำ บล
• องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บลเพชรละคร ครอบคลุมพื้นท่ตี �ำ บลเพชรละครทงั้ ตำ�บล
• องค์การบริหารสว่ นตำ�บลห้วยโป่ง ครอบคลุมพนื้ ทต่ี �ำ บลห้วยโป่งทั้งต�ำ บล
• องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลวังทา่ ดี ครอบคลมุ พ้ืนทต่ี ำ�บลวังทา่ ดที ั้งต�ำ บล
• องค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บลหนองไผ่ ครอบคลมุ พ้นื ทตี่ ำ�บลหนองไผ่ (นอกเขตเทศบาลตำ�บลหนองไผ่)
• องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลวงั โบสถ์ ครอบคลมุ พ้ืนท่ีตำ�บลวังโบสถท์ ้ังต�ำ บล
• องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลยางงาม ครอบคลมุ พื้นทต่ี �ำ บลยางงาม (นอกเขตเทศบาลต�ำ บลนาเฉลียง)
• องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลท่าดว้ ง ครอบคลมุ พ้นื ทีต่ �ำ บลท่าดว้ งทั้งต�ำ บล

ลกั ษณะภมู อิ ากาศ

เนอ่ื งจากจงั หวัดเพชรบรู ณม์ ีภเู ขาลอ้ มรอบจงึ ทำ�ให้อากาศร้อนจัดในฤดูรอ้ น หนาวจดั ในฤดูหนาวโดยเฉพาะ
พ้ืนทีอ่ �ำ เภอนำ้�หนาว เขาคอ้ และหลม่ เกา่ จะมีอากาศหนาวทสี่ ุด และบนภูเขาจะมีอากาศเยน็ ตลอดทง้ั ปี ในฤดรู ้อน
และฤดูฝนจะมีอณุ หภมู ิ 20 - 24 องศา ฤดรู อ้ นเร่ิมในเดือนมีนาคมถงึ เมษายน ฤดูฝนเริ่มเดอื นพฤษภาคมถึงตุลาคม
และฤดูหนาวเร่ิมในเดือนพฤศจกิ ายนถึงกุมภาพนั ธข์ องทกุ ปี

ทมี่ า : วกิ ีพเี ดีย.จังหวัดเพชรบรู ณ์. จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดเพชรบรู ณ์.

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์

105

สภาพสังคม วัฒนธรรม และประเพณีของอำ�เภอหนองไผ่

อำ�เภอหนองไผ่มีประชากรทัง้ หมด 110,480 คน ความหนาแนน่ 81.22 คน/ตร.กม. หรอื 210.4 คน/
ตารางไมล์ (ข้อมลู ปี 2564)

วีดที ัศนอ์ �ำ เภอหนองไผ่
ท่ีมา : https://www.youtube.com/

1. ค�ำ ขวัญประจ�ำ อ�ำ เภอ
สระหลวงคู่หนองไผ่ น�ำ้ ใสฝายคลองยาง
พระปรางค์เก่าบ้านโภชน์ วงั โบสถผ์ า้ ทอพนื้ บา้ น งามตระการนำ�้ ตกซบั ชมภู

2. วัฒนธรรม และประเพณีของอ�ำ เภอหนองไผ่
2.1 ต�ำ นานเจดยี ์ลอย บา้ นโภชน์ อ�ำ เภอหนองไผ่ จังหวดั เพชรบูรณ์
วดั โพธ์ิเจดยี ล์ อย เปน็ วดั เกา่ แก่ แตไ่ มป่ รากฎแนช่ ัดว่าสร้างในสมัยใด
ในวดั มเี จดยี ศ์ กั ดส์ิ ทิ ธอิ์ ยอู่ งคห์ นงึ่ เรยี กวา่ เจดยี ล์ อย ต�ำ นานเลา่ วา่ วดั น้ี
เคยรา้ ง คา้ งคาการกอ่ สรา้ งมาหลายรอ้ ยปี ตอ่ มาชาวบา้ นไดร้ ว่ มกนั จะ
สรา้ งองคพ์ ระเจดยี ข์ นึ้ ขณะก�ำ ลงั ลงแรงชว่ ยกนั ไดเ้ กดิ สงิ่ มหศั จรรยข์ น้ึ
บนทอ้ งฟา้ เมฆดำ�ปกคลุม ท้องฟา้ จนมืดมิดเป็นเวลา 3 วัน 3 คนื จน
ชาวบ้านไมส่ ามารถออกไปท�ำ งานท�ำ ไร ท่ �ำ นาไดเ้ ลย จากน้นั ในวันขนึ้
1 คำ่�เดือน 5 ก็ไดเ้ กดิ เสยี งดงั สนัน่ หว่นั ไหวข้นึ เม่อื เสียงเงยี บลงและ
ท้องฟา้ กลับมาแจ่มใส ทกุ คนได้เห็น องค์พระเจดยี ์ขนาดใหญล่ อยอยู่
เหนือพืน้ ดินขนาดกลองเพลกล้งิ ลอดได้
ภาพ เจดีย์ลอย

ที่มา : ไทยรฐั ออนไลน์. (2555, กุมภาพันธ์ 7 ) จาก https://www.thairath.co.th/content/236606

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์

106

สร้างความอศั จรรยใ์ จแกช่ าวบ้านย่งิ นกั เชื่อกนั ว่า เปน็ เจดยี ์ศกั ด์ิสิทธ์ิ เทวดาเปน็ ผสู้ รา้ งใหเ้ พื่อเป็นสมบตั ิคบู่ ้านค่เู มือง
จึงเรียกชอ่ื ว่า เจดยี ์ลอย กาลเวลาผา่ นไป ธรรมชาตกิ ็ไดม้ ีการพัดพาดิน หนิ ทราย มาทบั ถมพ้ืนเป็นเวลานาน ทำ�ให้
พ้ืนใต้ฐานเจดีย์ตื้นเขินข้ึน เหลือช่องเพียงพอให้แม่ไก่เข้าไปฟักไข่ได้และสุดท้าย ตำ�นานเล่าต่อไปว่า แต่เดิมน้ัน
ที่ใต้ฐานเจดีย์มีเงินทองอยู่มากมาย ชาวบ้านสามารถหยิบยืมไปใช้ยามขัดสนเพื่อคลายทุกข์ได้ แต่เมื่อมีแล้ว ต้องนำ�
ไปส่งคืนไว้ท่ีเดิมอย่าให้ขาด ซ่ึงชาวบ้านทุกคนได้ถือปฏิบัติกันมาตลอด จนกระท้ัง ในช่วงหลัง ผู้คนเริ่มโลภมากข้ึน
ไดพ้ ากนั ยมื เงินทองจากฐานเจดีย์ แลว้ ไม่น�ำ กลับไปคืนที่เดิม จึงเปน็ เหตใุ หฐ้ านเจดียท์ รุดต่ำ�ลงมาจนฐานจมดนิ ตราบ
จนทุกวันน้ี ดว้ ยความเชื่อความศรัทธาที่มมี าแตด่ ั้งเดิม เม่อื ถึงวันข้ึน 1 ค่�ำ เดือน 5 ของทกุ ปี ชาวบ้านจะพากันท�ำ บญุ
ตกั บาตร จดั มหรสพสมโภชน์ สรงน�้ำ องค์พระเจดีย์เปลี่ยนผ้าสามสเี ป็นประจ�ำ ทุกปี (อ้างองิ ไทยรฐั ออนไลน์. (2555,
กมุ ภาพนั ธ์ 7 ). ตำ�นานเจดยี ล์ อย บ้านโภชน์ อำ�เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบูรณ์. ค้นเมอื่ กุมภาพันธ์ 1,2565.
จากแหลง่ ท่มี า : https://www.thairath.co.th /content/236606)

2.2 ต�ำ นานหลวงพ่อบงึ สามพนั องค์จริง ต�ำ บลบ้านโภชน์ อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ตำ�นานหลวงพ่อบงึ สามพนั องค์จรงิ เนอ้ื สัมฤทธิ์ ปางสมาธิ ศลิ ปะอู่ทองตอนต้น ขนาดหนา้ ตักกวา้ ง

19 นวิ้ สงู 31 นว้ิ พบในล�ำ น�้ำ บงึ สามพนั ปจั จบุ นั ประดษิ ฐานอยใู่ นวหิ ารวดั คงสมโภชน์ ต�ำ บลบา้ นโภชน์ อ�ำ เภอหนองไผ่
มเี ร่ืองเล่าว่า เมอ่ื หลายรอ้ ยปกี ่อน บึงสามพันแห่งนเ้ี ป็น

ส่วนหน่ึงของลำ�น้ำ�สัก แต่ต่อมาลำ�นำ้�ได้เปล่ียนทางเดินจึงทำ�
ให้มีส่วนหนึ่งถูกตัดขาดกลายเป็นบึง และมีจระเข้มากมาย
นับได้เป็นสามพันตัว ฉะน้ัน บึงสามพันแห่งน้ี แต่เดิมคงเส้น
ทางเดินเรือ และคงจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปมาด้วยแล้ว
เกิดอบุ ัตเิ หตุ บางความเชอื่ วา่ ถูกจระเขข้ นาดใหญ่หนุนทอ้ งเรือ
จนเรอื ลม่ ท�ำ ให้พระพุทธรปู และทรพั ย์สินจมลงไปในน้�ำ ผูค้ น
จึงพากันว่ายน�้ำ หนเี อาตวั รอด บา้ งก็จมน้ำ�ตาย บ้างกถ็ ูกจระเข้
กดั ตาย เนอื่ งจากไดพ้ บซากจระเข้ และซากเรอื โบราณทท่ี �ำ จาก
ไมต้ ะเคยี นและฆอ้ งโบราณในล�ำ น�้ำ จำ�นวนมาก
ภาพ หลวงพ่อบงึ สามพนั
ที่มา : วศิ ัลย์ โฆษิตานนท.์ (2561, เมษายน 20) จาก https://wisonk.wordpress.com/2018/04/20/
บันทกึ -9-ต�ำ นานเพชรบรู ณ์ สืบคน้ เมื่อวันที่ 25 มนี าคม 2565.

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์

110077

ตำ�นานเล่าต่อมาว่า ในอดีตนั้น ชาวบ้านโภชน์ไปหาปลาที่บึงสามพัน โดยการใช้ยอเป็นเคร่ืองมือหาปลาใน
บงึ สามพันมปี ลาชุกชุมนัก จะหาเท่าไรกไ็ ด้ แตช่ าวบ้านกห็ าไปไม่มาก หาไปพอกินเท่านัน้ วันหนึ่งชาวบา้ นโภชนไ์ ด้ไป
ยกยอทีบ่ ึงสามพนั เชน่ ทกุ วนั แต่ในวันนน้ั มีหญิงหมา้ ยคนหนงึ่ ชอื่ นางมอญ ยกยอตลอดวันจนเหนอ่ื ยอ่อน ก็ไมไ่ ดป้ ลา
แม้แตต่ ัวเดียว ส่วนคนอนื่ ๆ กลับได้ปลาคนละมาก ๆ พอถึงเวลาจะกลบั บ้าน นางมอญกไ็ ปยกยออีกคร้ังเพอื่ จะล้าง
ยอ แตป่ รากฏว่า มวี ัตถุสิ่งหน่งึ ตดิ อย่กู บั กน้ ยอ นางพยายามยกยอขน้ึ 3 ครัง้ ก็ไม่หลดุ ออก จึงลงไปดแู ล้วพบวา่ เปน็
พระพทุ ธรูป จงึ เรียกคนอ่นื ๆ ใหม้ าดู แลว้ ชว่ ยกนั ยกองคพ์ ระขึน้ มาจากน�ำ้

เรอ่ื งเลา่ ต่อมาวา่ พระพทุ ธรปู องคน์ ้ี ยกข้ึนจากน�ำ้ งา่ ยนักไมห่ นกั เลย แต่เมอ่ื อญั เชิญข้ึนมาบนบกแล้วลองยก
ดูอีกที กลับยกไม่ขึ้นเลย จึงต้องช่วยกันเอาไม้หามเพ่ืออัญเชิญมาที่บ้านโภชน์พอหามมาจวนจะถึงบ้านโภชน์ ก็มีคน
หนง่ึ ถามวา่ จะเอาพระพทุ ธรปู ไปไว้ที่ไหน มคี นเสนอวา่ ให้เอาไปไว้ที่บา้ นนางมอญ ซ่งึ เปน็ คนที่ยกยอได้ เพอ่ื ท�ำ บญุ ท�ำ
ทานกอ่ น จากนั้นจึงเอาเขา้ วัด พอพดู กนั เช่นนนั้ ยงั ไมท่ ันขาดคำ� ปรากฏวา่ คนที่หามองคพ์ ระมานน้ั ก็บอกว่าหนักจรงิ
ชว่ ยหามดว้ ย และไม้คานหามกห็ กั ลง เมอ่ื ชว่ ยกนั ตดั ไม้มาหามใหม่ ไมน้ น้ั กห็ ักอกี นางมอญจงึ เดด็ ดอกไม้ 5 ยอด และ
ธูปเทียน ต้ังคำ�อธิษฐานดัง ๆว่า จะเอาหลวงพ่อไปไว้ที่วัดโพธ์ิทอง (วัดคงสมโภชน์ในปัจจุบัน) พอพูดแล้วเช่นน้ัน ก็
ชว่ ยเอาไมค้ านหามองคพ์ ระอกี ครง้ั ปรากฏวา่ หามขนึ้ ไมห่ นกั เลย จนมาถงึ วดั แลว้ จงึ พรอ้ มกนั ถวายองคพ์ ระใหก้ บั ทา่ น
เจ้าอาวาส และเรยี กชอ่ื ว่า "หลวงพ่อบึงสามพนั " โดยสว่ นบริเวณทไ่ี ม้คานหามหกั นนั้ ก็มีช่อื เรียกว่า "หนองคานหาม"
จนถงึ ปัจจุบนั น้ี
(อา้ งอิง วิศลั ย์ โฆษิตานนท.์ (2561, เมษายน 20). ต�ำ นานหลวงพ่อบงึ สามพนั องค์จริง ต�ำ บลบา้ นโภชน์
อ�ำ เภอหนองไผ่. ในบนั ทึกตำ�นานเพชรบรู ณ์ 16 เรอ่ื ง. กมุ ภาพันธ์ 1, 2565.
ทีม่ า : https://wisonk.wordpress.com/2014/06/11/)

2.3 งานประเพณแี ห่ต้นกระธูป
ประเพณีแหต่ น้ กระธูป ประวตั คิ วามเป็นมา ชาวบ้าน หมู่ 7 บ้านเนินพฒั นา ต�ำ บลกองทูล อำ�เภอ
หนองไผ่ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ ไดร้ ว่ มแรงรว่ มใจกนั จดั ท�ำ ตน้ กระธปู ซง่ึ ถอื เปน็ ประเพณเี กา่ แกท่ ส่ี บื ทอดกนั มาอยา่ งยาวนาน
เป็นเวลาหลายร้อยปีต้ังแต่สมัยปู่ย่าตายาย ในช่วงออกพรรษาโดยชาวบ้านจะช่วยกันนำ�ต้นกระธูปน้ี มาตั้งขบวนท่ี
บรเิ วณดา้ นหนา้ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลกองทลู เพอ่ื แหไ่ ปตามถนนภายในหมบู่ า้ น กอ่ นน�ำ ไปตดิ ตง้ั ไวท้ ว่ี ดั เนนิ พฒั นา
รวมระยะทางกว่า 1 กโิ ลเมตร เพอื่ เป็นการบูชาคณุ ของพระพทุ ธเจา้ บชู าคณุ ของพระธรรม และบชู าคณุ ของพระสงฆ์
รวมทัง้ ยังเปน็ การสร้างความรัก ความสามัคคี ของคนในชุมชนอกี ทางหนึ่งด้วย

นายอ�ำ นวย จนั ทร์ไทย ผใู้ หญ่บ้านหมู่ 7 เล่าให้ฟงั ว่า ก่อนออกพรรษาประมาณ 10 วนั ชาวบา้ นจะ
ใชเ้ วลาวา่ งหลงั เลกิ งานเกษตร รว่ มแรงรว่ มใจจดั ท�ำ ตน้ กระธปู ตามคมุ้ ตา่ ง ๆ จ�ำ นวน 3 ตน้ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ กอ่ นวนั ออกพรรษา
จากนนั้ ในวนั ขนึ้ 14 ค�ำ่ เดอื น 11 ชว่ งเชา้ จะรว่ มกนั ท�ำ บญุ ตกั บาตร และชว่ งสายจดั ตง้ั ขบวน น�ำ ตน้ กระธปู ขน้ึ ใสร่ ถอโี กง้
แหผ่ า่ นชมุ ชน หมบู่ า้ น กอ่ นน�ำ เขา้ ไปตดิ ตง้ั ไวภ้ ายในวดั เนนิ พฒั นา เพอื่ ประกอบพธิ ตี ามความเชอื่ ความศรทั ธาของชาวบา้ นท่ี
มตี อ่ พระพทุ ธศาสนา ซง่ึ ควรคา่ แกก่ ารรกั ษา นบั เปน็ ภมู ปิ ญั ญาอนั ชาญฉลาดของคนโบราณทค่ี วรสบื ทอดสรู่ นุ่ ลกู หลานตอ่ ไป

ขณะเดียวกันภายในขบวนแห่ต้นกระธูปนี้ นอกจากจะมีผู้นำ�ชุมชน ชาวบ้าน ตลอดจนนักเรียน
นักศกึ ษา เด็กและเยาวชน เข้ารว่ มขบวนแหอ่ ยา่ งสนกุ สนานแลว้ นัน้ ยงั มอี กี หน่ึงสีสัน ทสี่ ร้างรอยยิม้ และสรา้ งความ
บนั เทิงให้แกผ่ ู้ร่วมขบวนเป็นอยา่ งมาก น่ันก็คือ นักเรยี นจากโรงเรียนผู้สูงอายตุ ำ�บลกองทลู ท่ตี ่างพรอ้ มใจกัน แตง่ หน้า
ทาปาก สวมใสเ่ สอื้ ผ้าลายดอก หลากหลายสสี ัน มาร่วมฟอ้ นร�ำ นำ�หนา้ ขบวนแห่ ตน้ กระธปู ในคร้งั นดี้ ้วย

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

110088

ประเพณตี ้นกระธูปเปน็ ประเพณีที่มมี าอยา่ งช้านานทผ่ี ู้เฒา่ ผแู้ ก่ไดค้ ดิ คน้ มาท�ำ เป็นประเพณีทส่ี ืบเนือ่ งมารนุ่
สู่รุ่นต้งั แต่เกดิ หม่บู า้ นเนินพัฒนาข้ึนมาประมาณ 30 ปีมาแล้ว และอนรุ ักษ์ ประเพณมี าจนถงึ ปัจจบุ ัน

ท่มี า : https://www.m-culture.go.th/phetchabun/ewt_news.php?nid=1078&filename=index

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์

109

3. สถานที่ส�ำ คญั และแหล่งทอ่ งเท่ียวของอำ�เภอหนองไผ่
3.1 วดั ธรรมยาน

ท่มี า : วศิ ลั ย์ โฆษิตานนท.์ จาก https://www.facebook.com/wisonk
วดั ธรรมยาน ต้งั อย่ทู ี่บ้านหว้ ยน้ำ�บอ่ ตำ�บลนาเฉลยี ง อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวัดเพชรบูรณ์ ภายในบรเิ วณวดั
ได้รับการปรับทัศนียภาพให้ผู้มาเยือนสัมผัสได้ถึงความสงบร่มเย็นสามารถมาพักผ่อนหย่อนใจรวมไปถึงการเข้ามา
ปฏบิ ตั ธิ รรมไดเ้ ปน็ อยา่ งดี จดุ เดน่ ส�ำ คญั ของวดั นอี้ ยทู่ บี่ รเิ วณดา้ นหนา้ พระอโุ บสถหลงั ใหมส่ ขี าวบรสิ ทุ ธทิ์ ม่ี กี ารประดบั
รปู ปนั้ พญานาคขนาดใหญ่ซ่งึ มคี วามยาวถึง 35 เมตรจ�ำ นวน 2 องค์ชอื่ ว่าพญาศรีสธุ นและพญาศรีสนุ นั ท์ทีส่ รา้ งสรรค์
ขึ้นอย่างงดงามราวกับว่ากำ�ลังเคลื่อนตัวอยู่ในบ่อนำ้�ใสสะอาดถูกออกแบบให้สามารถพ่นนำ้�ออกมาได้ ซ่ึงมีความเช่ือ
กันว่าถ้าหากใครให้พญานาคพ่นนำ้�ใส่แล้วนั้นจะดลบันดาลให้เกิดสิริมงคลแก่ชีวิตเงินทองไหลมาเทมาเป็นจุดที่ผู้คน
สนใจท่ที �ำ ใหว้ ัดแห่งน้ีเป็นท่รี จู้ กั มากขึ้น
ในพระอโุ บสถจะสมั ผัสไดถ้ ึงความร่มเย็นอนั เปน็ เสนห่ ์แห่งศาสนาพทุ ธภายใต้พระอโุ บสถทไี่ ดร้ บั การตกแตง่
ภายในอย่างประณีตและประดิษฐานพระประธานองค์สีทองอร่ามตาเรืองรองดูน่าเล่ือมใส นักท่องเท่ียวได้แวะเวียน
เขา้ มาสกั การบชู าไมเ่ พยี งเทา่ นน้ั หากเดนิ ออกมาภายนอกบรเิ วณศาลารายรอบพระอโุ บสถยงั มกี ารประดษิ ฐานสมเดจ็
องคป์ ฐมและพระพทุ ธเจา้ 28 พระองคต์ ลอดจนรปู หลอ่ พระพทุ ธรปู หนา้ ตกั 4 ศอกยาวตลอดแนวก�ำ แพงไวอ้ ยา่ งวจิ ติ ร
งดงาม นอกจากนภี้ ายในบรเิ วณวดั ยงั มสี ถานทท่ี น่ี า่ สนใจใหแ้ วะไปเยอื นคอื มหาวหิ ารหลวงพอ่ ยม้ิ ซง่ึ เปน็ ทป่ี ระดษิ ฐาน
หลวงพ่อยิม้ สมเด็จพระพุทธธรรมยานพระประธานหนา้ ตกั 15 ศอก สมเดจ็ องค์ปฐมสมเด็จปางจักรพรรดหิ ลวงปูป่ าน
หน้าตัก 8 ศอกและมีพระชำ�ระธรณโี ดยรอบมหาวหิ ารจำ�นวน 104 องค์
(อา้ งองิ ขอ้ มูลจาก สำ�นกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 3 น�ำ้ ตกวังเหว ท่มี า https://sites.
google.com/a/pbn3.go.th/haelng-reiyn-ru-thxng-thin-sphp-ph-chr-burn-khet-3/-prawati-xaphex-
hnxngphi/-natk-wang-hew สบื คน้ เมอ่ื วันที่ 25 มีนาคม 2565)

วีดีทศั น์วดั ธรรมยาน
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=0Dzee61vkTI

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์

1101100

3.2 น้�ำ ตกซับชมภู
สวนรุกขชาติซับชมภู หรอื น้�ำ ตกซับชมภู เป็นแหล่งทอ่ งเท่ียวที่ได้รบั ความนยิ มมากแหง่ หนึ่ง

ของจงั หวดั เช่นเดยี วกับ เขาค้อ นำ�้ หนาว ภูทบั เบกิ
โดยน�ำ้ ตกตง้ั อยใู่ นเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ ครอบคลมุ
พื้นที่ประมาณ 180 ไร่ มีน้ำ�ตก จำ�นวน 3 แห่ง
ประกอบด้วย น้ำ�ตกหินงาม น้ำ�ตกไทรงาม และ
น�ำ้ ตกธารงาม นกั ทอ่ งเทยี่ วยงั สามารถรบั ชมแหลง่
เรยี นรทู้ างพฤกษศาสตร์ ซงึ่ จะมที งั้ ปา่ เบญจพรรณ
ไมด้ อกไมป้ ระดบั และสมนุ ไพรนานาชนดิ ไวใ้ หศ้ กึ ษา

ช่วงปลายฝน - ตน้ หนาว ส่งผลให้ สวนรกุ ขชาตซิ บั ชมภู
หรือน้ำ�ตกซับชมภู แหล่งท่องเท่ียวชื่อดังซ่ึงต้ังอยู่ในเขต
พนื้ ทห่ี มู่ 8 บา้ นซบั ชมภู ต�ำ บลบา้ นโภชน์ อ�ำ เภอหนองไผ่
จังหวดั เพชรบูรณ์ เร่มิ กลับมามีความอดุ มสมบูรณ์ขึน้ อีก
ครง้ั ตน้ ไม้ ใบหญา้ เจรญิ งอกงามเขยี วขจี โดยเฉพาะน�ำ้ ตก
ยอ่ ย ซงึ่ มอี ยดู่ ว้ ยกนั ถงึ 3 แหง่ ประกอบดว้ ยน�้ำ ตกหนิ งาม
น�ำ้ ตกไทรงาม และน�ำ้ ตกธารงาม แหลง่ ตน้ น�ำ้ มปี รมิ าณมาก
จนไหลผา่ นหนา้ ผาตกลงมากระทบกอ้ นหนิ ดา้ นลา่ งสรา้ ง
ความงดงามข้ึนตามธรรมชาติ ซ่ึงถือเป็นช่วงเวลาสำ�คัญ
ของทกุ ปี ที่ทกุ คนจะไดส้ ัมผสั กบั บรรยากาศทีใ่ กล้ชดิ กับ
ธรรมชาติ เหมาะแกก่ ารทอ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศเปน็ อยา่ งมาก

(อ้างองิ ข้อมลู จาก sanook. น�ำ้ ตกซับชมภู เพชรบรู ณ์ ความอุดมสมบรู ณแ์ ห่งหนา้ ฝน
ท่ีมา : https://www.sanook.com/travel/1417171/ สบื ค้นเม่ือวันท่ี 25 มนี าคม 2565)

โรโรงงเรเรียยี นนหหนนอองงไไผผ่ ใ่ ในนพพรระะสสังังฆฆรราาชชปู ูปถถัมัมภภ์ ์

11091


3.3 นำ้�ตกวังเหว
น�ำ้ ตกวงั เหว หรอื ซับหินรอด ตง้ั อยู่
หม่ทู ี่ 4 บา้ นวงั เหว ต�ำ บลยางงาม อ�ำ เภอหนองไผ่
จังหวัดเพชรบูรณ์ ว่ามีการค้นพบนำ้�ตกแห่งใหม่มี
ความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติท่ีอุดมสมบูรณ์
บริเวณเชิงเขาซับหินรอด ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ�สำ�คัญ
ทไ่ี หลหลอ่ เลย้ี งชาวบา้ นในพน้ื ทไี่ ดใ้ ชอ้ ปุ โภค บรโิ ภค
และท�ำ การเกษตรตลอดทัง้ ปี

ในชว่ งฤดฝู นการเดนิ ทางคอ่ นขา้ งจะล�ำ บากเนอื่ งจากสภาพ
เสน้ ทางสว่ นใหญเ่ ปน็ ดนิ โคลน จ�ำ เปน็ ตอ้ งใชร้ ถไถเปน็ พาหนะ
ลดั เลาะไปตามเสน้ ทางเชงิ เขากวา่ 5 กม.กระทง่ั ถงึ จดุ จอดรถ
จากนนั้ ตอ้ งเดนิ เทา้ เขา้ ไป 100 เมตร โดยจะไดย้ นิ เสยี งสายน�้ำ
ตกกระทบพื้นด้านล่างตลอดเวลา เมื่อพบกับนำ้�ตกลักษณะ
สวยงามมีความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไหลหลากลงมา
จากหน้าผา ความสงู ประมาณ 20 เมตร ลดหลนั่ ลงมาตาม
ผาหนิ คลา้ ยขน้ั บนั ได น�ำ้ ตกแหง่ นจี้ ะมธี ารน�้ำ ใส ไหลเยน็ ตกลง
ผ่านหนา้ ผาสงู ชนั ตลอดท้งั ปี

การออกเดินสำ�รวจลัดเลาะไปตามลำ�ธารข้ึนไปด้านบน
โดยตลอดล�ำ ธารจะพบกบั แอง่ น�้ำ ตกขนาดความสงู ไมม่ ากนกั
อีกมากกวา่ 7 แหง่ นอกจากนั้นยังมีการค้นพบถำ้�และผาหนิ
ขนาดใหญ่เปน็ แนวยาวซงึ่ มคี วามสวยงามตามธรรมชาติ แต่
ถกู ปกคลมุ ดว้ ยเถาวลั ยแ์ ละปา่ หญา้ เปน็ สว่ นใหญแ่ ละภายใน
บริเวณนี้พบนำ้�ตกเล็ก ๆ ที่สวยงามท่ียังไม่มีใครเข้าถึงได้

(อา้ งอิงขอ้ มูลจาก ส�ำ นกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 3. น�้ำ ตกวงั เหว
ที่มา : https://sites.google.com/a/pbn3.go.th/haelng-reiyn-ru-thxng-thin-sphp-ph-chr-burn-khet-
3/-prawati-xaphex-hnxngphi/-natk-wang-hew สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 25 มนี าคม 2565)

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถัมภ์

1101120

3.4 นำ�้ ตกพริว้ ไสว
นำ้�ตกพริ้วไสว ต้ังอยู่ท่ีตำ�บลวังท่าดี อำ�เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยแหล่งนำ้�แห่งนี้เป็น
สถานทที่ ่องเทีย่ วแห่งใหม่ทีไ่ มไ่ กลจากตัวอ�ำ เภอหนองไผ่มากนัก ทส่ี ำ�คญั คอื การเดินทางสะดวกทจี่ อดรถสบาย
ไม่มกี ารเรยี กเก็บเงินเหมอื นแหลง่ ท่องเท่ียวเอกชนท่ัว ๆ ไป

น�ำ้ ตกพร้วิ ไสว ทีช่ าวบา้ นเรียก เกิดจากการระบายนำ�้ จากอา่ งเก็บน้ำ�คลองล�ำ กง หรอื อา่ งเกบ็ น�้ำ ท่าลาว
ลงมาตามคลองคดเคย้ี วไปมาน�ำ้ มีความใส เยน็ และมีชัน้ ลดหลนั่ ดงู ามตา ไม่อันตรายเพราะระดับน�ำ้ ไมล่ กึ ซงึ่
นางรชั นี สิงหท์ ี ผ้ใู หญ่บ้าน หมู่ 4 เชอ่ื วา่ นำ�้ ตกพริ้วไสว จะเปน็ แหลง่ ท่องเท่ยี วแห่งใหมใ่ นอนาคต
(อา้ งองิ ข้อมูลจาก sanook. เปดิ ตัวแหล่งท่องเทีย่ วแหง่ ใหม่ น้ำ�ตกพร้ิวไสว จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ท่ีมา : https://www.sanook.com/travel/1417171/ สบื ค้นเมอ่ื วนั ท่ี 25 มนี าคม 2565)



โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

10139

3.5 อา่ งเก็บนำ�้ คลองลำ�กง
อา่ งเกบ็ น�้ำ คลองล�ำ กง หรอื เขอ่ื นทา่ ลาว ตง้ั อยทู่ ต่ี �ำ บลวงั ทา่ ดี อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบรู ณเ์ ปน็ โครงการ
ในพระราชด�ำ รขิ องพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดช รชั กาลที่ 9 ทรงด�ำ รใิ หส้ รา้ งอา่ งเกบ็ น�้ำ แหง่ นข้ี นึ้ เพอื่
แกไ้ ขและบรรเทาความเดอื นรอ้ นของประชาชนทขี่ าดแคลนนำ�้ ด่มื น�ำ้ ใช้ และนำ�้ ท่ีใช้ในการทำ�เกษตรกรรม ตลอดจน
ชว่ ยบรรเทาอทุ กภยั ในชว่ งฤดนู �ำ้ หลากของพนื้ ทต่ี ามแนวสองฝงั่ ของล�ำ น�้ำ คลองล�ำ กง และพน้ื ทฝี่ ง่ั ซา้ ยของแมน่ �้ำ ปา่ สกั
ในเขตอ�ำ เภอหนองไผ่ โดยสร้างเสรจ็ ในปี 2532

ปจั จบุ นั ได้มีการพัฒนาเขือ่ นท่าลาวแหง่ นี้ใหเ้ ป็นแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วทน่ี ่าสนใจอีกหนึ่งแหง่ ในจังหวดั เพชรบรู ณ์
โดยจัดใหม้ แี พรมิ น้�ำ ใหเ้ ชา่ คิดราคาเปน็ รายชว่ั โมง มรี า้ นอาหารอร่อย ๆ ของชาวบา้ นในพนื้ ที่เปิดบริการสามารถสัง่ ไป
นง่ั ทานในแพได้
(อ้างองิ ข้อมูลจาก ส�ำ นักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาเพชรบรู ณ์ เขต 3. น้ำ�ตกวงั เหว
ท่มี า : https://sites.google.com/a/pbn3.go.th/haelng-reiyn-ru-thxng-thin-sphp-ph-chr-burn-khet-3/-
prawati-xaphex-hnxngphi/-natk-wang-hew สืบค้นเมอ่ื วันท่ี 25 มีนาคม 2565)

วีดที ศั นเ์ ขอ่ื นทา่ ลาว จงั หวดั เพชรบูรณ์ อ่างเกบ็ นำ�้ คลองล�ำ กง
ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=BvQGE0aK0Wc

โรงเรยี งนไหผน่ ใอนงพไผร่ะใสนงั พฆรระาสชังปู ฆถรัมาภช์ูปถมั ภ์

1101140

4. ผ้าทอพน้ื เมอื งในอำ�เภอหนองไผ่
กลมุ่ ทอผา้ บ้านวังโบสถ์ ต�ำ บลวงั โบสถ์ อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
บ้านวงั โบสถเ์ ริม่ กอ่ ต้งั เม่อื ประมาณ ปี พ.ศ. 2500 มีครวั เรือนอพยพมาอยู่ครั้งแรกประมาณ

7-10 ครวั เรอื น โดยมนี ายกงิ่ ค�ำ จนั ทร์ เปน็ ผอู้ พยพมาอยเู่ ปน็ ครวั เรอื นแรก บา้ นวงั โบสถเ์ ดมิ ตง้ั อยใู่ นเขตปกครอง
ของบ้านสระหมนื่ เชยี ง หมู่ท่ี 8 ตำ�บลทา่ แดง อ�ำ เภอเมอื ง จังหวดั เพชรบรู ณ์ ในปี พ.ศ. 2511 ยา้ ยไปอยู่ในเขต
ปกครองของหมทู่ ี่ 6 ต�ำ บลบอ่ ไทย อ�ำ เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ มนี ายก่งิ คำ�จนั ทร์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก
วันที่ 10 สงิ หาคม 2532 ได้ขอแยกการปกครองออกมาจากตำ�บลบ่อไทย มาเป็นต�ำ บลวังโบสถ์ อ�ำ เภอหนองไผ่
จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีนายวิทยา ชำ�นาญ เป็นกำ�นันคนแรกของตำ�บลวังโบสถ์ ผ้าทอบ้านวังโบสถ์ อำ�เภอ
หนองไผ่ ซึง่ ทอผา้ ด้วยวธิ ีการมัดหมีแ่ ละยกดอก มที ง้ั ผา้ ไหมและผ้าฝา้ ย อาทิ ลายดอกพุด

การทอยกดอกท�ำ ให้เกดิ ลวดลายในตัว ภาษาถ่นิ เรยี กวา่ เก็บขดิ คือ ให้เสน้ ดา้ ยสานกนั เปน็
ลวดลายตามที่ต้องการกล่าวได้ว่าผ้าพ้ืนเมืองเพชรบูรณ์จำ�แนกตามวิธีทอเป็นสองประเภทคือผ้าขิด และ
ผ้ามัดหม่ี

ผา้ ฝ้ายลายดอกพุด การทอยกดอก

กลมุ่ ทอผ้าไหมมัดหม่ี บ้านนาขา้ วดอ กลุม่ แมบ่ ้าน หมู่ 5

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์

115

กลุ่มทอผ้าบ้านวงั โบสถ์ ตำ�บลวังโบสถ์ อ�ำ เภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบรู ณ์

ท่ีมา : http://wangboth.go.th/index.php?op=dynamiccontent_
detail&dynamiccontent_id=199306&id

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์

116

กล่มุ ทอผ้าบา้ นเพชรละคร ต�ำ บลเพชรละคร อำ�เภอหนองไผ่ จังหวดั เพชรบูรณ์

ลาย : หมี่หน้าต่าง ลาย : หมีล่ ่าย

ลาย : หม่คี มหา้ ลาย : พว่ั ดอกจกิ

ลาย : พอพาน ลาย : ไขม่ ดแดง

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

117

ลาย : หมากจบั ลาย : กอตะไคร้

ลาย : กระจับสาย ลาย : ดางแห

ลาย : หงส์คู่ ลาย : กระเบอ้ื ง

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถมั ภ์

118

ลาย : ราชินี ลาย : นกคมุ่

ลาย : ขอคะจอน ลาย : บ้องไม้ไผ่

ลาย : ชะบาเครือ ลาย : เต่า

ท่มี า : สำ�นกั งานวฒั นธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กระทรวงวัฒนธรรม

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชปู ถัมภ์

119

กล่มุ ทอผา้ บ้านเพชรละคร ตำ�บลเพชรละคร อ�ำ เภอหนองไผ่ จังหวดั เพชรบรู ณ์

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

หลวงปขู่ ้ยุ ฐติ ธมั โม 120

พระอธกิ ารวชิ ยั รตั น์ ฐติ ธมั โม (ผมู้ ธี รรมเปน็ ฐาน หรอื ผมู้ จี ติ ใจ
ตง้ั มน่ั ในธรรม) หรอื ทชี่ าวบา้ นทว่ั ไปรจู้ กั ดใี นนาม “หลวงปขู่ ยุ้
ฐติ ธมั โม” เปน็ พระเกจอิ าจารยศ์ ษิ ยเ์ อกสบื สายวทิ ยาคม จาก
พระครูวชิ ติ พชั ราจารย์ หรอื หลวงพอ่ ทบ วดั ชา้ งเผอื ก อำ�เภอ
เมืองเพชรบูรณ์ อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งจังหวัดเพชรบูรณ์
หลวงปู่ขุ้ย เป็นพระภิกษุท่ีมีใจใฝ่ปฎิบัติธรรมและรักษาวินัย
อยา่ งเครง่ ครดั ในพระวนิ ยั เปน็ อยา่ งยง่ิ ปจั จบุ นั หลวงปขู่ ยุ้ (ป2ี 550)
สริ อิ ายุ 87 ปี 65 พรรษา ด�ำ รงต�ำ แหนง่ เจา้ อาวาสวดั ซบั ตะเคยี น
ต�ำ บลทา่ ดว้ ง อ�ำ เภอหนองไผ่ จงั หวดั เพชรบรู ณ์ อตั โนประวตั ิ
ถือกำ�เนิดในสกุล “ทอ่ นทอง” เมอ่ื วนั ท่ี 20 พฤษภาคม 2454
ทบี่ า้ นทา่ มะทนั ต�ำ บลทา่ อบิ ญุ อ�ำ เภอหลม่ สกั จงั หวดั เพชรบรู ณ์
โยมบดิ า - มารดา ชอื่ นายทองดี และนางทองสุข ทอ่ นทอง

ชว่ งวยั เยาว์เรยี นจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ท่บี ้านเกดิ พอไดอ้ ายุ 12 ปี บดิ าถึงแก่กรรมจงึ บรรพชา
บวชหนา้ ไฟ พ.ศ. 2466 ใหโ้ ยมบดิ า แตด่ ว้ ยความศรทั ธาตอ่ พระพทุ ธศาสนาอยา่ งแรงกลา้ แมจ้ ะเสรจ็ งานศพ
บดิ าจงึ ไมย่ นิ ยอมลาสกึ ขา ขออนญุ าตโยมมารดา บวชเรยี นตอ่ ไป ตอ่ มาไดท้ ราบถงึ กติ ตศิ พั ทข์ องหลวงพอ่ ทบ
วดั พระพทุ ธบาทชนแดน อ.ชนแดน เปน็ พระเกจอิ าจารย์ทีม่ ปี ระชาชนเคารพนบั ถอื จึงเกิดศรทั ธา เดนิ ทาง
จากบ้านเกดิ ไปยัง อ.ชนแดน เพอื่ ฝากตวั เป็นลกู ศิษยอ์ ยรู่ ับใช้อปุ ฎั ฐาก ตกั นำ�้ เถกระโถนน�ำ้ หมาก ล้างบาตร
ปัดกวาดเสนาสนะ ฯลฯ ด้วยความเมตตาจากหลวงพ่อทบ จงึ ได้ถ่ายทอดสรรพวชิ าคาถา การท�ำ ตะกรดุ โทน
ลงเลขยนั ตค์ าถาผา้ ยนั ตแ์ ละไดศ้ กึ ษาปฎบิ ตั วิ ชิ ากรรมฐานและก�ำ หนดจติ มคี วามรแู้ กก่ ลา้ ตามล�ำ ดบั สามารถ
เสกขา้ วสารให้ไก่กนิ และศกึ ษาเรยี นรู้ในการจดั สรา้ งพระกร่ิง พระรูปหลอ่ ตามประเพณโี บราณ ผลสมั ฤทธิ์
ได้เกดิ ขนึ้ อยา่ งรวดเร็วส่งผลใหส้ ามเณรขุ้ยมคี วามช�ำ นาญอย่างยงิ่

ครั้นเมือ่ อายุได้ 22 ปี จงึ เขา้ พิธีอุปสมบท
ที่วัดศรมี งคล อ.หลม่ สกั เม่อื วนั ท่ี 4 มีนาคม 2476
โดยมพี ระมหาหยวก เจา้ คณะอ�ำ เภอหลม่ สกั เปน็ พระ-
อปุ ชั ฌาย์ พระอธกิ ารค�ำ ปนั เปน็ พระกรรมวาจารย์ และ
พระอธกิ ารวนั ดี เปน็ พระอนสุ าวนาจารยไ์ ดร้ บั ฉายาวา่
“ฐติ ธมั โม” มคี วามหมายวา่ “ผมู้ จี ติ ใจตง้ั มนั่ ในธรรม”

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถัมภ์

121

ภายหลงั อปุ สมบท อยปู่ รนนบิ ตั ริ บั ใชพ้ ระอปุ ชั ฌาย์ 2 พรรษา จงึ
ได้กราบลาเดินทางไปจำ�พรรษาวัดชนแดน เพื่อศึกษาเล่าเรียน
วทิ ยาคมและปฏบิ ัตกิ ัมมฏั ฐาน จากหลวงพ่อทบอกี ครง้ั หนง่ึ เม่ือ
ปฏบิ ตั ธิ รรมแกก่ ลา้ ทา่ นไดก้ ราบลาหลวงพอ่ ทบออกเดนิ ทางธดุ ง
วัตรไปยงั สถานทีต่ า่ ง ๆ ทง้ั ในและต่างประเทศ พ.ศ. 2486 ทา่ น
ได้รับแต่งต้ังให้เป็นเจ้าคณะตำ�บลท่าอีบุญ ปกครองพระสงฆ์ -
สามเณร ได้ระยะหน่ึงเกิดความเบื่อหน่ายจึงได้ขอลาออก และ
ออกเดนิ ธดุ งคไ์ ปตามสถานทีต่ า่ ง ๆ อาทิ แขวงจ�ำ ปาสกั ประเทศ
เขมรตลอดระยะเวลาในการธุดงควัตร ท่านได้สนทนาธรรมกับ
พระสายวดั ปา่ หลายรปู และศกึ ษาไสยเวทจากอาจารยเ์ ขมรและ
ลาวหลายรูป
พ.ศ. 2517 หลวงปขู่ ยุ้ ไดเ้ ดนิ ธดุ งควตั รตามแนวเทอื กเขาเพชรบรู ณ์ มงุ่ หนา้ ขนึ้ ทศิ ตะวนั ออก ในทสี่ ดุ หลวงปไู่ ดเ้ ดนิ
ทางมายงั บา้ นทา่ ดว้ ง ไดเ้ ลง็ เหน็ ความเจรญิ ทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ แกห่ มบู่ า้ นนใ้ี นอนาคตประกอบกบั มปี า่ ไม้ แหลง่ น�ำ้ ไหลผา่ น
ทา่ นจงึ ได้หยดุ ธุดงค์ และชกั ชวนชาวบ้านสร้างวัดข้นึ ท่หี ม่บู ้านซับตะเคยี น
บา้ นซบั ตะเคยี น เปน็ บา้ นปา่ ดงดบิ มเี สอื ชา้ ง
และสัตว์มเี ขย้ี วพิษนานาชนดิ และไขป้ า่ อยู่ห่างจาก
อ�ำ เภอหนองไผ่ กวา่ 40 กโิ ลเมตร ถา้ จะเดนิ ทางมายงั
ทตี่ ง้ั ตวั จงั หวดั ตอ้ งใชเ้ วลาเปน็ แรมเดอื นเมอื่ ชาวบา้ น
เจ็บไข้ไม่สบาย หลวงปู่ขุ้ยได้เข้าป่าหาสมุนไพร มา
รักษาชาวบ้านด้วยตนเอง แทนยาจากในเมืองเม่ือ
คราวเกดิ อหวิ าตกโรคระบาด หลวงปไู่ ดน้ �ำ ยาสมนุ ไพร
รกั ษาชาวบา้ นจนหายปว่ ย เรอ่ื งยาสมนุ ไพรเปน็ ทขี่ นึ้
ชอ่ื มากหลวงปขู่ ยุ้ จ�ำ พรรษาชกั ชวนชาวบา้ นเขา้ วดั ฟงั
ธรรม รกั ษาศลี จนเปน็ ทศี่ รทั ธาเลอื่ มใสของชาวบา้ น
รวมทง้ั ไดร้ บั แตง่ ตงั้ จากคณะสงฆใ์ หเ้ ปน็ เจา้ อาวาสวดั
ซับตะเคียนแห่งน้ี

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถมั ภ์

122

ดา้ นวตั ถุมงคล หลวงปู่ขุ้ยได้รบั การถ่ายทอดวิชาจากหลวงพอ่ ทบ บรรดาศิษยานุศิษย์ทร่ี ู้ในกิตตศิ ัพท์
ด้านวิทยาอาคมของทา่ น จงึ ไดข้ อรอ้ งใหท้ ่านจัดสร้างวัตถุมงคล เพอ่ื นำ�เงินมาจดั สรา้ งเสนาสนะ ศาลา และ
อุโบสถ ฯลฯ หลวงปขู่ ุ้ยไดจ้ ดั สร้างวัตถุมงคลข้นึ มาหลายรนุ่ เป็นท่ีเชอ่ื ถือในความศักดสิ์ ิทธิ์ ในด้านเมตตามหา
นิยม และแคล้วคลาดจงึ มีผู้ศรัทธาเลื่อมใสไปขอบูชามากมาย วัตถุมงคลท่ีได้รับความนยิ มสงู คือ ตะกรุดโทน
ตะกรดุ 9 ช้นั และรปู หลอ่ ลอยองค์ อกี หลายรุน่ วัตถุมงคลท่สี รา้ งขึ้น มผี มู้ าขอบชู าหมดในเวลาไม่นาน และ
ผทู้ ีเ่ ชา่ หาวัตถุมงคลของท่าน ต่างมีประสบการณ์แคล้วคลาดตา่ ง ๆ มากมาย

ด้านการเผยแผ่ธรรม หลวงปู่ขุ้ยเป็นพระท่ีทันสมัย ใช้ธรรมะส่ังสอนชาวบ้าน ให้รู้จักทำ�มาหากิน
ดว้ ยความสุจรติ มคี วามอดทน ขยันหมนั่ เพียร มใิ หล้ มุ่ หลงมวั เมาในอบายมขุ ใชช้ ีวิตอย่างสมถะและพอเพียง
ตามแนวพระราชด�ำ รเิ ศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 หลวงปู่ขยุ้ ได้ส่งั สอน
ให้ชาวบ้านได้เจริญภาวนาสมาธิ ให้ยึดมั่นในหลักธรรมของพระพุทธเจ้า และปฏิบัติตาม ศีล 5 ศีล 8 หรือ
อุโบสถศลี อย่างเคร่งครัด ใหเ้ ป็นคนคดิ ดี ทำ�ดี พดู ดี ไมเ่ บยี ดเบียนผูอ้ ืน่ หรือท�ำ ให้ผอู้ ่นื ไดร้ บั ความเดือดร้อน

หลวงป่ขู ยุ้ ถือเปน็ ผ้นู ำ�ทางคุณธรรมศีลธรรม
ของชาวบ้านซบั ตะเคียนอย่างแทจ้ ริงดว้ ยความท่ีเป็น
พระทป่ี ฏบิ ตั ดิ ี ปฏบิ ตั ชิ อบ ไมส่ ะสม และยดึ ตดิ ในอดเิ รก
ลาภ ชาวบา้ นทง้ั อ�ำ เภอ ตา่ งจงั หวดั จงึ ใหค้ วามเคารพ
ศรทั ธา ดว้ ยกศุ ลจิตอยา่ งแท้จริง แม้ล่วงวัย 87 ปี แต่
หลวงปู่ขุ้ย ยังมีสุขภาพร่างกายท่ีแข็งแรงไปกิจนิมนต์
ไกล ๆ ไดโ้ ดยไมเ่ หนด็ เหนอื่ ยหลวงปบู่ อกวา่ ทท่ี า่ นอายยุ นื
มเิ จบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ยเปน็ เพราะวา่ ทา่ นท�ำ สมาธิ เจรญิ ภาวนา
และท�ำ จติ ใจใหผ้ อ่ งใสตลอดเวลา ไมโ่ กรธ ไมโ่ ลภ ไมห่ ลง
ส่วนมากจะฉันอาหารประเภทผัก ผลไม้เป็นประจำ�
หลวงปขู่ ยุ้ เปน็ พระสายปฏบิ ตั แิ ละเปน็ ศษิ ยร์ ปู สดุ ทา้ ย
ของหลวงพอ่ ทบ วดั ของทา่ นอยตู่ ดิ เทอื กเขาเพชรบรู ณ์
เขตแดนตดิ ตอ่ อ�ำ เภอหนองบวั แดงอ�ำ เภอคอนสารจงั หวดั
ชยั ภมู ิ ถา้ ไมม่ กี จิ นมิ นตท์ ใี่ ด สว่ นมากทา่ นจะอยทู่ วี่ ดั เปน็
ประจ�ำ นบั เปน็ พระทดี่ อี กี รปู หนงึ่ ของเมอื งมะขามหวาน

(อ้างอิงขอ้ มลู จาก ส�ำ นกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาเพชรบรู ณ์ เขต 3. ชวี ประวัตหิ ลวงป่ขู ยุ้
ฐติ ธมั โม วัดซับตะเคยี น ที่มา : https://sites.google.com/a/pbn3.go.th/haelng-reiyn-ru-thxng-thin-
sphp-ph-chr-burn-khet-3/-prawati-xaphex-hnxngphi/-wad-hl-wng-pu-khuy สืบคน้ เมอ่ื วันที่ 25
มนี าคม 2565)

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์

123

อุทยานธรณขี องอ�ำ เภอหนองไผ่ : ทอ้ งทะเลดึกด�ำ บรรพ์บ้านโภชน์

G1 ทอ้ งทะเลดกึ ดำ�บรรพบ์ ้านโภชน์ (Ban Pod Paleo Sea Bed) ต�ำ บลบา้ นโภชน์ อำ�เภอหนองไผ่
เป็นพื้นท่ีท่ีมีหลักฐานชัดเจนว่าเคยเป็นไหล่ทวีปใต้ท้องทะเลดึกดำ�บรรพ์ เกิดในช่วงตอนปลายยุคเพอร์เมียน
ประมาณ 240 ล้านปีก่อน เกิดจากการยกตัวของเปลือกโลกที่มีการสะสมของหินปูนใต้ทะเล ซ่ึงหินปูนบริเวณ
ท่ียกตัวขึ้นมานั้นมีซากสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลปะปนมาด้วย จึงพบแนวหินปูนท่ีมีซากดึกดำ�บรรพ์หลายหลายชนิด
จ�ำ นวนมาก เชน่ ปะการงั (Coral) หอยฝาเดียว (Gastropod) หอยสองฝา (Bivalve) หอยตะเกียง (Brachiopod)
หอยงวงชา้ ง (Ammonite) หอยบนิ (Alatoconchidae) ฟองนำ�้ (Sponge) พลับพลงึ ทะเล (Crinoid) ฟิวซลู นิ ิด
(Fusulinids) กลมุ่ สตั วเ์ ซลล์เดียว Bryozoa และอนื่ ๆ อกี มากมาย กนิ พื้นท่เี ปน็ บริเวณกว้างมาก มีท้งั เป็นเนิน
เขาและทร่ี าบ ดนู ่าต่นื ตาตื่นใจย่ิงนกั

นอกจากนนั้ สภาพการเปน็ ทอ้ งทะเลดกึ ด�ำ บรรพเ์ ชน่ นี้ ยงั พบวา่ แผข่ ยายไปเปน็ วงกวา้ งโดยพบซากดกึ ด�ำ บรรพ์
สัตว์ก้นทะเลหลายชนิดที่ตำ�บลภูนำ้�หยด อำ�เภอวิเชียรบุรี ตำ�บลซับไม้แดง อำ�เภอบึงสามพัน ตำ�บลลาดแค
ตำ�บลซับพุทรา อ�ำ เภอชนแดน จนไปถงึ ต�ำ บลบ้านโตก อำ�เภอเมืองเพชรบูรณ์

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

124

(ท่มี า : จังหวัดเพชรบรู ณ.์ (2564).อทุ ยานธรณีเพชรบรู ณ์:ทะเลสแู่ ผ่นดนิ ดึกดำ�บรรพ์และมหัศจรรยข์ อบเปลือกโลก.
โรงพิมพอ์ กั ษรสมั พันธ์ (1987) จ�ำ กดั . สำ�นักงานการท่องเทย่ี วและกฬี าจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวดั เพชรบูรณ์.)

โรงเรยี นหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์

125

โรงเรยี นหนองไผ่ (ในพระสังฆราชูปถัมภ์)

โรงเรียนหนองไผ่ กอ่ สร้างปี พ.ศ. 2507 เปน็ โรงเรียนมัธยมศกึ ษาระดับอำ�เภอเปน็ โรงเรียนสหศึกษา ทัง้ นี้
มีสาเหตุมาจากในปีการศึกษา 2506 นักเรียนท่ีจบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีท่ี 7 ของอำ�เภอหนองไผ่ไม่มี
โรงเรยี นในระดับมธั ยมศกึ ษาที่จะศึกษาตอ่ ภายในอำ�เภอการเดินทางไปศกึ ษาตอ่ ท่ีอ�ำ เภอเมอื งน้ัน ระยะทางไกลมาก
การคมนาคมไม่สะดวกผู้ปกครองนักเรียนจำ�นวนหนึ่งได้ทำ�หนังสือไปท่ีอำ�เภอหนองไผ่ให้อำ�เภอทำ�เรื่องขออนุญาต
เปิดโรงเรยี นมัธยมศกึ ษา ในปีการศกึ ษา 2507 โดยมเี งอ่ื นไขวา่ ทางอ�ำ เภอต้องจัดหาทดี่ ินจำ�นวนไมน่ ้อยกวา่ 35 ไร่
และจะต้องสร้างอาคารเรียนช่ัวคราว ซึ่งทางอำ�เภอได้ดำ�เนินตามเง่ือนไขทั้ง 2 ประการได้สำ�เร็จ โดยจัดสรรที่ดิน
สำ�หรบั ตงั้ โรงเรยี นบนเนอ้ื ท่ี 80 ไร่ เป็นท่ีดินสงวนของกระทรวงมหาดไทย ซ่งึ สงวนไวส้ ำ�หรบั ตงั้ สถานทร่ี าชการของ
อ�ำ เภอส�ำ หรับอาคารเรยี นนัน้ ทางพอ่ ค้าประชาชนและข้าราชการได้ร่วมกนั จดั งานวนั ครู (15 - 17 มกราคม 2507)
เพื่อหารายได้เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยในการก่อสรา้ งและสร้างไดส้ ำ�เรจ็ เรยี บร้อยเป็นอาคารไม้ช้นั เดียว 4 หอ้ งเรยี น กรมสามญั
(กรมวสิ ามญั ศกึ ษาเดมิ ) ไดแ้ ตง่ ตงั้ ใหน้ ายชนนิ ทร์ สพุ ลพชิ ติ ครโู ท โรงเรยี นเพชรพทิ ยาคม อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั เพชรบรู ณ์
ดำ�รงตำ�แหน่งครูใหญ่ โรงเรียนหนองไผ่ และได้บรรจุแต่งตั้งนายธีรรัตน์ กิจจารักษ์ วุฒิ กศ.บ.ดำ�รงตำ�แหน่งครูตรี
โรงเรยี นหนองไผ่อกี 1 คน โรงเรยี นเปดิ ท�ำ การเรยี นการสอนครั้งแรกเมอ่ื ปกี ารศึกษา 2507 โดยเริ่มแรกมีชน้ั ม.ศ.1
จ�ำ นวนนักเรยี น 19 คน เป็นชาย 16 คน หญงิ 3 คน นายธรี รตั น์ กิจจารักษ์ เปน็ ครปู ระจ�ำ ชน้ั

ภาพ โรงเรยี นหนองไผ่ พ.ศ. 2507
ทีม่ า : วศิ ลั ย์ โฆษติ านนท์.
จาก https://www.facebook.com/wisonk
สบื ค้นเมอ่ื วนั ท่ี 25 มนี าคม 2565.

ภาพ นายชนินทร์ สพุ ลพชิ ติ
ที่มา : โรงเรยี นหนองไผ่

https://www.nongphai.ac.th/ckfinder/userfiles/
images/directors.jpg

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชปู ถมั ภ์

126

ปา้ ยโรงเรยี นหนองไผ่
ท่มี า : โรงเรียนหนองไผ.่ (2565, พฤษภาคม 25) จาก https://www.nongphai.ac.th/web/?
module=view_memu_top&id=65
ปี พ.ศ. 2526 สมเดจ็ พระอรยิ วงศาคตญาณ สมเด็จพระสงั ฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเดจ็ พระสงั ฆราช
องค์ท่ี 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ทรงพระเมตตาธิคุณ โปรดรับโรงเรียนหนองไผ่ไว้ในพระอุปถัมภ์ เมื่อวันที่ 29
กรกฎาคม 2526 โดยนายชนินทร์ สพุ ลพชิ ติ ผู้อ�ำ นวยการโรงเรียนหนองไผ่ เข้าเฝา้ เพอื่ ถวายตวั และรับพระโอวาท
ณ วดั ราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ตอ่ มาโรงเรียนไดด้ ำ�เนินการสร้างหอพระ "พระพุทธ
ปฏิมาวาสนฎั ฐารสม"์ พระพทุ ธประจ�ำ พระองคท์ ่ที ำ�พิธพี ทุ ธาภิเษก เมื่อวโรกาสพระชนมายคุ รบ 7 รอบ ซึ่งโรงเรยี น
หนองไผ่ ได้ด�ำ เนนิ การท�ำ พิธวี างศลิ าฤกษส์ รา้ งหอพระ เมอื่ วนั ท่ี 19 มิถุนายน 2529 การกอ่ สร้างแล้วเสรจ็ สมบูรณ์
เมอ่ื เดอื นธนั วาคม 2529 และไดน้ �ำ ความขนึ้ กราบทลู เพอ่ื ขอประทานพระพทุ ธรปู มาประดษิ ฐาน ณ โรงเรยี นหนองไผ่
สมเด็จพระสังฆราช ได้ประทานให้เม่ือวนั ที่ 21 กมุ ภาพนั ธ์ 2530 ซึง่ ได้อัญเชญิ มาประดษิ ฐานไว้เพื่อเป็นการเทิด
พระเกยี รติองคส์ มเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) และเพอื่ เป็นสริ มิ งคล เปน็ เคร่ืองยดึ เหนีย่ ว เปน็ ศนู ย์รวมจิตใจ
ของครู นักเรยี น บคุ ลากรโรงเรยี นหนองไผ่ ตลอดจนประชาชนทัว่ ไป

ประวัติสมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
ภาพ สมเดจ็ พระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสงั วร
ทม่ี า : วิกพิ เี ดยี สารานุกรมเสร.ี (2565, พฤษภาคม 4)
จาก https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระสงั ฆราชเจา้ _
กรมหลวงชนิ วราลงกรณ.

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

127

สัญลักษณ์โรงเรียนหนองไผ่

สัญลักษณ์โรงเรียนหนองไผ่ลักษณะเป็นวงกลม 3 ชั้นบรรจุตัวอักษร น.ผ. ซึ่งเป็นอักษรย่อช่ือ
โรงเรียนหนองไผ่ อยู่ภายใต้ฉัตร 3 ช้ัน หมายถึง สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเมตตารับโรงเรียนหนองไผ่ไว้ในพระอุปถัมภ์ ตอนล่างวงกลมมีข้อความว่า
"โรงเรียนหนองไผ"่ และ "ในพระสังฆราชปู ถมั ภ"์ โค้งตามลักษณะวงกลม
คำ�ขวัญประจ�ำ โรงเรียน

อาปทาสุ ถาโม เวทติ พฺโพ (ก�ำ ลงั ใจพึงร้ไู ดใ้ นคราวมีอนั ตราย)

สปี ระจ�ำ โรงเรียน
สีชมพู หมายถึง ผู้มคี วามรักในเพอื่ นมนุษย์ รักความก้าวหนา้ รกั ความสามคั คี
สฟี า้ หมายถึง ความสดชน่ื แจม่ ใส ใฝ่ดี มคี ุณธรรม มีใจบริสุทธ์ิ

เพลงประจ�ำ โรงเรียน เพลง มารช์ ชมพฟู ้า
เพลง มารช์ ชมพูฟา้ (ท�ำ นอง คำ�ร้อง : ประเสรฐิ สร้อยอินทร)์
เพลง ดอกฟ้าสชี มพู (ท�ำ นอง คำ�รอ้ ง : ประเสริฐ สรอ้ ยอนิ ทร)์

ตน้ ไม้ประจ�ำ โรงเรยี น เพลง ดอกฟา้ สชี มพู
ชยั พฤกษ์

อา้ งองิ โรงเรยี นหนองไผ.่ (2565, พฤษภาคม 24). ประวตั โิ รงเรียนหนองไผ่. [สือ่ มลั ติมีเดียชนิดออนไลน์].
ค้นเมื่อ มถิ ุนายน 1, 2565. จากแหลง่ ท่มี า https://www.nongphai.ac.th/web/?module= view_memu_
top&id=65

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสงั ฆราชูปถัมภ์

คณะทำ�งาน
หลักสตู รท้องถนิ่ รายวิชาเพชรบรู ณถ์ นิ่ เกิดเมืองนอน ปีการศึกษา 2565
กจิ กรรมลดเวลาเรยี นเพม่ิ เวลารู้ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
1. นางสาวอารรี ัตน์ ชรู วง ผู้อ�ำ นวยการโรงเรียนหนองไผ่
2. นายจติ รภณ ชมภ ู่ รองผูอ้ �ำ นวยการโรงเรยี นหนองไผ่ กลมุ่ บริหารงานวิชาการ
3. นายนิมิตร ตนั ตวิ โรดม ผชู้ ่วยผ้อู ำ�นวยการโรงเรียนหนองไผ่ กล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ
4. นางดาวรงุ่ พรหมอินทร์ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
5. นางกัญญา หมื่นชนะ รองหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
6. นางสาวกรรณิการ ์ พุ่มพวง ครูกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
7. นางปรารถนา บุญนาค ครูกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
8. นางพวงรัตน์ จติ อารี ครกู ลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
9. นายรชฏ แกว้ เกดิ ครกู ลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
10. นางมณ ี ด้วงนิล ครูกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
11. นางวนดิ า สารสิทธิ ์ ครกู ลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
12. นายศุภชัย อานพรหม ครูกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
13. นางญาตา ศรโี คตร ครกู ลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
14. นายนริ ุตต ์ มูลส ี ครกู ลุ่มสาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
15. นายเรงิ นรนิ ทร ์ ขาวสะอาด ครกู ลุม่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
16. นายณรงคช์ ยั สีสขุ ครูกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
17. นางสาวพรรณพร วงษแ์ หวน หวั หน้างานพฒั นาหลกั สตู ร
18. นางสกลุ ยา พรมเทา้ หวั หน้างานวดั และประเมนิ ผล
19. นายนิกร หล้านอ้ ย หัวหนา้ งานคอมพิวเตอร์
20. นายราชัย แก้วยศ ครคู อมพวิ เตอร์
21. นางสาวสุภาภรณ ์ กรณแ์ กว้ ครคู อมพิวเตอร์
22. นางกรรณกิ า เหลืองชยั พัฒนา ครูคอมพิวเตอร์
23. นายสรสชิ ขันตรีมติ ร ครคู อมพวิ เตอร์
24. นายนนท์ปวธิ เทีย่ งดฤี ทธ์ิ ครูคอมพิวเตอร์
25. นายนพดล พลกลาง ครคู อมพิวเตอร์

โรงเรียนหนองไผ่ ในพระสังฆราชูปถมั ภ์

11


Click to View FlipBook Version