คำนำรายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ของสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมและสรุปผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานตามภารกิจหลักและนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดยโสธร ตลอดปีงบประมาณที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้ที่มั่นคง และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหลักของจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตอกย้ำภาพลักษณ์ \"ยโสธรเมืองเกษตรอินทรีย์\" ผ่านกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการส่งเสริมมาตรฐานสินค้าเกษตรให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผลสำเร็จที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ เกิดจากความร่วมมืออย่างดียิ่งของทุกภาคส่วน ทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ภาคีเครือข่าย และที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องเกษตรกรจังหวัดยโสธร ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมให้ก้าวหน้าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจและภูมิอากาศสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิง วางแผนการดำเนินงาน และเป็นแนวทางในการพัฒนาภาคการเกษตรของจังหวัดยโสธรให้มีความเจริญก้าวหน้าสืบไป หากมีข้อเสนอแนะประการใด สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรขอน้อมรับไว้ด้วยความขอบคุณยิ่งสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ธันวาคม 2569
สารบัญเรื่อง หน้าส่วนที่ 1 ข้อมูลสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร 11.1 ข้อมูลทั่วไป 11.2 ข้อมูลด้านการเกษตร 71.3 ข้อมูลบุคลากร 121.4 ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ 17ส่วนที่ 2 การดำเนินงานโครงการตามภารกิจกรมส่งเสริมการเกษตร 18งานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่จังหวัดยโสธรและงานสำคัญของจังหวัดยโสธร2.1 การดำเนินงานตามภารกิจกรมส่งเสริมการเกษตร (Function Based/Agenda Based) 182.2 การดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด/กลุ่มจังหวัด (Area Based) 125 2.2.1 โครงการตามแผนพัฒนาจังหวัด 125 2.2.2 โครงการตามแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 141ส่วนที่ 3 ผลการปฏิบัติงานเด่น 1873.1 การประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2568 1873.2 การดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง ปี2568 172 สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร3.3 งบกลางแผนงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ งานส่งเสริมและพัฒนาด้านการเกษตร 1983.4 โครงการทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตพืชตระกูลถั่ว 204รายนามผู้จัดทำ 211
1รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ส่วนที่ 11.1 ข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง 98 หมู่ที่ 4 ตำบลหนองคู อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000โทรศัพท์ 0 4577 3020เว็บไซต์ https://yasothon.doae.go.th/หน่วยงานในสังกัด1. สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองยโสธร2. สำนักงานเกษตรอำเภอทรายมูล3. สำนักงานเกษตรอำเภอกุดชุม4. สำนักงานเกษตรอำเภอไทยเจริญ5. สำนักงานเกษตรอำเภอเลิงนกทา6. สำนักงานเกษตรอำเภอป่าติ้ว7. สำนักงานเกษตรอำเภอคำเขื่อนแก้ว8. สำนักงานเกษตรอำเภอมหาชนะชัย9. สำนักงานเกษตรอำเภอค้อวัง
2รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)จังหวัดยโสธร เป็นดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ริมฝั่งแม่น้ำชี ได้ชื่อว่าเมืองบั้งไฟ เป็นดินแดนที่มีอดีตอันล้ำค่าและยาวนานกว่า 200 ปี มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวพันกับเมืองหนองบัวลุมภูนครเขื่อนขัณฑ์กาบแก้วบัวบาน และเกี่ยวพันกับเมืองอุบลราชธานีโดยในเขตพื้นที่จังหวัดยโสธร ได้พบร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์จากยุคประวัติศาสตร์ต่อเนื่องกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน ชุมชนโบราณส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตทุ่งราบโล่งหรือบริเวณขอบชายทุ่ง ติดกับพื้นที่โคกและป่า ได้แก่ ชุมชนโบราณชายขอบทุ่งกุลาร้องไห้ในเขตอำเภอมหาชนะชัยและอำเภอค้อวัง เช่น ชุมชนโบราณที่บ้านหัวเมือง บ้านคูเมือง บ้านคูสองชั้น ในเขตอำเภอมหาชนะชัยชุมชนโบราณบ้านน้ำอ้อม บ้านโพนแพง บ้านหมากมาย บ้านแข้ บ้านโพนเมือง ในเขตอำเภอค้อวัง จากประวัติศาสตร์เมื่อประมาณปีพ.ศ. 2314 พระเจ้าตา เจ้าพระวอ เสนาบดีเก่านครเวียงจันทน์ได้อพยพครอบครัวและบริวารหนีมาเพื่อตั้งรกรากใหม่ เนื่องจากไม่พอใจเจ้านครคนใหม่ โดยใช้ชื่อเมืองใหม่ว่าเมืองหนองบัวลุมภู ขณะเดียวกันพระเจ้าศิริบุญสารซึ่งเป็นเจ้านครเวียงจันทน์อยู่เกิดหวาดระแวงจึงยกกองทัพจากนครเวียงจันทน์มาปราบปราม พระเจ้าตาถูกข้าศึกยิงด้วยอาวุธปืน และฟันด้วยดาบจนถึงแก่พิราลัยในที่รบ เจ้าพระวอ เจ้าคำผง และเจ้าฝ่ายหน้าผู้เป็นน้องทั้ง 2 ของเจ้าพระวอ อีกทั้งเจ้าก่ำ เจ้าทิดพรมได้ยกทัพฝ่าหนีออกจากเมืองหนองบัวลุมภูไปพึ่งพาเจ้านครจำปาศักดิ์ ขบวนทัพของเจ้าพระวอได้เดินทางตามลุ่มน้ำชีมาพักกับเจ้าคำสูผู้ปกครองบ้านสิงห์ท่า (ปัจจุบัน คือ จังหวัดยโสธร) ภายหลังต่อมาเจ้าพระวอดำริว่าหากอยู่กับเจ้าคำสูแล้วถ้าเวียงจันทน์ยกทัพมาก็จะเป็นการลำบาก และจะเกิดศึกสงครามกันต่อไป เมื่อประชุมตกลงกันแล้วจึงได้พาไพร่พลอพยพลงไปตามลำน้ำมูล และสร้างเมืองใหม่ที่ดอนวังกองเขตนครจำปาศักดิ์ ตามรับสั่งของพระเจ้าองค์หลวงเจ้านครจำปาศักดิ์ โดยเจ้าพระวอให้ขุดคูสร้างค่ายขึ้นเรียกว่าค่ายบ้านดู่บ้านแกพ.ศ. 2354 เจ้าพระยาพิชัยราชขัตติยวงศาถึงแก่พิราลัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดให้เจ้าหนูหลานเจ้านครจำปาศักดิ์ ครองนครจำปาศักดิ์สืบไป ฝ่ายเจ้าราชวงศ์สิงห์บุตรเจ้าพระยาพิชัยราชขัตติยวงศา กลับมาอยู่บ้านเดิมคือบ้านสิงห์ท่าและได้นำเอาอัฐิของเจ้าพระยาพิชัยราชขัตติยวงศา กลับมาด้วย แนะนำมาก่อเจดีย์บรรจุไว้ที่วัดมหาธาตุ ใกล้กับพระธาตุพระอานนท์ซึ่งยังปรากฏอยู่จนปัจจุบันพ.ศ. 2357 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านสิงห์ท่าขึ้นเป็นเมืองและพระราชทานนามว่า เมืองยศสุนทร ให้เจ้าราชวงศ์สิงห์เป็นเจ้าครองเมืองมีราชทินนามว่า พระสุนทรราชวงศา เป็นเจ้าเมืองคนแรกของเมืองยโสธรในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเกิดศึกเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ เมืองยศสุนทรก็ได้รับเกณฑ์เข้าร่วมศึกครั้งนี้ด้วยได้ชัยชนะ ได้รับพระราชทานเชลยเมืองเวียงจันทน์ 500 ครอบครัว และพระราชทานปืนใหญ่ไว้สำหรับเมืองหนึ่งกระบอกชื่อว่า ปืนนางป้อง ยังปรากฏอยู่ที่ศาลหลักเมืองยโสธรมาจนถึงปัจจุบัน เมื่อพระสุนทรราชวงศาเห็นได้เป็นเจ้าเมืองแล้ว ได้นำศิลาจากบ้านแก้งหินโงมมาสร้างพระพุทธบาทจำลอง แล้วสร้างวัดป่าอัมพวัน และวัดกลางศรีไตรภูมิไว้เป็นวัดคู่เมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2417 ได้เกิดศึกฮ่อยกกำลังมาตีเมืองหนองคาย เมืองยศสุนทรถูกเกณฑ์ให้ยกกำลังไปสมทบกองทัพจากกรุงเทพ ฯ เป็นจำนวน 500 คน ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2426 พวกฮ่อได้ยกกำลังมาตั้งอยู่ที่ทุ่งเชียงคำ เมืองยศสุนทรได้รับเกณฑ์ให้เอากำลังช้างม้าโคไปเป็นพาหนะบรรทุกเสบียงไปเลี้ยงกองทัพ และพ.ศ. 2433 สมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการจัดรูปการปกครองใหม่ หัวเมืองอีสานชั้นเอก โท ตรีและจัตวา ถูกรวมเข้าด้วยกันเรียกว่า กอง สำหรับเมืองยศสุนทรถูกรวมเข้าอยู่ในหัวเมืองฝ่ายตะวันออกเฉียงเหนือ มีข้าหลวงตั้งกองว่าราชการอยู่ที่เมืองอุบล ประกอบด้วยหัวเมือง 12 หัวเมืองคือ อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ สุวรรณภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ภูแล่นช้าง กมลาไสย เขมราฐ นองสองคอนดอนดงเมืองยศสุนทร และศรีสะเกษ ซึ่งขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯในปี พ.ศ. 2436 เกิดกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ฝรั่งเศสได้ยกกำลังจากเมืองญวนมาตีเมืองสมโบกของไทย เมืองยศสุนทรได้ถูกเกณฑ์ให้ไปช่วยรักษาเขตแดน โดยนำกำลังไปสมทบกองทัพจากกรุงเทพฯ สามกองทัพ กองทัพละ 1,000 คน
3รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)พ.ศ. 2443 ได้ยุบเลิกมณฑลอีสาน เมืองยศสุนทรได้รวมเข้ากับเมืองอุบล โดยแยกออกเป็น 2 อำเภอ คือ อำเภออุทัยยโสธร ภายหลังเป็นอำเภอคำเขื่อนแก้ว และอำเภอประจิมยโสธร ภายหลังเป็นอำเภอยโสธรในปี พ.ศ. 2456 ได้เปลี่ยนชื่ออำเภออุทัยยโสธร เป็นอำเภอคำเขื่อนแก้ว เปลี่ยนชื่ออำเภอปจิมยโสธร เป็นอำเภอยโสธร เมืองยโสธร จึงลดฐานะจากเมืองมาเป็นอำเภอ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาคำว่า ยศสุนทร ต่อมากลายเป็นยะโสธร มีความหมายว่า ทรงไว้ซึ่งยศ แต่การเขียนหรือการเรียกสั้น ๆ ว่า ยะโส ไม่เป็นที่ไพเราะหูและไม่เป็นมงคลนาม ร.ต.ท.พวง ศรีบุญลือ นายอำเภอยะโสธร (พ.ศ. 2500 –2513) ได้มีหนังสือขอให้เขียนชื่อเสียใหม่เป็น “ยโสธร” และได้รับอนุญาตจากกระทรวงมหาดไทย โดยความเห็นชอบของราชบัณฑิตยสถานให้เปลี่ยนได้ และใช้มาจนบัดนี้พ.ศ. 2494 กระทรวงมหาดไทยได้ริเริ่มขอตั้งอำเภอยโสธรขึ้นเป็นจังหวัด จนกระทั่งถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2515 จึงได้มีประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ 70 ตั้งอำเภอยโสธรขึ้นเป็นจังหวัดยโสธร โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2515 โดยแยกอำเภอยโสธร อำเภอกุดชุมอำเภอเลิงนกทาอำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย และอำเภอป่าติ้ว ของจังหวัดอุบลราชธานี รวมกันเป็นจังหวัดยโสธรจังหวัดที่ 71 ของประเทศไทยจังหวัดยโสธรตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ระหว่างเส้นแวงที่ 104 และ 105 องศาตะวันออก และเส้นรุ้งที่ 15 และ 16 องศาเหนือห่างจากกรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ 531 กิโลเมตร (ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1, 2, 202) จังหวัดยโสธรมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ดและมุกดาหารทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานีทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด
4รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ จังหวัดมีพื้นที่เป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ ๒๒๗ ฟุต สภาพภูมิประเทศ ลาดเอียงจากทิศตะวันตกลงไปทางทิศตะวันออก พื้นที่ทางตอนเหนือส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงภูเขาสลับกับพื้นที่ (ลำน้ำมูล) ไหลผ่านทางตอนเหนือและตอนกลาง ส่วนพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มต่ำสลับซับซ้อน กับสันดินริมน้ำ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ แม่น้ำชี และขนาดกลาง ได้แก่ ลำน้ำยัง ลำทวน (ลุ่มน้ำชี) ไหลผ่านจังหวัด ลักษณะดินส่วนมากเป็นดินปนทรายและดินเค็ม มีหนอง บึง ลำห้วย และแหล่งน้ำขนาดเล็กอยู่ทั่วไป พื้นที่แหล่งน้ำอยู่ในลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับอิทธิพลของมรสุมที่พัดประจำฤดูกาล ๒ ชนิด คือ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะพัดพามวลอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยในช่วงฤดูหนาว ทำให้จังหวัดยโสธรมีอากาศหนาวเย็นและแห้งทั่วไป กับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพามวลอากาศชื้นจากทะเลและมหาสมุทรปกคลุมประเทศไทยในช่วงฤดูฝนทำให้มีฝนตกทั่วไป ฤดูกาลจังหวัดยโสธรมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ประมาณกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดปีอยู่ระหว่าง 1,100 - 1,300 มิลลิเมตร สำหรับปริมาณฝนเฉลี่ยตลอดทั้งปี1,360.4 มิลลิเมตร และมีจำนวนวันที่ฝนตก 112 วัน โดยเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่มีฝนตกชุกมากที่สุดในรอบปี มีปริมาณฝนเฉลี่ย 262.7มิลลิเมตร และมีฝนตก 19 วัน โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 27.2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 22.8องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 32.6 องศาเซลเซียส และเดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนอบอ้าวมากที่สุดในรอบปี ส่วนในช่วงฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวที่สุดในเดือนมกราคมขนาดพื้นที่จังหวัดยโสธรมีพื้นที่ 4,161.๖๖4 ตารางกิโลเมตรหรือ 2,60๑,๐40 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.81 ของพื้นที่ทั่วประเทศ (321 ล้านไร่) และคิดเป็นร้อยละ 12.89 ของพื้นที่กลุ่มจังหวัด (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และยโสธร)ตารางแสดงจำนวนพื้นที่จังหวัดยโสธร และระยะทางจากอำเภอสู่ตัวจังหวัดยโสธร (รายอำเภอ)ที่ อำเภอ พื้นที่ระยะทาง (กม.) ไร่ ตร.กม.1 เมืองยโสธร 361,387.50 578.220 -2 เลิงนกทา 589,250.00 942.800 693 คำเขื่อนแก้ว 399,000.00 638.400 234 มหาชนะชัย 284,542.50 455.268 415 กุดชุม 340,000.00 544.000 376 ป่าติ้ว 192,500.00 308.000 277 ค้อวัง 93,750.00 150.000 708 ทรายมูล 170,485.00 272.776 179 ไทยเจริญ 170,125.00 272.200 52รวม 2,601,040.00 4,161.664ที่มา : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
5รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประกาศข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ฉบับปี พ.ศ. ๒๕66 พบว่า จังหวัดยโสธร ในปี 2566 โครงสร้างการผลิตตามมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) จังหวัดยโสธร จำนวน19 สาขา มีมูลค่า 34,343.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มูลค่า 1,875.29 ล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ปี 2565 มีมูลค่า 32,468 ล้านบาท, ปี 2564 มีมูลค่า 31,755 ล้านบาท, ปี 2563 มีมูลค่า 30,383 ล้านบาท) จัดเป็นลำดับที่ 16 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลำดับที่ 3 ของกลุ่มจังหวัด และลำดับที่ 66 ของประเทศและมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปี ๒๕65 ร้อยละ (-0.41)และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยตั้งแต่ปี ๒๕61 - ๒๕65 ร้อยละ 2.39 โดยสาขาการผลิตภาคเกษตรมีมูลค่า 8,218 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.31 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด และสาขาการผลิตนอกภาคเกษตรเท่ากับ 24,250 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 74.69 โดยสาขาการผลิตที่มีมูลค่าสูงสุด 5 ลำดับแรก คือ(1) สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง จำนวน 8,218 ล้านบาท(2) สาขาการศึกษา จำนวน 4,654 ล้านบาท(3) สาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์และจักรยานยนต์จำนวน 3,586 ล้านบาท(4) สาขาการผลิตอุตสาหกรรมจำนวน 3,567 ล้านบาท(5) สาขากิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย จำนวน 2,795 ล้านบาทซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 25.31, 14.33, 11.05, 10.99 และ 8.61 ตามลำดับ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด ขณะที่มูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อหัว (Per Capita : GPP) มีจำนวน 72,523 ล้านบาท จัดเป็นลำดับที่ 18 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นลำดับที่ 4 ของกลุ่มจังหวัด และลำดับที่ 73 ของประเทศตารางแสดงผลิตภัณฑ์ของจังหวัด จำแนกตามสาขาการผลิต พ.ศ. 2562 – 2566สาขาการผลิต มูลค่า (ล้านบาท)พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566ภาคเกษตร 6,778 7,993 7,826 8,280 8,864เกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง6,778 7,993 7,826 8,280 8,864ภาคนอกการเกษตร 21,605 22,390 24,070 24,417 25,480ภาคอุตสาหกรรม 3,116 3,619 4,325 4,312 4,577การทำเหมืองแร่และเหมืองหิน 161 157 192 231 246การผลิตอุตสาหกรรม 2,495 2,924 3,531 3,500 3,589ไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบปรับอากาศ366 401 441 409 598การจัดหาน้ำ การจัดการ และการบำบัดน้ำเสีย ของเสีย และสิ่งปฏิกูล94 137 161 172 145ภาคบริการ 18,489 18,771 19,744 20,104 20,902การก่อสร้าง 1,477 1,449 1,597 1,515 1,852การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์3,616 3,866 3,710 3,662 3,823การขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้า788 695 801 880 902ที่พักแรมและบริการด้านอาหาร120 74 69 88 77
6รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)สาขาการผลิต มูลค่า (ล้านบาท)พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563 พ.ศ. 2564 พ.ศ. 2565 พ.ศ. 2566ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 387 384 390 354 349กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย2733 2742 3057 3007 3281กิจกรรมอสังหาริมทรัพย์ 1333 1348 1571 1825 1748กิจกรรมทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค2 4 8 8 4กิจกรรมการบริหารและการบริการสนับสนุน27 23 30 23 23การบริหารราชการ การป้องกันประเทศ และการประกันสังคมภาคบังคับ1,524 1,560 1,617 1,560 1,465การศึกษา 4,355 4,430 4,533 4,653 4,728กิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์1,606 1,687 1,838 1,984 2,064ศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ96 98 123 137 178กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ 425 412 403 412 409ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (Gross Provincial Products)(GPP)28,383 30,383 31,896 32,696 34,343ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อคน (GPP Per Capita) (บาท)61,830 66,735 70,645 73,034 77,376จำนวนประชากร (1,000 คน) 459 455 451 448 444ที่มา: สำนักงานคลังจังหวัดยโสธร, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตารางแสดงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปี ๒๕62 – 2566ปี ๒๕62 ปี ๒๕63 ปี2564 ปี 2565 ปี 2566 เฉลี่ย ๕ ปี0.54 4.77 4.71 0.41 0.43 2.17**ที่มาของข้อมูล แผนพัฒนาจังหวัดยโสธร (พ.ศ. 2566 – 2570) ฉบับทบทวน 2569 :สำนักงานจังหวัดยโสธร , สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
7รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.2 ข้อมูลด้านการเกษตร การใช้ประโยชน์ที่ดินหมายเหตุ 1. การใช้ที่ดินเป็นการใช้ที่ดินทั้งในและนอกพื้นที่เขตป่าตามกฎหมาย 2. เนื้อที่ได้จากการคำนวนโดยระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) และทำการถ่วงน้ำหนักกับเนื้อที่จากกรมการปกครอง 4,161.664 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,601,040 ไร่ 3. x + y หมายถึงพื้นที่ที่มีการใช้ที่ดิน 2 ครั้งต่อปี การใช้ที่ดินในฤดูฝน+การใช้ที่ดินในฤดูแล้ง 4. ที่มา : ข้อมูลจากกรมที่ดิน (http://www1.ldd.go.th/WEB_OLP/Lu_66/Lu66_NE/YST2566.htm)ข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดิน (http://www1.ldd.go.th/WEB_OLP/report_research_NE.html)ซึ่งได้เผยแพร่ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินของจังหวัดยโสธรดังนี้ประเภทการใช้ที่ดิน ปี พ.ศ. 2560 ปี พ.ศ. 2562 ปี พ.ศ. 2566ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ ไร่ ร้อยละ1. พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง 132,214 5.08 143,498 5.52 153,220 5.892. พื้นที่เกษตรกรรม- พื้นที่นา- พืชไร่- ไม้ยืนต้น- ไม้ผล- พืชสวน- ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์- พืชน้ำ- สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ- เกษตรผสมผสาน/ไร่นาสวนผสม2,051,7021,534,879284,235221,5166,1591,0733,332224533378.8959.0110.928.530.240.040.13-0.02-2,060,3861,465,754306,682276,6526,9741,2072,551285112779.2056.3411.7910.630.270.050.10-0.02-2,049,0631,494,031316,074217,70911,2583,5432,927341,9461,54178.7887.4412.158.380.430.140.11-0.070.063. พื้นที่ป่าไม้ 197,516 7.59 194,518 7.78 176,942 6.814. พื้นที่น้ำ 74,821 2.87 77,771 3 94,564 3.63
8รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)5. พื้นที่เบ็ดเตล็ด 144,787 5.57 124,867 4.8 127,251 4.89รวม 2,601,040 100 2,601,040 100 2,601,040 1001.2.1 พื้นที่การใช้ประโยชน์ทางการเกษตร จังหวัดยโสธร มีพื้นที่ 2,601,040 ไร่ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นเกษตรกร ทำนา ปลูกพืช และเลี้ยงปศุสัตว์ พื้นที่การประโยชน์ทางการเกษตร ปี 2566 มี 2,049,063 ไร่ พื้นที่นา 1,494,031 ไร่ พืชไร่ 316,074 ไร่ ไม้ยืนต้น 217,709 ไร่ ไม้ผล 11,258 ไร่ พืชสวน 3,553 ไร่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ 2,927 ไร่ โดยมีพื้นที่ชลประทาน (ในเขตชลประทาน) 116,116 ไร่ (ปี พ.ศ. 2566)1.2.2 การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน แตงโมเนื้อ ถั่วลิสง ข้าวโพด หอมแดง เป็นต้น(1) ข้าว(1.1) พื้นที่ปลูกข้าวรายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี2567พื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งหมดของจังหวัด (ไร่)1,432,575 1,284,273 1,338,467 1,356,704 1,367,544 1,360,980 1,278,894 1,336,645พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังทั้งหมดของจังหวัด (ไร่)50,546 57,161 63,959 62,157 82,863 72,915 68,483 88,194(1.2) ผลผลิตข้าว ลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 25671 ผลผลิตข้าวนาปี (ตัน) 630,333 562,512 486,249 621,370 615,395 615,163 578,060 464,9252 ผลผลิตข้าวนาปีเฉลี่ยต่อไร่ (กก.)440 438 438 458 450452 452 3793 ผลผลิตข้าวนาปรัง (ตัน) 31,541 36,526 41,254 40,402 54,110 47,395 44,172 40,5594 ผลผลิตข้าวนาปรังเฉลี่ยต่อไร่ (กก.)624 639 645 650 653 650 645574(2) มันสำปะหลัง(2.1) พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังรายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั้งหมดของจังหวัด (ไร่) 95,859 101,244 103,155 104,313 100,492 88,297 77,79899,918(2.2) ผลผลิตมันสำปะหลังลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 25671 ผลผลิตมันสำปะหลัง (ตัน) 340,299 347,976 361,455 364,052 352,727 310,364 273,849 348,1002ผลผลิตมันสำปะหลังเฉลี่ยต่อไร่ (กก.) 3,550 3,437 3,504 3,490 3,510 3,515 3,5203,551(3) อ้อยโรงงาน(3.1) พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานรายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567พื้นที่ปลูกอ้อยโรงงานทั้งหมดของจังหวัด (ไร่) 44,084 48,680 52,315 65,500 65,551 52,479 48,68095,959(3.2) ผลผลิตอ้อยโรงงานลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 25661 ผลผลิตอ้อยโรงงาน (ตัน) 425,411 470,979 515,303 645,175 635,648 510,096 474,6302ผลผลิตอ้อยโรงงานเฉลี่ยต่อไร่ (กก.) 9,650 9,675 9,850 9,850 9,697 9,720 9,750
9รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)(4) ปาล์มน้ำมัน (4.1) พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันรายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทั้งหมดของจังหวัด (ไร่) 3,685 3,685 3,685 4,095 4,095 4,106 4,106 (4.2) ผลผลิตปาล์มน้ำมันลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 25661 ผลผลิตปาล์มน้ำมัน (ตัน) 3,773 4,603 3,976 4,341 4,865 4,997 4,9972ผลผลิตปาล์มน้ำมันเฉลี่ยต่อไร่ (กก.) 1,024 1,249 1,079 1,060 1,188 1,217 1,217(5) ยางพารา(5.1) พื้นที่ปลูกยางพารารายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566พื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมดของจังหวัด (ไร่) 101,729 102,351 112,520 117,083 117,396 117,359 117,359(5.2) ผลผลิตยางพาราลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 25661 ผลผลิตยางพารา (ตัน) 21,363 21,494 22,954 23,885 24,888 24,763 24,7632 ผลผลิตยางพาราเฉลี่ยต่อไร่ (กก.) 210 210 204 204 212 211 211(6) แตงโม(6.1) พื้นที่ปลูกแตงโมรายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566พื้นที่ปลูกแตงโมทั้งหมดของจังหวัด (ไร่) 1,530 1,025 654 1,252 1,734 1,492 1,679(6.2) ผลผลิตแตงโมลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 25661 ผลผลิตแตงโม (ตัน) 4,514 2,855 2,122 4,432 5,930 4,859 5,5412 ผลผลิตแตงโมเฉลี่ยต่อไร่ (กก.) 2,950 2,785 3,245 3,540 3,420 3,257 3,300(7) ถั่วลิสง(7.1) พื้นที่ปลูกถั่วลิสงรายการสถิติ ปี 2560 ปี 2561 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566พื้นที่ปลูกถั่วลิสงทั้งหมดของจังหวัด (ไร่) 2,166 1,365 1,468 1,289 1,782 1,552 1,684(7.2) ผลผลิตถั่วลิสงลำดับ รายการข้อมูล ปี ๒๕60 ปี ๒๕61 ปี 2562 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 25661 ผลผลิตถั่วลิสง (ตัน) 461 426 477 380 597 419 4582 ผลผลิตถั่วลิสงเฉลี่ยต่อไร่ (กก.) 213 312 325 295 335 270 272
10รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.2.3 ครัวเรือนเกษตรกร (ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2568)ลำดับที่ อำเภอ จำนวนครัวเรือน(ทะเบียนราษฎร์)จำนวนครัวเรือนเกษตรกรครัวเรือน ร้อยละ1 เมืองยโสธร 50,879 19,010 37.362 ทรายมูล 10,750 6,203 57.703 กุดชุม 23,623 13,072 55.334 ไทยเจริญ 11,677 6,668 57.105 เลิงนกทา 35,664 18,536 51.976 ป่าติ้ว 12,050 7,084 58.787 คำเขื่อนแก้ว 21,889 13,320 60.858 มหาชนะชัย 17,315 11,450 66.129 ค้อวัง 7,524 5,419 72.02รวม 191,371 100,762 52.65ที่มา : สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง (https://stat.bora.dopa.go.th/) และระบบการปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร https://farmer.doae.go.th/ 1.2.4 เกษตรแปลงใหญ่ ข้อมูลโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จังหวัดยโสธรลำดับ หน่วยงานเจ้าของสินค้า ชนิดสินค้า จำนวนแปลงใหญ่สมาชิก (ราย)พื้นที่ (ไร่) หมายเหตุ1 กรมประมง ปลาตะเพียน 4 153 314.752 กรมปศุสัตว์ โคขุน 3 165 1,064.403 กรมปศุสัตว์ กระบือ 1 40 2204 กรมปศุสัตว์ โค-กระบือ 2 85 558.50รวม กรมปศุสัตว์ 6 290 1,842.905 การยางแห่งประเทศไทย ยางพารา 20 1,126 13,842.106 กรมการข้าว ข้าว 54 4,584 67,073.257 กรมส่งเสริมการเกษตร มันสำปะหลัง 17 1,128 14,631.258 กรมส่งเสริมการเกษตร ถั่วลิสง 4 394 1,607.259 กรมส่งเสริมการเกษตร หอมแดง 1 245 1,50010 กรมส่งเสริมการเกษตร แตงโม 1 125 25011 กรมส่งเสริมการเกษตร พริก 2 70 1,011.7512 กรมส่งเสริมการเกษตร อ้อยโรงงาน 1 33 455.5013 กรมส่งเสริมการเกษตร พืช ผัก 3 120 293.5014 กรมส่งเสริมการเกษตร สมุนไพร 2 70 50รวม กรมส่งเสริมการเกษตร 31 2,185 19,799.25รวมทั้งสิ้น 116 8,368 102,902
11รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.2.5 ข้อมูลองค์กรและสถาบันเกษตรกรจังหวัดยโสธร มีสถาบันเกษตรกร ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มยุวเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน โดยจำแนกกลุ่มองค์กรและสถาบันเกษตรกรแยกรายอำเภอ ดังนี้อำเภอ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรกลุ่มส่งเสริมอาชีพการเกษตรกลุ่มยุวเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชน Smart FarmerYoung Smart Farmerคทช.(นโยบายที่ดินฯ)กลุ่ม สมาชิก กลุ่ม สมาชิก กลุ่ม สมาชิก แห่ง สมาชิก จำนวน จำนวน แห่งเมืองยโสธร 13 171 12 155 9 139 105 3,200 100 54 -ทรายมูล 6 69 5 54 6 63 57 1,398 100 35 1กุดชุม 14 148 8 81 11 130 118 2,049 100 40 -ไทยเจริญ 9 98 5 55 2 31 65 1,462 100 24 -เลิงนกทา 67 683 14 157 5 121 233 3,591 100 40 1ป่าติ้ว 7 70 4 40 10 100 57 1,318 100 32 1คำเขื่อนแก้ว 17 311 12 170 9 223 172 4,300 100 47 -มหาชนะชัย 10 148 7 176 6 113 182 3,120 100 35 -ค้อวัง 22 256 5 54 5 56 80 3,361 100 28 -รวม 165 1,884 74 942 63 976 1,069 23,799 900 335 31.2.6 ข้อมูลศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายจังหวัดยโสธร มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) และเครือข่ายแยกรายอำเภอ ดังนี้ลำดับที่ อำเภอ ศพก.หลัก(จำนวน)ศพก.เครือข่าย(จำนวน)รวม (ศูนย์)1 เมืองยโสธร 1 22 232 ทรายมูล 1 16 173 กุดชุม 1 13 144 ไทยเจริญ 1 14 155 เลิงนกทา 1 17 186 ป่าติ้ว 1 27 287 คำเขื่อนแก้ว 1 16 178 มหาชนะชัย 1 15 169 ค้อวัง 1 17 18รวม 9 157 166
12รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.3 ข้อมูลบุคลากร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานส่งเสริมการเกษตรทั้งหมด 114 ราย ประกอบด้วย ข้าราชการ 81 ราย พนักงานราชการ 20 ราย และพนักงานจ้างเหมา 13 ราย
13รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ทำเนียบบุคลากรสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร
14รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)
15รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)
16รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)
17รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.4 ผลการเบิกจ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายทั้งสิ้น 20,976,380.66 เบิกจ่าย 20,961,520.04 คงเหลือ 14,860.04 (งบประมาณคงเหลือเป็น ค่าสาธารณูปโภค)ประเภท ยอดจัดสรร ยอดเบิกจ่าย ร้อยละ คงเหลืองบลงทุน 6,075,500.- 6,075,500.- 100 -งบดำเนินงาน 8,861,400.66 8,846,540.04 99.83 14,860.04งบบุคลากร 6,039,480.- 6,039,480.- 100 -รวมทั้งสิ้น 20,976,380.66 20,961,520.04 99.92 14,860.04ยอดจัดสรรยอดเบิกจ่าย020406080100งบลงทุน งบด าเนินงาน งบบุคลากร รวมทั้งสิ้นร้อยละผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจ าปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ยอดจัดสรร ยอดเบิกจ่าย100 100 100 100100 99.83 100 99.92
18รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ส่วนที่ 2การดำเนินงานโครงการตามภารกิจกรมส่งเสริมการเกษตรงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่จังหวัดยโสธร และงานสำคัญของจังหวัดยโสธร2.1 การดำเนินงานตามภารกิจกรมส่งเสริมการเกษตร (Function Based/Agenda Based)1) โครงการพัฒนาอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านงบประมาณ : 48,440 บาทวัตถุประสงค์ :1) เพื่อเพิ่มศักยภาพของอาสาสมัครเกษตร ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานพัฒนาการเกษตรของพื้นที่ และการทำงานของหน่วยงานในพื้นที่2) เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายการทำงานให้แก่อาสาสมัครเกษตรและอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน3) เพื่อสร้างการรับรู้งานด้านอาสาสมัครเกษตรต่อสาธารณชนปริมาณ/กิจกรรม :1) การขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรการขับเคลื่อนงานอาสาสมัครเกษตรเชิงพื้นที่2) การส่งเสริมและพัฒนาการปฏิบัติงานอาสาสมัครเกษตร การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครเกษตร การเสริมสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านเพื่อสนับสนุนงานภาครัฐพื้นที่ดำเนินการ :1) ทุกอำเภอในจังหวัดยโสธร เป้าหมายรวม 90 รายเป้าหมาย : อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)ผลสัมฤทธิ์ :ผลผลิต (Output) 1) ดำเนินการประชุมคณะกรรมการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรจังหวัด จำนวน 1 ครั้ง2) ดำเนินการอบรมพัฒนาทักษะเพิ่มศักยภาพอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) จำนวน 1 ครั้ง 260 ราย3) ดำเนินการจัดเวทีเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรเพื่อการเรียนรู้และบริหารจัดการความเสี่ยงภาคการเกษตรระดับจังหวัด จำนวน 2 ครั้ง 18 ราย มีแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเกษตรชุมชนระดับจังหวัด จำนวน 1 แผน4) ดำเนินการจัดเวทีเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรเพื่อการเรียนรู้และบริหารจัดการความเสี่ยงภาคการเกษตรระดับอำเภอ จำนวน 1 ครั้ง 65 รายผลลัพธ์ (Outcome)1) คณะกรรมการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรจังหวัด มีแผนบริหารความเสี่ยง และแนวทางการปฏิบัติงานของอาสาสมัครเกษตรที่มีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนพัฒนางานอาสาสมัครเกษตร2) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) มีความรู้ ทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพการเกษตรสามารถวางแผนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสอดรับกับพื้นที่และสินค้า ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้นสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเกษตรกรในพื้นที่3) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) มีความรู้ ข้อมูล และทักษะการปฏิบัติงาน สามารถสนับสนุนงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการเกษตร และให้บริการช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้4) เกิดเครือข่ายการทำงานที่เข้มแข็งของอาสาสมัครเกษตร ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลและสนับสนุนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
19รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ผลกระทบ (Impact) 1) คณะกรรมการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรจังหวัด ได้พิจารณาแผนบริหารความเสี่ยง และรับทราบผลการดำเนินกิจกรรมและพิจารณากำหนดแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน2) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ร้อยละ 70 ที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้และสามารถปฏิบัติงานสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐได้ตรงตามนโยบายภาครัฐ และให้บริการช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ3) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ที่เข้าร่วมเวทีเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรเพื่อการเรียนรู้และบริหารจัดการความเสี่ยงภาคการเกษตร ระดับจังหวัด ร้อยละ 70 สามารถปฏิบัติงานสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐได้ตรงตามนโยบายภาครัฐ และให้บริการช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ4) อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ที่เข้าร่วมเวทีเครือข่ายอาสาสมัครเกษตรเพื่อการเรียนรู้และบริหารจัดการความเสี่ยงภาคการเกษตร ระดับอำเภอ ร้อยละ 70 สามารถปฏิบัติงานสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐได้ตรงตามนโยบายภาครัฐ และให้บริการช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพสรุปโดย นางสาวอรุโณทัย ก้านจักร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร
20รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)2) โครงการพัฒนาเครือข่ายงานส่งเสริมการเกษตร (ระบบส่งเสริมการเกษตร)งบประมาณ : 24,940 บาทวัตถุประสงค์ :1. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรมีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กำหนดแผนการปฏิบัติงานชี้แจงทำความเข้าใจการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการเกษตรที่สำคัญ และสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรได้มีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาตนเอง และมีความพร้อมในการให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกรปริมาณ/กิจกรรม :1. ประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดเป้าหมาย กำหนดประเด็นการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วางแผนดำเนินงาน 2. สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับอำเภอ (District Workshop : DW) ตามประเด็นที่กำหนด เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และกำหนดแผนงาน ในการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 3. สรุปและรายงานผลพื้นที่ดำเนินการ :ครั้งที่ 1 วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรเป้าหมาย : เกษตรจังหวัด หัวหน้ากลุ่ม หัวหน้าฝ่าย เกษตรอำเภอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรระดับจังหวัดและอำเภอ เจ้าพนักงานเคหกิจเกษตร และเจ้าที่ผู้เกี่ยวข้องผลสัมฤทธิ์ :ผลผลิต (Output) - สำนักงานเกษตรจังหวัด มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร- เจ้าหน้าที่เกิดการเชื่อมโยงองค์ความรู้แบบมุ่งเป้าหมายและพร้อมขยายผลสู่เกษตรกรผลลัพธ์ (Outcome)- เจ้าหน้าที่ 83 คน ได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถและมีความพร้อมในการให้บริการงานส่งเสริมการเกษตรผลกระทบ (Impact) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปพัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมการเกษตร และให้บริการทางการเกษตรแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สรุปโดย นางสาวอโณชา สมหา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ
21รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ครั้งที่ 1 วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร
22รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ครั้งที่ 2 วันอังคารที่ 22 เมษายน 2568ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร
23รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)3) โครงการส่งเสริมการจัดการสุขภาพพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรงบประมาณ : 499,300 บาทวัตถุประสงค์ :1. พัฒนาให้เกษตรกรมีความรู้และสามารถจัดการสุขภาพพืช (ดิน ปุ๋ย และศัตรูพืช) อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และบริบทของเกษตรกร ด้วยวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม2. พัฒนาระบบติดตามเฝ้าระวังโรคพืชและแมลงศัตรูพืชเชิงรุก3. พัฒนาเครือข่ายความรู้และการให้บริการด้านสุขภาพพืชในพื้นที่ ที่เกษตรกรเข้าถึงได้ปริมาณ/กิจกรรม :1. ส่งเสริมการจัดการสุขภาพพืชเพื่อความปลอดภัยของสินค้าเกษตร1.1 สำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการคัดเลือกเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการตามเงื่อนไขในข้อ 4 จากนั้นค้นหาปัญหาสุขภาพพืชและสาเหตุที่ทำให้พืชปลูกของเกษตรกรไม่สามารถเจริญเติบโตได้เป็นปกติ ได้แก่ ปัญหาด้านดิน ศัตรูพืช ตลอดจนพฤติกรรมการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรที่มีความเสี่ยงที่ส่งผลให้ผลผลิตการเกษตรไม่ปลอดภัยจากสารเคมีทางการเกษตรตกค้าง ดำเนินการโดย1.1.1 ตรวจสอบสภาพดินและความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารในดิน โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดจัดหาชุดตรวจวิเคราะห์ดิน Soil test kit เช่น ชุดตรวจสอบ N P K และ pH ในดินแบบรวดเร็ว เป็นต้น ให้กับศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) สำหรับให้บริการตรวจวิเคราะห์ดินพร้อมให้คำแนะนำการจัดการดินเบื้องต้นและการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ เป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ 1.1.2 จัดทำปฏิทินการปลูกพืช (Crop calendar) และปฏิทินการระบาดของศัตรูพืชที่คาดว่าจะพบในระหว่างฤดูกาลเพาะปลูก วิเคราะห์สถานการณ์การระบาดศัตรูพืช รวมถึงภัยพิบัติด้านพืชที่อาจเกิดขึ้น จากประวัติที่ผ่านมาในอดีต เพื่อพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต1.1.3 ประเมินพฤติกรรมการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชของเกษตร (ก่อนเข้าร่วมโครงการ) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของเกษตรกรว่ามีความเสี่ยงต่อการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชผิดวิธีหรือไม่ถูกต้อง ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผลผลิต และรายงานผลการประเมินผ่านระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย 1.1.4 ตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ก่อนดำเนินโครงการ เพื่อใช้เปรียบเทียบระดับความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตโดยเกษตรกรหลังเข้าร่วมโครงการ และรายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง ผ่านระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย 1.2 ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรตามสภาพปัญหาที่วิเคราะห์ได้1.2.1 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์สภาพปัญหาให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต จากนั้นออกแบบ/สร้างเป็นหลักสูตรการจัดการสุขภาพพืช ที่มีความสอดคล้องตามสภาพปัญหาของเกษตรกรตามที่วิเคราะห์ได้ในข้อ 1.1.1 อาทิ การจัดการดินและปุ๋ย การอนุรักษ์ดิน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินการจัดการสมดุลธาตุอาหารในพืช การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน การสำรวจติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชการวินิจฉัยอาการผิดปกติของพืชที่สำคัญและพบเป็นประจำในพื้นที่ การผลิตและการใช้ปัจจัยควบคุมศัตรูพืชที่ไม่ใช่สารเคมี เช่น เชื้อจุลินทรีย์ แมลงศัตรูธรรมชาติ และสารสกัดธรรมชาติ รวมถึงการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย และผลกระทบจากสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช
24รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.2.2 ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรตามสภาพปัญหาที่วิเคราะห์ได้ เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการสุขภาพพืชที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพพื้นที่ และบริบทของเกษตรกรด้วยวิธีการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ต้องทำการประเมินความรู้เกษตรกรทั้งก่อน และ หลังการอบรมด้วย1.3 ส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปัจจัยควบคุมศัตรูพืช (ชีวภัณฑ์และการจัดการวิธีต่างๆ) และเทคโนโลยีด้านดินปุ๋ยที่เหมาะสมในการควบคุมศัตรูพืช โดยเมื่อเกษตรกรได้รับความรู้ตามข้อ 1.2.2 แล้ว สำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอร่วมเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรในการวางแผนการจัดการศัตรูพืชที่เหมาะสมกับพืชปลูกและศัตรูพืชที่เป็นปัญหาของเกษตรกร ตั้งแต่การป้องกันการระบาด การสำรวจติดตามสถานการณ์ การควบคุมโดยใช้วิธีการต่าง ๆ ที่เหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นวิธีการที่ทำให้ผลผลิตมีความปลอดภัยจากการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร และดำเนินการจัดหาปัจจัยสำหรับควบคุมศัตรูพืชที่จำเป็นให้กับเกษตรกร ซึ่งหากจำเป็นต้องใช้ชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อจุลินทรีย์ แมลงศัตรูธรรมชาติ หรือสารสกัดธรรมชาติ สามารถให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันผลิต โดยสามารถจัดทำแผนความต้องการขอรับการสนับสนุนหัวเชื้อจุลินทรีย์ และพ่อแม่พันธุ์ศัตรูธรรมชาติ รวมถึงชีวภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้แต่เกษตรกรยังไม่สามารถผลิตเองได้ ไปยังศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืชที่รับผิดชอบเพื่อขอรับการสนับสนุนได้ต่อไป 1.4 กำกับ ติดตาม และสนับสนุนให้เกษตรกรปฏิบัติตามเทคโนโลยีที่เหมาะสม ดำเนินการโดย สำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ลงพื้นที่ (Field visit) เพื่อตรวจเยี่ยมการปฏิบัติของเกษตรกร เก็บข้อมูล รวมถึงการให้คำแนะนำการปฏิบัติในการแก้ปัญหาที่ถูกต้องแก่เกษตรกร ตลอดจนจัดหาเทคโนโลยีเพิ่มเติมสนับสนุนการปฏิบัติของเกษตรกรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 1.5 ประเมินผลความปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างในผลผลิตการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการ 1) ประเมินพฤติกรรมการใช้สารเคมีของเกษตร (หลังเข้าร่วมโครงการ) และรายงานผลการประเมินผ่านระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย 2) ตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ หลังการดำเนินโครงการ เพื่อเปรียบเทียบระดับความปลอดภัยของผลผลิตทางการเกษตรที่ผลิตโดยเกษตรกรกับก่อนเข้าร่วมโครงการ และรายงานผลการตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้าง ผ่านระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย ทั้งนี้ การรายงานการประเมินพฤติกรรมการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชของเกษตร ก่อน – หลังเข้าร่วมโครงการ และการรายงานผลตรวจวิเคราะห์สารเคมีตกค้างในผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกร ก่อน – หลังเข้าร่วมโครงการ ให้รายงานผ่านระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย https://report-ppsf.doae.go.th/ --> ระบบการเฝ้าระวังการใช้สารเคมีควบคุมศัตรูพืช ทันทีที่ดำเนินการแต่ละกิจกรรมแล้วเสร็จ
25รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)รูปภาพการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการจัดการสุขภาพพืชเพื่อความปลอดภัยของสินค้าเกษตร 2. เฝ้าระวังการระบาดของศัตรูพืชเชิงรุกและการแจ้งเตือน2.1 สำรวจติดตามสถานการณ์การระบาดของศัตรูพืชและการแจ้งเตือน สนับสนุนการสำรวจและเก็บข้อมูลในแปลงปลูกพืชทุกสัปดาห์เพื่อติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชใน ศจช. และพื้นที่เสี่ยง โดยในพื้นที่เสี่ยงควรกระจายและครอบคลุมพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัด (กลุ่มอารักขาพืช) ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ และเกษตรกรเจ้าของแปลง คัดเลือกพื้นที่ดำเนินการที่มีความเหมาะสมเป็นแปลงตัวแทนในการสำรวจ และดำเนินการสำรวจติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชพร้อมทั้งรายงานในระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย https://report-ppsf.doae.go.th/ โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้ 1) คัดเลือกพื้นที่ดำเนินการแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช ต้องมาจาก 2 ส่วน คือ1.1) แปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชของ ศจช. โดยคัดเลือกจากแปลงของสมาชิก ศจช. ที่มีความพร้อมและสามารถเก็บข้อมูลศัตรูพืชได้ตลอดฤดูการผลิต โดยเป็นแปลงที่ดำเนินการปลูก พืชหลักหรือพืชรองก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การเพาะปลูกขณะนั้น
26รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.2) แปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชในพื้นที่เสี่ยง โดยคัดเลือกจากแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ 13 ชนิด (ข้าว มันสำปะหลัง มะพร้าว กาแฟ ทุเรียน ลำไย ข้าวโพด สับปะรด ปาล์มน้ำมัน มังคุด ยางพารา เงาะ และอ้อย) หรืออื่น ๆ จำนวนแปลงตามเป้าหมาย ที่กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยกำหนด ซึ่งต้องเป็นแปลงที่ไม่ซ้ำกับแปลงติดตามฯ ของ ศจช. โดยให้แปลงติดตามฯกระจายตัวครอบคลุมพื้นที่ปลูกพืชเศรษฐกิจ 2) กำหนดขนาดพื้นที่สำรวจและดำเนินการสำรวจสถานการณ์ศัตรูพืชทุกสัปดาห์ โดยเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบร่วมกับสมาชิก ศจช. หมอพืชชุมชน และเกษตรกรเจ้าของแปลงฯ ตามวิธีที่ระบุในคู่มือการสำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช 3) จัดทำป้ายประจำแปลงพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช (ขนาด 1.0 เมตร x 0.8เมตร) พร้อมทั้งจัดเตรียมธงสีแดง สีเหลือง และสีเขียว สัญลักษณ์สำหรับแจ้งสถานการณ์ศัตรูพืช (สีแดง หมายถึง พบการระบาด, สีเหลือง หมายถึง เฝ้าระวัง และสีเขียว หมายถึง สถานการณ์ปกติ) 4) แจ้งเตือนการระบาดตลอดสัปดาห์ โดยใช้สัญลักษณ์ธงที่บอกความหมาย ดังนี้- สีเขียว หมายถึง เหตุการณ์ปกติ ไม่พบการระบาดศัตรูพืช - สีเหลือง หมายถึง เริ่มพบการระบาดของศัตรูพืช หรือพบศัตรูพืชปริมาณน้อย - สีแดง หมายถึง พบการระบาดของศัตรูพืชในระดับที่รุนแรง หรือพบศัตรูพืชปริมาณมาก 5) เมื่อทำการสำรวจเสร็จสิ้นในแต่ละสัปดาห์ ต้องนำข้อมูลที่สำรวจได้มาวิเคราะห์สถานการณ์การระบาดเพื่อแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ พร้อมรายงานข้อมูลออนไลน์ผ่านระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย https://report-ppsf.doae.go.th ในระบบติดตามสถานการณ์ศัตรูพืชรายแปลง 2.2 ประเมินความหนาแน่นและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดศัตรูพืช 1) สุ่มสำรวจเพื่อประเมินความหนาแน่นของศัตรูพืชระดับพื้นที่ (ด้วยวิธีเร่งด่วน RRA) ดำเนินการโดย1.1) คัดเลือกชนิดพืชเศรษฐกิจหลักของอำเภอ 1 ชนิด ที่มักพบการระบาดของศัตรูพืช (เลือกสำรอง 2 ชนิดกรณีระยะเวลาเพาะปลูกไม่ครบ ๑๐ เดือน) และระบุชนิดศัตรูพืชที่สำคัญอย่างน้อย 3 ลำดับ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอคัดเลือกและให้ข้อมูล 1.2) สำรวจความหนาแน่นของศัตรูหลักของพืชตามข้อ 1.1) โดยใช้หลักสถิติ คำนวณตามตารางการคำนวณความหนาแน่นหรือร้อยละของการระบาดและพื้นที่ระบาดทั้งหมดของอำเภอ อำเภอละ 10 ครั้ง (เดือนละ 1 ครั้ง) และรายงานความหนาแน่นของศัตรูพืชหลักของพืชเศรษฐกิจและพื้นที่ระบาดของทั้งอำเภอ ทุกเดือน 1.3) จัดทำกราฟเส้นแสดงแนวโน้มของสถานการณ์ศัตรูพืชที่สำคัญ 3 ชนิด (กราฟแสดงความหนาแน่นที่ระบุพื้นที่ระบาดและพื้นที่ปลูกในแต่ละเดือน) ตลอดระยะเวลา 10 เดือน หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม เพื่อจัดทำเป็นสถิติช่วงเวลาที่มีโอกาสเกิดการระบาดสำหรับศัตรูพืชที่สำคัญในพื้นที่ เพื่อการวางแผนบริหารจัดการศัตรูพืช เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการระบาดศัตรูพืช 2.3 พัฒนาเกษตรกรผู้สำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช ดำเนินการโดย 1) สำนักงานเกษตรอำเภอรับสมัคร/คัดเลือก เกษตรกรเจ้าของแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช หรืออาสาสมัครเกษตร
27รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) 2) สำนักงานเกษตรจังหวัด (กลุ่มอารักขาพืช) จัดอบรม หลักสูตรการพัฒนาเกษตรกรผู้สำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช โดยจำนวนผู้เข้ารับการอบรมจะเท่ากับจำนวนแปลงติดตามของแต่ละจังหวัด ซึ่งเนื้อหาในการอบรมประกอบด้วย การวินิจฉัยศัตรูพืชเบื้องต้น การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องและปลอดภัย การจำแนกศัตรูพืช/ศัตรูธรรมชาติ การสุ่มสำรวจ การประเมินพื้นที่ระบาด การรายงานข้อมูล และให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อน - หลังอบรม พร้อมทำแบบประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรม รูปภาพการดำเนินกิจกรรมเฝ้าระวังการระบาดของศัตรูพืชเชิงรุกและการแจ้งเตือน 3. พัฒนาเครือข่ายความรู้และบริการด้านการจัดการสุขภาพพืช 3.1 พัฒนาโรงเรียนเกษตรกรด้านการอารักขาพืชและดินปุ๋ย ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ ประกอบด้วยกิจกรรม 3 กิจกรรม ดังนี้1) ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาทักษะด้านการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยตามปัญหาที่เกษตรกรต้องการแก้ไขผ่านกระบวนการเรียนรู้และปฏิบัติจริงแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกรผ่านกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ และสามารถขยายผลด้านอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ยสู่กลุ่มเกษตรกรอื่น ๆ ในชุมชนหรือพื้นที่ใกล้เคียงได้ต่อไป ดำเนินการโดย1.1) คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่มีสถานะเป็นทั้งศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) และศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ซึ่งมีความพร้อมในการเรียนรู้ และยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็นโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริในปีงบประมาณ 2566 และ 2567 สำหรับเป็นเป้าหมายในการอบรมถ่ายทอดความรู้ผ่านกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ จังหวัดละ 1 แห่ง หากไม่มี ให้อยู่ในดุลยพินิจของสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ โดยให้มีการประชาสัมพันธ์หรือประกาศรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมตามความสมัครใจผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงาน กลุ่มไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลได้ง่าย เพื่อการพิจารณาเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมได้ถูกต้องและเหมาะสมเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง 1.2) เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการพัฒนาเป็นวิทยากรกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ (Master Trainer) และวิทยากรพี่เลี้ยงกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ ระดับพื้นที่ (Facilitator) ตลอดจนทีมวิทยากรระดับจังหวัด ระดับอำเภอที่ผ่านการพัฒนาเป็นวิทยากรพี่เลี้ยงมาแล้ว
28รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)เป็นหลักในการจัดการถ่ายทอดความรู้ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ ด้วยรูปแบบที่เหมาะสมให้แก่กลุ่มเกษตรกรเป้าหมายในพื้นที่ จังหวัดละ 1 แห่ง ๆ ละ 15 ราย จำนวนอย่างน้อย 5 ครั้ง โดยดำเนินการวิเคราะห์ปัญหา/ความต้องการ/เป้าหมายของกลุ่ม เพื่อนำไปวางกรอบประเด็นการถ่ายทอดความรู้การจัดการดินและปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน (IPM) ให้ครอบคลุมกิจกรรมตลอดฤดูกาลผลิต และอาจเพิ่มเติมในประเด็นที่เกษตรกรต้องการหรือให้ความสนใจ1.3) เลือกชนิดพืชในการเรียนรู้ จำนวน 1 ชนิด โดยขึ้นอยู่กับความต้องการของกลุ่มเกษตรกร และต้องเป็นพืชชนิดเดียวกับแปลงเรียนรู้โรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ (ตามกิจกรรมจัดทำแปลงเรียนรู้) เพื่อให้เกษตรกรได้ฝึกปฏิบัติจริง จากการศึกษา ทดลอง ทดสอบ วิเคราะห์ข้อมูลแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง1.4) ประเมินความรู้เกษตรกรก่อนและหลัง (Pre-test / Post-test) ดำเนินกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ ด้วยรูปแบบที่เหมาะสมตามบริบทของเกษตรกร 2) สนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ การประชาสัมพันธ์ และการขยายผลการดำเนินงานโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยดำเนินการจัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับดำเนินงานโรงเรียนเกษตรกร การจัดทำสื่อการเรียนรู้ หรือการจัดงานขยายผลการขับเคลื่อนโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ (Farmer Field School Day) ตามความเหมาะสมของพื้นที่ และเกิดประโยชน์สูงสุด 3) จัดทำแปลงเรียนรู้ ด้านการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย สำหรับศึกษาและเปรียบเทียบการจัดการศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน (IPM) ร่วมกับการจัดการดินและปุ๋ยตามหลักวิชาการ กับวิธีปฏิบัติของเกษตรกร ให้เกษตรกรได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริงในแปลง ซึ่งจะนำไปสู่การยอมรับเทคโนโลยีด้วยตัวของเกษตรกร ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดและสำนักงานเกษตรอำเภอร่วมกัน ดังนี้3.1) คัดเลือกแปลง จำนวน 2 แปลง ได้แก่3.1.1) แปลงเรียนรู้ จำนวน 1 แปลง เป็นแปลงเกษตรกรเป้าหมายกิจกรรมโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริที่มีการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน (IPM) ร่วมกับการจัดการดินและปุ๋ยตามหลักวิชาการ ดำเนินการจากงบประมาณที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้โอนจัดสรรให้ โดยชนิดพืชที่เลือกต้องเป็นชนิดเดียวกับชนิดพืชที่ใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร3.1.2) แปลงเปรียบเทียบ จำนวน 1 แปลง เป็นแปลงที่เกษตรกรปฏิบัติด้วยวิธีปัจจุบันหรือแปลงที่มีการใช้สารเคมี โดยชนิดและพันธุ์พืชของแปลงเรียนรู้และแปลงเปรียบเทียบ ต้องเป็นชนิดและพันธุ์เดียวกัน มีพื้นที่เท่ากัน หรือใกล้เคียงกัน ตั้งอยู่ใกล้โรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ สถานที่เรียนรู้ หรือแหล่งชุมชน และมีขนาดแปลงที่เหมาะสมตามชนิดพืช เช่น แปลงเรียนรู้ข้าว อย่างน้อย 1 ไร่แปลงเรียนรู้พืชไร่/ไม้ผล ขนาดอย่างน้อย 1 ไร่ และแปลงเรียนรู้พืชผัก ขนาดอย่างน้อย 1 งาน3.2) จัดซื้อ/จัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดทำแปลงเรียนรู้3.3) จัดทำป้ายแปลงเรียนรู้ (ขนาดป้ายตามความเหมาะสม)3.4) ติดตามผลและรายงานโดยบันทึกข้อมูลการจัดทำแปลงเรียนรู้ และแปลงเปรียบเทียบตลอดฤดูกาลผลิต วิเคราะห์และสรุปรายงานผลให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบ 3.2พัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรเพื่อให้บริการด้านอารักขาพืชและดินปุ๋ย 1) พัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน (ศจช.) ประกอบด้วย1.1) พัฒนาสมาชิกเพื่อยกระดับ ศจช. ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ เพื่อพัฒนาและยกระดับ ศจช. ผ่านกระบวนการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน (IPM) แก่สมาชิก ศจช.และเป็นการทบทวน เพิ่มพูนความรู้และทักษะการจัดการศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสานแก่สมาชิก ศจช. ให้พร้อมสำหรับบริการด้านการอารักขาพืชแก่เกษตรกรในพื้นที่ ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดังนh
29รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) 1.1.1) คัดเลือก ศจช. เป้าหมายสำหรับร่วมกิจกรรมจัดกระบวนการเรียนรู้แก่เกษตรกรเพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพ ศจช. โดยพิจารณา ศจช. ที่จัดตั้งใหม่เป็นอันดับแรก และ ศจช. ระดับB และ C ที่มีศักยภาพในการพัฒนาสู่ระดับที่สูงขึ้น และไม่ควรเป็น ศจช. ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณภายใต้กิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ปี 2568 เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน หากไม่มี ให้อยู่ในดุลยพินิจของสำนักงานเกษตรจังหวัด/อำเภอ โดยให้มีการประชาสัมพันธ์หรือประกาศรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมตามความสมัครใจผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงาน กลุ่มไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลได้ง่าย เพื่อการพิจารณาเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมได้ถูกต้องและเหมาะสมเป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง 1.1.2) วิเคราะห์หรือสอบถามความต้องการของ ศจช. เป้าหมาย และคัดเลือกหัวข้อ/ประเด็นสำหรับจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยเน้นการแก้ไขปัญหาศัตรูพืชหลักของ ศจช. เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้จริง สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะจุดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นการอบรมเพียง 1 ครั้ง 1.1.3) จัดกระบวนการเรียนรู้ด้านการอารักขาพืชแก่สมาชิก ศจช. ๆ ละ 10 ราย จำนวน 1 ครั้ง เพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพ ศจช. และแก้ไขปัญหาศัตรูพืชหลักของ ศจช. ตามหัวข้อ/ประเด็นที่ได้วิเคราะห์และคัดเลือกในข้อ 1.1.2)1.1.4) สนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการจัดซื้อ จัดหา วัสดุอุปกรณ์ และปัจจัยสำหรับการดำเนินกิจกรรมของ ศจช. ในการผลิตและใช้ชีวภัณฑ์ป้องกัน/ควบคุมศัตรูพืชที่จำเป็น หรือการจัดทำแปลงเรียนรู้ หรือการศึกษาทดลอง/วิจัยทดสอบตามความต้องการของ ศจช. ภายใต้กิจกรรมพัฒนาสมาชิกเพื่อยกระดับ ศจช. ตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ และ ศจช. ในพื้นที่ ทั้งนี้ การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และปัจจัย ทั้งชนิด และปริมาณ ขอให้พิจารณาตามความต้องการและความเหมาะสมของ ศจช. โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าเป็นหลักสำคัญ รวมถึงพิจารณาจำนวนวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมแล้วของแต่ละ ศจช. โดยไม่จำเป็นต้องจัดซื้อ จัดหาในชนิด และปริมาณที่เท่ากันทุก ศจช. 1.1.5) ติดตามและรายงานผลการสนับสนุน ผลิตขยาย ใช้ชีวภัณฑ์ให้กรมส่งเสริมการเกษตรทราบ ทางระบบสารสนเทศข้อมูลเพื่อการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย https://reportppsf.doae.go.th/ ภายในวันที่ 25 ของทุกเดือน 2) พัฒนาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) ดำเนินการโดย1. พัฒนาสมาชิก ศดปช. ให้ได้รับความรู้ด้านการจัดการดิน การใช้ปุ๋ย และการบริหารจัดการ เป็นการทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ ฝึกทักษะ เพื่อพัฒนา ศดปช. โดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้านการจัดการดินและปุ๋ย ตามความต้องการของสมาชิกและศักยภาพของ ศดปช. แก่สมาชิก ศดปช. ดำเนินการดังนี้ 1.1 สำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ประเมินการพัฒนาของ ศดปช. ตามเกณฑ์ประเมินการพัฒนาศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และประเมินข้อมูลผลการดำเนินงาน ศดปช. ทั้ง ศดปช. หลัก และ ศดปช. เครือข่าย เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงความอุดมสมบูรณ์ของดินในชุมชน จากนั้นคัดเลือก ศดปช. ที่มีศักยภาพ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์ต้นแบบ อำเภอละ 1 ศูนย์ (ยกเว้น อำเภอที่ได้รับงบประมาณ กิจกรรม พัฒนาโรงเรียนเกษตรกรด้านอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย) 1.2) วิเคราะห์หรือสอบถามความต้องการของ ศดปช. เป้าหมาย เพื่อให้ทราบถึงความต้องการ หรือแนวทางการแก้ไขปัญหา หรือความต้องการในการพัฒนา และคัดเลือกหัวข้อ/ประเด็นสำหรับจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยเน้นการแก้ไขปัญหา ความท้าทายของ ศดปช. การจัดการดินปุ๋ย
30รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)การใช้ปุ๋ย สนับสนุนการให้บริการด้านดินปุ๋ยของ ศดปช. เช่น องค์ความรู้เรื่องดินและปุ๋ย การจัดการดินและปุ๋ย การอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ของดิน การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและปุ๋ยสั่งตัด การจัดการสมดุลธาตุอาหารในพืช เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการจัดการดินและปุ๋ย การพัฒนาระบบบริหารจัดการกลุ่มและการให้บริการ การประชาสัมพันธ์กลุ่มโดยใช้เทคโนโลยี เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้และนำไปปฏิบัติได้จริง เนื่องจากเป็นการจัดกระบวนการเรียนรู้เพียง 1 ครั้ง1.3) จัดกระบวนการเรียนรู้ ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการจัดการดินและปุ๋ยแก่สมาชิก ศดปช. ๆ ละ 10 ราย จำนวน 1 ครั้ง เพื่อพัฒนาศักยภาพสมาชิก สนับสนุนการให้บริการด้านดินปุ๋ย เป็นการถ่ายทอดความรู้ตามความต้องการของสมาชิก ตามหัวข้อ/ประเด็นที่ได้วิเคราะห์และคัดเลือกในข้อ (1.2) โดยให้มีการประชาสัมพันธ์การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สมาชิก ศดปช. ทราบผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่สมาชิกสามารถเข้าถึงได้ เพื่อให้ได้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่มีความต้องการเรียนรู้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ สมาชิก ศดปช. ที่เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้จะต้องทำการประเมินความรู้ก่อนและหลังการจัดกระบวนการเรียนรู้ (Pre-Test, Post-Test) 2. สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานและจัดทำแปลงเรียนรู้ดินปุ๋ยดำเนินการโดย 2.1) สำนักงานเกษตรอำเภอคัดเลือกเกษตรกรสมาชิกของ ศดปช. ที่สามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ไปสู่เกษตรกรในชุมชน เพื่อจัดทำแปลงเรียนรู้การจัดการดินและการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต หรือแปลงเรียนรู้การจัดการดินและการใช้ปุ๋ยตามความต้องการของสมาชิก หรือกำหนดประเด็นร่วมกันจากการทำความต้องการแบบมีส่วนร่วมด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Smart A4 จำนวน 1 แปลง ขนาดพื้นที่ตามความเหมาะสม เพื่อใช้เป็นจุดถ่ายทอดความรู้และขยายผลในประเด็นดังกล่าว เช่น การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินหรือปุ๋ยสั่งตัด การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินหรือปุ๋ยสั่งตัดร่วมกับการใช้ปุ๋ยชีวภาพ (ในพืชที่สามารถดำเนินการได้) การใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยหมักเติมอากาศ ปุ๋ยพืชสด หรือการไถกลบตอซังพืชหลัก เพื่อปรับปรุงบำรุงดินและปรับปรุงโครงสร้างของดินและ/หรือปุ๋ยชีวภาพ การผลิตและใช้แหนแดงเพื่อลดต้นทุนการผลิต การใช้ปุ๋ยแบบผสมผสาน (ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ) การใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพตามหลัก 4 ถูก (ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา ถูกวิธี) โดยต้องมีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบกับแปลงเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามวิธีการเดิมของเกษตรกร เพื่อให้เห็นความแตกต่างของต้นทุนการผลิตและผลผลิต รวมถึงความแตกต่างในด้านอื่น ๆ เช่น การเจริญเติบโต ความแข็งแรง ความทนทานต่อโรคและแมลงของต้นพืช ต้นทุนการใช้ปุ๋ยและการใช้สารเคมี โดยทั้ง 2 แปลง ต้องมีการปฏิบัติแบบเดียวกัน ยกเว้นเฉพาะเรื่องการใช้ปุ๋ยที่แตกต่างกัน (สูตรปุ๋ยและจำนวนครั้งในการใส่ให้เป็นไปตามคำแนะนำ) โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดและเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ2.2) เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอร่วมกับเกษตรกรเจ้าของแปลงเรียนรู้จัดเก็บข้อมูลตามแบบเก็บข้อมูลแปลงเรียนรู้2.3) สำนักงานเกษตรจังหวัด หรือสำนักงานเกษตรอำเภอจัดทำป้ายแปลงเรียนรู้ เพื่อแสดงรายละเอียดของการจัดทำแปลง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน 2.4) สำนักงานเกษตรจังหวัด ร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ สนับสนุนค่าใช้จ่ายหรือจัดซื้อ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน และการจัดทำแปลงเรียนรู้ตามความต้องการของศูนย์ที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว เช่น วัสดุสำนักงาน วัสดุปรับปรุงดิน ชุดตรวจสอบ N P K และ pH ในดินแบบรวดเร็ว แม่ปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ วัสดุอุปกรณ์ทำปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพ วัสดุอุปกรณ์สำหรับผลิตขยายแหนแดง เป็นต้น สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานและจัดทำแปลงเรียนรู้ของ ศดปช.
31รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)3. พัฒนาและขยายผลต้นแบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมอารักขาพืชและดินปุ๋ยเฉพาะด้าน (Best practice) เพื่อพัฒนา ศจช.หรือ ศดปช. ที่มีองค์ความรู้/มีการคิดค้น/นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอารักขาพืช หรือดินปุ๋ย ไปปฏิบัติและประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้ว สามารถพัฒนาต่อยอดให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานและเป็นต้นแบบเฉพาะด้านระดับจังหวัด สำหรับขยายผลสู่เกษตรกรในชุมชน โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการดังนี้1) คัดเลือก ศจช. หรือ ศดปช. หรือกลุ่มเกษตรกร จำนวน 1 กลุ่ม ที่มีองค์ความรู้/มีการคิดค้น/นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งภูมิปัญญาด้านอารักขาพืชหรือดินปุ๋ย ไปปฏิบัติและประสบความสำเร็จ สามารถเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่เกษตรกรในชุมชนได้ โดยให้มีการประชาสัมพันธ์หรือประกาศรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมตามความสมัครใจผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงาน กลุ่มไลน์ หรือช่องทางอื่น ๆ ที่เกษตรกรสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลได้ง่าย เพื่อการพิจารณาเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมได้ถูกต้องและเหมาะสม เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง 2) จัดซื้อจัดหาวัสดุอุปกรณ์ และปัจจัยสำหรับพัฒนาศูนย์เป้าหมายให้เป็นแหล่งศึกษาดูงานและเป็นต้นแบบสำหรับขยายผลสู่เกษตรกรในชุมชน 3) ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งภูมิปัญญาด้านอารักขาพืช หรือดินปุ๋ยของกลุ่มเป้าหมาย เช่น จัดทำอินโฟกราฟิกส์ แผ่นพับ วีดิทัศน์ เป็นต้น และนำไปเผยแพร่สู่เกษตรกรในชุมชนหรือบุคคลทั่วไป เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ทราบและมาศึกษาดูงาน ณ กลุ่มเป้าหมาย ทั้งนี้ เมื่อมีผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน ให้ศูนย์/กลุ่ม บันทึกรายละเอียดการให้บริการความรู้ ตามแบบรายงานของกองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย 4) ขยายผลองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งภูมิปัญญาด้านอารักขาพืช หรือดินปุ๋ยของกลุ่มเป้าหมาย โดยการจัดงานขยายผลต้นแบบเทคโนโลยีและนวัตกรรมอารักขาพืชและดินปุ๋ยเฉพาะด้าน (Best practice) หรือบูรณาการร่วมกับกิจกรรมอื่น ๆ ของกรมส่งเสริมการเกษตร หรือหน่วยงานภายนอกที่มีการจัดงานให้ความรู้แก่เกษตรกร/ผู้สนใจในลักษณะจัดฐานเรียนรู้ เช่น งานขยายผลการขับเคลื่อนโรงเรียนเกษตรกรตามพระราชดำริ (Farmer Field School Day) คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ หรือกิจกรรมอื่น ๆ จำนวนอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยจัดฐานเรียนรู้ จำนวนอย่างน้อย 1 ฐาน และให้เกษตรกรของกลุ่มเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้ในงานดังกล่าว
32รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)รูปภาพการดำเนินกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายความรู้และบริการด้านการจัดการสุขภาพพืช
33รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) 4.สร้างความเข้มแข็งการดำเนินงานคลินิกพืช 1) สนับสนุนการปฏิบัติงานและประเมินศักยภาพหมอพืชชุมชน 1.1) สนับสนุนการปฏิบัติงานหมอพืชชุมชน โดย สำนักงานเกษตรจังหวัดร่วมกับสำนักงานเกษตรอำเภอ ดำเนินการโดยใช้ระบบส่งเสริมการเกษตร Training and Visit System (T&V System) (ได้แก่ การถ่ายทอดความรู้ การเยี่ยมเยียน การสนับสนุน การนิเทศงาน และการจัดการข้อมูล) เป็นกลไกสนับสนุนการปฏิบัติงานของหมอพืชชุมชนในมิติต่าง ๆ ดังนี้ 1.1.1) มิติด้านวิชาการ เน้นสร้างความเข้มแข็งด้านความรู้วิชาการให้กับหมอพืชชุมชน ได้แก่ วิชาการด้านการวินิจฉัย จัดการศัตรูพืชสำคัญในพื้นที่ การให้บริการคลินิกพืช หรือที่เกี่ยวข้องกับการนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาศัตรูพืชเบื้องต้นของเกษตรกรในพื้นที่ ด้วยวิธีการหรือรูปแบบที่จังหวัด/อำเภอพิจารณาว่าเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพต่อการพัฒนาด้านวิชาการให้กับหมอพืชชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หมอพืชชุมชนเกิดความมั่นใจในการให้คำแนะนำ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของเกษตรกรโดยทั่วไปที่มีต่อความสามารถของหมอพืชชุมชนให้เกิดขึ้นด้วย วิธีการสร้างความเข้มแข็งด้านวิชาการ เช่น- การสร้างสื่อถ่ายทอดความรู้ ข้อมูล ข่าวสารด้านอารักขาพืช การแจ้งเตือนการระบาดศัตรูพืช หรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง- การสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ เสริมทักษะ ทบทวนความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การแก้ไขปัญหา เช่น การเป็นพี่เลี้ยงสร้างประสบการณ์ การฝึกอบรม/ประชุม/สัมมนา (รูปแบบเผชิญหน้า/ออนไลน์) โดยเจ้าหน้าที่อารักขาพืชหรือวิทยากรอื่น ดูงาน ศึกษาต้นแบบ ลงมือปฏิบัติจริง การเยี่ยมเยียน สื่อถ่ายทอดความรู้ หรืออื่น ๆ ตามความเหมาะสม1.1.2) มิติด้านการปฏิบัติหน้าที่ โดย สนับสนุนบทบาทของหมอพืชชุมชนในการเชื่อมโยงเครือข่ายการดำเนินงานคลินิกพืชไปสู่ระดับชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่อง เช่น (1) สร้างการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเครือข่ายคลินิกพืชระดับชุมชน เช่น - สร้างเครือข่ายการดำเนินงานคลินิกพืชในพื้นที่ให้เกิดขึ้น โดยสร้างช่องทางสื่อสารที่รวดเร็วระหว่างหมอพืช (เจ้าหน้าที่อารักขาพืช) และหมอพืชชุมชน (เกษตรกร) เช่น Online chat community (Line group, Line OpenChat ฯลฯ) หรืออื่น ๆ และใช้ช่องทางนั้นติดต่อสื่อสารเพื่อเชื่อมโยง สนับสนุน หรือเป็นประโยชน์ต่อการให้บริการคลินิกพืชแก่เกษตรกรทั่วไปในชุมชน ให้สามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ครอบคุลมทุกพื้นที่ และเกิดประสิทธิภาพ หรือจัดกิจกรรม/เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างเจ้าหน้าที่อารักขาพืชประจำอำเภอกับหมอพืชชุมชน ฯลฯ - สร้างบทบาทการมีส่วนร่วมของหมอพืชชุมชนในการให้บริการคลินิกพืช ตามแนวทางการดำเนินงานคลินิกพืช เช่น การลงพื้นที่ติดตามวินิจฉัยหรือแก้ไขปัญหาศัตรูพืชในชุมชน รับแจ้งปัญหาการเข้าทำลายหรือติดตามปัญหาการระบาดของศัตรูพืชในพื้นที่ เป็นผู้ช่วยหมอพืช (เจ้าหน้าที่) ในการให้บริการคลินิกพืชระดับจังหวัด/อำเภอ - เชิญหมอพืชชุมชนร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรม เช่น การสำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช งานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ หรือจังหวัดเคลื่อนที่ กิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ (Field Day) ฯลฯ(2) สร้างการรับรู้ / การยอมรับของหมอพืชชุมชนในพื้นที่ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อเกษตรกร/บุคคลทั่วไป เช่น - การประชาสัมพันธ์บทบาทหน้าที่ของหมอพืชชุมชน และทำเนียบหมอพืชชุมชนประจำจังหวัด ไปจนถึงผลงาน / ผลสำเร็จ (Best practice) ของการมีส่วนร่วมของหมอพืชชุมชนในเครือข่ายการให้บริการคลินิกพืช ในรูปแบบและผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เอกสารสิ่งพิมพ์หรือ digital file สื่อ Social media เสียงตามสายวิทยุชุมชน ป้ายประชาสัมพันธ์ ฯลฯ
34รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) -การแนะนำหมอพืชชุมชนให้เป็นที่รู้จักต่อเวทีชุมชน เครือข่ายด้านอารักขาพืช (ศจช./ศดปช./ศพก./อกม. ฯลฯ) กลุ่มเกษตรกร เกษตรกรผู้นำ หรือผู้นำชุมชน เป็นต้น - บูรณาการบทบาทของหมอพืชชุมชนร่วมกับเครือข่ายด้านอารักขาพืชหรือกิจกรรมงานส่งเสริมการเกษตรอื่น ๆ ในพื้นที่(3) สนับสนุนสื่อถ่ายทอดความรู้ หรือวัสดุ/อุปกรณ์สำหรับการวินิจฉัยศัตรูพืช ในรูปแบบต่าง ๆ หรือที่พิจารณาว่าจำเป็นหรือเกี่ยวข้องต่อการทำหน้าที่ 1.2)ติดตามประเมินศักยภาพหมอพืชชุมชน ดำเนินการโดยสำนักงานเกษตรจังหวัด วางแผนและติดตามประเมินศักยภาพของเกษตรกรหมอพืชชุมชนที่ผ่านการขึ้นทำเนียบหมอพืชชุมชน (ปี 2566 ถึงปี 2567) รายบุคคลของทุกอำเภอ ตามแบบจัดเก็บข้อมูลหรือแบบประเมินศักยภาพหมอพืชชุมชนที่กำหนด (แบบฟอร์มตาม QR code ท้ายกิจกรรม) ซึ่งการประเมินศักยภาพของหมอพืชชุมชน ประกอบด้วย1.2.1) ด้านความรู้และทักษะที่จำเป็นของหมอพืชชุมชนด้านการวินิจฉัยและจัดการศัตรูพืชเบื้องต้นของพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่1.2.2) ด้านความเข้าใจต่อบทบาทหน้าที่ของหมอพืชชุมชน1.2.3) ด้านการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับ (ประโยชน์ต่อตนเอง และประโยชน์ต่อส่วนรวม)1.2.4) ด้านเครือข่ายการดำเนินงานคลินิกพืช (การปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อารักขาพืช)1.2.5) ความสำเร็จ ข้อเสนอแนะ และอุปสรรคในการดำเนินงานโดยการจัดเก็บข้อมูลสำหรับประเมินศักยภาพหมอพืชชุมชนตามแบบฯ ที่กำหนดนั้น สำนักงานเกษตรจังหวัดสามารถพิจารณาดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่อารักขาพืช (หมอพืช) ของสำนักงานเกษตรอำเภอ ผ่านวิธีการ/กระบวนการที่สามารถดำเนินการได้และเกิดประสิทธิภาพ เช่น การติดตาม การสัมภาษณ์ การสังเกตพฤติกรรม ถอดบทเรียนการเรียนรู้หลังการดำเนินงาน เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประชุม/สัมมนา การลงพื้นที่เยี่ยมเยียน หรืออื่น ๆ เมื่อดำเนินการแล้วสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากการติดตามประเมินฯ ทั้งในส่วนที่เกิดผลสำเร็จหรือควรส่งเสริมสนับสนุน และส่วนที่ควรแก้ไขปรับปรุง เพื่อนำมาใช้พัฒนาศักยภาพหมอพืชชุมชนให้เต็มความสามารถตามความสนใจและความต้องการของเกษตรกรซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เพื่อการวางแผนขับเคลื่อนเครือข่ายคลินิกพืชในพื้นที่ให้เกิดความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน
35รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)รูปภาพการดำเนินงานสร้างความเข้มแข็งการดำเนินงานคลินิกพืช พื้นที่ดำเนินการ :ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดยโสธร ทั้ง 9 อำเภอเป้าหมาย : เกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารที่ยังดำเนินการผลิตแบบพึ่งพาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างไม่ถูกต้อง เกษตรกรผู้ผลิตพืชอาหารในพื้นที่เป้าหมายโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการสินค้ามูลค่าสูง หรือสมาชิกศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน หรือสมาชิกศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน หรือเกษตรกรที่ต้องการเข้าสู่การรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับต่าง ๆ หรือเกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริมการเกษตรรูปแบบแปลงใหญ่ที่ยังคงมีการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชอยู่ ในพื้นที่ 9 อำเภอ จำนวน 365 ราย
36รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ผลสัมฤทธิ์ :ผลผลิต1. เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ไม่น้อยกว่า 365 ราย2. ผลผลิตทางการเกษตรมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 53. มีการสำรวจแปลงติดตามสถานการณ์ศัตรูพืช 37 แปลง4. เครือข่ายความรู้และบริการด้านสุขภาพพืชได้รับการพัฒนาไม่น้อยกว่า 17 เครือข่ายผลลัพธ์1. เกษตรกรมีความรู้และนำไปปฏิบัติไม่น้อยกว่าร้อยละ 802. มูลค่าของผลผลิตเกษตรปลอดภัยเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 53. มีการรายงานสถานการณ์การระบาดและการแจ้งเตือนการระบาดต่อเนื่องทุกสัปดาห์4. พื้นที่การเกษตรได้รับการดูแลจัดการสุขภาพพืชที่เหมาะสมไม่น้อยกว่า 270 ไร่5. เกษตรกรในพื้นที่ดูแลของเครือข่ายความรู้และบริการด้านสุขภาพพืช (ศจช. / ศดปช. / คลินิกพืช) ได้รับการดูแลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการผลกระทบเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 365 ราย สามารถผลิตพืชปลอดภัยจากความสามารถในการจัดการสุขภาพพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์ และบริบทของพื้นที่ จนสามารถลด หรือใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างถูกต้องและปลอดภัย (Safe use) เกิดเป็นการเกษตรที่มีความปลอดภัยทั้งกระบวนการผลิต ลดความเสี่ยงของเกษตรกรที่จะได้รับอันตรายจากสารเคมีทางการเกษตร และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต เป็นการเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน ตลอดจนเกิดการขยายผลไปสู่เกษตรกรในชุมชนจนสามารถเป็นชุมชนเกษตรปลอดภัยและเกษตรยั่งยืนและส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ดังนี้ด้านเศรษฐกิจ : เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจากต้นทุนสารเคมีและปุ๋ยเคมี ลดลง ค่ารักษาพยาบาลผลข้างเคียงจากการใช้สารเคมีลดลง เศรษฐกิจครอบครัวดีขึ้นส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้นด้านสังคม : เกษตรกรในชุมชนเห็นตัวอย่างการปฏิบัติจริงที่ได้ผล เกิดการรับรู้ สนใจ และนำไปปฏิบัติตาม ชุมชนมีการทำการเกษตรปลอดภัยมากขึ้น ลดการย้ายถิ่นฐานเนื่องจากอาชีพมั่นคง เกิดชุมชนเข้มแข็งด้านสิ่งแวดล้อม : ไม่มีสารเคมีปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทั้ง คน พืช สัตว์ จุลินทรีย์สามารถดำรงอยู่ได้ เกิดเป็นความหลากหลายทางชีวภาพ และพื้นที่การเกษตรของศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชุมควบคุมศัตรูพืชได้ เกิดความสมดุของระบบนิเวศทางการเกษตร (Equilibrium) ส่งผลให้สามารถทำการเกษตรแบบยั่งยืนได้สรุปโดยนางจุฑารัตน์ ครโสภา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการนางวัชราภรณ์ จวนสาง นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการนายภานุชิต สีคุณหลิ่ว นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการกลุ่มอารักขาพืช
37รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)4) โครงการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าสมุนไพรชีวภาพงบประมาณ : 99,500 บาท วัตถุประสงค์ :1) เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการผลิตของเกษตรกรกับโครงการพัฒนามาตรฐานการผลิตยาสมุนไพร ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผ่านมาตรฐาน GMP หรือโรงพยาบาลที่มีการใช้วัตถุดิบสมุนไพร 2) เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตพืชสมุนไพรให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และเป็นแหล่งวัตถุดิบสมุนไพรให้กับโรงพยาบาล 3) เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรแปรรูปเบื้องต้น สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชสมุนไพร 4) เพื่อให้เกิดกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพรที่สามารถบริหารจัดการด้านการผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพ สามารถแปรรูป และเชื่อมโยงการตลาดปริมาณ/กิจกรรม :1) กิจกรรมย่อยที่ 1 กำหนดตัวแปรและจัดเก็บข้อมูลเพื่อประเมินคุณภาพ 1.1 การตรวจวิเคราะห์ ดิน – น้ำ สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ดินและน้ำ โดยสุ่มตัวอย่างของดินและน้ำในพื้นที่ที่จะใช้ปลูกพืชสมุนไพร จากแปลงของเกษตรกรที่เป็นสมาชิก จำนวน 1 ตัวอย่าง 1.2 การตรวจวิเคราะห์สารสำคัญและการปนเปื้อนของผลผลิต 2) กิจกรรมย่อยที่ 2 วิเคราะห์ประเมิน Problems & Pain Points การดำเนินงาน 2.1 จัดเวทีเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเกษตรและโรงพยาบาล เกษตรกร 10 ราย 2.2 จัดเวทีวิเคราะห์ประเมิน Problems & Pain Points คน พื้นที่ สินค้า เพื่อวางแผนการผลิต การตลาด เกษตรกร 30 ราย 3) กิจกรรมย่อยที่ 3 พัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพร 3.1 จัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เกษตรกร 3.2 สนับสนุนปัจจัยการผลิตพื้นที่ดำเนินการ :แปลงใหญ่พืช ผัก และสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร เป้าหมาย : เป้าหมายเกษตรกร แปลงใหญ่พืช ผัก และสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ปี 2565 จำนวน 30 รายผลสัมฤทธิ์ :ผลผลิต (Output) เกษตรกรผู้ร่วมโครงการฯ จำนวน 30 ราย ได้รับความรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืชสมุนไพร การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว การแปรรูปเบื้องต้น การผลิตตามระบบ GAP/เกษตรอินทรีย์ ผลลัพธ์ (Outcome)มีกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดยโสธร 1 กลุ่ม ที่สามารถบริหารจัดการด้านการผลิต การแปรรูปและการตลาดผลกระทบ (Impact) 1) เชิงบวก : 1. เกิดการเชื่อมโยงการผลิต การตลาดที่ชัดเจนระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพร และโรงพยาบาลของรัฐที่เข้าร่วมโครงการพัฒนามาตรฐานการผลิตยาสมุนไพร ของกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ผ่านมาตรฐาน GMP ในพื้นที่ หรือโรงพยาบาลที่มีการใช้วัตถุดิบสมุนไพร
38รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) 2. เกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพรมีองค์ความรู้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สามารถพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผลิตสินค้าสมุนไพรได้ 3. เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม สามารถจัดทำแผนพัฒนากลุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าสมุนไพร ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตการตลาดได้ 2) เชิงลบ : ไม่มีสรุปโดย นายสมยศ แสงวงค์นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิตภาพกิจกรรมการจัดเวทีเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มเกษตรกรและโรงพยาบาลโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจชีวภาพ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าสมุนไพรชีวภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568วันที่ 7 มีนาคม 2568 ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่พืช ผัก และสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
39รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมการจัดเวทีวิเคราะห์ประเมิน Problems & Pain Points คน พื้นที่ สินค้า เพื่อวางแผนการผลิต การตลาดโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจชีวภาพ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าสมุนไพรชีวภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568วันที่ 14 มีนาคม 2568 ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่พืช ผัก และสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
40รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมกำหนดการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เกษตรกรโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจชีวภาพกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าสมุนไพรชีวภาพ กิจกรรมย่อยพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568วันที่ 21 มีนาคม 2568 ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่พืช ผัก และสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
41รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมสนับสนุนปัจจัยการผลิตโครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรชีวภาพเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจชีวภาพ กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตสินค้าสมุนไพรชีวภาพ กิจกรรมย่อยพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรผู้ผลิตสมุนไพร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568วันที่ 3 , 26 พฤษภาคม 2568 ณ ที่ทำการกลุ่มแปลงใหญ่พืช ผัก และสมุนไพรในเขตปฏิรูปที่ดินตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
42รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)5) โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตชื่อโครงการ โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่เพื่อปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตงบประมาณ : 726,200 บาทวัตถุประสงค์ :1. เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มทำการผลิตสินค้าเกษตร ด้านสินค้าพืช มีการบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อให้เกิดการรวมกันผลิตและรวมกันจำหน่ายโดยมีตลาดรองรับที่แน่นอน2. เพื่อให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิตและมีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลผลิต มีคุณภาพได้มาตรฐาน ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนปริมาณ/กิจกรรม1. จัดเวทีวิเคราะห์ ประเมินศักยภาพ 5 ด้าน จำนวน 12 แปลง ประกอบด้วย1.1 แปลงปีที่ 3 จำนวน 3 แปลง1.2 แปลงปีที่ 2 จำนวน 5 แปลง1.3 แปลงปีที่ 1 จำนวน 4 แปลง2. จัดเวทีแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร จำนวน 12 แปลง ประกอบด้วย2.1 แปลงปีที่ 3 จำนวน 3 แปลง2.2 แปลงปีที่ 2 จำนวน 5 แปลง2.3 แปลงปีที่ 1 จำนวน 4 แปลง3. สนับสนุนวัสดุการเกษตรเพื่อพัฒนาการผลิต จำนวน 9 แปลง ประกอบด้วย3.1 แปลงปีที่ 3 จำนวน 2 แปลง3.2 แปลงปีที่ 2 จำนวน 4 แปลง3.3 แปลงปีที่ 1 จำนวน 3 แปลง4. ประชุมเชื่อมโยงการดำเนินงานคณะกรรมการเครือข่ายแปลงใหญ่ และ ศพก. จัดประชุมระดับจังหวัด 4 ครั้ง อำเภอดำเนินการประชุม 9 อำเภอ อำเภอละ 4 ครั้ง5. ติดตามการดำเนินงานโครงการ จำนวน 12 แปลงพื้นที่ดำเนินการ :1. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ที่ 1,11 ตำบลคูเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร2. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ที่ 5 ตำบลหนองแหน อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร3. แปลงใหญ่ยางพาราเที่ยงเจริญ หมู่ที่ 6 ตำบลคำน้ำสร้าง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร4. แปลงใหญ่ผัก หมู่ที่ 6 ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร5. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ที่ 4 ตำบลดงเจริญ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร6. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร7. แปลงใหญ่สมุนไพร หมู่ที่ 6 ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร8. กลุ่มแปลงใหญ่ยางพารา หมู่ที่ 3 ตำบลขั้นใดใหญ่ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร9. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 1, 6, 8 ตำบลผือฮี อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร10. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 3,7 ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร11. แปลงใหญ่มันสำปะหลัง หมู่ 5,6,9 ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร12. แปลงใหญ่ยางพาราบ้านหนองเมืองกลาง หมู่ 10 ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธรเป้าหมาย : ดำเนินการในพื้นที่ 5 อำเภอ จำนวน 12 แปลง
43รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ผลสัมฤทธิ์ :ผลผลิต (Output) 1) พื้นที่การเกษตรได้รับการพัฒนาสู่ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ไม่น้อยกว่า 12 แปลง 2) เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ได้รับการพัฒนาตามกระบวน ด้านลดต้นทุนการผลิต ด้านเพิ่มผลผลิต ด้านการบริหารจัดการ ด้านพัฒนาคุณภาพ และด้านการตลาด ไม่น้อยกว่า 12 แปลงผลลัพธ์ (Outcome)1. เกษตรกรในพื้นที่แปลงใหญ่มีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าเกษตรตามแนวทางระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ โดยมีส่วนร่วมในกระบวนการดำเนินงานที่เน้นการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต มีตลาดรองรับ ภายใต้การบริหารจัดการที่ดี สินค้าเกษตรมีคุณภาพและได้รับมาตรฐาน สามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสินค้าเกษตรและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร2. แปลงใหญ่ร้อยละ 70 มีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น ผลกระทบ (Impact) เชิงบวก : กลุ่มเกษตรกรมีการบริหารจัดการภายในกลุ่ม เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคคลในชุมชน สรุปโดย นางสาวกมลทิพย์ กระจกศรีนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต
44รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)6) โครงการทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตสินค้าเกษตรงบประมาณ : 144,700 บาทวัตถุประสงค์ :1) เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะในการเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลังโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และสามารถเป็นวิทยากรให้กับเกษตรกรได้2) เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง ให้ได้คุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด และเน้นการบริหารจัดการกลุ่มโดยใช้กลไกของธนาคารท่อนพันธุ์ชุมชน 3) เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง มีแปลงทดสอบการใช้เทคโนโลยี และแปลงส่งเสริมพันธุ์ดีในการเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรภายในพื้นที่4) เพื่อส่งเสริมและเตรียมความพร้อมศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรในการพัฒนาเข้าสู่ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ปริมาณ/กิจกรรม :1) การอบรมเกษตรกรและศึกษาดูงาน หลักสูตร เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลังเกษตรกร 50 ราย2) กิจกรรมจัดทำแปลงทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง พื้นที่ 4 ไร่3) จัดทำแปลงส่งเสริมพันธุ์ดีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งพันธุ์(ธนาคารท่อนพันธุ์) ในพื้นที่ พื้นที่ 20 ไร่พื้นที่ดำเนินการ :1) การอบรมเกษตรกรและศึกษาดูงาน หลักสูตร เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลังในวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2568 ณ แปลงมันสำปะหลัง นายคำพันธ์ กระจกศรี หมู่ 9 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร2) กิจกรรมจัดทำแปลงทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง ณ ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร3) จัดทำแปลงส่งเสริมพันธุ์ดีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง สำหรับเป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งพันธุ์(ธนาคารท่อนพันธุ์) ในพื้นที่ ณ ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธรผลสัมฤทธิ์ :ผลผลิต (Output) 1) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะในการเพิ่มผ ลิตภาพการผลิตมันโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม2) เกษตรกร จำนวน 50 ราย มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลังมีการจัดตั้งธนาคารท่อนพันธุ์ชุมชนขึ้นภายในกลุ่ม3) มีแปลงทดสอบการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังมี จำนวน 1 แปลง พื้นที่ 4 ไร่ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่เกษตรกร4) มีแปลงส่งเสริมพันธุ์ดีในการเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง พื้นที่ 20 ไร่ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรภายในพื้นที่
45รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ผลลัพธ์ (Outcome)1) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ได้รับความรู้ และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้แก่เกษตรกรได้2) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ร้อยละ 80 มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง 3) มีแปลงทดสอบการใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลัง สามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่4) มีแปลงส่งเสริมพันธุ์ดีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง สามารถใช้เป็นธนาคารท่อนพันธุ์ และแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ผลกระทบ (Impact) 1) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรมีความรู้ความเข้าใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังและสามารถเป็นวิทยากรกระบวนการให้กับเกษตรกรได้2) เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจในการเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลังให้มีคุณภาพตรงความต้องการของตลาด มีการบริหารจัดการการผลิต การตลาด และบริหารจัดการกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ3) กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง มีแปลงทดสอบและแปลงส่งเสริมพันธุ์ดี เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นแหล่งพันธุ์ดีให้แก่เกษตรกรภายในพื้นที่4) เกษตรกรรายย่อยได้รับการพัฒนาเพื่อเตรียมความพร้อมศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรเข้าสู่โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่สรุปโดย นางสาวกรรณิการ์ จันทร์เต็ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต
46รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพประกอบ1) การอบรมเกษตรกรและศึกษาดูงาน หลักสูตร เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง ในวันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2568 ณ แปลงมันสำปะหลัง นายคำพันธ์ กระจกศรี หมู่ 9 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร
47รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)2) กิจกรรมจัดทำแปลงทดสอบและถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตมันสำปะหลัง ณ ตำบลกระจาย อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร