1. พลาสติกชนิ้ หนึ่งไมม่ ีหมายเลขระบปุ ระเภทของพลาสตกิ ไว้ นาไปทดสอบความ
หนาแนน่ พบวา่ มีความหนาแน่นนอ้ ยกวา่ นา้ พลาสติกชิน้ น้อี าจเปน็ พลาสติกประเภท
ใดไดบ้ ้าง
พลาสตกิ ชนิ้ นี้เปน็ พลาสตกิ ทล่ี อยน้าเพราะมีความหนาแนน่ น้อยกว่านา้
ซึง่ ได้แก่ พลาสติกประเภท HDPE LDPE หรอื PP
2. พลาสตกิ ชิน้ หนง่ึ ไม่มีหมายเลขระบปุ ระเภทของพลาสติกไว้ นาไปทดสอบความ
หนาแนน่ พบวา่ มีความหนาแน่นมากกว่าน้าเม่ือนาลวดทองแดงเผาไฟแตะกับพลาสติก
จะเห็นเปลวไฟสสี ้ม และถา้ นาช้ินพลาสติกไปแช่สาร MEK พบว่า พลาสตกิ ละลาย
พลาสติกชิน้ นีเ้ ปน็ พลาสตกิ ประเภทใด
พลาสติกชิ้นนีเ้ ป็นพลาสตกิ ประเภท PS (Polystyrene)
3. การทดสอบพลาสติกวิธีใดใช้ความรเู้ ร่ืองความหนาแน่นและแยก
ประเภทของพลาสติกไดอ้ ยา่ งไร
การทดสอบพลาสตกิ ท่ีใชค้ วามรูเ้ รอื่ งความหนาแนน่ ดว้ ย
วธิ กี ารทดสอบดว้ ยนา้ (water test) ซงึ่ สามารถแยกพลาสติกออกไดเ้ ป็น
2 กลุ่ม คือ
1) พลาสติกกลุม่ ทจ่ี มนา้ เนอ่ื งจากมีความหนาแนน่ มากกวา่
นา้ ไดแ้ ก่ พลาสตกิ ประเภท PETE PVC และ PS
2) พลาสติกกลุม่ ที่ลอยนา้ เนอ่ื งจากมคี วามหนาแน่นนอ้ ยกวา่ นา้
ไดแ้ ก่พลาสตกิ ประเภท HDPE LDPE และ PP
4. การทดสอบพลาสติกวธิ ใี ดใชค้ วามรเู้ รอ่ื งจดุ เดอื ด จุดหลอมเหลว และ
สามารถแยกประเภทของพลาสติกได้อยา่ งไร
การทดสอบพลาสติกที่ใช้ความรู้เรือ่ งจุดหลอมเหลวด้วยวธิ ี
ทดสอบดว้ ยการอบ (oventest) ใช้ความรู้เรอื่ งจดุ หลอมเหลว โดยการ
นาพลาสตกิ ประเภท HDPE หรอื LDPE มาอบท่ีอณุ หภูมิ 125 °C ถา้
หลอมเหลวหมดแสดงวา่ เปน็ พลาสติกประเภท LDPE เน่ืองจากพลาสตกิ
ประเภทนม้ี จี ดุ หลอมเหลวประมาณ 105-115 °C แต่ถ้าหลอมเหลวไม่
หมดแสดงวา่ เป็นพลาสตกิ ประเภท HDPE เนือ่ งจากพลาสติกประเภทนี้
มีจุดหลอมเหลวประมาณ 120 - 130 °C
แบบฝึ กหดั ทา้ ยบทเรยี นเรอ่ื งสมบตั ขิ องสารบรสิ ุทธ์ิ
1. ในการหาจดุ เดอื ดของของเหลว 2 ชนิด ไดแ้ ก่ สาร A และ B โดยให้ความรอ้ น
กบั ของเหลว แลว้ วดั อณุ หภมู ิของของเหลวเม่อื เวลาผ่านไป ไดผ้ ลดงั ตาราง
อณุ หภูมิ เวลา (นาที)
ของ
ของเหลว 1.0 1.3 2.0 2.3 3.0 3.3 4.0 4.3 5.0 5.3 6.0 6.3 7.0 7.3 8.0
(oC)
A 44.0 55.0 66.0 76.0 84.0 92.0 94.0 96.0 98.0 100.0 100.0 100.0 100.0 100.0 100.0
B 49.0 60.0 75.0 81.0 86.0 88.0 89.0 90.5 91.0 93.0 94.0 94.5 95.0 96.5 98.0
จากตาราง สารใดเปน็ สารบริสทุ ธิ์ สารใดเป็นสารผสม เพราะเหตุใด
แนวคาตอบ จากตารางสาร A คอื …สา…ร…บ…รสิ…ุท…ธ…ิ์ .. เน่อื งจากเมือ่ พิจารณาข้อมลู ในตารางแลว้
พบวา่ เมอ่ื ให้ความรอ้ นแก่สาร A ไปเรือ่ ย ๆ จนกระท่งั เดือดและอุณหภูมิคงทท่ี ่ี 100 °C ส่วน
สาร B เป็น…ไ…ม…่สา…ร…บ…รสิ…ทุ …ธ..์ิ เพราะ อุณหภูมิขณะเดอื ดไมค่ งที่
2. นกั สารวจเดนิ ทางดว้ ยบอลลนู บรรจุแก๊สฮเี ลียม กอ่ นออกเดินทางไดบ้ รรจุ
แก๊สฮเี ลียมปริมาตร 500 m3 และมมี วล 60 Kg ในบอลลูน แกส๊ ฮีเลียมใน
บอลลนู ขณะนน้ั มคี วามหนาแน่นเทา่ ใด
ความหนาแนน่ ของแก๊สฮเี ลียมในบอลลูน = 60 (kg)
500 (m3)
ดงั นน้ั แกส๊ ฮีเลยี มในบอลลนู ขณะนั้นมคี วามหนาแนน่ …0….1…2……. kg/m3
3. นาอกั ษรหน้าข้อความทางขวามือมาเตมิ ลงในช่องวา่ งหนา้ ขอ้ ความทางซ้ายมอื ท่ี
มีความสัมพันธ์กัน
แนวคาตอบ
……ฉ.... 1. ความหนาแนน่ ของวตั ถุ ……ก.... 2. วัตถุลอยในน้า
……ค…. 3. วตั ถจุ มในนา้ ……ซ…..4. ความหนาแน่นของวตั ถุนอ้ ยลง
……ข…. 5. วตั ถลุ อยปรม่ิ ในน้า ……ญ.… 6. วธิ กี ารทาวตั ถุท่จี มน้าใหล้ อยน้าได้
ก. ความหนาแน่นของวัตถุน้อยกวา่ ความหนาแน่นของน้า
ข. ความหนาแนน่ ของวตั ถุเท่ากับความหนาแน่นของนา้
ค. ความหนาแนน่ ของวัตถุมากกวา่ ความหนาแนน่ ของน้า
ฉ. มวลของวตั ถุต่อปรมิ าตรของวตั ถุ
ซ. เพิ่มปรมิ าตรของวัตถุโดยมวลเทา่ เดมิ
ญ. เพ่ิมปรมิ าตรของวตั ถจุ นมีความหนาแน่นนอ้ ยกว่า 1 g/cm3
4. จากขอ้ มลู ในตารางใหเ้ ขยี นเครื่องหมาย ในกล่องสเี่ หลีย่ ม
หน้าขอ้ ความท่ีกลา่ วถกู ต้องและเขียนเคร่ืองหมาย ในกลอ่ งสเี่ หลี่ยม
หนา้ ข้อความทีก่ ลา่ วผิด
แนวคาตอบ
แทง่ พลาสติกลอยในน้าแต่จมในปโิ ตรเลยี ม
แทง่ พลาสตกิ สเ่ี หลี่ยมลูกบาศกม์ วล 50 g ลอยในน้า ขณะทแ่ี ท่ง
พลาสตกิ ส่เี หลย่ี มลูกบาศก์มวล 1 kg ไม่ลอยในน้า
พลาสตกิ มีความหนาแนน่ น้อยกวา่ นา้
ถ้าเทปโิ ตรเลยี มเหลวลงในน้า ปโิ ตรเลยี มเหลวจะแยกชั้นลอยอยู่
ดา้ นบน แตถ่ ้าเทลงในนม ปโิ ตรเลยี มเหลวจะแยกช้ันอยดู่ า้ นลา่ ง
ปโิ ตรเลียมเหลวจะแยกชนั้ ลอยอยดู่ า้ นบน ทั้งนา้ และนมเน่อื งจากมี
ความหนาแนน่ นอ้ ยกวา่ ทง้ั นา้ และนม
เราได้เรยี นรบู้ ทท่ี 1 สมบัตขิ อง
สารบริสุทธิ์ เรอ่ื งจุดเดือดและจดุ
หลอมเหลว และความหนาแน่น
จบลงไปแล้ว นกั เรียนต้องไป
ทบทวนบทเรยี นซ้านะคะ
ในคาบเรยี นต่อไป เราจะเรยี นรกู้ นั ใน บทเรียนท่ี 2 การ
จาแนกและองคป์ ระกอบของสารบรสิ ุทธ์ิ
เรอื่ งท่ี 1 การจาแนกสารบรสิ ทุ ธ์ิ แล้วพบกันใหมค่ ่ะ