กัญญาณัฐ รัตนบุรี เสน่ห์ภาษา สื ก ต ลุ่ าม ลุ่ม สื บ ห ส ลั าร ลัก ะ ส สู ก สูต า ร ร า แ เรี ก รีย น น น ก รู้ ล รู้ภ ภู า า ง ษ ก า า ภู มิ ไ ร ท ศึ ย ศึก มิปั ษาขั้ ปั ญ ขั้ นพื้นฐา ญ น พุทธ า ศัก ถิ่ ราช ถิ่ น ๒๕๕ ค ๑ วนโดน ๔ ชนิกานต์ พุ่มไชย ๖๐.-
เสน่ห์ภ ห์ าษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน หนัง นั สือเรียน รายวิชาเพิ่มเติมภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภ รู้ าษาไทย ตามหลัก ลั สูตรแกนกลางการศึกศึษาขั้น ขั้ พื้น พื้ ฐาน พุทธศัก ศั ราช ๒๕๕๑ ชั้น ชั้ มัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่ ๔ ผู้เผู้รียบเรียง นางสาวกัญกัญาณัฐณัรัตรันบุรี นิสิตชั้นชั้ปีที่ ๔ กศ.บ. (ภาษาไทย) นางสาวชนิกานต์ พุ่มไชย นิสิตชั้นชั้ปีที่ ๔ กศ.บ. (ภาษาไทย) ที่ปรึกรึษา อาจารย์ปย์ริยากรณ์ ชูแก้วก้ ผู้อผู้อกแบบ นางสาวกัญกัญาณัฐณัรัตรันบุรี นางสาวชนิกานต์ พุ่มไชย นางสาวเขมรินทร์ ทองศรี และนายอิมรอน อุเส็น สังสักัดกัหลักลัสูตสูรการศึกศึษาบัณบัฑิตฑิสาขาวิชวิาภาษาไทย คณะศึกศึษาศาสตร์ร่ร์ร่วมกับกัคณะมนุษยศาสตร์ และสังสัคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยลัทักทัษิณ
หนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทยเพิ่มเติม เสน่ห์ภาษา สืบสานคุณค่าถิ่นควนโดน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ สอดคล้องกับตัวชี้วัดหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จัดทำ ขึ้นโดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ครูและผู้เรียนได้ศึกษาเรียนรู้ภาษาไทยในเรื่องการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว การเขียนเรียงความ การพูดสุนทรพจน์ และการแต่งคำ ประพันธ์ประเภทกาพย์ยานี ๑๑ และ ได้มีการบูรณาการองค์ความรู้ในท้องถิ่นเพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่าของภูมิปัญญา สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมถึงความเป็นพหุวัฒนธรรมในท้องถิ่น คำ แนะนำ วิธีการใช้หนังสือ ๑. อ่านสารบัญเพื่อจะได้ทราบประเด็นเนื้อหาที่มีอยู่ในเล่ม ควรเปิดดูสารบัญและอ่านเนื้อหาคร่าว ๆ ตลอดทั้งเล่ม เพื่อให้เห็นภาพรวมของหนังสือ จากนั้นอ่านและทำ ความเข้าใจในแต่ละประเด็น ทั้งหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย รวมทั้งสังเกตว่าประเด็นใดที่น่าสนใจเป็นพิเศษบ้าง ๒. ใช้เวลาว่างในการอ่านเพื่อทำ ความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ที่มีอยู่ในหนังสือเล่มนี้เป็นเรื่อง ๆ ประเด็นใดที่ไม่เข้าใจหรือเกิดข้อสงสัยอาจทำ เครื่องหมายไว้ เพื่อให้ครูได้อธิบายเพิ่มเติมในประเด็น นั้น ๆ หากมีการกำ หนดให้อ่านมาล่วงหน้า นักเรียนควรอ่านตามที่กำ หนดไว้ด้วยความเอาใจใส่ พยายามทำ ความเข้าใจและใช้ความคิด เพื่อที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ในการเรียนรู้แก่นักเรียนเอง ๓. ฝึกทำ กิจกรรมท้ายหน่วยทุกกิจกรรมการเรียนรู้ที่กำ หนดไว้ เพื่อนักเรียนจะได้พัฒนา ทักษะการอ่าน การเขียน การพูด และการแต่งคำ ประพันธ์ เพื่อที่จะสามารถนำ ไปต่อยอด ในการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นต่อไป คำ แนะนำ ในการใช้ห ช้ นัง นั สือเรียน
การวางแผนการจัดการเรียนรู้ ๑. ศึกษาหลักสูตรการเรียนรู้เพื่อให้เข้าใจมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสิ่งที่จำ เป็นสำ หรับนักเรียน ๒. ศึกษาหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทยเพิ่มเติม เสน่ห์ภาษา สืบสานคุณค่าถิ่นควนโดน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ แล้ววางแผนการจัดการเรียนรู้ ๓. ประเมินพื้นฐานความรู้ความสามารถด้านการอ่าน การเขียน การพูด และการแต่ง คำ ประพันธ์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการสอน คำ แนะนำ สำ หรับ รั ครู
หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมภาษาไทย เสน่ห์ภาษาสืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เป็นหนังสือที่จัดทำ ขึ้นสำ หรับนักเรียนเพื่อใช้ฝึกทักษะในด้าน การอ่าน การเขียน การพูดและหลักการใช้ภาษาไทย โดยมีการสอดแทรกเรื่องราว และภูมิปัญญาท้อ งถิ่นข อ ง อำ เภอควนโดน จังหวัดสตูล รวมทั้งใช้ สำ หรับครู ผู้ ส อน รายวิชาภาษาไทย เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม การเรียนการสอนในรายวิชา เพิ่มเติม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาพุทธศักราช ๒๕๕๑ หนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมภาษาไทย เสน่ห์ภาษาสืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เล่มนี้แบ่งการนำ เสนอออกเป็น ๔ หน่วยการเรียนรู้ ได้แก่ หน่วยที่ ๑ อ่านอย่างรู้คุณค่าผ่านภูมิปัญญาชาวควนโดน เป็นการอธิบายและฝึกทักษะการอ่านออกเสียง ร้อยแก้วให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน หน่วยที่ ๒ เรียบเรียงอักษรตะลอนถิ่นควนโดน ซึ่งเป็นการอธิบาย ความรู้และสร้างทักษะการเขียนเรียงความให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน หน่วยที่ ๓ เรียงร้อยถ้อยคำ หวาน ผ่านพหุวัฒนธรรม เป็นการให้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับการพูดสุนทรพจน์ และหน่วยที่ ๔ จารจด บทกวีด้วยวิถีแห่งควนโดน เป็นการให้ความรู้และเสริมทักษะให้ผู้เรียนสามารถแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ได้ ขอขอบพระคุณอาจารย์ปริยากรณ์ ชูแก้ว อาจารย์ประจำ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่ได้ให้คำ แนะนำ ในการจัดทำ หนังสือเรียนรายวิชา ภาษาไทยเพิ่มเติมเสน่ห์ภาษาสืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ จนเ ส ร็จ สมบู รณ์ ผู้ จั ดทำ ห วังเ ป็นอ ย่างยิ่งว่า หนัง สื อ เรียนเ ล่มนี้จะเ ป็นป ระโยชน์ ต่อการจัดการจัดการเรียนรู้ และก่อให้เกิดองค์ความรู้ทางด้านภาษาไทยแก่ผู้เรียน กัญญาณัฐ รัตนบุรี และ ชนิกานต์ พุ่มไชย คำ นำ
สารบัญ หน่วยที่ ๑-๓ หน่วยที่ เนื้อหา ๑ ๑. ความหมายของการอ่าน ๒ ๒. ประเภทของการอ่าน ๓-๔ ๓. หลักเกณฑ์ในการอ่านออกเสียง ๕ ๔. มารยาทในการอ่านออกเสียง ๖ ๒ แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ ๓๕ ๓ เรียงร้อร้ยถ้อถ้ยคำ หวานผ่านพหุวัฒวันธรรม ๑. ความหมายและลักษณะของสุนทรพจน์ ๒๘ ๒. จุดประสงค์ของการพูดสุนทรพจน์ ๒๙ ๓. ตัวอย่างบทพูดสุนทรพจน์เรื่องดินแดนพหุวัฒนธรรม ๓๐-๓๑ เชื่อมสัมพันธ์ไทย-มาเล รู้ไว้...กำ ไรชีวิตเรื่อง มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ ๓๓ เกร็ดความรู้คู่ควนโดนเรื่อง ตลาดนัดวังประจัน ๓๔ ๑. ความหมายของเรียงความ ๑๗ ๒. องค์ประกอบของเรียงความ ๑๗ ๓. หลักการเขียนเรียงความ ๑๘ ๔. ลักษณะของเรียงความที่ดี ๑๘ เรียบเรียงอักอัษร ตะลอนถิ่นควนโดน รู้ไว้...กำ ไรชีวิต อ่านอย่างไรให้ถูกต้องและน่าฟัง ๑๒ แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที ๑ ๗ แบบฝึกฝึหัดหัการอ่าอ่นออกเสียสีงเรื่อ รื่ ง สุขสุใจในวันวั ปิดปิเทอม ๘-๑๐ เกร็ดความรู้คู่ควนโดน รู้ไว้...กำ ไรชีวิต ตั้งชื่อเรียงความอย่างไรให้ปัง ๒๒ แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ๒๔-๒๖ เกร็ดความรู้คู่ควนโดนเรื่อง เขียดว้าก ๒๓ ตัวอย่างการเขียนเรียงความเรื่อง งามสายน้ำ งามผืนป่า ๑๙-๒๑ เสน่ห์ล้ำ ค่าเมืองสตูล คำ นำ หน้า อ่านอย่างรู้คุรู้คุณค่า ผ่านภูมิปัญญาชาวควนโดน แบบฝึกหัดแผนผังความคิดเรื่อง ขั้นตอนการทำ กาแฟควนโดน ๑๑ คำ ศัพท์ท้องถิ่นสตูล ๑๓ กาแฟโบราณควนโดน ๑๔ ผ้าปาเต๊ะ ๑๕
สารบัญ หน่วยที่ ๔ หน่วยที่ เนื้อหา หน้า ๔ จารจดบทกวี ด้วด้ยวิถีแห่งควนโดน ๑. ความหมายและลักษณะทั่วไปของกาพย์ยานี ๑๑ ๓๘ ๒. ผังฉันทลักษณ์กาพย์ยานี ๑๑ ๓๙ รู้ไว้...กำ ไรชีวิตเรื่อง สัมผัสใน ๔๑ แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ๔๔ ๓. ตัวตัอย่าย่งการแต่งต่กาพย์ยย์านี ๑๑ เรื่อ รื่ ง เสน่ห์น่ล้ำห์ ล้ำค่าค่แสนแดนควนโดน ๓๙-๔๐ เกร็ดความรู้คู่ควนโดนเรื่อง ผ้ามัดย้อมจำ ปาดะ ๔๒ คำ นำ เกร็ดความรู้คู่ควนโดนเรื่อง โคระจำ ปาดะ ๔๓ บรรณานุกรม
๑ อ่านอย่างรู้คุ รู้ คุ ณค่า ผ่านภูมิปัญญาชาวควนโดน สาระที่ ๑ การอ่าน การอ่าน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำ ไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการดำ เนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ๑. ท ๑.๑ ม.๔/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง ได้อย่างถูกต้อง ไพเราะและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ๒. ท ๑.๑ ม.๔/๗ อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผัง ความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน ๓. ท ๑.๑ ม.๔/๙ มีมารยาทในการอ่าน วัตวัถุปถุระสงค์กค์ารเรียรีนรู้ ๑. ผู้เผู้รียรีนอธิบธิายหลักลัการอ่าอ่นออกเสียสีงร้อร้ยแก้วก้ได้ (K) ๒. ผู้เรียนอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับกัเรื่อ รื่ งที่อ่ ที่ าอ่น (P) ๓. ผู้เผู้รียรีนเขียขีนแผนผังผัความคิดคิจากบทร้อร้ยแก้วก้ได้ (P) ๔. ผู้เผู้รียรีนเห็นห็คุณคุค่าค่ของการอ่าอ่นและมีมมีารยาทในการอ่าอ่น ออกเสียสีง (A) คือ กระบวนการที่ผู้อ่านรับรู้สารซึ่งเป็นความรู้ ความคิด ความรู้สึกและความคิดเห็นของผู้เขียนโดยถ่ายทอดออกมาเป็น ลายลักลัษณ์อัณ์กอัษร ซึ่ง ซึ่ ทักทัษะการอ่าอ่นนั้น นั้ เป็นป็พื้น พื้ ฐานสำ คัญคั ในการเรียรีนรู้ ที่ควรสร้างให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำ ไปต่อยอด ในการเรียนในระดับชั้นต่อไปได้ นอกจากนี้ในบทเรียนได้สอดแทรก ความรู้ในเรื่องกาแฟควนโดน และผ้าปาเต๊ะ ซึ่งผู้เรียนควรตระหนัก และเห็นความสำ คัญของภูมิปัญญาในท้องถิ่นของตน และอนุรักษ์ ไว้ให้คงอยู่สืบไป
ฉวีวรรณ คูหาภินันท์ (๒๕๔๒) การอ่านเป็นความ สามารถของมนุษนุย์ที่ย์เ ที่ ข้าข้ใจความหมายของสัญสัลักลัษณ์ ต่าต่ง ๆ จากสิ่ง สิ่ ที่อ่ ที่ าอ่น ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็จดหมาย หนังนัสือสื บทความ ภาพยนตร์ โทรทัศทัน์ วิดีวิทัดีศทัน์ สิ่ง สิ่ ที่ปที่ รากฏ บนจอคอมพิวเตอร์ การโบกธง เครื่องหมายจราจร รูปรูภาพ แผนที่ แผนภูมิภูมิรวมทั้ง ทั้ การแสดงท่าท่ทางต่าต่งๆ มณีรัตน์ สุกโชติรัตน์ (๒๕๔๘) การอ่าน หมายถึง กระบวนการที่ผู้อ่านรับรู้สาร ซึ่งอาจเป็นความรู้ ความคิดเห็นหรือความรู้สึก ที่ผู้เขียนถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วนการที่ผู้อ่านเข้าใจสารได้มากน้อยเพียงใด นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้อ่าน ธิดา โมสิกรัตน์ (๒๕๓๘) การอ่านเป็นกระบวนการ ค้นหาความหมายในสิ่งพิมพ์ หรือข้อเขียน จับใจความ ตีความ เพื่อพัฒนาตนเอง ทั้งทางด้านสติปัญญา อารมณ์ แ ล ะ สั ง ค ม ซึ่ง อ าจเ ป็ น การอ่านในลักษณะการอ่าน ออกเสียงหรืออ่านในใจก็ได้ นักนัวิชาการได้ใด้ห้คห้วามหมายของการอ่านไว้ดัว้งดัต่อไปนี้ จากการให้ความหมายของการอ่านสามารถสรุปได้ว่า การอ่าน หมายถึง กระบวนการรับรู้สาร การรับรู้ความหมาย ของสิ่งพิมพ์ ข้อเขียน หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อ่านซึ่งประกอบ ไปด้วยการอ่านออกเสียงและอ่านในใจ ซึ่งการอ่านแล้วเข้าใจ สารต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับความรู้และประสบการณ์ของผู้อ่าน การอ่านออกเสียงร้อ ร้ ยแก้ว ก้ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ลาวัณย์ สังขพันธานนท์ และคณะ (๒๕๔๙, น. ๑๘-๒๑) ได้แบ่งการอ่านออกเป็น ๒ ประเภท คือ แบ่งตามลักษณะการอ่าน มี ๒ แบบคือ ๑. การอ่านออกเสียง หมายถึงการอ่านโดยวิธีการเปล่งเสียงออกมาเป็นถ้อยคำ หรือ เสียงแล้วถ่ายทอดเสียงออกมาเป็นความคิด ๒. การอ่านในใจ คือการอ่านที่ถ่ายทอดตัวอักษรออกมาเป็นความคิดโดยตรง การอ่านในใจเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทักษะและความชำ นาญ ผสมผสานกับการหมั่น ฝึกฝนตนเอง เพื่อก่อให้เกิดความชำ นาญในการอ่าน ทักษะที่สำ คัญในการอ่านในใจ ได้แก่ ทักษะการอ่านได้เร็ว และทักษะการเข้าใจความหมาย ทักษะในการอ่านเร็ว เป็นป็เรื่อ รื่ งของกลไกการ อ่าอ่น หรือรืการเคลื่อ ลื่ นไหวของสายตา ทักทัษะการเข้าข้ใจความหมาย เป็นหัวใจสำ คัญของการ อ่าน เพราะหากมีระดับความเร็วในการอ่านดี แต่ไม่สามารถ เข้าใจเนื้อความของสิ่งที่อ่านได้ การอ่านก็จะไม่ประสบผลสำ เร็จ การที่ผู้อ่านจะเข้าใจ ความหมายของสิ่ง สิ่ ที่อ่ ที่ าอ่นได้จด้ะต้อต้ง มีพื้มีน พื้ ฐานเกี่ย กี่ วกับกัสิ่ง สิ่ ต่อต่ ไปนี้ คือคื (๑) ความรู้พื้นฐานเรื่องคำ และไวยากรณ์ ได้แก่ การรู้จักความหมายของคำ ศัพท์ หน้าที่ของคำ และประโยค (๒) การรู้จักย่อหน้าหรือปริเฉท (Paragraph) ผู้อ่านมีความจำ เป็นต้องรู้ความสำ คัญ ของการย่อหน้า เพราะในแต่ละย่อหน้าจะมีใจความสำ คัญ (Main Idea) หนึ่งย่อหน้าจะแสดงประโยคใจความสำ คัญไว้หนึ่งประโยคเรียกว่า ประโยคหลัก (Topic Sentence) จากนั้น จะใช้ประโยคพลความ (Supporting Sentence) เป็นประโยคเสริม เพื่ออธิบายหรือขยายความ ตามปกติใจความสำ คัญของแต่ละ ย่อหน้า ส่วนมากจะปรากฏที่ตอนต้น หรือตอนท้ายของย่อหน้า หรืออาจปรากฏที่ ตอนกลางของย่อหน้าก็ได้ และในหนึ่งย่อหน้าจะมีใจความสำ คัญเพียงหนึ่ง ใจความเท่านั้น ๓
(๓) ภูมิภูหมิลังลัและประสบการณ์ขณ์องผู้อ่ผู้าอ่น ผู้อ่ผู้าอ่นที่มี ที่ ปมีระสบการณ์ไณ์ด้พด้บเห็นห็หรือรืได้คุ้ด้นคุ้ เคย กับเรื่องราวนั้นๆ จะทำ ให้เข้าใจเรื่องราวที่อ่านได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีวิธีการจำ แนกการอ่านโดย แบ่งตามวิธีการอ่าน มี ๕ แบบ ดังนี้ ๑. การอ่านอย่างคร่าว ๆ เป็นวิธีการอ่านที่จะใช้เมื่อต้องการสำ รวจว่า จะอ่านหนังสือ นั้น นั้ ต่อต่ ไปโดยละเอียอีดหรือรืไม่ การอ่าอ่นอย่าย่งคร่าร่วๆ จะอ่าอ่นเพียพีงชื่อ ชื่ เรื่อ รื่ ง ชื่อ ชื่ ผู้แผู้ต่งต่สารบัญบั คำ นำ หรือเป็นการอ่านเพียงบางตอน เพื่อดูจำ นวนการอ่าน เพื่อสังเกตเนื้อหา หรือ การอ่าน เพื่อดูดรรชนี ค้นหาหัวข้อที่ต้องการว่ามีหรือไม่ ๒. การอ่านแบบตรวจตรา เป็นวิธีการอ่านละเอียดในข้อความที่ต้องการรู้ เป็นการอ่าน เพื่อเก็บข้อมูล คือ การอ่านหนังสือในหัวข้อเรื่องเดียวกันจากหนังสือหลาย ๆ เล่ม เพื่อเปรียบเทียบและคัดเลือกก่อนจะสรุป และนำ ส่วนที่ตนเองต้องการมาใช้ นิยม ใช้กัช้นกัมากในการอ่าอ่นเพื่อ พื่ การทำ รายงานการทำ วิจัวิยจัการค้นค้คว้าว้หรือรืการทำ วิทวิยานิพนินธ์ ๓. การอ่านแบบศึกษาค้นคว้า เป็นการอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน ตั้งแต่หน้าแรกจนถึง หน้าสุดท้ายเพื่อให้รู้เนื้อหาอย่างละเอียดลึกซึ้งทุกขั้นตอนและเก็บแนวคิด เพื่อสรุป สาระสำ คัญของเนื้อความทั้งหมด ๔. การอ่านเชิงวิเคราะห์หรือการอ่านตีความ เป็นวิธีการอ่านที่ต่อเนื่องจากวีธีอ่าน แบบศึกษาคันคว้าคือ การอ่านอย่างละเอียดให้ได้ใจความครบถ้วน แล้วส่วนประกอบ ออกให้ได้ว่า ส่วนต่างๆ นั้นมีความหมายและความสำ คัญอย่างไร ๕. การอ่านโดยใช้วิจารณญาณ คือการอ่านโดยสอดแทรกการวิพากษ์ วิจารณ์ ของผู้อ่านไปด้วย เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๔
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๕
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๖
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ให้นักเรียนอ่านออกเสียงร้อยแก้ว จากแบบฝึกหัดการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว เรื่อง สุขใจในวันปิดเทอม จากการอ่านแบบฝึกหัดการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว เรื่องสุขใจวันปิดเทอม ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิดขั้นตอนการทำ กาแฟควนโดน ๑ ๒ ๗๕
พวกเรานั่งอยู่บนรถส่วนตัวที่กำ ลังมุ่งหน้าไปยังสถานที่หนึ่งบนถนน เพชรเกษม โดยมีคุณพ่อพรานเป็นคนขับรถ และคุณแม่เปรี้ยวคอยนั่ง เคียงข้างพูดคุยกันตลอดทาง ส่วนทางด้านผมและพี่ชายเพลิดเพลินไป กั บ ก าร ม อ ง ดู วิว ทิ ว ทั ศ น์ ส อ งข้าง ท างจ น ผ ล็ อ ย ห ลั บ ไ ป โ ด ยจุ ด ห ม าย การเดินทางในครั้งนี้คือบ้านของคุณย่าของผมที่อำ เภอควนโดน จังหวัด สตูล นั่นเอง ฤดูกาลปิดภาคเรียนเวียนมาถึง เป็นช่วงเวลาที่นักเรียน ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยหลังจากที่ได้ทุ่มเทกายใจ เล่าล่เรียรีนอย่าย่งหนักนัจนเดินดิทางมาถึง ถึช่วช่งเวลาแห่งห่การพักพัผ่อผ่น ร่างกายและให้รางวัลกับตัวเองหลังจากเหนื่อยล้า มาอย่างยาวนาน พวกเราสองพี่น้องโปรดกับปลื้ม ผู้ปราดเปรื่องแห่งครอบครัวเกรียงไกรก็เช่นกัน สวัสดี ครับ ผมชื่อปลื้ม เด็กชายปลื้มใจ เกรียงไกรและพี่ชาย ของผมชื่อพี่โปรด นายสุดโปรด เกรียงไกร ขณะนี้ อยู่ในช่วงปิดภาคเรียนของเราทั้งสอง หลังจากที่เผลอหลับไปสักครู่ ขณะนี้พวกเราได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่จังหวัดสตูลแล้ว ที่นี่เป็นจังหวัดที่สงบ ไม่มีปัญหาการจราจรติดขัดเหมือนที่กรุงเทพฯ พื้นที่ส่วนใหญ่ ยังยัคงเป็นป็พื้น พื้ ที่ธ ที่ รรมชาติ สองข้าข้งทางรายล้อล้มไปด้วด้ยธรรมชาติที่ติส ที่ วยงาม ท้อท้งฟ้าฟ้สีคสีราม ตัดกับภูเขาที่เขียวขจี มีห้วย หนอง คลอง บึงอยู่มากมาย เหมือนกับคำ ขวัญประจำ จังหวัดที่กล่าวว่า “สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์” ผมเปิดกระจกรับอากาศบริสุทธิ์ แ ม้ ม า ถึ งไ ด้ เ พี ยงไ ม่ น า น แ ต่ ผ ม ก ลั บ ช อ บ ที่ นี่ ม า ก ยิ่ง พ ว ก เรา ที่ ไ ม่ ไ ด้ พบเจอ บรรยากาศเช่นนี้บ่อยนักจึงถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อบันทึก ความทรงจำ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๘
ขับรถไปสักพักก็ถึงที่หมายนั่นคือบ้านของคุณย่าพลอย คุณย่าเคยเป็นครูที่โรงเรียนคลองคลัง ชอบทานครองแครง ด้วยความใจดีจึงได้ครอบครองหัวใจของนักเรียนทุกคน แม้ใม้นวัยวัเกษียษีณแล้วล้ยังยัมีลูมีกลูศิษศิย์แย์วะมาเยี่ย ยี่ มเยียยีนอยู่เยู่ สมอ พวกเราได้รัด้บรัการต้อต้นรับรัด้วด้ยความอบอุ่นอุ่ คุณคุย่าย่ทำ อาหาร ใต้ใต้ห้ทห้านหลายเมนูทั้นูง ทั้ แกงส้มส้ชะอมไข่ ผัดผัพริกริหมู แกงไตปลา และน้ำ บูดู อร่อยถูกปากและถูกใจพวกเราทั้งสองคนมาก แต่รต่ะหว่าว่งที่นั่ ที่ ง นั่ คุยคุกันกันั้น นั้ ผมรู้สึรู้ ก สึ สะดุดดุตากับกัการแต่งต่กายของคุณคุย่าย่คุณคุย่าย่นุ่งนุ่ ผ้าผ้ถุงถุ ที่มี ที่ สีมีสัสีนสัสดใสและมีลมีวดลายที่ปที่ ราณีตณีสวยงาม จึง จึ เอ่ยอ่ถามคุณคุย่าย่พลอยว่าว่ผ้าผ้แบบนี้เ นี้ ขาเรียรีกว่าว่อะไร คุณคุย่าย่จึง จึ บอกว่าว่สิ่ง สิ่ นี้เ นี้ รียรีกว่าว่ผ้าผ้ปาเต๊ะต๊เป็นป็ผ้าผ้ที่ใที่ ช้สช้วมใส่ และมีลมีวดลายที่ส ที่ วยงาม มีวิมีธีวิกธีารทําทํ โดยใช้เทียนปิดส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีและใช้วิธีการ แต้ม ระบายหรือย้อมในส่วนที่ ต้องการให้ติดสี ผ้าปาเต๊ะบางชิ้น อาจผ่านขั้นตอนการปิดเทียนแต้มสีระบายสีและย้อม ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำ ผ้าปาเต๊ะมาเพิ่มมูลค่าโดยการนำ มาเย็บเป็นเสื้อผ้า กระเป๋าและของใช้ต่าง ๆ เป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวต่างชื่นชอบและมักซื้อ ติดไม้ติดมือกลับบ้านเสมอ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จพวกเราก็แยกย้ายไปพักผ่อนและมานั่งพูดคุย กับกัคุณคุย่าย่และท่าท่นสอนภาษาถิ่น ถิ่ ของจังจัหวัดวัสตูลตูให้ผห้มกับกัพี่โพี่ ปรด พวกเราพบเจอคำ ศัพศัท์ ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน เช่น คำ ว่า ราหมัง ที่แปลว่า ถูกใจ คำ ว่า ตีหมา ที่ไม่ได้หมายถึง การเอาไม้ไม้ปตีหตีมาแต่หต่มายถึง ถึ ถังถัสำ หรับรัตักตัน้ำ จากบ่อบ่คำ ว่าว่แปแหลด ที่ห ที่ มายถึง ถึ พูดพูเพี้ย พี้ น และคำ อื่น อื่ ๆ อีกอีหลายคำ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๙
เช้าวันนี้ผมและพี่โปรดทำ หน้าที่เป็นผู้ช่วยคุณย่า ในการเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าในร้าน ลูกค้ามีตั้งแต่วัยเรียน จนถึง ถึ วัยวัทำ งาน ทุกทุคนเข้าข้มาพูดพูคุยคุกันกัที่ร้ ที่ าร้นบ้าบ้นสุขสุใจแห่งห่นี้ ที่นี่เปรียบเสมือนพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความคิด และ เป็นเหมือนบ้าน ในทุกครั้งที่มาเยือนก็จะได้รับการ ต้อนรับ อย่างอบอุ่นเสมอ ชีวิชีตวิของผมกับกัพี่โพี่ ปรดที่บ้ ที่ าบ้นของคุณคุย่าย่เป็นป็ชีวิชีตวิที่เ ที่ ปี่ย ปี่ มล้นล้ ไปด้วยความสุขและความสบายใจ จังหวัดสตูลเป็นจังหวัด ที่น่ ที่ าน่อยู่แยู่ ละมากไปด้วด้ยธรรมชาติสติวยงาม ผู้คผู้ นใช้ชีช้วิชีตวิอยู่กัยู่ นกั อย่าย่งเป็นป็กันกัเอง มีน้ำมีน้ำ ใจ ช่วช่ยเหลือลืซึ่ง ซึ่ กันกัและกันกัเป็นป็จังจัหวัดวั ที่ส ที่ งบแต่มต่ากไปด้วด้ยความสุขสุใจ หากมีโมีอกาสผมกับกัครอบครัวรั จะต้อต้งกลับลัมาที่นี่ ที่ อี นี่ กอีอย่าย่งแน่นน่อน เช้าช้วันวัต่อต่มาผมและพี่โพี่ ปรดตื่น ตื่ ขึ้น ขึ้ มาเพราะกลิ่น ลิ่ หอม ของกาแฟและขนมไทยจากร้านกาแฟของคุณย่า ที่บ้านของคุณย่าเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มีกาแฟ ที่ขึ้นชื่อและขนมหวานรสเลิศที่หากใครได้ลองชิมดู แล้วล้จะต้อต้งประทับทัใจและปลื้ม ลื้ ปริ่ม ริ่ แน่นน่อน ร้าร้นกาแฟนี้ ใช้ชื่ช้อ ชื่ ว่าว่บ้าบ้นสุขสุใจ มีลูมีกลูค้าค้แวะเวียวีนเข้าข้มาไม่ขม่าดสาย ด้วด้ยบรรยากาศที่ใที่ กล้ชิล้ดชิธรรมชาติ บวกกับกัความเป็นป็กันกัเอง ของคุณคุย่าย่และรสชาติขติองกาแฟที่เ ที่ ป็นป็สูตสูรต้นต้ตำ รับรัที่มี ที่ มี กลิ่น ลิ่ ที่ห ที่ อมกรุ่นรุ่ และรสชาติที่ติก ที่ ลมกล่อล่ม ส่งส่ผลให้ไห้ด้รัด้บรั เลือลืกให้เห้ป็นป็สินสิค้าค้โอท็อท็ ปของจังจัหวัดวัสตูลตูนั่น นั่ คือคืกาแฟ โบราณควนโดน คุณคุย่าย่ท่าท่นเป็นป็คนรังรัสรรค์ทุค์กทุขั้น ขั้ ตอน ตั้ง ตั้ แต่คั่ต่ว คั่ เมล็ดล็กาแฟ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน เรื่อง : กัญญาณัฐ รัตนบุรี และ ชนิกานต์ พุ่มไชย ๑๐ ตัวอย่างการอ่านออกเสียง
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๑๑
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน รู้ไรู้ ว้. ว้ ..กำ ไรชีวิต อ่านอย่างไรให้ถู ห้ ถู กต้อ ต้ งและน่าฟัง ความถูกต้อง ความชัดเจน ความน่าสนใจ/น่าฟัง อ่านออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจนตามหลักของภาษาไทย ทั้งการออกเสียง ร ล การควบกล้ำ การออกเสียงสระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ การสื่อความหมายด้วยคำ หรือข้อความที่ชัดเจน ออกเสียงชัดถ้อย ชัดคำ เต็มคำ ไม่เน้นคำ เกินไป ไม่ลากคำ ไม่กระแทกเสียง เป็นต้น ทั้งพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ วรรคตอนถูกต้อง อีกทั้งยังควรระวังเรื่องเสียงสอดแทรก มีลีลาในการนำ เสนอ การเว้นวรรค จังหวะการอ่าน ความเหมาะสมของเนื้อหา เสียงอยู่ในระดับที่พอเหมาะไม่เบาหรือดังจนเกินไป ๑๒
เกร็ดความรู้ คู่ควนโดน คำ ศัพ ศั ท์ท้ ท์ อ ท้ งถิ่น ถิ่ สตูล ตู เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน คำ แสดงกิริยาอาการ ราหมัง แปลว่า ถูกใจ พอใจ ไม่ปาหยา แปลว่า ไม่ไหว แปแหลด แปลว่า พูดสำ เนียงไม่ชัด เหนียด แปลว่า ตั้งใจ อ๊อดสา แปลว่า อุตส่าห์ พยายาม ตะโร๊ะ แปลว่า แย่ สาหัส ชันชี แปลว่า สัญญา เมอหรำ แปลว่า หมั่นเขี้ยว อดทนไม่ไหว จาหรา แปลว่า เอาเป็นธุระ จังกาบ แปลว่า พูดคุย กาเจา แปลว่า ยุ่งยาก, วุ่นวาย กาโด๊ะ แปลว่า ใบชะพลู คำ เรียกเครือญาติ ป๊ะ ยะ แปลว่า พ่อ มะ แปลว่า แม่ บัง แปลว่า พี่ชาย เจ๊ะ แปลว่า พี่สาว กะ แปลว่า พี่สาว, พี่สะใภ้ โต๊ะ แปลว่า ย่า, ยาย ชาย แปลว่า ปู่, ตา คำ เรียกชื่อสิ่งของ/เครื่องใช้ กุมไล แปลว่า กำ ไล กอแล่ แปลว่า กระบวยตักน้ำ ที่มีมือตัก โกปี้ แปลว่า กาแฟ กาโสต แปลว่า รองเท้า ช้อนชี้ แปลว่า ตะหลิว ซาบน แปลว่า สบู่ ตาหลำ แปลว่า ถาด ตีหมา แปลว่า ถัง ผ้าตอหลา แปลว่า ผ้าเช็ดตัว, ผ้าขนหนู รอเกาะ แปลว่า บุหรี่ ๑๓
เกร็ดความรู้ คู่ควนโดน กาแฟโบราณควนโดน กาแฟโบราณ กาแฟโบราณ ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า โกปี้ หรือ กูปี้ ชื่อเพี้ยนมาจากภาษามลายู เริ่ม ริ่ เข้าข้มาแถบวังวัประจันจัซึ่ง ซึ่ เป็นป็เขตติดติต่อต่กับกัรัฐรัปะลิสลิ ประเทศมาเลเซียซีแล้วล้เริ่ม ริ่ แพร่หร่ลาย ในอำ เภอควนโดน จังหวัดสตูล ซึ่งครั้งนั้นนอกจากนำ พันธุ์กาแฟเข้ามาปลูกแล้ว ยังยันำ เอาวิธีวิกธีารผลิตลิแปรรูปรูกาแฟตามตำ รับรัของชาวมาเลเซียซีมาด้วด้ย กระทั่ง ทั่ เริ่ม ริ่ เป็นป็ที่แ ที่ พร่หร่ลาย และรู้จักกันในอำ เภอควนโดน กลุ่มแม่บ้านทำ เป็นผลิตภัณฑ์โอท็อป และตั้งชื่อใหม่ว่า “กาแฟโบราณควนโดน” ไปพร้อร้มกับกัการผลิตลิข้าข้วซ้อซ้มมือมืและมีโมีอกาสไปออกงานสินสิค้าค้ร่วร่มกับกัสำ นักนังานเกษตร จังจัหวัดวัซึ่ง ซึ่ กลุ่มลุ่ ก็จก็ะนำ กาแฟไปร่วร่มออกร้าร้นทุกทุครั้ง รั้ ที่มี ที่ กิมีจกิกรรม ทำ ให้เห้ป็นป็ที่รู้ ที่ จัรู้กจัเพิ่ม พิ่ มากขึ้น ขึ้ ตลาดเปิดปิกว้าว้งขึ้น ขึ้ คนให้คห้วามสนใจที่จ ที่ ะชื้อ ชื้ไปเป็นป็ของฝาก ได้รัด้บรัการตอบรับรัเป็นป็อย่าย่งดี จึง จึ หันหัมาพัฒพันาเรื่อ รื่ งของบรรจุภัจุณภัฑ์ใฑ์หม่เม่ ป็นป็กล่อล่งให้ดูห้ดีดูดีออกร้าร้นทุกทุครั้ง รั้ ก็จก็ะมีคมีนถามหาทุกทุครั้ง รั้ ปัจจุบันกาแฟโบราณควนโดน กลายแป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับ กลุ่มและชุมชนเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นสินค้าโอท็อปที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดสตูล เพราะด้วยเอกลักษณ์เฉพาะทั้งกลิ่นและรสชาติทำ ให้กาแฟที่สามารถติดตลาดได้ ไม่ยาก เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๑๔
การทำ ผลิตลิภัณภัฑ์จฑ์ากผา้ปา้าเต๊ะต๊ทุกทุชิ้น ชิ้ งานต้อต้งใช้คช้วามประณีตณีพิถีพิพิถีถัพินถัในทุกทุข้้น ข้้ ตอน ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็การเลือลืกลายผ้าผ้ให้เห้ขา้ผา้ลิตลิภัณภัฑ์ที่ฑ์ต้ ที่ อต้งการการออกแบบแพทเทิร์ทินร์การเย็บย็ที่ใที่ ห้ ความละเอียอีดและคงทน เกร็ดความรู้ คู่ควนโดน ผ้า ผ้ปาเต๊ะ ต๊ ผ้า ผ้ปาเต๊ะ ต๊ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ผ้าปาเต๊ะเป็นผ้าพื้นเมืองที่มีลวดลายสวยงาม เป็นเครื่องแต่งกายใช้นุ่ง สำ หรับสตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของคนภาคใต้ต้อนล่างตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และในบางพื้นที่ยังคงใช้กันอยู่ การแต่งกายด้วยผ้าปาเต๊ะได้รับอิทธิพลมาจาก แหลมมลายู สืบเนื่องมาจากการติดต่อค้าขายในอดีต ปัจจุบันได้มีกลุ่มสตรี ในตำ บลควนโดนนำ ผ้าปาเต๊ะมาออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้เป็น เครื่องแต่งกายที่ทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบัน และรวมไปถึงของใช้ของตกแต่ง บ้านเรือน ผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะถือเป็นเอกลักษณ์ของชายแดนใต้ด้วยสีสันและ ลวดลายที่สดใสสวยงามบ่งบอกถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไดเ้ป็น อย่างดี การผลิตผ้าปาเต๊ะนั้นประกอบด้วยวัตถุดิบและส่วนประกอบ ๑) ผ้าปาเต๊ะชิ้น ๒) จักรอุตสาหกรรม ๓) กระดาษเขียนแบบ ๔) ดินสอเขียนแบบ ๕) ด้าย ๑๕
สาระที่ ๒ การเขียน ๒ เรียบเรียงอัก อั ษร ตะลอนถิ่นควนโดน การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ๑. ท ๒.๑ ม.๔/๒ เขียนเรียงความ ๒. ท ๒.๑ ม.๔/๘ มีมารยาทในการเขียน วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ๑. ผู้เผู้รียรีนอธิบธิายเรื่อ รื่ งหลักลัการเขียขีนเรียรีงความได้ (K) ๒. ผู้เผู้รียรีนสามารถเขียขีนเรียรีงความได้ (K) ๓. ผู้เผู้รียรีนเห็นห็คุณคุค่าค่ของการเขียขีนมีมมีารยาทในการเขียขีน (A) การถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดและความต้องการของบุคคล ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร สื่อสารให้ผู้อ่านได้รับรู้จากสารที่ได้ สื่อผ่านการเขียน การเขียนนั้นมีหลากหลายรูปแบบซึ่งการเขียน เรียงความถือเป็นทักษะที่มีความสำ คัญเพราะการเขียนเรียงความนั้น สามารถใช้เช้ขียขีนสื่อ สื่ สารเรื่อ รื่ งราวต่าต่ง ๆ ออกมาได้อด้ย่าย่งมีรมีะบบ เนื่อ นื่ งจาก มีการแบ่งองค์ประกอบของงานเขียนอย่างชัดเจน ทั้งนี้ในบทเรียนนี้ยังได้ มีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในอำ เภอ ควนโดน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์งานเขียน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าอันงดงามของ ภูมิลำ เนาตนเองออกมากได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
คำ นำ การเขียนเรียงความ ๑. ความหมายของเรียงความ เรียงความเป็นงานเขียนที่ผู้เขียนต้องการถ่ายทอดความรู้ ความคิด และความรู้สึกมายัง ผู้อ่ผู้าอ่น โดยใช้กช้ลวิธีวิทั้ธีง ทั้ ทางด้าด้นการเขียขีนและภาษาให้เห้หมาะสมกับกัเนื้อ นื้ หา ซึ่ง ซึ่ การเขียขีนเรียรีงความ ที่ดีนั้น ผู้เขียนต้องมีความรู้ ความคิด ในเรื่องนั้นเป็นอย่างดีตลอดจนการเลือกสรรถ้อยคำ สำ นวนโวหาร การใช้ภาษาให้ถูกต้อง นอกจากนี้ผู้เขียนจะต้องตั้งจุดมุ่งหมายเรื่องนั้น ๆ ว่า ต้องการอะไรในการเขียน เช่น เพื่อให้ความบันเทิงใจ ให้ความคิดที่กว้างไกล ให้ข้อเท็จจริงแก่ ผู้อ่านหรือเพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่านให้คล้อยตามเรื่องที่เขียน เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒. องค์ปค์ ระกอบของเรียงความ เรียงความประกอบด้วยองค์ประกอบ ๓ ส่วน คือ คำ นำ เนื้อเรื่อง สรุป เนื้อเรื่อง สรุป เป็นส่วนเปิดประเด็นนำ เข้าสู่เรื่องสู่เรื่องที่จะทำ ให้ ผู้อ่ผู้าอ่นเกิดกิความรู้และต้อต้งการ ติดติตามเรื่อ รื่ งต่อต่ ไป เป็นส่วนที่สำ คัญที่สุด ของการเขียนเรียงความ เพราะเป็นส่วนที่เสนอ ความรู้ ความคิด ทรรศนะ ข อ ง ผู้ เขียน เป็นองค์ประกอบที่อยู่ สุดท้ายของเรียงความ ผู้เขียนจะทิ้งท้ายให้ผู้อ่าน เกิดความประทับใจ ซึ่งการ สรุปนั้นจะต้องมีเนื้อหา สอดคล้องกับเรื่องทีเขียน ๑๗
๓. หลักลัการเขียนเรียงความ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน หลักการเขียนเรียงความ ประกอบด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้ เป็นการกำ หนดเนื้อหาของเรื่อง เมื่อจะเขียนเรื่องอะไร ซึ่งผู้เขียนต้องมี ความรู้ในเรื่องที่จะเขียนอย่างกระจ่างแจ้ง ซึ่งเป็นส่วนช่วยในการถ่ายทอด ความรู้ เป็นการลำ ดับเรื่องให้เป็นขั้นตอน โดยจัดลำ ดับหัวข้อที่จะเขียนก่อน-หลัง มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ การใช้ภาษาในการเขียนเรียงความมีความสำ คัญอย่างยิ่ง ผู้เขียนจะต้อง มีความปราณีตในการใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมตามระดับภาษา มีความชัดเจนในการใช้คำ ใช้ประโยคเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเหมาะสม เรียงความที่ดีควรมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ มีคมีวามเป็นป็หนึ่ง นึ่ หมายความว่าว่ ใจความหรือรืเรื่อ รื่ งราวที่ก ที่ ล่าล่วถึงถึเรื่อ รื่ ง ใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียวของ เนื้อ นื้ เรื่อ รื่ งและมีเมีหตุผตุลรับรักันกัหรือรื สอดคล้อล้งกันกั ใจความที่มี ที่ คมีวามต่อต่เนื่อ นื่ งกันกัสัมสัพันพัธ์กัธ์นกั ได้แด้ก่ ข้อข้ความที่เ ที่ กี่ย กี่ วโยงกันกัเป็นป็ลำ ดับดั มีความต่อเนื่องกันในแต่ละย่อต้อง มีความสัมพันธ์กันไม่ขาดตอน การเน้นความ หรือย้ำ ความ ต้องประกอบด้วยย่อหน้าที่มี ประโยคใจความสำ คัญเด่นชัด และมีประโยคขยายที่เน้น เนื้อหาสำ คัญของเรื่องชัดเจน ๑๘
ตัว ตั อย่างการเขียนเรียงความ งามสายน้ำ งามผืนป่า เสน่ห์ล้ำ ห์ ล้ำ ค่าเมืองสตูล ประเทศไทยของเรานั้น นั้ นับนั ได้ว่ด้าว่เป็นป็ ประเทศที่มี ที่ คมีวามโดดเด่นด่และมีคุมีณคุค่าค่ ในหลาย ๆ ด้าด้น ไม่ว่าจะเป็นด้านธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์หรือด้านวัฒนธรรมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และหลากหลายซึ่งถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยความน่าภาคภูมิใจนี้ไม่ได้ถูกรับรู้เฉพาะ ชาวไทยเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งต่อไปถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและซึมซับ สิ่งเหล่านี้ไป หากจะกล่าวถึงเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติในประเทศไทย เชื่อได้ว่า หลาย ๆ ท่านคงจะมีสถานที่หรือจังหวัดนั้น ๆ ปรากฏอยู่ในหัวใจเป็นแน่แท้ เพราะ ประเทศไทยของถือเราเป็นประเทศที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยว ทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางน้ำ อันจะเป็นตัวเลือกให้ผู้คนได้เข้ามาท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ แต่กระนั้นก็ยังมีบางพื้นที่ที่มีความงดงาม แต่ยัง ไม่ได้เป็นที่รู้จักของผู้คนมากนัก ทว่าด้วยเหตุผลนี้จึงยังทำ ให้สถานที่นั้นยังคง ความงดงามตามธรรมชาติแบบดั้งเดิม ทั้งภาพผืนป่าที่ชื้นชุ่ม เทือกเขาที่เขียวขจี แหล่งต้นน้ำ ที่ใสสะอาด และเส้นทางธรรมชาติที่โอบล้อมไปด้วยความอุดม สมบูรณ์ข อ งป่าไม้ และนี่คือมนต์เสน่ห์ข อ งเมือ งชายแดนภาคใต้ที่มีชื่ อ ว่า “สตูล” เมืองแห่งความสงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ สตูล ๑ ใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ทำ ให้ผู้คนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิม และยังตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันที่มี เกาะแก่งสวยงาม ทั้งยังอุดมไปด้วยธรรมชาติป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ และแหล่งต้นน้ำ ที่สะอาดบริสุทธิ์ หากจะกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสตูลหลายท่านอาจจะ นึกถึงหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่มีชื่อเสียง แต่แท้ที่จริงแล้วจังหวัดสตูลยังมีสถานที่ท่องเที่ยว อีกมากมายที่รอทุกท่านไปเที่ยวชม สถานเหล่านี้ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน น้ำ ตกยาโรย และเขาบอฆ๊ะ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติทางบกที่น่าไปเยี่ยมเยือน ของจังหวัดสตูล เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๑๙
อุทยานแห่งชาติทะเลบัน เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในอำ เภอควนโดน จังหวัดสตูล ถึงแม้จะมีชื่อว่าทะเลบัน แต่ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติทางทะเล แต่เป็นการเรียกชื่อหนองน้ำ ขนาดใหญ่ที่ญ่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ จากการยุบยุตัวตัของพื้น พื้ ดินดิในอดีตดีพื้น พื้ ที่ส่ ที่ วส่นใหญ่ขญ่องอุทอุยานแห่งห่ชาติทติะเล บันเป็นภูเขาสลับซับซ้อน และยังมีเทือกเขาจีนที่เป็นแหล่งต้นน้ำ ลำ ธารที่ประกอบด้วยลำ ธาร ย่อย ๆ มากมาย เมื่อเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติทะเลบัน ภาพแรกที่ปรากฏให้นักท่องเที่ยว เห็นคือต้นไม้หลากหลายชนิด อันแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและยังให้ ความร่มรื่น อีกทั้งยังมีภูเขาที่โอบล้อมพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เปรียบเสมือนกำ แพงที่ เป็นพื้นหลังเหมาะแก่การเก็บภาพความทรงจำ ของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในขณะ เดียวกันเสียงร้องของธรรมชาติก็ยังคงดำ เนินต่อไปตามวิถีชีวิตของมัน เสมือนว่า กำ ลังร้องทักทายนักท่องเที่ยว เสียงนั้นคือเสียงของสัตว์ประจำ ถิ่นที่เรียกกันว่า “เขียดว๊าก” หรือ “หมาน้ำ ” โดยเสียงร้องของสัตว์ประเภทนี้จะคล้ายกับเสียงร้อง ของลูกสุนัขจึงเป็นที่มาของชื่อเขียดว๊ากหรือหมาน้ำ นั่นเอง นอกจากนี้อุทยานแห่งชาติทะเลบันก็มีเทือกเขาจีนที่เป็นแหล่งต้นน้ำ ของน้ำ ตกยาโรย ซึ่งเป็นน้ำ ตกที่เกิดจากต้นน้ำ ในป่าหัวกระหมิงมี ๙ ชั้น แต่ละชั้นเป็นแอ่งสามารถเล่นน้ำ ได้ และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในท้องถิ่น น้ำ ตกยาโดยจึงเปรียบเสมือนสายน้ำ ที่เป็นดัง ความรื่นรมย์ของคนในท้องถิ่น โดยจุดเด่นของน้ำ ตกยาโรยอยู่ที่ชั้นที่ ๔ ซึ่งเป็นชั้นที่สายน้ำ ไหลสูงที่สุดราว ๓๐ เมตร ในขณะที่ด้านล่างเป็นแอ่งน้ำ ขนาดใหญ่สามารถลงเล่นน้ำ ได้ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำ หรับการเป็นที่พักผ่อนแก่นักท่องเที่ยวในวันหยุด เพราะให้ทั้ง ความเย็นฉ่ำ จากสายน้ำ ที่ใสสะอาดและบรรยากาศผืนป่ารอบข้างที่เงียบสงบ จังหวัดสตูลไม่ได้เป็นจังหวัดที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังมี สถานที่ท่องเที่ยวสำ หรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยนั่นคือ เขาบอฆ๊ะ ที่เป็นภูเขาหินปูนตั้งสูง ตระหง่านอยู่ในพื้นที่อำ เภอควนโดน มีความสูงประมาณ ๘๐ เมตรเหนือระดับน้ำ ทะเล ถูกบุกเบิกเส้นทางโดยกลุ่มอนุรักษ์เขาบอฆ๊ะ พร้อมกับชาวบ้านบ้านทางงอที่ได้ขึ้นไปสำ รวจ และปรับพื้นที่ โดยทำ บันไดไม้และนำ เชือกไปผูกให้ยึดจับเพื่อให้ง่ายต่อการเดินขึ้นไปชมวิว บนยอดเขาเพื่อเป็นจุดชมสายธารหมอกและชมพระอาทิตย์ขึ้น รวมถึงชมทิวทัศน์ในช่วงเวลา ต่าง ๆ และเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ปีนผาโรยตัวซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นเหมาะกับ ผู้ที่ชอบการผจญภัยเป็นอย่างมาก เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๐
แม้ว่าสตูลจะเป็นเพียงจังหวัดเล็ก ๆ ในประเทศไทย แต่ทว่าความงดงามทางธรรมชาติ ก็ไม่แพ้ที่ใด เพราะด้วยการอนุรักษ์ผืนป่าของผู้คนในท้องถิ่น อีกทั้งการจัดการทรัพยากรที่ดี จึงยังทำ ให้ธรรมชาติในจังหวัดสตูลยังคงมีความยั่งยืน ขณะเดียวกันคนในท้องถิ่นก็ยัง ร่วร่มกันกัดูแดูลป่าป่ ไม้แม้ละแหล่งล่น้ำ ให้สห้ะอาดและไม่เม่สื่อ สื่ มโทรมไปตามกาลเวลา นั่น นั่ จึงจึเป็นป็เหตุผตุล ว่าว่ทำ ไมจังจัหวัดวัสตูลตูจึงจึเป็นป็อีกอีหนึ่ง นึ่ จังจัหวัดวัที่นั ที่ กนัท่อท่งเที่ย ที่ วที่ชื่ที่ น ชื่ ชอบธรรมชาติไติม่คม่วรพลาด และที่ สำ คัญคือจังหวัดสตูลยังเป็นอีกข้อบ่งชี้ว่าการที่ทุกคนมีจิตสำ นึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ย่อย่มทำ ให้ธห้รรมชาติจติะยังยัคงอยู่คู่ยู่ กัคู่ บกัเราไปอีกอีนานแสนนาน เช่นช่เดียดีวกับกัที่ วราวุธวุศิลศิปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กล่าวเอาไว้ว่า “มนุษย์และ ธรรมชาติไม่สามารถแยกออกจากกันได้การกระทำ ของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงของ ธรรมชาติจะส่งผลกระทบถึงกันโดยตรง ขยะที่เกิดจากมนุษย์ย่อมส่งผลถึงธรรมชาติ ความเสื่อมโทรมของธรรมชาติย่อมส่งผลเสียต่อมนุษย์ มนุษย์คนเดียวดูแลผืนป่าและ ทะเลไม่ได้ แต่ความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะช่วยให้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่กับ เราได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืน..” ดังนั้นท้ายที่สุดแล้วธรรมชาติจะเป็นไปในทิศทางใด ย่อมขึ้นอยู่กับการกระทำ ของมนุษย์ในวันนี้ หากมนุษย์ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะยังคงสวยงามเช่นเดียวกับ “สตูล” เมืองสงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์ เขาบอฆะ อุทยานแห่งชาติทะเลบัน น้ำ ตกยาโรย เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน เรื่อง : ชนิกานต์ พุ่มไชย ๒๑
รู้ไรู้ ว้. ว้ ..กำ ไรชีวิต ตั้ง ตั้ ชื่อเรียงความอย่างไรให้ปัห้ปั ง บางครั้งชื่อเรื่องธรรมดาๆ ตรงไปตรงมา แค่บอกประโยชน์ที่จะได้จากการอ่าน ผู้อ่านก็พิจารณาได้แล้วว่าเรื่องนี้เหมาะสมกับเขามากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเช่น เขียนบทความอย่างไรให้น่าสนใจ แนวทางการเขียนบทความให้ดียิ่งขึ้น ๒ ใช้คำ ที่มีพลังเรียกร้องความสนใจ เช่น เหตุผล / หลักการ / วิธีการ / แนวทาง / บทเรียน / เคล็ดลับ / เทคนิค / สูตร ฟรี ไม่น่าเชื่อ ตัวอย่าง เช่น เทคนิค การเขียนบทความขั้นเทพ เขียนบทความให้น่าสนใจ ง่ายนิดเดียว ใช้ตัวเลขเข้าช่วย ตัวเลขนอกจากจะเรียกร้องความสนใจจากผู้อ่านได้ดี ยังช่วย ประเมินเวลาที่จะใช้ในการอ่านบทความได้อีกด้วย เช่น ๑๐ เทคนิคการเขียน บทความให้น่ห้าน่สนใจ ๑๐ ขั้น ขั้ ตอนสู่คสู่ วามสำ เร็จร็ของการเขียขีนบทความ ๗ วิธีวิดื่ธีม ดื่ น้ำ ให้ "สวย-หล่อล่ -ใส-สุขสุภาพดี"ดี ๓ ตั้ง ตั้ ชื่อ ชื่ เรื่อ รื่ งด้วด้ยคำ ถาม เพื่อ พื่ กระตุ้นตุ้ ให้คห้นอยากรู้ เช่นช่อะไร ทำ ไม อย่าย่งไร ที่ไที่ หน เมื่อไรตัวอย่าง เช่น เขียนบทความอย่างไร ให้คนอยากอ่าน , ทำ ไมถึงต้องมี ประกันสุขภาพ ๔ ใช้คำ เชิงปฏิเสธ ช่วยสะกิดใจและดึงดูดผู้อ่านได้เป็นอย่างดี เช่น ห้าม หยุด อย่า ไม่ เช่น อย่าเพิ่งซื้อ xxx ถ้าคุณยังไม่ได้อ่านบทความนี้ อย. เตือน อย่าใช้ยาแก้ปวดพร่ำ เพรื่อ คนท้องห้ามกินอาหารอะไรบ้าง? ๑ ๕ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๒
แต่เนื่องจากในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ป่าเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ พื้น พื้ ที่ป่ที่ าป่ซึ่ง ซึ่ เป็นป็ที่อ ที่ ยู่อยู่ าศัยศัของเขียขีดว้าว้กถูกถูทำ ลายลง ทำ ให้ปห้ระชากรของเขียขีดว้าว้กลดน้อน้ย ลงเรื่อย ๆ ดังนั้นเราจึงต้องช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติให้พื้นที่ป่ายังคงอยู่เรื่อยไป เพื่อให้ เจ้าเขียดว้ากตัวน้อยและสัตว์ป่าอื่น ๆ ของเราไม่สูญพันธุ์ไปตามกาลเวลา และอยู่คู่กับ ผืนป่าไปตราบนานเท่านาน "เขียดว้าก" หรือ "หมาน้ำ " เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ อยู่ในวงศ์กบนา เป็นเขียดหรือ กบขนาดกลาง มีหัวขนาดใหญ่ ปลายจมูกกลมมนไม่ยื่นยาวออกไป แผ่นเยื่อแก้วหู มีขนาดใหญ่และเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเท้าจะมีตุ่มกลม ๆ ขนาดเล็ก สีของลำ ตัวด้าน บนมีสีค่อนข้างเทาถึงสีน้ำ ตาลแดงสลับกับจุดสีดำ เล็ก ๆ ปากมีสีเข้มสลับกับจุดหรือ แถบสีขาว ในตัวผู้มีถุงเสียงขนาดใหญ่ จัดเป็นเขียดที่มีเสียงร้องดังที่สุดในบรรดา เขียดสกุลเดียวกันที่พบในประเทศไทย นอกจากอุทยานแห่งชาติทะเลบันแล้ว สามารถ พบเขียดชนิดนี้ได้ทั่วไปในภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะบริเวณใกล้หนองน้ำ หรือ ลำ ธารที่น้ำ ไหลไม่แรงนัก ตลอดจนสวนยางพาราหรือใกล้กับพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงในป่าพรุหรือแหล่งน้ำ นิ่งในป่าดิบชื้น เป็นต้น เกร็ดความรู้คู่ รู้คู่ ควนโดน เขียดว้า ว้ ก อุทอุยานแห่งห่ชาติทติะเลบันบัจังจัหวัดวัสตูลตูเป็นป็สถานที่ที่ ที่ ร ที่ ายล้อล้มไปด้วด้ยธรรมชาติที่ติส ที่ วยงาม ทั้งภูเขา ต้นไม้ แหล่งน้ำ ใสสะอาดและอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งนอกจากธรรมชาติที่สวยงาม แล้วล้ยังยัมีสัมีตสัว์ปว์ระจำ ถิ่น ถิ่ ของอุทอุยานแห่งห่นี้ นั่น นั่ คือคืเขียขีดว้าว้ก ที่ส่ ที่ งส่ส่งส่เสียสีงว้าว้ก ๆ ๆ เสมือมืน ร้อร้งเรียรีกและต้อต้นรับรัผู้มผู้ าเยือยืน ด้วด้ยเสียสีงร้อร้งที่เ ที่ ป็นป็เอกลักลัษณ์นี้ณ์เ นี้ องจึง จึ เป็นป็ที่ม ที่ าของชื่อ ชื่ เรียรีก เขียขีดว้าว้ก หรือรือีกอีชื่อ ชื่ หนึ่ง นึ่ คือคืหมาน้ำ นั่น นั่ เอง เขียดว้าก เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๓
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ "สถานที่ท่องเที่ยวบ้านฉัน" และจับคู่กับเพื่อน ในชั้นเรียนเพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็น เรื่อง........................................................................................ ๒๔
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๕
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๖
๓ เรียงร้อ ร้ ยถ้อ ถ้ ยคำ หวานผ่านพหุวัฒ วั นธรรม สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด การพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ๑. ท ๓.๑ ม.๔/๕ พูดในโอกาสต่าง ๆ พูดแสดงทรรศนะ โต้แย้ง โน้มน้าวใจ และเสนอแนวคิดใหม่ ด้วยภาษา ที่ถูกต้องเหมาะสม ๒. ท ๓.๑ ม.๔/๖ มีมารยาทในการฟัง ดู และการพูด ๓. ท ๒.๑ ม.๔/๑ เขียนสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตรงตาม วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ๑. ผู้เรียนอธิบายหลักการพูดสุนทรพจน์ได้ (K) ๒. ผู้เรียนพูดสุนทรพจน์ได้อย่างสร้างสรรค์ (P) ๓. ผู้เรียนเขียนโครงเรื่องบทพูดสุนทรพจน์ได้ (P) ๔. ผู้เรียนมีมารยาทในการพูด (A) เป็นป็เครื่อ รื่ งมือมืสำ คัญคั ในการสื่อ สื่ สารตามวัตวัถุปถุระสงค์ต่ค์าต่ง ๆ หนึ่ง นึ่ ในนั้น นั้ คือคืการพูดพูเพื่อ พื่ สร้าร้งความจรรโลงใจแก่ผู้ก่ ฟัผู้ งฟัที่เ ที่ รียรีกว่าว่การพูดพูสุนสุทรพจน์ ซึ่งเป็นการพูดที่ต้องอาศัยหลักการและการเขียนโครงเรื่องที่ต้องใช้ถ้อยคำ ไพเราะจับใจและสามารถโน้มน้าวใจผู้ฟังได้ อีกทั้งเรื่องที่นำ มาพูดนั้นต้อง มีคมีวามสร้าร้งสรรค์แค์ละก่อก่ ให้เห้กิดกิประโยชน์แน์ก่ผู้ก่ ฟัผู้ งฟั โดยในบทเรียรีนนี้ไนี้ ด้มีด้กมีาร นำ เรื่องพหุวัฒนธรรมในท้องถิ่นควนโดน ทั้งความแตกต่างของศาสนา ไทยพุทธและไทยมุสลิม รวมถึงพหุวัฒนธรรมทางด้านการค้าของตลาดนัด วังประจัน ที่ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนไทยและมาเลเซียมาประยุกต์กับเรื่อง การพูดพูสุนสุทรพจน์ ซึ่ง ซึ่ จะทำ ให้ผู้ห้เผู้รียรีนเห็นห็ถึงถึความแตกต่าต่งและความงดงาม ของวัฒวันธรรมอันอัมีคุมีณคุค่าค่และนำ มาถ่าถ่ยทอดผ่าผ่นภาษาอย่าย่งสร้าร้งสรรค์
สุนทรพจน์ เป็นคำ สมาส เกิดจากคำ ว่า "สุนทร" แปลว่า ดี งาม และ "พจน์" แปลว่า คำ พูด ถ้อยคำ เมื่อรวมกันเป็นคำ ว่า "สุนทรพจน์" อ่านว่า สุน-ทอน-ระ-พด ซึ่ง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทะศักราช ๒๕๕๔ ได้ให้ความหมายไว้ว่า คำ พูด ที่ประธานหรือบุคคลสำ คัญเป็นต้นกล่าวในพิธีการหรือในโอกาสสำ คัญต่าง ๆ แต่ในทาง ปฏิบัติ สุนทรพจน์ หมายถึง ถ้อยคำ ที่ไพเราะ งดงาม มีความหมายลึกซึ้ง เกิดจากการ เรียงร้อยถ้อยคำ อย่างพิถีพิถันและใช้เลือกใช้คำ ที่สละสลวย และมีความหมายชัดเจน ๑. ความหมายและลัก ลั ษณะของสุนทรพจน์ ปัจจุบันการพูดสุนทรพจน์เป็นการพูดที่มีความแพร่หลายในวงการศึกษา เนื่องจากสุนทรพจน์เป็นการพูดที่ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของผู้พูด ตลอดจนความสามารถในการใช้ภาษา ดังนั้นการพูดที่ทำ ให้ผู้พูดมีชื่อเสียง ได้รับการยกย่องและยอมรับมากที่สุดคือการพูดสุนทรพจน์ โดยการพูดสุนทรพจน์ นั้นจะใช้พูดในโอกาสพิเศษต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นผู้เรียนจึงควรมีความรู้ความเข้าใจ เรื่องหลักการพูดสุนทรพจน์ และการเขียนโครงเรื่องในการพูดสุนทรพจน์ เพื่อจะ สามารถนำ ไปต่อยอดในการพูดประเภทอื่นต่อไปได้ การพูดสุนทรพจน์ ๑. เป็นการพูดปากเปล่าในที่ประชุมชน โดยมีการเตรียมตัวและซักซ้อมมาเป็นอย่างดี ๒. เป็นการพูดเพื่อกระตุ้นความรู้สึก และจิตสำ นึกของผู้ฟังให้เกิดความคิดในทาง สร้างสรรค์ ๓. ใช้ถ้อยคำ ที่เลือกสรรมาอย่างประณีต สละสลวย มีพลังดึงดูดใจผู้ฟัง ๔. เรื่อ รื่ งที่พู ที่ ดพูมีสมีาระ ให้ปห้ระโยชน์แน์ก่ผู้ก่ ฟัผู้ งฟัโดยทั่ว ทั่ ไป ไม่จำม่ จำกัดกัเฉพาะบุคบุคลหรือรืเฉพาะกลุ่มลุ่ ๕. มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน พูดเพียงประเด็นเดียว ไม่พูดคลุมเครือหลายประเด็น ๖. ให้ข้อคิดเพื่อให้ผู้ฟังอยากนำ ไปปฏิบัติด้วยตนเอง ลัก ลั ษณะของสุนทรพจน์ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๘
โครงเรื่อง หมายถึง แนวทางหรือโครงสร้างของการพูด ซึ่งมีความจำ เป็นอย่างยิ่ง สำ หรับการพูดทุกรูปแบบ เพราะจะทำ ให้ผู้พูดสามารถพูดได้ตามจุดม่งหมายที่วางไว้ อย่าย่งมีทิมีศทิทางและสามารถเห็นห็ความสัมสัพันพัธ์ขธ์องเรื่อ รื่ งที่พู ที่ ดพูได้ ดังดันั้น นั้ ก่อก่นการพูดพูสุนสุทรพจน์ ผู้พูดจึงต้องมีการเจียนโครงเรื่องทุกครั้ง โดยโครงเรื่องจะประกอบด้วย ๓ ส่วนต่อไปนี้ ๑. เพื่อความจรรโลงใจ ทำ ให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกสุขใจและยินดี เช่น การพูดสุนทรพจน์ ในงานมงคลสมรส วันขึ้นปีใหม่ สันคล้ายวันเกิด เป็นต้น ๒. เพื่อโน้มน้าวใจ โดยอาจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้ฟังเห็นด้วยและคล้อยตาม เช่น การโน้มน้าวใจเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น ๓. เพื่อปลุกจิตสำ นึกให้ตระหนักในสิ่งใดในสิ่งหนึ่ง อันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อตนเองและ สังคม เช่น ความกตัญญู วันพ่อและวันแม่ เป็นต้น การเขียนโครงเรื่องสุนทรพจน์ ๑. บทนำ เป็นจุดเริ่มต้นของการพูดสุนทรพจน์ ซึ่งเป็นส่วนสำ คัญที่จะดึงดูดใจผู้ฟังให้ ติดตามเรื่องต่อไป ซึ่งการพูดส่วนนี้ให้ดีได้จะต้องชวนให้ผู้ฟังตื่นตะลึง และใคร่ที่จะ ติดตามต่อไป โดยสามารถทำ ได้หลายวิธี เช่น ขึ้นต้นด้วยการตั้งคำ ถาม การพาดหัวข่าว การทำ ให้ผู้ฟังสงสัย หรือการอ้างบทกวีหรือคำ พูดของผู้มีชื่อเสียง เป็นต้น ๒. เนื้อเรื่อง ต้องเป็นส่วนที่แสดงความรู้ ความคิด ทัศนคติ รวมถึงความรู้สึกเกี่ยวกับ เรื่องที่พูด โดยการเรียบเรียงเนื้อเรื่องจะต้องสมบูรณ์ ครบถ้วน และมีความสัมพันธ์กัน ตลอดเรื่อง มีการใช้ถ้อยคำ มาสนับสนุนการพูดอย่างเหมาะสม ๓. บทสรุป เป็นส่วนที่จะทำ ให้ผู้ฟังเก็บไปคิดต่อ หรือก่อให้เกิดความประทับใจใน เรื่องที่ฟัง ซึ่งสามารถพูดได้หลายวิธี เช่น กล่าวเรื่องย่อ ๆ ซ้ำ อีกครั้ง กล่าวแบบฝากไว้ให้ ผู้ฟังคิด หรือใช้สำ นวนสุภาษิตก็ได้ ๒. จุดประสงค์ของการพูดสุนทรพจน์ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒๙
รักกันไว้เถิด เราเกิดร่วมแดนไทย จะเกิดภาคไหน ก็ไทยด้วยกัน เชื้อสายประเพณี ไม่มีกีดกั้น เกิดใต้ธงไทยนั้นปวงชนทุกคนคือไทย บทเพลงข้างต้นเป็นบทเพลงที่มีชื่อว่า รักกันไว้เถิด ที่ประพันธ์คำ ร้องและทำ นองโดย นคร ถนอมทรัพย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำ ปี ๒๕๕๔ ซึ่งบทเพลงนี้เคย ได้รับรางวัลพระราชทานแผ่นเสียงทองคำ ประจำ ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ บทเพลงนี้ถูกประพันธ์ขึ้น เพื่อสร้างความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ โดยในท่อนหนึ่งของบทเพลงนี้ได้สะท้อน ให้เห็นว่า ชาติไทยเราไม่ได้มีเพียงเชื้อสายใดเชื้อสายหนึ่งเท่านั้น แต่ชาติไทยเรายังมีความ หลากหลายของเชื้อสายและประเพณีที่ไม่ว่าจะแตกต่างกันเพียงใด แต่เราทุกคนก็คือคนไทย เช่นเดียวกัน ประเทศไทยของเรานั้นมีความสัมพันธ์กับนานาประเทศมาช้านาน และด้วยลักษณะ ภูมิประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทำ ให้ในอดีตมีผู้คน หลายเชื้อสายอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยดังเช่นที่เห็นได้ในปัจจุบัน ซึ่งการที่บุคคล ต่างถิ่นอพยพเข้ามานี้ก็ย่อมนำ มาซึ่งประเพณีและวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้ามาด้วย จนในปัจจุบัน สิ่งเหล่านั้นได้ถูกผสมกลมกลืนจนกลายเป็นพหุวัฒนธรรมในสังคมไทยอย่างแนบเนียน ปัจจุบันในประเทศไทยมีการนับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำ ชาติ รองลงมาคือศาสนา อิสลามที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยตามสถิติระบุว่าประชากรมุสลิมมีระหว่าง ๒.๒ ล้านคน ถึง ๗.๔ ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนพื้นเมืองจากแหลมมลายูและอาศัยอยู่บริเวณชายแดนใต้ ของประเทศไทย โดยหนึ่งในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่จำ นวนมากคือพื้นที่อำ เภอ ควนโดน จังหวัดสตูล ที่มีการอพยพมาจากประเทศมาเลเซีย และนี่จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้น ของพหุวัฒนธรรมอันเป็นมนต์เสน่ห์ของพื้นที่แห่งนี้ บทสุสุ สุสุ นทรพจน์น์ น์น์ ดินแดนพหุวัฒวันธรรม เชื่ ดินแดนพหุวัฒวันธรรม เชื่ชื่อมสัมสัพันพัธ์ไธ์ ทย-มาเล ชื่อมสัมสัพันพัธ์ไธ์ ทย-มาเล เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ตัวอย่างบทพูดสุนทรพจน์ ๓๐ ๓. ตัวอย่างบทพูดสุนทรพจน์
๓๑ ด้วยพื้นที่อำ เภอควนโดน จังหวัดสตูล มีอาณาเขตติดต่อกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย จึงทำ ให้ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามถึงร้อยละ ๙๖ ในขณะที่ศาสนาพุทธมีเพียง ร้อร้ยละ ๓ เท่าท่นั้น นั้ แต่แต่ม้ว่ม้าว่จำ นวนของการนับนัถือถืศาสนาของผู้คผู้ นในท้อท้งถิ่น ถิ่ จะมีคมีวามแตกต่าต่ง กันมาก แต่ประชากรกลับอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุขและปราศจากความขัดแย้ง อีกทั้งยังก่อให้ เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ซึ่งถูกถ่ายทอดจากผู้คนทั้งสองศาสนา จนออกมาเป็นภูมิปัญญาประจำ ถิ่นที่สามารถสร้างอาชีพได้ เช่น ภูมิปัญญาผ้าปาเต๊ะ กาแฟ โบราณควนโดน และโคระจำ ปาดะ เป็นต้น นอกจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หลากหลายแล้ว อำ เภอควนโดนยังมีสถานที่ที่แสดงให้เห็น ถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและมาเลเซีย สถานที่นั้นคือตลาดชายแดนไทย-มาเลเซีย หรือตลาดนัดวังประจัน ซึ่งเปรียบเสมือนประตูแห่งมิตรภาพที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง ชายแดนของสองประเทศ และยังเป็นทั้งประตูที่ใช้ต้อนรับเพื่อนบ้านของเราให้ได้เข้ามา ท่องเที่ยวยังประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นประตูที่เราใช้ผ่านเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยสินค้าที่วางขายส่วนใหญ่ก็คือสินค้าอุปโภคบริโภคมากมายทั้งจากของทางฝั่งไทย และฝั่งมาเลเซีย ซึ่งตลาดแห่งนี้นับได้ว่าเป็นที่นิยมแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก แม้ว่าปัจจุบันอำ เภอควนโดนจะประกอบไปด้วยประชากรที่นับถือศาสนาอิสลาม เป็นส่วนใหญ่ แต่ศาสนาอื่น ๆ ก็ยังไม่ได้ถูกกลืนหายไป เพราะยังปรากฏศาสนสถาน ของศาสนาอื่น เช่น ศาสนาพุทธที่ยังคงมีวัดพัฒนารามเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวพุทธ อันแสดงให้เห็นว่าแม้ความแตกต่างของศาสนาจะมีอยู่มากทั้งในด้านจำ นวนประชากร และหลักปฏิบัติ แต่ชาวควนโดนก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษได้ เป็นอย่างดีภายใต้ความสันติสุข อันจะเป็นแบบอย่างที่ดีของการอยู่ร่วมกันใน สังคมพหุวัฒนธรรมต่อไป เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน เรื่อง : ชนิกานต์ พุ่มไชย ตัวอย่างการกล่าวสุนทรพจน์
จากตัวอย่างบทสุนทรพจน์ข้างต้นมีการวางโครงเรื่องดังต่อไปนี้ การวางโครงเรื่องสุนทรพจน์เน์รื่อง ดินแดนพหุวัฒวันธรรม เชื่อมสัมสัพันพัธ์ไธ์ทย-มาเล ๑. ส่วนนำ : ส่วนนำ ขึ้นต้นด้วยบทเพลงรักกันไว้เถิด ซึ่งเป็นเพลงที่ผู้ฟังมีความ รู้จักมักคุ้นกันอยู่แล้ว ๒. ส่วนเนื้อหา ๒.๑ การอพยพของคนต่างถิ่นเข้ามาในประเทศไทย ๒.๒ การนับถือศาสนาของคนไทยในปัจจุบัน ๒.๓ การอยู่ร่วมกันของผู้คนต่างศาสนาในอำ เภอควนโดน ๒.๓.๑ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ๒.๓.๒ ตลาดชายแดนไทย มาเลเซีย ๓. ส่วนสรุป : กล่าวแบบย่อ และเน้นให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันของทุกศาสนา ในสังคมพหุวัฒนธรรม เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๓๒
รู้ไรู้ ว้. ว้ ..กำ ไรชีวิต การพูดในที่สาธารณะต้องรักษามารยาทเป็นพิเศษ เพราะมีผู้ฟังมาจากที่ต่าง ๆ จำ นวนมาก มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ และพื้นฐานความรู้ ความสนใจที่แตกต่างกันไป ผู้พูด จำ เป็นต้องระมัดระวังการแสดงออกด้วยกิริยาอาการ การเลือกใช้ถ้อยคำ การวางตัว ไปจนถึงการแต่งกาย มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ มีดัง ดั นี้ ๑. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เหมาะสม ไม่ควรแต่งกายที่ดึงดูดความสนใจเป็นพิเศษ ๒. ควรมาถึง ถึ สถานที่พู ที่ ดพูให้ตห้รงเวลา หรือรืก่อก่นเวลาเล็กล็น้อน้ย การปล่อล่ยให้ผู้ห้ ฟัผู้ งฟัรอคอย ถือเป็นการเสียมารยาท และทำ ให้ความน่าเชื่อถือของตัวผู้พูดลดลง ๓. แสดงความเคารพต่อผู้ฟังตามธรรมเนียม และไม่ทำ กิริยาทักทายผู้ฟังบางคนใน ฐานะส่วนตัว ๔. ใช้คำ พูดที่ให้เกียรติผู้ฟัง ไม่พาดพิงเรื่องส่วนตัวผู้อื่น ไม่พูดตลกหยาบโลน ๕. พูดให้เสียงดังะอได้ยินกันทั่ว ไม่ดังหรือค่อยเกินไป ๖. มีบุคลิกภาพที่ดี ทั้งสีหน้า แววตา และท่าทาง มารยาทในการพูดในที่สาธารณะ เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๓๓
ตลาดวังประจันตั้งอยู่ที่บ้านวังประจัน อำ เภอควนโดน จังหวัดสตูล บริเวณ จุดผ่านแดนวังประจัน ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนไปยังรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เปิดบริการในวันเสาร์และอาทิตย์เป็นแหล่งจำ หน่ายสินค้าพื้นเมืองและสินค้าจาก แหล่งล่ต่าต่ง ๆ ซึ่ง ซึ่ มีสิมีนสิค้าค้ทั้ง ทั้ฝั่ง ฝั่ ไทยและฝั่ง ฝั่ มาเลเซียซีสามารถจับจัจ่าจ่ยด้วด้ยเงินงิสกุลกุบาท และริงกิตมาเลเซีย ส่วนใหญ่จะใช้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ ๑๐ บาท ต่อ ๑ ริงกิต สินค้าที่ได้รับความนิยม ได้แก่ ของที่ระลึกต่าง ๆ เช่น เสื้อที่ระลึกสตูล กระเป๋า หัตถกรรม เสื้อผ้าแฟชั่น ขนมขบเคี้ยว ผ้านวม มุ้ง เครื่องครัว ฯลฯ เมื่อดูไปดูมา มีความคล้ายคลึงกับตลาดนัดจตุจักรในกรุงเทพฯ แต่ต่างตรงที่ว่าตลาดที่นี่ โอบล้อมด้วยภูเขา ซึ่งมีวิวทิวทัศน์สวยงาม และอากาศดีเป็นอย่างยิ่ง ส่วนด้าน การเดินดิทาง ตลาดวังวัประจันจัมีรมีะยะทางห่าห่งจากตัวตัเมือมืงสตูลตูประมาณ ๔๐ กิโกิลเมตร เดินดิทางตามทางหลวง ๔๐๖ แล้วล้แยกเข้าข้ทางหลวง ๔๑๘๔ มุ่งมุ่ หน้าน้ไปยังยัตลาดนัดนั ชายแดนวังวัประจันจัจะมีรมีถโดยสาร (สองแถว) สตูลตู- วังวัประจันจัคอยบริกริารนักนัท่อท่งเที่ย ที่ ว ๓๔ เกร็ดความรู้ คู่ควนโดน ตลาดนัด นั วัง วัประจัน จั เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ให้นักเรียนจับกลุ่มกลุ่มละ ๔-๕ คน แล้วช่วยกันเขียนโครงเรื่องสุนทรพจน์ในหัวข้อ "อยู่ร่วมกันอย่างสุขใจในสังคมพหุวัฒนธรรม" และให้ตัวแทนมาพูดหน้าชั้นเรียน คนละ ๕ นาทีและร่วมกันวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ โครงเรื่องสุนทรพจน์ "อยู่ร่วมกันอย่างสุขใจในสังคมพหุวัฒนธรรม" ๓๕
เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ให้นักเรียนเขียนเรียงความในหัวข้อ "สถานที่ท่องเที่ยวบ้านฉัน" และจับคู่กับเพื่อน ในชั้นเรียนเพื่อร่วมกันแสดงความคิดเห็น เรื่อง........................................................................................ ๓๖
๔ จารจดบทกวี ด้ว ด้ ยวิถีแห่งควนโดน สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย การแต่งกาพย์ยานี ๑๑ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง ภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ๑. ท ๔.๑ ม. ๔/๓ ใช้ภาษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมทั้งคำ ราชาศัพท์อย่างเหมาะสม ๒. ท ๔.๒ ม. ๔/๔ แต่งบทร้อยกรอง วัตถุประสงค์การเรียนรู้ ๑. ผู้เรียนอธิบายฉันทลักษณ์ของกาพย์ยานี ๑๑ ได้ (K) ๒. ผู้เรียนสามารถแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ตาม ฉันทลักษณ์ได้ (P) ๓. ผู้เรียนเห็นคุณค่าของกาพย์ยานี ๑๑ และมี มารยาทในการเขียน (A) บทร้อยกรองถือเป็นศิลปะทางภาษาไทยที่มีความงดงาม หนึ่งใน ประเภทของบทร้อร้ยกรองคืกคืาพย์ยย์านี ๑๑ ที่มี ที่ กมีารกำ หนดรูปรูแบบฉันฉัทลักลัษณ์ อย่างชัดเจนและไม่ซับซ้อน ซึ่งในบทเรียนนี้ได้มีการกล่าวถึงกาพย์ยานี ๑๑ ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อกำ หนดในการประพันธ์อันจะทำ ให้ผู้เรียน สามารถแต่งกาพย์ยานี ๑๑ ได้ ทั้งนี้ยังได้มีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับ สินสิค้าค้ทางภูมิภูปัมิญปัญาในท้อท้งถิ่น ถิ่ ควนโดน เพื่อ พื่ ให้ผู้ห้เผู้รียรีนเห็นห็คุณคุค่าค่และสามารถ ใช้เช้ป็นป็แนวทางในการสร้าร้งสรรค์บค์ทร้อร้ยกรองประเภทกาพย์ยย์านี ๑๑ เกี่ย กี่ วกับกั ท้องถิ่นของตนเองได้
กาพย์ย ย์ านี ๑๑ กาพย์ยานี ๑๑ เป็นคำ ประพันธ์ไทยประเภทกาพย์หนึ่งที่กวีนิยมแต่งมากที่สุด ใช้สำช้ สำหรับรั ในการพรรณนาเรื่อ รื่ งราวต่าต่ง ๆ ซึ่ง ซึ่ ผู้เผู้รียรีนควรเข้าข้ใจฉันฉัทลักลัษณ์ขณ์องคำ ประพันพัธ์ เพื่อให้การแต่งมีความถูกต้อง สำ นวนภาษาไพเราะงดงามสละสลวย จดจำ ได้ง่าย และเกิดจินตนาการเข้ากับเรื่องที่ต้องการถ่ายทอด ลัก ลั ษณะทั่วไปของกาพย์ย ย์ านี ๑๑ กาพย์ยย์านี ๑๑ คือคืรูปรูแบบคำ ประพันพัธ์ชธ์นิดนิหนึ่ง นึ่ ที่ก ที่ วีนิวียนิมใช้ใช้นการถ่าถ่ยทอดเรื่อ รื่ งราว มีโครงสร้างฉันทลักษณ์ที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ซึ่งมีข้อบังคับต่าง ๆ ดังนี้ ๑. บท : การแต่งบทร้อยกรองที่มีจำ นวนคำ และมีสัมผัสสมบูรณ์ ๒. บาท : กาพย์ยย์านี ๑๑ หนึ่ง นึ่ บท มี ๒ บาท ประกอบด้วด้ย บาทที่ ๑ (บรรทัดทับน) เรียรีกว่าว่ บาทเอก และบาทที่ ๒ (บรรทัดล่าง) เรียกว่า บาทโท ๓. วรรค คือคำ เรียกแต่ละช่วงในบาท โดยแต่ละบาทมี ๒ วรรค คือ วรรคหน้าและวรรค หลัง ประกอบด้วยจำ นวนพยางค์ในแต่ละบาทมี ๑๑ พยางค์หรือ ๑๑ คำ วรรคหน้ามี ๕ พยางค์ วรรคหลังมี ๖ พยางค์ รวมเป็น ๑๑ คำ ๔. สัมผัสนอกที่ต้องมีในกาพย์ยานี ๑๑ มี ๒ แบบ ได้แก่ สัมผัสระหว่างวรรค และสัมผัส ระหว่างบท ดังนี้ ๔.๑ สัมผัสระหว่างวรรค คือ ในบาทเอก คำ สุดท้ายของวรรคหน้าสัมผัสกับคำ ที่ ๓ ของวรรคหลังในบาทเดียวกัน และอีกตำ แหน่งคือ คำ สุดท้ายในวรรคหลังของบาทเอก สัมผัสกับคำ สุดท้ายของวรรคหน้าในบาทโท *ส่วนในบาทโทจะมีสัมผัสระหว่างวรรคหน้า กับวรรคหลังหรือไม่ก็ได้ หากมีก็จะเป็นตำ แหน่งเช่นเดียวกับในบาทเอก ซึ่งจะช่วย เพิ่มความไพเราะมากขึ้น ๔.๒ สัมผัสระหว่างบท คือ คำ สุดท้ายในวรรคหลังของบาทโทบทแรก สัมผัสกับ คำ สุดท้ายของวรรคหลังในบาทเอกบทต่อไป เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๑. ความหมายและลัก ลั ษณะทั่วไปของกาพย์ย ย์ านี ๑๑ ๓๘
บาทเอก บาทโท วรรคหน้า วรรคหลัง กาพย์ย ย์ านี ๑๑ เสน่ห์ล้ำ ห์ ล้ำ ค่าแสนแดนควนโดน บทแรก บทถัดไป เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๒. ผังฉันทลักษณ์กาพย์ยานี ๑๑ แดนดินสตูลนั้น เหมือนสวรรค์เขียนสรรค์สร้าง เชิญชิท่าท่นร่วร่มเดินดิทาง แสนสราญบ้าบ้นควนโดน ภูเขาลำ เนาไพร ป่าไม้ใหญ่อยู่ไกลโพ้น ชะนีเนีล่นล่ โลดโผน ค่าค่งแว่นว่ร้อร้งก้อก้งพนา นกเงือกเลือกหาคู่ หาโพรงอยู่ออกลับตา นกกกยกปีกกล้า คล้ายทายท้ากระแสลม ๓๙ ๓. ตัวอย่างกาพย์ยานี ๑๑
กาพย์ย ย์ านี ๑๑ เสน่ห์ล้ำ ห์ ล้ำ ค่าแสนแดนควนโดน เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน อากาศไร้มร้ลพิษพิสร้าร้งชีวิชีตวิที่สุ ที่ ขสุสม ปรอดโปร่งยามสูดดม หลอดเลือดลมสูบฉีดดี ลงเล่นล่ ในคงคา ดูกุ้ดูงกุ้ปลาอย่าย่งเปรมปรีดิ์รีดิ์ ชวนกันกัทั้ง ทั้ น้อน้งพี่ เล่นล่เคียคีงข้าข้งสองฝั่ง ฝั่ คลอง เหน็ดเหนื่อยเมื่อยร่างกาย เวลาบ่ายคล้ายแสบท้อง หันไปชายตามอง หอมทอดไก่และไข่เจียว ชวนชิมและชวนชม นั่งรับลมร้านก๋วยเตี๋ยว ชามใหญ่ใส่หอมเจียว รสดีเชียวท้าให้ลอง เสร็จกิจรีบขับรถ พบตลาดสดคนขายของ หาบแร่หาเงินทอง เลี้ยงปากท้องกับครอบครัว พามาดูของดี ผลไม้ที่หอมยวนยั่ว รสหวานอร่อยชัวร์ จำ ปาดะถิ่นสตูล สัมสัผัสผัละมุนมุลิ้น ลิ้ ปลูกลูด้วด้ยดินดิที่ส ที่ มบูรบูณ์ ความอร่อยทวีคูณ เมื่อกินสดรสชาติดี นอกจากรสชาติล้ำ สามารถทำ ให้มีสี นำ มาย้อย้มผ้าผ้นี้ เหลือลืงอร่าร่มงดงามตา ผลจำ ปาดะนั้น ต้องช่วยกันร่วมรักษา นำ ใบมะพร้าวมา สานเป็นโคระปกป้องไว้ ป้องกันแมลงร้าย มาทำ ลายเสียหายไป ปราชญ์ภูญ์มิภูปัมิญปัญาไทย รักรัษาให้สืห้บสืไปเอย บทประพันธ์ : กัญญาณัฐ รัตนบุรี และ ชนิกานต์ พุ่มไชย ๔๐
รู้ไรู้ ว้กำ ว้ กำไรชีวิต เรื่อง สัม สั ผัส ผัใน สัมผัสในเป็นสัมผัสชนิดหนึ่งที่อยู่ในวรรคเดียวกันของบทร้อยกรอง ซึ่งไม่เป็นข้อบังคับ จะมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งหากมีสัมผัสในในบทร้อยกรองจะทำ ให้มีความไพเราะมากขึ้น โดยสัมผัสในแบ่งออกเป็นสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ชนิดของสัม สั ผัส ผัใน ลัก ลั ษณะทั่วไปของสัม สั ผัส ผัใน ๑. สัมผัสสระ คือ คำ ที่มีเสียงสระ และมาตราตัวสะกดเดียวกัน เช่น แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รห้อบคอบคิดอ่านนะหลานหนา รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิรู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี (พระอภัยมณี : สุนทรภู่) สัมผัสสระในวรรค คือ รัก-รัก, ชัง-ชัง, รอบ-คอบ, อ่าน-หลาน, ใด-ไม่, สู้-รู้, รอด-ยอด ๒. สัมผัสพยัญชนะ คือ คำ ที่มีเสียงพยัญชนะต้นเดียวกัน เช่น จงติดตามไปเอาไม้เม้ท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี พอเสร็จคำ สำ แดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา (พระอภัยมณี : สุนทรภู่) สัมผัสพยัญชนะในวรรค คือ ติด-ตาม, เสริฐ-สม, ศักดิ์-ศรี, เท้า-เถิด, เสร็จ-สำ , แดง-ดี เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๔๑
ผ้า ผ้ มัด มั ย้อ ย้ มจำ ปาดะ จำ ปาดะเป็นผลไม้พื้นถิ่นของจังหวัดสตูล ได้มีการประกาศให้เป็นผลไม้อัตลักษณ์ พืช GI ของจังหวัดสตูลในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีรสชาติหวานหอม นอกจากการทานผลสด และนำ ไปแปรรูปเป็นขนม ข้าวเกรียบ เค้กและอีกหลายเมนูแล้วจำ ปาดะยังนำ สกัดสี ทำ ผ้ามัดย้อมได้อีกด้วย เกร็ดความรู้คู่ รู้คู่ ควนโดน ผ้า ผ้ มัด มั ย้อ ย้ มจำ ปาดะ การทำ ผ้ามัดย้อมจากจำ ปาดะ มีขั้นตอนคือ ๑. นำ เอาแกนกลางเนื้อเยื่อไม้และใบของจำ ปาดะมาแช่น้ำ ไว้ ๑ คืน ๒. นำ ไปต้มต้ด้วด้ยอัตอัราน้ำ ๑๐ ลิตลิรต่อต่ขี้เ ขี้ ลื่อ ลื่ ยที่ทำ ที่ ทำจากเนื้อ นื้ จำ ปาดะ ๑ กระสอบ ต้มต้นาน ๓ ชั่ว ชั่ โมง หรือรืจากน้ำ ๑๐ ลิตลิร ให้คห้งเหลือลืน้ำ ๓ ลิตลิร ๓. นำ น้ำ ส่วนนั้นมาใช้ในการมัดย้อม โดยเราจะต้มน้ำ สีที่เราสกัดมาเรียบร้อยแล้ว จนน้ำ เดือดประมาณ ๗๐ องศา แล้วใช้ผ้าที่เรามัดไว้ลงไปย้อม ใช้เวลาในการต้มตรง นั้นประมาณ ๓๐ นาที เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๔๒
เกร็ดความรู้คู่ รู้คู่ ควนโดน โคระจำ ปาดะ โคระเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ห่อหุ้มผลจำ ปาดะผลไม้ที่มีการปลูกมากในพื้นที่อำ เภอ ควนโดน จังหวัดสตูล ที่นอกจากจะทำ ให้ผลจำ ปาดะมีสีและลวดลายที่สวยงามแล้วยัง สามารถป้อป้งกันกัหนอน แมลงต่าต่ง ๆ ไม่ใม่ห้มห้ากัดกักินกิเพราะในใบมะพร้าร้วมีสมีารที่ส ที่ ามารถ ไล่แมลงในบางส่วนที่จะมากินมาเจาะผลจำ ปาดะ การใส่โคระจะเริ่มตั้งแต่จำ ปาดะมีอายุประมาณ 1 เดือน หากระยะเวลาเลย จากนั้น แมลงอาจเข้าไปวางไข่ทำ ผลผลิตเสียหาย นอกจากใช้หุ้มผลไม้ โดยเฉพาะ จำ ปาดะ ขนุน เพื่อป้องกันแมลงแล้ว ยังเป็นแพคเกจจิ้งหุ้มจำ ปาดะเพื่อกันกระแทก เพื่อความสวยงาม ก่อนส่งผลไม้ให้กับลูกค้า แม้ปัจจุบันจะมีพัฒนาการสมัยใหม่เข้ามาแทนที่จนทำ ให้ชาวสวนจำ นวนไม่น้อย ที่เปลี่ยนมาใช้ถุงพลาสติกแทน จึงต้องมีการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กับเยาวชน รุ่นหลัง เพื่อให้มีการสืบสานต่อไปไม่ให้สูญหาย เสน่ห์ภาษา สืบสานภูมิปัญญาถิ่นควนโดน ๔๓