SCIENCE
การดารงชวี ติ ของพชื
ชุดกิจกรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
เรือ่ ง การดารงชีวิตของพชื
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1
ระบบลาเลยี งของพืช
อรณี จิตรแกว้
โรงเรยี นวัดนานอน
สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1
SCIENCE
การดารงชวี ติ ของพืช
ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
เรอ่ื ง การดารงชวี ิตของพืช
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1
ระบบลาเลียงของพืช
อรณี จติ รแกว้
โรงเรียนวดั นานอน
สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษาตรงั เขต 1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่อง การดารงชีวิตของพืช ชุดที่ 2 ระบบ
ลาเลียงของพืช จัดทาขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนรายวิชาวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ว21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน ส่งเสริมการ
เรียนร้ดู ว้ ยตนเอง เป็นการจัดกระบวนการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ และยัง
ปลูกฝังคุณลักษณะอันพึงประสงค์ท่ีดีให้แก่ผู้เรียน เพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ โดยจัดสอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดนานอน พุทธศักราช
2564 ผเู้ รยี นสามารถเกดิ การเรยี นรู้ที่คงทน เพอ่ื พัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน และสรา้ ง
เจตคติที่ดีตอ่ การเรยี นวทิ ยาศาสตร์
ผู้จัดทาขอขอบคุณผู้เก่ียวข้องทุกท่านที่ให้คาปรึกษาแนะนาในการปรับปรุง
ตรวจสอบและ แกไ้ ข จนไดช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ที่มีประสิทธิภาพ เป็นประโยชน์ต่อการจัด
กิจกรรมการเรียนการสอน หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เรื่อง
การดารงชีวิตของพืช ชุดนี้ จะเป็นประโยชน์สาหรับนักเรียน และครูผู้สอนในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนผู้สนใจในการนาไปพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้อย่าง
เป็นระบบและมีประสทิ ธิภาพต่อไป
อรณี จิตรแก้ว
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพชื
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
คาช้ีแจงในการใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ การดารงชวี ิตของพชื 1
คาชีแ้ จงสาหรบั ครผู ูส้ อน 2
คาชี้แจงสาหรบั นกั เรียน 3
มาตรฐานการเรยี นรู้ 4
สาระสาคญั 5
สาระการเรยี นรู้ 5
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 6
กิจกรรมการเรียนรู้ 7
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น : ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพืช 8
ใบกจิ กรรมที่ 1 : ลบั สมอง ทดลองวทิ ย์ เรอื่ ง ขนรากมีลกั ษณะอยา่ งไร 11
ใบความรทู้ ี่ 1 : อา่ นเพ่ิม เติมความรู้ เรื่อง ขนราก 16
ใบกิจกรรมท่ี 2 : ลบั สมอง ทดลองวทิ ย์ เร่อื ง ทอ่ ลาเลียงน้าของพชื 18
ใบความรทู้ ี่ 2 : อ่านเพม่ิ เติมความรู้ เร่อื ง โครงสรา้ งและการทางานของระบบ 26
ลาเลียงของพชื
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
ใบกจิ กรรมที่ 3 : ทบทวน ชวนคดิ เรอื่ ง ระบบลาเลียงของพืช 45
ใบกจิ กรรมท่ี 4 : ลบั สมอง ทดลองวิทย์ เร่อื ง เซลลค์ มุ ของใบ 48
ใบความรู้ที่ 3 : อ่านเพม่ิ เตมิ ความรู้ เร่อื ง การคายนา้ ของพืช 54
ใบกจิ กรรมที่ 5 : ทบทวน ชวนคดิ เรอื่ ง การคายนา้ ของพืช 58
แบบทดสอบหลงั เรยี น : ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 60
กระดาษคาตอบแบบทดสอบก่อน-หลังเรยี น 63
บรรณานกุ รม 64
ภาคผนวก 66
67
เฉลยแบบทดสอบ 68
แนวการตอบกจิ กรรม
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การดารงชีวิตของพืช กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ประกอบด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้จานวน
4 ชดุ ดงั น้ี
ชดุ ท่ี 1 เร่อื ง กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ชดุ ท่ี 2 เรือ่ ง ระบบลาเลียงของพืช
ชุดที่ 3 เร่ือง กระบวนการสืบพนั ธข์ุ องพชื
ชดุ ท่ี 4 เรือ่ ง เทคโนโลยชี ีวภาพสาหรบั พชื
2. ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ิตของพืช แต่ละชุด
ประกอบด้วยส่วนประกอบต่าง ๆ ตามลาดับ ดังน้ี
2.1 คาชี้แจงเก่ียวกับชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชีวิต
ของพชื
2.2 คาชี้แจงสาหรบั ครผู ู้สอน
2.3 คาชแ้ี จงสาหรับนักเรยี น
2.4 มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วัด
2.5 สาระการเรียนรู้
2.6 จุดประสงค์การเรียนรู้
2.7 กิจกรรมการเรียนรู้
2.8 แบบทดสอบกอ่ นเรียน
2.9 ใบความรู้และใบกิจกรรม
2.10 แบบทดสอบหลังเรยี น
2.11 บรรณานุกรม
2.12 ภาคผนวก
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 1
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
1. ชดุ กิจกรรมชดุ นคี้ ือ ชดุ กิจกรรมการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ิตของพืช
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช ใช้เป็นส่ือการเรียนรู้ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้
ท่ี 4-6 ในคู่มือการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 การ
ดารงชีวิตของพืช เนื้อหาประกอบด้วยเรื่องระบบลาเลียงน้าและแร่ธาตุ และระบบลาเลียง
อาหารของพชื
2. ครคู วรใช้ คือ ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื ชุดนี้
รว่ มกับ คู่มอื การจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชีวติ
ของพชื กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 ซึ่งได้กาหนด
แนวทาง รวมทง้ั การจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู้ ายชวั่ โมงไว้อย่างมีลาดับข้นั ตอน
3. ครูควรศึกษาคาชี้แจงในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การ
ดารงชีวติ ของพืช ใหเ้ ขา้ ใจกอ่ นจัดกจิ กรรม
4. ครูตอ้ งชแ้ี จงขน้ั ตอนการเรยี นโดยชดุ กจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง
การดารงชวี ติ ของพืช ให้นักเรยี นทกุ คนเขา้ ใจก่อนดาเนนิ กจิ กรรมตา่ ง ๆ
5. ก่อนและหลังให้นักเรียนศึกษาโดย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง
การดารงชีวิตของพืช ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช ให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
และหลังเรียน จานวน 10 ข้อ
6. ครูควรแนะนาเพิ่มเติมให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมทั้งในและนอกเวลาเรียน จะ
ช่วยให้ผเู้ รยี นมที กั ษะและความรู้ความเข้าใจมากยง่ิ ข้ึน
7. ในบางกิจกรรมครูผสู้ อนจาเป็นตอ้ งเตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ล่วงหน้าสาหรับการทดลอง
8. แนวการตอบกจิ กรรมเปน็ เพยี งตวั อยา่ งหนงึ่ ในการประเมนิ ผลการทากจิ กรรมของ
ผเู้ รยี น สามารถเพมิ่ เติมหรอื ปรับเปลี่ยนใหเ้ หมาะสมกับบริบทในชั้นเรียน ตามดุลยพินิจของ
ครผู ้สู อน
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพืช 2
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
1. ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ิตของพชื เลม่ น้เี ปน็
ชดุ กจิ กรรมชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพชื เป็นชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เกีย่ วกบั
เรือ่ งระบบลาเลยี งนา้ และแรธ่ าตุ และระบบลาเลยี งอาหารของพืช
2. ข้นั ตอนการใช้ชุดกจิ กรรม
2.1 ศกึ ษามาตรฐาน/ตัวชีว้ ัดและจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
2.2 ทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จานวน 10 ข้อ
2.3 ศึกษาใบความรแู้ ละปฏิบัติกจิ กรรมในชุดกิจกรรม 1-4 ตามลาดับ
2.4 ทาแบบทดสอบหลังเรียน จานวน 10 ข้อ
3. นกั เรียนศึกษาโดยใช้ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การ
ดารงชวี ติ ของพชื กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
ดว้ ยความซอ่ื สตั ย์และมีความรับผิดชอบ
4. นักเรียนให้ความร่วมมอื ในการจัดการเรียนรู้ การปฏบิ ตั งิ านกลมุ่ การ
แสดงความคดิ เหน็ ดว้ ยความเต็มใจ
5. นักเรียนใชแ้ ละเก็บรกั ษาชุดกิจกรรมเลม่ นีด้ ้วยความระมัดระวงั ไม่ทา
สูญหาย หรือเสยี หายในระหวา่ งการเรยี น
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพชื 3
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ดั
สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องสงิ่ มีชวี ติ หนว่ ยพ้นื ฐานของสงิ่ มีชวี ติ การลาเลียงสารผา่ น
เซลลค์ วามสมั พันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางาน
สัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีทางาน
สัมพันธ์กนั รวมทัง้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ตัวช้วี ดั
ว 1.2 ม.1/9 บรรยายลกั ษณะและหนา้ ทขี่ องไซเล็มและ โฟลเอ็ม
ว 1.2 ม.1/10 เขียนแผนภาพทบี่ รรยายทศิ ทางการลาเลียงสารในไซเลม็ และโฟลเอ็มของพชื
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช 4
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
สาระสาคญั
พืชมีระบบลาเลียงเพื่อใช้ลาเลียงน้า แร่ธาตุต่างๆ และอาหารจากดินไปสู่ส่วน
ต่างๆของพืช โดยโครงสร้างที่พืชใช้ในการลาเลียงน้ีเรียกว่า เน้ือเย่ือลาเลียง โดยเนื้อเยื่อ
ลาเลียงเชื่อมต่อกันตลอดทั้งลาต้นของพืช เนื้อเย่ือลาเลียงแบ่งเป็น 2 ท่อลาเลียงได้แก่
ท่อลาเลียงน้าและแร่ธาตุ เรียกว่า ไซเล็ม (Xylem) ใช้ลาเลียงน้าและแร่ธาตุเล้ียงลาต้น
เมื่อพืชสร้างอาหารแล้วลาเลียงไปสู่ส่วนต่างๆของพืชโดยอาศัยท่อลาเลียงอาหาร เรียกว่า
โฟลเอ็ม (Phloem) โดยระบบการลาเลียงน้าและอาหารแตกต่างกันระหว่างพืชใบเล้ียง
เดย่ี วและพืชใบเล้ยี งคู่
การคายน้า (Transpiration) เป็นการแพร่ของนา้ ในสถานะแก๊สออกจากใบของ
พชื โดยผ่านทางปากใบ (Stoma) โดยท่ัวไปปากใบปิดเวลากลางคืนและเปิดในเวลากลางวัน
การคายนา้ มคี วามสาคัญต่อพืชในการลาเลียงน้าของพืช
สาระการเรยี นรู้
โครงสรา้ งของระบบลาเลียงนา้ -แร่ธาตุ และอาหารของพชื
เนือ้ เยื่อลาเลยี งในพืชใบเลีย้ งเด่ียวและพชื ใบเลยี้ งคู่
การทางานของระบบระบบลาเลยี งน้า-แรธ่ าตุ และอาหารของพืช
การคายน้าและปจั จัยท่มี ีผลต่อการคายน้าของพืช
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพชื 5
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายกลมุ่ เซลลท์ ่เี กีย่ วขอ้ งกบั การลาเลยี งนา้ แรธ่ าตุและอาหารของพืชได้
2. อธิบายโครงสร้างที่เก่ียวกบั ระบบลาเลียงน้า แรธ่ าตแุ ละอาหารของพืชได้
3. บอกความแตกตา่ งของการจดั เรยี งตวั ของทอ่ ลาเลียงในพชื ใบเลยี้ งเดี่ยวและ
พืชใบเลยี้ งค่ไู ด้
4. อธบิ ายผลของการคายนา้ ทมี่ ีต่อการลาเลียงนา้ ของพชื ได้
5. ระบปุ จั จัยทมี่ ีผลตอ่ การคายน้าของพชื ได้
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ทดลองและอธิบายลกั ษณะของขนรากได้
2. ทดลองเพือ่ ศึกษาการลาเลียงน้าของพชื ได้
3. ทดลองและอธิบายกลุ่มเซลลท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การลาเลยี งน้าของพืชได้
4. ทดลองและอธิบายลักษณะของเซลลค์ ุมและปากใบของพชื ได้
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 6
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชีวิตของพืช ชุดที่ 2 ระบบ
ลาลียงของพืช กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีกิจกรรม
การเรียนรู้ ดงั นี้
กจิ กรรมที่ 1 : ลบั สมอง ทดลองวทิ ย์ เรือ่ ง ขนรากมีลักษณะอย่างไร
ใบความร้ทู ่ี 1 : อา่ นเพมิ่ เตมิ ความรู้ เรือ่ ง ขนราก
กจิ กรรมที่ 2 : ลบั สมอง ทดลองวทิ ย์ เรื่อง ทอ่ ลาเลยี งน้าของพืช
ใบความรู้ที่ 2 : อา่ นเพิ่ม เตมิ ความรู้ เร่อื ง โครงสรา้ งและการทางานของ
ระบบลาเลียงของพชื
กจิ กรรมท่ี 3 : ทบทวน ชวนคดิ เรอ่ื ง ระบบลาเลยี งของพชื
กิจกรรมที่ 4 : ลบั สมอง ทดลองวิทย์ เรื่อง เซลลค์ มุ และปากใบของพชื
ใบความรู้ท่ี 3 : การคายน้าของพชื
กจิ กรรมท่ี 5 : ทบทวน ชวนคดิ เรอ่ื ง การคายน้าของพืช
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 7
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพชื
คาชแี้ จง 1. แบบทดสอบนเ้ี ปน็ แบบทดสอบปรนัย 4 ตวั เลอื ก
2. แบบทดสอบนี้มีทง้ั หมด 10 ขอ้ 10 คะแนน เวลา 10 นาที
3. ให้ทาเครื่องหมายกากบาท (X) ลงช่อง ก ข ค หรือ ง
ลงในกระดาษคาตอบท่ีเหน็ ว่าถกู ตอ้ งทีส่ ดุ เพยี งคาตอบเดียว
1. โครงสรา้ งท่ีพชื ใช้ในการลาเลยี งน้า-แร่ธาตุ 3. จากภาพ
ขนึ้ สู่ลาตน้ ก่งิ และใบคืออะไร
ก. เซลลค์ ุม (Guard Cell)
ข. โฟลเอ็ม (Phloem)
ค. ไซเลม็ (Xylem)
ง. ปากใบ (Stoma) เป็นภาพตัดขวางของพชื ใบเล้ยี งเดยี่ วหรอื ใบ
เล้ียงคู่ เพราะเหตใุ ด
2. ในการทดลองการลาเลยี งนา้ ของพชื โดย ก. ใบเล้ียงเด่ียว เพราะ ไซเลม็ จะเรียง
นาตน้ เทยี นแช่ลงในนา้ หมกึ สีแดง ถ้า ตวั เป็นแฉกออกมาจากกึ่งกลาง สว่ น
ต้องการทาให้น้าหมึกสีแดงเคลอ่ื นทีเ่ ขา้ สู่ โฟลเอ็มแทรกอยรู่ ะหว่างแฉกของ
ต้นเทยี นเรว็ ขึน้ ควรทาอย่างไร ไซเล็ม
ก. นาขวดท่แี ชต่ ้นเทยี นไปวางไวต้ รงที่ ข. ใบเล้ียงเดี่ยว เพราะไซเล็มและ
มแี สง โฟลเอ็มรวมตัวอยดู่ ว้ ยกันเรียงตัวเป็น
ข. นาต้นเทียนทเี่ ปน็ ตน้ อ่อนมา ระเบียบเปน็ วงรอบลาต้น
ค. ใบเลยี้ งคู่ เพราะไซเลม็ จะเรียงตัว
ทดสอบ เปน็ แฉกออกมาจากกึ่งกลาง สว่ น
ค. เพิม่ ความเข้มข้นของนา้ หมึกสแี ดง โฟลเอ็มแทรกอยรู่ ะหว่างแฉกของ
ง. เพ่ิมปริมาณน้าหมึกสแี ดง ไซเลม็
ง. ใบเลยี้ งคู่ เพราะไซเล็มและโฟลเอ็ม
รวมตวั อยู่ดว้ ยกนั เรียงตัวเป็นระเบียบ
เปน็ วงรอบลาต้น
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพชื 8
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
4. เพราะเหตุใดขนรากจึงตอ้ งมจี านวนมาก 7. กล่มุ ทอ่ ลาเลยี งบรเิ วณรากของพืชชนดิ ใด
ในพืช ไซเลม็ จะเรียงตวั เปน็ แฉก 2-5 แฉก
ก. เพื่อให้รากมีความชมุ่ ชน้ื ออกมาจากกึง่ กลางราก ส่วนโฟลเอม็
ข. เพ่ือเพม่ิ พ้นื ทีผ่ วิ สัมผสั ในการดูด แทรกอยรู่ ะหว่างแฉกของไซเล็มทกุ ชนดิ
อาหาร ก. หมาก หญ้า
ค. เพือ่ ช่วยในการทรงตัวของพืชให้ ข. ขา้ วโพด ข้าว
ยึดตดิ กับดิน ค. มะม่วง มะขาม
ง. เพ่อื เพ่ิมพ้นื ท่ีผิวสมั ผสั ในการดดู น้า ง. มะพร้าว ทุเรียน
และแรธ่ าตุในดนิ
8. จากภาพ
5. ท่อลาเลยี งนา้ -แรธ่ าตแุ ละทอ่ ลาเลยี ง
อาหาร มีตาแหนง่ อยา่ งไรในพชื เป็นการตดั ก้านดอกไมใ้ ต้น้ากอ่ นจัด
ก. ทอ่ ลาเลยี งน้า-แรธ่ าตุ และทอ่ แจกนั จะทาใหด้ อกไม้สดอยไู่ ดน้ าน
ลาเลยี งอาหารเป็นเนอื้ เยอ่ื กลมุ่ เนอ่ื งจากเปน็ การปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ฟองอากาศ
เดยี วกนั อุดตันในสว่ นใด
ข. ทอ่ ลาเลียงอาหารอยดู่ า้ นนอก ก. ทอ่ ลาเลยี งนา้ -แรธ่ าตุ
ทอ่ ลาเลยี งน้า-แร่ธาตุอยูด่ ้านใน ข. ท่อลาเลยี งอาหาร
ค. ท่อลาเลียงนา้ -แรธ่ าตุอยู่ด้านนอก ค. ปากใบ
ท่อลาเลยี งอาหารอยดู่ า้ นใน ง. เซลล์คุม
ง. ท่อลาเลยี งนา้ -แร่ธาตุ และท่อ
ลาเลยี งอาหารอยคู่ ่ขู นานกนั ไป
6. ถ้าควนั่ เปลอื กของตน้ ไมอ้ อก จะกระทบ
ต่อระบบใดของพชื มากที่สุด
ก. การสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ข. การลาเลยี งอาหาร
ค. การลาเลยี งน้า
ง. การคายน้า
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพืช 9
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
9. ข้อความใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ งเกย่ี วกบั การ 10. สภาพบรรยากาศขอ้ ใดทาใหอ้ ตั ราการ
คายนา้ คายนา้ ตา่ ท่ีสุด
ก. พืชคายน้าไดท้ ้งั ทางปากใบและรอย ก. อากาศร้อน ความช้นื ต่า
แตกทผี่ ิวของลาตน้ ข. อากาศร้อน ความช้นื สูง
ข. การคายน้าของพืชเกดิ ขนึ้ ได้ ค. อากาศหนาว ความชื้นสูง
ตลอดเวลา ง. อากาศหนาว ความช้นื ตา่
ค. การคายน้าช่วยให้พชื ลาเลียงอาหาร
ไดด้ ขี ึน้
ง. การคายน้าของพชื ช่วยให้การ
ลาเลียงน้าได้ดีข้นึ
ตอนน้ีเพ่อื นๆยงั ไม่ตอ้ งกังวลกบั ผลสอบ
ก่อนเรยี นนะคะ ถา้ เพอื่ นๆตัง้ ใจทา
กจิ กรรม ก็จะเข้าใจและสามารถผา่ น
การทดสอบหลงั เรยี นได้โดยไม่ยากคะ่
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื 1
0
ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
ใบกิจกรรมท่ี 1
จุดประสงคก์ ารทดลอง
ทดลองและอธบิ ายลักษณะของขนรากได้ (P)
วสั ดุอปุ กรณแ์ ละสารเคมี
รายการ จานวน/กลมุ่
1. เมลด็ ถ่วั ดา 5 เมลด็
2. แวน่ ขยาย 1 อัน
3. กระดาษทิชชู 5 แผ่น
4. กระดาษหรอื ฟวิ เจอร์บอรด์ สดี า 1 แผ่น
วธิ ที าการทดลอง
1. นาเมลด็ ถัว่ ดาเพาะลงไปบนสาลที เี่ ปียกนา้ ทิ้งไว้ 3 คืน หรอื จนมีรากงอก
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพชื 1
1
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
2. เลือกตน้ ถว่ั ดาท่มี รี ากงอก วางบนกระดาษสีดา สงั เกตลกั ษณะของขนรากจาก
ตน้ ถ่ัวดา โดยใช้แวน่ ขยาย
3. วาดภาพตาแหนง่ และลกั ษณะของขนราก
ภาพขนั้ ตอนการทดลอง เรอ่ื ง ขนรากมลี กั ษณะอยา่ งไร
ท่มี า : อรณี จิตรแก้ว
22/06/2558
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพชื 1
2
ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
แบบบนั ทกึ กจิ กรรมที่ 1
ลับสมอง ทดลองวทิ ย์
กลุ่มที่........
ชื่อกลุม่ .............................
สมาชิก
1. ................................................................................................................. เลขที่............
2. ................................................................................................................. เลขท่ี...........
3. ................................................................................................................. เลขที่...........
4. ................................................................................................................. เลขที่...........
5. ................................................................................................................. เลขท่ี...........
11
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพชื 1
3
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
ปัญหา
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สมมตฐิ าน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
บันทกึ ผลการทดลอง ลกั ษณะของขนรากทสี่ งั เกตเหน็
ภาพวาดของขนราก
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
..............................................
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 1
4
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
อภิปรายและสรปุ ผลการทดลอง
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
คาถามหลังการทดลอง
1. ขนราก มลี กั ษณะอย่างไร
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
2. ลักษณะและจานวนของขนรากมคี วามเหมาะสมต่อการดูดนา้ ในดินของพืชอยา่ งไร
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
3. หากเซลลข์ นรากของพืชถูกทาลาย จะเกดิ ผลตอ่ พืชอยา่ งไร
...................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
นักเรยี นทราบหรอื ไม่ นา้ ทรี่ ากพืชดูดขึ้นมา
จะลาเลียงไปสู่สว่ นใดของพชื เราไปศึกษา
คาตอบจากกิจกรรมตอ่ ไปกนั นะคะ
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื 1
5
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
ใบความรทู้ ี่ 1
ขนราก (Root Hair) อยู่เหนือปลายรากเล็กน้อย มีลักษณะเป็นขนเส้นเล็กฝอย
จานวนมากอยู่รอบปลายราก เป็นโครงสร้างที่เปล่ียนแปลงมาจากเซลล์ผิวนอกสุดของ
รากโดยผนังเซลล์ของแต่ละเซลล์จะยืดยาวออกไป การที่ขนรากมีจานวนมากก็เพ่ือเพิ่ม
พื้นที่ผิวในการสัมผัสน้าและแร่ธาตุต่างๆในดินให้มากข้ึน ช่วยให้การดูดน้าและแร่ธาตุ
เปน็ ไปอย่างรวดเร็ว
ภาพขนราก
ท่ีมา : http://www.indefenseofplants.com/blog/2015/4/8/deaf-plants
สบื คน้ เมอ่ื 22/06/2558
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพชื 16
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชีวิตของพืช
ภาพโครงสรา้ งของรากพชื
ทีม่ า : https://benjaporn079.files.wordpress.com
สบื คน้ เมื่อ 23/06/2558
น้าจากดินจะเข้าสู่เซลล์ขนรากและแพร่ต่อไปยังเนื้อเย่ือท่อลาเลียงน้าและแร่
ธาตุในรากได้ด้วยกระบวนการออสโมซิส ส่วนแร่ธาตุท่ีละลายในน้าเข้าสู่เซลล์ขนรากและเซลล์
เนอ้ื เยอ่ื ลาเลยี งน้าและแรธ่ าตุไดโ้ ดยการลาเลียงแบบแอคทีฟ (Active Transport)
เป็นการลาเลียงสารผ่านเย่ือหุ้มเซลล์ จากบริเวณที่มีความเข้มข้นน้อยไปยังบริเวณท่ีมีความ
เขม้ ข้นมาก การลาเลียงแบบนีจ้ ะตอ้ งใช้พลังงานและอาศยั โปรตนี ทแ่ี ทรกอยู่ในเยอื่ หมุ้ เซลล์
ทาหน้าท่ีเป็นตัวลาเลียง แร่ธาตุท่ีสาคัญท่ีพืชต้องการได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสและ
โพแทสเซียม ถ้าพืชขาดธาตุไนโตรเจน จะทาให้ใบเหลืองซีด เจริญเติบโตช้า ถ้าขาดธาตุ
ฟอสฟอรสั ลาตน้ จะแคระแกร็น ใบเล็ก ขาดธาตุโพแทสเซียมจะทาให้ลาต้นแคระแกร็นและมี
ผลต่อการออกดอกและผลของพืช
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช 17
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
ใบกิจกรรมท่ี 2
ลบั สมอง ทดลองวิทย์
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
1. ทดลองเพื่อศกึ ษาการลาเลียงนา้ ของพืชได้
2. ทดลองและอธบิ ายกลมุ่ เซลลท์ เ่ี ก่ียวขอ้ งกับการลาเลียงนา้ ของพชื ได้
วัสดุอปุ กรณแ์ ละสารเคมี
รายการ จานวน/กลมุ่
1. ต้นกระสงั 1 ตน้
2. นา้ หมกึ แดง 20 หยด
3. กลอ้ งจลุ ทรรศน์ 1 ตัว
4. สไลด์และกระจกปดิ สไลด์ 1 ชดุ
5. บีกเกอร์ขนาด 250 3 1 ใบ
6. พ่กู ันเบอร์ 2 1 อนั
7. จานเพาะเชือ้ 1 ใบ
8. ใบมดี โกน 1 เล่ม
9. หลอดหยด 1 อัน
10. นา้ 200 3
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพชื 1
8
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
วธิ ีการเตรยี มสไลด์สดจากพชื
1. ใช้นวิ้ ชีแ้ ละหวั แมม่ อื ข้างซ้ายจับตอนบนสุดของชิ้นส่วนของลาต้นที่จะตัด โดยให้หน้าตัด
ของช้ินส่วนน้ันขนานกับพ้นื ส่วนน้ิวอื่นๆ ใชบ้ ังคับชนิ้ สว่ นใหอ้ ยูภ่ ายในอุง้ มอื จากนน้ั ใช้น้วิ มอื
และนิ้วหัวแม่มือข้างขวาจับใบมีดโกนโดยให้ด้านข้างของนิ้วช้ีรองรับใบมีดนิ้วหัวแม่มือกด
ใบมีดให้แนบกบั หนา้ ตัดของชิ้นส่วนพืชทีจ่ ะตดั หรือขนานกบั พ้นื
2. ตัดชิ้นส่วนของลาต้นให้ได้แผ่นบางท่ีสุดโดยเลื่อนคมมีดเข้าหาตัวเพียงครั้งเดียวให้ช้ิน
ของลาต้นขาด โดยเฉือนไปมาเหมือนเล่ือยไม้ ด้านข้างของปลายน้ิวลาต้นหลายๆชิ้น แล้ว
วางในจานเฉพาะเชื้อทใ่ี สน่ า้ ไว้ โดยระวงั อยา่ ให้สีท่ตี ิดเนอ้ื เยื่อละลายไปกบั นา้
3. ใช้พู่กันเลือกชิ้นเนื้อเยื่อส่วนที่บางและสมบูรณ์ไปวางบนหยดน้าบนกระจกสไลด์ ปิด
ด้วยกระจกสไลด์ ซบั น้าที่กระจกสไลด์และกระจกปดิ สไลด์ใหแ้ ห้ง (ทาทุกครั้งท่ีจะนาสไลด์
ไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์) แผ่นช้ินส่วนท่ีตัดให้บางเม่ือส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์จะ
เหน็ เซลล์ไดช้ ดั เจน
ภาพการตดั ชน้ิ สว่ นของพชื เพอื่ เตรยี มสไลดส์ ด
ที่มา : อรณี จิตรแก้ว
24/06/2558
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช 1
9
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
วิธีทาการทดลอง
1. แบ่งนกั เรยี นเปน็ กลมุ่ กลุ่มละ 5-6 คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มนาต้นกระสังมาลา้ งรากให้สะอาด
แลว้ สังเกตลกั ษณะของรากและลาตน้
2. ใส่น้าลงในบกี เกอร์ 200 3 หยดนา้ หมึกแดงลงไปประมาณ 20 หยด แล้วคนให้
เข้ากนั
3. จ่มุ ต้นผกั กระสงั ให้ปลายรากแช่อยู่ในน้าหมกึ สีแดง แล้วนาไปวางไว้กลางแดด
30 นาที สังเกตการเปลีย่ นแปลง และบนั ทกึ ผล (ขนั้ ตอนนใี้ หเ้ ตรียมไว้ลว่ งหน้า)
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 20
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
5. นาสว่ นที่ตดั ออกมาตัดตามขวางให้บางท่ีสุด แล้วนาไปวางบนสไลด์ หยดน้า 1-2 หยด
ปดิ ดว้ ยกระจกปดิ สไลด์ นาไปสอ่ งดูดว้ ยกลอ้ งจุลทรรศน์ สงั เกต วาดรูปแสดงตาแหน่ง
ทีเ่ ห็นสแี ดงและบันทึกผลทีไ่ ดจ้ ากการสงั เกต
6. นาสว่ นทีต่ ดั ออกมาตัดตามยาวบางๆ ยาวประมาณ 0.5 เซนติเมตร แล้วดาเนินการ
ตามขนั้ ตอนเหมือนข้อ 5
ภาพขนั้ ตอนการทดลอง เรอ่ื ง ท่อลาเลยี งนา้ ของพชื
ท่ีมา : อรณี จิตรแกว้
24/06/2558
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื 2
1
ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
แบบบนั ทกึ กจิ กรรมที่ 2
กลุ่มที่........
ชื่อกล่มุ .............................
สมาชิก
1. ................................................................................................................. เลขที่............
2. ................................................................................................................. เลขท่ี...........
3. ................................................................................................................. เลขท่ี...........
4. ................................................................................................................. เลขท่ี...........
5. ................................................................................................................. เลขที่...........
11
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพืช 22
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
ปญั หา
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
สมมติฐาน
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
บันทกึ ผลการทดลอง วาดภาพลาตน้ ของผกั กระสงั
การเปลย่ี นแปลงหลงั แชร่ าก ภาพตัดตามยาว ภาพตดั ตามขวาง
ผักกระสงั ในนา้ สแี ดง 30 นาที
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
.......................................................
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพืช 23
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
ทากิจกรรมเรียบร้อยแลว้
เราไปสรปุ ผลกันเลยคะ่
อภิปรายและสรุปผลการทดลอง
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
.....................................................................................
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื 24
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
คาถามหลงั การทดลอง
1. นา้ หมกึ สีแดงมีลาดับการเคลอ่ื นท่จี ากบริเวณใดไปยังบรเิ วณใด
..............................................................................................................................................
2. เพราะเหตใุ ดเราจงึ ตอ้ งนาตน้ ผกั กระสังท่ีแชใ่ นน้าหมกึ แดงไปวางกลางแดดก่อน
นามาศกึ ษา
..............................................................................................................................................
3. เม่ือแชต่ ้นผกั กระสังในนา้ หมึกแดงนาน 30 นาที จะสังเกตเหน็ ลาต้นเปน็ อย่างไร
..............................................................................................................................................
4. เมื่อนาสว่ นของลาต้นมาผา่ ตามแนวยาวและตดั ตามแนวขวาง แล้วสงั เกตสว่ นท่ี
ติดสี สว่ นของลาตน้ มีการติดสีอยา่ งไร และส่วนน้ันนา่ จะทาหนา้ ทอี่ ยา่ งไร
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
5. นักเรยี นจะนาความรเู้ กย่ี วกบั การลาเลยี งนา้ ของพชื ที่ได้เรียนรจู้ ากกจิ กรรมนี้ไปใช้
ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวันไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
เราไปศึกษาใบความรู้
เพ่มิ เตมิ กนั เลยครับ
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 25
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
ใบความรทู้ ่ี 2
โครงสร้างและการทางานของระบบลาเลียงของพืชประกอบด้วยระบบ
เนื้อเยื่อท่อลาเลียง (Vascular Tissue System) ซ่ึงเนื้อเยื่อในระบบน้ีจะเช่ือมต่อกัน
ตลอดท้ังลาต้นพืช โดยทาหน้าท่ีลาเลียงน้า สารอนินทรีย์ สารอินทรีย์ และสารละลายที่
พืชต้องการนาไปใช้ในการดาเนินกิจกรรมต่างๆ ภายในเซลล์ ระบบเนื้อเย่ือท่อลาเลียง
ประกอบดว้ ย 2 สว่ นใหญ่ๆ คือ ทอ่ ลาเลยี งน้าและแร่ธาตุ (Xylem) กับท่อลาเลียงอาหาร
(Phloem)
ภาพทอ่ ลาเลยี งนา้ และแรธ่ าตุ (xylem) และทอ่ ลาเลยี งอาหาร(phloem)
ทม่ี า : https://twitter.com/cocoking13/status/503226213775990784
สบื ค้นเม่ือ 25/06/2558
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 26
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
ทอ่ ลาเลยี งน้าและแร่ธาตุ (Xylem) และทอ่ ลาเลียงอาหาร (Phloem) เป็นกลุ่ม
เซลล์ที่อยู่คู่ขนานกันเรียงต่อกันเป็นท่อลาเลียง ซ่ึงท่อลาเลียงเหล่าน้ีจะมีความยาวจาก
รากผ่านไปยังลาต้นและต่อเน่ืองไปถึงใบ โดยท่อลาเลียงน้า-แร่ธาตุอยู่ด้านใน และท่อ
ลาเลยี งอาหารอยูด่ ้านนอก
ทอ่ ลาเลยี งนา้ -แร่ธาตุ
(Xylem)
ท่อลาเลียงอาหาร
(Phloem)
ภาพตดั ขวางทอ่ ลาเลียงนา้ -แรธ่ าตแุ ละทอ่ ลาเลยี งอาหาร
ทีม่ า : https://jun75229.wordpress.com/
สบื คน้ เมือ่ 26/06/2558
ท่อลาเลียงนา้ -แร่ธาตุ
(Xylem)
ทอ่ ลาเลยี งอาหาร
(Phloem)
ภาพตดั ตามยาว ทอ่ ลาลยี งนา้ -แรธ่ าตแุ ละท่อลาเลยี งอาหาร
ท่มี า : http://nararat15.blogspot.com/2013/01/blog-post_8569.html
สืบคน้ เมอื่ 26/06/2558
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 27
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
ท่อลาเลยี งนา้ และแรธ่ าตุ (Xylem)
เป็นเนือ้ เยื่อท่ที าหน้าทล่ี าเลียงนา้ และแร่ธาตุต่างๆ ท้งั สารอินทรีย์และ
สารอนินทรีย์ โดยทอ่ ลาเลียงน้าและแรธ่ าตปุ ระกอบด้วยเซลล์ 4 ชนิด
1. เทรคดี (Tracheid)
เปน็ เซลลเ์ ด่ียว มีรปู ร่างเป็นทรงกระบอกยาว บริเวณปลายเซลล์แหลม ทา
หน้าที่เป็นท่อลาเลียงน้าและแร่ธาตุต่างๆ โดยจะลาเลียงน้าและแร่ธาตุไปทางด้านข้างของ
ลาต้นผ่านรูเล็กๆ เทรคีดมีผนังเซลล์ท่ีแข็งแรงจึงทาหน้าที่เป็นโครงสร้างค้าจุนลาต้นพืช
และผนังเซลล์มีลกิ นนิ (Lignin) สะสมอย่แู ละมีรเู ล็กๆ เพื่อทาให้ติดต่อกับเซลล์ข้างเคียงได้
เม่ือเซลล์เจริญเต็มท่ีจนกระทั่งตายไป ส่วนของไซโทพลาซึมและนิวเคลียสจะสลายไปด้วย
ทาให้ส่วนตรงกลางของเซลล์เป็นชอ่ งว่าง สว่ นของเทรคีดนพี้ บมากในพชื ชนั้ ต่า
(Vascular Plant) เช่น เฟิร์น สนเกี๊ยะ เปน็ ต้น
ภาพเทรคดี (Tracheid)
ทมี่ า : www.majordifferences.com/2013/03/difference-between-tracheids-and-
vessels.html
สืบคน้ เมอื่ 26/06/2558
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 28
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
2. เวสเซล (Vessel)
เป็นเซลล์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ส้ันกว่าเทรคีด เป็นเซลล์เดี่ยวๆ ท่ี
ปลายทัง้ สองข้างของเซลลม์ ีลักษณะคลา้ ยคมของส่ิว ท่ีบริเวณด้านขา้ งและปลายของเซลลม์ ี
รูพรนุ สว่ นของเวสเซลน้ีพบมากในพืชชั้นสูงหรือพืชมีดอก ทาหน้าท่ีเป็นท่อลาเลียงน้าและ
แรธ่ าตตุ ่างๆ จากรากข้นึ ไปยงั ลาต้นและใบ เทรคดี และเวสเซลเป็นเซลล์ท่ีมีสารลิกนินมา
เกาะท่ีผนังเซลล์เป็น จุดๆ โดยมีความหนาต่างกัน ทาให้เซลล์มีลวดลายแตกต่าง กัน
ออกไป
ภาพเวสเซล (Vessel)
ทม่ี า : www.majordifferences.com/
สืบคน้ เมื่อ 27/06/2558
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพืช 29
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
3. ไซเลม็ พาเรนคมิ า (Xylem Parenchyma)
มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกหน้าตัดกลมรีหรือหน้าตัดหลายเหลี่ยม มีผนัง
เซลล์บางๆ เรียงตัวกันตามแนวลาต้นพืช เมื่อมีอายุมากขึ้นผนังเซลล์จะหนาขึ้นด้วย
เนื่องจากมีสารลิกนิน (Lignin) สะสมอยู่ และมีรูเล็กๆเกิดขึ้นด้วย ไซเล็มพาเรนไคมา
บางส่วนจะเรียงตัวกันตามแนวรศั มีของลาต้นพืช เพื่อทาหนา้ ที่ลาเลยี งนา้ และแร่ธาตุต่างๆ
ไปยังบริเวณด้านข้างของลาต้นพืช พาเรนไคมาทาหน้าที่สะสมอาหารประเภทแป้ง น้ามัน
และสารอินทรีย์อ่ืนๆ รวมทั้งทาหน้าท่ีลาเลียงน้าและแร่ธาตุต่างๆ ไปยังลาต้นและใบของ
พืช
ภาพไซเลม็ พาเรนคิมา (Xylem Parenchyma)
ทีม่ า : www.majordifferences.com
สืบคน้ เมือ่ 28/06/2558
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพชื 30
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
4. ไซเล็มไฟเบอร์ (Xylem Fiber)
เปน็ เซลลท์ ่ีมรี ูปร่างยาวแต่สัน้ กวา่ ไฟเบอรท์ ่ัวๆ ไป ตามปกตเิ ซลลม์ ี
ลักษณะปลายแหลม มผี นังเซลล์หนากวา่ ไฟเบอร์ท่ัวๆ ไป มีผนังกน้ั เป็นหอ้ งๆ ภายใน
เซลล์ ทาหน้าที่เปน็ โครงสรา้ งค้าจนุ และใหค้ วามแข็งแรงแกล่ าต้นพชื
ภาพไซเลม็ ไฟเบอร์ (Xylem Fiber)
ทม่ี า : www.nextgurukul.in/nganswers/ask-question/answer
สืบค้นเม่อื 28/06/2558
เซลลท์ ีย่ ังมชี วี ติ คือ Xylem Parenchyma
เซลล์ท่ตี ายแล้ว คือ Thracheid Vessel และ Xylem
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื 31
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
ท่อลาเลยี งอาหาร (Phloem)
เปน็ เน้ือเยอ่ื ทท่ี าหนา้ ทล่ี าเลียงอาหารและสร้างความแขง็ แรงใหแ้ ก่ลาต้นพชื
โดยท่อลาเลยี งอาหารประกอบด้วยเซลล์ 4 ชนิด ดงั นี้
1. ซพี ทวิ บเ์ มมเบอร์ (Sieve Tube Member)
เปน็ เซลลท์ ่ีมีรปู ร่างเปน็ ทรงกระบอกยาว เปน็ เซลลท์ ี่มีชีวิต ประกอบดว้ ย
ช่องวา่ งภายในเซลล์ (Vacuole) ขนาดใหญ่มาก เมือ่ เซลล์เจริญเตบิ โตเต็มท่ีแล้วส่วนของ
นิวเคลยี สจะสลายไปโดยท่เี ซลลย์ ังมีชวี ติ อยู่ ผนังเซลลข์ องซีพทิวบ์เมมเบอรม์ ีเซลลโู ลส
(Cellulose) สะสมอยู่เล็กนอ้ ย ซีพทวิ บ์เมมเบอร์ทาหน้าทีเ่ ปน็ ทางส่งผ่านของอาหารทไ่ี ด้
จากกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื โดยส่งผา่ นอาหารไปยังสว่ นต่างๆ ของลาต้น
พืช
ภาพซพี ทวิ บเ์ มมเบอร์ (Sieve Tube Member)
ทม่ี า : http://slideplayer.com/slide/10410960/
สบื ค้นเมอ่ื 29/06/2558
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 32
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
2. คอมพาเนยี นเซลล์ (Companion Cell)
เปน็ เซลลข์ นาดเลก็ ท่มี ีรปู รา่ งผอมยาว มีลกั ษณะเปน็ เหลี่ยม สว่ นปลาย
แหลม เป็นเซลลท์ ่ีมชี วี ติ มีไซโทพลาสซมึ ท่ีมีองคป์ ระกอบของสารเขม้ ขน้ มาก มเี ซลลูโลส
สะสมอยู่ทผ่ี นงั เซลล์เล็กนอ้ ย และมรี เู ลก็ ๆ เพ่อื ใชเ้ ชอื่ มต่อกบั ซีพทิวบ์เมมเบอร์
คอมพาเนยี นเซลลท์ าหนา้ ท่ชี ว่ ยเหลือซพี ทิวบเ์ มมเบอร์ใหท้ างานได้ดขี นึ้ เม่อื เซลลม์ ีอายมุ ากขึ้น
เนอ่ื งจากเม่อื ซพี ทิวบเ์ มมเบอร์มอี ายุมากขนึ้ นวิ เคลยี สจะสลายตัวไปทาใหท้ างานได้นอ้ ยลง
ภาพคอมพาเนยี นเซลล์ (Companion Cell)
ทม่ี า : http://biology4alevel.blogspot.com/2014/11/41-transport-in-phloem.html
สืบคน้ เมอ่ื 29/06/2558
ชุดที่ 2 ระบบลาเลียงของพชื 33
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
3. โฟลเอม็ พาเรนไคมา (Phloem Parenchyma)
เปน็ เซลลท์ มี่ ชี ีวิต มผี นังเซลลบ์ าง มรี เู ล็กๆ ทผี่ นังเซลล์ ทาหน้าท่ีสะสม
อาหารทไี่ ดจ้ ากกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพชื ลาเลยี งอาหารไปยังส่วนตา่ งๆ ของ
พืช และเสรมิ ความแขง็ แรงให้กับท่อลาเลียงอาหาร
ภาพโฟลเอม็ พาเรนไคมา (Phloem Parenchyma)
ทมี่ า : http://www.nana-bio.com/e-learning/Complex%20%20permanent%20tissue.html
สืบค้นเมือ่ 30/06/2558
4. โฟลเอ็มไฟเบอร์ (Phloem Fiber)
มีลกั ษณะคลา้ ยกับไซเล็มไฟเบอร์ มรี ูปรา่ งลักษณะยาว มีหน้าตัดกลมหรือรี
โฟลเอ็มไฟเบอร์ทาหน้าที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับท่อลาเลียงอาหาร และทาหน้าท่ี
สะสมอาหารใหแ้ กพ่ ชื
ภาพโฟลเอม็ ไฟเบอร์ (Phloem Fiber) 34
ท่มี า : http://infocintaalam.blogspot.com
สืบค้นเมอ่ื 30/06/2558
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพชื
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
โครงสรา้ งระบบลาเลยี งพชื ใบเลย้ี งเดยี่ วและพชื ใบเลย้ี งคู่
พชื ใบเลี้ยงเดยี่ ว (Monocotyledon)
เป็นพืชใบเล้ียง 1 ใบ เส้นใบขนานกัน ลาต้นมีข้อและปล้องท่ีเห็นได้ชัดเจน มีราก
ฝอย ตัวอย่างเช่น ต้นข้าว ต้นตาล ต้นข้าวโพด ต้นหญ้า ต้นอ้อย เป็นต้น ซึ่งเป็น
โครงสรา้ งของระบบลาเลยี งในพชื ในพชื ใบเลี้ยงเด่ยี ว มดี ังน้ี
ราก ไซเล็มจะเรียงตัวอยู่รอบพิธ(Pith) ซ่ึงเป็นเน้ือเยื่ออยู่ตรงกลางของราก ส่วนโฟลเอ็ม
แทรกอยรู่ ะหวา่ งไซเลม็
ลาตน้ ไซเล็มและโฟลเอ็มจะอยรู่ วมกนั เรยี งตัวกระจัดกระจายท่วั ลาตน้
ภาพทอ่ ลาเลยี งของรากพชื ใบเลยี้ งเดยี่ ว ภาพทอ่ ลาเลยี งของลาตน้ พชื ใบเลยี้ งเดี่ยว
ที่มา : www.microbehunter.com ทมี่ า : www4.uwsp.edu/biology
สืบค้นเมอ่ื 1/07/2558 สบื คน้ เมือ่ 1/07/2558
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช 35
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
พชื ใบเลีย้ งคู่(dicotyledon)
เป็นพืชที่มใี บเลย้ี ง 2 ใบ เส้นใบเป็นร่างแห มีรากแก้ว และลาต้นไม่เป็นข้อปล้อง
เช่น ต้นผักกระสัง ต้นยางพารา ต้นมะม่วง ต้นมะขามเป็นต้น ซึ่งโครงสร้างของระบบ
ลาเลียงในพชื ใบเลย้ี งคู่ มดี ังนี้
ราก ไซเลม็ จะเรยี งตัวเป็นแฉก 2-5 แฉก ออกมาจากกึ่งกลางราก ส่วนโฟลเอ็มแทรกอยู่
ระหวา่ งแฉกของไซเลม็
ลาต้น ไซเลม็ และโฟลเอม็ รวมตัวอย่ดู ้วยกนั เรียงตัวเป็นระเบียบเป็นวงรอบลาต้น โดย
โฟลเอ็มอยดู่ ้านนอก ไซเล็มอยู่ดา้ นใน มีเน้อื เย่ือแคมเบยี ม (Cambium) แทรกอยตู่ รง
กลางระหว่างไซเล็มและโฟลเอม็
ภาพทอ่ ลาเลยี งของรากพืชใบเลยี้ งคู่ ภาพท่อลาเลียงของลาต้นพืชใบเลี้ยงคู่
ทีม่ า : http://faculty.hccnd.edu/lunfried/
WWW(S2005)/BIOL-101(S2005)/Plant-Structure/Str-Photo/Plant-Str.html
สบื ค้นเมอ่ื 02/07/2558
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 36
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
วงปี (Annual Ring) ของพืชใบเลย้ี งคู่
คือเนื้อที่เห็นเป็นวงเกิดจากการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ของแคม เบียมที่
เกดิ ขึน้ ในฤดูหน่งึ ใหก้ าเนิด Secondary Xylem ทีม่ อี ตั ราการเจรญิ เติบโตตา่ งกันในฤดูที่มี
นา้ มากและฤดูทีม่ นี า้ นอ้ ย
ในฤดูที่มีน้ามาก พืชดูดน้าได้มากทาให้แคมเบียมแบ่งตัวได้เร็วเกิด
Secondary Xylem จานวนมาก เซลล์มีขนาดใหญ่ ผนังเซลล์บาง มีการสะสมลิกนินที่
ผนงั เซลลน์ ้อย เรียกวา่ Spring Wood
ในฤดูน้าน้อย เช่น ฤดูร้อน พืชดูดน้าน้อยทาให้เซลล์ขาดแคลนน้าและ
อาหาร แคมเบียมแบ่งตัวช้า Secondary Xylem มีขนาดเล็ก ผนังหนา เรียกว่า
Summer Wood
เมอื่ เน้ือไมเ้ กดิ ครบ 2 ฤดแู ละมีลกั ษณะทีแ่ ตกตา่ งกนั ทาใหเ้ กิดวงขนึ้ มา
1 วง เรียกว่า วงปี ( Annual ring )
วงปี
ภาพวงปี
ทม่ี า : http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=33066
สืบค้นเมื่อ 2/08/2558
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลียงของพืช 37
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
พชื ใบเลยี้ งเดย่ี ว พืชใบเลย้ี งคู่
(Monocotyledon) (Dicotyledon)
มใี บเลีย้ ง 1 ใบ มใี บเลยี้ ง 2 ใบ
มีรากฝอย มีรากแก้ว
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพชื 38
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื
พืชใบเลย้ี งเดย่ี ว พชื ใบเลย้ี งคู่
(Monocotyledon) (Dicotyledon)
ลาตน้ มขี ้อปลอ้ งชดั เจน ลาตน้ ไม่มขี อ้ ปล้อง
มเี สน้ ใบขนานกับเส้นกลางใบ มีเสน้ ใบกระจายเป็นรา่ งแห
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพชื 39
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอ่ื ง การดารงชวี ติ ของพชื
พืชใบเลยี้ งเดย่ี ว พืชใบเลย้ี งคู่
(Monocotyledon) (Dicotyledon)
ระบบลาเลยี งในราก ระบบลาเลียงในราก
มไี ซเล็มจะเรียงตัวอยรู่ อบพธิ (Pith) ซึ่ง ไซเล็มจะเรียงตัวเปน็ แฉก 2-5 แฉก
เป็นเนื้อเยอ่ื อยูต่ รงกลางของรากส่วน ออกมาจากกง่ึ กลางราก ส่วนโฟลเอ็ม
โฟลเอม็ แทรกอยรู่ ะหว่างไซเล็ม แทรกอยู่ระหวา่ งแฉกของไซเล็ม
ระบบลาเลยี งในลาต้น ระบบลาเลยี งในลาตน้
ไซเล็มและโฟลเอม็ จะอยูร่ วมกัน ไซเล็มและโฟลเอม็ รวมตวั อยู่ดว้ ยกนั
เรยี งตัวกระจดั กระจายท่ัวลาตน้ เรยี งตวั เปน็ ระเบยี บเป็นวงรอบลาตน้
โดยโฟลเอ็มอยดู่ า้ นนอก ไซเล็มอย่ดู ้านใน
มีเนอ้ื เยอื่ แคมเบียม(Cambium)แทรก
อยู่ตรงกลางระหวา่ งไซเลม็ และโฟลเอ็ม
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพชื 40
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรื่อง การดารงชวี ติ ของพชื
พชื ใบเลย้ี งเดยี่ ว พืชใบเลย้ี งคู่
(Monocotyledon) (Dicotyledon)
ไมม่ ีการเจรญิ เตบิ โตด้านข้าง มกี ารเจริญเตบิ โตดา้ นข้าง
จานวนกลบี ดอก 3 กลีบหรือ จานวนกลีบดอก 4 หรือ 5 กลีบหรอื
ทวคี ูณของ 3 ทวีคณู ของ 4 หรือ 5
ภาพเปรยี บเทยี บลกั ษณะพชื ใบเลยี้ งเดยี่ วกับพชื ใบเลย้ี งคู่
จดั ทาโดย อรณี จติ รแก้ว
4/07/2558
ชุดที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 41
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
การทางานของระบบลาเลยี งของพชื
1. การลาเลียงน้าและแร่ธาตุ
ผ่านทางท่อลาเลียงน้าและแร่ธาตุหรือไซเล็ม (Xylem) โดยลาเลียงจากรากข้ึนไปสู่
ใบ เพ่อื นานา้ และแรธ่ าตุไปใช้ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
นา้ จากดนิ เขา้ สู่รากได้โดยกระบวนการออสโมซิสผ่านทางเซลล์ขนราก ส่วนแร่ธาตุใน
ดนิ เขา้ รากไดโ้ ดยการแพร่ผ่านทางเซลลข์ นราก
1.1 การลาเลียงนา้
นา้ จากดินจะมกี ารแพรเ่ ขา้ สเู่ ซลลข์ องรากพืช โดยกระบวนการออสโมซิสอย่าง
ต่อเน่ือง ผลจากการคายน้าของพืชทาให้เกิดแรงดึงจากการคายน้า ดังนั้นถ้าพืชมีการ
คายน้ามาก การแพร่ของน้าเข้าสู่เซลล์รากก็เกิดขึ้นมากและรวดเร็ว การลาเลียงน้าอาศัย
ปัจจยั ท่ที าให้เกดิ แรงดนั และแรงดงึ
1) แรงดันราก (Root Pressure) เมื่อเราตัดต้นพืชบางชนิดที่ปลูกในท่ีมีน้าชุ่ม
ให้ติดโคนต้น จะพบว่ามีน้าใสๆไหลซึมออกมาตรงบริเวณที่ตัด ซึ่งเกิดจากความเข้มข้นของ
น้าในดินกับน้าในทอ่ ไซเลม็ โดยนา้ ในท่อไซเลม็ มคี วามเข้มข้นสูงกว่าน้าในดินเพราะมีพวกแร่
ธาตุและสารต่างๆอยู่มากจึงเกิดกระบวนการออสโมซิสของน้าในดินสู่รากได้เร่ือยๆจึงเกิด
แรงดนั ในทอ่ ไซเล็มจึงดันให้นา้ เข้าไปในท่อไซเล็มได้
2) แรงแคพิลลารี (Capillary Force) เมื่อเราเอาหลอดแก้วเล็กๆ หลายๆ
หลอดทม่ี ขี นาดของรูต่างๆกันจุ่มลงในอ่างน้า การที่น้าผ่านขึ้นไปในหลอดแก้วได้เพราะแรง
ดึงดูดระหว่างโมเลกุลของน้ากับผนังด้านข้างของหลอดแก้วนั้น เรียกว่าแรงแอดฮีชัน
(Adhesion) นอกจากนนี้ า้ ยงั มแี รงดงึ ดูดระหวา่ งโมเลกุลของนา้ ด้วยกนั เอง เรียกวา่
แรงโคฮชี ัน (Cohesion) ทาใหน้ า้ ข้ึนไปไดส้ งู และต่อเนื่องกนั ตลอด
3) แรงดงึ จากการคายน้าหรือทรานสพิเรชันพลู (Transpiration Pull)
หมายถงึ แรงดงึ ทีเ่ กิดขึ้นจากการคายน้าของพืช ใบจะคายน้าออกไปเรอื่ ยๆทาใหเ้ ซลลข์ อง
ใบขาดน้าไป จึงเกดิ แรงดงึ นา้ ทาให้น้าเคลอ่ื นทตี่ อ่ เน่ือง คอื แรงโคฮชี ัน ซ่ึงยึดเหนี่ยว
ระหว่างโมเลกุลของนา้ ดว้ ยกนั เอง และแรงแอดฮชี นั ซงึ่ ยดึ เหนย่ี วระหว่างโมเลกุลของนา้
กับผนงั เซลลข์ องไซเลม็
ชดุ ท่ี 2 ระบบลาเลียงของพืช 42
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เร่ือง การดารงชวี ติ ของพชื
ผนังทอ่ ไซเลม็
โมเลกลุ ของนา้
แอดฮีชนั โคฮีชัน
ภาพแรงแอดฮชี นั และแรงโคฮชี นั
ที่มา : http://www.thaigoodview.com/node/38100
สบื คน้ เม่ือ 5/07/2558
1.2 การลาเลียงแร่ธาตุ
แร่ธาตุจากดินจะผ่านเข้าสู่เซลล์ของรากพืช โดยอาศัยกระบวนการแพร่ของสาร
และผ่านทางท่อไซเล็มเช่นเดียวกับน้า การคายน้าของพืชจะช่วยให้แร่ธาตุแพร่เข้าสู่รากได้
มากข้ึนเชน่ กัน
ดังน้ันการลาเลียงน้าและแร่ธาตุมีทิศทางการลาเลียงจากรากข้ึนไปสู่ส่วนต่างๆ
ของพืชเท่าน้ัน (จากล่างขึ้นบน) การลาเลียงจะเกิดได้ดีในเวลาที่มีแสงสว่าง หรือมีการ
สงั เคราะห์ดว้ ยแสงและการคายนา้ ของพชื
2. การลาเลียงอาหาร (น้าตาลกลูโคส) ผ่านทางท่อลาเลียงอาหารหรือโฟลเอ็ม
(Phloem) โดยลาเลียงจากใบไปสสู่ ่วนต่างๆ ของพชื เพ่อื ใชใ้ นการสร้างพลังงานของพชื
การลาเลยี งสารของพืช มคี วามเก่ยี วขอ้ งกับกระบวนตา่ งๆ อกี หลายกระบวนการ
ซ่ึงตอ้ งทางานประสานกันเพอ่ื ใหก้ ารลาเลยี งสารของพืชเป็นไปตามเป้าหมาย
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลียงของพชื 43
ชดุ กิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
น้าออกทางปากใบ
และระเหยไป
นา้ จากเซลลอ์ น่ื เขา้
มาแทนท่ี
นา้ ถกู ดงึ ขนึ้ มาตาม
ทอ่ ไซเลม็
รากดูดนา้ ขนึ้ มา
ปริมาณมาก
ภาพทศิ ทางการลาเลยี งนา้ แรธ่ าตแุ ละอาหารของพชื
ทีม่ า : http://oknation.nationtv.tv/blog/home/blog_data/231/17231/images/78953.jpg
สืบค้นเมอื่ 6/07/2558
ชดุ ที่ 2 ระบบลาเลยี งของพืช 44
ชุดกิจกรรมการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรือ่ ง การดารงชวี ติ ของพชื
ใบกิจกรรมที่ 3
จุดประสงค์
1. อธบิ ายกลมุ่ เซลล์ทีเ่ ก่ียวข้องกบั การลาเลียงน้า-แรธ่ าตแุ ละอาหารของพืชได้
2. อธบิ ายโครงสรา้ งทเ่ี ก่ียวกับระบบลาเลยี งนา้ -แร่ธาตแุ ละอาหารของพืชได้
3. บอกความแตกต่างของการจดั เรยี งตวั ของทอ่ ลาเลียงในพชื ใบเลีย้ งเด่ยี วและพืชใบเลย้ี งคู่ได้
ชอ่ื -สกลุ ....................................................................................... เลขที่..................................
ตอนที่ 1 ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปนี้ (ข้อละ 2 คะแนน)
1. โครงสรา้ งระบบลาเลียงในพืช ประกอบดว้ ยเนื้อเยอื่ ลาเลียงกีช่ นดิ อะไรบ้าง
และแต่ละชนิดทาหน้าท่ีอะไร
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................
2. การจัดเรยี งตัวของกล่มุ เนอื้ เยื่อลาเลียงนา้ และอาหารในลาต้นพืชใบเลย้ี งเดย่ี วและพชื
ใบเล้ยี งคู่เหมือนหรือตา่ งกัน อย่างไร
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
3. ทศิ ทางการลาเลียงน้าและแรธ่ าตุ และการลาเลยี งอาหารเหมอื นหรือแตกต่างกัน
อยา่ งไร
.....................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................
4. ขนรากดดู นา้ และแร่ธาตจุ ากดินเข้าสรู่ ากโดยวธิ ใี ด
.....................................................................................................................................................
ชุดท่ี 2 ระบบลาเลยี งของพชื 45