The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

๗.-นางสาวอนุศรา พลดงนอก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by social study, 2022-05-22 11:24:36

๗.-นางสาวอนุศรา พลดงนอก

๗.-นางสาวอนุศรา พลดงนอก

๔๑

ตามวัตถุประสงค์ของการประเมิน วิธีนี้ เป็นวิธีการศึกษาที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายที่ใช้
สำหรบั การศกึ ษาในกรณีศกึ ษาเทา่ น้ัน

๒.๒ การสัมภาษณ์ เป็นวิธีการท่ี ผู้ประเมินจะต้องออกไปพูดคุยกับบุคคลนั้นๆ
โดยตรง มีการเตรียมแผนล่วงหน้า เป็นการถามให้ตอบปากเปล่า แต่อาจไม่ได้ข้อมูลที่แท้จรงิ จากผู้ตอบ
เนื่องจากผู้ตอบอาจรูส้ ึกไม่อสิ ระในการตอบ หรือไม่คุ้นเคยกับผู้ถาม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากทีส่ ุด
ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนดำเนินการ สัมภาษณ์ควรลงพ้ืนที่เพือ่ ทำความคุ้นเคยก่อน ให้เกิดความสนิท
สนม และความไวเ้ นือ้ เชื่อใจ ซ่ึงจะช่วยใหไ้ ดข้ ้อมลู ท่ีเป็นจริงมากท่ีสดุ

๒.๓ การใช้แบบสอบถามประมาณค่า เป็นการประเมินโดยใช้เครื่องมือที่เป็นการ
สร้าง ประโยคข้อความต่างๆ ทั้งที่เป็นข้อความทางบวก และข้อความทางลบที่เกี่ยวข้องกับตัวแปร
ที่ต้องการประเมิน โดยให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็น ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อความแต่ละข้อน้นั
โดยใช้มาตรประเมินแบบมาตรประมาณค่า (Rating Scale) ๕ ระดับ ตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert Scale)
เนื่องจากเปน็ วธิ ที ีง่ ่ายและสะดวก สามารถเกบ็ ขอ้ มลู ได้รวดเร็ว

จากการศึกษาลักษณะและวิธีการประเมินความพึงพอใจ จากข้อดีและข้อจำกัดของวิธีการ
ประเมนิ แบบตา่ งๆ จะพบวา่ เครือ่ งมอื และวธิ ีทีเ่ หมาะสมสำหรับการดำเนนิ งานในการประเมินระดับความ
พงึ พอใจ คือวิธีการประเมินดว้ ยการเก็บข้อมูล ด้วยการสอบถาม จากแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า
อันสามารถประเมนิ ความพงึ พอใจไดต้ รงตามวตั ถปุ ระสงค์และประโยชนข์ องการนำไปใช้

๒.๕ งานวจิ ัยท่เี ก่ียวข้อง

วิไลลักษณ์ อิมพุ่ม41 ได้ศึกษางานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์
กับประเทศเพ่ือนบ้าน ที่มีอาณาเขตตดิ ต่อกับไทย ของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ โรงเรียนบ้านปรือ
น้อยโดยใช้ แบบฝึกทักษะทางการเรียน ผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์
เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์กับประเทศ เพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับไทย สูงขึ้นร้อยละ
๘๒.๓๘ ซ่งึ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐

41 วิไลลักษณ์ อิมพุ่ม, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา
และวฒั นธรรม รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ เร่ืองพฒั นาการทางประวตั ิศาสตร์กบั ประเทศเพ่ือนบ้าน ท่มี ีอาณาเขตติดต่อ
กับไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านปรือน้อยโดยใช้แบบฝึกทักษะทางการเรียน,
(ประจวบคีรีขันธ์ : เชาวนปรชี าการพิมพ์, ๒๕๕๘ ), หนา้ ๖๐.

๔๒

กฤษณี สงสวัสด์ิ กฤตกาล ชาร์ลีย์ ฑปภูผา และ สมศักดิ์ เวชแดง42 ได้ศึกษางานวิจัย
เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรยี นไชยาวิทยา โดยใชก้ ิจกรรมการเรยี นรแู้ บบร่วมมือรปู แบบเอสทีเอดี ผลการวจิ ัย
พบว่า กิจกรรมการเรียนรูแบบร่วมมือรูปแบบเอสทีเอดี เรื่องภูมิศาสตรทวีป เอเชีย ภูมิศาสตรทวีป
ออสเตรเลีย และโอเซยี เนยี ท่ีสร้างข้นึ โดยรวมมคี วามเหมาะสมอยูในระดับมากที่สดุ ( ̅= ๔.๗๒. S.D. =
๐.๓๙๖) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวาก่อนเรียน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดบั
๐.๐๑ และความพงึ พอใจของนักเรยี นในการเรียนรูโดยใชกิจกรรมการเรียนรูแบบรวมมอื รูปแบบเอสทีเอดี
อยูในระดับมาก ( ̅ = ๔.๑๐. S.D. = ๐.๒๘๙)

พระมหาอภินันท์ นนทฺ ภาณี (คำหารพล)43 ไดศ้ กึ ษางานวิจัยเรือ่ งการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรยี นโดยใชก้ ารเรียนรเู้ ชิงรกุ สาระหน้าทีพ่ ลเมอื ง ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒ โรงเรียนเทศบาลวัด
ศาลามชี ยั อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการวจิ ัยพบวา่ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นจากการจัดการ
เรียนรู้เชิงรุก สาระหน้าที่พลเมือง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย
อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง คนดีของชุมชน จำนวน ๓ แผนการ
จัดการเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียน ผลการวิจัยดังนี้ ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ̅) = ๑๕.๒๐ หลังเรียนมี
ค่าเฉลี่ย ( ̅) = ๒๔.๔๔ ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ก่อนเรียน = ๒.๗๒๕ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
(S.D.) หลังเรยี น = ๒.๘๙๓ เมือ่ นำไปทดสอบหาคา่ t – test พบว่า ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียน
หลงั เรียนสงู กวา่ ก่อน เรียนอยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ิที่ .๐๕

จุฑามาศ ศรีวิมล44 ได้ศึกษางานวิจัยเร่ือง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวชิ าสังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป โดยใช้สื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book)
ของนกั เรยี นระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ผลการวจิ ัยพบว่า ผลสมั ฤทธท์ิ างเรียนในรายวชิ าวิชาสังคมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม เร่ือง ภมู ิศาสตร์ ทวปี ยุโรป โดยใชส้ ่ือหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส(์ E-book) ของนักเรียน
ช้นั มัธยมศกึ ษาชั้นปีที่ ๒ หลังเรียนสูงกว่ากอ่ นเรยี น อย่างมนี ัยสำคัญจากสถิตทิ ี่ระดับ .๐๑

42 กฤษณี สงสวัสดิ์ กฤตกาล ชาร์ลีย์ ฑปภูผา และ สมศักดิ์ เวชแดง, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนไชยาวิทยา โดยใช้กิจกรรม
การเรียนรูแ้ บบรว่ มมือรูปแบบเอสทเี อดี, (สุราษฎรธ์ านี : มหาวิทยาลัยราชภัฏสรุ าษฎรธ์ าน,ี ๒๕๖๒), หนา้ ๙๒.

43 พระมหาอภินันท์ นนฺทภาณี, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุก สาระหน้าท่ี
พลเมือง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชยั อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช,
(นครศรีธรรมราช : โรงพมิ พน์ ครศรธี รรมราช, ๒๕๖๑), หน้า ๗๕.

44 จุฑามาศ ศรีวิมล, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เรื่อง ภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป โดยใช้สื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-book) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒,
(นครศรีธรรมราช : โรงพมิ พ์นครศรีธรรมราช, ๒๕๖๑), หน้า ๘๙.

๔๓

ผกาวัลย์ นามนัย และ มนตรี วงษ์สะพาน45 ได้ศึกษางานวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น เรื่อง กฎหมายและการดำเนินชีวิต และความสามารถในการแก้ปญั หาอย่างมีวิจารณญาณ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๕ ที่ตั้งไว้ทุกคน โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๔.๓๗ คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๒๔

และนักเรยี นมีคะแนนความสามารถในการแก้ปัญหาอยา่ งมีวิจารณญาณผ่านเกณฑ์ทีต่ ั้งไว้ โดยมีคะแนน
จากแบบวดั การแก้ปญั หาอย่างมวี ิจารณญาณเฉล่ีย เท่ากับ ๔๐.๑๒ คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๒๓ และจากการ
สังเกต พฤติกรรมนักเรียนมพี ฤตกิ รรมการแก้ปัญหาอยา่ งมวี จิ ารณญาณผ่านเกณฑ์ทกุ คน

จากการศึกษางานวิจยั ท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การจะพัฒนาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนให้ผา่ นเกณฑ์ที่กำหนดไว้ รูปแบบกิจกรรมที่นำมามีความสำคญั เป็นอย่างมากในการพฒั นา
ผลสมั ฤทธ์ิของผู้เรยี น ครูผสู้ อนควรเลอื กกจิ กรรมที่เหมาะกบั นักเรยี น

๒.๗ กรอบแนวคดิ งานวิจัย

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จึงได้กำหนดกรอบแนวคิดการวิจัย

ดงั น้นั

ตวั แปรต้น ตัวแปรตาม

การจัดการเรียนการสอน สาระ ๑. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา
การเรียนรู้ที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ เรื่อง เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๔
โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้
ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน ด้วย รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
รูปแบบ Active Learning Learning
ประกอบดว้ ย ๔ ขั้นตอน ดงั น้ี
๒. ความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน
๑. ขัน้ เตรยี มความพร้อม มัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่น
๒. ขั้นปฏบิ ตั งิ านกลุ่ม พทิ ยาลยั ทมี่ ีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบ
การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning
๓. ขน้ั ประยกุ ต์ใช้
๔. ขน้ั ติดตามผล

45 ผกาวัลย์ นามนัย และมนตรี วงษ์สะพาน, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เรื่อง กฎหมายและการ
ดำเนินชีวิต และความสามารถในการแกป้ ญหาอย่างมีวจิ ารณญาณ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้
เชิงรกุ , (มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๖๒), หน้า ๗๓.

๔๔

ภาพท่ี ๒.๑ กรอบแนวคิดงานวจิ ัย

บทที่ ๓

ระเบยี บวธิ กี ารวิจัย

การวิจัย เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ผู้วจิ ยั มีวิธกี าร ดำเนนิ การวจิ ัย ดังนี้

๓.๑ รปู แบบการวิจัย
๓.๒ ประชากรกลุ่มเปา้ หมาย
๓.๓ เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ัย
๓.๔ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
๓.๕ การวเิ คราะหข์ ้อมลู
๓.๖ สถิติที่ใช้ในการวิจยั

๓.๑ รูปแบบการวิจยั

การวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning เป็นงานวจิ ัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยงานวจิ ัยในครง้ั นเี้ คร่อื งมือที่ใช้
คือแผนการจัดการเรียนรู้ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบทางการเรียนก่อนและหลัง
เรียน และแบบประเมินความพึงพอใจ ในการวดั ความพงึ พอใจของนกั เรยี นที่มีตอ่ รปู แบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔/๑ โรงเรยี นพระธาตขุ ามแก่นพิทยาลัย

๓.๒ ประชากรกลมุ่ เปา้ หมาย

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ /๑
ของโรงเรยี นพระธาตขุ ามแกน่ พิทยาลัย ภาคเรยี นท่ี ๒/๒๕๖๔ จำนวน ๒๐ คน เปน็ ชาย ๗ คน เป็นหญิง
๑๓ คน

๔๕

๓.๓ เครอื่ งมือทีใ่ ช้ในการวิจัย

การวจิ ัยในครง้ั นผ้ี ู้วิจยั ได้ใชเ้ ครื่องมอื ในการรวบรวมข้อมูล โดยแบง่ ออกเปน็ ๓ ประเภท ดังนี้
๓.๓.๑ เคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจัย

๑. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการ
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๔/๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรอื่ ง ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจบุ นั จำนวน ๓ แผน ๓ คาบเรยี น (คาบเรยี นละ ๕๐
นาท)ี ดังนี้

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑ เรอ่ื ง หน่วยเศรษฐกจิ
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ ๒ เรื่อง ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบนั
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๓ เรื่อง การกำหนดราคาสินค้า

เครอ่ื งมือทใี่ ชใ้ นการสะท้อนผลแผนการจัดการเรียนรู้
๑) แบบบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เป็นแบบบันทึกเหตุการณ์ที่มี

ลักษณะปลายเปิดที่ผู้สอนใช้บันทึกเหตุการณ์การเรียนการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นจริง โดยมุ่งเน้น
พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนและพฤติกรรมการสอนของผู้สอน โดยการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นตามขั้นตอนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning พิจารณาดวู ่า นกั เรียนเกดิ การเปล่ยี นแปลงในดา้ นใดบ้าง มกี ารตอบสนองต่อการจัดการเรียนรู้
มากเพียงใด ผู้เรียนได้เกิดพฤติกรรม ตามที่มุ่งเน้นในจุดประสงค์รายคาบหรือไม่ เหตุการณ์ทั่วไปในชั้น
เรียนเป็นอยา่ งไร และพบปัญหาหรือ อุปสรรคใดบ้าง ขณะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นการพรรณนาตาม
สภาพจริงที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน และบันทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในชั้นเรียนคาบนั้นๆ แล้วเสร็จ
เปน็ ท่ีเรยี บรอ้ ยแล้ว

๒) แบบบนั ทกึ การสังเกตชั้นเรียน เป็นแบบบันทึกท่มี ลี กั ษณะปลายเปดิ เพื่อให้
ผ้ชู ่วยวจิ ัยบนั ทกึ เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกิดข้นึ จรงิ ในชั้นเรียน เกย่ี วกับพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น
ในแต่ละขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรม และสังเกตชั้นเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัย ผู้ช่วยวิจัย
ครพู ่เี ล้ยี งวางแผนร่วมกนั โดยบนั ทกึ แนวคิดของนกั เรียน พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน การใช้ส่ือการ
สอนในชน้ั เรยี น การแสดงความคดิ เห็นของผ้เู รยี นและผูส้ อนในชนั้ เรยี น ปญั หา และอุปสรรคตา่ งๆ ในการ
จดั การเรียนรู้ เปน็ ตน้

๓) แบบบันทึกการสะท้อนผลการสังเกตชั้นเรียน เป็นแบบบันทึกที่มีลักษณะ
ปลายเปิด เป็นการบันทึกข้อมูลจากการร่วมกันสะท้อนผลของคณะผู้สังเกตชั้นเรียน ตามแผนการการ
จัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัย อาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย ผู้ช่วยวิจัย ครูพี่เล้ียงวางแผนร่วมกัน โดยใช้ข้อมูลจากการ
สังเกต อาทิ แนวคิดของนักเรียน พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน การใช้สื่อการสอนในชั้นเรียน

๔๖

การแสดงความคิดเห็นของผู้เรียนและผู้สอนในชั้นเรียน ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการจัดการเรียนรู้
เป็นต้น มาใช้เพอื่ ร่วมกนั สะทอ้ นผล

๔) ผลงานนักเรียน คือ ชิ้นงาน ใบงาน ใบกิจกรรมจากการทำกิจกรรมการ
เรียนรู้ของนักเรียนซึ่งจะสะท้อนให้เห็นภาพรวมของการแสดงออกถงึ ความสามารถในการคิดเชงิ เหตุผล
ของ นักเรียนในรูปแบบของภาพวาด แผนผังความคิด หรือการเขียนคำตอบลงในกระดาษเพื่อบันทึก
ข้อมลู และขอ้ สรุปทไ่ี ด้

๒. แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบทดสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ
๔ ตัวเลอื ก จำนวน ๓๐ ข้อ ใช้ทดสอบก่อนการจดั การเรียนการสอนและหลงั การจัดการเรยี นการสอนเม่ือ
นักเรยี นเรียนจบท้ัง ๓ แผนการจดั การเรยี นรู้ ในหน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ เร่ือง ระบบเศรษฐกจิ โลกปัจจบุ นั

๓. แบบสอบความพงึ พอใจ เปน็ แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษา
ปีที่ ๔ ทีม่ ีต่อจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning จำนวน ๑๐ ข้อ

๓.๓.๒ การสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพของเครอื่ งมือวิจยั
ผูว้ จิ ัยได้ดำเนินการสร้างและหาประสิทธิภาพของเคร่อื งมือในการวจิ ยั ดังนี้
๑. เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการทดลอง
๑.๑ แผนการจัดการเรียนรกู้ ารพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นโดยใช้รูปแบบ

การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning โดยมีลำดับข้ันตอนดังนี้
(๑) ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑ และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรมและคู่มือการจดั การเรยี นรู้

(๒) กำหนดเน้ือหาสาระการเรยี นรเู้ พื่อให้ได้เนือ้ หาสาระสำหรับการวิจยั
(๓) ศึกษาทฤษฎีเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแผนการ
จัดการเรียนรูก้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยใช้รูปแบบการจัดการเรยี นการ
สอนแบบ Active Learning
(๔) สร้างแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ส ๑๓๒๓๓ เศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ สาระที่ ๓ เรื่อง ระบบเศรษฐกิจในโลก
ปัจจุบัน จำนวน ๓ แผนการจดั การเรยี นรู้ เวลา ๓ คาบเรียนโดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning โดยมขี น้ั ตอนดังน้ี

๑. ขั้นเตรียมความพร้อม เป็นขั้นที่ผู้สอนนำผู้เรียนเข้าสู่เนื้อหา
โดยการสร้างแรงจงู ใจใหผ้ เู้ รียน เกิดความกระตอื รอื ร้นและอยากท่จี ะเรยี นรตู้ อ่ ไป

๒. ขั้นปฏิบัติงานกลุ่ม เป็นข้ันท่ีผู้สอนให้ผู้เรียนเข้ากลุ่มย่อย
เพื่อทำงานร่วมกันและสรปุ ความคิดเห็นของกลุ่ม ทั้งนี้จะต้องมีการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ระหว่างกลุ่มอื่นๆ
โดยท่ผี ู้สอนต้องคอยเสริมขอ้ มูลหรือ ความรทู้ ส่ี ำคัญให้สมบรู ณย์ ่ิงข้ึน

๔๗

๓. ขั้นประยุกต์ใช้ เป็นขั้นที่ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหรือ
ทำแบบทดสอบหลังเรยี น

๔. ขั้นตดิ ตามผล เป็นขน้ั ที่ใหผ้ ้เู รียนไดค้ ้นควา้ อิสระเพิ่มเติมโดยจัดทำ
เป็นรายงาน หรือให้ผู้เรียนเขียนบันทึกประจำวัน รวมถึงให้ผู้เรียนเขียนสรุปความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้
ในคาบเรียนนนั้ ๆ

(๕) นำแผนการจดั การเรียนรู้เสนอตอ่ อาจารย์ที่ปรกึ ษาวิจัยเพื่อตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งของเนอ้ื หาและปรบั ปรงุ ตามคำแนะนำของอาจารยท์ ีป่ รึกษาวิจยั

(๖) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่แก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา
เสนอตอ่ ผ้เู ช่ียวชาญ ๓ ทา่ น ไดแ้ ก่ อาจารย์พนั ทิวา ทบั ภูมี อาจารย์บญุ สง่ นาแสวง และอาจารย์อนุสรณ์
นางทะราช เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการใช้ภาษา การเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ ความเหมาะสมด้าน
เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล สอดคล้องและครอบคลุมตามจุดประสงค์
การเรียนรู้และความเหมาะสมในการนำไปใช้ โดยให้ประเมินความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้
โดยใช้แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรประมาณค่า ๕ ระดับ
แผนการจดั การเรียนรู้ตอ้ งมีค่าเฉลยี่ ต้ังแต่ ๓.๕๐ ขนึ้ ไป จึงจะถอื วา่ นำไปใชไ้ ด้

(๗) นำแบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้มาหาคะแนนเฉลี่ยรายข้อ
และคะแนนเฉลยี่ ทัง้ ฉบับ แลว้ แปลความหมายข้อมูล โดยใช้เกณฑ์การพิจารณาระดับคะแนนการประเมิน
ของแปลความหมายจากคา่ เฉลย่ี ตามนำ้ หนกั คะแนนเฉล่ียทคี่ ำนวณได้ จำแนกเป็น ๕ ระดับ ดงั นี้46

ชว่ งคะแนน ๔.๕๐ - ๕.๐๐ หมายถงึ เหมาะสมมากที่สุด
ชว่ งคะแนน ๓.๕๐ - ๔.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมมาก
ช่วงคะแนน ๒.๕๐ - ๓.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
ชว่ งคะแนน ๑.๕๑ - ๒.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ย
ช่วงคะแนน ๑.๐๐ - ๑.๕๙ หมายถึง เหมาะสมน้อยท่ีสด
โดยแผนการจัดการเรียนรู้ต้องมีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ ๓.๕๐ ขึ้นไป จึงจะถือว่านำไปใช้ได้ ซึ่งผลการ
ประเมนิ แผนการเรยี นรู้ มีค่าเฉล่ีย ดังน้ี
แผนการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่องหน่วยเศรษฐกิจ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทีส่ ุด ค่าเฉลี่ยเท่ากบั
๔.๘๐
แผนการเรียนรูท้ ี่ ๒ เรื่องระบบเศรษฐกิจ มีความเหมาะสมอยู่ในระดบั มากทีส่ ุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ
๔.๘๐
แผนการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่องการกำหนดราคาสนิ คา้ มีความเหมาะสมอยูใ่ นระดับมากทีส่ ุด ค่าเฉลี่ย
เทา่ กบั ๔.๘๐
โดยรวมแผนการจดั การเรียนรทู้ ้ัง มีความเหมาะสมอยใู่ นระดับมากทีส่ ุด ค่าเฉลี่ยเทา่ กบั ๔.๗๘

46 บุญชม ศรีสะอาด, การวจิ ยั เบอ้ื งตน้ พิมพ์ครัง้ ที่ ๗, (กรงุ เทพฯ : สุวิริยาสาส์น, ๒๕๔๕), หนา้ ๕๙.

๔๘

(๘) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับจากการตรวจพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญ
ไปดำเนนิ การแก้ไขและปรบั ปรงุ ตามข้อเสนอแนะของผเู้ ช่ียวชาญให้ถกู ต้องเหมาะสม

(๙) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขเรียบร้อยแล้ว
ดำเนนิ การจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนกบั นักเรียนกลุ่มเป้าหมาย คอื นักเรียนทก่ี ำลงั ศึกษาในระดับชั้น
ประถมศกึ ษาปีที่ ๔/๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๔ โรงเรยี นพระธาตขุ ามแก่นพิทยาลยั จำนวน ๒๐
คน

จากขน้ั ตอนการสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรู้สามารถสรุปได้ ดังนี้
๑. ศึกษาและวเิ คราะห์หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานพุทธศักราช ๒๑ และหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี น

พระธาตุขามแก่นพทิ ยาลยั

๒. กำหนดเนื้อหาสาระการเรียนรเู้ พื่อให้ได้เนอื้ หาสาระสำหรบั การวจิ ยั

๓. ศึกษาทฤษฎเี อกสารและงานวิจัยท่เี กี่ยวขอ้ งกับการสร้างแผนการจดั การเรยี นรู้

๔. สรา้ งแผนการจัดการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม รูปแบบกระบวนการคิด
วเิ คราะห์ โดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning จำนวน ๖ แผนการจดั การเรียนรู้

๕. นำแผนการจัดการเรียนรเู้ สนอต่ออาจารย์ท่ปี รึกษาวจิ ยั เพื่อตรวจสอบความถูกตอ้ งของเน้อื หาและ
ปรับปรงุ ตามคำแนะนำของอาจารยท์ ่ีปรึกษาวิจัย

๖. นำแผนการจัดการเรยี นร้ทู แี่ ก้ไขตามคำแนะนำของอาจารยท์ ีป่ รึกษาเสนอต่อผเู้ ชย่ี วชาญ เพอื่
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

๗. นำแผนการจดั การเรียนรทู้ ไี่ ด้รบั จากการตรวจพิจารณาจากผเู้ ชีย่ วชาญไปดำเนินการแก้ไขและ
ปรบั ปรงุ ตามข้อเสนอแนะ

๔๙

๘. นำแผนการจัดการเรียนรทู้ ีไ่ ดร้ ับจากการตรวจพิจารณาจากผู้เชยี่ วชาญไปดำเนนิ การแก้ไขและปรบั ปรงุ ตาม
ขอ้ เสนอแนะของผ้เู ชยี่ วชาญใหถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม

๙. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้รบั การปรบั ปรงุ แก้ไขเรียบรอ้ ยแล้วดำเนนิ การจดั กจิ กรรม การเรยี นการสอนกับ
นักเรียนกลุม่ เป้าหมาย

ภาพที่ ๓.๑ ขนั้ ตอนในการจดั การเรียนรู้

๑.๒ การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้รูปแบบการ
จดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยมลี ำดับขั้นตอน ดังนี้

๑) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวงจร หน่วยการ
เรยี นรทู้ ่ี ๒ สาระท่ี ๒ เรื่อง ความสำคญั ของศาสนาและบทบาทตอ่ ประเทศไทย ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๒

๒) วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ควบคู่กับจุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้การ
สร้างข้อสอบในแตล่ ะข้อสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคท์ ่ไี ด้ต้ังไว้

๓) จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้
เปน็ แบบปรนัย ชนิดเลอื กตอบ ๔ ตัวเลอื ก จำนวน ๔๐ ข้อ

๔) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่จัดทำขน้ึ เสนอต่ออาจารย์
ทปี่ รึกษาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและปรบั ปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ

๕) นำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแล้วเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๓ ท่าน
เพ่อื ตรวจสอบคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์คา่ ดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อคำถามกับจดุ ประสงค์
เชิงพฤติกรรม โดยผเู้ ช่ยี วชาญพิจารณาขอ้ สอบแตล่ ะขอ้ โดยกำหนดระดบั ความคิดเหน็ ดังน้ี

+๑ หมายถงึ แนใ่ จวา่ ขอ้ คำถามวัดความรู้ตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ขอ้ นัน้
๐ หมายถงึ ไม่แน่ใจวา่ ขอ้ คำถามวัดความรู้ตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรขู้ อ้ นั้น
-๑ หมายถึง แน่ใจว่าข้อคำถามไมไ่ ดว้ ัดความรตู้ ามจดุ ประสงคก์ ารเรียนร้ขู ้อน้ัน

ผลการวิเคราะห์ข้อมูลค่าดัชนีความสอดคล้องด้านเนื้อหา โดยใช้สูตร IOC โดยหาผลรวม
ของคะแนนแบบทดสอบแต่ละข้อของผู้เช่ยี วชาญทัง้ หมด แล้วนำมาหาค่าเฉลีย่ ดชั นมี ีความสอดคล้องและ
พิจารณาคัดเลือกข้อสอบที่มีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ ๐.๖๗ ถึง ๑.๐๐ เพื่อปรับปรุงแก้ไขตาม คำแนะนำของ
ผเู้ ช่ียวชาญ

โดยผลรวมของคะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซ่งึ มคี า่ ดัชนีความสอดคล้องอยู่ที่
๐.๙๗

๕๐

๖) นำข้อเสนอที่ตรวจแก้ไขข้อบกพร่องแล้วไปทดสอบกับนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตขุ ามแกน่ พทิ ยาลัย ตำบลบ้านขาม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
จำนวน ๒๐ คน

๗) นำกระดาษคำตอบที่นักเรียนทำแล้วเอามาตรวจให้คะแนนโดย
ให้ข้อถูก ๑ คะแนน ข้อผิดหรือไม่ได้ทำให้ ๐ คะแนน หลังจากตรวจกระดาษคำตอบแล้วรวมคะแนน
ของแตล่ ะคน

๘) นำไป Try out ทดลองกับนักเรียนทีไ่ ม่ใช่กลมุ่ เป้าหมาย โรงเรียนโคก
สพี ิทยาสรรค์ จำนวน ๒๐ คน และนำผลคะแนนมาวิเคราะห์หาค่าเฉล่ียความยากง่าย (P) และค่าอำนาจ
จำแนก (r) ของข้อสอบแต่ละข้อ แล้วคัดเลือกเอาข้อคำถามที่มคี ่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง ๐.๑๒-๐.๔๗
และค่าอำนาจจำแนกมีค่า ๐.๑๓ - ๐.๕๓ โดยคัดเลอื กข้อทีเ่ ขา้ เกณฑ์ไว้ จำนวน ๓๐ ขอ้ แล้วนำมาใช้เป็น
แบบสอบ วัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน

๙) หาค่าความเชื่อมัน่ ของแบบทดสอบทง้ั ฉบับโดยใชว้ ธิ ีการ ของดูเดอร์ริ
ชาร์ดสัน KR-๒๐ ไดค้ ่าความเชอื่ ม่ัน ๐.๙๒

๑๐) จัดพิมพ์แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อนำไปใช้ทดสอบ
ก่อนเรยี นและหลังเรยี นกับกลุ่มตัวอยา่ งต่อไป

๑.๓ การสร้างแบบทดสอบวัดความพึงพอใจการเรยี น โดยใช้รูปแบบการ
จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยมีลำดับขัน้ ตอนดังนี้

๑) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็น
แนวทางในการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑ โรงเรียนพระธาตุ
ขามแก่นพิทยาลัย ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

๒) นำข้อมูลทไ่ี ดจ้ ากการศึกษามาเป็นแนวทางในการสรา้ งแบบสอบถาม
ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย ที่ได้รับการจัด
การเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ให้มีเกณฑ์ครอบคลุมองค์ประกอบของความพึงพอใจ โดยการหาค่าเฉล่ีย
และคา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐาน แลว้ นำคา่ เฉลีย่ ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ในการแปลความหมายเปน็ ชว่ งคะแนน
ดงั น้ี47

ชว่ งคะแนน ๔.๕๐ - ๕.๐๐ หมายถึง เหมาะสมมากที่สดุ
ช่วงคะแนน ๓.๕๐ - ๔.๕๙ หมายถึง เหมาะสมมาก
ชว่ งคะแนน ๒.๕๐ - ๓.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
ชว่ งคะแนน ๑.๕๑ - ๒.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ย

47 บุญชม ศรสี ะอาด, การวจิ ยั เบือ้ งตน้ พมิ พค์ ร้ังท่ี ๗, (กรุงเทพฯ : สุวริ ยิ าสาสน์ , ๒๕๔๕), หน้า ๕๙.

๕๑

ชว่ งคะแนน ๑.๐๐ - ๑.๕๙ หมายถงึ เหมาะสมน้อยท่ีสด
แล้วเปรียบเทียบกับเกณฑ์ในการแปลความ ดงั นี้

ระดบั ๕ หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับมากท่ีสุด
ระดบั ๔ หมายถึง มีความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก
ระดบั ๓ หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอยูใ่ นระดบั ปานกลาง
ระดบั ๒ หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอยูใ่ นระดับน้อย
ระดบั ๑ หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั นอ้ ยท่ีสุด

๓) การหาคุณภาพแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยม
ศึกปีที่ ๔/๑ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพทิ ยาลัย ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบ Active
Learning กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม มีข้ันตอน ดงั น้ี

๓.๑ นำแบบสอบถามความพึงพอใจ เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา
เพอ่ื ขอคำแนะนำและได้ปรับปรงุ แก้ไขตามคำแนะนำ

๓.๒ นำแบบสอบถามความพงึ พอใจที่เสนอตอ่ ผู้เชีย่ วชาญ จำนวน
๓ ท่าน เพื่อตรวจสอบคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อคำถาม
กับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญพิจารณาข้อสอบแต่ละข้อ โดยกำหนดระดับความคิดเห็น
ดังน้ี

ค่า IOC +๑ หมายถงึ แนใ่ จว่าข้อคำถามวัดความร้ตู ามจุดประสงค์การเรียนรูข้ ้อนั้น
ค่า IOC ๐ หมายถึง ไม่แนใ่ จว่าข้อคำถามวดั ความรตู้ ามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร้ขู ้อน้ัน
ค่า IOC -๑ หมายถงึ แน่ใจวา่ ข้อคำถามไมไ่ ดว้ ัดความร้ตู ามจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ข้อนั้น
โดยผลรวมของแบบทดสอบวัดความพึงพอใจการเรียน ซ่งึ มคี ่าดัชนีความสอดคล้องมีอยู่
ท่ี ๑.๐๐

๓.๓ ปรับเปลีย่ นแบบสอบถามความพึงพอใจตามผเู้ ชย่ี วชาญ
๓.๔ นำแบบสอบถามพึงพอใจที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้กับ
นักเรยี นกลุ่มเป้าหมายตอ่ ไป
๒. เครอื่ งมือทีใ่ ชใ้ นการสะท้อนผลการทดลอง
๒.๑ แบบบันทึกผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ มีวิธีการสร้างและหา
ประสทิ ธภิ าพดังน้ี
๑) กำหนดขอบขา่ ยและประเด็นที่จะบนั ทึกผลตามรปู แบบการจดั กิจกรรม
การเรียนรู้ เช่น ผลที่เกิดขึ้น จุดเด่น จุดที่ควรปรับปรุงในการจัดการเรียนรู้และแนวทางในการปรับปรงุ
โดยมีประเด็นดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. ขั้นเตรยี มความพร้อม
๒. ข้นั ปฏบิ ัติงานกล่มุ
๓. ข้ันประยุกตใ์ ช้

๕๒

๔. ข้นั ติดตามผล
๒) สรา้ งแบบบันทกึ ผลการจัดการเรียนรู้ร่วมกับอาจารยพ์ เ่ี ลีย้ ง
๓) นำแบบบันทึกผลการจัดการเรียนรู้เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย
เพื่อตรวจสอบความถกู ต้องในดา้ นเนือ้ หา การใชภ้ าษาและความเหมาะสมในการนำไปใช้
๔) นำขอ้ แนะนำจากอาจารยท์ ่ีปรกึ ษาวิจยั มาแก้ไขและพฒั นาแบบบันทึกผล
การจัดการเรยี นรู้
๕) จากนั้นนำแบบบันทึกผลการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไปใช้บันทึก
ข้อมูลโดยกำหนดไว้ในทา้ ยแผนการจดั การเรียนรูท้ กุ แผน
๒.๒ แบบบนั ทกึ การสังเกตช้ันเรยี น มีวิธกี ารสร้างและหาประสิทธิภาพ ดังน้ี
๑) ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบกระบวนการคิด
วเิ คราะห์ โดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน (PBL)
๒) กำหนดขอบข่ายและประเด็นที่จะสังเกต ได้แก่ ด้านพฤติกรรมของครู
ด้านพฤติกรรมของนักเรียน ด้านการจัดการชั้นเรียน ด้านสื่อการเรียนรู้ ด้านการวัดผลประเมินผล
โดยดำเนนิ การร่วมกนั ระหวา่ งผ้วู ิจยั และอาจารย์พ่เี ลี้ยง
๓) สร้างแบบสังเกตช้ันเรยี นตามกรอบแนวคิดท่ไี ดก้ ำหนดไว้
๔) นำแบบสังเกตชั้นเรียน เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย เพื่อตรวจสอบ
พจิ ารณาและใหข้ อ้ คดิ เหน็ เพ่อื การปรับปรงุ แกไ้ ข
๕) นำข้อเสนอแนะจากอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา
แบบสงั เกตชัน้ เรียนใหส้ มบรู ณ์ยง่ิ ขึ้น
๖) นำแบบสงั เกตช้นั เรยี นไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายโดยทำการบันทกึ โดยผู้ช่วย
วิจัย
๒.๓ แบบบันทึกการสะท้อนผลการสังเกตชั้นเรียน มีวิธีการสร้างและหา
ประสทิ ธภิ าพ ดังนี้
๑) ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้
รูปแบบกระบวนการคิดวเิ คราะห์ โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (PBL)
๒) กำหนดขอบข่ายและประเด็นท่ีบนั ทึกการสะท้อนผลการสังเกตช้นั เรียน
ในหัวขอ้ ต่อไปนี้

- การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามข้ันตอนของวิธีการแบบเปิด
ท้งั ๔ ขนั้ ตอน

- การนำเสนอโดยใชป้ ัญหาปลายเปิดในช้ันเรยี น
- การจัดลำดบั เพ่ือนำเสนอแนวคิดของนักเรยี น
- ประเด็นที่ใช้ในการนำเสนอกับการเชื่อมโยงแนวคิดและวิธีการ
เรียนรขู้ องนกั เรยี นโดยในขัน้ ตอนนีจ้ ะทำร่วมกนั กับผ้ชู ่วยวจิ ัย

๕๓

- แนวทางและขอ้ เสนอแนะในการสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ในครั้ง
ต่อไป

๓) สร้างแบบบันทึกการสะท้อนผลการสังเกตชั้นเรียนตามกรอบแนวคิด
ที่กำหนด

๔) นำแบบบันทึกการสะท้อนผลการสังเกตชั้นเรียน เสนอต่ออาจารย์
ท่ีปรกึ ษาวจิ ัยเพ่อื ตรวจสอบพิจารณาและใหข้ อ้ คดิ เห็นเพื่อการปรับปรงุ แกไ้ ข

๕) ปรับปรุงแก้ไข และพฒั นาแบบสังเกตชน้ั เรยี นใหส้ มบรู ณ์ย่งิ ขน้ึ
๖) นำไปใช้ในการบันทึกการสะท้อนผลการสังเกตชั้นเรียนระหว่างผู้วิจัย
อาจารย์พเ่ี ลีย้ งและผู้ช่วยวิจัย
๑.๔ เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการประเมินผลการทดลอง
๑) แบบวัดผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น

แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ ๔
ตัวเลอื ก จำนวน ๓๐ ข้อ ซึง่ มวี ธิ กี ารจัดทำตามขน้ั ตอนดงั นี้

(๑) ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ มาตรฐาน การเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมวงจร
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๓ สาระที่๕ เร่ือง ทวีปแอฟรกิ า ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒

(๒) วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ควบคู่กับจุดประสงค์การเรียนรู้
เพอ่ื ใหก้ ารสรา้ งขอ้ สอบในแต่ละข้อสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ท่ไี ดต้ ้งั ไว้

(๓) จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการ
เรยี นรู้ เป็นแบบปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ ๔ ตัวเลอื ก จำนวน ๔๐ ข้อ

(๔) นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่จัดทำขึ้นเสนอ
ต่ออาจารย์ทป่ี รึกษาเพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ้ งและปรับปรงุ แก้ไขตามคำแนะนำ

(๕) นำแบบทดสอบที่ปรับปรงุ แล้วเสนอต่อผู้เชีย่ วชาญ จำนวน ๓
ท่าน เพื่อตรวจสอบคุณภาพโดยใช้การวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างข้อคำถาม
กับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญพิจารณาข้อสอบแต่ละข้อ โดยกำหนดระดับความคิดเห็น
ดังน้ี

+๑ หมายถึง แนใ่ จวา่ ข้อคำถามวัดความรู้ตามจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ข้อน้นั
๐ หมายถึง ไม่แนใ่ จวา่ ข้อคำถามวัดความรตู้ ามจุดประสงค์การเรยี นรู้ข้อน้นั
-๑ หมายถึง แนใ่ จว่าขอ้ คำถามไมไ่ ดว้ ดั ความรู้ตามจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ขอ้ นั้น

๕๔

จากนั้นนำคะแนนทผี่ ้เู ชยี่ วชาญลงความเห็นมาหาค่า IOC ของข้อสอบ ดงั น้ี
IOC = ∑R

N

เมือ่ IOC แทน ดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ สอบกับจดุ ประสงค์
Σ แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผ้เู ชย่ี วชาญท้งั หมด
N แทน จำนวนผเู้ ชีย่ วชาญท้ังหมด
(๖) พิจารณาข้อสอบที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ตั้งแต่

๐.๕๐ ข้นึ ไป
(๗ ) น ำแบบทดสอ บว ัดผลสัมฤทธ ิ์ทางการเร ียนไปใช้

กบั กลุ่มเป้าหมาย
(๘) นำแบบสอบถามความพึงพอใจไปใช้กับกลุ่มเป้าหมาย

ในการวดั ระดบั ความพึงพอใจตอ่ แผนการจัดการเรยี นรู้
ซ่ึงข้ันตอนการจัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน สามารถสรุปไดด้ ังน้ี
๑. ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาตรฐานการ

เรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ สาระท๕่ี
ภูมิศาสตร์ เร่ือง ทวีปแอฟริกาประถมศึกษาปที ่๒ี

๒. วเิ คราะหส์ าระการเรยี นรู้ควบคกู่ ับจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓. จัดทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่องทวีป
แอฟริกา เปน็ แบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ ๔ ตวั เลอื ก จำนวน ๓๐ ข้อ
๔. นำแบบทดสอบที่จัดทำขึ้นเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อพิจารณาตรวจสอบ
และปรับปรงุ แก้ไขตามคำแนะนำ
๕. นำแบบทดสอบที่ปรับปรุงแล้วเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๓ ท่าน เพื่อตรวจสอบ
คุณภาพโดยใชก้ ารวิเคราะห์คา่ ดชั นคี วามสอดคล้อง (IOC)
๖. พจิ ารณาเลอื กข้อสอบทีม่ ีคา่ ดัชนีความสอดคลอ้ ง (IOC) ต้งั แต่ ๐.๕๐ ขึ้นไป
๗. นำแบบทดสอบวัดความสามารถในการคดิ วิเคราะหไ์ ปใช้กับกลุม่ เปา้ หมาย

๓.๔ การเก็บรวบรวมขอ้ มูล

การเกบ็ รวบรวมข้อมูลครัง้ น้ี ผู้วิจัยเป็นผเู้ กบ็ รวบรวมข้อมูลดว้ ยตนเอง โดยมลี ำดบั ขนั้ ตอน ดังนี้
๓.๖.๑ ชแ้ี จงและทำความเข้าใจกับผู้เรียนเกีย่ วกับการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนโดยใช้โดยใช้
รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้ผู้เรียนทราบ
๓.๖.๒ ดำเนินการทดลองการจัดการเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้โดยการพัฒนาการพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

๕๕

โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
ส ๑๓๒๓๓ เศรษฐศาสตร์ หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๒ สาระท่ี ๓ เรื่อง ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน จำนวน ๓
แผนการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ดังน้ี

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑ เรอื่ ง หน่วยเศรษฐกจิ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ เรื่อง ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบนั
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๓ เร่ือง การกำหนดราคาสนิ คา้
๓.๖.๓ ผูว้ จิ ัยเกบ็ รวบรวมข้อมูลจากการดำเนินกจิ กรรมตามแผนการจดั การเรียนรู้
๓.๖.๔ สังเกตและบันทึกพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้ จากแบบสังเกตการณ์จัดกิจกรรมจัดการ
เรียนรู้ของครู แบบบันทึกการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ของผู้เรียน แบบบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ ผลงานนักเรียน แบบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนและแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดการ
เรยี นการสอน
๓.๖.๕ ผู้วจิ ยั นำผลจากการเก็บข้อมลู ไปวิเคราะห์ แปลผล และสรปุ ผลในการทำวิจยั

๓.๕ การวเิ คราะห์ข้อมลู

การวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ด้วยการจัดการการสอนโดยใช้
รูปแบบ Active Learning ผ้วู ิจัยได้ดำเนินการดงั น้ี

๓.๗.๑ วิเคราะห์ขอ้ มลู เชิงปริมาณ
๑) วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยนำมาหา ค่าร้อย

ละ และค่าเฉลี่ย เพื่อใช้สรุปผลการศึกษาด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ของกลุ่มเป้าหมาย
กำหนดเกณฑ์ผา่ น คือ นักเรยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนเพม่ิ ขน้ึ ร้อยละ ๗๐ และมจี ำนวนนกั เรียนที่ผ่าน
เกณฑร์ อ้ ยละ ๗๐ ขึน้ ไป หรือนักเรียนจำนวน ๒๐ คนขึ้นไป มคี ะแนน ๑๔ คะแนนข้นึ ไป จากคะแนนเต็ม
๓๐ คะแนน

๒) วิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยนำมาหา ค่าเฉล่ีย
สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน และนำมาแปลผล เพือ่ ใช้สรปุ ผลการศกึ ษาดา้ นความพงึ พอใจของนักเรียน

๓.๗.๒ วเิ คราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ผูว้ ิจยั ได้วเิ คราะหข์ อ้ มลู จากการเกบ็ รวบรวมมาวิเคราะห์
ในเชิงคุณภาพ โดยเป็นการวิเคราะห์และสรุปเป็นข้อค้นพบในเชิงอธิบายความโดยคณะผู้วิจัยรวบรวม
ข้อมูลที่ได้จากแบบสังเกต การจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ของแบบบันทึกผลหลังการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ เพือ่ นำขอ้ มลู มาวเิ คราะห์ และสรุปผล เพือ่ หาแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง พฒั นาใหก้ ารจดั การ
เรยี นร้มู แี ละการวิจัยใน คร้ังต่อไปมีประสทิ ธภิ าพยงิ่ ข้ึน

๕๖

๓.๖ สถติ ิทีใ่ ช้ในการวิจยั

๓.5.1 สถติ ิทใ่ี ชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมูล ผวู้ ิจยั ใช้สถิตพิ ้นื ฐานในการวิเคราะหข์ อ้ มูล ไดแ้ ก่ ร้อยละ
คา่ เฉล่ยี และค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

๑) ร้อยละ (% : Percentage)
๒) ค่าเฉลี่ย ( ̅ : Mean)
๓) สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (S.D. : Standard Deviation)
๔) t-test
๓.5.๒ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คณุ ภาพของเครื่องมือ

๑) คา่ ความเท่ียงตรง (Validity Value) เปน็ คา่ สถิติในการหาคุณภาพของเครื่องมือเก็บ
รวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบย่อยท้ายวงจร แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิด แก้ปัญหา
และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งสถิติที่หาค่าความเที่ยงตรงคือการหาค่าความสอดคล้อง
ระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์หรือเนื้อหา (IOC) โดยให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน ๓ คน เป็นผู้ตรวจสอบ
โดยใหเ้ กณฑใ์ นการตรวจพิจารณาขอ้ คำถาม ดังนี้

คะแนน +๑ หมายถงึ เห็นวา่ สอดคลอ้ ง
คะแนน ๐ หมายถึง ไมแ่ น่ใจ
คะแนน -๑ หมายถึง เห็นวา่ ไม่สอดคลอ้ ง
แล้วนำผลคะแนนทีไ่ ด้จากผ้เู ชีย่ วชาญมาคำนวณหาค่า IOC ตามสูตร ดังน้ี

= ∑



เม่ือ IOC แทน ดัชนคี วามสอดคลอ้ งของข้อคำถามกบั จดุ ประสงค์
R แทน ผลรวมของคะแนนการพิจารณาของผู้เชย่ี วชาญ
N แทน จำนวนผ้เู ชย่ี วชาญท้งั หมด

เกณฑก์ ารพจิ ารณา
๑.ขอ้ ทม่ี ีค่าความสอดคล้อง (IOC) ตง้ั แต่ ๐.๕๐ - ๑.๐๐ มีคา่ ความเทีย่ งตรงสงู สามารถใช้ได้
๒.ขอ้ ทม่ี คี ่าความสอดคล้อง (IOC) ตำ่ กวา่ ๐.๕๐ ต้องเปลย่ี นข้อคำถามให้มีความสอดคลอ้ งมาก
ข้นึ

๕๘

บทที่ ๔

ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล

ในการศกึ ษาวิจัยเร่ือง “การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวชิ า เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning” เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งผู้วิจัยดำเนินการตามแบบสำรวจแบบทดลองกลุ่มเดียว
โดยเป็นการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (One Group Pretest – Posttest Design) โดยมี
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ ๑) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔โรงเรียนพระธาตุขามแกน่ พิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการ
สอนแบบ Active Learning มคี ะแนนเพิม่ ขน้ึ รอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป ๒) เพือ่ เปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ก่อนและ
หลังเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลยั
โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ๓) เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัยที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการ
จดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning

๔.๑ ผลการวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ให้นกั เรียนผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๗๐ และมคี ะแนนไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๗๐ ข้ึนไป

๔.๒ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning

๔.๓ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่น
พทิ ยาลัย ทมี่ ีตอ่ การจัดการเรยี นรู้โดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

๔.๔ องค์ความรู้ที่ไดจ้ ากงานวิจยั เรอ่ื ง การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรยี นพระธาตุขามแกน่ พทิ ยาลยั โดยใชร้ ูปแบบการจดั การเรียนการ
สอนแบบ Active Learning

๕๘

๔.๑ ผลการวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของ
นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔โรงเรียนพระธาตุขามแกน่ พิทยาลัย โดยใช้รปู แบบการจดั การ

เรียนการสอนแบบ Active Learning ให้นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ และมีคะแนนไม่

นอ้ ยกว่าร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของนักเรียน
เร่อื ง เศรษฐกิจในโลกปัจจบุ นั จำนวน 30 ข้อ เป็นข้อสอบแบบ ปรนยั 4 ตวั เลือก สามารถสรุปข้อมูลได้

ดังน้ี
ตารางที่ ๔.๑ การวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์

ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ให้นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ และมีคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
ขน้ึ ไป

จำนวน คะแนน นกั เรียนทีผ่ า่ น นักเรยี นทผี่ ่าน
นกั เรียน เกณฑ์ เกณฑ์
(คน)
(ร้อยละ ๗๐) (ร้อยละ ๗๐)
๒๐
คะแนน ผ่าน ̅ S.D. ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ
เตม็ เกณฑ์

๓๐ ๒๑ ๒๑.๓๐ ๖.๗๘ ๗๑.๐๐ ๑๕ ๗๕.๐๐ ๕ ๒๕.๐๐

จากตารางที่ ๔.๑ การวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน

การสอนแบบ Active Learning มีคะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๐ ข้ึนไป พบว่านักเรียนกลุ่มเป้าหมาย
คือนักเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔/๑ ท่ีได้รบั การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น จำนวน ๒๐ คน มนี กั เรียน

ผ่านเกณฑ์จำนวน ๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๐๐ คะแนนสูงสุด ๒๘ คะแนน คะแนนต่ำสุด ๗ คะแนน
จากคะแนน ๓๐ คะแนน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๑.๓๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๐๐ ซึ่งผ่านเกณฑ์
ที่กำหนดไว้คือ นักเรียนจำนวนไมน่ ้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของจำนวนนกั เรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการ

เรยี นร้อยละ ๗๐ ข้ึนไป และนักเรียนทไี่ ม่ผ่านเกณฑ์ จำนวน ๕ คน คดิ เป็นร้อยละ ๒๕.๐๐

๕๙

๔.๒ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตขุ ามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการ

จดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน จากการทำแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน เรื่อง เศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน จำนวน 30 ข้อ เป็นข้อสอบแบบ ปรนัย 4 ตัวเลือก
โดยดำเนนิ การหาร้อยละ คา่ เฉล่ยี ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และเปรียบเทยี บคะแนนเฉลี่ยของนกั เรียนก่อน
และหลงั เรียนรู้ ดว้ ยค่า t-test ผู้วิจยั สามารถสรุปข้อมูลได้ดงั นี้

ตารางที่ ๔.๒ การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning

แบบทดสอบ N คะแนน ̅ S.D. คา่ เฉลย่ี รอ้ ยละ t. Sig.

ก่อนเรียน ๒๐ ๑๘๓ ๙.๑๕ ๕.๒๐ ๓๐.๕๐ -๘.๐๗๔ .๐๐๐*
หลังเรียน ๒๐ ๔๒๖ ๒๑.๓๐ ๖.๗๘ ๗๑.๐๐

*มีนยั สำคญั ทางสถิติท่รี ะดับ ๐.๐๐

จากตารางที่ ๔.๒ การวิเคราะห์เปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียนรายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติระดบั ๐.๐๐ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ค่าเฉลี่ย ๒๑.๓๐ (S.D.=๖.๗๘) คิดเป็นร้อย
ละ ๗๑.๐๐ สูงกว่าคะแนนเฉล่ียกอ่ นเรียน คา่ เฉล่ีย ๙.๑๕ (S.D.=๕.๒๐) คิดเปน็ ร้อยละ ๓๐.๕๐

๖๐

๔.๓ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุ
ขามแก่นพิทยาลัย ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ

Active Learning

การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแกน่ พทิ ยาลยั

ท่มี ตี ่อการจัดการเรยี นรู้ โดยการทำแบบประเมนิ จำนวน 10 ขอ้ ผวู้ ิจยั สามารถสรุปขอ้ มูลได้ดงั น้ี
ตารางที่ ๔.๒ การวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุ

ขามแก่นพทิ ยาลยั ท่ีมตี ่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning

รายการ ̅ S.D. แปลผล

๑. มีการสร้างความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั วตั ถุประสงคแ์ ละ เป้าหมาย ๔.๓๕ ๐.๖๗ มาก
ของการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning

๒. มกี ารจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ทเี่ น้นใหน้ ักเรียนมสี ่วนรว่ ม ในกิจกรรม ๔.๕๐ ๐.๗๖ มากทสี่ ดุ
ไดค้ ดิ วิเคราะหป์ ฏิบัตกิ จิ กรรมรว่ มกัน

๓. มกี จิ กรรมการเรยี นการสอนส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนได้ พฒั นาการคิด ได้ ๔.๓๐ ๐.๗๓ มาก
อภปิ ราย ซกั ถาม และแสดงความคิดเห็นรว่ มกันเป็นกลมุ่

๔. ครูสง่ เสริมใหน้ ักเรยี นทำงานร่วมกนั เปน็ กลุ่ม และรายบุคคล ๔.๓๕ ๐.๗๕ มาก

๕. กจิ กรรมการเรียนสนกุ และน่าสนใจ ๔.๒๐ ๐.๘๙ มาก

๖. กิจกรรมการเรียนการสอนสอดคลอ้ งกับจุดประสงคก์ ารเรียนการ ๔.๔๕ ๐๖๙ มาก
สอน

๗. ครูใหโ้ อกาสนักเรียนซกั ถามปัญหาท่ีสงสยั ๔.๒๐ ๐.๘๙ มาก

๘. ครูใช้วิธกี ารสอนและใช้สอ่ื อยา่ งหลากหลาย ๔.๔๐ ๐.๗๕ มาก

๙. ครยู อมรบั ความคิดเหน็ ของนกั เรยี น ๔.๕๕ ๐.๖๐ มากทส่ี ุด

๑๐. มีการประเมนิ ผลการเรยี นการสอนท่ีสอดคล้องกับกิจกรรม การ ๔.๔๕ ๐.๗๖ มาก
เรยี นรทู้ ี่จัดใหผ้ ู้เรียนและอิงพฒั นาการของผู้เรียน

รวม ๔.๓๘ ๐.๐๙ มาก

จากตารางที่ ๔.๓ การวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ โรงเรยี นพระธาตุ
ขามแกน่ พิทยาลยั ทมี่ ีตอ่ การจดั การเรยี นรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

โดยรวม พบว่า นักเรียนที่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๔.๓๘, S.D. = ๐.๐๙) และเมื่อแยก
เป็นรายขอ้ ขอ้ ทมี่ คี วามพึงพอใจมากทส่ี ุด คือ ครยู อมรับความคิดเหน็ ของนักเรียน มคี วามพึงพอใจอยู่ใน

ระดับมากที่สุด ( ̅ = ๔.๕๕, S.D. = ๐.๖๐) รองลงมาคือ มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นให้นักเรยี น
มีส่วนร่วมในกิจกรรมได้คิดวิเคราะห์ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

๖๑

( ̅ = ๔.๕๐, S.D. = ๐.๗๖),ข้อที่มีความพึงพอใจระดับมาก คือกิจกรรมการเรียนการสอนสอดคล้อง
กับจุดประสงค์ การเรียนการสอนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๔.๔๕, S.D. = ๐.๖๗), มีการ
ประเมินผลการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดให้ผู้เรียนและอิงพัฒนาการ
ของผเู้ รียน มีความพึงพอใจอย่ใู นระดบั มาก ( ̅ = ๔.4๕, S.D. = ๐.๗๖), ครใู ชว้ ิธกี ารสอนและใช้ส่ืออย่าง
หลากหลาย มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๔.๔๐, S.D. = ๐.๗๕), มีการสร้างความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ และเปา้ หมายของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning มีความพงึ พอใจ
อยูใ่ นระดบั มาก ( ̅ = ๔.๓๕, S.D. = ๐.๖๗), ครสู ง่ เสริมใหน้ ักเรียนทำงานรว่ มกันเปน็ กลุ่ม และรายบคุ คล
มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๔.๓๕, S.D. = ๐.๗๕), มีกิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้
ผู้เรียนได้ พัฒนาการคิด ได้อภิปราย ซักถาม และแสดงความคิดเห็นร่วมกันเป็นกลุ่ม มีความพึงพอใจ
อยู่ในระดับมาก ( ̅ = ๔.๓๐, S.D. = ๐.๗๓), และข้อที่มีระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด คือกิจกรรม
การเรียนสนุกและน่าสนใจ มีระดับความพึงพอใจน้อยที่สุด ( ̅ = ๔.๒๐, S.D. = ๐.๘๙), ครูให้โอกาส
นักเรยี นซกั ถามปญั หาท่ีสงสยั มีระดับความพงึ พอใจนอ้ ยทส่ี ุด ( ̅ = ๔.๒๐, S.D. = ๐.๘๙)

๔.๔ องคค์ วามรู้ที่ได้จากงานวจิ ัย

จากการศึกษาเรื่อง “การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning”

การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นทฤษฎีอีกหนึ่งทฤษฎีที่จะมาใช้พัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพเพราะนักเรียนได้คิดวิเคราะห์ และลงมือปฏิบัติด้วยตนเองจึงทำให้
นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจมากกว่าการฟังบรรยายซึ่งเป็นการเรียนแบบเดิม ๆ และรูปแบบการจัด
การเรยี นการสอนแบบ Active Learning ยงั ชว่ ยแกป้ ญั หาการขาดปฏิสัมพนั ธ์กับบุคคลรอบข้าง เนอ่ื งจาก
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning จะเน้นการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น เป็นกลุ่ม เป็นทีม
ทำให้ผู้ทไี่ ดเ้ รียนในรูปแบบ Active Learning มปี ฏิสมั พนั ธ์ที่ดี โดยสามารถสรปุ เป็นแผนภาพไดด้ ังนี้

๖๒

การพฒั นาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน รายวชิ า เศรษฐศาสตร์
ของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรียนพระธาตขุ ามแกน่ พทิ ยาลัย

โดยใชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบ Active Learning

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัด แบบประเมินความ
จำนวน ๓ แผน ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน พงึ พอใจ
ก่อนเรียนและหลงั เรยี น

ประโยชน์ สะท้อนผล

๑. นกั เรียนเกดิ กระบวนการเรียนร้ดู ้วยตนเอง ๑. นกั เรยี นบางคนไมค่ อ่ ยให้ความร่วมมอื กบั
๒. นกั เรียนมปี ฏสิ ัมพนั ธร์ ว่ มกนั กับผูอ้ นื่ กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๓. นักเรยี นมที กั ษะการเปน็ ผู้นำและผตู้ ามทดี่ ี
๔. นกั เรยี นกล้าทีจ่ ะแสดงความคิดเห็น ๒. กิจกรรมการเรียนการสอนไม่ได้เหมาะกับ
นกั เรยี นทุกคนครผู สู้ อนควรหากจิ กรรมอนื่ มา
ใหน้ กั เรียนได้เรียนร้คู วบคกู่ ันไปได้

ภาพที่ ๔.๑ องคค์ วามรทู้ ีไ่ ดจ้ ากงานวิจัย

บทท่ี ๕

สรุป อภปิ รายผลการวิจยั และขอ้ เสนอแนะ

ในการศกึ ษาวิจัยเร่ือง “การพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวชิ า เศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning” เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งผู้วิจัยดำเนินการตามแบบสำรวจแบบทดลองกลุ่มเดียว
โดยเป็นการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน (One Group Pretest – Posttest Design) โดยมี
วัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ ๑) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning มีคะแนนเพ่ิมขึน้ ร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป ๒) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์กิ ่อน
และหลงั เรยี น รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยา
ลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ๓) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ
นักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแกน่ พิทยาลัย ที่มีต่อการจดั การเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning สามารถสรุปและอภิปรายผลการศึกษา ดังรายละเอยี ด
ต่อไปนี้

๕.๑ สรุปผลการศึกษา
๕.๒ อภิปรายผลการวิจยั
๔.๓ ขอ้ เสนอแนะ

๖๔

๕.๑ สรปุ การวจิ ัย

จากการศกึ ษาวจิ ยั เร่ือง “การพัฒนาผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนกั เรยี น
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ โรงเรยี นพระธาตขุ ามแก่นพทิ ยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบ
Active Learning” ผู้วิจยั ได้สรุปผลการวิจยั ดงั น้ี

๕.๑.๑. ผลการวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ให้นักเรียนผ่านเกณฑร์ ้อยละ ๗๐ และมีคะแนนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ ๗๐
ขึ้นไป ขึ้นไปพบว่านักเรียนกลุ่มเป้าหมาย คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ห้อง ๑ ที่ได้รับการพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน ๒๐ คน มีนักเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน ๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๐๐
คะแนนสูงสุด ๒๘ คะแนน คะแนนต่ำสุด ๗ คะแนน จากคะแนน ๓๐ คะแนน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
๒๑.๓๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๐๐ ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ นักเรียนจำนวนไม่น้อยกว่ารอ้ ย
ละ ๗๐ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป และนักเรียนที่ไม่ผ่าน
เกณฑ์ จำนวน ๕ คน คดิ เปน็ ร้อยละ ๒๕.๐๐

๕.๑.๒. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชา เศรษฐศาสตร์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบว่า มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิตรื ะดบั ๐.๐๐ โดยมีคะแนนเฉลยี่ หลงั เรียน ค่าเฉล่ีย ๒๑.๓๐ (S.D.=๖.๗๘) คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๗๑.๐๐
สูงกวา่ คะแนนเฉลย่ี ก่อนเรยี น คา่ เฉลี่ย ๙.๑๕ (S.D.=๕.๒๐) คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๕๐

๕.๑.๓ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุ
ขามแก่นพทิ ยาลัย ท่ีมตี อ่ การจัดการเรยี นรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
พบว่า นกั เรียนทมี่ ีความพึงพอใจอยูใ่ นระดับมาก ( ̅ = ๔.๓๘, S.D. = ๐.๐๙)

๕.๒ อภปิ รายผลการวิจัย

จากการศกึ ษาวจิ ัยเรื่อง “การพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning ” ท้งั น้ผี วู้ จิ ัย ได้อภปิ รายผลการวจิ ยั ตามวตั ถุประสงค์ ซงึ่ มีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี

๕.๒.๑ การวิเคราะห์การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนกั เรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรียนพระธาตขุ ามแกน่ พิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning ให้นักเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๐ และมีคะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ
๗๐ ขนึ้ ไป

ผลการพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ในรายวชิ า ส ๑๓๒๓๓ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สาระการเรียนรู้ที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เร่ือง ระบบเศรษฐกิจในโลกปัจจุบัน

๖๕

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ โรงเรยี นพระธาตุขามแก่นพิทยาคม นกั เรยี นทงั้ หมดจำนวน ๒๐ คน มีนกั เรียนผ่าน
เกณฑ์จำนวน ๑๕ คน คิดเป็นร้อยละ ๗๕.๐๐ คะแนนสูงสุด ๒๘ คะแนน คะแนนต่ำสุด ๗ คะแนน
จากคะแนน ๓๐ คะแนน คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๑.๓๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๐๐ ซึ่งผ่านเกณฑ์
ที่กำหนดไว้คือ นักเรียนจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของจำนวนนกั เรียนท้ังหมด มีผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนรอ้ ยละ ๗๐ ขึ้นไป

ผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดังกล่าวผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เนื่องจากนักเรียนมีเวลา
ในการเตรียมตวั ในการสอบเปน็ อย่างดี และทำการทดสอบในช่วงเวลาคาบเรียน ที่นักเรยี นมีความพร้อม
และกระตือรือร้น รวมทั้งมีเวลาในการทำแบบทดสอบเต็มที่ตามเวลาที่กำหนด นักเรียนจึงมีความตั้งใจ
ในการทำขอ้ สอบเป็นอย่างดี และนักเรียนมีความคุ้นเคยกับแบบทดสอบ เนอื่ งจากการสอนทีฝ่ ึกให้ผู้เรียน
ได้คิดวิเคราะห์ และได้ทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งเป็นสาเหตสุ ำคัญที่ทำให้นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบผา่ น
เกณฑท์ ีก่ ำหนดไว้ นอกจากน้ีการจดั กจิ กรรมการเรยี นรใู้ นแตล่ ะแผนการจัดการเรียนรู้ สง่ เสรมิ ให้นกั เรียน
มีความกล้าแสดงออกมีภาวะผู้นำ ผู้ตาม และได้ทำงานร่วมกับเพื่อนให้กลุ่ม อีกทั้งมีการใช้รูปแบบ
การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning มาใช้ในการทำกิจกรรม ซึ่งผลการเรียนรู้ในแต่ละแผน
การจดั การเรียนรสู้ ามารถสรปุ การพัฒนาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนไดด้ ังน้ี

แผนการเรยี นร้ทู ่ี ๑ หนว่ ยเศรษฐกิจ พบวา่ ในการทำแบบทดสอบก่อนเรยี น นกั เรยี นยังขาด
ความรู้ในเรื่อง ระบบเศรษฐกิจ ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ แต่หลังจากที่ครูผู้สอนได้สอน
และแบง่ กล่มุ ผู้เรยี นในการทำกจิ กรรม และรว่ มอภิปราย นักเรียนสามารถอธิบายเกีย่ วกับหนว่ ยเศรษฐกิจ
ไดอ้ ยา่ งถูกต้องและเหมาะสม

แผนการเรียนรู้ที่ ๒ ระบบเศรษฐกิจ พบว่านักเรียนร่วมกันตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับระบบเศรษฐกจิ และมีการทำงานร่วมกันกับเพื่อนในกลุ่มไดด้ ี ช่วยเหลือ มีความสามัคคี มีภาวะ
ผนู้ ำผตู้ าม การนำเสนองาน มคี วามถกู ตอ้ ง ครบถ้วน หลากหลายและเหมาะสม

แผนการเรียนรู้ที่ ๓ การกำหนดราคาสินค้า พบว่า นักเรียนรว่ มกันตอบคำถาม แสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดราคาสินค้า และมีการทำงานร่วมกันกับเพื่อนในกลุ่มได้ดี ช่วยเหลือ มีความ
สามัคคี มีภาวะผู้นำผู้ตาม การนำเสนองาน มีความถูกต้อง ครบถ้วน หลากหลายและเหมาะสม
มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนนสูงสุด ๒๘ คะแนน คะแนนต่ำสุด ๗ คะแนน จากคะแนนเต็ม
๓๐ คะแนน คะแนนเฉลี่ย ๒๑.๓๐ คะแนน คิดเปน็ ร้อยละ ๗๖.๐๗ ซง่ึ ผ่านเกณฑท์ กี่ ำหนดไว้

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบ Active Learning เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้
ตามแนวคิดการสร้างสรรค์ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา
เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ใหเ้ กิดขึ้นในตนเองดว้ ยการลงมือปฏิบตั ิจรงิ
ผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ทมี่ ีครูผสู้ อนเป็นผู้แนะนำ กระตุ้น หรืออำนวยความสะดวก ให้ผู้เรียนเกิด
การเรียนรขู้ ึ้น โดยกระบวนการคิดขัน้ สงู กลา่ วคือ ผู้เรียนมีการวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และการประเมินค่า
จากสิ่งที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีความหมายและนำไปใช้ใน

๖๖

สถานการณ์อ่ืนๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องวิไลลักษณ์ อิมพุ่ม ๒๕๕๘ ๔๘ ได้ศึกษางานวิจัย
เร่อื ง การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษาศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชา
ประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการทางประวัติศาสตร์กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีอาณาเขตติดต่อกับไทย
ของนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี ๖ โรงเรียนบา้ นปรือนอ้ ยโดยใช้ แบบฝึกทักษะทางการเรียน ผลการวิจัย
พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาประวตั ิศาสตรเ์ ร่อื ง พัฒนาการทางประวัติศาสตรก์ ับประเทศ เพือ่ นบ้านท่ี
มีอาณาเขตตดิ ต่อกบั ไทย สงู ข้นึ ร้อยละ ๘๒.๓๘ ซงึ่ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ๘๐/๘๐ สอดคลอ้ ง กฤษณี
สงสวัสด์ิ กฤตกาล ชาร์ลีย์ ฑปภูผา และ สมศักดิ์ เวชแดง ๒๕๖๑๔๙ ได้ศึกษางานวิจัยเรื่อง การพัฒนา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑
โรงเรียนไชยาวิทยา โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือรูปแบบเอสทีเอดี ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรม
การเรยี นรูแบบรว่ มมือรปู แบบเอสทีเอดี เร่ืองภมู ิศาสตร์ทวปี เอเชยี ภมู ิศาสตร์ทวปี ออสเตรเลยี และโอเซีย
เนียที่สร้างขึ้น โดยรวมมีความเหมาะสมอยูในระดับมากที่สุด ( ̅= ๔.๗๒. S.D. = ๐.๓๙๖) นักเรียนมี
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกวากอนเรยี น อยา่ งมีนัยสาํ คญั ทางสถิติทรี่ ะดับ ๐.๐๑ และความพึง
พอใจของนักเรียนในการเรียนรูโดยใชกิจกรรมการเรียนรูแบบร่วมมือรูปแบบเอสทีเอดี อยู่ในระดับมาก
( ̅ = ๔.๑๐. S.D. = ๐.๒๘๙) สอดคล้อง พระมหาอภินันท์ นนฺทภาณี คำหารพล ๒๕๖๑๕๐ ได้ศึกษา
งานวจิ ยั เรื่องการพฒั นาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนโดยใชก้ ารเรยี นรู้เชงิ รกุ สาระหน้าท่พี ลเมอื ง ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการวิจัย
พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สาระหน้าที่พลเมือง ของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยการ
เรยี นร้ทู ี่ ๒ เร่อื ง คนดขี องชมุ ชน จำนวน ๓ แผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเรียนและหลงั เรยี น ผลการวิจยั ดังนี้
ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ̅) = ๑๕.๒๐ หลังเรียนมีค่าเฉลี่ย ( ̅) = ๒๔.๔๔ ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ก่อนเรียน = ๒.๗๒๕ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) หลังเรียน = ๒.๘๙๓ เมื่อนำไปทดสอบหาค่า
t – test พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสงู กว่าก่อนเรยี นอย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิ

๔๘ วิไลลักษณ์ อิมพุ่ม, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา
และวฒั นธรรม รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ เร่อื งพัฒนาการทางประวัตศิ าสตร์กับประเทศเพื่อนบ้าน ทมี่ ีอาณาเขตติดต่อ
กับไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ท่ี๖ โรงเรียนบ้านปรือน้อยโดยใช้แบบฝึกทักษะทางการเรียน,
(ประจวบคีรขี นั ธ์ : เชาวนปรชี าการพิมพ์, ๒๕๕๘ ) หนา้ ๖๐.

๔๙ กฤษณี สงสวัสด์ิ กฤตกาล ชาร์ลีย์ ฑปภูผา และ สมศักดิ์ เวชแดง, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนไชยาวิทยา โดยใช้กิจกรรม
การเรียนรู้แบบรว่ มมอื รปู แบบเอสทีเอดี, (สรุ าษฎรธ์ านี : มหาวิทยาลัยราชภัฏสรุ าษฎร์ธานี), ๒๕๖๒.

๕๐ พระมหาอภินันท์ นนฺทภาณี, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุก สาระหน้าที่
พลเมือง ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช,
(นครศรธี รรมราช : โรงพิมพน์ ครศรธี รรมราช, ๒๕๖๑), หน้า ๗๕.

๖๗

ที่.๐๕ สอดคล้องจุฑามาศ ศรีวิมล ๒๕๖๒๕๑ ได้ศึกษางานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ในรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรอ่ื ง ภูมิศาสตรท์ วปี ยุโรป โดยใชส้ ื่อหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์
(E-book) ของนักเรียนระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ผลการวจิ ัย พบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางเรยี นในรายวชิ าวิชา
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม เร่ืองภมู ศิ าสตร์ ทวีปยโุ รป โดยใช้สอื่ หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ (E-book)
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๒ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญจากสถิติที่ระดับ .๐๑
สอดคลอ้ งผกาวัลย์ นามนัย และ มนตรี วงษ์สะพาน ๒๕๖๒๕๒ ได้ศึกษางานวิจัยเรอื่ งการพฒั นาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน เรื่องกฎหมายและการดำเนินชวี ิต และความสามารถ ในการแกป้ ญหาอย่างมีวจิ ารณญาณ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า นักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๗๕ ที่ตั้งไว้ทุกคน โดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๒๔.๓๗ คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๒๔
และนักเรยี นมีคะแนนความสามารถในการแกป้ ัญหาอยา่ งมีวิจารณญาณผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ โดยมีคะแนน
จากแบบวดั การแก้ปญั หาอย่างมีวิจารณญาณเฉลี่ย เทา่ กับ ๔๐.๑๒ คิดเป็นรอ้ ยละ ๘๐.๒๓ และจากการ
สังเกตุพฤตกิ รรมนักเรยี นมีพฤตกิ รรมการแก้ปญั หาอย่างมีวิจารณญาณผ่านเกณฑ์ทกุ คน

จากผลการวิจัยจึงสามารถสรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ Active Learning จึงเป็น
การจดั การเรียนรู้ที่ทำให้ครูสามารถจัดการเรยี นรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นรูปแบบท่ีส่งเสริม
ให้นักเรียนมีส่วนร่วมและมี ปฏิสัมพันธ์ก ับกิ จกรรมการ เรียนรู้ ผ่านก ารปฏิ บัติ ที่ หลา กหลายร ู ปแ บบ
เช่น การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การระดม สมอง การแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และการทำกรณีศกึ ษา
เป็นต้น โดยกิจกรรมที่นำมาใช้ควรช่วยพัฒนาทักษะการ คิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
การสื่อสาร นำเสนอและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสม บทบาทของครูผู้สอนเป็นเพียง
ผ้ชู ้ีแนะเท่าน้ัน ทำใหน้ ักเรยี นเกดิ การคดิ วิเคราะห์ และเรียนรู้ด้วยตนเอง มีปฏสิ ัมพนั ธก์ บั นักเรียนด้วยกัน
ด้วยผู้สอนลดบทบาทในการถา่ ยทอดความรู้แก่ผู้เรียนในลกั ษณะการบรรยายลง และเพิ่มบทบาทในการ
กระตุ้นให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นที่จะทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการจัดเตรียมสภาพแวดล้อม
ที่เหมาะสมในการเรยี นรู้ นักเรียนจงึ มผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนเพิ่มขนึ้ ตามเกณฑ์

๕๑ จุฑามาศ ศรีวิมล, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เรื่องภูมิศาสตร์ทวีปยุโรปโดยใช้สื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-book) ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒,
(นครศรีธรรมราช : โรงพิมพ์นครศรธี รรมราช, ๒๕๖๑), หน้า ๘๙.

๕๒ ผกาวัลย์ นามนัย และมนตรี วงษ์สะพาน, การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกฎหมายและการ
ดำเนินชีวิต และความสามารถในการแก้ปญหาอย่างมวี ิจารณญาณ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ โดยใชก้ จิ กรรมการเรียนรู้
เชงิ รุก, (มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, ๒๕๖๒), หน้า ๗๓.

๖๘

๕.๒.๒. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์
ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ โรงเรียนพระธาตขุ ามแก่นพิทยาลยั โดยใชร้ ปู แบบการจัดการเรียน
การสอนแบบ Active Learning พบว่า การทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
ด้วยแบบทอสอบจำนวน ๓๐ ข้อ คะแนนเต็ม ๓๐ คะแนนดำเนินการหาร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และเปรียบเทยี บคะแนนเฉล่ียของนกั เรยี นก่อนและหลงั เรยี นรู้ มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่า
ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตืระดับ ๐.๐๐ โดยมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน ค่าเฉลี่ย ๒๑.๓๐
(S.D.= ๖.๗๘) คิดเป็นร้อยละ ๗๑.๐๐ สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน ค่าเฉลี่ย ๙.๑๕ (S.D.= ๕.๒๐)
คิดเป็นร้อยละ ๓๐.๕๐ เนื่องจากนักเรียนได้เรียนรูด้ ้วยตัวเองมกี ารลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ครูเป็นเพียง
ผู้ชี้แนะแนวทาง เป็นโค๊ช ให้คำแนะนำกับนักเรียน นักเรียนคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนมี
ผลสัมฤทธ์ิที่มากข้ึน ซึ่งสอดคล้องกับ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ๒๕๔๖๕๓ ให้ความหมายว่า
การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นการวัดความสำเร็จทางการเรียน หรือวัดประสบการณ์ทางการเรียน
ที่ผู้เรียนไดร้ บั จากการเรียนการสอน โดยวัดตามจุดมุ่งหมายของการสอนหรอื วัดผลสำเรจ็ จากการศกึ ษา
อบรมในโปรแกรมต่างๆ สอดคล้องกับ จันทิมา เมยประโคน ๒๕๕๕๕๔ ได้ให้ความหมายว่า ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนเป็นความสามารถด้านการเรียนของแต่ละบุคคลที่ประเมิลได้จากการทำแบบทดสอบ
หรือการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งทางด้านทักษะปฏิบัติโดยการใช้แบบทดสอบ
ภาคปฏบิ ัติ และการวัดทางดา้ นเน้ือหา โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น สอดคล้อง ไพโรจน์
คะเชนทร์ ๒๕๕๖๕๕ ได้ให้ความหมายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนว่า คือคุณลักษณะ รวมถึงความรู้
ความสามารถของบคุ คลอันเป็นผลมาจากการเรียนการสอน หรือมวลประสบการณ์ทั้งปวงที่บุคคลไดร้ บั
จากการเรยี นการสอน ทำให้บุคคลเกดิ การเปลีย่ นแปลงพฤตกิ รรมในดา้ นต่างๆ ของสมรรถภาพทางสมอง
ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปน็ การตรวจสอบระดับความสามารถสมองของบคุ คลวา่ เรยี นแลว้ รู้อะไรบา้ ง และมี
ความสามารถด้านใดมากน้อยเท่าไร ตลอดจนผลที่เกดิ ขึน้ จากการเรียนการฝกึ ฝนหรือประสบการณ์ต่างๆ
ทง้ั ในโรงเรยี น ท่บี ้านและส่ิงแวดล้อมอ่นื ๆ รวมทงั้ ความรสู้ กึ ค่านยิ ม จริยธรรมตา่ งๆ ก็เป็นผลมาจากการ
ฝกึ ฝนด้วย

จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า การทำแบบสำรวจก่อนเรียนและหลังเรียน นักเรียน
มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพ่มิ ขนึ้ ดังน้ันการเรียนการสอนแบบ Active Learning จึงเปน็ รูปแบบการเรียน

๕๓ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, สืบค้นเม่ือ ๖ เดือนมกราคม ๒๕๕๖, แหลง่ ท่มี า : www.kruoiysmarten
g.blogspot.com.

๕๔ จันทิมา เมยประโคน, การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและความพึงพอใจในการเรยี น วิชาศลิ ปะ เรื่อง
การสรา้ งสรรค์จากเศษวสั ดุ ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ท่ีเรียนด้วยการจดั การเรยี นรู้แบบ 4 MAT, ปริญญา
นพิ นธ์ กศ.ม. (ศิลปศึกษา), ( กรงุ เทพฯ : บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร, ๒๕๕๕), หน้า
๘๙.

๕๕ ไพโรจน์ คะเชนทร์, การวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น, สืบค้นเม่อื ๖ เดือนมกราคม ๒๕๕๖, แหล่งท่ีมา :
www.kruoiysmarteng.blogspot.com.

.

๖๙

ที่มีความเหมาะสมในการนำมาพัฒนาผลสัมฤทธิ์ เนื่องจากนักเรียนได้ลงมือปฏิบัติเอง เกิดการเรียนรู้
คิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง ครูผู้สอนเป็นเพียงผู้ชี้แนะเท่านั้น ทำให้ผู้เรียนสามารถมีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น
จากการศึกษาด้วยตนเอง เปลี่ยนรูปแบบจากการท่องจำเป็นแบบเข้าใจ เม่ือทำแบบทดสอบนักเรียน
จึงสามารถทำแบบทดสอบไดเ้ พ่มิ ขน้ึ

๕.๒.๓. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุ
ขามแก่นพิทยาลัย ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active
Learning พบว่า โดยภาพรวมความพึงพอใจของนักเรียนทีม่ ตี ่อแบบประเมินความพึงพอใจ อยู่ในระดับ
มากที่สุด ( ̅ = ๔.๓๘, S.D. = ๐.๙๐) อาจเป็นเพราะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning
เปน็ การเรยี นการสอนในรูปแบบลงมอื ปฏิบัติเอง นักเรียนไดเ้ รียนรู้ดว้ ยตนเอง คิดวเิ คราะห์ ลงมือทำงาน
เป็นกลุ่ม ทำให้เกิดความสนุกสนานในการเรียน และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในห้องมากขึ้น สอดคล้องกับ
ราชบัณฑิตปิยะสถาน๕๖ ได้ให้ความหมายว่า ความสำเร็จในชีวิตของคนปัจจุบันมิได้วัดด้วยความสุข
หรือความพงึ พอใจจากภาวะภายใน หากเอาปัจจัยภายนอกหรือคา่ นยิ มทค่ี นทวั่ ไปยดึ ถอื เปน็ เกณฑ์กำหนด
สอดคล้องกับ พัฒนา พรหมณ ๒๕๕๗๕๗ ได้ให้ความหมายวา่ ภาวะของอารมณ์ ความรสู้ ึกร่วม ของบคุ คล
ที่มตี อ่ การเรยี นร้ปู ระสบการณ์ที่เกดิ จากแรงจูงใจซ่งึ เปน็ พลังภายในของแต่ละบุคคล อันเปน็ ความสัมพันธ์
ระหว่างเป้าหมายที่คาดหวังและความต้องการด้านจิตใจ นำไปสู่การค้นหาสิ่งที่ต้องการสอดคล้อง
กับนางสาววิจิตรา พลสำโรงคณะและคณะ ๒๕๖๐๕๘ ได้ให้ความหมายว่าความสำคญั ของความพงึ พอใจ
เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้งานประสบผลสำเร็จโดยเฉพาะ เป็นงานเกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเป็นปัจจัย
สำคัญประการแรกที่เป็นตัวบ่งชี้ถึงความก้าวหน้าของงาน และเป็นปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพของการ
บริการและการดำเนินงานบริการให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อสร้างและรักษาความรู้สึกที่ดีต่อบุคคลทุกคน
ทเ่ี กีย่ วข้องกบั การบรกิ าร และเป็นตวั ขบั เคลือ่ นในการทำงานเพอ่ื ให้ผู้ปฏิบตั งิ านมีกำลงั ใจท่ีจะปฏิบัติงาน
ต่อไปสอดคลอ้ งกับมหาวทิ ยาลัยเทพสตี ๒๕๖๑๕๙ ความพงึ พอใจในการปฏิบัตงิ านหมายถึง ความรู้สึกที่ดี
เจตคติที่ดีและมีความสุขต่อการปฏิบัติงานที่มีต่อสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรโดยมีองค์ประกอบต่างๆ
เชน่ ความมั่นคงในอาชีพ ขนาดของหนว่ ยงานลกั ษณะของงาน ความก้าวหนา้ ในงานและอน่ื ๆ ซึง่ จะส่งผล
ให้การทำงานนั้นประสบผลสำเร็จสนองนโยบายและบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ก่อให้เกิดการ
พัฒนาขึน้ ในองคก์ รอยา่ งต่อเน่อื ง

๔๕ ราชบัณฑิตปิยะสถาน, ความหมายความพึงพอใจ, สืบค้นเมื่อ ๑๑ เดือนธันวาคม ๒๕๖๔, แหล่งที่มา :
https:// dictionary .sanook .com.

๕๗ พัฒนา พรหมณ, แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและการสร้างแบบสอบถาม, (กรุงเทพ : สุวิริยาสาส์น
๒๕๖๓), หน้า ๗๐.

๕๘ นางสาววิจิตรา พลสำโรงและคณะ,ความพึงพอใจ, สืบค้นเมื่อ ๑๑ เดือนธันวาคม ๒๕๖๔, แหล่งที่มา
www.mbuisc.ac.th

๕๙ สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ, ทฤษฎีที่เกี่ยวกับความพึงพอใจ, สืบค้นเมื่อ ๕
มกราคม ๒๕๖๕, แหลง่ ท่ีมา : www.oic.go.th.

๗๐

จากผลการวิจัยสามารถสรุปได้ว่า ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อแบบประเมินความพึงพอใจ
อยู่ในระดับมากที่สุดอาจเป็นเพราะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เป็นการเรียนการ
สอนในรูปแบบลงมอื ปฏิบตั ิเอง นกั เรยี นได้เรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง คดิ วเิ คราะห์ ลงมือทำงานเปน็ กลุม่ ทำให้เกิด
ความสนุกสนานในการเรียน และมปี ฏิสัมพนั ธ์กบั เพ่ือนในห้องมากขึ้น

๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ

จากการศกึ ษาวิจยั เร่ือง “การพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน รายวิชาเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนพระธาตุขามแก่นพิทยาลัย โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบ
Active Learning” ผวู้ ิจัยมีขอ้ เสนอแนะ ดังนี้

๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะต่อการนำไปใช้ที่ไดจ้ ากการวจิ ัยในครั้งนี้
๑) การจดั การเรยี นการสอนรายวิชาเศรษฐศาสตร์ทีด่ ีควรท่จะจัดทำเป็นคู่มือที่ครูสังคม

ศึกษา สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงโดยเฉพาะการสอนเศรษฐศาสตร์ เกี่ยวกับระบบ
เศรษฐกิจของโลก ไปใช้ในการจดั การสอนวชิ าเศรษฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

๒) การจัดการเรียนการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์นั้นสามารถใช้เป็นคู่มือเพ่ือจัดการเรียน
การสอนในสาระที่ ๓ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรมในกลุ่มสาระการเรียน รู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยเฉพาะในส่วนของ
วิชาเศรษฐศาสตรใ์ ห้กบั ผ้เู รียนในทุกระดับช้ันทั้งระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษาทุกชนั้ ปี

๓) ผู้สอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ สามารถหาแนวคิดและรายละเอียดในประมวล
สาระ การจัดการเรียนการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะวิธีสอนไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียน
การสอนในกลมุ่ สาระการเรียนรู้ที่ครูผู้สอนรับผดิ ชอบอยู่

๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะในการวิจยั ครั้งตอ่ ไป
๑) ควรนำแนวทางในการจัดการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนการสอนแบบ Active

Learning มาประยุกต์ใช้ เพื่อจะได้เป็นแนวทางการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยมุ่งให้นักเรียน
เกดิ การเรียนรดู้ ้วยตนเอง และมีปฏสิ ัมพนั ธ์กับบุคคลรอบขา้ งได้

๒) ควรมีการเปรียบเทียบกลุ่มทดลองในแต่รูปละแบบการเรียนเข้ามาเพื่อหาความ
เหมาะสมแตล่ ะสถานการณก์ บั การเรยี นรปู แบบตา่ งๆ

๓) ควรมีการจัดการเรียนรู้เพื่อสร้างเสริมให้นักเรียนรู้จักคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง
ใหน้ กั เรยี น เรียนด้วยความเข้าใจแทนการทอ่ งจำ

๗๑

บรรณานกุ รม

ภาษาไทย

การศึกษาขั้นพื้นฐาน. แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก. สืบค้นเม่ือ
๓๐ มนี าคม ๒๕๖๕. แหลง่ ที่มา : www.academic.obec.go.th.

กระทรวงศึกษาธิการ. พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ และแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ ๒
พ.ศ. ๒๕๔๕. กรงุ เทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๒.

กมล โพธิเย็น. Active Learning การจัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑.
กรุงเทพ : มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร, ๒๕๖๔.

กฤษณี สงสวัสด์ิ กฤตกาล ชาร์ลีย์ ฑปภูผา และ สมศักดิ์ เวชแดง. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
รายวิชาสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียน
ไชยาวิทยา โดยใชก้ จิ กรรม การเรยี นรูแ้ บบร่วมมือ รูป แ บ บ เ อ ส ทีเ อ ดี . สุร าษฎร ์ธ านี :
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสุราษฎร์ธานี, ๒๕๖๒.

จุฑามาศ ศรีวิมล. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
เรื่องภูมิศาสตร์ทวีปยุโรป โดยใช้สื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์(E-book) ของนักเรียน
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒. นครศรธี รรมราช : โรงพมิ พน์ ครศรธี รรมราช, ๒๕๖๑.

จันทิมา เมยประโคน. การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจในการเรียน วิชาศิลปะ
เรื่องการสรา้ งสรรค์จากเศษวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ที่เรียนด้วยการจดั การ
เรียนรู้แบบ 4 MAT, ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (ศิลปศึกษา). กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมิตร, ๒๕๕๕.

จิรายุทธิ์ อ่อนศรี (๒๕๖๔). Active Learning การเรียนรู้แบบลงมือ(ปฏิบัติ). สืบค้นเมื่อ ๑๕ มีนาคม
๒๕๖๔. แหลง่ ทีม่ า : www.nwm.ac.th.

ไชยยศ เรืองสุวรรณ. การออกแบบพัฒนาโปรแกรมบทเรียนและบทเรียนบนเว็บ. มหาสารคาม :
ภาควิชาเทคโนโลยแี ละสอ่ื สาร การศึกษาคณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, ๒๕๒๓.

นนทลีพร พรธำดำวิทย์. สรุปองค์ความรู้เรื่อง Active Learning. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : บริษัท
ทรปิ เพลิ้ เอ็ดดูเคช่นั จำกดั , ๒๕๖๑.

บญุ ชม ศรสี ะอาด. การวิจัยเบ้ืองตน้ . พิมพ์คร้ังที่ ๗. กรงุ เทพฯ : สุวริ ยิ าสาสน์ , ๒๕๔๕.
ผกาวัลย์ นามนัย และ มนตรี วงษ์สะพาน. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกฎหมายและการ

ดำเนนิ ชีวิต และ ความสามารถ ในการแก้ปญหาอย่างมีวิจารณญาณ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
โดยใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้เชงิ รกุ . มหาสารคาม : มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, ๒๕๖๒.
พริษฐ์ วัชรสินธุ.วิบากกรรมระบบการศึกษาไทย สู่ข้อเสนอ ๖ มาตรการ เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ในชว่ งโควดิ . สบื ค้นเม่ือ ๒๙ มนี าคม๒๕๖๓. แหลง่ ทีม่ า : www.workpointtoday.com.

๗๒

พัฒนา พรหมณี ยุพิน พิทยาวัฒนชัย และ จีระศักดิ์ ทัพผา. แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและการ
สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจในงาน. อยุธยา : สถาบันวิทยาการประกอบการแห่ง
อโยธยา, ๒๕๖๓.

ไพโรจน์ คะเชนทร์ .การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. สืบค้นเมื่อ ๖ เดือนมกราคม ๒๕๕๖. แหล่งที่มา :
www.kruoiysmarteng.blogspot.com.

วงศ์พันธ์ อมรินทร์เทวา. เพราะการศึกษาหยุดไม่ได้. สืบค้นเมื่อ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๕. แหล่งที่มา :
www.eef.or.th.

สถาพร พฤฑฒิกุล. คุณภาพผู้เรียนเกิดจากกระบวนการเรียนรู้. สระแก้ว: คณะเทคโนโลยี การเกษตร
มหาวทิ ยาลยั บูรพา วทิ ยาเขตสระแกว้ , ๒๕๔๒.

สถาพร พฤฑฒิกุล. การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning. สระแก้ว: คณะเทคโนโลยี
การเกษตร มหาวทิ ยาลยั บูรพา วทิ ยาเขตสระแกว้ , ๒๕๔๒.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑. แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและ
ส่งเสริมการจดั การเรยี นเชิงรุก. อบุ ลราชธานี : หน่วยศกึ ษานิเทศกก์ รมสามัญศึกษา, ๒๕๖๐.

สุนันทา เลาหนันท์. การสร้างทีมงาน. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : แฮนดเมดสติกเกอร์ แอนดดีไซน์,
2551.

เติมศกั ดิ์ คทวณชิ , จติ วทิ ยาท่ัวไป, (กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น), ๒๕๔๖.
มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. สืบค้นเมือ่ ๖ เดือนมกราคม ๒๕๕๖. แหลง่ ทีม่ า : www .kruoiysmar

teng.blogspot.com.
ราชบัณฑติ ปิยะสถาน.ความพงึ พอใจ. สืบคน้ เม่อื ๑๑ เดอื นธนั วาคม ๒๕๖๔. แหลง่ ทมี่ า : www.diction

nary.sanook.com.
รัชนีพร มีสี. การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรูท้ ี่ส่งเสริมความสามารถในการคิดวเิ คราะห์และผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรียน เรื่องสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ ๖. วทิ ยานพิ นธศ์ ึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๕๔.
วรรณรตั น์ องึ้ สปุ ระเสริฐ. การวจิ ัยทางการศึกษา. คณะครุศาสตร์ สถาบนั ราชภฏั จนั ทร์เกษม. กรงุ เทพฯ
,๒๕๔๔.
วิไลลักษณ์ อิมพุ่ม. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา
และวัฒนธรรม รายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่องพัฒนาการทางประวัติศาสตร์กับประเทศเพื่อน
บ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านปรือน้อย
โดยใช้แบบฝกึ ทกั ษะทางการเรียน. ประจวบคีรีขนั ธ์ : เชาวนปรชี าการพมิ พ์, ๒๕๕๘ .
ศิริชัย กาญจนวาส. ทฤษฎีการประเมิน. พิมพ์ครั้งที่ ๘. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๕๖.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑. แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและ
ส่งเสริมการจัดการเรียนเชิงรกุ . อุบลราชธานี : หน่วยศึกษานเิ ทศกก์ รมสามญั ศึกษา. ๒๕๖๐.

๗๓

สมฤดี พิพิธกุล. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาเศรษฐกิจ
ของไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 โดยใช้แผนจัดการเรียนรูปแบบกล่มร่วมมือเทคนิค
STAD ร่วมกับสื่อประสม. มหาสารคาม :มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, ๒๕๕๙.

อัญชนา โพธิพลากร. การพัฒนาชุดกิจกรรมคณิตศาสตร์ที่เน้นทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
ด้วยการเรียนแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓. วิทยานิพนธ์ กศ.ม.
มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ. กรุงเทพฯ, ๒๕๔๕.

อภินันท์ นนฺทภาณี. การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้การเรียนรู้เชิงรุก สาระหน้าที่พลเมือง
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาลวัดศาลามีชัย อำเภอเมือง จังหวัด
นครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช : โรงพิมพ์นครศรธี รรมราช, ๒๕๖๑.

อารีย์ คงสวัสดิ์. การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อมั่นในการเรียนคณิตศาสตร์กับผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียน วิชาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓. วิทยานิพนธ์ กศ.ม..
มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ. กรงุ เทพฯ, ๒๕๔๔.

ภาษาองั กฤษ

Baldwin,Jill.; & Williams,Hank. Active Learning : a Trainer’s Guide. England : Blackwell
Education. 1988

Bloom. Taxonomy of Educational Objectives, Handbook : The Cognitive Domain.
( New York: David McKay Co Inc.), 1956.

Johnson, David W.; et al . Active Learning : Cooperation in the College Classroom.
Edina, MN : Interaction Book Company. 1991.

Mckinney, S. E.. Developing teachers for high-poverty schools: The role of the
internship experience,Urban Education. [Online]. Available:http://www.eric.ed.
gor (2022, 3 February), 2008.

๗๔

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก
รายนามผู้เชยี่ วชาญ

๗๖

รายนามผเู้ ช่ยี วชาญ

๒. ผศ.ดร.อนสุ รณ์ นามทะราช ตำแหน่ง ประธานประจำหลักสตู รครุศาสตรบณั ฑิต
๒. อาจารยบ์ ุญสง่ นาแสวง สาขาวิชาสงั คมศึกษา คณะครุศาสตร์
๓. อาจารย์พนั ทวิ า ทับภูมี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วทิ ยาเขตขอนแก่น

ตำแหน่ง อาจารย์ประจำหลกั สูตรครุศาสตรบัณฑติ
สาขาวิชาสงั คมศึกษา คณะครศุ าสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแก่น

ตำแหนง่ อาจารย์ประจำหลกั สูตรครุศาสตรบัณฑติ
สาขาวิชาสงั คมศกึ ษา คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแกน่

ภาคผนวก ข
แบบประเมนิ คุณภาพเครอ่ื งมอื โดยผ้เู ชี่ยวชาญ

๗๘

แบบประเมินความคดิ เห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญเก่ียวกบั แผนการจดั การเรยี นรู้
วิชา รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ รหสั วิชา ๑๓๒๓๓ สำหรับนักเรียน ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔

แผนการเรียนรทู้ ่ี ๑ เรือ่ ง หน่วยเศรษฐกิจ

คำชแี้ จง : ข้อความทเี่ สนอต่อไปน้ีเปน็ เกณฑพ์ น้ื ฐานในการประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ โปรดใส
เครอ่ื งหมายถกู () ลงในช่องที่ตรงกับความคดิ เหน็ ลงในแบบประเมนิ และหากท่านมี
ขอ้ เสนอแนะกรุณาระบรุ ายละเอียดให้เป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดให้
ความหมายเกณฑป์ ระเมิน ดงั น้ี
ระดับ ๕ หมายถงึ เห็นด้วยมากทสี่ ดุ
ระดบั ๔ หมายถงึ เห็นดว้ ยมาก
ระดบั ๓ หมายถึง เห็นดว้ ยปานกลาง
ระดบั ๒ หมายถงึ เห็นดว้ ยน้อย
ระดับ ๑ หมายถึง เหน็ ด้วยน้อยทีส่ ุด

โปรดใสเ่ ครอื่ งหมายถูก () ลงในชอ่ งทต่ี รงกับความคิดเหน็ ลงในแบบประเมิน

รายการประเมิน ระดับความคดิ เห็น หมายเหตุ
๕๔๓๒๑
๑. หน่วยการเรยี นรมู้ ีองคป์ ระกอบครบถ้วนเหมาะสม
และมีรายละเอยี ดท่ีสอดคลอ้ งสัมพันธก์ นั

๒. การเขยี นสาระที่สำคญั ในแผน กระชับ ครอบคลมุ
ตามเปา้ หมาย

๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้มคี วามชัดเจนถกู ต้อง
ครอบคลุมเนอ้ื หาสาระ

๔. เน้ือหา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกับจำนวน
เวลาทีก่ ำหนด

๕. เนื้อหาสาระในแผนถกู ตอ้ งตามหลักวชิ าการ
๖. กจิ กรรมการเรียนรูห้ ลากหลาย / เหมาะสมกับวยั

ของผเู้ รียนและสามารถนำไปปฏบิ ัติได้จริง
๗. กิจกรรมการสอนตามรูปแบบการคดิ เชิงวพิ ากษ์
(Active Learning)
๘. มีการใช้สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้ท่เี หมาะสมกับวัย

และเน้ือหาสาระ
๙. มีรูปแบบการวัดผลและประเมนิ ผลทีห่ ลากหลาย
๑๐.มีการวัดผลและประเมินผลที่สอดคลอ้ งกบั

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

๗๙

ข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………………………………………..
(…………………………………………………………………….)

ผปู้ ระเมิน

๘๐

แบบประเมินความคิดเหน็ ของผ้เู ช่ยี วชาญเก่ียวกับแผนการจดั การเรยี นรู้
วชิ า รายวิชาเศรษฐศาสตร์ รหัสวิชา ๑๓๒๓๓ สำหรับนกั เรียน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔

แผนการเรยี นรูท้ ี่ ๒ เร่อื ง ระบบเศรษฐกจิ ในโลกปัจจบุ ัน

คำชี้แจง : ขอ้ ความที่เสนอตอ่ ไปนีเ้ ป็นเกณฑพ์ น้ื ฐานในการประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ โปรดใส

เครือ่ งหมายถกู () ลงในช่องทต่ี รงกับความคิดเห็นลงในแบบประเมนิ และหากทา่ นมี

ขอ้ เสนอแนะกรุณาระบุรายละเอยี ดให้เป็นแนวทางในการปรับปรุงต่อไป โดยกำหนดให้

ความหมายเกณฑ์ประเมนิ ดงั น้ี

ระดับ ๕ หมายถึง เหน็ ด้วยมากทสี่ ดุ

ระดบั ๔ หมายถงึ เหน็ ด้วยมาก

ระดับ ๓ หมายถงึ เหน็ ดว้ ยปานกลาง

ระดับ ๒ หมายถงึ เห็นดว้ ยนอ้ ย

ระดับ ๑ หมายถงึ เหน็ ดว้ ยนอ้ ยที่สุด

โปรดใสเ่ คร่ืองหมายถูก () ลงในชอ่ งที่ตรงกบั ความคิดเห็นลงในแบบประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับความคดิ เห็น หมายเหตุ
๕๔๓๒๑

๑. หนว่ ยการเรียนรมู้ ีองคป์ ระกอบครบถว้ นเหมาะสม

และมีรายละเอียดที่สอดคล้องสมั พนั ธก์ นั

๒. การเขียนสาระที่สำคญั ในแผน กระชบั ครอบคลุม

ตามเป้าหมาย

๓. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้มีความชัดเจนถกู ต้อง

ครอบคลุมเน้ือหาสาระ

๔. เนอ้ื หา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกับจำนวน

เวลาท่ีกำหนด

๕. เนือ้ หาสาระในแผนถกู ตอ้ งตามหลกั วิชาการ

๖. กจิ กรรมการเรียนรหู้ ลากหลาย / เหมาะสมกับวยั

ของผเู้ รียนและสามารถนำไปปฏบิ ัติได้จรงิ

๗. กิจกรรมการสอนตามรูปแบบการคดิ เชิงวพิ ากษ์

(Active Learning)

๘. มีการใชส้ อ่ื /แหล่งการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสมกับวัย

และเนอ้ื หาสาระ

๙. มีรปู แบบการวดั ผลและประเมินผลท่ีหลากหลาย

๑๐.มกี ารวัดผลและประเมนิ ผลทีส่ อดคล้องกับ

จุดประสงค์การเรยี นรู้

๘๑

ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………………………..
(…………………………………………………………………….)

ผู้ประเมิน

๘๒

แบบประเมนิ ความคดิ เห็นของผู้เชี่ยวชาญเกย่ี วกับแผนการจัดการเรียนรู้

วชิ า รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ รหัสวชิ า ๑๓๒๓๓ สำหรบั นกั เรียน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔
แผนการเรยี นรู้ที่ ๓ เรอื่ ง การกำหนดราคาสินคา้

คำช้ีแจง : ข้อความที่เสนอต่อไปนีเ้ ป็นเกณฑพ์ ้ืนฐานในการประเมินแผนการจดั การเรยี นรู้ โปรดใส

เครอื่ งหมายถกู () ลงในช่องทต่ี รงกับความคดิ เห็นลงในแบบประเมิน และหากท่านมี

ข้อเสนอแนะกรณุ าระบรุ ายละเอยี ดใหเ้ ปน็ แนวทางในการปรับปรุงตอ่ ไป โดยกำหนดให้

ความหมายเกณฑ์ประเมนิ ดงั น้ี

ระดบั ๕ หมายถึง เห็นดว้ ยมากท่ีสดุ

ระดับ ๔ หมายถึง เหน็ ดว้ ยมาก

ระดบั ๓ หมายถงึ เหน็ ด้วยปานกลาง

ระดับ ๒ หมายถงึ เหน็ ด้วยนอ้ ย

ระดบั ๑ หมายถงึ เหน็ ด้วยนอ้ ยทส่ี ดุ

โปรดใสเ่ ครือ่ งหมายถกู () ลงในช่องท่ตี รงกับความคิดเหน็ ลงในแบบประเมนิ

รายการประเมนิ ระดับความคิดเหน็ หมายเหตุ
๕๔๓๒๑

๑. หนว่ ยการเรยี นรู้มีองคป์ ระกอบครบถ้วนเหมาะสม

และมีรายละเอยี ดท่ีสอดคล้องสมั พนั ธก์ ัน

๒. การเขยี นสาระที่สำคญั ในแผน กระชับ ครอบคลุม

ตามเปา้ หมาย

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้มีความชดั เจนถกู ต้อง

ครอบคลมุ เน้อื หาสาระ

๔. เนอ้ื หา / กิจกรรมการสอนเหมาะสมกับจำนวน

เวลาทกี่ ำหนด

๕. เนือ้ หาสาระในแผนถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการ

๖. กจิ กรรมการเรียนรหู้ ลากหลาย / เหมาะสมกับวยั

ของผ้เู รียนและสามารถนำไปปฏิบตั ิได้จรงิ

๗. กิจกรรมการสอนตามรูปแบบการคดิ เชิงวพิ ากษ์

(Active Learning)

๘. มีการใชส้ ื่อ/แหลง่ การเรียนร้ทู เ่ี หมาะสมกับวยั

และเนอื้ หาสาระ

๙. มรี ูปแบบการวัดผลและประเมินผลท่ีหลากหลาย

๑๐.มีการวดั ผลและประเมนิ ผลทีส่ อดคลอ้ งกับ

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

๘๓

ข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ………………………………………………………………..
(………………………………………………………..…………….)

ผู้ประเมนิ

๘๔

แบบประเมนิ ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
กบั จุดประสงค์การเรียนรู้

เรอ่ื ง การพฒั นาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น รายวิชา เศรษฐศาสตร์ ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔
โรงเรียนพระธาตุขามแกน่ พิทยาลยั โดยใชร้ ปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning

คำช้แี จง
โปรดพิจารณาขอ้ สอบแตล่ ะข้อว่าสามารถวัดได้ตามตรงวตั ถุประสงคก์ ารเรยี นรู้ เมอ่ื พจิ ารณาแล้ว

ให้ท่านทำเคร่ืองหมาย / ลงในช่องท่ีตรงตามกับความคดิ เหน็ ของทา่ นมากท่ีสดุ โดยใช้เกณฑ์ดงั น้ี
+๑ หมายถงึ แนใ่ จว่าข้อสอบมคี วามสอดคล้องกบั จุดประสงค์การเรียนรู้
๐ หมายถึง ไม่แน่ใจว่าขอ้ สอบมีความสอดคล้องกบั จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
-๑ หมายถึง แน่ใจว่าข้อสอบไมม่ ีความสอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นรู้

ขอบพระคณุ เปน็ อยา่ งสูง
นางสาวอนุศรา พลดงนอก
นกั ศกึ ษาระดับปรญิ ญาตรี สาขาวิชา
การสอนสังคมศกึ ษา คณะครุศาสตรศ์ าสตร์
มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแกน่

๘๕

วตั ถุประสงค์การ ขอ้ สอบ ระดบั ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
เรียนรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง
ความเข้าใจ
+๑ ๐ -๑
ความเขา้ ใจ
จำแนกประเภทหนว่ ย ๑. ขอ้ ใดจัดเปน็ หนว่ ยเศรษฐกจิ
ความรู้
เศรษฐกิจได้ ก. บริษัท ห้างรา้ น หา้ งหุ้นสว่ น ความจำ

ข. ครวั เรอื น ธุรกิจ องค์กรรฐั บาล

ค. บริษัท หา้ งสรรพสนิ ค้า

องค์การโทรศัพท์

ง. สหกรณ์ ธนาคาร บรษิ ทั เงินทุน

หลกั ทรัพย์

เฉลย ข้อ ข.

อภิปราย และนำเสนอ ๒. ขอ้ ความใดสัมพันธ์กับระบบเศรษฐกิจ

ขอ้ มลู เก่ียวกบั ระบบ ก. การดำเนนิ กจิ กรรมต่างๆ ของรัฐบาลท่ี

เศรษฐกจิ ในโลก เก่ยี วขอ้ งกับธรุ กจิ

ปัจจุบันได้ ข. การดำเนินงานตา่ งๆ ท่ีมคี วามเกย่ี วข้อง

กับผู้ผลิตจำนวนมาก

ค. การนำปจั จยั การผลติ ออกสตู่ ลาดใน

รปู แบบตา่ งๆ เพอ่ื ประโยชนต์ อ่ ผผู้ ลติ

แต่คำนึงถงึ ความเปน็ ธรรมของผ้บู ริโภค

ง. ความรว่ มมอื กนั ของมนุษย์ในการสร้าง

และใชท้ รัพยากร เพ่อื สนองความ

ตอ้ งการของสมาชิกในสังคมท่ีมกี าร

ปฏิบตั ิคล้ายคลงึ กนั

เฉลย ข้อ ง.

อธบิ ายความหมาย ๓. ขอ้ ใดจัดเปน็ ลักษณะของระบบเศรษฐกิจแบบทุน

ความเปน็ มา นิยม

องค์ประกอบของระบบ ก. มกี จิ กรรมทแ่ี สดงถึงการคุ้มครองสวัสดิ

เศรษฐกิจในโลก ภาพของแรงงาน

ปัจจุบนั ได้ ข. รฐั จะเข้าไปควบคมุ กจิ การสาธารณปู โภค

และกิจการธนาคาร

ค. การดำเนนิ กจิ กรรมทางดา้ นเศรษฐกจิ

โดยผา่ นกลไกราคา

ง. เอกชนสามารถดำเนินกิจการทางด้าน

อุตสาหกรรมร่วมกบั รฐั บาลได้

เฉลย ข้อ ค.

๘๖

วัตถปุ ระสงค์การ ข้อสอบ ระดบั ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
เรียนรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง

วเิ คราะห์ +๑ ๐ -๑

วเิ คราะหร์ ะบบ ๔. ในระบบเศรษฐกจิ ท่ีมีผ้ผู ลติ น้อยราย จะสง่ ผล

เศรษฐกิจในโลก สำคญั ในเรอ่ื งใด

ปจั จุบนั ได้ ก. ผผู้ ลิตมีกำไรมาก

ข. ทำให้เกิดการผกู ขาดการผลิต

ค. ผู้บรโิ ภคเลอื กซอ้ื สินคา้ ได้นอ้ ยลง

ง. มกี ารทำลายทรัพยากรธรรมชาติลด

น้อยลง

เฉลย ข้อ ข.

อธบิ ายความหมาย ๕. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ดขี องระบบเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม ความรู้
ความจำ
ความเป็นมา ก. การแขง่ ขันกันขายสนิ ค้าทำให้คณุ ภาพ

องคป์ ระกอบของระบบ ของสินคา้ ดีขน้ึ

เศรษฐกิจในโลก ข. มกี ารกระจายรายได้ของประชาชนสูงข้ึน

ปจั จบุ ันได้ อย่างเท่าเทียมกัน

ค. เอกชนสามารถตดั สนิ ใจผลิตสินค้าได้

อย่างเสรไี ม่ถูกจำกดั จากรัฐบาล

ง. ผูบ้ ริโภคและผผู้ ลิตมีสทิ ธเิ สรภี าพเทา่

เทียบกันในเรอ่ื งของการตัดสนิ ใจผลติ

และบริโภค

เฉลย ข้อ ก.

อธิบายความหมาย ๖. ลักษณะเดน่ ของระบบเศรษฐกจิ แบบสงั คมนิยม ความเขา้ ใจ

ความเป็นมา เปน็ อยา่ งไร

องค์ประกอบของระบบ ก. รฐั และเอกชนร่วมมือกนั ประกอบธรุ กจิ

เศรษฐกจิ ในโลก ขนาดใหญ่ เพือ่ ประโยชน์ของประเทศ

ปจั จบุ ันได้ ข. รฐั ควบคุมกจิ การธนาคาร อตุ สาหกรรม

ขนั้ พ้นื ฐาน และกิจการสาธารณูปโภค

ค. ผู้ผลิตตอ้ งแบง่ ปันผลประโยชน์ เพ่ือเป็น

สวัสดิการประชาชน

ง. ผูป้ ระกอบกจิ การธรุ กิจขนาดใหญม่ ี

เสรภี าพในการผลิต

เฉลย ขอ้ ข.

อธบิ ายความหมาย ๗. ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนิยมมีข้อเสยี อย่างไร ความเข้าใจ

ความเป็นมา ก. การลงทนุ ในธุรกจิ ตา่ งมตี น้ ทุนมาก แต่มี

องค์ประกอบของระบบ กำไรนอ้ ย

๘๗

วตั ถปุ ระสงคก์ าร ข้อสอบ ระดบั ระดบั ความ ขอ้ เสนอแนะ
เรยี นรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง

+๑ ๐ -๑

เศรษฐกิจในโลก ข. รัฐบาลเขา้ ไปแทรกแซงกลไกราคาตอ่

ปจั จุบันได้ ผู้ผลติ ทกุ ประเภท

ค. ประชาชนไม่มีเสรภี าพอย่างเต็มทใ่ี นการ

ทำธุรกจิ ทตี่ อ้ งการ

ง. มีการผูกขาดราคาสนิ คา้ ทเ่ี อกชนเป็น

ผู้ผลติ และประชาชนไม่ไดร้ บั สวสั ดกิ าร

จากรัฐบาล

เฉลย ขอ้ ค.

อธบิ ายความหมาย ๘. ระบบเศรษฐกจิ แบบสังคมนยิ มมีขอ้ ดอี ย่างไร ความเข้าใจ

ความเปน็ มา ก. ประชาชนมีอำนาจตอ่ รองราคาสินค้า

องค์ประกอบของระบบ ข. เอกชนมีแรงจงู ใจในการผลติ หรือคดิ ค้น

เศรษฐกจิ ในโลก สิง่ ใหม่ๆ

ปจั จบุ ันได้ ค. ธุรกิจขนาดใหญ่มีกำไรมาก เพราะมีการ

รวมกล่มุ กัน

ง. ประชาชนได้รบั การดูแลเก่ยี วกับ

สวสั ดิการจากรฐั คอ่ นขา้ งดี

เฉลย ขอ้ ง.

วเิ คราะห์ประเภทของ ๙. ระบบเศรษฐกิจแบบผสมมีลักษณะเด่นอยา่ งไร วิเคราะห์

รบบเศรษฐกิจในโลก ก. รฐั ไม่แทรกแซงราคาสินค้าหรอื ธุรกจิ ทุก

ปัจจบุ ันได้ ขนาด

ข. รฐั มีหน้าทอี่ ำนวยความสะดวกแก่

ผู้ประกอบการขนาดเล็ก

ค. รัฐเข้าไปดำเนินกจิ กรรมอตุ สาหกรรม

ประเภทการบรกิ ารและการท่องเที่ยว

ง. รฐั บาลมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมทาง

เศรษฐกจิ หลายดา้ น เพอื่ ให้เกิดความ

เปน็ ธรรมทางเศรษฐกิจ

เฉลย ข้อ ง.

วิเคราะห์ประเภทของ ๑๐. ข้อดีของระบบเศรษฐกิจแบบผสมคืออะไร วเิ คราะห์

รบบเศรษฐกิจในโลก ก. รฐั บาลสามารถเข้าไปควบคมุ หรือออก

ปัจจบุ ันได้ กฎหมายเพอ่ื กำกบั ถ้าเอกชนดำเนนิ

กจิ กรรมทางเศรษฐกิจจนสรา้ งความ

เดือดรอ้ นต่อประชาชน

๘๘

วตั ถปุ ระสงค์การ ขอ้ สอบ ระดับ ระดบั ความ ข้อเสนอแนะ
เรียนรู้ พฤติกรรม สอดคลอ้ ง

+๑ ๐ -๑

ข. รายได้ของแรงงานมจี ำนวนเทา่ เทยี มกนั

ทุกคน สง่ ผลให้ประชาชนมีความต้ังใจใน

การทำงาน ในองคก์ รธุรกิจอย่างเตม็ ที่

ค. เอกชนมีกำลังใจในการผลิตสินคา้ ตาม

นโยบายของรัฐบาล

ง. การบรหิ ารงานขององค์กรธรุ กจิ มี

ประสิทธิภาพ

เฉลย ขอ้ ก.

อธบิ ายความหมาย ๑๓.ขอ้ ใดเป็นตลาดปัจจยั การผลิต ความเข้าใจ

ความเป็นมา ก. ตลาดหลักทรพั ย์

องค์ประกอบของระบบ ข. ตลาดเสอื้ ผา้ อาหาร

เศรษฐกจิ ในโลก ค. ตลาดซ้อื ขายเคร่ืองสบู น้ำ

ปัจจบุ นั ได้ ง. ตลาดซอ้ื เงนิ ตราตา่ งประเทศ

เฉลย ข้อ ค.

ความสำคญั ของการ ๑๔. “เกษตรกรมีกรรมสิทธิ์ในท่ีดินทำกนิ มีอสิ ระใน นำไปใช้
ความเข้าใจ
เรยี นเรอื่ งกฎอปุ สงค์ การกำหนดราคาผลผลิตทางการเกษตรของตนเอง

และกฎอุปทานเพื่อ แตเ่ มื่อราคาผลผลิตตกตำ่ เกษตรกรไดร้ บั ความ

นำไปประยกุ ตใ์ ช้ใน เดือดรอ้ น ภาครฐั ต้องไปแทรกแซง โดยการประกนั

ชีวิตประจำวัน ราคาพืชผล” เหตกุ ารณด์ ังกล่าวจะเกดิ ขน้ึ กบั ระบบ

เศรษฐกิจแบบใด

ก. ระบบเศรษฐกิจแบบทนุ นิยม

ข. ระบบเศรษฐกิจแบบสงั คมนยิ ม

ค. ระบบเศรษฐกจิ แบบผสม

ง. เศรษฐกจิ พอเพียง

เฉลย ข้อ ค.

อธิบายความหมาย ๑๕. ขอ้ ความใด ไม่สอดคล้องกบั กฎของอปุ สงค์

ความเป็นมา (Law of demand)

องค์ประกอบของระบบ ก. เม่อื ทุเรยี นมรี าคาถกู คนกจ็ ะซอื้ ทุเรียน

เศรษฐกจิ ในโลก มากขึน้

ปจั จบุ ันได้ ข. เมื่อเงาะมรี าคาแพง คนก็จะซ้ือเงาะ

จำนวนน้อยลง

ค. เม่อื โทรศพั ท์มือถือราคาลดลง คนกจ็ ะซอ้ื

๘๙

วตั ถุประสงคก์ าร ขอ้ สอบ ระดบั ระดับความ ขอ้ เสนอแนะ
เรียนรู้ พฤตกิ รรม สอดคลอ้ ง
ความเข้าใจ
+๑ ๐ -๑
ความเข้าใจ
โทรศพั ทม์ อื ถอื มากขนึ้
วเิ คราะห์
ง. เมื่อยางพารามรี าคาแพงข้ึน มผี ลให้ตลาด วิเคราะห์

ต่างประเทศงดซื้อยางพาราของไทย

เฉลย ขอ้ ง.

อธิบายความหมาย ๑๖. ปจั จยั ทีม่ ีผลต่อการกำหนดอุปสงค์คืออะไร

ความเปน็ มา ก. ราคาสินคา้ รายไดเ้ ฉล่ยี ของครวั เรอื น

องคป์ ระกอบของระบบ จำนวนประชากร

เศรษฐกจิ ในโลก ข. ฤดกู าล รายได้เฉลี่ยของครวั เรือน

ปจั จุบนั ได้ ประเภทของสินค้า

ค. ราคาสินคา้ จำนวนประชากร รฐั บาล

ประเภทสนิ คา้

ง. การเปล่ยี นแปลงราคาสินค้า จำนวน

สินคา้

เฉลย ขอ้ ก.

เขา้ ใจความหมาย ๑๗. “ถา้ ราคาสินค้าลดลง ผู้ผลิตสนิ คา้ ออกมา

ความเป็นมา จำหนา่ ยลดลง ถา้ ราคาสนิ คา้ เพ่ิมขึ้น ผู้ผลิตสนิ คา้ จะ

องคป์ ระกอบของระบบ ผลิตสินค้าออกมาจำหนา่ ยเพม่ิ ขนึ้ ” ข้อความดงั กล่าว

เศรษฐกิจในโลก สอดคลอ้ งกบั ข้อใด

ปัจจุบันได้ ก. อปุ สงค์

ข. อุปทาน

ค. กฎของอปุ สงค์

ง. กฎของอุปทาน

เฉลย ข้อ ง.

วิเคราะหก์ ารกำหนด ๑๘. ปจั จัยที่มีผลต่อการกำหนดอปุ ทานคอื อะไร

ราคาในระบบ ก. รายได้เฉลี่ยของครวั เรือน

เศรษฐกิจได้ ข. จำนวนผู้ผลติ หรอื ผขู้ าย

ค. ความนิยมของผูผ้ ล๙ิ

ง. ฤดูกาล

เฉลย ข้อ ข.

วิเคราะหก์ ารกำหนด ๑๙. ระดบั ราคาที่จำนวนสนิ คา้ ท่ผี ู้บริโภคตอ้ งการซอ้ื

ราคาในระบบ ขณะนน้ั จะเท่ากบั จำนวนสนิ ค้าทีผ่ ู้ผลิตจะผลติ

เศรษฐกจิ ได้ ออกมาจำหนา่ ยในขณะเดียวกันพอดี เรียกว่าอะไร

ก. ราคาดุลยภาพ


Click to View FlipBook Version