ก
คำนำ
แบบรายงานผลการปฏิบัติงานดีเด่น จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการพิจารณาขอรับการประเมิน
ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ดีเด่น โรงเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด
นครราชสีมา เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติฯ เนื่องในวันครู ประจำปี พ.ศ. 2565 ซึ่งผู้รายงาน ได้จัดทำเป็น
รูปเลม่ ตามหลักเกณฑ์ทีก่ ำหนดไว้ 2 ส่วน ดังน้ี
ส่วนท่ี 1 ขอ้ มลู ทัว่ ไปของผขู้ อรบั การประเมนิ
สว่ นท่ี 2 รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านดีเด่น ประกอบด้วย
ดา้ นท่ี 1 ด้านการปฏิบตั ิตน
ดา้ นท่ี 2 ด้านการปฏิบัตงิ าน
ดา้ นท่ี 3 ดา้ นผลการจดั การเรยี นรู้
ผู้จดั ทำหวงั เป็นอย่างยง่ิ วา่ รายงานเลม่ น้ีจะเป็นประโยชนต์ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าท่ี และใช้เป็นแนวทาง
ในการพัฒนาตนเอง พัฒนางานให้ได้มาตรฐานวชิ าชพี ต่อไป
นางสาววจิ ิตตรา ศรพี ระราม
ตำแหน่ง ครู
ผขู้ อรับการประเมนิ
สารบญั ข
เรื่อง หน้า
ปก ก
คำนำ ข
สารบัญ
ใบสมัคร 1
ผลการประเมินดา้ นท่ี 1 ด้านวินัย คณุ ธรรม จริยธรรม (ประเมินโดยผู้บรหิ ารสถานศึกษา) 1
1
ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลทว่ั ไปของผู้ขอรบั การประเมนิ 2
ส่วนท่ี 2 รายงานผลการปฏิบตั งิ านดีเด่น 3
5
ดา้ นที่ 1 ด้านการปฏบิ ตั ติ น 5
1.1 วินยั และการรกั ษาวนิ ัยของทางราชการ 13
1.2 คุณธรรม จริยธรรมสำหรบั ขา้ ราชการครู 14
1.3 การปฏบิ ัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีปฏบิ ตั ริ าชการ 15
1.4 มาตรฐานวิชาชพี ครู 16
1.5 บทบาทหนา้ ที่ในฐานะครูทด่ี ี 18
1.6 การใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น 18
1.7 การปรับตวั 19
1.8 การดำเนนิ ชวี ติ ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง 33
34
ดา้ นท่ี 2 ด้านการปฏบิ ัตงิ าน 35
2.1 การวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง และสาระการเรยี นรู้ 35
2.2 แผนการจัดการเรียนรู้ 36
2.3 การออกแบบการเรยี นรู้ 38
2.4 จดั การเรียนรู้โดยการฝึกทักษะ และกระบวนการคดิ 39
2.5 จดั การเรียนร้โู ดยการฝึกปฏบิ ตั ิ 39
2.6 จดั การเรยี นรูโ้ ดยการสรา้ งองคค์ วามรู้ 40
2.7 การวจิ ัย แกป้ ญั หาและพฒั นาผูเ้ รียน 40
2.8 การวดั และประเมินผล 41
2.9 การรายงานผลการเรยี น 42
2.10 การปลกู ฝังคุณธรรม จรยิ ธรรมใหแ้ กผ่ เู้ รยี น
2.11 การพัฒนาทักษะชีวติ สุขภาพกาย และสขุ ภาพจติ ผเู้ รยี น
2.12 การพฒั นาผู้เรยี นที่มีความต้องการพเิ ศษ
2.13 การปลกู ฝังวินยั และความเป็นประชาธปิ ไตยให้แก่ผู้เรยี น
2.14 การสร้างคา่ นยิ มทด่ี งี ามและภาคภูมิใจในความเป็นไทยใหแ้ กผ่ เู้ รยี น
สารบัญ (ต่อ) ค
เรอ่ื ง หนา้
2.15 การจดั ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรยี น 42
2.16 การพฒั นาส่อื นวตั กรรมในการจดั การเรยี นรู้ 43
2.17 การพฒั นาแหล่งเรียนร้แู ละภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ 44
2.18 การใช้และสร้างเครือข่ายทางวชิ าการ 44
2.19 งานสนับสนนุ วชิ าการ 48
2.20 โครงการหรอื กจิ กรรมพฒั นาสถานศึกษา 49
2.21 การให้ความรว่ มมอื กับผปู้ กครองและชมุ ชน 49
2.22 การนำชมุ ชนเข้ามามีสว่ นรว่ มในการจดั การเรียนรู้ 50
ดา้ นท่ี 3 ด้านผลการจัดการเรียนรู้ 50
3.1 ผู้เรียนมคี ณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลกั สูตรสถานศึกษา 50
3.2 ผูเ้ รยี นมีความเคารพในสิทธิ หน้าท่ีและศกั ดิ์ศรคี วามเป็นมนษุ ย์ 52
3.3 ผ้เู รยี นมีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนตามเป้าหมายของสถานศึกษา/ประเทศ 54
- ผลทเ่ี กิดกบั ผ้เู รยี น 55
3.4 ผู้เรยี นมที กั ษะในการเรียนรู้ 55
3.5 ผเู้ รยี นมสี ุขภาพจิตทด่ี ี 55
3.6 ผ้เู รยี นมสี ขุ ภาพกายและสขุ นสิ ยั ท่ดี ี
ภาคผนวก
• QR Code แสดงรอ่ งรอย แหล่งข้อมลู ทัง้ 3 ดา้ น
- ดา้ นการปฏิบัตติ น
- ด้านการปฏบิ ตั ิงาน
- ดา้ นผลการจดั การเรียนรู้
1
รายงานผลการปฏิบัติงานดีเดน่
สาขา ครผู สู้ อน
เพ่อื ยกยอ่ งเชดิ ชเู กียรตแิ ละรับโลเ่ กียรติยศ เนอ่ื งในวันครู ประจำปี พ.ศ. 2565
ส่วนที่ 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผู้ขอรบั การประเมิน
ชือ่ - สกุล นางสาววิจิตตรา ศรีพระราม
เกิดวนั ท่ี 28 เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. 2536 อายุ 28 ปี
สญั ชาติ ไทย เช้อื ชาติ ไทย ศาสนา พุทธ
วุฒกิ ารศกึ ษาสูงสดุ ปริญญาตรี ครศุ าสตรบณั ฑิต สาขาวิชาภาษาไทย
จาก มหาวิทยาลัยราชภฏั เลย
ตำแหน่งหนา้ ทป่ี จั จุบนั ครู คศ.1 วิทยฐานะ -
สถานทท่ี ำงาน โรงเรยี นสีคว้ิ หนองหญา้ ขาว อำเภอสคี ิว้ จังหวัดนครราชสมี า
สังกัดองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั นครราชสีมา สำนกั การศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
กรมสง่ เสริมการปกครองส่อนทอ้ งถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ตงั้ อย่เู ลขท่ี 44 หมู่ 1 ตำบลหนองหญา้ ขาว อำเภอสคี ้วิ จังหวดั นครราชสีมา 30140
วัน / เดอื น / ปี บรรจเุ ขา้ รับราชการ 2 เมษายน 2561
รวมเวลารบั ราชการ 3 ปี 7 เดือน
ปฏิบัติการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ปฏิบตั ิงานพิเศษ ฝา่ ยบรหิ ารวชิ าการ
ท่อี ยู่ 16 หมู่ 4 บ้านยางคำ ตำบลทา่ มะไฟหวาน อำเภอแกง้ คร้อ จังหวดั ชยั ภูมิ 36150
หมายเลขโทรศัพท์มอื ถอื 081 065 6900
E-mail [email protected]
ประวัตกิ ารศึกษา
ปีทเ่ี ริ่ม ปีที่ ระดับชัน้ คณุ วฒุ ทิ ี่ สถาบัน
เขา้ สำเรจ็ หรือสาขาวิชา ไดร้ ับ
2542 2547 ประถมศึกษาปที ี่ 1 – 6 ป.6 โรงเรยี นบ้านยางคำวทิ ยา
2548 2550 มัธยมศึกษาตอนตน้ ม.3 โรงเรยี นท่ามะไฟหวานวทิ ยาคม
2551 2553 มัธยมศึกษาตอนปลาย ม.6 โรงเรยี นแก้งครอ้ วทิ ยา
2554 2559 ครศุ าสตรบณั ฑติ ค.บ. 5 ปี มหาวิทยาลยั ราชภัฏเลย
2
รายงานผลการปฏบิ ัติงานดเี ดน่
สาขา ครูผสู้ อน
เพื่อยกยอ่ งเชดิ ชเู กียรตแิ ละรับโล่เกยี รติยศ เน่ืองในวันครู ประจำปี พ.ศ. 2565
สว่ นท่ี 2 รายงานผลการปฏิบตั งิ านดเี ด่น
ด้านการปฏบิ ัตติ น
1.1 วนิ ัยและการรักษาวนิ ยั ของทางราชการ
ในการปฏิบัติหน้าที่รับราชการ “คร”ู
ข้าพเจ้า นางสาววิจิตตรา ศรีพระราม ได้ประพฤติ ปฏิบัติตนตามวินัยของ
ข้าราชการครูและการรักษาวินัยของทางราชการ กล่าวคือ อยู่ในกฎหมาย
กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ และแบบธรรมเนียมที่กำหนดให้ปฏิบัติ แบบแผน
ความประพฤติที่กำหนดให้ข้าราชการควบคุมตนเอง ให้ประพฤติดี
ปฏบิ ัตดิ ี ละเวน้ การประพฤติในทางไม่ชอบไม่ควร
การปฏิบัตริ าชการ ขา้ พเจา้ มาปฏบิ ัติหนา้ ที่ ตามวนั เวลา
ราชการกำหนด รวมทั้งการเข้าร่วมประชุมโรงเรียน การอยู่เวรยาม และการปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่ได้รับ
มอบหมาย ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ราชการ เพื่อให้เกิดผลดีต่อทางราชการและโรงเรียน หรือความก้าวหน้า
แก่ราชการ ดว้ ยความอตุ สาหะ เอาใจใส่ ทง้ั ในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ
การรักษาวินัย ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตาม
คำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการ
โดยชอบด้วยกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วย
ความซื่อสัตย์สุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค
ไม่แสวงหาผลประโยชน์หรือยอมให้ผู้อื่นหา
ผลประโยชน์ รักษาความลับของทางราชการและ
โรงเรียน ไม่เปิดเผยความลับของทางราชการ
ที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย ไม่ละทิ้งและทอดทิ้ง
หน้าทร่ี าชการ อุทศิ เวลาของตนเองใหแ้ ก่ราชการ
3
ผลการปฏิบัติตนของข้าพเจ้าในด้านวนิ ัยและการรักษาวินัยของทางราชการ ประพฤติตน
ด้วยความสุจรติ ทั้งกาย วาจา ใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร
ทุ่มเท เสียสละ มุ่งประโยชน์ต่อส่วนรวม ดูแลเอาใจใส่ รักษาประโยชน์ทางราชการ รักและสามั คคีใน
หมู่คณะ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างทด่ี ี ทำให้ขา้ พเจ้าไดร้ บั ความเช่อื ถือและไวว้ างใจจากผ้บู ังคบั บัญชา และ
เพื่อนร่วมงานด้วยดีเสมอมา โดยไม่เคยกระทำผิดวินัย หรือถูกลงโทษทางวินัย ตลอดระยะเวลาของการ
ปฏิบัตริ าชการ
(เอกสารอ้างอิง : บันทึกการลงเวลาปฏิบัติราชการ ก.พ.7 สอบถามจากผู้บังคับบัญชา
หรือบุคลากรในโรงเรยี น)
1.2 คณุ ธรรม จริยธรรมสำหรบั ขา้ ราชการครู
วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่สำคัญ
และมีบทบาทมากในการพัฒนาคน และพัฒนาชาติ
วิชาชีพครู เป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
มีจิตวิญญาณมีจรรยาบรรณ ฉะนั้น ข้าพเจ้า
นางสาววิจิตตรา ศรีพระราม ซึ่งอยู่ในฐานะ “ครู”
ทเ่ี ปน็ วชิ าชพี ชัน้ สูง จงึ ต้องมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม
ในระดับสงู เช่นกัน ยิ่งสงั คมยกยอ่ งเคารพและไว้วางใจ
ต่อผู้ประกอบวิชาชีพครูมากเพียงใด ทำให้ข้าพเจ้า
ผูป้ ระกอบวชิ าชีพครู จงึ ตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตนให้เหมาะสมกบั ความเคารพเชื่อถือไว้วางใจเพยี งน้นั
ขา้ พเจา้ ได้ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มีคุณธรรม จรยิ ธรรม เพื่อการเปน็ ครูท่ปี ระกอบด้วยคณุ งามและ
ความดี ซงึ่ กระทำด้วยความสำนกึ ในจติ ใจ เช่น ความเสยี สละ มนี ำ้ ใจ ความเกรงใจ ความยตุ ิธรรม ความเหน็
อกเหน็ ใจ การมีมารยาททงี่ ดงาม ความรกั และความเมตตาตอ่ ศษิ ย์
การประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นผู้
มีคุณธรรม จริยธรรมของครู ข้าพเจ้าได้
ประพฤติ ปฏิบัติตนตามหลักของผู้ที่มีคุณธรรม
จริยธรรม มีความเมตตากรุณา คือ มีความ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานและ
สังคม มีความห่วงใยเรื่องการเรียน และความ
ปร ะพ ฤต ิของนัก เร ี ยน ด ้ว ยก า ร ไม่ น่ิ ง
ดูดาย และเต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลัง
ความสามารถ ให้ความรักความเอาใจใส่
ช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับความสุข เป็นกันเองกับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกเปิดเผยไว้วางใจ
และเป็นที่พงึ่ ของนักเรยี นได้
4
มีความยุติธรรม คือ มีความเป็นธรรมตอ่
นักเรียน และมีความเป็นกลาง ด้วยการเอาใจใส่
ต่อนักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาค ตัดสินปัญหา
ด้วยความยุติธรรม ยินดีช่วยเหลือผู้ร่วมงาน และ
นักเรียน มีความรับผิดชอบ คือ มุ่งมั่นในการ
ปฏบิ ตั งิ าน ใช้เวลาอยา่ งมคี ณุ คา่ และปฏิบัติหน้าท่ี
ครบถ้วน ด้วยการมีวิธีการที่จะปฏบิ ัติงานให้บรรลุ
วัตถุประสงค์ วางแผนการใชเ้ วลาใหเ้ หมาะสมและ
ปฏิบัติงานได้ทันเวลา ใช้เวลาคุ้มค่า และมี
ประสิทธิภาพ มีความรอบคอบระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ทุกด้าน ปฏิบัติภารกิจทุกด้านได้ครบตาม
ความสามารถ มีวินัย คือ มีวินัยในตนเอง และปฏิบัติตามกฎระเบียบ ด้วยการควบคุมตนเอง ให้ปฏิบัติตน
อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรม มีวิธีทำงานที่เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบของ
โรงเรยี นและทางราชการ ปฏิบตั ิหน้าทอ่ี ย่างเป็นข้นั ตอน มีความขยนั คอื มคี วามตง้ั ใจและมคี วามพยายาม
ด้วยการกระตือรือร้น และปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถอย่างสม่ำเสมอ ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคในการ
ทำงาน และมีความพยายามสอนนักเรียนให้บรรลุจุดมุ่งหมาย มีความอดทน คือ อดทนเมื่อเกิดอุปสรรค
มีความสามารถในการควบคมุ อารมณ์ ดว้ ยการปฏบิ ัตงิ านเต็มท่ีไม่ทิ้งขวา้ งกลางคัน ไม่โกรธง่าย และสามารถ
ควบคุมอารมณ์ตนเองได้อย่างเหมาะสม มีความประหยัด คือ รู้จักประหยัดอดออม ใช้สิ่งของคุ้มค่า ด้วย
การช่วยรักษาและใช้ของส่วนรวมอย่างประหยัด รู้จักเก็บออมทรัพย์ เพื่อความมั่นคงของฐานะ ดำรงชีวิต
อย่างพอเพียงตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีความรักและศรทั ธาในอาชีพครู คือ ข้าพเจ้าปฏิบัติ
ตนตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู โดยมีความรัก ศรัทธาและความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งความรับผิดชอบต่อ
วิชาชีพและเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กร เพื่อรักษาชื่อเสียงของตนเองและองค์กร ด้วยการสนับสนุนการ
ดำเนินงานขององค์กร เข้าร่วมกิจกรรมวิชาชีพครู ร่วมมือและส่งเสริมให้มีการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครู
ตง้ั ใจปฏิบัติหนา้ ที่ให้เกิดผลดีและเกิดผลประโยชนต์ ่อส่วนรวมเป็นสำคญั รักษาความสามัคคี และช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกนั ในหน้าทีก่ ารงาน ปกป้องและสร้างความเข้าใจอันดีต่อสงั คมเกี่ยวกับวชิ าชีพครู และมีความ
เป็นประชาธิปไตยในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิต คือ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผล
ด้วยการเปดิ โอกาสให้ผู้อ่ืนได้แสดงความคิดเห็น รับฟังข้อโต้แย้งของผูอ้ ่ืน ยอมรับและปฏิบตั ิตามความคิดที่
มีเหตุผล โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก และใช้หลักการและเหตุผลในการตัดสินใจและแก้ไข
ปัญหา
ผลการปฏิบัติตนของข้าพเจ้าในด้านคุณธรรม จริยธรรมสำหรับข้าราชการครู ซึ่งเป็น
คุณลักษณะสำคัญที่สุดในความเป็นครู เพราะเป็นสิ่งที่เกื้อกูลให้ข้าพเจ้าในฐานะ “ครู” ปฏิบัติหน้าที่ครู
ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชาหรือบุคลากรในโรงเรียน เพื่อนร่วมงาน นักเรียน
ผู้ปกครอง และชุมชน อันเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้า ได้ปฏิบัติหน้าที่ครูให้สมบูรณ์ มีความรับผิดชอบต่อศิษย์
ตอ่ ตนเอง ต่อวชิ าชีพ และต่อสงั คม
(เอกสารอ้างอิง : สอบถามจากผู้บังคับบัญชาหรือบุคลากรในโรงเรยี น เพื่อนร่วมงาน นักเรียน
ภาพกจิ กรรม)
5
1.3 การปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ระเบยี บแบบแผน หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีปฏบิ ตั ิราชการ
ข้าพเจ้า นางสาววิจิตตรา ศรีพระราม ปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน
หลักเกณฑ์ และวิธปี ฏิบตั ริ าชการ โดยเป็นบุคคลที่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย รักษาระเบียบวินัยของ
ทางราชการ ปฏิบัติตนตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ตามคำสั่งต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความเต็มใจ
และทำอย่างเต็มความสามารถ และปฏิบัติหน้าที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมและสถานศึกษา กระทำตนเป็น
แบบอย่างทดี่ ี มีหลักในการปฏบิ ัติหนา้ ที่ของครูดว้ ยความชัดเจนและมคี วามยตุ ิธรรม
ผลการปฏิบัติตนของข้าพเจ้าในด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผน
หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติราชการ เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ทำให้ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ด้วยการ
พัฒนาและเพิ่มพูนประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ เพื่อการปรับปรุง แก้ไข พัฒนาเพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์
ของงานและพฤติกรรม หรือสมรรถนะในการปฏิบัติราชการ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ยืนหยัดการกระทำใน
ส่งิ ทถ่ี ูกต้อง เปน็ ธรรม และชอบด้วยกฎหมาย จนบังเกิดผลดตี ่อทางราชการและโรงเรยี น
(เอกสารอ้างอิง : บันทึกการลงเวลาปฏิบัติราชการ ก.พ.7 สอบถามจากผู้บังคับบัญชา
หรอื บคุ ลากรในโรงเรยี น)
1.4 มาตรฐานวิชาชพี ครู
การปฏิบัติงาน ข้าพเจ้า นางสาววิจิตตรา ศรีพระราม ยึดหลักการปฏิบัติหน้าที่ “ครู”
ตามมาตรฐานวชิ าชีพครู ซึ่งมมี าตรฐานการปฏิบตั งิ าน ดังน้ี
มาตรฐานท่ี 1 ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมทางวชิ าการเก่ยี วกบั การพัฒนาวิชาชีพครูอยูเ่ สมอ
การพัฒนาวิชาชีพ ข้าพเจ้าได้ศึกษา ค้นคว้าเพื่อพัฒนาตนเอง เกี่ยวกับการจัดกิจกรรม
การเรียนสอนจากหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาตนเอง
และพัฒนาผู้เรียนในด้านความรู้ กระบวนการทำงาน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
โดยข้าพเจ้าได้เข้ารว่ มการประชุม การอบรม การสัมมนา และการประชุมปฏบิ ตั ิการ ดังนี้
6
(1) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
(กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย)
(2) โครงการ PIM Train The Trainer Program คร้งั ที่ 136 ตอน “Digital Leadership
ผูน้ ำทางการศึกษายคุ ดิจทิ ลั ”
(3) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการจากมืออาชีพสู่การเป็นครูยุคใหม่ (PIM Train The
Trainer Program) ครั้งที่ 137 ตอน “Brand Building กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์สถานศึกษาในยุค
ดิจทิ ลั ”
(4) โครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือสังกดั องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลักสูตร
ลกู เสอื ชอ่ สะอาด รุน่ ที่ 5
(5) การอบรมออนไลน์หลักสูตร การใช้งานระบบการบริหารจัดการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์
ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ เพอื่ เข้าสปู่ ระเทศไทย 4.0
(6) โครงการอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารจดั ทำแผนดีเดน่ พฒั นาการศึกษาท้องถิน่
(7) การอบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาแบบชุมชนแห่ง
การเรยี นรูท้ างวิชาชีพ”
(8) โครงการพัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โรงเรียนสังกัด
องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นครราชสมี า กลุม่ ท่ี 2
(9) อบรมโครงการเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “การใช้นวัตกรรมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทางวิชาชีพ (PLC) เพ่อื ยกระดบั คณุ ภาพผู้เรยี น และการขอมีวิทยฐานะ ว 23”
(10) อบรมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษา” โครงการ
พัฒนาระบบการประกันคณุ ภาพการศึกษา
(11) ศกึ ษา ดงู าน ตามหนว่ ยงานตา่ งๆ ทจ่ี ดั ข้นึ
จากการศกึ ษา คน้ ควา้ ประชุม อบรมเชงิ ปฏิบัตกิ าร ข้าพเจา้ ได้นำความรทู้ ี่ได้รับมาพัฒนา
วิชาชีพครู พัฒนาการจัดการเรียนการสอนของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณภาพมากข้ึน
และนำความรู้ทไี่ ดร้ บั มาเผยแพร่ ใหค้ ำแนะนำแก่คณะครทู ราบอยเู่ สมอ
7
มาตรฐานท่ี 2 ตัดสนิ ใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดกบั ผ้เู รยี น
ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน ให้เหมาะสม
กับผู้เรียนและความสามารถของผู้เรียน ในสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่
จะเกิดแก่ผู้เรียนเป็นหลัก โดยข้าพเจ้าได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอน
ทั้งแบบ On-Site คือ จัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน, On-Demand
คือ เรียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ, Online คือ เรียนผ่านอินเทอร์เน็ต
และ On-Hand คือ เรียนที่บ้านด้วยเอกสาร เช่น หนังสือ แบบฝึกหัด
ใบงาน ใหเ้ หมาะสมกับนักเรียนมากที่สดุ มกี ารบรู ณาการตวั ชวี้ ดั เพอื่ ลด
ภาระงานของนักเรียนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้ อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมุ่งพัฒนานักเรียนทั้งด้านการคิด
วิเคราะห์ สงั เคราะห์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ มีความคดิ ริเริม่ สร้างสรรค์
และสามารถนำไปบูรณาการหรือประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ โดยนักเรียนสามารถศึกษาค้นคว้าด้วย
ตนเอง สอดคล้องกับสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 นักเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิต และการใช้
เทคโนโลยีแสวงหาความรู้ โดยใช้แหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข และมีคุณธรรม ซึ่งข้าพเจ้าจะคอย
แนะนำให้คำปรกึ ษากบั นักเรยี นอย่เู สมอ
มาตรฐานท่ี 3 ม่งุ พฒั นาผเู้ รยี นใหเ้ ต็มศักยภาพ
การมุ่งพัฒนาผู้เรียน ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าท่ี
ครูอย่างเต็มความสามารถ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน
เกิดการเรียนรู้มากที่สุด ตามความถนัด ความสนใจ
ความต้องการ จากการวิเคราะห์ผู้เรียน โดยวิเคราะห์
วินิจฉัยปัญหาความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียน
ปรับเปลี่ยนวิธีการสอนที่จะให้ได้ผลดีกว่าเดิม รวมท้ัง
การส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ตามศักยภาพของ
ผู้เรียนแต่ละคนอย่างเป็นระบบ เนื่องจากนักเรียนมี
ความแตกต่างระหว่างบุคคล เมื่อวิเคราะห์ผู้เรียนเป็น
รายบุคคลแลว้ พบความสามารถที่แตกต่าง ข้าพเจ้าได้หาวิธีการพัฒนานกั เรียนทั้งกลุ่มเก่ง ปานกลาง และ
กลุ่มอ่อน โดยการมอบหมายงานให้เหมาะสมกับนักเรียน และพัฒนานักเรียนกลุ่มอ่อนโดยให้นักเรียน
กลุ่มเก่ง และกลุ่มปานกลางช่วยเหลือ โดยมีครูคอยดูแล ปรับเปลี่ยนวิธีสอนตามศักยภาพของผู้เรียน
ประเมินสภาพจริง ส่งเสริมผู้เรียนตามความถนัด โดยนักเรียนที่มีความสามารถในด้านการอ่าน
ข้าพเจ้าก็จะสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันอ่านทำนองเสนาะ นักเรียนที่มี
ความสามารถในด้านการเขียน ข้าพเจ้าก็จะสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน
8
คัดลายมือ การเขียนเรียงความ นักเรียนที่มีความสามารถในด้านการพูด ข้าพเจ้าก็จะสนับสนุนส่งเสริมให้
นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันการพูดสุนทรพจน์ เป็นต้น ส่งผลให้นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมของหน่วยงาน
ตา่ งๆ ที่จัดขนึ้ ทำใหน้ กั เรยี นได้รบั รางวลั และประสบการณอ์ นั มีคา่ จากการเขา้ ร่วมกจิ กรรม
มาตรฐานที่ 4 พฒั นาแผนการเรียนรใู้ หส้ ามารถปฏิบัติได้เกิดผลจรงิ
ข้าพเจ้าได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้
ตามองค์ประกอบ หัวเรื่อง มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด
สาระสำคัญ จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล สื่อ/แหล่ง
เรียนรู้ การบันทึกผลหลังสอน จากนั้นนำแผนการ
จัดการเรียนรู้ไปจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็น
สำคัญ โดยจัดกระบวนการเรียนการสอนตามลำดับข้ัน
ที่วางไว้ เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตาม
ธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ซึ่งแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ มีการจัดสภาพการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียน
บรรลุมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด ที่กำหนดไว้ ด้วยการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย สอดคล้องกับความถนัด
และความสนใจของผู้เรยี น ใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกปฏิบตั ิจริง ใหท้ ำได้คดิ เป็น ทำเปน็ มีการจัดหา ผลติ และเลือกใช้
สื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ อำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
และมีความรอบรู้ โดยมีวิธีการวัดและประเมินผลที่หลากหลาย เช่น การทดสอบ การประเมินสภาพจริง
การสังเกต และการตรวจผลงาน สรุปผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อนำไปปรับปรุง และส่งเสริม
การสอนของตนเอง โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั
มาตรฐานท่ี 5 พัฒนาสอื่ การเรยี นการสอนใหม้ ีประสทิ ธภิ าพอยูเ่ สมอ
ข้าพเจ้าได้จัดหา จัดทำสื่อ นวัตกรรม ที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยต้องมีความ
สอดคล้องกับเนื้อหาสาระที่สอน ศึกษาจากหนังสือ เอกสาร คู่มือต่างๆ รวมทั้งสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ที่สามารถนำมาใช้ประกอบในการจัดทำสื่อการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ เนื้อหา
สาระ ตัวชี้วัด จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งสื่อ นวัตกรรม
ที่นำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนการสอนแล้ว หากพบข้อบกพร่องข้าพเจ้าก็จะนำสื่อมาพัฒนาให้มี
ประสทิ ธภิ าพเพิ่มขน้ึ โดยปรบั ปรุงพัฒนาสือ่ การเรียนการสอน และเทคนคิ วธิ ีการตา่ งๆ เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนบรรลุ
จดุ ประสงค์ของการเรยี นรู้
นอกจากนั้นข้าพเจ้าใช้แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง และมีความหลากหลาย
เช่น หอ้ งสมดุ โรงเรยี น ห้องคอมพวิ เตอร์ และการใช้อนิ เทอร์เน็ต
9
มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเ่ กดิ แก่ผ้เู รยี น
ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน มุ่งเน้นให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการ
แสวงหาความรู้ตามสภาพความแตกต่างระหว่างบุคคล ด้วยการปฏิบัติจริง และสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง
จากการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนดว้ ยโครงงาน ซึ่งเป็นการจัดการเรยี นรูว้ ธิ ีหน่ึงท่ีสง่ เสริมให้ผู้เรียนเรียน
ดว้ ยการคน้ คว้า ลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ ผู้เรียนจะรวบรวมข้อมลู นำมาวิเคราะห์ เพอื่ แก้ปญั หา ผ้เู รยี นจะนำความรู้
จากชั้นเรียนมาบูรณาการในการแก้ปัญหา ค้นหาคำตอบ เป็นกระบวนการค้นพบนำไปสู่การเรียนรู้
ผู้เรียนเกิดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทักษะการจัดการ ข้าพเจ้าจะสังเกตวิธีการทำงาน การคิดของ
ผู้เรียน จากการเรียนแบบโครงงานซึ่งเป็นการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนมีเหตุผล สรุปเรื่องราวอย่างมี
กฎเกณฑ์ ทำงานเปน็ ระบบ ซงึ่ จะก่อให้เกดิ ผลถาวรแกผ่ ู้เรยี นตลอดไป
มาตรฐานท่ี 7 รายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพของผูเ้ รยี นไดอ้ ยา่ งมรี ะบบ
การรายงานผลการพัฒนาผู้เรียนที่เกิดจากการปฏิบัติการเรียนการสอนให้ครอบคลุม
สาเหตุ ปัจจยั และการดำเนนิ งานทเ่ี ก่ยี วข้อง โดยข้าพเจา้ นำเสนอรายงานการปฏิบตั ใิ นรายละเอยี ด ดงั นี้
1) ปัญหาความต้องการของ
ผ้เู รยี นทต่ี อ้ งไดร้ บั การพัฒนา และเป้าหมายของการ
พัฒนาผู้เรียน ข้าพเจ้าทำการวิเคราะห์ผู้เรียนใน
รายวิชาที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สอน
เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการของผู้เรียน เมื่อ
พบปัญหาของผู้เรียน เช่น ผู้เรียนมีความบกพร่อง
ด้านการอ่านและการเขียน ข้าพเจ้าจะดำเนินการ
สอนซ่อมเสริม และทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนา
นักเรียนในด้านการอ่านและการเขียน “การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำยาก โดยใช้เกมและเพลง
สำหรับนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/2 โรงเรียนสคี ว้ิ หนองหญา้ ขาว”
10
2) เทคนิค วิธีการ หรือนวัตกรรมการเรียนการสอนทีน่ ำมาใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพของ
ผู้เรยี น และขน้ั ตอนวิธกี ารใชเ้ ทคนคิ วิธีการหรือนวัตกรรมน้ันๆ ขา้ พเจา้ ไดจ้ ัดทำสือ่ เพ่ือพัฒนาผู้เรียนในด้าน
การอ่าน และการเขียน โดยใช้เกมบรู ณาการในกจิ กรรมการเรียนการสอน ให้นักเรียนเกิดความสนุกควบคู่
ไปกับความรู้
3) ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามวิธีการที่
กำหนด ทเ่ี กดิ กบั ผเู้ รียน จากการใช้เทคนิค วธิ กี าร หรือ
นวัตกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาความสามารถ
ผู้เรียน ด้านการอ่าน-การเขียน ทำให้ผู้เรียนได้รับการ
ฝึกทักษะการอ่าน-การเขียน ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถ
อา่ น-เขียนไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
4) ข้อเสนอแนะแนวทางใหม่ๆ ในการปรับปรุงและ
พัฒนาผู้เรียนให้ได้ผลดียิ่งขึ้น สำหรับประโยชน์ของ
งานวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้ ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน และการเขียนได้มาก
ยิ่งขึ้น ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอนได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
และโรงเรยี นไดพ้ ัฒนานักเรียน โดยมงุ่ เนน้ ให้นักเรียนอ่านออกและเขยี นได้ เพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนของโรงเรยี น
ข้าพเจ้าได้จัดทำเอกสารทางวิชาการ เพื่อบันทึกผลการเรียนรู้ แบบบันทึกผล
การเรียนประจำรายวิชา ซึ่งผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเมินคุณลักษณะ
อนั พึงประสงค์ นำผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนไปพัฒนาการเรยี นการสอน ปรบั ปรุง พัฒนาผเู้ รียนให้มีผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนสูงขึ้น จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย รายงานผลวิจัยในชั้นเรียน
“การพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำยากโดยใช้เกมและเพลง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2
โรงเรยี นสีคว้ิ หนองหญา้ ขาว” และจัดทำเอกสารรายงานผลการเรยี นตามระเบยี บของการวัดและประเมนิ ผล
บันทึกการวัดและประเมินผลทุกครั้ง หลังจากมีการประเมินนักเรียนแต่ละภาคเรียน เพื่อนำผลที่ได้มาเป็น
ขอ้ มูลในการพัฒนานักเรยี นเป็นรายบคุ คล จดั ทำเอกสารทางวิชาการ รายงานผ้บู ริหาร แบบรายงานผลการ
พัฒนาคณุ ภาพผู้เรียนรายบคุ คล (ปพ.6) แจ้งให้ผู้ปกครองทราบผลการเรียนทกุ ภาคเรยี น
มาตรฐานที่ 8 ปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างท่ดี แี กผ่ ู้เรียน
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
ประพฤติตนเหมาะสม ถูกต้องตามระเบียบวินัยของทาง
ราชการ ด้านการแสดงออก การประพฤติและปฏิบัติในด้าน
บุคลิกภาพทั่วไป การแต่งกาย กริยาวาจา และจริยธรรมท่ี
เหมาะสมกับความเป็นครูอย่างสม่ำเสมอ ระหว่างการสอนมี
การสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม อย่างสม่ำเสมอ เช่น
นักเรียนศึกษา เรื่อง โคลงโลกนิติ ซึ่งแสดงระเบียบแบบแผน
11
แห่งโลก มีเนอ้ื หาเป็นคำสอนในดา้ นตา่ งๆ ขา้ พเจา้ สอดแทรกขอ้ คิด แนวคิด และขอ้ ปฏบิ ตั ิ เกีย่ วกับการนำ
ความรทู้ ีไ่ ดร้ บั ไปใชใ้ นการดำเนนิ ชีวิตประจำวัน การดำเนนิ ชวี ติ ในสังคม การอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ืน่ หรอื อยรู่ ว่ มกบั
คนในสังคม และข้าพเจ้ามีความเมตตากรุณาต่อนักเรียน เช่น หากนักเรียนไม่ได้นำการบ้าน หรืองาน
ที่ได้รับมอบหมายมาส่ง หรือส่งงานไม่ตรงเวลาที่กำหนด ข้าพเจ้าจะถามเหตุผลนักเรียนก่อน จากนั้นจึง
แนะนำ และอนุญาตให้นักเรียนนำมาส่งในวันถัดไปได้ ข้าพเจ้ามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ปฏิบัติงาน
ตามที่ได้รับมอบหมายจนประสบความสำเร็จ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จัดเก็บงานต่างๆ
เป็นระบบ ไม่แสวงหาผลประโยชน์จากทางราชการ ปฏิบัติหน้าที่ราชการจนทำให้เป็นที่เคารพศรัทธา
และเป็นแบบอย่างท่ีดขี องผ้ปู กครอง นกั เรยี น และชุมชน
มาตรฐานท่ี 9 รว่ มมอื กบั ผอู้ ื่นในสถานศกึ ษาอย่างสรา้ งสรรค์
ข้าพเจ้าได้ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติ
กิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้น เช่น กิจกรรมวันพ่อ
แห่งชาติ กิจกรรมวันแม่แห่งชาติ กิจกรรมมหกรรม
วชิ าการ กิจกรรมวันสุนทรภู่ กจิ กรรมวนั ไหว้ครู กจิ กรรม
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เป็นต้น โดยให้ความ
ร่วมมือกับผู้อื่นในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ด้วยความ
ตั้งใจและเต็มใจ ปฏิบัติงานอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดหลัก
ประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อให้เกิดผลดีแก่ส่วนรวม และร่วมรับผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำนั้น ให้ความ
ร่วมมือ สนับสนุนเพื่อนร่วมงานทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกงาน ทุกฝ่าย อย่างสม่ำเสมอ ทำให้งานที่ได้รับ
มอบหมายสำเร็จลุล่วงด้วยดีทุกโอกาส ให้เกียรติ ยกย่อง ชมเชย ให้กำลังใจแก่เพื่อนร่วมงานในโอกาส
ทเ่ี หมาะสม ทำใหบ้ รรลุเป้าหมายของสถานศึกษา
มาตรฐานที่ 10 รว่ มมือกบั ผอู้ ่นื ในชุมชนอย่างสร้างสรรค์
ข้าพเจ้าได้รว่ มมอื ปฏบิ ัติงาน ตามทีไ่ ด้รบั มอบหมาย โดยมีความรู้ ความเข้าใจ ในงานที่ได้
รับผิดชอบ ได้ปฏิบัตงิ านทางการศึกษา และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน โดยมุ่งถึงความสำเร็จของชุมชน
อาสาเข้าร่วมปฏิบัติงาน ยอมรับในความรู้ความสามารถของบุคคลอื่นในชุมชน เต็มใจร่วมงานและยอมรับ
ผลของงานที่จะเกิดขึ้น โดยเข้าร่วมวางแผนและแบ่งงาน และได้ปฏิบัติงานอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดหลัก
ประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก มีความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน พึงพอใจในบทบาทหน้าที่
ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย
มุ่งพัฒนางานทางการศึกษา และงานอื่นๆ ท่ีเกี่ยวข้อง
กบั ชุมชน พฒั นาการศกึ ษาของชมุ ชนให้มีความกา้ วหนา้
มีประสิทธิภาพ เป็นระบบ โดยการร่วมงานวันสำคัญ
ทางพระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้เข้า
ร่วมงานและดูแลนักเรียน ร่วมทั้งปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ
ทไี่ ดร้ บั มอบหมายในงานน้นั
12
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจนบังเกิดผลดีต่อทางราชการ ส่งผลให้
ชมุ ชนและสถานศึกษามีการยอมรับซ่ึงกันและกนั เพอื่ พัฒนางานของสถานศึกษา
มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลขา่ วสารในการพัฒนา
ขา้ พเจา้ แสวงหาความรรู้ วบรวมขอ้ มลู ข่าวสาร
ตามสถานการณ์ของสังคมทุกด้าน โดยเฉพาะสารสนเทศ
เกี่ยวกับวิชาชีพครู สามารถวิเคราะห์ วิจารณ์อย่างมีเหตุผล
จากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ สอบถามผู้รู้ และเข้าร่วมการ
อบรม เป็นต้น เพื่อใช้ในการพัฒนาตนเอง พัฒนางานและ
พัฒนาผู้เรียน ให้เป็นคนทันสมัย ทันเหตุการณ์ โดยนำข้อมลู
ข่าวสาร ความรู้ที่ได้รับนั้นมาบอกกล่าว แจ้งเพื่อนครูในท่ี
ประชุม สนทนากับนักเรียนในชั่วโมงเรียน ระหว่างการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอน ติดป้ายนิเทศ เป็นแหล่งการเรียนรู้ นำมาประกอบการสอน โดยข้าพเจ้า
พยายามศึกษาวิธีการอื่นๆ ที่จะช่วยให้ตนเองสามารถ
พฒั นาการเรยี นการสอนใหม้ ีประสิทธิภาพมากข้นึ และ
ใช้ข้อมูลประกอบการแก้ปัญหา พัฒนาตนเอง
พฒั นางาน และพฒั นาสังคมได้อย่างเหมาะสม
มาตรฐานท่ี 12 สร้างโอกาสใหผ้ ้เู รียนได้เรยี นรู้ในทุกสถานการณ์
ข้าพเจ้าจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ได้ปฏิบัติจริงด้วยวิธีการ
และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย สรุปองค์ความรู้ และสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกล้าแสดงออก นำเสนอผลงาน แสดงความคิดเห็น คิดเป็น ทำเป็น
รักการอ่าน และแสวงหาความรู้จากสื่อเทคโนโลยีด้วยตนเองอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง ในการจัด
การเรียนรทู้ ีเ่ นน้ ผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ข้าพเจา้ มีความเช่อื พ้นื ฐานอย่างนอ้ ย 3 ประการ คอื
1. เช่อื วา่ ทกุ คนมีความแตกต่างกัน
2. เช่อื วา่ ทกุ คนสามารถเรียนรไู้ ด้
3. เช่อื วา่ การเรยี นรู้เกิดไดท้ กุ ท่ี ทุกเวลา
“ครู คือ ผู้สนับสนุนการเรียนรู้ เด็ก คือ ผู้ริเริ่มเนื้อหา ร่วมคิด ร่วมจัดกิจกรรม หลักสูตรสร้าง เพื่อให้เกิด
การเรียนรู้ตามความเหมาะสม การประเมนิ เปน็ ตัวบ่งช้ีความก้าวหนา้ เดก็ ”
(เอกสารอ้างอิง : บันทึกการลงเวลาปฏิบัติราชการ ก.พ.7 ภาพกิจกรรม เกียรติบัตร
สอบถามจากผู้บงั คับบญั ชาหรอื บคุ ลากรในโรงเรียน)
13
1.5 บทบาทหน้าท่ใี นฐานะครูที่ดี
“ครู” เป็นปูชนียบุคคลที่ได้รับความเคารพจากลูกศิษย์ รองจากบิดามารดา ดังนั้น
สังคมจึงคาดหวังว่า “ครู” คือ แบบอย่างที่ดีของศิษย์ เป็นผู้สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพต่อสังคม
ธรรมชาตขิ องอาชีพครู เปน็ อาชีพทตี่ อ้ งเกย่ี วขอ้ งสัมผัสกับบคุ คลอน่ื อยเู่ สมอ ฉะน้นั ผู้ดำเนินอาชีพครจู ึงต้อง
มีคุณลักษณะและบทบาทบางอย่างที่พิเศษนอกเหนือจากวิชาชีพอื่น ประพฤติ ปฏิบัติตนดีงามควรแก่
การเคารพ ให้เหมาะสมกับหน้าที่ของครูที่ดี ด้วยการใช้วิธีกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง ครูต้องการให้ศิษย์
ประพฤติปฏบิ ัตอิ ย่างไร ครกู ต็ อ้ งปฏบิ ตั ิตนเช่นนน้ั ใหศ้ ิษย์ไดเ้ หน็ เป็นตวั อย่าง ดังคำกล่าวที่วา่ “ตวั อย่างทด่ี ี
มีค่ากว่าคำสอน” ซึ่งตัวอย่างที่ข้าพเจ้าปฏิบัติให้นักเรียนเห็นอย่างสม่ำเสมอ คือ การตรงต่อเวลา
ในการเข้าห้องเรียน ซึ่งนักเรียนจะซึมซับสิ่งเหล่าน้ีจากสิ่งที่เห็น และนักเรียนจะเข้าเรียนวิชาของข้าพเจ้า
ตรงเวลา ยกเว้น คนที่มีเหตุจำเป็น โดยนักเรียนจะแจ้งเหตุผลให้ทราบทุกครั้ง เพราะข้าพเจ้าจะคอยอบรม
สั่งสอนเป็นประจำ เรื่องการตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เป็นคนมีเหตุผล และอีกสิ่งหนึ่งก็คือ
การใช้วาจาสุภาพ อ่อนโยนเหมาะสมกับกาลเทศะ เพราะคนที่สำคัญที่สุด คือ คนที่อยู่ตรงหน้าเรา
เพราะฉะนั้น เราจะต้องให้เขาประทับใจจดจำสง่ิ ท่ีดีจากเรา
ข้าพเจ้า นางสาววิจิตตรา ศรีพระราม ได้ประพฤติตนตามบทบาทหน้าที่ในฐานะครูที่ดี
ในด้านความประพฤติตน ข้าพเจ้าได้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน มีความกตัญญูตอ่
ผู้มีพระคุณ ยึดมั่นในสัญชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นหลักสำคัญและความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ
บุคคลที่ทำหน้าที่ครู ตั้งใจในการทำงาน มีความศรัทธาต่อวิชาชีพครู มีความซื่อสัตย์ อดทน แต่งกาย
เหมาะสม และมีสุขอนามัยท่ีดี ด้านความรู้ทางวิชาการ ข้าพเจ้าจะคอยศึกษา ค้นคว้า เทคนิค วิธีการสอน
หรือสิ่งใหม่ๆ มาพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของตนเอง ติดตามข่าวสารอยู่เสมอ
เพราะเราในฐานะครู ควรมีความรู้กว้างขวางนอกเหนือไปจากความรู้เฉพาะวิชา ด้านการสอน
ข้าพเจ้าคอยพัฒนาปรบั ปรุงการสอนของตนเองให้ได้ผลดี โดยตระหนกั อยูเ่ สมอว่า นักเรียนต้องมีความสขุ
กับการเรยี น นักเรียนจึงจะเกดิ การเรียนรู้ ตั้งใจสอนและสอนให้เข้าใจแจม่ แจ้ง สามารถถ่ายทอดความรูไ้ ด้
เป็นอย่างดี มีวิธีสอนที่หลากหลาย เป็นกำลังใจและช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ศิษย์ มีวิธีสอนแปลกใหม่
เปิดโอกาสให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองบ้าง เพื่อให้เขาเป็นคนใฝ่เรียนรู้ เข้าใจและเป็นกันเอง
มีความรับผิดชอบ มีความยุติธรรม มีความเมตตา ร่าเริง แจ่มใส มีอารมณ์ขัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละ
เอาใจใส่ต่อนักเรียนทุกคน ด้านการปกครองนักเรียน ข้าพเจ้าจะฝึกให้นักเรียนมวี ินัยควบคู่ไปกับการอบรม
ทางศีลธรรม ซึ่งจะคอยสอดแทรกในชั่วโมงเรียน และพบนักเรียนในที่ปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ
14
สอนใหน้ ักเรียนเป็นมนษุ ยท์ ี่สมบูรณ์ คือ ความรู้ค่คู ุณธรรม อบรมความประพฤติ และปลูกฝังค่านิยมที่ดีงาม
ให้แก่นักเรียน รวมถึงยอมรับและเข้าใจความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน ปกครองแบบประชาธิปไตย
ให้นักเรียนเป็นคนดีมีเหตุผล รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนเอง ด้านมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนครู ข้าพเจ้าคอย
ช่วยเหลือเพื่อนครูอย่างเต็มกำลังความสามารถ ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
เข้ากับผู้อื่นได้ดี ด้านบุคลิกภาพของครู ข้าพเจ้าแต่งกายถูกต้อง เหมาะสมกับโอกาส และสถานที่ มีความ
ม่นั คงทางอารมณ์ และมลี ักษณะของความเปน็ ผนู้ ำและผตู้ าม
ฉะนั้น สิ่งสำคัญต่อบทบาทของในฐานะของครูที่ดีของข้าพเจ้า คือ มีภูมิรู้ ภูมิธรรม
ภูมิฐาน เป็นแบบอย่างที่ดี มีจรรยาบรรณในวิชาชีพครู มีจิตวิญญาณของความเป็นครู และอุทิศตนเพ่ือ
ราชการ
(เอกสารอ้างอิง : ภาพกิจกรรม เกียรติบัตร สอบถามจากผู้บังคับบัญชาหรือบุคลากรใน
โรงเรียน)
1.6 การใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
บคุ คลทเ่ี ปน็ ผู้นำแห่งการเรียนรู้ตลอดชวี ติ ของข้าพเจ้า นางสาววจิ ติ ตรา ศรีพระราม คือ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ไทย
รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี จากพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ท่าน เกี่ยวกับการศึกษาตลอด
ชีวิตนั้น มีมากมายนับไม่ถ้วน โดยการศึกษาค้นคว้าของพระองค์ท่าน มีเป้าหมายที่คุณภาพชีวิตของ
ประชาชนโดยตรง เปน็ เป้าหมายสำคญั คำถามและคำตอบท่ที รงคน้ ควา้ เป็นไปเพ่อื ประโยชน์สขุ แหง่ มหาชน
ชาวสยาม ถงึ พระองคจ์ ะทรงสวรรคตไปแลว้ แต่พระองค์จะทรงเป็นแบบอย่างให้ข้าพเจ้ายดึ ถือปฏิบัติตนให้
เป็นผู้ที่มีลักษณะนิสัยใฝ่รู้ ใฝ่เรียน สนใจเสาะแสวงหาความรู้อยู่เสมอ มุ่งมั่นที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ ในการ
เรียนรู้ และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม การเรียนรู้ของข้าพเจ้า มีหลายวิธี เช่น
การอ่านหนงั สอื ซกั ถามขอ้ มูลจากผรู้ ู้ ดูรายการโทรทัศน์ ศึกษาคน้ ควา้ ผ่านสอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ซึง่ ข้าพเจ้าจะ
จบั ใจความสำคญั เพ่อื แยกแยะ และเลอื กสาระข้อมลู ทไ่ี ด้มาอย่างมีเหตผุ ล
15
สังคมในโลกปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว วิทยาการต่างๆ เจริญก้าวหน้าไปอย่าง
ไม่หยุดยั้ง การจัดการศกึ ษาในยุคปจั จบุ ันจึงต้องเปลย่ี นไปจากเดมิ ข้าพเจ้าจึงตอ้ งมุ่งพัฒนาตนเองให้เท่าทัน
กับยุคสมัย เพือ่ นำไปพัฒนาผเู้ รียนให้เป็นบคุ คลแห่งการเรยี นเช่นเดยี วกัน โดยมคี วามเชอื่ วา่ ทกุ คนสามารถ
พัฒนาตนเองได้ตลอดเวลา ฝึกตนเองและผู้เรียนให้มีนิสัยใฝ่หาความรู้ รักที่จะเพิ่มพูนความรู้ มีทักษะและ
เจตคติที่จะเรียนรู้ตลอดชีวิต รู้จักปรับตนไปตามกระแสต่างๆ ในโลกซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา
โดยเฉพาะในช่วงท่ีมีการแพร่ระบาดของโรคตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ท่นี ักเรยี นและครูต้องมี
การปรับตัวในการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์เป็นหลัก
ดังนน้ั ขา้ พเจา้ จะตอ้ งเปน็ ผหู้ มัน่ แสวงหา หม่นั เรียน หมัน่ รู้ ในส่ิงต่างๆ ทเ่ี ปน็ ประโยชนอ์ ยู่เสมอ แล้วนำไปสู่
ผู้เรียนเช่นเดียวกัน ซึ่งการเรียนรู้ต่อไปในอนาคต
อย่างไม่มีสิ้นสุด คือ เรียนรู้โดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์
สิ่งนี้มีความสำคัญและมีบทบาทต่อการศึกษาใน
ปัจจุบันมาก ครูสามารถอบรมพัฒนาตนเองผ่าน
ระบบออนไลน์ นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
ท่ีตอ้ งการ สามารถเขา้ ถงึ ข้อมูลไดง้ ่าย ครูจงึ ตอ้ งสร้าง
ความตระหนักถึงความจำเป็นของการศึกษาที่มีต่อ
บุคคลในทุกช่วงชีวติ แล้วให้นักเรียนสามารถนำมาใช้
ในการแก้ปญั หาเพือ่ พัฒนาตนเองได้
(เอกสารอ้างอิง : ภาพกิจกรรม รายงานผลการประเมินความพึงพอใจ สอบถามจาก
ผบู้ ังคับบัญชาหรือบคุ ลากรในโรงเรยี น)
1.7 การปรบั ตวั
การปฏิบัติหน้าที่ในฐานะครูผู้สอนและการปฏิบัติงานของข้าพเจ้าให้มีประสิทธิภาพ
เกิดประสิทธิผล ซึ่งเกิดจากความสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้เรียน ผู้ร่วมงาน ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับ
สถานการณ์ สิ่งที่สำคัญในการปรับตนเองได้ดีของข้าพเจ้านั้น มาจากสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์
มีจิตใจที่เป็นสาธารณะ ข้าพเจ้าจะให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน และลูกศิษย์ของข้าพเจ้าทุกครั้งด้วย
ความเต็มใจและเต็มท่ี สามารถควบคุมอารมณ์ และความรู้สึกได้ ส่งผลให้ข้าพเจ้ามีสุขภาพจติ ทีด่ ี สามารถ
ยอมรบั ความจริง มองโลกในแง่ดี ดว้ ยการอย่อู ยา่ งรตู้ ัว อยอู่ ยา่ งมสี ติ สามารถเข้ากบั ผู้อื่นได้ เพราะข้าพเจ้า
ยอมรับความจริงได้ว่าทุกคนย่อมมีความแตกต่างกัน ดังคำกลอนสอนใจของท่านพุทธทาสภิกขุ
“มองแตแ่ งด่ เี ถดิ ” ดงั นี้
“เขามสี ว่ น เลวบ้าง ช่างหวั เขา จงเลือกเอา สว่ นท่ีดี เขามีอยู่
เปน็ ประโยชน์ โลกบา้ ง ยังนา่ ดู สว่ นทีช่ ั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย
จะหาคน มดี ี โดยสว่ นเดียว อยา่ มัวเท่ยี ว คน้ หา สหายเอย๋
เหมือนเที่ยวหา หนวดเตา่ ตายเปล่าเลย ฝึกใหเ้ คย มองแตด่ ี มคี ณุ จรงิ ”
16
ปัจจุบันเทคโนโลยีลำ้ หน้าไปมาก ข้าพเจ้าจำเป็นต้องฝึกรับข้อมูล ส่งผ่านข้อมูล รู้จักการ
เลือกสรร วิเคราะห์เรื่องราว ข่าวสารต่างๆ ที่ได้มาโดยต้องนำมาพินิจพิเคราะห์ก่อน แล้วจึงนำมาปรบั ใช้ให้
เหมาะสมกับตนเอง ดังนั้น การปฏิบัตติ นและปฏิบัติงานของข้าพเจ้า ปฏิบัติด้วยการฝึกใจ ทำงานด้วยสติ
ฝึกคิดไตร่ตรองก่อนลงมือทำงาน ฝึกใจให้รับเรื่องราวต่างๆ นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นแนว
ปฏิบัติในการดำเนินชีวิต รู้จักการควบคุมอารมณ์ ใช้เหตุผลให้มาก ฝึกมองย้อนกลับ จะทำให้เข้าใจและ
ยอมรับผู้อื่น เกิดมุมมองดีๆ มีให้กับเพื่อนร่วมงาน ลูกศิษย์ และผู้อื่น ด้วยการยอมรับว่ามนุษย์มีความ
แตกต่างกัน ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขในการทำงาน ทำงานด้วยความราบรื่น เพราะรู้จักการปรับตัวให้เข้า
ผู้อื่น เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ เปิดใจให้กว้าง แบ่งปันความรู้ เรียนรู้งานอย่างเป็นระบบ ยอมรับ
คำวิพากษ์วิจารณ์ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด โดยไม่มีอคติ แล้วนำมาปรับปรุงตัว ข้าพเจ้ายึดหลักการทำงาน
เป็นทีม มีความมุ่งมั่น เต็มใจที่จะเรียนรู้ และยอมรับความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน ซึ่งเกิดจากค วามสามารถ
ปรับตัวให้เข้ากับผู้ร่วมงาน แล้วปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานได้ด้วยความราบรื่น ผลจาการปรับตัว
เข้ากับสภาพแวดล้อม ทำให้ข้าพเจ้ามีความสุขในการสอน การปฏิบัติงาน และสามารถอยู่ร่วมกับ
บคุ คลอื่นได้
(เอกสารอ้างอิง : ภาพกจิ กรรม สอบถามจากผบู้ ังคบั บัญชาหรือบคุ ลากรในโรงเรียน)
1.8 การดำเนินชีวติ ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนิน
ชีวิต คือ ยึดหลักประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในทุกด้าน ลด ละ ความฟุ่มเฟือยในการดำรงชีวิต
ปฏิบัติตนให้ดำเนินไปในทางสายกลาง ซึ่งมี 3 ความหมายหลัก คือ ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดี
ที่ไม่น้อยเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของ
ความพอเพยี งนั้น จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตปุ ัจจัยท่ีเก่ียวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลท่ี
คาดว่าจะเกิดข้นึ จากการกระทำนนั้ ๆ อยา่ งรอบคอบ และการมภี ูมคิ มุ้ กนั ที่ดใี นตวั หมายถงึ การเตรียมตวั ให้
พรอ้ มรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ท่ีจะเกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณ์
ต่างๆ ที่คาดวา่ จะเกิดขน้ึ ในอนาคตท้ังใกล้และไกล
17
ครู คือ ตัวแทนขององค์พระราชา
ม ี ห น ้ า ท ี ่ ใ น ก า ร อ บ ร ม ส ั ่ ง ส อ น ศ ิ ษ ย ์ ใ ห ้ ม ี ค ว า ม รู้
ความสามารถและทักษะ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าจึงต้องอาศัย
ความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง
อย่างยิ่ง ในการนำเอาวิชาการต่างๆ มาใช้ในการ
วางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน
ข้าพเจ้าได้ส่งเสริมและสร้างพื้นฐานจิตใจของศิษย์
ให้มีสำนึกในคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์สจุ ริต
มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน มีความเพียรพยายาม มีสติปัญญา และรอบคอบ
เพอ่ื ให้พร้อมต่อการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ และกว้างขวางทั้งดา้ นวัตถุ สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม และวัฒนธรรม
จากโลกภายนอกไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
ข้าพเจ้าปฏิบัติตนอยู่อย่างพอเพียง ด้วยการ
ใช้จ่ายพอประมาณ คือ ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม สิ่งใดที่ยัง
ไม่สมควรจะซื้อก็รอไปก่อน พรอ้ มเม่ือใดจะซอื้ ก็ยังไม่สาย
รู้จักประหยัดอดออม เก็บหอมรอมริบ การประพฤติตน
เป็นแบบอย่างที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน และชุมชน ความมี
เหตุผล ในฐานะครูของข้าพเจ้า มีอาชีพสอนคนให้มี
ความรู้ มีทักษะ มีคุณธรรมจริยธรรม ในสังคมทั่วไป ครู
จะได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคล เป็นผู้ที่ได้รับการ
ยอมรับนับถือของบุคคลทั่วไป ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงต้องเป็น
แบบอย่างไดท้ ุกเร่อื ง การตัดสินใจเกย่ี วกับระดับความพอเพยี งหรอื เรือ่ งใดๆ นั้นจะต้องเปน็ ไปอย่างมีเหตุผล
โดยพิจารณาจากเหตปุ ัจจัยท่เี กีย่ วข้อง ใช้หลกั คำสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพทุ ธเจา้ ในเรอื่ งของความมสี ติ
มีสติในการครองชีวิต การทำงาน การใช้จ่ายอย่างมีเหตุมีผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ในฐานะครูของ
ข้าพเจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกเรื่องที่อาจเกิดขึ้นกับตนเอง การสร้างภูมิคุ้มกัน นั่นคือ
การสร้างคุณงามความดีไว้เป็นที่ประจักษ์กับตนเองและบุคคลอื่น การสร้างความดีต้องใช้เวลานานมาก
แต่ก็ต้องทำ ความดีจะปรากฏเหมือนปิดทองหลังพระ ดังนั้น การสร้างภูมิคุ้มกันจะคุ้มได้ทั้งตนเอง
ครอบครัว
อาชีพครูของข้าพเจ้า จึงมีความจำเป็นต้องประพฤติ ปฏิบัติตนต่อทุกคน เป็นตัวอย่าง
และแบบอย่างที่ดี ทั้งแบบอย่างทางครอบครัว การทำงาน การดูแลชุมชน โดยเฉพาะการปฏิบัติตน
ในเร่อื งเศรษฐกจิ พอเพียงตามรอยพระบาทของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดช-
มหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งผลของการปฏิบัติตนจากการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงทำให้
ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความสุขในสภาพที่เป็นอยู่ ส่งผลให้มีกำลังใจในการปฏิบัติงาน สอนนักเรียนด้วย
ความสขุ
(เอกสารอ้างอิง : ภาพกิจกรรม สอบถามจากผู้บังคบั บญั ชาหรอื บุคลากรในโรงเรียน)
18
ดา้ นการปฏิบัติงาน
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, 2 , 4 , 5/2 และ 6 ในการพัฒนาผู้เรียน ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอนจึงต้องมี
ความรู้ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด และจุดเน้นของหลักสูตร เพื่อนำไปสู่การจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็น
กระบวนการทีส่ ำคัญท่ีสุดในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามที่หลักสตู ร
กำหนดและเพื่อให้การจัดการเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับการพัฒนาผู้เรียน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน
กระบวนการจดั การเรียนรตู้ ้องสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนสามารถพฒั นาตามธรรมชาตแิ ละเตม็ ตามศกั ยภาพ คำนึงถึง
ความแตกต่างระหว่างบุคคล และพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ความสำคัญทั้งความรู้และคุณธรรม
ข้าพเจ้าจึงต้องศึกษาค้นคว้าคัดสรรกระบวนการ
เรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับ
ศักยภาพและบริบทของผู้เรียน กำหนดบทบาท
ของตนเองในฐานะครูผ้สู อนและผู้เรียน การใช้สอ่ื
การเรียนรู้ที่หลากหลาย และการออกแบบการ
วดั และประเมนิ ผล เพอื่ พฒั นาผู้เรยี นให้มีคณุ ภาพ
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย และนำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะสำคญั
ของผ้เู รยี น และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดังน้ี
2.1 การวเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ ตัวช้วี ัด และสาระการเรยี นรู้
ข้าพเจ้ามีการนำหลักสตู รสู่การจัดการเรยี นรู้ ซึง่ มีแนวทางการจดั ทำ ดงั นี้
1) ศกึ ษาโครงสร้างเวลาเรยี นของหลักสตู รสถานศึกษา ของกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนต้น และระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
2) ศึกษามาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษา
ตอนตน้ และระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย ในรายวิชาทร่ี บั ผดิ ชอบ
3) วิเคราะห์ความสัมพนั ธ์ระหว่างตวั ช้วี ดั สาระการเรียนรู้ ทักษะกระบวนการ คุณลักษณะ
อนั พึงประสงค์ และสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
4) จัดทำคำอธิบายรายวิชาภาษาไทย
5) วิเคราะห์ความรู้ของทุกตัวชี้วดั ในแต่ละหนว่ ยการเรียนรู้มาจัดทำสาระสำคญั /ความคดิ
รวบยอดให้ครบถว้ นทุกหนว่ ยการเรยี นรู้
19
6) ตั้งชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้แตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้
7) กำหนดเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ ให้เหมาะกับกระบวนการเรียนรู้ที่จะใช้
ในการพัฒนาผเู้ รียนตามตวั ชว้ี ัดและสาระการเรยี นรู้
8) กำหนดน้ำหนักคะแนนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด
ความยากง่าย ความซับซ้อนของเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดพฤติกรรม
ตามตัวชี้วัด โดยกำหนดน้ำหนักคะแนนทุกหน่วยการเรียนรู้ คะแนนระหว่างเรียนตามสัดส่วนที่โรงเรียน
กำหนดไปรวมกับคะแนนปลายภาค รวมเป็น 100 คะแนน โดยกำหนดสัดส่วนคะแนนระหว่างเรียนกับ
คะแนนปลายภาค เป็น 80:20 ตามท่โี รงเรียนกำหนด
9) จัดทำโครงสร้างรายวิชา ซึ่งมีองค์ประกอบ ดังนี้ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน
การเรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา (ชว่ั โมง) และนำ้ หนักคะแนน
(เอกสารอา้ งอิง : แผนการจดั การเรยี นรู้ ภาพกิจกรรม)
2.2 แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการเรียนรู้สำหรับข้าพเจ้าในฐานะ
ครูผู้สอน ซึ่งจะต้องมคี วามรู้ความสามารถในการจัดทำแผนการจัดการเรยี นรู้เพือ่ ไปสูเ่ ป้าหมายของการจดั
การศึกษาของหลักสูตรที่กำหนดไว้ ดังนั้นแผนการจัดการเรียนรู้จึงเปรียบเสมือนเป้าหมายความสำเร็จที่
ครูผู้สอนคาดหวังไว้ ข้าพเจ้าได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
และ 2 โดยมขี ้นั ตอนการจัดทำ ดังน้ี
ข้นั ตอนการจดั การทำแผนการจดั การเรยี นรู้
1) วิเคราะห์คำอธิบายรายวิชา เพื่อประโยชน์ในการกำหนดหน่วยการเรียนรู้และ
รายละเอยี ดของแต่ละหัวขอ้ ของแผนการจัดการเรยี นรู้
2) วิเคราะห์ตัวชี้วัดและมาตรฐานรายวิชา เพื่อนำมาเขียนเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้
โดยให้ครอบคลมุ พฤติกรรมทั้งด้านความรู้ ทกั ษะ / กระบวนการ เจตคติ และสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
3) วิเคราะห์สาระการเรียนรู้ โดยเลือกและขยายสาระที่เรียนรู้ให้สอดคล้องกับผู้เรียน
ชุมชน และท้องถ่นิ รวมท้งั วทิ ยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทจี่ ะเป็นประโยชน์ตอ่ ผ้เู รียน
20
4) วิเคราะห์กระบวนการจัดการเรียนรู้ (กิจกรรมการเรียนรู้) โดยเลือกรูปแบบการจัดการ
เรียนรทู้ ่เี นน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคญั
5) วิเคราะห์กระบวนการประเมินผล โดยเลือกใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่สอดคล้อง
กับจุดประสงค์การเรยี นรู้
6) วิเคราะห์แหล่งการเรียนรู้ โดยคัดเลือกสื่อการเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ทั้งในและ
นอกห้องเรยี นใหเ้ หมาะสมสอดคลอ้ งกับกระบวนการเรยี นรู้
องค์ประกอบสำคัญของแผนการจดั การเรียนรู้
1) สาระ/มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชีว้ ดั
2) จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- ดา้ นความรู้
- ด้านทกั ษะกระบวนการ /สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
- คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
3) สาระสำคญั
4) สาระการเรยี นรู้
5) กจิ กรรมการเรยี นรู้
6) การวัดและประเมนิ ผล
7) สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้
8) บนั ทึกหลังการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
(เอกสารอา้ งองิ : แผนการจัดการเรียนรู้ ภาพกจิ กรรม)
21
วิเคราะหค์ ำอธบิ ายรายวชิ า เพื่อกำหนดหน่วยการเรียนรู้ หวั ข้อการเรยี นรู้ และเวลาท่จี ะใช้
1. วิเคราะห์มาตรฐาน เพ่ือกำหนดจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ใหเ้ กดิ ขน้ึ กับผู้เรยี น ท้งั ดา้ นความรู้ ทักษะ
รายวชิ า/ตัวชว้ี ดั กระบวนการ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
โดยการเขียนในรปู จุดประสงค์การเรยี นรู้
วิเคราะหส์ าระการเรียนรู้ - เลือกและขยายสาระการเรยี นรใู้ หส้ อดคล้องกบั ผเู้ รียน ชมุ ชน ทอ้ งถิ่น
จากตวั ชว้ี ดั - สาระการเรียนรู้ตอ้ งมคี วามเท่ียงตรง ปฏบิ ตั ิได้จริง ทันสมัย และเปน็ ตัว
วิเคราะห์กระบวน แทนของความรู้
จดั การเรียนรู้ - มีความสำคัญท้งั ในแนวกว้าง และแนวลกึ
- จัดสาระการเรียนรใู้ ห้เรยี งลำดบั จากงา่ ยไปหายากและตอ่ เนอื่ ง
วเิ คราะหก์ ระบวน
ประเมนิ ผล - เลือกรปู แบบการจัดการเรยี นรใู้ หส้ อดคล้องกบั ตวั ช้วี ดั /
จุดประสงคก์ ารเรียนร้วู า่ มุ่งไปในทิศทางใด
- มีความสนใจสำหรบั ผ้เู รียน
- สามารถเรียนร้ไู ด้งา่ ย เหมาะสมกบั วัย ธรรมชาติของผู้เรยี นและสถานท่ี
- เลือกวิธกี ารนำเขา้ สบู่ ทเรียน
- ให้ผเู้ รียนทำกจิ กรรมตามข้นั ตอนของรูปแบบการเรียนรู้ ผู้เรยี นทีม่ ี
ความสามารถแตกต่างกันไมจ่ ำเปน็ ต้องทำกิจกรรมเหมือนกัน
- ควรเน้นกจิ กรรมท่ีทำงานเปน็ ทมี มากว่ารายบุคคล
- กจิ กรรมทใ่ี หผ้ เู้ รยี นปฏบิ ตั ติ อ้ งนำเทคนคิ และวธิ ีการตา่ ง ๆ มาเป็น
เครื่องมอื ให้ผูเ้ รียนบรรลตุ ามตวั ช้วี ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
- กิจกรรมที่ปฏบิ ตั ิควรสอดคลอ้ งกับชีวิตประจำวนั และชีวิตจรงิ
- กิจกรรมทีป่ ฏิบัติมที ั้งในหอ้ งเรียน และนอกหอ้ งเรียน
- เปดิ โอกาสใหผ้ ูเ้ รียนฝึกฝนและถ่ายทอดการเรียนร้ไู ปสสู่ ถานการณ์
- วิธกี ารวดั และประเมนิ ผลต้องสอดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรียนรู้
- ใชว้ ธิ ีการวัดท่ีหลากหลาย
- เลือกใช้เครอื่ งมือวัดทมี่ คี วามเชือ่ มน่ั
วิเคราะห์แหล่งการเรยี นรู้ ให้เรยี นรจู้ ากแหล่งความรู้หลากหลาย ทงั้ ในและนอกห้องเรียน
แผนภมู ิ แสดงลำดับการจดั ทำแผนการจดั การเรยี นรู้
22
ตัวอยา่ ง แผนการจัดการเรยี นรู้
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
2.3 การออกแบบการเรียนรู้
การออกแบบการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนารอบด้าน และมีคุณภาพตาม
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด มีสมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น และคณุ ลักษณะอันพึงประสงคต์ ามจดุ หมายของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ข้าพเจ้าจึงได้ออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้
เรียนรอู้ ย่างมีความหมาย ย่ังยืน และสามารถนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชนไ์ ด้อย่างแท้จรงิ
การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้และอำนวยความสะดวก
ในการเรียนรู้ให้นักเรียนเรียนรู้จากการเรียนแบบลงมือทำ แล้วการเรียนรู้ก็จะเกิดจากภายใน และสมอง
ของตน ครูจึงต้องยึดหลัก “สอนน้อย เรียนมาก” วิธีการออกแบบการเรียนรู้ คือ นักเรียนเรียนรู้
โดยการสร้างความรู้ และ เรียนรู้เป็นทีม ดังนั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของข้าพเจ้าจึงเน้นให้นักเรียน
ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง โดยข้าพเจ้าเป็นผู้แนะนำ และนักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานกลุ่ม
ซึ่งนอกจากนักเรียนจะได้เรียนรู้ในเนื้อหารายวิชาแล้ว นักเรียนยังได้ฝึกความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี
มีความรู้ควบคู่ไปกับคุณธรรม สิ่งที่สำคัญที่ข้าพเจ้าเน้นในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน คือ
การรู้เนื้อหาไปสู่ความเข้าใจที่แท้จริงในระดับที่เอาไปใช้ได้ในสถานการณ์จริง จึงให้ผลการเรียนรู้ที่ลึก
และเชื่อมโยงกว่า คือ รู้จริง ตัวอย่างเช่น ในการประเมินผลปลายภาคเรียน ข้าพเจ้าจะให้นักเรียน
สรปุ ความรู้ในภาคเรียนนน้ั ๆ และนำความร้ทู ่ไี ดไ้ ปปรับใช้ในชวี ิตประจำวัน
ดงั นนั้ ข้นั ตอนการเรยี นรู้ คอื จำได้ เขา้ ใจ ประยกุ ต์ใช้ วเิ คราะห์ ประเมนิ และสร้างสรรค์
ขั้นตอนเหล่านี้สามารถเกิดพร้อมๆ กันได้ หรืออะไรจะเกิดก่อนเกิดหลังได้ทัง้ สิน้ รวมทั้งเกิดเรียงลำดบั จาก
หลังไปหนา้ กไ็ ด้
ผลที่เกิดกับผู้เรียนจากการออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างมีความหมาย
ยั่งยืน และสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ทำให้นักเรียนเกิดความรู้ได้ประสบการณ์
ซึง่ เปน็ สงิ่ ท่ีมีคณุ ค่าและทำใหก้ ารเรียนรูน้ ั้นมีความหมายต่อผ้เู รยี น
(เอกสารอา้ งองิ การออกแบบการเรยี นรู้ : แผนการจดั การเรยี นรู้ ภาพกจิ กรรม)
34
2.4 จดั การเรียนรโู้ ดยการฝกึ ทกั ษะ และกระบวนการคิด
กระบวนการคิดเป็นกระบวนการทางสมองในการจัดกระทำข้อมลู หรือสิ่งเร้าที่รับเข้ามา
เป็นกระบวนการทางสตปิ ัญญา มีลักษณะเป็นกระบวนการหรอื วิธีการ ในการพัฒนาให้เกิดกระบวนการคดิ
ข้าพเจา้ ไดจ้ ัดสภาพแวดล้อมและสรา้ งบรรยากาศทเี่ อ้อื อำนวยตอ่ การคิด โดยสง่ เสรมิ สนับสนุนใหผ้ เู้ รียนคิด
ไม่ปิดกั้นความคิด ให้กำลังใจ เสริมแรงเมื่อผูเ้ รียนคิดได้ด้วยตนเอง ตัวอย่างเช่น กิจกรรมการเรยี นการสอน
บทละครเรือ่ ง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
การจัดการเรียนรู้โดยการฝึกทักษะ และกระบวนการคิด ข้าพเจ้ามีการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้นักเรียนได้ฝึกทักษะและกระบวนการคิด ตัวอย่างเช่น นักเรียนศึกษาเรื่อง
รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ข้าพเจ้าได้จัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกทักษะและกระบวนการคิด
โดยการให้นักเรียนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูล จากเหตุการณ์ในเรื่อง และวิเคราะห์ลักษณะของตัว
ละคร พร้อมทั้งบอกข้อคิดที่ได้จากเรื่อง และนำข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ในรูปแบบ
ของผังความคิด เพื่อให้นักเรียนสรุปความเข้าใจจากบทเรียน และสามารถเรียบเรียงความคิดได้อย่างเป็น
ระบบ
ผลที่เกิดกับผู้เรียนจากการจัดการเรียนรู้โดยการฝึกทักษะ และกระบวนการคิด
นักเรียนมีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ ปฏิบัติงานได้อย่างมีขั้นตอน มีความสามารถในการพิจารณาสิ่ง
ต่างๆ และประเมินค่าโดยใช้หลักเกณฑ์อย่างสมเหตุสมผล รู้จักประเมินตนเอง และผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง
ส่งเสริมความสามารถในการใชภ้ าษาในการอา่ น เขยี น ฟงั พดู ของผูเ้ รยี น มีทักษะในการสือ่ สารกับผู้อ่ืนได้ดี
และช่วยให้ผ้เู รยี นได้พฒั นาความสามารถในการเรียนรู้อยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดชวี ิต และในสภาวการณ์ปัจจุบันท่ี
โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กระบวนการคิดจึงเป็นภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิตในสังคมที่มีความ
ยุ่งยากซับซ้อนไดเ้ ป็นอย่างดี อีกทั้งใชเ้ ป็นเครื่องมอื ในการแก้ปัญหา เพื่อเลือกตดั สินใจในสถานการณต์ ่างๆ
ของสงั คมไดอ้ ยา่ งเขม้ แข็ง
(เอกสารอา้ งองิ การจดั การเรยี นร้โู ดยการฝึกทักษะ และกระบวนการคิด : ชิ้นงาน ภาพกจิ กรรม)
35
2.5 จดั การเรียนรูโ้ ดยการฝกึ ปฏิบัติ
กระบวนการเรียนรู้โดยการฝึกปฏิบัตจิ ริง ลงมือทำจริง ข้าพเจ้าจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่
มงุ่ เน้นให้ผเู้ รียนได้ลงมือทำงานจรงิ โดยกำหนดภาระงานให้ผู้เรยี นได้ฝกึ ปฏิบัติตามโครงสรา้ งของแต่ละงาน
ตัวอย่าง เช่น การสรุปความรู้จากเรื่องที่อ่าน ซึ่งนำไปสู่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบบูรณาการ
เป็นการมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือทำงานจริงตามแนวทาง ด้วยการศึกษาและวิเคราะห์ ภาระงาน และ
โครงสร้างของงาน นักเรียนได้วางแผนการปฏิบัติงาน ลงมือปฏิบัติ โดยข้าพเจ้าให้คำแนะนำปรึกษา
นักเรียนฝึกฝนทักษะจนเกิดความชำนาญ และประเมินผลงาน ปรับปรุงผลงานชิ้นงานของตนเอง
จนนักเรียนได้ผลงามตามที่ต้องการและเป็นที่พอใจ ออกมาเป็นหนังสือเล่มเล็ก แผ่นพับ ป๊อบอัพ หรือ
รปู แบบการ์ด ตามความถนัดของนกั เรียน
ผลที่เกิดกับผู้เรียนจากการจัดการ
เรียนรู้โดยการฝึกปฏิบัติจริง ทำให้ผู้เรียนสามารถ
ปฏิบัติงานได้ตามลำดับขั้นตอนของกระบวนการตา่ งๆ
ได้แก่ กระบวนการทำงาน กระบวนการตัดสินใจ
กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม เป็นต้น ทำ
ให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการทำงาน ได้ชิ้นงาน
เชิงประจักษ์ ได้สร้างและพัฒนางานด้วยวิธีการใหม่ๆ
จนเกดิ ความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์
(เอกสารอา้ งอิง การจดั การเรยี นรู้จัดการเรยี นรโู้ ดยการฝึกปฏบิ ัติ : ผลงานนักเรยี น)
2.6 จัดการเรียนรโู้ ดยการสรา้ งองค์ความรู้
กระบวนการสร้างองค์ความรู้ เป็นการจัดการเรียนรูท้ ่ีขา้ พเจ้าเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สร้าง
ความรู้ และประสบการณ์ต่างๆ ที่มีความหมายต่อตนเอง โดยใช้กระบวนการคิดและแสวงหาความรู้ควบคู่
ไปกับการปฏบิ ัติจริง ให้ผู้เรียนได้ค้นพบความรู้ และประสบการณ์ด้วยตนเอง โดยข้าพเจา้ ในฐานะครูผู้สอน
เป็นผู้จัดโอกาสบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการ
สร้างความรู้ มีขั้นตอน เริ่มต้นจากขั้นแนะนำ เป็นขั้นตอนที่ผู้เรียนจะรบั ทราบจุดมุ่งหมายของบทเรียนและ
เกดิ แรงจูงใจในการเรียนรู้ ขนั้ ทบทวนความรู้เดิม เป็นขั้นท่ผี ู้เรียนได้แสดงออกถงึ ความรู้ ความเข้าใจเดิมท่ีมี
อยู่ในเรื่องที่กำลังจะเรียนรู้ ขั้นปรับเปลี่ยนความคิด เป็นขั้นสำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตาม
กระบวนการสร้างความรู้ที่ประกอบด้วย สร้างความกระจ่างและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน
สร้างความคิดใหม่จากการอภิปรายร่วมกัน จนทำให้ผู้เรียนสามารถกำหนดความคิด หรือความรู้ใหม่ขึ้นได้
การประเมนิ ความคดิ ใหม่ โดยการทดลอง ผ่านกระบวนการคดิ คดิ อยา่ งไตร่ตรองลึกซงึ้ และประเมินคุณค่า
การนำความคิดไปใช้ ผู้เรียนมีโอกาสได้ใช้ความคิด หรือความรู้ความเข้าใจกับความคิดใหม่ในการพัฒนา
ระหว่างความคิดเดิมกบั ความคิดใหม่
36
ผลที่เกิดกับผู้เรียนจากการจัดเรียนรู้โดยการสร้างองค์ความรู้ ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้
โดยคำนึงถึงความรู้และประสบการณ์เดิมของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สังเกตสิ่งที่ตนเองสนใจ
อยากเรียนเรียนรู้ แล้วจึงศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้เพิ่มเติม นำไปเชื่อมโยงต่อยอดกับความรู้
และประสบการณเ์ ดมิ ท่ีมอี ยู่ เกิดเป็นความรู้ใหม่ของผู้เรียนเอง
(เอกสารอ้างอิง การจัดการเรยี นร้จู ดั การเรยี นรโู้ ดยการสรา้ งองคค์ วามรู้ : ผลงานนกั เรียน ภาพกิจกรรม )
2.7 การวจิ ยั แก้ปญั หาและพฒั นาผู้เรยี น
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้
การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม
จริยธรรม และวฒั นธรรมในการดำรงชีวติ ใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกบั ผูอ้ ่นื ได้อยา่ งมคี วามสุขได้ ในการจัดกิจกรรม
การเรียนการสอนของขา้ พเจา้ จะคำนงึ ถงึ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั อยเู่ สมอ กล่าวคอื ตรวจสอบว่าผูเ้ รยี น
เกดิ การเรียนรตู้ รงตามมาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วดั ตามทกี่ ำหนดหรือไม่ มีอปุ สรรคใดบา้ ง ควรแก้ไขอยา่ งไร
กิจกรรมการเรียนรู้ใดมีประสิทธิภาพสูงสุดบ้าง กระบวนการดังกล่าวนี้เป็นการนำการวิจัยเข้ามาเป็นส่วน
หนึ่งของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่เน้นการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ท่กี ำหนด และมกี ารแลกเปลีย่ นเรียนร้โู ดยใชก้ ระบวนการ PLC ชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ทางวชิ าชีพ เพอ่ื นำมา
ปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชา ภาษาไทย และ
กิจกรรมพัฒนาทักษะด้านการอ่านการเขียน ข้าพเจ้าได้จัดทำวิจัยในชั้นเรียน “การพัฒนาทักษะการเขียน
สะกดคำยาก โดยใช้เกมและเพลง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนสีคิ้วหนองหญ้าขาว”
โดยดำเนนิ การตามขน้ั ตอนการวิจยั เพอื่ พฒั นาการเรยี นรู้ ดงั นี้
ขั้นท่ี 1 วเิ คราะห์ปญั หา/ 37
พฒั นา
ข้าพเจ้าวิเคราะห์ปัญหาในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อวางแผน
แก้ปัญหา/พัฒนา หลังจากนั้น ข้าพเจ้าได้สร้างนวัตกรรม
และแบบเก็บขอ้ มลู
ขัน้ ท่ี 2 วางแผนการพฒั นา ข้าพเจ้าสร้างเครื่องมือการวจิ ัย ซึ่งประกอบด้วยนวัตกรรม
แก้ปญั หา/พัฒนา ได้แก่ เกม และเพลง เครื่องมือในการวิจัย คือ แผนการ
จัดการเรียนรู กิจกรรมการพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำ
โดยใชเกมและเพลง แล้วนำไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือ
แก้ปญั หา/พัฒนา
ขน้ั ท่ี 3 จดั กจิ กรรมแก้ปญั หา/ ข้าพเจ้าจัดกิจกรรมแกป้ ญั หา/พฒั นา โดยนำเอานวัตกรรม
พัฒนา พร้อมทั้งเครื่องมือเก็บข้อมูลไปดำเนินการตามขั้นตอน
ในการจัดการเรียนรู้ แต่ละหนวย ข้าพเจ้าพัฒนาขั้นตอน
การเรียนรูเปน 5 ขั้น ไดแก กระตุน และจูงใจ เรียนคํา
ใหมโดยใชเพลง เรงสะกดคําโดยใชแ้ บบฝกหัด จัดเกมให
แขงขันเขียนคํา และการนําความรูไปใช หลังจากนั้นได้
เก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ขอ้ มูล
ขั้นที่ 4 เกบ็ รวบรวมข้อมลู / ข้าพเจ้าเกบ็ รวบรวมข้อมูล/วิเคราะห์ข้อมลู จากการเรียนรู
วเิ คราะหข์ อ้ มูล คําใหมในเพลงรวมกันทั้งชั้น แลวฝกการสะกดคําจาก
แบบฝ กเป นกลุ ม ทบทวนโดยใช เกม แล วทดสอบ
รายบุคคล โดยนำข้อมูลจากแบบทดสอบมาหาค่าร้อยละ
ความก้าวหน้าในการพฒั นา แล้วนำผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ไปสรุปผลการแกป้ ญั หา/พฒั นาตอ่ ไป
ขั้นที่ 5 สรุปผลการแกป้ ญั หา/ สรปุ ผลการแก้ปัญหา/พฒั นา โดยนำผลจากการแก้ปัญหา/
พัฒนา พัฒนาจากขัน้ ท่ี 4 มาเขียนรายงานการวิจัย เพอ่ื เป็นข้อมูล
สารสนเทศทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรยี นรู้ตอ่ ไป
(เอกสารอา้ งอิง การวิจยั แกป้ ัญหาและพัฒนาผเู้ รียน : รายงานการวจิ ยั ในชนั้ เรียน ภาพกิจกรรม)
38
2.8 การวดั และประเมินผล
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญซึ่งต้องปฏิบัติควบคู่กับ
กระบวนการจัดการเรียนรู้บนพื้นฐานของการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ซึ่งต้องใช้หลายรูปแบบ
ให้เหมาะสมสอดคลอ้ งกับกระบวนการจดั การเรยี นรู้ ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาและประเมนิ ผล เพ่ือบรรลุ
มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั สะท้อนสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น และเกดิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ซ่ึงเป็น
เป้าหมายหลกั ของการวดั และประเมินผล ของหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
การวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลใน
รายวิชา ภาษาไทย ซึง่ ขา้ พเจ้าได้ดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการจัดการเรียนรู้ และดำเนินการเป็นปกติ
และสม่ำเสมอในการจัดการเรียนการสอน ใช้วิธีการวัดและประเมินอย่างหลากหลาย โดยครูประเมิน
เพื่อนประเมิน และผู้ปกครองประเมิน เป็นการตรวจสอบความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ซึ่งเป็นผลมาจากการ
จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ว่ามีสงิ่ ใดไดร้ ับการพฒั นา ปรบั ปรุงและส่งเสริม โดยครอบคลมุ มาตรฐานการเรียนรู้/
ตัวชีว้ ัด สะทอ้ นสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน และเกดิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ขา้ พเจา้ ได้ประเมินนักเรียน
เป็น 3 ระยะ ได้แก่ การประเมินผลก่อนเรียน เป็นการประเมินตรวจสอบความรู้ ทักษะกระบวนการ และ
ความพรอ้ มดา้ นตา่ งๆ ของผเู้ รียน โดยขา้ พเจา้ ใช้แบบทดสอบวดั ความรู้พน้ื ฐาน เพ่อื เตรียมผ้เู รยี นทุกคนให้มี
ความพร้อมนำไปสู่การวางแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยให้ข้าพเจ้าจัดกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน
ประสบความสำเร็จในการเรียนเป็นอย่างดี การประเมินผลระหว่างเรียน ข้าพเจ้าดำเนินการประเมิน
ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบพัฒนาการในการเรียนรู้ของ
ผู้เรยี นตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั สะท้อนสมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
นำไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้ของข้าพเจ้า และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนตามศักยภาพ
รายบุคคล รายกลุม่ หรือรายห้องเรยี น ผลการประเมินสะท้อนใหข้ ้าพเจ้าเหน็ ความก้าวหนา้ ของผู้เรียนตาม
ศักยภาพของผู้เรียน โดยข้าพเจ้าเลือกใช้วิธีการวัดและประเมินผลที่เหมาะสม สอดคล้องกับภาระงานหรือ
กิจกรรมทก่ี ำหนดใหผ้ เู้ รยี นปฏิบัติ เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ เช่น แบบทดสอบ แบบสังเกต แบบประเมิน
การทำงานรายบุคคล แบบประเมินการทำงานกลุ่ม เป็นต้น โดยเน้นการประเมินสภาพจริง
และการประเมินผลหลังเรียน ข้าพเจ้าประเมินเพื่อตรวจสอบความสำเร็จของผู้เรียนตามมาตรฐาน
การเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด สะทอ้ นสมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เมอื่ ส้ินสุดหนว่ ยการ
เรียนรู้รวมทั้งปลายภาคเรียน ผลที่ได้เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการประเมินก่อนเรียนจะทำให้สามารถ
เห็นถึงศักยภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนและ
ประสิทธิภาพในการสอนของข้าพเจ้า ผลจากการ
ประเมินขา้ พเจ้าได้นำไปใช้ประโยชนใ์ นการปรับปรุง
แก้ไขวิธีการสอนของข้าพเจ้าเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
ของผู้เรียน พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของข้าพเจ้า
และใชใ้ นการตัดสนิ ผลการเรยี น
(เอกสารอา้ งองิ การวัดและประเมินผล : ปถ.05)
39
2.9 การรายงานผลการเรียน
การจัดทำเอกสารทางวิชาการเพื่อบันทึกผลการเรียนรู้ รายงานผลการเรียนในรายวิชา
ภาษาไทย ข้าพเจ้าได้ดำเนินการจัดทำแบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายวิชา ปถ.05
ซึ่งมีผลการประเมินการอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ นำผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนไปพัฒนาการเรียนการสอน ปรับปรุง พัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
จัดทำรายงานปฏิบัติหน้าที่สอนตามที่ได้รับมอบหมาย รายงานผลการวิจัยในชั้นเรียน และจัดทำ
เอกสารรายงานผลการเรียนตามระเบียบของการวัดและประเมินผล บันทึกการวัดและประเมินผลทุกครั้ง
หลังจากมีการประเมินนักเรียนแต่ละภาคเรียน เพื่อนำผลที่ได้มาเป็นข้อมูลในการพัฒนาผู้เรียนเป็น
รายบคุ คล จัดทำเอกสารทางวิชาการ รายงานผ้บู ริหาร แบบรายงานผลการพฒั นาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล
(ปพ.6) แจง้ ใหผ้ ู้ปกครองทราบผลการเรยี นทกุ ภาคเรยี น
(เอกสารอ้างองิ การรายงานผลการเรียน : ปถ.05 ปพ.6 และรายงานปฏิบัติหนา้ ท)่ี
2.10 การปลกู ฝงั คุณธรรม จรยิ ธรรมใหแ้ ก่ผู้เรียน
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในรายวิชา ภาษาไทย ข้าพเจ้าได้ปลูกฝังคุณธรรม
จริยธรรมให้แก่ผู้เรียน ด้วยการสอดแทรกในการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรม
ซึ่งจะส่งเสริมความก้าวหน้าและความสำเร็จให้แก่ชีวิตของผู้เรียน ทั้งยังเป็นการสร้างคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ให้แก่ผู้เรียนและสังคมไทย การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ข้าพเจ้าได้สอดแทรกเรื่อง ความขยัน
แนะนำให้ผู้เรียนตั้งใจเรียน มีความพยายาม อดทน มีความเพียรพยายามในการทำหน้าที่ ความประหยัด
ให้ดำเนินชีวิตเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย เก็บออม ไม่ฟุ่มเฟือย ความซื่อสัตย์ ต้องเป็นคนตรงต่อเวลา ต่อหน้าท่ี
มีความจริงใจ มวี ินัย คอื อยูใ่ นกฎ ระเบยี บ ของสถานศึกษา ปฏบิ ตั ดิ ว้ ยความเตม็ ใจ สุภาพเป็นผู้อ่อนน้อม
ถ่อมตน มีสัมมาคารวะ เรียบร้อย สะอาด คือ รักษาความสะอาดของร่างกาย รวมทั้งโรงเรยี น รู้รักสามัคคี
เปิดใจกว้างยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เป็นผู้มีเหตุ
มีผล และมีน้ำใจ ร้จู ักการอาสา ช่วยเหลือสังคม แบ่งปนั เสยี สละ และร่วมสรา้ งสรรค์สงิ่ ท่ีดงี ามให้เกิดขึ้นใน
โรงเรียน และนำนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาเมื่อมีโอกาส ณ วัดในชุมชน เพื่อส่งเสริมให้
นักเรยี นมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม
40
ผลจากการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แก่ผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนในรายวิชา ภาษาไทย
ของข้าพเจ้าผ่านเกณฑ์การประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ รอ้ ยละ 100
(เอกสารอ้างอิง การปลกู ฝังคุณธรรม จริยธรรมให้แกผ่ ู้เรยี น : ภาพกจิ กรรม และ ปถ.05)
2.11 การพัฒนาทักษะชีวติ สขุ ภาพกาย และสุขภาพจิตผู้เรยี น
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ข้าพเจ้าจะเน้นกระบวนการกลุ่ม เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียน
ปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆ ได้ในทุกสถานการณ์ รู้จักแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต
โดยการส่งเสริมให้นักเรียนปฏิบัติหรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนหรือหน่วยงานภายนอกจัดขึ้น
ซง่ึ สง่ิ เหล่าน้ี ทำใหน้ ักเรยี นได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง รู้จักการปรับตัว มีสขุ ภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
เกิดความสุขในการเรียนรู้
(เอกสารอ้างองิ การพัฒนาทกั ษะชวี ติ สขุ ภาพกาย และสขุ ภาพจิตผเู้ รยี น : ภาพกิจกรรม)
2.12 การพฒั นาผู้เรียนทีม่ ีความต้องการพิเศษ
ข้าพเจ้าได้พฒั นาส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนที่มีความตอ้ งการพิเศษ ด้วยการวิเคราะห์ผู้เรยี น
จากการสังเกตความสามารถ เพื่อนำมาสง่ เสริมความสามารถพเิ ศษ และพัฒนาผูเ้ รยี นท่มี ีความบกพรอ่ งดา้ น
การเรียนรู้
41
การสง่ เสริมความสามารถพเิ ศษของผูเ้ รียนทีม่ ีความตอ้ งการพิเศษ ตัวอยา่ งเช่น นักเรียนมี
ความสามารถในทักษะด้านต่างๆ ข้าพเจ้าก็จะสนับสนุน และส่งเสริมให้นักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรมท่ี
เหมาะสมกับทักษะความสามารถของนักเรียนแต่ละคน เช่น การแข่งขันอ่านเอาเรื่อง การคัดลายมือ
การเขียนเรียงความ การพูดสุนทรพจน์ การแข่งขันทำหนังสือเล่มเล็ก เป็นต้น ซึ่งนักเรียนก็จะได้รับรางวัล
ในระดับต่างๆ แต่สิ่งที่นักเรียนได้รับมากกว่ารางวัลก็คือ ประสบการณ์ ที่ได้จากการเรียนรู้ด้วยตัวของ
นกั เรยี นเอง
การพัฒนาผู้เรียนที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการวิจัย “การพัฒนา
ทักษะการเขียนสะกดคำยาก โดยใช้เกมและเพลง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 โรงเรียนสีคิ้ว -
หนองหญ้าขาว” ทำใหน้ ักเรียนมคี วามสามารถด้านการเขียนดขี ้นึ
(เอกสารอา้ งอิง การพัฒนาผู้เรยี นที่มคี วามต้องการพเิ ศษ : ภาพกจิ กรรม เกียรติบตั ร และ
รายงานวิจัยในช้นั เรยี น)
2.13 การปลูกฝงั วินัยและความเป็นประชาธปิ ไตยใหแ้ ก่ผ้เู รยี น
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ข้าพเจ้าได้ฝึกให้นักเรียนปฏิบัติจริง ให้ทำได้ คิดเป็น
ทำเป็น ฝึกคิดวิเคราะห์ การทำงานเป็นทีม กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกลุ่ม ฝึกให้มีวินัย มีความ
รบั ผิดชอบในการทำงาน ปลกู ฝังความเปน็ ประชาธิปไตย เคารพกนั ทางวาจา เคารพสิทธิของผู้อ่นื เคารพใน
ความคิดเห็นของผู้อื่น ให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิก
ในกลุ่ม และสมาชิกระหว่างกลุ่ม เคารพในกฎระเบียบ
ของโรงเรียน ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อปลูก
ฝังวนิ ัยและความเปน็ ประชาธิปไตยให้แก่ผ้เู รยี น
(เอกสารอ้างอิง การปลูกฝังวินัยและ
ความเปน็ ประชาธปิ ไตยใหแ้ ก่ผเู้ รียน : ภาพกิจกรรม)
42
2.14 การสรา้ งคา่ นิยมท่ีดีงามและภาคภมู ิใจในความเป็นไทยใหแ้ ก่ผเู้ รียน
ข้าพเจ้าได้สร้างค่านิยมที่ดีงามและภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้แก่ผู้เรียน ด้วยการนำ
นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมประเพณีในท้องถิ่น การแต่งกายผ้าไทย
และสอดแทรกในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น นำคลิปวิดีโอเกี่ยวกับความกตัญญูตอ่ พ่อ แม่ และ
ผู้มีพระคุณ มาให้นักเรียนรับชมบูรณาการไปกับกิจกรรมการเรียนรู้ แล้วให้นักเรียนร่วมกันแสดงความ
คดิ เหน็ และประเมินค่าจากสิ่งท่ไี ดฟ้ ังและดู
(เอกสารอ้างอิง การสร้างค่านิยมที่ดีงามและภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้แก่ผู้เรียน :
ภาพกจิ กรรม)
2.15 การจัดระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรียน
การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ
ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ
มีคุณธรรมจริยธรรม และมีวิถีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคม
มุ่งหวงั นอกจากจะดำเนินการสนับสนนุ นักเรียน ในการ
จัดการเรียนการสอนแล้ว ข้าพเจ้ายังดูแลช่วยเหลือ
ป้องกัน และช่วยเหลือแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับ
นักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ
มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจที่เข้มแข็ง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทักษะการดำรงชีวิต
รอดพ้นจากวิกฤต ทั้งปวง ข้าพเจ้าได้ดูแลนักเรียนในที่ปรึกษา และนักเรียนในรายวิชาที่สอน ตามระบบ
การดแู ลช่วยเหลือนักเรียน รู้จักนักเรยี นเปน็ รายบุคคล คัดกรองนกั เรียน ป้องกันและแก้ปัญหา พัฒนาและ
ส่งเสริม ถา้ ไม่สามารถดำเนินการไดจ้ ะส่งตอ่ ตามระบบของงานดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน
นักเรียนของข้าพเจ้าได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและตรงตามสภาพปัญหา
สร้างสัมพันธภาพระหว่างข้าพเจ้ากับนักเรียนเป็นไปด้วยดี และอบอุ่น เรียนรู้อย่างมีความสุข ได้รับการ
สง่ เสริมพฒั นาเต็มตามศกั ยภาพอยา่ งรอบด้าน
43
(เอกสารอ้างอิง การจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน : รายงานสรุปผลการเยี่ยมบ้าน
รายงานการสรุปขอ้ มูลรู้จกั ผเู้ รียนเป็นรายบคุ คล ภาพกิจกรรม)
2.16 การพัฒนาสือ่ นวัตกรรมในการจัดการเรยี นรู้
ข้าพเจ้าไดจ้ ัดหา จัดทำส่ือ นวัตกรรมที่นำมาใช้ในการจัดการเรยี นรู้ ต้องมคี วามสอดคล้อง
กับเนื้อหาสาระที่สอนจัดทำเอกสารประกอบการสอน ประเภทใบความรู้ แบบฝึกหัด ใบงาน สื่อรูปภาพ
เกม บัตรคำ Power Point ประกอบการสอน สร้างสรรค์ใบงานแบบฝึกหัดมีชีวิต ซึ่งเหมาะสำหรับยุคสมัย
ในปัจจุบัน ตอบสนองการเรียนผ่านทางออนไลน์ เพื่อยกระดับการเรียนการสอน เพิ่มความสะดวกในการ
สร้างใบงานของครู การทำใบงานของนักเรียน รวมถึงการตรวจใบงานที่รวดเร็ว จัดทำคลิปวิดีโอ
ประกอบการสอนในเรื่องต่างๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถศึกษาย้อนหลังด้วยตนเองได้ จัดทำแบบทดสอบ
ออนไลน์ส่งเสริมการอ่าน ซึ่งผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะได้รับเกียรติบัตรออนไลน์ทางอีเมล นักเรียน หรือผู้ที่สนใจ
สามารถเข้าทำแบบทดสอบได้ทุกคน ข้าพเจ้าจัดหาและสืบค้นจากอินเทอร์เน็ต โดยการประยุกต์ใช้ส่ือ
เช่น เพลงประกอบบทเรียน เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ ยูทูป (You Tube) เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์
ปราบนนทก ขา่ ว เรอ่ื งสัน้ โฆษณาตา่ งๆ เปน็ ต้น
ผลจากการพัฒนาสื่อ นวัตกรรม ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีข้ึน
เรียนรู้อย่างมีความสุข เรียนรู้ได้รวดเร็ว มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน ซึ่งเห็นได้จากผลการเรียนและผลการ
ประเมนิ ภาพรวมความพงึ พอใจของนักเรียน ท่ีมตี ่อการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา ภาษาไทย
(เอกสารอ้างอิง การพัฒนาสื่อ นวัตกรรมในการจัดการเรียนรู้ : ทะเบียนสื่อ รายงาน
การประเมินความพึงพอใจ ภาพกิจกรรม)
44
2.17 การพัฒนาแหลง่ เรียนร้แู ละภมู ปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ
การใช้แหล่งการเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้
และกิจกรรมการเรียน ซึ่งประกอบการจัดการเรียนรู้ มีทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน เช่น
ห้องสมุดโรงเรียน ห้องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน การใช้อินเทอร์เน็ต ผักหวานป่าศูนย์ส่งเสริมการ
ทอ่ งเทย่ี วในสถานศึกษา เปน็ ตน้
ผลจากการพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรยี นทด่ี ีขนึ้ เรียนรอู้ ยา่ งมีความสขุ เรยี นรู้ได้รวดเร็ว มีเจตคตทิ ด่ี ตี อ่ การเรียน ซึ่งเหน็ ได้จากผลการเรียน
และผลการประเมิน ภาพรวมความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา
ภาษาไทย
(เอกสารอา้ งองิ การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ : ภาพกจิ กรรม)
2.18 การใชแ้ ละสร้างเครอื ข่ายทางวชิ าการ
การสร้างเครือข่ายทางวิชาการ และการพัฒนาตนเองของข้าพเจ้า ทำให้เกิดประโยชน์
ต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ โดยการศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนจากสื่อสิ่งพิมพ์
และสอื่ อิเลก็ ทรอนิกส์ เพอ่ื นำความรทู้ ่ีได้รับมาพฒั นาตนเองสกู่ ารพฒั นาผู้เรียน ในการจดั การเรียนการสอน
ในด้านความรู้ กระบวนการทำงาน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยข้าพเจ้า
ไดเ้ ข้ารว่ มประชมุ สัมมนา อบรมเชิงปฏิบตั ิการ และแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ บั หน่วยงานต่างๆ ดังนี้
45
(1) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครู 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้
(กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย)
(2) โครงการ PIM Train The Trainer Program ครง้ั ที่ 136 ตอน “Digital Leadership
ผนู้ ำทางการศกึ ษายคุ ดจิ ิทัล”
(3) โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการจากมืออาชีพสู่การเป็นครูยุคใหม่ (PIM Train The
Trainer Program) ครั้งที่ 137 ตอน “Brand Building กลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์สถานศึกษาในยุค
ดิจิทัล”
46
(4) โครงการฝึกอบรมบุคลากรทางการลูกเสือสังกดั องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น หลักสูตร
ลกู เสือช่อสะอาด รนุ่ ท่ี 5
(5) การอบรมออนไลน์หลักสูตร การใช้งานระบบการบริหารจัดการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ เพอ่ื เขา้ ส่ปู ระเทศไทย 4.0
(6) โครงการอบรมเชิงปฏิบตั กิ ารจัดทำแผนดเี ดน่ พัฒนาการศกึ ษาท้องถ่นิ