อัตโนมัติ ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระ สามารถ ระดบั “มอื อาชพี ” ในดา้ นการออกแบบระบวทิ ยุ
ราชปรารภว่าน่าจะออกแบบและผลิตข้ึนใช้เองได้โดยไม่ หาทิศอัตโนมัติเคล่ือนท่ที เี ดยี ว ยงั ความปลาบปล้มื ชน่ื ชม
ต้องพึง่ พาต่างประเทศ ซ่งึ มีราคาสงู ต้งั แต่ ๓ ลา้ นบาทไป โสมนสั ให้แก่ขา้ พเจ้าและเพ่อื นรว่ มงานทกุ คนเปน็ อย่างดี
ถึง ๑๐ ล้านบาทข้ึนไป -- ขณะนั้นข้าพเจ้ามียศนาวาเอก จงึ ไดร้ ับสนองพระราชกระแสในวนั นนั้ เหนือเกลา้ ฯ กลับ
ด� ำ ร ง ต� ำ แ ห น ่ ง ร อ ง ผู ้ อ� ำ น ว ย ก า ร ศู น ย ์ ฝ ึ ก อ บ ร ม มาดำ� เนนิ การต่อในทันที
อิเล็กทรอนิกส์ กรมอู่ทหารเรือ พลเรือโทอุระ สนิทวงศ์
ณ อยธุ ยา เจา้ กรมอ่ทู หารเรอื ในขณะน้นั จึงไดส้ นบั สนนุ พระมหากรุณาธิคุณที่หล่ังลงเหนือเกล้า ซึ่งท�ำให้
ให้ต้ังเป็นโครงการหน่ึงของศูนย์ฝึกอบรมอิเล็กทรอนิกส์ ขา้ พเจา้ ปลาบปลม้ื เปน็ ทสี่ ดุ ทแ่ี ลว้ อกี ครงั้ หนงึ่ คอื ในการ
ดว้ ยงบประมาณดำ� เนนิ การ ปพี ทุ ธศกั ราช ๒๕๒๗ จำ� นวน แขง่ ขนั เรอื ใบประเพณรี ะหวา่ งทมี จติ รลดาและทมี ราชนาวี
๑ ล้านบาท ด�ำเนินการจัดหาเคร่ืองรับวิทยุและอุปกรณ์ เมื่อวันท่ี ๓๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๓ ที่หน้า
อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งไมโครคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการ พระราชวงั ไกลกงั วล ขา้ พเจา้ เขา้ เสน้ ชยั เปน็ ทหี่ นง่ึ ของทมี
วิจัยและพัฒนาตามความจ�ำเป็นของงานจนได้รับความ ราชนาวี แต่ยังหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่
ส�ำเร็จ และได้น�ำเคร่ืองต้นแบบวิทยุหาทิศอัตโนมัติขึ้น ๑๗ วินาที เม่ือเสด็จพระราชด�ำเนินผ่านข้าพเจ้าซ่ึงเฝ้า
สาธิตถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศาลา เสด็จอยู่ริมหาดได้มีรับส่ังกับข้าพเจ้าว่า ข้าพเจ้า “จูน
ดุสิดาลัย เมื่อ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ เป็นท่ีพอพระราช (tune) วทิ ยุเกง่ แต่จนู เรอื ใบสู้พระองค์ไมไ่ ด”้
หฤทัยในความก้าวหนา้ ของงาน
ในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ไดพ้ ระราชทานพระ สมเด็จพระบิดาแห่งชาติไทย ทรงเจริญพระชนมพรรษา
ราชดำ� ริ ใหใ้ ช้เคร่ืองรับวทิ ยุท่มี ีประสิทธิภาพสงู ขึน้ ในการ ๗๒ พรรษา ข้าพเจ้าขอต้ังสัตยาธิษฐานอัญเชิญพระ
แยกคลนื่ ใหพ้ ยายามลดขนาดและนำ้� หนกั ของสายอากาศ รัตนตรัย พระสยามเทวาธิราชและทวยเทพทุกชั้นฟ้า
ลง เพอ่ื ใหส้ ะดวกในการตดิ ตามความเคลอื่ นไหวของแหลง่ โปรดอภบิ าลประทานพร ใหท้ รงพระเกษมสำ� ราญทกุ ทพิ า
แพรค่ ลนื่ วทิ ยไุ ดม้ ากขน้ึ และใหม้ เี ครอื่ งมอื วดั ความเขม้ ขน้ ราตรี ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์สถิตเป็นพระม่ิงขวัญ
ของสนามวิทยุร่วมเข้าไปในระบบเดียวกันด้วย พระราช แก้ขา้ พระบาทพสกนกิ รชาวไทยไปอกี นานแสนนาน และ
วินิจฉัยและพระราชด�ำทั้งหมดนี้แสดงถึงพระปรีชา ขอให้ข้าพระบาทได้รับใช้สนองเบื้องพระยุคลบาทไปทุก
ชาตเิ ทอญฯ
ด้วยเกลา้ ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ขา้ พระพทุ ธเจา้ พลเรอื เอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกลุ พอ่ ตวั อย่างแห่งชาติ
ปี พ.ศ. ๒๕๓๙
100
ความเปน็ เลิศในการกีฬาแล่นใบของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว
โดย พล.ร.อ. ดร.ไพบลู ย์ นาคสกุล
His Majesty King Bhumibol’s Excellency in Sailing
By Admiral Dr. Paibul Nacaskul
Abstract
The excellency of H.M. the King Bhumibol in the sport of sailing is so in depth beyond com-
parison, starting from the trial construction of sailing dinghies from international-class vessels
till designing and constructing his own boats by His Majesty himself, inclusive of successive
developments of design while developing his own skill in sailing to win many races, most renown
of which being the winning of Gold Medal for OK Class Sailing in the 4th SEAP Games hosted by
Thailand.
บทคดั ยอ่
พระอจั ฉรยิ ภาพและพระปรีชาสามารถในกฬี าแลน่ เรอื ใบของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มคี วามลกึ ซ้งึ ยาก
จะหาทเี่ ปรยี บได้ จากการทที่ รงเรม่ิ ตน้ ตง้ั แตท่ รงทดลองตอ่ เรอื ใบ โดยใชแ้ บบมาตรฐานของตา่ งประเทศ จนกระทงั่ ทรง
คดิ คน้ ออกแบบและทรงตอ่ เรอื ดว้ ยฝีพระหตั ถ์ของพระองค์เอง ทั้งยังพฒั นาแบบเรือไปพรอ้ มๆ กับทรงพัฒนาการแล่น
ใบ จนทรงสามารถน�ำเรือเข้าแข่งขันและทรงชนะเลิศในหลายโอกาส และท่ีส�ำคัญทรงชนะเลิศได้เหรียญทองในการ
แข่งขนั เรือใบ ประเภทโอเค ในกฬี าแหลมทองครัง้ ที่ ๔ ทป่ี ระเทศไทยเปน็ เจา้ ภาพ
กฬี าแลน่ ใบเปน็ กฬี าทผี่ เู้ ลน่ ตอ้ งมแี ละใชท้ งั้ ศาสตร์ เรอื ใหเ้ หมาะกับสภาพทอ้ งทะเล การตัดสนิ ใจในจงั หวะที่
และศิลป์ร่วมกันกับความรู้กฎเกณฑ์ของการแล่นใบใน จะกลบั ลำ� แลน่ สลบั ทศิ กนั ไปสจู่ ดุ หมาย และ/หรอื เพอื่ ชงิ
นา่ นน�ำ้ ต่างๆ เพอ่ื ใหเ้ กิดความปลอดภยั และความบันเทงิ ความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างถูกกฎข้อบังคับที่จะ
ใจในการแล่นใบ เพ่อื ความยตุ ธิ รรมในการแลน่ ใบแข่งขัน ก�ำหนดไวใ้ นการแข่งขนั แต่ละครง้ั
เพื่อการพกั ผอ่ นและการออกกำ� ลงั กาย และฯลฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ศาสตรข์ องการแลน่ ใบ คอื ความรเู้ กย่ี วกบั ลกั ษณะ มหาราช ผทู้ รงเปน็ เลศิ ในพระอจั ฉรยิ ภาพดา้ นเกษตรกรรม
ของตัวเรือ เสา ใบ กระดูกงู และหางเสือที่มีผลต่อการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน ตลอดจนพระ
ทรงตัวของเรือขณะแล่นใบไปในทิศทางท่ีต้องการ ปรีชาสามารถด้านการดนตรีและกีฬา พระองค์ทรงเป็น
ท่ามกลางกระแสลม คลืน่ และกระแสนำ�้ ท่จี ะพัดไปไหล เลศิ ในทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ งทที่ รงสนพระราชหฤทยั และทจ่ี ะทรง
มาในทศิ ทางที่แปรปรวนตามธรรมชาติ ณ ชว่ งเวลาน้ันๆ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ผเู้ ขยี นใครจ่ ะขอเสนอบทความสน้ั ๆ เกย่ี ว
กบั การกฬี าแลน่ ใบของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เพอ่ื
ศิลป์ของการแล่นใบ คือ การประมวลเอาความรู้ ให้ปวงชนชาวไทยได้ทราบอย่างลึกซ้ึงถึงพระปรีชา
ในศาสตร์ของเรือและศาสตร์ต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง อาทิ สามารถสว่ นพระองค์ ทรงสามารถสรา้ งพระเกยี รตปิ ระวตั ิ
ลกั ษณะอตุ นุ ยิ ม เพอื่ นำ� มาใชใ้ นการแตง่ เรอื และการบงั คบั
101
เป็นที่สรรเสริญกึกก้องไปทั่วโลก เม่ือพระองค์ทรงได้รับ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๙
รางวลั เหรยี ญทองชนะเลศิ ในการแขง่ ขนั เรอื ใบแหลมทอง ผลงานฝีพระหัตถ์ท้ังในด้านการออกแบบและต่อ
ประเภทโอเค เมอ่ื วนั ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ในการ
แขง่ ขนั กฬี าแหลมทองครง้ั ท่ี ๔ ทปี่ ระเทศไทยเปน็ ประเทศ เรือ และพระปรีชาสามารถในการแล่นใบมีมากสุด
เจา้ ภาพ เปน็ รางวลั เหรยี ญทองคกู่ บั สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ พรรณนาไดใ้ นรายละเอยี ด หากจะกลา่ วเฉพาะที่สำ� คัญๆ
เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ยังความ ซง่ึ ชาวไทยควรจะจดจำ� ไว้ ก็มดี งั ตอ่ ไปน้ี
ปลาบปลื้มปีติแก่ชาวไทยทุกหมู่เหล่าอย่างล้นพ้นหาที่
เสมอเหมอื นมิได้ วันท่ี ๗ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ ทรงเร่มิ ต่อเรือใบ
ประเภท ENTERPRISE จากแบบของต่างประเทศ ทรงใช้
พระปรีชาสามารถเป็นเลิศของพระบามสมเด็จ ช่ือเรือเอ็นเทอร์ไพรส์ล�ำแรกของพระองค์ท่านว่า
พระเจา้ อยหู่ วั ในการแลน่ ใบน้ี มคี วามลกึ ซง้ึ อยา่ งทนี่ กั แลน่ “ราชปะแตน” ทรงใชใ้ บหมายเลข E11111 และทรงนำ�
ใบเกอื บรอ้ ยทงั้ รอ้ ยมไิ ดห้ ยงั่ ลงไปถงึ แมช้ าวตา่ งชาตทิ เ่ี ปน็ เข้าแข่งขันแลน่ ใบครง้ั แรกเม่ือเดอื นมนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๘
แชมเปีย้ นกนั มาแล้วหลายยุคหลายสมัย หรอื นกั แล่นใบ ในวโรกาสเสดจ็ ประพาสเมอื งไทยของเจา้ ชายฟลิ ปิ ส์ ดยคุ๊
อาชีพ นักแล่นใบสมัครเล่นในน่านน้�ำสากลนับร้อยปีมา แห่งเอดินเบอระ ผู้ทรงโปรดแล่นเรือใบเป็นปกติอยู่แล้ว
แลว้ ก็หาผ้ใู ห้ความสนใจอยา่ งลึกซงึ้ อยา่ งพระองคไ์ ด้ยาก พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัวทรงตอ้ นรบั และรบั สงั่ ให้มี
พระองคท์ รงสนพระราชหฤทยั ในการแลน่ ใบ และการกฬี า การแข่งขันเรือใบเป็นการส่วนพระองค์ จากหาดพัทยา
แล่นใบถึงข้ันสร้างเรือข้ึนมาทรงใช้ด้วยพระองค์เอง โดย หน้าสโมสรราชวรุณ ไปยังเกาะล้าน นับเป็นการแข่งขัน
ทรงศึกษาค้นคว้าศาสตร์ของการแล่นใบพร้อมๆ กันไป เรือใบครั้งแรกของพระองค์ ด้วยเรือใบล�ำแรกที่ทรงต่อ
ด้วย ทรงมพี ระราชกระแสรับส่งั ให้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เสร็จใหม่ๆ เป็นการทรงแข่งและทดลองเรือระยะไกล
ซ่ึงทรงเล่นเรือใบอยู่ก่อนแล้วเข้ามาร่วมด้วย โดยทรงใช้ พร้อมๆ กันไป แต่ “ดว้ ยการถือทา้ ยดว้ ยความร้สู กึ ทท่ี รง
เรอื ใบแบบเอน็ เทอรไ์ พรส์ และแบบโอเคของตา่ งประเทศ มีโดยธรรมชาตขิ องพระองค์เอง” จงึ เสดจ็ เข้าเสน้ ชยั เป็น
มาทรงทดลองตอ่ กนั กอ่ น ทรงทดลองฝพี ระหตั ถใ์ นการตอ่ ท่ี ๑ ในจ�ำนวน ๓๔ ล�ำท่ีลงแข่ง นับเป็นการแสดงพระ
เรือ และทรงทดลองแล่นใบเพื่อศึกษาหาความรู้ความ ปรชี าสามารถในการกีฬาแลน่ ใบใหเ้ หน็ กันเป็นคร้งั แรก
ชำ� นาญเกยี่ วกบั ศาสตรข์ องการแลน่ ใบ จนกระทงั่ ในทสี่ ดุ
ทรงไดแ้ บบเรอื ใบทท่ี รงพอพระราชหฤทยั จงึ ไดท้ รงตอ่ ขนึ้ วันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ ทรงเริม่ ตอ่ เรอื ใบ
มาใหมด่ ว้ ยฝพี ระหตั ถข์ องพระองคเ์ องทงั้ หมด เปน็ เรอื ใบ ประเภท International OK Dinghy Class จากแบบของ
เสาเดยี วขนาดเลก็ ยาว ๑๑ ฟตุ ลำ� เรือกวา้ ง ๔ ฟุต ๖ นวิ้ ต่างประเทศ ทรงใช้ชื่อเรือโอเคล�ำแรกของพระองค์ว่า
คร่งึ เนือ้ ท่ใี บ ๗๒ ตารางฟุต สรา้ งด้วยไมอ้ ดั ชนิดทนน�้ำ “นวฤกษ์” ตามมาดว้ ยลำ� ท่ีสองชอื่ “เวคา” (Vega) ซงึ่
หนา ๔ มิลลิเมตร มีน�้ำหนักเบาเพียงประมาณ ๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้แล่นใบข้ามอ่าวไทย
กโิ ลกรัม สะดวกแก่การเคลือ่ นย้าย มคี วามว่องไวในการ เปน็ ครง้ั แรก ระยะทาง ๖๐ ไมลท์ ะเลหรอื ๑๑๑ กโิ ลเมตร
แล่นและกลับล�ำ ทรงขนานนามว่า เรือมด มีรูปมดเป็น โดยประมาณ จากหนา้ พระราชวงั ไกลกงั วล อำ� เภอหวั หนิ
สญั ลกั ษณบ์ นใบเรอื มสี มรรถนะเปรยี บไดก้ บั เรอื มาตรฐาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ.
สากล International MOTH class และทรงตงั้ ชอื่ เรอื มด ๒๕๐๙ เวลา ๐๔.๒๘ นาฬิกา ทรงใชเ้ วลาแลน่ ใบฝา่ คลน่ื
ลำ� แรกนว้ี า่ “เวคานอ้ ย” ซง่ึ หมอ่ มเจา้ ภศี เดช รชั นี ทรงนำ� ลม ๑๗ ชว่ั โมงเตม็ และไดท้ รงนำ� ธง “ราชนาวิกโยธนิ ”
ลงแข่งไดเ้ ป็นที่ ๑ ใน First Sattahip Regatta เมื่อเดือน ซ่ึงทรงน�ำข้ามอ่าวมาด้วย ปักลงเหนือก้อนหินใหญ่ ณ
ชายหาด กลางอา่ วเตยงาม อำ� เภอสตั หบี จงั หวดั ชลบรุ ี ใน
102 ขณะท่ีวงดนตรีบรรเลงเพลงพระราชนพิ นธ์ “มาร์ชนาวกิ
โยธนิ ” เปน็ การแลน่ ใบขา้ มอา่ วครง้ั แรกของนกั แลน่ ใบไทย พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั มไิ ดท้ รงหยดุ ยง้ั แนว
ที่น่าจดจ�ำไว้ โดยเฉพาะในหน้าต่างประวัติศาสตร์ของ พระราชด�ำริอยู่เพียงนั้น ทรงดัดแปลงแบบเรือมด ทรง
กรมนาวกิ โยธิน ตอ่ มา พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรง แก้ไขจุดบกพร่องทีละน้อยอยู่หลายรุ่น จนกระทั่งเดือน
พระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ พระราชทานหางเสอื เรอื พระทน่ี ง่ั มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๐ จงึ ทรงไดแ้ บบเรอื ซเู ปอรม์ ดรนุ่ AX7
“เวคา” ให้เป็นรางวัลนริ นั ดรแกผ่ ชู้ นะเลศิ ในการแข่งขนั ดว้ ยการดัดแปลงหัวเรอื ให้เป็นรปู ตัว V ลกึ มากข้นึ ทา้ ย
เรือใบข้ามอ่าวไทยประจ�ำปีของสมาคมแข่งเรือใบแห่ง เรอื กว้างขน้ึ เพ่มิ ความกว้างลำ� ตวั เรอื อกี เลก็ น้อย เรอื ลำ� น้ี
ประเทศไทยในพระบรมราชปู ถัมภ์ ลงแข่งได้เปน็ ท่ี ๑ ใน Sattahip Regatta เมอ่ื วันที่ ๑๙
เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐
วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ทรงเริ่มตอ่ เรือใบ
ประเภทมด ด้วยแบบและฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง เรือซูเปอร์มด AX7 รุ่นที่ทรงพัฒนาและสร้างขึ้น
พระราชทานชอื่ วา่ “เวคานอ้ ย” ซงึ่ หมอ่ มเจา้ ภศี เดศ รชั นี เมอื่ วนั ที่ ๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เปน็ เรอื ตน้ แบบ “SEAP
ทรงน�ำลงแข่งได้เป็นที่ ๑ ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ใน Super Mod” สำ� หรบั สมาคมแข่งเรือใบแหง่ ประเทศไทย
เดือนตุลาคมปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เป็นเรือแข่งประเภทซูเปอร์มดในกีฬาแหลมทองคร้ังที่
ทรงตอ่ เรือใบมดขนาดจวิ๋ ยาว ๖ ฟุต ๙ นิ้ว ล�ำตวั เรอื กวา้ ง ๔ ระหว่างวนั ท่ี ๙-๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐
เพยี ง ๓ ฟตุ ๒ นวิ้ ครง่ึ ทรงขนานนามวา่ เปน็ เรอื ใบประเภท
ไมโครมด เรือล�ำนี้สามารถชนะเรือมูซาชิโต้ของพระ ในการแข่งขันอันย่ิงใหญ่ท่ีประเทศไทยเป็นเจ้า
วรวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ พรี พงศภ์ าณเุ ดชในรอบแรกของการ ภาพครัง้ นี้ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ทรงนำ� เรอื โอเค
แขง่ ขันประลองฝีมือ ชื่อว่า เวคา 2 หมายเลขใบ TH27 และสมเด็จพระเจ้า
ลกู เธอ เจา้ ฟา้ อบุ ลรตั นราชกญั ญา สริ วิ ฒั นาพรรณวดี ทรง
พระมหากรณุ าธคิ ณุ ทท่ี รงมตี อ่ กองทพั เรอื ทจ่ี ะเวน้ น�ำเรอื โอเค ชื่อเวคา 1 หมายเลขใบ TH18 ลงแข่งขนั แล่น
มกิ ลา่ วถงึ มไิ ด้ คอื หลงั จากทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ใบหนา้ อา่ วพทั ยา ทา่ มกลางการเฝา้ ชมของประชาชนชาว
ไดท้ รงจดทะเบยี นเรือใบประเภทมดน้ี ท่ปี ระเภทองั กฤษ ไทยประมาณหมื่นคน กระจายไปตามชายหาดพัทยา
ในประเภท “International MOTH Class” แลว้ พระองค์ ตลอด ๓ วนั ของการแขง่ ขนั รวม ๖ เทย่ี ว ซงึ่ จะมกี ารตดั สนิ
ทรงมพี ระกรณุ าธคิ ณุ และทรงวางพระราชหฤทยั ใหก้ รมอู่ จาก ๕ เทีย่ วทม่ี ีคะแนนเสยี นอ้ ยท่ีสดุ
ทหารเรือต่อเรือใบประเภทมดได้ตามแบบของพระองค์
เพื่อใช้ในการกีฬาและการแข่งขันแล่นใบในโอกาสต่างๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชนะที่ ๑ ใน
และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สโมสรกรมอู่ เท่ยี วการแข่งขนั รอบที่ ๒, ๔ และ ๖ ทรงชนะที่ ๒ ในรอบ
ทหารเรอื ซง่ึ มใิ ชเ่ ปน็ สว่ นราชการ ตอ่ เรอื ใบประเภทมดได้ ท่ี ๑ และ ๓ สมเดจ็ พระเจ้าลูกเธอฯ ทรงชนะที่ ๑ ในรอบ
ตามแบบที่พระองค์พระราชทานให้ โดยมีพระราช ที่ ๑, ๓ และ ๕ ทรงชนะท่ี ๒ ในรอบท่ี ๒ และ ๖ ท้ัง
ประสงค์ มิให้ใช้เวลาราชการ และให้สามารถน�ำออก สองพระองค์ทรงมคี ะแนนเสียเพียง ๖ คะแนนเทา่ กัน จึง
จำ� หนา่ ยแกม่ วลชนในราคาถกู ได้ เพอื่ เผยแพรก่ จิ การแลน่ ทรงได้รับรางวัลเหรียญทองประเภทเรือใบโอเคคู่กันท้ัง
ใบใหก้ ว้างขวางยง่ิ ขน้ึ สโมสรกรมอูท่ หารเรือจงึ ได้ดำ� เนิน สองพระองค์ โดยมรี าชาลิ บนิ ลาซมิ จากมาเลเซยี คะแนน
การตามพระราชดำ� รติ งั้ แตว่ นั ท่ี ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เสีย ๓๒.๔ คะแนน ได้รับรางวัลเหรียญเงิน และยันขิ่น
เป็นต้นมา ปรากฏว่ามีการส่ังจองเรือมดในระหว่างการ จากพม่า คะแนนเสยี ๓๕.๔ คะแนน ได้รับรางวัลเหรียญ
แสดงการตอ่ เรอื ใบประเภทมดในงานกาชาดประจำ� ปี พ.ศ. ทองแดง
๒๕๑๐ ณ บรเิ วณสวนอัมพร ถงึ ๖๔ ล�ำ
ชยั ชนะของสองพระองคค์ รงั้ นเี้ ปน็ ทป่ี ลาบปลมื้ ปตี ิ
ยินดีย่ิงของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ภาพสมเด็จ
103
พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ทลู เกลา้ ฯ ถวายเหรยี ญ ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง ภายในเวลาอันรวดเร็ว
ทองแด่ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เปน็ รางวลั ชนะเลศิ เป็นที่น่าอัศจรรยย์ ิ่ง
คกู่ บั สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ อบุ ลรตั นราชกญั ญาฯ ณ
สนามศุภชลาศัย ในวนั ปิดการแขง่ ขันกฬี าแหลมทองครั้ง พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ เ จ ้ า อ ยู ่ หั ว ท ร ง มี พ ร ะ
ที่ ๔ เม่อื วันท่ี ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ไดแ้ พรก่ ระจาย มหากรุณาธิคุณในทุกๆ ด้านแก่กองทัพเรือ โดยเฉพาะ
ไปทวั่ โลก ประเทศไทยจงึ ไดถ้ อื เอาวนั ท่ี ๑๖ ธนั วาคม พ.ศ. อย่างยิ่งในการกีฬาเรือใบและการต่อเรือใบประเภทมด
๒๕๑๐ เป็นวัน “กีฬาแหง่ ชาต”ิ ไมโครมด และซเู ปอรม์ ด รวมไปถงึ การตอ่ เรอื ประเภทโอเค
ซึ่งกองทัพเรือได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระบาท
เมือ่ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ คณะกรรมการ สมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั เพอื่ ทรงแจกจา่ ยแกข่ า้ ราชบรพิ ารใน
โอลิมปกิ สากล ในการประชุมใหญค่ รง้ั ที่ ๙๒ ณ เมอื งอสิ หมวดเรือใบหลวงจิตรลดา เพ่ือใช้ในการแข่งขันเรือใบ
ตันบุล ประเทศตุรกี ได้มีมติเป็นเอกฉันท์และขอ ประเพณี จิตรลดา-ราชนาวี หน้าพระราชวังไกลกังวล
พระราชทานทูลเกลา้ ฯ ถวายเหรียญทองดุษฎีกติ ตมิ ศกั ด์ิ หวั หนิ โดยมกี ารผลดั เปลยี่ นกนั เปน็ เจา้ ภาพการแขง่ ขนั ใน
ของโอลมิ ปิก คอื “อิสรยิ าภรณโ์ อลิมปิกชัน้ สูงสุด (ทอง)” ชว่ งระยะเวลาทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และสมเดจ็
นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในโลกที่ทรงได้รับ พระนางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ เสดจ็ ฯแปรพระราชฐาน
เกียรติยศดังกล่าว โดยมีพิธีทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกงั วล ทกุ ๆ ปี เร่มิ แต่
เมอ่ื วันท่ี ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ณ ศาลาดุสิดาลัย เดือน มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จ
สวนจติ รลดา พระราชวงั ดุสิต พระเจา้ อยหู่ วั ทรงเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขนั หลายครงั้
ในการเตรียมพระองค์เพื่อทรงเข้าแข่งขันในกีฬา สิ่งทีผ่ ู้เขียนประทบั ใจมากครั้งหนง่ึ ในชวี ิต คอื ใน
แหลมทองคร้ังนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฝึก การแขง่ ขนั เรอื ใบประเพณจี ติ รลดา-ราชนาวี เมอื่ วนั ที่ ๓๐
ซ้อมอย่างหนัก นับตั้งแต่ทรงเข้าร่วมการคัดเลือกเป็น มถิ นุ ายน พ.ศ. ๒๕๓๓ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั ทรง
นกั กฬี าทมี ชาตริ ว่ มกบั นกั กฬี าทว่ั ไปเปน็ ตน้ มา แตใ่ นขณะ น�ำเรือผ่านเส้นสตาร์ทเป็นล�ำแรก แต่เป็นการออกก่อน
เดียวกันน้ัน พระองค์ก็ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการ เวลา จึงต้องน�ำเรือไปนอกสนามเพ่ืออ้อมทุ่นกลับมาส
พัฒนาออกแบบเรือใบอยู่อย่างจริงจัง ดังปรากฏว่าใน ตารท์ ใหม่ตามกฎการแข่งขันของ IYRU ปี ค.ศ. ๑๙๘๕-
ระหว่างการฝึกซ้อมแข่งเรือใบอย่างหนัก ก่อนทรงเข้า ๑๙๘๘ เปน็ เหตใุ หพ้ ระองคน์ �ำเรือผ่านเส้นสตาร์ท ตกลง
แข่งขันกีฬาแหลมทอง เม่ือวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๐ มาเปน็ อนั ดบั ท่ี ๒๓ หากมใิ ชด่ ว้ ยพระปรชี าสามารถในการ
เพยี ง ๒๒ วนั เท่านัน้ ยงั ทรงขะมกั เขมน้ อยกู่ บั การต่อเรอื แล่นใบสู้คลืน่ ลมแรงแลว้ กค็ งมสิ ามารถเขา้ เสน้ ชัยได้เปน็
ล�ำใหม่อีกล�ำหนึ่ง โดยทรงเริ่มงานต้ังแต่วันศุกร์ท่ี ๑๗ อนั ดับที่ ๕ หลังอนั ดบั ที่ ๑ เพียงไม่กน่ี าทเี ทา่ นน้ั ในช่วง
พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เวลา ๑๑.๐๐ น. และทรงน�ำ เวลาการแข่งขันประมาณ ๑ ชั่วโมงคร่ึง
เรือลงน้ำ� ได้ในวนั อาทติ ย์ท่ี ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐
เวลา ๑๐.๔๕ น. เป็นเรือใบขนาดใหญ่กวา่ เรือซูเปอร์มด ผู้เขียนเข้าเส้นชัยหลังพระองค์เพียง ๑๗ วินาที
และใกลเ้ คยี งกบั เรอื โอเคเพอ่ื ใหใ้ ชอ้ ปุ กรณเ์ สาและใบของ พระองคท์ ่านทรงรออย่ทู ชี่ ายหาด และรบั ส่ังว่า “จนู วทิ ยุ
เรือโอเคได้ ทรงขนานนามเรอื น้วี า่ “โม้ก” (Moke) จาก เกง่ แตจ่ ูนเรอื ใบสเู้ ราไมไ่ ด!้ ” ทูลตอบไปวา่ “เป็นเพราะ
การผสมตัวอักษร M ของค�ำว่า MOD กบั OKE จากค�ำว่า พระบารมพี ระพทุ ธเจ้าขา้ !” รู้สกึ ว่าพระองคท์ ่านไมโ่ ปรด
OK ตามแบบพระอารมณข์ นั ของพระองคท์ า่ น นบั เปน็ เรอื ค�ำตอบเช่นนี้นัก ยังโกรธตัวเองไม่หายที่ไม่ทูลตอบ
ใบล�ำสุดท้ายที่พระองค์ทรงออกแบบและทรงต่อขึ้นมา พระองค์ทา่ นว่า “พระพทุ ธเจ้าขา้ ขอรับ!”
104
ในระยะหลัง ทีมราชนาวีใช้นักกีฬาเฉพาะนาย ผู้เขียนขอจบบทความนี้ด้วยพระราชด�ำรัสที่ขอ
ทหารช้ันยศพลเรือตรีข้ึนไป ทั้งท่ีเกษียณอายุราชการไป น้อมเกล้าฯ อญั เชญิ มาดังนี้
แล้ว และท่ียังอยู่ในราชการกองทัพเรือ ต่อมา สมาชิก
อาวโุ สของท้งั สองทมี กร็ ว่ งโรยกนั ไปตามวยั จนในปี พ.ศ. “กีฬามีความส�ำคัญเป็นอย่างยิ่งส�ำหรับชีวิตของ
๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระ แตล่ ะคนและชีวิตของบา้ นเมอื ง”
มหากรณุ าธคิ ณุ ใหแ้ ลน่ ใบตามเสดจ็ เปน็ ทเี่ บกิ บานพระราช
หฤทัยเท่านั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีการแข่งขันเรือใบ พระราชด�ำรสั นี้แสดงให้เห็นถึงพระราชวนิ ิจฉยั ใน
ประเพณีฯ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงลง เรื่องการส่งเสริมการกีฬาว่าเป็นส่ิงจ�ำเป็นและเป็นส่ิง
แข่งด้วย หลังจากปีนั้นเป็นต้นมา จึงมิได้มีการแข่งขัน ส�ำคญั อยา่ งย่ิงในการพฒั นาบุคคลและประเทศชาติ
ประเพณีดังเช่นเคย คงมีแต่การประลองฝีมือกันระหว่าง
สมาชิกสโมสรหมวดเรือใบหลวงจิตรลดาและสมาชิก ขอพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั จงทรงพระเจรญิ
ราชนาวสี โมสร เพอ่ื ความสามคั คสี มานฉนั ทเ์ ปน็ ครงั้ คราว มีพระชนมายยุ ่งั ยืนนาน ขอทรงมีพระพลานามยั สมบรู ณ์
ตามแตจ่ ะนดั หมายกันเอง สถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ขอพระบารมีแผ่
ไพศาลคุ้มเกล้าพสกนกิ รชาวไทยตลอดไป
เอกสารอา้ งองิ
1. อัครศิลปิน: หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดท�ำโดย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ปี พ.ศ. ๒๕๓๐: “หัตถกรรม” หนา้ ๑๓๒-๑๕๓.
2. ในหลวงกับงานช่าง: จัดท�ำโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์และสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. ๒๕๓๐: “ในหลวงกบั เรือใบมด” หนา้ ๒๑๕-๒๒๒.
3. จอมทัพไทยกับราชนาวี: กองทัพเรือจัดพิมพ์เพ่ือเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเถลิง
ถวลั ยราชสมบัตคิ รบ ๕๐ ปี ๙ มิถนุ ายน ๒๕๓๙: หน้า ๒๕๖-๒๘๕.
4. ศูนย์สมทุ รกีฬา: หนงั สือทรี่ ะลกึ เนื่องในพิธีเสด็จพระราชดำ� เนินทรงเปิด “ศนู ย์สมุทรกีฬา” ณ ถนนเลียบชายหาด
กองเรอื ยทุ ธการ สตั หบี ชลบรุ ี ในวนั ศกุ รท์ ่ี ๑๓ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๔๑ จดั ทำ� โดยสมาคมแขง่ เรอื ใบแหง่ ประเทศไทย
ในพระบรมราชปู ถัมภ์: หน้า ๑๔-๔๓.
5. KING BHUMIBOL: Strength of the Land: จดั พมิ พโ์ ดยสำ� นกั งานเสรมิ สรา้ งเอกลกั ษณข์ องชาติ สำ� นกั เลขาธกิ าร
นายกรัฐมนตรใี นสำ� นักนายกรัฐมนตรี ปี พ.ศ. ๒๕๔๓: หน้า ๘๗-๙๘.
105
จนิ ตปัญญา เพื่อคดิ จำ� แล้วนำ� ไปสู่การปฏบิ ัติ
พลเรือเอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกลุ
(สมาคมพอ่ ตัวอยา่ งแห่งชาติ ปีท่ี ๗ ฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๐, มนี าคม ๒๕๕๐)
เป็นท่ีนา่ เสียดายอย่างย่ิง ที่ผ้ใู หญใ่ นวงการศึกษา ออกมาบรรยายแจกแจงได้อย่างถูกต้อง ท้ังลักษณะทาง
หลายคน พากนั สง่ เสรมิ วธิ กี ารสอนใหน้ กั เรยี นรจู้ กั คดิ โดย ภมู ศิ าสตร์ และคณุ ลกั ษณะของแตล่ ะพนื้ ท่ี เชน่ ผลติ ภณั ฑ์
เน้นว่าอย่าสอนให้จ�ำ การสอนให้เอาแต่คิดโดยไม่สอน ทางการเกษตร และความสมบูรณ์ของแร่แต่ละชนิด ใน
ใหใ้ ฝจ่ ำ� ประกอบกนั นบั วา่ เปน็ ขอ้ ผดิ พลาดในการเรยี น แต่ละพ้ืนที่ แต่ละภูมิประเทศ แต่ละภูมิภาค ในสภาพ
การสอน หรอื ในวธิ กี ารศกึ ษาที่นา่ เสียดายเปน็ อย่างย่ิง ลมฟา้ อากาศทเี่ หมาะสมแตกตา่ งกันไป
อย่าว่าแตน่ ักปราชญเ์ ลย แมแ้ ตผ่ ้รู จู้ ริง มคี วามเชยี่ วชาญ
อยา่ งแทจ้ รงิ กค็ วรจะตอ้ งสามารถตอบปญั หาทม่ี ผี ถู้ ามมา การจ�ำน้ันแม้จะมากสักเท่าไร ก็ไม่ส่งผลเป็นขีด
ได้อย่างทันทีทันควัน จากความจ�ำในองค์ความรู้ที่ตนได้ จ�ำกัดของการท�ำงานของสมอง ไม่ว่าในแง่มุมและ
สั่งสมมา ท้ังในด้านวิชาการและประสบการณ์ ผู้ทรง ลักษณาการใดๆ วา่ กันวา่ การจำ� ของนกั ปราชญท์ ีย่ ิง่ ใหญ่
คณุ วฒุ ติ อ้ งมใิ ชบ่ คุ คลทเ่ี ปดิ ตำ� ราตอบ โดยจำ� ไมไ่ ด้ กระทง่ั ก็ยงั ใช้สมองในส่วนของการคดิ จำ� ไมถ่ งึ รอ้ ยละ ๒๐ ของที่
ว่า มีอะไรบ้างที่ตนเคยคิดออก เพราะไมไ่ ด้ใส่ใจคิด ใส่ใจ ธรรมชาติได้สร้างไว้ให้มนุษย์ ข้อส�ำคัญต้องรู้จักจัด
ทบทวนความนกึ คดิ จนเกดิ เปน็ ความจำ� ทจี่ ะสามารถหลงั่ กระบวนการจ�ำให้เหมาะสมดว้ ยการฝกึ คอื น�ำออกมาใช้
ออกมาไดใ้ นทันที ทันปญั หา ทนั เหตกุ ารณ์ ออกมาสู่การปฏิบัติ แล้วทบทวนความจ�ำและการย�้ำ
ปฏิบัติอยู่เนืองๆ จนสามารถน�ำความจ�ำต่างๆ ออกมา
ยกตัวอย่างวิชาคณิตศาสตร์ ผู้ศึกษาต้องรู้จักใช้ ประกอบกันเข้าเพ่ือน�ำไปใช้ได้อย่างเหมาะสมกับปัญหา
จินตปญั ญาของตนในการศกึ ษาหลกั การ ในการทำ� ความ ทงั้ เฉพาะหนา้ และในเชงิ กลยุทธ์
เขา้ ใจในแตล่ ะสตู ร หรอื สมการทางคณติ ศาสตร์ ทง้ั ในดา้ น
วธิ กี ารนำ� องคป์ ระกอบตา่ งๆ มาเขา้ สมการ และวธิ กี ารนำ� เคยอา่ นพบในประวตั ชิ วี ติ ของ นโปเลยี น จกั พรรดิ
สมการนั้นๆ ไปสู่ภาคปฏิบัติ และเม่ือท�ำความเข้าใจได้ นักรบผู้ยิ่งใหญ่ ว่าท่านมีสมองประดุจลิ้นชักความจ�ำ
ดีแล้ว ต้องน�ำไปเก็บไว้เป็นความจ�ำที่สามารถน�ำออก จ�ำนวนมาก ท่ีสามารถดึงความจ�ำในแต่ละล้ินชักที่บรรจุ
มาใช้แกป้ ัญหาตา่ งๆ ทีเ่ กีย่ วขอ้ งได้อยา่ งถูกจงั หวะ จน หลกั การ และยทุ ธวิธใี นการรบท่ีมปี ระสบการณ์ ออกมา
เกิดประสิทธผิ ล ซ่งึ ในขอ้ น้ีมคี �ำฝรงั่ วา่ “Try to under- ตามจำ� นวน และความจำ� เปน็ ทเี่ หมาะกบั แตล่ ะปญั หาทาง
stand it first then commit it to memory.” ยุทธวิธีท่ีเผชิญหน้าท่าน หรือแม่ทัพของท่านในขณะน้ัน
เพื่อใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันแต่ละสถานการณ์แห่ง
ในด้านวิชาการทางศลิ ปศาสตร์ เช่นภมู ศิ าสตร์ ผู้ สงคราม มกี ระทั่งลนิ้ ชกั ทบี่ รรจไุ ว้ซึ่งฐานขอ้ มลู ท่เี พียรจ�ำ
ศึกษาต้องสามารถศึกษาและอ่านทบทวน จนสามารถ ไวใ้ ช้ในกลยุทธเ์ พ่อื เอาชนะใจสตรงี าม
สร้างภาพ หรือแม้สร้างแผนที่ได้ในความจ�ำของตน โดย
ปะติดปะต่อภาพย่อยๆ ท้ังหลายให้เข้ากันเป็นแผนท่ีใน การเรียนการสอนท่ีเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง
องค์รวม ประดุจการต่อ Jigsaw Puzzle ฉนั ใดก็ฉันนนั้ ของการศึกษา นับว่าถูกต้อง แต่ก็ต้องถือว่า ถูกต้องแต่
เพือ่ น�ำไปเก็บไว้ในหนว่ ยความจ�ำของสมอง ทีส่ ามารถนำ� เพียงสว่ นหนง่ึ เท่าน้ัน มิใช่สว่ นใหญ่ หรอื ถกู ต้องสมบรู ณ์
ทั้งหมด เพราะอีกส่วนหน่ึงท่ีส�ำคัญคือ ความถนัดและ
106
ระดับความสามารถตามอายุ ตามระดับช้ัน สติปัญญา จินตปญั ญา ใคร่ครวญอย่างมีหลักธรรม มีคณุ ธรรมจงึ จะ
จติ สำ� นกึ และวจิ ารณญาณของนกั เรยี นหรอื ของผศู้ กึ ษา ที่ สามารถน�ำวิชาการน้ันๆ มายังประโยชน์ให้แก่สังคมได้
มีความสัมพันธ์กบั เน้ือหาและความยากงา่ ยทางวชิ าการ อย่างจรงิ จงั และถาวร
หากยังเป็นเด็กมาก เด็กก็ยังไม่พร้อมที่จะเป็น ยงั จำ� ไดว้ า่ มหาวทิ ยาลยั ออกซฟ์ อรด์ มวี ตั ถปุ ระสงค์
ศูนย์กลางของการเรียนรู้ได้เต็มที่ แต่จะมีความพร้อมใน หลกั ในการใหก้ ารศกึ ษา คอื การสรา้ งบคุ คลใหพ้ รอ้ มดว้ ย
การที่จะยังสนุกกับการเล่น กับความสนุกสนาน และยัง ความรคู้ วามสามารถทตี่ นได้จากการศึกษาเล่าเรียน และ
จะเอาแต่ใจตัว มากกว่าการสนองตอบต่อกฎเกณฑ์ ต่อ การใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยร่วมกับเพื่อนนักศึกษาและ
การรักษาระเบียบวินัยที่จะพึงมีในสังคมน้อยๆ ของตน ครบู าอาจารยท์ ้งั ในด้านสงั คมและการกีฬา เพือ่ ให้พร้อม
โตขน้ึ อกี หนอ่ ยกจ็ ะกลบั มาสนใจแตใ่ นตวั เองมากขน้ึ อยาก ทจี่ ะมี contribution ใหแ้ กส่ งั คม ผใู้ ดมมี ากในสงิ่ ใด ผนู้ น้ั
จะเดน่ ออกมา แตก่ ็จะเด่นในทางลบมากกวา่ เพราะง่าย ก็จะต้องใหส้ ิง่ น้ันแก่สงั คม เช่น การเออื้ ประโยชนใ์ หแ้ กผ่ ู้
กว่าเด่นในทางบวก อย่างที่ทางพระท่านว่า ท�ำกรรมช่ัว ทย่ี งั ยากไรอ้ ยู่ ตามทต่ี นมพี อท่ีจะอ�ำนวยประโยชนใ์ ห้เกดิ
นั้นง่ายกว่าท�ำกรรมดี เพราะการท�ำดีต้องอาศัยความ ขึ้นได้ หรือการให้วิชาความรู้ของตนแก่ชนในสังคมท่ีน่า
มมุ านะอตุ สาหะมากกวา่ เปน็ หลายเทา่ โดยเฉพาะตอ้ งบม่ จะนำ� วชิ าความรนู้ นั้ ๆ ไปทำ� ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กส่ งั คมของ
กุศลกรรมให้เกิดขึ้น ให้พัฒนาขึ้นด้วยการใช้จินตปัญญา ตนได้ เปน็ ต้น
พิจารณาน�ำไปให้ไกลจากอกุศลกรรมและกิเลสท่ีคอยแต่
จะตามมาชักน�ำให้เขวไป ยิ่งเม่ือเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว การคดิ ได้ ตอ้ งจำ� ได้ เมอื่ จำ� ไดก้ ต็ อ้ งหรอื ควรนำ� ไป
ภาวะแวดล้อมที่เกย่ี วโยงไปกับลาภ ยศ สรรเสริญ สขุ ก็ สู่การปฏิบัติ ให้บังเกิดผลแก่สังคมท่ีตนอยู่ จนสามารถ
จะยงิ่ เปน็ เครอ่ื งทำ� ใหต้ นเปน็ ศนู ยก์ ลางทเ่ี บยี่ งเบนไปจาก ขยายวงออกไปสสู่ งั คมทใ่ี หญแ่ ละกวา้ ง ออกไปสสู่ งั คมโดย
ศนู ยก์ ลางท่คี วรเป็นหลักท่ีดแี ห่งสงั คม รวม อันได้แก่ชาติประเทศท่ีเราอาศัยแผ่นดินเกิดและ
เติบโตข้ึนมา ข้อคิดข้างต้นท้ังหลายท่ีกล่าวมาแล้วน้ี ขอ
บุคคลท้ังหลายพึงใช้จินตปัญญาเพื่อกู้ความโน้ม ฝากคุณพ่อตัวอย่างแห่งชาติให้ช่วยกันน�ำไปอบรมลูก
เอยี งตามวสิ ยั มนษุ ยป์ ถุ ชุ น การใสใ่ จศกึ ษาวชิ าการทจี่ ะยงั หลานของท่าน และแพร่กระจายออกไปสู่เพื่อนๆ และ
ประโยชนโ์ ดยรวมใหแ้ กส่ งั คม โดยอาศยั ความเปน็ ตวั ของ ญาติมิตรของท่านเพื่อสังคมไทยของเราโดยรวมจะได้
ตัวเองเป็นศูนย์กลางของการศึกษา ก็จะยิ่งต้องท�ำด้วย กา้ วหนา้ ทนั โลกในระดบั ทท่ี า่ นทง้ั หลายตา่ งกป็ ระสงค์ อนั
ความระมัดระวังมิให้กิเลสใดมาครอบง�ำ ซ่ึงก็ต้องอาศัย เปน็ คณุ ธรรมทฝ่ี งั อยูแ่ ลว้ ลึกๆ ในใจของทา่ นนนั่ เอง
สวสั ดคี รับ
107
พ่อแม่กบั บทบาททพี่ งึ มีในการปฏิรปู การศกึ ษา
พลเรือเอก ดร.ไพบลู ย์ นาคสกุล
(สมาคมพอ่ ตวั อย่างแหง่ ชาติ ปที ี่ ๓ ฉบับท่ี ๙ ธันวาคม ๒๕๔๕- กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖)
การเร่ิมต้นที่ดี จะน�ำไปสู่หัวเลี้ยวหัวต่อท่ีส�ำคัญ เพียงที่กล่าวมา ในหลักการของการเรียนรู้แต่ละ
ของผลทีจ่ ะพึงได้ พงึ เกิดขึ้นในอนาคตฉนั ใด การเขา้ ไปมี วชิ าเทา่ นนั้ กด็ จู ะมดื แปดดา้ นสำ� หรบั พอ่ แมส่ ว่ นใหญ่ โดย
สว่ นรว่ มของพอ่ แมใ่ นระยะแรก ทร่ี ฐั บาลกำ� ลงั มกี ารปฏริ ปู เฉพาะพ่อแม่ในท้องถ่ินห่างไกลจ�ำนวนไม่น้อยที่ยังอยู่ใน
ทางการศึกษา ย่อมมีความส�ำคัญยิ่งต่อการพัฒนาลูก สภาวะลา้ หลงั ทง้ั ในดา้ นเศรษฐกจิ และในดา้ นเทคโนโลยี
หลานของตนไปสคู่ วามกา้ วหนา้ ในชีวิตและการงาน เต็ม ข้ันพ้ืนฐาน หากเศรษฐกิจไม่ดีก็ยากท่ีจะไปจัดซ้ือจัดหา
ตามความสามารถและความถนัดของลูกหลานแต่ละคน ตำ� รา คมู่ อื หรอื องคป์ ระกอบในการศกึ ษา และการทดลอง
ฉันนนั้ ภาคปฏิบัติ ให้เพียงพอแก่การพัฒนาการเรียนรู้ โดยพ่ึง
ตนเองในฐานะเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ แม้แต่คณะ
นโยบายการศึกษาท่ีมุ่งเน้นให้กระจายออกไปสู่ ครแู ละโรงเรยี นหรอื สถาบนั ศกึ ษาในทอ้ งถนิ่ หา่ งไกล กย็ าก
ปวงชนทั่วประเทศ และมุ่งเน้นระบบการศึกษาโดยให้ ท่ีจะมีคุณูปการพร้อมท่ีจะน�ำมาประกอบการปฏิรูปการ
นักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้น้ัน เป็นนโยบายที่ ศกึ ษา ตามนโยบายกระจายอ�ำนาจและความเจรญิ สทู่ อ้ ง
พ่อแม่จ�ำต้องเข้าใจให้ถ่องแท้ถูกต้องให้มากที่สุด ก่อนที่ ถิ่น ให้ท้องถ่ินเข้มแข็งสามารถพ่ึงตนเอง ตัดสินใจ และ
จะนำ� ไปใชใ้ นการประคบั ประคองใหล้ กู หลานของตนเลอื ก ด�ำเนินการตามภูมิปัญญาของท้องถ่ินของตนเองให้มาก
เรียน และเรยี นรู้วชิ าการตา่ งๆ ทีเ่ หมาะท่ีควร ทม่ี ีอนาคต ที่สดุ
และเหมาะแก่ความถนัดในการเรียน การศึกษา และ
คน้ ควา้ ของตวั เองใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพความเปน็ อยขู่ อง สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ในระยะแรกก็คือ การปฏิรูป
ตน รวมไปถงึ สภาพและภมู ปิ ญั ญาของแตล่ ะทอ้ งถน่ิ หรอื การศึกษาระดับประถมศึกษา ท่ีรัฐบาลพึงสนับสนุนการ
แตล่ ะสถานทท่ี ลี่ กู หลานของตน ปรารถนาทจี่ ะใชช้ วี ติ และ ศกึ ษาในระดบั ทอ้ งถนิ่ ทงั้ ในดา้ นการเงนิ และในดา้ นเครอ่ื ง
ดำ� รงชพี ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กต่ นเองและครอบครวั ในเบอ้ื ง มอื การศกึ ษา ทร่ี วมไปถงึ การเพม่ิ ความรคู้ วามเขา้ ใจใหแ้ ก่
หน้า ครใู นทอ้ งถน่ิ ตา่ งๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาวะและภมู ปิ ญั ญา
ของแตล่ ะทอ้ งถน่ิ กอ่ นทจ่ี ะกา้ วกระโดดไปสกู่ ารพฒั นาให้
การทผ่ี หู้ นงึ่ ผใู้ ดจะเปน็ ศนู ยก์ ลางของการเรยี นรู้ ทอ้ งถิน่ ต่างๆ มุ่งส่คู วามเปน็ เลศิ ในวิชาการหรอื วิชาชีพ ที่
ของตนเองได้ จำ� เปน็ ตอ้ งอาศยั คำ� แนะนำ� และกฎเกณฑ์ รฐั บาลพจิ ารณาวา่ เหมาะสม ควรแกก่ ารระดมทรัพยากร
บางอย่างในการศึกษาค้นคว้า ทั้งจากครูและจากผู้ สนบั สนนุ ให้เกิดขนึ้ ในแตล่ ะภูมภิ าคนน้ั ๆ
ปกครอง โดยเฉพาะครู หรอื คณะครู ณ สถานศกึ ษาแตล่ ะ
แหง่ ทสี่ ามารถเขา้ ใจวชิ าการ หรอื วชิ าชพี ตา่ งๆ เปน็ อยา่ ง ในระยะเร่ิมแรกของการเข้าสู่การปฏิรูปเพ่ือการ
ดี ณ ระดบั การศกึ ษานนั้ ๆ เปน็ ความรคู้ วามเขา้ ใจทว่ี า่ “ใน ศึกษา พ่อแม่จึงควรที่จะเข้ามามีบทบาท ด้วยการเข้าไป
การศึกษาวิชาใดวิชาหนึ่ง จะต้องมีวิชาหรือศาสตร์แขนง ปรกึ ษาและรับคำ� แนะน�ำจากครหู รือคณะครู หรืออาจจะ
ใดทตี่ อ้ งเรยี นรมู้ าแลว้ กอ่ นทจี่ ะเขา้ มาศกึ ษาเรยี นรใู้ นวชิ า เป็นนักการศึกษาท่ีฝ่ายรัฐสนับสนุนมาให้เพ่ือการนี้ เพ่ือ
น้ันๆ และจะต้องมีวิชาหรือศาสตร์ใด เป็นองค์ประกอบ นำ� ความรคู้ วามเขา้ ใจทไ่ี ดม้ าอธบิ ายใหล้ กู หลานของตนได้
ใหก้ ารเรยี นร้พู ฒั นาก้าวหนา้ ตอ่ ไปได”้ รบั ทราบและพจิ ารณารว่ มกนั วา่ ควรจะมอี าชพี อะไรดี จะ
108
เรยี นวชิ าใดดี วิชาใดบา้ ง และจะเรยี นกนั อย่างไร แล้วจงึ อาศยั ความเขา้ ใจแตอ่ ยา่ งเดยี ว ตอ้ งอาศยั ความจำ� ควบคู่
ค่อยน�ำลูกหลานของตนไปปรึกษาครูหรือนักการศึกษา กนั ไปดว้ ยจงึ จะพฒั นาตนเองตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ล
แนะแนว เพ่ือให้ได้แนวทางของการศึกษาตามหลักสูตร
วิชาชีพ และรายวิชาท่ีเลือกแล้วว่าเหมาะสมแก่ความ การที่คนเราจะเรียนรู้โดย “ไม่ต้องจ�ำ” ตามที่
สามารถของนกั เรียน ทคี่ วรจะพึ่งตนเองไดม้ ากท่สี ดุ ท่ีจะ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารนยิ มกลา่ วขวญั สนบั สนนุ กนั อยใู่ นทกุ
เรยี นรโู้ ดยมตี นเองเปน็ ศนู ยก์ ลางของการพฒั นาการเรยี น วนั น้ี นับเป็นหลักการท่ีผดิ อย่างยงิ่ เลขคณติ คดิ ในใจ วชิ า
รู้ โดยอาศัยความพร้อมด้านองค์ประกอบหรือปัจจัยการ ทเี่ นน้ กนั ในสมยั รนุ่ หลายสบิ ปมี าแลว้ ตอ้ งอาศยั การทอ่ งจำ�
เรียนการสอนของแต่ละสถานศึกษา เปน็ เครือ่ งสนับสนนุ “สูตรคูณ” อย่างน้อยถึง “แม่ ๑๒” ตามมาตรฐานใน
สมัยนั้น ยังคงเป็นสงิ่ จำ� เป็นอยู่ มใิ ชจ่ ะอาศัยแต่เครือ่ งคดิ
ขั้นตอนต่อไปก็คือการเฝ้ามอง ติดตามอย่างใกล้ เลขร�่ำไป น่าอายและน่าเสียดายที่ปล่อยโอกาสพัฒนา
ชดิ ของพอ่ แม่ วา่ ลกู หลานของตนพงึ่ ตนเองไปไดข้ นาดไหน สมอง ทีม่ อี ตั ราพัฒนาการสูงมากในวัยเด็กให้ผ่านไป โดย
ในระดบั ใด และสมควรทจี่ ะขอรอ้ ง ใหค้ รกู า้ วเขา้ มาชแี้ นะ มไิ ดใ้ ช้ท่องจำ� ส่งิ ที่เป็นประโยชนน์ ้ี
อธิบายชีแ้ จง หรอื ใหค้ วามรเู้ พ่ิมขึ้น ชดั เจนยงิ่ ขึน้ ได้แล้ว
หรอื ยงั ? ขั้นตอนนค้ี วรท�ำแต่เนิน่ ๆ กอ่ นทีจ่ ะสายเกนิ แก้ อันท่ีจริงแล้วหลักการส�ำคัญในการศึกษา
ถงึ ขนาดเรียนไป มไุ ปก็ไม่ส�ำเรจ็ มีแตว่ น “อยูใ่ นอ่าง” อยู่ หาความรูเ้ พิ่มเติม ตอ้ งอาศัยการ “ท�ำความเข้าใจ (ใน
นัน่ แลว้ หรอื สะดดุ นงิ่ ไปเฉยๆ เหมือนเรือใบหมดลม หาก หลกั การ) ใหไ้ ดก้ อ่ น แลว้ จงึ จ�ำ” ตรงกับที่ภาษาองั กฤษ
ไมพ่ ายไมก่ รรเชียงช่วย กม็ แี ตจ่ ะลอยไปตามลมและคลืน่ ใช้กันว่า “Try to understand (the basic of the
เทา่ นั้น พดู ง่ายๆ ก็คอื วา่ ศนู ย์กลางการเรียนรูข้ องตน สน่ั subject), then commit it to memory”
คลอนกลายเปน็ หลกั ลอยไปเสยี แลว้ ขนั้ ตอนนแ้ี หละทพี่ อ่
แม่ (และคร)ู ตอ้ งโนม้ นา้ วใหเ้ ดก็ ของตนเขา้ ใจวา่ มวี ชิ าพน้ื การ “จ�ำอย่างนกแก้วนกขุนทอง” น้ันดูจะเปล่า
ฐานอยู่หลายวชิ าท่จี ำ� เป็นต้องรู้ให้ “แตกฉาน” กอ่ นท่ีจะ ประโยชนก์ จ็ รงิ แตก่ าร “จำ� ขนึ้ ใจหลงั ทำ� ความเขา้ ใจแลว้ ”
ก้าวไปในทิศทางใดทางวิชาการหรือวิชาชีพ วิชาพื้นฐาน มปี ระโยชนก์ วา่ กนั มากตอ่ มากนกั ลองวาดภาพการเขา้ ไป
ทส่ี �ำคัญดังกลา่ วได้แก่ เลขคณิต วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ปรึกษา “ผู้ช�ำนาญการ” ในปัญหาเร่ืองใดก็ตาม แล้ว
ตรรกวิทยาพื้นฐาน ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่ “ผชู้ ำ� นาญการ” ทา่ นน้ันบอกเราว่า “ผมรูป้ ัญหาน้ีดี (แต่
พลเมอื งและจรยิ ธรรมในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระ จ�ำไม่ได้ หรือไม่ได้จดจ�ำไว้) ขอเปิดดูต�ำรา (หรือหนังสือ
มหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีศาสนาเป็นเครื่อง หรือเอกสาร…) กอ่ นใหแ้ นน่ อนลงไป อยากทราบวา่ เรา
เหนย่ี วรงั้ ความประพฤตใิ หถ้ กู ใหค้ วร มคี วามจงรกั ภกั ดี จะเชอื่ ถอื ทา่ นผนู้ น้ั วา่ เปน็ ผชู้ ำ� นาญการไดห้ รอื ไม่ คงไดแ้ ต่
ตอ่ ชาติ ตอ่ ประเทศท่ตี นเกิดและอาศยั เป็นผรู้ กู้ ารเปิดตำ� รามากกว่าเราเทา่ น้นั มไิ ด้รู้ลึกซ้งึ ถงึ ข้นั
เปน็ “ผชู้ �ำนาญการ” หรือเปน็ “ทป่ี รกึ ษา” ของเราได้!!
ในความเหน็ ของผเู้ ขยี น วชิ าเลขคณติ (ยงั ไมไ่ ดก้ า้ ว
ไปถงึ ขน้ั คณติ ศาสตร)์ นบั วา่ มคี วามจำ� เปน็ อยา่ งยง่ิ ตอ่ การ ได้พูดถึงการเรียนรู้เลขคณิตค่อนข้างยาว เพื่อให้
ยังชพี ในทกุ สาขา ไมว่ ่าจะเป็นฝา่ ยศาสตร์หรือศลิ ป์ ไมว่ า่ มองเหน็ ภาพของแนวทางการศกึ ษา ทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งเรมิ่ จาก
จะเติบใหญ่มาเป็น กสิกร เกษตรกร วศิ วกร ศลิ ปนิ นัก การท�ำความเข้าใจต้ังแต่หลักการเบื้องต้น ในหลายสาขา
ธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ฯลฯ วชิ าแลว้ จดจำ� เพือ่ น�ำไปใชใ้ นทุกโอกาส ในทกุ วถิ ที างของ
เลขคณติ คอื การรจู้ กั บวก ลบ คณู หารและเศษสว่ นทต่ี อ้ ง การด�ำรงชีพ การจะเข้าใจอะไรได้และเข้าใจอะไรดีข้ึน
อาศัยท้ังความจ�ำและความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน มิใช่ ยอ่ มตอ้ งอาศยั เหตกุ ารณ์ ตวั อยา่ ง ตวั ปญั หาและแนวทาง
การแก้ปัญหาที่จ�ำมาได้ในอดีต ตรรกวิทยาคือวิชาการท่ี
อ�ำนวยให้เกิดการเรียนรู้ ท�ำให้สามารถตกลงใจ ตัดสิน
109
ใจด�ำเนินการท้ังในด้านการพัฒนาขั้นต่อไป และในด้าน เทา่ นน้ั ผลก็ปรากฏว่า ในเทอมท่ี ๒ ของชั้นประถมปที ่ี ๑
การแกป้ ญ้ หาใหล้ ลุ ว่ งไป ตรรกวทิ ยานก้ี ต็ อ้ งอาศยั ทง้ั ความ สอบได้เปน็ ท่ี ๔ และในเทอมแรกของข้ันประถมปที ี่ ๒ ที่
เขา้ ใจและความจำ� ควบคกู่ นั ไป อาทิ จำ� ไดว้ า่ “จากสาเหตุ เพง่ิ ผา่ นไปเมือ่ เร็วๆ นี้ กลับมาเป็นท่ี ๑ ได้อกี
นี้ จากสิ่งน้ี จากปจั จัยนๆ้ี … จงึ มีผลนั้นๆ ตามมา” เมือ่ นำ�
ความจำ� เหลา่ นนั้ มาประกอบการแกป้ ญั หาในปจั จบุ นั หรอื ผมจึงขอแนะน�ำให้พ่อแม่เอาใจใส่ลูกหลานของ
มาใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจที่จะปฏิบัติไปในทาง ตนให้มากข้ึน ช่วยแนะน�ำกวดขันให้ลูกหลานของตนใช้
หนึ่งทางใด ก็จะช่วยให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น ได้ผลจริงจัง สมอง เพื่อพฒั นาท้งั ด้านความจ�ำ และด้านความเข้าใจใน
มากขึน้ แตล่ ะวชิ า หากไดส้ งั เกตและปรกึ ษากบั ครปู ระจำ� วชิ าหรอื
ครูประจ�ำชั้น แล้วเห็นว่าเด็กของตนจะ “ไปไม่รอด”
ขอยกตวั อยา่ งบทบาทของพอ่ แมใ่ นการชว่ ยกำ� กบั (เพราะสมองของคนเรามีความถนัดไม่เท่ากัน ไม่เหมือน
ดแู ลการศกึ ษาของลกู สกั เรอื่ งหนงึ่ ผเู้ ขยี นมแี มบ่ า้ นทด่ี แู ล กนั และมขี ดี ความสามารถในการพฒั นาไมเ่ ทา่ กนั ) กต็ อ้ ง
เร่อื งกับขา้ วกับปลา ท�ำความสะอาดบา้ นให้ เธอมีลกู สาว เข้ามาช้แี นะใหเ้ ปลย่ี นวิชานั้นๆ และคิดหาวิชาใหม่ท่อี าจ
ท่ีฉลาด สอบได้ท่ี ๑ เป็นหลายคร้ังในระดับอนุบาลของ ต้องส่งผลไปยังสายวิชาชีพใหม่ จากที่ต้ังใจไว้เดิม โดย
โรงเรยี นในสงั กดั ของกรงุ เทพมหานคร แตต่ อ่ มา การเรยี น ค�ำนึงถึงความเป็นไปได้ของการยึดเป็นอาชีพตาม
ตกลงมาเป็นที่ ๑๔ ในเทอมแรกของช้ันประถมปีท่ี ๑ ภูมิปัญญา ความถนัด และความสามารถของเด็ก ให้
เน่ืองจากอ่อนเลขคณิต จึงได้สอบถาม ได้ความว่า ทาง สอดคล้องกับภูมิปัญญาและ/หรือ ความต้องการของ
โรงเรียนไมเ่ คยใหท้ อ่ งสูตรคณู ผเู้ ขียนจงึ ได้สงั่ ใหท้ อ่ งสตู ร แตล่ ะทอ้ งถิ่น ดังทีก่ ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้
คูณทกุ วนั ในความควบคุมดูแลของแม่บา้ นซ่ึงมีการศึกษา
เพียงช้ันประถมปีท่ี ๖ เท่านั้น แต่คล่องในเร่ืองสูตรคูณ ขอใหพ้ อ่ แม่ ผปู้ กครองและครทู งั้ หลาย จงรว่ มมอื
และการคิดเลข สามารถแนะแนวการคดิ เลขให้ลูกสาวได้ กันพัฒนาเยาวชนของตนให้ได้ประโยชน์มากท่ีสุดจาก
อย่างถกู ตอ้ ง ประกอบกับการดแู ลให้ฝึกอ่านและทบทวน นโยบายและการดำ� เนนิ การของรฐั บาลปจั จบุ นั ทปี่ ระสงค์
ต�ำราวิชาต่างๆ ทไ่ี ด้เรยี นมาจากโรงเรียน โดยเนน้ ให้ต้งั ใจ จะปฏริ ปู การศกึ ษาใหเ้ กิดชมุ ชนทเ่ี ขม้ แขง็ พ่ึงพาตนเองได้
จ�ำสิ่งท่ีได้อ่านผ่านไป มิให้สักแต่ว่าอ่าน อ่านให้ผ่านไป เพอื่ พฒั นาสงั คมในระดบั ทอ้ งถนิ่ สคู่ วามเจรญิ กา้ วหนา้ ตอ่
ไปไดอ้ ยา่ งทพ่ี งึ ประสงค์
110
ทัศนคตติ อ่ การเรยี นรู้ของพอ่
ความเป็นครูดูเหมือนจะอยู่ในสายเลือดของคุณพ่อ แม้จะเกษียณแล้วคุณพ่อยังท�ำงานสอนต่อ โดยไปสอนท่ี
ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องมือแพทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร และ สาขาวิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะ
วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. คุณพ่อได้เตรียมตัวล่วงหน้าต้ังแต่ก่อนเกษียณ ด้วยการไปสมัครเรียน วิชา
“ครูภาษาอังกฤษ” เพียงเพอื่ ให้สามารถไปสอนวิชาภาษาองั กฤษหลงั เกษียณได้ตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ
โดยใหเ้ หตุผลในการสมคั รเรยี น ตามทีเ่ ขยี นไวใ้ นเอกสารของ มสธ. วา่
“ผมเองมีความรู้ในภาษาอังกฤษดีอยู่แล้วจากประสบการณ์นานปีในประเทศอังกฤษ ในฐานะวิศวกรปริญญา
ตรี ถึงปริญญาเอก แต่มแี ผนการทจ่ี ะสอนความร้ใู นวชิ าตา่ ง ๆ รวมท้ังภาษาอังกฤษให้แกเ่ ด็กในทอ้ งถิ่นเปน็ วทิ ยาทาน
หลังเกษียณอายุราชการไปแล้ว ไม่ใช่เป็นอาชีพ จึงสมัครเข้าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษเฉพาะวิชาชีพครูเพื่อให้มี
ประกาศนยี บัตร สามารถสอนภาษาองั กฤษได้โดยไม่ผดิ กฎหมาย”
แมค้ ณุ พอ่ น่าจะมคี วามรู้และประสบการณก์ ารใช้ภาษาองั กฤษดกี วา่ อาจารยห์ ลายท่านทมี่ าสอน แต่ดว้ ยความ
มวี นิ ยั และเปน็ นกั เรยี นทดี่ ี คณุ พอ่ กต็ ง้ั ใจเรยี น และทำ� กจิ กรรมทกุ อยา่ งตามขนั้ ตอนของมาวทิ ยาลยั อยา่ งเตม็ ท่ี ไมม่ งี าน
ใดท่คี ุณพ่อทำ� อยา่ งขอไปที หรอื เพยี งแคใ่ หเ้ สร็จๆ ไป
ค�ำให้สัมภาษณ์ต่อไปนี้เป็นส่วนหน่ึงของค�ำตอบของคุณพ่อในแบบสอบถามเพ่ือปรับปรุงหลักสูตร ในปี พ.ศ.
๒๕๔๐ ลกู ไปพบรา่ งค�ำตอบชดุ นใ้ี นเอกสารของคุณพอ่ และขอนำ� มาแบง่ ปนั ณ ทน่ี ้ี เพราะเหน็ วา่ ค�ำตอบของคณุ พ่อ
สะทอ้ นทศั นคตเิ กย่ี วกบั การเรยี นการสอนไดด้ ยี ง่ิ อกี ทง้ั วธิ กี ารตอบคำ� ถามทต่ี อบอยา่ งละเอยี ดครบถว้ นทกุ คำ� ถาม
ยงั แสดงใหเ้ หน็ บคุ ลกิ ภาพในความเปน็ คนมงุ่ มน่ั เอาจรงิ เอาจงั ใสใ่ จในรายละเอยี ด ตรงไปตรงมา ซอ่ื สตั ยต์ อ่ ตนเอง
แทรกขอ้ คดิ และคำ� แนะนำ� โดยยังคงความสุภาพออ่ นนอ้ ม เคารพในสถาบันการศึกษา
คำ� ใหส้ ัมภาษณ์ของคุณพอ่ ในการตอบแบบสอบถาม ประเมนิ หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าภาษาอังกฤษเฉพาะอาชพี
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๐
o เม่อื ไดเ้ รยี นหลกั สูตรน้แี ลว้ ท่านร้สู ึกผิดหวงั กบั หลกั สตู รนหี้ รอื ไม่ อยา่ งไร
- เมอ่ื เรียนแลว้ กไ็ ดร้ ับผลสำ� เรจ็ ตามทค่ี าดหมาย ไม่รสู้ ึกผดิ หวังแต่อยา่ งใด
o หลกั สตู รนีเ้ หมาะสมกบั อปุ นสิ ยั ในการเรยี นของท่านอยา่ งไร
- หลักสูตรน้ีไม่เหมาะโดยตรงกับนิสัยการเรียนของผม แต่ก็ไม่ขัดอะไรกับวิธีการท่ีต้องเรียนด้วยตนเอง
เพราะไมม่ ีโอกาสที่จะไปเรยี นกับครใู นช้นั
o อะไรเปน็ ปญั หาทส่ี ำ� คญั ทสี่ ดุ ในการเรยี นภาษาองั กฤษดว้ ยตนเองของทา่ น และทา่ นมวี ธิ กี ารแกป้ ญั หาอยา่ งไร
- ปญั หาของการเรยี นดว้ ยตนเอง กค็ งเปน็ ปญั หามาตรฐานคอื การจดั แบง่ เวลาตามทไี่ ดแ้ นะนำ� ไวใ้ นหลกั สตู ร
และวิธีการเรียนมิให้ขัดกับเวลางานในสายอาชีพปกติ แต่ต้องอุทิศเวลาส่วนตัวบ้าง เพ่ือให้เพียงพอกับ
เนื้อหาวิชาทตี่ อ้ งเอาใจใส่ติดตาม โดยเฉพาะในการท�ำแบบฝกึ หดั ใหค้ รบถว้ น
111
o อะไรเปน็ สิง่ ส�ำคญั ที่สุดในการเรยี นภาษาองั กฤษ และทักษะใดที่ท่านคดิ ว่าส�ำคัญท่สี ุด
- ไวยากรณ์เป็นส่ิงท่ีส�ำคัญท่ีสุดในการเรียนและการใช้ภาษาอังกฤษให้ถูกต้องสละสลวย ค�ำศัพท์และการ
ออกเสียง เปน็ ส่ิงท่ีตอ้ งสง่ั สมในทกุ โอกาสอยแู่ ลว้
- การเขยี นเปน็ ทกั ษะส�ำคญั ทส่ี ดุ ในการใช้ภาษาอังกฤษ เพราะตอ้ งร้จู ักศพั ท์ ร้จู กั สำ� นวน และรู้ไวยากรณ์
เป็นอย่างดี จึงจะเขียนภาษาได้ดี ส่วนการอ่านย่อมเป็นสิ่งส�ำคัญ โดยเฉพาะในหลักสูตรการเรียนด้วย
ตนเอง ส่วนการฟงั และการพดู เปน็ ทักษะทตี่ ้องส่งั สมเมอื่ มโี อกาส
o ผู้เรยี นภาษาองั กฤษที่ดคี วรมลี กั ษณะอย่างไร หรือมวี ิธีการเรยี นอยา่ งไร
- ผู้เรียนภาษาอังกฤษที่ดีต้องชอบอ่านและชอบเขียนเป็นพ้ืนนิสัย แต่แน่ละ การเป็นผู้ฟังที่ดีและสนใจ
สนทนาแลกเปล่ยี นความรู้ ย่อมเป็นปัจจยั เสรมิ ท่มี คี ุณค่า
o ทา่ นมีวิธใี นการเรียนกับหลักสตู รนอี้ ยา่ งไร
- การวางแผนในการเรียน นับว่าส�ำคัญ ต้องจัดแบ่งเวลาตามที่ตนคิดว่าจะท�ำได้อย่างสุขุม ไม่รีบเร่ง
ไม่มผี ลกระทบต่อสขุ ภาพกายและใจ สว่ นจะแบง่ เวลากันอยา่ งไร ก็คงขึ้นกบั แต่ละสภาพ แตล่ ะสภาวะ
แวดล้อมของแตล่ ะบคุ คล รวมท้ังความรบั ผดิ ชอบในหนา้ ทกี่ ารงานในสายอาชีพปกตขิ องตน
- การทำ� activity กท็ ำ� ทกุ กจิ กรรม ไมว่ า่ จะคดิ วา่ รแู้ ลว้ อยา่ งไรหรอื ไม่ เพราะถา้ รดู้ แี ลว้ กไ็ มเ่ ปน็ ภาระอะไร
และก็ไม่เปลืองเวลาดว้ ย
- การจดั ลำ� ดบั ขน้ั ตอนในการเรยี น กค็ งเปน็ ไปตามลำ� ดบั ทกุ กจิ กรรม กจิ กรรมใดทม่ี คี วามสมั พนั ธเ์ กย่ี วโยง
กบั กจิ กรรมทผี่ ่านมาแลว้ ก็ทบทวนใหเ้ หน็ ลักษณะทีเ่ กย่ี วโยงกนั เสรมิ กนั
- สถานท่เี รียน ผมใชบ้ า้ นผมท่ีมีความเป็นสว่ นตัวอยู่แลว้
- การประเมินผลการเรียนด้วยตนเอง ประเมนิ ไดจ้ ากการทำ� แบบฝึกหัดเปน็ หลกั
- การแกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ จากการเรยี นไมเ่ ขา้ ใจ ของผมเองไมม่ ปี ญั หาน้ี แตผ่ ทู้ เ่ี กดิ มปี ญั หา กค็ วรศกึ ษาทบทวน
บทเรยี น หรอื ถามผูร้ ู้ หรือปรกึ ษาหารอื กับเพื่อน ๆ ในระดับความร้ใู กล้เคียงกนั
o ทา่ นเป็นผู้หนง่ึ ที่ประสบความส�ำเรจ็ ในการเรียน ทา่ นคดิ วา่ อะไรเปน็ สิ่งช่วยท�ำใหเ้ รยี นได้ส�ำเรจ็
- ความเอาใจใสอ่ ยา่ งสมำ่� เสมอตามแผนการเรยี นทกี่ ำ� หนดไว้ โดยปรบั แผนทกุ ครงั้ ทม่ี งี านอนื่ มาขดั จงั หวะ
o ท่านคดิ วา่ ตวั ทา่ นมีการเปลีย่ นแปลงอยา่ งไรหรือไม่ ก่อนและหลังเรยี นกบั หลกั สูตรน้ี ในดา้ นทศั นคติในการ
เรียนภาษาอังกฤษ ความสามารถในการใช้ภาษา ความมั่นใจในการใช้ภาษา ความภาคภูมิใจในตนเอง
หรืออน่ื ๆ
- สำ� หรบั ตวั ผมแลว้ ไมม่ คี วามเปลยี่ นแปลงอยา่ งไร ระหวา่ งกอ่ นเรยี นและหลงั เรยี น เพราะผมใชภ้ าษาองั กฤษ
เปน็ ปรกตปิ ระจ�ำอยูแ่ ลว้ ในหน้าท่ีและการงานของผม
o ในขณะทเ่ี รียนหลักสูตรนี้ ทา่ นจัดล�ำดบั ความส�ำคัญอยา่ งไร
- ในขณะท่เี รยี น ผมด�ำรงยศพลเรือโท ปฏิบตั ิงานในพื้นทีส่ ัตหีบ ลกู ๆ เติบโตกนั พอสมควร ผมจดั งานไว้
เป็นสง่ิ ส�ำคัญทส่ี ุด สว่ นครอบครัว สงั คมและการเรียนพเิ ศษนี้ จดั ความส�ำคัญลดหลั่นลงไปตามล�ำดบั
112
o ทา่ นถือวา่ การเรียนหลกั สตู รน้เี ปน็ ภาระหรอื งานอดิเรกส�ำหรบั ทา่ น
- การเรียนหลักสูตรน้ี เป็นงานอดิเรกของผม ผมชอบภาษาอังกฤษเป็นทุนอยู่แล้ว และการที่จะไปสอน
ภาษาอังกฤษเม่ือเกษยี ณอายรุ าชการแลว้ ก็จะเปน็ งานอดิเรกท่ผี มต้ังใจท�ำเป็นวิทยาทานอยแู่ ล้ว
o หลงั เรียนหลกั สตู รน้ี ทา่ นมวี ธิ ีการฝึกฝนหรือทบทวนการเรียนภาษาองั กฤษหรือไม่อย่างไร
- ไมไ่ ดฝ้ กึ ฝนหรอื ทบทวนการเรยี น เพราะไดป้ ฏบิ ตั หิ นา้ ทก่ี ารงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ภาษาองั กฤษอยตู่ ลอดเวลา
o ทา่ นคิดว่าประสบการณ์ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเองกับชดุ วชิ านี้ ได้ให้อะไรกับท่านอย่างไร
- ท�ำให้คิดว่า คงมีประชาชนอีกเป็นจ�ำนวนมากที่ได้รับประโยชน์จากการศึกษากับหลักสูตรนี้ ท้ัง
ในด้านการเสริมประสบการณ์และการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม นอกเหนือไปจากการเรียนเพ่ือให้ได้
ประกาศนยี บัตรส�ำหรับประกอบอาชพี ตอ่ ไป
o จากประสบการณ์การเรยี นภาษาองั กฤษท้ังหมดของท่าน ท้งั ในห้องเรยี นและเรียนด้วยตนเอง ท่านประทบั
ใจกบั วิธีการเรยี นและบรรยากาศในการเรียนอยา่ งไร
- การเรียนภาษาอังกฤษท่ีผมได้ความประทับใจ มาจากการเรียนกับครูอังกฤษท่ีสูงอายุ และเป็นครูสอน
ภาษาและวรรณคดีอังกฤษโดยตรง เป็นครทู ่ีมีประสบการณ์สูง สามารถท�ำให้การเรียนภาษาเปน็ สิ่งทน่ี า่
สนใจ ท�ำให้เรา, ผู้เรียน, มคี วามรกู้ วา้ งขวางข้นึ กวา่ ทีจ่ ะพึงมไี ด้จากบทเรยี นโดยตรง - ถงึ ข้นั มีความสนกุ
ใจทจี่ ะเรยี น
- บรรยากาศทีเ่ ออื้ อำ� นวยตอ่ การเรียน คอื จ�ำนวนนกั เรยี นประมาณ ๑๐ คน ไม่ควรเกนิ ๒๐ คน ตอ่ ครู
๑ คน ทำ� ให้เกดิ บรรยากาศ Tutorial ขึ้นได้ แทนบรรยากาศ Teaching – คือเรมิ่ จาก Class teaching
แลว้ ตามด้วย Tutorial technique
o ท่านคดิ ว่าหลักสูตรทีท่ า่ นได้ส�ำเร็จการศกึ ษาไป ควรมีการแกไ้ ขปรับปรงุ อย่างไรจงึ จะเปน็ ประโยชน์กบั ทา่ น
ที่สุด
- หลักสูตรประกาศนียบัตรท่ีผมได้เรียนส�ำเร็จไปแล้ว มีเน้ือหาและวิธีการท่ีเตรียมไว้เป็นอย่างดีแล้วใน
เอกสารการเรยี นการสอน แตเ่ ทป้ ประกอบการเรยี นดว้ ยตนเองนน้ั ยงั ขาดความชดั เจนทางเนอื้ หาอยบู่ า้ ง
และน่าจะมีบทความสั้น ๆ อ่านให้ฟัง แล้วตามด้วยการอธิบายสำ� นวนและไวยากรณ์ท่ีเก่ียวข้องกับบท
เรียนแต่ละบท แต่ละขั้นตอน ลงท้ายด้วยการต้ังค�ำถามและการจัดค�ำตอบตามวิธีการประเมินผลทาง
comprehension ของบทความนนั้ ๆ
ทา่ นเห็นดว้ ยหรอื ไม่กับข้อความตอ่ ไปน้ี
o ทัศนคติและเทคนิคในการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เรียนแต่ละคนย่อมมีความแตกต่างกัน ...ย่อมมีความ
เหมาะสมกับตัวผู้เรียนและสถานการณ์ในการเรียนของผู้เรียนผู้นั้น แท้จริงแล้วอาจไม่มีวิธีเรียนที่ดีท่ีสุด
หรอื เลวทสี่ ดุ อาจไมม่ ีวธิ กี ารใดท่ีเป็นสากลทผ่ี ู้เรียนทุกคนตอ้ งปฏิบัติตาม
- เหน็ ดว้ ยกบั ทศั นคตขิ า้ งตน้ ยกเวน้ ประโยคสดุ ทา้ ยทวี่ า่ “อาจไมม่ วี ธิ กี ารใดทเ่ี ปน็ สากลทผ่ี เู้ รยี นทกุ คนตอ้ ง
ปฏบิ ตั ติ าม” เพราะมนั นา่ จะมวี ธิ กี ารทผี่ ลติ ขนึ้ มาเฉพาะทาง เฉพาะแตล่ ะวตั ถปุ ระสงคข์ องแตล่ ะหลกั สตู ร
ในลักษณะที่สอดคล้องกัน ระหว่างระดับของนักศึกษาและอาชีพท่ีจะพึงหาได้จากหลักสูตรที่นักศึกษา
113
สมคั รใจเลือกเรียน ซ่ึงท้ังหมดน้ีนับเป็นเรอื่ งยาก ผมถงึ ชอบ Tutorial technique (การใชเ้ ทคนคิ การติว)
มากกวา่ Formal teaching technique (การสอนแบบเปน็ ทางการ) – หนทางทดี่ คี อื ผสมทงั้ สองเทคนคิ
ให้รองรบั กนั และกนั
o การเรียนภาษาองั กฤษดว้ ยตนเองไดผ้ ลนอ้ ยกวา่ การเรียนภาษาองั กฤษในหอ้ งเรยี นกับครูผสู้ อน
- ผมเหน็ ดว้ ยอยา่ งมาก โดยมขี อ้ แมว้ า่ ตอ้ งไดค้ รทู ม่ี คี ณุ ลกั ษณะและเทคนคิ การสอนตามทผี่ มไดต้ อบไปแลว้
ขา้ งตน้
o ความสามารถในการใชภ้ าษาองั กฤษเปน็ เรอื่ งของพรสวรรค์ คนทไ่ี มม่ พี รสวรรคใ์ นการเรยี นภาษาองั กฤษจะ
ไม่สามารถใช้ภาษาองั กฤษไดด้ ี
- เห็นด้วยเฉพาะข้อความท่ีว่า “ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องของพรสวรรค์” แต่ในข้อ
แม้ว่า คนผนู้ นั้ ต้องรักหรือชอบท่จี ะเรยี น และตอ้ งได้ครูท่ีแตกฉานในภาษา ทงั้ ภาษาพูดและภาษาเขยี น
หาไม่แลว้ คนทไี่ ม่มพี รสวรรค์ แตเ่ ปน็ คนทขี่ ยนั รกั หรอื ชอบที่จะเรยี นอยา่ งตง้ั ใจ และมีวนิ ัยในการเรยี น
กอ็ าจจะใชภ้ าษาองั กฤษไดด้ ี หรอื ดกี วา่ ได้ โดยมขี อ้ แมเ้ ดยี วกนั วา่ จะตอ้ งไดค้ รทู แี่ ตกฉานในภาษาและ
วิธีการสอนภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ
o การเรยี นภาษาองั กฤษ ต�ำราเรียนและบทเรยี น มีความสำ� คัญมากกวา่ ครผู สู้ อนและตัวผู้เรยี นเอง
- เหน็ ดว้ ยมาก แตไ่ มใ่ ช่มากกว่า – เพราะครผู ู้สอนที่ดยี อ่ มต้องเลอื กตำ� รา บทเรียน และมเี ทคนคิ การสอน
ที่เหมาะสมกบั นกั เรยี นและวตั ถปุ ระสงคข์ องหลักสตู ร แม้ในกรณีทีม่ ีการบงั คับต�ำราที่จะใช้... ครผู ้สู อน
ทดี่ กี จ็ ะตอ้ งเลอื กหาหนงั สอื อา่ นประกอบมาเสรมิ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ตำ� ราในหลกั สตู ร และสอดคลอ้ งกบั
เทคนิคการสอนของตน ท่พี จิ ารณาแลว้ วา่ เหมาะสมกับนกั เรียนในชนั้ ของตน
o ความคิดเหน็ เพิม่ เตมิ
- ผมก็คงไม่มีอะไรเพ่ิมเติมจากค�ำตอบที่ได้ตอบค�ำถามที่ตั้งข้ึนมาอย่างกว้างขวางอยู่แล้วนะครับ คงเป็น
หน้าที่ของผู้ใช้แบบสอบถามนี้ ที่จะน�ำค�ำตอบท้ังหลายไปกลั่นกรองและจัดเข้ารูปหมวดหมู่
เพือ่ นำ� ไปประเมินผลออกมาอย่างเปน็ รปู ธรรม
โชคดีนะครบั และสวสั ดคี รบั
114
คยุ กนั เรือ่ งลอ็ กของชาวเรือ
น.อ. ไพบูลย์ นาคสกุล
“ปอ ป่าน สปันยาร์น กัญชา มนิลา มาเลน็ เชือกลวด เชือกดา้ ย สายล็อก นำ้� มัน มะพรา้ ว” คอื เชือก ๑๑ ชนดิ
ท่ชี าวเรือสมยั หน่ึงมใี ช้กอ่ นสมยั เชอื กไนลอน และทหารเรอื เกอื บทกุ คนเคยทอ่ งกลอน หรอื บทชว่ ยจ�ำท่ยี กมานี้ หรอื ไม่
กค็ งเคยได้ยินไดฟ้ ังรุน่ ครหู รือรนุ่ พ่ีทอ่ งใหฟ้ งั กันบา้ งแลว้ ในบรรดาเชอื กท้ัง ๑๑ ชนิดน้ี บางชอ่ื ก็คงเปน็ ท่ีรูจ้ กั กันอยา่ ง
กว้างขวา้ ง แต่บางช่ือก็ไม่ใคร่จะมีคนรจู้ ักกนั จริงๆ เชน่ สปนั ยาร์น มาเลน็ ส่วนสายล็อกน้ัน จะมารู้จักเอากต็ อนได้มา
ฝกึ “ทิง้ ล็อก” สมยั ภาคทะเล หรือมาอยู่เรือกนั แลว้ ทีก่ ล่าวมานพี้ น้ สภาพกว่า ๓๐ ปีมาแลว้ ปจั จุบันนีค้ งหาสายล็อก
ของจรงิ ดไู ด้ยากมาก
สายลอ็ กเปน็ สายเชือกที่ใชว้ ดั ความเร็วของเรือ ตัวเชอื กจะมีขดเปน็ ปม (knot = น็อต) เป็นระยะๆ โดยมชี ่อง
แบ่งระยะแบง่ ไว้เทา่ ๆ กนั ปลายข้างหนง่ึ ของสายล็อก มีช้ินไม้ซ่ึงเรยี กว่า log chip ผกู ติดไว้ เมือ่ โยนชิน้ ไมล้ งไปทาง
ท้ายเรือ ขณะเรือแล่นอยู่ ชน้ิ ไมจ้ ะลอยไปตามพริ้วน้�ำ จากจำ� นวนปมนอ็ ตทล่ี อยน�้ำออกไปในชว่ งเวลาทก่ี ำ� หนด ก็จะ
ทราบระยะทาง และคำ� นวณหาความเร็วของเรอื ในขณะนน้ั ได้ คา่ ความเรว็ นต้ี อ่ มาได้เทียบไวเ้ ปน็ หนว่ ยวัดความเรว็ คิด
เปน็ นอ็ ต โดยท่ี ๑ น็อต เทา่ กบั ๑ ไมล์ทะเลตอ่ ช่วั โมง การท่ี “ลอ็ ก” เปน็ เคร่อื งมือสำ� คัญชิ้นหนึ่งของชาวเรอื ผู้เขียน
จึงขอแนะน�ำให้รู้จักลักษณะ และวิวฒั นาการของลอ็ กให้ผู้อา่ นทราบ
เครื่องมือวัดความเร็วเรือท่ีโบราณที่สุดเท่าท่ีทราบ น่าจะได้แก่เครื่องมือท่ีชาวเรือโรมันใช้ ดังมีปรากฏเป็นรูป
ประทบั บนเหรยี ญเงินของโรมัน และมีการบันทกึ ไวโ้ ดยวิทรวู อิ สุ ว่า เปน็ กังหันระหดั ท่ีมี พายเลก็ ๆ ติดอย่รู อบกงลอ้ ซึง่
จะถกู นำ้� พดั ให้ตัวกังหันหมุน จากขนาดวงรอบของกังหนั และจ�ำนวนรอบท่ีกงั หนั หมุนไปก็จะท�ำให้ทราบระยะทางท่ี
เรอื แลน่ ไปได้ ว่ากันว่าเครือ่ งมอื นพี้ ฒั นาจากการวัดระยะทางท่ี รถโรมัน (chariot) วง่ิ ไปดว้ ยการนับจำ� นวนรอบทล่ี อ้
หมุนครบรอบตวั เอง
อย่างไรก็ตาม ค�ำว่าล็อก ท่ีชาวเรือหมายถึง เครื่องวัดความเร็วเรือ โดยไม่ค�ำนึงถึงรูปร่างหน้าตาว่าเปล่ียนไป
อยา่ งไรแลว้ กต็ ามนนั้ มกี ำ� เนดิ มาจากลอ็ กแบบสาย ดงั ทก่ี ลา่ วมาแลว้ ในตอนตน้ ทง้ั นเ้ี พราะเปน็ เครอ่ื งมอื ทมี่ ใี ชก้ นั อยา่ ง
แพร่หลายต้ังแต่ครสิ ตศวรรษท่ี ๑๘ เป็นต้นมา สมัยน้นั เปน็ สมยั ทก่ี ารเดินเรอื ขยายอาณาเขตออกไปจนกลายเป็นการ
เดนิ เรือรอบโลก และกย็ งั เปน็ ทีน่ ิยมใชก้ ันมาจนถงึ สมัยท่ีผู้เขียนเป็นนักเรยี นนายเรือ เมื่อราว ๓๕ ปี มาแลว้ ก็ตอ้ งหดั
ท้ิงล็อกให้ช�ำนาญระหว่างการฝึกภาคทะเล ทั้งน้ีเพราะในหลักการแล้ว ล็อกแบบสายเป็นเคร่ืองมือวัดความเร็วที่ง่าย
ทสี่ ดุ สามารถทำ� ขน้ึ เองไดใ้ นยามฉกุ เฉนิ แตเ่ นอ่ื งจากลอ็ กแบบสายแมจ้ ะพฒั นาจนเปน็ แบบลากใบพดั เลก็ ๆ ใหห้ มนุ ไป
พรอ้ มส่งสญั ญาณไฟฟา้ เป็นระยะๆ ก็ยงั ขาดความเทย่ี งตรงในการวัดความเรว็ เรอื เพราะมีปัญหาเรอ่ื งการลอยตวั ของ
ลอ็ ก การบดิ ตัวของสายล็อก ผลกระทบจากพริ้วน้ำ� ทา้ ยเรอื รวมทั้งคลน่ื ขนาดใหญ่ และสาเหตอุ ืน่ ๆ ในการใช้และเกบ็
รักษา จงึ ได้มีการคดิ คน้ วธิ กี ารอย่างอ่นื มาใชแ้ ทน
วธิ ีการแรกคือการหนั เขา้ ไปหาระบบกงั หนั ของโรมันใหม่ พัฒนาข้ึนมาเป็นลอ็ กแบบใบพัด (Impeller Log) ท่ี
จมุ่ ลงไปใตน้ ำ้� ใหห้ มนุ ไปดว้ ยกระแสนำ้� ทไ่ี หลผา่ น ทำ� นองกงั หนั วดั ความเรว็ ลมทเี่ รามองเหน็ กนั การนบั จำ� นวนรอบของ
การหมุนของกงั หนั ใบพัด ซงึ่ ปรับเปน็ ระยะทางและความเรว็ ทเ่ี รือวิ่ง ด้วยวิธีการทางกล ก็ได้มีการพฒั นาข้ึนมาเป็นวิธี
115
การทางไฟฟา้ ทส่ี ง่ กระแสไฟเข้าวงจรเปน็ จังหวะๆ ทม่ี กี ารหมุนครบรอบ จนในท่ีสดุ ได้มกี ารแปลงพลังงานกลของการ
ทีน่ �้ำปะทะทำ� ใหใ้ บพดั หมนุ ช้าเร็วตามความเร็วของเรอื ให้เปล่ยี นเป็นพลังงานไฟฟา้ เพ่ือนำ� ไปขยายก�ำลังและวดั ออก
มาเป็นความเรว็ สัมพัทธร์ ะหว่างเรอื กบั กระแสนำ�้
สว่ นความเรว็ ทว่ี ดั ไดน้ หี้ ากสง่ เขา้ วงจร Integrator เพอ่ื ทำ� อนิ ตเี กรชนั่ ตอ่ ชว่ งระยะเวลา กจ็ ะไดค้ า่ เปน็ ระยะทาง
ที่เรือว่ิงไปได้ จะเห็นว่าตอนน้ี ระยะทางได้มาจากความเร็วซ่ึงได้มาจากการวัดอาการหมุนของกังหันด้วยวิธีการทาง
ไฟฟา้ อกี ตอ่ หนงึ่ สว่ นกงั หนั สมยั โรมนั นน้ั ใหร้ ะยะทางจากจำ� นวนรอบทกี่ งั หนั หมนุ ไปโดยตรง และเมอ่ื หารกบั เวลาทใ่ี ช้
ในการนับรอบนน้ั ๆ จึงจะไดค้ ่าความเรว็ ออกมา ล็อกแบบสายก็เช่นกนั คือ ไดร้ ะยะทางก่อน แล้วจึงจะได้ค่าความเร็ว
ออกมา จะเห็นไดว้ ่า แมเ้ คร่ืองวัดความเร็วแบบอิมเพลเลอร์ท่ีกลา่ วถงึ จะมีรปู ร่างหนา้ ตาผิดไปจากลอ็ กแบบสาย แตก่ ็
ยังเรียกกันว่าเป็นล็อกอยู่เช่นเดิม ท้ังน้ีเพราะระยะเวลาอันยาวนานของการใช้อย่างแพร่หลายของล็อกแบบสาย มา
จนถึงระยะตน้ ศตวรรษท่ี ๒๐
แมว้ ่าในความเปน็ จรงิ แลว้ ในต้นศตวรรษที่ ๑๙ กไ็ ด้มกี ารใชล้ อ็ กอกี แบบหนง่ึ กนั แลว้ คือ ลอ็ กแบบทอ่ ก�ำลังดนั
ซง่ึ ใชห้ ลกั การทางฟิสกิ สข์ องทอ่ pitot ซงึ่ นกั ฟสิ กิ ส์ชาวฝรัง่ เศสในศตวรรษที่ ๑๗ ช่อื องั รี พิโทท์ (Henri Pitot) เปน็ ผู้
คดิ ขึน้ มาได้ ลอ็ กแบบทอ่ นีใ้ ชท้ อ่ รปู ตวั L จุ่มลงใต้นำ้� หันปลายเปิดซึง่ เปน็ รู ไปทางหัวเรือ เมอื่ เรอื แลน่ จะมกี �ำลังนำ�้ ดัน
เข้าไปเปน็ กำ� ลังดนั ทางไดนามคิ ซงึ่ เม่อื เปรยี บเทียบกบั ก�ำลังดนั ทางสะแตตคิ จากทอ่ ท่มี รี ู เปดิ แหยล่ งไปในน�้ำตรงๆ ใน
บรเิ วณใกลก้ นั กบั ทอ่ รปู ตวั L แลว้ จะไดก้ ำ� ลงั ดนั พโิ ทท์ ซง่ึ เปน็ ปฏภิ าคโดยตรงกบั ความหนาแนน่ ของนำ้� และกำ� ลงั สอง
ความเรว็ เรือที่สมั พันธก์ บั น้ำ� --- ก�ำลงั ดันพโิ ทท์น้ีจะท�ำอาการทางกลโดยตรงให้มีเขม็ ชแี้ สดงความเรว็ ของเรอื ได้ และ
ต่อมาก็พัฒนาข้ึนให้ท�ำอาการต่อไดอะแฟรมรูป bellow ซึ่งมีลักษณะเป็นถุงรูปหีบเพลงขยับเข้าออกมากน้อย ตาม
ก�ำลังดนั พโิ ทท์น้ันๆ และด้วยวธิ ีการแม่เหลก็ ไฟฟา้ จะชักน�ำใหเ้ กดิ การแปลงพลงั งานกล เปน็ พลงั งานไฟฟ้าวดั ออกมา
เป็นความเร็วท่ีเรือว่ิงไปข้างหน้าได้โดยตรง ส่วนระยะทางก็ได้จากการท�ำอินตีเกรชั่นกับช่วงระยะเวลาตามท่ีได้กล่าว
มาแล้วข้างต้น -- ล็อกแบบท่อพิโทท์ หรือเรียกอีกช่ือหนึ่งว่า ล็อกแบบก�ำลังดันนั้น มีใช้อยู่ในเรือยนต์เร็วโจมตีชุด
ร.ล. ปราบปรปักษ์และ ร.ล. ราชฤทธิ์ ส่วนล็อกแบบอิมเพลเลอร์ มีใช้เป็นล็อกเครื่องแรกของ ร.ล. มกุฎราชกุมาร
ลอ็ กทัง้ สองประเภทนี้ แมจ้ ะพัฒนาขึน้ มากแลว้ เพยี งใด ก็ยงั มีจดุ ออ่ นสามประการ
ประการแรก คอื ความเรว็ ทวี่ ดั ได้ เปน็ ความเรว็ ของเรอื สมั พนั ธก์ บั ความเรว็ หรอื อาการเคลอื่ นไหวของนำ�้ เรยี ก
กนั วา่ เป็น speed through water ไมใ่ ช่ความเรว็ จริงของเรือ ทส่ี มั พันธ์กับพื้นท้องทะเล ซ่ึงเรยี กว่า speed over
ground หรือ true ground speed ท้ังน้ีเพราะใช้หลักการวัดผลปรากฏ อันเนื่องจากการกระท�ำของน�้ำเมื่อเรือมี
ความเรว็ แลน่ ออกไป ยกตวั อยา่ งใหเ้ หน็ งา่ ยๆ คอื ลอ็ กของเรอื ทจี่ อดนงิ่ ๆ ในนำ�้ หรอื ทอดสมอลอยลำ� อยู่ จะวดั ความเรว็
ออกมาไดเ้ ท่ากับความเร็วสัมพนั ธท์ ีก่ ระแสนำ้� ไหลผ่านในทิศทางสมั พันธ์จากหัวเรือผา่ นตัวลอ็ กไปทางทา้ ยเรือ
จดุ ออ่ นประการทสี่ อง คอื ไมส่ ามารถหลบเลยี่ งอาการ turbulent ของนำ้� บริเวณใกล้ตวั ลอ็ ก และขณะท่นี ้�ำ
ปะทะกับตัวล็อกที่ต้องยื่นจากใต้ท้องเรือออกมา จะต้องมีการรบกวนไม่มากก็น้อย ข้ึนอยู่กับลักษณะท้องเรือและ
ต�ำแหน่งของการตดิ ต้งั รวมทง้ั รปู รา่ งทางไฮโดรไดนามิคของส่วนของตัวลอ็ กทจี่ มุ่ อยูใ่ นน�้ำ
จุดออ่ นประการท่สี าม คอื ความช�ำรุดเสยี หาย ท่ีเกิดขน้ึ เนอื งๆ อนั เนอ่ื งจากสว่ นของตวั ลอ็ กท่ียืน่ ออกจากท้อง
เรือ ลงไปชนเข้ากับสิ่งหรือมลภาวะที่ลอยปริ่มน้�ำหรือใต้ผิวน�้ำเล็กน้อย โดยเฉพาะในน่านน้�ำใกล้ปากน�้ำหรือในทะเล
น้ำ� ตืน้ ที่มเี ครือ่ งมือดักจบั ปลาวางอยเู่ ป็นจ�ำนวนมาก
116
ผลการพฒั นาขัน้ ตอ่ ไปทเี่ กดิ ขึ้นคอื ล็อกแบบแมเ่ หล็กไฟฟา้ หรือทีเ่ รยี กยอ่ ๆ วา่ EM Log ซงึ่ พฒั นาขึ้นมาเพ่ือ
ลดผลปรากฏอันเนอ่ื งจากทิศทางและความเรว็ ของกระแสน�ำ้ ดว้ ยวธิ กี ารทางแม่เหล็กไฟฟ้าโดยตรง โดยใชข้ ดแม่เหลก็
ไฟฟา้ ประกอบไวภ้ ายในทอ่ ซงึ่ ยน่ื ลงไปใหก้ ระแสนำ้� พดั ผา่ นอำ� นาจแมเ่ หลก็ ทเี่ กดิ จากการสง่ กระแสไฟสลบั เขา้ ไปในขด
เหล็กไฟฟ้า กระแสน้�ำซ่ึงเป็นตัวน�ำไฟฟ้า หากตัดฟลักซ์แม่เหล็กจะท�ำให้เกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวน�ำข้ึน มีขนาด
เหน่ียวน�ำเป็นปฏิภาคโดยตรงกับความเร็วที่กระแสน�้ำตัดผ่านฟลักซ์แม่เหล็ก แผ่นอิเล็กโถรดที่ติดด้านกราบซ้ายและ
กราบขวาของทอ่ ยน่ื ใตน้ ำ้� ทกี่ ลา่ วถงึ จะอยใู่ นแนวแกนทต่ี งั้ ฉากกบั แนวปะทะของนำ้� (ซงึ่ เปน็ ทศิ ทางของการเคลอ่ื นไหว
ของตวั นำ� ไฟฟา้ ) ทต่ี ดั ผา่ นฟลกั ซแ์ มเ่ หลก็ จงึ สามารถเอากระแสไฟฟา้ เขา้ มาในวงจรทต่ี อ่ กบั แผน่ อเี ลคโทรดคนู่ นั้ ไดต้ าม
กฎมอื ขวาของเฟลมม่งิ กระแสไฟท่ไี ดน้ จี้ ะผ่านวงจรทวีกำ� ลงั แล้วเขา้ สวู่ งจรวัดซง่ึ สามารถวัดออกมาเปน็ ความเร็วและ
ระยะทางได้ดว้ ยวิธีการทางไฟฟา้ ท่กี ล่าวมาแลว้ ในลอ็ กแบบแรกๆ ท่ีพฒั นาแล้ว ล็อกแบบแม่เหล็กไฟฟา้ นมี้ ีสัญญาณที่
สามารถปรับทางด้านแอมพลิจูดและเฟสได้เป็นสัญญาณไปท�ำให้การอ่านค่าความเร็วของล็อกปรับเป็นค่าศูนย์ได้เมื่อ
เรอื อยกู่ บั ทใ่ี นนำ�้ ทม่ี กี ระแสนำ�้ แตก่ ารปรบั นจ้ี ะทำ� ใหผ้ ลดเี พยี งในยา่ นหนงึ่ ของคา่ กระแสนำ้� เทา่ นนั้ -- ตวั อยา่ งของลอ็ ก
ประเภทนจ้ี ะหาดไู ดใ้ นเรอื หลายลำ� ของราชนาวไี ทย แตเ่ นอื่ งจากยงั มที อ่ ยน่ื ยาวลงไปใตน้ ำ�้ และยงั เกดิ ความเสยี หายอยู่
ได้เนืองๆ จึงได้มีการพัฒนาท�ำส่วนของล็อกให้ยื่นลงไปใต้น้�ำให้น้อยท่ีสุด จนได้แบบการติดตั้งท่ีแนบไปกับท้องเรือ
(flush-mounted) ได้ ดังเช่นล็อกแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าแบบทีต่ ดิ ตงั้ ใน ร.ล. มกฎุ ราชกมุ าร ขณะน้ี แทนล็อกแบบใบพดั อัน
เดิมท่ีมีจดุ ออ่ นและมีอายใุ ช้การมานานพอสมควรแล้ว
ส่ิงหนง่ึ ทน่ี กั พัฒนายงั ไม่ยอมหยดุ ยงั้ คอื ความพยายามคดิ หาวธิ ีการทจ่ี ะแกป้ ัญหาของลอ็ กทั้งหลายบรรดามใี น
อดตี ทไี่ มส่ ามารถวดั ความเรว็ จรงิ ของเรอื (เมอ่ื เทยี บกบั พน้ื ทอ้ งทะเล) ได้ วธิ กี ารทไี่ ดผ้ ลเปน็ ครง้ั แรกคอื วธิ กี ารทางโซนา่
รท์ สี่ ามารถวดั ความเรว็ ของเรอื เปา้ ไดด้ ว้ ยการวดั ความถดี่ อพเพลอ่ รอ์ นั เปน็ การเปลย่ี นแปลงในคา่ ความถขี่ องคลนื่ เสยี ง
ทส่ี ่งออกไปและการเปลีย่ นแปลงนน้ั เกดิ ขนึ้ จากความเร็วสมั พทั ธร์ ะหว่างเปา้ กบั เคร่อื งรบั โซนา่ ร์ ทำ� นองเดยี วกบั ท่เี รา
ฟังเสยี งหวดู รถไฟท่ีเคลือ่ นทีใ่ กล้เข้ามาจนผา่ นตวั เราออกไป แลว้ ทราบว่าความถ่ขี องเสียงทไ่ี ด้ยนิ น้นั จะเปล่ียนไปตาม
ความสัมพทั ธ์ระหวา่ งความถข่ี องเสียงจากหวูดรถไฟกบั ความถีท่ ี่หไู ดย้ ินเสยี งนัน้
จากหลกั การทค่ี วามถดี่ อพเพลอ่ รท์ วี่ ดั ไดน้ ม้ี คี า่ เทา่ กบั สองเทา่ ของความเรว็ สมั พทั ธร์ ะหวา่ งเรอื กบั เปา้ หารดว้ ย
ความยาวคล่นื โซนา่ รท์ ส่ี ่งออกไปกระทบเป้า ท�ำใหเ้ ราสามารถคำ� นวณหาความเร็วของเป้าได้ เมอ่ื ค�ำนวณทางเวคเตอร์
กบั ทิศทางและความเร็วจริงของเรือที่ใชโ้ ซน่าร์ในการค้นหาเปา้ อยูน่ ั้น ในล็อกประเภทโซน่าร์แบบด๊อพเพลอ่ รน์ ัน้ เปา้
คือพ้ืนท้องทะเลที่อยู่น่ิง ความเร็วสัมพัทธ์ท่ีวัดได้จึงเป้นความเร็วจริงของเรือที่แล่นไปเหนือพื้นท้องทะเลตามความ
ต้องการที่รอคอยกันมานานแล้วของชาวเรือ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งของนักการอาวุธท่ีต้องการควบคุมการยิงอย่าง
แมน่ ย�ำเทา่ ทจ่ี ะสามารถควบคมุ และปอ้ นข้อมูลของการเปลยี่ นแปลงทกุ ประการ ที่จะท�ำให้การท�ำนายมมุ ดกั หนา้ เป็น
เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพย่ิง
ความรสู้ กึ ถงึ ความตอ้ งการใชล้ อ็ กประเภทวดั ความเรว็ จรงิ เหนอื พน้ื ทอ้ งทะเล ไดเ้ กดิ ขนึ้ กบั ผเู้ ขยี นเองในระหวา่ ง
การตรวจสอบการยงิ ปนื ใหญเ่ รอื ระดมฝง่ั ดว้ ยวธิ ี blind bombardment ซงึ่ เมอ่ื เรอื เขา้ จดุ ยงิ และเรม่ิ ยงิ แลว้ เรอื จะหนั
ไปถือเขม็ ใด อย่างไร ดว้ ยความเร็วอย่างไร ก็ยังคงยงิ ลงเป้าได้โดยไม่ต้องใช้เรดา้ ร์ควบคุมการยิง แต่ทง้ั นีต้ ้องมที ศิ ทาง
และความเรว็ ของเรอื ปอ้ นเขา้ คอมพวิ เตอรค์ วบคมุ การยงิ ไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งและถกู ตอ้ งตามความเปน็ จรงิ ไมว่ า่ เรอื นน้ั จะ
แลน่ ทวนหรอื ตามหรือขวางกระแสน�้ำทีม่ ีความแรงสกั ปานใด
117
จากข้อคิดนี้เองกองทัพเรือจึงได้ตกลงใจใช้ล็อกประเภทโซน่าร์แบบหน่ึง ซ่ึงใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าท่ีสุดในยุค
ปจั จบุ นั นี้ ไดแ้ ก่ล็อกทใี่ ช้สหสัมพันธ์ของสัญญาณคลืน่ เสยี ง (acoustic correlation) ระหว่างคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับ
จากพน้ื ทอ้ งทะเลซงึ่ จะเปลย่ี นไปเรอ่ื ยๆ ตามสภาพทอ้ งทะเลทเี่ ปลย่ี นไปเมอ่ื เรอื มกี ารเคลอื่ นที่ ไมว่ า่ จะเปน็ การแลน่ ไป
ขา้ งหน้า หรือแล่นถอยหลงั ส�ำหรับเรอื ทีท่ อดสมอลอยล�ำอยกู่ บั ที่ แม้ว่าจะมีกระแสน�้ำไหลผ่านดว้ ยความเรว็ เทา่ ไหร่
กต็ าม รปู สญั ญาณของคลนื่ เสยี งทสี่ ะทอ้ นจากพนื้ ทอ้ งทะเลยอ่ มไมเ่ ปลย่ี นแปลง เพราะความเรว็ สมั พทั ธร์ ะหวา่ งเรอื กบั
พ้ืนท้องทะเลข้างใต้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง ล็อกที่ติดต้ังไว้ก็จะอ่านค่าความเร็วเป็นศูนย์ได้อย่างถูกต้อง ล็อก
ประเภทใหม่สุดนี้มีใช้เป็นครั้งแรกในเรือยนต์เร็วปืนชุด ร.ล. ชลบุรี ต่อมาก็ได้น�ำมาใช้ในเรือส�ำรวจสมุทรศาสตร์ คือ
ร.ล. ศุกร์ และกจ็ ะมใี ช้ในเรือคอรเ์ วตท่ีกำ� ลงั ตอ่ ใหม่ ณ สหรัฐฯ ด้วย
เทคโนโลย่ีของล็อกประเภทโซน่าร์แบบดอพเพล่อร์ก�ำลังพัฒนาสูงขึ้นในนาวีสหรัฐฯ เพ่ือให้ใช้กับเรือด�ำน�้ำ
นิวเคลยี ร์ ในการวัดความเร็วเรอื จรงิ ไดถ้ ึงสามทิศทางพร้อมกัน คือความเรว็ ไปข้างหน้า (หรอื หลงั ) ความเร็วไปทางข้าง
และความเรว็ ในทางดง่ิ คา่ ความเรว็ ในสามแกนทตี่ ง้ั ฉากนจ้ี ะรวมกนั เปน็ ความเรว็ ของการเคลอ่ื นทจ่ี รงิ แบบสามมติ ิ ของ
เรอื ดำ� นำ�้ ซง่ึ จะทำ� ใหก้ ารเดินเรือในระบบแรงเฉือ่ ย (Ship Inertial Navigation System) รวมทั้งการควบคุมการใช้
อาวธุ และขีปนาวุธทุกประเภทเป็นไปได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพย่งิ
การวัดความเรว็ ในสามมติ ินท้ี �ำไดด้ ว้ ยการสง่ สญั ญาณเสียงใต้นำ้� ออกเปน็ สามล�ำเสียง (acoustic beam) จาก
ทรานสดวิ เซอรต์ วั เดยี วกนั ทต่ี ดิ ตง้ั แนบอยกู่ บั ใตท้ อ้ งเรอื ตวั ทรานสดวิ เซอรม์ ขี นาดผา่ นศนู ยก์ ลางตำ�่ กวา่ สามนว้ิ มรี ะบบ
เลนส์ ๓ เลนส์ ทำ� ดว้ ย polystyrene เปน็ ตวั รวมลำ� คลนื่ เสยี งออกเปน็ บมี สามบมี สง่ คลนื่ เสยี งพลงั งานตำ่� ออกไปในบมี
ท่ีแคบมากๆ เพื่อเป็นการเปดิ เผยตำ� แหนง่ เรือของตนให้น้อยทส่ี ุด วงจรภายในดา้ นเคร่ืองรบั จะตดั คลน่ื เสยี งที่สะท้อน
กลบั ในระยะใกล้ๆ ตัวเรือ เชน่ คลนื่ สะท้อนจากการไหลของสายน้�ำผา่ นตัวเรือ ไมว่ า่ จะเป็นไปอย่างเรียบ หรอื อย่างป่นั
ปว่ น (ซงึ่ กม็ นี อ้ ยมากอยแู่ ลว้ ) นบั ไดว้ า่ นอกจากจะแกไ้ ขปญั หาสามประการของลอ็ กประเภทอน่ื ทกุ ประเภทไดเ้ ปน็ อยา่ ง
ดีแล้ว ยังมีระบบไมโครโพรเซสเซอร์ ท�ำการวัดความถ่ี ดอพเพล่อร์ท่ีรับได้ในแต่ละบีม และค�ำนวณพร้อมกับข้อมูล
ประกอบ เชน่ อุณหภูมิและความกดดันของนำ�้ ทะเล เพอ่ื แสดงคา่ ความเร็วและทศิ ทางการเคลอื่ นที่ ท่แี ท้จรงิ รวมทง้ั
คา่ ความเร็วในแตล่ ะมติ สิ �ำหรับจ่ายให้กับระบบควบคุม การทรงตัวเรอื การเดินเรอื และการอาวุธ
ลอ็ กประเภทโซน่าร์แบบดอพเพลอ่ ร์ และแบบ acoustic correlation นี้ นอกจากจะใหป้ ระโยชน์อยา่ งยง่ิ ต่อ
เรือรบทั้งเรือใต้น�้ำและเรือผิวน้�ำแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อเรือส�ำรวจสมุทรศาสตร์ เรือส�ำรวจทางธรณีวิทยา เรือขุด
ลอก เรอื ใตน้ �้ำสำ� รวจท่อสง่ นำ้� มัน – แก๊ส เรือปฏิบตั ิการใต้น้�ำ ทั้งท่ีมีคนประจำ� เรอื หรอื ท่มี ีการบงั คับระยะไกล
ทง้ั ในงานสำ� รวจ งานทางวทิ ยาศาสตร์ และงานอน่ื ๆ ทม่ี นษุ ยจ์ ะพงึ คดิ นำ� หลกั การและวธิ กี ารวดั คา่ ความเรว็ สาม
มติ ไิ ปใชไ้ ด้
118
มรดกของพอ่
• มรดกของพ่อ
• จงเปน็ ตัวอย่างท่ีดเี พอ่ื ลกู หลานของทา่ น
• เล้ยี งลกู อยา่ งไรดี
• จงรับยม้ิ ทโ่ี ลกยิ้มตอบเรา
• ปัญหามีไวใ้ หแ้ ก้ มใิ ชใ่ ห้กลุม้
• สุขใจไดต้ ้องหยิบเป็นวางเป็น
• มกี รรมเป็นเผา่ พนั ธ์ุ
• การจดั ระเบยี บชวี ิตและงาน
119
มรดกของพ่อ
พ่อ อยเู่ หมอื นอยใู่ ต ้ เรอื นงาม
เรา อุ่นใจตราบยาม ทา่ นใกล้
เสา ใดไม่เกรงขาม เทยี มเท่า ท่านแล
หลกั เอกเราเทดิ ไว ้ พึง่ ไดพ้ ิงดี
พอ่ สละกวา่ รม่ ไม ้ ดอกผล
ไซร้ เพือ่ ลกู ทุกคน ท่านพรอ้ ม
ใจ จดจอ่ ไม่พน้ แตเ่ ร่ือง เราเรา
พระ แหง่ บ้านเรานอ้ ม กราบไวก้ ตญั ญู
พูมใจ นาคสกลุ (๒๑ ธ.ค. ๒๕๔๖)
เป็นบญุ ของผมแท้ๆ ที่ไดเ้ กิดมาเปน็ ลกู ของพอ่ แมค่ ู่นี้
ในทางโลก ผูเ้ ปน็ ลกู ยอ่ มได้รบั มรดกจากผูเ้ ปน็ บุพการีก็ต่อเมอ่ื ท่านสิ้นลม
แต่ในทางธรรม เราต่างได้รบั มรดกจากทา่ น หรือกล่าวอกี นยั หนึ่ง เราได้รบั “ต้นทนุ ชวี ติ ”
ต้ังแตเ่ ร่มิ สร้างขนั ธ์ท้งั ๕ ในครรภ์มารดา
ต้นทนุ ชวี ติ ขัน้ แรก คือสทิ ธแิ ละหนา้ ท่ี ท่มี ากับการเกดิ เป็นบตุ รในครอบครัวทพ่ี ่อแม่คนู่ ้สี รรคส์ รา้ ง ซ่งึ แน่นอน
จะหมายถงึ ทรพั ยท์ างโลกกย็ อ่ มได้ คอื เกดิ มาในครอบครวั มที รพั ยส์ นิ มาก กเ็ ทา่ กบั วา่ ไดม้ ตี น้ ทนุ ชวี ติ ประเภทนม้ี าก แต่
ทรัพยท์ างธรรมน้นั ลำ้� ลกึ กวา่ หลายขมุ พดู งา่ ยๆ เกดิ ในครอบครวั โจร กม็ โี อกาสไปกวา่ คร่ึงท่ีจะเป็นโจร ตอ้ งใช้พลงั สติ
ปัญญามหาศาล ท่ีจะผ่าเหลา่ ออกมาได้ ถา้ เตบิ โตมาในครอบครัวที่เชื่ออะไรท�ำนองวา่ โกงไดค้ ือเก่ง ปลน้ิ ปลอ้ นได้คอื
ฉลาด ลองคดิ ดวู า่ เครือ่ งยนตส์ ตปิ ัญญาจะต้องใชก้ ่ีแรงมา้ ถงึ จะลากเดก็ คนนัน้ ผา่ เหล่าออกมาได้ (สว่ นตวั แล้ว ลกึ ๆ
ผมกเ็ ลยไม่คอ่ ยกลา้ นึกต�ำหนิคนช่วั ในสงั คม แม้ในใจ เพราะหากกรรมชว่ั นำ� พาผมไปเกิดในครอบครวั หม่เู หลา่ ที่ “เห็น
กงจักรเป็นดอกบัว” ผมหรือจะมีสติปัญญาพิเศษพอท่ีจะน�ำตนตีผ่าแนวความคิดท่ีฝั่งลึกว่า “กงจักรน้ันน่ันแหละคือ
ดอกบวั ” ได้)
จะว่าไป การจะผลาญทรัพย์ทางโลก ไม่ว่าจะเป็นช่ือเสียงหรือเงินทองนั้นง่ายมาก แต่ตรงกันข้าม จะผลาญ
ทรพั ยท์ างธรรม ผมว่ายงั ยากกว่า เพราะโดยนยิ าม คนดีคือผู้ท่ที �ำชัว่ ไดย้ าก แตไ่ มม่ ที ไ่ี หนบอกวา่ คนท่มี เี งนิ มาก โดย
นยิ ามจะผลาญเงนิ ไมเ่ ปน็ ไมม่ ที ไ่ี หนบอกวา่ คนทมี่ ชี อื่ เสยี งโดง่ ดงั เปน็ ทน่ี ยิ มชมชอบ โดยนยิ ามจะพลกิ ผนั เปน็ ทรี่ งั เกยี จ
ของสังคมไม่ได้ในช่ัวข้ามคืน (แม้ด้วยข้อครหาเท็จ) สรุปง่ายๆ ว่าต้นทุนชีวิตขั้นแรกน้ีผมได้รับจากคุณพ่ออย่างเต็ม
บริบรู ณเ์ พราะถกู หล่อหลอมมากบั อดุ มคตขิ า้ ราชการชายชาติทหารที่ซ่ือสตั ย์ ความถูกตอ้ ง ตอ้ งมาก่อนผลประโยชน์
สว่ นตน ถา้ ผมบงั เกดิ จะอตุ รกิ ลายเผา่ กลายพนั ธไุ์ ปเปน็ คนโกงบา้ นกนิ เมอื ง กต็ อ้ งถอื วา่ ดว้ ย “ความสามารถ(ชว่ั ๆ) พเิ ศษ
สว่ นตวั ” ซ่งึ คณุ พระช่วย ผมไม่มี
120
ต้นทนุ ชีวิตขัน้ ต่อไปก็คอื ทางพันธกุ รรม อันนีจ้ ะว่าไปผมกอบโกยมรดกได้มาไมเ่ ตม็ เมด็ เต็มหนว่ ยนัก เอาเปน็
ว่าผมได้ต้นทุนชีวิตในเชิง “คุณภาพสมอง” จากคุณพ่อคุณแม่มาพอสมควร แต่ในฐานะลูกชายคนเดียวของคุณพ่อ
(อดีตกัปตันทีมยิมนาสติกของมหาวิทยาลัยลีดส์เชียวนะ อย่าลืม) ท่าตีลังกาผมเทียบได้พอๆ กับเวลาลูกหมาน้อย
โดนเตะกล้ิงลงเนินดิน 555 (หนึ่งในความใฝ่ฝันของชีวิตท่ีอย่างไร ผมก็ท�ำไม่ได้จนตาย คือการกระโดดตีลังกาม้วน
หนา้ -กลบั หลัง)
ตน้ ทนุ ชวี ติ ขน้ั ตอ่ ไปกค็ อื การเลยี้ งดใู หเ้ ตบิ ใหญ่ อนั นคี้ ณุ พอ่ คณุ แมท่ า่ นทมุ่ เทใหพ้ วกเราอยา่ งเตม็ ๆ เรอ่ื งความ
ทุ่มเทพร้อมจะสียสละให้ลูกนี้ คณุ พ่อผมไมเ่ ป็นรองใคร ถามคุณแม่ได้ ตัวอยา่ งเพียบ ตรงนผ้ี มขอเล่าประวตั นิ อกเร่อื ง
นดิ หนอ่ ยแทน คอื ตอนผมอายปุ ระมาณ ๑๐ วนั กเ็ กอื บไมร่ อดไปทหี นงึ่ สมยั นนั้ พอ่ แมท่ ว่ั โลก ไมเ่ ฉพาะในประเทศไทย
ถูกหลอกว่านมแมไ่ มด่ ี สู้นมผงสตู รสงั เคราะหไ์ ม่ได้ คุณพ่อก็ซอื้ นมยีห่ อ้ ท่ีแพงท่ีสดุ ในขณะน้นั มาให้ แต่ผมไม่ยอ่ ย ถา่ ย
เปน็ น�ำ้ ตลอด เกือบจะตายอยู่รอมมะรอ่ พอ่ ถามหมอวา่ เปน็ เพราะนมหรือเปลา่ ลองเปลี่ยนยห่ี อ้ ดไี หม เพราะเกดิ มา
ไมไ่ ดก้ นิ อะไรอื่นเลย หมอกย็ นื ยันทำ� นองวา่ นมยี่ห้อนดี้ ี(สดุ )แลว้ แต่พอ่ เกดิ เฉลียวใจเอาฉลากยีห่ ้อแพงไปเทียบกับอกี
ยี่ห้อ พบว่าอนั หน่ึงใชไ้ ขมนั พชื อนั หน่ึงใชไ้ ขมันสตั ว์ พ่อลองสลบั เองแลว้ ผมก็เร่ิมถา่ ยเปน็ เมด็ ๆ ไม่นานกฟ็ ้ืน จากวนั นั้น
อกี เกอื บ ๕๒ ขวบปี ผมก็ได้มาอยู่เคียงขา้ งทา่ นในวาระสุดทา้ ยพร้อมกับพส่ี าวทง้ั สอง
ตน้ ทนุ ชวี ติ ขนั้ ตอ่ ไปกค็ อื การเปน็ ตวั อยา่ งชวี ติ คอื นอกจากคณุ พอ่ คณุ แมจ่ ะถอื เปน็ ครคู นแรกของลกู อาจกลา่ ว
ได้ว่าทา่ นเป็นครูเตม็ เวลาของลูก ไมว่ ่าท่านจะสอน หรอื ท�ำให้ดูเปน็ ตวั อยา่ ง ล้วนเปน็ ครูใหแ้ กล่ ูกๆ ทง้ั สิ้น ในเรอื่ งการ
เปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ี แนน่ อนทา่ นมหี ลายเรอ่ื งทจ่ี ะหยบิ ยกมาเลา่ สกู่ นั ฟงั ได้ แตใ่ นทนี่ ผี้ มจะคดั มาเฉพาะในประเดน็ ทผ่ี มมอง
วา่ น่าสนใจ
ในประเด็นแรก คุณพอ่ ท่านเป็นตัวอยา่ งของการใชช้ ีวติ อยา่ งมีหลักการ อนั นีฟ้ งั ดูลอยๆ กเ็ หมือนกับแคจ่ ะบอก
ว่าทา่ นเป็นคนดี ทำ� อะไรถกู หลักถกู ท�ำนองคลองธรรม แตผ่ มวา่ สำ� หรบั คุณพ่อ “การใชช้ วี ติ อย่างมีหลกั การ” กินความ
หมายลึกยิง่ ไปกวา่ นั้นนัก คือแทบจะเรยี กว่าก่อนจะตัดสินใจทำ� อะไร ผมเช่อื วา่ ทา่ นเริ่มจากการคดิ เทียบเคียงกบั หลกั
การทถี่ กู ตอ้ งในเรอื่ งนนั้ ๆ เรยี กวา่ เปน็ สญั ชาตญิ าณกค็ งได้ กลา่ วโดยเปรยี บเทยี บคอื บางคนอาจมสี ญั ชาตญิ าณทจี่ ะถาม
คำ� ถามแรกวา่ “ทำ� อยา่ งนแ้ี ลว้ คนเหน็ จะคดิ อยา่ งไร?” โดยเฉพาะในเจนเนอเรชนั่ โซเชยี่ ล ทถี่ กู ปลกู ฝงั ใหค้ ำ� นงึ ถงึ คำ� ถาม
นีเ้ ปน็ ค�ำถามแรก เสมอื นหนง่ึ เปน็ เสียงทป่ี รกึ ษาดา้ นประชาสัมพันธส์ ว่ นตัว
แต่ส�ำหรับคุณพ่อไพบูลย์ ค�ำถามแรกจะเป็น “ท�ำอย่างไรถึงจะถูกต้องตามหลักการ” ค�ำว่าหลักการในภาษา
ไทยน้ีแยบคายย่ิงนกั หลัก = เสาปัก ไม่ใหเ้ บย่ี งเบนไปจากหลักนน้ั แตก่ ารด�ำเนินชวี ติ ไม่ใช่แค่การปกั หลกั แลว้ อยนู่ ง่ิ
มนั ตรงนนั้ แตห่ มายความวา่ ตามสถานการณ์ตามบรบิ ท “ตามรปู การ” ทเ่ี ปลีย่ นไปตามสจั ธรรม ตามโลกธรรม เรา
ควรวางตัวอยู่ที่ใด ทำ� ตัวอย่างไร หากจะแปลไทยเปน็ องั กฤษ แทนท่ีแปลตามปกติ หลักการ = Principle ผมกลับชอบ
ท่ีจะแปลว่า หลัก + การ = Dynamic Reference เสมือนว่าท่ามกลางมรสุมของชีวิต เรือเดินสมุทรจะทอดสมอ
(Sea Anchor) ฉนั ใด เราจกั ตอบโจทยช์ ีวติ ทกุ โจทยด์ ว้ ยการมีหลกั คือเสาปกั ทีป่ ระยกุ ตใ์ ชต้ ามรปู การ ฉนั นน้ั
ตรงนเ้ี รยี นตามตรงว่าผมไมม่ ตี วั อย่างเป็นรปู ธรรมให้นะครับ แต่ตลอดเวลาทเี่ ตบิ โตมาท�ำให้ผมม่นั ใจว่าคณุ พอ่
ไพบูลย์เป็นมนุษย์แนวหนึ่ง มนุษย์แนวน้ันมีสัญชาติญาณที่จะใช้หลักการตัดสินแนวทางการด�ำเนินชีวิต (แทนการ
พจิ ารณาเรือ่ งผลประโยชน์ ภาพพจน์ ความ popular เปน็ เงอื่ นไข)
ในประเด็นทส่ี อง ทา่ นเปน็ ตวั อย่างของความเรยี บง่าย คอื ผมจำ� ไดว้ า่ สมยั หน่ึง “เธอนะ่ กินเพอ่ื อยู่ หรอื อย่เู พอ่ื
121
กนิ ?” ในสังคมไทยถือเปน็ rhetorical question คอื แน่นอน ตอ้ งตอบว่า “ฉนั กนิ เพือ่ อยู่ ไม่ไดอ้ ย่เู พื่อกนิ ” ใครจะ
หนา้ ดา้ นยอมรบั ไปอกี ทางหนงึ่ แตใ่ นสงั คมตะวนั ตก และสงั คมไทยสมยั ใหม่ เราเรมิ่ มองวา่ การกนิ ดอี ยดู่ คี อื ความหมาย
ของคณุ ภาพชวี ติ ซง่ึ ผมกเ็ หน็ ดว้ ยในระดบั หนงึ่ แตจ่ ากนนั้ เรมิ่ กลายสขู่ อ้ สรปุ วา่ การ “อยเู่ พอ่ื กนิ ” เปน็ ความหมายหลกั
ของชวี ติ ถา้ “กนิ เพ่อื อย”ู่ แล้วจะอยไู่ ปหาอะไรท�ำนองนั้น ซึง่ ตรงน้ีผมวา่ เกินไป
ความทรงจำ� วยั เดก็ อันหน่งึ คอื ทุกเชา้ วนั เสาร์ เม่ือยายจ๋าถามว่ากลางวนั น้จี ะกนิ อะไร คุณพ่อกจ็ ะตอบเสมอว่า
“กว๋ ยเต๋ยี วเนือ้ ” ลกู ๆ ก็จะบ่นวา่ “ก๋วยเตีย๋ วเน้อื อกี แระ” เป็นอย่างน้ีอยูร่ ่ำ� ไป นานๆ ทพี ่อก็จะพดู ให้ฟงั ว่า ดูม้าสิ กนิ
หญา้ ได้ทุกวัน ไม่เห็นมนั จะบ่น (คือไมม่ ้ากว็ วั ตรงน้ีจำ� ไดไ้ ม่ชัด) แลว้ ตลอดชวี ติ คุณพอ่ จะรบั ประทานสิ่งท่ีอยู่ตรงหนา้
อม่ิ อร่อย หรอื ไมอ่ รอ่ ยก็อิ่มได้ กห็ มดได้ไมเ่ หลือทิ้งเหลือขวา้ ง เลยเกิดเปน็ ความเชือ่ สว่ นตวั ของผมเอง วา่ คนทที่ �ำบุญ
มาดี ไม่ใชค่ นท่มี แี ตข่ องอรอ่ ยๆ กิน แต่คนที่ทำ� บญุ มาดี คอื คนทกี่ นิ อะไรก็อรอ่ ย หรอื ยิ่งไปกว่านน้ั คนท่ีท�ำบญุ มานอ้ ย
จะรสนยิ มสงู คนทท่ี ำ� บญุ มามาก จะไมม่ ี (ไม่เปน็ ทาส) รสนิยม แมจ้ ะรบั รไู้ ดว้ ่าอะไรอร่อย อะไรไมอ่ รอ่ ย เอาเขา้ จรงิ ก็
กนิ ได้ “อรอ่ ย” พอกัน
ประเดน็ ทสี่ ามท่จี ะขอหยบิ ยก คือคุณพ่อเปน็ ตัวอยา่ งของการเปน็ มนษุ ยเ์ รยี นรู้ ฝกั ใฝไ่ ขว่ควา้ ทีจ่ ะเปิดโลกทศั น์
ให้แกต่ นเองและลกู ๆ ถ้าใครมาบา้ นผมสมยั เด็กๆ จะประทับใจอยู่อยา่ งหน่ึง คือข้างซ้ายของหอ้ งรบั แขกจะเปน็ “ผนัง
หนงั สอื ” -- ไมใ่ ชต่ หู้ นงั สอื นะครบั แตท่ ง้ั ผนงั เปน็ ชนั้ ปนู จากซา้ ยไปขวา ลา่ งจรดบน (เกอื บสดุ เพดาน) เตม็ ไปดว้ ยหนงั สอื
นั่นชดุ หนงั สอื ของผู้ใหญน่ ะครับ ของเด็กจะอย่ขู ้างบันไดหอ้ งทานขา้ ว คณุ พ่อจบเอกวิศวกรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส์กจ็ รงิ แต่
ดูทชี่ นั้ หนงั สอื จะพบหนงั สอื ปรัชญา ประวัติศาสตร์ วรรณกรรมสมยั ต่างๆ เตม็ ไปหมด มาอกี ทกี ส็ มยั ทคี่ ุณพ่อถึงคราว
เกษียณอายุราชการ คราวนี้จะเห็นท้ังต�ำราอิเล็กทรอนิกส์การแพทย์และต�ำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษผุดขึ้นอีกหลาย
ช้ันตรงทางเดินติดกบั หอ้ งทานขา้ ว
ในอกี ประเดน็ คือความใจพระของคณุ พ่อ ถามใครๆ ทเี่ คยสมั ผสั กบั คณุ พอ่ ไม่วา่ จะในฐานะเพือ่ นร่วมงาน ลูก
นอ้ ง ลกู ศษิ ยล์ กู หา ทกุ คนสามารถยนื ยนั ไดว้ า่ คณุ พอ่ เปน็ คนเอาจรงิ เอาจงั ไมเ่ ถลไถลไรส้ าระ ออกแนวดเุ สยี ดว้ ยซำ้� แต่
เท่าท่ีทราบ เขาเหล่านั้นตา่ งเหน็ ความ ‘ใจพระ’ ภายใตเ้ สียงดุๆ ภายใต้ความน่าเกรงขามนนั้ ไม่มคี วามประสงค์ร้ายต่อ
ผู้อื่นในจิตใจ
อยา่ วา่ แตล่ กู ศษิ ยล์ กู หาเลย ผมจำ� ไดต้ ดิ ตา คณุ พอ่ ตวิ แคลคลู สั ใหพ้ ล่ี กู นำ้� จนรอ้ งหม่ รอ้ งไห้ เอาจนเกง่ ไปเลย อกี
สองปีตาพ่ีลูกแก้ว รายน้ันก็โดนติวแคลคูลัสเคล้าน้�ำตาจนเก่งไปอีกคน อีกสามปีก็คงจะถึงตาผม แต่พอดีผมไปเร่ิม
แคลคลู สั ทโ่ี รงเรยี นประจำ� เลยรอดตวั ไป (เลยไมแ่ นน่ แคลคลู สั จวบจนปสี องมหาวทิ ยาลยั เกอื บเอาตวั ไมร่ อด ตอ้ งกลบั
มาตวิ ตัวเองใหมภ่ ายหลงั ) ความใจพระของท่านนีเ่ อง ทีเ่ ปรยี บเสมือนเกราะป้องกนั ตวั ปอ้ งกันใจ รักษาเนอื้ รักษาตวั
คณุ พอ่ ไพบูลย์ตลอดมาใหเ้ ป็นชวี ิตที่บริสุทธ์ิจากเจตนาบาปทัง้ ปวง
ตน้ ทุนชวี ิตขน้ั ต่อไปกค็ อื การอบรมสง่ั สอน เร่ืองอบรมส่ังสอนน้ี ผมมเี รอื่ งตลกจะเลา่ ใหฟ้ ัง คือสมัยเดก็ บางที
ก่อนทานข้าวเย็นพวกเราจะมาประชุมครอบครัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย คือลูกๆ ทั้งสามมาขลุกกันอยู่บนเตียงกับคุณ
พ่อคุณแม่ คุยน่นั นต่ี ามประสา คณุ พ่อก็จะใชโ้ อกาสนี้ “แถลงนโยบาย” “รับทราบความคดิ เห็น” และ/หรือ “ปรบั
ความเขา้ ใจ” กบั ลูกๆ
วันหน่ึงคุณพ่อออกปากขอโทษพ่ีลูกน�้ำ บอกว่าท่ีผ่านมาพ่อดุแต่ลูกแก้วและลูกเรือ ที่ไม่ค่อยดุพ่ีลูกน้�ำ ไม่ใช่
เพราะไมร่ กั แตเ่ พราะไมค่ อ่ ยมเี รอ่ื งใหด้ ุ (ไมเ่ หมอื นลกู แกว้ ลกู เรอื ทมี่ ากดว้ ยคดี 555) อนั นบี้ อกเราสามอยา่ ง อยา่ งแรก
122
การดมุ าจากความรกั อยา่ งทส่ี อง ความรกั คณุ พอ่ มใี หเ้ ทา่ กนั อยา่ งทส่ี าม ความรกั ทเี่ ทา่ กนั ไมไ่ ดแ้ ปลวา่ จะปฏบิ ตั เิ ทยี ม
กนั
สองประเดน็ หลงั นีค่ ณุ พ่อเอย่ ปากยำ้� เองหลายครง้ั พ่อรักลูกทงั้ สามเทา่ กัน แต่จะปฏิบัติไมเ่ ทา่ กนั จะวา่ ไป คุณ
พ่อล้�ำไปกวา่ นั้น คอื ปกตแิ ลว้ หลกั การทดี่ ีคือมีอะไรแบ่งใหล้ กู ๆ เท่ากันโดยไมล่ �ำเอยี ง แต่คุณพ่อนเ้ี หนอื เมฆ ความรกั ที่
ไม่ล�ำเอียง ประกอบกับความแยบคายพิจารณาสถานการณ์เฉพาะตัว ท�ำให้ส่ิงที่ดูเหมือนเป็นการให้ ย่อมไม่เท่ากัน
บางทีพ่ลี กู น้ำ� ได้มากกวา่ น้องๆ บางทพี ล่ี กู แกว้ ไดม้ ากกว่า บางที (โอเค หลายที) ลูกเรือไดม้ ากกวา่ พีๆ่ แต่ลูกๆจะไม่
ติดใจวา่ เพราะพอ่ รกั ใครมากกว่า ถ้าพอ่ ให้คนน้มี ากกว่าในเรือ่ งน้ี (ความสนใจ การดุ การตวิ วิชา ทรัพย์สิน ฯลฯ) ก็
เพราะในขณะนนั้ เวลานัน้ คนนัน้ จำ� เปน็ กว่า ตามความเหมาะสม
ผมเองไดพ้ ยายามเลยี นแบบคณุ พอ่ ในทางของผม เชน่ ตง้ั แตไ่ หนแตไ่ รมา ผมจะไมพ่ ยายามใหข้ องลกู ชายลกู สาว
ผมพรอ้ มๆ กัน บางทลี ูกสาวได้ ลูกชายอด เพราะไปเจอร้านขายเสอ้ื เด็กของเดก็ ผูห้ ญิงนา่ รกั ดี ของเด็กผู้ชายดแู ลว้ ก็
งน้ั ๆ บางทพี าลกู สาวลกู ชายไปซอื้ กางเกงลำ� ลองใหแ้ ตล่ กู ชาย ลกู สาวแคไ่ ปเปน็ เพอ่ื นเฉยๆ เพราะตอนนนั้ ลกู ชายตอ้ งการ
ในขณะทีล่ ูกสาวมเี สอื้ ผา้ มากพอแล้ว รกั เทา่ กัน แต่ปฏบิ ัตไิ ม่เท่ากนั ให้ยังไมเ่ ท่ากันเลย แตเ่ พราะรักเท่ากนั จึงไม่เคย
อิจฉากนั
กลบั ไปท่เี ร่ืองคณุ พ่อ ในทางกลับกัน ลกู ๆ ทั้งสามก็รักพ่อไม่ย่อหย่อนไปกว่ากัน แต่เราตา่ งคนตา่ งหาโอกาส หา
ช่องทางตอบแทนบญุ คณุ ไดไ้ มเ่ หมอื นกนั พอ่ แมค่ นู่ ี้ยนิ ดรี บั ทุกอย่างท่ีลูกๆ หยิบยืน่ เรยี กว่าไม่เกี่ยงปริมาณและ/หรือ
คณุ ภาพ ผมเองเวลาหาเงนิ ไดม้ าก กใ็ หเ้ งนิ ทา่ นไดม้ าก เงนิ ไมม่ ากแตม่ เี วลามากขนึ้ กใ็ หเ้ วลา (บางทไี มม่ ที งั้ เงนิ และเวลา
มแี ตเ่ รอ่ื งกลุ้มใจ ผมกไ็ มว่ ายเอาเรือ่ งกลุ้มใจมาฝากท่านแทน 555)
แน่นอน เปน็ ตวั อยา่ งท่ดี ไี ด้ ก็เปน็ ตวั อยา่ งท่ไี มด่ ีได้ เรียกวา่ เปน็ เยย่ี งอย่างก็แล้วกัน ซ่งึ ตรงนีค้ ุณพอ่ กม็ ปี รัชญา
ท่ีแปลก ผมจดจ�ำตรึงใจได้ว่าครั้งหน่ึง คุณพ่อบอกแกมสอนว่า ต่อให้พ่อสูบบุหรี่ ก็สมควรสอนลูกให้ไม่สูบบุหรี่ได้
หมายความว่าต่อใหค้ ุณพ่อเปน็ ตัวอย่างท่ีไมด่ ี แต่โดยหน้าที่ผูเ้ ป็นพ่อ ก็ตอ้ งสามารถสอนลกู ใหเ้ ลย่ี งความไมด่ ีน้นั ให้จง
ได้ หนา้ ทล่ี กู ไมใ่ ชห่ ลบั หหู ลบั ตาเอาตามอยา่ ง แตล่ กู ทฉี่ ลาด ยอ่ มเชอ่ื ฟงั ในคำ� สอนทม่ี าจากความเมตตากรณุ าของผเู้ ปน็
พ่อ ทห่ี วงั จะเหน็ ลกู ดี แม้ว่าผู้สอนจะเปน็ ตวั อย่างใหไ้ มไ่ ด้ ท่ผี มว่าแปลก ก็คอื คุณพอ่ ไม่ได้พูดไปสบู บุหรี่ไป ตรงกนั ขา้ ม
คณุ พอ่ ไม่สูบบหุ รเี่ ลยแมแ้ ต่น้อย สรปุ วา่ “ตอ่ ใหต้ นเปน็ ตวั อย่างทีไ่ มด่ ี ก็สมควรสอนลูกใหด้ ไี ด้” กลบั เป็นค�ำพดู ของผู้ที่
“เผอญิ ” เป็นตัวอยา่ งท่ดี ีท่สี ุดของลูกเสยี ดว้ ย โอ้โห คุณพอ่ น่ีชา่ งเล่นหลายชัน้ (แต่ผมเองเกง่ กว่าพอ่ นะ คอื มคี วามไม่
ดขี องตัวเองหลายข้อทีส่ ามารถหยิบยกเป็นเยย่ี งอยา่ งใหล้ ูกตวั เองดูไดจ้ ะจะ ไม่ตอ้ งจนิ ตนาการเอา 555)
ตน้ ทุนชีวติ ขั้นสดุ ทา้ ยก็คืออสิ รภาพ อันน้ีหลายทา่ นอาจมองไมถ่ ึง แตส่ ำ� หรับผม ผมทราบซึ้งในเรอ่ื งนข้ี องคุณ
พ่อมาก มอี ยสู่ องแง่ด้วยกนั
ในแงแ่ รก ผมไดอ้ สิ ระในการเลอื กทางดำ� เนนิ ชวี ติ สมยั นเ้ี ราคนุ้ เคยกบั helicopter parents กนั ใชไ่ หมครบั พอ่
แมช่ ลุ มนุ กบั ลกู ๆ เตรยี มตวิ เขา้ มหาวทิ ยาลยั เลอื กคณะวชิ าทคี่ ดิ วา่ จะการนั ตใี หล้ กู มงี านทด่ี ที ำ� นสิ ติ นกั ศกึ ษาหลายคน
ท่ีเลือกคณะตามการตัดสนิ ใจของพ่อแม่ คร้ันจบแลว้ ก็ชลุ มนุ ช่วยหางาน บางคนถงึ ขั้นไปสัมภาษณ์งานกับลกู ซะเลย รู้
แลว้ รรู้ อด แต่คณุ พอ่ ผมน่ีไมเ่ หมือนใคร คือท้งั ทา่ นและคุณแม่ ตา่ งเป็นผทู้ ่ี “ได้ดิบไดด้ ีจากการศกึ ษา” มาทงั้ คู่ เพราะ
ไม่ไดม้ าจากครอบครัวมง่ั มี หรือมชี ่อื เสียง มีเส้นสายอะไร ก็อาจเดาไดว้ า่ ถึงเวลาเลือกสาขาวชิ าชีพ ท่านคงบงั คับเข้ม
งวดน่าดู
123
ตรงน้ตี ้องให้ขอ้ มลู เพม่ิ เติมนดิ หนอ่ ย คือมหาวิทยาลัยที่ผมเรียนปริญญาตรี Case Western Reserve Univer-
sity (CWRU) น้ันเกิดจากการรวมตัวของสองสถาบัน Case Institute of Technology กับ Western Reserve
College ซึง่ ในกรณแี รกเป็นสถาบันเทคโนโลยี ในขณะทกี่ รณหี ลังเป็นวทิ ยาลัยศลิ ปศาสตร์ (Liberal Arts) ในระบบ
นนั้ นกั ศกึ ษาปรญิ ญาตรี (เวน้ แตท่ จี่ ะตัดสินใจเป็นวิศวกรเต็มตัว) จะไมส่ งั กัดคณะใดคณะหนึ่ง ให้เวลาจนถึงปสี าม ถึง
จะลงทะเบียนวิชาเมเจอร์ หมายถงึ กลุ่มวิชาที่เน้นเป็นหลัก และมีจำ� นวนช่วั โมงเพยี งพอถึงจะจบไดด้ ว้ ยเมเจอร์น้ันๆ
เดมิ ทผี มสนใจวชิ าฟิสิกส์ ซ่ึงบอกตรงๆวา่ ใครๆกไ็ ม่คดิ วา่ จะหางานงา่ ย นอกจากจะไปเป็นอาจารย์ ถึงกระนนั้
คณุ พ่อท่านก็โอเค เห็นดดี ว้ ย ตอ่ มา นา่ จะประมาณปีสองขึ้นปีสาม ผมไปหลงใหลวิชาปรชั ญา ซึ่งย่ิงเปน็ วิชาทจี่ บแลว้
แทบจะหางานทำ� ยากมากเขา้ ไปใหญ่ ปรากฏวา่ คณุ พอ่ ทา่ นเหน็ งานเขยี นของผมชนิ้ หนงึ่ ไมไ่ ดส้ ลกั สำ� คญั อะไร แตท่ า่ น
เหน็ ว่าผมมีใจรักกบั การคิดการเขียนเชงิ ปรญั ชา เชิงตรรกะ คยุ ไปคุยมา คณุ พอ่ จึงให้ไฟเขยี ว เรียนไปเลยลูก ลูกจะเป็น
philosophy major กไ็ ด้ ไม่ต้องกลวั วา่ จะหางานไม่ได้ (ไม่ทราบพ่อจะหาให้ไดห้ รือเปลา่ ) ผมงีซ้ ึ้งสุดๆ เพราะไม่คาด
คดิ ว่าท่านจะเออออด้วย ผมเองยังไม่ทันจะทง้ิ ฟิสิกส์เสยี ด้วยซ�้ำ แตท่ ่านให้ไฟเขยี วไว้กอ่ น ให้ผมตดั สินใจ
คณุ พระชว่ ย ผมเรมิ่ อา่ นหนงั สอื ธรรมะทางพทุ ธศาสนา เลยฉกุ คดิ ไดว้ า่ ปรชั ญาตะวนั ตกนน้ั ตน้ื เขนิ เสมอื นสำ� นวน
“shooting fish in a barrel” ไปๆ มาๆ ผมตดั สนิ ใจท�ำ double majors คอื ฟิสิกสก์ ับเศรษฐศาสตร์ ตอ่ ดว้ ยปริญญา
โทด้านวจิ ยั ปฏบิ ัติการ (Operations Research – OR) ตอ่ ทา้ ยดว้ ยปรญิ ญาเอก OR/Computational Intelligence
ทงั้ หมดทงั้ ปวงไม่เคยได้รบั ความกดดันจากคุณพอ่ คณุ แม่ หรือตัวเอง วา่ จะตอ้ งเรยี นวิชาทีท่ �ำมาหากินได้ เรียกว่าเรยี น
เอามนั สท์ า่ เดยี ว แตท่ งั้ หมดนผ้ี มทราบลกึ ๆ วา่ คณุ พอ่ ผมทา่ นมน่ั ใจวา่ ผมจะเลอื กสงิ่ ทเี่ ปน็ สาระ นนั่ ตา่ งหากทเ่ี ปน็ หลกั
การ เลือกสิ่งท่ีตนมีฉันทะ มีทักษะ และมีสาระมีประโยชน์ เพียงแต่ท่านไม่ได้จ�ำกัดขอบเขต ท่านให้ผมตัดสินใจ
บนขอ้ มูลทีส่ มบรู ณ์ทส่ี ดุ ในขณะนน้ั และใหค้ วามม่ันใจวา่ ท่านพร้อมจะหยิบย่นื ความช่วยเหลือเมื่อใดที่เรารอ้ งขอ เมื่อ
ใดท่ีจ�ำเป็น เม่ือใดที่พบอุปสรรค แม้นว่าอุปสรรคนั้นจะเป็นผลของการตัดสินใจที่มองย้อนหลังแล้วไม่ใช่ทางที่ดีที่สุด
ก็ตาม
พูดไดว้ า่ มรดกของพ่อคือ คุณพอ่ ไมใ่ หร้ วั้ แตท่ ่านให้หลกั
อกี แงห่ นงึ่ ของอสิ ระที่ผมไดเ้ ป็นตน้ ทุนชวี ติ ทีง่ ดงาม คือผมมอี สิ ระที่จะเกง่ ไม่เท่าพอ่
คือหากศึกษาประวัติการต่อสู้ชีวิตของคุณพ่อ ใครๆย่อมจะท่ึงถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อ ความ
ส�ำเร็จในอาชีพการงาน รับราชการกองทัพเรือไทย ถวายตนสนองงานใต้เบ้ืองพระยุคลบาท สมเด็จพระบรมชนกา
ธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สร้างเกียรติประวัติแก่วงศ์ “นาคสกุล” ท้ังในด้านความรู้
ความสามารถ และทีส่ �ำคญั ความซอ่ื สตั ย์ ความจงรักภักดี ความขยันหมั่นเพยี ร มวี ินยั และในความเป็นผู้นำ� ท�ำบุญ
สรา้ งกุศล ฯลฯ
ทีนี้ ท่านมีบุตรชายสืบสกุลอยู่หน่ึงเดียว คือตัวผมเอง ฉะนั้น ตามเน้ือละคร ลูกชายต้อง measure up
(or else spend a life time trying) ถา้ ทำ� ได้ กแ็ ล้วไป ท�ำไมไ่ ดก้ ็ตอ้ งอบั อาย มปี มดอ้ ยไปตลอดชวี ิต ตามเน้ือละคร
ท่านต้องเข้มงวดกวดขัน คาดหมายให้ผมเป็นอภิชาตบุตรในสายตาของสังคม ซ่ึงก็จริงอยู่ ลึกๆ ท่านคงปรารถนาว่า
ผมต้องดีกว่าท่าน เหนือกว่าท่านในหลายๆ ด้าน ด้วยความที่ท่านได้ทุ่มเทท้ังชีวิตให้ลูกๆ ยินดีที่ลูกๆ จะเรียนรู้จาก
บทเรียนชีวติ ของทา่ น ทง้ั ทีส่ ุขสมและขมข่นื มโี อกาสทจี่ ะสรา้ งเสรมิ เติมตอ่ จากส่ิงท่ีทา่ นทำ� ไว้
124
แต่ตรงกันข้าม ผมจำ� ไดว้ า่ ในการประชมุ ครอบครวั กอ่ นอาหารเย็นบนเตียงคณุ พ่อคุณแม่คร้ังหน่ึง (เผลอๆ อาจ
จะเป็นคร้ังเดยี วกันกับทีไ่ ด้เอย่ ถงึ ในข้างต้น) ท่านไดก้ ลา่ วไวป้ ระโยคหน่ึง จำ� คำ� พดู เป๊ะไม่ได้ แต่ใจความว่า ลูกเก่งเทา่
พอ่ ไมไ่ ด้หรอก ลกู โตมาไมต่ ้องลำ� บากต่อสอู้ ย่างพอ่ เทา่ น้นั แหละ เหมือนยกภเู ขาออกจากอก นอกจากผมไม่จ�ำเป็นจะ
ตอ้ งพสิ จู นค์ วามเกง่ กาจสามารถกบั ใคร กบั พอ่ หรอื กบั ตวั เอง จรงิ ๆ แลว้ พอ่ ไมไ่ ดใ้ หส้ าระกบั ความเกง่ กาจฉกาจฉกรรจ์
ของตัวเองเท่าไรนักเลย แค่เป็นไปตามหลักอิทัปปัจยตา ชีวติ ท่านต้องสู้ ท่านเลือกทีจ่ ะสู้ สู้แล้ว ท่านจงึ สไู้ ด้ ท่านจงึ เกง่
ได้ ในโจทยช์ วี ิตของทา่ น โจทย์ชีวติ ของผมกย็ าก แต่ยากกันคนละเรอ่ื ง ผมก็เลอื กท่ีจะตอ่ สู้ ส้กู ับโจทย์ชวี ติ ของผม ไม่มี
การเปรียบเทยี บ มแี ตก่ ารใฝด่ ี ใฝ่เจริญ ใฝ่ปรบั ปรงุ พัฒนา ต้นทุนชวี ติ ท่ที า่ นให้ กเ็ พือ่ ให้เราดำ� เนินชีวติ ของเรา ไมใ่ ช่
เพื่อต่อเตมิ ผลงานของเขา แม้จะมากมายเพยี งใด ตน้ ทุนชีวิตท่ที ่านใหม้ าประกอบดว้ ยหลกั การทีง่ ดงาม ตน้ ทนุ ชีวิตที่
ทา่ นให้มานั้นบรสิ ุทธ์ิ ปราศจากเง่อื นไข คณุ พอ่ ของผมสดุ ยอด
ลกู เรือ - พูมใจ นาคสกุล
๓๑ ต.ค. ๒๕๖๓
125
จงเปน็ ตวั อย่างท่ดี เี พ่อื ลกู หลานของทา่ น
พลเรือเอก ดร.ไพบลู ย์ นาคสกุล
โบราณทา่ นกลา่ วไวว้ า่ “บดิ ามารดาเปน็ ครคู นแรก ท�ำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลาน การไปวัดเพ่ือ
ของบตุ ร” เมื่อลกู เกิดมา ส่งิ ที่ลกู รบั รูไ้ ดเ้ ปน็ อันดับแรกก็ ฟังเทศน์หรือปฏิบัติธรรม ถ้าพ่อแม่หรือครูอาจารย์ไม่น�ำ
คอื ความอบอุ่นจากอกแม่ ตอ่ มากร็ ับรวู้ ่านมแมด่ ับความ ไป เด็กจะเข้าวัดได้เองหรือ. การท�ำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
หิวกระหายของตนได้. ไม่เพียงแต่เท่านั้น น้�ำนมแม่ยังมี เป็นค�ำสอนท่ีดีกว่าการสอนด้วยค�ำพูด. การที่จะช่วยให้
คณุ คา่ มหาศาลในทางโภชนาการ ซง่ึ ท�ำให้แพทยป์ ัจจุบนั ลูกหลานต่อสู้กับสถานการณ์ที่สร้างความตึงเครียดให้แก่
เน้นใหเ้ หน็ ความส�ำคัญของการใหเ้ ล้ียงลกู ดว้ ยนมแม.่ ลกู ตนไดน้ ั้น อาจใช้วธิ ีการต่อไปนี้
ท่ีกินนมแม่จึงได้ทั้งความดับกระหาย ความอบอุ่น การ
เจริญเตบิ โต และการป้องกนั โรค. - การเฝ้าตรวจและวางแผน: ตดิ ตามตรวจสอบ
วา่ ลกู หลานของตนมสี ง่ิ ทตี่ อ้ งการครบถว้ นแลว้ เพยี งไร เขา
ต่อมาเด็กกจ็ ะเร่ิมรบั รวู้ ่า มพี อ่ อีกคนหน่งึ ทีต่ นคนุ้ ขาดการดูแลเอาใจใส่ การยอมรับ ความมีชีวิตชีวา
หน้าคนุ้ ตา และทำ� ให้ตนได้รบั ความอบอ่นุ ทางใจ. เดก็ จะ หรือไม.่ พอ่ แม่ควรหม่นั ดูแลอยู่เสมอเพือ่ เติมเต็มสิ่งทเ่ี ขา
ค่อยๆ เรียนรู้ส่ิงต่างๆ ภายนอกมากข้ึน รู้จักความร้อน ขาดน้ัน ท�ำให้เป็นผทู้ ี่มคี วามสมบูรณ.์
หนาวของลมฟา้ อากาศ รู้จักสมั ผสั ทอี่ ่อนนุ่มหรือแข็งของ
ผอู้ มุ้ รจู้ กั รสอาหารทแ่ี ปลกออกไป รจู้ กั ฟงั เสยี งทค่ี นุ้ หแู ละ - การสอื่ สารกนั และกนั : พดู จาปราศรยั เพอ่ื สรา้ ง
แปลกหู. เวลาที่ผ่านไปเด็กก็จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ มากข้ึน สมั พนั ธภาพทม่ี ตี อ่ กนั ใหแ้ นน่ แฟน้ ยง่ิ ขนึ้ ในขณะเดยี วกนั
เรียนพูด เรียนบอกความรู้สึกชอบใจไม่ชอบใจ เรียนคืบ ก็พร้อมท่ีจะรับฟังเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ และแสดงให้เขา
นั่ง คลาน ตั้งไข่ เดินและว่ิง. เมื่อเติบโตข้ึนเด็กก็จะรู้จัก เห็นว่า เราเข้าใจเขา รับรู้อารมณ์และความรู้สึกของเขา
ญาตพิ นี่ อ้ งมากขน้ึ และเมอื่ ถงึ วยั เขา้ เรยี น เขากจ็ ะมเี พอื่ น และพร้อมทจ่ี ะชว่ ยเขาทุกเวลาหากเขาต้องการ.
มคี รู มีสงั คม. เดก็ เริม่ รู้จกั เชอ่ื เพอื่ น เชือ่ ครู และเรมิ่ รู้จัก
จับกลุ่มกับเพ่ือนบางคนที่ชอบนิสัยกันและเล่นด้วยกัน. - ความมุ่งมั่นในวัตถุประสงค์: ให้หนักแน่นใน
เมือ่ มีสงั คมกจ็ ะมเี ริม่ ปญั หาทีเ่ รยี กว่า “ปญั หาสงั คม.” ความปรารถนาที่จะส่งเสริมให้ลูกหลานของตนได้พัฒนา
ตนเองใหก้ า้ วหนา้ สามารถเตมิ เตม็ ใหแ้ กช่ วี ติ เขาไดโ้ ดยไม่
มคี ำ� กลา่ วในบทความทางการแพทยข์ องโลกตะวนั ทอ้ ใจ แมว้ า่ ตวั เราเองอาจรสู้ กึ วา่ ตนอาจเปน็ สาเหตหุ นงึ่ ที่
ตกว่า “Young children are under negative social ทำ� ให้พวกเขาเครียด ก็จงอย่าละความพยายาม ทจ่ี ะชว่ ย
pressure at all times.” คือ ตลอดเวลาที่คนเราอยใู่ น ให้เขาลดความเครียดลง ไม่โดยทางใดก็ทางหน่ึง โดย
วัยเด็ก เรามักจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางลบของสังคม. เฉพาะดว้ ยวธิ ที ำ� ใหเ้ ขาลดความรสู้ กึ วา่ ยงั ไมอ่ บอนุ่ ใจ ยงั มี
เด็กส่วนมากจะถูกชักน�ำไปในทางไม่สร้างสรรค์มากกว่า ความกลัวว่าสังคมจะทอดท้ิง หรือยังต้องการความสนุก
ทางสรา้ งสรรค์ ในชว่ งน้ี พ่อแม่ ครบู าอาจารย์ และพระ เฮฮาอย่างไร้เหตุผล. เม่ือเขาลดความรู้สึกเชิงลบในด้าน
สงฆ์องค์เจ้าจึงต้องเข้ามาช่วยกันและแก้ปัญหาทางลบที่ สถานภาพทางสังคมได้ เขาก็จะเร่ิมมองเห็นว่าเขาอยู่ใน
อาจจะเกิดขึ้น. ท้ังพอ่ แม่ ครู อาจารย์ และพระสงฆ์ ควร สายตาทดี่ ีของสงั คม และสังคมยอมรับเขาไวเ้ ปน็ คนดีคน
หน่งึ ของสังคมแลว้ .
126
- การบ�ำเพ็ญกุศล: หม่ันพาลูกหลานของตนไป ผลพวงของการท�ำตนเองให้เป็นแบบอย่างที่ดี
บำ� เพญ็ กศุ ลดว้ ยกนั ไปฟงั เทศนฟ์ งั ธรรม ไปทำ� บญุ ทำ� ทาน มิเพียงให้ลูกหลานของตนประพฤติดีโดยเต็มใจหลีกเล่ียง
ร่วมกัน ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพ่ือสร้างและเสริมสร้าง ความช่ัว ส่ิงมัวเมา เย้ายวนและล่อหลอกเท่าน้ัน ยังจะ
อปุ นสิ ยั ใหน้ ยิ มธรรมะ โดยเฉพาะดว้ ยการนงั่ สมาธใิ หม้ จี ติ จูงใจให้เพ่ือนๆ ของลูกหลานเราได้รู้ ได้เห็น ได้เล่ือมใส
แนว่ แนม่ นั่ คงในอนั ทจี่ ะประพฤตดิ ี ประพฤตชิ อบ จนเปน็ ปฏิบัติตาม และผลพวงสุดท้ายก็จะตกมาอยู่ท่ีตัวเราเอง
ตัวอย่างให้เพ่ือนๆ ของตนหันเข้าหาธรรมะเช่นตนได้ ใหพ้ ออกพอใจในชวี ติ และสภาพแหง่ สงั คมรอบตวั เรา นบั
กลา่ วกนั วา่ เดก็ ๆ จะเข้าสูส่ มาธิไดด้ กี ว่าผใู้ หญ่ ผู้ใหญจ่ ึง เปน็ ผลพวงสำ� คญั ของการทำ� ตนใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งทด่ี เี พอ่ื ลกู
ต้องพยายามท�ำตนเป็นตัวอย่างท่ีดี โดยประพฤติปฏิบัติ หลานของเราเอง
เป็นคนดีมีธรรมะ ปฏิบัติอยู่เป็นนิจเพื่อลูกหลานของตน
จะได้ประพฤตปิ ฏิบัติตามอยา่ งสนทิ ใจ.
127
เลี้ยงลกู อย่างไรด?ี
พลเรอื เอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกุล
การที่จะพดู ว่า “เราควรจะเลีย้ งลกู อยา่ งไรกนั ดี” และหนุนเนือ่ งกันเข้ามา จนยากท่ีจะใชห้ ลักการการเลีย้ ง
น้ัน ถา้ จะว่าโดยหลกั ๆ แลว้ กค็ งจะเหมือนกนั ในทำ� นอง ดูเปน็ สตู รเดยี วกนั ได.้ แมใ้ นกรณีลูกๆ ของพอ่ แม่เดยี วกัน
ว่าให้เล้ียงดูด้วยความรัก ความใกล้ชิดอบอุ่น การดูแล สภาพปัจจัยน้ันๆ ก็ยังจะแปลกแตกต่างกันไปได้ แนว
เอาใจใสอ่ บรมสง่ั สอนและแนะนำ� โดยตวั พอ่ แม่ หรอื ผทู้ ำ� ความคิดและการกระท�ำของผม จึงมีรายละเอียดขึ้นอยู่
หนา้ ทเี่ ลย้ี งดจู ะตอ้ งทำ� ตนใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ดี ว้ ย. เปรยี บ กับลกู แตล่ ะคนไป โดยรกั ษาหลกั แห่งการดำ� รงชวี ติ ทด่ี ี มี
เสมือนครูท่ีมีความรู้และมีฝีมือในการสอนทางวิชาการ คุณธรรม ซ่ือตรงตอ่ ตนเอง ตอ่ ครอบครวั และตอ่ หนา้ ท่ี
ยอ่ มไดร้ บั ความสำ� เรจ็ ในการสอนลกู ศษิ ยใ์ หไ้ ดค้ วามรทู้ าง การงานไว.้
วชิ าการไดไ้ มต่ ำ่� กวา่ รอ้ ยละหา้ สบิ เปน็ ทนุ อยแู่ ลว้ . จากนนั้
กเ็ ปน็ ความสามารถของศษิ ยแ์ ตล่ ะคนไป ทจี่ ะแตกฉานใน ผมและภรรยามีความปลื้มใจและพูมใจในลูกท้ัง
วิชาการนั้นๆ. ส่วนการที่จะสอนลูกศิษย์ลูกหาให้ได้ท้ัง สามคนของเรา ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวคนแรก ลูกสาวคนท่ี
ความรแู้ ละคณุ ธรรมนน้ั ยอ่ มตอ้ งอาศยั องคป์ ระกอบเสรมิ สอง หรอื ลกู คนสดุ ทา้ ยทเ่ี ปน็ ชาย เราใหค้ วามรกั การดแู ล
ทั้งในความประพฤติส่วนตนของครูเองควบไปกับการสั่ง เอาใจใส่ ความทะนุถนอมรักใคร่ และความอบอุ่นเท่าๆ
สอนอบรมและเฝ้าติดตามปรับปรุงแก้ไขความประพฤติ กันมาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ไม่ว่าจะ
ของศิษย์ไปตลอดระยะเวลาจนกว่าจะจบการศึกษาไป เปน็ ลกู คนโต คนกลาง หรอื คนสุดท้อง, เพราะเราทัง้ สอง
ซงึ่ ในกรณขี องการเลยี้ งลกู กพ็ ดู ไดว้ า่ จนกวา่ ลกู ๆ จะเปน็ กไ็ ดร้ บั การสง่ั สอนอบรมมาดแี ตเ่ ดก็ ๆ และทสี่ ำ� คญั คอื เรา
ฝง่ั เปน็ ฝากนั ไปได้แลว้ . ทั้งสองมีความพร้อมทั้งในหน้าท่ีการงานและสภาพ
ครอบครัวต้ังแต่ลูกคนแรกเกิด ผมคิดว่าความพร้อมของ
อนั ทจี่ รงิ นนั้ การเลยี้ งดลู กู เปน็ งานทค่ี วรจกั ตอ้ งทำ� พ่อแม่มีส่วนอย่างย่ิงในความส�ำเร็จและความช่ืนใจท่ีเรา
อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่คลอดออกมาจนถึงวัยอันสมควร ได้รับจากลูกท้ังสาม เม่ือถึงวัยเจริญวัยและจบการศึกษา
จงึ จะปลอ่ ยหรอื วางมอื ลงได้ ซง่ึ ขนึ้ อยกู่ บั หลายปจั จยั ดว้ ย มกี ารงานทำ� เป็นหลักเปน็ ฐานกันแล้ว.
กนั อาทิ สภาพของพ่อแมใ่ นแต่ละครอบครวั เม่อื ลูกแรก
เกดิ เมอื่ ลูกเตบิ โต และเมอ่ื เจรญิ วยั ประการหนง่ึ , สภาพ ความพร้อมของเราท่ีมีอยู่และพัฒนาขึ้นมาอย่าง
ความสมบูรณท์ ้ังทางร่างกาย สมอง และจติ ใจของลกู เมื่อ ตอ่ เนอ่ื ง ประกอบกบั ความมงุ่ มนั่ ความรกั ภกั ดตี อ่ กนั และ
แรกเกดิ เมอ่ื เตบิ โต และเมอื่ เจรญิ วยั อกี ประการหนง่ึ , และ กันอย่างสม�่ำเสมอ เป็นปัจจัยที่อ�ำนวยให้ชีวิตของเราทั้ง
ประการสดุ ท้ายทีส่ �ำคญั ทมี่ คิ วรจะมองข้ามไป คือ สภาพ สองเปน็ ไปอยา่ งราบรน่ื จนไดร้ บั ความสำ� เรจ็ เพยี งพอทจ่ี ะ
ของเพ่ือนฝูง สังคม และส่ิงแวดล้อมเม่ือลูกเติบโต เม่ือ เปน็ พอ่ แมท่ ดี่ ี เปน็ ตวั อยา่ งทล่ี กู ๆ ตา่ งพอใจทจี่ ะเจรญิ รอย
เจรญิ วยั และในระยะแรกๆ ของการมีอาชีพการงาน. ตาม ไมว่ ่าจะเปน็ ในด้านชวี ติ ครอบครวั ความมงุ่ ม่ันทจ่ี ะ
ท�ำงานให้ส�ำเร็จก้าวหน้าอย่างเป็นข้ันเป็นตอน ความมี
ปัจจยั เหลา่ น้ีล้วนแตกตา่ งกนั ไป ทัง้ ในหลกั ใหญ่ๆ สมั มาคารวะ มศี ลี ธรรมและความสตั ยซ์ อื่ ปราศจากความ
และในรายละเอียดตลอดเส้นทางของชีวิต ที่มีกาลเวลา โลภความอิจฉาริษยา มีใจเป็นบุญและเอ้ืออารีต่อผู้ด้อย
และความเปลย่ี นแปลงในสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ขา้ มาเกยี่ วพนั กว่า ตลอดจนความรักบ้านเกิดเมืองนอน โดยเลือกมอง
128
และพอใจในส่ิงดีงามท่ีเป็นของไทย ท่ีเป็นภูมิปัญญาไทย การพัฒนาตลอดจนเข้าแก้ไขให้เหมาะสมและทันต่อ
ดว้ ยการใส่ “แว่นกรอง” ทีก่ รองสง่ิ ไมด่ ไี ม่งามออกไปจาก สถานการณ์. ปัญหาอันใดท่ีส�ำคัญต่อชีวิตและต่อ
วงจรชวี ิตและการงาน. ครอบครัวควรนำ� มาคิดรว่ มกนั . พ่อ แม่ และลูกๆ ชว่ ยกัน
คดิ ชว่ ยกนั แกไ้ ข ชว่ ยกนั ทำ� ใหส้ ำ� เรจ็ ลลุ ว่ ง. อยา่ ลมื วา่ ชวี ติ
อีกอยา่ งหนง่ึ ที่เราพรอ้ มใหล้ กู คอื ความเสยี สละ วัยเด็กมีผลส่งต่อที่ส�ำคัญอย่างย่ิง ต่อการพัฒนาในวัย
แมค้ วามสขุ สบายสว่ นตน เพอื่ สง่ เสรมิ ความเจรญิ กา้ วหนา้ เตบิ โตและวยั เจริญพนั ธ์.ุ และอย่าท้งิ ค�ำสอนแตโ่ บราณที่
ของลูกแต่ละคน ตามก�ำลังความสามารถและสภาพชีวิต วา่ ลกู ปยู อ่ มพรอ้ มโดยธรรมชาตทิ จ่ี ะเดนิ เหมอื นแมป่ .ู การ
การงานของเขาท่ีล้วนแต่แตกต่างกันในรายละเอียดเป็น จัดระเบียบชีวิตท่ีดีของพ่อแม่จึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ท่ี
รายๆ ไป. เราผู้เป็นพ่อแม่ต้องจัดระเบียบแห่งชีวิตของ ลูกๆ จะพงึ เห็นและเพยี รท่จี ะเจรญิ รอยตามเป็นธรรมดา.
ตนเองใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งแกล่ กู ดว้ ยการรจู้ กั ใชส้ ติ ตรกึ ตรอง ขอให้ผู้อ่านบทความน้ีพิจารณาแนวความคิดหรือแนว
แกไ้ ข ปรบั ปรงุ และพัฒนาวิธดี �ำเนนิ ชีวติ วธิ ีการต่อสเู้ พ่ือ วิธกี ารที่ตนจะใชก้ บั ลูกแต่ละคนของตน ให้เหมาะสมเปน็
ด�ำรงชีพด้วยคุณธรรมไปตลอดเส้นทางชีวิต ซ่ึงแม้จะมี รายๆ ไป โดยปรบั ปรงุ แกไ้ ขไปตามสถานการณ์ สง่ิ แวดลอ้ ม
ความขรขุ ระ ขลุกขลัก ระคนไปในเสน้ ทางทแ่ี ม้จะดรู าบ จังหวะเวลา และเง่ือนไขอ่ืนๆ เพ่ือให้ลูกๆ ได้รับความ
เรียบแล้วปานใดกต็ าม. สำ� เรจ็ อนั เปน็ ยอดปรารถนาของพอ่ แมท่ กุ คนไป ขอความ
สวัสดีมีโชคชัยจงเกิดแก่พ่อแม่ตัวอย่างที่ดีทุกๆ ท่าน
พ่อแม่ต้องเป็นนักสังเกต ดูความแตกต่างของลูก ขอพระจงค้มุ ครอง ฯ
แตล่ ะราย ตรติ รองหาวธิ แี ละโอกาสทจี่ ะอบรมดแู ลลกู ตาม
ความเหมาะสมเปน็ รายบคุ คล และเฝา้ ตรวจหรอื ตดิ ตาม
129
จงรับยิ้มที่โลกยม้ิ ตอบเรา
พลเรือเอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกุล
ใครๆ กร็ จู้ ักค�ำว่า “โลกยิ้ม” วา่ เปน็ คำ� ท่ลี กึ ซ้งึ ฟัง พยายามฝนื ยม้ิ รบั ปญั หา ตง้ั ใจแนว่ แนใ่ นการพจิ ารณาตน้
แล้วท�ำให้รู้สึกชื่นอกช่ืนใจ และหลายคนคงได้ยินได้ฟัง เหตแุ หง่ ปัญหา พจิ ารณาทางท่ีจะตัดปัญหา โดยตัดความ
ค�ำคมวา่ “จงยม้ิ ใหโ้ ลก แลว้ โลกจะยิ้มตอบเรา” แตค่ งจะ เดือดรอ้ นใจให้หมดไปให้ได้ แรกๆ กด็ ูเหมือนจะทำ� ไมไ่ ด้
มีหลายครั้งหลายหนในชีวิตของเรา ท่ียิ้มไม่ออกทั้งๆ ที่ แต่ถา้ ฝนื ท�ำ ฝืนสหู้ ลายๆ ครัง้ ตัง้ ใจให้แน่วแนท่ ีจ่ ะทำ� ให้
อยากจะยมิ้ เพราะชวี ติ คนเรามกั จะไมโ่ รยดว้ ยกลบี กหุ ลาบ ได้ ในท่ีสุด ก็ย่อมท�ำได้ส�ำเร็จ และเมื่อท�ำส�ำเร็จได้บ่อย
มักจะมีเร่ืองท่ีเป็นเหตุให้เรากลุ้มใจ กังวลใจ คับแค้นใจ ครง้ั ก็จะกลายเป็นนสิ ัยทีต่ ้องการของตน
บางครงั้ ยงั อยากจะถามอกี ดว้ ยวา่ ทำ� ไมเราจะตอ้ งยม้ิ ดว้ ย
ในเมอื่ เรอ่ื งตา่ งๆ รอบตวั ทำ� ใหเ้ ราอาจถงึ กบั ตอ้ งหลงั่ หรอื ส�ำหรับบุคคลที่มีอุปนิสัยเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
จวนเจยี นจะหลง่ั น�ำ้ ตาออกมาดว้ ยซ้ำ� การเปล่ียนนิสัยจนสามารถยิ้มได้เม่ือมีเร่ือง มีปัญหามา
รบกวนใจ ก็คงจะท�ำได้ค่อนข้างยากสักหน่อย อย่างไร
ว่ากันมาว่า คนเราอาจเปล่ียนนิสัยได้ หากเรา ก็ตาม ความพยายามอยู่ที่ไหน ความส�ำเร็จย่อมอยู่ท่ีน่ัน
ต้งั อกต้ังใจจะเปลี่ยนจริงๆ ถ้าเราได้ฟังผูใ้ หญห่ รือเพ่ือนท่ี ท่ีสุดของท่ีสุด เราก็จะเป็นผู้ย้ิมได้เมื่อภัยมา ยิ้มได้เม่ือ
หวังดีต่อเรา แนะน�ำตักเตือนเราให้ท�ำส่ิงที่ดีๆ หรือให้ ประสบปัญหา เพราะมีความม่ันคงในอารมณ์และใน
เปล่ียนพฤติกรรมบางอย่างท่ีเราคิดว่าดี แต่ไม่เหมาะใน สตสิ มั ปชญั ญะ ไมช่ า้ ไมน่ าน ชวี ติ รอบๆ ตวั เราและสภาวะ
สายตาผอู้ น่ื ในขน้ั ตน้ เราอาจจะไมอ่ ยากเปลย่ี นพฤตกิ รรม ทลี่ อ้ มรอบตวั เรากจ็ ะดสู ดใสขนึ้ อะไรๆ กด็ ดู ขี น้ึ สดชน่ื ขน้ึ
แม้จะรู้ว่า พฤติกรรมนั้นๆ เป็นต้นเหตุของปัญหาหรือ พูดง่ายๆ ก็คือ มองดูโลกรอบตัวเราแล้ว ก็เริ่มจะเห็นว่า
ความเดอื ดรอ้ นทปี่ ระสบอยู่ บางคนอาจหนั ไปหาสรุ ายาเมา โลกก�ำลังย้ิมกับเรา ใหก้ �ำลังใจเรา พรรคพวกเพอื่ นฝงู ก็ดู
ที่เรียกวา่ “นำ้� เปลยี่ นนสิ ัย” ซงึ่ ทจ่ี รงิ กเ็ ป็นเพยี งสิง่ ท่ีช่วย จะย้ิมแย้มไปกับเราด้วย แถมยังจะชวนให้ญาติสนิทมิตร
กลบเกลื่อนความเจ็บแค้น ความกลดั กล้มุ เดือดร้อน หรือ สหายหันมายิ้มแย้มให้เราอุ่นใจ ไม่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
กลบปัญหาที่ยังหาทางออกไม่ได้เท่าน้ัน สุรายาเมาอาจ ไมม่ ฝี า่ ยนนั้ ฝา่ ยน้ี มแี ตค่ วามสบายอกสบายใจไปตามๆ กนั
ทำ� ใหล้ มื ความทกุ ขไ์ ดช้ ว่ั ครงั้ ชว่ั คราว มสิ ามารถขจดั ปญั หา
ได้จริงๆ จงั ๆ เม่ือเรายิม้ โลกกจ็ ะย้ิมไปกบั เรา ฉะนน้ั จึงควรหดั
เป็นผู้ท่ีย้ิมให้โลกก่อน แล้วตัวเราน่ันแหละจะได้รับย้ิมท่ี
เมอ่ื มีปญั หา เมอื่ มีความเครียด ทางทีด่ ที ีส่ ุดที่ควร โลกยิม้ ตอบเราอยา่ งสมใจและทันอกทนั ใจ
ทำ� คอื ตง้ั สติกัดฟนั ส้กู บั ปัญหา อย่างนอ้ ยในขั้นต้นๆ ให้
130
ปญั หามไี วใ้ ห้แก้ มิใช่ใหก้ ลมุ้
พลเรือเอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกุล
Problems however frustrating are for us to จงจ�ำไว้ว่า ปัญหามีไว้ให้แก้ มิใช่ให้กลุ้ม วิธีแก้
solve! ปญั หาทพี่ งึ กระทำ� กค็ อื การตง้ั สตอิ ยา่ งมรี ะบบ ทกุ ปญั หา
ลว้ นมที ม่ี า ถา้ พจิ ารณาใครค่ รวญใหด้ กี น็ า่ จะตอ้ งมองเหน็
โลกใบนี้ของเรามีปัญหาหลากหลาย ใหญ่น้อย เมอ่ื พบตน้ ตอของปญั หาแลว้ กจ็ ะแกไ้ ขไดต้ รงจดุ การตตี น
ประดังกันเข้ามาสู่มวลมนุษยชาติ ทุกหมู่เหล่า หลาย ไปกอ่ นไข้กย็ ากที่จะแกป้ ญั หานนั้ ๆ ได้ จงตั้งสตพิ ิจารณา
ปญั หากผ็ า่ นพน้ ไปไดด้ ว้ ยดี แตอ่ กี หลายปญั หากวา่ จะผา่ น หาหนทางต่างๆ ที่พึงใช้แก้ปัญหาในแต่ละหนทางโดย
พน้ ไปไดก้ แ็ สนจะยากเยน็ ถงึ กบั ตอ้ งหลงั่ เลอื ด หลง่ั นำ�้ ตา เฉพาะ กจ็ ะได้หนทางท่ีถูกท่คี วร ที่เหมาะสม แล้วทุม่ เท
กม็ มี ใิ ชน่ อ้ ย มนษุ ยเ์ ราแตล่ ะคนไมว่ า่ จะยากดมี จี นอยา่ งไร กำ� ลงั กายกำ� ลงั ใจเขา้ แกไ้ ขเปน็ เปลาะๆ ไป ดว้ ยวธิ ดี งั กลา่ ว
ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้ใหญ่หรือแก่เฒ่าสักปานใด ต่างก็ นี้ กน็ า่ ทจี่ ะแกป้ ญั หานน้ั ๆ ไดต้ รงจดุ ดว้ ยความสำ� เรจ็ ลลุ ว่ ง
ต้องเผชิญปัญหากันมาแล้วท้ังน้ัน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน
การท�ำงาน หรือการท�ำมาหาเลี้ยงชพี ในรปู แบบใด กล็ ว้ น ขอใหท้ า่ นผอู้ า่ นไดพ้ จิ ารณาคำ� แนะนำ� ทเี่ สนอมานี้
แต่จะมีปัญหาให้ต้องขบคิด และแก้กันไปตามยถากรรม แลว้ นำ� ไปปฏบิ ตั ใิ นทกุ ครงั้ ทม่ี ปี ญั หาเขา้ มาสชู่ วี ติ ทา่ น เพอื่
ไดบ้ ้างเสยี บ้างคละเคล้ากันไป แม้กระนั้นก็ยังจะมีปัญหา ท่านจักได้รับความส�ำเร็จสมปรารถนาในการแก้ไขปัญหา
ตามเขา้ มา ไม่รู้จกั จบจกั สนิ้ แต่ละครั้ง เทอญ
131
สุขใจได้ตอ้ งหยิบเปน็ วางเปน็
พลเรือเอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกลุ
ไดฟ้ งั ธรรมวาทเี ร่ือง “หยิบเปน็ วางเป็น” จึงเกดิ พูดค�ำหยาบ อันอาจน�ำมาซึ่งความไม่พึงพอใจ ทะเลาะ
ศรัทธาให้น�ำมาขยายผลให้เพื่อนๆ ชมรมมิตรสัมพันธ์ เบาะแวง้ ใหเ้ กดิ ความทกุ ขโ์ ทมนสั ในหมชู่ นได้ และสมั ผปั -
สร้างสรรค์สังคม โดยเฉพาะในหมู่เราชาวอาวุโสสูงวัยได้ ปลาปา เวรมณี การไม่พดู เพ้อเจ้อ อนั อาจท�ำให้เกิดความ
ทราบกนั ถงึ ความสขุ ในวยั ทองทจ่ี กั พงึ ไดจ้ ากการรจู้ กั หยบิ ร�ำคาญและความเข้าใจผดิ ได้ สป่ี ระการน้ี คือ วจกี รรมท่ี
ใหเ้ ป็น วางใหเ้ ป็น อันได้แก่การปฏบิ ตั ิเบญจศีล อนั เปน็ ผ้ใู ดปฏิบตั ไิ ดย้ อ่ มมีชีวติ ท่เี ป็นสุขไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื ปราศจาก
นิจศีลพ้ืนฐานของการยกเว้นความประพฤติท่ีเป็นอกุศล- ผลสะท้อนทจี่ ะท�ำให้เกิดทุกขแ์ ก่ตนได้ แม้วา่ จะมีผูท้ ีเ่ กิด
กรรมบถ ๑๐ ประการ ประกอบดว้ ย การพงึ เวน้ ทางกาย ทุกข์จากวาจาของเราเป็นปฐมเหตุอย่างใดอย่างหน่ึงโดย
๓ ประการ ทางวาจา ๔ ประการ และทางใจ ๓ ประการ มไิ ดต้ ง้ั ใจ จะไดต้ ามมาปฏบิ ัติการโตต้ อบเราบา้ งกต็ ามที
การงดเว้นทางกาย ได้แก่ การงดเว้นฆ่าสัตว์ กศุ ลกรรมบถทสี่ ำ� คญั ยงิ่ คอื มโนกรรม ๓ ประการ
เบยี ดเบยี นสตั วใ์ หไ้ ดท้ กุ ขไ์ ดย้ ากประการหนง่ึ นบั เปน็ การ ท้งั นีเ้ พราะมโนคอื ใจ เป็นตวั สัง่ ตวั ควบคุมการประพฤติ
ประพฤติตนตามศีลข้อท่ี ๑ คือ ปาณาติปาตาเวรมณี ปฏบิ ตั ทิ างกาย และทางวาจา มใิ หป้ ระพฤตปิ ฏบิ ตั อิ อกมา
ประการท่ีสอง ให้ประพฤติปฏิบัติตามศีลข้อท่ี ๒ คือ ดงั ทก่ี ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้ ประการแรก คอื อนภชิ ฌา ไดแ้ ก่
อทนิ นาทานาเวรมณี ใหเ้ วน้ จากการลกั ทรพั ย์ หรอื ถอื เอา การไมโ่ ลภอยากไดข้ องเขา ไมเ่ พง่ เลง็ อยากไดข้ องผอู้ นื่ มา
ทรพั ย์อันเจ้าของมไิ ด้มอบให้ หรอื ยนิ ยอมใหโ้ ดยสมัครใจ เปน็ ของตน หรอื มาใหแ้ กผ่ ทู้ ตี่ นรกั จะดว้ ยความหวงั ดหี รอื
งดเวน้ ทางกายประการทส่ี าม เปน็ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ าม ไม่ทันได้คิดไว้ก่อนก็ตาม ประการที่สองคือ อพยาปาท
ศีลข้อที่ ๓ คือ กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณี ได้แก่ การไม่ ไดแ้ กก่ ารไมพ่ ยาบาทปองรา้ ยเขา เมอ่ื ไมโ่ กรธ ไมผ่ กู ใจเจบ็
ประพฤตผิ ดิ ในกามตอ่ ผทู้ มี่ เี จา้ ของแลว้ ไมว่ า่ จะเปน็ สาม-ี แล้ว กายและวาจาท่ีออกมาจะเป็นปรกติ สามารถเปล่ง
ภรรยาใครกต็ าม โดยไม่มีข้อยกเวน้ วา่ จะได้รับค�ำยนิ ยอม ความดี ความหวงั ดีออกไปไดโ้ ดยสนทิ ใจ โดยตนเองก็จะ
แลว้ หรอื ไม่ และตอ้ งไมล่ ว่ งลำ้� ทางกามตอ่ บคุ คลอน่ื ใดหาก พลอยมีความสุขใจได้อีกดว้ ย เพราะสงบใจได้ ปลอ่ ยวาง
ไม่สมัครใจยินยอม การงดเว้นทางกายนับเป็นการปิด ทางกายและวาจาได้ แม้จะมีอะไรมากระทบกาย กระทบ
ประตูการประพฤติเสื่อมเสีย ผู้ใดปฏิบัติได้ย่อมมีความ หู หรอื กระทบใจอยา่ งไร นอกจากนก้ี ารไม่ผกู โกรธ ไมผ่ กู
สขุ ใจ ไมต่ อ้ งหว่ งการตามทวง การแกแ้ ค้น หรอื แม้ภาพ ใจเจ็บนับว่าส�ำคัญมาก เพราะการผูกใจโกรธท่ีกรุ่นอยู่
หลอนทอี่ าจเกิดขนึ้ ไดใ้ นปัจฉมิ วัยแหง่ ตน มจิ างหายไปยอ่ มท�ำใหต้ นเองอาจพลาดทา่ แสดงออกมา
ดว้ ยการประพฤติปฏิบัตทิ างกายและวาจา อย่างใดอย่าง
การปดิ ประตทู สี่ ำ� คญั อกี ๔ ประการ คอื การปดิ หน่ึง ณ เวลาใด เวลาหน่ึงในที่จิตเราพล้ังเผลอขาดสติ
ประตทู างวาจา เปน็ กุศลกรรมบถ ทพ่ี งึ ประพฤตปิ ฏิบัติ มิ ควบคุม ประการสุดท้าย คอื สัมมาทิฎฐิ ไดแ้ ก่ความเห็น
ควรลว่ งลำ�้ ได้แก่ มสุ าวาทา เวรมณี อนั เป็นศีลขอ้ ท่ี ๔ ที่ ชอบตามคลองธรรมอันเหมาะอันควร ท�ำให้เกิดมีความ
ห้ามพูดปด หลอกลวงให้ผู้อ่ืนเข้าใจผิด ปิสุณาย วาจาย เล่อื มใส ม่ันใจในตวั เอง ซง่ึ นบั เปน็ ความสขุ ใจที่ยากจะหา
เวรมณี การไม่พูดจาส่อเสียดให้เกิดการแตกแยกใน สขุ ใดเปรยี บ
ครอบครัว หรือในหมคู่ ณะ ผรุสาย วาจาย เวรมณี การไม่
132
การหยบิ เป็นจงึ เปน็ การหยิบศลี หา้ มาปฏิบตั ิ รวม ท้ังหลาย ไม่ว่าจะเป็นในทางท่ีก่อก�ำหนัด ก่อให้เกิด
ไปถึงการถือศีลข้อที่ ๕ คือสุราเมรยมัชฌปมาทัฎฐานา จติ อกศุ ล หรอื กอ่ ให้เกิดความโลภ ความอยากไดใ้ ครด่ ี
เวรมณี เพราะสรุ าและเครอ่ื งเสพตดิ มนึ เมา ทำ� ใหจ้ ติ ใจไม่
เปน็ ปรกติ จนสามารถประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ ปน็ อกศุ ลกรรมบถ การวางให้เป็นจึงนับว่ามีความส�ำคัญไม่ย่ิงหย่อน
ประการใดประการหนึ่ง หรือหลายประการในจ�ำนวน ไปกว่าการหยิบให้เป็น การวางให้เป็น นับเป็นเครื่องแก้
ทงั้ หมด ๑๐ ประการดว้ ยกัน แตถ่ ้าหากว่าไดห้ ยิบผิดและ มิให้เกิดทุกข์ ผู้ใดวางเป็นย่อมมีหลักประกันได้ว่า
ก�ำหนดจิตรู้ว่าหยิบผิดมาแล้ว ก็ต้องรู้จักวางให้เป็น คือ ประโยชน์ใด ธรรมะใดที่หยิบมายึดถือปฏิบัติแล้ว จะยัง
การงด การละเวน้ ตามกาลเทศะและเหตปุ จั จยั รวมไปถงึ ความสุขกายสุขใจให้เกิดข้ึนได้อย่างแน่นอน และยั่งยืน
ธรรมะที่เป็นอุเบกขา คือการวางเฉยต่อส่ิงเย้ายวน ตลอดชว่ งเวลาที่ยึดถอื ปฏบิ ัติอยูเ่ ปน็ นิจ
133
มกี รรมเป็นเผา่ พนั ธุ์
พลเรือเอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกุล
คนเราเกดิ มาลว้ นแตม่ กี รรมแตช่ าตกิ อ่ นๆ สง่ มาให้ อยา่ งไรกต็ าม อปุ นสิ ัยประจ�ำตัว ยังมีนำ�้ หนักมาก
เกิดใน กลละ [กะละละ] คือในครรภ์ท่ีเหมาะสมกับกรรม ต่อวิถีทางเลือกในการด�ำรงชีวิต นิสัยของคนเราสามารถ
ทส่ี งั่ สมมาของมารดาของเรา อนั เนอ่ื งจากความผกู พนั กนั เปลย่ี นแปลงไดต้ ลอดเวลา ตามภาวะและสงิ่ แวดลอ้ มทนี่ บั
มากับบิดาของเรา คุณลักษณะของเราแต่อ้อนแต่ออกท่ี วันจะขยายออกไปกวา้ งขึน้ สลับซบั ซ้อนมากขนึ้ ยุ่งยาก
เกดิ มา ไมว่ ่าจะเปน็ ลกั ษณะทางกายหรือทางจิตวญิ ญาณ มากขน้ึ ซ่งึ ในทางพระจะถือวา่ เป็นไปตามกรรมะของตน
ย่อมจะตอ้ งถอดเอามา ไมม่ ากก็น้อย จากแม่บา้ ง จากพ่อ ไม่ว่าจะเป็นในทางท่ีดีข้ึน ทางที่คงที่ หรือทางท่ีเสื่อมลง
บ้าง ซ่ึงทางโลกวิทยาศาสตร์สมยั ปัจจุบัน สามารถพิสูจน์ ขน้ึ อยกู่ บั พฤตกิ รรมของตนทสี่ ง่ั สมพอกพนู ขน้ึ มา จงึ เรยี ก
ทราบไดว้ า่ คนคนนนั้ ไมว่ า่ จะยงั มชี วี ติ อยหู่ รอื ตายไปแลว้ ไดว้ ่า “มกี รรมเปน็ ที่พึ่งอาศยั ”
เป็นลูกของแมค่ นใด พ่อคนใด ด้วยการพิสูจนจ์ าก DNA
ของคนคนนน้ั เปรียบเทยี บกับ DNA ของแม่คนน้นั และ ท�ำกรรมไว้อย่างไร ก็ย่อมได้รับผลกรรมอย่างนั้น
ของพอ่ คนนัน้ ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมช่ัว ไม่ว่าจะเร็วทันตาเห็น
หรือชา้ ไปจนถงึ ชาติหน้า ไมม่ ีทางหลกี เล่ยี งได้ เป็นเช่นนี้
สว่ นภาวะทางจติ วญิ ญาณของคนนนั้ วทิ ยาศาสตร์ ไปจนกวา่ คนนนั้ จะไดพ้ ฒั นาจติ ใจตนจนถงึ ขน้ั นพิ พาน อนั
ณ ปัจจุบันน้ี ไม่สามารถตรวจสอบความเกี่ยวข้องได้ เป็นที่สดุ ของวงจรชวี ิต
โดยตรง ต้องอาศัยการสืบทอดซึ่งในภาษาแพทย์เรียกว่า
กรรมพันธุ์ แต่ในทางพุทธศาสนานั้น ลึกล�้ำย่ิงไปกว่า ยอ้ นมาดตู ัวของพ่อเอง เม่อื ยังเลก็ อยู่ พอ่ จ�ำได้วา่
เพราะกลา่ วถงึ คำ� วา่ กรรมพนั ธุ์ มาแต่สมัยพทุ ธกาลแลว้ คณุ ยา่ เคยบอกพอ่ วา่ นวิ้ มอื พอ่ มลี ายกน้ หอยสมบรู ณค์ รบ
ทง้ั ๑๐ นวิ้ เหมอื นคณุ ยา่ เปน็ ลกั ษณะของคนทไี่ มว่ า่ จะทำ�
พระภกิ ษใุ นเมอื งไทยของเรากลา่ วถงึ เสมอวา่ “คน อะไร กจ็ ะตัง้ ใจทำ� จริง และจะพยายามท�ำจนส�ำเรจ็ อย่าง
เราเกิดมา มีกรรมเป็นเผา่ พนั ธ์”ุ แล้วต่อว่า “มกี รรมเป็น ดสี มใจทกุ อยา่ ง ตอ่ มาเมอ่ื พอ่ แตง่ งานและมลี กู คนแรก คอื
ที่พ่ึงอาศัย (กมมปฏิสรโณ)” จึงท�ำให้มีลักษณะทางจิต ลกู น�ำ้ พอ่ ตั้งชื่อให้ว่า พมิ พ์ใจ เพราะประทบั ใจในครั้งแรก
วญิ ญาณทเี่ ปน็ เบอื้ งตน้ และอยลู่ กึ ๆ ในบคุ คลนน้ั มาตงั้ แต่ ทเ่ี หน็ หนา้ ลกู เมอื่ พยาบาลอมุ้ มาหาพอ่ พอ่ เหน็ วา่ ลกู คนนี้
เกดิ และเมอ่ื เจริญวัยข้ึนมา จะมคี วามร้สู กึ โดยธรรมชาติ มีริมฝีปากเหมือนแม่แป๊ดเป็นอย่างย่ิง และมีรอยบุ๋มตรง
ที่อยากจะท�ำอย่างน้ันอย่างนี้ อยากเป็นอย่างน้ันอย่างน้ี มมุ ใบหขู ้างขวาและมตี ่ิงหเู หมือนพอ่ แปลกตาดี เมอ่ื ลอง
อยากจะข้ีเกียจหรอื ขยัน พอใจจะทำ� อะไรอยา่ งไรหรอื ไม่ จบั หขู องตนเองดู กพ็ บวา่ สว่ นบนใบหดู า้ นซา้ ยของพอ่ กม็ ี
จะชอบอะไรหรอื ไม่ชอบอะไร จะเปน็ คนดหี รอื ไมเ่ ป็นคน รอยบุ๋มเช่นเดยี วกนั จึงเกดิ ความประทับใจซ้ำ� สอง ท�ำให้
ดี หรอื ชอบใจทจ่ี ะใชช้ วี ติ อยา่ งไร เหลา่ นเ้ี ปน็ พน้ื นสิ ยั หรอื ตกลงใจต้ังชอื่ ลูกว่า “พมิ พใ์ จ” อยา่ งไมล่ ังเลเลย
ท่ีเรียกว่าอุปนิสัยประจ�ำตัวของบุคคลน้ันๆ และก็เป็น
หนา้ ทขี่ องแม่ พอ่ และญาติผใู้ หญ่ จะอบรมบ่มนสิ ัย เพื่อ ต่อมาเมื่อลูกสาวคนท่ีสองเกิดด้วยการผ่าตัดหน้า
สง่ เสรมิ หรอื แกไ้ ขตามเหตกุ ารณแ์ ละความนยิ มของสงั คม ท้อง (เป็นครั้งที่สอง) พ่อเห็นหน้าลูกครั้งแรกขณะท่ีแม่
ด้วยความเพียรพยายามท่ีจะกล่อมเกลาอุปนิสัยที่ติดตัว แป๊ดยังไม่ฟื้นจากสลบ เห็นดวงตาท่ียาว ขนตายาวงอน
มาแต่เกิด ใหเ้ จริญไปในทางทด่ี ี เหน็ ไดช้ ดั และใตด้ วงตามชี น้ั เหมอื นตาพอ่ พอ่ รบี ดตู ง่ิ หู ก็
พบว่าเหมือนพ่ออีก พ่อจึงตั้งช่ือลูกสาวคนที่สองว่า
134
“ลกู แก้ว” และตง้ั ช่อื จริงวา่ “แก้วใจ” เข้าชดุ กบั “พิมพ์ การแนะน�ำส่ังสอนก็จะเป็นลักษณะ ใจเย็น ให้
ใจ” นับว่าลูกสาวท้ังสองคน ได้ถ่ายทอดลักษณะทาง อภัยในข้อบกพรอ่ ง ทท่ี ำ� ไปโดยไมร่ ้เู จตนา โดยรเู้ ท่าไม่
พันธกุ รรมจากพ่อและแมไ่ ปอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั ถึงการณ์ หากมีความเลินเลอ่ ก็จะต�ำหนิทนั ที จงึ เปน็
คนที่ปากร้ายแตใ่ จพระ ผสมพรอ้ มๆ กนั ไป ความมีใจ
ลกั ษณะการ “มกี รรมเปน็ เผา่ พันธ์ุ” ท่ีประทบั ใจ เป็นพระ ก็คงได้มาจากคุณลักษณะทางจิตวิญญาณ
เกิดขึ้นอีกคร้ัง เม่ือได้เห็นหน้าลูกคนท่ีสามเป็นคร้ังแรก เหมือนแม่ (คุณย่า) ท่ีเปน็ คนใจบญุ ทา่ นเคยบวชเปน็ ชี
โดยแม่ยังไม่ทันจะฟื้นดีจากการผ่าตัดหน้าท้องคร้ังที่สาม อยู่วัดรกั ษาศีลเป็นเวลาหลายปี
คราวนเ้ี ปน็ ลกู ชาย ซงึ่ นอกจากจะมใี บหนา้ ละมา้ ยแมแ่ ปด๊
มากแล้ว ยังมีต่ิงหูและผิวขาวเหมือนพ่ออีกด้วย ลูกชาย สมญานามหนงึ่ ทพี่ อ่ ใหแ้ ก่ตัวเองคือ “คนข้ีเกียจที่
คนนี้ ได้ชื่อเลน่ ว่า “ลกู เรือ” และชือ่ จริงว่า “พมู ใจ” ด้วย ขยนั ” ซึ่งมีความหมายต่างกันอยา่ งสิน้ เชงิ กับ “คนขยนั ที่
ความอ่ิมใจสุขใจท่ีในท่ีสุด พ่อกับแม่ก็สามารถให้ก�ำเนิด ขีเ้ กยี จ” – if there were such a one! ตรงนีจ้ ะวา่ ขยัน
ลกู ชายสบื สกลุ นาคสกลุ ไดค้ นหนง่ึ นับเป็นความส�ำเร็จ เหมอื นคณุ ยา่ กไ็ มเ่ ชงิ คงจะคลา้ ยๆ มากกวา่ คอื คณุ ยา่ เปน็
ท่ียิ่งใหญ่ ยิ่งกวา่ ความสามารถในการทำ� ปรญิ ญาเอกของ คนที่ขยันยิ่ง ไม่มีความข้ีเกียจแม้แต่นิด เม่ือแก่ตัวลง มี
พ่อและแมเ่ สยี อกี เหนอื่ ย มีปวดเม่ือย กจ็ ะนอนทำ� งาน
ตอนน้ีก็มาถึงเรื่องจิตวิญญาณที่เป็นกรรมพันธุ์ ในสมยั รฐั นยิ มของจอมพล ป.พบิ ลู สงคราม คณุ ยา่
ถ่ายทอดจากพ่อแม่ผู้ให้ก�ำเนิด ตัวพ่อเองจะเป็น “คน จะถกั ลูกไมเ้ ปน็ แถบยาว สีต่างๆ เพื่อน�ำไปเย็บเป็นหมวก
ใจเย็นท่ีใจร้อน” ท�ำอะไรก็ท�ำเร็ว และท�ำอย่างละเอียด หลายๆ ใบไว้สวมใส่ จากค่านยิ มที่ “สตรไี ทยที่เจรญิ แล้ว
รอบคอบ อันเป็นคุณลักษณะส่วนลึกในใจ ที่จะท�ำใจให้ ยอ่ มสวมหมวกเปน็ ปรกติเวลาออกไปนอกบ้าน” จ�ำได้วา่
เย็นไดใ้ นระหว่างทำ� งาน งานที่ทำ� จงึ มักส�ำเรจ็ เร็วและดี เห็นคุณย่านอนถักใบลานเป็นแถบยาวๆ แล้วเย็บเป็น
หมวกให้คุณปู่ใส่ไปสอนหนังสือท่ีโรงเรียนเบญจมราชูทิศ
อีกอยา่ งหนง่ึ น้องสาวของพ่อทช่ี ื่อ มณฑา มักจะ ประจ�ำจังหวัดราชบุรี
ให้นิยามพ่อว่า เป็นคน “ปากร้ายแต่ใจพระ” เนื่องจาก
เปน็ คนใจรอ้ น อารมณร์ อ้ น เมอ่ื สง่ั งานสง่ั การใหล้ กู นอ้ งทำ� ตัวพอ่ เองก็เปน็ คนไม่กลัวงานหนกั ไมก่ ลัวเหนอื่ ย
กห็ วงั จะใหท้ ำ� อยา่ งกระฉบั กระเฉง ใหท้ ำ� งานไดส้ ำ� เรจ็ ทนั แต่ในใจ ก็ย่อมมีความร้สู ึกอยากพักผอ่ น อยากสบายบ้าง
การตามเปา้ ทกี่ ำ� หนด และวางแผนไวอ้ ยา่ งรอบคอบ หาก หากมงี านใหญง่ านสำ� คญั ทจ่ี ะตอ้ งทำ� กต็ อ้ งทำ� ใจใหส้ บาย
งานมีปัญหา ก็ต้องรีบน�ำมาปรึกษาเพื่อหาทางแก้ไขโดย ด้วยการออกก�ำลัง เล่นกีฬา อ่านหนังสือ หรือหยิบงาน
เร็วแต่เน่ินๆ หากให้ค�ำแนะน�ำและหนทางแก้ไขได้ ก็จะ เลก็ ๆ นอ้ ยๆ มาทำ� จนถึงเวลาทจี่ ะตอ้ งลงมือทำ� งานใหญ่
แนะน�ำไป หากคิดว่าน่าจะท�ำไมไ่ ด้ ตนเองกจ็ ะตรงเขา้ ไป นั้น ซึ่งหากไม่ลงมือท�ำจะเสร็จไม่ทันก�ำหนด จึงจะเริ่ม
บงการ และ/หรอื บรรเลงเองเพื่อความส�ำเร็จตามเปา้ ทำ� งานอย่างจรงิ จงั จนกระทง่ั เสร็จได้ทนั เวลา
135
การจดั ระเบยี บชีวติ และงาน
พลเรอื เอก ดร.ไพบลู ย์ นาคสกุล
(พ่อตัวอย่างแห่งชาติ ฉบับที่ ๖/ ๒๕๔๕- ๒๕๔๖)
การงานทง้ั หลายไมว่ า่ จะในอาชพี ใด ในสายงานใด หรือความจ�ำอย่างเดียวย่อมไม่ครบหลักการของการ
ณ ท่ีใดประเทศใดในโลก ล้วนแต่ต้องมีหลักการในการ เรียนรู้ ไม่ว่าในวิชาการหรือวิชาชีพใดก็ตาม ผู้เรียน
ทำ� งานทงั้ สน้ิ หากปราศจากหลกั การแลว้ งานกจ็ ะเดนิ ไป ผศู้ กึ ษาทดี่ จี กั ตอ้ งเรยี นใหเ้ ขา้ ใจแล้วจ�ำ ลองวาดภาพว่า
ตามกลไกที่ไร้การควบคุม หากมีสถานการณ์หรือสภาพ มบี คุ คลผหู้ นง่ึ นำ� ความไปปรกึ ษาผรู้ หู้ รอื ผชู้ ำ� นาญการทไ่ี ด้
แวดล้อมท่ีไม่เอื้ออ�ำนวยขึ้นมา ไม่ว่าจะมาเองโดย เรยี นวชิ าการหรอื วชิ าชพี นน้ั ๆ มาโดยอาศยั ความเขา้ ใจแต่
ธรรมชาติหรือผ่านเข้ามาโดยมนุษย์เป็นผู้สร้าง งานนั้นๆ อย่างเดียว โดยมิต้องจ�ำ (ตามท่ีฝ่ายศึกษาในยุคปัจจุบัน
กย็ อ่ มจะสะดดุ และลม้ เหลวลงได้ การทจ่ี ะพฒั นาการงาน เน้นกันหนักหนาว่า “ต้องเข้าใจ ไม่ใช่เอาแต่จ�ำ”) ถ้าผู้รู้
ใหก้ า้ วหนา้ ขนึ้ มาเองนนั้ ยอ่ มเปน็ สง่ิ ทยี่ ากจะเกดิ ขนึ้ มาได้ หรือผู้ช�ำนาญการผู้นั้นบอกว่า เข้าใจปัญหาแล้ว แล้วลุก
หากไม่มีบุคคลใดน�ำหลักการท่ีเหมาะสมเข้ามาช่วยเกื้อ ขึ้นไปค้นหาหนังสือ หรือเปิดคอมพิวเตอร์เพ่ือค้นหาค�ำ
หนนุ ตอบ หรือขอเวลาและนัดเวลาให้มารับค�ำตอบหรือ
แนวทางแกป้ ญั หา (เพราะตัวเองมไิ ด้จดจ�ำเอาไว้) ผู้ท่มี า
การเรยี นกเ็ ชน่ กนั ตอ้ งอาศยั หลกั การเปน็ เครอื่ งนำ� ปรึกษาจะรู้สึกอย่างไร ตัวอย่างนี้น่าจะตรงกับค�ำโบราณ
อาทิ การอ่านหนงั สอื กต็ ้องอา่ นใหแ้ ตก คอื มใิ ช่แตเ่ พยี งรู้ ทีว่ ่าไว้วา่ “ร้อู ย่างงูๆ ปลาๆ” มใิ ช่ “ รอู้ ยา่ งถ่องแท”้ จึง
การสะกดการนั ต์ รอู้ กั ษรสงู กลางและตำ่� ซง่ึ ทำ� ใหส้ ามารถ ไม่สามารถอธิบายหรือตอบปัญหาได้ในทันทีจากความรู้
อา่ นออกเสียงได้ถูกต้องเทา่ นนั้ (ยงิ่ สอนกันแบบสมัยใหม่ และความจำ� ของตนเยยี่ ง “นกั ปราชญ”์ หรอื ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ทไ่ี ม่รูจ้ กั การผันอกั ษรผนั สระแล้ว ย่งิ ไม่ต้องพดู ถงึ เพราะ ในสมัยก่อน
ขาดหลกั การการอ่านหนงั สือไทยอย่แู ลว้ ) แต่การอา่ นท่ดี ี
ต้องเปน็ การอ่านให้แตกฉาน คือ ตอ้ งร้เู น้อื ความ รู้ความ การใช้ชีวิตนับเป็นปัญหาหนึ่งท่ีส�ำคัญยิ่งในยุค
หมายทผ่ี เู้ ขยี นตอ้ งการสอ่ื ออกมาจากความคดิ ความรขู้ อง โลกาภวิ ัตน์ ที่ครอบคลุมหรอื แม้คุกคามคนเรา ทกุ ร่นุ ทกุ
ผู้เขียน ซึ่งแน่นอนละ ท่ีการเขียนหนังสือจะดีได้ ก็ต้อง วยั ตง้ั แตเ่ ดก็ และเยาวชน ไปจนถงึ คนกลางคนและแมค้ น
อาศัยหลกั การเขียนทดี่ ี คือการเลอื กถ้อยค�ำ การเลอื กใช้ ที่ล่วงเขา้ วยั ชราแลว้ ทุกเพศ ทุกฐานะ ทงั้ ในด้านการกนิ
ประโยคและวลปี ระกอบใหไ้ ดข้ อ้ ความทช่ี ดั เจน ไมก่ ำ� กวม การอยู่ การจับจ่ายใช้สอย และการแสดงฐานะหรือใฝ่
ไม่เยิ่นเย้อ เป็นข้อความท่ีส่ือความคิดความรู้ของผู้เขียน แสดงฐานะ จะโดยตงั้ ใจหรอื ไมต่ ัง้ ใจกต็ าม ส่วนจะตกอยู่
ออกไปเพอ่ื ใหผ้ ู้อ่านสามารถเขา้ ใจไดโ้ ดยไม่สบั สน พรอ้ ม ใตห้ รอื อยใู่ นอทิ ธพิ ลโลกาภวิ ตั นท์ อี่ ยใู่ นความครอบงำ� ของ
ท้ังมีเหตุผลหรือตัวอย่างประกอบ ให้เกิดความรู้ความ บรรษทั ธรุ กจิ ระดบั ชาตริ ะดบั โลกทงั้ หลาย มากนอ้ ยเพยี ง
เข้าใจไดส้ ะดวกขึน้ และชัดเจนยิง่ ขึน้ ใด ก็อยู่ท่ีว่าบุคคลหรือกล่มุ บุคคลนน้ั ๆ มีหลกั การในการ
จัดระเบียบชีวิตของตน ของครอบครัว ของกลุ่มบุคคล
เมื่อพูดถึงการเรียนโดยส่วนรวมและโดยหลักการ และของสังคมหรือไม่ เพียงใด ยิ่งมีมากและย่ิงเป็นหลัก
แล้ว ผู้เรียนจะต้องรู้จักขบคิดให้เข้าใจบทเรียน เข้าใจ การท่ีเหมาะสมก็จะย่ิงท�ำให้ตน ครอบครัว และสังคม
ทฤษฎีบท หรือกลไกของวิชาการนั้นๆ แล้วบันทึกความ สามารถยืนหยัดเป็นตัวของตัวเอง ห่างไกลอิทธิพลโลกา
เข้าใจนั้นเข้าไปเก็บเป็นความจ�ำ ความเข้าใจอย่างเดียว
136
ภิวัตน์ในทางลบได้มากขึ้น ส่วนจะเป็นหลักการอย่างไร หลกั การและการจดั ระเบยี บชวี ติ ทดี่ ี ตอ้ งมคี วาม
ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง ย่อมมีความถูกต้องเหมาะสมเปน็ มุง่ หมายที่จะด�ำเนินชวี ิตอยา่ งมคี ณุ ธรรม ด้วยความมสี ติ
รายบุคคลไป ตราบเท่าที่บุคคลนั้นๆ ได้ใช้สติปัญญา และความอตุ สาหะ ซอื่ สตั ยแ์ ละไมเ่ อาเปรยี บผอู้ นื่ โดยเหน็
ตรติ รอง แกไ้ ข ปรบั ปรงุ และพฒั นา ใหส้ ามารถครองชวี ติ แต่ประโยชน์ส่วนตน ไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบท่ีดีและเป็น
และด�ำรงชีพได้อย่างมีคุณธรรม ตามควรแก่อัตภาพและ ธรรมของสังคม สามารถยังประโยชน์ให้สังคมตามก�ำลัง
อัตฐานะ ความสามารถสว่ นบุคคล โดยไม่สร้างความเดือดเนอื้ ร้อน
ใจใหแ้ ก่ตน แก่ครอบครวั และแก่ญาตมิ ิตรทไ่ี ว้วางใจตน
ความแขง็ แกรง่ ในหลกั การโดยยดึ มนั่ ในวธิ กี ารจดั หลักการในการท�ำงานที่ดีต้องมีการปรับปรุงให้ทันกับ
ระเบียบชีวิตของตน จะท�ำให้ชีวิตและการงานมีความ เหตุการณ์โดยไม่เปลี่ยนแปลงหลักการที่ส�ำคัญในวิถีชีวิต
มัน่ คง ไม่หวนั่ ไหวตอ่ เหตกุ ารณ์เลวรา้ ย ยวั่ ยแุ ละเยา้ ยวน เป็นการปรับปรุงการจัดระเบียบและขั้นตอนของการ
ทอี่ ยรู่ อบขา้ ง สามารถเปน็ ตวั ของตวั เองในการจดั ระเบยี บ ทำ� งาน ใหเ้ หมาะสมกบั วยั วฒุ แิ ละคณุ วฒุ ขิ องตนตามกาล
วิธีการในการด�ำเนินชีวิตและการท�ำงาน สามารถเป็น เวลาทเี่ ปลย่ี นไป มิใช่หยดุ น่งิ ในวิธีการโดยไมม่ องดูโลกให้
ตัวอย่างท่ีดีของคนในครอบครัวของตน โดยเฉพาะลูก รเู้ ทา่ ทนั สงั คมของบคุ คลทต่ี า่ งมกี ารจดั ระเบยี บแหง่ ชวี ติ
หลานทีอ่ ยใู่ นวยั เรียนรู้ และยงั อยู่ในวัยเรียน ใหร้ ู้จักเรยี น และงานของตนเป็นอย่างดีแล้ว ย่อมเป็นสังคมท่ีเจริญ
รชู้ วี ติ พรอ้ มๆ กนั ไปกบั การเรยี นการศกึ ษาวชิ าการวชิ าชพี กา้ วหน้าทันยุคโลกาภวิ ัตน์ อย่างน่าภาคภมู ใิ จยิ่ง
ร้จู ักเลือกเพือ่ น รูจ้ ักคบเพือ่ น รจู้ ักปรับตัวใหเ้ ขา้ กบั กลุ่ม
เพอื่ นทเ่ี ลอื กแลว้ โดยไมเ่ สยี เอกลกั ษณข์ องตน โดยจำ� ตอ้ ง
ยอมเสยี เพือ่ นบางคนหากหลกี เล่ยี งไม่ได้
137
“ I’ll remember him white,
he who I hope will find peace
in the sea that made him.
I’ll remember him navy,
he who sailed until he couldn’t.
Salin Wangkiat
”6 October 2020
138
ค�ำไวอ้ าลัย
แด่ “ทา่ นนายพล”
ท่านนายพล (พล.ร.อ.ไพบูลย์ นาคสกุล) เป็น
บุคคลส�ำคัญคนหนึ่งท่ีอาตมภาพได้ให้ความเคารพ
นบั ถอื เปน็ อยา่ งยง่ิ ถงึ แมท้ า่ นจะอยไู่ กลแตใ่ จยงั อยใู่ กล้
บางคร้ังนึกอยากจะโทรศัพท์ไปหาท่าน ท่านก็โทรมา
เหมอื นจติ ใจตรงกนั บางครงั้ ยงั ฝนั เหน็ อยบู่ อ่ ยๆ วา่ ทา่ น
สบายดี ก็มคี วามสขุ ใจ แต่หลังจากทราบข่าวว่าทา่ นได้
ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล อาตมามีความวิตกกังวลเป็น
อยา่ งมาก จงึ ไดต้ ง้ั จติ อธษิ ฐานขอใหท้ า่ นปลอดภยั และ
มีสุขภาพแข็งแรงดังเดิม แต่ค�ำอธิษฐานจิตไม่เป็นผล
การจากไปของทา่ น ถอื เปน็ การสญู เสยี ญาตสิ นทิ ผใู้ หญ่
คนหนง่ึ เหมือนขาดร่มโพธิ์ร่มไทรท่พี ่งึ พงิ อนั สงบร่มเยน็ ซึ่งไมอ่ าจหาบคุ คลใดมาแทนท่านได้
ทา่ นเปน็ คนใจดี มคี วามออ่ นโยน ไมย่ ดึ ตดิ กบั สภาพสงิ่ แวดลอ้ มทพี่ บเหน็ เปน็ คนกนั เอง ปฏบิ ตั ติ นเสมอตน้ เสมอ
ปลาย และชอบทำ� บญุ หากวดั อาตมาภาพ ไมไ่ ดท้ า่ นตลอดถงึ ครอบครวั และมติ รสหายของทา่ นมาชว่ ยกอ่ สรา้ งถาวรวตั ถุ
และ ทะนบุ �ำรุง กค็ งจะไม่เป็นวดั ทส่ี มบรู ณใ์ นพระพุทธศาสนาจนถงึ ทุกวนั น้ี เม่ือสิ้นทา่ นไปแล้ว ความโหยหาได้เกิดข้นึ
แลว้ กบั คณะศรทั ธาวดั เหลา่ กอ๋ ง ตลอดถงึ ชมุ ชนใกลเ้ คยี ง ซง่ึ ตอ่ ไปนอ้ี าจมองไมเ่ หน็ ตวั ตนของทา่ นแลว้ แตส่ งิ่ ปลกู สรา้ ง
ตลอดถึงคุณงามความดีของทา่ น ยงั คงเป็นทีป่ ระจักษอ์ ยใู่ นสายตา และจติ ใจของบคุ คลเหลา่ น้ัน อาตมาภาพกร็ ปู หนึ่ง
ที่จะรำ� ลกึ ถึงทา่ นนายพลของพวกเราตลอดไป
ดว้ ยอำ� นาจคณุ ของพระศรรี ตั นตรยั และพละผลบญุ ในการกระทำ� ความดขี องทา่ นนายพล ไมว่ า่ ชาตนิ ห้ี รอื หลาย
ภพหลายชาตทิ ผ่ี า่ นมา ขอให้ทา่ นจงสสู่ คุ ติที่ดใี นสมั ปรายภพด้วยเทอญ
ด้วยความอาลยั อยา่ งยงิ่
พระครูปัญญาดุสิตาภรณ์
เจ้าอาวาสวดั เหลา่ ก๋อง พระอุปชั ญาย์
เจ้าคณะต�ำบลแม่หอพระ เขต ๒
139
Dear Grandpa,
I do not recall clear memories of you from when I was younger,
most of them all but faded away.
I did not really get to really know you as a man either,
as I was not around much in your later years.
One clear picture of you in my memory, though, is of you happily singing and dancing.
One thing I know is that the love you gave to Grandma and all of us is a part of me,
that will always be cherished.
Fair winds and following seas.
Amp
แด่คุณตา,
ผู้ทท่ี ำ� ใหน้ ึกถึงคำ� ถามหนง่ึ ว่าเม่ือเวลาพรากทกุ ส่งิ ทกุ อย่างไป สดุ ท้ายแลว้ ตวั เราจะยงั คงเหลอื สิ่งใดอยบู่ า้ ง
สำ� หรับคณุ ตา คงเหลอื เป็นความรัก
ท่านรักคุณยายมาก แล้วก็รกั ลกู สามคนของท่านมาก
ปรากฏอยตู่ รงใจกลางของทกุ สิ่งทีป่ ระกอบสรา้ งตัวท่านข้ึนมา ใหเ้ ป็นคณุ ตาท่หี ลานรู้จัก
ความรักของทา่ นคงเปน็ สิ่งเดยี วท่ีกาลเวลาไมเ่ คยแตะต้องได้ และเปน็ ความรักทีห่ ลานนบั ถอื เสมอมา
ขอใหค้ ณุ ตาหลบั ใหส้ บาย และมีความสุขเสมอไปค่ะ
น้องแพน
หลานสาวของคณุ ตา :)
หลับใหส้ บายนะคะคณุ ปู่
ก่ิงจะรกั และคดิ ถงึ คณุ ปตู่ ลอดไปนะคะ
แคน่ ้ีกงิ่ ก็มคี วามสุขแล้วทคี่ ณุ ปูอ่ ยูอ่ ยา่ งแขง็ แรงมาโดยตลอด
ตอนนนั้ คุณปยู่ งั เลน่ เรอื ใบอยเู่ ลยทง้ั ทอ่ี ายกุ ็ ๘๘ ปีแล้ว คณุ ปู่เก่งมากๆ
กง่ิ รวู้ า่ คณุ ปไู่ ม่มีโอกาสอา่ นส่ิงที่กิ่งเขยี นมาน้ี เรือกง่ิ
แตม่ ันจะเป็นส่งิ ทค่ี อยเตือนใจก่งิ เม่อื รู้สกึ ทอ้ หรอื เหนื่อย หลานสาวของคณุ ปู่
ให้คดิ ถงึ คณุ ปู่และมีกำ� ลังใจค่ะ
กิ่งรักคณุ ปู่นะคะ
140
Memories of my grandfather
I am truly grateful to be counted as one of my grandfather’s beloved granddaughters.
No words can really describe how much it means to me.
One of the clearest memories I have of my grandfather is the smile of joy that he always put
on his face. Whenever I got to visit my grandpa, he always asked about how I had been doing.
Happily, my grandpa always sang when the family reunited.
Once in my life, I had a chance to join him on a sailing trip which was very fascinating as he
was already 88 years old at the time. I am happy that my grandpa had stayed strong his whole
life.
Sleep in peace grandfather, you will always be loved and remembered.
Ruaging
คณุ ปขู่ องผม
ตอนท่ผี มยังเดก็ ผมจ�ำไดว้ า่ คุณแม่และคณุ พอ่ มักผลดั กันพาผมและนอ้ งกิ่งไปเยย่ี มคุณปคู่ ณุ ย่าที่บา้ นบอ่ ยๆ ใน
วันหยุด ภาพจำ� ทีต่ ิดตาในวัยเด็ก คือภาพคุณย่านั่งทำ� งานอยู่ในหอ้ งทำ� งานชัน้ สอง ขณะที่คณุ ปูน่ ั่งเล่น Sudoku อยทู่ ่ี
โต๊ะกนิ ขา้ วชน้ั ล่าง
ในตอนเยน็ ผมและน้องก่งิ มีโอกาสไดต้ �ำสม้ ตำ� ทานบอ่ ยๆ หลายคร้งั ท่ผี มทำ� ส้มต�ำใหค้ ณุ ปคู่ ุณยา่ และคนอืน่ ๆ
ทาน เม่อื เวลาผ่านไป ผมโตข้นึ คุณปคู่ ณุ ย่าก็มอี ายมุ ากข้ึน กิจวตั รประจำ� วันของทัง้ สองทา่ นก็เปลี่ยนไปเชน่ กนั ปู่ใช้
เวลาสว่ นใหญ่ไปกับการนัง่ พักผอ่ นดทู ีวี ขณะทย่ี ่ากย็ งั ทำ� งานอยู่ แต่ไมบ่ ่อยนกั เมือ่ เทยี บกับสมยั ก่อน สว่ นตวั ผมและ
น้องกิง่ เองก็ไมไ่ ด้มาเยยี่ มบ่อยเหมอื นเคย เพราะติดภาระการเรยี นหนงั สือทโี่ รงเรียนทง้ั คู่
แมช้ วี ติ ของผมจะไดอ้ ยกู่ บั คณุ ปเู่ พยี ง ๑๖ ปเี ศษๆ แตใ่ น ๑๖ ปดี งั กลา่ ว ผมกม็ คี วามทรงจำ� ดๆี เกย่ี วกบั ปมู่ ากมาย
คณุ แมเ่ คยเลา่ ให้ผมฟังวา่ ตอนทผ่ี มแรกเกดิ ใหมๆ่ คณุ ปเู่ ปน็ คนแรกทมี่ าเยยี่ มผมถึงหอ้ งคลอด ตอนทผ่ี มอายไุ ด้
๓-๔ ขวบ ผมไมส่ บายต้องเข้าโรงพยาบาล ขณะท่แี ม่ต้องไปท�ำงาน กม็ ปี มู่ านั่งเฝา้ ไขใ้ ห้จนแม่เลกิ งาน
ตอนท่ีผมแรกเริม่ รจู้ กั การเล่นหมากรุกสากล ผมมปี ่กู ับพอ่ ทเี่ ป็นค่ซู อ้ มให้จนผมเก่งในระดับหนง่ึ ตอนทพี่ อ่ พา
คุณปคู่ ุณยา่ ไปเที่ยวญ่ปี ุ่นเมื่อไม่ก่ีปีก่อน ผมก็ได้ไปเท่ียวดว้ ย
นอกจากน้ีแล้ว คุณปู่นับเป็นบุคคลท่ีน่าท่ึงและมีความสามารถท่านหนึ่งท่ีผมเคยรู้จัก คุณปู่เคยเป็นนักกีฬา
ยิมนาสติกระดับประเทศ คุณปู่เป็นทหารเรือท่ีซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยคิดทุจริตคอรัปช่ัน ไต่เต้าขึ้นมาด้วยน้�ำพักน้�ำแรง
ของตนทงั้ สนิ้ ทงั้ ยงั มยี ศเปน็ ถงึ พลเรอื เอก ซงึ่ เปน็ ยศทสี่ งู ทส่ี ดุ และทสี่ ำ� คญั ทสี่ ดุ คณุ ปเู่ ปน็ นกั แลน่ เรอื ใบทมี่ ฝี มี อื เกง่ กาจ
และได้มโี อกาสแล่นเรือใบกบั ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มาแลว้
แมต้ ัวผมเองไมเ่ คยไดเ้ ห็นเหตุการณท์ ่ีน่าจดจำ� นนั้ ดว้ ยตาตนเอง แต่ผมก็ยงั ดีใจทีไ่ ด้เห็นคุณปอู่ อกไปแล่นเรือใบ
กบั กลุม่ เพอื่ นในกองทัพของท่านท่ีอ�ำเภอสัตหบี จงั หวัดชลบรุ ี จุดนี้ ผมตอ้ งขอบคุณคุณพอ่ ลูกเรอื ด้วย ท่ีช่วยขบั รถพา
ผมไปส่ง ท�ำให้ผมได้มโี อกาสปรนนบิ ัตริ ับใชค้ ณุ ปู่ แม้จะเป็นเพยี งช่วงเวลาสัน้ ๆ แตก่ ็มีความหมายอยา่ งยิ่ง
สุดท้ายน้ี ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ผมรู้สึกภูมิใจ และเป็นเกียรติอย่างย่ิง ที่ได้เกิดมาเป็นหลานของ
ปูชนียบคุ คลแหง่ กองทัพเรอื ไทย -- พลเรือเอกไพบลู ย์ นาคสกลุ ครบั
หลับให้สบายครับ คุณปู่
เรอื ตน้ นคบดี นาคสกุล
141
“อาบูลย์” พอ่ พระของหลานๆ: บรมครูแห่งกองทัพเรือ
เมอื่ เชา้ วันองั คารท่ี ๖ ตลุ าคม ๒๕๖๓ ขา้ พเจ้านายสามารถ นาคสกลุ และน้องสาว นางสาวจุฑามาศ นาคสกลุ
(บุตรของพระธวัชชัย นาคสกุล พ่ีชายของอาบูลย์ ซ่ึงมรณภาพแล้ว) ได้รับทราบข่าวอันสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่งว่า
“อาบูลย”์ พ่อพระของหลานๆ ได้จากไปอยา่ งสงบแลว้ อนิจจา! น่ีเราเสยี ร่มโพธใิ์ หญไ่ ปแลว้ จรงิ ๆ หรือนี่ .. ความรสู้ กึ
เวง้ิ ว้าง โศกเศร้าเขา้ เกาะกมุ หวั ใจ นำ�้ ตาไหลอยใู่ นอก เม่อื นอ้ งสาว จุฑามาศ (ป้อม) เขา้ มากอดร้องไห้ร�ำพนั วา่ “รม่ โพธิ์
รม่ ไทรของหนูจากไปแล้ว...” (ในพิธพี ระราชทานน�้ำหลวงอาบศพ ณ วดั เทพศิรนิ ทราวาส) ข้าพเจ้าได้แตก่ อดแล้วปลุก
ปลอบไปวา่ “ท่านหมดอายุขยั ไปแดนสขุ าวดี ได้พกั ผ่อนแลว้ ”
ภาพแห่งความทรงจำ� คำ� อบรมสง่ั สอนของอาบลู ยพ์ รั่งพรอู อกมาจากใต้จติ สำ� นึกแห่งความนกึ คดิ รวมถึงภาพ
ท่อี าบลู ย์บอกกับข้าพเจา้ ระหวา่ งก�ำลงั ท�ำความสะอาดรถยนต์ Morris Marina TC ร่นุ Jubilee สเี หลอื ง ทร่ี บั ส่งลกู
หลานไปเรยี นหนงั สอื ทกุ วนั วา่ “เจยี๊ บ.. อารบั ราชการรบั ใชช้ าติ มบี า้ น มรี ถไวใ้ ชแ้ คน่ ้ี กเ็ พยี งพอแลว้ นะ” คำ� พดู นน้ั เปน็
แรงผลักดันให้ข้าพเจ้าสมัครสอบเข้ารับราชการทันทีท่ีจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เปน็ นกั พฒั นาชมุ ชน ปลดั อำ� เภอ ผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานผตู้ รวจการและผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานคณะกรรมการการเลอื ก
ต้ังประจ�ำจงั หวดั นครปฐม ในวัยเกษียณอายรุ าชการ เพ่อื รับใช้ชาติ ทดแทนคุณแผน่ ดินเกิด
“อาบูลย์” นอกจากจะเปน็ “พ่อพระ” ของหลานๆ แลว้ ทา่ นยังเปน็ “ขา้ ราชการตัวอย่าง” ท่ีมีความรูค้ วาม
สามารถสงู ปฏบิ ตั หิ นา้ ทีด่ ว้ ยความซอื่ สัตย์ วริ ิยะ อตุ สาหะมาโดยตลอด ภาพคุณอานงั่ เขียนหนังสอื ค่กู บั ศาสตราจารย์
กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล (คู่ชีวิตของท่าน) บนโต๊ะอาหารหลังอาหารมื้อค�่ำ ดึกด่ืนเท่ียงคืนถึงจะเข้านอนเป็น
ประจ�ำทุกวนั เป็นภาพทขี่ ้าพเจา้ เหน็ มาต้ังแตเ่ ด็กจนโต แม้รับราชการเปน็ ปลัดอำ� เภอแล้วกลับมาเยยี่ มทา่ น ก็ยงั เห็น
ภาพท่ีคุ้นชินเป็นอยา่ งย่งิ น้ี
เม่ือครงั้ ข้าพเจ้าเขา้ รบั การอบรมหลกั สูตร “จติ วทิ ยาความมน่ั คง” รนุ่ ท่ี ๑๑๕ หรือที่เรยี กกันวา่ “ว.ป.อ. นอ้ ย”
ณ สถาบันจิตวิทยาความม่ันคง สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ในระหว่างก�ำลังแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการ
บริหาร ได้มีเพื่อนร่วมรุ่น คือนาวาโท นพรัตน์ พรหมเดช ร.น. ทักขึ้นมาว่า “เอ้! ท่านเป็นอะไรกับ ‘ครูดอกเตอร์’
พล.ร.อ. ไพบลู ย์ นาคสกลุ ครบั ” (ทหารเรอื จะเรยี กผู้ท่ปี ระสทิ ธิประสาทวชิ าว่า “ครู” ซง่ึ ข้าพเจา้ ชอบมากกว่าคำ� ว่า
“อาจารย”์ ครูเป็นค�ำที่ใหค้ วามรูส้ ึกทศ่ี ักดสิ์ ทิ ธิ์และทรงคณุ คา่ มากกวา่ ) ขา้ พเจ้าตอบกลบั ไปว่า นนั่ เป็นคณุ อาท่เี คารพ
ครบั พน่ี พฯ อทุ านว่า “นัน่ แน่...วา่ แล้ว ทา่ นเคยเป็นผบู้ ังคับบญั ชาผม ท่านเป็นคนเกง่ ของกองทพั เรอื ทำ� งานเรว็ มาก
ยุตธิ รรมดมี าก ผมโชคดที ไ่ี ด้รบั ใช้ทา่ นในฐานะผู้ใต้บังคับบญั ชา ไดค้ วามรจู้ ากท่านมากมาย” เรอ่ื งนท้ี �ำให้ข้าพเจา้ ร้สู กึ
ภาคภมู ิใจในตวั คณุ อาอยา่ งท่ีสดุ
จากการไดเ้ ห็นและซมึ ซบั กับวถิ ีการปฏิบตั ิหนา้ ทร่ี าชการจากอาบลู ย์ “ต้นแบบทดี่ ”ี ขา้ พเจา้ ไดน้ ำ� หลกั ปฏบิ ัติ
ดงั กลา่ วมาใชใ้ นการท�ำงานจนสามารถประสบความสำ� เร็จในระดบั หนึง่ อาบูลย์ ทา่ นมหี ลักปฏบิ ัติ ดงั น้ี
• ด้านการครองตน
- เปน็ ผทู้ ีม่ ีสจั จะ ซอ่ื สตั ย์
- เป็นผู้มวี ินยั ตรงตอ่ เวลา
142
- ดำ� เนนิ ชวี ติ อย่างพอเพยี ง ประหยดั ไม่สรุ ยุ่ สุรา่ ย โดยหลานปอ้ มเลา่ ว่า ครั้งหน่งึ ท่านไปซอ้ื เสื้อทผ่ี ลิตโดยคนไทย
มาใส่ แล้วสอนวา่ “ปอ้ ม เสือ้ ผ้ายหี่ อ้ คนไทยท�ำกส็ วยดี ไม่แพงดว้ ย ไมจ่ ำ� เป็นตอ้ งใชย้ ่ีห้อแพงๆ กห็ ล่อได้ สวยได้
เราตอ้ งรูจ้ ักประหยดั อย่างสมประโยชน์”
- เป็นผู้มีความกตัญญูเป็นท่ีตั้ง ท่านได้รับ “คุณแม่พรหม” (คุณย่าของหลานๆ) มาอุปการะเลี้ยงดูในวัยชราจน
วาระสดุ ทา้ ย
- เป็นผู้ให้ความเมตตา กรุณา แก่บุตรและหลาน ซ่ึงข้าพเจ้าและหลานป้อมได้รับการอุปการะอบรมสั่งสอน
สนับสนนุ ดา้ นการศกึ ษาและวิชาชพี มาโดยตลอด
- เปน็ ผทู้ ห่ี มน่ั สรา้ งบญุ กศุ ลอยเู่ สมอๆ ซงึ่ คณุ อาไดท้ ำ� นบุ ำ� รงุ พระศาสนาดว้ ยการบรู ณะ/สรา้ ง วดั เหลา่ กอ๋ ง อำ� เภอ
แม่แตง จงั หวดั เชยี งใหม่ โดยเปน็ ผู้ออกแบบและหาทุนกอ่ สรา้ งหอระฆัง ศาลาการเปรียญ ฯลฯ
- รักษาศลี ๕ และละเว้นจากอบายมขุ ทุกประเภท ท่านไม่เคยไปสถานที่อโคจรเลยในชวี ิต
- ดูแลสุขภาพด้วยการออกก�ำลังกายและเป็นนักกีฬา โดยอาบูลย์เป็นนักกีฬาเรือใบท่ีมีความสามารถ และได้มี
โอกาสถวายงานใกล้ชดิ เบือ้ งพระยุคลบาทในหลวง รชั การที่ ๙ ในการแข่งขันเรือใบประเพณรี ะหว่างทีมสโมสร
จิตรลดาและทีมราชนาวีหลายคร้งั ครง้ั หน่ึงเป็นความประทับใจมากทีส่ ุดของคณุ อา ท่านเลา่ ว่า “เกือบมีโอกาส
ชนะพระองค์ได้ ก่อนจะแพ้ไปเพียง ๑๘ วินาที พระองค์ท่านตรัสเย้าหยอกว่า จูนวิทยุเก่งแต่จูนเรือใบสู้
พระองคท์ ่านไม่ได้” ** –ในระหวา่ งที่ท่านเล่าให้ฟงั ประกายตาทา่ นเต็มไปด้วยความสุข ภาคภมู ใิ จ เคารพและ
เทิดทนู ที่ได้มโี อกาสรับใช้ ถวายงานใกลช้ ดิ และได้ชนื่ ชมพระปรชี าสามารถของพระองคท์ ่าน
[** ดรู ายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https: WWW.posttoday.com/sports/460568 เร่ืองเล่าจากผืนน้ำ�
ความประทบั ใจนกั แลน่ ใบอาวุโส วันท่ี 16 ตลุ าคม 2559 โดย เปรมวดี ปานทอง]
• ด้านการครองคน
- พัฒนาวิชาความรู้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยจิตวิญญาณของความเป็น “ครู” ที่ไม่หวงวิชา ซ่ึงน่าจะได้รับการ
ถา่ ยทอดผา่ นพนั ธกุ รรมจาก “ปถู่ ม” โดย พ.อ. เจดิ ศกั ด์ิ พลจนั ทร (นามปากกา “อบุ าสก”) ผจู้ ดั ทำ� หนงั สอื “พระ
สมเดจ็ กรุวัดพระแกว้ (วังหนา้ )” บนั ทกึ ไว้วา่ “พล.ร.อ. ไพบลู ย์ นาคสกลุ อดีตรองผูบ้ ัญชาการกองเรอื ยุทธการ
กองทพั เรือ ท่านเป็นคนเกา่ คนเก่ง เมื่อ ๔๐ ปกี ่อน ไดท้ ุนกองทพั ไปศกึ ษาตอ่ จบปรญิ ญาเอกท่ี LONDON UNI
VERSITY.. บิดาท่านเป็นครูชื่อถม มีคู่หูคอแกร่งอีก ๒ ครู คือ ครูไข่ บิดาคุณขรรค์ชัย บุญปาน และครูจีน
บดิ า พ.อ. (พเิ ศษ) เจิดศกั ดิ์ พลจนั ทร ประมาณ ๕๐ ปีแลว้ ทั้ง ๓ ทา่ น สอนอยูโ่ รงเรยี นเบญจมราชทู ศิ จงั หวัด
ราชบุรี...” **
[**ดูรายละเอียดเพ่ิมเติมจากหนงั สอื “พระสมเดจ็ กรวุ ัดพระแก้ว (วงั หนา้ )”, พิมพ์ครงั้ ท่ี ๑ (กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์บริษทั อักษรโสภณ จำ� กัด, ๒๕๔๘) ภาคผนวก]
143
- ปกครองบังคับบัญชาผ้ใู ต้บังคับบญั ชาดว้ ยพรหมวหิ าร ๔
- ใหค้ วามเปน็ ธรรมแก่ผ้ใู ตบ้ ังคบั บญั ชาเสมอ
• ดา้ นการครองงาน
- ปฏิบตั หิ น้าทด่ี ว้ ยความซือ่ สัตย์ สุจริต
- พฒั นาองคค์ วามรขู้ องตนเองอยเู่ สมอๆ ทา่ นเปน็ ผมู้ มุ านะในการเรยี น ตง้ั แตเ่ ปน็ นกั เรยี นนายเรอื “ปี พ.ศ. ๒๔๙๔
ได้ทุนการศกึ ษาจากกองทัพไดไ้ ปศกึ ษา ณ มหาวิทยาลัยลดี ส์ ได้เกียรตนิ ยิ มอนั ดับ ๑ ในสาชาวิชา วศิ วกรรม
ไฟฟ้า ได้รบั การจารึกช่อื ในสามคั คสี มาคมกรงุ ลอนดอน” **
[** ดรู ายละเอยี ดเพิ่มเติมไดท้ ี่ https: //marinethai.wordpress.com/ นกั เรยี นนายเรอื ไทยในประเทศองั กฤษ]
- ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความวิริยะ อุตสาหะอย่างเต็มก�ำลังความสามารถ ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นอาบูลย์ ลาพักผ่อน
ประจ�ำปี (ลาพักร้อน) เพ่อื ไปท่องเท่ียวเลยตลอดชีวติ รับราชการ
จากการเป็น “ตน้ แบบ/แมแ่ บบทีด่ ”ี ของอาบูลย์ ทำ� ให้หลานเจีย๊ บและหลานป้อม สามารถฟันฝ่าอปุ สรรคใน
การทำ� งานใหล้ ลุ ว่ งผา่ นพน้ ไปไดด้ ว้ ยดี สามารถตงั้ ตวั ได้ โดยไมม่ ภี าระหนส้ี นิ แมว้ า่ ทา่ นจะจากพวกเราไปสสู่ รวงสวรรค์
ทพิ ยวิมานแล้วกต็ าม หาก “อาบูลย์” จะหย่ังทราบโดยญาณวถิ ีใด ขอไดโ้ ปรดรบั รู้ดว้ ยวา่ หลานเจยี๊ บและหลานปอ้ ม
รู้สึกซาบซึ้งในพระคุณที่ได้อุปการะเลี้ยงดู อบรมส่ังสอนหลานด้วยความเมตตามาโดยตลอด และจะน�ำค�ำสั่งสอนมา
น้อมปฏิบตั ติ นเป็นคนดีของสังคมสบื ไป หลานท้ังสองขอกราบแทบเท้าดว้ ยส�ำนกึ ในพระคณุ ไว้ ณ ที่นีด้ ว้ ย
ภาคภูมใิ จทไี่ ดเ้ กดิ เป็นหลาน พล.ร.อ. ดร.ไพบลู ย์ นาคสกุล
นายสามารถ นาคสกลุ (หลานเจีย๊ บ)
อดตี ผู้อำ� นวยการสำ� นกั งานคณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำ� จงั หวัดนครปฐม
นางสาวจุฑามาศ นาคสกลุ (หลานปอ้ ม)
144
กราบเทา้ คุณลุงไพบูลยท์ ่ีเคารพรัก
ตัง้ แตจ่ �ำความไดค้ ุณแม่ (นางมณฑา ทุมมา) ไดเ้ ลา่ เรือ่ งราว ความเสียสละ ความเก่ง ความเป็นผ้นู �ำและความ
ส�ำเรจ็ ท่คี ุณลงุ ซ่ึงพวกเราเรียกว่า “ลงุ บูลย์” ได้ทำ� มาตลอดเวลา คุณลงุ เป็นแบบอยา่ งท่ดี ใี นทกุ เร่อื ง คุณลงุ เคยเลา่ ให้
ฟงั วา่ คณุ ลงุ เลือกเรยี นโรงเรยี นนายเรือเพราะวา่ สมัยนน้ั คุณยายยงั มีภาระต้องสง่ เสียลกู ๆ หลายคนรวมทัง้ คุณแม่ด้วย
การเรยี นทโี่ รงเรยี นนายเรอื นนั้ นอกจากจะเรยี นฟรแี ลว้ ยงั มเี งนิ เดอื นสง่ ใหค้ ณุ ยายอกี คณุ ลงุ จงึ เลอื กเรยี นโรงเรยี นนาย
เรอื จากนน้ั คณุ ลงุ สามารถสอบไดท้ นุ ไปเรยี นตา่ งประเทศ คณุ ลงุ จบวศิ วกรรมท่ี University of Leeds ดว้ ยเกยี รตนิ ยิ ม
อนั ดบั หนง่ึ และเรยี นตอ่ ปรญิ ญาเอกที่ University College London คณุ ลงุ เปน็ ตวั อยา่ งทด่ี ี และเปน็ ผสู้ รา้ งแรงบนั ดาล
ใจให้แก่หลานๆ ในการเรยี น คณุ แม่ชอบยกตัวอยา่ งและเลา่ เกียรตปิ ระวตั ิของคณุ ลงุ ให้ฟังเสมอ
เมอื่ วา่ งเวน้ จากงานราชการ คณุ ลงุ สอนหนงั สอื มาตลอดเพอื่ ถา่ ยทอดความรใู้ หแ้ กน่ สิ ติ นกั ศกึ ษาในมหาวทิ ยาลยั
ตา่ งๆ ทง้ั กอ่ นและหลงั เกษยี ณอายรุ าชการ เขา้ ใจวา่ คณุ ลงุ เพง่ิ จะหยดุ สอนตอนอายุ 70 กวา่ อกี ทงั้ คณุ ลงุ เคยเปน็ นกั กฬี า
ยิมนาสติกและเล่นเรือใบท่ีไม่เป็นรองใคร นอกจากความสามารถด้านการเรียนแล้ว คุณลุงเป็นตัวอย่างที่ดีในความ
กตัญญูรบั คณุ ยายไปดูแลเป็นอยา่ งดีทีบ่ า้ น เนอื่ งจากคุณตาเสียชีวติ ไปนานแลว้ แม้คณุ ยายจะไมอ่ ยู่แลว้ ก็ยงั ไปท�ำบญุ
อัฐคิ ณุ ยายทจี่ ังหวัดราชบรุ ที ุกปีไมเ่ คยขาด
คณุ ลงุ ยงั เปน็ ตวั อยา่ งทดี่ ใี นการใชช้ วี ติ ครอบครวั คณุ ลงุ รกั ครอบครวั อยา่ งทสี่ ดุ คณุ ลงุ กบั คณุ ปา้ (ศาสตราจารย์
กิตตคิ ุณ ดร.กาญจนา นาคสกลุ ) ไปไหนมาไหนดว้ ยกันตลอด ท่องเที่ยวดว้ ยกนั ทำ� บญุ ตามวัดต่างๆ ดว้ ยกนั อยเู่ รือ่ ยๆ
โดยเฉพาะวัดเหล่ากอ๋ ง จงั หวัดเชียงใหม่ ครอบครวั ออ้ เองก็มีโอกาสไปดว้ ยหลายครง้ั ในระหว่างรบั ราชการ คุณลงุ ไป
ต่างประเทศก็จะมีของฝากใหห้ ลานๆ เสมอ หลานทกุ คนรู้ว่าคณุ ลงุ เป็นขา้ ราชการ เงนิ ทุกบาททุกสตางคม์ าจากนำ�้ พัก
นำ�้ แรงทเ่ี ปน็ เงนิ เดอื นและคา่ สอนหนงั สอื ของฝาก ของทร่ี ะลกึ เหลา่ นไ้ี มไ่ ดแ้ พง แตเ่ ปน็ สง่ิ ทท่ี รงคณุ คา่ ทางจติ ใจทส่ี รา้ ง
แรงกระตุ้นใหใ้ ฝเ่ รียนและใส่ใจกบั การศึกษา อนั นี้คอื กุศโลบายของคณุ ลงุ ทำ� ใหห้ ลานๆ แต่ละคนจบการศกึ ษาและมี
ความเจริญกา้ วหน้าในหนา้ ทก่ี ารงาน ท้งั การรับราชการหรือการทำ� งานในภาคเอกชน ส�ำหรบั บา้ นอ้อเอง คณุ ลงุ แวะ
เวียนมาเย่ียมคุณแม่ในฐานะน้องสาว บางครั้งคุณลุงไปสอนหนังสือที่มหิดลก็ยังแวะมาคุยกับอ้อท่ีบ้าน และยังไป
เยยี่ มเยยี นออ้ ในชว่ งทร่ี บั ราชการทจี่ งั หวดั นครสวรรคแ์ ละจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี ชว่ งทคี่ ณุ แมป่ ว่ ยกย็ งั มาเยย่ี มเยยี นดแู ล
คุณแมบ่ ่อยๆ
ลงุ บูลย์ เป็นลูกยอดกตัญญูของคุณยาย ลงุ บลู ย์ เปน็ พชี่ ายท่ีแสนดขี องคณุ แมม่ ณฑา
ลงุ บลู ย์ เป็นตัวอย่างของผ้นู ำ� ครอบครัวทเ่ี ยยี่ มยอด ลุงบูลย์ เป็นพอ่ ทใี่ ห้ความรกั เปน็ ครขู องลกู
ลุงบลู ย์ เปน็ ลงุ ท่เี มตตากรณุ าและเป็นแรงบนั ดาลใจของหลาน ลงุ บลู ย์ เปน็ ครูทด่ี ขี องศษิ ย์
ลุงบลู ย์ เปน็ มิตรแท้ของเพื่อน ลุงบลู ย์ เปน็ ความภูมใิ จของกองทพั เรือ
พวกเราโชคดที ีไ่ ดเ้ ป็นหลานของคณุ ลุง วนั นคี้ ณุ ลงุ ได้พักจริงๆ แล้วหลงั จากทำ� หนา้ ทใี่ นบทบาทตา่ งๆ อยา่ งดี
ที่สุดมาตลอดชีวติ ขอใหค้ ณุ ลุงไปส่สู มั ปรายภพทีด่ ีงาม
ดว้ ยรกั และระลกึ ถงึ คณุ ลงุ ตลอดไป
นางปัทมา ทมุ มา จรรยาพูน (ออ้ )
ผพู้ ิพากษาหวั หน้าคณะในศาลทรัพย์สินทางปญั ญาและการคา้ ระหวา่ งประเทศกลาง
นายปรญิ ญา ทมุ มา (โอม) - System Engineer บริษัท บีอีซไี อทีโซลูชน่ั จ�ำกัด
นางสาวอรกมล ทุมมา (อร) 145
อาลยั รกั พล.ร.อ. ดร.ไพบลู ย์ นาคสกุล
เม่ือเช้าวนั องั คารที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ได้รบั ข่าวจากลูกแกว้ ว่า “คณุ พอ่ ไดจ้ ากไปแลว้ เม่อื คืนนต้ี อนตี ๒” พวก
เรารสู้ กึ ตกใจมาก พดู ไมอ่ อกทตี่ อ้ งสญู เสยี พช่ี ายคนสดุ ทา้ ยของพวกเรา แมจ้ ะรวู้ า่ สกั วนั หนง่ึ พวกเราตอ้ งจากกนั เพราะ
ต่างก็อายุมากกนั แลว้ แตก่ ็รูส้ กึ ใจหายตอ่ การจากกนั ครง้ั นี้
บา้ นเราเปน็ ครอบครวั ใหญ่ มพี นี่ อ้ งหลายคน คณุ พไี่ พบลู ย์ เปน็ พช่ี ายทแี่ สนดี นา่ รกั รา่ เรงิ แจม่ ใส และ มอี ารมณ์
ขัน รักพีร่ กั น้อง ตลอดจนญาตมิ ิตร มีวัตรปฏบิ ัตทิ ่ดี ี มศี ลี มคี ณุ ธรรม ชอบชว่ ยเหลอื ผทู้ ล่ี �ำบาก
เมือ่ เตบิ ใหญ่ ต่างก็แยกย้ายกันไปศกึ ษาและมคี รอบครัว แต่ก็ยงั คงติดต่อไปมาหาสกู่ ันอยเู่ สมอ เมื่อมีต�ำแหนง่
ใหญ่โตกไ็ มเ่ คยลมื ญาติพ่ีน้อง ยงั คงคอยช่วยเหลอื เก้ือกูลกันอยูเ่ สมอ
คณุ พ่ีไพบลู ยเ์ ป็นพลเรอื เอก เปน็ พ่ี เปน็ คุณลุง คณุ อา คุณน้า คณุ ปู่ คุณตา เป็นทกุ อยา่ งของครอบครัวทพี่ วก
เราทุกคนภาคภูมิใจเป็นอย่างย่งิ ยามใดทีญ่ าติพน่ี อ้ งมงี านพิธี งานมงคล และ งานตา่ งๆ ก็จะขอให้คุณพ่เี ปน็ ประธาน
เพ่อื เป็นเกียรตแิ ละเป็นสิรมิ งคลแก่ครอบครัวและลกู หลาน
คุณลุงทร่ี ักของพวกเราร่นุ ลูกหลาน เปน็ คนอารมณ์ดี มีเสียงหัวเราะในทกุ ครัง้ ทพี่ บปะกนั เปน็ คนทันสมัย ทัน
ตอ่ เหตุการณ์ มคี ำ� ศัพท์ที่วัยรุ่นใช้ น�ำมาทดลองพูดให้เราไดเ้ ฮกนั และมเี รอื่ งราวตา่ งๆ มาเลา่ สู่พวกเราอยู่เสมอ ไมว่ า่
เรอื่ งในวยั เด็กท่ีเกีย่ วขอ้ งกับพีก่ ับนอ้ ง ในวัยหนุม่ ตอนทค่ี ณุ ลงุ ทำ� งานทหารเรอื อนั เป็นอาชีพทรี่ กั และภาคภมู ใิ จ หรอื
ในวัยเกษียณส�ำราญ ที่มีลูกหลานห้อมล้อมและเร่ิมมีการมาเย้าแหย่คุณลุงของเรา คุณลุงเป็นคนโรแมนติกมาก จะมี
การหยอกเย้า แสดงความรกั ทมี่ ีต่อคุณป้าใหพ้ วกเราได้เห็นอยเู่ นืองๆ
ด้วยความเป็น “นาคสกุล” ท่ีมีคุณลุงเป็นคนสร้างมาตรฐานสูง ทั้งในหน้าท่ีการงานและสังคม จึงมีหลายคน
แอบมองลูกหลานคุณลุงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในสายงานท่ีเก่ียวข้องกับความช�ำนาญของคุณลุง รวมไปถึง เวลา
ออกไปเล่นเรือใบ ซึ่งในช่วงเวลานั้นมีคลับเรือใบไม่ก่ีแห่ง และมีทหารเรือกับพวกลูกหลานทหารเรือเล่นกันเป็นส่วน
ใหญ่ แต่ฝมี ือพวกเรายงั ห่างไกลคณุ ลงุ นัก วา่ จะจดั นดั แล่นใบกัน กไ็ มม่ ีโอกาสสกั ครัง้
พวกเราจะสานต่อในความดี ความสง่างาม ความรกั ครอบครัว ความผูกพัน และการดูแลเอาใจใสก่ นั และกนั ให้
เหมอื นส่งิ ท่ีคณุ ลุงปลูกฝังพวกเรา และภูมิใจในตัวพวกเรา
ตลอดชวี ติ ท่ีผา่ นมา ท่านเป็นผูป้ ระกอบกรรมดี มีศีลธรรม มีคณุ ธรรม เป็นสะพานบุญ สร้างกศุ ล ซ่อมแซมและ
บูรณะวัดตามประเพณีพุทธศาสนิกชนท่ีดี ด้วยบุญกุศลและกรรมดีที่ท่านปฏิบัติมา จึงขอกราบอาราธนาคุณพระศรี
รัตนตรยั และสิ่งศักดิส์ ทิ ธ์ิทง้ั หลายในสากลโลก น้อมน�ำดวงวญิ ญาณของทา่ นสู่สุคติยังสมั ปรายภพเทอญ
ด้วยรักและอาลยั ยิง่
ญาติพีน่ ้องและลูกหลานครอบครวั
คุณย่าสงวน และ คุณย่าฟ้อน นาคสกุล
146
สุดอาลัย พลเรอื เอก ไพบูลย์ นาคสกลุ
เพ่ือนบา้ นที่แสนดี
คุณไพบลู ย์ – พลเรือเอกไพบูลย์ นาคสกลุ และคุณแป๊ด – ศาสตราจารย์กติ ตคิ ณุ ดร.กาญจนา นาคสกลุ เป็น
เพ่ือนบ้าน กบั บ้านผม คณุ เล็ก – นาวาโท เชดิ ศกั ดิ์ และคณุ ป๋ิว – รำ� ไพ ศรีสมั ฤทธิ์ ในซอยทองหลอ่ ๒๓ ถนนสุขมุ วทิ
ต้ังแตป่ ี ๒๕๐๗ ซง่ึ อยู่หา่ งกันเล็กน้อย โดยบา้ นผมอยตู่ รงหัวมมุ เลี้ยวซ้ายแรก เลขที่ ๓๓ และเล้ยี วขวาทันที นับไปหลัง
ท่ี ๔ เปน็ บ้านของคณุ ไพบลู ย์ เลขท่ี ๕๒ ทางขวามือ โดยผมมาอยกู่ อ่ นคณุ ไพบลู ย์ประมาณ ๓ เดือน
ผมได้รู้จักกับคุณไพบูลย์มาก่อนที่โรงเรียนนายเรือ โดยกองทัพเรือ (ทร.) ได้ส่งให้ไปช่วยราชการประจ�ำฝ่าย
ศึกษา หลงั จากจบปริญญาตรที ่ปี ระเทศอังกฤษ ต่อมาหลังจากอยู่ทโ่ี รงเรียนนายเรือไมถ่ งึ ปี ทร.ไดจ้ ดั สง่ ใหค้ ณุ ไพบลู ย์
กลบั ไปศกึ ษาตอ่ ปรญิ ญาเอกทปี่ ระเทศองั กฤษอกี จนกระทง่ั กลางปี ๒๕๐๗ จงึ เหน็ คณุ ไพบลู ยม์ าคมุ ปลกู บา้ นอยู่ ทราบ
วา่ ศกึ ษาจบปรญิ ญาเอก เรียบรอ้ ยแล้ว และกลบั มารบั ราชการใน ทร.เหมือนเดิม
เราไดไ้ ปมาหาส่กู นั เปน็ ประจำ� โดยขณะนนั้ มบี ตุ รครอบครวั ละ ๒ คน ครอบครัวคุณไพบูลย์มีบุตรหญิง ๒ คน
คือคณุ ลกู น�้ำ - พิมพ์ใจ หวงั เกยี รติ และคณุ ลูกแก้ว - แก้วใจ นาคสกลุ ส่วนครอบครวั ผมมบี ุตรชาย ๑ คน หญิง ๑ คน
คอื คุณจุ๊ – กฤษฎา ศรีสมั ฤทธ์ิ และคณุ เจี๊ยบ – นิศากร เวชแพศย์ ซ่ึงลกู ๆ ท้งั ๔ คนกไ็ ด้เลน่ ดว้ ยกนั บ่อยๆ สนิทสนม
กันดเี พราะวยั ใกลเ้ คยี งกัน โดยบตุ รของผมอายแุ กก่ วา่ เล็กนอ้ ย
ประมาณปี ๒๕๐๙ ครอบครัวของเราทั้งสองได้ปรึกษาหารือ เร่ืองพาลูกไปเที่ยวด้วยกัน โดยขับรถไปเอง
ครอบครัวละ ๑ คัน เร่ิมต้นดว้ ยไปเทย่ี วหัวหนิ เป็นคร้งั แรกในวันเสาร์-อาทติ ย์ พักค้างคืน ๑ คืนที่ อป. ของ ทร. หรือ
โรงแรม “อาคารนาวีภิรมย์ หัวหิน” ในปจั จุบนั
ณ ท่ีน้เี อง ท�ำใหม้ เี หตตุ อ้ งจดจำ� ตลอดชวี ิต กค็ ือ คุณไพบูลยก์ บั ผมได้ตกลงกนั วา่ ยน้ำ� ทะเลไปยังเรอื รบอารักขา
ในหลวง ที่จอดทอดสมอตรงบรเิ วณพระราชวังไกลกังวล หา่ งจากฝ่ังพอสมควร คิดกนั วา่ คงประมาณ ๕๐๐ เมตร เรา
ว่ายกนั ช้าๆ อยนู่ านมากจึงถงึ เรอื รบจนได้ กลายเป็นว่า ระยะทางที่วา่ ยน�้ำจริงนนั้ เกนิ ๑ กม. เพราะเปน็ ช่วงทะเลนำ้�
ขึ้น เม่ือทางเรือรบร้เู ร่อื งวา่ มีนายทหารเรอื ๒ นาย ว่ายนำ้� มาทเี่ รือ ก็พากันต่ืนเต้นใหญ่ แต่ไม่ยอมใหว้ า่ ยกลับเดด็ ขาด
โดยได้จัดเรือเล็กมาส่งให้จนถึงฝั่ง เดชะบุญท่ีไม่เป็นตะคริวหรือหมดแรงก่อน จึงรอดชีวิตมาได้ ซ่ึงต้องถือว่าเป็นบท
เรยี นท่มี ีค่าย่งิ และยอมรบั ความจริงวา่ “เพราะความประมาทโดยแท้” หลงั จากการไปเท่ียวในคร้ังนนั้ แล้ว ยังไดน้ ัด
กนั ไปเทีย่ วตามสถานทตี่ ่างๆ ในวันหยดุ ราชการอกี หลายคร้ัง
ตอ่ มาคณุ บรรจง – พลเรอื โท บรรจง ทีขะระ ซ่งึ สนิทสนมกบั ผมมาก เนือ่ งจากรับราชการทโ่ี รงเรียนนายเรือ
รว่ มกบั ผมระหว่างปี ๒๕๐๔ - ๒๕๐๘ คณุ บรรจงกบั คณุ อน้ - อาจารยอ์ มั พร ทีขะระ ภรรยา และมบี ตุ รหญงิ ๑ คน
คอื คณุ ชมพู - ชมพู น้�ำทพิ ย์ ได้มารว่ มดว้ ย รวมเปน็ ๓ ครอบครวั โดยคุณไพบลู ยเ์ ป็นนกั เรยี นนายเรอื รุ่น ๑๒ คุณ
บรรจง รนุ่ ๑๓ และผมรนุ่ ๑๔ ตามลำ� ดบั สว่ นบรรดาภรรยาสำ� เรจ็ การศกึ ษาปรญิ ญาตรี จากจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั
พรอ้ มกนั เมอื่ ปี ๒๕๐๐ ท้ัง ๓ คน โดยคณุ แป๊ดและคุณอ้น จบคณะอักษรศาสตร์ ส่วนคุณปิว๋ จบคณะพาณชิ ยศาตร์
และการบญั ชี ฉะนัน้ จึงท�ำใหส้ นทิ สนมกนั มากย่ิงขน้ึ
พวกเราได้ยกให้คุณไพบูลย์เป็นผู้น�ำในทุกๆ เร่ือง เพราะอาวุโสมากกว่า ทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิ แต่คุณไพบูลย์
“เป็นคนดี” รับฟงั เหตุผลและเสยี งสว่ นใหญเ่ ปน็ หลัก จงึ ทำ� ใหก้ ารเท่ยี วโดยรถยนต์ ๓ คนั ของ ๓ ครอบครวั ราบร่นื
147
ไม่มีปัญหา และสนุกสนานมาก โดยขับรถไปเท่ียวจังหวัดใกล้เคียงท้ังไปเช้า-เย็นกลับ และค้างคืน เช่นน้�ำตกสาลิกา
น้�ำตกนางรอง เขาใหญ่ สวนทุเรียนจันทบุรีซึ่งเป็นของญาติสนิทของคุณบรรจง รวมทั้งไปเขื่อนของกรมชลประทาน
แทบทกุ เขอื่ น โดยคณุ อน้ รบั เปน็ ผขู้ ออนญุ าตจากกรมชลประทานกอ่ นทกุ ครงั้ พวกเรายงั รว่ มกนั ขบั รถไปเทย่ี วถงึ จงั หวดั
เชยี งใหม่ ทตี่ ้องค้างคนื ถึง ๓ คืน คือที่เชียงใหม่ ๒ คนื และขากลบั แวะเทย่ี วจังหวดั พษิ ณุโลกอกี ๑ คนื
ปี ๒๕๑๑ ครอบครัวผมและคุณปิ๋ว มีบตุ รหญงิ เพิม่ อีก ๑ คน คือคณุ จบิ๊ – นวพร ทองเรือง และคณุ ไพบลู ย์ –
คุณแป๊ด ก็มีบุตรชายเพิม่ อีก ๑ คน คือคุณลูกเรือ – ดร.พมู ใจ นาคสกลุ จึงจำ� เป็นตอ้ งหยุดเท่ียวชัว่ คราว เม่อื ท้งั สองโต
ขึน้ ประมาณ ๓ ขวบ เรากเ็ ริ่มไปเท่ยี วกันใหม่ จนถึงประมาณปี ๒๕๒๕ จงึ หยดุ เท่ียว เพราะบุตรคนแรกๆ ของทงั้ ๓
ครอบครวั เรมิ่ เป็นหนมุ่ เป็นสาวแลว้ ในภาพเป็นการไปเที่ยวเขื่อนจุฬาภรณ์ จงั หวัดชยั ภมู ิ เมอื่ ปี ๒๕๒๔ ซ่งึ จะเห็นได้
ว่า ทุกคนสนกุ สนานกนั อยา่ งสดุ เหวย่ี ง เพราะว่าท้งั ๓ ครอบครวั สนิทสนมกนั มาก เสมือนหนึ่งเปน็ ครอบครวั เดยี วกัน
ฉะนัน้ จึงสนุกกนั เต็มที่
คุณไพบูลย์ได้รับราชการในกองทัพเรือตลอดมาในต�ำแหน่งต่างๆ จนได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็น “พลเรือ
เอก” สำ� หรบั คณุ บรรจง ไดย้ า้ ยจากกองทพั เรอื ไปอยกู่ รมส่งกำ� ลงั บำ� รงุ ทหาร กองบญั ชาการทหารสงู สดุ และตำ� แหนง่
อน่ื ๆ จนได้รบั พระราชทานเลอ่ื นยศเป็น “พลเรอื โท” ส่วนผมได้รบั อนญุ าตให้โอนย้ายจากกระทรวงกลาโหม ไปสังกดั
กระทรวงคมนาคม ในต�ำแหน่ง “เจา้ พนักงานน�ำรอ่ ง” (The Maritime Pilot) กองน�ำรอ่ ง กรมเจ้าท่า เมอ่ื ๑ ก.ย.
๒๕๑๙ จนเกษยี ณอายรุ าชการในตำ� แหน่งเจ้าพนักงานนำ� รอ่ งอาวุโสระดบั ๗ เมอ่ื ปี ๒๕๓๕ งานน�ำร่องเปน็ งานอิสระ
ทไี่ มต่ อ้ งมโี ตะ๊ ทำ� งาน และไดส้ มั ผสั กบั เรอื จรงิ ๆ ทง้ั เรอื สนิ คา้ และเรอื รบจากตา่ งประเทศ โดยมฐี านความรใู้ นเรอื่ งการนำ�
เรือเปน็ ทุนเดมิ
เมื่อเกษียณอายุราชการกันหมดทุกคนแล้ว และลูกๆ ต่างก็แยกย้ายออกจากครอบครัวไป จนกระทั่งเม่ือต้น
เดือน ม.ค. ๒๕๔๖ คณุ พ่อ-คณุ แม่ของทั้ง ๓ ครอบครัว ไดว้ างแผนเช่ารถตู้ ๑ คนั เพ่ือไปดูฝงู ปลาโลมาชุมนมุ กินอาหาร
148
ทป่ี ากแม่น�ำ้ บางปะกง ตามค�ำโฆษณาของ ททท. โดยให้ชื่อการท่องเทย่ี วในคร้ังนี้วา่ “เทยี่ วเพื่อระลึกถงึ ความหลงั เมอื่
ครัง้ ลกู ๆ ยงั เลก็ อยู่” แต่เมือ่ ไปถึงศูนย์ท่องเที่ยวเพอื่ ดปู ลาโลมา ก็ได้รบั คำ� ชี้แจงจากเจา้ หน้าท่ีว่า หมดฤดูท่องเท่ียวนี้
แลว้ ตัง้ แต่ ๓๑ ธ.ค. ๒๕๔๕ จึงเปลยี่ นแผนเปน็ เท่ยี วในเขตจงั หวัดฉะเชิงเทราและสถานท่ีใกลเ้ คียง จนถงึ เย็น
คณุ บรรจงเปน็ ตัวแทนขออนญุ าตเข้าชมสัตวเ์ ลยี้ งในนิคมบางปะกง – ไปชมค้างคาวแมไ่ กเ่ กาะบนต้นไมใ้ หญ่ที่
วดั โพธิ์ – บางคล้า – รบั ประทานอาหารกลางวนั พรอ้ มกับซ้อื ขนมเปี๊ยะ “ต้งั เซง่ จ้ัว” รา้ นมชี ่ือ และขนมอนื่ ๆ เป็นของ
ฝาก แลว้ ไปชม “ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาเขาหนิ ซอ้ นอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ร”ิ ของรชั กาลท่ี ๙ ณ อำ� เภอพนมสารคาม
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จนได้เวลาอนั สมควรจงึ เดินทางกลบั แวะรับประทานอาหารเยน็ ที่รงั สติ โดยนงั่ คุยกันถึงค�ำ่ เพื่อฟืน้
ความทรงจ�ำถึงความหลังครัง้ ทไี่ ปเท่ียวดว้ ยกันเปน็ ครอบครัวอย่างสนกุ สนาน แตร่ ูส้ กึ ว่าสนกุ ไม่เทา่ กบั เม่อื ครั้งมีเดก็ ๆ
อยู่ดว้ ย เพราะจ�ำได้วา่ มีอยู่ครัง้ หน่งึ ในการไปเทย่ี วเขอื่ นแกง่ กระจาน ที่พ่อ-แมต่ อ้ งยอมท�ำตามค�ำส่ังของลูกๆ เม่ือเล่น
เกมสแ์ พ้ โดยการเดินเปด็ ให้ลูกดู ขำ� ดีครับ
คุณไพบูลย์เป็นคนสนุกสนานร่ืนเรงิ มีอารมณข์ ัน คิดเรว็
ท�ำเร็ว และมีความเล่ือมใสศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก
โดยรับเป็นประธานทอดกฐินสามัคคี เพ่ือระดมทุนบูรณะวัด
เหล่าก๋อง ท่ีจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ไม่มีโบสถ์ และ
ขาดแคลนทกุ สงิ่ ทกุ อยา่ ง แตด่ ว้ ยความมงุ่ มน่ั ของคณุ ไพบลู ย์ และ
ครอบครวั ไดจ้ ดั การทอดกฐนิ ระดมทนุ ทกุ ปี เปน็ เวลานาน ปแี ลว้
ปีเล่า จนในท่ีสุดก็สามารถสร้างโบสถ์ ห้องน�้ำ กุฏิ และเคร่ือง
อำ� นวยความสะดวกตา่ งๆ จนเสรจ็ สมบรู ณ์ สามารถประกอบกจิ
ของสงฆ์ได้ทุกอย่าง ซ่ึงผมและคุณปิ๋วได้ร่วมไปทอดกฐินด้วย
หลายคร้ัง และขออนโุ มทนาสาธดุ ว้ ยครับ
ในบ้ันปลายของชีวิต ครอบครัวผมและครอบครัวคุณ
ไพบลู ยก์ ย็ งั ไปมาหาสกู่ นั อยเู่ สมอ ตามโอกาสอนั ควร โดยเฉพาะ
149