The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jui643, 2022-04-11 03:34:40

ช่างสีเรือ

ช่างสีเรือ

Keywords: ช่างสี,สีเรือ,color

48

4.4 การเคลอื่ นปน พนสแี ตล ะครง้ั ควรใหรูปรา งของสที ับกันคร่ึงตอครึง่ ทุกคร้ังไป (50 %)

การพน งานแบบตาง ๆ
1. การพนงานทย่ี าว สาํ หรบั ชิ้นงานท่ียาวอาจจะมกี ารพน ตามแนวขวางกไ็ ด แตผ พู น สีนิยม

การพนแบบแนวยาว เพราะการพนสะดวกกวา ถา งานพน ยาวมมากควรแบง การพนออกเปน ชว ง ๆ

แตละชวงควรมีความยาวในการพนสอี ยูระหวา ง 18‘’ - 36 “ ระยะการพนทบั กัน 50 % และควรพน

ชว งทกี่ าํ หนดไวใ หเ สรจ็ กอน จากนน้ั จงึ พน ชว งตอ ไป ใหม กี ารพนทับแตล ะชวงมีความยาว
ประมาณ 4 “

49

2. การพนงานตามขอบและมมุ การพนงานตามขอบและมุม ควรจับปนพน สใี หเ อยี งเปน มุม
45 ° กับขอบงานทีจ่ ะพนโดยมีชวงจดุ ทจี่ ะพนท่ีขอบมมุ เทา นน้ั และทําการพนเสรจ็ เรียบรอยฟล ม สี
จะตอ งติดของมุมทง้ั 2 ดา น

3. การพนงานกลม ๆ การพน งานกลมหรืองานทีเ่ ปนทรงกระบอก ถา เปนงานขนาดเลก็ ๆ
ใหพ น ตามแนวด่งิ 3 - 4 เทีย่ วใหค รอบคลมุ งานใหทว่ั ถึงแตถาเปนงานทรางกลมขนาดใหญใหพน ตาม
แนวนอนโดยแบง การพนเปน ชว ง ๆ

การปรบั ปน พน สี
สที ี่พน ออกมาจากปน จะดหี รอื ไมจ ะขน้ึ อยกู ับองคป ระกอบทเ่ี ปนหลกั 3 ประการ ไดแก
ปรมิ าณอากาศอัดทท่ี าํ ใหส แี ตกตวั เปน ฝอยละออง และความกวา งของรปู แบบของละอองสีท่พี น
โดยทั่วไปปน พน สีจะมที ี่ปรบั อยู 3 ตาํ แหนง มลี ักษณะเปน ทัง้ นอตและลกู บิดหมุนปรบั อยทู ่ไี กปน
และทางดานทา ยของตัวปน ดังรปู ท่ี 12 โดยลูกบดิ E จะทําหนาที่ในการปรับปรมิ าณการจายสี
นอต F จะทาํ หนา ทใี่ นการปรบั แรงดนั ของอากาศอัดทไ่ี หลเขา สตู วั ปน สว นลกู บดิ G จะทาํ หนา ที่
ในการปรบั ความกวา งของรปู แบบของละอองสที ี่พน

50

รูปท่ี 12 แสดงสวนประกอบท่ีสาํ คญั ของปน พน สี

อยางไรกต็ าม กอนการปรบั แตง ปน พนสี ตัวปนจะตองไดร ับการทําความสะอาด
มาแลว เปน อยา งดจี ุดตอ ตาง ๆ จะตองไดร บั การตรวจสอบวาไมมีรอยรว่ั ใด ๆ เกดิ ข้ึน สที ี่ใชใ นการ
ทดสอบจะตอ งเปนชนดิ เดยี วกันกบั สที ่ีจะใชพน จรงิ และจะตองผสมกับตัวทาํ ละลายในสัดสว นที่
ถกู ตองตามชนิดของสีที่จะพน ดว ยเชน กนั

ลาํ ดับขั้นในการปรับแตง ปน พน สี (ดรู ูปที่ 12)
1. ปรับปริมาณการจายสีที่ ลกู บิด E โดยในขน้ั แรกใหปด ลิ้นอากาศที่ นอต F กอน
จากนั้นถอื เปน ใหข นานกับพนื้ แลวหมนุ ลกู บิด E ใหเ ปด สดุ แลวเหนย่ี วไกปน ขณะนจ้ี ะมสี ีพุง เปน
ทางยาวออกมาจากหวั จา ยสี จากนนั้ คอ ย ๆ หมนุ ลกู บิด E กลบั จนกระทั่งลําลาํ สเี ร่ิมโคงตกลงสพู ืน้
หา งจากหวั พน ประมาณ 3 ฟตุ จึงหยดุ แรงดันที่ใชใ นการขับสอี อกจากหวั จายสีในขณะน้สี าํ หรบั สี
ทั่ว ๆ ไปมีความหนดื ตามปกตไิ มค วรจะเกิน 18 ปอนด ตอ ตร.น้วิ ถาเกินกวานก้ี ใ็ หเ ปลยี่ นไปใชห ัว
จา ยสีที่มีรูโตขน้ึ สง่ิ สําคญั : แรงดนั ทใ่ี ชใ นการขบั สที ่เี หมาะสมทสี่ ดุ ควรจะเปน แรงดันท่ตี ่าํ ทีส่ ดุ ท่ี
ลาํ สจี ะตกลงสูพ ้ืนหางจากหวั พนประมาณ 3 ฟตุ เทา นน้ั
2. ปรับแรงดนั ของอากาศทน่ี อต F ใหม แี รงดนั ตํา่ ท่สี ดุ ที่สามารถจะทาํ ใหส ีแตกตวั เปนฝอย
ละอองไดอ ยางถูกตอ ง สําหรบั สที ั่ว ๆ ไปใหเ ริ่มทแี่ รงดนั ประมาณ 25 ปอนด ตอ ตร.นิ้ว แลว
ปรบั ขึน้ คร้งั ละ 10 ปอนด จนกระทั่งไดล ะอองสีที่ถกู ตอ งตามตอ งการ สาํ หรบั สแี ลคเกอร สียอ ม
และสอี ืน่ ๆ ที่มีความหนดื อยูในระดับเดยี วกนั ใหเ ริม่ ทแ่ี รงดนั ประมาณ 10 ปอนด ตอ ตร.น้ิว
3. ปรับความกวา งของรูปแบบของละอองสที พี่ นทีล่ ูกบดิ G ตามปกตริ ูปแบบของละอองสี
ทถ่ี กู ตองจะมลี กั ษณะเปนรปู วงรี และละอองสที พี่ น จะเปย กอยา งสมํ่าเสมอโดยตลอดทัง้ รูป

51

สาเหตุและวิธแี กไ ข รูปแบบของละอองสที บี่ กพรอ ง
ปญหาสว นใหญทพ่ี บเหน็ กนั มากทีส่ ดุ กับปนพนสี ไดแก การรว่ั ไหลของอากาศและสี
ท่ีตัวปน โดยมสี าเหตดุ ังตอไปน้ี

ลักษณะท่ปี รากฏ สาเหตุ วิธแี กไ ข
สรี ่ัวทีน่ อตอัดประเกน็ เข็ม เกดิ จากการอดั ประเก็นไมแนน อัดปะเก็นใหมใหแ นน หรอื คลาย
ปรบั ปริมาณสี หรอื ปะเกน็ แขง็ ตวั นอตออกแลวใชนํา้ มันหลอลื่น
ลมหรืออากาศร่ัวออก แบบใสหยอดลงไปทป่ี ะเก็น
จากปลาย 1. มีสงิ่ แปลกปลอมอยบู นกานหรือ 2 - 3 หยด แลวอดั ใหมใ หแนน
(หัวพน แบบลมผา นไมตลอด) บนบา ลิ้นอากาศ 1. ทําความสะอาดกานหรือบาล้ิน
2. สปรงิ ล้นิ อากาศหกั
สรี ั่วที่ปลายหวั พน 3. อัดปะเก็นแนนมากเกนิ ไป อากาศ
4. กานลิ้นอากาศคด 2. เปล่ียนสปรงิ อากาศใหม
สที ีพ่ น ออกมาไมต อเนอื่ ง 5. สวนประกอบของลิ้นอากาศหลวม 3. เปลี่ยนปะเก็นล้ินอากาศใหม
(มีการสะดดุ ระหวา งการพน ) หรอื ปะเกน็ ชาํ รุด
แลวอัดใหแนน
1. เข็มปรบั ปริมาณสี หรือหัวจายสี 4. เปลีย่ นล้ินอากาศใหม
สึก หรอื ชํารดุ 5. เปล่ียนสว นประกอบของ

2. มสี งิ่ สกปรกอยูทบี่ า รบั เข็มปรับ ล้นิ อากาศใหมห รือเปลีย่ น
ปรมิ าณสี ปะเกน็ ใหม
1. เปลยี่ นเข็มปรับปริมาณสีและ
3. อัดนอตเข็มปรับปริมาณสี หัวจา ยสีใหมทงั้ ชดุ
ปรบั แนนมากเกนิ ไป 2. ลา งทาํ ความสะอาดบารบั เข็ม
ปรบั ปรมิ าณสี
4. สปรงิ เขม็ ปรับปรมิ าณสหี กั 3. เปล่ียนปะเกน็ และอัดนอ ต
5. เข็มปรับปริมาณสผี ิดขนาด เข็มปรับปรมิ าณสใี หมใหแนน
4. .เปลยี่ นสปริงเข็มปรบั ปรมิ าณสใี หม
1. มอี ากาศรั่วเขาสชู อ งทางเดินของสี 5. เปล่ียนเข็มปรบั ปรมิ าณสแี ละ
2. สีมนี อ ย หัวจายสีใหมทัง้ ชดุ
3. ทอ ดดู สหี ลวมหรือแตกราว 1. หาจุดรั่วแลว ทาํ การแกไข
4. หัวจายสหี ลวม 2. เพม่ิ ปริมาณของสที จ่ี ะพน ใหมากขึ้น
5. นอตอัดปะเก็นหัวจา ยสีหลวม หรอื 3. กวดทอ ดูดสใี หแ นนหรอื เปลย่ี นใหม
4. กวดหวั จายสีใหแ นน
ปะเก็นสกึ 5. กวดนอ ตอัดปะเก็นหัวจายสีใหแนน
หรอื เปล่ยี นปะเก็นใหม

52

สําหรบั ความผิดปกตขิ องรปู แบบของละอองสที พ่ี น ที่พบเหน็ กนั โดยทัว่ ไป มดี ังน้ี

ลกั ษณะทป่ี รากฏ สาเหตุ วิธีแกไข
ละอองสเี ปนรูปพระจนั ทร มลี ะอองสีอุดตันทีร่ ูหัวลม ( A ) ถอดหวั ลมออกลางดวยทินเนอร
เสี้ยว
หามใชลวดแยงรหู วั ลมเพราะ
อาจทาํ ใหเกดิ การชาํ รุดได

ละอองสีเปน รูปพระจนั ทรเ สย้ี ว 1. มีละอองสแี หงตดิ อยกู ับ 1. ถอดหวั ลมออกแลวใชเ ศษผา
แตห นกั ทางดา นใดดานหนึ่ง ปลายหัวจา ยสดี า นนอกท่ี ชบุ ทนิ เนอรเชด็ ที่หวั จา ยสใี ห
(สว นใหญจะหนกั ทางดานบน ตาํ แหนง (B) สะอาด
หรอื ทางดานลาง ) 2. หัวลมหลวม 2. กวดหวั ลมใหแนน
3. หัวจายสหี รือปลายเขม็ ปรบั 3. เปลยี่ นหวั จา ยสีและเขม็ ปรบั
ปริมาณสีคด ปริมาณสใี หมท ง้ั ชดุ

ละอองสคี อดตรงกลาง 1. แรงดนั ของอากาศท่ีทําใหส ี 1. ลดแรงดนั ของอากาศลง
(หนกั ทางดานบนและ แตกตวั สงู เกินไป
ดา นลา ง) 2. สีจางแตพยายามทจี่ ะปรบั 2. ปรบั ลูกบดิ ควบคมุ การจายสี
รูปแบบของละอองสีทพี่ น ให ใหจ ายมากขึน้ (บดิ มาทางซา ย)
กวางเกนิ ไป และปรับลูกบดิ ควบคมุ ความ
3. แรงดันของสตี าํ่ เกนิ ไป กวา งของรูปแบบละอองสใี ห
แคบลง (บิดไปทางขวา)
3. เพ่ิมแรงดนั ของสใี หส ูงข้นึ
ตามความเหมาะสม

53

ลักษณะทปี่ รากฏ สาเหตุ วิธแี กไข
ละอองสีแตกกระจาย
1. ปะเกน็ เขม็ ปรบั ปริมาณสี 1. คลายนอต (E) ออก แลว ใช
ละอองสีหนักตรงกลาง
แหงตวั หรอื ชํารุดทาํ ใหอ ากาศ น้าํ มนั หลอลืน่ แบบใสหยอดที่

ร่ัวเขา สูชองทางเดนิ ของสี ปะเก็น 2 – 3 แลวหมนุ นอต

ใหแนนดว ยมอื กรณปี ะเกน็

ชาํ รดุ ใหเปลยี่ นใหม

2. มีสงิ่ สกปรกทบ่ี ารับเขม็ ปรับ 2. ถอดหัวจายสี (F) ออกทาํ

ปรมิ าณสี ความสะอาดแลว ใสกลับที่เดมิ

3. นอ ตทีป่ ลายทอ ดดู สี (E) หรอื 3. กวดนอ ตใหแ นน หรือเปล่ยี น

ทอสหี ลวมหรอื ชํารุด นอตใหม

1. แรงดันของอากาศท่ีทําใหส ี 1. เพม่ิ แรงดนั ของอากาศท่ีทํา
แตกตวั ต่ําเกนิ ไป ใหสแี ตกตวั ใหสงู ข้นึ
2. สที จ่ี ัดสง เขา สตู ัวปนมาก 2. ลดแรงดนั ทข่ี ับสเี ขา สูต วั ปน
เกินไป ใหต าํ่ ลง หรอื ใชห ัวจา ยสที ี่มรี ู
เล็กลง

การทาสี เพือ่ ใหสที ท่ี าคงสภาพที่ดีใชง านไปไดน านป ควรปฏบิ ัตใิ หถ กู ตอ ง ตามหลักการ
ทาสีดงั ตอไปนี้

1. การเตรยี มพืน้ ผิวท่ีทา ไมว า จะเปน พน้ื ผวิ ปนู ไม หรอื โลหะกต็ าม ตอ งเตรียมพื้นผวิ ให
แหงและสะอาด ปราศจากฝนุ สนมิ และไมม คี ราบน้ํามนั ไขมัน ตกคา งอยู

2. วธิ ีการทาสี ตองปฏบิ ัติตามวธิ กี ารทาสี หรือตามคําแนะนาํ ใหก ารใชส ี ผนวก ค.
แปรงทาสี เปนเครอ่ื งมอื ชนิดหนึง่ ของชา งสีสําหรบั ใชงาน ถาเปนแปรงใหมก อนจะใชง าน
จงแตง ใหอยใู นสภาพทจ่ี ะใชงานได กอนใชควรทาํ ความสะอาดเสยี กอนเพื่อขจดั ผงฝนุ ละอองตาง ๆ
และเมอื่ ลา งหรือแชนํ้ามันแลว กอ นใชง านครง้ั ตอ ไปใหบีบเอานา้ํ มนั ออก

แปรงทาสีทีใ่ ชท ่วั ไป มี ชนดิ แบน และ ชนิดกลม

54

วิธจี ับแปรง เพือ่ ใหมกี ารบงั คบั แปรงไดดเี หมาะสมกบั การทาสีตามลักษณะตา ง ๆ ควรแบง
วธิ ีการจบั แปรง เปน 2 วธิ ี

1. การจบั ใหใ ชป ลายน้วิ จับเบา ๆ ตรงปลอกโลหะ ตามกงึ่ กลางของดาม สว นของดามท่ี
เหลอื ใหอยูระหวา งหัวแมม อื กับนิ้วช้ี

2. การจบั โดยการจับดามแปรงใหแ นน หวั แมม อื อยูท ีโ่ คนดามตอนโคง การจบั แปรงตามวิธี
นเ้ี หมาะกบั การทาสตี อนที่อยสู งู เหนอื ศีรษะ

วธิ ีจุม สีที่ถูกตอ ง การทาสีทุกคร้ังโดยการใชแ ปรง การจมุ แปรงลงในกระปอ งสกี ็มสี วนสาํ คัญ
ควรปฏิบตั ิใหถ กู ตอ งดังน้ี

1. อยาจุม แปรงลงในกระปองสเี กนิ กวาครึ่งของความยาวของขนแปรง
2. การจุม แปรงทเี่ หมาะสมควรจุมเพยี ง 1 ใน 3 ของขนแปรง
3. การจุมลกึ เกินไปจะทาํ ใหส เี กาะทฐ่ี านของแปรงทาํ ใหจบั เปน กอ นไหลยอยได
4. การปาดแปรงทาสที ต่ี ดิ มากเกนิ ไปใหปาดแปรงกับขา งกระปอ งภายใน อยาปาดท่ีขอบ
ปากกระปอ ง

55

วธิ ปี าดแปรง ในการจุมแปรงทาสีลงในถังสี ระวังอยา ปาดแปรงกบั ขอบถัง ควรปาดแปรง
กับขางถัง (ภายใน) เพ่ือใหสวนท่โี ชกสเี กนิ ไปไหลออกเสียบาง และควรจมุ แปรงลงไปประมาณ 1
ใน 3 ของขนแปรง

สว นการปาดแปรงกบั ขา งถงั กค็ วรปาดใหอ ยใู นทเี่ ดียวกนั อยายายทหี่ ลายแหง จะทําใหส จี ับ
เปนคราบไปรอง ๆ กระปอง ทําใหเ ปอ นมือ และเสียเวลาเชด็ หรือลางมือบอ ย ๆ

การทาสที ถี่ กู ตอง ถาทาํ ไดใ หท าตามทางยาว โดยจงั หวะสมาํ่ เสมอแลวทากลบั เพ่ือใชข น
แปรงทัง้ 2 หนา ไดอ ยา งเต็มที่ จงจําไวอ ยากดแปรงใหห นกั เพราะสสี ว นมากไหลมาท่ปี ลายแปรง
ขณะที่งอตวั ตามธรรมดาแปรงทีจ่ ุมสีมาก จะทาไดง า ย จุมติดเพยี งเล็กนอ ยจะทาไดช าและเสียเวลา
ตองจุม สบี อ ย ๆ

การทาสตี ามแนวนอน

56

การทาสตี ามแนวตั้ง
ขอ ควรระวงั ในการทาสี
1. ไมควรทาสกี ับพนื้ ทชี่ น้ื หรอื มีละอองน้าํ ติดอยู
2. ไมค วรทาสคี รั้งตอ ไปในเมอื่ สีที่ทาครง้ั แรกยังไมแ หง
3. ไมควรทาสบี นพืน้ ทที่ ี่มฝี ุนละออง
4. สผี สมหรอื กรองแลวตอ งปดใหส นทิ เพอ่ื ปอ งกนั ฝนุ ละอองและผงตา ง ๆ
5. สที ีท่ า ถาใชไมห มดใหใ ชนํ้ามนั ผสมหลอ หนา ไวใหทวั่ และปดฝาใหสนิทเพ่ือกนั หนาสีแหง
เปน ฝา
6. กอ นที่จะแบง สีเอาไปใชต องคนสีใหท วั่ ถงึ กนกระปอ งทุกคร้ัง

57

บทที่ 6

ปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ คุณภาพของสใี นการใชงาน

โดยทวั่ ไปแลว ปจจัยทม่ี ีผลตอ คุณภาพของสี สามารถแบงออกพิจารณาไดดังนี้
1. สูตรของการผลิต เรมิ่ ตั้งแตการคดิ คน สูตรท่จี ะใชส าํ หรับการผลติ สกี ็จะตอ งระบถุ ึง
ความตอ งการ ในคณุ ภาพระดบั หน่ึง ซ่ึงจะสามารถแปรเปลย่ี นไปไดต ามปรมิ าณและคณุ ภาพของ
สวนผสมตา ง ๆ
2. วตั ถดุ ิบท่ีใช วัตถดุ บิ ที่ใชจ ะตอ งมคี ุณลักษณะและปรมิ าณตรงตามท่ีไดกําหนดไวใ น
ข้ันตอนการกําหนดสูตรของการผลติ สี ทัง้ น้เี พ่ือใหไ ดคณุ ภาพตามเปาหมาย ตวั อยา งของขอผิดพลาด
ไดแ ก วัตถดุ บิ ทีใ่ ชมีการเสอ่ื มสภาพเกดิ ขน้ึ หรือมคี วามบริสุทธิไ์ มเพยี งพอตามท่ตี อ งการ
3. วธิ ีการผลิต ในความเปน จรงิ แลว วิธีการผลติ สีซึ่งมีขั้นตอนตา ง ๆ มากมายนนั้ นบั เปน
ศลิ ปอยางหนง่ึ ในขบวนการอตุ สาหกรรม ยกตวั อยา งเชน ผผู ลติ สี 2 ราย ที่มีสตู รของการผลติ และ
วตั ถดุ ิบเหมอื นกนั แตเ ม่อื ใชขบวนการในการผลติ ที่แตกตา งกนั ก็อาจจะไดผ ลผลิตที่ไมเ หมือนกัน
ดงั นัน้ วธิ กี ารผลติ สจี ึงนบั เปนปจจยั อันหนงึ่ ทมี่ ีผลตอ คณุ ภาพทต่ี อ งการของสไี ด
4. การเก็บรกั ษา เนอ่ื งจากสเี ปน ผลผลิตทีไ่ ดจ ากการนาํ เอาสารเคมหี ลาย ๆ ชนิดมาผสมกัน
ดังนน้ั จงึ มโี อกาสเปนไปไดท ส่ี นี ัน้ จะมกี ารเส่อื มสภาพเน่ืองจากตวั มนั เอง ซ่งึ เกดิ จากปฏิกิริยาทางเคมี
ระหวางสารเคมีดว ยกัน ทาํ ใหคณุ ภาพทต่ี องการดอ ยลงไป หรอื ไมม ีเหลอื อยูเลยเมอ่ื เกบ็ ไวน าน ๆ
นอกจากน้ันปจ จัยอ่นื ๆ กอ็ าจมีผลตอ สไี ด เชน ความรอ น ฯลฯ อยา งไรก็ตามการเกบ็ รกั ษาที่ถกู วิธี
น้นั สว นใหญจะถูกระบไุ วแลว โดยผูผลิต
5. การเตรยี มพ้นื ผวิ เปน สิง่ สาํ คัญมากเพราะอายุการใชงานของสีจะนานหรือไมน น้ั ขึน้ อยู
กบั พืน้ ผิววสั ดกุ อ นทาสี สาํ หรบั ผิวเหลก็ โลหะ การเตรยี มพนื้ ผวิ มตี ้ังแตขดั ดว ยกระดาษทราย
เครือ่ งขดั และพน ทราย ซึ่งขึ้นอยูกับลกั ษณะของงานและระบบสที ี่ใช สว นผวิ คอนกรตี ใหเ ตรยี ม
พนื้ ผิวโดยใชก รดเจือจางลาง เพอ่ื ใหผวิ คอนกรีตเปนกลางเสียกอน จะทําใหก ารยดึ เกาะของสีดมี าก
6. การเตรยี มสแี ละการใชอ ปุ กรณตาง ๆ จะตองเปน ไปตามขอ แนะนาํ ทีร่ ะบุไว โดย
บริษทั ผผู ลติ ของทัง้ สีและเคร่อื งมือเครือ่ งใชใ นการทาสี
7. ความหนาของฟล ม สี ความหนาของฟล ม สีเม่ือแหง มีความสาํ คญั ตอการปอ งกนั พ้นื ผวิ ถา
อยใู นสภาพแวดลอมปกติความหนาของฟล มสคี วรอยปู ระมาณ 125 ไมครอน ถาอยใู นสภาพมลภาวะ
ความหนาของฟล มสอี ยา งนอยประมาณ 250 ไมครอน ทง้ั น้ขี น้ึ อยกู ับลักษณะงานและชนดิ ของสี
ทใี่ ช

58

8. สภาพสภาวะอากาศระหวางการใชสี สีจะตอ งทาบนพน้ื ผวิ ที่แหง สนทิ ในขณะอุณหภมู ิ
ตามแตชนดิ ของสีทก่ี ําหนด สีไมควรทาในขณะที่อากาศช้ืน หรอื หลงั ฝนตกใหม ๆ เพราะจะทาํ ให
การยดึ เกาะของสไี มดีและมปี ญหาบนฟลม สที ีหลงั

9. เงอ่ื นไขสภาพแวดลอม อายขุ องสขี ้นึ อยกู บั สภาพแวดลอ มดว ย เชน อยใู นยา น
อตุ สาหกรรม อยใู กลชายทะเล หรอื อยใู นสภาพแชน ้าํ , เคมี , กรด , ดา ง ฯลฯ

59

บทที่ 7

การเส่อื มคณุ ภาพของฟลม สีในลกั ษณะตาง ๆ

ลกั ษณะความเสียหาย สาเหตุ การปองกัน การแกไ ข
1. สีหลุดลอน 1. ความชื้นใตฟลม สี
1. แกไขมใิ หความช้ืน - ขดู สีที่ลอ นออกใหห มด
2. ผิวหนาหลดุ เปนฝนุ 2. การยืดหดตวั ของพืน้ ผิว
(chalking) หลงเหลอื อยูบนพ้นื ผิว กอ นลงรองพ้นื และทาทบั
3. ทาสีบนพ้ืนผิวทรี่ วน
3. มีคราบคลายเกลือบน ใหม
ผิวทที่ าสี เปน ฝุน ผง
4. สีซดี หรือเปนรอยดาง 4. ทาสีบนผิวทีม่ ีคราบไข 2. ใชส ที มี่ ีการขยายตัว
5. สีชน้ั ลางซึมขึ้นมาบนสี เกาะอยู
ทบั หนา 1. นําสีท่ที าภายในมาใช ใกลเ คยี งกับพ้ืนผิวทีจ่ ะทา
ทาภายนอก
2. อายุของผิวสนี านเกินไป 3. แกไขพ้ืนผิวใหหมด

3. สภาพแวดลอมไม สภาพเปนฝนุ ผงกอนทาสี
เหมาะสม
4. ลางผิวทจี่ ะทาสใี ห
- ความช้ืนภายในซึมผา น
ผวิ ท่ีทาสอี อกมา สะอาด

- ใชส ไี มเหมาะสมกับ 1. ใชสีใหถ กู ประเภท - เปนฝนุ ผงเลก็ นอย ให
สภาพแวดลอม ลางดวยนํ้าสะอาด หรือนํา้
1. ยางในเนอ้ื ไม
2. ทาสีใหมต ามระยะเวลา สบเู จอื จาง จะชวยให

ที่กาํ หนด ผวิ หนาของสีดูดีข้นึ

3. ตรวจสอบสภาพแวดลอ ม - ถา เปนฝุนมากถงึ ขนาด

เพอื่ หาระบบการทาสีที่ ผวิ หนาเริม่ ลอกออกให

เหมาะสม ขูดสีออกใหหมดและทา

สีใหม

- ปอ งกันมใิ หเกิดการซึม - ขจัดคราบทเี่ กิดขึ้นออก

ผานของความชื้น รอดจู นแนใจวาไมม ีการ

ซมึ ออกมาอีก จึงทาสีทบั

ใหม

- ปรกึ ษาเจาหนาท่ีฝาย - ลอกฟลมสีเกาออก ทาสี

เทคนิคกอนเลือกระบบสี ใหมด วยระบบท่ีถูกตอ ง

1. ปลอยใหพ ้ืนผิวนัน้ แหง - ใหลอกสีท้ังหมดออก

สนทิ กอ นทาสที ับหนา และ และทาสตี ามวิธีการที่

ควรทาทบั ชั้นแรกดวยสีท่ี แนะนําไวในการปอ งกัน

ใชส าํ หรบั ปอ งกันสาเหตุน้ี

เชน รองพน้ื ไมอ ลมู ิเนยี ม

60

ลักษณะความเสียหาย สาเหตุ การปอ งกัน การแกไข
2. ทาสบี นผวิ ที่ทาไวดวย 2. ไมควรทาสที ับบนสาร
สารประเภทยางมะตอย ประเภทยางมะตอย แตถา
จําเปนใหล อกสารประเภท
ยางมะตอยออกใหห มด
ถา ทําไมไดใหเคลอื บทับ
ผิวหนาดวยสีรองพนื้ ให
สนิทกอนทาสีทับ

6. ฟลมสีหนาบางไมเทากนั 1. พื้นผวิ สกปรก มคี ราบ 1. ลางผิวหนาใหสะอาด - ปลอ ยใหฟล มสีแหงสนิท
ไขมนั ตดิ อยู ลา งคราบไขมนั ทีต่ ดิ อยู ขดั ใหสมํ่าเสมอ และทาสี
ออกใหห มด ทบั ใหม
2. ใชส ีประเภทสีน้ําบน 2. ขดั กระดาษทรายละเอียด
พืน้ ท่ีเรียบเปนมัน พอใหผ ิวมรี อยขยายขนึ้

7. ฟล มสมี ลี กั ษณะหยาบ 1. มีฝุนผงในบริเวณท่ที าสี 1. ปองกันมิใหมฝี ุน ผงใน - ปลอยใหพ้นื ผิวทาสีแหง
และข้ึนเมด็ เล็ก ๆ บริเวณท่ีทาสี สนทิ ขดั จนเรยี บ แลวทาสี
2. มฝี ุนผงในแปรงท่ีใช 2. ใชแปรงที่สะอาด ใหมอีกครง้ั
3. ผิวหนาของสีในกระปอง 3. ใหล อกฟลมแขง็ ท่ีลอย
จับตวั เปนฝา (skinning) หนา อยอู อกท้งิ ใหหมด
และกรองสกี อนใช

8. ฟลม สพี อง (blistering) 1. ความชื้นหลงเหลืออยู 1. ตรวจสอบความช้ืนบน - ถาไมมากเกินไป ขูดสวน
บนพื้นผิวระหวางทาสี พ้ืนผิวกอนทาสี และขณะ ทส่ี ีโปรงออกเตรยี มพ้ืนผิว
ทาสตี องแนใจวาความช้ืน ในจดุ น้ัน ๆ ใหม และทาสี
2. มีความชื้นจากภายใน ในบรรยากาศอยูในสภาพ ใหมตามระบบเดิม
วสั ดทุ ที่ าสที ไ่ี มสามารถ ปกตหิ รือคอนขางแหง - ถาเสียหายมาก ขดู สี
ระเหยผานฟล ม สีทที่ า 2. แกไขทางการออกแบบ ท้ังหมดออกเตรียมพ้นื ผวิ
ทับไว ใหสวนตางๆ ของอาการ ใหม ทาสีใหมตามระบบ
ไมมกี ารเกิดกรณีทมี่ ีความ ท่ีถกู ตอง
3. ทอนไมท ีจ่ ะทาสีมี ชื้นซึมผานจากดานหน่ึง
ความชื้นเกิน 10 % ไปสูอกี ดานหนึ่ง
3. ทาสไี มท ่ีแหงสนทิ จริง ๆ

61

ลกั ษณะความเสียหาย สาเหตุ การปอ งกนั การแกไข
9. ฟลมสีไมแ ขง็ ตวั ใน - ปลอยใหฟล มสีแขง็ ตวั
เวลาท่ีกาํ หนด 1. ทาสีหนาไป 1. ทาสีตามความหนาที่ มากทส่ี ุด แลวขัดใหบ างลง
ปลอ ยใหแ หง จึงจะทาสี
กําหนด ทบั ใหม

2. มีคราบน้ํามันหรอื ไขมนั 2. กอนทาสีตองเตรยี ม

หลงเหลืออยบู นพ้นื ผวิ ท่ี ผิวหนาใหส ะอาด

ทาสี

3. ใชอ ตั ราผสมของสชี นดิ 3. ผสมสชี นิดสองสว น

สองสวนไมถ ูกตอง ใหถกู ตอง

10. ฟล ม สแี ตกลายงา 1. สีหมดอายุ 1. ทาสีใหมเมื่อถึงเวลาอัน - ลอกสอี อกใหหมด ทาทบั
สมควร ดว ยระบบท่ีเหมาะสม
2. ทาสที ับบนผิวสที ่ยี ัง 2. กอ นทาสีทับใหแ นใจวา
ไมแหงสนทิ สีชัน้ แรก ๆ แหงสนทิ

11.สไี หลเปน ทางหรอื ยอ ย 1. จุมสีบนแปรงหรือ 1. จุมสพี อเหมาะแกการทา - ปลอ ยใหฟล มสแี หง สนทิ
(running or sagging) ลูกกล้ิงชมุ เกินไป แตล ะคร้ัง ขัดใหเรียบและทาสใี หม
2. พนสีหนาเกนิ ไป 2. พนสแี ตละชั้นตามความ
หนาที่กําหนด
3. ผสมสีเหลวเกินไป 3. ผสมสใี หไ ดความขน
หนดื ตามกําหนด

12. ฟล มสยี น 1. ทาหรอื พนสหี นาเกินไป 1. ทาหรือพนสตี ามความ - ลอกสีออกใหหมด ทาสี
(streaking or wrinkling ) หนาท่กี ําหนด ใหมด วยระบบที่ถกู ตอ ง
2. ทาสีทับกอนท่สี ชี ั้นลาง 2. รอใหสชี ้ันลา งแหง สนทิ
จะแหงสนทิ กอ นทาทบั
3. ทาสีขณะทอ่ี ากาศรอ น 3. ไมทาสีขณะที่อากาศรอ น
เกนิ ไป เกินไป
4. ใชสที บั หนา ไมเหมาะ 4. เลือกสีทับหนาทีเ่ หมาะ
กบั สรี องพ้ืน กบั สรี องพื้น

62

บทที่ 8

มาตรฐานสสี ําเรจ็

1. การผลิตสแี ละประเภทของสี
1.1 สที าเรอื หมายถึง สที ุกประเภทท่ใี ชเ คลือบพน้ื ผวิ สว นตา ง ๆ ของเรือ รวมทง้ั อุปกรณ

และเคร่ืองจกั รทกุ ชนิดทตี่ ิดต้ังบนเรือ
1.2 สแี นวนาํ้ หมายถึง สีทใ่ี ชเคลือบแถบแนวนํา้ ของเรือ
1.3 สีใตแนวนํ้า หมายถึง สีทใ่ี ชเคลือบสวนของตัวเรอื ท้งั หมดที่อยใู ตแถบแนวนา้ํ
1.4 สเี หนอื แนวนาํ้ หมายถงึ สีทใ่ี ชเคลอื บพ้ืนผวิ ของตวั เรือทอ่ี ยเู หนอื แนวน้าํ
1.5 สีทาภายนอก หมายถึง สที ใ่ี ชเ คลือบผิวท้งั หมดท่อี ยูภายนอกตวั เรอื และเกงเรือ
1.6 สีทาภายใน หมายถงึ สีทใ่ี ชเคลอื บพื้นผิวท่ีอยใู นตวั เรอื และเกง เรือ
1.7 สกี ันเพรียง หมายถึง สที ี่เคลอื บสว นของตัวเรอื ทอี่ ยใู ตแถบแนวน้ํา เพื่อปองกนั เพรยี งที่

อยูใ นน้ําทะเลยดึ เกาะใชเ ปน ท่ีอยอู าศยั
2. ประเภทของสีทาเรอื และการใชง าน
2.1 สที าเรือสามารถแบงตามชนดิ ของเรซ่นิ ทเ่ี ปนสวนประกอบสําคัญอยูในสีได 4 ประเภท

ใหญ ๆ ดงั นี้
2.1.1 สี EPOXY เปน สีท่ีมเี รซิ่นประเภท EPOXY ผสมอยู ไดแ ก
1) Coal Tar Epoxy
2) Epoxy Anticorrosive
3) Epoxy Lindercoat
4) Epoxy Top Coat
5) Epoxy Zinc Rich Primer
6) Epoxy Tank Top Coat
7) Epoxy Tank Primer
2.1.2 สี ALKYD เปนสีทีม่ เี รซน่ิ ประเภท ALKYD ผสมอยู ไดแ ก
1) Alkyd Red Lead
2) Alkyd Haze Gray (สีหมอกออ น)
3) Alkyd Dark Gray (สีหมอกแก)
4) Phenolic Alkyd
5) Alkyd Zinc Chromate
6) Alkyd Enamel

63

7) Alkyd Iron Oxide

2.1.3 สี VINYL เปนสที มี่ ีเรซิ่นประเภท Vinyl ผสมอยู ไดแ ก

1) Vinyl Tie Coat

2) Vinyl Antifouling

3) Polyvinyl Butyral

2.1.4 สพี เิ ศษ เปน สที ่นี อกเหนือจากทก่ี ลา วในขอ 2.1.1 ถึง 2.1.3 ไดแ ก

1) Self – Polishing Copolymer

2) สี Silicone

2.2 สที าเรอื สามารถแบง ประเภทตามลกั ษณะการใชง านได 4 ประเภทใหญ ๆ ดงั นีค้ ือ

2.2.1 สีรองพืน้ เตรยี มพื้นผวิ เปนสที ี่ชวยใหสีกนั การกดั กรอ นเกาะติดกบั พนื้ ผิวทจี่ ะ

ทาสไี ดด ี ไดแ ก

1) Wash Primer หรอื Etching Primer หรอื Polyvinyl Butyral

2) Epoxy Zinc Rich Primer

2.2.2 สกี นั การกดั กรอ น เปนสีท่ีชวยปองกนั พน้ื ผวิ จากสภาพแวดลอมท่ีจะมาทําลาย

ผวิ หนาวสั ดุ ไดแ ก

1) Coal Tar Epoxy

2) Epoxy Anticorrosive

3) Epoxy Tank Primer

4) Alkyd Red Load

5) Alkyd Iron Oxide

6) Alkyd Zinc Chromate

2.2.3 สีช้นั กลาง เปนสีท่ีชว ยใหส ที าทบั หนาเกาะติดบนสีกันการกดั กรอนไดด ี

แบง เปน 2 แบบ

2.2.3.1 สี Undercoat ไดแ ก Epoxy Undercoat

2.2.3.2 สี Tie Coat ไดแก Vinyl Tie Coat

2.2.4 สที าทบั หนา เปน สชี ้นั นอกสุดท่ใี ชง านตามวัตถปุ ระสงคข องผูทาสี ไดแก

1) Vinyl Antifouling

2) Self – Polishing Copolymer

3) Alkyd Haze Gray

4) Alkyd Dark Gray

5) Phenolic Alkyd Alkyd Black

6) Alkyd Enamel

64

7) Silicone Alkyd
8) Heat Resistance
9) Epoxy Top Coat
10) Epoxy Tank Top Coat
2.3 การทาสบี รเิ วณตาง ๆ ของเรือน้ัน จะตอ งเลอื กประเภทของสีใหเ หมาะสมตอ
สภาพแวดลอ มและประเภทของพน้ื ผิวของตวั เรอื รูปท่ี 1 - 9 แสดงขน้ั ตอนการทาสีที่บรเิ วณตา ง ๆ
สาํ หรบั เรือที่สรา งจากวสั ดุทกุ ประเภทอยา งโดยสรุป สว นรายละเอยี ดใหเปนไปตาม ผนวก ก.
3. คณุ ลกั ษณะทตี่ องการ และการใชง าน
3.1 คณุ ลกั ษณะทางปรมิ าณของสี
สที าเรือจะตองมคี ณุ ลกั ษณะทางปริมาณของสีตามตารางท่ี 1 - 3 คาความคลาดเคลื่อน
หรือเกณฑการเบ่ยี งเบนทยี่ อมรับได เปน ไปตามผนวก ข. การทดสอบใหเ ปน ไปตามขอ 4.1
3.2 คุณลักษณะทางคณุ ภาพของสี
ในสแี ตละประเภท จะมกี ารกาํ หนดรายการคณุ ลกั ษณะทางคูณภาพของสที ่จี ะตอ ง
ตรวจสอบไมเทากัน ท้ังน้ขี น้ึ อยกู ับประเภทและลกั ษณะการใชง านของสนี ัน้ ตารางท่ี 4 – 6 แสดง
คุณลกั ษณะทางคุณภาพของสแี ตละประเภท ท่จี าํ เปน ตอ งมกี ารตรวจสอบ ซงึ่ ประกอบดวย
3.2.1 ภาวะในภาชนะบรรจุ

เมือ่ เปด ภาชนะออกใหม ๆ สที าเรอื ทุกประเภทตอ งเปน เนือ้ เดยี วกนั คนใหเ ขา
กันไดง า ย ไมรวมตวั กนั เปน กอ นหรอื นอนกน แข็ง ไมมีสงิ่ แปลกปลอม และไมม ีฝาลอยท่ีผิวหนา
การทดสอบใหเปนไปตามขอ 4.2.1

3.2.2 ความติดแนน
เมอื่ ทดสอบตามขอ 4.2.2 แลวสีทาเรอื จะตองมกี ารตดิ แนน จาํ นวนชน้ิ สีเคลอื บ

ที่ติดแถบกาวขึน้ มาตอ งไมเ กิน รอ ยละ 15 สําหรบั สี Alkyd และไมเกินรอยละ 5 สาํ หรบั สอี ่นื ๆ
3.2.3 ความทนทานตอ การตัดโคง

ฟล ม สีตอ งทนตอการตัดโคง ไมม รี อยราว และยังคงตดิ แนน กับแผน ทดสอบ ไมล อ นเปน แผน จน
สังเกตเห็นได การทดสอบใหเ ปน ไปตามขอ 4.2.3

3.2.4 ความทนน้ํา
เมื่อทดสอบตามขอ 4.2.4 แลว ฟลม ของสบี นแผนทดสอบตองไมพอง แยก ยน

ลอน หลุด และตอ งติดแนน กบั แผน ทดสอบ ปราศจากขอบกพรอ งใด ๆ
3.2.5 ความทนน้าํ มันเบนซิน
เมือ่ ทดสอบตามขอ 4.2.5 แลวฟลมของสตี อ งไมเ ปลย่ี นสภาพและไม พอง แยก

ยน ลอ นหลดุ และตองติดแนนกับแผน ทดสอบ ปราศจากขอ บกพรอ งใด ๆ

65

3.2.6 ความทนกรดและดา ง
ฟลมสีตอ งทนตอสารเคมปี ระเภทกรดและดา ง ไมพอง ไมย น และตองตดิ

แนนกบั แผนทดสอบ ปราศจากขอบกพรองใด ๆ การทดสอบใหเปน ไปตามขอ 4.2.6
3.2.7 SHADE สี
ใหเปน ไปตามทร่ี ะบไุ วทฉี่ ลากและเทียบไดกับสมี าตรฐานของ ทร. และ

FED.STD. ตามหมายเลขท่กี ําหนด สาํ หรับสหี มอกออน เมอ่ื ตรวจวัดตามขอ 4.2.7 แลว คา
Lightness Factor ( L*) มีความแตกตางไมเ กนิ ± 1.5 คา Chromaticity Co – ordinate ( a* , b * )
มีความแตกตา งไมเ กนิ ± 0.5 ของสีมาตรฐาน

3.2.8 การเกิดฝาสี
ในภาชนะทป่ี ดสนทิ บรรจุสีไวสามในสสี่ ว น สตี อ งไมร วมตวั เปน แผน ลอยอยู

ทผี่ วิ หนาภายในเวลา 24 ชม. การทดสอบใหเ ปน ไปตามขอ 4.2.8
3.2.9 ความทนละอองนาํ้ เกลือ
ฟล ม สีตอ งไมพ อง ไมยน ไมอ อนตวั ไมห ลดุ ลอ น และบรเิ วณท่เี กิดสนมิ ตอ ง

ไมเ กิน 1.5 มลิ ลิเมตร จากเสนท่ขี ดี ไว การทดสอบใหเปนไปตามขอ 4.2.9
3.3 คณุ ลกั ษณะทางปรมิ าณของผงสี
สที าเรือจะตอ งมีปริมาณของผงสี ตามตารางท่ี 7 – 9 การตรวจสอบเปน ไปตาม

ขอ 4.3 คาความคลาดเคล่ือนหรอื เกณฑเบ่ียงเบนทยี่ อมรับไดใหเ ปน ไปตามผนวก ข.
3.4 คณุ ลกั ษณะทางภาคสนาม
3.4.1 คณุ ลักษณธทางภาคสนามท่ีจะตองทําการประเมนิ ตามกรรมวิธีการทดสอบ

ทางใชก ารในสนาม ในขอ 4.4 จะประกอบดว ย
( 1 ) การเกิดสนิม (Rusting)
( 2 ) การเกิดรอยแตก (Cracking)
( 3 ) การเกดิ รอยราน (Checking)
( 4 ) การลอ น (Peeling)
( 5 ) การพอง (Blistering)
( 6 ) การเกิดเพรยี ง (Fouling)
( 7 ) การเกดิ สาหรา ย (Algae)
( 8 ) การเปล่ียนสี (Shade Chauge)
( 9 ) ความซีด (Fading)
( 10 ) การเปนฝุน (Chalking)
( 11 ) ความเงาลดลง (Gloss Loss)

66

3.4.2 คณุ ลกั ษณะทางภาคสนามของสีทาเรอื แตละประเภท เมื่อทาํ การทดสอบตาม

การทดสอบทางการใชในสนาม ขอ 4.4 แลว ใหท าํ การประเมนิ ผลทกุ ๆ 3 เดือน จนครบกาํ หนด

ตามชนิดของสี (12 เดือน, 24 เดือน) ดงั นี้

( 1 ) คณุ ลักษณะขอ ยอย ( 1 ) ถึง ( 7 ) ของขอ 3.4.1 ใหท ําการบนั ทกึ ผล

การเปลี่ยนแปลงคณุ ลกั ษณะ หรือความเสยี หายท่เี กิดขนึ้ บนแผน

ทดสอบสี เปน รอ ยละของพนื้ ท่ปี ระเมนิ พนื้ ท่ีประเมนิ อยูหางจากขอบ

ของแผนทดสอบทุกดานเขามาเปนระยะ 10 มม. อา นคาระดับความ

เสยี หายจากตารางท่ี 10

( 2 ) คณุ ลักษณะขอยอยท่ี 8 ใน 3.4.1 (การเปล่ียนสี) ใหท าํ การประเมนิ ผล

โดยใชเ ครื่อง Chromameter วดั การเปลี่ยนแปลงของ Shade สี

( 3 ) คณุ ลกั ษณะขอ ยอ ยท่ี ( 9 ) ใน 3.4.1 (ความซีด) ใหประเมนิ ผลดวย

การตรวจพนิ จิ เทยี บกบั แผน ทดสอบเมอื่ เริม่ ทาํ การทดสอบ

( 4 ) คณุ ลกั ษณะขอ ยอ ยท่ี ( 10 ) ใน 3.4.1 (การเปนฝุน) ใหประเมินผล โดย

ใชริบบ่ิน

( 5 ) คณุ ลักษณะขอ ยอ ยท่ี ( 11 ) ใน 3.4.1 (ความเงาลดลง) ใหป ระเมินผล

โดยทําการวัดความเงาของแผนทดสอบดว ยเคร่ืองวดั ความเงา (Gloss

Meter ) และเทียบกับความเงาของแผนทดสอบ เมื่อเร่ิมทําการ

ทดสอบ 3.4.3 คุณลกั ษณะทางภาคสนาม หรือความเสยี หายทีเ่ กดิ ขนึ้

บนแผน ทดสอบสี ที่ได 3.4.2 จะมรี ายการพจิ ารณาตามประเภทของสีที่

ทําการทดสอบ แสดงไวใ นตารางที่ 11 และจะตอ งมคี ุณลกั ษณะทาง

ภาคสนามเปนไปตามตารางที่ 12

4. การทดสอบ

4.1 การทดสอบคณุ ลกั ษณะทางปริมาณของสี

4.1.1 การหาปริมาตรบรรจุใชก ารคํานวณ

4.1.2 การหาปรมิ าณผงสี เปน รอยละ นน. ของสี ใหป ฏิบตั ิตาม FED , TEST

METHOD STD NO. 141 B METHOD 402 หรือตาม มอก. 285 เลม 34 - 2527

4.1.3 การหาสารทรี่ ะเหย (Volatile Content)ใหป ฏบิ ัตติ าม มอก.285 เลม 6-2524

4.1.4 การหาส่งิ นําสสี วนท่ีไมระเหย ใหปฏิบัตติ าม มอก.285 เลม 6 - 2524

4.1.5 การหาน้ําหนกั ตอแกลลอน (ปอนด) ใหป ฏบิ ัติตาม ASTM METHOD

D1475

4.1.6 การหาจดุ วาบไฟ ใหป ฏบิ ตั ติ าม มอก.285 เลม 29 - 2527 หรือASTM

METHOD D93

67

4.1.7 การหาความหนดื ใหป ฏบิ ตั ติ าม มอก.285 เลม 14 - 2524
4.1.8 การหาความละเอยี ดของสี ใหป ฏิบัตติ าม มอก.285 เลม 8 - 2524
4.1.9 การหาระยะเวลาเม่ือแหง ใหปฏิบตั ติ าม FED TEST METHOD STD.
NO.141 B METHOD 4061 หรือ ตามมาตรฐาน ASTM METHOD D1640
4.1.10 การหาความเงาวดั ทมี่ ุม 60 องศา ใหปฏบิ ัติตาม มอก.285 เลม 16 - 2524
4.1.11 การหากาํ ลังซอนแสง ใหปฏิบตั ิตาม มอก.285 เลม 16 - 2524
4.2 การทดสอบคณุ ลักษณะทางคุณภาพของสี
4.2.1 ภาวะในภาชนะบรรจุ ใหปฏบิ ัตติ าม มอก.285 เลม 10 - 2524
4.2.2 ความตดิ แนน ใหป ฏบิ ัติตาม ASTM METHOD D 3359
4.2.3 ความทนทานตอการตัดโคง ใหปฏบิ ัตติ าม มอก.285 เลม 19 – 2524
หรอื ตาม ASTM METHOD D 522
4.2.4 ความทนนาํ้ ใหป ฏบิ ัติตาม มอก.285 เลม 22 - 2525 หรือตาม ASTM
METHOD D 1647
4.2.5 ความทนนํา้ มันเบนซิน ใหป ฏิบตั ติ าม มอก.691 - 2530 และ มอก.285
เลม 23 – 2526
4.2.6 ความทนกรด – ดาง ใหป ฏิบัตติ าม มอก.691 - 2530 และ มอก.285
เลม 23 - 2526
4.2.7 SHADE สี ทดสอบโดยใชเครอื่ ง Chromameter วดั คา ในระบบ L* a* b*
ของ Commisson Internation de 1 Eclairage ( CIE ) นําไปเปรียบเทียบกบั สมี าตรฐาน ทร. และ
FED STD ตามหมายเลขทกี่ ําหนด
4.2.8 การเกดิ ฝาสี ใหป ฏบิ ตั ิตาม มอก.285 เลม 31 - 2527
4.2.9 ความทนละอองนํา้ เกลือ ใหป ฏบิ ตั ิตาม มอก.691 - 2530 และ มอก.285
เลม 42 - 2531
4.3 การทดสอบคุณลกั ษณะทางปรมิ าณของผงสี

4.3.1 การหาปรมิ าณ รอ ยละ Fe2 O3 ใหปฏบิ ัติตาม FED. TEST METHOD
STD. NO.141 B METHOD 7291

4.3.2 การหาปรมิ าณ รอยละของ Cu2O ใหปฏบิ ตั ติ าม ASTM METHOD D 283

4.3.3 การหาปรมิ าณ รอ ยละ Tio2 ใหป ฏบิ ตั ติ าม ASTM METHOD D 1394

4.3.4 การหาปริมาณของ Sn และ ZnCro4 ใหตรวจสอบดว ยเครื่อง Atomic
Absorption Spectrophotometer

68

4.3.5 การหาปรมิ าณ รอ ยละ Pb3O4 ใหปฏบิ ัตติ ามวิธีตรวจสอบของ FRANK
J. WELCHER “Standard Method Method of Chemical Analysis” Vol.28 (6th ED) P.1701

4.4 การทดสอบคณุ ลกั ษณะทางภาคสนาม
4.4.1 การทดสอบการใชการในสนาม มีจุดประสงคเ พอ่ื ประเมินอายุการใชง าน

ของสี โดยทาสีตามแบบการทาสขี อง ทร. บนแผนทดสอบ แลว นําไปไวใ นสถานที่ทีม่ ีส่งิ แวดลอ ม
ตามการใชง านของสี เปน เวลา 1 ป หรอื 2 ป ตามชนดิ ของสี

4.4.2 แผนทดสอบจะตอ งมขี นาด 25 X 30 ซม.
4.4.3 การเตรยี มพนื้ ผวิ ของแผน ทดสอบ ใหป ฏิบัตติ าม มอก.607 - 2529 สวน
การเคลือบสีลงบนแผน ทดสอบ ใหป ฏบิ ัตติ าม มอก.184 เลม 4 – 2521 โดยจดั ทาํ แผนทดสอบ
เปน 2 ชดุ ชดุ ละเทา ๆ กนั ชดุ หนงึ่ จะเกบ็ ไวเ ปน แผน มาตรฐานเพอ่ื อางองิ สภาพสี สว นอกี ชุดหน่งึ
จะนาํ ไปทดสอบทางใชก ารในสนาม
4.4.4 สกี นั เพรยี งนาํ ไปแชใ นนาํ้ ทะเล โดยใหก รรมการวิเคราะหและทดสอบสี
ทาเรือเปน ผกู ําหนดตําบลที่
4.4.5 สที าภายนอกนําไปไวก ลางแจง โดยใหกรรมการวเิ คราะหแ ละทดลองสที า
เรือเปน ผกู าํ หนดตาํ บลท่ี
4.4.6 สที าภายในนาํ ไปไวในอาคารท่ีมีการปฏิบตั ิงาน
4.5 การวิเคราะหแ ละทดสอบในการรับรองคณุ ภาพสี โดยคณะกรรมการวเิ คราะหและ
ทดลองสีทาเรือใหม กี ารวเิ คราะหและทดสอบตามขอ 4.1 – 4.4
4.6 การวเิ คราะหและทดสอบในการตรวจรบั สีทีก่ รมพลาธกิ ารทหารเรือจัดหา ใหท ํา
การวเิ คราะหและทดสอบเฉพาะขอ 4.1 – 4.3 เทา น้ัน
5. การแบงสีประเภทตา ง ๆ ออกตามระบบการทาสี ดงั นี้
5.1 ระบบทาสใี ตแนวน้ําและแนวนา้ํ ชนดิ สีกันเพรียง Vinyl ประกอบดว ยสตี าง ๆ ใน
ระบบคือ
5.1.1 สรี องพ้นื ใตแ นวนาํ้ ชนิด Coal Tar Epoxy สนี ้าํ ตาล
5.1.2 สรี องพ้ืนใตแ นวนํ้าชนดิ Coal Tar Epoxy สีดํา
5.1.3 สีเชื่อมยดึ ชนดิ Vinyl Tie Coat
5.1.4 สีกันเพรียงชนิด Vinyl สแี ดง
5.1.5 สกี ันเพรียงชนิด Vinyl สดี ํา
5.2 ระบบทาสใี ตแนวนํา้ และแนวนํา้ ชนดิ กันเพรียง Self Polishing Copolymer (SPC)
ประกอบดว ยสปี ระเภทตา ง ๆ ในระบบ คอื

69

5.2.1 สีรองพื้นใตแ นวนา้ํ ชนดิ Coal Tar Epoxy สนี ้ําตาล

5.2.2 สรี องพ้นื ใตแ นวนํ้าชนิด Coal Tar Epoxy lufe

5.2.3 สกี ันเพรยี งชนิด SPC สีแดง

5.2.4 สกี นั เพรยี งชนดิ SPC สดี ํา

สกี ันเพรยี งประเภทนี้จะดาํ เนนิ การประเมนิ ผล หลังจากที่ไดท าํ การ

ทดสอบภาคสนามมาเปน ระยะเวลาครบ 2 ปแ ลว ดงั นนั้ ผลการประเมนิ ผลสกี ันเพรยี งประเภท SPC

จะกลาวในบทตอไป

5.3 ระบบทาสีเหนอื แนวน้าํ ชนิดสรี องพื้น Alkyd Red Lead ประกอบดว ย

5.3.1 สรี องพ้ืนกนั สนมิ ชนดิ Alkyd Red Lead

5.3.2 สที าตัวเรอื ภายนอกชนิด Phenolic Alkyd สีดํา

5.3.3 สที ับหนาชนิด Phenolic Alkyd สนี า้ํ ตาลอมแดง

5.3.4 สีเคลือบเงาชนดิ Alkyd สหี มอกออน

5.3.5 สีเคลอื บเงาชนิด Alkyd สหี มอกแก

5.4 ระบบทาสเี หนือแนวนาํ้ ชนดิ สรี องพื้น Epoxy ประกอบดว ย

5.4.1 สรี องพ้นื กนั สนิมชนดิ Epoxy สเี ขียวออ น

5.4.2 สชี น้ั กลางชนดิ Epoxy Under Coat สนี ํ้าตาล

5.4.3 สีทาตวั เรอื ภายนอกชนิด Phenolic Alkyd สดี าํ

5.4.4 สที บั หนา ชนดิ Phenolic Alkyd สีน้ําตาลอมแดง

5.4.5 สเี คลือบเงาชนดิ Alkyd สีหมอกออ น

5.4.6 สีเคลือบเงาชนดิ Alkyd สีหมอกแก

5.5 สที นความรอน

5.5.1 สีทนความรอ นชนดิ สีอลูมิเนยี ม

5.5.2 สที นความรอ นชนิดสีหมอก

5.5.3 สที นความรอนชนดิ สีดํา

70

บทท่ี 9

มาตรฐานงานชา งกรมอูทหารเรอื

การเตรยี มพ้นื ผิว และการพน สีตวั เรือใตแ นวนํา้
1. กลา วโดยทว่ั ไป

สวนตัวเรอื ใตแ นวน้าํ นัน้ มคี วามสําคญั ตอเรืออยางมาก เพราะเปน สวนท่ีแชอ ยใู นนา้ํ ทะเล
ตลอดเวลา ซง่ึ ตอ งประสบปญหาตาง ๆ เชน การผุกรอนของโลหะที่เปน เหลก็ การซมึ ผานและการดูด
ซับน้าํ ของไฟเบอรก ลาสและไม ปญ หาที่เกิดขึน้ บอยอกี อยางคือ การยึดเกาะของเพรียง ซง่ึ ปญ หา
เหลา นเ้ี ปนเหตทุ าํ ใหต อ งเสยี เวลา และสน้ิ เปลืองคา ใชจายในการซอ มแซมสวนทีส่ ึกหรอไปโดยเปลา
ประโยชน สง่ิ ทจ่ี ะชว ยแกปญ หาหรือทาํ ใหป ญ หาน้นั เกดิ ข้นึ ไดช ากค็ อื สที ี่ใช ซึง่ สีนน้ั จะคงทนหรอื มี
อายุการใชง านไดน านเทาใดกข็ น้ึ กับการเตรียมพ้นื ผิวกอนการทาสี
2. การตรวจสอบสภาพสตี ัวเรอื ใตแ นวนา้ํ

เปนการเก็บรวบรวมขอมลู ของการใชส ีแตล ะชนิดของเรอื แตละลาํ เพอื่ มาประเมินผลการใช
งานสี ดังน้นั เมอื่ เรอื มกี ารเขา อแู หง เพ่อื ซอ มทาํ สหี รอื ในกรณอี ื่น ๆ ใหทาํ การสาํ รวจสภาพสีของตัว
เรอื ใตแ นวนํ้า และบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ 02

71

3. นิยามของระดบั มาตรฐาน
การเก็บความสะอาดพนื้ ผิว ซง่ึ แบงไดด งั น้ี

มาตรฐานพื้นผิว หมายถงึ
SEWDISH STANDARD
เลอื กพนเฉพาะทีส่ กปรก หรอื พนทั่วไปบาง ๆ
Sa.1 ผลลัพธ เม่อื มองดว ยตาเปลา ผวิ จะปราศจากคราบน้ํามัน ฝนุ ผง และ
มีขุมสนิม สนมิ สี ติดลาง ๆ รวมทง้ั คราบเกลือ/เศษหลงเหลือจาก
Sa.2 การเช่อื มตดิ อยู
พนตลอดทวั่ ถงึ
Sa.2 1/2 ผลลพั ธ เมื่อมองดวยตาเปลา ผวิ จะปราศจากคราบไขมัน ฝุนผง สนมิ
ผวิ สนมิ สี และคราบเกลือ / เศษหลงเหลอื จากการเชอื่ ม แตย ังมี
Sa.3 สงิ่ เปรอะเปอน (Contamination) ตดิ อยู
พนละเอยี ดละออขึน้ และทัว่ ถงึ
St.2 ผลลพั ธ เม่อื มองดว ยตาเปลา ผิวจะปราศจากคราบไขมนั ฝนุ ผง สนิม
ผิวสนมิ สี และคราบเกลือ เศษหลงเหลอื จากการเช่อื ม แตร อยสง่ิ
St.3 เปรอะเปอ นยงั มบี า งใหเ หน็ เปนจุด หรอื แถบ
พนจนเหน็ เนอ้ื โลหะสะอาด
ผลลัพธ เมอ่ื มองดว ยตาเปลา ผิวจะปราศจากคราบไขมัน ฝุนผง และ
ไมม ีผิวสนิม สนมิ สี และคราบเกลอื เศษหลงเหลือจากการเช่ือม
จะเห็นสีของพนื้ ผวิ เปนสโี ลหะเหมอื นกนั หมด
ใชเครอื่ งขดั อยางท่ัวถงึ
ผลลพั ธ เมอ่ื มองดวยตาเปลา ผิวจะปราศจากคราบไขมนั ฝนุ ผง และ
มีสนมิ ผวิ สนมิ สี ติดลาง ๆ รวมทั้งคราบเกลอื และเศษหลงเหลือ
จากการเช่ือมตดิ อยู
ใชเครอ่ื งขัดอยา งละเอยี ดละออ และท่วั ถึง
ผลลพั ธ เหมอื นกับ St.2 แตจะเหน็ เนือ้ พน้ื ผวิ กระจายทวั่ ไป

72

4. การเตรยี มพน้ื ผิว
4.1 จุดประสงค
4.1.1 เพื่อจาํ กัดความสกปรกของพืน้ ผวิ เชน ฝุน คราบไขมัน นาํ้ มนั เกลือ สเกล สนิม สเี กา

เปนตน ซึง่ เปน สาเหตุทาํ ใหก ารยึดเกาะของฟล มสกี บั พื้นผิวไมด ี
4.1.2 เพอื่ ทําใหพ นื้ ผิวมคี วามขรขุ ระ เพอื่ ชว ยในการยดึ เกาะของฟลมสกี ับพื้นผวิ ดีข้นึ

4.2 การเตรยี มพ้นื ผวิ ทว่ั ไป
4.2.1 DEGREASING เปน การกําจดั คราบไขมนั นํา้ มันตาง ๆ ท่ีติดบนพน้ื ผวิ โดยใชสารละลาย

(SOLVENT) เชน ทนิ เนอร CHLORINATED SOLVENT DEGRASING COMPOUND โดยใชผ า
สะอาดชบุ สารละลายน้าํ มาเชด็ หลาย ๆ ครั้งจนสะอาด และใชผา สะอาดเชด็ อีกคร้งั หรอื จะใชสาร
พวก DETERGENTS เชน สบแู ทน และใชน า้ํ สะอาดลา งออกจนหมดอีกครั้ง แลวทาํ ใหพ นื้ ผวิ แหง
โดยใชลมเปา

4.2.2 HAND TOOL CLEANING เปนการจาํ กดั สเกล สนมิ สีเกา ท่ีไมต ิดแนน โดยการใช
อปุ กรณ เชน แปรงลวด กระดาษทราย เหล็กขดู เปนตน

4.2.3 POWER TOOL CLEANING เปนการกาํ จดั สเกล สนิม สเี กา ที่ไมติดแนน ซึง่ วิธีการนี้
ใชไ ดผลดีกวา 4.2.2 ซึง่ อุปกรณท่ใี ชเ ปน อุปกรณท ท่ี ํางานดว ยไฟฟา หรือแรงดนั ลม ไดแ ก เครอ่ื งขัด
แปรงลวด เครอื่ งขัดผาทราย เปนตน

4.2.4 WATER BLASTING เปน การกาํ จดั ฝุน คราบเกลือ สนมิ สเกล ส่ีเกา ท่ีตดิ ไมแ นน ได
อยางรวดเรว็ ซึ่งอปุ กรณทใี่ ช ไดแก เครอ่ื งฉดี นํา้ ซ่ึงสามารถฉดี นํ้าไดก ําลงั ดัน 2000 - 10000 PSI

4.2.5 ABRASIVE BLASTING เปน วธิ ที ดี่ ีทีส่ ุดในการเตรียมพนื้ ผวิ โดยเฉพาะผิวโลหะ ซึง่
สามารถกําจัดสนิม สเกล สีเกา ทต่ี ิดแนงไดเปน อยา งดี และยังทําใหผวิ มีคราบขรขุ ระพอเหมาะ
ซง่ึ ผลของการปฏิบัตขิ ึ้นอยูกบั ผงขดั ซ่ึงมดี ว ยกนั หลายชนดิ คอื

4.2.5.1 METALLIC ABRASIVE ซ่งึ ไดแก STEEL SHOT, STEEL GRIT CHILLED
IRON GRIT เปนตน

4.2.5.2 NON - METALLIC SILICA - RREE ไดแก ALUMINUM OXIDE, SILICON
CARBIDE, MINERAL SLAGS เปน ตน

4.2.5.3 NON - METALIC CONTAINING SILICA ไดแ ก SAND
5. การเตรยี มพ้นื ผวิ เรือเหล็ก

5.1 เรอื ตอ ใหม
5.1.1 ทําการกําจดั คราบไขมนั นํา้ มนั ตา ง ๆ ออกโดยใชส ารละลายตา ง ๆ ตาม 8.2.1
5.1.2 ทําการพน ทรายโดยใชท รายทผ่ี านตะแกรง 12 MESH ไมผ าน 64 MESH และใชก ําลัง

ดนั ลม 90 - 100 PSI ซ่ึงการพนใหทาํ การพน ในลักษณะ FULL BLAST คอื พนจนพน้ื ผวิ สะอาด
โดยพน ใหห างจากพ้ืนผวิ ประมาณ 12 นิ้ว

73

5.1.3 หลงั จากพนทรายแลว ใหข จดั ทราย ฝุน ละอองบนพน้ื ผิว ออกใหห มดดว ยเคร่ืองดดู ฝนุ
หรอื เคร่อื งเปา ลม และทําการพนสที ันที เพ่ือปองกนั การเกิดสนิมอีกคร้ัง (RUST - BACK)
6. คณุ ลักษณะของพ้นื ผวิ เหล็กทต่ี อ งการ

6.1 ปราศจาก ฝุน สนิม สเี กา คราบไขมนั น้ํามนั
6.2 กรณที ีท่ าํ การพน ทราย พน้ื ผิวทีไ่ ดต องไดม าตรฐาน Sa 2.5 ตามเอกสารอา งองิ 1.3
6.3 กรณที ีท่ าํ การขัดพ้ืนผวิ ที่ไดตองไดมาตรฐาน St 3 ตามเอกสารอา งองิ 1.3
7. การตรวจสอบ
7.1 การตรวจสอบตาม 10.1 ใชก ระบอกฉดี นาํ้ ฉีดละอองนาํ้ ฉีดพ้นื ผวิ ถา มหี ยดนา้ํ เกาะบนพืน้ ผวิ
แสดงวา มีคราบไขมัน นํา้ มนั
7.2 การตรวจสอบตาม 10.2, 10.3 ใหใ ชพ ืน้ ผวิ มาตรฐาน ตามเอกสารอางอิง 1.2
8. การเตรียมพ้ืนผวิ เรืออลูมิเนียม
8.1 เรอื ตอใหม

8.1.1 ทําการกาํ จดั คราบไขมัน น้าํ มนั ตา ง ๆ ตาม 4.2.1
8.1.2 ทําการขัดพื้นผวิ ใหห ยาบ โดยผงขดั ท่ีใชต อ งเปนพวก NON - METALLIC โดยใหท าํ
การพน ทราย โดยใชทรายทผ่ี า นตะแกรง 18 MESH ไมผาน 80 MESH และใชก ําลงั ดนั ลม 70 - 80
PSI ซ่ึงการพน ใหท าํ การพนแบบ SWEEP BLAST คือการพน ผา น ไมพ นในจดุ ใดจดุ หนงึ่ เปน
เวลานาน ใหห วั พน หางจากชนิ้ งาน 18 นว้ิ
8.1.3 หลังจากพนทรายแลว ทาํ การขจดั ฝุน เศษผงบนพนื้ ผิวออกใหห มด ดว ยเครือ่ งดูดฝุน
หรอื เคร่ืองเปา ลม และทําการพนสที ันที เพ่ือปอ งกนั การเกิดออกไชดบ นพ้ืนผิวอลูมเิ นยี ม
8.2 เรอื ซอมทําสี
8.2.1 ถาเปนการซอ มทําสใี หมทั้งหมด ใหทําตาม 8.1
8.2.2 ถา เปนการซอมทาํ สที ี่ชาํ รุด ใหท าํ การ SPOT BLAST โดยใชเครอื่ งขดั โดยตัวขดั หรอื
ผงขัด ตอ งไมใ ชเ หล็กหรือทองแดง โดยใช STAINLESS WIRE BRUSH และการขดั ใหขัดเกินจาก
ขอบของพน้ื ท่ชี ํารดุ ประมาณ 10 ซม. แลว ทําการกําจดั ฝุนออกใหห มด และทําการทาสีทันที เพอ่ื
ปอ งกันการเกดิ ออกไชดบ นพืน้ ผิวอลมู ิเนยี ม
9. คณุ ลกั ษณะของพื้นผวิ อลมู ิเนียมที่ตอ งการ
9.1 ปราศจากฝนุ สีเกา คราบไขมนั นํา้ มนั
9.2 พ้ืนผวิ ทไ่ี ดตอ งไมเรียบมนั มีความหยาบเลก็ นอย
9.3 กรณีการพนทรายพื้นผวิ ตองไดม าตรฐาน Sa 2.5 ตามเอกสารอางอิง 1.3
9.4 กรณีการขดั พ้นื ผิว ตอ งไดมาตรฐาน St 3 ตามเอกสารอางองิ 1.3

74

10. การตรวจสอบ
10.1 การตรวจสอบตาม 9.1 ใชกระบอกฉีดละอองนาํ้ ฉีดบนพน้ื ผิว ถา มหี ยดนํ้าเกาะบนพ้นื ผิว

แสดงวามีไขมนั น้ํามนั
10.2 การตรวจสอบตาม 9.3 - 9.4 ตรวจสอบตามขอ 7

11. การเตรียมพ้นื ผวิ เรือไม
11.1 เรอื ตอใหม
11.1.1 ทําการกําจดั คราบไขมัน นาํ้ มนั ตาม 4.2.1 หลังจากนน้ั ปลอ ยใหแหง
11.1.2 ทาํ การขัดเตรยี มผิวใหเรยี บโดยใชก ระดาษทรายเกรด 80 - 180
11.1.3 ทําการขจัดฝนุ ออกใหห มด ดว ยเครือ่ งดูดฝนุ หรอื เคร่อื งปาผม
11.1.4 กอนทําการทาสี ไมตอ งมคี วามช้ืนไมเกนิ 10%
11.2 เรอื ซอมทาํ สี
11.2.1 ถาเปนการซอมทําสีใหมท ง้ั หมด ใหท ําการเตรียมผิวตาม 8.1 และใชกระดาษทราย

เกรด 80 - 180 ขดั ใหผิวเรยี บ
11.2.2 ถา เปน การซอมสที ชี่ าํ รุด ใหท าํ การ SPOT BLAST โดยขดั ดว ยกระดาษทราบเกรด

80 - 180 โดยขดั ใหเ กิดจากขอบของพืน้ ทีท่ ่ชี าํ รดุ ประมาณ 10 ซม. แลว ทาํ การกาํ จัดฝุนออกใหห มด
12. คุณลักษณะของพน้ื ผิวไมที่ตอ งการ

12.1 ตองปราศจากคราบไขมนั น้ํามนั ฝุน สเี กา
12.2 ผวิ ทไ่ี ดตอ งเรยี บ
12.3 ความชื้นของไมตอ งไมเ กนิ 10%
13. การตรวจสอบ
13.1 การตรวจสอบตาม 12.1 ใชก ระบอกฉดี ละอองน้าํ ฉีดบนพนื้ ผิว ถามหี ยดนํ้าเกาะบนพื้นผิว
แสดงวา มไี ขมนั น้าํ มัน
13.2 การตรวจสอบ 12.2 ใหส ังเกตดูวาไมม เี ศษไมช ํารุดแตกออกหรือเปน หลุม
14. การเตรยี มพ้ืนผิวเรือไฟเบอรก ลาส
14.1 เรือตอ ใหม

14.1.1 ทาํ การกาํ จัดคราบ WAX หลังจากทีเ่ รอื ถกู ถอดออกจากแบบแลว ดว ยDEGREASING
FLUID เฉพาะสําหรบั ไฟเบอรก ลาสแลว ลางดวยนํา้ สะอาด ปลอ ยทิ้งไวใ หแ หง

14.1.2 ทําการขดั ผวิ ใหห ยาบโดยการขัดดว ยกระดาษทรายเกรด 100 - 120
14.1.3 ทําการขจดั ฝนุ ออกใหห มดดวยเคร่ืองดดู ฝนุ เครอ่ื งเปาผม
14.2 เรอื ซอมทําสี
14.2.1 ถาเปน การซอมทาํ สีใหมท งั้ หมด ใหท ําการพน ทรายแบบเปยก (WET BLASTING)
โดยใชเ ครอ่ื ง HYDRO BLASTING ทมี่ ีขอ ตอ สาํ หรบั ทราย โดยใชท รายที่ผานตะแกรง 50 MESH

75

โดยใชก าํ ลังดนั ลม 200 - 300 PSI ใหหวั พน หางจากชิน้ งาน 18 น้วิ แลว ทาํ การลา งพ้นื ผวิ ดว ยนา้ํ อกี
ครั้งหนึ่ง และปลอ ยทง้ิ ไวใหแ หง

14.2.2 ถาเปน การซอมทําสีท่ชี าํ รุด ใหทําการ SPOT BLAST โดยขัดดว ยกระดาษทรายเกรด
80 - 180 โดยขัดใหเ กนิ จากขอบของพนื้ ท่ีชํารดุ ประมาณ 10 ซม. แลวทําการกําจดั ฝุนออกใหห มด
15. คุณลักษณะของพืน้ ผิวไฟเบอรกลาสที่ตอ งการ

15.1 ตองปราศจาก คราบนํา้ มนั WAX สเี กา
15.2 ผิวท่ไี ดตองมคี วามหยาบพอประมาณ
15.3 ผิวทีไ่ ดตอ งแหง ปราศจากความชน้ื
16. การตรวจสอบ
16.1 การตรวจสอบตาม 15.1 ใชกระบอกฉดี ละอองน้าํ ฉีดบนพน้ื ผวิ ถามีหยดนาํ้ เกาะบนพน้ื ผิว
แสดงวา มไี ขมนั นาํ้ มัน
16.2 การตรวจสอบตาม 15.3 ใหใ ชแ ผน พลาสตกิ สะอาดขนาด 1 ตารางฟุต ปด บนพนื้ ผวิ ทีส่ ะอาด
และใชเ ทปปด บรเิ วณขอบของแผนพลาสตกิ แลวปลอยท้งิ ไว 24 ชม. หลังจากนนั้ ใหสงั เกตดูวามนี ํ้า
เกาะใตแผน พลาสติกหรือไม ถา ไมม ีแสดงวา พ้ืนผวิ ปราศจากความชนื้
17. การพนสตี วั เรือใตแ นวนํา้
17.1 การตรวจสอบสภาพอากาศกอนพนสี

17.1.1 ทําการวัดอณุ หภมู ิและความชนื้ สัมพนั ธของอากาศ ณ บรเิ วณทจ่ี ะทาํ การพน สี แลว
นาํ มาหาอณุ หภูมิจุดนํ้าคาง (ผนวก ก.)

17.1.2 วดั อณุ หภูมขิ องพื้นผวิ ท่ีตอ งการจะพน สี
17.1.3 ถาอุณหภมู ขิ องพ้ืนผิวมีคา มากกวา อณุ หภูมิจดุ น้ําคา ง 3๐C หรอื มากกวา ทําการพน สี
ได
17.1.4 ขอ มูลท่ีไดจาก 17.1.1 - 17.1.3 ใหบนั ทกึ ลงแบบบันทกึ 03
17.2 การปฏบิ ตั ิในการพนสีตวั เรือใตแ นวนาํ้
17.2.1 การพน สีใหป ฏิบตั หิ ลงั จากไดม ีการเตรยี มพื้นผิว และไดทําการตรวจสอบสภาพ
อากาศตาม 16.1 แลว
17.2.2 ชนิดของสีและลําดับในการพนสี ใหเ ปน ไปตามระเบยี บแผนการพน สเี รือ ของคณะ
กรรมการสี ทร.
17.2.3 เทคนิคในการพน สีใหปฏิบตั ิตามเอกสารอางอิง

76
แผนภูมิที่ 1 การทาสเี รือประเภทตวั เรือเหล็ก (สีทาภายนอก)

1.1 ทอ งเรอื 1.2 แนวนํา้ 1.3 กราบเรือ

- Coal Tar Epoxy (Brown) ทาสเี ชนเดียวกับทองเรอื ระบบที่ 1*
- Coal Tar Epoxy (Black) แตใชสี Viny L - Allcyd Red Lead 21 ชั้น
- Viny L Tie Coat Antifouling* (Black) - Allcyd Haze Gray 2 ชั้น หรอื
- Viny L Antiouling 2 ชั้น หรือ Phenolic Alkyd (Black)
(Red)* 2 ช้นั หรอื Selfpolishing**
Selfpolishing** ระบบที่ 2
- Epoxy anticcrrosive
- Epoxy Under coat
Phenolic Alkyd (Black)

1.4 เกง ภายนอก 1.5 ดาดฟา เปด 1.6 พืน้ ทอ่ี ืน่ ๆ

ทาสีเหมือนกบั กราบเรอื ทาเหมือนกับกราบเรือ ปลอ งควนั
แตใช Alkyd Haze แตใช Alkyd Dark - สดี าํ ทนความรอน
Gray เปน สที บั หนา Gray เปนสีทับหนา
โซส มอ
- สี Bituminous

สมอ
- Alkyd Red Lead
- Alkyd Haze Gray

เสากระโดง
- Alkyd Zinc Chromate
- Alkyd Enamel
เพลาใบจกั รภายนอกเรือ**
ดาํ เนินการเหมอื นขอ 1.1

* ระบบที่ 1 ใชกับเรือท่ัวไป
** ระบบที่ 2 ใชกับเรอื ทม่ี คี ุณคาทางยุทธการสงู
*** ถาหมุ ดว ยไฟเบอรกลาสใหทาเฉพาะ Vinyl A/F Red

77
แผนภมู ิที่ 2 การทาสีเรือเหล็ก (สที าภายใน)

2.1 เกงภายใน 2.2 หอ ง คจญ. 2.3 ถังนา้ํ ทะเล
และหองเรอื ถังนาํ้ จดื
ระบบที่ 1*
- AlKyd Iron Oxide หรอื ระบบท่ี 1* - Epoxy Zinc Rich Primer
Alkyd Zinc Chromate 2 ชั้น - Alkyd Red Lead 2 ชั้น - Epoxy Tand Primer
- Alkyd Enamel 2 ชัน้ - Alkyd Phenolic 2 ชั้น - Epoxy Tand Top Coat

ระบบท่ี 2* ระบบท่ี 2*
- Epoxy AnticorroGive - Epoxy Anticorrosive
- Epoxy Undercoat - Epoxy Undercoat
- Alkyd Enamel - Epoxy Top Coat

2.4 ดาดฟา ปด บนั ได 2.5 พืน้ ทีอ่ ื่น ๆ
และชอ งทางเดนิ
ผิวเคร่ืองจกั รกล
ระบบท่ี 1* - Silicone Al
- Alkyd Red Lead 2 ชน้ั
- Alkyd Dark Gray 2 ชน้ั ทอ ทางตาง ๆ
- Alkyd Zinc Chromate
ระบบท่ี 2* - Alkyd Enamel
- Epoxy Anticorrosive
- Epoxy Under Coat พ้ืนผวิ ทคี่ นเขาไมถงึ
- Alkyd Dark Gray - Epoxy Anticoorosive
- Epoxy Under Coat
* ระบบท่ี 1 ใชกบั เรือทว่ั ไป
ระบบที่ 2 ใชก ับเรอื ที่มคี ุณคา ทางยทุ ธการสูง เพลาใบจกั รในเรอื
- Polyvinyl Butyral
- Alkyd Red Lead
Alkyd Haze Gray

78

แผนภูมิที่ 3 การทาสเี รอื ประเภทตวั เรือเหล็ก เกง อลมู ิเนียมอลั ลอยด
(สีทาภายนอก)

3.1 ทองเรือ 3.2 แนวน้ํา 3.3 กราบเรือ

ใหดําเนนิ การเหมือน ใหด ําเนนิ การเหมือน ใหด ําเนนิ การเหมอื น
ขอ 1.1 ขอ 1.2 ขอ 1.3

3.4 เกง ภายนอก 3.5 ดาดฟา เปด 3.6 พน้ื ทอ่ี นื่ ๆ

- Poly Vinyl Butyral ใหดาํ เนนิ การเหมือน ใหด ําเนินการเหมอื น
- Alkyd Zinc Chromate ขอ 1.5 ขอ 1.6
2 ช้ัน
Alkyd Haze Gray

79

แผนภมู ิที่ 4 การทาสเี รือประเภทเรอื เหลก็ เกง อลมู เิ นียมอัลลอยด
(สที าภายใน)

4.1 เกงภายใน 4.2 หอง คจญ. 4.3 ถงั นํา้ ทะเล นชพ.
และทอ งเรอื และถงั นาํ้ จดื สาํ หรับดม่ื
ระบบที1่
- Pokyvinyl Butyral ตามขอ 2.2 ตามขอ 2.3
- Alkyd Zinc Chromate
2 ช้ัน
- Alkyd Enamel 2 ชัน้

ระบบท่ี 2
- Polyvinyl Butyral
- Epoxy Undercoat
2 ชั้น
Alkyd Enamel 2 ช้ัน

4.4 ดาดฟาปด บันได 4.5 พื้นทีอ่ ่นื ๆ

ใหดาํ เนนิ การเหมือนขอ 2.4 ใหด าํ เนนิ การเหมอื นขอ 2.5

80

แผนภูมทิ ี่ 5 การทาสเี รอื ประเภทเรอื อลมู เิ นียม
(สที าภายนอก)

5.1 ทองเรือ 5.2 แนวนา้ํ 5.3 กราบเรือ
และเกง
- Coal Tar Epoxy (Brown) ใหด าํ เนินการเหมอื นขอ 5.1
- Coal Tar Epoxy (Black) แตใ ชสี Self Polishing - พน Wash Primer หรอื
- Self Polishing Red Black Etch Primer
3 ชัน้ - Alkyd Zinc Chromate
Alkyd Haze Gray
2 ชน้ั

5.4 ดาดฟา เปด 5.5 พน้ื ทอ่ี ื่น ๆ

ดาํ เนนิ การเหมือนขอ 5.3 ปลองควัน
แตใ ช Alkyd Dark Gray - สีทนความรอ น
เปนสที ับหนา
โซสมอ
- สี Bituminous

สมอ
- Alkyd Red Lead
- Alkyd Haze Gray

เสากระโดง
- Alkyd Zinc Chromate
- Alkyd Haze Gray

เพลาใบจักรทีอ่ ยนู อกเรือ
ดําเนนิ การเหมือนขอ 1.6

81

แผนภูมทิ ่ี 6 การทาสเี รือประเภทเรืออลมู ิเนียม
(สีทาภายใน)

6.1 เกงภายใน 6.2 หอ ง คจญ. 6.3 ถังนํา้ จืด
และหอ งเรอื
- พน Wash Primer หรอื
ระบบที่ 1 - พน Wash Primer หรอื Etch Primer
- พน Wash Primer หรอื Etch Primer - สรี องพ้ืนทา
Etch Primer - Alkyd Zinc Chromate ถงั นํ้าด่ืม Epoxy
- Alkyd Zinc Chromate 2 ช้ัน สีทบั หนาทา
2 ชนั้ Alkyd Phenolic 2 ช้นั ถงั น้ําด่มื Epoxy
- Alkyd Enamel 2 ชน้ั

ระบบท่ี 2
- พน Wash Primer หรอื
- Etch Primer
- Epoxy Undercoat
2 ชน้ั
Alkyd Enamel 2 ช้ัน

6.4 ดาดฟา ปด บันได 6.5 พื้นท่อี นื่ ๆ
และชอ งทางเดนิ ดาํ เนนิ การเหมอื นขอ 2.5

ดาํ เนนิ การเหมือนกบั 5.4

82

แผนภมู ิท่ี 7 การทาสเี รอื ประเภทตัวเรอื ไม เกงไม
(สีทาภายนอก)

7.1 ทอ งเรือ 7.2 แนวนาํ้ 7.3 กราบเรือ

- Coal Tar Epoxy Black ดําเนนิ การเหมอื นขอ 7.1 Alkyd Haze Gray 2 ช้นั
- Vinyl Tie Coat แตใ ช Vinyl Antifouling
Vinyl Antifouling Red Black
2 ชัน้

7.4 เกง ภายนอก 7.5 ดาดฟาเปด 7.6 พื้นท่ีอื่น ๆ

ดาํ เนนิ การเหมอื นขอ 7.3 ไมท าสตี ามระเบยี บ กร. ดาํ เนนิ การเหมือนขอ 1.6
ยกเวนเสากระโดง ใหท าดว ย
Alkyd Enamel

83

แผนภมู ทิ ี่ 8 การทาสเี รอื ประเภทตวั เรือไม เกงไม
(สีทาภายใน)

8.1 เกง ภายใน 8.2 หอ ง คจญ. และ 8.3 ถังนาํ้ ทะเล และ
ทอ งเรือภายใน ถังนาํ จดื สําหรบั ดมื่

Alkyd Enamel 2 ชนั้ - Polyvinyl Butyral ดําเนนิ การเชน เดียวกบั
- Alkyd Zinc Chromate 2 ชั้น ขอ 4.3
- Alkyd Phenolic 2 ช้นั

8.4 ดาดฟาปด 8.5 บันได และ 8.6 พ้ืนที่อ่ืน ๆ
ไมท าสี ชอ งทางเดนิ
ดาํ เนนิ การเชน เดยี วกับ
Alkyd Enamel ขอ 2.5

84
แผนภูมิที่ 9 การทาสีเรอื ประเภทตวั เรือไฟเบอรก ลาส

9.1 ทองเรือ* 9.2 แนวนาํ้ 9.3 กราบเรือ***

- Plyymeric Isocyanate ดําเนินการเชน เดยี วกับ - Polymeric Isocyanate
Resin (Glass Fiber ขอ 9.3 แตใช Self Resin (Glass Fiber
Primer) Polishing Black Primer)
- Coal Tar Epoxy - Epoxy Primer
- Vinyl Modified Coal Tar - Epoxy Intermediate
Epoxy (Vinyl Tie Coat) Epoxy Top Coat
Self Polishing Red (หมอกออน)

9.4 ดาดฟา 9.5 เกง ภายนอก
ภายใน
ดาํ เนนิ การเชน เดยี วกับ
ขอ 9.3 แตใ ช Epoxy ดาํ เนนิ การเชน เดียวกบั ขอ 9.3
Top Coat (หมอกแก) โดยเฉพาะเกงภายใน ใหใช
Shade สตี ามระเบยี บ กร.

* เรือใชการในแมน ้ําไมต องใชส รี ะบบน้ี แตใ หผ สมสดี ําลงใน Gel Coat
** เรอื ที่สรางใหมไ มตอ งใชสรี ะบบน้ี แตใหผสมสีหมอกออนลงใน Gel Coat
*** เรอื ทส่ี รา งใหมไ มต อ งใชสีระบบนี้ แตใ หผ สมสหี มอกแกล งใน Gel Coat

85

บริเวณ การเตรียมพน้ื ผิว แผนการทาสีเรือประเภทเรือเหลก็ หมายเหตุ
1. ทอ งเรอื พนทราย 1. VINYL A/F แดง
(BOTTOM) Sa.2.5 ขนั้ ที่ สี
1 COAL TAR EROXY BROWN ใชก ับเรอื ทั่ว ๆ ไป
2. แนวนํ้า พน ทราย 8010-35-373-3861 2. SELF-POLISHING
(BOOT TOP Sa 2.5 8010-35-373-3862 COPOLYMER ใชกับ
AREA) 2 COAL TAR EROXY BLACK เรอื ที่มีคุณคา ทาง
8010-35-373-3841 ยทุ ธการสงู
8010-35-373-3842
3 VINYL TIE COAT (VINYL TAR) 1. VINYL A/L ดาํ
8010-35-373-3881 ใชกบั เรือทั่ว ๆ ไป
8010-35-373-3882
4 VINYL ANTIFOULING RED 2. SELF-POLISHING
8010-35-373-3821 COPOLYMER ใชก บั
8010-35-373-3822 เรือทม่ี คี ุณคา ทาง
(2 ช้ัน) หรือ SELF-POLISHING ยุทธการสูง
COPOLYMER
แดง 8010-35-373-3851
8010-35-373-3852
ดํา 8010-35-373-3843
8010-35-373-3853
1 COAL TAR EPOXY BROWN
8010-35-373-3861
8010-35-373-3862
2 COAL TAR EPOXY BLACK
8010-35-373-3841
8010-35-373-3842
3 VINYL TIE COAT (VINYL TAR)
8010-35-373-3881
8010-35-373-3882
4 VINYL ANTIFOULING RED
8010-35-373-3801
8010-35-373-3802
(2 ชน้ั ) หรือ SELF-POLISHING
COPOLYMER
ดาํ 8010-35-373-3853
8010-35-373-3854

86

บริเวณ การเตรียมพ้นื ผิว ขน้ั ท่ี สี หมายเหตุ

3. กราบเรือ เครือ่ งขัด St 3 1-2 ALKYL RED RED (เสนแดง) 1. ใหใชระบบเดิมยกเวน

(TOP SIDE ผา ทราย 8010-35-373-2301 เรอื ท่ีมคี ุณคาทางยุทธ

AREA) (ระบบเดมิ ) 8010-35-373-2302 การสงู ใหใชสรี ะบบ

3-4 ALKYD HAZE GRAY (สีหมอกออน) EPOXY ตามท่ที าง

8010-35-373-2321 เรือรอ งขอ

8010-35-373-2322

พนทราย 1 EPOXY ANTICORROSIVE 2. เรอื ตามระเบยี บ กร.

Sa 2.5 8010-35-373-2304 ขอ 5.1 ใชทาสี

(ระบบใหม) 8010-35-373-2305 PHENOLIC

2 EPOXY UNDERCOAT ALKYD BLACK

8010-35-373-2306

8010-35-373-2307

3 ALKYD HAZE ALKYD

8010-35-373-2021

8010-35-373-2022

PHENOLIC ALKYD BLACK

8010-35-372-2021

8010-35-372-2022

4. ดาดฟาเปด เคร่อื งขดั St 3 1-2 ALKYD RED LEAD ใชกบั เรอื ทั่ว ๆ ไป

8010-35-373-2301

8010-35-373-2302

(ALKYD NON-SLIP)

พน ทราย 1 EPOXY ANTICORROSIVE ใชก ับเรอื ทมี่ คี ุณคา ทาง

St 2.5 8010-35-373-2304 ยุทธการสงู

(ระบบใหม) 8010-35-373-2305

2 EPOXY UNDERCOAT

8010-35-373-2306

8010-35-373-2307

3 ALKYD DARK GRAY

8010-35-373-2723

8010-35-373-2724

87

บริเวณ การเตรยี มพนื้ ผิว ขัน้ ท่ี สี หมายเหตุ
ใชก ับเรอื ทั่ว ๆ ไป
5. เกงภายนอก เคร่อื งขัด St 3 1-2 ALKYL RED LRED
ใชกับเรือท่คี ุณคาทาง
(SUPER ผาทราย 8010-35-373-2301 ยุทธการสงู

STRUCTURE (ระบบเดิม) 8010-35-373-2302 ใชก ับเรือท่ัว ๆ ไป

OUTSIDE) 3-4 ALKYD ENAMEL

เขียวออน 8010-35-372-1940

8010-35-372-1941

หมอกออน 8010-35-372-2721

8010-35-372-2722

ขาว 8010-35-372-1841

8010-35-372-1842

พน ทราย 1 EPXY ANTICORROSIVE

St 2.5 8010-35-373-2304

(ระบบเดมิ ) 8010-35-373-2305

2 EPOXY UNDERCOAT

8010-35-373-2306

8010-35-373-2307

3 ALKYD HAZE GRAY

8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

6. บรเิ วณภาย เครื่องขัด St 3 1-2 ALKYD IRON OXIDE

ในประกอบ ผาทราย 8010-35-372-2041

ดวยผนงั และ (ระบบเดมิ ) 8010-35-372-2042

เพดาน ALKYD ZINC CHROMATE

(SUPERSTREUC 8010-35-373-3873

TURE INSIDE) 8010-35-373-3874

3-4 ALKYD ENAMEL

เขยี วออ น 8010-35-372-1940

8010-35-372-1941

หมอกออ น 8010-35-372-2721

8010-35-372-2722

ขาว 8010-35-372-1841

8010-35-372-1842

88

บริเวณ การเตรียมพนื้ ผิว ขนั้ ที่ สี หมายเหตุ
1. ใชกบั เรอื ทม่ี ีคณุ คา
7. ดาดฟาปด พน ทราย 1 EPOXY ANTICORROSIVE
(INTERIOR ทางยทุ ธการสงู
DECKS) Sa 2.5 8010-35-373-2304 2. SHADE สีของสี

(ระบบใหม) 8010-35-373-2305 ENAMEL ใหใ ชตาม
ระเบยี บ กร. กําหนด
2 EPOXY UNDERCOAT
ใชกบั เรือทม่ี คี ุณคา ทาง
8010-35-373-2306 ยทุ ธการสงู

8010-35-373-2307

3 ALKYD ENAMEL

เขยี วออน 8010-35-372-1940

8010-35-372-1941

หมอกออน 8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

ขาว 8010-35-373-1841

8010-35-373-1842

เครอื่ งขัด St 3 1-2 ALKYD RED LEAD

ผา ทราย 8010-35-373-2301

(ระบบเดิม) 8010-35-373-2302

3-4 ALKYD DARK GRAY

8010-35-373-2723

8010-35-373-2724

(ALKYD NON – SLIP)

1 EPOXY UNDERCOAT

8010-35-373-2306

8010-35-373-2307

2 EPOXY UNDERCOAT

8010-35-373-2306

8010-35-373-2307

3 ALKYD DARK GRAY

8010-35-373-2723

8010-35-373-2724

(ALKYD NON – SLIP)

89

บรเิ วณ การเตรยี มพื้นผิว ขัน้ ท่ี สี หมายเหตุ
8. หองเคร่อื ง เคร่อื งขดั St 3 1.2 ALKYD RED LEAD ใชก บั เรือท่ัว ๆ ไป
จกั ร และ ผาทราย
ทองเรือ (ระบบเดิม) 8010-35-373-2301 1. ใชก บั เรือทีม่ ีคณุ คา
(MACHINERY 8010-35-373-2302 ทางยทุ ธการสงู
ROOM 3-4 ALKYD DARK GRAY
BILGE) 8010-35-373-2723 2. SHADE สีของสี
8010-35-373-2724 ENAMEL ใหใชต าม
9. ถังนาํ้ ทะเล เคร่อื งขดั St 3 (ALKKYD NON – SLIP) ระเบียบ กร. กาํ หนด
ถงั น้ําจืดสาํ หรบั ผา ทราย 1 EPOXY ANTICORROSIVE
นํ้ามนั เชือ้ เพลิง 8010-35-373-2304 ตอไปจะพัฒนาใชสี
8010-35-373-2305 ของสตู รสี 150, 151
10. ปลอ งควัน เครือ่ งขดั St 3 2 EPOXY UNDERCOAT และ 152
ผา ทราย 8010-35-373-2306
8010-35-373-2307
11. โซสมอ พน ทราย 3 EPOXY TOP – COAT
ปากจับยดึ โซ หมอกแก 8010-35-373-2177
สมอยุงโซสมอ
8010-35-373-2178
หมอกออน 8010-35-373-2179

8010-35-373-2180

1 EPOXY ZINC RICH PRIMER
8010-35-273-3871
8010-35-273-3872

2 EPOXY TANK PRIMER
8010-35-373-3891
8010-35-373-3862

3 EPOXY TANK TOP COAT
8010-35-373-3021
8010-35-373-3022

- สดี ําทนความรอน
8010-35-373-2181
8010-35-373-2182

BITUMINUS
8010-35-373-2081
8010-35-373-2082

90

บรเิ วณ การเตรียมพ้นื ผิว ขัน้ ท่ี สี หมายเหตุ

12. สมอ พนทราย 1 ALKYL RED LRED เพลาใบจักรทีท่ ําดว ย
STAINLEESS STEEL
8010-35-373-2301 ไมต อ งทา

8010-35-373-2302 ถาหุมดวยไฟเบอรกลาส
ใหท าเฉพาะสีกันเพรียง
2 ALKYD HAZE GRAY ในขน้ั ท่ี 4, 5 และเปน สี
กันเพรียงท่ีใชกับ
8010-35-373-2321 ไฟเบอรกลาสเทานัน้

8010-35-373-2322

13. เพลาใบจักร ผา ทราย 1 POLYVINYL BUTXRAL (117)

สวนทอี่ ยใู น 8010-35-373-3831

ตวั เรือ 8010-35-373-3832

2 ALKYD RED LEAD (116)

8010-35-373-2301

8010-35-373-2302

3 ALKYD HAZE GRAY (111)

8010-35-373-2321

8010-35-373-2322

14. เพลาใบจักร ผาทราย 1 COAL TAR EPOXY BROWN

สว นท่ีอยนู อก 8010-35-373-3861

ตัวเรอื 8010-35-373-3862

COAL TAR EPOXY BLACK

8010-35-373-3841

8010-35-373-3842

3 VINYL TIE COAT (VINYL TAR)

8010-35-373-3881

8010-35-373-3882

4 VINYL A/F RED

8010-35-373-3821

8010-35-373-3822

15. โดมเรดาร ใหเ ปนไปตามคําแนะนําของบริษทั ผผู ลติ เรดาร

16. โดมโซนาร ใหเปน ไปตามคาํ แนะนาํ ของบรษิ ัทผูผลิตโซนาร

91

บริเวณ การเตรียมพ้นื ผิว ขนั้ ท่ี สี หมายเหตุ

17. ทอ ลมท่เี ปน ผาทราย 1 ALKYL ZINC CHROMATE SHADE สตี ามสีของ

เหลก็ 8010-35-373-3873 หอ งทที่ อ ลมผาน

8010-35-373-3874

2 ALKYD ENAMEL

หมอกออน 8010-35-373-2321

8010-35-373-2322

เขยี วออน 8010-35-372-1940

8010-35-372-1941

ขาว 8010-35-372-1841

8010-35-372-1842

18. ใบจกั ร ผา ทราย ไมทาสี ใหท าํ ความสะอาด
19. หางเสอื พน ทราย
โยงโย 1 COAL TAR EPOXY BROWN
2
3 8010-35-373-3861
4
1 8010-35-373-3862

COAL TAR EPOXY BLACK

8010-35-373-3841

8010-35-373-3842

VINYL TIE COAT (VINYL TAR)

8010-35-373-3881

8010-35-373-3882

VINYL A/F RED

8010-35-373-3821

8010-35-373-3822

20. อืน่ ๆ เคร่ืองขดั SILICONE ALUMINUM
20.1 ผวิ เครอ่ื ง ผาทราย
จกั รกลท่มี ี 8010-35-373-2027
ความรอ น
8010-35-373-2028

สที นความรอ น SHADE สีตาม

ระเบียบ กร.

บรอนซเ งิน 8010-35-373-2161

8010-35-373-2162

หมอก 8010-35-373-2171

8010-35-373-2172

ดํา 8010-35-373-2181

8010-35-373-2182

92

บริเวณ การเตรียมพนื้ ผิว ขน้ั ที่ สี หมายเหตุ
20.2 ทอ ทาง SHADE สีตามระเบียบ กร.
ผาทราย 1 ALKYL ZINC CHROMATE
20.3 เสากระ SHADE สีตามระเบียบ กร.
โดงพรวน 8010-35-373-3873 สาํ หรับเรอื ตอใหม

20.4 พืน้ ผิวที่ 8010-35-373-3874
คนเขา ไมถึง
2 ALKYD ENAMEL
20.5 บนั ได
ชอ งทางเดิน เขยี วออน 8010-35-372-1940

8010-35-372-1941

หมอกออ น 8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

ขาว 8010-35-372-1840

8010-35-372-1842

ผาทราย 1 ALKYD ZINC CHROMATE

8010-35-373-3873

8010-35-373-3834

2 ALKYD ENAMEL

หมอกออน 8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

พน ทราย 1 EPOXY ANTICORROSIVE

8010-35-373-2304

8010-35-373-2305

2 EPOXY UNDERCOAT

8010-35-373-2306

8010-35-373-2307

ใหดําเนนิ การเชนเดยี วกบั บรเิ วณ 7

93
แบบแผนการทาสีเรอื ประเภทตวั เรอื เหล็ก เกง อลมู ิเนยี มอัลลอยด

บรเิ วณ การเตรยี มพืน้ ผิว ขัน้ ท่ี สี หมายเหตุ
1. ทองเรือ
(BOTTOM) พนทราย 1 COAL TAR EPOXY BROWN 1. VINYL A/F แดง

2. แนวน้ํา Sa.2.5 8010-35-373-3861 ใชกบั เรือท่ัว ๆไป
(BOOT TOP
AREA) 8010-35-373-3862 2. SELF-POLISHING
3. กราบเรอื
(TOP SIDE 2 COAL TAR EPOXY BLACK COPOLYMER ใชก บั
AREA)
8010-35-373-3841 เรอื ทม่ี ีคณุ คาทาง

8010-35-373-3842 ยทุ ธการสงู

3 VINYL TIE COAT (VINYL TAR)

8010-35-373-3881

8010-35-373-3882

4 VINYL A/F RED (2 ช้นั )

8010-35-373-3821

8010-35-373-3822

SELF POLISHING COPOLYMER

แดง 8010-35-373-3851

8010-35-373-3852

ดาํ 8010-35-373-3853

8010-35-373-3854

ใหดําเนนิ การเหมือนบริเวณท่ี 1 แตใ ชสี VINYL A/F BLACK

8010-35-373-3801

8010-35-373-3802

เครอ่ื งขดั St.3 1-2 ALKYD RED RED (เสนแดง) 1. ใหใชระบบเดิมยกเวน

ผา ทราย 8010-35-373-2301 เรอื ทม่ี คี ณุ คาทาง

(ระบบเดมิ ) 8010-35-373-2302 ยุทธการสงู ใหใ ชส ี

3-4 ALKYD HAZE GRAY (สหี มอกออ น) ระบบ EPOXY

8010-35-373-2721 ตามทที่ างเรือรอ งขอ

8010-35-373-2722

94

บรเิ วณ การเตรยี มพ้นื ผิว ขน้ั ที่ สี หมายเหตุ
พนทราย 1 EPOXY ANTICORROSIVE 2. เรอื ตามระเบียบ กร.
4. ดาดฟาเปด Sa.2.5
(EXTERIOR (ระบบใหม) 8010-35-373-2304 ขอ 5.1 ใชทาสี
DECKS) 8010-35-373-2305 PHENOLIC ALKYD
เครื่องขดั St.3 2 EPOXY UNDERCOAT BLACK
ผาทราย สนี ้าํ ตาล 8010-35-373-2304
(ระบบเดิม) ใชก บั เรือทั่ว ๆ ไป
8010-35-373-2305
พนทราย 3 ALKYD HAZE GRAY ใชก ับเรือทม่ี คี ุณคาทาง
Sa.2.5 ยุทธการสงู
(ระบบใหม) 8010-35-373-2321
8010-35-373-2322 หรือ
PHENOLIC ALKYD BLACK
8010-35-373-2021
8010-35-373-2022

1-2 ALKYD RED LEAD
8010-35-373-2301
8010-35-373-2302

3-4 ALDYD DARK GRAY
8010-35-373-2723
8010-35-373-2724
(ALKYD NON – SLIP)

1 EPOXY ANTICORROSIVE
8010-35-373-2304
8010-35-35-2305

2 EPOXY UNDERCOAT
8010-35-373-2306
8010-35-373-2307

3 ALKYD HAZE GRAY
8010-35-373-2723
8010-35-373-2724
(ALKYD NON – SLIP)

95

บรเิ วณ การเตรียมพื้นผิว ขั้นท่ี สี หมายเหตุ
5. เกงภายนอก เครื่องขดั 1 POLYVINYL BUTYRAL
ผา ทราย ใหใชระบบ ALKYD
6. เกงภายใน 8010-35-373-3831 ทง้ั หมด ยกเวนเรอื ทมี่ ี
ประกอบดวย เครอ่ื งขัด 8010-35-373-3832 คุณคาทางยุทธการสูง
ผนังหอง และ ผาทราย 2-3 ALKYD ZINC CHROMATE ใชก บั สีระบบ EPOXY
เพดานหอ ง 8010-35-373-3873 และ ALKYD
(SUPER 8010-35-373-3874
STRUCTURE 4-5 ALKYD HAZE GRAY
INSIDE) 8010-35-373-2721
8010-35-373-2722
1 POLYVINYL BUTYRAL
8010-35-373-3831
8010-35-373-3832
2-3 ALKYD ZINC CHROMATE
8010-35-373-3873
8010-35-373-3874
4-5 ALKYD ENAMELRAY
เขียวออน 8010-35-373-1940

8010-35-373-1941
ขาว 8010-35-373-1841

8010-35-373-1842
หมอกออน 8010-35-373-2721

8010-35-373-2722
1 POLYVINYL BUTYRAL

8010-35-373-3831
8010-35-373-3832
2-3 EPOXY UNDERCOAT
8010-35-373-2306
8010-35-373-2307
4-5 ALKYD ENAMEL
เขียวออ น 8010-35-373-1940

8010-35-373-1941
ขาว 8010-35-372-1841

8010-35-372-1842
หมอกออน 8010-35-373-2321

8010-35-373-2322

96

บริเวณ การเตรยี มพืน้ ผิว ขนั้ ท่ี สี หมายเหตุ
7. ดาดฟาปด เคร่ืองขดั 1 POLYVINYL BUTYRAL
(INTERIOR ผาทราย
DECKS) 8010-35-373-3831
8010-35-373-3832
8. หอ งเครือ่ ง เคร่ืองขัด 2-3 ALKYD ZINC CHROMATE
ทองเรอื ภายใน ผา ทราย 8010-35-373-3873
(MACHINERY 8010-35-373-3874
ROOM 4-5 ALKYD DARK GRAY
BILGE) 8010-35-373-2723
8010-35-373-2724
9. ถังน้าํ ทะเล เครือ่ งขัด (ALKYD NON – SLIP)
ถังนํา้ จืดสําหรบั ผา ทราย
ดื่ม ถังนํา้ มัน 1 POLYVINYL BUTYRAL
เชื้อเพลิง 8010-35-373-3831
8010-35-373-3832
10. ปลองควนั เครือ่ งขดั
(ดา นนอก) ผาทราย 2-3 ALKYD ZINC CHROMATE
8010-35-373-3873
8010-35-373-3834

4-5 ALKYD PHENOLIC
8010-35-373-3991
8010-35-373-3992

1 POLYVINYL BUTRAL
8010-35-373-3831
8010-35-373-3832

2 สีรองพืน้ ทาถังนํ้าดมื่ EPOXY
8010-35-373-3891
8010-35-373-3892

3 สีทาทบั ถังนํ้าด่มื EPOXY
8010-35-373-3021
8010-35-373-3022

- สดี ําทนความรอน
8010-35-373-2181
8010-35-373-2182

97

บรเิ วณ การเตรียมพนื้ ผิว ข้ันที่ สี หมายเหตุ

11. โซส มอปาก พน ทราย - BITUMINUS

จบั ยึดโซส มอ 8010-35-373-2081

ยุงโซส มอ 8010-35-373-2082

12. สมอ พน ทราย 1 ALDYD RED LEAD

8010-35-373-2301

8010-35-373-2302

2 ALKYD HAZE GRAY

8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

13. เพลาใบจักร ผาทราย 1 POLYVINYL BUTYRAL (117) เพลาใบจกั รท่ีทําดว ย

สวนท่อี ยูใน 8010-35-373-3831 STAINLESS STEEL

ตัวเรอื 8010-35-373-3832 ไมตองทา

2 ALKYD RED LEAD (116)

8010-35-373-2301

8010-35-373-2302

3 ALKYD HAZE GRAY (111) ENAMEL

8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

14. เพลาใบจักร สาํ หรับวธิ ีการเตรียม

สวนทีอ่ ยนู อก ใหดาํ เนินการเหมือนบรเิ วณที่ 1 พืน้ ผิวใหใ ชว ธิ ขี ัดดว ย

ตัวเรือ ผาทราย

15. โดมเรดาร ใหเ ปน ไปตามคําแนะนําของบริษทั ผูผลิตเรดาร

16. โดมโซนาร ใหเ ปน ไปตามคําแนะนาํ ของบรษิ ทั ผูผลิตโซนาร

17. ทอลม ผา ทราย 1 ALKYD ZINC CHROMATE ช้นั ที่ 2 SHADE สีตามสี

ที่เปน เหล็ก 8010-35-373-3873 ของหองทท่ี อลมผา น

8010-35-373-3874

2 ALDYD ENAMEL

หมอกออ น 8010-35-373-2721

8010-35-373-2722

เขยี วออ น 8010-35-372-1940

8010-35-372-1941

ขาว 8010-35-372-1841

8010-35-372-1842

18. ใบจักร ผา ทราย - ไมทาสี ใหท าํ ความสะอาด


Click to View FlipBook Version