The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by LTC.Winita Chatameteekul, 2022-10-14 00:24:08

ทหารสื่อสาร

ทหารสื่อสาร

Keywords: ทหารสื่อสาร

๑-๑

บทที่ ๑
หลกั การสือ่ สารโดยทั่วไป

๑.มชั ฌมิ และวธิ ีการส่ือสาร
มชั ฌิมการส่ือสารคือบรรดาเคร่ืองมือที่ใช้ในการรับ-ส่งหรือนาส่งข่าวแม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกล

กันเกินกว่าเสียงของมนุษย์จะได้ยินแต่เราก็สามารถส่งข่าวถึงกันได้โดยการใช้ตัวแทนหรือสัญญาณตัวแทน
อาจจะเป็นพลนาสาร, การไปรษณีย์หรอื สตั ว์นาสารก็ได้สญั ญาณอาจจะเป็นเสยี ง, ทัศนะหรือไฟฟา้ ก็ได้มัชฌิม
ทัง้ หมดทีใ่ ช้สญั ญาณเรียกว่าการโทรคมนาคม

มัชฌมิ ของการสอื่ สารแบง่ ตามการใช้ทางทหารออกเป็น
ก. พลนาสาร (Messanger)
ข. การไปรษณีย์ (Mail)
ค.สัตวน์ าสาร (Trained Animal)
ง. การโทรคมนาคม (Telecommunication)

๒.พลนาสาร
วิธีส่งข่าวท่ีเก่าแกท่ ี่สุดได้แก่พลนาสาร(Messenger) หรือลูกว่ิง (Runner) แม้วา่ ในปัจจุบันน้ี

ใครๆ ต่างก็สนใจอยู่กับระบบการส่ือสารดิจทิ ัลซ่ึงรวดเร็วและสะดวกเข้าถึงได้ทว่ั ทง้ั โลกก็ตาม แต่บรกิ ารพลนา
สารก็ยงั ใช้กันอยู่อย่างแพร่หลาย และเป็นมัชฌิมการส่ือสารท่ีเชื่อถือได้และปลอดภัยมากท่ีสุด ตามปกตจิ ะใช้
พลนาสารเมอื่ เห็นว่าการส่งข่าวด้วยพลนาสารนน้ั เร็วกวา่ การส่งข่าวด้วยมัชฌิมอย่างอื่น เรอ่ื งนี้เป็นจริงสาหรับ
การส่งแผนทแี่ ละคาสัง่ จานวนมากๆ และรวมถงึ การส่งข่าวทม่ี ีความเรง่ ด่วนต่า เช่นใบเบกิ ของและรายงานทาง
ธุรการ หรือข่าวที่กาหนดขั้นความลับซ่ึงจะต้องเข้าการอักษรลับก่อนท่ีจะส่งด้วยมัชฌิมการส่ือสารประเภท
ไฟฟา้ และถอดการอักษรลบั หลังจากรับข่าวมาแล้ว

โดยสรุปแล้ว พลนาสารเป็นมัชฌิมท่ีดีท่ีสุดสาหรับการส่งข่าวยาวๆ ในระยะทางใกล้ๆ เมื่อ
เปรยี บเทียบกับมชั ฌมิ อย่างอ่นื แต่การใช้พลนาสารก็ยังมีจดุ อ่อน เช่นการส่งขา่ วดว้ ยพลนาสารน้นั จะเสยี เวลาท่ี
ตอ้ งใชเ้ ดินทางและอาจเสย่ี งอนั ตรายจากการกระทาของข้าศกึ ในพน้ื ทข่ี า้ งหน้าเป็นต้น

๒.๑ พลนาสารในระบบการนาสาร
ระบบการนาสารแบง่ ออกเปน็ ๒ ระบบ คือ
๒.๑.๑ระบบการนาสารภายในจัดขึ้นเพ่ือนาส่งขา่ วภายในท่ีตงั้ หน่วย ดงั นี้
๒.๑.๑.๑ การนาส่งข่าวถึงผู้รับภายใน บก.หน่วย และจาก บก.หน่วย ไปยังศูนย์

การสื่อสาร ใช้เจา้ หนา้ ท่ขี อง บก.หน่วยนนั้ เป็นพลนาสาร
๒.๑.๑.๒ การนาส่งข่าวจากศูนย์การส่ือสารไปยัง บก.หน่วย ซ่ึงศูนย์การส่อื สาร

นนั้ จัดประจาอยู่ ใช้เจา้ หน้าทข่ี องศูนยก์ ารสื่อสารเป็นพลนาสาร

๒.๑.๒ ระบบการนาสารภายนอกจัดข้ึนเพอ่ื นาส่งข่าวระหวา่ ง บก.หน่วย หรือระหว่างศูนย์
การสือ่ สาร ใช้เจ้าหน้าทข่ี องศนู ย์การสอ่ื สารเปน็ พลนาสาร

๒.๒ ประเภทของพลนาสาร
พลนาสาร สามารถแบง่ ตามประเภทได้ ๒ วิธี คือ

๑-๒

๒.๒.๑ แบ่งตามชนิดของงานได้แก่ พลนาสารตามกาหนดเวลา พลนาสารไม่กาหนดเวลา
และพลนาสารพเิ ศษ (หรอื ผู้นาสารพิเศษ)

๒.๒.๑.๑ พลนาสารตามกาหนดเวลาเป็นพลนาสารซึ่งออกปฏิบัติงานและกลับมา
ตามเวลาท่ีกาหนดไว้ และจะหยุด ณ จุดต่างๆ ตามเวลาที่กาหนดไว้ โดยเดินทางไปตามเส้นทางซ่ึงไดพ้ ิจารณา
เลือกไว้ก่อนแลว้ ตามปกตจิ ะเดนิ ทางบรรจบเป็นวงกลบั มาทจ่ี ดุ เร่มิ ตน้

๒.๒.๑.๒ พลนาสารไม่กาหนดเวลาเป็นพลนาสารซ่ึงออกปฏิบัติงานโดยไม่
กาหนดเวลาที่แน่นอน ตามปกติจะใช้เม่ือยงั ไมไ่ ด้จดั พลนาสารตามกาหนดเวลาขึน้ หรอื อาจจัดขึ้นเพ่ือเสริมพล
นาสารตามกาหนดเวลาเมือ่ จาเป็น

๒.๒.๑.๓ พลนาสารพิเศษเป็นพลนาสารซึ่งจัดข้ึนเพื่อนาส่งข่าวท่ีต้องมีการรักษา
ความปลอดภัยเป็นพิเศษ หรือด้วยเหตุผลพิเศษอ่ืนตามความตอ้ งการของผู้บังคับบัญชา ในกรณีที่ข่าวนั้นเป็น
ขา่ วลบั ทสี่ ุด จะต้องจัดนายทหารสัญญาบตั รเปน็ ผนู้ าสารพิเศษ นาสง่ ขา่ วน้นั เสมอ

๒.๒.๒ แบ่งตามชนิดของการขนส่งมี พลนาสารทางบก พลนาสารทางนา้ และพลนาสารทาง
อากาศ

๒.๓ ประสิทธิภาพของการส่ือสารด้วยวิธีการนาสารขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่ทาหน้าที่พลนาสาร เป็น
ประการสาคญั ข้อพิจารณาในการเลือกตัวบุคคลเพ่อื ทาหน้าท่ีดังกล่าว มดี ังน้ี

๒.๓.๑มคี วามฉลาดอยใู่ นระดับปานกลาง
๒.๓.๒เป็นคนหน่มุ แขง็ แรง และมีสุขภาพดี
๒.๓.๓ เป็นผู้แสดงออกถึงความซอ่ื สัตย์ จงรกั ภักดี กลา้ หาญ มีวินยั รู้จกั พักผอ่ นส้ัน ผ่อนยาว
และรูก้ าลเทศะ
๒.๓.๔ได้รับการตรวจสอบความไว้วางใจแลว้

๒.๔ พลนาสารจะไดร้ ับการฝกึ เป็นพิเศษในเร่อื ง
๒.๔.๑การอ่านแผนท่ี และการใช้เขม็ ทิศ
๒.๔.๒การขบั รถในเวลาค้ามดื โดยไมใ่ ช้ไฟ
๒.๔.๓กฎเกณฑเ์ กย่ี วกบั การพิทกั ษ์ข่าวสาร
๒.๔.๔การใช้อาวุธประจากาย
๒.๔.๕การใช้ใช้และการแก้ไขข้อขัดข้องของยายพาหนะ
๒.๔.๖การจัดหน่วยทหารและเครอื่ งหมายหนว่ ย
๒.๔.๗การใช้วตั ถุทาลาย
๒.๔.๘เทคนคิ การทง้ิ ข่าว-ตกขา่ ว
๒.๔.๙หน้าทข่ี องหวั หน้าพลนาสาร

๒.๕ การนาสารจะต้องมีมาตรการเพอ่ื ประกันความต่อเนอื่ งและความปลอดภัยตอ่ ข่าวที่สง่ โดยพลนา
สาร ดังน้ี

๒.๕.๑พลนาสารควรมอี าวธุ ประจากาย และมีผู้คมุ้ กนั ทมี่ อี าวธุ ร่วมไปด้วย
๒.๕.๒พลนาสารควรมถี งุ หรือกระเป๋าเกบ็ ขา่ ว และนาถุงหรือกระเปา๋ นั้นติดตวั ไปตลอดเวลา
๒.๕.๓มเี ครื่องทาลายอย่างเพยี งพอ และสามารถใชไ้ ดท้ ันที
๒.๕.๔ยานพาหนะนาสารต้องมเี ครือ่ งหมายตดิ ไวเ้ ด่นชัด และมีการประสานกับสารวัตรทหาร
เพอื่ ความสะดวกในการใช้ถนน

๑-๓

๒.๕.๕ควรมี รปจ.เพ่ือพิสูจน์ฝ่ายของพลนาสารในกรณีสงสัยให้นาส่งนายทหารฝ่ายการข่าว
เพ่อื ซักถาม

๒.๕.๖กาหนดระเบียบปฏิบัติต่อพลนาสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย
ผ้เู กี่ยวขอ้ งตอ้ งนาข่าวทั้งหมดส่งมอบหน่วยทหารทอี่ ยู่ใกล้ท่ีสุด โดยทนั ที

๒.๕.๗ไมว่ า่ กรณีใด ๆหากปรากฏว่า พลนาสารหายไปนานกวา่ ปกติ ตอ้ งสอบสวนเสมอ

๓.สตั วน์ าสาร ทใี่ ชอ้ ย่างกวา้ งขวาง มี ๒ ชนิด คอื
๓.๓.๑.นกพิราบนาสารใชส้ ่งข่าวจากหน่วยในแนวหน้ามาขา้ งหลงั โดยอาศัยสัญชาติญาณใน

การกลบั รังของนก
๓.๓.๒.สนุ ขั นาสาร ใชส้ ง่ ข่าวระหว่างหนว่ ยในแนวหนา้ โดยอาศยั ความสามารถในการดมกล่นิ

เดินทางกลับตามเสน้ ทางเดิม

๔. การไปรษณีย์
การสอ่ื สารทางไปรษณีย์นัน้ เป็นการส่งขา่ วโดยการจดั ต้ังระบบการไปรษณีย์ข้ึนตามปกติข่าวที่สง่ ทาง

ไปรษณียม์ ักจะไม่ผ่านศูนย์การสอ่ื สารเมอื่ จะส่งขา่ วทางไปรษณยี ์จะตอ้ งระมัดระวังการฝา่ ฝนื ระเบียบการรกั ษา
ความปลอดภัยทใ่ี ชบ้ งั คับสาหรบั การส่งข่าวสารทก่ี าหนดขั้นความลับ

๕. การโทรคมนาคม
การโทรคมนาคม คือ วิธีรับ-ส่งข่าวระยะไกล โดยอาศัย “สัญญาณ” เป็นตัวแทนข้อความของข่าว

สญั ญาณทางโทรคมนาคม ไดแ้ ก่ สญั ญาณคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้าสัญญาณไฟฟา้ สัญญาณเสยี งสัญญาณแสง
สัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็คือ คล่ืนวิทยุซ่ึงถูกผสมด้วยสัญญาณตัวแทนของข่าวสาร แล้วปล่อย

กระจายออกจากสายอากาศเคร่ืองส่งไปยังสายอากาศของเครื่องรับ ซ่ึงเครื่องรับจะแปลงสัญญาณ
แมเ่ หล็กไฟฟา้ น้กี ลบั เปน็ สญั ญาณข่าวสารอกี ครั้ง การกระจายคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ นไี้ มต่ ้องอาศยั ตวั นาทางไฟฟ้า

สัญญาณไฟฟ้าคอื ข่าวสารซึ่งถกู แปลงสัญญาณทางไฟฟ้า เพ่ือสง่ ไปยังเครอื่ งรบั โดยอาศยั ทางเดิน คือ
ตวั นาทางไฟฟา้ เช่น สายโทรศพั ท์ หรือสายโทรเลข เปน็ ตน้

สญั ญาณเสียงคือ ข่าวสารซง่ึ ถูกแปลงเป็นเสยี งซึ่งเราสามารถฟงั ได้ยินและแปลความหมายออกไดเ้ ป็น
ข่าวสาร การใช้สัญญาณเสียงจะตอ้ งมกี ารตกลงกาหนดความหมายของสัญญาณกันไว้กอ่ นเสมอ

สญั ญาณแสงมีการใช้ ๒ ลักษณะ คือ
ลักษณะแรก โดยอาศัยความสามารถในการมองเห็นของมนุษย์ มีลักษณะการใช้เช่นเดียวกับ

สัญญาณเสียง คือ ต้องตกลงกาหนดความหมายของสัญญาณกันไว้ก่อน เช่น ในการใช้ควันสี พลุส่องแสง
สญั ญาณธง สญั ญาณมือ แผ่นผ้าสญั ญาณ โคมสัญญาณ เป็นต้น

ลักษณะทส่ี อง โดยไมอ่ าศัยความสามารถในการมองเห็นของมนษุ ย์ ในกรณนี ้ขี า่ วสารจะถกู
เปล่ียนแปลงเป็นสญั ญาณแสงโดยเครือ่ งสัญญาณ แลว้ ส่งไปยังเครื่องรบั โดยตรง หรือผ่านไปตามใยนาแสงก็ได้
ซึ่งเครื่องรับก็จะแปลงสญั ญาณกลับเป็นสัญญาณขา่ วสารอกี ครงั้ หนึ่ง

๕.๑ มชั ฌมิ การสอื่ สารทางโทรคมนาคมมี ๔ อยา่ ง คอื ทัศนะสญั ญาณเสยี งสัญญาณทางสาย และ
วิทยุ

๕.๑.๑ มัชฌมิ ประเภทวิทยุ
มขี อ้ ดี คอื ใชเ้ วลาตดิ ตัง้ น้อย สามารถทาการสอ่ื สารไดใ้ นขณะเคล่อื นท่ีใชไ้ ด้ทั้งบนดิน พ้นื

น้า และ ในอากาศผูใ้ ชส้ ามารถพดู โตต้ อบกันได้

๑-๔

แตอ่ ยา่ งไรก็ดี มชั ฌมิ ประเภทวิทยกุ ็มี ข้อเสยี กล่าวคอื ถกู รบกวนง่าย ทง้ั จากธรรมชาติ
และจากแหล่งสัญญาณรบกวนที่มนษุ ยส์ รา้ งขนึ้ มีจดุ อ่อนต่อการดาเนินสงครามอเิ ล็กทรอนกิ ส์

ท่วี า่ มัชฌิมการสอื่ สารประเภทวทิ ยุถูกรบกวนงา่ ยนั้น เนอื่ งจากมชั ฌมิ การสอ่ื สารประเภท
วทิ ยสุ ่งข่าวสารไปยังเครอื่ งรบั โดยอาศัยการกระจายสัญญาณในรูปของคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า ดงั นน้ั สัญญาณคล่ืน
แม่เหล็กไฟฟ้าในบรรยากาศซ่ึงเกิดจากฟ้าผ่าหรือสัญญาณรบกวนท่ีมนุษย์สร้างขึ้น เช่น การจุดระเบิดของ
เครื่องยนตแ์ กส๊ โซลีน การใช้เคร่อื งไฟฟ้าบางอย่าง และการใช้เคร่ืองสง่ วิทยขุ องฝา่ ยเดียวกนั ในบรเิ วณใกล้เคยี ง
อาจทาให้เครื่องรับแปลงสัญญาณข่าวสารออกมาผิดพลาดได้ นอกจากน้ี มัชฌิมการสื่อสารประเภทวิทยุมี
จุดออ่ นตอ่ การดาเนนิ สงครามอิเล็กทรอนกิ ส์ เนอ่ื งจากถกู ข้าศกึ ดักฟัง วเิ คราะหส์ ัญญาณหาทิศเพอ่ื กาหนดท่ตี ้ัง
เคร่ืองส่งและก่อกวน เพอ่ื ขดั ขวางการสื่อสารของฝ่ายเราได้ง่าย

การสอ่ื สารทางวิทยุ เปน็ การส่งสัญญาณแม่เหลก็ ไฟฟ้า แผก่ ระจายออกไปโดยไมต่ ้องอาศัย
ตัวนาไฟฟ้าเป็นสอ่ื สามารถทาการส่งข่าวจากเครอื่ งเดยี วไปยงั เครื่องรบั หลายเคร่ืองพร้อมๆ กันได้ โดยชุดวทิ ยุ
สนาม ประกอบด้วย ๔ สว่ นหลัก คือเคร่ืองสง่ เครื่องรบั สายอากาศ และแหล่งจ่ายกาลงั งาน

ชุดวทิ ยุสนาม จะทาการติดต่อกันได้จะต้องมคี ุณสมบัติ ๓ ประการคือ มคี วามถี่ตรงกันมกี าร
ปรุงคลน่ื แบบเดียวกัน และเคร่อื งรบั อยใู่ นรศั มีทาการของเคร่อื งส่ง

การผสมคลน่ื เสียงเข้ากับคล่ืนวทิ ยุซงึ่ เรยี กวา่ การปรงุ คลื่นน้ัน มี ๒ ประเภทหลัก คือ การ
ปรงุ คลื่นทางชว่ งสูง (ปส. หรอื AM) และการปรุงคลนื่ ทางความถี่ (ปถ.หรอื FM)โดยสรปุ กค็ อื การปรุงคลนื่ คือ
การผสมคล่นื เสียงเข้ากบั คล่ืนวทิ ยุ หากการผสมคล่ืนทาให้ความสงู ของคล่ืนวิทยเุ ปลย่ี นแปลงไปตามระดบั ของ
คลน่ื เสยี ง จะเปน็ การปรุงคล่ืนทางช่วงสั้น (ปส.) สว่ นการผสมคลน่ื ท่ที าให้ความถข่ี องคลืน่ วทิ ยเุ ปล่ียนแปลงไป
ตามระดับของคลื่นเสียง จะเป็นการปรุงคลนื่ ทางความถ่ี (ปถ.)

การสือ่ สารทางวทิ ยุจะมีประสิทธภิ าพเพียงใดน้นั ย่อมขน้ึ อยกู่ ับปัจจัย ดงั นี้
ก. ความถ่ใี ชง้ าน
ข. กาลงั ออกอากาศ
ค. ลกั ษณะภูมิประเทศ
ง. สภาพบรรยากาศ
จ. ความชานาญของพนกั งาน

การส่งต่อวิทยุ คือการต่อระยะการสื่อสารระหว่างสถานีวิทยุสองแห่ง ซ่ึงไม่สามารถทาการ
ส่ือสารกนั ตามปกตไิ ด้ เนื่องจากระยะทางไกลเกินกวา่ รัศมีทาการหรอื มีสิ่งกดี ขวางเป็นอุปสรรค กระทาได้ ๒ วธิ ี
คอื

ก การสง่ ต่ออัตโนมัติ
ข. สง่ ตอ่ ดว้ ยพนกั งาน
การสง่ ต่ออัตโนมัติ ทาโดยการตั้งสถานสี ง่ ตอ่ วิทยุ โดยใช้เครื่องรับ-ส่งวทิ ยุสองเครอ่ื ง ติดตงั้ อยู่
ณตาบลที่สามารถสื่อสารกับสถานที ่ีมอี ุปสรรคในการสื่อสาร โดยใหเ้ ครือ่ งรับส่งวิทยุแต่ละเครอื่ งส่ือสารกบั สถานี
วิทยุแต่ละด้าน และมีอุปกรณ์เชื่อมโยงระหว่างเครอื่ งรับส่งวทิ ยุท้ังสองท่ีสถานีส่งต่อวิทยุ ซึ่งทาให้สถานีวทิ ยุท้ัง
สองแห่งทาการส่อื สารกนั ได้ตามปกติ
การส่งต่อด้วยพนักงาน โดยการขอรับความช่วยเหลือจากสถานีวทิ ยุอื่นซึง่ อยใู่ นรัศมีทาการ
ของเรา และสามารถส่ือสารกบั สถานีท่ีเราต้องการติดต่อได้เพ่ือให้พนักงานของสถานีวิทยทุ ี่ใหค้ วามช่วยเหลือ
ทวนข้อความการสอื่ สารให้
การถ่ายทอด คือ วธิ กี ารเพิ่มระยะการส่อื สารในระบบหลายช่องการสอื่ สารหรอื อาจจะใชเ้ พือ่
หลบเลอื่ งส่งิ กดี ขวางสัญญาณวิทยุกไ็ ด้

๑-๕

การสง่ ต่อวทิ ยกุ บั การถ่ายทอดแตกตา่ งกนั คอื
ก. การส่งตอ่ วิทยใุ ช้ในระบบชอ่ งในระบบช่องการสื่อสารเดยี ว การถ่ายทอดในระบบ

หลายชอ่ งการสื่อสาร
ข. การส่งต่อวิทยุอัตโนมัติ เคร่ืองรบั -สง่ ของสถานีสง่ ต่อจะผลัดกันทางานให้พูดสวนทาง

ไม่ได้ การถา่ ยทอดเครอื่ งรับ-ส่งของสถานีวิทยุถา่ ยทอดทางานพรอ้ มกันทาใหพ้ ดู สวนทางกันได้
ค. การถา่ ยทอดใชพ้ นกั งานทวนข่าวไมไ่ ด้

๕.๑.๒มัชฌิมการสอื่ สารประเภทสาย
สาหรับมัชฌิมการส่ือสารประเภทสาย มีขอ้ ดีคอื เม่ือตดิ ต้งั เสร็จแล้วมคี วามสะดวกในการ

ใชง้ านมากกวา่ วิทยุผู้ใช้สามารถพูดสวนทางกันได้มีความปลอดภยั ในการใชง้ านสูงกวา่ วิทยุ
มัชฌิมการสื่อสารประเภทสาย มีข้อเสยี คอื ไม่คล่องตัว เน่อื งจากใชเ้ วลาในการติดตัง้ และ

ร้อื ถอนมากเป็นอันตรายง่ายจากยานพาหนะของฝ่ายเดียวกันและจากการยิงของฝ่ายข้าศึก รวมท้ังไม่สามารถ
สื่อสารระหวา่ งหนว่ ยท่อี ยตู่ า่ งภาคพืน้ ได้ เชน่ ระหวา่ งพน้ื ดินกับอากาศเปน็ ต้น

ในแง่ของความสัมพันธ์กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์วงจรทางสาย แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ
วงจรผูใ้ ช้รว่ ม และวงจรผู้ใช้เฉพาะ

วงจรผู้ใช้ร่วมเป็นวงจรซ่ึงมไิ ด้จัดไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นของผู้ใช้รายหนึ่งรายใด ซึ่ง
ผใู้ ชบ้ รกิ ารโทรศพั ท์ทกุ รายอาจใชว้ งจรนี้ได้ตามลาดบั ก่อนหลงั ท่ีขอใช้

วงจรผู้ใชเ้ ฉพาะเปน็ วงจรทเ่ี ชอื่ มโยงระหว่างจุดต่อจุด (ฮอทไลน์)
เน่ืองจากจานวนวงจรทางสายมีจากัดในการวางแผน จะจัดให้มีวงจรใช้รว่ มให้มากท่ีสุด
เทา่ ทจ่ี ะทาได้ การพิจารณาแบ่งจดั วงจรใชเ้ ฉพาะนน้ั มีข้อพิจารณาสองประการ คือ ความเรง่ ดว่ นของข่าว และ
ปริมาณของขา่ ว
ในแง่ของความเกีย่ วข้องกับเครอ่ื งสลบั สาย วงจรทางสายแบ่งออกเปน็ ๒ ชนิด คือ วงจร
ทางสายใหญ่กับวงจรทางสายย่อย
วงจรทางสายใหญ่เป็นวงจรทางสายท่ีเชื่อมโยงระหว่างเครื่องสลับสาย กับเครื่องสลับ
สายดว้ ยกัน
วงจรทางสายยอ่ ยเป็นวงจรทางสายท่เี ชือ่ มโยงระหว่างเคร่อื งสลับสายไปยังผ้ใู ช้
การวางแผนติดต้ังทางสาย มปี จั จัยทางยุทธวธิ ี ซงึ่ ตอ้ งนาไปพจิ ารณา ดังน้ี

ก.เส้นทางวางสาย
ข.เวลาทมี่ อี ยู่
ค.จานวนและคุณภาพของวงจารทางสายท่ีต้องการ
ง.ความยาวของทางสาย
จ.ชนดิ ของเคร่อื งมือทีม่ ีอยู่
ฉ.จานวนเจ้าหนา้ ทที่ ่มี ีอยู่
การวางสายในภมู ปิ ระเทศ ทาได้ ๓ ลกั ษณะ คอื วางใต้ดนิ วางบนดิน และการวางเหนอื
ศีรษะ
การวางสายใต้ดนิ มขี อ้ ดีคือ มีความปลอดภัยสูงท้ังจากการกระทาของฝ่ายเรา และฝ่าย
ข้าศึก การวางสายใต้ดินมีข้อเสีย คือ ใช้เวลามากในการวาง การตรวจซ่อมและการรื้อถอน นอกจากน้ี
เนื่องจากความช้ืนในดนิ ทาให้ระยะการตดิ ต่อสัน้ ลงมาก เพราะมีการสญู เสยี ของสัญญาณมาก

๑-๖

การวางสายบนดิน มีข้อดีคือ ทาการวาง ตรวจซ่อมและรื้อถอนได้งา่ ยและรวดเร็วกว่า
การวางสายในลกั ษณะอ่นื แต่มีข้อเสียคอื เป็นอันตรายง่ายจากการกระทาของฝ่ายเราและฝ่ายข้าศึก ระยะการ
ตดิ ตอ่ ผ่านวงจรทางสายบนพืน้ ดินค่อนขา้ งส้ัน เนื่องจากมีโอกาสสมั ผัสความเปยี กชื้นบนพน้ื ดนิ ได้มาก

การวางสายเหนือศรี ษะ มขี ้อดคี ือ ระยะการติดตอ่ ไกลกว่าและทางสายมีความปลอดภัย
สงู กว่าวางบนดนิ แตม่ ขี ้อเสียคือ ใช้เวลาในการวาง ตรวจซอ่ มและรอื้ ถอนมากกวา่ วางบนดิน

ลาดับความเร่งด่วนในการติดต้ังการติดต้ังโทรศัพทใ์ หห้ น่วยงานต่างๆ ในท่ีบัญชาการมี
ลาดับความเร่งด่วน ตามลาดับดังนต้ี อนศูนย์ข่าว, ฝ่ายยุทธการ (สธ.๓), ผบ., เสธ., รองฯ, ฝ่ายข่าวกรอง (สธ.
๒), ฝ่ายสง่ กาลัง (สธ.๔), ฝา่ ยส่ือสาร, ฝ่ายกาลังพล (สธ.๑) และ ส่วนอ่นื ๆ

การตดิ ต้ังวงจรทางสายเมื่อใช้สายรวมสนาม มหี ลักการพิจารณาดังน้ี
ก. ใช้สาหรบั หน่วยในพื้นท่ีข้างหลังซึ่งไมม่ ีการเคล่ือนย้ายบ่อย
ข. ใชเ้ ชื่อมโยงระบบหลายชอ่ งการสอ่ื สารในระยะใกล้
ค. ไมค่ วรวางสายรวมสนามบนพ้นื ดนิ ให้วางใต้ดินหรือเหนอื ศีรษะเสมอ
ง. การวางสายรวมสนามเหนอื ศีรษะควรมเี ครือ่ งพยงุ น้าหนกั

เส้นทางวางสายมีผลกระทบต่อการซ่อมบารุงและความเสียหายของทางสายจานวน
เส้นทางวางสายยิ่งมีน้อยเส้นทางย่ิงสะดวกในการซอ่ มบารงุ แต่โอกาสเกิดความเสียหายร่วมกนั ของทางสายจะ
ยิ่งมากขน้ึ ดว้ ย

๕.๒. การสื่อสารดว้ ยมัชฌมิ ไฟฟา้
มี ๖ วธิ ี คอื โทรศพั ท์โทรเลขโทรพมิ พโ์ ทรสาเนาโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์
๕.๒.๑โทรศัพท์ตามปกติแล้ววงจรโทรศัพท์จัดข้ึนเพ่ืออานวยความสะดวกในการติดต่อ

ประสานงานของผ้บู ังคับบญั ชาและฝ่ายอานวยการเป็นสาคัญใช้สาหรับติดต่อระหว่างบุคคลต่อบุคคลในกรณีท่ี
ต้องการเจรจาโต้ตอบ และใช้ในการส่งข่าวสัน้ ๆ ในกรณตี อ้ งการความรวดเร็วหรอื ไมม่ มี ชั ฌิมอ่นื ท่ีดีกวา่

ข้อจากัดของการให้บริการโทรศัพท์สนาม ได้แก่ จานวนวงจรทางสายท่ีมีอย่างจากัด และ
พนักงานสลับสายมีจากัด ดังน้ัน เพื่อให้การบริการโทรศัพท์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ใช้บริการโทรศัพท์
ควรใช้วิธีการเรียกทางโทรศัพท์ให้ถกู ต้อง และพยายามใช้เวลาพูดให้น้อยท่ีสุดและนึกอยู่เสมอว่าผู้อืน่ กาลังรอ
ใช้โทรศัพทอ์ ยู่

ท้ังน้ีผู้ใช้บริการโทรศัพท์จะทราบวิธีการเรียกโทรศัพท์ได้ โดยการศึกษาจากบัญชีการใช้
โทรศัพท์ เมอ่ื จาเปน็ อาจสอบถามจากพนกั งานตอบขอ้ สอบถามได้บัญชีการใช้โทรศัพทบ์ อกให้ทราบเรอ่ื งสาคัญ
ในการใช้โทรศัพท์ มี ๓ เรอ่ื ง ได้แก่ คาแนะนาทัว่ ไปบญั ชีนามโทรศัพทบ์ ญั ชีหมายเลขโทรศพั ท์

บญั ชีนามโทรศัพท์จะบอกรายละเอยี ดเกี่ยวกบั นามตู้สลับสายและนามหน่วยที่ตู้สลบั สายนัน้ ๆ
ตงั้ อยู่ รวมทงั้ ลักษณะการเชอื่ มโยง (จานวนวงจร) ตูส้ ลบั สายนน้ั เข้าด้วยกัน

บัญชีหมายเลขโทรศัพท์บอกหมายเลขโทรศัพท์ และนามหน่วยหรือตาแหน่งของผู้ใช้
โทรศัพท์ประจาหมายเลขนั้น ส่วนพนกั งานตอบข้อสอบถาม มหี น้าที่ตอบคาถามเกย่ี วกับการให้บริการโทรศัพท์
เนือ่ งจากพนกั งานสลบั สายไม่มเี วลาเพียงพอท่ีจะตอบคาถามน้ันๆ เพราะฉะนัน้ เมือ่ มีขอ้ สงสัยในการใชบ้ ริการ
โทรศพั ท์ จะต้องสอบถามจากพนักงานผูน้ ้มี ใิ ช่สอบถามจากพนักงานสลบั สาย

วงจรทางสายคอื ส่ือนาสญั ญาณซึ่งวางเช่อื มโยงมชั ฌมิ ไฟฟา้ เข้าด้วยกนั อาจใชส้ ายโทรศพั ท์
สนาม สายรวมสนาม (เคเบิล) สายโถง หรอื ท้งั สามอยา่ งผสมกนั

สายโทรศพั ทส์ นามเปน็ สายตวั นาลวดทองแดงและลวดเหลก็ กลา้ พันรวมกนั อยู่ หุ้มด้วยฉนวน
กันน้าได้ แลว้ ตีเกลยี วเป็นคู่

๑-๗

สายรวมสนามเป็นสายตวั หุ้มฉนวนกันนา้ ได้รวมกันอยู่มากกว่าหน่งึ คู่ในเคร่ืองห่อหุ้มเดียวกัน
สายรวมสนามท่ี ทบ.ไทย ใช้อยู่ขณะนี้ได้แก่ สายส่ีเกลียวคู่และสายรวมสนาม ๒๕ คู่ ส่วน สายโถง เป็นสาย
ตวั นาไม่มีฉนวนหมุ้ ติดตัง้ ไว้บนเสาเป็นคู่ๆลักษณะเหมือนสายโทรเลข

ประสิทธิภาพของการบริการโทรศัพท์ ขึ้นอยู่กับชนิดของทางสายโทรศัพท์ท่ีได้วางไว้ชนิด
และสภาพเครื่องลมฟ้าอากาศ และความสามารถของเจ้าหน้าท่ีท่ีใช้ระบบโทรศัพท์ปัจจัยท่ีมีผลกระทบต่อ
ประสทิ ธภิ าพและระยะพูดของวงจรโทรศัพท์ มดี ังน้ี

ก. หิมะ นา้ แขง็ ฝน นา้ คา้ ง หมอก และความชน้ื ในอากาศ
ข. ความเสอ่ื มของฉนวนหมุ้ สายสื่อ หรือรอยชารุดของฉนวน
ค. ความชนื้ ในปากพูดหูฟัง
ง. หมอ้ ไฟประจาเคร่ืองเสอื่ มหรือไฟหมด
จ. มโี ทรศัพท์ตอ่ พว่ งอยู่ในคู่สายเดยี วกนั หลายเครื่อง
ฉ. มรี อยต่อในทางสายมากเกินไป

ในด้านการใช้บริการโทรศัพท์ ผู้ใช้ควรคานึงขอ้ จากดั ว่า การพูดกนั นานเกนิ ควรย่อมขัดขวาง
ในการส่งข่าวที่สาคัญไม่มกี ารบันทึกหลักฐานเรื่องราวที่พูดกัน ตลอดจนวงจรทางสายเปน็ อันตรายง่าย ท้งั จาก
การกระทาของข้าศึกหรอื การกระทาโดยไม่ตงั้ ใจของฝา่ ยเดยี วกัน

๕.๒.๒ โทรเลขตามปกติใช้ส่งขา่ วในระยะไกลๆ เมอ่ื มชั ฌมิ ไฟฟ้าอย่างอ่ืนไม่มหี รอื มแี ต่ใช้
ไมไ่ ด้ผล ขอ้ เสยี ท่สี าคญั คอื เมอื่ สง่ ขา่ วโทรเลขทางวิทยกุ ค็ อื ใช้เวลาในการสง่ ขา่ วมากกวา่ มัชฌิมไฟฟ้าอยา่ งอนื่
ซงึ่ เปิดโอกาสใหข้ ้าศึกดาเนนิ สงครามอิเล็กทรอนิกส์ตอ่ ฝา่ ยเราได้ง่าย

๕.๒.๓โทรพมิ พ์ใชส้ ่งข่าวสารทีเ่ ปน็ ข้อความยาวๆ จานวนมากๆ การส่งโทรพิมพท์ างวิทยุ
ตามปกตมิ ักจะเตรยี มขา่ วโดยแถบปรุเพ่ือลดเวลาในการสง่ ขา่ ว

๕.๒.๔โทรสาเนาใช้สง่ ขา่ วทเี่ ปน็ ภาพหรือลายเสน้ เชน่ แผ่นบริวาร หรอื แผนผัง เป็นตน้
๕.๒.๕คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์การส่ือสารข้อมูลใช้สาหรับเช่ือมโยงระบบดาเนิน
กรรมวธิ ีข้อมูลอตั โนมตั ิ

๖. องค์แทนการส่อื สาร
องค์แทนการส่ือสาร คือ ที่รวมของเคร่ืองมือ ส่ิงอานวยความสะดวกและเจ้าหน้าที่ซึ่งจัดขึ้นเพ่ือให้

บริการทางการสื่อสาร แก่ผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอานวยการของหน่วย ในระดับกองพลข้ึนไปมีองค์แทนการ
ส่ือสารทเ่ี รยี กวา่ “ศูนยก์ ารส่อื สาร” ในระดบั ต่ากวา่ กองพลมีองค์แทนการส่อื สารที่เรยี กว่า “ศนู ยข์ ่าว”

ในดา้ นการปฏบิ ัตงิ านนน้ั ศนู ย์การส่ือสารและศูนยข์ ่าวไม่แตกตา่ งกนั แตม่ ีท่แี ตกต่างกนั ในเรอื่ งขนาด
ของศนู ยก์ ารส่อื สารโตกว่า นอกจากนี้ เจา้ หนา้ ที่ของศนู ยก์ ารสือ่ สารเปน็ เหลา่ ทหารสอ่ื สาร สว่ นเจา้ หนา้ ท่ีของ
ศูนย์ขา่ วเปน็ เหล่าทหารซึง่ จัดศนู ย์ขา่ วนน้ั ขนึ้

ศนู ยก์ ารส่อื สารมพี นั ธกจิ ดังนี้
ก. รับ-สง่ ขา่ ว
ข. การเขา้ และถอดอักษรลบั
ค. การนาส่งมอบขา่ วทางทหาร (การนาสาร)
ง. การดาเนนิ กรรมวธิ ตี อ่ ขา่ ว
จ. การพิทกั ษข์ า่ วสาร

เรื่องขององค์แทนการสือ่ สาร จะไดก้ ลา่ วอยา่ งละเอียดตอ่ ไปในบทที่ ๓

๑-๘

๗. ข่าวทางทหาร
๗.๑ ขา่ วไดแ้ ก่ จดหมาย รายงาน คาสง่ั เอกสาร ภาพแผนที่ เรือ่ งราว หรอื สญั ญาณอน่ื ใด อาจจะเป็น

ขอ้ ความธรรมดาหรอื ขอ้ ความทเ่ี ข้าการอกั ษรลับ ซึง่ อยใู่ นลกั ษณะท่ีเหมาะสาหรบั ส่งขา่ วดว้ ยมชั ฌิมการส่อื สาร
๗.๒ข่าวทางทหารแบ่งออกเป็น ๓ สว่ น คือหัวเรอื่ งตัวเรือ่ ง และทา้ ยเรอ่ื ง
๗.๓ การเขยี นข่าวทางทหารจะยดึ ถือหลักท่ีดี๓ประการคือความสมบูรณ์ความกะทัดรัดและความ

ชดั เจน
๗.๓.๑ความสมบรู ณ์ของข่าวมีลกั ษณะดงั น้ี คอื
หวั เรอื่ งและท้ายเร่ืองมีขอ้ ความครบถ้วน เพอื่ เจา้ หนา้ ทส่ี ่ือสารสามารถดาเนินกรรมวธิ ีได้

ตวั เรือ่ งหรอื ข้อความมีรายละเอียดครบถ้วนเพ่อื ทผ่ี ู้รบั สามารถปฏบิ ตั ิได้
๗.๓.๒ความกะทดั รัดของข่าวมลี ักษณะดังนี้
๗.๓.๒.๑ ไม่ยาวเกินกวา่ ๑ หนา้ กระดาษที่ใชเ้ ขยี นข่าว หากไมจ่ าเป็น
๗.๓.๒.๒ ใชค้ ายอ่ ตามท่ที างราชการกาหนด
๗.๓.๒.๓ ไมใ่ ชส้ านวนหรือเป็นพรรณนาโวหาร
๗.๓.๒.๔ ไมใ่ ชค้ าทีม่ ีความหมายซ้าซ้อนเพ่ือเน้นความรวดเร็ว แคล่วคลอ่ งวอ่ งไว
๗.๓.๓ความชัดเจนของขา่ วมลี ักษณะดงั นี้
๗.๓.๓.๑ สามารถตอบคาถามได้วา่ ใคร อะไร ทีไ่ หน อยา่ งไร เมื่อใด และทาไม
๗.๓.๓.๒ ใช้ขอ้ ความงา่ ยๆ ตคี วามหมายไดอ้ ยา่ งเดียว ไม่สองแงส่ องงา่ ม
๗.๓.๓.๓ แบง่ วรรคตอนถกู ตอ้ ง
๗.๓.๓.๔ ผู้รบั สามารถปฏบิ ัตโิ ดยไมต่ ้องตคี วาม หรือขอคาชแ้ี จงเพ่มิ เตมิ
๗.๓.๓.๕ การใชค้ ายอ่ ต้องมนั่ ใจวา่ ผูร้ ับสามารถเขา้ ใจไดถ้ ูกต้องตรงกัน

๗.๔ลาดับความเร่งดว่ นของข่าวทางทหารของ ทบ.ไทย
มี ๔ ลาดับ คือด่วนทสี่ ุดดว่ นมากดว่ น และ ปกติ โดยลาดบั ความเร่งดว่ นนน้ั ผใู้ หข้ ่าวเป็นผู้

กาหนดโดยตรง แต่เนือ่ งจากเวลาที่เสยี ไปในการเตรยี มขา่ วและการดาเนนิ กรรมวธิ ีตอ่ ขา่ ว ผูเ้ ขยี นขา่ วและ
นายทหารอนุมัติข่าวกม็ ีส่วนเกย่ี วขอ้ งในการขอเปลยี่ นแปลงลาดบั ความเรง่ ดว่ นของขา่ วได้

๗.๔.๑ ข่าวด่วนที่สุดผู้เก่ียวข้องกับข่าวทุกคนต้องปฏิบัติทันทีท่ีได้รับข่าว หมายรวมถึงผู้ให้
ข่าว ผเู้ ขียนขา่ ว ผอู้ นุมัติข่าว เจ้าหน้าทีส่ ่อื สาร เพอื่ ใหข้ า่ วนั้นถงึ มอื ผู้รบั โดยเรว็ ที่สุด และผู้รบั ขา่ วจะตอ้ งปฏิบัติ
โดยทนั ที ตัวอยา่ งเชน่ ขา่ วการปะทะขา้ ศึกครั้งแรกหรอื การแจง้ เตือนให้ทราบการเขา้ ตขี นาดใหญ่

๗.๔.๒ข่าวด่วนมากเป็นข่าวท่ีดาเนินต่อเน่ืองจากข่าวด่วนที่สุดหรือต้องการให้ปฏิบัติอย่าง
รีบด่วน ตัวอย่างเช่น การรายงานเพิ่มเติมจากการปะทะข้าศึกครั้งแรก ข่าวการประสบภัยหรือเรื่องที่มีความ
กระทบกระเทือนต่อแผนการปฏบิ ตั ิ

๗.๔.๓ข่าวด่วนเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับเรื่องราวหรอรายงานยุทธวิธีที่สาคัญ ซ่ึงต้องการให้
ปฏิบัติโดยเร็ว ตัวอย่างเชน่ การเคลื่อนยา้ ยหน่วย การเปลี่ยนท่ีตง้ั ทางการสง่ กาลังบารงุ การเปลี่ยนแปลงการ
วางกาลัง

๗.๔.๔ข่าวปกติ เป็นข่าวเกี่ยวกับการดาเนินการ การปฏบิ ัติการซึ่งกระทาอยู่เปน็ ประจาหรือ
วงรอบ และเป็นท่ีทราบลาดับขั้นตอนกนั ดอี ยู่แล้ว หรอื เปน็ ข่าวที่ต้องการให้มีการปฏิบัติโดยไม่ชักช้า เช่น การ
รายงานยอดกาลังพลประจาวนั สรุปสถานการณ์ยทุ โธปกรณ์ประจาวงรอบ รายงานสถานการณ์ประจาวนั เป็น
ต้น

๑-๙

เน่ืองจากความเรง่ ด่วนของข่าวมีผลเร่งรัดการปฏิบัติของผู้เกี่ยวข้องกับข่าวทุกคน ต้ังแต่ผู้ให้
ข่าวไปจนถึงผู้รับข่าว ข่าวที่มีความเร่งด่วนสูงกว่าจะไปหยุดข่าวท่ีมีความเร่งด่วนต่ากว่า ดังน้ันการกาหนด
ความเรง่ ดว่ นสูงเกนิ ความจาเปน็ จะทาให้เกดิ การคับคง่ั ของข่าวขึ้นได้

๗.๕ การแบ่งประเภทของของขา่ วทางทหาร ทบ.ไทย
การแบ่งประเภทของขา่ วทางทหาร มี๖ วธิ คี อื
ก. แบ่งตามลักษณะการจา่ หนา้
ข. แบง่ ตามลกั ษณะประเภทเอกสาร
ค. แบง่ ตามลักษณะความเรง่ ดว่ น
ง. แบ่งตามลกั ษณะเกย่ี วข้องกบั ศนู ยก์ ารส่อื สาร
จ. แบง่ ตามลกั ษณะเกย่ี วข้องในทางทหาร
ฉ. แบ่งตามลักษณะการปฏิบตั ิ

๗.๕.๑ ข่าวแบง่ ตามลักษณะการจ่าหน้ามี๔ ชนดิ คอื ขา่ วจา่ หนา้ เดยี ว ขา่ วจา่ หนา้ แยก ข่าว
จา่ หน้ารวม และขา่ วทวั่ ไป

๗.๕.๑.๑ขา่ วจา่ หนา้ เดยี วคอื ข่าวทสี่ ่งผ้รู บั เพยี งคนเดยี ว

๗.๕.๑.๒ข่าวจ่าหน้ารวมคือข่าวฉบับเดียวกันส่งถึงผู้รับหลายคน ผู้รับทุกคนจะ
ทราบวา่ มใี ครบา้ งทไี่ ดร้ ับขา่ วนัน้ การเขยี นในชอ่ ง “ถึง” ในกระดาษเขียนข่าว จะมีรายนามผูร้ ับทกุ คนระบุไว้

๗.๕.๒.๓ขา่ วจ่าหนา้ แยกคือ ข่าวที่เป็นฉบับเดียว ส่งถงึ ผู้รับหลายคน ผู้รบั แต่ละคน
จะไม่ทราบว่ามีใครบา้ งท่ีไดร้ ับขา่ วฉบับนั้นบ้าง การเขียนในช่อง “ถึง” ในกระดาษเขียนข่าวจะมีรายนามผู้รับ
แยกเป็นรายๆ ไป

๗.๕.๑.๔ข่าวทั่วไป เป็นข่าวซึ่งมีการกาหนดการแจกจ่ายได้โดยแน่นอน โดยปกติ
มกั จะมหี มายเลขควบคุมเอกสารกากับอยเู่ รยี งลาดับกนั ไป เชน่ คาส่ังยุทธการ คาแนะนาปฏบิ ัติการสือ่ สาร

๗.๕.๒ ข่าวแบ่งตามลกั ษณะประเภทเอกสารมี ๒ ชนดิ คอื ข่าวลับ (จัดประเภทเอกสาร)
และข่าวไม่ลับ (ไมจ่ ดั ประเภทเอกสาร) ขา่ วลับ มี ๓ระดับคือลับที่สดุ ลับมาก และ ลับลกั ษณะของขา่ วตาม
ประเภทเอกสารทง้ั ๓ ข้างต้นน้นั ทบ.ไทย ยดึ ถอื ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการรักษาความปลอดภยั
แห่งชาติ ปี ๒๕๕๒ เป็นหลักในการกาหนดประเภทเอกสารของขา่ ว

๗.๕.๓ ข่าวแบ่งตามลักษณะความเร่งด่วนมี๔ชนิดคือข่าวด่วนที่สุดข่าวด่วนมากข่าวด่วน
และข่าวปกติ ซง่ึ ได้กลา่ วอธิบายรายละเอยี ดมาแลว้

๗.๕.๔ ขา่ วแบง่ ตามลักษณะเก่ียวขอ้ งกบั ศนู ยก์ ารสือ่ สารมี ๔ ชนดิ คอื ขา่ วเขา้ ข่าวออกข่าว
สง่ ตอ่ และขา่ วภายในทต่ี งั้

๗.๕.๔.๑ข่าวเข้าคือขา่ วท่ผี ่านมัชฌิมการสอ่ื สารจากศูนยก์ ารสอ่ื สารอนื่ มายังผู้รับซึ่ง
อยูใ่ นหน่วยทศี่ ูนย์การสือ่ สารของเราประจาอยู่

๗.๕.๔.๒ขา่ วออกคือ ขา่ วซงึ่ สง่ จากศูนย์การสอื่ สารของเราไปยังศนู ย์การสอื่ สารอน่ื
๗.๕.๔.๓ข่าวส่งต่อคือ ข่าวที่ส่งมาจากศูนย์การส่ือสารแห่งหน่ึง เพื่อให้ศูนย์การ
สอ่ื สารของเราสง่ ตอ่ หรือถ่ายทอดไปยงั ศนู ยก์ ารสอ่ื สารอีกแหง่ หนง่ึ
๗.๕.๔.๔ข่าวภายในที่ตั้งคือ ข่าวซ่ึงจัดทาขึ้นภายใน บก.หน่วย เพ่ือแจกจ่ายไปยัง
ผู้รับภายในบริเวณที่ตั้ง บก.หน่วย ตามปกติไม่เก่ียวข้องกับศูนย์การส่ือสาร เว้นแต่เม่ือมีความต้องการบันทึก
หลักฐานไวเ้ ทา่ นน้ั

๑-๑๐

๗.๕.๕ ข่าวแบ่งตามลักษณะท่ีเกี่ยวข้องทางทหารได้แก่ ข่าวราชการข่าวก่ึงราชการ และ
ขา่ วเฉพาะสถานี

๗.๕.๕.๑ข่าวราชการ คอื ขา่ วซ่ึงหน่วยทหารจัดเตรียมข้ึนตามลกั ษณะของการ
เตรียมขา่ วทางทหารอยู่อยา่ งถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ เพอื่ สง่ ผ่านระบบการสอ่ื สารไปยังผรู้ ับระหว่างหนว่ ยทหารด้วยกัน

๗.๕.๕.๒ข่าวกึ่งราชการคือ ข่าวของหน่วยงานหรือส่วนราชการอ่ืน ซึ่งได้รับอนุมัติ
ใหส้ ่งผา่ นระบบการสอ่ื สารของหนว่ ยทหารได้

๗.๕.๕.๓ข่าวเฉพาะสถานีคือ ข่าวแลกเปล่ียนข้อมูลทางเทคนิคการส่ือสารระหว่าง
เจ้าหน้าที่ส่ือสารด้วยกัน ไม่ถือว่าเป็นข่าวราชการ และไม่เก่ียวข้องกับการดาเนินกรรมวิธีข้อมูลในศูนย์การ
สือ่ สาร

๗.๕.๖ขา่ วแบ่งตามลกั ษณะการปฏิบัติมี ๒ ชนิด คือ ขา่ วจริงและขา่ วฝกึ ซึง่ มีขอ้ แตกต่างกัน
คือ ในส่วนท่ีสองของข่าวฝึกจะมีคาวา่ “ฝกึ ” กากบั อยตู่ รงกึ่งกลางด้านบนและด้านลา่ งผู้รับไมต่ ้องปฏิบัติจริงใช้
ในการฝกึ ทางเอกสารหรอื ใชใ้ นการทดสอบระบบการสื่อสารสว่ นข่าวจริงผู้รบั ต้องมีการปฏิบัติจรงิ

การทาสาเนาข่าวและแจกจ่ายถงึ ผู้รับหลายคนใน บก.หนว่ ย นน้ั เปน็ หน้าท่ขี อง ศนู ยร์ บั -ส่ง
ซึง่ จัดตั้งขน้ึ ใน บก.หนว่ ย นั้น โดยมีนายทหารสารบรรณของหนว่ ยเป็นผู้ดาเนนิ การ ศนู ย์การส่ือสารจะสง่ มอบ
ข่าวเขา้ ใหแ้ ก่ศนู ย์รับ-สง่ เพยี งฉบับเดยี วเทา่ น้นั

๘. กระดาษเขียนข่าว
กระดาษเขยี นขา่ วของกองทพั บกไทย มี ๒ แบบ คือ แบบ สส.๖ (ทบ. ๔๖๓–๐๐๗) และแบบ สส.๗

(ทบ. ๔๖๓–๐๐๘)
แบบ สส.๖ มีขนาดใหญ่กว่า ใช้ในระดับกองพลขึ้นไป ๑ ชุด มี ๔ แผ่น ส่วนแบบ สส.๗มีขนาด

เล็กกว่า ใชใ้ นระดับกรมลงมา ๑ ชุด มี ๓ แผ่น
กระดาษเขยี นข่าวมีประโยชน์ในการช่วยให้การเขยี นขา่ วสะดวก รวดเรว็ มีข้อความในสว่ นของหัวเร่อื ง

และทา้ ยเรอ่ื งครบถ้วน ไม่ผิดพลาด หลงลมื
ในกรณีทีไ่ ม่มกี ระดาษเขียนขา่ วของทางราชการ กส็ ามารถเขยี นขา่ วบนกระดาษธรรมดาได้ แต่ต้องมี

สว่ นตา่ งๆ ของขา่ วครบท้ัง ๓ สว่ น คอื หวั เรอ่ื ง ตวั เรอื่ ง และท้ายเรอ่ื ง
ผู้ใหข้ ่าวคอื หน.สว่ นราชการ หรอื ผมู้ ีอานาจหนา้ ท่ี รวมทงั้ ผู้ทีไ่ ดร้ บั มอบอานาจทส่ี ัง่ ให้ส่งข่าวไป
ผู้เขียนข่าวคือ เจ้าหน้าที่ท่ีได้รับคาส่ังจากผู้ให้ข่าวให้จัดทาข่าว ผู้เขียนข่าวอาจจะเป็นบุคคลคน

เดยี วกบั ผ้ใู หข้ ่าวกไ็ ด้
ผูอ้ นมุ ตั ิขา่ วคอื ผูท้ ไ่ี ดร้ บั มอบอานาจหนา้ ท่ใี ห้ตรวจขา่ วและอนมุ ตั ใิ หส้ ง่ ข่าวในนามของผใู้ หข้ า่ วได้
ผใู้ ห้ข่าว ผู้เขียนข่าว และผู้อนุมัติข่าว ต่างก็มีส่วนรับผิดชอบในการกาหนดประเภทเอกสาร (กาหนด

ขัน้ ความลับ) ของข่าว โดยยดึ ถอื ขอ้ พิจารณาสาคญั ในการกาหนดประเภทเอกสารของข่าว ดังนี้
ก. ตอบคาถามว่า “ขา่ วนเ้ี ปน็ ประโยชนต์ ่อขา้ ศึกเพยี งใด”
ข. สาระสาคญั ของข่าวมคี วามเกยี่ วขอ้ งกับเอกสารท่ีกาหนดประเภทเอกสารไว้มากน้อยเพยี งใด

ผู้เกี่ยวข้องกับข่าวต้องให้ความระมัดระวังในการพิทักษ์รักษาข่าวตามระดับช้ันความลับ และในส่วน
ของเจ้าหน้าท่ีสื่อสารต้องเพ่ิมการดาเนินกรรมวิธีพิเศษต่อข่าวน้ัน ซ่ึงทาให้ข่าวต้องเสียเวลาอยู่ในระบบการ
สื่อสารเพ่มิ ข้นึ และตอ้ งมกี ารรกั ษาความปลอดภัยทางการสอ่ื สารเพิ่มขนึ้ ตามข้ันความลับ

ข่าวที่เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะส่งให้เจ้าหน้าท่ีของศูนย์การส่ือสารหรือศูนย์ข่าว ซ่ึงเจ้าหนาที่
ดาเนินกรรมวิธีส่งข่าวจะตรวจสอบข่าวว่าเป็นข่าวทางราชการที่ถูกต้องหรือไม่น้ัน โดยการตรวจสอบลายมือ

๑-๑๑

ของผู้อนุมัติข่าว กับตัวอย่างลายมือช่ือซึ่งหน่วยใช้ส่งให้ไว้เป็นหลักฐาน ข่าวท่ีลายมือช่ือไม่ถูกต้องหรือไม่ลง
ลายมือชื่อจะไมไ่ ด้รบั การดาเนนิ กรรมวิธีในการส่งไปยังผรู้ บั น้นั

ผู้รับข่าวคือ บุคคลหรือหน่วยราชการที่ข่าวน้ันจ่าหน้าถึง ถ้าเป็นบุคคลตามปกติก็คือ ผบ.หน่วยน้ัน
การจา่ หนา้ จะระบโุ ดยตาแหนง่

เมือ่ ผู้เขยี นขา่ วใชก้ ระดาษเขียนข่าวแบบ สส.๖ ผูเ้ ขียนขา่ วจะต้องเขียนรายละเอยี ดในหัวเรือ่ ง ดังน้ี
ก. ความเร่งด่วนสาหรับผปู้ ฏบิ ัติ
ข. ความเร่งดว่ นผรู้ บั ทราบ
ค. หม่วู ันเวลาทีเ่ ขียนขา่ ว
ง. ประเภทเอกสารของขา่ ว
จ. ทีข่ องผู้ให้ข่าว
ฉ. จาก (ระบตุ าแหนง่ ของผู้ให้ข่าว)
ช. ถึงผู้รับปฏิบตั ิ (ระบตุ าแหน่ง อาจมมี ากกวา่ ๑ คน)
ซ. ถึงผ้รู ับทราบ (ระบตุ าแหนง่ อาจมีมากกวา่ ๑ คน)
ด. คาแนะนา สาหรบั เจา้ หนาทสี่ ือ่ สาร (ถ้ามี)
ต. หม-ู่ คา ถ้าตอ้ งการระบุ

และเม่ือใชก้ ระดาษเขียนขา่ วแบบ สส.๗ ผูเ้ ขียนขา่ วตอ้ งเขยี นรายละเอยี ดในหวั เร่ือง ดังน้ี
ก. ความเรง่ ดว่ นของขาว
ข. ทีข่ องผู้ให้ข่าว
ค. จาก (ระบตุ าแหน่งผ้ใู ห้ข่าว)
ง. ถึง (ระบุตาแหน่งผรู้ บั ขา่ ว)

ท่ขี องผู้ให้ขา่ วในหัวเรือ่ งนั้น คือ ลาดับทขี่ องเอกสารซ่ึงส่งออกจาก บก.หน่วยนน้ั ๆ ได้มาจากทะเบยี น
หนังสอื ออกตามระบบงานสารบรรณของหนว่ ย

หมู่วนั เวลาเขียนเป็นชุดตัวเลข ๖ ตัวเรียงตดิ ตอ่ กัน ๒ ตวั แรกเป็นวันที่ ๒ ตัวที่สองเป็นช่วั โมง และ ๒
ตัวสดุ ท้ายเปน็ นาที

การระบุเดือนปี ในกระดาษเขียนขา่ ว สส.๖เขยี นต่อท้ายหมวู่ นั เวลาในกระดาษขยี นข่าว สส.๗ เขียน
ในชอ่ ง เดอื น ปี ทอี่ ยทู่ ้ายข่าว เดอื นใชอ้ ักษรย่อ ๒ ตวั อกั ษรปใี ช้เลขสองหลกั ทา้ ยของ พ.ศ.

ท้ายเร่อื งของกระดาษเขยี นข่าว สส.๗ ผู้เขยี นข่าวต้องลงรายละเอียด ดงั นี้
ก. ลงลายมอื ชอ่ื ผู้เขียนข่าว
ข. ลงหมูว่ นั เวลาที่เขียนขา่ วเสร็จ
ค. ลง เดอื น ปี
ง.เมือ่ ประสงค์ให้ส่งเปน็ ขอ้ ความธรรมดาได้ ใหเ้ ขียนขอ้ ความว่า “สง่ ไดต้ ามเขยี น” พร้อมลง

ลายมือช่อื กากับและเขียนลงล้อมรอบด้วย โดยใช้ทว่ี า่ งบนกระดาษเขียนขา่ ว
ท้ายเรอ่ื งของกระดาษเขยี นขา่ ว สส.๖ ผเู้ ขยี นข่าวตอ้ งลงรายละเอยี ดดงั น้ี
ก. ลงจานวน หนา้ ใน หนา้ ของขา่ ว
ข. ลงที่ของขา่ วท่อี า้ งถึง ถ้ามกี ารอา้ ง
ค. ระบุขา่ วทีอ่ า้ งถึงมกี ารจัดประเภทเอกสารหรอื ไม่
ง. ลงลายมอื ชื่อ นามหน่วย และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เขยี นข่าว
การอนุมัติข่าวหรือการรับรองว่าเป็นข่าวราชการ เม่ือใช้กระดาษเขียนข่าว สส.๖ และ สส.๗ มีข้อ

แตกตา่ งกันดังน้ี

๑-๑๒

สส.๖ ต้องสง่ ใหผ้ ้ไู ด้รับการแต่งตั้งเปน็ นายทหารอนุมัตขิ ่าวตรวจสอบและลงลายมือชือ่ แต่ สส.๗ ถือ
ว่าผ้เู ขียนขา่ วเปน็ ผู้อนมุ ตั ิข่าวด้วย

๙.ระบบการส่ือสารและการรกั ษาความปลอดภัยเกย่ี วกับการสื่อสาร (รปภ.ส)

๙.๑ ระบบการส่ือสารคือ ส่วนรวมขององค์แทนการส่ือสาร ซึ่งจัดให้มีการเช่ือมโยงเข้าด้วยกันเป็น
อันหนึ่งอันเดียว เพ่ืออานวยความสะดวกแก่ผู้บังคับบัญชา ระบบการสื่อสาร มี ๒ แบบ คือ ระบบการสือ่ สาร
เส้นหลกั และระบบการส่ือสารแบบพน้ื ท่ี

๙.๑.๑ ระบบการส่ือสารแบบเส้นหลักคือ ระบบการส่ือสารซ่ึงมีการจัดส่ิงอานวยความ
สะดวกทางการสือ่ สารประจา บก.หนว่ ยทหารทกุ ระดับ แลว้ จัดการเช่อื มโยงกันเขา้ กับสายการบังคบั บัญชาและ
ชว่ งการควบคุม

๙.๑.๒ระบบการสอื่ สารแบบพน้ื ที่คือระบบการส่อื สารซ่ึงจดั ประจาพ้นื ทที่ างภูมศิ าสตรเ์ พ่ือให้
การสนับสนุนหน่วยท่ีเข้าไปอยู่ในพ้ืนท่ีนั้นการเชื่อมโยงอยู่ในรูปของตารางเนทเวอร์คระบบการส่ือสารน้ีไม่
เคลอื่ นท่ตี ามไปดว้ ย

๙.๒ การรกั ษาความปลอดภัยเก่ียวกับการสือ่ สาร (รปภ.ส.)
๙.๒.๑รปภ.ส.คือ การใช้มาตรการท่ีกาหนดขึ้นเพื่อควบคุมพิทักษ์รักษาและป้องกันมิให้

ความลับของทางราชการ อันเนื่องมาจากการส่ือสารร่ัวไหลหรือรู้ไปถึงหรือตกไปอยู่กับบุคคล ผู้ไม่มีอานาจ
หนา้ ท่หี รอื ฝา่ ยตรงข้ามการรักษาความปลอดภัยเกยี่ วกับการสอ่ื สาร แบ่งออกเปน็ ๓ ประเภทคอื

ก. การรักษาความปลอดภัย ในการส่งขา่ ว
ข. การรกั ษาความปลอดภัย ทางการรหัส
ค. การรกั ษาความปลอดภัยเก่ยี วกับ สถานท่ที างการสอื่ สาร

๙.๒.๒การรักษาความปลอดภยั ในการสง่ ขา่ ว หมายถึง มาตรการท่ีกาหนดขนึ้ สาหรับปฏบิ ตั ิ
ตอ่ การสง่ ข่าวเพอื่ ป้องกันมใิ ห้ผู้ไม่มอี านาจหนา้ ท่ไี ดล้ ว่ งรู้ หรือรอดพน้ จากการดกั รบั การวิเคราะหก์ ารรบั -สง่
ขา่ ว และการลวงเลยี น

๙.๒.๓ การรักษาความปลอดภยั ทางการรหัส หมายถงึ มาตรการทีก่ าหนดข้ึนสาหรับปฏบิ ัติ
ต่อข่าวท่ีมีชั้นความลับ โดยการนาเอาระบบการรหัสท่ีได้อนมุ ัติแล้ว ไปใช้อย่างถูกตองเพ่ือป้องกันมิใหเ้ ปิดเผย
แก่บุคคลผู้ที่ไมม่ ีอานาจหนา้ ท่ี

๙.๒.๔การรกั ษาความปลอดภยั เกี่ยวกบั สถานที่ทางการส่อื สาร หมายถึงมาตรการทกี่ าหนด
ขึ้นเพือ่ พิทักษ์รักษาอาคาร สถานที่ วสั ดุ อุปกรณ์ เจ้าหน้าท่ี และเอกสารทใี่ ช้ดาเนินการเกี่ยวกับการส่ือสารให้
พ้นจากการจารกรรม การก่อวินาศกรรม การถูกยึด การกู้ซ่อม การตรวจการณ์ การถ่ายภาพ การโจรกรรม
ตลอดจนการเขา้ ถึงของผทู้ ีไ่ ม่มีอานาจหนา้ ท่ี

๙.๒.๕ ผูท้ ่ีเก่ยี วขอ้ งในการเตรียมข่าวจะต้องปฏบิ ตั ิเก่ยี วกบั การรักษาความปลอดภัยในการส่ง
ข่าว ดงั นี้

๙.๒.๕.๑ ผเู้ ขียนขา่ วตอ้ งเขยี นขา่ วในกระดาษเขยี นขา่ วที่กาหนดให้
๙.๒.๕.๒ ข่าวท่ีจะส่งทางวิทยุจะต้องส้ัน กะทัดรดั ชัดเจน และไม่สามารถส่งโดยวิธี
อน่ื ได้
๙.๒.๕.๓ ผู้ให้ข่าวเป็นผู้กาหนดชั้นความลับของข่าว โดยปฏิบัติตามระเบียบสานัก
นายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยการรปภ.แหง่ ชาติ พ.ศ.๒๕๕๒
๙.๒.๖ เจ้าหน้าที่ส่อื สารทีเ่ มอื่ ส่งข่าวทางวิทยจุ ะตอ้ งปฏิบัติเก่ียวกับการรักษาความปลอดภัย
ในการส่งขา่ วดังนี้

๑-๑๓

๙.๒.๖.๑ ใช้สายอากาศและกาลังส่งให้เหมาะสมเพียงพอเท่าท่ีจะรับ-ส่งข่าวกันได้
เทา่ น้นั

๙.๒.๖.๒ การทดลองปรบั เครื่องส่งจะต้องทานอ้ ยที่สดุ เทา่ ท่จี าเปน็ เทา่ นนั้
๙.๒.๖.๓ เปล่ียนความถ่แี ละหว้ งเวลาในการสง่ ขา่ วบอ่ ยๆ
๙.๒.๖.๔ รกั ษาวินัยในการใชว้ ิทยุ โดยปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บทที่ างราชการกาหนด
๙.๒.๖.๕ ไมส่ ่งขา่ วต่อเนอ่ื งเป็นเวลานานๆ หากขา่ วยาวใชแ้ บ่งส่งเปน็ ตอนๆ
๙.๒.๗การดักรับหมายถึงการฟังหรือบันทึกการส่ือสารของฝ่ายตรงข้าม เพ่ือให้ได้ข่าวสารท่ี
ตอ้ งการ แลว้ นาไปวิเคราะห์ โดยท่ีฝา่ ยถูกดักรบั ไม่ทราบว่าถูกดักรบั ข่าวสารทด่ี ักรับได้ จะนาไปวเิ คราะหใ์ น ๒
เรอ่ื งคือ

ก. วเิ คราะห์การรหัส
ข. วิเคราะห์การรับ-ส่งข่าว
๙.๒.๗.๑การวิเคราะห์การรหัสกระทาเพ่ือศึกษาพิจารณาระบบ และวิธีการของ
ประมวลลบั จากขา่ วของฝา่ ยตรงข้ามเพอื่ ถอดเป็นข้อความธรรมดา
๙.๒.๗.๒การวิเคราะห์การรับ-ส่งข่าวกระทาเพื่อศึกษาพิจารณาข้อมูลเก่ียวกับการ
สื่อสาร ได้แก่ปริมาณข่าว การเรียกขาน การพูดโต้ตอบ เวลาติดต่อ ความถ่ี ความแรงและสม่าเสมอของ
สญั ญาณ ซึ่งจะทาให้ทราบข่าวสารเกี่ยวกับการจดั ท่ีตง้ั การวางกาลัง การปฏบิ ัติการของหนว่ ย รวมทงั้ กิจการ
ของระบบการสอ่ื สาร
๙.๒.๘การลวงเลยี น คอื การกระทาใด ๆเพ่อื ส่งขา่ วลวงเข้าไปในขา่ ยการสื่อสารของฝา่ ยตรง
ข้ามเพอื่ ให้หลงผดิ สับสนหรือเกดิ ความเขา้ ใจวา่ เปน็ ฝา่ ยเดยี วกัน
๙.๒.๙การเฝ้าฟังคือการฟังหรือการบันทึกการส่ือสารของฝ่ายเดียวกัน เพื่อหาข้อบกพร่อง
ของขา่ ยการสื่อสารแล้วนามาปรบั ปรงุ การรักษาความปลอดภยั ในการสอื่ สาร

๙.๓การสงครามอิเลก็ ทรอนิกส์(Electronic Warfare: EW)

คือ การดาเนินมาตรการเพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการใช้ระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ของฝ่าย
เราให้สงู สดุ และในขณะเดียวกันก็มุ่งที่จะลดประสิทธิภาพการใช้ระบบการส่ือสารอิเลก็ ทรอนกิ ส์ของฝ่ายข้าศึก
ใหต้ า่ สุดหรือใช้การไม่ได้เลยการสงครามอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ประกอบดว้ ยมาตรการ ๓ อย่าง คอื

ก. มาตรการสนบั สนนุ การสงครามอิเล็กทรอนกิ ส์ (มสอ.หรอื ESM)
ข. มาตรการต่อต้านอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (มตอ.หรอื ECM)
ค. มาตรการตอบโต้การต่อตา้ นอิเล็กทรอนิกส์ (มตตอ.หรอื ECCM)

๙.๓.๑ มสอ.คือ การกระทาเพ่ือค้นหาดักรับ กาหนดท่ีต้ัง พิสูจน์ฝ่าย และวิเคราะห์การแผ่
กระจายคลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้ โดยเฉพาะการกาหนดทต่ี ้งั ของเครื่องสง่ วทิ ยแุ ละเรดาร์นั้น กระทาเพ่ือขยายผลการ
ปฏบิ ัตกิ ารทางยทุ ธวธิ ี

๙.๓.๒มตอ.คือ การกระทาเพื่อป้องกันหรือลดประสิทธิภาพในการใช้คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าของ
ฝา่ ยข้าศึก โดยการกอ่ กวนและการลวง

๙.๓.๓มตตอ.คอื การกระทาทั้งมวลเพอ่ื ประกนั ประสิทธิภาพในการใช้คล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ ของ
ฝา่ ยเราโดยการต่อสู้การกอ่ กวน การใช้ระบบรบั รองฝ่าย การรกั ษาวนิ ยั ในการใชว้ ทิ ยแุ ละการรายงาน มตอ.

๙.๓.๔การก่อกวนคือ การทาให้เครื่องรับของฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถรับสัญญาณจาก
เครือ่ งส่งของฝ่ายเดียวกันตามปกติได้ โดยการใช้เคร่อื งส่งปล่อยสัญญาณท่ีแรงกว่าไปกดเครื่องรับของฝ่ายตรง
ข้ามได้

๑-๑๔

๙.๓.๕ การลวง คอื การทาใหฝ้ ่ายตรงขา้ มเกดิ ความเขา้ ใจผิดหรอื สบั สนในการปฏบิ ัติ ทาได้
สองวิธี คือ

๙.๓.๕.๑ลวงเลห่ ์โดยเจตนาปล่อยข่าวของเราให้ฝ่ายตรงข้ามดักรบั ได้ และวเิ คราะห์
เจตนาในการปฏบิ ัตขิ องเราผดิ

๙.๓.๕.๒ลวงเลียนโดยกระทาให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจผิดว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน แล้วส่ง
ข่าวซึง่ ทาใหฝ้ า่ ยตรงขา้ มปฏบิ ตั กิ ารผิดพลาด

๙.๓.๖ การต่อสู้การก่อกวนพนักงานส่ือสารต้องพยายามใช้ความชานาญของตนแยก
สัญญาณจริงออกจากสัญญาณก่อกวนให้ได้ เช่น ปรับความถ่ีของเคร่ืองรับให้ผิดจากเดิมเพียงเล็กน้อยเพ่ือ
ค้นหาสัญญาณจริงและรับสัญญาณนนั้ ให้ได้ หรอื อาจใชเ้ ทคนิคการปรบั ทิศทางสายอากาศ โดยหลักการใหญ่ๆ
แล้ว คอื ตอ้ งพยายามรับข่าวโดยใช้ความถเี่ ดมิ

๙.๓.๗การใชร้ ะบบรบั รองฝ่ายคอื การป้องกนั การลวงเลียนโดยการใช้คาถาม คาตอบตามท่ี
กาหนดไวเ้ พื่อแน่ใจวา่ ทาการส่ือสารกับฝ่ายเดียวกนั

๙.๓.๘การรายงาน มตอ.(MIJI) คอื การแจ้งความผิดปกตใิ นการรับสัญญาณของฝ่ายเรา เมอ่ื
ไม่แนใ่ จว่าถูกก่อกวนหรือไม่ รายงานน้ีสง่ ไปยงั นายทหารฝ่ายการสอื่ สารของหน่วยเพื่อทาการวิเคราะห์สาเหตุ
และใหค้ าแนะนาในการแกไ้ ข

๙.๓.๙มาตรการจากัดการใช้วิทยุคือวิธีการที่กาหนดขึ้นเพื่อลดการใช้มาตรการสนับสนุน
อเิ ลก็ ทรอนกิ สข์ องฝ่ายตรงข้ามมาตรการจากัดการใช้วทิ ยุ มี ๒ อย่าง คือ

๙.๓.๙.๑การระงับวทิ ยุคอื การงดใชง้ านทั้งเครอ่ื งรับและเครอ่ื งสง่ วทิ ยุ
๙.๓.๙.๒การเงียบฟงั คือ การงดใช้เฉพาะเครื่องส่งวทิ ยุ ส่วนเครอื่ งรบั วิทยยุ ังคง
เปดิ รับสัญญาณอยู่
เร่อื งการสงครามอิเล็กทรอนกิ ส์ จะไดก้ ลา่ วตอ่ ไปโดยละเอยี ดในบทท่ี ๖

๙.๔ ความปลอดภยั ในการใช้วทิ ยุ
การสอ่ื สารทางวิทยถุ อื ว่าไม่มคี วามปลอดภยั แมจ้ ะส่งข่าวทีเ่ ขาการอักษรลบั แล้วกต็ าม ข้าศึก

อาจวิเคราะห์ข่าวสารของเรา หรือแม้จะไมส่ ามารถวเิ คราะห์ข่าวสารได้ แต่ก็อาจวิเคราะหร์ ะบบการสอ่ื สารของ
เรา ซึ่งทาให้ทราบท่ตี ้งั และข้อมูลอนื่ ๆ เก่ียวกับหนว่ ย

ในดา้ นการใชว้ ทิ ยนุ นั้ ผู้ใชต้ ้องคานึงถงึ ขอ้ จากัด ดังนี้
ก. รับสง่ ข่าวได้น้อย
ข. อาจถูกรบกวนไดง้ ่ายทง้ั จากธรรมชาติ จากการกระทาของฝ่ายเรา และฝ่ายข้าศึก
ค. รัศมีการทางานขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและลักษณะภูมิประเทศของ

ทต่ี ้งั สถานวี ทิ ยุ

ในการเลือกใช้ระหวา่ งระบบการสอื่ สารทางสายและวิทยนุ ั้นมีปัจจัยเปรียบเทียบที่สาคญั ใน
การพจิ ารณาเลอื กใช้ ดังน้ี

ก. เวลาในการติดตัง้ วทิ ยใุ ชน้ ้อยกว่าระบบทางสาย
ข. ความคลอ่ งแคล่วในการเคลื่อนที่ ระบบทางสายไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ แต่วิทยุ
สามารถเคลอื่ นที่ได้ในขณะทาการสื่อสาร
ค. วงจรทางสายเสย่ี งอนั ตรายต่อการขาดหรอื ชารดุ ไดต้ ลอดเวลา
จ. วงจรทางสายมโี อกาสถูกดกั ฟังจากขา้ ศึกน้อยกวา่
ซง่ึ เมือ่ พจิ ารณาในดา้ นความปลอดภัยเปน็ หลกั แล้วสามารถจัดเรยี งลาดบั ความปลอดภยั ใน
การสง่ ข่าวจากมากไปน้อย ดังนี้

๑-๑๕

ก. พลนาสาร
ข. ทางสาย
ค. ทัศนะสัญญาณ
ง. เสียงสญั ญาณ
จ. วิทยุ

๙.๕ การรกั ษาความปลอดภยั ระบบการสอ่ื สารประเภทสาย
๙.๕.๑ในแงข่ องการรักษาความปลอดภยั วงจรทางสาย แบ่งออกเปน็ ๒ ชนดิ คอื วงจร

อนุมัตแิ ละวงจรไม่อนมุ ตั ิ
วงจรอนมุ ตั ิเปน็ วงจรทางสาย ซ่ึงได้ทาการตรวจสอบ และมีการรกั ษาความปลอดภัย

สามารถส่งขา่ วที่มชี ้นั ความลบั เปน็ ขอ้ ความธรรมดาได้ ตามช้ันความลับของวงจรน้ัน
วงจรไม่อนุมตั ิเปน็ วงจรทางสายทไี่ มไ่ ดก้ ารตรวจสอบ หรอื ไมม่ กี ารรกั ษาความปลอดภัย

๙.๕.๒หลกั การในการส่งข่าวทมี่ ีชัน้ ความลบั ในวงจรทางสาย ประกอบดว้ ย
ก. ขา่ ว “ลับที่สดุ ” ไม่มกี ารส่งเปน็ ข้อความธรรมดาไมว่ า่ ในกรณใี ด
ข. ข่าวท่ีมีชั้นความลับต่า สามารถส่งเป็นข้อความธรรมดาในวงจรอนุมัติท่ีมีช้ัน

ความลบั สูงกวา่ ได้
ค. ข่าวท่ีมีชั้นความลับสูงกว่าชั้นความลับของวงจรอนุมัติจะส่งข้อความธรรมดาได้

ตอ่ เมื่อมขี อ้ ความ“ส่งเปน็ ขอ้ ความธรรมดา” พรอ้ มลายมอื ชอ่ื นายทหารผอู้ นมุ ัตกิ ากับอยู่
ง. วงจรไม่อนุมัติจะไม่ใช้ส่งข่าวที่มีชั้นความลับ ยกเว้นในกรณีเร่งท่ีสุดและต้องมี

ข้อความ “ส่งเป็นขอ้ ความธรรมดา” พร้อมลายมือชื่อนายทหารผ้อู นมุ ัติกากบั อยู่

๙.๕ การรักษาความปลอดภัยในการส่อื สารด้วยระบบวทิ ยุ
การบังคับบัญชาหน่วยทางยุทธวิธี การควบคุมหน่วย การควบคุมการใช้อาวุธและการข่าว

กรอง ต้องอาศยั การส่อื สารทางวทิ ยุเป็นหลกั
๙.๕.๑ การพิจารณาพื้นที่สาหรบั ต้ังสถานีวิทยุเป็นส่ิงท่ีมีความสาคญั ไม่ควรเลือกพื้นที่ซ่ึงมี

ลักษณะดังตอ่ ไปน้ี เป็นทตี่ งั้ สถานวี ิทยุ
ก. พ้นื ท่ีเป็นปา่ ทบึ
ข. พ้ืนท่ีในหุบเขาหรอื มีทีส่ งู ก้นั ขวางระหวา่ งสถานวี ทิ ยุ
ค. พนื้ ที่ซึ่งอยใู่ กล้กับสง่ิ ก่อสร้างทมี่ ีโครงเหล็กขนาดใหญ่ เช่น สะพาน หรอื ตึกสูง ๆ
ง. พน้ื ทีซ่ ึ่งอยใู่ กลส้ ายไฟฟ้าแรงสูง
จ. พ้ืนทซี่ ่ึงใช้เปน็ ทรี่ วมพล

สาหรบั พน้ื ทซี่ ่งึ เหมาะในการตั้งสถานีวิทยุ ควรมีลกั ษณะดงั น้ี
ก. มที วี่ า่ งพอที่จะติดตัง้ ระบบสายอากาศและสงบเงียบดี
ข. ค่อนข้างสูง
ค. พน้ื ดนิ มคี วามชืน้ สูง ซึง่ สามารถนาไฟฟ้าไดด้ ี
ง. ไมม่ ีสิ่งกดี ขวางในแนวเสน้ สายตาไปยังคสู่ ถานี
จ. มกี ารซ่อนพรางดีทั้งจากทางอากาศ และพืน้ ดนิ

อย่างไรกด็ ถี งึ แมพ้ น้ื ที่จะมีลักษณะเหมาะสม แตห่ ากพน้ื ทีน่ ้ันเป็นพื้นที่รวมพล ก็ไม่ควรตั้ง
สถานีวิทยุในพื้นที่นั้น เพราะข้าศึกอาจใช้เครื่องมือหาทิศวิทยุ แล้วกาหนดที่ต้ังสถานีวิทยุของฝ่ายเราได้หาก
ข้าศึกใช้อาวุธโจมตีบริเวณที่ตงั้ สถานวี ิทยุก็จะทาใหก้ าลังในพืน้ ท่รี วมพลเปน็ อันตรายไปดว้ ย

๑-๑๖

๙.๕.๒การ รปภ. ข่ายวิทยุขา่ ยวทิ ยุ คอื การจดั กลุม่ ของสถานีวทิ ยเุ พอื่ ทาการสอ่ื สารกันโดย
ความมุ่งหมายอย่างหน่งึ

ข่ายวิทยุ ประกอบด้วย สถานีบังคับข่าย ซึ่งทาหน้าท่ีควบคุมการใช้วิทยุภายในข่าย
และเปน็ ศนู ย์กลางในการสอ่ื สารของข่าย และลกู ข่ายจานวนหนง่ึ

กฎสาคญั ซงึ่ ตอ้ งยดึ ถอื ปฏบิ ัตเิ สมอในข่ายวทิ ยุ ไดแ้ ก่
ก. ไมเ่ รยี กขานกันโดยไมจ่ าเปน็
ข. ไมส่ อดแทรกเข้าไปในขณะที่สถานอี ่ืนในข่ายกาลังรบั -สง่ ขา่ วกนั อยู่ เวน้ แตจ่ ะ

มขี า่ วเร่งด่วน
ค. ใชค้ ายอ่ หรอื คาพดู ตามระเบยี บให้เหมาะสม
ง. เม่ือส่งข่าวจบควรหยุดรอเพื่อเปิดโอกาสให้สถานีวิทยุอื่นในข่าย มีโอกาสส่ง

ขา่ วบ้าง
ขอ้ ปฏิบตั ิเพ่อื ความปลอดภยั ในการใช้วทิ ยุ มีดังนี้
ก. ไม่พดู เล่นหยอกลอ้ กนั ทางวทิ ยุ
ข. ไมใ่ ช่คาพดู ธรรมดาแทนคาพดู หรือคายอ่ ตามระเบยี บ
ค. ไมฝ่ า่ ฝืนข้อจากัดการใช้วทิ ยุ (การเงยี บฟัง,การระงับวทิ ยุ)
ง. ไม่สื่อสารกบั ข่ายวิทยุอน่ื เม่ือยงั ไม่ได้รับอนมุ ัตใิ หเ้ ข้าขา่ ย
จ. ระมัดระวังในการใช้นามเรียกขานและนามผ้รู ับ
ฉ. ใช้ระบบการรบั รองฝ่ายเมอ่ื ไมแ่ นใ่ จ
ช. ไม่ใช้กาลงั ออกอากาศเกินความจาเปน็
ซ. สง่ ขา่ วดว้ ยความเรว็ เหมาะสมเพอ่ื ไมต่ ้องเสยี เวลาในการทวนขา่ ว
ด. ไมป่ รบั เคร่อื งส่งหรอื เปลยี่ นความถโี่ ดยไมจ่ าเปน็
ต. ไม่ทาการสง่ ข่าวในลกั ษณะผดิ สงั เกต

๙.๖การทาลายวัสดุท่ีมีช้ันความลับ มี ๒ ลักษณะ คือ การทาลายตามปกติ และการทาลายยาม
ฉกุ เฉนิ

๙.๖.๑การทาลายยามปกติเปน็ การทาลายวัสดุท่ีมีชัน้ ความลับซึง่ ไม่ต้องการใชต้ อ่ ไปแล้ว เช่น
กระดาษ เขม่า กระดาษไข บันทึกต่างๆ ตลอดจนเอกสารต่าง ๆและวัสดุการอักษรลับ ท่ีเลิกใช้และมีของใหม่
มาทดแทนแล้ว หรือวสั ดุท่ีได้ขออนุมตั ิทาลายแลว้ มีความมุง่ หมายทจ่ี ะลดภาระในการพิทักษ์รกั ษาและป้องกัน
มิใหผ้ เู้ กีย่ วข้องทราบรายละเอยี ด และวธิ ีการดาเนนิ งานเกย่ี วกบั ระบบการอักษรลับของเรา

๙.๖.๒การทาลายยามฉกุ เฉินเป็นการปฏิบัติของเจ้าหนา้ ทท่ี ี่มวี สั ดุที่มชี ้ันความลับอยู่ในความ
รับผิดชอบ กระทาตามระเบียบข้อบังคับท่ีกาหนดไว้ในสถานการณ์ ซ่ึงอยู่ในภาวะเส่ียงอันตรายจากการถูก
ขา้ ศึกยดึ เอาไป และได้รบั คาสงั่ ให้ทาลาย

๙.๗ในกรณที ยี่ ดึ เครื่องมือสื่อสารหรอื พัสดขุ องขา้ ศึกได้ จะต้องปฏิบตั ิดงั น้ี
๙.๗.๑อย่าแตะตอ้ งหรือทาให้เกิดความเสียหาย
๙.๗.๒ ไมเ่ ก็บเปน็ ของทรี่ ะลึกส่วนตัว
๙.๗.๓รายงานใหผ้ ูบ้ งั คบั บัญชาทราบ

ทั้งนี้เพราะเครื่องมือหรือพัสดุของฝ่ายข้าศึก อาจเป็นกับระเบิดทาอันตรายแก่ผู้แตะต้องหรือนัก
สะสมของท่ีระลึก นอกจากนี้เครื่องมือหรือพัสดุดังกล่าวนั้น ยังมีคุณค่าทางด้านการข่าวกรองที่ให้ข่าวสาร
เกีย่ วกับขาศกึ ซ่งึ บางครง้ั อาจมีความสาคญั ถงึ ขน้ึ นาไปสู่ชัยชนะของฝ่ายเราได้

๑-๑๗

๑๐. เจ้าหนา้ ที่สื่อสาร
ในระบบการสื่อสาร เคร่ืองมอื ที่ใช้มีความละเอียดอ่อน และสลบั ซับซ้อน การฝึกเจ้าหน้าทส่ี ่ือสารอยา่ ง

เป็นผล จะช่วยให้สามารถใช้เคร่ืองมือเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซงึ่ จะนามาสู่ความสาเร็จภารกิจในการ
ยุทธ์

เจา้ หนา้ ท่ีส่อื สารหลักประกอบด้วย
ก. เจา้ หนา้ ที่ศูนย์การส่ือสาร
ข. พนกั งานวทิ ยุ
ค. พนักงานเรดาร์
ง. เจ้าหนา้ ท่ีทางสาย
จ. เจา้ หนา้ ที่ส่งกาลังและซ่อมบารุงสายสือ่ สาร

การฝึกเจ้าหน้าที่ศูนย์การส่ือสารน้ัน ยึดหลักการสาคัญก็คือ จะฝึกให้สามารถปฏิบัติได้หลายหน้าที่
เพ่ือความออ่ นตัวของศูนยก์ ารสื่อสาร ซึ่งจะต้องสามารถปรับสภาพใหเ้ หมาะสมกับปริมาณงานที่เพิ่มข้ึน หรือ
ลดลงได้โดยไมท่ าใหก้ ารเดินของข่าวหยดุ ชะงกั

สาหรบั ในด้านการฝกึ เจา้ หนา้ ทที่ างสาย พนกั งานวทิ ยุและพนักงานเรดารน์ ้นั เนอื่ งจากเจา้ หนา้ ท่เี หลา่ นี้
มีความเกย่ี วขอ้ งโดยตรงกับเครอื่ งมอื สื่อสาร จงึ ต้องฝึกให้มคี วามรู้ ๓ เร่อื งสาคญั ทเ่ี กยี่ วข้องกับเคร่ืองมือนนั้
ได้แก่

๑. การตดิ ต้ัง
๒. การใชง้ าน
๓. การบารงุ รกั ษา

๑๑. การควบคุมบงั คบั บญั ชาและการจดั ระบบการส่อื สาร
การติดตงั้ การปฏบิ ัติงาน และการซ่อมบารุงการส่ือสาร เป็นความรับผดิ ชอบของผู้บังคับบัญชา โดยมี

นายทหารฝายอานวยการทางการสื่อสารเป็นผชู้ ว่ ยเหลอื ในการกากบั ดแู ลการส่อื สาร
หน่วยระดับกองพลเรียกนายทหารฝ่ายอานวยการทางการสื่อสารว่า ผู้บังคับทหารสื่อสาร ซ่ึงก็คือผู้

บงั คบั กองพนั ทหารสือ่ สารของกองพลน่นั เอง ผ้บู งั คับทหารส่ือสารมพี นั ธกจิ ดงั น้ี
ก. ให้คาแนะนาทางเทคนคิ และทางยุทธวธิ ี
ข. ให้ขอ้ เสนอแนะในเรอ่ื งเกี่ยวกับการสือ่ สาร
ค. กากบั ดูแลการสอ่ื สารท้งั ทางเทคนิคและทางยุทธวธิ ี

ผู้บงั คบั ทหารสอ่ื สารและนายทหารฝ่ายอานวยทางการส่อื สารเกี่ยวขอ้ งกับฝา่ ยอานวยการอนื่ ๆ ดังน้ี
ก. กบั สธ.๑ (หรอื ฝอ.๑) เรือ่ งกาลังพล
ข. กับ สธ.๒ (หรอื ฝอ.๒) เร่อื งการขา่ วกรองและการขา่ วกรองและการรักษาความปลอดภัย
ค. กับ สธ.๓ (หรือ ฝอ.๓) เรอ่ื งการยทุ ธและมาตรการการตอ่ ตา้ น
ง. กับ สธ.๔ (หรือ ฝอ.๔) เรื่องการสง่ กาลังบารุง

หน้าทหี่ ลักของผูบ้ งั คับทหารสื่อสาร หรือนายทหารฝา่ ยอานวยการทางการสือ่ สารประกอบดว้ ย
ก.ใหค้ าแนะนาทางเทคนิค, ทางยุทธวิธีการเลือกทีต่ ้ังท่ีบังคับการในแง่ของการสื่อสาร
ข. วางแผนและกากับดูแลการติดต้ัง , การปฏิบัติงานและการซ่อมบารุงระบบการสื่อสารรวมทั้ง

ศนู ยก์ ารส่ือสารของหนว่ ยตน
ค. กากับดูแลทางเทคนิคเก่ียวกับการสื่อสารของหน่วยบัญชาการภายในขอบเขตของความ

รับผิดชอบ

๑-๑๘

ง. กาหนดความต้องการส่ิงอุปกรณ์สายส่ือสารรวมท้ังการจัดตั้งองค์แทน เพื่อจัดหา เก็บรักษา
และแจกจ่าย

จ. จดั ทาคาสั่งเก่ยี วกับการสอื่ สาร

การวางแผนและกากับดูแลระบบการสอ่ื สารตอ้ งมคี วามรอบรใู้ นเรอ่ื ง
ก. ศูนยก์ ารสื่อสาร
ข. การนาสารและผู้นาสารพเิ ศษ
ค. ขีดความสามารถของระบบทางสาย
ง. ขดี ความสามารถการส่อื สารทางวทิ ยุ
จ. มัชฌมิ และองค์แทนการส่ือสารอื่น ๆ
ฉ. คาส่ัง , บันทึกและรายงาน
ช. การสง่ กาลงั สายสอื่ สาร
ซ. การฝกึ เปน็ ชดุ และเป็นหนว่ ย
ด. การรักษาความปลอดภัยในการสอ่ื สาร

การกาหนดท่ตี ั้งทบ่ี ังคบั บญั ชา มีแง่พิจารณาทางการส่ือสารดงั นี้
ก. มพี ้นื ท่ีเพยี งพอทจี่ ะให้มีการกระจายกาลังเครอ่ื งส่งคล่ืนแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าที่มีอยู่
ข. สามารถทาการส่ือสารกบั หนว่ ยอนื่ ไดส้ ะดวก
ค. มีพนื้ ทเ่ี หมาะสมทจ่ี ะจัดเพื่อการนาสาร
ง. มเี สน้ ทางเพียงพอทจี่ ะใช้เพอื่ การนาสาร

ทีต่ ง้ั ศูนย์การสื่อสารควรมีลักษณะดังนี้
ก. เงียบ ปราศจากเสียงรบกวน
ข. มคี วามกาบังจากขา้ ศึก
ค. มเี คร่อื งปอ้ งกนั ลมฟ้าอากาศ
ง. มเี ครอื่ งปอ้ งกนั แสงสว่างในเวลาคา่ มดื
จ. มีเครอื่ งปอ้ งกันไอพษิ
ฉ. อยใู่ กล้ บก.ของหนว่ ยที่ตนประจาอยู่
ช. มีขา่ ยถนนดี

ประสทิ ธภิ าพของศูนยก์ ารสือ่ สารศูนย์การสือ่ สารจะมปี ระสทิ ธิภาพเพียงใดน้ัน ย่อมขน้ึ อยู่กบั
ก. การหม่นั รายงานความสามารถและความเพียงพอของเครือ่ งมือ
ข. บนั ทึกการปฏิบัติ เกบ็ หลักฐานทีจ่ าเปน็
ค. ประสานงานโดยใกลช้ ดิ กบั หน่วยอนื่ และฝ่ายอานวยการ
ง. ทยอยข่าวมิให้คับคั่ง
จ. ยึดระเบียบและคาแนะนาในการเลือกทางสง่ ขา่ ว
ฉ. ปฏิบตั ิต่อขา่ วทม่ี คี วามเรง่ ด่วนสูงเปน็ พิเศษ
ช. ระลึกถึงการรกั ษาความปลอดภัยในการสือ่ สารอยเู่ สมอ

เส้นหลักการส่ือสาร คือ เส้นสมมุติท่ีแสดงการเช่ือมโยงที่บัญชาการและส่วนต่าง ๆของท่ีบัญชาการ
เข้าด้วยกัน ซึ่งระบบการสอื่ สารท่ีจัดข้ึนเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติทางยุทธวิธี จะมีลักษณะการเช่ือมโยงกันตาม
เสน้ หลักการสอื่ สารนี้

๑-๑๙

เพื่อให้ทราบข้อมูลเก่ียวกับลักษณะภูมิประเทศในการเสนอแนะท่ีต้ังท่ีบัญชาการผู้บังคับทหารสอ่ื สาร
มกั จะพิจารณาจากแผนที่ หรอื ภาพถ่ายทางอากาศ

การวางแผนจัดบริการศูนย์การสื่อสาร ผู้บังคับทหารส่ือสารจะต้องประสานกับผู้บังคับบัญชาและ
ฝ่ายอานวยการ

ปจั จยั ทีจ่ ะต้องพิจารณาในการวางแผนจดั บรกิ ารศูนย์การสื่อสาร มดี ังน้ี
ก. สถานการณท์ างยทุ ธวธิ ี และความตอ้ งการบริการศูนยก์ ารสื่อสาร
ข. เจ้าหนา้ ทที่ ีม่ ี และการฝกึ เจา้ หนา้ ทสี่ าหรับปฏบิ ัติงาน ๒๔ ช่ัวโมง
ค. การใช้มัชฌิมการส่อื สารชนิดต่าง ๆ
ง. อปุ กรณห์ รอื วสั ดุท่มี อี ยู่และการจดั หาอุปกรณ์ , วสั ดุเพ่ิมติม
จ. การจดั บริการนาสาร
ฉ. ที่ตัง้ ของศนู ย์การส่ือสาร
ช. ที่ตั้งตอนศูนยข์ ่าวของศูนย์การส่อื สาร
ซ. ความต้องการทเี่ กีย่ วกบั การรักษาความปลอดภยั ในการส่ือสาร

จานวนเจา้ หน้าท่ปี ฏบิ ัตงิ านในศนู ย์การสอื่ สาร ขนึ้ อยู่กบั
ก. ขนาดหนว่ ย
ข. เวลาทางานในวนั หน่งึ ๆ
ค. ความสาคญั ของการปฏิบตั กิ ารทางยุทธวิธี
ง. ความเปลี่ยนแปลงทางยทุ ธวิธี ซง่ึ มอี ิทธิพลต่อจานวนขา่ ว

ลกั ษณะพงึ ประสงคข์ องระบบการส่อื สารทางยทุ ธวิธี ไดแ้ ก่
ก. ความอ่อนตวั
ข. ความคล่องตัว
ค. ความสามารถบริการไดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
ง. มีระบบใช้ร่วมมาก

ความอ่อนตัวของระบบการสื่อสารทางยุทธวิธี คือความสามารถในการเพิ่มหรือลดการจัดบริการ
ส่ือสารได้ตามความต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางยุทธวิธี โดยไม่กระทบกระเทือนต่อ
ประสทิ ธิภาพในการสอ่ื สาร

ความคล่องตัวของระบบการส่ือสารทางยุทธวิธี ก็คือ ความสามารถในการดารงการ ส่ือสารได้ใน
ขณะท่สี ถานการณท์ างยุทธวธิ เี ปลยี่ นแปลงไปอยา่ งรวดเรว็ ทาให้หน่วยมกี ารย้าย ทตี่ ้ังบอ่ ยๆ

ความต่อเน่ืองในการบริการการส่ือสาร ก็คือความสามารถในการให้การบริการตลอด ๒๔ ช่ัวโมง
และมวี งจรสารองเพยี งพอ

เครื่องมอื สอื่ สารสารอง จดั ไวเ้ พื่อให้สามารถทดแทนเคร่ืองมือสื่อสารท่ีเกิดขัดข้องในขณะใช้งาน มไิ ด้
มไี วเ้ พ่ือนาไปใช้ตดิ ตั้งเพิม่ เติม

การควบคุมทางการสื่อสาร กระทาเพื่อให้ระบบการส่ือสารมีความอ่อนตัว และเชื่อถือได้ มี ๓ แบบ
คือ

ก. การควบคมุ การสื่อสาร
ข. การควบคมุ ระบบการสอื่ สาร
ค. การควบคมุ วงจรการสอ่ื สาร
การควบคุมการสื่อสาร กระทาเพื่อใหเ้ กดิ ความสอดคล้องระหวา่ งความต้องการใช้งานกับจานวนวงจร
การสื่อสารท่ีมีอยู่

๑-๒๐

การควบคุมระบบการสื่อสาร กระทาเพ่ือให้การออกแบบติดตั้งและปฏิบัติงานในรายละเอียดของ
ระบบการสือ่ สาร เป็นไปตามหลกั นิยม ระเบยี บแบบแผน นโยบายและคาสงั่ ของหน่วยเหนอื

การควบคุมวงจรการสอ่ื สารกระทาเพอื่ ให้การออกแบบสรา้ งวงจรทางสายใหญ่เปน็ ไปตามแผนสือ่ สาร
ของหน่วยเหนือ

ศูนย์การส่ือสารในระหว่างที่การยุทธ์ ในระหว่างการยุทธ์กาลังดาเนินอยู่น้ันศูนย์การสื่อสารจะ
ดาเนนิ การดงั นี้

ก. ปฏบิ ัตงิ านโดยต่อเนอื่ ง
ข. อาจตัง้ ศูนยก์ ารส่ือสารสว่ นบัญชาการตา่ ง ๆ ขน้ึ คือ สว่ นหลัง , สว่ นหน้า หรือสว่ นล่วงหน้า
ค. ในระหว่างเคลื่อนย้ายไปข้างหน้า ใช้ศูนย์การสื่อสารเคลื่อนที่ หรือศูนย์การส่ือสารประจา
ขบวนเดนิ

ประสทิ ธภิ าพของศนู ย์การส่ือสารจะเกดิ ข้ึนไดโ้ ดย
ก. จดั ทาเคร่ืองหมาย หรอื จดั ผนู้ าทางเขา้ สูศ่ ูนย์การสอื่ สาร
ข. ต้องทราบสถานภาพของมชั ฌมิ การสอ่ื สารท่มี อี ยแู่ ต่ละชนิดตลอดเวลา
ค. แจกจา่ ยขา่ วให้แกม่ ชั ฌิมทม่ี ีอยู่ โดยถูกตอ้ งเหมาะสม
ง. ปฏบิ ัตงิ านโดยสมา่ เสมอเพื่อขจัดความลา่ ข้าในการ ส่ง-รับข่าว
จ. จัดต้งั เจา้ หนา้ ที่ขนึ้ เพื่อค้นหาข้อผดิ พลาดเพื่อหาทางปรบั ปรุง
ฉ. ตดิ ตามขา่ วทกุ ฉบบั ให้แน่ใจวา่ ดาเนนิ การเสรจ็ โดยรวดเรว็
ช. จดั บริการนาสารใหเ้ หมาะกบั ความต้องการ
ซ. ให้มกี ารบันทึกแต่เท่าท่ีจาเป็น (ลดภาระทางธุรการลงให้มาก)
ด. ประสานโดยใกลช้ ิดกับศนู ย์รับส่งหรือองคแ์ ทนเกี่ยวกับการเตรียมข่าวและแจกจ่ายขา่ ว

การใช้การส่อื สารอย่างถูกต้องเพ่ือใหผ้ ู้ใชก้ ารสอื่ สารอย่างถูกต้อง ผู้บังคับทหารส่ือสาร ควรชแ้ี จงในท่ี
ประชมุ ฝา่ ยอานวยการเกย่ี วกบั

ก. มชั ฌิมการส่อื สารท่มี ีอยแู่ ละขีดความสามารถของระบบการสอ่ื สาร
ข. การปฏิบตั ติ อ่ ข่าวท่ีมคี วามเรง่ ดว่ นชนดิ ตา่ ง ๆ โทษของการกาหนดความเรง่ ดว่ น
สงู เกนิ ไป
ค. การปฏิบตั ิต่อขา่ วทจ่ี ดั ประเภทเอกสาร
ง. ความสาคัญของการลงช่อื , ลาดบั ของผูเ้ ขยี นข่าว, เวลาเขยี นขา่ วเสร็จ (เพื่อการ
อ้างถงึ เมื่อจาเปน็ )
จ. ตารางกาหนดเวลาการนาสารและขอ้ เสนอแนะในการออกข่าวให้ทันเวลา
ฉ. ระเบียบปฏิบตั ิในการเตรียมข่าว, แบบเอกสารท่ใี ช้, จานวนสาเนาทีต่ อ้ งการ
ช. เร่ืองราวเกี่ยวกบั การแจกจ่ายขา่ วภายในทต่ี ั้ง
สาเหตุความลา่ ช้าในการส่งขา่ วการเสนอขา่ วน้ัน ตอ้ งให้ทันเวลา แต่บางครัง้ ก็อาจเกดิ ความลา่ ชา้ ข้ึน
ได้ ซ่ึงมกั มสี าเหตมุ าจากเรือ่ งดงั น้ี
ก. สถานการณ์ทางยุทธวิธี
ข. การเขา้ และการถอดอกั ษรลบั
ค. ความคับคง่ั ของขา่ วอันเกิดจากการกาหนดความเร่งด่วนไม่เหมาะสม
ง. มัชฌมิ การสือ่ สารท่ีมีอยู่
จ. ปรมิ าณของข่าว
ฉ. สภาพลมฟ้าอากาศ รวมทัง้ การถกู รบกวนหรือการถกู กอ่ กวน

๑-๒๑

ช. ความชัดเจน, ความถูกต้องของการเขียนข่าวและการจา่ หนา้ ถึงผู้รับ
ซ. ความขดั ข้องของเครื่องรับ-สง่ ขา่ ว

๑๒. การดาเนนิ กรรมวิธีต่อข่าวและการสง่ ขา่ ว
การดาเนินกรรมวิธีต่อข่าวคือ การปฏิบัติการท้ังมวลตามระเบียบแบบแผนที่กาหนดไว้ เพื่อให้ข่าว

เดินทางผ่านศูนย์การสือ่ สารไปโดยรวดเรว็ และมหี ลักฐานแน่นอน
ตอนศนู ยข์ ่าว เป็นหน่วยงาน ซ่ึงทาหน้าที่ดาเนินกรรมวธิ ตี ่อขา่ ว ในศนู ย์การสื่อสาร

การดาเนนิ กรรมวธิ ตี ่อข่าวออกได้แก่
ก. รับขา่ วจากผู้ให้ข่าวหรือศนู ยร์ บั สง่
ข. ลงหลกั ฐาน
ค. เข้าอกั ษรลบั เมอ่ื จาเปน็
ง. ส่งไปยังตอนมชั ฌมิ การสื่อสารเพอ่ื ทาการสง่ ออกไปยงั ปลายทาง

การดาเนินกรรมวธิ ตี ่อข่าวเขา้ ไดแ้ ก่
ก. รับข่าวจากตอนมชั ฌิมการสอ่ื สารและพลนาสารภายนอก
ข. ลงหลักฐาน
ค. ถอดรหสั (เม่ือจาเปน็ )
ง. สง่ มอบแก่ศูนย์รบั สง่ หรือพลนาสารภายใน

ความรับผดิ ชอบของศนู ยก์ ารส่อื สารจะหมดลงเม่ือข่าวฉบับน้นั ได้สง่ ไปถึงปลายทางและมีการตอบรับ
แล้ว

แฟม้ รอ ใช้เก็บสาเนาขา่ ว ซง่ึ ยังไมพ่ ้นภาระความรบั ผิดชอบของศนู ยก์ ารส่อื สาร

แฟม้ เกบ็ ใช้เก็บสาเนาข่าวทพ่ี น้ ภาระความรบั ผิดชอบของศูนย์การสื่อสารไปแล้ว

หวั ใจสาคัญในการใหบ้ รกิ ารส่อื สารก็คอื ความรวดเร็วความแน่นอนและความปลอดภยั ในระหว่าง
ความรวดเรว็ กับความแนน่ อนน้ัน ความแน่นอนมีความสาคญั กวา่ เพราะความรวดเร็วจะไมม่ คี วามหมายเมื่อ
ข่าวไม่มคี วามแน่นอน

ความไม่ถกู ตอ้ งไม่แน่นอนในการรับ-ส่งขา่ ว ก่อใหเ้ กดิ ผลเสยี ดังนี้
ก. เกดิ ความสบั สนเสยี เวลา
ข. อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อการปฏิบัตทิ างยุทธวิธอี ยา่ งร้ายแรง

ในการดาเนินกรรมวิธีต่อข่าว จะใช้เวลาฉบับละประมาณไม่เกนิ ๑๕ นาที หากเป็นข่าวซึ่งจะต้องเข้า
หรอื ถอดอักษรลับ จะเสียเวลาเพิ่มข้ึนอีกประมาณ ๒๕ คา (หรือหมู่คา) ต่อ ๑ นาที ส่วนการส่งข่าวน้ัน จะ
กระทาได้รวดเร็วเพียงใดน้นั ขึ้นอยกู่ ับ

ก. มชั ฌมิ การส่ือสารและวิธขี องการส่งข่าว
ข. การรบกวน
ค. ความชานาญของพนักงาน
ง. อืน่ ๆ

อัตราความเร็วในการส่งข่าวด้วยมัชฌิมการส่ือสารต่าง ๆ กันน้ัน หากถือเอาข่าวซ่ึงประกอบด้วย
ประมวลลับ หรือรหัส ๑๐ หมู่ หรือข้อความธรรมดา ๑๐ คา พร้อมด้วยการ เรียกขาน และจ่าหน้าลงชื่อแล้ว
จะมอี ัตราการส่งดงั นี้

๑-๒๒

ก. โคมสัญญาณ ๑๐–๒๐ ฉบับ/ชวั่ โมง
ข. แผ่นผ้าสัญญาณ ๑๕ ฉบบั /ชวั่ โมง
ค. โทรศัพท์ ๑๐–๑๕ ฉบับ/ชั่วโมง
ง. วิทยุโทรศพั ท์ ๘–๑๒ ฉบบั /ช่ัวโมง
จ. วิทยโุ ทรเลข ๑๕–๒๕ ฉบับ/ชว่ั โมง
ฉ. โทรพิมพ์ (ทางเดียว) ๕๐–๘๐ ฉบับ/ช่วั โมง
ช. โทรพมิ พ์ (สองทาง) ๑๐๐–๑๕๐ ฉบับ/ช่ัวโมง

ปัจจัยพิจารณาในการวางแผนจดั บริการนาสารจะตอ้ งพิจารณา ดงั น้ี
ก. เจา้ หนา้ ท่ีที่จะใชป้ ฏบิ ัติงาน
ข. เครอื่ งมอื ทจ่ี ะใชป้ ฏบิ ัติงานรวมทั้งเครื่องมือในการสง่
ค. เสน้ ทางและกาหนดเวลานาสาร
ง. เสน้ ทางนาสารภายใน (เฉพาะท่ีอย่นู อกขอบเขตของศนู ย์รับส่ง)
จ. บรกิ ารนาสารพิเศษ
ฉ. ความปลอดภัย
ช. การควบคุมกากับดแู ล

อตั ราความเร็วของการส่งขา่ วดว้ ยพลนาสารชนดิ ตา่ งๆ มีดังน้ี
๑. พลนาสารเดินเท้า กลางวนั ๓-๕ กลางคืน ๒-๔ ไมล์ต่อชว่ั โมง
๒. พลนาสารข่จี ักรยาน กลางวนั ๙–๑๕ กลางคนื ๖–๑๒ ไมล์ตอ่ ชัว่ โมง
๓. พลนาสารขมี่ า้ กลางวัน ๑๒–๒๐ กลางคนื ๘–๑๖ ไมล์ต่อชวั่ โมง
๔. พลนาสารยานยนต์ กลางวัน๒๕–๔๐ กลางคนื ๑๕–๓๐ ไมล์ต่อชัว่ โมง
๕. พลนาสารทางรถไฟ กลางวัน ๓๕–๔๐ กลางคืน ๓๕–๔๐ ไมล์ตอ่ ชวั่ โมง
๖. พลนาสารทางอากาศกลางวนั ๘๐ขนึ้ ไปกลางคนื ๘๐ ข้ึนไป ไมลต์ ่อชว่ั โมง

------------------------------------------------------------

๒-๑

บทที่ ๒
หลกั นยิ มการสื่อสารทางยุทธวิธี

๑. การส่อื สารทางยุทธวธิ ี
๑.๑การสื่อสารทางยุทธวิธีคือระบบการสื่อสารและเครื่องมือสื่อสารต่างๆซึ่งสนับสนุนส่วนต่างๆของ

กองทัพบกในสนาม
๑.๒ในการจัดต้ังและซ่อมบารุงการส่ือสารน้ันเป็นความรับผิดชอบทางการบังคับบัญชากล่าวคือ

ผู้บังคับบญั ชาแต่ผเู้ ดียวเป็นผู้รบั ผดิ ชอบในการจัดให้มีระบบการส่ือสารภายในหนว่ ยอยา่ งพอเพียงและใช้ระบบ
การสื่อสารนั้นอย่างถูกต้องตลอดจนจัดให้มีการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพในระบบการสื่อสารของหน่วย
เหนอื ถดั ไปด้วย

๑.๓การวางและซอ่ มบารุงการส่ือสารระหวา่ งหนว่ ยมหี ลักการดงั นี้
๑.๓.๑ หน่วยเหนือหรือหน่วยท่ีใหญ่กว่ารับผิดชอบในการวางและซ่อมบารงการ

สอื่ สารไปยังหน่วยรองหรือหน่วยตา่ กว่าและถือว่าหน่วยข้นึ สมทบน้ันเปรยี บเสมอื นหน่วยรอง
๑.๓.๒ หน่วยให้การสนับสนุนรับผิดชอบในการวางและซ่อมบารุงการสื่อสารไปยัง

หนว่ ยรบั การสนบั สนุน
๑.๓.๓ หน่วยเพ่ิมเติมกาลังรับผิดชอบในการวางและซ่อมบารุงการส่ือสารไปยัง

หนว่ ยรบั การเพิม่ เตมิ กาลัง
๑.๓.๔ หน่วยที่อยู่ทางซ้ายรับผิดชอบในการวางและซ่อมบารุงการสื่อสารไปยัง

หน่วยทอ่ี ย่ทู างขวา

๒. หลักการสื่อสารทางยุทธวธิ เี บื้องตน้
๒.๑ การจากัดการใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีไว้ให้ผ้บู ังคับบญั ชาและบุคคลท่ีกาหนดให้ใช้โดยเฉพาะเป็น

ประการสาคญั การใช้จะต้องให้นอ้ ยทส่ี ุดแต่ต้องสามารถสนองตอบภารกจิ หรือความมุ่งหมายได้
๒.๒ ความเหมาะสมในการใช้เคร่ืองมือคือการเลือกใช้มัชฌิมการสื่อสารเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม

ต่างๆกันโดยเปรียบเทียบนา้ หนักของปัจจัยต่างๆได้แก่ความเร่งด่วนทางการยุทธ์เวลาในการติดต้ังเวลาในการ
สง่ จุดอ่อนต่อการปฏิบตั ิการของขา้ ศกึ ความเชื่อถือและราคาของทรัพยส์ นิ

๒.๓ ความออ่ นตัวระบบการส่ือสารจะต้องมีความอ่อนตวั และสามารถสนับสนนุ ตามความผนั แปรของ
สถานการณท์ างยุทธวิธี

๒.๔ การกระจายกาลังจะต้องกระจายอุปกรณ์การส่ือสารออกไปตามส่วนสัมพันธ์กับหน่วยที่รับ
บรกิ ารการส่ือสารใหม้ ากที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นเป้าหมายท่ีคุ้มค่าของข้าศกึ และใหข้ ่าวสารเกย่ี วกับทาเนยี บกาลงั รบ
ฝ่ายเราแกข่ ้าศกึ รวมท้ังลดการรบกวนจากการแพร่กระจายคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้าใหน้ อ้ ยที่สุด

๒.๕ ความงา่ ยในการปฏบิ ัติถึงแม้เทคนคิ ภายในเครอ่ื งมอื จะซบั ซ้อนแต่การใชค้ วรจะใหใ้ ช้งานได้งา่ ยๆ
แต่ถ้ามีความซบั ซอ้ นในการปฏบิ ัติมากย่ิงขน้ึ ก็ควรจะมีระเบียบปฏิบตั ิท่ีง่ายและมีการฝึกการปฏิบัติมาแล้วอยา่ ง
ดี

๒.๖ เครื่องมือประจาหน่วยโดยทั่วไปหน่วยระดับกรมลงไปจะใช้เคร่ืองมือประจาหน่วยส่วนหน่วย
ระดับกองพลข้ึนไปนั้นตามปกตจิ ะใชร้ ะบบการส่อื สารร่วมซึง่ หนว่ ยทหารส่ือสารเปน็ ผตู้ ิดตง้ั และปฏบิ ัติงานให้

๒.๗ การรักษาความปลอดภยั เพ่ือทีจ่ ะใหไ้ ด้มาซึ่งความปลอดภยั ในการส่ือสารเปน็ อย่างดีทีส่ ุดจะต้อง
มีการรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสาร (รปภ.ส.) ในทุกวิถีทางโดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความ
เรง่ ดว่ นทางยุทธวิธเี ปน็ หลัก

๒-๒

๓. การใช้การสือ่ สารทางยทุ ธวธิ ี
๓.๑ความต้องการเบ้ืองต้นของระบบการส่ือสารทางยุทธวิธีก็คือจะต้องจัดให้มีความรวดเร็วความ

เชื่อถือไดแ้ ละความแน่นอน
๓.๒หลกั การใชเ้ ครือ่ งมอื ส่ือสารให้ถูกตอ้ ง
๓.๒.๑ ใช้แตเ่ พยี งเทา่ ทีต่ อ้ งการ
๓.๒.๒ ใช้เทา่ ทห่ี น่วยจะสามารถใหก้ ารสนับสนนุ ได้
๓.๓ ระบบการส่ือสารทางยุทธวิธีจะต้องออกแบบสร้างและใช้ให้เหมาะสมกับขีดความสามารถของ

กาลังคนและตรงกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ ภารกิจทางยุทธวิธขี องหนว่ ยซ่ึงผู้บังคับหน่วยและฝา่ ยอานวยการจะตอ้ ง
๓.๓.๑ ไม่รอ้ งขอหรอื จะตอ้ งไม่หวังพึง่ พาระบบการสื่อสารท่ีนอกเหนอื จากความมงุ่ หมายหลัก

ของหนว่ ย
๓.๓.๒ จากัดการใชร้ ะบบการสอ่ื สารเฉพาะขา่ วทีส่ าคัญเท่านน้ั
๓.๓.๓ ไม่จดั ระบบการสอ่ื สารให้มีลกั ษณะทจี่ ะให้มีการส่งขา่ วกนั อยา่ งฟุ่มเฟอื ย

๓.๓.๔ ใช้วินัยทางการบังคับบัญชาในการควบคุมระบบการสื่อสารทางยุทธวิธีให้เกิดประโยชน์
สูงสดุ

๔. การส่ือสารทางยทุ ธวิธขี องหน่วยระดับต่างๆ
๔.๑ การสอ่ื สารทางยทุ ธวธิ รี ะดับกองร้อย
๔.๑.๑ ในระดับกองร้อยการสื่อสารมักใช้พูดโต้ตอบส้ันๆระยะใกล้และโดยทั่วไปจะไม่ต้อง

บันทึกการสื่อสารระบบการส่ือสารระดับนี้ก็เพียงพอกับความต้องการเบื้องต้นสาหรับการบังคับบัญชาและ
ควบคมุ ภายในหน่วยของตน

๔.๑.๒ การส่ือสารใช้วิทยุขา่ ยบงั คบั บญั ชาแบบความถ่สี งู มากปรงุ คล่ืนทางความถ่ี

ชนิดตดิ หลังและติดตั้งบนยานยนตแ์ ละขา่ ยโทรศพั ท์สนามเปน็ หลกั

๔.๒ การส่อื สารทางยทุ ธวธิ ีระดับกองพัน
๔.๒.๑ ระดับกองพันมคี วามต้องการในการส่ือสารกวา้ งขวางขีน้ กวา่ กองร้อยแต่อย่างไรก็ตาม

คงมีลักษณะเช่นเดียวกับกองร้อย เคร่ืองมือสอ่ื สารหลักคงได้แก่ วิทยุแต่มีระยะการสื่อสารไกลกว่าและมีความ
ต้องการในการบนั ทกึ ทั้งขา่ วลับและไมล่ ับ

๔.๒.๒ ระบบการส่อื สารของกองพัน ประกอบด้วย เครอื่ งมอื สื่อสารภายในกองบงั คับการและ
ภายนอกกองบงั คบั การไปยงั กองรอ้ ยตา่ งๆและหนว่ ยสมทบ

๔.๒.๓ กองพันใชว้ ิทยุความถส่ี งู มาก(VHF) ปรุงคล่นื ทางความถ่ี (FM) ในขา่ ยบงั คบั บัญชาและ
ข่ายส่งกาลังบารุงและใช้วิทยุโทรพิมพ์ความถี่สูง (HF) หรือวิทยุความถ่ีสูง ปรงุ คล่ืนแบบแถบความถ่ีด้านเดียว
(SSB) เข้าข่ายกับหน่วยเหนือรวมทั้งจัดตั้งวงจรทางสายไปยังหน่วยรองต่างๆและจัดให้มีการนาสารข้ึนใช้ใน
ระยะใกล้

๔.๓ การสอ่ื สารทางยุทธวธิ ีระดบั กรม
๔.๓.๑ ระบบการส่ือสารส่วนหน่ึงของกรม จะสนธิเข้ากับระบบการส่ือสารของกองพลด้วย

วิทยถุ ่ายทอดชนดิ หลายช่องและ/หรือสายรวมสนามกรมเป็นสถานปี ลายทางส่วนหน้าของระบบการส่อื สารของ
กองพลโดยหน่วยทหารส่อื สารกองพลจะเชือ่ มตอ่ กองบังคับการกรมเขา้ กับทีบ่ ญั ชาการหลักและรองของกองพล

๔.๓.๒ ระบบการสอ่ื สารของกรมจัดให้มลี กั ษณะดงั นี้

๒-๓

๔.๓.๒.๑ การนาสารทางพนื้ ดินและทางอากาศ
๔.๓.๒.๒ การส่ือสารประเภททัศนะและเสียงจากัดใช้เฉพาะในระบบเตรยี มพร้อม

และเตอื นภยั ภายในทต่ี ั้งของกองบังคับการ
๔.๓.๒.๓ การส่ือสารประเภทวทิ ยุเป็นเครอ่ื งมือหลักของกรมใช้ท้ังวทิ ยุชนิดความถี่

สูงมากปรุงคล่ืนทางความถี่และ/หรือวิทยุความถี่สูงปรุงคลื่นแบบแถบความถ่ีด้านเดียวข่ายวิทยุของกรมโดย
ปกติประกอบด้วยข่ายบังคับบัญชาและข่ายธุรการ/ส่งกาลังบารุงรวมทั้งมีชุดวทิ ยุหลายสถานที างานอยู่ในข่าย
วิทยขุ องกองพล

๔.๓.๒.๔ การส่ือสารประเภทสายใช้เป็นหลักระหว่างส่วนต่างๆของกองบังคับการ
และใช้สาหรบั เครื่องควบคุมระยะไกล

๔.๔ การสือ่ สารทางยทุ ธวธิ ีระดบั กองพล
๔.๔.๑ กองพลใช้ระบบการสื่อสารแบบหลายช่อง(Multichannel)และเส้นหลักการส่ือสาร

หลายแกนเพื่อทาใหเ้ กดิ
๔.๔.๑.๑ การสือ่ สารไปยังหนว่ ยต่างๆซึ่งกระจายอยูอ่ ย่างกว้างขวาง
๔.๔.๑.๒ ความอ่อนตัวต่อการเปลย่ี นแปลงในด้านการจดั กาลังเข้าทาการรบและ

การเปล่ยี นแปลงทตี่ ัง้ ต่างๆ
๔.๔.๑.๓ วงจรใช้ร่วมสาหรับหน่วยต่างๆและวงจรใช้เฉพาะสาหรับการใช้อาวุธ

และกิจการพเิ ศษอืน่ ๆ
๔.๔.๑.๔ การสนธิเข้ากับระบบการสื่อสารของหน่วยเหนือ
๔.๔.๑.๕ เครือ่ งมือทม่ี คี วามปลอดภัยสาหรบั การสง่ ข่าวลบั
๔.๔.๑.๖ เคร่อื งมือสารสารทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้และเคร่อื งมือสือ่ สารสารอง

๔.๔.๒ ระบบการสือ่ สารของกองพล ตามปกติจะประกอบดว้ ย

๔.๔.๒.๑ ศนู ยก์ ารสื่อสารณส่วนตา่ งๆของกองพล
๔.๔.๒.๒ ระหว่างศูนย์การส่ือสารของกองพลกรมและปืนใหญ่ของกองพล
เช่ือมโยงกนั ดว้ ยการสือ่ สารแบบหลายชอ่ ง
๔.๔.๒.๓ การนาสารทางพ้นื ดนิ และทางอากาศ
๔.๔.๒.๔ ข่ายวิทยุความถ่ีสูงปรุงคลื่นแบบแถบความถ่ีด้านเดียววิทยุโทรพิมพ์
ความถส่ี งู และวทิ ยุความถส่ี ูงมากปรุงคลน่ื ทางความถ่ี
๔.๔.๒.๕ สถานีสนธิวิทยุ-สายณศูนย์การส่ือสารแต่ละแห่ง(เว้นทก.หลังของกอง
พล)
๔.๔.๓ กองพันทหารส่ือสารของกองพล รับผิดชอบในการติดต้ังและปฏิบัติงานระบบการ
สือ่ สารของกองพล
๕. การสือ่ สารในระหวา่ งขน้ั ต่างๆของการยุทธ์
๕.๑ การส่ือสารในพนื้ ทรี่ วมพล
๕.๑.๑ พ้ืนทร่ี วมพลคอื พ้ืนท่ซี ึง่ หน่วยต่างๆมารวมกนั เพอื่ เตรียมการปฏิบตั ิทางยุทธวิธตี ่อไปมี
การกระจายข่าวสารเกย่ี วกับการยทุ ธ์ท่จี ะปฏิบัตทิ าแผนและแก้ไขข้อบกพร่องในด้านการสง่ กาลังและซอ่ มบารุง
เป็นครั้งสดุ ท้าย

๒-๔

๕.๑.๒ ในพื้นท่รี วมพลจะต้องเลือกและใชเ้ ครือ่ งมือสารสารอย่างเหมาะสมเพ่ือป้องกนั การดัก
รบั ของขา้ ศกึ และรักษาความปลอดภัยทางการสอื่ สารอย่างเหมาะสมจึงต้องใหม้ ีการสื่อสารในขั้นการปฏิบัติใน
พืน้ ทีร่ วมพลดังน้ี

๕.๑.๒.๑ กองบังคบั การท่สี าคญั ๆท่จี ะตอ้ งจดั ศูนย์การสื่อสารขนึ้
๕.๑.๒.๒ ทุกศูนยก์ ารสื่อสารใชก้ ารนาสารเป็นหลกั
๕.๑.๒.๓ ทัศนะและเสยี งสญั ญาณจากัดการใช้
๕.๑.๒.๔ การส่ือสารทางวิทยุจะจากัดการใช้หรือระงับวิทยุสาหรับชุดวิทยุถ่ายทอด
อาจต้องกระจายท่ัวพื้นท่ีรวมพลแต่โดยปกตจิ ะไมป่ ฏิบัตงิ านเวน้ การใชเ้ พ่ือกระจายข่าวแจ้งเตอื นภัยและส่งขา่ ว
จากสว่ นลาดตระเวนที่ปะทะกบั ขา้ ศกึ
๕.๑.๒.๕ การสื่อสารทางสายใช้อยา่ งจากัดเท่าทจี่ าเปน็ อาจใชท้ างสายของพลเรือนท่ี
มีอยแู่ ลว้ ได้
๕.๑.๒.๖ เม่ือมีหน่วยมาสมทบและสนับสนุนตอ้ งตรวจสอบความถี่นามเรียกขานแจ้ง
จา่ ยนปส. รายการท่ีเกี่ยวข้องสอบสถานภาพของเครื่องมือและเจ้าหนา้ ที่สือ่ สารทาการฝึกโดยเน้นการปฏิบัติท่ี
จะดาเนินตอ่ ไป และแจกจา่ ยคาแนะนาการสอ่ื สารพเิ ศษตามแบบแผนท่ีวางไว้

๕.๒. การส่อื สารระหวา่ งการเคลือ่ นย้าย
๕.๒.๑ การเคล่ือนย้ายแบ่งออกเป็นการเคลื่อนยา้ ยทางธุรการและทางยุทธวิธีการสื่อสาร

ระหว่างการเคลอื่ นยา้ ยใช้สาหรับคุมขบวนติดต่อกับส่วนลาดตระเวนและส่วนระวงั ป้องกนั และใช้ทาการสอื่ สาร
กบั หน่วยสนบั สนนุ และหนว่ ยเหนือการสอื่ สารในระหวา่ งนจ้ี ะตอ้ งจดั ใหม้ นี ้อยทีส่ ดุ เทา่ ท่ีจาเป็น

๕.๒.๑.๑ ชุดวิทยุถ่ายทอดหรือสถานีส่งต่อจะติดตั้งตามเส้นทางเพื่อให้มีการสื่อสาร
อยา่ งต่อเนื่องกันโดยตลอด

๕.๒.๑.๒ เครื่องมือส่ือสารท่ีใช้ติดต่อกับอากาศยานควรกระจายอยู่ในขบวนและใช้
ทศั นะสัญญาณทาการสือ่ สารอากาศยานในระหว่างการระงับวทิ ยุ

๕.๒.๒ การสอ่ื สารในการเคลือ่ นยา้ ยทางยุทธวธิ ี
๕.๒.๒.๑ ศูนยก์ ารสื่อสารเคล่อื นที่จดั ต้งั ข้ึนใกล้กับทีบ่ ัญชาการขบวนเดิน
๕.๒.๒.๒ ในระหว่างการเคล่ือนย้าย การนาสารเดินเท้าและยานยนต์ กระทาจาก

ข้างหน้าไปข้างหลังและระหวา่ งขบวนข้างเคียงพลนาสารยานยนต์จะปฏิบัติงานจากศูนย์การส่ือสารเคล่ือนท่ี
ส่วนพลนาสารเดินเทา้ จะติดตามผู้บังคบั หนว่ ยกาลงั รบและรถฝ่ายอานวยการทสี่ าคญั และอาจใช้การนาสารทาง
อากาศด้วย

๕.๒.๒.๓ ทัศนะสัญญาณ จะใช้เป็นหลักอย่างกว้างขวางในการแจ้งเตือนภัย การ
พิสจู น์ทราบขบวนเคลื่อนยา้ ย และกาหนดท่ีต้ังส่วนต่าง ๆ ของขบวน

๕.๒.๒.๔ หากสามารถใช้วทิ ยุไดว้ ิทยจุ ะเป็นเคร่ืองมือในการคุมการเดนิ ทรี่ วดเร็วและ
ไดผ้ ลดที ี่สุดแตต่ อ้ งคานงึ ถงึ การรักษาความปลอดภยั และการหวังผลจากการจู่โจมเสมอ

๕.๒.๒.๕ ปกตจิ ะไม่มกี ารสร้างสายแต่อาจใชท้ างสายที่มอี ยู่แลว้ ได้

๕.๒.๓ การเคล่อื นยา้ ยทางธรุ การ
๕.๒.๓.๑ สามารถใช้วิทยเุ ป็นเคร่ืองมือหลักในการสื่อสาร แต่ต้องคานึงถงึ การรักษา

ความปลอดภยั ทางวิทยอุ ยูเ่ สมอ หากสามารถทาได้
๕.๒.๓.๒ ควรจดั เตรียมการวางสายขึน้ ณ ทต่ี ้ังกองบังคับการแห่งใหม่ไว้ลว่ งหน้า

๕.๒.๔การส่อื สารระหวา่ งการหยดุ พัก

๒-๕

๕.๒.๔.๑ การหยดุ พักช่วั คราว คงใช้การสือ่ สารเชน่ เดียวกบั ระหว่างการเคลื่อนย้าย
๕.๒.๔.๒ การหยุดพักนาน คงใช้การนาสารเป็นหลักต่อไป วิทยุใช้ได้ เวน้ แต่เม่ือส่ัง
ระงบั วิทยุ
๕.๒.๔.๓ ถ้ามีชุดล่วงหน้าขบวนเคล่ือนย้ายอาจจัดเตรียมการวางทางสายไวณ้ ตาบล
พกั นานไว้ล่วงหน้า
๖. การสอ่ื สารในระหวา่ งการรบด้วยวิธีรุก
๖.๑ การสือ่ สารระหว่างการเคลือ่ นทีเ่ ข้าปะทะ
๖.๑.๑ แผนการส่ือสารควรจะประสานงานกันก่อนจะไปถึงฐานออกตีเพราะหน่วยท่ีมีความ
คล่องแคล่วในการเคลื่อนท่ีสูงจะยึดหรือผ่านฐานออกตีในช่วงระยะเวลาอันส้ันอาจไม่มีเวลาพอที่จะ
ประสานงานการสอ่ื สารครงั้ สุดท้ายได้
๖.๑.๒ การใช้วิทยุควรมีแผนการควบคุมเอาไว้จนถึงเวลาออกตีเพ่ือเป็นการป้องกันการ
เปล่ียนแปลงปริมาณการสื่อสารจากปกติซ่ึงอาจทาให้เสียผลในการจู่โจมและอาจใช้ข่าวลวงเพ่ือรกั ษาปริมาณ
ขา่ วใหค้ งระดบั เดมิ สาหรับชดุ วทิ ยุถ่ายทอดเตรยี มพร้อมไว้สาหรับปฏิบตั ิงานไดท้ ันที
๖.๑.๓ การสอ่ื สารทัศนะสัญญาณจะใชอ้ ย่างกวา้ งขวาง
๖.๑.๔ การสื่อสารประเภทสายมีความต้องการน้อยมากในฐานออกตีและระหว่างการ
เคลอื่ นที่เข้าปะทะ

๖.๒ การส่อื สารระหว่างการเข้าตีเจาะ
๖.๒.๑ ศนู ยก์ ารสือ่ สารจะต้องพร้อมที่จะสนับสนุนการปฏบิ ตั ิการรุกในขน้ั ตอ่ ๆไปได้อย่างเป็น

ผลดโี ดยมกี ารเคล่อื นยา้ ยนอ้ ยทส่ี ุดและพรอ้ มทจ่ี ะเคล่ือนยา้ ยไดด้ ้วยความรวดเรว็
๖.๒.๒ การนาสารใช้ได้ผลดีมากในระหวา่ งการเข้าตแี ต่อย่างไรก็ตาม ความเรว็ เป็นสง่ิ สาคัญ

ท่ีสุดและต้องคานงึ ถึงเสมอในการพิจารณาสง่ ขา่ วดว้ ยการนาสารน้ี
๖.๒.๓ การส่ือสารประเภททัศนะและเสียงใช้ในระหว่างเข้าตีเพ่ือส่งข่าวท่ีนัดหมายไว้

ล่วงหน้าแลว้
๖.๒.๔ การส่ือสารประเภทวิทยุโดยปกติจะระงับวิทยุหรือเงียบฟังก่อนการปะทะกับข้าศึก

และเมือ่ ปะทะกบั ข้าศึกแล้วการปฏบิ ตั งิ านของวทิ ยุจะกลายเป็นเครอ่ื งมือสอื่ สารหลกั
๖.๒.๕ การส่ือสารประเภทสายเปน็ เคร่อื งมือรองจากวิทยุ ในขน้ั แรกจะจัดตั้งวงจรท่สี าคญั ให้

น้อยท่ีสุดเท่าที่จาเป็นแล้วขยายระบบออกอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทาได้จนพอเพียงแก่ความต้องการปัจจัยจากัด
เก่ยี วกับการขยายระบบทางสายขึ้นอยู่กับเวลาท่ีมอี ยสู่ ถานการณ์ทางยุทธวิธีเปล่ียนแปลงอย่างรวดเรว็ อปุ กรณ์
ประเภทสายและเจ้าหน้าท่ที ่ีมีอยู่

๖.๓ การสื่อสารระหวา่ งการเขา้ ตโี อบ
การสื่อสารยังคงใช้เหมือนกับการเข้าตีเจาะ แต่มีข้อแตกต่างกันบ้างในด้านระยะทางการ

สอ่ื สารที่มรี ะยะทางไกลกวา่ และมีความตอ้ งการเกยี่ วกับความเร็วในการปฏิบัติการทางยุทธวิธแี ละการจโู่ จมจะ
เพ่ิมมากขน้ึ ระยะเวลาในการห้ามใช้วิทยอุ าจจะนานขน้ึ กวา่ การเข้าตเี จาะ

๖.๔ การส่ือสารระหวา่ งการขยายผลและไล่ติดตาม
การปฏิบัติระหว่างขั้นการขยายผลและไล่ติดตามต้องทาในลักษณะที่ห้าวหาญใช้อานาจการ

ยงิ ท่ีฉบั พลันและใชก้ องหนุนอยา่ งรวดเรว็ และไม่มีการลังเลดังน้ันหน่วยต่างๆท่ีเกาะอยู่กับขา้ ศกึ ท่กี าลงั ถอยหนี
จะใช้การสื่อสารเชน่ เดียวกับการเขา้ ตีเจาะการเคลอื่ นยา้ ยกองบังคบั การจะต้องรวดเรว็ และทาบ่อยครงั้ ศูนยก์ าร

๒-๖

สอื่ สารจะต้องสนองตอบความตอ้ งการดังกล่าวได้อยา่ งต่อเนื่องและรวดเร็วในการขยายผลและไล่ติดตามมีการ
ใชเ้ คร่อื งมอื ส่อื สาร ดังตอ่ ไปน้ี

๖.๔.๑ การนาสารระยะทางการนาสารอาจไกลเกินไป อาจจดั ตั้งตาบลช่วงต่อพลนาสารข้ึน
จะต้องเพม่ิ การใช้การนาสารทางอากาศมากขึ้น

๖.๔.๒ การส่ือสารประเภททัศนะใช้การหมายแนวกาลังฝ่ายเราที่ล้อมข้าศึกอยู่ด้วยแผ่นผ้า
สญั ญาณ และใช้พลุสัญญาณในการสอื่ สารกับเครื่องบนิ ท่ีมาใหก้ ารสนบั สนุน

๖.๔.๓ การส่ือสารประเภทวิทยุเป็นเครื่องมือหลักในการขยายผลและไล่ติดตามการใช้ชุด
วทิ ยุถ่ายทอดจะถูกจากัดด้วยความเร็วในการรุกคืบหน้า การใช้ชดุ วิทยุถ่ายทอดในข้ันน้ี คงใช้เช่นเดียวกับการ
เคลื่อนย้ายทางยุทธวธิ ี

๖.๔.๔ การส่ือสารประเภทสายความรวดเร็วอาจทาให้ไม่สามารถวางระบบทางสายได้ แต่
สามารถใชร้ ะบบทางสายตามเส้นทางทม่ี ีอย่แู ล้วได้

๗. การส่ือสารในระหว่างการรบด้วยวธิ รี ับ
๗.๑ แนวคดิ โดยทัว่ ไป
ระบบการส่ือสารในสถานการณ์ตั้งรับจะต้องพิจารณาอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับเวลาท่ีมีและ

เครื่องมือส่อื สารทใี่ ช้ระบบการสอื่ สารในการตง้ั รบั จะมคี วามปราณีตและแนน่ แฟน้ ย่ิงกว่าการรบด้วยวธิ รี ุก ดงั นี้
๗.๑.๑ การต้ังรบั แบบพ้ืนทจ่ี ะใชก้ ารส่ือสารประเภทสายเป็นหลกั
๗.๑.๒ การตงั้ รบั แบบคลอ่ งตัวจะใชก้ ารนาสารและวิทยเุ ป็นหลกั
๗.๑.๓ เมื่อต้องทาการตง้ั รบั แบบใดแบบหนง่ึ อยา่ งเร่งด่วนแลว้ เคร่ืองมอื ส่ือสารทม่ี อี ยู่

เดิมคงใช้ต่อไปแล้วจะเพิ่มเติมให้ปราณีตและแน่นแฟ้นมากยิ่งข้ึนเม่ือมีเวลาและสถานการณ์ทางยุทธวิธี
เอ้อื อานวยให้

๗.๒ การใช้การสื่อสารในการตัง้ รับจะวางระบบเช่ือมตอ่ หนว่ ยหลกั ต่างๆในระบบการตัง้ รับทั้งหมดไม่
วา่ จะเป็นหน่วยในพื้นทรี่ ะวงั ป้องกันพ้ืนที่ตงั้ รับหนา้ และพ้ืนท่ีกองหนุน

๗.๒.๑ ศูนย์การส่ือสารจะไม่มีการเคลื่อนย้ายบ่อยๆแต่จะต้องพร้อมท่ีจะเคลื่อนย้ายได้ทันที
เม่ือสั่ง

๗.๒.๒ การนาสารพิเศษมคี วามจาเปน็ ในระหว่างการจดั ทมี่ ่นั ตง้ั รับและหลังจากนนั้ การนาสาร
พเิ ศษ ก็อาจเปล่ยี นเปน็ การนาสารตามกาหนดเวลาได้

๗.๒.๓ ทัศนะสัญญาณอาจใช้แผน่ ผ้าสัญญาณหรอื เครื่องมอื ทัศนะอ่นื ๆในการหมายแนวและ
ใชส้ ง่ ข่าวสั้นๆเป็นประมวลลบั ได้ด้วย

๗.๒.๔ การส่ือสารประเภทวทิ ยุใช้เป็นอันดับรองจากการส่ือสารประเภทสายและการนาสาร
ข่ายวิทยุคงเปิดทางานในลกั ษณะการเงยี บฟงั เป็นหลกั ระบบวิทยถุ ่ายทอดใชเ้ สรมิ วงจรทางสายใหม้ จี านวนวงจร
มากพอกบั ความต้องการ

๗.๒.๕ การส่ือสารประเภทสายจะใช้เป็นหลักอย่างกว้างขวางและจัดทาอย่างปราณีตเท่าท่ี
เวลาและขดี ความสามารถจะอานวยให้

๘. การส่อื สารระหว่างการร่นถอยและการปฏบิ ัติการผลดั เปลยี่ น
๘.๑ การส่ือสารระหวา่ งการร่นถอย
การส่ือสารระหวา่ งการร่นถอยจะตดิ ตั้งเครอ่ื งมือสือ่ สารใหม่ให้น้อยที่สดุ โดยพยายามใช้ระบบ

การส่ือสารท่มี ีอยเู่ ดิมให้มากทีส่ ุด

๒-๗

๘.๑.๑ การนาสารจะเพิ่มการนาสารใหพ้ อเพียงกบั ความต้องการพิเศษของผู้บังคับหน่วยและ
ฝา่ ยอานวยการทีย่ ังคงอานวยการยุทธ์อยู่ณกองบังคบั การเดิมเพื่อประกันวา่ การสนับสนุนส่วนแยกทิ้งไว้ปะทะ
ยังคงมตี อ่ เน่ืองกันไป

๘.๑.๒ ทัศนะสัญญาณและแผ่นผ้า ใช้ในการแสดงการบอกฝ่ายและเป็นเคร่ืองหมายสาหรับ
หนว่ ยทีก่ าลงั ถอนตัวเคลอื่ นท่ีไปทางข้างหลงั

๘.๑.๓ การสื่อสารประเภทวิทยุจะต้องรักษาปริมาณข่าวไว้ให้อยู่ในระดับปกติและใช้สถานี
ลวงณที่มั่นแห่งเก่าการเงียบฟังของหน่วยท่ีถอนตัวอาจต้องบังคับเอาไวจ้ นกว่าจะไปถึงที่มน่ั แหง่ ใหมห่ รอื เมื่อมี
การปะทะกับขา้ ศึก

๘.๑.๔ การส่ือสารประเภทสายจะจัดสร้างใหม่ให้นอ้ ยทสี่ ุดเท่าที่จาเป็นโดยใชร้ ะบบทางสายที่
มีอยู่แล้วใหม้ ากท่ีสุดเมอื่ การร่นถอยได้ดาเนินไปแลว้ ระบบทางสายที่หน่วยถอนตัวออกไปหรือหน่วยแยกทิ้งไว้
ปะทะไม่ใชแ้ ลว้ จะต้องทาการเกบ็ หรอื ทาลายเสียเมื่อไม่สามารถทาการเก็บได้

๘.๒ การสอื่ สารระหว่างการปฏบิ ัติการผลดั เปลีย่ น
ในการผลดั เปล่ียนไมว่ ่าจะเปน็ การสง่ ผา่ นหรือสับเปลีย่ นการส่ือสารจะตอ้ งมกี ารประสานงาน

กันอย่างใกล้ชิดระหว่างผู้บังคับทหารส่ือสารของหน่วยที่เก่ียวข้องและเจ้าหน้าท่ีส่ือสารของหน่วยท่ีจะ
สบั เปลยี่ นหรอื ส่งผ่านจะต้องไปยงั พ้นื ทีน่ น้ั กอ่ นกาลังส่วนใหญ่

๘.๒.๑ การส่ือสารระหว่างการส่งผ่านหน่วยที่จะส่งผ่านจะต้องจากัดการส่ือสารลงให้เหลือ
นอ้ ยที่สดุ

๘.๒.๑.๑ การนาสารของหน่วยท่ีจะส่งผ่านปฏิบัติงานในลักษณะพิเศษส่วนการนา
สารของหน่วยท่ถี ูกสง่ ผา่ นคงปฏบิ ัตงิ านตามปกติ

๘.๒.๑.๒ การสื่อสารประเภททัศนะคงใชไ้ ด้แต่สัญญาณการบอกผ่านที่นดั หมายกัน
ไว้

๘.๒.๑.๓วิทยุระหว่างทั้ง๒หน่วยจะต้องอยู่ในขอบเขตจากัดและจะต้องมีการ
ประสานการใชค้ วามถ่ีอยา่ งระมดั ระวงั

๘.๒.๑.๔ วิทยุถา่ ยทอดของหน่วยทจ่ี ะส่งผ่านไม่ควรใช้จนกว่าจะผา่ นไปแล้ว หน่วย
ท่ีถูกผ่านจะรักษาปริมาณจานวนข่าวของวิทยุถ่ายทอดเอาไว้ตามปกติหน่วยท่ีจะส่งผ่านอาจใช้เครื่องมือการ
สื่อสารหลายชอ่ งของหนว่ ยที่ถกู ผา่ นกไ็ ด้

๘.๒.๒ การสอ่ื สารในระหว่างการสับเปลีย่ นหน่วยทมี่ าสับเปล่ียนจะตอ้ งใชม้ าตรการตา่ งๆที่
จาเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้ข้าศึกทราบถึงการเปล่ียนแปลงในสถานการณ์ทางยุทธวิธีมาตรการดังกล่าวได้แก่การ
เรยี กขานความถ่ปี ระมวลลบั และรหสั ของหน่วยทถ่ี ูกสับเปล่ียนหนว่ ยทีม่ าสบั เปลีย่ นควรใช้เคร่อื งมือส่ือสารทใี่ ช้
อยู่แล้วต่อไปให้มากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งวงจรทางสายรวมท้ังมีการแลกเปล่ียนเคร่ืองมอื สื่อสารที่ใช้อยู่แล้ว
ต่อไปให้มากที่สุดตามท่ีสถานการณ์ทางยุทธวิธีจะเอื้ออานวยให้การปฏิบัติการสื่อสารในระหว่างสับเปลี่ยนมี
ดงั นี้

๘.๒.๒.๑ การนาสารเป็นไปตามตารางการนาสารตามข้อตกลงร่วม
๘.๒.๒.๒ วทิ ยุของหนว่ ยท่ีถูกสบั เปลี่ยนจะต้องปฏิบัติตอ่ ไปจนถงึ เวลาท่ีตกลงไว้การ
ใชช้ ดุ วทิ ยถุ า่ ยทอดคงปฏิบตั ิในลกั ษณะเดียวกับการส่งผา่ น
๘.๒.๒.๓ ทางสายทั้งวงจรทางสายและเครื่องมือสลับสายหน่วยท่ีมาสับเปลี่ยนจะ
เขา้ รับแทนตอ่ ไปโดยแลกเปลี่ยนอปุ กรณก์ นั

๙. การส่อื สารสาหรับการยุทธ์ภายใต้สภาพพิเศษ

๒-๘

๙.๑ การส่อื สารสาหรับการยทุ ธ์ส่งทางอากาศ
๙.๑.๑ ระหว่างการเคล่ือนที่ไปยังหัวสะพานอากาศผู้บงั คับหน่วยบินลาเลียงจะเป็นผู้จัดการ

สอ่ื สารท่จี าเป็นให้กบั กาลังส่งทางอากาศ
๙.๑.๒ การนาสารใช้ทั้งการนาสารพิเศษและตามกาหนดเวลาภายในบริเวณหัวสะพาน

อากาศสว่ นการนาสารทางอากาศควรใช้เทคนิคการทิ้งขา่ วและตกขา่ วทางอากาศให้เปน็ ประโยชนใ์ หม้ ากท่ีสุด
๙.๑.๓ ทัศนะและเสียงสัญญาณใช้อย่างกว้างขวางเพ่ือบอกฝ่ายเดียวกันและกาหนดที่รวม

พลเสยี งสัญญาณใชส้ าหรบั การเตรยี มพรอ้ มและแจ้งเตอื นภัยในหวั สะพานอากาศ
๙.๑.๔ การสอื่ สารประเภทวทิ ยุจะใช้เป็นหลกั ในขั้นการรุก
๙.๑.๕ การส่ือสารประเภทสายมีการใช้อย่างจากัดแต่เม่ือทาได้ให้ใช้การเช่ือมต่อระหว่าง

หน่วยสาคญั ๆกบั หัวสะพานอากาศตามความจาเป็น

๙.๒ การส่อื สารสาหรับการยทุ ธ์เคลอื่ นทที่ างอากาศ
๙.๒.๑ การควบคุมการสื่อสารมีลักษณะแยกการแต่ต้องมีรปจ. ท่ีเชอื่ ถือได้ระบบการสื่อสาร

จะใช้วทิ ยเุ ป็นเคร่อื งมือหลักและจะมที ศิ ทางไปตามเส้นหลักการรกุ
๙.๒.๒ การส่ือสารในขั้นแรกของการยุทธเคลื่อนที่ทางอากาศน้ันข้ึนอยู่กับความเร็วเป็น

ประการสาคัญแตเ่ ม่ือการยุทธคืบหน้าออกไปจนเกินระยะการติดต่อของวทิ ยุแล้วก็มีความจาเป็นต้องใชส้ ถานี
วิทยุถ่ายทอดและสถานีส่งต่อในอากาศเพื่อรักษาการติดต่อระหว่างหน่วยกาลังหลักให้มีความต่อเนื่องอยู่
ตลอดเวลา

๙.๒.๓ ส่วนการส่ือสารประเภทอ่ืนๆคงจัดให้มีไว้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ทาง
ยทุ ธวธิ ี

๙.๓ การสื่อสารสาหรบั การยทุ ธ์สะเทนิ น้าสะเทนิ บก
๙.๓.๑ ผู้บังคับหน่วยรบเฉพาะกิจสะเทินน้าสะเทินบกเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานงาน

และจดั ใหม้ ีการสือ่ สารเพม่ิ เติมจนกวา่ จะถึงเวลาทีห่ นว่ ยยกพลข้ึนบกพร้อมทีจ่ ะรับผิดชอบดว้ ยตนเอง
๙.๓.๒ ในขั้นแรกของการยุทธ์สะเทินน้าสะเทินบก จะใช้วทิ ยุเป็นหลัก แล้วเพิ่มเติมด้วยทาง

สายและการนาสารในระหวา่ งการเสรมิ ความมั่นคงชายหาด

๙.๔ การสื่อสารสาหรับการยุทธข้ามลาน้า
ความสาเร็จของการยุทธ์ข้ามลาน้าข้ึนอยู่กับความเร็วการข่าวกรองที่ดีการใช้ยุทโธปกรณ์ใน

การส่งขา้ มการฝกึ พเิ ศษและการประสานงานอย่างใกล้ชิด
เครื่องมือการส่อื สารท่ใี ช้
ก. การนาสารเปน็ เครอ่ื งมือหลกั จนกวา่ เครอ่ื งมือส่ือสารอนื่ จะถูกใช้
ข. ทศั นะสญั ญาณอาจใช้ระหว่างการทาการข้ามลาน้า
ค. เสยี งสัญญาณจะจากัดในระยะเวลาก่อนเริม่ การข้าม
ง. วิทยุเป็นเครื่องมือที่มีความเหมาะสมมีความอ่อนตัวและสามารถติดตามหน่วย

ทหารท่ีเคล่ือนท่ีอย่างรวดเร็วบนฝ่ังตรงข้ามได้ก่อนถึงเวลาข้ามวิทยุควรอยู่ในลักษณะเงียบฟังเพ่ือรักษา
ความลบั การจ่โู จม

จ. ทางสายใช้อย่างจากัดในการข้ามลาน้าจะจัดสร้างข้ึนในทันท่ีท่ีหัวหาดมีความ
ปลอดภยั แล้ว

๙.๕ การสอ่ื สารสาหรบั การยุทธในพื้นทีด่ ดั แปลง

๒-๙

ระบบการสื่อสารจะต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกบั ส่ิงก่อสร้างในพนื้ ทนี่ ั้น ๆ วทิ ยถุ ่ายทอดหรือ
สถานสี ่งตอ่ โดยอตั โนมัต่ิจะนามาใช้เพ่ือทาให้การรับส่งมปี ระสิทธภิ าพ การนาสารจะใช้ทกุ ระดับหน่วย และทาง
สายจะไดร้ ับการจดั ตง้ั เมื่อการปฏบิ ัตกิ ารมกี ารขยายขอบเขตกว้างขวางออกไป

๙.๖ การส่อื สารในการปอ้ งกันและปราบปรามในการก่อความไมส่ งบ
๙.๖.๑ วทิ ยุเป็นเครื่องมอื หลัก
๙.๖.๒ ทัศนะสัญญาณใช้ในการประสานงานระหว่างอากาศ-พ้ืนดินการส่งข่าวสารเกี่ยวกับ

การเคล่ือนไหวของกองโจร
๙.๖.๓ เสยี งสัญญาณอาจใช้เพ่มิ เตมิ การส่ือสารประเภทวทิ ยุ
๙.๖.๔ ทางสายอาจไม่มีความแนน่ อนหรอื ไมป่ ลอดภยั

๙.๗ การส่ือสารในการรบแบบกองโจร
ใช้การนาสารทัศนะและเสียงสัญญาณจนกว่ากองโจรจะสามารถยึดครองพ้ืนท่ีและมีความ

ปลอดภยั แลว้

๙.๘ การส่ือสารในปา่
๙.๘.๑ การนาสารทางพื้นดินจะช้าลงและล่อแหลมต่อการถูกซุ่มโจมตีควรใช้การนาสารทาง

อากาศเพม่ิ เตมิ ดว้ ยการท้ิงข่าวและการตกขา่ ว
๙.๘.๒ ทัศนะสญั ญาณถูกจากัดดว้ ยทัศนะวสิ ยั ตา่ แต่เสียงสัญญาณจะสามารถใช้ไดอ้ ยา่ งจากัด

ในการเตรียมพร้อมและแจ้งเตอื นภยั เท่านั้น
๙.๘.๓ การสอื่ สารประเภทวิทยใุ นปา่ ระยะการตดิ ตอ่ จะลดลงมาก โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ วิทยทุ ใี่ ช้

ความถต่ี งั้ แตค่ วามถ่สี งู มากข้นึ ไป
๙.๘.๔ การสื่อสารประเภทสายถูกจากัดด้วยภูมิประเทศและทางสายจะไม่มีความปลอดภัย

เนอื่ งจากขา้ ศึกสามารถแทรกซมึ เขา้ มาเกาะสายดักฟังได้

๙.๙ การสอ่ื สารสาหรบั การยทุ ธ์บนภเู ขา
๙.๙.๑ การสอ่ื สารประเภทนาสารในภูเขาจะชา้ ลงควรเพมิ่ ดว้ ยการนาสารทางอากาศ
๙.๙.๒ ทัศนะสญั ญาณจะใชไ้ ดผ้ ลดรี ะหว่างจุดที่ภมู ปิ ระเทศสงู เด่น
๙.๙.๓ การส่ือสารประเภทวิทยุโดยเฉพาะอย่างย่ิงวิทยุความถ่ีสูงปรุงคล่ืนทางความถ่ีจะมี

ระยะจากดั หากมีภูมปิ ระเทศกีดขวางอาจใชส้ ถานสี ง่ ต่ออัตโนมัตติ ง้ั อยู่บนท่สี ูงหรือบนเคร่อื งบินเขา้ ช่วย
๙.๙.๔ การสื่อสารประเภทสายในพ้ืนท่ีภูเขาน้ันใช้ได้ดีมากเนื่องจากการดาเนินกลยุทธ์บน

ภูเขาไม่รวดเร็วนกั สะดวกต่อการสรา้ งสายติดตามไปกบั หนว่ ยทเี่ คลื่อนท่ีไปข้างหนา้ ได้
------------------------------------------------

๓-๑

บทที่ ๓
องคแ์ ทนการส่ือสาร

๑. กลา่ วนา
องค์แทนการส่ือสารหมายถึงหน่ วยงานทางทหารอันประกอบด้วยเจ้าหน้าที่เครื่องมื อ สื่อสารและส่ิ ง

อานวยความสะดวกต่างๆเพ่ือใช้ในการปฏบิ ตั ิการสือ่ สารให้กบั หนว่ ยทอี่ งค์แทนการส่ือสารนัน้ ประจาอยู่
คาว่า “องค์แทนการสื่อสาร” เป็นคากลางๆท่ใี ชเ้ รียกหน่วยปฏิบตั ิการส่ือสารทจี่ ัดประจาหน่วยทหาร

ระดับต่างๆดงั นี้
ในระบบการสอ่ื สารทางยุทธวธิ แี บบเสน้ หลักองค์แทนการสอ่ื สารประจาหน่วยทหารขนาดใหญ่เรยี กว่า

“ศนู ยก์ ารส่ือสาร”สว่ นทปี่ ระจาหน่วยทหารขนาดยอ่ มเรยี กว่า“ศนู ยข์ ่าว”
ในระบบการส่ือสารแบบพื้นท่อี งค์แทนการสือ่ สารประจาหน่วยทหารขนาดใหญ่เรยี กวา่ “ศนู ย์

การสัญญาณ”และทีป่ ระจาหนว่ ยทหารขนาดยอ่ มเรยี กว่า“ศนู ยข์ ่าว”
ศนู ยก์ ารสื่อสารจัดตั้งขึ้นในหน่วยขนาดใหญ่ระดับกองพลข้ึนไปโดยหน่วย “ทหารส่ือสาร” ของหน่วย

นั้นๆ (สาหรับระบบการส่ือสารแบบเส้นหลัก) หรือเป็นส่วนหน่ึงของศูนย์การสัญญาณ (ในระบบการส่ือสาร
แบบพ้นื ท่ี)

ศนู ย์การสญั ญาณคอื องคแ์ ทนการสอื่ สารที่จัดขึน้ มาสาหรับปฏบิ ตั งิ านในระบบการส่อื สารแบบพ้ืนท่ี
ศนู ย์ขา่ วจดั ตัง้ ในหนว่ ยระดบั กรม/กองพลน้อยและกองพันเท่านั้นเจ้าหนา้ ทสี่ ื่อสารเปน็ ทหารเหล่าน้นั ๆ

๒. ศนู ยก์ ารสื่อสาร
ศูนย์การสื่อสารเป็นองค์แทนการสื่อสารอย่างหน่ึงที่จัดให้ประจากับศูนย์การสัญญาณหรือประจา

กองบัญชาการหน่วยทหารขนาดใหญ่ศูนย์การสอื่ สารถูกจัดต้ังข้ึนในระบบการส่ือสารแบบเส้นหลักการสอื่ สาร
หรือเป็นส่วนหน่ึงของศูนย์การสัญญาณในระบบการสื่อสารแบบพื้นที่หน่วยทหารสื่อสาร อาจเป็นผู้จัดตั้ง
ปฏิบัติงานตลอดจนการบารุงรักษาศูนย์การสอื่ สารภารกจิ ของศูนย์การสอื่ สาร ไดแ้ ก่ การจดั บริการการส่อื สาร
ให้กบั ผบู้ ังคับบัญชาและฝ่ายอานวยการ

๒.๑ การจดั ศนู ย์การสื่อสาร
การจัดศูนย์การสื่อสารทางยุทธวิธีไม่มีการจัดที่ตายตัวแต่มีหลักอยู่ว่าจะต้องจัดให้อ่อนตัวได้เพื่อ

สนองความต้องการของกองบัญชาการที่ศูนย์การสื่อสารน้ันประจาอยู่ โดยหลักการแล้วศูนย์การสื่อสาร
ท้งั หลายย่อมเหมือนกันความแตกต่างกันในเรอ่ื งขนาดชนิดของเครื่องใช้และลักษณะการปฏิบัติงานของแต่ละ
ศนู ยย์ อ่ มพจิ ารณาไดจ้ ากขนาดของกองบญั ชาการท่ีประจาอยูแ่ ละความตอ้ งการการสื่อสาร

ศูนย์การส่ือสารทางยุทธวิธีขนาดใหญ่อาจจะมีการจัดตามท่ีได้แสดงไว้ดังรูป ๓-๑ โดยแบ่งเป็น
ส่วนๆตามหนา้ ท่ีหลกั ในศูนย์การส่อื สารขนาดเล็กหนา้ ทต่ี ่างๆเหลา่ นี้รวมกันเป็นตอนปฏิบัตกิ ารตอนเดยี ว

ศูนย์การสื่อสาร

ตอนศนู ยข์ ่าว ตอนนาสาร ตอน ตอนการ

รปู ๓-๑ ตวั อย่างการจัดศูนยก์ ารสเอื่คสราอื่รทงามงยือทุ ธวิธีขนาดใอหักญษ่ รลับ

๓-๒

๒.๒ ความรับผิดชอบของศูนย์การสือ่ สาร
ศูนยก์ ารสือ่ สารมคี วามรับผิดชอบดังนคี้ อื
๒.๒.๑ การรับการสง่ และการส่งมอบขา่ วทางราชการซง่ึ ไดแ้ ก่
ก.ขา่ วท่ีเขยี นลงไปในกระดาษเขยี นขา่ วของทางราชการ
ข.คาสง่ั ยทุ ธการและแผ่นบริวาร
ค.แผนทแ่ี ละภาพถ่าย
ง.ขา่ วสารอน่ื ๆท่ีได้รบั อนุมัติ
๒.๒.๒ การประสานการใชเ้ คร่ืองมอื สอ่ื สาร
๒.๒.๓ การรักษาความปลอดภยั ทางการส่งขา่ ว
๒.๒.๔ เกบ็ รักษาบนั ทึกต่างๆเป็นการชว่ั คราว
๒.๒.๕ จดั ใหม้ ีการรับสายทางโทรพมิ พ์
๒.๒.๖ จดั ให้มขี ่าวการเตอื นภัย

๒.๓ การปฏิบัติงานของตอนศนู ย์ขา่ ว
๒.๓.๑ ตอนศนู ย์ข่าวดาเนินกรรมวิธตี ่อข่าวทั้งมวลที่เขา้ มายงั ศูนยก์ ารสอ่ื สารเลือกเคร่ืองมอื ที่

จะใช้ดารงรักษาแฟ้มศูนย์การส่ือสารแผนท่ีบัญชีสถานภาพการส่ือสารและเวลาราชการข่าวออกเริ่มขึ้นท่ี
กองบัญชาการหรือข่าวท่ีจ่าหน้าถึงผูร้ ับในกองบัญชาการซง่ึ ศูนย์การสื่อสารบรกิ ารให้จะส่งให้โดยตรงระหว่าง
ศนู ยร์ ับสง่ ของกองบญั ชาการและตอนศนู ยข์ า่ ว

๒.๓.๒ เสมียนศูนย์ข่าวกาหนดหน้าที่ให้เป็นเสมียนข่าวออกและเสมียนแยกทางเปล่ียน
เคร่ืองมอื เสมยี นเก็บหลักฐานและจาหน่ายขา่ วเสมียนขา่ วเข้าเสมียนตรวจทานตาแหนง่ ของเสมียนศนู ย์ข่าวถูก
จัดให้เรียงกันไปตามที่ข่าวจะผ่านจากตาแหน่งหนึ่งไปยังอีกตาแหน่งหนึง่ ด้วยเช่นกันหน้าที่ของเสมียนข่าวน้ัน
เสมยี นคนหนึ่งอาจทาหน้าท่สี องหนา้ ที่หรือมากกว่าก็ได้ โดยข้ึนอย่กู บั ปรมิ าณของขา่ วท่ตี ้องดาเนินกรรมวิธี

๒.๓.๓ การบันทึกและการเก็บเข้าแฟ้มตอนศูนย์ข่าวน้ันเป็นส่วนทางธุรการของศูนย์การ
สือ่ สารจะต้องรักษาบนั ทกึ ชวั่ คราวเก่ียวกับการส่งข่าวและบันทึกการปฏิบัติของแตล่ ะขา่ ว ซ่ึงไม่ได้เกบ็ เข้าแฟ้ม
ไวเ้ พือ่ เป็นหลกั ฐานของฝ่ายอานวยการรายการตา่ งๆทตี่ อ้ งเกบ็ เขา้ แฟม้ มดี งั นี้

ก.บญั ชดี าเนินการโดยเสมยี นขา่ วเขา้ และเสมยี นข่าวออกของตอนศูนย์ขา่ ว และ
ตอนนาสาร

ข.หลักฐานการนาสารบนั ทกึ การปฏบิ ัตหิ นา้ ทีน่ าสาร
ค.บนั ทึกต่างๆ ของตอนเคร่อื งมือ
ง.สาเนาข่าวเฉพาะสถานี
จ.สาเนาข่าวออกและสาเนาข่าวเขา้
ฉ.หลักฐานอ่นื ๆของศนู ย์การส่อื สารทไี่ ม่ได้กลา่ วถงึ ข้างตน้

๒.๓.๔ แผนท่ีและแผนภูมิ
ศูนย์ข่าวของศูนย์การสื่อสารทาแผนที่สถานการณ์ภายในศูนย์เพ่ือวางแผนเส้นทาง

การนาสารและบรรยายสรุปให้พลนาสารไดท้ ราบเสน้ ทางของแต่ละทีต่ ั้งของหน่วยต่างๆเพือ่ ใหก้ ารจัดบรกิ ารนา

๓-๓

สารได้ผลดีท่ีสุดเท่าท่ีจะเป็นไปได้โดยเฉพาะอย่างย่ิงแผนท่ีสถานการณ์ของสธ.๒ และสธ.๓ นอกจากน้ี ตอน
ศูนย์ขา่ วควรจะทาประวัติสภาพการสื่อสาร

๒.๔ การปฏิบัตงิ านของตอนนาสาร
ตอนนาสารของศูนย์การส่ือสารประกอบด้วยพลนาสารและเคร่ืองมือท่ีใช้ในการส่งมอบข่าว

พลนาสารตามปกติถูกเลือกข้ึนมาเพ่ือส่งมอบข่าวความต้องการเป็นพิเศษเพราะว่าปัจจัยเกี่ยวกับการรักษา
ความปลอดภยั หรอื เพราะความสาคัญของขอ้ ความในขา่ วในการปฏบิ ตั งิ านนนั้ บริการนาสารจะต้อง

ก. ส่งมอบขา่ วออกให้กับศูนย์การสื่อสารอื่น
ข. สง่ มอบขา่ วระหว่างตอนศูนยข์ ่าวและศูนย์รับสง่ ของกองบญั ชาการทีไ่ ดร้ ับการบรกิ าร
ค. จัดบริการนาสารพเิ ศษเมอ่ื ต้องการ
ง. สง่ มอบข่าวทางธรุ การและขา่ วทีม่ ปี รมิ าณมาก
จ. ปลดเปลอื้ งความอัดแอของเคร่ืองมอื ทางไฟฟา้
ฉ. สง่ มอบขา่ วที่ถอดการอกั ษรลบั แล้วใหผ้ ู้รับตามจา่ หนา้
ช. ส่งมอบข่าวเม่อื เครอ่ื งมือทีใ่ ช้สง่ ทางไฟฟ้าทางานไมไ่ ด้เพราะการกอ่ กวน การรบกวน
และเมื่อระงับวทิ ยุ

๒.๕ การปฏิบัตงิ านของตอนเคร่ืองมือ
ตอนเคร่ืองมือของศูนย์การส่ือสารประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานและเคร่ืองมือ

ปลายทางสาหรับการส่งและรับข่าวเครื่องมือปลายทางที่ใช้ได้แก่วิทยุวิทยุโทรเลขโทรพิมพ์และโทรสาเนา
เครื่องรบั และเครอ่ื งส่งตามปกติจะตดิ ตั้งอยู่หา่ งไกลและเชือ่ มตอ่ ไปยงั เคร่ืองมือปลายทางดว้ ยสายรวม

กาลังพลของตอนเคร่ืองมือจะดาเนินกรรมวิธีต่อข่าวตามลาดับที่ได้กาหนดไว้ในระเบียบ
ปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงระเบียบปฏิบัติไปจากท่ีได้รับอนุมัติจะทาให้เกิดความยุ่งยากข้ึนลดความเชื่อถือได้ ลด
ความเร็ว และลดการรักษาความปลอดภยั ทางการสอื่ สาร

ข่าวเขา้ ท้งั ปวงและท่ีผ่านเขา้ ไปในตอนศูนย์ข่าวและข่าวออกท้ังปวงที่ไดร้ ับจากตอนศูนยข์ ่าว
รวมท้ังข่าวท่ีถูกเปลย่ี นเครื่องมือส่งทั้งปวง จะผา่ นเข้าศูนย์ขา่ วดาเนินกรรมวธิ ีและส่งกลับมายังตอนเคร่ืองมือ
เพ่อื ทาการสง่ ถ้าหากว่าพนักงานไม่สามารถส่งข่าวเพราะวา่ เครอ่ื งมือเสียหรอื ถกู รบกวนด้วยสาเหตอุ ื่นใดจะตอ้ ง
แจ้งให้ผกู้ ากบั ดูแลทราบในทนั ทีทันใดเพอ่ื จะได้ใช้เคร่อื งมอื อืน่ ๆได้

พนักงานจะลงนามในข่าวออกทุกฉบับพร้อมด้วยเวลาส่งข่าวเมื่อข่าวส่งไปด้วย ข้อความ
กระจ่าง(ไม่เข้ารหัส) จะบันทึกไวว้ ่า “ส่งดว้ ยข้อความกระจ่าง” พนักงานส่งข่าวท่ีได้บันทึกแล้วไปให้ตอนศูนย์
ข่าวพนักงานบันทึกลงบนข่าวเข้าทุกฉบับโดยระบุเวลารับข่าวและลงนามของพนักงานเมื่อรับข่าวเข้ามาด้วย
ข้อความกระจ่างจะบันทกึ ว่า “รับดว้ ยขอ้ ความกระจา่ ง” และ “มกี ารรบั รองฝา่ ย” หรือ “ไมม่ ีการรับรองฝ่าย”
ในการบันทกึ ตอ้ งวงกลมเอาไว้เพือ่ แบ่งแยกออกจากข้อความหรือรายการอน่ื ในแบบฟอร์มของข่าว

๒.๖ การปฏบิ ตั งิ านของตอนการอกั ษรลบั
ตอนการอกั ษรลับรับผิดชอบในการเขา้ ถอดอกั ษรลับเมอ่ื จาเป็นการปฏบิ ตั แิ ละการรกั ษาความ

ปลอดภยั ของตอนการอักษรลับอย่ใู นความรบั ผิดชอบของ “นายทหารการอกั ษรลบั ”
นายทหารการอักษรลับช่วยเหลือหน่วยรองในการปฏิบัติภารกิจการอักษรลับให้ประสบ

ผลสาเร็จนายทหารการอักษรลับปฏิบัติหน้าท่ีเป็นผู้แนะนาทางเทคนิคช่วยเหลือในการแก้ปัญหาและให้ข่าว

๓-๔

ตามที่ต้องการ นอกจากน้ี นายทหารการอกั ษรลบั ตามปกติจะได้รับการแต่งต้ังใหเ้ ปน็ ผูพ้ ทิ ักษ์วสั ดุการอักษรลับ
ด้วย

การรักษาความปลอดภัยทางการอักษรลับเป็นผลมาจากการจัดหาระบบการอักษรลับทาง
เทคนิคและการใช้โดยเฉพาะแต่ละคนทมี่ หี นา้ ทเี่ ก่ียวข้องกบั การอักษรลับต้องรับผดิ ชอบโดยตรงต่อผูก้ ากับดูแล
สาหรบั การรักษาความปลอดภยั ในการปฏิบัติงานของตน

๒.๗ ศูนยก์ ารส่ือสารของกองพล
ศูนย์การส่ือสารของกองพลจะมีภาระในการดาเนินเรื่องต่อข่าวจานวนน้อยกว่าศูนย์การ

ส่ือสารของกองทพั นอ้ ยและกองทัพแตอ่ ย่างไรก็ตามการเคล่ือนย้ายของหนว่ ยตา่ งๆของกองพลจะทาให้ยากแก่
การปฏิบัตงิ านของศนู ยก์ ารสอื่ สาร

โดยหลักการแล้วศูนย์การส่ือสารของกองพลต้องใช้มัชฌิมการส่ือสารเช่นเดียวกับกองบัญชาการ
หนว่ ยเหนอื ของตนแต่ตอ้ งเพ่งเลง็ ในเรื่องการสบั เปล่ยี นเคร่ืองส่ือสารตามสถานการณ์ทางยุทธวิธี

ศูนยก์ ารสือ่ สารของกองพลมกี ารจดั เป็น๓ตอนเทา่ นั้นคือตอนศูนยข์ ่าว, ตอนการอักษรลับ,
และ ตอนมัชฌิมการสอื่ สาร (โดยพจิ ารณาได้ว่า ตอนมัชฌิมการส่ือสารของศนู ย์การสื่อสารกองพล จะถูกขยาย
ออกเปน็ ตอนนาสารและตอนเครอ่ื งมอื ในศูนย์การสือ่ สารของหน่วยในระดับทใ่ี หญก่ ว่า)

๓. ศนู ย์รบั -ส่ง
นอกจากศูนย์การสื่อสารแล้วยงั มีหน่วยงานอีกหน่วยหนึ่งซ่ึงรับผดิ ชอบเกี่ยวกับข่าวทางทหารอยู่ด้วย

หน่วยงานน้ันคือ “ศูนย์รับ-ส่ง”ซึ่งกองบัญชาการได้จัดต้ังข้ึนมาจากทหารเหล่าสารบรรณเพื่อทาหน้าท่ีเป็น
ตัวแทนในเรื่องการควบคุมข่าวทั้งมวลของกองบัญชาการเร่งรดั ความเร็วของข่าวผลติ สาเนาข่าวใหพ้ อเหมาะกับ
จานวนผู้รับและแจกจา่ ยขา่ วให้ผู้รับซ่ึงอยู่ภายในกองบัญชาการและเพื่อเป็นคนกลางแกศ่ นู ยก์ ารสื่อสารกับฝ่าย
อานวยการอน่ื ๆของกองบัญชาการ

ในระดบั กองพลขึ้นไปศูนย์รบั -สง่ คอื หน่วยงานทกี่ องบงั คับการหรอื กองบญั ชาการไดจ้ ดั ขนึ้ ประจาในแต่
ละกองบังคับการหรือกองบัญชาการเพ่ือให้ทาหน้าที่เป็นตัวแทนในเรอ่ื งการควบคุมข่าวท้ังมวลของกองบังคับ
การหรอื กองบัญชาการเรง่ รัดความเร็วของข่าวผลิตสาเนาข่าวให้พอกับจานวนผู้รับและแจกจ่ายข่าวให้แก่ผู้รับ
ซ่ึงอยู่ภายในกองบังคับการหรือกองบัญชาการและเพ่ือให้เป็นตัวกลางแก่ศูนย์การสื่อสารกับแผนก หรือฝ่าย
อานวยการอืน่ ๆของกองบังคับการหรอื กองบญั ชาการ

๓.๑ ผ้รู บั ผดิ ชอบในการดาเนินงานของศนู ย์รบั -สง่
ก. หัวหน้าสธ.๑ (หรอื เทียบเท่า) รับผิดชอบในทางฝ่ายอานวยการ
ข. นายทหารสารบรรณรบั ผิดชอบในการปฏิบตั ิ
ค. เจ้าหนา้ ท่กี องบงั คับการหรอื กองบัญชาการเป็นผู้ปฏิบตั ิ

๓.๒ ความรบั ผิดชอบของศนู ย์รบั -ส่ง
ก. ความถูกต้องของข่าวเช่นการเขียนการกาหนดประเภทเอกสารการกาหนดความเร่งด่วน

เป็นต้น
ข. การรบั มอบและสง่ มอบขา่ วกับศูนยก์ ารสอ่ื สาร
ค. การแจกจ่ายข่าวถึงผู้รับ รวมทั้งการทาสาเนาข่าวเพ่ิมเติมให้พอกับจานวนผ้รู ับ (ขา่ วท่มี า

จากท่อี ่ืนนอกจากกองบงั คบั การหรือกองบญั ชาการของตน)

๓-๕

ง. การแจกจ่ายข่าวภายในกองบังคับการหรือกองบัญชาการ (ข่าวท่ีริเริ่มขึ้นภายในกอง
บังคบั การหรือกองบญั ชาการนนั้ เองเพื่อแจกจา่ ยไปยังผูร้ ับอื่นภายในกองบงั คับการหรือกองบัญชาการเดียวกัน)

จ. พลนาสารภายใน (จัดขนึ้ เองหรือได้รบั การสนับสนุนจากเหลา่ อืน่ )
ฉ. ยกเวน้ การแจกจ่ายคาส่ังยทุ ธการและคาส่งั การช่วยรบตลอดจนผนวกประกอบ

๓.๓ ขนาดของศูนย์รับ-ส่ง
ศูนย์รบั -ส่งไมม่ ีขนาดทีแ่ น่นอนท้ังน้ียอ่ มข้ึนกบั ขนาดของกองบังคับการหรือกองบญั ชาการและ

จานวนขา่ วศนู ย์รบั -ส่งปฏบิ ัติงานภายใต้การกากับดูแลของนายทหารสารบรรณ

แนวความคิดการจัดศูนย์รับ-ส่งให้มีขนาดเท่าใดนั้น ข้ึนอยู่กับการประสานงานของหน.สธ.๑ (หรือ
เทียบเทา่ ) ผบ.ส. และนายทหารสารบรรณประกอบกับสถานการณ์ผา่ นมาและการประมาณการ

กองบังคับการหรือกองบัญชาการต้ังแต่ระดับกองพลลงไปไม่มีอัตราการจัดกาลังของ
เจ้าหน้าท่ีศูนย์รับ-ส่ง เป็นการเฉพาะดังนั้น เจ้าหน้าท่ีของศูนย์รับ-ส่งของหน่วยระดับน้ี จะจัดจากเจ้าหน้าท่ีท่ี
ระบชุ อ่ื ตาแหน่งอยา่ งอืน่ จากกองบงั คบั การหรือกองบัญชาการของหนว่ ยระดบั ดังกลา่ ว

ในระดับกองบัญชาการกองทพั และหน่วยระดับที่เหนือขึ้นไปซ่ึงมีข่าวมากก็จะมีอัตราการจัด
กาลงั ของเจา้ หนา้ ทีศ่ นู ยร์ ับ-ส่ง

๓.๔ อปุ กรณ์ในการปฏิบัตงิ านของศนู ยร์ ับ-ส่ง
ก. อุปกรณ์สว่ นใหญ่ได้แกเ่ ครื่องใชส้ าหรับสานักงานเช่นเคร่ืองพิมพ์ดีดเครอ่ื งเขยี นแบบพิมพ์

เป็นตน้
ข. เครื่องสื่อสารท่ีอยู่ในอัตราของกองบงั คับการหรือกองบญั ชาการได้แก่โทรศัพท์แต่บางครั้ง

ไดร้ ับการสนบั สนนุ จากแหล่งอ่ืนด้วย
ค. พลนาสารภายในท่ตี ง้ั ซึง่ จดั เองหรอื อาจได้รับการสนบั สนุนจากแหล่งอน่ื ๆ

๔. การดาเนินกรรมวธิ ตี อ่ ขา่ ว
การดาเนินกรรมวิธีต่อข่าวน้ันมีบุคคลและหน่วยงานที่เก่ียวข้องคือ ผู้ให้ข่าวผู้เขียนข่าวศูนย์รับส่ง

ศูนย์กลางการสอ่ื สารและผู้รบั ข่าว

๓-๖

๔.๑ การดาเนินกรรมวธิ ตี ่อขา่ วออก
การดาเนนิ กรรมวิธีตอ่ ข่าวออกทง้ั ปวงจะมกี ารดาเนินกรรมวิธไี ปตามลาดบั ดงั น้ี

ศูนย์รบั ส่ง ต้นฉบบั กับ ๑ ศนู ยก์ าร
สาเนา
ผู้อนมุ ตั ิ สือ่ สาร
ข่าว ส่งคนื ลง
สาเนาที่
๑. ดาเนิน หลักฐาน
สาเนา กรรมวธิ ี
เข้า เขา้ ร แยก
แฟม้ ผู้เขยี น หัส ทาง
เมื่อไดร้ บั ขา่ ว
ผ้เู ขียน อนญุ าตจาก สง่
โดยปกขตา่ ิสวง่ ขา่ ว ผบู้ งั คับบัญชา
ต้นฉบับกับสาเนา เสร็จและ
อกี ๒ ฉบบั ไปยงั เข้าแฟ้ม
ศนู ย์รบั ส่งของ
สารบรรณ เกบ็

๓-๗

๔.๒การดาเนินกรรมวิธตี อ่ ข่าวเขา้
การดาเนินกรรมวิธตี ่อขา่ วเขา้ ทง้ั ปวงจะกระทาไปตามลาดับดังน้ี

ศนู ย์การสอ่ื สาร

ถอดร รั
หัส บ

ลง ตน้ ฉบั ทา เก็บ
บ สาเนา
หลกั ฐา
เสร็จ ในบ ผรู้ ั

เขา้ รับ

แฟม้ ตรวจ
เก็บ ผ้รู ทั าน


เม่ือ
ผ้บู ังคบั บั
ญชา
อนุญาต

------------------------------

๔-๑

บทท่ี ๔
คำส่งั บันทึกและรำยงำนกำรสอ่ื สำร

ผ้บู ังคับบัญชามุ่งหวังจะใหผ้ ู้บังคบั ทหารสื่อสารของตนไดม้ ีการประสานงานใหบ้ ังเกดิ ผลในเรอ่ื งการ
ปฏิบัติการส่อื สารด้วยการติดต่อโดยตรงกบั ผู้บังคับทหารสือ่ สารของหน่วยเหนือหน่วยข้างเคียงและหน่วยรอง
ตามปกติการประสานงานตามสายวิทยาการนี้จะจากัดแต่เพียงการรายงานและคาแน ะนาทางเทคนิคซ่ึงไม่
เกีย่ วขอ้ งกับการเปล่ียนแปลงนโยบายของผู้บงั คับบัญชารายการซ่งึ อาจจะนาไปประสานงานทางสายวิทยาการ
นั้นมีดังน้ี (แตไ่ ม่จากัดเพยี งเทา่ น้ี) คือ

ก.เรอ่ื งการส่งกาลังและซ่อมบารงุ ตามปกตยิ กเวน้ การควบคุมรายการส่งิ ของท่ี
ขาดแคลน

ข.การแบง่ มอบและควบคุมวงจร (ระบบการสื่อสาร)
ค.การแบง่ มอบและควบคมุ ความถ่ี
จ.คาแนะนาทางเทคนิคท่ีเกยี่ วข้องกบั การตดิ ตัง้ และการปฏิบตั ิงานของระบบการสื่อสาร
ฉ.คาแนะนาทางเทคนิคท่ีเกยี่ วกบั การดัดแปลงหรอื การซ่อมบารุงเครอื่ งอปุ กรณ์
การสือ่ สาร-อิเล็กทรอนิกส์ (ส-อ)
เจ้าหน้าที่ฝ่ายอานวยการหลักทั้งฝ่ายเสนาธิการและฝ่ายกิจการพิเศษต้องจัดแนวความคิดเพื่อให้
แนวทางปฏิบตั ิเฉพาะแก่ตอนต่างๆท่อี ยู่ในการบังคับบัญชาของหน่วยและ ผบู้ ังคับทหารส่ือสาร (ในฐานะฝ่าย
กจิ การพิเศษ) จะทาประมาณการส่ือสารเพื่อให้ขา่ วสารท่ีจาเป็นแก่ฝ่ายอานวยการของตนเพ่ือพฒั นาแผนการ
สอื่ สารท่ีเปน็ ลายลักษณอ์ ักษร
ผู้บังคับทหารสื่อสารเตรียมผนวกสื่อสารประกอบคาสั่งยุทธการหรือตัดตอนข่าวสารท่ีต้องการออก
จากแผนและเขียนไว้ในข้อ๕ของคาสั่งยุทธการฉบับมูลฐานทั้งนี้ข้นึ อยูก่ ับความซับซ้อนของแผนและคาแนะนา
โดยละเอียดซ่ึงมีอยู่ในระเบียบปฏิบัติประจา (รปจ.) คาแนะนาปฏิบัติการสื่อสาร (นปส.) และคาแนะนาการ
สอ่ื สารประจา (นสป.) ของหนว่ ยบัญชาการนน้ั
เอกสารท่ีผู้บังคับทหารสื่อสารได้เตรียมขึ้นอันได้แก่รปจ., นปส. และนสป. นั้นจะช่วยให้สะดวกใน
การวางแผนและใหค้ าแนะนาทพ่ี ร้อมมูลแก่เจ้าหนา้ ท่ที ง้ั ปวงของหน่วยบัญชาการในเร่ืองส-อ
๑. กำรประมำณกำรส่อื สำร
๑.๑ กำรประมำณกำรสื่อสำรก็เหมือนกับการประมาณการทางยุทธวิธีอ่ืนๆคือเป็นการตรวจสอบ
ปจั จัยท้ังหมดทั้งท่ีทราบมาแล้วหรือที่สมมุติข้ึนอยา่ งมรี ะเบียบและมีเหตุผลต่อความสาเรจ็ ในภารกิจเนื่องจาก
ความซับซ้อนของการสนับสนุนทางการสื่อสารต่อหน่วยทางยุทธวิธีต่างๆจึงแยกทาประมาณการสาหรับเร่อื ง
การสื่อสารสงครามอิเลก็ ทรอนิกส์และการปฏบิ ัตกิ ารลวงการส่ือสารแยกจากกัน

การประมาณการส่ือสารอาจทาข้ึนโดยการแยกทาประมาณการสาหรับแต่ละเครื่องมือที่มีอยู่
หรืออาจเป็นประมาณการครั้งเดียวโดยพิจารณาเครื่องมือท้ังหมดท่ีมีอยู่เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัตินั้นเม่ือทา
ประมาณการแยกแต่ละเคร่ืองมือผู้บังคับทหารสื่อสารต้องสนธิข้อเสนอแนะทั้งปวงเข้าไว้ในแผนท่ีจะเสนอให้
ผ้บู งั คบั บัญชาอนมุ ัติ

๑.๒ จะต้องมีกำรทบทวนกำรประมำณกำรสื่อสำรเม่ือสถานการณ์เปล่ียนแปลงและมีเรื่องใหม่ๆ
เกิดข้ึนการทันเวลาข้ึนอยู่กับความสามารถของผบู้ ังคับทหารสื่อสารท่ีจะต้องคอยติดตามสถานการณ์และการ
เปลี่ยนแปลงที่ไดค้ าดไว้ในแผนของผู้บงั คับบัญชา

๔-๒

๑.๓ แบบเอกสำรและลำดับขั้นตอนของกำรประมำณกำรส่อื สำร
๑.๓.๑ กำรประมำณกำรสื่อสำรต้องใช้ความคิดที่คืบหน้าอย่างมีระเบียบและมีเหตุผล

ลาดับข้ันในการประมาณการส่อื สารมดี ังน้ี
๑.๓.๑.๑ ภำรกิจจะกาหนดภารกิจซึ่งส-อของหน่วยบัญชาการจะต้อง

กระทาเพ่ือให้มัน่ ใจว่าการยุทธ์นั้นบรรลผุ ล
๑.๓.๑.๒ สถำนกำรณ์และหนทำงปฏิบัติจากสถานการณ์ท่ีเป็นอยู่ให้

กาหนดหนทางปฏิบัติต่างๆทีเ่ ป็นไปได้ในการจัดการสื่อสารสนับสนนุ ทางการยทุ ธ์นัน้
๑.๓.๑.๓ วิเครำะห์ส่ิงขีดขวำงหนทำงปฏิบัติต่ำงๆพิจารณาถึงลาดับ

ก่อนหลงั ของหนทางปฏบิ ัติแตล่ ะหนทาง
๑.๓.๑.๔ เปรียบเทียบหนทำงปฏิบัติของฝ่ำยเรำพิจารณาถึงลาดับ

ก่อนหลังของหนทางปฏิบัติที่จะทาให้ม่ันใจต่อความสาเร็จของการยุทธ์
๑.๓.๑.๕ กำรตกลงใจช้ีวา่ หนทางใดท่จี ะเลือกเพอื่ การปฏิบตั ิ

๑.๔ กำรประมำณกำรสอื่ สำรเม่ือกำรยุทธ์จำตอ้ งใชแ้ ผนระยะยำวเชน่ การยุทธ์สะเทินน้าสะเทนิ บก
ก็อาจต้องทาการประมาณการส่ือสารเป็นข้อเขียนเมื่อหน่วยได้ทาการรบกันแล้วการประมาณการสื่อสารก็
มักจะไม่ทาเป็นข้อเขยี นแบบเอกสารสาหรับการประมาณการส่ือสารดาเนนิ ตามแบบเอกสารของการประมาณ
สถานการณ์

๒. แผนกำรส่อื สำร
๒.๑ เพื่อรักษำระบบส-อใหม้ ีความออ่ นตวั และเชอ่ื ถือได้การวางแผนการส่ือสารจะตอ้ งกระทาอย่าง

ต่อเน่ื องจะต้องคาดคิดความต้องการทางการบังคับบัญ ชาล่วงห น้าเสียก่อนว่าอุปกรณ์ ส -อจะติดต้ังและ
ปฏิบัติงานเมื่อไรและทีไ่ หนในการปฏิบัติทางยุทธวิธีระบบการส่อื สารไม่อาจปฏิบตั ิตามรปู แบบทตี่ ายตวั แม้แต่
ที่ต้ังส่วนต่างๆของระบบยังต้องเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของสถานการณ์ตามปรากฏหลักฐานในเรื่อง
การสือ่ สารทางยุทธวธิ ี

๒.๒ มบี อ่ ยครั้งทจี่ ำเป็นต้องแบ่งยอ่ ยแผนกำรสอื่ สำรออกเปน็ หลำยส่วนแตล่ ะสว่ นจะกลา่ วถึงแผน
สงครามอิเล็กทรอนกิ สแ์ ผนการลวงทางการส่ือสารในกรณีเช่นน้ีส่วนตา่ งๆของแผนเหล่าน้อี าจพิมพแ์ จกจ่ายเป็น
อนุผนวกประกอบผนวกการสอ่ื สารก็ได้

๒.๓ แผนกำรสอ่ื สำรอำศัยและขยำยควำมข้อ๕ของประมำณกำรส่อื สำรแผนการสอื่ สารคาแนะนา
ตา่ งๆและเรื่องราวท่ีเกี่ยวกบั การจดั การสนับสนนุ ทางการสื่อสารเป็นส่วนรวมใหแ้ กห่ น่วยบญั ชาการและอาจใช้
เป็นผนวกส่ือสารประกอบคาสั่งยุทธการของผู้บังคับบัญชาได้ในภายหลังโดยการประสานงานหน่วยทหาร
ส่ือสารที่มาสนับสนุนอาจใช้แผนการส่ือสารเป็นมูลฐานในการจัดทาและแจกจ่ายคาส่ังปฏิบัติการสื่อสารแทน
ตน

๒.๔ แบบเอกสำรแผนกำรสื่อสำร
๑. สถานการณ์

ก. กาลังฝา่ ยข้าศึก
๑) รายงานการขา่ วกรอง
๒) กจิ กรรมและขดี ความสามารถของขา้ ศกึ ที่กระทบกระเทอื นโดยตรง
ตอ่ แผนและการปฏิบตั ิการส่อื สารของฝา่ ยเรา

๔-๓

ข. กาลงั ฝา่ ยเรา
๑) การจัดเฉพาะกจิ
๒) การสนบั สนุนทางการสอื่ สาร

ค. การขึน้ สมทบและการแยกสมทบ
ง. สมมตุ ฐิ าน

๒. ภารกจิ
๓. การปฏบิ ัติ

ก. แนวความคิดในการปฏิบตั ิ
ข. การสนับสนนุ ส-อ
ค. คาแนะนาในการประสาน
๔. ธรุ การและการสง่ กาลงั บารุง
๕. การบงั คับบญั ชาและการสื่อสาร
ก. การบังคบั บัญชา
ข. การสือ่ สาร
ค. เสน้ หลกั ของการเคล่ือนย้ายทบ่ี ญั ชาการ

๓. ผนวกกำรสอ่ื สำร
๓.๑ เม่อื ได้พฒั นาแผนการส่ือสารสาเรจ็ เรยี บร้อยแล้วผู้บังคบั ทหารส่อื สารก็จะตกลงใจว่าจะต้องทา

ผนวกการสอ่ื สารขึน้ หรอื ไมถ่ า้ ตอ้ งการทาผนวกกเ็ ปลี่ยนแผนการสอ่ื สารให้เปน็ ผนวกโดยปฏบิ ตั ดิ ังตอ่ ไปนี้
๓.๑.๑ เพิ่มเติมหัวเรื่องให้เป็นไปตามแบบเอกสารโดยให้มีช่ือเรื่องที่ถกู ต้องของตัวอักษร

ของผนวกและหมายเลขคาสั่งยุทธการน้ันสธ.๓เป็นผู้กาหนดให้ถ้าแผนยุทธการ (และแผนการสื่อสาร) มีช่ือ
เฉพาะก็มกั จะใชช้ ื่อเฉพาะน้นั เพือ่ ความเข้าใจงา่ ยและคาสั่งยทุ ธการทกุ ฉบบั จะมีหมายเลขตามลาดับ

๓.๑.๒ ให้เอาข้อย่อย๑ง. “สมมุติฐาน” ออกจากแผนการส่ือสารเพราะว่าสมมุติฐาน
ท้ังหลายจะต้องได้รบั การแกไ้ ขแลว้ ก่อนท่แี ผนน้นั จะกลายเปน็ ผนวกสาหรับสมมตุ ิฐานอ่ืนทย่ี ังไมส่ ามารถแกไ้ ขก็
จะตอ้ งมกี ล่าวไวใ้ นทอี่ นื่ บางทอี าจจะอย่ใู นคาแนะนาการประสานงานของผนวกการส่ือสารก็ได้

๓.๑.๓ เพ่ิมเติมท้ายเรื่องให้เป็นไปตามแบบเอกสารโดยมีลายมือชื่อของผู้บังคับบัญชา
หรือนายทหารที่ได้รับการแต่งตั้งให้ลงนามในคาสั่งยุทธการซึ่งตามปกติจะเป็นลายมือชื่อของนายทหารฝ่าย
เสนาธกิ ารผ้ซู ึง่ มีความรับผดิ ชอบโดยตรงในการทาคาส่งั ฉบับน้ัน(สธ.๓หรือเสธ.)
๔. คำสั่งยุทธกำรของหน่วยบญั ชำกำร

คาสงั่ ยุทธการของหน่วยบัญชาการแจกจ่ายเพื่ออานวยการปฏิบัติของส่วนตา่ งๆของหนว่ ยบัญชาการ
ในลักษณะเพื่อให้ปฏิบัติตามข้อตกลงใจของผู้บังคับบัญชาและเพ่ือปฏิบัติภารกิจของหน่วยบัญชาการให้เป็น
ผลสาเรจ็

แม้ว่าผู้บั งคับ ทห ารสื่อสารจะมี ความสนใจอย่างมากต่ อทุ กเร่ืองของคาส่ั งยุท ธการขอ งห น่ วย
บัญชาการอยู่แลว้ ก็ตามแต่กย็ งั เกี่ยวข้องเปน็ พิเศษกบั เรื่องตอ่ ไปน้ี

๔.๑ ข้อ๔ธุรการและการส่งกาลังบารุง ผู้บังคับทหารสื่อสารจะให้ข้อมูลบางประการใน
เรอื่ งน้ีเพอื่ บรรจุลงในขอ้ ๔ ของคาส่งั ยทุ ธการในกรณที ี่มิได้พิมพค์ าส่ังธุรการแยกออกตา่ งหาก

๔.๒ ขอ้ ๕การบงั คบั บญั ชาและการส่ือสารผบู้ ังคับทหารสื่อสารให้ข้อความ
เพื่อบรรจลุ งในขอ้ ๕ของคาสัง่ ยุทธการ

๔-๔

๔.๓ ผนวกการสื่อสารประกอบคาส่ังยุทธการเม่อื คาแนะนาการส่ือสารมีมากเกนิ กว่าที่จะ
บรรจุไว้ในคาส่ังยุทธการแล้วผู้บังคับทหารส่ือสารจะต้องทาเป็นผนวกแยกต่างหากจากคาสั่งยุทธการ เพื่อใช้
บงั คบั การติดตัง้ และการปฏิบัตงิ านของ

๔.๓.๑ ระบบการสื่อสาร
๔.๓.๒ ระบบสงครามอิเล็กทรอนกิ ส์ (ในการประสานงานกบั นสอ.)
๔.๓.๓ ระบบและเครือ่ งมือการลวงทางการสื่อสาร
๔.๔ ในกรณีท่ีไม่ต้องการทาหรือพิมพ์ผนวกการส่ือสารข้ึนผู้บังคับทหารส่ือสารจะให้
ขา่ วสารแก่สธ.๓เพ่ือเขียนลงในข้อ๕ของคาส่ังยุทธการต้นฉบับข่าวสารดังกล่าวน้ีอย่างน้อยควรจะมีรายการท่ี
เปน็ หัวขอ้ ย่อยดังน้ี
(๑)กำรส่ือสำร

(ก)รายการสารบัญนปส. ฉบับปัจจุบันและบก.หน่วยที่เป็นผู้ออกถ้าบก.
หนว่ ยทีอ่ อกคาส่งั และที่ออกนปส. เปน็ บก.เดียวกันก็ไมต่ อ้ งกลา่ วถงึ บก.หน่วยอีก

(ข)คาแนะนาพิเศษที่เก่ียวกับการใช้และการควบคุมเคร่ืองมือส่ือสารแพร่
คลืน่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าซงึ่ มิไดม้ อี ย่ใู นนปส. ฉบบั ปัจจุบันหรือรปจ. หรอื คาแนะนาอ่นื ๆ

(ค)ท่ีตัง้ ของศูนย์การสญั ญาณตา่ งๆท่ีมิไดป้ รากฏอย่ใู นแผ่นบริวารหรือแสดง
ไวใ้ นคาแนะนาท่ีอา้ งถงึ หรอื คาสัง่ อน่ื ๆ

(ง)เส้นหลักของการเคลือ่ นยา้ ยทบี่ ังคับการหวั ข้อนถ้ี า้ ไม่ทราบขา่ วสารก็ตดั ท้ิง
ได้

๕. คำส่งั ปฏบิ ัตกิ ำรของหนว่ ยทหำรสือ่ สำร

๕.๑ กำรควบคุมหน่วยทหำรสื่อสำรเมื่อหน่วยทหารสื่อสารเข้าปฏิบัติการในพื้นท่ีการยุทธ์คร้ังหน่ึง
แลว้ มักจะไม่ค่อยทาคาสัง่ ปฏบิ ัติการที่สมบูรณ์โดยท่วั ไประบบการส่อื สารอิเล็กทรอนิกส์ท่หี นว่ ยทหารส่ือสารซ่ึง
เข้าปฏิบัติการได้จัดทาขึ้นนั้นควบคุมด้วยรปจ., นปส., นสป. และคาสั่งเป็นส่วนๆที่จะจ่ายไปเพื่ออานวยการ
ดัดแปลงระบบใหบ้ รรลุความต้องการในปจั จบุ ันและอนาคต

๕.๒ มูลฐำนกำรปฏิบัติของหน่วยทหำรส่ือสำรคาสั่งปฏิบัติการของหน่วยทหารส่ือสารขึ้นอยู่กับ
คาส่งั ยทุ ธการของหน่วยบัญชาการนั้นๆและมีการขยายความออกไปด้วยแบบเอกสารของคาส่ังปฏิบัติการของ
หน่วยทหารสื่อสารนนั้ กาหนดกิจเฉพาะใหแ้ กส่ ่วนตา่ งๆภายในหน่วยเมื่อได้รบั ภารกิจหรือภายหลังท่ีได้อนุมาน
ภารกิจออกมาแล้วผ้บู งั คับทหารสอื่ สารจะทาประมาณสถานการณ์ในใจและประกาศข้อตกลงใจออกมาท้ังยงั ได้
แถลงแนวความคดิ ในการปฏบิ ตั ิและอานวยการทาคาส่งั ปฏบิ ตั กิ ารอนั เหมาะสมเพ่ือทาใหแ้ ผนนนั้ เป็นผล

๕.๓ แบบฟอร์มคำส่ังปฏบิ ัติกำรของหน่วยทหำรสอ่ื สำร
ขอ้ ๑ สถำนกำรณ์

ก. กำลังฝ่ำยข้ำศึกอาจมีการอ้างถึง “ผนวกการส่ือสารประกอบคาส่ังยุทธการ” ของ
หน่วยบัญชาการเม่ือมีผนวกการสื่อสารแจกจ่ายให้แก่หน่วยท้ังหมดท่ีได้รับคาสั่งปฏิบัติการของหน่วยทหาร
ส่ือสารแต่เม่ือผนวกการสื่อสารฯ ไม่มีพอท่ีจะจ่ายให้ก็อาจจะคัดลอกเร่ืองที่เก่ียวข้องและรวมเข้ากับคาส่ัง
ปฏิบัติการของหนว่ ย

๔-๕

ข. กำลังฝ่ำยเรำเฉพาะข่าวสารท่ีเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของหน่วยทหารสื่อสาร
เท่านั้นท่ีคัดลอกและขยายความจากผนวกการส่ือสารเม่ือต้องการเพ่ือทาให้ภารกิจของหน่วยทหารสื่อสาร
ชดั เจนข้ึน

ค. กำรขึ้นสมทบและกำรแยกสมทบทาบัญชีหน่วยทหารส่ือสารท่ีข้ึนสมทบหรือแยก
สมทบจากหน่วยท่ีแจกจ่ายคาสง่ั ตลอดจนเวลาซึ่งมีผลบังคบั ใช้เมื่อข่าวสารน้ันมีอยใู่ นหัวข้อการจดั หน่วยเฉพาะ
กิจก็ใหอ้ า้ งองิ หลักฐานไวด้ ว้ ย

ข้อ๒ ภำรกิจกล่าวโดยยอ่ ถึงภารกิจท่ีกาหนดให้แก่หน่วยหรือท่ีผู้บงั คับหน่วยอนุมานข้ึนเมื่อภารกิจ
ดงั ทไ่ี ดก้ ล่าวไว้ในคาสั่งยุทธการหรือคาส่ังธรุ การ/การส่งกาลังบารุงของหนว่ ยบัญชาการหรอื ในผนวกประกอบ
คาสั่งน้ันแล้วกอ็ าจคัดลอกภารกจิ และขยายความเท่าทีจ่ าเปน็ เพอื่ ความแจ่มแจ้ง

ข้อ๓ กำรปฏบิ ตั แิ นวความคิดในการปฏิบตั ิของผู้บงั คบั หน่วยทหารสอ่ื สารและกิจเฉพาะทมี่ อบหมาย
ใหแ้ ก่ส่วนหลักแต่ละส่วนของหน่วยทหารส่ือสารนั้นจะได้กลา่ วไว้ในขอ้ น้เี ม่ือกจิ เฉพาะทจี่ ะให้แต่ละส่วนปฏิบัติ
น้ันเหมาะสมและเพียงพอตามที่ได้กาหนดไว้ในรปจ. ของหน่วยแล้วก็ให้อ้างถึงรปจ. สาหรับการกาหนดกิจ
เฉพาะให้กับส่วนต่างๆของหน่วยให้เหมาะสมมากข้ึนการกาหนดกิจเฉพาะนั้นอาจใช้แผ่นบริวานแผนท่ีหรือ
แผนผงั ก็ได้ ขอ้ ยอ่ ยสุดทา้ ยจะกลา่ วถึงคาแนะนาในการประสานงานอนั เหมาะสม

ขอ้ ๔ ธุรกำรและกำรส่งกำลังบำรุงข้อนีป้ ระกอบดว้ ยข้อความหรอื เรื่องราวทสี่ าคญั เก่ียวกับระเบยี บ
ปฏิบัติในการสนับสนุนทางธุรการและการส่งกาลังบารุงท่ีมิได้กล่าวไว้ในรปจ. ของหน่วยหรือในคาสั่งและ
คาแนะนาอ่ืนๆข้อน้ีจะกล่าวถึงที่ตั้งทางธุรการการส่งกาลังบารุงและ การซ่อมบารุงท่ีจะให้การสนับสนุนแก่
หนว่ ยหรือการอา้ งถงึ คาส่ังธรุ การ/การส่งกาลังบารงุ หรอื ผนวกทม่ี ีขา่ วสารเก่ียวกบั เรื่องน้ี

ขอ้ ๕ กำรบงั คบั บัญชำและกำรส่อื สำรข้อความที่บรรจุในขอ้ น้ีมีเรอื่ งราวจากดั เพียงเพือ่ ใช้เฉพาะกับ
หน่วยเท่านัน้

๖. ระเบียบปฏิบตั ิประจำ (รปจ.)
๖.๑ กล่าวนา
ระเบียบปฏิบัติประจาจะลดความยาวของส่วนที่กล่าวถึงเรื่องการสื่อสารในคาส่ังการรบ

อืน่ ๆใหส้ ้ันลงและขจัดความจาเป็นท่ีจะต้องกล่าวถึงรายละเอียดของคาแนะนาส-อท่ีซ้าๆกันของการปฏิบัติแต่
ละครั้งตามปกติจะอ้างถึงรปจ. ไวใ้ นคาส่ังเว้นแตจ่ ะมรี ะเบียบการปฏิบัตเิ ป็นอย่างอ่ืนๆคาแนะนาของรปจ. โดย
ละเอียดไมก่ ล่าวซา้ ในคาสง่ั ใหด้ รู ายละเอียดเพ่มิ เตมิ ในบทที่๕

๖.๒ แบบเอกสารรปจ.ของหน่วยทหารสอ่ื สาร
รปจ. ของหน่วยทหารส่ือสารทาขึ้นตามแบบรปจ.ของหน่วยบัญชาการท่ีหน่วยทหาร

สอ่ื สารนัน้ ประจาอยอู่ าจจะเพ่ิมขึ้นเป็นเอกสารเดยี วหรอื เป็นเอกสารมูลฐานซึ่งประกอบด้วยผนวกต่างๆชุดหน่ึง
ก็ได้เอกสารแบบหลังน้ีเป็นที่นิยมกันโดยมีคาแนะนาที่หน่วยสนใจกันท่ัวไปพิมพ์อยู่ในเอกสารมูลฐานและมี
ผนวกแยกซงึ่ บรรจคุ าแนะนาทางเทคนิคหรือระเบยี บปฏบิ ัตทิ ี่ใชก้ ับส่วนต่างๆของหนว่ ยนน้ั โดยเฉพาะ

รปจ.ของหน่วยทหารส่ือสารมีคาแนะนาการปฏิบัติงานหน่วยทหารส่ือสารตามภารกิจที่
ได้รับมอบรปจ.น้ีจะขยายรปจ.ของหน่วยบัญชาการเพ่ือให้มีคาแนะนาเฉพาะและมีรายละเอียดสาหรับส่วน
ตา่ งๆของหนว่ ยทหารส่ือสารมากขึ้น

ขอบเขต รปจ.ของหน่วยทหารสื่อสารข้ึนอยู่กับแบบของหน่วย รายละเอียดท่ีผู้บังคับ
หน่วยประสงค์จะให้มีใน รปจ. และส่วนบัญชาการท่ีหน่วยนั้นประจาอยู่ อย่างน้อยที่สุด รปจ.จะต้องกาหนด
ความรับผดิ ชอบเฉพาะให้แก่ส่วนท่ีสาคัญแต่ละส่วนของหน่วยนนั้ รปจ.ของหน่วยมคี าแนะนาทเ่ี กี่ยวกับขั้นการ

๔-๖

ปฏิบัติงานทั้งหมดของหน่วย ซ่ึงผู้บังคับบัญชาพิจารณาเห็นว่าจะต้องปฏิบัติประจา หรือมีความสาคัญ
จนกระท่ังต้องการจะให้เป็นคาแนะนาท่ีต่อเน่ือง รปจ.จะบรรจุคาแนะนาที่เหมาะสมในการควบคมุ การปฏิบัติ
ภารกิจส่อื สารทง้ั ปวงท่มี อบให้กบั หน่วย นอกจากน้ี รปจ.ยังมีคาแนะนาเกย่ี วกับการปฏบิ ัติการทางธุรการและ
การส่งกาลังบารุงตามปกติของหนว่ ยอีกดว้ ย คาแนะนาประการหลังน้ีรวมถงึ นโยบายและมีระเบยี บการกาลัง
พล งานธุรการของหน่วย ระเบียบปฏิบัติการของสิ่งอุปกรณ์ทุกประเภท การซ่อมบารุงยุทโธปกรณ์แบบต่างๆ
ระเบยี บปฏิบตั กิ ารตรวจตรา การรักษาความปลอดภยั ทางวตั ถุ และคาแนะอ่ืนๆ ซึง่ ผู้บงั คับหน่วยอาจจะส่งั

๗. คำแนะนำปฏิบตั ิกำรสอ่ื สำร (นปส.) และ คำแนะนำกำรสื่อสำรประจำ (นสป.)
๗.๑ คำแนะนำปฏบิ ัติกำรสื่อสำร(นปส.)เปน็ คาสง่ั ชดุ หนงึ่ ทีแ่ จกจ่ายเพอ่ื การควบคุมทางเทคนิคและ

การประสานกจิ กรรมส่ือสารของหน่วยบญั ชาการนปส. ประกอบด้วยคาแนะนาท่ีอาจจะต้องเปลี่ยนบ่อยๆหรือ
ตามระยะเวลาคาสงั่ นี้ประกอบด้วยข้อมูลทางเทคนคิ การควบคุมการปฏิบัติทางเทคนิคระบบส-อและเครอื่ งมือ
ทั่วทั้งหน่วยบัญชาการนปส. และคาแนะนาการส่ือสารประจา (นสป.)เป็นคาแนะนาหลักในการสนธิข่ายงาน
สอ่ื สารท่ีซับซอ้ นให้เปน็ ระบบเดียวกันเพอ่ื ให้บรรลถุ ึงความตอ้ งการของหนว่ ยบญั ชาการ

นปส.บรรจุคาแนะนาเฉพาะสาหรับการปฏิบัติงานในระบบการสื่อสารรายการนปส .
ตามปกติมลี กั ษณะช่ัวคราวและอาจต้องเปล่ยี นบ่อยๆนปส.ของส่วนบญั ชาการรองอาจตดั ตอนหรืออาศัยมูลฐาน
จากนปส.ของหน่วยเหนอื

๗.๒ คำแนะนำกำรสื่อสำรประจำ (นสป.)
คาแนะนาการส่ือสารประจาเป็นชุดหนง่ึ ของคาแนะนาที่อธบิ ายถึงการใช้รายการตา่ งๆใน

นปส. โดย นสป.อาจมีคาแนะนาทางเทคนิคอ่ืนๆที่ต้องการเพื่อประสานงานและควบคุมการปฏิบัติงานการ
สอ่ื สารอเิ ล็กทรอนิกส์ของหนว่ ยบญั ชาการด้วยก็ได้

นสป. ซึ่งบรรจุคาแนะนาเพ่ืออธิบายถึงการใช้รายการต่างๆท่ีมีอยู่ในนปส. น้ัน นสป. ที่
ใช้ณส่วนต่างๆของหน่วยบัญชาการอาจมีเร่ืองราวเหมือนหรือคล้ายกันมากสาหรับคาแนะนาท่ีเหมือนกันใน
หลายๆหน่วยบัญชาการหน่วยบัญชาการสูงสุดของหน่วยนั้นๆจะเป็นผู้ทาและแจกจ่ายให้ในเม่ือสามารถทา
รวมกนั ได้เพื่อท่ีจะใหก้ ารจดั ทาคาแนะนารวมดังกล่าวสะดวกข้ึนบรรดาส่วนต่างๆภายในหน่วยบญั ชาการควร
ทาตามแบบเอกสารและระบบหมายเลขรายการท่ีเป็นมาตรฐานส่วนรายการต่างๆที่ส่วนบัญชาการรองไม่
ต้องการกใ็ ห้เวน้ ไม่กลา่ วในนสป.ของตน

๗.๓ ควำมสมั พนั ธ์ระหว่ำง นปส. และ นสป.
ดงั ที่ได้กล่าวมาแล้ว นปส. เป็นคาสั่งทางการส่อื สารชนิดหน่ึงซ่ึงในเนื้อเร่ืองจะบอกวา่ ให้

ทาอะไรสว่ นนสป. (คาแนะนาการสื่อสารประจา) ก็เปน็ คาส่ังทางการสื่อสารอีกชนิดหนึง่ ซ่งึ ในเนื้อเรอื่ งจะบอก
ว่ามีวิธีทาอย่างไรให้ตรงกับความมุ่งหมายของนปส. ที่มีข้อตรงกันดังนั้นนปส.จึงเปรียบเสมือนคาสั่งหลักและ
นสป.เป็นคาสั่งประกอบและในทางปฏิบัติเพ่ือป้องกันมิให้ข้าศึกวิเคราะห์หนทางปฏิบัติของเราได้นปส .จึง
จาเป็นต้องมีการเปลยี่ นแปลงอยูเ่ สมอสว่ นนสป.นน้ั มักไม่ค่อยเปล่ียนแปลงเพราะถอื ว่าเปน็ หลักการใหญ่ๆหรือ
แม่บท

ผู้บังคับทหารส่ือสารในแต่ละส่วนของหน่วยบัญชาการรับผิดชอบต่อผู้บังคับบัญชา
เก่ียวกับการควบคุมทางเทคนิคและการกากับดูแลทางฝ่ายอานวยการตอ่ การส่อื สารภายในหนว่ ยบัญชาการนั้น
คาแนะนาซ่ึงควบคุมการปฏิบัติงานทางเทคนิคของการส่ือสารภายในหน่วยบัญชาการจะบรรจุไว้ในคาแนะนา
การสื่อสารประจา (นสป.) และคาแนะปฏิบัติการสือ่ สาร (นปส.) ของหน่วยบญั ชาการน้ัน

๗.๔ ควำมรบั ผดิ ชอบในกำรจัดทำและแจกจ่ำยนปส. และนสป.

๔-๗

ผู้บังคับทหารสื่อสารเป็นผู้ทาและแจกจ่ายนปส. และ นสป. โดยตามปกติแล้วผู้บังคับ
ทหารสื่อสารเป็นผู้รับรองสาเนาในนามผู้บังคับบัญชาหน่วยรองจะทานปส. และนสป. ให้บรรลุความต้องการ
ของตนท้ังน้ี นปส. และนสป. ที่หน่วยรองทาขึ้นนั้นจะต้องสอดคล้องกับคาแนะนาท่ีมีอยู่ในนปส. และนสป.
ของหนว่ ยบัญชาการ

๗.๕ กำรรักษำควำมปลอดภัยตอ่ นปส. และนสป.
๗.๕.๑ การแยกประเภทความลับของนปส. แต่ละข้อและแต่ละหน้าน้ันให้กาหนดทา

เครือ่ งหมายดังกล่าวไวใ้ นข้อบังคับกองทัพบกตามปกตนิ ปส.จะไมบ่ รรจเุ รือ่ งท่ีจัดประเภทความลบั อยา่ งไรกต็ าม
สาเนานปส. และนสป. แตล่ ะชดุ จะกาหนดหมายเลขชุดไว้เพื่อสะดวกในการแจกจ่ายและควบคมุ แต่มิได้กาหนด
เปน็ เอกสารลงทะเบียนควรกาหนดเคร่ืองหมาย “ชุดท…ี่ …ใน…….ชุด” ไว้บนแผน่ ปกของนปส. และนสป. แตล่ ะ
ชดุ

๗.๕.๒ เพ่ือลดโอกาสรว่ั ไหลของนปส. ของหน่วยเหนือใหน้ อ้ ยทีส่ ุดจะต้องไมน่ านปส.ฉบับ
สมบรู ณ์ของหนว่ ยบญั ชาการใดๆไปในพนื้ ท่ีจนลา้ หน้าทีบ่ ังคบั การของสว่ นบญั ชาการรองซ่งึ ไดร้ บั นปส.น้ัน

๗.๕.๓ การพิจารณาว่านปส.หรือรายการของนปส. รั่วไหลนั้นกเ็ ม่อื ทราบหรอื เช่ือว่าถูก
ยึดสูญหายเปิดเผยให้องค์แทนของข้าศึกทราบหรือเมื่อใช้เรื่องราวในนปส.น้ันผิดพลาดอันจะเกิดอันตรายต่อ
ระบบความปลอดภัยส-อ

๗.๖ กำรแจกจ่ำยนปส. และนสป.
๗.๖.๑ นปส. และนสป. แจกจา่ ยไปยังกองบัญชาการช้ันเหนือส่วนบัญชาการรองหน่วย

ขา้ งเคียงและส่วนสนับสนุนเมื่อมีการแจกจ่ายนปส. และนสป. ให้พจิ ารณาถึงความตอ้ งการของแต่ละหน่วยว่า
ควรจะได้รับรายการใดบ้างแตล่ ะหนว่ ยควรจะได้รับจานวนสาเนาของแตล่ ะรายการน้อยท่ีสดุ

๗.๖.๒ รายการนปส. หรือนสป. ที่เหมือนกันของทุกส่วนบัญชาการตามปกติหน่วย
บัญชาการสูงสุดร่วมกับของส่วนบัญชาการเหล่านั้นเป็นผู้ทาเพ่ือความสะดวกในการแจกจ่ายรายการเหล่าน้ี
กองบัญชาการหน่วยจะตอ้ งทาต้นฉบับให้เหมาะสมเพื่อให้บรรลุความต้องการของหน่วยใช้เม่ือไม่จ่ายต้นฉบับ
ให้กับหน่วยรองแล้วจะต้องจดั ให้มีจานวนสาเนาของรายการท่ีต้องการเพือ่ แจกจ่ายไปยังผู้รับนปส. และนสป.
ท้ังหมด

๗.๖.๓ ผู้บงั คบั ทหารส่อื สาร/ฝา่ ยการสื่อสารของแตล่ ะหน่วยบัญชาการรองเป็นผู้ตดั ทอน
รายการของนปส. ออกมาจ่ายให้กับหน่วยและบุคคลซึ่งต้องการนปส.ของหน่วยบัญชาการโดยจากัดแต่เพียง
บางส่วนเร่ืองราวของส่วนที่ตัดตอนออกมาน้ันจะจากัดความต้องการท่ีแท้จริงของหน่วยหรือบุคคลผู้ซ่ึงได้รับ
จ่ายและจะจัดทาคาแนะนาให้ใช้ในห้วงเวลาอันจากัดรายการตัดทอนเหล่าน้ีจัดทาเพื่อให้สามารถนาออกไป
ใช้ได้ไกลออกไปในพื้นท่ีข้างหน้ากองบัญชาการซ่ึงเป็นจัดผทู้ าเพ่ือสนองความต้องการของหน่วยใช้เพื่อปฏิบัติ
ภารกิจใหเ้ ปน็ ผลสาเรจ็

๗.๗ ระเบยี บปฏิบัตกิ ำรทดแทนฉกุ เฉนิ
๗.๗.๑ กองบัญชาการที่ทานปส. จะต้องไดร้ ับแจ้งทันทีเมื่อพบว่านปส. หรือรายการ

นปส.รั่วไหลการแจ้งจะต้องบอกหมายเลขสารบรรณและหมายเลขสาเนาของเอกสารท่ีร่ัวไหลและเวลาที่สูญ
หาย

๗.๗.๒ กองบัญชาการท่ีจัดทาจะต้องแจ้งหน่วยและบุคคลทั้งหมดท่ีได้รับแจกจ่าย
เอกสารโดยทันทีวา่ เอกสารนั้นได้ร่วั ไหลแล้วตามปกตกิ ารแจ้งนี้จะกล่าวรวมถึงคาแนะนาท่ีจะให้รายการนปส.
สารองซง่ึ ได้จา่ ยไวก้ อ่ นแล้วมีผลบังคบั ใช้เมื่อใด

๔-๘

๗.๗.๓ ระเบียบปฏิบัติในการทดแทนฉุกเฉินควรจะได้รวมอยู่ในนปส.ตอนข่าวสาร
ทัว่ ไป

๗.๘ แบบเอกสำรของนปส.และนสป.
แบบเอกสารของนปส. และนสป. นั้นคล้ายคลึงกันขนาดของนปส. และนสป. ได้

กาหนดข้ึนเพ่ือให้บรรจุความต้องการของหน่วยหรอื บุคคลผใู้ ช้ขนาดมาตรฐานของนสป. ณระดบั ต่างๆของส่วน
บัญชาการและนปส.ของกองพลหรือหน่วยเหนือมีขนาด๘x๑๐๑/๒น้ิวขนาดมาตรฐานของนปส. ท่ีตัดตอน
ออกมาและนปส.ของหน่วยที่ต่ากว่าของกองพลคือขนาด๔x๕๑/๔น้ิวสาหรับส่วนบัญชาการเหนือข้ึนไปซึ่งมี
อปุ กรณ์ในการพิทักษน์ ปส.อย่แู ลว้ สว่ นทต่ี ัดตอนออกมาอาจจะใช้ขนาดเดียวกบั นปส.ฉบบั สมบรู ณก์ ็ได้

๗.๙ กำรรับรองเอกสำรนปส. และนสป.
การรบั รองเอกสารนปส. และนสป. ฉบับสมบูรณ์นั้นจะต้องมีการรับรองเอกสารเพื่อ

แสดงว่าเป็นคาส่ังการสื่อสารท่ีแท้จริงที่ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ออกหรือออกในนามของผู้บังคับบัญชาตามปกติผู้
บังคับทหารสือ่ สารจะได้รับมอบเคร่ืองมอื ระบบและอุปกรณ์ส-อนปส. และนสป. จะมีการรับรองเอกสารอย่าง
สมบูรณ์แบบในหน้าสารบรรณหน้าสารบรรณจะมีหมายเลขราชการฉบับปัจจุบันและวันท่ีจะเป็นผลบังคับใช้
ของทุกรายการอยใู่ นสารบรรณแต่ละฉบับ

๘. กำรสอื่ สำรอิเล็กทรอนกิ ส์ (ส-อ)
๘.๑ คำแนะนำส-อท่ีมีอยู่ในรปจ.ของหน่วยบัญชาการน้ันจะจากัดเพียงกล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับ

เรอื่ งส-อภายในหนว่ ยบัญชาการแต่กว้างๆเท่านั้นตามปกติแล้วการกลา่ วอย่างกวา้ งๆเช่นนั้นจะกลา่ วไว้ในผนวก
การสื่อสารประกอบรปจ.ของหน่วยบัญชาการหรืออยู่ในนปส. และนสป. ซ่ึงมีคาแนะนาการส่ือสารอยู่อย่าง
ละเอียด

๘.๒ ผนวกกำรสือ่ สำรประกอบรปจ.กาหนดถึงเร่อื งตา่ งๆดงั ตอ่ ไปนี้
๘.๒.๑ บนั ทึกและรายงานส-อทต่ี อ้ งการให้หน่วยต่างๆจดั ทาและเสนอขึ้นมา
๘.๒.๒ การจัดข่ายการสอื่ สารการส่ือสารทจี่ ดั ไปยงั สว่ นต่างๆของกองบญั ชาการและไปยัง

หน่วยรองหลกั
๘.๒.๓ คาแนะนาท่ัวไปเกี่ยวกับการวางการสื่อสารข้ึนใหม่ในกรณีที่ต้องสูญเสียท่ี

บญั ชาการหรอื ศนู ยก์ ารสญั ญาณ
๘.๒.๔ คาแนะนาอ่ืนๆท่เี ก่ียวข้องโดยตรงที่ต้องใชก้ ับส่วนต่างๆของหน่วยบัญชาการซง่ึ มี

ลกั ษณะทว่ั ๆไปและไม่ไดก้ ล่าวไวใ้ นนปส. หรอื นสป. ของหนว่ ยบญั ชาการนั้นๆ

๙. คำสัง่ กำรรบ
คาส่ังการรบ เป็นคาสั่งเกี่ยวกับการปฏบิ ัตใิ นสนามซ่ึงรวมถึงคาส่ังยุทธการคาส่งั ธรุ การ/การส่งกาลัง

บารุงและสาส์นยุทธการคาส่ังเหล่าน้ีในข้ันต้นอาจจะจ่ายไปเป็นแผนซ่ึงจะกลายเป็นคาส่ังในภายหน้าเม่ือ
ตอ้ งการหรือเม่ือสภาพการณ์ตามที่ระบุไว้บังเกิดขึ้นคาส่ังการรบยังรวมถึงคาสัง่ การสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อ
สนบั สนนุ การปฏบิ ัตกิ ารยุทธศาสตร์และยุทธวธิ ีทั้งนี้คาส่งั การสอ่ื สารหมายรวมถึง

๙.๑ คาสงั่ ปฏบิ ตั ิการสื่อสารและระเบียบปฏิบัตปิ ระจา (รปจ.) ทค่ี วบคมุ การปฏบิ ัตขิ องหน่วยส่ือสาร
อเิ ลก็ ทรอนกิ สข์ องหน่วยบญั ชาการน้ัน

๔-๙

๙.๒ คาแนะนาปฏบิ ตั ิการส่อื สาร (นปส.) และคาแนะนาการสื่อสารประจา (นสป.) จะอธบิ ายถงึ การ
ใช้รายการต่างๆในนปส. โดยบรรจคุ าแนะนาทางเทคนิคทีค่ วบคุมการปฏิบัตขิ องอปุ กรณ์และระบบการส่ือสาร
อเิ ล็กทรอนกิ สข์ องหนว่ ยบัญชาการนนั้ ๆ

๙.๓ แผนผังแผนท่แี ผ่นบริวารและแผนที่สังเขปทีจ่ ่ายเพื่อกากับและควบคมุ การตดิ ตั้งการปฏบิ ัติงาน
และการซอ่ มบารงุ อปุ กรณแ์ ละระบบส-อ

๙.๔ บรรณสารพันธมติ รและบรรณสารร่วมทกี่ ล่าวถึงระเบียบปฏิบัติในการติดต้ังการปฏิบตั งิ านและ
การซอ่ มบารุงอุปกรณ์และระบบส-อ

๑๐. แผนผงั แผนที่ แผ่นบรวิ ำร และแผนท่ีสงั เขป
แผนผังแผนที่แผน่ บริวารและแผนท่ีสังเขปถือเป็นคาส่งั การรบซึง่ ตามปกติจะแจกจ่ายเป็นใบแนบไป

กับคาส่ังอ่ืนๆซึ่งรับรองสาเนาถูกต้องแล้วหรืออาจแยกจ่ายต่างหากเพ่ือเป็นคาส่ังการต่อกิจเฉพาะให้เป็น
ผลสาเรจ็ แผนผงั แผนทีแ่ ผ่นบริวารและแผนที่สงั เขปจะช่วยให้การออกคาสั่งงา่ ยข้ึนหรือช่วยใหค้ าแนะนาชดั เจน
มากข้ึนและเป็นแบบพร้อมท่ีจะใช้งานได้ทันทีตัวอย่างบางฉบับท่ีมีอยู่ในอนุผนวกค. (ผนวกการส่ือสาร) อนุ
ผนวกง. (รปจ.) และอนุผนวก ช. (บนั ทึกและรายงานที่ควรมี) รส.๒๔–๑๖

-----------------------------------------------

๕-๑

บทท่ี ๕
กองพนั ทหารสื่อสารกองพล

๑. ฝ่ายอานวยการสือ่ สารของกองพล
ฝ่ายอานวยการของผูบ้ ังคับทหารสื่อสารของกองพล(ผบ.ส.พล) จัดไวใ้ นอัตราของกองบังคับการและ

กองร้อยกองบังคับการรายละเอียดเก่ียวกับพันธกิจของผบ.ส.พล. และฝ่ายอานวยการของผบ.ส.พล. นั้นมี
ดังตอ่ ไปน้ี

หนา้ ทส่ี องประการของผบ.ส.พล.
ประการแรก ผบ.ส.พล. ในฐานะเป็นฝ่ายกจิ การพิเศษของผู้บัญชาการกองพลทาหน้าที่เป็นหัว

หน้าทีป่ รึกษาและผูว้ างแผนกิจการสือ่ สารทั้งปวงเกีย่ วกับกองพล
ประการท่สี อง ผบ.ส.พล นอกจากจะทาหน้าทีฝ่ ่ายอานวยการแล้วยงั เป็นผู้บังคับบัญชากองพัน

ทหารส่ือสารของกองพลและรับผิดชอบในการติดตั้งปฏิบัติงานและบารงุ รกั ษาระบบการสื่อสารของกองพลอีก
ดว้ ย

ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างตน้ จะเหน็ ว่าผบ.ส.พล. ปฏิบัตพิ ันธกิจ๒ประการคือท้งั ฝ่ายอานวยการและ
การบงั คบั บัญชาอย่างไรกต็ ามในท่นี จ้ี ะกล่าวถึงเฉพาะส่วนของความสัมพันธท์ างฝ่ายอานวยการเท่านั้นถึงแมว้ ่า
บุคคลคนเดยี วจะไดร้ บั มอบพันธกจิ ถึง ๒ประการก็ตามแต่ ความรับผิดชอบและหน้าทีท่ ่แี ตกตา่ งกันนั้นตอ้ งแยก
จากกันการประสานงานทางฝ่ายอานวยการและพันธกิจของผบ.ส.พล. จะเข้าร่วมในการวางแผนของฝ่าย
อานวยการทัง้ ปวงของกองพลเพอื่ ทจี่ ะเสนอแง่คดิ ทางการส่อื สารสาหรบั แผนการปฏบิ ัติการทางยุทธวิธี

การประสานงานหน้าที่และความรบั ผิดชอบของผบ.ส.พล. มีความจาเป็นที่จะต้องเก่ียวข้องท้ังฝ่าย
เสนาธกิ ารและฝา่ ยกิจการพเิ ศษตามปกตผิ บ.ส.พล.ปฏบิ ตั ิงานภายใต้การกากับดแู ลทั่วๆไปของสธ.๓ของกองพล
แต่สามารถเข้าพบเสนาธิการกองพลได้โดยตรงเพ่ือเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการส่ือสารทั้งปวงซ่ึงมีผลต่อการ
บงั คบั บัญชา

พันธกิจอย่างกว้างขวางของผบ.ส.พล. และ/หรือผู้บังคับกองพันทหารส่ือสารน้ันอาจหยิบยกข้ึนมา
กลา่ วเปน็ ขอ้ ๆดังจะได้กล่าวต่อไปพนั ธกิจการบังคบั บญั ชาและฝา่ ยอานวยการนัน้ ยอ่ มเกี่ยวกันอย่างใกล้ชดิ ดงั น้ี

ก. การบังคบั บัญชา
ข. การให้คาปรึกษา
ค. แผนและคาส่ัง
ง. การกากับดแู ลทางเทคนคิ
จ. การติดต่อ
ฉ. การฝึก

๒. การให้คาปรึกษา (ผบ.ส.พล.)
ผบ.ส.พล. ทาหน้าท่ีเป็นทปี่ รกึ ษาทางฝ่ายอานวยการในเร่ืองการสอื่ สารใหแ้ กผ่ ้บู ญั ชาการกองพลฝา่ ย

เสนาธกิ ารฝา่ ยกจิ การพเิ ศษและหน่วยต่างๆของกองพลทง้ั หมด
ผบ.ส.พล. ให้คาปรึกษาต่อผู้บัญชาการกองพลเก่ียวกับแง่คิดทางการส่ือสารทั้งปวงตลอดจนการใช้

หน่วยทหารสื่อสารเครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่และความต้องการเพิ่มเติมในเรื่องทานองเดียวกันการรักษาความ
ปลอดภัยทางการสื่อสารความต้องการทางกายภาพการสงครามอิเล็กทรอนิกส์และท่ีตั้งที่บัญชาการกองพล
ตา่ งๆที่มผี ลกระทบกระเทือนต่อการส่ือสารข่าวสารนม้ี สี ่วนมากจะต้องผ่านเสนาธกิ ารหรือนายทหารฝา่ ยเสนาธิ
การกอ่ นซึ่งกาหนดไว้เปน็ รปจ.ของกองพล

๕-๒

๓. การจดั และภารกิจของกองพันทหารส่ือสารกองพล
๓.๑ การจดั กองพันทหารส่ือสารกองพล

กองพนั ทหารสอื่ สารกอง
พล

บก.และ รอ้ ย.บก. กองร้อยวิทยแุ ละ กองร้อยสายและวทิ ยุ

ศนู ย์ข่าว ถา่ ยทอด

กองพันทหารส่ือสารกองพลอจย. ๑๑–๓๕เป็นหน่วยในอัตราของกองพลโดยแบ่งมอบ๑ กองพัน

ทหารสื่อสารต่อหน่ึงกองพล กองพันทหารส่ือสารนี้เป็นส่วนหน่ึงของหน่วยผสมเหลา่ และให้การสนับสนุนการ

รบด้วยการสอ่ื สารแกก่ องพล

การจัดกองพันทหารส่ือสารกองพลประกอบด้วยกองบังคับการกองพันและกองร้อยกองบังคับการ

กองรอ้ ยวทิ ยุและศูนยข์ า่ วกองรอ้ ยสายและวิทยถุ า่ ยทอด

๓.๒ ภารกิจ กองพนั ทหารสือ่ สารกองพล มีดังนี้
๓.๒.๑ จัดการส่ือสารให้แก่กองบัญชาการกองพลรวมท้ังการส่ือสารไปยังหน่วยต่างๆท่ี

ปฏิบตั งิ านภายใตก้ ารบังคบั บญั ชาของกองบัญชาการกองพล
๓.๒.๒ จัดบริการการภาพให้กองพลการส่งกาลังและซ่อมบารุงสายสื่อสารแก่เครื่อง

สื่อสารของตนเอง

๔. ขีดความสามารถของพัน.ส.พล.
ขดี ความสามารถของกาลงั พลเต็มอัตราเพื่อให้บรรลุความต้องการตามภารกิจของกองพันทหารสื่อสาร

กองพลมีขดี ความสามารถดงั น้ี
๔.๑ การวางแผนของฝ่ายอานวยการกากบั ดแู ลการฝึกการปฏิบัติการส่ือสารและกจิ การสื่อสารอน่ื ๆ

๔.๒ ตดิ ตงั้ ปฏิบัติการและดารงการสื่อสารประเภทสายและวทิ ยุไปยังหน่วยต่างๆทีป่ ฏิบตั ิอยู่ภายใต้
การบังคับบัญชาของกองบัญชาการกองพล

๔.๓ ปฏิบัติการสื่อสารดว้ ยวิทยุถ่ายทอดให้แก่กองพลรวมทั้งการเชื่อมต่อการส่ือสารของกองพลให้

เข้ากบั ระบบโทรคมนาคมในพน้ื ทีต่ ามความจาเปน็
๔.๔ บริการส่งกาลังและซ่อมบารุงประเภทการซ่อมบารุงในสนามสายสื่อสารแก่เครื่องส่ือสารใน

อัตราของกองพล
๔.๕ บรกิ ารศูนย์การสื่อสารใหแ้ ก่กองบัญชาการกองพล และบริการนาสารด้วย ยานยนต์
๔.๖ บริการภาพนงิ่ รวมท้ังล้างอัดขยายภาพนิง่

๔.๗ ทาการรบอย่างทหารราบเมื่อจาเปน็

๕. บรกิ ารสนับสนุนที่พนั .ส.พล ต้องการ

กองพนั ทหารส่ือสารกองพลอาศัยหนว่ ยอน่ื ๆของกองพลในเรือ่ งบริการดงั จะกลา่ วต่อไปน้ี
๕.๑. การสนับสนุนจากหน่วยอน่ื ๆของกองพลในเร่ืองการรักษาพยาบาลและการขนสง่ เพมิ่ เตมิ
๕.๒ รอ้ ย.บนิ กองพลหรอื หนว่ ยอืน่ ๆในเร่อื งเครอ่ื งบนิ และนักบินเพ่อื การปฏบิ ตั กิ ารสือ่ สาร

๕-๓

๕.๓ การส่อื สารระบบโทรคมนาคมพลเรือนและทางทหารในพืน้ ที่ที่กองพลเขา้ ไปปฏิบตั ิการ

๖. ตอนบังคบั การกองพัน

ตอนน้ีประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีนายสิบท่ีจาเป็นเพ่ือช่วยผู้บังคับกองพันและฝ่ายอานวยการของผู้
บังคับกองพันทหารสอื่ สารในการปฏิบัติงานทั้งทางธุรการการจัดการกาลังพลยุทธการและการฝึกและการส่ง
กาลังบารุงของกองพันเจา้ หน้าทีเ่ หล่านี้ปฏบิ ัตงิ านภายใต้การควบคุมทางการปฏิบตั ิและการกากับดูแลของรอง
ผบ.พัน. โดยมีนายทหารฝ่ายอานวยการที่เก่ียวข้องเป็นผู้ช่วยคือนายทหารฝ่ายธรุ การและกาลังพลนายทหาร
ฝา่ ยยุทธการนายทหารฝา่ ยส่งกาลังบารงุ นายทหารฝา่ ยการเงนิ เจา้ หน้าทใ่ี นตอนน้ปี ระกอบด้วยนายสิบกาลังพล
นายสิบยทุ ธการและการข่าวนายสบิ สง่ กาลงั ช่างเขียนแบบเสมียนและเสมียนการเงนิ

๗. ตอนทหารส่ือสารกองพล

ตอนทหารส่ือสารกองพลจะประจาอยู่ที่บก.พล.ตอนน้ีประกอบด้วยเจ้าหน้าท่ีนายสิบท่ีจาเป็นเพื่อ
ช่วยผบ.ส.พล. และฝ่ายอานวยการของผบ.ส.พล. ในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าท่ีเหล่านี้ปฏิบัติงานภายใต้การ
ควบคุมทางการปฏิบัติและการกากับดูแลของรองผบ.ส.พล. ซ่ึงทาหน้าท่เี ปน็ ผชู้ ่วยโดยตรงของผบ.ส.พล. ในการ
กากับดูแลการปฏบิ ัติการสอื่ สารทัง้ ปวงของกองพลเจา้ หนา้ ทีใ่ นตอนน้ปี ระกอบดว้ ยนายสบิ สื่อสารและเสมียน

พันธกิจนอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วตอนทหารสื่อสารกองพลยังมีความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ
ดงั ต่อไปน้ี

ก. การผลิตและการแจกจ่ายคาแนะนาการส่ือสารประจา (นสป.) คาแนะนาปฏิบัติการส่ือสาร
(นปส.)

ข. จดั ทาแผน/คาส่ังบางส่วนของข้อ๔ซึ่งเก่ียวกบั การสอื่ สารและข้อ๕คาส่งั /แผนยทุ ธการของกองพล
รวมทั้งผนวกการส่ือสารประกอบคาส่งั /แผนยทุ ธการของกองพล

ค. เตรียมรปจ.ของกองพลในสว่ นการสอื่ สาร

๘. ความสัมพนั ธ์ระหวา่ ง ฝสธ. ของกองพล ทเี่ กยี่ วข้องกบั ผบ.ส.พล. มดี ังน้ี

๘.๑ หน.สธ.๑
๘.๑.๑ เก่ียวกับความตอ้ งการกาลังพลสอ่ื สารของหน่วยตา่ งๆของกองพล
๘.๑.๒ การเคลื่อนย้ายการจัดการปฏิบัติงานการจัดการภายในและแบ่งพ้ืนที่ของที่บัญชาการ

กองพลใหแ้ ก่กองบงั คับการของหนว่ ยตา่ งๆ
๘.๑.๓ การปฏบิ ัตกิ ารภายในและพนั ธกิจทางธุรการอ่นื ๆของกองบญั ชาการ

๘.๒ หน.สธ.๒
๘.๒.๑ แง่คดิ ในการรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสารและการต่อตา้ นข่าวกรองในการ

ปฏบิ ตั ิการสอ่ื สาร
๘.๒.๒ การตีความเอกสารทางการสอื่ สารของข้าศึกที่ยึดได้
๘.๒.๓ การประเมนิ คา่ อปุ กรณ์ทางการสือ่ สารของข้าศึกทีย่ ดึ ได้
๘.๒.๔ การสนบั สนุนทางการภาพต่อกจิ กรรมการขา่ วกรอง
๘.๒.๕ การสนบั สนุนทางการสื่อสารพิเศษอืน่ ๆต่อการปฏบิ ตั กิ ารข่าวกรอง

๘.๓ หน.สธ.๓


Click to View FlipBook Version