148รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมสนับสนุนปัจจัยการผลิตภายใต้กิจกรรมอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกพืชสมุนไพรโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน กิจกรรมที่ 2 ส่งเสริมการผลิตพืชสมุนไพร กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ในวันที่ 2 - 3 พฤษภาคม 2568ณ กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพร บ้านหินสิ่ว หมู่ 6 ตำบลโคกสำราญ อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร
149รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) กิจกรรมที่ 3 ส่งเสริมและพัฒนาการแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรหน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรงบประมาณ : (บาท)…656,200…..............................................................................................................(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 619,091.-(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) 37,109.-(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท).................-..................................................................(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญญา........-.......... วันสิ้นสุดสัญญา...............-........................ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ1.1 เชิงปริมาณ1.1.1 เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้และทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 801.1.2 กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนมีมูลค่าการจำหน่ายของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปหรือมูลค่าการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรก่อนเข้าร่วมโครงการ (เปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการฯ)1.1.3 กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ อย่างน้อย จำนวน 5 ผลิตภัณฑ์1.2 เชิงคุณภาพผลิตภั ณ ฑ์ สิน ค้าเกษ ตรแป รรูป ของกลุ่มองค์กรเกษ ตรกร/สถาบั น เกษ ตรกร และวิสาหกิจชุมชน มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 5(2) วัตถุประสงค์2.1 เพื่ออบรมถ่ายทอดความรู้และทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์2.2 เพื่อเพิ่มมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป2.3 เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปของกลุ่มองค์กรเกษตรกรให้เพิ่มขึ้น(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการมีนาคม 2568 – กันยายน 2568...................................................................................(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ 4.1 วัสดุอุปกรณ์ที่สนับสนุนแก่กลุ่มเกษตรกรให้ดำเนินการบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่มและมีการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่อง4.2 สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตที่เข้มแข็งและมีความต่อเนื่อง โดยจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และมีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ5.1 กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 กลุ่ม ได้รับการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป5.2 กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 กลุ่ม ได้รับการถ่ายทอดความรู้และฝึกทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป จำนวน 10 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่1) วิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวันเลิงนกทา ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรจำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไวน์มะม่วง และไวน์เมล่อน2) วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ หมู่ 6 ตำบลโคกสำราญ ตำบลโคกสำราญอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ข้าวแต๋นน้ำแตงโม และ น้ำนมข้าวกล้องงอก
150รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)3) วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลน้ำคำใหญ่ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำพริกปลาย่างไข่ผำ และผงไข่ผำโรยข้าว4) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปอาหารบ้านนาสะแบง ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำพริกตาแดง และน้ำพริกกากหมู5) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารบ้านฟ้าห่วน ตำบลฟ้าห่วน อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธรจำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ถั่วลิสงเคลือบกะทิ และถั่วลิสงทอดสมุนไพร5.3 กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 กลุ่ม ได้รับการสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของกลุ่ม และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และหรือวัสดุส่งเสริมการตลาด สามารถสร้างรายได้จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป5.4 กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 กลุ่ม กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน จำนวน 5 กลุ่ม ได้รับการอบรมถ่ายทอดความรู้การประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรแปรรูป(6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด6.1 ผลผลิต (output) 1) เกษตรกรได้รับความรู้และทักษะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2) กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ได้รับการสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์แปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จำนวน 5 กลุ่มจำนวน 9 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่1) วิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวันเลิงนกทา ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรจำนวน 1 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไวน์เมล่อน2) วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์ หมู่ 6 ตำบลโคกสำราญ ตำบลโคกสำราญอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ข้าวแต๋นน้ำแตงโม และ น้ำนมข้าวกล้องงอก3) วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลน้ำคำใหญ่ ตำบลน้ำคำใหญ่ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไข่ผำบด (ผำฉะ) และผงไข่ผำโรยข้าว4) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปอาหารบ้านนาสะแบง ตำบลโนนเปือย อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำพริกตาแดง และน้ำพริกกากหมู5) วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารบ้านฟ้าห่วน ตำบลฟ้าห่วน อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธรจำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ถั่วลิสงเคลือบกะทิ และถั่วลิสงทอดสมุนไพร7.2 ผลลัพธ์ (outcome) : กลุ่มองค์กรเกษตรกร/สถาบั นเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนมีมูลค่าการจำหน่ายของผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 5ของมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูปหรือมูลค่าการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรก่อนเข้าร่วมโครงการ (เปรียบเทียบก่อนและหลังเข้าร่วมโครงการฯ)(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 50 ปี ซึ่งอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเรียนรู้ โดยเฉพาะเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศสรุปโดยนางสุภาพร ศรีชนะ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร
151รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมการดำเนินการ
152รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)
153รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)กิจกรรมที่ 4 ส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ พอเพียง (1 ไร่ 1 แสน)หน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรงบประมาณ : (บาท) 335,200.-(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 333,200.-(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) 2,000.-(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท) -(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญา........-...... วันสิ้นสุดสัญญา.............-.....................................ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยให้ได้มาตรฐานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80(2) วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย บนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำความรู้การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ไปประยุกต์ปรับใช้ในพื้นที่และ เป็นต้นแบบได้(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการ มิถุนายน 2588 - สิงหาคม 2568(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และให้มีจุดเรียนรู้ในแปลงเกษตรของตนเอง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ได้(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ เกษตรกรผู้ผลิตพืชปลอดภัย จำนวน 50 ราย โดยมีเป้าหมายพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเลิงนกทา ทรายมูล มหาชนะชัย และอำเภอค้อวัง ได้รับการถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน การทำเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ และเพื่อให้เกษตรสามารถนำความรู้การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ไปประยุกต์ปรับใช้ในพื้นที่และเป็นต้นแบบได้(6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยให้ได้มาตรฐานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : 1) เน้นการรักษามาตรฐาน สนับสนุนให้เกษตรกรคงความรู้และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง 2) การตลาดที่มั่นคง สร้างกลไกการเชื่อมโยงการตลาดที่ถาวร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 3) การขยายผล ส่งเสริมกลไกการขยายผลความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งขึ้นสรุปโดยนางสาวอโณชา สมหา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ
154รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ถ่ายทอดความรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ พอเพียง ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ พอเพียง (1ไร่ 1 แสน)วันที่ 25 - 26 มิถุนายน 2568ณ อาคารฝึกอบรมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร
155รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)นำเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน กิจกรรมส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ 1 ไร่ พอเพียง (1ไร่ 1 แสน) ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ศึกษาดูงานด้านเกษตรทฤษฎีใหม่วันที่ 1 สิงหาคม 2568ณ อัครฟาร์ม ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อเสริมสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการทำเกษตร
156รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)การส่งมอบปัจจัยการผลิตต้นแบบ และติดตามการใช้ปัจจัยการผลิต
157รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) กิจกรรมที่ 5 ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชชุมชน (พืชเศรษฐกิจ)หน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรงบประมาณ : (บาท) 2,361,000.-(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 1,450,221.50(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) 553,778.50(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท) 357,000.-(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญา – วันสิ้นสุดสัญญา -ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยให้ได้มาตรฐานไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2) จำนวนแปลงผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยที่เข้าร่วมโครงการ ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(Good Agricultural Practices: GAP) จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80(2) วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย 2) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานในตลาด ทั้งด้านปริมาณความหลากหลายของสินค้า และมีคุณภาพที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของผู้บริโภค เป็นแหล่งผลิต สินค้าเกษตรปลอดภัยที่สำคัญในระดับภูมิภาคและมีการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งและเชื่อมโยงทั้งระบบ(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการ เมษายน 2568 - มีนาคม 2569 (กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีเฉพาะกิจกรรมตรวจรับรองแปลง)(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ 1) วัสดุอุปกรณ์ที่สนับสนุนแก่กลุ่มเกษตรกรให้ดำเนินการบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่มและมีการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่อง 2) สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และให้มีจุดเรียนรู้ในแปลงเกษตรของตนเอง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ได้(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ 1) เกษตรกรจำนวน 510 ราย ได้รับการเทคโนโลยีการพัฒนาศักยภาพศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์พืชชุมชน (พืชเศรษฐกิจ) 2) เกษตรกรต้นแบบ จำนวน 170 ราย สนับสนุนการจัดทำแปลงต้นแบบการผลิตเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์พืชชุมชน (พืชเศรษฐกิจ) และการตรวจรับรองแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์พืช(6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด 1) เกษตรกร 510 ราย ผ่านการอบรมถ่ายทอดความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยให้ได้มาตรฐานไม่น้อยกว่า เกิดการรวมกลุ่มและขยายผลเพื่อถ่ายทอดความรู้ในพื้นที่ 2) เกษตรกรต้นแบบ จำนวน 170 แปลง ได้รับการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี(Good Agricultural Practices: GAP) (อยู่ระหว่างการตรวจรับรองมาตรฐาน ตามห้วงฤดูกาลผลิต)(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : 1) เน้นการรักษามาตรฐาน สนับสนุนให้เกษตรกรคงความรู้และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP 2)การตลาดที่มั่นคงสร้างกลไกการเชื่อมโยงการตลาดที่ถาวร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 3) การขยายผล ส่งเสริมกลไกการขยายผลความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งขึ้นสรุปโดยนางสาวกรรณิการ์ ศรีแสนตอ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และสารสนเทศ
158รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ติดตามการถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาศักยภาพศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์และขยายพันธุ์พืชชุมชน (พืชเศรษฐกิจ) ในพื้นที่
159รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ส่งมอบและสนับสนุนปัจจัยการผลิตตามความต้องการของกลุ่มฯและแปลงต้นแบบติดตามการใช้ปัจจัยการผลิตต้นแบบ
160รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)2) โครงการ ส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ กิจกรรมย่อยที่ 1.1 ส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์รายใหม่กิจกรรม : ส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์3. หน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร4. งบประมาณ : (บาท) 2,792,700.-(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 1,667,685.-(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) 188,490.-(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท) 935,944.-(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญา........-.......... วันสิ้นสุดสัญญา................-...............................5. ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2) จำนวนพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระยะเริ่มใหม่หรือระยะปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้น จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 3) จำนวนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์และผ่านมาตรฐานจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด(2) วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 3) เพื่อรักษาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการมีนาคม 2568 - มีนาคม 2569 (กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีเฉพาะกิจกรรมตรวจรับรองแปลง ซึ่งต้องดำเนินการตามห้วงฤดูกาลผลอต)(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ 1) วัสดุอุปกรณ์ที่สนับสนุนแก่กลุ่มเกษตรกรให้ดำเนินการบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่มและมีการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่อง 2) สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และให้มีจุดเรียนรู้ในแปลงเกษตรของตนเอง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ได้ 3) สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตที่เข้มแข็งและมีความต่อเนื่อง(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ผลผลิต 1) เกษตรกร จำนวน 720 ราย ได้รับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์บนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (รายใหม่ 300 ราย รักษามาตรฐาน 420 ราย) 2) เกษตรกรได้รับการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ระยะเริ่มใหม่ จำนวน 300 ราย 3) เกษตรกรได้รับการเข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์จำนวน 420 ราย
161รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) ผลลัพธ์ 1) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ในระยะเริ่มใหม่ จำนวน 600 ไร่ และพื้นที่ที่ได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายของโครงการทั้งหมด (อยู่ระหว่างการตรวจรับรองมาตรฐาน) 2) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีชนิดสินค้าและพื้นที่เกษตรอินทรีย์ เพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ผลกระทบ เชิงบวก : ผลผลิตที่ได้จากการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นอาหารที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเงินงบประมาณของประเทศชาติในด้านสาธารณสุข นอกจากนั้นยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย1. ยกระดับภาพลักษณ์ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ของจังหวัด2. ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม3. ส่งเสริมสุขภาพผู้บริโภคและเกษตรกร4. เกิดความยั่งยืนในการผลิตและการตลาด5. ต้นทุนการผลิตลดลง ขณะที่ราคาข้าวอินทรีย์สูงกว่าข้าวทั่วไป 6. มูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น7. งบประมาณโครงการที่ลงทุนไปก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม(6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด- กิจกรรมส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์รายใหม่ ปี 2568 เกษตรกร จำนวน 10 กลุ่มๆ ละ 30 คน รวมเกษตรกรทั้งสิ้น 300 คน ฝึกอบรม จำนวน 4 ครั้งๆละ 1 วัน ดังนี้ 1. อำเภอเมืองยโสธร 2 กลุ่ม จำนวน 60 คน 2. อำเภอเลิงนกทา 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 3. อำเภอมหาชนะชัย 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 4. อำเภอคำเขื่อนแก้ว 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 5. อำเภอกุดชุม 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 6. อำเภอค้อวัง 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 7. อำเภอป่าติ้ว 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 8. อำเภอไทยเจริญ 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน 9. อำเภอค้อวัง 1 กลุ่ม จำนวน 30 คน- กิจกรรมย่อยที่ 1.2 รักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ปี 2568 (งบกลุ่มจังหวัด)เกษตรกร จำนวน 10 กลุ่มๆ ละ 30 คน รวมเกษตรกรทั้งสิ้น 420 คน ฝึกอบรมระหว่างวันที่ 4 – 6 มิถุนายน 2568 จำนวน 1 ครั้งๆละ 1 วัน ดังนี้ 1. กลุ่มเกษตรกร อำเภอเมืองยโส ธร จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน 2. กลุ่มเกษตรกร อำเภอมหาชนะชัย จำนวน 2 กลุ่ม เกษตรกร 60 คน 3. กลุ่มเกษตรกร อำเภอคำเขื่อนแก้ว จำนวน 4 กลุ่ม เกษตรกร 120 คน 4. กลุ่มเกษตรกร อำเภอเลิงนกทา จำนวน 2 กลุ่ม เกษตรกร 60 คน 5. กลุ่มเกษตรกร อำเภอไทยเจริญ จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน 6. กลุ่มเกษตรกร อำเภอกุดชุม จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน 7. กลุ่มเกษตรกร อำเภอป่าติ้ว จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน 8. กลุ่มเกษตรกร อำเภอทรายมูล จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน 9. กลุ่มเกษตรกร อำเภอค้อวัง จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน
162รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2) จำนวนพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระยะเริ่มใหม่หรือระยะปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้น จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด โดยอยู่ระหว่างการตรวจรับรองมาตรฐาน 3) จำนวนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์และผ่านมาตรฐานจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด โดยอยู่ระหว่างการตรวจรับรองมาตรฐาน(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : 1) เน้นการรักษามาตรฐาน สนับสนุนให้เกษตรกรคงความรู้และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง 2) การตลาดที่มั่นคง สร้างกลไกการเชื่อมโยงการตลาดที่ถาวร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 3) การขยายผล ส่งเสริมกลไกการขยายผลความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งขึ้นโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ประสบผลสำเร็จ ทั้งด้านผลสัมฤทธิ์และผลลัพธ์ สามารถยกระดับเกษตรกรให้มีความรู้ ความสามารถ และรายได้ที่มั่นคงขึ้น ลดการพึ่งพาสารเคมี และสร้างคุณค่าต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม ถือเป็นโครงการที่คุ้มค่าและควรขยายผลต่อไปสรุปโดยนางจุฑามาศ คำสุนทร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต1. กิจกรรมย่อยที่ 1.1 ส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์รายใหม่1) การสร้างการตระหนักรู้และหลักการการผลิตข้าวอินทรีย์ เป้าหมายเกษตรกร จำนวน 10 กลุ่มๆละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน ฝึกอบรมจำนวน 3 รุ่นๆละ 1 วัน ระหว่างวันที่ 19 - 21 มีนาคม 2568
163รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)2) การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ (4 ครั้ง ๆ ละ 1 วัน)กิจกรรมย่อยที่ 1.1 ส่งเสริมการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์รายใหม่ 1.1.2 การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 รักษาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ยกระดับสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีเป้าหมายดำเนินการ 10 กลุ่มๆ ละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 3 - 15 สิงหาคม 2568
164รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)3) กิจกรรมย่อยที่ 1.1.3 พัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองแบบกลุ่มตามมาตรฐานอินทรีย์ (Internal Control System : ICS) เพื่ออบรมให้ความรู้เกษตรกรในการตรวจประเมินระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองแบบกลุ่มตามมาตรฐานอินทรีย์ (Internal Control System : ICS) สามารถตรวจรับรองให้สมาชิกภายในกลุ่มและสามารถจัดทำระบบควบคุมภายในของกลุ่ม เพื่อรองรับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน Organic จากหน่วยตรวจรับรองภายนอกได้ โดยโครงการดังกล่าวได้กำหนดให้มีกิจกรรมที่ดำเนินการ คือการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการตรวจรับรองมาตรฐานข้าวอินทรีย์ (ICS) ฝึกอบรมเกษตรกรหลักสูตร การพัฒนาผู้ตรวจประเมินระบบควบคุมภายในสำหรับการรับรองแบบกลุ่มตามมาตรฐานอินทรีย์ (Internal -Control System : ICS) การตรวจรับรองมาตรฐานภายในกลุ่มและการตรวจรับรองมาตรฐานจากบุคคลภายนอก จำนวน 10 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน รวมเกษตรกรทั้งสิ้น 300 คน (1 ครั้ง ๆ ละ 2 วัน) ณ โรงแรมเจพี เอมเมอรัลด์ระหว่างวันที่ 29 -30 พฤษภาคม 2568
165รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)3) กิจกรรมย่อยที่ 1.1.4 การตรวจรับรองมาตรฐานภายในกลุ่ม วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ยกระดับสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีเป้าหมายดำเนินการ 10 กลุ่มๆ ละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 300 คน3.1 ตรวจประเมินภายในกลุ่ม3.2 ตรวจประเมินและรับรอง Organic หน่วยตรวจรับรองภายนอก
166รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพประกอบ กิจกรรมรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์1) ถ่ายทอดความรู้รักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์แบบกลุ่ม (Internal Control -System : ICS) เกษตรกรจำนวน 14 กลุ่ม ๆ ละ 30 คนเกษตรกรทั้งสิ้น 420 คน และการติดตามให้คำแนะนำเกษตรกรให้เป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 2.1 การตรวจรับรองมาตรฐานภายในกลุ่ม วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ยกระดับสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด มีเป้าหมายดำเนินการ 14 กลุ่มๆ ละ 30 คน รวมทั้งสิ้น 420 คน
167รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)2.2 ตรวจประเมินและรับรอง Organic หน่วยตรวจรับรองภายนอก
168รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) กิจกรรมย่อยที่ 2 ส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์หน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรงบประมาณ : (บาท) 245,200.-(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 149,200.-(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) -(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท) 96,000.-(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญา ........-........ วันสิ้นสุดสัญญา..........-................................ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2) จำนวนพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระยะเริ่มใหม่ จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด(2) วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 3) เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการ พฤษภาคม 2568 – มกราคม 2569 (เฉพาะรายการที่ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี เนื่องจากกิจกรรมตรวจรับรองฯ ต้องดำเนินตามห้วงฤดูกาลผลิต)(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ 1) สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และให้มีจุดเรียนรู้ในแปลงเกษตรของตนเอง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ได้ 2) สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตที่เข้มแข็งและมีความต่อเนื่อง(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ผลผลิต (Output) 1) เกษตรกร จำนวน 60 ราย ได้รับการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ฯ 2) มีพื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 60 ไร่ 3) พื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์ผ่านมาตรฐาน ร้อยละ 80 4) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการได้รับการรับรองมาตรฐานเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผลลัพธ์ (Outcome) 1) เกษตรกรนำความรู้ไปปรับใช้ในการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และได้รับการการรับรองมาตรฐาน 2) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 มีชนิดสินค้าและพื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ผลกระทบ (Impact) ผลผลิตที่ได้จากการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์จะเป็นอาหารที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ที่อาจลดค่าใช้จ่ายงบประมาณของประเทศชาติในด้านสาธารณสุข นอกจากนั้นยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
169รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)(6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัดกิจกรรมย่อยที่ 1 ส่งเสริมการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์- อบรมถ่ายทอดความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ จำนวน 2 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ครั้งกิจกรรมย่อยที่ 2 การตรวจรับรองมาตรฐาน- จ้างเหมาผู้ตรวจประเมินแปลงต้นแบบ จำนวน 60 แปลง- ตรวจประเมินและรับรอง Organic จากหน่วยตรวจรับรองภายนอก จำนวน 60 แปลงกิจกรรมย่อยที่ 4 จัดงานสาธิตก่อนฤดูกาลผลิต- จัดงานสาธิตก่อนฤดูกาลผลิต จำนวน 1 จุด พื้นที่ดำเนินการ :1) บ้านโซง หมู่ที่ 1 ตำบลทุ่งมน อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร จำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คน2) บ้านแดนสวรรค์ หมู่ที่ 11 ตำบลกุดเชียงหมี อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธรจำนวน 1 กลุ่ม เกษตรกร 30 คนเป้าหมาย : จำนวน 2 กลุ่ม ๆ ละ 30 ราย รวม 60 ราย1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 โดยเกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ร้อยละ 1002) จำนวนพื้นที่ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระยะเริ่มใหม่ จำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด โยอยู่ระหว่างการตรวจรับรองฯ(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : 1) เน้นการรักษามาตรฐาน สนับสนุนให้เกษตรกรคงความรู้และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง 2) การตลาดที่มั่นคง สร้างกลไกการเชื่อมโยงการตลาดที่ถาวร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 3) การขยายผล ส่งเสริมกลไกการขยายผลความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งขึ้นสรุปโดยนางสาวกรรณิการ์ จันทร์เต็ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต
170รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมการดำเนินงาน
171รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)
172รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) กิจกรรมย่อยที่ 3 ส่งเสริมการผลิตผักอินทรีย์หน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรงบประมาณ : (บาท) 91,800.-(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 59,700.-(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) 100.-(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท) 32,000.-(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญา.......-........... วันสิ้นสุดสัญญา.................-...............................ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน จำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 2) จำนวนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์และผ่านมาตรฐานจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด(2) วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อรักษาพื้นที่เกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการเมษายน - ธันวาคม 2568 (เฉพาะรายการที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ตรวจรับรองแปลงซึ่งต้องดำเนินการตามห้วงฤดูกาลผลิต)(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ 1) วัสดุอุปกรณ์ที่สนับสนุนแก่กลุ่มเกษตรกรให้ดำเนินการบริหารจัดการในรูปแบบกลุ่มและมีการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนและต่อเนื่อง 2) สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และให้มีจุดเรียนรู้ในแปลงเกษตรของตนเอง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ได้ 3) เกษตรกรมีการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งมีความต่อเนื่อง(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ผลผลิต 1) เกษตรกร จำนวน 20 ราย ได้รับการถ่ายทอดความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรับรองมาตรฐานพืชผักอินทรีย์ 2) เกษตรกรได้รับการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์จำนวน 20 ราย (อยู่ระหว่างการตรวจรับรองเนื่องจากดำเนินการตามห้วงฤดูกาลผลิต) ผลลัพธ์ 1) เกษตรกรได้รับการเข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์จำนวน 20 ราย 2) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 รักษามาตรฐานและพื้นที่เกษตรอินทรีย์สินค้าเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
173รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) ผลกระทบ เชิงบวก : ผลผลิตที่ได้จากการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์เป็นอาหารที่มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ส่งผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเงินงบประมาณของประเทศชาติในด้านสาธารณสุข นอกจากนั้นยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย1. ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม2. ส่งเสริมสุขภาพผู้บริโภคและเกษตรกร3. เกิดความยั่งยืนในการผลิตและการตลาด4. มูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น5. งบประมาณโครงการที่ลงทุนไปก่อให้เกิดประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม(6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัดพื้นที่ดำเนินการ กลุ่มเกษตรกรบ้านปักแฮด หมู่ที่ 4 ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธรจำนวน 20 ราย 1) เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานจำนวนไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 โดยถ่ายทอดความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรับรองมาตรฐานพืชผักอินทรีย์จำนวน 3 ครั้ง หลักสูตรตามความต้องการของเกษตรกรและตามบริบทสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนไป 2) จำนวนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ที่เข้าสู่ระบบการรักษามาตรฐานเกษตรอินทรีย์และผ่านมาตรฐานจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่เป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด โดยอยู่ระหว่างการตรวจรับรอง เนื่องจากต้องดำเนินการตามห้วงฤดูกาลผลิต(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : 1) เน้นการรักษามาตรฐาน สนับสนุนให้เกษตรกรคงความรู้และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง 2) การตลาดที่มั่นคง สร้างกลไกการเชื่อมโยงการตลาดที่ถาวร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 3) การขยายผล ส่งเสริมกลไกการขยายผลความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เพื่อสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งขึ้นสรุปโดยนายภานุชิต สีคุณหลิ่วนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มอารักขาพืช
174รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ถ่ายทอดความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรับรองมาตรฐานพืชผักอินทรีย์จำนวน 3 ครั้งวันที่ 23 เมษายน, 1 พฤษภาคม และ 7 พฤษภาคม 2568 ณ กลุ่มเกษตรกรบ้านปักแฮด หมู่ที่ 4 ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
175รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)การส่งมอบปัจจัยและติดตามการตรวจประเมินแปลงฯ
176รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) กิจกรรมที่ 4 สร้างเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่หน่วยดำเนินการ : สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรงบประมาณ : (บาท) 553,400.-(๑) ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ : (บาท) 433,470.-(2) งบประมาณเหลือจ่าย : (บาท) 119,930.-(3) งบประมาณที่กันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี: (บาท) -(4) กรณีงบรายจ่ายลงทุน วันเริ่มต้นสัญญา.....-............. วันสิ้นสุดสัญญา................-..........................ผลการดำเนินโครงการ(1) ตัวชี้วัดโครงการ เกษตรกร จำนวน 40 ราย ได้รับการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่(2) วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเกษตรกรให้มีความรู้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้ได้มาตรฐานบนพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรของกลุ่มจังหวัดให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสอดคล้องกับความต้องการของตลาด(3) ระยะเวลาดำเนินโครงการพฤษภาคม - มิถุนายน 2568(4) วิธีการบริหารจัดการหรือการดูแลบำรุงรักษาเมื่อโครงการเสร็จแล้ว เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ 1) สนับสนุนการสร้างเครือข่าย และให้มีจุดเรียนรู้ในแปลงเกษตรของตนเอง เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้และสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ได้ 2) สนับสนุนให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มการผลิตที่เข้มแข็งและมีความต่อเนื่อง(5) ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ กิจกรรมย่อยที่ 4.1 ปรับแนวคิดเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ (2 วัน)เป้าหมายคือ เกษตรกรที่มีศักยภาพในการต่อยยอดเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ มีอายุตั้งแต่ 17 - 65 ปี และขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร (หัวหน้าครัวเรือนหรือสมาชิกครัวเรือนเกษตรกร) ในพื้นที่จังหวัดยโสธร 9 อำเภอ รวมทั้งสิ้น จำนวน 100 คน ได้ดำเนินการโครงการปรับแนวคิดเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องบุษราคัม โรงแรม เจ.พี. เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร โดยวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 อบรมเกษตรกร จำนวน 4 วิชา ประกอบด้วยเรื่อง เกษตรกรยุคใหม่กับบทบาทผู้ประกอบการเกษตร โดย นางสาวสุภัทตาสินไชย์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษรตกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร เรื่องปัจจัยแห่งความสำเร็จของผู้ประกอบการเกษตร บรรยายโดย นายจตุรงค์ จันมา ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรอินทรีย์ดงแคนใหญ่และกลุ่มแปลงใหญ่ข้าวอินทรีย์เรื่อง การจัดการธุรกิจสมัยใหม่ บรรยายโดยนายวิโรจน์ ฉัตรหิรัญย์ประธานอาวุโสหอการค้าจังหวัดยโสธร เรื่อง การจัดทำแผนธุรกิจเกษตรและการวางแผนการเงิน บรรยายโดย นางเฉลิมพร วรภาพ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดยโสธร และกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ทบทวนบทเรียน อบรมเกษตรกร จำนวน 2 วิชา ประกอบด้วย เรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร โดย ว่าที่ ร.ต. ดร.วิเชษฐ หลุดพา ครูวิทยะฐานะชำนาญการ วิทยาลัยชุมชนจังหวัดยโสธร และเรื่องการใช้สื่อออนไลน์เพื่อการตลาด โดย นายปริวุฒิ จันทร์สว่าง จากบริษัทบั้งไฟอ๊อฟฟิเชียล จำกัด
177รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) กิจกรรมย่อยที่ 4.2 เสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ (3 วัน) เป้าหมายคือ เกษตรกรที่มีศักยภาพในการต่อยยอดเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ที่ผ่านการอบรมปรับแนวคิดเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ในพื้นที่จังหวัดยโสธร 9 อำเภอรวมทั้งสิ้น จำนวน 40 คน ได้ดำเนินการอบรมเกษตรกรโครงการเสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ระหว่างวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เกษตรกรเป้าหมายจำนวน 40 คน วันที่ 10 มิถุนายน 2568 อบรมเกษตรกร จำนวน 3 วิชา ประกอบด้วย เรื่อง เกษตรยุคใหม่กับโอกาสทองทางธุรกิจ โดย นางสาวอรุโณทัย ก้านจักร นักวิชสการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร เรื่อง การจัดการศัตรูพืชด้วยการใช้และผลิตสารชีวภัณฑ์อย่างถูกต้อง โดย นางกฤติการนต์ โสมณวัตร จากศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชนตำบลดู่ทุ่ง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เรื่อง การบริหารธุรกิจอย่างมืออาชีพ โดยนายวิโรจน์ ฉัตรหิรัญย์ ประธานอาวุโส จากหอการค้าจังหวัดยโสธร เรื่อง การบริหารจัดการการเงิน โดย นายธีรพงษ์ โกษาแสง จาก บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และการแลกเปลี่ยนเรีนยรู้และการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตร โดย กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร วันที่ 11 มิถุนายน 2568 ทบทวนบทเรียน และอบรมเกษตรกร จำนวน 2 วิชา ประกอบด้วย เรื่องการวิเคราะห์พัฒนาศักยภาพตนเอง (ด้านการเกษตร ด้านการตลาด) และเรื่องกลยุทธ์การขายและการเขียนแผนธุรกิจอย่างง่าย โดยนายธีรยุทธ จันทุดม ตำแหน่งครู วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยียโสธร และการแลกเปลี่ยนเรีนยรู้และการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรโดย กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ทบทวนบทเรียน และอบรมเกษตรกร จำนวน 2 วิชา ประกอบด้วย เรื่อง การเพิ่มมูลค่าสินค้าด้วยการสร้าง Brand Story โดย นางสาวพิกุล มีชัย นักพัฒนาอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดยโสธร และเรื่อง การตลาดออนไลน์สำหรับสินค้าเกษตร ได้แก่การสร้างเวปไซต์การถ่ายภาพเพื่อการส่งเสริมการขายในตลาดออนไลน์ โดย นายปริวุฒิ จันทร์สว่าง จากบริษัท บั้งไฟอ๊อฟฟิเชียล จำกัด กิจกรรมย่อยที่ 4.3 เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ เป้าหมายคือ เกษตรกรที่มีศักยภาพในการต่อยยอดเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ที่ผ่านการอบรมโครงการเสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ จำนวน 40 ราย และเจ้าหน้าที่ร่วมดำเนินกิจกรรม จำนวน 2 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 42 คน สถานที่ดำเนินการจัดเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่และศึกษาดูงาน ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินการจัดเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่และศึกษาดูงาน ระหว่างวันที่ 25 - 27 มิถุนายน 2568 ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษ มีเป้าหมายการจัดเวทีฯ จำนวน 42 คน วันที่ 25 มิถุนายน 2568- จุดที่ 1 ณ สวนเกษตร 2000 หมู่ 6 ตำบลหนองบกอำเภอเหล่าเสือโก้กจังหวัดอุบลราชธานีภาคเช้า ฟังบรรยายเรื่อง “การจัดการพื้นที่และการดูแลผลผลิตแบบยั่งยืน” และภาคบ่ายฟังบรรยายเรื่อง “การวางแผนธุรกิจไม้ผลสำหรับผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่” และการลงพื้นที่แปลง โดย นายสำพรต จันทร์หอม อดีตเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวถึงการปลูก การดูแล และการจัดการไม้ผลหลังการเก็บเกี่ยว ได้แก่ทุเรียน เงาะ กาแฟ ลองกอง มะยงชิต และมะม่วง แบบผสมผสาน มีการจัดการพื้นที่ได้เหมาะสม และการเปิดร้านกาแฟ จำหน่ายสินค้าเกษตรจากสวนตนเอง มีการบริหารจัดการด้านการเกษตรและร้านกาแฟแบบครอบครัวแบ่งหน้าที่กันชัดเจน วันที่ 26 มิถุนายน 2568- จุดที่ 2 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสว่างวีระวงศ์ หมู่ 5 ตำบลบุ่งละแมง อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานีฟังบรรยายเรื่อง “การแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการส่งเสริมอาชีพ” โดย นางสุภาพร คำเมฆ ประธานกลุ่มกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรสว่างวีระวงศ์ บรรยายพร้อมการสาธิตการแปรรูปน้ำพริกปลาส้ม แบบการมีส่วนร่วมกับคณะ
178รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ศึกษาดูงาน ฝึกปฎิบัติการผัดคั่วปลาส้มให้แห้ง ทอดเครื่องเคียง การบรรจุ การคิดราคาต้นทุน การตลาดและช่องทางการจำหน่าย ทั้งออนไลน์และแบบขายหน้าร้าน- จุดที่ 3 ณ สวนเกษตรเชิงท่องเที่ยวบ้านสวนวินกะวา สวนทุเรียนภูเขาไฟบ้านซำตารมย์ ตำบลตระกาจ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ฟังบรรยายเรื่อง “แนวทางการพัฒนาเกษตรเชิงท่องเที่ยว และการตลาดออนไลน์ พร้อมการสร้างแบรนด์สวนเกษตร” โดย นายภัทรศาสตร์ บุญสุข นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตระกาจ กล่าวถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกมะม่วงนอกฤดู แล้วมาทำสวนทุเรียนในพื้นที่ 7 ไร่ เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยเป็นเมืองทุเรียนภูเขไฟ จึงได้ทำโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยวได้มาพักอาศัยช่วงฤดูเก็บทุเรียน และทำสวนน้ำเพื่อการพักผ่อนของครอบครัวสำหรับนักท่องเที่ยว แบบมาที่ได้ทั้งอิ่มผลไม้ที่อร่อยและสนุก ได้ท่องเที่ยวทั้งครอบครัว พร้อมกล่าวถึงการดูแลการจัดการพื้นที่ สินค้า และคน (คนงานลูกจ้าง) ระหว่างช่วงรอการเก็บเกี่ยวทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าหลัก และได้มีร้านกาแฟไว้แวะชิมสำหรับนักเดินทางอีกด้วย และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ร่วมการจัดเวทีฯ ผู้จัดการสวน และผู้บรรยาย กว่าจะมีแบรนด์ที่คนรู้จักต้องใช้เวลา การเลือกใช้ชื่อสวนก็สำคัญต้องร่วมสมัย อย่างที่สวนนี้ชื่อของหลาน “วินกะวา” สินค้ามีคุณภาพดี เรื่องการตลาด ก็ตามมา ที่เรียกว่าปากต่อปากของดีต้องบอกต่อ ทั้งแบบ Waik in และ On line การสร้างเพจร้านต้องให้น่าสนใจ และต้องมีข้อมูลกิจกรรมให้ผู้ติดตามทราบเป็นประจำวันที่ 27 มิถุนายน 2568- จุดที่ 4 วิสาหกิจชุมชนชัยพัฒนาศรีสะเกษ หมู่ 7 ตำบลกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเช้า ฟังบรรยายเรื่อง “เทคนิคการดูแลกาแฟและการจัดการให้เหมาะสมกับพื้นที่” และฟังบรรยายเรื่อง “การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานและการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ โดย นายฉัตรชัย ไชยโยธา ประธานวิสาหกิจชุมชนชัยพัฒนาศรีสะเกษ กล่าวถึง ที่มาการปลูกกาแฟโรบัสต้า พันธุ์ชุมพร จาการส่งเสริมจากศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ พร้อมได้รับการสนับสนุนจาก นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วยหน่วยงานราชการจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมชู“โรบัสต้าศรีสะเกษ” ปลูกในที่ดินภูเขาไฟรสชาติเยี่ยม มีเป้าหมายการผลิตครบวงจร ให้ความรู้ตั้งแต่ปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป เปิดร้านจำหน่ายกาแฟ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด ภาคบ่าย ร่วมฝึกปฏิบัติการชงกาแฟและเครื่องดื่มแบบต่างๆ พร้อมเยี่ยมชมสวนกาแฟของสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชัยพัฒนาศรีสะเกษ และสมาชิกโครงการโคกหนองนาการเกษตรแบบผสมผสาน (6) ผลการดำเนินการตามตัวชี้วัด เกษตรกร จำนวน 40 ราย ได้รับการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการรุ่นใหม่โดยได้ผ่านการอบรมหลักสูตรภายใต้กิจกรรมย่อย ปรับแนวคิดเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่เสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่และเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่(7) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ : 1) เน้นการรักษามาตรฐาน สนับสนุนให้เกษตรกรคงความรู้และนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง 2) การตลาดที่มั่นคง สร้างกลไกการเชื่อมโยงการตลาดที่ถาวร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน 3) การขยายผล ส่งเสริมกลไกการขยายผลความรู้สู่เกษตรกรรายอื่นที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการเพื่อสร้างผลกระทบที่กว้างขวางยิ่งขึ้นสรุปโดยนางสาวอรุโณทัย ก้านจักร นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร
179รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมโครงการปรับแนวคิดเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2568ณ โรงแรม เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรวันที่ 27 พฤษภาคม 2568
180รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมโครงการปรับแนวคิดเกษตรกรสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤษภาคม 2568ณ โรงแรม เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรวันที่ 28 พฤษภาคม 2568
181รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมโครงการเสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2568ณ โรงแรม เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2568
182รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมโครงการเสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2568ณ โรงแรม เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรวันที่ 11 มิถุนายน 2568
183รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมโครงการเสริมสร้างเกษตรกรเพื่อพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 10 - 12 มิถุนายน 2568ณ โรงแรม เจ.พี.เอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธรวันที่ 12 มิถุนายน 2568
184รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 25 - 27 มิถุนายน 2568ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษวันที่ 25 มิถุนายน 2568
185รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 25 - 27 มิถุนายน 2568ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษวันที่ 26 มิถุนายน 2568
186รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพกิจกรรมเวทีเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ภายใต้โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ ปี 2568ระหว่างวันที่ 25 - 27 มิถุนายน 2568ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดศรีสะเกษวันที่ 27 มิถุนายน 2568
187รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ส่วนที่ 3ผลการปฏิบัติงานเด่น การประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น ระดับประเทศ ปี 2568รางวัลชมเชย การประกวดวิสาหกิจชุมชน ระดับประเทศ ปี 2568รางวัลชนะเลิศ การประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่น ระดับเขต ประจำปี พ.ศ. 2568
188รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงโคขุนหนองแหน ตำบลหนองแหนอำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนายนพดล ผุดผ่อง เกษตรจังหวัดยโสธร และคณะผู้บริหารหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ให้กำลังใจกลุ่มเกษตรกรในการเข้าร่วม “การประกวดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับประเทศ ประจำปี2568 เพื่อคัดเลือกวิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีแนวโน้มการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นตัวอย่างหรือต้นแบบสำหรับวิสาหกิจชุมชนอื่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นการกระตุ้นและพัฒนาประสิทธิภาพการประกอบการวิสาหกิจชุมชนให้เกิดความมั่นคง รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เกียรติคุณของวิสาหกิจชุมชนที่มีผลงานดีเด่นสู่สาธารณะชน ซึ่งจัดโดยกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการนี้ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้กล่าวชื่นชมความมุ่งมั่นของสมาชิกในกลุ่ม และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก พร้อมทั้งให้กำลังใจสมาชิกทุกคนในการแสดงศักยภาพของชุมชนให้คณะกรรมการระดับประเทศได้เห็นอย่างเต็มที่ การเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน ตลอดจนเป็นต้นแบบที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ให้กับกลุ่มอื่น ๆ ได้ต่อไป
189รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report) การดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง ปี2568สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ได้เห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่มาจากภาคเกษตรกรรม ในการนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2567/68 ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2567 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ผนวกแนวทางเชิงนโยบายดังกล่าวเข้ากับการดำเนินงานปกติ เพื่อใช้เป็นกรอบหลักในการขับเคลื่อนมาตรการในระดับพื้นที่ โดยมุ่งเน้นการใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ การสร้างความตระหนักรู้ และการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพจังหวัดยโสธร ซึ่งมีฐานรากทางเศรษฐกิจอยู่บนภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำนาข้าว ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดเศษวัสดุเหลือใช้หลัก (ตอซัง) จึงมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรในช่วงวิกฤตฝุ่นละออง (เดือนมกราคม – พฤษภาคม) ด้วยเหตุนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร จึงกำหนดบทบาทหน้าที่สำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้สอดคล้องกับนโยบายแห่งชาติและแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 ที่มุ่งเน้น การพัฒนาเกษตรอินทรีย์การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Low Carbon Agriculture)สำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณ ในการควบคุมและลดพื้นที่การเผาในพื้นที่การเกษตรลงร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยได้ดำเนินการตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละออง ปี2568 ของกรมส่งเสริมการเกษตร ประกอบด้วย 1) มาตรการสร้างความตระหนักรู้และมาตรการป้องปราม 2) มาตรการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 3) มาตรการปรับลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชหมุนเวียนหรือพืชมูลค่าสูงเพื่อลดปริมาณวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 4) มาตรการไม่เผาเรารับซื้อ 5) มาตรการไฟจำเป็น (การเผาตามข้อกำหนด) การสรุปผลการดำเนินงานในครั้งนี้จึงเป็นการประเมินประสิทธิผลของมาตรการเชิงรุกและเชิงรับทั้งหมดที่ได้ดำเนินการไปในพื้นที่เกษตรกรรมของจังหวัดยโสธร ภายใต้บริบทของข้อมูล จุดความร้อน (Hotspots) และ พื้นที่เผาไหม้ (Fire Burn Scar) ที่ตรวจพบในช่วงเวลาดังกล่าวผลการดำเนินงานตามมาตรการฯ1. มาตรการสร้างความตระหนักรู้และมาตรการป้องปรามมาตรการสร้างความตระหนักรู้และมาตรการป้องปราม มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องปรามและสร้าง ความตระหนักรู้ ถึงผลกระทบของการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ในปี 2568 จังหวัดยโสธร ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมในมาตรการสร้างความตระหนักรู้และป้องปรามอย่างเข้มข้น โดยเน้นการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานในการปฏิบัติการ มีผลสำเร็จและจุดเด่น ดังนี้1.1 การจัดทำฐานข้อมูลและประเมินความเสี่ยง ได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เพาะปลูก และประเมินปริมาณวัสดุเหลือใช้สูงถึง 3.66 ล้านตัน ซึ่งเกือบทั้งหมด คือ ตอซัง ฟางข้าว และพัฒนาแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ที่แบ่งระดับความเสี่ยง 4 ระดับ โดยระบุ 40 ตำบล ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงมาก/สูง ทั้งนี้ ข้อมูลความเสี่ยงที่ได้พัฒนางานมีความแม่นยำสูง โดยพื้นที่เสี่ยงสูงมากและเสี่ยงสูง มีความสัมพันธ์โดยตรงกับจำนวนจุดความร้อนที่เกิดขึ้นจริงในปี 2568 รายละเอียดตามภาพที่ 1 และ 2
190รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ภาพที่ 1 แผนที่ความเสี่ยงพื้นที่การเกษตรต่อการเผาจังหวัดยโสธร ปี 2568ภาพที่ 2 จุดความร้อนที่เกิดขึ้นในปี 2568 เทียบกับแบบจำลองแผนที่ความเสี่ยง
191รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)1.2 การป้องปรามเชิงรุกและการใช้เทคโนโลยี มีการนำข้อมูลเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติการภาคสนามอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้แผนที่ภาพถ่ายดาวเทียม (Hotspot & Burn Scar Map) ทาบกับทะเบียนเกษตรกร เพื่อส่งต่อข้อมูลให้ชุดปฏิบัติการได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเกิดร่องรอยพื้นที่เผาไหม้ในกิจกรรมการเกษตรทั้งหมด 14,423 แปลง คิดเป็นร้อยละ 100 และข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) ในพืชหลัก (นาข้าว, อ้อย, เกษตรอื่น ๆ) ถูกนำมาเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์442 จุด1.3 มาตรการบังคับใช้กฎหมายและการสื่อสาร มาตรการป้องปรามเชิงกฎหมายถูกนำมาใช้จริง มีการดำเนินงานตามมาตรการตัดสิทธิ์เกษตรกรที่มีประวัติการเผาในช่วง 17 มกราคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568 โดยผลการตรวจสอบเกษตรกรเป็นผู้เผาในพื้นที่การเกษตรจริง รวม 934 แปลง จะขาดคุณสมบัติ ในการเข้าร่วมโครงการสนับสนุนของรัฐเป็นระยะเวลา 2 ปีนอกจากนี้มีการนำข้อมูลพื้นที่เสี่ยง Hotspot และ Burn Scar เข้าบรรจุในวาระการประชุมในทุกระดับ (กรมการจังหวัด, หัวหน้าส่วนราชการ, กำนันผู้ใหญ่บ้าน) เพื่อขอความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างสม่ำเสมอ1.4 ผลลัพธ์ (Output) ของการดำเนินงานตามมาตรการฯมาตรการสร้างความตระหนักรู้และมาตรการป้องปราม กำหนดผลลัพธ์เชิงเป้าหมายภาพรวมHotspot ลดลง ร้อยละ 20 และ Hotspot ลดลงในกลุ่มพืชเป้าหมาย ได้แก่ ข้าวลดลงร้อยละ 30 ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ลดลงร้อยละ 10 และอ้อยโรงงานลดลงร้อยละ 15 ทั้งนี้ ผลลัพธ์ในภาพรวมยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ซึ่งในปี2568 จังหวัดยโสธร ต้องควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตรลดลง ร้อยละ 20 จากปี2567 โดยจำนวน จุดความร้อนที่พบปี2567 จำนวน 450 จุด เทียบกับจำนวนจุดความร้อนที่พบในปี2568 จำนวน442 จุด มีการเปลี่ยนแปลงลดลง 8 จุด คิดเป็นการลดลงร้อยละ 1.78 ส่วนผลลัพธ์ในกลุ่มพืชเป้าหมายนั้นยังไม่มีบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ในข้าว Hotspot ต้องลดลงร้อยละ 30 จาก 442 จุด (ปี2567) เหลือ 354 จุดจุดความร้อนในข้าวที่พบจริง จำนวน 434 จุด (ร้อยละ 98.19 ของจุดความร้อนทั้งหมด) และอ้อยโรงงานHotspot ต้องลดลงร้อยละ 15 จาก 0 จุด ในปี2567 จุดความร้อนในอ้อยที่พบจริง 2 จุด (ร้อยละ 0.45 ของ Hotspot ทั้งหมด) รายละเอียดตามตารางที่ 1 และ 2สำหรับผลลัพธ์จากการตรวจสอบพื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) ตามมาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน ๒.๕ ไมครอน (PM 2.5) ภาคการเกษตร ได้นำข้อมูลมาใช้ประโยชน์เพื่อประกอบการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ทั้งนี้ มีพื้นที่เผาไหม้(Burn Scar) ที่ได้รับรายงานจากระบบDOAE Hotspot & Burn Scar Map V.2 ระหว่างวันที่ 17 มกราคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568 (ตัดยอดข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2568) มีพื้นที่เผาไหม้(Burn Scar) ทั้งหมด 122,456 ไร่ พื้นที่เผาไหม้ดังกล่าวอยู่ในเขตการใช้ที่ดินพื้นที่เกษตร (พด.) จำนวน 59,507 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 48.59 ของพื้นที่เผาไหม้(Burn Scar) ทั้งหมด และมีกิจกรรมการเกษตรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร จำนวน 58,915 ไร่ คิดเป็นร้อยละ99.01 ของพื้นที่เผาไหม้(Burn Scar) ในพื้นที่เกษตร (พด.) รายละเอียดตารางที่ 3ตารางที่ 1 เป้าหมายและจุดความร้อนภาพรวมของจังหวัดยโสธร ปี 2568อำเภอ จุดความร้อน (จุด) พื้นที่เผาไหม้(ไร่)การเปลี่ยนแปลงปี2567 ปี2568 จำนวนจุด ร้อยละมหาชนะชัย 103 149 5,155.75 เพิ่มขึ้น 46 เพิ่มขึ้น 44.66%คำเขื่อนแก้ว 135 107 3,800.56 ลดลง 28 ลดลง 20.74%เมืองยโสธร 65 60 2,711.10 ลดลง 5 ลดลง 7.69%ค้อวัง 58 48 1,147.45 ลดลง 10 ลดลง 17.24%ป่าติ้ว 36 39 1,249.00 เพิ่มขึ้น 3 เพิ่มขึ้น 8.33%เลิงนกทา 32 20 221.50 ลดลง 12 ลดลง 37.50%ทรายมูล 8 9 429.00 เพิ่มขึ้น 1 เพิ่มขึ้น 12.50%กุดชุม 6 5 72.75 ลดลง 1 ลดลง 16.67%ไทยเจริญ 7 5 60.00 ลดลง 2 ลดลง 28.57%รวม 450 442 14,847.11 ลดลง 8 ลดลง 1.78%
192รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ตารางที่ 2 เป้าหมายและจุดความร้อนกลุ่มพืชเป้าหมายของจังหวัดยโสธร ปี 2568 (HS = Hot spot)อำเภอชนิดพืชเป้าหมายข้าว ลดลง 30%HS ปี68อ้อยโรงงาน 15%HS ปี68เกษตรอื่นๆHS ปี68 ปี67 ปี68 ปี67 ปี68 ปี67 ปี68คำเขื่อนแก้ว 133 106 107 - - 2 -มหาชนะชัย 102 82 148 - - 1 - 1เมืองยโสธร 65 52 57 - - - 3ค้อวัง 58 46 48 - - -ป่าติ้ว 34 27 38 - - 2 - 1เลิงนกทา 31 25 19 - - 1 1 -ทรายมูล 7 6 8 - - 1 - 1ไทยเจริญ 7 6 5 - - -กุดชุม 5 4 4 - - 1 1 -รวม 442 354 434 - - 2 8 - 6หมายเหตุ ปี2567 เกษตรอื่นๆ ได้แก่ ข้าว 4 จุด (อำเภอกุดชุม 1 จุด อำเภอทรายมูล 1 จุด อำเภอเลิงนกทา 1 จุด อำเภอป่าติ้ว 1 จุด) มันสำปะหลัง 1 จุด (อำเภอคำเขื่อนแก้ว 1 จุด) และป่าชุมชน/สาธารณะ 3 จุด (อำเภอมหาชนะชัย 1 จุด อำเภอคำเขื่อนแก้ว 1 จุด อำเภอป่าติ้ว 1 จุด) ปี2568 เกษตรอื่นๆ ได้แก่ ข้าว 2 จุด (อำเภอมหาชนะชัย 1 จุด อำเภอทรายมูล 1 จุด) ปาล์มน้ำมัน 1 จุด (อำเภอเมืองยโสธร) และ นอกการเกษตร 3 จุด (อำเภอเมืองยโสธร 2 จุด อำเภอป่าติ้ว 1 จุด)ตารางที่ 3 พื้นที่ Burn Scar และผลการตรวจสอบกิจกรรมการเกษตรในพื้นที่ Burn Scar ปี 2568อำเภอพื้นที่Burn Scar (ไร่) ผลการตรวจสอบกิจกรรมการเกษตรในพื้นที่Burn Scar (R10) (แปลง)พื้นที่ทั้งหมดในพื้นที่เกษตร(พด)กิจกรรมการเกษตรทบก.กิจกรรมการเกษตรตรวจ สอบแล้วไม่พบการเผาในพื้นที่การเกษตรพบการเผาในพื้นที่การเกษตรพบการเผาในพื้นที่แต่เกษตรกรไม่ได้เป็นผู้เผาคิดเป็นร้อยละมหาชนะชัย 60,418 28,925 28,867 6,727 6,727 139 4 6,584 100.00คำเขื่อนแก้ว 26,385 13,168 13,159 3,211 3,211 110 2 3,099 100.00เมืองยโสธร 14,638 7,319 7,287 2,473 2,473 78 926 1,469 100.00ค้อวัง 9,557 4,366 4,366 1,162 1,162 656 0 506 100.00เลิงนกทา 4,798 2,399 2,249 334 334 9 2 323 100.00ป่าติ้ว 2,754 1,377 1,375 261 261 0 0 261 100.00กุดชุม 2,208 1,104 929 18 18 5 0 13 100.00ทรายมูล 1,416 708 542 214 214 70 0 144 100.00ไทยเจริญ 282 141 141 23 23 0 0 23 100.00รวม 122,456 59,507 58,915 14,423 14,423 1,067 934 12,422 100.00
193รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ผลการวิเคราะห์เชิงพื้นที่และประสิทธิผลของมาตรการฯ สรุปได้ดังนี้1) ความสำเร็จในการกำหนดเป้าหมาย การใช้ Risk Map และการเน้นหนักที่อำเภอ คำเขื่อนแก้ว ส่งผลให้ Hotspot ในพื้นที่นี้ลดลงกว่าร้อยละ 20.74 (จาก 135 เหลือ 107 จุด) ซึ่งเป็น การยืนยันว่า ยุทธศาสตร์การทำงานเชิงรุกตามฐานข้อมูลนั้นได้ผลจริง และมาตรการป้องปรามประสบความสำเร็จในการควบคุมการเผาในพื้นที่เสี่ยงเดิมบางส่วน2) ความล้มเหลวในการจัดการแรงต้านทานในพื้นที่ แม้จะให้ความสำคัญกับอำเภอ มหาชนะชัย ตามที่กำหนดไว้ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็น \"จุดวิกฤตสูงสุด\" ของจังหวัด โดยมี Hotspot เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 44.66 (จาก 103 เป็น 149 จุด) สะท้อนว่า ยังไม่สามารถเอาชนะแรงกดดันจากปริมาณวัสดุเหลือใช้มหาศาล และแรงต้านทานทางพฤติกรรมในพื้นที่ได้แม้จะมีมาตรการป้องปรามที่ใช้ในปัจจุบัน3) ประสิทธิผลของมาตรการป้องปราม ดำเนินการตรวจสอบแปลงครบ 14,423 แปลงและการระบุเกษตรกร 934 ราย ที่จะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุน 2 ปีถือเป็นการสร้างมาตรฐาน การป้องปรามที่จริงจัง แต่มาตรการนี้ถูกบั่นทอนอย่างรุนแรงด้วยข้ออ้าง \"ไฟลุกลาม\" ซึ่งกินพื้นที่เผาไหม้กว่า86.13% ของกรณีทั้งหมด ทำให้การบังคับใช้กฎหมายกับผู้เผาโดยเจตนาเป็นไปได้ยาก2. มาตรการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาตรการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเพิ่มมูลค่า เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดการเผา การดำเนินงานตามมาตรการที่ 2 จึงเป็นการเน้นการใช้ข้อมูล เชิงปริมาณเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมในระยะเตรียมการและปฏิบัติการ โดยมีผลลัพธ์ที่โดดเด่นดังนี้2.1 การบรรลุเป้าหมายเชิงปริมาณ จังหวัดยโสธรสามารถบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตรรวมทุกพืช (ข้าวนาปี, ข้าวนาปรัง, มันสำปะหลัง, อ้อยโรงงาน) ได้ถึง 2,838,150.11 ตัน จากปริมาณทั้งหมด 3,666,898.07 ตัน คิดเป็นสัดส่วนการนำไปใช้ประโยชน์ร้อยละ 77.40 ซึ่งบรรลุเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 70 รายละเอียดตามตารางที่ 4ตารางที่ 4 การประเมินปริมาณวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของจังหวัดยโสธร ปี 2567/2568ชนิดพืชปลูก พื้นที่ปลูก (ไร่) พื้นที่เก็บเกี่ยว (ไร่) ปริมาณ (ตัน) จัดการได้(ตัน) คงเหลือ (ตัน) %จัดการได้ข้าวนาปรัง 51,095.16 51,080.16 529,579.87 486,647.44 42,932.52 91.89ข้าวนาปี 1,335,541.91 1,323,854.41 3,026,274.16 2,252,690.10 759,499.19 74.44มันสำปะหลัง 87,747.67 87,747.67 95,020.30 89,139.92 5,880.01 93.81อ้อยโรงงาน 74,489 74,481 16,023.74 9,672.65 2,680.12 60.36ผลรวม 1,548,873.74 1,537,163.24 3,666,898.07 2,838,150.11 810,991.84 77.402.2 การจัดการวัสดุทางการเกษตรหลักในนาข้าว มีการส่งเสริมการจัดการเศษวัสดุด้วยวิธีไถกลบ อัดฟางก้อน และทำอาหารสัตว์ ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ โดยมีการดำเนินการไถกลบตอซังและฟางข้าว รวม 567,092.96 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 43.29 ของพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด (1,309,853 ไร่ จากพื้นที่จริงที่ได้รับการรายงาน)2.3 ปริมาณเชื้อเพลิงคงเหลือ แม้ผลการประเมินปริมาณวัสดุเหลือใช้จะบรรลุเป้าหมาย แต่ยังคง มีเศษวัสดุที่ \"คงเหลือ\" และไม่ถูกนำไปจัดการ รวมทั้งสิ้น 810,991.84 ตัน โดยเศษวัสดุคงเหลือส่วนใหญ่มาจาก ข้าวนาปีถึง 759,499.19 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณเชื้อเพลิงหลักที่นำไปสู่ปัญหา Hotspot 442 จุด
194รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)2.4 ความสำเร็จเชิงปฏิบัติการ การที่สามารถจัดการเศษวัสดุได้เกินเป้าหมายที่ร้อยละ 70 สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการจัดทำฐานข้อมูลปริมาณวัสดุเหลือใช้และการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชน (โรงงานน้ำตาล)/ เกษตรกรในการนำเศษวัสดุไปใช้ประโยชน์และกิจกรรมส่งเสริมการไถกลบได้รับการตอบรับที่ดีในพื้นที่ และการไถกลบตอซังกว่า 5.6 แสนไร่ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ามาตรการนี้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรในพื้นที่ขนาดใหญ่ ให้หันมาใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าของดินแทนการเผา2.5 ความท้าทายที่ยังคงอยู่ ปริมาณวัสดุทางการเกษตรที่คงเหลือคือความเสี่ยงสูงสุด แม้จัดการได้ 77% แต่ 8.1 แสนตัน ของเศษวัสดุที่คงเหลืออยู่ กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงสะสมที่สูงมาก และเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้จังหวัดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการลด Hotspot ลง 20% ได้2.6 ความเสี่ยงในบางพื้นที่ ปริมาณวัสดุทางการเกษตรเหลือใช้สูงสุดอยู่ที่อำเภอป่าติ้ว มีปริมาณวัสดุเหลือใช้จากข้าวนาปีที่คงเหลือสูงสุดถึง 302,823.75 ตัน (คงเหลือ 71.40%) ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจัดการ สำหรับอำเภอเลิงนกทา มีการจัดการเศษวัสดุจากข้าวนาปีในสัดส่วนที่ต่ำมาก ทำให้มีวัสดุคงเหลือสูงถึงร้อยละ 94.99 (124,358.20 ตัน) แสดงให้เห็นว่ามาตรการเชิงเศรษฐศาสตร์และกลไกการรับซื้อในพื้นที่นี้ยังไม่สามารถเข้าถึงเกษตรกรได้เลย2.7 ความขัดแย้งของข้อมูลในอำเภอมหาชนะชัย มี Hotspot เพิ่มขึ้นกว่า 44% แต่รายงาน การจัดการเศษวัสดุข้าวนาปีประเมินไว้ที่สูงมาก (คงเหลือเพียง 1.39% ) ความขัดแย้งนี้อาจสะท้อนว่าปัญหา Hotspot ในพื้นที่นี้ไม่ได้เกิดจากเศษวัสดุที่ไม่ถูกรายงานว่าถูกจัดการ แต่อาจเกิดจากเศษวัสดุจำนวนน้อยที่เหลืออยู่ ถูกเผาอย่างจงใจ หรือมีปัญหาการลุกลามของไฟจากพื้นที่ข้างเคียงตามที่ระบุในมาตรการที่ 1 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรการที่ 2 ยังต้องพัฒนาการตรวจสอบการใช้ประโยชน์อย่างละเอียดถี่ถ้วนยิ่งขึ้น3. มาตรการปรับลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชหมุนเวียนหรือพืชมูลค่าสูงมาตรการปรับลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการปลูกพืชหมุนเวียนหรือพืชมูลค่าสูง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชหมุนเวียนพืชมูลค่าสูงเพื่อลดปริมาณวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การดำเนินงานในมาตรการที่ 3 ของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ถูกถ่ายทอดลงสู่การปฏิบัติในพื้นที่จังหวัดยโสธรอย่างเป็นรูปธรรม เน้นไปที่การสร้างพื้นที่ปลอดการเผาถาวร และการสร้างทางเลือกรายได้หลังนา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดปริมาณฟางข้าวคงเหลือกว่า 7.5 แสนตัน ผ่านโครงการและจากแหล่งงบประมาณต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผลผลิต (Output) ที่เป็นรูปธรรม ดังนี้3.1 ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์และปลอดการเผาถาวร โดยวางแผนและดำเนินการรักษา / ขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 900 ราย ในพื้นที่รวม 1,800 ไร่ พื้นที่อินทรีย์เหล่านี้ที่ได้รับ การยืนยันว่าทำการเกษตรแบบไม่เผาในทุกขั้นตอนการผลิต การรักษาและขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์ 1,800 ไร่ ด้วยเกษตรกร 900 ราย ถือเป็นความสำเร็จในการสร้าง \"พื้นที่ปลอดการเผาถาวร\" ที่มีข้อกำหนดการผลิตอย่างชัดเจน พื้นที่เหล่านี้ช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงในพื้นที่เสี่ยง และเป็น \"ต้นแบบทางพฤติกรรม\" ให้เกษตรกรรายอื่นเห็นว่าการทำการเกษตรแบบไม่เผาสามารถทำได้จริงและยั่งยืน3.2 ปรับเปลี่ยนพืชหลังฤดูทำนา ดำเนินการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนา ได้แก่ ถั่วลิสง แตงโมข้าวโพดหวาน และถั่วเขียว ครอบคลุมเกษตรกร 850 คน ในพื้นที่รวม 850 ไร่ รวมถึงกิจกรรมการจัดทำแปลงเรียนรู้การบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต้นแบบ ใน 4 อำเภอ เกษตรกร 120ราย เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการปลูกพืชหมุนเวียนและลดการเผาตอซังข้าว ซึ่งโครงการพืชหลังนา/ ใช้น้ำน้อยจะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและคืนทุนได้อย่างยั่งยืน สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรเลิกเผาตอซังเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกใหม่ การปรับเปลี่ยนพื้นที่หลังนา 850 ไร่ ไปสู่พืชหมุนเวียน เป็นการแก้ปัญหาเศษวัสดุเหลือใช้ในปริมาณมหาศาลที่ต้นเหตุอย่างถาวร เพราะเป็นการ \"ตัดวงจร\" การเผาตอซังเพื่อเตรียมนาในฤดูกาลถัดไป โดยใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นถึงรายได้ที่ดีกว่า มาเป็นแรงขับเคลื่อนซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การ
195รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)เน้นย้ำโครงการพืชหลังนาในอำเภอที่มีความเสี่ยงสูงด้านการจัดการเศษวัสดุ เช่น เลิงนกทา และ คำเขื่อนแก้วแสดงให้เห็นถึงการจัดสรรทรัพยากรตามแผนที่ความเสี่ยงที่มีการวางแผนมาอย่างดี3.3 ความท้าทายที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อขยายผลสู่จุดวิกฤต แม้จะมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่อินทรีย์และพืชหลังนาถึง 2,650 ไร่ แต่เมื่อเทียบกับพื้นที่การเกษตรทั้งหมด 1.6 ล้านไร่ หรือแม้แต่พื้นที่นาข้าวหลักของจังหวัด การปรับเปลี่ยนในสัดส่วนนี้ยังต้องอาศัยการขับเคลื่อนที่เน้นหนักเพื่อให้เห็นผลในการลด Hotspot โดยรวม นอกจากนี้การเจาะพื้นที่เข้าสู่อำเภอมหาชนะชัยเป็นอำเภอที่ Hotspot เพิ่มขึ้นสูงสุด (ร้อยละ 44.66) ยังไม่สามารถเข้าถึงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในพื้นที่วิกฤตนี้ได้อย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์เชิงบวกจากการขยายพื้นที่ 2,650 ไร่นี้ อาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ภาพรวมจังหวัดบรรลุเป้าหมายการลด Hotspot 20% การดำเนินงานต่อไปจึงต้องอาศัยมาตรการที่ 4 คือ การสนับสนุนทางการตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนผ่านพื้นที่อย่างก้าวกระโดด4. มาตรการไม่เผาเรารับซื้อมาตรการที่ 4 ไม่เผาเรารับซื้อ มีจุดมุ่งหมายในการใช้พลังของตลาดและกฎระเบียบเพื่อสร้างแรงจูงใจและควบคุมการผลิตพืชแบบไม่เผา โดยมีการดำเนินการที่สำคัญและผลลัพธ์เชิงตัวเลขดังนี้4.1 มีการจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกร และพื้นที่ปลูกในพืชหลัก (ข้าว) เพื่อใช้ในการบริหารจัดการครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกกว่า 1.6 ล้านไร่ ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายของมาตรการในการสร้างฐานข้อมูลการผลิต4.2 มีการใช้มาตรการ \"ไม่รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุน\" เพื่อสื่อสารผลกระทบเชิงลบเกษตรกร 934 ราย ถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ 2 ปี (การลงโทษจากการเผา) เป็นการแสดงออกถึงความจริงจังของภาครัฐ แต่มาตรการนี้ไม่สามารถขยายผลการป้องปรามได้ เนื่องจากขาดความสามารถในการแยกแยะและเอาผิดสำหรับผู้ที่อ้างไฟลุกลาม ทำให้แรงจูงใจเชิงลบ (การลงโทษ) ไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมในวงกว้างได้4.3 มีการรับซื้อเศษวัสดุจากภาคเอกชน (โรงงานชีวมวล) เป็นกลไกหลักในการจัดการวัสดุเหลือใช้แต่กลไกรับซื้อนี้มีความล้มเหลวในการจัดการเศษวัสดุจากอ้อย โดยรับซื้อได้เพียง 1,000 ตัน (คิดเป็นร้อยละ0.93) เท่านั้น เกษตรกรจึงไม่มีช่องทางการขายซื้อที่สะดวก/คุ้มค่า ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่เลือกวิธีที่ประหยัดและรวดเร็วที่สุด ซึ่งคือการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเผา5. มาตรการไฟจำเป็น (การเผาตามข้อกำหนด)เนื่องจากจังหวัดยโสธรมีประกาศห้ามเผาในที่โล่งทุกชนิดอย่างเด็ดขาด จึงส่งผลให้จังหวัดยโสธรไม่ได้มีการใช้มาตรการไฟจำเป็น (การเผาตามข้อกำหนด) แต่ผลลัพธ์กลับพบว่ามีร่องรอยการเผาไหม้ (Burn Scar) จำนวน 14,423 แปลง ในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 86.13 ที่ถูกสรุปว่าเกิดจาก \"ไฟลุกลาม\" หรือ \"ปฏิเสธการกระทำ\" ซึ่งเป็นจุดบอดของมาตรการไฟจำเป็นและมาตรการป้องปราม แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่าง \"คำสั่งรัฐ\" กับ \"พฤติกรรมเกษตรกร\" ที่ชัดเจน อำนาจของกฎหมายไม่ได้ถูกแปลเป็นการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพ เกษตรกรใช้ช่องโหว่นี้หลีกเลี่ยงการถูกตัดสิทธิ์โครงการสนับสนุน ทำให้มาตรการป้องปรามสูญเสียความน่าเชื่อถือ ถึงแม้ว่าจะมีการจัดทำฐานข้อมูลพื้นที่เสี่ยง (Risk Map) ในมาตรการที่ 1 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงมีความแม่นยำสูง แต่ชุดปฏิบัติการป้องปรามไม่สามารถเอาชนะแรงกดดันในการเผาของพื้นที่เหล่านั้นได้หากยโสธรต้องการบรรลุเป้าหมายการลด Hotspot ในปีต่อไป การพิจารณานำหลักการควบคุมตามมาตรการไฟจำเป็นมาใช้ (แม้จะไม่ใช่การอนุญาตเผาอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การควบคุมพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ) ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถ ควบคุม กำกับ ดูแล และ แยกแยะ ไฟที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
196รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ข้อเสนอเพื่อการพัฒนางานจากข้อมูลสรุปผลการดำเนินงานมาตรการทั้ง 5 ด้านในปี 2568 ในฐานะนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัดของสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ได้นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์โดยใช้SWOT Analysis ระบุจุดแข็ง จุดอ่อน ความเสี่ยง และโอกาส เพื่อจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนางานในปี 2569 ต่อไปจุดแข็งS1: การจัดการเศษวัสดุบรรลุเป้าหมาย (M2)S2: ฐานข้อมูลแม่นยำ (M1)S3: ความสำเร็จของแปลงนำร่อง จุดอ่อนW1: การขยายผลช้า (M3)W2: ตลาดล้มเหลว (M4)W3: การควบคุมทางกฎหมายอ่อนแอ โอกาสO1: มูลค่าเศรษฐกิจสีเขียว (M3)O2: มีกลไกขับเคลื่อนในพื้นที่เพื่อขยายผลO3: การแก้ไขช่องโหว่ตลาด (M4)อุปสรรคT1: Hotspot รุนแรงในพื้นที่วิกฤต (M1)T2: ปริมาณเชื้อเพลิงคงเหลือสูง (M2/M4)T3: แรงกดดันจากกฎหมาย (M1/M5)จากการวิเคราะห์ข้อมูลในฐานะนักวิชาการผู้รับผิดชอบงานระดับจังหวัด บทบาทหลักคือการสังเคราะห์ข้อมูล การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์และการประสานงาน เพื่อกำจัดความเสี่ยงที่พบ (W2, W3, T1, T2) และขยายโอกาส (O1, O3) โดยมุ่งเป้าไปที่พบจุดความร้อนสูง และ เศษวัสดุคงเหลือ ดังนี้ยุทธศาสตร์ ข้อเสนอเพื่อพัฒนางานยุทธศาสตร์ที่ 1 การปฏิบัติการแบบมุ่งเป้าด้วยข้อมูล1.1 จัดทำ \"แผนที่ความเสี่ยงเชิงเชื้อเพลิง\" โดยนำข้อมูลปริมาณเศษวัสดุคงเหลือ มาทาบกับแผนที่ความเสี่ยงเผา เพื่อจัดทำลำดับความสำคัญของแปลงที่ต้องเข้าถึงก่อน โดยระบุพื้นที่อ้อย และ พื้นที่ข้าวในอำเภอมหาชนะชัย เป็นพื้นที่อันดับ 1ยุทธศาสตร์ 2การขยายผลพืชเศรษฐกิจปลอดการเผา และการจัดการเชื้อเพลิงคงเหลือ2.1 นำโครงการนำร่องเข้าสู่พื้นที่วิกฤต (10,000 ไร่) โดยมุ่งเป้า 70% ของพื้นที่ขยายผลใน อ.มหาชนะชัย และพื้นที่อ้อยโดยตรง เน้นการปลูกพืชหลังนาปลอดการเผา ที่ให้ผลตอบแทนสูง2.2 เสริมพลังเครือข่ายเกษตรกร (ศดปช./แปลงใหญ่/ศพก.) ด้วยระบบคู่มือ (Playbook) จัดทำ \"ชุดคู่มือปฏิบัติการขยายผลการปลูกพืชหลังนาปลอดการเผา\" ผ่านกลไกเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย (O2) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และขยายผลในวงกว้าง โดยมีตัวอย่างความคุ้มค่าจากแปลงเรียนรู้เดิม (S3)2.3 จัดทำ \"ระบบจัดการเศษวัสดุแบบพึ่งพาตนเอง\" ในพื้นที่เป้าหมาย (จัดทำคู่มือปฏิบัติการพึ่งพาตนเอง/สนับสนุนเครื่องมือเฉพาะกิจ/เชื่อมโยงตลาดท้องถิ่น) โดยถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกรและชุมชน ผ่านกลไกเครือข่ายเกษตรกร (ศดปช./แปลงใหญ่/ศพก.) โดยเน้นการปิดวงจรการจัดการวัสดุเหลือใช้ในแปลงหรือในชุมชนเอง2.4 เชื่อมโยงงบประมาณสู่ผลลัพธ์ด้วยการกำหนดเงื่อนไขการสนับสนุนโครงการให้กับเกษตรกรในพื้นที่วิกฤต ที่ต้องยืนยันการจัดการเศษวัสดุทั้งหมดในแปลงโดยไม่ใช้วิธีการเผา
197รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานเกษตรจังหวัดยโสธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (Annual Report)ยุทธศาสตร์ ข้อเสนอเพื่อพัฒนางานยุทธศาสตร์ 3การสร้างมูลค่าเพิ่มและระบบห่วงโซ่อุปทานระดับชุมชน3.1 การจัดทำทะเบียนแปลงปลอดการเผาเพื่อการค้า เตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงนำตลาดพรีเมียมและสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุในระดับชุมชน โดยนำข้อมูลเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ (พืชใช้น้ำน้อย) และพื้นที่เกษตรอินทรีย์ มาจัดทำเป็น ฐานข้อมูลแปลงผลิตที่ได้รับการรับรองว่า \"ปลอดการเผา 100%\" และเผยแพร่สู่สาธารณะฐานข้อมูลนี้จะทำหน้าที่เป็นข้อมูลสำคัญให้แก่ผู้ประกอบการ/โรงสีข้าว/พ่อค้ารายย่อยที่ต้องการซื้อผลผลิตคุณภาพ เพื่อนำไปสู่การกำหนดราคาพรีเมียม (Premium Price) ได้ด้วยตนเอง (ไม่ต้องรอคำสั่งนโยบาย)3.2 การสนับสนุน \"การรวมกลุ่มเพื่อการจัดการร่วม\" ส่งเสริมให้มีการจัดตั้ง \"ธนาคารเศษวัสดุ\" หรือ \"กลุ่มรับจ้างอัดฟาง/ขนส่ง\" ในระดับชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำเศษวัสดุคงเหลือมาฝาก/รวมกลุ่มกันเพื่อลดต้นทุนการขนส่งและการจัดการ โดยใช้เครือข่ายเกษตรกร (ศดปช./แปลงใหญ่/ศพก.) เป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ ข้อเสนอเพื่อพัฒนางานยุทธศาสตร์ 4การอุดช่องว่างทางกฎหมาย และการควบคุมปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยง4.1 ร่างแนวทางปฏิบัติการควบคุมไฟในพื้นที่เสี่ยง โดยนำหลักการมาตราการไฟจำเป็น (การซอยแปลง, แนวกันไฟ, เวลาที่จำกัด) มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ชุดปฏิบัติการมีเครื่องมือในการควบคุมและพิสูจน์เจตนาแทนการห้ามอย่างเดียว 4.2 ฝึกอบรมการเก็บหลักฐาน โดยจัดอบรมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในระดับอำเภอและชุดปฏิบัติการ ให้มีความรู้ในการเก็บหลักฐานและพิสูจน์เจตนาการเผา เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของมาตรการป้องปรามและตัดสิทธิ์4.3 เน้นบังคับใช้กฎหมายแบบมุ่งเป้า ใช้มาตรการป้องปรามและ ตัดสิทธิ์อย่างเข้มข้นที่สุดในอำเภอที่มีความเสี่ยงสูง และพื้นที่ที่ถูกจัดทำเป็น \"ทะเบียนแปลงปลอดการเผา\"สรุปโดย นางจุฑารัตน์ ครโสภาตำแหน่งนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการกลุ่มอารักขาพืช