The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความรู้เรื่องวัคซีนสำหรับเภสัชกร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Khaek Montira, 2023-12-26 02:33:16

ความรู้เรื่องวัคซีนสำหรับเภสัชกร

ความรู้เรื่องวัคซีนสำหรับเภสัชกร

94 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร รูปที่ 6 การเตรียมพร้อมที่จะกดหน้าอก 4.2 กรณีเด็ก (ยังไม่เป็นวัยรุ่น) วางส้นมือของมือหนึ่งไว้บนกระดูกหน้าอก ตรงกลางครึ่ง ล่างของกระดูกหน้าอก (ใช้มือเดียวหรือใช้สองมือขึ้นอยู่กับรูปร่างเด็ก ตัวเล็กหรือตัวโต) ถ้าใช้สองมือ ให้เอาอีกมือหนึ่งไปวางทาบหรือประสานกับมือแรก หรือใช้อีกมือหนึ่งดันหน้าผากเพื่อเปิดทางเดิน หายใจ (รูปที่ 7) รูปที่ 7 การกดหน้าอกโดยใช้มือข้างเดียว 4.3 กรณีทารก (อายุ 1 เดือน ถึง 1 ปี) กดหน้าอกด้วยนิ้วมือสองนิ้วที่กึ่งกลางหน้าอกเด็ก ระดับใต้ราวนมเล็กน้อย โดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง หรือใช้นิ้วกลางและนิ้วนางกดหน้าอก (รูปที่ 8)


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 95 รูปที่ 8 การกดหน้าอกในทารก 5. กดหน้าอก 30 ครั้ง การกดหน้าอกเป็นการท�ำให้ระบบไหลเวียนโลหิตคงอยู่ได้แม้หัวใจจะหยุดเต้น สามารถท�ำได้ โดยการกดหน้าอกแล้วปล่อย กดแล้วปล่อย ท�ำติดต่อกันไป 30 ครั้ง ให้ได้ความถี่ของการกดอย่างน้อย 100-120 ครั้งต่อนาที โดยนับ “หนึ่ง และสอง และสาม และสี่ และห้า และหก และเจ็ด และแปด และ เก้า และสิบ สิบเอ็ด สิบสอง สิบสาม สิบสี่ ....... สิบเก้า ยี่สิบ ยีบเอ็ด (ยี่สิบเอ็ด) ยีบสอง (ยี่สิบสอง) ยีบสาม ........ ยีบเก้า สามสิบ” โดยให้ฝึกนับและจับเวลาจาก หนึ่งและสองและสาม...ไปจนถึงสามสิบจะใช้เวลาอยู่ในช่วง 15-18 วินาที จึงจะได้ความเร็วในการกดอย่างน้อย100-120 ครั้งต่อนาที (โดยที่ความเร็ว 100 ครั้ง ต่อ 1 นาที หรือ 60 วินาที,10 ครั้ง ต่อ 6 วินาที, 30 ครั้ง ต่อ 18 วินาที) เทคนิคในการกดหน้าอก 1. วางมือลงบนต�ำแหน่งที่ถูกต้อง ระวังอย่ากดลงบนกระดูกซี่โครงเพราะจะเป็นต้นเหตุ ให้ซี่โครงหัก 2. แขนเหยียดตรงอย่างอแขน โน้มตัวให้หัวไหล่อยู่เหนือผู้หมดสติโดยทิศทางของแรง กดดิ่งลงสู่กระดูกหน้าอก 3. กรณีผู้ใหญ่ กดหน้าอกให้ยุบลงไปอย่างน้อย 2 นิ้วหรือ 5 ซม.ไม่เกิน 2.4 นิ้วหรือ 6 ซ.ม. 4. กรณีเด็ก กดหน้าอกให้ยุบลงอย่างน้อย 1/3 ของความหนาของทรวงอก หรือประมาณ 2 นิ้ว (5 ซม.)


96 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 5. กรณีทารก กดหน้าอกให้ยุบลงอย่างน้อย 1/3 ของความหนาของทรวงอก หรือ ประมาณ 1.5 นิ้ว ( 4 ซม.) 6. ในจังหวะปล่อยต้องคลายมือขึ้นมาให้สุด เพื่อให้หน้าอกคืนตัวกลับมาสู่ต�ำแหน่งปกติ ก่อนแล้วจึงท�ำการกดครั้งต่อไป อย่ากดทิ้งน�้ำหนักไว้ เพราะจะท�ำให้หัวใจคลายตัวได้ไม่เต็มที่ ห้าม คลายจนมือหลุดจากหน้าอก เพราะจะท�ำให้ต�ำแหน่งของมือเปลี่ยนไป 6. เปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ในคนที่หมดสติ กล้ามเนื้อจะคลายตัวท�ำให้ลิ้นตกลงไปอุดทางเดินหายใจ การเปิดทางเดิน หายใจท�ำโดยวิธีดันหน้าผากและยกคาง (head tilt-chin lift) โดยการเอาฝ่ามือข้างหนึ่งดันหน้าผาก ลง นิ้วชี้และนิ้วกลางของมืออีกข้างหนึ่งยกคางขึ้น ใช้นิ้วมือดึงเฉพาะกระดูกขากรรไกรล่างโดยไม่กด เนื้ออ่อนใต้คาง ให้หน้าผู้ป่วยเงยขึ้น (รูปที่ 9) รูปที่ 9 วิธีดันหน้าผากและยกคาง 7. ช่วยหายใจ เมื่อเห็นว่าผู้หมดสติไม่หายใจหรือไม่มั่นใจว่าหายใจได้ ให้เป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง แต่ละครั้ง ใช้เวลา 1 วินาที และต้องเห็นผนังทรวงอกขยับขึ้น วิธีช่วยหายใจแบบปากต่อปากพร้อมกับดันหน้า ผากและยกคางให้เลื่อนหัวแม่มือและนิ้วชี้ของมือที่ดันหน้าผากอยู่มาบีบจมูกผู้หมดสติ ให้รูจมูกปิดสนิท สูดลมหายใจเข้าตามปกติแล้วครอบปากผู้ช่วยเหลือเข้ากับปากของผู้หมดสติ ตาช�ำเลืองมองหน้าอก ผู้หมดสติพร้อมกับเป่าลมเข้าไปจนหน้าอกของผู้หมดสติขยับขึ้น เป่านาน 1 วินาที แล้วถอนปากออก ให้ลมหายใจของผู้หมดสติผ่านกลับออกมาทางปาก (รูปที่ 10)


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 97 รูปที่ 10 วิธีช่วยหายใจแบบปากต่อปาก ถ้าเป่าลมเข้าปอดครั้งแรกแล้ว ทรวงอกไม่ขยับขึ้น (ลมไม่เข้าปอด)ให้จัดท่าโดยท�ำการดันหน้า ผาก ยกคางขึ้นใหม่ (พยายามเปิดทางเดินหายใจให้โล่งที่สุด) ก่อนจะท�ำการเป่าลมเข้าปอดครั้งต่อไป การช่วยชีวิตทารก มีประเด็นส�ำคัญที่แตกต่างจากการช่วยชีวิตในผู้ใหญ่บางประการ คือ ในกรณีที่ปากเด็กเล็กมาก การเป่าปากควรอ้าปากให้ครอบทั้งปากและจมูกของทารก (รูปที่ 11) รูปที่ 11 การเป่าปากควรควรอ้าปากครอบทั้งปากและจมูกของทารก การเป่าลมเข้าปอด ถ้าท�ำบ่อยเกินไป หรือใช้เวลานานเกินไป จะเป็นผลเสียต่อการไหลเวียน โลหิตและท�ำให้อัตราการรอดชีวิตลดลง หลังการเป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง ให้เริ่มกดหน้าอกต่อเนื่อง 30 ครั้งทันที สลับกับการเป่าลม เข้าปอด 2 ครั้ง (หยุดกดหน้าอกเพื่อช่วยหายใจ 2 ครั้ง ต้องไม่เกิน 10 วินาที) ให้ท�ำเช่นนี้ จนกระทั่ง


98 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 1. ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหว หายใจ หรือไอ 2. มีคนน�ำเครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ(เออีดี) มาถึง 3. มีบุคลากรทางการแพทย์มารับช่วงต่อ 8. กดหน้าอก 30 ครั้งสลับกับการเป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง เมื่อผ่านขั้นตอนการช่วยเหลือมาตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 8 แล้ว ผู้หมดสติจะได้รับ การเป่าลม เข้าปอด 2 ครั้ง สลับกับกดหน้าอก 30 ครั้ง (นับเป็น 1 รอบ) ให้ท�ำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าผู้ป่วยมีการ เคลื่อนไหว ไอ หรือหายใจ หรือเครื่องเออีดี มาถึง หรือมีบุคลากรทางการแพทย์มารับช่วงต่อไป ในกรณีที่มีผู้ปฏิบัติการช่วยชีวิตมากกว่า 1 คน สลับหน้าที่ของผู้ที่กดหน้าอกกับผู้ที่ช่วยหายใจ ทุก 2 นาที (5 รอบ) ถ้าผู้ปฏิบัติการช่วยชีวิตไม่ต้องการเป่าปากผู้หมดสติ หรือท�ำไม่ได้ ให้ท�ำการช่วยชีวิตด้วยการ กดหน้าอกอย่างเดียว การใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ(เออีดี: AED) การใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติหรือเครื่องเออีดี เป็นอีกขั้นตอนที่มีความส�ำคัญมากใน ห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต เครื่องเออีดี เป็นอุปกรณ์ที่สามารถ “วิเคราะห์” คลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยได้ อย่างแม่นย�ำ ถ้าเครื่องตรวจพบว่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยเป็นชนิดที่ต้องการการรักษาด้วยการช็อก ไฟฟ้าหัวใจ เครื่องจะบอกเราให้ช็อกไฟฟ้าหัวใจแก่ผู้ป่วย การช็อกไฟฟ้าหัวใจให้กับผู้ป่วยเป็นการรักษา ที่มีประสิทธิภาพและประสบความส�ำเร็จสูงมาก จะท�ำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่ผิดปกตินั้นกลับมาสู่ภาวะ ปกติได้ และหัวใจจะสามารถสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายได้ตามปกติ แต่ถ้าเครื่องเออีดีตรวจพบว่าคลื่น ไฟฟ้าหัวใจของผู้ป่วยเป็นชนิดที่ไม่ต้องรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้าหัวใจ เครื่องก็จะบอกว่าไม่ต้องช็อก และบอกให้ประเมินผู้ป่วย ซึ่งเราจะต้องประเมินและพิจารณาต่อเองว่าจะต้องท�ำการช่วยฟื้นชีวิตขั้น พื้นฐานโดยการกดหน้าอกให้แก่ผู้ป่วยหรือไม่ การใช้งานเครื่องเออีดี แม้จะมีเครื่องเออีดีหลายรุ่นจากหลายบริษัทแต่หลักการใช้งานจะมีอยู่ สี่ขั้นตอนเหมือนกันดังนี้ 1. เปิดเครื่อง ในเครื่องเออีดีบางรุ่น ท่านต้องกดปุ่มเปิดเครื่อง ในขณะที่เครื่องบางรุ่นจะ ท�ำงานทันทีที่เปิดฝาครอบออก เมื่อเปิดเครื่องแล้วจะมีเสียงบอกให้รู้ว่า ท่านต้องท�ำอย่างไรต่อไปอย่าง เป็นขั้นตอน (รูปที่ 12)


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 99 รูปที่ 12 เครื่องเออีดี 2. ติดแผ่นน�ำไฟฟ้า โดยติดแผ่นน�ำไฟฟ้าทั้ง 2 แผ่นเข้ากับหน้าอกของผู้ป่วยให้เรียบร้อย (ในกรณีจ�ำเป็นท่านสามารถใช้กรรไกรตัดเสื้อของผู้ป่วยออกก็ได้ กรรไกรนี้ จะมีเตรียมไว้ให้ในชุดช่วย ชีวิต [กระเป๋าเออีดี] อยู่แล้ว) ต้องให้แน่ใจว่าหน้าอกของผู้ป่วยแห้งสนิทดี ไม่เปียกเหงื่อ หรือเปียกน�้ำ แผ่นน�ำไฟฟ้าของเครื่องเออีดีต้องติดแนบสนิทกับหน้าอกจริงๆ ถ้าจ�ำเป็นท่านสามารถใช้ผ้าขนหนูซึ่งจะ มีเตรียมไว้ให้ในชุดช่วยชีวิต เช็ดหน้าอกของผู้ป่วยให้แห้งเสียก่อน การติดแผ่นน�ำไฟฟ้าของเครื่องเออีดี นั้น เริ่มด้วยการลอกแผ่นพลาสติกด้านหลังออก ต�ำแหน่งติดแผ่นน�ำไฟฟ้าดูตามรูปที่แสดงไว้ (เครื่องบาง รุ่นมีรูปแสดงที่ตัวแผ่นน�ำไฟฟ้า บางรุ่นก็มีรูปแสดงที่ตัวเครื่อง) ต้องติดให้แนบสนิทกับหน้าอกของผู้ป่วย ด้วยความรวดเร็ว แผ่นหนึ่งติดไว้ที่ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา และอีกแผ่นหนึ่งติดไว้ที่ใต้ราวนมซ้าย ด้านข้างล�ำตัวตรวจดูให้แน่ใจว่าสายไฟฟ้า จากแผ่นน�ำไฟฟ้าต่อเข้ากับตัวเครื่องเรียบร้อย (รูปที่ 13) รูปที่ 13 ติดแผ่นน�ำไฟฟ้าทั้ง 2 แผ่นดังรูป โดยไม่ต้องหยุดกดหน้าอกระหว่างการติด


100 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 3. ให้เครื่องเออีดีวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ระหว่างนั้นห้ามสัมผัสถูกตัวผู้ป่วยโดยเด็ดขาด ให้ท่านร้องเตือนดังๆว่า “เครื่องก�ำลังวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย” เครื่องเออีดี ส่วนใหญ่จะเริ่มวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจทันทีที่ติดแผ่นน�ำไฟฟ้าเสร็จ เครื่องบางรุ่นต้องให้กดปุ่ม “ANALYZE” ก่อน 4. ห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย ถ้าเครื่องเออีดีพบว่าคลื่นไฟฟ้าของผู้ป่วยเป็นชนิดที่ต้องการการรักษา ด้วยการช็อกไฟฟ้าหัวใจ เครื่องจะบอกให้เรากดปุ่ม “SHOCK” และก่อนที่เราจะกดปุ่ม “SHOCK” ต้องให้แน่ใจว่าไม่มีใครสัมผัสถูกตัวของผู้ป่วย ร้องบอกดังๆ ว่า “ฉันถอย คุณถอย และทุกคนถอย” ให้มองซ�้ำอีกครั้งเป็นการตรวจสอบครั้งสุดท้าย ก่อนกดปุ่ม “SHOCK” (รูปที่ 14) เมื่อท�ำการช็อกไฟฟ้าหัวใจแล้ว ให้เริ่มท�ำการช่วยชีวิต โดยการกดหน้าอก 30 ครั้ง สลับกับ การเป่าลมเข้าปอด 2 ครั้ง ต่อเนื่องไปในทันที รูปที่ 14 ห้ามแตะต้องตัวผู้ป่วย หากเครื่องบอกว่า “No shock is needed” หรือ “start CPR” ให้เริ่มท�ำการช่วยชีวิตขั้นพื้น ฐานต่อทันที โดยไม่ต้องปิดเครื่องเออีดี โดยท�ำการกดหน้าอก 30 ครั้งสลับกับช่วยหายใจ 2 ครั้ง จนกว่า เครื่องเออีดีจะสั่งวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจอีกครั้ง แล้วกลับไปท�ำข้อ 3, 4 (รูปที่ 15)


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 101 รูปที่ 15 ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานต่อทันที สรุปขั้นตอนส�ำคัญ 4 ประการของการใช้เครื่องเออีดี 1. เปิดเครื่อง 2. ติดแผ่นน�ำไฟฟ้าที่หน้าอกของผู้ป่วย 3. ห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วยระหว่างเครื่องเออีดีก�ำลังวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ 4. ห้ามสัมผัสตัวผู้ป่วย จากนั้นกดปุ่ม “SHOCK” ตามที่เครื่องเออีดีบอก ส�ำหรับขั้นตอนที่ 1 และ 2 ไม่ควรใช้เวลาเกิน 30 วินาที โดยระหว่างขั้นตอนที่ 1 และ 2 ให้กด หน้าอกตามปกติได้ หลังจากเครื่องเออีดี บอกว่าปลอดภัยที่จะสัมผัสผู้ป่วยได้แล้วให้ท�ำการกดหน้าอกต่อทันที หรือหากเครื่องเออีดีมีปัญหาในการท�ำงาน ให้ท�ำการกดหน้าอกต่อไปก่อนจนกว่าเครื่องจะพร้อมใช้งาน หากท่านยังมีข้อสงสัย สามารถดูวีดีโอรายละเอียดขั้นตอนการช่วยชีวิต ขั้นพื้นฐานได้ที่นี่ สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอขอบคุณ คณะกรรมการมาตรฐานการช่วยชีวิต สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่อนุญาตให้ใช้ บทความและรูปภาพในหนังสือ “คู่มือการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานและเครื่องช็อก ไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ” รวมถึงงานวิชาการ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลพระรามเก้า ในการจัดท�ำภาพ ประกอบบทความ


บทบาทของเภสัชกร ในการให้บริการวัคซีน กิรติ เก่งกล้า สุณี เลิศสินอุดม


บทบาทของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีน กิรติ เก่งกล้า สุณี เลิศสินอุดม บทน�ำ การให้บริการวัคซีน (vaccination) เป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถลดความรุนแรงและลดการ แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อได้ บทบาทของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีนในแต่ละประเทศมีแนวปฏิบัติ และนโยบายที่แตกต่างกันไป1 ตัวอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือในทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ และ สวิตเซอร์แลนด์ เภสัชกรในร้านยาสามารถให้บริการวัคซีนในร้านยาและให้ค�ำแนะน�ำติดตาม ผลข้างเคียงจากวัคซีนได้ ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปเอเชียรวมทั้งประเทศไทยในปัจจุบัน ยังไม่มีการให้บริการวัคซีนในร้านยา เภสัชกรมีเพียงบทบาทในการควบคุมการสั่งจ่าย ให้ค�ำแนะน�ำ และติดตามผลข้างเคียงจากวัคซีนในหน่วยงานที่รับผิดชอบ2,3 อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่มีโรค ระบาดอย่างรุนแรง เช่น โควิด 19 ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตและสังคม การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ ครอบคลุมประชากรกลุ่มเป้าหมายจะช่วยยุติการแพร่ระบาดได้4 และการให้บริการวัคซีนแก่ ประชากรในปริมาณมากให้ทันเวลาต้องใช้บุคลากรการแพทย์จ�ำนวนมากซึ่งเป็นอุปสรรคที่ส�ำคัญของ การให้บริการ5 ดังนั้น สภาเภสัชกรรมจึงเล็งเห็นปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ยาในสถานการณ์ที่มี การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ หรือในสถานการณ์ที่มีโรคอุบัติใหม่ จึงได้เพิ่มเติมข้อบังคับ ว่าด้วย ข้อจ�ำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2561 ข้อ 16 การให้ภูมิคุ้มกันโรคตาม แนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขก�ำหนดและมอบหมายโดยผ่านการฝึกอบรมตามที่สภาเภสัชกรรม ประกาศก�ำหนด6 บทความนี้จะกล่าวถึงบทบาทของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีนและให้ข้อมูลเกี่ยวกับ วิธีการที่เหมาะสม สามารถน�ำไปสู่การประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เภสัชกรที่ผ่าน การอบรมมีความสามารถในการฉีดวัคซีนได้อย่างปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบสุขภาพทั้งใน ปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะในกรณีที่มีโรคอุบัติใหม่ และต้องการควบคุมสถานการณ์ให้สงบ โดยเร็ว ประวัติความเป็นมาของการให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกร ในช่วงกลางปี ค.ศ.1800 เภสัชกรมีบทบาทในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการฉีดวัคซีนโดย ส่วนใหญ่เน้นไปที่กระบวนการจัดหา การจัดเก็บ การกระจาย การให้ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับวัคซีนให้แก่ แพทย์และบุคคลทั่วไป ในปี ค.ศ.1994 มีเภสัชกร 50 คนเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมเพื่อการฉีดวัคซีน เป็นครั้งแรกที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา และในปีถัดมา มีการด�ำเนินการให้ บริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในร้านยาเป็นครั้งแรกตามข้อตกลงและแนวปฏิบัติร่วมกัน นับว่าเป็นการเปิด


106 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร บทบาทที่ทันสมัยของเภสัชกรในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน เป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้น การให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยาในสหรัฐอเมริกา ก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง7 ปัจจุบัน ประเทศที่มีการให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยามีจ�ำนวน 13 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย แคนาดา คอสตาริกา เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจ�ำนวนวัคซีนและ ประชากรกลุ่มเป้าหมายที่สามารถให้บริการได้ในแต่ละประเทศหรือในแต่ละรัฐของสหรัฐอเมริกาจะ แตกต่างกันออกไป ขึ้นกับบริบท นโยบายและข้อตกลงของแต่ละประเทศ8 บทบาทและโอกาสในการให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยา เป้าหมายหนึ่งของโครงการส่งเสริมสุขภาพที่ดีและป้องกันโรคเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของ ประชากร (Healthy People) ของสหรัฐอเมริกา ที่มีการก�ำหนดเป้าหมายและแผนการท�ำงาน ที่เกี่ยวข้องกับดูแลและส่งเสริมสุขภาพของประชากรทั้งระยะยาวและระยะสั้น ซึ่งในปี ค.ศ. 2010 ได้เน้นการฉีดวัคซีนเพื่อการป้องกันโรค ลดความรุนแรงของโรคติดเชื้อ ลดความพิการและการเสียชีวิต จากโรคติดเชื้อ นอกจากนี้ สมาคมวิชาชีพเภสัชกรในระบบสุขภาพของอเมริกา (American Society of Health-System Pharmacists; ASHP) ยังได้มุ่งเน้น สนับสนุน และส่งเสริมคุณภาพการดูแล สุขภาพที่ดีของประชาชนผ่านการพัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพของเภสัชกร โดยการส่งเสริม นโยบายทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา การฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ได้มีการก�ำหนด แนวทางการให้วัคซีนที่สามารถช่วยลดโรคติดเชื้อได้8,9 (รูปที่ 1) ส�ำหรับแนวทางการฉีดวัคซีน การเลือกใช้วัคซีน การจัดสถานการณ์การฉีดวัคซีนที่เหมาะสมใน ประชากร และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการให้วัคซีนจะถูกก�ำหนดโดย Advisory Committee on Immunization Practices (ACIP)7,10 ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่ก่อตั้งขึ้นโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีบทบาทส�ำคัญในการบริหารจัดการนโยบายวัคซีนในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้แนะน�ำกลยุทธ์ในการเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนส�ำหรับบทบาทของเภสัชกรในการฉีดวัคซีน ตามข้อ แนะน�ำของ ASHP (ตารางที่ 1)10 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจฉีดวัคซีนของผู้รับบริการอาจเป็นตัวก�ำหนดตัวชี้วัด ความส�ำเร็จในกระบวนการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ได้ตามเป้าหมาย ดังนั้น เพื่อให้เภสัชกรให้ค�ำแนะน�ำ ผู้รับบริการได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาจต้องพิจารณาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจฉีดวัคซีน10 ดังนี้ 1. ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับวัคซีน ประกอบด้วย รายละเอียดเกี่ยวกับ ประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรค ความปลอดภัย และผลกระทบต่อสุขภาพจากการฉีดวัคซีน สามารถมีผลในการสร้างความเข้าใจและเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจฉีดวัคซีนได้


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 107 2. ประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับความเจ็บป่วยหรือประสบการณ์เกี่ยวกับโรคที่สามารถ ป้องกันได้ด้วยวัคซีน สามารถมีผลต่อการรับรู้ความส�ำคัญของการฉีดวัคซีนและการตัดสินใจฉีดวัคซีน ในอนาคต 3. การรับรู้และมีส่วนร่วมในระบบสังคมที่สนับสนุนการฉีดวัคซีน เช่น ค�ำแนะน�ำจากบุคคล ในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน การเข้าถึงบริการวัคซีนที่สะดวกและราคาเหมาะสม จะมีผลในการตัดสินใจ ฉีดวัคซีนเช่นกัน ตารางที่ 1 มาตรการเพื่อเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีน7 มาตรการ รายละเอียดวิธีการ ลดการพลาดโอกาสในการฉีด วัคซีน • ใช้ค�ำสั่งการให้บริการวัคซีนที่มีการก�ำหนดตารางการฉีดไว้แล้ว • ให้ความรู้กับผู้ให้บริการเกี่ยวกับโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนและ อัตราการฉีดวัคซีนในพื้นที่ • ใช้ระบบการแจ้งเตือนผู้ให้บริการส�ำหรับวัคซีนที่ครบก�ำหนดหรือใกล้ถึง ก�ำหนดเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน ข้อความเตือนผู้ป่วย • ส่งข้อความเตือนส�ำหรับวัคซีนที่ใกล้ครบก�ำหนด • สื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ อีเมล การ์ดประชาสัมพันธ์ หรือจดหมาย ค�ำแนะน�ำและการส่งเสริมการ ฉีดวัคซีน • ค�ำแนะน�ำในการฉีดวัคซีนจากเภสัชกร • ให้ความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และความจ�ำเป็นในได้รับวัคซีนสมบูรณ์ตามรอบ การฉีดวัคซีน บันทึกการฉีดวัคซีน • ปฏิบัติตามระเบียบการบันทึกการฉีดวัคซีนให้ชัดเจน ครบถ้วน • ให้แบบบันทึกการฉีดวัคซีนแก่ผู้ป่วย • สนับสนุนการลงทะเบียนวัคซีน 4. การส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการวัคซีนจากองค์กรสาธารณสุขและบริการด้าน สุขภาพ นโยบายการฉีดวัคซีนที่ชัดเจน และการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนส�ำคัญ สามารถมีผลใน การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการตัดสินใจฉีดวัคซีน 5. ปัจจัยส่วนบุคคล เช่น อายุ เพศ สุขภาพ สภาพทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม สามารถมีผล ต่อการตัดสินใจฉีดวัคซีน ดังนั้น ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้สามารถช่วยให้บริการวัคซีนเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ เภสัชกรสามารถให้ความรู้ รณรงค์การเข้าถึงวัคซีน ให้ข้อมูลประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ของวัคซีน และประโยชน์ของการฉีดวัคซีน ดังนั้น การจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนมวลชนหรือการท�ำความ เข้าใจในประโยชน์ของวัคซีนกับกลุ่มประชากรที่มีอุปสงค์น้อยในการรับวัคซีน อีกทั้งการมีบทบาทใน การเพิ่มการเข้าถึงวัคซีนพื้นฐานซึ่งจะสามารถเพิ่มอัตราการเข้าถึงวัคซีน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมสุขภาพ สาธารณสุขทั้งในระดับบุคคลและระดับสังคม ต่อไป


108 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร การคัดเลือก และ การจัดหาวัคซีน การคัดกรองประวัติ การรับวัคซีน การเฝ้าระวังผลข้างเคียง และรายงานการฉีดวัคซีน การให้ค�ำปรึกษา แก่ผู้ป่วย การฉีดวัคซีนหรือการ ให้บริการฉีดวัคซีน การจัดท�ำมาตรการ ทางการบริหาร การให้ความรู้ แก่สาธารณะ รูปที่ 1 บทบาทของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีน7 บทบาทของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีนในร้านยา10 มีดังนี้ 1. การคัดเลือกและการจัดหาวัคซีน เนื่องจากเภสัชกรมีความเชี่ยวชาญในการบริหารคลัง ไม่ว่าจะเป็นยาและเวชภัณฑ์ เภสัชกรจึงมีความรู้และความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพในการจัดการวัคซีน ซึ่งรวมถึงการเลือกและจัดหาวัคซีนที่เหมาะสมส�ำหรับผู้ป่วย การเก็บรักษาวัคซีนให้ถูกต้องและเพื่อให้ มีประสิทธิภาพ ซึ่งถือว่าเป็นบทบาทหลักของเภสัชกรในปัจจุบันในประเทศไทย 2. การประเมินและการแผนการรับวัคซีน เภสัชกรสามารถประเมินความเหมาะสมของวัคซีน ส�ำหรับผู้ป่วย รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีน และ ให้ค�ำแนะน�ำเกี่ยวกับแผนการรับวัคซีนที่เหมาะสมส�ำหรับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เช่น การรับวัคซีนใน ช่วงตั้งครรภ์ หรือการรับวัคซีนส�ำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต�่ำ เป็นต้น 3. การให้ค�ำแนะน�ำแก่ผู้รับบริการ ความรู้และข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือเกี่ยวกับวัคซีน ประกอบด้วย รายละเอียดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโรค ความปลอดภัย และ ผลกระทบต่อสุขภาพจากการฉีดวัคซีน สามารถสร้างความเข้าใจและเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจ ฉีดวัคซีน 4. การจัดท�ำมาตรการทางการบริหารวัคซีน เช่น มาตรการการจัดเก็บ และการจัด จ�ำหน่ายวัคซีน นอกจากนี้ยังรับผิดชอบในการตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นเอกลักษณ์ของ วัคซีน รวมถึงให้ค�ำแนะน�ำในการเลือกใช้วัคซีนที่เหมาะสมกับความต้องการและเงื่อนไขของผู้ป่วย อีกด้วย 5. การเฝ้าระวังผลข้างเคียงและรายงานการฉีดวัคซีน เภสัชกรมีบทบาทในการเฝ้าระวังและ รายงานผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีบทบาทในการรายงาน ความส�ำเร็จและอุปสรรคในการด�ำเนินการฉีดวัคซีนเพื่อการประเมินและปรับปรุงการให้บริการต่อไป 6. การประชาสัมพันธ์และการสนับสนุนนโยบายการฉีดวัคซีน เภสัชกรมีบทบาทในการ ประชาสัมพันธ์และสนับสนุนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน โดยการเข้าร่วมกลุ่มที่เกี่ยวข้องและ หน่วยงานสาธารณสุขในการร่วมรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักและส่งเสริมการรับวัคซีน เช่น


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 109 การสนับสนุนการสร้างกฎหมายหรือนโยบายในการให้การสนับสนุนแก่กลุ่มเป้าหมายในการรับวัคซีน ซึ่งจะเพิ่มความส�ำเร็จในการฉีดวัคซีนแก่กลุ่มเป้าหมายได้ นอกจากนี้ เภสัชกรสามารถช่วยเพิ่ม การรับวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต�่ำได้โดยการวางแผนและด�ำเนินก�ำหนดมาตรการ ส่งเสริมการฉีดวัคซีน การให้ข้อมูลและแนะน�ำเกี่ยวกับประโยชน์และความส�ำคัญของการรับวัคซีน การสร้างความตระหนักให้กับกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับผลกระทบของโรคและประโยชน์ที่ได้รับจาก การฉีดวัคซีน รวมถึงการสร้างความเข้าใจให้กับกลุ่มเป้าหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ของวัคซีน 7. การส่งเสริมการฉีดวัคซีนในหน่วยงาน เภสัชกรสามารถมีบทบาทในการส่งเสริมการฉีด วัคซีนในหน่วยงานที่ดูแล โดยการให้ค�ำแนะน�ำและข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนที่เหมาะสมและการรับวัคซีน การสร้างระบบในการบันทึกการฉีดวัคซีนและติดตามการรับวัคซีนของบุคลากร และการสนับสนุน การจัดกิจกรรมฉีดวัคซีนในหน่วยงานได้บรรลุเป้าหมาย จะเห็นได้ว่า เภสัชกรมีบทบาทในการให้บริการวัคซีนตั้งแต่กระบวนการจัดหา การบริหาร เวชภัณฑ์ยา การให้ค�ำแนะน�ำและส่งเสริมการฉีดวัคซีนเพื่อสนับสนุนนโยบายการฉีดวัคซีนแล้ว การเพิ่ม อัตราการฉีดวัคซีนยังเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เภสัชกรสามารถท�ำได้ ซึ่งจะเป็นบทบาทใหม่ของเภสัชกร ในการช่วย ส่งเสริมสุขภาพสาธารณะให้เป็นของทุกคนในสังคม โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการแพร่ ระบาดของโรค และต้องการให้บริการวัคซีนแก่มวลประชาชนจ�ำนวนมาก การให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยาในต่างประเทศ การให้บริการวัคซีนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับนโยบายของประเทศ และแต่ละรัฐ ปัจจุบัน ประเทศที่มีการให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยามีจ�ำนวน 13 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย แคนาดา คอสตาริกา เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ โปรตุเกส แอฟริกาใต้ สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกาจะมีการอนุญาตให้เภสัชกรสามารถฉีดวัคซีนได้ แต่มีรายละเอียด ของกฎหมายแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ เช่น ในบางรัฐที่มีการก�ำหนดว่าเภสัชกรสามารถฉีดวัคซีนชนิดใด และ/หรือจ�ำกัดว่าเภสัชกรสามารถฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ป่วยอายุใดได้บ้าง เช่น กรณีผู้ป่วยผู้ใหญ่ทั่วไป เภสัชกรสามารถฉีดวัคซีนพื้นฐานตามฤดูกาล เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยไม่ต้องมีใบสั่งยา จากแพทย์ ในขณะที่ในรัฐจะมีการก�ำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น จ�ำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ส�ำหรับการฉีดวัคซีนในผู้ป่วยกลุ่มพิเศษหรือในเด็ก เป็นต้น ส่วนใหญ่การให้บริการวัคซีนป้องกันไข้หวัด ใหญ่ให้แก่กลุ่มผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 18 ปี ไม่จ�ำเป็นต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ยกเว้น รัฐฮาวาย (Hawaii) รัฐเวอร์มอนต์ (Vermont) และรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย (West Virginia) ในขณะที่ในรัฐนอร์ทคารอไลนา (North Carolina) สามารถฉีดวัคซีนไข้หวัดให้กับผู้ป่วยอายุ 6 ปีขึ้นไปโดยมีใบสั่งยา เป็นต้น1


110 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร ส�ำหรับประเทศในเอเชีย ประเทศที่ได้ความยอมรับและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในการให้ บริการวัคซีนในร้านยาคือ ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งสามารถท�ำได้ภายใต้กฎหมายและแนวปฏิบัติทางการ แพทย์และเภสัชกรรม (Pharmaceutical & Healthcare Association of the Philippines) เป็น องค์กรที่ร่วมกันก�ำหนดและคุ้มครองมาตรฐานในการให้บริการวัคซีนที่ร้านยาภายในประเทศ และเป็น ผู้เชี่ยวชาญทางเภสัชกรรมภายใต้ระบบสุขภาพของฟิลิปินส์ ซึ่งมีบทบาทส�ำคัญในการให้ค�ำแนะน�ำ เกี่ยวกับวัคซีน ส่วนใหญ่การให้บริการวัคซีนที่ร้านยาเน้นไปที่วัคซีนป้องกันโรคที่พบบ่อย เช่น วัคซีน ป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล (Flu Vaccine) และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ อีกมากมาย การให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยาช่วยให้ประชาชนสะดวกสบายในการเข้าถึงวัคซีนและช่วย เพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนในประชากรได้1 การเตรียมความพร้อมก่อนการให้บริการวัคซีน 1. การจัดเตรียมสถานที่ในการให้บริการ การให้บริการจ�ำเป็นต้องมีพื้นที่เพียงพอต่อการให้บริการฉีดวัคซีน มีโต๊ะส�ำหรับให้บริการ อาจจะต้องมีพื้นที่สาหรับดูแลผู้มารับบริการเบื้องต้น กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ เภสัชกรที่จะให้ บริการ จ�ำเป็นต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ส�ำคัญที่ใช้ส�ำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือให้ความช่วยเหลือ ผู้รับบริการในกรณีที่ผู้รับบริการวัคซีนเกิดปฏิกิริยาที่เกิดภายหลังการฉีดวัคซีน เช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย เครื่องวัดระดับออกซิเจนปลายนิ้ว และมีระบบการส่งต่อผู้ป่วยกรณีเกิดเหตุ ฉุกเฉิน 2. การจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ การให้บริการวัคซีนโดยเภสัชกรในร้านยา จะต้องจัดเตรียม อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนเบื้องต้น ดังนี้ 2.1 กระบอกฉีดยา เข็มฉีดยา ให้เหมาะสมกับกับปริมาณวัคซีน วัคซีน 1 เข็ม มีปริมาณ 0.5 ซีซี อาจใช้จัดเตรียมกระบอกฉีดยา ขนาด 1 ซีซี หรือ 3 ซีซี เป็นต้น 2.2 เข็มฉีดยา ขนาด 23-26 G ยาว 1-2 นิ้ว 2.3 แอลกอฮอล์ส�ำหรับใช้ในการท�ำความสะอาดผิวหนังก่อนการฉีดวัคซีน รวมถึงส�ำลี หรือผ้าก็อซส�ำหรับใช้ในการท�ำความสะอาดที่ว่างเปล่าหรือที่มีการสัมผัสกับวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยง ของการติดเชื้อ 2.4 ถุงมือยางทางการแพทย์หรือถุงมือที่เหมาะสมใช้ในการป้องกันการแพร่กระจายของ เชื้อโรคระหว่างการให้บริการวัคซีน 2.5 กล่องใช้ในการทิ้งเข็มฉีดที่ใช้แล้วอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ 2.6 วัสดุป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เช่น แผ่นกันเชื้อหรือหน้ากากอนามัย ซึ่งใช้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคระหว่างการให้บริการวัคซีน


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 111 2.7 อุปกรณ์ติดตามสัญญาณชีพ เช่นเครื่องวัดความดัน เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย เครื่องวัดระดับออกซิเจนปลายนิ้ว และอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ชุดเครื่องช่วยหายใจแบบพก พาชนิดมือบีบ (Ambu Bag) เป็นต้น 3. การจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น แบบคัดกรองและใบเซ็นยินยอมการฉีดวัคซีน แผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองหลังฉีดวัคซีน ทะเบียนผู้มารับบริการ และใบนัดผู้รับบริการ ในการนัดมาฉีดเข็มที่ 2 หรือ 3 ตามประเภทของวัคซีน 4. การเตรียมด้านบุคลากร ผู้ที่จะให้บริการฉีดวัคซีน จะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหรือ ตามที่สภาเภสัชกรรมประกาศก�ำหนด นอกจากนี้ จะต้องมีความรู้ของเกณฑ์การคัดกรอง ประชากรที่ สามารถฉีดวัคซีนได้ หรือเกณฑ์ข้อห้าม เช่น การตั้งครรภ์ ภาวะภูมิคุ้มกันต�่ำที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ เป็นต้น รูปที่ 2 วัสดุอุปกรณ์การให้บริการวัคซีน นอกจากอุปกรณ์ในการฉีดวัคซีนแล้ว เภสัชกรอาจต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ส�ำคัญที่ใช้ส�ำหรับ ปฐมพยาบาลเบื้องต้นหรือให้ความช่วยเหลือผู้รับบริการในกรณีที่ผู้รับบริการวัคซีนเกิดปฏิกิริยาที่เกิด ภายหลังการฉีดวัคซีน (adverse event following immunization; AEFI) เช่น เครื่องวัดความดัน ติดตามสัญญาณชีพ เครื่องวัดระดับออกซิเจนปลายนิ้ว รวมถึงมีระบบรายงานเกิดปฏิกิริยาที่เกิด ภายหลังการฉีดวัคซีน ดังนั้น การเตรียมอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้การให้บริการวัคซีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และปลอดภัยสูงสุดส�ำหรับผู้รับบริการวัคซีน


112 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร บทสรุป บทความนี้ได้สรุปถึงบทบาทที่ส�ำคัญของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีน ความส�ำคัญของ เภสัชกรในการให้บริการวัคซีนเพื่อส่งเสริมสุขภาพสาธารณสุข ซึ่งบทบาทใหม่นี้ยังเป็นแรงกระตุ้นส�ำคัญ ให้เภสัชกรเปลี่ยนจากบทบาทเป็นผู้ให้บริการด้านยาเป็นผู้ให้การดูแลโดยตรงแก่ผู้ป่วย ซึ่งเป็นประโยชน์ อันใหญ่ในการสร้างสังคมสุขภาพที่ดี9 เนื่องจากบทบาทของเภสัชกรในการให้บริการวัคซีนมีความส�ำคัญ การปฏิบัติตามหลักการ ทางการแพทย์ รวมถึงการให้ค�ำแนะน�ำตามมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีเป็นสิ่งที่เภสัชกรควรท�ำ ซึ่งจะ เป็นการเพิ่มจ�ำนวนผู้รับวัคซีนในกลุ่มเป้าหมาย การประชาสัมพันธ์และการสนับสนุนนโยบายการฉีด วัคซีน จะช่วยส่งเสริมการฉีดวัคซีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น7 ดังนั้น บทบาทของเภสัชกรในการให้ บริการวัคซีนเป็นสิ่งส�ำคัญที่มีผลในการลดความเสี่ยงของโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน และสร้าง สุขภาพสาธารณสุขที่ดีให้แก่ทุกคนในสังคม เพื่อสร้างสังคมที่มีการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพ และ จะเป็นการสร้างสุขภาพสาธารณสุขที่ดีให้แก่ทุกคนในสังคมต่อไป10 เอกสารอ้างอิง 1. National Alliance of State Pharmacy Associations. Pharmacist Immunization Authority. [Internet]. Accessed on 16 July 2023. Available from: https://naspa. us/resource/pharmacist-authority-to-immunize. 2. Hepler CD, Strand LM. Opportunities and responsibilities in pharmaceutical care. Am J Hosp Pharm 1990;47(3):533-43. 3. Huff PS, Hak SH, Caiola SM. Immunizations for international travel as a pharmaceutical service. Am J Hosp Pharm 1982;39(1):90-3. 4. Poudel A, Lau ETL, Deldot M, et al. Pharmacist role in vaccination: Evidence and challenges. Vaccine 2019;37(40):5939-45. 5. Rodrigues CMC, Plotkin SA. Impact of Vaccines; Health, Economic and Social Perspectives. Front Microbiol 2020;11:1526. 6. ข้อบังคับสภาเภสัชกรรม ว่าด้วยข้อจ�ำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (ฉบับ ที่ 3) พ.ศ. 2564 [อินเทอร์เน็ต].2564[เข้าถึงเมื่อ 16 กรกฎาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: https:// www.pharmacycouncil.org 7. O’Brien KK. Pharmacists’ Role in Preventing Vaccine-Preventable Diseases. US Pharm 2009;34(8):39-45.


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 113 8. International Pharmaceutical Federation (FIP). An overview of current pharmacy impact on immunization: a global report.[Internet] 2016 [Accessed on 16 July 2023]. Available from: https://www.fip.org/files/fip/publications/FIP_report_on_ Immunisation.pdf. 9. Promoting the pharmacist’s role in public health. J Am Pharm Assoc (2003) 2006;46(3):311-312, 314-316, 318. 10. ASHP guidelines on the pharmacist’s role in immunization. Am J Health Syst Pharm 2003;60(13):1371-7.


รายนามผู้นิพนธ์


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 117 รองศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง สุณี เลิศสินอุดม สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย · ประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาเภสัชบ�ำบัด มหาวิทยาลัยขอนแก่น · อนุมัติบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญทางเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด สภาเภสัชกรรม ความเชี่ยวชาญ · เภสัชบ�ำบัด การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก เภสัชกรรมปฐมภูมิ/เภสัชกรรมชุมชน ประสบการณ์การท�ำงาน · หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น · รองผู้อ�ำนวยการฝ่ายสนับสนุนทางการแพทย์ และหัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลประชาเวช จังหวัดขอนแก่น · เภสัชกร โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผู้จัดตั้งและ ให้การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยนอกแก่ผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง และคลินิกโรค ลมชัก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น · ประธานกลุ่มเภสัชกรผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแห่งประเทศไทย สมาคม เภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) ปัจจุบัน · รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น · ผู้จัดการสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น · กรรมการ สภาเภสัชกรรมวาระที่ 10 · ผู้อ�ำนวยการศูนย์พัฒนาการบริการทางวิชาชีพเภสัชกรรม สภาเภสัชกรรม · รองประธานมูลนิธิเภสัชกรรมชุมชน · ประธานเครือข่ายวิชาชีพเภสัชกรรมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและควบคุมยาสูบ


118 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ปรีชา มนทกานติกุล สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเทศไทย · Doctor of Pharmacy, University of Illinois at Chicago, USA. · Certified Pharmacy practice resident, University of Illinois at Chicago, USA. · Certified Pediatric pharmacy resident, University of Illinois at Chicago, USA. · Board Certified Pharmacotherapy Specialist, Board of Pharmaceutical Specialty, USA · หนังสืออนุมัติทางเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด, สภาเภสัชกรรม ความเชี่ยวชาญ · เภสัชบ�ำบัดของโรคติดเชื้อ เชื้อดื้อยา และ Antimicrobial stewardship · เภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ของยาต้านจุลชีพ และ Monte Carlo simulation ประสบการณ์การท�ำงาน · หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม โรงพยาบาลเสนางคนิคม จังหวัดอ�ำนาจเจริญ พ.ศ. 2534-2536 · อาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2537-2544 · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2544-2557 · รองศาสตราจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557-ปัจจุบัน ปัจจุบัน · รองศาสตราจารย์ สาขาเภสัชกรรมคลินิก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล · รองคณบดีฝ่ายการศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล · ประธานวิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย สภาเภสัชกรรม


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 119 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง เจนนิษฐ์ มีนวัฒนา สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร (เกียรตินิยมอันดับ 2) ประเทศไทย · Doctor of Pharmacy (summa cum laude), University of Illinois at Chicago, USA. · Certified Pharmacy practice resident, University of Arizona, College of Pharmacy, Tucson USA. · Certified Internal Medicine/ Hematology -Oncology pharmacy resident, University of Arizona, College of Pharmacy, Tucson USA. ความเชี่ยวชาญ · เภสัชบ�ำบัดของโรคมะเร็ง · เภสัชบ�ำบัดของผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ประสบการณ์การท�ำงาน · เภสัชกรคลินิก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พ.ศ. 2549-2551 · Clinical research associate บริษัท Janssen-Cilag Thailand พ.ศ. 2551-2553 · ผู้ช่วยอาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2553-2559 · อาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559-2563 · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2563-ปัจจุบัน ปัจจุบัน · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาเภสัชกรรมคลินิก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


120 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร อาจารย์ เภสัชกรหญิงปวลี เนียมถาวร สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น · วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย ความเชี่ยวชาญ · วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด (Board Certified Pharmacotherapy) ด้านกุมารเภสัชศาสตร์ · American Board-Certified Pharmacotherapy Specialist (BCPS) · Certified Fellow of FAPA College of Pharmacy (FAPA-CP) ประสบการณ์การท�ำงาน · เภสัชกรประจ�ำคณะเภสัชศาสาตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2552 - 2561 · อาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2562 - ปัจจุบัน ปัจจุบัน · อาจารย์ สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 121 รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เภสัชกร วิชัย สันติมาลีวรกุล สาขาบริบาลทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร · เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต (เภสัชกรรมคลินิก) มหาวิทยาลัยศิลปากร · หนังสืออนุมัติแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย · ปรัชญาดุษฏีบัณฑิต (การบริบาลทางเภสัชกรรม) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ · Fellow of Asian College of Pharmacy, Federation of Asian Pharmaceutical Association · Board Certified Infectious Diseases Pharmacist (BCIDP), Board of Pharmaceutical Specialty, USA ความเชี่ยวชาญ · เภสัชบ�ำบัดโรคติดเชื้อ เชื้อดื้อยา · เภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ของยาต้านจุลชีพ Antimicrobial stewardship ประสบการณ์การท�ำงาน · พ.ศ. 2548-2549 ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร · พ.ศ. 2561-2564 ประธานหลักสูตรเภสัชศาสตรมหาบัณฑิต (สาขาเภสัชกรรมคลินิก) · พ.ศ. 2562-2564 หัวหน้าภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบัน · ที่ปรึกษากลุ่มเภสัชกรผู้ดูแลการบ�ำบัดผู้ป่วยโรคติดเชื้อด้วยยาต้านจุลชีพ แห่งประเทศไทย · รองศาสตราจารย์ สาขาวิชาบริบาลทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร · รองคณบดีฝ่ายพันธกิจเพื่อสังคมและสื่อสารองค์กร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


122 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิง จาฏพัจน์ เหมพรรณไพเราะ สาขาวิชาเภสัชกรรมปฏิบัติและการบริบาล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต (บริบาลเภสัชกรรม) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ · วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย ความเชี่ยวชาญ · วุฒิบัตรแสดงความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขาเภสัชบ�ำบัด (Board Certified Pharmacotherapy) ด้านโรคติดเชื้อ · American Board Certified in infectious diseases pharmacy (BCIDP) · Certified Fellow of FAPA College of Pharmacy (FAPA-CP) · Pharmacogenomic Certificate (American Society of Health System Pharmacists; ASHP) ประสบการณ์การท�ำงาน · เภสัชกร โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน พ.ศ. 2555 - 2556 · อาจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2556 - 2564 · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2564 – ปัจจุบัน ปัจจุบัน · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาเภสัชกรรมปฏิบัติและการบริบาล คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 123 เภสัชกรหญิง สิรภัทร สมสิริกาญจนคุณ เภสัชกรประจ�ำบ้านชั้นปีที่ 3 สาชาโรคติดเชื้อ วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต (บริบาลเภสัชกรรม) มหาวิทยาลัยนเรศวร · ศึกษาต่อเภสัชกรประจ�ำบ้าน สาขาโรคติดเชื้อ (Specialized Residency in Infectious Diseases) วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย สภาเภสัชกรรม ความเชี่ยวชาญ · ประกาศนียบัตรเภสัชกรประจ�ำบ้าน เภสัชบ�ำบัดอายุรศาสตร์ทั่วไป (General Residency in Pharmacotherapy) ประสบการณ์การท�ำงาน · เภสัชกรประจ�ำร้านยาบ้านยาคีรี พ.ศ.2563-2564 ปัจจุบัน · ศึกษาต่อเภสัชกรประจ�ำบ้าน สาขาโรคติดเชื้อ (Specialized Residency in Infectious Diseases) วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัดแห่งประเทศไทย สภาเภสัชกรรม


124 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกร ศุภทัต ชุมนุมวัฒน์ สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิด ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล ประเทศไทย · Doctor of Pharmacy, University of Illinois at Chicago, USA. · Certified Pharmacy practice resident, University of Illinois at Chicago, USA. · Certified translational pharmacogenomics pharmacy resident, University of Illinois at Chicago, USA. · หนังสืออนุมัติทางเภสัชกรรมสาขาเภสัชบ�ำบัด, สภาเภสัชกรรม ความเชี่ยวชาญ · เภสัชบ�ำบัดของโรคอายุรกรรม · เภสัชพันธุศาสตร์ · เภสัชศาสตร์สนเทศ ประสบการณ์การท�ำงาน · เภสัชกรประจ�ำร้านยาบู๊ทส์ พ.ศ. 2551- 2552 · เภสัชกรประจ�ำคลังข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2552-2553 · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561-ปัจจุบัน · Senior Fellowship of the Higher Education Academy (SFHEA) พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน · Thailand Professional Standard Framework ระดับ 3 พ.ศ. 2566-ปัจจุบัน ปัจจุบัน · ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาเภสัชกรรมคลินิก ภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล · ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 125 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เภสัชกรหญิง รจพร วัชโรทยางกูร กรรมการสภาเภสัชกรรม ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล · เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย · Doctor of Philosophy (Medical Science), Nagoya University ความเชี่ยวชาญ · การบริหารจัดการด้านคุณภาพ การประกันคุณภาพ และการควบคุมคุณภาพของวัคซีนและ ชีววัตถุอื่นๆ · การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคุณภาพ และ ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ · ผู้เชี่ยวชาญด้าน GMP ขององค์การอนามัยโลก และ PATH · ผู้เชี่ยวชาญของส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ประสบการณ์การท�ำงาน · หัวหน้าภาควิชาชีวเภสัชศาสตร์ และรองคณบดีฝ่ายต่างๆ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศิลปากร · ผู้จัดการฝ่ายควบคุมคุณภาพ และ Site Quality Operations Senior Manager บริษัทองค์การเภสัชกรรม-เมอร์ริเออร์ ชีววัตถุ จ�ำกัด · ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพ บริษัทไบโอเนท-เอเชีย จ�ำกัด · รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทเฟอร์โน่ จ�ำกัด · ผู้อ�ำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัจจุบัน · กรรมการ และประชาสัมพันธ์ สภาเภสัชกรรม


126 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกร กิรติ เก่งกล้า สาขาวิชาการบริบาลเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ประวัติการศึกษา · เภสัชศาสตรบัณฑิต ภ.บ. (บริบาลทางเภสัชกรรม) มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2556 · ประกาศนียบัตร General Residency in Pharmacotherapy วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัด แห่งประเทศไทย สภาเภสัชกรรม ประเทศไทย พ.ศ. 2565 ความเชี่ยวชาญ · เภสัชบ�ำบัด ประสบการณ์ท�ำงาน · พนักงานสายวิชาการ ต�ำแหน่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ สาขาวิชาการ บริบาลทางเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน · รองคณบดี ฝ่ายวิชาการและนวัตกรรมการศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2562-2564 ปัจจุบัน · ฝึกอบรมในหลักสูตรผู้มีความรู้ความช�ำนาญในการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม สาขามะเร็งวิทยา Specialized Residency in Oncology Pharmacotherapy วิทยาลัยเภสัชบ�ำบัด แห่งประเทศไทย สถาบันหลัก มหาวิทยาลัยขอนแก่น


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 127 นางสินีนาฏ มุ่งมานิตย์มงคล งานการพยาบาลเฉพาะทางและสนับสนุนบริการพยาบาล ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประวัติการศึกษา · พยาบาลศาสตรบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2540 · พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2551 ความเชี่ยวชาญ · การพยาบาลผู้ป่วยโรคระบบประสาทและสมอง ประสบการณ์การท�ำงาน · กรรมการและเลขานุการกลุ่มวิจัยโรคลมชักแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ.2554-ปัจจุบัน · การพยาบาลผู้ป่วยโรคระบบประสาทและสมอง ปัจจุบัน · พยาบาลเชี่ยวชาญ การพยาบาลผู้ป่วยโรคระบบประสาทและสมอง · ผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง สาขาอายุรศาสตร์ ศัลยศาสตร์ · เลขานุการกลุ่มวิจัยโรคลมชักแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


128 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร นายแพทย์ วิสุทธิ์ เกตุแก้ว อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลพระรามเก้า และอาจารย์พิเศษหน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ประวัติการศึกษา · แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล · Diploma of the Thai Board of Internal Medicine, Ramathibodi Hospital. · Diploma of the Thai Board of Cardiology, Ramathibodi Hospital. · Thai Resuscitation Council ACLS and BLS Instructor. · American Heart Association Instructor for ACLS. ความเชี่ยวชาญ · Advance Cardiac Life Support (ACLS) and critical cardiac care. · Anticoagulant and Antithrombotic therapy. ประสบการณ์การท�ำงาน · แพทย์ใช้ทุน โรงพยาบาลร้อยเอ็ด พ.ศ. 2549-2550 · แพทย์ประจ�ำบ้านอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลต�ำรวจ พ.ศ. 2552-2555 · แพทย์ผู้ช่วยอาจารย์ หน่วยโรคหัวใจ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2555-2557 · อายุรแพทย์โรคหัวใจ ประจ�ำโรงพยาบาลพระรามเก้า พ.ศ. 2557-ปัจจุบัน ปัจจุบัน · อาจารย์พิเศษประจ�ำ Warfarin Clinic หน่วยโรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี · กรรมการชมรมมาตรฐานการช่วยชีวิตแห่งประเทศไทย (Thai Resuscitation Council : TRC) · เลขานุการมูลนิธิสอนช่วยชีวิต (Resuscitation Foundation)


ดัชนี


ดัชนี ก กระบอกฉีดยา 78 กระเป๋าเก็บความเย็น 78 กระเป๋าเออีดี 99 กล่องที่มีฉนวน 69 กล้ามเนื้อต้นขาส่วนหน้า 82 กล้ามเนื้อต้นแขน 82 กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ 24 การกดหน้าอก 95 การเก็บรักษา 66 การขนส่งวัคซีน 66 การจัดเก็บ 66 การจัดหาวัคซีน 108 การฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ 82 การฉีดเข้าชั้นผิวหนัง 80 การฉีดเข้าใต้ชั้นผิวหนัง 81 การฉีดวัคซีน 80 การช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน 89 การแช่แข็ง 66 การเตรียมวัคซีน 80 การบริหารวัคซีน 8, 108 การเป่าลมเข้าปอด 97 ข ขยะติดเชื้อ 78 ไข้กาฬหลังแอ่น 38 ไข้สมองอักเสบเจอี 21 ไข้หวัดใหญ่ 22, 31 ค คลื่นไฟฟ้าหัวใจ 100 ความเข้มของแสง 66 ความคงสภาพ 66 ความไวต่ออุณหภูมิ 66 คอตีบ 15, 33 คางทูม 19, 34 เครื่องก�ำเนิดไฟฟ้าส�ำรอง 70 เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ 89 โควิด-19 23 ง งูสวัด 35 จ เจลาติน 50 ช ช่วยหายใจ 96 ซ ซีกโลกใต้ 31 เซรุ่ม 5 ต ตั้งครรภ์ 51 ติดแผ่นน�ำไฟฟ้า 99 ตู้เย็น 67 ท เทคนิคการฉีด 81 เทอร์โมมิเตอร์ 67 น นโยบายการฉีดวัคซีน 108


132 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร บ บาดทะยัก 15, 33 บีซีจี 13 ใบเซ็นยินยอมการฉีดวัคซีน 111 ป ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ 84 ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นทั้งระบบ 84 ปวดปลายประสาทหลังจากเป็นงูสวัด 35 ปุ่มไหล่ 83 โปรตีนพาหะ 16 โปลิโอ 17 ผ ผู้หมดสติ 91 แผนการรับวัคซีน 108 พ แพ้ยา 50 แพ้วัคซีน 50 แพ้อาหาร 50 ฟ ไฟฟ้าช็อต 91 ภ ภาวะตัวอ่อนปวกเปียก 55 ภาวะล�ำไส้กลืนกัน 19 ภาวะอาการอักเสบหลายระบบ 23 ภูมิคุ้มกันจ�ำเพาะ 4 ภูมิคุ้มกันต�่ำ 53 ภูมิคุ้มกันต�่ำแต่ก�ำเนิด 51 ภูมิคุ้มกันที่ได้รับมา 4 ภูมิคุ้มกันบกพร่อง 53 ม มะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก 24 ย ยาชีววัตถุ 65 ยาต้านเกล็ดเลือด 55 ยาละลายลิ่มเลือด 55 ยีสต์ 50 ยุงร�ำคาญ 21 เยื่อหุ้มสมองอักเสบ 38 ร ระบบภูมิคุ้มกัน 3 ระบบภูมิคุ้มกันโดยก�ำเนิด 3 รายงานการฉีดวัคซีน 108 โรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส 32 โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 16 ว วัคซีนชนิดของเหลวเข้มข้น 72 วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิตอ่อนฤทธิ์ 6 วัคซีนชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ 7 วัคซีนชนิดที่บรรจุหลายโด๊ส 72 วัคซีนชนิดผงแห้ง 72 วัคซีนชนิดสารพันธุกรรมอาร์เอนเอของไวรัส 7 วัคซีนท็อกซอยด์ 6 วัคซีนที่ถูกผลิตจากส่วนบางส่วนของแบคทีเรีย หรือไวรัส 7 วัคซีนเป็นชนิดเชื้อตาย 6 วัคซีนพื้นฐาน 13 วิธีดันหน้าผากและยกคาง 96 วิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม 66 ไวรัสตับอักเสบบี 14, 36 ไวรัสตับอักเสบเอ 35 ไวรัสโปลิโอ 17 ไวรัสโรต้า 18 ไวรัสเอชพีวี 37


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 133 ส สมาคมวิชาชีพเภสัชกรในระบบสุขภาพของ อเมริกา 106 สมุดวัคซีน 50 สารกันเสีย 8 สารเสริมฤทธิ์ 8 ส�ำลี 78 ห หมดสติ 91 ห่วงโซ่ความเย็น 65 หัด 19, 34 หัดเยอรมัน 19, 34 หัวใจห้องล่างเต้นพลิ้ว 92 หายใจเฮือก 91 หูดหงอนไก่ 24 อ อาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน 49 อายุของวัคซีน 72 อิมมูโนโกลบูลิน 5 อีสุกอีใส 35 อุณหภูมิ 66 เอชพีวี 24 ไอกรน 15, 33 ฮิบ 16 A acquired immunity 4 acromial process 83 acute stress response 59 adaptive immunity 4 adjuvant 8 adverse events following immunization 49 American Society of Health-System Pharmacists 106 anogenital cancers 24 antigen presenting cells 5 automated external defibrillator 90 B Bacille Calmette-Guérin 13 Basic Life Support 89 B lymphocytes 6 Bordetella pertussis 15, 34 C Cardiopulmonary resuscitation 90 cell-mediated immune response 5 Clostridium tetani 15, 33 conjugated polysaccharide vaccine 16 Corynebacterium diphtheriae 33 COVID-19 vaccine 23 Culex tritaeniorhynchus 21 D deltoid 82 diptheria 15, 33


134 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร E encephalomyelitis 20 F freezer 69 G gelatin 52 Good Pharmacy Practices 66 H Haemophilus influenzae type b 16 head tilt-chin lift 96 hemagglutinin 32 Hepatitis A vaccine 35 hepatitis B envelope antigen 14 hepatitis B immune globulin 14 hepatitis B surface antigen 14 hepatitis B vaccine 14 Hepatitis B vaccine 36 Human papillomaviruses 37 Human papillomaviruses vaccine 24, 37 humoral immune response 5 hypotonic-hyporesponsive episodes 15 I idiopathic thrombocytopenic purpura 55 immune system 3 Immunization Stress-Related Responses 59 immunoglobulin 5 inactivated polio vaccine 18 inactivated vaccine 6 infantile spasm 55 Influenza vaccine 22, 31 innate immunity 3 insulated box 69 Intradermal Injection 80 Intramuscular Injection 82 intravenous immunoglobulin 55 intussusception 19 J Japanese encephalitis vaccine 21 K killed vaccine 6 L latex 50 lipid nanoparticles 67 live attenuated vaccine 6 M measles 19, 34 Meningococcal vaccine 38 messenger RNA 7 multidose vaccine vials 72 Multisystem Inflammatory Syndrome in Children 23 mumps 19, 34 Mycobacterium bovis 13 myocarditis 24 N Neisseria meningitidis 38 O oral polio vaccine 18 P passive immunity 4 Pertussis 33


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 135 pertussis vaccine 15 pneumococcal conjugate vaccine 32 pneumococcal polysaccharide vaccine 32 Pneumococcal vaccine 32 Polio vaccine 17 Poliovirus 17 postherpetic neuralgia 35 preservative 8 primary immunodeficiency 51 protein carrier 16 puncture proof containers 83 R recombinant viral vector vaccine 7 rotavirus vaccine 18 rubella 19, 34 S secondary immunodeficiency 51 severe combined immune deficiency 19 spike protein 7 stability 66 Streptococcus pneumoniae 32 subacute sclerosing panencephalitis 20 Subcutaneous Injection 81 subunit vaccine 7 syringe 78 T tetanus 15, 33 toxoid 6 V vaccine-associated paralytic polio 18 Vaccine vial monitoring 70 Varicella vaccine 35 varicella zoster 35 vasovagal reaction 59 vastus lateralis 82 ventricular fibrillation 92 virus like particle 66 Y yeast 51 Z Zoster vaccine 35


ตัวอย่างข้อมูลวัคซีน ในประเทศไทย


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 139 * Trademark PREVNAR 13 ADMINISTRATED AS A SINGLE DOSE TO ADULTS 18 YEARS AND OLDER RECOGNIZE THE RISK FACTORS FOR PNEUMOCOCCAL PNEUMONIA AND INVASIVE PNEUMOCOCCAL DISEASE HELP PREVENT WITH PREVNAR 13 WITH THE PROVEN PROTECTION OF PREVNAR 13 PNEUMOCOCCAL PNEUMONIA PREVENT HELP


140 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร THINK PREVENTION Prevnar 13 is indicated for active immunization of adults 18 years of age and older for the prevention of pneumococcal disease (including pneumonia and invasive disease) caused by Streptococcus pneumoniae serotypes 1, 3, 4, 5, 6A, 6B, 7F, 9V, 14, 18C, 19A, 19F and 23F. PNEUMONIA BACTERAEMIC PNEUMONIA MENINGITIS The pneumococcal vaccine for adults that available in a CONJUGATION form. PREVNAR13 Prevnar 13 is administered as a single dose to adults 18 years and older For intramuscular injection only Prevnar 13 is also indicated for active immunization of Infants and Children Aged 6 Weeks to 17 Years for the prevention of invasive disease, pneumonia and AOM caused by Streptococcus pneumoniae serotypes 1, 3, 4, 5, 6A, 6B, 7F, 9V, 14, 18C, 19A, 19F and 23F. BACTEREMIA


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 141 PNEUMOCOCCAL PNEUMONIA AND OTHER INVASIVE PNEUMOCOCCAL DISEASE ARE SERIOUS BUT POTENTIALLY PREVENTABLE CONDITIONS 50 years or older Also INCREASED RISK If they are 18 years or older with a RISK factor RISK factor1,2 Lifestyle Smoker Anyone is at INCREASED RISK if they are • • Alcoholism Residence in nursing home or long-term care facility • Medical Conditions Chronic Lung disease (including Asthma) • • Chronic Heart Disease • Diabetes • Chronic Kidney Disease • Chronic Liver Disease • Cancer Immunosuppressive drug/ conditions (e.g. transplants, HIV) • Age1,2 Age1,2


142 คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร Polysaccharide vaccines IMMUNE RESPONSE TO A PURE POLYSACCHARIDE VACCINE IS TYPICALLY T-CELL-INDEPENDENT • B cells predominantly produce IgM antibodies • N memory B cells (anamnestic or booster response) • Poor or absent immunogenicity in infants less than 24 months of age and failure to induce immunological memory at any age PREVNAR13 A PNEUMOCOCCAL CONJUGATE VACCINE WITH 1 ENHANCED ANTIBODY RESPONSE Conjugate polysaccharide vaccines PROTEIN CONJUGATION CHANGES THE IMMUNE RESPONSE TO T-CELL-DEPENDENT B-CELL B-CELL B-CELL B-cells stimulated Conjugated polysaccharides Carrier peptide bound to MHCII T-cell receptor B-cell receptor antibodies (IgM) antibodies (IgG) Polysaccharides Proliferation and differentiation signals B-CELL T-HELPER CELL PLASMA CELL MEMORY B-CELL B-CELL B-cells stimulated by conjugated antibodies (IgM) and present the protein carrier antigen carrier protein antigen in a linked fashion B-cells proliferate and differentiate into long-lived plasma cells and memory B-cells, which produce • B-cells proliferation and differentiation into long-lived B cells called plasma cells and memory B cells • Produce antibodies of several isotypes included IgG • Indicated for active immunization in infants, adolescents and Adults by polysaccharides


คู่มือความรู้เรื่องวัคซีนส�ำหรับเภสัชกร 143 0 100 90 80 70 60 50 40 30 20 10 PRIMARY ENDPOINT of VT pneumococcal CAP p=0.0006 p=0.0067 p=0.0005 46% 45% 75% SECONDARY ENDPOINT VT nonbacteraemic/noninvasive pneumococcal CAP SECONDARY ENDPOINT episode of VT IPD DEMONSTRATED IPD AND PNEUMOCOCCAL CAP PROTECTION IN ADULTS >65 YEARS PREVNAR13 DEMONSTRATED STATISTICALLY SIGNIFICANT VACCINE EFFICACY IN PREVENTING VACCINE-TYPE IPD AND PNEUMOCOCCAL CAP1 * KEEP THE RISK FACTORS IPD AND PNEUMOCOCCAL CAP WITH PREVNAR13. Streptococcus pneumonia PCV 13 PPSV 23 PCV 13 PPSV 23 PCV 13 PPSV 23 PPSV 23 65 PCV 13 CAP: Community-acquired pneumonia, VT: Vaccine Type, IPD: Invasive pneumococcal disease * A large-scale randomized double-blind, placebo controlled study (Community-Acquired Pneumonia Immunization Trial in Adults–CAPiTA) in the Netherlands. 84,496 subjects, 65 years and older received a single vaccination of either Prevnar 13 or placebo in a 1:1 randomization Streptococcus pneumoniae † †


Click to View FlipBook Version