The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มวิจัย นายอาทิตย์ คำมะณี 068

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by อาทิตย์ คำมะณี, 2023-02-02 02:31:31

วิจัยในชั้นเรียน

เล่มวิจัย นายอาทิตย์ คำมะณี 068

47 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/5 โรงเรียนสมุทรสาคร วิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่กำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 44 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 1. แผนการจัดการเรียนรู้ มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 1. ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ สาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดชั้นปี (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2) และประเภทของการเรียนรู้คำศัพท์ 2. ศึกษาขั้นตอนการจัดการเรียนรูแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD เพื่อพัฒนาการ เรียนรู้คำศัพท์ของนักเรียน 3. ศึกษาหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ (TEAM UP) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4. หัวข้อที่สอดคล้องกับบทเรียนในหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ (TEAM UP) ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 5. ดำเนินการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โดยนำเนื้อหาจาก หนังสือเรียนภาษาอังกฤษ (TEAM UP) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้แก่ Animals, The weather และ Jobs มาใช้ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ทั้งหมด 3 แผน ใช้เวลาสอนทั้งหมด 150 นาที ดังนี้ 5.1 แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง Animals ใช้เวลา 50 นาที


48 5.2 แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง The weather ใช้เวลา 50 นาที 5.3 แผนการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง Jobs ใช้เวลา 50 นาที มีขั้นตอนในการหาคุณภาพ ดังนี้ 1. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านพิจารณาตรวจสอบ คุณภาพและความถูกต้องของแผนการจัดการเรียนรู้ 2. จัดทำแบบประเมินดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินพร้อมให้ ข้อเสนอแนะ โดยกำหนดคะแนนความเห็นดังนี้ +1 เห็นด้วย ว่าบทเรียนและแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพตามประเด็นที่กำหนด 0 ไม่แน่ใจ ว่าบทเรียนและแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพตามประเด็นที่กำหนด -1 ไม่เห็นด้วย ว่าบทเรียนและแผนการจัดการเรียนรู้มีคุณภาพตามประเด็นที่กำหนด 3. นำคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่ประเมินมาหาค่าเฉลี่ยสำหรับข้อคำถาม แต่ละข้อ หากข้อคำถามมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5-1.00 ถือว่าไว้ใช้ได้ แต่ข้อคำถามที่มีค่า IOC ต่ำ กว่า 0.5 ถือว่าใช้ไม่ได้ จากนั้นนำข้อที่ได้คะแนนต่ำกว่า 0.5 มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 4. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน มา ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ 5. นำแผนการจัดการจัดการเรียนรู้ที่ได้ปรับปรุงแล้ว มาให้อาจารย์ตรวจสอบความ ถูกต้องอีกครั้ง แล้วนำแผนการจัดการเรียนรู้ไปจัดพิมพ์ เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล 1. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 1. กำหนดจุดประสงค์ของแบบทดสอบ


49 2. สร้างข้อกำหนดในการสร้างแบบทดสอบ (Test Specification) ได้แก่ 2.1 วัตถุประสงค์ของแบบทดสอบ 2.2 รายละเอียดของผู้ทำแบบทดสอบ 2.3 ระดับของแบบทดสอบ 2.4 ทักษะทางภาษาที่วัด 2.5 จำนวนข้อสอบ 2.6 ระยะเวลาในการทำแบบทดสอบ 2.7 ประเภทของแบบทดสอบ 2.8 รายละเอียดของแบบทดสอบและสิ่งที่ผู้ทำแบบทดสอบต้องทำ 2.9 เกณฑ์ในการให้คะแนน วัตถุประสงค์ของแบบทดสอบ เพื่อวัดความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ รายละเอียดของผู้ทำ แบบทดสอบ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่กำลังเรียนวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 44 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) ระดับของแบบทดสอบ แบบทดสอบอยู่ในระดับ A1 และเป็นข้อสอบ Multiple choice ทักษะทางภาษาที่วัด 1. นักเรียนเข้าใจความหมายของคำศัพท์ 2. นักเรียนสามารถจำคำศัพท์เหล่านั้นได้ 3. นักเรียนสามรถนำคำศัพท์ไปใช้ได้อย่างถูกต้อง


50 จำนวนข้อสอบ แบบทดสอบ Multiple choice ทั้งหมด 3 เรื่อง เรื่องละ 10 ข้อ รวมทั้งหมด 30 นาที ระยะเวลาในการทแบบทดสอบ เรื่องละ 10 นาที รวม 30 นาที ประเภทของแบบทดสอบ Multiple Choice รายละเอียดของแบบทดสอบ และสิ่งที่ผู้ทำแบบทดสอบต้อง ทำ รายละเอียดของแบบทดสอบ 1. เป็นข้อสอบ Multiple Choice จำนวน 30 ข้อ มี 3 ตัวเลือก 2. ข้อสอบแบ่งออกเป็น 3 ตอน 2.1 Animals จำนวน 10 ข้อ - วัดความเข้าใจของคำศัพท์ (Word meaning) 10 ข้อ 2.2 The weather จำนวน 10 ข้อ - วัดความเข้าใจของคำศัพท์ (Word meaning) 10 ข้อ 2.3 Jobs จำนวน 10 ข้อ - วัดความเข้าใจของคำศัพท์ (Word meaning) 10 ข้อ สิ่งที่ผู้ทำแบบทดสอบต้องทำ 1. ผู้ทำแบบทดสอบต้องอ่านคำสั่งของแบบทดสอบให้เข้าใจ และ เขียน ชื่อ-นามสกุล ชั้น และเลขประจำตัว ที่มุมบนด้าน ขวามือของแบบทดสอบ 2. ผู้ทำแบบทดสอบอ่านเนื้อหาจากสื่อการเรียนการสอนที่กำหนดให้ (สื่อสภาพจริง) ได้แก่ Animals, The weather และ Jobs


51 3. จากนั้นทำแบบทดสอบ Multiple Choice โดยเลือกคำตอบเพียง 1 ตัวเลือก จาก 3 ตัวเลือก ลงในแบบทดสอบที่เตรียมไว้ให้ จำนวน 3 ตอน ตอนละ 10 ข้อ รวมทั้งสิ้น 30 ข้อ 4. หลังจากทำแบบทดสอบเสร็จให้ผู้ทำแบบทดสอบตรวจทานความ ถูกต้อง เกณฑ์ในการให้คะแนน ข้อสอบแบ่งออกเป็น 3 ตอน Animals จำนวน 10 ข้อ - วัดความเข้าใจของคำศัพท์ (Word meaning) 10 ข้อ ข้อ ละ 1 คะแนน The weather จำนวน 10 ข้อ - วัดความเข้าใจของคำศัพท์ (Word meaning) 10 ข้อ ข้อ ละ 1 คะแนน Jobs จำนวน 10 ข้อ - วัดความเข้าใจของคำศัพท์ (Word meaning) 10 ข้อ ข้อ ละ 1 คะแนน 3. เขียนข้อสอบให้ตรงกับทักษะทางภาษาที่ต้องการจะวัด 4. ตรวจทานความถูกต้องของข้อสอบว่าควรแก้ไขตรงส่วนใด 5. แก้ไขข้อบกพร่องที่เจอในแบบทดสอบ 6. ดำเนินการจัดพิมพ์ข้อสอบ


52 มีขั้นตอนในการหาคุณภาพ ดังนี้ 1. นำแบบทดสอบที่จัดทำขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พิจารณาตรวจสอบคุณภาพ และความถูกต้องของแบบทดสอบ 2. จัดทำแบบประเมินดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินพร้อมให้ ข้อเสนอแนะ โดยกำหนดคะแนนความเห็นดังนี้ +1 เหมาะสม ว่าแบบทดสอบวัดตรงจุดประสงค์ที่กำหนด 0 ไม่แน่ใจ ว่าแบบทดสอบวัดตรงจุดประสงค์ที่กำหนด -1 ไม่เหมาะสม ว่าแบบทดสอบวัดตรงจุดประสงค์ที่กำหนด 3. นำคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่ประเมินมาหาค่าเฉลี่ยสำหรับข้อคำถาม แต่ละข้อ หากข้อคำถามมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5-1.00 ถือว่าไว้ใช้ได้ แต่ข้อคำถามที่มีค่า IOC ต่ำ กว่า 0.5 ถือว่าใช้ไม่ได้ จากนั้นนำข้อที่ได้คะแนนต่ำกว่า 0.5 มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 4. นำแบบทดสอบที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน มาปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ 5. นำแบบทดสอบที่ได้ปรับปรุงแล้ว มาให้อาจารย์ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง แล้วนำแบบทดสอบไปจัดพิมพ์ 2. แบบประเมินความพึงพอใจ มีขั้นตอนในการสร้าง ดังนี้ 1. กำหนดวัตถุประสงค์ของการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจ 2. ระบุเนื้อหาหรือประเด็นหลักที่จะถามให้ครอบคลุมวัตถุประสงค์ที่จะประเมิน 3. ร่างแบบประเมิน ข้อคำถาม จำนวน 18 ข้อ โดยแบ่งแบบประเมินออกเป็น 3 ตอน คือ


53 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ทำแบบประเมิน ตอนที่ 2 ข้อมูลหลักเกี่ยวกับเรื่องที่จะถาม แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น คือ 1. ความพึงพอใจต่อเนื้อหาที่สอน 2. ความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนการสอน 3. ความพึงพอใจต่อครูผู้สอน ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม โดยมีระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ แต่ละระดับมีเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ 5 หมายถึง มีความพึงพอใจมากที่สุด 4 หมายถึง มีความพึงพอใจมาก 3 หมายถึง มีความพึงพอใจปานกลาง 2 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อย 1 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยที่สุด โดยผู้วิจัยใช้เกณฑ์การประเมินค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจ (บุญชม ศรีสะอาด, 2545, น. 104) ดังนี้ ค่าเฉลี่ยระหว่าง 4.51 – 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ยระหว่าง 3.51 – 4.50 หมายถึง พึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ยระหว่าง 2.51 – 3.50 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.51 – 2.50 หมายถึง พึงพอใจน้อย ค่าเฉลี่ยระหว่าง 1.00 – 1.50 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด


54 4. ตรวจสอบข้อคำถามว่าครอบคลุมเรื่องที่จะวัดตามวัตถุประสงค์หรือไม่ 5. จัดพิมพ์แบบประเมิน มีขั้นตอนในการหาคุณภาพ ดังนี้ 1. นำแบบประเมินความพึงพอใจที่จัดทำขึ้นไปให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พิจารณาว่า แบบประเมินมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่ 2. จัดทำแบบประเมินดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินพร้อมให้ ข้อเสนอแนะ โดยกำหนดคะแนนความเห็นดังนี้ +1 เหมาะสม ว่าข้อคำถามของแบบประเมินนั้นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 0 ไม่แน่ใจ ว่าข้อคำถามของแบบประเมินนั้นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ -1 ไม่เหมาะสม ว่าข้อคำถามของแบบประเมินนั้นสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 3. นำคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน ที่ประเมินมาหาค่าเฉลี่ยสำหรับข้อคำถาม แต่ละข้อ หากข้อคำถามมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5-1.00 ถือว่าไว้ใช้ได้ แต่ข้อคำถามที่มีค่า IOC ต่ำ กว่า 0.5 ถือว่าใช้ไม่ได้ จากนั้นนำข้อที่ได้คะแนนต่ำกว่า 0.5 มาพิจารณาปรับปรุงแก้ไข 4. นำแบบประเมินความพึงพอใจที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน มา ปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ 5. นำแบบประเมินความพึงพอใจที่ได้ปรับปรุงแล้ว มาให้อาจารย์ตรวจสอบความ ถูกต้องอีกครั้ง แล้วนำแบบประเมินความพึงพอใจไปจัดพิมพ์ การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ให้นักเรียนจำนวน 30 คน ทำแบบทดสอบก่อนเรียน 1.1 แบบทดสอบมีทั้งหมด 30 ข้อ เป็นแบบปรนัย 3 ตัวเลือก


55 1.2 ใช้เวลาในการทำแบบทดสอบ 30 นาที 2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น โดยใช้การเรียนรู้ ร่วมมือเทคนิค STAD 2.1 ใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแต่ละครั้ง 50 นาที ต่อ 1 แผนการ จัดการเรียนรู้ โดยแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ มีดังนี้ แผนการจัดการเรียนรู้ การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD 1. Animals การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD มี 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นเตรียมข้อมูล 2. ขั้นจัดทีม 3. ขั้นการเรียนรู้ 4. ขั้นทดสอบ 5. ขั้นประเมินและเผยแพร่ 2. The weather 3. Jobs 3. หลังจากจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครบทั้ง 3 ครั้ง ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน (ข้อสอบชุดเดียวกันกับก่อนเรียน) 4. แจกแบบประเมินความพึงพอใจให้กับนักเรียนทำในคาบสุดท้าย เพื่อสอบถามความพึง พอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนสอนโดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD การวิเคราะห์ข้อมูล วัตถุประสงค์ของวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวม ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อเปรียบเทียบความรู้ คำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและ หลังการเรียนโดยใช้วิธีการ แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา


56 เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนมัธยมศึกษา ปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาคร วิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร (descriptive statistics) หาค่าเฉลี่ย S.D ผลต่าง เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีต่อการ เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา (descriptive statistics) วิเคราะห์ทางสถิติ คือ หาค่าเฉลี่ย, S.D, ร้อยละ


57 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาในครั้งนี้เป็นการใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อการพัฒนาการ เรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัด สมุทรสาคร จำนวน 44 คน เรื่องมือทดลองคือแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STAD แบบทดสอบเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษก่อนเรียนและหลังเรียน เวลาที่ใช้ในการทดลอง 3 ชั่วโมง ผู้วิจัยได้นำเสนอผลการวิจัยออกเป็น 2 ตอน ดังต่อไปนี้ ตอนที่ 1 ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ตอนที่ 2 ผลการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลัง การ ใช้วิธีการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค STAD ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล n แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ̅แทน ค่าคะแนนเฉลี่ย S.D. แทน ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการแจกแจงของที (t-test)


58 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การใช้การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ได้ผล ดังนี้ ตอนที่ 1 ความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ผู้วิจัยได้สร้างแผนการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด 3 แผน แผนละ 50 นาที โดยให้ผ็เชี่ยวชาญดำเนินการประเมินความเหมาะสมด้านเนื้อหา ผลปรากฏดังตาราง แผนที่ เนื้อหา ระยะเวลา ค่าความเหมาะสม ระดับคุณภาพ 1 Animals 50 นาที 5.00 ดีเยี่ยม 2 The weather 50 นาที 4.98 ดีมาก 3 Jobs 50 นาที 4.75 ดีมาก จากตารางข้างต้น พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD มีจำนวนที่หมด 3 แผ่น แผนละ 50 นาที มีผลการประเมินเนื้อหา และค่าความเหมาะสมอยู่ที่ 4.75 – 5.00 คะแนน โดยแผนการเรียนรู้ที่อยู่ใน ระดับคุณภาพดีเยี่ยม มีทั้งหมด 1 แผน และแผนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก มีทั้งหมด 2 แผน


59 ตอนที่ 2 ผลการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลังการใช้วิธีการเรียนรู้แบบ ร่วมมือเทคนิค STAD ผู้วิจัยได้ทำการทดลงและเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้คำศัพท์ของนักเรียนก่อนและ หลังเรียนโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เพื่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่ ผู้วิจัยสร้าง ขึ้นจำนวน 3 หมวด หมวดละ 10 ข้อ รวม 30 ข้อ ข้อละ 1 คะแนน จากนั้นนำผลมาหา ค่าเฉลี่ยและค่าร้อยละของคะแนนจากแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน มาแปรผลค่าคะแนนเฉลี่ย ผล ปรากฎตามตาราง ดังนี้ การทดสอบ ̅ S.D. t ก่อนเรียน 14.54 3.97 6.30 หลังเรียน 18.77 4.64 จากตารางผลการทดลอง พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.54 คะแนน และ 18.77 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเทียบกับคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่า คะแนนสอบของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียน ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานวิจัยที่ตั้งไว้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่เรียนโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD มี ความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ตอนที่ 3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ผู้วิจัยได้ทำการสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาคร


60 วิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร โดยแบบประเมินที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จำนวน 18 ข้อ จากนั้นนำผลที่ได้มาหา ค่าร้อยละของคำตอบ ผลปรากฏดังตาราง รายละเอียด ̅ S.D. แปรผล ความพึงพอใจต่อเนื้อหาที่สอนและสื่อ 1. สื่อการสอนที่ใช้มีความน่าสนใจ 4.41 0.45 มาก 2. เทคนิค STAD ที่นำมาใช้มีความเหมาะสมกับระดับชั้นของ นักเรียน 4.56 0.50 มากที่สุด 3. นักเรียนเกิดการเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากการใช้เทคนิค STAD 4.62 0.49 มากที่สุด 4. สื่อที่นำมาใช้ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้คำศัพท์ 4.53 0.51 มากที่สุด 5. เทคนิค STAD ช่วยพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ของนักเรียนได้ 4.50 0.51 มากที่สุด ความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนการสอน 1. คําอธิบาย คําสั่ง ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ 4.56 0.50 มากที่สุด 2. กิจกรรมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกการทำงานร่วมกันเป็น กลุ่ม 4.47 0.51 มาก 3. กิจกรรมที่ใช้ทำให้นักเรียนมีความกล้าแสดงออกมายิ่งขึ้น 4.63 0.49 มากที่สุด 4. บรรยากาศในการทำงานมีความเป็นกันเอง 4.44 0.50 มาก 5. นักเรียนพึงพอใจต่อการจัดกลุ่มของครูผู้สอน 4.47 0.51 มาก 6. รู้สึกสนุกสานในการเรียนรู้คำศัพท์ 4.29 0.52 มาก ความพึงพอใจต่อครูผู้สอน 1. ครูผู้สอนมีการเตรียมความพร้อม เตรียมการสอน 4.41 0.45 มาก 2. ครูผู้สอนสามารถควบคุมอารมณ์ในขณะสอนได้ 4.45 0.49 มาก 3. ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการ ชั้นเรียน และแก้ปญ หาในชั้นเรียน 4.57 0.47 มากที่สุด 4. ครูผู้สอนมีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติปฏิบัติตัวเป็น แบบอย่างที่ดี 4.43 0.54 มาก 5. บุคลิกภาพโดยรวมของครูผู้สอน 4.43 0.54 มาก


61 6. ครูผู้สอนมีความตรงต่อเวลา 4.42 0.54 มาก 7. ครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา 4.43 0.54 มาก รวม 4.49 0.51 มาก จากจากตารางผลการทดลอง พบว่า ผลการวิเคราะห์การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง การ พัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD โดยภาพรวม นักเรียนมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (̅= 4.49, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจโดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ ดังนี้ สื่อที่นำมาใช้ทำให้ง่าย ต่อการเรียนรู้คำศัพท์ (̅= 4.53, S.D. = 0.51) คําอธิบาย คําสั่ง ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ(̅= 4.56, S.D. = 0.50) และครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการ ชั้นเรียน และแก้ปญหาในชั้นเรียน (̅ = 4.57, S.D. = 0.47) ตามลำดับ


62 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อศึกษาประสิทธิภาพกิจกรรมการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค STAD มีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1) เพื่อเปรียบเทียบความรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนและหลังการ เรียนโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีต่อการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สรุปผลการวิจัย 1. ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สมุทรสาครวิทยาลัย มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.54 คะแนน และ 18.77 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อ เทียบกับคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่า คะแนนสอบของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2. ผลการวิเคราะห์การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สมุทรสาครวิทยาลัย ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD โดยภาพรวมนักเรียนมีระดับความพึง พอใจอยู่ในระดับมาก (̅= 4.49, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึง พอใจโดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ ดังนี้ สื่อที่นำมาใช้ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้คำศัพท์ (̅ = 4.53, S.D. = 0.51) คำอธิบาย คำสั่ง ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ(̅= 4.56, S.D. = 0.50) และ ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการชั้นเรียน และแก้ปญหาในชั้นเรียน (̅= 4.57, S.D. = 0.47) ตามลำดับ


63 อภิปรายผล การพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสมุทรสาครวิทยาลัย จังหวัดสมุทรสาคร ผู้วิจัยมี สาระสำคัญที่จะอ๓ปรายผล ดังนี้ 1. ผลการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สมุทรสาครวิทยาลัย มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.54 คะแนน และ 18.77 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อ เทียบกับคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่า คะแนนสอบของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แสดงว่า การพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ทำให้ผู้เรียน มีการเรียนรู้คำศัพท์ที่ดีขึ้น นักเรียนมีความสามารถในการเรียนรู้คำศัพท์หลังจากการใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ STAD ซึ่งมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า การใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ STAD ช่วยในนักเรียนเกิดการเรียนรู้คำศัพท์ได้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้วิจัย 2. ผลการวิเคราะห์การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน สมุทรสาครวิทยาลัย ที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง การพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD โดยภาพรวมนักเรียนมีระดับความพึง พอใจอยู่ในระดับมาก (̅= 4.49, S.D. = 0.51) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนมีความพึง พอใจโดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับ ดังนี้ สื่อที่นำมาใช้ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้คำศัพท์ (̅ = 4.53, S.D. = 0.51) คำอธิบาย คำสั่ง ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ(̅= 4.56, S.D. = 0.50) และ ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการชั้นเรียน และแก้ปญหาในชั้นเรียน (̅= 4.57, S.D. = 0.47) ตามลำดับ สื่อที่นำมาใช้ทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้คำศัพท์ (̅= 4.53, S.D. = 0.51) พบว่า เทคนิค STAD นั้นเป็นกิจกรรมการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนภายในกลุ่มมีบทบาทการเรียนรู้ที่ ต่างกัน และทำให้นักเรียนเกิดความร่วมมือ ช่วยเหลือกันและกันภายในกลุ่ม และสื่อการสอนที่ครูใช้


64 ในการจัดการเรียนการสอนนั้นง่ายต่อการเรียนรู้คำศัพท์ของนักเรียนจึงทำให้นักเรียนเกิดการ พัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ของตนเอง คำอธิบาย คำสั่ง ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ(̅= 4.56, S.D. = 0.50) พบว่า ในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ STAD มีคำอธิบาย คำสั่ง ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ จึงทำให้นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มได้อย่าง ราบรื่น ครูผู้สอนมีความสามารถในการจัดการ ชั้นเรียน และแก้ปญหาในชั้นเรียน (̅= 4.57, S.D. = 0.47) พบว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ STAD ครูสามารถจัดบรรยากาศในชั้นเรียนได้ดี และสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ เมื่อนักเรียนมีข้อ สงสัยครูสามารถช่วยเหลือนักเรียนได้ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกคนเท่าๆ กันโดยการ สังเกตเวลาทำงานร่วมกับเพื่อน และยังคอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ จากการศึกษาในครั้งนี้ ผู้ศึกษาพบปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนและเพื่อศึกษาในครั้งจ่อไป ดังนี้ 1. ครูต้องกำหนดเวลาที่ชัดเจน เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความพยายามและสนใจในการ เรียนรู้เพิ่มมากขึ้น 2. เนื้อหาที่นำมาสอนต้องเหมาะสมกับระดับของนักเรียนไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป จะช่วยให้ นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ ไม่คลุมเครือ เพราะนักเรียนอาจเกิดความสับสน และควร มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ข้อความไม่มากจนเกินไป 3. ครูควรให้คำแนะนำแนวทางในการเรียนรู้ของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้นและพูดชื่นชมหรือให้ กำลังใจนักเรียนบ่อยๆ เพื่อให้นักเรียนมีความมั่นใจและพัฒนาตนเองอย่างมีคุณภาพ


65 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ในการแบ่งกลุ่มนักเรียนครูจะต้องให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกๆคน เพื่อให้นักเรียนเกิด ความสนใจและกระตือรือร้นที่จะเรียน 2. ครูควรออกแบบข้อคำถามจากง่ายไปยาก ให้เหมาะสมกับระดับชั้นของนักเรียน 3. ในการทำงานกลุ่มของนักเรียนครูจะต้องคอยให้คำปรึกษานักเรียนในทุกๆเรื่องที่นักเรียน เกิดข้อสงสัย


66 บรรณานุกรม ภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑. https://drive.google.com/file/d/1ovh0_hty-0qfwThuWVir0GtTrmBQhQ1/view กรองกาญจน์ มูลไธสง วิจิตรา วงศ์อนุสิทธิ์ และ สาราญ กาจัดภัย. (2564). การพัฒนา กิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง Food and Drink โดยใช้การจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ร่วมกับเกมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร, 13(36), 149-157. https://jci.snru.ac.th/ArticleViewFile?ArticleID=889&FileArticle=889- ArticleTextFile-20210616095420.pdf ฉันทพัฒน์ อุตตะมา. (2555, 19 พฤศจิกายน). การจัดการเรียนรู้แบบ STAD. GotoKnow. https://www.gotoknow.org/posts/553956 นรรัชต์ ฝันเชียร. (2563, 3 พฤศจิกายน). การจัดการเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์. ทรูปลูกปัญญา. https://www.trueplookpanya.com/blog/content/85851/-teametธรารัตน์ เย็นใจราษฎร์. (2557, 25 มิถุนายน). เทคนิคการสอน แบบร่วมมือ (จัดกลุ่ม). https://sites.google.com/site/hxngnithessndeiyw/thekhnikh-kar-sxnbaeb-rwm-mux-cad-klum เพ็ญนภา ตลับกลาง. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธี


67 สอนกิจกรรมเป็นฐานสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดเขียนเขต [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. DSpace JSPUI. http://ithesisir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/2420/1/60254310.pdf ธีร์วรา ปลาตะเพียนทอง. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ด้านคำศัพท์และความ คงทนโดยใช้เทคนิคช่วยจำร่วมกับสมุดภาพ คำศัพท์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 โรงเรียนอนุบาลนครปฐม [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. http://ithesisir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/2748/1/60254304.pdf วิภาดา รักเหล็ก. (2562). บทคัดย่อ การพัฒนาแบบฝึกทักษะการเรียนรู้คำศัพท์ ภาษาอังกฤษ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. เอกสารวิชาการโรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดโพธาวาส). https://www.t4surat.ac.th/files/com_news_download/2021- 07_4bca8ebe91b7668.docx วีรยุทธ จันทร์เหลือง และ อภิราดี จันทร์แสง. (2561). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้การจำ คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้วิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ม ห า ส า ร ค า ม , 207-217. https://rerujournal.reru.ac.th/wpcontent/uploads/2018/03/OK-23-% E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0% B8%97%E0%B8%98- %E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0 %B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8 %AD%E0%B8%87.pdf ศุภมาศ อุปทุม. (2555, 21 มกราคม). Student Team Achievement Division. https://suphamat1236.wordpress.com/student-team-achievementdivision/


68 โศภิตา เสนาธรรม. (2564). การพัฒนาการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจโดยการจัดการ เรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 [วิทยานิพนธ์ มหาบัณฑิต]. http://www.edu.nu.ac.th/th/news/docs/download/2021_06_07_15_07 _11.pdf สิริกาญจน์ สิงห์เสน. (2556). ผลการใช้แบบฝึกทักษะการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3. ระบบคลังข้อมูลวิชาการ BRU. http://dspace.bru.ac.th/xmlui/handle/123456789/2705?show=full เสานาถ ศรีโสภา. (2560). การพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD ประกอบฝึก [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2560/123172/Srisopha%20Yaowanat.p df อาภรณ์ศิริ พลรักษา. (2561). การพัฒนาความสามรถในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษโดย ใช้เกมสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชุมชนเชียงใหม่พัฒนา [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. http://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2561/M126619/Phonraksa%20Apornsir i.pdf


69 ภาษาอังกฤษ Areeya. (2558, 17 กันยายน). การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning). http://giftgt.blogspot.com/2015/09/cooperative-learning.html Daraiati. (2019). The use of students team achievement division (STAD) model in improving the students vocabulary of the first year students of mts. didi labukkang parepare [Master’s thesis]. http://repository.iainpare.ac.id/928/1/14.1300.074.pdf Ishtiaq, M., Ali, Z., & Salem, M. (2017). An Experimental Study of the Effect of Student Teams Achievement Divisions (STAD) on Vocabulary Learning of EFL Adult Learners, Arab World English Journal (AWEJ), 8(3), 356-375. https://dx.doi.org/10.24093/awej/vol8no3.23 Jaturapad Online Class. (2562, 26 ตุลาคม). คุณภาพผู้เรียน. http://www.jaturapad.com/archives/2362 Maidah, T. (2020). The influence of using STAD (student team achievement division) towards student’s vocabulary mastery at the second semester of eighth grade of smpn 6 kotabumi in the academic year 2019/2020 [Master’s thesis]. http://repository.radenintan.ac.id/11348/1/skripsi%20bab%201%262.pd f Naemkhunthod, P. (2561, 14 สิงหาคม). การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ Student Team Achievement Division (STAD). http://045piyaphonnaemkhunthod.blogspot.com/2018/08/studenttea m-achievement-division-stad.html


70 ONLA-OR. (2563, 28 พฤษภาคม). รูปแบบการเรียนการสอนของการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Instructional Models of Cooperative Learning). GotoKnow. https://www.gotoknow.org/posts/677670 Ramadhanti, Y., Yufrizal, H., & Munifatullah, F. (2020). Improving students’ achievement in vocabulary through Students-Teams Achievement Divisions (STAD) at SMPN 8 Bandar Lampung, U-JET, 9(3) , 255-2 6 0 . http://repository.lppm.unila.ac.id/26776/2/20994-50549-1-PB.pdf Sritiwong, U. (2559, 30 สิงหาคม). การเรียนรู้คำศัพท์. KruoiySmartEng. http://kruoiysmarteng.blogspot.com/2016/08/blog-post_88.html Sunarti. (2012). The effectiveness of student teams-achievement divisions (STAD) method to teach vocabulary viewed from students’ english learning interest [Master’s thesis]. https://digilib.uns.ac.id/dokumen/download/25827/NTQ4Mjk=/TheEffectiveness-Of-Student-Teams-Achievement-Divisions-Stad-MethodTo-Teach-Vocabulary-Viewed-From-Students-English-Learning-InterestAn-Experimental-Study-at-the-First-Semester-Students-of-PeskamSTAIN-Samarinda-in-the-Academic-Year-of-20112012-abstrak.pdf Supranee. (2558, 25 กรกฎาคม). ทฤษฎีการเรียนรู้แบบร่วมมือ. http://plasupranee1994.blogspot.com/2015/07/blog-post_88.html Yab, T. (2558, 16 กรกฎาคม). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบSTAD. http://thawanhathai025.blogspot.com/2015/07/stad.html


71 ภาคผนวก


72 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 3 แผน


Lesson Pla Unit: What’s in the zoo? Unit Title: The Animals Strand 1: Language for Communication Standard F1.2 M2/1 : Converse appropriately to exchange information ab situations in daily life. Expected Learning Outcome: Students can understand the meaning and Terminal Objective: To students to memorize the words and be able t Enabling Objectives: 1. To students to practice pronouncing the correct 2. To want students to understand the meaning o 3. To students to memorize the words and be abl Teacher’s Personal Aim: To develop learning skills, student pronun Expected Behavior: Students are responsible and work cooperatively. Language Focus: Skills focused on: Learning vocabulary Function: Match the words with their meanings to Vocabulary lexis on: lion, tiger, bear, rabbit, sheep Grammar: present simple tense Materials: PowerPoint, worksheets, quiz


73 n 1 Date planned to teach: December 6 ℎ , 2022 Time: 50 minutes Class: M.2/5 bout themselves, various matter around them and various d practice the pronunciation of words and teamwork. to use them in practice. t words. of the words correctly. le to use them in practice. ciation of words and work together as a team. the given pictures. p, wolf, pig, horse, elephant, fox


Steps Content Teacher’s A 1. Prepare content (5 minutes) PowerPoint 1. Teacher and stud each other. T: Good morning cl you today? T: I am good. 2. The teacher asks about the animals. T: Do you know ab the world? T: Good, then can y we are going to lea T: Great!! Today we learn about animal


74 Activities Students’ Activities Teaching Aids dents greet lass. How are s the students out animals in you guess what arn about? e are going to ls. 1. The student replied. Ss: Good morning teacher, I’m fine and you? 2. Students answer the question. Ss: dog, cat, ant Ss: Animals Ss: Yes!! - PowerPoint


Steps Content Teacher’s 2. Team up (5 minutes) ⮚ Next, the teacher will arrange groups for 4 students in a mixed group, 1 good, 2 middle and 1 weak, based on the data from the first semester of English language learning results. 3. The teacher ask join the group tha arranged. T: Have the stude sneezing group the provided for the la group has good, m friends together. S teach weak studen average grades ne their peers who ar teach their weak p weak students mu their peers are exp understand?


75 Activities Students’ Activities Teaching Aids ks the students to t has been nts join the e teacher ast class. By each middle, and weak Strong students nts. Students with ed to listen to re good and peers. Finally, ust listen to what plaining. Do you 3. Students join the group and listen to the teacher's explanation. Ss:: Yes


Steps Content Teacher’s 3. Learning (25 minutes) ⮚ After the students have been grouped Before starting the activity, the teacher will teach the students all the vocabulary that will be used to study. Vocabulary: 4. Teacher teachin vocabulary. T: Lion, Tiger, Bear Wolf, Pig, Horse, E T: Do you have an 5. The teacher ask start working in gro T: I will give a wor everyone in the gr each other. T: Do you underst


76 s Activities Students’ Activities Teaching Aids ng students’ r, Rabbit, Sheep, lephant, Fox ny questions? ks the students to oups. rksheet where roup must help tand? 4. Students listen to the teacher teach words and repeat. Ss: Listen and repeat Ss: Students answer questions. 5. Students listen to the teacher explain. Ss: Students answer questions. - PowerPoint - Worksheet


6. Teacher gives st minutes to compl T: I will give you 1 this activity. Do yo


77 tudents 15 lete the activity. 15 minutes to do ou understand? 6. Students do activities at the scheduled time. Ss: Students answer questions.


78


Steps Content Teach 4. Quiz (10 minutes) The next activity is an individual test. - Quiz 7. The teache a test. T: Next, the te students take understand?


79 er’s Activities Students’ Activities Teaching Aids r gave the students eacher will have the the test. Do you 7. Students doing a test. Ss: Yes - Quiz


Steps Content Teacher’s 5. Evaluate (5 minutes) The teacher summarizes the lesson. After the students take the quiz 8. The teacher sum lesson. T: What did we le T: So, what are th learned today? T: Very good. See


80 s Activities Students’ Activities Teaching Aids mmarizes the arn today? e words that we you next class. 8. Students listen to the teacher summarize the lesson. Ss: animals Ss: tiger, lion, sheep, fox, elephant Ss: thank you teacher.


Evaluation: Teachers assess students by having students take quizzes, in 1. Students can pronounce the words correctly more than 8 wor 2. Students can tell the meaning of words more than 8 words ou 3. Students memorize and apply more than 7 words out of 10 w Content Number of quest 1. pronounce the words correctly 10 2. tell the meaning of words 10 3. memorize and apply 10 After Teaching Notes The Teaching outcome: ___________________________________ ______________________________________________________________ Problems: _______________________________________________ ______________________________________________________________ Suggestion: ______________________________________________ ______________________________________________________________ Signature ……………………………………………………………………. Class Supervisor …………………………………………………………. Date.……………………………………………………………………………..


81 cluding: rds out of 10 words. ut of 10 words. words in context. ions Criteria Total 8 out of 10 8 out of 10 7 out of 10 ______________________________________________________________ ______________________________________________________________ _____________________________________________________________ ______________________________________________________________ ______________________________________________________________ ______________________________________________________________ Signature ……………………………………………………………………. University Supervisor ..……………………………………………….. Date ..……………………………………………………………………………


Lesson Unit: What’s the weather like? Unit Title: The weather Strand 1: Language for Communication Standard F1.3 M2/3 : Speak and write to express opinions about activitie brief justifications. Expected Learning Outcome Students can understand the meaning and Terminal Objective: To students to memorize the words and be able t Enabling Objectives: 1. To students to practice pronouncing the correc 2. To want students to understand the meaning o 3. To students to memorize the words and be abl Teacher’s Personal Aim: To develop learning skills, student pronun Expected Behavior: Students are responsible and work cooper Language Focus: Skills focused on: Learning vocabulary Function: Match the words with their mean Vocabulary lexis on: The weather vocabul Grammar: present simple tense Materials: Flash cards, quiz


82 Plan 2 Date planned to teach: December 13th, 2022 Time: 50 minutes Class: M.2/5 es or various matters around them and experiences, as well as provide d practice the pronunciation of words and teamwork. to use them in practice. t words. of the words correctly. le to use them in practice. ciation of words and work together as a team. ratively. nings to the given pictures. lary: Sunny, Cloudy, Windy, Hot, Cold, Rainy, Snowy, Strom, Dry, Foggy


Steps Content Teacher’s 1. Prepare content (8 minutes) 1. Teacher and students greet each other. 2. The teacher asks the students about the animals. 1. Teacher and stu other. T: Good morning c you today? T: I am good. 2. The teacher ask about the animals T: Do you think w weather like today T: Good, then can we are going to le T: Great!! Today w learn about the w


83 s Activities Students’ Activities Teaching Aids udents greet each class. How are ks the students s. hat is the y? n you guess what earn about? we are going to weather. 1. The student replied. Ss: Good morning teacher, I’m fine and you? 2. Students answer the question. Ss: hot / sunny / warm Ss: the weather Ss: Yes!!


Steps Content Teacher’s 2. Team up (5 minutes) ⮚ Next, the teacher will arrange groups for 4 students in a mixed group, 1 good, 2 middle and 1 weak, based on the data from the first semester of English language learning results. 3. The teacher ask join the group tha arranged. T: Have the stude sneezing group th provided for the l group has good, m friends together. S teach weak stude average grades ne their peers who a teach their weak p weak students mu their peers are ex understand?


84 s Activities Students’ Activities Teaching Aids ks the students to at has been ents join the e teacher last class. By each middle, and weak Strong students nts. Students with eed to listen to re good and peers. Finally, ust listen to what plaining. Do you 3. Students join the group and listen to the teacher's explanation. Ss: Yes


Click to View FlipBook Version