The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน บทที่ 1 -5 รหัส 602445039 นางสาวตัสนิ่ม สาเมาะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tasneemtt.samoh, 2021-11-17 22:59:13

วิจัยบท 1-5 ฉบับตรวจสอบ

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน บทที่ 1 -5 รหัส 602445039 นางสาวตัสนิ่ม สาเมาะ

การพัฒนาการพดู เพื่อการสอื่ สารตามสถานการณ์จรงิ ในชีวติ ประจาวนั โดยใชก้ ารสอนแบบ
สรา้ งสรรค์เป็นฐาน (CBL)ผา่ นรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC ของนกั เรยี นชน้ั

ประถมศึกษาปที 5่ี โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา

The Development of Speaking Abilitity to Communicate in Real Life
Situations by Using Creative-Based Learning(CBL) through
Online teaching and E-PLC process of Primary 5 students at
Chumchon Banpongsta School

นางสาวตัสนิม่ สาเมาะ
Tasneem Samoh

รายงานวิจยั ชนั้ เรียนฉบบั นี้เป็นสว่ นหนึ่งของรายวชิ าการปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา1
สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ฟาฏอนี

A Classroom Research Submitted for the Degree of Bachelor
Of Education Program in Teaching English
Faculty of Education, Fatoni University
2564/2021

ช่ือเรอื่ งวจิ ยั : The Development of Speaking Abilitity to Communicate in Real Life

Situations by Using Creative-Based Learning(CBL) through Online
teaching and E-PLC process of Primary 5 students at Chumchon
Banpongsta School

การพัฒนาการพูดเพ่ือการสื่อสารตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจาวันโดยใช้การสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL)ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC ของ
นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่5โรงเรียนชมุ ชนบา้ นพงสตา
ผ้วู ิจยั : นางสาวตสั นิม่ สาเมาะ
รหัสนักศึกษา : 602445039
สาขาวิชา : การสอนภาษาอังกฤษ
ปที ศี่ ึกษา : ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2563
ครูพเี่ ลย้ี ง : นายมะสาลาฮูดิง สาและบงิ
อาจารยน์ เิ ทศก์ : นางสาวนูรียะ๊ ห์ แมกอง

อนุมตั ิ ณ วนั ท่ี......../........../............

........................................... ...........................................
(ดร.นรู หี ย๊ะ แมกอง) (อาจารยม์ ารแี ย บาเน็ง)
อาจารยท์ ีป่ รกึ ษาหลัก หวั หน้าสาขาวชิ าการสอนภาษาอังกฤษ

........................................... ...........................................
(อาจารย์รอกเี ยาะ มะดอื เระ) (อาจารยม์ าหามะรอสลี แมย)ู
รองคณบดฝี ่ายวชิ าการและประกันคุณภาพการศึกษา
อาจารย์ท่ีปรึกษาร่วม

.....................................................
(ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มูฮามัสสกรี มันยูนุ)

คณบดคี ณะศึกษาศาสตร์

ชอ่ื เรือ่ งวิจัย : The Development of Speaking Abilitity to Communicate in Real Life

ผู้วจิ ัย Situations by Using Creative-Based Learning(CBL) through Online
รหัสนกั ศึกษา teaching and E-PLC process of Primary 5 students at Chumchon
สาขาวิชา Banpongsta School
ปที ศี่ กึ ษา
การพัฒนาการพูดเพ่ือการสื่อสารตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจาวันโดยใช้การสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL)ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC ของ
นกั เรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่5ี โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา
: นางสาวตัสน่มิ สาเมาะ
: 602445039
: การสอนภาษาอังกฤษ
: ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2563

บทคัดย่อ
งานวิจัยการพัฒนาการพูดเพื่อการส่ือสารตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจาวันโดยใช้การสอนแ บบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL)ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC ของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่
5โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา เร่ือง Food and Drnks มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ
สื่อสารภาษาอังกฤษทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่
5/1 โดยใช้ประโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการส่ือสารในชีวิตประจาวัน SCS และเพ่ือศึกษาความพึง
พอใจของการจัดการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC
และการใชแ้ บบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการส่ือสารในชีวิตประจาวัน SCS ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5/1
โรงเรียนชมุ ชนบ้านพงสตา กลุ่มตัวอย่างในการวิจยั เป็นนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5/1 กาลังศึกษาในภาคเรยี น1
ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา อาเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี จานวน 8 คน ที่ได้จากการเลือกแบบ
เจาะจง (Purposive Sampling) โดยได้ใช้ระยะเวลาในการดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้การอ่านออกเสียง
เสียงสะกดคาภาษาอังกฤษโดยฝึกประสมคาด้วยเสียงพยัญชนะ (Phonics) 5 ช่ัวโมง เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัย
ประกอบด้วย 1. แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมคาศัพท์ประกอบการสอนโดยใช้กระบวนการ E-PLC จานวน 3
แผน 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียนเก่ียวกับการใช้ประโยคอย่าง่ายตามแบบฝึก
พัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการส่ือสารในชีวิตประจาวัน SCS จานวน 1 ชุด 3. แบบประเมินความพึงพอใจของ
นักเรียนที่มีต่อต่อสภาพการดาเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ CBL สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่า
ดัชนีความเท่ียงตรง (Validity) ด้านความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้โดยใช้ดัชนีความ
สอดคล้องตรงตามความเป็นจริงที่ต้องการวัด โดยพิจารณาจากความเหมาะสมหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ( Index
of item – Objective Congruence: IOC) คานวณได้จากสูตร

คาสาคญั : การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน CBL, ทกั ษะการพดู , E-PLC

Title: The Development of Speaking Abilitity to Communicate in Real Life

Situations by Using Creative-Based Learning (CBL) through Online Teaching

and E-PLC process of Primary 5 students at Chumchon Banpongsta School

Author: Miss. Tasneem Samoh

Program: Teaching English

Academic Year: 2021

ABSTRACT

This research aims at 1)To compare the achievement of developing speaking skills for
English communicationbefore and after using SCS (Simple sentences for Communicate in Real
Life Situations) worksheet of Grade 5 students at Chumchon Banpongsta School 2) To study
satisfaction of organizing Creative-Based Learning and SCS worksheet of Grade 5 students at
Chumchon Banpongsta School The sample group in the research were grade 5/1 students
studying in the first semester of Chumchon Banpongsta of academic year 2021. A total amount
of 8 students were selected by purposive sampling by using the duration of the activity for
learning. To develop speaking abilitity of English Language of the student grade 5 focused on
Simple sentences for communication in real-life situation has conducted for 5 hours. In this
research consisted of 1) Three plans for learning management through CBL classroom and the E-
PLC Process 2) Testing achievement of developing speaking skills for English communication
before and after using SCS (Simple) worksheet of Grade 5. Statistic that used in data analysis are:
Validity index for the content validity of the learning outcome test using the consistency index
to be measured according to the reality. By considering the suitability to find the Index of item –
Objective Congruence (IOC) calculated from the formula
Keywords : CBL, SCS, speaking ability, E-PLC

กิตติกรรมประกาศ

บสิ มิลลาฮิรรอฮฺมานิรรอฮีม มวลการสรรเสริญเป็นเอกสิทธ์ของอัลลอฮซุบฮานะฮูวาตาอาลาผู้ทรงอภิบาล
แห่งสากลโลกผู้ทรงกรณุ าปราณีผู้ทรงเมตตาเสมอขอความสันตสิ ุขและความโปรดปรานของอลั ลอฮซฺ ุบฮานะฮูวาตา
อาลาจงประสบแด่ท่านศาสนทตู ของพระองค์มฮู ัมหมัด(ศอ็ ลลัลลอฮุอะลยั ฮิวะซัลลมั ) ซึง่ เปน็ ผ้นู าสาสน์แหง่ พระองค์
มาเผยแพรใ่ ห้แกม่ วลมนษุ ย์

อัลฮัมดูลิลลาฮฺ ข้าพเจ้านางสาวตัสนิ่ม สาเมาะ ขอชูโกรต่อของอัลออฮฺ ซุบฮาเนาวาตาอาลา เน่ืองจาก
ข้าพเจ้าตระหนักเสมอว่าข้าพเจ้าไม่มีความสามารถใด ๆ ในการเขียนวิจัยเล่มนี้จนเสร็จสิ้นได้ หากปราศจากการ
ช่วยเหลอื พระองค์ และด้วยการอนุมัตขิ องพระองคเ์ ทา่ น้นั ที่ทาใหข้ า้ เจ้าบรรลกุ ารเขยี นวิจยั ในเล่มน้ี

งานวิจัยฉบับน้ีสาเร็จลุล่วงได้ด้วยดีเพราะผู้วิจัยได้รับความช่วยเหลืออย่างดียิ่งจาก ดร.นูรีหย๊ะ แมกอง
อาจารย์ท่ีปรึกษาการฝึกประสบการณว์ ิชาชีพครู อาจารยม์ ารีแย บาเน็ง หัวหน้าสาขาประจาการสอนภาษาองั กฤษ
และมะสาลาฮูดิง สาและบิง ครูท่ีปรึกษาประจาหน่วยฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ที่ได้กรุณาถ่ายทอดความรู้
แนวคิดวิธีการคาแนะนาคาปรึกษาและตรวจสอบแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความเอาใจใส่ย่ิงตลอดมาผู้วิจัย
ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงขอขอบพระคุณ ผศ.ดร.มัฮซูม สะตีแม อาจารย์ฮูดา ฆอแด๊ะ ท่ีได้ให้ความกรุณา
ตรวจสอบเครื่องมือวิจัยและให้ข้อเสนอแนะต่างๆตลอดจนผู้บริหารโรงเรียนชุมชนบ้านพงสตาอาจารย์ครูและ
นักเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างดีจนงานวิจัยในครั้งนี้สาเ ร็จได้อย่างดีย่ิง
ขอขอบคุณคณุ ผศ.ดร.อิสมาแอ สาเมาะ ผูเ้ ปน็ บดิ าและนางฮาลีเม๊าะ สาเมาะ ผู้เป็นมารดารวมถงึ สมาชิกครอบครัว
ทุกคนท่ีคอยห่วงใยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการศึกษาแก่ผู้วิจัยเสมอมาขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.
มูฮามัสสกรี มันยนู ุ คณบดคี ณะศึกษาศาสตร์ตลอดจนเจา้ หน้าท่ี ศูนย์ฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพครูคณะศกึ ษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ฟาฏอนที ุกท่านท่กี รุณาให้คาแนะนาและช่วยเหลือประสานงานให้งานวจิ ยั สาเรจ็ ด้วยดี

ขอขอบคุณพ่ี ๆ น้อง ๆ และเพื่อนนิสิตผู้เป็นที่รักจากสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษทุกท่านที่ได้ให้
คาแนะนาและส่งเสริมกาลังใจตลอดมาคุณประโยชน์ใด ๆ อันพึงมีจากวิจัยฉบับน้ีผู้วิจัยขอมอบแด่บิดามารดาครู
อาจารย์และสถาบันการศึกษาท่ีได้ประสิทธิ์ประสาทวิชามีส่วนร่วมในการวางรากฐานการศึกษาอบรมให้การ
สนับสนนุ ผู้วิจัยตลอดมาขอพระองค์

อัลลอฮทฺ รงประทานอภัยความจาเรญิ และความดีงามแก่เราท้ังโลกนีแ้ ละโลกหนา้ อามีน

ตสั นิ่ม สาเมาะ

สารบญั หนา้

บทคัดย่อ ข
Abstract ค
กติ ตกิ รรมประกาศ ง
สารบญั ฉ
สารบญั ตาราง
บทที่ 1 บทนา 1 3
3
1.1 ความเปน็ มาเเละความสาคัญของปัญหา 3
1.2 วัตถุประสงค์ 3
1.3 สมมตฐิ าน 3
1.4 ขอบเขตของการวิจัย 4
1.5 กรอบแนวคิด 5
1.6 ระยะเวลาดาเนนิ การ 6
1.7 นิยามคาศัพท์ 8
1.8 ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะไดร้ ับ 9
บทที่ 2 ทฤษฎแี ละงานวิจัยที่เกยี่ วข้อง 9
2.1 หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขึ้นพน้ื ฐาน พ.ศ.2551 11
2.2 ทฤษฎที เ่ี ก่ยี วข้องกบั การสื่อสาร 15
2.3 ทฤษฎีท่ีเกีย่ วข้องกบั การสอนโดยใช้การสอนแบบสร้างสรรค์เปน็ ฐาน CBL 18
2.4 การสอนออนไลน์ 22
2.5 กระบวนการ E-PLC 25
2.6 งานวิจยั ที่เก่ยี วข้อง 25
บทที่ 3 วธิ ดี าเนินการวิจัย 26
3.1 แบบแผนการวจิ ัย 28
3.2 เครอ่ื งมือที่ใช้ในการวจิ ยั 29
3.3 การวิเคราะห์ข้อมลู
3.4 สถิตทิ ใ่ี ชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมลู

สารบัญ(ตอ่ ) หน้า
32
บทท่ี 4 ผลการการวิเคราะห์ขอ้ มูล 32
4.1 สัญลักษณใ์ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู 32
4.2 ข้ันตอนการวเิ คราะห์ข้อมูล 33
4.3 ผลการวิเคราะห์ข้อมลู 37
37
บทท่ี 5 สรุปผลการวิจยั อภิปรายและข้อเสนอแนะ 37
5.1 สรุปผลการวิจยั 39
5.2 อภิปรายผลการวิจยั 40
5.3 ขอ้ เสนอแนะ 44
45
บรรณานุกรม 47
ภาคผนวก 51
55
ภาคผนวก ก ผเู้ ชีย่ วชาญ 61
ภาคผนวก ข เครื่องมือทีใ่ ชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ 71
ภาคผนวก ค เครื่องมอื ท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู 76
ภาคผนวก ง คณุ ภาพของเครื่องมือวิจัย
ภาคผนวก จ ภาพกิจกรรมการจัดการเรยี นรู้
ภาคผนวก ฉ ภาพสือ่ การสอน
ประวตั ิผู้วจิ ยั

สารบัญตาราง

ตารางที่ หนา้

ตารางท่ี 3.1 แบบแผนการวิจยั 25
ตารางท่ี 4.1 แสดงคะแนนความแตกต่างก่อนเรียนและหลงั เรียนของการ 33
ตารางท่ี 4.2 เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธก์ิ ่อนเรยี นและหลงั เรียน 34
ตารางที่ 4.3 ตารางวิเคราะห์ความเห็นของผ้ทู รงคุณวฒุ ิต่อนวตั กรรม 34
ตารางท่ี 4.4 ตารางแสดงความพงึ พอใจของการจัดการสอนแบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน (CBL) 36

บทที่ 1
บทนา

ช่ือเรื่องวจิ ัย : The Development of Speaking Abilitity to Communicate in Real

ผ้วู จิ ยั Life Situations by Using Creative-Based Learning(CBL) through
สาขาวิชา Online teaching and E-PLC process of Primary 5 students at
Chumchon Banpongsta School

การพัฒนาการพูดเพื่อการส่ือสารตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจาวันโดยใช้การสอนแบบ
สร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL)ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC ของ
นกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่5ี โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นพงสตา
: นางสาวตัสนิ่ม สาเมาะ
: การสอนภาษาอังกฤษ

ปที ศี่ ึกษา : ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2563

ครพู ี่เลย้ี ง : นายมะสาลาฮูดิง สาและบิง

อาจารยน์ เิ ทศก์ : นางสาวนูรียะ๊ ห์ แมกอง

1.1ความเปน็ มาและความสาคญั ของปัญหา

ในสังคมปัจจุบันการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมีความสาคัญและจาเป็นอย่างยิ่งในชีวิตประจาวัน เนื่องจาก
ภาษาอังกฤษเป็นเคร่ืองมือสาคัญในการติดต่อสื่อสาร การศึกษา และการแสวงหาความรู้การประกอบอาชีพ
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่สามารถใช้ในการส่ือสารในท่ัวโลก อีกทั้งวิชาภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในรายวิชา
พ้ืนฐานท่ีถกู จัดวางไว้ในหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานมากกว่า 10 ปี วารสารสถาบันวิจัยญาณสังวร ปีที่ 7 ฉบับท่ี
2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2555) หน้า 305 ระบุว่า ภาษาอังกฤษซง่ึ เป็นภาษาสากลได้กลายเป็นเคร่ืองมือสาคัญใน
การติดต่อส่ือสารผ่านทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ท้ังทางด้านการพูดและการเขียน โดยเฉพาะด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผู้ที่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษสามารถหาความรู้เพ่ิมเติม โดยเข้าถึงแหล่งความรู้ซ่ึงมีอยู่อย่างไม่จากัดท่ัวโลกด้วย
ความสะดวกและรวดเร็ว อีกท้ังในปัจจุบันเป็นยุคที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(ICT) ทาให้เข้าถึงข้อมูลได้มากข้ึน กล่าวคือ ผู้ที่มีความรภู้ าษาอังกฤษดีและสามารถใช้เทคโนโลยีได้ด้วยน้ันจะช่วย
สง่ เสริมใหก้ ารตดิ ตอ่ ส่อื สารเปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพมากยิ่งขนึ้

เสาวภาคย์ ศรีโยธา (2555, เจตน์สฤษฎ์ สังขพันธ์และคณะ, 2558) กล่าวว่า นักเรียนส่วนใหญ่มีปัญหา
ด้านการเรียนภาษาอังกฤษเพราะนักเรียนมพี ื้นฐานความรู้ภาษาอังกฤษน้อย ผูเ้ รียนไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก ไม่
เห็นความสาคัญของการเรียนวิชาภาษาอังกฤษและมีทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียนภาษาอังกฤษน้อย ทาให้เป็น

ปัญหาต่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เจตน์สฤษิฎ์ สงั ขพันธ์ เก็ตถวา บุญปราการ และวันทนา ไกรฤกษ์ (2558) ศึกษา
สภาพ และปัญหาการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาสงกัดเทศบาลในพื้นท่ีสามจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ พบปัญหาหลายประการ ซึ่งปญั หาเกี่ยวกับนักเรียน เช่น นักเรียนสว่ นใหญ่ไม่กล้าพูดหรือกล้าแสดงออกใน
กิจกรรมการเรียนการ ซึ่งหน่ึงสาเหตุสาคัญที่ทาให้นักเรียนไม่สามารถส่ือสารภาษาอังกฤษคือ หลักสูตรการศึกษา
รายวิชาภาษาอังกฤษโดยเฉพาะทักษะด้านการสื่อสารน้ันไม่เข้มแข็งในมากพอ สานักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน (2557) จึงมีนโยบายในการเสริมสร้างสมรรถนะและความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษและถือ
เป็นความจาเป็นเร่งด่วนของประเทศไทย กลา่ วคือ โดยท่ัวไปทักษะการฟังและทักษะการพูดคือพื้นฐานหลักในการ
เรียนทุกภาษา ในทางกลับกันหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษในระบบการศึกษาไทยน้ันให้ความสาคัญต่อทักษะ
การอ่านและและทักษะการเขียนมากกว่า โดยเน้นการเรียนรู้เชิงโครงสร้างหรือไวยกรณ์มากกว่าด้านการสื่อสาร
และอกี สาเหตุหนึ่งคือรายวชิ าภาษาองั กฤษกลบั ถูกสอนเป็นภาษาไทย คุณครพู ดู ภาษาไทยมากกว่าพดู ภาษาองั กฤษ
ในรายวิชาภาษาอังกฤษ ซ่ึงส่งผลให้นักเรียนเกิดการส่ือสารภาษาอังกฤษน้อยลงไปด้วย สิ่งเหล่านี้ทาให้นักเรียนมี
สภาพแวดล้อมการพูดภาษาอังกฤษทีน่ ้อยมาก ขาดสถานการณแ์ ละแรงจูงใจในการส่ือสารภาษาองั กฤษ นักเรียนมี
โอกาสในการพัฒนาทักษะพูดภาษาอังกฤษที่น้อยลง นักเรียนขาดความมั่นใจในการพูดภาษาอังกฤษ นอกจากน้ี
การจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษในรูปแบบที่น่าเบื่อ ไม่สร้างสรรค์ หรือการมีวิธีการประเมินทักษะการพูดของ
นักเรียนท่ีไม่ถูกต้อง ย่ิงทาให้การเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนมีประสิทธิภาพในการด้านการสื่อสารที่น้อยลงไป
ดว้ ย ศรีนวล ลีสุวรรณ์ (2540) ดาเนินการวิจัยเร่ืองปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่
6 อาเภอแม่ริม จังหวดเชียงใหม่ ได้ศึกษาสภาพปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 6
จานวน 832 คน ซ่ึงกาลังศึกษาอิย่ในโรงเรียนสังกัดสานักงานการประถมศึกษาอาเภอแม่ริม จังหวดเชียงใหม่
จานวน 46 โรงเรียน พบปญั หาการเรยี นภาษาอังกฤษของ นักเรยี นได้แก่ ปญั หาการฟัง การพูด การอ่าน และการ
เขยี นภาษาอังกฤษ ปญั หาความรูส้ กึ เบอื่ หนา่ ยตอ่ การเรียนภาษาอังกฤษ รวมถึงปญั หาความรสู้ กึ ขาดความมั่นใจพูด
ภาษาองั กฤษ

จากการทดลองสอนออนไลน์ในช่วงต้นของการเปิดเทอมเพื่อทดสอบทักษะการส่ือสารของนักเรียนช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตาพบว่า นักเรียนนั้นไม่กล้าโต้ตอบ สอื่ สาร พูดคุยและขาดความม่ันใจ
ในการพูดภาษาอังกฤษ อันเนื่องมาจากนักเรียนไม่สามารถเข้าใจและขาดทักษะการส่ือสารแม้ประโยคง่ายๆที่
สามารถใช้ในชีวิตประจาวัน ดังน้ันผู้วิจัยจงึ พยายามคิดค้นและหานวัตกรรมทสี่ ามารถทาใหน้ ักเรียนเรยี นอย่างสนุก
เสริมความมั่นใจและพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนชุมชน
บ้านพงสตา โดยใช้วิธีการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน Creativity-based Learning (CBL) ซ่ึงเป็นวิธีการสอนที่
ปลีกออกมาจาก Problem-based Learning (PBL) และเป็นการสอนแบบ Active Learning เน้นผู้เรียนเป็น
ศูนย์กลาง เป็นการจัดการสอนให้ผู้เรียนต่ืนตัวในการค้นคว้าแทนที่จะรอรับการบรรยายแบบเดิม ทาให้นักเรียนมี

ทักษะที่สาคัญ ได้แก่ทักษะในการสื่อสาร ทักษะในการทางานเป็นทีม ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการคิด
วิเคราะหแ์ ละทกั ษะความคดิ สรา้ งสรรค์ (วารสารนวัตกรรมการเรยี นรู้ :2558, หน้า 24 )

ท้ังน้ีผู้วิจยั ได้ผลติ แบบฝกึ พฒั นาทกั ษะการพูดเพื่อการสอื่ สารในชีวติ ประจาวนั SCS (Simple sentences
for Communicate in Real Life Situations) หรือประโยคอย่างง่ายเพ่ือการสื่อสารตามสถานการณ์จริงใน
ชีวิตประจาวัน ผู้วิจัยได้ใช้แอพลิเคช่ัน Tik Tok เพื่อสรุปบทเรียนและใช้แอพลิเคช่ัน Padlet สาหรับสะสมผลงาน
เพื่อประเมนิ สมรรถนะทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษของนกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5/1 โรงเรยี นชมุ ชนบ้านพงสตา

1.2 วัตถปุ ระสงคก์ ารวจิ ัย

1. เพ่อื ศึกษาเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธท์ิ างการสอ่ื สารภาษาองั กฤษทงั้ ก่อนเรยี นและหลังเรยี น ดา้ น
ทกั ษะการพูดภาษาองั กฤษของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5/1 โดยใช้ประโยคในแบบฝึกพฒั นาทักษะ
การพูดเพื่อการส่ือสารในชีวิตประจาวนั SCS

2.เพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจของการจดั การสอนแบบสรา้ งสรรค์เป็นฐาน (CBL) ผา่ นรูปแบบการ
สอนออนไลน์และกระบวนการ E-PLC และการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการส่ือสารใน
ชีวิตประจาวัน SCS ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5/1
1.3 สมมติฐานของการวิจัย(ถ้ามี)

1.2.1 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั การสอนโดยใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารใน
ชวี ิตประจาวนั SCS ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5/1 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตาสงู กวา่
กอ่ นเรียน

1.2.2 การจัดการเรยี นการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐาน(CBL) ผ่านรูปแบบการสอนออนไลนแ์ ละ
กระบวนการ E-PLC และใช้แบบฝกึ พฒั นาทักษะการพดู เพ่ือการสื่อสารในชวี ิตประจาวัน
SCS ทาให้นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนชุมชนบา้ นพงสตามีความพึงพอใจระดับดี
มาก

1.4 ขอบเขตของการวิจยั
1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
ประชากร ได้แก่ นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา ภาคเรียนท่ี 1 ปี

การศึกษา 2564 จานวน 20 คน
กลุม่ ตวั อย่าง ได้แก่ นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรียนชมุ ชนบา้ นพงสตา จานวน 8 คน
ผู้วจิ ยั เลือกกลมุ่ ตัวอย่างโดยใช้วธิ กี ารแบบเจาะจง (purposive sampling)
เกณฑ์ทผี่ ้วู จิ ยั ใชใ้ นการเลือกกลมุ่ ตัวอยา่ งดงั นี้

1.นกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5/1โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นพงสตา
2.นกั เรียนทีม่ ปี ัญหาในการสื่อสารภาษาองั กฤษหรือมที ักษะการพูดท่อี ่อนมาก
3.นกั เรียนท่ีมคี วามสามารถในการใช้เทคโนโลยหี รือมีเครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการเรยี นออนไลน์
2. เนอื้ หา
เนอ้ื หาทใี่ ช้ในการทดลองเปน็ เน้ือหากลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ตรง
ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนบา้ นพงสตา ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5/1 วิชาภาษาองั กฤษ
โดยผวู้ จิ ัยได้เลอื กหน่วยการเรียนร้ทู ่ี 2 เรอ่ื ง Food and Drinks โดยกาหนดเนอื้ หา 3 หัวขอ้
ได้แก่ My garden, Birthday party, My favorite dish รายละเอยี ดดังนี้

ตารางท่ี 1 ประโยคเปา้ หมายแยกตามหมวดหมู่ หมวดหมู่
เรื่อง ประโยค Fruit

My garden What fruit do you like most? Fruit and Food
I like………. .
I don’ like…………. . Food and Drinks

Birthday Do you like…….?
party Yes, I do.

No, I don’t.

My favorite What is your favorite food/drinks?
dish My favorite food is…………………………. .

My favorite drinks is…………………………. .

1.5 ตัวแปรทศี่ กึ ษา

1. ตวั แปรต้น : วธิ ีการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐาน(CBL)และแบบฝึกพฒั นาทักษะการพูดเพอ่ื
การส่ือสารในชีวติ ประจาวนั SCS

2. ตัวแปรตาม :

2.1 ผลสัมฤทธ์ิทางการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารตามสถานการณจ์ ริงในชวี ติ ประจาวัน ของ
นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5/1 โรงเรยี นชุมชนบ้านพงสตา รอ้ ยละ 80:80

2.2 ความพึงพอใจตอ่ การจดั การเรียนการสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน(CBL) ผา่ นรูปแบบการ
สอนออนไลน์และกระบวนการ E-PLC และใช้แบบฝึกพฒั นาทักษะการพดู เพื่อการส่ือสารในชวี ิตประจาวัน
SCS ของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5/1 โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นพงสตา

การจดั การเรียนการสอน CBL ผลสัมฤทธท์ิ างการพูดภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร
 กระตุ้นความสนใจ ตามสถานการณจ์ รงิ ในชีวิตประจาวัน ของนักเรียนช้ัน
 ตง้ั ปญั หาและแบง่ กลุ่มตามความ ประถมศึกษาปที ่ี 5/1 โรงเรียนชุมชนบา้ นพงสตา
สนใจ
 ค้นควา้ และคิด ความพงึ พอใจของผ้เู รียนต่อการจดั การเรียนการสอน
 นาเสนอผลงาน แบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน(CBL) ผา่ นรูปแบบการสอน
 ประเมินผล ออนไลนแ์ ละกระบวนการ E-PLC และใช้แบบฝกึ
พัฒนาทักษะการพดู เพื่อการสื่อสารในชีวติ ประจาวนั
แบบฝกึ พฒั นาทักษะการพูดเพ่ือการสือ่ สาร SCS ของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรยี น
ในชวี ติ ประจาวนั SCS ชมุ ชนบ้านพงสตา

ตวั แปรต้น ตัวแปรตาม

ภาพ กรอบแนวคิดในงานวจิ ัย

1.6 ระยะเวลาดาเนนิ การ

การวจิ ยั ในชน้ั เรยี นนี้ ดาเนนิ การ
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564
1.7 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
1.นักเรยี น หมายถงึ ผู้ทก่ี าลังศกึ ษาอยู่ในชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรียนชุมชนบา้ นพงสตา
2.การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน(CBL) หมายถึง การจัดการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ผู้เรียนสนุก
กบั กิจกรรมทีส่ รา้ งสรรค์ เน้นผู้เรยี นเป็นหลกั และประเมนิ การเรียนจากสมรรถนะของผูเ้ รยี น
การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน หรือ Creativity-based Learning (CBL) เป็นรูปแบบการสอนที่
สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต การใช้รูปแบบการสอนท่ีเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ ใช้เกม
และเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียน มีความสุขและสนใจในการ
เรียนรู้ ท้ังนี้การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานสามารถฝึกฝนทักษะการทางานร่วมกับผู้อ่ืน ทักษะการส่ือสารและท่ี
สาคญั คอื ฝกึ ทักษะการคิดสรา้ งสรรค์ (ดร.วิรยิ ะ ฤาชัยพาณิชย์, 2563)

3.แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพือ่ การส่อื สารในชีวติ ประจาวนั SCS (Simple sentences for
Communicate in Real Life Situations) หมายถงึ แบบฝึกท่ีประกอบไปด้วยDialog การส่อื สารอย่างง่ายท่ี
สามารถส่ือสารและใชไ้ ด้จริงในชวี ติ ประจาวนั จานวน 3 หัวขอ้ และมีแบบฝึกให้นักเรียนอัดวิดิโอโตต้ อบโดยใช้
Short Dialog ท่ปี รากฏในแบบฝกึ พัฒนาทักษะการพดู เพ่ือการสอ่ื สารในชีวิตประจาวนั SCS

1. My garden : ประโยคการแสดงความคิดเหน็ ถงึ ผลไมท้ ีช่ อบ
 What fruit do you like most? I like………. ./I don’ like…………. .

2. Birthday Party : ประโยคการถามและตอบเกี่ยวกับอาหารและผลไม้ว่าชอบหรือไม่ชอบ
 Do you like…….? Yes, I do. /No, I don’t.

3. My favorite dish : ประโยคการถามอาหารและเครอื่ งดมื่ ที่ชนื่ ชอบ
 What is your favorite food/drinks? My favorite food/drinks is………. .

4.รูปแบบการจดั การการสอนท่ปี ระกอบไปดว้ ยการเรียนแบบ On-line และการเรยี นแบบ On-hand
1. Online รูปแบบการเรียนผา่ นทางอนิ เทอรเ์ นต็ โดยอยู่ในรปู แบบของคอมพวิ เตอร์หรือ
โทรศพั ท์มือถือ ใชแ้ อปพลเิ คชั่นออนไลนใ์ นการนาเสนอ เช่น Google meet
2. On-hand หมายถงึ การนาใบงานหรอื แบบฝึกพฒั นาทักษะการพูดเพื่อการส่ือสารใน
ชีวติ ประจาวนั SCS โดยเป็นการศกึ ษาเรียนรดู้ ว้ ยตนเองที่บ้าน

1.8 ประโยชนท์ ีค่ าดว่าจะได้รบั
1.6.1 ดา้ นผูว้ ิจัย
 ผู้วิจัยทราบผลสัมฤทธิ์ทางการพูดภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารตามสถานการณ์จริง
ในชีวิตประจาวันหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรียนชุมชน
บ้านพงสตาสงู กวา่ กอ่ นเรยี น รอ้ ยละ 80:80

 ผวู้ ิจัยทราบความพึงพอใจตอ่ การจัดการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน(CBL)
และใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS ของ
นกั เรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรียนชุมชนบา้ นพงสตาอยู๋ในระดับท่ดี มี าก

 ผูว้ จิ ัยได้นวัตกรรมแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพอ่ื การสือ่ สารในชีวติ ประจาวัน SCS
1.6.2 ดา้ นนกั เรียน

 นักเรยี นมีความพงึ พอใจตอ่ การจดั การเรยี นการสอนแบบสรา้ งสรรค์เป็นฐาน(CBL)
 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารใน

ชีวิตประจาวนั SCS

 นักเรียนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ประโยคง่าย ๆ ได้ สามารถประยุกต์ใช้เนื้อหา
หรือประโยคท่ีเรียนมาพูดในชีวิตจริงได้ สามารถส่ือสารภาษาอังกฤษได้อย่างม่ันใจ
มากข้ึน มคี วามสุขในการเรียนและมเี จตคตทิ ด่ี ีตอ่ ภาษาอังกฤษ

1.6.3 ดา้ นครูและโรงเรยี น

 เพ่อื เป็นขอ้ มลู ในการจัดเก็บหรือการพัฒนางานวิจยั ในคร้ังต่อ ๆ ไปเกย่ี วกับการ
จัดการเรยี นการสอนแบบสร้างสรรค์เปน็ ฐาน(CBL)

2.เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วขอ้ ง

การวิจยั ชัน้ เรียนน้ี ผวู้ ิจยั ได้ศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ ก่ียวข้อง ดงั นี้

2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ึ พ้ืนฐาน พ.ศ.2551
2.1.1 สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
2.1.2 มาตรฐาน/ตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ

2.2 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสอื่ สาร
2.2.1 ความหมายของการพดู เพ่ือสื่อสาร
2.2.2 แนวคดิ การสอนภาษาอังกฤษเพ่อื การสอื่ สาร
2.2.3 รูปแบบกิจกรรมการสอนดา้ นการพดู
2.2.4 ประเภทของการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร

2.3 ทฤษฎที เี่ ก่ยี วข้องกับการสอนโดยใช้การสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน CBL
2.3.1 ความหมายของการสอนแบบสร้างสรรค์เปน็ ฐาน CBL
2.3.2 ความสาคัญของการใช้ CBL ประกอบการสอน
2.3.3 การจดั การเรียนการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน CBL
2.3.4 ข้นั ตอนในการจดั การเรยี นรรู้ ปู แบบการสอนแบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน
2.3.5 การใชเ้ กมประกอบการสอนแบบสรา้ งสรรค์เป็นฐาน CBL

2.4 การสอนออนไลน์
2.4.1 รปู แบบการจัดการเรียนการสอนยุคโควิท-15
2.4.2 รปู แบบการสอนออนไลน์ (Online)
2.4.3 รปู แบบการสอนอนแฮนด์ (On-hand)
2.4.4 รปู แบบการจดั การเรยี นการสอนแบบผสมผสาน (Blended Learning)

2.5 กระบวนการ E-PLC
2.5.1 นิยาม E-PLC
2.5.2 ความหมายของกระบวนการ E-PLC
2.5.3 การสรา้ งทีม E-PLC
2.5.4 ขัน้ ตอนของกระบวนการ E-PLC

2.6 งานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวข้องกับการสื่อสารท้ังในประเทศและตา่ งประเทศ
2.3.1 งานวิจยั ในประเทศ
2.3.2 งานวจิ ัยตา่ งประเทศ

2.1 หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขึ้นพืน้ ฐาน พ.ศ.2551

2.1.1 สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551 ได้กาหนดสมรรถนะสาคัญของผู้เรียนเพื่อมุ่งพัฒนา
ผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ประกอบไปด้วย 5 สมรรถนะ ได้แก่ 1.ความสามารถในการสื่อสาร 2.
ความสามารถในการคิด 3.ความสามารถในการแก้ปัญหา 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5.ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี ซ่ึงหนึ่งในสมรรถนะสาคัญที่สุดที่ผู้เรียนพึงมีนั้นคือ ความสามารถในการส่ือสาร โดยระบุว่า เป็น
ความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก
และทัศนะของตนเองเพอื่ แลกเปลี่ยนข้อมลู ข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและ
สังคม รวมท้ังการเจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปัญหาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมลู ขา่ วสารด้วย
หลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อ
ตนเองและสงั คม

2.1.2 มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ึนพ้ืนฐาน พ.ศ.2551 ได้กาหนดมาตรฐาน/ตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ โดยระบุดังน้ี สาระที่ 1 ว่าด้วยภาษาเพ่ือการสื่อสาร ในมาตรฐาน ต 1.2 เน้นให้ผู้เรียนมีทักษะ
การสือ่ สารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สกึ และความคิดเห็นอย่างมีประสิทธิภาพ ท้ังน้ี
เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์
สถานการณ์ ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ ประเดน็ ทอ่ี ยใู่ นความสนใจของสังคม และส่ือสารอยา่ งต่อเนื่องและเหมาะสม

2.2 ทฤษฎีทีเ่ กย่ี วข้องกับการส่ือสาร

2.2.2 ความหมายของการพูดเพ่ือส่ือสาร
การพูด หมายถึง การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึกหรือความต้องการของผู้พูด เพ่ือส่ือ
ความหมายไปยังผู้ฟัง โดยใช้ถ้อยคาน้าเสียงและอากัปกริยาท่าทางจนเป็นที่เข้าใจกันได้ (จุไรรัตน์ลกั ษณะ
ศิริ และบาหยัน อ่มิ สาราญ, 2550: 135)
การพดู คือ การถ่ายทอดความคดิ ความรู้ ความรสู้ ึกหรือความต้องการด้วยถ้อยคาน้าเสียง และ
กริ ยิ าท่าทางให้ผฟู้ ังรบั รู้และตอบสนองตามท่ีผู้พดู ต้องการ (อาไพ สจุ ริตกุลและธดิ า โมสิกรัตน์, 2544:
397)
วิรัช ลภิรัตนกุล ( 2546 : 159 ) กล่าวว่า การสื่อสาร คือ กระบวนการในการส่งผ่านหรือสื่อ
ความหมายระหว่างบุคคล สังคมมนุษย์เป็นสังคมท่ีสมาชิกสามารถใช้ความสามารถของตนสื่อความหมาย

ให้ผู้อื่นเข้าใจได้ โดยแสดงออกในรูปของความต้องการ ความปรารถนา ความรู้สึกนึกคิดความรู้ และ
ประสบการณต์ ่าง ๆ จากบุคคลหน่งึ ไปส่อู ีกบุคคลหนึ่ง

กล่าวโดยสรุป การพูดเพื่อการสื่อสาร หมายถึง พฤติกรรมการถ่ายทอดความรู้ ความคิด หรือ
ความต้องการของผู้พูดเพื่อสื่อความหมายไปยังผู้ฟังโดยใช้ภาษาและกิริยาท่าทาง เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้เข้าใจ
และสนองตอบต่อสารท่ีผพู้ ดู ได้ส่อื ไปยังผู้ฟงั

2.2.3 แนวคิดการสอนภาษาองั กฤษเพอื่ การสอื่ สาร
สุมิตรา อังวัฒนกุล (2540, หน้า 34) ให้ความหมายการสอนภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สารว่า เป็น
การเรียนการสอนที่ไม่ได้ให้ผู้เรียนเรียนรเู้ ฉพาะรปู แบบหรือโครงสร้างทางภาษาเท่านั้น แต่เป็นการมุ่งเน้น
ใหผ้ เู้ รียนสามารถนาความรูไ้ ปใชไ้ ด้จรงิ ตามสถานการณต์ า่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั
ทกั ษะการพูดเป็นการถ่ายทอดความคิดความเขา้ ใจ และความรู้สึกในการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร
ในชีวิตประจาวนั การจัดการเรียนการสอนในปัจจุบัน ท้ังนี้ในการฝึกทักษะการพูดยังไม่ประสบผลสาเร็จ
เทา่ ทค่ี วร เดก็ ไทยยงั ไมส่ ามารถนาภาษาองั กฤษไปใชใ้ นสถานการณ์จริงได้ (กรมวิชาการ,2542: 108)
สมยศ เม่นแย้ม (2543, หน้า 26) ได้กล่าวว่า การสอนภาษาเพื่อการส่ือสาร เป็นการสอนที่เน้น
การใช้ภาษาของผู้เรียนเป็นหลัก โดยอาศัยหลักการของภาษาศาสตร์สังคม (Sociolinguistics) ซึ่งว่าด้วย
เน้ือบริบท(Context) ภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละชุมชนอาจมีการใช้ภาษาท่ีแตกต่างกันไป
ตามสภาพแวดลอ้ ม
กระทรวงศึกษาธิการ (2544, หน้า132) ได้กล่าวว่าการสอนภาษาเพ่ือการส่ือสารเป็นการจัดการ
เรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้ท่ีมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญจัดลาดับการเรียนรู้เป็นข้ันตอนตาม
กระบวนการใช้ความคิดของผู้เรียน โดยเริ่มจากการฟังไปสู่การพูด การอ่าน การจับใจความสาคัญ ทา
ความเข้าใจ จดจาแล้วนาสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้จากแนวคิดของการสอนการสื่อสาร มีเป้าหมายให้ผู้เรียนมี
ความสามารถในการส่ือสารได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นหลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการ
เรยี นท่ีมุง่ เน้นผู้เรียนเป็นสาคญั วิธีการสอนภาษาจะเน้นพัฒนาการความสามารถของผู้เรียนในการใช้ภาษา
ท่ีใกลเ้ คยี งกบั สถานการณ์ทีเ่ ป็นจรงิ มากท่ีสดุ
จากแนวคดิ การสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร ผู้วิจัยสามารถอธิบายไดว้ ่าผูส้ อนควรมุ่งให้ผู้
นักเรียนมปี ฏสิ มั พันธ์กนั โดยมีจดุ ม่งุ หมายสาคญั คือนกั เรียนจะตอ้ งสามารถสื่อสารในสถานการณ จริง
การสอนภาษาเพื่อให้ผู้เรียนสอื่ สารไดจ้ ริงนั้น ผู้เรยี นเรยี นตองมีความเขาใจในตัวภาษา รวมทงั้ ตองมกี าร
ฝึกปฏิบตั ิการส่อื สารท่ีเพียงพอ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารได้ในชวี ิตประจาวันหรือตามสถานการจรงิ ท่ี
ประสบพบเจอ

2.2.3 รูปแบบกจิ กรรมการสอนด้านการพดู
รูปแบบการจัดกิจกรรมที่เน้นการส่ือสารและมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก การจัดการเรียนรู้ท่ี
หลากหลายและน่าสนใจ จะทาให้นักเรียนมีพฤติกรรมด้านการพูดภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสารดีข้ึนตามลาดับ
ส่งผลให้เกิดมีพัฒนาการด้านความสามารถในการพูด ฮาร์เมอร์ (Harmer.1583:44-45)กล่าวว่าในการ จัด
กิจกรรมเพื่อการสื่อสาร อาจารย์ผู้สอนควรจัดกิจกรรมที่ทาให้นักเรียนเห็นความสาคัญในการใช้ภาษาเพื่อการ
สื่อสาร นักเรียนได้มีโอกาสใช้ภาษาได้หลายรูปแบบ มีอิสระในการเลือกใช้ภาษา นอกจากน้ี กุสุมา ล่านุ้ย (2532:
22) ได้กล่าวสนับสนุนว่ากิจกรรมท่ีดีต้องน่าสนใจและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน ไม่งา่ ยจนเกินไปเพราะจะทาให้
นักเรียนเกิดความเบือ่ หนา่ ยหรอื กจิ กรรมไม่ท้าทาย กจิ กรรมท่ียากเกนิ ไปทาให้นกั เรยี นไมอ่ ยากทาเพราะทาแล้วไม่
ประสบความสาเร็จ เกิดความท้อแท้ กิจกรรมท่ีใช้จึงควรเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ได้ใช้ภาษาในการ
ส่ือสารมากที่สุด มคี วามสนกุ มีขั้นตอน ซง่ึ จะช่วยใหเ้ ข้าใจงา่ ยสง่ ผลให้นักศกึ ษา กลา้ คดิ กล้าทากลา้ แสดงออก

2.2.4 ประเภทของการสอนภาษาเพื่อการส่ือสาร
การสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (Communicative Language Teaching - CLT) คือแนวคิดซ่ึงเช่ือม
ระหว่างความรู้ทางภาษา (linguistic knowledge) ทักษะทางภาษา (language skill) และความสามารถในการ
สื่อสาร (communicative ability) เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้โครงสร้างภาษาเพื่อสื่อสาร (Canale &Swain,
1580 ; Widdowson, 1578). คเนล และสเวน (1580) และเซวิกนอน (Savignon, 1582) ได้แยกองค์ประกอบ
ของความสามารถในการสอื่ สารไว้ 4 องค์ประกอบ ดงั น้ี
1. ความสามารถทางดา้ นไวยากรณห์ รือโครงสร้าง (grammatical competence)

หมายถึง ความรู้ทางด้านภาษา ได้แก่ ความรู้เก่ียวกับคาศัพท์ โครงสร้างของคา ประโยค
ตลอดจนการสะกดและการออกเสียง
2. ความสามารถดา้ นสังคม (sociolinguistic competence)

หมายถึง การใช้คา และโครงสร้างประโยคได้เหมาะสมตามบริบทของสังคม เช่น การขอโทษ การ
ขอบคุณ การถามทศิ ทางและขอ้ มลู ตา่ ง ๆ และการใช้ประโยคคาส่งั เปน็ ต้น
3. ความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาเพื่อสื่อความหมายด้านการพูดและเขียน (discourse
competence)

หมายถึง ความสามารถในการเช่ือมระหว่างโครงสร้างภาษา (grammatical form) กับ
ความหมาย (meaning) ในการพดู และเขียนตามรปู แบบ และสถานการณ์ทแี่ ตกตา่ งกัน
4. ความสามารถในการใชก้ ลวธิ ีในการสอื่ ความหมาย (strategic competence)

หมายถึง การใช้เทคนิคเพ่ือใหก้ ารติดต่อสอ่ื สารประสบความสาเรจ็ โดยเฉพาะการส่ือสารด้านการ
พูด ถ้าผู้พูดมีกลวิธีในการท่ีจะไม่ทาให้การสนทนานั้นน้ันหยุดลงกลางคัน เช่นการใช้ภาษาท่าทาง (body
language) การขยายความโดยใช้คาศพั ท์อ่ืนแทนคาทีผ่ ู้พูดนึกไม่ออก เป็นต้น

สรุปได้ว่าการสอนภาษาเพื่อการส่ือสาร (Communicative Language Teaching - CLT)
สามารถแยกความสามารถของการใช้ภาษาได้ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสามารถทางด้านการใช้
ไวยากรณ์ ความสามารถด้านการใช้ให้เหมาะกับบริบทสังคม ความสามารถในการใช้โครงสร้างภาษาเพ่ือ
สอ่ื ความหมายด้านการพดู และเขียน ความสามารถในการใชก้ ลวิธีในการสอ่ื ความหมาย

2.3 ทฤษฎีท่เี กี่ยวข้องการสอนโดยใชก้ ารสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน CBL

2.2.1 ความหมายของการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน CBL
การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน หรือ Creativity-based Learning (CBL) เป็นรูปแบบการสอนท่ี
สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะแห่งอนาคต การใช้รูปแบบการสอนท่ีเปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์ ใช้เกม
และเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ ส่งผลให้นักเรียนมีความสนุกสนานในการเรียน มีความสุขและสนใจในการ
เรียนรู้ ท้ังนี้การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานสามารถฝึกฝนทักษะการทางานร่วมกับผู้อ่ืน ทักษะการสื่อสารและท่ี
สาคญั คอื ฝึกทกั ษะการคิดสร้างสรรค์ (ดร.วิริยะ ฤาชยั พาณชิ ย์, 2563)

2.2.2 ความสาคัญของการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ปน็ ฐาน CBL
การสอนน้ไี ดท้ าการวิจัยตอ่ ยอด มาจาก Problem-based Learning PBL ซึง่ เปน็ หนงึ่ ในแนวทางการสอน
แบบผู้เรยี นเป็นศูนย์กลางซง่ึ ได้ผลดใี นหลายประเทศ เปน็ การสอนแบบ Active Learning คอื การจัดการสอนให้
ผู้เรียนตื่นตวั ในการค้นคว้าแทนที่จะรอรับการบรรยายแบบเดมิ ทาใหน้ ักเรยี นมที ักษะทส่ี าคัญ ดังนี้
1.ทกั ษะในการสือ่ สาร
2.ทกั ษะในการทางานเปน็ ทีม
3.ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยี
4.ทักษะการคดิ วิเคราะห์
5.ทักษะความคดิ สรา้ งสรรค์
เหลา่ นค้ี ือการพัฒนาผู้เรยี นใหม้ ที กั ษะแหง่ อนาคตวารสารนวตั กรรมการเรยี นรู้ :2558, หนา้ 24 )

2.1.1 รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนแบบสรา้ งสรรค์เปน็ ฐาน CBL

รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน หรือ Creativity-Based Learning เป็นวิธีการจัดการเรียนการ
สอนโดยมีผู้เรียนเป็นสาคัญ โครงสร้างหลักของการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานพัฒนามาจากโครงสร้างการเรียน
การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) และแนวทางการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แบบความคิดแนวขนาน
(Parallel Thinking) ของ เอ็ดเวิรด์ เดอร์ โบโน ซึง่ เป็นแนวทางการสอนแบบ Active learning คอื การจดั การสอน
ให้ผู้เรียนต่ืนตัว การเรียนการสอนโดยระบบความคิดสร้างสรรค์เป็นฐาน จะช่วยให้ผู้เรียนได้ทักษะที่จาเป็นต่อ
อนาคตเพื่อเตรียมตัวก้าวสู่งานใหม่ที่จะมาถึงทาใหเ้ กิดทักษะสาคัญ 4 ประการ ได้แก่ 1) ทักษะการคิดวิเคราะห์ 2)
ทกั ษะด้านการค้นคว้าหาความรู้ 3) ทักษะด้านการสื่อสาร และ 4) ทักษะด้านการคดิ สร้างสรรค์

รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานประกอบด้วย กระบวนการ (Process) และบรรยากาศ
(Context) โดยการสร้างแรงบันดาลใจท่ีใช้ส่ือมัลติมีเดีย ครูเป็นผู้อานวยการเรียนรู้ การค้นคว้าเรียนรู้ เล่นเกม
กระตุ้นความอยากรู้ การสอนและแนะนาแบบตัวต่อตัว การฝึกฝนการตั้งปัญหาและแก้ปัญหารายบุคคล การฝึก
การทางานเป็นกลุ่มด้วยโครงงาน การฝึกนาเสนอและวิจารณ์แบบสร้างสรรค์โดยการแข่งขันหลากหลายรูปแบบ
และการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการเรียนด้วยการประเมินที่สร้างสรรค์ จากผลการวิจัยเรื่องการสอนแบบคิด
สร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) พบว่า ผู้เรียนมีการพัฒนาทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ ทักษะในการคิด ทักษะในการ
นาเสนอ ทักษะในการทางานเปน็ กลุ่ม และทักษะในการบริหารเวลา (วิริยะ ฤๅชยั พาณิชย์, 2558: 32)

2.2.4 ขัน้ ตอนในการจดั การเรยี นร้รู ปู แบบการสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน
การจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity – based learning) ในทางการ
ปฏิบตั ิ จะประกอบด้วย 5 ข้ันตอน ดังต่อไปนี้

 ขัน้ ท่ี 1 ขั้นกระต้นุ ความสนใจ
คือ ผู้สอนจะกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน โดยใช้สื่อรูปแบบต่าง ๆได้แก่ รูปภาพ คลิป
วิดีโอ ข่าว เหตุการณ์ในชีวิตประจาวัน สิ่งของ และเกมที่เกี่ยวกับเน้ือหาที่เรียนเพื่อ
กระตนุ้ ความคดิ ของผเู้ รียนเกดิ ความอยากเรยี น อยากรู้ อยากค้นหาคาตอบ

 ขน้ั ที่ 2 ข้ันตัง้ ปญั หาและแบง่ กลมุ่ ตามความสนใจ
คือ ผู้เรียนจะช่วยกันตั้งปัญหาท่ีตนเองสงสัยจากส่ือท่ีผู้สอนนาเสนอ เม่ือผู้เรียนพบ
ปัญหาทส่ี งสัยแลว้ จึงทาการแบ่งกลมุ่ ตามความสนใจ จานวนกลุ่มน้นั จะตงั้ ข้ึนตามจานวน
ปญั หาท่เี กิดขึน้ ในเน้ือหาท่ีเรียน

 ขน้ั ที่ 3 ขนั้ ค้นควา้ และคดิ
คือ ผ้เู รียนในแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกันคิดและคน้ คว้าหาคาตอบ จากแหล่งข้อมูลตา่ ง ๆ ที่
เก่ียวขอ้ ง โดยผ้สู อนจะเดินให้คาปรกึ ษาเวลาทผ่ี ู้เรียนมีปัญหาตามกลุ่ม

 ข้นั ที่ 4 ข้ันนาเสนอผลงาน

คือ ผูเ้ รียนแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอช้นิ งานสิ่งท่ีได้ไปคน้ ควา้ มาช้ันเรียน
ซงึ่ ช้ินงานทีน่ าเสนอจะมรี ูปแบบท่หี ลากหลาย ตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละกลุ่ม
 ขั้นท่ี 5 ข้นั ประเมนิ ผล
คือ ผเู้ รียนรว่ มกนั ประเมนิ ผลการเรียนร้โู ดยประเมินจากการลงมือปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการ
ทางานกลมุ่ และชิ้นงาน
สรุปได้ว่า การจดั การเรียนรู้รปู แบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน ประกอบดว้ ย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ข้ันที่
1 กระตุ้นความสนใจ ขั้นท่ี 2 ตั้งปัญหาและแบ่งกลุ่มตามความสนใจ ขั้นท่ี 3 ค้นคว้าและคิด ข้ันท่ี 4 นาเสนอ
ผลงาน และข้นั ที่ 5 ประเมินผล ซ่ึงวิธสี อนนี้เป็นหนึ่งในวธิ ีการจัดการเรยี นรู้แบบ Active learning คือ การจัดการ
สอนให้ผูเ้ รียนตน่ื ตัวในการค้นคว้าท่ีผู้สอนตอ้ งคานงึ ถึงกระบวนการเรียนรู้ บรรยากาศ และบทบาทของผู้เรียนด้วย
วิรยิ ะ ฤๅชยั พาณชิ ย์ (2558ข: 39)

2.2.5 บทบาทการใช้เทคโนโลยปี ระกอบการสอนในยุคศตวรรษท่ี 21
การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนเป็นวิธีหนึ่งท่ีสามารถดึงดูดความสนใจต่อผู้เรียนและเป็น
วิธีการสอนท่ี สร้างสรรค์ อีกท้ั งปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเท ศและการสื่อสาร ( Information and
Communication Technology : ICT) เข้ามามีบทบาทสาคัญในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา ท่ีเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือที่ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ ข่าวสารต่าง ๆ สู่ผู้เรียนในศตวรรษท่ี21 ดังนั้น
จาเป็นอย่างย่ิงท่ีผู้สอนต้องนาเทคโนโลยีเข้ามาในการจัดการเรียนการสอน เพราะ ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี เป็นอีกหนึ่งสมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น กล่าวคือ เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยดี ้าน
ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่ การพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การ
ทางาน การแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม (หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ึ พ้ืนฐาน
พ.ศ.2551)

2.2.6 การใช้เกมประกอบการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน CBL
มงคล หมู่มาก (2548, หน้า 16) ได้สรุปความหมายของเกมด้านทักษะทางภาษา หมายถึง
กิจกรรมท่ีทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทางภาษา ด้วยความสนใจ มีความสนุกสนานในการทากิจกรรม
ร่วมกัน ตามกตกิ า เงื่อนไขหรอื ข้อตกลงที่กาหนดไว้ฝกึ กระบวนการคดิ และการตัดสินใจในการแก้ปัญหาท่ี
เกิดข้ึนได้อย่างเต็มท่ี สร้างความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความเอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน และฝึกความ
ซื่อสัตย์สุจริต ซ่ึงหากครูผู้สอนรู้จักสอดแทรกคุณธรรมกับการเรียนรู้ด้วยเกม แล้วยอมท่ีจะช่วยส่งเสริม
คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงค์บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่กาหนดได้

การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน CBLมีกระบวนการ 8 ข้อ หน่ึงในน้ันคือ การใช้เกมให้มีส่วนใน
การเรียนร้ใู นหอ้ งเรยี น (Game-based Learning) (วารสารนวตั กรรมการเรยี นรู้ :2558, หน้า 33 )

รศ.ดร.ประหยัด จิระวรพงศ์ (2555) ได้กล่าวว่าการเรียนรู้โดยใช้เกม (GBL: Games Base
Learning) เป็นสื่อในการเรียนรู้แบบหนึ่ง ซ่ึงถูกออกแบบมาเพื่อให้มีความสนุกสนานไปพร้อมๆ กับการ
ไดร้ ับความรู้ โดยสอดแทรกเนอ้ื หาท้ังหมดของหลักสูตรนัน้ ๆ เอาไวใ้ นเกมและใหผ้ เู้ รยี นลงมอื เลน่ เกมโดยท่ี
ผู้เรียนจะได้รับความรู้ต่างๆ ของหลักสูตรนั้นผ่านการเล่นเกมน้ันด้วย เช่นเดียวกบ และ รศ.ดร.ถนอมพร
เลาจรัสแสง ได้กลา่ ววา่ Games BaseLearning ถือเป็น E-Learning อีกรูปแบบหน่ึงที่ทาให้ผู้เรียนมีส่วน
ร่วมในการเรียนรูข้ องผูเ้ รยี นเองบนพืน้ ฐานแนวคิดท่ีจะทาให้การเรยี นรูเ้ ป็นเร่ืองทส่ี นกุ สนาน

ดงั นั้น จึงสรุปได้ว่า (Game Based Learning หรือ GBL) เปน็ นวตั กรรมการเรยี นการสอนรทู้ ่ี
ออกแบบและสอดแทรกเนื้อหาบทเรียนลงไปในเกม ให้ผูเ้ รยี นมีสว่ นรว่ มในการเรยี นรู้ลงมือเลน่ และฝึก
ปฏิบัตใิ นการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง โดยในขณะที่ลงมือเลน่ ผเู้ รยี นจะไดร้ บั ทกั ษะ และความรู้จากเนอื้ หา
บทเรียนไปดว้ ย ขณะทีเ่ ล่นเกมมักมีสถานการณ์จาลองเพื่อดึงดูดความสนใจของนักเรียน เพื่อให้นักเรยี น
รู้สึกท้าทายและอยากทจ่ี ะเล่น

2.4 การสอนออนไลน์
2.4.2 รปู แบบการสอนในยคุ โควิท-19
การจัดการเรียนการสอนรปู แบบปกติคือ นักเรียนและครูสามารถทาการเรียนการสอนในชน้ั เรียน

ได้ แต่เน่ืองด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2015 (COVID-15)นั้นอยู่ใน
ภาวะวกิ ฤต สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาและสถานศกึ ษาท่ัวประเทศจงึ ต้องจัดการเรยี นการสอนรูปแบบ
ต่างจากเดิมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและทันต่อสถานการณ์ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้จาแนกการ
จดั การเรยี นการสอนทภี่ าวะวิกฤติ 5 รปู แบบ ได้แก่

1. On Site คือให้การจัดการเรียนการสอนในช้ันเรียนปกติ มาเรียนตามปกติได้ แต่ต้อง
ต้องปฏิบัติตามมาตรการท่ีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2015 หรือกระทรวงสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง
หรือลดจานวนนกั เรยี นต่อห้องลง
2. On Air คือการจัดการเรียนการสอนด้วยระบบโทรทัศน์ ใช้สัญญาณดาวเทียมของ
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยการออกอากาศผ่าน
DLTV เป็นตัวหลักในการกระจายการสอน โดยใช้โรงเรียนวังไกลกังวลเป็นฐานในการ
จดั การเรียนการสอน สามารถดไู ด้ทั้งรายการที่ออกตามตาราง และรายการท่ดี ูย้อนหลงั

3. Online ครผู ู้สอนเป็นผู้จดั การเรียนการสอน ผา่ นเครอ่ื งมอื ท่ีทางโรงเรียนกระจายไปสู่
นักเรียนหรืออุปกรณ์ของนักเรียนเอง โดยเป็นการเรียนรู้แบบถ่ายทอดสดผ่านเครือข่าย
อินเทอร์เน็ต ในลักษณะการส่ือสาร 2 ทาง ระหว่างครูและนักเรียนสามารถโต้ตอบได้
ทั้งน้นี กั เรียนและครูต้องมีความพร้อมทางด้านอุปกรณแ์ ละเครือขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต
4. On Demand การจัดการเรียนการสอนผ่านใช้สื่ออิเลคทรอนิกส์ เป็นการใช้งานผ่าน
แอปพลิเคช่ันต่างๆโดยจะเรียนรู้ผ่านเว็บไซต์ที่ครูกับนักเรียนใช้ร่วมกัน อีกทั้งนักเรียน
สามารถเรียนรู้หรือศึกษ าย้อนหลังได้ตามต้องการ ผ่านทางเว็บ ไซต์ DLTV
(www.dltv.ac.th) ช่อง Youtube (DLTV Channel 1-15) และแอปพลิเคช่ัน DLTV
บนสมาร์ทโฟนหรอื แท็บเลต็ เช่นคณุ ครูสง่ ลงิ ค์ยูทปู แก่นักเรยี น
5. On Hand การจัดการเรียนการสอนด้วยการนาเอกสารส่งท่บี ้าน เป็นการจัดการเรียน
การสอนสาหรับนักเรียนท่ีไม่มีความพร้อมอุปกรณ์สาหรับการเรียนการสอนทางไกลใน
รูปแบบอ่ืน โดยการนาหนังสือเรียน แบบฝึกหัด ใบงาน และสื่อการเรียนรู้อื่นๆ ให้แก่
นกั เรยี นไดเ้ รยี นรู้ท่ีบ้าน ภายใตก้ ารดแู ลชว่ ยเหลอื ของผูป้ กครองในขณะเรียนรู้
สานักงานคณะกรรมการขึ้นพ้ืนฐาน: 2564 ระบุในหนังสือคู่มือแนวทางการจัดการเรียน
การสอนในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอื้ ไวรสั โคโรนา 2015

2.4.3 รปู แบบการสอนออนไลน์ (Online)
Online ครูผู้สอนเป็นผู้จัดการเรียนการสอน ผ่านเครื่องมือท่ีทางโรงเรียนกระจายไปสู่นักเรียน
หรืออุปกรณ์ของนักเรียนเอง โดยเป็นการเรียนรู้แบบถ่ายทอดสดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในลักษณะ
การสื่อสาร 2 ทาง ระหว่างครูและนักเรียนสามารถโต้ตอบได้ ท้ังนี้นักเรียนและครูต้องมีความพร้อม
ทางด้านอุปกรณ์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจัดการสอนผ่านทางระบบ Video Conference หรือระบบ
บรหิ ารจัดการเรียนการสอน (LMS) ของโรงเรียน (สานกั งานคณะกรรมการข้นึ พน้ื ฐาน: 2564)
สานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับสานักงานปลัดกระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคมเพ่ือรองรับ “การศึกษาระบบเปิดเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต” (Lifelong Learning
Space) และสร้างความร่วมมือทางวิชาการเพื่อการเรียนการสอนออนไลน์ในระบบเปิด (MOOC) เกิดการ
แบ่งปันทรัพยากรส่ือการเรียนรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษาที่มีความหลากหลายสาขาวิชา และสร้างความ
ร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาสาขาวิชาเกิดความร่วมมือกันในการพัฒนาและจัด การเรียนการสอน
ออนไลน์ระบบเปิดสาหรับมหาชน และร่วมกันในการพัฒนาระบบกลางในการจัดการเรียนการสอน
กระบวนการวัดและประเมินผล มีการจัดเก็บฐานข้อมูลผู้เข้าเรียนประวัติและผลการเรียน จานวนหน่วย-
กิต รายวิชาพร้อมทงั้ ข้อมูลต่าง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง และสร้างความร่วมมอื ระหว่างสถาบันอดุ มศึกษา พัฒนาไปสู่

ความร่วมมือในการเรียนการสอนในหลักสูตรท่ีมีหน่วยกิต การลงทะเบียนเรียนรายวิชาข้าม
สถาบันอุดมศึกษา การถ่ายโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันอุดมศึกษา (โครงการมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย,
2555; สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ชาติ, 2563)

2.4.4 รปู แบบการสอน On-hand
การจัดการเรียนการสอนด้วยการนาเอกสารส่งท่ีบ้าน เป็นการจัดการเรียนการสอนสาหรับ
นกั เรียนทไี่ ม่มคี วามพร้อมอุปกรณ์สาหรับการเรียนการสอนทางไกลในรูปแบบอ่ืน โดยการนาหนังสือเรียน
แบบฝึกหัด ใบงาน และสื่อการเรียนรู้อ่ืนๆ ให้แก่นักเรียนได้เรียนรู้ที่บ้าน ภายใต้การดูแลช่วยเหลือของ
ผู้ปกครองในขณะเรียนรู้ กล่าวได้ว่าครูจัดใบงานให้กับนักเรียน เป็นลักษณะแบบเรียนสาเร็จรูป ให้
นักเรียนรับไปเป็นชุดไปเรียนด้วยตัวเองที่บ้าน โดยมีครูออกไปเย่ียมเป็นคร้ังคราว หรือให้ผู้ปกครองทา
หน้าท่ีเป็นครูคอยช่วยเหลือ เพ่ือให้นักเรียนสามารถเรียนได้อย่างต่อเน่ือง ถึงแม้โรงเรียนจะปิดแต่ต้องไม่
หยุดการเรียนรู้ โดยจัดการสอนผ่านทางระบบ Video Conference หรือระบบบริหารจัดการเรียนการ
สอน (LMS) ของโรงเรยี น (สานกั งานคณะกรรมการขึ้นพน้ื ฐาน: 2564)

2.4.5 รูปแบบการจดั การเรยี นการสอนแบบผสมผสาน(Blended learning)
การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning สมาคมสโลน (Allen and Seaman, 2005) ได้
ใหค้ าจัดความการเรียนแบบผสมผสาน คือ การเรยี นท่ผี สมการเรียนออนไลน์และการเรยี นในชั้นเรียน โดย
ทีเ่ น้ือหาส่วนใหญ่สง่ ผ่านระบบออนไลน์ ใช้การอภิปรายออนไลน์และมีการพบปะกนั ในชนั้ เรียนบ้าง และมี
สว่ นที่น่าสนใจว่าการจัดช้นั เรียนออนไลน์ถือเป็นการส่งผา่ นเนอื้ หาออนไลน์ เชน่ กนั สาหรับการเรียนในรูป
อื่น ๆ อย่างเช่น การเรียนแบบปกติจะไม่มีการส่งผ่านเน้ือหาออนไลน์ การเรียนแบบใช้เว็บช่วยสอนจะมี
การส่งผ่านเน้ือหาออนไลน์ร้อยละ 1 – 29 และการเรียนออนไลน์มีการส่งผ่านเน้ือหาร้อยละ 80 – 100
กลา่ วได้วา่ การเรียนแบบผสมผสานเปน็ การเรียนสองทาง ท้ังในช้ันเรยี นและการเรียนในรูปแบบออนไลน์

จากนิยามข้างต้นอาจสรุปได้ว่า Blended leaning หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ ท่ีผสมผสาน
รูปแบบการเรียนรู้ท่หี ลากหลาย ไม่วา่ จะเป็นการเรยี นรู้ทเ่ี กิดข้ึนในห้องเรียน ผสมผสานกับการเรียนรนู้ อก
ห้องเรียนท่ีผู้เรียนผู้สอนไม่เผชิญหน้ากัน หรือการใช้แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่หลากหลาย กระบวนการเรียนรู้
และกิจกรรมเกิดขึ้นจากยุทธวิธี การเรียนการสอนท่ีหลากรูปแบบ เป้าหมายอยู่ท่ีการให้ผู้เรียนบรรลุ
เป้าหมายการเรียนรเู้ ปน็ สาคัญ

รปู แบบการเรยี นรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning)หมายถงึ การผสมผสานวิธีการเรียนการ
สอนที่แตกต่างกันในการจัดการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนในช้ันเรียน วิธีการ
เรียนการสอนท่ีใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ การเรียนรู้ตามแบบที่ผู้เรียนเลือกเอง การอภิปรายกลุ่มทั้งต่อ
หน้าและผ่านเว็บไซต์ การเรียนการสอนด้วยโปรแกรมสาเร็จรูปผ่านระบบอินเทอร์เน็ตผสมผสานกับการ
เรียนในชั้นเรียนแบบปกติโดยการใช้กลยุทธ์แบบผสมผสานในการเรียนรู้อาจมีองค์ประกอบหลายอย่างท่ี
สามารถทาให้ผู้เรียนสามารถเรียนรไู้ ด้เช่นเรียนจากเน้ือหาท่ีส่งโดยผู้สอนทางอีเลิร์นนิง (e-learning) การ
สัมมนาผ่านเว็บไซต์ การประชุมทางโทรศัพท์ การประชุมสดหรือออนไลน์ที่มีผู้สอนสื่อการสอน เป็นต้น
จากการศกึ ษาวิจัยของผ้เู ช่ียวชาญดา้ นการจดั การเรยี นการสอนแบบผสมผสานในประเทศไทยเช่น ปรชั ญา
นันท์ นิลสุข และปณิตา วรรณพิรุณ (2556: 5-15) พลอยไพลิน ศรีอ่าดี (2556: 112-115) พัชนี กุล
ฑานันท์และคณะ (2554: 81-83) เป็นต้น พบว่า การจัดการเรียนการสอนโดยกระบวนการเรียนรู้แบบ
ผสมผสาน ช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรยี นรู้ได้ดีและมีความพึงพอใจในการเรียนเนอ่ื งจากวิธีนสี้ อดคลอ้ งกบั การ
ดารงชีวิตในปัจจุบัน รวมท้งั ตอบสนองความต้องการของผ้เู รียนท่ีมีความถนัดในการเรียนต่างกันไดด้ ี

การเรยี นแบบผสมผสาน (Blended Learning)
การเรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning) ตามมโนทัศน์ (Concepts) ที่กาหนดน้ันจะเป็น

ลกั ษณะของการผสมผสานการเรยี นรใู้ น 4 ลักษณะดังต่อไปน้ี (Oliver and Trigwell, 2005)
1. การผสมผสานเทคโนโลยีการเรียนการสอนจากการเรยี นผา่ นเว็บ (Web-Based Instruction)
ให้เป็นไปตามจุดมงุ่ หมายหรอื วัตถปุ ระสงคท์ ี่กาหนดไว้
2. การผสมผสานในรูปแบบหรือวิธีการที่เน้นเชิงวิชาการในการสร้างผลผลิตทางการเรียนรู้ให้
สูงข้ึนโดยปราศจากเทคโนโลยเี พ่อื การสอนอื่น ๆ เข้ามาชว่ ย
3. การผสมผสานรปู แบบวธิ ีการทางเทคโนโลยที างการสอนผ่านหลักสูตรเฉพาะและ/หรือการ
ฝกึ อบรม
4. การผสมผสานเทคโนโลยีการสอนเข้ากบั งานปกติ หรอื การเรียนตามปกตทิ ี่กระทาอยู่
จากบทความข้างต้น สรุปได้ว่าการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานมิใช่การผสมระหว่าง

รูปแบบการเรียนออนไลน์และออนแฮนด์ On-hand หรือการนาแบบฝึกไปเรียนรู้ด้วยตนเอง แต่เป็น
รูปแบบการเรียนที่ควบคู่ระหว่างการเรียนผ่านเครื่องมืออิเล็คทรอนิกส์หรืออนไลน์และรูปแบบออนไซต์
On-site หรอื การเรียนในช้นั เรยี นท่ีนกั เรียนและครูผ้สู อนเจอหน้ากนั

2.5 กระบวนการ E-PLC
2.5.1 นิยาม E-PLC

E” ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Ethics หมายถึง จรรยาบรรณ หรือจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซ่ึง
เป็นมาตรฐานการปฏิบัติตนที่กาหนดข้ึนเป็นแบบแผนในการประพฤติตนซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
ศึกษาต้องปฏิบัติตามเพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณช่ือเสียงและฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
ศกึ ษาใหเ้ ป็นทีเ่ ช่ือถือศรทั ธาแก่ผู้รับบรกิ ารและสังคมอนั จะนามาซึ่งเกียรติและศักด์ิศรแี ห่งวชิ าชีพ

“PLC” ย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Professional Learning Community คือ ชุมชนแห่งการ
เรียนรู้ทางวิชาชีพ หมายถึง การท่ีกลุ่มนักการศึกษาได้มาตกลงที่จะร่วมมือกันทางาน โดยใช้การสืบเสาะ
และกระบวนการวจิ ยั ปฏิบัติการเพ่ือค้นหาวิธีการที่ดที ี่สุดที่จะนามาจัดใหก้ ับผู้เรียน การทางานดงั กลา่ วอยู่
บนข้อตกลงเบื้องต้นที่ว่าจะกระทาอย่างต่อเนื่อง และทาให้นักการศึกษาเกิดการเรียนรู้และเช่ียวชาญจาก
การทางานครั้งนี้รว่ มกัน (Richard Du Four สรุปความโดย มนตรี แย้มกสิกร, 2564)

ดังนั้น E-PLC จึงเป็นเครอ่ื งมือในการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการ
เรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยการรวมตัวและร่วมเรียนรู้ร่วมกันของครู ผู้บริหาร และนักการศึกษาบนพ้ืนฐาน
วัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร สู่คุณภาพการจัดการเรียนรู้ที่เน้นความสาเร็จหรือประสิทธิผล
ของผู้เรียนเป็นสาคัญ และความสุขของการทางานร่วมกนั ของสมาชิกในชุมชนด้วยความเชื่อว่าการเรียนรู้
ของครูนาไปสู่การเรียนรขู้ องผู้เรยี น

2.5.2 ความหมายของกระบวนการ E-PLC
ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ การดาเนินงานกิจกรรมส่งเสริมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพเพ่ือพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ethics in Professional
Learning Community : E-PLC) และเป็นโครงการที่จัดทาเพ่ือพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ"จรรยาบรรณวชิ าชีพ"ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเตรยี มเข้าสู่วิชาชีพ
ทางการศกึ ษา ทีน่ าไปสูก่ ารใชป้ ฏบิ ัตใิ นชวี ิตประจาวนั ไดอ้ ย่างเป็นรูปธรรม
โดย สานักงานเลขาธิการคุรุสภา, 2561 ระบุว่าโครงการเสริมสร้างกระบวนการชุมชนแห่งการ
เรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (E-PLC) มีหลักการใน
การออกแบบระบบปฏิบัติการพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชีพครูโดยเน้นที่ ประเด็นการเสริมสร้างวินัยใน
ตนเองของครูและนิสิตนักศึกษาครูรวมถึงการคานึงถึงการส่งมอบบริการท่ีดีที่สุดให้แก่ ลูกศิษย์คือการ
อบรมให้ความรู้ลูกศิษย์ด้วยจิตใจท่ีเป่ียมด้วยความรักความเมตตาอดทนที่จะอธิบายให้ลูกศิษย์ที่อาจจะมี
ความสามารถในการเรียนรู้ท่ีแตกต่างกันโดยใช้หลักการชุมชนแห่งการเรียน รู้ทางวิชาชีพซึ่งมีลักษณะที่
สาคัญ 5 ประการประกอบด้วย (1) การสร้างบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกัน (2) การปฏิบัติท่ีมีเป้าหมาย
ร่วมกันคือ การเรียนรู้ของผู้เรียน (3) การร่วมมือรวมพลังของสมาชิกชุมชนวิชาชีพ (4) การเปิดรับการ
ชี้แนะการปฏิบัติและการร่วมเรียนรู้ ณ บริบทจริง (5) การสนทนาท่ีมุ่งสะท้อนผลการปฏิบัติงานโดยการ

ปฏิบัติการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโดยใช้ Google classroom application ที่มี
บรกิ ารอยูใ่ นระบบ Google app for education

2.5.3 การสรา้ งทีม E-PLC
การสร้างทมี E-PLC สานกั งานเลขาครุ สุ ภาธิการ : 2564 ระบุในหนังสือคมู่ ือการดาเนนิ งาน
กจิ กรรมส่งเสรมิ กระบวนการชุมชนแห่งการเรยี นรู้วชิ าชีพเพ่ือพัฒนาจรรยาบรรณวิชาชพี ผา่ นระบบ
เทคโนโลยีสาระสนเมศ ประกอบไปด้วย 6 บคุ คล ไดแ้ ก่ ครูผู้สอน ครูเพื่อนรว่ มเรียนรู้ ครูพ่ีเลี้ยง ผบู้ ริหาร
สถานศกึ ษา ผชู้ ่ยี วชาญและครูผสู้ ร้างแรงบนั ดาลใจ
การสรา้ งทีม E-PLC โดยในแตล่ ะทมี มีรายละเอยี ดการประกอบทมี สมาชกิ ดงั นี้
(1) ครผู สู้ อน (Model Teacher) จานวน 1 คน ประกอบด้วย

(1.1) ผู้เตรียมเขา้ สวู่ ิชาชพี ครู (นิสิต นกั ศกึ ษาครูท่ีปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาชน้ั ปีท่ี 4
(กรณหี ลกั สตู ร 4 ป)ี หรือ ช้ันปีท่ี 5 (กรณีหลกั สูตร 5 ปี) หรอื หลักสตู รประกาศนยี บัตร
บัณฑติ วชิ าชพี ครู หรือปรญิ ญาโท หรอื
(1.2) ครูผูช้ ่วย
(2) ครเู พ่ือนร่วมเรียนรู้ (Buddy Teacher) จานวน 1 – 2 คน ประกอบดว้ ย
(2.1) ผู้เตรียมเข้าสวู่ ชิ าชพี ครู (นิสิต นักศึกษาครูท่ีปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา อาจจะ
เปน็ เพ่ือนสถาบันเดียวกัน หรือต่างสถาบัน)
(2.2) ครูผู้ช่วย
(3) ครูพเ่ี ล้ยี ง (Mentor) จานวน 1 คน
(4) ผู้บริหารสถานศึกษา (Administrator) จานวน 1- 2 คน อาจจะเปน็ หวั หนา้ ระดับชน้ั หรอื
หัวหน้ากลุ่มสาระ หรือครูอาวุโส หรอื ผูอ้ านวยการ หรอื รองผอู้ านวยการ
(5) ผูเ้ ชยี่ วชาญ (Expert) จานวน 2 – 3 คน ประกอบด้วย
(5.1) อาจารย์นิเทศก์ จากสถาบันอดุ มศกึ ษา จานวน 1 – 2 คน
(5.2) ศกึ ษานเิ ทศก์ จานวน 1 คน
(6) ครูผู้สรา้ งแรงบันดาลใจ (Inspirator) จานวน 1 คน เชน่ ครผู เู้ คยได้รบั รางวลั ของครุ ุสภา
หรอื ครูต้นแบบ หรอื ครผู ูไ้ ดร้ บั รางวลั จากหนว่ ยงานอน่ื ๆ

2.5.4 ขน้ั ตอนของกระบวนการ E-PLC
ขน้ั ตอนในการดาเนินงานประกอบดว้ ย 9 ข้ันตอน ได้แก่

1) กาหนดเป้าหมายการเรยี นรู้ทีเ่ ป็นเป้าหมายใหญ่ (Learning outcome) ในด้านการปฏิบัติตาม

เปา้ หมายจรรยาบรรณวิชาชีพครูโดยจะดาเนินการอยา่ งต่อเนอ่ื งอย่างนอ้ ย 3 วงรอบของกาปฏิบตั กิ ารด้วย
กระบวนการชมุ ชนแหง่ การเรียนรทู้ างวชิ าชีพ

2) นสิ ิตนกั ศึกษาครูเขยี นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีมีการบูรณาการการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
วิชาชีพโดยจะตอ้ งสะท้อนให้นิสติ นกั ศึกษาครูไดเ้ ขา้ ใจแนวการปฏิบัติเก่ยี วกับการสง่ มอบบริการที่ดที ีส่ ุด
ใหก้ บั ลกู ศิษย์

3) การวิพากษแ์ ผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยนิสติ จะต้องสง่ แผนการจัดการเรียนร้เู ขา้ ไปในระบบ
Google Classroom จากน้ันสมาชิกทกุ คนท่ีอยู่ในวงของ PLC ทุกคนจะต้องอา่ นศึกษาทาความเข้าใจอย่าง
ละเอียดแลว้ สะทอ้ นคดิ ต่อแผนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวว่ามีร่องรอยของการทจ่ี ะนาไปสู่การปฏิบตั ิทแ่ี สดง
ถึงการสง่ มอบบริการท่ีดีท่สี ุดให้กับลกู ศิษย์อย่างไรโดยทุกคนจะตอ้ งเสนอแนะวิพากษผ์ า่ นระบบ Google
doc

4) การสรุปข้อเสนอแนะขอ้ วิพากษ์ตอ่ แผนการจดั การเรยี นรูว้ ่ามปี ระเด็นอะไรบา้ งท่ตี ้องนากลบั ไป
ปรบั ปรงุ แก้ไขแลว้ นาเสนอให้สมาชกิ ในทมี ทกุ คนไดร้ บั ทราบอย่างทว่ั ถึง

5) การนาแผนการจดั การเรยี นรูท้ ีแ่ ก้ไขปรบั ปรุงแล้วไปปฏิบตั ิการสอนจรงิ ในห้องเรยี นโดยมคี รูพ่ี
เลีย้ งอาจารย์นิเทศก์เพ่ือนนิสิตนักศกึ ษาผู้บรหิ าร โรงเรยี นอย่างน้อย 1-2 คนเข้าห้องสงั เกตการจัดการ
เรยี นร.ู้ ระหว่างการสอนจรงิ ในชนั้ เรยี นรวมถึงจะต้องมเี พือ่ นถ่ายทาวิดที ัศน์ระหว่างการจัดการเรยี นรดู้ ว้ ย
โดยการถา่ ยทาจะต้องถ่ายภาพให้เหน็ การปฏิบตั ิของนิสติ นักศึกษาครูและปฏิกริ ยิ านักเรียนทสี่ าคัญและ
จะต้องสามารถใช้เป็นตัวแทนการจดั การเรยี นร้ทู ้ังหมดของแผนนนั้ ได้อยา่ งชดั เจนโดยเฉพาะในชว่ งท่ี
สะท้อนใหเ้ หน็ ถงึ การทีน่ ิสิตนักศึกษาครูมีวนิ ยั ในตนเองของครแู ละการสง่ มอบบรกิ ารท่ีดีทสี่ ดุ ให้กบั ลูกศิษย์

6) การนาวิดที ัศน์การจัดการเรียนร้ไู ป Post ในระบบ YouTube หรือนาเข้าสู่ Google driveแลว้
ให้นาLink ของวดิ ที ศั น์มาสง่ ในระบบ Google classroom ท่ี Assignment

7) การสะทอ้ นผลการปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั (1) สิง่ ทเี่ ปน็ ผลการเรยี นรูท้ คี่ าดหวังสดุ ทา้ ย (2) นกั เรยี น
เกิดการเรยี นรูต้ ามท่ีตงั้ เปา้ หมายไว้หรือไม่ (3) จะชว่ ยเหลอื นักเรียนท่ียงั ไม่สามารถเรียนรู้หรอื บรรลุตาม
เปา้ หมายการเรียนรู้ได้นน้ั ได้อย่างไรและ (4) นิสิตนกั ศึกษาครไู ด้แสดงออกถึงความพยายามในการสง่ เสรมิ
นกั เรยี นทีบ่ รรลุเปา้ หมายการเรียนรูแ้ ล้วใหพ้ ฒั นาศกั ยภาพอย่างเตม็ ทีไ่ ด้อยา่ งไรโดยต้องสะทอ้ นผลรว่ มกัน
ภายใตห้ ลกั การแห่งวิชาชพี ครูและนาเสนอการสะท้อนคิดแบบกัลยาณมิตร

8) นสิ ติ นักศึกษาครูจะต้องทาหนา้ ทรี่ วบรวมความคิดเหน็ ที่สมาชิกในทมี ได้ให้ความเหน็ มาสรุปเป็น
ภาพรวมของผลการสะท้อนคิดสาหรบั การดาเนินการกระบวนการชมุ ชนการเรยี นรวู้ ิชาชีพวงรอบที่ 1

9) การดาเนินการปฏบิ ตั ิการใหม่วงรอบที่ 2 วงรอบที่ 3 กระทาซา้ ในลักษณะเดมิ โดยนาข้อ
ความเหน็ ทไี่ ดจ้ ากสมาชิกในทีมมาเปน็ ข้อมลู ในการออกแบบแผนการปฏบิ ัติการรอบใหม่ (สานกั งาน
เลขาธิการครุ ุสภา, 2561) ดว้ ยเหตุน้ีผวู้ จิ ยั จึงสนใจทจ่ี ะศึกษาปจั จยั ท่ีส่งเสรมิ และปัจจัยทเ่ี ปน็ อปุ สรรคต่อ

การดาเนนิ งานชุมชนแห่งการเรยี นรทู้ างวิชาชพี ฯ และประเมินประสิทธิผลของกระบวนการชมุ ชนแห่งการ
เรียนร้ทู างวชิ าชพี ฯตลอดจนสรา้ งข้อเสนอเชิงนโยบายและกลไกการขับเคลื่อนเพื่อใหห้ นว่ ยงานท่ีเก่ียวข้อง
กับการผลิตและพัฒนาครูสามารถใชส้ ารสนเทศท่ีไดจ้ ากการวิจยั ไปเปน็ แนวทางในการดาเนนิ งานชมุ ชนแห่ง
การเรยี นรู้ทางวิชาชพี เพื่อพัฒนาจรรยาบรรณวชิ าชพี ใหแ้ ก่นสิ ิตครูและครูประจาการต่อไป

2.6 งานวิจัยทเี่ ก่ียวข้องกบั เกมการสอนคาศพั ท์ในประเทศและต่างประเทศ
2.3.1 งานวจิ ัยในประเทศ
งานวิจัยของมงคล เรียงณรงค์ (2557: 177) เร่ือง การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 1 รายวิชา ส21103 สังคมศึกษา2 ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่
21 ของนักเรียนจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน นักเรียน
ร้อยละ 83.33 ผ่านเกณฑ์ และมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 78.00 และผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ใช้รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน มีคะแนนเฉล่ียร้อยละ
75.50 ซึง่ สูงกว่าเกณฑ์ท่ีกาหนดไว้

เกษมณี ลาปะ (2559: 160) เรอ่ื ง การพฒั นาความคิดสรา้ งสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดย
ใชร้ ปู แบบการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็นฐาน (CBL) รว่ มกบั ผงั กราฟิก ของนักเรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
รายวิชา ส 21103 สังคมศึกษา ผลการวจิ ัยพบว่า ความคิดสรา้ งสรรค์ ของนักเรยี นร้อยละ 79.17 มี
คะแนนเฉลี่ยผ่านเกณฑ์ คดิ เป็น ร้อยละ 79.17 ข้ึนไป และผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ของนกั เรียนรอ้ ยละ
83.33 มีคะแนนเฉลยี่ ผา่ นเกณฑค์ ดิ เปน็ ร้อยละ 73.75 ข้ึนไป ซ่งึ สูงกว่าเกณฑท์ ่ีกาหนดไว้

วิรยิ ะ ฤๅชัยพาณิชย์ (2557ข: 39) ไดพ้ ัฒนารปู แบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (Creativity-
based learning) จากผลการวิจัยเรื่องการสอนแบบคิดสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) พบว่า ผู้เรียนมีการ
พัฒนาทักษะในการค้นควา้ หาความรู้ ทกั ษะในการคิด ทักษะในการนาเสนอ ทักษะในการทางานเป็นกลุ่ม
และทักษะในการบริหารเวลา รูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานประกอบด้วย กระบวนการและ
บรรยากาศ โดยกระบวนการจะตอ้ งมีการสร้างแรงบันดาลใจจากสื่อมัลติมีเดีย ผู้สอนตอ้ งเปน็ ผูอ้ านวยการ
เรียนรู้ในการค้นคว้าเรียนรู้ และกระตุ้นความอยากรู้ สอนแบบแนะนาตัวต่อตัว ฝึกฝนการต้ังปัญหาและ
แก้ปัญหารายบุคคล ฝึกการทางานเป็นกลุ่มด้วยโครงงานฝึกนาเสนอและวิจารณ์แบบสร้างสรรค์โดยการ
แข่งขนั หลากหลายรูปแบบ และการประเมนิ ผลสัมฤทธ์ิในการเรียนด้วยการประเมินที่สรา้ งสรรค์

มงคล หมู่มาก (2548, หน้า 16) ได้สรุปความหมายของเกมด้านทักษะทางภาษา หมายถึง
กิจกรรมท่ีทาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ทางภาษา ด้วยความสนใจ มีความสนุกสนานในการทากิจกรรม
ร่วมกนั ตามกตกิ า เงื่อนไขหรอื ข้อตกลงทก่ี าหนดไวฝ้ กึ กระบวนการคิด และการตดั สินใจในการแก้ปญั หาที่

เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ สร้างความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี ความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ต่อกัน และฝึกความ
ซ่ือสัตย์สุจริต ซึ่งหากครูผู้สอนรู้จักสอดแทรกคุณธรรมกับการเรียนรู้ด้วยเกม แล้วยอมที่จะช่วยส่งเสริม
คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงคบ์ รรลุตามจุดมุ่งหมายที่กาหนดได้

กระทรวงศึกษาธิการ (2544, หน้า132) ได้กล่าวว่าการสอนภาษาเพ่ือการส่ือสารเป็นการจัดการ
เรียนการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญจัดลาดับการเรียนรู้เป็นข้ันตอนตาม
กระบวนการใช้ความคิดของผู้เรียน โดยเริ่มจากการฟังไปสู่การพูด การอ่าน การจับใจความสาคัญ ทา
ความเข้าใจ จดจาแล้วนาส่ิงท่ีเรียนรู้ไปใช้จากแนวคิดของการสอนการสื่อสาร มีเป้าหมายให้ผู้เรียนมี
ความสามารถในการสื่อสารได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ ซ่ึงเป็นหลักการจัดการเรียนการสอนตามทฤษฎีการ
เรียนท่ีมุง่ เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญวิธีการสอนภาษาจะเน้นพัฒนาการความสามารถของผู้เรียนในการใช้ภาษา
ท่ีใกล้เคียงกับสถานการณ์ท่ีเปน็ จรงิ มากทสี่ ุด

2.3.2 งานวจิ ัยต่างประเทศ
ฮาร์เมอร์ (Harmer.1583:44-45) กล่าวว่าในการ จดั กิจกรรมเพ่ือการส่อื สาร อาจารย์ผู้สอนควร
จัดกิจกรรมท่ีทาให้นักเรียนเห็นความสาคัญในการใช้ภาษาเพ่ือการส่ือสาร นักเรียนได้มีโอกาสใช้ภาษาได้
หลายรูปแบบ มีอิสระในการเลือกใช้ภาษา นอกจากน้ี กุสุมา ล่านุ้ย (2532: 22) ได้กล่าวสนับสนุนว่า
กิจกรรมที่ดีต้องน่าสนใจและเหมาะสมกับวัยของนักเรียน ไม่ง่ายจนเกินไปเพราะจะทาให้นักเรียนเกิด
ความเบ่ือหน่ายหรือกิจกรรมไม่ท้าทาย กิจกรรมท่ียากเกินไปทาให้นักเรียนไม่อยากทาเพราะทาแล้วไม่
ประสบความสาเร็จ เกิดความทอ้ แท้ กจิ กรรมท่ีใชจ้ ึงควรเป็นกจิ กรรมท่ีเปดิ โอกาสให้นักเรียน ไดใ้ ช้ภาษา
ในการส่ือสารมากที่สุด มีความสนุกมีข้ันตอน ซ่ึงจะช่วยให้เข้าใจง่ายส่งผลให้นักศึกษา กล้าคิดกล้าทา
กลา้ แสดงออก
Chu (2006) ได้วิจัยเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้จากองค์ประกอบสาคัญของสื่อ
มัลติมีเดียท่ีมีผลต่อความจาและความสามารถในแก้ไขปัญหาของผู้เรียน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ
นกั ศึกษาภาควชิ า MIS ชาวไต้หวัน จานวน 224 คน โดยการแบ่งกลุ่มทดลองออกเปน็ 2 กลุ่ม กล่มุ ที่ 1 ใช้
สื่อมัลติมีเดียท่ีมขี ้อความตัวอักษรและภาพเคล่ือนไหวให้นาเสนอพรอ้ มกัน ส่วนกลุ่มท่ี 2 ใช้ส่ือมัลติมเี ดียที่
ใชข้ ้อความตัวอักษรและภาพเคลื่อนไหวน าเสนอแบบเรยี งลาดับ ผลการวจิ ัยพบว่า กลุ่มทดลองมีผลความ
แตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ด้านความจาและการแก้ไขปัญหา ซ่ึงผลคือ การแยกสื่อข้อความ
ตัวอักษรกับภาพเคลื่อนไหวนาเสนอแบบเรียงลาดับน้ัน มีผลต่อความจาใน การเรียนรู้ท่ีมีประสิทธิภาพ
ต่าลง ส่วนกลุ่มที่ใช้ส่ือมัลติมีเดียท่ีมีข้อความตัวอักษรและภาพเคลื่อนไหวให้นาเสนอพร้อมกันสามารถส่ง
ผลสัมฤทธิ์ของความจาและคะแนนการแกป้ ญั หาของผเู้ รียนได้ดีกวา่

Darrell and Paul (2008) ได้วิจัย เร่ือง การศึกษาผลของการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มา
ใช้เป็นส่ือการเรียนรู้ของผู้เรียน กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ี ได้แก่ นักศึกษาวิทยาลัย 2,000 คน
โดยการสุ่มตัวอย่างจากฐานข้อมูลแบบสอบถามประสบการณ์นักศึกษาวิทยาลัยปี 2546 ผลการเรียนรู้
ของนักเรียนประกอบด้วยการวัดผล 4 แบบ ได้แก่ 1) การพัฒนาส่วนบุคคลและสังคม 2) การได้รับ
การศึกษาโดยท่ัวไป 3) การพัฒนาด้านสติปัญญา 4) ผลประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและ
การเตรียมอาชีพ หลังจากการควบคุมตัวแปรของนักเรียนแล้ว ผลการวิจัยพบว่า การใช้เทคโนโลยี
คอมพิวเตอร์ สามารถส่งเสริมการเรียนของผู้เรียนได้ดีกว่าตัวแปรพ้ืนฐานของนักเรียน นอกจากนี้
ผลการวิจัยช้ีให้เห็นการใช้เทคโนโลยีช่วยให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการเรียนรู้ที่ดี ซ่ึงตัวแปร
ด้านเทคโนโลยีท่ีทาให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของผู้เรียนดีข้ึนถึง 4-7 เปอร์เซ็นต์ ในขณะท่ีตัวแปรภูมิ
หลังของผู้เรียนมีผลต่อการเรียนเพียง 0.03-2 เปอร์เซ็นต์ ผลการวิจัยอาจไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่
ช้ีให้เห็นว่าการผสมผสานเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ของผู้เรียนในการศึกษา
ข้ันสูงในช้ันเรียนเพ่ือประสิทธิผลที่ดีที่สุด ควรให้ส่ือมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ของผู้เรียน หรือใช้สื่อเป็น
เครือ่ งมอื ในการเรียนรรู้ ว่ มกับการเรยี นแบบปกติ

จากการศึกษางานวจิ ัยในประเทศและต่างประเทศที่เกย่ี วข้องกับการสอนแบบสรา้ งสรรค์เป็นฐาน
แสดงให้เห็นว่า ในการจัดการเรียนรู้ โดยใช้การสอนแบบสรา้ งสรรค์เป็นฐาน CBL มีบทบาทสาคัญต่อการ
สอน ท่ีผู้วิจัยหลายคนนามาใช้สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนต่ืนตัวเกิดการเรียนรู้ อีกทั้งการสอนแบบออนไลน์
โดนใช้ส่ือต่าง ๆยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนของนักเรียนให้ เข้าใจบทเรียนท่ีเรียนน้ันได้
อย่างรวดเร็ว และจดจาบทเรียนได้นานมากย่ิงขึ้น ซ่ึงส่งผลให้ผู้เรียนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนท่ีสูงขึ้น
ส่ือมัลติมีเดียท่ีมีประสิทธิภาพจะนามาใช้ได้จริงในห้องเรียน เพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
และเพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้อย่างดี นอกจากนี้จัดกิจกรรมที่หลากหลาย มี
กิจกรรมที่สนุก ดึงดูดใจนักเรียนเพื่อส่งเสริมการสื่อสารและฝึกทักษะการพูดภาษาอังกฤษยังสามารถเปิด
โอกาสให้นักเรียน ได้ใช้ภาษาในการส่อื สารมากที่สุด มีความสนุกมีข้ันตอน ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจง่ายส่งผล
ให้นักเรียน กล้าคิดกล้าทากล้าแสดงออก ผู้วิจัยจึงสนใจนากิจกรรมฝึกทักษะการพูดต่าง ๆ และการสอน
ในรูปแบบออนไลน์รวมถึงการใช้สื่อมัลติมิเดีย เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้
รูปแบบการสอนแบบสรา้ งสรรคเ์ ป็นฐานเปน็ หลกั

3.วธิ ดี าเนินการ

3.1 แบบแผนการวิขยั

การวิจัยน้ีผู้วจิ ัยมุ่งทจี่ ะศึกษาการพัฒนาการพูดเพือ่ การส่อื สารตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจาวันโดยใช้
การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ผ่านรูปแบบการสอนแบบผสมผสานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5/1
โรงเรยี นชุมชนบา้ นพงสตา ซง่ึ มกี ารดาเนนิ งานเปน็ ขัน้ ตอนตามกระบวนการ E-PLC ดังน้ี

1. มกี ารจัดตงั้ ทมี E-PLC โดยมีครูผู้สอน (Model Teacher) ครูเพื่อนร่วมเรียนรู้ (Buddy Teacher) ครูพ่ี
เล้ียง (Mentor) ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา (Administrator) และอาจารย์นเิ ทศก์ (Expert)

2. วเิ คราะห์จากการทดลองสอนออนไลนค์ ร้งั แรกก่อนทากระบวนการ E-PLC

3. การทางานร่วมกับทีมเพื่อออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง Food and drinks โดยใช้การจัดการ
สอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) และแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS
นักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่5โรงเรยี นชุมชนบา้ นพงสตา

ซง่ึ แผนแต่ละหนว่ ยประกอบด้วย

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ดั

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้

3. สาระการเรยี นรู้

4. กจิ กรรมการเรยี นรู้

5. สอื่ การเรยี นการสอน

6. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

ตารางท่ี 3.1 แบบแผนการทดลอง หมวดคาศัพท์ ประโยค
แผนการจัดการเรยี นรู้ ช่ัวโมง Hello, how are you?
What fruit do you like most?
วงรอบที่ 1 1 ทดสอบประโยคก่อนเรียน Do you like……….?
What is your favorite food/drinks?
เรื่องMy garden, (Fruit, Food, Drinks) Nice to meet you
What fruit do you like most?
2 (Fruit)

วงรอบที่ 2 3 (Fruit and Food) I like………. /I don’ like………….
เร่อื ง Birthday party 4 Do you like…….?
5 Yes, I do. /No, I don’t
วงรอบที่ 3
เรอื่ ง My favorite (Food and Drinks) What is your favorite food/drinks?
dish My favorite food is…………………………
ทดสอบประโยคหลงั เรยี น
(Fruit, Food, Drinks) My favorite drinks is………………………….
Hello, how are you?
What fruit do you like most?
Do you like……….?
What is your favorite food/drinks?
Nice to meet you

4. นาแผนการสอนทีส่ รา้ งเรยี บร้อยแล้วไปใชก้ ับนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5/1 โดยมีครเู พอื่ นร่วมเรียนรู้
(Buddy Teacher) ครพู ี่เล้ียง (Mentor) และอาจารยน์ เิ ทศก์ (Expert) สังเกตตรวจสอบการสอนของครูผ้สู อน
(Model Teacher) เพ่ือปรับปรงุ แก้ไข

5. การประชุมสะทอ้ นคิดหลงั เปิดช้นั เรียน โดยมีครูเพ่ือนร่วมเรียนรู้ (Buddy Teacher) ครูพเ่ี ล้ยี ง (Mentor) และ
อาจารย์นิเทศก์ (Expert) เพ่อื ปรับปรงุ ครูผสู้ อนใหด้ ีข้นึ และพฒั นาแผนการจดั การเรยี นรู้วงรอบตอ่ ไป

3.1 เคร่ืองมอื ท่ีใชใ้ นการวิจัย

เครอ่ื งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ัยครั้งนี้ประกอบด้วยไปดว้ ย 3 รปู แบบ ได้แก่

1. แผนการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้การสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐานผา่ นรปู แบบการสอนออนไลนแ์ ละกระบวนการ E-
PLC ประกอบการสอนโดยใช้กระบวนการ E-PLC จานวน 3 แผน

2. แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ิในการเรียนรู้ก่อนและหลงั เรยี นเกี่ยวกับการใช้ประโยคอย่าง่ายตามแบบฝึกพัฒนา
ทกั ษะการพดู เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS จานวน 1 ชดุ มีทงั้ หมด10 ขอ้

โดยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการพดู ก่อนเรยี นและหลงั เรยี นจะสอบถามเกยี่ วกับคาถามทีเ่ ป็น
ประโยคอย่างง่ายทีส่ ามารถ ประกอบไปด้วย 10 ประโยคคาถามหลกั คือ

ลักษณะเปน็ มาตราสว่ นประมาณค่า มี 3 ระดบั ซึง่ จะทาการวัดทกั ษะการพูดภาษาอังกฤษ แก่
นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5โรงเรยี นชมุ ชนบา้ นพงสตาโดยมคี วามหมายของแตล่ ะระดบั ดงั นี้

3 หมายถึง ปฏิบตั ิระดบั มากที่สุด
2 หมายถงึ ปฏบิ ัติระดับปานกลาง
1 หมายถึง ปฏิบัติระดับนอ้ ยท่สี ดุ

3. แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนทม่ี ตี ่อต่อสภาพการดาเนินการจัดการเรยี นการสอนแบบ CBL จานวน 1
ชดุ มที ้งั หมด 10 ข้อ

โดยแบบประเมนิ ความพึงพอใจทม่ี ตี อ่ สภาพการดาเนนิ การจดั การเรียนการสอนแบบ CBL แกน่ ักเรยี นช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 5/1 โรงเรยี นชุมชนบ้านพงสตา ประกอบไปด้วย 5 ด้าน คือ

 ดา้ นการจัดการเรียนการสอน

 ด้านการพฒั นาทกั ษะการพูดภาษาองั กฤษ

 ด้านความมนั่ ใจในการพูดภาษาอังกฤษ

 แบบฝกึ พฒั นาทักษะการพูดเพ่อื การสือ่ สารในชวี ิตประจาวัน SCS

 ดา้ นความสนกุ และความสุขในการเรียน

มีลกั ษณะเป็นมาตราส่วนประมาณคา่ มี 5 ระดับซึ่งจะทาการวัดระดับ สภาพการดาเนินการจดั การ
เรยี นการสอนแบบ CBL แกน่ ักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5โรงเรียนชมุ ชนบา้ นพงสตาโดยมี
ความหมายของแต่ละระดับดังนี้
5 หมายถงึ ปฏบิ ตั ิระดับมากทส่ี ุด

4 หมายถงึ ปฏบิ ัตริ ะดับมากที่สุด
3 หมายถึง ปฏิบตั ริ ะดบั ปานกลาง
2 หมายถึง ปฏบิ ตั ิระดับน้อย

1 หมายถงึ ปฏบิ ัตริ ะดบั นอ้ ยท่สี ุด

โดยสามารถเทยี บค่าเฉลี่ยและความหมายดงั นี้

0.00 -1.50 หมายถงึ ปฏบิ ัติระดับ น้อยทส่ี ุด

1.51 – 2.50 หมายถึง ปฏบิ ตั ิระดับ นอ้ ย

2.51 – 3.50 หมายถึง ปฏบิ ตั ิระดบั ปานกลาง

3.51 – 4.50 หมายถึง ปฏบิ ัติระดับ มาก

4.51 – 5.00 หมายถึง ปฏิบตั ิระดับ มากทสี่ ดุ
และมีข้อย่อย ตอนที่ 2 แบบสอบถามปลายเปดิ เก่ยี วกบั ข้อคดิ เห็นและ ข้อเสนอแนะอน่ื ๆต่อครูและ
การจัดการเรียนการสอนรายวชิ าภาษาอังกฤษ
4. แบบฝึกพฒั นาทักษะการพูดเพอื่ การสือ่ สารในชีวติ ประจาวัน SCS (Simple sentences for Communicate in
Real Life Situations)

3.1.1 การพฒั นาและหาคุณภาพเครือ่ งมอื

1. ศึกษาหลักสูตรกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานพุทธศักราช
2551 เอกสารทเี่ ก่ียวข้องกับสาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ เพอ่ื เป็นแนวทางในการสรา้ งแผนการจัดการเรยี นรู้

2. วิเคราะห์หลักสูตรและศึกษาเนื้อหา โดยทาความเข้าใจมาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้
ภาษาต่างประเทศ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 รวมท้ังแนวคิด ขอบเขตของกลุ่มสาระการเรียนรู้ มาเป็นกรอบ
ในการทาแผนการจดั การเรยี นรู้

3. เขียนแผนการจัดการเรียนรู้จานวน 3 แผน เร่ือง Food and Drinks และสร้างแบบทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียนเกี่ยวกับประโยคเพื่อการส่ือสารในชีวิตประจาวัน สร้างแบบฝึกหัด
ป ระโยคเพื่ อการส่ือ สารใน ชีวิตป ระจาวัน SCS (Simple sentences for Communicate in Real Life
Situations) สร้างสื่อการสอนวิดีโอ จัดสรรเกมออนไลน์ Wheel of name , Crossword จัดหาวิดิโอในยูทูป
ประกอบการสอน จัดทา Padlet เพื่อบันทกึ ผลงานการบ้านของนักเรียน จัดทาเนื้อหาสรปุ บทเรียนการใช้ประโยค
ทาง TikTok และสรา้ งแบบประเมินความพงึ พอใจของนกั เรยี นท่มี ตี ่อการใชเ้ กมคาศัพทภ์ าษาอังกฤษ

4. นาแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบ เกม สื่อการสอนวิดีโอ และแบบประเมินความพึงพอใจให้
สมาชิกทีม E-PLC ตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมือวิจยั

5. ปรับปรุงนวตั กรรมตามข้อเสนอแนะของสมาชิกทีม E-PLC ให้เหมาะสมกบั กลุ่มตัวอยา่ ง
6. ทดลองจัดการเรียนการสอนและใช้นวตั กรรมที่สรา้ งขึ้นกับกล่มุ ตวั อยา่ ง

7. ทดสอบหลงั เรียนเมื่อได้จดั การเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการและนวตั กรรมทสี่ รา้ งขึ้น

8. วิเคราะหผ์ ลโดยใชส้ ถติ ิพื้นฐาน

3.3 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล

การวิจยั ครัง้ นี้ ได้แบ่งการวิเคราะห์ตามลาดับ ดงั น้ี

3.2.1 การทดสอบเปรียบเทยี บคะแนนของกลุ่มตัวอยา่ งก่อนและหลังเรยี นเก่ยี วกบั การใช้ประโยคอย่าง่าย
ตามแบบฝึกพัฒนาทักษะการพดู เพื่อการส่อื สารในชีวิตประจาวนั SCS โดยใช้ Rubric Scoring และหาคา่ ที (t-
test dependent) เปรยี บเทียบคะแนนของกลมุ่ ตวั อย่างก่อนและหลังการใชโ้ ดยกาหนดระดบั นัยสาคญั ท่ีระดบั
.05

3.2.2 การวิเคราะห์หาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสภาพการดาเนินการจัดการเรียนการสอน
แบบ CBL ผา่ นรูปแบบการสอนออนไลน์และกระบวนการ E-PLC และแบบฝึกพัฒนาทักษะการพดู เพ่ือการส่ือสาร
ในชีวติ ประจาวัน SCS แก่นกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5/1 โรงเรียนชมุ ชนบ้านพงสตา

3.4 สถติ ทิ ี่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
3.3.1 การทดสอบเปรียบเทียบคะแนนของกลมุ่ ตวั อย่างก่อนและหลงั เรียนเกี่ยวกบั การใช้ประโยคอย่าง่าย
ตามแบบฝกึ พัฒนาทักษะการพดู เพื่อการสื่อสารในชีวติ ประจาวัน SCS โดยใช้ Rubric Scoring และหาค่าที (t-
test dependent) เปรียบเทยี บคะแนนของกล่มุ ตัวอย่างก่อนและหลังการใชโ้ ดยกาหนดระดับนยั สาคัญที่ระดับ
.05
ผู้วิจัยเลือกใช้ Analytic Rubrics เป็นเกณฑ์การให้คะแนนท่ีแยกส่วนหรือองค์ประกอบคุณลักษณะของ
ผลงานหรือกระบวนการ แลว้ นาแตล่ ะส่วนหรือองค์ประกอบของคณุ ลักษณะมารวมกันเป็นคะแนนรวม
ผู้วจิ ัยจะต้องตัดสินคุณภาพของผลงานหรือกระบวนการปฏิบัติงานของผู้เรียนแตล่ ะคนที่มีระดบั ทแ่ี ตกตา่ ง
กันหลายระดับ ระดับท่ีแตกต่างกันอาจจะเป็นระดับคุณภาพของชิ้นงานท่ีได้สร้างข้ึน หรือระดับของกระบวนการ
ตา่ ง ๆ ท่ีผเู้ รยี นแตล่ ะคนได้ใชเ้ พือ่ ใหเ้ กดิ ผลงาน (ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสทิ ธ์.ิ ออนไลน์)

ผวู้ ิจัยได้วิเคราะหข์ ้อมูลโดยใช้คอมพิวเตอรโ์ ปรแกรมคานวณการวิจยั ชัน้ เรียน โดยดาเนนิ การวเิ คราะหด์ ังนี้
สถิติพน้ื ฐานในการวเิ คราะห์ข้อมลู ได้แก่

1. ค่าเฉลี่ย (Mean) ของคะแนน โดยใช้สูตร (บุญชม ศรีสะอาด. 2545: 101)

เม่อื X แทน คา่ เฉลยี่

X แทน ผลรวมของคะแนนท้งั หมดในกลมุ่

N แทน จานวนคนในกลมุ่

2. การหาสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใชส้ ตู ร (บญุ ชม ศรีสะอาด. 2545:103)

เม่อื S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
X แทน คะแนนแต่ละตัว
N แทน จานวนคะแนนในกลุ่ม

 แทน ผลรวม

3. เปรียบเทียบคา่ เฉลี่ยของกล่มุ ตัวอยา่ ง 2 กลมุ่ คือแบบทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรยี น โดยการทดสอบ
คา่ ที (t – test) โดยใช้สตู ร (ผ่องศรี วาณชิ ยศ์ ภุ วงศ์, 2546 :175)

เม่ือ t แทน คา่ สถิตทิ ่จี ะใช้เปรยี บเทียบกับค่าวิกฤตเพ่ือทราบนัยสาคัญ
D แทน คา่ ผลตา่ งระหวา่ งคู่คะแนน
n แทน จานวนกล่มุ ตวั อย่างหรอื จานวนคคู่ ะแนน

 แทน ผลรวม

3.2.2 การวิเคราะห์หาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสภาพการดาเนินการจัดการเรียนการสอน
แบบ CBL แกน่ กั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5/1 โรงเรียนชมุ ชนบ้านพงสตา

แบบสอบถามตอนท่ี 1 วิเคราะห์หาระดับความพงึ พอใจ 5 ระดับ ทมี่ ีต่อสภาพการดาเนินการจัดการเรียน
การสอนแบบ CBL

แบบสอบถามตอนที่ 2 วิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม โดยใช้การวัดเชิง
คณุ ภาพ เพื่อนนามาประกอบการอภิปรายผลในการศึกษาคน้ คว้า

โดยคานวณหาค่าเฉล่ีย (μ) และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน (σ) ของข้อมูลเก่ียวกับ แบบสอบถามความพึง
พอใจเกี่ยวกับสภาพการดาเนินการจัดการเรียนการสอนแบบ CBL แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา ซึ่งสอบถามด้านต่าง ๆ 5 ด้าน โดยให้คะแนน ตามเกณฑ์ของครอนบาค
(Cronbach, 1550 : 126-127 อ้างถึงในดลมนรรจน์ บากา และ เกษตรชัย และหีม, 2548 : 82 ) โดย
แบง่ ชว่ งของค่าตัวกลางเลขคณติ 5 กล่มุ ในการแปลความหมาย ดังนี้ คือ
0.00 -1.50 หมายถงึ ปฏบิ ตั ิระดับ นอ้ ยทสี่ ดุ
1.51 – 2.50 หมายถงึ ปฏิบตั ริ ะดบั นอ้ ย
2.51 – 3.50 หมายถึง ปฏบิ ตั ริ ะดบั ปานกลาง

3.51 – 4.50 หมายถงึ ปฏบิ ัตริ ะดับ มาก
4.51 – 5.00 หมายถึง ปฏบิ ัติระดับ มากที่สุด

และแบบสอบถามข้อย่อยตอนที่ 2 แบบสอบถามปลายเปิด เก่ียวกับ ข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะอ่ืนๆต่อ
ครูและการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษโดยวิธีการสังเคราะห์ความคิดเห็นที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน
เพื่อนามาประกอบการอภปิ รายผล

บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
จากการวิจัยเร่ืองการพัฒนาการพูดเพ่ือการส่ือสารตามสถานการณ์จริงในชีวิตประจาวันโดยใช้การสอน
แบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC ของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี5 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการสื่อสาร
ภาษาอังกฤษท้งั ก่อนเรียนและหลังเรียน ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โดย
ใชป้ ระโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพดู เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS 2.เพ่ือศกึ ษาความพึงพอใจของการ
จัดการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ) ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC และการใช้
แบบฝกึ พัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โดยผู้วิจัย
ใช้ระเบียบวิจัยเชิงทดลอง ซึ่งออกแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนเรียนและหลังเรียน มีกลุ่มตัวอย่างใน
การวิจัย คือนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา จังหวัดปัตตานี จานวน 8 คน ผู้วิจัยได้
นาเสนอผลวิเคราะหข์ ้อมูล ดังตอ่ ไปน้ี

4.1 สัญลกั ษณท์ ใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมลู
การวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการสื่อสารภาษาอังกฤษทั้งก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้การ
สมั ภาษณ์ตอบคาถามจากประโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการส่ือสารในชีวิตประจาวัน SCS ซ่ึงผู้วิจยั ได้
ใช้สญั ลกั ษณ์ต่าง ๆในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ดงั ตอ่ ไปนี้
̅ แทน คา่ เฉลย่ี
S.D แทน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
N แทน กล่มุ ตัวอยา่ ง
t แทน ค่าสถิติท่ีใชใ้ นการเปรียบเทียบ

4.2 ข้ันตอนการวิเคราะห์ขอ้ มลู
ผู้วจิ ัยได้ดาเนนิ การวิจยั ตามขัน้ ตอนดังตอ่ ไปนี้

ตารางที่ 1 แสดงคะแนนความแตกตา่ งกอ่ นและหลงั เรียน
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบคะแนนความแตกต่างของนักเรียนช้ัน ป.5/1โดยใช้แบบทดสอบวัดผล
สมั ฤทธ์ทิ างการพดู กอ่ นและหลังเรียน
ตารางท่ี 3 ศึกษาประสิทธิภาพของเคร่ืองมือแบบฝึกเสริมทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารใน
ชวี ติ ประจาวนั SCS ของผทู้ รงคุณวุฒิตอ่ นวตั กรรม

ตารางท่ี 4 ศึกษาความพงึ พอใจของการจัดการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ) ผ่านรูปแบบ
การสอนออนไลน์ และกระบวนการ E-PLC และการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการส่ือสารใน
ชวี ิตประจาวัน SCS ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจท่ีผู้วิจัยสร้าง
ขึน้

4.3 ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
ผู้วจิ ยั ได้นาเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ตามลาดบั ดังตอ่ ไปน้ี
ตารางที่ 1 ตารางแสดงคะแนนความแตกตา่ งก่อนและหลงั เรียน
ตารางที่ 4.1 แสดงคะแนนความแตกต่างของแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการพูดก่อนและหลังเรยี น

คนท่ี คะแนนสอบก่อน คะแนนสอบหลัง คะแนน สรุปผลการประเมิน
เรียน เรียน ความก้าวหนา้ ผา่ น ไม่ผ่าน
10 10

1 3 7 +4 

2 3 7 +4 

3 5 10 +4 

4 5 10 +5 

5 4 9 +4 

6 4 8 +4 

7 3 8 +5 

8 4 9 +4 

̅ 3.8 8.5 +4.7

S.D. 0.68 1.19

จากตารางที่ 4.1 แสดงให้เห็นว่าผลการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของการใช้แบบทดสอบ
วัดผลสัมฤทธ์ิทางการพูดก่อนและหลังเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 เรื่อง Food and
Drinks กลุ่มเป้าหมายมีคะแนนก่อนเรียนสูงสุด 5 คะแนน และคะแนนต่าสุดคือ 3 คะแนน ซ่ึงคะแนนเฉลี่ยจาก
การทาแบบทดสอบก่อนเรียนอยู่ท่ี 3.8 ส่วนค่าเบีย่ งเบนมาตรฐานกอ่ นเรียนมีค่าเท่ากับ 0.68 และคะแนนเฉลยี่ จาก
การทาแบบทดสอบหลงั เรียนอยูท่ ่ี 8.5 สว่ นค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานหลังเรียนมีค่าเทา่ กับ 1.19

ตารางที่ 2 เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการพูดกอ่ นและหลังเรยี นภาษาองั กฤษของนักเรยี นช้ัน
ประถมศึกษาปที ี่ 5/1

ตารางที่ 4.2 ตารางแสดงคะแนนค่าเฉล่ยี คา่ สว่ นเบนเบยี่ งมาตรฐาน t-test และค่า Sig. ทไี่ ด้จากการทา
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการพูดก่อนและหลงั เรียนภาษาองั กฤษของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5/1

การทดสอบ N คะแนนเต็ม ̅ S.D. T-test Sig (2-detailed)

ก่อนเรยี น 8 10 3.8 0.68 25 0.0000

หลงั เรยี น 8 10 8.5 1.19

จากตารางท่ี 4.2 แสดงให้เห็นวา่ คะแนนแบบทดสอบวดั ผลทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดย
ทดสอบค่า (t-test Dependent sample) มีค่าเฉลย่ี หลงั เรยี น = 8.5 ค่าเบ่ยี งเบนมาตรฐานของคะแนนหลังเรยี น
คือ 1.19 สว่ นคา่ เฉล่ยี กอ่ นเรียน = 3.8 และคา่ เบี่ยงเบนมาตรฐานกอ่ นเรียนคือ 0.68 แสดงว่าผลสัมฤทธทิ์ างการ
พูดก่อนและหลังเรียนภาษาอังกฤษของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5/1 ที่ไดร้ ับการจัดการสอนแบบสรา้ งสรรค์
เปน็ ฐาน (CBL) และการใช้แบบฝกึ พฒั นาทักษะการพูดเพ่อื การสือ่ สารภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจาวัน SCSหลังเรียน
สงู กว่าก่อนเรียน อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดบั .05 เป็นไปตามสมมตฐิ าน

ตารางท่ี 4.3 ตารางวิเคราะห์ความเหน็ ของผ้ทู รงคุณวฒุ ิต่อนวัตกรรม

จดุ ประสงค์ ผลการพจิ ารณาของ รวม ดัชนคี วาม ผลการ

ผูเ้ ชี่ยวชาญ (คนที)่ สอดคล้อง พิจารณา

123

1. เน้ือหาความสอดคล้องเหมาะสมกับหลักสตู ร +1 +1 +1 3 1 ใชไ้ ด้
2 0.66 ใชไ้ ด้
2.ความสอดคล้องเหมาะสมกับวยั ของผ้เู รยี น +1 +1 0 3 1 ใช้ได้

3.ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพ +1 +1 +1

ปจั จุบันและปัญหา

4.ความเหมาะสมตอ่ กระบวนการพัฒนาผู้เรียน +1 +1 +1 3 1 ใชไ้ ด้
2 0.66 ใช้ได้
5.ความเหมาะสมของเน้ือหา 0 +1 +1

6.เคร่ืองมือสามารถพฒั นาการพูดภาษาอังกฤษ +1 +1 +1 3 1 ใชไ้ ด้
ได้ดีย่งิ ขน้ึ 3 1 ใช้ได้

7.สสี นั สดใสน่าดึงดูดของส่ือ +1 +1 +1

จากตารางท่ี 4.3 พบวา่ ความเหมาะสมของการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพดู เพอื่ การสอ่ื สารภาษาอังกฤษ
ในชีวิตประจาวัน SCS สาหรบั นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5/1 ตามความคดิ เห็นของผู้เชี่ยวชาญมคี วามเหมาะสม

ตารางที่ 4.4 ศึกษาความพึงพอใจของการจัดการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) และการใช้แบบฝึก
พัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการส่ือสารในชีวิตประจาวัน SCS ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โดยใช้แบบ
ประเมินความพงึ พอใจทผ่ี ู้วจิ ยั สรา้ งขึน้

ระดบั คะแนนเทยี บเกณฑ์
 ระดับความพงึ พอใจ 5 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากที่สดุ
 ระดับความพึงพอใจ 4 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก
 ระดับความพงึ พอใจ 3 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดบั ปานกลาง
 ระดับความพึงพอใจ 2 หมายถงึ มีความพงึ พอใจอยู่ในระดับน้อย
 ระดบั ความพึงพอใจ 1 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอยใู่ นระดับนอ้ ยท่สี ดุ

ระดบั ค่าเฉลี่ยเทียบเกณฑ์
 4.51 – 5.00 หมายถึง ปฏบิ ตั ิระดบั มากท่ีสดุ
 3.51 – 4.50 หมายถึง ปฏิบัติระดบั มาก
 2.51 – 3.50 หมายถึง ปฏิบัตริ ะดับ ปานกลาง
 1.51 – 2.50 หมายถงึ ปฏบิ ตั ริ ะดบั น้อย
 0.00 -1.50 หมายถงึ ปฏบิ ัตริ ะดบั นอ้ ยทีส่ ุด

ขอ้ 1 คา่ เฉลยี่ SD แปรผล
ขอ้ 2 5.00 0.62 ดที ส่ี ดุ
ขอ้ 3 4.50 0.56 ดมี าก
ขอ้ 4 4.75 0.59 ดที ส่ี ดุ
ขอ้ 5 4.88 0.60 ดที ส่ี ดุ
ขอ้ 6 4.88 0.60 ดที สี่ ดุ
ขอ้ 7 4.75 0.59 ดที สี่ ดุ
ขอ้ 8 4.75 0.59 ดที ส่ี ดุ
ขอ้ 9 4.88 0.60 ดที สี่ ดุ
ขอ้ 10 4.88 0.60 ดที สี่ ดุ
รวม 4.81 0.60 ดที สี่ ดุ

ตารางที่ 4.4 แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความพึงพอใจของการจัดการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL)
และการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 5/1
มีคา่ เฉลี่ยทื 4.81 ซ่งึ อยใู่ นระดับท่ี มากทสี่ ดุ

บทที่ 5
สรปุ ผลการวิจัย
อภิปรายและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการพัฒนาการพูดเพื่อการสื่อสารตามสถานการณ์จริงใน
ชีวิตประจาวันโดยใช้การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ผ่านรูปแบบการสอนออนไลน์ และกระบวนการ
E-PLC ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่5โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา จังหวัดมีวัตถุประสงค์ 1.เพ่ือศึกษา
เปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการสอ่ื สารภาษาอังกฤษทั้งกอ่ นเรียนและหลังเรียน ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โดยใช้ประโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการสื่อสารในชีวิตประจาวัน
SCS 2.เพื่อศึกษาความพึงพอใจของการจัดการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) และการใช้แบบฝึกพัฒนา
ทักษะการพูดเพ่ือการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1 โดยกลุ่มเป้าหมายคือ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5/1 จานวน 8 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ ในการการวิจัยประกอบด้วย (1) แผนการจัดการ
เรียนรู้โดยใช้การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) ผ่านกระบวนการ EPLC จานวน 3 แผน (2) แบบทดสอบ
ผลสัมฤทธท์ิ างการสื่อสารภาษาอังกฤษท้ังก่อนเรียนและหลังเรียน ด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรยี นชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 5/1 โดยใช้ประโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS (3) แบบ
ฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS จานวน 1 ชุด สถิติท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่
คา่ ดัชนีความเที่ยงตรง (Validity) ด้านความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลการเรยี นรู้โดยใช้ดัชนีความ
สอดคล้องตรงตามความเป็นจริงที่ต้องการวัด โดยพิจารณาจากความเหมาะสมหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index
of item – Objective Congruence: IOC) คานวณได้จากสูตร ผวู้ ิจัยไดส้ รปุ ผลการวิจยั และข้อเสนอแนะดังนี้

5.1 สรุปผลการวิจัย
1. แสดงให้เหน็ วา่ ผลการทาแบบทดสอบผลสมั ฤทธทิ์ างการสอ่ื สารภาษาองั กฤษทั้งกอ่ นเรยี นและหลงั
เรียน ด้านทักษะการพดู ภาษาองั กฤษของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5/1 โดยใช้ประโยคในแบบฝกึ พฒั นาทักษะ
การพดู เพื่อการสื่อสารในชวี ติ ประจาวัน SCS กลุ่มเปา้ หมายมคี ะแนนก่อนเรยี นสูงสดุ 6 คะแนน และคะแนนตา่ สดุ
คือ 3 คะแนน ซ่งึ คะแนนเฉลยี่ จากการทาแบบทดสอบก่อนเรียนอยู่ที่ 3.8 ส่วนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานก่อนเรยี นมี
คา่ เท่ากับ 0.68 และคะแนนเฉลี่ยจากการทาแบบทดสอบหลังเรยี นอยู่ที่ 8.5 สว่ นคา่ เบ่ียงเบนมาตรฐานหลงั เรยี นมี
ค่า เทา่ กับ 1.19 สรุปได้วา่ ผลการวิเคราะห์คะแนนแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทักษะการพูดภาษาองั กฤษของนกั เรียน
ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โดยใชป้ ระโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการสื่อสารในชีวติ ประจาวัน SCS
โรงเรียนชมุ ชนบา้ นพงสตา มีประการพฒั นาข้นึ ตามเกณฑ์การประเมนิ ในการจัดการเรียนรู้
5.2 อภิปรายผลการวิจัย
1. การพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการส่ือสารให้กับนักเรียนช้ันป.5/1 โรงเรียนชุมชนบ้านพงสตา หลังจากมี
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและใช้โครงสร้างประโยคจากแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการส่ือสารใน

ชวี ิตประจาวัน SCS ตามขนั้ ตอน พบว่าวธิ ีดังกล่าวทาให้กลมุ่ เป้าหมายที่ผูว้ ิจัยได้ทาการทดลองในการทาวิจัยคร้ังน้ี
สามารถพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนได้ดีข้ึน นักเรียนสามารถส่ือสารประโยคอย่างง่ายและ
โต้ตอบในสถานการจริงได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งยังสามารถเรียนรู้คาศัพท์เพ่ือต่อยอดในการพูด เสมือนเป็นคลัง
คาศัพท์ที่นาไปใช้ในสถานการณ์ทั่วไปได้ ซ่ึงสอดคล้องสุมิตรา อังวัฒนกุล (2540, หน้า 34) การสอนภาษาอังกฤษ
เพ่ือการส่ือสารเป็นการเรียนการสอนที่ไม่ได้ให้ผู้เรียนเรียนรู้เฉพาะรูปแบบหรือโครงสร้างทางภาษาเท่าน้ัน แต่เป็น
การมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนาความรู้ไปใช้ได้จริงตามสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน อีกด้วย กล่าวได้ว่า
ความสามารถด้านการพูดภาษาอังกฤษ ของนักเรียนกลุ่มทดลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทุกคน แสดงให้เห็นว่า
วิธีการสอนควบคู่กับการใช้แบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS สามารถส่งเสริมการ
การพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนได้ดีข้ึนโดยเฉพาะผู้เรียนท่ีไม่มีความมั่นใจการพูด ไม่สามารถสื่อสารประโยค
เบ้ืองต้นอย่างง่าย เช่น What fruit do you like? เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งน้ีไม่สามารถส่ือสาร
ประโยคอย่างง่ายท่ีใช้ในชีวิตประจาวันและมีทักษะการพูดโต้ตอบในระดับอ่อนมาก แต่เมื่อผ่านการจัดการเรียน
การสอนควบคู่กับประโยคในแบบฝึกพัฒนาทักษะการพูดเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจาวัน SCS แล้วก็พบว่า
นกั เรียนสอ่ื สารได้ผ่านเกณฑ์ตามที่ไดต้ ้ังไว้กอ่ น อกี ท้ังหน่ึงวิธีการฝกึ การสอื่ สารท่ปี รากกฏใน SCS นัน้ คอื การอดั วิดิ
โอสั้น ๆ ตามโครงสร้างประโยคในแบบฝึก ทาให้นักเรียนสามารถฝึกการออกเสียง อารมณ์ร่วมในขณะที่พูดและ
ส่งเสริมความเข้าใจในประโยคที่พูด ฮาร์เมอร์ (Harmer.1583:44-45)กล่าวว่าในการ จัดกิจกรรมเพ่ือการส่ือสาร
อาจารย์ผู้สอนควรจัดกิจกรรมที่ทาใหน้ ักเรียนเห็นความสาคัญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร นักเรียนได้มีโอกาสใช้
ภาษาไดห้ ลายรปู แบบ สาหรับกลุ่มเป้าหมายท่ีร่วมการวิจัย ในครั้งนี้มีปัญหาที่พบคือ นักเรยี นไม่สง่ วิดิโอตามเวลาท่ี
กาหนดไว้ แตค่ รผู ู้สอนต้องใหก้ าลังใจและติดตาม คอยกระตุ้นผเู้ รยี นใหส้ ง่ วดิ ิโออยเู่ สมอ

2. การจัดการเรียนสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน (CBL) เป็นวิธีการท่ีสามารถส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้
และทักษะสาคัญไปพร้อม ๆ กัน โดยรูปแบบการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานมีกระบวนการ (Process) และ
บรรยากาศ (Context) ที่ตอบโจทย์ต่อการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออน์ไลน์ อีกทั้งสามารถสร้างเสริมทกั ษะ
ด้านการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ การค้นหาความรู้ และการใช้เกมหรือส่ือมัลติมีเดียเป็นแรงจูงใจ โดยมีครูเป็น
เพียงผู้อานวยการเรียนรู้ ผู้วิจัยสังเกตเห็นได้ชัดจากการทาวิจัยคร้ังน้ี ว่ารูปแบบการสอนสร้างสรรค์เป็นฐาน
สามารถส่งเสรมิ ความม่ันใจในการสอื่ สารภาษาอังกฤษมากขึ้น นักเรยี นเกิดแรงกระตนุ้ และอยากเรียนรู้มากขึ้นเมื่อ
ใช้สื่อหรือแฟลตฟอร์มต่าง ๆ ในการจัดการเรียนการสอน ทั้งเกมออนไลน์ ส่ือวิดิโอ แฟลตฟอร์มTik-Tok Padlet
และบัตรคาออนไลน์จากPPT จากท่ีนักเรียนขาดความม่ันใจในการพูดภาษาอังกฤษ กลัวภาษาอังกฤษกลับ
กลายเป็นวิชาท่ีนักเรียนสนุก อยากเรียนรู้และชอบภาษาอังกฤษมากขึ้น อีกทั้งกระบวนการ CBL ที่ประเมิน
นักเรียนจากสมรรถนของนักเรียนเอง ทาให้นักเรยี นสามารถมองเห็นถึงพัฒนาการการพูดภาษาอังกฤษของตนเอง
และกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ด้วยตนเองมากข้ึน ซ่ึงวิธีการสอนดังกล่าวเป็นหนึ่งในวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ

Active learning ตามที่วิริยะ ฤๅชัยพาณิชย์ (2558ข: 35) ได้ระบุว่าการจัดการสอนสร้างสรรค์เป็นฐานต้องทาให้
ผู้เรียนตื่นตัวในการค้นคว้าท่ีผู้สอนต้องคานึงถึงกระบวนการเรียนรู้ บรรยากาศ และบทบาทของผู้เรียน ผู้วิจัยจึง
สรุปได้ว่าผู้เรียนการจัดการเรียนการสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐานเป็นวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ สามารถพัฒนา
ผู้เรียนด้านการพูดและการสื่อสาร มีความม่ันใจในการโต้ตอบส่ือสาร กระตุ้นผู้เรียนในการศึกษาหาความรู้ มี
บรรยากาศท่ีสนกุ อีกท้ังตอบโจทย์ทักษะแหง่ อนาคตหลาหลายด้าน อาทิ ทักษะในการทางานเป็นทมี ทักษะการใช้
เทคโนโลยี ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ และทกั ษะความคิดสร้างสรรค์

5.3 ขอ้ เสนอแนะเพอื่ การวิจัย

1.ข้อเสนอแนะเพื่อนาผลการวจิ ัยไปใช้
1.1 ควรมหี ัวขอ้ หรอื เน้ือหาในการจัดการเรยี นการสอนทห่ี ลากหลายเพอ่ื ให้ตอบโจทย์การสือ่ สารในชีวติ ประจาวัน

อาจเลอื กสถานการณ์ทีม่ กั เกิดข้นึ ในชวี ติ ประจาวนั ของนักเรยี น และควรใชป้ ระโยคภาษาอังกฤษท่ีมคี วาม
ยดื หย่นุ ไม่จากดั การตอบความคดิ ของนักเรียนมากเกินไป เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นสามารถประยุกต์ใช้ได้จรงิ ใน
สถานการณ์ตา่ งๆ
1.2 การฝึกทักษะการพูดนั้นจาเปน็ ต้องฝกึ ฝนอยา่ งต่อเน่ือง ผวู้ ิจัยต้องคดั สรรกจิ กกรมท่ีหลากหลายเพื่อเอื้อต่อ
ผ้เู รยี นในการสอ่ื สารภาษาองั กฤษ โดยอาจจาลองสถานการณ์ที่ให้ผเู้ รยี นได้ฝึกการพูดมากยง่ิ ข้นึ

ข้อเสนอแนะเพ่ือการวจิ ยั ครงั้ ตอ่ ไป
1. ควรมีการทาจัดการเรียนรู้โดยกระบวนการ E-PLC ท่ีมากกว่าเดิมหรือมากกว่า 3 ครั้ง เนื่องจากการ
จัดการเรียนรู้ระยะสั้นอาจไม่สามารถสรุปผลการพัฒนาทักษะการพูดเพ่ือการสื่อสารภาษาอังกฤษของ
นักเรยี นได้อย่างชัดเจน
2. ควรเลือกกลุ่มตัวอย่าง 2 กลมุ่ ทตี่ ่างกนั ในการทดลองทาการวิจยั นี้ โดยเลือกกลุ่มตัวอยา่ งที่ใช้กระบวนการ
จัดการเรียนการสอนเป็นฐาน CBL และกลุ่มตัวอย่างที่ใช้วิธีการสอนแบบปกติทั่วไป เพ่ือเป็นข้อพิสูจน์ท่ี
แน่ชัดถึงวิธีการสอนแบบ CBL สามารถส่งเสริมทักษะการพูดภาษาอังกฤษ เพ่ิมความมั่นใจการโต้ตอบ
และผ้เู รยี นมีความพึงพอใจในวิธกี ารสอนแบบใดได้อย่างชดั เจน

บรรณานุกรม

4. เอกสารอา้ งอิง

ภาษาไทย

กระทรวงศึกษาธิการ.(2551).หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานพุทธศักราช 2551.กรุงเทพมหานคร :กระ
ทรงศกึ ษาธิการ

กล สมรรถ, และพจนา วาณิชย์. การใช้สารสนเทศและความต้องการสารสนเทศในการสอนระดับปริญญาตรี ของ
อาจารย์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (Doctoral dissertation, มหาวิทยาลัยสงขลา
นครินทร)์ .

จตุโชค อุดม, สุภัสสรา, มิตรานันท์, ชนิดา, วัฒนะรัตน์, และประพิมพ์พงศ์. (2021). ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง
วิชาชีพ: นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษในศตวรรษที่ 21 กับการจัดการเรียนร่วม. วารสารวิจัยและ
พัฒนาการ ศกึ ษาพเิ ศษ, 10(1), 1-15.

ฉตั รชนก เฮงสุโข, กรรณิการ์ บุญขาว, นิรันดร สหี ะนาม, & วิสิทธิ์ มะณี. (2015). สถานการณ์ปัจจุบันและ ปัจจัยท่ี
ส่งผลกระทบต่อการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารของคนไทย. วารสารศึกษาศาสตร์ ม.ม.ร, 7(1),
155-160.

ฉัตรศิริ ปยิ ะพมิ ลสิทธิ์.2544. เกณฑ์การให้คะแนน Scoring Rubric. สบื คน้ เมอ่ื วันท่ี 14 เดอื นกันยายน ปี2564,
http://edkpss.blogspot.com/2010/08/blog-post_7815.html.

ชลธิชา นานา,และ บุษบา บัวสมบูรณ์.(2018). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนช้ัน
มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ที่จดั การเรียนร้โู ดยใชร้ ปู แบบการสอนแบบสร้างสรรคเ์ ป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศิลปากร, 16(2), 113-128.

ถาธัญ, ศรีทูล, และคณะ. การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขยี นภาษาไทยของนักเรยี นท่ีมีความต้องการ พิเศษใน
โรงเรียนสังกดั สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาเชียงใหม่ เขต 4.

ทรงลักษณ์ สกุลและวิจิตร์ สินธุ. (2017). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันทางออนไลน์.
Veridian E-Journal, Silpakorn University (Humanities, Social Sciences and arts), 1 0 (2),
437-450.

ทัศนีย์ ธราพร.(2021). การประยุกต์ใช้การเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning Approach)ในรายวิชา
ภาษาอังกฤษเพ่ืออาชีพเพ่ือสง่ เสริมความสามารถในการสอื่ สารภาษาอังกฤษของผู้เรียน.วารสารสุโขทัย
ธรรมาธริ าช, 34(1), 71-87.

ธนพลอยสิริ สิริบรรสพ. (2018). ความสามารถด้านการพูดภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสารโดยใช้กจิ กรรมการพูด เพื่อ
การส่ือสารของนักศึกษา มหาวิทยาลัย ปทุมธานี. Journal of Suvarnabhumi Institute of
Technology (Humanities and Social Sciences), 4(Special), 156-207.

บุญล้อม, และพันธ์ นาค. (2017). ผลการจัดการเรียนรู้แบบการตอบสนองด้วยท่าทางกับแบบตามแนวการ สอน
ภาษาเพื่อการส่ือสารที่มีต่อทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
( Doctoral dissertation, Dhonburi Rajabhat University. Office of Academic Resources
And Information Technology.).

พิเชฐ คูชลธารา, สนอง โลหิตวิเศษ, รุจพร ชนะชัย, และฤทธิชัย อ่อนมิ่ง. (2014). การประเมินประสิทธิผลรูป
แบบการเรียนรู้แบบผสมผสานและการเรียนรู้แบบยืดหยุ่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสาหรับ
ผูใ้ หญ่วัย ทางาน. VRU Research and Development Journal Science and Technology, 5(1),
55-63.

พิณนภา หมวกยอด.(2018). การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 สาหรับ
นักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั แม่โจ.้ วารสารสงั คมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 44(1), 150-184.

วงศ์รัตน มัจฉา,และ ฐิติ พงษ์. การพัฒนาหน่วยการเรียนรู้การใช้เคร่ืองให้จังหวะเพ่ือเสริมสร้างความสนใจ และ
พฒั นาผลสมั ฤทธกิ์ ารเรียนรู้สาระการเรียนรู้ดนตรขี องนกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาช้นั ปีท่ี 2.

วริ ยิ ะ. (2558). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน.วารสารนวตั กรรมการเรียนิร้, ปีที 1, ฉบบั ที 2, 33.

วุฒิกร โกสินและชูกิจ. แหล่งข้อมูลการสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรความสนใจในรูปแบบการเรียนรู้แบบ
ผสมผสาน (Hybrid Learning) และประสบการณ์ในการเรียนรู้ท่ีส่งผลต่อความต้ังใจใช้บริการอบรม
ของผใู้ ช้บริการ.

ศรนี วล ลีสุวรรณ.์ ปญั หาการเรียนภาษาองั กฤษของนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 อาเภอแม่ริม จงั หวดั เชยี งใหม่.

ศริ ิ ประเสรฐิ , และกิง่ กมล. (2020). การสอนภาษาอังกฤษเพอื่ การส่อื สารตามแนวคิดเกมมฟิ ิเคชันกับรูปแบบ การ
เรียนออนไลน์. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ส่ือนวัตกรรมและการศึกษาเชิงสร้างสรรค์ (E-Journal of
Media Innovation and Creative Education), 3(2), 65-78.

สุข สบาย. (2020). แนวทางการบูรณาการสอ่ื และเทคโนโลยีสาหรับครูภาษาองั กฤษในศตวรรษที่ 21: ทฤษฎี ส่กู าร
ปฏบิ ตั ิ. Suratthani Rajabhat Journal, 7(2), 61-91.

สวุ ัฒน์ นิยมไทย. (2020). การพฒั นาการจัดการเรียนรู้ภาษาองั กฤษแบบผสมผสานโดยใช้โครงงานและ เทคโนโลยี
เป็นฐานสาหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง วิทยาลัยเทคนิคสุโขทัย.T-VET Journal,
4(8), 63-84.

อรรชนิดา หวานคง.(2016). การจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในศตวรรษท่ี 21. Journal of Yanasangvorn
Research Institute Mahamakut Buddhist University, 7(2), 303-314.

อัจฉริยะ ศรีทา. (2017). ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อหลักสูตรนิเทศศาสตร์บัณฑิตคณะมนุษยศาสตร์ และ
สงั คมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏศรสี ะเกษปีการศึกษา 2557. วารสารวิชาการมนุษย์และสังคม คณะ
มนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏศรีสะเกษ, 1(1), 54-110.

อัญชลิการ์ ขันติ. (2015). แนวทางการพัฒนาทักษะการพูดภาษาจีนเพ่ือการส่ือสารเบ้ืองต้น. CMU Journal of
Education, 3(1), 34-41.

อัญชลี วิรุฬห์จรรยา. (2017). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างวิธีการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ กับ
การเรียนการสอนนอกชั้นเรียนด้วยการฝึกปฏิบัติในเร่ืองการฝากขาย. Journal of Business
Administration The Association of Private Higher Education Institutions of Thailand, 6(1),
144-157.

อิสมิง, และนีนา. ผลของการจัดการเรียนการสอนตามแนวคิดวิธีธรรมชาติท่ีเน้นการกระตุ้นความใส่ใจและการ
สังเกตที่มีต่อความสามารถในการฟังและการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ที่ 1
(Doctoral dissertation, มหาวทิ ยาลยั สงขลา นครินทร์ วทิ ยาเขต ปตั ตานี).

ภาษาอังกฤษ

Awang, H., & Ramly, I. (2008). Creative thinking skill approach through problem-based learning:
Pedagogy and practice in the engineering classroom. International journal of human
and social sciences, 3(1), 18-23.

Hansopa, R., Subhakicco, P. S., & Chusorn, P. (2020). การพฒั นาทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 สาหรบั
โรงเรียนร่มโพธ์ิทองธรรมวทิ ย์. Journal of Social Science and Buddhistic Anthropology, 5(11),
18-31.

Nitko, A. J. (1996). Educational assessment of students. Prentice-Hall Order Processing Center,
PO Box 11071, Des Moines, IA 50336-1071.

Plangloun, C. (2020). กระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูสู่ความเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของกลุ่ม
เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาอาเภอเทิง จังหวัดเชียงราย. Journal of Social Science and
Buddhistic Anthropology, 5(8), 227-245.

Rukchaipanit, V. (2015). การสอนแบบสร้างสรรค์เป็นฐาน: Creativity-based Learning (CBL). Walailak
Journal of Learning Innovations, 1(2), 23-37.


Click to View FlipBook Version