1. กรณีประสบอันตรำยหรืค่ำพำหนะ รับ1. กำรร ั บหร ื อส ่ งต ั วผ ้ ู ประก ั นตนระหว ่ ำงรพ.ท ี ่ ต้ั - ค่ำรถพยำบำล/เรือพยำบำล 500 บำท - ค่ำรถรับจ้ำง 300 บำท2. กำรร ั บหร ื อส ่ งต ั วผ ้ ู ประก ั นตนระหว ่ ำงรพ.ท ี่ ต้ัเพิ่มให้อีกในอัตรำกิโลเมตรละ 6 บำท กรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน บ – ส่ง ต ้ ั งอย ่ ู ในจังหวัดเดียวกัน (ที่มิใช่รพ.ตำมสิทธิ) ท ท ต ้ ั งอย ่ ู ใน จังหวัดอื่น (ที่มิใช่รพ.ตำมสิทธิ) ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. กรณีประสบอันตรำยหรื- เข้ำรับกำรรักษำที่โรงพยำบำลเอกชน- ม ี อำกำรประสบอ ั นตรำย เจ ็ บป่ วยผ ้ ู ป่ วย“เข้ำเกณฑ์วิกฤต” จำกโรงพย- รักษำโดยไม่ต้องส ำรองค่ำใช้ จ่ำย(น ั บรวมวน ั หย ุ ด) กรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน น ที่ไม่ใช่โรงพยำบำลตำมสิทธิ ยหร ื ออ ุ บ ั ต ิ เหต ุ ที่ผ่ำนกำรประเมินคัดแยก ยำบำลเอกชนที่ท ำกำรรักษำ ย จนกว่ำจะพ้นวิกฤต ภำยใน 72 ชั่งโมง ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. กรณีประสบอันตรำยหรืผ ้ ู ป่ วยนอกรพ.ประเมิน “เข้ำเกณฑ์” ผ ้ป ู ระก ั นตนไม ่ เส ี ยค ่ ำใช ้ จ ่ ำย ภำยใน 72 ชม. โดยนับรวม ว ั นหย ุ ดรำชกำร กรณีประสบอันตรำย / เจ็บเข้ำรักษำ รพ.เอกชนกรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน ก/ผ ้ ู ป่ วยใน บป่ วยฉ ุ กเฉ ิ น น ที่ไม่ใช่ตำมสิทธิ (สีแดง) รพ.ประเมิน “ไม่เข้ำเกณฑ์” เบิกคืนได้ที่ สปส. จ่ำยในอัตรำ ตำมประกำศฯ ของกำรเข้ำรับ กำรรักษำ รพ.เอกชน ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. ผปต. ประสบอันตรำยหรือเจ็บป่ วยเข้2. ผปต. หรือญำติ รีบแจ้ง สปส.กทในท้องที่ที่ รพ.ต ้ ั งอย ่ ู 3. ส ำรองจ่ำยค่ำรักษำและสำสปส.กทม./จังหวัด/สำขำ 1. กรณีประสบอันตรำยหรืกรณีมีสิทธิกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บหน้ำที่ของ สปส. 1. ก ำหนด รพ.ตำมส ิ ทธ ิให ้ แก ่ ผ ู้ป2. จ่ำยค่ำรักษำพยำบำลตำมประ
ข้ำรับกำรรักษำใน รพ. ทม./จังหวัด/สำขำ ำมำรถน ำมำเบิกคืนได้ที่ รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน บป่ วย แต่ยังไม่ก ำหนดสถำนพยำบำลตำมสิทธิ ประกน ั ตน เพ ื่อเข ้ ำร ั บกำรร ั กษำพยำบำลในคร ้ ั งต ่ อไป ะเภทรพ.รัฐบำล หรือเอกชน ตำมอัตรำที่ก ำหนดในประกำศฯ
1. กรณีประสบอันตรำยหรื 1. กรณีแจ้งสถำนพยำบำลตำมสิทธิ ภำยใ 1.1 ผ ้ ู ประก ั นตนเคล ื ่ อนย ้ ำยได้ (1) ส ำนักงำนฯ จ่ ำยค่ำรักษำกรณีเข้ ำรักษำใน สถำนพยำบำลเอกชน จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเข้ำรักษำ ใน สถำนพยำบำลรัฐจ่ำย จริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ สสถำค่ำพ เข้ำโรงพยำบำล แจ้งสถำนพยำบำลตำมสิทธิ กรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน ใน 72 ชั่วโมง ส ถ ำ น พ ย ำ บ ำ ล ต ำ ม สิ ท ธิ รั บ ไ ป รั ก ษ ำ ต่ อ ที่ ำนพยำบำลตนเองจนสิ้นสุ ดกำรรักษำ รวมทั้ง ำหนะในกำรเคล ื่อนย ้ ำยผ ู้ประกนัตน 72 ชั่วโมง ส ิ้นสุดกำรรักษำ ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. กรณีประสบอันตรำยหรื1.2 ผ ้ ู ประก ั นตนเคล ื ่ อนย ้ ำยไม่ได้ เข้ำโรงพยำบำล แจ้งสถำนพยำบำลตำมสิทธิ (1) ส ำนักงำนสถำนพยำบำลเอกรณีเข้ำรักษำ ในควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วผ ู้รับผิดชอบ (1) ส ำนักงำนฯ จ่ ำยค่ำรักษำกรณีเข้ ำรักษำใน สถำนพยำบำลเอกชน จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเข้ำรักษำ ใน สถำนพยำบำลรัฐจ่ำย จริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ กรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน รพ. ตำมสิทธิ เป็ นผ ู้รับผิดชอบค่ำใช้รักษำ 72 ชั่วโมง ส ิ้นสุดกำรรักษำ นฯ จ่ำยค่ำรักษำกรณีเข้ำรักษำใน อกชน จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ น สถำนพยำบำลรัฐจ่ำยจริงตำม วนที่เกิน รพ.ตำมสิทธิ เป็ น ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. กรณีประสบอันตรำยหรื2.กรณีแจ้งสถำนพยำบำลตำมสิทธิ ภำยห เข้ำโรงพยำบำล 72 ชั่วโมง (1) ส ำนักงำนฯ จ่ ำยค่ำรักษำกรณีเข้ ำรักษำใน สถำนพยำบำลเอกชน ผ ู้ประกนัตนเป็จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเข้ำรักษำ ใน สถำนพยำบำลรัฐจ่ำย จริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ กรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน หลัง 72 ชั่วโมง สถำนพยำบำลตำมสิทธิ เป็นผ ู้รับผิดชอบค่ำรักษำ แจ้งสถำนพยำบำลตำมสิทธิ ส ิ้นสุดกำรรักษำ นผ ู้รับผิดชอบค่ำรักษำ ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. กรณีประสบอันตรำยหรื 3. กรณีไม่มีกำรแจ้งสถำนพยำบำลตำม เข้ำโรงพยำบำล 72 ชั่วโมง (1) ส ำนักงำนฯ จ่ ำยค่ำรักษำกรณีเข้ ำรักษำใน สถำนพยำบำลเอกชน จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเข้ำรักษำ ใน สถำนพยำบำลรัฐจ่ำย จริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ กรณผ ี้ ู ประก ั นตนเข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน มสิทธิ ส ิ้นสุดกำรรักษำ ผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบค่ำรักษำ ย ์ ทส ี ่ ถำนพยำบำลอ ื ่ น
1. กรณีประสบอันตรำยหรืกรณีมีสิทธิกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป่4. กรณีมีสิทธิกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป่ วย แต่ยั 4.1 กรณีแจ้งส ำนักงำนฯ ภำยใน 72 ชั่วโมง - สำ นักงำอัตรำที่ก ำหจำกสถำนสถำนพยำบตำมหลักวิช เข้ำโรงพยำบำล แจ้งส ำนักงำน (1) ส ำนักงำนฯ จ่ ำยค่ำรักษำกรณีเข้ ำรักษำใน สถำนพยำบำลเอกชน จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเข้ำรักษำ ใน สถำนพยำบำลรัฐจ่ำย จริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน ป่ วย แต่ยังไม่ก ำหนดสถำนพยำบำลตำมสิทธิ ยังไม่ได้ก ำหนดสถำนพยำบำลตำมสิทธิ นฯ จัดสถำนพยำบำลและจ่ำยใหส้ถำนพยำบำลน้ัน ตำมหลักเกณฑแ์ละ หนดในประเภทผู้ป่ วยนอก ผู้ป่ วยใน จนถึงเวลำที่จ ำหน่ำยผู้ประกันตนออก พยำบำลตำมหลักวิชำกำรทำงกำรแพทย์เฉพำะกรณีรับกำรรักษำ ณ บำลของรัฐจ่ำยจริงตำมควำมจ ำเป็ นจนถึงเวลำที่จ ำหน่ำยจำกสถำนพยำบำล ชำกำรทำงกำรแพทย์ สิ้นสุดกำรรักษำ 72 ชั่วโมง
1. กรณีประสบอันตรำยหรื4.2 กรณีแจ้งส ำนักงำนฯ หลังจำกกำรรักษำครบ 7 เข้ำโรงพยำบำล 72 ชั่วโมงผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิค่ำรักษำ กรณีมีสิทธิกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป (1) ส ำนักงำนฯ จ่ำยค่ำรักษำกรณีเข้ำรักษำในสถำนพยำบำล เอกชน จ่ ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเ ข้ ำรั กษำ ในสถำนพยำบำลรัฐจ่ำยจริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน 72 ชั่วโมง - สำ นักงำนฯ จัดสถำนพยำบำลและจ่ำยใหส้ถำนพยำบำลน้ัน ตำมหลักเกณฑ์และอัตรำที่ก ำหนดในประเภทผู้ป่ วยนอก ผู้ป่ วยใน จนถึงเวลำที่จ ำหน่ำยผู้ประกันตนออกจำกสถำนพยำบำลตำมหลัก วิชำกำรทำงกำรแพทย์ เฉพำะกรณีรับกำรรักษำพยำบำลของรัฐจ่ำยจริง ตำมควำมจ ำเป็ นจนถึงเวลำที่จ ำหน่ำยออกจำกสถำนพยำบำล ตำมหลักวิชำกำรแพทย์ สิ้นสุดกำรรักษำ แจ้งส ำนักงำน ผิดชอบ ป่ วย แต่ยังไม่ก ำหนดสถำนพยำบำลตำมสิทธิ
1. กรณีประสบอันตรำยหรื 4.3กรณีไม่มีกำรแจ้งส ำนักงำนฯ เข้ำโรงพยำบำล 72 ชั่วกรณีมีสิทธิกรณีประสบอันตรำยหรือเจ็บป่ (1) ส ำนักงำนฯ จ่ ำยค่ำรักษำกรณีเข้ ำรักษำใน สถำนพยำบำลเอกชน จ่ำยในอัตรำตำม ประกำศฯ กรณีเข้ำรักษำ ใน สถำนพยำบำลรัฐจ่ำย จริงตำมควำมจ ำเป็ น (2) ค่ำใช้จ่ำยส่วนที่เกนิผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบ
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน วโมง สิ้นสุดกำรรักษำ ป่ วย แต่ยังไม่ก ำหนดสถำนพยำบำลตำมสิทธิ ผ ู้ประกนัตนเป็นผ ู้รับผิดชอบค่ำรักษำ
1. กรณีประสบอันตรำยหรืกำรเลือกสถำนพยำบำลตำมสิทธิประจ ำผ ้ ู ประก ั นตน คนพิกำร สำมำรถเลือกใช้สิทธิสถำหร ื อ ส ิ ทธ ิ หลก ัป
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน ำปี นพยำบำลในควำมตกลงกับประกันสังคม ประกน ั ส ุ ขภำพแห ่ งชำต ิ(สปสช.)
1. กรณีประสบอันตรำยหรืเงินทดแทนกำรขำดรำยได้ เงินทดแทนกำรขำดรำยได้ จะได้รับเงินทดแทมีสิทธิได้รับครั้งละไม่เกิน 90ปีละไม่เกิน 180วัน หำกเจ็บป่ วยด้วยโรคเรื้อรัง มีสิ (ตำมกฎกระทรวง) เอกสำรประกอบกำรยื่นรอรับเงินทดแทนกำ ใบรับรองแพทย์ฉบับจริง ที่แพทย์ หากเป็ นผป ู ้ ระกน ั ตนมาตรา 33 ต้
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน นในอัตรำร้อยละ 50 ของค่ำจ้ำง วัน สิทธิได้รับไม่เกิน 365 วัน รขำดรำยได้ ์วินิจฉัยให้หยุดงาน หรือหยุดพักรักษาตัว ้องใช้หนังสือรับรองจากนายจ้างด้วย
1. กรณีประสบอันตรำยหรืเงินทดแทนกำรขำดรำยได้ 1. โรคมะเร็ง 2. โรคไตวำยเรื้อรัง 3. โรคเอดส์ 4. โรคหรือกำรบำดเจ็บของสมอง เส้นเลือดสม5. ควำมผด ิปกตข ิ องกระด ู กห ั กทม ี่ภำวะแทรกซี กระด ู กผด ิปกต ิ หร ื อเหลก ็ ดำมกระด ู กห ั ก 6. โรคหรือกำรเจ็บป่ วยอื่นๆ ที่ต้องรักษำตัวอย่ำ ทั้งนี้ โดยกำรวินิจฉัยของคณะกรรมกำรกำร
รือเจ็บป่ วย อันมิใช่เนื่องจำกกำรท ำงำน มอง หรือกระด ู กส ั นหลังเป็ นเหต ุ ให ้ อม ั พำต ซ้อน ได้แก่ กระด ู กทม ี่ก ี ำรตด ิ เช ื ้ อกระด ู กตด ิ ช ้ ำกระด ู กไม ่ติด ำงต่อเนื่อง โดยไม่สำมำรถท ำงำนติดต่อกันได้เกิน 180 วัน รแพทย์
2. กน ิ ยำม ของกำรคลอดบ ุ ตร หมำยถึง กำรที่ทำรกอไม่น้อยกว่ำ 28 ส ัปดำห ์ไม ่ ว ่ ำทำรกจะมช ีี วต ิ ภำยในระยะเวลำ 15 เดือน ก่อนกำรคลอดบไม่น้อยกว่ำ 5 เดือน เงื่อนไขกำรเกิดสิทธิ
กรณค ี ลอดบ ุ ตร ออกจำกครรภ์มำรดำ ซึ่งมีระยะเวลำตั้งครรภ์ รอดอย ่ ู หร ื อไม ่ บ ุ ตร ผ ้ ู ประกน ั ตน ต ้ องมก ี ำรส ่ งเงน ิ สมทบมำแล ้ ว
2. กส ิ ทธ ิประโยชน ์ กรณค ี ลอดบ ุ ตร ผ ้ ู ประกน ั ตนใช ้สิทธิ กรณีคลอดบ ุ ตรได ้ ร ั บเงน ิ ค่ไม่จ ำกัดจ ำนวนครั้ง ดังนี้ ผ ้ ู ประก ั นตนชำย ค ่ ำคลอดบ ุ ตรของภร ิ ยำทจ ี่ดทะ(ไม่จดทะเบียนสมรส) เหมำจ่ำยครั้งละ 15,000 บำท ผ ้ ู ประก ั นตนหญิง ค่ำคลอดบ ุ ตรเหมำจ่ำยครั้งละ 1 ร้อยละ 50 ของค่ำจ้ำงเป็ นเวลำ 90 วัน สำมำรถเบิกไ กรณ ี ม ี ส ิ ทธ ิ ท ้ ง ัฝ่ ายชายและฝ่ ายหญ ิ ง ส
กรณค ี ลอดบ ุ ตร ำคลอดบ ุ ตรเหมำจ ่ ำยคร ้ ั งละ 15,000 บำท เบ ี ยนสมรส หร ื อหญง ิ ซ ึ่งอย ่ ู กน ิ ฉ ั นสำมภ ี ร ิ ยำโดยเปิ ดเผย ท ไม่จ ำกัดจ ำนวนครั้ง 15,000 บำท และเงินสงเครำะห ์ กำรหย ุ ดงำนเพ ื่อกำรคลอด บ ุ ตร ได้ 2 ครั้ง เท่ำนั้น สามารถเลือกใช้สิทธิได้ฝ่ ายใดฝ่ ายหนึ่ง
2. กส ิ ทธ ิประโยชน ์ กรณค ี ลอดบ ุ ตร ผ ้ ู ประก ั นตนชำย -กรณจ ี ดทะเบ ี ยนสมรส ใช ้ ส ำเนำทะเบ ี ยนส-กรณไี ม ่ จดทะเบ ี ยนสมรส ใช ้ หน ั งส ื ออย ่ ู กนิ ผ ้ ู ประก ั นตนหญ ิ ง - กรณจ ี ดทะเบ ี ยนสมรส ใช ้ ส ำเนำทะเบ ี ยนส- กรณไี ม ่ จดทะเบ ี ยนสมรส ส ำเนำส ู ตบ ิั ตร
กรณค ี ลอดบ ุ ตร สมรส และส ู ตบ ิั ตร น ฉ ั นสำมภ ี ร ิ ยำโดยเปิ ดเผย และส ำเนำส ู ตบ ิั ตร สมรส และส ำเนำส ู ตบ ิั ตร
2. กกรณค ี่ ำตรวจและร ั บฝำกครรภ ์ ตำมเกณฑ- อำยครรภ์ไม่เกิน ุ 12 สัปดำห์ เบิกได้เท่ำที่จ่ำ- อำย ุ ครรภ ์ มำกกว ่ ำ12 สัปดำห์ ไม่เกิน 20 สั- อำย ุ ครรภ ์ มำกกว ่ ำ20 สัปดำห์ ไม่เกิน 28 สั- อำย ุ ครรภ ์ มำกกว ่ ำ28 สัปดำห์ ไม่เกิน 32 สั- อำย ุ ครรภ ์ มำกกว ่ ำ32 สัปดำห์ ถึง 40 สัปดำ ภำยในผ ้ ู ประกน ั ตนมก ี ำรส่งเงินสมทบมำแล้วไ
กรณค ี ลอดบ ุ ตร ฑ ์ ค ุ ณภำพ ำยจริงไม่เกิน 500 บำท สัปดำห์ เบิกเท่ำที่จ่ำยจริงได้ไม่เกิน 300 บำท สัปดำห์ เบิกได้เท่ำที่จ่ำยจริงไม่เกิน 300 บำท สัปดำห์ เบิกได้เท่ำที่จ่ำยจริงไม่เกิน 200 บำท ำห์ขึ้นไป เบิกได้เท่ำที่จ่ำยจริงไม่เกิน 200 บำท นระยะเวลำ 15เดือน ก่อนกำรฝำกครรภ์ ไม่น้อยกว่ำ 5 เดือน
เอกสำรประกอบกำรยื่นขอรับเงินค่ำฝำกคร ใบรับรองแพทย์ฉบับจริงหรือ สา เนาสม ุ ดประจา ตว ั ส ุ ขภาพ ใบเสร็จรับเงินฉบับจริง 2. กกรณค ี่ ำตรวจและร ั บฝำกครรภ ์ ตำมเกณฑ
รรภ์ อส าเนาที่มีข้อมูลระบุอายุครรภ์ หรือ พแม ่ และเด ็ ก กรณค ี ลอดบ ุ ตร ฑ ์ ค ุ ณภำพ
3. กส ิ ทธ ิประโยชน ์ กรณท ี ุ พพลภำพ ภำยในระยะเวลผ ้ ู ประก ั นตนต ้ องม ี กำรส่งเงินสมทบมำแล้วไม่1.ทุพพลภาพรุนแรง ท ุ พพลภำพ หมำยถง ึ กำรส ูญเส ี ยอวย ั วะหรืหร ื อส ูญเส ี ยสภำวะปกต ิ ของจต ิใจจนทำ ให ้คประกอบกำรงำนตำมปกติได้
รณท ี ุ พพลภำพ ลำ 15 เด ื อน ก ่ อนกำรท ุ พพลภำพ น้อยกว่ำ 3 เดือน 2.ท ุ พพลภาพไม ่ ร ุ นแรง อส ูญเส ี ยสมรรถภำพของอวย ั วะหร ื อของร ่ ำงกำย ควำมสำมำรถในกำรทำ งำนลดลงถง ึ ขนำดไม ่ อำจ
3. กกรณท ี ุ พพลภำพร ุ นแรง 1. ส ูญเส ี ยอวย ั วะหร ื อส ูญเส ี ยสมรรถภำพของอวย ั วะอย ่ ำและได ้ ร ั บกำรประเมน ิ กำรส ูญเส ี ยสมรรถภำพอย ่ ำงถำว2. กรณท ี ผ ี่้ ู ประกน ั ตนประสบอน ั ตรำยหร ื อเจ ็ บป่ วยอน ั มิหร ื อส ูญเส ี ยสมรรถภำพของอวย ั วะอย ่ ำงถำวรในกรณใี ด
รณท ี ุ พพลภำพ ำงถำวร หร ื อส ูญเส ี ยสภำวะปกตท ิ ำงจ ิ ตใจอย ่ ำงถำวร ร ตั้งแต่ ร้อยละห้ำสิบขึ้นไป ของสมรรถภำพทั้งร่ำงกำย มใิ ช ่ เน ื่องจำกกำรทำ งำน เป็ นเหต ุ ให ้ ส ูญเส ี ยอวย ั วะ ด กรณห ี น ึ่ง ให ้ ถ ื อว ่ ำผ ้ ู ประก ั นตนท ุ พพลภำพ ดังต่อไปนี้
3. กกรณท ี ุ พพลภำพร ุ นแรง กำรส ูญเส ี ยอว ั ยวะทเ ี ่ ข ้ ำหล ั กเกณฑ ์ เป็ นผ ้ ู ท ุ พพ (1) มือทั้งสองข้ำงขำด (3) มือข้ำงหนึ่งกับแขนข้ำงหนึ่งขำด (5) แขนข้ำงหนึ่งกับเท้ำข้ำงหนึ่งขำด (7) ส ูญเส ี ยดวงตำท ้ ั งสองข ้ ำง หร ื อส ูญเีในกำรมองเห็นร้อยละ 90 ข ึ น ้ ไป หร ื อส ูญเส ี ยคมำกกว่ำของตำอีกข้ำงหนึ่งฯ หร ื อส ูญเส ี ยสมรส ูญเส ี ยควำมสำมำรถในกำรมองเห็นตั้งแต่ 3/6
รณท ี ุ พพลภำพ พลภำพ ดังต่อไปนี้ (2)แขนทั้งสองข้ำงขำด (4) มือข้ำงหนึ่งกับขำข้ำงหนึ่งขำด (6) แขนข้ำงหนึ่งกับขำข้ำงหนึ่งขำด ส ี ยตำข ้ ำงหน ึ ่ งกับกำรส ูญเส ี ยสมรรถภำพ ควำมสำมำรถในกำรมองเห็นตั้งแต่ 3/60 หรือ รถภำพในกำรมองเห็นร้อยละ 90 ขึ้นไป หรือ 60 หรือมำกกว่ำของตำทั้ง 2 ข้ำง
3. กกรณท ี ุ พพลภำพร ุ นแรง กำรส ูญเส ี ยอว ั ยวะท ี ่ เข ้ ำหลก ั เกณฑ ์ เป็ นผ ้ ู ท ุ พ (8) โรคหร ื อกำรบำดเจ ็ บของไขส ั นหลั มือข้ำงหนึ่งกับแขนข้ำงหนึ่ง มือข้ำงหน กับขำหรือเท้ำอีกข้ำงหนึ่ง หรือขำทั้งส ส ูญเส ี ยสมรรถภำพโดยส ิ ้ นเช ิ ง (9) โรคหร ื อกำรบำดเจ ็ บของสมองเป็ ของร่ำงกำยจนไม่สำมำรถประกอบกิจวัมำช ่ วยเหล ื อด ู แล
รณท ี ุ พพลภำพ พลภำพ ดังต่อไปนี้ (ต่อ) ล ั งเป็ นเหต ุ ให ้ ม ื อหร ื อแขนท ้ ั ง2 ข้ำง นึ่งกับขำอีกข้ำงหนึ่ง หรือแขนข้ำงหนึ่ง องข้ำง ก ั บกำรข ั บถ ่ ำยปั สสำวะอ ุ จจำระ ป็ นเหต ุ ให ้ ส ูญเส ี ยควำมสำมำรถของอวย ั วะ วัตรประจ ำวันที่จ ำเป็ นได้ และต้องม ี ผ ้ ู อ ื ่ น
3. กกรณท ี ุ พพลภำพไม ่ ร ุ นแรง กำรส ูญเส ี ยอว ั ยวะหร ื อส ูญเส ี ยสมรรถภำพของอว ั ยวจนท ำให้ควำมสำมำรถในกำรท ำงำนปกติลดลงถึงขนกำรส ูญเส ี ยตั้งแต่ร้อยละ 35 ขึ้นไป แต่ไม่ถึงร้อยละ 50- กรณีไม่สำมำรถท ำงำนได้ตำมปกติและงำนอื่นใดได้ มีสิ- กรณีมีรำยได้ลดลงจำกเดิม มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกำรทั้งนี้ จะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกำรขำ
รณท ี ุ พพลภำพ วะหร ื อของร ่ ำงกำย หร ื อส ูญเส ี ยสภำวะปกต ิ ทำงจิตใจ นำดไม่อำจประกอบกำรงำนตำมปกติได้เมื่อประเมิน 0 สิทธิได้รับเงินทดแทนกำรขำดรำยได้ร้อยละ 30 ของค่ำจ้ำง ขำดรำยได้ในส่วนที่ลดลงแต่ไม่เกินร้อยละ 30 ของค่ำจ้ำง ดรำยได้ เป็ นระยะเวลำไม่เกิน 180 เดือน
3. กกรณท ี ุ พพลภำพร ุ นแรงและไม ่ ร ุ นแรง เงินทดแทนกำรขำดรำยได้ ค่ำรักษำพยำบำล อวัยวะเทียม/อ ุ ปกรณ ์ในกำรบ ำบ ั ดร ั กษำโรค ตำก ำหนด ค่ำรถพยำบำลหร ื อค ่ ำพำหนะร ั บส ่ งผ ้ ู ท ุ พพลภำเดือนละ 500 บำท ค ่ ำฟื ้ นฟ ู สมรรถภำพ ตำยได้รับค่ำศพ 50,000 บำท และเงินสงเครำทุพพลภาพรุทุพพลภาพไ
รณท ี ุ พพลภำพ ำมหล ั กเกณฑ ์ ประเภทและอัตรำที่กระทรวงกำรคลัง ำพกรณเ ี ข ้ ำร ั บบร ิ กำรทำงกำรแพทย ์ เหมำจ ่ ำยไม ่ เก ิ น ำะห์กรณีตำย รุนแรง ร้อยละ 50 ของค่าจ้างตลอดชีวิต ไม่รุนแรง ร้อยละ 30 ของค่าจ้าง ไม่เกิน 180 เดือน