ของคร)ู ๒. การศกึ ษาพงศาวดารหรือตำนานต่าง ๆ ถือเป็นการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์หรอื ไม่ อธิบายเหตุผล
(พจิ ารณาคำตอบโดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครู)
ชวั่ โมงที่ ๒
๒.๕ นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกันสรปุ ความรู้ ความหมายและความสำคญั ของประวัติศาสตร์
๒.๖ ครูให้นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ นำความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการศกึ ษาประวตั แิ ละผลงาน
ของบิดาแห่งประวัติศาสตรไ์ ทย และของโลก แลว้ นำผลงานมาเลา่ สกู่ ันฟัง
๒.๗ นักเรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด การศกึ ษาประวัติศาสตร์มีผลดีตอ่ ตวั นักเรยี นอย่างไรบา้ ง
(พิจารณาคำตอบของนักเรียนโดยให้อยใู่ นดุลยพนิ จิ ของคร)ู
๒.๘ ครูวัดและประเมนิ ผลงานนักเรียนจาการทำใบงานท่ี ๒.๑
๒.๙ นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ การศกึ ษาประวัติศาสตรส์ ามารถศกึ ษาจากตำราหรอื เอกสาร
เพียงเล่มเดยี วได้หรือไม่ อธบิ ายเหตุผล (พจิ ารณาคำตอบโดยใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครู)
๓. ข้ันสรปุ ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
๓.๑ นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สรุปความรู้ เรือ่ ง ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตร์
๓.๒ ครแู นะนำให้นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการศึกษาประวัติศาสตรต์ ่อไป
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ หนังสอื เรียน ประวตั ศิ าสตร์ ม. 3
๔.๒ หนังสอื อา่ นค้นควา้ เพิม่ เติม
๔.๓ ใบงานที่ ๒.๑ เร่ือง ความหมายและความสำคญั ของประวตั ิศาสตร์
๔.๔ ห้องสมดุ
๔.๕ แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
๗. บนั ทึกผลหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ ด้านความรู้ (K)
ตารางท่ี ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง ความหมายและความสำคญั
ของประวัติศาสตร์
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบว่านักเรยี นผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นกั เรยี น.......................................................
............................................................................................................................................................ ....
๑.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางท่ี ๒ แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เร่ือง ความหมายและความสำคัญ
ของประวัตศิ าสตร์
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรียนผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ................และพบวา่ นักเรยี น..........................................................
................................................................................................ ....................................................................
๑.๓ ด้านเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชือ่ มโยงกับมาตรฐานหลกั สตู ร
ตารางที่ ๓ แสดงคา่ รอ้ ยละคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เร่อื ง ความหมายและความสำคัญ
ของประวตั ิศาสตร์
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรียนคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น........................................................
............................................................................................................ ......................................................
สรปุ ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๖
๑. นักเรียนมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นอยู่ในระดับ...................
๒. นกั เรียนมีทกั ษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
๓. การปรบั เปล่ียนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้าม)ี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ขอ้ ค้นพบด้านพฤตกิ รรมการจดั การเรียนรู้
.........................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๕. อน่ื ๆ
................................................................................................................................................................ .........
........................................................................................... .............................................................................
*** ( หลงั จากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา แนวทางแกไ้ ข วธิ ีแก้ไข / พัฒนา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/ส่ิงท่ีพัฒนา /พัฒนา
ลงชอ่ื ............................................. ผ้สู อน
( นายกัณฑช์ ยวัฒน์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงชอ่ื ...............................................
( นางศริ นิ ันท์ คลา้ ยทอง )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
๘. ความคิดเหน็ (ผู้บริหาร / หรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ของ นายกัณฑ์ชยวฒั น์ ใสยจิตต์ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
๘.๑ เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
๘.๒ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ทีเ่ นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ที่ยงั ไม่เน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรุงกอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
..................................................................................................................... ..............................................
................................................................................................................................................ ....................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศิรนิ นั ท์ คล้ายทอง )
หวั หน้ากลุม่ สาระการเรยี นรู้
ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
............................................................................................................................. ....................................................
.............................................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
.............................................................. .................................................................................................................. .
ลงช่อื ........................................................
( นายวรี ะ แกว้ กลั ยา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบุรี
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๗
เรอ่ื ง วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ เวลา ๑ ช่ัวโมง ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3
--------------------------------------------
๑. เปา้ หมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สิง่ ทตี่ ้องรู้และปฏิบัตไิ ด้ ผลงาน / ชนิ้ งาน การวัดผล
และตวั ช้ีวัด - ใบงานท่ี ๒.๒ และการประเมนิ ผล
ส ๔.๑ ม. 3/๓ ๑. ความหมายและความสำคญั ของ - แบบทดสอบก่อนเรยี น
– ตรวจใบงาน
ประวัติศาสตร์ และวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ - สงั เกตพฤติกรรมการ
ทีค่ วามสัมพนั ธ์เชื่อมโยงกนั ทำงานกล่มุ
- สังเกตความมวี ินัย
๒. อธบิ ายความหมายและความสำคญั ของ
ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมน่ั
วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ได้ ในการทำงาน
๓. บอกขั้นตอนของวธิ กี ารทางประวัติศาสตรไ์ ด้
๒. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
การนำขัน้ ตอนของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ มาใชใ้ นการศึกษาประวตั ิศาสตร์ ย่อมทำให้ไดข้ ้อมูล
ทถ่ี ูกตอ้ งและน่าเชื่อถือ
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทักษะการสำรวจค้นหา
๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๒.๓ ทักษะการให้คำจำกัดความ
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทกั ษะการสำรวจค้นหา
๓.๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๓.๒.๓ ทกั ษะการใหค้ ำจำกัดความ
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๓. หลักฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรือภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อน – หลัง เรียน
๒. ใบงานท่ี ๒.๒ เรื่อง วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์
๔. การวัดและการประเมนิ ผล ( Evaluation )
สง่ิ ท่ีวดั ผล วธิ วี ดั ผล เครือ่ งมือวัดผล เกณฑก์ ารประเมิน
ด้านความรู้ (K) ๑. ทดสอบก่อนเรยี น ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
๒. ซกั ถาม ๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมนิ ตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม ๓. ใบงาน - ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P) ๑.ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมนิ การนำ -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
เสนอผลงาน
๒.สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ๒. แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
รายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล
๓.สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๓.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
กล่มุ การทำงานกลุ่ม
เจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะ (A) ๑. สงั เกตความมีวินยั ใฝ่ ๑. แบบประเมนิ - ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
สมรรถนะของผ้เู รยี น (C)
เรียนรู้และม่งุ มัน่ ในการ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ทำงาน
๑.สังเกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
สอ่ื สาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคิด และความสามารถ ๒.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
ในการใชท้ ักษะชวี ิต การทำงานรายบคุ คล
๓.แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกลุ่ม
๕ กระบวนการการจดั กิจกรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กจิ กรรมการเรียนร/ู้ แนวทางการเสริมแรงหรือชว่ ยเหลือนักเรียน
จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใช้วิธสี อนแบบ สืบเสาะหาความรู้
๖. กิจกรรมการเรยี นการสอน
๑. ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรยี น ( ระบุเวลาท่ใี ช้ )
๑.๑ นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถ้านักเรยี นต้องการศกึ ษาข้อมูล หรือเรอ่ื งราวทาง
ประวัตศิ าสตร์ ควรศกึ ษาดว้ ยวธิ ีการใด (วิเคราะห์ สังเคราะห์ ตามวิธีการทางประวัติศาสตร์)
๑.๒ ครูเปิดวีดที ศั น์สารคดเี กี่ยวกับประวัติศาสตรไ์ ทยใหน้ ักเรยี นดู แลว้ ใหน้ ักเรยี นตอบคำถาม
- สารคดีดงั กลา่ วเก่ยี วกบั เร่ืองอะไร
- นกั เรียนคดิ ว่า กว่าจะเปน็ สารคดีเร่ืองดังกล่าว ผจู้ ัดทำจะตอ้ งทำอย่างไรบ้าง
โดยครคู อยกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนมสี ่วนร่วมในการตอบคำถาม
๑.๓ นกั เรยี นแตล่ ะคน ศกึ ษาหาความรู้ เร่อื ง วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ จากหนังสือเรยี น หรอื
หนงั สือค้นควา้ เพมิ่ เติม ในประเด็นที่กำหนดให้ ดังนี้
- ความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์
- ขัน้ ตอนของวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
แล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุด
๑.๔ ครูอธิบายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า ประวตั ิศาสตร์ มหี ลายความหมายเนื่องจากมผี คู้ นให้คำนิยามเอาไว้
๑.๕ นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด เพราะเหตุใด เราจึงตอ้ งใช้วธิ ีการทางประวัติศาสตร์
ในการศกึ ษาเร่อื งราวทางประวตั ิศาสตร์ (เพื่อให้ได้ข้อมลู ท่ีมีความถูกต้องและชดั เจนมากทสี่ ุด)
๒. ขนั้ สอน ( ระบุเวลาทีใ่ ช้ )
๒.๑ นักเรียนเข้ากลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๑) แล้วนำความรทู้ ่ไี ด้จากการศึกษา มา
อภปิ รายร่วมกันในกลุ่ม ผลัดกันซกั ถามข้อสงสัยและอธิบาย จนทุกคนมีความเข้าใจชัดเจน
๒.๒ นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั สรปุ ความรู้ เรอ่ื ง ความหมายและความสำคัญของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์
๒.๓ นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถา้ ไมใ่ ชว้ ิธกี ารทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศึกษาเรื่องราว
ทางประวัติศาสตร์ สามารถใชว้ ธิ ใี ดไดอ้ ีกบา้ ง อธิบายเหตผุ ล (พิจารณาคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่
ในดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
๒.๔ นักเรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ทำใบงาน ท่ี ๒.๒ เร่ือง วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ เมอื่ ทำเสร็จแล้ว
ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง และเติมเต็มคำตอบใหส้ มบูรณ์
๒.๕ นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานำเสนอผลงาน ในใบงานท่ี ๒.๒ หนา้ ชนั้ เรยี น ครแู ละเพ่ือนกลุ่มอ่ืน
ช่วยกนั เฉลยคำตอบ ตรวจสอบความถูกต้องพร้อมท้งั ให้ข้อเสนอแนะ
๒.๖ นกั เรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด นักเรียนสามารถนำวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ ไปใชใ้ นชวี ติ
ประจำวนั ได้อยา่ งไรบา้ ง (พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)
๓. ขน้ั สรุป ( ระบเุ วลาทีใ่ ช้ )
๓.๑ นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั สรปุ ความรู้ เร่อื ง วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์
๓.๒ ครแู นะนำใหน้ กั เรียนนำความรูท้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวัน และในการศึกษา
ประวัตศิ าสตร์ตอ่ ไป
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรยี นรู้
๔.๑ หนงั สือเรยี น ประวตั ศิ าสตร์ ม. 3
๔.๒ หนังสืออ่านค้นควา้ เพิ่มเติม
๔.๓ วีดีทศั นส์ ารคดีเกีย่ วกบั ประวัติศาสตรไ์ ทย
๔.๔ ใบงานท่ี ๒.๒ เรื่อง วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
๔.๕ หอ้ งสมุด
๔.๖ แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
๗. บันทึกผลหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน เรอื่ ง วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๑ พบว่านักเรียนผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบว่านกั เรียน.......................................................
............................................................................................................................. ...................................
๑.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางที่ ๒ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เร่อื ง วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๒ พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ................และพบวา่ นกั เรยี น..........................................................
....................................................................................................................................................................
๑.๓ ด้านเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชอื่ มโยงกบั มาตรฐานหลักสตู ร
ตารางที่ ๓ แสดงค่าร้อยละคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ เรอ่ื ง วธิ ีการทางประวัติศาสตร์
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๓ พบว่านักเรยี นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อย่ใู นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นกั เรยี น........................................................
.......................................................................................... ........................................................................
สรปุ ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๗
๑. นักเรยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนอยู่ในระดบั ...................
๒. นกั เรียนมที ักษะในระดับ..................
๓. นักเรยี นมคี ณุ ลักษณะในระดบั ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
๓. การปรบั เปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถา้ มี)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ข้อคน้ พบด้านพฤติกรรมการจัดการเรียนรู้
................................................................................................................ .........................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๕. อ่นื ๆ
................................................................................................................................................ .........................
......................................................................................... ...............................................................................
*** ( หลงั จากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา แนวทางแกไ้ ข วธิ ีแก้ไข / พัฒนา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/ส่ิงท่ีพัฒนา /พัฒนา
ลงชอ่ื ............................................. ผ้สู อน
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงชอ่ื ...............................................
( นางศริ นิ ันท์ คลา้ ยทอง )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
ลงชื่อ............................................
( นายชาญยุทธ สทุ ธธิ รานนท์ )
รองผ้อู ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
๘. ความคิดเหน็ (ผู้บริหาร / หรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ ของ นายกณั ฑ์ชยวฒั น์ ใสยจิตต์ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
๘.๒ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เปน็ แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
..................................................................................................................... ..............................................
................................................................................................................................................ ....................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศิรนิ นั ท์ คลา้ ยทอง )
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
............................................................................................................................. ....................................................
.............................................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................................................................ .
ลงช่อื ........................................................
( นายวรี ะ แกว้ กลั ยา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบุรี
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๘
เร่ือง หลักฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทย เวลา ๑ ชั่วโมง ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
--------------------------------------------
๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สงิ่ ท่ีต้องร้แู ละปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน การวัดผล
และตวั ชี้วดั / ชน้ิ งาน และการประเมินผล
ส ๔.๑ ม. 3/๓ ๑. ตัวอย่างหลักฐานในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ - ใบงานท่ี ๒.๓ - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
– ตรวจใบงาน
ไทยสมัยสุโขทัย ทง้ั หลักฐานชน้ั ต้นและหลักฐาน - สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ชน้ั รอง เช่น ข้อความในศลิ าจารกึ สมัยรตั นโกสินทร์ ทำงานกลุม่
- สงั เกตความมีวนิ ยั
๒. อธิบายลกั ษณะของหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ด้
ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มน่ั
๓. ระบปุ ระเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย ในการทำงาน
ได้
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
การศึกษาเร่ืองราว หรือเหตุการณ์ทางประวัตศิ าสตร์จำเป็นต้องอาศยั หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
มาใชป้ ระกอบการศึกษา เพอื่ ให้ได้ขอ้ มลู ท่ีถูกตอ้ งน่าเชอื่ ถอื
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
๒.๒ ทกั ษะการวิเคราะห์
๒.๓ ทักษะการให้คำจำกัดความ
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทักษะการสำรวจค้นหา
๓.๒.๒ ทักษะการวเิ คราะห์
๓.๒.๓ ทักษะการสรา้ งความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๓. หลักฐานการเรยี นรู้ ชิ้นงานหรือภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ใบงานที่ ๒.๓ เร่อื ง หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์
๔. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
ส่ิงท่ีวดั ผล วิธีวดั ผล เคร่อื งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
๑. ทดสอบก่อนเรยี น ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตามสภาพจริง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๒. ซักถาม ๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมินตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กจิ กรรม ๓. ใบงาน - รอ้ ยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
เป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุม่
๑.ประเมินการนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมินการนำ -ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
เสนอผลงาน
๒.สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล
๓.สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ๓.แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม
เจตคต/ิ คุณลักษณะ (A) ๑. สังเกตความมวี นิ ัย ใฝ่ ๑. แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
สมรรถนะของผู้เรียน (C)
เรยี นรู้และมุง่ มัน่ ในการ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ทำงาน
๑.สงั เกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
ส่อื สาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคดิ และความสามารถ ๒.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
ในการใช้ทกั ษะชีวิต การทำงานรายบุคคล
๓.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกลุ่ม
๕ กระบวนการการจดั กิจกรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจดั กิจกรรมการเรยี นร้/ู แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นักเรยี น
จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใช้วธิ ีสอนแบบร่วมมอื : เทคนิคค่คู ดิ สีส่ หาย
๖. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๑. ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรียน ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
๑.๑ ครนู ำภาพหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์มาใหน้ ักเรียนดู แล้วใหน้ กั เรียนชว่ ยกนั บอกประเภทและ
ความสำคญั ของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ โดยครูคอยกระตุน้ ให้นักเรยี นทุกคนมีส่วนรว่ มในการตอบคำถาม
เพื่อนำเข้าสู่บทเรยี น
๒. ข้ันสอน ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
๒.๑ นักเรยี นเขา้ กลมุ่ เดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑) จบั คู่กันเปน็ ๒ คู่ ให้แตล่ ะครู่ ว่ มกัน
ศกึ ษาความรู้ เรื่อง ลกั ษณะ ประเภท และแหลง่ ที่มาของหลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย จากหนังสือเรยี น
และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ จากนนั้ ร่วมกนั สรุปสาระสำคัญ
๒.๒ นักเรยี นแตล่ ะคู่ชว่ ยกนั ทำใบงานท่ี ๒.๓ เรือ่ ง หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ เม่อื ทำเสรจ็ แล้ว
ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง
๒.๓ นักเรยี นแต่ละครู่ วมกลุม่ เดิม (๔ คน) แล้วผลดั กนั เลา่ ผลงานในใบงานท่ี ๒.๓ ของตนให้เพ่ือน
อกี ค่หู นง่ึ ฟัง ผลดั กนั ซกั ถามข้อสงสัยและอธิบายจนทกุ คนมคี วามเข้าใจชัดเจนตรงกัน จากนนั้ ร่วมกนั สรปุ
เปน็ คำตอบของกลุ่ม
๒.๔ ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบในใบงานท่ี ๒.๓
๒.๕ นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ๑. ถา้ นักเรียนตอ้ งการศึกษาประวัติศาสตร์ในทอ้ งถน่ิ ท่ี
ตนเองอาศยั อยู่ จะต้องอาศยั หลักฐานทางประวตั ิศาสตรอ์ ะไรบ้าง (พิจารณาคำตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่
ในดลุ ยพินจิ ของครผู ูส้ อน) ๒. นักเรียนคดิ วา่ ขอ้ จำกัดของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทยมอี ะไรบา้ ง
(พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยใหอ้ ย่ใู นดลุ ยพนิ ิจของครูผูส้ อน)
๓. ขน้ั สรุป ( ระบเุ วลาท่ีใช้ )
๓.๑ นักเรียนร่วมกนั สรปุ ความรู้ เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย ครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
และอธบิ ายเพิ่มเติม
๓.๒ นกั เรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ๑. นักเรยี นคิดว่าบนั ทึกของชาวต่างชาติมีความน่าเชอ่ื ถือ
เพยี งพอทจ่ี ะนำมาใชเ้ ป็นหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ไดห้ รอื ไม่ อธิบายเหตุผล (พจิ ารณาคำตอบของนกั เรียน
โดยให้อยใู่ นดุลยพินจิ ของครูผู้สอน) ๒. นักเรียนคดิ ว่าหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ของประเทศในอาเซยี น
สามารถนำมาใชใ้ นการศึกษาประวัตศิ าสตรไ์ ทยไดห้ รือไม่ อธบิ ายเหตุผล (พิจารณาคำตอบของนักเรียน
โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ ิจของครผู ้สู อน)
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ หนังสือเรียน ประวัตศิ าสตร์ ม. 3
๔.๒ หนังสืออา่ นค้นคว้าเพ่ิมเติม
๔.๓ บัตรภาพ
๔.๔ ใบงานที่ ๒.๓ เรือ่ ง หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
๔.๕ ห้องสมดุ
๔.๖ แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
๗. บนั ทึกผลหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี ๑ แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น เรอ่ื ง หลักฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทย
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๑ พบวา่ นักเรียนผลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดับ...............และพบวา่ นักเรยี น.......................................................
................................................................................................................................................ ................
๑.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางที่ ๒ แสดงคา่ ร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น เรื่อง หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๒ พบวา่ นักเรยี นผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดบั ................และพบว่านกั เรยี น..........................................................
............................................................................................................... .....................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชอ่ื มโยงกบั มาตรฐานหลักสตู ร
ตารางท่ี ๓ แสดงคา่ รอ้ ยละคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เร่อื ง วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบวา่ นกั เรียนคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ...............และพบวา่ นกั เรียน........................................................
............................................................................................................................. .....................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๗
๑. นักเรียนมผี ลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนอยู่ในระดับ...................
๒. นักเรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นกั เรยี นมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๓. การปรับเปล่ียนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถ้ามี)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ขอ้ คน้ พบด้านพฤตกิ รรมการจัดการเรยี นรู้
................................................................................................................ .........................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๕. อืน่ ๆ
.................................................................................................................................................... .....................
....................................................................................... .................................................................................
*** ( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา แนวทางแกไ้ ข วธิ แี ก้ไข / พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/สง่ิ ที่พัฒนา /พัฒนา
ลงชอ่ื ............................................. ผ้สู อน
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงช่อื ...............................................
( นางศิรนิ ันท์ คล้ายทอง )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยุทธ สุทธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๘. ความคิดเหน็ (ผู้บริหาร / หรือผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ ของ นายกณั ฑ์ชยวฒั น์ ใสยจิตต์ แลว้ มคี วามเห็นดงั น้ี
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
๘.๒ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรยี นรู้
ท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ียงั ไม่เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรงุ กอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ
..................................................................................................................... ..............................................
................................................................................................................................................ ....................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศิรนิ นั ท์ คลา้ ยทอง )
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
............................................................................................................................. ....................................................
.............................................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ....................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายชาญยทุ ธ สทุ ธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. .....................................................
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................................................................ .
ลงช่อื ........................................................
( นายวรี ะ แกว้ กลั ยา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จังหวดั เพชรบุรี
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๙
เรอื่ ง การศึกษาประวัตศิ าสตรท์ ้องถน่ิ เวลา ๑ ช่ัวโมง ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
--------------------------------------------
๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สิ่งทต่ี ้องร้แู ละปฏิบัติได้ ผลงาน การวัดผล
และตัวชี้วัด / ชนิ้ งาน และการประเมนิ ผล
ส ๔.๑ ม. 3/๓ ๑. นำวธิ ีการทางประวัติศาสตรไ์ ปใช้ศึกษาเร่อื งราว - ใบงานท่ี ๒.๔ - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ของประวตั ศิ าสตรไ์ ทยที่มีอยู่ในทอ้ งถ่นิ ตนเองในสมัย – ตรวจใบงาน
ใดกไ็ ด้ (สมัยรัตนโกสินทร์) และเหตุการณส์ ำคัญใน - สังเกตพฤตกิ รรมการ
๒. นำวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ ไปใช้ศึกษา ทำงานกลุ่ม
ประวัติศาสตรใ์ นทอ้ งถิ่นตนเองได้ - สังเกตความมีวินัย
ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ ม่นั
ในการทำงาน
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
การศกึ ษาประวัตศิ าสตรท์ ้องถน่ิ ของตนเอง สามารถทำได้โดยการนำวธิ ีการทางประวัติศาสตรไ์ ปใช้
ในการศกึ ษา เพ่ือใหเ้ ข้าใจเรื่องราวในอดตี และเกิดความรัก ความภาคภูมิใจในทอ้ งถิน่ ของตน
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทักษะการสำรวจคน้ หา
๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๒.๓ ทักษะการต้งั สมมตฐิ าน
๒.๔ ทักษะการสรา้ งความรู้
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทกั ษะการสำรวจค้นหา
๓.๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๓.๒.๓ ทักษะการสรา้ งความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๓. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ช้ินงานหรือภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ใบงานท่ี ๒.๔ เรอ่ื ง การศึกษาประวัตศิ าสตร์ท้องถิ่น
๔. การวัดและการประเมนิ ผล ( Evaluation )
สิง่ ที่วัดผล วิธีวัดผล เครือ่ งมือวดั ผล เกณฑก์ ารประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
๑. ทดสอบก่อนเรยี น ๑. แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจริง
๒. ซักถาม
๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมนิ ตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กจิ กรรม ๓. ใบงาน - รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
เปน็ รายบุคคลหรอื เป็นกลุ่ม
ด้านทักษะ/กระบวนการ(P) ๑.ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมนิ การนำ -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
เสนอผลงาน
เจตคติ/คุณลักษณะ (A)
สมรรถนะของผูเ้ รียน (C) ๒.สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๒. แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล
๓.สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ๓.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
กลมุ่ การทำงานกลมุ่
๑. สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝ่ ๑. แบบประเมิน - ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
เรยี นรแู้ ละมุง่ มัน่ ในการ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ทำงาน
๑.สงั เกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
ส่อื สาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคดิ และความสามารถ ๒.แบบสงั เกตพฤติกรรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
ในการใช้ทักษะชีวติ การทำงานรายบุคคล
๓.แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกลุ่ม
๕ กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู/้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือชว่ ยเหลือนักเรยี น
จดั กจิ กรรมการเรียนรู้ โดยใช้ วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์
๖. กิจกรรมการเรียนการสอน
๑. ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น ( ระบเุ วลาท่ใี ช้ )
๑.๑ นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถา้ นักเรยี นต้องการสืบคน้ เรื่องราวเกีย่ วกบั ท้องถ่ินของ
ตนเอง สามารถสืบค้นได้จากที่ใดบา้ ง (พจิ ารณาคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพินจิ ของคร)ู
๑.๒ ครูทบทวนความรู้เดมิ เก่ียวกบั ขัน้ ตอนของวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ให้นักเรียนฟัง แลว้ ให้
นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายว่า การตรวจสอบหลักฐาน และการตีความหลักฐาน มีความสำคญั อยา่ งไรบา้ ง
๒. ขน้ั สอน ( ระบุเวลาทใ่ี ช้ )
๒.๑ นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ (กลมุ่ เดิมจากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๑) ร่วมกันศึกษาหาความรู้ เร่อื ง
ตวั อย่างการนำวธิ กี ารทางประวัติศาสตรไ์ ปใช้ในการศึกษาประวัตศิ าสตร์ท้องถน่ิ จากหนงั สอื เรียน แลว้
ชว่ ยกนั สรุปสาระสำคญั
๒.๒ นกั เรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั กำหนดหัวข้อที่สนใจ เกย่ี วกับเรอ่ื งราวในทอ้ งถนิ่ กลุ่มละ ๑ หัวขอ้
แลว้ ใช้ข้ันตอนของวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศกึ ษาเร่ืองราวดังกลา่ ว
๒.๓ นกั เรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกนั วางแผนในการทำงาน และแบ่งหนา้ ท่ีให้กับสมาชกิ แตล่ ะคนในกลุ่ม
ตามความเหมาะสม
๒.๔ นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสืบค้นข้อมลู ตามประเด็นที่กำหนดจากแหลง่ หลกั ฐานต่าง ๆ ในทอ้ งถิน่
แลว้ บันทกึ ลงในใบงาน ท่ี ๒.๔ เร่อื ง การศึกษาประวตั ศิ าสตรใ์ นทอ้ งถิน่
๒.๕ นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด การรวบรวมหลักฐานในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ท้องถ่ิน
ควรคำนงึ ถึงอะไรบ้าง (พิจารณาคำตอบของนักเรยี น โดยให้อย่ใู นดลุ ยพินิจของคร)ู
๒.๖ นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ นำผลการสืบคน้ ข้อมูลจากแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ มาเปรยี บเทยี บ วเิ คราะห์
และประเมนิ ผลจากข้อมูลท่ไี ดร้ วบรวมมา
๒.๗ นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ถ้านักเรียนไดห้ ลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์เกย่ี วกับท้องถิน่
ของตนเองมาหลายชิ้น ซงึ่ แต่ละชิ้นให้ข้อมูลไมต่ รงกัน นกั เรยี นควรทำอยา่ งไรบ้าง (ตรวจสอบความน่าเช่ือถือ
ของหลกั ฐาน โดยใช้วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์)
๒.๘ นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำผลสรุปจากการเปรยี บเทยี บ วิเคราะห์และประเมนิ ผลจากข้อมูลท่ีไดร้ วบรวม
มาตีความและสงั เคราะห์วา่ ขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากหลกั ฐานใด มีความสำคญั มีความน่าเชอื่ ถือถูกต้องตามเหตุการณ์
มากกว่ากัน แลว้ บันทกึ ข้อมูลลงในใบงาน ที่ ๒.๔
๒.๙ นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ถ้าทอ้ งถน่ิ ของนกั เรียน ไมพ่ บข้อมลู หรอื หลกั ฐานทาง
ประวตั ิศาสตรใ์ ด ๆ เลย จะสามารถใชค้ ำบอกเลา่ ของผู้อาวุโสในท้องถนิ่ ไดห้ รือไม่ อธิบายเหตผุ ล
(พจิ ารณาคำตอบของนักเรยี น โดยให้อยูใ่ นดุลยพนิ ิจของคร)ู
๓. ขั้นสรปุ ( ระบเุ วลาทใี่ ช้ )
๓.๑ นกั เรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลงานในใบงาน ท่ี ๒.๔ หน้าชัน้ เรยี น ครูและเพ่ือน
กลุม่ อนื่ รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น และให้ขอ้ เสนอแนะ
๓.๒ ครูและนกั เรยี นรว่ มกันบอกประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการสืบค้นข้อมลู และแนวทางในการนำความรู้
ไปปรบั ใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในการดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั
๓.๓ นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ถ้านักเรียนรวบรวมหลกั ฐานในการศกึ ษาประวัตศิ าสตร์ใน
ท้องถ่นิ ไม่ถูกต้อง จะส่งผลตอ่ การนำเสนอข้อมูลหรือไม่ อธบิ ายเหตผุ ล (ส่งผลตอ่ การนำเสนอข้อมูล
เพราะอาจทำใหน้ ำเสนอข้อมูลผดิ พลาดหรืออาจเปล่ียนแปลงเหตกุ ารณ์ไปจากเดมิ )
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรยี นรู้
๔.๑ หนงั สอื เรยี น ประวัติศาสตร์ ม. 3
๔.๒ หนงั สืออ่านคน้ คว้าเพิ่มเติม
๔.๓ แหลง่ หลกั ฐานในท้องถิน่
๔.๔ ใบงานที่ ๒.๔ เร่อื ง การศึกษาประวตั ิศาสตร์ทอ้ งถนิ่
๔.๕ หอ้ งสมุด
๔.๖ แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
๗. บันทึกผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน เร่ือง การศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ทอ้ งถนิ่
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๑ พบวา่ นักเรียนผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน ร้อยละ................อยูใ่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ...............และพบว่านกั เรียน.......................................................
............................................................................................................................................................ ....
๑.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางที่ ๒ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น เรื่อง การศึกษาประวัติศาสตร์ทอ้ งถิ่น
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๒ พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดับ................และพบว่านักเรยี น..........................................................
............................................................................................................................................... .....................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชื่อมโยงกบั มาตรฐานหลักสตู ร
ตารางท่ี ๓ แสดงคา่ ร้อยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรือ่ ง การศึกษาประวตั ศิ าสตร์ท้องถิ่น
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบว่านักเรียนคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยูใ่ นระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยูใ่ นระดับ...............และพบว่านักเรยี น........................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙
๑. นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นอยู่ในระดับ...................
๒. นกั เรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นักเรียนมีคุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๓. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ (ถา้ มี)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ข้อค้นพบด้านพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้
................................................................................................................ .........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๕. อืน่ ๆ
............................................................................................................................................... ..........................
.........................................................................................................................................................................
*** ( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่ีพัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา แนวทางแกไ้ ข วธิ แี ก้ไข / พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/สง่ิ ที่พัฒนา /พัฒนา
ลงชอ่ื ............................................. ผ้สู อน
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงช่อื ...............................................
( นางศิรนิ นั ท์ คลา้ ยทอง )
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แกว้ กลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๘. ความคิดเหน็ (ผู้บริหาร / หรอื ผทู้ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ ของ นายกณั ฑช์ ยวัฒน์ ใสยจิตต์ แลว้ มีความเห็นดังนี้
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรงุ
๘.๒ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่ีเน้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรงุ พฒั นาต่อไป
๘.๓ เปน็ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่
นำไปใช้สอนได้
ควรปรบั ปรงุ กอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ
............................................................................................. ......................................................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศริ นิ ันท์ คลา้ ยทอง )
หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ความคิดเหน็ ของรองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
........................................................ ........................................................................................ .................................
..................................................................................................................................... ............................................
...................................................................................................... ...........................................................................
ลงชอื่ ............................................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
..................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................... .............................................
..................................................................................... ........................................................................................... .
ลงช่อื ........................................................
( นายวีระ แกว้ กัลยา )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบุรี
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๑๐
เร่อื ง เหตกุ ารณส์ ำคัญในสมัยสโุ ขทัย เวลา ๒ ชั่วโมง ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3
--------------------------------------------
๑. เปา้ หมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรยี นรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรียนรู้ สิง่ ทีต่ ้องรู้และปฏบิ ตั ิได้ ผลงาน การวดั ผล
และตวั ชี้วัด / ชน้ิ งาน และการประเมนิ ผล
ส ๔.๑ ม. 3/๓ ๑. นำวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ไปใชศ้ ึกษาเรอ่ื งราว - รายงานการ - แบบทดสอบก่อนเรยี น
ของประวตั ศิ าสตรไ์ ทยทมี่ อี ยู่ในท้องถนิ่ ตนเองในสมยั สบื คน้ ข้อมูลตาม –แบบทดสอบหลังเรียน
ใดกไ็ ด้ (สมยั รตั นโกสินทร)์ และเหตุการณส์ ำคญั ใน หัวขอ้ ทก่ี ำหนด - สงั เกตพฤติกรรมการ
๒. ยกตัวอย่างเหตกุ ารณ์สำคัญในสมยั รตั นโกสินทร์ ทำงานกลุ่ม
ได้ - สงั เกตความมวี นิ ยั
๓. นำวิธกี ารทางประวัติศาสตร์ไปใช้ในการศึกษา
เหตุการณ์สำคญั ในสมยั รัตนโกสนิ ทร์ได้ ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มั่น
ในการทำงาน
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents) ทำให้ได้ข้อมูล
๑. ความรู้ (Knowledge)
การนำวิธีการทางประวัตศิ าสตรม์ าใช้ในการศึกษาเหตุการณส์ ำคญั ในสมัยสโุ ขทัย
ทถี่ กู ตอ้ งนา่ เชือ่ ถือ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทกั ษะการสำรวจค้นหา
๒.๒ ทักษะการวเิ คราะห์
๒.๓ ทักษะการตัง้ สมมตฐิ าน
๒.๔ ทักษะการสรา้ งความรู้
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทกั ษะการสำรวจค้นหา
๓.๒.๒ ทักษะการวิเคราะห์
๓.๒.๓ ทกั ษะการสร้างความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๓. หลกั ฐานการเรียนรู้ ช้นิ งานหรือภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น
๒. แบบทดสอบหลังเรียน
๔. การวดั และการประเมนิ ผล ( Evaluation )
สิ่งที่วดั ผล วธิ วี ัดผล เครอื่ งมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
๑. ทดสอบก่อน-หลงั เรียน ๑. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
๒. ซักถาม
๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม ๒. แบบทดสอบหลงั เรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
เปน็ รายบคุ คลหรือเป็นกลุ่ม ๓. คำถามกระตนุ้ ความคิด - รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ(P) ๑.ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมินการนำ -ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
เสนอผลงาน
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A)
สมรรถนะของผู้เรยี น (C) ๒.สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๒. แบบสงั เกตพฤติกรรม -ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
รายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล
๓.สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๓.แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม
๑. สังเกตความมีวินัย ใฝ่ ๑. แบบประเมนิ - ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
เรียนรู้และม่งุ มั่นในการ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ทำงาน
๑.สังเกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
ส่ือสาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคดิ และความสามารถ ๒.แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
ในการใชท้ ักษะชีวิต การทำงานรายบคุ คล
๓.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกลุ่ม
๕ กระบวนการการจัดกจิ กรรม / รูปแบบการจดั กิจกรรม ( Learning Process )
การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลือนกั เรยี น
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการเรยี นความรู้ความเขา้ ใจ
๖. กิจกรรมการเรียนการสอน
๑. ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น ( ระบเุ วลาทีใ่ ช้ )
ช่ัวโมงที่ ๑
๑.๑ ครูใหน้ ักเรยี นดูวีดีทศั น์เก่ียวกับเหตุการณ์สำคัญในสมยั รัตนโกสินทร์ แล้วใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดง
ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เหตุการณด์ งั กลา่ ว
๑.๒ ครูอธบิ ายให้นกั เรียนเขา้ ใจวา่ อาณาจักรสโุ ขทยั เป็นอาณาจักรทม่ี ีความร่งุ เรอื ง และเป็นรากฐาน
การพฒั นามาจนเปน็ ไทยทุกวันน้ี เราจงึ ควรศึกษาประวตั คิ วามเป็นมาและเหตุการสำคญั ในสมยั รตั นโกสนิ ทร์
๒. ขั้นสอน ( ระบุเวลาทใี่ ช้ )
๒.๑ ครูใหน้ ักเรียนกล่มุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑) เลือกหัวหน้ากลมุ่ และมีการแบง่ หน้าท่ี
ความรบั ผิดชอบในกลุ่ม และชว่ ยเหลือกนั เพ่อื แกป้ ัญหา ผูน้ ำกลมุ่ จะทำหน้าทีน่ ำในความคิด เสนอความคิด
ประสานความคดิ กระตนุ้ ให้สมาชิกคิดวางแผน และกำหนดภาระงาน รวมท้ังติดตามประสานสัมพนั ธ์ เพื่อ
ใหง้ านนน้ั สำเรจ็ ดว้ ยดี สมาชกิ ในกลุ่มมีการเสนอความคดิ และรับฟังความคดิ เห็นของสมาชิกอย่างมีเหตผุ ล
๒.๒ ครใู หน้ กั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาตวั อย่างการนำวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตรไ์ ปใช้ในการศึกษา
ประวัติศาสตร์รัตนโกสนิ ทร์ และตัวอยา่ งการนำหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ไปใช้ในการศึกษาประวตั ศิ าสตร์
รตั นโกสินทร์ ในหัวขอ้ ที่กำหนดให้ ดังน้ี
- การกำหนดหัวเรอื่ งทจ่ี ะศึกษา
- การรวบรวมหลักฐาน
- การประเมนิ คณุ คา่ หลักฐาน
- การวเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และจัดหมวดหมขู่ อ้ มูล
- การเรยี บเรยี งหรอื การนำเสนอ
๒.๓ นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยในสมยั รัตนโกสนิ ทร์มีอะไรบ้าง
(ศลิ าจารึกหลักท่ี ๑ อทุ ยานประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์ หรือ พจิ ารณาคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดุลยพนิ ิจ
ของครผู สู้ อน)
๒.๔ นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันวางแผนการศึกษาตัวอย่างการนำวธิ ีการทางประวัติศาสตร์ไปใชใ้ นการ
ศกึ ษาประวัตศิ าสตร์รตั นโกสินทร์ และตัวอย่างการนำหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ปใชใ้ นการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์
รัตนโกสินทร์ ในหวั ขอ้ ท่ีกำหนด จากหนงั สือเรียนประวตั ิศาสตร์ ม. 3
ชั่วโมงท่ี ๒
๒.๕ สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ร่วมมือกนั ศึกษาหาความร้ตู ัวอย่างการนำวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ไปใช้
ในการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์รัตนโกสินทร์ และตัวอยา่ ง การนำหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ไปใชใ้ นการศึกษา
ประวตั ศิ าสตร์รตั นโกสนิ ทร์ จากหนงั สอื เรียนวิชาประวตั ิศาสตร์ ม. 3
๒.๖ นกั เรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคิด นักเรียนคดิ วา่ ข้อจำกัดของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์
ในสมัยรัตนโกสนิ ทร์มีอะไรบา้ ง (พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดลุ ยพินิจของครูผู้สอน)
๒.๗ สมาชิกแต่ละคนในกลมุ่ ผลัดกนั อธิบายความรู้เกี่ยวกบั เหตุการณส์ ำคัญในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ และการ
นำวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ และหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ปใชใ้ นการศึกษาประวัตศิ าสตรร์ ัตนโกสนิ ทร์ผลดั กนั
ซกั ถามขอ้ สงสัยและอธิบายจนทุกคนมีความเข้าใจชดั เจนตรงกัน
๒.๘ นักเรยี นตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ การนำวิธีการทางประวัติศาสตรม์ าใชใ้ นการศกึ ษา
เหตกุ ารณ์สำคัญในสมัยรัตนโกสินทร์ มปี ระโยชนอ์ ย่างไรบา้ ง (พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ น
ดลุ ยพินิจของครผู ้สู อน)
๓. ขน้ั สรปุ ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
๓.๑ ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปความรเู้ กย่ี วกับเหตุการณ์สำคัญในสมัยรตั นโกสินทร์ และการนำวธิ กี ารทาง
ประวัตศิ าสตร์ และหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ไปใช้ในการศึกษาประวัตศิ าสตร์รัตนโกสนิ ทร์
๓.๒ ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนแต่ละกลุม่ ทำรายงานการสืบค้นข้อมูลเก่ียวกบั เหตกุ ารณ์สำคัญในสมยั
รตั นโกสินทร์ กลุม่ ละ ๑ เรือ่ ง โดยใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ ให้ครอบคลมุ ประเด็น ดงั นี้
๓.๒.๑. การรวบรวมหลกั ฐาน
๓.๒.๒ การประเมินคุณคา่ ของหลกั ฐาน
๓.๒.๓ การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจดั หมวดหมขู่ ้อมลู
๓.๒.๔ การเรียบเรยี งหรือการนำเสนอข้อมลู
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรยี นรู้
๔.๑ หนังสือเรยี น ประวตั ศิ าสตร์ ม.3
๔.๒ หนงั สืออา่ นค้นคว้าเพิ่มเติม
๔.๓ วดี ีทศั น์เหตกุ ารณส์ ำคัญในสมัยสุโขทัย
๗. บันทึกผลหลังแผนการจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ รอ้ ยละระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน เร่อื ง เหตกุ ารณ์สำคัญในสมยั สโุ ขทยั
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๑ พบวา่ นักเรียนผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น ร้อยละ................อย่ใู นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านักเรยี น.......................................................
................................................................................................................................................................
๑.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางท่ี ๒ แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรอ่ื ง เหตกุ ารณส์ ำคัญในสมัยสโุ ขทัย
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรยี นผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบวา่ นกั เรยี น..........................................................
.................................................................................................. ..................................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชอื่ มโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ ๓ แสดงค่ารอ้ ยละคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เรอ่ื ง เหตุการณ์สำคญั ในสมัยสุโขทยั
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๓ พบว่านกั เรียนคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ รอ้ ยละ..............อยูใ่ นระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดับ...............และพบว่านักเรยี น.............................................................
........................................................................................................................... ....................................... ….
สรปุ ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑๐
๑. นกั เรยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นอยู่ในระดับ...................
๒. นกั เรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นักเรยี นมีคุณลกั ษณะในระดบั ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๓. การปรับเปล่ียนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถา้ ม)ี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ข้อคน้ พบดา้ นพฤติกรรมการจดั การเรยี นรู้
.........................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๕. อน่ื ๆ
.........................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................
*** ( หลงั จากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปัญหา แนวทางแก้ไข วิธีแก้ไข / พัฒนา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/ส่ิงท่ีพัฒนา /พัฒนา
ลงชอื่ ............................................. ผ้สู อน
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ใสยจติ ต์ )
รับทราบผลการดำเนินการ
ลงชอ่ื ...............................................
( นางศริ นิ นั ท์ คลา้ ยทอง )
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวัดเพชรบุรี
๘. ความคดิ เห็น (ผู้บริหาร / หรือผ้ทู ่ไี ด้รับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ของ นายกัณฑช์ ยวัฒน์ ใสยจิตต์ แล้วมคี วามเหน็ ดงั นี้
๘.๑ เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
๘.๒ การจัดกจิ กรรมการเรียนรูไ้ ด้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเ่ี นน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทยี่ งั ไมเ่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาต่อไป
๘.๓ เปน็ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอ่ืน ๆ
...................................................................................................................................................................
.................................................................................................... ................................................................
....................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศิรนิ นั ท์ คล้ายทอง )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
ความคดิ เห็นของรองผูอ้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... .......................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธธิ รานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลมุ่ บริหารงานวิชาการ
ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
.................................................................................................................. ................................................................
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ........................................................
( นายวรี ะ แกว้ กลั ยา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๓ เรื่อง สมัยก่อนสโุ ขทยั ในดนิ แดนไทย จำนวน ๖ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖5
รายวิชา ประวตั ิศาสตร์ รหัสวิชา ส๒3๑๐2 ครผู ้สู อน นายกณั ฑช์ ยวัฒน์ ใสยจิตต์
-----------------------------
สาระสำคัญ / ความคดิ รวบยอด (Learning Concepts)
การศกึ ษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สมัยก่อนสุโขทยั จะทำให้เราเข้าใจพัฒนาการจากชมุ ชนโบราณมาสู่
รฐั โบราณ กอ่ นที่จะสถาปนาเป็นอาณาจักรรตั นโกสนิ ทร์ และการสร้างสรรค์ภมู ิปัญญาของอาณาจักรโบราณในดนิ แดน
ไทย
สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์
มาตรฐานที่ ส ๔.๓ เข้าใจความเปน็ มาของชาติไทย วฒั นธรรม ภูมิปญั ญาไทย มีความรกั ความภูมใิ จ
และธำรงความเปน็ ไทย
ตัวชว้ี ัดที่ ม. 3/๓ วเิ คราะห์อิทธิพลของวัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาไทยสมัยสุโขทัย และสงั คมไทยในปจั จุบัน
สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น ( Competency ) คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ( Desired Characteristics )
๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๑. มวี นิ ยั
๒. ความสามารถในการคดิ ๒. ใฝ่เรียนรู้
๓. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
๒.๑ ทกั ษะการสำรวจค้นควา้
๒.๒ ทกั ษะการวิเคราะห์
๒.๓ ทักษะการสรุปลงความเหน็
๒.๔ ทกั ษะการสร้างความรู้
๓. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
ทกั ษะ / กระบวนการ ( Skill during the process ) ทักษะการคิด
ทกั ษะเฉพาะวิชา - ทกั ษะการสำรวจค้นหา
- การสนทนาแลกเปลีย่ นข้อมลู - ทกั ษะการวเิ คราะห์
- การเขียนรายการ - ทักษะการตคี วาม
- ระบรุ ายละเอียด - ทกั ษะการสรปุ ลงความเห็น
ความเข้าใจที่ยั่งยืน ……………………………………………………………………………………………………………………………………
......................................................................................................................................................................................
ความสัมพนั ธ์กบั กลุ่มสาระการเรียนร้อู น่ื
ภาษาไทย ฟัง พูด อา่ น และเขยี นขอ้ มูลเก่ียวกับเวลา การนบั เวลา การแบ่งยคุ
สมัยทางประวัติศาสตร์ ศักราชและการเทยี บศกั ราช
คณติ ศาสตร์ คำนวณการเทียบศักราช
ภาษาต่างประเทศ ฟงั พดู อ่าน และเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษเกยี่ วกบั เวลา การนบั เวลา
การแบง่ ยคุ สมัยทางประวตั ศิ าสตร์ ศกั ราชและการเทียบศกั ราช
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๑๑
เร่ือง เรื่องราวสมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ในดนิ แดนไทย เวลา ๑ ชั่วโมง ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
--------------------------------------------
๑. เปา้ หมายการเรยี นรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมินผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สง่ิ ทตี่ ้องรแู้ ละปฏิบตั ไิ ด้ ผลงาน การวดั ผล
และตวั ช้ีวดั / ชนิ้ งาน และการประเมนิ ผล
ส ๔.๓ ม. 3/๑ ๑. สมยั ก่อนประวตั ศิ าสตร์ในดนิ แดนไทย - ใบงาน - แบบทดสอบก่อนเรียน
- สมดุ จดบนั ทกึ – ตรวจสมดุ จดบนั ทกึ
๒. อธิบายหลักเกณฑก์ ารแบ่งยคุ สมัยก่อน - - สงั เกตพฤตกิ รรมการ
ประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทยได้ ทำงานกลุ่ม
- สังเกตความมวี ินัย
๓.อธิบายการขยายตัวของชมุ ชนในสุวรรณภูมิได้
ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ ม่นั
ในการทำงาน
๒. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
การศกึ ษาเร่ืองราว หรือเหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตรจ์ ำเป็นต้องอาศยั หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์
มาใช้ประกอบการศึกษา เพือ่ ให้ได้ขอ้ มูลท่ีถูกต้องนา่ เช่อื ถอื
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๒.๓ ทกั ษะการให้คำจำกัดความ
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทักษะการสำรวจคน้ หา
๓.๒.๒ ทกั ษะการวิเคราะห์
๓.๒.๓ ทกั ษะการสร้างความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๓. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ช้ินงานหรอื ภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. แบบทดสอบหลงั เรยี น
๓. สมดุ จดบันทึก
๔. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สงิ่ ที่วัดผล วิธวี ดั ผล เครอ่ื งมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
๑. ทดสอบก่อน-หลงั เรียน ๑. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ประเมนิ ตามสภาพจริง
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ(P)
๒. ซักถาม ๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมนิ ตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม ๓. แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
เปน็ รายบุคคลหรอื เปน็ กล่มุ ๔. ใบงาน
- ร้อยละ ๖๐ ผา่ นเกณฑ์
๑.ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมนิ การนำ -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
เสนอผลงาน
๒.สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๒. แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับคณุ ภาพ ๒ ผ่าน
รายบุคคล การทำงานรายบุคคล
๓.สังเกตพฤติกรรมการทำงาน ๓.แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
กลุ่ม การทำงานกลุ่ม
เจตคติ/คณุ ลักษณะ (A) ๑. สงั เกตความมีวินยั ใฝ่ ๑. แบบประเมิน - ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
สมรรถนะของผ้เู รียน (C)
เรยี นรู้และมงุ่ มน่ั ในการ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ทำงาน
๑.สงั เกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
สอื่ สาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคดิ และความสามารถ ๒.แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
ในการใช้ทกั ษะชวี ติ การทำงานรายบุคคล
๓.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกล่มุ
๕ กระบวนการการจดั กิจกรรม / รูปแบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้/แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นักเรยี น
จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใชว้ ิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้
๖. กิจกรรมการเรยี นการสอน
๑. ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรียน ( ระบุเวลาทใี่ ช้ )
๑.๑ ครูแบ่งนกั เรยี นเปน็ กล่มุ กลุ่มละ ๔ คน คละกันตามความสามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง
ปานกลาง คอ่ นขา้ งออ่ น และ ออ่ น
๑.๒ ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ช่วยกนั วาดภาพเกี่ยวกบั มนุษย์ในสมยั ก่อนประวตั ศิ าสตรต์ ามความเข้าใจ
ของนักเรียน พร้อมระบายสีใหส้ วยงาม (ครูกำหนดเวลา ไมเ่ กิน ๑๐ นาท)ี
๑.๓ ครูสุ่มเลอื กนักเรยี น ๒ – ๓ กลมุ่ ออกมานำเสนอผลงานการวาดภาพหน้าชน้ั เรียน พรอ้ มอธบิ าย
เหตุผลประกอบ
๑.๔ ครูเปิดวดี ที ัศน์เกี่ยวกบั มนุษย์ในสมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ให้นักเรยี นดู แล้วใหน้ ักเรยี นร่วมกัน
แสดงความคิดเหน็ วา่ มคี วามคลา้ ยคลึงหรือแตกตา่ งจากท่นี กั เรียนคิดไวห้ รือไม่ พร้อมอธบิ ายเหตุผลประกอบ
๑.๕ นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด หลักฐานใดบา้ ง ท่แี สดงใหเ้ หน็ วา่ มีการตัง้ ถิ่นฐานของ
มนษุ ย์ในสมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตรใ์ นดินแดนไทย (ภาพเขียนสีโบราณทผ่ี าแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
เคร่ืองปนั้ ดินเผาลายขดี และขดั มนั ที่ถำ้ หบี จังหวัดกาญจนบรุ ี หรือพจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้
อยู่ในดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน)
๒. ข้นั สอน ( ระบุเวลาที่ใช้ )
๒.๑ นักเรียนแตล่ ะคนศึกษาความรู้ เร่อื ง หลกั เกณฑ์การแบง่ ยคุ สมยั ก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศ
ไทย และการขยายตัวของชมุ ชนในสวุ รรณภูมิ จากหนังสอื เรยี น และจากใบความรู้ เรอ่ื ง สมัยกอ่ น
ประวตั ศิ าสตรใ์ นประเทศไทย แลว้ บนั ทกึ ความรู้ที่ไดจ้ ากการศึกษาลงในสมุด
๒.๒ นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ นักเรียนคดิ วา่ คนไทยในปัจจุบันมลี ักษณะเหมือนกบั มนุษย์
ในสมัยก่อนประวัตศิ าสตรท์ อ่ี าศยั อย่ใู นดินแดนไทยหรอื ไม่ อธิบายเหตุผล (ไม่เหมือนกนั เพราะคนไทย
ในปัจจุบันมกี ารแตง่ งานข้ามชาติพนั ธุท์ ีซ่ ับซ้อนและยาวนานมาก หรอื พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้
อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน)
๒.๓ นกั เรยี นแตล่ ะคนนำความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษามาอธิบายให้เพือ่ นในกลุ่มฟงั ผลดั กันซักถาม
ขอ้ สงสัยและอธบิ ายจนทกุ คนมคี วามเขา้ ใจชดั เจนตรงกัน
๒.๔ นักเรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด เพราะเหตุใดนักประวัตศิ าสตร์จงึ ขนานนามดินแดนเอเชยี
ตะวันออกเฉียงใต้ หรอื โดยเฉพาะดนิ แดนที่เป็นประเทศไทย วา่ สวุ รรณภูมิ หรือดินแดนแหง่ ทองคำ
(เพราะเปน็ ดนิ แดนที่มคี วามอุดมสมบูรณม์ าก เหมาะแก่การตัง้ หลักแหลง่ ของชุมชน ดงั เห็นไดจ้ ากหลกั ฐาน
ทางประวตั ิศาสตร์ท่ขี ุดพบ เชน่ ตะเกียงโรมัน ภาชนะดินเผาสามขาทจ่ี งั หวัดกาญจนบุรี เปน็ ต้น)
๒.๕ นักเรียนแตล่ ะคนทำใบงานที่ ๓.๑ เร่อื ง สมัยกอ่ นประวัติศาสตร์ในดินแดนไทย เม่ือเสร็จแลว้
ตรวจสอบความถูกต้องและเติมเตม็ คำตอบใหส้ มบูรณ์
๒.๖ นักเรียนแต่ละคนผลดั กนั เล่าผลงานในใบงานที่ ๓.๑ ของตน ให้เพื่อนในกล่มุ ฟัง ผลัดกันซกั ถาม
ข้อสงสยั และหลอมรวมเป็นผลงานของกล่มุ
๓. ขน้ั สรุป ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
๓.๑ นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอผลงานในใบงานที่ ๓.๑ หน้าชนั้ เรียน ครแู ละเพื่อนกลุ่มอื่น
รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๓.๒ นักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้ เรอื่ ง หลกั เกณฑ์การแบง่ ยุคสมยั ก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย
และการขยายตวั ของชมุ ชนในสวุ รรณภูมิ
๓.๓ นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด การศึกษาหลกั เกณฑ์การแบ่งยุคสมยั กอ่ นประวัติศาสตร์
มีประโยชน์ตอ่ การศึกษาประวตั ิศาสตร์อย่างไรบ้าง (พิจารณาคำตอบของนกั เรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ
ของครูผสู้ อน)
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ หนงั สอื เรยี น ประวัตศิ าสตร์ ม. 3
๔.๒ หนังสอื อ่านคน้ ควา้ เพ่ิมเตมิ
๔.๓ วีดีทัศน์เกี่ยวกบั มนุษย์ในสมัยกอ่ นประวัติศาสตร์
๔.๔ กระดาษ A 4
๔.๕ สไี ม้ หรือ สีเมจิก
๔.๖ ใบความรู้ เรื่อง สมัยก่อนประวัติศาสตรใ์ นประเทศไทย
๗. บนั ทกึ ผลหลงั แผนการจดั การเรยี นรู้
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ ด้านความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงคา่ ร้อยละระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น เรื่อง เรอื่ งราวสมัยก่อนประวัตศิ าสตรใ์ นดนิ แดนไทย
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๑ พบว่านักเรียนผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ร้อยละ................อยูใ่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดับ...............และพบวา่ นกั เรียน.......................................................
................................................................................................................................................................
๑.๒ ด้านทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางท่ี ๒ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน เร่ือง เร่ืองราวสมยั ก่อนประวตั ิศาสตร์ในดินแดนไทย
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรยี น รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๒ พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบวา่ นกั เรยี น..........................................................
......................................................................................................... ...........................................................
๑.๓ ด้านเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชือ่ มโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ เรื่อง เรอ่ื งราวสมัยก่อนประวัตศิ าสตร์ในดินแดนไทย
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๓ พบวา่ นกั เรยี นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ร้อยละ..............อยใู่ นระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น........................................................
................................................................................................................................ ..................................
สรุป ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑๑
๑. นกั เรียนมผี ลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นอยู่ในระดบั ...................
๒. นกั เรยี นมที ักษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมคี ุณลกั ษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรียนรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๓. การปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรยี นรู้ (ถ้าม)ี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ข้อคน้ พบด้านพฤติกรรมการจดั การเรยี นรู้
.........................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๕. อื่นๆ
.........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
*** ( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแกป้ ัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา แนวทางแกไ้ ข วธิ แี ก้ไข / พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/สง่ิ ที่พัฒนา /พัฒนา
ลงช่ือ............................................. ผ้สู อน
( นายกณั ฑช์ ยวฒั น์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงช่อื ...............................................
( นางศิรนิ นั ท์ คล้ายทอง )
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๘. ความคดิ เห็น (ผู้บรหิ าร / หรือผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ ของ นายกัณฑ์ชยวัฒน์ ใสยจติ ต์ แล้วมีความเหน็ ดังน้ี
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
ดมี าก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรบั ปรุง
๘.๒ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ไดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ทเ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ท่ยี งั ไมเ่ น้นผู้เรยี นเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี
นำไปใช้สอนได้
ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
.................................................................................................... ...............................................................
.................................................................................. ..................................................................................
................................................................................................................................................................ ....
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศิรินนั ท์ คล้ายทอง )
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
ความคดิ เหน็ ของรองผู้อำนวยการฝา่ ยวิชาการ
.................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................ .....................................
........................................................................................................................ .........................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายชาญยุทธ สุทธิธรานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ความคดิ เห็นของผู้อำนวยการโรงเรียน
................................................................................................ .............................................................. ....................
............................................................................................................................................................................. ....
............................................................................................ .................................................. ...................................
ลงชื่อ........................................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จังหวัดเพชรบุรี
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ ๑๒
เรอ่ื ง พัฒนาการของชมุ ชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย เวลา ๑ ช่วั โมง ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
--------------------------------------------
๑. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลกั ฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สงิ่ ทีต่ ้องรแู้ ละปฏิบัติได้ ผลงาน การวัดผล
และตวั ช้ีวัด / ชน้ิ งาน และการประเมนิ ผล
ส ๔.๓ ม. 3/๑ ๑. สมัยก่อนประวตั ศิ าสตร์ในดนิ แดนไทยโดยสังเขป -ใบงานที่ ๓.๒ - แบบทดสอบก่อนเรยี น
– ตรวจใบงาน
๒. พัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย - สังเกตพฤตกิ รรมการ
๓. อธบิ ายพฒั นาการของชุมชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ทำงานกลุ่ม
- สงั เกตความมวี ินัย
ของไทยได้
ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ัน
ในการทำงาน
๒. สาระการเรียนรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
สมยั กอ่ นประวตั ิศาสตร์ในดินแดนไทย มีการสรา้ งชมุ ชนตา่ ง ๆ อยูท่ ่วั ทกุ ภูมิภาคซงึ่ มีพฒั นาการ
ในแตล่ ะยุค
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทักษะการสำรวจค้นหา
๒.๒ ทักษะการวเิ คราะห์
๒.๓ ทักษะการสรปุ ลงความเห็น
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
๓.๒.๒ ทกั ษะการวิเคราะห์
๓.๒.๓ ทักษะการสรา้ งความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๓. หลักฐานการเรยี นรู้ ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น
๒. ใบงานท่ี ๓.๒ เร่ือง พัฒนาการของชมุ ชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย
๔. การวดั และการประเมินผล ( Evaluation )
ส่งิ ที่วัดผล วธิ วี ดั ผล เครอ่ื งมอื วัดผล เกณฑก์ ารประเมนิ
ด้านความรู้ (K)
๑. ทดสอบกอ่ นเรียน ๑. แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจริง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P)
๒. ซักถาม ๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมินตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กจิ กรรม ๓. ใบงาน - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
เปน็ รายบุคคลหรอื เป็นกลมุ่
๑.ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมนิ การนำ -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
เสนอผลงาน
๒.สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
รายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
๓.สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๓.แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
กลุ่ม การทำงานกลุม่ -ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
เจตคติ/คุณลกั ษณะ (A) ๑. สังเกตความมีวนิ ัย ใฝ่ ๑. แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
สมรรถนะของผูเ้ รยี น (C)
เรียนรู้และมุ่งมั่นในการ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
ทำงาน
๑.สังเกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
สือ่ สาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคดิ และความสามารถ ๒.แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
ในการใช้ทกั ษะชีวิต การทำงานรายบุคคล
๓.แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกลุม่
๕ กระบวนการการจดั กจิ กรรม / รปู แบบการจัดกจิ กรรม ( Learning Process )
การจัดกจิ กรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสรมิ แรงหรือชว่ ยเหลือนักเรียน
จัดกิจกรรมการเรยี นรู้ โดยใชว้ ิธีสอนแบบร่วมมือ : เทคนิคการต่อเรอื่ งราว ( Jigsaw )
๖. กิจกรรมการเรยี นการสอน
๑. ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรียน ( ระบุเวลาทใี่ ช้ )
๑.๑ ครูนำภาพหลักฐานทางโบราณคดสี มัยก่อนประวัตศิ าสตรใ์ นดนิ แดนไทยมาใหน้ กั เรยี นดู แล้วให้
นกั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้
- หลักฐานดังกลา่ วคืออะไร และอยู่ในยุคใด
- หลกั ฐานดังกลา่ วพบไดใ้ นภูมิภาคใดของประเทศ
- หลกั ฐานดังกล่าวมคี วามสำคัญอย่างไร
โดยครูคอยกระตนุ้ ให้นักเรียนทกุ คนมสี ว่ นรว่ มในการตอบคำถาม เพื่อนำเขา้ สู่บทเรยี น
๑.๒ นักเรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด นักเรียนคดิ ว่า ชุมชนโบราณในสมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตร์
ในดนิ แดนไทย มีอยู่ทกุ ภมู ภิ าคของประเทศไทยหรอื ไม่ อธบิ ายเหตุผล (พิจารณาคำตอบของนักเรยี น
โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพินิจของครผู สู้ อน)
๒. ข้ันสอน ( ระบุเวลาที่ใช้ )
๒.๑ นักเรยี นเขา้ กลุ่มเดิม (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๑) กำหนดหมายเลขประจำตวั ให้สมาชิก
แต่ละคนในกลุ่ม เป็นหมายเลข ๑ – ๔ ตามลำดับ เรยี กกลุ่มน้วี ่า กลมุ่ บ้าน แล้วให้นักเรียนที่มหี มายเลข
เดยี วกนั มารวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกกลมุ่ นี้ว่า กลุ่มเช่ยี วชาญ
๒.๒ สมาชกิ ในกลมุ่ เชี่ยวชาญ ร่วมกันศกึ ษาความรู้ เรือ่ ง พฒั นาการของชมุ ชนโบราณในภาคต่าง ๆ
ของไทยจากหนังสอื เรียน หนงั สือค้นคว้าเพ่ิมเติม และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ ในหวั ขอ้ ท่กี ำหนดให้ ดังนี้
- หมายเลข ๑ ศกึ ษาความรู้ เรอ่ื ง พฒั นาการของชมุ ชนโบราณบรเิ วณภาคกลาง
- หมายเลข ๒ ศกึ ษาความรู้ เรอ่ื ง พฒั นาการของชุมชนโบราณบริเวณภาคเหนอื
- หมายเลข ๓ ศึกษาความรู้ เรื่อง พฒั นาการของชมุ ชนโบราณบรเิ วณภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
- หมายเลข ๔ ศกึ ษาความรู้ เร่ือง พัฒนาการของชุมชนโบราณบรเิ วณภาคใต้
แล้วบนั ทกึ ความร้ทู ี่ได้จากการศึกษาลงในสมดุ จดบันทึก จากนัน้ รว่ มกันสรุปสาระสำคญั
๒.๓ นักเรยี นกลมุ่ เชยี่ วชาญกลบั เข้าสู่กลมุ่ เดิมหรือกลมุ่ บา้ น แลว้ นำความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศึกษา มาเล่า
ให้เพ่ือนในกลมุ่ ฟังเรยี งตามลำดับหมายเลข ๑ – ๔ ผลดั กันซักถามข้อสงสยั และอธบิ ายจนทกุ คนมีความเข้าใจ
ชดั เจนตรงกัน
๒.๔ นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั ทำใบงาน ท่ี ๓.๒ เรอื่ ง พัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ
ของไทย เสรจ็ แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง และเตมิ เต็มคำตอบให้สมบูรณ์
๒.๕ ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงานที่ ๓.๒
๒.๖ นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรียนคิดว่า ชมุ ชนโบราณบริเวณภาคใด มคี วาม
เจรญิ รงุ่ เรอื งท่ีสุด อธิบายเหตุผล (พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)
๓. ข้นั สรุป ( ระบเุ วลาทีใ่ ช้ )
๓.๑ นักเรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ความรู้ เรือ่ ง พัฒนาการของชุมชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย
๓.๒ นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด นกั เรยี นคิดว่าประเทศใดบ้างในกลมุ่ อาเซียนท่นี ่าจะมชี ุมชน
โบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์รว่ มกนั กับไทย อธิบายเหตผุ ล (ลาว พม่า และกมั พชู า เพราะมีลักษณะ
ทางสถาปตั ยกรรม และประเพณีบางอย่างทีค่ ล้ายคลงึ กนั )
๔. ส่ือการสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ หนงั สอื เรียน ประวัติศาสตร์ ม. 3
๔.๒ หนังสอื อา่ นคน้ คว้าเพ่มิ เติม
๔.๓ บตั รภาพ
๔.๔ ใบงานท่ี ๓.๒ เรื่อง พฒั นาการของชุมชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย
๔.๕ ห้องสมดุ
๔.๖ แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
๗. บันทกึ ผลหลงั แผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรยี นรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางที่ ๑ แสดงค่าร้อยละระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียน เรอ่ื ง พัฒนาการของชมุ ชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรยี น ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๑ พบว่านักเรยี นผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อย่ใู นระดับ...............และพบว่านักเรยี น.......................................................
..................................................................................................... ....................................................... ....
๑.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางที่ ๒ แสดงค่ารอ้ ยละระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น เรอ่ื ง พฒั นาการของชมุ ชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๒ พบว่านักเรยี นผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น ร้อยละ................อย่ใู นระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยู่ในระดบั ................และพบว่านกั เรยี น..........................................................
....................................................................................................................................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คณุ ลักษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เช่ือมโยงกับมาตรฐานหลักสูตร
ตารางที่ ๓ แสดงค่ารอ้ ยละคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เรอื่ ง พัฒนาการของชมุ ชนโบราณในภาคตา่ ง ๆ ของไทย
ระดับผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบว่านักเรยี นคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดับ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบวา่ นักเรยี น........................................................
..................................................................................................................................................................
สรุป ผลการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๑๒
๑. นักเรยี นมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นอยู่ในระดบั ...................
๒. นักเรียนมีทกั ษะในระดับ..................
๓. นกั เรียนมีคณุ ลกั ษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๓. การปรับเปล่ียนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถา้ ม)ี
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ข้อคน้ พบด้านพฤตกิ รรมการจดั การเรยี นรู้
.........................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
๕. อนื่ ๆ
.................................................................... ..................................................................................................... ..
................................................................................................................................................ ...........................
*** ( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพัฒนา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา แนวทางแกไ้ ข วธิ แี ก้ไข / พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/สง่ิ ที่พัฒนา /พัฒนา
ลงช่ือ............................................. ผ้สู อน
( นายกัณฑช์ ยวฒั น์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงช่อื ...............................................
( นางศิรนิ นั ท์ คล้ายทอง )
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แก้วกลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๘. ความคิดเห็น (ผู้บรหิ าร / หรอื ผทู้ ่ไี ด้รบั มอบหมาย)
ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ของ นายกณั ฑ์ชยวฒั น์ ใสยจติ ต์ แล้วมคี วามเหน็ ดงั นี้
๘.๑ เปน็ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี
ดีมาก ดี
พอใช้ ต้องปรับปรุง
๘.๒ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ได้นำเอากระบวนการเรียนรู้
ท่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อยา่ งเหมาะสม
ทยี่ งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ควรปรับปรุงพัฒนาตอ่ ไป
๘.๓ เปน็ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
...................................................................................................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.............................................................................................................................................. ......................
ลงชอื่ ....................................................................
( นางศริ นิ ันท์ คล้ายทอง )
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ความคิดเห็นของรองผูอ้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
.................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................ .........................................................
ลงชอื่ ............................................................
( นายชาญยุทธ สุทธิธรานนท์ )
รองผอู้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี น
................................................................................................ ..................................................................................
........................................................................................................................................................... ......................
............................................................................................................ .................................................................... .
ลงชือ่ ........................................................
( นายวรี ะ แกว้ กัลยา )
ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ ๔๗ จงั หวดั เพชรบรุ ี
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๓
เรือ่ ง การสรา้ งสรรค์ภมู ปิ ัญญาของมนุษยก์ อ่ นประวัติศาสตรใ์ นดนิ แดนประเทศไทย
เวลา ๑ ชั่วโมง ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
--------------------------------------------
๑. เป้าหมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวดั และการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สิ่งท่ตี ้องรูแ้ ละปฏิบัติได้ ผลงาน การวัดผล
และตัวช้ีวดั / ชิ้นงาน และการประเมนิ ผล
ส ๔.๓ ม. 3/๑ ๑. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในดนิ แดนไทยโดยสังเขป - ใบงานท่ี ๓.๓ - แบบทดสอบก่อนเรียน
– ตรวจใบงาน
๒. การสรา้ งสรรคภ์ มู ิปญั ญาของมนษุ ยก์ ่อน - สังเกตพฤติกรรมการ
ประวัติศาสตร์ในดนิ แดนประเทศไทย ทำงานกลมุ่
- สงั เกตความมวี ินัย
๓. ระบภุ ูมปิ ญั ญาของมนษุ ยก์ ่อนประวัตศิ าสตร์ ใน
ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่ัน
ดินแดนประเทศไทยได้ ในการทำงาน
๒. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents)
๑. ความรู้ (Knowledge)
มนษุ ย์ก่อนประวัติศาสตรใ์ นดินแดนประเทศไทยมีการสรา้ งสรรคภ์ ูมิปญั ญาหลายดา้ น ซ่ึงมผี ลดีตอ่
การนำไปใชใ้ นการดำเนินชวี ิตของคนไทยในปจั จบุ นั
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทกั ษะการสำรวจค้นหา
๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๒.๓ ทักษะการตีความ
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทักษะการสำรวจคน้ หา
๓.๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๓.๒.๓ ทกั ษะการสรา้ งความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๓. หลกั ฐานการเรยี นรู้ ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ใบงานที่ ๓.๓ เรอ่ื ง การสรา้ งสรรค์ภูมปิ ัญญาของมนุษย์ก่อนประวตั ศิ าสตร์ในดินแดนประเทศไทย
๔. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิง่ ที่วัดผล วธิ ีวัดผล เครอื่ งมือวดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K)
๑. ทดสอบกอ่ นเรยี น ๑. แบบทดสอบก่อนเรยี น - ประเมินตามสภาพจริง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P)
๒. ซกั ถาม ๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมนิ ตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กิจกรรม ๓. ใบงาน - ร้อยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
เปน็ รายบุคคลหรอื เปน็ กลมุ่
๑.ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมินการนำ -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่าน
เสนอผลงาน
๒.สงั เกตพฤติกรรมการทำงาน ๒. แบบสังเกตพฤติกรรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผ่าน
รายบคุ คล การทำงานรายบุคคล
๓.สังเกตพฤตกิ รรมการทำงาน ๓.แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดับคุณภาพ ๒ ผ่าน
กลุม่ การทำงานกลมุ่
เจตคติ/คุณลักษณะ (A) ๑. สังเกตความมีวินัย ใฝ่ ๑. แบบประเมิน - ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
สมรรถนะของผู้เรยี น (C)
เรยี นร้แู ละมงุ่ มน่ั ในการ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ทำงาน
๑.สงั เกตความสามารถในการ ๑.แบบประเมนิ การ -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา่ น
สอื่ สาร ความสามารถใน นำเสนอผลงาน
การคิด และความสามารถ ๒.แบบสงั เกตพฤติกรรม -ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ น
ในการใชท้ ักษะชีวิต การทำงานรายบุคคล
๓.แบบสังเกตพฤตกิ รรม -ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา่ น
การทำงานกลุ่ม
๕ กระบวนการการจดั กจิ กรรม / รูปแบบการจัดกิจกรรม ( Learning Process )
การจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ แนวทางการเสริมแรงหรือช่วยเหลอื นักเรียน
จดั กิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้วิธีสอนแบบร่วมมือ : เทคนิคคูค่ ดิ สส่ี หาย
๖. กจิ กรรมการเรยี นการสอน
๑. ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น ( ระบุเวลาทใ่ี ช้ )
๑.๑ ครูใหน้ กั เรียนชว่ ยกันยกตัวอยา่ งภมู ปิ ัญญาในท้องถ่นิ ท่ีนกั เรียนชนื่ ชอบ พร้อมบอกเหตุผล
๑.๒ ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเก่ียวกับปจั จัยสำคัญในการสร้างสรรค์ภมู ิปญั ญา ครคู อยกระตุ้น
ใหน้ กั เรยี นทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคดิ เห็น เพอ่ื นำเข้าสู่บทเรียน
๑.๓ นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด นกั เรยี นคิดว่า ภมู ปิ ญั ญาที่พบในท้องถนิ่ ของตนเอง
ได้รับอิทธิพลมาจากชุมชนโบราณต่าง ๆ ในสมัยก่อนประวตั ิศาสตรห์ รือไม่ อธิบายเหตุผล (พิจารณา
คำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครูผู้สอน)
๒. ขน้ั สอน ( ระบุเวลาท่ีใช้ )
๒.๑ ครใู หน้ ักเรยี นกลุม่ เดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑) จบั คู่กนั เป็น ๒ คู่ ให้แตล่ ะครู่ ว่ มกัน
ศกึ ษาความรู้ เรอ่ื ง การสรา้ งสรรคภ์ มู ปิ ญั ญาของมนุษยก์ ่อนประวตั ิศาสตร์ในดินแดนประเทศไทย จาก
หนงั สือเรยี นและแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ จากนัน้ ร่วมกนั สรุปสาระสำคญั
๒.๒ นักเรยี นแต่ละคู่นำความร้ทู ่ีได้จากการศึกษามาเป็นพืน้ ฐานในการทำ ใบงาน ท่ี ๓.๓ เรื่อง
การสร้างสรรคภ์ มู ิปัญญาของมนษุ ยก์ ่อนประวตั ศิ าสตรใ์ นดินแดนประเทศไทย
๒.๓ นักเรยี นแต่ละครู่ วมกลุ่มเดิม (๔ คน) แลว้ ผลัดกนั นำความรทู้ ่ีได้จากการศึกษาและการทำใบงาน
ท่ี ๓.๓ มาเลา่ ใหเ้ พอื่ นอกี คหู่ นึ่งฟงั ผลัดกันซักถามขอ้ สงสยั และอธบิ ายจนทุกคนมคี วามเข้าใจชัดเจน
ตรงกนั
๒.๔ ครูอธิบายความร้เู กี่ยวกับการสรา้ งสรรค์ภมู ิปัญญาของมนุษย์ก่อนประวตั ศิ าสตรใ์ นดินแดนประเทศ
ไทย ให้นักเรียนฟงั เพ่ิมเตมิ เพ่ือให้นกั เรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจชัดเจนมากยิ่งข้ึน
๒.๕. ครูและนักเรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบในใบงาน ท่ี ๓.๓
๒.๖ นกั เรยี นตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ภูมิปญั ญาของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ในดนิ แดนไทย
เกี่ยวข้องกับเร่ืองใดบา้ ง เพราะเหตุใด (พจิ ารณาคำตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครูผสู้ อน)
๓. ข้ันสรุป ( ระบุเวลาท่ใี ช้ )
๓.๑ ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้ เรอ่ื ง การสรา้ งสรรค์ภูมปิ ญั ญาของมนุษยก์ ่อนประวัติศาสตร์
ในดนิ แดนประเทศไทย
๔. สื่อการสอน / แหล่งเรียนรู้
๔.๑ หนังสอื เรียน ประวัติศาสตร์ ม. 3
๔.๒ หนังสอื อ่านค้นคว้าเพิม่ เติม
๔.๓ บตั รภาพ
๔.๔ ใบงานที่ ๓.๓ เรือ่ ง การสร้างสรรคภ์ ูมปิ ัญญาของมนษุ ย์ก่อนประวัตศิ าสตรใ์ นดนิ แดนประเทศไทย
๔.๕ หอ้ งสมุด
๔.๖ แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
๗. บันทึกผลหลังแผนการจดั การเรียนรู้
๑. ผลการเรียนรู้
๑.๑ ดา้ นความรู้ (K)
ตารางท่ี ๑ แสดงค่าร้อยละระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น
เรื่อง การสร้างสรรคภ์ ูมิปญั ญาของมนุษย์กอ่ นประวตั ศิ าสตรใ์ นดินแดนประเทศไทย
ระดบั ผลสัมฤทธิ์ จำนวนนักเรียน ร้อยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรบั ปรุง (50-59 คะแนน)
จากตารางที่ ๑ พบวา่ นักเรยี นผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ร้อยละ................อยู่ในระดบั ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรยี น.......................................................
.......................................................... ............................................................................................ ..........
๑.๒ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ ( P )
ตารางท่ี ๒ แสดงคา่ รอ้ ยละระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
เรอื่ ง การสร้างสรรค์ภูมปิ ญั ญาของมนษุ ย์ก่อนประวัติศาสตรใ์ นดนิ แดนประเทศไทย
ระดบั ผลสัมฤทธ์ิ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๒ พบวา่ นักเรียนผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน ร้อยละ................อยใู่ นระดับ..........และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ................และพบว่านกั เรียน..........................................................
.................................................................................... ................................................................................
๑.๓ ดา้ นเจตคติ / คณุ ลกั ษณะฯ (A) / สมรรถนะ ( C ) เชอื่ มโยงกับมาตรฐานหลักสตู ร
ตารางท่ี ๓ แสดงค่าร้อยละคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
เรอ่ื ง การสร้างสรรคภ์ มู ิปญั ญาของมนุษยก์ ่อนประวตั ิศาสตรใ์ นดินแดนประเทศไทย
ระดับผลสัมฤทธิ์ จำนวนนกั เรียน รอ้ ยละ
ดีมาก (80-100 คะแนน)
ดี (70-79 คะแนน)
พอใช้ (60-69 คะแนน)
ปรับปรงุ (50-59 คะแนน)
จากตารางท่ี ๓ พบว่านักเรยี นคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ร้อยละ..............อยู่ในระดบั ............และ
รองลงมาร้อยละ.................อยใู่ นระดบั ...............และพบว่านกั เรียน........................................................
............................................................... ............................................................................................ .......
สรุป ผลการใช้แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑๓
๑. นักเรียนมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนอยู่ในระดบั ...................
๒. นักเรยี นมที กั ษะในระดบั ..................
๓. นกั เรยี นมคี ุณลักษณะในระดับ...............
๒. บรรยากาศการเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………...
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๓. การปรับเปลี่ยนแผนการจดั การเรียนรู้ (ถา้ มี)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
๔. ขอ้ คน้ พบด้านพฤติกรรมการจดั การเรยี นรู้
................................................................................................................ .........................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๕. อน่ื ๆ
..................................................................................................................................... ....................................
........................................................................................................................................................................
*** ( หลังจากจดั กิจกรรมการเรียนการสอนจบ 1 หนว่ ยการเรียนรู้) ***
ปญั หา / ส่ิงท่พี ัฒนา / แนวทางแก้ปัญหา / แนวทางการพฒั นา
ปัญหา/ส่ิงท่พี ฒั นา สาเหตขุ องปญั หา แนวทางแกไ้ ข วธิ แี ก้ไข / พฒั นา ผลการแก้ไข/พฒั นา
/ส่งิ ที่พัฒนา /พฒั นา
ลงชอ่ื ............................................. ผ้สู อน
( นายกณั ฑช์ ยวัฒน์ ใสยจติ ต์ )
รบั ทราบผลการดำเนินการ
ลงช่อื ...............................................
( นางศิรนิ นั ท์ คลา้ ยทอง )
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ลงชอ่ื ............................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผูอ้ ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ลงชื่อ...........................................
( นายวีระ แกว้ กลั ยา )
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 47 จงั หวดั เพชรบุรี
๘. ความคิดเห็น (ผู้บริหาร / หรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย)
ไดท้ ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรู้ ของ นายกัณฑช์ ยวัฒน์ ใสยจติ ต์ แล้วมีความเห็นดงั นี้
๘.๑ เป็นแผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่
ดีมาก ดี
พอใช้ ตอ้ งปรับปรุง
๘.๒ การจัดกิจกรรมการเรยี นรไู้ ดน้ ำเอากระบวนการเรียนรู้
ทีเ่ น้นผู้เรียนเปน็ สำคัญ ใชก้ ระบวนการสอนได้อย่างเหมาะสม
ทย่ี งั ไม่เนน้ ผู้เรียนเปน็ สำคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ่ ไป
๘.๓ เป็นแผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่
นำไปใชส้ อนได้
ควรปรบั ปรุงกอ่ นนำไปใช้
๘.๔ ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ
...................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .......................................
ลงชอ่ื ....................................................................
( นางศิรนิ นั ท์ คล้ายทอง )
หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ความคดิ เห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
................................................................................................................................................ .................................
.................................................................................................................................................................................
................................................................................................................. ................................................................
ลงชอ่ื ............................................................
( นายชาญยทุ ธ สุทธิธรานนท์ )
รองผ้อู ำนวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
ความคิดเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรยี น
......................................................................................... ..................................................................... ....................
............................................................................................................................. ....................................................
................................................................................................................................................................................ .
ลงชอื่ ........................................................
( นายวีระ แก้วกัลยา )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ ๔๗ จงั หวัดเพชรบรุ ี
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๑๔
เรื่อง พัฒนาการจากชุมชนมาสู่รฐั โบราณ เวลา ๑ ชั่วโมง ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
--------------------------------------------
๑. เปา้ หมายการเรียนรู้ / หลักฐานการเรียนรู้ / การวัดและการประเมนิ ผล
มาตรฐานการเรยี นรู้ สิง่ ท่ตี ้องรแู้ ละปฏบิ ัตไิ ด้ ผลงาน การวดั ผล
และตัวช้ีวัด / ชิน้ งาน และการประเมนิ ผล
๑. สมัยกอ่ นประวตั ิศาสตรใ์ นดนิ แดนไทยโดยสังเขป
ส ๔.๓ ม. 3/๑ ๒. พฒั นาการจากชมุ ชนมาสรู่ ฐั โบราณ - ใบงาน - แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
๓. อธบิ ายพฒั นาการของชุมชนโบราณในด้านต่าง ๆ - สมุดจดบนั ทกึ – ตรวจสมุดจดบนั ทกึ
- สังเกตพฤตกิ รรมการ
จนกลายเปน็ อาณาจกั รได้
ทำงานกลมุ่
- สงั เกตความมวี ินยั
ใฝ่เรยี นรู้ และม่งุ มั่น
ในการทำงาน
๒. สาระการเรยี นรู้ (Learning Contents) แคว้นหรอื รฐั
๑. ความรู้ (Knowledge)
การพฒั นาจากชุมชนมาสูร่ ฐั โบราณนน้ั เปน็ ไปตามลำดบั จากชมุ ชนเป็นบา้ นเมือง
และอาณาจกั ร
๒. ทักษะ/กระบวนการ (Skill during the process)
๒.๑ ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
๒.๒ ทกั ษะการวิเคราะห์
๒.๓ ทักษะการตีความ
๒.๔ ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
๓. สมรรถนะ (Competency)
๓.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๓.๒ ความสามารถในการคิด
๓.๒.๑ ทักษะการสำรวจค้นหา
๓.๒.๒ ทกั ษะการวเิ คราะห์
๓.๒.๓ ทักษะการสร้างความรู้
๓.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๓. หลกั ฐานการเรียนรู้ ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (Work)
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. แบบทดสอบหลงั เรียน
๓. ใบงานที่ ๓.๔ เร่อื ง พฒั นาการจากชมุ ชนมาสู่รัฐโบราณ
๔. การวัดและการประเมินผล ( Evaluation )
สิ่งท่ีวัดผล วธิ วี ดั ผล เครื่องมอื วดั ผล เกณฑ์การประเมิน
ด้านความรู้ (K)
๑. ทดสอบก่อน-หลัง เรียน ๑. แบบทดสอบกอ่ นเรียน - ประเมินตามสภาพจริง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P)
๒. ซกั ถาม – สังเกต ๒. คำถามกระตนุ้ ความคิด - ประเมินตามสภาพจริง
๓. ตรวจผลงาน/กจิ กรรม ๓. แบบทดสอบหลงั เรียน - รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
เปน็ รายบุคคลหรอื เปน็ กลุ่ม ๔. ใบงาน
- รอ้ ยละ ๖๐ ผ่านเกณฑ์
๑.ประเมินการนำเสนอผลงาน ๑. แบบประเมินการนำ -ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ่าน