๕-๔
๘.๓.๑ กิจกรรมการส่อื สารทงั้ มวลท่ีเก่ียวขอ้ งกับภารกิจทางยทุ ธวิธี
๘.๓.๒ การสงครามอเิ ล็กทรอนกิ สท์ ่เี กี่ยวขอ้ งกบั ภารกจิ ทางยุทธวธิ ี
๘.๓.๓ การจัดหน่วยและเคร่ืองสื่อสารของหน่วยต่างๆทีบ่ รรจุมอบหรือขน้ึ สมทบกับกอง
พล
๘.๓.๔ การฝกึ เจา้ หนา้ ที่ซงึ่ ปฏิบตั กิ จิ กรรมสอ่ื สารต่างๆ
๘.๓.๕ การใชก้ ารสื่อสารในการปฏบิ ัตกิ ารยทุ ธ์
๘.๓.๖ การเลอื กท่บี ญั ชาการ
๘.๓.๗ การรกั ษาความปลอดภยั ทางวัตถตุ อ่ สถานทีต่ ้ังทางการสอื่ สาร
๘.๓.๘ การเตรียมคาสั่งท่ีเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการส่ือสารตลอดจนข้อ๕ของคาส่ัง
ยุทธการของกองพล
๘.๓.๙ การแบง่ มอบและการกาหนดความถวี่ ทิ ยุ
๘.๔ หน.สธ.๔
๘.๔.๑ การประสานงานเก่ียวกับลาดับความเร่งด่วนในการแจกจ่ายการส่งกาลังสาย
สือ่ สาร
๘.๔.๒ การเตรียมเร่ืองทีเ่ ก่ียวกับการส่ือสารในข้อ๔ของคาสั่งยุทธการ (การชว่ ยรบ) ของ
กองพล
๘.๔.๓ การแบง่ มอบสิ่งอุปกรณแ์ ละยุทโธปกรณ์สือ่ สารที่ต้องควบคุม
๘.๔.๔ กจิ กรรมส่ือสารท่ีเก่ียวข้องกับกจิ การส่งกาลงั บารงุ
๘.๔.๕ การเตรียมคาสงั่ การช่วยรบส่วนท่เี กีย่ วกับการสอ่ื สาร
๘.๕ หน.สธ.๕
๘.๕.๑ อุปกรณ์การสอื่ สารในทอ้ งถิ่น
๘.๕.๒ แง่คดิ ทางการส่ือสารเก่ียวกบั ประเทศทร่ี ว่ มสนธสิ ญั ญา
๘.๕.๓ การใช้อุปกรณ์สื่อสารส่ิงอุปกรณ์ยุทโธปกรณ์ของพลเรือนในท้องถ่ินและการ
ช่วยเหลอื การส่อื สารของพลเรือน
๘.๖ ฝา่ ยกจิ การพเิ ศษการสนับสนนุ ทางการส่อื สารท่ีจัดขึ้นสาหรบั ฝา่ ยกิจการพเิ ศษ
๘.๗ ผู้บงั คับหนว่ ยและ/หรือนายทหารฝ่ายการส่ือสาร
๘.๗.๑ การฝึกเจา้ หนา้ ท่สี อ่ื สาร
๘.๗.๒ การรกั ษาความปลอดภยั ทางการส่อื สาร
๘.๗.๓ แง่คิดทางเทคนิคต่างๆทีเ่ ก่ยี วกับการส่อื สาร
๘.๗.๔ การสนบั สนนุ ทางการสอื่ สารเพ่ิมเตมิ ที่อาจจะจดั ใหม้ ีข้นึ ได้
๙. แผนและคาสั่ง (ผบ.ส.พล.)
ขั้นตอนในระยะแรกของการปฏิบัติการทุกคร้ังย่อมต้องการการวางแผนโดยละเอียดและการ
ประสานงานเพื่อให้มั่นใจว่ามีการวางแผนมกี ารประสานงานและการกากับดูแลท่ีเหมาะสมในเร่ืองการส่ือสาร
ผบ.ส.พล.จะออกคาส่ังเป็นลายลักษณ์อกั ษรดังปรากฏข้างลา่ งนี้ (รายการที่๑-๗จะต้องเตรยี มไว้สาหรับการยทุ ธ
เฉพาะคร้ังส่วนรายการที่๘–๑๑น้นั จะตอ้ งดูแลใหท้ ันสมยั อยู่ตลอดเวลา)
๙.๑ การประมาณการสอ่ื สาร
๕-๕
๙.๒ แผนการสอื่ สาร
๙.๓ คาสง่ั ยุทธการของกองพลขอ้ ๔ในส่วนทเี่ กย่ี วกบั การสอื่ สาร
๙.๔ คาสั่งยทุ ธการของกองพลขอ้ ๕
๙.๕ ผนวกการสอื่ สารประกอบคาสง่ั ยุทธการของกองพลขอ้ ๕
๙.๖ คาสงั่ การชว่ ยรบของกองพลในส่วนที่เกยี่ วกบั การสอ่ื สาร
๙.๗ คาส่ังปฏิบัติการของกองพนั ทหารส่ือสาร
๙.๘ คาส่ังช้ีแจงของกองพล.
๙.๙ คาแนะนาการสือ่ สารประจา (นสป.)
๙.๑๐ คาแนะนาปฏบิ ตั กิ ารส่อื สาร (นปส.)
๙.๑๑ ระเบยี บปฏิบตั ิประจา (รปจ.)
๑๐. การกากบั ดแู ลทางฝา่ ยอานวยการ (ผบ.ส.พล.)
ตามปกติแลว้ ผบ.ส.พล. กากบั ดแู ลทางฝ่ายอานวยการในเรือ่ งต่อไปนี้
๑๐.๑ การตดิ ต้ังและการปฏิบตั ิงานของเคร่อื งอุปกรณส์ อื่ สาร
๑๐.๒ การปฏิบัตติ ามขอ้ บังคบั การรกั ษาความปลอดภยั ทางการส่ือสารทไ่ี ด้จดั ตัง้ ข้ึน
๑๐.๓ การบริการภาพนงิ่ ทงั้ ทางพื้นดิน และทางอากาศเพ่อื สนับสนุนการขา่ วกรองการรบกิจกรรม
ทางประวัติศาสตร์และทางการแถลงข่าว
๑๐.๔ การแบง่ มอบและการกาหนดความถวี่ ทิ ยุ
๑๐.๕ การสนบั สนุนการสง่ กาลังบารุงทางการอกั ษรลบั ใหแ้ ก่ทกุ หน่วยในกองพล
๑๐.๖ การสนบั สนุนกจิ การสง่ กาลงั และซอ่ มบารุงเครื่องอุปกรณส์ อื่ สาร
๑๑. การติดต่อกับหน่วยอ่ืนๆ ของ (ผบ.ส.พล.)
๑๑.๑ กองบญั ชาการหน่วยเหนือ
นอกจากพันธกิจทางฝ่ายอานวยการและการประสานงานภายในกองพลแล้วผบ .ส.พล.
ยังได้ทาการติดต่อที่รวดเร็วและต่อเนื่องกับผู้บังคับทหารส่ือสารของกองบัญชาการหน่วยเหนือในเรื่องที่
เกย่ี วกบั
๑๑.๑.๑ คาสง่ั นโยบาย (Directive) ทางเทคนิค
๑๑.๑.๒ เรอื่ งรปจ., นปส. และนสป.
๑๑.๑.๓ เส้นทางการส่อื สารและทตี่ ้ังของศนู ยก์ ารสือ่ สารต่างๆในระบบการสอื่ สาร
๑๑.๑.๔ การสนบั สนุนทางการส่อื สารสาหรบั การยุทธ์ทีก่ าลังจะเกดิ ข้ึน
๑๑.๑.๕ ความต้องการเจา้ หน้าที่สือ่ สาร
๑๑.๑.๖ การใชอ้ ุปกรณก์ ารส่อื สารของทอ้ งถิ่น
๑๑.๑.๗ การสงครามอิเล็กทรอนิกส์
๑๑.๑.๘ การแบ่งมอบและการกาหนดความถีว่ ทิ ยุ
๑๑.๒ กองบญั ชาการขา้ งเคยี งในเร่อื งเก่ียวกับ
๑๑.๒.๑ การสนบั สนุนทางการสอ่ื สารสาหรบั การยุทธ์
๑๑.๒.๒ การวางแผนการสื่อสารทางขา้ ง
๑๑.๒.๓ แผนการสื่อสารสาหรบั การยุทธ์ท่ีกาลงั จะเกิดขึน้
๑๑.๒.๔ การเปลยี่ นแปลงทบ่ี ังเกดิ ข้ึนในการยทุ ธ์ปจั จุบัน
๕-๖
๑๑.๒.๕ การแบง่ มอบและการกาหนดความถ่ีวิทยุ
๑๒. ความรับผดิ ชอบด้านการฝกึ ของผบ.ส.พล.
ความรับผิดชอบในการส่ือสารของผบ.ส.พล. ขยายไปถึงหน่วยทหารสื่อสารและหน่วยสื่อสารท่ีได้
บรรจุมอบท้ังหมดของกองพลถ้าเปน็ ไปไดอ้ าจจัดต้ังโรงเรียนการสอื่ สารของกองพลแบบรวมการข้ึนหรือจัดต้ัง
ตามหนว่ ยตา่ งๆสาหรบั เจ้าหนา้ ท่ีของกองพลทเ่ี ก่ียวข้องในการส่ือสาร
๑๓. กรรมวิธขี อ้ มลู อตั โนมัติ (ผบ.ส.พล.)
ผบ.ส.พล. รับผิดชอบในการจัดวงจรสาหรับเคร่ืองมือกรรมวิธีข้อมูลอัตโนมัติซึ่งกองพลอาจจะได้รับ
มอบ
๑๔. ผบู้ งั คับกองพนั ทหารสือ่ สารและฝ่ายอานวยการ
๑๔.๑ ความสมั พนั ธ์ของฝา่ ยอานวยการกบั ผู้บังคบั กองพนั
สว่ นทเี่ ป็นกองบังคับการกองพันของบก.และร้อย.บก. จัดนายทหารฝ่ายอานวยการหนึ่ง
นายช่วยเหลือผู้บังคับกองพันในการใช้และการปฏบิ ัติงานของกองพันทหารส่อื สารของกองพลหน้าที่และพันธ
กจิ ของผูบ้ ังคับกองพันและฝา่ ยอานวยการได้กล่าวไวใ้ นข้อต่างๆดงั ต่อไปนี้
๑๔.๒ ผบู้ ังคบั กองพนั
ตามท่ไี ด้กล่าวมาแล้วในตอนตน้ ผู้บังคบั กองพันปฏิบตั ิพันธกิจ๒ประการคือเปน็ ผบ.ส.พล.
และผบ.พัน.ส. ในฐานะท่ีเป็นผบ.พัน.ส. จะสั่งการต่อฝ่ายอานวยการจัดทารปจ. และคาสั่งตามพันธกิจ
(Mission Type Order) เพื่อให้กองร้อยต่างๆของกองพันปฏิบัติการได้การควบคุมตามปกตินั้นคงกระทาผ่าน
ตามสายการบังคับบัญชาส่วนคาแนะนาทางเทคนิคบางอย่างเช่นการแบ่งมอบและการเปล่ียนแปลงวงจรการ
กาหนดและการเปล่ียนแปลงความถี่วิทยุการปรับส่ิงต่าง ๆให้เหมาะสมกับระบบการสื่อสารและคาแนะนา
เก่ียวกับการส่ือสารในลักษณะเดียวกันน้ันฝ่ายอานวยการท่ีรับผิดชอบอาจจะส่งโดยตรงไปยังส่วนปฏิบัติงาน
ของกองพันคาแนะนาเหล่านี้คือการควบคุมทางเทคนิคและผู้บังคับกองพันควรจะต้องอธิบายให้แจ่มแจ้งไว้
ในรปจ. ของกองพนั ทหารสอื่ สาร
เรื่องตอ่ ไปนี้ ในการปฏิบัติพันธกิจทางการบังคับบัญชาให้เป็นผลสาเร็จผู้บังคับกองพันจะต้องดูแลใน
ก. การจัดหน่วยและการควบคุม
ข. การกาลงั พลขวญั วนิ ยั และการฝึก
ค. งานธุรการและเคหรักษ์ (House keeping)
ง. เรอื่ งการส่งกาลังบารุง
๑๔.๓ รองผบู้ ังคับกองพัน
รองผบู้ งั คบั กองพันมพี ันธกิจตามท่จี ะกลา่ วตอ่ ไปนี้
๕-๗
๑๔.๓.๑ ทาการแทนผบ.พัน.ส. เมือ่ ผบ.พนั .ส. ไมอ่ ยู่
๑๔.๓.๒ เป็นหัวหน้าที่ปรึกษาและมีหน้าท่ีประสานเร่ืองราวต่างๆอันเก่ียวกับ
ประสทิ ธภิ าพของกองพนั
๑๔.๓.๓ กากับดแู ลงานทางธรุ การของกองพนั
๑๔.๓.๔ จัดทารปจ.ของบก.พัน. และตอนบก.พนั .
๑๔.๔ รองผ้บู ังคบั ทหารสือ่ สารของกองพล
พั น ธ กิ จ ข อ ง ร อ ง ผู้ บั ง คั บ ท ห า ร ส่ื อ ส าร ข อ ง ก อ ง พ ล มี ห น้ า ที่ เป็ น ผู้ ช่ ว ย เห ลื อ แ ล ะ ให้
ข้อเสนอแนะแก่ผบ.ส.พล. คือ
๑๔.๔.๑ ช่วยผบ.ส.พล. ในการวางแผนการสอ่ื สารในอนาคตของกองพล
๑๔.๔.๒ รับผิดชอบในการทาเอกสารรปจ.ของตอนรปจ.สื่อสารนปส. นสป. และคาส่ัง
การสอื่ สารอื่นๆในการอานวยการของผบ.ส.พล.
๑๔.๔.๓ อานวยการในการสนธิเคร่อื งอปุ กรณ์การสอื่ สารทั้งปวงของกองพล
๑๔.๔.๔ เตรยี มผนวกการส่ือสารประกอบคาส่ังยทุ ธการของกองพล
๑๔.๔.๕ ทาหนา้ ที่เป็นหวั หน้าชุดของส่วนสอ่ื สารอิเล็กทรอนิกส์ของศปย.พล.เมอ่ื จดั ต้ังข้นึ
๑๔.๔.๖ รับผิดชอบในการปฏิบตั งิ านของตอนทหารส่ือสารกองพล
๑๔.๔.๗ กากับการบันทึกและรายงานต่างๆเป็นประวัติของหน่วยและรายงานหลังจาก
ปฏิบัตงิ านแล้ว
๑๔.๔.๘ เตรียมทาคาช้ีแจงนโยบายและการฝึกการสอื่ สารสาหรับกองพล
๑๔.๔.๙ ทาการแทนผบ.ส.พล. เมอ่ื ผบ.ส.พล. ไม่อยู่
๑๕. กองร้อยวทิ ยุและศนู ย์ข่าว
กองร้อยวทิ ยุและศูนย์ขา่ วเป็นหนว่ ยในอตั ราของกองพนั ทหารสื่อสาร มกี ารจดั ดงั น้ี
กองรอ้ ยวทิ ยุและ
ศูนย์ขา่ ว
บก.รอ้ ย หมวดวทิ ยุ หมวดศูนยข์ า่ วและ
นาสาร
บก.มว. ชุดวทิ ยุ ชดุ วทิ ยุ ชุดวิทยุ ชดุ วิทยุ
สนับส โทรพิมพ์ กาลังปาน ควบคมุ
เคล่อื นท่ี กลาง(๙ อากาศ
นนุ
ทาง (๓ ชดุ ) ชดุ ) ยาน (๕
อากาศ
ตอนอกั ษร ชดุ )
บก.มว. ตอนศูนย์ ลบั ตอนนา
ขา่ ว
สาร
๕-๘
๑๕.๑ ชุดวทิ ยุสนบั สนนุ ทางอากาศ
ชุดวิทยุสนับสนุนทางอากาศเป็นผู้จัดการส่ือสารให้แก่ส่วนสนับสนุนทางอากาศยุทธวิธี
(Tactical Air Support Element) ของศูนยป์ ฏิบตั กิ ารยุทธวิธีของกองพลซ่ึงตง้ั อย่ภู ายในที่บัญชาการหลักของ
กองพลนายทหารอากาศติดตอ่ สามารถใชช้ ุดวิทยุนี้สาหรบั การยุทธ์อากาศพ้ืนดนิ หากชุดควบคุมอากาศยุทธวิธี
(ชคอย.) ของกองทัพอากาศจัดมาประจากองพลแล้วชุดวิทยุสนับสนุนทางอากาศนี้อาจใช้สาหรับการขอการ
สนบั สนนุ ทางอากาศตามแผนกไ็ ด้
ชดุ วิทยุสนบั สนุนทางอากาศจะปฏิบัตงิ านในขา่ ยคาขอทางอากาศของกองพลกองทพั ภาค
กองทพั บกและขา่ ยเครอ่ื งรบั รายงานขณะปฏิบตั ิ
ตามปกติภายในกองพลจะใช้ข่ายวิทยุคาขอทางอากาศของกองพลทาการส่งคาขอทาง
อากาศตามแผนสว่ นจากกองพลไปยังกองบัญชาการกองทัพภาคจะใช้ข่ายคาขอทางอากาศของกองทัพภาคใน
การส่งคาของทางอากาศของกองพลตามแผน
ชดุ วทิ ยุสนบั สนนุ ทางอากาศของกองพนั ทหารสอ่ื สารของกองพลจะเป็นผู้จดั ต้ังสถานีวิทยุ
ในข่ายคาขอทางอากาศของกองพลและข่ายคาขอทางอากาศของกองทัพภาคด้วยตามปกติสถานีวิทยุเหล่านี้
จะต้องใหม้ ีการควบคุมระยะไกลไปยงั ส่วนสนับสนุนทางอากาศยุทธวิธศี ปย.พลกรมและกองพันจะใช้วทิ ยุท่ีจัด
ใหก้ ับฝอ.๓อากาศนน้ั เองทาการส่อื สารเกีย่ วกบั คาขอทางอากาศตามแผน
๑๕.๒ ชุดวิทยุควบคุมอากาศยาน
ชดุ วิทยุควบคมุ อากาศยานเป็นชดุ วิทยุที่กองพลจะส่งไปสมทบกบั หนว่ ยใดหน่วยหน่ึงของ
กองพลเพื่อประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยรบภาคพ้ืนดินอากาศยานหรือมอบให้นายทหารควบคุมอากาศ
ยานหน้าเมอื่ ต้องการ
๑๕.๓ ชุดวิทยุกาลงั ปานกลาง
ชดุ วทิ ยุกาลังปานกลางปฏิบตั ิงานเป็นสถานีบังคับข่ายของข่ายวิทยกุ องบัญชาการกองพล
นอกจากนั้นยังสามารถปฏิบัติการเป็นสถานีวิทยุ/สายสนับสนุนท่ีบัญชาการหลักและท่ีบัญชาการยุทธวิธีของ
กองพลไดอ้ ีกด้วย
ชุดวิทยุกาลังปานกลางปฏิบัติงานในข่ายวิทยุต่างๆของกองพลคือข่ายบังคับบัญชา /
ยทุ ธการกองพลข่ายผบ.พล./บงั คับบัญชากองพลข่ายการข่าวกองพลข่ายธุรการ/ส่งกาลังบารงุ ท่ี๑กองพลข่าย
ธุรการ/ส่งกาลงั บารงุ ท่ี๒กองพลข่ายเตอื นภยั และกระจายข่าวกองพลและขา่ ยลาดตระเวนกองพล
๑๖. ขา่ ยวทิ ยุของกองพล
ข่ายวิทยุปรงุ คลื่นทางช่วงสูง(ปส./AM) และปรุงคลื่นทางความถี่(ปถ./FM) เป็นส่วนหนึ่งของระบบ
การส่ือสารของกองพลรูปร่างของข่ายวิทยุกองพลจะกาหนดไวเ้ ป็นแบบมาตรฐานอย่างไรก็ตามผู้บังคับทหาร
สอ่ื สารของกองพลเปน็ ผกู้ าหนดคร้งั สุดทา้ ยในเร่อื งลักษณะรูปรา่ งของขา่ ยวิทยุโดยอาศยั สถานการณ์ทางยทุ ธวิธี
ความถี่และเครอ่ื งทม่ี ีอยู่ตลอดจนความต้องการของผูบ้ ัญชาการกองพลเป็นหลกั ในการพิจารณาการจัดข่ายวทิ ยุ
ใดๆก็ตามจะต้องให้อ่อนตัวได้เพียงพอเพ่ือให้สามารถเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอันมิได้คาดถึงในการใช้ทาง
ยุทธวธิ ี
๕-๙
ตามปกติแล้วชุดวิทยุปส. และปถ. น้ันใช้เม่ือจัดตั้งการสื่อสารในข้ันเร่ิมต้นระหว่างกองบังคับการ
ตา่ งๆในเม่ือมีอุปกรณ์วิทยุถ่ายทอดและอุปกรณ์ทางสายพร้อมท่ีจะใช้งานได้แล้วความต้องการในการใช้วิทยุก็
จะลดลงอยา่ งไรก็ตามในสถานการณเ์ คลอื่ นที่เร็ววทิ ยุเทา่ นนั้ มกั จะเป็นมชั ฌมิ การส่อื สารทเ่ี หมาะในทางปฏิบตั ิ
ถึงแม้ข่ายวิทยุตา่ งๆจะได้กาหนดไวเ้ ป็นข่ายๆตามพันธกิจเชน่ การบงั คบั บัญชาการส่งกาลังบารงุ การ
ข่าวกรองแล้วก็ตามแต่ปริมาณของข่าวและสถานการณ์อ่ืนๆก็อาจจะบังคับให้จาเป็นต้องรวมข่ายต่างๆเข้า
ด้วยกันเพือ่ ใช้งานกับขา่ วหลายๆชนิด ข่ายวิทยุของกองพล มีทัง้ ขา่ ยภายในกองพลและข่ายภายนอกกองพล มี
รายละเอยี ด ดังต่อไปนี้
๑๖.๑ ข่ายวทิ ยภุ ายในกองพล จานวน ๘ ข่าย
๑๖.๑.๑ ข่ายบังคบั บัญชา/ยุทธการกองพล (ปส.คม.)
๑๖.๑.๑.๑ ข่ายวิทยุข่ายน้ีใช้ควบคุมบังคับบัญชาในการยุทธ์ของกองพล
สถานบี งั คับข่ายต้งั อยทู่ ท่ี ก.หลักของกองพลพัน.ส.พล. จดั เจา้ หนา้ ทเี่ ข้าปฏบิ ตั ิงานณสถานบี ังคับขา่ ยน้ี
๑๖.๑.๑.๒ สถานีวิทยุในข่ายนี้ประกอบด้วยสถานีวิทยุที่ทก.หลักและ
ทก.ยว. ของกองพลทาการส่ือสารไปยังท้ัง๓กรม, กรมป.พล., พัน.ถ., และ พัน.ช. เคร่ืองวิทยุของข่ายน้ีเป็น
วทิ ยAุ M (ปส.) สง่ สัญญาณข่าวแบบคลืน่ เสมอ (CW/คม.)
๑๖.๑.๒ ข่ายผบ.พล./บังคบั บัญชาการกองพล (ปถ.คาพูด)
๑๖.๑.๒.๑ ข่ายวิทยุข่ายน้ีเป็นข่ายการสื่อสารโดยตรงระหว่างผบ.พล. กับ
ผบ.หน่วยขึ้นตรงของกองพลพัน.ส.พล.จะเปิดสถานีควบคุมข่ายที่ทก.หลักของกองพลสถานีวิทยุในข่ายนี้
ปฏบิ ัตงิ านเต็มท่ีตลอดเวลา
๑๖.๑.๒.๑ สถานีวิทยุในข่ายน้ีประกอบด้วยสถานีวิทยุที่ทก.หลักและ
ทก.ยว. ของกองพลทาการส่อื สารไปยงั ทั้ง๓กรมดาเนินกลยุทธ์, กรมป.พล. และพนั .ถ. โดยเป็นการสอ่ื สารดว้ ย
คาพูดผ่านวิทยุ FM
๑๖.๑.๓ ขา่ ยการข่าวของกองพล (ปส.คม.)
๑๖.๑.๓.๑ ข่ายวิทยุข่ายนี้ใช้ในการส่งข่าวสารและข่าวกรองเก่ียวกับข้าศึก
สถานีบงั คับขา่ ยตั้งอยูท่ ท่ี ก.หลักของกองพลและทางานรบั ส่งข่าวให้สธ.๒เป็นหลักพัน.ส.พล.เปน็ ผู้ จดั ตัง้ รวมท้ัง
จดั เจา้ หนา้ ทแ่ี ละเครอ่ื งมือปฏิบตั ิการในสถานีบงั คบั ข่ายนี้
๑๖.๑.๓.๒ สถานีวิทยุในข่ายน้ีประกอบด้วยสถานีวิทยุที่ทก.หลัก และ
ทก.ยว. ของกองพลทาการสอื่ สารไปยังท้ัง๓กรมดาเนนิ กลยทุ ธ์, กรมป.พล., พัน.ถ., และหนว่ ยลาดตระเวนของ
กองพล
๑๖.๑.๔ ข่ายธรุ การ/สง่ กาลงั บารงุ ที่ ๑ กองพล (ปส.คม.)
๑๖.๑.๔.๑ สถานีบังคับข่ายตั้งอยู่ที่ทก.หลักของกองพลและทางานในการ
ส่ือสารหลักสาหรับสธ.๑ หรือสธ.๔ โดยมี พัน.ส.พล.เป็นผู้จัดสถานีบังคับข่ายตลอดจนการจัดเจ้าหน้าที่เข้า
ปฏบิ ัติงาน
๑๖.๑.๔.๒ สถานวี ิทยุในข่ายน้ีประกอบด้วยสถานีวิทยทุ ่ที ก.หลกั ของกองพล
โดย ทก.หลักของกองพลทาการสื่อสารไปยงั กองสพบ.พล., พนั .สร.พล., กองพธ.พล. และรอ้ ย.ลว.ไกลเข้าข่ายนี้
ตามความต้องการโดยเปล่ียนจากข่ายการข่าวกองพลส่วนกรมป.พล., พัน.ถ. และพัน.ช. เข้าข่ายน้ีตามความ
ต้องการโดยเปล่ียนจากข่ายบังคับบญั ชา/ยุทธการกองพล
๕-๑๐
๑๖.๑.๕ ข่ายธรุ การ/ส่งกาลงั บารงุ ที่๒กองพล (ปถ.คาพดู )
ข่ายวิทยุข่ายน้ีใช้ส่งข่าวธุรการและส่งกาลังบารุงระหว่างทก.หลักของกอง
พลกับทก.หลงั ของกองพลโดย พัน.ส.พล.จัดวิทยุไว้ทีท่ ก.หลักและทก.หลังสถานบี งั คับข่ายต้งั อยู่ทท่ี ก.หลัก
๑๖.๑.๖ ขา่ ยคาขอทางอากาศกองพล (ปส.คาพูด/คม.)
๑๖.๑.๖.๑ ข่ายนี้ใช้ส่งคาขอสนับสนุนทางอากาศทางยุทธวิธีโดยส่งตรงไป
ยงั ศูนย์ประสานการยิงสนับสนุนและส่งข่าวสารและคาแนะนาให้หน่วยต่างๆทราบเก่ียวกับการโจมตีทางการ
อากาศทุกชนิดพัน.ส.พล.จัดเจ้าหน้าที่และเครื่องมือเข้าปฏิบัติงานในสถานีบังคับข่ายณศูนย์ประสานการยิง
สนับสนนุ ซง่ึ มสี ธ.๓อากาศรว่ มอยดู่ ว้ ย
๑๖.๑.๖.๒ สถานวี ิทยุในขา่ ยนป้ี ระกอบดว้ ยสถานวี ิทยทุ ่ีศูนยป์ ระสานการยิง
สนบั สนุนของกองพล ทาการสื่อสารไปยังท้งั ๓กรมดาเนินกลยุทธ์และ หนว่ ยลาดตระเวนของกองพล
๑๖.๑.๗ ขา่ ยลาดตระเวนกองพล (ปถ.คาพดู )
๑๖.๑.๗.๑ ขา่ ยวิทยุนีใ้ ช้ส่งข่าวเก่ียวกับการเฝ้าตรวจการรบการลาดตระเวน
และมีสถานีบังคับข่ายต้ังอยู่ที่ทก.หลกั โดยส่งข่าวในการเฝา้ ตรวจการรบให้กับสธ.๒ทราบพนั .ส.พล.เป็นผู้จดั ทั้ง
เจา้ หนา้ ที่และเคร่อื งมือปฏบิ ัติการในสถานบี งั คับขา่ ยนี้
๑๖.๑.๗.๒ สถานวี ิทยใุ นข่ายนป้ี ระกอบดว้ ยสถานวี ิทยทุ ี่ตอนการบินณทท่ี ก.
หลักทาการสื่อสารไปยงั เครื่องบนิ เบาของทบ. สนามบนิ และหนว่ ยลาดตระเวนของกองพล
๑๖.๑.๘ ขา่ ยเตอื นภยั /กระจายข่าวกองพล
๑๖.๑.๘.๑ ข่ายวิทยุน้ีใช้กระจายเสียงเตือนภัยเพ่ือเป็นการเตรยี มพร้อมต่อ
การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ชีวะเคมีใช้เป็นสัญญาณเลิกภัยการเตือนภัยจากการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์
ตลอดจนข่าวสารท่ีต้องปฏิบัติอย่างฉุกเฉินพัน.ส.พล.จะจัดท้ังคนและเครื่องมือสื่อสารให้สามารถปฏิบัติงานใน
สถานีบังคับข่ายที่ทก.หลักของกองพลตลอดทั่วท้ังกองพลจะต้องแจกจ่ายวิทยุไว้เปิดฟังข่ายนี้ก็ได้เช่น หน่วย
ลาดตระเวนของกองพลกระจายข่าวสารการลาดตระเวนเรง่ ดว่ นใหห้ นว่ ยต่างๆของกองพลทราบ
๑๖.๑.๘.๒ สถานีวิทยุต่างๆในข่ายนี้ประกอบด้วยสถานีส่งที่ทก.หลักของ
กองพลและสถานีรับที่ทก.หลัง กองพล,ทก.ยว กองพล.,ศูนย์ประสานการยิงสนับสนุน, ท้ัง๓กรม, กรมป.,
พล.ช., พนั .ถ., กองลว.พล., ตอนการบิน, พัน.ช. กองสพบ.พล., กองพธ.พล.
๑๖.๒ ขา่ ยวิทยนุ อกกองพลจานวน ๔ ขา่ ยมีรายละเอยี ดดังนี้
๑๖.๒.๑ ข่ายคาขอทางอากาศทภ. (ปส.วทพ.) ข่ายน้ีเปน็ ข่ายที่ขอรับการสนับสนุนทาง
อากาศของกองพลชุดวิทยุที่ใช้ในข่ายนี้จัดให้มีการส่ือสารระหว่างสธ.๒และสธ.๓อากาศของกองพลที่ศูนย์
ประสานการยิงสนับสนุนของกองพลกับศูนย์ปฏิบตั ิการทางยุทธวิธีของกองทัพภาคชุดวิทยุและพนักงานวิทยุท่ี
ศนู ยป์ ระสานการยิงสนับสนุนจดั โดยพัน.ส.พล.
๑๖.๒.๒ ข่ายส่งกาลังบารุงกองทัพภาค (ปส.วทพ.) ข่ายน้ีใช้ส่งข่าวทางธุรการและข่าว
การส่งกาลงั บารงุ ระหว่างกองพลกับกองทัพภาคโดยมี พัน.ส.พล. เปน็ ผูจ้ ดั สถานวี ิทยโุ ทรพิมพ์ปฏิบัติงานในข่าย
น้ี
๑๖.๒.๓ ข่ายบังคับบัญชากองทัพภาค (ปส.วทพ.) ข่ายนี้กองทัพภาคใช้ในการบังคับ
บญั ชาและควบคมุ การปฏิบัติการหน่วยรองของกองทัพภาคพนั .ส.พล.เป็นผู้จดั สถานีวทิ ยขุ ึ้นณทก.หลกั ของกอง
พลวิทยทุ ใ่ี ช้ในข่ายนเี้ ปน็ ชุดวิทยุทางยทุ ธวิธกี าลงั สูงสามารถส่งวทิ ยุโทรพิมพ์ประมวลเลขสัญญาณหรอื คาพดู ได้
๕-๑๑
๑๖.๒.๔ ระบบเคร่ืองรบั รายงานขณะปฏิบัติ (ถสม., ถสอ.-คาพูด) กองพันทหารส่ือสาร
เป็นผู้ปฏิบัติงานสถานีของข่ายน้ีที่ส่วนสนับสนุนทางอากาศยุทธวธิ ีศปย.พล. สถานีที่ใช้เพ่ือเฝ้าฟังการบินตาม
ภารกิจสนับสนุนโดยใกล้ชิดของทหารอากาศให้แก่กองพลนอกจากนั้นข่ายนี้ยังใช้เป็นระบบแจ้งเตือนภัยจาก
เคร่ืองบินทหารอากาศไปยงั ศปย.พล. และศปย.พล.จะส่งข่าวแจง้ เตอื นภัยน้ันต่อไปทันทโี ดยทางระบบกระจาย
ขา่ วแจ้งเตือนภัยของกองพลสว่ นสถานีวทิ ยอุ ่นื ๆของกองพลในข่ายน้กี ็ยงั มีอยูท่ ่ี ทก.กรมและกองพันต่างๆดว้ ย
หมายเหตุ ถสม. = ความถส่ี ูงมาก (VHF)
ถสอ. = ความถี่สูงอัลตรา (UHF)
ปส. = ปรงุ คล่ืนทางช่วงสูง (AM)
ปถ. = การปรงุ คล่ืนทางความถ่ี (FM)
วทพ. = วิทยโุ ทรพมิ พ์
คม. = คลน่ื เสมอ (CW, ใชป้ ระมวลเลขสญั ญาณหรือโทรเลข)
๑๗. กองร้อยสายและวทิ ยถุ า่ ยทอด
เปน็ หน่วยในอัตราของกองพันทหารสอ่ื สารภารกิจของกองร้อยสายและวิทยุถ่ายทอดคือจัดให้มีการ
สือ่ สารประเภทสายและวทิ ยุถา่ ยทอดให้แกก่ องบญั ชาการกองพลและไปยงั หน่วยรองของกองพลด้วย
การแบ่งมอบเป็นหน่วยในอัตราของกองพันทหารสื่อสารกองพลจัดหน่ึงกองร้อยต่อหน่ึงกองพัน
ทหารส่อื สารกองพล
บก.ร้อย กองรอ้ ยสายและวิทยุ หมวดวทิ ยุ
ถ่ายทอด ถา่ ยทอด
หมวดสาย
บก. ตอน ชดุ ชุด บก. ชดุ
หมว วทิ ยุ
หมว โทรศั สร้าง สรา้ ง
ด พท์ สาย สาย ด ถา่ ยท
เคเบิล้ สนาม อด (๘
สนาม (๕ ชุด) ชดุ )
ชดุ วทิ ยุปลายทางและ
(๒ ชดุ )
คลนื่ พาห์
(๑๒ ชุด)
๕-๑๒
๑๘. ระบบการส่อื สารประเภทสาย วงจรผ้ใู ช้ร่วมและผใู้ ชเ้ ฉพาะ
๑๘.๑ วงจรผู้ใช้รว่ มส่วนใหญ่แล้วระบบการส่ือสารประเภทสายของกองพลประกอบด้วยวงจรผู้ใช้
ร่วม ซง่ึ สามารถใช้รว่ มกันระหวา่ งสว่ นและหน่วยต่างๆภายในกองพลดังน้ันจงึ พึงตระหนกั ได้ว่าวงจรแบบนี้จะใช้
ประโยชนอ์ ย่างสูงสดุ ตอ่ ระบบการสอ่ื สารของกองพล
๑๘.๒ วงจรผู้ใช้เฉพาะคือบรรดาวงจรท่ีได้แบ่งมอบให้แก่หน่วยทหารหน่วยหนึ่งเพื่อใช้ตลอดเวลา
ให้สามารถตดิ ตอ่ กนั ได้โดยตรงการกาหนดวงจรเหลา่ นขี้ น้ึ น้นั อาศยั การพิจารณาปริมาณของขา่ วและ/หรือความ
เรง่ ดว่ นของขา่ วการวิเคราะห์โดยย่อต่อปัจจยั ต่างๆที่ใชใ้ นการพิจารณามีจดั ตง้ั มีดังตอ่ ไปนี้
๑๘.๒.๑ ปริมาณของข่าวจะต้องมากถึง๖๐เปอร์เซ็นต์ของอัตราความจุของวงจร
ประจาวันน่ันคือวงจรผู้ใช้เฉพาะน้ีจะต้องใช้เวลาส่วนมากในการส่งข่าวของหนว่ ยนั้นจนไม่อาจใช้วงจรเพื่อการ
อน่ื ได้
๑๘.๒.๒ ความเร่งด่วนของขา่ วที่ส่งน้ีขึ้นอย่กู ับความเร่งรอ้ นทางยทุ ธวิธีในกรณีเช่นน้ีข่าว
บางชนิดจาเปน็ จาตอ้ งใช้วงจรผู้ใช้เฉพาะโดยไม่ต้องคานึงถงึ ปริมาณของขา่ วเพราะว่าข่าวนัน้ มีความสาคัญทาง
ยทุ ธวิธีแบบอย่างของวงจรท่ีต้องการให้เป็นบริการผู้ใช้เฉพาะในระบบการสื่อสารของกองพลน้ันได้แก่วงจรท่ี
ต้องการใช้ในการอานวยการยิงและการควบคุมการจราจรทางอากาศวงจรเหล่านี้จะตอ้ งไม่ยอมใหล้ ่าช้าแม้แต่
น้อย
๑๙. ศูนยป์ ฏิบัติการทางยทุ ธวิธีของกองพล (ศปย.พล.)
ศนู ย์ปฏิบัติการทางยุทธวิธีกองพลเป็นกลุ่มผู้แทนเจ้าหน้าที่ซึ่งได้เลือกแล้วจากแผนกต่างๆของฝ่าย
เสนาธิการและฝ่ายกิจการพิเศษณที่บัญชาการหลักของกองพลมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการรบและ
สนับสนุนการรบในสถานการณ์ปัจจุบันผู้แทนเหล่าน้ีช่วยเหลือผู้บัญชาการกองพลในด้านยุทธการในระหว่าง
การยทุ ธ
ศปย.พล.จะเฝ้าตรวจและบันทึกการปฏิบัติการรบและการสนับสนุนการรบในขณะนั้นไว้เพื่อให้ได้
สถานการณ์ทางทหารท่ีถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอศปย.พล.จะเป็นผู้ประสานงานและกากับดูแลการปฏิบัติ
ต่างๆตลอดจนการปฏิบัติตามคาส่ังและคาแนะนาท่ีได้จา่ ยไปแลว้ ให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาส่วน
ตา่ งๆของศปย.พล.จะเป็นผู้วิเคราะห์และประสานงานในความต้องการใหม่ๆทง้ั หมดเพอื่ จะแยกแยะปัญหาและ
พิจารณาหนทางปฏบิ ัติตามหน้าที่ของตนก่อนท่จี ะเสนอแนะเพ่อื ใหผ้ ูบ้ ังคับบญั ชาตกลงใจ
เสนาธิการกองพลเป็นผู้อานวยการต่อการปฏิบัติท้ังสิ้นของผู้แทน ฝ่ายอานวยการในศปย .พล.
ตามปกติแล้วสธ.๓ของกองพลได้รับมอบให้รับผิดชอบในด้านฝ่ายเสนาธิการเกี่ยวกับการกากับดูแลภายใน
ของศปย.พล.
ส่วนการสือ่ สาร-อิเล็กทรอนิกส์ประกอบด้วยผู้แทนของทหารส่ือสารซ่ึงคอยติดตามสถานการณ์ทาง
ยุทธวิธีและให้คาปรึกษาต่อผบ.ส.พล. ในเรอ่ื งการปฏบิ ัติที่ต้องการตามความเปน็ จรงิ ทางการสอ่ื สารท่ีบงั เกดิ ข้ึน
ขณะนั้นอันเกิดจากสถานการณท์ างยุทธวธิ ีซงึ่ กาลังคลี่คลายไปในระดบั กองพลเจา้ หน้าท่ีของกองพันทหารสือ่ สาร
มีจากัดฉะนั้นจึงไม่อาจจัดตั้งส่วนการสื่อสาร-อิเล็กทรอนิกส์แยกเป็นส่วนหน่ึงต่างหากภายในศปย.พล.ได้ใน
สถานการณเ์ ช่นน้ตี อนทหารสอื่ สารกองพลจึงทาหน้าทีเ่ ปน็ ส่วนการส่อื สาร-อเิ ลก็ ทรอนิกส์อีกดว้ ย
๕-๑๓
๒๐. ระบบการสนธิวิทยุ/สาย (Radio Wire Integration) หรอื (RWI)
โดยปกติแล้วถ้าหากเราใช้เคร่ืองมือสื่อสารประเภทวิทยุก็จะสามารถติดต่อกันได้กับวิทยุด้วยกัน
เท่านั้นในทานองเดียวกนั เครื่องมือสื่อสารประเภทสายก็จะสามารถตดิ ตอ่ กนั ไดก้ ับเคร่ืองมือประเภทสายเท่าน้ัน
แต่ในสถานการณ์ทางยุทธวิธีบางครั้งเราไม่สามารถท่ีจะติดตั้งระบบทางสายได้ทันเวลาหรือมอี ุปสรรคเก่ียวกับ
ภูมิประเทศเช่นเป็นหุบเขาหรือลาน้าขวางกั้นและหน่วยท่ีอยู่ในแนวหน้าหรือหน่วยที่กาลังเคล่ือนที่มีความ
จาเป็นจะต้องติดตอ่ กบั หน่วยทีอ่ ยู่แนวหลังซ่ึงใชเ้ ครื่องมือประเภทสายอยู่ซ่ึงปัญหาเหลา่ นี้สามารถแกไ้ ขได้โดย
ใช้เครื่องมือท่ีสามารถสนธิวิทยุและทางสายเข้าด้วยกันได้เรียกว่าระบบสนธิวิทยุ/สายซ่ึงจะอาศัยเคร่ืองมือ
เพิ่มเติมขึ้นมาโดยท่ีเคร่อื งมือชนิดน้ีจะสามารถทางานโดยเปลี่ยนสัญญาณเรียกขานทางวิทยเุ ป็นสญั ญาณเรียก
ขานของระบบทางสายได้และสามารถเปลี่ยนสัญญาณเรียกขานทางสายให้เปน็ สัญญาณเรียกขานหรือสัญญาณ
ตดิ ต่อทางวิทยุได้สรุปแล้วก็คือระบบสนธิวิทยุ/สายเป็นระบบที่สามารถทาให้เครื่องสอ่ื สารประเภทวิทยุและทาง
สายสามารถตดิ ตอ่ กนั ไดโ้ ดยใช้เครอ่ื งมือพิเศษมาต่อรว่ ม
ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากการสนธวิ ิทยุ/สาย
ก. ใช้ทาการสอ่ื สารในระหวา่ งการขา้ มลาน้า
ข. ใชเ้ ช่ือมโยงระหวา่ งเครือ่ งสลบั สาย๒เคร่ืองและใช้เช่ือมต่อทางสายที่ขาดระหว่างหนว่ ย
ค. ใช้ทาการสื่อสารฉุกเฉินระหว่างสถานีวิทยุ FM เคลื่อนท่ีกับส่วนต่างๆ ที่ต่ออยู่กับระบบ
โทรศัพท์ พ้นื ทข่ี องกองพลดว้ ยโทรศพั ท์
ง. ใช้ทาการส่ือสารระหว่างสถานีวิทยุ FM ท่ีอยู่ห่างไกลเกินกว่าระยะทางท่ีชุดวิทยุนั้นๆ จะ
ติดต่อกนั ได้โดยตรง (วิทยุ FM หรือวทิ ยทุ ใี่ ช้ความถ่สี ูงมาก)
๒๑. การจดั ตั้งศูนยก์ ารส่อื สารของกองพล
๒๑.๑ กลา่ วนาศนู ย์การสอื่ สารของกองพลเปน็ จดุ รวมอยใู่ นย่านกลางระบบการสื่อสารของกองพลที่
จัดตัง้ ข้นึ กองพนั ทหารสอ่ื สารของกองพลเป็นผูป้ ฏบิ ตั งิ านให้กบั ศูนยก์ ารสอ่ื สารณทก.หลกั ทก.ยว.และ ทก.หลงั
ศูนย์การสื่อสารของกองพลเป็นที่รวมของอุปกรณ์สื่อสารซึ่งหน่วยทหารสื่อสารเป็นผู้ติดต้ัง
ปฏิบัติงานและบารุงรักษาแต่ละศูนย์การส่ือสารมีหน้าท่ีควบคุมสถานภาพของมัชฌิมการส่ือสารอุปกรณ์การ
ส่ือสารส่วนมากประกอบด้วยยุทโธปกรณ์ติดต้ังอยู่ในตู้ประทุนโดยเชื่อมโยงระหว่างกันด้วยสายสนามและสาย
รวมสนามถ้าเป็นไปได้ระยะห่างระหวา่ งตู้ประทุนจะห่างกันนอ้ ยที่สุดส่วนปฏิบัติงานของศูนย์การสื่อสารจะอยู่
ภายในท่ีบัญชาการหรืออาจจะอยู่ภายนอกห่างท่ีบัญชาการพอสมควรตามปกติถ้าศูนย์การสื่อสารสนับสนุน
กองบญั ชาการขนาดย่อมเชน่ ทก.หลัง ของกองพล ศนู ย์การสื่อสารก็อาจจะตัง้ ในบริเวณทบ่ี ัญชาการนัน่ เอง
ศูนย์การสื่อสารเป็นองค์แทนทางการส่ือสารมีความรับผิดชอบในการรับการส่งและการเสนอ
ข่าวซง่ึ ทาการรับหรือการส่งผ่านมชั ฌิมทางการสอ่ื สารตามปกติแล้วศูนย์การสอ่ื สารประกอบด้วยตอนศูนย์ขา่ ว
หน่ึงตอนตอนการอกั ษรลบั หนึ่งตอนและตอนเครือ่ งมอื สือ่ สารหนง่ึ ตอนสาหรับส่งขา่ วขดี ความสามารถอ่นื ๆเช่น
การรบั -สง่ โทรสาเนาการถา่ ยทอดแถบโทรพิมพแ์ ละการรบั -ส่งข้อมลู อาจจะจดั ใหม้ ีขึน้ เมอ่ื ไดร้ ับอนมุ ตั ิ
๒๑.๒ การพิจารณาเลือกที่ตง้ั ศนู ย์การส่ือสาร
ท่ีตง้ั ของศูนย์การส่ือสารพิจารณาได้จากที่ต้ังของส่วนบัญชาการซึ่งศูนย์การส่ือสารน้ันๆ
ไปประจาอยู่อย่างไรก็ตามในพ้ืนที่ส่วนหน้าตามปกติผบ.ส.พล. เป็นผู้พิจารณาผู้ติดตั้งปฏิบัติงานและบารุง
อุปกรณ์ต่างๆสิง่ ทีจ่ ะต้องพิจารณาในการการเลอื กทตี่ ้งั ศูนย์การส่อื สารมีดังต่อไปนี้
๒๑.๒.๑ ภูมิประเทศจะต้องทาการลาดตระเวนทางพื้นดินเพ่ือเลือกพื้นที่ซึ่งมีดินแข็ง
พอที่จะรบั นา้ หนกั การจราจรของยานยนตล์ อ้ โดยให้มีการดัดแปลงทางการชา่ งแตน่ ้อยท่สี ดุ
๕-๑๔
๒๑.๒.๒ การวางกาลังทางยุทธวิธีที่ตั้งศูนย์การส่ือสารน้ันต้องให้เป็นประโยชน์ที่จะ
บริการสื่อสารไปยงั หนว่ ยรองหน่วยสนับสนนุ กองพลและหนว่ ยข้ึนสมทบ
๒๑.๒.๓ ที่ตง้ั หน่วยสนบั สนุนกองพลจะตอ้ งพจิ ารณาว่าหน่วยต่างๆเหล่านั้นกระจายกัน
หรอื อยู่ใกลก้ ันและตอ้ งการการสอื่ สารอะไรบา้ ง
๒๑.๒.๔ การปฏิบัติงานตามแผนเม่ือเป็นไปได้ศูนย์การสื่อสารต้องต้ังในลักษณะที่
สนบั สนุนการดาเนนิ การทางยุทธวิธขี ้นั ต่อไปได้ดีที่สดุ
๒๑.๒.๕ ความต้องการทางการบังคับบัญชาความต้องการทางการบังคับบัญชาอาจ
เปล่ียนแปลงไดต้ ัวอยา่ งเช่นศูนย์การส่ือสารอาจจะวางการส่ือสารท่ีมีความเรง่ ด่วนสูงในการบังคับบัญชาไปยัง
กองพันทหารม้าหรอื หนว่ ยยงิ อาวุธท่ีมีอานาจการทาลายสูงก็ได้
๒๑.๒.๖ การป้องกันที่ต้ังถ้าหากว่าการปฏิบัติของหน่วยกองโจรหรือหน่วยแทรกซึมมี
มากในพืน้ ทจี่ ะตอ้ งต้ังศูนยก์ ารสื่อสารให้อยู่ภายในขอบเขตการระวงั ปอ้ งกนั ของกองบัญชาการกองพล
๒๒. ระบบการสื่อสารและการจดั ระเบียบภายในที่บญั ชาการ
ส่วนอานวยการหลกั ๆนนั้ ตามปกติจะอยู่ณทบ่ี ญั ชาการหลักของกองพลโดยมแี นวทางการจดั ระเบยี บ
ภายในทบี่ ัญชาการโดยทั่วๆไปน้ันอาจจะปฏบิ ัติไดด้ ังตอ่ ไปนคี้ อื
ก. ตามปกตศิ นู ย์การสือ่ สารจะตง้ั อยู่ใกล้ทางเข้าทบี่ ญั ชาการ
ข. สถานีวิทยจุ ะต้องตั้งณทซ่ี ึ่งสามารถทาการรับ-สง่ กันได้ดที ี่สดุ ถ้าจาเปน็ ชดุ วทิ ยเุ หล่านนั้ ก็อาจจะ
ตอ้ งใชเ้ ครอื่ งควบคมุ ระยะไกลเข้าประกอบด้วย
ค. เครื่องสลบั สายโทรศพั ทจ์ ะต้องตง้ั ณทซ่ี ึ่งอานวยความสะดวกในการติดต้ังขา่ ยงานโทรศพั ทข์ อง
ท่ีบัญชาการแผงหมุดต่อสายจะต้องอยู่ณย่านกลางเพ่ือลดการใช้สายรวมเชื่อมต่อกับวิทยุปลายทางหลายช่อง
การสื่อสารและเคร่อื งสลบั สายใหน้ ้อยลง
ง. การระวังป้องกนั ท่ีต้ังบญั ชาการ (การระวังป้องกันรอบตัว) อยู่ในความรับผิดชอบของหัวหน้า
กองบญั ชาการกองพลผูซ้ งึ่ ประสานงานโดยใกล้ชดิ กับฝ่ายการสารวตั รของกองพลหัวหนา้ กองบญั ชาการกองพล
เปน็ ผวู้ างแผนและกากับการใช้กาลังในการรักษาความปลอดภยั
----------------------------------------------------
๖-๑
บทที่ ๖
หลกั การสงครามอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
(Principle of Electronic Warfare)
๑ นยิ ามและความหมายEW, SIGINT, COMINT และ ELINT
สงครามอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (ElectronicWarfare) หรอื เรียกกนั ยอ่ ๆ ว่า EWคอื
"การปฏิบัติทางทหารท่ีเก่ียวกับการใช้พลังงานคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อกาหนดขยายผลลด
หรือปอ้ งกันการใช้ย่านความถี่คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้ ของข้าศึก และปฏิบัติการซึ่งมุ่งดารงรกั ษาการใช้ย่านความถ่ี
คลน่ื แม่เหลก็ ไฟฟ้าของฝ่ายเรา"
ทงั้ นี้เพ่อื ให้เกิดประโยชนต์ อ่ การดาเนินการสงครามในส่วนรวมของฝา่ ยเรา
ในการทาสงครามอิเล็กทรอนิกส์ทกุ ครัง้ ย่อมจะตอ้ งมีการเตรยี มการไว้ต้ังแต่ในยามสงบน่นั คือ การหา
ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของฝ่ายตรงข้ามไว้ล่วงหน้าทั้งน้ีเพ่ือเป็นข้อมูลให้
ผูบ้ ังคับบัญชานาไปใช้ในการวางแผนการทาสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ในกรณีท่ีเกิดวิกฤตการณ์ทางการทหารขึ้น
ข้อมลู ที่ไดจ้ ากการกระทาดังกล่าวเรยี กว่า ข่าวกรองสญั ญาณ (SignalIntelligence: SIGINT) ซง่ึ มีองคป์ ระกอบ
ดังรปู
SIGINT
(Signal Intelligence)
COMINT ELINT
(Communication Intelligence)
( Electronic
๑.๑ ข่าวกรองสญั ญาณ (Signal Intelligence: SIGINT)Intelligence)
คือ การหาข่าวเกยี่ วกบั การปฏบิ ัตกิ าร และการเคลอ่ื นไหวของฝ่ายตรงข้ามหรือของประเทศ
ท่ีอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อฝ่ายเรา มีความหมายเฉพาะถึงการค้นหา ตรวจจับ กาหนดที่ตั้ง และบันทึกข้อมูล
เกี่ยวกับคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟ้าของฝ่ายตรงข้ามเพ่ือนามารวบรวม วจิ ัย จัดหมวดหมู่ ตีความ และประเมินค่าของ
ข่าวน้ันๆ เพอื่ ประโยชนข์ องฝ่ายตนท่จี ะลดประสิทธิภาพในการใชค้ ลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ ของฝ่ายตรงข้าม
SIGINT เป็นคาที่เกิดข้ึนมาก่อนคาว่าEW กิจกรรมEW น้ัน จะต้องเรม่ิ ต้นจากการปฏิบัติการ
ขา่ วกรองสญั ญาณ (SIGINT) ก่อนเป็นเบื้องต้น แม้ว่าจะอยู่ในภาวะปกติก็ตามเพราะสิ่งน้ีเป็นพื้นฐานท่ีจาเป็น
ต่อการใช้มาตรการสนบั สนนุ และการตอ่ ตา้ นทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
SIGINT นั้นจะมีพันธกิจท่ีเกี่ยวข้องกับการดักรับการแพร่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของข้าศึก ซ่ึง
รวมท้ังการส่ือสาร และมิใชก่ ารสื่อสาร แล้วจึงนามาวเิ คราะห์ พิสูจน์ทราบ ประเมินค่าสญั ญาณที่ดักรับได้นั้น
เพอ่ื ทจี่ ะขยายผล เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกยี่ วข้องกับเทคนิคกลยุทธ์ข้าศึกและเปน็ ฐานข้อมูลต่อการนาไปใช้เพื่อ
การตอ่ ต้าน และตอบโต้การต่อตา้ นทางอิเล็กทรอนกิ ส์ต่อไป ในการทาสงครามอเิ ล็กทรอนกิ ส์ข่าวกรองทางการ
สัญญาณ แบ่งออกเป็น ๒สว่ น ไดแ้ กข่ ่าวกรองทางการส่ือสาร และขา่ วกรองทางอเิ ล็กทรอนิกส์
๑.๒ ข่าวกรองทางการสื่อสาร(Communication Intelligence: COMINT)เป็นเทคนิคและข่าว
กรองท่ีไดม้ าจากการดกั รบั เฝ้าฟังการติดต่อสือ่ สารของต่างชาติ และโดยทางอนื่ ๆทน่ี อกเหนือจากการรับฟงั แต่
๖-๒
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามอาจจะใช้วิธีการส่งข่าวลวงและสถานีวิทยุลวงได้ฉะนั้นจึงต้องระมัดระวังและ
ตรวจสอบขา่ วกับแหลง่ ข่าวอ่นื ๆ ให้แนช่ ัด
COMINT เนน้ ทต่ี รวจค้นบนั ทึกข่าวถอดรหสั ขอ้ ความการส่ือสารของข้าศึก ด้วยการดักรบั เฝ้า
ฟัง เก็บรวบรวมข้อมูลและข่าวสาร จากระบบส่ือสารทางอิเล็กทรอนิกส์ ของข้าศึกและเอามาดาเนินกรรมวิธี
ทางการขา่ วกรองและการแปรรหสั ลบั ทาเนียบกาลงั รบ
๑.๓ ข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์(Electronic Intelligence: ELINT) คือ การปฏิบัติที่หมายถึง การ
เก็บรวบรวม (สังเกต และบันทึก) และดาเนินตามกรรมวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวกรองจากการ
แพร่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าท่ีมิได้เกิดจากการติดต่อส่ือสารของต่างชาติ ข้อมูลเหล่านี้จะนามาจัดทา
“ทาเนยี บสถานีอิเลก็ ทรอนิกส์”สาหรบั ดาเนินมาตรการตอ่ ต้านทางอเิ ล็กทรอนิกส์ (ECM)ต่อไป
ELINT มี 3 รปู แบบ คอื
ก. Navigation Aids (เคร่ืองช่วยในการเดนิ อากาศ)
ข. Identification Friend or Foe (IFF) ระบบพิสูจน์ฝ่าย
ค. Radar
เม่ือเกิดวิกฤติการณ์ทางทหารขึ้น ผู้บังคับบัญชาจะนาเอาข้อมูลจากข่าวกรองสัญญาณ (SIGINT) มา
พิจารณาวางแผนเพือ่ กาหนดมาตรการในการทาสงครามอเิ ล็กทรอนิกสต์ ่อฝ่ายตรงขา้ ม
๒. มาตรการสงครามอิเล็กทรอนกิ ส์
มาตรการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ มี ๓ มาตรการ ไดแ้ ก่ มาตรการสนับสนุนทางอิเล็กทรอนิกส์ (ESM).
มาตรการต่อต้านทางอิเลก็ ทรอนิกส์ (ECM) และมาตรการตอบโตก้ ารต่อต้านทางอิเลก็ ทรอนิกส์ (ECCM) ดังรปู
EW
ES EC ECC
MMM
๒.๑ มาตรการสนับสนุนทางอิเลก็ ทรอนิกส์ (ElectronicWarfareSupport Measures : ESM)คือ
การปฏิบัติการค้นหา ดักรับ พิสูจน์ทราบ บันทึก และวิเคราะห์เพ่ือรวบรวมเป็นข้อมูลนามาสนับสนุน ECM ,
ECCM และการใชก้ าลงั ทางยุทธวธิ ีอนื่ ๆ
๒.๑.๑ การคน้ หากระทาเพ่อื
๒.๑.๑.๑ ค้นหาระดบั ความรนุ แรงของพลังงานแม่เหลก็ ไฟฟา้ ของขา้ ศกึ และสญั ญาณ
ต่าง ๆ ท่ีน่าจะสง่ ออกมา
๒.๑.๑.๒ ระบุตาแหน่งทตี่ ้ังของเครอ่ื งส่งวิทยุ และทตี่ งั้ บก. ของขา้ ศกึ
๒.๑.๑.๓ ระบทุ ศิ ทางการเคลอ่ื นทข่ี องกาลังของขา้ ศกึ
๒.๑.๑.๔ ค้นหาเป้าหมายเพ่ือทาการโจมตี
๒.๑.๒ การวิเคราะห์เป็นการดาเนินกรรมวิธีต่อข่าวสาร ที่ส่งออกมาของข้าศึกเพ่ือได้มาซ่ึง
ความรู้เกยี่ วกับยุทธวิธแี ละการจัดหนว่ ยเป็นตน้ กระทาเพ่ือเปลี่ยนข่าวสารที่อุปกรณร์ ะบบหาทิศทางได้รบั มาให้
๖-๓
เป็นข่าวกรอง นอกจากน้ีการดาเนินงานวเิ คราะห์จะต้องใชเ้ จา้ หนา้ ท่ีข่าวกรองที่ได้รับการฝึกมาเป็นอย่างดีอีก
ดว้ ย
๒.๑.๓ การบันทึก จะกระทาหลังการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ เพื่อนาไปใช้ประโยชน์ได้ต่อไป
โดยการใช้ประโยชน์นั้น อาจนาไปใช้ตามกิจเฉพาะ หรือสาหรับอุปกรณ์ก่อกวนการสกัดกั้น ซึ่งต้องมีอุปกรณ์
พรอ้ มมูล และอาศยั เจา้ หน้าทีท่ มี่ ีความชานาญทางด้านน้เี ป็นอยา่ งมาก
๒.๑.๔ การดักรบั ทาให้ทราบถงึ
๒.๑.๔.๑ ข่าวสารเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์ของข้าศึก ทาให้ฝ่ายเราสามารถส่ัง
การปฏบิ ตั เิ พ่ือลดผลการรบกวนระบบโดยข้าศึก
๒.๑.๔.๒ ทราบข่าวท่ีตั้งหน่วยและการปฏิบัติของข้าศึก แล้วกระจายข่าวสารข่าว
กรองที่ได้รบั แก่หน่วยฝ่ายเรา
๒.๑.๔.๓ นาขา่ วสารทไ่ี ด้มาใชป้ อ้ งกันเครอ่ื งมือของฝา่ ยเรา
๒.๑.๔.๔ ทาใหท้ ราบขดี ความสามารถของขา้ ศกึ ทีจ่ ะรบกวนระบบอิเล็กทรอนกิ สข์ อง
ฝ่ายเราวา่ มมี ากน้อยเพียงใด ณ ทีข่ า้ ศกึ ต้ังอยู่ นอกจากนี้ เครอื่ งมือทางสงครามอเิ ล็กทรอนิกสข์ องข้าศึกยังเป็น
เปา้ หมายสาหรบั การทาลายอกี ด้วย
๒.๑.๔.๕ ทาให้ทราบวา่ ข้าศึกได้นาเอาวิทยุซ่ึงมคี ุณลักษณะทางเทคนิคบางประการ
เข้ามาในพนื้ ทก่ี ารรบ
ดังนั้นการดาเนินการด้าน ESM จึงจาเป็นจะต้องมีเคร่ืองมือ COMINTและELINT ที่มีการ
ค้นคว้าวิจัยเป็นอย่างดี ประดิษฐ์และพัฒนาผลิตข้ึนมาให้สามารถทาการค้นหา ดักรับ จับตาแหน่งท่ีมาของ
สัญญาณและพรอ้ มท่ีจะพิสจู น์ชนิดหรือระบบการสื่อสาร และระบบทางอิเล็กทรอนกิ สข์ องฝ่ายตรงขา้ มซง่ึ มอี ยู่
หลายระบบดังกล่าวแล้วให้ได้ เพื่อนามารวบรวมเป็นข่าวกรองทางการส่ือสารและข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์
ตอ่ ไป ซ่ึงจะสนับสนนุ เพม่ิ เติมให้ข่าวกรองสญั ญาณมีประสิทธิภาพมากย่ิงขนึ้ อันจะทาให้ฝ่ายอานวยการสามารถ
พิจารณาประมาณการขีดความสามารถของระบบการส่ังการบังคับบัญชาและระบบอาวุธของฝ่ายตรงข้าม
เพอ่ื ให้ผู้บงั คับบญั ชาสามารถตกลงใจได้ถกู ตอ้ ง
๒.๑.๕วัตถุประสงคข์ องมาตรการESM เพ่ือใหไ้ ด้ข้อมลู ดังนี้
๒.๑.๕.๑คุณลักษณะทางเทคนิคของอุปกรณ์นั้นๆ ได้แก่กาลังออกอากาศชนิดของ
สายอากาศย่านความถี่คลื่นที่ส่งการปรุงคล่ืน (Modulation: MOD)และคุณลักษณะพิเศษอื่นๆ ของอุปกรณ์
สอ่ื สารของขา้ ศึก
๒.๑.๕.๒ ท่ีต้ังของเครือ่ งสง่
๒.๑.๕.๓ ระบบการทางานทางยุทธการทใ่ี ช้อปุ กรณ์นั้นๆ อยู่
๒.๑.๕.๔ ชนิดอุปกรณ์/ขดี ความสามารถ
๒.๑.๕.๕ ขา่ วสารทส่ี ่ง
๒.๑.๖ ประโยชน์ของมาตรการ ESM
๒.๑.๖.๑ ฝ่ายเราสามารถก่อกวน (Jamming) ระบบการส่อื สารของขา้ ศึกอยา่ งไดผ้ ล
ก. สามารถวางแผน/ออกคาส่ังได้ละเอียดมากขึ้น การระบุเป้าหมายทาง
ภูมศิ าสตร์และความถ่แี นน่ อนได้
๖-๔
ข. สามารถคาดการณ์เวลาปฏิบัติการของเครื่องมอื ข้าศกึ ล่วงหนา้ ได้
ค. สามารถทาการ รปภ. ได้อยา่ งถูกตอ้ งมเี หตุผล
กาลังของขา้ ศึก ๒.๑.๖.๒ สามารถวางแผนยุทธศาสตรก์ ารลวงทางอิเล็กทรอนิกส์ถา้ เราทราบการวาง
มากขึ้น
ก. แผนสามารถวางไดต้ รงตามเปา้ หมาย
ข. สามารถคาดการณ์ไดล้ ่วงหน้าถึงการตอบโตข้ องข้าศกึ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
ค. ความรู้เรื่องระบบการสื่อสารของข้าศึกจะทาให้เราลวงข้าศึกได้เช่ือถือ
ขีดความสามารถน้ัน ๆ ๒.๑.๖.๓การวางแผนอเิ ล็กทรอนกิ ส์เชิงรบั หรือเชิงป้องกันมผี ลมากข้นึ เน่ืองจาก
กอ่ กวนของข้าศึก ก. รู้ขีดความสามารถด้านEW ของข้าศึกจะทาให้เราพร้อมที่จะป้องกันต่อ
ข. สามารถ รปภ.ไดอ้ ย่างถูกต้อง
ค. เทคนิคการป้องกันสามารถพัฒนาข้ึน เพอ่ื ตอบโต้ขีดความสามารถในการ
๒.๑.๖.๔ งานข่าวกรองในการจัดทา ทาเนียบกาลังรบ เก็บข้อมูลจากการส่งข่าวของ
ขา้ ศกึ ผ่านขา่ ยสือ่ สารอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
๒.๑.๖.๕ จัดทา ทาเนียบสถานีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดาเนินงาน
มาตรการต่อต้านทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECM) และ มาตรการตอบโต้การต่อต้านทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECCM)
ตอ่ ไป
๒.๑.๗ ความสัมพนั ธ์ระหว่างSIGINT – ESM
ขา่ วกรอง - ทาเนยี บกาลงั รบ COMINT
ยทุ ธศาสตร์ ทางอิเลก็ ทรอนิกส์ ELINT
ทางทหาร ของ ขศ.
- ข้อมลู พ้ืนฐาน - SIG- IหNาTทิศ
สนับสนนุ ค้นหา - กาหนด
การรบ - แจ้งเตือน - เฝา้ ทตี่ งั้
- ปอ้ งกันตนเอง ฟงั -
- ECM, ECCM
ESM- ดกั วเิ คราะห์
รับ
การรวบรวมข่าวสารข่าวกรองโดย SIGINT จะต้องกระทาอย่างต่อเน่อื ง โดยใช้เครื่องมือแบบ
เดียวกับ ESM แต่จะดาเนินการโดยหน่วยเหนือ การดาเนินการด้าน ESM จะกระทาให้หน่วยทางยุทธวิธี
สามารถนาข้อมูลจากข่าวกรองสัญญาณ(SIGINT) ที่ได้รับมาใช้ประโยชน์โดยการนาข่าวกรองทางการสื่อสาร
๖-๕
(COMINT) และข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ (ELINT) เกี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามที่ได้รับเพ่ิมเติมกับในการดาเนิน
มาตรการ ESM ในขณะน้ันนามาเป็นประโยชน์ในการประมาณสถานการณแ์ ละการตกลงใจของผู้บังคับบญั ชาที่
จะทาการตอบโต้ต่อฝ่ายตรงข้ามท่ีเผชญิ หน้ากับฝา่ ยเรา เพื่อการรบกวนหรือการลวง หรือการทาลายให้ระบบ
การสอื่ สาร และระบบอาวุธอิเลก็ ทรอนกิ สข์ องฝ่ายตรงข้ามหมดสมรรถนะลงไป
กล่าวโดยสรุปมาตรการESMเป็นส่ิงจาเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะเป็นข้ันแรกไปสู่การปฏิบัติการ
EW ด้านการทาลายและด้านการปอ้ งกันทีเ่ ปน็ ผล (การรุกและการรบั )
๒.๒ มาตรการต่อต้านทางอิเลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Counter Measures: ECM)
เป็นการปฏิบตั ิทก่ี ระทาเพอ่ื ขดั ขวางหรือลดประสทิ ธิผลการใช้คล่นื แม่เหลก็ ไฟฟ้าของขา้ ศึกถือ
ว่า ECMเป็นอาวธุ หลกั ของ EW และเปน็ องคป์ ระกอบของอานาจกาลังรบ ประกอบด้วยอาวธุ คอื เคร่ืองก่อกวน
และเครื่องค้นหาเป้าหมาย ส่ังการ และการบังคับบัญชา ควบคุมท่ีจะใช้อาวุธ ตามลาดับความสาคัญของ
ผบู้ ังคับบัญชา
ในสงครามสมัยใหม่ถือว่า ECM มีความสาคัญอย่างย่ิง เน่ืองจากว่ามีการใช้เครื่องมือทาง
อิเลก็ ทรอนิกสอ์ ยา่ งกว้างขวางสาหรับทุกรูปแบบของการปฏิบตั ิการทางทหาร
ในเรอื่ งการใช้เทคนิค ECM แบ่งการดาเนินการออกเป็น ๒ประเภท คอื การแพร่กระจายคล่ืน
(ACTIVE) และไม่แพรก่ ระจายคล่ืน (PASSIVE) ดงั รูป
ECM
ACTI PASSI
VE CHA VE DEC
JAMM DECEP FLA
ING TION FF RE OY
๒.๒.๑การแพร่กระจายคล่ืน (ACTIVE)ประกอบด้วยการกอ่ กวน (JAMMING) และการลวง
(DECEPTION)
การก่อกวน(JAMMING) ของ ECM คือ การแผ่รังสีคล่ืนย้อนกลับด้วยพลังงาน
แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า โดยจงใจดว้ ยความมุ่งหมายทีจ่ ะทาใหก้ ารใชเ้ ครื่องอิเล็กทรอนิกสข์ องขา้ ศึกไมบ่ งั เกิดผลเต็มที่
การลวง(DECEPTION)ของ ECM คือ การจงใจแพร่คลื่น แพร่คล่ืนใหม่ การดูดซึม
หรอื การสะท้อนพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า ในอาการจงใจที่จะทาให้ข้าศกึ แปรความหมายผิด แบ่งออกเป็นการลวง
ในระบบการสอื่ สาร และไม่ใชร่ ะบบการสอ่ื สาร
การลวงในระบบการส่ือสารเช่น การส่งข่าวลวงในการตดิ ต่อการสอื่ สารของฝ่ายเรา
และคาดว่าสัญญาณนี้ข้าศึกจะดักรับได้ เมื่อดักรับได้แล้วจะทาให้ข้าศึกหลงผิดในข่าวสารนั้น หรือถ้าฝ่ายเรา
ทราบนามเรียกขานและความถี่ที่ใช้งาน ในข่ายของข้าศึกแล้วเราอาจจะปลอมเป็นสถานีวิทยุนั้น เข้าร่วมการ
๖-๖
ติดต่อส่ือสารเพ่ือการดกั รบั และลวงข่าวสารต่อฝ่ายข้าศึกได้ การลวงในระบบการสื่อสาร แบ่งออกเป็น ๒แบบ
คอื การลวงเลห่ ์ และการลวงเลยี น
การลวงเล่ห์(Manipulative deception) คือ การแพร่คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของฝ่าย
เราโดยปลอ่ ยข่าวสารผดิ ๆ โดยเจตนาเพื่อให้ข้าศกึ วิเคราะห์และยอมรับข่าวสารอยา่ งมเี หตมุ ผี ล
การลวงเลียน คือ การนาเอาการแพร่คลื่นเข้าไปสู่ช่องการสื่อสารของข้าศึกซึ่ง
เลียนแบบการปล่อยคล่ืนของข้าศึกเอง แล้วส่งข่าวลวงเข้าไปในข่ายของข้าศึกเพื่อให้เกิดการสับสนและเข้าใจ
ผิด
การลวงท่ีมิใชร่ ะบบการสือ่ สารได้แก่ การลวงในระบบเรดาร์ของข้าศกึ ซึ่งจะกระทา
โดย การส่งคลืน่ ปลอมเข้าไปให้ปรากฏบนจอภาพเรดาร์ของข้าศึกเพื่อให้ข้าศึกเข้าใจผิด ทั้งทางระยะทางและ
ทศิ ทางของเปา้ หมาย การลวงจะกระทาได้ ๒แบบ ได้แก่ การลวงทางระยะ และการลวงทางทศิ
การลวงทางระยะ(Rangedeception) กระทาโดยใช้เครื่องรบกวนดักรับสัญญาณ
ของเรดาร์ข้าศึก แล้วทาการขยายและส่งสัญญาณพัลส์ (PULSE) แทรกเข้าไปในความถ่ีของเรดาร์ข้าศึก จะทา
ให้ปรากฏเป้าบนจอภาพแตเ่ ปน็ ภาพลวงมีระยะทางไม่ตรงกับเปา้ จรงิ
การลวงทางทิศ(Azimuth deception)กระทาโดยใช้เคร่ืองรบกวนดักรับสัญญาณ
ของเรดาร์ข้าศึก ขยายและส่งสัญญาณพัลส์เข้าไปในทิศทางทางด้านข้างของรูปทรงการแพร่คลื่นของ
สายอากาศดว้ ยวิธีนี้ จะทาให้จอเรดารฝ์ ่ายตรงขา้ มเห็นเปา้ หมายปลอมคนละทิศกับเปา้ จริง
การลวงจะเกดิ ข้นึ จากเหตดุ ังต่อไปน้ี
ก.วนิ ยั ในการส่งขา่ วไม่ดี
ข.พนกั งานวิทยุชอบทาอะไรแผลงๆ ในการทางาน
ค.ในขา่ ยมีลูกขา่ ยเยอะ
ง.สถานวี ิทยเุ คลื่อนท่เี รว็ หรอื บริเวณทใ่ี ชม้ กี ารสื่อสารหนาแนน่
จ.ไมใ่ ช้ระบบบอกฝา่ ย
การลวงจะทาใหส้ าเร็จได้ต้องทราบ
ก. ความถ่ีท่ใี ชง้ าน, ประเภทของสญั ญาณ, ประเภทของการปรุงคลื่น
ข. นามเรียกขาน, ระหัสลับ, วิธกี ารรับรองฝ่าย เทคนิควิทยุ
ค. ขา่ วสารอื่นๆ ทสี่ าคัญ เกี่ยวกับการทีจ่ ะปฏิบัตงิ านในขา่ ยของข้าศึก
๒.๒.๒ การทา ECM แบบ ไมแ่ พรก่ ระจายคล่ืน (Passive ECM)หมายถงึ เทคนิคทั้งหลายท่ี
ไม่มีการแพรก่ ระจายคลนื่ แม่เหลก็ ไฟฟา้ เพอ่ื ใช้กบั เรดารป์ ระกอบด้วย
๒.๒.๒.๑ ชาฟฟ์ (CHAFF) เป็นวัสดุที่สามารถสะท้อนคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าเพ่ือใช้ลวง
ระบบกาหนดเปา้ หมายของขา้ ศกึ จะปรากฏคลา้ ยกับเปน็ เปา้ หมายท่ีเคล่ือนทอ่ี ยูใ่ นอากาศ
๒.๒.๒.๒แฟลร์ (FLARE)สรา้ งมาเพ่ือใช้ในการตอ่ ต้านอาวุธนาวิถดี ้วยความรอ้ น หรือ
รังสีอินฟราเรด โดยทาให้เกิดเป็นพลังงานย่านความถี่รังสีอินฟราเรด คล้ายกับพลังงานความร้อนของ
เครอ่ื งยนต์เครอ่ื งบินทต่ี กเป็นเปา้ หมาย และเม่ือปล่อย FLARES ออกมา ก็จะเป็นแหลง่ พลังงานความร้อนแทน
เคร่อื งบนิ นน้ั กลายเป็นเป้าหมายลวงจนทาให้อาวธุ นาวิถดี ้วยความรอ้ นเข้าทาลาย FLARES แทนเครือ่ งบิน
๒.๒.๒.๓ อากาศยานเปา้ ลวงหรือโดรน(Decoy or drones)ใชล้ วงระบบเรดาร์ของ
ฝา่ ยตรงข้ามให้หลงเป้าหมาย โดยไม่สามารถแยกออกได้ว่าเป็นเป้าหมายจรงิ หรือเป้าหมายปลอมในจอเรดาร์
จนทาให้พนักงานเรดาร์ไม่สามารถติดตามเป้าหมายจริงได้ทันและเกิดความสับสน อากาศยานเป้าลวง
๖-๗
(DECOY)จะถูกสร้างเป็นยานคล้ายเคร่ืองบินขนาดเล็ก (ซึ่งจะเป็นเคร่ืองร่อนหรือมีเคร่ืองยนต์ก็ได้) สามารถ
นาไปพรอ้ มกบั เครื่องบินโจมตี
๒.๓ มาตรการตอบโตก้ ารต่อต้านทางอิเลก็ ทรอนิกส์ (ElectronicCounter CounterMeasures:
ECCM)
เป็นยุทธวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ ท่ีป้องกันเคร่ืองส่งของเรามิให้ข้าศึกรบกวน และป้องกันการ
ค้นหาเป้าหมายของข้าศึก เป็นส่วนช่วยให้ ย่านความถี่คล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าของฝ่ายเรายังคงอยู่ได้
พนักงานเคร่ืองส่ือสารเป็นผู้ใช้เทคนิค ECCM ในสถานการณ์แวดล้อมทางยุทธวิธีและเป็นความรับผิดชอบ
ทางการบังคับบัญชาในการฝึกพนักงานให้ใช้เทคนิคเหล่านี้ให้ได้ผล ECCM มีความต้องการในการฝึกทางการ
ส่ือสารอเิ ลก็ ทรอนิกส์ และเป็นเรอ่ื งท่ีดาเนินการรว่ มกันอย่างใกล้ชดิ กับการรกั ษาความปลอดภัยทางการสื่อสาร
(รปภ.ส.)
๒.๓.๑กจิ กรรม ECCMไดแ้ ก่ กิจกรรมมาตรการป้องกนั และมาตรการแกไ้ ขเยียวยาดังน้ี
๒.๓.๓.๑ มาตรการป้องกันกระทาเพ่ือป้องกัน ขศ . มิให้สามารถใช้คล่ืน
แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ตอ่ ระบบของเรา ไดแ้ ก่
ก. การให้มีการสือ่ สารให้น้อยท่ีสุดเท่าท่ีจาเป็น เช่นเตรียมข่าวก่อนส่ง การ
สง่ ข่าวอย่างรวดเร็วแนน่ อน และใช้เครอ่ื งสือ่ สารท่มี ีขดี ความสามารถในการสง่ ขอ้ มูลฉบั พลนั
ข. ป้องกันการสื่อสารของฝ่ายเราจากการดักรับของข้าศึก ได้แก่ การใช้
กาลงั ออกอากาศต่า การใชส้ ายอากาศบังคบั ทิศ และการเลอื กที่ตง้ั สายอากาศใหป้ ลอดภยั
ค. การฝึกพนักงาน ในเรื่อง การหลีกเล่ียงงานวงรอบ การใช้ระบบรับรอง
ฝ่ายการเข้ารหัส และการใช้คาพดู ตามระเบียบการ
๒.๓.๓.๒ มาตรการแก้ไขเยียวยาเป็นการกระทาในเมื่อข้าศึกได้ใช้กิจกรรม EW ต่อ
ระบบการสื่อสารของฝา่ ยเราแลว้ ไดแ้ ก่
ก. การจดจาลักษณะการก่อกวนและการรบกวน โดยจาแนกให้ได้ว่าเป็น
การกอ่ กวนหรอื การรบกวน เป็นการรบกวนภายในหรือภายนอก แล้วเสนอรายงานการกอ่ กวนหรือการรบกวน
หรอื ท้งั สองอยา่ ง
ข. การปฏิบัติเมื่อเผชิญการก่อกวนและการรบกวน โดยดารงการส่ือสาร
ต่อไปการปรับแต่งเครื่องรับ การปรับหรือเปลี่ยนสายอากาศ การเปล่ียนความถี่ไปใช้ความถ่ีสารอง การย้าย
ทีต่ ้งั สายอากาศ และหมนุ เวียนการใช้มัชฌิมการสื่อสาร
ค.การปฏิบัตเิ มื่อเผชิญกับการลวง ดว้ ยการใช้ระบบการรบั รองฝ่าย เม่อื ใดก็
ตามที่เกิดความสงสัยเมื่อถูกถามหรือขอร้องให้รับรองฝ่าย และเมื่อส่งข่าวไปถึงสถานีซึ่งอยู่ภายใต้คาส่ังระงับ
วิทยุ
๒.๓.๒การวางแผนปอ้ งกัน
ภารกิจ ESM และ ECM ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องทางด้านเทคนิค ส่วนภารกิจ
ECCM จะต้องดาเนินการโดยเจา้ หน้าทที่ ุกนายภายในหน่วย ที่จะต้องวางแผนการใช้หรือเป็นผ้ใู ช้อปุ กรณ์ตา่ งๆ
อาทิ วิทยุ เรดาร์ รวมทั้งเครือ่ งมือตรวจการณแ์ ละคน้ หาเปา้ หมาย
๖-๘
ดังนั้นจะตอ้ งดาเนนิ การฝึกเจ้าหน้าท่ใี ห้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ในกรณีทถ่ี ูก
ก่อกวนซ่ึงหมายรวมท้ังจะต้องมีมัชฌิมการส่ือสารอื่นๆ ไว้พร้อมท่ีจะใช้งานทดแทนด้วยเสมอ พึงระลึกไว้เสมอ
ว่าขดี ความสามารถของท่านในการเอาชนะขา้ ศึกนนั้ ขน้ึ อยกู่ บั ขีดความสามารถของกาลังทหารของทา่ น ในการ
ปฏิบตั ภิ ายใตส้ ภาวะทถ่ี กู ก่อกวนจากฝ่ายข้าศกึ
ถา้ หากพิจารณาใหร้ อบคอบแล้ว จะเห็นได้ว่าการก่อกวนมิได้เป็นอาวุธนา่ กลัวในแง่
ของ EW และในแง่ความเป็นจริงแล้ว ESM ของฝ่ายข้าศึกเป็นเพียงส่ิงบ่งช้ีว่าข้าศึกจะประสบความสาเร็จใน
การปฏิบัติ EW หรือไม่ ซึ่งถ้าหากฝ่ายเราสามารถใช้มาตรการต่างๆ อาทิ การพรางและการ รปภ.ส. ป้องกัน
กาลงั และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้พ้นจากฝ่ายข้าศึก ซ่ึงเท่ากับฝ่ายเราได้ดาเนินมาตรการ ECCM อันจะส่งผล
ให้ฝ่ายขา้ ศกึ ไม่ได้รบั ทราบข้อมูลขา่ วสารท่เี ป็นประโยชน์จากฝา่ ยเราได้
๒.๓.๓ความรบั ผิดชอบของผู้บังคับบัญชา
มาตรการ ECCM นับเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของผู้บังคับบัญชาทุกระดับโดย
หลักการพ้ืนฐานแล้ว ผู้บังคับบัญชาจะต้องดาเนินการให้แน่ใจว่าหน่วยของตนได้รับการฝึกฝนจนสามารถ
ปฏบิ ตั ิงานได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทเ่ี ต็มไปดว้ ยปฏบิ ัตกิ าร EW ของขา้ ศกึ
หวั ข้อต่อไปนี้ เป็นแนวทางที่จะสามารถใชใ้ นการตรวจสอบขีดความสามารถในด้าน
ECCM ของหนว่ ยในการบงั คับบญั ชา
ก.ตรวจสอบรายงานหลังการปฏบิ ัติ (After-Action Report) กรณีทเ่ี กดิ การ
ก่อกวน และการลวง รวมทงั้ ตรวจสอบประสิทธภิ าพมาตรการตอบโตข้ องฝา่ ยเรา
ข. ต้องแน่ใจว่า จะต้องรายงานทุกข้ันตอนการปฏิบัติที่เกิดการก่อกวนและ
ส่งรายงานน้ันไปวิเคราะห์อย่างเหมาะสมโดยนายทหารฝ่ายการส่ือสาร และนายทหารของหน่วยงานรักษา
ความปลอดภัย
ค.วิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของมาตรการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ท่ีฝ่าย
ข้าศึกจะใชต้ อบโต้แผนการปฏิบตั ิฝา่ ยเรา
ง. ต้องแน่ใจว่า มีการฝึกปฏิบัติเทคนิคการรักษาความปลอดภัยอย่าง
ตอ่ เน่ืองทุกวัน ซึ่งรวมทั้งเปล่ียนนามเรยี กขาน การใช้ระบบรับรองฝ่าย และทส่ี าคัญท่ีสุดก็คอื การควบคุมการ
แพรก่ ระจายคลื่นวิทยุ
จ.ดาเนินการให้เจ้าหน้าท่ีสามารถใช้อุปกรณ์ ECCM ได้อย่างรวดเร็วและมี
ประสิทธิภาพ
๒.๓.๔การ รปภ.ส.: SIGSEC (Signal Security)
ตามปกติแล้ว ECCM และการรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสาร (SIGSEC) จะมี
ความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด โดยมาตรการท้ังสองต่างก็เป็นมาตรการเชิงรับ และตั้งอยู่บนหลักการพ้ืนฐาน
เดียวกนั โดยเราจะเห็นว่า หากขา้ ศึกไม่สามารถเข้าถึงส่วนที่เป็นข้อมลู ข่าวสารของฝา่ ยเราแล้ว กเ็ ปรียบเสมอื น
ข้าศึกที่เส่ือมสมรรถภาพ หลกั การสาคัญของ SIGSEC กค็ อื ดาเนนิ การให้แน่ใจว่า การใชค้ ลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าของ
ฝา่ ยเดยี วกัน จะไมท่ าให้ฝา่ ยขา้ ศกึ นาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
ส่วน ECCM ก็คือการปฏิบัติท้ังหลายเพ่ือให้แน่ใจว่าฝ่ายเราจะสามารถใช้อุปกรณ์
ติดต่อส่ือสารอุปกรณ์ตรวจการณ์ และอุปกรณ์ค้นหาเป้าหมายได้อย่างต่อเน่ือง แม้ว่าฝ่ายข้าศึกจะพยายาม
ก่อกวนก็ตาม โดยหลักการพ้ืนฐานแล้วเทคนิคของ SIGSEC มีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้ผู้บังคับบัญชาเกิดความม่ันใจ
ในด้านการรักษาความปลอดภัยในการส่ือสาร ส่วนเทคนิค ECCMจะทาให้ผู้บังคับบัญชาม่ันใจว่าจะสามารถ
๖-๙
ดารงการติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเน่ือง ถ้าหากเรานาเทคนิคของการรักษาความปลอดภัยในการสื่อสาร
(SIGSEC) มาใชม้ ากเทา่ ใดก็จะลดความตอ้ งการในการใช้ ECCM ลงเทา่ นน้ั
จดุ ประสงค์ของฝ่ายเราจะต้องทาให้แน่ใจว่าบรรดาการตดิ ต่อสอื่ สาร การตรวจการณ์
และอุปกรณ์ค้นหาเป้าหมายของฝ่ายเราสามารถดาเนินไปไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพท่ามกลางความพยายามของ
ฝ่ายข้าศึกท่ีจะลดประสิทธิภาพของการทางานของฝ่ายเรา การดัดแปลงเครื่องมือเพ่ือให้หลุดพ้นจากการ
ปฏิบัติการด้าน EW ของฝ่ายข้าศึกดูเหมือนจะเป็นการลงทุนที่สูงเกินไป นอกจากนั้นวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีไม่สามารถทาให้เราแก้ไขปัญหาด้าน ECCM ได้ในเวลาใกล้ๆ นี้ ด้วยเหตุน้ี ภาระในด้านการรักษา
ความปลอดภัย และการปฏิบัติงานด้านการติดต่อสื่อสารจึงตกอยู่ท่ี ผบ. ฝ่ายอานวยการ และพนักงานประจา
เคร่ือง ดังนั้น วิธีท่ีดีที่สุดน่าจะได้แก่การฝึกเจ้าหน้าท่ีท้ังหลายจะต้องได้รับการอบรมให้เข้าใจเกี่ยวกับการ
กอ่ กวนและการลวง นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเราจะต้องตระหนักว่า ขั้นตอนการปฏิบตั ิงานท่ีไม่ถูกต้องทั้งใน
ด้านการใช้วิทยแุ ละเครอ่ื งมือสื่อสารอิเลก็ ทรอนิกส์ต่างๆ ไมเ่ พียงแต่จะสร้างความเสยี หายต่อภารกิจของหน่วย
เทา่ น้นั แต่ยังอาจทาให้เกิดการสูญเสียชวี ติ ของฝา่ ยเราได้
การแก้ปัญหา ECCM จะต้องดาเนินการโดยเร่งด่วน และเป็นสัญชาติญาณ แม้แต่
เจ้าหน้าท่ีซ่อมบารุงจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับอันตรายที่ก่อให้เกิดขึ้นระหว่างทาการซ่อมบารุง ซ่ึงถ้าหาก
เจา้ หน้าที่ใช้เคร่ืองมอื ทไี่ มเ่ หมาะสมแล้วอาจจะทาให้ฝ่ายข้าศึกรับทราบข้อมูลทางอิเล็กทรอนกิ สข์ องฝ่ายเราได้
ถ้าหากระหว่างซ่อมบารุงมีการใช้ความถ่ีปฏิบัติงาน หรือทดสอบเคร่ืองมือด้วยกาลังออกอากาศสูง ข้อมูล
ข่าวสารอันทรงคุณค่าก็จะตกไปอยู่ในมือของข้าศึกได้โดยง่ายเช่นกัน บรรดาฝ่ายอานวยการจะต้องสามารถ
ประเมินผลรายงานการก่อกวนMIJI และรายงานหลังการปฏิบัติงานเพ่ือท่ีจะหาทางแก้ไขข้อบกพร่องได้
ทันทว่ งที แตท่ งั้ หมดน้ี จะเริม่ ขึ้นไดก้ ต็ อ่ เมื่อมีการฝกึ ฝนท่ีดีเทา่ น้นั
เทคนิค ECCM อาจแบ่งออกเป็น ๒ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ ด้านการปฏิบัติการ และ
ด้านเทคนิค ด้านการปฏิบัติการเป็นวิธีการต่างๆ ที่เจ้าหน้าท่ีควรปฏิบัติ ส่วนงานด้านเทคนิคได้แก่การหา
วิธีการต่างๆ ท่ีจะเพิ่มหรือดัดแปลงเครื่องมือก่อนที่จะไปติดตั้งใช้งาน ซึ่งแน่นอนท่ีสุดการแก้ปัญหา ECCM
จะต้องผสมผสานท้ังในด้านเทคนิคและการปฏิบัติ เสาอากาศจะต้องดัดแปลงให้เป็นแบบบังคับทิศทาง
ขณะเดยี วกันการปฏบิ ตั ิการตอ้ งอยู่ในทาเลทเี่ หมาะสม เพ่ือใหผ้ ลการใช้งานไดด้ ที ่ีสุด
ECCM สามารถดาเนินการได้ท้ังเชิงรุกและเชิงรับ การใช้อุปกรณ์เข้าระหัสระบบ
รบั รองฝ่ายและท่ีตง้ั ลวงถือว่าเป็นเทคนิค ECCM เชิงรับ การเพ่ิมกาลังออกอากาศเพ่อื เอาชนะการก่อกวนของ
ฝ่ายข้าศึก หรือการใช้เสาอากาศบังคับทศิ ทาง ถือว่าเป็นเทคนิค ECCM เชงิ รุก ขนาด และลักษณะทางเทคนิค
ของเครอ่ื งมอื จะเป็นตวั กาหนดว่าสมควรใช้มาตราการเชิงรุกหรือเชิงรบั ยกตัวอย่างเช่น อปุ กรณ์แบบหลายชอ่ ง
การส่อื สารมักจะมขี นาดใหญย่ ากแก่การเคลอ่ื นย้าย และโดยปกติแล้วต้องติดตง้ั บนพ้ืนทส่ี งู เพ่ือให้ผลการรับส่ง
ทดี่ ที ่สี ดุ
อนุผนวก ECCM ประกอบผนวก EW ควรพิจารณาถึง ECM และ ESM ของฝ่าย
ข้าศึกและควรจะวางแผนการส่ือสารใหส้ อดคล้องกับส่งิ เหล่านี้ดว้ ย ECCM ควรจะนามาใช้เพอื่ ผลักดันใหข้ ้าศึก
ใช้อุปกรณ์ด้าน ECM แก่เป้าหมายมากเกินความจาเป็น รวมท้ังทาให้ข้าศึกไม่แน่ใจในประสิทธิภาพของการ
ปฏิบัติการสงครามอเิ ล็กทรอนกิ สข์ องพวกเขา
๒.๓.๕การควบคุมการแพร่กระจายคลน่ื : EMCON (Emission Control)
กญุ แจสาคัญที่จะใหป้ ระสบความสาเร็จในการป้องกนั ปฏิบตั ิการจากฝา่ ยข้าศึก ก็คือ
การควบคุมการแพร่กระจายคลื่น การส่งคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าควรจะกระทาต่อเมื่อมีผลต่อความสาเร็จของ
ภารกิจเท่านั้น เจ้าหน้าท่วี เิ คราะห์ของข้าศึกสามารถตรวจสอบรูปแบบการแพร่กระจายคล่นื จากน้ันก็นาข้อมูล
ทเี่ ปน็ ประโยชน์ไปรายงานผู้บังคับบัญชาฝ่ายข้าศึกได้ การส่งขา่ วด้วยระยะเวลาอันสั้น การเปล่ียนความถี่และ
๖-๑๐
นามเรียกขานบ่อยๆ และการย้ายท่ีต้ังก็เป็นวิธีการที่จะช่วยให้พนักงาน ผู้บังคับบัญชาประสบความสาเร็จใน
การตอ่ ต้านและตอบโต้ความพยายามดาเนินการสงครามอิเล็กทรอนกิ สข์ องฝา่ ยข้าศกึ
EMCON สามารถทาไดโ้ ดยรวม และเฉพาะข่าย การกระทาโดยรวมตัวอยา่ งเช่น ให้
ทกุ หน่วยเงียบฟัง ขณะที่หน่วยเคลอ่ื นท่ยี า้ ยทางยทุ ธวิธี หรอื อาจจะกระทาเฉพาะขา่ ย ผบ.จะเป็นผอู้ อกแบบว่า
ข่ายใด ควรจะเป็นข่ายบังคับ และข่ายใดควรจะเป็นข่ายอิสระ การควบการแพร่กระจายคลน่ื ควรจะเปน็ ส่ิงท่ี
ทาอย่ตู ลอดเวลา การตดิ ต่อส่อื สารควรกระทาเมื่อตอ้ งการให้บรรลุภารกจิ เท่าน้ัน การมวี นิ ัยและระเบยี บปฏบิ ัติ
ท่ีดี จะชว่ ยให้ท่านทาการตรวจการณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์และการติดต่อส่ือสารโดยปราศจากรูปแบบท่ีฝ่ายตรง
ข้ามจะรบั ทราบได้
การประยุกต์ใช้เทคนิคการรักษาความปลอดภัยทางการส่ือสาร (SIGSEC) ทด่ี ีจะช่วย
ให้การวางแผน ECCM ของท่านง่ายข้ึน ทั้งนี้เนื่องจากการวางแผน EW ของข้าศึกจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ
ข้อมลู ท่ีทราบล่วงหน้าเกี่ยวกบั รปู แบบรศั มที าการ และความถ่ีของเคร่ืองมอื การรกั ษาความปลอดภัยทางการ
สื่อสารสามารถหลีกเล่ียง ESM ของฝ่ายข้าศึก ซ่ึงเป็นส่ิงท่ีทาให้ข้าศึกทราบลว่ งหนา้ แผนการลวงเลียนนับเป็น
ส่งิ หนึ่งที่ช่วยให้ข้าศึกสับสน ในการสั่งการไปยังอุปกรณ์รวบรวมขอ้ มูล และปฏิบัตกิ ารก่อกวน ผู้บังคับบัญชา
ตอ้ งตดิ ตั้งอุปกรณ์ทุกอย่างเทา่ ทีม่ ีให้พร้อมใช้งานกอ่ นหน้าจะเผชิญหนา้ กบั ข้าศกึ ทางสงครามอิเลก็ ทรอนกิ ส์
๓. ลาดับความสาคัญของการยุทธ์ทางอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ถา้ ไม่คานึงถึงการจัดและเครื่องมือที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน หรือที่อยู่ระหว่างการพัฒนาแล้ว เราสามารถ
จะจดั เป้าหมายโดยทว่ั ไปสาหรับการยุทธ์ทางอิเล็กทรอนกิ ส์ข้ึนได้
๓.๑กองทัพฝ่ายเราต้องอาศัยระบบบังคบั บัญชาและควบคุมสาหรับปฏิบตั ิการรบ
จึงจาเปน็ ท่ีผบู้ ังคับบัญชาต้องมขี ีดความสามารถที่จะส่ังการปฏบิ ัติการรบผ่านระบบการบงั คับ
บญั ชาได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นการที่ข่าวสารการรบจะตอ้ งไหลผ่านระบบควบคุมโดยปราศจากการรบกวน
จากข้าศกึ ก็มีความจาเป็นเชน่ เดียวกนั ท้ังน้เี พราะว่าผลของการรบคร้ังแรกจะข้นึ อยู่กับความสามารถของเราที่
จะควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ต่อกาลงั ของเราและระบบอาวุธของเราไดเ้ พียงใด ลาดบั ความเร่งดว่ นแรกของการ
ยทุ ธ์ทางอิเล็กทรอนิกส์จะตอ้ งเป็นการชว่ ยเหลือการปฏิบัติทางยุทธวิธี , การปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์
ในทางรบั เพื่อปอ้ งกนั ระบบบังคบั บญั ชา และการควบคุมจะทาไดส้ าเร็จบางสว่ น โดยการหาท่ตี ั้งเคร่ืองรบกวน
ของข้าศึกเพ่ือทาลายโดยการป้องกันเครื่องส่งของฝ่ายเรามิให้ข้าศึกได้ข่าวกรองโดยการส่ือสารของเรา และ
ต้องยดึ มน่ั ต่อกรรมวธิ ีการรักษาความปลอดภยั ทางการสอ่ื สารอย่างเครง่ ครดั
๓.๒อาวุธสาคัญในสนามรบปกติ คือ ปืนใหญ่ และจรวด ขีดความสามารถของปืนใหญ่ข้าศึก
ดีกว่าทั้งอานาจการยิงและระยะ ดังน้ัน ความสาคัญลาดับที่สองของการยุทธทางอิเล็กทรอนิกส์ควรเป็นการ
เข้าตีต่อปืนใหญ่ข้าศึกและกาลังจรวด การยุทธทางอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดขีดความสามารถทางการสื่อสาร
ของจรวดข้าศกึ และปืนใหญ่ขา้ ศึก โดยการรบกวนและโดยการหาท่ีตั้งเคร่อื งมอื คน้ หาเป้าหมายของข้าศึกเพ่ือ
ทาลาย
๓.๓ ความสาคัญลาดับที่ ๓ควรเป็นการทาลาย หรือการลดความสามารถของข้าศึกท่ีจะขัดขวาง
หรือหน่วงเหนี่ยวการลาดตระเวนเฝ้าตรวจทางยุทธวิธี , การค้นหาเป้าหมาย , กาลังทางอากาศและการ
ปฏิบัติการยุทธส่งทางอากาศของฝ่ายเรา วตั ถุประสงค์ก็เพ่ือกาจัดการป้องกนั ทางอากาศของข้าศึก โดยการ
หาท่ีตง้ั ระบบการกาหนดเปา้ หมายของข้าศึก เปน็ ความรับผิดชอบร่วมระหว่าง ทบ./ทอ. แตก่ ารเข้าร่วมของ
ทบ. จะต้องมลี ักษณะเป็นการรุก เพือ่ ทีจ่ ะรกั ษาขดี ความสามารถของผู้บังคับบัญชาทจี่ ะเห็นสนามรบไวใ้ ห้ได้
๖-๑๑
๓.๔ความสาคัญลาดับท่ี 4ของการยทุ ธ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็คือ การทาลาย หรือการขัดขวางระบบ
ระบบสื่อสารของข้าศึก ถ้าข้าศึกถูกบังคับให้เปล่ียนแผนไปจากเดิมข้าศึกจะต้องพึ่งการส่ือสารทางยุทธวิธี
หลังจากบรรลุเป้าหมายขั้นต้นแล้ว ผู้บังคับบัญชาควรวางแผน และเตรียมที่จะปฏิบัติการขัดขวางข่ายการ
สื่อสารท่ีสาคัญ เพ่ือให้ได้เวลาหรือเสรีในการปฏิบัติ นอกจากน้ีการรบกวนจะช่วยความพยายามในการ
รวบรวมข่าวกรอง โดยการบังคับข้าศกึ ให้หนั เหไปจากการส่อื สารตามปกติตามธรรมดา เวลาเป็นส่ิงสาคัญและ
จะได้เปรียบอยู่ช่ัวระยะเวลาอนั สน้ั และตามปกตเิ ป้าหมายเหล่านจ้ี ะเป็นข่ายการสอื่ สารของกองพลหรือหนว่ ย
ทต่ี ่ากวา่ ในรูปขบวนแรก
๔. การประมาณการสงครามอเิ ล็กทรอนิกส์(EW Estimate)
๔.๑ กลา่ วทวั่ ไป
การประมาณการ EW ก็เหมือนกับการประมาณการท้ังหลาย คือ ออกแบบไวส้ าหรับช่วย ให้
นายทหารฝ่ายอานวยการหาหนทางปฏิบัติเพ่ือให้สาเร็จกิจเฉพาะ ดังน้ันจึงเป็นการให้มูลฐานการตกลงใจแก่
ผู้บังคับบัญชา การทาการประมาณการจะแล้วแต่เวลาและเหตุการณ์ตามท่ีอานวย อาจเป็นข้อเขียนหรือปาก
เปล่าขึ้นกับระดับการบังคับบัญชาหรือระดับหน่วยท่ีเกี่ยวข้องไม่ว่าจะทาด้วยวิธีใดก็มีวิธีการเป็นระบบด้วย
เหตผุ ล
เนื่องจากขอบเขตของ EW กว้างขวางจึงจาเป็นที่ผู้ประมาณการ EW จะต้องใช้ข่าวสาร
ข้อสรุป และขอ้ เสนอจากผู้ประมาณการทเี่ กีย่ วข้องอน่ื ๆ ในการวเิ คราะหป์ ัญหาของตน
ในการเตรียมทาการประมาณการ จาเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ
กิจกรรมฝ่ายอานวยการทางการขา่ วกรอง, ยุทธการและ ฝา่ ยส่อื สารอเิ ล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งไรกต็ ามผู้ประมาณการ
เทา่ นนั้ ทีร่ ับผิดชอบในเน้อื หาของการประมาณการ
ก่อนที่ทาการประมาณการ ผู้ประมาณการต้องพิสูจน์ทราบ (Identify) ขอบเขตเฉพาะ
(Specific boundaries) ซ่งึ จะทาการประมาณการนัน้
ในการปฏิบตั กิ าร EW ก็เชน่ เดยี วกับในการปฏิบัติการแบบอ่ืนๆ กล่าวคือ ไม่สามารถปฏิบตั ิได้
ทกุ สง่ิ ตลอดเวลาได้ ดงั นนั้ ผู้ประมาณการจะต้องระลึกถงึ ภารกิจ และการปฏิบัตติ ่างๆ ซึง่ จะส่งเสรมิ ความสาเร็จ
ในการภารกิจที่ดีที่สุด การพิจารณาน้ีมาได้จากัดอยู่แต่เพียงการใช้การ และการลวง แต่ต้องพิจารณาด้วยใน
เร่ืองข่าวกรอง (Intelligence)และมุมมองในเชงิ ป้องกัน(Protective aspects)ของ EW ในการวิเคราะห์ปัญหา
และการพฒั นาข้อเสนอ
๔.๒หวั ขอ้ การประมาณการ EW
๔.๒.๑ภารกิจ
(กลา่ วถึงภารกจิ EW กลา่ วเจาะจงเก่ยี วกับการปฏิบตั กิ ารทต่ี อ้ งสนับสนนุ )
ตวั อย่าง : ปฏิบัติการ EW เพ่ือสนับสนุนการเขา้ ตีของพล.ร.๒รอ. เพ่ือยึดเนิน ๓๒๒และเนิน
๓๐๕
๔.๒.๒สถานการณแ์ ละหนทางปฏิบตั ิ
ก. ข้อพจิ ารณาที่มีผลกระทบกระเทอื นตอ่ หนทางปฏบิ ตั ิที่เป็นไปได้
๑)ลกั ษณะของพนื้ ท่ีปฏบิ ัติการ
ก)ลมฟ้าอากาศ (Weather) ระบุสภาพต่างๆ ซึ่งมีผลกระทบกระเทือนต่อ
การใช้เคร่อื งมอื อิเล็กทรอนกิ ส์ เฉพาะอย่างยิ่งสภาพต่างๆ ซงึ่ จะส่งเสรมิ หรอื ลด (Degrade) การปฏบิ ัตกิ าร EW
ถ้าใช้การปฏิบัติบนอากาศจะต้องรวมสภาพต่างๆ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติไว้ด้วย วิเคราะห์
๖-๑๒
ความเร็วลม และทิศทางลมปกติ เรื่องนี้จะช่วยในการวางแผน การใช้ Rope chaff และเครื่องท่ีปล่อยทาง
อากาศอ่นื ๆ
ข) ภมู ปิ ระเทศ
(๑) ผลต่อการปฏิบัติการของข้าศึก (ระบุลักษณะภูมิประเทศซึ่งจาเป็น
ทสี่ ุดสาหรบั การใช้ EW Intercept ของขา้ ศึกและ ECM devices ระบลุ ักษณะภูมิประเทศ ที่จะกาบังการแพร่
คลื่นของข้าศึก, ระบุภูมิประเทศซ่ึงจะจากัดการวางกาลัง (Deployment) เครื่องมือ Electronic หรือ EW
Resources ของขา้ ศึกทั้งนข้ี ้ึนอยู่กบั ประเภทของ Mobility ของข้าศกึ )
(๒) ผลต่อการปฏิบัติของฝ่ายเรา (ทาการวิเคราะห์ภูมิประเทศ ซึ่งมี
ผลกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัตกิ ารของฝา่ ยเราในลกั ษณะเดียวกนั )
ข.สถานการณข์ ้าศึก
๑) ขีดความสามารถข้าศึก (หาหรือทาสมมุติฐานอย่างมีเหตุผลเก่ียวกับขีด
ความสามารถ การปฏิบัตกิ ารทาง EW ของข้าศึก, การรวบรวมข่าวสาร, การรบกวน และการลวงขา้ ศึก, ถ้าทา
ได้ให้ระบุ ECCM เทคนิคข้าศึก สามารถใช้ได้ผลของภูมิประเทศ อากาศ หรือสถานการณ์ทางยุทธวิธี เพ่งเล็ง
เป็นพิเศษเก่ียวกับระบบส่ือสารอิเล็กทรอนิกส์ เป็นการคุกคามที่สาคัญต่อภารกิจต้องการความรู้อย่างมาก
เกีย่ วกบั EOB ของข้าศกึ และหลกั นยิ มการใช้ (Employment doctrine) ของขา้ ศกึ
๒) กิจกรรมท่ีสาคัญ (ระบุหนทางปฏิบัติใดๆ หรือการปฏิบัติเม่ือเร็วๆ น้ี ซึ่งสะท้อน
ถึงขีดความสามารถหรือความไม่สามารถในการตอบโต้ต่อสถานการณ์แวดล้อมทาง EW ของข้าศึก พิจารณา
เป็นพิเศษเก่ียวกับระบบ CE หรือ EW ซึ่งจะเป็นการคกุ คามท่ีสาคัญตอ่ ภารกิจทส่ี าคัญเป็นพิเศษกค็ ือ ข้าศึกได้
ใช้ระบบเหลา่ นใ้ี นหว้ งเวลาทผี่ ่านมาเรว็ ๆ นีอ้ ย่างไร)
๓) ความล่อแหลมต่ออันตราย (ระบุจุดอ่อน เช่น ความขาดแคลนกาลังพล,
เคร่อื งมอื มจี ากัด” เทคนิคการปฏบิ ัติงาน เปน็ ต้น)
๔) หนทางปฏิบัตทิ ีข่ ้าศึกสามารถกระทาได้ (อาศัยมูลฐานจากขา่ วสารที่
วเิ คราะหข์ ้างตน้ , เลอื กหนทางปฏิบัตทิ ี่มีเหตผุ ลมากท่สี ุด ซึ่งขา้ ศกึ จะปฏิบตั ิตามนั้นมนั มีไม่มากกวา่ สมมุติฐานที่
สมเหตุผลเกี่ยวกับว่าข้าศึกจะใช้ Resources ของเขา้ อย่างไร หนทางปฏิบัติควรประกอบด้วย ขอ้ มลู ทเ่ี กยี่ วกับ
การใช้ลักษณะของ EW ทง้ั 3 ประการเช่นเดียวกบั ระบบ CE ท่เี ลอื ก ซงึ่ อาจมผี ลตอ่ ภารกจิ
ค. สถานการณ์ EW ของฝ่ายเรา
๑)ระบุขีดความสามารถ (Enumeration) (ระบุ EW Resources ของฝ่ายเรา ท่ี
สาคัญ, การจัด และขีดความสามารถโดยทั่วไป ณ จุดน้ีอาจต้องอ้างถึงระบบฝ่ายเราใดๆ ที่สาคัญต่อ
ความสาเร็จในภารกจิ )
๒) ความล่อแหลมต่ออันตราย (ระบุจุดอ่อนในขีดความสามารถทาง CE และ EW
ของฝ่ายเราหรือการใช้ซึง่ ข้าศกึ เอาไปใช้ประโยชน์ได้)
๓) อานาจกาลังรบเปรียบเทียบด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW Support Power)
หาความเท่าเทียมกันโดย การเปรียบเทียบขีดความสามารถของเครื่องมือฝ่ายเราและฝ่ายข้าศึก ข้อน้ีจะมี
มากกว่าการกล่าวซ้าถึงความล่อแหลมต่ออันตรายในเรื่องท่ีว่ามันชั่งน้าหนักความได้เปรียบต่างๆ โดยการวาง
กาลังและการใช้ระบบ SIGINT/EW ของแตล่ ะฝ่ายอยา่ งถกู ต้อง
๔) หนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา (เป็นคากล่าวถึงหนทางปฏิบัติที่สมเหตุผลท้ังสิ้น ซ่ึง
สธ.๓พจิ ารณา)
๔.๒.๓วิเคราะห์หนทางปฏิบัตขิ องท้ัง ๒ฝา่ ย (Analysis of proposed course of action) ด้วยการ
วิเคราะหผ์ ลทน่ี ่าจะเกิดขึ้นของแตล่ ะหนทางปฏิบตั ิ การวิเคราะห์อาจทาได้เป็น ๒ขน้ั ขน้ั แรกคนหาและกลา่ วถึง
๖-๑๓
อุปสรรค ซ่ึงจะมีผลต่อหนทางปฏิบัติท้ังหลายไม่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น การใช้เครื่องมือของข้าศึกอาจทาให้เกิด
ความยากลาบากอย่างมหันต์ต่อหนทางปฏิบัติอันใดอันหนึ่งท่ีใช้ การลวงทางการสื่อสาร (Communication
Deception) แต่อาจไม่เกิดปัญหาตอ่ หนทางปฏิบัติ ซ่ึงใช้การรบกวน (Jamming) ข้ันที่สอง ก็คือ วิเคราะห์แต่
ละหนทางปฏิบัตติ ่อความยากลาบากที่สาคัญแตล่ ะอัน เพ่ือหาจุดแข็งและจุดอ่อนท่มี ีในแตล่ ะหนทางปฏบิ ัติน้ัน
ตวั อยา่ งเช่น ลมฟา้ อากาศ, ภูมปิ ระเทศ หรอื ทรพั ยากร ทมี่ อี ยู่อาจมผี ลเทา่ ๆ กนั ต่อทกุ หนทางปฏิบัติท่เี ลอื ก
๔.๒.๔เปรียบเทียบหนทางปฏิบัติของฝ่ายเรา(เปรียบเทียบหนทางปฏิบัติในรูปของความได้เปรียบ
และความเสียเปรียบท่ีสาคัญหรือในรูปของข้อพิจารณาท่ีสาคัญซึ่งได้มาในระหว่างการวิเคราะห์ตัดสินใจว่า
หนทางปฏิบัติท่ีจะประกันตอ่ ความสาเร็จในภารกิจมากทส่ี ดุ )
๔.๒.๕ข้อเสนอแปลงหนทางปฏิบตั ิท่ีเลอื ก ๑หรอื หลายหนทางปฏิบัติให้มาเป็นข้อเสนอที่สมบรู ณ์โดย
ระบใุ คร, ทาอะไร, ที่ไหน, เม่อื ใด, อย่างไร และทาไม ตามความเหมาะสม
๕. ผนวก Electronic Warfare (EW)
๕.๑ผนวก EW ก็เหมือนกับผนวกอื่นๆ ที่ประกอบคาสั่งยุทธการ ผนวกนี้ก็เป็นแผนหรือคาสั่งการรบ
ผนวกนี้เกดิ จากผลของการวางแผนอยา่ งต่อเนื่อง และการประมาณการของฝ่ายอานวยการในเรื่อง ทรัพยากร
ในการทาสงครามอิเล็กทรอนิกส์และ สภาพแวดล้อมด้านแม่เหล็กไฟฟา้ เพ่ือสนับสนนุ ภารกิจทางยุทธวิธี
๕.๒. สธ.๓ของหน่วยบัญชาการท่ีได้รับการสนับสนุนมีความรับผิดชอบทางฝ่ายอานวยการหลกั ในการ
กากับดูแลการทาแผน EW เนื้อความ (Input) ท่ีเขียนลงในผนวกเหล่านี้ได้มาจากการประสานงานกับ สธ.๒,
สธ.๓ฝ่ายสอ่ื สาร และ ผบ.หน่วย EW ที่สนบั สนุน
๕.๓ผนวก EW จะให้รายละเอียดของภารกิจท่ีต้องกระทาโดยทรัพยากรหรือเครื่องมือสาหรับการทา
สงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่สนับสนุน เพื่อสนับสนุนหนทางปฏิบัติที่เลือก ซ่ึงตอนนี้จะเรียกเป็น ภารกิจด้าน
สงครามอเิ ล็กทรอนิกส์ (EW mission statement)
๖-๑๔
- ประเภทเอกสาร -
ชุดที่............ของ.............ชดุ
หนา้ ............ของ.............หน้า
กองบญั ชาการหนว่ ย
ทีต่ ง้ั
กลมุ่ วนั เวลา
ผนวก (สงครามอิเล็กทรอนิกส์) ประกอบคาสง่ั ยุทธการ
อา้ งถงึ :- อย่างน้อยท่ีสุดอ้างอิงถึงชุดแผนท่ีที่ใชเ้ พ่ือหาพิกัดท่ีใช้ในผนวก อ้างถึงประมาณการ EW (ถ้า
ได้รับอนุมัติและแจกจ่ายแล้ว และเอกสารอ่ืนใดท่ีต้องการเพื่อที่จะแสดงภาพท่ีชัดเจนของ
ผนวก ผู้เขียนควรระมัดระวัง อย่าระบุอ้างถึง ซ่ึงได้รับโดยมีการแจกจ่ายอย่างจากัด แต่มี
ความต้องการสาหรับใชป้ ฏิบัตขิ องคาส่ังยุทธการ ข่าวสารเชน่ นี้ต้องเขียนรวมไว้ในผนวกหรือ
อนุผนวกตา่ งๆ
๑. สถานการณ์
ก. กาลังฝา่ ยข้าศกึ
๑) ผนวก - (ข่าวกรอง) ประกอบคาสั่งยุทธการ - อ้างถึงผนวกข่าวกรองของแผนหรือคาสั่ง
ยุทธการเป็นเรอ่ื งธรรมดาทีต่ อ้ งการ ดังน้ันผู้รบั ก็สามารถอา้ งถงึ ผนวกนี้ สาหรับสถานการณ์ขา้ ศึกโดยทว่ั ไป
๒) ทาเนียบอิเล็กทรอนิกส์ของข้าศึก (Enemy EOB) อ้างถึงส่วนของแผนที่เหมาะสมหรือ
เอกสารอันเจาะจงซ่ึงมีรายละเอียดเก่ยี วกับทาเนียบกาลังรบทาง Electronic ของข้าศึก ตามปกติข้อมูล EOB
ของข้าศึกต้องมาจากหลายแหล่ง (Sources) ด้วยกัน ส่วนมากของข้อมูลเหล่าน้ีมีการแจกจ่ายอย่างจากัด
ดังน้ันสาหรับแผนหรือคาส่ังส่วนมากจึงมักคัดเอาข้อมูลล่าสุด จากแหล่งต่างๆ เหล่านี้มีการแจกจ่ายจากัด
ดังนั้นสาหรับแผนหรือคาส่ังส่วนมากจึงมักคัดเอาข้อมูลล่าสุดจากแหล่งต่างๆ เหล่านี้ และทาเป็นอนุผนวก
ประกอบผนวกนี้ โดยมีข้อมลู EOB ท่ีเกีย่ วข้อง หรือเข้ากับการปฏิบัติ พร้อมการประมาณการและการตกลงใจ
ของผบู้ ังคับบญั ชาจะให้มลู ฐานสาหรบั กาหนดวา่ รายการใดบ้างควรจะรวมเอาไว้ใน อนุผนวก EOB
๓) หัวข้อยอ่ ยต่อๆ ไป ควรรวมขา่ วสารเกี่ยวข้องในเร่ืองสถานการณ์ข้าศึกทีพ่ ัฒนาข้นึ ในการ
ประมาณการ EW เช่น ขดี ความสามารถท่สี าคัญ, กจิ กรรมเมอ่ื เรว็ ๆ นี้ และความล่อแหลมต่ออันตราย EW
ข. กาลงั ฝ่ายเรา
๑) ระบุช่ือหน่วย ซ่ึงบรรจุมอบหรือสมทบซ่ึงให้ขีดความสามารถทาง EW อันเจาะจงซ่ึงจะ
ช่วยตอ่ ความสาเร็จของแผน หน่วยต่างๆ ในระดับการบงั คบั บัญชาที่สูงกวา่ ควรจะกลา่ วไว้ด้วย ถา้ Resources
ของหน่วยเหล่านน้ั จะถกู ใชเ้ พือ่ ชว่ ยให้สาเร็จภารกิจ
๒) หน่วยแยกและหน่วยสมทบ การจัดเฉพาะกิจ คาส่ังยุทธการ - ถ้ามีการสมทบท่ีมี
รายละเอียด หรือต้องการมี Guidance สาหรบั หนว่ ยแยกมากกวา่ ที่ระบุไว้ในคาสั่งยทุ ธการ ตัวอยา่ งเชน่ คาสั่ง
ยุทธการระบุกองร้อยสนับสนุนโดยตรงที่อยู่ใน และดาเนินการภายใต้ Division Troops เพ่ือให้สาเร็จการ
ปฏิบัติอันเจาะจงก็แนะนาให้เอาขีดความสามารถอันเจาะจงออกจากหน่วยนี้และสมทบให้กับ กรม, กองพัน
๖-๑๕
หรือหน่วยกาลังเฉพาะกิจ ตามธรรดาเราต้องการให้คงความเป็นหน่วย (Unit integrity) เอาไว้ อย่างไรก็ตาม
หากไมส่ ามารถทาไดค้ วรระบุสายการบงั คบั บัญชาไวใ้ ห้ชัดเจน
๓) ข้อย่อยต่อไปควรระบุข่าวสารเก่ียวข้องในเร่ืองขีดความสามารถที่สาคัญ และความ
ล่อแหลมต่ออันตรายของการปฏิบัตกิ าร EW และ C-E ของฝ่ายเรา นอกจากนี้ขา่ วสารท่ีเกย่ี วกับการปฏิบัติการ
EW ของเหล่าทัพอ่นื หรอื หนว่ ยอ่ืนๆ ซ่ึงมผี ลต่อการปฏิบตั กิ ารของเราอาจระบไุ ว้ดว้ ย
๒. ภารกจิ
ควรระบุคากลา่ วภารกจิ อนั เจาะจง คากลา่ วทว่ั ไป เชน่ "ปฏิบัติ EW เพอื่ สนบั สนุนการยทุ ธการของกอง
พล" ควรหลีกเลี่ยงจากผลของการประมาณการท่ีสมบูรณ์และการตกลงใจของผู้บังคับบัญชาสามารถพัฒนาคา
กลา่ วภารกิจที่คอ่ นข้างสน้ั แต่สมบรู ณ์ ซ่ึงระบุถึงเป้าหมายทต่ี อ้ งการทง้ั ส้นิ ของการปฏิบัติ EW
๓. การปฏบิ ตั ิ
ก. แนวความคิดในการปฏิบัติการ คากล่าวทั่วไปว่าอะไรที่ต้องการทาได้สาเร็จ ตัวอย่าง "จะใช้
ทรัพยากรดา้ นสงครามอิเลก็ ทรอนิกส์เพื่อลดขดี ความสามารถการตอ่ ต้าน (ตอบโต้) อาวุธยงิ สนับสนุนของขา้ ศึก
, ทาให้การใชก้ องหนุนลา่ ช้าลง และ ลดคณุ ภาพข่ายการควบคมุ บังคับบญั ชาของข้าศกึ ที่เลอื กไว้”
ข้อย่อยต่อๆไปภายใต้ข้อแนวความคิดการปฏิบัติ ควรระบุแนวทาง (Guidance) เกี่ยวกับว่า
ต้องการทาให้สาเร็จในเรื่องอะไรในแต่ละลักษณะของลักษณะตามพันธกิจท้ังสามของ EW เพ่ือให้มีความ
กระจ่างแจ้ง อาจแยกออกเป็นหัวข้อย่อย ๒ข้อ คือเก่ียวกับการส่ือสาร(Communication) และ ท่ีมิใช่การ
สอ่ื สาร (Non Communication)
๑) การสนับสนุนการข่าวกรอง ถ้ามี Sop ท่ีเกี่ยวกับว่าข้อมูลข่าวกรองทางรวบรวมและ
รายงานอย่างไร ก็ควรอ้าง Sop น้ัน ถ้าไม่มี Sop เลยหรือต้องการคาแนะนาเพ่ิมเติมสาหรับการปฏิบัติการ
เฉพาะเหล่านี้ ก็ควรรวมเอาแนวความคดิ ว่าข้อมูลถูกรวบรวมรายงานอย่างไรเข้าไว้ด้วย ควรจะเขยี นลักษณะ
ทกุ อนั ของ ESM ไว้ในข้อน้ดี ้วย
๒) ECM : ใหร้ ะบุไว้ว่าจะสาเรจ็ อะไรถ้าใช้ ECM ควรแยกออกไปเป็นการก่อกวน(Jamming),
การลวงเลยี น (Imitative deception)และ การลวงเล่ห์ (Manipulative deception)
๓) ECCM :อ้างส่วนท่ีเก่ียวข้องของ รปจ. หรือคาสั่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับนโยบาย ECCMและ
กรรมวิธี ระบุข้อพิจารณาพิเศษใด ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติท่ีกาลังจะทา (ข้อย่อยต่อไป ภายใต้ข้อปฏิบัติจะ
ประกอบดว้ ย คาแนะนาเฉพาะเจาะจงแกห่ น่วยรองตา่ ง ๆ เก่ียวกบั ความสาเร็จในภารกิจ EW) ตัวอยา่ งเชน่
ก)ร.๒๐๑
ข)ร.๒๐๒
ค)ร.๒๐๓
ง.) ฉก.ราชสีห์
จ)ขอ้ ย่อยสุดทา้ ยภายใตข้ ้อการปฏบิ ัติ จะเป็นคาแนะนาการประสานงาน ซงึ่ สามารถ
ใช้ได้กบั หน่วยตา่ งๆ ทุกหนว่ ย
๔. การบริการสนับสนนุ (Service support)
ก. คาสั่งธุรการ/ส่งกาลังบารุง: อ้างถึงเอกสารที่เหมาะสมก็เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เน่ืองจาก
ทรัพยากรดา้ นสงครามอิเล็กทรอนิกส์บางประการอาจไม่ใช้องค์ประกอบหรือหน่วย ในอัตราถาวรของกองพล
จงึ ต้องระบุความต้องการหรือขอ้ พจิ ารณาพเิ ศษใดๆ ไวด้ ้วย
๖-๑๖
ข. ยุทโธปกรณ์ และบริการ (Material and service) เปน็ เช่นเดยี วกบั ขอ้ ๔ก.ขา้ งต้น
๕. การบังคบั บญั ชาและการส่ือสาร
ก. การสอ่ื สาร : อ้างถึงรายการ นปส.ท่ีเหมาะสมปกติก็เพียงพอ อาจรวมความต้องการพิเศษใด ๆ ไว้
ดว้ ยก็ได้
ข. การบังคับบัญชา ท่ีตัง้ ของหน่วยบัญชาการทีท่ าคาส่ังน้ันอาจต้องการรวมทั้งที่ต้ังหน่วยสาคัญต่าง ๆ
ท่เี ก่ยี วกับการปฏิบตั ิการ EW ไวด้ ้วย
ตอบรับ
(ลงชื่อ)
(.........................................)
ผบ.ส.พล....................
สาเนาถกู ต้อง
ลงชอ่ื
สธ.๓
อนุผนวก : ควรใช้อนุผนวกเพ่ือให้แนวทางท่ีลึกซึ้งไปอีกใน Areas โดยเฉพาะท่ีเกี่ยวอย่างน้อยท่ีสุดควร
พิจารณาอนผุ นวกต่อไปนี้
๑. EOB ของขา้ ศึก (Enemy EOB)
๒. การสนบั สนุนการขา่ วกรอง (Intelligence support)
๓. มาตรการตอ่ ตา้ นทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ (ECM)
๔. มาตรการตอ่ ต้านตอบโต้ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (ECCM)
๕.คาขอใหม้ กี ารสนบั สนุนทาง EW
๖.รายงานการก่อกวน (MIJI)
๖-๑๗
ตัวอยา่ ง ผนวก EW ประกอบแผนยุทธการ
ชุดท.่ี ...........ของ..............ชุด
หนา้ ............ของ..............หนา้
พล.ร.๒๐
๑๗เม.ย.๓๗
สธ.๔๑
ผนวก ฉ. (สงครามอิเล็กทรอนิกส์) ประกอบแผนยุทธการที่ ๑
อ้างถงึ แผนทปี่ ระเทศไทย ระวาง................
๑. สถานการณ์
ก. กาลงั ฝา่ ยขา้ ศึก
๑) กองพลที่ ๗๕, ๗๖, ๗๗ของประเทศแดงซ่งึ อยู่บริเวณด้านตะวนั ออกของประเทศนา้ เงิน มี
แผนที่จะเข้าตี พล.ร.๒๐ซ่ึงเป็นท่ีคาดกันว่าเส้นทางเข้าตีหลักของฝ่ายข้าศึกจะอยู่บริเวณเขตรับผิดชอบของ
พล.ร.๒๐ (ผนวก ก. (ข่าวกรอง))ประกอบแผนยุทธการที่ ๑
๒) ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของฝ่ายข้าศึก หน่วย พล.ร.๗๕ จะวางกาลังเต็มอัตรารวมทั้งระบบ
อาวุธควบคุมด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ท่ีทันสมัย ระยะเรดาห์ของข้าศึกจะสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมี
ประสิทธิภาพเช่ือมต่อกับระบบอาวุธพิเศษ ของกาลังเขา้ ตีแต่ละระลอก ระบบวิทยุจะมีทง้ั แบบ HF, VHF และ
UHF สามารถปฏิบัติได้ทั้งแบบการสื่อสารช่องเดียว และหลายช่องการสื่อสาร นอกจากน้ัน ยังมีลักษณะการ
ปรุงคล่นื หลายแบบอีกดว้ ยเชน่ กนั
ข. กาลงั ฝา่ ยเรา
๑) ทภ.๑จะเป็นหน่วยเร่มิ ตน้ ทาลายระบบ ปภอ.ของข้าศึก เพอ่ื อานวยความสะดวกให้แกก่ าร
สนบั สนุนและการปฏิบัติการทางอากาศของฝ่ายเรา
๒) ส.พัน.๒๐๑และ ส.พัน.๒๐๒จะขยายขดี ความสามารถในดา้ นการสงคราม
อเิ ล็กทรอนิกสข์ อง พล.ร.๒๐ตามลาดบั ความเร่งด่วน
ค. หนว่ ยสมทบและหนว่ ยแยกร้อย ปสอ.ทบ.ขึน้ สมทบ ตัง้ วัน ว.-๕
ง. สมมุตฐิ าน
๑) แผนยทุ ธการท่ี ๑
๒) ในขั้นแรกฝ่ายข้าศึกจะปฏิบัติการ โดยใช้เคร่ืองมือที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์แต่
น้อยท่ีสุด จากน้ันก็จะเพิ่มการใช้จนถึงขั้นเต็มอัตรา ตามแผนการรุกประกอบกับสถานการณ์ทางยุทธวิธีท่ี
เปลี่ยนไปอนั เนอ่ื งมาจากการตอบโตข้ อง พล.ร.๒๐
๓) ฝ่ายข้าศึก จะใช้เครื่องมือท่ีควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามความถี่ ซึ่งคาบเก่ียวกับ
ความถท่ี ่ีใช้ โดย พล.ร.๒๐อนั จะสง่ ผลให้เป็นการจากัดการจดั สรรความถ่ี ของฝ่ายเรา ตามระบบ C3I
๖-๑๘
๔) การสื่อสารของฝ่ายเรา อาจจะได้รบั ความเสียหายและลดประสิทธิภาพการใช้งานเปน็ ช่วง
ระยะเวลายาวนาน อันเน่อื งมาจากการก่อกวนและยิงปืนใหญ่ ซึ่งเปน็ อุปสรรคสาคัญท่ีจะลดประสิทธิภาพการ
ใช้งานมัชฌมิ ของฝ่ายเรา
๒. ภารกจิ
พล.ร.๒๐ปฏิบัตกิ ารสงครามอิเลก็ ทรอนกิ สท์ ้ังเชงิ รบั และเชงิ รกุ ตาม วนั ว. เวลา น. ในพ้ืนที่รับผดิ ชอบ
ท้งั นีเ้ พื่อดารงไวซ้ ่ึงการใช้แถบความถ่ขี องฝ่ายเรา และลดประสทิ ธิภาพการใช้แถบความถ่ขี อง พล.ร.๗๕ (ขศ.)
๓. การปฏบิ ัติ
ก. แนวความคิดในการปฏิบัติตามแผนยุทธการที่ ๑ภารกิจในด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ของ พล.ร.
๒๐จะมี ๒ลักษณะ อันดับแรกได้แก่ การป้องกันระบบ C3I ของกองพลดาเนินการลดการรบกวนทาง
อิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่จงใจให้น้อยที่สุด ภารกิจที่สอง ได้แก่ ทาลายระบบ C3I ของฝ่ายข้าศึก ด้วยการ
ปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ โดยมุ่งเป้าหมายไปท่ีหน่วยระดับกรม และกรมไปกองพัน ในพ้ืนท่ีอิทธิพล
ของข้าศึก ในการน้ี พล.ร.๒๐ต้องอานวยการปฏิบัติภารกิจ ESM ในพ้ืนท่ีท่ีน่าสนใจ เพื่อนาข้อมูลมาใช้
ประโยชน์ในดา้ น ECM
๑) การปฏิบัติการสงครามอเิ ล็กทรอนิกส์เชิงรับ
ก) ผบ.ส.พล จะต้องประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดเก่ียวกับมาตรการควบคุมการ
แพรก่ ระจายคล่นื
ข) จะตอ้ งจัดให้มชี อ่ งการส่ือสารเร่งด่วน ซ่ึงจะตอ้ งออกแบบใหส้ ามารถประสานการ
ปฏิบัตไิ ด้อย่างรวดเร็วระหวา่ งการรายงาน MIJI, การคน้ หาทศิ และส่วนยงิ เพอ่ื ทาลายระบบ EW ของขา้ ศึก
ค) ความถี่ในระบบ C3I จะต้องจัดสรรตามลาดับความเร่งด่วนดังนี้ ผู้บังคับบัญชา
,ส่วนอานวยการยิง, ส่วนข่าวกรอง, ส่วนส่งกาลังบารุง และผู้ใช้อ่ืนๆ ซึ่งความถี่ของแต่ละส่วนจะจัดลาดับให้
สมั พนั ธก์ บั ความเร่งดว่ นทางยทุ ธวธิ ี ทสี่ ่วนน้ันๆ ตอ้ งปฏบิ ัตติ ามแผนยทุ ธการที่ 1 ทง้ั นเ้ี พ่ือเป็นการอานวยความ
สะดวกในการจัดสรรความถ่ีภายในหน่วยตา่ งๆ ตามลาดบั ความเรง่ ด่วน โดยเรม่ิ จากระบบ C3I ของ ร.๒๐๑และ
ร.๒๐๒ตามลาดับ
ง) การรบกวนโดยไม่จงใจจากระบบ C3I ของฝ่ายข้าศึกสามารถลดลงได้ด้วยการ
ตรวจสอบรายงาน MIJI
จ) เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการก่อกวน จะตอ้ งสามารถปอ้ งกนั ระบบ C3I ของฝ่ายเราให้พ้น
จากมาตรการ ESM ของขา้ ศกึ และจะต้องออกอากาศด้วยกาลงั สง่ สงู เพือ่ เอาชนะมาตรการ ECM ของขา้ ศกึ
๒) ขน้ั การดาเนินการสงครามอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ก) ข้ันท่ี ๑ก่อนที่จะเร่ิมปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งกันและกัน บรรดา
เคร่ืองมือ ESM และ ECM รวมทั้งหน่วยต่างๆ หน่วยสมทบ และหน่วยสนับสนุนทาง ESM และ ELINT เพ่ือ
รวบรวมข้อมูลด้านอิเล็กทรอนิกส์ของข้าศึก ตามอนุผนวก ๑ (EOB) ความเรง่ ด่วน ของมาตรการ ESM จะมุ่ง
ตรงไปทร่ี ะบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ของขา้ ศึก ในหน่วยระดบั กองพัน และกรม ทอี่ ยู่ในเขตรับผิดชอบของ ร.๒๐๑เพ่ือ
นามาเป็นข้อมูลในการปฏิบัติการ ECM ตอ่ ไป
๖-๑๙
ข) ข้ันท่ี ๒ การก่อกวนจะดาเนินการเพื่อทาลายระบบ C3I ของข้าศึกตามความ
เรง่ ด่วนท่ีกาหนดไวใ้ นบญั ชีรายชอ่ื ในอนุผนวก ๒ (Electronic Combat Target List) สว่ นการปฏิบัตสิ งคราม
อิเล็กทรอนิกส์จะดาเนินการตามลาดับความเร่งด่วนดังนี้ เพ่ือสนับสนุนการปฏิบัติการ EW เชิงรับต่อระบบ
REC ของข้าศึก สนับสนนุ ภารกิจของ ทภ.1 และทาลายระบบ C3I ของข้าศึก ในพ้นื ทขี่ อง ร.๒๐๑
ข. ร.๒๐๑
๑) สนบั สนุนภารกจิ ESM/ECM ภายใต้การอานวยการของส่วนสนบั สนุนศูนยป์ ฏบิ ตั กิ าร
ทางยุทธวิธี
๒) จัดให้มีชอ่ งการสอ่ื สารตอบโตเ้ ร่งด่วนใน LOOP ของรายงาน MIJI โดยใชเ้ ครื่องมือ
หาทศิ และเคร่อื งมอื ยงิ ทาลาย
ค. ร.๒๐๒ เชน่ เดียวกับขอ้ ข.
ง. ร.๒๐๓เช่นเดียวกบั ข้อ ข.
จ. ป.๒๐
๑) แผนยทุ ธการที่ ๑
๒) เตรยี มแผนการยิง ไปยังทต่ี ง้ั เครือ่ งมอื หาทศิ และก่อกวนของขา้ ศึก
ฉ. ร้อย บ.พล.ร.๒๐จดั เครื่องบิน L-19 จานวน ๒เคร่ืองทุกวันให้แก่ พัน.ขกท.เพ่ือใช้ในการดักรบั ทาง
อากาศและการกอ่ กวนโดย พัน.ขกท. จะตดิ ตัง้ และปฏบิ ตั ิงานเครอื่ งมอื ESM/ECM
ช. ส.พนั .๒๐
๑) ประสานการปฏิบัติกับ พล.ร.๒๐ เก่ียวกับการควบคุมการแพรก่ ระจายคลืน่
๒) เตรียมจัดสรรทรัพยากรของกองพล ท้ังกาลังพล, เคร่ืองมือ และความถี่โดยประสานการ
ปฏิบตั กิ ับ สธ.๔และ ทก. ของกองพล เพ่อื ชว่ ยเหลือภารกิจ EW เชงิ รับและเชิงรกุ
๓) ช่วยเหลือกองพลในการปฏบิ ัติการลวงทางยทุ ธวิธี
ซ. คาแนะนาในการประสานงาน
๑) ผบ.ส.พัน.๒๐จะต้องประสานการปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์เชิงรับโดยตรงกบั ทก.
กองพล และ ทก. ของกองพลตอ้ งประสานกบั ผบ.ส.พัน.๒๐เกย่ี วกับมาตรการ EW เชิงรกุ
๒) ระเบียบในการควบคุมขั้นตอนการปฏิบัติ ECM จะนามาใช้ในการปฏิบัติข้ันที่ ๒การ
ควบคมุ ข้นั ตอนการปฏิบัตกิ ารเกี่ยวกับความเร่งดว่ นของภารกิจ EW ตามทร่ี ะบุไวใ้ นแผนปฏิบัติการสือ่ สารของ
กองพล
๓) การลดปัญหาในการก่อกวน จะจากัดให้ ๑สถานีทาการก่อกวนต่อเป้าหมายได้ไม่เกิน ๓
แห่ง และใช้เวลาในการก่อกวนเป้าหมายได้สูง ๓๐นาที จะต้องไม่ปฏิบัติการก่อกวนภายในระยะทาง ๑
กโิ ลเมตร จากจุดกองพนั ฝา่ ยเดยี วกันหรอื จากที่บัญชาการหน่วยท่ีสูงกวา่
๔. การชว่ ยรบ
ก. จะตอ้ งรายงานสถานภาพทรพั ยากรด้าน EW ให้แก่ ทก.หลักและ ทก.ยว. พล.ร.๒๐
ข. คาสั่งการชว่ ยรบของ พล.ร.๒๐
๕. การบังคบั บญั ชาและการส่ือสาร
ก. ทก.พล.(หลกั ) อยูท่ ่พี ิกดั ........... และ ทก.ยว. อยทู่ ่พี กิ ัด..............
ข. การสื่อสาร ผนวก การสอื่ สารประกอบแผนยทุ ธการที่ ๑
(๑) นปส.ปจั จุบันมีผลบังคับใช้
๖-๒๐
(๒) อนผุ นวก......... (บัญชคี วามถต่ี ้องห้าม)
พล.ต.หา้ วเหีย้ มหาญ
(ห้าวเห้ียมหาญ)
ผบ.พล.ร.๒๐
อนผุ นวก : 1. แผน่ บริวารทาเนยี บกาลังรบทางอิเลก็ ทรอกนกิ ส์ขา้ ศกึ
2. บัญชเี ปา้ หมายทาง EW
3. ตารางการก่อกวน
4. บญั ชคี วามถ่ีต้องหา้ ม
การแจกจา่ ย..............
----////----