The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน (SSIBL) ร่วมกับสื่อแอพพลิเคชัน Edpuzzle ที่มีต่อความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น

คณะผู้วิจัย
น.ส.กชกร จันโท
น.ส.ชญานุตม์ สีหานาม
นศ.ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาสังคมศึกษา

Keywords: การจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน (SSIBL),สื่อแอพพลิเคชัน Edpuzzle,ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์

40

3.3 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1) ประชากร ได้แก่ นกั เรียนระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่

ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์) ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 150 คน
2) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นกั เรียนระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 (Unit F 2/1) โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั

ขอนแกน่ ฝา่ ยประถมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร)์ ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 จานวน 35 คน เป็นกลุ่ม
ตัวอย่างทใี่ ชว้ ิธีการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยการจับฉลาก 1 ใบ จากฉลาก
ทั้งหมด 4 ใบ
3.4 เครื่องมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ยั

การศกึ ษาผลของการจดั การเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสงั คมที่เก่ียวเนื่องกบั วิทยาศาสตร์เป็น ฐาน
(Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสื่อแอพพลิเคชั่น EDPuzzle ต่อความสามารถ
ทางการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
ประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร)์ มเี คร่อื งมอื ท่ใี ชใ้ นการวจิ ัย ดังน้ี

3.4.1 แผนการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกีย่ วเน่อื งกบั วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นฐาน (Socio
– Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสื่อแอพพลิเคชั่น EDPuzzle ของนักเรียนระดับ ชั้น
ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ฝา่ ยประถมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์) ในรายวชิ า
ส16101 สาระการเรียนรทู้ ่ี 5 ภมู ศิ าสตร์ หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 7 ประชากรศึกษา พฒั นาชีวิต จานวน 1
แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลาทดลองสอน 50 นาที

3.4.2 แบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ รายวิชา ส16101 เร่ือง การยา้ ยถิ่น เปน็
แบบปรนยั ชนดิ เลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก จานวน 10 ข้อ

3.4.3 แบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรียนท่ีมีต่อแผนการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้ปร ะเด็น ทาง
สังคมที่เกี่ยวเนื่องกับวทิ ยาศาสตร์เป็นฐาน ( Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสอ่ื
แอพพลเิ คชั่น EDPuzzle เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ซ่ึงกาหนดระดับความพึงพอใจ
ไว้ 5 ระดบั คือ 5 พึงพอใจมากท่ีสดุ ระดับ 4 พึงพอใจมาก ระดับ 3 พงึ พอใจปานกลาง ระดบั 2 พงึ พอใจ
นอ้ ย ระดบั 1 พงึ พอใจน้อยท่ีสุด จานวน 4 ด้าน 12 ข้อ

3.5 การสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพเคร่ืองมอื
3.5.1 การสร้างแผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ า ส16101 สงั คมศึกษา ของนักเรยี นชั้นประถมศึกษา

ปีที่ 6 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเดน็ ทางสังคมที่เกีย่ วเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ( Socio –

41

Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสื่อแอพพลเิ คชั่น EDPuzzle ผู้วิจัยดาเนนิ การสร้างและหา
คณุ ภาพเครื่องมือตามลาดับข้ันตอน ดังน้ี

1. ศึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 กลุ่มสาระการเรียนรู้
สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม และหลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝ่าย
ประถมศกึ ษา (ศึกษาศาสตร์)

2. ศึกษาสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ในระดับชน้ั ประถมศึกษาปีที่
6 จากหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐานพุทธศักราช 2551 หนงั สอื แบบเรยี น และเอกสารคู่ มือครู
กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมของโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝ่าย
ประถมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์)

3. กาหนดหน่วยการเรียนรู้เพื่อให้ได้เน้ือหาสาระสาหรับการเตรียมแผนการจัดการเรียนรู้
4. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีเอกสารและทฤษฎีที่เก่ียวของกับรูปแบบการจดั การเรยี นรโู้ ดยใช้
ประเด็นทางสังคมท่ีเกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ( Socio – Scientific Issue Based Learning)
รว่ มกบั สื่อแอพพลเิ คชนั่ EDPuzzle จากวิจัย วทิ ยานิพนธ์ และบทความทางการศึกษา
5. จัดทาแผนการจดั การเรียนรู้ดว้ ยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมท่ี
เกยี่ วเนอื่ งกับวิทยาศาสตร์เปน็ ฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกบั ส่อื แอพพลิเคชั่น
EDPuzzle ในรายวชิ าสงั คมศกึ ษา สาระการเรยี นรูที่ 5 ภมู ิศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรอ่ื ง ประชากร
ศกึ ษา พฒั นาชวี ติ จานวน 1 แผนการเรยี นรู้ เวลาทดลองสอน 50 นาที
6. นาแผนการจัดการเรียนร้เู สนอตอ่ อาจารยท์ ี่ปรึกษาวจิ ัยเพอ่ื ตรวจสอบความถกู ต้อง
ของเน้ือหาและปรับปรุงตามคาแนะนาของอาจารยท์ ี่ปรกึ ษาวจิ ัย
7. นาแผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่แก้ไขตามคาแนะนาของอาจารย์ทีป่ รกึ ษาเสนอต่อ
ผู้เชย่ี วชาญ 3 ทา่ น เพ่อื ตรวจสอบความถูกตอ้ งของการใช้ภาษา การเลือกใชส้ ือ่ การเรยี นรู้ ความเหมาะสม
ดา้ นเวลาในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผลสอดคล้องและครอบคลุมตามจุดประสงค์การ
เรยี นรู้ และความเหมาะสมในการนาไปใช้ โดยใหป้ ระเมนิ ความเหมาะสมของแผนการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วจิ ัยสรา้ งขึน้ ซึง่ เปน็ รปู แบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ และได้
คะแนนการประเมินเฉล่ยี 3.51 ขนึ้ ไป จงึ จะนาไปใชไ้ ด้
8. นาแผนการจดั การเรยี นทส่ี ร้างขึน้ เสนอต่ออาจารย์ท่ปี รึกษางานวจิ ยั เพื่อตรวจสอบและ
ประเมนิ คณุ ภาพด้านความถกู ต้องเหมาะสม สอดคล้อง และครอบคลุมแต่ละองค์ประกอบของแ ผนการ
จัดการเรียนรูตามแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating scale) ซึง่ มี 5 ระดับ โดยใช้เกณฑ์ ดังนี้ (บุญชม ศรี
สะอาด, 2545)

42

มคี ุณภาพและเหมาะสมมากที่สดุ มีคา่ เฉลี่ยเท่ากับ 4.51-5.00 คะแนน

มคี ณุ ภาพและเหมาะสมมาก มีคา่ เฉลีย่ เท่ากบั 3.51-4.50 คะแนน

มคี ณุ ภาพและเหมาะสมปานกลาง มีคา่ เฉลีย่ เทา่ กับ 2.51-3.50 คะแนน

มีคุณภาพและเหมาะสมน้อย มีคา่ เฉล่ยี เทา่ กบั 1.51-2.50 คะแนน

มีคุณภาพและเหมาะสมน้อยทีส่ ุด มีค่าเฉลย่ี เทา่ กบั 1.00- 1.50 คะแนน

จากนน้ั นาแผนการจดั การเรียนรู้เสนอตอ่ ผุ้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน เพื่อประเมินคณุ ภาพ พจิ ารณาความถูกต้อง

และนาคะแนนท่ไี ด้ มาคานวณหาค่าเฉล่ยี โดยแผนการจัดการเรียนรู้ตอ้ งมคี ่าเฉล่ียมากกว่า 3.51 ขน้ึ ไป จงึ

จะถอื ว่านาไปใช้ได้ จากการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ พบวา่ แผนการจัดการเรียนรูม้ คี า่ เฉลย่ี เท่ากับ 4.27 ซ่ึง

อยู่ในระดับมีคณุ ภาพและเหมาะสมมาก

9. นาแผนการจัดการเรียนรู้ทีไ่ ดร้ ับจากการตรวจพิจารณาจากผู้เช่ียวชาญไปดาเนินการ

แก้ไข โดยแก้ไขช่วงคะแนนเกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพผลงานนกั เรยี นรายบคุ คล จากเดมิ

ช่วงคะแนน 7 – 9 คะแนน หมายถึง ดี แก้ไขเปน็ 8 – 9 คะแนน หมายถึง ดี

4 – 6 คะแนน หมายถงึ พอใช้ แก้ไขเปน็ 6 – 7 คะแนน หมายถงึ พอใช้

ตา่ กวา่ 4 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง แก้ไขเปน็ ต่ากวา่ 5 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ

และแกไ้ ขชว่ งคะแนนเกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพผลงานนักเรียนรายกล่มุ จากเดิม

ชว่ งคะแนน 9 - 11 คะแนน หมายถงึ พอใช้ แกไ้ ขเปน็ 7 – 9 คะแนน หมายถึง พอใช้

ต่ากว่า 10 คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ แกไ้ ขเป็น ต่ากว่า 7 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ

10. นาแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีได้รับการปรับปรงุ แกไ้ ขเรียบรอ้ ยแล้วดาเนนิ การจดั

กิจกรรมการเรียนการสอนกับนกั เรยี นกลมุ่ ตัวอยา่ ง คอื นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นสาธิต

มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์) ปีการศึกษา 2562 จานวน 35 คน

43
จากข้ันตอนการสร้างแผนการจัดการเรยี นรสู้ ามารถสรุปเป็นแผนภมู ไิ ดด้ ังน้ี

1. ศึกษาหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และหลกั สูตรสถานศกึ ษา

2. กาหนดเนอื้ หาสาระการเรยี นรู้เพอื่ ใหไ้ ดเ้ นอื้ หาสาระสาหรับการวจิ ัย

3. ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วข้องกับการสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้

4. สร้างแผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบ SSI ร่วมกบั แอพพลเิ คชัน่ EDPuzzle จานวน 1 แผน

5. นาแผนการจดั การเรียนรู้เสนอต่ออาจารย์ท่ปี รกึ ษาวจิ ัยปรับปรงุ ตามคาแนะนา

6. นาแผนการจดั การเรียนรเู้ สนอตอ่ ผ้เู ชี่ยวชาญเพือ่ ตรวจสอบความถกู ต้อง โดยแผนการจัดการเรียนร้มู ี
คา่ เฉลย่ี เท่ากบั 4.27 ซึ่งอยู่ในระดับมคี ุณภาพและเหมาะสมมาก

7. ดาเนินการแก้ไขแผนการจัดการเรียนรตู้ ามข้อเสนอแนะ โดยแกไ้ ขชว่ งคะแนนเกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ
ผลงานนกั เรียนรายบคุ คลและรายกล่มุ

8. นาแผนการจดั การเรียนรไู้ ปดาเนินการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนกับนักเรยี นกลมุ่ ตัวอย่าง
ภาพที่ 12 ข้ันตอนการสร้างและหาประสทิ ธภิ าพแผนการจดั การเรียนรู้โดยใชป้ ระเดน็ ทางสงั คมที่เกยี่ วเน่ือง

กบั วิทยาศาสตรเ์ ป็นฐาน ร่วมกับส่ือแอพพลิเคชั่น EDPuzzel

44

3.5.2 แบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคดิ วิเคราะห์
แบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ เป็นแบบวดั ความสามารถทางการ คิด

วิเคราะห์ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ด้วยการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมท่ี
เกี่ยวเนื่องกับวทิ ยาศาสตร์เปน็ ฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับส่ือแอพพลิเคชั่น
EDPuzzle ทีผ่ ูว้ ิจัยสร้างขึ้น ลกั ษณะเปน็ แบบปรนัย ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลอื ก จานวน 10 ขอ้ 10 คะแนน
โดยมีขั้นตอนการสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพเครอ่ื งมือ ดังนี้

1. กาหนดจุดมุ่งหมายของการวดั เพ่อื เปรยี บเทียบทกั ษะการคิดวิเคราะห์ของนกั เรียนก่อน
และหลังเรียนเรือ่ ง การเคลอ่ื นย้ายประชากร ดว้ ยการจดั การเรียนรู้โดยใชใ้ ชป้ ระเดน็ ทางสังคมที่เก่ียวเนื่อง
กบั วิทยาศาสตรเ์ ปน็ ฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสือ่ แอพพลเิ คชน่ั EDPuzzle

2. ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีและผลการวิจยั ท่เี กย่ี วข้องกบั ความสามารถทางการคดิ วเิ คราะห์
จากเอกสาร และงานวิจัยท่เี กยี่ วข้อง

3. ศกึ ษาหลักการและวิธีการสรา้ งแบบทดสอบปรนัยจากเอกสารและงานวจิ ยั ที่เกย่ี วขอ้ ง
4. กาหนดโครงสรา้ งของแบบวัดทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ จากเน้ือหาหนว่ ยการเรยี นรู้เร่ือง
ประชากรศกึ ษา พัฒนาชวี ิต รายวิชา ส16101 สงั คมศึกษา ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6
5. สร้างแบบทดสอบวดั ทกั ษะการคิดวิเคราะห์แบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลือก
จานวน 14 ข้อ จาแนกเป็น การวเิ คราะห์ความสาคญั จานวน 4 ข้อ การวิเคราะหค์ วามสมั พนั ธ์ จานวน 7
ข้อ และการวเิ คราะหห์ ลักการ จานวน 3 ข้อ นาไปใช้จรงิ จานวน 10 ข้อ
6. นาแบบทดสอบวดั ทกั ษะการคิดวิเคราะหท์ ่ีสร้าง เสนอต่ออาจารยท์ ปี่ รึกษาวจิ ยั เพ่ือ
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งของเนอื้ หา และปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์
7. นาแบบทดสอบวดั ทักษะการคดิ วเิ คราะหเ์ สนอต่อผู้เชี่ยวชาญ 3 ทา่ น เพ่ือพิจารณาข้อ
คาถามของข้อสอบแตล่ ะขอ้ วา่ สอดคล้องกับความสามารถด้านการคดิ วเิ คราะห์แตล่ ะด้านหรือไม่ (หาค่า
IOC)
โดยใช้สตู ร

IOC = ∑



IOC หมายถึง ดัชนคี วามสอดคลอ้ งระหว่างขอ้ สอบกบั องค์ประกอบของการคิด
วเิ คราะห์
∑ R หมายถึง ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผเู้ ชี่ยวชาญเนื้อหาวชิ าท้ังหมด
N หมายถึง จานวนผู้เชยี่ วชาญเนอื้ หาวิชา

45

โดยมเี กณฑ์พจิ ารณาดังน้ี
-1 หมายถงึ แนใ่ จวา่ แบบทดสอบไมม่ ีความสอดคลอ้ งกับองค์ประกอบของการคิดวิเคราะห์
0 หมายถึง ไมแ่ น่ใจวา่ แบบทดสอบมีความสอดคล้องกับองคป์ ระกอบของการคดิ วิเคราะห์
+1 หมายถงึ แน่ใจวา่ แบบทดสอบมคี วามสอดคล้องกบั องค์ประกอบของการคิดวเิ คราะห์
8. นาแบบทดสอบมาวิเคราะห์หาคา่ เฉล่ียคะแนนตามความคดิ เห็นของผู้เช่ียวชาญ โดยใช้

สตู รคานวนดชั นคี วามสอดคลอ้ ง (Index of item – Objective Congruence : IOC) ค่าความสอดคล้องท่ี
ได้มีค่าระหวา่ ง 0.67 – 1.00

9. เลอื กแบบทดสอบขอ้ ท่ีมีคา่ ความสอดคล้องต้ังแต่ 0.67 ข้ึนไปใชก้ บั กลมุ่ ตวั อย่าง
จากขน้ั ตอนการสรา้ งแบบทดสอบวัดความสามารถทางการคิดวเิ คราะห์สามารถสรุปเป็นแผนภมู ิไดด้ ังนี้

1. กาหนดจุดมุ่งหมายเพื่อเปรยี บเทียบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ก่อนและหลังเรียน

2. ศกึ ษาเอกสารท่เี กย่ี วข้องกบั ความสามารถทางการคดิ วิเคราะห์

3. ศกึ ษาหลักการและวธิ กี ารสร้างแบบทดสอบปรนยั

4. กาหนดโครงสรา้ งของแบบวดั ทักษะการคิดวเิ คราะห์

5. สรา้ งแบบทดสอบวัดทกั ษะการคดิ วิเคราะหแ์ บบปรนยั

6. นาแบบทดสอบท่ีสร้างเสนอต่ออาจารย์ท่ีปรึกษาวจิ ยั

7. นาแบบทดสอบเสนอต่อผู้เช่ียวชาญ 3 ท่าน

8. นาแบบทดสอบมาวิเคราะหห์ าคา่ เฉลีย่ คะแนนตามความคดิ เหน็ ของผู้เชย่ี วชาญ

9.เลือกแบบทดสอบข้อทีม่ คี า่ ความสอดคลอ้ งตงั้ แต่ 0.67 ข้ึนไปใชก้ ับกล่มุ ตวั อย่าง
ภาพท่ี 13 ขนั้ ตอนการสรา้ งและหาประสิทธภิ าพแบบทดสอบการคดิ วิเคราะห์

46

3.5.3 แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักเรียนตอ่ การจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้ประเด็นทางสังคม ท่ี
เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสื่อ
แอพพลิเคชั่น EDPuzzle ประกอบด้วยคาถาม 3 ส่วน สว่ นท่ี 1 ข้อมูลทัว่ ไปเกยี่ วกบั ผู้ตอบแบบสอบถาม
ส่วนท่ี 2 การประเมินความพึงพอใจ และส่วนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ การสร้างแบบสอบถามควา มพึงพอใจ
คณะผ้วู ิจยั ไดด้ าเนินการ ดงั นี้

1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และหลักการที่เกี่ยวข้องกับแบบประเมินความพึงพอใจที่
คณะผู้วจิ ยั ต้องการสรา้ งข้นึ

2. กาหนดกรอบคาถามทเี่ ปน็ ความคิดเห็นท่มี ีตอ่ การจดั การเรยี นรู้ตามรปู แบบการจัดการ
เรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสงั คมท่ีเกี่ยวเนื่องกบั วิทยาศาสตร์เป็นฐาน (Socio – Scientific Issue Based
Learning) รว่ มกบั สอื่ แอพพลิเคช่นั EDPuzzle เปน็ รายขอ้ ตามจุดมุง่ หมาย 4 ด้าน คือ ดา้ นเน้อื หา ด้าน
บรรยากาศในช้ันเรียน ด้านผู้สอน และดา้ นประโยชน์ทไ่ี ด้รบั

3. สร้างแบบสอบถามความพงึ พอใจตามกรอบท่ีกาหนด จานวน 17 ข้อ โดยขอ้ คาถามที่
เป็นแบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดับ ตามวิธขี องลิเคริ ์ท โดยอธิบายไดด้ งั นี้

5 หมายถงึ ความพงึ พอใจมากที่สดุ
4 หมายถึง ความพึงพอใจมาก
3 หมายถงึ ความพึงพอใจปานกลาง
2 หมายถงึ ความพงึ พอใจนอ้ ย
1 หมายถงึ ความพึงพอใจน้อยทส่ี ดุ
จากแบบสอบถามความพึงพอใจตามกรอบคาถามทกี่ าหนดข้นึ คิดเปน็ คะแนนเฉลีย่ รายข้อ
ซึง่ กาหนดตามแนวทางของ บญุ ชุม ศรีสะอาด อธบิ ายได้ดังน้ี
ความพึงพอใจมากที่สดุ มีคา่ เฉล่ยี เท่ากับ 4.51 – 5.00 คะแนน
ความพึงพอใจมาก มคี ่าเฉลยี่ เทา่ กบั 3.51 – 4.50 คะแนน
ความพงึ พอใจปานกลาง มคี ่าเฉล่ียเทา่ กับ 2.51 – 3.50 คะแนน
ความพงึ พอใจนอ้ ย มีค่าเฉล่ียเทา่ กับ 1.51 – 2.50 คะแนน
ความพึงพอใจน้อยท่สี ุด มีค่าเฉล่ียเทา่ กบั 1.00 – 1.50 คะแนน
4. น าแบบสอบถามความพึงพอใจเสนอต่ออาจารย์ทีป่ รึกษาวจิ ัยเพื่อ พิจารณาความ
ถูกตอ้ ง และเสนอแนะแนวทางแก้ไข แล้วนามาปรบั ปรงุ แก้ไขให้เสร็จสมบรู ณ์

47

5. นาแบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีสรา้ งขนึ้ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ จานวน 3 ท่าน
เพอื่ ตรวจสอบความเท่ียงตรงของเครอ่ื งมือ โดยประเมินความสอดคลอ้ งของแบบสอบถามกบั ด้านทีก่ าหนด

โดยใช้สตู ร

IOC = ∑



IOC หมายถงึ ดัชนคี วามสอดคล้องระหว่างแบบสอบถามกับรายการท่กี าหนด
∑ R หมายถึง ผลรวมคะแนนความคดิ เหน็ ของผ้เู ชีย่ วชาญ
N หมายถงึ จานวนผเู้ ชย่ี วชาญ
โดยมเี กณฑพ์ จิ ารณาดงั นี้
-1 หมายถึง แนใ่ จวา่ แบบสอบถามไมม่ คี วามสอดคลอ้ งกับรายการทกี่ าหนด
0 หมายถงึ ไม่แน่ใจว่าแบบสอบถามมีความสอดคลอ้ งกบั รายการทีก่ าหนด
+1 หมายถงึ แน่ใจว่าแบบประมนิ มีความสอดคล้องกับรายการท่ีกาหนด
6. วิเคราะห์ข้อมลู หาค่าดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ งแบบสอบถามกบั ด้านทกี่ าหนด หาคา่
IOC พบว่าแบบสอบถามมีคะแนนเฉล่ียอยู่ท่ี 4.27 ซงึ่ อยใู่ นระดับสอดคล้องมาก และปรบั ลดจาน วนข้อ
คาถามในแบบสอบถามใหเ้ หลือจานวน 12 ข้อ จากเดมิ 17 ข้อ โดยการเลอื กขอ้ ทมี่ ีคะแนนระหวา่ ง 0.67 –
1.00
7. จดั พมิ พแ์ ละนาแบบสอบถามไปใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมลู กบั กลุ่มตัวอย่าง

48

จากขนั้ ตอนการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจสามารถสรปุ เปน็ แผนภูมิได้ดงั นี้
1. ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฎแี ละผลการวิจัยที่เกี่ยวขอ้ งกบั แบบสอบถามความพึงพอใจ

2. กาหนดกรอบคาถามท่ีเป็นความคดิ เห็นทีม่ ีต่อการจดั การเรียนรู้
3. สร้างแบบสอบถามความพงึ พอใจตามกรอบท่ีกาหนด

4.นาแบบสอบถามความพึงพอใจเสนอต่ออาจารย์ทปี่ รกึ ษาวจิ ัย แลว้ นามาปรบั ปรุงแก้ไขใหเ้ สรจ็ สมบรู ณ์

5.นาแบบสอบถามความพึงพอใจท่สี รา้ งขน้ึ เสนอต่อผู้เช่ียวชาญเพ่อื ตรวจสอบความเทีย่ งตรงของเครอ่ื งมอื

6. วเิ คราะหข์ ้อมลู หาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างขอ้ คาถามกับจดุ ประสงค์และเลอื กแบบสอบถามขอ้ ที่มี
คะแนนระหวา่ ง 0.67 – 1.00

7. จัดพิมพ์และนาแบบสอบถามไปใช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู กับกลุ่มตัวอยา่ ง
ภาพที่ 14 ขน้ั ตอนการสรา้ งและหาประสทิ ธิภาพแบบสอบถามความพึงพอใจ

3.6 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
การดาเนินการเก็บรวบรวมขอมูล ผูวจิ ยั ไดดาเนินการตามขั้นตอน ดังน้ี
1. ช้ีแจงและทาความเข้าใจกับนกั เรยี นเกย่ี วกบั การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนใหน้ กั เรียนทราบ
2. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ท่ีผูว้ จิ ัยสรา้ งข้นึ จานวน 10 ข้อ

กอ่ นเริ่มกิจกรมมการเรียนรู้
3. ดาเนนิ การทดลองการจัดการเรยี นรู้โดยใช้ประเด็นทางสงั คมที่เกีย่ วเนอื่ งกับวทิ ยาศา สตร์เป็น

ฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) รว่ มกบั ส่ือแอพพลิเคชั่น Edpuzzle ใหก้ ับนกั เรียนชั้น
ประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์) ในรายวชิ า

49

ส16101 สังคมศึกษา หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 7 เรือ่ ง ประชากรศกึ ษา พฒั นาชีวติ จานวน 1 แผนการเรยี นรู้
ใชเวลา 50 นาที

4. คณะผวู้ ิจยั เก็บรวบรวมข้อมลู จากการดาเนนิ กิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรโู ดยใช้ปร ะเด็น
ทางสงั คมทเ่ี กี่ยวเน่ืองกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับส่ือ
แอพพลเิ คชัน่ EDPuzzle

5. เมื่อดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนนรูเ้ สร็จสิน้ แล้ว ผู้วิจัยให้นักเรียนทาแบบทดสอบวัด
ความสามารถทางการคิดวิเคราะหท์ ผ่ี วู้ จิ ยั สรา้ งขึน้ จานวน 10 ข้อ

6. ผู้นักเรียนทาแบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทา งสังคมท่ี
เกย่ี วเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) รว่ มกบั สอ่ื แอพพลิเคช่ัน
EDPuzzle ในรายวิชา ส16101 สังคมศึกษา หน่วยการเรยี นรู้ เร่ือง ประชากรศึกษา พัฒนาชีวิต

7. คณะผวู้ ิจยั เก็บรวบรวมข้อมลู และนาข้อมูลมาวิเคราะห์ และสรปุ ผล

3.7 การวิเคราะห์ขอ้ มูล
3.7.1 การวเิ คราะห์ข้อมูลเชงิ ปริมาณ
1. วเิ คราะห์ข้อมลู จากแบบทดสอบวัดความสามารถทางการคิดวิเคราะหก์ ่อนเรยี นและหลัง

เรยี นโดยใชส้ ถิติ T - test dependentทดสอบสมมตฐิ านการวิจยั ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาเรจ็ รปู
2. วิเคราะหข์ อ้ มลู จากแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยนาขอ้ มูลมาหาคา่ เฉล่ยี และส่วน

เบ่ียงเบนมาตรฐาน ซงึ่ กาหนดเกณฑก์ ารแปลผลค่าเฉล่ียดังน้ี (บญุ ชม ศรสี ะอาด, 2545)
4.51 - 5.00 หมายถึง มากทสี่ ุด
3.51 - 4.50 หมายถงึ มาก
2.51 - 3.50 หมายถงึ ปานกลาง
1.51 - 2.50 หมายถึง น้อย
1.00 - 1.50 หมายถงึ นอ้ ยทสี่ ุด

3.7.2 วเิ คราะห์ข้อมลู เชิงคณุ ภาพ
วเิ คราะห์ขอ้ มลู จากขอ้ เสนอแนะในแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้

ประเด็นทางสังคมท่ีเกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ( Socio – Scientific Issue Based Learning)
รว่ มกับสือ่ แอพพลิเคชน่ั EDPuzzle ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น
ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร)์

50

3.8 สถติ ิที่ใช้
3.8.1 สถติ พิ ้ืนฐาน
การหาสถิติพื้นฐานคะแนนความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ และความพึงพอใจของ

นักเรยี น วิเคราะหข์ อ้ มูลโดยใช้สตู ร ดงั น้ี
1) การหาค่าเฉล่ยี
2) การหาค่ารอ้ ยละ
3) ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน

3.8.2 สถิติทดสอบสมมตฐิ าน
การเปรียบเทยี บคะแนนสอบกอ่ นเรยี นและหลังเรียน ดว้ ยสถติ ิแบบกล่มุ เปา้ หมายไมเ่ ปน็

อิสระต่อกัน (t – Test dependent) โดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์สาเร็จรปู

51

บทท่ี 4
ผลการวิจยั และอภิปรายผล

การวิจัยครง้ั นี้เป็นการวจิ ัยเพอ่ื ศกึ ษาผลของการจัดการเรียนรโู้ ดยใชป้ ระเด็นทางสังคมท่ีเก่ียวเน่ือง

กบั วิทยาศาสตร์เปน็ ฐานรว่ มกับสื่อแอพพลิเคชั่น EDPuzzle ท่ีมตี อ่ ความสามารถทางการคดิ วเิ ครา ะห์ของ

นกั เรียน เปรียบเทยี บผลการทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะหก์ ่อนเรียนและหลังเรียน และเพื่อ

ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่าย

ประถมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์) ในรายวิชา ส16101 สังคมศึกษา ด้วยการจดั การเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทา ง

สงั คมท่เี กย่ี วเน่ืองกับวทิ ยาศาสตร์เป็นฐานรว่ มกับส่ือแอพพลิเคช่นั Edpuzzle คณะผู้วจิ ัยได้นาข้อมูลมา

วเิ คราะห์ผลตามลาดบั ต่อไปนี้

1. ผลการศึกษาการจัดการเรียนร้โู ดยใช้ประเด็นทางสงั คมท่ีเกย่ี วเนอ่ื งกบั วิทยาศาสตร์เป็นฐาน

ร่วมกับส่อื แอพพลิเคชั่น EDPuzzle ทม่ี ตี ่อความสามารถทางการคิดวเิ คราะหข์ องนักเรยี น

2. ผลการเปรียบเทยี บความสามารถทางการคิดวิเคราะห์กอ่ นเรียนและหลงั เรียนของนักเรียน

ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ด้วยการจดั การเรยี นรูโ้ ดยใชป้ ระเด็นทางสงั คมท่เี กย่ี วเน่ืองกับวิทยาศาสตร์เป็น ฐาน

ร่วมกบั สอ่ื แอพพลิเคชน่ั Edpuzzle

3. ผลความพึงพอใจของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น

ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร)์ ทมี่ ตี อ่ รายวชิ า ส16101 สังคมศึกษา ดว้ ยการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้ประเด็น

ทางสังคมทเ่ี ก่ยี วเนอ่ื งกับวทิ ยาศาสตร์เปน็ ฐานร่วมกับสื่อแอพพลเิ คชน่ั Edpuzzle

4. อภปิ รายผลการวิจยั

กลมุ่ ตวั อยา่ งในการวิจัยครั้งนี้ คือ นกั เรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6 (Unit F2/1) โรงเรียนสาธิต

มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์)

ตารางท่ี 1 ผลการวิเคราะหส์ ภาพทว่ั ไปของกลมุ่ ตัวอย่าง

เพศ จานวน ร้อยละ

ชาย 15 42.85

หญิง 20 57.15

รวม 35 100

จากตารางที่ 1 พบวา่ สภาพทั่วไปของกล่มุ ตวั อย่างส่วนใหญ่เป็นนกั เรยี นเพศหญิง คดิ เป็นร้อยละ 57.15

52

1. ผลการศกึ ษาการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้ประเด็นทางสังคมท่ีเกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วม กับ
สื่อแอพพลเิ คช่นั EDPuzzle ทม่ี ตี อ่ ความสามารถทางการคดิ วิเคราะห์ของนกั เรียน

คณะผวู้ จิ ยั ได้ทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะหข์ องนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6
(Unit F2/1) มรี ายละเอียดดงั น้ี
แผนภมู ิท่ี 1 ผลการทดสอบความสามาถทางการคดิ วเิ คราะหข์ องนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 (Unit F2/1)

จากแผนภูมิที่ 1 พบว่า ภายหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกีย่ วเนื่องกับ
วิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกบั สอ่ื แอพพลิเคชน่ั EDPuzzle นกั เรียนมผี ลการทดสอบความสามาถทางการคิด
วิเคราะห์สูดสดุ ที่ระดับคะแนน 10 คะแนน เป็นจานวน 11 คนและมีระดับคะแนนต่าสุดที่ 5 คะแนน
จานวน 1 คน

ตารางท่ี 2 ผลการศกึ ษาการจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้ประเด็นทางสังคมท่ีเกี่ยวเนอื่ งกับวิทยาศาสตร์เป็น ฐาน

รว่ มกับสอ่ื แอพพลเิ คช่นั EDPuzzle ทีม่ ีต่อความสามารถทางการคดิ วเิ คราะห์ของนกั เรียน

การผ่านเกณฑ์ นักเรยี นทไ่ี มผ่ า่ น

จานวนนักเรยี น คะแนนสอบ ของนกั เรยี น เกณฑ์

ทท่ี ดสอบ รอ้ ยละ 80

คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน ร้อยละ จานวน รอ้ ยละ จานวน ร้อยละ
เต็ม สงู สดุ ตา่ สดุ เฉลีย่

33 10 10 5 8.60 86 27 81.82 6 18.18

* มนี ักเรียนจานวน 2 คนที่ไม่ไดน้ ามาวิเคราะห์ผล เน่ืองจาก นักเรียนมีปญั หาด้านพฤติกรรม

53

จากตารางที่ 2 พบว่า ภายหลังการจัดการเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสังคมที่เกี่ยวเนือ่ งกบั
วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ ฐานร่วมกบั สอ่ื แอพพลิเคชน่ั EDPuzzle มีนักเรียนผ่านเกณฑ์จานวน 27 คน คิดเป็นร้อย
ละ 81.82 และมีผลการทดสอบความสามาถทางการคิดวิเคราะหร์ ้อยละ 86 ซ่งึ สงู กว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ คอื
นกั เรยี นรอ้ ยละ 80 มีผลการทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์รอ้ ยละ 80 ขึ้นไป

ตารางที่ 3 ผลการวดั ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนภายหลังการจดั การเรียนรู้

เป็นรายดา้ น

ดา้ น คะแนนเฉล่ีย (นกั เรียน33คน) รอ้ ยละ

1. ความสาคญั 2.31 77.00

2. ความสัมพันธ์ 4.46 89.20

3. หลกั การ 1.82 91.00

รวม 8.59 85.90

จากตารางท่ี 3 ผลการวดั ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ของนักเรยี นภายหลังการจัดการ
เรยี นรู้เปน็ รายดา้ น พบวา่ ดา้ นท่มี คี ะแนนเฉล่ยี สงู สุด คอื ดา้ นความสัมพันธ์ มคี ะแนนเฉล่ียเท่ากับ 4.46 คดิ
เปน็ รอ้ ยละ 89.20 และดา้ นท่มี ีคะแนนเฉลยี่ ตา่ สุด คือ ด้านหลักการ มีคะแนนเฉลีย่ เท่ากับ 1.82 คิดเป็น
รอ้ ยละ 91

2. ผลการเปรียบเทียบความสามารถทางการคดิ วิเคราะหก์ ่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชน้ั
ประถมศึกษาปีที่ 6 ดว้ ยการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้ประเด็นทางสงั คมทเี่ ก่ียวเน่ืองกบั วิทยาศาสตร์เป็นฐ าน
รว่ มกบั ส่อื แอพพลเิ คชนั่ Edpuzzle

ผู้วิจัยไดท้ ดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6 (Unit F2/1)
ก่อนเรียนและหลงั เรียน มีรายละเอยี ดดงั นี้
แผนภมู ทิ ่ี 2 ผลการเปรียบเทียบการทดสอบความสามาถทางการคดิ วิเคราะห์กอ่ นเรยี นและหลงั เรยี นของ
นกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 (Unit F2/1)

54

จากแผนภูมิท่ี 2 พบว่า ภายหลังการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกีย่ วเนื่องกับ
วิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกับสอื่ แอพพลเิ คชั่น EDPuzzle นกั เรยี นมผี ลการทดสอบความสามาถทางการคิด
วเิ คราะห์สงู สดุ ท่ีระดบั คะแนน 10 คะแนน โดยการทดสอบหลงั เรียนมนี ักเรยี นที่ตอบแบบทดสอบไดค้ ะแนน
10 คะแนน มากกว่าก่อนเรยี น 2 คน

ตารางท่ี 4 ผลการเปรยี บเทียบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์กอ่ นเรียนและหลังเรียนของนกั เรียนชั้น

ประถมศึกษาปที ่ี 6

คะแนนสอบ
แบบทดสอบ จานวน คะแนน คะแนน คะแนน
นกั เรยี น เตม็ สงู สุด ตา่ สดุ ̅X S.D. t Sig.

กอ่ นเรยี น 33 10 10 4 8.30 1.59 2.06 0.024
หลังเรียน 33 10 10 5 8.60 1.41

*P < .05

** มนี ักเรยี นจานวน 2 คนท่ไี ม่ได้นามาวิเคราะหผ์ ล เน่อื งจาก นักเรยี นมีปญั หาดา้ นพฤตกิ รรม

จากตารางที่ 3 พบว่า ผลการทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ช้ัน

ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ภายหลงั การจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเดน็ ทางสงั คมท่ีเก่ยี วเน่ืองกับวิทยาศาสตรเ์ ป็น ฐาน

ร่วมกับส่ือแอพพลิเคชนั่ Edpuzzle มีคา่ เฉลย่ี 8.60 ซ่ึงสงู กวา่ ผลการทดสอบความสามาร ถทางการ คิด

วเิ คราะห์กอ่ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ท่ีมคี ่าเฉลี่ย 8.30 อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ทิ ี่ .05

3. ผลความพึงพอใจของนกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ท่ีมตี ่อรายวิชา ส16101 สงั คมศกึ ษา ดว้ ยการ
จดั การเรยี นรู้โดยใชป้ ระเดน็ ทางสังคมที่เกีย่ วเนอ่ื งกับวิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกับส่ือแอพพลิเคช่ัน
Edpuzzle

คณะผวู้ ิจัยได้ใหน้ ักเรียนตอบแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรยี นภายหลังการจดั การเรียนรู้
โดยใชป้ ระเด็นทางสงั คมที่เก่ยี วเน่อื งกบั วิทยาศาสตร์เปน็ ฐานรว่ มกับสอื่ แอพพลิเคช่นั Edpuzzle ในรายวิชา
ส16101 สังคมศกึ ษา สาระการเรยี นรูท้ ี่ 5 ภูมิศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 7 เรื่อง ประชากรศึกษา พัฒนา
ชีวติ แผนการเรยี นรู้ที่ 2 เร่อื ง การย้ายถิน่ โดยแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดับ โดย
แบ่งเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านบรรยากาศในช้ันเรยี น ด้านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเดน็ ทางสังคมท่ี
เกี่ยวเน่ืองกบั วทิ ยาศาสตร์เปน็ ฐาน ดา้ นบุคลกิ ภาพของครู และประโยชนท์ ไี่ ด้รบั มรี ายละเอยี ด ดงั นี้

55

แผนภมู ิที่ 3 ผลความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจดั การเรยี นรู้โดยใช้ประเด็นทางสงั คมที่เก่ียวเนื่องกับ
วทิ ยาศาสตร์เปน็ ฐาน ร่วมกบั สื่อแอพพลิเคชั่น Edpuzzle

ความพงึ พอใจของนกั เรยี นต่อการจดั การเรยี นรู้

ประโยชน์ทีไ่ ดร้ บั

บคุ คลิกภาพของครู

การจดั การเรียนรู้

บรรยากาศในชั้นเรียน

3.90 4.00 4.10 4.20 4.30 4.40 4.50 4.60 4.70

คะแนนเฉลยี่

จากแผนภูมิที่ 4 พบวา่ ความพงึ พอใจของนักเรยี นต่อการจดั การเรียนรโู้ ดยใชป้ ระเดน็ ทางสังคม
ที่เกี่ยวเนือ่ งกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ร่วมกับสื่อแอพพลิเคชัน่ Edpuzzle ด้านที่มีค่าเฉลีย่ สงู สุด คือดา้ น
บคุ ลิกภาพของครู มคี ่าเฉล่ยี เท่ากบั 4.68 และดา้ นท่มี คี ่าเฉล่ยี ตา่ ทส่ี ุด คือ ด้านบรรยากาศในช้นั เรยี น มีค่าเฉลยี่
เทา่ กับ 4.19

ตางรางที่ 5 ระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมท่ี
เกยี่ วเนื่องกับวิทยาศาสตรเ์ ป็นฐานร่วมกับสือ่ แอพพลิเคชน่ั Edpuzzle

ข้อที่ รายการ ระดับความพงึ พอใจ X̅ S.D. ระดบั ความพงึ
5 4 321 พอใจ

ดา้ นบรรยากาศในชั้นเรียน

1 บรรยากาศในช้ันเรียน

ส่งเสรมิ ให้นักเรยี นมี 15 17 3 0 0 4.34 0.63 มาก
มาก
ส่วนรว่ มในการเรียนรู้

2 บรรยากาศในชั้นเรียน

เออื้ อานวยต่อการทา 15 10 7 3 4.06 0.98
กจิ กรรมกลุ่มได้อย่าง

อิสระ

56

ขอ้ ที่ รายการ ระดับความพงึ พอใจ ̅X S.D. ระดับความพึง
5 4 321 พอใจ

3 บรรยากาศในชัน้ เรยี น มาก
ชว่ ยส่งเสริมความกล้า 14 13 8 0 0 4.17 0.77

แสดงออกใหก้ ับผู้เรียน

รวม 4.19 0.79 มาก

ด้านการจัดการเรยี นร้โู ดยใช้ประเด็นทางสังคมทเ่ี กี่ยวเนอ่ื งกบั วิทยาศาสตร์เป็นฐานรว่ มกับสื่อแอพพลิเคชนั่ Edpuzzle

การจัดการเรยี นรมู้ ี

4 ความสอดคลอ้ งกบั 14 16 5 0 0 4.26 0.69 มาก
ความตอ้ งการของ มาก
มาก
นกั เรียน มาก

การจดั การเรียนรู้

5 ส่งเสริมการใช้ 16 17 2 1 0 4.33 0.71
ความสามารถทางการ

คิดวเิ คราะห์

การจดั การเรียนรู้

6 ส่งเสริมให้นกั เรยี น 17 16 2 0 0 4.43 0.60
แสดงความคิดเห็นอยา่ ง

มีเหตุผล

รวม 4.34 0.66

ดา้ นบุคลิกภาพของครู

8 แต่งกายสภุ าพเรียบรอ้ ย 27 7 1 0 0 4.74 0.50 มากทส่ี ุด
มากที่สุด
ยอมรับและตอบสนอง
9 ต่อความคดิ เหน็ ของ 28 6 1 0 0 4.77 0.48 มากที่สุด

นักเรียน
พยายามให้นกั เรยี นได้
10 แสดงความคิดเห็นอย่าง 24 10 1 0 0 4.66 0.53
อสิ ระและสร้างสรรค์

รวม 4.68 0.55 มากทส่ี ุด

57

ขอ้ ท่ี รายการ ระดบั ความพึงพอใจ ̅X S.D. ระดบั ความพงึ
54 3 21 พอใจ
4.23 0.80
ประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ มาก
4.40 0.64
การจัดการเรียนรชู้ ่วยให้ 4.31 0.72 มาก
4.37 0.69 มาก
11 นักเรยี นสรา้ งความรู้ 15 14 5 1 0 มาก
ความเข้าใจด้วยตนเอง

ได้

การจดั การเรียนรูช้ ่วย

12 ส่งเสรมิ หลกั การใชเ้ หตุ 17 15 3 0 0

และผลให้กบั นักเรยี น

รวม

รวมทงั้ สน้ิ

จากตารางท่ี 5 พบว่า นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝ่าย
ประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร)์ มีความพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนรโู้ ดยใช้ประเด็นทางสังคมท่ีเกยี่ วเนื่องกับ
วทิ ยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกบั ส่ือแอพพลิเคชนั่ Edpuzzle ในรายวิชา ส16101 สังคมศึกษา เร่ือง การ
ยา้ ยถ่นิ โดยรวมอยู่ในระดบั มาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 ดา้ นทน่ี กั เรียนมีความพึงพอใจโดยมคี ะแนนเฉลี่ยสูง
ทส่ี ดุ คอื ดา้ นบุคลิกภาพของครู มีคา่ เฉล่ียเท่ากบั 4.68 เมอ่ื พจิ ารณาเป็นรายขอ้ พบว่าขอ้ ที่มีคะแนนเฉลี่ย
มากท่สี ุดคือ ผสู้ อนยอมรบั และตอบสนองต่อความคดิ เห็นของนักเรยี น มคี ่าเฉล่ียเท่ากบั 4.74 อยูใ่ นระดับ
มากทสี่ ุด นอกจากน้คี ณะผู้วจิ ัยได้เก็บรวบรวมข้อมลู เชงิ คุณภาพจากข้อเสนอแนะท้ายแบบสอบถามควา ม
พึงพอใจ สรปุ ได้ดังน้ี

- ด้านบรรยากาศในชัน้ เรยี น
“ครคู วรจัดกจิ กรรมท่ีดึงดดู ความสนใจของนักเรยี นให้มากกว่านี้ เพ่อื ใหบ้ รรยากาศในห้องเรียน
ไมต่ ึงเครียดจนเกนิ ไป”
“ครคู วรเข้มงวดกับนักเรียนท่ีคุยกนั มากกว่านี้ เพ่อื ให้ทุกคนตง้ั ใจฟัง”
- ด้านการจดั การเรียนรู้โดยใช้ประเดน็ ทางสังคมท่ีเกย่ี วเนื่องกับวิทยาศาสตร์เปน็ ฐานร่วมกับ
สอ่ื แอพพลเิ คชั่น Edpuzzle
“ครคู วรใสเ่ สยี งลงในวดี โิ อ เพอ่ื ให้นักเรียนไม่ต้องอา่ นด้วยตนเอง”
“ครคู วรใช้แอพพลเิ คชัน่ ที่ง่ายตอ่ การใชง้ านมากกว่าน้ี”

58

4. อภปิ รายผลการวิจยั
การวจิ ัยคร้ังนี้เปน็ การวจิ ัยเพือ่ ศึกษาผลของการจัดการเรียนรูโ้ ดยใชป้ ระเด็นทางสังคมท่เี ก่ียวเนื่อง

กับวทิ ยาศาสตร์เปน็ ฐานรว่ มกับสื่อแอพพลิเคชน่ั EDPuzzle ทมี่ ตี อ่ ความสามารถทางการคิดวิเครา ะห์ของ
นกั เรียน เปรยี บเทียบผลการทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ก่อนเรยี นและหลังเรยี น และเพ่ือ
ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแกน่ ฝ่าย
ประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร)์ ในรายวิชา ส16101 สงั คมศกึ ษา ด้วยการจัดการเรียนร้โู ดยใชป้ ระเด็นทา ง
สังคมที่เกี่ยวเน่ืองกับวิทยาศาสตร์เปน็ ฐานร่วมกับสื่อแอพพลิเคช่ัน Edpuzzle โดยสามารถอภปิ ราย
ผลการวจิ ัยได้ ดงั นี้

1. ผลของการจดั การเรียนรโู้ ดยใชป้ ระเดน็ ทางสังคมทีเ่ กยี่ วเน่ืองกับวิทยาศาสตรเ์ ป็นฐานร่วม
กับสื่อแอพพลิเคชน่ั EDPuzzle ท่มี ตี อ่ ความสามารถทางการคดิ วเิ คราะหข์ องนักเรยี น

ภายหลังการจดั การเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสังคมที่เก่ียวเนื่องกับวิทยาศา สตร์เป็น ฐาน
รว่ มกบั สอื่ แอพพลิเคชั่น EDPuzzle พบวา่ นกั เรียนจานวน 27 คน คิดเป็นร้อยละ 81.82 มผี ลการทดสอบ
ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์รอ้ ยละ 86 ซึ่งสงู กวา่ เกณฑ์ที่กาหนดไว้ คือ นักเรยี นรอ้ ยละ 80 มผี ลการ
ทดสอบความสามารถทางการคดิ วิเคราะหร์ ้อยละ 80 ขึน้ ไป ทงั้ นเ้ี นอ่ื งจาก ในการจัดการเรียนรู้โดยใช้
ประเดน็ ทางสังคมท่ีเก่ยี วเนอื่ งกับวิทยาศาสตร์เปน็ ฐานร่วมกบั สอ่ื แอพพลิเคชัน่ EDPuzzle มสี ่วนในการ
ดงึ ดูดความสนใจของนักเรยี นได้ โดยจะเหน็ ไดจ้ ากในขัน้ เตรยี มการที่ครูมีการนาเสนอประเด็นการย้ายถ่ิน
ของประชากรผ่านวดิ ีทัศน์ เรอื่ ง กทม.ชมุ ทางคนตา่ งจังหวัด นักเรียนมคี วามสนใจ ตัง้ ใจดูวดิ ีทศั น์ และตอบ
คาถามเม่อื ครูเปดิ ประเด็นคาถาม อีกทงั้ ในขั้นพัฒนาทกั ษะ นกั เรียนยงั ได้มกี ารสืบค้นข้อมลู เรื่องสาเหตุการ
ย้ายถิ่นผ่านแอพพลเิ คชั่น Edpuzzle ซึ่งเป็นข้อมูลสาคัญสาหรับการแสดงความคิดเห็นรว่ มกันในข้ัน
อภิปราย ตลอดจนมีอทิ ธิพลต่อการตัดสนิ ใจตอบคาถามในขน้ั ประเมนิ ต่อไป ซึง่ สอดคลอ้ งกับ วลิ าวลั ย์ เทพ
จกั ร, สรุ ยี ์พร สวา่ งเมฆ, และ มลวิ รรณ นาคขุนทด (2561) ทไ่ี ด้กลา่ วถึงการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้ประเด็นทาง
สงั คมทเี่ กยี่ วเน่ืองกับวิทยาศาสตร์ (Socioscientific issues) วา่ เปน็ การจัดการเรยี นรทู้ ี่มีส่วน ช่วยดึงดูด
ความสนใจและสามารถเช่ือมโยงองค์ความรู้ ความเขา้ ใจของนักเรียนทา่ มกลางกระบวน การ ที่มีหลาย
ขน้ั ตอนได้ แต่อยา่ งไรกต็ ามจากการทดสอบยังคงมนี ักเรยี นอีกจานวน 6 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 18.18 ท่ีมี
คะแนนต่ากว่าเกณฑ์ที่กาหนดคือรอ้ ยละ 80 ทั้งนเี้ นอ่ื งจาก ในการจัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้ประเด็นทาง
สังคมท่ีเกี่ยวเน่ืองกับวิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกับสอ่ื แอพพลิเคช่ัน EDPuzzle อาจไม่สอดคล้องกับควา ม
ตอ้ งการของนักเรียนทุกคนภายในห้องเรยี น นกั เรียนบางส่วนอาจต้องการรปู แบบการเรยี นการ สอนที่มี
กจิ กรรมสนุกสนานประกอบดังจะเห็นได้จากข้อเสนอแนะของแบบสอบถามความพึงพอใจทก่ี ล่าววา่ ผสู้ อน
ควรมีวธิ ีการสอนทด่ี ึงดดู ความสนใจของผเู้ รยี นมากกว่าน้ี ซ่งึ เมอื่ กจิ กรรมไม่เป็นไปตามที่คาดหวังส่งผลให้
ความสนใจในเนื้อหาและการทาใบงานมนี ้อยลง เกิดเป็นอุปสรรคระหวา่ งการทาขอ้ สอบในที่สุด นอกจากน้ี
ในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนด้วยระยะเวลา 50 นาที เปน็ ชว่ งเวลาทีค่ อ่ นข้างจากดั ในการจดั กิจกรรม
การเรียนการสอนที่มุ่งพัฒนาให้นกั เรียนทุกคนมีความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ ซ่ึงไม่สอดคล้องกั บ

59

งานวิจัยของสรุ ียว์ ลั ย์ พนั ธรุ ะ และสมุ าลี ชูกาแพง (2561) ทไี่ ด้ศกึ ษาการพัฒนาการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญา ณ
โดยการจัดการเรยี นรแู้ บบใช้ปัญหาเปน็ ฐานร่วมกับประเดน็ วิทยาศาสตร์กับสงั คม เร่อื ง การเปลีย่ นแปลง
ทางพนั ธกุ รรมและเทคโนโลยีชีวภาพ ของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้แผนการจัดการเรียนร้แู บบใช้
ปัญหาเป็นฐานร่วมกับประเด็นวิทยาศาสตร์กับสังคม เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมและ
เทคโนโลยชี ีวภาพ มที ัง้ หมด 8 แผน 12 ชั่วโมง จึงจะเหน็ ความกา้ วหน้าทางการเรยี นของนักเรียน

2. ผลการเปรียบเทียบความสามารถทางการคิดวิเคราะหก์ ่อนเรียนและหลงั เรียนของนกั เรียนช้นั
ประถมศึกษาปที ี่ 6 ด้วยการจดั การเรียนรโู้ ดยใช้ประเดน็ ทางสงั คมทเี่ กี่ยวเน่ืองกับวทิ ยาศาสตร์เป็นฐ าน
ร่วมกบั สื่อแอพพลิเคชน่ั Edpuzzle

นกั เรยี นมีผลการทดสอบความสามารถทางการคดิ วิเคราะห์ภายหลังการจดั การเรียนร้โู ดยใช้ประเด็น
ทางสงั คมทเ่ี กีย่ วเนอ่ื งกับวิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกับสอ่ื แอพพลิเคชนั่ Edpuzzle หลังเรียนสูงกว่าก่อน
เรยี น อย่างมนี ยั สาคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ .05 ท้ังน้เี พราะ การจดั การเรยี นรู้ท่ีมกี ารนาเสนอประเด็นทางสังคม
ท่ีกาลังเปน็ ทีส่ นใจในปจั จบุ ัน อีกท้งั ยงั มีความเชอ่ื มโยงกับเร่อื งราวในชีวิตจริงท้งั ในด้านสังคม เศรษฐกจิ มี
ส่วนชว่ ยในการกระตุ้นให้นกั เรียนเกิดความอยากรู้ และสนับสนนุ ให้เกิดการสืบคน้ ข้อมลู อย่า งเป็นร ะบบ
เชน่ ในขนั้ การเตรยี มการ ภายหลงั การรบั ชมวิดีทัศน์ เรอ่ื ง กทม.ชุมทางคนตา่ งจงั หวัด โดยใชแ้ อพพลิเคชั่น
Edpuzzle แล้ว มีนกั เรียนบางสว่ นสอบถามครเู พ่มิ เติมว่า เหตุการณน์ ี้ไมไ่ ดเ้ กิดข้นึ เฉพาะท่ีกรงุ เทพมหานคร
แตเ่ กิดขึ้นท่จี .ขอนแก่นดว้ ยใช่หรอื ไม่ หรือที่จ.นครราชสมี ามเี หตุการณแ์ บบน้บี ้างไหม เป็นต้น จากประเด็น
คาถามดังกลา่ วแสดงให้เหน็ ว่าวดิ ที ัศน์ เรอ่ื ง กทม.ชมุ ทางคนต่างจงั หวัด ท่ถี ูกนาเสนอมสี ว่ นช่วยในการสร้าง
ความสนใจและสร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับนักเรียนได้มากขน้ึ ซง่ึ สอดคล้องกบั แนวคดิ ของ จุฑามา ศ
กันวงค์, พงศ์ประพนั ธ์ พงษ์โสภณ, และธีรศักดิ์ เอโกบล (2560) ทไ่ี ด้กล่าวถงึ เป้าหมายของแนวคิดปร ะเด็น
วทิ ยาศาสตร์และสังคม วา่ นอกจากจะนาประเดน็ ทางสงั คมทเ่ี กีย่ วเนื่องกบั วิทยาศาสตร์มาใช้ในการจัดการ
เรียนรู้เพ่อื ส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์และความเข้าใจธรรรมชาตขิ องวิทยาศาสตร์แล้ว แนวคิดประเด็น
วิทยาศาสตร์และสงั คมยังสามารถกระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นมีความสนใจและมีสว่ นรว่ มในสังคมได้อีกดว้ ย นอกจากน้ี
ในขั้นพฒั นาทักษะนกั เรยี นยังได้มีการสบื ค้นข้อมูล เรอื่ ง การยา้ ยถิน่ ฐาน โดยการใชแ้ อพลิเคชน่ั Edpuzzle
ซ่งึ ภายในแอพพลิเคชนั่ น้ีมีการนาเสนอประเด็น เรื่อง สาเหตกุ ารยา้ ยถ่ินจากชุมชนชนบทไปสู่เมืองใหญ่
พรอ้ มกบั อ้างอิงแหล่งท่ีมาของข้อมูลไวอ้ ย่างชัดเจน เพ่ือใหน้ ักเรยี นได้ศกึ ษาและใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็น
แนวทางสาหรับทากจิ กรรมขน้ั ต่อไป คือ กจิ กรรมในขน้ั การอภปิ ราย เปน็ การทากิจกรรมกลุม่ ท่เี ปิดโอกาส
ใหน้ ักเรียนไดอ้ ภิปรายและแสดงความคดิ เห็นร่วมกันนักเรยี นในประเด็นเรอ่ื งผลกระทบของการยา้ ยถิ่นฐาน
และทาการตดั สนิ ในข้ันประเมนิ วา่ ชุมชนชนทบทหรือชุมชนเมืองไดร้ ับผลกระทบมากกว่ากนั โดยการ บันทึก
ลงในกระดาษโพสอทิ แลว้ ไปแปะที่หน้ากระดาน จะเห็นไดว้ ่ากจิ กรรมเหล่าน้มี สี ่วนชว่ ยในการพัฒนาทักษะ
การคดิ วิเคราะห์ของนกั เรียน และอาจกอ่ ให้เกดิ องคค์ วามร้ใู หมใ่ นดา้ นท่ีนักเรยี นสนใจมากยิ่งข้ึน สอดคล้อง
กบั แนวคดิ ของ Kolsto (2001 อา้ งถงึ ใน ภาวณิ ี รัตนคอน, ม.ป.ป.) ทไ่ี ด้กลา่ วว่า การใช้ประเด็นปัญหาทาง

60

สังคมทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับวิทยาศาสตร์เปน็ วิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีทาให้ผูเ้ รียนได้รวู้ ทิ ยาศาสตร์จากสถาน การ ณ์
ในชีวิตจริง และเห็นความมีอยู่จริงและความเกี่ยวข้องของวิทยาศาสตร์ในชีวิตจริง ช่วยส่งเสริม
ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ขั้นสูงและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ( Life-long Learning) ซึ่งเป็น
ส่งิ จาเปน็ สาหรับการจดั การกับการเปลย่ี นแปลงและการพัฒนาทางวิทยาศาสตรใ์ นสงั คม และสอดคล้อง
กับงานวิจัยของพงศ์กรณ์ พันธุ์โยศรี (2559) ได้ศึกษาผลของการเรียนรูต้ ามแนวคิดประเด็นทาง
วิทยาศาสตร์และสังคมทีม่ ีผลต่อความสามารถในการรู้สิ่งแวดล้อมของนกั เรยี นมัธยมศึก ษาตอนต้น
ผลการวจิ ัย สรปุ ได้วา่ นักเรียนมธั ยมศกึ ษาตอนต้นกลุ่มทไี่ ด้รบั การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ตา ม
แนวคดิ ประเด็นทางวิทยาศาสตร์และสังคมมีคะแนนเฉล่ียความรู้ดา้ นสิ่งแวดล้อม เจตคติด้านสิ่งแวดล้อม
และพฤตกิ รรมดา้ นส่ิงแวดล้อมสงู กว่ากลมุ่ ทไี่ ดร้ บั การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์แบบท่ัวไป อย่างมี
นัยสาคญั ทางสถิติทรี่ ะดบั 0.05

3. ผลความพงึ พอใจของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น
ฝา่ ยประถมศึกษา (ศกึ ษาศาสตร์) ท่มี ีต่อรายวิชา ส16101 สังคมศกึ ษา ด้วยการจดั การเรยี นรู้โด ยใช้
ประเดน็ ทางสงั คมทเ่ี ก่ยี วเนอ่ื งกับวิทยาศาสตรเ์ ป็นฐานร่วมกับส่ือแอพพลิเคชั่น Edpuzzle

นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา
(ศึกษาศาสตร์) มคี วามพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสงั คมที่เก่ียวเน่ืองกบั วิทยา ศาสตร์
เป็นฐานรว่ มกับส่ือแอพพลิเคชนั่ Edpuzzle ในรายวิชา ส16101 สังคมศกึ ษา เรือ่ ง การย้ายถิน่ โดยรวมอยู่
ในระดบั มาก ค่าเฉล่ียเทา่ กับ 4.37 ดา้ นท่นี ักเรยี นมีความพึงพอใจโดยมีคะแนนเฉล่ียสูงท่ีสุดคือ ด้าน
บุคลิกภาพของครู มคี า่ เฉล่ียเท่ากับ 4.68 เมื่อพจิ ารณาเปน็ รายข้อ พบว่าขอ้ ทมี่ คี ะแนนเฉลีย่ มากท่ีสุดคือ
ผู้สอนยอมรบั และตอบสนองต่อความคิดเห็นของนักเรยี น มีคา่ เฉลยี่ เท่ากับ 4.74 อย่ใู นระดบั มากทส่ี ุด ซ่ึง
ความพงึ พอใจในระดบั มากท่ีสดุ นั้นสอดคล้องกับแนวคิดของ ประสาท เนอื งเฉลมิ (2551) ทีก่ ลา่ ววา่ การจดั
สภาพแวดลอ้ มของชั้นเรียนทก่ี ระตนุ้ ให้นกั เรียนเกิดการคิด และสร้างวฒั นธรรมของการคิดเปน็ จดุ เรมิ่ ต้นท่ีดี
และนาไปสกู่ ารสอนวิทยาศาสตร์ทเี่ นน้ ประเดน็ ความสัมพันธร์ ะหว่างประเดน็ ทางสังคมที่เก่ียวเนื่องกับ
วทิ ยาศาสตร์ และคานึงถึงประสบการณ์ส่วนบุคคลที่มตี ่อการวิพากษส์ ังคม ผูเ้ รียนมคี วามสามารถใน การ
แสดงความคดิ เห็นอย่างเสรี และค้นพบระบบความเช่อื ของตนเอง อกี ท้งั ในขน้ั พัฒนาทักษะ นักเรียนได้
สืบคน้ ข้อมลู ผ่านแอพพลิเคชน่ั Edpuzzle ซ่งึ นาเสนอขอ้ มูลเก่ียวกับสาเหตุของการยา้ ยถ่นิ ฐานจา กชุมชน
ชนบทไปสู่เมอื งใหญ่ในรปู แบบของวีดโิ อที่เขา้ ใจงา่ ย น่าสนใจ โดยนกั เรียนสามารถกดเลน่ หยุด และเล่ือน
วดี ิโอไปยงั จุดทส่ี นใจ หรอื จดุ ทยี่ งั ไมเ่ ขา้ ใจเนอ้ื หาไดด้ ้วยตนเอง ส่งผลให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลได้
อย่างสะดวก รวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากการตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ ของนักเรียนที่พบว่า
แอพพลิเคชั่น Edpuzzle มสี ่วนช่วยใหก้ ารเรียนรูแ้ ละการทาใบงานสะดวก มคี า่ เฉล่ียเท่ากับ 4.20 ซ่งึ อยใู่ น

61

ระดบั มาก สอดคล้องกับแนวคิดของพันทิพา อมรฤทธ์ิ (2561) ทีก่ ลา่ วว่า EDpuzzle เปน็ เทคโนโลยีท่ีช่วย
สร้างสือ่ เน้ือหาบทเรียนมลั ติมเี ดียให้มีความนา่ สนใจ ผู้สอนสามารถสร้างส่ือบทเรียนปฏสิ ัมพัน ธ์ได้อย่าง
ง่ายดายผ่านการตดั ต่อคลิปวิดีโอ ตลอดจนผูส้ อนสามารถประยุกต์ใช้ EDpuzzle ในกระบวนการเรยี นการ
สอนทง้ั ในรูปแบบ Active Learning และในรปู แบบหอ้ งเรยี นกลับด้าน (Flipped Classroom) ไดอ้ ีกด้วย
นอกจากน้ยี ังมขี ้อมูลเชิงคุณภาพจากขอ้ เสนอแนะของผู้เรยี น คือ ผู้สอนควรดึงดูดความสนใจของผู้เรียน
มากกว่านี้ และควรเพ่มิ เสยี งลงในสื่อวดี ิโอทีใ่ ช้สอนเพอ่ื ดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั แนวคิด
ของสมบูรณ์ พรรณนาภพ และชัยโรจน์ ชัยอินคา (2518) ทก่ี ลา่ วว่าการที่บคุ คลจะเรยี นรูห้ รือมกี าร พัฒนา
ความเจรญิ งอกงามน้นั บุคคลจะต้องอยใู่ นสภาวะพึงพอใจ สขุ ใจเป็นเบือ้ งตน้ นน่ั คอื บคุ คลจะตอ้ งไดร้ ับการ
จูงใจในทง้ั ลกั ษณะนามธรรมและรูปธรรม

62

บทท่ี 5
สรปุ ผลการวจิ ัย และข้อเสนอแนะ

การวิจัยครั้งนี้มวี ัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสังคมท่ี
เก่ยี วเนอ่ื งกับวิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกับส่ือแอพพลิเคชัน่ EDPuzzle ทีม่ ตี อ่ ความสามารถทา งกา รคิด
วเิ คราะห์ของนักเรยี น โดยนกั เรียนรอ้ ยละ 80 มผี ลการทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ร้อยละ
80 ขนึ้ ไป เปรียบเทยี บผลการทดสอบความสามารถทางการคดิ วิเคราะหก์ ่อนเรยี นและหลงั เรยี น และศกึ ษา
ความพงึ พอใจของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา
(ศกึ ษาศาสตร์) ทมี่ ีตอ่ รายวชิ ารายวิชา ส16101 สงั คมศกึ ษา ดว้ ยการจัดการเรยี นรูโ้ ดยใช้ประเด็นทางสังคม
ท่ีเกยี่ วเน่อื งกบั วิทยาศาสตร์เป็นฐานร่วมกับสอ่ื แอพพลิเคช่ัน Edpuzzle กลุม่ ตวั อยา่ งเปน็ นักเรยี นระดับชั้น
ประถมศึกษาปที ี่ 6 (Unit F 2/1) โรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์)
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 35 คน เป็นกลมุ่ ตัวอยา่ งที่ใช้วิธกี ารสุ่มแบบแบ่งกล่มุ (Cluster
Random Sampling) โดยการจับฉลาก 1 ใบ จากฉลากท้ังหมด 4 ใบ ดาเนนิ การวิจัยโดยใชร้ ูปแบบ การ
วิจัยเชิงทดลอง เแบบแผนการทดลองขั้นต้น (Pre-Experimental Design) โดยทาการศึกษากับกล่มุ
ตัวอย่างหน่งึ กลุ่ม ท่มี กี ารทดสอบก่อนและหลังการทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design)
เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสงั คมที่เกี่ยวเนื่องกบั
วทิ ยาศาสตร์เป็นฐาน (Socio – Scientific Issue Based Learning) รว่ มกบั ส่อื แอพพลิเคชัน่ EDPuzzle
จานวน 1 แผน แบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคดิ วิเคราะห์ รายวชิ า ส16101 สงั คมศึกษา เรอื่ ง การ
ย้ายถนิ่ เป็นแบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 10 ข้อ แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน
ที่มีต่อแผนการจัดการเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสังคมท่ีเกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ( Socio –
Scientific Issue Based Learning) รว่ มกับสื่อแอพพลเิ คช่นั EDPuzzle จานวน 4 ด้าน 12 ขอ้ วิเคราะห์
ขอ้ มูลเชิงปริมาณด้วยการวิเคราะห์ขอ้ มูลจากแบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคิดวิเคราะห์ก่อน เรียน
และหลงั เรยี น โดยใชส้ ถติ ิ T - test dependent และวเิ คราะห์ข้อมลู จากแบบสอบถามความพึงพอใจ โดย
นาข้อมูลมาหาคา่ เฉล่ยี สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และวเิ คราะห์ขอ้ มูลเชงิ คุณภาพโดยการพรรณนา

1. สรปุ ผลการวจิ ัย
การวจิ ัยครง้ั น้ีสามารถสรุปผลได้ดังนี้
1.1 นักเรยี นจานวน 27 คน คิดเปน็ ร้อยละ 81.82 มีผลการทดสอบความสามารถทางการคิด

วเิ คราะห์ร้อยละ 86 ซ่งึ สงู กวา่ เกณฑท์ ่ีกาหนดไว้ คือ นักเรยี นร้อยละ 80 มผี ลการทดสอบควา มสา มารถ
ทางการคดิ วิเคราะห์รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป

63

1.2 นักเรียนมีผลการทดสอบความสามารถทางการคิดวิเคราะหภ์ ายหลงั การจดั การเรียนรู้โดย
ใชป้ ระเดน็ ทางสงั คมท่เี ก่ียวเนือ่ งกบั วิทยาศาสตร์เปน็ ฐานร่วมกับส่ือแอพพลิเคชั่น Edpuzzle หลังเรียนสูง
กวา่ ก่อนเรียน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถติ ิท่ีระดบั .05

1.3 นกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 โรงเรยี นสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา
(ศกึ ษาศาสตร)์ มคี วามพึงพอใจต่อการจดั การเรยี นรู้โดยใชป้ ระเดน็ ทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกบั วิทยา ศา สตร์
เปน็ ฐานร่วมกบั สอื่ แอพพลิเคชั่น Edpuzzle ในรายวชิ า ส16101 สงั คมศกึ ษา เร่อื ง การยา้ ยถ่นิ โดยรวม
อยูใ่ นระดบั มาก (̅X = 4.37)

2. ข้อเสนอแนะ
เป็นการนาข้อค้นพบท่ีได้จากการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรูม้ านาเสนอ เพอ่ื นาผลการวิจัย

ไปใช้ และเสนอแนะเพ่อื การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมจากข้อคน้ พบนนั้ เพือ่ ให้เกิดแนวคดิ ในการทาวิจยั ครั้งตอ่ ไป
2.1 ข้อเสนอแนะในการนาผลวิจยั ไปใช้
1) จากการวิจยั พบวา่ ในการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ขนั้ ตอนไมเ่ ป็นไปตามแผนการจัดการ

เรียนรู้นัก เนอื่ งจากมรี ะยะเวลาทจ่ี ากดั ดังนนั้ ควรมีการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเวลา
หรือเพม่ิ ระยะเวลาในการทากจิ กรรม เพ่อื ให้นกั เรียนมีเวลาในการศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้ และมีโอกาสได้
แสดงออกทางความคดิ เห็นอย่างเต็มท่ี

2) ในขัน้ อภิปราย พบปญั หาเรื่องนกั เรียนกลุ่มท่ีรบั ฟงั ไม่ได้ให้ความสนใจต่อนักเรียน กลุ่ม
นาเสนอเท่าทค่ี วร ดงั นัน้ เพอื่ ให้การนาเสนอผลงานเป็นไปอย่างเรียบร้อยและนกั เรียนเกิดการ เรียน รู้ได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ ครูควรวางกฎระเบียบในขน้ั ตอนนอ้ี ย่างชัดเจน และปรับเวลาในการทา กิจกรร มให้
เหมาะสม

3) การใชแ้ อพพลเิ คชน่ั Edpuzzle ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เปน็ สอ่ื เทคโนโลยที ่ีนกั เรียน
ต้องเรยี นรผู้ ่านโทรศัพท์มือถอื ของตนเอง สง่ ผลใหไ้ ม่สามารถทราบไดว้ ่าขณะทากิจกรรมการเรยี นการ สอน
อยนู่ ้ันนกั เรยี นทกุ คนได้ใหค้ วามสนใจอยู่ที่แอพพลิเคช่ัน Edpuzzle จรงิ หรือไม่ คณุ ครคู วรมกี ารทาขอ้ ตกลง
หรอื กติการในชนั้ เรยี นขณะใช้แอพพลเิ คชั่นรว่ มกับนกั เรยี นอยา่ งจรงิ จังก่อนเริ่มทากิจกรรม และควรเดิน
สารวจการทางานของนักเรยี นเป็นระยะ ๆ เพ่อื ตรวจสอบการทากิจกรรมและความคืบหน้าในงา นของ
นกั เรยี น

2.2 ข้อเสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้งั ต่อไป
1) ควรนาแผนการจัดการจดั การเรียนรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสังคมทเี่ ก่ียวเนื่องกับวิทยาศา สตร์

เป็นฐานร่วมกบั แอพพลิเคชน่ั Edpuzzle ไปใชใ้ นการทาวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพอ่ื ปรบั ปรงุ รูปแบบการจัด
กจิ กรรมการเรียนรใู้ หส้ อดคล้องกับความสามารถของนักเรียนอย่างต่อเน่อื ง ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ให้กับ
นักเรยี นไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

64

2) ควรนารูปแบบการจัดการเรยี นรู้โดยใชป้ ระเด็นทางสังคมที่เกี่ยวเน่ืองกับวิทยาศาสตร์เป็น
ฐานไปใช้ในการพัฒนาความสามารถทางการคิดวเิ คราะหพ์ ร้อมกับสง่ เสรมิ ความสามารถด้านการโตแ้ ย้งขอ ง
นกั เรยี นต่อไป

65

บรรณานกุ รม

กัลยารัตน์ เจรญิ นิตย์ (2555). นวัตกรรมทางการศกึ ษา. ค้นเม่ือ 29 ธันวาคม 2562, จาก
https://pnru3math53 .blogspot.com/2012/09/ blog- post_22 .html?m=1&fbclid= I
wAR23Ypd3ixamdhmbVEONW_RpAZbPUtx_P8EwBKG_sOZB3iwkMocqn56MaQQ

ครเู ชียงรายดอทเนท็ (2558). หลกั การสอนที่เน้นการสอนคิดวิเคราะห์. ค้นเมือ่ 30 ธนั วาคม 2562, จาก
https://www.kruchiangrai.net/wp-content/uploads/2015/02/หลกั การสอนทเ่ี นน้ การสอน
คิดวิเคราะห์.pdf

จุฑามาศ กนั วงค์, พงศป์ ระพนั ธ์ พงษ์โสภณ, และธีรศกั ด์ิ เอโกบล. (2560). การส่งเสรมิ การให้เหตุผลเชงิ
จรยิ ธรรมของนกั เรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 6 โดยการจดั การเรยี นรู้โดยใชป้ ระเดน็ ทางสงั คมที่
เกีย่ วเน่อื งกบั วิทยาศาสตร์ Enhancing Student’s Moral Reasoning Using
Socioscientific Issues-Based Teaching, การประชุมวิชาการมหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งที่
56

ชศู กั ด์ิ โสชะรา (2552). การพัฒนาทกั ษะการคิดวเิ คราะห์. ค้นเมือ่ 30 ธนั วาคม 2562, จาก
http://sochara.blogspot.com /2009/07/blog-post.html

ทิศนา แขมมณี. (2554). ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ สร้างสรรค์และการคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณ :
การบรู ณาการในการจดั การเรียนรู้ [ออนไลน์]. วารสารราชบัณฑิตยสถาน, 36(2), 191

ธเณศร์ สพุ งษ์ (2558). ความหมาย ความสาคญั องค์ประกอบและประเภทของนวัตกรรมการศึกษา. คน้
เมอื่ 29 ธนั วาคม 2562, จาก https://thanetsupong.wordpress.com/fbclid=IwAR
3YY8enH4E3yhS7JeWiVFQyrve58sWriE2T39Z7URZgyU60UoZATONy3YA

ประสาท เนอื งเฉลมิ . (2551). การเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตร์ตามแนวคิด Socioscientific. วารสาร
ศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหาสารคาม, 2(3), 99-105

ปรีดาวรรณ ออ่ นนางใย (2555). การสร้างแบบทดสอบวดั ความสามารถการคิดวเิ คราะห์ สาหรับนักเรยี น
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6. ปรญิ ญานิพนธก์ ารศกึ ษามหาบณั ฑติ สาขาวิชาการวดั ผลการศึกษา บณั ฑิต
วิทยาลยั มหาวทิ ยาลัยศรนี ครินทรว์ โิ รฒ.

พงศ์กรณ์ พนั ธโ์ุ ยศรี. (2559). ผลของการเรียนรู้ตามแนวคดิ ประเด็นทางวทิ ยาศาสตร์และสังคมท่ีมีผลตอ่
ความสามารถในการรสู้ ิง่ แวดล้อมของนกั เรยี นมัธยมศึกษาตอนต้น. วทิ ยานิพนธค์ รุศาสตร์
มหาบณั ฑติ สาขาวชิ าการศกึ ษาวิทยาศาสตร์ ภาควชิ าหลักสตู รและการสอน คณะครศุ าสตร์
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

พระราชบญั ญตั ิ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ (ฉบบั ท่ี ๓)
พ.ศ. ๒๕๕๓. (2542,14 สิงหาคม). ราชกจิ จานเุ บกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก. หน้า 3-8.

66

พันทพิ า อมรฤทธิ์. (2561). เทคโนโลยที ใี่ ชใ้ นการสรา้ งความรแู้ ละสรา้ งสรรค์สื่อบทเรยี นปฏิสมั พันธ์
กระตนุ้ การเรียนรู้. ค้นเม่อื 30 ธนั วาคม 2562, จาก https://mgt.skru.ac.th/mgt_km/file/
prefile/ 201807316189148.pdf?fbclid=IwAR1g7QkEIcPv6KKRMgckesXIhL5cueCr4dd
VaEjAZwqpGHaTpD_KU9bIN_g

พินิจ ขาวงษ์. (2551). การเรียนรวู ิทยาศาสตรจ์ ากประเดน็ ทางสงั คมที่เกีย่ วน่ืองกบั วิทยาศาสตร์,
เอกสารประกอบการสัมมนา เรือ่ ง สอนวิทยาศาสตร์อย่างไรให้สอดคล้องกับบรบิ ทชมุ ชนเมือง.

ภาวณิ ี รัตนคอน. (ม.ป.ป.). การพัฒนาแบบวดั ทักษะการโต้แยง้ ในหนว่ ยการเรยี นรู้ ทรพั ยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดล้อมโดยใชป้ ระเดน็ ปัญหาทางสังคมทเี่ กีย่ วขอ้ งกับวทิ ยาศาสตร์. ค้นเมือ่ 30 ธนั วาคม
2562, จาก http://elsd.ssru.ac.th/pawinee_ra/pluginfile.php/40/block_html

มันทนา ปิตาระโพธ์ิ (2561). การพัฒนาทักษะการคดิ วเิ คราะห์ โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL) รว่ มกบั
แนวคดิ สะเต็มศกึ ษา(STEM Education) โรงเรยี นแหลมรังวทิ ยาคม จังหวัดพิจติ ร. พิจิตร :
กระทรวงศึกษาธิการ.

รุจี เฉลิมสขุ (2557). การคิดวิเคราะห.์ ค้นเม่อื 30 ธันวาคม 2562, จาก https://www.gotoknow.org
/pos/486754

วกิ ีพีเดีย สารานกุ รมเสรี (2558). การคิดวเิ คราะห์. ค้นเม่ือ 30 ธนั วาคม 2562, จาก https://th.wiki
pedia.org/wiki/การคิดวเิ คราะห์

วิภาพรรณ พินลา. (2560). แนวทางการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าสังคมศกึ ษา เพื่อพัฒนาทักษะการคดิ อยา่ งมี
วิจารณญาณสาหรับผูเ้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 [ฉบับออนไลน์]. วารสารปาริชาต, 30(1), 13 – 34

วิลาวลั ย์ เทพจักร, สุรยี ์พร สว่างเมฆ, และ มลวิ รรณ นาคขนุ ทด. (2561). การส่งเสรมิ ทักษะการส่อื สาร
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพของนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 เร่ือง การเจริญเตบิ โตของพชื โดยใช้การ
จดั การเรียนร้ดู ว้ ยประเดน็ ทางสังคมทเ่ี กย่ี วเน่ืองกับวทิ ยาศาสตรร์ ว่ มกับการโต้แย้งเชิงวทิ ยา ศาสตร์
Enhancing Grade 1 1 th Students’ Effective Communication Skill through
Socioscientific Issues Learning Management Integrated with Scientific Argument in
Topic of Plant Growth [ฉบบั ออนไลน]. วารสารวิทยบริการ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์,
29(3), 50-63.

สภุ าวดี แซ่อ้ยุ และ ศริ ริ ัตน์ ดีสอน. (2559). การพฒั นาสอ่ื มัลติมีเดยี เพื่อการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง เรอื่ ง
ระบบคอมพวิ เตอร์ สาหับนกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1. ศกึ ษาศาสตรบ์ ัณฑิต สาขาวชิ า
เทคโนโลยกี ารศึกษา คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา

สุวิทย์ มูลคา (2553). กลยทุ ธก์ ารสอนคดิ วิเคราะห์ (พมิ พค์ ร้ังที่ 5). กรงุ เทพฯ : ภาพพิมพ์.
สุรนิ ทร์ บญุ สนอง (2554). ความสาคญั ของนวัตกรรมการศกึ ษา. คน้ เมอ่ื 29 ธนั วาคม 2562, จาก

https://www.gotoknow.org /posts/428146

67

สุรยี ์วลั ย์ พนั ธรุ ะ และ สมุ าลี ชูกาแพง. (2561). การพัฒนาการคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ โดยการจดั การ
เรียนรแู้ บบใชป้ ัญหาเป็นฐานร่วมกบั ประเดน็ วิทยาศาสตร์กบั สงั คม เรื่อง การเปลีย่ นแปลงทาง
พันธุกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ ของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 The Development of
Critical Thinking by Using Problem based Learning Activity with Socioscientific Issue
of Genetics Changes and Biotechnology for Matthayomsueksa 5 Students [ออนไลน์].
วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 12(3)

สนุ ทร สีหานาม. (2555). การเปรยี บเทียบผลสัมฤทธท์ างการเรียนวิชาสังคมศึกษาระหว่างวธิ กี ารสอน
แบบแข่งขันระหว่างกลุ่มดว้ ยเกมกับวธิ ีสอนปกติ. ส่วนหนง่ึ ของการศึกษาตามหลักสูตร ศึกษา
ศาสตรมหาบัณฑิต (การสอนสังคมศกึ ษา) มหาวิทยาลยั รามคาแหง.

ศศมิ า สุขสว่าง (ม.ป.ป.). การคดิ เชิงวิเคราะห์ 5 ขน้ั ตอน(Analytical Thinking). คน้ เมอ่ื 30 ธนั วาคม
2562, จาก https://www.sasimasuk.com/15848561/การคิดเชงิ วิเคราะห์-5-ข้ันตอน
analytical-thinking

สถาบนั วจิ ยั เพ่ือการพัฒนาประเทศไทย. (2557). การจัดทายทุ ธศาสตร์การปฏิรปู การศกึ ษาข้นั พื้นฐานให้
เกิดความรบั ผดิ ชอบ. ค้นเมื่อ 23 ธันวาคม 2562, จาก http://www.tdri.or.th/wp-content/
uploads/2014/06/wb103.pdf

อนล สวนประดษิ ฐ์ (2562). ความรู้เบ้ืองต้นเกยี่ วกับนวตั กรรมทางการศกึ ษา. เอกสารประกอบการสอน

วิชานวัตกรรมทางการศึกษา. คน้ เมอื่ 29 ธันวาคม 2562, จาก http://dspace.bru.ac.th

/xmlui/hadle/123456789/5675
อรพนิ ทร์ ชูชม (2555). แรงจูงใจใน การทางาน : ทฤษฎแี ละการประยกุ ต์ [ออนไลน์]. วารสารจติ วิทยา.

มหาวิทยาลยั เกษมบณั ฑติ , 2(2), 52-61.
อัศวิน ธะนะปัด, ศศิเทพ ปิติพรเทพนิ , และพฒั นี จันทรโรทัย. (2558). การพัฒนาทักษะการโต้แย้งของ

นกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในหน่วยการเรยี นรทู้ รพั ยากรธรรมชาติ โดยใช้การจัดการเรียนรูด้ ว้ ย
ประเดน็ ทางสงั คมที่เกยี่ วขอ้ งกบั วทิ ยาศาสตร์ Development of Grade 10th Students’
Argumentation Skills in Natural Resources Unit Using Socioscienctific Issues - Based
Teaching [ออนไลน์]. วารสารวจิ ัย มข. มส. (บศ.), 3(2)
อานาจ สคุ นเขตร์ (2562). การจัดการเรยี นรดู้ ้วย EDpuzzel. ปตั ตานี : มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์
วิทยาเขตปตั ตานี
Jarernsri (2558). นวตั กรรมเพอ่ื การพัฒนาหลกั สูตรและการสอน. คน้ เมื่อ 29 ธันวาคม 2562, จาก
https://jarernsri512.wordpress.com/2015/05/01/นวตั กรรมการจดั การเรยี น/?Fbclid
=IwAR31qiPr9kjaYtu 4VmAAjftvCrhJdnInFgBIVKTlB3jeFHZS_02XyLh_jU

68

Maitree Pongsapan. (2554). ความหมายของความพึงพอใจ. คน้ เมื่อ 30 ธนั วาคม 2562, จาก
http://maitree3.blogspot.com/2011/03/blog-post.html

PRAPATSORN_P. (2558). กระบวนการคิดวิเคราะหเ์ พอ่ื การเรียนรู้อยา่ งย่งั ยืน. ค้นเมือ่ 23 ธนั วาคม
2562, จาก https://prapatsorn32.wordpress.com/2015/05/13

Thesis Avenue. (2551). ความพึงพอใจ (Satisfaction) คืออะไร วดั ผลอยา่ งไร. คน้ เมอ่ื 30 ธันวาคม
2562, จาก http://thesisavenue.blogspot.com/2008/09/satisfaction.html

69

ภาคผนวก

70

ภาคผนวก ก
รายชอ่ื ผูเ้ ช่ียวชาญและหนงั สอื ราชการ

- รายชอื่ ผเู้ ช่ยี วชาญ
- หนงั สอื ราชการ

1. รายชอื่ ผเู้ ชี่ยวชาญ 71

1) ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จตุภมู ิ เขตจตั ุรัส อาจารยป์ ระจาสาขาวชิ าการวดั และ
ประเมินผลการศกึ ษา คณะศกึ ษาศาสตร์
2) อาจารย์นุชนาฏ เนสสุ ินธุ์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่
3) ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มณฑา ชุ่มสุคนธ์
อาจารย์โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร)์

อาจารย์ประจาสาขาวิชาสงั คมศกึ ษา
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่

72

2. หนังสอื ราชการ

73

74

75

76

ภาคผนวก ข
เคร่ืองมือทใี่ ชใ้ นการวิจยั

- แผนการจัดการเรยี นรู้
- แบบประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ (สาหรบั ผู้เชีย่ วชาญ)
- แบบทดสอบวดั ความสามารถทางการคดิ วิเคราะห์
- แบบตรวจสอบความตรงเชิงเนือ้ หาแบบทดสอบความสามารถทางการ
คิดวิเคราะห์ของนักเรยี น (สาหรับผ้เู ช่ียวชาญ)
- แบบสอบถามความพึงพอใจของนกั เรยี นที่มีตอ่ การจดั การเรยี นรู้
- แบบประเมินความสอดคลอ้ งแบบสอบถามความพงึ พอใจของ
นกั เรยี นทีม่ ีต่อการจัดการเรยี นรู้ (สาหรับผู้เชย่ี วชาญ)

77

แผนการจดั การเรยี นรโู้ ดยใชป้ ระเด็นทางสงั คมที่เกีย่ วเนอื่ งกับวทิ ยาศาสตร์เป็นฐาน

(Socio – Scientific Issue Based Learning) ร่วมกับสอื่ แอพพลิเคชั่น EDPuzzle

กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชา ส 16101 สังคมศึกษา

ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 7 เร่ือง ประชากรศกึ ษาพัฒนาชีวิต เวลา 150 นาที

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2 เร่ือง การย้ายถน่ิ เวลา 50 นาที ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562

วันท่ี 3 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 09.40 – 10.30 น.

โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยประถมศึกษา (ศึกษาศาสตร์)

ผูส้ อน : นางสาวกชกร จนั โท และ นางสาวชญานตุ ม์ สีหานาม

มาตรฐาน / ตัวช้วี ดั

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งมนุษย์กับสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพท่กี ่อให้เกิดการ
สร้างสรรคว์ ฒั นธรรม มีจติ สานกึ และมสี ว่ นร่วมในการอนรุ กั ษท์ รัพยากร และส่ิงแวดลอ้ มเพอ่ื การพัฒนาที่
ยั่งยืน

ตวั ชีว้ ัด ป 6/2 อธิบายการแปลงสภาพธรรมชาติในประเทศไทยจากอดีตถึงปัจจุบนั และผลท่ี
เกิดข้นึ จากการเปลยี่ นแปลงน้ัน

1. สาระสาคญั

การอพยพย้ายถิ่น เปน็ การย้ายทอ่ี ยจู่ ากถ่นิ เดมิ ไปยังอีกถ่นิ หนึง่ ซึ่งปัจจบุ นั การย้ายถิน่ ทีพ่ บมากมัก
เป็นการย้ายถ่ินจากชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่ โดยมีสาเหตุมาจากความต้องการเพิม่ พูนรายได้ แสวงหา
การศึกษาท่มี คี ุณภาพ และอาศัยอยู่ในถิ่นท่ีมีความเจริญ ซึ่งการกระทาดงั กลา่ วล้วนส่งผลกระทบต่อชุมชน
เมืองและชนบท

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
เม่ือนกั เรยี นเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรยี นรู้ เร่อื ง การยา้ ยถน่ิ ฐาน แล้วนักเรยี นสามารถ
1. อธบิ ายความหมายของการยา้ ยถ่ินไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (K)
2. ระบุสาเหตทุ มี่ ผี ลตอ่ การเคลือ่ นยา้ ยถนิ่ ฐาน (K)
3. วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการย้ายถ่นิ ฐานของประชากร (P)
4. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของปัญหาท่เี กดิ ข้ึนจากการย้ายถ่นิ ฐานของประชากร (A)

3. สาระการเรียนรู้
การยา้ ยถิน่ ปัจจบุ นั การยา้ ยถนิ่ ทพี่ บมาก คอื การย้ายถนิ่ จากชนบทเขา้ สมู่ ืองใหญ่ เชน่

กรุงเทพมหานคร เชยี งใหม่ ขอนแก่น เปน็ ต้น
การอพยพย้ายถนิ่ คอื การย้ายทอ่ี ยู่อาศยั จากถิน่ เดิมไปยงั อีกถนิ่ หนึง่

78

สาเหตขุ องการยา้ ยถิ่น
1. เพือ่ หารายได้ สาเหตสุ าคัญที่ทาให้เกดิ การย้ายถิ่นออกจากภูมิลาเนา เดิม คือต้องการ

เพ่มิ พูนรายได้ เช่น ในฤดูแลง้ ชาวนา ชาวไร่ไม่สามารถปลกู พืชได้ เพราะไมม่ ีน้า สภาพอกาศไม่เอ้ืออานวย
ชาวชนบทจานวนมากจงึ อพยพยา้ ยถนิ่ เขา้ ไปในเมืองใหญ่เพื่อประกอบอาชีพอ่ืน เชน่ เป็นคนงานก่อสร้าง
รับจ้างท่วั ไปหรอื อาชพี อื่น ๆ ตามความถนดั

2. เพ่อื การศกึ ษา ประชากรจานวนมากอพยพจากชนบทเข้าส่เู มอื งเพอ่ื การศึกษา ทงั้ นีเ้ พราะ
มีความเชื่อว่าในเมืองมีการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทใ่ี ห้เลือกเรียนได้หลายแห่งและหลา ยสาขา ตา มควา ม
ตอ้ งการสาหรับเป็นพ้นื ฐานในการเรียนระดบั สูงหรอื การเรยี นเพ่อื ประกอบอาชีพ

3. เพื่ออาศยั อยู่ในถิ่นที่เจริญกวา่ ในชนบท ในเมืองส่วนใหญจ่ ะมีลกั ษณะท่ีแตกต่างไปจ าก
ชนบทอย่างเห็นได้ชัดเจน เชน่ มีนา้ ประปา ไฟฟา้ โทรศัพท์ ถนน โรงมหรสพ สวนสาธารณะ บริการด้าน
การแพทย์ การสาธารณสขุ สถานท่ีพักผอ่ นหยอ่ นใจ รวมทัง้ การคมนาคมที่สะดวกสบาย ความเจรญิ เหลา่ น้ี
จึงเป็นสิ่งดงึ ดูดให้คนในชนบทอพยพเข้ามาอยู่อาศยั ในมืองเพ่มิ ขนึ้
นอกจากน้ยี งั มสี าเหตอุ นื่ ๆ อีก ทที่ าให้ชาวชนบทอพยพยา้ ยถ่นิ เข้ามาในเมือง เชน่ คาชกั ชวนจากญาติพี่
น้อง เพ่ือน การมาหาข้อมลู เกีย่ วกบั การจ้างงาน ความอยากรอู้ ยากเหน็ การหนีภัยธรรมชาติ
ผลกระทบต่อชมุ ชนชนบท

1. ประชากรลดลงอย่างรวดเรว็
2. ชุมชนขาดการพฒั นา เพราะหนุ่มสาว ซงึ่ เป็นกาลงั สาคัญย้ายถ่ินออกเพ่ือไปหางาน ทาที่
เมืองหลวง
3. เศรษฐกิจในชุมชนออ่ นแอลง เพราะสูญเสียกาลังในวัยแรงงาน
4. เกดิ ปัญหาสงั คม เชน่ ปัญหาครอบครวั เนอื่ งจากพอ่ แมว่ ัยแรงงานอพยพไปเมอื งหลวงจึงทิ้ง
ลูกใหอ้ ยูก่ บั ปูยา ตายาย เดก็ ขาดความอบอนุ่ หรอื บางคนนาลกู เข้ามาในมอื งหลวงด้วยกต็ ้องมาอยูใ่ น
ลักษณะชมุ ชนแออัดเกิดปญั หาด้านสขุ ภาพ การศึกษา เปน็ ตัน
ผลกระทบตอ่ เมืองหลวง
1. ชุมชนแออดั
2. การจราจรติดขัดและอากาศเสยี
3. ปัญหาเศรษฐกจิ
4. ปัญหาอาชญากรรม

เอกสารอ้างองิ
นุชนาฎ เนสุสินธ์ุ. (2562). เอกสารประกอบการเรียนรายวิชา ส 16101 สังคมศึกษา ศาสนาและ

วัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6. ขอนแก่น : โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
ฝ่ายประถมศกึ ษา (ศกึ ษาศาสตร์).

79

4. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 ขน้ั เตรียมการ (5 นาท)ี

1. นกั เรยี นรับชมวดี ทิ ัศน์ เรื่อง กทม.ชุมทางคนตา่ งจังหวดั โดยใชแ้ อพพลเิ คชั่น Edpuzzle เป็น
เวลา 2 นาที

2. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สนทนาในประเด็นคาถามตา่ ง ๆ ดงั นี้
2.1 จากวดี ิทัศนท์ ่ีครเู ปดิ มกี ารนาเสนอข่าวเก่ียวกับเรอ่ื งอะไร
(แนวคาตอบ : การย้ายถน่ิ ฐาน, การเคลื่อนยา้ ยแรงงาน เป็นต้น)
2.2 นักเรียนคดิ วา่ จากสถานการณท์ เ่ี กดิ ขนึ้ มีสาเหตุมาจากอะไร
(แนวคาตอบ : การพฒั นาระบบคมนาคม การพัฒนาอุตสาหกรรม ความต้องการหารายได้

ในการเลีย้ งชีพ)
ขั้นที่ 2 ข้ันพฒั นาทกั ษะ (15 นาท)ี

3. นักเรียนสืบค้น เรอื่ ง การยา้ ยถ่ินของประชากรจากแอพพลิเคชั่น Edpuzzle หรือแหล่งการ
เรียนรอู้ ืน่ ๆ ทีน่ า่ เชื่อถือ เชน่ หนังสอื เรียน อนิ เทอรเ์ น็ต โดยในการสืบคน้ ข้อมูลต้องมีการเขียนอ้างอิงหลัง
คาตอบทุกคร้ัง โดยข้อมูลทีอ่ า้ งอิงควรเปน็ ชื่อ – สกุลเจ้าของเวบ็ ไซต์ หรอื ช่ือหนว่ ยงานต่า ง ๆ และช่ือ
เวบ็ ไซต์ทเ่ี ขยี นขอ้ มลู เหลา่ นน้ั ตัวอย่างการเขียนอ้างองิ มี ดังน้ี

กรณีที่ 1 การสืบคน้ ขอ้ มลู จากแอพพลิเคชั่น Edpuzzle
1. การยา้ ยถิ่น หมายถึง การยา้ ยทีอ่ ยู่อาศัยจากถิน่ เดิมไปยังอีกถิ่นหนึง่

(แหล่งทม่ี า : ให้อ้างอิงตามแหล่งที่มาภายในแอพลิเคช่ัน)
กรณีที่ 2 การสืบคน้ ขอ้ มลู จากหนงั สอื เรียน (ใหบ้ อกช่อื หนงั สอื )
1. การย้ายถิ่น หมายถึง การย้ายที่อย่อู าศยั จากถิน่ เดิมไปยังอีกถิ่นหนึง่

(แหลง่ ท่ีมา : หนงั สอื เรยี นรายวชิ า ส16101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม)
กรณีท่ี 3 การสบื ค้นขอ้ มลู จากอนิ เทอร์เน็ต
3.1 กรณีเปน็ ชอื่ - สกุล เจา้ ของเว็บไซต์
1. การยา้ ยถิน่ หมายถึง การย้ายทอี่ ยู่อาศยั จากถน่ิ เดมิ ไปยังอกี ถ่นิ หน่งึ

(แหลง่ ทมี่ า : ณฐวร อันปญั ญา, www.cdmsu52.blogspot.com)
3.2 กรณเี ป็นหน่วยงาน
1. การย้ายถน่ิ หมายถงึ การย้ายท่ีอยูอ่ าศยั จากถน่ิ เดิมไปยงั อกี ถ่ินหนงึ่

(แหล่งท่มี า : สานักงานสถติ ิแหง่ ชาติ, www.gnews.apps.go.th)
4. ภายหลังการสืบค้นให้นักเรยี นตอบคาถามลงในใบงานนักเรียนรายบคุ คลท่ีครแู จก โดยคาถามมี

ดังน้ี
4.1 การย้ายถิ่น หมายถึง
4.2 บอกสาเหตุของการยา้ ยถ่ินฐานจากชนบทไปสู่เมอื งใหญใ่ ห้ไดม้ ากทีส่ ุด

80

4.3 จัดลาดบั ความสาคญั ของสาเหตุที่ส่งผลกระทบตอ่ การย้ายถ่นิ ฐานของประชากรจากมาก
ไปน้อย

4.4 จากขอ้ 4.3 เพราะเหตใุ ดนักเรยี นจงึ คิดวา่ สาเหตใุ นลาดับท่ี 1 สง่ ผลกระทบต่อการย้าย
ถิน่ ฐานจากชนบทไปส่เู มอื งใหญม่ ากที่สุด (ใช้เวลาในการทาใบงานเดี่ยว 10 นาท)ี
5. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สนทนาในประเดน็ คาถามตา่ ง ๆ ดังนี้

5.1 จากการศกึ ษาข้อมลู นักเรยี นคดิ วา่ สาเหตขุ องการเคล่ือนย้ายจากชนบทไปสเู่ มืองใหญ่มี
อะไรบา้ ง

(แนวคาตอบ : ต้องการเพ่มิ พนู รายได้ แสวงหาการศกึ ษาทีม่ ีคณุ ภาพ และต้องการอาศัยอยู่
ในถิ่นท่มี ีความเจริญ)
ข้ันที่ 3 ขน้ั การอภิปราย (15 นาที)

6. แบ่งกลมุ่ นกั เรยี นจานวน 35 คนออกเปน็ 6 กลุ่ม กลมุ่ ละ 5 - 6 คน โดยการใหน้ ักเรยี นหันโต๊ะ
ของตนเองเขา้ หาโตะ๊ ของเพ่ือนทอี่ ยดู่ า้ นขา้ ง

7. ครูจาลองสถานการณ์ทเ่ี กิดขนึ้ ในปจั จบุ นั ให้นักเรียนรบั ฟัง โดยสถานการณ์ คอื ขณะนี้หมบู่ ้านใน
ชนบททพี่ วกเราอาศยั อยู่กาลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ปริมาณนา้ ไมเ่ พียงพอ ไม่
สามารถทาการเกษตรได้

8. จากสถานการณ์ดงั กล่าว ให้นกั เรียนแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั อภิปรายและตอบคาถามในประเด็น
ตา่ ง ๆ ลงในกระดาษปรฟู๊ ท่คี รแู จก พร้อมกับเขยี นอา้ งอิงแหล่งท่ีมาใหช้ ดั เจน โดยประเดน็ คาถามมดี ังนี้

8.1 นักเรียนคิดวา่ ปญั หาภยั แลง้ ท่ีเกดิ ขึ้นในขณะน้สี ง่ ผลให้เกิดการย้ายถนิ่ ฐานของประชากร
ในหมู่บ้านหรอื ไม่ อยา่ งไร

(แนวคาตอบ : สง่ ผล เพราะ หากปัญหาเชน่ น้ีเกิดขนึ้ ต่อเนือ่ งเป็นเวลายาวจ ะทา ให้การ
ดาเนนิ ชีวิตของประชากรในหมบู่ ้านเปน็ ไปอยา่ งยากลาบาก ไมส่ ามารถหารายได้จากการเพาะปลูกหรอื เลี้ยง
สัตว์ได้ จนท้ายทส่ี ุดต้องอพยพเข้าเมอื งใหญ่เพอ่ื ไปหารายได้เลีย้ งครอบครวั )

8.2 ในกรณที ่ีมกี ารย้ายถิน่ ฐานจากชมุ ชนชนบทเข้าสู่เมืองใหญ่สง่ ผลกระทบต่อชน บทและ
เมืองใหญอ่ ยา่ งไรบ้าง

(แนวคาตอบ : ผลกระทบตอ่ ชนบท เช่น จานวนประชากรลดลงอยา่ ลงรวดเร็ว ชมุ ชนขาด
การพัฒนาเนื่องจากวัยแรงงานเข้าไปทางานในเมืองใหญ่ เปน็ ต้น

ผลกระทบต่อเมืองใหญ่ เช่น เกดิ ปญั หาชุมชนแอดอดั การจราจรติดขัด เกิดมลพิษทาง
อากาศ เป็นต้น)

9. สมุ่ ตวั แทนนักเรยี นจานวน 2 กลมุ่ นาเสนอผลงานของตนเอง
10. นักเรยี นกลมุ่ อ่ืน ๆ รว่ มกนั นาเสนอข้อคดิ เห็นเพ่ิมเติมจากกลุ่มทีน่ าเสน

81

ข้ันท่ี 4 ขั้นประเมนิ (15 นาที)
11. จากการทางานกลมุ่ และรบั ฟงั สมาชกิ กลมุ่ อ่นื ๆ นาเสนอผลงาน นักเรยี นคดิ วา่ การยา้ ยถิน่ ฐาน

ของประชากรจากชนบทเขา้ สู่เมอื งใหญ่ส่งผลกระทบต่อชนบทหรือเมืองใหญ่มากกว่ากนั เพราะเหตใุ ด
บันทึกคาตอบของตนเองลงบนกระดาษโพสอทิ ท่ีครแู จก จากนน้ั นามาตดิ ท่ีกระดานหนา้ หอ้ งเรยี น

5. สือ่ การเรียนรู้

1. วดี ิทศั น์จากสื่อแอพพลเิ คชนั่ Edpuzzle เรอื่ ง กทม.ชมุ ทางคนต่างจงั หวดั เวลา 2 นาที

2. สื่อประกอบการเรียนรู้ EDPuzzle เรอ่ื ง การย้ายถิน่

3. ใบงาน เรอ่ื ง การยา้ ยถ่นิ

4. กระดาษปรฟู๊

5. ปากกาสี

6. กระดาษโพสอทิ

6. การวดั และประเมนิ ผล

ส่ิงท่จี ะวดั วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือทใ่ี ชว้ ัด เกณฑก์ ารประเมินผล

1. บอกความหมายของ - ตรวจใบงานนกั เรยี น - แบบประเมนิ ใบงาน - ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
การยา้ ยถิน่ ได้อยา่ ง รายบุคคล นกั เรียนรายบคุ คล ในระดับ ดี ขึน้ ไป
ถูกต้อง (K) เรื่อง การย้ายถิ่น

2. ระบุสาเหตทุ ี่มีผลต่อ - ตรวจใบงานนกั เรยี น - แบบประเมินใบงาน - ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
การเคลือ่ นยา้ ยถ่นิ ฐาน รายบคุ คล นักเรียนรายบคุ คล ในระดบั ดี ขึน้ ไป
ของประชากร (K) เรอื่ ง การย้ายถ่นิ

3. วเิ คราะห์ผลกระทบที่ - ตรวจผลงานกลุ่ม - แบบประเมนิ ผลงาน - ผ่านเกณฑ์การประเมิน
เกดิ จากการย้ายถิน่ ฐาน กล่มุ เรอื่ ง การยา้ ยถนิ่ ในระดับ ดี ข้ึนไป
ของประชากร (P)

4. ตระหนักถึง - ตรวจผลงานกลุ่ม - แบบประเมนิ ผลงาน - ผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ความสาคัญของปญั หาท่ี กล่มุ เร่อื ง การยา้ ยถ่ิน ในระดับ ดี ข้ึนไป
เกดิ ขนึ้ จากการย้ายถ่นิ
ฐานของประชากร (A)

82

7. ความคดิ เหน็ ของอาจารย์พ่เี ล้ียง

เตรยี มการสอนได้ดี ควรมคี ะแนนกลมุ่ ของการคุมชั้นเรยี น เพือ่ ควบคมุ การทางานให้เปน็ ไปตาม
กาหนด มีการให้การเสริมแรง เม่อื นกั เรียนจะนาเสนอ ควรให้เพ่อื น ๆ พรอ้ มที่จะฟังกอ่ น จงึ ให้นักเรยี น
นาเสนอ

ลงชือ่

(อาจารยน์ ุชนาฎ เนสุสินธ์)ุ

8. บนั ทึกหลังการสอน
ผลการสอน

นักเรยี นต้งั ใจฟงั ขณะครูสอน และใหค้ วามร่วมมอื ในการตอบคาถามต่าง ๆ เปน็ อย่างดี ทาให้
นักเรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับเรื่องการยา้ ยถ่ิน สามารถบอกความหมาย สาเหตุ ผลกระทบของการ
ยา้ ยถน่ิ ได้
ปัญหาและอปุ สรรค

- วีดทิ ัศน์ เร่ือง กทม.ชุมทางคนต่างจงั หวัด มีเสียงเบา
- นกั เรยี นบางสว่ นไม่เขียนแหลง่ ทมี่ าของข้อมูล และเขียนแหลง่ ทม่ี าของขอ้ มูลไม่ครบถ้วน
- นักเรยี นไม่ตอ้ งการสบื ค้นข้อมลู จากแหลง่ ขอ้ มลู อ่นื ๆ ทนี่ อกเหนือจากแอพพลเิ คชน่ั Edpuzzle
ทาให้แหลง่ ที่มาของขอ้ มูลไมห่ ลากหลาย
- นกั เรยี นบางคนไมต่ ัง้ ใจฟังขณะทคี่ รกู าลงั ชี้แจงเกีย่ วกับการทาใบงาน ทาใหเ้ ขยี นตอบขอ้ คาถาม
ไมค่ รบถ้วน
- ในกระบวนการการทางานกลุ่ม มนี ักเรยี นบางส่วนไม่ชว่ ยเพือ่ นทางาน ไมแ่ สดงความคิดเห็น หรือ
อภปิ รายร่วมกนั จงึ ทาให้งานกลุ่มเสรจ็ สน้ิ ล่าชา้ สง่ ผลต่อเนอื่ งใหเ้ วลาในการสอนไม่เพียงพอ นกั เรยี นไมไ่ ด้
ทากจิ กรรมในขัน้ ประเมิน
- นกั เรียนบางคนไม่ทาใบงานเดยี่ ว
- นกั เรียนใช้โทรศัพทเ์ ขา้ ใช้งานแอพพลเิ คช่ันอนื่ นอกเหนือจากการเรยี น
ข้อเสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
- วีดิทัศน์ทใ่ี ช้ในการสอนมเี สยี งเบา ครูจงึ ต้องอธิบายเกีย่ วกับเน้ือหาในวีดทิ ัศน์ซา้ อกี หนง่ึ รอบ
เพ่ือใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจโดยทั่วกนั
- ครูควรช้แี จงกฎระเบียบในการเรยี นกบั นักเรียนกอ่ นเรม่ิ ทาการสอน เพื่อใหบ้ รรยากาศในชน้ั เรยี น
เป็นไปด้วยความเรียบรอ้ ย

83

- ครคู วรใชเ้ ทคนคิ ในการควบคมุ ชน้ั เรยี นท่ีหลากหลาย เพื่อดึงดดู ความสนใจจากนักเรียน และไม่ให้
บรรยากาศในชั้นเรียนตงึ เครยี ดจนเกินไป

- เมื่อเวลาในการสอนไม่เพียงพอ จึงต้องใหน้ กั เรียนทากิจกรรมในข้ันประเมินในช่วั โมงโฮมรูมเย็น

84

ภาคผนวก

1. วดี ิทศั นจ์ ากส่ือแอพพลเิ คช่นั Edpuzzle เรอื่ ง กทม.ชมุ ทางคนตา่ งจงั หวดั
2. ส่ือประกอบการเรยี นรู้ EDPuzzle เรอื่ ง การยา้ ยถ่นิ
3. ใบงาน เรอื่ ง การย้ายถิ่น
4. แบบประเมนิ ใบงานนกั เรยี นรายบุคคล
5. เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
6. แบบประเมินผลงานกลมุ่
7. เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

85

วีดทิ ัศน์จากสื่อแอพพลเิ คชน่ั Edpuzzle เรื่อง กทม.ชุมทางคนตา่ งจงั หวดั เวลา 2.00 น.

ส่อื ประกอบการเรียนรู้ EDPuzzle เรื่อง การย้ายถ่นิ

86

87

ชอื่ ...............................................................................................ชน้ั ................................เลขท่ี......................

ใบงาน
เรอ่ื ง การย้ายถิ่น

คาชี้แจง : ใหน้ ักเรียนตอบคาถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถกู ตอ้ ง
1. การยา้ ยถ่นิ หมายถึง ...................................................................................................................................
........................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ให้นกั เรยี นบอกสาเหตุของการย้ายถ่ินฐานจากชนบทไปสเู่ มอื งใหญใ่ ห้ได้มากทส่ี ุด
............................................................................................................................. ...............................................
..................................................................................................................................................................... .......
........................................................................................................................... .................................................
............................................................................................................................. ...............................................
.............................................................................................................................................................. ..............
3. ให้นักเรียนจัดลาดับความสาคญั ของสาเหตทุ ีส่ ่งผลกระทบต่อการย้ายถน่ิ ฐานของประชากรจากมากไปนอ้ ย
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................................................................
4. จากขอ้ 3 เพราะเหตุใดนักเรยี นจึงคดิ ว่าสาเหตุในลาดบั ที่ 1 สง่ ผลกระทบตอ่ การยา้ ยถ่ินฐานจากชนบทไปสู่
เมืองใหญม่ ากทีส่ ดุ
....................................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ...............................................
................................................................................................................................................................ ............
............................................................................................................................................................................

88

แบบประเมินใบงานนกั เรียนรายบุคคล

เร่อื ง การย้ายถิ่น

คาช้แี จง : ให้ทาเคร่อื งหมาย ลงในช่องวา่ งคุณภาพการปฏิบัตงิ าน

คณุ ภาพการปฏิบตั ิงาน

เลขท่ี ความถูกต้องของ ความหลากหลายของ การอ้างอิง ความตรงต่อ รวม
คาตอบ คาตอบ แหล่งทมี่ า เวลา
10
3 2 1 3 2 1 321 3 21 -
10
1   9
10
2 - - - - - - --- - -- 7
10
3   10
 10
4   -
 10
5   -
-
6   -
 10
7  10
- -- 10
8  9
 8
9  9
- -- 10
10 - - - - - - - - - - -- 11
- -- 10
11   7

12 - - - - - - - - - 

13 - - - - - - - - - 

14 - - - - - - - - - 

15   

16  

17  

18  

19   

20  

21  

22   

23  

24  

89

เลขท่ี ความถกู ต้องของ คณุ ภาพการปฏบิ ัตงิ าน ความตรงต่อ รวม
คาตอบ ความหลากหลายของ การอา้ งองิ เวลา
10
3 21 คาตอบ แหลง่ ท่ีมา 3 21 8
3 2 1 321 7
25   -
 11
26   9
 9
27   11
 11
28 - - - - -- -
- - - --- 11
29   -

30  

31  

32  

33  

34 - - - - --
- - - ---
35  

36 - - - - --
- - - ---

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ คุณภาพการปฏิบตั ิงาน
ดีมาก
ชว่ งคะแนน ดี
10 – 12 พอใช้
8–9 ปรบั ปรงุ
6–7
ต่ากว่า 5


Click to View FlipBook Version