The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

๑. รายงานผลการอบรมหลักสูตรตรวจสอบภายใน รุ่นที่ ๑๖

ระหว่างวันที่ ๑๒ ถึง ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๖

จัดทำ โดย นางสาวพัชราภรณ์ มหาชานนท์ นักวิชวิาการตรวจสอบภายในปฏิบัติการ หน่วยตรวจสอบภายใน สังกัดเทศบาลตำ บลฆ้องชัยชัพัฒนา รายงาน ผลการเข้ารับการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรม “หลักสูตรนักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่น ๑๖”


1 รายงานผลการเข้ารับการฝึกอบรม _________________ ข้อมูลผู้เข้ารับการฝึกอบรม 1. นางสาวพัชราภรณ์ มหาชานนท์ ตำแหน่ง นักวิชาการตรวจสอบภายใน ระดับปฏิบัติการ 2. หน่วยตรวจสอบภายใน สังกัดเทศบาลตำบลฆ้องชัยพัฒนา 3. โครงการฝึกอบรม “หลักสูตรนักวิชาการตรวจสอบภายใน รุ่น 16” 4. ระหว่างวันที่ 12 – 30 มิถุนายน 2566 5. ณ โรงแรมแกรนด์ทาวเวอร์อินน์ ถนนพระรามหก แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 6. จัดโดย สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 7. วิทยากรโดย 1. อาจารย์ สุรศักดิ์ แป้นงาม วิชา การปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ อปท. จำนวน 3 ชั่วโมง 2. ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ วิชา บทบาทหน้าที่ของ อปท. ตามกฎหมายกระจายอำนาจ จำนวน 3 ชั่วโมง 3. อาจารย์ ชัยยุทธ ถาวรานุรักษ์ วิชา การพัฒนาบุคลิกภาพ การสมาคมและศิลปะการพูดในชุมชน จำนวน 3 ชั่วโมง 4. อาจารย์ บุรณี แพรโรจน์ วิชา ความก้าวหน้าสิทธิประโยชน์ของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง 5. อาจารย์ ชรินทร์ สัจจามั่น วิชา ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 ชั่วโมง 6. อาจารย์ พรทิพย์ น้อมนำทรัพย์ วิชา แนวทางการตรวจสอบการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง 7. อาจารย์ กมลกาจ รุ่งปิ่น วิชา แผนพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง 8. อาจารย์ มารุต ปรียากร วิชา การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแนวทางการ ประเมินความเสี่ยง จำนวน 6 ชั่วโมง 9. อาจารย์ ชบาไพร ชุนถนอม วิชา หลักเกณฑ์การเสริมสร้างคุณภาพงานตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในเพื่อ การวางแผน การตรวจสอบและการปฏิบัติงาน จำนวน 3 ชั่วโมง วิชา วินัยการเงินการคลังของรัฐกับงาน อปท. จำนวน 3 ชั่วโมง 10. ชมรมผู้ตรวจสอบภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิชา ประสบการณ์ในการดำเนินงานและแนวทางแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติติงาน หน่วยตรวจสอบภายใน จำนวน 3 ชั่วโมง


2 11. อาจารย์ นิพนธ์ คชกาญจน์ วิชา หลักคิดจิตอาสา จำนวน 3 ชั่วโมง 12. อาจารย์ พรพิชา พานแก้ว อาจารย์ รุ่งรัตน์ ฉินนะโสต วิชา แนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบ การจัดทำกระดาษทำการ การเขียน รายงานผลการตรวจสอบและการติดตามประเมินผล ฝึกปฏิบัติจำนวน 6 ชั่วโมง 13. อาจารย์ อรัญญา วัฒนเศรษฐานันท์ วิชา การตรวจสอบด้านการคลัง การบัญชี การเงิน การพัสดุองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และเทคนิคการเขียนรายงานการตรวจสอบและติดตามผลการปฏิบัติงาน จำนวน 6 ชั่วโมง 14. อาจารย์ เอ็นดู โชติกุล วิชา การรับเงิน การจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงิน ของ อปท. และค่าใช้จ่ายในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการ เบิกจ่ายค่าเครื่องแต่งกายค่าใช้จ่ายในการบริหารงานของ อปท. จำนวน 6 ชั่วโมง 15. อาจารย์ วิภา ธูสรานนท์ วิชา การเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงาน การจัดกิจกรรมสาธารณะการส่งเสริมกีฬา การแข่งขันกีฬา จำนวน 3 ชั่วโมง วิชา การใช้จ่ายเงินในการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง 14. อาจารย์ ศิลิกา การดี วิชา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของ อปท. จำนวน 6 ชั่วโมง 16. กรมบัญชีกลาง วิชา การปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ของ อปท. จำนวน 3 ชั่วโมง 17. อาจารย์ คณิตา ราษฎ์นุ้ย วิชา การจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ และแนวทางการขอรับ งบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ (อปท.) จำนวน 3 ชั่วโมง 18. อาจารย์ นรภัทร เดโชพยัตชัย (ปปช.) วิชา การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการ จำนวน 3 ชั่วโมง 19. อาจารย์ ชัชวาล สังขดิษฐ์ วิชา การตรวจสอบและข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 3 ชั่วโมง 20. อาจารย์ ชวพงศธร ไวสาริกรรม วิชา ทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคคลกร ภาครัฐ (Digital Literacy) จำนวน 3 ชั่วโมง


3 21. อาจารย์ พรทิพย์ น้อมนำทรัพย์ วิชา การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามระเบียบและหนังสือสั่งการของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรณีศึกษาเงินขาดบัญชีและเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต จำนวน 6 ชั่วโมง 22. อาจารย์ อาทิตยา พยาบาล วิชา การเบิกจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ค่าใช้จ่ายในการ ฝึกอบรม การจัดทำประกันภัยทรัพย์สิน การใช้และรักษารถยนต์ของ อปท. จำนวน 9 ชั่วโมง 23. อาจารย์ ลลิตา ปกรณ์กาญจน์ วิชา แนวทางการตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ ของ อปท. (e-LAAS) จำนวน 9 ชั่วโมง สรุปผลการฝึกอบรม 1. การฝึกอบรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ 1.1 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1.2 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเชี่ยวชาญในหลักวิชาพื้นฐานเฉพาะตำแหน่ง กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี การควบคุมภายใน ได้อย่างถูกต้องตามกระทรวงการคลังกำหนด 1.3 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. เนื้อหา และวิชาของหลักสูตรการฝึกอบรม สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ วันที่ 12 มิถุนายน 2566 เวลา 13.30 – 16.00 น. ลงทะเบียน/แนะนำหลักสูตร วันที่ 13 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ สุรศักดิ์ แป้นงาม วิชา การปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ อปท. จำนวน 3 ชั่วโมง การบริหารงบประมาณและการเงิน การคลังท้องถิ่น อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่งบประมาณ เจ้าหน้าที่งบประมาณ หมายความว่า ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาลและปลัดองค์การ บริหารส่วนตำบล ข้อ ๘ ให้เจ้าหน้าที่งบประมาณมีอำนาจหน้าที่จัดทำงบประมาณกับปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบนี้และให้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับงานงบประมาณ ดังต่อไปนี้ด้วย (๑) เรียกให้หน่วยงานต่าง ๆ เสนอประมาณการรายรับและรายจ่ายตามแบบ และหลักเกณฑ์พร้อมด้วย รายละเอียดที่กำหนดตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือหนังสือสั่งการกระทรวงมหาดไทย


4 (๒) วิเคราะห์งบประมาณและการจ่ายเงินของหน่วยงานต่างๆ (๓) สั่งการ ควบคุม กำกับ ดูแล เจ้าหน้าที่จัดทำเอกสารงบประมาณ และรวบรวมเป็น ร่างงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ลักษณะของงบประมาณ (๑) รายจ่ายประจำ ประกอบด้วย (ก) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ (ข) หมวดค่าจ้างชั่วคราว (ค) หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุ (ง) หมวดค่าสาธารณูปโภค (จ) หมวดเงินอุดหนุน (ฉ) หมวดรายจ่ายอื่น (๒) รายจ่ายเพื่อการลงทุน ประกอบด้วย หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้างรายละเอียดประเภท รายจ่ายงบกลาง หมวดรายจ่ายต่างๆ และเงินนอกงบประมาณ ให้เป็นไปตามที่กรมการปกครองกำหนด


5 วันที่ 13 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ วิชา บทบาทหน้าที่ของ อปท. ตามกฎหมายกระจายอำนาจ จำนวน 3 ชั่วโมง บทบาท อำนาจหน้าที่ของ อปท. ตามกฎหมายกระจายอำนาจ มาตรา 250 รัฐธรรมนูญ 2560 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่และอำนาจดูแลและจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะเพื่อ ประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษา ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะใดที่สมควรให้เป็นหน้าที่และอำนาจโดยเฉพาะของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละรูปแบบ หรือให้องค์กรปกครองส่วนท้อถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการใด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติซึ่งต้องสอดคล้องกับรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคสี่ และ กฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่วกับกลไกและขั้นตอนในการกระจายหน้าที่และอำนาจ ตลอดจน งบประมาณและบุคลากรที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจดังกล่าวของส่วนราชการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ด้วย


6


7 วันที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ ชัยยุทธ ถาวรานุรักษ์ วิชา การพัฒนาบุคลิกภาพ การสมาคมและศิลปะการพูดในชุมชน จำนวน 3 ชั่วโมง เทคนิคการสื่อและการพัฒนาบุคลิกภาพ


8 วันที่ 14 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารย์ บุรณี แพรโรจน์ วิชา ความก้าวหน้าสิทธิประโยชน์ของข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง เส้นทางความก้าวหน้าและสิทธิประโยชน์ของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น


9 วันที่ 15 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ ชรินทร์ สัจจามั่น วิชา ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 ชั่วโมง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นดิน และให้หมายความรวมถึงพื้นที่ที่เป็นภูเขาหรือที่มีน้ำด้วย “สิ่งปลูกสร้าง” หมายความว่า โรงเรือน อาคาร ตึก หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ที่บุคคลอาจเข้าอยู่อาศัย หรือใช้สอยได้ หรือที่ใช้เป็นที่เก็บสินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรม และให้หมายความรวมถึง ห้องชุดหรือแพที่บุคคลอาจใช้อยู่อาศัยได้หรือที่มีไว้เพื่อหาผลประโยชน์ด้วย “ห้องชุด” หมายความว่า ห้องชุดตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดที่ได้ออกหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด แล้ว


10 วันที่ 15 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารย์ พรทิพย์ น้อมนำทรัพย์ วิชา แนวทางการตรวจสอบการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง หลักการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ของ อปท. ระเบียบ มท.ว่าด้วยเงินรายได้และการจ่ายเงินของสถานศึกษาสังกัด อปท. พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “แผนปฏิบัติการประจำปี” หมายความว่า แผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาที่ใช้ปฏิบัติการประจำปี งบประมาณนั้น ๆ ข้อ ๑๑ เงินรายได้ที่สถานศึกษาได้รับให้ใช้จ่ายตามกิจการของสถานศึกษา o ให้จัดทำเป็นโครงการหรือกิจกรรม บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณของ สถานศึกษา o โดยผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการ o และให้หัวหน้าสถานศึกษาประกาศใช้แผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณของสถานศึกษา


11 ระเบียบ มท.ว่าด้วยเงินรายได้และการจ่ายเงินของสถานศึกษาสังกัด อปท. พ.ศ.๒๔๖๒ ข้อ 10 อปท. ที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเป็นค่าอาหารกลางวันเงิน รายหัวนักเรียนและเงินพัฒนาการ จัดการศึกษา และเงินอื่นที่ อปท.ให้สถานศึกษาตามข้อ ๖(๑) ให้ตั้งงบประมาณโดยตราเป็นข้อบัญญัติหรือเทศ บัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แล้วแต่กรณี ไว้ในงบดำเนินงาน หมวด ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ รายการค่าใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้า ลักษณะรายจ่ายหมวดอื่น ๆ โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการบริหารสถานศึกษา เว้นแต่ กรณีที่มีการกำหนดให้ งบประมาณรายการนั้น ไม่ต้องตราเป็นข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง เมื่อข้อบัญญัติเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ตามวรรคหนึ่ง ประกาศใช้แล้ว ให้เบิกจ่ายเพื่อโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของสถานศึกษา โดยคำนึงถึงสถานะทางการเงินการ คลังของ อปท.


12 วันที่ 15 มิถุนายน 2566 เวลา 16.00 – 19.00 น. อาจารย์ กมลกาจ รุ่งปิ่น วิชา แผนพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง แนวทางการดำเนินงานตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย หนังสือกระทรวงมหาดไทย ฉบับล่าสุดมท 0810.3/ว6086 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2565 กระทรวงมหาดไทย พิจารณาแล้ว เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดทำงบประมาณรายจ่าย ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการโครงการพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประชาชน เห็นควรอาศัยอำนาจตามข้อ 5 แห่งระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนา ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดแนวทางการปฏิบัติใช้แผนพัฒนาท้องถิ่น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจัดทำบริการสาธารณะหรือกิจกรรมสาธารณะตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม


13 .


14 วันที่ 16 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. อาจารย์ มารุต ปรียากร วิชา การบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแนวทางการประเมินความเสี่ยง จำนวน 6 ชั่วโมง การบริหารจัดการความเสี่ยง ตามหลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยง สำหรับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2562 หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2562 หนังสือกระทรวงการคลังที่ กค 0409.4/ว23 ลว 19 มีนาคม 2562 - มาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ - หลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับหน่วยงานของรัฐ มาตรฐานการบริหารจัดการความเสี่ยงฯ - ต้องจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างน้อยปีละครั้งและต้องมีการสื่อสารแผนบริหารจัดการความ เสี่ยงกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย - ต้องมีการติดตามประเมินผลการบริหารจัดการความเสี่ยงและทบทวนแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง อย่างสม่ำเสมอ - ต้องมีการรายงานการบริหารจัดการความเสี่ยงของหน่วยงานต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถพิจารณานำ เครื่องมือการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับหน่วยงาน เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงของ หน่วยงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หลักเกณฑ์ปฏิบัติการบริหารจัดการความเสี่ยงฯ - จัดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยใช้มาตรฐานกระทรวงการคลังถือปฏิบัติตามคู่มือหรือแนวทาง ปฏิบัติที่กระทวงการคลังกำหนดและสามารถนำคู่มือหรือแนวทางอื่นมาประยุกต์ใช้กับหน่วยงานได้ - จัดให้มีผู้รับผิดชอบ ซึ่งต้องประกอบด้วยฝ่ายบริหาร และบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ จัดทำยุทธศาสตร์และการบริหารจัดการความเสี่ยง ทั้งนี้ ไม่ควรเป็นผู้ตรวจสอบภายในผู้รับผิดชอบมีหน้าที่ ดังนี้ (๑)จัดทำแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง (๒) ติดตามประเมินผลการบริหารจัดการความเสี่ยง (๓)จัดทำรายงานผลตามแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง (4)พิจารณาทบทวนแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง - จัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ - กำกับดูแลฝ่ายบริหาร ผู้รับผิดชอบ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เป็นไป ตามแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่กำหนดไว้ - ติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่องในระหว่างการปฏิบัติงานหรือติดตามประเมินผลเป็นรายครั้งหรือใช้ทั้ง สองวิธีร่วมกัน กรณีพบข้อบกพร่องที่มีสาระสำคัญให้รายงานทันที


15 - จัดทำรายงนเสนอเพื่อพิจารณาอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง - สามารถกำหนดนโยบาย วิธีการ และระยะเวลาการรายงานการบริหารจัดการความเสี่ยง - กรมปัญชีกลางขอให้หน่วยงานของรัฐ จัดส่งรายงานและรายงานุผลการบริหารจัดการความเสี่ยง หรือ ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง ให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวดำเนินการตาม รูปแบบ วิธีการ และระยะเวลาที่กรมบัญชีกลางกำหนด กรณีไม่สามารถปฏิบัติได้ให้ขอทำความตกลงกับ กระทรวงการคลัง


16 วันที่ 17 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ ชบาไพร ชุนถนอม วิชา หลักเกณฑ์การเสริมสร้างคุณภาพงานตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในเพื่อการวางแผน การตรวจสอบและการปฏิบัติงาน จำนวน 3 ชั่วโมง หลักเกณฑ์การเสริมสร้างคุณภาพงานตรวจสอบภายใน การควบคุมภายในเพื่อการวางแผนการตรวจสอบ และการปฏิบัติงาน พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑มาตรา ๔ หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า (๑) ส่วนราชการ (๒) รัฐวิสาหกิจ (๓) หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์การอัยการ (4) องค์การมหาชน (5) ทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล (๖) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๗) หน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๙ ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มี - การตรวจสอบภายใน - การควบคุมภายใน - การบริหารจัดการความเสี่ยง โดยให้ถือปฏิบัติตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด


17


18


19 วันที่ 17 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารย์ ชบาไพร ชุนถนอม วิชา วินัยการเงินการคลังของรัฐกับงาน อปท. จำนวน 3 ชั่วโมง วินัยการเงินการคลังของรัฐกับงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมี เสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความ เป็นธรรมแก่สังคม กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการ ทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงิน นอกงบประมาณการบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ หมวดที่ ๑ บททั่วไป หมวดที่ ๒ นโยบายการเงินการคลัง ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ ส่วนที่ 2 การดำเนินการทางการคลังและงบประมาณ หมวดที่ ๓ วินัยการเงินการคลัง ส่วนที่ ๑ รายได้ ส่วนที่ ๒ รายจ่าย ส่วนที่ ๓ การจัดให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินและการบริหารทรัพย์สินของรัฐ ส่วนที่ ๔ การก่อหนี้และการบริหารหนี้ ส่วนที่ ๕ เงินนอกงบประมาณและทุนหมุนเวียน ส่วนที่ ๖ การคลังท้องถิ่น หมวด ๔ การบัญชี การรายงาน และการตรวจสอบ หมวด ๕ การตรวจเงินแผ่นดิน บทเฉพาะกาล พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔ หน่วยงานของรัฐ หมายความว่า (๑) ส่วนราชการ (๒) รัฐวิสาหกิจ (๓) หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และ องค์การอัยการ (๔) องค์การมหาชน (๕) ทุนหมุนเวียนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล (๖) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (๗) หน่วยงานอื่นของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด


20 พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ส่วนที่ ๖ การคลังท้องถิ่น มาตรา ๖๔ อปท. ต้องจัดเก็บรายได้ให้เพียงพอในการจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ ใน กรณีที่ยังไม่สามารถจัดเก็บรายได้ให้เพียงพอกับการดำเนินการ ให้รัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุน อปท. เท่าที่ จำเป็นและเหมาะสมไปพลางก่อน มาตรา ๖๕ การจัดทำงบประมาณ การใช้จ่าย การก่อหนี้ผูกพัน และการบริหารทรัพย์สินของ อปท. ต้อง ทำอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ โดยต้องพิจารณาผลสัมฤทธิ์ ความคุ้มค่า ความประหยัด และภาระทางการคลังที่ จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย มาตรา ๖๖ การจัดทำงบประมาณประจำปีของ อปท. ให้พิจารณาฐานะการคลังของอปท. ความจำเป็นที่ ต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนั้นโดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง อปท. และพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๖๗ การก่อหนี้ของ อปท. ตามอำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งอปท. นั้น ถ้าเป็นการกู้ เงินหรือการออกพันธบัตร ให้อยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่ได้กำหนดขึ้น ตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะด้วย การกู้เงินของ อปท. ที่เป็นการกู้เงินจากต่างประเทศหรือกู้เป็นเงินตราต่างประเทศ ต้องได้รับความ เห็นชอบจากรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีก่อนด้วย พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ หมวด 4 การบัญชี การรายงาน และการตรวจสอบ มาตรา ๖๘ ให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ ให้ หน่วยงานของรัฐที่มิใช่รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียน มาตรา ๖๙ ให้หน่วยงานของรัฐจัดให้มีผู้ทำบัญชีตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติที่กระทรวงการคลังกำหนด เพื่อจัดทำบัญชีและรายงานการเงินตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๗ ให้หน่วยงานของรัฐจัดทำรายงานการเงินประจำปีงบประมาณซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยงบ แสดงฐานะการเงิน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน ทั้งเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ และเงิน อื่นใด รวมถึงการก่อหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด และส่งให้ สตง. เพื่อตรวจสอบ ภายใน ๙0 วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ และนำส่งกระทรวงการคลังด้วย


21 วันที่ 1 8 มิถุนายน 2566 เวลา 1 9.00 – 1 2.00 น. อาจารย์ นิพนธ์ คชกาญจน์ วิชา หลักคิดจิตอาสา จำนวน 3 ชั่วโมง


22


23 วันที่ 18 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. ชมรมผู้ตรวจสอบภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิชา ประสบการณ์ในการดำเนินงานและแนวทางแก้ไขปัญหาในการปฏิบัติติงาน หน่วยตรวจสอบภายใน จำนวน 3 ชั่วโมง - แนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อเลื่อนระดับชำนาญการ ของผู้ตรวจสอบภายใน อปท. - เอกสารการประเมิน LPA ของหน่วยตรวจสอบภายใน - แบ่งปันประสบการณ์การทำงาน ปัญหาอุปสรรคที่พบระหว่างปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน เพื่อหาแนว ทางการแก้ไขปัญหาให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมรุ่นที่ 16


24


25 วันที่ 19 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. อาจารย์ พรพิชา พานแก้ว อาจารย์ รุ่งรัตน์ ฉินนะโสต วิชา แนวทางการปฏิบัติงานตรวจสอบ การจัดทำกระดาษทำการ การเขียนรายงานผลการตรวจสอบ และการติดตามประเมินผล ฝึกปฏิบัติ จำนวน 6 ชั่วโมง หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับหน่วยงาน ของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงสร้างมาตรฐานการตรวจสอบภายใน โครงสร้างมาตรฐานการตรวจสอบภายใน ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ มาตรฐานด้านคุณสมบัติและ มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน ดังนั้น เพื่อสะดวกต่อการทำความเข้าใจและนําไปใช้ตลอดจนการอ้างอิงและปรับปรุง แก้ไขต่อไป จึงกําหนดให้มีรหัสตัวเลขกำกับในแต่ละหัวข้อของมาตรฐาน พร้อมกับคำอธิบายถึงการนํามาตรฐานไป ใช้ในงานบริการด้านให้ความเชื่อมั่นและงานบริการด้านให้คำปรึกษา ดังนี้ ๑. มาตรฐานด้านคุณสมบัติ (Attribute Standards) เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงลักษณะของหน่วยงานและ บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายใน โดยเริ่มตั้งแต่รหัสมาตรฐานที่ ๑๐๐๐ เป็นต้นไป ๒. มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน (Performance Standards) เป็นมาตรฐานที่กล่าวถึงลักษณะของงาน และกระบวนการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบภายใน โดยเริ่มตั้งแต่รหัสมาตรฐานที่ ๒๐๐๐เป็นต้นไป การนํามาตรฐานไปใช้ในงานบริการด้านให้ความเชื่อมั่นและงานบริการด้านให้คำปรึกษาจะมีตัวอักษร A (Assurance Services) และ C (Consulting Services) ต่อท้ายเลขรหัสมาตรฐาน ดังนี้ ๑. งานบริการด้านให้ความเชื่อมั่นจะแทนด้วยอักษร A ต่อท้ายจากเลขรหัสมาตรฐาน เช่น ๑๐๐๐.A๑ เป็นการอธิบายถึงลักษณะงานบริการให้ความเชื่อมั่นแก่หน่วยงานของรัฐที่ต้องกำหนดไว้ในกฎบัตรและ ๑๑๓๐.A ๓ เป็นการอธิบายถึงการให้ความเชื่อมั่นต่องานที่เคยให้คําปรึกษามาก่อน เป็นต้น ๒. งานบริการด้านให้คำปรึกษาจะแทนด้วยอักษร C ต่อท้ายจากเลขรหัสมาตรฐาน เช่น ๑๐๐๐.C๑ เป็น การอธิบายถึงลักษณะงานบริการให้คำปรึกษาที่ต้องกำหนดไว้ในกฎบัตรและ ๑๒๒๐.C๑เป็นการอธิบายถึงการ ปฏิบัติงานบริการให้คำปรึกษาด้วยความระมัดระวังอย่างรอบคอบ เป็นต้น


26 ประเภทของการตรวจสอบภายใน 1. การตรวจสอบทางการเงิน 2. การตรวจสอบการดำเนินงาน 3. การตรวจสอบการบริหาร 4. การตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด 5. การตรวจสอบระบบงานสารสนเทศ 6. การตรวจสอบพิเศษ ประเภทกระดาษทำการ 1. ผู้ตรวจสอบภายในจัดทำขึ้นเอง 2. จัดทำโดยหน่วยรับตรวจ เช่น สำเนาเอกสาร สำเนารายละเอียดประกอบบัญชีแผนผังระบบงาน 3. ได้รับจากบุคคลภายนอก เช่น เอกสารการยืนยันยอด แบบสอบถาม หนังสือร้องเรียน กระดาษทำการของผู้ตรวจสอบภายใน - เป็นเอกสารที่ผู้ตรวจสอบภายในจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกรายละเอียดการทำงานประกอบด้วยข้อมูลต่าง ๆ ที่ ใช้ในการตรวจสอบ - ไม่มีรูปแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับขอบเขตการตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ - ใช้บันทึกข้อมูล สรุปผลการตรวจสอบ เป็นหลักฐานในการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบภายใน การสอบ ทาน ทบทวนงาน - เป็นประโยชน์ในการอ้างอิงภายหลัง รวมถึงอ้างอิงในการตรวจสอบครั้งต่อไป และอ้างอิงกับ บุคคลภายนอก ลักษณะของกระดาษทำการที่ดี - ความถูกต้องสมบูรณ์ - ชัดเจน เข้าใจง่าย - เรียบร้อย อ่านง่าย เป็นรูปแบบเดียวกัน - ความเพียงพอ ตรงวัตถุประสงค์ กระชับประหยัดเวลา - ในการจัดทำระหว่างการตรวจสอบ


27 วันที่ 20 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. อาจารย์ อรัญญา วัฒนเศรษฐานันท์ วิชา การตรวจสอบด้านการคลัง การบัญชี การเงิน การพัสดุองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเทคนิคการ เขียนรายงานการตรวจสอบและติดตามผลการปฏิบัติงาน จำนวน 6 ชั่วโมง แผนการตรวจสอบการคลัง การเงิน การบัญชีและการพัสดุ อปท. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ขอบเขตการตรวจสอบ - ตรวจสอบการบริหารงานและการปฏิบัติงานด้านการคลัง การเงิน การบัญชีและการพัสดุ อปท. กลุ่ม งานการเงิน บัญชี และการตรวจสอบสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด รวม 4 จังหวัด จำนวน อปท. ไม่น้อยกว่า ๑๒๐ แห่ง - ตรวจสอบการดำเนินงานด้านการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสถานศึกษาสังกัด อปท. รวม ๑๒ จังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๒๐ แห่ง - นิเทศการบริหารงานและการปฏิบัติงานจากผลการตรวจสอบด้านการคลังการเงิน การบัญชี และการ พัสดุให้กับ อปท. จำนวน ๑๒ จังหวัด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๖๒ รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลัง ของรัฐมี เสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ และจัดระบบภาษีให้เกิดความ เป็นธรรมแก่สังคม กฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการ ทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงิน นอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ เทคนิคและแนวทางการตรวจสอบ "ด้านการจัดทำงบประมาณรายจ่าย" - ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ อปท. พ.ศ. 2563 - มท 0808.2/ว 1095 ลว. 28 พ.ค. 2564 เรื่อง รูปแบบและการจำแนกประเภท รายรับ - รายจ่าย ของ อปท. - มท 0808.2/ว 2268 ลว. 5 ต.ค. 2564 เรื่อง แก้ไขคำผิด และเพิ่มเติมข้อความรูปแบบการจำแนก ประเภทรายรับ - รายจ่ายของ อปท. - กฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และหนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง เอกสารประกอบการตรวจสอบ - ข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย - บัญชีโอนงบประมาณรายจ่าย - ประกาศรายงานการรับ - จ่ายเงิน


28 การสรุปผลการตรวจสอบ เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงและหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้ระหว่างการตรวจสอบ เพื่อสรุปหาข้อตรวจพบทั้งด้าน ดี ปัญหา และรายงานให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ (ภายใต้วัตถุประสงค์การตรวจสอบ) - มีความสำคัญควรค่าแก่การรายงาน ทั้งด้านดีและข้อบกพร่องมีผลกระทบต่อผลสำเร็จของงานอย่างมี สาระสำคัญ - มีหลักฐานชัดเจนและรับฟังได้ ต้องชี้ให้เห็นข้อเท็จจริง - พบอะไร - สภาพที่เกิดเป็นอย่างไร - สิ่งที่ควรจะเป็น - ข้อเสนอแนะ การรายงานผลการตรวจสอบต่อผู้บริหารท้องถิ่น หลักเกณฑ์กระทรวงการคลังว่าด้วยมาตรฐานและหลักเกณฑ์การปฏิบัติการตรวจสอบภายในสำหรับ หน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 17 ให้หน่วยงานตรวจสอบภายในของหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้ (6.1) จัดทำและเสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและคณะกรรมการตรวจสอบ ภายในเวลาอันสมควรและไม่เกิน 2 เดือนนับนับถัดจากวันตรวจสอบแล้วเสร็จ กรณีเรื่องที่ตรวจพบเป็นเรื่องที่ จะมีผลเสียหายต่อทางราชการให้รายงานผลการตรวจสอบทันที (6.2) รายงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการความเสี่ยง และการควบคุมภายใน อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ประกอบด้วย - ความเสี่ยงที่สำคัญเกี่ยวกับการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ - ความเห็นเกี่ยวกับประสิทธิผลของการบริหารจัดการความเสี่ยง การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการ ทุจริต ระบบการร้องเรียนของหน่วยงาน การติดตามผล เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน และเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะแสดงถึง คุณภาพและประสิทธิผลของงานตรวจว่าผู้รับการตรวจและผู้บริหาร ได้ปฏิบัติตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการ ตรวจสอบหรือไม่ ข้อตรวจพบได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม แนวทางการติดตามผล 1. กำหนดวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสม 2. กำหนดการติดตามรายงานผลการปฏิบัติงานในปีก่อน ไว้ในแผนการตรวจสอบปีปัจจุบัน 3. ติดตามความคืบหน้าในการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องเป็นระยะ ๆ หากมีปัญหาควรเข้าไปให้ คำแนะนำเพื่อให้การปฏิบัติถูกต้อง 4. ผู้ตรวจสอบภายในควรมีส่วนร่วมกับผู้บริหารของหน่วยงานในการกำหนดมาตรการป้องกันความ ผิดพลาด ข้อบกพร่องที่จะเกิดขึ้น รวมถึงแนะนำวิธีการแก้ไข 5. มีการประเมินประสิทธิภาพการปฏิบัติงานโดยหน่วยงานผู้รับตรวจ


29 วันที่ 21 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. อาจารย์ เอ็นดู โชติกุล วิชา การรับเงิน การจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงิน ของ อปท. และค่าใช้จ่ายใน การบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการเบิกจ่ายค่าเครื่องแต่งกายค่าใช้จ่ายในการ บริหารงานของ อปท. จำนวน 6 ชั่วโมง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงิน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561


30 ข้อ 4 ให้ ปมท.รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์ และ วิธีปฏิบัติ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ กรณีที่ อปท.ไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้ให้ขอทำความตกลงกับ ปมท.ก่อนการปฏิบัติปมท. อาจ มอบอำนาจตามวรรคสองให้ สถ. หรือ ผวจ.ก็ได้ คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 1268/2563 ลงวันที่ 19 พฤษกาคม 2563 ปมท. ได้มอบอำนาจตาม ระเบียบ ข้อ 4 ให้ ผวจ.แต่ต้องขอทำความตกลง "ก่อนการปฏิบัติ" ข้อ 7 บรรดาเงินที่ อปท. ได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ ให้นำส่งเป็นเงินรายได้ทั้งสิ้น ห้ามมิให้กันไว้เป็น "เงินฝาก" หรือ "เงินนอกงบประมาณ"เว้นแต่ จะมี กม. ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือสั่งการ มท. กำหนดไว้ เป็นอย่างอื่น ความในวรรค 1 ไม่ใช้บังคับในกรณีที่มีผู้อุทิศให้แก่ อปท. เป็นการเฉพาะเจาะจงว่าให้กระทำการอย่างใด อย่างหนึ่ง หรือ ในกรณี ที่ อปท.จัดหารายได้ขึ้นเป็นครั้งคราว ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ เพื่อใช้จ่ายในกิจการ อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ เงินรายได้ที่ อปท. จัดหาขึ้นเป็นครั้งคราว หรือ เงินที่มีผู้อุทิศให้ตามวรรค 2 ถ้าไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่าง อื่น หากมีเงินเหลือจ่าย หรือหมดความจำเป็นต้องใช้จ่ายแล้ว ให้นำส่งเป็นรายได้ของ อปท. ข้อ 67 อปท. จะจ่ายเงิน หรือ ก่อหนี้ผูกพัน ได้แต่เฉพาะที่ กม.ระเบียบ ข้อบังคับ หรือ นส.สั่งการ ที่ มท.กำหนด ไว้"การจ่ายเงิน" กรณีที่ งป.รายจ่ายประจำปี ออกใช้ไม่ทัน ให้ใช้ งป. รายจ่ายประจำปีที่ล่วงแล้วไปพลางก่อน โดย ให้นำเงิน งป. รายจ่าย เพิ่มเติม และ ที่ได้มีการโอนเพิ่ม หรือ โอนลด รวมเข้าไปด้วยโดยให้เบิกได้เฉพาะรายจ่าย (1) งบกลาง (2) งบบุคลากร (3) งบดำเนินงาน (4) งบเงินอุดหนุน ที่จ่ายจากเงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาลเช่น อาหารกลางวัน (ตามระเบียบ มท. ว่าด้วยวิธีการงบประมาณฯ 2563 ข้อ 6) ข้อ ๓๗ การถอน เงินฝาก ธนาคาร (จ่ายเช็ค) การถอนเงินฝากธนาคารของ อปท. หรือ หน่วยงานที่ได้แยกไปทำการรับจ่ายและเก็บรักษาเงิน ให้ อปท. แจ้งเงื่อนไขการสั่งจ่ายต่อธนาคาร โดยให้ผู้มีอำนาจลงนามสั่งง่ายเงินร่วมกันอย่างน้อย 3 คนในจำนวนนี้ให้มี ผู้บริหารท้องถิ่น และ ปลัด อปท. ลงนามสั่งจ่ายด้วยทุกครั้ง และให้ ผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายให้ ผู้ช่วยผู้บริหาร ท้องถิ่นหรือ ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าหัวหน้าหน่วยงานอีก 1 คน และให้มอบหมาย ผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่า หัวหน้าหน่วยงานเพิ่มอีก 1 คนในกรณีที่ไม่มีผู้บริหารท้องถิ่น เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อถอนเงินฝากร่วมกัน การถอนเงินฝากของหน่วยงานที่มีงบประมาณเฉพาะการหรือ หน่วยงานที่ได้แยกออกไปทำการรับจ่าย และเก็บรักษาเงินผู้บริหารท้องถิ่น อาจแต่งตั้ง หัวหน้าหน่วยงานนั้น และ พนักงานส่วนท้องถิ่นอีก 1 คน เป็นผู้มี อำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันถอนเงินฝากของหน่วยงานนั้น ข้อ 68 การจ่ายเงินให้แก่ "เจ้าหนี้" หรือ "ผู้มีสิทธิ" ให้จ่าย เป็นเช็ค กรณีจำเป็นที่ไม่อาจจ่ายเป็นเช็คได้ ให้จัดทำ ใบถอนเงินฝากธนาคารเพื่อให้ธนาคารออก "ตั๋วแลกเงิน" สั่งจ่ายให้"เจ้าหนี้" หรือ "ผู้มีสิทธิ"การจ่ายเงินผ่าน ธนาคาร หรือ ด้วยวิธีอื่นใด ให้เป็นไปตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด


31 วันที่ 22 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ วิภา ธูสรานนท์ วิชา การเบิกค่าใช้จ่ายในการจัดงาน การจัดกิจกรรมสาธารณะการส่งเสริมกีฬา การแข่งขันกีฬา จำนวน 3 ชั่วโมง อำนาจหน้าที่ของ อปท. ในการการจัดงาน การจัดกิจกรรมสาธารณะ การจัดการแข่งขันกีฬา 1. บำรุงศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น ๒. บำรุงและส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร 3. การส่งเสริม การฝึก และประกอบอาชีพ 4. การส่งเสริมการท่องเที่ยว ๕. การส่งเสริมกีฬา ๖. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น ๗. การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล 8. การคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570) (หนังสือ มท. ดส. ที่ มท 0810.3/ 7467 ลว. 17 ธ.ค. 2563) 1. โครงการพัฒนา ครุภัณฑ์ เพื่อบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประชาชนได้ใช้/รับ ประโยชน์ โครงการนั้นต้องอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่น 2. การจัดทำแผนที่ภาษี การพัสดุที่เกี่ยวกับที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องอยู่ใน แผนพัฒนาท้องถิ่น 3. หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย ประเภทรายจ่ายเกี่ยวเนื่องในการปฏิบัติราชการที่ไม่เข้าลักษณะรายจ่าย หมวดอื่นๆ เฉพาะการจัดกิจกรรมสาธารณะ ต้องอยู่ในแผนพัฒนาท้องถิ่นยกเว้น งบรายจ่ายประจำ หมวด เงินเดือน และค่าจ้างประจำ หมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดค่าสาธารณูปโภค หมวดรายจ่ายอื่น หมวดค่าตอบแทน ใช้สอยและงบกลาง ไม่ต้องนำมาบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น แนวทางการดำเนินการแผนพัฒนาท้องถิ่น (หนังสือ มท. ดส. ที่ มท ๘๑๐.๓/ว ๓๘๖๙ ลว. ๖ ก.ค. ๒๕๖๔) ๖. โครงการดังต่อไปนี้ ไม่ต้องจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น - กรณีเกิดสาธารณภัย ตาม พ.ร.บ,ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๕๐ และ - การดำเนินการป้องกันเหตุที่จะเกิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ - เหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถป้องกันได้ - มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการแก้ไขจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการหรือประชาชน


32 โครงการต่างๆ ที่ต้องนำมาจัดตั้งงบประมาณด้านรายจ่าย การตั้งงบประมาณรายจ่ายให้กระทำตามที่มีกฎหมาย ระเบียบ กฎกระทรวง ข้อบังคับ หรือหนังสือสั่งการของ มท. กำหนด เช่น ๑. เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและปรับปรุงคุณภาพชีวิต เช่น การสังคมสงเคราะห์การป้องกันและ แก้ไขปัญหาอุทกภัย ฯลฯ ๒. เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างความปรองดองและสมานฉันท์ของคนในชาติ เช่นการจัดกิจกรรม กีฬา การจัดฝึกอบรม ประชุม ชี้แจง สร้างจิตสำนึกอันดีงาม ฯลฯ ๓. เพื่อการจัดกิจกรรมโครงการเฉลิมพระเกียรติ และสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เช่น การประชาสัมพันธ์เชิญชวน หรืออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมาร่วมงานรัฐพิธีและพระราชพิธีต่าง ๆ สนับสนุนการดำเนินการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมโครงการ "รักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน" ฯลฯ ๔. รายจ่ายตามนโยบายของรัฐบาล เช่น การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ส่งเสริม คุณภาพชีวิตคนชรา คนพิการ พัฒนาสตรีและครอบครัว การกำจัดขยะมูลฝอยฯลฯ


33 วันที่ 22 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารย์ วิภา ธูสรานนท์ วิชา การใช้จ่ายเงินในการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 3 ชั่วโมง ระเบียบ มท. ว่าด้วยค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของ อปท. พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้ บังคับ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕"๖๐ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ มีผลใช้บังคับ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๒ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลใช้บังคับ วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๕


34


35 วันที่ 23 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. อาจารย์ ศิลิกา การดี วิชา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐของ อปท. จำนวน 6 ชั่วโมง แนวทางปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และระเบียบ กฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง วิธีการซื้อหรือจ้าง 1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป 2. วิธีคัดเลือก 3. วิธีเฉพาะเจาะจง 1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป แยกออกเป็น - วิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Market : e-Market) - วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Bidding : e-Bidding) - วิธีสอบราคา วิธีคัดเลือก เงื่อนไข มาตรา 56 (1) (ก) ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก (ข) พัสดุที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษหรือซับซ้อนหรือต้องผลิตจำหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะ หรือมีความชำนาญเป็นพิเศษหรือมีทักษะสูง และ ผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด (ค) มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้พัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้ซึ่งหากใช้วิธี ประกาศเชิญชวนทั่วไปจะทำให้ไม่ทันต่อความต้องการใช้พัสดุ (ง) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ (จ) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ (ฉ) เป็นพัสดุที่ใช้ในราชการลับ หรือเป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับของหน่วยงานของรัฐหรือที่เกี่ยวกับ ความมั่นคงของประเทศ (ช) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจ ให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่า ซ่อมได้เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้าหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (ซ) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง วิธีเฉพาะเจาะจง เงื่อนไข มาตรา 56 (2) (ก) ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือก หรือใช้วิธีคัดเลือกแล้วแต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือ ข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก (ข) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิต จำหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงินในการจัดซื้อจัด จ้างครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (ไม่เกิน 500,000 บาท)


36 (ค) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว หรือการจัดซื้อจัดจ้าง พัสดุจากผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการโดยชอบด้วยกฎหมายเพียงรายเดียวใน ประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้ (ง) มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นโดยฉุกเฉิน เนื่องจากเกิดอุบัติภัยหรือภัยธรรมชาติ หรือเกิดโรคติดต่อ อันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปหรือวิธีคัดเลือกอาจ ก่อให้เกิดความล่าช้าและอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง (จ) พัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างเป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว และมี ความจำเป็นต้องทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุนั้น โดยมูลค่าของพัสดุที่ ทำการจัดซื้อจัดจ้างเพิ่มเติมจะต้องไม่สูงกว่าพัสดุที่ได้ทำการจัดซื้อจัดจ้างไว้ก่อนแล้ว (ฉ) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของ ต่างประเทศ (ช) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่งกรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง


37 วันที่ 24 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. กรมบัญชีกลาง วิชา การปฏิบัติงานในระบบ GFMIS ของ อปท. จำนวน 3 ชั่วโมง การปฏิบัติงานในระบu New GFMIS Thaiสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานการคลังภาครัฐและสามารถใช้เป็นข้อมูลในการ ตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการคลังได้อย่างทันท่วงที


38 วันที่ 24 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารย์ คณิตา ราษฎ์นุ้ย วิชา การจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ และแนวทางการขอรับงบประมาณของหน่วยรับ งบประมาณ (อปท.) จำนวน 3 ชั่วโมง การจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจและแนวทางการขอรับงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ (อปท.)


39 วันที่ 25 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ นรภัทร เดโชพยัตชัย (ปปช.) วิชา การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการ จำนวน 3 ชั่วโมง การป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการ : กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ความหมายของคำว่า "การทุจริต" : สากล กับ ไทย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 Transparency International (TI) ให้ความหมายการทุจริตต่อ หน้าที่ว่า "การปฏิบัติหรือละเว้นให้ความหมายการทุจริตว่าการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือปฏิบัติ หรือละ "การใช้อำนาจที่ได้รับการไว้วางใจในทางที่ผิด (abuse of entrusted เว้นการปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ ที่อาจทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่งหรือหน้าที่ทั้งที่ตนมิได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น power) เพื่อประโยชน์ส่วน บุคคล" หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่ ทั้งนี้ เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือกระทำการอันเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมตาม ประมวลกฎหมายอาญาหรือตามกฎหมายอื่น"


40 วันที่ 25 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 16.00 น. อาจารย์ ชัชวาล สังขดิษฐ์ วิชา การตรวจสอบและข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จำนวน 3 ชั่วโมง การตรวจสอบและข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้เป็นองค์กร ตรวจสอบอิสระและเป็นกลาง ประกอบด้วย - คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน - ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน - สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน และเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ (ทั้งหมด ๑๑๕ มาตรา) หน้าที่และอำนาจการตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา ๔ "ตรวจเงินแผ่นดิน" - ตรวจสอบการเงิน - ตรวจการจัดเก็บรายได้ - ตรวจสอบการรับ การใช้จ่าย การใช้ประโยชน์ การเก็บรักษา และการบริหาร ซึ่งเงิน ทรัพย์สิน สิทธิ และผลประโยชน์ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรีและแบบแผน การปฏิบัติราชการ หรือไม่ - ตรวจว่าการใช้จ่ายเงินหรือการใช้ประโยชน์นั้นว่าเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ ประหยัด เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพหรือไม่ - การตรวจสอบรายงานการเงิน และแสดงความเห็นต่อผลของการตรวจสอบ - การตรวจสอบอื่นที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ กลุ่มการตรวจสอบ - ตรวจสอบการเงิน - ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ - กลุ่มตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ - กลุ่มตรวจสอบคำเนินงาน - กลุ่มตรวจสอบสืบสวน


41 วันที่ 26 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 12.00 น. อาจารย์ ชวพงศธร ไวสาริกรรม วิชา ทักษะและความสามารถด้านการใช้ดิจิทัลสำหรับข้าราชการและบุคคลกรภาครัฐ (Digital Literacy) จำนวน 3 ชั่วโมง


42 ประโยชน์ของการพัฒนา Digital Literacy ประโยชน์สำหรับข้าราชการ - ทำงานได้รวดเร็วลดข้อผิดพลาดและมีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น - มีความภาคภูมิใจในผลงานที่สามารถสร้างสรรค์ได้เอง - สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น - สามารถระบุทางเลือกและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น - สามารถบริหารจัดการงานและเวลาได้ดีมากขึ้น และช่วยสร้างสมดุลในชีวิตและการทำงาน - มีเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้และเติบโตอย่างเหมาะสม ประโยชน์สำหรับส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานได้รับการยอมรับว่ามีความทันสมัย เปิดกว้าง และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งจะช่วยดึงดูดและรักษาคน รุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง มาทำงานกับองค์กรด้วย - หน่วยงานได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชนและผู้รับบริการมากขึ้น - คนในองค์กรสามารถใช้ศักยภาพในการทำงานที่มีมูลค่าสูง (High Value Job) มากขึ้น - กระบวนการทำงานและการสื่อสารของงองค์กร กระชับขึ้น คล่องตัวมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น - หน่วยงานสามารถประหยัดทรัพยากร (งบประมาณและกำลังคน) ในการดำเนินงานได้มากขึ้น


43 วันที่ 26 มิถุนายน 2566 เวลา 13.00 – 19.00 น. อาจารย์ พรทิพย์ น้อมนำทรัพย์ วิชา การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินงบประมาณตามระเบียบและหนังสือสั่งการขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และกรณีศึกษาเงินขาดบัญชีและเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตจำนวน 6 ชั่วโมง ข้อสังเกตการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของ อปท. ตามระเบียบและหนังสือสั่งการ กรณีศึกษาเงินขาดบัญชีและ เจ้าหน้าที่รัฐทุจริต หลักการตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ของ อปท. ๑. อำนาจหน้าที่ (ตามกฎหมายจัดตั้ง) หลัก/ส่งเสริม ๒. ประโยชน์สูงสุด (ประโยชน์สาธารณะ) พิจารณาพื้นที่รับผิดชอบก่อน ๓. ข้อปฏิบัติ แนวปฏิบัติ/ข้อซักซ้อม หากไม่มีจ่ายไม่ได้ ๔. ดุลพินิจ (ชอบด้วยกฎหมาย) จำเป็น/เหมาะสมและประหยัด ๕. งบประมาณ/เงิน (มีเพียงพอที่จะเบิกจ่าย) หลักความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เป็นไปตามวิธี งบประมาณ ๖. โปร่งใส/ตรวจสอบได้ (เปิดเผย/เอกสารถูกต้อง) มีหลักฐานชี้แจง


44


45 วันที่ 27 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 19.00 น. อาจารย์ อาทิตยา พยาบาล วิชา การเบิกจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดทำประกันภัยทรัพย์สิน การใช้และรักษารถยนต์ของ อปท. จำนวน 9 ชั่วโมง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับ ที่ 4) พ.ศ. 2562 การเบิกจ่ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ข้อ 62 ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่มีสิทธิได้รับค่า เช่าบ้านข้าราชการเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพแห่งบ้าน แต่อย่างสูงไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตาม บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายระเบียบนี้ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้นั้น (1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดที่พักอาศัยให้ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด (2) มีเคหสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่ โดยไม่มีหนี้ค้าง ชำระกับสถาบันการเงิน ข้อ 7 ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปรับราชการในท้องที่ใดและไม่มีสิทธิได้รับ ค่าเช่าบ้าน ข้าราชการเพราะเหตุที่มีเคหสถานอันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองหรือคู่สมรสตามข้อ 6 (2) แม้ว่ากรรมสิทธิ์ใน เคหสถานได้โอนไปด้วยเหตุใด ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิที่จะได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการในระหว่างรับราชการในท้องที่นั้น เว้นแต่เคหสถานนั้นถูกทำลาย หรือเสียหายเนื่องจากภัยพิบัติจนไม่สามารถพักอาศัยอยู่ได้ ข้อ 12 ให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านตั้งแต่วันที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้นั้นได้เช่า อยู่จริง แต่ไม่ก่อนวันรายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่ และให้สิ้นสุดในวันที่ขาดจากอัตราเงินเดือน หรือวันที่อยู่ในข่าย หมดสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามระเบียบนี้ ถ้าผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ไปรับราชการในท้องที่อื่น ไม่สามารถออกเดินทาง ไปได้ในวันที่ส่งมอบหน้าที่ ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการต่อไปอีกไม่เกินสิบวัน นับแต่วันส่งมอบหน้าที่ เว้น แต่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ต่อไปอีกให้เบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการต่อไปได้เท่าที่ จำเป็นโดยได้รับการอนุมัติจากผู้ ออกคำสั่งแต่งตั้ง ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ข้อ ๕ สิทธิของข้าราชการสวนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในท้องที่ ที่เริ่มรับ ราชการครั้งแรกหรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่ ให้เริ่มมีสิทธิการได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ เมื่อได้รับคำสั่งให้ เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ตั้งแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 25595 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 25626


46 ข้อ 3 ให้ยกเลิกบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการส่วนท้องถิ่น ท้ายระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่า เช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าเช่า บ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 และให้ใช้บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการส่วนท้องถิ่น ท้ายระเบียบนี้แทน ข้อ 4 ให้ยกเลิกบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาท้ายระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2548 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าเช่าบ้านของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และให้ใช้บัญชีอัตราค่า เช่าบ้านสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท้ายระเบียบนี้แทน


47 วันที่ 28 มิถุนายน 2566 เวลา 07.00 – 16.00 น. ศึกษาดูงานนอกสถานที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 1 อยุธยา หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน การตรวจสอบด้านการเงิน (Financial Auditing)หมายถึง การตรวจสอบการแสดงข้อมูลทางการเงิน ของ หน่วยรับตรวจว่าเป็นไปตามแม่บทการรายงานทางการเงิน และอาจรวมถึงการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ มีผลกระทบต่อการกำหนดจำนวนเงินและการเปิดเผยข้อมูลที่มีสาระสำคัญในรายงานการเงิน การตรวจสอบรายงานการเงิน ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งรายงานการเงินให้ สตง. ภายใน ๙o วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ (มาตรา ๗๐)ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรายงาน การเงินภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ (มาตรา ๗๑)


48 วันที่ 29 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 – 16.00 น. อาจารย์ ลลิตา ปกรณ์กาญจน์ วิชา แนวทางการตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ ของ อปท. (e-LAAS) จำนวน 6 ชั่วโมง แนวทางการตรวจสอบรายงานการเงินในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) ด้านรายรับ – รายจ่าย www.laas.go.th ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 68บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐที่มิใช่ รัฐวิสาหกิจและทุนหมุนเวียนจัดทำบัญชีและรายงานการเงินตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชี ภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงินการเก็บรักษาเงิน และการ ตรวจเงินของ อปท. (ฉบับที่ 4)ข้อ 105 กำหนดให้ อปท. จัดทำบัญชีโดยระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ของ อปท. (Electronic Local Administrative Accounting System : e-LAAS) ซึ่งอย่างน้อยประกอบด้วยระบบการ ทำงาน 4 ระบบ ดังนี้ (1) ระบบงบประมาณ (2) ระบบรายรับ (3) ระบบรายจ่าย (4) ระบบบัญชี หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0808.4/ว 5912 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2561 เรื่อง การยกเลิกการ จัดทำบัญชีด้วยมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกการจัดทำบัญชีด้วยมือของ อปท.เพื่อเป็นการลดภาระการปฏิบัติงานและ การบันทึกบัญชีที่ซ้ำซ้อน โดยให้ อปท. ทุกแห่ง จัดทำบัญชีในระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ของ อปท. (e-LAAS) เพียง ระบบเดียว ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป


49


Click to View FlipBook Version