The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pim sawinee, 2023-05-27 02:36:29

Phrasomdej

82 ประวัติพระสมเด็จเขียว หรือพระสมเด็จปี ระกา อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน “ พระสมเด็จเขียว ” หรือ “ พระสมเด็จปี ระกา ” ที่ประชาชนโดยทวั่ ไปเรียกเป็นชื่อและกล่าวขานถึง นนั่คือ พระสมเด็จวัดระฆังที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ท่านได้จัดสร้างไว้ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๐๗ อายุ ๗๖ ปี ๕๘ พรรษา เมื่อท่านได้รับสมณศักดิ์เป็ น " สมเด็จพระพุฒาจารย์" อนัเป็นช่วงเวลาที่ท่านได้จัดสร้างพระสมเด็จวัดพระแก้วด้วยเช่นกัน ส่วนพระสมเด็จชุดนีจ้ะสร้างที่วัดระฆัง หรือวัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) ก็มิอาจทราบได้ แต่ถ้าให้วิเคราะห์ก็น่าจะสร้างที่วัดระฆังและส่วน หนึ่งน าไปบรรจุกรุที่วัดพระแก้ววังหน้า เพราะในเวลานั้น (ปี พ.ศ. ๒๔๐๘ – ๒๔๑๒) เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหา โกษาธิบดี(ข า บุนนาค) เจ้าคุณกรมท่าในสมัยรัชกาลที่๔ เจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี(ท้วม บุนนาค) เจ้า คุณกรมท่าในสมัยรัชกาลที่๕ อนัเป็นต าแหน่งที่ประชาชนในสมัยน้ันเรียกขาน (แต่ต าแหน่งทางราชการที่แท้จริงทั้ง เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี(ข า บุนนาค) และเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี(ท้วม บุนนาค) คือ ต าแหน่งเสนาบดีกรมคลังซึ่งในขณะน้ันดูแลกรมท่าด้วย เพิ่งมาแยกใน ปีพ.ศ. ๒๔๑๘ เป็นกระทรวงการ ต่างประเทศ) และกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญสถานมงคล (วังหน้า) ได้ร่วมกันสร้างพระสมเด็จวัดพระแก้ว แต่ที่ น่าแปลกกเ็พราะว่ามีพระสมเด็จสกุลนีส้่วนหนึ่งถูกเกบ็ ไว้ในวิหารน้อยที่วัดระฆังฯ ด้วยเช่นกนั พระสมเด็จเขียวชุดน้ีจะมีพุทธศิลป์เน้ือมวลสารถึงยุค คือ องค์พระสวยงามไดส้ ัดส่วนพบท้งัแบบพิมพ์ สมยัใหม่และแบบพิมพโ์บราณของวดัระฆงัคือพิมพช์ ิ้นเดียว และพิมพส์องชิ้นแบบยกถอด ส่วนเน้ือมวลสารมี ความละเอียดแก่ปูนแขง็แกร่งแต่หนึกนุ่มดูซ้ึงเมื่อผา่นการใชใ้นระยะเวลาหน่ึง (บางท่านอาจคิดวา่เป็นพระสมเด็จบาง ขุนพรหม) สีขององค์พระออกเป็ นสีเขียวเข้ม และสีเขียวก้านมะลิ อันเนื่องมาจากการสร้างที่มีการพัฒนาทรงพิมพ์เน้ือมวลสาร แต่กลับปรากฏคราบไขสวยงามอันเป็น เอกลักษณ์ที่ส าคัญประการหน่ึงของพระสมเด็จวัดระฆัง ส่วนที่มาของสีเขียวน้ัน พระอาจารย์จิ้ม กันภัย (พระภิกษุวงศ์ สุธรรมโม) ซึ่งท่านเป็ นศิษย์ของหลวงปู่ นาค แห่งวัดระฆัง ได้เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่าได้น าวัสดุ อุปกรณ์สีที่ท าเครื่องกังไสลายครามมาจากประเทศจีนผสมกับปูนเพชร หรือปูนเปลือกหอยตามสูตรที่ได้รับการ ปรับปรุงในการสร้างพระสมเด็จวดัระฆงัในยุคทา้ยๆ และไดเ้ล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกว่าในสมัยยุคแรกๆก็ได้มีการสร้าง พระสมเด็จวดัระฆงัที่มีวรรณะสีเขียวเหมือนกนัแต่ต่างกนัตรงสีที่ใชน้ ้นัมาจากพืช


83 โดยการใช้ต้นต าลึง และ ตน้คระไคร้นา มาค้นัจนไดน้ ้า สีเขียวนา มาผสมกบัส่วนผสมตามสูตร สร้างเป็นพระ สมเด็จวรรณะสีเขียวซ่ึงสามารถนา มาแช่ทา น้า มนต์รักษาโรคได้โดยเฉพาะโรคอหิวา (โรคห่า) จากน้ันก็จะมีการ สร้างจากหินลับมีดโกนที่สึกกร่อนจากการลับมีดที่ใช้ปลงผมพระ น ามาย่อยสลายด้วยการต าบดให้ละเอียดจัดสร้าง เป็นพระสมเด็จวดัระฆงัเน้ือหินลบัมีดโกนข้ึน พระชุดน้ี(พระสมเด็จเขียว หรือ พระสมเด็จปีระกา) มีท้งัหมดหก พิมพ์ไดแ้ก่พิมพป์ระธาน พิมพท์รงเจดีย์พิมพป์รกโพธ์ิ(ปรกโพธ์ิเม็ดและปรกโพธ์ิใบ) พิมพส์ ังฆาฏิ(มีหูและไม่ มีหู) พิมพ์ฐานคู่ และพิมพ์ฐานแซม จ านวนการสร้างประมาณหนึ่งหมื่นองค์ เหตุแห่งความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนเป็นอย่างยิ่งต่อพระสมเด็จชุดน้ีก็เมื่อคร้ังเกิดอหิวา หรือโรคห่า ระบาดใหญ่ ในวันเสาร์ เดือน ๗ ปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ในสมัยต้นรัชกาลที่ ๕ เกิดระบาดนานถึง ๓๐ วัน มีผู้คนล้มตาย เป็ นอันมากไม่ว่าเจ้า ไม่ว่านาย บ่าว ไพร่ และประชาชนโดยทวั่ ไป ตามพระราชพงศาวดารบนัทึกไวว้า่มีคนตายดว้ย โรคน้ีเป็นจา นวนถึงหลายหมื่นคน จนมีเรื่องเล่ากนัว่าสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสีไดไ้ปเขา้ฝันประชาชน ให้อาราธนาพระสมเด็จฯมาทา น้า มนต์ดื่มกิน และ ดว้ยความศกัด์ิสิทธ์ิผูท้ี่ดื่มน้า มนตน์ ้ีหายจากโรคอหิวาได้อย่างน่า อศัจรรยย์งิ่ จึงมีชาวบา้นจากทวั่ทุกสารทิศมาที่วดัระฆงัเป็นจา นวนมาก พระสมเด็จที่ถูกเก็บไวท้ี่วิหารนอ้ยจา นวนหลาย พนัองคถ์ูกแจกจ่ายให้กบั ประชาชนโดยทวั่ ไปจนหมด จึงเกิดการซ้ือขายข้ึนกล่าวกนัว่าราคาขายในขณะน้ันเพียง องคล์ะหน่ึงถึงสามตา ลึงเท่าน้นั นอกจากน้นัยงัมีอาจารยแ์ละผรูู้้อีกหลายท่านไดเ้ขียนไวใ้นหนงัสือหลายเล่ม รวมท้งั กล่าวดว้ยประสบการณ์ว่าหลงัจากที่โรคอหิวาน้ีสงบลง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้เจา้อยู่หัว รัชกาลที่๕ ได้ มอบพระสมเด็จชุดน้ีจา นวนหน่ึงใหแ้ก่พระบรมวงศานุวงศ์ขา้ราชการ ประชาชนโดยทวั่ ไปเพื่อไวป้ ้องกนั โรค และ แสดงอทิธิคุณ และพุทธคุณในทางรักษาโรคภัยไข้เจ็บ


84 มงคลแห่งพระสมเด็จ อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน พระสมเด็จในสกุลแห่งพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี จะแสดงพุทธคุณ และอิทธิคุณ ตามพระ สูตรคาถามูลกจัจายน์มหาราช ตรีนิสิงเห อิทธะเจ ปถมงัพุทธคุณ หกประการ การสวดพระสูตรคาถาน้นัจะตอ้ง สวดจากหนา้ไปทา้ยและจากทา้ยมาหนา้จึงถือเป็นสา เร็จในพระสูตรคาถาน้นัๆ และจะแสดงผลทางพุทธคุณและอิทธิ คุณ ดงัน้ี ๑. เมตตามหานิยมผู้คนรักใคร่ นับถือ ๒.แคลว้คลาด และอยยู่งคงกระพนัตลอดจนถอนคุณไสยสิ่งอวมงคลท้งัมวล ๓. ความเจริญรุ่งเรืองค้าขายดี ๔. มีอ านาจ วาสนา บารมี ๕. รักษาโรค และสุขภาพกายใจสมบูรณ์ อายุยืนยาว ๖. อุดมไปด้วยโภคสมบัติบังเกิดลาภผลพูนทวี ผู้ที่จะได้รับสิริมงคลนี้จะต้องเป็นผู้ที่ยึดมั่นในคุณอันประเสริฐแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสีและที่ ส าคัญยิ่งคือต้องเป็นผู้ประพฤติดีทั้งกาย วาจาและใจ พุทธคุณ และอทิธิคุณ “พุทธคุณ” คือ คา กล่าวพรรณนาคุณของพระพุทธเจา้หรือการกล่าวถึงคุณความดีของพระพุทธเจา้การเริ่มบทสวด ที่จะเจริญพระสูตรคาถาใดๆในสมยัโบราณจะตอ้งเริ่มจากบทสวดในการกล่าวคา พรรณาคุณของพระพุทธเจา้ก่อน เสมอ (พระสูตรคาถามูลกัจจายน์) “อิทธิคุณ” คือ พระคาถาในทางไสยศาสตร์ หรือไสยเวทท้งัสองดา้นคือขาวและดา จึงปรากฏความเป็นสิริมงคลท้งัสองส่วนน้ีในสกุลพระสมเด็จอยา่งอเนกอนนัต์


85 พระบรมครูเทพโลกอุดร อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน พระบรมครูเทพโลกอุดร หรือ พระอุตระเถระตามหลักฐานบันทึกในหนังสือมหาวงศ์ พงศาวดารลังกาพ.ศ. ๓๐๓ และค าบรรยายของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ อดีตภัณฑารักษ์เอก กรมศิลปากร และตามหลักฐานของวัดเพชรพลี (วัดพริบพรีเดิม)เป็ นบันทึกอักษรเทวนาคี ขุดค้นพบ ณซากศิลาวัดบัวคูบัว ต.คูบัว จ.ราชบุรี กล่าวว่าพระพุทธศาสนา ได้เริ่มแพร่เข้าสู่แคว้นสุวรรณภูมิใน พ.ศ. ๒๓๕ ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงกระท าตติยสังคายนา พระไตรปิฎก คือทา การชา ระพระไตรปิฎก๓ คร้ัง โดยในคร้ังที่สามได้อาราธนาพระโมคคลีบุตรติสสเถระเป็น ประธาน และคัดเลือกพระอรหันตเถระออกท าการเผยแพร่พระพุทธศาสนายังนานาประเทศ โดยแบ่งเป็ น ๙ คณะ และจะกล่าวเฉพาะคณะที่ ๘ที่ไปยังสุวรรณภูมิประเทศ ( พม่า มอญ เขมร ลาว รามัญ ญวน ไปจรดแหลมมลายูหรือที่ เรียกว่าอินโดจีน หรือสุวรรณภูมิ ) พระธรรมฑูตคณะที่ ๘ ประกอบด้วย ๑. พระโสณเถระ ๒. พระอุตระเถระ ๓. พระฌานียะ ๔. พระภูริยะ ๕. พระมูนียะ บรมครูพระเทพโลกอุดรคือใครเป็ นค าถามที่หาค าตอบที่สมบูรณ์ยังไม่ได้ เพราะท่านจะสอนลูกศิษย์เสมอว่า “ อดีต เป็ นเรื่องที่ผ่านพ้นไปแล้วไม่ต้องน ามาคิด อนาคต เป็ นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง ไม่ควรไปสนใจให้เสียเวลาปัจจุบัน ส าคัญที่สุดให้เร่งศึกษา เร่งปฏิบัติ”เมื่อถามถึงชื่อท่าน ท่านก็จะไม่ตอบแต่จะบอกว่าอย่ามัวไปเสียเวลากับชื่อ ให้เร่ง ปฏิบตัิเป็นการตอกย้า ว่าช่วงเวลาของชีวิตน้ีน้อยนักไม่เพียงพอแก่การปฏิบตัิอยู่แลว้อย่ามวัไปเสียเวลากบัการไม่ ปฏิบตัิอยเู่ลยชื่อที่เรียกท่านอยทูุ่กวนัน้ีจึงเป็นชื่อสมมุติที่ท่านวังหน้าหรือสมเด็จวังหน้ากรมพระราชวังบวรมหาสุรสิง หนาท (บุญมา)พระอนุชาในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ รัชการที่ ๑ แห่งปฐมบรมจักรรีวงศ์เป็ นผู้เรียกท่าน บางท่าน บอกว่า


86 บรมครูพระเทพโลกอุดรคือพระมหาโพธิศรีอุดมซ่ึงชื่อน้ีพระมหากสัสปะ เป็นผตู้้งัให้บิดาท่านเป็นชาวเนปาล มารดาท่านเป็ นชาวทิเบต บางท่านบอกว่า ท่านคือ ครูบาบุญทา จันทวังโส เกิดเมื่อเดือน ๗เหนือปี พ.ศ. ๑๘๓๔ บิดาชื่อคา ฝ้ัน เป็นคนศรีสัชนาลยัจงัหวดัสุโขทยัมารดาชื่อคา ขยายเป็นคนจงัหวดัลา พูน มรณภาพเมื่อปีพ.ศ. ๑๙๒๐ อายุ ๘๖ ปี อัฐิของท่านเก็บไว้ที่พระธาตุ (เจดีย์) วัดสันป่ ายางหลวง อ. เมือง จ. ล าพูนบางท่านบอกว่าท่านคือ หลวงปู่ ค าแพง ค าภาวนาถึงท่านใช้ค าว่า “ โอทาตัง ” บางท่านบอกว่าท่าน คือ หลวงปู่ เดินหน ค าภาวนาถึงท่านใช้ค าว่า “อิ เกสาโร อกาวิติ นโมพุทธายะ” เป็ นคน อ. เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรีบิดาเป็ นคนจีน มารดาเป็ นคนไทย ท่านได้ มรณภาพไปแล้ว เมื่อ ๖๐ กวา่ ปีก่อนสังขารของท่านอยทู่ ี่ถ้า ละวา้จ.กาญจนบุรีในท่านงั่สมาธิ ฝ่ ายหนึ่งเชื่อว่าท่านได้มรณภาพ ไปแล้วเพราะไม่เชื่อว่าพระจะมีอายุยืนยาวหลายร้อยปี ด้วยเหตุผลแม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสุดยอดแห่งพระภิกษุ ในโลกน้ียังมรณภาพ เคยมีลูกศิษย์ของท่านถามท่านว่า ท่านอายุเท่าไรแล้วท่านได้กรุณาบอกลูกศิษย์ว่า ไม่ได้จ า จ า ไดแ้ต่ว่าเมื่อตอนสร้างประปรางคล์พบุรีน้นัท่านไดม้ายืนดูเขาสร้างอยู่ประกอบกบัเหตุผลดงักล่าวขา้งตน้ จึงมีผู้เชื่อ ว่าท่านมรณภาพแล้วมีกำรเชิญดวงวิญญำณท่ำนประทับทรง ซึ่งมีหลำยส ำนักทรงอยู่ มีทั้งทรงจริงทรงไม่จริง เป็ น เรื่องของศรัทธำ ท่ำนผู้อ่ำนต้องพิสูจน์เอำเองเห็นจริงแล้วจึงค่อยเชื่อ อันเป็ นหลักธรรมค ำสอนของพระพุทธศำสนำ”


87 พระสมเด็จวัดพระแก้ว พระในสกุลพระสมเด็จที่ควรครอบครอง อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ความต้องการที่จะได้ครอบครองพระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ดูจะเพิ่มมากข้ึนเป็นทวีคูณ แต่ดว้ยเหตุแห่งความเชื่อ และค่านิยม ที่ถูกหล่อหลอมด้วยแนวทางของพุทธพาณิชย์มา ยาวนานจึงทา ให้โอกาสในการครอบครองพระสมเด็จมีนอ้ยลง โดยมีขอ้จา กดัท้งัทางดา้นจา นวน และราคาที่สูง ซ่ึง ในอันที่จริงแล้วพระสมเด็จในสกุลสมเด็จมีมากมายหลายร้อยพิมพ์มีจ านวนมากกว่าแสนองค์ ล้วนมีพุทธคุณ และ อิทธิคุณเท่าเทียมกันทุกประการและหนึ่งในสกุลพระสมเด็จที่ผู้เขียนอยากจะพุดถึงก็คือพระสมเด็จวัดพระแก้ว พระสมเด็จวัดพระแก้ว คือ พระสมเด็จวังหน้า หรือ พระสมเด็จกรมท่า เป็ นพระสมเด็จที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสีท่านไดส้ร้าง และจดัสร้าง ถึงสองคร้ังคือในปีพ.ศ.๒๔๐๘ และ ปีพ.ศ.๒๔๑๑ พระสมเด็จชุดน้ี จัดเป็ นพระสมเด็จที่ได้รับการพัฒนาการแกะพิมพ์แม่แบบ และพัฒนาสูตรโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในหลายด้าน โดย เจ้าฟ้าอิสราพงศ์ หลวงวิจิตรนฤมล (พึ่ง จิตรปฏิมากร เป็ นต้นสกุลจิตรปฏิมากร) หลวงวิจารเจียรนัย และช่างหลวง จากสกุลช่างสิบหมู่ พุทธศิลป์ ทรงพิมพ์เป็ นลักษณะพิมพ์โบราณและการแกะพิมพ์แม่แบบสมัยใหม่ จึงมีความวิจิตร งดงาม ไดส้ ัดส่วน เน้ือมวลสารมีความละเอียดจากการใช้เครื่องบดแทนการใช้ครกตา สูตรการทา มีการพฒันาไป มากจึงทา ใหม้ีการยึดเกาะตวัของมวลสารสูง หนึกนุ่มดูชุ่มช้ืนแต่แขง็แกร่งมีน้า หนัก และมีความคงทน มีการลงชาด จอแสสีแดง รักสมุกสีดา รักน้ าเงินจากพม่า มวลสารอนัเป็นมงคลยิ่งด้วยผงแร่รัตนชาติผงทองนพคุณ ผงแร่ เหลก็ไหล และผสมสีที่เป็นมงคลซ่ึงเป็นสีที่นา มาจากประเทศจีน และในประเทศยโุรปหลายประเทศ อีกท้งัดา้นหลงั ขององค์พระยังได้ประทับตราลญัจกร และสัญลกัษณ์ต่างๆ ซ่ึงท้งัหมดโดยรวมเป็นการบ่งบอกถึงศิลปะช้นัสูงในการ สร้างพระสมเด็จชุดน้ีโดยในสมยัน้นัมีเจตนามอบให้แด่พระบรมวงศานุวงศ์ขา้ราชการช้นัผใู้หญ่บุคคลสา คญัของ บ้านเมือง และสืบทอดพระพุทธศาสนาเป็ นส าคัญ โดยพิธีพุทธาภิเษกเป็ นพิธีหลวงตามโบราณราชประเพณี จึงเปี่ ยม ล้นไปด้วยพุทธคุณ และอิทธิคุณอย่างอเนกอนันต์


88 โดยสรุป พระสมเด็จวดัพระแกว้น้ีมีความเป็นเลิศสี่ดา้นดว้ยกนั คือ หนึ่ง ผู้สร้างและผู้จัดสร้างถึงพร้อมด้วยคุณความดี สอง เน้ือมวลสารมีความเป็นมงคลอนัเป็นเลิศ สาม พระสูตรคาถาอันเป็ นมงคลสูงสุด สี่ พิธีพุทธาภิเษกเป็ นพิธีหลวงที่สมบูรณ์แบบตามโบราณราชประเพณี ทุกท่านที่มีจิตรศรัทธายึดมนั่ในคุณความดีแห่งสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสีควรหาไวค้รอบครอง เพราะราคายงัไม่สูงนักต่อไปภายภาคหน้าราคาจะสูงข้ึนเท่าเทียมกบัพระสมเด็จวดัระฆงัและที่ส าคญัถึงแมจ้ะมี ทรัพยส์ ินมากมายสักเพียงใดก็อาจจะไม่ไดค้รอบครองพระชุดน้ีอนัเนื่องดว้ยจา นวนพระสมเด็จวดัพระแกว้ที่หลุด จากกรุสู่ภายนอกมีจา นวนไม่เกินสามพนัองคอ์ีกท้งัผทู้ี่ครอบครองอยในปัจจุบันก็เก็บรักษาไว้เป็ นอย่างดี ู่


89 พระสมเด็จวัดพระแก้วกับความเชื่อมากกว่าเหตุผล อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน วนัน้ีอยากจะคุยกบัท่านในเรื่องของพระสมเด็จวดัพระแกว้ที่ในปัจจุบนัน้ีไดร้ับความนิยมเพิ่มข้ึนอยา่งรวดเร็ว รวดเร็วจนมีการปลอมกันอย่างเป็ นล ่าเป็ นสัน และวิธีการปลอมก็มีแตกต่างกัน บางรายได้ใจถึงขนาดจะสร้างพระใน ตระกูลน้ีข้ึนมาใหม่โดยอา้งว่าใช้พระสมเด็จวดัพระแกวที่หักช ารุดมาบดและผสมกับมวลสารวิเศษตามที่จะพูดให้ ้ เกิดความศรัทธาข้ึนมาใหม่ โดยใชก้ารสะสมความศรัทธาและความเชื่อมานาน จากบุคคลที่ศรัทธาพระสมเด็จใน สกุลน้ี(ที่ว่าใชพ้ระสมเด็จวดัพระแกว้ที่หักชา รุด ผมอยากจะต้งัคา ถามว่าเอามาจากไหนก็ในเมื่อที่ขายอยู่มีแต่ของ ปลอมท้งัน้นั ) ในเรื่องน้ีผมอยากให้ท่านไดก้รุณาศึกษาและใช้ความรู้ให้มากๆ มากกว่าความเชื่อและความศรัทธาเพราะ พระปลอมจะไม่มีค่าใดๆเลย ไม่มีพุทธคุณ ไม่มีอิทธิคุณ มีเพียงรูปซึ่งเป็ นนามแต่ด้วยเจตนาอันเป็ นอมงคลจึงมีค่า เพียงกอ้นดินกอ้นหินเท่าน้นัมีหลายท่านโทรศัพท์มาคุยกับผมว่าแล้วท าไมพระปลอมถึงขายได้ และขายดีกว่าพระ แท้คา ตอบอยู่ที่เรื่องของราคาเป็นหลกับางคนเห็นว่าราคาถูกไม่แทก้ ็ไม่เป็นไรเสียเงินไปเพียงเล็กน้อยเท่าน้ัน ประการต่อมาคือเรื่องของการเขา้ถึงองคค์วามรู้และฐานขอ้มูล เรื่องน้ีผมพูดเสมอว่าตอ้งศึกษาข้อมูลอันเป็ นความรู้ ต่างๆอยา่งรอบดา้นแลว้นา มาพิจารณาเทียบเคียงปฏิบตัิอยา่งน้ีบ่อยๆก็จะรู้จกัพระแท้ประการสุดทา้ยคือในเรื่องของ ความเชื่อ และวิธีการของผู้ขายพระปลอมอย่างที่ผมว่าบางคนสร้างศรัทธาอย่างค่อยเป็ นค่อยไปจนเราเกิดความเชื่อ เมื่อเกิดความเชื่อทุกอย่างก็ง่าย วิธีการของผูข้ายพระปลอมเช่นน้ีผมว่ามีอนัตรายต่อผูท้ี่ศรัทธาในสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสีเป็นอยา่งยงิ่เราคงตอ้งช่วยกนั ป้องกนัครับ อนัว่าสมเด็จวดัพระแกว้น้ีต่อไปในกาลขา้งหนา้จะหาพระแทไ้ม่ไดถ้า้จะเหลือเพียงแต่ของปลอมเท่าน้นัก็ ด้วยมูลเหตุส าคัญปัจจัยเดียวคือ มีพระอยู่ไม่ถึงสามพันองค์ที่หลุดออกมา และส่วนหนึ่งก็อยู่กับผู้ที่เห็นคุณค่าและ ความส าคัญไม่มีวันที่จะปล่อยออกมาอย่างเด็ดขาด และถ้าถามว่าแล้วแปดหมื่นสี่พันองค์อันเป็ นหลักการสร้างพระ ตามพระธรรมขันธ์อยู่ที่ไหน ตอบได้ว่าอยู่ในสถานที่ส าคัญๆที่วัดพระแก้วและผมเชื่อว่าวันหนึ่งคงเอาออกมาให้ ประชาชนที่ศรัทธาได้บูชา ท้ายสุดผมต้องขอขอบคุณหลายๆท่านที่ได้มาแลกเปลี่ยนความรู้อย่างกัลยาณมิตรอันเป็นสิ่งที่สังคมไทย ต้องการ ทรัพย์สินเงินทองก็เป็ นเรื่องส าคัญแต่จิตใจที่ดีงามส าคัญกว่าเพราะท าให้คนในสังคมอยู่กันได้อย่างมี ความสุขครับ ผมกา ลงัแบ่งปันสิ่งที่ท่านเคารพบูชาแมจ้ะมีมูลค่าบา้งแต่ก็ต้งัอยบู่นความเหมาะสมและเป็นธรรม


90 พระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ที่มีความหมายทางพุทธศาสนา อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน ความเป็ นมาของพระสมเด็จวัดพระแก้วผมได้เขียนบทความไว้ค่อนข้างมากเพื่อให้ได้เป็ นฐานข้อมูลใน การศึกษาคน้ควา้กนัต่อไป วนัน้ีผมจะเขียนเรื่องพระสมเด็จวดัพระแกว้พิมพท์ ี่มีความหมายทางพุทธศาสนาให้ทุก ท่านได้เข้าใจ พระสมเด็จวัดพระแก้วที่สร้าง และจัดสร้าง ใน ปี พ.ศ.๒๔๑๑ และ ปี พ.ศ.๒๔๒๕ โดยสมเด็จพระสมเด็จพระ พุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มีมากมายหลายร้อยพิมพ์สามารถแบ่งเป็ นพิมพ์ที่มีความนิยมเช่นเดียวกับพระสมเด็จวัด ระฆัง และบางขุนพรหม และพิมพ์ที่ไม่นิยม ที่เรียกกันว่า “พิมพ์พิเศษ” ค าว่าพิมพ์พิเศษจัดได้ว่าเป็ นประโยคที่นัก นิยมพระสมเด็จใช้เรียกขานในกรณีที่พระชุดน้ันไม่ได้อยู่ในความนิยมตามที่สังคมพระเล่นกัน แต่ยอมรับด้วย เหตุผลที่ว่าเนื้อมวลสารใช่ความเก่าได้แต่พิมพ์ไม่ใช่หรือไม่รู้จักพิมพ์ เช่น เดียวกับพระสมเด็จกรุวัดพระแก้วที่ได้ พบน้ันจะประกอบไปดว้ยพระสมเด็จพิมพต์ ่าง ๆ คล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆัง บางขุนพรหม เกศไชโย ส่วนพิมพ์ นอกเหนือจากน้นัเช่น พิมพพ์ุทธประวตัิพิมพล์อ้จากแบบพระที่มีความนิยมในยคุต่าง ๆ และพิมพอ์ื่น ๆ ผมจะไม่ เรียกว่าพิมพ์พิเศษแต่ผมจะเรียกว่า “ พมิพ์ที่มีความหมายในทางพุทธศาสนา ” ส าหรับพระสมเด็จวัดพระแก้วพิมพ์ที่ มีความหมายทางพุทธศาสนาน้ีเน้ือมวลสาร อายุความเก่าที่เป็นไปตามธรรมชาติรักสมุกสีดา สีน้า เงิน สีเหลือง ชาดจอแส ลว้นเป็นชนิดเดียวกนัท้งัหมดเพราะจดัสร้างในคราวเดียวกนัเป็นยคุ ๆ แต่แปลกตรงที่แม่แบบของพิมพแ์ต่ ละพิมพ์ส่วนใหญ่ก็มีลักษณะเป็ นพิมพช์นิดเก่าคือแบบพิมพโ์บราณ ได้พบลักษณะของพิมพ์แบบใหม่ไม่มากนัก ผมได้น าเข้าไปเทียบเคียงกับพิมพ์พิเศษของพระสมเด็จวัดระฆัง จากหนังสือของท่านอาจารย์ พ.ต.ต.จ าลอง มัลลิกะนาวิน เห็นว่ามีลักษณะที่เหมือนกันเป็ นส่วนใหญ่จะแตกต่างกัน ก็ในแง่ของเน้ือมวลสาร ที่น ามาจากสถานที่ส าคัญต่าง ๆ หลายประเทศ และรัก ชาด ลัญจกรที่พิมพ์ไว้ด้านหลัง เท่าน้ันที่เป็นเอกลกัษณ์ส าคญัของพระสมเด็จวดัพระแกว้ (พิจารณาไดว้่าใช้แบบพิมพเ์ดิมที่สภาพสมบูรณ์ตกทอด ต้งัแต่ยุคสร้างพระสมเด็จวดัระฆงัน่าจะแสดงถึงการสืบทอดพุทธศิลป์เป็นส าคญั )อีกท้งัในเรื่องของความเป็ นวิจิตร ศิลป์ ส่วนในเรื่องของพิธีการพุทธาภิเษกได้ค้นคว้าและเขียนไว้แล้วว่าพระสมเด็จวัดพระแก้วจัดเป็ นพิธีหลวงตาม โบราณราชประเพณี แต่จะอย่างไรก็ตาม พระสมเด็จในสกุลแห่งพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี จะ แสดงพุทธคุณ และอิทธิคุณ ตามพระสูตรคาถามูลกัจจายน์ มหาราช ตรีนิสิงเห อิทธะเจ ปถมัง พุทธคุณ หก ประการ ดงัน้ี


91 ๑. เมตตามหานิยมผู้คนรักใคร่ นับถือ ๒.แคลว้คลาด และอยยู่งคงกระพนัตลอดจนถอนคุณไสยสิ่งอวมงคลท้งัมวล ๓. ความเจริญรุ่งเรืองค้าขายดี ๔. มีอ านาจ วาสนา บารมี ๕. รักษาโรค และสุขภาพกายใจสมบูรณ์ อายุยืนยาว ๖. อุดมไปด้วยโภคสมบัติบังเกิดลาภผลพูนทวี ทา้ยสุดผมหวงัว่าบทความน้ีคงจะทา ให้หลาย ๆ ท่านที่ครอบครองพระสมเด็จวดัพระแกว้พิมพท์ ี่มีความหมาย ทางพุทธศาสนาต่าง ๆ ไดร้ับทราบ เขา้ใจและเกิดความมนั่ใจมากยงิ่ข้ึน


92 พระสมเด็จวัดพระแก้วปลอม อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน ในปัจจุบนัผูท้ี่ตอ้งการครอบครองพระสมเด็จดูจะเพิ่มมากข้ึนโดยไม่มีทีท่าว่าจะลดลงแต่ประการใด สาเหตุ ใหญ่ก็คงเป็ นเพราะว่าหลายๆ คนกา ลงัประสพกบั ปัญหารอบดา้นตอ้งการสิ่งที่ยดึเหนี่ยวและที่ส าคญัคือความศรัทธา ที่เปี่ยมลน้ ในอนัที่จะไดพ้ระสมเด็จไวเ้คารพกราบไหวบู้ชา พระสมเด็จคือสิ่งที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบนัสูงจนอยู่ไกล สุดสายตาสา หรับผทู้ี่มีกา ลงัทรัพยน์อ้ย นนั่เพราะเราไปยดึติดอยกู่บัสังคมพุทธพาณิชย์โดยที่เราไม่ได้ศึกษาหาความรู้ อยา่งเพียงพอ เปรียบเหมือนเรากา ลงัหลงอยกู่บัสิ่งที่เขาครอบงา จึงตกเป็นเหยอื่และขาดโอกาส วนัน้ีอยากจะขอพูดถึงพระสมเด็จวดัพระแกว้หรือที่หลายๆคนเรียกกนัวา่พระสมเด็จกรมท่า หรือพระสมเด็จ วังหน้า ที่สร้างและจัดสร้างโดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่ทรงอิทธิคุณ และทรงพุทธคุณเป็ นที่สุด เทียบเท่าพระสมเด็จวัดระฆังทุกประการ อันที่จริงไม่ว่าในเรื่ องของชีวประวัติก็มีหลายท่านได้เขียนไว้ให้อ่านและมีเหตุมีผลดี มีแหล่งอ้างอิงที่ น่าเชื่อถือ จนปัจจุบันมีคนต้องการครอบครองเป็ นจ านวนไม่น้อย แต่น่าเสียดายตรงที่ว่ายังมีอีกหลายๆ ท่านไม่ค่อย ให้ความเชื่อถือโดยไม่ศึกษาให้ถ่องแทน้ ั่นคือการเสียโอกาส ส่วนผูท้ี่ให้ความเชื่อถือและตอ้งการบูชาก็พบแต่ของ ปลอมเป็นส่วนใหญ่สาเหตุก็เพราะพระสมเด็จวดัพระแกว้ที่หลุดออกมาน้ันมีจา นวนน้อยมาก แต่ความต้องการมี สูงนั่นเอง ผมอยากจะให้ความรู้โดยลงรูปพระสมเด็จวดัพระแกว้ปลอม และวิธีการดูพระสมเด็จวดัพระแกว้อย่าง ง่ายๆเป็นเบ้ืองตน้ ไวด้งัน้ีครับ ๑. ให้พิจารณาตามหลักความเป็ นจริงของธรรมชาติ พระที่มีอายุมากกว่าร้อยปี จะต้องแห้ง แกร่ง และหนึกนุ่มเพราะใช้สูตรเดียวกับการสร้างพระสมเด็จวัดระฆัง ๒. เน้ือมวลสารของพระละเอียด พิมพท์รงคมงามชดัเจนเพราะแม่พิมพแ์ละวิธีผลิตมีความ ทนัสมยัมากข้ึนสมกบัเป็นพระที่สร้างในยคุทา้ย ๆ ๓. พระสมเด็จวัดพระแก้วผสมสีสิริมงคลที่มีชื่อว่า เบญจสิริ สีที่รวมอยู่ไม่ต ่ากว่าห้าสีจะไม่ ละลายปะปนกัน จะไม่ติดมือ และจะไม่หลุดล่วงง่ายๆ ส่วนที่เป็ นสีประจ าวันก็จะมีลักษณะเงา งาม สดใส ไม่ติดมือและไม่เป็ นขลุยเช่นกัน ๔. เรื่องของผงทองน้นัเป็นทองแทเ้รียกทองนพคุณ ผงแร่เป็นแร่รัตนชาติที่พบมีมากถึงสิบสองสี ชาด รัก จะต้องแห้งและหลุดล่วงตามกาลแห่งธรรมชาติ ๕. พระสมเด็จวัดพระแก้ว บางองค์ด้านหลังจะพบตราลัญจกร


93 (ตราสัญลักษณ์ ประจ าพระองค์ และ อื่น ๆ ) แต่ไม่มีการฝังก้างปลา พลอยหลากสี ลงเครื่องมุก ถ้าพบ คือ ของ ปลอม แค่ห้าข้อจ าง่ายๆครับ และให้พิจารณาไว้เสมอเลยนะครับว่า พระสมเด็จวัดพระแก้วของแท้น้ันมีอายุไม่ต ่า กว่าหนึ่งร้อยห้าสิบสามปี (พ.ศ.๒๕๖๖) ไม่มีใครขาย สิบบาท ยี่สิบบาท หรือสามร้อยห้าร้อยบาทหรอกครับ ปลอม ท้ังน้ัน ขอให้พจิารณาให้ดีมีสติและศึกษาหาความรู้ให้มากๆ ครับ


94 พระพมิพ์พเิศษรูปเหมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสี อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน ยังเป็ นข้อถกเถียงกันไม่รู้จบเกี่ยวกับพระสมเด็จ พิมพ์รูปเหมือน ที่บางท่านบอกว่ามีจริง บางท่านบอกไม่มี จริง หรือบางท่านบอกวา่มีจริงแต่สร้างหลงัจากท่านสิ้นแลว้และก็มีบางท่านบอกวา่มีจริงและสร้างเมื่อท่านมีชีวิตอยู่ และสร้างเมื่อท่านสิ้นแลว้ท้งัหลายท้งัปวงลว้นเป็นสิ่งที่เป็นขอ้สงสัยมานานก็คงจะยงัเป็นขอ้สงสัยต่อไปไม่มีวนัจบ สิ้น ถา้ท่านท้งัหลายเอาแต่ถกเถียงโดยไม่ค้นคว้าหาความจริงเป็ นข้อพิสูจน์ ผมเองในฐานะที่อาสาตัวเองเข้ามาศึกษา ในเรื่องน้ีไดค้น้ควา้และไดห้ลกัฐานอา้งอิงชิ้นหน่ึงเป็นขอ้เขียนของ นายแฉลม้ โชติช่วง และนายมนสัยอขนัธ์ ซ่ึงท่านมอบให้ผมเป็นอภินนัทนาการ สองท่านน้ีในวงการหรือคนเล่นพระในสมยัก่อนๆนับถือว่าเป็ นอาจารย์ที่รู้ เรื่องพระสมเด็จท้งัศาสตร์และศิลป์ท่านไดเ้ขียนไวใ้นหนงัสือ สมเด็จโต ในหนา้แรกก่อนถึงหนา้คา นา วา่...


95 พระพมิพ์พเิศษรูปเหมือนท่านโต (วัดระฆัง) อาจารย์ไพรพนา ศรีเสน องคพ์ระ เป็นรูปเหมือนท่านเจา้ประคุณ ศีรษะโต มีหูท้งัสองขา้ง นงั่ขดัสมาธิสองช้นัวงแขนขวาตรงขอ้มือ ทบัวงแขนซา้ยบนขอ้มือ มีพดัยศท้งัสองขา้ง มีเส้นอาสนะรองรับนงั่มีเส้นซุม้ผา่หวายครอบองคพ์ระ ใตท้ี่นงั่เขียน ว่า “สมเด็จโต” เป็ นพระพิมพ์สี่เหลี่ยม พิมพต์ ้ืน เน้ือจดั ขุนพิทักษ์ (นายแก้ว) เป็ นผู้เอาแม่พิมพ์มาถวายแต่ท่านโตไม่ยอมรับและพูดว่า อาตมาจะท าพระแจกต้องเป็ น รูปพระปฏิมากรไม่ใช่เอารูปฉันไปแจก ขุนพิทักษ์ก็ไม่ยอมและบอกว่าจะท าไปแจกลูกหลานโดยขอผงพระที่ปลุก เสกแล้วมากดพิมพ์เอง ท่านเจ้าประคุณไม่รู้จะท าอย่างไรเลยรับเอาแม่พิมพ์มาวางที่ถาดที่ใส่ผงที่ผสมไว้แล้ว ขุน พิทกัษข์อใหเ้ณรช่วยพิมพพ์ระ ไดไ้ปร้อยกวา่องค์ผทู้ี่มาในวนัน้นัจะไดร้ับพิมพร์ูปเหมือนทุกคน พวกบา้นช่างหล่อ ได้ไปสี่สิบกว่าองค์ พิมพ์ได้สองร้อยกว่าองค์ เผอิญผงติดแม่พิมพ์แคะไม่ออกจึงให้ลูกน้องที่ติดตามเอาไปล้าง แม่พิมพ์ตกมาแตก ท่านเจ้าประคุณทราบก็ชอบใจและพูดว่าฉันไม่เต็มใจให้พิมพ์รูปของฉันแม่พิมพ์จึงตกแตก พระพิมพน์ ้ีเป็นพระพิมพท์ ี่หาดูไดย้ากมาก ขณะน้นัท่านมีอายุ๘๕ ปีอีกสี่เดือนต่อมาก็มรณภาพ เป็นพิมพ์ สุดท้าย เน้ือพระเป็นผงผสมขา้วสุก ผงเกสร ผงใบลาน ผงตะไคร่เจดีย์ผงดา และน้า มนัตงัอิ๊ว เน้ือแห้งจะขาวอม เขียว หรือเน้ือกา้นมะลิแขง็แกร่ง วดัระฆงัครองสมณศกัด์ิเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) พรหมรังสีจ.ศ. ๑๒๓๔ หรือ พ.ศ. ๒๔๑๕ อายุ ๘๕ ปี ปัจจุบันเรียกพระพิมพ์รูปเหมือน “ท่านโต” จากห้างยอแสงเภสัชผู้ผลติ “ยาเม็ดยอแสง ” ๒๒๐/๒๑-๒๒ เซ็นต์หลุยส์๓ เขตสาธร กรุงเทพฯ ๑๐๑๒๐ ผมคัดลอกมาให้อ่านโดยไม่ได้ตัดตอนหรือเพิ่มเติมแต่ประการใด


96 สารบัญภาพ พระสมเด็จวัดระฆัง พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(พิมพ์ประธาน) พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(พิมพ์ประธาน) พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(พิมพ์ประธาน) พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(พิมพ์ประธาน) พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(พิมพ์ประธาน) พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซม


97 พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซม พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์ พระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ พระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ พระสมเด็จวัดระฆังทรงเจดีย์ พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(สมเด็จเขียว)


98 00 พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์หลังเบี้ย พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์สามเหลี่ยมหน้าหมอน พระสมเด็จวัดระฆัง\พิมพ์ใหญ่(ชานหมาก) พระสมเด็จวัดระฆัง /พิมพ์ใหญ่ (ผงใบลาน)


99 พ ร ะ ส ม เ ด็ จ วัดไ ช โ ย ( เ ก ตุไ ช โ ย )


100 พระสมเด็จบางขุนพรหม พระสมเด็จบางขุนพรหม/พมิพ์ใหญ่ (พมิพ์ประธาน) พระสมเด็จบางขุนพรหม/พมิพ์ใหญ่ (พมิพ์ประธาน) พระสมเด็จบางขุนพรหม/พมิพ์ใหญ่ (พมิพ์ประธาน) พระสมเด็จบางขุนพรหม/พมิพ์ใหญ่ (พมิพ์ประธาน) พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์เส้นด้าย พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์เส้นด้าย


101 พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์ฐานคู่ พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์ฐานแซม พระสมเด็จบางขุนพรหม พมิพ์สังฆาฏิ(มีหู) พระสมเด็จบางขุนพรหม พมิพ์สังฆาฏิ(ไม่มีหู)


102 พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์อกครุฑ พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์อกครุฑ พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์สามเหลยี่มหน้าหมอน พระสมเด็จบางขุนพรหมพมิพ์สามเหลยี่มหน้าหมอน


103 พระสมเด็จวัดพระแก้ว/พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ประธาน) “ พระเกศทะลุซุ้ม ”


104


105 พระสมเด็จวัดพระแก้ว/พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์พระประธาน) “เนื้อมวลสารกังไส”


106


107


108 พระสมเด็จวัดพระแก้ว/ พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์พระประธาน) “ เนื้อมวลสารลงชาดสีแดงและรักสีน ้าเงินจากพม่า ” รูปพระสมเด็จวัดพระแก้ว/ พมิพ ์ใหญ่(พมิพ ์ พระประธาน) “ เน ื้อมวลสารชาดรัก ทอง ”


109 พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พมิพ ์ใหญ่(พมิพ ์ประธาน) “ พระอุระทรงสามเหลยี่ม ”


110


111 พระสมเด็จวัดพระแก้ว (สีสิริมงคล) พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ประธาน) “ เนื้อมวลสารผสมสีสิริมงคล เบญจสิริ ”


112 พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ประธาน) “ พรหมรังสี ”


113 พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พมิพ ์ใหญ่(พมิพ ์ประธาน) “ พระอุระทรงกระบอก”


114 พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ประธาน) “ ชายจีวรแข็ง ”


115


116 พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ประธาน) “ พระพักตร์ใหญ่ ”


117 พระสมเด็จวัดพระแก้ว/ พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ประธาน) “ ทรงชิ้นฟัก ”


118


119


120


121


122


123 พระสมเด็จวัดพระแก้วลง/ พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์ประธาน) คะแนน พระสมเด็จวัดพระแก้ว/ พิมพ์ใหญ่ (พิมพ์พระประธาน) คะแนน


124 ฅ ฅ พระสมเด็จวัดพระแก้ว พิมพ์ทรงเจดีย์( ใหญ่ ) “ พระเกศทะลุซุ้ม ”


125 พระสมเด็จวัดพระแก้ว พิมพ์ทรงเจดีย์ ( เล็ก ) “ พิมพ์ประธาน ” พระสมเด็จวัดพระแก้ว พิมพ์ฐานแซม


126 พ ร ะ ส ม เ ด็ จ วัด พ ร ะ แ ก้ ว พ ม ิ พ์ ฐ า น คู่


127 พระสมเด็จวัดพระแก้ว พมิพ ์ อกครุฑเศียรบาตร


128 พระสมเด็จวัดพระแก้ว/ พิมพ์ปรกโพธิ์ “ ปรกโพธิ์ใหญ่ ” พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พิมพ์ปรกโพธิ์ฐานเท้าสิงห์


129 พระสมเด็จวัดพระแก้วลงโฆษณา/ พิมพ์ปรกโพธิ์ “ ปรกโพธิ์ฐานแซม ” พระสมเด ็ จวดัพระแกว ้/ พิมพฉ ์ ตัรสามช้นั“ เน้ื อมวลสาร”


130 รูปพระสมเด ็ จวดัพระแกว ้ ที่มีความหมายในทางพุทธศาสนา ทรงคชสาร ประธานฐานแซม พิมพข ์ นุแผน พิมพเ ์ จา ้ แม่กวนอิม พิมพ์ตุ๊กตาเล็ก พิมพ์ราชสีห์ พิมพ์ประธานทรงครุฑ พิมพ์พระครูฤษี พิมพ์พระนางพญา พิมพ์พระประธาน พิมพ์พระประธาน พิมพ์พระผงสุพรรณ


131 พิมพ์พระอินทร์ พิมพ์พระอินทร์ พิมพ์มหาลาภ(นางกวัก) พิมพ์รูปสมเด็จ พิมพ์รูปเหมือน พิมพร ์ูปเหมือน พิมพเ ์ รือนแกว ้ พิมพ์เศียรบาตร พิมพส ์ ังกจัจาย พิมพใ์ หญ่(พิมพป์ ระธาน) พิมพใ์ หญ่(พิมพป์ ระธาน) พิมพใ์ หญ่(พิมพป์ ระธาน) พระพกัตร ์ใหญ่2 พระพกัตร ์ใหญ่3 พระพกัตร ์ใหญ่


Click to View FlipBook Version