รายวิชา วทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา ว21101
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563
ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ : สารและการจาแนกสาร
บทท่ี 1: สมบัติของสารบริสทุ ธ์ิ
เรื่องที่ 2 ความหนาแนน่
มาตรฐาน ว 2.1เขา้ ใจสมบัตขิ องสสาร องคป์ ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
สมบตั ขิ องสสารกบั โครงสรา้ งและแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนภุ าค หลกั
และธรรมชาติของการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย
และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
❖สารบริสุทธิ์แต่ละชนิดมีความหนาแน่น หรือมวลต่อหนึ่ง
หน่วยปริมาตรคงที่ เป็นค่าเฉพาะของสารนั้น ณ สถานะ
และอุณหภูมิหน่ึงแต่สารผสมมีความหนาแน่นไม่คงที่ข้ึนอยู่
กบั ชนดิ และสัดสว่ นของสารที่ผสมอยดู่ ้วยกัน
ตัวชีว้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายและเปรียบเทยี บความหนาแนน่ ของ
สารบริสทุ ธ์แิ ละสารผสม
2. ใช้เครอื่ งมอื เพ่ือวัดมวลและปรมิ าตรของ
สารบรสิ ุทธิ์และสารผสม
ปัจจบุ นั มกี ารนาเทคโนโลยีมาสรา้ งเรือดานา้ เพ่ือศกึ ษาสิง่ มชี วี ิต
หรือลกั ษณะทางธรณีวิทยาใตท้ อ้ งทะเล การทเ่ี รือดานา้ ดาลงสทู่ ะเล
ลึกไดน้ นั้ ตอ้ งทาใหเ้ รือทงั้ ลามีความหนาแนน่ มากกวา่ ความ
หนาแน่นของน้า ในทางกลบั กนั ถา้ ตอ้ งการใหเ้ รือลอยขน้ึ มาไดน้ นั้
เรือทง้ั ลาจะตอ้ งมีความหนาแน่นนอ้ ยกวา่ น้า
นกั เรยี นคิดว่าความหนาแนน่ คืออะไร
และสามารถหาคา่ ความหนาแนน่ ของวตั ถไุ ด้
…อย…า…่ ง…ไ…รเ…ร…า…ม…า…ด……คู …ล…ปิ……ว…ดี ……ีโอ……ก…่อ…น……ต…อ…บ………
………………………………………………………………………………
……………………………ค……า…ถ…า…ม……น…ะ…ค…ะ………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
ความหนาแนน่ (Density) ของสารใด ๆ
หมายถึง อัตราสว่ นระหว่างมวล (Mass) ตอ่
ปริมาตร (Volume) ของสารน้ัน
สูบน้าออกจากถงั บลั ลาสต์
เพ่อื ให้เรือดานา้ ลอย
สูบน้าเข้าจากถังบัลลาสต์
เพือ่ ให้เรือดาน้าจม
วาล์วปิดชอ่ งต่างๆ
ชอ่ งเก็บถังบรรจอุ ากาศ
ห้องโดยสารลูกเรอื
ถงั บลั ลาสต์
ทบทวนความรู้ก่อนเรยี น 2
คาสง่ั เขยี นเคร่ืองหมาย หน้าข้อทถ่ี ูกต้อง และ หน้าข้อท่ผี ดิ และบอกเหตุผล
………………. 1. มวลมหี น่วยเป็นนวิ ตนั
…ม…ว……ล……ม……ีห……น……่ว……ย……เ……ป……น็ ……ก……ิโล……ก……ร……ัม…………ส……่วน……น…………า้ ห……น……ัก……ม……ีห……น……่ว……ย……เ……ป……็น……น……ิว……ต……นั …………………………………………………………………………..
………………. 2. วตั ถชุ นดิ หนึ่ง เมอื่ ทาให้รปู ร่างเปลยี่ น มวลจะเปลีย่ นด้วย
……กส……า่ว……รนเ……ใปด……ลข……ยี่ อ……นง……แว……ปัต……ลถ……งนุ ……ร้นั ปู……หร……าา่ ……ยง……ไขป……อ……งไ……วมตั……ไ่ ดถ……ท้โุ……ดา……ยใ……หไม……้ม่ท……วา……ลใ……ขห……อส้ ง……่วว……นัต……หถ……นนุ ……ง่ึั้น…………ๆ……เ……ป……ล……ย่ี ……น……ไป……………………………………..
………...3. ปรมิ าตรคอื ความจขุ องวัตถุ มีหนว่ ยเป็นลกู บาศก์
เซนติเมตร
ป…ร…ิม…าต…ร…ค…อื …จ…าน…ว…น…ทบ่ี…อ…ก…ขน…า…ด…ขอ…ง…รูป……3 …มิต…ิ …มีห…น…่ว…ยม…า…ต…รฐ…าน…ท…่ี ……………
ห…ล…า…กห…ล…าย……เช…น่ …ล…ูกบ…า…ศ…กเ์…ม…ตร…(…m…3)…ล…กู …บ…าศ…ก…เ์ ซ…น…ติเ…ม…ตร…(…cm……3)…ล…ติ ร…(…L…) …
มิลลลิ ิตร (ml)
…………4.ปรมิ าตรของของแขง็ จะเท่ากบั ปรมิ าตรของนา้ ที่
ของแข็งแทนท่ี
…………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………
มวลคืออะไร และหนว่ ยของมวลคืออะไร
ม…ว…ล……ค…ือ……ป…ร…ิม…า…ต……รข……อ…ง…เน…อื้…ท……้ัง…ห…ม…ด…ข…อ…ง…ส…า…ร……ท…ั้ง…………
มข………อว………ล………งแ……ค……ขือ……ง็ ……กข……รอ……มั ง……หเ……ห……รลอื……ว……ก……ิโแล……ลก……ะ……รแัม……ก……๊ส……ต…………า่ ง……ก……ม็…………ีม……ว……ล…………ห……น……ว่ ……ย……ข……อ……ง
ปริมาตรคืออะไร และหนว่ ยของปริมาตรคอื อะไร
…ป…ร…มิ …า…ต…ร…ค…ือ…ค…ว…า…ม…จ……ุข…อ…ง…ว…ตั …ถ…ทุ …่ีม…ีร…ูป…ท……ร…ง…3……ม…ิต…ิ …ว…ัต…ถ…ุ
…ท…กุ …ช…น…ดิ…ม……ีป…ร…มิ …า…ต…ร…ท…้งั …ส…ิ้น……ห…น…่ว…ย……ข…อ…ง…ป…ร…มิ …า…ต…ร…ท…ี่เ…ป…น็ …
…ม…า…ต…ร…ฐ…า…น…ม…ไี …ด…้ห…ล…า…ก…ห……ล…า…ย…เ…ช…น่ ……c…m……3…ห…ร…ือ……m……3…ห…ร…อื
อนื่ ๆ
ลอยไมร่ ู้จม ท่ที ะเลตาย ทะเลเค็มท่สี ดุ
ในโลก ท่ีอิสราเอล
ภาพจาก http://www.atlastours.net
ทะเลสาบเดดซีเป็นทะเลสาบน้าเค็มขนาดใหญ่ท่ีต้ังอยู่ระหว่าง
เขตแดนของจอร์แดนและอิสราเอลทะเลสาบเดดซีมีความยาวสูงสุด
ประมาณ 67 กิโลเมตร กว้างสูงสุดประมาณ 18 กิโลเมตร ครอบคลุม
พ้ืนที่ราว 810 ตารางกิโลเมตรโดยมีความลึกเฉล่ียที่ 120 เมตร และมีจุด
ท่ีลึกที่สุดอยู่ท่ี 330 เมตร ในขณะท่ีพื้นที่ต้ังของทะเลสาบเดดซีต่ากว่า
ระดับนา้ ทะเลถงึ 408 เมตร ดังนั้นหากวัดจากพื้นท่ีลึกท่ีสุดของทะเลสาบ
แห่งนีก้ ็จะอยตู่ ่ากวา่ ระดบั นา้ ทะเลราว 800 เมตร เลยทีเดียว และถือเป็น
จดุ ท่ีต่าสดุ ของโลกเราเลยกว็ ่าได้ ความเค็มของทะเลสาบเดดซีในส่วนท่ีอยู่
ลึกที่สุดมีมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ความเค็มของทะเลทั่วๆ ไป
อย่างเชน่ ทะเลอา่ วไทยมคี วามเคม็ เพียง 3 เปอรเ์ ซ็นต์เท่านัน้
ทะเลสาบเดดซี ตั้งอยใู่ นพน้ื ทท่ี ะเลทราย สภาพภูมิอากาศในบริเวณ
นัน้ จะมีลกั ษณะหนาวจัดในตอนกลางคืนและรอ้ นจดั ในตอนกลางวนั โดยใน
บางปที ะเลสาบเดดซีจะมอี ุณหภมู ิสงู ถึง 51 องศาเซลเซยี ส บริเวณดังกลา่ ว
มปี ริมาณน้าฝนตกลงในพืน้ ท่ีเพยี งเลก็ น้อยในแต่ละปโี ดยวดั ได้เพยี งแคร่ าวๆ
65 มลิ ลเิ มตรต่อปี จากอากาศทร่ี ้อนจดั และมฝี นน้อยน้ีเองท่ีทาให้ระดับนา้
จากทะเลสาบเดดซีคอ่ ยๆระเหิดระเหยแห้งขอดลงทกุ ปสี ่งผลให้ความเขม้ ข้น
ในทะเลสาบดงั กลา่ วเพ่มิ สงู ข้ึนตามลาดบั เพราะนอกจากการระเหยจะทาให้
ทะเลสาบเดดซเี ขม้ ข้นมากขน้ึ แล้ว นา้ ท่ีไหลมาจากแมน่ ้าจอร์แดนกย็ งั คงอดุ ม
ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ เช่น โซเดยี มและแมกนเี ซยี มเม่อื ไหลลงมาทาปฏิกิรยิ า
กับนา้ พุรอ้ นในทะเลสาบเดดซีจงึ เป็นปจั จยั เก้ือหนุนตอ่ ความเค็มของทะเล
แห่งน้ี
น้าในทะเลสาบเดดซมี ีความเคม็ มากกว่าน้าในแหลง่ น้าปกติหลายเท่าโดยปกติ
ความเค็มของน้าทะเลจะเกิดข้ึน เพราะมีการละลายของเกลือหลายชนิดโดยเฉพาะ
โซเดียมคลอไรดท์ มี่ ีสตู รทางเคมีว่า NaCl อย่ใู นน้าทะเลโดยเฉล่ียแล้วมีเกลือร้อยละ 3.5
หรือน้าทะเล 1 ลิตร จะมีเกลือละลายอยู่ประมาณ 35 กรัม แต่ในพื้นที่ของทะเลสาบ
เดดซีมีปริมาณเกลือมากถึง 10,523,000,000 ตัน และด้วยความหนาแน่นของน้าใน
ทะเลสาบเดดซีน้เี องท่ีเปน็ เหตุผลวา่ ทาไมเราถึงสามารถลอยตัวอยู่ในทะเลสาบดังกล่าว
ได้ ซึง่ เป็นไปตามหลกั วทิ ยาศาสตร์ท่วี ่า ส่ิงซึ่งมีความหนาแนน่ น้อยกว่าก็จะสามารถลอย
ได้บนน้าทม่ี คี วามหนาแนน่ มากกวา่ ไม่ว่าสิ่งท่ีลอยอยู่น้ันจะมีความใหญ่โตมโหฬารสัก
เพียงใด ความหนาแน่นท่ีแตกต่างกันของทะเลสาบเดดซีน้ีหากเรานาน้า 1 ลิตร มาช่ัง
จะไดน้ ้าหนกั เพียง 1 กโิ ลกรัม แต่น้าหนกั จากการชั่งน้าจากทะเลสาบเดดซี 1 ลิตร จะมี
น้าหนกั มากกว่าหลายเท่านัก และด้วยความเข้มข้นของเกลือจานวนมากนี้เองจึงทาให้
ไม่มีสิ่งมีชีวิตสามารถดารงอยู่ได้เลย จนกลายเป็นจุดเด่นของทะเลสาบแห่งน้ีท่ีทั้งเค็ม
และไมม่ สี ิ่งมีชีวติ อาศยั อยู่
ทม่ี า : คดั ลอกและเรียบเรยี งใหมจ่ าก http://www.vcharkarn.com/varticle/38292
สืบค้นเม่ือวนั ท่ี 20 พฤษภาคม 2552
เพราะเหตใุ ดทะเลสาบเดดซี จึงมคี วาม
หนาแน่นมากกวา่ ทะเลปกติ
เพราะนา้ ในทะเลซึ่งมีเกลอื ละลาย อยู่ในนา้ มากถึง
25% ทาให้นา้ ในทะเลเดดซี มคี วามหนาแนน่ มากเป็น
พิเศษ คนทีล่ งไปเล่นนา้ ในทะเลสาบแห่งนจ้ี ะไม่มวี ัน
จมนา้ ไมว่ ่าจะตวั เราจะอ้วน หรือหนักขนาดไหนก็ยงั
ความหนาแนน่ นอ้ ยกวา่ นา้ ของทะเลสาบอย่ดู ี
เขียนเปน็ สตู รได้วา่ D= m
v
D ( Density ) = ความหนาแน่นของสาร หนว่ ยเป็น กรัมต่อลูกบาศก์
เซนตเิ มตร (g./cm.3) หรือ กิโลกรัมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร
(kg. / m.3)
m ( mass ) = มวลสาร หน่วยเป็นกรมั ( g. ) หรอื กิโลกรมั (kg.)
V (Volume) = ปริมาตร หนว่ ยเปน็ ลกู บาศก์เซนตเิ มตร (cm.3)
หรือลูกบาศกเ์ มตร (m.3)
ร่วม กนั คดิ 2
1. วตั ถุ 2 ช้ิน มลี กั ษณะภายนอกคล้ายกัน ชิ้นที่ 1 เป็นแท่ง
ส่เี หลย่ี มผนื ผ้า มีความกว้าง 3 cm ยาว 8 cm สูง 2 cm และมมี วล
480 g ช้ินที่ 2 เป็นก้อนขรขุ ระไม่เป็นรปู ทรง เรขาคณิต มปี ริมาตร
50 cm3 และมมี วล 450 g วัตถุชิน้ ใดมีความหนาแนน่ มากกวา่ กัน
ปริมาตรวัตถชุ นิ้ ที่ 1 = กวา้ ง ยาว สูง
= 3 cm 8 cm 2 cm
= 48 cm3
ความหนาแน่นของวตั ถุชน้ิ ที่ 1 = มวล (g)
ปรมิ าตร (cm³ )
= 480 g
48 cm³
= 10 g/cm3
ความหนาแนน่ ของวตั ถุช้นิ ที่ 2 = มวล (g)
ปริมาตร (cm³ )
= 450 g
50 cm³
= 9 g/cm3
ฉะนัน้ วัตถุชิน้ ท่ี 1 มคี วามหนาแน่นมากกวา่ วัตถุชิน้ ที่ 2
2. วัตถชุ นดิ หนึง่ มคี วามหนาแน่น 0.75 g/cm3 ถา้ วัตถุนป้ี ริมาตร
250 cm3 จะมมี วลเทา่ ใด
ความหนาแนน่ ของวตั ถุ = มวล (g)
ปริมาตร (cm³ )
0.75 g/cm3 = มวล g
250 cm³
มวล g = 0.75 250
= 187.5 g
วตั ถชุ นดิ น้มี มี วล 187.5 กรมั
ประโยชน์จากความหนาแน่นของสาร
กิจกรรมที่ 3 ความหนาแนน่ ของสารบริสทุ ธแ์ิ ละสาร
ผสมเป็นอย่างไร
จุดประสงค์ :
1. วัดมวลและปริมาตรเพื่อคานวณหาความหนาแนน่
ของสารบริสทุ ธิ์และสารผสม
2. วิเคราะห์และเปรียบเทยี บความหนาแน่นของสาร
บรสิ ทุ ธิแ์ ละสารผสม
วสั ดุและอุปกรณ์ ปรมิ าณ/กลมุ่
50 cm3
รายการ
สารละลายโซเดียมคลอไรด์ความเข้มขน้ ตา่ งกนั 2 ชุด 50 cm3
สารละลายน้าตาลทรายความเข้มขน้ ตา่ งกนั 2 ชดุ 2 กอ้ น
ก้อนเหล็ก 2 ก้อนท่ีมมี วลตา่ งกัน 2 ก้อน
ก้อนทองแดง 2 กอ้ นทมี่ มี วลตา่ งกัน 2 ใบ
1 หลอด
กระบอกตวงขนาด 10 cm3 1 ใบ
เชือกหรอื ด้าย 1 ใบ
บีกเกอรข์ นาด 250 cm3 1 ถัง
แก้วน้า 1 ใบ
ถังใส่น้า 2-3 เคร่อื ง
ถ้วยยูรีกา
เครอื่ งชงั่
วิธกี ารทดลอง ตอนท่ี 1
1. ชั่งมวลของเหล็ก ก้อนที่ 1 และ 2 บนั ทึกผล
2. ชั่งมวลของทองแดง กอ้ นที่ 1 และ 2 บันทึกผล
3. หาปริมาตรของก้อนเหลก็ ก้อนที่ 1 และ 2 โดยใชถ้ ้วยยรู กี า
ศกึ ษาวธิ กี าหาปริมาตรของสารโดยใช้ถ้วยยูเรกา
4. คานวณหาความหนาแนน่ ของเหล็ก ท้ัง 2 ก้อน และทองแดง
ทัง้ 2 ก้อน บนั ทกึ ผล
การหาปรมิ าตรของวตั ถโุ ดยการแทนทนี่ า้ ด้วยถ้วยยูรกี า (Water displacement can)
เราไดร้ ูม้ าแลว้ ว่าของแขง็ ตอ้ งการท่อี ยู่ เมอื เราหยอ่ นของแขง็ ลงในน้า ระดับนา้ ในภาชนะจะสูงขน้ึ
หากหย่อนของแข็งน้ันในกระบอกตวง ระดับน้าท่สี งู ขน้ึ ตรงกับขีดบอกปริมาตรใด เมื่อนาปริมาตร
สุดท้ายมาลบด้วยปรมิ าตรเรมิ่ ตน้ กจ็ ะเป็นปรมิ าตรของของแขง็ ทห่ี ย่อนลงไปนนั่ เอง
ปรมิ าตรก่อน ปริมาตรหลงั
หย่อนวตั ถุ หย่อนวัตถุ
รูปการแทนท่นี ้าของวตั ถุ
ตอนที่ 1 ตารางบันทึกมวล ปริมาตร และความหนาแนน่ ของของแข็งทไ่ี มใ่ ชร่ ูปทรงเรขาคณติ
วัตถุ มวลของวตั ถุ ปริมาตรของวตั ถุ ความหนาแนน่
(g) (cm3) (g/cm3)
เหล็กก้อนที่ 1
ครง้ั ที่ 1 74.8 10 7.48
ครง้ั ที่ 2 74.8 10 7.48
ครัง้ ท่ี 3 74.8 9.8 7.63
เหล็กก้อนท่ี 2 132.2 16.8 7.87
ครั้งท่ี 1 132.0 17.8 7.42
ครั้งที่ 2 132.1 18.0 7.34
คร้งั ท่ี 3 7.54
เฉล่ีย - -
วตั ถุ มวลของวตั ถุ ปริมาตรของวัตถุ ความหนาแน่น
(g) (cm3) (g/cm3)
ทองแดงกอ้ นท่ี 1
คร้งั ท่ี 1 86.8 10 7.48
ครัง้ ที่ 2 86.8 10 7.48
ครง้ั ที่ 3 86.8 9.8 7.63
ทองแดงกอ้ นที่ 2
ครั้งท่ี 1 102.5 12.0 8.54
ครั้งท่ี 2 102.6 12.3 8.34
ครงั้ ที่ 3 102.5 12.1 8.47
เฉล่ีย - - 8.45
หมายเหตุ : ความหนาแน่นของเหลก็ บริสทุ ธ์ิมีค่า 7.874 g/cm3 ส่วนความหนาแน่นของทองแดงบริสุทธมิ์ คี ่า 8.96 g/cm3
ท่มี า : http://periodictable.com
ความหนาแนน่ เฉลย่ี (g/cm3)
กล่มุ ท่ี เหลก็ ทองแดง
ก้อนท่ี 1 กอ้ นท่ี 2 ก้อนที่ 1 กอ้ นท่ี 2
1 7.53 7.54 8.74 8.45
2 7.50 7.54 8.73 8.43
3 7.52 7.53 8.72 8.45
4 7.53 7.54 8.73 8.44
5 7.53 7.54 8.74 8.45
6 7.53 7.54 8.74 8.45
คาถามทา้ ยการทดลอง ตอนที่ 1
1. ความหนาแนน่ คอื อะไร หาได้อย่างไร
ความหนาแน่นของสาร = มวล
ปรมิ าตร
2. ความหนาแน่น ของเหลก็ ก้อนที่ 1 และ 2 เปน็ อย่างไร
ความหนาแนน่ เฉลีย่ ของเหล็กก้อนท่ี 1 และ 2 มคี ่า
เทา่ กันหรือใกล้เคียงกัน
3. ความหนาแนน่ ของทองแดง ก้อนที่ 1 และ 2 เป็นอยา่ งไร
ความหนาแนน่ เฉลย่ี ของทองแดงก้อนที่ 1 และ 2 มคี ่า
เท่ากนั หรือใกลเ้ คยี งกัน
4. จากกจิ กรรมสรุปไดว้ ่าอย่างไร
ความหนาแนน่ ของเหล็กทงั้ 2 กอ้ น มคี ่าคงท่ีเทา่ กันหรอื
ใกลเ้ คียงกนั ความหนาแน่นของทองแดงทง้ั 2 ก้อน มคี ่าคงที่
เท่ากนั หรือใกล้เคยี งกนั ส่วนความหนาแน่นของเหลก็ กบั
ทองแดงมคี า่ ไมเ่ ท่ากนั
ตอนท่ี 2 ตารางบันทกึ มวล ปริมาตร และความหนาแนน่ ของสารละลายท่ีมีอัตราส่วนผสม
แตกต่างกัน
สาร มวลของสาร มวลของ มวล ปรมิ าตร ความ
พร้อมบีกเกอร์ บกี เกอร์ ของสาร (cm3) หนาแน่น
(g/cm3)
(g) (g) (g)
สารละลายโซเดียมคลอไรด์ ชดุ ท่ี 1
ครง้ั ที่ 1 220.2 115.6 104.6 100 1.05
คร้ังที่ 2 222.0 115.6 106.4 100 1.06
ครั้งท่ี 3 221.5 115.6 105.9 100 1.06
คา่ เฉล่ยี - - -- 1.06
สารละลายโซเดยี มคลอไรด์ ชุดท่ี 2
ครั้งท่ี 1 216.9 115.6 101.3 100 1.01
ครั้งที่ 2 217.0 115.6 101.4 100 1.01
ครั้งท่ี 3 217.5 115.6 101.9 100 1.02
ค่าเฉล่ีย - - -- 1.01
สาร มวลของสาร มวลของ มวล ปริมาตร ความ
พรอ้ มบกี เกอร์ บกี เกอร์ ของสาร (cm3) หนาแนน่
สารละลายนา้ ตาลทรายชุดท่ี 1 (g/cm3)
(g) (g) (g)
ครัง้ ที่ 1 1.00
ครง้ั ท่ี 2 184.9 85.4 99.5 100 1.00
ครั้งท่ี 3 185.0 85.4 99.6 100 1.00
ค่าเฉล่ีย 183.5 85.4 98.1 100
1.00
สารละลายนา้ ตาลทรายชุดท่ี 2 - - --
0.95
ครง้ั ท่ี 1 178.5 85.4 93.1 100 0.94
คร้ังที่ 2 179.0 85.4 93.6 100 0.93
ครั้งท่ี 3 178.0 85.4 92.6 100
คา่ เฉล่ยี 0.93
- - --
ความหนาแนน่ เฉลีย่ (g/cm3)
กล่มุ ที่ สารละลายโซเดยี มคลอไรด์ สารละลายนา้ ตาล
ชุดที่ 1 ชดุ ท่ี 2 ชดุ ที่ 1 ชุดท่ี 2
1 1.05 1.01 1.00 0.93
2 1.06 1.01 1.00 0.93
3 1.06 1.01 1.00 0.92
4 1.06 1.02 1.01 0.94
5 1.05 1.01 1.00 0.93
6 1.05 1.01 1.01 0.93
คาถามทา้ ยการทดลอง ตอนที่ 2
1. ความหนามแน่นของสารละลายโซเดยี มคลอไรด์ ชุดที่ 1 และ 2
เป็นอย่างไร
ความหนาแน่นเฉลี่ยของสารละลายโซเดียมคลอไรด์ ชุดที่
1 และชุดที่ 2 มคี ่าไม่เทา่ กัน โดยมคี วามหนาแน่นเฉล่ยี เท่ากบั
1.06 g/cm3 และ 1.01 g/cm3 ตามลาดับ
2. ความหนามแนน่ ของสารละลายนา้ ตาล ชดุ ที่ 1 และ 2 เปน็
อยา่ งไร
ความหนาแนน่ เฉล่ยี ของสารละลายนา้ ตาลทราย ชุดที่ 1
และชุดท่ี 2 มีค่าไม่เทา่ กนั โดยมีความหนาแน่นเฉลยี่ เท่ากับ
1.00 g/cm3 และ 0.93 g/cm3 ตามลาดบั
3. ความหนามแนน่ ของสารละลายโซเดยี มคลอไรด์ และ
สารละลายน้าตาล เหมอื นหรือตา่ งกนั อย่างไร
ความหนาแนน่ ของสารละลายโซเดยี มคลอไรดแ์ ละ
สารละลายน้าตาลทรายเหมอื นกัน คือ ความหนาแนน่ เฉลยี่ ของ
สารละลายแตล่ ะชดุ มคี ่าไม่เท่ากัน
4. จากกจิ กรรมตอนท่ี 2 สรุปได้ว่าอย่างไร
สารละลายทัง้ 2 ชุด มคี วามหนาแนน่ ไมค่ งท่ี และ
สารละลายชนดิ เดียวกันแตอ่ ัตราสว่ นของสารที่นามาผสมกัน
ตา่ งกนั มีความหนาแน่นไม่คงท่ีเช่นกนั ซึง่ ข้นึ อยู่กบั อัตราส่วน
ของสารทนี่ ามาผสมกัน
5. จากกจิ กรรมทัง้ 2 ตอนสรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร
ความหนาแน่นของสารบริสทุ ธแิ์ ต่ละชนดิ มีค่า
เทา่ กนั สารบริสทุ ธิต์ า่ งชนดิ มีความหนาแน่นต่างกนั
สารผสมชนดิ เดยี วกนั แต่มีอัตราสว่ นผสมตา่ งกันมี
ความหนาแนน่ ตา่ งกนั
รถบรรทกุ 2 คนั บรรทุกวัตถตุ า่ งชนิดกนั แตม่ วลของวัตถุ
ทบ่ี รรทุกไว้เทา่ กัน นกั เรียนคดิ ว่าสง่ิ ที่บรรทกุ บนรถคันใด
มีความหนาแนน่ มากกว่าเพราะเหตใุ ด
วัตถทุ ่บี รรทกุ บนรถคนั แรกมีความหนาแนน่ มากกว่าวตั ถทุ ่ีบรรทกุ บนรถอกี คัน
เพราะความหนาแน่นของสารเปน็ อัตราสว่ นระหว่างมวลต่อปริมาตรของสารน้นั
เมือ่ รถบรรทกุ ท้งั 2 คนั บรรทุกวัตถุทม่ี ีมวลเทา่ กัน ดงั นัน้ รถบรรทกุ ท่ีมคี วาม
หนาแนน่ มากกว่าจะบรรทกุ วตั ถุทม่ี ปี รมิ าตรน้อยกวา่
ร่วม กนั คดิ 3
ใหน้ ักเรียนสรุปองคค์ วามรูแ้ ละตัวอยา่ งผังมโนทศั นใ์ นบทเรียนเรื่องสมบัตขิ อง
สาร
สารบริสทุ ธ์ิ สารผสม
จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความ จดุ เดือด จดุ หลอมเหลว ความ
หนาแน่น หนาแน่น
อณุ หภูมิขณะ ช่วงอณุ หภมู ิ มีค่าคงท่ี อณุ หภูมิขณะ ชว่ งอุณหภมู ิ ความหนาแนน่
เดอื ดคงที่ ทีห่ ลอมเหลว เฉพาะตวั เดอื ดมคี า่ ไม่ ทีห่ ลอมเหลว ขอสารละลาย
มีคา่ แตข่ น้ึ อยู่กับ กว้างและมี มีค่าไมค่ งที่
เฉพาะตวั แคบและ สถานะ คงที่ แต่ข้ึนอยู่กบั
ทค่ี วาม มจี ุดหลอมเหลว อณุ หภมู แิ ละ เปลีย่ นไปตาม จดุ หลอม อตั ราสว่ นของ
คงท่ี มคี า่ เฉพาะ ความดนั อตั ราส่วนของ เหลวไม่คงที่ สารผสมน้ัน
ดนั บรรยากาศ ตวั ท่คี วามดนั สารผสมนน้ั
เดยี วกัน ข้นึ อยกู่ บั
บรรยากาศ อัตราส่วนของ
เดียวกนั สารผสมน้ัน
กจิ กรรมนา่ รู้ ทราบประเภทของพลาสติกไดอ้ ย่างไร