The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kancm304, 2020-08-26 00:19:24

การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ (3204-2001)

88





ใบงาน 5.1

หน่วยที่ 5 เรื่องการติดตั้งโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์


ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปน ี้

1. จงบอกความส าคัญของไดร์ฟเวอร์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
ั้
2. ถ้าไม่มีการติดตั้งไดร์ฟเวอร์หลังจากติดตง Windows จะมีผลต่อการใช้งานหรือไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...


3. การติดตั้งไดร์ฟเวอร์มีความจ าเป็นตองดูเวอร์ชั่นของ Windows หรือไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...


4. ไดร์ฟเวอร์ที่มีการติดตั้งอยู่แล้วจ าเป็นตองมีการอัพเดทสม่ าเสมอหรือไม่ เพราะเหตุใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

ั้
5. จงอธิบายรูปแบบการติดตงไดร์ฟเวอร์ในคอมพิวเตอร์มีกี่รูปแบบ………………อะไรบ้าง……………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

89





ใบงาน 5.2

หน่วยที่ 5 เรื่องการติดตั้งโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์


ค าชี้แจง : ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มละ 3 คน ปฏิบัติการขั้นตอนตรวจสอบและติดตั้งไดร์ฟเวอร์อย่างถูกต้องตาม

ขั้นตอนดังต่อไปนี้

 การตรวจสอบไดร์ฟที่ Windows ไม่รู้จัก
 การตรวจสอบ Hardware IDs

 การค้นหา ดาว์นโหลดไดร์ฟเวอร์

 การติดตั้งไดร์ฟเวอร์

90





บทสรุป


Device Driver หรือ Hardware Driver ซึ่งเป็นโปรแกรมอย่างหนึ่งที่ท าหน้าที่เป็นตัวกลางระหวาง







ระบบปฏบัติการกับอุปกรณ (ระหวางวนโดวส์กับอุปกรณต่าง ๆ ที่เราเสียบเขากับคอมพิวเตอร์) ถาไม่มี


ไดร์ฟเวอร์ ระบบปฏบัติการจะไม่สามารถท างานร่วมกับอุปกรณต่าง ๆ ที่เชอมต่อยู่ได้อย่างถกต้อง เชน
ื่


คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้ง Windows เมื่อน า Printer มาต่อกับคอมพิวเตอร์ จะต้องติดตั้งโปรแกรมของปริ้นเตอร์
คอมพิวเตอร์จึงจะรู้จัก โปรแกรมดังกล่าว ก็คือ Printer Driver เป็นตัวกลางในการบอกให้วนโดวส์รู้จัก ปริ้น

เตอร์

จุดประสงค์
1. บอกวิธีการตรวจสอบไดร์ฟเวอร์หลังติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows ได้
2. อธิบายรูปแบบการติดตั้งไดร์ฟเวอร์ในคอมพิวเตอร์ได้

3. ปฏิบัติการติดตั้งโปรแกรมควบคมอุปกรณ์ได้อย่างถูกต้อง


เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์
1. ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์

2. Flash Drive ส าหรับติดตั้ง Driver

3. แผ่น DVD ส าหรับติดตั้ง Driver
4. เครื่องโปรเจคเตอร์

5. เอกสารใบงานที่ 5.1

6. เอกสารใบงานที่ 5.2

91





ใบเนอหา หน่วยที่ 6
ื้
ชื่อหน่วยเรียน : โปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมอรรถประโยชน์
วิชา : การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ รหัส : 3204-2001


ระดับชั้น : ประกาศนียบัตรวิชาชั้นสูง สัปดาห์ที่ : 14-15

สาระส าคัญ


ปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์มีบทบาทมากในการท างาน โดยเฉพาะการใชโปรแกรมประยุกต์และ

โปรแกรมอรรถประโยชน์ ส าหรับหน่วยการเรียนนี้ ผู้เรียนจะได้ศกษาเกี่ยวกับโปรแกรมประยุกต์พร้อมการ
ติดตั้งโปรแกรมประยุกต์ การเปลี่ยนเมนูระหวางภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การติดตั้งเครื่องพิมพ์เพื่อใช ้


ท างานด้านเอกสารอย่างมีประสิทธิภาพและความสะดวกในการท างานรูปแบบต่างๆ อีกส่วนหนึ่งคือการศกษา


เกี่ยวกับโปรแกรมอรรถประโยชน์และ การติดตั้งใช้งาน ซึ่งในการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นหากผู้ใชท าการใชงาน
ึ้
เพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้ท า การบ ารุงรักษาสิ่งที่จะเกิดขนมาในอนาคตหรือปัจจุบันก็คอการประมวลผลและ

การท างานที่มีประสิทธิภาพที่ต่ าลงกว่ามาตรฐาน ซึ่งจากเหตุผลนี้เองได้มีการน าโปรแกรมอรรถประโยชน์ มา

ใช้ในการบริหารจัดการและควบคุมดูแลระบบให้กับผู้ใช นอกจากการดูแลในส่วนของโปรแกรมแล้วนั้น ผู้ใชยัง

จ าเป็นที่ต้องดูแลอุปกรณ์ภายนอกเพื่อให้คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมีสภาพที่คงทนและใชได้ตามอายุการใช้งาน


6.1 โปรแกรมประยุกต์

6.1.1 ความหมายของโปรแกรมประยุกต ์

โปรแกรมประยุกต์ หมายถึง ชุดค าสั่งหรือโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท างานตาม


ความต้องการของผู้ใช้โดยประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ทั้งที่เป็นงานทั่วไปและงานเฉพาะด้าน ไม่วาจะประยุกต์ใช ้
ในงานใดก็ตามย่อมขึ้นกับลักษณะงานและจุดมุ่งหมายในการน าโปรแกรมประยุกต์นั้นไปใช้งานเป็นส าคัญ


6.2.1 ประเภทของโปรแกรมประยุกต ์

โปรแกรมประยุกต์สามารถจัดแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ โปรแกรมประยุกต์เพื่องานทั่วไป โปรแกรม

ประยุกต์เฉพาะงาน

ึ้
ื่
1. โปรแกรมประยุกต์เพองานทวไป เป็นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนาขนโดยมีจุดประสงค เพื่อให้
ั่



สามารถน าโปรแกรมดังกล่าวไปใชในงานใดก็ได้โดยไม่เจาะจงประเภทหรือลักษณะของธรกิจ ตัวอย่างเชน
โปรแกรมด้านการประมวลผลคาซึ่งเป็นโปรแกรมที่พัฒนาขนมาเพื่อใชในงานด้านการพิมพ์เอกสารนั้นมี
ึ้


จุดประสงค คอ ชวยอ านวยความสะดวกในด้านการพิมพ์เอกสาร ซึ่งโปรแกรมประยุกต์ดังกล่าวนี้สามารถ



น าไปใช้เพื่อพิมพ์เอกสารในงานใดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับจุดประสงค์และความต้องการของผู้ใช้โปรแกรมนั้น

ึ้
2. โปรแกรมประยุกต์เฉพาะงาน เป็นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนาขนมาเพื่อใชในการท างานที่มี
ลักษณะเฉพาะเท่านั้น โปรแกรมประยุกต์เฉพาะงานนี้มักจะเป็นเครื่องมือในการช่วยปฏิบัติของหน่วยงาน ซึ่งมี

92





ึ้
ลักษณะธุรกิจที่ไม่อาจจะน าโปรแกรมประยุกต์ทั่วไปมาใช้ได้จึงจ าเป็นต้องมีการพัฒนาโปรแกรมขนมาเฉพาะ
ึ้

เพื่องานนั้น โดยมีรายละเอียดและจุดประสงคการสร้างโปรแกรมที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขนกับประเภทธรกิจที่




ต้องการน าโปรแกรมนั้นไปใชงาน ตัวอย่างเชน โปรแกรมประยุกต์เพื่อการฝากถอนเงินของลูกคาธนาคาร
เท่านั้น ก็เป็นโปรแกรมที่ได้รับการพัฒนาเพื่อใช้เฉพาะเจาะจงในกิจกรรมการฝากถอนเงินของลูกคาธนาคาร

เท่านั้น เป็นต้น

6.1.3 โปรแกรมประยุกต์เพื่องานในด้านต่างๆ

ส าหรับตัวอย่างโปรแกรมต่างๆ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ตามลักษณะของโปรแกรมได้ดังนี้

1. โปรแกรมด้านฐานขอมูล เป็นโปรแกรมชวยจัดการกับขอมูล ไม่วาจะเป็นการจัดเก็บ การคนหา





ื่
การจัดเรียง การจัดท ารายงานจากข้อมูล ส่วนมากจะใช้โปรแกรมประเภทนี้เก็บข้อมูลสินค้า เก็บรายชอลูกคา

เป็นต้น ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้เชน dBASE, Foxbase, Foxpro, Access, Oracle (dBASE , Foxbase,

Access หรือ MySQL อาจใช้ในหน่วยงานที่มีขนาดเล็ก ส่วน Oracle, SQL จะใชในหน่วยงาน ที่มีขนาดใหญ่
มีสาขาทั่วประเทศ)

2. โปรแกรมด้านกราฟิก เป็นโปรแกรมส าหรับงานออกแบบกราฟิก ไม่วาจะเป็นการวาดภาพ ออก
แบบภาพ ออกแบบตัวหนังสือ โลโก้ เครื่องหมายการค้า รูปภาพสัญลักษณ์ต่างๆ ตัวอย่างโปรแกรมประเภท นี้

เช่น CorelDraw, Photoshop, Illustrator, Freehand
3. โปรแกรมออกแบบภาพ 3 มิติ (3D) และสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นโปรแกรมส าหรับออกแบบ

สิ่งของต่างๆ บ้าน รถ เครื่องใช้ ภาพที่ได้ค่อนข้างเหมือนจริงและอาจสร้างภาพเคลื่อนไหวส าหรับงานโฆษณา



งานน าเสนอขอมูล หรืออาจสร้างเป็นภาพยนตร์ ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้เชน Auto CAD, 3D Studio,
Light wave, Maya เป็นต้น
4. โปรแกรมด้านมัลติมิเดีย เป็นโปรแกรมส าหรับการสร้างงานประเภทมัลติมิเดียหรือสื่อที่ผสม กัน

หลายอย่าง มีทั้งภาพ สี เสียง ภาพเคลื่อนไหว ช่วยให้สื่อมีความน่าสนใจมากกวาสื่อแบบอื่นๆ ส่วนมาก จะใช ้

ในการน าเสนอข้อมูล งานโฆษณา การสร้างโปรแกรมชวยสอนวชาต่าง ๆ ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ เชน


Author ware, Tool book, Director, Flash
5. โปรแกรมด้านเสียงและการดนตรี เป็นโปรแกรมส าหรับนักดนตรี สามารถสร้างเสียง บันทึก เสียง

ผสมเสียงเข้าด้วยกัน ปรับแต่งเสียง แต่งท านองเพลงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ตัวอย่างโปรแกรม ประเภทนี้

เช่น Sound Forge, Winamp, Real Audio, Cakewalk, Sound Recorder ฯลฯ
6. โปรแกรมด้านการสื่อสารเป็นโปรแกรมชวยในการสื่อสารด้วยคอมพิวเตอร์ อาจเป็นการส่งอีเมล์

รับส่งแฟกซ์ รับส่งข้อมูล ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ เช่น Winfax Pro, PC Anywhere
7. โปรแกรมด้านการพิมพ์เอกสารและจัดเตรียมเอกสาร เป็นโปรแกรมช่วยในการพิมพ์และจัด เตรียม

เอกสารต่างๆ อาจจะจัดท าเป็นรายงาน หนังสือ บทความ ท าใบปลิว ประกาศ ตัวอย่างโปรแกรม ประเภทนี้

เช่น Microsoft Word, PageMaker, Microsoft Publisher

93





8. โปรแกรมด้านการตกแต่งภาพ เป็นโปรแกรมส าหรับงานตกแต่งภาพต่างๆ ส าหรับน าไปใช้
ประกอบในหนังสือหรือปกหนังสือ โฆษณา ตกแต่งภาพถ่าย ตัวอย่าง โปรแกรมประเภทนี้ เชน Photoshop,

Corel Photo-Paint





9. โปรแกรมด้านงานคานวณ เป็นโปรแกรมชวยในการคานวณ การคานวณด้านภาษ สถติ รายรับ


รายจ่าย ดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การเงิน การธนาคาร งบดุล ฯลฯ ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ เชน MS.

Excel, Lotus 1-2-3, Calc

10. โปรแกรมส าหรับสร้างโปรแกรมประยุกต์ เป็นโปรแกรมไวสร้างโปรแกรมต่างๆ จากที่ได้ กล่าว
มาแล้วข้างต้น กรณีที่คุณเห็นว่าการใช้งานต่างๆ ยังไม่ถูกใจ ก็อาจจะสร้างขนมาเองให้ตรงกับความ ต้องการ
ึ้

มากที่สุด ส่วนมากจะน าไปใช้สร้างโปรแกรมเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมด้านบัญชี การจัดเก็บขอมูล โปรแกรม
ช่วยบริหารงานต่างๆ ตัวอย่าง โปรแกรมประเภทนี้ เช่น Visual Basic, C++, C, Pascal เป็นต้น
11. โปรแกรมส าหรับการน าเสนอข้อมูล เป็นโปรแกรมส าหรับงานน าเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการราย งาน


ั้

ขอมูลในที่ประชม การรายงานหน้าชนเรียน การบรรยายของวทยากร ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ เชน


PowerPoint, Freelance Graphics, Impress

12. โปรแกรมส าหรับสร้างเวบเซิร์ฟเวอร์ เป็นโปรแกรมส าหรับสร้างเวบเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้บริการ

อินเตอร์เน็ตหรืออินทราเน็ต ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ เช่น Linux, Appserv, IIS หรือ Apache
13. โปรแกรมส าหรับระบบเครือข่าย เป็นโปรแกรมส าหรับใช้ในระบบเครือขายหรือระบบเน็ต เวร์ค


คอมพิวเตอร์ ตัวอย่างโปรแกรมประเภทนี้ เช่น Wingate, Ishare
14. โปรแกรมเว็บบราวเซอร์ เป็นโปรแกรมส าหรับท่องอินเตอร์เน็ต ค้นหาขอมูล ดูขอมูลในเวบ ไซต์



ต่างๆ เช่น Internet Explorer, Firefox, Chrome




















ภาพที่ 6.1 ภาพโปรแกรมประยุกต์

94





6.2 โปรแกรมอรรถประโยชน์

6.2.1 ความหมายของโปรแกรมอรรถประโยชน ์

เป็นซอฟท์แวร์ที่ท าหน้าที่เฉพาะอย่าง เพื่อการจัดการงานพื้นฐานและบริการต่างๆ เชน การจัดเรียง
ข้อมูล (sort) การรวมแฟูมข้อมูลที่เรียงล าดับแล้วเข้าด้วยกัน (merge) หรือย้ายข้อมูลจากอุปกรณ์รับหนึ่งไปยัง

อุปกรณ์หนึ่ง รวมทั้งสามารถใช้จัดการกับฮาร์ดแวร์โดยตรง โปรแกรมอรรถประโยชน์ส่วนใหญ่จะถูกรวมอยู่ใน
ระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว


6.2.2 ประเภทของโปรแกรมอรรถประโยชน ์

6.2.2.1 โปรแกรมอรรถประโยชน์ส าหรับระบบปฏิบัติการ (OS utility programs) เป็นโปรแกรม

ที่ติดตั้งมาพร้อมระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว อ านวยความสะดวกในการท างานร่วมกับฮาร์ดแวร์


 โปรแกรมจัดการไฟล์ (file manager) เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อชวยจัดการไฟล์

ื่


เชน การคดลอกแฟูมขอมูล เปลี่ยนชอแฟูมขอมูล ลบแฟูมขอมูล การเรียกใชงานโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่าง



สะดวก นอกจากนี้ ระบบปฏบัติการรุ่นใหม่ ๆ ได้เพิ่มความสามารถการแสดงไฟล์เป็นรูปภาพเหมือนจริง

(image view) ท าให้การใช้งานมีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น






























ภาพที่ 6.2 ภาพโปรแกรมจัดการไฟล์

95






 โปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม (uninstaller) เป็นโปรแกรมที่ใชในการน าโปรแกรม
และส่วนประกอบของโปรแกรมที่ติดตั้งไวใน ระบบออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่บริษทผู้ผลิต


ซอฟต์แวร์จะติดตั้งโปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรมไว้ เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมประยุกต์อยู่แล้ว






























ภาพที่ 6.3 ภาพโปรแกรมยกเลิกการติดตั้งโปรแกรม


 โปรแกรมแสกนดิสก์ (disk scanner) เป็นโปรแกรมชวยตรวจสอบความเสียหายหรือ



ข้อผิดพลาดที่เกิดขนกับฮาร์ดดิสก์ คอ เมื่อใชฮาร์ดดิสก์เป็นเวลานาน มักเกิดส่วนที่เสียหาก ที่เรียกวา bad
ึ้




sector ส่งผลให้การท างานของฮาร์ดดิสก์ชาลง ท าให้การบันทึกหรือเขยนขอมูลในฮาร์ดดิสก์ยากขน ดังนั้น
ึ้

ผู้ใชสามารถใชโปรแกรมดังกล่าวตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ เพื่อคนหาส่วนที่เสียหาย ไฟล์ที่มีขอผิดพลาด และ



ซ่อมแซมส่วนที่เสียหายได้


















ภาพที่ 6.4 ภาพโปรแกรมแสกนดิสก์

96





 โปรแกรมจัดเรียงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ (disk defragmenter) เป็นโปรแกรม





ที่ใช้ในการจัดเรียงข้อมูลให้เป็นระเบียบ ช่วยให้เขาถงขอมูลในฮาร์ดดิสก์ได้อย่างรวดเร็ว กล่าวคอ เมื่อมีการ
เรียกใช้งานฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์นั้นบ่อยๆ ไฟล์จะถูกจัดเก็บกระจัดกระจาย ไม่เป็นระเบียบ และไม่ไดอยู่


เป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน เมื่อต้องการเรียกใชอีกภายหลังจะท าให้เวลาในการดึงขอมูลนั้นๆ ชาลง นั่นเอง


โปรแกรมดังกล่าวจึงช่วยจัดเรียงไฟล์ต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบ



















ภาพที่ 6.5 ภาพโปรแกรมจัดเรียงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสก์


 โปรแกรมรักษาหน้าจอ (screen saver) เป็นโปรแกรมส าหรับรักษาและช่วยยืดอายุการใช ้

งานจอภาพของคอมพิวเตอร์ กล่าวคือ การเปิดจอภาพของคอมพิวเตอร์ให้ท างานและปล่อยทิ้งไว้ให้แสดงภาพ

เดิมโดยไม่มี การเคลื่อนไหวใด ๆ เป็นเวลานาน จะท าให้เกิดรอยไหม้บนสารเรืองแสงที่ฉาบผิวจอ และไม่

สามารถลบออกไปได้ ถ้าปล่อยทิ้งไวนานจะส่งผลให้อายุการใชงานของหน้าจอคอมพิวเตอร์สั้นลง ในการใช ้



โปรแกรมดังกล่าวผู้ใชสามารถตั้งคาระยะเวลาให้โปรแกรมตรวจสอบ และเริ่มท างานได้ หากไม่มีการ
เคลื่อนไหวใดๆ ของภาพ เชน 5 นาที หรือ 10 นาที เป็นต้น เมื่อเราขยับเมาส์ หรือเริ่มที่จะท างานใหม่

โปรแกรมนี้จะปิดอัตโนมัติ























ภาพที่ 6.6 ภาพโปรแกรมรักษาหน้าจอ

97






6.2.2.2 โปรแกรมอรรถประโยชน์อื่นๆ (Standalone utility programs) เป็นโปรแกรมที่ชวยให้
เครื่องคอมพิวเตอร์ท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 โปรแกรมบีบอัดไฟล์ (file compression utility) เป็นโปรแกรมที่บีบอัดไฟล์ที่มีขนาดใหญ่ให้

มีขนาดเล็กลง ไฟล์ที่ได้จากการบีบอัดไฟล์เรียกว่า ซิปไฟล์ (zip file) เช่น WinZip, Winrar เป็นต้น





























ภาพที่ 6.7 ภาพโปรแกรม Winrar




 โปรแกรมไฟร์วอลล์ (firewall) เป็นโปรแกรมที่ปูองกันบุคคลภายนอกเขามาในระบบโดยไม่
รับอนุญาตทั้งจากระบบ เครือขายอินทราเน็ตและอินเทอร์เน็ต โดยโปรแกรมจะท าการตรวจสอบ
































ภาพที่ 6.8 ภาพโปรแกรม Firewall

98





 โปรแกรมปูองกันไวรัส (Anti virus program) การใช้งานคอมพิวเตอร์ที่มีผู้ใชหลายคนหรือ

ใช้ระบบเครือข่าย มักเจอปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์ ซึ่งไวรัสเป็นโปรแกรมที่ผู้ไม่ประสงคดี พัฒนาขนมาเพื่อ
ึ้

วัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น บูตระบบช้าลง ไม่สามารถเรียกใช้โปรแกรมได้สมบูรณ์ ท าให้คอมพิวเตอร์ค้าง (Hang)
หรือมีข้อความขึ้นบนหน้าจออัตโนมัติได้เอง เพื่อสร้างความร าคาญ ก่อกวนการท างานของผู้ใช เป็นต้น ดังนั้น


ึ้


บริษทผู้ผลิตซอฟต์แวร์จึงได้พัฒนาโปรแกรมขนเพื่อคนหาและก าจัดไวรัส คอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกวา
โปรแกรมปูองกันไวรัส ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
- แอนตี้ไวรัส เป็นโปรแกรม เป็นโปรแกรมปูองกันไวรัสทั่วๆ ไป จะคนหาและท าลายไวรัส

ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น McAfee VirusScan, Kaspersky, AVG AntiVirus, Panda Titanium เป็นต้น

- แอนตี้สปายแวร์ เป็นโปรแกรมปูองกันการโจรกรรมขอมูลจากไวรัสปลายแวร์ และแฮ็ก


เกอร์ รวมถงแอดแวร์ (adware) ซึ่งเป็นปฺอบอัพโฆษณาในอินเทอร์เน็ต เชน McAfee AntiSpyware,
Ad-Aware SE Pro, Spyware BeGone เป็นต้น



























ภาพที่ 6.9 ภาพโปรแกรมปูองกันไวรัส

99





ใบงาน 6.1

หน่วยที่ 6 เรื่องโปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมอรรถประโยชน์


ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปน ี้

1. จงบอกความหมายของโปรแกรมประยุกต์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2. จงบอกความหมายของโปรแกรมอรรถประโยชน์

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

3. จงบอกประเภทของโปรแกรมประยุกต์มีกี่ประเภท………………อะไรบ้าง………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. จงบอกประเภทของโปรแกรมอรรถประโยชน์มีกี่ประเภท………………อะไรบ้าง……………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. จงตัวอย่างของโปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมอรรถประโยชน์ มาอย่างละ 1 โปรแกรม พร้อมอธิบาย

ลักษณะของโปรแกรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

6. โปรแกรม Winrar มีหน้าที่ช่วยอ านวยความสะดวกในด้านใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

7. ในเครื่องคอมพิวเตอร์จ าเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมปูองกันไวรัสหรือไม่ เพราะเหตุใด พร้อมยกตัวอย่าง
โปรแกรมปูองกันไวรัสมา 3 โปรแกรม

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

100





ใบงาน 6.2

หน่วยที่ 6 เรื่องโปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมอรรถประโยชน์



ค าชี้แจง : ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มละไม่เกิน 3 คน น าเสนอโปรแกรมประยุกต์และโปรแกรมยูทิลิตี้ ที่คิดว่าความ
จ าเป็นหรือมีความน่าสนใจในการใช้งาน โดยเลือกมากลุ่มละ 3 โปรแกรม มีหัวข้อดังต่อไปนี้



 ชื่อโปรแกรม

 ประเภทของโปรแกรม
 ลักษณะการใช้งาน

 จุดเด่นของโปรแกรม

 จุดด้อยของโปรกรม

 แหล่งที่มา (ส าหรับการดาว์นโหลด)

101





บทสรุป

โปรแกรมประยุกต์ หมายถึง ชุดค าสั่งหรือโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ท างานตาม

ความต้องการของผู้ใช้โดยประยุกต์ใช้ในงานต่าง ๆ ทั้งที่เป็นงานทั่วไปและงานเฉพาะด้าน ไม่วาจะประยุกต์ใช ้
ึ้

ในงานใดก็ตามย่อมขนกับลักษณะงานและจุดมุ่งหมายในการน าโปรแกรมประยุกต์นั้นไปใชงานเป็นส าคญ

สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ โปรแกรมประยุกต์เพื่องานทั่วไป และ โปรแกรมประยุกต์เฉพาะงาน
โปรแกรมอรรถประโยชน์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ท าหน้าที่เฉพาะอย่าง เพื่อจัดการงานพื้นฐานและบริการ




ต่าง ๆ เชน การจัดเรียงขอมูล (sort) การรวมแฟูมขอมูลที่จัดเรียงล าดับแล้วเขาด้วยกัน (merge) หรือย้าย




ขอมูลจากอุปกรณรับหนึ่งไปยังอุปกรณหนึ่ง รวมทั้งสามารถจัดการกับฮาร์ดแวร์โดยตรง โปรแกรม
อรรถประโยชน์ส่วนใหญ่จะถูกรวมอยู่ในระบบปฏิบัติการอยู่แล้ว สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ โปรแกรม

อรรถประโยชน์ส าหรับระบบปฏบัติการ (OS utility programs) และ โปรแกรมอรรถประโยชน์อื่นๆ
(Standalone utility programs)

จุดประสงค์


1. บอกความหมายและชนิดของโปรแกรมประยุกต์ได้
2. ติดตั้งและใช้งานโปรแกรมประยุกต์ได้

3. บอกความหมายและชนิดของโปรแกรมอรรถประโยชน์ได้
4. ติดตั้งและใช้งานโปรแกรมอรรถประโยชน์ได้


เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์


1. ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์
2. เครื่องโปรเจคเตอร์

3. เอกสารใบงานที่ 6.1
4. เอกสารใบงานที่ 6.2

102





ื้
ใบเนอหา หน่วยที่ 7
ชื่อหน่วยเรียน : การแก้ไขปัญหา และบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์
วิชา : การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ รหัส : 3204-2001


ระดับชั้น : ประกาศนียบัตรวิชาชั้นสูง สัปดาห์ที่ : 16-17

สาระส าคัญ

คอมพิวเตอร์เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมช ารุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใชงานผู้ใชคอมพิวเตอร์


จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบ ารุงรักษาอย่างเหมาะสม สม่ าเสมอเพื่อเพิ่มอายุ การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่ง


จะชวยให้สามารถ ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบ ารุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมที่




คอมพิวเตอร์ของจะท างานได้ดีนั้นคอ อย่างไรเชนในห้องคอมพิวเตอร์ของคณ ควรจะมีอุณหภมิสูงเท่าไร
มีความชื้นไม่เกินเท่าไร ขดจ ากัดของการท างานเป็นอย่างไร ระยะเวลาในการท างานของเครื่องเป็นอย่างไร

ดังนั้น ห้องท างานด้านคอมพิวเตอร์จึงควรเป็น ห้องปรับอากาศที่ปราศจากฝุุนและความชื้น ซอฟแวร์แผ่นดิสก์
ที่เก็บซอฟแวร์และไฟล์ข้อมูล หรือสารสนเทศนั้นอาจเสียหายได้ ความร้อนสูง หรือ ตกกระทบกระแทกแรง ๆ

ื้

สิ่งที่ท าลายซอฟแวร์ ได้แก่ ความร้อน ความชน ฝุุน ควน และการฉดสเปรย์พวกน้ ายาหรือน้ าหอม ต่าง ๆ


เป็นตน
7.1 แก้ปัญหาการท างานของคอมพิวเตอร์

การตรวจสอบปัญหาของเครื่องคอมพิวเตอร์ จะต่างกับการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟูาทั่วๆ ไป เนื่องจาก การ

ที่เครื่องคอมพิวเตอร์จะท างานได้ต้องประกอบกันทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ ดังนั้น ปัญหาอาจเกิดขนได้ทั้ง
ึ้
ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ส าหรับแนวทางการแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ เบื้อง ต้นมีดังนี้

1) อย่าลงมือแก้ไขโดยไม่ไดศึกษาข้อมูลเบื้องต้นมาก่อน

2) บันทึกการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ การติดตั้ง ของอุปกรณ์ต่าง ๆ เซ่น ต าแหน่งของจั้มเปอร์เดิมของ
เมนบอร์ด และอุปกรณ์ต่าง ๆ การเชื่อมต่อฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น

ื่
3) เริ่มตรวจสอบในสิ่งที่ง่าย ๆ ก่อน เซ่น ดูไฟแสดงผลหน้าเครื่อง จุดเชอมต่อไฟฟูา พัด ลมระบาย
อากาศของแหล่งจ่ายไฟ
4) หลังการแก่ไขปัญหาทดลองเปิดเครื่องอีกครั้ง

5) วาดภาพ แผนผังคร่าวๆ หรือถ่ายภาพการติดตั้งฮาร์ดแวร์ส่วนต่าง ๆ ไว้ กรณีต้องการ ถอดอุปกรณ ์

หรือขึ้นส่วนที่ต้องการทดสอบออก
6) ศึกษาคู่มือเมนบอร์ดให้ซัดเจน เพื่อการก าหนดค่า ตั้งค่าที่ถูกต้อง

ขั้นตอนที่กล่าวมา เป็นเพียงแนวทางในการแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์เบื้องต้นเท่านั้น คอมพิวเตอร์นั้นได้

ถกออกแบบให้มีตัวชวยในการวเคราะห์ปัญหาที่เกิดขนกับคอมพิวเตอร์ ด้วย สัญญาณการแจ้งปัญหาของ


ึ้
เครื่องคอมพิวเตอร์

103





7.1.1 สัญญาณการแจ้งปัญหาของเครื่องคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีวิธีการแจ้งปัญหาให้ทรายโดยผ่านทางเสียงของส าโพงขนาดเล็กที่ ติดตั้งอยู่


ภาพในตัวเครื่อง ดังนั้นหากฟูงเสียงดังกล่าวเช้าใจ ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเกิดปัญหาที่ส่วน ใด แม้วาปัญหาที่
เกิดขนกับเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีมากกวาเสียงสัญญาณเตือนดังกล่าวก็ตาม หาก คอย ๆ เรียนรู้และท า
ึ้


ุ้
ึ้
ความคนเคยกับเสียงเตือนเหล่านี้ ก็จะสามารถวเคราะห์ปัญหาที่เกิดขนกับ คอมพิวเตอร์ได้อย่างชานาญ


ส าหรับเสียงเตือนของเมนบอร์ดแต่ละรุ่นนั้นจะมีลักษณะที่เหมือน หรือ ใกล้เคียงกันหรือไม่ ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของ
ไบออสที่ใช้บนเมนบอร์ดนั้น ซึ่งส่วนใหญ่มีสัญญาณเสียงที่ใกล้เคยงกัน ซึ่งไบออสที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์

ทั่วไปมี 3 ยี่ห้อคือ Award, AMI, Phoenix และยังมี ใบออสรูปแบบใหม่คือ ยูอีเอฟไอ (UEFI) ที่เริ่มพัฒนาโดย

บริษัทอินเทล ส าหรับเทคนิควิธีการวิเคราะห์ อาการเสียของคอมพิวเตอร์จากไบออสยี่ห้อต่าง ๆ จะวเคราะห์
จากเสียงที่ดังจากส าโพงเล็ก ๆ ที่ เชื่อมต่ออยู่กับเมนบอร์ด

จังหวะเสียง ความหมาย

เสียงดัง 1 ครั้ง แสดงว่าขั้นตอนการบู๊ตเครื่องหรือขั้นตอนโพสต์เป็นปกติ
เสียงดัง 2 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของแรม เซ่น เสียบไม่แน่นหรือแรมเสียท าให้บู๊ต เครื่องไม่ผ่าน

ควรตรวจสอบแรม
เสียงดัง 3 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของแรม เซ่น เสียบไม่แน่นหรือแรมเสียท าให้บู๊ต เครื่องไม่ผ่าน

ควรตรวจสอบแรม
เสียงดังต่อเนื่อง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของแหล่งจ่ายไฟ เซ่น เพาเวอร์ซัพพลาย หรือ เมนบอร์ดอาจมี

ปัญหา ให้ตรวจสอบ เพาเวอร์ซัพพลาย และเมนบอร์ด

เสียงดังถี่ ๆ แสดงว่ามีปัญหาในส่วนเมนบอร์ดให้ตรวจสอบสายสัญญาณต่าง ๆ และตัวเมนบอร์ด
เสียงดัง 6 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของคีย์บอร์ด ให้ตรวจสอบคีย์บอร์ด

เสียงดัง 7 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของซีพียู อาจต้องเปลี่ยนซีพียูใหม่
เสียงดัง 8 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของการ์ดแสดงผล ตรวจสอบการ์ดแสดงผลว่าเสียบ แน่นดี

หรือไม่ หากยังไม่ไค้ผลอาจต้องเปลี่ยนการ์ดแสดงผลใหม่
เสียงดังยาว 1 สั้น 2 แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของการ์ดแสดงผล ตรวจสอบการ์ดแสดงผลว่าเสียบ แน่นดี

หรือไม่ หากยังไม่ไค้ผลอาจต้องเปลี่ยนการ์ดแสดงผลใหม่
เสียงดัง 9 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของไบออส อาจต้องเปลี่ยนไบออสใหม่

เสียงดัง 10 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของการเขียนซีมอสอาจต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่

เสียงดัง 11 ครั้ง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนในส่วนของหน่วยความจ าแคช ควรตรวจสอบแคช
ภายนอกบนเมนบอร์ด
ไม่มีเสียง แสดงว่ามีปัญหาในส่วนของ เพาเวอร์ซัพพลาย, เมนบอร์ด หรือซีพียู รวมถึง

สายสัญญาณ และสายไฟต่าง ๆ


ตารางที่ 7.1 เสียงเตือนไบออส

104





7.1.2 เครื่องคอมพวเตอร์เปิดไม่ติด

อาการนี้มักจะเกิดจากระบบจ่ายไฟมีปัญหา หรือตัวซีพียูไม่สามารถท างานได้ ซึ่งอาจจะมี

สาเหตุต่าง ๆ ดังนี้


 ระบบจ่ายไฟมีปญหา
สาเหตุที่เครื่องคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติดส่วนมากอาจเกิดจากการไม่ได้เสียบปลั๊ก ปลั๊กหลวม

หรือสายไฟขาด วธแก้ไขเบื้องต้นให้ท าการตรวจสอบปลั๊กวามีปัญหาหรือไม่ หากปลั๊กไม่มี ปัญหาอะไร


ก็อาจจะเกิดจากสายไฟขาดซึ่งอาจจะสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า หรือไม่สามารถ สังเกตเห็นได้ด้วยตา ให้
ทดลองน่าสายไฟเส้นอื่นที่ไม่มีปัญหามาทดลองเปลี่ยนทดแทน เปิดฝาเครื่อง คอมพิวเตอร์ตรวจสอบจุดต่อ

แหล่งจ่ายไฟแบบแบบ 20+4 ทิน (ATX Power Connector) ว่าหลุด หลวมหรือไม่




























ภาพที่ 7.1 ภาพจุดตรวจสอบการจ่ายไฟให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์



หากท าการแก้ไขปัญหาขางต้นแล้วเครื่องคอมพิวเตอร์ยังเปิดไม่ติดอาจมี ปัญหาจาก
แหล่งจ่ายไฟเสีย ไม่ได้เปิดสวิตซ์ด้านหลังแหล่งจ่ายไฟ หรือแหล่งจ่ายไฟ จ่ายไฟไม่พอที่จะ เลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ

ซึ่งสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้โดยตรวจสอบสวิตซ์ด้านหลังของเครื่อง (แหล่งจ่ายไฟบางรุ่นอาจไม่มีสวตซ์)
หากตรวจสอบแล้วไม่มีปัญหา ให้ทดลองสัดวงจร (Short) แหล่งจ่ายไฟแบบ 20+4 พิน (ATX Power

Connector) ที่ขา PS-ON (สายไฟสีเขียว) กับขา Ground (สายไฟสีด า) แล้วสังเกตที,พัดลมของแหล่งจ่ายไฟ

หากพัดลมลมหมุนให้สันนิฐานว่าแหล่งจ่ายไฟยังเป็นปกติอยู่ แต่ถ้าพัดไม่หมุน สันนิฐานไว้ก่อนวาแหล่งจ่ายไฟ

เสีย เพื่อความมั่นใจวา แหล่งจ่ายไฟเสียหรือไม่ ควรทดลองเปลี่ยนแหล่งจ่ายไฟตัวที่ไม่มีปัญหาแทนตัวเดิม
หากใช้งานได้เป็น ปกติก็มั่นใจได้ว่าแหล่งจ่ายไฟเสีย

105


















ภาพที่ 7.2 ภาพต าแหน่งการลัดวงจร (Short) หัวต่อแบบเอทีเอ็กซ์ (ATX)

 ซีพียูหลวม

หากระบบจ่ายไฟเป็นปกติดี ให้ท าการตรวจสอบตัวซีพียูที่ติดตั้งบนเมนบอร์ด หลวมหรือไม่

ซึ่งอาจเกิดจากการติดตั้งซีพียูไม่แน่น หรือมีการเคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ท าให้เกิด การหลุดหลวมได้
วิธีการแก้ปัญหานี้ให้ท าการเปิดฝาเครื่องคอมพิวเตอร์ออกแล้วถอดฮิตซิงคพัดลม ระบบบายความร้อนออก


แล้วขยับตัวซีพียู กดลงไปให้แน่น แล้วติดตั้งฮิตซิงคกับให้เรียบร้อย ส่วน ใหญ่ปัญหานี้จะเกิดกับซีพียูที่ติดตั้ง
บนสล็อต (Slot) เซ่น Slot 1, Slot A เป็นต้น
























ภาพที่ 7.3 ภาพการติดตั้งซีพียูและพัดลมซีพียู


 เมนบอร์ดเสียหรือก าหนดค่าไม่ถูกต้อง

ื่
เมนบอร์ดเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์ เนื่องจากทุกอุปกรณจะเชอมต่อบน เมนบอร์ด และ

ท างานประสานกัน หากเมนบอร์ดเกิดปัญหา หรือเกิดการเสียหาย เป็นเหตุให้ คอมพิวเตอร์บู๊ตไม่ส าเร็จท างาน
ไม่ถึงการทดสอบโพสต์ พฤติกรรมของระบบที่ผิดปกติ, อุปกรณ์ที่ เชื่อมต่อกับเมนบอร์ดบางส่วนไม่ท างานหรือ

106





อาจไม่ท างานอย่างถูกต้องถ้าเมนบอร์ดเกิดความผิดปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าเมนบอร์ดเสียแล้วหรือไม่ ควรท าการ
ตรวจสอบเมนบอร์ดเบื้องต้นดังต่อไปนี้

- ตรวจสอบสภาพของเมนบอร์ดเพื่อให้แน่ใจว่าสายเคเบิลทั้งหมดติดตั้งอย่าง ถูกต้อง พัดลม

ซีพียูหมุนเป็นปกติและที่แบตเตอรี่ซีมอส (CMOS) อยู่ในต าแหน่งที่ถูกต้อง
- ตรวจสอบตัวเก็บประจุบนเมนบอร์ดว่าเสียหรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจสอบต้องมี ความรู้ด้านไฟฟูา


และอิเล็กทรอนิกส์ ส าหรับผู้ไม่มีความรู้ด้านไฟฟูาและอิเล็กทรอนิกส์สามารถ ประเมินวาตัวเก็บประจุเสีย

หรือไม่โดยการสังเกตด้วยตา หากตัวเก็บประจุมีลักษณะปูดบวมผิดรูปร่าง ให้สันนิฐานไวก่อนวาเสีย สาเหตุ

ส่วนใหญ่เกิดจากแหล่งจ่ายไฟจ่ายไฟไม่เรียบ ไม่สมรเสมอ การแก่ไข เบื้องต้นให้ท าการเปลี่ยนตัวเก็บประจุใหม่




















ภาพที่ 7.4 ภาพตัวเก็บประจุบนเมนบอร์ดที่มีลักษณะปูดบวม



ู่
- ตรวจสอบให้แน่ใจวาจั้มเปอร์ มีติดตั้งอย่างถกต้องหรือไม่ ซึ่งควรตรวจสอบ จากคมือ

เมนบอร์ด หากไม่มีคู่มือสามารถที่จะหาคู่มือจากเว็บไซต์ของผู้ผลิตได้โดยตรง บัญหาส่วน ใหญ่ที่เปิดเครื่องไม่
ติดที่เกิดจากจั้มเปอร์ คือต าแหน่งเคลียร์ซีมอส ส าหรับล้างการตั้งค่าในไบออส ผิด ต าแหน่ง























ภาพที่ 7.5 ภาพต าแหน่งจัมเปอร์เคลียร์ซีมอส



ปัญหาที่เกิดจากการเมนบอร์ด คล้ายกับปัญหาที่เกิดจากแหล่งจ่ายไฟ หากไม่ มั่นใจวา
แหล่งจ่ายไฟมีปัญหาหรือไม่ ให้ทดลองหาแหล่งจ่ายไฟที่ท างานปกติเปลี่ยน เซ่นกันหากมี เมนบอร์ดที่รุ่น

107





เดียวกันหรือคุณสมบัติเดียวกันมาทดลองเปลี่ยน ก็จะสามารถได้คาตอบวาเมนบอร์ดนี้ เสียงจริงหรือไม่ หาก



มั่นใจว่าเมนบอร์ดเสียจริงและอยู่ในระยะเวลาการรับประกันสามารถส่งเครม ประกันได้จากบริษท ห้างร้านที่
ซื้อมา หากพ้นระยะเวลาการรับประกันต้องซื้อเมนบอร์ดที่มีคุณสมบัติ เดียวกันมาเปลี่ยน


7.1.3 เครื่องคอมพิวเตอร์เปดติดแต่จอไม่ติด

ในกรณีที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเปิดได้ ไฟแสดงสถานะเปิดเครื่องด้านหน้าของเคส ติด
(ส่วนใหญ่จะมีสีเขียว) แต่จอไม่แสดงผลอะไรเลย สามารถวิเคราะห์อาการเสียได้หลายสาเหตุดงนี้

 1) กรณีไฟแสดงผลหน้าจอไม,ติด สาเหตุอาจเกิดจากไม่ได้เสียบปลั๊ก ปลั๊ก หลวม หรือสายไฟ

ขาด จอบางรุ่นอาจใช้ไฟเลี้ยงจากอะแดปเตอร์ (Adapter) ซึ่งหากอะแดปเตอร์เสีย จะไม่มีไฟไปเลี้ยงหน้าจอ

เป็นเหตุให้จอไม่ติดได้เซ่นกัน ดังนั้นวธการแกไขให้ตรวจสอบปลั๊กและ สายไฟ รวมถงอะแดบเตอร์ หากมี



สายไฟ หรืออะแดปเตอร์ที่สามารถใชงานได้ปกติมาท าการทดลอง เปลี่ยน และใชงานได้ก็เป็นการยืนยันวา



สายไฟ หรืออะแดปเตอร์ที่ใช้อยู่เดิมเสีย แต่หากอาการยังเป็น เซ่นเดิม อาการเสียควรจะเกิดจากวงจรภายใน
ของจอแสดงผล อาจจะหาจอแสดงผลอื่นที่ใชงานได้ ปกติมาทดลองเปลี่ยนเพื่อยืนยันอาการเสีย หากเป็นที่

วงจรภายในจอแสดงผลจริงต้องล่งซ่อม หรือซื้อ ใหม่มาทดแทน



















ภาพที่ 7.6 ภาพจอแสดงผลที่ใช้แหล่งจ่ายไฟเป็นอะแดปเตอร์



 กรณีไฟแสดงผลหน้าจอติด (จอแสดงผลต้องใชงานได้ตามปกติ) แต่ไม่ มีข้อมูลใด ๆ แม้แต่
เคอร์เซอร์ (เคอร์เซอร์ (Cursor) คือสัญลักษณ์ระบุต าแหน่งพิมพ์ข้อมูลบนจอภาพ) ไม่มีเสียงร้องใดของเครื่อง
คอมพิวเตอร์ สันนิฐานได้ว่าล าโพงที่ติดตั้งภายในเครื่อง เมนบอร์ด หรือซีพียู อาจมีปัญหา แต่ถามีเสียงดังของ

ล าโพงภายในเครื่อง จะสามารถวิเคราะห์ต่อไปได้ว่าอุปกรณ์ใดมี ปัญหา ดังเสียงดังเบื้องต้นต่อไปนี้


- ไม่มีเสียงดังของล าโพง สันนิฐานได้วาล าโพงที่ติดตั้งภายในเครื่อง เมนบอร์ด หรือซีพียู
อาจมีปัญหา


- มีเสียงดังปีบแล้วหยุดสลับไปมาต่อเนื่องสม่ าเสมอ สันนิฐานวา เมนบอร์ดใช งานได้ ซีพียู

ใช้งาน'ได้ มีปัญหาที่แรม ซึ่งอาจจะหลวม มีสิ่งสกปรก หรือเสียก็เป็นได้ ให้ท าการปิด เครื่องแล้วน่าแรมมาท า
ความสะอาด ช่างโดยทั่วไปนิยมใช้ยางลบดินสอมาลบที่หน้าสัมผัส ลายทองแดงของตัวแรม เป็นการขจัดคราบ

108






สิ่งสกปรกอย่างง่าย จากนั้นทดลองใส่กลับต าแหน่งเดิม ถ้า ยังมีอาการเช่นเดิม สันนิฐานได้วาแรมเสีย เพื่อให้

เกิดความมั่นใจหากมีแรมรุ่นเดียวกันที่ใช้งานได้ ทดลองน่ามาเปลี่ยนแทนตัวที่มีปัญหา ถาใชงานได้ สันนิฐาน


ั้



ได้วาแรมเสีย แต่ถายังใชงานไม่ได้ อาจ เป็นปัญหาที่สล็อตแรมสกปรก หรือเสีย ถงขนนี้คงต้องเปลี่ยน
เมนบอร์ดใหม่
- มีเสียงดังปีบยาว 1 ครั้ง ปีบสั้น 3 ครั้ง ดังต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นในเครื่องที่ เมนบอร์ดไม่มี
การ์ดแสดงผลออนบอร์ด ต้องใส่การ์ดจอเพิ่มลงในตัวเครื่อง อาการนี้เป็นปัญหาที่การ์ด แสดงผลที่เสียบเพิ่ม
เช้าไปอาจจะสกปรก หรือเสีย การแกไขให้ท าการปิดเครื่องแล้วน่าการ์ดแสดงผล มาท าความสะอาด ใช้ยางลบ

ดินสอมาลบที่หน้าสัมผัสลายทองแดงเช่นเดียวกับการท าความสะอาด แรม จากนั้นทดลองเสียบการ์ดแสดงผล



กลับต าแหน่งเดิม ทดลองเปิดเครื่อง หากใชงานไม่ได้สันนิฐาน ได้วาการ์ดแสดงผลเสีย หรือสล็อตการ์ด

แสดงผลนั้นเสีย เพื่อให้แน่ใจวาการ์ดแสดงผลเสียหรือไม่ ควร หาการ์ดแสดงผลรุ่นเดียวกันที่ใชงานได้มา

ทดลองเปลี่ยนใช้งานก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการ์ดหรือ สล็อตเสีย
- มีเสียงดังปีบหนึ่งครั้ง หรืออาจจะไม่มี ไฟแสดงผลด้านหน้าเครื่องสีเขียวติด แสดงว่าไฟเช้า
เลี้ยงส่วนประกอบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์เรียบร้อยดี ไฟสีแดงติดดับสลับไปมาอย่าง ต่อเนื่องขณะเริ่มเปิด

เครื่อง แสดงวามีการอ่านขอมูลจากฮาร์ดดิสก์ได้ให้ท าการทดลองกดปุุมนัมล็อก (Num Lock) บนคย์บอร์ด



ซ้ าๆ กันหลายครั้ง ขณะกดปมสังเกตไฟแสดงผลการกดปุุมนัมล็อกติดดับ ตามการกดปมหรือไม่ หากติดดับ
ตามการกดปม แสดงว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ท างานเป็นปกติ สาเหตุ ไม่มีภาพที่จอแสดงผลอาจเกิดจากการตั้ง

ค่าการแสดงผลในระบบปฏิบัติการไม่ถูกต้อง


7.1.3 เครื่องคอมพิวเตอร์เปดติด จอติด แต่บู๊ตไม่ได้


การที่เครื่องคอมพิวเตอร์เปิดติด มีไฟเชาเลี้ยงส่วนประกอบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ แต่ไม่

สามารถบู๊ตเชาระบบปฏบัติการได้มีได้หลายสาเหตุซึ่งสามารถตรวจสอบส่วนประกอบต่าง ๆ เบื้องต้น ได้

ดังต่อไปนี้

 เขาไบออสเพื่อตรวจสอบวา ไบออสสามารถมองเห็นฮาร์ดดิสก์ หรือไม่ถาไม่เห็นให้



ตรวจสอบสายสัญญาณ หรือการตั้งค่าของฮาร์ดดิสก์


 ไบออสมองเห็นฮาร์ดดิสก์ให้ตรวจสอบว่ามีการตั้งให้บู๊ตจากฮาร์ดดสก์หรือไม่ ถามีแต่ ยังบู๊ต
ไม่ได้แสดงว่ามีปัญหาที่ระบบปฏิบัติการในฮาร์ดดิสก์

 อ่านค่าอาการเสียต่าง ๆ จากกระบวนการโพสต์ (Post) ของไบออส (Bios) และ แก้ปัญหา
ตามค าแนะน่า

ส าหรับการวเคราะห์และแก้ปัญหาอาการเสียเบื้องต้นของคอมพิวเตอร์นั้น พอจะสามารถ

สรุปออกมาเป็นแผนภาพ เพื่อเป็นแนวทางในการวิเคราะห์อาการเสียอาการต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ เบื้องต้น
ได้ดังภาพที่ 7.6 และ ภาพที่ 7.7

109



















































































ภาพที่ 7.7 ภาพแผนผังแสดงขั้นตอนการตรวจสอบอาการจอมืด

110



















































































ภาพที่ 7.8 ภาพแผนผังแสดงขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อพิจารณาอาการเสียแต่ละอุปกรณ ์

111





7.2 บ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์

ึ้

การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นวธที่ชวยให้สามารถใชงานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นานขน จึง






จ าเป็นต้องรู้จักปัจจัยต่าง ๆ ที่ท าให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดการขดของหรือเสียหาย และวธการบ ารุงรักษา

เครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักๆ คือ
ี่

7.2.1 ด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware) หรือ อปกรณต่างๆ ทอยู่ภายใน และภายนอกเครื่อง

คอมพิวเตอร์
1. ที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์
 ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากผนังไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ไม่ควรวางมุมอับ หรือ
ชิดก าแพง เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ลดความร้อนภายในเครื่อง
 ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้บนโต๊ะ จะดีกว่าวางใต้โต๊ะหรือวางกับพื้น เพราะพื้นจะมีฝุุน

มากกว่า หรือ ระหว่างการใช้งาน ขาอาจไปกระแทกกับเครื่อง ท าให้เกิดความเสียหายได้ง่าย

 ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ห่างจากแหล่งสนามแม่เหล็ก เพื่อปูองกันการเสียหายของ

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
 ไม่ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ใกล้หน้าต่างที่มีแสงแดดและฝนสามารถเข้าถึงได้ เพราะจะ

ท าให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เสียหายได้


2. ความสะอาดภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

 ควรดูแลเช็ดท าความสะอาด ขจัดฝุุนละออง เส้นผม ใยแมงมุง ที่เกาะอยู่ตามเครื่อง หรือรู

ระบายความร้อนออกของฝาเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้มีทางระบายความร้อนกระจายออกได้ด ี


3. สิ่งผิดปกติของอุปกรณ์ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์

 ได้กลิ่นไหม้

 ตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บวม มีน้ ายาไหลออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์

 พัดลมระบายความร้อน ยังหมุนดีอยู่หรือไม่ ถ้าหยุดหมุน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เปลี่ยนทันที


4. อื่นๆ

 ไม่ควรเคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือถอดสายใดๆ ที่เชื่อมต่อกับเครื่องในขณะที่ก าลัง
เปิดใช้งานอยู่

 ไม่ควรน าน้ า กาแฟ หรือของเหลวอื่นๆ มาตั้งใกล้เครื่อง เพราะสิ่งเหล่านี้อาจท าให้เครื่อง

ได้รับความเสียหายได้

 ไม่ควรเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทันทีหลังจากปิดเครื่อง ให้รอสัก 1 นาทีจึงเปิดเครื่องใหม่
เพราะกระแสไฟอาจท าให้เครื่องคอมพิวเตอร์เสียหายได้

112





 ไม่ควรปิดเครื่องโดยกดปุุม Power เพราะจะท าให้โปรแกรมหรือไฟล์ที่ก าลังท างานเสียหาย

ได้ วิธีที่ถูกต้อง คือ ควรใช้ค าสั่งปิด (Shutdown/Turn off) ผ่านวินโดว ์

 ไม่ควรวางสิ่งของปิดกั้นช่องระบายอากาศของจอภาพและเครื่องคอมพิวเตอร์

 ควรใช้อุปกรณ์ที่ช่วยส ารองกระแสไฟฟูาและรักษาระดับแรงดันของไฟฟูาให้คงที่ เช่น UPS
เพื่อปูองกันไฟกระชากในกรณีที่เกิดไฟฟูาดับกะทันหัน

 ควรเปิดใช้โหมดประหยัดพลังงาน เพื่อถนอมอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ และ

ประหยัดค่าไฟ เช่น เมื่อไม่ใช้เมาส์ หรือ คีย์บอร์ดระยะหนึ่งให้ปิดหน้าจอ หรือเข้าโหมด Standby


7.2.2 ด้านซอฟต์แวร์ (Software) หรือ โปรแกรมที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์

1. การลงโปรแกรม
 ควรลงโปรแกรมเฉพาะที่ใช้ ถ้าลงโปรแกรมมากๆ จะท าให้เครื่องอืด หรือ เครื่องค้างไปเลย

โปรแกรมไหนไม่ได้ใช้ ให้ Uninstall ออก

2. การเก็บข้อมูล

 ควรเก็บข้อมูล เอกสาร ไฟล์ต่างๆ แนะน าให้เก็บไว้ไดร์ฟอื่น ที่ไม่ใช่ไดร์ฟซี (Drive C)

 ควรดูแลให้ไดร์ฟซี (Drive C) มีพื้นทีเหลือพอส าหรับวินโดว์ท างานได้ โดยเฉพาะโปรแกรม
จ าพวกเกมส์ กินพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์เยอะ จนท าให้วินโดว์ท างานไม่ได ้

3. รู้จักสังเกตโปรแกรมแปลกๆ

 โปรแกรมแปลกๆ ที่ไม่เคยเห็นในเครื่องแต่แรก ให้ Uninstall ออก

 ควรอ่าน หรือ ดูให้ดี ก่อนคลิกตอบรับ ไม่ควรคลิก Next Yes OK แบบไม่ได้อ่าน หรือ อ่าน



ไม่เขาใจ แปลไม่ออก ให้กด Cancel ดีกวา เพราะจะได้โปรแกรมที่ติดมาโดยที่เราไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเขา

เวบยอดฮิต อาจติดไวรัส สปายแวร์ หรือโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์เข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์
4. ติดโปรแกรมป้องกันไวรัส สปายแวร์

 ควรติดตั้งโปรแกรมปูองกันไวรัส/สปายแวร์ และอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสอยู่เสมอ
5. การดูแลและบ ารุงรักษาระบบขั้นพื้นฐาน ควรท าให้สม่ าเสมอ จะท าให้การใช้งานโปรแกรม

ไม่อืด ไม่ช้า

 ควรลบขยะบนฮาร์ดดิสก์ (Disk Cleanup) สม่ าเสมอ

 ควรตรวจสอบสภาพฮาร์ดดิสก์ (Check Disk) สม่ าเสมอ

 ควรจัดเรียงข้อมูลเพื่อเร่งความเร็วในการอ่านข้อมูล (Disk Defragmenter) สม่ าเสมอ
 ควรท าส ารองข้อมูลและไฟล์ระบบวินโดว์ (System Restore) สม่ าเสมอ

113





7.2.3 ด้านผู้ใช้งาน (People ware) หรือ ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์
1. อ่าน

 ควรอ่านสักนิด ก่อนคลิกอะไร จะได้รู้ว่าต้องท าอะไรบ้าง หรือให้ถามจากผู้รู้ก็ยังดี

2. อารมณ ์

 ไม่ควรเคาะคีย์บอร์ดแรงๆ กระแทกเมาส์แรงๆ หรือดับเบิ้ลคลิกเมาส์ถี่ๆ เพราะไม่ได้ช่วยท า
ให้เครื่องท างานเร็วขึ้น แต่จะท าให้ช้ามากขึ้นถึงขั้นเครื่องค้างเลย

3. ท าโดยไม่รู้ หรือ ท ามั่ว

 ไม่ควรไม่รู้แล้วมั่ว โดยเฉพาะเรื่องการเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม ก่อนใช้งานควรอ่านคู่มือสักนิด

เช่น ช่องเสียบใส่ไม่เข้า ก็พยายามฝืนดันเข้าไป

 การดาว์นโหลดโปรแกรมจากเว็บไซต์ ต้องระวังให้มาก
4. จัดระเบียบเอกสาร

 ควรจัดโฟลเดอร์และเอกสารที่ใช้งานให้เป็นระเบียบ จะช่วยประหยัดเวลา และท างานได้เร็ว

ยิ่งขึ้น เพราะเวลาในการหาไฟล์เอกสารต่างๆ ก็สะดวกมากขึ้น เครื่องก็ท างานเบาลง

7.2.4 การดูแลและบ ารุงรักษาระบบขั้นพื้นฐาน
7.2.4.1 Disk cleanup




Disk cleanup คอ หนึ่งในโปรแกรม ส าหรับใชบ ารุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ใชใน


การท าความสะอาด Hard disk โดยลบไฟล์ต่างๆ ที่ไม่จ าเป็นออก เชน ไฟล์ Temporary รวมไปถง ไฟล์
อินเตอร์เน็ตต่างๆ ที่เก็บไว้ใน Cache ของ browser เพื่อให้ Hard disk ของเครื่องคอมพิวเตอร์มีเนื้อที่เหลือ
ในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น ท างานได้เร็วมากขึ้น เนื่องจากมีพื้นที่เหลือว่างส า หรับการจัดการข้อมูลต่างๆ ควรท า
Disk Cleanup กับเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจ า ประมาณ 1 ครั้งต่อสัปดาห์




























ภาพที่ 7.9 ภาพโปรแกรม Disk cleanup

114





Disk Cleanup เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่มีมาให้ใน Windows ใช้ส าหรับการท าความสะอาดฮาร์ดดิสก์ หรือ

เรียกง่าย ๆ ก็คือใช้ส าหรับลบไฟล์ต่าง ๆ ที่ไม่จ าเป็นในการใช้งานทิ้ง เพื่อให้ฮาร์ดดสก์ของเครื่องคอมพิวเตอร์
มีเนื้อที่เหลือใช้งานเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรที่จะท าการสั่งโปรแกรม Disk Cleanup เป็นประจ า อาจจะสัก

ประมาณสัปดาห์ละครั้ง

7.4.2.2 Check Disk




Check Disk คอ การตรวจสอบความผิดปกติของฮาร์ดดิสก์ วธการเรียกใชงานโปรแกรม

Check Disk
1. เปิด My Computer กด Right-Click ที่ Drive ที่ต้องการตรวจสอบ เช่น C:\ เลือกเมนู
"Properties..."

2. คลิกที่ Tools จะปรากฏหน้าจอตามรูป ในส่วนของ Error-checking ให้ท่านคลิกที่
"Check now..."

3. ท าเครื่องหมายถกที่ " Scan for and attempt recovery of bad sectors" จากนั้น

คลิก Start เพื่อเริ่มการตรวจสอบและแก้ไข" หลังจากตรวจสอบแล้ว หากพบข้อผิดพลาดใดก็ตามก็จะถูกแก้ไข
ให้อัตโนมัติ

หมายเหตุ ขณะที่ท าการ Scan Disk ไม่ควรเปิดโปรแกรมใด ๆ







































ภาพที่ 7.10 ภาพโปรแกรม Check Disk

115





7.2.4.3 Defragment


Defragment คอ การจัดขอมูล ต่างๆ ที่บันทึก ลงไปใน ฮาร์ดดิสก์ ให้เป็นระเบียบ

เนื่องจาก เมื่อมีการ ติดตั้งโปรแกรม Save หรือ Delete ข้อมูลใหม่ๆ ลงไป ข้อมูลเหล่านี้ จะถกจัดเก็บ อย่าง
กระจัดกระจายในฮาร์ดดิสก์ ซึ่งนั่นจะท าให้ การท างานของเครื่อง ช้าลงเนื่องจาก การอ่านข้อมูล ต้องกระโดด
ขาม ไป-มา ในแต่ละส่วน ของดิสก์ ที่แยกกระจายกันนั้น เพียงเพื่ออ่านขอมูล ที่ต้องการไฟล์เดียว การใช้





โปรแกรม Defragmenter นั้น จะชวยให้ ขอมูลเหล่านี้ เป็นระเบียบ ด้วยการ จัดเอา ขอมูลของโปรแกรม
และไฟล์ต่างๆ ให้อยู่รวมกัน อย่างเป็นหมวดหมู่ อันส่งผลให้ ฮาร์ดดิสก์ เรียกหาขอมูล ได้รวดเร็ว แก้ปัญหา

เครื่องโหลดเข้าโปรแกรมนาน หรือเครื่องชาได้ การท า Disk Defragment นี้ ควรท า อย่างน้อย เดือนละ 1

ครั้ง เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์ ของคุณ มีระเบียบ อยู่ตลอด รวมทั้ง หากคณ ได้มีการติดตั้ง โปรแกรม ใหม่ๆ ลงไป ก็

ควร ท าการ Defragment ด้วย








































ภาพที่ 7.11 ภาพโปรแกรม Defragment

116





ใบงาน 7.1

หน่วยที่ 7 การแก้ไขปัญหา และบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์ตามข้อก าหนด


ค าชี้แจง : ให้นักเรียนตอบค าถามต่อไปน ี้

1. อธิบายการแก้ปัญหาที่เกิดจากการท างานของคอมพิวเตอร์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
2. จงบอกสาเหตุที่ท าให้เครื่องคอมพิวเตอร์เกิดความเสียหาย

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...


3. จงบอกวิธการท าความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
4. จงบอกสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

5. การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ แบ่งออกเป็นกี่ด้าน…………..อะไรบ้าง…………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. จงบอกการบ ารุงรักษา ด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware) ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
7. จงบอกประโยชน์ของโปรแกรมดังต่อไปนี้ Disk cleanup, Check Disk และ Defragment

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...

117





ใบงาน 7.2

หน่วยที่ 7 เรื่องการแก้ไขปัญหา และบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์ตามข้อก าหนด


ค าชี้แจง : ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่มละไม่เกิน 3 คน ปฏิบัติใช้งานโปรแกรมตามหัวข้อที่ก าหนด อย่างถูกต้องตาม

ขั้นตอนในระยะเวลาที่ก าหนด ดังนี้


1. โปรแกรม Disk cleanup

2. โปรแกรม Check Disk
3. โปรแกรม Defragment

118





บทสรุป






ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณที่เขามามีบทบาทกับคนทุกวยไม่วาจะเป็นเด็กที่อยู่ในวยเรียน
ผู้ใหญ่ที่ใชในการท างานหรือแม้แต่ผู้สูงวยที่ใชคอมพิวเตอร์ในการท างานเชนการพิมพ์รายงาน จดหมาย




อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายแต่เมื่อใช้คอมพิวเตอร์ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมช ารุดไป
ตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งาน ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบ ารุงรักษา อย่างเหมาะสมสม่ าเสมอ
เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถประหยัดงบประมาณในการซ่อมบ ารุงหรือ
การเปลี่ยนอุปกรณ ์
วิธีดูแลรักษาคอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความส าคัญอย่างมากส าหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์


เพราะถ้าขาดการดูแลที่ดีก็จะท าให้ประสิทธิภาพการท างานของคอมพิวเตอร์ลดลง ส่งผลถงการประมวลผล







ขอมูลต่างๆ ชาลง การใชงานคอมพิวเตอร์จะหน่วง หรือเรียกวาการท างานไม่เสถยร และถายังฝืนใชงาน
คอมพิวเตอร์ที่เกิดปัญหาอย่างต่อเนื่องก็อาจจะท าให้คอมพิวเตอร์เสียหายได้ ดังนั้น ต้องเรียนรู้วธดูแลรักษา


คอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธีในเบื้องต้น โดยสามารถท าได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง เพียงแค่นี้ก็จะช่วยยืดระยะเวลาในการ
ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างแน่นอน

จุดประสงค์
1. อธิบายการแก้ปัญหาที่เกิดจากการท างานของคอมพิวเตอร์
2. ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะท างานทั้งภายในและภายนอก

3. บอกวิธีการบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์
4. ลงมือปฏิบัติบ ารุงรักษาคอมพิวเตอร์



เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์

1. ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์
2. เครื่องโปรเจคเตอร์

3. อุปกรณ์และเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

4. เครื่องมือท าความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์
5. โปรแกรมแก้ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์เบื้องต้น

6. เอกสารใบงานที่ 7.1
7. เอกสารใบงานที่ 7.2

119





บรรณานุกรม



อ.เอกพันธุ์ ค าปัญโญ, การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์. กรุงเทพฯ : ซัคเซส มีเดีย,
2558.


โอภาส เอี่ยมสิริวงศ, การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2558.



สุทธิพันธุ์ แสนละเอียด, ติดตั้งและแก้ปัญหา ฉบบช่างคอมมืออาชีพ (2017). นนทบุรี : ไอดีซี, 2559.


พรรพรรณ โสภาพล, การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์. นนทบุรี : ศูนย์หนังสือเมืองไทย,
2558.


อัมรินทร์ เพ็ชรกุล, ช่างคอม ประกอบ ติดตงและแก้ปัญหาเครื่อง Windows 10 และ Windows8.1/7
ั้
ฉบบผู้เริ่มต้น. กรุงเทพฯ : รีไวว่า, 2559.


พันจันทร์ ธนวัฒนเสถียร, ช่างคอม ประกอบ ติดตั้งและแก้ปัญหาเครื่องส าหรับผู้เริ่มต้น. กรุงเทพฯ : ซิมพลี

ฟาย,2557.


ปัญจนี วิทยสัมพันธ, คอมพวเตอร์และการบ ารุงรักษา. นนทบุรี : ศูนย์หนังสือเมืองไทย, 2558.


ระวีพรรณ จิตต์มนัส, การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์. วิทยาลัยเทคนิคประจวบคีรีขันธ์

: ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, 2558.


วิศรุต ไวโสภา, หลักการระบบคอมพิวเตอร์. วิทยาลัยเทคนคท่าหลวงซิเมนต์ไทยอนุสรณ, 2563


ธรรมนูญ ผันอากาศ, การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์. วิทยาลัยอาชีวศึกษาร้อยเอ็ด :

ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, 2559.


Click to View FlipBook Version