้
่
การปลูกสรางสวนปาไมสน
้
ในประเทศไทย
โดย
ประดิษฐ หอมจีน
์
สวนวนวัฒนวิจัย สานักวิชาการปาไม
ํ
้
่
่
้
์
กรมปาไม กระทรวงเกษตรและสหกรณ
่
2540
้
่
ปลูกสรางสวนปาไมสน
้
ในประเทศไทย
โดย
ประดิษฐ หอมจีน
์
สวนวนวัฒนวิจัย สานักวิชาการปาไม
ํ
้
่
่
้
์
่
กรมปาไม กระทรวงเกษตรและสหกรณ
2540
ั
สารบญ
หน้า
คํานํา 1
่
็
้
ประวัติความเปนมาของการปลูกสรางสวนปา 2
ิ
ิ
สาเหตของการดํารรเร มการปลูกสรางสวนปาในเชงอุตสาหกรรม 2
ุ
ิ
่
้
ิ
ุ
่
้
ี
เหตผลทใช้ไม้สนในการปลูกสรางสวนปา 3
ไมสนเขตรอน 8
้
้
สนสามใบ 10
สนสองใบ 16
ี
สนคารเบย 33
ิ
้
สนโอโอคารปา 44
์
ี
สนเทคนมาน 53
ู
ู
้
การพัฒนาการปลูกสรางสวนปาไมสน 58
้
่
การกําหนดวัตถุประสงค์ 58
ี
พื นทเปาหมายทจะทําการปลูก 58
ี
้
ี
้
ี
ิ
การสํารวจพื นทเปาหมายทจะดําเนนการและเก็บข้อมูลเบ องต้น 59
ื
ื
การวางแผนเบ องต้นและวิเคราะห์ความเปนไปได้ในทางเศรษฐกจ 60
็
ิ
่
ั
ุ
ิ
้
การเลือกชนดและพันธ์ไม้สนสําหรบการปลูกสรางสวนปา 61
การจัดการเกี ยวกับเมล็ด 71
แหล่งเมล็ดพันธ์ไม้ 72
ุ
การวางแผนเก็บเมล็ดไม้ 77
ข้อมูลทเกยวกับเมล็ดไม้ 77
ี
ี
ฤดกาลเก็บ 77
ู
วิธการเก็บเมล็ด 78
ี
การปฏิบัตตอผลและการกะเทาะเอาเมล็ด 81
ิ
่
การทําความสะอาดเมล็ด 83
การเก็บรกษาเมล็ด 84
ั
การตรวจสอบเมล็ดพันธ์ 85
ุ
ื
การจัดหาเมล็ดโดยการซ อมา 86
ั
สารบญ (ตอ)
่
หน้า
การเตรยมกลาไม ้ 88
ี
้
ชนดของแปลงเพาะชํา 88
ิ
้
การสรางแปลงเพาะชํา 89
การคัดเลือกพื นทสําหรบสรางเรอนเพาะชํา
ื
้
ั
ี
การเพาะเมล็ด 93
การย้ายชํา 96
การดูแลรกษากล้าไม้ 100
ั
การดําเนินการปลูก 106
การเลือกพื นท 106
ี
ี
ี
การเตรยมพื นท 106
่
การแบงแปลงปลูก 108
การกําหนดระยะปลูก 108
ั
การปกหลักจุดปลูก 109
การปลูก 110
การดูแลกําจัดวัชพืช 114
ุ
๋
การใสปย 116
่
การลิดกิ ง 117
การตัดสางขยายระยะ 120
การปองกันอันตราย 125
้
การเจรญเติบโตและผลผลิต 127
ิ
เอกสารอางอิง 153
้
สารบญตาราง
ั
ตารางท หน้า
ี
ิ
ุ
1 สรปศักยภาพการเจรญเตบโตของไม้สนตางๆในประเทศไทย 57
ิ
่
่
2 ประเมินศักยภาพของผลผลิตจากสวนปาไม้สนโดยข้อมูลป 1983 57
ี
ี
3 การพิจารณาไม้สนทจะปลูกในพื นทตางๆ ของประเทศไทย โดยจัดตามระบบ 67
่
ี
ของ Holdridge
4 การคัดเลือกชนดไม้สนในการปลูกสรางสวนปาของประเทศไทยตามระดับ 67
่
้
ิ
ู
ความสง
5 แหล่งเก็บเมล็ดไม้สนสองใบในประเทศไทย 73
6 แหล่งเก็บเมล็ดไม้สนสามใบในประเทศไทย 74
ิ
ั
ี
7 ปรมาณเมล็ดทเหมาะสมสําหรบแปลงหว่านเมล็ดขนาด 1x4 เมตร 95
8 การลิดกิ ง และตัดสางขยายระยะสําหรบคณภาพพื นที ด ี 119
ั
ุ
ี
ั
9 การลิดกิ ง และการตัดสางขยายระยะสําหรบพื นทคุณภาพเลว (โตช้า) 119
ู
ุ
่
10 ความสงของไม้สนสองใบ (คาเฉลี ยกลุ่มไม้ชั นนํา) ในดรรชนคณภาพพื นทตาง ๆ 128
ี
ี
่
ุ
่
11 ตารางช คณภาพพื นที ของไม้สนสามใบ (Pinus kesiya) ในสวนปา 128
ี
ู
ี
่
12 การเจรญเตบโตทางความสงของไม้ในสวนปาที ดรรชนคุณภาพพื นที ตางๆ กัน 129
่
ิ
ิ
ี
ี
ในท้องทจังหวัดเชยงใหม่
ี
่
่
ี
ี
13 ผลผลิตรวมของไม้สนสามใบอายุ 10 ป ทสวนปาดอยบอหลวง จังหวัดเชยงใหม่ 130
(ควบิกเมตร) ม.
ิ
3
14 การเจรญเตบโตทางความสง (เมตร) ของไม้สนตางๆ ทแปลงทดลองของ 130
ิ
ู
่
ิ
ี
สถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่
ี
ี
ิ
ิ
ิ
่
ิ
15 การเจรญเตบโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางเพียงอก (เซนตเมตร) ของไม้สนชนดตางๆ ท ี 131
แปลงทดลองของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่
ี
ี
ี
่
16 ความเพ มพูนเฉลี ยรายป (MAI) ของไม้สนชนดตางๆ ทปลูกในแปลงทดลองของ 131
ิ
ี
ิ
ี
ี
สถานทดลองปลูกทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง อําเภอฮอด จังหวัดเชยงใหม่
ิ
17 การเจรญเตบโตและผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis ในประเทศ 132
ิ
ิ
จาไมกาและฟจเมื ออายุ 15 ป ี
ิ
ั
18 การเจรญเตบโตและผลผลิตของ Pinus caribaea var. hondurensis ในรฐควีนส์แลนด์ 133
ิ
ิ
ื
ตอนเหนอ
ั
่
สารบญตาราง (ตอ)
ี
ตารางท หน้า
ั
ุ
19 การเจรญเตบโตของไม้สนสองใบ ทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาหนองค 136
ี
ี
ิ
ิ
ุ
ู
่
ิ
ุ
์
จังหวัดสรนทร เมื ออายุ 17 ป ี
ุ
ิ
ี
ิ
ี
ิ
ี
ั
20 การเจรญเตบโตของไม้สนคารเบย ทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาหนองค ู 137
ุ
่
ิ
ุ
์
จังหวัดสรนทร เมื ออายุ 18 ป ี
21 การเจรญเตบโตของไม้สนสองใบและสนคารเบยแหล่งห้วยทา จังหวัดศรสะเกษ 138
ิ
ี
ี
ิ
ิ
่
เมื ออายุตางๆ กัน (1993 –1997)
ี
ิ
ิ
22 การเจรญเตบโตของไม้สนสามใบ แปลง Provenance Trial 1971 ของสถานทดลอง 139
ี
ี
ปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมื ออายุ 25 ป (1971 – 1996)
23 การเจรญเตบโตของไม้สนสองใบ แปลง Provenance Trial 1971 ของสถานทดลอง 141
ิ
ี
ิ
ี
ปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมื ออายุ 25 ป (1971 – 1996)
ี
ี
ี
ิ
24 การเจรญเตบโตของไม้สนคารเบย แปลง Provenance Trial 1972 ของสถานทดลอง 143
ิ
ิ
ี
ปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมื ออายุ 25 ป (1972 – 1997)
ี
25 การเจรญเตบโตของไม้สนโอโอคารปา และสนเทคนมาน แปลง Provenance Trial 145
ู
ู
ี
์
ิ
้
ิ
ี
1972 ของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่ เมื ออายุ 25 ป
ี
ี
(1972 – 1997)
สารบัญภาพ
ภาพท หน้า
ี
1 ลักษณะของโคนสนสามใบ 14
2 การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนสามใบ 15
3 ลักษณะของโคนสนสองใบ 21
4 การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนสองใบ 22
5 การกระจายพันธ์ของไม้สนสามใบ 24
ุ
6 การกระจายพันธ์ของไม้สนสองใบ 25
ุ
7 ปาสนทางตอนเหนอของประเทศไทย 32
ื
่
8 การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนคารเบย 37
ิ
ี
ิ
9 การกระจายพันธ์ของไม้สนคารเบย 39
ี
ุ
์
10 การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนโอโอคารปา 46
์
ุ
11 การกระจายพันธ์ของไม้สนโอโอคารปา 49
ี
12 ไม้สนเขตร้อนทนํามาปลูกในประเทศไทย 54
ี
13 แสดง Gaussen climagram 10 ป (1987 – 1996) ของสถานทดลองปลูกพรรณไม้ 63
ี
ี
ห้วยบง จังหวัดเชยงใหม่
14 ชดเครองมือข นต้นไม้ โดยใช้ spur 79
ึ
ุ
ื
15 การเก็บเมล็ดไม้ 80
16 กระบะตากโคนสน 82
17 ห้องอบโคนสน 82
18 การปลูกโดยใช้เชอกกําหนดจดปลูก 113
ื
ุ
ี
ี
19 รถแทรกเตอรทใช้ในการเตรยมพื นทและกําจัดวัชพืช 115
์
ี
ี
ู
ี
20 แปลงปลูกสนสามใบในระดับสง ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง 147
ี
จังหวัดเชยงใหม่
์
21 แปลงปลูกสนโอโอคารปาในระดับสง ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง 147
ี
ี
ู
จังหวัดเชยงใหม่
ี
22 แปลงปลูกสนสองใบในระดับสง ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้บอแก้ว 148
่
ู
ี
ี
ี
จังหวัดเชยงใหม่
ี
ี
ู
23 แปลงปลูกสนคารเบยในระดับสง ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง 149
ี
ิ
ี
จังหวัดเชยงใหม่
สารบัญภาพ (ต่อ)
ี
ภาพท หน้า
ี
ี
ู
24 แปลงปลูกสนเทคนมานในระดับสง ทสถานทดลองปลูกพรรณไม้ห้วยบง 150
ู
ู
ี
จังหวัดเชยงใหม่
ี
ี
ุ
่
ิ
ี
ุ
ั
25 แปลงปลูกสนสามใบในระดับตํา ทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาอินทขล 151
ี
จังหวัดเชยงใหม่
ุ
26 แปลงปลูกสนสองใบในระดับตํา ทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาอินทขล 151
ี
่
ิ
ั
ุ
ี
จังหวัดเชยงใหม่
ี
ุ
ั
ิ
ิ
ุ
่
ี
27 แปลงปลูกสนคารเบยในระดับตํา ทสถานอนรกษ์พันธ์ไม้ปาอินทขล 152
ี
ี
ี
จังหวัดเชยงใหม่
ุ
์
่
28 แปลงปลูกสนโอโอคารปาในระดับตํา ทสถานอนรักษ์พันธ์ไม้ปาอินทขล 152
ุ
ี
ี
ิ
จังหวัดเชยงใหม่
ี
1
่
การปลูกสรางสวนปาไมสนในประเทศไทย
้
้
ํ
คํานา
ู
ี
ไม้ในกลุ่มไม้สนหรออาจเรยกว่าสนเขาเพราะพบเหนโดยทั วไปตามแถบภเขาใน
ื
็
ี
่
ี
ึ
่
็
่
ท้องทตาง ๆ ของประเทศซงตอไปจะเรยกแตเพียงว่าไม้สน เปนกลุ่มไม้โบราณทมีวิวัฒนาการมา
ี
็
กอนไม้ใบกว้าง ความเข้าใจในเรองทว่าเปนพรรณไม้โบราณจะทําให้เข้าใจทางด้านนเวศนวิทยา
ิ
ื
่
ี
็
ี
ี
ึ
ุ
ี
และการกระจายพันธ์ดยิ งข น ไม้กลุ่มน เปนต้นไม้ทไม่มีดอกจําแนกอยู่ในพวก Gymnosperm เปน
็
ี
่
่
ุ
ี
ี
พวกทไม่มี ovary หอห้ม embryo มีอวัยวะเพศเมียและเพศผู้แยกจากกัน สวนททําหน้าทเปน
็
็
่
ื
ี
ี
อวัยวะเพศเมียคอปลีตัวเมีย (female strobili) และสวนททําหน้าทเปนอวัยวะเพศผู้คอปลีตัวผู้ (male
ื
ู
ี
strobili) ซงทําหน้าทเหมือนดอกตัวเมียและดอกตัวผู้ในพืชทมีวิวัฒนาการสงข ึนมา ไม้สนใน
ึ
ี
็
่
ประเทศไทยและไม้สนทสามารถปลูกเปนสวนปาในประเทศไทยจัดเปนพวกสนเขตรอน (Tropical
็
ี
้
pine) อยู่ในวงศ์ Pinaceae ตระกูล Pinus ไม้พวกน ปลีตัวผู้ (male strobili) จะผลิตเกสรตัวผู้ซง
ึ
ี
สามารถปลิวตามลม และหลังจากทเกสรตัวผู้ปลิวเข้าไปอยู่ทซอกกลีบ (cone scale) ของปลีตัวเมีย
ี
ี
่
ปลีตัวเมียจะพัฒนาเปนโคนเล็ก ๆ (conlet) และเมื อไขได้รบการผสมแล้ว conlet จะพัฒนาตอไป
ั
่
็
ิ
จนมีขนาดใหญเรยกว่าโคน (cone) ซงจะมีกลีบแข็งและเปดอ้าได้เมื อแกและแห้ง เพื อปลดปล่อย
ี
ึ
่
่
็
ี
ุ
ึ
่
็
เมล็ดซงมีปกให้ปลิวไปตามลมเปนการกระจายพันธ์ตอไป เมล็ดเหล่าน ีจะงอกเปนต้นเมื อสภาพ
ิ
ึ
ิ
้
ื
เหมาะสมและเจรญเตบโตตอไป ในประเทศไทยมีสนเขตรอนข นอยู่ ชนด คอ สนสองใบ (Pinus
ิ
่
ู
merkusii Jungh. et de Vriese) จะมีใบเปนรปเข็มจับกันเปนกลุ่ม ๆ ละ ใบ และสนสามใบ
็
็
ิ
็
(Pinus kesiya Royle ex Gordon) จะมีใบเปนรปเข็มจับกันเปนกลุ่ม ๆ ละ ใบ นอกจาก ชนด
ู
็
ิ
ี
่
็
ิ
ิ
ทเปนไม้ประจําถิ นแล้วยังมีสนตางถิ นอีก ชนด ทมีถิ นดั งเดมอยู่แถบอเมรกากลาง จัดเปนสน
็
ี
ี
ื
ิ
เขตรอนทนาสงเสรมในการปลูกสรางสวนปาไม้สนของประเทศไทย คอ สนคารเบย (Pinus
ิ
้
่
ี
้
่
่
้
caribaea Morelet) สนโอโอคารปา (Pinus oocarpa Schiede) และสนเทคนมาน (Pinus patula ssp.
์
ี
ู
ู
ั
้
็
ิ
็
็
ิ
tecunumanii) ไม้สนทั ง ชนด จัดเปนไม้โตเรวในเขตรอนทั งส นเปนไม้ทเหมาะสําหรบโครงการ
ี
ปลูกสรางสวนปาในเขตรอนทั วไป
้
่
้
2
ประวัติความเปนมาของการปลูกสรางสวนปา
็
้
่
ิ
การปลูกสรางสวนปาในประเทศไทยได้เร มต้นเปนคร ังแรกเมื อป พ.ศ. โดย
้
ี
็
่
่
พระยาวันพฤกษ์พิจารณ (ทองคํา เศวตศิลา) ได้ทําการทดลองปลูกสวนสักแบบอาศัยชาวไร
์
ี
ิ
่
(taungya plantation) บรเวณท้องทปาแม่ปาน อําเภอเดนชัย จังหวัดแพร โดยใช้วิธหยอดเมล็ดตาม
่
่
ี
ี
็
ิ
่
ี
แบบททําในประเทศพม่า อย่างไรก็ตามการปลูกสรางสวนปาทนับว่าเปนการปลูกอย่างจรงจังนั น
้
ี
ึ
่
ได้เร มข นในป พ.ศ. โดยปลูกทสวนสักแม่พวก อําเภอเดนชัย จังหวัดแพร เน อท ไร และ
ื
ี
ี
่
่
ิ
ึ
่
ื
่
้
ู
ี
ี
ทสวนสักแม่จั วะ อําเภอสงเม่น จังหวัดแพร เน อท ไร ซงการปลูกสรางสวนสักดังกล่าว ทั ง
่
ี
ี
่
สองแหงยังใช้วิธหยอดเมล็ดปลูกโดยตรง ตอมาในป พ.ศ. กรมปาไม้ได้ทดลองปลูกไม้สัก
่
ี
่
ี
ด้วยเหง้าทปาห้วยกองแตะ อําเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮองสอน ปรากฏว่าได้ผลดกว่าการปลูกด้วย
่
ึ
ี
็
เมล็ดหรอการย้ายปลูกด้วยกล้ามาก ดังนั นการปลูกสรางสวนสักโดยใช้เหง้าจงเปนวิธทยึดถือ
ื
้
ี
ปฏิบัตมาจนถึงปจจบัน
ั
ุ
ิ
้
ิ
่
ี
ั
สําหรบการปลูกสรางสวนปาไม้กระยาเลย ได้เร มทดลองปลูกคร ังแรกในป พ.ศ.
ี
่
ทปาเลนบ้านแหลม จังหวัดเพชรบร โดยทดลองปลูกไม้โกงกางและโปรง ซงเปนพรรณไม้
็
ึ
ี
ุ
ึ
่
ึ
ี
ในท้องถิ น หลังจากนั นจงได้มีการปลูกไม้กระยาเลยชนดอื นเพิ มข นในท้องทจังหวัดตาง ๆ
ิ
รฐบาลได้ตระหนักถึงความสําคัญของการปลูกสรางสวนปาเปนอย่างมาก จงได้
้
ึ
็
่
ั
่
ี
กําหนดนโยบายไว้ในแผนพัฒนาการเศรษฐกจและสังคมแหงชาต ฉบับท ตั งแตป พ.ศ.
่
ิ
ี
ิ
ุ
็
ี
ื
ึ
เปนต้นมา จนถึงฉบับท (พ.ศ. - ) ซงกรมปาไม้ได้ขยายเน อทปลูกปาเพิ มมากข นทกป ี
ี
่
่
ึ
ี
ิ
็
่
ิ
ชนดไม้ทปลูกก็มีทั งชนดดมีคาทางเศรษฐกจและไม้โตเรว เพื อใช้ทําประโยชน์ในระยะยาวและ
ี
ิ
ระยะสั นตามลักษณะการใช้ประโยชน์ การปลูกสรางสวนปาต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบ และ
้
่
ุ
ั
้
่
่
ให้การสนับสนนภาคเอกชนและราษฎรให้เข้ามามีสวนรวมในการปลูกสรางสวนปาของรฐ ตลอด
่
จนนําความรทางวิชาการปาไม้มาประยุกต์เพื อให้ดําเนนงานปลูกสรางสวนปาบรรลุตามเปาหมาย
่
ิ
้
่
้
้
ู
ิ
อย่างมีประสทธภาพ
ิ
สาเหตุของการดํารรเรมการปลูกสรางสวนปาในเชงอุตสาหกรรม
้
ิ
่
ิ
ิ
ิ
่
เนองจากแตเดมมาประเทศไทยมีการจัดการปาไม้โดยวางโครงการทําไม้ในระบบ
ื
ิ
่
่
่
ุ
ื
ี
็
ี
่
่
เลอกตัด (Selection system) โดยสาเหตทว่าปาไม้สวนใหญทใช้ระบบน ีเปนปาผสมผลัดใบ การ
็
ู
ิ
ตัดฟนไม้ออกใช้ประโยชน์เพื อเปนไม้แปรรปจะประกอบไปด้วยไม้หลายชนดแตละชนดมีปรมาณ
ิ
่
ิ
ั
่
็
ไม่มากไม่เปนระบบอุตสาหกรรมการใช้ไม้สมัยใหม่ เชน การทําไม้อัด ไม้ประกอบอื น ๆ การ
3
ุ่
คาดหวังว่าปรมาณไม้ทนําออกโดยการเลือกตัดจะมีไม้รนสองเจรญข นมาทดแทน และสามารถทํา
ึ
ิ
ิ
ี
ิ
่
ิ
ี
ี
ั
การตัดได้ตอไปและจะมีลูกไม้เกดขึ นมาทดแทนในพื นททได้เปดออกโดยการตัดฟนและชักลากไม้
็
็
นั นไม่ได้เปนไปตามความคาดหมายในทางทฤษฎ เนองจากว่าไม้รนสองอาจไม่เจรญเตบโตรวดเรว
ี
ื
ิ
ุ่
ิ
ื
่
ุ
ี
ี
ทัดเทยมพวกไม้เดน (Dominant) หรอไม้รอง (Co-dominant) ทได้ตัดออกไปสาเหตเพราะไม้
รนสองเปนไม้ทถูกเบยดบังจนแคระแกรน และการเปดแสงจากไม้ทตัดฟนกระทําในเวลาไม่เหมาะ
ี
ี
ิ
็
ี
ุ่
ั
ิ
ี
ี
ี
ิ
ิ
ุ่
สมคืออาจช้าไป การเจรญเตบโตของไม้รนน ก็จะไม่ทัดเทยมกับข้อมูลในทางทฤษฎ การเปดแสงยัง
ิ
ิ
่
ี
ิ
ุ
่
่
ี
็
จะเกดชองว่างให้วัชพืชและพืชอื น ๆ ทไม่ใชไม้ยืนต้นมีคณคาเข้ามาเจรญเตบโตแทนท เปนตัว
ิ
ุ
็
่
่
ุ่
ิ
กอให้เกดไฟรนแรงเปนอุปสรรคตอการเจรญเตบโตของไม้รนถัดไปและยังทําลายพันธ์กล้าไม้ชนด
ิ
ิ
ุ
ทต้องการให้ข นมาทดแทน วงจรของการพัฒนาไม้รนสองจะถูกทําลายหรอกระทบกระเทอน ดัง
ื
ี
ึ
ื
ุ่
่
ี
นั นผลผลตของไม้ในรอบตัดฟนตอ ๆ ไปทคาดว่าจะได้ผลดและประกอบด้วยชนดไม้ตามทคาดไว้
ิ
ี
ี
ั
ิ
ก็จะไม่เปนไปตามนั น นั นหมายถึงวงจรการสรางผลผลิตจะถูกเปลี ยนแปลงโดนทําลายและทําให้
้
็
ั
ื
ชะงักงันลงไป ผลผลิตของไม้ในรอบตัดฟนถัด ๆ ไปก็ไม่เปนไปตามความคาดหมาย คอ ผลผลิต
็
ื
ี
่
ไม้ของพื นทจะลดลง การจัดการปาธรรมชาตโดยวิธการคัดเลอกต้นไม้จงพอจะมองเหนได้ว่านาจะ
็
ิ
่
ึ
ี
ี
ล้มเหลว อีกประการคอเมื อประเมินการแล้วผลผลิตโดยเฉลี ยของพื นทบางแหงก็ไม่มากพอทจะ
ื
่
ี
ตอบสนองตอการใช้ไม้ทจะมีในอนาคต จงได้มีการคดถึงแนวทางหรอวิธการอื น ๆ ทจะทําให้
ี
ื
ี
ิ
ี
ึ
่
ึ
ั
่
ี
ี
ู
้
ผลผลิตของพื นทเพิ มข นเพื อตอบสนองความต้องการใช้ทรพยากรในสวนน ี และการได้เรยนรจาก
ประเทศตะวันตกทได้ดําเนนการปลูกสรางสวนปาข นมากอนแล้วและประสบความสําเรจทด การ
่
้
ี
็
ี
ี
ิ
ึ
่
ู
ุ
ิ
ี
็
ปลูกต้นไม้ข นมาอย่างเปนระบบมีการดแลบํารงรกษาจัดการอย่างถูกวิธก็จะได้ผลผลิตในปรมาณ
ึ
ั
็
และคณภาพทด นอกจากนั นไม้หลายชนดเปนไม้เบกนําและมีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาตเกอบ
ุ
ื
ี
ี
ิ
ิ
ุ
ิ
ี
ี
ื
ิ
่
็
ี
จะเรยกว่าเปนชนดเดยว (pure stand) เชนเดยวกับไม้ในเขตอบอุ่นหรอเขตหนาว เชนไม้ใน
่
่
้
็
ิ
ึ
ตระกูลไม้สนเขา (Pinus spp.) และไม้สัก เปนต้น ซงนาจะมีการดําเนนการปลูกสรางสวนปาเปน
็
่
ุ
้
ี
่
ิ
ึ
ี
ิ
่
็
ึ
ชนดเดยวได้เชนกัน จงเปนแรงผลักดันให้เกดโครงการปลูกสรางสวนปาข นจนถึงปจจบันน
ั
้
เหตุผลที ใชไมสนในการปลูกสรางสวนปา
้
่
้
้
่
็
ื
ิ
การเลือกไม้ตระกูลสนเขา (Pinus spp.) เปนชนดไม้เพื อปลูกสรางสวนปา เนอง
็
ั
่
ุ
้
ื
จากปจจัยและเหตผลตาง ๆ คอ ประเทศไทยเปนประเทศอยู่ในเขตรอนมีพันธ์ไม้เพื อผลิตไม้หลาก
ุ
่
ิ
หลายชนดทั งพันธ์พื นเมือง (Indigenous species) ในปาธรรมชาต และพันธ์ไม้จากตางถิ น (Exotic
ิ
่
ุ
ุ
species) การจะปลูกไม้ชนดใดนั นมีหลักกว้าง ๆ ในการพิจารณา ประการ คือ
ิ
4
ี
่
. การเจรญเติบโตและความยากงายในการปลูก ในแงน ีไม้ในกลุ่มไม้สนทมีทั ง
ิ
่
ึ
ไม้พันธ์พื นเมืองและไม้ตางถิ น มีความสามารถทจะปลูกข นและเจรญเตบโตได้ด ผ่านขั นตอนการ
ิ
ิ
ี
่
ุ
ี
ี
ิ
้
่
ทดลองและมีการปลูกสรางสวนปาในปรมาณทมาก โดยเฉพาะไม้สนสามใบได้มีการปลูกไปแล้ว
่
่
ื
่
ิ
ื
ถึงแสนกว่าไรในแถบพื นทต้นนํ าทางภาคเหนอของประเทศไทย สวนสนตางประเทศ ชนด คอ
ี
่
ู
์
ไม้สนคารเบย ไม้สนโอโอคารปา และไม้สนเทคนมานนั น ได้มีการทดลองปลูกในหลาย ๆ แหง
ู
ี
ิ
ี
้
ของประเทศ และมีการเจรญเตบโตดกว่าไม้พันธ์พื นเมืองเสยอีกโดยไม่ต้องมีการเอาใจใสดแลท ี
ุ
ิ
ี
่
ู
ิ
ี
่
ิ
ี
่
ยากลําบากจนเกนไปนัก ดังนั นในแงการปลูกบํารงแล้วไม้สนตาง ๆ เหมาะสมทจะทําการปลูกได้
ุ
ี
ี
ื
็
ในหลายพื นททั วประเทศไทย อีกประการหนงคอไม้ใน กลุ่มน เปนไม้โบราณ ทยัง
ี
ึ
ื
ึ
ั
ี
ู
ุ
ี
หลงเหลืออยู่จนถึงยุคปจจบันจงมีการปรบตัวสง สามารถจะข ึนอยู่ในพื นททเสอมโทรม
ั
ี
่
ึ
็
ื
ื
จงนาทจะเปนชนดทเหมาะสมมากพวกหนงนอกเหนอจากไม้ใบกว้างอื น ๆ สําหรบพื นทเสอม
ี
ึ
ั
ิ
ี
ี
ิ
่
ุ
ู
์
โทรมทได้ผ่านการทําการเกษตรกรรมจนมีความอดมสมบรณตํา จนบางแหงหน้าดนแทบจะไม่หลง
ิ
ึ
ี
็
้
เหลืออยู่เลย การปลูกไม้ประเภทน ีจะเปนการเลียนแบบการสรางดนให้ดข นโดยพัฒนาการของ
ิ
ิ
ู
ธรรมชาตโดยหลักทางนเวศนวิทยา เมื อดนมีความอุดมสมบรณตํา สภาพพื นทโดนทําลายเปลี ยน
ี
์
ิ
ี
ึ
แปลงไป ก็จะมีพันธ์ไม้สนไปข นอยู่ เพราะจะเปนพื นททไม้สนมีความได้เปรยบกว่าไม้ใบกว้างเมื อ
ี
ี
ุ
็
ต้องแขงขันแกงแย่งกัน จนกระทั งสภาพดนอุดมสมบรณข นไม้ใบกว้างก็จะลุกลํ าเข้ามาแทนทปา
ู
ี
์
ิ
่
ึ
่
่
่
สน นั นก็หมายความว่าโดยธรรมชาตแล้วการคงเปนปาสนอยู่ได้เพราะปจจัยความไม่อุดมสมบรณ
ั
ู
ิ
็
์
็
ุ
ของพื นทเก อกูลไม่ให้ไม้ใบกว้างสามารถแขงขันได้ ไม้สนเปนพันธ์ไม้ชอบแสง เหมาะในการปลูก
ี
่
ื
ั
ิ
เพื ออุตสาหกรรมเพราะจะต้องตัดฟนออกเปดแสงเต็มทเมื อจะใช้ประโยชน์ ไม้สนถูกทําลาย
ี
ื
จากโรคและแมลงไม่มากเหมือนไม้ใบกว้างพื นเมืองอื น ๆ และไม้ใบกว้างมีความจํากัดในเรอง
ี
ิ
ี
สภาพพื นท ความสมําเสมอในการเจรญเตบโตมีน้อยเมื อปลูกในพื นทกว้างขวาง การปลูกไม้สนจะ
ิ
ึ
ชวยสรางความอุดมสมบรณของหน้าดนโดยการเพิ มระดับไนโตรเจนในดนให้สงข น
่
ู
ิ
์
ิ
ู
้
ี
ุ
ี
. จุดประสงคในการปลูก ในด้านน ก็คอพันธ์ไม้ทจะปลูกนั นจะตอบสนองความ
ื
์
ต้องการใช้ประโยชน์ของเราหรอไม่ ซงอาจมีความต้องการปลูกเพื อรกษาสภาพแวดล้อมทั วไป
ึ
ื
ั
ุ
ั
ื
เพื ออนรกษ์ต้นนํ าลําธาร และเพื ออุตสาหกรรมการใช้ประโยชน์เน อไม้โดยตรง หรอผลประโยชน์
ื
่
ั
ุ
็
อื น ๆ ตามความประสงค์ของกจการนั น ๆ จะเหนได้ว่าไม้ในกลุ่มไม้สนน ี ในแงอนรกษ์ต้นนํ า
ิ
ิ
ู
ี
ี
ุ
่
ลําธารก็สามารถจะตอบสนองได้โดยไม่กอให้เกดการสญเสยสมดลของนํ ามากนักเมื อเทยบกับไม้
่
ี
่
ชนดอื นเมื อปลูกในสภาพคล้ายคลึงกัน ถงแม้จะไม่ดเทากับปาผสมไม้ใบกว้างก็ตาม จะมีความยุ่ง
ิ
ึ
่
ยากก็แตในแงการปองกันไฟเพื อลดความเสยหายในชวง - ปแรกของการปลูก อีกทั งตามธรรม
่
ี
่
ี
้
ื
ึ
ิ
ิ
ชาตของต้นนํ าทางภาคเหนอของประเทศไทยเองก็มีไม้สนข นอยู่ตามธรรมชาตบ้างแล้วโดยเฉพาะ
5
ี
ื
่
ี
ในสภาพพื นททเสอมโทรมและพังทลาย ดังนั นการตอบสนองความต้องการของไม้สนตอ
่
ึ
่
ิ
ประโยชน์ในแงอนรกษ์จงเปนไปได้สง ในแงเศรษฐกจเพื ออุตสาหกรรมไม้เพื อตอบสนองตอการ
ุ
็
ู
่
ั
็
ิ
ิ
บรโภคของประชาชนในประเทศ และเปนสนค้าออกก็มีความเหมาะสมอย่างยิ ง โดยเฉพาะ
อุตสาหกรรมขนาดใหญเพื อทําเยื อกระดาษ ซงไม้ในกลุ่มน ีจะมีคณภาพเยื อใยยาวคณภาพสง
ู
ึ
ุ
่
ุ
ู
ทัดเทยมกับไม้สนในเขตหนาว ถึงแม้ว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะสงสามารถทําเยื อใยยาว (long
ี
ี
่
ู
fiber) ได้โดยไม่ต้องใช้ไม้พวกน ี แตถ้ามีไม้ทให้เยื อใยยาวโดยตรงและการผลิตมีราคาไม่สงก็จะ
ุ
่
เปนการค้มคากว่า โดยเฉพาะไม้สนตางประเทศ P. caribaea และ P. oocarpa จะมีคณภาพ
่
ุ
็
ู
ี
ั
เยื อสงทั งเยื อฟอกและเยื อไม่ฟอกขาว รวมทั งเปาหมายรอบตัดฟนสั น - ป ทจะให้ผลผลิต
ี
้
250 ลูกบาศก์เมตร/เฮกแตร ตามการคาดคะเนแล้วก็มีความเปนไปได้สงกว่าไม้ชนดใด ๆ ปจจบัน
์
ู
ั
็
ุ
ิ
ิ
็
ู
ความต้องการวัตถุดบด้านน ีในประเทศมีอยู่สงเพื อการพัฒนาประเทศทจําเปนต้องใช้กระดาษใน
ี
ี
่
่
่
ึ
ชวิตประจําวันเปนจํานวนมาก ถงจะไม่มีพื นทมากพอทจะผลิตออกเพื อแขงขันกับตางประเทศ แต
็
ี
ี
็
ิ
ั
ถ้าผลิตให้พอเพียงสําหรบใช้ในประเทศแล้ว ก็เปนการประหยัดเงนงบประมาณจํานวนมาก รวมทั ง
ิ
ุ
่
็
ิ
ึ
จะกอให้เกดธรกจตาง ๆ และการว่าจ้างแรงงานจํานวนมากตามมา ซงมีความจําเปนตอความมั นคง
่
่
์
ี
ิ
ุ
ิ
็
ของเศรษฐกจไทยในอนาคต ไม้สนยังมีคณสมบัตเหมาะสมในการเปนไม้วีเนยรและไม้ซงแปรรป
ู
ุ
ั
ื
ุ
ั
่
เพื ออุตสาหกรรมเครองเรอนและไม้สําหรบตบแตงตาง ๆ ทมีความแข็งแรงสวยงาม ถ้าได้ปรบปรง
่
ี
ื
ความทนทานยังใช้ประโยชน์เพื อการกอสรางทั วไปได้อีกด้วย โดยทั วไปแล้วเฟอรนเจอรขนาดเล็ก
์
์
่
ิ
้
ั
ึ
ไม้สนสามารถทําได้ดกว่าไม้ยางพาราทใช้กันอยู่ทั วไปในปจจบันเสยอีก จงเหนได้ว่าโดยทั วไปแล้ว
ุ
็
ี
ี
ี
ุ
ิ
ไม้สนสามารถสนองตอบการใช้ประโยชน์ไม้ได้กว้างขวางกว่าไม้อื น ๆ หลายชนดโดยเฉพาะคณ
ู
่
ภาพเยื อใยยาว (long fiber) ก็มีความต้องการสงทั งภายในประเทศและตางประเทศ
ิ
่
ี
้
ิ
ี
. ผลกระทบตอสภาพแวดลอม ไม่มีไม้ชนดใดทปลูกชนดเดยวจะไม่มี
่
ี
ึ
่
ผลกระทบตอสภาพแวดล้อมในด้านใดด้านหนง แตก็จะไม่มากนักเมื อเทยบกับปาไม้ผสมใบกว้าง
่
ู
่
็
ึ
ได้กล่าวกันว่าการปลกไม้สนอาจจะทําให้ความเปนกรดของดนเพิ มข น แตในทางจัดการมีทางแก้ไข
ิ
ึ
ึ
ึ
่
ิ
ิ
ได้โดยปลูกพรรณไม้ชนดอื น ๆ ชั วระยะเวลาหนงสลับแล้วจงใช้ปลูกไม้สนตอไป ซงไม้ชนด
อื น ๆ ถ้าปลูกชนดเดยวก็จะมีผลกระทบในทางอื น ๆ เชนเดยวกัน แตในการปลูกปาเพื ออุตสาห
่
ี
่
ี
ิ
่
ี
ี
กรรมแล้ว การปลูกไม้ผสมปนกันในเวลาและพื นทเดยวกัน จะมีความยุ่งยากในการจัดการและ
ิ
่
ในการดําเนนการทางอุตสาหกรรม ในแงทปลูกเพื อการอนรกษ์การไม่ปลูกผืนใหญตดตอกันมาก
ี
ุ
ั
่
ิ
่
็
เกนไปก็จะเปนทางผ่อนคลายข้อเสยตอส งแวดล้อมได้ สําหรบพื นททใช้ผลิตการเกษตรอยู่แล้วและ
ิ
ิ
่
ี
ั
ี
ี
ุ
็
ให้ผลผลตตํา การนําพื นทเหล่าน มาปลกไม้สนเพื ออตสาหกรรมก็เปนความจําเปนในอนาคต เพราะ
ี
ี
็
ิ
ู
ั
ู
่
ผลตอบแทนจะสงกว่าและจะมีความมั นคงกว่า และชวงเวลาหลังจากทําการตัดฟนต้นไม้ออกใช้
6
ี
ี
่
่
ิ
ิ
ประโยชน์แล้วก็สามารถปลูกพืชเกษตรสลับได้ในชวงเวลาสั น ๆ การปฎบัตเชนน ในพื นทนอกเขต
ื
อนรกษ์จะไม่กอให้เกดปญหาทางสภาวะแวดล้อมเสอมโทรม อีกทั งจะเปนการปรบสภาวะแวดล้อม
ั
ั
ุ
็
ิ
่
ั
ึ
ให้ดยิ งกว่าเดมเสยอีก ผลผลิตของพืชเกษตรจะสงข นโดยลงทนตําอันเนองมาจากความสามารถใน
ิ
ี
ี
ื
ู
ุ
ี
ั
ิ
ึ
ิ
ี
็
การปรบปรงดนให้ดข น จากการปลูกไม้สนเปนเวลานานกว่า ป จะทําให้แรธาตในดนมีปรมาณ
ุ
่
ิ
ุ
สงข นโดยเฉพาะไนโตรเจน
ู
ึ
ึ
ี
็
จากเหตผล ประการ ไม้สนจงเปนชนดไม้ทดมีศักยภาพตอการปลูกปาของ
ุ
่
่
ี
ิ
ุ
ุ
ั
ประเทศไทยทั งด้านอนรกษ์และผลผลิตจัดอยู่ในระดับต้น ๆ นอกจากเหตผลดังกล่าวแล้วมีเหตผล
ุ
็
็
ี
รอง ๆ ลงมาคอ ความเหมาะสมและจําเปนทจะต้องมีพื นททเปนปาไม้เพิ มข นในประเทศไทยอาจ
ื
ึ
่
ี
ี
ุ
่
่
ี
็
เปนปาอนรกษ์และเศรษฐกจรวมกันเพราะสภาวะแวดล้อมทถูกทําลายลงไปจํานวนมากเพื อการใช้
ิ
ั
ี
ิ
ี
่
ประโยชน์อื น ๆ ทําให้ไม่เหมาะสมทจะใช้พื นทเพื อการผลิตทางด้านการเกษตรแบบเดมอีกตอไป
็
ี
่
การผลิตทางด้านการเกษตรทผสมผสานกับการปลูกปาอาจจะมีความจําเปนมากข ึน การมี
ึ
อุตสาหกรรมเยื อกระดาษในประเทศไทยทผลิตวัตถุดบใช้เองแม้จะไม่เพียงพอ สวนหนงต้องมีการ
่
ิ
ี
็
ี
็
ึ
นําเข้าก็ยังดกว่าการพึงพาตางประเทศทั งหมด จงเหนว่าจะเปนการดยิ งข นถ้าประเทศไทยจะมีการ
่
ึ
ี
่
ิ
เร มต้นในด้านอุตสาหกรรมเยื อกระดาษ ดังนั นการปลูกสรางสวนปาไม้สนดจะมีความจําเปนและ
็
้
ู
ี
ื
ี
อยู่ในฐานะทจะทําได้เนองจากมีข้อมูลในการทดลองปลูกไม้ชนดเหล่าน และมีแหล่งเมล็ดทดใน
ิ
ี
ี
่
ึ
ั
่
ิ
ระดับหนงอยู่แล้ว และยังมีการดําเนนการวิจัยโดยรฐบาลรวมทั งมีการชวยเหลือจากตางประเทศใน
ด้านน อยู่ตลอดเวลาอย่างตอเนอง
ี
ื
่
ิ
ิ
ิ
ิ
ด้านเศรษฐกจจะเกดความมั นคงตอเศรษฐกจ และเกดอุตสาหกรรมและ
่
พาณชยกรรมตอเนอง มีการว่าจ้างแรงงานในหลาย ๆ สาขาวิชาชพเพิ มมากข นซงโดยปกตแล้วจะ
ิ
ึ
ี
่
ิ
ื
ึ
ี
่
ี
มากกว่า เทาของจํานวนบคลากรทใช้ในการปลูกสรางสวนปาเสยอีก ซงเศรษฐกจหมุนเวียนจะด
ุ
ี
้
ึ
่
ิ
ึ
ี
ิ
ข นคนมีงานทําได้มากขึ นก่อให้เกดความมั นคงในทางเศรษฐกจเปนผลดตอสังคมโดยรวม
็
่
ิ
่
นอกจากด้านเศรษฐกจดังกล่าวแล้วโครงการอนรกษ์ต้นนํ าลําธารตาง ๆ สามารถ
ั
ุ
ิ
ิ
ใช้ไม้ชนดเหล่าน ีปลูกได้สวนหนงอีกด้วย เพราะเปนไม้ไม่ผลัดใบและเปนชนดไม้ทมีข นอยู่เดม
ิ
็
ี
ึ
่
ิ
็
ึ
ึ
ิ
่
ี
แล้วการจะเพิ มอีกในบางท้องทย่อมไม่เกดอันตรายใด ๆ แตข ึนกับการใช้ให้เหมาะสม ซงจาก
่
ี
ิ
ุ
็
ื
ี
ตัวเลขขณะน ได้ปลูกไปแล้วเกอบ แสนไร ในธรรมชาตแล้วไม้สนเปนไม้ทมีการกระจายพันธ์ใน
่
ุ
ุ
ิ
ี
ึ
ี
พื นททได้มีการบกรกแผ้วถางทําไรเลื อนลอยในเขตพื นทต้นนํ าอยู่แล้ว ซงตามปกตไม้สนเขา
ี
ิ
ุ
ิ
ชนด คอสนสองใบและสนสามใบจะมีการกระจายพันธ์ตามธรรมชาตครอบคลุมพื นทต้นนํ าอยู่ใน
ื
ี
ิ
ปรมาณมากโดยเฉพาะในพื นทระดับสง ดนเลว และปรมาณนํ าฝนไม่สงมาก
ู
ู
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ิ
การศึกษาเกยวกับไม้สน (Pinus spp.) ได้เร มทํากันอย่างจรงจังเมื อมีโครงการสํารวจ
ิ
ั
่
วัตถุดบเพื อทํากระดาษเกิดขึ น โครงการน เปนโครงการทได้รบความชวยเหลือจากกองทนพิเศษของ
็
ี
ี
ุ
7
ึ
ี
ั
องค์การสหประชาชาตซงได้ลงนามระหว่างรฐบาลไทยกับผู้แทนขององค์การฯ เมื อวันท ธันวาคม
ิ
ิ
่
ิ
ี
ิ
และทางองค์การฯ ได้สงผู้เชยวชาญชาตคานาดา อังกฤษ ฟนแลนด์ เยอรมัน มาประจําชาตละ
ิ
ี
ิ
ิ
นาย และผู้เชยวชาญสมทบชาตเบลเยี ยมอก นาย ในป ก็ได้เร มดําเนนการนําเมล็ดไม้สน
ี
ี
พันธ์พื นเมือง (Indigenous species) และพันธ์จากตางถิ น (Exotic species) มาทําการเพาะเพื อใช้ใน
่
ุ
ุ
ี
ี
การปลูกทดลอง โดยตั งสถานทดลองเกยวกับไม้สน (Pinus spp.) ในพื นท จังหวัดคอ ทบ้านบอ
ื
่
ี
ี
ุ
หลวง จังหวัดเชยงใหม่ บ้านห้วยทา จังหวัดศรสะเกษ บ้านลําเภา - ลําทราย จังหวัดกาญจนบร และ
ี
ี
ี
ื
ี
ี
์
ิ
ุ
ุ
บ้านนาสาร จังหวัดสราษฎรธาน โครงการน ีมีกําหนดระยะเวลา ป ได้ส นสดโครงการเมื อเดอน
ุ
ิ
ี
มกราคม หลังจากนั นในป ได้มีโครงการปรบปรงพันธ์ไม้สนและไม้โตเรวเกดข ึน
ุ
ั
็
ั
ี
โครงการน เปนโครงการรวมมือทางวิชาการระหว่างรฐบาลไทยโดยกรมปาไม้ กับรฐบาลเดนมารก
่
็
ั
่
์
โดย DANIDA (Danish International Development Agency) โครงการน ีระยะแรกกําหนดเวลาไว้
ี
ี
ื
่
ี
ป คอ ตั งแตป พ.ศ. - และได้ทําการตอโครงการคร งท เปนระยะเวลา ป ตั งแตป พ.ศ.
ั
็
่
ี
่
ี
่
่
่
- ในชวงเวลาตั งแต ป พ.ศ. - น ทางเดนมารกได้สงผู้เชยวชาญมารวมปฏิบัตงาน
่
ี
ี
์
ี
ิ
่
ี
ี
ี
็
นาย จากนั นมีการตอโครงการคร ังท อีกเปนระยะเวลา ป ตั งแตป พ.ศ. - ชวงน
ี
่
่
ี
่
ี
ี
ิ
ได้ลดผู้เชยวชาญทมารวมปฏิบัตงานเหลือเพียง นาย หลังจากนั นในชวงป พ.ศ. -2530
่
์
ื
ิ
ี
ุ
ุ
ิ
ี
่
ทางเดนมารกเพียงสงเจ้าหน้าทมาให้คําปรกษาปละ เดอน จากนั นทกส งทกอย่างก็ดําเนนการโดย
ึ
ี
ุ
นักวิชาการของไทยทั งหมด วัตถุประสงค์หลักของโครงการก็คือ ทําการคัดเลือกชนดพันธ์ทเหมาะสม
ิ
ั
สําหรบใช้เปนวัตถุดบในอุตสาหกรรมเยื อกระดาษของประเทศ และปรบปรงพันธ์ให้มีคณภาพดยิ งข น
ี
ั
ึ
ุ
ุ
ิ
ุ
็
ทางโครงการได้เร มทําการเพาะเมล็ดไม้สนพันธ์พื นเมือง (Indigenous species) และพันธ์จากตางถิ น
ิ
่
ุ
ุ
่
ู
ิ
ี
(Exotic species) ในเดอนพฤศจกายน เพื อใช้ปลูกทดลองในฤดฝนของปตอไป โครงการน เมื อ
ี
ื
ุ
ี
ุ
้
ั
ได้ผลจากการวิจัยแล้วก็นําผลจากการวิจัยทได้ไปจัดสรางแหล่งอนรกษ์พันธ์ไม้ (Gene conservation)
ี
ุ
ี
ุ
และสวนผลิตเมล็ดพันธ์ไม้ (Seed orchard) เพื อเตรยมไว้สําหรบเปนแหล่งผลิตเมล็ดไม้ทมีคณภาพ
็
ั
้
่
่
เพื อใช้ในการปลูกสรางสวนปาตอไป จากผลการทดลองปรากฏว่ามีไม้สน หลายชนดสามารถ
ิ
ิ
่
เจรญเตบโตเปนทนาพอใจเมื อเทยบกับไม้ชนดอื น ๆ การปลกบํารงและการเตรยมกล้าไม้ไม่มีความ
ิ
ี
็
ิ
ุ
ู
ี
ี
ุ
ิ
ี
ยุ่งยาก สามารถหาเมล็ดพันธ์ได้ไม่ยากนักในปรมาณทพอเพียง นอกจากนั นไม้สนยังให้เยื อใยยาว
ู
คณภาพสง และเทคโนโลยีการผลิตกระดาษจากไม้สนก็มีอยู่แล้วในประเทศเขตหนาว และจากข้อมล
ู
ุ
่
ตางประเทศในหลาย ๆ โครงการเปนทยอมรบว่าไม้สนเขาจัดได้ว่าเปนไม้โตเรวในเขตรอนจําพวก
็
็
็
ั
้
ี
หนงด้วย จงควรทประเทศไทยจะปลูกไม้เหล่าน ีเพื อเปนวัตถุดบในการทํากระดาษ สําหรบความ
ิ
ึ
ี
ึ
ั
็
ี
ี
ต้องการในอนาคตทจะขยายอุตสาหกรรมเยื อกระดาษในประเทศไทยให้ก้าวหน้าทัดเทยมประเทศ
อุตสาหกรรมตาง ๆ ทเจรญแล้ว
ิ
ี
่
8
้
ไม้สนเขตรอน
ปกตไม้ในตระกูลไม้สน (Pinus spp.) จะมีอยู่มากมายในเขตหนาวและอบอุ่นของ
ิ
่
้
ึ
โลก (Temperate and Sub-temperate zone) แตก็มีไม้ในตระกูล Pinus น ีข นอยู่ในเขตรอนของโลก
o
่
ี
ิ
ี
ู
่
(Tropical zone) ประมาณ จากเส้นศูนย์สตรเชนเดยวกัน เมื อเทยบปรมาณความหนาแนนใน
้
ิ
การครอบคลุมพื นทแล้ว ในเขตรอนจะมีไม้ใบกว้าง (broadleaf species) ข นอยู่มากกว่าและมีชนด
ี
ึ
ั
ิ
ึ
ไม้มากมายหลายชนดกว่าในธรรมชาต ดังนั นในอดตไม้สนเขตรอนจงได้รบความสนใจน้อยกว่า
้
ิ
ี
้
ุ
่
ี
แตเนองจากมีการทําลายสภาพพื นทด้วยเหตผลตาง ๆ และการนําไม้สนเขตรอนไปปลูกประสบ
่
ื
ี
้
ึ
ี
ิ
็
ความสําเรจด้วยด จงมีความสนใจชนดไม้เหล่าน มากข ึน ไม้สนเขตรอน (Tropical pine) จะ
ี
ื
ี
่
แบงออกเปน กลุ่มใหญ ๆ คอ กลุ่มเอเซยตะวันออก อันได้แกในเขตประเทศอินเดยตะวันออก
่
็
่
ี
ิ
ี
ี
ี
ี
จนตอนใต้ พม่า ไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา ฟลิปปนส์ และอินโดนเซย โดยเฉพาะอินโดนเซย
ิ
ี
ู
แล้วถือว่าเปนถิ นทมีไม้สนแหงเดยวในโลกทอยู่ตํากว่าเส้นศูนย์สตรลงทางใต้ ในเขตเอเชย
ี
ี
ี
่
็
ิ
ี
ตะวันออกและเอเชยตะวันออกเฉยงใต้จะมีสนเขตรอนอยู่ ชนดคือ สนสามใบ (Pinus kesiya Royle
้
ี
ex Gordon) และ สนสองใบ (Pinus merkusii Jungh. et de Vriese)
อีกกลุ่มของไม้สนเขตรอนคอ กลุ่มอเมรกากลางและคารเบยน อันได้แก เม็กซโก
่
ี
ิ
้
ื
ิ
ิ
ิ
ั
ตอนใต้ Belize กัวเตมาลา เอลซัลวาดอร ฮอนดรส นคารากัว หมู่เกาะบาฮามา ควบา และหมู่เกาะ
ู
ิ
์
ในคารเบยน
ี
ิ
ุ
ปจจบันถือว่าสนเขตรอนเปนวิวัฒนาการล่าสดของการแพรกระจายของ Genus
้
่
ั
็
ุ
่
ู
้
ิ
Pinus จากเขตอบอุ่นไปสเขตรอน และการศึกษาทางด้านการจําแนกชนดไม้ยังไม่สมบรณเทาใน
ู่
์
เขตหนาวซงบางชนดอาจจะมีการเปลี ยนแปลงได้ ชนดไม้สนเขตรอนกลุ่มอเมรกากลางและ
ิ
ึ
ิ
ิ
้
ิ
ิ
ิ
ี
ิ
คารเบยนมีอยู่มากมายหลายชนดแตบางชนดอาจจะมีการเปลี ยนแปลงเมื อจัดจําแนกใหม่ ชนดไม้
่
ี
ในกลุ่มน มีดังตอไปน คอ
ื
ี
่
Central America and Caribbean
1. P. caribaea Morelet
2. P. montezumae Lamb.
3. P. douglasiana Martinez
4. P. pringlei Shaw.
9
5. P. tenuifolia Benth.
6. P. leiophylla Schlecht. and Cham.
7. P. pseudostrobus Lindl.
8. P. michoacana Martinez
9. P. cubensis Griseb
10. P. patula Schiede and Deppe
11. P. oocarpa Shiede
12. P. patula ssp. tecunumanii
13. P. teocote Schiede and Deppe
14. P. ayacahuite Ehrenb
15. P. greggii Engelm.
16. P. rudis Endl.
17. P. engelmannii Carr.
18. P. lutea Blanco
19. P. lawsonii Roezl.
20. P. hartwegii Lindl.
21. P. tropicalis Morelet
ิ
จากจํานวนชนดไม้ดังกล่าวเหล่าน ีได้มีการนําไปทดลองปลูกหลายแหงในโลก
่
่
ื
ิ
ี
้
ู
บรเวณเขตรอนแถบเส้นศูนย์สตรซงไม่คอยมีไม้สนในธรรมชาต ก็พบว่าชนดทมีความสําคัญเกอบ
ิ
ึ
ิ
ื
ึ
ทั วโลกค อ Pinus caribaea var. hondurensis Morelet และ Pinus oocarpa Schiede ซ ง
่
่
ุ
้
สามารถจะมีสายพันธ์ตาง ๆ ปลูกได้กว้างขวางในเขตรอนตั งแตระดับ - 1, เมตรจากระดับนํ า
ิ
ทะเลปานกลาง แตปกตแล้วระดับสงเกนกว่า , เมตร ก็จะไม่คอยเหมาะกับ Pinus caribaea
ิ
่
่
ู
ิ
่
่
ึ
และระดับตํามากและรอนจัดอาจไม่เหมาะตอ Pinus oocarpa อีกชนดหนงซงแตเดมยังถือว่าเปน
็
ิ
้
ึ
ิ
ิ
ี
ั
ุ
Pinus oocarpa แตปจจบันคอ Pinus patula ssp. tecunumanii จะเจรญเตบโตได้ดกว่า Pinus
่
ื
ู
caribaea ในทสง
ี
็
สําหรบประเทศไทยไม้สนเขตรอนทมีศักยภาพในการเปนชนดไม้เพื อปลูกสราง
้
ิ
้
ั
ี
สวนปา คอ Pinus merkusii, Pinus caribaea, Pinus kesiya, Pinus oocarpa และ Pinus patula ssp.
ื
่
tecunumanii
10
สนสามใบ (Pinus kesiya Royle ex Gordon)
NOMENCLATURE
Botanical name : Pinus kesiya Royle ex Gordon
Synonyms : P. khasya Hook. f., P. insularis Endl., P. kasya Parl. in DC,
P. khasyana Griff., P. yunnanensis Franch., P. khasia Engelm.,
P. lanqbianensis A. Chev.
The nomenclature of this species has recently been clarified (Styles
& Burley 1972, Styles 1980). The authors’ main conclusions are that
(1) In terms of the International Code of Botanical Nomenclature, the
valid name for the species is Pinus kesiya Royle ex Gordon, not
P. khasya as was commonly used in the past.
(2) The occurrences, previously accorded specific status by some
authors, in the Philippines (P. insularis), Vietnam & Laos (P.
lanqbianensis) and China (P. yunnanensis) are no more than racial
variants within a single species. The name P. kesiya is applicable to
them, as well as to the occurrences in India, Burma, Thailand and
Tibet which were previously known as P. khasya.
Family : Pinaceae.
Common names : The common name of P. kesiya varies from country to country:
Tinyu (Burma), Dingsa, Uchal or Far (India), Maihing or Khoua
(Laos), Thongbala, Langbian pine (Vietnam), Son sarmbai or son
pluagbang (Thailand), Benguet pine (Philippines) and Yunnan
pine (China)
11
้
้
ลักษณะตนไม (The Tree)
ิ
ขนาดและลักษณะการเจรญเติบโต (Size and growth habit)
ี
็
่
สนสามใบ (Pinus kesiya) เปนไม้สนทมีใบ (needle) ใบตอ fascicle จะเกดใบ
ิ
ิ
ิ
่
ื
(needle) หรอ ใบบ้างแตยากมาก ในประเทศไทยจะมีการเจรญเตบโตโดยการแตกยอด
่
ิ
ู
ี
ื
(flushing) ปละ คร ังในชวงฤดแล้งอากาศเย็นระหว่าง เดอนพฤศจกายน - ธันวาคม และอีกคร ัง
ื
่
ในชวงเดอนพฤษภาคม - มิถุนายน
่
ในสภาพธรรมชาตสนสามใบ (Pinus kesiya) จะเจรญเตบโตมีขนาดใหญมีความ
ิ
ิ
ิ
ิ
ึ
์
ู
ิ
ู
สงระหว่าง ถึง เมตรเมื อเต็มวัย การเจรญเตบโตจะแตกตางกันไปข นกับความอุดมสมบรณ
่
็
ู
ของพื นทและประวัตความเปนมา ตัวอย่างเชน กลุ่มไม้ทดทสดในฟลิปปนส์ข นทระดับความสง
ิ
ุ
ี
ี
ึ
ี
ี
ิ
ิ
่
ี
ู
ี
1, เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง ทเมือง Boboc จังหวัด Benquet จะมีความสงระหว่าง
ู
ี
ี
ี
ถึง เมตร ขณะทกลุ่มไม้ทอยู่ระดับความสงตํากว่าทเมือง Zambales ทางลูซอนตะวันตกประเทศ
ี
ิ
่
ิ
่
ี
ฟลิปปนส์เชนกันจะมีความสงถึง เมตรได้น้อยมาก กลุ่มไม้ทคอนข้างดในพม่าจะมีความสง
ู
ู
่
ี
ู
ถึง เมตร แตสนสามใบทข นอยู่ทเขากาสในอัสสัมจะหาต้นทมีความสงเกน เมตรได้น้อยมาก
ี
ี
ิ
ึ
ี
่
่
ความโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางปกตจะอยู่ระหว่าง ถึง เซนตเมตร แตในปาทไม่มีการทําไม้
ิ
ี
ิ
ี
ิ
และสภาพดโดยเฉลี ยจะโตระหว่าง ถึง เซนตเมตร และบางคร ังจะพบต้นมีความโตถึง
ี
ี
เซนตเมตรได้ ในเวียดนามพื นททอุดมสมบรณไม้สนสามใบอาจมีอายุถึง ป ี
ิ
ู
์
ึ
ิ
ึ
่
ไม้สนสามใบ (Pinus kesiya) สวนใหญจะเกดข นอยู่ในเขตกงรอน (Sub-tropical)
่
้
ึ
ื
่
ิ
็
ิ
่
หรอ temperate lower montane จะเกดเปนปาบรสทธ ิหรอปาผสมซงมีพรรณไม้ชนดอื นอยู่ด้วย เชน
ิ
ุ
ื
่
ี
Pinus merkusii, Quercus spp. และ Castanopsis spp. ไม้สนสามใบจะเข้ายึดครองพื นทซงถูก
ึ
ทําลายโดยไฟและการทําไรเลอนลอย ในสภาพเชนน จะเกดเปนผืนปาไม้สนเปนหย่อม ๆ สลับกับ
่
็
ื
่
ิ
่
ี
็
ิ
ี
ไม้ชนดอื น ไม้ทเกดในแตละกลุ่มจะมีอายุเดยวกันตางกับไม้ข้างเคยง การเจรญเตบโตทางความสง
ิ
ิ
ู
่
ี
ิ
ี
่
็
่
ี
ื
ี
็
ี
จะรวดเรวในชวงอายุ ปแรก แล้วช้าลง การทเปนเชนน จะทําให้ในตอนแรกต้นไม้จะมีเรอนยอด
่
ี
็
ื
็
่
ึ
ู
ิ
เปนรปปรามิดและเปลี ยนเปนกลมหรอทรงรมเมื ออายุมากข นจะพบต้นทคดงอแและโคนเอนอยู่ใน
่
่
ี
่
ปาท้องทตาง ๆ เสมอ ต้นทอยู่ในทโล่งแจ้งจะมีก งจํานวนมากในแตละชั นเปนผลทําให้ตรงข้อพอง
ี
็
ิ
ี
โปนออก
12
การออกดอกติดผลและการพัฒนาเมล็ด (Reproductive biology)
ิ
่
ิ
ี
็
็
P. kesiya เปนพวกเพศแยกดอกกันโดยมีปลีตัวผู้เกดแทนทชอใบเกดเปนกลุ่ม
ี
ู
ิ
่
ิ
หางจากปลายก งหลายเซนตเมตร ปลีจะมีรปทรง cylinder ถึงยาวมีสเหลืองสดถึงนํ าตาลอ่อน ยาว
่
ิ
ประมาณ มิลลิเมตร โต มิลลิเมตร ปลีตัวเมียจะเกดในตําแหนงของก งข้างของชอชวงปลาย
่
่
ิ
ื
ิ
ก งมี - หรอ ในแตละชั นมีความยาวและความโตประมาณ มิลลิเมตร มีสม่วงแกมเขยว ใน
ี
ี
่
้
ิ
ระยะพรอมผสมจะมีก้านยาวตดกิ ง
้
่
ุ
ิ
ี
ในปาธรรมชาตการออกดอกและผลิตโคนจะเกดทกป ในย่านทราบตําเขตรอนช น
ี
ื
ิ
ี
็
่
ิ
ิ
่
ู
ทไม่มีฤดแล้งเชน มาเลเซย ชวา สนสามใบจะไม่สามารถออกดอกและเกดเมล็ดได้เปนปกต ในปา
ี
่
ู
ี
ื
ี
ิ
ธรรมชาตในเขตเอเซยตะวันออกเฉยงใต้ดอกตัวเมียและดอกตัวผู้จะพบในชวงฤดแล้งจากเดอน
็
ธันวาคมถึงมีนาคม จากการศึกษาทางตอนเหนอของไทยพบว่าดอกตัวผู้จะเกดและเหนได้ในต้น
ิ
ื
ิ
ื
ื
่
่
เดอนพฤศจกายนถึงเดอนกุมภาพันธ์ การกระจายละอองเกสรของแตละต้นจะตางกันไปตั งแต -
่
ี
ี
่
่
ื
สัปดาห์ถึง เดอน ชวงกระจายของละอองเกสรแตละปอาจไม่คงทการศึกษาในไทย พบว่าใน
ี
ิ
่
ุ
่
บางปนับจากเร มแพรละอองเกสรจนถึงส นสดใช้เวลาไม่ถึง สัปดาห์ ปลีดอกตัวเมียในแตละต้น
ิ
่
ื
ื
จะปรากฏกลางเดอนธันวาคมถึงต้นกุมภาพันธ์ และชวงพรอมผสมระหว่างเดอนมกราคมถึง
้
็
กุมภาพันธ์เปนเวลา วันในแตละต้น
่
ื
่
่
การพัฒนาของโคนตั งแตผสมเกสรจนถึงแกใช้เวลา - เดอน ในประเทศ
ี
ิ
่
ไทย conlet จะมีขนาดเล็กความยาว เซนตเมตรในปแรก จนกระทั งไขเกดการผสมตอจากนั นใช้
ิ
่
เวลาอีก เดอนในการพัฒนาของโคนเจรญใหญข นจนถึงขนาดโตเต็มทมีขนาด - เซนตเมตร
ิ
ิ
ื
ี
่
ึ
ซงใช้เวลา เดอนหลังจากการผสมเกสร เมื อโคนโตเต็มทแล้วจงจะมีการพัฒนาเมล็ดจนแกและ
ึ
ึ
่
ี
ื
ี
ื
็
ิ
เก็บได้ในเดอนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ โคนสามารถเก็บได้เมื อสเปลี ยนจากเขยวไปเปนนํ าตาลเกน
ี
ี
ึ
ิ
่
ี
กว่า % ในชวงน ี endosperm จะเปนเน อแห้งข นและมีสเทา ในฟลิปปนส์เมล็ดทเก็บงอกดคอ
ิ
ื
ื
็
ี
ิ
ื
เก็บในเดอนพฤศจกายนถึงเดอนมกราคม เมื อความถ่วงจําเพาะของโคนเปน .
็
ื
ั
่
็
็
ในแถบซกโลกตอนใต้สนสามใบมีการปลูกเปนไม้ตางถิ นและได้รบความสําเรจ
ี
ื
การออกดอกและการแกของโคนจะอยู่ในชวงฤดูแล้งและเย็นเชนกันคอจากเดอนมิถุนายนถึงเดอน
่
่
่
ื
ื
่
่
ิ
ี
ึ
สงหาคม ซงโคนทแกจะเก็บได้ในชวงอาทตย์ทสามของเดอนมิถุนายนถึงอาทตย์ทสามของเดอน
ี
ิ
ื
ิ
ี
ื
กรกฎาคม ในแซมเบยโคนจะเปนสนํ าตาลในเดอนกรกฎาคมแตสามารถเก็บโคนทยังเขยวอยู่ใน
ี
ื
่
ี
ี
็
ี
ื
เดอนพฤษภาคม - มิถุนายน นํามาสกัดเมล็ดเพื อใช้เพาะในเดอนกรกฎาคม การสังเกตในประเทศ
ื
็
ไทยพบว่ามากกว่า % ของดอกตัวเมียไม่ได้พัฒนาเปน conlet
13
ลักษณะโคนและเมล็ด (Cone and seed characteristics)
ิ
่
ุ
่
โคนแกจะมีขนาดตาง ๆ กันในซมบาบเว (Zimbabwe) โคนจากพันธ์ตาง ๆ กัน จะ
่
่
มีความแตกตางกันทางความยาวตั งแต . - . เซนตเมตร และความโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางจาก
ิ
่
ิ
ื
ื
ี
็
. - . เซนตเมตร โคนมีสนํ าตาลเปนเงา ก้านของโคนเกอบไม่มีหรอมีขนาดสั น . - .
ิ
ิ
่
ุ
ี
ิ
ู
เซนตเมตร และจะยึดตดกับก งอย่างเหนยวแนนโดยโค้งงอช ปลายโคนลงแบบลูกต้ม โคนมีรปทรง
ี
ovoid ถึง ovoid - conical จะเกดเดยว ๆ เปนค หรอเปนกลุ่ม โคนอยู่รอบก ง กลีบของโคนจะ
ิ
ี
ิ
็
ื
ู่
็
หนาข นไปทางตอนปลายกลีบ
ึ
ี
ิ
เมล็ดมีปกเกดข นเปนคอยู่ทฐานของกลีบโคน ขนาดเฉลี ยของเมล็ดในอินเดยยาว
ี
ู่
ึ
็
ี
ึ
ี
. มิลลิเมตร ปกยาว . - . มิลลิเมตร กว้าง . - . มิลลิเมตร ซงไล่ ๆ กับทางเวียดนาม
เมล็ดจะยาว . มิลลิเมตร และกว้าง . มิลลิเมตร ปกยาว มิลลิเมตร กว้าง มิลลิเมตร
ี
การกระจายของเมล็ดและการงอก (Seed dispersal and germination)
ิ
ู
่
ื
เมล็ดแพรกระจายโดยลม โคนจะเปดอ้าและปลดปล่อยเมล็ดในฤดแล้งราวเดอน
่
ิ
ิ
ึ
ี
ื
กุมภาพันธ์ถึงเดอนมีนาคม ในเอเซยตะวันออกเฉยงใต้โคนจะตดกับก งเแนนและค้างอยู่ ซงอาจค้าง
ี
ิ
ู
ี
นานหลายปแม้เมล็ดถูกปลดปล่อยไปหมดแล้ว ในแถบภเขาในประเทศฟลิปปนส์ซงมีลมพายุพัด
ิ
ึ
ี
ู
ุ
ี
่
ี
ึ
ข นในทสงอยู่บอย ๆ สามารถพาเมล็ดทมีปกขึ นสงข้ามทลาดหบเขาไปได้ไกลทเดยว
ี
ู
ี
ี
ู
การงอกของเมล็ดเปนแบบ epigeal โดยก้านชใบเลี ยง (hypocotyl) จะชใบเลี ยง
ู
็
(cotyledon) ข ึนไปเหนอผิวดน ใบเลี ยงปกตมี ใบ อาจอยู่ระหว่าง - ใบ กล้าอายุ - 12
ิ
ื
ิ
่
่
่
ี
เดอนมีแตใบวัยอ่อน (primary leaf) เทานั นตอจากนั นจะเกดกลุ่มใบเต็มวัยทมี fascicle การอยู่รอด
ิ
ื
ิ
ี
ี
ิ
ิ
ึ
ี
ของกล้าจะดในสภาพพื นทโล่งเตยนเปดหน้าดนปราศจากวัชพืช ซงอาจจะเกดจากการพังทลาย
ของดนททํากสกรรมและเลิกร้างหรอเกดไฟมากอน
ิ
ี
ิ
่
ิ
ื
14
ภาพท ลักษณะของโคนสนสามใบ
ี
ทมา : Pousujja et al. (1986)
ี
15
ี
ภาพท การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนสามใบ
ทมา : Pousujja et al. (1986)
ี
16
17
18
19
20
21
ภาพท 3 ลักษณะของโคนสนสองใบ
ี
ทมา : Pousujja et al. (1986)
ี
22
ภาพท 4 การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนสองใบ
ี
ทมา : Pousujja et al. (1986)
ี
23
์
้
การกระจายพันธุตามธรรมชาติของไมสน
ิ
ไม้สนในประเทศไทยทั งสองชนดคอสนสองใบ (P. merkusii Jungh. et de
ื
Vriese) และสนสามใบ (P. kesiya Royle ex Gordon) พบข นอยู่มากในแถบ lower montane
ึ
ู
(ระดับความสง ,000 - 1, เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง) ย่านภเขาตอนเหนอและ
ื
ู
ู
ี
ื
ึ
ี
่
ตะวันออกเฉยงเหนอของไทย แตสนสองใบสามารถข นได้แถบ Lowland forest ทระดับความสง
เพียง - เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางทางแถบภาคตะวันออกเฉยงเหนอตอนล่างและ
ี
ื
ภาคกลางของประเทศไทย
์
ู
ุ
การกระจายพันธ์ทางภมิศาสตร (Geographic distribution) ของสนสองใบและสน
สามใบของเอเซยอาคเนย์จะจํากัดอยู่ในย่านทมีภมิอากาศสลับด้วยฤดแล้งในย่าน montane ตํา ตาม
ี
ี
ู
ู
ี
ิ
ิ
ี
ธรรมชาตแล้วจะเกดในท้องทดนเลวและแห้งแล้ง (extreme site) และอาจขยายพื นทโดย
ิ
่
ุ
ื
่
ึ
การกระทําของมนษย์เชนการทําไรเลอนลอย ไม้สนทั งสองชนดน ีข นกระจัดกระจายอยู่ทั วไปบน
ิ
่
ผืนแผ่นดนใหญของเอเซยอาคเนย์
ี
ิ
การกระจายพันธุทางภูมิศาสตร (Geographic distribution) ของไมสนสามใบ (Pinus kesiya)
์
์
้
ี
ี
ื
ไม้สนสามใบข นกระจายจากเขากาสในอินเดยเรอยไปทางตะวันออกเฉยงเหนอ
ื
ึ
ี
ผ่านเขานาคา (Naga) ในอัสสัมเรอยไปจนถึงตะวันออกเฉยงใต้ของไซคาง (Sikang) และยูนาน
ี
ื
ื
ึ
ี
และจากเขากาสลงมาทางตะวันออกเฉยงใต้ถึงพม่าตอนเหนอผ่าน ภชน เรอยมาถงแถบภเขาของรัฐ
ู
ู
ิ
ื
ี
ี
ื
่
ื
กะเหรยงและทสงของรฐฉาน (Shan) แถบภฉาน (Shan hill) และตอเนองลงใต้ถึงตอนเหนอและ
ี
ู
ั
ู
ี
ู
ื
ี
ตะวันออกเฉยงเหนอของประเทศไทย นอกจากน ียังพบทแถบภเขาใกล้หลวงพระบางและย่าน
ี
ื
ู
เชยงของในลาวตอนเหนอ และทราบสงเขตปากเซและอัตตะปอในลาวตอนใต้ ในเวียดนามพบมี
ี
ื
ข นอยู่ใน Lao Kai จังหวัดตอนเหนอตดยูนานและทราบสง Langbian และเมืองดาลัดในเวียดนาม
ื
ี
ู
ิ
ึ
ั
ตอนใต้สําหรบสนสามใบแล้วไม่มีรายงานว่าพบในกัมพูชา
ี
ิ
ิ
ในประเทศฟลิปปนส์พบสนสามใบท Central Cordillera และ บรเวณ Zambales
ิ
่
ึ
mountains ทางตอนเหนอของ Luzon ซงอยู่ในระดับความสงตั งแต , เมตรจากระดับนํ า
ื
ู
่
ิ
่
ี
ทะเลปานกลางข ึนไป ไม้สนสามใบได้แพรกระจายจากแผ่นดนใหญของเอเชยอาคเนย์ถึงหมู่
ึ
เกาะลูซอน (Luzon) ตอนปลายยุค Tertiary หรอหลังจากนั นซงอยู่ระหว่างชวงอากาศเย็นของยุคนํ า
่
ื
แข็งแถบขั วโลกเหนอ
ื
24
ี
ุ
ภาพท การกระจายพันธ์ของไม้สนสามใบ
ี
ทมา : Critchfield and Little (1966)
25
ภาพท การกระจายพันธ์ของไม้สนสองใบ
ี
ุ
ี
ทมา : Sirikul (1980)
26
้
์
์
การกระจายพันธุทางภูมิศาสตร (Geographic distribution) ของไมสนสองใบ (Pinus merkusii)
ี
เมื อเทยบกับไม้สนสามใบแล้วไม้สนสองใบอยู่ใต้ลงมามากกว่า แนวการกระจาย
ื
ทางเหนอสดของสนสองใบ อยู่ประมาณ Lao Kai ในเวียดนามเหนอใกล้กับชายแดนยูนานและท ี
ื
ุ
ุ
ื
o
ี
Muong Ou Nua ในเขตจังหวัดเหนอสดของลาวประมาณเส้นรงท – 23 N นอกจากน ีจะพบ
o
้
ุ
ู
ื
ึ
ั
ู
่
ข นกระจายอยู่แถบภเขาภาคใต้ของรฐฉานในพม่าตอลงใต้เรอยมาใกล้แถบภเขาตะวันตกของภาค
ื
ื
เหนอของไทย และพบข นอยู่เปนผืนเล็กกระจัดกระจายในภาคตะวันออกเฉยงเหนอ ภาคตะวัน
ี
ึ
็
ี
ออก และภาคกลางของประเทศไทย ในประเทศลาวข ึนอยู่ย่านเชยงของ เวียงจันทน์ในลาว
ตอนกลางและปากเซ ปากซองในลาวตอนใต้ ในกัมพูชาข นกระจัดกระจายในปาเต็งรงตอนใต้
่
ึ
ั
ั
เทอกเขาพนมดงรก ในระดับความสง - เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง และตอนใต้
ู
ื
ี
ู
ี
ลงไปในพนมกลาง, เสยมราฐ, กําปงทม, Tale Sap, Pursat, Mondulkire และทราบสงครรมย์ ใน
ี
ี
ู
ี
ี
ู
เวียดนามมีข ึนอยู่ไม่หนาแนนในทสงของ Kontum, ดาลัด, Blao และ Lang Hanh ทความสง
่
ระหว่าง - 1, เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง
ิ
ี
ในฟลิปปนส์พบ แหง คอทเกาะ Mindoro และเขา Zambales ในเกาะ Luzon
่
ื
ิ
ตะวันตก ในฟลิปปนส์จะข ึนอยู่ในระดับความสงไม่เกน เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง
ิ
ิ
ิ
ู
ื
ี
่
่
ึ
ึ
ี
ี
และทนาทงคอท Mindoro ข นอยู่ทระดับ เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางเทานั น
ใต้ลงไปอีกไม้สนสองใบจะไปปรากฏทสมาตราตอนเหนอซงข นเปนสะวานนา
ุ
ี
ึ
็
ึ
ื
ึ
็
(Savanna) ระดับสง - 2, เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางซงมีไฟรบกวนอยู่เปนประจํา
ู
้
ุ
ี
ื
ุ
และยังพบสนสองใบอยู่ใต้ระดับเส้นศูนย์สตร (Equator) ในเทอกเขา Barisan ของสมาตราทเส้นรง
ู
O
ู
ี
็
O
1 41ข - 2 6ข S เปนแหงเดยวท Genus Pinus อยู่ใต้เส้นศูนย์สตร
ี
่
ิ
นเวศนวิทยาของไมสนในประเทศไทย
้
ึ
ิ
้
่
ี
ในประเทศไทยไม้สนเขาทั งสองชนดน ข นอยู่เฉพาะบรเวณทมีชวงอากาศรอนแล้ง
ี
ิ
ี
ู
ู
สลับกับฤดฝน ในประเทศไทยการทมีแถบละอองหมอก (mist) ในระดับสง ,000 - 1, เมตร
ี
จากระดับนํ าทะเลปานกลาง และการทมีฝนตกชกสมําเสมอเกอบตลอดป เชน ทางแถบจังหวัด
ี
ุ
ื
่
จันทบร และทางภาคใต้ เปนปจจัยททําให้ไม่มีไม้สนข นอยู่นอกเหนอจากปจจัย ทางปฐพีวิทยาและ
ั
ุ
็
ี
ั
ื
ี
ึ
ทางชวภาพ
ี
็
ี
ี
่
ี
่
ปาทมีไม้สนข ึนอยู่เรยกรวม ๆ ตามสภาพทเหนว่าปาสน (Coniferous forest) จัด
เปนพวกไม้ไม่ผลัดใบตามลักษณะของการทมีใบเขยวตลอดป โดยแท้จรงแล้วสนสามใบและ
ี
ี
็
ี
ิ
ึ
ิ
ี
่
สนสองใบชอบข นในสภาพพื นท (site) ตางกัน ปกตไม้สนจะข นปะปนกับไม้ใบกว้างอื น ๆ ทั ง
ึ
27
่
่
่
ี
ี
ั
่
พวกผลัดใบและไม่ผลัดใบ เกดเปนปาทมีลักษณะเฉพาะเรยกได้ว่า ปาสน-เต็งรง ปาสน-กอ แถบ
ิ
็
่
montane ตําและปาสนสะวานนา (Savanna) ชนดไม่ผลัดใบ (Evergreen) นอกจากปาสนบนพื น
่
ิ
ี
่
ทราบบนเขาหนทรายภาคตะวันออกเฉยงเหนอของประเทศไทยแล้ว ปาสนในประเทศไทยทคล้าย
ิ
ี
ี
ื
ื
่
ิ
่
ปาสนเขตหนาว (Temperate) จะไม่มีเลย ดังนั นปาสนทางตอนเหนอของประเทศไทยโดยแท้จรง
ื
่
่
แล้วคอ ปาสน-กอ ท montane ตํา (Lower montane pine-oak forest) หรอปาสน-เต็งรงผลัดใบ
ั
ี
ื
่
ี
(Pine deciduous dipterocarp forest) ทซงมีไม้สนสามใบ (P. kesiya) และสนสองใบ (P. merkusii)
ึ
ื
ี
ึ
่
็
ข นปนเปนไม้ทมีเรอนยอดชั นนําปะปนอยู่กับไม้ใบกว้างอื น ๆ ในวงศ์ไม้กอ (Fagaceae) ไม้ทะโล้
(Theaceae) และ ไม้เต็ง รง ยาง (Dipterocarpaceae)
ั
ื
ปาสนทางตอนเหนอของประเทศไทย
่
ภาคเหนอของประเทศไทยมีภมิประเทศเปนภเขาสลับซับซ้อน อยู่ในชวงความสง
ื
ู
็
ู
ู
่
ระหว่าง - 2565 เมตร (ยอดดอยอินทนนท์) จากระดับนํ าทะเลปานกลาง มีพรรณไม้หลาก
ิ
ิ
ื
่
่
็
หลายข ึนอยู่ประกอบเปนปาชนดตาง ๆ หลายชนด พืชพรรณทางตอนเหนอของประเทศไทย
ี
ี
็
ู
สามารถจัดเปนโซนตามระดับความสงของพื นทได้ดังน
ู
lowland zone ความสงประมาณ 200 –1,000 เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง
ู
lower montane zone ความสง 1,000 – 1,800 เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง
ู
และ upper montane zone ความสง 1,800 – 2,565 เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง
โซนทเหมาะสมในการเจรญเตบโตและพัฒนาการของไม้สนประจําถ นของไทย ชนดทางตอนเหนอ
ื
ิ
ี
ิ
ิ
ิ
ู
ของประเทศ คอ lower montane zone ทระดับความสง ,000 - 1, เมตร จากระดับนํ า
ื
ี
ทะเลปานกลาง มีต้นสนอยู่จํานวนไม่มากนักทข นตําลงมาตามลาดเขาจนถึงระดับความสงประมาณ
ู
ี
ึ
ึ
็
ึ
ู
ื
ึ
เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ซงเปนพวกไม้สนสองใบ (P. merkusii) หรอข นสงข นไป
ตามลาดเขาจนถึงระดับความสง , เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง เปนพวกไม้สนสามใบ
ู
็
(P. kesiya) ไม้สนทข นอยู่ตามธรรมชาตทางตอนเหนอของประเทศไทย จะอยู่เฉพาะในปา ชนด
ึ
ื
ิ
ิ
่
ี
คอ ปาสน-กอ ทมอนเทนตํา (Lower montane pine-oak forest) และปาสน-เต็งรงผลัดใบ
่
ื
่
่
ั
ี
(Pine - deciduous dipterocarp forest)
ปาสน-กอ มอนเทนตํ า (Lower montane pine-oak forest)
่
่
่
ิ
่
โดยชนดพรรณไม้แล้วปาน ีจะคล้ายกับปากอมอนเทนตํา (Lower montane oak
่
ี
ี
่
forest) ทจะแตกตางไปคอมีสนสามใบ (P. kesiya) ข นปะปนอยู่ด้วยจากไม่กต้นกระจัดกระจาย
ื
ึ
28
่
ิ
ึ
่
่
ทั วไปจนถึงกลุ่มไม้หนาแนน ปาสน-กอ มอนเทนตําอาจจะกล่าวได้ว่าเกดข นจากชวงระยะเวลา
่
ิ
หนงของปากอมอนเทนตํา (Lower montane - oak forest) ถูกทําลายลงอย่างมากซงอาจเกดจาก
ึ
่
ึ
่
ั
ิ
ี
็
ุ
่
การรบกวนโดยปจจัยจากส งมีชวิต (Biotic) อยู่เสมอหรอเปนคร ังคราว เชน การจดไฟเผา การ
ื
ิ
ิ
ื
ิ
ิ
่
่
่
ั
ตัดไม้ และสัตว์กัดกน หรอปจจัยทางดนเชนการพังทลายของดน ปาสน-กอ มอนเทนตําจะเกดได้ด ี
ี
่
ุ
ี
ื
ี
ทสดบนสันเขาหรอลาดเขาทคอนข้างชันหรอชันมากทระดับความสง ,000 - 1, เมตรจาก
ื
ู
่
ิ
่
ึ
ระดับนํ าทะเลปานกลาง ในปาน ีไม้สนจะข นอยู่รวมกับชนดไม้หลัก ๆ ในวงศ์ไม้กอ (Fagaceae)
ได้แก Castanopsis, Lithocarpus, Quercus และวงศ์ไม้ทะโล้ (Theaceae) เชน Schima wallichii,
่
่
็
Annealea fragrans, Eurya spp. เปนต้น บางแหงกลุ่มไม้สนทงดงามมีความสงถึง - เมตร
ู
่
ี
ิ
ิ
ี
จะขึ นอยู่เดนบนสันเขาและทลาดมีความชันสงซงดนได้ถูกกัดชะอย่างมากมายจนเกดสภาพแห้งแล้ง
่
ึ
ู
็
ื
ิ
ิ
ิ
ี
เกนกว่าทจะให้ต้นไม้ใบกว้างชนดอื น ๆ ข ึนอยู่ได้ การเกดไฟเผาประจําหรอเปนคร ังคราวใน
่
ื
่
ู
็
ิ
ชวงฤดแห้งแล้งอากาศเย็นเดอนธันวาคม - กุมภาพันธ์ จะเปนปรากฏการณปกตในปาสน-กอ
์
่
มอนเทนตํา ซงไฟจะขจัดพื นทปาทมีใบสนแห้งสะสมอยู่อย่างหนาแนนให้หมดไป
ี
่
ึ
ี
่
่
่
ึ
็
จะปรากฏให้เหนอยู่เสมอว่าปาสน-กอ มอนเทนตํา ข นตําลงมาตามลาดเขาจนถึง
ี
ี
ึ
ระดับ เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง น้อยมากทจะพบสนสามใบข นในพื นทตํากว่า
ื
ี
เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลางในพื นทภาคเหนอของประเทศไทย การข นปะปนกันของไม้สน
ึ
่
ึ
และไม้กอจะลดลงอย่างมากทระดับความสง , เมตรข นไปจากระดับนํ าทะเล ปานกลาง และ
ี
ู
ุ
ุ
ี
ต้นสนจะเกดข นน้อยจากระดับความสงน ี ยอดสันเขาบนดอยสเทพ-ปย จังหวัดเชยงใหม่ ทถูก
ึ
ู
ิ
ี
ู
ทําลายทระดับความสง , เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง เปนจดสงสดทพบไม้สนและกอ
่
ุ
็
ี
ุ
ี
ู
ข นปะปนกันอยู่เปนกลุ่มเล็ก ๆ
็
ึ
แถบละอองหมอก (mist) เหนอระดับ , จนถึง , เมตรจากระดับนํ าทะเล
ื
ี
ิ
็
ู
ั
ึ
ปานกลาง เปนปจจัยอันหนงททําให้ไม่มีต้นสนเกดข นในโซนมอนเทนสง (upper montane zone)
ึ
ุ
สถิตของระดับสงสดทพบต้นสนสามใบ (P. kesiya) ทระดับความสงประมาณ , เมตรจาก
ู
ู
ี
ิ
ี
ู
ี
ี
ี
็
ระดับนํ าทะเลปานกลาง บนภเขาหนปนดอยเชยงดาว จังหวัดเชยงใหม่ เปนทเดนชัดว่าเปนกรณ
ู
ิ
ี
่
็
พิเศษ ณ ทน จะพบต้นสนแคระแกรนรปรางผิดปกติจํานวนไม่กต้นข นอยู่ตามรอยแยกของหนปนท ี
ี
ู
ี
ี
่
ู
ิ
ึ
ี
็
ุ
ิ
่
ลาดชันปราศจากดนหน้า แตบางแหงมีอินทรยวัตถุและฮวมัส (humus) ซงเปนวัสดทมีฤทธ ิเปน
ิ
ี
ึ
็
่
ึ
ี
ั
กรดเหมาะสําหรบการข นอยู่ของไม้สน นอกจากทดอยเชยงดาวไม้สน ทั งสองชนด คอ สนสามใบ
ื
ี
ิ
ี
ี
(P. kesiya) และสนสองใบ (P. merkusii) ในพื นทอื น ๆ ของประเทศไทยจะไม่ชอบแคลเซยมคอ
ื
็
ี
ิ
ู
ื
จะไม่มีไม้พวกน ีข นบนดนทมีแคลเซยมสงหรอเปนหนปน ในย่านเทอกเขาสลับซับซ้อนนอกเขต
ี
ิ
ู
ึ
ื
แดนไทยไปทางตอนเหนอ ไม้สนสามใบ (P. kesiya) จะข นอยู่ในทระดับความสงทสงกว่าทางภาค
ี
ึ
ู
ี
ู
ื
29
ี
ี
ื
ู
เหนอของประเทศไทย สนสามใบ (P. kesiya) จะเจรญเตบโตดทระดับความสง 1,500 – 2,200
ิ
ิ
่
ี
ี
เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง เชน ทเขากาส (Khasi hills) ของอินเดย
ี
่
่
ั
่
ปาสน-กอ มอนเทนตํา (Lower montane pine-oak forest) และปาสน-เต็งรง
ิ
ี
ผลัดใบ (Pine deciduous dipterocarp forest) เปนตัวแทนของชนดดนสองชนดทแตกตางกัน
ิ
่
ิ
็
สนสามใบ (P. kesiya) ซงเปนไม้สนชนดเดยวในปาสน-กอ มอนเทนตํา (Lower montane pine-
็
ึ
่
ิ
ี
่
ี
ื
ึ
ี
oak forest) ของภาคเหนอของประเทศไทย ซงข นงอกงามดบนสันเขาหรอทลาดชันทมีความชัน
ึ
ื
ี
่
่
ึ
ิ
ระดับกลาง จะเกดอยู่บนดน red to yellow granitic แตสนสองใบ (P. merkusii) ซงข ึนอยู่ในปา
ิ
ี
็
ื
ั
ี
สน-เต็งรงผลัดใบ (Pine deciduous dipterocarp forest) ทมีสภาพเปนเขาหรอทลาดชันเล็กน้อยจะ
ิ
ี
ิ
ื
ิ
ู
มีดนพวก grayish sandy , brownish gravelly หรอดนลูกรง (lateritic) ทมีหนปนอยู่มากน้อย
ั
ี
่
ระดับตาง ๆ กัน อย่างไรก็ดสนสามใบ (P. kesiya) สามารถจะข ึนอยู่ได้ปนกับสนสองใบ (P.
merkusii) ในปาสน-เต็งรงผลัดใบ (Pine deciduous dipterocarp forest) แตจะพบประปรายไม่
่
ั
่
เปนกลุ่มหนาแนน
็
่
ปาสน-เต็งรงผลัดใบ (Pine - deciduous dipterocarp forest)
ั
่
่
่
ิ
ปาชนดน ีทเดนชัดจะมีสนสองใบ (P. merkusii) และสนสามใบ (P. kesiya) ข ึน
ี
ั
่
ิ
อยู่ด้วย โดยแท้จรงแล้วการแพรขยายของปาสน-เต็งรงผลัดใบเข้าไปในโซนมอนเทนตํา (lower
่
ุ
ู
ิ
ี
ั
ุ
montane zone) ได้รบการสงเสรมให้เกดข ึนโดยไฟทเกดจากการจดเผาของมนษย์ในฤดแล้งทมี
ิ
ี
่
ิ
่
ึ
่
ื
สภาพอากาศเย็นชวงเดอนธันวาคม - กุมภาพันธ์ จะมีไม้สนสองใบ (P. merkusii) ข นอยู่รวมกับ
ไม้อื น ๆ อีกเล็กน้อยจําพวกไม้กอ (Fagaceae) ได้แก Castanopsis, Lithocarpus, Quercus และ
่
่
ึ
พวกวงศ์ไม้ทะโล้ (Theaceae) ได้แก Schima wallichii , Annealea fragrans, Eurya spp. ข น
่
ี
ู
แทรกปะปนเข้าไปในปาเต็งรงผลัดใบ ทระดับความสงประมาณ เมตร จากระดับนํ าทะเลปาน
ั
่
กลาง และจะมีมากข นทระดับ - 1, เมตร จากระดับนํ าทะเลปานกลาง พื นทภาคเหนอของ
ึ
ื
ี
ี
ประเทศไทยในปาสน-กอ montane ตํา (Lower montane pine-oak forest) จะมีเฉพาะไม้สนสาม
่
่
่
ึ
ี
ใบข นอยู่ ขณะทสนสองใบ (P. merkusii) จะมีอยู่เฉพาะในปาสน-เต็งรงผลัดใบ (Pine deciduous
ั
่
ิ
ู
ั
ื
dipterocarp forest) นอกเหนอจากปจจัยทางลักษณะภมิประเทศและดนแล้ว การเกดไฟบอย ๆ จะ
ิ
ี
ทําให้สนสองใบ (P. merkusii) ได้เปรยบเพราะมีลักษณะทนไฟมากกว่าไม้สนสามใบ (P. kesiya)
ี
ในสภาพเชนน จะมีความช นในอากาศสงและ ลมเย็นทําให้มีพวก ไลเคน มอส กล้วยไม้ และฝอยลม
่
ื
ู
(Usnea spp.) ข นอยู่ตามก งไม้สง ๆ ของต้นไม้ขนาดใหญในปาน ี
่
่
ิ
ึ
ู
30
ี
ื
ิ
่
ั
ี
ู
็
ทางภาคเหนอของไทยปาสน-เต็งรงผลัดใบจะเกดบนทราบสงบนเขาทเปนลูกเนน
ิ
ี
ี
่
(rollings hills) เชน พื นทบอหลวง แม่สะนาม ทางตะวันตกเฉยงใต้ของเชยงใหม่ในทระดับความ
ี
ี
่
ื
ู
ี
สง - 1, เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง และตามแนวเขตตอนเหนอของพื นทน ี เชน
่
ิ
หนองกระทง ทระดับความสง ,000 - 1, เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง จะพบไม้
ู
ี
สนสามใบ (P. kesiya) ข นปะปนอยู่กับไม้เหยง (Dipterocarpus obtusifolius) และ ไม้พลวง
ี
ึ
(D. tuberculatus) ในพื นททคอนข้างชมช นและดนอุดมสมบรณบนลาดเขาทไม่ชันนัก โดยทั วไป
ี
ี
่
ุ่
์
ู
ิ
ื
ี
่
ี
่
แล้วไม้สนสามใบ (P. kesiya) จะมีข ึนอยู่เปนจํานวนน้อยกระจัดกระจายทั วไป สวนใหญของท
็
่
ึ
็
ู
ี
ึ
่
ู
ราบสงบนภเขาน ีจะมีไม้สนสองใบ (P. merkusii) ข นอยู่เปนจํานวนมาก อีกแหงหนงทพบปาสน-
ื
ื
เต็งรงผลัดใบคอแถบเทอกเขาทางตะวันตกใกล้กับชายแดนประเทศพม่าตามเส้นทางขุนยวม
ั
ุ
ี
ื
ึ
ื
แม่ฮองสอน ไม้สนสองใบทอยู่ใต้สดของภาคเหนอของประเทศไทยคอ ทจังหวัดตากจะข นอยู่ตาม
่
ี
ั
่
ี
็
ลาดเขาในระดับตําประมาณ เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ในพื นทน ีจัดเปนปาสน-เต็งรง
ผลัดใบทแห้งแล้ง (Xeric phase of pine-deciduous dipterocarp forest) ซงจะมีไม้สนสองใบท
ี
ึ
ี
่
ู
ึ
ลักษณะรปทรงลําต้นผิดปกตข นปะปนอยู่กับไม้ปาเต็งรงผลัดใบทลําต้นคดงอบนพื นทราบลุ่มนํ า
ี
ิ
ี
ั
เกา
่
ื
ปาสนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนอของประเทศไทย
่
บนยอดเขาภกระดงทเปนทราบบนเขาหนทราย และภหลวง ความสงระหว่าง
ี
ิ
ึ
ี
ู
ู
็
ู
็
ุ่
ึ
1,000 - 1, เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง จะมีปาสนแบบทงหญ้า (Pine savannas) ซงเปน
่
กลุ่มไม้สนสองใบ (P. merkusii) ชนดเดยวล้วนเกอบจะทั งหมดข นเปนผืนกระจายทั วไป โดยมีกก
ี
ื
ิ
็
ึ
ื
่
่
็
(sedge) และหญ้าข นเปนผืนตดตอกันเปนไม้พื นล่าง ณ ทน ีปาสนหรอจะเรยกให้จํากัดลงไปว่า
ึ
็
ิ
ี
ี
ิ
ทงดงสน (Pine savannas) ได้เกดข นอย่างงอกงามบนดนทมีพีทชั นบน (peaty top) ภายใต้สภาพ
ี
ิ
ุ่
ึ
ทงหญ้า (savanna) ตามแนวขอบของปา Lower montane rain forest และใกล้ ๆ ลําห้วยลําธารจะ
ุ่
่
ี
พบไม้สนสามใบ (P. kesiya) ข นกระจัดกระจายเปนต้นเดยวหรอกลุ่มเล็ก ๆ
็
ื
ึ
ุ่
ิ
่
ี
ี
ทงดงสน (Pine savannas) เปนพื นททพบได้ทั วไปในเขตอุทยานแหงชาต
็
ิ
ทงแสลงหลวง จังหวัดเพชรบรณ เชน ททงนางพญา ทนาประทับใจคอผลของการเกดการทดแทน
ุ่
ื
์
ี
ี
่
่
ุ่
ู
่
่
ี
ี
ในอดต เราจะพบไม้สนขนาดใหญมากมายข นกระจายอยู่ใกล้กับปาดงดบ (Evergreen) ในพื นทน
ิ
ี
ึ
่
ได้มีรายงานว่าไม้สนสองใบ (P. merkusii) มีขนาดใหญทสดในประเทศไทยคอสงถึง เมตร
ู
ุ
ื
ี
ิ
และความโตทางเส้นผ่าศูนย์กลางทระดับอก เซนตเมตร
ี
31
ี
ิ
ุ
ี
ปาสนทราบตํา ทอําเภอบณฑรก โขงเจยม ตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธาน ก็
่
ี
ี
่
ี
มีความแตกตางออกไปอีก ในทระดับความสงจากระดับนํ าทะเลปานกลางระหว่าง - 150
ู
ั
เมตร จะพบไม้สนสองใบ (P. merkusii) เทานั นข นผสมกับไม้เต็งรงผลัดใบคอปาสน-เต็งรงผลัดใบ
ึ
่
่
ื
ั
ึ
(Pine deciduous dipterocarp forest) ซงประกอบด้วยไม้กราด (Dipterocarpus intricatus) และไม้
่
่
่
็
เหยง (D. obtusifolius) เปนสวนใหญ มีไม้สนขนาดใหญข ึนอยู่ใกล้ ๆ ปาดงดบเชนกัน อาจเปน
่
ิ
ี
่
็
ู
ุ
์
สภาพทหลงเหลืออยู่จากการทดแทนในอดต ใกล้จังหวัดสรนทรทหนองคจะพบปาสนผืนเล็ก
ี
ิ
่
ี
ี
ื
ั
ทเสอมโทรมซงเปนสนสองใบ (P. merkusii) กับปาเต็งรงข นอยู่
ึ
ี
็
ึ
่
ปาสนในภาคกลางของประเทศไทย
่
่
จะพบไม้สนสองใบ (P. merkusii) กลุ่มเล็ก ๆ ข นปะปนกับไม้ปาเต็งรงผลัดใบ
ั
ึ
ู
ข นกระจายอยู่ตามสันเขาทไม่เปนหนปนของเทอกเขาตะนาวศร ในท้องทจังหวัดกาญจนบรและ
ี
ี
็
ี
ี
ิ
ึ
ื
ุ
ุ
ั
ุ
สพรรณบร ในทระดับความสงตํากว่า เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ปา-เต็งรงผลัดใบท
ี
ี
ู
ี
่
ี
ื
แห้งแล้งทสดโดยมีไม้สวนใหญเปนไม้รง (Shorea siamensis) พบทเขาสนและเขาม้าลายใกล้เขอน
็
่
ั
ี
ุ
่
ิ
็
่
ี
่
แกงกระจาน เปนปาทเกดตามลาดเขาและสันเขาทระดับความสง - เมตร จากระดับนํ า
ี
ู
ี
ุ
ุ
่
ี
ื
ุ
ทะเลปานกลาง ปาไม้สนสองใบทางใต้สดของไทยคอ ทปาชมชนอําเภอชะอํา จังหวัดเพชรบร อยู่
่
ุ
ใกล้ชายทะเลตะวันออกทระดับความสง เมตรจากระดับนํ าทะเลปานกลาง ถอเปนระดับตําสด
ื
็
ู
ี
ของไม้สนสองใบ (P. merkusii) ในประเทศไทย และยังคงมีต้นสนหลงเหลืออยู่ประมาณ ต้น
แตความเพ มพูนรายปจะตํามาก
่
ิ
ี
32
่
ื
ี
ภาพท ปาสนทางตอนเหนอของประเทศไทย
ี
ทมา : Santisuk (1987)
33
ิ
สนคารเบีย (Pinus caribaea Morelet)
NOMENCLATURE
Botanical name: Pinus caribaea Morelet
Synonyms: Pinus bahamensis Griseb., P. hondurensis Sénéclauze, P. hondurensis
Loock, P. recurvata Rowlee. Before 1950, the name P. caribaea was used to
describe also P.elliottii var. elliottii and P. elliottii var. densa in the
southern U.S.A. (Little and Dorman, 1954 ; Lamb, 1973)
Family : Pinaceae
ี
ิ
Common name: ในลาตนอเมรกาเรยก Pino de la costa, Pino costanero. Pino colorado,
ิ
Pino caribaea, Ocote blanco, and Pino macho (Lamb, 1973)
ี
ื
โดยทั วไปเรยก Carribbean pine หรอ Caribbean pitch pine
ิ
ื
็
่
สนคารเบียแบงแยกเปน varieties คอ
1. Pinus caribaea Morelet var. bahamensis
ิ
ิ
ิ
- มีถ นกําเนดเดมในหมู่เกาะ Bahama และ Caicos Islands
- มีใบ - ใบตอ fascicles
่
ิ
- cone มีขนาดยาว - เซนตเมตร
ี
ื
- เมล็ดมีปกไม่ติดเชอมกับเมล็ด
2. Pinus caribaea Morelet var. caribaea
ิ
ิ
ิ
- มีถ นกําเนดเดมในประเทศ Cuba และ Isle of Pines
- มีใบ ใบ (หายากทจะมี ใบ) ตอ fascicles
ี
่
- cone มีขนาดยาว - เซนตเมตร
ิ
่
ื
- เมล็ดมีปกติดเชอมกับเมล็ดแนนแบบไม่หลุดจากกัน
ี
3. Pinus caribaea Morelet var. hondurensis
ิ
ิ
- มีถ นกําเนดเดมในอเมรกากลาง
ิ
ิ
- มีใบ ใบตอ fascicles (บางท , และ ใบ ขณะต้นไม้อายุน้อย)
่
ี
- cone มีขนาดยาว - เซนตเมตร
ิ
34
ี
ื
- เมล็ดมีปกไม่ติดเชอมกับเมล็ด
่
ี
ี
ั
variety ทเหมาะสมสําหรบปลูกในประเทศไทยรวมทั งข้อมูลตาง ๆ ทจะกล่าวถึง
่
ื
็
่
คอ Pinus caribaea Morelet var. hondurensis เทานั นนอกจากจะบงชัดเปนอย่างอื น
ลักษณะตนไม (The tree)
้
้
ขนาดและลักษณะการเจรญเติบโต (Size and growth habit)
ิ
ี
ิ
ี
่
็
สนคารเบย (P. caribaea) เปนสนทมีใบ (needle) - ใบตอ fascicle สวนใหญ
่
่
่
ี
ี
ี
ู
จะมี ใบตอ fascicle ต้นทโตมาก ๆ สงถึง เมตร และโตถึง . เมตร ในสภาพพื นท (site) ด
ุ
่
ิ
ิ
่
ใน Belize พันธ์แถบ Insular จะมีขนาดเล็กกว่าพันธ์แถบแผ่นดนใหญโดยธรรมชาตเปนปาอายุ
ุ
็
ตาง ๆ กันในกลุ่มไม้เดยวกัน แตเปนปาบรสทธ ิคอมีชนดเดยวเปนสวนมาก และจะมีกลุ่มปา
็
่
ี
ิ
่
ิ
ื
็
ี
ุ
่
่
่
ุ
ิ
บรสทธ ิอายุเดยวปะปนกระจายทั วไปซงบางคร ังมีไม้ใบกว้างพวก Quercus (กอ) แทรกอยู่
ี
่
ึ
่
ิ
ด้วยเปนหย่อม ๆ กลุ่มไม้ในแงทางนเวศนวิทยาแล้วเปน fire climax เพราะจะยังคงอยู่ได้ต้องมีไฟ
็
็
ู
ึ
เกดข นเปนคร ังคราว ซงไฟน ีจะเปนตัวกดกันการแกงแย่งพื นทจากพวกไม้ใบกว้าง รปทรงต้นไม้
ึ
ิ
็
ี
็
ี
่
่
่
่
็
่
ิ
ึ
ตาง ๆ กันไป การแตกก งก้านไม่หนาแนนมากจัดว่าปานกลางถึงคอนข้างน้อยเมื อข นเปนปา จะมี
่
ี
่
ื
เรอนยอดทมีชวิต /4 - /3 ของความสงของลําต้น แตเมื อข นต้นเดยวแล้วจะมีเรอนยอดใหญแผ่กว้าง
ี
ึ
ี
2
ู
ื
1
และตําและมักมีกิ งใหญ บางต้นคดงอบดมี spiral grains บางต้นกิ งตั งฉากกับลําต้น
่
ิ
การออกดอกติดผลและการพัฒนาเมล็ด (Reproductive biology)
เปน ไม้ท มีเพ ศผู้และเพ ศ เมียแยก จาก กัน ป ลีด อก ตัว ผู้มีจําน ว น
ี
็
่
ิ
ิ
ื
ิ
็
มากขนาดเล็กอยู่ เปนกลุ่มรอบก งตอนใกล้ ๆ ปลายก ง สวนใหญเกดอยู่ตอนล่าง ๆ ของเรอนยอด
่
่
แตละปลีดอกตัวผู้มีขนาด - มิลลิเมตรทางความยาว และ มิลลิเมตรทางความกว้าง ปลีตัว
ึ
ิ
ิ
่
ื
ิ
เมียพบตอนสวนบนของเรอนยอดเปนหลักจะเกดอยู่ใกล้ ๆ ปลายก งซงกําลังยืดยาวออกไป ปกตมี
็
ิ
ื
ิ
ิ
ยอดละ - ปลีอยู่ด้านข้างโดยรอบก ง ปลีดอกตัวเมียในท้องถิ นธรรมชาตเกดในเดอนกันยายน -
็
ตลาคม ประมาณ - เดอนกอนการผสมเกสร ปลีทพรอมผสมหรอทผสมแล้วเปนโคนเล็ก ๆ
ื
่
ุ
ี
ี
ื
้
ื
(conelet) จะพบในเดอน พฤศจกายน - กุมภาพันธ์ใน Honduras และธันวาคม - มีนาคมใน Belize
ิ
ู
การออกดอกจะช้าลงเมื อพื นทสงข น ในแถบใต้เส้นศูนย์สตรสวนปา P. caribaea var.
ี
่
ึ
ู
ื
caribaea ในควีนสแลนด์ ออสเตรเลีย จะออกดอกเดอนมิถุนายน - กรกฎาคม P. caribaea var.
35
ื
hondurensis จะออกดอก เดอนมีนาคม - มิถุนายน ใน Brazil นั น P. caribaea var. hondurensis จะ
่
ู
่
่
ิ
ื
ผสมเกสรชวงเดอนพฤษภาคม - กรกฎาคม พวกออกดอกนอกฤดมีอยู่บอยในปาธรรมชาตและ
็
่
สวนปาหลังจากการผสมเกสรแล้วโคนเลทมีขนาด - มิลลิเมตร จะยาวข ึนเปน - 20
ี
ี
็
ี
มิลลิเมตร และโต มิลลิเมตร จะเปลี ยนสจากชมพูเปนเขยวอ่อนและนํ าตาล ขณะเดยวกันก้าน
ิ
ิ
็
ของมันจะยาวข นเปน - มิลลิเมตรและบดงอ ซงจะใช้เวลาในกจกรรมน ีภายใน - เดอน
ึ
ึ
ื
ื
็
หลังจากการผสมเกสร โคนเลทน ีจะไม่เปลี ยนแปลงโดยคงสภาพน ีอยู่เปนเวลาถึง เดอน จน
ั
่
่
ึ
กระทั งไขได้รบการผสม (fertilization) ตอจากนั น โคนเลทจะเจรญขยายโตข นถึงขนาดเต็มวัยอย่าง
ิ
่
ื
ื
รวดเรวภายในชวงเวลา เดอนก็ถึงขนาดโตเต็มทและสกแกใช้เวลา - เดอนหลังจากผสม
็
่
ุ
ี
ื
ิ
เกสร ในปาธรรมชาตโคนแกเดอนพฤษภาคม - กรกฎาคมท Honduras และ Nicaragua เดอน
่
ื
่
ี
่
่
ิ
่
มิถุนายน – สงหาคมใน Belize ทางเขตของโลกตอนใต้ในสภาพสวนปา เชน ออสเตรเลียโคนแก
ื
ื
้
ิ
ิ
ื
เดอนมกราคม - กุมภาพันธ์ ในฟจพรอมเก็บได้ในเดอนมกราคมถึงต้นเดอนมีนาคม
ุ
ิ
ื
ในปาธรรมชาตชวงทโคนแกจะตรงกับต้นฤดฝน ซงเหมือน ๆ กันเกอบทก
ี
่
่
่
ึ
ู
ประเทศ ถึงแม้ว่าจะมีสภาพฝนตกการเปดอ้าของโคนและการปลิวของเมล็ดจะเกดอย่างรวดเรว
ิ
็
ิ
่
่
่
ภายในเวลา เดอนหรอเรวกว่าน แตจะมีความแตกตางกันในแตละต้นและแตละกลุ่มไม้ ดังนั นใน
่
ี
ื
็
ื
ึ
ท้องทหนง ๆ จะครอบคลุมชวงเวลา - เดอนในการทโคนแกและเมล็ดรวง โดยทั วไปแล้วโคน
ี
ื
่
่
ี
่
จะแกในชวงเวลาเดยวกันในรอบปแม้ว่าการออกดอกจะเปลี ยนแปลงไปบ้าง แตในปาธรรมชาตใน
่
่
ิ
่
ี
่
ี
Honduras จะพบว่ามีโคนอ่อนบ้าง แกเก็บได้บ้างในชวงเดยวกัน การลีบของโคนเลทจะมีสงสาเหต ุ
ู
่
่
ี
่
ิ
ิ
ื
ี
ั
ิ
จากการทไม่ได้รบการผสมเกสร หรอเกดจากการแกงแย่งระหว่างโคนเลทและการเจรญเตบโตของ
ื
ึ
ั
ต้นไม้ หรอจากการทําลายของแมลง และการลีบจะมีมากข นหลังจากไข่ได้รบการผสม
ิ
ู
่
การผลิตเมล็ดในสวนปานอกถิ นเดมคอนข้างเลว เนองจากอุณหภมิเย็นทําให้
ื
่
ไม่ออกดอกหรอสภาพชมช นในชวงออกดอกปกปองไม่ให้เกสรไปสปลีดอกตัวเมีย ดังนั นสวน
ุ่
ื
้
ื
่
ู่
ิ
่
้
ี
ื
่
ผลิตเมล็ดหรอแหล่งผลิตเมล็ดนอกเขตธรรมชาตต้องอยู่ในทเขตรอนทมีชวงหนาวแล้งเดนชัด
ี
ิ
ถิ นกําเนดจาก Inland ของ P. caribaea var. hondurensis คอนข้างออกดอกเรว
็
่
ิ
กว่าถ นกําเนด Coastal และยังผลิตโคนเลทมากกว่าด้วย
ิ
36
ลักษณะของโคนและเมล็ด (Cone and seed characteristics)
ิ
ู
ิ
ิ
ี
โคนจะไม่บดเบ ยวปกตยาว - เซนตเมตร รปทรงของ cone เมื อยังไม่เปดอ้า
ิ
่
็
็
่
ความยาวเปน เทาของความโต โคนจะเปนพวกรวงเรว หล่นอย่างรวดเรวหลังจากแกแล้ว แตใน
่
่
็
็
ู
ิ
ี
่
่
ื
็
ี
บางท้องทอาจตดกับต้นเปนปหรอนานกว่าน ี มีความแตกตางกันอยู่บ้างในรปรางของโคนและ
ู
ี
่
ขนาดของโคนในระหว่างต้นตอต้น กลีบของโคนจะอ้าเผยอทําให้มีรปทรงโคนแบบถังเบยรเมื อ
์
ิ
ึ
โคนเปด กลีบจะบาง ยืดหยุ่น จํานวนกลีบของโคนมีระหว่าง - กลีบ ซงประมาณ %
ู
่
ี
่
ู
ิ
่
็
์
ี
จะให้เมล็ดทสมบรณ เมล็ดเกดอยู่บนสวนยอดของกลีบของโคน เมล็ดรปรางไขเรยวยาวเปนสอง
เทาของความกว้าง ปลายแหลมทั งสองด้านและเปนสามเหลี ยม โดยประมาณความยาวน้อยกว่า
่
็
มิลลิเมตร กว้าง มิลลิเมตร ขนาดของเมล็ด P. caribaea var. hondurensis อาจจะโตข ึนเมื อปลูก
ึ
ี
ุ
ู
ี
่
ในทสงข น สของเมล็ดเมื อมีเปลือกนอกห้มจะตางกันจากดําประเทาถึงนํ าตาลอ่อน ขบวนการ
ี
่
็
ิ
ี
ตาง ๆ ทเกดจากการจัดการเมล็ดจะทําให้ผิวนอกน หลุดออกไปบ้างและจะให้เหนสภายใน
ี
ี
เปนรอย ๆ เมล็ดทมีการสกัดออกจากโคนก่อนทจะแกเต็มทจะมีสอ่อนกว่า
ี
่
ี
็
ี
่
ิ
ี
่
ปกเมล็ด (articulate) จะตดอยู่อย่างหลวม ๆ กับเมล็ดและหลุดรวงงายใน
่
ึ
่
ิ
varieties hondurensis และ bahamensis แตจะตดแน น (adnate) ใน varieties caribaea ซงไม่
ุ
สามารถเอาปกออกได้นอกจากทําลายเปลือกห้มเมล็ดด้วย P. caribaea จาก Belize สกัดปกออก
ี
ี
ิ
ึ
ี
่
ี
ยากกว่าทอื น ๆ ในแผ่นดนใหญ ความยาวของปก - มิลลิเมตรซงสัมพันธ์กับความยาวของ
เมล็ด
ั
ื
ลักษณะภายในเมล็ดเหมือนสนทั วไป คอมี embryo ฝงอยู่ตามแนวยาวในเน อเยื อ
ื
female gametophyte (endosperm)
การกระจายของเมล็ดและการงอก (Seed dispersal and germination)
ิ
ี
่
เมล็ดจะหลุดรวงและแพรกระจายจากโคนทเปดอ้าโดยลม การกระจายของเมล็ด
่
สวนใหญจะอยู่ในรศมี เมตรจากต้น มีบ้างกระจายหางออกไปถึง เมตร แตลมพายุเฮอรเคน
ิ
่
่
่
ั
่
(hurricane) อาจเพิ มการกระจายออกไปได้ไกลทเดยว
ี
ี
ิ
่
็
ื
ู
ี
ุ่
เมล็ดจะรวงในฤดทชมช นและการงอกจะเกดตามมาอย่างรวดเรวหลังจากเมล็ด
ู
่
่
ิ
็
ี
รวง การงอกแบบชใบเล ยงโดยตอนแรก radicle เจรญออกเพื อเปนรากแก้วตอจากนั นก้านชใบเลี ยง
ู
ิ
จะยืดยาวออกชใบเลี ยงเหนอผิวดนโดยมีเปลือกห้มเมล็ดตดค้างอยู่ ใบเลี ยงจะมีจํานวน - ใบ
ิ
ื
ู
ุ
37
ิ
ี
ี
ภาพท การพัฒนาของโคน เมล็ด และการงอกของสนคารเบย
ทมา : Robbins (1983)
ี
38
ิ
่
ิ
โดยมีคาเฉลี ย - ใบ ตอจากนั นจะเกดใบวัยอ่อนและตดตามด้วยใบเต็มวัย Pinus caribaea var.
่
ิ
็
ี
่
ิ
ิ
่
ู
hondurensis จากแผ่นดนใหญจะมีกล้าไม้ทเจรญเตบโตรวดเรว สงและคอนข้างผอมบาง ใบเต็มวัย
ิ
จะเกดข นเมื อกล้าอายุประมาณ เดอน และใบวัยอ่อนจะยังคงตดค้างอยู่เปนเวลา ปหรอมากกว่า
ื
ื
ึ
ิ
ี
็
ั
ู
กล้าไม้ Pinus caribaea var. hondurensis จากฮอนดรสจะคล้ายกับกล้าของ P. oocarpa จาก
ี
่
่
ี
ประเทศเดยวกันแตจะมี hypocotyl คอนข้างยาวกว่าและไม่มีสชมพูเหมือน P. oocarpa และ
ี
P.caribaea จะมีใบเล ยงยาวกว่าและสเขยวอ่อนกว่า
ี
ี
์
ิ
การกระจายพันธุโดยทั วไปของสนคารเบีย
ขอบขายทางภมิศาสตรของการกระจายพันธ์อยู่ระหว่าง เส้นละตจด 25ข N
่
ู
ุ
ู
o
ิ
์
ใน Grand Bahama และ Great Abaco และ 13ข N ใกล้กับ Blue field ทางฝ งตะวันออกของ
o
ั
o
o
ิ
ู
Nicaragua ระยะขอบขายทางด้านลองตจดจาก 40ข W บนเกาะ Caicos ถึง 23ข W ท
่
ี
Poptun ในจังหวัด Peten ประเทศ Guatemala ระยะการกระจายครอบคลุมเกาะใหญ ๆ เกาะใน
่
Bahama และเกาะเล็ก เกาะในกลุ่มของ Caicos บางสวนของ Cuba, ฮอนดรส (Honduras) ทว
ิ
ู
ั
่
ิ
ั
ั
ู
ื
เขามายาตะวันออก และแถบเขาชายฝ งทะเลตอนเหนอของฮอนดรสและลงใต้ถึงนคารากัว
่
ี
ิ
่
(Nicaragua) การกระจายตามเกาะตาง ๆ จะแยกถิ นกําเนดออกจากกันเปนเวลานาน ไม่เพียงเทาน
็
ี
ั
ทอยู่บนแผ่นดนใหญก็อยู่กระจายไม่คอยตอเนองกันนอกจากทราบชายฝ งทะเลตะวันออกของ
ื
่
่
ิ
่
ี
่
ี
่
ิ
ี
อเมรกาใต้ จงไม่แปลกทพบ ecotype ทตางกันเดนชัด
ึ
ู
ิ
่
ขอบขายของความสงจากระดับนํ าทะเลเร มจาก - เมตร ในหมู่เกาะ Bahama
และเกาะ Caicos จากระดับนํ าทะเลถึง เมตรใน Cuba จากระดับนํ าทะเลถึง , เมตร ใน
ู
ู
British Honduras และในระดับตํากว่า , เมตร เล็กน้อยทางแถบภเขาสงของ Honduras และ
ึ
ิ
Nicaragua ซงระดับสงถัดขึ นไปจะเปนสนชนดอื น ๆ โดยเฉพาะ P. oocarpa
ู
็
ํ
ความสาคัญในการปลูกสรางสวนปา
้
่
เปนไม้ทเหมาะสมอย่างมากสําหรบการปลูกสรางสวนปาไม้สนเขตรอนในพื นท ี
่
็
้
้
ั
ี
ุ
ู
่
ิ
ื
ี
ความสงระดับตําและระดับกลาง ไม้ชนดน ีมีคณลักษณะทนาสนใจคอการทนแล้งได้ พบว่าไม้
ี
ั
ื
ึ
สนททนแล้งจะมี cuticle ทไม่ดดซมนํ า (คอพื นผิวทไม่ให้หยดนํ าเกาะ) สําหรบ Pinus caribaea
ู
ี
ี
ุ
็
ึ
มีความทนแล้งอยู่ระหว่าง P. oocarpa ทเปนสนทนแล้งทสด และ P. patula ssp. tecunumanii ซงทน
ี
ี
่
ุ
่
ุ
ี
แล้งน้อยทสด พื นผิวของใบสนจะมีสวนยื น (ปมปม) บนแผ่นชั นข ีผึ ง (wax) จะลดการ
39
ุ
ิ
ี
ภาพท การกระจายพันธ์ของไม้สนคารเบย
ี
ทมา : Lamb (1973)
ี
40
41
42