๙๑
6. การวัดผลและประเมินผล
6.1 สอดคลองกบั จดุ ประสงค
การเรยี นรู 5 5 3 5 5 23 4.60 เหน็ ดวยมากที่สดุ
6.2 สอดคลอ งกบั สาระการ
เรียนรู 5 5 4 5 4 23 4.60 เหน็ ดว ยมากทสี่ ุด
6.3 เคร่อื งมอื ท่ีใชเหมาะสมกับ
วัย 5 5 4 4 4 23 4.60 เห็นดว ยมากทสี่ ดุ
รวม 505 4.38 เหน็ ดว ยมาก
ตาราง 9 สรุปผลการประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู ดว ยรปู แบบการจัดการเรียนรแู บบปญ หาเปนฐาน
รว มกบั เทคนิค KWL Plus
แผนการจัดการเรยี นรู คะแนนรวม คาเฉล่ีย สรุปผล
แผนท่ี 1 505 4.38 เห็นดว ยมาก
แผนที่ 2 512 4.44 เหน็ ดว ยมาก
แผนที่ 3 516 4.69 เหน็ ดว ยมากทส่ี ดุ
รวมเฉลยี่ 511 4.50 เห็นดว ยมาก
ตาราง 10 ผลการประเมนิ ความสอดคลองระหวางขอสอบกับจดุ ประสงคการเรยี นรู (IOC) ของ แบบ
ทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียน เร่ือง วัฒนธรรมและภูมิปญญา โดยผเู ช่ยี วชาญ 3 ทาน
ขอ สอบ คะแนนความคิดเหน็ ของผเู ชีย่ วชาญ
ขอ ท่ี รวม IOC สรุป
1 คนท่ี 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 คนท่ี 4 คนที่ 5
2 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
3 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
4 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
5 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
6 +1 +1 -1 -1 +1 4 0.8 ใชไ ด
7 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
8 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
9 +1 -1 +1 +1 +1 4 0.8 ใชไ ด
๙๒
10 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
11 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
12 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
13 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
14 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
15 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
16 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
17 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
18 +1 +1 -1 +1 +1 4 0.8 ใชไ ด
19 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
20 +1 +1 +1 +1 -1 4 0.8 ใชไ ด
21 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
22 +1 0 +1 +1 +1 4 0.8 ใชไ ด
23 +1 0 +1 +1 0 3 0.6 ใชไ มไ ด
24 +1 -1 +1 +1 +1 4 0.8 ใชได
25 +1 0 -1 +1 +1 3 0.6 ใชไ มได
26 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
27 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
28 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
29 +1 +1 -1 +1 0 3 0.6 ใชไมไ ด
30 +1 +1 +1 +1 -1 4 0.8 ใชได
31 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
32 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
33 +1 -1 0 +1 +1 3 0.6 ใชไ มไ ด
34 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
35 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
36 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
37 +1 -1 +1 +1 +1 4 0.8 ใชไ ด
38 +1 0 +1 +1 -1 3 0.6 ใชไ มได
39 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชไ ด
40 +1 +1 +1 +1 +1 5 1 ใชได
๙๓
ตาราง 14 ผลการประเมนิ ความสอดคลองของแบบวัดการคิดแกปญหา โดยผูเ ช่ยี วชาญ 5 ทา น
รายการประเมนิ ผลการประเมินผเู ชย่ี วชาญคนท รวม เฉล่ยี ระดับ
1 2 3 45 ความรูส ึก
1. ความเหมาะสมของ 5 5 5 45 24
สถานการณ 4 5 5 45 23 เหมาะสม มาก
2. ความเหมาะสมของขอ 22 4.8 ทีส่ ดุ
คำถามในแบบวัด 23
เหมาะสม มาก
3. ความเหมาะสมของขอ 5 4 4 45 4.6 ที่สุด
คำถามในใบกิจกรรม เหมาะสม
4.4 มาก
4. ความเหมาะสมของ 5 5 4 4 5 4.6 เหมาะสม มาก
เกณฑก ารประเมนิ แบบวัด ทส่ี ุด
ตาราง คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรยี นจำนวน 30 คน
คนที่ คะแนน คิดเปน ผลการ คนท่ี คะแนน คดิ เปน ผลการ
(เตม็ 30) รอยละ ประเมนิ (เตม็ 30) รอ ยละ ประเมิน
1 25 83.33 ผาน 17 29 96.67 ผา น
2 26 86.67 ผา น 18 24 80.00 ผาน
3 26 86.67 ผา น 19 22 73.33 ผา น
4 29 96.67 ผา น 20 23 76.67 ผาน
5 25 83.33 ผาน 21 25 83.33 ผาน
6 24 80.00 ผา น 22 27 90.00 ผา น
7 21 70.00 ผาน 23 25 83.33 ผาน
8 21 70.00 ผาน 24 29 96.67 ผา น
9 27 90.00 ผาน 25 21 70.00 ผา น
10 24 80.00 ผาน 26 24 80.00 ผาน
11 27 90.00 ผาน 27 25 83.33 ผาน
12 21 70.00 ผาน 28 23 76.67 ผา น
13 24 80.00 ผา น 29 28 93.33 ผา น
14 21 70.00 ผาน 30 22 73.33 ผาน
15 26 86.67 ผา น
๙๔
16 24 80.00 ผาน
24.6
S.D. 2.48
รอยละ 82.00
ตาราง คะแนนการคิดแกป ญหาของนักเรียนจำนวน 30 คน
คนที่ คะแนน คิดเปน ผลการ คนท่ี คะแนน คิดเปน ผลการ
(เต็ม 25) รอยละ ประเมนิ (เต็ม 25) รอ ยละ ประเมิน
1 20 80.00 ผาน 17 20 96.67 ผาน
2 22 88.00 ผาน 18 23 80.00 ผา น
3 24 96.00 ผาน 19 24 73.33 ผา น
4 24 96.00 ผาน 20 20 76.67 ผาน
5 22 88.00 ผา น 21 22 83.33 ผาน
6 20 80.00 ผา น 22 20 90.00 ผา น
7 18 70.00 ผา น 23 22 83.33 ผา น
8 20 70.00 ผาน 24 20 96.67 ผา น
9 24 90.00 ผา น 25 21 70.00 ผาน
10 22 80.00 ผา น 26 18 80.00 ผา น
11 20 90.00 ผาน 27 22 83.33 ผา น
12 20 70.00 ผาน 28 23 76.67 ผาน
13 22 80.00 ผา น 29 18 93.33 ผา น
14 22 70.00 ผาน 30 22 73.33 ผาน
15 22 86.67 ผา น
16 20 80.00 ผา น
21.12
S.D. 1.82
รอ ยละ 84.48
๙๕
ภาคผนวก ง
เคร่อื งมือทใ่ี ชใ นการวิจัย
- แผนการจัดการเรียนรู
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
- แบบเฉลยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
- แบบประเมนิ ใบกจิ กรรมการแกปญหา
- แบบประเมนิ พฤติกรรมนักเรียน
๙๖
แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๑
รหสั วชิ า ส 22233 รายวชิ า หนาทีพ่ ลเมือง
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรียนที่ ๒ ปก ารศกึ ษา ๒๕๖๓
หนว ยการเรยี นที่ ๑ เร่ือง วัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมสากล เวลา ๓ ชั่วโมง
หนว ยการเรยี นรยู อยที่ ๑ เรอื่ ง วัฒนธรรมไทยและภูมิปญญาไทย เวลา 3 ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ัด
มาตรฐาน ส.๑.๑ การมีสวนรว มและแนะนำใหผูอน่ื อนุรักษว ฒั นธรรมและภูมิปญญาไทย
ตัวชี้วัด วิเคราะหความจำเปนที่จะตองมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและอนุรักษ วัฒนธรรมไทยและภูมิ
ปญญาไทย และเลือกรับวัฒนธรรมสากลอยา งเหมาะสม
สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
คือสิ่งท่ีมนุษยใชตอบสนองความตอ งการดา นตางๆในการดำเนินชีวิตประจำวันอีกทั้งยังเปนการ
แสดงความเจริญกาวหนา ของมนุษยชาติวัฒนธรรมไทยก็เชน กันเปนสิ่งที่บง บอกถึงวถิ ชี วี ิตและลักษณะอัน
ดีงามของชนชาตไิ ทยจึงควรอนุรกั ษว ฒั นธรรมไทยใหค งอยูตอไป
จดุ ประสงคก ารเรียนรู
๑. เพื่อแสดงออก แนะนำผูอื่น ใหรูจักคำวาวัฒนธรรมและภูมิปญญาของไทยไดอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
๒. เพือ่ การมสี ว นรวมและแนะนำใหผูอื่นอนรุ ักษแ ละเผยแพรมารยาทไทยสูสาธารณะ
๓. เพื่อการปฏบิ ตั ิตนในการเลอื กรับวัฒนธรรมสากลอยา งเหมาะสม
ดา นความรู (K) Knowledge
๑. นักเรียนสามารถเขา ใจในความเปนไทย และเขาใจคำวาวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทยทั้งใน
การพดู และการปฏบิ ัติ
๒. นกั เรียนรูสามารถอธิบายคณุ คา และความสำคัญของวฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาของไทย
๓. นักเรียนรูจกั รบั วฒั นธรรมสากลอยา งมวี จิ ารณญาณ
ทกั ษะกระบวนการ (P) Process
๑. นักเรียนมีทักษะในการแสดงออกกิริยามารยาทที่เหมาะสมในการสนทนากับผูอื่นหรือกลุม
สงั คม
๒. นักเรียนมที ักษะในการปฏิบัติตนเปน ผูมวี ินยั ในตนเอง
๓. นกั เรียนสามารถนำความรไู ปปรับใชในชวี ติ ได
ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค ( Attitude )
รักชาตศิ าสนกษัตริย อยูอยางพอเพียง ซ่ือสัตยสจุ รติ
มงุ มัน่ ในการทำงาน มวี นิ ัย รักความเปนไทย
๙๗
ใฝเ รยี นรู มจี ิตสาธารณะ
ดา นสมรรถนะสำคัญของผเู รียน
ความสามารถในการสอ่ื สาร : นกั เรียนมีทักษะในการส่ือสารการใชคำพดู
ความสามารถในการคดิ : นักเรยี นสามารถแสดงออกทางความคิดท่สี รา งสรรค
ความสามารถในการแกไ ขปญหา : นักเรยี นนำความรูท่ไี ดเรียนมาแกปญ หาในชวี ิตประจำวัน
สามารถในการใชท กั ษะชวี ติ : นกั เรียนมีทกั ษะในใชชีวิตในประจำวันในสังคมได
ความสามารถในการใชเทคโนโลยี: นกั เรียนมที กั ษะในการสบื คนทางเทคโนโลยไี ด
ดานคณุ ลักษณะของผเู รยี นตามหลกั สตู รมาตรฐานสากล
เปน เลศิ วิชาการ ส่ือสารสองภาษา ลำ้ หนาทางความคิด
ผลติ งานอยางสรางสรรค รวมกันรับผิดชอบตอโลก
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๑. หลักความพอประมาณ : นักเรยี นเปนผูมคี วามพอเพยี ง
๒. หลักความมเี หตผุ ล : นักเรยี นเปนผทู ี่รูจ ักใชเ หตผุ ล
๓. หลักภมู คิ ุมกัน : นกั เรียนรจู กั การปฏบิ ัตติ นดวยความไมป ระมาณ
๔. เงอื่ นไขความรู : นักเรยี นรูจักการศึกษาเพมิ่ เติมความรรู อบดา น
๕. เงอื่ นไขคณุ ธรรม : นกั เรยี นเปนผทู ม่ี คี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม
สาระการเรยี นรู/เนอ้ื หา
วัฒนธรรมไทยมีความหมายควบคุมไปถึงสีตางๆไมวาจะเปนทางดานขนบธรรมเนียมประเพณี
ภาษามารยาทอาหารการประกอบอาชีพสถาปตยกรรมความคิดความเชื่อรวมไปถึงวัตถุส่ิงของตางๆที่คน
ไทยไดสรา งสรรคขึ้นผานการขัดเกลาและแตงเติมจนเปน ส่งิ ท่ีดีงามเพื่อนำมาใชใ นการดำรงชีวิตและมีการ
สบื ทอดจากรนุ ศูนยร ุนอกี ทงั้ ยงั แสดงถึงเอกลกั ษณข องชาติไทย
หลักฐานหรือรองรอยของการเรยี นรู / การวัดผลประเมินผล / ช้ินงาน / ภาระงาน
- ใบกิจกรรมการแกไขปญ หา รปู แบบ Mind Mapping
- ใบความรู
- แบบทดสอบหลงั เรียน
กจิ กรรมการเรียนการสอน (KWL plus)
ขนั้ นาํ เขา สูบ ทเรียน
ขัน้ ท่ี 1 ขน้ั กำหนดปญ หารว มกับขัน้ K ของเทคนคิ KWL Plus
๑.1 ครกู ลา วทักทายนักเรยี นพดู เรอ่ื งบคุ คลทีเ่ ปน ตัวอยา งทีต่ อ สังคม
๙๘
1.๒ ครถู ามช่ือนักเรยี นวาในวนั นม้ี ีนกั เรียนคนใหนขาดหรือลาบาง
1.๓ ครใู หน กั เรียนแบงกลมุ กลมุ ละ 6 คน
1.๔ ครูแจกกระดาษโปสเตอร สำหรับทำกิจกรรมการคิดแกปญหาเกี่ยวกับวัฒนธรรม
และภูมิปญญาไทย
ขน้ั สอน/กิจกรรมการเรียนรู/กจิ กรรมพัฒนาผเู รยี น
ขั้นที่ 2 ขัน้ ทำความเขาใจกับปญหารวมกับขั้น W ของเทคนิค KWL Plus
2.1 ใหนักเรียนระดมสมอง ภายในกลุมทำความเขาใจกับสาเหตุของปญหาจาก
สถานการณทีค่ รกู ำหนดให ปญ หาคืออะไร อะไรคอื สิ่งท่ีไมร ู และหากตองการจะรูจะหาคำตอบไดจากท่ีใด
จากน้นั ใหน กั เรียนเขียนสง่ิ ท่ีตองการจะเรยี นรูลงในกระดาษโปสเตอร
2.2 ใหน ักเรยี นวางแผน หาวิธีการคนหาคำตอบเกยี่ วกบั ปญหาทนี่ ักเรียนรวมกันกำหนด
ท่ีเปนแนวทางเดียวกัน วานักเรียนจะใชวิธีใดในการศึกษาคนควาใหนักเรยี นบันทึกผลการศึกษาคน ควา
และวางแผนออกแบบวิธีการศกึ ษาคนควาลงในใบกจิ กรรม
ขั้นที่ 3 ขัน้ ดำเนนิ การศึกษาคนควา
3.1 ใหนักเรียนดำเนินการศกึ ษาคนควา ตามวิธกี ารทน่ี ักเรยี นแตละกลุมไดว างแผนไว
เพอื่ ใหไ ดค ำตอบของปญ หา จากสิง่ ท่ีครกู ำหนดให
3.2 ครเู ตรยี มใบความรูเรอื่ ง วัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย หนงั สอื เรยี น หนังสือสำหรบั
ประกอบการเรยี น วีดโี อเก่ียวกับวัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย
3.3 ใหนักเรียนบันทึกผลการศึกษาคนควา ลงในใบกิจกรรม โดยทำเปนรูปแบบ Mind
Mapping
ขั้นที่ 4 ขั้นสงั เคราะหค วามรู
4.1 นักเรียนแตละคนภายในกลุมนำความรูทีไ่ ดจากการศึกษาคนควาและจากการทำ
กจิ กรรมรวมกันแลกเปล่ยี นเรยี นรูภายในกลุม
4.2 นักเรียนแตละกลุมอภิปรายการแกปญหาที่ได และพิจารณาวา ความรูที่ไดมามี
ความถูกตอง สมบูรณครบถวนตามประเด็นท่นี ักเรียนตองการศึกษาหรือไม
4.3 ถาหากขอมูลไมเพียงพอ ใหนักเรียนภายในกลุมรวมกันอภิปรายและมอบหมายให
งานใหสมาชิกภายในกลมุ ศกึ ษาคนควาเพิม่ เติม
4.4 ใหน ักเรียนสรุปผลการศกึ ษาคน ควา ลงในใบกจิ กรรม Mind Mapping
ขัน้ สรปุ /กิจกรรมรวบยอด
ขนั้ ที่ 5 ข้ันสรุปและประเมนิ คา ของคำตอบรวมกบั ขนั้ L ของเทคนิค KWL Plus
5.1 นักเรยี นทกุ กลุมรวมกนั สรุปองคความรทู ่ไี ดจ ากการแกปญหา และรวมกันอภิปราย
วาขอมูลของแตละกลุมถูกตองครบถวน สมบูรณหรือไม โดยการอภิปรายผลการศึกษาคนควาของกลุม
แลวเขียนลงในใบกิจกรรม โดยครชู ว ยตรวจสอบและแนะนำเพมิ่ เติมใหกับนกั เรยี น
5.2 จากนั้นใหนักเรียนสรปุ ส่ิงท่ีนกั เรยี นไดเรียนรูจากการแกปญ หา
๙๙
ขน้ั ที่ 6 ขัน้ นำเสนอและประเมินผลงานรว มกับขั้น Plus ของเทคนคิ KWL Plus
6.1 ใหนกั เรียนแตละกลุมรว มกนั ออกแบบการสรุปผลการดำเนนิ การศกึ ษาคนควาของ
กลมุ เพอื่ น าเสนอหนาชน้ั เรยี น ดวยรูปแบบแผนผงั ความคดิ
6.2 ครูใหนักเรียน ออกมานำเสนอผลการศึกษาคน ควาหนาชั้นเรียนที่ละ 1 กลุม แลว
รวมกนั อภิปรายรวมกนั หลงั จากเพอ่ื นนำเสนอเสรจ็
6.3 ใหน ักเรยี นทกุ คนทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรือ่ ง วัฒนธรรมไทยและภมู ิปญ ญาไทย
สอ่ื /อปุ กรณ/แหลงเรยี นรู
สื่อ ๑.PowerPoint เกย่ี วกบั วัฒนธรรมและภูมปิ ญญาไทย
วัสดุ / อปุ กรณ ๑.คอมพิวเตอร,โปรเจคเตอร
๒.กระดาษโปสเตอร
แหลง เรียนรู ๑.หองสมดุ ,อินเตอรเนต็ ,เว็บไซต
๒.หนังสอื่ เรยี นรายวิชา หนา ท่พี ลเมอง ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี ๓
๓.ใบความรู เร่ือง วฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
การวดั ผลประเมนิ ผลการเรียนรู
การวัดผล วิธีการวัดและ เครอ่ื งมอื วดั และ เกณฑก ารวดั ผล
ประเมินผลดาน ประเมนิ ผล ประเมินผล ประเมนิ ผล
1.ดานความรูความ ตรวจสอบความถกู ตอ งของ เฉลยแบบทดสอบหลัง ทำถกู ตองรอยละ 70
เขา ใจ แบบทดสอบหลงั เรียน เรียน ขน้ึ ไป
2. ดา นทักษะ ประเมินใบกจิ กรรมการ ใบกิจกรรมสรางสรรค นักเรียนไดคะแนนรวม
กระบวนการ แกปญหา การแกปญหาแบบ ไมน อยกวา รอยละ 70
Mind Mapping
3. ดานคณุ ลักษณะที่ การสงั เกตพฤติกรรม แบบประเมพิ ฤตกิ รรม นกั เรยี นไดคะแนนรวม
พึงประสงค ไมนอยกวารอ ยละ 70
บันทึกหลงั จากจัดกจิ กรรมการเรียนรู
1. ผลการจัดกจิ กรรมการเรียนรู
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
2. ปญ หาอปุ สรรค
๑๐๐
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขอ เสนอแนะ/แนวทางแกไ ข
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ……………………………………ผูสอน
(……………………………………………..)
……………./.……………../……………
ความคิดเหน็ (รองผูอำนวยการกลมุ บรหิ ารวิชาการผูบ ริหารผไู ดร บั มอบหมาย)
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื …………………………………….
(…………………………………………)
ตำแหนง …………………………………
๑๐๑
ใบความรู
วัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย
1. วัฒนธรรมและภมู ิปญญาไทย
วฒั นธรรมไทย คือสิง่ ที่คนไทยยอมรบั และยึดถือปฏิบัตสิ บื ตอ กนั มาจนเปน แบบแผน
ขนบธรรมเนียมจารตี ประเพณี ความเชื่อ และคานิยม ซงึ่ มีความสำคัญดังนี้
1. การศึกษาวัฒนธรรมทำใหเขา ใจชีวิตความเปนอยู
2. ทำใหเ กดิ ความเรียบรอยในสังคม
3. สรางความเจรญิ ใหแ กส ังคมไทย
4. สรา งความเปนอนั หน่งึ อนั เดียวกนั แกสงั คมไทย
5. แสดงถงึ ความเปนเอกลักษณข องชาตไิ ทย
๑๐๒
วัฒนธรรมไทยมีที่มาจากปจจยั ดงั น้ี
1. สภาพแวดลอ มทางภูมิศาสตร ไทยมีพนื้ ทส่ี ว นใหญเ ปน ทร่ี าบลมุ วัฒนธรรมจึงถือ
กำเนดิ มาจากความผกู พันกับสายนำ้
2. เกษตรกรรม ประชากรไทยนยิ มประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำใหมปี ระเพณีท่ี
เกย่ี วขอ งกบั การเกษตร
3. การรับวัฒนธรรมจากตางประเทศ
ประเภทของวัฒนธรรมไทย สภาวฒั นธรรมแหง ชาตไิ ดจำแนกเปน 4 ประเภท คือ
1. คติธรรม เปนวฒั นธรรมทเี่ ก่ียวกบั การดำเนินชีวิต มีความเกยี่ วของกับจิตใจ
2. เนติธรรม เปน วัฒนธรรมทางกฎหมายและขอบังคบั ตาง ๆ
3. สหธรรม เปน วัฒนธรรมเก่ยี วกับการดำเนนิ ชวี ติ เพือ่ ใหส มาชิกในสงั คมอยรู ว มกนั
อยางสงบสุข
4. วัตถธุ รรม เปนวฒั นธรรมทางวัตถุท่ีเกิดจากการประดษิ ฐ
๑๐๓
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหนา ท่พี ลเมือง
เรอ่ื ง วฒั นธรรมและภูมิปญญาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปที่ 3
คำชแ้ี จง ใหน กั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกตองท่ีสดุ เพียงขอเดยี ว
1. เพราะเหตใุ ดศาสนาจงึ มีความสำคญั ในฐานะเปนมรดกทางวฒั นธรรมของชาติไทย
ก.เพราะศาสนามหี ลักธรรมสำคัญใหป ฏิบัตติ าม
ข.เพราะศาสนามีพธิ ีกรรมสำคัญใหปฏิบตั ติ าม
ค.เพราะมรดกทางวฒั นธรรมของชาติเกดิ จากการนบั ถือศาสนา
ง.เพราะศาสนามีหลกั ธรรมท่ชี ว ยหลอหลอมอุปนิสัยของคน
2. ภมู ปิ ญญาไทยในขอใดแสดงออกไดหลายทาง
ก.วิถชี ีวติ
ข.ศลิ ปวัฒนธรรม
ค.ทัศนคติ ความเชอ่ื
ง.ถูกทุกขอ
3. วัฒนธรรมและภมู ิปญญาไทยเกิดขน้ึ เพราะมจี ุดประสงคหลายประการ ยกเวน ดานใด
ก.ทำใหส งั คมสงบสขุ
ข.ทำใหการประกอบอาชีพคลอ งตัว
ค.ทำใหผ คู นมีความสุข
ง.ทำใหค วามสัมพนั ธกับตางประเทศดขี ้ึน
4. นักเรยี นชายคนหน่ึงทะเลาะกับเพ่ือน จากคำทกี่ ลาวมา นักเรียนจะแกไ ขสถานะการนี้อยา งไร
ก.ยยุ งใหเพอื่ นเอาชนะอีกฝาย
ข.แนะนำเพอื่ นใหต อ ยกัน
ค.ไปบอกครูใหม าหามเพื่อน
ง.ยนื ดูเฉยๆไมค วรไปเก่ียวของ
5. ขอ ใดเปน ภูมปิ ญญาทเ่ี กี่ยวของกับการประกอบอาชพี
ก.การทอผา
ข.การใชคันไถไถนา
ค.การสรางโบสถ
ง.การปลกู บาน
6.ขอใดเปนสถาบันสังคมแหงแรกของมนษุ ย
ก.สถาบันศาสนา
ข.สถาบันการศึกษา
ค.สถาบนั ครอบครัว
๑๐๔
ง.สถาบันการเมืองการปกครอง
7.ถา ภูมิปญ ญาไทยหายไปจากชุมชน นกั เรยี นควรทำอยางไรเปน อันดับแรก
ก.ประกาศใหค นในชมุ ชนรกั ษาภูมปิ ญญา
ข.การปลอ ยใหภูมิปญญาหายไปตามกาลเวลา
ค.การรบั วัฒนธรรมตางชาติเขา มาแทน
ง.การปฏิบัติตนเปนตวั อยา งและแนะนำผูอ่นื ใหอนุรกั ษ
8. สาเหตุใดทท่ี ำใหสงั คมไทยประสบปญ หาทารกแรกเกิดมีนำ้ หนกั ตัวนอ ยผดิ ปกตนิ กั เรียนคดิ วาเกดิ จาก
อะไร
ก.มารดาตดิ สุรา
ข.มารดาสูบบหุ ร่ี
ค.มารดาเจ็บปวย
ง.ถูกทุกขอ
9. นักเรยี นจะอนุรักษว ฒั นธรรมไทยอยางเหมาะสมไดห ลายประการยกเวนขอ ใด
ก.ใชแกว น้ำลายไทย
ข.ยกยองปราชญทองถ่นิ
ค.ใชภาชนะเคร่อื งปน ดนิ เผาใสอ าหาร
ง.รองเพลงชาติประสมกบั เพลงตะวันตก
10. ในอดีตของไทยที่มีการปลูกฝงความเชอ่ื ดา นจิตวิญญาณ ทัง้ น้ีเพ่ือจดุ ประสงคใ ด
ก.การดำรงชีวิต
ข.การจัดระเบียบสงั คม
ค.การประกอบอาชีพ
ง.การแสดงออกทางศลิ ปะ
11. นักเรียนควรอนรุ กั ษภมู ิปญญาไทยอยา งไร
ก.รวบรวมเขยี นไวเ ปน ตำรา
ข.เชญิ ชวนใหชวยกนั อนรุ กั ษไ ว
ค.ส่งิ ใดดี ก็ควรปฏิบตั ิตอไป
ง.ออกกฎหมายลงโทษผูไมเ ห็นคณุ คา ของภมู ปิ ญ ญาไทย
12. นักเรยี นคดิ วา ปญหาใหญข องระบบการศึกษาของไทยคืออะไร
ก. ขาดแคลนครู
ข.ขาดแคลนโรงเรียน
ค.ขาดแคลนนักเรยี น
ง.ขาดแคลนหองสมุด
๑๐๕
13. ปจจัย 4 เกี่ยวของกบั สถาบนั ใดมากท่ีสดุ
ก.สถาบันศาสนา
ข.สถาบนั เศรษฐกจิ
ค.สถาบนั ครอบครวั
ง.สถาบันการเมืองการปกครอง
14. ใครละเมิดจารตี
ก.ออยทบุ ตีพอแม
ข.เกง ใชกรรไกรปอกผลไม
ค.ฟางไมใ สร องเทาเวลาอยนู อกบาน
ง.หนอ ยไมส วมหมวกนริ ภัยขณะขบั รถจักรยานยนต
16. ขอใดไมใชค วามสำคัญของภมู ิปญญาทอ งถิ่น
ก. ชวยสรา งอาชีพใหแ กคนในทอ งถิน่
ข. ทำใหค นในทอ งถ่ินรจู กั การพงึ่ พาตนเอง
ค. เกดิ การใชประโยชนจากธรรมชาติในทองถิ่น
ง. ชว ยใหพ ชื พันธส มนุ ไพรถกู ใชมากยิ่งขึน้ จนหมดไป
17. ปญญาธรรมเปนคุณคา ของวัฒนธรรมในเรือ่ งใด
ก. การใชเ หตแุ ละผล
ข. การใหเกียรตกิ นั
ค. การเคารพยกยอง
ง. ความรวมมอื ซ่ึงกันและกัน
18. ขอ ใดเปนการควบคมุ ทางสงั คม
ก.การติฉนิ นนิ ทา
ข.การลงโทษทางกฎหมาย
ค.การใหใ บประกาศเกยี รติคุณแกผ ูทำความดี
ง.ถูกทุกขอ
19. แนวทางการแกป ญ หาสุขภาพของคนไทยท่ดี ที ่สี ดุ คอื อะไร
ก. สงเสริมการออกกำลังกาย
ช.เพิ่มงบประมาณใหแกโรงพยาบาล
ค.ผลิตบุคลาการดานการแพทยใหม ากทีส่ ดุ
ง.จัดสรางสถานพยาบาลใหครอบคลมุ ทกุ ชมุ ชน
20. ขอ ใดไมใชการปฏบิ ัติเพอื่ เปน พลเมืองดี
ก.ชวยเหลือซึ่งกันและกัน
ข.ชว ยกันแกไขปญ หาตางๆ
๑๐๖
ค.มคี วามเคารพซ่ึงกนั และกัน
ง.ทำสิง่ ตางๆ ตามทต่ี นเองตองการ
21. ขอ ใดไมใชแนวทางในการอนุรกั ษวัฒนธรรมไทย
ก.เผยแพรวัฒนธรรมไทย
ข.ศึกษาเกย่ี วกับวฒั นธรรมไทย
ค.ปฏบิ ตั ิตามวฒั นธรรมท่ดี ีงามของไทย
ง.รบั วัฒนธรรมตางชาติมาปฏิบตั ิเพอื่ พัฒนาตนเอง
22. ภาษาไทยจดั เปนภูมปิ ญ ญาสาขาใด
ก. ศาสนาประเพณี
ข. ศิลปกรรม
ค. ภาษาและวรรณคดี
ง. การจัดการองคก ร
23.เหตุใดคนภาคกลางจึงสรางบานยกพ้นื สูง
ก. ท่ีราบลมุ ปอ งกันน้ำทว ม
ข. บา นคนมากปองกนั ขโมย
ค. ตึกสงู ปอ งกันแผน ดินไหว
ง. ชมุ ชนแออัดปองกนั ไฟไหม
24. สถาบันใดมีบทบาทในการปลกู ฝงภูมิปญญานอยทีส่ ุด
ก. สถาบันครอบครัว
ข. สถาบันการศึกษา
ค. สถาบนั ศาสนา
ง. สถาบันศาล
25. เมอ่ื สงั คมไทยตองประสบกับปญหาการจางงานควรแกไ ขดวยวิธกี ารใด
ก.เพิม่ อัตราดอกเบ้ยี เงนิ กู
ข.เพิม่ อตั ราภาษีมลู คาเพิ่มใหสูงขึ้น
ค.แจกสวัสดิการใหแกผวู างงานอยา งเตม็ ท่ี
ง.สงเสริมและจัดใหม ีการพัฒนาฝม อื แรงงาน
26. ความรทู ี่คนพื้นเมืองใชใ นการพฒั นาสังคมและเศรษฐกิจของชมุ ชนตนเองโดยการสบื ทอดกนั มาจาก
อดตี สูปจ จุบันคือขอใด
ก. ภูมิปญญาชาติ
ข. ภูมปิ ญญาสากล
ค. ภูมิปญ ญาทอ งถิ่น
ง. ภูมปิ ญญาผสม
๑๐๗
27. ขอใดไมใชสาเหตุของปญ หาสังคม
ก.การจดั ระเบียบสังคม
ข.สิ่งแวดลอ มทางสังคม
ค.การเปลีย่ นแปลงทางสังคม
ง.ความไมเ ปน ระเบยี บของสังคม
28. การถา ยทอดภูมปิ ญญาทางออมคืออะไร
ก. การเรียนในหองเรียน
ข. การอา นตำรา
ค. การปฏิบัตติ ามบรรพบุรษุ
ง. การเลานิทาน
29. เพราะเหตใุ ดคนไทยสมยั รตั นโกสินทรต อนตนจึงนยิ มปลกู เรอื นไทยทีม่ ีใตถนุ สูง
ก.เพ่ือความสะดวกในการแยกชิน้ สวนเหมอื นบานสาํ เรจ็ รูป
ข.เพอ่ื ปองกันนำ้ ทวมบา นในฤดนู ้ำหลาก
ค.เพ่อื แสดงเอกลกั ษณทีโ่ ดดเดน ของเรือนไทย
ง.เพอื่ เปน ชองระบายน้ำและถายเทนำ้ เวลาฝนตกเฉลย
30. สภาพทางสงั คมท่ีแย ควรทำอยางไรใหส งั คมดขี ึน้
ก. ปฏิบัติตนเปนตัวอยา ง
ข. ถา ยรูปประจานสังคมของตนผา นโซเชียว
ค. การไมส นใจใยดรตอ สังคม
ง. ขอความชว ยเหลอื จากชมุ ชน
๑๐๘
เกณฑก ารประเมินใบกิจกรรมการแกป ญ หา แบบ Mind Mapping
รายการ ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ประเมนิ ดมี าก (3) ดี (2) พอใช (1) ปรับปรงุ (0)
1 กำหนด ระบุปญหาและ ระบปุ ญ หาและ ระบปุ ญหาและ ไมสามารถระบุ
ปญ หา สาเหตุของปญหา สาเหตขุ องปญหา สาเหตุของปญหา ปญหาและสาเหตุ
ได มีความ ได มีความ ได มีความ ของปญหาใหมี
สอดคลอ งกบั สอดคลองกับ สอดคลอ งกบั ความสอดคลอง
สถานการณท่ี สถานการณท่ี สถานการณท่ี กบั สถานการณท่ี
กำหนดใหและ กำหนดใหและมี กำหนดใหแตไม กำหนดใหและไม
เช่ือมโยงเนอ้ื หาที่ บางประเดน็ สอดคลอ งกับ สอดคลอ งกับ
จะเรยี นได เชอ่ื มโยงกบั เนื้อหา เน้อื หาทีจ่ ะเรียน เน้อื หาที่จะเรียน
ครอบคลุม ที่จะเรียน
2. การวางแผน มกี ารวางแผนและ มกี ารวางแผนและ มกี ารวางแผนและ ไมมีวางแผนและ
แกปญหา ออกแบบการ ออกแบบการ ออกแบบการ ออกแบบการ
แกปญหา เพ่ือ แกป ญ หา เพอ่ื แกป ญหา เพ่ือ แกปญหา
นำไปสูว ิธีการ นำไปสวู ธิ ีการ นำไปสูวิธีการ
แกปญหาท่ีเปนไป แกปญ หาที่เปน ไป แกปญหาทีเ่ ปนไป
ได มีขอบเขตของ ได มีขอบเขตของ ได มีขอบเขตของ
เน้อื หาท่ชี ัดเจน มี เนือ้ หาไมชัดเจน มี เนือ้ หาไมช ัดเจน
องคความรู องคความรู มีองคความรูไม
สอดคลอ งกบั สอดคลองกับ สอดคลอ งกบั
เน้ือหาท่เี รียน เน้ือหาที่เรียน เนื้อหาทเ่ี รยี น
3. ดำเนนิ การ ดำเนนิ การ ดำเนินการ ดำเนนิ การ ไมดำเนนิ การ
ตามแผนการที่ แกป ญหาตาม แกปญ หาตาม แกปญหาไม แกปญ หาตาม
วางไว แผนการท่ีวางไว แผนการทวี่ างไว เปน ไป ตาม แผน ทว่ี างไว
สรปุ ผลจากการ แตส รปุ ผลได แผนการท่วี าง ไว
แกป ญ หาเพอ่ื ใหไ ด คำตอบของปญหา มกี ารสรปุ ผลได
คำตอบของปญ หา คลาดเคลอ่ื นจาก คำตอบของปญหา
จากสถานการณท ่ี สถานการณปญหา คลาดเคลอ่ื นจาก
กำหนดใหไ ด สถานการณ
ปญ หา
๑๐๙
4. ตรวจ อภิปรายผลตรง อภิปรายผลตรง อภิปรายผลไดแ ต ไมมีการอภิปราย
คำตอบ ตามปญหาทีร่ ะบุ ตามปญ หาทรี่ ะบุ ไม เปนไปตาม ผลการแกป ญ หา
และใชเหตุผลจาก และไมใ ชเหตุผล ปญ หาที่ ระบุไว
วิธีการแกป ญ หามา จากวธิ ีการ และไมใ ห เหตผุ ล
สรปุ ความและ แกปญ หามาสรปุ ในการสรปุ ความ
นำเสนอไดดี ความแตใชเ หตุผล
อ่ืนมาสรปุ
เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ
ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ แปลความหมาย
10 – 12 3 ดีมาก
7–9 2 ดี
1 พอใช
4-6 0 ปรบั ปรงุ
0-3
**นกั เรียนตอ งไดค ะแนนต้งั แต 9 คะแนนขน้ึ ไปจงึ จะผา นเกณฑร อยละ 70
๑๑๐
แบบประเมนิ ใบกจิ กรรมการแกป ญ หา แบบ Mind Mapping
รายการประเมิน รวม (12 สรปุ
เลขที่ ช่ือ – สกลุ 1.การ 2.การ 3. 4. คะแนน) ระดบั
กำหนด วางแผน กำหนดการ สรุปผล
คณุ ภาพ
ปญหา แกปญ หา ตามแผนท่ี
วางไว
ชอ่ื .......................................ผปู ระเมิน
(………………………………………..)
วันท.่ี .....เดอื น............................พ.ศ. ..........
๑๑๑
เกณฑก ารประเมินพฤตกิ รรมนกั เรยี น
พฤติกรรม เกณฑการใหคะแนน
3 2 10
1.ความตัง้ ใจใน เอาใจใสต อการ เอาใจใสตอการ เอาใจใสต อการ ไมเ อาใจใสต อ
การเรยี น เรียน ไมค ยุ และ เรียน คุยและหยอก เรยี นนอย คุยและ การเรียน ไม
หยอกลอ กบั เพื่อน ลอ กบั เพือ่ น หยอกลอ กับเพอื่ น ทำงานที่ไดรบั
ในขณะทคี่ รูให ในขณะท่คี รูให ในขณะท่ีครูให มอบหมายแกลง
ปฏิบัตกิ จิ กรรม ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปฏิบัติกิจกรรม เพอ่ื น คุย
บางคร้ัง ตลอดเวลา ตลอดเวลา
2. ความรว มมือ ทำงานท่ีไดรับ ทำงานที่ไดร ับ ทำงานที่ไดรบั ไมทำงานท่ีไดร ับ
ในการทำงาน มอบหมายจน มอบหมายจนสำเร็จ มอบหมายได จาก มอบหมาย ชวน
สำเร็จ สามารถ สามารถเปน การลอกเพื่อน จน เพื่อนคุย ไมใ ห
เปน แบบอยางแก แบบอยางแกเ พื่อน เสรจ็ ความรวมมอื ใน
เพื่อนในหอ งเรียน ในหอ งเรียนได แต การเรยี น
ได เม่ือมคี นขอ ไมแสดงใหความ
ความชว ยเหลือ ให ชว ยเหลือกอ นถา
ความรวมมือเปน ไมมีคนถาม
อยางดี
3. การซกั ถาม เมือ่ มีขอ สงสัยหรือ เมื่อมีขอสงสัยหรือ นกั เรยี นไมมกี าร นักเรียนไมต อบ
และตอบคำถาม คำถามจากครู คำถามจากครู ซกั ถามใดๆ เมือ่ มี คำถามท่ีครถู าม
นักเรียนสามารถ นกั เรยี นมกี ารคดิ คำถามจากครู
ยก มอื ขนึ้ เพื่อ และปรึกษาเพ่ือน ตอ ง ระบชุ ่ือ
ซกั ถาม และตอบ กอ นซกั ถามและ นักเรียนจึง ตอบ
คำถาม ทันที ตอบคำถาม คำถาม
4. ตรงตอเวลา เขาเรยี นตรงเวลา เขา เรยี นชา กวา ครู เขา เรียนชากวาครู ไมสง งาน
สงงานทนั 5 นาที สง งาน 10 นาที สง งาน
กำหนดเวลา ทันเวลา ชา กวาเวลา
๑๑๒
เกณฑการตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว งคะแนน ระดับคุณภาพ แปลความหมาย
10 – 12 3 ดมี าก
7–9 2 ดี
1 พอใช
4-6 0 ปรับปรงุ
0-3
**นกั เรยี นตอ งไดคะแนนตง้ั แต 9 คะแนนขน้ึ ไปจงึ จะผา นเกณฑร อยละ 70
แบบประเมนิ พฤติกรรมนกั เรยี น
รายวิชา.........................................................................ชั้น...............................จำนวน...................คน
สังเกตพฤติกรรมการเรยี นรูวันที่..............เดอื น....................................................พ.ศ........................
รายการประเมิน รวม (12 สรปุ
เลขท่ี ช่ือ – สกลุ ความ รวมมือ ซักถาม ตรงตอ คะแนน) ระดบั
ตัง้ ใจใน ในการ และตอบ เวลา
คุณภาพ
การเรยี น ทำงาน คำถาม
(3) (3) (3) (3)
๑๑๓
ชือ่ .......................................ผปู ระเมิน
(………………………………………..)
วนั ที่......เดือน............................พ.ศ...........
๑๑๔
ภาคผนวก จ
ภาพประกอบการเกบ็ รวบรวมขอ มลู
๑๑๕
ลงพ้ืนทเ่ี ก็บขอ มลู การเรียนการสอน หนว ยการเรียนที่ 3
เรอ่ื ง วัฒนธรรมและภูมิปญ ญาไทย
แบงกลุมนกั เรยี นเพ่ือทำกิจกรรมการแกไขปญหา
ทำกจิ กรรมงานกลุมรวมกัน
๑๑๖
นักเรียนนำเสนอองคค วามรูการคิดแกไขปญ หา
ท่ีไดจ ากการศึกษาคนควา เองหนาชัน้ เรยี น
นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรยี นเรยี น หนวยการเรียนท่ี 3
เร่อื ง วฒั นธรรมและภูมปิ ญ ญาไทย
๑๑๗
ประวตั ผิ ูเขียน
ชอื่ พระมหาเกรยี งไกร จารวุ ํโส/วงเวยี น
วันเกดิ วนั ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2542
สถานท่ีเกดิ อำเภอเมือง จงั หวดั หนองบัวลำภู
สถานที่อยปู จจบุ นั บานเลขท่ี 65 หมูที่ 14 บา นนาแพง ตำบลศรบี ญุ เรอื ง
อำเภอศรบี ุญเรอื ง จงั หวัดหนองบวั ลำภู รหสั ไปรษณยี 39180
สถานทศ่ี กึ ษาปจจุบนั มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตขอนแกน
ตำบลโคกสี อำเภอเมอื ง จังหวัดขอนแกน
ประวตั ิการศึกษา รหัสไปรษณีย 40000
พ.ศ. 2560 มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรยี นวัดศรีสระแกว วิทยา
จงั หวัดหนองบวั ลำภู
๑๑๘