4 กิจกรรมการเรียนการสอน (สอนครั้งที่ 11 ) เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ขั้นก่อนเริ่มบทเรียน 1. การเช็คชื่อนักเรียนนักศึกษา ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูถามผู้เรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอนในครั้งที่ผ่านมาว่าเรียนเรื่องที่ผ่านมา 2. ครูอธิบายถึงความสำคัญในการนำความรู้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาใช้ในการเรียนการสอนครั้งนี้ ขั้นสอน (ใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 1. ครูดำเนินการสอนเกี่ยวกับ 1) วิธีการประมาณราคางานสี 2) การหาปริมาณวัสดุงานสี 2. นักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยที่ครูใช้วิธีการถาม-ตอบ ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. ครูบรรยายพร้อมกับให้ผู้เรียนจดบันทึก 2. ครูแสดงการทำตัวอย่างโดยละเอียดพร้อมให้ผู้เรียนออกมาเขียนตอบ หรืออาจซักถามเป�น รายบุคคลสลับกันไป 3. ครูสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 4. ครูให้ผู้เรียนส่งสมุดท้ายชั่วโมงเพื่อตรวจสอบความตั้งใจ 6. สื่อการสอน 6.1 สื่อ PowerPoint เรื่อง การประมาณราคางานผนังและตกแต่งผิวผนัง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม ให้นักเรียนทำใบงาน แบบฝ�กเสริมทักษะท้ายหน่วยการเรียนที่ 4 8. การวัดและประเมินผล สมรรถนะที่พึง ประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ด้านความรู้ (Knowledge) ทดสอบ แบบทดสอบ -ใบงาน นักเรียนต้องได้คะแนนไม่น้อย กว่าร้อยละ 70 2. ด้านทักษะ (Skill) - - 3. คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) การสังเกต แบบสังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนด้านการใฝ่รู้ นักเรียนผ่านการประเมิน
5 9. บันทึกหลังสอน
6 ใบความรู้หน่วยที่ 6 ชื่อวิชา ประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม เวลาเรียนรวม 54 ชั่วโมง 3 ชื่อหน่วย การประมาณราคางานผนังและตกแต่งผิวผนัง ครั้งที่ 10 - 11 หน่วยที่ 6 การประมาณราคางานสี จำนวน 6 ชั่วโมง สาระสำคัญ สีเป็ นวัสดุสําคัญในการตกแต่งอาคารที่เน้นความสวยงามและสร้างสรรค์บรรยากาศภายในพื้นที่ต่าง ๆให้น่า อยู่ สีมีคุณสมบัติแตกต่างกันตามชนิด และลักษณะของการใช้งาน นอกจากประโยชน์ด้านความสวยงามแล้ว การทาสียังมีประโยชน์ด้านความสะอาดเรียบร้อยและทําความสะอาดดูแลได้ง่าย อีกทั้ งยังใช้ป้องกันความชื้นใน เนื้อวัสดุ สีที่ใช้ในงานก่อสร้างมีหลายชนิด เช่น สีทาภายนอกและสีทาภายใน สีนํ้ ามันสําหรับทาเหล็กรูปพรรณ สีรักษาเนื้อไม้ การประมาณราคางานสี เป็ นการคํานวณหาพื้ นที่ทาสี ได้จํานวนหน่วยเป็ นตารางเมตร 6.1 ชนิดของสีที่ใช้ในงานก่อสร้าง ชนิดของสีที่ใช้ในการก่อสร้าง มีดังนี้ 6.1.1 สีนํ้าพลาสติก หรือสีอะคริลิค เป็นสีที่เหมาะสําหรับงานพื้นผิวซีเมนต์ หรือคอนกรีต ใช้นํ้าเป็นตัว ทําละลาย แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ ชนิดทาภายใน และทาภายนอก โดยสีชนิดทาภายนอกจะมีราคาแพงกว่า ชนิดทาภายใน เนื่องจากต้องผสมสารพิเศษต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายนอก อาคาร 6.1.2 สีนํ้ามัน เป็นสีที่ใช้นํ้ามันหรือทินเนอร์เป็นตัวทําละลาย เหมาะสําหรับงานพื้นผิวโลหะหรือไม้ ลักษณะเด่นของสีนํ้ามันคือให้ความเงางาม ทําความสะอาดง่าย แต่มีข้อจํากัดคือมีราคาแพง และแห้งช้า 6.1.3 สีย้อมไม้เป็นสีที่ใช้สําหรับทาเฟอร์นิเจอร์ไม้ ส่วนที่เป็นไม้ภายในบ้านให้เป็นสีตามต้องการ 6.1.4 สีเคลือบไม้เป็นสีที่ใช้เคลือบไม้ให้เงางาม นิยมใช้ทาไม้ในกรณีต้องการโชว์ความสวยงามของ ลายไม้ เช่น แล็คเกอร์เชลแล็ก 6.1.5 สีกันสนิม เป็นสีที่ใช้ทาวัสดุเหล็กเพื่อป้องกันสนิม นิยมใช้ทารองพื้นชั้นแรกก่อนทาสีนํ้ามันทับลง ไป 6.1.6 สีทารองพื้นปูน เป็นสีที่ใช้ทาเพื่อรองพื้นวัสดุปูน คอนกรีต ก่อนทาสีนํ้าพลาสติกทับลงไป เพื่อลด ความเป็นกรดของพื้นปูนและคอนกรีต ทําให้สีสามารถยึดเกาะกับวัสดุได้ดีขึ้น
7 7.2 หลักเกณฑ์การคํานวณราคากลางงานทาสี กรมบัญชีกลางได้กําหนดหลักเกณฑ์การคํานวณราคากลางงานก่อสร้างอาคารเกี่ยวกับการประมาณราคา งานทาสี ไว้ดังนี้ 1. คํานวณราคากลางงานทาสี เป็ นการคํานวณหาปริมาณพื้นที่ทาสี มีหน่วยเป็ นตารางเมตร (ตร.ม.) โดย ให้คํานวณแยกปริมาณงานตามวัสดุที่ใช้ เช่น ทาสีนํ้ามันทาสีไม้ ทาสีนํ้ามันกันสนิมเหล็ก ทาสีนํ้าอะคริลิค 100 เปอร์เซนต์ชนิดทาภายนอก และทาภายใน สีย้อมเนื้อไม้ (แชลคหรือแลคเกอร์) งานพ่นสีระเบิด เป็ นต้น เมื่อ รวมพื้ นที่ทาสีทั้ งหมดของทุกวัสดุที่ใช้ จะได้พื้ นที่ทาสีทั้ งหมดแต่ละชนิดเป็ น จํานวน ตารางเมตร 2. รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดและคุณลักษณะของสี ผู้มีหน้าที่คํานวณราคากลาง ต้องศึกษารายละเอียด เกี่ยวกับสีของแต่ละบริษัทผู้ผลิตสี รวมทั้ งรายการประกอบแบบ ฯ ให้ละเอียดและเข้าใจว่าผู้ออกแบบต้องการให้ ใช้สีประเภทไหน สําหรับงานอะไร ภายในหรือภายนอก เพราะอาจเกิดข้อผิดพลาดในเรื่องขอบเขต คุณสมบัติ และชนิดของสีที่จะทาได้ หรืออาจมีวัสดุบางรายการที่ได้มีการทําสีมาจากโรงงานแล้ว เช่น ประตูสําเร็จรูป ประตูเหล็กกันไฟ ไม้เชิงชายสําเร็จรูป หรือไม้ฝาสําเร็จรูป เป็ นต้น 6.3 วิธีการประมาณราคางานสี การประมาณราคางานสีมีวิธีการดังนี้ 1. ศึกษาแบบแปลนก่อสร้างของอาคารเพื่อหาส่วนประกอบของอาคารที่ต้องทาสี เช่น งานทาสีผนัง งาน ทาสีฝ้าเพดาน งานทาสีโครงหลังคา งานทาสีรั้ว ฯลฯ 2. ศึกษาความสูงของผนังจากรูปตัดอาคาร จากนั้นคํานวณหาพื้นที่ของผนังทั้งหมดแยกตามสัญลักษณ์ โดยนําความยาวของผนังคูณด้วยความสูงของผนัง ได้พื้นที่ผนังรวมทั้ งหมด หน่วยเป็ นจํานวน.....ตารางเมตร 3. นับจํานวนประตู หน้าต่างจากแบบแปลนพื้นหรือผังพื้นของอาคารแต่ละชั้น โดยแยกตามสัญลักษณ์ที่ ระบุในแบบแปลนได้เป็ นจํานวน ชุด 4. ศึกษาแบบขยายประตู หน้าต่าง เพื่อให้ทราบขนาดของช่องประตู หน้าต่างแต่ละสัญลักษณ์ จากนั้น คํานวณหาพื้นที่ช่องประตู หน้าต่างทั้ งหมด โดยนําความกว้างคูณความยาว (รวมวงกบ) แล้วคูณด้วยจํานวนชุด ของประตู หน้าต่างแต่ละสัญลักษณ์ ได้พื้นที่ช่องประตู หน้าต่างที่ต้องหักออก หน่วยเป็ นจํานวน ตารางเมตร 5. นําพื้นที่ผนังรวมทั้ งหมดลบด้วยพื้นที่ช่องประตู หน้าต่างที่ต้องหักออก ได้พื้ นที่สุทธิของผนังทาสี หน่วยเป็ นจํานวน ตารางเมตร 6. แยกรายการวัสดุงานสีที่ใช้ในการก่อสร้างแต่ละรายการ 6.4 การหาปริมาณวัสดุงานสี กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้กําหนดวัสดุมวลรวมของงานสีไว้ดังนี้ 6.4.1 งานทาสีอะคริลิค(ทุกเกรดและทุกประเภท)
8 ชนิดของงานสี ปริมาณวัสดุมวลรวม/1 ตร.ม. สีโป๊ ว (กก.) สีทารองพื้ น (กล.) สีอะคริลิค (ทา 2 รอบ) (กล.) นํ้ า (ลิตร) สีชนิดทาภายนอก (พื้ นปูนใหม่) 0.100 0.04 0.07 1.00 สีชนิดทาภายใน (พื้ นปูนใหม่) 0.100 0.04 0.07 1.00 สีชนิดทาภายนอก (พื้ นปูนเก่า) - 0.04 0.07 1.00 สีชนิดทาภายใน (พื้ นปูนเก่า) - 0.04 0.07 1.00 ที่มา : กรมบัญชีกลาง 2560 : 220 -221. 6.4.2 งานทาสีนํ้ ามันกันสนิมเหล็ก(ทุกเกรดและทุกประเภท) ชนิดของงานสี ปริมาณวัสดุมวลรวม/1 ตร.ม. สีรองพื้ นกัน สนิม (กล.) สีนํ้ ามัน (กล.) นํ้ ามันสนหรือนํ้ ามันชัก แห้ง (กล.) สีนํ้ ามันกันสนิมเหล็ก (รองพื้ นกันสนิม 3 เที่ยว) 0.115 0.023 สีนํ้ ามันกันสนิมเหล็ก (รองพื้ นกันสนิม + สีนํ้ ามัน 2 เที่ยว) 0.038 0.076 0.023 สีนํ้ ามันกันสนิมเหล็ก (รองพื้ นกันสนิม 2 เที่ยว + สีนํ้ ามัน 2 เที่ยว) 0.76 0.76 0.031 ที่มา : กรมบัญชีกลาง 2560 : 221 -222. 6.4.3 งานทาสีนํ้ ามันทาไม้(ทุกเกรดและทุกประเภท) ชนิดของงานสี ปริมาณวัสดุมวลรวม/1 ตร.ม. กระดาษ ทราย (แผ่น) สีโป๊ ว (กก.) สีรองพื้ น (กล.) สีนํ้ ามัน (กล.) นํ้ ามันผสมสี (กล.) สีนํ้ ามันทาไม้ (ทารองพื้ น 2 เที่ยว) 0.50 1.00 0.076 0.076 0.031 ที่มา : กรมบัญชีกลาง 2560 : 222. 6.4.4 งานทาสีย้อมไม้(ภายในและภายนอก) ชนิดของงานสี ปริมาณวัสดุมวลรวม/1 ตร.ม. กระดาษ ทราย (แผ่น) สีโป๊ ว (กก.) สีรองพื้ น (กล.) สีย้อมไม้ (กล.) ทินเนอร์ผสมสี (กล.) สีทาย้อมไม้ (ทารองพื้ น 1 เที่ยว +ทาสีย้อมไม้ 2 เที่ยว) 1 0.300 0.04 0.06 0.008 ที่มา : กรมบัญชีกลาง 2560 : 222.
9 6.4.5 งานทาสีแชลแล็ค/แลคเกอร์ ชนิดของงานสี ปริมาณวัสดุมวลรวม/1 ตร.ม. กระดาษ ทราย (แผ่น) สีโป๊ ว (กก.) สีรองพื้ น (กล.) สีเคลือบเงา (กล.) นํ้ ามันผสม (กล.) งานทาสีแชลแล็ค / แลคเกอร์(ทารองพื้ น 2 เที่ยว + ทาเคลือบเงา 2 เที่ยว) 1 0.300 0.076 0.076 0.031 ที่มา : กรมบัญชีกลาง 2560 : 223. 6.4.6 งานทานํ้ ามันเคลือบแข็งพื้ นไม้ ชนิดของงานสี ปริมาณวัสดุมวลรวม/1 ตร.ม. กระดาษ ทราย (แผ่น) สีโป๊ ว (กก.) สีรองพื้ น (กล.) นํ้ ามันทาเคลือบ แข็ง (กล.) นํ้ ามัน ผสม (กล.) สีทานํ้ ามันเคลือบแข็งพื้นไม้(ภายใน) 1 0.200 0.03 0.09 0.02 สีทานํ้ ามันเคลือบแข็งพื้นไม้(ภายนอก) 1 0.200 0.03 0.09 0.03 ที่มา : กรมบัญชีกลาง 2560 : 223.
10 ตัวอย่างที่ 6.1 จากแบบก่อสร้างต่อไปนี้กําหนดให้ผนังภายนอกอาคารทั้ งหมดทาสีอะคริลิคสําหรับพื้นปูนใหม่ จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีผนังภายนอกอาคารทั้ งหมด แปลนพื้ น ห้องน้ำ ห้องนอน
11 กระเบื้องหลังคาลอนคู่ ครอบข้างกระเบื้องหลังคาลอนคู่ แปเหล็ก C -75×35×15×2.3 มม. @ 1.00 ม. อกไก่เหล็ก C -150×50×20×3.2 มม. จันทันเหล็ก C -35×75×15×2.3 มม. @ 1.00 ม. ดั้งเหล็ก C -150×50×20 ×3.2 มม. เชิงชายไม้เนื้อแข็ง ขนาด 1 1/8″ × 8″ อะเสเหล็ก C -150×50×20×3.2 มม. รูปตัด ระดับอ้างอิง ± 0.000 ระดับพื้ น + 0.10 ระดับหลังอเส + 3.20 ป1 ป2 น1 น2 น3
12 วิธีทํา 1) จากแบบแปลนพื้นอาคารที่กําหนดสามารถหาพื้นที่ทาสีได้โดยเขียนเส้นความยาวของผนังภายนอกอาคารได้ ดังนี้ 2) หาพื้นที่ผนังภายนอกทั้ งหมด พื้นที่ผนังภายนอกทั้ งหมด = ความยาวของผนังภายนอก×ความสูงของผนัง ความยาวของผนังภายนอก = 3.70 + 3.00 + 3.70 + 3.00 = 13.40 เมตร ความสูงของผนัง = 3.10 + 0.10 = 3.20 เมตร พื้ นที่ผนังภายนอกทั้ งหมด = 13.40×3.20 = 42.88 ตร.ม. ตอบ 3) หาพื้นที่ประตู หน้าต่าง (ส่วนของผนังภายนอก) ป1 จํานวน 1 ชุด = 0.90 ×2.05 ×1 = 1.85 ตร.ม ป2จํานวน 1 ชุด = 0.80 ×2.05 ×1 = 1.64 ตร.ม น1จํานวน 2 ชุด = 1.15 ×1.30×2 = 2.99 ตร.ม ความยาวของผนังภายนอกตามเส้นประ ห้องน้ำ ห้องนอ แปลนพื้ น 3.00 ม. 3.00 ม. 3.70 ม. 3.70 ม.
13 น2จํานวน 1 ชุด = 1.15 ×1.30×1 = 1.50 ตร.ม น3จํานวน 2 ชุด = 0.50 ×0.70×2 = 0.70 ตร.ม รวมพื้นที่ประตู หน้าต่าง = 1.85 + 1.64 + 2.99 + 1.50 + 0.70 = 8.68 ตร.ม ตอบ 4) หาพื้นที่ทาสีผนังภายนอก พื้นที่ทาสีผนังภายนอก = พื้นที่ผนังภายนอกทั้ งหมด - พื้ นที่ประตู หน้าต่าง = 42.88 -8.68 = 34.20 ตร.ม ตอบ 5) หาปริมาณวัสดุงานทาสีผนังภายนอกทั้ งหมด = พื้นที่ทาสีทั้ งหมด × ปริมาณวัสดุต่อ 1 ตารางเมตร สีโป๊ ว = 34.20×0.10 = 3.42กก. ตอบ สีทารองพื้น = 34.20×0.04 = 1.37แกลลอน ตอบ สีนํ้ าอะคริลิค = 34.20×0.07 = 2.39แกลลอน ตอบ นํ้ า = 34.20×1 = 35ลิตร ตอบ
14 ตัวอย่างที่ 6.2 จากแบบก่อสร้างต่อไปนี้ กําหนดให้ผนังอาคารทั้งหมดสูงจากระดับพื้นถึงระดับฝ้าเพดาน 3.50 เมตร และผนังห้องนํ้ ากรุกระเบื้องสูงชนฝ้าเพดาน ต้องการปรับปรุงภายในอาคารโดยการทาสีอะคริลิคสําหรับ พื้นปูนเก่า จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีผนังภายในอาคารทั้ งหมด ซักล้าง แปลนพื้ น อเนกประสงค์ ห้องนอน ครัว อิฐบล็อกช่องลม ก่อสองชั้น ทางเท้า ระดับดิน ห้องนํ้ า
15 รายการประกอบแบบประตู หน้าต่าง 1 วงกบประตูหน้าต่างไม้เนื้อแข็ง ขนาด 2″ 4″ 6 บานกระจกใส หนา 6 มม. 2 ประตูบานเปิ ดไม้เนื้อแข็งกลึงลายขนาดตามแบบ 7 บานเกล็ดกระจกใส พร้อมอุปกรณ์มือหมุน 3 ประตูบานเปิ ดห้องนํ้ า พีวีซี ขนาดตามแบบ 8 ลูกบิดประตูเหล็ก มือจับหน้าต่างเหล็ก 4 ประตูบานม้วน พร้อมกล่องเก็บบาน ขนาดตามแบบ 9 วงกบหน้าต่างอลูมิเนียม 5 หน้าต่างบานเลื่อนกรอบบานอลูมิเนียม ลูกฟักกระจกตาม แบบ D1 D2 W1 W2 D3
16 วิธีทํา 1) จากแบบแปลนพื้นอาคารที่กําหนดสามารถหาพื้นที่ทาสีได้โดยเขียนเส้นความยาวของผนังภายในอาคารได้ ดังนี้ 2) หาพื้นที่ทาสีผนังภายในห้องนอนทั้ งหมด พื้นที่ทาสีผนังภายในห้องนอนทั้ งหมด = (ความยาวผนังภายในห้องนอน ×ความสูงของผนัง) - พื้นที่ประตู หน้าต่าง ความยาวของผนังภายในห้องนอน = 4.00 + 5.00 + 4.00 + 5.00 = 18 เมตร ตอบ ความสูงของผนัง = 3.50 เมตร ตอบ พื้นที่ D1 จํานวน 1 ชุด = 0.90 ×2.05 ×1 ซักล้าง แปลนพื้ น อเนกประสงค์ ห้องนอน ครัว อิฐบล็อกช่องลม ก่อสองชั้น ทางเท้า ระดับดิน ห้องนํ้ า 00000000 00000000 5.00 ม. 5.00 ม. 3.50 ม. 5.00 ม. 3.50 ม. 5.00 ม. 5.00 ม. 3.00 ม. 4.00ม. 4.00 ม. 2.20ม. 1.80ม. 4.00 ม. 5.00 ม. 5.00 ม. 2.00 ม.
17 = 1.85 ตร.ม พื้ นที่ W1จํานวน 2 ชุด = 1.30×1.30×2 = 3.38 ตร.ม รวมพื้ นที่ประตู หน้าต่างในห้องนอน = 1.85+ 3.38 = 5.23 ตร.ม. ตอบ พื้นที่ทาสีผนังภายในห้องนอนทั้ งหมด = (18 ×3.50) - 5.23 = 57.77 ตร.ม. ตอบ 3) หาพื้นที่ทาสีผนังภายในห้องครัวทั้ งหมด พื้ นที่ทาสีผนังภายในห้องครัวทั้ งหมด = (ความยาวผนังภายในห้องครัว × ความสูงของผนัง) - พื้นที่ประตู หน้าต่าง ความยาวของผนังภายในห้องครัว = 4.00 + 3.00 + 1.80 + 2.00 + 2.20 + 3.50 = 16.50 เมตร ตอบ ความสูงของผนัง = 3.50 เมตร ตอบ พื้นที่ D2จํานวน 2 ชุด = 0.90 ×2.05 ×2 = 3.70 ตร.ม พื้นที่ D3จํานวน 1 ชุด = 0.80 ×1.85×1 = 1.48 ตร.ม พื้นที่ W2จํานวน 1 ชุด = 1.35×1.20×1 = 1.62 ตร.ม รวมพื้นที่ประตู หน้าต่างในห้องครัว = 3.70+ 1.48+ 1.62 = 6.80 ตร.ม. ตอบ พื้ นที่ทาสีผนังภายในห้องครัวทั้ งหมด = (16.60 ×3.50) - 6.80 = 50.95 ตร.ม. ตอบ 4) หาพื้นที่ทาสีผนังภายในห้องอเนกประสงค์ทั้ งหมด พื้ นที่ทาสีผนังภายในห้องอเนกประสงค์ทั้ งหมด = (ความยาวผนังภายในห้องอเนกประสงค์ × ความสูง ของผนัง) - พื้นที่ประตู หน้าต่าง ความยาวของผนังภายในห้องอเนกประสงค์ = 5.00 + 3.50 + 5.00+ 5.00 + 5.00 + 5.00 = 28.50 เมตร ตอบ ความสูงของผนัง = 3.50 เมตร ตอบ พื้นที่ D1จํานวน 2 ชุด = 3.80×2.50×2 = 19 ตร.ม
18 พื้นที่ W1จํานวน 2 ชุด = 1.30×1.30×2 = 3.38 ตร.ม รวมพื้นที่ประตู หน้าต่างในห้องอเนกประสงค์ = 19+ 3.38 = 22.38 ตร.ม. ตอบ พื้นที่ทาสีผนังภายในห้องครัวทั้ งหมด = (28.50×3.50) - 22.38 = 77.37 ตร.ม. ตอบ 5) รวมพื้นที่ทาสีผนังภายในอาคารทั้ งหมด พื้นที่ทาสีผนังภายในอาคารทั้ งหมด = 57.77 + 50.95 + 77.37 = 186.09 ตร.ม. ตอบ 6) หาปริมาณวัสดุงานทาสีผนังภายในทั้ งหมด = พื้นที่ทาสีทั้ งหมด × ปริมาณวัสดุต่อ 1 ตร.ม. สีทารองพื้น = 186.09×0.04 = 7.44แกลลอน ตอบ สีนํ้ าอะคริลิค = 186.09×0.07 = 13.23แกลลอน ตอบ นํ้ า = 186.09×1 = 186ลิตร ตอบ
19 ตัวอย่างที่ 6.3จากแบบก่อสร้างตามตัวอย่างที่ 7.2และข้อมูลต่อไปนี้จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีฝ้า เพดานภายในอาคารทั้ งหมด สัญลักษณ์ รายละเอียดฝ้าเพดาน รายละเอียดงานสี CL1 ฝ้าเพดานโครงคร่าวทีบาร์ กรุด้วยแผ่นยิบซัมบอร์ดชนิดขอบลาดหนา 9 มม. ทาสีอะคริลิค ชนิดทาภายใน CL2 ฝ้ากระเบื้องแผ่นเรียบไฟเบอร์ซีเมนต์หนา 6 มม. โครงคร่าวไม้เนื้อแข็ง (พื้ นปูนใหม่) วิธีทํา 1) จากแบบแปลนพื้นอาคารที่กําหนดสามารถหาพื้นที่ทาสีได้โดยเขียนเส้นความยาวของฝ้าเพดานภายในอาคาร ได้ดังนี้ ซักล้าง แปลนพื้ น อเนกประสงค์ ห้องนอน ครัว อิฐบล็อกช่องลม ก่อสองชั้น ทางเท้า ระดับดิน ห้องนํ้ า พื้นที่ทาสีฝาเพดานภายในอาคาร
20 2) หาพื้นที่ทาสีฝ้าเพดานภายในอาคารทั้ งหมด พื้นที่ทาสีฝ้าเพดานภายในอาคารทั้ งหมด = กว้าง ×ยาว = 9.00×10.00 = 90 ตร.ม. ตอบ 3) หาปริมาณวัสดุงานทาสีฝ้าเพดานภายในทั้ งหมด = พื้นที่ทาสีทั้ งหมด × ปริมาณวัสดุต่อ 1 ตร.ม. สีโป๊ ว = 90×0.100 = 9กก. ตอบ สีทารองพื้น = 90×0.04 = 3.60แกลลอน ตอบ สีนํ้ าอะคริลิค = 90×0.07 = 6.30แกลลอน ตอบ นํ้ า = 90×1 = 90 ลิตร ตอบ ตัวอย่างที่ 6.4จากข้อมูลต่อไปนี้จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีเหล็กรูปพรรณทั้ งหมด - เหล็ก Ø 2 ½″ ×3.20 มม. จํานวน 30 ท่อน - เหล็ก C -100 ×50 ×20 ×3.2 มม. จํานวน 32 ท่อน - เหล็ก L 30 -30 ×3 มม. จํานวน 15 ท่อน วิธีทํา 1) พื้ นที่งานทาสีเหล็กรูปพรรณทั้ งหมด ปริมาณงานทาสีเหล็กรูปพรรณ = พื้นที่ผิวเหล็กรูปพรรณต่อท่อน ×จํานวนท่อน 1.1) เหล็ก Ø 2 ½ ″ ×3.2 มม.จํานวน 30 ท่อน (เส้นผ่านศูนย์กลาง 6.25 เซนติเมตร) พื้นที่ผิวเหล็กรูปพรรณต่อท่อน = ความยาวของเส้นรอบรูป × ความยาวต่อท่อน = (2¶r) × 6 = [(2×3.14 ×3.125) /100]× 6 = 0.19625 × 6 = 1.18 ตร.ม./ท่อน จํานวนท่อน = 30 ท่อน พื้นที่ทาสีเหล็กรูปพรรณ = (1.18×30) = 35.40 ตร.ม. ตอบ D = 6.25 ซม. ทาสีพื้ นผิวภายนอกตามเส้นรอบรูปวงกลม
21 1.2) เหล็ก C -100 ×50 ×20 ×3.2 มม.จํานวน 32 ท่อน พื้นที่ผิวเหล็กรูปพรรณต่อท่อน = {[100 +(2×50)+(2×20)] /1000}×6 = 0.24 ×6 = 1.44 ตร.ม. จํานวนท่อน = 32 ท่อน พื้นที่ทาสีเหล็กรูปพรรณ (2 ด้าน) = (1.44×32)×2 = 92.16 ตร.ม. ตอบ 1.3) เหล็ก L 30 -30 ×3 มม.จํานวน 15 ท่อน พื้ นที่ผิวเหล็กรูปพรรณต่อท่อน = [(30+30)+3) /1000]×6 = 0.063×6 = 0.378 ตร.ม. จํานวนท่อน = 15 ท่อน พื้นที่ทาสีเหล็กรูปพรรณ (2 ด้าน) = (0.378×15)×2 = 11.34 ตร.ม. ตอบ 2) รวมพื้นที่ทาสีเหล็กรูปพรรณทั้ งหมด = 35.40+ 92.16+ 11.34 = 138.90 ตร.ม. ตอบ 100 มม. 50 มม. 20 มม. 20 มม. 30 มม. 30 มม. 3 มม.
22 3) ปริมาณวัสดุงานทาสีเหล็กรูปพรรณทั้ งหมด = พื้นที่ทาสีทั้ งหมด × ปริมาณวัสดุต่อ 1 ตารางเมตร สีรองพื้นกันสนิม = 138.90×0.76 = 105.56แกลลอน ตอบ สีนํ้ ามัน = 138.90×0.76 = 105.56แกลลอน ตอบ นํ้ ามันสน = 138.90×0.031 = 4.31แกลลอน ตอบ
23 แบบทดสอบหนวยที่ 6 ชื่อวิชา ประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม เวลาเรียนรวม 54 ชั่วโมง 3 ชื่อหน่วย การประมาณราคางานผนังและตกแต่งผิวผนัง ครั้งที่ 10 - 11 หนวยที่ 6 การประมาณราคางานสี จำนวน 6 ชั่วโมง คําชี้แจง จงแสดงวิธีทํา 1. จากแบบก่อสร้าง ต่อไปนี้ จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีผนัง ผ4 ทั้ งหมด แปลนพื น้
24 2.1 ความยาวผนัง ผ4 ทั้ งหมด 2.2 พื้นที่หน้าต่าง น1 2.3 พื้นที่ทาสีผนัง 2.4 ปริมาณวัสดุงานทาสีผนัง ผ4 1. จากแบบก่อสร้างต่อไปนี้กําหนดให้ผนังอาคารสูง 3.20 ม. จงหาปริมาณวัสดุงานทาสีภายในอาคารทั้ งหมด 1.1 ความยาวผนัง ผ4 ทั้ งหมด 1.2 พื้ นที่ผนัง ผ4 ทั้ งหมด 1.3 พื้นที่ประตู หน้าต่าง (ส่วนของผนัง ผ4 ทั้ งหมด) 1.4 พื้นที่สุทธิของผนังผ4 1.5 ปริมาณวัสดุงานทาสีผนังผ4 ทั้ งหมด (สีอะคริลิคชนิดทาภายนอก สําหรับพื้นปูนใหม่) จันทันเหล็กตัวซี 100×50×20×3.2 มม. @ 1.00 ม. แปเหล็กตัวซี 75×45×15×2.3 มม. @ 1.00 ม. รางระบายนํ้ า ระดับดินเดิม เชิงชายไม้เนื้อแข็ง1 1/8 ″×8″ หลังคามุงเมทัลชีทกรุฉนวน (ระบุสีหน้างาน) ทับเชิงชายไม้เนื้อแข็ง1 1/2″ ×6″ ระดับหลังอะเส ระดับพื้ น อะเสเหล็ก2C-200×75×20×3.2 มม. รูปตัด น1
25 2. จากแบบก่อสร้างต่อไปนี้ จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีผนังภายในอาคารทั้ งหมด ห้องนอน 1 ห้องนอน 2 ห้องนํ้ า ห้องครัว ห้องรับแขก ระเบียง แปลนพื้ นชั้ นล่าง
26 D1 D2 D3 วงกบอลูมิเนียมสีอบขาว กรอบบานเลื่อนอลูมิเนียมสีอบขาว กระจกใสเขียวหนา 6 มม. วงไม้เนื้อแข็ง 2″× 4″ กรอบบานไม้เนื้อแข็ง ลูกฟักกระจกใสเขียวหนา 6 มม. บานพีวีซีขนาดตามแบบ วงกบพีวีซี2″× 4″ เกร็ดระบายอากาศตามแบบ W1 W2 วงกบอลูมิเนียมสีอบขาว กรอบบานเลื่อนอลูมิเนียมสีอบขาว กระจกใสเขียวหนา 6 มม. วงไม้เนื้อแข็ง 2″× 4″ กรอบบานไม้เนื้อแข็ง ลูกฟักกระจกใสเขียวหนา 6 มม. W3 W4 W5 วงกบอลูมิเนียมสีอบขาว กรอบบานเลื่อนอลูมิเนียมสีอบขาว กระจกใสเขียวหนา 6 มม. วงไม้เนื้อแข็ง 2″× 4″ กรอบบานไม้เนื้อแข็ง กระจกใสเขียวหนา 6 มม. บานพีวีซีขนาดตามแบบ วงกบพีวีซี2″× 4″ เกร็ดระบายอากาศตามแบบ D1 D2 D3 W1 W2 W3 W4 W5
27 2.1øŸÈ∫ ∏◊ËΩ∫ ”®Õ眮ƒ”ª ∙ £¢ (ƒ»¬º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®) 2.2 øŸÈ∫ ∏◊Ë º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®¡ ‘√„∫ Õ眮ƒ”ª ∙ £¢ 2.3 øŸÈ∫ ∏◊Ë∏‘Ã◊Ω∫ ”®¡ ‘√„∫ Õ眮ƒ”ª ∙ £¢ 2.4 øŸÈ∫ ∏◊ËΩ∫ ”®Õ眮∫ œ∫ ╘ (ƒ»¬º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®) 2.5 øŸÈ∫ ∏◊Ë º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®¡ ‘√„∫ Õ眮∫ œ∫ ╘ 2.6 øŸÈ∫ ∏◊Ë∏‘Ã◊Ω∫ ”®¡ ‘√„∫ ∫ œ∫ ╘ 2.7øŸÈ∫ ∏◊ËΩ∫ ”®Õ眮∫ œ∫ ╙ (ƒ»¬º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®) 2.8 øŸÈ∫ ∏◊Ë º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®¡ ‘√„∫ Õ眮∫ œ∫ ╙ ╙.╠ øŸÈ∫ ∏◊Ë∏‘Ã◊Ω∫ ”®¡ ‘√„∫ Õ眮∫ œ∫ ╙ 2.10øŸÈ∫ ∏◊ËΩ∫ ”®Õ眮•ƒ”» (ƒ»¬º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®) ╙.╘╘ øŸÈ∫ ∏◊Ë º ƒ“∂€ Õ∫ ç‘∂å‘®¡ ‘√„∫ Õ眮•ƒ”» ╙.╘╙ øŸÈ∫ ∏◊Ë∏‘Ã◊Ω∫ ”®¡ ‘√„∫ Õ眮•ƒ”» 2.13 ƒ»¬øŸÈ∫ ∏◊Ë∏‘Ã◊Ω∫ ”®¡ ‘√„∫ œ‘•‘ƒ∏”Ȯլµ 2.14 ปริมาณวัสดุงานทาสีภายในอาคารทั้ งหมด (สีอะคริลิคชนิดทาภายนอก สําหรับพื้ นปูนเก่า)
28 3. จากแบบก่อสร้างต่อไปนี้ จงคํานวณหาปริมาณวัสดุงานทาสีฝ้าเพดาน ฝ1 และ ฝ4 ทั้ งหมด 3.1 พื้นที่ฝ้าเพดาน ฝ1 และ ฝ4 ทั้ งหมด 3.2 ปริมาณวัสดุงานทาสีฝ้าเพดานทั้ งหมด (สีอะคริลิคชนิดทาภายนอก สําหรับพื้ นปูนใหม่) แปลนพื้ น เคาน์เตอร์เตรียมอาหารสําเร็จรูป
29 แบบทดสอบหนวยที่ 6 ชื่อวิชา ประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม เวลาเรียนรวม 54 ชั่วโมง 3 ชื่อหน่วย การประมาณราคางานผนังและตกแต่งผิวผนัง ครั้งที่ 10 - 11 หนวยที่ 6 การประมาณราคางานผนังและตกแต่งผิวผนัง จำนวน 6 ชั่วโมง แบบทดสอบกอนเรียน หนวยที่ 6 คําชี้แจง จงเลือกคําตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ชนิดใดเหมาะสําหรับงานพื้นผิวซีเมนต์มากที่สุด ก. สีนํ้ า ข. สีนํ้ ามัน ค. สีกันสนิม ง. สีอะคริลิค 2. สีนํ้ ามันเหมาะสําหรับทาพื้นผิวชนิดใดมากที่สุด ก. ไม้ ข. เหล็ก ค. คอนกรีต ง. ซีเมนต์ 3. กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้กําหนดหลักเกณฑ์การคํานวณราคากลางงานทาสีให้เป็ นหน่วยใด ก. ลบ.ม. ข. ลบ.ฟ. ค. ตร.ม. ง. ตร.ฟ. 4. กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้กําหนดหลักเกณฑ์การปริมาณวัสดุงานสีทารองพื้นปูนเก่าภายนอก อาคารให้เป็ นหน่วยใด ก. ถัง ข. ลิตร ค. แกลลอน ง. กิโลกรัม 5. กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้กําหนดหลักเกณฑ์การคํานวณหาปริมาณสีโป๊ วสําหรับงานสีนํ้ ามันทา ไม้จํานวนกี่กิโลกรัมต่อ 1 ตารางเมตร ก. 0.031 ข. 0.076 ค. 0.500 ง. 1.00 6. ข้อใดกล่าวถึงวิธีการหาพื้นที่งานทาสีได้ถูกต้องที่สุด ก. หน่วยเป็ นลูกบาศก์เมตร ข. พื้ นที่ทั้ งหมดคูณด้วยพื้นที่ช่องเปิ ดทั้ งหมด ค. พื้นที่ผิวผนังทั้ งหมดลบด้วยพื้นที่ช่องเปิ ดทั้ งหมด ง. พื้ นที่ผิวผนังทั้ งหมดบวกด้วยพื้ นที่ช่องเปิ ดทั้ งหมด 7. วิธีการประมาณราคางานทาสีผนังภายนอกอาคารต้องหาความยาวของผนังจากแบบก่อสร้างตามข้อใด ก. รูปตัด ข. รูปด้าน ค. แปลนพื้น ง. แบบขยายผนัง
30 8. ผนังภายนอกอาคารหลังหนึ่งมีความยาวทั้ งหมด 45.00 ม.สูง 3.20 ม. มีช่องหน้าต่างขนาด 1.20×1.50 ม. จํานวน 5 ช่อง และช่องประตูขนาด 1.00 ×2.05จํานวน 2 ช่อง คิดเป็นพื้นที่ทาสีทั้ งหมดกี่ตารางเมตร ก. 131 ข. 135 ค. 140 ง. 144 9 ต้องการทาสีอาคารตามแบบก่อสร้างต่อไปนี้จํานวน 5 หลัง ต้องใช้ปริมาณสีอะคริลิคสําหรับทาพื้ นปูนใหม่ ในการทาสีฝ้าเพดานภายในอาคารทั้ งหมดกี่แกลลอน (0.07 กล./ตร.ม.) ก. 4 ข. 6 ค. 8 ง. 10 10. โครงหลังคาอาคารหลังหนึ่งคํานวณหาความยาวเหล็กรูปพรรณ C -100 ×50 ×20 ×3.2 มม. ที่ใช้ในการ ก่อสร้างได้จํานวน 60 ท่อน ต้องใช้ปริมาณสีนํ้ ามันในการทาสีเหล็กทั้ งหมดกี่แกลลอน (0.076 แกลลอน / ตร.ม.) ก. 14 ข. 16 ค. 18 ง. 20 แปลนพื้ น
31 เฉลยแบบทดสอบ หนวยที่ 6 แบบทดสอบกอนเรียน 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 ง ข ค ค ง ค ค ก ก ก แบบทดสอบหลังเรียน 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 ง ข ค ค ง ค ค ก ก ก
1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 รหัสวิชา 20106-2005 ชื่อวิชา ประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม ชั่วโมง/สัปดาห์ 3 ชม. ชื่อหน่วย การประมาณราคางานไฟฟ้า แผนการจัดการเรียนรู้ครั้งที่ 12-13 ชื่อเรื่อง การประมาณราคางานไฟฟ้า จำนวน 6 ชั่วโมง 1. หัวข้อเรื่อง 1) ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานไฟฟ้า 2) หลักเกณฑ์การประมาณราคางานไฟฟ้า 3) วิธีการประมาณราคางานไฟฟ้า 2. สาระสำคัญ เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ หลักการ วิธีการ และขั้นตอนการคำนวณหาปริมาณงานไฟฟ้า ในวิชาประมาณ ราคางานสถาป�ตยกรรม และสามารถที่จะนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง เข้าใจ และแนะนำผู้อื่นได้อย่างเข้าใจสามารถทำงานเกี่ยวกับประมาณราคางานสถาป�ตยกรรมได้อย่างถูกต้องและ เป�นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้ เพื่อเป�นหนทางในการลงมือปฏิบัติที่ถูกต้องและตรงตามวิธีการทำงาน 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 1) แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักการและขั้นตอนการคำนวณหาปริมาณวัสดุ อุปกรณ์งานไฟฟ้า 2) คำนวณหาปริมาณวัสดุ อุปกรณ์งานไฟฟ้า 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) สมรรถนะทั่วไป (ทฤษฎี ) 1) แสดงความรู้เกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานไฟฟ้า 2) แสดงความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประมาณราคางานไฟฟ้า 3) แสดงความเข้าใจวิธีการประมาณราคางานไฟฟ้า
2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 รหัสวิชา 20106-2005 ชื่อวิชา ประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม ชั่วโมง/สัปดาห์ 3 ชม. ชื่อหน่วย การประมาณราคางานไฟฟ้า แผนการจัดการเรียนรู้ครั้งที่ 12-13 ชื่อเรื่อง การประมาณราคางานไฟฟ้า จำนวน 6 ชั่วโมง สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) 1) บอกความรู้เกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานไฟฟ้า 2) บอกความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประมาณราคางานไฟฟ้า 3) อธิบายวิธีการประมาณราคางานไฟฟ้า 5. กิจกรรมการเรียนการสอน ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม หน่วยที่ 7 การประมาณราคางาน ไฟฟ้า ได้กำหนดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิง รุก (Active Learning Competency Based) ด้านเทคนิคการจัดการเรียนการสอนแบบ MAIP โดยมีขั้นตอนใน การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนี้
3 กิจกรรมการเรียนการสอน (สอนครั้งที่ 12 ) เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ขั้นก่อนเริ่มบทเรียน 1. ครูชี้แจงรายละเอียดหน่วยการเรียน และการเช็คชื่อนักเรียนนักศึกษา ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูถามผู้เรียนเกี่ยวกับการประมาณราคางานไฟฟ้าที่ใช้ในงานก่อสร้างและสอบถามความรู้ ความ เข้าใจเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การประมาณราคางานผนังว่ามีอะไรบ้างที่นักเรียนรู้จัก โดยใช้เกมวงล้อ สุ่มนักเรียนในการตอบคำถาม เกมวงล้อสุ่มเลขที่นักเรียน 2.ครูอธิบายถึงความสำคัญในการเรียนวิชาประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม ว่าเป�นวิชาที่จำเป�นต้องใช้ เป�นความรู้พื้นฐานในการเรียนในวิชาที่สูงขึ้นไป ขั้นสอน (ใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 1. ครูดำเนินการสอนเกี่ยวกับ 1) ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานไฟฟ้า 2) หลักเกณฑ์การประมาณราคางานไฟฟ้า 2. นักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยที่ครูใช้วิธีการถาม-ตอบ โดยใช้เกมส์ quizizz ในการสร้างแรงดึงดูดความสนใจ ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. ครูบรรยายพร้อมกับให้ผู้เรียนจดบันทึก 2. ครูสอนวัสดุที่ใช้ในงานก่อผนัง และสอบถามความรู้ แล้วให้ผู้เรียนออกมาเขียนตอบ หรืออาจ ซักถามเป�นรายบุคคลสลับกันไป (โดยใช้เกมส์ quizizz ในการสร้างแรงดึงดูดความสนใจ) 3. ครูสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 4. ครูให้ผู้เรียนส่งสมุดท้ายชั่วโมงเพื่อตรวจสอบความตั้งใจ
4 กิจกรรมการเรียนการสอน (สอนครั้งที่ 13 ) เวลา 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ขั้นก่อนเริ่มบทเรียน 1. การเช็คชื่อนักเรียนนักศึกษา ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูถามผู้เรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอนในครั้งที่ผ่านมาว่าเรียนเรื่องที่ผ่านมา 2. ครูอธิบายถึงความสำคัญในการนำความรู้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาใช้ในการเรียนการสอนครั้งนี้ ขั้นสอน (ใช้วิธีการสอนแบบบรรยาย และถาม-ตอบ) 1. ครูดำเนินการสอนเกี่ยวกับ 1) วิธีการประมาณราคางานไฟฟ้า 2. นักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยที่ครูใช้วิธีการถาม-ตอบ ขั้นตอนการปฏิบัติ 1. ครูบรรยายพร้อมกับให้ผู้เรียนจดบันทึก 2. ครูแสดงการทำตัวอย่างโดยละเอียดพร้อมให้ผู้เรียนออกมาเขียนตอบ หรืออาจซักถามเป�น รายบุคคลสลับกันไป 3. ครูสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล 4. ครูให้ผู้เรียนส่งสมุดท้ายชั่วโมงเพื่อตรวจสอบความตั้งใจ 6. สื่อการสอน 6.1 สื่อ PowerPoint เรื่อง การประมาณราคางานไฟฟ้า 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม ให้นักเรียนทำใบงาน แบบฝ�กเสริมทักษะท้ายหน่วยการเรียนที่ 7 8. การวัดและประเมินผล สมรรถนะที่พึง ประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. ด้านความรู้ (Knowledge) ทดสอบ แบบทดสอบ -ใบงาน นักเรียนต้องได้คะแนนไม่น้อย กว่าร้อยละ 70 2. ด้านทักษะ (Skill) - - 3. คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) การสังเกต แบบสังเกตพฤติกรรมของ นักเรียนด้านการใฝ่รู้ นักเรียนผ่านการประเมิน
5 9. บันทึกหลังสอน
6 ใบความรู้หน่วยที่ 7 ชื่อวิชา ประมาณราคางานสถาป�ตยกรรม เวลาเรียนรวม 54 ชั่วโมง 3 ชื่อหน่วย การประมาณราคางานไฟฟ้า ครั้งที่ 12-13 หน่วยที่ 7 การประมาณราคางานไฟฟ้า จำนวน 7 ชั่วโมง สาระสำคัญ งานไฟฟ้า เป็ นส่วนประกอบที่สําคัญของอาคาร ที่ต้องดําเนินการเตรียมความพร้อมเพื่อติดตั้ งอุปกรณ์ต่าง ๆ ควบคู่ไปกับงานก่อสร้างส่วนประกอบอื่น ๆ ของอาคาร การประมาณราคางานไฟฟ้า คือการกําหนดค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการติดตั้ งงานไฟฟ้าตามรูปแบบรายการที่กําหนดในแบบและรายการประกอบแบบก่อสร้าง ผู้ประมาณ ราคางานก่อสร้างต้องศึกษารูปแบบรายละเอียดและข้อกําหนดต่าง ๆ จากแบบแปลน และสัญลักษณ์ของงาน ไฟฟ้าให้ละเอียดรอบคอบ 7.1 ความร้เบื้องต้นเกี่ยวกับงานไฟฟ้าู งานระบบไฟฟ้า หมายถึง ลักษณะการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าจากแหล่งกําเนิดไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า ตามประเภท การใช้งาน โดยส่งจากสถานีไฟฟ้าผ่านสายไฟฟ้าแรงสูง สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงแปลงไฟฟ้าให้ตํ่าลง ไปยัง บ้านพักอาศัย สํานักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผู้ทําหน้าที่ประมาณราคางานก่อสร้างควรมีความรู้ เกี่ยวกับงานระบบไฟฟ้า ดังนี้ 7.1.1 วิธีการเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร 7.1.1.1 เดินสายไฟฟ้าแบบปิ ด เป็ นการเดินสายไฟฟ้าในท่อร้อยสายไฟฟ้า (Electrical Conduit) เรียกว่า “เดินสายไฟฟ้าแบบร้อยท่อ” พบได้ทั้ งแบบเดินลอยและแบบฝังในผนัง มักใช้สายไฟฟ้าประเภท THW ร้อยในท่อร้อยสายไฟฟ้า โดยท่อ 1 เส้นสามารถมีสายไฟฟ้าได้หลายเส้นที่เป็ นวงจรเดียวกัน 7.1.1.2 การเดินสายไฟฟ้าแบบเปิ ด เป็ นการเดินสายไฟฟ้าโดยมีคลิป (Clip) รัดสายไฟฟ้า เพื่อทํา หน้าที่ยึดสายไฟฟ้าให้ติดกับผนัง หรือเพดานของอาคาร ทุกระยะประมาณ 10 เซนติเมตร บางครั้งอาจเรียกว่า “เดินสายไฟฟ้าแบบตีกิ๊ บ” มักใช้สายไฟฟ้าประเภท VAF 7.1.2 ชนิดของสายไฟฟ้า 7.1.2.1 สายไฟฟ้าชนิด วีเอเอฟ (VAF) มีทั้งชนิดที่เป็ นสายเดี่ยวที่มีลักษณะเป็ นสายกลม และสายคู่ ชนิด 2 แกน หรือ 3 แกน ที่มีลักษณะเป็ นสายแบน ตัวนําไฟฟ้านอกจากจะมีฉนวนหุ้ม แล้วยังมีเปลือกหุ้มอีก ชั้นหนึ่ง นิยมใช้ในงานเดินสายไฟฟ้าแบบเปิ ด โดยใช้คลิปรัดสายไฟฟ้า ใช้เดินสายไฟฟ้าในที่แห้ง ห้ามนําไปใช้ งานเดินร้อยท่อฝังดินหรือฝังดินโดยตรง 7.1.2.2 สายไฟฟ้าชนิด ทีเอชดับเบิลยู (THW) เป็ นสายชนิดสายเดี่ยว เหมาะสําหรับใช้งานเดิน สายไฟฟ้าทัวไป ทั ่ ้งงานเดินร้อยในท่อร้อยสาย หรืองานเดินลอยในอากาศ และต้องป้องกันไม่ให้นํ้ าเข้าไปใน ช่องเดินสายไฟฟ้า ห้ามนําไปใช้งานเดินร้อยท่อฝังดินรวมถึงห้ามนําไปฝังดินโดยตรง
7 7.1.2.3 สายไฟฟ้าชนิด เอ็นวายวาย (NYY) มีทั้ งชนิดแกนเดียว และหลายแกน ทั้ งแบบมีสายดินและ ไม่มีสายดิน นิยมใช้อย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีความทนต่อสภาพแวดล้อม เพราะมีเปลือกหุ้มอีกหนึ่งชั้น หรือ อาจเรียกว่าสายฉนวน 3 ชั้ น เหมาะสําหรับใช้งานเดินสายไฟฟ้าทัวไป ่วางบนรางเคเบิลและเดินสายไฟฟ้าฝังดิน ได้โดยตรง 7.1.2.4 สายไฟฟ้าชนิด วีทีซี (VTC) เป็ นสายกลม ชนิด 1 แกน 2 แกน 3 แกนและ 4 แกน มีทั้งชนิด สายเดี่ยว และสายคู่ทั้งแบบมีสายดินและไม่มีสายดิน มีลักษณะอ่อนตัวและทนต่อสภาพการสั่ นสะเทือนได้ดี เหมาะสําหรับงานเดินสายไฟฟ้าเข้าเครื่องจักรกลที่มีการสั่ นสะเทือนขณะใช้งาน สามารถเดินแบบฝังดินได้ โดยตรง 7.1.3 ชนิดของท่อร้อยสายไฟฟ้า ท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ใช้ในปัจจุบันแบ่งออกเป็ น 2 กลุ่มได้แก่ท่อโลหะ และท่ออโลหะ ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 7.1.3.1 ท่อโลหะ สามารถจําแนกตามการใช้งานได้ดังนี้ 1) ท่อโลหะบาง (Electrical Metallic Tubing: ท่อ EMT) ผลิตจากแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อน หรือรีดเย็น หรือแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสังกะสีผิวภายในเคลือบด้วยอีนาเมล ทําให้ผิวท่อเรียบทั้งภายในและ ภายนอก มีความมันวาว ปลายท่อเรียบทั้ ง 2 ด้านไม่สามารถ ทําเกลียวได้ใช้ตัวอักษรสีเขียวระบุชนิด และขนาด ของท่อ มีขนาดตั้ งแต่1/2" -2" ความยาวท่อนละ 3 เมตร ใช้งานได้เฉพาะภายในอาคารเท่านั้น ห้ามใช้ฝังดินและ ระบบไฟฟ้าแรงสูง 2) ท่อโลหะหนาปานกลาง (Intermediate Metal Conduit : ท่อ IMC) ผลิตจากวัสดุชนิด เดียวกับท่อ EMT แต่มีความหนามากกว่า มีเกลียวที่ปลายท่อทั้ ง 2 ด้าน ใช้ตัวอักษรสีส้มหรือสีแดง ระบุชนิดและ ขนาดของท่อ มีขนาดตั้งแต่1/2" -4" ความยาวท่อนละ 3 เมตร ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร สามารถฝังดินได้ 3) ท่อโลหะหนา (Rigid Steel Conduit : ท่อ RSC) ผลิตจากแผ่นเหล็กกล้าชนิดรีดร้อนหรือ รีดเย็น หรือแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสังกะสีทั้ งผิวภายนอกและภายในเพื่อป้องกันสนิม ทําให้ผิวท่อเรียบทั้ งภายใน และภายนอกท่อ แต่ผิวมีความด้านและหนากว่าท่อ EMT และ IMC มีเกลียวที่ปลายท่อทั้ง 2 ด้าน ใช้ตัวอักษรสี ดําระบุชนิดและขนาดของท่อ มีขนาดตั้ งแต่1/2" -6" ความยาวท่อนละ 3 เมตร ใช้งานได้ทั้ งภายในและภายนอก อาคาร สามารถฝังดินได้ 4) ท่อโลหะอ่อน (Flexible Metal Conduit : ท่อ FMC) ผลิตจากแผ่นเหล็กกล้าเคลือบสังกะสี ทั้งผิวภายนอกและภายใน เป็ นท่อที่มีความอ่อนตัว โค้งงอไปมาได้เหมาะสําหรับต่อเข้ากับดวงโคม มอเตอร์ หรือเครื่องจักรกลที่มีการสั่ นสะเทือน มีขนาดตั้งแต่1/2" -4" ห้ามใช้เดินในสถานที่เปียก งานฝังดินหรือฝังใน ผนังคอนกรีต 5) ท่อโลหะอ่อนกันนํ้ า เป็ นท่อโลหะอ่อนที่มีเปลือก PVC หุ้มด้านนอกเพื่อป้องกันความชื้น ไม่ให้เข้าไปภายในท่อได้มีขนาดตั้งแต่1/2" - 4" เหมาะสําหรับใช้งานในบริเวณที่มีความชื้นหรือต้องการความ
8 อ่อนตัวของท่อเพื่อป้องกันสายไฟฟ้าชํารุดจากไอของเหลวหรือของแข็งหรือในที่อันตราย ห้ามใช้ในบริเวณที่ อุณหภูมิสูงเพราะอาจทําให้ท่อเสียหาย 7.1.3.2 ท่ออโลหะ สามารถจําแนกตามการใช้งานได้ดังนี้ 1) ท่อพีวีซี(PVC) ทําด้วยพลาสติกพีวีซี ที่มีคุณสมบัติต้านเปลวไฟ แต่ข้อเสียคือไม่ทนต่อ แสงแดด มีขนาดตั้ งแต่ 1/2" - 4" และยาวท่อนละ 4 เมตร เหมาะสําหรับใช้งานเดินลอยในอากาศหรือฝังในผนัง คอนกรีต สีที่ใช้งานในปัจจุบันมี 2 สี คือท่อสีเหลืองเหมาะกับระบบไฟฟ้าที่ฝังในผนัง และท่อสีขาวนิยมใช้ใน งานต่อเติมและงานเดินลอยบนผนัง 2) ท่อเอชดีพีอี(HDPE) ทําด้วยพลาสติก Polyethylene ชนิด high density ที่มีคุณสมบัติ ต้านทานเปลวไฟ มีความแข็งแรงสูงยืดหยุ่นตัวได้ดีจึงไม่ต้องดัดท่อทําให้เดินท่อได้สะดวก มีขนาดตั้ งแต่ 1/2" ขึ้นไป เหมาะสําหรับใช้งานเดินสายบนผิวในที่โล่ง หรือซ่อนบนฝ้าเพดานในอาคาร 3) ท่อพีเฟล็ค(PFLEX) เป็ นท่อที่มีลักษณะเป็ นปล้อง ๆ มีความอ่อนตัว โค้งงอได้สะดวก คล้ายกับท่อโลหะอ่อน มีความยาวตั้งแต่ 30 - 50 เมตรขึ้นอยู่กับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ มีทั้ งชนิดฝังใน คอนกรีตและชนิดผสมสารกันไฟเพื่อใช้ในที่โล่งหรือวางบนฝ้าเพดาน 7.1.4 รางเดินสายไฟฟ้า รางเดินสายไฟฟ้าที่ใช้งานเดินสายไฟฟ้าสามารถจําแนกตามการใช้งานได้ดังนี้ 7.1.4.1 รางเดินสายชนิดโลหะ หรือที่เรียกว่า รางวายเวย์ (Wireway) เป็ นรางชนิดที่ผลิตจากเหล็ก แผ่นบางเคลือบโลหะผสมระหว่างอลูมิเนียมกับสังกะสี เหมาะสําหรับติดตั้งในที่เปิ ดโล่ง ห้ามใช้เป็ นตัวนํา สําหรับต่อลงดิน 7.1.4.2 รางเดินสายชนิดพีวีซี(PVC) เป็ นรางชนิดที่ผลิตพลาสติกพีวีซีมีทั้ งชนิดทึบ และชนิดแข็ง เหมาะสําหรับใช้เก็บสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ และสายสัญญาณคอมพิวเตอร์ในอาคาร 7.2 หลักเกณฑ์การประมาณราคางานระบบไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า หมายถึง ลักษณะการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าจากแหล่งกําเนิดไปยังผู้ใช้ไฟฟ้า ตามประเภทการใช้ งาน โดยส่งจากสถานีไฟฟ้าผ่านสายไฟฟ้าแรงสูง สถานีไฟฟ้าย่อย หม้อแปลงแปลงไฟฟ้าให้ตํ่าลง ไปยังบ้านพัก อาศัย สํานักงาน หรือโรงงานอุตสาหกรรม กรมบัญชีกลางได้กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประมาณราคางาน ระบบไฟฟ้าไว้ดังนี้ 7.2.1 ลักษณะของการถอดแบบสํารวจปริมาณวัสดุอุปกรณ์งานระบบไฟฟ้าแบ่งออกเป็ น 2 แบบได้แก่ 7.2.1.1วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องนับจํานวน หมายถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ปรากฏในแบบหรือรายการประกอบฯ ที่ใช้วิธีการถอดแบบด้วยวิธีนับ จํานวนได้แก่ หม้อแปลง แผงสวิตช์ เซอร์กิตเบรกเกอร์ดวงโคม สวิตซ์เต้ารับ อุปกรณ์ระบบโทรศัพท์ ระบบสื่อสารระบบคอมพิวเตอร์ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ระบบเสียงประกาศระบบทีวีรวม ระบบทีวีวงจรปิ ด และอื่นๆ ที่มีอยู่ในแบบและรายการประกอบแบบ
9 7.2.1.2วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องวัดปริมาณ หมายถึง วัสดุอุปกรณ์ที่ปรากฏในแบบ ซึ่งต้องใช้วิธีการถอดแบบด้วยวิธีวัดความยาว ได้แก่ ท่อร้อยสายรางเดินสาย รางเคเบิล Busways สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์สายสัญญาณต่าง ๆ มีหน่วยความยาวเป็ น.... เมตรและใช้วิธีการถอดแบบด้วยวิธีวัดพื้ นที่ได้แก่ระบบป้องกันไฟลาม มีหน่วยเป็ น......ตารางเมตร เป็ นต้น 7.2.2 หลักเกณฑ์การถอดแบบสํารวจปริมาณงานระบบไฟฟ้า 7.2.2.1 งานระบบไฟฟ้าแรงสูง 1) สวิตช์เกียร์แรงสูง (RMU) บ่อดึงสาย บ่อพักสาย นับจํานวนเป็ นชุด 2) เสาไฟฟ้าแรงสูงและอุปกรณ์นับจํานวนเป็ นชุด (รวมอุปกรณ์ประกอบการติดตั้ ง) 3) สายไฟฟ้าแรงสูงวัดความยาวมีหน่วยเป็ นเมตรโดยวัดเผื่อปลายสายแนวตั้ งทั้ งด้านต้น ทางและ ปลายทางตามสมควร(ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้คํานวณราคากลาง) 4) Duct Bank วัดความยาวมีหน่วยเป็ นเมตร 7.2.2.2 งานท่อสายเมน ท่อสายป้อน (Feeder)และท่อสายวงจรย่อย (Branch Circuit) ถอดแบบสํารวจปริ มาณด้วยวิธีการวัดปริ มาณความยาวทั้งตามแนวนอนและแนวตั้ง ตามความเป็ นจริง โดยคํานึงถึงสภาพหน้างานจริงที่จะติดตั้ งด้วย 7.2.2.5 ดวงโคมไฟฟ้า 1) นับจํานวนเป็ นชุด โดยแยกเป็ นแต่ละชนิด ตามที่กําหนดในแบบ สัญลักษณ์และ รายละเอียดของดวงโคม 2) ดวงโคมที่ใช้ชุดควบคุมการเปลี่ยนสีหรือชุด Driver หรือชุดหม้อแปลงรวมกัน เช่น ดวง โคมที่ใช้หลอด LED ควรถอดแบบนับจํานวนแยกรายการชุดควบคุม ตามที่ใช้งานจริง (3) ดวงโคมประเภทติดตั้ งบนราง (Track Light) ให้ถอดแบบนับจํานวนดวงโคมเป็ นชุด ส่วนราง Track Light ระบุความยาวเป็ นเมตรและถอดแบบนับจํานวนเป็ นชุดแยกตามขนาดความยาวที่ระบุ 7.2.2.6 สวิตซ์และเต้ารับไฟฟ้า 1) นับจํานวนเป็ นชุด แยกเป็ นแต่ละชนิดตามที่กําหนดในแบบ สัญลักษณ์และรายละเอียด สวิตซ์และเต้ารับไฟฟ้า 2) สวิตซ์หรี่ไฟแบบดิจิตอลและชุดควบคุม ควรถอดแบบสํารวจปริมาณวัสดุอุปกรณ์แยก รายการเป็ นชุด 7.2.3 หลักเกณฑ์การเผื่อปริมาณงานระบบไฟฟ้า 7.2.3.1 งานระบบไฟฟ้าแรงสูง 1) สายไฟฟ้าแรงสูงสายอากาศเผื่อความยาว 20 -30 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 5 -10 % 2) สายไฟฟ้าแรงสูงใต้ดิน เผื่อความยาว 10 -15 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 10 -15 % 3) HV Duct Bank เผื่อความยาว 10 -15 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 10 -15 %
10 7.2.3.2 งานท่อสายเมน 1) ท่อร้อยสายไฟฟ้าเผื่อความยาว 5 -10 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 15 -20 % 2) สายไฟฟ้า เผื่อความยาว 5 -10 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 5 -10 % 7.2.3.3 งานท่อสายป้อน (Feeder) 1) ท่อร้อยสายไฟฟ้าเผื่อความยาว 10 -15 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 15 -20 % 2) สายไฟฟ้า เผื่อความยาว 10 -15 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 5 -10 %7.2.3.4 งานท่อสายวงจรย่อย (Branch Circuit) 1) ท่อร้อยสายไฟฟ้าเผื่อความยาว 15 -20 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 15 -20 % 2) สายไฟฟ้า เผื่อความยาว 15 -20 % และเผื่อเบ็ดเตล็ด 5 -10 % 7.1.3.5 เปอร์เซ็นต์การเผื่อความยาว หมายถึง การเผื่อเศษท่อ เศษสาย ความสูญเสียจาการติดตั้ ง และ เผื่อความสูญเสียจากความยาวท่อที่ไม่สามารถใช้ท่อได้เต็มความยาว 7.1.3.6 เปอร์เซ็นต์การเผื่อเบ็ดเตล็ด หมายถึง การเผื่ออุปกรณ์ท่อสาย อุปกรณ์ประกอบสายไฟฟ้าที่ ใช้ในการเดินสายไฟฟ้า เช่นกล่องดึงสาย ข้อต่อ ข้องอ เทปพันสาย นํ้ ายาร้อยสาย เป็ นต้น 7.3 วิธีการประมาณราคางานไฟฟ้า การประมาณราคางานระบบไฟฟ้า มีวิธีการดังนี้ 1. ศึกษาแบบแปลนไฟฟ้าของอาคารแต่ละชั้ น รายการประกอบแบบและสัญลักษณ์ต่างๆของงานไฟฟ้า 2. นับจํานวนวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆของระบบไฟฟ้าที่ใช้หน่วยเป็ นจํานวนนับ จากแบบแปลนไฟฟ้า โดย แยกตามสัญลักษณ์ที่กําหนด 3. ศึกษาวิธีการเดินสายไฟฟ้าของอาคาร เช่นเดินแบบเปิ ด (คลิปรัดสาย) หรือเดินแบบปิ ด (ร้อยท่อ) และ ข้อมูลวัสดุที่ใช้ในงานเดินสายไฟฟ้า จากรายการประกอบแบบไฟฟ้า 4. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในระบบไฟฟ้าทุกชนิดที่ระบุในรายการประกอบแบบ เพื่อให้ ทราบลักษณะที่สําคัญเกี่ยวกับวัสดุแต่ละชนิด เช่น ชนิดของท่อร้อยสายไฟฟ้า สายไฟฟ้า 5. ศึกษาระบบการเดินสายไฟฟ้า และระบบท่อร้อยสายไฟฟ้าแต่ละจุด 6. หาความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า โดยประมาณระยะความยาวในแนวราบแต่ละจุดจากแบบแปลน ไฟฟ้าและหาระยะตามแนวดิ่ งจากระดับฝ้าเพดานถึงความสูงของตําแหน่งสวิตซ์หรือตําแหน่งเต้ารับ ปริมาณท่อร้อยสายไฟฟ้า = ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง
11 7. หาความยาวของ และสายไฟฟ้าโดยประมาณระยะความยาวในแนวราบแต่ละจุดจากแบบแปลนไฟฟ้า และ หาระยะตามแนวดิ่ งจากระดับฝ้าเพดานถึงความสูงของตําแหน่งสวิตซ์หรือตําแหน่งเต้ารับ เช่นเดียวกับความยาว ของท่อร้อยสายไฟฟ้า 8. คํานวณหาปริมาณวัสดุอุปกรณ์ทั้งหมดและเผื่อความยาวของวัสดุแต่ละชนิด และเผื่อเบ็ดเตล็ดเป็ น เปอร์เซ็นต์ตามหลักเกณฑ์การเผื่อปริมาณงานระบบไฟฟ้าของกรมบัญชีกลาง 9. สืบราคาวัสดุ ค่าแรง งานระบบไฟฟ้าต่าง ๆ จากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อคํานวณค่าใช้จ่ายทั้ งหมด ของงานระบบไฟฟ้า ตัวอย่างที่ 7.1 จากแบบที่กําหนดให้ต่อไปนี้จงหาปริมาณวัสดุงานระบบไฟฟ้าแสงสว่างที่มีหน่วยเป็ นจํานวน นับของอาคารพักอาศัยชั้ นเดียว รายการประกอบแบบไฟฟ้าแสงสว่าง สัญลักษณ์ รายละเอียด หมายเหตุ โคมไฟกลม 1 36 วัตต์ 1. การเดินสายไฟฟ้าทั้ งหมดเดินลอยทั้ งสิ้ น ดาวน์ไลท์ 2. สายไฟฟ้าทั้ งหมดใช้ตามมาตฐานการไฟฟ้า โคมนีออน 1 36 วัตต์ 3. สายไฟฟ้าที่เดินบนโครงหลังคาให้ร้อยด้วยท่อพีวีซี สวิตซ์ปิ ด – เปิ ด สูงจากพื้ น 1.50 ม. 4. บล๊อคไฟให้ฝังผนัง พัดลมดูดอากาศขนาด 12 นิ้ ว 5. ติดตั้ งออดภายในอาคาร 1 ชุด เต้ารับมีขาดิน สูงจากพื้ น 1.50 ม. โคมไฟภายในและภายนอกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขณะ ก่อสร้าง เต้ารับโทรศัพท์ จํานวนไฟแสงสว่างอาจมีการเพิ่ มจุดหรือลดลงตามความ เหมาะสม แผงควบคุม (ตามมาตรฐานการไฟฟ้า) หลักสายดินทองแดงหุ้มเหล็ก ยาว 1.50 ม. (ตามมาตรฐานการไฟฟ้า) ปริมาณสายไฟฟ้างานระบบดวงโคมแสงสว่าง เดินแบบเปิ ด (คลิปรัดสาย) = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) เดินแบบปิ ด (ร้อยท่อ) = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง)× 2 ปริมาณสายไฟฟ้างานระบบเต้ารับ เดินแบบเปิ ด (คลิปรัดสาย) = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) เดินแบบปิ ด (ร้อยท่อ) = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง)× 3
12 ครัว แปลนไฟฟ้าแสงสว่าง อาหาร ห้องนอน 3 รับแขก ห้องนํ้ า ห้องนอน 1 เฉลียง ซักล้าง ห้องนํ้ า ห้องนอน 2
13 วิธีทํา นับจํานวนวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ของระบบไฟฟ้าจากแบบแปลนไฟฟ้าแสงสว่างได้ดังนี้ สัญลักษณ์ รายละเอียด จํานวน โคมไฟกลม 1 36 วัตต์ 7 ชุด ดาวน์ไลท์ 25 ชุด โคมนีออน 1 36 วัตต์ 3 ชุด สวิตซ์ปิ ด – เปิ ด สูงจากพื้ น 1.50 ม. 14 ชุด เต้ารับมีขาดิน สูงจากพื้ น 1.50 ม. 31 ชุด เต้ารับสายอากาศโทรทัศน์ 4 ชุด เต้ารับโทรศัพท์ 4 ชุด แผงควบคุม ติดผนังสูงจากพื้ น 1.80 ม. (ตามมาตรฐานการไฟฟ้า) 1 ชุด หลักสายดินทองแดงหุ้มเหล็ก ยาว 1.50 ม. (ตามมาตรฐานการไฟฟ้า) 1 ชุด
14 ตัวอย่างที่ 7.2 จากแบบรูปตัดที่กําหนดให้ต่อไปนี้และข้อมูลตามตัวอย่างที่ 7.1 จงหาปริมาณวัสดุอุปกรณ์งาน ไฟฟ้าแสงสว่างที่ใช้วิธีการหาปริมาณโดยการวัดความยาวภายในห้องอาหารและห้องรับแขกของอาคารพักอาศัย ชั้ นเดียว ตะเฆ่ราง / สัน เหล็ก 2C -200×75×20 ×3.2 มม. อกไก่ เหล็ก 2C -200×75×20 ×3.2 มม. จันทันเหล็ก C -125×50×20 ×3.2 มม. ดั้งเหล็ก 2C -150×50×20 ×3.2 มม. กระเบื้องหลังคาลอนคู่ (ระบุสีและรุ่นภายหลัง) อเสเหล็ก 2C -150×75×20 ×3.2 มม. เชิงชาย ไม้เนื้อแข็ง 1 1/8”×8”แปสําหรับกระเบื้องลอนคู่ @ 0.50 ม. รูปตัด ห้องนอน รับแขก ระดับพื้ น + 0.85 ระดับดิน + 0.00 ระดับหลังอเส + 4.15 ระดับหลังอกไก่ + 6.55
15 รายละเอียดข้อกําหนดเกี่ยวกับงานไฟฟ้าแสงสว่าง สายวงจรย่อยแสงสว่าง สายแยกจากสวิตซ์เข้าดวงโคม และสายดินใช้สาย IEC 01 ขนาด 2.5 ตร.มม. เดินในท่อร้อยสาย อโลหะชนิดยูพีวีซี (uPVC) สายวงจรย่อยเต้ารับไฟฟ้า สายระหว่างเต้ารับไฟฟ้า และสายดินใช้สาย IEC 01 ขนาด 2.5 ตร.มม. เดินในท่อร้อยสายอโลหะ ชนิด ยูพีวีซี (uPVC) วิธีทํา 1. ศึกษารายการประกอบแบบ และรูปตัดอาคาร เพื่อให้ทราบข้อมูลดังนี้ ความสูงจากพื้นชั้นที่ 1 ถึงระดับฝ้าเพดาน = 3.30 เมตร ความสูงของตู้แผงเมนสวิตซ์สูงจากพื้น = 1.80 เมตร ความสูงของสวิตซ์จากพื้น = 1.50 เมตร สายเมนวงจรย่อย ขนาด = 2.50 ตร.มม. (สาย IEC 01) สายวงจรย่อยแสงสว่างและเต้ารับ = ขนาด 2.50 ตร.มม. (สาย IEC 01) ระยะแนวดิ่ งของตู้แผงเมนสวิตซ์ = ความสูงจากพื้นถึงฝ้าเพดาน -ความสูงของตู้แผงเมนสวิตซ์ จากพื้น = 3.30 -1.80 = 1.50 เมตร ระยะแนวดิ่ งของสวิตซ์ = ความสูงจากพื้ นถึงฝ้าเพดาน -ความสูงของสวิตซ์จากพื้ น = 3.30 -1.50 = 1.80 เมตร ท่อร้อยสายไฟฟ้าทั้ งหมด = ท่ออโลหะชนิด uPVC หมายเหตุ สายไฟฟ้าชนิด IEC 01 นิยมเรียกว่า “สาย THW” เป็ นสายไฟฟ้าชนิดแกนเดียว ใช้ในงาน ติดตั้ งเดินสายไฟฟ้าทัวไป นิยมนํามาเดินสายไฟฟ้าแบบร้อยท่อ ่ ห้ามใช้งานเดินสายไฟฟ้าร้อยท่อฝัง ดินหรื อฝังดินโดยตรง การเดินสายระบบไฟฟ้าแสงสว่างด้วยสายไฟฟ้าชนิดนี้แต่ละจุดจะใช้ สายไฟฟ้า 2 เส้น ได้แก่ สายไฟฟ้า และสายดิน ดังนั้น ปริมาณสายไฟฟ้าทั้งหมด = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ง) ×2
16 กําหนดจุดเดินสายไฟฟ้าเพื่อติดตั้ งดวงโคมภายในอาคารตามสวิทซ์แต่ละจุดดังรูป ครัว แปลนไฟฟ้าแสงสว่าง อาหาร ห้องนอน 3 รับแขก ห้องนํ้ า ห้องนอน 1 เฉลียง ซักล้าง ห้องนํ้ า ห้องนอน 2 จุดที่ 2 จุดที่ 1 จุดที่ 3 จุดที่ 4 จุดที่ 5
17 3. หาปริมาณวัสดุโดยแยกตามจุดที่กําหนดไว้ 3.1 ภายในห้องนอน จุดที่ 1 (ต่อจากแผงเมนสวิตซ์) 1) เขียนเส้นแนวเดินสายไฟฟ้าเพื่อติดตั้ งดวงโคมและวัดความยาวตามแนวเส้นประ ดังรูปต่อไปนี้ ครัว แปลนไฟฟ้าแสงสว่าง อาหาร ห้องนอน 3 รับแขก ห้องนํ้ า ห้องนอน 1 เฉลียง ซักล้าง ห้องนํ้ า ห้องนอน 2 จุดที่ 1
18 2) หาความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า ความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า = ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง ความยาวแนวราบ = ระยะจากตู้แผงเมนสวิตซ์ถึงตําแหน่งสวิตซ์และดวงโคม = 3.50 + 3.50 = 7 เมตร ความยาวแนวดิ่ งของตู้แผงเมนสวิตซ์ = ความสูงฝ้าเพดาน -ความสูงของตู้แผงเมนสวิตซ์จากพื้น = 1.50 เมตร ความยาวแนวดิ่ งของสวิตซ์ = ความสูงฝ้าเพดาน -ความสูงของสวิตซ์จากพื้น = 1.80 เมตร ความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า = 7 + 1.50 + 1.80 = 10.30 เมตร ตอบ 3) หาความยาวของสายไฟฟ้า 3.1) สายเมนวงจรย่อย ชนิด IEC 01 ขนาด 2.50 ตร.มม. ความยาวของสายไฟฟ้าจากตู้แผงเมนสวิตซ์- ตําแหน่งสวิตซ์ = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) ×2 = (3.50 + 1.50) ×2 = 10 เมตร ตอบ 3.2) สายวงจรย่อย ชนิด IEC 01 ขนาด 2.50 ตร.มม. ความยาวของสายไฟฟ้าจากตําแหน่งสวิตซ์ - ดวงโคม = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) ×2 ความยาวแนวราบ = ระยะจากดวงโคมแต่ละจุด ถึงตําแหน่งสวิตซ์ = 3.50 เมตร ความยาวแนวดิ่ ง = จํานวนจุดของสวิตซ์×ระยะแนวดิ่ งของสวิตซ์ = 1×1.80 = 1.80 เมตร ความยาวของสายไฟฟ้า = (3.50+ 1.80) ×2 = 10.60 เมตร ตอบ
19 3.2 ภายในห้องนอน จุดที่ 2 (ต่อจากจุดที่ 1) 1) เขียนเส้นแนวเดินสายไฟฟ้าเพื่อติดตั้ งดวงโคมและวัดความยาวตามแนวเส้นประ ดังรูปต่อไปนี้ 2) หาความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า ความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า = ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง ครัว แปลนไฟฟ้าแสงสว่าง อาหาร ห้องนอน 3 รับแขก ห้องนํ้ า ห้องนอน 1 เฉลียง ซักล้าง ห้องนํ้ า ห้องนอน 2 จุดที่ 2 จุดที่ 1
20 ความยาวแนวราบ = ระยะจากตําแหน่งสวิตซ์ถึงดวงโคมแต่ละจุด = 1.00 + 3.50 + 3.50 +3.50 = 11.50 เมตร ความยาวแนวดิ่ ง = ความสูงฝ้าเพดาน -ความสูงของสวิตซ์จากพื้ น = 1.80 เมตร ความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้าทั้ งหมด = 11.50+ 1.80 = 13.30 เมตร ตอบ 3) หาความยาวของสายไฟฟ้า สายวงจรย่อย ชนิด IEC 01 ขนาด 2.50 ตร.มม. ความยาวของสายไฟฟ้า = ความยาวของสายไฟฟ้าจากตําแหน่งสวิตซ์ - ดวงโคม = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) ×2 ความยาวแนวราบ = ระยะจากดวงโคมแต่ละจุด ถึงตําแหน่งสวิตซ์ = 1.00 + 3.50 + 3.50 +3.50 = 11.50 เมตร ความยาวแนวดิ่ ง = จํานวนจุดของสวิตซ์×ระยะแนวดิ่ งของสวิตซ์ = 1×1.80 = 1.80 เมตร ความยาวของสายไฟฟ้าทั้ งหมด = (11.50+ 1.80) ×2 = 26.60 เมตร ตอบ
21 3.3 ภายในห้องรับแขก จุดที่ 3 (ต่อจากแผงเมนสวิตซ์) 1) เขียนเส้นแนวเดินสายไฟฟ้าเพื่อติดตั้ งดวงโคมและวัดความยาวตามแนวเส้นประ ดังรูปต่อไปนี้ 2) หาความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า ความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า = ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง ครัว แปลนไฟฟ้าแสงสว่าง อาหาร ห้องนอน 3 รับแขก ห้องนํ้ า ห้องนอน 1 เฉลียง ซักล้าง ห้องนํ้ า ห้องนอน 2 จุดที่ 3 5.00 3.50
22 ความยาวแนวราบ = ระยะจากตู้แผงเมนสวิตซ์ถึงตําแหน่งสวิตซ์จุดที่ 3 และดวง โคม = 3.50 + 5.00 + 1.00 + 3.50 = 13 เมตร ความยาวแนวดิ่ งของตู้แผงเมนสวิตซ์ = ความสูงฝ้าเพดาน -ความสูงของตู้แผงเมนสวิตซ์จากพื้น = 1.50 เมตร ความยาวแนวดิ่ งของสวิตซ์ = ความสูงฝ้าเพดาน -ความสูงของสวิตซ์จากพื้น = 1.80 เมตร ความยาวของท่อร้อยสายไฟฟ้า = 13 + 1.50+ 1.80 = 16.30 เมตร ตอบ 3) หาความยาวของสายไฟฟ้า 3.1) สายเมนวงจรย่อย ชนิด IEC 01 ขนาด 2.50 ตร.มม. ความยาวของสายไฟฟ้าจากตู้แผงเมนสวิตซ์- ตําแหน่งสวิตซ์ = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) ×2 = (3.50 + 5.00 + 1.50) ×2 = 20 เมตร ตอบ 3.2) สายวงจรย่อย ชนิด IEC 01 ขนาด 2.50 ตร.มม. ความยาวของสายไฟฟ้าจากตําแหน่งสวิตซ์ - ดวงโคม = (ความยาวแนวราบ + ความยาวแนวดิ่ ง) ×2 = (1.00 + 3.50) ×2 = 9 เมตร ตอบ