The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kancm304, 2020-08-26 00:19:24

การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ (3204-2001)







ค าน า





เอกสารประกอบการสอน/เอกสารคาสอนรายวชาการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้ง
ซอฟต์แวร์ (รหัสวชา 3204-2001) ฉบับนี้ได้จัดท าขนเพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมาย
ึ้





รายวชาและคาอธบายรายวชา อีกทั้งเพื่อเป็นแนวทางในการเรียนการสอนส าหรับอาจารย์ผู้สอนและ


บุคคลที่เกี่ยวข้องที่จะสามารถน าไปใช้ในด้านการจัดการเรียนการสอนได้อยางมีประสิทธภาพ โดยได้แบ่ง
เนื้อหาออกเป็น 7 หน่วย คือ
1. หลักการท างานของระบบไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา
2. การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และและการจัดชุดคอมพิวเตอร์ให้ตรงตามลักษณะการใช้งาน
3. การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์
4. การติดตั้งระบบปฏิบัติการและการปรับแต่งระบบปฏิบัติการ

5. การติดตั้งโปรแกรมควบคุมอุปกรณ ์

6. โปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมอรรถประโยชน์
7. การแก้ไขปัญหาและการบ ารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์


ในการจัดท าเอกสารประกอบการสอนรายวชาการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้ง
ซอฟต์แวร์ ฉบับนี้ขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดแผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ หากมี
ข้อบกพร่องประการใด ขอความกรุณาให้ข้อคิดเห็นและค าแนะน าเพื่อจะน าไปสู่การปรับปรุงในการจัดท า

แผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ให้ดียิ่งขนต่อไป ซึ่ง
ึ้

ผู้จัดท าหวงเป็นอย่างยิ่งวาเอกสารประกอบการสอนฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่ออาจารย์ นักศกษา


ตลอดจนบุคคลทั่วไป

กานต์ อะตามา

7 เมษายน 2563






สารบัญ




หน้า


ค าน า ก

สารบัญ ข
สารบัญตาราง ง

สารบัญภาพ จ
นโยบายรายวิชา ญ

บทที่ 1 หลักการท างานของระบบไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา 1

- ความหมายของไมโครคอมพิวเตอร์ 1
- องค์ประกอบของไมโครคอมพิวเตอร์ 2

- หลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์ 4
- ลักษณะของอุปกรณ์พกพา 7

- การใช้งานคอมพิวเตอร์ในงานต่าง ๆ 10

- ใบงานหน่วยที่ 1 12
บทที่ 2 การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการจัดชุดคอมพิวเตอร์ให้ตรงตาม 15

ลักษณะการใช้งาน

- อุปกรณ์ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 15
- การเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ 24

- การจัดชุดคอมพิวเตอร์ให้ตรงตามลักษณะการใช้งาน 35
- ใบงานหน่วยที่ 2 37

บทที่ 3 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 41

- การเตรียมเครื่องมือและอุปกรณส าหรับประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 41

- ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 42


- ข้อควรระวังในการปูองกันความเสียหายของอุปกรณระหวางประกอบเครื่อง 50

คอมพิวเตอร์
- การทดสอบการท างานของเครื่องคอมพิวเตอร์ 51

- ใบงานหน่วยที่ 3 52







สารบัญ (ต่อ)



หน้า




บทที่ 4 การติดตั้งระบบปฏบัติการและการปรับแต่งระบบปฏบัติการ 55
- การตรวจสอบคุณสมบัติของคอมพิวเตอร์ 55
- การติดตั้งและการปรับแต่งขั้นพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Windows 7 60

- การติดตั้งและการปรับแต่งขั้นพื้นฐานระบบปฏิบัติการ Windows 10 71
- ใบงานหน่วยที่ 4 79


บทที่ 5 การติดตั้งโปรแกรมควบคุมอปกรณ ์ 82
- ติดตั้งไดร์ฟเวอร์ต่างๆของ Windows 82

- กรณีหา Driver ไม่ได ้ 84

- รูปแบบการติดตั้งไดร์ฟเวอร์ในคอมพิวเตอร์ 85
- ใบงานหน่วยที่ 5 88

บทที่ 6 โปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมอรรถประโยชน ์ 91

- โปรแกรมประยุกต์ 91
- โปรแกรมอรรถประโยชน์ 94

- ใบงานหน่วยที่ 6 99
บทที่ 7 การแก้ไขปัญหา และบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์ 102

- แก้ปัญหาการท างานของคอมพิวเตอร์ 102

- บ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์ 111
- ใบงานหน่วยที่ 7 116

บรรณานุกรม 119







สารบัญตาราง




หน้า


ตารางที่ 2.1 ตารางซีพียูที่เหมาะกับการใช้งานระดับต่าง ๆ 25

ตารางที่ 2.2 ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของแรมชนิดต่างๆ 28
ตารางที่ 7.1 เสียงเตือนไบออส 103






สารบัญภาพ





หน้า


ภาพที่ 1.1 ภาพตัวอย่างไมโครคอมพิวเตอร์ 1

ภาพที่ 1.2 ภาพอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของไมโครคอมพิวเตอร์ 2

ภาพที่ 1.3 ภาพระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows 8.1, Windows 10 3
ภาพที่ 1.4 ภาพตัวอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์ในงานด้านต่างๆ 3

ภาพที่ 1.5 ภาพบุคลากรทางคอมพิวเตอร์ 4

ภาพที่ 1.6 อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Device) 5
ภาพที่ 1.7 ภาพหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู Intel และ AMD 5


ภาพที่ 1.8 ภาพอุปกรณแสดงผล (Output) 6
ภาพที่ 1.9 อุปกรณจัดเก็บข้อมูล (Storage) 6

ภาพที่ 1.10 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊คหรือแลปท็อป 7

ภาพที่ 1.11 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบอัลต้าบุ๊ค 7
ภาพที่ 1.12 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบเน็ตบุ๊ค 8

ภาพที่ 1.13 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบแท็บเล็ต 8
ภาพที่ 1.14 ภาพเครื่องพีดีเอ 9

ภาพที่ 1.15 ภาพสมาร์ทโฟน 9

ภาพที่ 1.16 ภาพการใช้งานคอมพิวเตอร์ในงานต่าง ๆ 11
ภาพที่ 2.1 ภาพ CPU 16

ภาพที่ 2.2 ภาพ Heat sink 16

ภาพที่ 2.3 ภาพ Main board 16
ภาพที่ 2.4 ภาพ RAM 17

ภาพที่ 2.5 ภาพ Power supply 17
ภาพที่ 2.6 ภาพ Hraddisk แบบ 3.5 นิ้ว และ 2.5 นิ้ว 18

ภาพที่ 2.7 ภาพ Graphic Card 18

ภาพที่ 2.8 Sound Card 18
ภาพที่ 2.9 ภาพ Optical Drive 19

ภาพที่ 2.10 ภาพ LAN Card 19
ภาพที่ 2.11 ภาพ Wireless LAN 19






สารบัญภาพ (ต่อ)





หน้า


ภาพที่ 2.12 ภาพ Monitor 20

ภาพที่ 2.13 ภาพ Keyboard 20

ภาพที่ 2.14 ภาพ Mouse 21
ภาพที่ 2.15 ภาพ Speaker 21

ภาพที่ 2.16 ภาพ Case Computer 22

ภาพที่ 2.17 ภาพสาย SATA 22
ภาพที่ 2.18 ภาพสาย AC 23

ภาพที่ 2.19 ภาพสายสัญญาณภาพ 23
ภาพที่ 2.20 ภาพแสดงคุณลักษณะของซีพียูอินเทล (Intel) 25

ภาพที่ 2.21 ภาพขนาดเมนบอร์ดรูปแบบต่าง ๆ 26

ภาพที่ 2.22 ภาพซ่องเสียบไฟเลี้ยงเมนบอร์ดขนาด 24 pin และ 8 pin 27
ภาพที่ 2.23 ภาพพอร์ตต่าง ๆ ของเมนบอร์ด 27

ภาพที่ 2.24 ภาพหัวต่อที่จ าเป็นของแหล่งจากไฟเอทิเอ็ก (ATX) 33
ภาพที่ 3.1 ภาพเครื่องมือที่ใช้ในการประกอบคอมพิวเตอร์ 41

ภาพที่ 3.2 ภาพขุดสกรู แหวนรอง และเสาทองเหลืองส าหรับยึดเมนบอร์ด 42

ภาพที่ 3.3 ภาพการติดตั้งซีพียู 43
ภาพที่ 3.4 ภาพทาซิลิโคนให้กับซีพียู 43

ภาพที่ 3.5 ภาพติดตั้งฮีทซิงค ์ 44

ภาพที่ 3.6 ภาพเสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับขั้ว CPU FAN 44
ภาพที่ 3.7 ภาพการติดตั้งแรม 44

ภาพที่ 3.8 ภาพขันแท่นรองน็อตเข้ากับเคส 45
ภาพที่ 3.9 ภาพการติดตั้งเมนบอร์ด 45

ภาพที่ 3.10 ภาพติดตั้ง Power Supply 46

ภาพที่ 3.11 ภาพการติดตั้งการ์ดแสดงผล 46
ภาพที่ 3.12 ภาพติดตั้งการ์ดเสียง 47

ภาพที่ 3.13 ภาพเสียบสายเพาเวอร์ซัพพลายเข้ากับขั้วต่อบนเมนบอร์ด 47
ภาพที่ 3.14 ภาพติดตั้งอุปกรณ์ออปติคอลไดร์ฟ 48






สารบัญภาพ (ต่อ)





หน้า


ภาพที่ 3.15 ภาพเสียบสาย SATA เข้ากับไดร์ฟซีดีรอม 48

ภาพที่ 3.16 ภาพติดตั้งฮาร์ดดิสก์ 49

ภาพที่ 3.17 ภาพเสียบสายสัญญาณ 49
ภาพที่ 3.18 ภาพปิดฝาเคส 50

ภาพที่ 3.19 ภาพการเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ 51

ภาพที่ 3.20 ภาพการตรวจสอบและทดสอบการท างานของเครื่องคอมพิวเตอร์ 51
ภาพที่ 4.1 ภาพการเข้าถึง Properties ของเครื่องคอมพิวเตอร์ 55

ภาพที่ 4.2 ภาพตัวอย่างแสดงคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 7 56
ภาพที่ 4.3 ภาพหน้าต่าง DirectX Diagnostic Tool Windows 7 56


ภาพที่ 4.4 ภาพภาพการเข้าถง System ระบบ 57
ภาพที่ 4.5 ภาพแสดงเมนู System 58
ภาพที่ 4.6 ภาพแสดงคุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows 10 58

ภาพที่ 4.7 ภาพหน้าต่าง DirectX Diagnostic Tool Windows 10 59
ภาพที่ 4.7 ภาพ Boot Option 60

ภาพที่ 4.8 ภาพโหลดไฟล์ setting 60

ภาพที่ 4.9 ภาพหน้าต่างเริ่มต้นการติดตั้ง Windows 7 61
ภาพที่ 4.10 ภาพเข้าสู่หน้าต่างการติดตั้ง 62

ภาพที่ 4.11 ภาพการเลือกติดตั้ง Windows 7 62

ภาพที่ 4.12 ภาพหน้าต่าง License 63
ภาพที่ 4.13 ภาพหัวข้อการติดตั้ง Windows 7 63

ภาพที่ 4.14 ภาพหน้าต่างที่แสดงไดร์ฟ 64
ภาพที่ 4.15 ภาพการสร้างไดร์ฟ 64

ภาพที่ 4.16 ภาพก าหนด Size ของไดร์ฟ 65

ภาพที่ 4.17 ภาพการเลือกไดร์ฟตอดตั้ง Windows 7 65
ภาพที่ 4.18 ภาพการติดตั้งไฟล์ Windows 7 66

ภาพที่ 4.19 ภาพการตั้งชื่อผู้ใช้และชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 66
ภาพที่ 4.20 ภาพการตั้งค่ารหัสผ่าน 67






สารบัญภาพ (ต่อ)





หน้า


ภาพที่ 4.21 ภาพการใส่ Product key 67

ภาพที่ 4.22 ภาพการตั้งค่าการอัพเดต 68

ภาพที่ 4.23 ภาพการตั้งค่าเวลา Time zone 68
ภาพที่ 4.24 ภาพการตั้งค่าสภาพแวดล้อม 69

ภาพที่ 4.25 ภาพเสร็จสิ้นการติดตั้ง 69

ภาพที่ 4.26 ภาพเสร็จสิ้นกระบวนการติดตั้ง 70
ภาพที่ 4.27 ภาพหน้า BIOS 71

ภาพที่ 4.28 ภาพการปรับ BIOS 71
ภาพที่ 4.29 ภาพการตั้งค่าภาษาในการติดตั้ง เวลาท้องถิ่น และตัวปูอนภาษา 72

ภาพที่ 4.30 ภาพหน้าต่าง Install now 72

ภาพที่ 4.31 ภาพหน้าต่างยอมรับข้อตกลง 73
ภาพที่ 4.32 ภาพการเลือกประเภทของ Install 73

ภาพที่ 4.33 ภาพหน้าต่างที่แสดงไดร์ฟ 74
ภาพที่ 4.34 ภาพการติดตั้งของ Windows 10 74

ภาพที่ 4.35 ภาพหน้าต่าง License Windows 10 75

ภาพที่ 4.36 ภาพการเลือกการตั้งค่า 75
ภาพที่ 4.37 ภาพการลงชื่อเข้าใช้โดยบัญชี Microsoft 76

ภาพที่ 4.38 ภาพการยืนยัน Email 76

ภาพที่ 4.39 ภาพการยืนยันข้อมูลเสร็จเรียบร้อย 77
ภาพที่ 4.40 ภาพการเตรียมพร้อมส าหรับโปรแกรม 77

ภาพที่ 4.41 ภาพ Desktop Windows 10 78
ภาพที่ 5.1 ภาพการเข้าค าสั่ง Manage 83

ภาพที่ 5.2 ภาพหน้าต่าง Device Manager 83

ภาพที่ 5.3 ภาพ Hardware IDs 84
ภาพที่ 5.3 ภาพการท างานร่วมกันของอุปกรณ ์ 85

ภาพที่ 5.4 ภาพแผ่น Driver 85
ภาพที่ 5.5 ภาพไฟล์ติดตั้งไดร์ฟเวอร์ 86






สารบัญภาพ (ต่อ)





หน้า


ภาพที่ 5.6 ภาพหาไฟล์ไดร์ฟเวอร์จากแผ่น 86

ภาพที่ 5.7 ภาพอัพเดตไดร์ฟเวอร์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต 87

ภาพที่ 6.1 ภาพโปรแกรมประยุกต์ 93
ภาพที่ 6.2 ภาพโปรแกรมจัดการไฟล์ 94

ภาพที่ 6.3 ภาพโปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม 95

ภาพที่ 6.4 ภาพโปรแกรมแสกนดิสก์ 95
ภาพที่ 6.5 ภาพโปรแกรมจัดเรียงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ 96

ภาพที่ 6.6 ภาพโปรแกรมรักษาหน้าจอ 96
ภาพที่ 6.7 ภาพโปรแกรม Winrar 97

ภาพที่ 6.8 ภาพโปรแกรม Firewall 97

ภาพที่ 6.9 ภาพโปรแกรมปูองกันไวรัส 98
ภาพที่ 7.1 ภาพจุดตรวจสอบการจ่ายไฟให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ 104

ภาพที่ 7.2 ภาพต าแหน่งการลัดวงจร (Short) หัวต่อแบบเอทีเอ็กซ์ (ATX) 105
ภาพที่ 7.3 ภาพการติดตั้งซีพียูและพัดลมซีพียู 105

ภาพที่ 7.4 ภาพตัวเก็บประจุบนเมนบอร์ดที่มีลักษณะปูดบวม 106

ภาพที่ 7.5 ภาพต าแหน่งจัมเปอร์เคลียร์ซีมอส 106
ภาพที่ 7.6 ภาพจอแสดงผลที่ใช้แหล่งจ่ายไฟเป็นอะแดปเตอร์ 107

ภาพที่ 7.7 ภาพแผนผังแสดงขั้นตอนการตรวจสอบอาการจอมืด 109

ภาพที่ 7.8 ภาพแผนผังแสดงขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อพิจารณาอาการเสียแต่ละ 110
อุปกรณ ์

ภาพที่ 7.9 ภาพโปรแกรม Disk cleanup 113

ภาพที่ 7.10 ภาพโปรแกรม Check Disk 114
ภาพที่ 7.11 ภาพโปรแกรม Defragment 115







นโยบายประจ าวิชา (Class Policy)



ลักษณะรายวิชา


1. ชื่อวิชา การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ รหัสวิชา 3204-2001


2. ระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)


3. จ านวนหน่วยกิต 3หน่วยกิต / (ท 2 –ป 2 –น 3) เวลาเรียน 4คาบ/สัปดาห์

4. หมวดวิชา วิชาชีพ กลุ่มสมรรถนะ ทักษะวิชาชีพเฉพาะ


5. จุดประสงครายวิชา
1. เข้าใจเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์

2. มีทักษะในการปฏิบัติงานประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

3. มีทักษะในการปฏิบัติงานการติดตั้ง การใช และปรับแต่งโปรแกรมระบบปฏิบัติการ
4. มีคุณลักษณะนิสัยที่พึงประสงค และเจตคติที่ดีในวิชาชีพคอมพิวเตอร์ธรกิจ



6. สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการท างานของระบบคอมพิวเตอร์
2. ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ตามข้อก าหนด


3. เลือกใช ติดตั้งระบบปฏิบัติการ และโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ตามข้อก าหนด
4. แก้ไขปัญหา และบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์ตามข้อก าหนด

7. ค าอธิบายรายวิชา

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์พกพา การเลือกใช ้
อุปกรณคอมพิวเตอร์ตามลักษณะงาน การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ การเลือกใช และติดตั้ง




ระบบปฏบัติการโปรแกรมควบคมอุปกรณ และโปรแกรมประยุกต์ การปรับแต่งระบบปฏบัติการตาม


ข้อก าหนด







8. การวัดผล


ล าดับ รายละเอียด คะแนน


1 คะแนนเจตคติ (Moral Score) 25 คะแนน

1.1 คะแนนมาตรฐานการอยู่ร่วมกัน 10 คะแนน


1.2 คะแนนคุณลักษณะที่พึงประสงค (Core Skill) 5 คะแนน
1.3 คะแนนการเข้าเรียนของนักศึกษา 10 คะแนน

2 คะแนนด้านทักษะ (Working & Practical Skill) 40 คะแนน

2.1 งานที่มอบหมายในห้องเรียน (Assignment) 15 คะแนน

2.2 การบ้าน (Homework) 10 คะแนน

2.3 สอบทักษะรายหน่วย (Practical test) 15 คะแนน

3 คะแนนด้านความรู้ (Knowlage Test) 35 คะแนน

3.1 สอบกลางภาคเรียน 10 คะแนน

3.2 สอบปลายภาคเรียน 10 คะแนน

3.3 สอบสมรรถนะวิชาชีพ 15 คะแนน

รวม 100 คะแนน



9. การประเมินผล
คะแนน 80 – 100 เกรด 4

คะแนน 75 – 79 เกรด 3.5
คะแนน 70 – 74 เกรด 3

คะแนน 65 – 69 เกรด 2.5

คะแนน 60 – 64 เกรด 2
คะแนน 55 – 59 เกรด 1.5

คะแนน 50 – 54 เกรด 1
คะแนน 0 – 49 เกรด 0







10. เอกสารประกอบการสอน
1. เอกสารประกอบการเรียน วชาการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ รหัสวิชา

3204-2001 อาจารย์กานต์ อะตามา แผนกคอมพิวเตอร์ ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา

2563 วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ


11. ชั่วโมงที่เข้าพบอาจารย์ได้
วันจันทร์ พุธ ศุกร์ หลังเลิกเรียนระหว่างเวลา 15.30 – 16.30 น.


12. ข้อตกลงร่วมกัน (Class Management), การส่งการบ้าน)

1. นักศึกษาเข้าห้องเรียนภายในเวลาที่ก าหนด สายไม่เกิน 5 นาที (สาย 3 ครั้ง นับเป็นขาด 1 ครั้ง)

2. นักศึกษาท า Class Management ก่อนเริ่มการเรียนการสอน
3. ไม่อนุญาตให้นักศึกษาพูดคุย ส่งเสียงดังขณะที่อาจารย์ก าลังสอน

4. ไม่อนุญาตให้นักศึกษาใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์สื่อสารทุกชนิด (นโยบายลดเวลาไลน์เพิ่ม

เวลารู้)
5. ไม่อนุญาตให้นักศึกษาน าอาหารหรือขนม เข้ามารับประทานในห้องเรียน ยกเว้นขวดน้ าที่มีฝาปิด

แต่ต้องเก็บให้เรียบร้อยหลังจากที่เลิกเรียนแล้ว

6. ไม่อนุญาตให้นักศึกษาหลับในห้องเรียน
7. อนุญาตให้นักศึกษาเข้าห้องน้ าทีละ 1 คนเท่านั้น และต้องมีใบอนุญาตจากอาจารย์ผู้สอนก่อนออก

ห้องเรียน
8. นักศึกษาต้องเตรียมอุปกรณ์การเรียนให้พร้อมต่อการเรียนอยู่เสมอ

9. นอกเหนือจากข้อตกลงที่กล่าวมาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของอาจารย์ผู้สอน

ถ้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
1. ท า 5 ส ในห้องเรียน

2. เช็คขาดในคาบนั้น

3. หักคะแนนครั้งละ 0.5 ของคะแนนรวมทั้งหมด

1



ใบเนอหา หน่วยที่ 1
ื้
ชื่อหน่วยเรียน : หลักการท างานของระบบไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา
วิชา : การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ รหัส : 3204-2001


ระดับชั้น : ประกาศนียบัตรวิชาชั้นสูง สัปดาห์ที่ : 1

สาระส าคัญ

ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งวา เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

(PC : Personal Computer) มีขนาดเล็กราคาย่อมเยามีการใชงานอย่างแพร่หลายในปัจจุบันทั้งที่บ้านที่

ึ้


ท างานหรือพกพาติดตามตัวผู้ ใชงาน ไมโครคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาขนในปี ค.ศ. 1975 โดยบริษทผู้ผลิต
คอมพิวเตอร์รายใหญ่ IBM (IBM : International Business Machines) ได้สร้างเครื่อง IBM PC ออกมาเป็น

ครั้งแรกของโลก ในปัจจุบันไมโครคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีขนาดเล็กลง ราคาถกและทันสมัย

มากขึ้นกว่าเดิม มีประสิทธิภาพในการ ท างานสูงด้วยการน่าเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใชในการผลิต ไม่วาจะเป็น

ด้านการประมวลผลที่มีความรวดเร็ว การแสดง ผลที่ดีมีความละเอียดสูง ความสามารถในการท างานที่

หลากหลาย เซ่น งานด้านเอกสาร ด้านการคานวณ งานด้าน กราฟิก งานด้านการตัดต่อภาพยนตร์ งาน

เกี่ยวกับระบบฐานข้อมูล การเชื่อมโยงเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และการ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในการ


ติดต่อสื่อสารกับคนทั่วโลก เป็นตัน ด้วยเหตุนี้จึงท าให้ไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมจาก ผู้ใชเป็นจ านวน
มากขึ้นจนเป็นของใช้ประจ าตัวส าหรับทุกคนไปแล้ว


1.1 ความหมายของไมโครคอมพิวเตอร์


ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) หมายถง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ ์




อิเล็กทรอนิกส์ หลายๆ ชนิดเชื่อมต่อเขาด้วยกัน อาศยกระแสไฟฟูาในการท างาน สามารถน าเขามูลเขาโดย




ผ่านทางอุปกรณรับขอมูล ประมวลผลขอมูล จดจ าและจัดเก็บขอมูล และแสดงผลลัพธ ผ่านทางอุปกรณ์


แสดงผลลัพธ์ในรูปแบบต่างๆ ตามชด ค าสั่งหรือโปรแกรมที่ก าหนดไว ้











ภาพที่ 1.1 ภาพตัวอย่างไมโครคอมพิวเตอร์

2



1.2 องค์ประกอบของไมโครคอมพิวเตอร์

ไมโครคอมพิวเตอร์มีองค์ประกอบที่ส าคัญอยู่ 3 ส่วน เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถท างานได้ คือ ส่วนที่
เป็น ฮาร์ดแวร์ (Hardware) ส่วนที่เป็นซอฟต์แวร์ (Software) และบุคลากร (Peopleware)

1.2.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง อุปกรณ์ที่ประกอบเป็นไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณต่างๆ ที่น า

มาใช้งานกับไมโครคอมพิวเตอร์เพื่อประสิทธิภาพของการท างาน ซึ่งเป็นอุปกรณที่มีโครงสร้างสามารถมองเห็น


และจับ ต้องได้ทั้งอยู่ภายในและภายนอกตัวเครื่อง เซ่น เคส, เมาส์, คย์บอร์ด, จอภาพ, เครื่องปริ้นเตอร์,
เมนบอร์ด, การแสดง ผลและการ์ดเสียงเป็นต้น



























ภาพที่ 1.2 ภาพอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของไมโครคอมพิวเตอร์


1.2.2 ซอฟต์แวร์ (Software)
คือโปรแกรมหรือชุดค าสั่งที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อสั่งให้ ไมโครคอมพิวเตอร์ท างานตามค าสั่งที่ถูกก าหนด

ไว้ล่วงหน้าด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการควบคุมการท างาน ของอุปกรณ์แวดล้อมต่างๆ เช่น ฮาร์ดดิสก์

ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม การ์ดอินเตอร์เฟสต่าง ๆ เป็นต้น ซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ แต่รับรู้การ

ท างานของมันได้ โดยภาพรวมซอฟต์แวร์จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหวางผู้ใชงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์

ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทคอ ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application

Software)
ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ซอฟต์แวร์ที่ท าหน้าที่ควบคุมการท างานของอุปกรณ์ต่างๆ

ของไมโครคอมพิวเตอร์ให้ท างานประสานกัน เซ่น ระบบปฏิบัติการ (Operation System) คือโปรแกรมหลักที่

ใช้ ควบคุมการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ส่วนประกอบต่างๆ เซ่น เมาส์, คย์บอร์ด, หน่วยความจ า

แรม, จอภาพ ซอฟต์แวร์ระบบปฏบัติการที่นิยมใชในปัจจุบันได้แก่ Windows 7, Windows 8.1 และ


Windows 10 เป็นต้น

3

































ภาพที่ 1.3 ภาพระบบปฏิบัติการ Windows 7, Windows 8.1, Windows 10




ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) คอ ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขนเพื่ออ านวยความสะดวก
ึ้


ให้ แก่ผู้ใชในการท างานด้านต่างๆ เซ่น การจัดการเอกสาร การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ การจัดเก็บขอมูลใน


ฐานขอมูล โดย โปรแกรมเหล่านี้จะเรียกใชอุปกรณต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางซอฟต์แวร์ระบบ

ดังนั้นก่อนติดตั้งซอฟต์แวร์ ประยุกต์ จะต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบก่อนเสมอ ตัวอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์เซ่น
Microsoft Office, Acrobat Reader DC, Winrar, Adobe Photoshop CC และ Sony Vegas เป็นต้น

















ภาพที่ 1.4 ภาพตัวอย่างซอฟต์แวร์ประยุกต์ในงานด้านต่างๆ

4



1.2.3 บุคลากร (People ware)

เป็นสิ่งส าคัญที่จะเป็นตัวก าหนดถึงประสิทธิภาพถึงความส าเร็จและความคุ้มค่าในการใชงาน

คอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถแบ่งบุคลากรตามหน้าที่เกี่ยวข้องตามลักษณะงานได้ดังนี้ นักวเคราะห์และออกแบบ


ระบบ, โปรแกรมเมอร์, ผู้ใช, ผู้ปฏิบัติการ, ผู้บริหารฐานข้อมูล, ผู้จัดการระบบ




























ภาพที่ 1.5 ภาพบุคลากรทางคอมพิวเตอร์



1.3 หลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์

หลักการท างานเบื้องต้นของระบบไมโครคอมพิวเตอร์ เริ่มจากผู้ใชท าการกรอกขอมูลหรือคาสั่งผ่าน




ทางอุปกรณ์รับข้อมูล (Input Devices) ซึ่งข้อมูลหรือค าสั่งต่างๆที่รับเข้ามาจะถูกน าไปเก็บไวที่หน่วยความจ า
หลัก (Memory) จากนั้นก็จะถูกน าไปประมวลผลโดยหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing) แล้วน า
ผลที่ได้จากการประมวลผลมาเก็บไว้ในหน่วยความจ าแรม พร้อมทั้งแสดงออกทางอุปกรณแสดงผล (Output

Devices) ดังนั้นระบบไมโครคอมพิวเตอร์จึงประกอบด้วย 4 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ ส่วนอุปกรณรับขอมูล ส่วน


ประมวลผลกลาง หน่วยความจ า และอุปกรณ์แสดงผล

















ภาพที่ 1.6 ภาพหลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์

5



1.3.1 การรับข้อมูล (Input)


ไมโครคอมพิวเตอร์จะรับข้อมูลหรือค าสั่งจากผู้ใช้เขามาผ่านทางเครื่องมือหรืออุปกรณที่ท า

หน้าที่รับข้อมูลรับข้อมูลหรือค าสั่ง เช่น ตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์ เป็นต้น โดยจะแปลงขอมูลหรือคาสั่งนั้น


ให้อยู่ในรูปของสัญญาณไฟฟูาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ น ามาจัดเก็บที่หน่วยความจ าหลัก และใช้ประมวลผลได้
























ภาพที่ 1.6 อุปกรณ์รับข้อมูล (Input Device)



1.3.2 การประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)
เป็นวงจรอิเลคทรอนิกส์ที่ท างาน หรือประมวลผล ตามชุดของค าสั่งเครื่องจากซอฟต์แวร์ ท า


หน้าที่เป็นศูนย์กลางการประมวลผล ค านวณและควบคมการท างานต่างๆในระบบคอมพิวเตอร์ ท าให้ทุก

หน่วยงานสอดคล้องประสานและสัมพันธ์กัน หน่วยประมวลผลกลางนี้ จะรับข้อมูลหรือชุดค าสั่งที่ผู้ใชปูอน
ผ่านอุปกรณ์รับข้อมูลเพื่อด าเนินการประมวลผลต่อไป จะมี 2 ส่วนในการท างานคือ



 หน่วยควบคม (Control Unit: CU) ท าหน้าที่ในการควบคมและสั่งการให้อุปกรณ ์
คอมพิวเตอร์ต่างๆท างานตามที่ผู้ใช้ต้องการ ทั้งการรับข้อมูล การแสดงผลข้อมูล เป็นต้น

 หน่วยตรรกะ (Arithmetic Logic Unit: ALU) ท าหน้าที่ในการคานวณ เปรียบเทียบ

ข้อมูลต่างๆ โดยที่จะท างานประสานกับหน่วยความจ าหลัก

















ภาพที่ 1.7 ภาพหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู Intel และ AMD

6



1.3.3 การแสดงผล (Output)




เป็นอุปกรณที่ใชในการแสดงผลลัพธหรือสารสนเทศที่ผ่านการประมวลผล โดยจะแปลง


ผลลัพธ์จากสัญญาณไฟฟูาของเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กลายเป็นรูปแบบที่มนุษย์เขาใจ เชน ตัวอักษร ตัวเลข
สัญลักษณ์พิเศษ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียง โดยผ่านทางอุปกรณที่ท าหน้าที่แสดงผล เซ่น จอภาพ,

ล าโพง, เครื่องพิมพ์ และโปรเจคเตอร์ เป็นต้น
















ภาพที่ 1.8 ภาพอุปกรณแสดงผล (Output)


1.3.4 การจัดเก็บข้อมูล (Storage)

ไมโครคอมพิวเตอร์ก าลังท างานอยู่ผลลัพธ์จากการประมวลผลจะถกเก็บไวในหน่วยความจ า







ั่
ชวคราวที่เรียกวาแรม (Ram) เมื่อผู้ใขงานมีคาสั่งให้บันทึกขอมูล ขอมูลที่อยู่ในหน่วยความจ าแรมก็จะถก


บันทึกไปยัง อุปกรณบันทึกขอมูล (Storage Device) ประเภทต่างๆ เซ่น ฮาร์ดดิสก์ แผ่นซีดี/ดีวดี เพื่อน่า


ขอมูลกลับมาใช้ใหม่หรือ เพื่อเก็บไวใช้งานในครั้งต่อไป ส่วนความจ าหลักของไมโครคอมพิวเตอร์แบ่งออก


เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้
 หน่วยความจ าแบบถาวร (Read Only Memory-ROM)
 หน่วยความจ าชั่วคราว (Random Access Memory-RAM)













ภาพที่ 1.9 อุปกรณจัดเก็บข้อมูล (Storage)


7



1.4 ลักษณะของอุปกรณ์พกพา



อุปกรณใดๆที่สามารถน าติดตัวไปได้โดยง่าย ต้องมีขนาดเล็กกะทัดรัด น้ าหนักน้อย ปกติหมายถง


อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เช่น โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต ตลอดจนการสื่อสารแบบไร้สาย เช่น วิทยุสื่อสาร โทรศพท์มือถอ
เป็นต้น
ุ๊
1.4.1 ไมโครคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบคหรือแลปท็อป (Notebook/Laptop Computer)
เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กและน้ าหนักเบาที่เหมาะส าหรับการพกพาหรือเดินทาง มีลักษณะ

การ ท างานเหมือนกันไมโครคอมพิวเตอร์แบบเดสก์ทีอปพิซี (Desktop PC) หรือไมโครคอมพิวเตอร์




แบบออลอินวนพิซี (All-in-one PC) ตัวเครื่องถกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คอส่วนบนเป็นจอภาพ ส่วนล่างเป็น



คย์บอร์ด พับเก็บเชาหากันได้ เมื่อเวลาเลิกใชงานมีแบตเตอรี่ส ารองเพื่อใชงานในกรณที่ไม่มีกระแสไฟฟูา




ปัจจุบันมีราคาค่อนช้างถูกลงมากเมื่อเปรียบเทียบกับราคมในอดีต ปัจจุบันคอนชางได้รับความนิยมเนื่องจาก
การใช้งานและการพกพาที่สะดวกจึงท าให้ผู้คน ทั่วไปซื้อไว้ใช้งานส่วนตัว









ภาพที่ 1.10 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊คหรือแลปท็อป



ุ๊
1.4.2 ไมโครคอมพิวเตอร์แบบอัลต้าบค (Ultrabook Computer)
ไมโครคอมพิวเตอร์แบบอัลต้าบุ๊ค (Ultrabook Computer) เป็นคอมพิวเตอร์เตอร์แล็ปทีอป


เซ่น เดียวกันกับโน้ตบุ๊คแต่มืฃนาดเล็กกว่าความบางและน้ าหนักเบากวา อัลต้าบุ๊ค (Ultrabook) เป็นซื่อใหม่
ของโน้ตบุ๊ค ประเภท Thin & Light ที่บริษัท Intel ใช้โฆษณาซีพียูรุ่นประหยัดพลังงานพิเศษ โดยอัลต้าบุ๊คจะ



ั่
มีบางไม่เกิน 0.6 นิ้ว ใช้ SSD ในการเก็บขอมูล แบตเตอรี่ใชงานได้นาน ไม่ต ่ากวา 5 ชวโมง นิยมใชพกพาไป

ท างานในที่ต่างๆ เหมือนกันกับ โน๊ตบุ๊ค









ภาพที่ 1.11 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบอัลต้าบุ๊ค

8



1.4.3 ไมโครคอมพิวเตอร์แบบเน็ตบุ๊ค (Netbook Computer)

ไมโครคอมพิวเตอร์แบบเน็ตบุ๊ค (Netbook Computer) เป็นคอมพิวเตอร์พกพาชนิดหนึ่ง ที่
มี ลักษณะและคณสมบัติเหมือนกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค (Notebook Computer) ความโดดเด่นของ

Netbook จะอยู่ที่ ขนาดที่เล็กและน้ าหนักที่เบากว่า (ปกติแล้วจะไม่เกิน 2 กิโลกรัม) เนื่องจากมีการถอดเอา

อุปกรณ์ที่ไม่จ าเป็นออกไป เซ่น Optical Drive เป็นต้น ในด้านสเปคเครื่องนั้น Netbook จะมีประสิทธิภาพใน
การท างานต่ ากว่า Notebook ค่อน ช้างมาก เนื่องจากถูกออกแบบมาส าหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต และการ

พิมพ์งานหรือน่าเสนองาน โดยเน้นกลุ่มผู้ใช้ ไปที่นักเรียนนักศึกษามากกว่าผู้ใช้งานทั่วไป













ภาพที่ 1.12 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบเน็ตบุ๊ค



1.4.4 ไมโครคอมพิวเตอร์แบบแท็บเล็ต (Tablet Computer)
แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ (Tablet Computer) เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาสามารถเคลื่อนย้าย

ได้อย่าง สะดวก จุดเด่นอยู่ที่เป็นจอภาพแบบสัมผัส การท างานทุกอย่างถกรวมไวในจอภาพสัมผัสโดยการใช ้

ปากกาสไตสัส ปากกาดิจิทัล หรือปลายนิ้วเป็นอุปกรณ์น่าเช้าข้อมูลพื้นฐานแทนการใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ การ



ื่
เชอมต่อระบบเครือขาย หรือระบบอินเทอร์เน็ตจะใชอุปกรณแบบไร้สาย แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ มีอยู่

2 ประเภทด้วยกัน คือ Covertible Tablet และ Slate Tablet




















ภาพที่ 1.13 ภาพไมโครคอมพิวเตอร์แบบแท็บเล็ต

9



1.4.5 พีดีเอ (PDA : Personal Digital Assistants)

พีดีเอ (PDA : Personal Digital Assistants) จัดเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีขนาดเล็ก มี
ซื่อเรียก อื่นๆ อีกหลายซื่อด้วยกัน เซ่น คอมพิวเตอร์แบบมือถอ (Handheld Computers) เครื่องปาล์ม



(Palmtops) หรือพ็อกเก็ตพีซี (Pocket PC) เหมาะกับการใชงานเพื่ออ านวยความสะดวกแก่นักธรกิจที่ใช้


คอมพิวเตอร์ชวยบันทึกความจ า การแสดงปฏทิน การจัดตารางนัดหมาย การจัดเก็บรายซื่อลูกคา เป็นต้น


นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อสื่อสารระหวาง กันได้ เซ่น การส่งอีเมล์และการเชอมต่อเชากับเดสก์ท๊อป

ื่
คอมพิวเตอร์เพื่อรับส่งข้อมูล












ภาพที่ 1.14 ภาพเครื่องพีดีเอ



1.4.6 สมาร์ทโฟน (Smartphone)

อุปกรณ์พกพาที่ก าลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เป็นโทรศพท์เคลื่อนที่ทั่วไป นอกจาก
โทรออก และรับสายแล้ว สมาร์ทโฟน (Smartphone) ถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ที่สามารถ
ใช้บันทึกนัดหมาย วางแผนงาน เปิดดูไฟล์เอกสาร รับ/ส่งอีเมล์ ท่องเว็บ เล่น Face book/Twitter แชท Line

กับเพื่อน ส่งข้อมูลรูปภาพ หรือเล่นเกมส์ ผู้ใช้สามารถติดตั้งโปรแกรมเสริมเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ตัวเครื่องมี

มาให้ตามความต้องการ เป็นต้น นอกจากที่กล่าวมาแล้ว สมาร์ทโฟน (Smartphone) ยังมีความสามารถใน
การถ่ายภาพดจิทัลไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือ ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งภาพถ่ายที่ได้มีความละเอียดค่อนช้างสูงมากจึง

มักนิยมใช้แทนกล้องถ่ายภาพในปัจจุบัน












ภาพที่ 1.15 ภาพสมาร์ทโฟน

10



1.5 การใช้งานคอมพวเตอร์ในงานต่าง ๆ


ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้มีขนาดเล็กลง และ ราคาไม่แพงนัก คนทั่วไปสามารถซื้อหามาใชได้
เหมือนกับ เครื่องใชไฟฟูาโดยทั่วไป ในหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชนมีการน าคอมพิวเตอร์มาใชใน


หน่วยงานขึ้น และมีแนวโน้มที่จะมีการใช้สูงขึ้น โดยปัจจุบันการใช้คอมพิวเตอร์มีหลากหลายลักษณะ ได้แก่

1.5.1 คอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา
ปัจจุบันตามสถานศกษาต่างๆ ได้มีการน าคอมพิวเตอร์มาใชในการเรียนการสอนอย่างมากมาย




รวมทั้งใช้คอมพิวเตอร์ในงานบริหารของโรงเรียน เชน การจัดท าประวตินักเรียน ประวติครูอาจารย์ การคด


คะแนนสอบ การจัดท าตารางสอน ใช้คอมพิวเตอร์ในงานห้องสมุด การจัดท าตารางสอน เป็นต้น ตัวอย่างใน
การประยุกต์ด้านการศึกษา เช่น โปรแกรมรายงานการลงทะเบียนเรียน โปรแกรมตรวจข้อสอบ เป็นต้น
1.5.2 คอมพิวเตอร์ในงานวิศวกรรม


คอมพิวเตอร์สามารถท างานในด้านวิศวกรรมได้ตั้งแต่ขั้นตอนการลอกเขยนแบบ จนกระทั่งถงการ


ออกแบบโครงสร้างของสถาปัตยกรรมต่างๆ ตลอดจนช่วยคานวณโครงสร้าง ชวยในการวางแผนและควบคม


การสร้าง
1.5.3 คอมพิวเตอร์ในงานวิทยาศาสตร์

คอมพิวเตอร์สามารถท างานร่วมกับเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ เช่น เครื่องมือวิเคราะห์สารเคมี
เครื่องมือการทดลอง แม้กระทั่งการเดินทางของยานอวกาศต่างๆ การถ่ายพื้นผิวโลกบนดาวอังคารเป็นต้น

1.5.4 คอมพิวเตอร์ในงานธุรกิจ


คอมพิวเตอร์สามารถจัดเก็บข้อมูลได้มากมาย มีความรวดเร็ว และถูกต้อง ท าให้สามารถได้ขอมูลที่
ช่วยให้สามารถตัดสินใจในการด าเนินธุรกิจ ตลอดจนงานทางด้านเอกสารงานพิมพ์ต่างๆ เป็นต้น

1.5.5 คอมพิวเตอร์ในงานธนาคาร
ในแวดวงธนาคารนับได้ว่าคอมพิวเตอร์ได้เข้ามามีบทบาทมากที่สุด เพราะธนาคารจะมีการน าขอมูล

Transaction) เป็นประจ าทุกวัน การหาอัตราดอกเบี้ยต่างๆ นอกจากนี้การใชบริการ ATM ซึ่งลูกคาสามารถ


ฝากถอนเงินได้จากเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งจะให้สะดวกแก่ผู้ใชบริการเป็นอย่างยิ่ง และเป็นที่นิยมแพร่หลายใน

ปัจจุบัน

1.5.6 คอมพิวเตอร์ในร้านค้าปลีก



ปัจจุบันเห็นได้วา ได้มีธรกิจร้านคาปลีกหรือที่เรียกวา "เฟรนไซน์" เป็นจ านวนมาก ได้มีการน า




คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการ ให้บริการลูกค้า เช่น ให้บริการช าระ คาน้ า - ไฟฟูา คาโทรศพท์ เป็นต้น จะเห็น
ได้ว่ามีการ online ระหว่างร้านค้าเหล่านั้นกับหน่วยงานนั้นๆ เพื่อสามารถตัดยอดบัญชีได้ เป็นต้น
1.5.7 คอมพิวเตอร์ในวงการแพทย์
คอมพิวเตอร์ได้ถูกน ามาใช้ในการเก็บประวัติของคนไข้ ควบคุมการรับและจ่ายยา ตลอดจนยังอยู่


ในอุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ เชน เครื่องมือผ่าตัด บันทึกการเต้นของหัวใจ ตรวจคลื่นสมอง และด้าน
การหาต าแหน่งของอวัยวะก่อนการผ่าตัด เป็นต้น

11



1.5.8 คอมพิวเตอร์ในการคมนาคม และการสื่อสาร



ในยุคปัจจุบัน เราเรียกวาเป็นยุคที่เป็นการสื่อสารแบบไร้พรมแดน จะเห็นได้วา มีการสื่อสารใน
รูปแบบต่าง ๆในเครือข่ายสาธารณะ ที่เรียกว่า เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งสามารถที่จะสื่อสาร กับทุกคนได้ทั่ว

มุมโลก โดยผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์นี้ และยังมีโปรแกรมที่ สามารถจะใชในการพูดคยกันได้ ไม่วาจะเป็น



เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกันใชคยกัน หรือจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์สื่อสาร กับเครื่องโทรศพท์ที่บ้านหรือที่


ท างาน หรือแม้กระทั่งการส่ง pager ในปัจจุบันสามารถส่งทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังเครื่องลูกได้ เป็นต้น

ส าหรับการใชคอมพิวเตอร์ ในทางโทรคมนาคมจะเห็นวา ปัจจุบันการจองตั๋วเครื่องบิน จะมีการน าเอา


คอมพิวเตอร์มาใชเป็นจ านวนมาก รวมถงการจองตั๋วผ่านทาง Internet ด้วยตนเอง เห็นได้วาเพิ่มความ


สะดวกสบาย ให้แก่ผู้ใช้บริการ และนอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายของสายการบินทั่วโลก ท าให้ผู้ใชบริการสามารถ

เลือกจองได้ ตามสายการบินต่างๆ เป็นต้น ตัวอย่าง การตรวจสอบราคาคาโดยสาร และเวลาของแต่ละ

เที่ยวบินผ่านทาง internet
1.5.9 คอมพิวเตอร์ในงานด้านอุตสาหกรรม


ในวงการอุตสาหกรรมนับได้วา คอมพิวเตอร์ได้เขามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ตั้งแต่การวาง
แผนการผลิต ก าหนดเวลาการผลิต จนกระทั่งถึงการผลิตสินค้า ควบคุมระบบ การผลิตทั้งหมด ในรายงานทาง

อุตสาหกรรม ได้มีการน าคอมพิวเตอร์มาใช้ใน การควบคุมการท างานของเครื่องจักร เช่น การเจาะ ตัด ไส กลึง
เป็นต้น ตลอดจนโรงงานผลิตรถยนต์ ก็จะใช หุ่นยนต์คอมพิวเตอร์ในการทาสี พ่นสี รวมถงการประกอบ


รถยนต์ เป็นต้น

1.5.10 คอมพิวเตอร์ในวงราชการ


คอมพิวเตอร์ถกน ามาใชในงานทะเบียนราษฎร์ ชวยในการนับคะแนนการเลือกตั้ง และการ


ประกาศผลเลือกตั้ง การคิดภาษีอากร การเก็บขอมูลสถติส ามะโนประชากร การเก็บเงินคาไฟฟูา น้ าประปา


ค่าใช้โทรศัพท์ เป็นต้น





















ภาพที่ 1.16 ภาพการใช้งานคอมพิวเตอร์ในงานต่าง ๆ

12



ใบงาน 1.1

หน่วยที่ 1 เรื่องหลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา


ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปน ี้
1. ไมโครคอมพิวเตอร์ หมายถึง………………………………………………………………………………………………................

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
.………………………………………………………………………………………………………………………………………………………....


2. องค์ประกอบของไมโครคอมพิวเตอร์มีองค์ประกอบส าคญกี่ส่วน………….อะไรบ้าง………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

3. จงเติมค าลงในช่องว่าง พร้อมทั้งอธิบายการท างานของคอมพิวเตอร์ให้ถูกต้อง













………………………………………………………………………………………………………………………………………………….………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…
4. จงยกตัวอย่างเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา มาอย่างน้อย 5 ชนิด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….


5. นักศึกษาคิดว่าอุปกรณรับข้อมูล อุปกรณ์ใดบ้างที่ส าคญต่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เพราะเหตุใด
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
6. หน่วยประมวลผลกลางจะมีกี่ส่วนการท างาน………….อะไรบ้าง……………………………………………………………..

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
7. หน่วยความจ าแบ่งออกเป็นกี่ประเภท………….อะไรบ้าง………………………………………………………………..........

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

13



ใบงานที่ 1.2
หน่วยที่ 1 เรื่อง หลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา



ค าชี้แจง : ให้นักศึกษาเปรียบเทียบหลักการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์กับหลักการท างานของมนุษย์วามี
หลักการ ท างานที่เหมือนกันอย่างไร โดยใช้ขั้นตอนพื้นฐานการท างาน IPOS Cycle (Input Process Output
storage) มาใช้ ในการเปรียบเทียบ


1. การรับข้อมูล (Input)
การรับข้อมูลของไมโครคอมพิวเตอร์ (Input) การรับข้อมูลของมนุษย์ (Input)








2. การประมวลผล (Process)

การประมวลผลของไมโครคอมพิวเตอร์ (Process) การประมวลผลของมนุษย์ (Process)








3. การแสดงผล (Output)

การแสดงผลของไมโครคอมพิวเตอร์ (Output) การแสดงผลของมนุษย์ (Output)








4.การจัดเก็บข้อมูล (Storage)
การจัดเก็บข้อมูลของไมโครคอมพิวเตอร์ (Storage) การจัดเก็บข้อมูลของมนุษย์ (Storage)

14



บทสรุป

ไมโครคอมพิวเตอร์ประกอบขึ้นมาด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายๆ ชนิดเขาด้วยกันโดยอาศย




กระแสไฟฟูาในการท างาน โดยมีองคประกอบที่ส าคญอยู่ 2 ส่วน เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถท างานได้ คอ

ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบุคลากร ในส่วนฮาร์ดแวร์ก็ได้แก่อุปกรณที่น ามาประกอบเป็นเครื่อง


ไมโครคอมพิวเตอร์ได้แก่ เมาส์ คีย์บอร์ด ซีพียู จอภาพ เคส เป็นต้น ในส่วนของซอฟต์แวร์ก็คอโปรแกรม
หรือชุดค าสั่งที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท างานตามที่ผู้ใช้ต้องการ ซึ่งซอฟต์แวร์ก็จะแบ่งออกเป็นสองประเภท
คอซอฟต์แวร์ระบบ ท าหน้าที่ควบคมการท างานของอุปกรณคอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์



ึ้

ประยุกต์พัฒนาขนมาเพื่ออ านวยความสะดวกให้ผู้ใช้ในการท างานด้านต่างๆ ไม่วาจะเป็น ด้านการพิมพ์

เอกสาร ด้านความบันเทิง ด้านการจัดการฐานขอมูล และอื่นๆ อีกมากมาย หลักการท างานของ
ั้
ั้
ไมโครคอมพิวเตอร์มีขนตอนในการท างาน 4 ขนตอน ที่เรียกวา IPOS Cycle (Input Process Output



storage) ได้แก่ การ รับขอมูล การประมวลผลขอมูล การจัดเก็บขอมูลและการแสดงผลขอมูล ปัจจุบัน


ไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับความนิยม ในการใชงานอย่างแพร่หลายเนื่องจากปัจจุบันมีราคาคอนขางถกและมี




ประสิทธิภาพในการท างานสูง มีขนาดที่เล็กลง จนผู้ใช้สามารถพกพาไปใช้ในสถานที่ต่างๆ ได้

จุดประสงค์
1. บอกความหมายของไมโครคอมพิวเตอร์ได้

2. บอกองคประกอบของไมโครคอมพิวเตอร์ได้
3. อธิบายหลักการท างานขอไมโครคอมพิวเตอร์ได้

4. เขียนล าดับระบบการท างานของไมโครคอมพิวเตอร์ได้อยางถูกต้อง

5. บอกลักษณะของอุปกรณ์พกพาได้

6. อธิบายการใช้งานคอมพิวเตอร์ในงานต่าง ๆ ได้


เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์

1. เครื่องคอมพิวเตอร์

2. เครื่องโปรเจคเตอร์

3. เอกสารใบงานที่ 1.1
4. เอกสารใบงานที่ 1.2

15





ใบเนอหา หน่วยที่ 2
ื้
ชื่อหน่วยเรียน : การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการจัดชุดคอมพิวเตอร์ให้ตรง
ตามลักษณะการใช้งาน

วิชา : การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ รหัส : 3204-2001

ระดับชั้น : ประกาศนียบัตรวิชาชั้นสูง สัปดาห์ที่ : 2-4

สาระส าคัญ


ในปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ชวยท าให้เราสามารถท าอะไรได้สะดวกสบายมากขน
ึ้

จะ ติดตามขาวสาร จะติดต่อสื่อสารก็ท าได้ง่ายขน ในการท างานก็มีเทคโนโลยีเขามาเกี่ยวของที่พบเห็นกัน

ึ้

บ่อยๆ เลย ก็คือ การน าคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในหน่วยงาน ไม่วาจะเป็นหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอก

ซนล้วน แล้วแต่น าคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการท างานแทบทั้งสิ้น การท างานของคอมพิวเตอร์ที่เรา
ใช้กันอยู่ ทุกวนนี้จะสามารถท างานได้ต้องมีส่วนบ่ระกอบทั้งภายในและภายนอก ส่วนประกอบของ

คอมพิวเตอร์ ที่เราใช้ งาน จ าเป็นต้องมีองค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อร่วมปฏิบัติการจากส่วนต่าง ๆ

ของเครื่อง คอมพิวเตอร์แล้วจึงน ามาประมวลผลเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธที่ต้องการ แต่ละลักษณะงานก็จะใช ้


อุปกรณ คอมพิวเตอร์แตกต่างกันตามขดความสามารถเพื่อรองรับงานนั้นๆ เป็นการเฉพาะ ดังนั้น ในการ



พิจารณา เลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้ตรงตามลักษณะงาน นอกจากต้องเขาใจถงบทบาทการใชงานของ

ลักษณะงาน นั้นๆ แล้ว ยังต้องมีทักษะความรู้เกี่ยวกับอุปกรณคอมพิวเตอร์ด้วย คอมพิวเตอร์จะต้องมี

ส่วนประกอบพื้นฐานที่ สมบูรณ์และเหมาะสมทั้งอุปกรณ์หลักภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ และอุปกรณเสริมต่อ

พ่วงภายนอก


2.1 อุปกรณ์ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์

การประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น มีทั้งศาสตร์และศิลป์ คือต้องมีความรู้เกี่ยวกับ

ั้
การท างานของชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ และต้องวางแผนล าดับขนตอน การประกอบเครื่อง เพื่อไม่ให้เกิดความ
ผิดพลาดเพราะหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น อาจต้องถอด อุปกรณ์เข้าออกหลายครั้งซึ่งอาจจะท าให้ อุปกรณนั้น

เสียหายได้ การเตรียมความพร้อมก่อนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์จะประกอบด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ ดังนี้

2.1.1 อุปกรณ์ภายใน


 CPU หรือ หน่วยประมวลผลกลาง CPU หรือหน่วยประมวลผลกลาง อุปกรณตัวหนึ่งที่มี

ความส าคัญและจ าเป็นในการท างานของคอมพิวเตอร์เป็นตัวควบคุมการท างานของคอมพิวเตอร์ไม่วาจะเป็น
อุปกรณที่ อยู่ในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณต่อพ่วงที่ต่อร่วมกับคอมพิวเตอร์ เปรียบได้กับ “สมองของ


คอมพิวเตอร์”

16
















ภาพที่ 2.1 ภาพ CPU



ิ้

 Heat sink หรือ แผงระบายความร้อน เป็นชนส่วนซึ่งท าหน้าที่ลดอุณหภมิขณะท างานของ


อุปกรณคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยเพิ่มพื้นที่สัมผัสอากาศ ท าให้การพาความร้อนจากตัว
อุปกรณ์สู่อากาศโดยรอบท าได้เร็วขึ้น

















ภาพที่ 2.2 ภาพ Heat sink



 Main board หรือ Motherboard แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มีส่วน ส าคญมากของ

คอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางของการเชื่อมต่อส าหรับอุปกรณ์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ มี ซิปเซตที่ท า



หน้าที่รัน/ส่งขอมูลของอุปกรณต่างๆ อาทิ ชอกเก็ตส าหรับใส่ ซีพียู (CPU) และหน่วยความจ าหลัก และ

หน่วยความจ าถาวร มีไบออสเป็นเฟิร์มแวร์ พร้อมซ่องให้สามารถเสียบอุปกรณ์ เพื่อเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม อื่นๆ
โดยสามารถเชื่อมต่อไต้ทั้งอุปกรณ์ภายในและอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอก


















ภาพที่ 2.3 ภาพ Main board

17






 RAM หรือ หน่วยความจ า เป็นองค์ประกอบส าคญต่อประสิทธภาพการท างานโดยรวมและ

ั่
ความเร็วในการท างานของระบบ คอมพิวเตอร์ ท าหน้าที่เป็นหน่วยความจ าชวคราว เป็นหน่วยความจ า



ประเภทที่อ่าน/เขยน ขอมูลลงไปได้ ตลอดเวลา แต่ถาไฟคบหรือบิเดเครื่อง ขอมูลในหน่วยความจ าจะหาย


หมดทันที ใช้ส าหรับเก็บข้อมูลที่จะน่าไป ประมวลผล









ภาพที่ 2.4 ภาพ RAM


 Power Supply แหล่งจ่ายไฟ เป็นอุปกรณ์ที่จ่ายพลังงานไฟฟูาให้กับอุปกรณ์ไฟฟูาต่างๆ โดย

จะท าหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟูากระแสสลับ (AC) เป็นแรงดันไฟฟูากระแสตรง (DC) ท าหน้าที่แปลกระแสไฟฟูา

จาก 220 โวลต์ เป็น 3.3 โวลต์, 5 โวลต์ และ 12 โวลต์ ตามแต่ความต้องการของอุปกรณ์นั้นๆ

















ภาพที่ 2.5 ภาพ Power supply



 Hard disk เปรียบเสมือนคลังเก็บขอมูลขนาดใหญ่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ท าหน้าที่ในการ

เก็บ บันทึกข้อมูลและโปรแกรมต่าง ๆ ภายในฮาร์ดดิสก์จะมีแผ่นจานเหล็กกลมแบบที่ใช้บันทึกขอมูลวางซ้อน
กัน เป็น,ขั้นๆ และยึดติดกับมอเตอร์ที่มีความเร็วในการหมุนหลายพันรอบต่อนาทีโดยมีแขนเล็กๆที่ยื่นออกมา


ตรง ปลายแขนจะมีหัวอ่านซึ่งใช้ส าหรับการอ่านหรือเขียนข้อมูลลงบนจานแม่เหล็ก การอ่านหรือเขยนขอมูล
ของ ฮาร์ดดิสก์จะใชหลักการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่หัวอ่าน ขนาดของจานที่ใช้กับเครื่อง



คอมพิวเตอร์แบบ ตั้งโต๊ะ (Desktop) จะมีเส้นผ่านศนย์กลางประมาณ 3.5 นิ้ว ส่วนถาเป็นฮาร์ดดิสก์ของ
โน้ตบุ๊คมีขนาดประมาณ 2.5 นิ้ว

18






















ภาพที่ 2.6 ภาพ Hraddisk แบบ 3.5 นิ้ว และ 2.5 นิ้ว




 VGA Card หรือ Graphic Card แผงวงจรที่ท าหน้าที่ส่งขอมูลจากเครื่อง คอมพิวเตอร์ไป

แสดงผลยังจอภาพ(Monitor)การใช้การ์ดจอโดยมากจะใช้ในงานที่ต้องการ การแสดงผลที่ มากกว่าการใชงาน
ทั่วไป เซ่นการตัดต่อภาพยนตร์, งานด้านกราฟิก, หรือแม้แต่กระทั่งไวส าหรับความบันเทิง เซ่น ส าหรับการ

ซมภาพยนตร์ความละเอียดสูงและเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ในปัจจุบันจะมีรูปแบบของหัวต่อหรือ สส็อต 2 แบบ

คือ AGP (Accelerator Graphic Port) เป็นแบบเก่าไม่นิยมแล้ว และอีกระบบหนึ่ง คือ PCI Express x16 ที่มี

ประสิทธิภาพสูงสุด















ภาพที่ 2.7 ภาพ Graphic Card


 Sound Card หรือ การ์ดเสียง อุปกรณที่ท าให้คอมพิวเตอร์สามารถแสดงผลออกมาใน

รูปแบบเสียง ผ่านทางล าโพง ประกอบด้วยซิปที่ท าหน้าที่ประมวลผลเสียงเป็นหลัก นอกจากนั้นจะเป็นหัวต่อที่
ใชต่อเพื่อน า สัญญาณเสียงเชาและออกไปยังล าโพง เซ่น หัวต่อทางด้านหลังของการ์ดเพื่อใชต่อออกไปยัง



ล าโพง












ภาพที่ 2.8 Sound Card

19






 Optical Drive เป็นอุปกรณ์ส าหรับอ่านเขียนขอมูลลงบนแผ่นซีดี ดีวดี โดยใชกระบวนการ


ท างานของแสงเลเซอร์ ออฟติคัลไดร์ฟที่ใช้กันในปัจจุบัน เซ่น ซีดีรอมไดร์ฟ ดีวีดีรอมไดร์ฟ ดีวีดีรอม












ภาพที่ 2.9 ภาพ Optical Drive



 LAN Card ใช้ส าหรับเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หลายๆเครื่องเข้าด้วยกัน ผ่านทางเครือข่าย

ท้องถิ่น



















ภาพที่ 2.10 ภาพ LAN Card



 Wireless LAN ระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าเข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายภายในพื้นที่แบบไร้
สาย โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุใน การเชื่อมต่อหรือสื่อสารกัน การเชื่อมต่อแลนไร้สายมีทั้งแบบเชื่อมต่อระหวาง

เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกัน และเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านอุปกรณกระจายสัญญาณ (Access

Point)















ภาพที่ 2.11 ภาพ Wireless LAN

20






2.1.2 อุปกรณภายนอก

 Monitor หรือ จอภาพ จอภาพเป็นส่วนประกอบภายนอกคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณที่มี
หน้าที่แสดงผลลัพธ์การประมวลผลของคอมพิวเตอร์เพื่อไปแสดงภาพบนหน้าจอภาพ ซึ่งการแสดงผลภาพจะดู


ึ้
ซัดเจนดีหรือไม่ ขนอยู่ กับความละเอียดของคณสมบัติจอภาพที่ท าได้ ดูที่ความไวในการตอบสนองภาพ
(Respond Time) ความคมซัด ลึก (Contrast Ratio) เช่น แบบ CRT ซึ่งเป็นแบบที่ใช้หลอดภาพ หรือจะเป็น
แบบ LCD และ LED ซึ่งมีหน้าจอแบบราบ ขนาดจอบาง น้ าหนักเบา ทันสมัย แบบสัมผัสหน้าจอ ที่สามารถใช ้

ปลายนิ้วสัมผัสแทนการควบคุมจากเมาส์ในการเลื่อนชี้ต าแหน่ง พร้อมยังรองรับการการสัมผัส 10 จุดในเวลา
เดียวกันได้














ภาพที่ 2.12 ภาพ Monitor




 Keyboard หรือ แปูนพิมพ์ เป็นอุปกรณหลักที่ใช้พิมพ์คาสั่งและขอมูลเขาสู่เครื่อง




คอมพิวเตอร์ด้วยตัวอักขระต่าง ๆ และปุุม ฟังก์ชนในการควบคม จะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดย



มาตรฐานคีย์บอร์ดจะมี 101 คย์ ซึ่งคย์บอร์ดปัจจุบัน จะมีแบบไร้สายและยังมีปุุมคาสั่งเพิ่มเติมเพื่อให้ปูอน
ข้อมูลได้ง่ายแปูนบนคีย์บอร์ดประกอบด้วยแปูนตัวอักษร, Shift, Caps, Lock, End, Home, Pg Up, Pg Dn,
คีย์ฟังก์ชันมาตรฐานและคีย์อื่น มีการใช้แปูนยกแคร่ (Shift) เพื่อท าให้สามารถใชพิมพ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวพิมพ์

ใหญ่ และตัวพิมพ์เล็ก และสามารถก าหนดคีย์ ส าหรับเปลี่ยนภาษาได้
















ภาพที่ 2.13 ภาพ Keyboard

21







 Mouse หรือ เมาส์ เป็นอุปกรณส าคัญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เมาส์เป็นอุปกรณที่น าเชา

ข้อมูลให้กับคอมพิวเตอร์ เป็นอุปกรณ์ใช้ในการควบคุมตัวชบนจอคอมพิวเตอร์ (Mouse Pointer) ซึ่งมีลักษณะ
ี้
เป็นหัวลูกศร เพื่อใชช ต าแหน่งบนจอภาพเลื่อนตามไปในทิศทางที่ต้องการหรือเลื่อนวตถต่าง ๆ บนจอ ภาย


ี้

ด้านใต้ของเมาส์จะมี อุปกรณซึ่งตรวจจับการเคลื่อนไหวของเมาส์ โดยส่งสัญญาณไปที่คอมพิวเตอร์เพื่อ

แสดงผลของเคอร์เซอร์บน หน้าจอคอมพิวเตอร์











ภาพที่ 2.14 ภาพ Mouse


 Speaker หรือ ล าโพง อุปกรณ์ท าหน้าที่ถ่ายทอดและขยายสัญญาณเสียงจากอุปกรณ์ก าเนิด

เสียงภายใน คอมพิวเตอร์แสดงในรูปแบบของเสียง ใช้ควบคู่กับการ์ดเสียง ส าหรับล าโพงพื้นฐานทั่วไปสามารถ

ใช้ไฟเลี้ยงผ่าน พอร์ต USB แต่ถาล าโพงชุดใหญ่ที่มีพลังขบสูง มีซับวเฟอร์ ขบเสียงทุ้ม หรือเป็นล าโพงแบบ






ู่

หลายแชนแนล จะต้องใชไฟต่างหาก อย่างไรก็ตาม หากมีการน าการ์ดเสียงคณภาพดีมาใช ก็ควรจับคกับ
ล าโพงที่มีคุณภาพด้วย

















ภาพที่ 2.15 ภาพ Speaker

22





 Case เป็นกล่องมีไว้ส าหรับติดตั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ภายในทั้งหมด มีหลากหลาย แบบและ

ขนาด ส่วนมากคนทั่วไปมักจะเรียกว่า ซีพียู(CPU) เนื่องจากเข้าใจผิด ภายในเคส (Case) ก็จะมี,พื้นที่ ส าหรับ
ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่ เมนบอร์ด(Mainboard) ฮาร์ดดิสก์(Hard disk) แรม(RAM) ซีพียู (CPU) ซีดีรอม


(CD ROM) พล็อปปีดิสก์ Floppy Disk) การ์ดตาง ๆ ซึ่งการเลือกซื้ออุปกรณคอมพิวเตอร์ก็ต้อง เลือกขนาด

ของเคสให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ด้วย เพราะจะมีผลกับเรื่องของการระบายความร้อน ปัจจุบันนิยม เคส (Case)

รูปทรงแนวตั้งเพื่อประโยชน์ในการติดตั้งอุปกรณได้ง่าย และประหยัดพื้นที่ในการท างานอีกด้วย เคสจะมี
ส่วนประกอบต่างๆ ได้แก่ เพาเวอร์ซัพพลายหรือตัวจ่ายไฟ สายสัญญาณ Reset, Hdd Led, Power Switch,
Power Led และ Speaker น็อตและหมุดพลาสติกส าหรับยึดเมนบอร์ด























ภาพที่ 2.16 ภาพ Case Computer



2.1.3 สายเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์


ื่
 สาย SATA เป็นสายในการโอนถ่ายข้อมูลของเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยจะเชอมต่อขอมูลจาก
Hraddisk ไปยัง Mainboard เพื่อน าไปใช้ในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูล















ภาพที่ 2.17 ภาพสาย SATA

23





 สาย AC เป็นอุปกรณ์ส าหรับส่งพลังงานไฟฟูาจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยกระแสไฟฟูาจะน า

พลังงานไฟฟูาผ่านไปตาม สายไฟจนถึงเครื่องใช้ไฟฟูาสายไฟ ซึ่งในการท างานของเครื่องคอมพิวเตอร์จะท างาน
ร่วมกับ Power supply เพื่อท าการแปลงและจ่ายกระแสไฟฟูาที่เหมาะสมให้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
















ภาพที่ 2.18 ภาพสาย AC

 สายสัญญาณภาพ คือ สายสัญญาณภาพส าหรับต่อมอนิเตอร์กับระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็น

อุปกรณ์ส าหรับแสดงผลทางคอมพิวเตอร์ จะมีอยู่หลายชนิดแต่ละชนิดจะมีความละเอียดของการแสดงผลที่
แตกต่างกันไป




























ภาพที่ 2.19 ภาพสายสัญญาณภาพ

24





2.2 การเลือกใช้อุปกรณ์เพื่อประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์


ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer) มีจ าหน่ายในลักษณะครบทั้งชด


หรืออาจเรียกว่าครบเซต โดยส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องแบรนด์เนม (Brand name) คอเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถก
ผลิตและประกอบจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ส่วนประกอบโดยส่วนใหญ่จะถกประทับตราเครื่องหมายการคา


เป็นตัวเดียวกันทั้งหมด และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลอีกลักษณะคือเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบ ซึ่งอาจเป็นการ


จัดชุดคอมพิวเตอร์จากร้านจ าหน่ายคอมพิวเตอร์ หรือจัดชดคอมพิวเตอร์ด้วยตนเองของผู้ใชคอมพิวเตอร์ที่มี
ทักษะการเลือกซื้อและประกอบคอมพิวเตอร์ ส าหรับการเลือกซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วน
บุคคลเพื่อประกอบใช้งานเองนั้นมีหลักและวิธีการเลือกอุปกรณ์ต่างๆ เบื้องต้นดังต่อไปนี้



2.2.1 การเลือกหน่วยประมวลผลกลาง (CPU)


หน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู เป็นชนส่วนหลักที่ท าหน้าที่คด คานวณ และประมวลผล ขอมูล

ิ้


ต่าง ๆ ทั้งการค านวณค้านตัวเลขและเซิงเปรียบเทียบขอมูล โดยคาความถสัญญาณนาฬกา (Clock) จะเป็น

ี่
ตัวก าหนดความเร็วในการท างานของซีพียูและคอยให้จังหวะในการท างานแก่วงจร รวมถงอุปกรณต่าง ๆ


ภายในคอมพิวเตอร์ให้ท างานไค้อย่างสอดคล้องกัน
ซีพียูที่นิยมใช้แพร่หลายในปัจจุบันมาจาก 2 บริษัทคือ อินเทล (Intel) และเอเอ็มดี (AMD) ซึ่งซีพิยู

ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะถูกออกแบบให้มีหลายหน่วยประมวลผลหรือที่เรียกวาหลายคอร์ (Multi-Core) บรรจุ
อยู่ในซิปเดียวกันเพื่อช่วยกันประมวลผลหรือแบ่งการท างาน เพื่อให้สามารถ ท างานหลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน
ซึ่งซีพียูที,ถูกออกแบบมาส าหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และ คอมพิวเตอร์แบบพกพา (Notebook) มีให้เลือก

ตั้งแต่ 1 คอร์ (Single-Core) ,2 คอร์ (Dual-Core), 4 คอร์ (Quad-Core ), 6 คอร์ (Hexa-Core ),8 คอร์


(Octa-Core ) และบางรุ่นอาจมีถง 12 คอร์ (4 CPU + 8 GPU) ซึ่งหลักในการเลือกซื้อซีพิยูที่ต้องพิจารณา
เบื้องต้นมีดังต่อไปนี้

 ความเร็วของซีพียู

ส าหรับความเร็วของซีพียูจะใชสัญญาณนาฬกาเป็นตัวก าหนด โดยมีหน่วยเป็น “เฮิรตซ์


(Hertz)” คือการที่ซีพียูท างานเป็นจ านวนครั้งใน 1 วินาทีนั่นเอง และ CPU ที่ผลิตออกมาในตลาด ยุคปัจจุบัน




นี้ ลือวามีความเร็วอยู่ในระดับ “กิกะเฮิรตซ์ (GHz)” แล้ว เชน 1 กิกะเฮิรตซ์ (ซีพียูท างาน ไคถง 1 พันล้าน


ครั้ง/วินาที) คือยิ่งซีพียูมีค่าสัญญาณนาฬิกามากเท่าไหร่ ก็สามารถท างานไครวดเร็ว เท่านั้น เชน Intel Core
i7-7700 3.6 GHz, AMD A8-9000 3.1 GHz เป็นต้น
 แคช (Cache) หรือหน่วยความจ าแคช
ส าหรับหน่วยความจ าแคชก็เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบก่อนการตัดสินใจในการเลือกซื้อ ซีพียู

เพราะแคชมีหน้าที่ในการจัดเก็บค าสั่งและข้อมูลที่ไดใช้บ่อยเพื่อล่งไปยังซีพียู ซึ่งแคชที่วานี้จะ ท างานร่วมกับ


แรม (RAM) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง 2 อุปกรณ์ให้เชื่อมต่อกัน ดังนั้นซีพียูยิ่งมี คาแคชมากเท่าไหร่ก็

ยิ่งมีความเร็วสูงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย หน่วยความจ าแคชแบ่งเป็น 2 ถึง 3 ระดับ (Level) คือ LI, L2 และ L3

25


















ภาพที่ 2.20 ภาพแสดงคุณลักษณะของซีพียูอินเทล (Intel)

ระดับเครื่องคอมพิวเตอร์ ซีพียูรุ่นต่าง ๆ ในปัจจุบันที่เหมาะสม

Intel Core i3

เครื่องคอมพิวเตอร์ส าหรับงานพื้นฐาน Intel Pentium/Celeron
AMD APU A4-Series

Intel Core i5

เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้านกราฟิก AMD APU A6-Series
AMD APU A8-Series

Intel Core i7
Intel Core i9
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานระดับสูง
AMD APU A8-Series

AMD APU AlO-Series

ตารางที่ 2.1 ตารางซีพียูที่เหมาะกับการใช้งานระดับต่าง ๆ


2.2.2 การเลือกเมนบอร์ด

เมื่อได้ก าหนดระดับของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเลือกซีพียูที่ต้องการแล้ว อุปกรณ ต่อไปที่ควรจะ

เลือกเป็นคือเมนบอร์ด เนื่องจากเมนบอร์ดจะเป็นอุปกรณ์ที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ต่าง ๆ ซึ่งปัจจัยที่ต้อง

พิจารณาในการเลือกเมนบอร์ดเบื้องต้นมีดังนี้

 ช็อกเก็ตซีพียู

เมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ จะรองรับชอกเก็ตได้แบบใดแบบหนึ่ง ดังนั้นเมื่อเลือกซีพียูไวแล้ว

เมนบอร์ดที่จะใช้ร่วมกับซีพียูได้ จ าเป็นต้องมีช็อกเก็ตที่รองรับซีพียูตัวนั้น

26





 รูปแบบและขนาดของเมนบอร์ด หรือฟอร์มแฟกเตอร์ (Form Factor)

รูปแบบและขนาดของเมนบอร์ดแต่ละรุ่นจะมีรูปแบบและขนาดแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่ กับ
ความสามารถ และช่องสล็อตต่าง ๆ ส าหรับเชื่อมต่ออุปกรณต่าง ๆ รูปแบบเมนบอร์ดส่วนใหญ่ที่ พบได้บ่อย

คือ เอทีเอ็กซ์ (ATX) และ ไมโครเอทีเอ็กซ์ (Micro ATX) ส าหรับรูปแบบไมโครเอทีเอ็กซ์ จะเหมาะกับเครื่อง



คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก ในขณะพี่มนบอร์ดแบบเอทีเอ็กซ์จะใชกับเครื่องที่เน้น ประสิทธภาพการท างานใน
ระดับสูง



















ภาพที่ 2.21 ภาพขนาดเมนบอร์ดรูปแบบต่าง ๆ

 จ านวนสล็อตแรม

สล็อตเสียบแรมแต่ละสล็อตจะเสียบแรมได้เพียง 1 ตัว (DIMM) ดังนั้นจ านวนสล็อตจะ บอก
วาเมนบอร์ดจะรองรับขนาดแรมสูงสุดที่ติดตั้งในเครื่องได้ นอกจากนั้นต้องทราบวาเมนบอร์ด รองรับแรม


ความเร็วบัส (Bus) สูงสุดเท่าไร เพื่อจะได้เสือกแรมที่มีความเร็วสอดคล้องกับเมนบอร์ด

 รุ่นแรมที่รองรับ

ในการเลือกเมนบอร์ดต้องตรวจสอบด้วยวาเมนบอร์ดรองรับแรมรุ่นใดเพราะในปัจจุบันมี
แรมหลายรุ่น ซึ่งจะไม่สามารถน่าแรมต่างรุ่นมาเสียบแทนกันได้ และต้องเลือกความเร็วบัส (Bus) แรม ให้

สอดคล้องกับเมนบอร์ดด้วย เซ่นรายละเอียดที่เมนบอร์ดเป็น DDR3 1600/1333 MHz หมายถง เมนบอร์ด

รองรับแรมชนิด DDR3 ที่มีความเร็วบัส (Bus) 1600 เมกะเฮิรตซ์ หรือ 1333 เมกะเฮิรตซ์

 การ์ดแสดงผลติดตั้งมาบนเมนบอร์ด (Graphics Card Onboard)

ในปัจจุบันเมนบอร์ดในระดับเริ่มต้น จนถึงระดับกลางส่วนใหญ่จะมีการ์ดแสดงผลติดตั้ง มา
บนเมนบอร์ดด้วยส าหรับใช้งานทั่วไป หากต้องการใช้งานความสามารถด้านกราฟิกที่สูงขึ้นจะต้อง ติดตั้งการ์ด

แสดงผลที่มีความสามารถเพิ่มเติมเช้าไป

 จ านวนสล็อต'ขยาย (Expansion Slot)

เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะมีสล็อตฃยายตั้งแต่ 4-8 สล็อต ซึ่งสล็อตที่ได้รับความนิยมคอพีซีไอ

เอ็กเพรส (PCI Express) ในการเลือกเมนบอร์ดจึงต้องคานึงถงจ านวนการ์ดที่จะน่ามาเสียบเพิ่มเติม บน


27





เมนบอร์ด เซ่นการ์ดแสดงผล การ์ดเสียง การ์ดแลน ให้มีจ านวนเพียงพอ และมีชนิดตามที่ต้องการ อีกทั้งยัง
เป็นการเผื่อส าหรับการอัพเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ในโอกาสต่อไปด้วย

 ช่องเสียบสายเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ และไดร์ฟต่าง ๆ

เมนบอร์ดรุ่นเก่าจะใช้ซ่องเชื่อมต่อกับฮาร์ดดิสก์ผ่าน พอร์ตเชอมต่อแบบไอดีอี (IDE) แต่ ใน
ื่
ื่
ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่จะเชอมต่อกับเมนบอร์ดผ่านพอร์ตซาต้า (SATA) ในการเสือกเมนบอร์ด จะต้อง
ค านึงถึงจ านวนซ่องเชื่อมต่อแบบซาต้า ว่าเพียงพอต่อความต้องการหรือไม่

 ช่องเสียบไฟเลี้ยง

เมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ จะมีซ่องส าหรับเสียงไฟเลี้ยง 2 ซ่อง ซ่องแรกจะเป็นแบบ 20 หรือ 24
ขา (Pin) และอีกซ่องจะเป็นแบบ 4 หรือ 8 ขา ที่อยู่ใกล้กับซีพียู เพื่อเป็นตัวก าหนดการเสือก แหล่งจ่ายไฟ

(Power Supply) ให้สอดคล้องและเหมาะสมกับเมนบอร์ดต่อไป


















ภาพที่ 2.22 ภาพซ่องเสียบไฟเลี้ยงเมนบอร์ดขนาด 24 pin และ 8 pin


 พอร์ตต่าง ๆ

ในปัจจุบันเมนบอร์ดจะมีพอร์ตมาตรฐานติดตั้งอยู่บนเมนบอร์ดอยู่แล้วเซ่น พอร์ตยูเอสบี
(USB) พอร์ตการ์ดแลนด์ (Lan Onboard) พอร์ตการ์ดเสียง (Audio Onboard) เป็นต้น หาก ต้องการใช ้

พอร์ตพิเศษที่ไม่มีบนเมนบอร์ดทั่ว ๆ เซ่นพอร์ตฟายวาย (Firewire) พอร์ตอีซาต้า (eSATA) จ าเป็นต้องศกษา

รายละเอียดของเมนบอร์ดแต่ละตัวอย่างละเอียดว่ามีอยู่หรือไม่

















ภาพที่ 2.23 ภาพพอร์ตต่างๆ ของเมนบอร์ด

28





2.2.3 การเสือกหน่วยความจ าแรม
เมนบอร์ดเป็นปัจจัยหลักในการก าหนดชนิด ขนาด และความเร็วของหน่วยความจ าแรมที่ จะน่ามา

ใช้บนเมนบอร์ดนั้น ๆ เนื่องจากซิปเซตที่อยู่บนเมนบอร์ดจะเป็นตัวก าหนดคุณสมบัติของแรม ที่จะมาใช้งานบน

เมนบอร์ดได้ ซึ่งปัจจัยที่ต้องน่ามาพิจารณาในการเสือกหน่วยความจ ามีดังต่อไปนี้

 ขนาดความจุของแรม

ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใชงาน โปรแกรมที่จะใชงาน ความต้องการของ


ระบบปฏิบัติการ โดยระบบปฏบัติการจะก าหนดขนาดของหน่วยความจุต่ าสุดที่จะสามารถใชงานได้ ตัวอย่าง




เซ่น ต้องการใชกับระบบปฏบัติการ Windows 7 Home Basic (64 บิต) และใชงานกับ โปรแกรม Adobe


Photoshop CS5 ควรเลือกความจุระหวาง 2 GB - 8 GB เนื่องจาก ระบบปฏบัติการ Windows 7 Home
Basic (64 บิต) สามารถรองรับขนาดของแรมได้ 2 GB - 8 GB อีกทั้งโปรแกรม Adobe Photoshop CS5
ต้องการแรม 1 GB ขึ้นไป
 ความเร็ว (Speed) ของแรม

ความเร็วของแรมใช้หน่วยวัดความเร็วเป็นเมกะเฮิรตซ์ (MHz) หมายถึงความถของ สัญญาณ
ี่


นาฬกา (Clock) ที่แรมท างานได้ เซ่น แรมแบบ DDR3 - 1600 จะท างานกับสัญญาณนาฬกา 800
เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจาก DDR มาจากค าว่า Double Data Rate ซึ่งจะสามารถส่งถายขอมูลในชวง ขาขน และ


ึ้

ขาลงของสัญญาณนาฬิกา (800 MHz X 2) อย่างไรก็ตามแรมที่สามารถเลือกใชได้ต้อง คานึงถงความเร็วบัส



ของเมนบอร์ดที่รองรับได้ ค่าความเร็วของแรมมีค่ายิ่งสูงยิ่งสามารถส่งถ่ายข้อมูล ได้เร็ว ส าหรับในรายละเอียด


(Specification) ของแรม จะใชอัตราการส่งถายขอมูล (Data Rate) แทนคาวาความเร็ว (Speed) และมี



หน่วยเป็นเมกกะทรานเฟอร์ต่อวินาที (MT/s : Mega transfers per Second) ซึง MT/s จะเท่ากับ MHz
 แรงดันไฟฟ้า (Voltage)
แรงดันไฟฟูาที่แรมต้องการ หากตาไปก็จะท างานไม่ได้ แต่ถ้าสูงเกินไปก็จะท าให้แรมเสียหาย
DDR SDRAM Internal Bus clock Prefetch Data rate Transfer rate Voltage
Standard rate (MHz) (MHz) (MT/s) (GB/s) (V)
SDRAM 100-166 100-166 In 100-166 0.8-1.3 3.3
DDR 133-200 133-200 2n 266-400 2.1-3.2 2.5/2.6
DDR2 133-200 266-400 4n 533-800 4.2-6.4 1.8
DDR3 133-200 533-800 6n 1066-1600 8.5-14.9 1.35/1.5
DDR4 133-200 1066-1600 8n 2133-3200 17-21.3 1.2

ตารางที่ 2.2 ตารางเปรียบเทียบรายละเอียดของแรมชนิดต่างๆ

29





2.2.4 การเลือกฮาร์ดดิสก์
ปัจจุบันฮาร์ดดิสก์มีหลายรุ่น หลายบริษัทผู้ผลิต ขนาดความจุก็มีหลากหลายให้เลือก และ ชนิดของ

การเชื่อมต่อหรือเรียกว่าอินเทอร์เฟส (Interface) ก็มีหลาย,ชนิดเซ่นกัน ดังนั้นในการเลือก ฮาร์ดดิสก์จึงมีขอ

ควรพิจารณาในการเลือกไข้เบื้องต้นดังนี้

 ชนิดของการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์
ในการเลือกชนิดของการเชื่อมต่อของฮาร์ดดิสก์ต้องเลือกตามการเชื่อมต่อของเมนบอร์ด โดย



ในปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ส่วนใหญ่จะใชมาตรฐานซาต้า (SATA) แต่หากต้องน่าไปใชกับเมนบอร์ดรุ่น เก่าอาจต้อง
เลือกการเชื่อมต่อแบบไอดีอี (IDE) หรือสกัสซี่ (SCSI) ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ยาก
 ขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์

ส าหรับขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์ ต้องค านึงถึงลักษณะการใชงานเป็นหลัก หากต้องการ น า

เก็บข้อมูลจ านวนมากเซ่น เพลง ภาพ วิดีโอ หรือใชงานด้านกราฟิก จ าเป็นต้องเลือกฮาร์ดดิสก์ที่มี ความจุสูง ๆ

ไว้ก่อน

 ความเร็วรอบในการหมุนของฮาร์ดดิสก์


แม้ในปัจจุบันจะฮาร์ดดิสก์แบบโซลิดสเตต ซึ่งไม่ต้องใชมอเตอร์ในการหมุนแผ่นจาน แม่เหล็ก

แล้ว แต่ก็ยังมีราคาค่อนข้างสูง ผู้ใชคอมพิวเตอร์โดยทั่วไปจึงยังใชฮาร์ดดิสก์ที่มีแผ่นจานหมุน อยู่ ซึ่งความเร็ว

รอบในการหมุนมีผลกับความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์ในภาพรวม โดยปกติแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์


โดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์จะหมุนที่ความเร็ว 7,200 รอบต่อนาที (rpm : Round Per Minute) ถาเป็นฮาร์ดดิสก์ที่


ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาหรือโน้ตบุ๊ก จะมีความเร็ว 5,400 รอบต่อนาที ซึ่งชากวาเครื่อง
คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะทั่วไปเนื่องจากต้องการประหยัดพลังงาน และลด ความร้อนจากการท างาน และ


เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะที่สูงเซ่นเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server Computer) ฮาร์ดดิสก์ที่ใชจะมี
ความเร็ว 10,000 หรือ 15,000 รอบต่อนาที


2.2.5 การเลือกการ์ดแสดงผล (Display Card)

การ์ดแสดงผลหรือการ์ดแสดงผล (Graphic Card) เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่ ส าคญชน
ิ้

หนึ่ง เนื่องจากการ์ดแสดงผลนั้นมีส่วนส าคัญในการช่วยกระบวนการประมวลผลภาพเมื่อ โปรแกรมต่าง ๆ ส่ง
ข้อมูลมาประมวลผลที่ซีพียู เมื่อซีพียูประมวลผลเสร็จก็จะส่งขอมูลที่จะน่ามา แสดงผลมาที่การ์ดแสดงผล



จากนั้นการ์ดแสดงผลก็จะส่งข้อมูลที่ดีไปยังจอแสดงผลต่อไป จะเห็นวา การ์ดแสดงผลนั้นมีความส าคญมาก

การ์ดแสดงผลปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีการใชซิป แสดงผลที่มีคณสมบัติแตกต่างกันออกไป การเลือก


การ์ดแสดงผลมาใช้งานจึงชิ้นอยู่กับผู้ใชงานเครื่อง คอมพิวเตอร์วาจะให้คอมพิวเตอร์ท างานในระดับใด เซ่น

หากต้องการใช้งานด้านงานเขียนแบบ ภาพ สามมิติ ต้องเลือกการ์ดแสดงผลที่มีคณสมบัติต่าง ๆ ในระดับสูง

หากต้องการใช้งานด้านงานเอกสาร ก็ไม่จ าเป็นต้องใช้การ์ดแสดงผลความสามารถสูง ซึ่งการในการเลือกการ์ด
แสดงผลควรพิจารณา คุณสมบัติเบื้องต้นดังต่อไปนี้

30





 การ์ดแสดงผลส าหรับใช้งานแสดงผลทั่วไป

การ์ดแสดงผลประเภทนี้ไม่เน้นการแสดงผลด้านกราฟิก ส่วนมากจะใชงาน เป็นการ์ด

แสดงผลแบบออนบอร์ด (Onboard) หรือการ์ดแสดงผลที่ติดมากับเมนบอร์ดอยู่แล้ว ไม่มี การเสียบการ์ด


แสดงผลเพิ่ม การ์ดแสดงผลประเภทนี้จะไม่มีหน่วยความจ าชวยในการแสดงผลมาด้วย จึงต้องแบ่ง
หน่วยความจ าแรมจากระบบมาช่วยในการแสดงผล ท าให้หน่วยความจ าของระบบลดลง
 การ์ดแสดงผลส าหรับใช้งานแสดงผลกราฟกเล็กน้อย

ส่วนใหญ่จะเน้นทางด้านดูหนัง เน้นความบันเทิง แต่ไม่รวมการเล่นเกมแบบ 3 มิติ (3D) หรือ

ั่
แอนิเมชน (Animation) บนกราฟิกความละเอียดสูง ๆ จะใช้งานการ์ดแสดงผลที่มี ประสิทธิภาพการแสดงผล
ต่ าและราคาถูก แต่รองรับการแสดงผลระดับ HD (High-Definition) ความ ละเอียด 720p/1080p

 การ์ดแสดงผลส าหรับการเล่นเกมและการแสดงผลสามมิติ (3D)

เน้นการเล่นเกมบนภาพที่สมจริงเป็นหลัก ส่วนใหญ่จะใชงานการ์ดแสดงผลที่ รองรับการ

แสดงผลแบบ 3 มิติ หรือการ์ดแสดงผลที่มีการแสดงผลที่สูงมาก ๆ ราคาของการ์ดแสดงผล ชนิดนี้มีราคา

ค่อนข้างสูง

 การ์ดแสดงผลส าหรับการใช้งานด้านกราฟิก

เน้นการท างานด้านการออกแบบ การใช้งานโปรแกรมออกแบบสร้างผลงาน ทางด้านกราฟิก
ซึ่งจะต้องใช้การประมวลผลของระบบ Graphics Processing Unit (GPU) อยู่ ตลอดเวลา เพื่อให้งานเดินไป

อย่างราบรื่น การ์ดแสดงผลประเภทนี้จะต้องมีประสิทธภาพสูงมาก ๆ และอาจมีการต่อพ่วงการ์ดแสดงผล

หลาย ๆ ตัว เพิ่มเติมเพื่อใช้ในการประมวลผลภาพที่สมบูรณ์ สมจริงและรวดเร็ว การ์ดแสดงผลประเภทนี้ราคา

จะสูงมากไม่เหมาะกับการน่ามาเล่นเกมเนื่องจาก เกินความจ าเป็น เพราะใช้การ์ดแสดงผลส าหรับการเล่นเกม

ก็เพียงพอแล้ว


2.2.6 การเลือกจอแสดงผล (Display Monitor)

จอแสดงผล หรือนิยมเรียกว่าจอมอนิเตอร์ เป็นอุปกรณที่ส าคญที่ผู้ใชคอมพิวเตอร์ต้อง ติดต่อหรือ





เกี่ยวข้องด้วยตลอดเวลาผ่านทางสายตา ดังนั้นในการเลือกใชจอแสดงผลต้องคานึงถงคอ การเลือกใช ้


จอแสดงผลให้เหมาะสมกับงาน และสุขภาพดวงตาก็เป็นสิ่งจ าเป็นที่ต้องค านึงถึงควบคู่กัน ไป ซึ่งในการเลือกใช ้
จอแสดงผลมีข้อควรพิจารณาเบื้องต้นดังนี้
 ประเภทของจอแสดงผล
จอแสดงผลปัจจุบันจะเป็นแบบแอลซีคื (LCD) และมีการพัฒนาโดยเปลี่ยนแหล่งก าเนิด แสง

ด้านหลังจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ไปเป็นหลอดแอลอีคื (LED) ที่ท าให้จอแสดงผลสว่างและมี ความคมซัดมาก


ึ้
ขน เรียกวาจอแอลอีคซึ่งยังบางกวาและใชพลังงานน้อยกวาจอแบบแอลซีค นอกจากนั้นยังมีจอแสดงผล




แบบทัซสกรีน (Touch Screen) ที่สามารถปูอนค าสั่งโดยการใช้นิ้วสัมผัส บนหน้าจอได้โดยตรง

31





 ขนาดของจอแสดงผล


ในปัจจุบันจอแสดงผลมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 17 นิ้ว ไปจนถง 24 นิ้ว ขนอยู่กับลักษณะ การ
ึ้
ใช้งาน จอแสดงผลขนาดใหญ่จะเหมาะกับการใช้งานด้านการออกแบบกราฟิก
 ความละเอียดในการแสดงผล


ความละเอียดในการแสดงผลหรือรีโซลูซั่น (Resolution) คอจ านวนพิกเซล (Pixel) ที่

จอแสดงผลสามารถแสดงได้ ส าหรับจอภาพที่มีคารีโซลูซั่น อยู่ที่ 1024X768 หมายความวาสามารถ แสดง

ผลได้ 1024 พิกเซลในแนวนอน (Horizontal) และ 768 พิกเซล ในแนวตั้ง (Vertical) หรือ 786,432 พิกเซล

บนหน้าจอ ส าหรับจอแสดงผลที่มีคารืโซลูซั่นสูงจะสามารถแสดงภาพที่มีขนาดใหญ่ และมีพื้นที่บนหน้าจอ

ส าหรับใช้งานมากขึ้น อย่างไรก็ตามหากจอแสดงผลมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ปรับ ค่า'รี'โซลูซั่น'ไว้สูงมาก ๆ ก็จะ

ึ้
ท าให้สิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนหน้าจอมีขนาดเล็กจนอาจท าให้เรามองเห็นได้ ส าบากขน จอแสดงผลรุ่นใหม่ ๆ
สามารถแสดงความละเอียดบนจอภาพได้หลายคา แต่จะมีคา มาตรฐานของจอที่เรียกกวาเนทีพรีโซลูซั่น



(Native Resolution) ซึ่งเป็นค่าที่จอแสดงผลถูกออกแบบให้แสดงผลได้ดีที่สุด
 ความถี่ในการแสดงภาพ

ี่
ความถในการแสดงภาพ หรืออัตราการรีเฟรชหน้าจอ (Refresh Rate) หมายถงจ านวน ครั้ง

ที,จอแสดงผลจะแสดงภาพได้ใน 1 วินาที หากจอแสดงผลมีคารีเฟรชเรท อยู่ที 70 เฮิรตซ์ หมายความวาจะ



แสดงภาพบนจอแสดงผลได้ 70 ครั้งใน 1 วนาที ในจอแสดงผลรุ่นเก่าที่มีลักษณะ เป็นจอแก้ว (CRT) จะมี
รีเฟรชเรทที่ต่ าท าให้สามารถสังเกตเห็นการกระพริบของจอได้ แต่จอแสดงผล รุ่นใหม่ชนิดแอลอีดี (LED) และ
แอลซีดี (LCD) จะไม่มีปัญหาการกระพริบ เนื่องจากเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

 การเชื่อมต่อของจอแสดงผล (Connectivity)


ในปัจจุบันมีการเชื่อต่อจอแสดงผลกับเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ 3 แบบคือ แบบวจีเอ (VGA), ดี
วี'ไอ (DVI) และ เอชดีเอ็มไอ (HDMI) จอแสดงผลแต่ละรุ่นจะรองรับได้เพียง 1 หรือ 2 แบบเท่านั้น ดังนั้นใน

การเลือกจอแสดงผลจะต้องเลือกพอร์ตเชื่อมต่อของจอแสดงผลให้ตรงกับพอร์ตของการ์ด แสดงผลด้วย

 ความลึกสี (Color Depth)

ความลึกสี (Color Depth) หมายถึงจ านวนเฉดสีที่จอแสดงผลสามารถแสดงได้จอแสดงผล
แบบแอลอีดี และ แอลซีดี สามารถแสดงผลได้ 16.7 ล้านสี หรือ 24 บิต ซึ่งประกอบด้วย เฉดสีแดง เขียว และ

,นาเงิน อย่างละ 256 เฉด (256X256X256=16,777,216 เฉดสี)

 แหล่งก าเนิดแสดงบนจอภาพ (Backlighting)
แหล่งก าเนิดแสดงบนจอภาพ เป็นสิ่งทีมการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด เนื่องจากจอแบบ แอลอีดี


(LED) ใชแหล่งก าเนิดแสดงจ านวนมากแบบแอลอีดี (LED) ซึ่งมีประสิทธภาพกวาจอแสดงผล แบบแอลซีดี


(LCD) ที่ใช้แหล่งก าเนิดแสงโดยใช้หลอดฟลูออเรสเซนต ์

32





2.2.7 การเลือกออปติคอลไดร์ฟ (Optical Drive)
ออปติคอลไดร์ฟ ท าหน้าในการอ่าน และเขียนข้อมูล ในสื่อประเภทออปติคอล (Optical Storage)

ได้แก่แผ่นซีดี (CD) แผ่นดีวีดี (DVD) ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก ออปติคอลไดร์ฟจะมีให้ เลือกใชทั้งแบบ 2



แบบ คอแบบติดตั้งภายใน และแบบติดตั้งภายนอก แบบติดตั้งภายในใชการ เชอมต่อแบบเดียวกันกับ
ื่
ฮาร์ดดิสก์ แบบติดตั้งภายนอกจะมีให้เลือกทั้งพอร์ตยูเอสบี (USB) และพอร์ต ฟายวาย (Firewire)

2.2.8 การเลือกเคส และแหล่งจ่ายไฟ (Case and Power Supply)


โดยปกติแล้วเคสราคาถก มักจะมีแหล่งจ่ายไฟ (Power Supply) ติดมาให้ด้วยอยู่แล้วใน ตัว
ยกเว้นล้าเป็นเคสคุณภาพสูงที่ใช้วัสดุคุณภาพดี และภายในถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ราคาก็จะสูง ตามไปด้วย

ซึ่งเคสลักษณะนี้จะไม่มีแหล่งจ่ายไฟติดมาให้ด้วย ต้องหาซื้อมาติดตั้งเพิ่มเติม อีกกรณคอ ล้าต้องการเปลี่ยน

แหล่งจ่ายไฟใหม่ เนื่องจากตัวเดิมเกิดการชารุดหรือก าลังไฟฟูาไม่เพียงพอ โดยหลัก ในการพิจารณาในการ

เลือกใช้เบื้องต้นมีดังต่อไปนี้
 การเลือกเคส (Case)



1) ภายในเคสควรโปร่ง กวาง และสามารถถายเทอากาศได้ดี ควรมีซ่องไว ติดตั้งพัดลม

เพิ่มเติมได้ด้วย
2) ฝาเคสสามารถเปิด/ปิดฝาเคส1ได้สะดวก เซ่น ใช้สกรูแบบมือหมุนได้เป็นต้น

3) แท่นรองเมนบอร์ดภายในตัวเคส อาจสามารถถอดออกได้เพื่อความสะดวก

ในการประกอบเครื่อง
4) ช่องใส่อุปกรณ์ เซ่น ฮาร์ดดิสก์ ออปติคอลไดร์ฟ ควรสะดวกในการติดตั้ง

5) ฝาเคสด้านหน้าอาจจะเปิด/ปิด ได้ เพื่อความสะดวก เรียบร้อย และสวยงาม

6) มีพอร์ตต่าง ๆ เพิ่มเติมให้ที่ด้านหน้าหรือด้านข้างของตัวเคส เซ่นพอร์ต ยูเอสบี และซ่อง
ต่อไมคโครโฟน หูฟัง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

7) ตัวเคสควรออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก
8) ตัวเคสควรมีโครงสร้างที่แขงแรง อาจท าจากพลาสติก เหล็ก หรือ อลูมิเนียม โดยมีการ

ตกแต่งขอบโลหะเรียบร้อยไม่มีคม

9) ถามีแหล่งจ่ายไฟติดตั้งมาให้ด้วย ควรมีก าลังไฟที่เพียงพอ โดยทั่วไปจะมี ก าลังไฟฟูา
ประมาณ 500 วัตต์ขึ้นไป

 การเลือกแหล่งจ่ายไฟ (Power Supply)

1) ควรเลือกให้ตรงกับชนิดและความต้องการของเมนบอร์ด เซ่น เมนบอร์ด แบบเอพีเอ็กซ์
(ATX) ที่มีหัวต่อสายแหล่งจ่ายไฟแบบ 24 ทิน ก็ต้องเลือกแหล่งจ่ายไฟให้มีหัวต่อ ดังกล่าวด้วย

33





2) ควรเลือกใช้แหล่งจ่ายไฟที่มีหัวต่อไฟต่างๆ มาให้อย่างครบถวน เซ่น หัวต่อแหล่งจ่ายไฟ

แบบ 24ทิน (ATX Power Connector), หัวต่อไฟเอทีเอ็กซ์ 12โวลต์ (ATX12V) แบบ 4 หรือ 8 ทิน, หัวต่อไฟ

แบบซาตา (SATA Power Connector)

















ภาพที่ 2.24 ภาพหัวต่อที่จ าเป็นของแหล่งจากไฟเอทิเอ็ก (ATX)




3) ก าลังไฟฟูาสูงสุดที่แหล่งจ่ายไฟสามารถจ่ายให้กับอุปกรณต่าง ๆ เป็นสิ่ง ส าคญในการ
เลือกใช้โดยพิจารณาจากจ านวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเซ่น ฮาร์ดดิสก์, การ์ดแสดงผล, การ์ด เสียง, พัดลมระบาย


อากาศ, อุปกรณต่อพ่วงทางพอร์ตยูเอสบี เป็นต้น ซึ่งถาก าลังไฟฟูาเพียงพอ เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะมี
เสถียรภาพที่ดี สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่และ ต่อเนื่อง เบื้องต้นควรเลือกก าลังไฟฟูา


ึ้
ของแหล่งจ่ายไฟตั้งแต่ 500 วตต์ ขนไป โดยเฉพาะเมนบอร์ดรุ่น ใหม่ และมีการใชการ์ดแสดงผลที่มี
ประสิทธิภาพสูงควรจะใช้แหล่งจ่ายไฟที่มีก าลังไฟฟูาตั้งแต่ 700 วัตต์ขึ้นไป

2.2.8 การเลือกคีย์บอร์ด



คีย์บอร์ดเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่มีความส าคัญกับการใชงานคอมพิวเตอร์ ซึ่งโดยปกติแล้ว คย์บอร์ด
แต่ละตัวจะมีอายุในการใช้งานที่ยาวนาน ในการเลือกซื้อคีย์บอร์ดที่สามารถตอบสนองความ ต้องการในการใช ้
งานได้อย่างครอบคลุม มีหลักการเบื้องต้นดังต่อไปนี้

 รองรับสรีระในการใช้งานของผู้ใช้ที่เหมาะสม เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงโรคอย่างเซ่น โรคการ กดทับ

เส้นประสาทบริเวณข้อมือ และโรคกล้ามเบื้อปวดตึงเครียดสะสม เป็นต้น อาจเป็นแบบที่มา พร้อมกับที่พัก
ข้อมือ หรือซื้อแยกต่างหาก อย่างไรก็ตามที่พักมือนั้นสามารถช่วยท าให้ข้อมือของคุณ อยู่ในต าแหน่งการใช้งาน

ที่เหมาะสม จึงท าให้โอกาสที่จะเป็นโรคการกดทับเส้นประสาทข้อมือ หรือ กล้ามเบื้อปวดตึงเครียดสะสมนั้น

น้อยลงไปได้อย่างดี

34





 รูปแบบของคีย์บอร์ด คีย์บอร์ดมีรูปแบบการออกแบบพื้นฐานอยู่ 2 แบบด้วยกันโดย นั้นก็คอ

การออกแบบในรูปแบบคิวดับบริวอีอาร์ฑีวาย (QWERTY) และ เออโกโนมิค (Ergonomic keyboard) ซึ่งแบบ

QWERTY นี้จะเป็นแบบที่ใชกันอยู่ทั่วไปเพราะปมนั้นจะวางเรียงกันเป็นแนวตรง เหนือบอร์ด ในขณะ
แปูนพิมพ์แบบเออโกโนมิค นั้นออกแบบตามหลักกายศาสตร์ (Ergonomic keyboard ) โดยออกแบบการจัด



วางปมกดตามสรีระของมือ เพื่อชวยลดอาการเมื่อย กล้ามเบื้อ บริเวณขอมือ ที่เกิดจากาการพิมพ์งานเป็น
เวลานาน
ึ้

 มีสายหรือไร้สาย โดยทั้งสอบแบบนี้จะมีข้อดี และขอเสียของตัวเอง การเสือกจึงขนอยู่ กับ




ความขอบส่วนบุคคล โดยควรพิจารณาวาคณจะใชคย์บอร์ด ที่ไหน หรืออย่างไร โดยคาถามนี้จะ ชวยท าให้


สามารถประเมินได้ว่าการเชื่อมต่อแบบไหนเหมาะส าหรับการใช้งานมากกว่ากัน ยกตัวอย่าง เช่น ถ้ามีแผนที่จะ

ใช้คีย์บอร์ดตอกับคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับชุดโฮมเธียร์เตอร์ (Home Theater) อาจจะเสือกใช้คีย์บอร์ดแบบ
ไร้สาย ซึ่งท าให้ไม่จ าเป็นต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ เมื่อก าลังดูหนัง หรือ ฟังเพลง
 ปุุมคียลัด (Hotkey) คีย์บอร์ดส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับปมคีย์ลัดเสริมที่ด้านบนของ คย์บอร์ด



โดยปมคีย์ลัดเหล่านี้สามารถท าหลายสิ่งได้อย่างกว้างขวางตั้งแต่ การควบคุมระดับความดัง ของเสียง ไปจนถง
การเปิดอีเมล์ด้วยการสัมผัสแค่ปมเคียว อย่างไรก็ตามปัจจัยนี้จะช่วยให้มีตัวเสือกที่ แคบลงได้


 ลักษณะการใช้งานเพิ่มเติมคีย์บอร์ด บางตัวนั้นจะมาพร้อมกับลักษณะการใช้งานเสริม เชนมี
จุดต่ออุปกรณ์ยูเอสบี (USB Hub) ซึ่งสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการพลังไฟต่ าเข้าสู่คีย์บอร์ด ได้ เพื่อความ

สะดวกสบาย แต่ราคาย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย


2.2.9 การเลือกเมาส์

ปัจจุบัน Sensor ของเมาส์นั้นถูกพัฒนาให้เป็น Laser เพื่อแทนที่ Optical ด้วยคุณสมบัติที่แม่นย า


กว่า ใชงานบนพื้นผิวต่าง ๆ ได้ดีกวา นอกจากนั้นเมาส์ยังมีให้เลือกทั้งแบบมีสายและไร้สายอีกด้วย ความรู้

ส าคญที่จ าเป็นต้องทราบก่อนเลือกใชเมาส์คอคาดีพีไอ (DPI) ย่อมาจาก Dot Per Inch ถาแปลตามตัวก็คอ






หน่วยที่บอกว่าภายในพื้นที่ 1 ตารางนิ้วมีทั้งหมดกี่จุด ยกตัวอย่างเซ่น 1,000 DPI เลื่อนไประยะ 1 นิ้ว ได้ค่าวา
เลื่อนไป 1,000 หน่วย แต่ถ้าเมาส์มีค่าดีพีไอแค 500 เลื่อนในระยะ 1 นิ้วเท่ากัน ได้คาวาเลื่อนไป 500 หน่วย





ต้องเลื่อนถึง 2 นิ้วเพื่อให้ได้ค่าเท่ากัน ถงแม้วา Windows จะ สามารถปรับคาความไว (Sensitivity) เพื่อซด

เขยความเร็วได้แต่ความแม่นย าก็จะลดลงเพราะมีค่า ดี พีไอที่ต่ ากว่านั่นเอง

 ความถนัดในการจับและจุดประสงค์ของการใช้งาน เมาส์ส่วนใหญ่นั้นถกออกแบบมา ให้เชา


กับมือขวาเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเมาส์อีกหลายๆ ตัวที่รองรับแบบทั้งสองมือ ยกตัวอย่างคอ ถา ต้องการซื้อเมาส์

เพื่อไปใช้ท างานเอกสาร ไม่จ าเป็นต้องซื้อเมาส์ที่มีความละเอียดขนาด 5600 DPI แต่ ถาหากคณเป็นนักเล่น


เกม (Gamer) หรือท างานที่เกี่ยวช้องกับงานด้านกราฟิกบนหน้าจอขนาดใหญ่ ถือว่ามีความเหมาะสม

35





 ปุุมพิเศษ (Macro key) ปุุมพิเศษเหล่านช่วยให้ท างานได้รวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็น นักเล่นเกม
ี้

หรือพนักงานในส านักงานที่ท างานด้านเอกสารเป็นหลัก เพราะปมเหล่านี้สามารถตั้งคา ต่างได้มากและ
สามารถก าหนดคีย์ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ช่วยอ านวยความสะดวกในการใช้โปรแกรม ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น


 ชนิดของเซ็นเซอร์ (Sensor) ก็มีความส าคญเซ่นกัน ในปัจจุบันที่เห็นได้ทั่วไปก็มี Optical ,
ี้
Laser , BlueTrack (Microsoft) , Darkfield (Logitech) ในบรรดาเซ็นเซอร์เหล่านการ เลือกซื้อให้เหมาะสม
กับงานและความชอบส่วนตัว ในปัจจุบันเซ็นเซอร์ที่น่าสนใจคือ Darkfield ที่ ออกมาเป็นคู่แข่งกับ BlueTrack


ซึ่ง BlueTrack เองมีข้อจ ากัดในเรื่องการใชงานบนกระจกใสที่ไม่ สามารถใชได้เหมือนกับ Darkfield แต่ถา


พื้นที่ที่ใช้งานไม่ใช่กระจกหรือพื้นที่ที่เป็นผิวมันลื่นแล้ว สามารถเลือกเมาส์แบบ Laser ก็เพียงพอแล้ว
ุ่
 ไร้สายหรือมีสาย ข้อดีของเมาส์แบบไร้สายคือ พกพาง่าย สายไม่พันยงเหยิง แต่สิ่งที่จะ เป็น
ภาระตามมาคือ แบตเตอรี่ เพราะเมาส์ไร้สายต้องพึ่งพลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลัก ล้าเป็น นักเล่นเกมควรจะ

ใช้แบบมีสาย เพราะหากเล่นเกมอยู่แล้วแบตเตอรี่หมด คงท าให้อรรถรสในการเล่น เกมหายไป การหน่วงเวลา
หรือท างานชาที่พบบ่อยในเมาส์ไร้สาย ซึ่งในปัจจุบันเมาส์แบบไร้สายเองก็มี ทั้งแบบที่ใช้เครื่องรับ (Receiver)

แบบบลูทูธ (Bluetooth) ข้อดีของบลูทูธ คือไม่ต้องพึ่ง เครื่องรับตัด ปัญหาจุกจิกเรื่องเครื่องรับหายไปได้เลย

แต่ข้อดีของเครื่องรับคือสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้หลายตัว เข่น เชื่อมต่อได้ทั้งเมาส์ และคีย์บอร์ดพร้อมกัน

 คุณสมบัติพิเศษ เมาส์ไน'ปัจจุบันมีคณสมบัติเสริมมากมาย ควรจะศกษาก่อนท าการซื้อ ซึ่ง


คุณสมบัติเหล่านี้ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อ ยกตัวอย่างเข่น ตุ้มถ่วงน้ าหนักส าหรับ เมาส์เล่นเกม
เพื่อให้เกิดความถนัด, ปมส าหรับเลื่อนหน้าจอแบบรวดเร็วเหมาะส าหรับผู้ใชงานที่ต้อง เลื่อนหน้าเอกสาร

จ านวนมากหรือเปิดเว็บไซต์, ปมส าหรับเลือกรูปแบบในการใช้งาน



2.3 การจัดชุดคอมพิวเตอร์ให้ตรงตามลักษณะการใช้งาน

เครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถประมวลผลได้เร็วขน แต่ราคาถกลงกวา
ึ้



แต่ ก่อนมาก การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาใชงานท าได้ง่าย มีให้เลือกหลากหลายรุ่น แต่ผู้ใชงานควร

พิจารณา ว่าจะน าคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อท างานด้านใด เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์มีทั้งแบบที่ใชได้กับงานทุก


ประเภท หรืองานเฉพาะด้าน แม้วาราคาเครื่องอุปกรณต่างๆจะถกลง แต่ผู้ใชควรเลือกคอมพิวเตอร์ให้




เหมาะสมกับการใช งานเพื่อให้คมคากับจ านวนเงิน จากรายละเอียดที่ผ่านมา ท าให้เรามีความรู้เกี่ยวกับ

ุ้
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ช่วยให้เราสามารถเลือกใชอุปกรณที่จ าเป็นและเหมาะสมกับลักษณะงานที่ท าอยู่


โดยในที่นี้ได้มีการจัดแบ่ง ประเภทของงานต่างๆ ดังต่อไปนี้
1. ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับการใช้งานทั่วไป หรืองานส านักงาน
2. ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับโปรแกรมกกราฟิกและงานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์
3. ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับงานประมวลผลกกราฟิกขั้นสูง
4. ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับเล่นเกม

36





เทคโนโลยีต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วดังนั้นจึงจ าเป็นที่จะต้องรู้ถึงวิธีการเลือกซื้อที่ถูกต้องและ
ึ้


เหมาะสม เพื่อให้ตรงกับลักษณะงานที่จะน าไปใชและพร้อมส าหรับอุปกรณใหม่ๆที่จะเกิดขนมาในอนาคต
คือ ความคุ้มค่าต่อการลงทุนและก่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และในการจัดชุดคอมพิวเตอร์ให้ตรงตามลักษณะ
งาน ให้ค านึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความคุ้มค่าเป็นส าคัญ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองกับอุปกรณ์ที่เกินความจ าเป็น

 ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับการใช้งานทั่วไป หรืองานส านักงาน
เป็นชุดคอมพิวเตอร์แบบประหยัด ที่ไม่จ าเป็นต้องใช้ซีพียูสมรรถนะสูงมากนัก เหมาะกับการ

ใช งานทั่วไปที่เกี่ยวชองกับงานพิมพ์เอกสาร การท่องอินเทอร์เน็ตทั่วๆไป งานน าเสนอ และงานด้านการ





สื่อสาร ขอมูล ดังนั้นสามารถเลือกซื้อเครื่องที่มีราคาคอนข้างถก โดยอาจพิจารณาจากคณลักษณะ

คอมพิวเตอร์ที่เหมาะ ส าหรับการใช้งานทั่วไปหรืองานส านักงาน
 ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับโปรแกรมกราฟกและงานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ ์

ส าหรับลักษณะงานที่ต้องใช้เปรแกรมกราฟิกเพื่อตกแต่งภาพทั่วไป หรือโปรแกรมออกแบบ
สื่อ สิงพิมพ์ต่างๆ เซ่น Photoshop, Illustrator, เทDesign, CorelDraw และ PageMaker ฯลฯ ในขณะ

ึ้
ี้
ท างาน อาจเรียกใช้โปรแกรมเหล่านขนมาท างานพร้อมๆกัน ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องจ าเป็นต้องใช้ซีพียูที่มีขีด
ึ้



ความสามารถสูงขน จะมีราคาอยู่ในระดับปานกลางถงคอนข้างสูง โดยอาจพิจารณาจากคณลักษณะ
คอมพิวเตอร์ที่เหมาะส าหรับโปรแกรมกราฟิกและงานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์
 ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับงานประมวลผลกราฟกขั้นสูง

ั้
ส าหรับงานประมวลผลกราฟิกขนสูง เช่น งานออกแบบ 3D แอนิเมชน และการ Render
ั่
ภาพ เซ่น โปรแกรม Auto Cad, 3D studio Max ฯลฯ ผู้ใช้ระดับจ าเป็นต้องใชเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี


ประสิทธิภาพสูงมี สมรรถนะในการประมวลผลมากเป็นพิเศษ นอกจากต้องใช้ซีพียูประสิทธภาพสูงแล้ว ยังคง

ต้องใชการ์ดจอภาพ ส าหรับงานประมวลผลกราฟิก เพื่อให้งานแสดงผลกราฟิกมีความรวดเร็ว โดยอาจ
พิจารณาจากคุณลักษณะ คอมพิวเตอร์ที่เหมาะส าหรับงานประมวลผลกราฟิกขั้นสูง

 ชุดคอมพิวเตอร์ส าหรับเล่นเกม

ึ้
ในปัจจุบันอุปกรณคอมพิวเตอร์หลายชนิดด้วยกัน ที่ทางผู้ผลิตได้ผลิตขนมาเพื่อตอบสนอง

ความ ต้องการให้กับนักเล่นเกมโดยเฉพาะ เซ่น เมนบอร์ดรุ่น Gaming ซึ่งเป็นรุ่นที่เหมาะกับน าไปใชเพื่อการ

เล่นเกม รวมถงคย์บอร์ด เมาส์ และการ์ดจอ ผู้ที่ด้องการเล่นเกมได้อย่างเต็มอรรถรสและไม่ติดขด ต้องใช ้




เครื่อง คอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพ ทั้งความเร็ว ความจุ และมาตรฐานต่างๆ โดยอาจพิจารณาจากคณลักษณะ
คอมพิวเตอร์ที่เหมาะส าหรับเล่นเกม

37





ใบงาน 2.1

หน่วยที่ 2 เรื่องการเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการจัดชุดคอมพิวเตอร์

ให้ตรงตามลักษณะการใช้งาน


ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปน ี้

1. จงบอกส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ที่เห็นได้จากภายนอก ประกอบด้วยอุปกรณ์ใดบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ภายนอก ประกอบด้วยอุปกรณ์ใดบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. จงบอกปัจจัยที่ส าคัญในการเลือกซื้อซีพียู
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. จงบอกปัจจัยที่ส าคัญในการเลือกซื้อเมนบอร์ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. จงบอกปัจจัยที่ส าคัญในการเลือกซื้อแรม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. ในการเลือกซื้อเมนบอร์ดและซีพียูท าไมจึงต้องจับคซื้อให้ถูกต้อง
ู่
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. ข้อควรค านึงในการจัดชุดคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอะไรบ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

8. สิ่งที่ควรระวังในการจัดชุดคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


Click to View FlipBook Version