39
2.5 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560)
ได้กำหนดขึ้นเพื่อพัฒนานักเรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายที่ได้กำหนดไว้ โดยเน้นให้นักเรียน
สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านสติปัญญา ด้านร่างกาย และด้านจิตใจ
มจี ดุ มงุ่ หมายใหน้ กั เรยี นมคี วามรู้ความสามารถในการคดิ แกป้ ัญหา การใช้เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต
ที่สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม เน้นให้มีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นไปของโลก มีทักษะการคิดอย่างมี
วิจารณญาณ มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคต สามารถประยุกต์ใช้ในการ
ดำเนนิ ชวี ติ
ในปัจจุบันที่โลกมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทำให้การติดต่อสื่อสารหรือการรับรู้ข่าวสาร
ต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งนักเรียนจำเป็นต้องมีทักษะและความสามารถที่หลากหลาย
เพ่ือพฒั นาศกั ยภาพของนักเรยี นให้พรอ้ มกับการดำเนนิ ชวี ิตในศตวรรษท่ี 21 โดยเฉพาะความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นการคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ สามารถแยกส่วนเหตุการณ์ เรื่องราว
หรือเน้อื หาต่าง ๆ ได้ เพอ่ื หาความสมั พันธแ์ ละเชอ่ื มโยงองค์ประกอบย่อยกอ่ นการสรปุ ความน่าเชื่อถือ
ของข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ลักษณะความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามแนวคิดข องบลูม
(Bloom, 1956 อ้างถึงใน ลว้ น สายยศ และองั คณา สายยศ, 2543) สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
ดังนี้
การคิดวิเคราะห์ความสำคัญ หมายถึง การแยกแยะสิ่งที่กำหนดมาให้ว่าอะไรสำคัญจำเป็น
หรือมีบทบาทมากที่สุด สิ่งไหนเป็นเหตุ และสิ่งไหนเป็นผล การคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์
หมายถึง การคน้ หาว่าความสมั พันธ์ย่อย ๆ ของเรอื่ งราวหรอื เหตุการณ์นนั้ เก่ยี วพนั กันอย่างไร มีความ
สอดคล้องหรือขัดแย้งกันอย่างไร และการคิดวิเคราะห์เชิงหลักการ หมายถงึ การค้นหาโครงสร้างของ
ระบบ สิ่งของ เรื่องราว หรือการกระทำต่าง ๆ ว่าสิ่งเหล่าน้ันรวมกนั จนดำรงสภาพเช่นนั้นอยู่ได้เนือ่ ง
ด้วยอะไร โดยยึดอะไรเป็นหลกั มสี ่ิงใดเปน็ ตัวเชือ่ มโยง ยึดถอื หลักการใด มีเทคนิคอยา่ งไร หรือยึดคติ
ใด ด้วยเหตุนี้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์จึงมีความจำเป็นตอ่ การจัดการเรียนรู้ของนักเรยี นให้มี
ประสิทธิภาพจึงได้นำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5Es) นำมาพัฒนา
ความสามารถในการคดิ วิเคราะหข์ องนกั เรียน ซ่งึ มี 5 ขัน้ ตอน ประกอบดว้ ย
ขั้นที่ 1 การสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ
กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนสนใจในเนือ้ หาที่เรียน
ขั้นที่ 2 การสำรวจและค้นคว้า (Exploration) การค้นคว้าข้อมูล มีการวางแผนกำหนดการ
ตรวจสอบ และลงมือปฏบิ ตั ิจากการสงั เกต
ขั้นที่ 3 การอธิบาย (Explanation) นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและค้นหามาวิเคราะห์
แปลผล สรุปและอภิปราย
ขั้นที่ 4 การขยายความรู้ (Elaboration) เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้นักเรียนมีความรู้ลึกซึ้งขึ้น
หรือขยายกรอบความคดิ กว้างขน้ึ หรือเชื่อมโยงความร้เู ดิมสคู่ วามรใู้ หม่
40
ขั้นที่ 5 การประเมิน (Evaluation) เป็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเนื้อหา โดยมี
การบูรณาการ การจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ซึง่ เปน็ เครอ่ื งมือ
ที่สามารถบริหารการจัดการเรียนการสอนจากคอมพิวเตอร์ของครูไปแสดงยังอุปกรณ์ของนักเรียน
มกี ารสร้างงานนำเสนอให้มปี ฏสิ ัมพันธก์ ันระหวา่ งนักเรียน และคอมพิวเตอร์ รวมไปถงึ สามารถใช้เป็น
เกมประกอบการเรียนรู้ หลังจากที่ได้จัดการเรียนรู้เสร็จแล้วได้มีการประเมินความพึงพอใจของ
นกั เรยี น โดยสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียนได้จากแบบประเมินความพึงพอใจ
ซึ่งสร้างสร้างแบบประเมินตามมาตรการวัดเจตคติตามแนวคิดของลิเคิร์ท กำหนดให้แสดงระดับพึง
พอใจมี 5 ระดับ ประกอบด้วย มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
จากการศึกษาวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้
ทำการศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod
ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ท่ีมผี ลตอ่ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์และความพงึ พอใจของนักเรียนชั้น
มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นนครขอนแกน่ สามารถกำหนดกรอบแนวคดิ ในการวิจัยได้ ดงั นี้
ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม
การจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ตาม
แนวคิดของBloom (1956 อ้างถึงใน ลว้ น
รว่ มกับ แอปพลิเคชัน Nearpod (Bybee, 2009) สายยศและอังคณา สายยศ, 2539)
ประกอบด้วย
มี 5 ข้ันตอน ดังนี้ 1) การคิดวเิ คราะห์ความสำคัญ
2) การคดิ วิเคราะห์ความสัมพันธ์
ข้ันที่ 1 ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement) การ 3) การคิดวเิ คราะห์เชงิ หลักการ
กระตุ้นความสนใจเพ่ือการนำเขา้ สู่บทเรยี น
ขั้นท่ี 2 ขน้ั การสำรวจและคน้ หา (Exploration) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการ
การศกึ ษาค้นคว้าข้อมลู มกี ารวางแผนกำหนดการ เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ตรวจสอบ และลงมือปฏบิ ตั ิ ร่วมกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ตามแบบ
ขั้นที่ 3 ขน้ั การอธบิ าย (Explanation) นำข้อมลู ท่ี มาตรวัดเจตคติแบบลิเคิร์ทสเกล (Likert
ไดม้ าวิเคราะห์ แปลผล สรุปและอภปิ รายผล Scale) (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2535) จำนวน
ข้นั ท่ี 4 การขยายความรู้ (Elaboration) การจดั 16 ขอ้ แบ่งเป็น 4 ดา้ น ดงั น้ี
กิจกรรมทีน่ ักเรยี นไดม้ สี ่วนรว่ มในการทำกจิ กรรม 1) ด้านบรรยากาศในชัน้ เรียน
ขนั้ ท่ี 5 ข้นั การประเมนิ ผล (Evaluation) การ 2) ดา้ นกระบวนการจัดการเรยี นรู้
วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ อภิปรายซักถามแลกเปลีย่ นองค์ 3) ด้านครผู ู้สอน
ความรซู้ ง่ึ กนั และกนั 4) ดา้ นประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั
ภาพท่ี 7 กรอบแนวคิดในการวิจัย
41
บทท่ี 3
วิธดี ำเนนิ การวิจัย
การวิจัย เรื่อง การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่มีผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์
และความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนนครขอนแกน่ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
ผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod และศึกษา
ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์
เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ที่มีผลต่อความสามารถใน
การคิดวิเคราะห์ โรงเรียนนครขอนแก่น ซงึ่ คณะผวู้ ิจัยมีวธิ ีดำเนินการวจิ ัย ดังน้ี
3.1 กลุม่ เปา้ หมายในการวจิ ยั
ตารางท่ี 1 จำนวนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวน 30 คน โรงเรียนนครขอนแก่น อำเภอ
เมือง จังหวัดขอนแกน่ ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
นกั เรียน จำนวน ร้อยละ
ชาย 16 53.33
หญิง 14 46.67
รวม 30 100.0
จากการสัมภาษณ์คุณครูประจำรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ พบว่า ในการจัดการเรียน
การสอน สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประสบกับปัญหาด้าน
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และนักเรียนจะสนใจในสื่อการสอนรูปแบบทันสมัยที่บูรณาการใน
การจัดการเรียนการสอนในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้จัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์
เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมาใช้กับกลุ่มเป้าหมาย
ดังกล่าว เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานพุทธศักราช 2551 (จรสั สุขราช, สัมภาษณ์, 4 มกราคม 2564)
42
3.2 รูปแบบการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบแผนการทดลองขั้นต้น (Pre-Experimental Design) โดย
ทำการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายหนึ่งกลุ่ม ที่มีการทดสอบหลังทดลองหนึ่งครั้ง (One Shot Case
Study) (Cambell and Stanley, 1969) เขียนเป็นสัญลกั ษณ์ดงั นี้
โดยกำหนดให้
X o
X หมายถึง การจัดการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลเิ คชนั Nearpod
O หมายถงึ ความสามารถในการคิดวิเคราะหแ์ ละความพึงพอใจของนักเรยี นการจัดการ
เรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลเิ คชัน Nearpod
3.3 ตวั แปรทีศ่ กึ ษา
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ที่มีผลต่อ
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนคร
ขอนแกน่ ดังนี้
3.3.1 ตัวแปรต้น : การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน
Nearpod
3.3.2 ตวั แปรตาม : ความสามารถในการคิดวิเคราะหแ์ ละความพงึ พอใจ
3.4 เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการวจิ ัย
สำหรับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแอปพลิเคชัน Nearpod ใน
รายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ มีผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความพึงพอใจ ของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น คณะผู้วิจัยได้กำหนดเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ดงั น้ี
3.4.1 แผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชร้ ปู แบบการจัดการเรยี นรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชา
ส 23102 สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่ม
ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 แผนการเรยี นรู้ เวลา 50 นาที
43
3.4.2 แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เรอ่ื ง บทบาทความสำคัญของการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศเป็นใบ
กจิ กรรม โดยใช้ทดสอบหลังเรยี นส้ินสุด แบบอัตนัย จำนวน 5 ขอ้ 10 นาที โดยรว่ มกับ แอปพลิเคชัน
Nearpod เพื่อประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ว่าเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่
อยา่ งไร
3.4.3 แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod แบบมาตรสว่ นประมาณค่า 5 ระดบั จำนวน 4
ด้าน 16 ข้อ ประกอบด้วย ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้านครูผู้สอน
และด้านประโยชนท์ ไ่ี ด้รับ
3.5 การสรา้ งและหาประสทิ ธภิ าพของเคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการวจิ ยั
3.5.1 แผนการจัดการเรียนรโู้ ดยใชร้ ปู แบบการจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
รว่ มกบั แอปพลิเคชนั Nearpod
คณะผูว้ จิ ัยได้ดำเนินการสร้างแผนการเรยี นร้โู ดยใช้รปู แบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา
ความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม รายวิชา ส 23102 สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง บทบาท
ความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1
แผนการเรยี นรู้ เวลา 50 นาที
1) ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรับปรุง พุทธศักราช 2560) กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และหลักสูตรโรงเรียน
นครขอนแกน่ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3
2) ศกึ ษาทฤษฎี เอกสาร งานวจิ ัยทเ่ี ก่ียวข้องกบั การสรา้ งแผนการจัดการเรียนรู้กลุม่ สาระการ
เรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าเศรษฐศาสตร์ การจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้รูปแบบการ
จัดการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชนั Nearpod
3) กำหนดเนื้อหาสาระการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ รวมทั้งวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อให้ได้เนื้อหา
สาระสำหรบั งานวิจัยและเปน็ แนวทางในการกำหนดจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
44
4) ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ให้สอดคล้องกับเนื้อหาและจุดประสงค์ของแผนการจัดการ
เรียนรทู้ ่ตี ัง้ ไว้
5) สร้างแผนการจัดการเรยี นรู้โดย ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ให้สัมพันธ์กับเนื้อหาเรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจระหว่างประเทศหน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 1 แผนการเรียนรู้
เวลา 50 นาที
6) ศึกษาหลกั และวธิ กี ารสร้างแบบประเมนิ แผนการจดั การเรียนรู้ และการสรา้ งแบบประเมิน
โดยกำหนดหัวข้อการประเมิน 6 ด้าน ประกอบด้วย จุดประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ กิจกรรม
การเรยี นการสอน ส่ือและแหลง่ เรียนรู้ การวัดและการประเมินผล เวลาทใ่ี ช้ในการสอน
7) นำแผนการจัดการเรียนรู้นำเสนอตอ่ อาจารยท์ ่ีปรึกษาวจิ ยั เพ่อื ตรวจสอบความถูกต้องของ
เน้ือหาและปรบั ปรุงตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาวิจยั
8) นำแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ีแก้ไขตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรกึ ษาเสนอต่อ ผู้เชีย่ วชาญ
3 ทา่ น ไดแ้ ก่
1. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. จตุภมู ิ เขตจัตรุ สั อาจารย์ประจำรายวชิ าวิจัยในชนั้ เรยี นเพื่อ
2. อาจารย์ ลดั ดาวัลย์ สพี าชัย พัฒนาการเรยี นรู้
อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสาธติ ฝ่ายมัธยม
(ศกึ ษาศาสตร)์
3. อาจารยส์ ังเวียน จรเกตุ อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม โรงเรยี นสาธติ ฝา่ ยมัธยม
(ศึกษาศาสตร์)
เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องของ การใช้หลักภาษาในแผนการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้
ความเหมาะสมด้านเวลาในกิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์การ
เรยี นรู้ และความเหมาะสมการนำไปใช้ ด้วยการประเมนิ ผลความเหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้
โดยใช้แบบประเมินการเรียนรู้ท่ีคณะผูว้ ิจัยสร้างขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ ซ่ึงเป็น
แบบมาตราสว่ นประเมนิ ค่าของลิเคริ ท์ (Liker’s Ratting Scale) ประกอบด้วย 5 ระดับ คือ เหมาะสม
มากทสี่ ดุ เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมนอ้ ย และเหมาะสมนอ้ ยทสี่ ดุ
45
ซ่งึ มเี กณฑ์การแปลผลการประเมินความพงึ พอใจ (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2535) ดงั นี้
ระดบั ท่ี 5 หมายถงึ เหมาะสมมากทส่ี ดุ
ระดับที่ 4 หมายถึง เหมาะสมมาก
ระดบั ท่ี 3 หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
ระดบั ท่ี 2 หมายถึง เหมาะสมน้อย
ระดบั ที่ 1 หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ยท่สี ุด
สำหรับเกณฑ์การประเมินผลระดับความเหมาะสมของแผนการจัดการเรียนรู้ คณะผู้วิจัยได้
กำหนดเกณฑโ์ ดยไดจ้ ากแนวคดิ ของลิเคิร์ท (Liker’s Rating Scale) ซง่ึ มีเกณฑ์ ดงั น้ี
คะแนนเฉล่ีย 4.51 – 5.00 หมายถึง ระดบั ความเหมาะสมมากท่สี ุด
คะแนนเฉลย่ี 3.51 – 4.50 หมายถึง ระดบั ความเหมาะสมมาก
คะแนนเฉลีย่ 2.51 – 3.50 หมายถึง ระดบั ความเหมาะสมปานกลาง
คะแนนเฉล่ยี 1.51 – 2.50 หมายถึง ระดบั ความเหมาะสมนอ้ ย
คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง ระดับความเหมาะสมน้อยท่สี ดุ
ผลการประเมินต้องมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 – 5.00 หรืออยู่ในระดับเหมาะสมมากถึง
เหมาะสมมากที่สุด จึงจะถอื ว่าเปน็ แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่มคี ุณภาพ
9) นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ได้ทำการปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ท่ีปรึกษา
และความคิดเห็นของผูเ้ ชี่ยวชาญท้ัง 3 ทา่ น ไปใชจ้ รงิ กบั กล่มุ เปา้ หมายเพือ่ เก็บรวบรวมข้อมลู
46
จากการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนา และวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศเรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งปรากฏ
ในแผนภาพท่ี 1 ดังน้ี
ศึกษาและวเิ คราะหห์ ลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พทุ ธศักราช
2560) กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม และหลกั สตู รโรงเรียนนครขอนแกน่ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3
ศึกษาทฤษฎี เอกสาร งานวจิ ัยท่ีเกยี่ วขอ้ งกับการสร้างแผนการจดั การเรียนรูก้ ลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม
กำหนดเนอื้ หาสาระการเรยี นรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ รวมทัง้ วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรู้
เพอื่ ให้ได้เนอ้ื หาสาระสำหรับงานวจิ ัยและเป็นแนวทางในการกำหนดจดุ ประสงค์การเรียนรู้
สรา้ งแผนการจดั การเรยี นรโู้ ดย ใช้รปู แบบการจดั การเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลิเคชนั
Nearpod จำนวน 1 แผนการเรียนรู้ ใชเ้ วลา 50 นาที
การสร้างแบบประเมินโดยกำหนดหวั ข้อการประเมนิ 6 ดา้ น ประกอบดว้ ย จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระการ
เรยี นรู้ กจิ กรรมการเรยี นการสอน สอ่ื และแหลง่ เรยี นรู้ การวดั และการประเมนิ ผล เวลาท่ีใช้ในการสอน
นำแผนการจดั การเรยี นรู้นำเสนอต่ออาจารย์ท่ปี รึกษาวจิ ยั เพือ่ ตรวจสอบความถูกตอ้ งของเนอื้ หาและปรบั ปรงุ
ตามคำแนะนำของอาจารย์ทปี่ รึกษาวิจัยเพอื่ ตรวจสอบความถูกต้อง
นำแผนการจดั การเรียนรู้ทไ่ี ด้ทำการปรบั ปรงุ แก้ไขตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ทปี่ รกึ ษาและความคดิ เหน็ ของ
ผ้เู ช่ียวชาญท้งั 3 ทา่ น ไปใช้จริงกับกล่มุ เปา้ หมายเพอื่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
แผนภาพที่ 1 การสรา้ งแผนการจัดการเรียนรใู้ ชร้ ูปแบบการจัดการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้
(5Es) ร่วมกับ แอปพลเิ คชนั Nearpod
47
3.5.2 แบบประเมินความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
ตารางท่ี 2 ตารางวเิ คราะหแ์ บบประเมนิ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ จำนวน
(ข้อ)
คดิ วเิ คราะห์ คิดวิเคราะห์ คดิ วเิ คราะห์
ความสำคญั ความสมั พนั ธ์ หลักการ
1. อภิปรายและเขา้ ใจถึงปรากฏการณ์ทาง
เศรษฐกจิ ท่ีเกิดจากการรวมกลมุ่ ทางเศรษฐกิจ ข้อ 1 1
ระหวา่ งประเทศ
2. วิเคราะหค์ วามสมั พนั ธข์ องบทบาท
เปา้ หมาย ประโยชนข์ องการรวมกล่มุ ทาง ข้อ 5 1
เศรษฐกจิ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
3. เปรยี บเทยี บปจั จัยท่สี ำคัญอันนำไปสู่การ ขอ้ 3 ข้อ 4 2
รวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
4. ตระหนกั และความสำคัญของการรวมกลุ่ม ข้อ 2 1
ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศได้
รวม 5
แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ใช้เป็น
แบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) ซึ่งคณะผู้วิจัยได้สร้างตามทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม (Bloom’s
Taxonomy) (1956 อ้างถึงใน ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ, 2539) กล่าวว่า การประเมิน
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์นั้น จะต้องพิจารณาทั้ง 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์
ความสำคัญ 2) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และ 3) การวิเคราะห์หลักการ เป็นแบบประเมิน
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
1) ศกึ ษารายละเอียดเน้ือหาจากหนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานเศรษฐศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ 3 ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานพุทธศกั ราช 2551 เรอ่ื ง บทบาทความสำคญั ของการ
รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเพื่อรวบรวมเนื้อหาที่นักเรียนต้องศึกษาในบทเรียน แล้ว
นำมาใช้เป็นขอ้ มูลในการสร้างแบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์
48
2) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เพื่อเป็นแนวทางในการสรา้ งแบบประเมินโดยอาศัยแนวทางการวัด
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ตามทฤษฎีการเรียนรู้ของบลูม (Bloom, 1956 อ้างถึงใน ล้วน สาย
ยศ และอังคณา สายยศ, 2543)
3) สร้างแบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง บทบาทความสำคัญของการ
รวมกลมุ่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศท่ีได้เก็บรวบรวมมาโดยสร้างเป็นแบบประเมนิ ความสามารถใน
การคดิ วเิ คราะห์ เพอ่ื วดั ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยการ
จัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod โดยใช้แนวคิดของบลูม
(Bloom, 1956 อ้างถึงใน ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ, 2543) โดยวัดทั้งหมด 3 ด้าน 5 ข้อ คือ
วิเคราะห์ความสำคัญ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และวิเคราะห์หลักการ ซึ่งนักเรียนร้อยละ 70 มีเกณฑ์
ร้อยละ 70 ขึน้ ไปถือวา่ ผ่าน โดยมเี กณฑ์การวดั ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ดงั นี้
ดมี าก คณุ ภาพอยใู่ นเกณฑร์ ้อยละ 80 - 100
ดี คณุ ภาพอยใู่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 - 79
ปานกลาง คุณภาพอยใู่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 - 69
พอใช้ คุณภาพอยใู่ นเกณฑ์ร้อยละ 50 - 59
ปรบั ปรุง คุณภาพตำ่ กวา่ เกณฑร์ อ้ ยละ 50
เกณฑก์ ารตดั สนิ ได้ร้อยละ 70 ขน้ึ ไป “ผ่าน”
4) นำแบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง บทบาทความสำคัญของการ
รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศความรู้ของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สร้างขึน้ จำนวน 5
ข้อ ใหอ้ าจารย์ท่ปี รึกษาวิจัยตรวจสอบความเหมาะสม ภาษาทใี่ ช้ ความเหมาะสมของตวั คำถาม พร้อม
ทง้ั ปรบั ปรงุ แก้ไขขอ้ คำถามใหถ้ ูกต้องชัดเจนตอ่ ไป
5) นำแบบประเมนิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เนอ้ื หารายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์
เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่สร้างขึ้น เสนอต่อ
ผู้เชย่ี วชาญ จำนวน 3 ทา่ น ดงั นี้
1. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร. จตภุ มู ิ เขตจัตรุ ัส อาจารย์ประจำรายวิชาวิจัยในชั้นเรียน
เพือ่ พฒั นาการเรียนรู้
2. อาจารย์ ลดั ดาวลั ย์ สพี าชัย อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนสาธิต ฝ่ายมัธยม(ศกึ ษาศาสตร)์
49
3. อาจารยส์ งั เวยี น จรเกษ อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรยี นสาธติ ฝา่ ยมัธยม(ศึกษาศาสตร)์
เพ่ือตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยพิจารณาความสอดคล้อง
ระหว่างข้อสอบกับความสามารถในการคิดวิเคราะห์ พิจารณาการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง CVI
(Content Validity Index) ดังน้ี
การหาดัชนีความเที่ยงตรงรายข้อ (Item content validity ; I-CVI) หาได้จากจำนวน
ผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินข้อความถามนั้นในระดับความสอดคล้อง (ประเมินระดับ 3 หรือ 4) หารด้วย
จำนวนผู้เช่ยี วชาญทัง้ หมด ใหพ้ จิ ารณาจากสูตร ดงั นี้
I-CVI =Nc/N
โดยกำหนดให้
Nc หมายถึง จำนวนผู้เช่ียวชาญท่ปี ระเมนิ ขอ้ คำถามในระดับสอดคล้อง
N หมายถึง จำนวนผู้เช่ยี วชาญท้ังหมด
ถ้าค่าดัชนีความสอดคล้องที่คำนวณได้มากกว่าหรือเท่ากับ 0.8 ถือว่าข้อสอบนั้นเป็นตัวแทน
การคิดวิเคราะห์ที่ทำการทดสอบได้ แต่ถ้าข้อสอบใดมีค่าดัชนีความสอดคล้องต่ำกว่า 0.8 ถือว่า
ข้อสอบนั้นควรตัดออกไปหรือควรปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ซึ่งการหาดัชนีความเที่ยงตรงรายข้อ
ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่านแบบ ประเมินความเที่ยงตรงรายข้อนั้นมีระดับความสอดคล้องเท่ากับ 1.00 นั้น
หมายความว่า จำนวนข้อสอบทง้ั 5 ข้อนนั้ อยู่ในมคี วามสอดคลอ้ งเหมาะสม
จากนั้นหาดัชนีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาทั้งฉบับคำนวณค่า content validity for overall
scale (S-CVI) การหาความเทีย่ งตรงเชงิ เน้ือหาทงั้ ฉบบั การหาความเท่ยี งตรงทง้ั ฉบบั : สัดสว่ นของข้อ
คำถามท่ไี ดร้ บั การประเมนิ ในระดับความสอดคล้องกบั ข้อคำถามท้ังหมด ดังนัน้ การหาความเท่ียงตรง
เชิงเนื้อหาทั้งฉบับทำให้เราทราบว่าจำนวนข้อคำถามทั้งหมดที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหามีสัดส่วน
เทา่ ใดเมอ่ื เทยี บกบั จำนวนข้อคำถามท้ังหมด
50
จากสตู ร S-CVI = ∑I-CVI/ P คอื คำนวณจากผลรวมของคา่ I-CVI ทุกขอ้ หารด้วยจำนวน
ข้อทั้งหมด ค่าที่ได้ควรมีค่าตั้งแต่ 0.8 ขึ้นไป การหาค่า S-CVI/Ave เป็นการหาค่าเฉลี่ยของดัชนีวัด
ความสอดคล้องของเครื่องเมื่อวัด โดยค่าที่นำมาคำนวณได้มากจากค่า I-CVI แต่ละข้อ โดยคิดจาก
ผลรวมของคา่ I-CVI หารดว้ ยจำนวนขอ้ คำถาม หรอื เขียนเปน็ สมการไดว้ ่า
S-CVI/Ave = S(S-CVI)/p
โดยกำหนดให้ : p แทนจำนวนข้อคำถามเราสามารถหาคา่ S-CVI/Ave ได้ดังน้ี
S-CVI/Ave = (1.00+1.00+1.00+1.00+1.00)/5 = 1
6) คณะผู้วิจัยนำรูปแบบไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ประเมินความสอดคล้อง CVI
(Content Validity Index) เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงของรูปแบบทั้ง 4 องค์ประกอบ สร้างแบบ
ประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
ระหว่างประเทศที่ได้เก็บรวบรวมมาโดยสร้างเป็นแบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพ่ือ
วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้โดยใช้
เรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลเิ คชนั Nearpod มาตราสว่ นประเมินค่า 4 ระดับ
ดงั น้ี
4 = สอดคล้องและชดั เจน
3 = สอดคล้อง แตต่ อ้ งปรับปรงุ เลก็ นอ้ ย
2 = ประเมินใหม่ถ้าไมป่ รับปรุง
1 = ไมส่ อดคล้อง
CVI = 1.00 หมายถึง เนื้อหาของคำถามทุกข้อในแบบสอบถามสอดคล้องกับแนวคิดทฤษฎี
ของตัวแปร
CVI = 0.00 หมายถงึ เนอื้ หาของคำถามทกุ ข้อในแบบสอบถามสอดคลอ้ งในแบบสอบถามไม่
สอดคลอ้ งกบั แนวคิดทฤษฎขี องตวั แปรคา่ CVI ผ่านเกณฑ์คณุ ภาพตอ้ งไม่น้อยกว่า 0.8
51
จากการประเมินความสอดคล้อง CVI (Content Validity Index) เพื่อตรวจสอบความ
เที่ยงตรงของรูปแบบทั้ง 4 องค์ประกอบ สร้างแบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์
คา่ S-CVI = 1.00 มคี วามสอดคล้องกบั แนวคดิ ทฤษฎีของตวั แปร
7) นำแบบประเมินความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ไปใช้ทดสอบนักเรยี นกลุ่มเปา้ หมาย
จากข้นั ตอนการสร้างแบบประเมินความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ข้างต้นนนั้ ปรากฏใน
แผนภาพที่ 2 ดังนี้
ศกึ ษารายละเอยี ดเนื้อหา เร่ือง บทบาทของรฐั บาลในการพัฒนาประเทศ เพื่อรวบรวมเนอื้ หาที่
นกั เรียนตอ้ งศกึ ษาในบทเรียน แล้วนำมาใช้เปน็ ข้อมลู ในการสร้างแบบประเมินความสามารถใน
การคดิ วิเคราะห์
ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎี เพื่อเป็นแนวทางในการสรา้ งแบบประเมินโดยอาศัยแนวทางการวดั
ความสามารถในการคดิ วเิ คราะหข์ องบลูม
สรา้ งแบบประเมินความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ เร่อื ง บทบาทของรฐั บาลในการพัฒนาประเทศ
ที่ได้เกบ็ รวบรวมมาโดยสร้างเปน็ แบบประเมินความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
นำแบบประเมินความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ทส่ี รา้ งข้นึ จำนวน 5 ขอ้ ใหอ้ าจารย์ที่ปรกึ ษา
วจิ ยั ตรวจสอบความเหมาะสม พรอ้ มท้ังปรบั ปรงุ แกไ้ ขข้อคำถามใหถ้ ูกต้องชดั เจนตอ่ ไป
นำแบบประเมนิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ทส่ี รา้ งขนึ้ เสนอต่อผเู้ ชี่ยวชาญ
ปรับปรุงแก้ไขแบบทดสอบตามข้อเสนอแนะของผ้เู ชี่ยวชาญ
นำแบบประเมนิ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ไปใชท้ ดสอบนกั เรยี นกลมุ่ เป้าหมายนักเรยี นชนั้
มัธยมศกึ ษาปีที่ 3
แผนภาพที่ 2 การสร้างแบบแบบประเมนิ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
52
3.5.3 แบบประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมตี ่อการจดั กจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้รูปแบบสบื
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod
คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกา รจัดกิจกรรม
การเรียนรู้โดยใช้รูปแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod แบบมาตราส่วน
ประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 4 ด้าน 16 ข้อ ประกอบด้วยความพึงพอใจด้านบรรยากาศในชั้นเรียน
ดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นรู้ ด้านครูผสู้ อน และด้านประโยชนท์ ี่ได้รบั โดยมขี ั้นตอนการสร้าง ดังนี้
1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบ
ประเมินความพงึ พอใจ
2) สร้างแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้
รูปแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod เป็นแบบมาตราส่วนแบบมาตรา
ส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 4 ด้าน 16 ข้อ ประกอบด้วย ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน ด้าน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ ดา้ นครูผสู้ อน และด้านประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั
ซึ่งมีเกณฑ์การแปลผลการประเมนิ ความพึงพอใจ (บุญชม ศรสี ะอาด, 2535) ดังน้ี
ระดับที่ 5 หมายถงึ ความพงึ พอใจในระดบั มากทีส่ ดุ
ระดบั ที่ 4 หมายถงึ ความพึงพอใจในระดบั มาก
ระดบั ที่ 3 หมายถงึ ความพงึ พอใจในระดบั ปานกลาง
ระดบั ที่ 2 หมายถึง ความพึงพอใจในระดบั นอ้ ย
ระดบั ที่ 1 หมายถงึ ความพึงพอใจในระดบั น้อยทสี่ ุด
สำหรับเกณฑ์การแปลผลคะแนนตามเกณฑ์เฉลี่ยรายข้อ คณะผู้วิจัยได้กำหนดเกณฑ์โดยได้
จากแนวคิดของลเิ คริ ท์ (Liker’s Ratting Scale) ซงึ่ มเี กณฑ์ ดังนี้
คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถงึ ความพงึ พอใจมากท่ีสดุ
คะแนนเฉลยี่ 3.51 – 4.50 หมายถึง ความพึงพอใจมาก
คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง
คะแนนเฉล่ยี 1.51 – 2.50 หมายถึง ความพึงพอใจน้อย
คะแนนเฉลย่ี 1.00 – 1.50 หมายถึง ความพึงพอใจนอ้ ยทส่ี ุด
ผลการประเมินต้องมีคะแนนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.51 – 5.00 หรืออยู่ในระดับเหมาะสมมากถึง
เหมาะสมมากที่สุด จึงจะถือผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งแบบประเมินความพึงพอใจมีผลประเมินมี
คะแนนเฉลีย่ เทา่ กับ 4.85 อยู่ในระดบั พงึ พอใจอยู่ในระดบั มากท่ีสดุ
3) นำแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรยี นท่มี ีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้รูปแบบ
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod เสนอต่ออาจารย์ท่ี
53
ปรกึ ษาเพอ่ื ตรวจสอบความชดั เจน และความถกู ต้องในการใช้ภาษา จากนัน้ ทำการปรับปรุงแก้ไขตาม
ข้อเสนอแนะของอาจารย์ทีป่ รกึ ษา
4) นำแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้รูปแบบ
การจดั การเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชนั Nearpod ทผ่ี า่ นการตรวจสอบ
ของอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วมาเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อพิจารณาความสอดคล้องระหว่าง
รายการสอบถามกับนิยามความพึงพอใจ ด้วยดัชนีความเที่ยงตรง (Item content validity ; I-CVI)
โดยกำหนดเกณฑก์ ารพิจารณา คอื
5 = คำถามสอดคลอ้ งกับนยิ ามและชดั เจน
4 = คำถามสอดคลอ้ งกบั คำนยิ าม
3 = คำถามตอ้ งปรับปรุงเล็กน้อย จงึ จะสอดคล้องกับคำนิยาม
2 = คำถามตอ้ งปรบั ปรงุ อยา่ งมาก จงึ จะสอดคล้องกับคำนยิ าม
1 = คำถามไมส่ อดคล้องกบั คำนิยาม
5) นำข้อมูลที่รวบรวมจากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมาคำนวณหาค่าการหาดัชนีความ
เที่ยงตรงรายข้อ (Item content validity ; I-CVI) หาได้จากจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินข้อความ
ถามนั้นในระดับความสอดคล้อง (ประเมินระดับ 3 หรือ 4) หารด้วยจำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
ให้พจิ ารณาจากตวั อย่าง
I-CVI =Nc/N
โดยกำหนดให้ Nc หมายถงึ จำนวนผู้เช่ยี วชาญทป่ี ระเมนิ ข้อคำถามในระดบั สอดคลอ้ ง
N หมายถงึ จำนวนผูเ้ ชี่ยวชาญทงั้ หมด
ถ้าค่าดัชนีความสอดคล้องท่ีคำนวณได้มากกว่าหรือเทา่ กับ 0.8 ถือว่าข้อสอบนั้นเป็นตัวแทน
การคิดวิเคราะห์ที่ทำการทดสอบได้ แต่ถ้าข้อสอบใดมีค่าดัชนีความสอดคล้องต่ำกว่า 0.8 ถือว่า
ขอ้ สอบน้นั ควรตดั ออกไปหรอื ควรปรับปรุงแก้ไขใหด้ ีขนึ้
จากการหาดัชนีความเที่ยงตรงรายข้อ (Item content validity ; I-CVI) ของแบบประเมิน
ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod หาได้จากจำนวนผู้เชี่ยวชาญที่ประเมิน
ข้อความถามนั้นในระดับความสอดคล้องนั้น อยู่ในช่วง 0.67-1.00 ซึ่งหมายความว่า ค่าดัชนีความ
เท่ยี งตรงรายข้ออยใู่ นระดับ สอดคล้องและชัดเจน
จากนั้นหาดัชนีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาทั้งฉบับคำนวณค่า content validity for overall
scale (S-CVI) การหาความเท่ียงตรงเชงิ เน้ือหาทั้งฉบบั การหาความเทย่ี งตรงทัง้ ฉบับ : สัดส่วนของข้อ
54
คำถามท่ีไดร้ บั การประเมนิ ในระดบั ความสอดคล้องกบั ข้อคำถามท้งั หมด ดังนั้น การหาความเท่ียงตรง
เชิงเนื้อหาทั้งฉบับทำให้เราทราบว่าจำนวนข้อคำถามทั่งหมดที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหามีสัดส่วน
เทา่ ใดเมื่อเทยี บกับจำนวนข้อคำถามท้ังหมด
จากสตู ร S-CVI = ∑I-CVI/ P คือ คำนวณจากผลรวมของค่า I-CVI ทกุ ขอ้ หารดว้ ยจำนวน
ข้อทั้งหมด ค่าที่ได้ควรมีค่าตั้งแต่ 0.8 ขึ้นไป การหาค่า S-CVI/Ave เป็นการหาค่าเฉลี่ยของดัชนีวัด
ความสอดคล้องของเครื่องมือ โดยค่าท่นี ำมาคำนวณได้มากจากค่า I-CVI แต่ละขอ้ โดยคดิ จากผลรวม
ของค่า I-CVI หารดว้ ยจำนวนข้อคำถาม หรอื เขียนเปน็ สมการไดว้ ่า
S-CVI/Ave = S(S-CVI)/p
โดยกำหนดให้ : p แทนจำนวนขอ้ คำถาม เราสามารถหาค่า S-CVI/Ave ได้ดังน้ี
S-CVI/Ave = (1.00+0.67+1.00+1.00+1.00+1.00+1.00+1.00+1.00+
1.00+1.00+1.00+1.00+1.00+1.00+1.00)/16 = 0.98
โดยจากการประเมินคา่ ดชั นีความสอดคล้องระหวา่ งรายการสอบถามกับนิยามความพึงพอใจ
ของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 ท่าน พบว่า แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจดั การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod
มีคา่ ดัชนีความสอดคลอ้ งระหวา่ งรายการสอบถามกับนยิ ามความพงึ พอใจอยู่ในชว่ ง 0.98 ซง่ึ หมายถึง
ค่าดชั นีความสอดคล้องระหว่างรายการสอบถามกบั นิยามความพงึ พอใจถอื วา่ สอดคล้องและชัดเจน
6) ทำการคดั เลือกรายการสอบถามทมี่ ีค่า CVI ตั้งแต่ 0.8 ขน้ึ ไป จำนวน 16 ขอ้
7) นำแบบประเมินความพึงพอใจที่ผ่านเกณฑ์แล้วไปใช้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อเก็บรวบรวม
ขอ้ มูล หลงั จากสน้ิ สดุ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
55
จากการสรา้ งแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนกั เรียนทมี่ ีต่อการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูโ้ ดยใช้
รปู แบบการจัดการเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ดงั ข้างตน้
ปรากฏในแผนภาพที่ 3 ดังนี้
ศึกษาแนวคดิ ทฤษฎี เพื่อเปน็ แนวทางในการสรา้ งแบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรียนท่มี ตี อ่ การจดั
กิจกรรมการเรียนรู้
สรา้ งแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ จำนวน 4 ด้าน 16 ขอ้ ประกอบด้วย ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน
ด้านกระบวนการจดั การเรียนรู้ ดา้ นครูผสู้ อน และด้านประโยชน์ท่ไี ดร้ ับ
นำแบบประเมินความพึงพอใจเสนอต่ออาจารย์ทป่ี รึกษา เพอื่ ตรวจสอบความถกู ต้องและปรบั ปรงุ แกไ้ ขตาม
ขอ้ เสนอแนะ
นำแบบประเมินความพงึ พอใจทีผ่ า่ นการตรวจสอบจากอาจารยท์ ี่ปรกึ ษาแลว้ เสนอตอ่ ผู้เชีย่ วชาญ เพอ่ื พจิ ารณา
ความสอดคลอ้ งระหวา่ งรายการสอบถามกับนยิ ามความพงึ พอใจ
คัดเลือกรายการสอบถามทม่ี คี ่า CVI ต้งั แต่ 0.8 ขน้ึ ไป จำนวน 16 ข้อ
นำแบบประเมินความพึงพอใจท่ีผา่ นเกณฑ์แลว้ ไปใชก้ บั กลมุ่ เป้าหมายเพอ่ื เก็บรวบรวมข้อมลู หลงั จากสนิ้ สุดการ
จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
แผนภาพที่ 3 การสรา้ งแบบประเมินความพึงพอใจของนกั เรยี นท่มี ีต่อการจดั กิจกรรมการ
เรยี นรูโ้ ดยใชร้ ปู แบบการจดั การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod
56
3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล
1) คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลกับนักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียน
นครขอนแก่น จำนวน 30 คน
2) คณะผ้วู ิจยั ขออนญุ าตผู้บรหิ ารโรงเรยี นนครขอนแก่น ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล
3) คณะผู้วิจัยขออนุญาตอาจารย์ประจำรายวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนนครขอนแก่น ในการ
เกบ็ รวบรวมข้อมลู
4) คณะผูว้ จิ ัยทำความเข้าใจกับนักเรยี นเกยี่ วกบั การจัดกิจกรรมการเรยี นร้โู ดยใช้รูปแบบการ
จดั การเรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกบั แอปพลเิ คชนั Nearpod
5) คณะผู้วจิ ัยได้ทำการดำเนนิ ตามแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้รปู แบบการจัดการเรียนรู้แบบ
สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ที่คณะผู้วิจัยได้สร้างขึ้น โดยระหว่างการ
จัดการเรียนรู้ คณะผู้วิจัยได้มีการวัดความสามารถของนักเรียนและมีการบันทึกหลังการจัดกิจกรรม
การเรยี นการสอน
6) นักเรียนตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดย
ใช้รปู แบบการจัดการเรยี นร้แู บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod
7) คณะผวู้ จิ ยั ดำเนนิ การนำผลท่ีได้จากการเกบ็ ข้อมูลไปวิเคราะห์ แปลผล สรุปและอภิปราย
ผลในการทำวิจยั
3.7 การวเิ คราะห์ข้อมลู
การวิจัยเรื่อง การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่มีผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์
และความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการ
วิเคราะห์ข้อมลู ระหว่างดำเนนิ การปฏบิ ัติการวจิ ัยและหลังจากส้ินสุดการปฏบิ ัติการวิจัย โดยนำข้อมูล
จากการเก็บรวบรวมข้อมลู มาวเิ คราะหท์ ้ังเชงิ คณุ ภาพและเชงิ ปรมิ าณ ดังนี้
3.7.1 การวิเคราะหข์ ้อมูลเชิงคณุ ภาพ
การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการวิเคราะห์เชิงบรรยายเพื่อเป็นแนวทางใน
การพจิ ารณาปรับปรงุ แก้ไข พฒั นากจิ กรรมการเรียนร้ใู ห้ดียิง่ ขน้ึ โดยทำการวเิ คราะหจ์ ากขอ้ เสนอแนะ
ในแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการ
เรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกบั แอปพลิเคชนั Nearpod
3.7.2 การวิเคราะห์ขอ้ มูลเชิงปริมาณ
1) แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยร่วมกับ แอปพลิเคชัน
Nearpod ใช้เป็นแบบทดสอบหลังเรียน (Posttest) ซึ่งคณะผู้วิจัยได้สร้างตามแนวคิดของบลูม
วิเคราะห์โดยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) การหาค่าร้อยละ เปรียบเทียบเกณฑ์เป้าหมายคะแนน
57
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่กำหนดให้นักเรียนร้อยละ 70 ขึ้นไป มีคะแนน
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลิเคชนั Nearpod ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึ้นไป
2) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้
รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ใช้การหา
ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) มีการแปลความหมายของ
คา่ เฉล่ีย ดังนี้
คะแนนเฉล่ีย 4.51 – 5.00 หมายถึง ความพงึ พอใจมากทีส่ ุด
คะแนนเฉล่ยี 3.51 – 4.50 หมายถงึ ความพึงพอใจมาก
คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถงึ ความพึงพอใจปานกลาง
คะแนนเฉล่ีย 1.51 – 2.50 หมายถงึ ความพึงพอใจนอ้ ย
คะแนนเฉลยี่ 1.00 – 1.50 หมายถึง ความพงึ พอใจนอ้ ยทีส่ ดุ
โดยเกณฑ์ความพึงพอใจของนกั เรียนจะผา่ นเกณฑ์ท่กี ำหนดในระดบั “มาก” ขน้ึ ไป
3.8 สถิติท่ใี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
สถติ ิที่ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู สำหรับการวิจยั ในครงั้ น้ี มดี ังนี้
3.8.1 สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการหาคุณภาพเครอื่ งมือเก็บรวบรวมข้อมูล
การหาค่าดัชนีความความสอดคล้องของแบบประเมินความสามารถในการคิด
วเิ คราะห์ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบ
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod โดยผู้เช่ียวชาญและ
วิเคราะห์หาความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหาของแบบประเมินแต่ละข้อโดยใช้สูตร CVI (Content Validity
Index) (บุญชม ศรสี ะอาด, 2545)
3.8.2 สถติ พิ ้นื ฐานท่ีใช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
1) การหาคา่ ร้อยละ (Percentage)
2) การหาคา่ เฉล่ยี (Arithmetic Mean)
3) การหาส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
58
3.9. ประโยชน์ท่ไี ดร้ ับ
3.9.1 ประโยชน์เชงิ วชิ าการ
1) สามารถนำการจัดการเรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชนั
Nearpod มาประยกุ ต์ใช้สำหรับการจดั การเรียนการสอนและสอ่ื การเรยี นรู้ได้
3.9.2 ประโยชนเ์ ชงิ นโยบาย
1) สามารถนำการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชนั
Nearpod ไปใช้ประกอบการพัฒนาหลักสูตรและกำหนดแนวทางการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา
หรอื โรงเรยี นได้
3.9.3 ประโยชน์เชิงปฏิบตั กิ าร
1) ครูมีแนวทางสำหรับการจัดการเรียนรู้แบบรู้สืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod มาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิด
วเิ คราะหห์ รอื ความสามารถด้านอื่น ๆ ของนกั เรียนต่อไป
59
บทท่ี 4
ผลการวจิ ยั และการอภิปรายผล
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่มีผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์และ
ความพึงพอใจของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนนครขอนแก่น โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ดังนี้
1. เพื่อศึกษาผลของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรยี นนครขอนแกน่ จากการใช้รปู แบบการเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลิเคชัน
Nearpod ในรายวชิ า ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนกั เรยี นร้อยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่มีต่อ
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ในรายวชิ า ส 23102
เศรษฐศาสตร์ โดยนกั เรยี นร้อยละ 70 มีความพึงพอใจในระดบั มาก
โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนนครขอนแก่น จังหวัด
ขอนแก่น จำนวน 30 คน ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ซึ่งคณะผู้วิจัยนำเสนอ
ผลการวจิ ัย ดังนี้
1. ผลการศึกษาผลของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนนครขอนแก่น จากการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5 Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่าน
เกณฑ์ร้อยละ 70
2. ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น มีต่อ
การจดั การเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวชิ า ส 23102
เศรษฐศาสตร์ โดยนกั เรียนรอ้ ยละ 70 มีความพงึ พอใจในระดับมาก
60
4.1 ผลการวิจัย
4.1.1 ผลการศกึ ษาผลของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรยี นช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
โรงเรียนนครขอนแก่น จากการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5 Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่าน
เกณฑ์ร้อยละ 70
คณะผู้วิจัยได้ศึกษาความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ของนกั เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนนครขอนแก่น จากการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5 Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่าน
เกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป เครื่องมือที่ใช้ในการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คือ แบบประเมิน
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ เป็นใบกิจกรรมแบบอัตนัยที่ใช้วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ซึ่งมีค่าดัชนีความ
เท่ียงตรงเชิงเนื้อหาทั้งฉบับเทา่ กับ 1.00 ถือว่ามีความสอดคล้องและชัดเจน และหลังสิ้นสุดเรียนร้นู ำ
ใบกจิ กรรม จำนวน 5 ข้อ 10 นาที มาประเมนิ ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์จากการจดั การเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ปรากฏผลคะแนนของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนนครขอนแกน่ แสดงในตารางดงั ต่อไปน้ี
ตารางที่ 3 แสดงผลการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง บทบาทความสำคัญของการ
รวมกล่มุ ทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศ
จำนวน คะแนน จำนวนนักเรยี นท่ี จำนวนนักเรียนท่ี คะแนน คะแนนที่ได้
นกั เรยี น เต็ม ผา่ นเกณฑ์ ไม่ผ่านเกณฑ์ ผ่าน
ทง้ั หมด เกณฑ์ คะแนน รอ้ ยละ
จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ เฉล่ีย
18
30 25 10 33.33 20 66.67 15.87 63.48
จากตารางที่ 3 พบว่า นกั เรียนที่ได้เรยี นรโู้ ดยการจัดการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ มีผลคะแนนของความสามารถในการคิดวิเคราะห์เฉล่ีย 15.87 คิดเป็นร้อยละ 63.48 และมี
นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 33.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ นักเรียน
รอ้ ยละ 70 มคี ะแนนผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
61
ตารางที่ 4 แสดงผลคะแนนการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นรายด้านของนักเรียนชั้น
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 โรงเรยี นนครขอนแก่น
ดา้ น คะแนนเฉล่ีย ร้อยละ
การคิดวเิ คราะหค์ วามสำคัญ (1 ข้อ) 3.13 62.6
การคดิ วิเคราะหค์ วามสัมพันธ์ (2 ข้อ) 3.83 76.6
การคดิ วิเคราะห์หลักการ (2 ข้อ) 2.53 50.6
จากตารางที่ 4 พบวา่ นักเรียนทไ่ี ด้เรียนรู้โดยการจัดการเรยี นรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ มีผลคะแนนของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ความสำคัญเฉลี่ย 3.13 คิดเป็นร้อยละ
62.6 มีผลคะแนนของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์เฉล่ีย 3.83 คิดเป็นร้อยละ 76.6
และมีผลคะแนนของความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลักการเฉลี่ย 2.53 คิดเป็นร้อยละ 50.6
ซึ่งคะแนนเฉลี่ยของความสามารถในการคิดวิเคราะห์รายด้าน มีเพียงการคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์ท่ี
สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนการคิดวิเคราะห์ความสำคัญและการคิดวิเคราะห์หลกั การมีคะแนนเฉลีย่
ตำ่ กว่าเกณฑท์ ี่กำหนด
ตารางที่ 5 แสดงผลคะแนนการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นรายบุคคลของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรยี นนครขอนแกน่
ลำดบั คิดวเิ คราะห์ ข้อสอบ คดิ วเิ คราะห์ คะแนน ร้อยละ การผา่ นเกณฑ์
ท่ี ความสำคัญ คดิ วิเคราะห์ หลกั การ รวม ของนกั เรยี น
ความสัมพันธ์ 23 (รอ้ ยละ 70)
14 45 33 18 72 ผ่านเกณฑ์
34 23 15 60 ไม่ผา่ นเกณฑ์
22 35 23 15 60 ไมผ่ ่านเกณฑ์
35 13 16 64 ไมผ่ ่านเกณฑ์
33 35 03 15 60 ไม่ผ่านเกณฑ์
45 03 15 60 ไมผ่ า่ นเกณฑ์
43 34 13 52 ไม่ผ่านเกณฑ์
53
63
73
62
ตารางท่ี 5 แสดงผลคะแนนการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์เป็นรายบุคคลของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น (ต่อ)
ลำดบั คิดวเิ คราะห์ ข้อสอบ คดิ วิเคราะห์ คะแนน ร้อยละ การผ่านเกณฑ์
ท่ี ความสำคัญ คดิ วิเคราะห์ หลกั การ รวม ของนกั เรียน
ความสัมพันธ์ 03 (ร้อยละ 70)
83 35 55 14 56 ไม่ผา่ นเกณฑ์
25 53 21 84 ผ่านเกณฑ์
94 54 14 22 88 ผ่านเกณฑ์
45 35 19 76 ผา่ นเกณฑ์
10 5 25 22 18 72 ผ่านเกณฑ์
33 35 16 64 ไมผ่ ่านเกณฑ์
11 5 25 42 20 80 ผา่ นเกณฑ์
54 22 20 80 ผ่านเกณฑ์
12 3 33 42 13 52 ไม่ผ่านเกณฑ์
45 43 18 72 ผ่านเกณฑ์
13 5 25 43 16 64 ไม่ผา่ นเกณฑ์
25 33 16 64 ไมผ่ ่านเกณฑ์
14 5 45 33 18 72 ผ่านเกณฑ์
45 43 19 76 ผ่านเกณฑ์
15 5 32 02 17 68 ไมผ่ ่านเกณฑ์
25 32 11 44 ไม่ผ่านเกณฑ์
16 3 34 32 14 56 ไมผ่ า่ นเกณฑ์
44 02 15 60 ไม่ผา่ นเกณฑ์
17 3 44 22 12 48 ไมผ่ ่านเกณฑ์
34 02 11 44 ไมผ่ า่ นเกณฑ์
18 2 55 03 14 56 ไมผ่ า่ นเกณฑ์
34 32 12 48 ไมผ่ า่ นเกณฑ์
19 2 24 13 52 ไมผ่ ่านเกณฑ์
20 3
21 4
22 5
23 2
24 2
25 2
26 2
27 2
28 2
29 2
30 2
63
จากตารางท่ี 5 พบวา่ นักเรยี นท่ไี ดเ้ รยี นรโู้ ดยการจัดการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ เรื่องบทบาทความสำคัญของ
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยมีผลคะแนนการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์
เป็นรายบุคคลของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนนครขอนแก่น กล่าวคือมีนักเรียนที่ผ่าน
เกณฑ์จำนวน 10 คน และนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 20 คน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ
นักเรียนรอ้ ยละ 70 มีคะแนนผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
4.1.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น
ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา
ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีความพึงพอใจในระดบั มาก
คณะผู้วิจัยได้ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น
ท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod โดยเครื่องมือ
ท่ใี ช้ คอื แบบประเมนิ ความพึงพอใจจากการใช้รปู แบบการจัดการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ที่มีผลต่อความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ในรายวิชา ส 23102
เศรษฐศาสตร์ เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งเป็น
แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดับ จำนวน 16 ข้อ
จากการหาดัชนีความเที่ยงตรงรายข้อ (Item content validity; I-CVI) และค่าดัชนีความ
ตรงตามเนื้อหาทั้งฉบับ (Content validity for overall scale; S-CVI) ของแบบประเมินความพึง
พอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod พบว่า ค่าดัชนีความเที่ยงตรงรายข้อ (I-CVI)
อยใู่ นช่วง 0.67-1.00 ซ่ึงหมายความว่า ข้อคำถามอย่ใู นระดับสอดคล้องและชัดเจน และค่าดัชนีความ
ตรงตามเนื้อหาทั้งฉบับ (S-CVI) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.98 ซึ่งหมายความว่า ค่าดัชนีความสอดคล้อง
ระหว่างรายการสอบถามกับนิยามความพึงพอใจมีความสอดคล้องระหว่างรายการสอบถามกับนิยาม
ความพงึ พอใจมีความสอดคล้องและชัดเจน
ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่มีต่อ
การจัดการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ในรายวชิ า ส 23102
เศรษฐศาสตร์ แสดงไว้ในตารางท่ี 6 ดังนี้
64
ตารางท่ี 6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ในรายวิชารายวชิ า ส 23102 เศรษฐศาสตร์
รายการประเมนิ ค่าเฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบน ระดับ
( ̅ ) มาตรฐาน ความพึง
(S.D.) พอใจ
ดา้ นบรรยากาศในชน้ั เรยี น 4.67
1. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการทำกจิ กรรมการเรียนรู้ 4.37 0.54 มากทีส่ ดุ
2. นกั เรียนมีความรบั ผิดต่อตนเองในกิจกรรมการ 4.60 0.71 มาก
เรียนการสอน 4.43
3. นักเรียนสามารถทำกิจกรรมดา้ นการเรียนการสอน 4.51 0.62 มากที่สดุ
อย่างมีอิสระทางดา้ นความคดิ
4. นักเรียนเกิดความคดิ ท่สี ร้างสรรคแ์ ละความคดิ ที่ 4.53 0.67 มาก
หลากหลาย ในการปฏบิ ัติกิจกรรมการเรยี นรู้ 4.17 0.63 มากที่สดุ
4.37
รวม 4.53 0.86 มากทส่ี ุด
ดา้ นกระบวนการจัดการเรยี นรู้ 4.40
5. กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสมกบั เนอ้ื หา 4.80 0.83 มาก
สาระการเรียนรู้ 4.73
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ทำให้นักเรียนกล้าแสดงความ 0.66 มาก
คิดเห็นและกลา้ ตอบคำถาม
7. กจิ กรรมการเรยี นรูส้ ง่ เสริมใหน้ กั เรยี นได้ 0.57 มากท่สี ดุ
แลกเปลยี่ นความรแู้ ละแสดงความคดิ เหน็ 0.73 มาก
8. กิจกรรมการเรียนร้สู ่งเสริมใหน้ กั เรียนมี
ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา 0.40 มากทส่ี ุด
0.52 มากทส่ี ดุ
รวม
ดา้ นครผู ู้สอน
9. ครผู ู้สอนใช้ภาษาท่ีง่ายต่อความเขา้ ใจ
10. ครผู ู้สอนมีบคุ ลิกภาพท่ีดีเหมาะสมกับความเป็น
ครู
65
ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
รว่ มกบั แอปพลเิ คชนั Nearpod ในรายวชิ ารายวชิ า ส 23102 เศรษฐศาสตร์ (ตอ่ )
รายการประเมิน (ตอ่ ) ค่าเฉลีย่ ส่วนเบยี่ งเบน ระดับ
( ̅ ) มาตรฐาน ความพงึ
11. ครูผู้สอนเปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนไดซ้ ักถามและ (S.D.) พอใจ
แลกเปล่ียนความรู้ 4.70 0.59 มากที่สดุ
12. ครูอธิบายกจิ กรรมไดช้ ดั เจน สง่ เสริม และเปิด
โอกาสใหน้ ักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกจิ กรรมการ 4.67 0.60 มากที่สุด
เรยี นรู้อยา่ งเตม็ ศักยภาพ
4.72 0.52 มากทส่ี ดุ
รวม
ดา้ นประโยชนท์ ่ไี ดร้ ับ 4.63 0.55 มากที่สุด
13. การจัดการเรยี นรู้ทำให้เข้าใจเนื้อหาไดง้ า่ ย 4.70 0.46 มากที่สุด
14. การจัดการเรยี นรูช้ ว่ ยให้นักเรยี นตดั สนิ ใจโดยใช้
เหตุผล 4.50 0.68 มากทส่ี ดุ
15. การจัดการเรียนรทู้ ำใหน้ ักเรียนพฒั นา
ความสามารถในการคิดท่ีสูงข้ึน 4.57 0.67 มากทส่ี ุด
16. การจัดการเรยี นรชู้ ว่ ยให้นกั เรยี นสรา้ งความรู้ 4.60 0.59 มากทส่ี ุด
และความเข้าใจได้ดว้ ยตนเอง 4.85 0.59 มากทส่ี ุด
รวม
รวมทั้งหมด
จากตารางท่ี 6 พบว่า ผลการศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน
นครขอนแกน่ ท่มี ตี อ่ การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกบั แอปพลิเคชัน Nearpod
ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ จากการตอบแบบประเมินความพึงพอใจ โดยภาพรวมมีค่าเฉล่ยี
4.85 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาความพึงพอใจเป็นรายด้าน
ซึ่งด้านทีน่ ักเรียนมรี ะดบั ความพึงพอใจมากที่สุดคือ ด้านครูผู้สอน มีค่าเฉลี่ย 4.72 และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน 0.52 ด้านประโยชน์ที่ได้รับ มีค่าเฉลี่ย 4.60 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59
66
ด้านบรรยากาศในชัน้ เรียน มคี า่ เฉล่ีย 4.51 และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน 0.63 ตามลำดับ ส่วนด้านท่ีมี
ความพงึ พอใจนอ้ ยที่สดุ คือ ดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นรู้ คา่ เฉล่ยี 4.40 และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
0.59 ซึ่งอยู่ในระดบั ความพงึ พอใจมาก
4.2 การอภิปรายผล
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ ที่มผี ลตอ่ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
และความพึงพอใจของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นนครขอนแกน่ ซึ่งอภิปรายผลได้ดังนี้
4.2.1 ผลการศึกษาผลของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น จากการใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนักเรียนร้อยละ 70 มีคะแนนผ่าน
เกณฑ์รอ้ ยละ 70
จากผลการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่ม
ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น
จำนวน 30 คน พบว่า มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 63.48 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ นักเรียนมี
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป จำนวน 10 คน คิดเป็น ร้อยละ 33.33
ทั้งนี้ผลการวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจระหวา่ งประเทศ จากการวัดความสามารถในการคดิ วเิ คราะหข์ องนกั เรยี นรายด้าน พบว่า
ดา้ นทนี่ ักเรยี นมีคะแนนเฉลีย่ สูงที่สดุ คือ ดา้ นการคิดวิเคราะหค์ วามสมั พนั ธ์ นักเรียนมคี ะแนน
เฉลี่ย 3.83 คิดเป็นร้อยละ 76.6 เนื่องจากครูได้มีการดำเนินกิจกรรมในขั้นที่ 5 คือ ขั้นการประเมิน
โดยเป็นการจัดกิจกรรมเพื่อต้องการทบทวนความรูน้ ักเรียนเพื่อที่จะทราบว่านักเรียนเข้าใจในเนื้อหา
บทเรยี น เร่อื งบทบาทความสำคัญของการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ ซง่ึ ครใู หน้ ักเรียนทำ
กิจกรรมที่ 2 คือ เกมทายสิฉันคือใคร ในส่วนของข้อความจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ สาเหตุ เป้าหมาย
จุดประสงค์ ความสำเร็จขององค์กร ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องบทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจระหว่างประเทศ เพื่อที่จะใช้ในการจับคู่กับรูปภาพ ผลปรากฏว่า นักเรียนสามารถจับคู่
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อความสำคัญกับรูปภาพได้ ดังว่า เมื่อนักเรียนได้อ่านข้อความสำคัญแล้วก็
สามารถจบั คูก่ บั รูปภาพท่ีสัมพนั ธก์ บั ข้อความได้ทันที
67
ด้านการคิดวิเคราะห์ความสำคัญ นักเรียนมีค่าเฉลี่ย 3.13 คิดเป็นร้อยละ 62.6 เนื่องจาก
ในการจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ครไู ด้กระตนุ้ ความ
สนใจนักเรียนก่อนเข้าสู่บทเรยี นโดยใช้วดี ิทัศนเ์ รื่องเขตการค้าเสรี เกดิ การแลกเปล่ียนองค์ความรู้โดย
วิธีการตอบคำถามจากการหลังจากชมวีดิทัศน์ และเปิดโอกาสให้นักเรียนศึกษาหาความรู้จากการยก
สถานการณ์ตัวอยา่ งขา่ วการรวมกลุ่มระหวา่ งประเทศ ครูอธบิ ายถงึ สาเหตุและปัจจัยของการรวมกลุ่ม
ระหว่างประเทศ และใช้สื่อ Power Point ในการอธิบายประกอบ ส่งผลให้นักเรียนสามารถตอบ
คำถามในแบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้านการคิดวิเคราะห์ความสำคญั เรื่องปัจจัย
และสาเหตุที่ทำให้เกิดการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้ แต่มีนกั เรยี นบางส่วนไม่สามารถ
ตอบคำถามเรื่องการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้เพราะนักเรียนบางส่วนขาดการมีส่วน
ร่วมในการทำกิจกรรม และขาดความกระตือรือร้นต่อการจัดการเรียนรู้ อีกทั้งการจัดการเรียนรู้ของ
ครูในช่วงต้นมีการอธิบายเนื้อหาสาระของการรวมกลุ่มระหว่างประเทศที่ไม่ชัดเจน ขาดการ
ยกตัวอย่างที่ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ฉะนั้นนักเรียนจึงเกิดความสับสนต่อการทำความเข้าใจเนื้อหา
ความรู้ในสว่ นของการคิดวิเคราะหด์ ้านความสำคัญ
ด้านที่นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด คือ ด้านการคิดวิเคราะห์หลักการ เนื่องจากนักเรียน
บางส่วนยังขาดความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ ท่ตี ้องอาศัยระยะเวลาในการพฒั นาความสามารถคิด
วิเคราะห์ โดยนักเรียนมีค่าเฉล่ีย 2.53 คิดเป็นร้อยละ 50.6 ซึ่งเป็นด้านที่มคี ่าเฉลี่ยต่ำทีส่ ุด เนื่องด้วย
เวลาในการจดั กิจกรรมไม่สอดคล้องกับเนื้อหาที่จัดการเรียนการสอน สง่ ผลให้นักเรยี นไม่สามารถสรุป
องค์ความรู้ทั้งหมดให้แก่นักเรียนได้ นักเรียนไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ของตนเข้ากับสถานการณ์
ปัจจุบัน และนักเรียนไม่สามารถสังเคราะห์ความรู้ที่ได้รับมาเป็นความรู้ของตนเองได้ ในด้าน การ
ยกตัวอย่างของเนื้อหาการจัดการเรียนรู้ครูควรยกตัวอย่างเกี่ยวกับสถานการณ์ข่าวหรือเหตุการณ์ที่
เกี่ยวข้องกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่มีความเฉพาะเจาะจงขององค์กรใดองค์กร
หนึ่ง เพื่อให้นกั เรียนเขา้ ใจและสามารถวิเคราะหห์ ลักการท่สี ำคญั ในการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกจิ ได้
สอดคล้องกับแนวคิดของบลูม Bloom (1956 อ้างถึงใน ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ,
2539) อธิบายว่า ลักษณะของการคิดวิเคราะห์ของนักเรยี น ในด้านการคิดวิเคราะห์ความสำคัญ เป็น
การแยกแยะสิ่งที่กำหนดมาให้ว่าอะไรสำคัญ จำเป็น หรือมีบทบาทมากที่สุด สิ่งไหนเป็นเหตุ และส่ิง
ไหนเป็นผล การคิดวิเคราะห์ความสัมพันธ์ เป็นการค้นหาว่าความสัมพันธ์ย่อย ๆ ของเรื่องราวหรือ
เหตุการณ์น้ันเสอดคล้อง หรอื ขัดแยง้ กนั การคดิ วเิ คราะห์หลักการ เปน็ การคน้ หาโครงสรา้ งของระบบ
เรื่องราว และการกระทำต่าง ๆ ว่าสิ่งเหล่านั้นรวมกันจนดำรงสภาพเช่นนั้นอยู่ได้เนื่องด้วย ปัจจัย
หลกั การ หรอื เทคนคิ ท่ีใชร้ วบรวมขอ้ มูล สอดคลอ้ งกบั สุวิทย์ มูลคำ (2547) กลา่ ววา่ การคิดวเิ คราะห์
เปน็ สงิ่ ทีม่ ีความสำคัญเป็นอยา่ งยิ่งสำหรบั การดำเนนิ ชวี ติ ในศตวรรษท่ี 21 เน่อื งจากเป็นความสามารถ
ที่ช่วยพัฒนาบุคคลให้เกิดการเรียนรู้ พิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน สามารถตัดสิน
68
ความน่าเช่อื ถอื และข้อเท็จจรงิ ของข้อมูลไดอ้ ยา่ งถูกต้อง สอดคล้องกับ Piaget (1969 อา้ งถึงใน ฐิติมา
ชูใหม่, 2559) กล่าวว่า การศึกษาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็ก
โดยสติปัญญาสามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมทางชีวภาพและสังคม และเป็นการพัฒนาจาก
ประสบการณ์ของเด็กที่มีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่แรกเกิด เป็นพัฒนาการ
ตามช่วงวัยต่าง ๆ อย่างเป็นลำดบั ข้นั
ซึ่งไม่สอดคล้องกับงานวิจัยของ นุชจรินทร์ รอดสัมฤทธิ์ และอังคณา ตุงคะสมิต (2560) ได้
ศึกษาเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับสิ่งช่วยจัดมโนมติ
ล่วงหน้า (Advanced Organizer) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งมี
วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es) ร่วมกับ สิ่งช่วยจัดมโนมติล่วงหน้า (Advanced Organizer) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
ศาสนาและวัฒนธรรม หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับการผลิตสินค้าและบริก าร
ของนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 โดยนกั เรยี นจำนวนร้อยละ 70 มผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นร้อยละ 70
ขึ้นไป 2) เพื่อพัฒนาพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับสิ่งช่วยจัดมโนมติล่วงหน้า (Advanced Organizer) กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรมหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงกับการผลติ สินค้าและบริการของนักเรยี น
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 โดยให้นักเรียนมีพฤติกรรมการทำงานกลุ่มอยู่ในระดบั ดี ข้ึนไป ผลจากการวิจัย
พบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es)ร่วมกับ สิ่งช่วยจัดมโนมติล่วงหน้า (Advanced Organizer) จำนวนนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์
คิดเป็นร้อยละ 76.00 และมคี ะแนนเฉลย่ี คดิ เป็นรอ้ ยละ 73.86 2) ผลการพัฒนาพฤติกรรมการทำงาน
กลุ่มมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นตามลำดับ คะแนนเฉลี่ย 2.82 ระดับคุณภาพ ดี ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้
คือนกั เรียนมพี ฤติกรรมการทำงานกลุ่มอยู่ในระดับ ดี ขนึ้ ไป
และไม่สอดคล้องกับงานวิจัยของเดือนเพ็ญ ตุ่นคำ และลัดดา ศิลาน้อย (2558)
เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้วิธีการสอนแบบ
สืบเสาะหาความรู้ (5Es) รายวิชา ส31101 สังคมศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชา ส31101 สังคมศึกษา ของนักเรียน
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ท่ใี ชร้ ูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) โดยใหน้ กั เรียนจำนวนร้อยละ
70 มีคะแนนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2) ศึกษาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้รูปแบบ
การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รายวิชา ส31101 สังคมศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
69
ปีที่ 4 โดยให้นักเรียนจำนวนร้อยละ 70 มีคะแนน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป ผลการวิจัยพบว่า
1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้
(5Es) มจี ำนวนนกั เรียนร้อยละ 76.67 ได้คะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน คิดเปน็ รอ้ ยละ 77.25 ซ่ึงสูง
กว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) ผลการวัดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี
4 ที่ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) มีจำนวนนักเรียนร้อยละ 83.33 ได้คะแนนผลการวัด
ทักษะการคดิ อย่างมีวิจารณญาณร้อยละ 82.25 ซึ่งสูงกว่าเกณฑท์ ก่ี ำหนดไว้
4.2.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น
ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา
ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนกั เรียนร้อยละ 70 มคี วามพึงพอใจในระดบั มาก
จากการผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียน
นครขอนแก่น ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน
Nearpod ในนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น โดยภาพรวมนักเรียนความ
พงึ พอใจเฉล่ยี อยู่ที่ 4.85 สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน 0.59 ซ่ึงอยูใ่ นระดับ มากทีส่ ุด เม่ือพิจารณารายด้าน
นักเรียนมีความพงึ พอใจมากที่สุด คือ ด้านครูผูส้ อน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.72 และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
0.52 เนื่องจากครูผู้สอนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่สอนเป็นอย่างดี มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน
โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การตอบคำถามในชั้นเรียนร่วมกัน การจัดกิจกรรมในการจัดการ
เรียนรู้มีความเหมาะสมกับผู้เรียน อีกทั้งครูผู้สอนสามารถอธิบายเนื้อหาและยกตัวอย่างให้ผู้เรียน
เข้าใจได้อย่างชัดเจน เวลาสอนมีการให้ความสนใจนักเรียนอย่างทั่วถึง จึงทำให้นักเรียนเห็นว่าด้าน
ครูผู้สอนมีความพึงพอใจมากที่สุด ในส่วนด้านประโยชน์ที่ได้รับ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.60 และส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 สำหรับการจัดการเรียนรู้ชว่ ยให้นักเรยี นสร้างความรูแ้ ละความเข้าใจได้ด้วย
ตนเองจะเหน็ ได้จากการตอบคำถามในวีดิทัศนแ์ ละสถานการณ์ข่าวสอดคล้องกบั การจัดการเรียนรู้ทำ
ใหน้ ักเรยี นพัฒนาความสามารถในการคิดท่ีสูงขนึ้ อกี ทัง้ ทำใหน้ กั เรยี นมกี ารตดั สินใจอยา่ งมีเหตุผลโดย
ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการวิจารณญาณ บทเรียนเพื่อทีจ่ ะสามารถนำความรู้ท่ไี ด้
ไประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.51 และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน 0.63 ในด้านน้ีแสดงให้เห็นวา่ บรรยากาศในชนั้ เรียนกเ็ ปน็ สว่ นสำคัญในการจัดการเรียนการ
สอนซง่ึ ปญั หาที่เกิดขนึ้ ของบรรยากาศในชน้ั เรียนน้นั คือ ปัญหาท่คี รูผู้สอนในชว่ งแรกพูดเสียงเบา และ
ใช้เสียงไม่จังหวะมีการพูดช้าหรือเร็วเกินไป และด้านเทคนิคเกิดปัญหาภายในห้องเรียน อาทิ ลำโพง
เสียงเบา ปัญหาด้านระบบสื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต เป็นต้น จากที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้นักเรียน
ร้สู ึกไมค่ อ่ ยสนใจในการเรียนการสอนและไม่อยากมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรม และด้านกระบวนการจัดการ
70
เรียนรู้ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.40 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 เนื่องจากเนื้อหาในบทเรียนมีจำนวน
มากและซ้ำซ้อน ทำให้ในการจัดการเรียนการสอนมีนักเรียนบางส่วนที่ไม่ค่อยสนใจกิจกรรมในชั้น
เรยี น ไม่มคี วามกระตือรือรน้ ที่อยากจะเรียนรู้ จงึ ทำให้ดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นรู้มีความพึงพอใจ
ของนักเรียนน้อยที่สุดจากแบบประเมินความพึงพอใจทั้ง 4 ด้าน สอดคล้องกับแนวคิดของจรัส โพธิ์
จันทร์ (2553) ที่กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกของบุคคลต่อบุคคล หน่วยงาน หรือสิ่งของ
อาจเป็นความรู้สึกในทางบวก หรือทางลบ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติ
หน้าที่ กล่าวคือ หากความรู้สึกโน้มเอียงไปในทางบวก การปฏิบัติหน้าที่จะมีประสิทธิภาพสูง
แต่หากความรู้สึกโน้มเอียงไปในทางลบการปฏิบัติหน้าที่จะมีประสิทธิภาพต่ำ และแนวคิดของ
กชกร เป้าสุวรรณ และคณะ (2550) ที่กล่าวว่า ความพึงพอใจ คือ ผลของการแสดงออกทางทัศนคติ
ของบุคคล ซึ่งมาจากความรู้สึกของจิตใจจากประสบการณ์ที่ได้รับ และเป็นความรู้สึกที่มีต่อสิ่งใดสิ่ง
หนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งทางบวกและทางลบ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเชิงคุณภาพจากข้อเสนอของนักเรียน
คือ ผู้สอนควรพูดให้ชัดเจนมากย่ิงขึ้น และผู้สอนเนื้อหาได้เข้าใจง่าย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ
สมชาย บุญสุ่น (2554) ที่กล่าวว่า ความพึงพอใจเป็นความรู้สึกของมนุษย์ กล่าวคือ ความรู้สึกท่ี
เกิดขึ้นแล้วจะทำให้เกิดความสุขเป็นความรู้สึกที่มีระบบย้อนกลับ และมีผลต่อบุคคลมากกว่า
ความร้สู ึกทางบวกอน่ื ๆ
71
บทที่ 5
สรปุ ผลการวจิ ัยและขอ้ เสนอแนะ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรูแ้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
รว่ มกบั แอปพลิเคชนั Nearpod ในรายวชิ า ส 23102 เศรษฐศาสตร์ ทมี่ ผี ลต่อความสามารถในการคิด
วเิ คราะห์ และความพงึ พอใจของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นนครขอนแก่น สรุปผลการวิจัย
ดงั ต่อไปน้ี
5.1 วิธีการดำเนนิ การวจิ ัย
5.2 สรุปผลการวจิ ยั
5.3 ข้อเสนอแนะ
5.1 วธิ กี ารดำเนินการวิจัย
5.1.1 วัตถุประสงคก์ ารวิจัย
1) เพื่อศึกษาผลของความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนนครขอนแกน่ จากการใชร้ ปู แบบการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) รว่ มกบั แอปพลเิ คชัน
Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ โดยนกั เรียนรอ้ ยละ 70 มีคะแนนผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70
2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น ที่มีต่อ
การจัดการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวชิ า ส 23102
เศรษฐศาสตร์ โดยนักเรยี นรอ้ ยละ 70 มีความพึงพอใจในระดบั มาก
5.1.2 กล่มุ เปา้ หมาย
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จำนวน 30 คน โรงเรียนนครขอนแก่น อำเภอเมือง
จังหวดั ขอนแกน่ ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
72
5.1.3 รูปแบบการวจิ ยั
การวิจัยครั้งนี้เป็น การวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Design)
โดยทำการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายหนึ่งกลุ่ม ที่มีการทดสอบหลังทดลองหนึ่งครั้ง (One Shot Case
Study)
5.1.4 เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการวจิ ยั
สำหรบั การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลิเคชัน
Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ มีผลต่อความสามารถในการคดิ วิเคราะห์และความพึง
พอใจ ของนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแกน่ คณะผ้วู จิ ัยได้กำหนดเครื่องมือที่ใช้ใน
การวจิ ยั ดังนี้
1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ( 5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
จำนวน 1 แผนการเรยี นรู้ เวลา 1 ชัว่ โมง
2) แบบประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
เป็นใบกิจกรรมแบบอัตนัย โดยใช้ทดสอบหลังเรียนสิ้นสุด จำนวน 5 ข้อ 10 นาที โดยร่วมกับ
แอปพลเิ คชนั Nearpod
3) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ
จำนวน 4 ด้าน 16 ข้อ ประกอบด้วย ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้
ดา้ นครูผ้สู อน และดา้ นประโยชนท์ ่ีได้รับ
5.1.5 การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
คณะผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลกับนักเรียนขั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 โรงเรียนนคร
ขอนแก่น จำนวน 30 คน โดยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหา
ความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod จากนั้นเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบประเมิน
ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน
73
5.1.6 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
คณะผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลในระหว่างที่ดำเนนิ การเก็บข้อมูลในการวิจัยและหลังจากสิ้นสดุ
การปฏิบัติการวิจัย นำข้อมูลจากการเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
ซึง่ วิเคราะห์ข้อมลู จากแบบประเมินความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ของนักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3
โรงเรียนนครขอนแก่น นำมาหาค่าเฉลี่ยและร้อยละ โดยกำหนดเกณฑ์ผ่าน คือ นักเรียนร้อยละ 70
มคี ะแนนอยู่ในระดับดีขน้ึ ไป หรือมคี ะแนนเฉลย่ี อยใู่ นช่วง 4 - 5 คะแนน และวเิ คราะหข์ อ้ มูลจากแบบ
ประเมินความพึงพอใจของนักเรียน นำมาหาค่าเฉล่ียและร้อยละ ซ่งึ กำหนดเกณฑ์การแปลผลค่าเฉล่ีย
และวิเคราะหข์ ้อมูลเชิงคุณภาพจากข้อเสนอแนะในแบบประเมนิ ความพึงพอใจดว้ ยการจัดการเรยี นรู้
แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลเิ คชัน Nearpod ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์
5.2 สรุปผลการวจิ ัย
ผลการวิจัยในครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้นำแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ ของนกั เรยี นระดับชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นนครขอนแกน่ ท่ีกำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียน
ที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 สามารถสรปุ ผลการวิจยั ได้ ดังนี้
5.2.1 ผลความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนคร
ขอนแก่น ที่มีผลต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod
ในรายวิชา ส 23102 เศรษฐศาสตร์ เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ โดยนักเรียน มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 63.48 กล่าวคือ นักเรียนมีความสามารถในการคิด
วิเคราะห์ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ขึ้นไป จำนวน 10 คน คิดเป็น ร้อยละ 33.33 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ท่ี
กำหนดไว้ คอื นกั เรียนร้อยละ 70 มคี ะแนนผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ขึน้ ไป
5.2.2 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของนักเรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนนครขอนแก่น
ที่มีผลตอ่ การจัดการเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชา
ส 23102 เศรษฐศาสตร์ เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โดยภาพรวมนักเรียนความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ที่ 4.85 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 ซึ่งอยู่ในระดับ
“มากที่สุด” เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจสูงสุดไปต่ำสุด คือ ด้านครูผู้สอน
โดยมีค่าเฉลี่ย 4.72 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.52 ด้านประโยชน์ที่ได้รับ โดยมีค่าเฉลี่ย 4.60
และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.59 ด้านบรรยากาศในชั้นเรียน โดยมีค่าเฉลี่ย 4.51 และส่วนเบี่ยงเบน
74
มาตรฐาน 0.63 และด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยมีค่าเฉล่ีย 4.40 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
0.59 ตามลำดับ
5.3 ข้อเสนอแนะ
5.3.1 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1) จากการวิจัยพบว่าขอบเขตเนื้อหาในการจัดการเรียนรู้ไม่เหมาะสมกับระยะเวลาในการ
จดั การเรยี นการสอน ครคู วรกำหนดขอบเขตเนื้อหาในการจัดการเรยี นรู้ให้เหมาะสมระยะเวลาในการ
จดั กิจกรรมการเรียนรู้ และควรมีการเพมิ่ ตัวอย่างเน้อื หา เชน่ รูปภาพ วิดโี อ มากขนึ้
2) จากการวิจัยพบวา่ นกั เรียนมคี วามสามารถในการคดิ วิเคราะห์ดา้ นความสัมพันธ์ แตย่ ังขาด
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้านหลักการ ครูควรจัดการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาและส่งเสริม
ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ด้านหลักการให้มากย่ิงข้ึน
3) จากการวิจัยพบว่าการพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนควรมีรูปแบบ
หลากหลายและแตกตา่ งกนั ออกไปและมกี ารพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เพือ่ ใหน้ กั เรียนเกิดความสามารถใน
การคิดวเิ คราะหแ์ ละนำไปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้
5.3.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยคร้งั ตอ่ ไป
1) ควรมีการนำเอาแอปพลิเคชัน Nearpod ไปใช้กับการจัดการเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ อย่าง
ต่อเนื่อง เช่น การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาปลายเปิด การเรียนรู้แบบ
สบื สวน ฯลฯ ซึง่ มคี วามคลา้ ยคลงึ กับการจัดการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es)
2) ควรนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน
Nearpod กลับไปใชใ้ นการพฒั นาความสามารถและกระบวนการตา่ ง ๆ เช่น การพฒั นาความสามารถ
ในการคดิ สร้างสรรค์ ความสามารถในการสือ่ สาร ความสามารถในการคิดเช่อื มโยง เปน็ ตน้
3) ควรเตรียมสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้พร้อมสำหรับการจัดกิจกรรมการการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แอปพลิเคชัน Nearpod ในรายวิชาเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากนักเรียน
บางคนยงั สามารถเขา้ ถึงอนิ เทอร์เนต็ ได้
4) ควรมีการสำรวจห้องเรียนหรืออุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิคที่ใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนร้ใู ห้มี
ความพร้อมก่อนการเริ่มการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อลดระยะเวลาในการจัดเตรียมอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์
75
บรรณานกุ รม
กชกร เป้าสุวรรณ, ธนภัทร ปัจฉิม และสุจิตรา ฉายปัญญา. (2550). ความคาดหวังและความพึง
พอใจตอ่ การศกึ ษาตอ่ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสติ ศนู ยส์ โุ ขทัย. กรงุ เทพฯ: คณะมนุษย์
ศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยภัฏสวนดสุ ติ
กระทรวงศึกษาธิการ. (2544). การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: คุรุ
สภาลาดพร้าว
. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการ
เรียนรู้และตัวชี้วัดฯ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). ค้นเมื่อ 13 มกราคม 2564, จาก
http://academic.obec.go.th/newsdetail.php?id=75.
จรัส โพธิ์จันทร์. (2553). ความพึงพอใจในการทำงานของอาจารย์วิทยาลัยพยาบาลในภาคเหนือ.
วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม คณะสาขาวิชาบริหารการศึกษา
บัณฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.
จรสั สุขราช, สัมภาษณ์, 4 มกราคม 2564.
จุฑามาศ เจริญธรรม. (2549). การจัดการเรียนรู้กระบวนกาคิด. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สุรัตน์
การพิมพ์
ชูชัย สมิทธิไกน. (2553). พฤติกรรมผู้บริโภค. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลยั
ซูไรดา จารง, ทัศณา เกื้อเส้ง, มลิวรรณ รักษ์วงศ์ และวิทิต บัวปรอท. (2560). ผลการจัดการเรียนรู้
แบบวัฏจักรการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้น (5E) สาระเศรษฐศาสตร์ เรื่องการรวมกลุ่มทาง
เศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนคณะราษฏรบำรุง
จงั หวดั ยะลา. วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ , 18(2), 171-180.
ฐิตมิ า ชใู หม่. (2559). การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของเดก็ ปฐมวัย. วารสารหวั หินสุขใจไกลกังวล,
1(2), 18-33.
ณัฐพัชญ์ วงษ์เหรียญทอง. (2560). องค์ประกอบสำคัญของการคิดแบบ CRITICAL THINKING.
ค้นเมื่อ 13 มกราคม 2564, จาก https://www.nuttaputch.com/components-of-
critical-thinking/.
ธรารัตน์ เย็นใจราษฎร์. (ม.ป.ป.). การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es). ค้นเมื่อ 13 มกราคม
2564, จาก https://sites.google.com/site/bankkyyystert/baeb-sub-seaakhwamru.
ธ ี ร ช ั ย ใ จ ดี . (2557). ป ร ะ เ ภ ท ม า ต ร ว ั ด เ จ ต ค ต ิ . ค ้ น เ ม ื ่ อ 18 ม ก ร า ค ม 2564, จ า ก
https://bit.ly/3eeEN3e
76
ณิชารัตน์ สวาสดิพันธ์ ลลิตา เอียดนุสรณ์ และสุภาพร พรไตร. (2551). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์และ
ความพึงพอใจในการเรยี นเรื่องการสลายสารอาหารระดับเซลล์ของนกั เรียนชั้นมัธยมศึกษาปี
ที่ 4 ด้วยชุดการเรียนรู้และการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E). วารสารปาริชาต
มหาวิทยาลัยทักษิณ, 21(1) 19-28. ค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2564, จาก https://so05.tci-
thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/view/70037
เดือนเพ็ญ ตุ่นคำ และลัดดา ศิลาน้อย. (2558). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิด
อย่างมีวิจารณญาณโดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) รายวิชา ส31101 สังคม
ศึกษา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา
มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ , 9(1), 17-24.
นันธิสา อ่วมคุ้ม. (2562). คู่มือการใช้งาน Nearpod. ค้นเมื่อ 17 มกราคม 2564, จาก
https://online.pubhtml5.com/hdta/zieq/index.html#p=1.
นุชจรินทร์ รอดสัมฤทธิ์ และอังคณา ตุงคะสมิต. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ
พฤติกรรมการทำงานกล่มุ ของนักเรียนช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับสิ่งช่วยจัดมโนมติล่วงหน้า (Advanced Organizer) กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัย
บัณฑติ ศึกษา มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น, 11(3), 116-124.
บญุ ชม ศรสี ะอาด. (2535). หลกั การวิจัยเบอ้ื งต้น. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 3. กรงุ เทพฯ: เรือนแกว้ การพิมพ์
ปนิตา ประทุมสุวรรณ, วิทวัฒน์ ขัตติยะมาน และอมลวรรณ วีระธรรมโม. (2557). การศึกษา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระหน้าที่พลเมือง วัตนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความพึงพอใจของสามเณร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดย
การจัดการเรียนรู้แบบซินดิเคทร่วมกับเทคผังกราฟิก. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ทกั ษณิ . 9(2), 157-180.
ประภัสรา โคตะขุน. (ม.ป.ป.). รูปแบบการสอนแบบ 5Es. ค้นเมื่อ 12 มกราคม 2564,
จาก https://sites.google.com/site/prapasara/f5.
ประพนั ธ์ศริ ิ สุเลารัจ. (2556). การพัฒนาการคดิ . พิมพค์ ร้ังท่ี 5. กรุงเทพฯ: เทคนิค พริน้ ตง้ิ .
ประเสริฐ ภู่ถนนนอก. (2561). การพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ส33203
กฎหมายท่ปี ระชาชนควรรู้ สาระหนา้ ท่พี ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวติ ในสงั คม โ ด ย
ใชก้ ารสอบแบบวัฏจกั รการเรียนรู้ 7 ขั้นเพอ่ื สง่ เสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม, 5(1),
110-121.
พันธ์ ทองชุมนุม. (2547). การสอนวิทยาศาสตร์ระดบั ประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ: โอเดียนสโตร์.
77
พิชญะ กันธิยะ. (2559). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบบันได
5 ขั้น วิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญา
ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
ราชภัฏเชียงใหม่.
พิทยาภรณ์ แก้วพิลากุล และลัดดา ศิลาน้อย. (2559). การพัฒนาความสมารถในการคิดวิเคราะห์
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รายวิชาสังคมศึกษา ส31103 โดยใช้รูปแบบการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,
39(1), 24-32.
พรมสิษฐ์ รักษาพรามหมณ์. (2551). ความพงึ พอใจของผู้ปกครอง ผนู้ ำชุมชนและบคุ ลากรตอ่ การ
บริหารจัดการศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ ขององค์การบริหารสว่ นตำบลผาจุก อำเภอเมือง
จังหวดั อตุ รดิตถ.์ วทิ ยานพิ นธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าการวจิ ัยและพัฒนาท้องถ่นิ
บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยลัยราชภฎั อตุ รดิษถ.์
ภัทรียา เจ๊ะหะ. (ม.ป.ป.). การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้. ค้นเมื่อ 12 มกราคม 2564,
จาก http://dainquiry-cycles.blogspot.com/p/blog-page_18.html.
ภพ เลาหไพบลู ย์. (2542). แนวการสอนวทิ ยาศาสตร์. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3. กรงุ เทพฯ: ไทยวัฒนาพาณิชย์.
โยธนิ แสวงดี. (2551). การวจิ ยั เชิงคณุ ภาพ. พิมพ์ครงั้ ท่ี 1. กรุงเทพฯ: ศูนยฝ์ กึ และอบรมการวจิ ยั
ยงยุทธ เกษสาคร. (2541). การวางแผนและนโยบายทางด้านทรัพยากรมนุษย์. พิมพ์ครั้งที่ 1.
กรุงเทพฯ: ศูนย์เอกสารและตำรา สถาบนั ราชภฏั สวนดุสติ
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊ค
พบั ลิเคช่ันส์.
ไรย์วินท์ บุญสวัสดิ์. (2564). หลักสูตรฝึกอบรม การพัฒนาศักยภาพการคิดเชิงวิเคราะห์.
คน้ เมอื่ 15 มกราคม 2564, จาก https://bit.ly/3cHiiD0.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2539). เทคนิคการวัดผลการเรียนรู้. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ:
ชมรมรักเด็ก.
วนชิ สธุ ารัตน์. (2547). ความคิดและความคิดสรา้ งสรรค์. พิมพ์ครัง้ ที่ 1. กรงุ เทพฯ: สวุ รี ยิ าสาสน์
วัชรา เล่าเรียนดี, ปรณฐั กจิ รุ่งเรือง, และอรพณิ ศริ สิ มั พันธ์. (2560). กลยทุ ธ์การจัดการเรยี นรู้เชิงรุก
เพื่อพัฒนาการคิดและยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21. พิมพ์ครั้งที่ 12.
นครปฐม: เพชรเกษมพร้นิ ติ้ง กรุ๊ป.
วิภาดา พินดา. (2559). กระบวนการจัดการเรียนรู้ของครูสังคมศึกษาในการพัฒนาการคิดวิเคราะห์
สำหรับผู้เรียนในยุคศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 18(4)
349-360. ค้นเมื่อ 11 มกราคม 2564, จาก file:///C:/Users/Administrator/Downloads
/70989-Article%20Text-166770-1-10- 20161110.pdf.
78
วภิ าดา พินดา และวิภาพรรณ พินลา. (2560). การศึกษาผลการเรียนรวู้ ิชาสัมมนาสังคมศึกษา และ
ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ของนิสิตปริญญาตรี ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ
อุปนัยกับการจัดการเรียนรู้แบบนิรนัย, 19(2), 40-53. ค้นเมื่อ 16 มกราคม 2564, จาก
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/88714/69755.
วิชยั ดสิ ระ. (2535). การพฒั นาหลกั สูตรและการสอน. พมิ พค์ รง้ั ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: สวุ ีริยาสาสน์ .
สกุล มูลแสดง. (2554). สัมมาการสอนวิทยาศาสตร์ (Seminar in Science Teaching).
พมิ พค์ รงั้ ท่ี 1. กรงุ เทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย. (2560). สิทธิประโยชน์การลงทุน 6 ชาติอาเซียน. ค้นเมื่อ 23
มกราคม 2564, จาก https://tdri.or.th/2017/09/tdri-boi-overseas-investment-
2017/.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สาขาชีววิทยา. (2557). รูปแบบการ
เรียนการสอนที่พัฒนากระบวนการคิดระดับสูง วิชาชีววิทยา ระดับมัธยมศึกษาตอน
ปลาย. ค้นเม่ือ 13 มกราคม 2564, จาก http://biology.ipst.ac.th/?p=688.
สุภาวดี แซ่อุ้ย และศิริรัตน์ ดีสอน. (2559). การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียเพื่อการจัดการเรียนรู้ด้วย
ตนเอง เรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. ค้นเมื่อ 13
มกราคม 2564, จาก https://sites.google.com/site/423313researchsaeauideesorn/
bth-thi-2-wrrnkrrm-thi-keiywkhxng/-aua.
สวุ ทิ ย์ มลู คำ. (2547). กลยทุ ธ์-การสอนคิดประยุกต์. พิมพค์ รง้ั ท่ี 2. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2548). การประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และ
เขียน ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราฃ 2544. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ :
กลุ่มส่งเสริมการเรียนการสอนและประเมินผล สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ
. (2551). แนวทางการพัฒนาและประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ค้นเมื่อ 12 มกราคม 2564, จาก
http://academic.obec.go.th/images/document/1517565097_d_1.pdf.
อุทยั พรรณ สุดใจ. (2545). ความพงึ พอใจของผู้ใชบ้ รกิ ารที่มีต่อการให้บริการขององคก์ ารโทรศัพท์
แหง่ ประเทศไทย จังหวดั ชลบุรี. วทิ ยานิพนธศ์ ิลปศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาสงั คมวิทยา
ประยกุ ต์ บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
Bybee, R. W. (2009). The BSCS 5E instructional model and 21st century skills.
Colorado Springs: BSCS.
79
Bo, G., Juan, T. &Ying, T. (2020). The effect of blended learning platform and
engagement on students’ satisfaction the case from the tourism management
teaching. Journal of Hospitality, Leisure, Sport & Tourism Education.
Retrieved February 1, 2021, from https://www.sciencedirect.com/science/
article/abs/pii/S1473837620302082
Bundnitz, N. (2003). What do We Mean by Inquiry?. Retrieved February 3, 2021,
from https://edis.ifas.ufl.edu/wc075.
Dave, S., Rob, C., Jody, K.T. & Leanne, C. ( 2020) . The impact of team-based learning
on the critical thinking skills of pharmacy students. Online journal of
ScienceDirect. Retrieved February 1, 2021, from https://www.sciencedirect.
com/science/article/abs/pii/S1877129720303051.
Husni, H. (2020). The Effect of Inquiry-based Learning on Religious Subjects Learning
Activities: An Experimental Study in High Schools. Journal Penelitian
Pendidikan Islam. Retrieved January 24, 2021, from file:///C:/Users/Adminis
trator/Downloads/434-25-1143-1-10-20200621.pdf.
Two Rivers Public Charter School. (2021). CRITICAL THINKING & PROBLEM SOLVING.
Retrieved March 17, 2021, from https://www.learnwithtworivers.org/critical-
thinking--problem-solving.html
ภาคผนวก ก
ผู้เชีย่ วชาญและผชู้ ว่ ยวจิ ยั
- รายช่อื ผ้เู ช่ยี วชาญ
- หนังสอื แต่งต้ังผู้เชยี่ วชาญ
- หนงั สอื ขอความอนเุ คราะห์เข้าทดลองใช้เครื่องมือเก็บข้อมูล
1. รายชอ่ื ผู้เช่ยี วชาญและผู้ชว่ ยวจิ ัย
รายชอื่ ผูเ้ ชย่ี วชาญ
1) ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.จตุภูมิ เขตจัตุรัส อาจารย์ประจำสาขาวิชาการวัดและประเมินผล
การศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
2) อาจารย์ ดร.ลัดดาวัลย์ สีพาชัย อาจารย์ประจำกลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) และอาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่
3) อาจารย์ สังเวียน จรเกษ อาจารย์ประจำกลุ่มสาระวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ศึกษาศาสตร์) และอาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
2. หนงั สือแตง่ ตั้งผ้เู ชี่ยวชาญ
3. หนงั สือขอความอนเุ คราะหเ์ ข้าทดลองใช้เคร่อื งมอื เก็บขอ้ มูล
ภาคผนวก ข
เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในการวิจยั
- แผนการจดั การเรียนรโู้ ดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ
แอปพลเิ คชัน Nearpod
- ใบกิจกรรมที่ 1 เร่อื ง บทบาทความสำคญั ของการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
- แบบประเมินผลงาน
- แบบประเมินความสามารถในการคดิ วิเคราะห์ รว่ มกบั แอปพลเิ คชนั Nearpod
- ตารางค่าความสอดคลอ้ งของผู้เช่ียวชาญ
- แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
แผนการจัดการเรยี นรู้
โดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกบั แอปพลเิ คชนั Nearpod
กลุม่ สาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
รายวิชาเศรษฐศาสตร์ รหสั วิชา ส 23102
หน่วยการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
เวลา 1 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ 1ี่ เร่ืองบทบาทความสำคญั ของการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
โรงเรยี นนครขอนแก่น ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
วันที่ 23 เดอื น กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2564
ผสู้ อน นางสาวประภัสสร เกียงคำ นางสาวธญั ญลักษณ์ สร้อยเสนา
นายสหสวรรษ ขนั ธพ์ ฒั น์ นางสาวปณติ า ประภาการ
นกั ศกึ ษาคณะศึกษาศาสตร์ สาขาสังคมศกึ ษา ชนั้ ปที ่ี 3
มาตรฐานและตวั ชวี้ ัดทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
มาตรฐาน ส.3.2
เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและความจำเป็น
ของการร่วมมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
ตัวช้ีวัด
ส 3.2 ม. 3/3 อภปิ รายบทบาทความสำคัญของการรวมกลุม่ ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศ
1. สาระสำคญั
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศเป็นวิธีการหนึ่งในการสร้างประโยชน์ทางการค้า
ให้เกิดขึ้นกับประเทศ ที่สำคัญ ได้แก่ บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่าง
ประเทศ ลกั ษณะของการรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจ กลมุ่ ทางเศรษฐกิจในภูมิภาคตา่ ง ๆ
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
เมื่อนักเรียน เรียนเรื่อง บทบาทความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
แลว้ นักเรยี นสามารถ
1. อภิปรายและเข้าใจถึงปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ
ระหวา่ งประเทศ (K)
2. วเิ คราะห์ความสัมพันธ์ของบทบาท เปา้ หมาย ประโยชนข์ องการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจได้
อยา่ งถกู ต้อง (P)
3. เปรยี บเทียบปจั จยั ท่ีสำคญั อนั นำไปสู่การรวมกล่มุ ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (P)
4. ตระหนักและความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศได้ (A)
3. สาระการเรยี นรู้
ความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ คือ การที่ประเทศต่าง ๆ
รวมตัวกันทางเศรษฐกิจ เพื่อประสานผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจภายในกลุ่มประเทศสมาชิก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสวงหาลู่ทางขยายการค้าระหว่างกันให้เป็นไปโดยเสรียิ่งขึ้น และมีขอบเขต
กว้างขวางมากขึ้น โดยพยายามลดหรือยกเลิกอุปสรรคและเครื่องกีดขวางทางการค้า ทั้งที่เป็นภาษี
ศลุ กากรและมิใช่ ภาษีศลุ กากร
สาเหตุที่มีการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ : การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต่าง ๆ มี
เหตุผลทแ่ี ตกตา่ งกนั ซง่ึ ประมวลได้ดงั นี้
1. เกดิ จากความเชื่อที่วา่ การคา้ ระหว่างประเทศอยา่ งเสรจี ะทำใหเ้ กิดประสิทธภิ าพ
ทางเศรษฐกจิ ทัง้ ในดา้ นการผลิต การใช้ทรพั ยากรการผลิต และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
2. บางประเทศได้ใช้มาตรการกีดกันทางการค้า ซึ่งมาตรการกีดกันมีหลายแบบ เช่น การ
กำหนดโควตานำเขา้ การกำหนดมาตรฐานสขุ อนามัยในระดบั สูง การเก็บภาษีระดบั สงู โดยอ้างว่าเปน็
การต่อต้านการทุ่มตลาด หรือตอบโต้การอุดหนุน เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาตลาดของประเทศที่กีดกัน
ทางการค้า ทำใหป้ ระเทศคคู่ า้ หนั มารวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเพอ่ื พึ่งพาภายในกลุ่มกันมากข้ึน เป็นตน้
3. เนื่องจากการเจรจาการค้าดำเนินไปอย่างเชื่องช้ามาก จึงทำให้เกิดการเจรจาภายใน
กลุ่มประเทศไม่กี่ประเทศ ดำเนินการได้รวดเร็วและเห็นประโยชน์ชัดเจนกว่า ทำให้แนวคิด การ
รวมกลุ่มทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ผลพลอยได้จากการรวมกลุ่มคือ การเพ่ิม
อำนาจต่อรองในการเจรจากับกลุ่มประเทศอื่น ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาพยายาม รวมกลุ่มกัน แต่
ประเทศอุตสาหกรรมพยายามทำให้เกิดความแตกแยกและขาดความสามัคคีของกลุม่ เหล่านี้ โดยการ
ใหส้ ทิ ธิพิเศษแก่ประเทศกำลังพฒั นา
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศมีลักษณะสำคญั คือ มุง่ สง่ เสริมและรว่ มมือ ร่วมใจ
กันกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ มีการสนับสนุนส่งเสริมการค้าเสรี ในระหว่าง
ประเทศสมาชิก โดยสมาชิกจะร่วมกันปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดและแลกเปลีย่ นข้อมูล ข่าวสารที่เป็น
ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ดังนั้น การที่ประเทศต่าง ๆ จะบรรลุเป้าหมายได้ ก็ต่อเมื่อมี
ความรว่ มมือกันทางเศรษฐกิจ
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจช่วยให้ประเทศสมาชิกได้รับประโยชน์ และสามารถกีดกัน ทาง
การค้ากับประเทศนอกกลุ่มสมาชกิ นอกจากนี้ยังก่อใหเ้ กิดการขยายตัวทางการค้าและการลงทุนของ
ประเทศในกลุ่มสมาชิก ทำใหก้ ารผลติ ของประเทศในกลุม่ สมาชิกมีประสทิ ธภิ าพ ตน้ ทุนการผลิตลดลง
มีการแข่งขันกันผลิตสินค้าและบริการระหว่างประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มสมาชิกโดยจัดสรรให้แต่ละ
ประเทศผลิตสินค้าและบริการที่ตนถนัดและเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่ส่งสินค้าที่มีต้นทุนต่ำไป
จำหนา่ ยยังต่างประเทศ
จะเห็นได้ว่า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจมีเป้าหมายเพื่อลดภาษีศุลกากรระหว่างกันภายใน
ที่ทำข้อตกลงให้เหลือน้อยที่สุด หรือเป็นร้อยละ 0 และใช้อัตราภาษีปกติที่สูงกว่ากับประเทศนอก
การทำเขตการค้าเสรใี นอดตี มุ่งในดา้ นการเปดิ เสรดี ้านสนิ ค้า โดยการลดภาษีที่ไมใ่ ช่ภาษเี ป็นหลกั