The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Rujira Onkaew, 2024-03-02 04:21:15

ง 33102 การงานอาชีพ

ครูสุธาทิพย์

46 รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. สร้างชิ้นงานอยา่ง สร้างสรรค์และ สวยงาม สร้างชิ้นงานไดอ้ยา่ง สร้างสรรค์ สวยงาม ทันสมัย และเหมาะสม สร้างชิ้นงานไดค้่อนขา้ง สร้างสรรค์ สวยงาม และทันสมัย สร้างชิ้นงานได้ สร้างสรรค์ สวยงาม และทันสมัยบ้าง ไม่ไดส้ร้างชิ้นงานอยา่ง สร้างสรรค์ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในงาน แกะสลัก เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน แกะสลักอย่างเหมาะสม และปลอดภัย เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน แกะสลักอย่างเหมาะสม เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน แกะสลักอย่างเหมาะสม บ้าง เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน แกะสลักไม่เหมาะสม 3.ความสมบูรณ์ของ ชิ้นงานแกะสลัก ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดีมาก ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดี ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนน้อย ชิ้นงานไม่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน 4. เห็นคุณค่า ของงานแกะสลัก นา ชิ้นงานไปใชใ้น ชีวิตประจ าวันได้อย่าง เหมาะสมดีมาก นา ชิ้นงานไปใชใ้น ชีวิตประจ าวันได้ นา ชิ้นงานไปใชใ้น ชีวิตประจ าวันได้บ้าง ไม่สามารถนา ชิ้นงานไปใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ 5. การแก้ปัญหา ในการท างาน ด้วยความเสียสละ แก้ปัญหาในการท างานด้วย ความเสียสละได้อย่าง เหมาะสม แก้ปัญหาในการท างานด้วย ความเสียสละได้ แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้บ้าง ไม่สามารถแก้ปัญหาใน การท างานด้วยความ เสียสละได้ เกณฑ์การตัดสินคณุภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18-20 ดีมาก 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ต ่ากว่า 10 ปรับปรุง


47 บันทึกหลังสอนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 รายวิชา การงานอาชีพ รหัส ง 33102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 1. ผลการสอนระดบัช้นัม.6 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก .......................................................................... 4. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่า นักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ข้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ .............................ไดแ้ก่....................................เลขที่ ........................................................................................... 2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้................................................................................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ.................ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ............... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3.) การประเมินด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ..…..100..…ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ......-...... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3. ปัญหาและอุปสรรค กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา มีนักเรียนท าใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามก าหนดเวลา มีนักเรียนที่ไม่สนใจเรียน อื่น ๆ ............................................................................................................................................. 4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ควรน าแผนไปปรับปรุง เรื่อง ...................................................................................................... แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน .................................................................................. ไม่มีข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุธาทิพย์ เพ็ชรรัตน์) วันที่……..../................../................


48 ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… ………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเสาวณี ศรีทอง) ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… …………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวรุจิรา อ่อนแก้ว)


49 ใบความร ู้เร ื่อง วสัดุอุปกรณ ์ในการแกะสลักผักผลไม้ มีดแกะสลักที่มีด้ามแบน มีลักษณะใบมีดเรียวแหลมยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ใบมีดมกัจะ เป็ นเน้ือสแตนเลสอยา่งดีเพื่อมิใหเ ้ กิดปฏิกิริยากบัผกัและผลไม ้ มีดดา ้ มแบนเหมาะสา หรับผทู้ี่ เริ่มฝึกฝนในการแกะสลกัเพราะสามารถควบคุมมีดไดง ้่าย มีดแกะสลักที่มีด้ามกลม มีลักษณะใบมีดเรียวแหลมยาวประมาณ 1.5 – 2.5 นิ้ว ใบมีดมีท้งัเน้ือสแตนเลสและเน้ือเหลก ็ จึงควรเลือกใหเ ้ หมาะสมกบัการใชง ้ าน มีดดา ้ มกลม เหมาะสา หรับผทู้ี่แกะสลกัไดแ ้ ลว ้ เพราะสามารถควบคุมมีดใหไ้ปตามทิศทางต่าง ๆ


50 มีดปอก ใชส้ า หรับปอกเปลือกผกัและผลไม ้ ควรเลือกขนาดใหเ ้ หมาะสมกบัผกัและผลไมท ้ี่จะใช ้ ที่ตักผลไม้ทรงกลม ใช้ส าหรับตักผักหรือผลไม้ให้เป็ นทรงกลม ช้อนกลมใช้ ส าหรับควักไส้ผักและผลไม้ ควรเลือกที่ท าจากสแตนเลส ที่ตัดแบบหยัก ใชต ้ ดัและหนั่ผกัผลไมใ้ หเ ้ป็ นลวดลายสวยงาม ควรเลือกใหเ ้ หมาะ กบัผกัและผลไม ้ มีความคมและควรเลือกที่ทา จากสแตนเลส


51 ใบความร ู้ เรื่อง การแกะสลักดอกรักเร่จากแอปเปิ ล จับมีดแกะสลักให้แน่น วาดกลีบพร้อมปาดเนื้อให้กลีบชัดขึ้น


52 เซาะร่องออกเพื่อให้กลีบชัดขึ้น ท าเช่นนี้จนรอบแอปเปิ ลในชั้นที่ 1


53 ใบความร ู้ เรื่อง การแกะสลักผอบจากฝรั่ง วาดสามเหลี่ยมเพื่อท าเป็ นฝาผอบ แกะฝาผอบให้หลุดออกจากตัว ผอบ แยกเป็น 2 ชิ้น


54 กรีดขอบด้านบนของผอบให้เป็ นรอยโดยรอบ แกะสลกัลายรักเร่ทีละช่องให้ครบทุกช่อง


55 ท าฝาผอบ โดยการกรีดขอบฝาโดยรอบก่อน แกะฝาผอบ เป็นรูปใบไม้ให้รอบฝา ครบทุกช่อง


56 คว้านไส้ฝรั่งออกให้หมด เพื่อน าไปใส่อาหารได้ ผอบจากฝรั่ง


57 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 งานประดิษฐ์ที่เป็ นเอกลักษณ์ไทย เวลา 14 ชั่วโมง เรื่อง งานดอกไม้สด เวลา 5 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะการจัดการ ทักษะ กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยใน การทา งาน มีจิตสา นึกในการใชพ้ลงังาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ม เพื่อการดา รงชีวิตและครอบครัว ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.6/7 ใชพ้ลงังาน ทรัพยากร ในการทา งานอยา่งคุม้ค่าและยงั่ยนืเพื่อการอนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ม 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด ดอกไมส้ดเป็นสิ่งที่ช่วยประดบัตกแต่งและเพิ่มบรรยากาศให้มีความสดชื่น สวยงามมากยงิ่ข้ึน งานจัด ดอกไม้สดเป็ นการน าดอกไม้มารวมช่อด้วยความประณีต สร้างสรรค์ โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ใช้ในการจัด ตกแต่งตามโอกาสแตกต่างกนัไป ประโยชน์ของงานดอกไมส้ด มีดงัน้ี 1. ใช้ในพิธีการทางศานา 2. ใช้ในการประดับตกแต่งสถานที่ 3. ใช้ประดับตกแต่งในงานพิธีส าคัญ 4. ใช้มอบเพื่อแสดงความรู้สึกในโอกาสส าคัญ


58 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) หลักการจัดบูเก้ดอกบัว ดอกข่า ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถจัดบูเก้ดอกบัว ดอกข่า ได้ ด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์(A) นักเรียนตระหนักถึงการท างานร่วมกันเป็ นทีม 4. คุณลกัษณะผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย √ มุ่งมนั่ในการทา งาน √ ใฝ่ เรียนรู้ √ อยู่อย่างพอเพียง √ รักความเป็ นไทย มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้ 1. ความคิดสร้างสรรคม์ ี4ลกัษณะ ประกอบดว้ยความคิดริเริ่ม ความคล่องในการคิด ความยดืหยนุ่ ในการ คิด และความละเอียดลออ 2. ทักษะการท างานร่วมกัน เป็ นการท างานกลุ่ม ท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ท างานอย่าง มีกระบวนการตามข้นัตอนและฝึกหลกัการทา งานกลุ่ม 3. ทักษะการจัดการ เป็ นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้การท างานส าเร็จตามเป้าหมายอย่าง มีประสิทธิภาพ 4. ทกัษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทา งาน มีข้นัตอน คือการสังเกต วิเคราะห์สร้างทางเลือก และประเมินทางเลือก 5. ทักษะการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ประกอบด้วย การศึกษาค้นคว้า รวบรวม สังเกต ส ารวจและ บันทึก


59 6. คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างานเป็ นการสร้างคุณงามความดี และควรฝึ กให้ผู้เรียนมีคุณภาพ ที่ส าคัญ ๆ เช่น ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ 7. การใชพ้ลงังาน ทรัพยากรอยา่งคุม้ค่าและยงั่ยนืเป็นคุณธรรมในการทา งาน 7. กจิกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน า 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับหลักการจัดดอกไม้สด โดยครูใช้ค าถามกระตุ้นว่างาน ดอกไม้สดเรามีหลักการอย่างไรบ้าง -การดูแลดอกไม้ให้สดอยู่เสมอท าอย่างไร -การเลือกสีของดอกไม้ในการจัดเลือกอย่างไร - เราจะจัดดอกไม้อย่างไรให้สวยงาม 2. ครูให้นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง หลักการจัดดอกไม้สด ขั้นสอน 1. นักเรียนสนทนากับครูเกี่ยวกับหลักการจัดดอกไม้สด 2.ครูอธิบายถึงหลักการจัดดอกไม้สด 3. นักเรียนศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เรื่อง หลักการจัดดอกไม้สดฯลฯ โดยมีคุณครูคอยให้ค าแนะน า 4.ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย เรื่อง หลักการจัดดอกไม้สด 5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 -6คน จบัฉลากหวัขอ้เรื่องต่อไปน้ี -การจดัดอกไมส้ดรูปทรงสามเหลี่ยมหนา้จวั่ -การจัดดอกไม้สดรูปทรงสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า -การจัดดอกไม้สดรูปทรงกลม -การจัดดอกไม้สดรูปทรงแนวนอน 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร สื่ออินเทอร์เน็ต ฯลฯ น าเสนอข้อมูลที่ได้มาร่วมกัน


60 ชั่วโมงที่ 2 -3 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ท าเองโดยไม่มีแบบ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตรวจสอบวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือต่าง ๆ ก่อนที่จะใช้ในการจัด ดอกไม้ว่ามีการช ารุดหรือไม่ หากพบการช ารุดให้เปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือใหม่ทันที 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดบูเก้ดอกบัวโดยช่วยกนั ปฏิบตัิตามข้นัตอนอยา่งเคร่งครัด และครู คอยใหค้า ปรึกษา หรือแนะนา ข้นัตอนในการจัดบูเก้ดังกล่าว 3. ครูตรวจสอบผลงานการจัดบูเก้ดอกบัวของนกัเรียน และให้คา แนะนา หรือให้ขอ้เสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อใหน้กัเรียนสามารถนา ไปพฒันาผลงานของตนเองให้ดีมากยงิ่ข้ึน ขั้นที่ 4 ฝึ กให้ช านาญ 4. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนฝึ กจัดบูเก้ดอกบัว เพื่อฝึ กฝนจนเกิดความช านาญ โดยนักเรียน สามารถศึกษารูปแบบการจัดบูเก้ดอกบัว ได้จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต Youtube ชั่วโมงที่ 4 -5 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ท าเองโดยไม่มีแบบ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันตรวจสอบวสัดุอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ก่อนที่จะใช้ในการจัด ดอกไม้ว่ามีการช ารุดหรือไม่ หากพบการช ารุดให้เปลี่ยนวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือใหม่ทันที 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันท าดอกตุ้ม(ดอกข่า) โดยช่วยกนั ปฏิบตัิตามข้นัตอนอย่างเคร่งครัด และครูคอยใหค้า ปรึกษา หรือแนะนา ข้นัตอนในการดอกตุ้ม(ดอกข่า)ดังกล่าว 3. ครูตรวจสอบผลงานดอกตุ้ม(ดอกข่า)ของนักเรียน และให้คา แนะนา หรือให้ขอ้เสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อใหน้กัเรียนสามารถนา ไปพฒันาผลงานของตนเองให้ดีมากยงิ่ข้ึน ขั้นที่ 4 ฝึ กให้ช านาญ 4. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนฝึ กการท าดอกตุ้ม(ดอกข่า) เพื่อฝึ กฝนจนเกิดความช านาญ โดย นักเรียนสามารถศึกษารูปแบบการท าดอกข่าได้จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ห้องสมุด อินเทอร์เน็ต Youtube


61 ข้ันสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง งานดอกไม้สด : บูเก้ดอกบัว ดอกตุ้ม(ดอกข่า) 2. ครูตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนจากการน าเสนอผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสรุป ความรู้ ขั้นประเมิน 3. ครูตรวจสอบงานดอกไม้สด : บูเก้ดอกบัว ดอกตุ้ม(ดอกข่า) 4. ครูตรวจสอบการจัดดอกไม้สด 5. ครูประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม การน าเสนอผลงาน และการน าเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8. การบูรณาการหลกัปรัชญาของเศรษฐกจิพอเพยีง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ กา หนดเวลาที่ใชเ้วลาเหมาะสมกบัเน้ือหากิจกรรม วยัของผูเ้รียน และภาระ งานที่ได้รับมอบหมาย หลกัมีเหตุผล สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามเวลาที่ก าหนด หลกัสร้างภูมิคุ้มกนัในตัวที่ดี วางแผนเวลาในการท ากิจกรรมไว้เกินจริงเล็กน้อย เพื่อป้องกันปัญหาเรื่อง เวลาที่อาจจะเกิดข้ึนได้ท าให้ใช้เวลาเพียงพอกับคาบเรียนที่ก าหนด ไม่ปล่อยนักเรียนช้า นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ครบกิจกรรมที่วางแผนไว้ เงื่อนไขความรู้ - พ้ืนฐานความรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ไดแ้ก่ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษา การงานอาชีพและ เทคโนโลยี ศิลปะ(ดนตรี) ที่ใช้ในการเรียนรู้ เรื่องทักษะกระบวนการท างาน กระบวนการแก้ปัญหา และหลักการท างานเพื่อการด ารงชีวิต - หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขคุณธรรม - ความร่วมมือในการท ากิจกรรม - ไม่เห็นแก่ตวัมีน้า ใจ เอ้ืออาทร ใหค้วามช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม - มีความมุ่งมนั่ในการทา งาน - มีจิตอาสา


62 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน การงานอาชีพ ม.6 2. ใบความรู้ เรื่อง หลักการจัดดอกไม้สด 3. รูปแบบการจัดดอกไม้สดแบบต่าง ๆ 4. ใบความรู้ เรื่อง บูเก้ดอกบัว 5. ใบความรู้ เรื่อง ดอกตุ้ม(ดอกข่า) 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. Internet 3. Youtubeb 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินระหว่างการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ งานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย : งานดอกไม้สด - ประเมินงานประดิษฐ์ เอกลักษณ์ไทย : บูเก้ ดอกบัว ดอกตุ้ม(ดอก ข่า) -แบบประเมิน งานดอกไม้สด ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2. งานดอกไม้สด - ประเมินงานดอกไม้ สด -แบบประเมิน งานดอกไม้สด ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3. น าเสนอผลงาน - ประเมินการน าเสนอ ผลงาน -แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4. พฤติกรรมการท างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล -แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5. พฤติกรรมการท างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม -แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย มุ่งมนั่ในการทา งาน อยู่อย่างพอเพียงและ รักความเป็ นไทย -แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


63 รายการประเมิน เกณฑ์การประเมิน ระดับ คุณภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. สร้างชิ้นงานอยา่ง สร้างสรรค์และ สวยงาม สร้างชิ้นงานไดอ้ยา่ง สร้างสรรค์ สวยงาม ทันสมัย และเหมาะสม สร้างชิ้นงานไดค้่อนขา้ง สร้างสรรค์ สวยงาม และทันสมัย สร้างชิ้นงานได้ สร้างสรรค์ สวยงาม และทันสมัยบ้าง ไม่ไดส้ร้างชิ้นงานอยา่ง สร้างสรรค์ ดีมาก ดี พอใช้ ปรับปรุง 2. เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในงาน ดอกไม้สด เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ดอกไม้สดอย่างเหมาะสม และปลอดภัย เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ดอกไม้สดอย่างเหมาะสม เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ดอกไม้สดอย่างเหมาะสม บ้าง เลือกและใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในงาน ดอกไม้สดไม่เหมาะสม 3.ความสมบูรณ์ของ ชิ้นงานดอกไม้สด ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดีมาก ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนดี ชิ้นงานมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนน้อย ชิ้นงานไม่มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน 4. เห็นคุณค่า ของงานดอกไม้สด นา ชิ้นงานไปใชใ้น ชีวิตประจ าวันได้อย่าง เหมาะสมดีมาก นา ชิ้นงานไปใชใ้น ชีวิตประจ าวันได้ นา ชิ้นงานไปใชใ้น ชีวิตประจ าวันได้บ้าง ไม่สามารถนา ชิ้นงานไปใช้ ในชีวิตประจ าวันได้ 5. การแก้ปัญหา ในการท างาน ด้วยความเสียสละ แก้ปัญหาในการท างานด้วย ความเสียสละได้อย่าง เหมาะสม แก้ปัญหาในการท างานด้วย ความเสียสละได้ แก้ปัญหาในการท างาน ด้วยความเสียสละได้บ้าง ไม่สามารถแก้ปัญหาใน การท างานด้วยความ เสียสละได้ เกณฑ์การตัดสินคณุภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18-20 ดีมาก 14-17 ดี 10-13 พอใช้ ต ่ากว่า 10 ปรับปรุง


64 บันทึกหลังสอนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 รายวิชา การงานอาชีพ รหัส ง 33102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 1. ผลการสอนระดบัช้นัม.6 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก .......................................................................... 5. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่า นักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ข้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ .............................ไดแ้ก่....................................เลขที่ ........................................................................................... 2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้................................................................................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ.................ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ............... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3.) การประเมินด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ..…..100..…ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ......-...... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3. ปัญหาและอุปสรรค กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา มีนักเรียนท าใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามก าหนดเวลา มีนักเรียนที่ไม่สนใจเรียน อื่น ๆ ............................................................................................................................................. 4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ควรน าแผนไปปรับปรุง เรื่อง ...................................................................................................... แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน .................................................................................. ไม่มีข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุธาทิพย์ เพ็ชรรัตน์) วันที่……..../................../................


65 ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… ………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเสาวณี ศรีทอง) ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… …………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวรุจิรา อ่อนแก้ว)


66 ใบความร ู้ เรื่อง หลักการจัดดอกไม้สด เทคนิคการจัดดอกไม้ ในยคุที่เศรษฐกิจค่อนขา้งฝืดเคืองคุณแม่บา้นส่วนใหญ่ก็ตอ้งออกมาทา งานนอกบา้นกนัมากข้ึน จนอาจ ท าให้เวลาที่ใช้ร่วมกันของครอบครัวลดน้อยลง แต่มันจะดีแค่ไหนกันหากอาชีพที่คุณแม่บ้านเลือกสามารถท าได้ แมก้ระท้งัในหอ้งนงั่เล่นของบา้นคร้ังน้ี จะพาคุณไปรู้จักกับการจัดดอกไม้และเทคนิคง่าย ๆ ไว้ส าหรับเป็ นงาน อดิเรกที่อาจสร้างรายได้โดยเทคนิคง่าย ๆ ในการจดัดอกไมใ้หเ้หมือนกบัมืออาชีพน้นัอยทู่้งัหมด 7 ข้นัตอน คือ 1. ควรเลือกโทนสีไปในทิศทางเดียวกัน ไม่วา่จะเป็นสีของดอกไม้หรือแมก้ระท้งัแจกนั ใส่ดอกไม่ก็ตาม ควรเลือกของดอกไม้หรือแมก้ระท้งั แจกันใส่ดอกไม้ก็ตาม ควรเลือกเพราะจะท าให้ช่อดอกไม้ของคุณมีความเป็ นธรรมชาติและสมจริง ซึ่งโทนสีที่ นิยมใชม้ีท้งัหมด 4แบบด้วยกัน คือ - สีโทนร้อน เหมาะกับงานสังสรรค์ หรือต้องการให้บริเวณแต่งเติมมีชีวิตชีวาสดใสมากยงิ่ข้ึน - สีโทนเย็น เหมาะที่จะตกแต่งในมุมที่ต้องการความสงบ ผ่อนคลาย อย่างเช่น ห้องนอน หรือห้องรับแขก - สีโทนอ่อน อย่างสีขาวเป็ นต้น โดยส่วนมากจะนิยมใช้ในงานวิวาห์มากกว่า - การร่วมโทนสีทุกแบบเขา้ดว้ยกนัแต่แน่นอนตอ้งอยบู่นพ้ืนฐานของความกลมกลืน


67 2. ควรแช่ดอกไม้ทันที เมื่อคุณไดด้อกไมม้าแลว้ควรนา ไปแช่น้า ทนัทีเพื่อเป็นการรักษาความสดของดอกไมไ้ว้ในน้า ควรใส่สาร กนัเหี่ยวเฉา หรือโฟลรอลพรีเซอร์แวทีป ทิ้งไวป้ระมาณ 1 – 2วนัก่อนนา มาจดัอุณภูมิของน้า ที่แช่ก็มีส่วนสา คญั เหมือนกนัหากแช่ไวใ้นน้า อุ่นจะคงความตูมของดอกไมไ้ว้แต่ถา้เลือกแช่ในน้า อุณหภูมิหอ้งก็จะทา ใหด้อกไม้ บานพร้อมส าหรับการจัด 3. จัดเตรียมโอเอซิส เจา้ตวัโอเอซิสน้นัจะช่วยรักษาความชุ่มช้ืนใหก้บัช่อดอไมข้องคุณไวน้านสุดถึง 2 วัน โดยวิธีการเตรียมก็ ง่ายมากเพียงคุณนา ไปแช่น้า ไวป้ระมาณ 15 – 30 นาทีจะน้นัก็สามารถนา มาใชไ้ดแ้ลว้แต่ตอ้งระวงัไม่ควรกด โอเอซิสเพราะจะทา ให้ตวัโอเอซิสดูดน้า เขา้มาไวไ้ม่ดี 4. ตัดกานดอกและใบที่ไม่จ าเป็ นทิ้ง เพื่อไม่ให้ดูรกตาเมื่ออยู่ในแจกัน ควรตัดกานและใบของดอกไม้ที่ไม่จ าเป็ นออก โดยวัดจากขนาดของ แจกันเพื่อกะระยะการตัดก้านท ามุมประมาณ 45องศาให้พอดี ควรใช้มีดในการตัดก้านจะดีที่สุด เพราะไม่ท าให้ ท่อลา เลียงน้า ของดอกไมซ้้า ส่วนใบควรนา ใบที่อยใู่ตน้้า ออกใหห้มด เพราะมนัอาจจะทา ใหด้อกไมข้องคุณเฉา ได้ 5. แบ่งสัดส่วน และสร้างจุดเด่นที่ชัดเจน ในการจดัดอกไมทุ้กคร้ังเพื่อความสวยงาม ควรมีการแบ่งสัดส่วนความห่างระหวา่งดอกที่เหมาะสม โดย อาจจะเริ่มจดัต้งัแต่ดอกใหญ่ๆ ก่อนก็ได้เพื่อใหง้่ายต่อการแบ่งระยะห่างระหวา่งดอกและโฟกสัเพียงจุดเดียวให้ เด่นครึ่งมาเพื่อดึงดูดสายตา ที่ส าคัญเพื่อให้ความสมจริงดอกไม้ควรหันหนา้ข้ึนรับแสงแดด 6. อยู่ให้ห่างจากผลไม้และดอกไม้เหี่ยว สาเหตุที่ต้องน าช่อดอกไม้ของคุณให้ห่างเนื่องจากผลไม้และดอกไม้ที่เหี่ยวจะมีการปล่อยก๊าซเอทิลีน ออกมาทา ใหช้ ่อดอกไมท้ี่คุณจดัน้นัมีการเหี่ยวเฉาที่เร็วข้ึนกวา่ที่ควร 7. หมั่นดูแลรักษา เนื่องจากดอกไม้ในแจกันจะมีความอ่อนแอกว่าดอกไม้ที่อยู่บนต้นของมัน จึงควรดูแลรักษามันเป็ นพิเศษ มีการเปลี่ยนน้า ทุกวนัทา ความสะอาดคราบบนแจกนัเพราะคราบสกปกจะทา ใหด้อกไมข้องคุณเหี่ยวเฉาเร็วข้ึน และควรว่างในจุดที่อากาศถ่ายเทได้ดี


68 ใบความร ู้ เรื่อง บูเก ้ ดอกบัว พบักลบีดอกบัวตามขวาง แล้วสอดปลายกลบีที่โคนดอกให้ลกึพบัจนครบทุกกลบี น าดอกบัวที่พับแล้วมาจัดเป็ นช่อให้มีลักษณะเป็ นทรงกลม


69 น าดอกกุหลาบมาจัดเรียงเพื่อปกปิดช่องว่างระหว่างดอกบัวให้สวยงาม น าใบไม้มาจัดเรียงรอบช่อดอกไม้ให้สวยงาม


70 บูเก้ดอกบัว


71 ใบความร ู้ เรื่อง ดอกต ุ้ม(ดอกข่า) แกะกุหลาบออกเป็นกลบี ฉีกใบตองกว้างประมาณ 4 นิ้ว ม้วนเป็นรูปกรวยแหลมให้แน่น


72 จับกลบีกุหลาบเป็นจีบกระพุ้ง หันด้านโคนกลีบขึ้น น าไปประกอบกับยอดกรวยใบตอง ใช้ด้ายพันให้แน่น


73 ดอกตุ้ม (ดอกข่า)


74 หน ่ วยการเร ี ยนร ้ ู ท ี ่ 2 การจัดการผลผลิตทางการเกษตร


75 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การจัดการผลผลิตทางการเกษตร เวลา 4 ชั่วโมง เรื่อง เกษตรอินทรีย์ เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะการจัดการ ทักษะ กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยใน การทา งาน มีจิตสา นึกในการใชพ้ลงังาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ม เพื่อการดา รงชีวิตและครอบครัว ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.6/5 มีทักษะในการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ง 1.1 ม.6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.6/7 ใชพ้ลงังาน ทรัพยากร ในการทา งานอยา่งคุม้ค่าและยงั่ยนืเพื่อการอนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ม 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การท าการเกษตรในปัจจุบันจะต้องอาศัยความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้เป็ นหลัก เพื่อมุ่งเนน้การเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ซ่ึงปัจจุบนัมีระบบการทา การเกษตร 2 รูปแบบ ไดแ้ก่ระบบเกษตรกรรม อย่างยงั่ยืน เช่น การทา เกษตรอินทรีย์และระบบการผลิตดว้ยเกษตรสมยัใหม่เชิงอุตสาหกรรม เช่น การปลูกพืช ไร้ดิน โดยผู้ปฏิบัติจะต้องค านึงถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภค รวมถึงใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าให้เกิดประโยชน์ สูงสุด


76 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) อธิบายหลกัการและข้นัตอนของการทา การเกษตรอินทรียแ์ละการปลูกพืชไร้ดินได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ท าแปลงเกษตรอินทรีย์ หรือปลูกพืชไร้ดินได้ ด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์(A) เลือกพ้ืนที่วา่งเพื่อทา การเกษตรไดอ้ยา่งคุม้ค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด 4. คุณลกัษณะผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต √ มีวินัย √ มุ่งมนั่ในการทา งาน √ ใฝ่ เรียนรู้ √ อยู่อย่างพอเพียง รักความเป็ นไทย มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้ 1. ความคิดสร้างสรรคม์ ี4ลกัษณะ ประกอบดว้ยความคิดริเริ่ม ความคล่องในการคิด ความยดืหยนุ่ ในการ คิด และความละเอียดลออ 2. ทักษะการท างานร่วมกัน เป็ นการท างานกลุ่ม ท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ท างานอย่าง มีกระบวนการตามข้นัตอนและฝึกหลกัการทา งานกลุ่ม 3. ทักษะการจัดการ เป็ นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้การท างานส าเร็จตามเป้าหมายอย่าง มีประสิทธิภาพ 4. ทกัษะกระบวนการแกป้ ัญหาในการทา งาน มีข้นัตอน คือการสังเกต วิเคราะห์สร้างทางเลือก และประเมินทางเลือก 5. ทักษะการแสวงหาความรู้เพื่อการด ารงชีวิต ประกอบด้วย การศึกษาค้นคว้า รวบรวม สังเกต ส ารวจและ บันทึก


77 6. คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างานเป็ นการสร้างคุณงามความดี และควรฝึ กให้ผู้เรียนมีคุณภาพ ที่ส าคัญ ๆ เช่น ขยัน อดทน รับผิดชอบ และซื่อสัตย์ 7. การใชพ้ลงังาน ทรัพยากรอยา่งคุม้ค่าและยงั่ยนืเป็นคุณธรรมในการทา งาน 7. กจิกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน า 1. ครูแจ้งชื่อเรื่องที่จะเรียนรู้และผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ จากน้ันให้นักเรียนแต่ละคนทา แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่4 เรื่องการจัดการผลผลิตทางการเกษตร 2. ครูให้นักเรียนดูคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการท าเกษตรอินทรีย์และการปลูกพืชไร้ดิน เพื่อให้นักเรียน ได้รับรู้และสังเกตลักษณะการท าการเกษตรแต่ละรูปแบบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร 3. ครูใหน้กัเรียนร่วมกนัอภิปรายเกี่ยวกบัคลิปวิดีโอดงักล่าว โดยประเด็นการอภิปรายมีดงัน้ี • คลิปวิดีโอดังกล่าวเป็ นการน าเสนอเกี่ยวกับเรื่องใด •คลิปวิดีโอท้งั2คลิป มีการท าการเกษตรในรูปแบบใดและมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร •การทา การเกษตรดงักล่าวก่อใหเ้กิดประโยชน์อยา่งไร 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนฟังว่า “คลิปวิดีโอทั้ง 2 คลิป เป็ นการน าเสนอเกี่ยวกับการท า การเกษตร โดย คลิปวิดีโอที่ 1 เป็ นการท าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็ นการท าการเกษตรแบบในอดีตที่ เน้นการพึ่งพาธรรมชาติเป็ นหลัก คลิปวิดีโอที่ 2 เป็ นการปลูกพืชไร้ ดิน ซึ่งเป็ นการท าการเกษตรใน สมัยปัจจุบันเพื่อแก้ปัญหาในการเพาะปลูก โดยอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้” ขั้นสอน 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ร่วมกันศึกษาเรื่อง วิวัฒนาการทางด้านการเกษตรและ เกษตรอินทรีย์ จากหนังสือเรียน PowerPoint ม.6 หรือแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม 2. ครูพูดคุยเกี่ยวกับการเกษตรในสมัยอดีตว่า “เป็ นระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะมีการท า เกษตรอินทรีย์เหมือนดั่งในคลิปวิดีโอที่ได้ดูไปแล้ว นักเรียนคิดว่ามีการท าการเกษตรรูปแบบใดอื่น อีก” โดยครูให้สมาชิกในกลุ่มร่วมกนัสืบคน้ขอ้มูลเพิ่มเติม แลว้นา มาอภิปรายร่วมกนัภายในกลุ่ม พร้อมท้งับอกลกัษณะการทา การเกษตรของรูปแบบดงักล่าว 3. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 กลุ่ม น าเสนอขอ้มูลการทา เกษตรกรรมยงั่ยืนรูปแบบอื่น จากน้ันครูอธิบาย เพิ่มเติมว่า “ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน แบ่งเป็ น 5 ประเภทใหญ่ ได้แก่ เกษตรธรรมชาติ เกษตร


78 อินทรีย์ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน และวนเกษตร ซึ่งแต่ละประเภทจะมีลักษณะที่แตกต่าง กันไป แต่จะเหมือนกันตรงที่เน้นวิถีชีวิต การพึ่งพาธรรมชาติเป็ นหลัก น าไปสู่การพึ่งพาตนเองได้” 4. ครูพูดคุยกับนักเรียนว่า “เมื่อนักเรียนได้เรียนรู้ เกี่ยวกับการเกษตรในสมัยอดีตแล้ว ยังมีการเกษตร ในสมัยปัจจุบันอีกมากมายที่ควรศึกษา นักเรียนทราบหรือไม่ว่ามีอะไรบ้าง” 5. ครูให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนัสืบคน้ขอ้มูลเพิ่มเติม พร้อมท้งัยกตวัอย่างว่าการเกษตรสมยัใหม่มี รูปแบบใดบ้าง และแต่ละรูปแบบมีลักษณะอย่างไร 6. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 กลุ่ม น าเสนอขอ้มูลการทา การเกษตรสมยัใหม่จากน้ันครูอธิบายเพิ่มเติมว่า “การเกษตรสมัยใหม่เป็ นการเกษตรเชิงอุตสาหกรรมที่มีการน าเทคโนโลยีและนวัตกรรมเช้ามาช่วย ในกระบวนการผลิต เช่น การใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเซ็นเซอร์ ตรวจวัดปัจจัยการผลิตและ เทคโนโลยีชีวภาพ นอกจากนี้มีการพัฒนาหุ่ นยนต์และเครื่องทุ่นแรงมาใช้ในการท างานด้วย เพื่อ ช่วยแก้ปัญหาการผลิตให้แก่เกษตรกร” ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน 7. ครูทบทวนเกี่ยวกบัระบบการเกษตรท้งัในสมยัอดีตและในสมยัปัจจุบนั ให้นักเรียนฟังจากน้ันให้ นักเรี ยนกลุ่มเดิมร่วมกันศึกษาเรื่ อง เกษตรอินทรี ย์และการปลูกพืชไร้ดิน จากหนังสือเรี ยน PowerPoint ม.6และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิ่มเติม 8. ครูใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มส่งตวัแทนออกมานา เสนอผลการศึกษาเรื่อง เกษตรอินทรีย์จากน้นัครูและ นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ โดยครูถามนักเรียนว่า “การท าเกษตรอินทรีย์มีลักษณะอย่างไร” (แนวตอบ เป็ นการท าการเกษตรที่เน้นความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจเป็ นหลัก ไม่ ใช้ปุ๋ ยเคมี ยาก าจัดศัตรูพืชและวัชพืช) “การท าเกษตรอินทรีย์มีหลักในการท าอย่างไร” (แนวตอบ –ส่งเสริมและสร้ างความยั่งยืนให้กับสุขภาพ ไม่ใช้ปุ๋ ยเคมีและสารก าจัดศัตรูพืช -การผลิตสอดคล้องกับวิถีแห่งธรรมชาติ ตั้งอยู่บนรากฐานของระบบนิเวศวิทยาและ วงจรชีวิตของธรรมชาติ -ผลิตอาหารและผลผลิตทางการเกษตรที่เพียงพอและมีคุณภาพ -ระมัดระวังอย่าให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม) “การทา เกษตรอินทรียค์วรคา นึงถึงสิ่งใดบา้ง”


79 (แนวตอบ – เลือกพื้นที่ให้เหมาะสม ห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรม เลือกปลูกพืชที่เหมาะสมกับ ดิน -วางแผนป้องกันเรื่องการจัดระบบระบายน ้า -คัดเลือกพันธุ์พืชที่ไม่ได้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ต้านทานต่อโรคและแมลง - ปรับปรุงดิน โดยการใส่ปุ๋ ยคอก ปุ๋ ยหมัก หากดินเป็ นกรดมากให้ใส่หินปูนบด) 9. ครูให้นกัเรียนศึกษาตวัอย่างข้นัตอนการทา แปลงเกษตรอินทรีย์จากหนงัสือเรียน เพื่อให้นกัเรียนได้ เรียนรู้ข้นัตอนการทา แปลงเกษตรอินทรียว์ ่ามีวิธีการทา อย่างไร แปลงที่ใช้ควรมีลกัษณะอย่างไร และใช้วสัดุ อุปกรณ์ใดบา้งจากน้นัครูสรุปความรู้เพิ่มเติม 10. ครูให้นกัเรียนแต่ละกลุ่มส่งตวัแทนออกมานา เสนอผลการศึกษาเรื่องการปลูกพืชไร้ดิน จากน้นัครู และนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ โดยครูถามนักเรียนว่า “การปลูกพืชไร้ดิน พืชจะสามารถเติบโตได้ อย่างไร” (แนวตอบ โดยการเติมสารละลายธาตุอาหารให้แก่รากของพืช) “การปลูกพืชไร้ดินสามารถท าได้อย่างไรบ้าง” (แนวตอบ เช่น ปลูกให้รากลอยอยู่กลางอากาศ ปลูกในวัสดุปลูก ปลูกในสารละลายธาตุอาหารพืช) “ธาตุอาหารที่ใช้ในการปลูกสารละลายธาตุอาหารพืช (Hydroponics) ควรมีลักษณะอย่างไร” (แนวตอบ ปุ๋ ย หรือสารเคมีที่ใช้จะต้องละลายน ้าได้หมด และต้องค านวณปริมาณตามสูตรที่ก าหนด ไว้) “ก่อนเริ่มปลูกพืชไร้ดิน จะตอ้งเตรียมสิ่งใดก่อนเป็นลา ดบัแรก” (แนวตอบ เตรียมพื้นที่ส าหรับเพาะปลูก โดยเลือกใช้พื้นที่ว่างในบริเวณที่ได้รับแสงแดดทั่วถึงอย่าง น้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน) “การปลูกพืชร่วมกบัการเล้ียงปลา เป็นการปลูกพืชที่มีลกัษณะอยา่งไร” (แนวตอบ เป็ นการใช้น ้าทิ้งที่เกิดจากการเลี้ยงปลามาใช้ในการเพาะปลูกพืช โดยพืชจะได้รับธาตุ อาหารจากการที่ปลาขับของเสียออกมา แต่พืชที่ปลูกจะต้องเป็ นพืชที่ไม่ต้องการธาตุอาหารสูงมากนัก จึงจะ สามารถเจริญเติบโตได้ดี เช่น ผักบุ้ง) 11. ครูให้นักเรียนศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง ปลูกพืชไร้ดินในพ้ืนที่จ ากัด จากกรอบ Know More เพื่อให้ นกัเรียนไดเ้รียนรู้วา่หากตอ้งการปลูกพืชไร้ดินแต่มีพ้ืนที่อยา่งจา กดัจะสามารถปลูกดว้ยวิธีใดบา้ง 12. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดินกลุ่มละ 1 ชนิด โดยนักเรียนสามารถใช้วิธีการ ปลูกรูปแบบใดก็ได้เป็ นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งนักเรียนจะต้องบันทึกผลการปฏิบัติทุก ๆ 2 สัปดาห์


80 ลงในแบบบันทึก แล้วน าผลการบันทึกมาส่งครู เมื่อครบระยะเวลาตามที่ก าหนด ให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มนา ผลการปฏิบตัิการปลูกพืชไร้ดินมานา เสนอหนา้ช้นัเรียน ขั้นสรุป 1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่อง เกษตรอินทรีย์และการปลูกพืชไร้ดิน 2. ครูตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนจากการน าเสนอผลการวิเคราะห์ วิจารณ์ และการสรุป ความรู้ ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการทา แบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อตรวจสอบความเขา้ใจก่อนเรียนของนกัเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติการปลูกพืชไร้ดิน 3. ครูประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล พฤติกรรมการท างานกลุ่ม และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8. การบูรณาการหลกัปรัชญาของเศรษฐกจิพอเพยีง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ กา หนดเวลาที่ใชเ้วลาเหมาะสมกบัเน้ือหากิจกรรม วยัของผูเ้รียน และภาระ งานที่ได้รับมอบหมาย หลกัมีเหตุผล สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามเวลาที่ก าหนด หลกัสร้างภูมิคุ้มกนัในตัวที่ดี วางแผนเวลาในการท ากิจกรรมไว้เกินจริงเล็กน้อย เพื่อป้องกันปัญหาเรื่อง เวลาที่อาจจะเกิดข้ึนได้ท าให้ใช้เวลาเพียงพอกับคาบเรียนที่ก าหนด ไม่ปล่อยนักเรียนช้า นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ครบกิจกรรมที่วางแผนไว้ เงื่อนไขความรู้ - พ้ืนฐานความรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ไดแ้ก่ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษา การงานอาชีพและ เทคโนโลยี ศิลปะ(ดนตรี) ที่ใช้ในการเรียนรู้ เรื่องทักษะกระบวนการท างาน กระบวนการแก้ปัญหา และหลักการท างานเพื่อการด ารงชีวิต - หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขคุณธรรม - ความร่วมมือในการท ากิจกรรม - ไม่เห็นแก่ตวัมีน้า ใจ เอ้ืออาทร ใหค้วามช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม - มีความมุ่งมนั่ในการทา งาน - มีจิตอาสา


81 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน การงานอาชีพ ม.6 การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 2. PowerPoint ม.6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การจัดการผลผลิตทางการเกษตร 3. คลิปวิดีโอเกี่ยวกับการท าเกษตรอินทรีย์และการปลูกพืชไร้ดิน 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - https://www.youtube.com/watch?v=Y6TfvyFfkNk -https://www.youtube.com/watch?v=dhoKcN4YyLk 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. การประเมินก่อนเรียน แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การจัดการผลผลิตทาง การเกษตร ตรวจแบบทดสอบก่อน เรียน แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมินตามสภาพจริง 2. การประเมินระหว่างการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ 1) การน าเสนอผลงาน - ประเมินการน าเสนอ ผลงาน -ผลงานที่น าเสนอ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2) พฤติกรรมการท างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการ ท างานรายบุคคล -แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการท างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรมการ ท างานกลุ่ม -แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้และมุ่งมนั่ใน การท างาน -แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


82 บันทึกหลังสอนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 รายวิชา การงานอาชีพ รหัส ง 33102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 1. ผลการสอนระดบัช้นัม.6 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก .......................................................................... 6. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่า นักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ข้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ .............................ไดแ้ก่....................................เลขที่ ........................................................................................... 2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้................................................................................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ.................ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ............... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3.) การประเมินด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ..…..100..…ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ......-...... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3. ปัญหาและอุปสรรค กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา มีนักเรียนท าใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามก าหนดเวลา มีนักเรียนที่ไม่สนใจเรียน อื่น ๆ ............................................................................................................................................. 4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ควรน าแผนไปปรับปรุง เรื่อง ...................................................................................................... แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน .................................................................................. ไม่มีข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุธาทิพย์ เพ็ชรรัตน์) วันที่……..../................../................


83 ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… ………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเสาวณี ศรีทอง) ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… …………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวรุจิรา อ่อนแก้ว)


84 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่4 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดคือการท าการเกษตรในสมัยอดีต ก. ปลูกพืชไร้ดิน ข. ปลูกผักสลัดในโรงเรือนกระจก ค. เพาะเห็ดในโรงเรือนระบบอีแวป ง. ปลูกพืชผักสวนครัวในแปลงเพาะ 2.ระบบเกษตรกรรมแบบยงั่ยืนมีลกัษณะอยา่งไร ก. เน้นวิถีชีวิต และพึ่งพาตนเองได้ ข. เน้นการสร้างนวัตกรรมในการผลิตพืช ค. ใช้เทคโนโลยีในการผลิตพืชหลากหลาย ง. ใชส้ารเคมีเป็นหลกัเพื่อให้พืชอยไู่ดน้านข้ึน 3. เป้าหมายหลักของการท าเกษตรอินทรีย์คือข้อใด ก. เพื่อแก้ไขปัญหาในการเพาะปลูก ข. ไม่ใช้ปุ๋ ยเคมีและยาก าจัดศัตรูพืช ค. พืชจะต้องได้รับสารอาหารให้ได้มากที่สุด ง. ต้องการให้ได้ผลผลิตไปจ าหน่ายเป็ นจ านวนมาก 4. ข้อใดไม่ใช่ข้อควรค านึงถึงในการท าเกษตรอินทรีย์ ก. ใช้พืชที่ได้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ข.อยใู่กลแ้หล่งน้า สะอาดที่ไม่มีสารพิษเจือปน ค. เลือกพ้ืนที่ที่ห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรม ง. ใส่ปุ๋ ยคอก ปุ๋ ยหมัก เพื่อช่วยปรับโครงสร้างดิน 5. การปลูกพืชไร้ดิน พืชจะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างไร ก. ได้รับสารอาหารจากสารละลาย ข. ได้รับสารเคมีก าจัดศัตรูพืชทุกวัน ค.ไดร้ับความช้ืนจากเครื่องปรับอากาศ ง. ได้รับแสงสว่างจากหลอดไฟจากโรงเรือน 6. สิ่งสา คญัที่สุดในการผลิตพืชในโรงเรือนคือสิ่งใด ก. ความสวยงามของโรงเรือน ข. ราคาของพืชที่จะน ามาปลูก ค. ความสะอาดภายในโรงเรือน ง. อุปกรณ์ที่ใช้ในการท าโรงเรือน 7. เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเก็บเกี่ยวพืชหลังฝนตก ก. ท าให้พืชไม่เจริญเติบโต ข. ท าให้พืชไม่คงความสดใหม่ ค. ท าให้พืชเหี่ยวเฉา ไม่ได้คุณภาพ ง. ทา ให้พืชเปียกช้ืน เน่าเสียไดง้่าย 8. ข้อใดไม่ใช่ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ก. เก็บเกี่ยวเมื่อสุก ข. เก็บเกี่ยวเมื่อต้องการ ค. เก็บเกี่ยวขณะยังอ่อน ง. เก็บเกี่ยวเมื่อแก่เตม็ที่ 9. บุคคลใดปฏิบัติตามหลักของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ก.จุ๋มซ้ือมนัฝรั่งทอดแช่แขง็มาทอดเอง ข. ปูซ้ือส้มมาหลายผลเพื่อนา ไปทา แยมส้ม ค. นิดน ากล้วยที่ใกล้สุกไปท าเป็ นกล้วยกวน ง. นุ่นรับประทานล าไยอบแห้งที่เพื่อนให้มา 10. “ใชค้วามเขม้ขน้ของเกลือ น้า ส้ม น้า ตาลควบคุมการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย”์ขอ้ใดคือการแปรรูปผลผลิตดว้ยวิธีน้ี ก. ไข่เค็ม ข. ขิงดอง ค.ฝรั่งอบแห้ง ง. มะม่วงแช่อิ่ม เฉลย 1. ง. 2. ก. 3. ข. 4. ก. 5. ก. 6. ค. 7. ง. 8. ข. 9. ค. 10. ข.


85 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่4 ค าชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกค าตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. การปลูกพืชไร้ดิน พืชจะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างไร ก. ได้รับสารอาหารจากสารละลาย ข. ได้รับสารเคมีก าจัดศัตรูพืชทุกวัน ค.ไดร้ับความช้ืนจากเครื่องปรับอากาศ ง. ได้รับแสงสว่างจากหลอดไฟจากโรงเรือน 2. ข้อใดไม่ใช่ข้อควรค านึงถึงในการท าเกษตรอินทรีย์ ก. ใช้พืชที่ได้มาจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ข.อยใู่กลแ้หล่งน้า สะอาดที่ไม่มีสารพิษเจือปน ค. เลือกพ้ืนที่ที่ห่างไกลจากโรงงานอุตสาหกรรม ง. ใส่ปุ๋ ยคอก ปุ๋ ยหมัก เพื่อช่วยปรับโครงสร้างดิน 3. เป้าหมายหลักของการท าเกษตรอินทรีย์คือข้อใด ก. เพื่อแก้ไขปัญหาในการเพาะปลูก ข. ไม่ใช้ปุ๋ ยเคมีและยาก าจัดศัตรูพืช ค. พืชจะต้องได้รับสารอาหารให้ได้มากที่สุด ง. ต้องการให้ได้ผลผลิตไปจ าหน่ายเป็ นจ านวนมาก 4.ระบบเกษตรกรรมแบบยงั่ยืนมีลกัษณะอยา่งไร ก. เน้นวิถีชีวิต และพึ่งพาตนเองได้ ข. เน้นการสร้างนวัตกรรมในการผลิตพืช ค. ใช้เทคโนโลยีในการผลิตพืชหลากหลาย ง. ใชส้ารเคมีเป็นหลกัเพื่อให้พืชอยไู่ดน้านข้ึน 5. ข้อใดคือการท าการเกษตรในสมัยอดีต ก. ปลูกพืชไร้ดิน ข. ปลูกผักสลัดในโรงเรือนกระจก ค. เพาะเห็ดในโรงเรือนระบบอีแวป ง. ปลูกพืชผักสวนครัวในแปลงเพาะ 6. “ใชค้วามเขม้ขน้ของเกลือ น้า ส้ม น้า ตาลควบคุมการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย”์ขอ้ใดคือการแปรรูปผลผลิตดว้ยวิธีน้ี ก. ไข่เค็ม ข. ขิงดอง ค.ฝรั่งอบแห้ง ง. มะม่วงแช่อิ่ม 7. บุคคลใดปฏิบัติตามหลักของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ก.จุ๋มซ้ือมนัฝรั่งทอดแช่แขง็มาทอดเอง ข. ปูซ้ือส้มมาหลายผลเพื่อนา ไปทา แยมส้ม ค. นิดน ากล้วยที่ใกล้สุกไปท าเป็ นกล้วยกวน ง. นุ่นรับประทานล าไยอบแห้งที่เพื่อนให้มา 8. ข้อใดไม่ใช่ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวผลผลิตพืช ก. เก็บเกี่ยวเมื่อสุก ข. เก็บเกี่ยวเมื่อต้องการ ค. เก็บเกี่ยวขณะยังอ่อน ง. เก็บเกี่ยวเมื่อแก่เตม็ที่ 9. เพราะเหตุใดจึงไม่ควรเก็บเกี่ยวพืชหลังฝนตก ก. ท าให้พืชไม่เจริญเติบโต ข. ท าให้พืชไม่คงความสดใหม่ ค. ท าให้พืชเหี่ยวเฉา ไม่ได้คุณภาพ ง. ทา ให้พืชเปียกช้ืน เน่าเสียไดง้่าย 10. สิ่งสา คญัที่สุดในการผลิตพืชในโรงเรือนคือสิ่งใด ก. ความสวยงามของโรงเรือน ข. ราคาของพืชที่จะน ามาปลูก ค. ความสะอาดภายในโรงเรือน ง. อุปกรณ์ที่ใช้ในการท าโรงเรือน เฉลย 1. ก. 2. ก. 3. ข. 4. ก. 5. ง. 6. ข. 7. ค. 8. ข. 9. ง. 10. ค.


86 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ รายวิชาการงานอาชีพ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การจัดการผลผลิตทางการเกษตร เวลา 4 ชั่วโมง เรื่อง การแปรรูปผลผลติทางการเกษตร เวลา 2 ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการท างาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการท างาน ทักษะการจัดการ ทักษะ กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการท างานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยใน การทา งาน มีจิตสา นึกในการใชพ้ลงังาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ม เพื่อการดา รงชีวิตและครอบครัว ตัวชี้วัด ง 1.1 ม.6/2 สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และมีทักษะการท างานร่วมกัน ง 1.1 ม.6/3 มีทักษะการจัดการในการท างาน ง 1.1 ม.6/4 มีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน ง 1.1 ม.6/6 มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน ง 1.1 ม.6/7 ใช้พลังงาน ทรัพยากร ในการทา งานอยา่งคุม้ค่าและยงั่ยนืเพื่อการอนุรักษส์ ิ่งแวดลอ้ม 2. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด การถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร เป็ นกระบวนการที่จะคงสภาพ รักษา และยืดอายุของอาหารให้ มีคุณภาพที่ยาวนานมากยิ่งข้ึน ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการของอาหารจะลดน้อยลงตามวิธีการถนอมอาหารและ การแปรรูปอาหาร ในการเลือกวิธีการถนอมอาหาร หรือการแปรรูปอาหารน้นัจะตอ้งพิจารณาถึงความเหมาะสม ตามประเภทของอาหาร หรือวตัถุดิบที่มีอยู่อีกท้งักระบวนการในการปฏิบตัิงานจะตอ้งมีความสะอาดและถูก สุขลักษณะอยู่เสมอ


87 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(K) นักเรียนสามารถถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร รวมถึงการเลือกวิธีการถนอมอาหาร การแปรรูป อาหารที่สะอาดและถูกสุขลักษณะอยู่เสมอ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) นักเรียนสามารถถนอมอาหารและการแปรรูปอาหารได้ ด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์(A) นักเรียนตระหนักถึงการท างานร่วมกันเป็ นทีม 4. คุณลกัษณะผู้เรียน คุณลกัษณะอนัพงึประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต √ มีวินัย √ มุ่งมนั่ในการทา งาน √ ใฝ่ เรียนรู้ √ อยู่อย่างพอเพียง √ รักความเป็ นไทย มีจิตสาธารณะ 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 6. สาระการเรียนรู้ 1. ทักษะการท างานร่วมกัน เป็ นการท างานกลุ่ม ท างานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ท างานอย่าง มีกระบวนการตามข้นัตอน และฝึกหลกัการทา งานกลุ่ม 2. ทักษะการจัดการ เป็ นการจัดระบบงานและระบบคน เพื่อให้งานส าเร็ จตามเป้าหมายอย่าง มีประสิทธิภาพ 3. ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาในการท างาน มีข้ันตอน คือ การสังเกต วิเคราะห์สร้างทางเลือก และประเมินทางเลือก เช่น การเก็บ ถนอม และแปรรูปอาหาร 4. คุณธรรมและลักษณะนิสัยในการท างาน เป็ นการสร้างคุณงามความดีและควรฝึ กให้ผู้เรียนมีคุณภาพ ที่ส าคัญ ๆ เช่น ขยัน อดทน รับผิดชอบ ซื่อสัตย์ 5. การใชพ้ลงังาน ทรัพยากรอยา่งคุม้ค่าและยงั่ยนืเป็นคุณธรรมในการทา งาน


88 7. กจิกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 -2 ขั้นน า ขั้นที่ 1 ข้ันให้ความรู้พื้นฐาน 1. ครูแจ้งนักเรียนแต่ละกลุ่มถึงผลของการปฏิบัติกิจกรรมการประกอบอาหารจากชั่วโมงที่ผ่านมา พร้อมท้งัให้คา แนะนา เพิ่มเติมเกี่ยวกบัการประกอบอาหารเพื่อให้นักเรียนได้น าไปพัฒนาตนเองและการเตรียม ความพร้อมก่อนการปฏิบตัิกิจกรรมการถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร 2. ครูต้ังคา ถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “จากการที่ได้ปฏิบัติการประกอบอาหารมาแลว้ นักเรียนมีวิธีการเก็บรักษาวัตถุดิบที่เหลือจากการประกอบอาหารอย่างไร” (แนวตอบ นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ) 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปอาหารให้นักเรียนว่า “การถนอม อาหารเป็ นการเก็บรักษาอาหาร โดยใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อให้อาหารอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับของสดมากที่สุด และสามารถเก็บรักษาอาหารได้นานข้ึน โดยสูญเสียคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการน้อยที่สุด แต่ยังคงมี คุณลักษณะทางคุณภาพ ซึ่งยังเป็ นที่ต้องการของผู้บริโภค ส่วนการแปรรูปอาหาร เป็ นการน าอาหารมาผ่าน กระบวนการต่าง ๆ เพื่อให้ได้อาหารที่ปรุ งส าเร็จ สามารถบริ โภคได้อย่างปลอดภัยตามความต้องการ ของผู้บริโภค และยังเป็ นการช่วยเก็บรักษาอาหารไว้ได้ระยะหนึ่งอีกด้วย” ขั้นที่ 2 ข้ันกระตุ้นความสนใจ 4. ครูต้ังค าถามกระตุ้นความสนใจของนักเรียนว่า “การถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร มีประโยชน์อย่างไร” (แนวตอบ การถนอมอาหารและการแปรรูปอาหารมีประโยชน์ต่อผู้บริโภคหลายประการ เช่น ช่วยยืดอายุของอาหารในยาวนานยิ่งข้ึน ทา ให้ไดอ้าหารที่มีรสชาติแปลกใหม่ไดอ้าหารเมนูที่หลากหลายเพิ่ม มากข้ึน ช่วยประหยดัค่าใช้จ่ายในการซ้ือวตัถุดิบ หรืออาหารมาบริโภค สามารถควบคุมคุณภาพของผลผลิต สร้างอาชีพเพื่อหารายได้ส าหรับตนเองและครอบครัว)


89 ขั้นสอน ขั้นที่ 3 ข้ันจับกลุ่มร่วมมือ 5.ครูใหน้กัเรียนศึกษา เรื่องการถนอมอาหารจากหนงัสือเรียน หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต 6.ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกบัการถนอมอาหารให้นักเรียนฟังว่า “ข้นัตอน หรือวิธีการถนอมอาหาร จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันกับการประกอบอาหาร แต่การถนอมอาหารมีจุดประสงค์ส าคัญ คือ เพื่อเป็ นการเก็บ รักษาอาหารใหไ้ดน้านที่สุด โดยไม่จา เป็นจะตอ้งรับประทานหมดในทนัทีซ่ึงวิธีการถนอมอาหาร มีดงัน้ี -การตากแห้ง สามารถตากด้วยเครื่องอบ หรือแสงแดดธรรมชาติ ซึ่งการตากด้วยแสงแดด เป็นวิธีการถนอมอาหารแบบพ้ืนบา้น และสิ่งที่ควรระมดัระวงัคือ สัตวท์ ี่จะมาตอมอาหาร เช่น แมลงวัน สุนัข แมวเพราะจะทา ใหอ้าหารสกปรกและมีสิ่งปนเป้ือน ดงัน้นั ในการตากแหง้จึงตอ้งนา ภาชนะไปตากไวใ้นที่สูง -การแช่แข็ง สามารถแช่ในตูเ้ยน็แช่กบัน้า แข็ง หรือสารทา ความเยน็ ได้แต่ก่อนที่จะนา ไปแช่ ควรนา วตัถุดิบ หรืออาหารใส่ลงในบรรจุภณัฑ์ที่มีฝาปิดสนิทมิดชิด เพื่อป้องกนักลิ่นฟุ้งกระจาย และป้องกนั ของเหลวจากวัตถุดิบหกเลอะเทอะ -การดอง เป็ นวิธีที่จะท าให้วัตถุดิบมีรสชาติเปลี่ยนแปลงไป ในขณะดองต้องกะระยะเวลา ในการดองใหเ้หมาะสมและหมนั่ตรวจสอบรสชาติในระหวา่งการดองอยา่งสม่า เสมอ -การเชื่อม เป็นการนา วตัถุดิบที่ตอ้งการเชื่อมใส่ลงไปในน้า เชื่อม แลว้เคี่ยวจนวตัถุดิบดูดซึม น้า เชื่อมจนแหง้ -การแช่อิ่ม ส่วนมากจะนิยมนา มาใชก้บัผลไมท้ ี่มีรสขม เปร้ียว หรือฝาด โดยการนา ไปแช่ลง ในน้า เกลือ น้า ปูนใส หรือสารส้มก่อน เพื่อใหร้สชาติจืดลง จากน้นัจึงนา ไปเชื่อมจนถึงจุดอิ่มตวั -การฉาบ เป็นการเคี่ยวน้ าตาลให้เป็นน้ าเชื่อมจนกลายเป็นเกล็ด จากน้ันเทผสมกับวตัถุดิบ ที่เป็นของทอด คลุกเคลา้ใหเ้ขา้กนัและทิ้งไวใ้หเ้ยน็จนน้า เชื่อมเกาะเป็นเกลด็ติดอยบู่นผิวของวตัถุดิบ -การกวน เป็นการน าวตัถุดิบมาผสมกับน้ าตาล และใช้ความร้อนเคี่ยวจนเป็นเน้ือเดียวกัน แต่วิธีน้ีผูป้ระกอบอาหารตอ้งกวนวตัถุดิบอยู่ตลอดเวลา ซ่ึงเป็นวิธีที่ใชแ้รงงานมาก และใชร้ะยะเวลาในการทา ที่นานที่สุด -การทา แยม เป็นการนา วตัถุดิบมาผสมกบัน้า ตาลและเจลาติน ในการทา แยมควรใส่น้า สะอาด หรือน้า มะนาวลงไปผสม เพื่อป้องกนั ไม่ให้เน้ือแยมจบัตวักนัเป็นกอ้น และยงัสามารถผสมวตัถุดิบหลากหลาย ที่มีรสชาติเข้ากัน เพื่อให้เกิดรสชาติที่แปลกใหม่


90 -การใชส้ารปรุงแต่งเป็นวิธีที่สามารถยดือายขุองอาหารไดน้านมากที่สุด เพราะสิ่งที่ใชใ้นการ ถนอมอาหาร คือ สารเคมี เช่น สารกันบูด สารกันหืน แต่หากใช้ หรือรับประทานในปริมาณมากเกินไป อาจก่อใหเ้กิดอนัตรายต่อร่างกายได้ -การรมควัน เป็นการขจัดน้ าออกจากอาหาร โดยใช้ควันไฟช่วยในการถนอมอาหาร หากเช้ือเพลิงที่น ามาใช้มีกลิ่นเหม็น เวลาเกิดควนัก็จะทา ให้อาหารมีกลิ่นเหม็นตามไปด้วย จึงตอ้งเลือกใช้ เช้ือเพลิงที่มีกลิ่นหอมมาใช้เช่น กระวานแหง้ซางขา้วโพด พลบักาบมะพร้าวไมท้ี่ไม่มียาง” 7. ครูใหน้กัเรียนศึกษา เรื่องการแปรรูปอาหาร จากหนงัสือเรียน หรือศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต 8. ครูนา ภาพอาหารแปรรูปประเภทต่าง ๆ มาใหน้กัเรียนดูเพื่อใหน้กัเรียนไดฝ้ึกการสังเกต จากน้นัครู ถามนักเรียนว่า “นักเรียนคิดว่าการแปรรูปอาหารมีความแตกต่างไปจากการถนอมอาหารอย่างไร” (แนวตอบ การแปรรูปอาหารจัดเป็ นการถนอมอาหารรูปแบบหนึ่ ง แต่จะน าวัตถุดิบที่ได้จาก กระบวนการถนอมอาหารมาแปรสภาพให้อยู่ในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม มีความสะดวก และปลอดภัย ต่อการบริโภค และมีจุดประสงคห์ลกัคือเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กบัผลิตภณัฑแ์ละสร้างรายไดจ้ากผลิตภณัฑ์โดยทา ผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่แปลกใหม่ หรือบรรจุใส่ในบรรจุภัณฑ์เพื่อให้เกิดความสวยงาม ดึงดูดความสนใจ ของผบู้ริโภคเช่น น้า ผลไมใ้นรูปแบบขวด ไส้กรอก หมูหยอง) 9.ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) ร่วมกันจัดนิทรรศการการถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องน าเสนอข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร วัตถุดิบหลัก ที่น ามาใช้ และน าเสนอความรู้ในนิทรรศการในรูปแบบที่สร้างสรรค์และน่าสนใจ โดยค านึงถึงความเหมาะสม ของผู้เข้าชมนิทรรศการ เช่น การสาธิต การแสดงวิธีท า การจัดป้ายนิเทศ การให้ความรู้ผ่านโปรแกรม PowerPoint ซึ่ งแต่ละกลุ่มจะต้องน าอาหารที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหาร หรื อการแปรรูปอาหารมาใช้ ประกอบการจัดแสดงในนิทรรศการของกลุ่มตนเอง และสามารถให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้ชิมอาหารอย่าง หลากหลาย ขั้นที่ 4 ข้ันแสวงหาความรู้ 10. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมายจากหนังสือเรียน หรือ ศึกษาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต 11. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มประชุมวางแผนการท างานร่วมกัน เพื่อหาวิธีการจัดนิทรรศการของกลุ่ม ตนเองให้น่าสนใจ พร้อมท้งัเขียนรูปแบบวิธีการจดันิทรรศการ ระบุอาหารที่จะนา มาใชใ้นการจดันิทรรศการ ด้วยว่ามีอาหารประเภทใดบ้าง น าส่งครูผู้สอน 12. ครู ให้นักเรี ยนแต่ละกลุ่มร่ วมกันจัดนิทรรศการการถนอมอาหารและการแปรรู ปอาหาร ตามรูปแบบที่ได้ วางแผนไว้จากน้ันให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาและนา เสนอขอ้มูลเกี่ยวกบัการถนอมอาหาร


91 และการแปรรูปอาหารจากบูธนิทรรศการต่าง ๆ ที่เขา้ชม โดยระยะเวลาในการจดันิทรรศการให้ข้ึนอยตู่ามความ เหมาะสมที่ครูผู้สอนได้ก าหนดไว้ ข้ันสรุป ข้ันที่5 ข้ันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ 1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้รับจากการจัดนิทรรศการการถนอมอาหารและการ แปรรูปอาหาร โดยเขียนสรุปในรูปแบบของแผนผังมโนทัศน์ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ซึ่งในแผนผังมโนทัศน์ ตอ้งจะตอ้งประกอบไปดว้ยภาพอาหารที่นา มาจดันิทรรศการ พร้อมท้งัอธิบายวิธีการถนอมอาหาร หรือการแปร รูปอาหารตามข้นัตอนอยา่งถูกตอ้ง ขั้นที่ 6 ขั้นน าเสนอผลงาน 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มละ 2 คน ออกมาน าเสนอผลงานการจัดนิทรรศการการ ถนอมอาหารและการแปรรูปอาหารของกลุ่มตนเองใหเ้พื่อนฟังหนา้ช้นัเรียน 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการของนักเรียนแต่ ละกลุ่มพร้อมท้งัให้คา แนะนา และขอ้เสนอแนะ เพื่อให้นักเรียนสามารถนา ไปปรับปรุงและพฒันาการทา งาน ของตนต่อไปในอนาคต 4. ครูมอบหมายให้นักเรียนท ากิจกรรมสร้างสรรค์พัฒนาการเรียนรู้ 5.ครูมอบหมายใหน้กัเรียนทา ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง เรียนรู้การประกอบอาหาร 6. ครูให้นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียน ขั้นประเมิน 1. ครูตรวจสอบผลการท าแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบการท ากิจกรรมสร้างสรรค์พัฒนาการเรียนรู้ 3. ครูตรวจสอบชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง เรียนรู้การประกอบอาหาร 4. ครูตรวจสอบวิธีการการจัดนิทรรศการการถนอมอาหารและการแปรรูปอาหาร 5. ครูตรวจสอบแผนผังมโนทัศน์จากการสรุปความรู้ที่ได้รับจากการจัดนิทรรศการการถนอมอาหาร และการแปรรูปอาหาร 6. ครูประเมินผลระหว่างการจัดกิจกรรมการเรี ยนรู้ จากการสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม การน าเสนอผลงาน และการสังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์


92 8. การบูรณาการหลกัปรัชญาของเศรษฐกจิพอเพยีง ( 3 ห่วง 2 เงื่อนไข) หลักความพอประมาณ กา หนดเวลาที่ใชเ้วลาเหมาะสมกบัเน้ือหากิจกรรม วยัของผูเ้รียน และภาระ งานที่ได้รับมอบหมาย หลกัมีเหตุผล สามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ตามเวลาที่ก าหนด หลกัสร้างภูมิคุ้มกนัในตัวที่ดี วางแผนเวลาในการท ากิจกรรมไว้เกินจริงเล็กน้อย เพื่อป้องกันปัญหาเรื่อง เวลาที่อาจจะเกิดข้ึนได้ท าให้ใช้เวลาเพียงพอกับคาบเรียนที่ก าหนด ไม่ปล่อยนักเรียนช้า นักเรียนได้เรียนรู้อย่างเต็มที่ ครบกิจกรรมที่วางแผนไว้ เงื่อนไขความรู้ - พ้ืนฐานความรู้ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ไดแ้ก่ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษา การงานอาชีพและ เทคโนโลยี ศิลปะ(ดนตรี) ที่ใช้ในการเรียนรู้ เรื่องทักษะกระบวนการท างาน กระบวนการแก้ปัญหา และหลักการท างานเพื่อการด ารงชีวิต - หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เงื่อนไขคุณธรรม - ความร่วมมือในการท ากิจกรรม - ไม่เห็นแก่ตวัมีน้า ใจ เอ้ืออาทร ใหค้วามช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม - มีความมุ่งมนั่ในการทา งาน - มีจิตอาสา 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน การงานอาชีพ ม.6 ของบริษัท ศูนย์หนังสือเมืองไทย จ ากัด 2. ภาพอาหารแปรรูป 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. นิทรรศการการถนอมอาหาร 2. Internet ภาพอาหารแปรรูป


93 10. การวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) การถนอมอาหาร และการแปรรูป อาหาร - ประเมินนิทรรศการ การถนอมอาหารและ การแปรรูปอาหาร -แบบประเมินนิทรรศการ การถนอมอาหารและ การแปรรูปอาหาร ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2. น าเสนอผลงาน - ประเมินการน าเสนอ ผลงาน -แบบประเมิน การน าเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3. พฤติกรรมการท างาน รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการ ท างานรายบุคคล -แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4. พฤติกรรมการท างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรมการ ท างานกลุ่ม -แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ อยู่อย่าง พอเพียง มุ่งมนั่ใน การท างาน และรัก ความเป็ นไทย -แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 2.การประเมินหลังเรียน 1) แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง อาหารและ โภชนาการ - ตรวจแบบทดสอบหลัง เรียน -แบบทดสอบหลังเรียน ประเมินตามสภาพจริง 2)การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) กิจกรรม เรียนรู้ การประกอบอาหาร - ตรวจกิจกรรม เรียนรู้ การประกอบอาหาร -แบบประเมินกิจกรรม เรียนรู้การประกอบอาหาร ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


94 บันทึกหลังสอนแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รายวิชา การงานอาชีพ รหัส ง 33102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 6 1. ผลการสอนระดบัช้นัม.6 สอนได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ สอนไม่ได้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนื่องจาก .......................................................................... 7. ผลที่เกิดกับผู้เรียน 1.) การประเมินผลความรู้หลังการเรียน โดยใช้………………แบบทดสอบหลังเรียน............พบว่า นักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ................……..…. ไม่ผ่านเกณฑ์ข้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ .............................ไดแ้ก่....................................เลขที่ ........................................................................................... 2.) การประเมินด้านทักษะกระบวนการเรียน โดยใช้................................................................................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ.................ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ............... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3.) การประเมินด้านคุณลกัษณะที่พงึประสงค์เรียน โดยใช้………..…แบบสังเกตพฤติกรรม................. พบว่านักเรียนผ่านการประเมินคิดเป็ นร้อยละ..…..100..…ไม่ผา่นเกณฑข์ ้นัต่า ที่กา หนดไวค้ิดเป็นร้อยละ......-...... ไดแ้ก่....................................................................................................................................................................... 3. ปัญหาและอุปสรรค กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา มีนักเรียนท าใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามก าหนดเวลา มีนักเรียนที่ไม่สนใจเรียน อื่น ๆ ............................................................................................................................................. 4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ควรน าแผนไปปรับปรุง เรื่อง ...................................................................................................... แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน .................................................................................. ไม่มีข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ผู้สอน (นางสาวสุธาทิพย์ เพ็ชรรัตน์) วันที่……..../................../................


95 ความคิดเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… ………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวเสาวณี ศรีทอง) ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ 1.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2.การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้น าเอากระบวนการเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญมาใช้ในการสอนได้อย่าง เหมาะสมกับศักยภาพที่แตกต่างกันของผู้เรียน ที่ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ควรปรับปรุงพัฒนา ต่อไป 3.เป็ นแผนการจัดการเรียนรู้ น าไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนา ไปใช้ 4.ข้อเสนอแนะอื่นๆ ………………………………………………………… …………………………………………………………. ลงชื่อ....................................................... (นางสาวรุจิรา อ่อนแก้ว)


Click to View FlipBook Version