กิจกรรม
แลกเปลี่ยนความคิด
- กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
การท าเป็นกลุ่ม
- ใบมอบหมายงานที่ 4
การวัดและการประเมินผล
7) แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม
8) แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์
แบบทดสอบบทที่ 4
ค าชี้แจง จงท าเครื่องหมายกากบาท (X) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด
1. ข้อใดเป็นการสื่อข้อมูลให้ผู้ใช้ที่อยู่ห่างไกลกันให้สื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก. การจัดการข้อมูล
ข. ระบบประมวลผล
ค. การพัฒนาชุดค าสั่ง
ง. ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
จ. การปฏิบัติการและการบริการ
ค าตอบ ข้อ ง ระบบสื่อสารโทรคมนาคมเป็นการสื่อข้อมูลให้ผู้ใช้ที่อยู่ห่างไกลกันให้สื่อสารกันได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ
2. ผู้ที่ให้ความส าคัญในเรื่องของศิลปะในการจัดรูปแบบการใช้งานสารสนเทศตรงกับข้อใด
ก. การจัดการข้อมูล
ข. ระบบประมวลผล
ค. การพัฒนาชุดค าสั่ง
ง. ระบบสื่อสารโทรคมนาคม
จ. การปฏิบัติการและการบริการ
ค าตอบ ข้อ ก การจัดการข้อมูลกล่าวถึงให้ความส าคัญในเรื่องของศิลปะในการจัดรูปแบบการใช้งาน
สารสนเทศ
3. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการตรงกับข้อใด
ก. SOD
ข. MDL
ค. MIS
ง. DSM
จ. ODS
ค าตอบข้อ ค Management Information system: MIS ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
4. คุณสมบัติที่ดีของข้อมูลตรงไม่ล้าสมัยตรงกับข้อใด
ก. ถูกต้อง
ข. ทันเวลา
ค. ตรวจสอบได้
ง. สอดคล้องกับงาน
จ. ประมวลผลได้รวดเร็ว
ค าตอบ ข้อ ข คุณสมบัติที่ดีของข้อมูลต้องทันเวลาไม่ล้าสมัย
5. คุณสมบัติที่ดีของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารตรงกับข้อใด
ก. ถูกต้อง
ข. ทันเวลา
ค. ตรวจสอบได้
ง. สอดคล้องกับงาน
จ. ประมวลผลได้รวดเร็ว
ค าตอบ ข้อ ง คุณสมบัติที่ดีของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารต้องมีความสอดคล้องกับงาน
6. พนักงานที่ท าหน้าที่รักษาสื่อและเก็บข้อมูลอยู่ในโครงสร้างของหน่วยงานสารสนเทศคือข้อใด
ก. หน่วยวิเคราะห์
ข. หน่วยออกแบบระบบ
ค. หน่วยเขียนชุดค าสั่ง
ง. หน่วยปฏิบัติการและบริการ
จ. หน่วยจัดเก็บและรักษา
ค าตอบ ข้อ ง หน่วยปฏิบัติการและการบริการ ท าหน้าที่รักษาสื่อและเก็บข้อมูลอยู่ในโครงสร้างของ
หน่วยงานสารสนเทศ
7. Software Engineer อยู่ในหน่วยใดของโครงสร้างหน่วยงานสารสนเทศ
ก. หน่วยวิเคราะห์
ข. หน่วยออกแบบระบบ
ค. หน่วยเขียนชุดค าสั่ง
ง. หน่วยปฏิบัติการและบริการ
จ. หน่วยจัดเก็บและรักษา
ค าตอบ ข้อ ค Software Engineer อยู่ในหน่วยเขียนชุดค าสั่ง
8. บุคลากรข้อใดเป็นผู้ก าหนดช่วงเวลาใดจะใช้คอมพิวเตอร์ท างานอะไร
ก.ผู้จัดเตรียมข้อมูล
ข. ผู้จัดตารางเวลา
ค. หน่วยเขียนชุดค าสั่ง
ง. หน่วยปฏิบัติการและบริการ
จ. หน่วยจัดเก็บและรักษา
ค าตอบข้อ ข ผู้จัดตารางเวลาจะเป็นผู้ก าหนดช่วงเวลาใดจะใช้คอมพิวเตอร์
9. Data Entry Operator ตรงกับข้อใด
ก. ผู้จัดเตรียมข้อมูล
ข. ผู้จัดตารางเวลา
ค. หน่วยเขียนชุดค าสั่ง
ง. หน่วยปฏิบัติการและบริการ
จ. หน่วยจัดเก็บและรักษา
ค าตอบ ข้อ ก Data Entry Operator หมายถึง พนักงานจัดเตรียมข้อมูล
10. ความเป็นส่วนตัว หมายถึงข้อใด
ก. Access
ข. Privacy
ค. Accuracy
ง. Property
จ.Report
ค าตอบ ข้อ ข Privacy หมายถึง ความเป็นส่วนตัว
11. ประเภทของงานส านักงานข้อใดเกี่ยวข้องกับการจัดประชุม การเจรจากับลูกค้า
ก. การตัดสินใจ
ข. การเก็บรักษา
ค. การติดต่อสื่อสาร
ง. การจัดเตรียมข้อมูล
จ. การจัดการเอกสาร
ค าตอบ ข้อ ง การจัดเตรียมข้อมูล เกี่ยวข้องกับข้อมูลการประชุม การเจรจากับลูกค้า
12. ประเภทของงานส านักงานข้อใดเกี่ยวข้องกับจดหมายเวียน บันทึก ค าสั่ง
ก. การตัดสินใจ
ข. การเก็บรักษา
ค. การติดต่อสื่อสาร
ง. การจัดเตรียมข้อมูล
จ. การจัดการเอกสาร
ค าตอบ ข้อ จ การจัดการเอกสารเกี่ยวข้องกับจดหมายเวียน บันทึก ค าสั่ง
13. ข้อใดที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ที่เรียกว่าสแกนเนอร์
ก. การท าส าเนาเอกสาร
ข. การประมวลผลค า
ค. การประมวลผลรูปภาพ
ง. การออกแบบสิ่งพิมพ์
จ. การเก็บเอกสารไว้ใช้ครั้งต่อไป
ค าตอบ ข้อ ค การประมวลผลรูปภาพต้องอาศัยอุปกรณ์ที่เรียกว่าสแกนเนอร์
14. หัวข้อใดที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ที่เรียกว่าหน่วยความจ าส ารอง
ก. การท าส าเนาเอกสาร
ข. การประมวลผลค า
ค. การประมวลผลรูปภาพ
ง. การออกแบบสิ่งพิมพ์
จ. การเก็บเอกสารไว้ใช้ครั้งต่อไป
ค าตอบ ข้อ จ การเก็บเอกสารไว้ใช้ครั้งต่อไปโดยอาศัยหน่วยความจ าส ารอง
15. ระบบการส่งข่าวสารข้อใด เป็นการส่งข่าวสารเป็นเสียง
ก. Voice
ข. Digital
ค. E- Mail
ง. Voice Mail
จ. Facsimile
ค าตอบข้อ ง Voice Mail เป็นการสื่อข่าวสารเป็นเสียงไปยังผู้รับปลายทาง
16. การส่งเอกสารทางใดที่ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และแรงงาน
ก. Voice
ข. Digital
ค. E- Mail
ง. Voice Mail
จ. Facsimile
ค าตอบ ข้อ จ Facsimile โทรสาร การส่งเอกสารทางโทรสารจะประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และแรงงาน
17. การติดต่อสื่อสารทางใดช่วยให้พนักงานสามารถท างานที่บ้านได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
มาท างาน
ก. Telecommuting
ข. In- house Television
ค. Audi Teleconferencing
ง. Video Teleconferencing
จ. Computer conference
ค าตอบ ข้อ ก Telecommuting เป็นการติดต่อสื่อสารทางไกลช่วยให้พนักงานสามารถท างานที่บ้านได้
ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาท างาน
18. การสื่อสารทางใด ใช้แจ้งเหตุการณ์ให้กับพนักงานภายในองค์การได้ทราบ
ก. Telecommuting
ข. In- house Television
ค. Audi Teleconferencing
ง. Video Teleconferencing
จ. Computer conference
ค าตอบ ข้อ ข In- house Television โทรทัศน์วงจรปิดใช้แจ้งเหตุการณ์ให้กับพนักงานภายในองค์การได้
ทราบ
19.ระบบสนับสนุนงานในส านักงานข้อใดน าโปรแกรมไปรษณีย์เสียงเข้ามาใช้
ก. กลุ่มโปรแกรม
ข. โปรแกรมน าเสนอ
ค. โปรแกรมจัดตารางนัด
ง. โปรแกรมคอมพิวเตอร์
จ. กระดานข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์
ค าตอบ ข้อ ก กลุ่มโปรแกรมน าโปรแกรมไปรษณีย์เสียงโปรแกรมการประมวลผลค ามาใช้
20. โปรแกรมข้อใดเปรียบได้กับสมุดโน้ตได้รับความนิยมค่อนข้างมากจากนักธุรกิจ
ก. กลุ่มโปรแกรม
ข. โปรแกรมน าเสนอ
ค. โปรแกรมจัดตารางนัด
ง. โปรแกรมคอมพิวเตอร์
จ. กระดานข่าวสารอิเล็กทรอนิกส์
ค าตอบ ข้อ ค โปรแกรมจัดตารางนัดหมายเปรียบได้กับสมุดโน้ตได้รับความนิยมค่อนข้างมากจากนักธุรกิจ
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 5
วิชา ระบบสารสนเทศในงานเลขานุการ (2203-2008) สัปดาห์ที่ 12-14
ชื่อหน่วย การน าระบบสารสนเทศมาใช้ในงานนัดหมาย จ านวน 12
และการเดินทาง ชั่วโมง
สาระส าคัญ
ในการด าเนินงานของงานส านักงาน จ าเป็นต้องมีการติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ตลอดเวลา
งานส านักงานจึงจ าเป็นต้องน าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการติดต่อสื่อสารให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น
ซึ่งมีหลากหลายวิธี เช่น การเดินทางของบุคลากรในส านักงานก็จ าเป็นต้องเดินทางไปพบกัน ด้วยเหตุนี้
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจึงจ าเป็นต้องมีการนัดหมายกันมีการเดินทางโดยใช้ระบบสารสนเทศจึงเป็นปัจจัย
ส าคัญอย่างมากในงานส านักงาน
จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ทั่วไป
1. อธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการนัดหมาย ได้
2. บอกวิธีปฏิบัติในการนัดหมายได้
3. อธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเดินทางได้
4. อธิบายการเตรียมการเดินทางได้
สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการนัดหมายได้
2. บอกวิธีปฏิบัติในการนัดหมายได้
3. อธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเดินทางได้
4. อธิบายการเตรียมการเดินทางได้
สาระการเรียนรู้
1. เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการนัดหมาย
2. วิธีปฏิบัติในการนัดหมาย
3. เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเดินทาง
4. การเตรียมการเดินทาง
กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน
ผู้สอนเล่าถึงการวิธีการเดินทางไปอบรม ผู้เรียนร่วมคิดและตอบค าถาม
ในที่ต่าง ๆ
ขั้นสอน
ผู้สอนอธิบายเรื่อง ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสาร
- เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการนัดหมาย ประกอบการเรียนตาม และร่วมตอบค าถามถึง
- วิธีปฏิบัติในการนัดหมาย เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการนัดหมาย วิธีปฏิบัติใน
- เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเดินทาง การนัดหมาย เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการเดินทาง
- การเตรียมการเดินทาง การเตรียมการเดินทาง
ขั้นสรุป
- ผู้สอนให้ผู้เรียนแต่ละคนเขียนสรุปวิธีการ - ผู้เรียนแต่ละคนท างานที่ผู้สอนมอบหมาย
นัดหมาย การเตรียมการเดินทางให้เจ้า ตามเวลาที่ก าหนด
หน้าของเลขานุการ - ผู้เรียนฟังเพื่อนและผู้สอนสรุปอีกครั้ง
- ผู้สอนท าการสรุปแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนฟัง
จนเข้าใจ
สื่อสารเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้
17) หนังสือเรียนวิชาระบบสารสนเทศในงานเลขานุการ ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ
18) อินเทอร์เน็ต
19) สื่อ VCD
20) สื่อ Power Point
การบูรณาการเชื่อมโยง
สาระการเรียนรู้
การนัดหมาย (Appointment) หมายถึง การก าหนดวันที่ เวลา และสถานที่ในการพบปะติดต่อกัน
ระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อสนทนาในเรื่องที่ก าหนดไว้อย่างมีจุดมุ่งหมาย
การบูรณาการ
เลขานุการผู้ปฏิบัติงานในส านักงานต้องด าเนินการนัดหมายล่วงหน้าและ
เตรียมการเดินทางให้เจ้านายได้อย่างสมบูรณ์
กิจกรรม
แลกเปลี่ยนความคิด
- กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
การท าเป็นกลุ่ม
- ใบมอบหมายงานที่ 5
การวัดและการประเมินผล
9) แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม
10) แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์
แบบทดสอบบทที่ 5
ค าชี้แจง จงท าเครื่องหมายกากบาท (X) ลงหน้าข้อที่ถูกต้องที่สุด
1. ข้อใดเป็นการสืบค้นสารสนเทศคอมพิวเตอร์
ก. บัตรรายการ
ข. บรรณานุกรม
ค. ฐานข้อมูล ซีดีรอม
ง. บรรณานุกรม
จ. บัตรอ้างอิง
ค าตอบ ข้อ ค ฐานข้อมูลซีดีรอม เป็นการสืบค้นสารสนเทศด้วยคอมพิวเตอร์
2. ข้อใดเป็นการค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศที่ไม่จ าเพาะเจาะจง
ก. Browsing
ข. Searching
ค. Web Search
ง. Earth Search
จ. Directory Search
ค าตอบ ข้อ ก Browsing เป็นการค้นหาข้อมูลหรือสารสนเทศไม่จ าเพาะเจาะจง
3. หนังสือ วารสารหนังสือพิมพ์ จัดได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อใด
ก. ข้อมูล
ข. เครื่องมือ
ค.การสืบค้น
ง. สารสนเทศ
จ. เทคโนโลยี
ค าตอบ ข้อ ง สารสนเทศ คือ ข้อเท็จจริงที่ถ่ายทอดและบันทึกไว้ในรูปแบบของหนังสือวารสาร
4. ข้อใดหมายถึง อุปกรณ์น าเข้าข้อมูลที่ใช้ในการควบคุมการใช้งานในคอมพิวเตอร์
ก. เคส
ข. เม้าส์
ค. หน้าจอ
ง. แป้นพิมพ์
จ. ซอฟต์แวร์
ค าตอบ ข้อ ข เมาส์ อุปกรณ์น าเข้าข้อมูลที่ใช้ในการควบคุมการใช้งานในคอมพิวเตอร์
5. ข้อใดเกี่ยวกับงานห้องสมุดโดยตรง
ก. เคส
ข. เม้าส์
ค.หน้าจอ
ง. แป้นพิมพ์
จ. ซอฟต์แวร์
ค าตอบข้อ จ ซอฟต์แวร์ เกี่ยวกับงานของห้องสมุด คือ โปรแกรมสืบค้นสารสนเทศห้องสมุด
6. ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตข้อใดสามารถใช้บริการการใช้คอมพิวเตอร์ทางไกล
ก. Telnet
ข. www.
ค. E-Mail
ง. Chat Room
จ Electronic Mail.
ค าตอบ ข้อ ก Telnet สามารถใช้บริการการใช้คอมพิวเตอร์ทางไกล
7. การด าเนินงานของระบบสารนิเทศข้อใด เป็นการน าส่งผลการค้นคืนให้แก่ผู้ใช้
ก. การค้นคืน
ข. การแจกจ่าย
ค. การคัดเลือก
ง. การจัดระเบียบ
จ. การวิเคราะห์เอกสาร
ค าตอบข้อ ข การแจกจ่าย เป็นการน าส่งผลการค้นคืนให้แก่ผู้ใช้
8. ข้อใดเป็นวิธีการเข้าถึงและสืบค้นข้อมูลสารสนเทศโดยใช้บริการ Search Engine
ก. การสืบค้น
ข. การค้นคืน
ค. ค าส าคัญ
ง. โปรแกรมค้นคืน
จ. ที่อยู่ของเว็บไซต์
ค าตอบ ข้อ ง โปรแกรมค้นคืน เป็นวิธีการเข้าถึงและสืบค้นข้อมูลสารสนเทศโดยใช้บริการ Search Engine
9. ข้อใดเป็นระเบียบในการใช้ห้องสมุด
ก. สืบค้นข้อมูลเฉพาะเรื่องเรียน
ข. ไม่ส่งเสียงดังกันในขณะสืบค้น
ค. ไม่ขีดข้อความใด ๆ ลงบนโต๊ะและอุปกรณ์
ง. ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตหลอกลวงบุคคลอื่น
จ.ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตทางลามกอนาจาร
ค าตอบ ข้อ ก การสืบค้นข้อมูลเฉพาะเรื่องเรียนเท่านั้น
10. Filing หมายถึงข้อใด
ก. การออกแบบเอกสาร
ข. การจัดเก็บเอกสาร
ค. การจัดหมวดหมู่เอกสาร
ง. กระบวนการจัดเก็บเอกสาร
จ. การจัดเก็บเอกสารที่ดี
ค าตอบ ข้อ ข Filing หมายถึง การจัดเก็บเอกสาร
11. ความส าคัญของการจัดเก็บเอกสารข้อใดที่สามารถรักษาเอกสารให้อยู่ในสภาพดี
ก. ประหยัด
ข. เข้าใจง่าย
ค. ค้นหาง่าย
ง. ยืดหยุ่นได้
จ. เหมาะสม
ค าตอบ ข้อ จ การจัดเก็บเอกสารให้เหมาะสมในการใช้ประโยชน์จะสามารถรักษาเอกสารให้อยู่ในสภาพดีได้
12. "เอกสารใดที่หมดคุณค่าแล้วไม่ควรให้เกิดค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ประโยชน์"
ข้อความนี้ตรงกับข้อใด
ก. ประหยัด
ข. เข้าใจง่าย
ค. ค้นหาง่าย
ง. ยืดหยุ่นได้
จ. เหมาะสม
ค าตอบ ข้อ ก การประหยัด หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการเก็บเอกสารแตกต่างกันตามคุณค่า
13. เอกสารในข้อใดที่ช่วยให้การด าเนินงานมีประสิทธิภาพ
ก. ผลการวิจัย
ข. ผลการส ารวจ
ค. จดหมายสอบถาม
ง. นโยบายของบริษัท
จ. หลักเกณฑ์การท างาน
ค าตอบข้อ ค. จดหมายสอบถามเป็นจดหมายระหว่างการด าเนินงานท าให้งานมีประสิทธิภาพ
14. เอกสารข้อใดที่ผู้บริหารน ามาใช้ในการตัดสินใจ
ก. กฎระเบียบ
ข. นโยบาย
ค. ตัวเลข สถิติ
ง. เอกสารสัญญาต่าง ๆ
จ. จดหมายสอบถาม
ค าตอบข้อ ค. ตัวเลข สถิติ การวิจัย เป็นเอกสารที่ผู้บริหารน ามาใช้ในการตัดสินใจ
15. การจัดเก็บเอกสารในส านักงานข้อใดเก็บไว้ในสถานที่ถาวรและมั่นคงปลอดภัย เพื่อง่าย
ต่อการอ้างอิง
ก. ระหว่างปฏิบัติ
ข. ปฏิบัติเสร็จแล้ว
ค. รอการท าลาย
ง. รอการตรวจสอบ
จ. รอการอ้างอิง
ค าตอบ ข้อ ข การเก็บเอกสารเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้ว เก็บไว้ในในสถานที่ถาวรและมั่นคงปลอดภัย
รอการอ้างอิง
16. เครื่องไมโครฟิล์ม ข้อใดเหมือนกับถ่ายรูปทั่ว ๆ ไป
ก. Camera
ข. Microfilm Reader
ค. Microfilm processer
ง. Microfilm Storing Cabinet
จ. Contact Painter Duplication
ค าตอบ ข้อ ก Camera เป็นกล้องถ่ายภาพ 16 มม. เหมือนกล้องถ่ายรูปทั่วไป
17. ขั้นตอนการท างานระบบการเก็บเอกสารแบบ Paperless ที่ใช้ประกาศแถลงการณ์
ให้บุคคลในองค์การได้ทราบ
ก. กระดานข่าว
ข. การออกแบบ
ค. การก าหนดเป้าหมาย
ง. การจัดแฟ้มข้อมูล
จ. การประมาณค่าใช้จ่าย
ค าตอบข้อ ก กระดานข่าวจะใช้เป็นที่ประกาศและแถลงการณ์ภายในองค์การให้บุคคลากรได้รับทราบ
18. ข้อใด ไม่ใช่ หลักเกณฑ์การนัดหมายที่ดี
ก. ตรงเวลา
ข. ไม่เกิดความซ้ าซ้อน
ค. ไม่ควรนัดช่วงเช้าของแต่ละวัน
ง. การเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งล่วงหน้า
จ. ก าหนดระยะเวลาให้เหมาะสม
ค าตอบ ข้อ ค. ไม่ควรนัดหมายในช่วงเช้าของแต่ละวันเป็นข้อควรระวังในการนัดหมาย
19. กรณีที่มีบุคคลมาติดต่อโดยมิได้นัดหมายเลขานุการสามารถตัดสินใจได้ในเรื่องใด
ก. ตัดสินใจจะให้พบหรือไม่
ข. ตัดสินใจให้พบได้ทันที
ค. จัดสินใจตอบปฏิเสธ
ง. ตัดสินใจนัดหมายล่วงหน้า
จ. ตัดสินใจของความเห็นจากผู้บังคับบัญชา
ค าตอบข้อ ก กรณีมีบุคคลมาติดต่อผู้บังคับบัญชาโดยไม่ได้นัดหมายเลขานุการสามารถตัดสินใจเบื้องต้นได้ว่า
จะให้พบได้หรือไม่
20. การประชุมข้อใดที่จะเน้นไปที่การแก้ประเด็นปัญหาส าคัญ
ก. การสัมมนา
ข. เวิร์กชอบ
ค. ประชุมเป็นทางการ
ง. ประชุมทางวิชาชีพ
จ. ประชุมทางวิชาการ
ค าตอบ ข้อ จ การประชุมทางวิชาการ จะแก้ประเด็นปัญหาส าคัญ
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 6
วิชา ระบบสารสนเทศในงานเลขานุการ (2203-2008) สัปดาห์ที่ 15-16
ชื่อหน่วย การน าระบบสารสนเทศมาใช้ในงานจัดประชุม จ านวน 8 ชั่วโมง
สาระส าคัญ
การประชุม ในภาษาไทยเป็นค าทั่วไปที่ใช้ครอบคลุมกับการประชุมเกือบทุกชนิด แต่ในภาษาอังกฤษ
ชื่อและรูปแบบของการประชุมมีหลากหลายแต่ชัดเจน ทั้งที่ใช้โดยทั่วไป เช่น meeting และที่ใช้เฉพาะ
มีรูปแบบเฉพาะ ปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าทั้งทางวิชาการและทางธุรกิจ จึงมีการจัดประชุมที่มีรูปแบบ
เฉพาะอย่างแพร่หลายกันมากขึ้น แต่การเรียกชื่อการประชุมในภาษาไทยยังสับสนและ มักไม่ตรงกัน แล้วแต่
องค์การจะปรับใช้ให้เหมาะสมแต่ในเรื่องของการน าสารสนเทศมาใช้งานจัดประชุมเป็นเรื่องที่หลาย ๆ องค์การ
ได้เล็งเห็นความส าคัญและได้น ามาปรับใช้มีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ทั่วไป
1. อธิบายรูปแบบของการประชุมได้
2. อธิบายการนัดประชุมด้วย Microsoft Outlookได้
3. บอกการเตรียมการประชุมได้
สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธิบายรูปแบบของการประชุม ได้
2. อธิบายการนัดประชุมด้วย Microsoft Outlookได้
3. บอกการเตรียมการประชุมได้
สาระการเรียนรู้
1. รูปแบบของการประชุม
2. การนัดประชุมด้วย Microsoft Outlook
3. การเตรียมการประชุม
กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน
ผู้สอนเล่าถึงการประชุมในส านักงานแต่ละเดือน ผู้เรียนร่วมคิดและตอบค าถาม
ขั้นสอน
ผู้สอนอธิบายเรื่อง ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสาร
- รูปแบบของการประชุม ประกอบการเรียนตาม และร่วมตอบค าถามถึง
- การนัดประชุมด้วย Microsoft Outlook รูปแบบของการประชุม การนัดประชุมด้วย
- การเตรียมการประชุม Microsoft Outlook การเตรียมการประชุม
ขั้นสรุป
- ผู้สอนให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน - ผู้เรียนแต่ละกลุ่มด าเนินกิจกรรมที่ผู้สอน
แสดงบทบาทสมมติจัดประชุม ใช้เวลากลุ่ม มอบหมายตามเวลาที่ก าหนด
1 ชั่วโมง - ผู้เรียนฟังเพื่อนและผู้สอนสรุปอีกครั้ง
- ผู้สอนท าการสรุปแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนฟัง
จนเข้าใจ
สื่อสารเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้
21) หนังสือเรียนวิชาระบบสารสนเทศในงานเลขานุการ ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ
22) อินเทอร์เน็ต
23) สื่อ VCD
24) สื่อ Power Point
การบูรณาการเชื่อมโยง
สาระการเรียนรู้
การชุมนุมทางวิชาการ การประชุมเอกสารัตถ์ การประชุมนานาทรรศน์ การประชุมในด้าน
วิชาการหรือวิชาชีพ
การประชุมทางวิชาชีพ (Conference) หมายถึง การประชุมของนักวิชาการ หรือ นักวิชาชีพ
เป็นจ านวนมากอย่างเป็นทางการ เพื่อน าเสนอผลงานหรือผลการค้นคว้าวิจัย โดยการปาฐกถา
(Speeches) ปฏิบัติการ (Workshops) หรือด้วยวิธีการอื่น
การประชุมเชิงปฏิบัติการ หรือ เวิร์กชอป (Workshop) หมายถึง การประชุมร่วมกันเป็นกลุ่มๆ
เป็นระยะเวลานานหลายวัน โดยเน้นการร่วมกันท างานเพื่อฝึกการแก้ปัญหาโดยผู้เข้าประชุมทุกคน
จะต้องมีส่วนร่วมลงมือปฏิบัติ (Hands-on Training)
การประชุมเป็นทางการ (Congress) หมายถึง การประชุมที่มีผู้แทนประเทศ หรือผู้แทนภูมิภาค
ที่เป็นสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างเป็นทางการ
การสัมมนา (Seminar) หมายถึง การเรียนการสอน
การบูรณาการ
เลขานุการผู้ปฏิบัติงานในส านักงานต้องจัดเตรียมการประชุมได้อย่างสมบูรณ์
กิจกรรม
แลกเปลี่ยนความคิด
- กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
การท าเป็นกลุ่ม
- ใบมอบหมายงานที่ 6
การวัดและการประเมินผล
11) แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม
12) แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์
แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 7
วิชา ระบบสารสนเทศในงานเลขานุการ (2203-2008) สัปดาห์ที่ 17-18
ชื่อหน่วย การติดต่อสื่อสารและการบริการด้านอื่น จ านวน 8 ชั่วโมง
สาระส าคัญ
ในการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของธุรกิจหรือหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม จะต้องอาศัยการติดต่อสื่อสาร
ระหว่างกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ข้อมูล ความรู้ ความคิด อันก่อให้เกิดความเข้าใจอันดี
ระหว่างกัน
งานด้านการติดต่อสื่อสารจึงเป็นหัวใจส าคัญของงานเลขานุการ ที่จ าเป็นต้องมีความสามารถในการ
สื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการพูด การฟัง การเขียน การอ่าน ตลอดจนมีความสามารถในการใช้
เครื่องมือสื่อสารชนิดต่าง ๆ ได้ถูกต้อง
นอกจากนี้ การติดต่อสื่อสาร (Communication) ยังช่วยให้การด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของหน่วยงาน
เป็นไปอย่างถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ก่อให้เกิดผลส าเร็จในการปฏิบัติงาน ซึ่งมีสาระส าคัญ ดังนี้
จุดประสงค์การเรียนรู้
จุดประสงค์ทั่วไป
4. บอกสาระส าคัญของการติดต่อสื่อสารได้
5. ยกตัวอย่างการติดต่อสื่อสาร โดยใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตได้
6. บอกงานบริการด้านอื่นได้
สมรรถนะการเรียนรู้
4. บอกสาระส าคัญของการติดต่อสื่อสารได้
5. ยกตัวอย่างการติดต่อสื่อสาร โดยใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตได้
6. บอกงานบริการด้านอื่นได้
สาระการเรียนรู้
4. การติดต่อสื่อสาร
5. การติดต่อสื่อสาร โดยใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต
6. งานบริการด้านอื่น
กิจกรรมการเรียนรู้
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ขั้นน าเข้าสู่บทเรียน
ผู้สอนเล่าถึงการจิดต่อสื่อสารและการบริการ ผู้เรียนร่วมคิดและตอบค าถาม
ด้านอื่น
ขั้นสอน
ผู้สอนอธิบายเรื่อง ผู้เรียนฟังการบรรยาย และศึกษาเอกสาร
- การติดต่อสื่อสาร ประกอบการเรียนตาม และร่วมตอบค าถามถึง
- การติดต่อสื่อสารโดยใช้การสื่อสารทาง การติดต่อสื่อสาร การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต และ
อินเทอร์เน็ต งานบริการด้านอื่น
- งานบริการด้านอื่น
ขั้นสรุป
- ผู้สอนให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน - ผู้เรียนแต่ละกลุ่มด าเนินกิจกรรมที่ผู้สอน
แสดงบทบาทการติดต่อสื่อสารและงาน มอบหมายตามเวลาที่ก าหนด
บริการ ใช้เวลากลุ่ม 1 ชั่วโมง - ผู้เรียนฟังเพื่อนและผู้สอนสรุปอีกครั้ง
- ผู้สอนท าการสรุปแต่ละเรื่องให้ผู้เรียนฟัง
จนเข้าใจ
สื่อสารเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้
25) หนังสือเรียนวิชาระบบสารสนเทศในงานเลขานุการ ส านักพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ
26) อินเทอร์เน็ต
27) สื่อ VCD
28) สื่อ Power Point
การบูรณาการเชื่อมโยง
สาระการเรียนรู้
การติดต่อสื่อสาร (Communication) หมายถึง การส่งข้อมูลข่าวสารจากบุคคลหนึ่งไปยัง
บุคคลหนึ่งหรือหลายคน เพื่อให้เข้าใจความหมายของข้อมูลข่าวสารที่ผู้ส่งส่งไป
การติดต่อสื่อสารโดยใช้การสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต เป็นการติดต่อสื่อสารในยุดนี้ส่วนใหญ่จะ
ใช้ระบบผ่านทาง Internet เป็นการสร้างความสะดวกสบาย และถือเป็นสิ่งจ าเป็นส าหรับโลกยุคนี้ ไม่ว่า
จะเป็นการสื่อสารผ่านทาง Facebook, Line และ E-mail
งานบริการด้านอื่น การต้อนรับและการให้บริการ เป็นกิจกรรมที่ควรมีอยู่ในบุคคลทุกคน และมี
อยู่ในหน่วยงานทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับและการให้บริการภายในส านักงาน การให้การต้อนรับ
และการบริการลูกค้าหรือผู้มาติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ
การบูรณาการ
สามารถน าไปปฏิบัติงานด้านสื่อสารมวลชนและงานบริการด้านต่าง ๆ ได้
กิจกรรม
แลกเปลี่ยนความคิด
- กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู้
การท าเป็นกลุ่ม
- ใบมอบหมายงานที่ 7
การวัดและการประเมินผล
13) แบบประเมินพฤติกรรมรายกลุ่ม
14) แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมและคุณลักษณะพึงประสงค์
ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๑
นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล ต าแหน่ง ครูอัตราจ้างแผนกวิชาการเลขานุการ/การจัดการส านักงาน
วิทยาลัยเทคนิคระยอง สังกัด ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
๓. ด้านการเรียนการสอน (ต่อ) (๔๐ คะแนน)
๓.๔ วิจัยในชั้นเรียนทุกภาคเรียน (๕ คะแนน)
ล าดับ ผลงาน/รายงานการปฏิบัติงาน หลักฐานอ้างอิง
ที่
3.4.1 จัดท าวิจัยในชั้นเรียน ส่ง ๑ เล่ม ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๐ - บันทึกข้อความขอส่งวิจัยของแผนก
วิชาการเลขานุการ, เล่มวิจัย
3.4.2 จัดท าวิจัยในชั้นเรียน ส่ง ๑ เล่ม ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๐ - บันทึกข้อความขอส่งวิจัยของแผนก
วิชาการเลขานุการ, เล่มวิจัย
(นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล)
ครูอัตราจ้าง สาขาวิชาการเลขานุการ/การจัดการส านักงาน
รายงานการวิจัยในชั้นเรียน
การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1)
โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล
ครูอัตราจ้างแผนกวิชาการเลขานุการ/การจัดการส านักงาน
คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการเลขานุการ
ภาคเรียนที่ 2/2561 ปีการศึกษา 2561
วิทยาลัยเทคนิคระยอง
ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ค าน า
รายงานการวิจัยในชั้นเรียน และวิชาที่สอน สภาพการเรียนการสอน วิชาพิมพ์ดีดไทย โดยเฉพาะ
นักศึกษาที่มีการพิมพ์สัมผัสตามแป้นพิมพ์ได้จ านวนค าที่น้อย เพื่อเป็นการวิเคราะห์การเรียนการสอนให้นักศึกษา
ได้เกิดทักษะในการพิมพ์ได้อย่างถูกต้อง
ผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การท าวิจัยในชั้นเรียนฉบับนี้เป็นประโยชน์ ในการพัฒนานักเรียนให้เกิด
ทักษะในการพิมพ์ดีดให้แม่นย ายิ่งขึ้น
ผู้จัดท า
นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล
ครูอัตราจ้างแผนกวิชาการเลขานุการ
กิตติกรรมประกาศ
การศึกษางานวิจัยในครั้งนี้ ส าเร็จลุล่วงไปด้วยดีได้ด้วยความกรุณาจากดร.ชนกานต์ สุวรรณทรัพย์ ได้
ให้ความช่วยเหลือ ให้ความรู้ ความคิดในการแนะน า ค าปรึกษาตลอดการตรวจข้อแก้ไขบกพร่องต่าง ๆ เป็น
อย่างดี จนการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ ผู้วิจัยขอขอบคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี่
ขอขอบคุณท่านผู้อ านวยการวิทยาลัยเทคนิคระยอง ว่าที่เรือตรีชูชีพ อรุณเหลือง และรองผู้อ านวยการ
ฝ่ายวิชาการ นายอานุภาพ วาสะสิริ ที่กรุณาในความอนุเคราะห์ให้ค าแนะน าให้ความรู้ ความคิดที่มีประโยชน์ และ
อ านวยการความสะดวกในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นอย่างดี และขอขอบใจนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) สาขาการเลขานุการ วิทยาลัยเทคนิคระยองให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ในการวิจัยและเก็บ
ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ จนกระทั่งการศึกษาวิจัยครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์
นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล
ผู้วิจัย
ชื่อเรื่อง : การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1
(ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
ผู้วิจัย : นางสาวสิริพร สิทธิกิตติสกุล
อาจารย์ที่ปรึกษา : นางสาวนวรัตน์ สาหร่ายทอง
ปีการศึกษา : 2561
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เปรียบเทียบทักษะการพิมพ์สัมผัสของนักเรียนระดับ
ประกาศนียบัตรวิชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบทดสอบการจับเวลา และ 2. เพื่อพัฒนาทักษะการพิมพ์
สัมผัสของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) ประชากรในการวิจัยคือ นักศึกษาระดับ
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) จ านวน 12 คน ที่ไม่สามารถพิมพ์จับเวลาผ่านเกณฑ์ได้
เพราะนักเรียนไม่สามารถท่องศัพท์และสะกดค าไม่สมบูรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบทดสอบจับเวลา
ผู้วิจัยด าเนินการเก็บข้อมูลในช่วงพักเที่ยงวันละ 30 นาที ระหว่างเวลา 12.00 – 12.30 น. โดยจัด
แบบทดสอบในการจับเวลาในการพิมพ์เป็น 1 นาที 3 นาที และ 5 นาที
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนสมารถรู้จักและจ าตัวอักษรได้ รวมทั้งสามารถพิมพ์สัมผัสอักษรได้ อย่าง
รวดเร็วและแม่นย า สามารถพิมพ์แบบทดสอบที่จับเวลาได้ผ่านเกณฑ์
สารบัญ
เรื่อง หน้า
กิตติกรรมประกาศ………………………………………………………………………………………………………….…....ก
บทคัดย่อ………………………………………………………………………………………………………………………….....ข
สารบัญ………………………………………………………………………………………………………………………….…....ค
บทที่ 1 บทน า 1
- ความส าคัญและความเป็นมาของวิจัย 1
- วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1
- ประโยชน์ที่ควรจะได้รับ 1
- ตัวแปร 1
- สมมติฐาน 2
- นิยามศัพท์ 2
บทที่ 2 แนวคิด หลักการ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 3
- แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะ 3
- แนวคิด ทฤษฎี นวัตกรรมทางการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ 3 - 5
- งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6
บทที่ 3 วิธีด าเนินการวิจัย 7
- ประชากรที่ใช้ในการวิจัย 7
- เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 7
- ขั้นตอนการด าเนินการ 8
- การสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 8
- การเก็บรวบรวมข้อมูล 8
- การจัดท าข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล 8
- เครื่องมือในเก็บข้อมูล 8
- ขั้นตอนเตรียมการและการด าเนินงาน 9
- การวิเคราะห์ข้อมูล 10
- สถิติใช้ในการวิเคราะห์ 10
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 11
- ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 11 - 14
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 15
- สรุปผลการวิจัย 15
- อภิปลายผล 15
- ข้อเสนอแนะ 16
บรรณานุกรม 17
ภาคผนวก 18
- ภาคผนวก ก แบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์ 18 - 23
- ภาคผนวก ข แบบสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน 24 - 25
- ภาคผนวก ค แบบฝึกพิมพ์ทักษะการพิมพ์ 26 – 29
บทที่ 1
บทน า
ความส าคัญและความเป็นมาของวิจัย
วิชาพิมพ์ดีดเป็นวิชาหนึ่งที่ผู้เรียนต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่เป็นประจ าสม่ าเสมอ ทักษะจะเกิดขึ้นได้ด้วยการเรียนรู้และ
การกระท าซ้ า ๆ บ่อย ๆ และสม่ าเสมอ มีเทคนิคที่ถูกต้อง เช่นท่านั่ง การวางนิ้ว การสืบนิ้วขึ้นลง ทั้งนี้เพื่อสร้างพื้นฐานทักษะ
การพิมพ์ดีดที่ดี และเป็นพื้นฐานในการผลิตเอกสาร และการพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้
ผู้วิจัยได้สังเกตเห็นว่านักเรียนมีทักษะด้านการพิมพ์ดีด ทั้งในเรื่องพิมพ์เร็วและความแม่นย าลดลงต่ ากว่า
เกณฑ์ (มาตรฐานพิมพ์ดีดไทย 35 ค าต่อนาที, พิมพ์ดีดอังกฤษ 40 ค าต่อนาที) และการพิมพ์งานขั้นผลิต
รูปแบบ ขนาด แบบฟอร์มไม่ได้มาตรฐาน ใช้เวลาพิมพ์นาน (มาตรฐานจดหมาย 1 ฉบับใช้เวลาพิมพ์ประมาณ
15-20 นาที) และพบว่า นักเรียนไม่ให้ความส าคัญต่อการเรียนวิชาพิมพ์ดีด ไม่มั่นใจในการฝึกทักษะการพิมพ์ ท า
ให้พิมพ์ช้า มองแป้นพิมพ์ เกิดความเบื่อหน่ายต่อการเรียน จึงส่งผลให้นักเรียนสอบ ไม่ผ่านตามเกณฑ์
มาตรฐานที่ก าหนดไว้
เหตุผลดังกล่าว ได้จัดท าวิจัยชั้น เรื่อง “การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง”
เพื่อฝึกฝนให้นักเรียนสามารถพิมพ์สัมผัสเกิดทักษะการพิมพ์เร็วและถูกต้อง
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาทักษะการพิมพ์สัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1)
โดยใช้แบบฝึกทักษะพิมพ์ดีด
2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1)
ประโยชน์ที่ควรจะได้รับ
1. ช่วยให้ผู้สอนทราบถึงปัญหาและสามารถแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ มาก
ขึ้น
2. ช่วยพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3. เป็นแนวทางการวิจัยโดยใช้แบบฝึกทักษะพิมพ์ดีด ในรายวิชาอื่น ๆ ต่อไป
ตัวแปร
ตัวแปรต้น = แบบฝึกทักษะ
ตัวแปรตาม = ทักษะการพิมพ์สัมผัส
ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม
แบบฝึกทักษะพิมพ์ดีด ทักษะการพิมพ์สัมผัส
สมมติฐาน
แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นสามารถท าให้นักศึกษามีทักษะการพิมพ์สัมผัสดีขั้น
นิยามค าศัพท์
การพัฒนาทักษะ หมายถึง การเพิ่มความสามารถความช านาญถนัดความถูกต้องแม่นย าให้มากขึ้น
กว่าเดิม
นักเรียน หมายถึง นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) ของวิทยาลัยเทคนิค
ระยอง คณะบริหารธุรกิจ ที่เรียนในรายวิชาพิมพ์ดีดอังกฤษขั้นพัฒนา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560
ทักษะการพิมพ์สัมผัส หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการพิมพ์เร็วและพิมพ์ได้ถูกต้อง มี
เกณฑ์การวัด พิมพ์ข้อความจับเวลาและคิดค าสุทธิ ค า/นาที
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หมายถึง นักเรียนระดับประกาศนียบัตรชั้นปีที่ 1 มีผลการเรียนดี และ
สามารถพิมพ์สัมผัสภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยพิมพ์ได้ความเร็วสุทธิในการพิมพ์ตามเกณฑ์ที่ก าหนด คือ
35 ค า/นาทีขึ้นไปเกณฑ์ผ่านการทดสอบ คือ นักเรียนมีทักษะด้านความเร็วในการพิมพ์ดีดไทยและพิมพ์ดีด
ภาษาอังกฤษไม่ต่ ากว่า เกณฑ์ขั้นต่ า โดยมีเกณฑ์ ดังนี้
7.1 เกณฑ์ขั้นต่ า มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 15 ค าต่อนาที
7.2 เกณฑ์ขั้นกลาง มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 20 ค าต่อนาที
7.3 เกณฑ์ขั้นสูง มีความเร็วด้านการพิมพ์ไม่น้อยกว่า 30 ค าต่อนาที
บทที่ 2
แนวคิด หลักการ และทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง
การวิจัยครั้งนี้ มุ่งศึกษาการพัฒนาทักษะการพิมพ์สัมผัสด้วยแบบฝึกทักษะการพิมพ์ไทยและพิมพ์ดีด
อังกฤษกับนักเรียนวิชาพิมพ์ดีด ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสาร ต ารา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยจ าแนกเนื้อหาได้ดังนี้
1. แนวคิดเกี่ยวการพัฒนาทักษะ
2. แนวคิด ทฤษฎี นวัตกรรมทางการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1. แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะ
ทักษะ (Skill) หมายถึง ความสามารถในการจัดการกับพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ๆ ซึ่งน าไป สู่
ระดับการปฏิบัติตามที่ต้องการ (จักรกฤช สิงห์ศิลารักษ์ : ออนไลน์) สอดคล้องกับที่ครอนบาร์ค (Cronbach.
1977 : 393) กล่าวว่าทักษะว่าเป็นการปฏิบัติที่เกิดจากการเรียนรู้สามารถกระท าได้โดยแทบจะไม่ต้องใช้ความคิด
ซึ่งเมื่อพิจารณาความหมายและลักษณะของทักษะข้างต้นจะเห็นได้ว่า การปฏิบัติการอย่างมีทักษะจ าเป็นต้องอาศัย
พัฒนาการของกระบวนการเรียนรู้ และกลไกการท างานของกล้ามเนื้อในการปฏิบัติการซึ่งสามารถสังเกตได้จาก
เกณฑ์ 4 ประการ คือ ความเร็ว (Speed) ความแม่นย า (Accuracy) ลักษณะท่าทาง (Form) และความคล่องตัว
(Adaptability) กล่าวคือ คนที่มีทักษะย่อมสามารถปฏิบัติการอย่างรวดเร็วภายในเวลาอันจ ากัด มีความแม่นย าใน
การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ไม่ขัดเขินผิดพลาด ใช้พลังงานหรือความพยายามน้อยที่สุด และสามารถปฏิบัติการได้
ในสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป ทักษะจึงมีลักษณะส าคัญ 3 ประการ คือ เป็นการตอบสนองทางกลไกที่
ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ (Response Chain) เป็นการเกี่ยวข้องและประสานกันในการเคลื่อนไหวของอวัยวะ
(Movement Coordination) และเป็นการจัดระเบียบต่อเนื่องในการตอบสนองเข้าเป็นรูปแบบการตอบสนองที่
ซับซ้อน และเป็นดังที่การริสสัน และแมกอน (Garrison and Magoon. 1972 : 640) กล่าวว่า ทักษะเป็นแบบ
ของพฤติกรรมที่กระท าไปด้วย ความราบเรียบ (Smooth) รวดเร็ว แม่นย า และ มีความสอดคล้อง
ผสมผสานกันอย่างเหมาะสมของกล้ามเนื้อต่าง ๆ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาความสามารถของบุคคล
การพัฒนาทักษะ หมายถึง การเพิ่มความสามารถด้านพฤติกรรมให้กับผู้เรียนให้มีความแม่นย าและ
ถูกต้องในการปฏิบัติมากขึ้น
2. แนวคิด ทฤษฎี นวัตกรรมทางการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้
นวัตกรรม หมายถึง ความคิดใหม่และการกระท าสิ่งใหม่ๆ มาใช้ในรูปแบบใหม่ให้ทันสมัย และช่วยให้
การท างานนั้นมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น นวัตกรรม มีด้วยกัน 3 ระยะ คือ คิดค้น พัฒนา และการน าไปปฏิบัติ
นวัตกรรมทางการศึกษา หมายถึง ความคิดใหม่และการกระท าสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาใช้ในระบบการศึกษาที่
ท าให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม เกิดเป็นแรงจูงใจ ในการเรียน และ
ยังช่วยประหยัดเวลาในการเรียนได้ดียิ่งขึ้น เช่น การเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ ช่วยสอนการใช้วีดีทัศน์
เชิงโต้ตอบ สื่อหลายมิติ และอินเตอร์เน็ต เป็นต้น
แนวคิด ทฤษฎี ของนวัตกรรมมี 4 ทฤษฎี คือ
1. ทฤษฎี Schumpeter’s theory of innovationSchumpeter เป็นค้นคิดค้นนวัตกรรมต่าง ๆ ก็คือ
การท าลายสิ่งที่สร้างสรรค์ ซึ่งมีการคิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อที่จะท าลายสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยมีเป้าหมาย เพื่อสร้าง
ก าไรเพิ่มขึ้นให้กับองค์กร การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยกลยุทธ์นวัตกรรม
ประเภทของนวัตกรรม -ของ Schumpeter ได้แบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ
1. การเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร
2. การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือกระบวนการน านวัตกรรมสู่ตลาด
3. การเปลี่ยนต าแหน่งนวัตกรรมสินค้าที่เคยออกสู่ตลาดมาแล้ว ให้มีการรับรู้สิ่งใหม่
4. การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์นวัตกรรมองค์กรให้มีการเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่
2. ทฤษฎี แบบผ่าเหล่าผ่ากอ
เป็นทฤษฎีของศาสตราจารย์ เคลย์ตัน คริสเตนเซน ที่บอกว่าทฤษฎี แบบผ่าเหล่าผ่ากอเป็นนวัตกรรม
เทคโนโลยีสินค้าหรือบริการ ที่สามารถที่จะล้มล้างเทคโนโลยี สินค้าหรือบริการที่มีอยู่เดิมมาเปลี่ยนแปลงให้ใหม่
ขึ้น แบ่งได้ 2 ประเภท คือ
1. การเปลี่ยนแปลงตลาด
2. การน าเสนอเทคโนโลยีใหม่
3. ทฤษฎีหุบเหวแห่งการดับของนวัตกรรม
การยอมรับนวัตกรรมที่เกิดขึ้นในสังคมโดยนวัตกรรมใดที่สังคมมีความต้องการ และเกิดประโยชน์เชิง
พาณิชย์ สังคมนั้นๆก็จะมีการยอมรับนวัตกรรมตัวนี้ แต่ถ้านวัตกรรมใดที่สังคมต้องการน้อยและ มี
ปัญหาเกิดขึ้นนวัตกรรมตัวนี้ก็จะถูกดับไป
4. ทฤษฎีการแพร่กระจายนวัตกรรม
เกิดจากการผ่านกระบวนการใช้เทคโนโลยีที่ปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้ประดิษฐ์และผู้ใช้ในสังคม กลับไป
กลับมาหลายครั้งจนเกิดการยอมรับในสังคม กลุ่มคนในสังคมที่ยอมรับการแพร่กระจายทางเทคโนโลยีมีด้วยกัน
5 ประเภทคือ
1. คนกลุ่มแรกในสังคม เป็นทั้งผู้ประดิษฐ์คิดค้นแล้วยังเป็นผู้ใช้งานที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยี และชอบ
ติดตามเทคโนโลยีอยู่เสมอนั่นเอง
2. กลุ่มที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ และค่อนข้างมีฐานะ เป็นนักวิชาการหรือคนดังในสังคม
3. กลุ่มนี้จะตัดสินใจได้ต้องคิดหลายรอบแต่ต้องใช้งานได้ง่าย และมีประโยชน์ของนวัตกรรม
4. กลุ่มที่มีการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมอาจจะเริ่มตกรุ่นไปแล้ว และมีความจ าเป็นที่จะใช้งานจริงๆ
5. กลุ่มที่มีการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเมื่อตกรุ่นไปแล้ว และเป็นกลุ่มสุดท้ายในสังคม
สถานะในการแพร่กระจายของเทคโนโลยีในสังคมมี 3 สถานะคือ
สถานะที่ 1 เป็นช่วงเวลาของการประดิษฐ์คิดค้นจนพบความส าเร็จ
สถานะที่ 2 เป็นช่วงเวลาที่สังคมได้รับรู้ถึงเทคโนโลยีในสังคม
สถานะที่ 3 เป็นช่วงเวลาที่เทคโนโลยีอิ่มตัว มีประสิทธิภาพในการท างานสูงสุดและไม่สามารถพัฒนา
ต่อไปได้อีก
ประเภทของนวัตกรรมทางการศึกษา
1. นวัตกรรมทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา
2. นวัตกรรมทางการศึกษาที่ยึดแนวความคิดพื้นฐานเป็นหลัก
นวัตกรรมทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา สามารถแบ่งได้ 5 ด้านคือ
1. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านหลักสูตร
2. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการเรียนการสอน
3. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสื่อและเทคโนโลยีทางการศึกษา
4. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการวัดและประเมินผล
5. นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการบริหารและบริการ
นวัตกรรมทางการศึกษาที่ยึดแนวความคิดพื้นฐานเป็นหลัก สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท
1. ความแตกต่างระหว่างบุคคล
2. ความพร้อม
3. การใช้เวลาเพื่อการศึกษา
4. ประสิทธิภาพในการเรียน
หลักการ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางการศึกษา ประกอบด้วย
ทฤษฎีการเรียนรู้ที่น ามาใช้ในด้านการศึกษา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น อาจสรุปได้ดังนี้
1. กลุ่มพฤติกรรมนิยม คือ พฤติกรรมของมนุษย์เกิดจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้า และแสดงพฤติกรรม
เหล่านั้นออกมา
2. กลุ่มปัญญานิยม คือเรียนรู้เป็นกระบวนการของจิตที่ต้องมีการรับรู้จากการกระท า และตีความ
สามารถให้เหตุผลจนเกิดเป็นความรู้
3. ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม คอนสตรัคติวิสต์ เป็นการอาศัยประสบการณ์เดิม ทางปัญญาที่มีอยู่เดิม
4. ทฤษฏีการสื่อสาร คือกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างบุคคล โดยใช้สัญลักษณ์ สัญญาณ หรือ
พฤติกรรมที่เข้าใจกัน
5. ทฤษฏีระบบ จัดเป็นสาขาวิชาที่เกิดขึ้นช่วงปลายศรวรรษที่ 20 โดยอาศัยทฤษฏีหลายสาขาวิชา โดย
น าแนวคิดแต่ละวิชามาประยุกต์รวมกัน สร้างเป็นทฤษฏีระบบขึ้นมา
6. ทฤษฏีการเผยแพร่ เกิดจากการผสมผสานทฤษฏีหลักการ และความรู้ ความจริงจากหลายสาขาวิชา
มาเป็นนวัตกรรมของศาสตร์นั้นๆ มาเผยแพร่ขึ้น
นวัตกรรม ทางการศึกษาที่ส าคัญของคนไทยในปัจจุบัน
1. วงการศึกษาปัจจุบัน น านวัตกรรมที่เป็นสิ่งใหม่ๆมาใช้ในการเรียนการสอนอยู่เป็นจ านวนมาก แต่
นวัตกรรมเหล่านี้ก็ยังไม่แพร่หลายเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ในวงการศึกษาปัจจุบัน
2. ปัจจุบันเริ่มมีการใช้E-learning ที่เป็นการเรียนผ่านทางสื่ออิเลคทรอนิกส์ที่แสดงเนื้อหาทาง
คอมพิวเตอร์รูปของสื่อมัลติมีเดียได้แก่ ข้อความอิเลคทรอนิกส์ ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ภาพ
สามมิติที่ผ่านสื่อบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ที่ท าให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสามารถและความสนใจของตนโดย
เนื้อหาของบทเรียนซึ่งจะประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ และมัลติมีเดียอื่น ๆ จะถูกส่งผ่านผู้เรียน
ผ่าน Web Browser โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อปรึกษา แลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นระหว่างกันได้
ประโยชน์ของนวัตกรรมทางการศึกษา
1. ช่วยพัฒนาศักยภาพ และความสามารถสูงสุดของบุคคล
2. ช่วยขยายขอบเขตความรู้ และโลกทัศน์ทางวิชาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ช่วยลดปัญหาเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล
4. ช่วยเปิดโอกาสทางการเรียนให้กับผู้เรียนอย่างทั่วถึง
5. ช่วยให้คนสามารถปรับตัวในสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้
6. ช่วยให้ผู้เรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
3. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
นางสุวารี ติยารัชกุล (บทคัดย่อ: 2549) เรื่อง การฝึกทักษะพิมพ์อักษรแป้นเหย้า พิมพ์ดีดอังกฤษ
โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปของนักศึกษาปวช. ชั้นปีที่ 1 สาขาการบัญชี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 เพื่อ
การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะในการพัฒนาการพิมพ์อักษรแป้นเหย้าพิมพ์ดีดอังกฤษ ให้มีความช านาญ จ าเป็น
อย่างยิ่งที่ครูผู้สอนจะต้องมีการท าวิจัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียน การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัย มีความ
มุ่งหมายเพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปมาช่วยในการท าวิจัยโดยให้นักเรียน
ได้ฝึกทักษะตามโปรแกรมจนครบ ซึ่งจะต้องผ่านตั้งแต่ขั้นตอนแรก จึงท าในขั้นตอนที่ 2 จนครบทุกขั้นตอน
โดยมีการใช้เครื่องมือในการวิจัยดังนี้
1. แบบสังเกตการท างาน
2. แบบรายงานผลการฝึก
3 แบบทดสอบโดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการ (PAOR) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษา
ระดับชั้นปวช. 1 สาขาการเลขานุการ จ านวน 12 คน ผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า นักเรียนได้ใช้แบบฝึกทักษะการ
พิมพ์สัมผัสครบทุกขั้นตอน ท าให้มีผลการเรียนสูงขึ้นทุกคนมีความช านาญในการใช้แป้นเหย้า ดีขึ้น ซึ่งเป็น
ผลมาจากความสนใจ ตั้งใจปฏิบัติจริงจังและโดยการก ากับดูแลของครูผู้สอนอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
นางขนิษฐา จิตรอรุณ (2548 : บทคัดย่อ) การศึกษาความสามารถในการเคาะแป้นพิมพ์ดีดโดยใช้
โปรแกรม “การพัฒนาจิตใจ” ของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1) ที่ก าลังศึกษาอยู่ในระดับปวช.
1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 วิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย
1 ของนักเรียนที่ผ่านโปรแกรม “การพัฒนาจิตใจ” สามารถพัฒนาทักษะการพิมพ์ได้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาตั้ง
ไว้
นางสิริเพ็ญ ชลเทพ (2547 : บทคัดย่อ) ศึกษาพัฒนาทักษะการพิมพ์ไทยของนักศึกษาระดับชั้นปวช.ปี
ที่ 1 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีล าพูน จังหวัดล าพูน โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ใช้เวลา 10 สัปดาห์ใน
การฝึกทักษะการพิมพ์ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนระดับชั้น ปวช.1 มีการพัฒนาทักษะความแม่นย าและความเร็ว
ในการพิมพ์ สามารถพิมพ์งานได้ถูกต้อง มีความแม่นย าและความเร็วเพิ่มขึ้น
นางสาวนารีรัตน์ โฉมอินทร์ (2548 : บทคัดย่อ) การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ พัฒนาทักษะการ
พิมพ์ที่ดี ความสามารถในการพิมพ์ที่รวดเร็ว และแม่นย าทางการเรียนในรายวิชาพิมพ์ดีดไทยด้วยคอมพิวเตอร์
ของนักเรียน ระดับชั้นปวช.1 แผนกบริหารธุรกิจ ใช้วิธีการฝึกปฏิบัติตามเนื้อหาและการเรียนรู้ในห้องเรียน ที่ไม่
มีความรู้ความสามารถในการเรียนพิมพ์ดีดมาก่อน จ านวน 45 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แบบตารางบันทึก
การพิมพ์แบบก้าวหน้า ตารางแสดงผลการคิดสุทธิต่อนาที ตามหลักบันได 9 ขั้น แบบฝึกทักษะพัฒนาการพิมพ์
ชุดที่ 1 – 5 รวม 5 ชุด ผลการวิจัยผู้เรียนสามารถพัฒนาการพิมพ์ให้รวดเร็วและแม่นย ายิ่งขึ้น จากกการปฏิบัติ
หลังจากได้รับการฝึกปฏิบัติที่ถูกต้อง และบ่อยครั้งขึ้น
บทที่ 3
วิธีด าเนินการวิจัย
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) เพื่อเปรียบเทียบทักษะ การ
พิมพ์สัมผัสของนักเรียนสาขาวิชาการเลขานุการ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 ที่เรียนวิชาพิมพ์ดีด
ไทยและพิมพ์ดีดอังกฤษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 ผู้วิจัยได้ด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1. ประชากร
2. เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง
3. วิธีการสร้างเครื่องมือ
4. การวิเคราะห์ข้อมูล
3.1 ประชากร
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) ของวิทยาลัยเทคนิคระยอง จ านวน 16 คน
ล ำดับ รำยชื่อนักเรียน - นักศึกษำ ระดับชั้น แผนก/สำขำ
1 นางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ ปวช.1/1 การเลขานุการ
2 นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ปวช.1/1 การเลขานุการ
3 นางสาวชลิตา สังฆะชัย ปวช.1/1 การเลขานุการ
4 นางสาวณัฏณิชา สุรินทร์ ปวช.1/1 การเลขานุการ
5 นางสาวณัฐณิชา ผ่องศรี ปวช.1/1 การเลขานุการ
6 นางสาวณัฐพร สังข์สุวรรณ ปวช.1/1 การเลขานุการ
7 นางสาวดวงพร แสงอรุณ ปวช.1/1 การเลขานุการ
8 นางสาวนฤมล ประทุมชาติ ปวช.1/1 การเลขานุการ
9 นางสาวประภาพรรณ สาระถี ปวช.1/1 การเลขานุการ
10 นางสาวพีรกานต์ พูลมงคล ปวช.1/1 การเลขานุการ
11 นางสาวสายฝน วงค์จันทร์ ปวช.1/1 การเลขานุการ
12 นางสาวสุจินันท์ กุลสอนนาน ปวช.1/1 การเลขานุการ
13 นางสาวสุภาภรณ์ กล่อมปัญญา ปวช.1/1 การเลขานุการ
14 นางสาวเกวลิน สิทธิพงศ์ ปวช.1/1 การเลขานุการ
15 นางสาวเขมิกา วิจารี ปวช.1/1 การเลขานุการ
16 นางสาวเยาวพา สอนเถื่อน ปวช.1/1 การเลขานุการ
3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง
3.2.1 แบบทดสอบการฝึกทักษะการพิมพ์สัมผัส
3.2.2 โปรแกรมประมวลผลค า Microsoft Word 2007 ที่ใช้ส าหรับการฝึกพิมพ์ดีดจากคู่มือพิมพ์ดีด
ไทยและพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ
3.2.3 แบบทดสอบจับเวลา ส าหรับวัดความเร็วใน 3 ระดับ เช่น 1 นาที และ 5 นาที
โดยน าผลไปเทียบเกณฑ์ประเมินผล
3.2.4 แบบตารางบันทึกการพิมพ์แบบก้าวหน้า
3.2.5 ตารางสถิติความเร็วในการพิมพ์ดีดของนักศึกษา จ านวน 1 ชุด
3.3 ขั้นตอนการด าเนินการ
3.3.1 กลุ่มนักเรียนเป้าหมายที่ต้องการแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะการพิมพ์ดีดสัมผัสจ านวน 16 คน
ประกอบด้วย นางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ , นางสาวชลิตา สังฆะชัย , นางสาว
ณัฏณิชา ผ่องศรี , นางสาวณัฐพร สังข์สุวรรณ , นางสาวดวงพร แสงอรุณ , นางสาวนฤมล ประทุมชาติ , นางสาวประภา
พรรณ สาระถี , นางสาวพีรกานต์ พูลมงคล , นางสาวสายฝน วงค์จันทร์ , นางสาวสุจินันท์ กุลสอนนาน ,
นางสาวสุภาภรณ์ กล่อมปัญญา , นางสาวเกวลิน สิทธิพงศ์ , นางสาวเขมมิกา วิจารี , นางสาวเยาวพา สอน
เถื่อน เพื่อประเมินทักษะด้านการพิมพ์ด้วยการจับเวลาก่อน 3 ครั้ง และบันทึกสถิติความเร็วในการพิมพ์ดีดไว้
ก่อนการทดลอง
3.3.2 ด าเนินการทดลอง โดยให้นักศึกษาฝึกพิมพ์ดีดด้วยโปรแกรมพิมพ์ดีดคอมพิวเตอร์วันละ 30
นาที และฝึกพิมพ์ดีดด้วยโปรแกรมประมวลผลค า หลังจากนั้นจะท าการวัดผลพัฒนาการปฏิบัติพิมพ์สัมผัส
ภาษาอังกฤษทุกสัปดาห์ และบันทึกเป็นสถิติความเร็วในการพิมพ์ดีดของแต่ละคนไว้
3.3.3 ประเมินผลการเรียนด้วยการดูผลงานสถิติความเร็วในการพิมพ์ดีดไม่ต่ ากว่าเกณฑ์ประเมิน ขั้น
ต่ า 15 ค า /นาที
3.4 การสร้างและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
3.4.1 จัดท าคู่มือฝึกปฏิบัติพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ ส าหรับใช้ฝึกทักษะพิมพ์ดีด
3.4.2 สร้างแบบทดสอบจับความเร็วส าหรับพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ โดยให้ครอบคลุมเนื้อหาตาม
จุดประสงค์ โดยก าหนดเกณฑ์ไว้ 3 ระดับ คือ เกณฑ์ขั้นต่ า 15 ค า/นาที เกณฑ์ขั้นกลาง 20 ค า/นาที
เกณฑ์ขั้นสูง 30 ค า/นาที
3.4.3 น าแบบทดสอบและตารางบันทึกสถิติไปให้อาจารย์พยุง เรืองอุดม ตรวจสอบความถูกต้อง
และเหมาะสม
3.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล
- แบบทดสอบฝึกทักษะพิมพ์ดีดไทยและพิมพ์ดีดอังกฤษ
โดยการทดสอบจับเวลาพิมพ์ดีดไทยและพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ ในการจับเวลา 1 นาที 3 นาที และ 5
นาที และบันทึกสถิติความเร็วในการพิมพ์ดีด โดยจะท าการจับเวลาทุกสัปดาห์รวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง
วันที่ 11 สิงหาคม 2560 จับเวลา 1 นาที ด้วยแบบทดสอบที่ 1
วันที่ 25 สิงหาคม 2560 จับเวลา 3 นาที ด้วยแบบทดสอบที่ 2
วันที่ 14 กันยายน 2560 จับเวลา 5 นาที ด้วยแบบทดสอบที่ 3
3.6 การจัดท าข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล
สถิติของนักเรียนแต่ละคนเปรียบเทียบกับเกณฑ์ 3 ระดับที่ครูก าหนด
3.7 เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล
- แบบทดสอบการจับเวลาพิมพ์ดีดไทยและพิมพ์ดีดอังกฤษ
3.8 ขั้นตอนการเตรียมการและการด าเนินการ
ส าหรับวิธีการสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้แบ่งออกเป็น 2 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ
ระยะที่ 2 ขั้นด าเนินการ
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ
1. ให้ผู้เรียนฝึกพิมพ์สัมผัส เพื่อพัฒนาทักษะ อย่างรวดเร็ว แม่นย า และการสร้างกิจนิสัยที่
ถูกต้องในการพิมพ์อักษรแป้นบน (กด Shift) ผู้วิจัยได้ด าเนินการ ดังนี้
1.1 ศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2545 (แก้ไข 2546) คู่มือ
และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแผนการสอน
1.2 ศึกษาวิธีการสอนแบบการน าเสนอรูปแบบ (Power Point) รวมทั้งแบบฝึกพิมพ์
สัมผัส เพื่อพัฒนาทักษะ อย่างรวดเร็ว แม่นย า
1.3 วิเคราะห์เนื้อหาและก าหนดขอบเขตของเนื้อหา
1.4 ก าหนดจุดประสงค์ทั่วไป จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมและคุณลักษณะ ที่ต้องการเน้น
ก าหนดโครงสร้างและเนื้อหาให้สอดคล้องกับจุดประสงค์
1.5 ทบทวนและเพิ่มความช านาญในการฝึกพิมพ์แป้นอักษรบน (กด Shift) ด้วย
แบบฝึกหัดพิมพ์สัมผัสในการพัฒนาทักษะ อย่างรวดเร็ว แม่นย า ในการพิมพ์แป้นอักษรบน (กด Shift) จาก
โปรแกรมเรียนพิมพ์สัมผัสภาษาไทยและพิมพ์ดีดอังกฤษ
2. การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาพิมพ์ไทยด้วยคอมพิวเตอร์ 1 เรื่อง
การพิมพ์แป้นอักษรบน (กด Shift) ทดสอบจับเวลา 5 นาที จ านวน 2 ครั้ง ลงโปรแกรมทดสอบพิมพ์สัมผัส
ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยได้ด าเนินการดังนี้
2.1 ศึกษาเอกสารและต าราที่เกี่ยวข้องกับวิชา พิมพ์ไทยด้วยคอมพิวเตอร์ 2 รหัสวิชา
2201 - 1010
2.2 ศึกษาวิธีการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากหนังสือ ต ารา และเอกสารที่
เกี่ยวข้อง
2.3 วิเคราะห์เนื้อหาตามจุดประสงค์จากแผนการสอน
2.4 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ให้ครอบคลุมเนื้อหาตามจุดประสงค์
2.5 แบบทดสอบที่สร้างขึ้นเพื่อน ามาวิเคราะห์หาค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบทดสอบ
กับจุดประสงค์การเรียนรู้ ดังนี้
2.5.1 เพื่อเพิ่มความช านาญในการฝึกพิมพ์แป้นอักษรบน (กด Shift)
2.5.2 เพื่อให้นักศึกษามีกิจนิสัยที่ถูกต้องในการพิมพ์สัมผัสแป้นอักษรบน(กด Shift)
ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และแม่นย า ท าให้นักศึกษามีผลการพิมพ์ 35 ค า/นาที ตามนโยบายของสาขาวิชาการ
เลขานุการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ได้ก าหนดไว้
2.6 ปรับปรุง แก้ไข ตรวจทานข้อสอบ รหัสข้อสอบ เนื้อหา ประโยค ตามความเหมาะสม
2.7 น าแบบทดสอบไปทดลองใช้เพื่อวิเคราะห์หาค่าความยากง่าย (P) และ ค่า
อ านาจจ าแนก (r)
2.8 น าแบบทดสอบที่วิเคราะห์ได้ไปปรับปรุงใหม่ สร้างเป็นแบบทดสอบที่เป็นรหัสสอบ
พิมพ์ฉบับสมบูรณ์ น าไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต่อไป
ระยะที่ 2 ขั้นด ำเนินกำร
1. การออกแบบการทดลอง
ผู้วิจัยได้วางแผนการทดลองโดยใช้กลุ่มเดียวมีลักษณะของการทดสอบนักศึกษาก่อนเรียน (Pre-
test) ด าเนินกิจกรรมการเรียนการสอน (Treatment) ทดสอบนักศึกษาหลังเรียน (Post-test)
2. วิธีการใช้การสอนหน่วยการเรียนรู้ การเพิ่มทักษะ และกิจนิสัยที่ถูกต้องในการพิมพ์แป้น
อักษรบน
2.1 พิมพ์ทบทวนและเพิ่มความช านาญในการฝึกพิมพ์แป้นอักษรบน (ยกShift)
2.2 ฝึกพิมพ์สัมผัสในการพัฒนาทักษะเพื่อความรวดเร็ว แม่นย า และการสร้างกิจนิสัย ที่
ถูกต้องในการพิมพ์แป้นอักษรบน (กด Shift) รายวิชาพิมพ์ไทยด้วยคอมพิวเตอร์ 2
การวิเคราะห์ข้อมูล
การเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากคะแนนทดสอบก่อนเรียน และคะแนนทดสอบหลังเรียน เรื่อง
การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึก
ทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง แผนกวิชาการเลขานุการ จ านวน 16 คน ผู้วิจัยได้แสดงผลการ
วิเคราะห์ข้อมูล ดังต่อไปนี้
การวิเคราะห์ข้อมูลด าเนินการโดยน าผล คะแนนที่ได้จากการท าใบงานฝึกทักษะและการสังเกตพฤติกรรมของ
ผู้เรียนมาวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับคะแนนเกณฑ์ดังนี้
เกณฑ์การประเมินผลแบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
เกณฑ์ขั้นต่ า มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 15 ค า/นาที
เกณฑ์ขั้นกลาง มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 20 ค า/นาที
เกณฑ์ขั้นสูง มีความเร็วด้านการพิมพ์ไม่น้อยกว่า 30 ค า/นาที
เกณฑ์การประเมินจากแบบสังเกต ก าหนดังนี้
ผลคะแนน 5 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก
ผลคะแนน 4 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี
ผลคะแนน 3 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปานกลาง
ผลคะแนน 2 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้
ผลคะแนน 1 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ควรปรับปรุง
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์
1. การหาค่าสถิติพื้นฐาน คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนที่ได้จากการทดสอบ
ก่อนเรียนและหลังเรียน
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่องการพิมพ์จดหมาย
ส่วนตัวแบบสร้างสรรค์ ด้วยการทดสอบค่า (t-test)
บทที่ 4
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
โดยมีเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ 1. แบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์ 2. การทดสอบจับเวลาพิมพ์ดีด
ไทยและพิมพ์ดีดอังกฤษ 1 นาที 3 นาที และ 5 นาที และบันทึกสถิติความเร็วในการพิมพ์ดีด ซึ่งเก็บ
รวบรวมข้อมูลจากนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของ
วิทยาลัยเทคนิคระยอง ประกอบด้วย นางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ , นางสาวชลิตา สังฆะ
ชัย , นางสาวณัฏณิชา ผ่องศรี , นางสาวณัฐพร สังข์สุวรรณ , นางสาวดวงพร แสงอรุณ , นางสาวนฤมล ประทุมชาติ ,
นางสาวประภาพรรณ สาระถี , นางสาวพีรกานต์ พูลมงคล , นางสาวสายฝน วงค์จันทร์ , นางสาวสุจินันท์ กุลสอนนาน ,
นางสาวสุภาภรณ์ กล่อมปัญญา , นางสาวเกวลิน สิทธิพงศ์ , นางสาวเขมมิกา วิจารี , นางสาวเยาวพา สอนเถื่อน ผู้วิจัยได้
แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังต่อไปนี้
4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการทดสอบด้วยแบบฝึกทักษะ
ตอนที่ 1 การทดสอบก่อนเรียนโดยการจับเวลา 1 นาที 3 นาที และ 5 นาทีก่อนการทดลองเรียน
พิมพ์สัมผัสของนักเรียนระดับชั้นปวช.1 โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีด
จับเวลำ ค่ำเฉลี่ย
ชื่อ-นำมสกุล สรุปผลกำรทดสอบ
1 นำที 3 นำที 5 นำที (X)
1. นางสาว จิตติญา วิลุนระพันธ์ 5 8 18 22 ผ่านเกณฑ์
2. นางสาว ชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ 8 12 15 25 ผ่านเกณฑ์
3. นางสาว ชลิตา สังฆะชัย 4 6 15 15 ไม่ผ่านเกณฑ์
4. นางสาว ณัฏณิชา สุรินทร์ 5 5 13 14 ผ่านเกณฑ์
5. นางสาว ณัฐณิชา ผ่องศรี 2 5 7 10 ผ่านเกณฑ์
6. นางสาว ณัฐพร สังข์สุวรรณ 5 6 12 15 ผ่านเกณฑ์
7. นางสาว ดวงพร แสงอรุณ 5 8 12 17 ผ่านเกณฑ์
8. นางสาว นฤมล ประทุมชาติ 3 10 16 18 ไม่ผ่านเกณฑ์
9. นางสาว ประภาพรรณ สาระถี 3 6 17 15 ไม่ผ่านเกณฑ์
10.นางสาว พีรกานต์ พูลมงคล 4 6 11 14 ไม่ผ่านเกณฑ์
11.นางสาว สายฝน วงค์จันทร์ 5 7 11 16 ผ่านเกณฑ์
12.นางสาว สุจินันท์ กุลสอนนาน 3 7 12 14 ผ่านเกณฑ์
13.นางสาว สุภาภรณ์ กล่อมปัญญา 5 9 10 17 ผ่านเกณฑ์
14.นางสาว เกวลิน สิทธิพงศ์ 0.5 12 9 16 ไม่ผ่านเกณฑ์
15.นางสาว เขมิกา วิจารี 0.5 10 9 14 ไม่ผ่านเกณฑ์
16.นางสาว เยาวพา สอนเถื่อน 2 12 12 18 ไม่ผ่านเกณฑ์
ตารางที่ 4.1 แสดงผลการทดสอบความเร็วโดยการจับเวลาพิมพ์ดีด 1 นาที 3 นาที และ 5
นาทีของนักเรียนวิชาพิมพ์ดีดสัมผัสจ านวน 7 คน จากทั้งหมด 16 คน
จากตารางที่ 4.1 พบว่าจากจ านวนนักศึกษาที่เข้ารับการทดสอบจ านวน 16 คน สามารถผ่านการ
ทดสอบจับเวลาทั้งสิ้น 7 คน โดยพบว่ามีนักศึกษา จ านวน 16 คน มีสถิติความเร็วในการจับเวลา ต่ า
กว่าเกณฑ์ขั้นต่ า (15 ค า/นาที) นางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวชนวรรณ ศรีสวสัดิ์ , นางสาวดวงพร แสง
อรุณ , นางสาวณัฐพร สังข์สุวรรณ , นางสาวสายฝน วงค์จันทร์ , นางสาวสุจินันท์ กุลสอนนาน , นางสาวสุภาภรณ์
กล่อมปัญญา จากผลการทดสอบจับเวลาที่มีนักศึกษาไม่ผ่านการทดสอบ จ านวน 7 คนนี้ จึงเป็น
กลุ่มเป้าหมายที่มีปัญหาต้องได้รับการพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ดีดให้มากขึ้น โดยครูผู้สอนแก้ไขปัญหาด้วยการ
พัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ดีดไทยแบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีด
ตอนที่ 2 การทดสอบหลังเรียน โดยการจับเวลา 1 นาที 3 นาที และ 5 นาที ก่อน
การทดลองเรียนพิมพ์ดีดด้วยแบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีด
จับเวลำ ค่ำเฉลี่ย
ชื่อ-นำมสกุล สรุปผลกำรทดสอบ
1 นำที 3 นำที 5 นำที (X)
1. นางสาว จิตติญา วิลุนระพันธ์ 5 8 18 22 เกณฑ์ขั้นกลาง
2. นางสาว ชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ 8 12 15 25 เกณฑ์ขั้นสูง
3. นางสาว ชลิตา สังฆะชัย 4 6 15 15 เกณฑ์ชั้นต่่า
4. นางสาว ณัฏณิชา สุรินทร์ 5 5 13 14 เกณฑ์ขั้นกลาง
5. นางสาว ณัฐณิชา ผ่องศรี 2 5 7 10 เกณฑ์ชั้นต่่า
6. นางสาว ณัฐพร สังข์สุวรรณ 5 6 12 15 เกณฑ์ขั้นกลาง
7. นางสาว ดวงพร แสงอรุณ 5 8 12 17 เกณฑ์ชั้นต่่า
8. นางสาว นฤมล ประทุมชาติ 3 10 16 18 เกณฑ์ชั้นต่่า
9. นางสาว ประภาพรรณ สาระถี 3 6 17 15 เกณฑ์ชั้นต่่า
10.นางสาว พีรกานต์ พูลมงคล 4 6 11 14 เกณฑ์ชั้นต่่า
11.นางสาว สายฝน วงค์จันทร์ 5 7 11 16 เกณฑ์ขั้นกลาง
12.นางสาว สุจินันท์ กุลสอนนาน 3 7 12 14 เกณฑ์ชั้นต่่า
13.นางสาว สุภาภรณ์ กล่อมปัญญา 5 9 10 17 เกณฑ์ขั้นกลาง
14.นางสาว เกวลิน สิทธิพงศ์ 0.5 12 9 16 เกณฑ์ชั้นต่่า
15.นางสาว เขมิกา วิจารี 0.5 10 9 14 เกณฑ์ชั้นต่่า
16.นางสาว เยาวพา สอนเถื่อน 2 12 12 18 เกณฑ์ชั้นต่่า
ตารางที่ 4.2 แสดงผลการทดสอบการจับเวลาพิมพ์ดีด 1 นาที ของนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
จากตารางที่ 4.2 พบว่านักศึกษาทั้ง 16 คน สามารถผ่านการทดสอบจับเวลา 1 นาที ทุก
คน โดยมีนักเรียนจ านวน 1 คน คือ นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผ่านเกณฑ์ขั้นสูง (8 ค า/นาที) นางสาว
จิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวณัฏณิชา สุรินทร์ , นางสาวณัฐพร สังข์สุวรรณ , นางสาวดวงพร
แสงอรุณ , นางสาวสายฝน วงค์จันทร์ , นางสาวสุภาภรณ์ กล่อมปัญญา (5 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้นกลาง
คือ นางสาวนฤมล ประทุมชาติ , นางสาวนฤมล ประทุมชาติ , นางสาวสุจินันท์ กุลสอนนาน
(3 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ า
ตารางที่ 4.3 แสดงผลการทดสอบการจับเวลาพิมพ์ดีด 3 นาที ของนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
จับเวลำ ค่ำเฉลี่ย
ชื่อ-นำมสกุล สรุปผลกำรทดสอบ
1 นำที 3 นำที 5 นำที (X)
1. นางสาว จิตติญา วิลุนระพันธ์ 5 8 18 22 เกณฑ์ขั้นกลาง
2. นางสาว ชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ 8 12 15 25 เกณฑ์ขั้นสูง
3. นางสาว ชลิตา สังฆะชัย 4 6 15 15 เกณฑ์ชั้นต่่า
4. นางสาว ณัฏณิชา สุรินทร์ 5 5 13 14 เกณฑ์ชั้นต่่า
5. นางสาว ณัฐณิชา ผ่องศรี 2 5 7 10 เกณฑ์ชั้นต่่า
6. นางสาว ณัฐพร สังข์สุวรรณ 5 6 12 15 เกณฑ์ชั้นต่่า
7. นางสาว ดวงพร แสงอรุณ 5 8 12 17 เกณฑ์ชั้นต่่า
8. นางสาว นฤมล ประทุมชาติ 3 10 16 18 เกณฑ์ชั้นต่่า
9. นางสาว ประภาพรรณ สาระถี 3 6 17 15 เกณฑ์ชั้นต่่า
10.นางสาว พีรกานต์ พูลมงคล 4 6 11 14 เกณฑ์ชั้นต่่า
11.นางสาว สายฝน วงค์จันทร์ 5 7 11 16 เกณฑ์ชั้นต่่า
12.นางสาว สุจินันท์ กุลสอนนาน 3 7 12 14 เกณฑ์ชั้นต่่า
13.นางสาว สุภาภรณ์ กล่อมปัญญา 5 9 10 17 เกณฑ์ชั้นต่่า
14.นางสาว เกวลิน สิทธิพงศ์ 0.5 12 9 16 เกณฑ์ชั้นสูง
15.นางสาว เขมิกา วิจารี 0.5 5 9 9 เกณฑ์ชั้นต่่า
16.นางสาว เยาวพา สอนเถื่อน 2 12 12 18 เกณฑ์ชั้นต่่า
จากตารางที่ 4.3 พบว่า นักศึกษาทั้ง 16 คน สามารถผ่านการทดสอบจับเวลา 3 นาที ทุก
คน โดยมีนักเรียนจ านวน 6 คน คือ นางสาวเกวลิน สิทธิพงศ์ และนางสาวเยาวพา สอนเถื่อน , นางสาว
ชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผ่านเกณฑ์ขั้นสูง (12 ค า/นาที) นางสาวนฤมล ประทุมชาติ (10 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์
ขั้นกลาง และนางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวดวงพร แสงอรุณ (18 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้น
ต่ า
ตารางที่ 4.4 แสดงผลการทดสอบการจับเวลาพิมพ์ดีด 5 นาที ของนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
จับเวลำ ค่ำเฉลี่ย
ชื่อ - นำมสกุล สรุปผลกำรทดสอบ
1 นำที 3 นำที 5 นำที (X)
1. นางสาวกัลยรัตน์ สมานวงศ์ 14 12 15 13 ไม่ผ่านเกณฑ์
2. นางสาวทินมณี ไชยัรตน์ 12 9 2 7 ไม่ผ่านเกณฑ์
3. นางสาวปนัดดา พรมหาค่า 7 12 17 12 ไม่ผ่านเกณฑ์
4. นางสาวปานวาส สืบจากอินทร์ 22 10 16 19 เกณฑ์ขั้นต่่า
5. นางสาวพัชรพรรณ คชเดช 7 12 13 10 ไม่ผ่านเกณฑ์
6. นางสาวมาริสา ตันเจริญ 33 30 24 29 เกณฑ์ขั้นกลาง
7. นางสาวลลิดา บุญยัง 6 6 4 5 ไม่ผ่านเกณฑ์
8. นางสาววราภรณ์ โคตุเคน 9 12 12 11 ไม่ผ่านเกณฑ์
9. นางสาววิภากมล ติ๊ดหนู 9 10 12 10 ไม่ผ่านเกณฑ์
10.นางสาวหทัยรัตน์ พลอยคีรี 24 21 18 21 เกณฑ์ขั้นกลาง
11.นางสาวอรอนงค์ บุตรดี -11 7 -4 -7.5 ไม่ผ่านเกณฑ์
12.นางสาวเบญญาภา สวัสดิ์ชัย 18 15 11 14 ไม่ผ่านเกณฑ์
จากตารางที่ 4.4 พบว่านักศึกษาทั้ง 12 คน สามารถผ่านการทดสอบจับเวลา 5 นาที ทุกคน
โดยมีนักเรียนจ านวน 4 คน คือ นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผ่านเกณฑ์ขั้นสูง (25 ค า/นาที) นางสาว
จิตติญา วิลุนระพันธ์ (22 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้นกลาง และนางสาวนฤมล ประทุมชาติ , นางสาวเยาวพา
สอนเถื่อน (18 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ า
บทที่ 5
สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
ในการวิจัยชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนาทักษะการพิมพ์สัมผัสของนักเรียน ระดับชั้นปวช.1 โดยใช้ แบบฝึก
ทักษะการพิมพ์ดีด มีวัตถุเพื่อเพื่อพัฒนาทักษะการพิมพ์สัมผัสของนักเรียน ระดับชั้นปวช.1 โดยใช้ฝึกทักษะการ
พิมพ์ดีด ส าหรับจับเวลา 1 นาที 3 นาที และ 5 นาที โดยก าหนดเกณฑ์ไว้ 3 ระดับ คือ เกณฑ์ขั้นต่ า 15
ค า/นาที เกณฑ์ขั้นกลาง 20 ค า/นาที และเกณฑ์ขั้นสูง 30 ค า/นาที
วิธีการประเมิน
โดยใช้ฝึกทักษะการพิมพ์ดีด ส าหรับพิมพ์ดีดไทยและพิมพ์ดีดภาษาอังกฤษ ส าหรับจับเวลา 1 นาที 3
นาที และ 5 นาที โดยก าหนดเกณฑ์ไว้ 3 ระดับ คือ เกณฑ์ขั้นต่ า 15 ค า/นาที เกณฑ์ขั้นกลาง 20 ค า/
นาที และเกณฑ์ขั้นสูง 30 ค า/นาที
สรุปผลการวิจัย
การทดสอบจับเวลาครั้งที่ 1 พบว่านักศึกษาทั้ง 16 คน สามารถผ่านการทดสอบจับเวลา 1 นาที
ทุกคน โดยมีนักเรียนจ านวน 10 คน คือ นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผ่านเกณฑ์ขั้นสูง (8 ค า/นาที)
นางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวณัฏณิชา สุรินทร์ , นางสาวณัฐพร สังข์สุวรรณ , นางสาว
ดวงพร แสงอรุณ , นางสาวสายฝน วงค์จันทร์ , นางสาวสุภาภรณ์ กล่อมปัญญา (5 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์
ขั้นกลาง และนางสาวนฤมล ประทุมชาติ , นางสาวนฤมล ประทุมชาติ , นางสาวสุจินันท์
กุลสอนนาน (3 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ า
การทดสอบจับเวลาครั้งที่ 2 พบว่า นักศึกษาทั้ง 16 คน สามารถผ่านการทดสอบจับเวลา 3 นาทีทุกคน โดย
มีนักเรียนจ านวน 6 คน คือ คือ นางสาวเกวลิน สิทธิพงศ์ และนางสาวเยาวพา สอนเถื่อน , นางสาว
ชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผ่านเกณฑ์ขั้นสูง (12 ค า/นาที) นางสาวนฤมล ประทุมชาติ (10 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์
ขั้นกลาง และนางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวดวงพร แสงอรุณ (18 ค า/นาที) ผ่านเกณฑ์ขั้น
ต่ า
การทดสอบจับเวลาครั้งที่ 3 พบว่านักศึกษาทั้ง 16 คน สามารถผ่านการทดสอบจับเวลา 5
นาทีทุกคน โดยมีนักเรียนจ านวน 4 คน คือ นางสาวเกวลิน สิทธิพงศ์ และนางสาวเยาวพา สอนเถื่อน ,
นางสาวชนวรรณ ศรีสวัสดิ์ ผ่านเกณฑ์ขั้นสูง (12 ค า/นาที) นางสาวนฤมล ประทุมชาติ (10 ค า/นาที) ผ่าน
เกณฑ์ขั้นกลาง และนางสาวจิตติญา วิลุนระพันธ์ , นางสาวดวงพร แสงอรุณ (18 ค า/นาที) ผ่าน
เกณฑ์ขั้นต่ า
อภิปรายผล
จากการศึกษาค้นคว้า และวิจัยเรื่อง การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับ
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง พบว่า
นักศึกษามีทักษะ ในการพิมพ์ดีดเพิ่มมากขึ้น โดยการใช้แนวคิดหลักการในการสร้างแบบฝึกทักษะ ให้
เหมาะสมกับวัย คือ ไม่ง่ายและไม่ยากจนเกินไป และเรียงล าดับแบบฝึกทักษะการลงมือปฏิบัติจากง่ายไปหายาก
ท าให้ผู้เรียนมีทักษะการฝึกฝนดีขึ้นตามล าดับ
การด าเนินโครงการพัฒนาครูเรื่องการท าวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาทักษะการพิมพ์สัมผัสของ
นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึกทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิค
ระยอง แล้วท าการประเมินซึ่งผลการประเมินสอดคล้องกับแนวคิดและหลักการจัดท าวิจัยในชั้นเรียน ดังนี้
จากผลการประเมินความรู้ความเข้าใจเรื่อง การท าวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้ฝึกทักษะการพิมพ์ดีด 1
นาที 3 นาที และ 5 นาที เพื่อวัดทักษะด้านการพิมพ์ดีดไทยของนักเรียน จ านวน 4 คน พบว่า ผล
การทดสอบ ผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด ทั้งนี้อาจเป็นเพราะงานวิจัยในชั้นเรียน เป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
ในชั้นเรียน โดยครูเป็นผู้ด าเนินการแก้ไขปัญหาควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่ง
สอดคล้องกับนางนันทา ตุ้มทอง (2553,ออนไลน์) ได้แก้ปัญหาผู้เรียนพิมพ์งานคอมพิวเตอร์ ไม่คล่อง โดยใช้
วิธีครูจัดสอนเสริมการพิมพ์ด้วยสื่อฝึกพิมพ์ดีดในช่วงพักกลางวัน เป็นเวลา 3 เดือน
โดยก าหนดครูก าหนดเกณฑ์การให้คะแนน เช่น พิมพ์ได้ 1 เรื่อง น ามาเสนอผ่านจะได้ 5 คะแนน น าคะแนนที่
ได้ไปประเมินตามสภาพจริงร่วมกับวิธีอื่น นักเรียนรู้จักการพิมพ์ด้วยระบบสัมผัสท าให้พิมพ์คล่องและรวดเร็ว
ยิ่งขึ้น
ผลการวิจัยพบว่า ท าให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีก าลังใจในการพิมพ์งาน ครูและผู้เรียนได้เกิดการ
เรียนรู้ร่วมกัน สอดคล้องกับ นางขนิษฐา จิตรอรุณ (บทคัดย่อ: ออนไลน์) วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษา
วิธีการสอนพิมพ์สัมผัสที่เหมาะสมกับนักเรียน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะการพิมพ์ของนักเรียน
ปวช . 1 กลุ่ม 1 จ านวน 5 คน วิทยาลัยพณิชยการธนบุรีจากการสังเกตพบว่า นักเรียนมักจะมีปัญหาใน
การพิมพ์ดีด คือ พิมพ์ดีดโดยวางนิ้วไม่สัมผัส คือวางนิ้วไม่ตรงกับแป้นที่จะต้องวางดูแป้นพิมพ์ หรือข้อความ
บนกระดาษที่ใส่ในเครื่องพิมพ์ สภาพดังกล่าวเกิดขึ้นกับนักเรียนจ านวน 5 คน ในชั้น ปวช . 1 กลุ่ม 1 ที่
เรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย 1 ซึ่งจากสภาพดังกล่าวท าให้นักเรียน ทั้ง 5 คน มีทักษะในการพิมพ์ดีดไทย 1 อยู่ใน
เกณฑ์ที่ไม่น่าพอใจท าให้เกิดการพิมพ์ผิดมาก ไม่สามารถพัฒนาความเร็วได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการ ผู้วิจัยจึงได้เลือก
โปรแกรมการพัฒนาจิตใจ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
1) โปรแกรมการพัฒนาจิตใจ ประกอบด้วยขั้นตอนของการฝึกฝนตนเองให้จิตใจเกิดความสงบ
จิตใจปราศจากอคติ มีความอดทน สามารถรู้เท่าทันตนเอง รู้จักระงับความโกรธ และความโลภ
2) แบบสังเกตพฤติกรรมการพิมพ์ดีด
3) แบบฝึกหัดพิมพ์ ซึ่งผู้เรียนมีส่วนร่วมในการก าหนดแบบฝึกหัดพิมพ์ผลจากการวิจัย พบว่า
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย 1 นักเรียนทั้ง 5 คน ที่ผ่านโปรแกรม “การพัฒนาจิตใจ” สามารถ
พัฒนาทักษะการพิมพ์ได้ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาตั้งไว้จากงานวิจัยดังกล่าวข้างต้นมีผลต่อการพัฒนาด้านการ
เรียนรู้ของผู้เรียนให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาวิธีการสอนที่หลากหลาย และแก้ไขปัญหาผู้เรียนเฉพาะ
ด้าน ด้วยการท าวิจัยในชั้นเรียน
ข้อเสนอแนะ
ผลจากการท าวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ท าให้ครูสามารพัฒนาด้านการเรียนการสอน ดังนี้
1. พัฒนาครูให้มีความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหากับผู้เรียนเฉพาะด้านมากขึ้น โดยใช้วิธีการ ที่
หลากหลาย เพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ได้มาตรฐานและ มี
คุณภาพตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่ก าหนดไว้
บรรณานุกรม
ชวาล แพรรัตกุล. “ความหมายของความถนัด” พัฒนาวัดผล 5:68-70 กุมภาพันธ์ 2508.
โกวิท ประวาลพฤษ์ และสมศักดิ์ สินธุระเวชน์. การประเมินในชั้นเรียน. วัฒนาพานิช 2523, 280 หน้า
น้ าอ้อย อนนัตศิลป์. การเปรียบเทียบการสอนพิมพ์ดีดภาษาไทยโดยวิธีธรรมดากับการใช้สื่อ
ประสม. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2523, 86 หน้า
สุคนธ์ทิพย์ สีสัน. เจตคติในการเรียนวิชาพิมพ์ดีดไทย.
สุวารี ติยารัชกุล. การฝึกทักษะพิมพ์อักษรแป้นเหย้าพิมพ์ดีดอังกฤษ 1 โดยใช้โปรแกรม
ส าเร็จรูป ของนักศึกษาปวช. ชั้นปีที่ 1 สาขาการบัญชี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549
วิจิตร ศรีสอ้าน. (2517). “เทคนิควิทยาทางการศึกษา” นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา.
กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
เสาวนีย์ พุ่มท้วม.รายงานการวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาทักษะด้านการพิมพ์ดีดอังกฤษของนักเรียน
ปวช.1 ปีการศึกษา 2553
ภาคผนวก
ภาพกิจกรรมการพิมพ์สัมผัส
ภาคผนวก ก
แบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
แบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึก
ทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิธีการค านวณค าสุทธิต่อนาที (NWAM) พิมพ์ดีดไทย
Net Words A Minute (NWAM) = ค ารวม/4 – (ค าผิด x10)
เวลา
เกณฑ์การประเมินผลแบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
เกณฑ์ขั้นต่ า มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 15 ค าต่อนาที
เกณฑ์ขั้นกลาง มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 20 ค าต่อนาที
เกณฑ์ขั้นสูง มีความเร็วด้านการพิมพ์ไม่น้อยกว่า 30 ค าต่อนาที
จับเวเลำ 1 นำที
ล ำดับ ชื่อ - นำมสกุล จ ำนวนดีด, จ ำนวนค ำผิด ค ำสุทธิ ผลกำรทดสอบ
ค ำรวม
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
แบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึก
ทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิธีการค านวณค าสุทธิต่อนาที (NWAM) พิมพ์ดีดไทย
Net Words A Minute (NWAM) = ค ารวม/4 – (ค าผิด x10)
เวลา
เกณฑ์การประเมินผลแบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
เกณฑ์ขั้นต่ า มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 15 ค าต่อนาที
เกณฑ์ขั้นกลาง มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 20 ค าต่อนาที
เกณฑ์ขั้นสูง มีความเร็วด้านการพิมพ์ไม่น้อยกว่า 30 ค าต่อนาที
จับเวเลำ 3 นำที
ล ำดับ ชื่อ - นำมสกุล จ ำนวนดีด, จ ำนวนค ำผิด ค ำสุทธิ ผลกำรทดสอบ
ค ำรวม
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
แบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
การพัฒนาทักษะพิมพ์ดีดสัมผัสของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 (ปวช.1) โดยใช้แบบฝึก
ทักษะการพิมพ์ดีดของวิทยาลัยเทคนิคระยอง
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วิธีการค านวณค าสุทธิต่อนาที (NWAM) พิมพ์ดีดไทย
Net Words A Minute (NWAM) = ค ารวม/4 – (ค าผิด x10)
เวลา
เกณฑ์การประเมินผลแบบบันทึกข้อมูลการฝึกพิมพ์
เกณฑ์ขั้นต่ า มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 15 ค าต่อนาที
เกณฑ์ขั้นกลาง มีความเร็วด้านการพิมพ์ดีดไม่น้อยกว่า 20 ค าต่อนาที
เกณฑ์ขั้นสูง มีความเร็วด้านการพิมพ์ไม่น้อยกว่า 30 ค าต่อนาที